บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 34 (25/04/11) [END]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 34 (25/04/11) [END]  (อ่าน 237184 ครั้ง)

ออฟไลน์ TONG

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-4
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #390 เมื่อ09-04-2011 23:43:10 »

ซ่อนเงื่อนขึ้นไปอีกชั้น ไปหูและจูเชว่ต่างก็โดนหลอก อ่านแล้วลุ้นตัวเกร็งเลย รอวันพรุ่่งนี้ขอรับ

cherry blossom

  • บุคคลทั่วไป
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #391 เมื่อ09-04-2011 23:45:24 »

ลุ้นมากมาย  o13
แล้วฉู่เหวินจือเป็นใครกันแน่  :m28: :m28:

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 886
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #392 เมื่อ10-04-2011 00:04:37 »

อยากจะบอกว่า จบตอนนี้ ทำเอา ค้างมาก ๆๆๆ  :sad4:
สารพัดเรื่องน่าสงสัยเกี่ยวกับ ตาฉู่ ที่เป็นปริศนามานาน ก็เกิดอาการอยากจะรู้จัด ๆ ก็คราวนี้
แกเป็นใคร? มาจากไหน? ทำเพื่ออะไร? ใครอยู่เบื้องหลัง? และแผนวันนี้ของฉู่ใช่ไหม?
ค้าง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ beautyless

  • PP Kintai Love
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 264
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #393 เมื่อ10-04-2011 00:16:02 »

 :z13: จิ้ม

สงสัยจะเป็นพ่อ แต่คนที่เรียกมู่ให้มาดักรอน่าจะเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ไป่หู๋ และไป่หู๋ก็รู้จักคนที่เป็นนายของมู่ด้วย
มรึนๆ ครับ แต่คุณภาพคับแก้วจริงๆ เขียนไม่ผิดเลยและอ่านแล้วสนุกลุ้นตลอด

ออฟไลน์ A-J.seiya*

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-7
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #394 เมื่อ10-04-2011 00:44:04 »

อ้าวเฮ้ยยยย
คุณฉู่ ไม่ใช่คนของไป๋หู่แต่แรกเหรอเนี่ยยยย
งื้อออ นี่มันอะไรกันอ่ะ แล้วเค้าเป็นใครอ้ะ?
โฮวๆๆๆ นองเฟยๆ ของเจ้ !!!!

คนที่จับมาต้องเป็น พ่อนะ อย่าใช่คุณพระเอกนะ !!!

ออฟไลน์ zeit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #395 เมื่อ10-04-2011 00:59:31 »

ดำเนินเรื่องได้อย่างรวดเร็ว

ทิ้งท้ายได้เป็นอย่างดี

กลลวงของมาเฟียมากมายหลายชั้น

สุดท้ายก้โดนหักหลังจนได้

จะรอดได้อย่างไรกัน

ออฟไลน์ nomo9

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #396 เมื่อ10-04-2011 01:10:55 »

รออ่านต่อจ้า

ออฟไลน์ Isuru

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 307
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #397 เมื่อ10-04-2011 01:34:48 »

ค้างอีกแล้วครับท่าน
อาฉู่อาจจะเป็นคนของจู่เชว่คนก่อนที่หายสาบสูญไปก็ได้นะ
หายสาบสูญก็ใช่ว่าจะตายนี่หน่า
คนที่จับตัวเฟยเฟยมาขอให้เป็นอาฉู่ทีเถอะ

รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ £.Ma|e¥

  • ชั้นคือผู้หญิงโรคจิต!! โฮะๆๆ
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 338
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #398 เมื่อ10-04-2011 02:28:56 »

ค้างอีกแล้วครับท่าน
อาฉู่อาจจะเป็นคนของจู่เชว่คนก่อนที่หายสาบสูญไปก็ได้นะ
หายสาบสูญก็ใช่ว่าจะตายนี่หน่า
คนที่จับตัวเฟยเฟยมาขอให้เป็นอาฉู่ทีเถอะ

รอตอนต่อไปค่ะ
อ่านรีนี้ก็ทำให้คิดขึ้นมาได้  :a5:
น่าจะเป็นอย่างนี้จริงๆ คนๆเดียวที่จะสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้
อีกอย่างอาฉู่เก่งโคตร ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยถ้าจูเช่วรุ่นก่อนจะรู้จักคนแบบนี้
โอ๊ยยยย งงค่ะ ไม่คิดว่าเนื้อเรื่องจะออกมาเป็นแบบนี้เลยนะเนี่ย
คิดไม่ออกจริงๆ อยากอ่านต่อแล้ว ลุ้นๆๆๆ
อาฉู่อย่าทิ้งอาเฟยนะ ไม่งั้นแม่จะจับตีก้นจริงๆด้วย o3

butterfly_bee

  • บุคคลทั่วไป
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #399 เมื่อ10-04-2011 08:57:29 »

ขอมอบโพสแรกของเราให้คุณZIar :o8:
เราสมัครลอคอินเพราะนิยายของคุณZairเลยน๊าา
นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนิยายที่เราชอบมากๆเลย
สุดยอดค่ะ  o13

ปล.มารออาฉู่กับเสี่ยวเฟย วันนี้จะอัพมั้ยน้ออ >_<


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
« ตอบ #399 เมื่อ: 10-04-2011 08:57:29 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Tageszeit

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #400 เมื่อ10-04-2011 10:57:53 »


พึ่งตามอ่านทันครับ ziar แต่งได้ลึกลับซับซ้อนมากๆๆ
คิดตามทัน แต่เดาทางต่อไปไม่ถูก  แต่คิดว่า ฉู่เหวินจือ ไม่น่าจะใช่คนร้าย
รอวันนี้มาเฉลยนะครับว่าใครจับตัวอาเฟยไป แล้ว ฉู่เหวินจือคือคนของใคร

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #401 เมื่อ10-04-2011 11:54:52 »

โอยยยย ลุ้นกว่านี้มีอีกมั้ยยยย
ต่อด่วนค่ะด่วนนน อ่านไปลุ้นไป หัวใจจะวายยย

theblink

  • บุคคลทั่วไป
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #402 เมื่อ10-04-2011 13:35:25 »

แง่ง  ลุ้นๆๆ  อาฉู่เป็นใครกันแน่ !!!!!!!!!
อ๊าก  แล้วใครจับตัวเฟยเฟยไปล่ะ !?
อย่าบอกนะว่าคุณพ่อเลวๆ พรรค์นั้น     ฮึ่ม  ทนไม่้ได้ -*-
มาต่อด่วนๆเลยนะคะ  กำลังตื่นเต้นเร้าใจ     ว๊ากกกกกกก

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3488
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #403 เมื่อ10-04-2011 14:16:29 »

ค้างอีกแล้วครับท่าน
อาฉู่อาจจะเป็นคนของจู่เชว่คนก่อนที่หายสาบสูญไปก็ได้นะ
หายสาบสูญก็ใช่ว่าจะตายนี่หน่า
คนที่จับตัวเฟยเฟยมาขอให้เป็นอาฉู่ทีเถอะ

รอตอนต่อไปค่ะ


คิดเหมือนกันเลย และก็ภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้น

ส่วนคนที่จะลอบฆ่าเซินเฟย  น่าจะเป็นพ่อของเซินเฟยเองนั่นแหละ
เฮ้อ!!

ออฟไลน์ ratrirattikan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 31 (9/04/11)
«ตอบ #404 เมื่อ10-04-2011 16:00:46 »

คนที่ลอบฆ่าเซินเฟย ต้องเป็นคนของพ่อแน่ๆเลย ดูไม่น่าไว้ใจตั้งแต่เเรกเชียว
แต่อาฉู่น่ะ ที่มาอาจจะซับซ้อนหน่อยแต่คงไม่ทำอะไรร้ายๆใส่เฟยเฟยหรอก(มั้ง) เฮ้อ

ออฟไลน์ ZIar

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-1
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #405 เมื่อ10-04-2011 16:51:55 »

-32-


“ไม่ได้หรอกครับ” หวางซิงตัดสินใจปฏิเสธคำชวนของมู่อี้จิงในเสี้ยววินาที “ตอนนี้คุณเซินถูกจับตัวไป ผมต้องรีบตามไปช่วย!”

“อะไรนะ?” มู่อี้จิงมุ่นคิ้ว “เป็นไปไม่ได้หรอก ก็คุณยังปลอดภัยอยู่ตรงนี้ หากมีใครคิดจะจับตัวคุณเซินจริงคน ๆ นั้นก็น่าจะฆ่าคุณไปแล้วไม่ใช่หรือครับ?”

หวางซิงคิดตามแล้วก็เห็นจริงดังว่า หากมีคนคิดปองร้าย คนใกล้ชิดเช่นเขาย่อมไม่พ้นถูกสังหารไปด้วย เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมาย่อมแสดงให้เห็นแล้วว่าเซินเฟยมอบอำนาจให้เขาจัดการแทนในกรณีฉุกเฉิน แล้วทำไมเขาถึงถูกปล่อยตัวมาเฉย ๆ โดยมีเพียงเซินเฟยเท่านั้นที่ถูกจับตัวไป ซ้ำคนที่ปล่อยตัวเขายังบอกให้รอคนอยู่ที่นี่ จากนั้นมู่อี้จิงก็เจอตัวเขาพอดี มันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างนั้นหรือ? หรือว่า...

“คุณมู่! คุณรู้ไหมว่าใครเป็นคนเรียกคุณออกมา!” หวางซิงคิดว่าใครก็ตามที่จงใจทำให้เกิดเรื่องบังเอิญนี้ขึ้นย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวด้วยแน่

“ผมเองก็ไม่รู้หรอก เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้เป็นเบอร์ที่มีการป้องกันจากคลื่นรบกวนทำให้ติดตามคลื่นไม่ได้ ซ้ำเสียงที่โทรเข้ามายังเป็นเสียงดัดแปลง แต่ว่า...” มู่อี้จิงเงียบไปขณะมองดูเครื่องบันทึกภาพขนาดเล็กในมือ “ผมไม่เข้าใจจุดประสงค์ของคนที่ทำเรื่องนี้นัก แต่ในเมื่อฝ่ายนั้นยื่นเบาะแสมาให้อย่างละเอียดแบบนี้ บางทีเขาอาจจะไม่ได้ประสงค์ร้ายก็ได้”

“ถึงอย่างนั้นก็รับรองไม่ได้นี่ครับว่าคุณเซินจะปลอดภัยหรือเปล่า!?” เลขาหนุ่มร้องประท้วง “แล้วยังมือปืนที่ดักซุ่มก่อนหน้านี้อีก ผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าคนที่พาตัวคุณเซินไปกับมือปืนคนนั้นไม่ใช่พวกเดียวกัน”

“เพราะหลักฐานอยู่ในมือนี้ไงล่ะ” มู่อี้จิงตอบ “ไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะต้องหักหลังกันเองแล้วส่งหลักฐานการว่าจ้างมาให้ผม ทั้งที่แผนกำลังไปได้สวย”

“ถ...ถึงอย่างนั้นก็เถอะ....”

มู่อี้จิงจับมือหวางซิงแล้วบีบแน่น

“เราไม่รู้จุดประสงค์ของคนที่จับตัวคุณเซินไป แต่ว่า เรารู้จุดประสงค์และตัวตนที่แท้จริงของคนในบันทึกนี้ ดังนั้นเราควรจะตามคนที่รู้ตัวตนก่อนไม่ใช่หรือครับ? ผมคิดว่าการที่ทางนั้นส่งของสิ่งนี้มาให้เป็นเพราะต้องการยืมมือเราจัดการ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ทางนั้นจะต้องติดต่อกลับมาแน่”

“ทำไมคุณถึงได้แน่ใจแบบนั้น?” เมื่อได้ยินคำถาม มู่อี้จิงก็ยืดอกอย่างภูมิใจ

“อย่าลืมสิว่าผมเป็นนักสืบนะ เรื่องจิตวิทยาอาชญากรผมศึกษามาจนปรุแล้ว”

หวางซิงยังอดรู้สึกเป็นกังวลไม่ได้ แม้มันอาจจะเป็นอย่างที่มู่อี้จิงพูดแต่ไม่มีหลักประกันอะไรเลยที่จะทำให้เขามั่นใจได้ว่าเซินเฟยจะอยู่รอดปลอดภัยถึงตอนนั้น ซ้ำคนที่ปรากฏตัวในเครื่องบันทึกนี้....

ขณะที่กำลังพะว้าพะวงอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของหวางซิงก็ดังขึ้น

ไม่มีเบอร์ปรากฏ....

หวางซิงและมู่อี้จิงรีบมองหน้ากัน

หรือว่าจะเป็นคนที่โทรหามู่อี้จิงก่อนหน้านี้!?

หวางซิงรีบกดรับทันที

“คุณเป็นใคร?” นั่นคือคำถามแรกที่หวางซิงเลือก อย่างน้อยเขาอยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครมาจากไหน เพื่อจะได้มั่นใจได้ว่าเซินเฟยจะปลอดภัยหรือไม่ และเชื่อใจอีกฝ่ายได้หรือเปล่า

“จำเสียงของผมไม่ได้หรือครับ?” ต้นสายหัวเราะพลางกล่าวเสียงสบาย ๆ น้ำเสียงเช่นนั้นมีหรือที่หวางซิงจะจำไม่ได้

“ฉู่เหวินจือ!”

“คุณเจอกับนักสืบมู่แล้วใช่ไหม? แล้วดูเครื่องบันทึกที่ผมทิ้งเอาไว้หรือยัง?” ฉู่เหวินจือไม่ได้นำพาต่อความตื่นตระหนกของหวางซิง เขายังคงสนทนาต่อไปเรื่อย ๆ ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องราวทั่วไปไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของใคร

“คุณเซินอยู่ที่ไหน! คุณคิดจะทำอะไรกันแน่!” หวางซิงยิงคำถามโดยไม่สนใจบทสนทนาที่ตอบกลับมา

“หวางซิง ผมดูเป็นคนร้ายในสายตาคุณแล้วสินะเนี่ย” แล้วฉู่เหวินจือก็หัวเราะอีกครั้ง “เอาล่ะ ผมจะบอกให้ก็ได้ ตอนนี้คุณเซินปลอดภัยดี แล้วผมก็ไม่ได้คิดจะทำอะไร...ในตอนนี้...” เขาเน้นคำลงท้ายอย่างจงใจเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาไม่ได้คิดจะให้เวลามากมายนัก

หวางซิงสูดหายใจลึก พยายามข่มกลั้นอารมณ์โกรธเกรี้ยว

“คุณต้องการอะไร? ถ้าเป็นตำแหน่งจูเชว่ หรือการเข้าควมคุมองค์กร ถึงตายผมก็ยกให้ไม่ได้หรอกนะครับ”

“ถ้าผมจะเอาของพรรค์นั้นผมไม่ต้องยืมมือคุณกับนักสืบมู่ให้เสียเวลาหรอก สิ่งที่ผมต้องการก็อยู่ในมือคุณทั้งสองแล้ว” ฉู่เหวินจือเริ่มอธิบายหลังจากที่หวางซิงพร้อมจะรับฟัง “ก่อนอื่น ผมอยากให้คุณไปจัดการคนบงการมือปืน จะจัดการยังไงพวกคุณก็ปรึกษากันเอาเองแล้วกัน ผมเชื่อว่าพวกคุณมีวิจารณญาณต่อกรณีนี้คล้าย ๆ กัน เพียงแต่นักสืบมู่จะยอมรับวิธีการของคุณได้ไหมก็เป็นอีกเรื่อง ได้ข่าวว่าเขามีปัญหาเรื่องศีลธรรมขององค์กรใต้ดินใช่ไหม?” ฉู่เหวินจือหัวเราะเสียงลึก

“แค่นี้ใช่ไหมครับ?” หวางซิงตอบเสียงนิ่ง ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะที่เสียดหูของอีกฝ่าย

“หลังจากจัดการเรียบร้อยผมจะติดต่อไปอีกครั้ง แต่อย่าลืมว่าผมมีเวลาให้ไม่มากนัก ถ้าคุณจัดการได้เร็วก่อนผมจะคิดเรื่องสนุก ๆ ฆ่าเวลาได้ก็คงจะดีนะ?” หลังจากข่มขู่ด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ เป็นเอกลักษณ์จบ ฉู่เหวินจือก็ชิงวางสายไปก่อนที่หวางซิงจะได้ถามอะไรต่อ

“เป็นยังไงบ้าง? ฉู่เหวินจือเป็นคนทำเรื่องทั้งหมดนี้หรือ?” มู่อี้จิงไม่ได้ร่วมการสนทนาจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นหวางซิงกัดริมฝีปากคล้ายจะควักปืนออกมายิงใครสักคนได้เดี๋ยวนั้น และใครคนนั้นคงไม่พ้นเจ้าของนามที่เป็นหัวข้อสนทนา

“ฉู่เหวินจือ....ต้องการให้ผมกับคุณร่วมมือกันจัดการคน ๆ นี้” หวางซิงจับจ้องสายตาลงไปบนภาพที่ปรากฏบนเครื่องบันทึก “เป็นเรื่องแน่นอนแล้วว่าเขาบงการเรื่องมือปืนที่ซุ่มยิงในวันนี้ แต่ว่า...คุณมู่ คุณคิดจะจัดการเขายังไงถ้าจับตัวได้แล้ว?”

“สำหรับผม เขาต้องรับโทษตามกฏหมายแน่นอนอยู่แล้ว”

หวางซิงหรี่ตาลง

“นั่นไม่ใช่วิถีของมาเฟียหรอกนะครับ คุณมู่” ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก “ผมเข้าใจคุณที่อยากจะจัดการเรื่องนี้ตามกฏหมาย แต่ว่า....ถ้าทำแบบนั้นแล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่มีคนช่วยเขาออกมาจากคุกแล้วกลับมาเป็นหอกข้างแคร่อีก”

มู่อี้จิงเกาหัวแกรก ๆ ดูเหมือนงานจะล่มตั้งแต่เริ่มหากความเห็นไม่ตรงกันอย่างนี้

“ผมไม่คิดว่าการฆ่าทิ้งจะดีต่อกรณีนี้หรอกนะ ก็.....” ตำรวจหนุ่มเว้นคำไปช่วงจังหวะหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ก็ผู้ชายคนนี้น่ะ....เป็นพ่อของจูเชว่ไม่ใช่หรือ?”

“เพราะแบบนั้นน่ะสิครับ!” หวางซิงโต้ก่อนจะชะงักไป “หรือว่าที่ฉู่เหวินจือ.....”

อยู่ ๆ ท่าทีของหวางซิงก็เปลี่ยนไปในฉับพลัน จากที่เป็นเดือดเป็นแค้นแทบแย่ กลับเปลี่ยนมาเป็นท่าทางสับสนเพราะไม่อาจหยั่งรู้ความคิดของใครอีกคนได้อย่างชัดแจ้ง ด้านหนึ่งก็เหมือนประสงค์ร้าย อีกด้านก็คล้ายประสงค์ดี หวางซิงเริ่มไม่เข้าใจว่าเป้าหมายที่แท้จริงของฉู่เหวินจือแท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ซับซ้อนเกินจะคาดคิดหรือเรียบง่ายจนไม่มีใครนึกถึงกันแน่

“เรื่องนั้นพักไว้ก่อนเถอะ ความจริง...แล้วผมยังมีเรื่องที่ไม่ได้บอกอีกเรื่องนึง” มู่อี้จิงกล่าวขึ้นทำให้หวางซิงหันกลับมาให้ความสนใจกับปัจจุบันอีกครั้ง “ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนจะมีข่าวแว่วมาว่า คุณนายหลี่ แม่ของจูเชว่หายตัวไปอย่างกะทันหัน ถึงจะเป็นแค่ข่าวลือของเพื่อนบ้านก็เถอะนะครับ แต่ก็ไม่มีใครได้เห็นเงาของคุณนายมานานเกินปกติแล้ว พอมีใครถามถึงคุณเซินหยู่ก็จะตอบปัดไปว่าคุณนายหลี่กลับไปเยี่ยมญาติที่แผ่นดินใหญ่ แต่ผมคิดว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น”

หวางซิงมุ่นคิ้ว

จะว่าไป หลี่จวี๋เหม่ยก็ไม่ได้มาเยี่ยมที่บ้านใหญ่อีกเลยนับแต่เซินหยู่ถูกฉีกหน้าที่บริษัท แม้แต่ตัวเขายังนึกแปลก เพราะคนที่รักลูกถึงขนาดนั้นซ้ำพ่อยังก่อเรื่องถึงขนาดนั้น มีหรือจะไม่รีบมาหาเพื่อขอความเมตตาให้สามีตัวเอง ก่อนหน้านี้ก็ยังถ่อไปหาเซินเฟยถึงบริษัทเลยไม่ใช่หรือ?

หรือว่าหลี่จวี๋เหม่ยจะ....

แค่คิดหวางซิงก็ใจไม่ดีแล้ว หากเซินเฟยรู้เรื่องนี้เข้าจะรู้สึกเจ็บปวดขนาดไหน....

บางทีฉู่เหวินจืออาจจะรู้เรื่องทั้งหมดแล้วก็เป็นได้ จึงยืมมือเขาและมู่อี้จิงให้จัดการ

ผู้ชายคนนั้น....จะเชื่อใจได้สักแค่ไหนนะ....

“คุณหวาง....?” มู่อี้จิงเอ่ยเรียกเมื่อเห็นหวางซิงเงียบไป

“คุณมีหลักฐานถึงขั้นไหนแล้วครับ?” เจ้าของชื่อหันกลับมาถาม ซึ่งเขาหมายถึงหลักฐานอื่น ๆ นอกเหนือจากเครื่องบันทึกที่ฉู่เหวินจือจงใจทิ้งเอาไว้ให้

“ตอนนี้กำลังดำเนินการสอบปากคำเพื่อนบ้านกับคนใกล้ชิด ถึงจะมีแนวโน้มสูงว่าคุณนายหลี่จะเสียชีวิตไปแล้วแต่ทางคุณเซินหยู่ก็ยังไม่ยอมเปิดเผยอะไรกับทางตำรวจเลย กระทั่งขอเข้าไปค้นบ้านก็ยังทำไม่ได้ จะยื่นขอหมายค้นก็จำเป็นต้องมีหลักฐานแน่ชัดทางศาลถึงจะยอมออกให้” มู่อี้จิงลูบปลายคางตัวเองด้วยท่าทางครุ่นคิด “บางทีภาพในเครื่องบันทึกนี้อาจจะสามารถใช้เพื่อขอหมายค้นจากทางศาลได้”

“แต่ถ้าผ่านกระบวนการศาล คุณเซินหยู่ก็ต้องถูกลงโทษตามกฏหมายสินะครับ” หวางซิงยังไม่ลดละความตั้งใจที่จะเก็บเซินหยู่เสีย สำหรับเขาแล้ว หากไม่มีเซินหยู่สักคน ทุก ๆ อย่างอาจจะง่ายขึ้นมาก เพราะที่เซินหยู่กล้าแข็งขืนมาจนถึงตอนนี้ก็เป็นเพราะถือว่าตนเองเป็นพ่อของจูเชว่ การกระทำของผู้ชายคนนั้นรังแต่จะทำให้เซินเฟยตกต่ำลงเท่านั้น ซึ่งเขาไม่อาจยินยอมได้อีกต่อไป

“คุณหวาง ที่คุณกลัวจริง ๆ คือกลัวว่าจูเชว่จะใจอ่อนแล้วใช้อิทธิพลช่วยพ่อตัวเองออกมาสินะ?” ราวกับอ่านใจของหวางซิงได้ มู่อี้จิงถามอย่างมั่นอกมั่นใจจนผู้ถูกถามเผลอหลบตาวูบหนึ่ง

“มันมีโอกาสเป็นไปได้ไม่ใช่หรือครับ?”

มู่อี้จิงถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะครับ คุณน่ะ ชอบคิดอะไรล่วงหน้าไปสารพัด จริงอยู่ว่ามันเป็นงานของคุณที่จะคาดเดาทุก ๆ อย่าง แต่ว่า...ตอนนี้ถ้าเราไม่ลงมือทำอะไรเลยเพราะมัวแต่กลัวจะเกิดนั่นเกิดนี่ แล้วจูเชว่ที่ถูกจับตัวไปจะเป็นยังไงล่ะ?”

“...นั่นสินะครับ....” หวางซิงว่า “ถ้าอย่างนั้นเราควรจะเริ่มตรงไหนล่ะครับ คุณมู่?”

มู่อี้จิงยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกลับมาตั้งสติอยู่กับปัจจุบันได้แล้ว

“ถ้าอย่างนั้นกลับไปที่ห้องผมกันก่อนเถอะ ป่านนี้สารวัตรหรงน่าจะแฟกซ์ผลการสอบปากคำมาให้ผมหมดแล้วล่ะ”

---------------->

แผ่นหลังกว้างที่ประดับด้วยรอยแผลเป็นปื้นใหญ่เต็มแผ่นหลังคือสิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาเมื่อลืมตาขึ้น รอยแผลเป็นสีตัดกับสีเนื้อจริงแผ่กระจายวงกว้างราวกับไฟที่ไหม้ลามจนเป็นวงขนาดใหญ่แทบไม่เหลือเนื้อที่ปรากฏเนื้อจริงเลยตั้งแต่แนวบ่าจนถึงสะโพก เขาเห็นแผ่นหลังนั้นขยับไหวตามเสียงพูดที่ดังอยู่ไม่ไกลนัก แต่ด้วยสติที่ยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ ทำให้เสียงที่ได้ยินดูเลืองรางจนแทบจะเหมือนฝัน

“ไม่ต้องห่วงครับ อีกไม่นานก็จะเรียบร้อยแล้ว ขอให้วางใจเถอะครับ” หลังจบประโยคนั้นชายหนุ่มเจ้าของแผ่นหลังเปื้อนรอยแผลเป็นก็หัวเราะจนเห็นการกระเพื่อมของสะบัก “อา....เรื่องนั้น....หวังว่าคุณจะไม่โกรธผมนะครับที่ผมทำตามใจตัวเอง”

เด็กหนุ่มปรือตามองตามแผ่นหลังขึ้นไปจนเห็นเรือนผมสีดำสนิทที่ซอยทรงตามสมัยนิยม แต่ก็ได้เห็นภาพนั้นอยู่เพียงเสี้ยววินาที เพราะฝ่ายนั้นเอี้ยวตัวหันมามอง ทันใดนั้นใบหน้าอันคุ้นตาก็ปรากฏให้เห็น ทั้งรอยยิ้มบางที่ประดับมุมปากดูลึกลับและสายตาเป็นประกายลุ่มลึก

“ดูเหมือนว่าจะตื่นแล้วล่ะครับ แค่นี้ก่อนนะครับแล้วผมจะติดต่อไปใหม่” ชายหนุ่มกดตัดสายโทรศัพท์มือถือก่อนจะวางไว้บนโต๊ะที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วจึงหันมาสนใจเซินเฟยอีกครั้ง “รู้สึกยังไงบ้างครับ มึนหัวอยู่ไหม?”

“.....นาย....คิดจะทำอะไร....” เซินเฟยรู้สึกเหมือนตัวเองเฉยชากับสถานการณ์ปัจจุบันมากเกินไปสักหน่อย ทั้งที่ปกติแล้วเขาควรจะโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ควักปืนออกมายิงคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ตอนนี้สิ่งที่อัดแน่นในใจเขากลับเป็นความสับสนและความสงสัยที่มีต่อผู้ชายคนนี้ และอาจจะรวมถึงความรู้สึกช็อคที่ได้รับรู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วฉู่เหวินจือหลอกลวงเขามาตลอด เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตนเองจึงต้องรู้สึกช็อคถึงขนาดนี้ ทั้งที่เขาน่าจะคำนวณความน่าจะเป็นที่จะเกิดเรื่องแบบนี้อยู่ก่อนแล้วไม่ใช่หรือ?

ฉู่เหวินจือยิ้มกว้างขึ้น ฝ่ามืออุ่นไล้แก้มของเขาอย่างเบามืออย่างที่อีกฝ่ายชอบทำหลังจากพวกเขามีอะไรกัน

“ผมคิดว่าคุณจะลุกขึ้นมาบีบคอผมเสียอีก” ชายหนุ่มหัวเราะ

“คิดจะล้อฉันเล่นถึงเมื่อไหร่? จะทำให้ฉันเป็นตัวตลกไปอีกนานแค่ไหน?” เซินเฟยไม่นำพาต่อการหยอกล้อ ทั้งที่เขาชินกับวิธีพูดของอีกฝ่ายแล้ว แต่ในสถานการณ์อย่างนี้เขาก็ยังขำไม่ออกอยู่ดี “นายทำงานให้ใครอยู่กันแน่? เจ้านายของนายสั่งให้นายมาล้มฉันหรือยังไง?”

“นั่นคือคำถามทั้งหมดของคุณหรือเปล่า?” ฉู่เหวินจือเอ่ยถามพลางโน้มตัวลงแล้วเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาบนหน้าของเซินเฟยขึ้นไปทัดบนใบหู “ผมคุณชักยาวแล้วนะ ผมตัดให้ดีไหม?”

เพี๊ยะ!

เซินเฟยปัดมืออีกฝ่ายออกโดยแรง

“เลิกทำไขสือไร้สาระเสียที! ฉันไม่มีเวลาเล่นกับนายหรอกนะ!” เซินเฟยพยุงตัวขึ้นจากเตียง รู้สึกเหมือนสมองของเขาโคลงเคลงไปมาเมื่อขยับตัวรุนแรง แต่ก็ยังกัดฟันตีหน้าเรียบคล้ายร่างกายเป็นปกติดีทั้งที่ความจริงผะอืดผะอมเพราะฤทธิ์ยาสลบไม่น้อย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-04-2011 16:54:56 โดย ZIar »

ออฟไลน์ ZIar

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +210/-1
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #406 เมื่อ10-04-2011 16:52:51 »

ฉู่เหวินจือพรูลมหายใจออกมาก่อนจะไหวไหล่

“ที่ผมไม่พูดอะไรนี่ก็เพื่อคุณหรอกนะคุณเซิน ถ้าคุณรู้อะไรมากไปกว่านี้คุณจะรับได้จริง ๆ น่ะหรือ?”

“หมายความว่ายังไง?” เซินเฟยมุ่นคิ้ว ตัวเขานั้นไม่คิดว่าตัวเองจะรู้สึกเซอร์ไพรซ์อะไรไปมากกว่าเรื่องที่คาดเดาเรื่องผู้ชายคนนี้ผิดมาตลอดอีกแล้ว นี่เขายังจะต้องเจอเรื่องเซอร์ไพรซ์อีกสักกี่หนกันนะ?

ชายหนุ่มขยับตัวเข้าใกล้ผู้รั้งตำแหน่งจูเชว่ที่ตอนนี้ไม่ต่างกับนกปีกหักด้วยไม่มีคนสนิทอยู่ข้างกายเลยแม้แต่คนเดียว ซ้ำยังต้องเผชิญหน้ากับคนที่ตนเองจับทิศทางไม่ได้เพียงลำพัง เกราะกำบังที่ชื่อหวางซิงก็ถูกพรากไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้เซินเฟยรู้สึกไม่ต่างกับนกที่อยู่ในกำมือของอีกฝ่าย หากคิดจะบีบก็คงตายเป็นแน่ ทว่าเขาเองก็มีศักดิ์ศรีของตนเอง มีหรือจะยอมให้บีบเค้นกันง่าย ๆ เซินเฟยขบริมฝีปากตนเองแล้วถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างทรงอำนาจไม่ยอมหลบเลี่ยงและไม่ขยับตัวหนีอย่างไร้ทางสู้ หากฉู่เหวินจือคิดจะทำร้ายเขาแล้ว ก็จะขอหักนิ้วสักข้อสองข้อเป็นการลงโทษเสียหน่อย เขาเองก็ฝึกศิลปะการต่อสู้มาแต่เล็ก หากคิดว่าจะเป็นเด็กน้อยที่ตอบโต้ไม่เป็นก็ผิดแล้ว

ในขณะที่คิดไปเช่นนั้น สิ่งที่ฉู่เหวินจือทำกลับเป็นการขยับเสื้อผ้าของเซินเฟยที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะหัวเราะเมื่อเห็นท่าเตรียมสู้ของเด็กหนุ่ม

“เชื่อผมจะดีกว่า แค่คุณอยู่เฉย ๆ สัก 4-5 วัน เดี๋ยวทุกอย่างก็เรียบร้อย คุณจะได้กลับไปนั่งบนบัลลังก์ของคุณเหมือนเดิม มีหวางซิงคอยปรนนิบัติรับใช้ แถมไม่มีใครในองค์กรกล้าต่อกรกับคุณอีกต่อไป”

สิ่งที่ฉู่เหวินจือพูดให้บรรยากาศราวกับฟ้าหลังฝนอย่างไรอย่างนั้น แต่เซินเฟยที่ใช้ชีวิตอยู่ในวงการนี้มีหรือจะเชื่อคำพูดหลักลอยของอีกฝ่าย

“ตอนนี้นายไม่ใช่สุนัขของฉันแล้วสินะ” เซินเฟยถามหยั่งเชิงว่าตนเองจะสามารถขุดเอาความจริงได้มากแค่ไหน

“ผมเป็นสุนัขของคุณครับ และกำลังทำหน้าที่อย่างดีด้วย” ฉู่เหวินจือตอบกลับทันทีโดยไม่มีอาการกระอักกระอ่วนหรือลังเลให้เห็น

“ถ้าอย่างนั้นก็เล่าความจริงมาให้หมด”

ฉู่เหวินจือมีท่าทีลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนจะตอบ

“คุณเซินลืมไปแล้วหรือครับว่าผมเป็นสุนัขของคุณด้วยการแลกเปลี่ยนบางอย่าง หรือคุณคิดจะเอาเปรียบผมอยู่ฝ่ายเดียวอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ?” หลังจากพูดประโยคนั้นออกมา ดวงตาของชายหนุ่มก็เผยแววกรุ้มกริ่มไม่ปิดบัง เซินเฟยรู้สึกวูบในอกทันทีด้วยคิดว่าที่ตนปฏิเสธอยู่เสมอน่าจะทำให้อีกฝ่ายเลิกความคิดเช่นนี้ไปแล้ว เพราะเห็นที่ผ่านมาก็ไม่เคยคิดจู่โจมจริงจังสักครั้ง

“นายคิดจะทวงหนี้บุญคุณหรือยังไง?”

“เปล่าเลย ก็แค่ข้อแลกเปลี่ยนที่คุณให้ไว้กับผม จูเชว่คงไม่ผิดคำของตัวเองหรอกใช่ไหมครับ?”

เซินเฟยสูดลมหายใจเย็น ๆ เข้าปอด

“ก็ได้ จะเอายังไงก็ว่ามา”

ทันทีที่ได้ยินคำตอบรับ ฉู่เหวินจือก็ยิ้มกว้างก่อนจะขยับตัวขึ้นมานั่งบนเตียงในท่าขัดสมาธิพลางกลอกตาเหมือนกำลังคิดว่าจะเอาจุดไหนมาพูดก่อนจึงจะเหมาะสม

“ก่อนอื่น คุณเซินได้ข่าวของคุณนายหลี่บ้างไหม?”

“แม่ของฉันเกี่ยวอะไรด้วย?” เด็กหนุ่มมุ่นคิ้ว หากฉู่เหวินจือบอกว่าแม่ของเขาอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้รวมถึงเป็นนายใหญ่ของตนเอง เขาก็สามารถตีความได้ทันทีว่าฉู่เหวินจือคิดจะโกหกเขาแน่ ๆ เพราะแม่ของเขาไม่ใช่คนฉลาดเฉลียวมากขนาดนั้น ไม่มีทางคิดแผนการอันแยบยลที่ตลบหลังทั้งเขาและไป๋หู่พร้อม ๆ กันได้ หรือว่าแม่ของเขาจะอยู่เบื้องหลังมือปืนกลุ่มนั้น นั่นยิ่งยากจะเป็นไปได้เพราะแม่ของเขาถึงจะเป็ฯคนอมทุกข์แต่ก็ไม่เคยคิดร้ายกับใครแม้แต่คนเดียว ขนาดมดสักตัวยังไม่เคยเห็นลงมือฆ่าเลย ทั้งที่เขาคิดสรตะไปเช่นนั้น แต่คำตอบที่ได้ยินกลับห่างไกลจากสิ่งที่คิดไปมากโข และใกล้เคียงความจริงมากเสียจนทำให้หนาวเยือกตลอดแนวสันหลัง

“คุณนายหลี่เสียชีวิตแล้วนะครับ” ทันทีที่พูดจบประโยค ผู้พูดก็ถูกแรงมหาศาลเหวี่ยงลงไปนอนบนเตียงพร้อมกับแรงกดบนลำคอ ดวงตาของเซินเฟยวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่า

“ฉันจะเลาะฟันนายออกมาซะ” เขาพูดพลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“นั่นแหละวิธีที่เธอถูกฆ่า” ทั้งที่กำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ฉู่เหวินจือก็ยังคงพูดเรียบเรื่อยต่อไป

“หุบปาก!”

“คุณจะทำยังไงกับคนที่ฆ่าแม่ของคุณล่ะคุณเซิน?”

เซินเฟยกัดฟันกรอด สะบัดมือออกจากลำคอของฉู่เหวินจือก่อนจะลงไปยืนบนพื้นแล้วสูดหายใจหลายเฮือกจนสมองเริ่มปรอดโปร่งเช่นเดิม

“มันเป็นใคร?” เขาเอ่ยถามเสียงเย็นเยียบ

“ถึงผมบอกไปคุณก็ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก” ฉู่เหวินจือลุกขึ้นมาพลางลูบคอตนเองที่ปรากฏรอยช้ำเล็กน้อยจากมือของเซินเฟย แม้ว่าแรงของคนที่ฝึกศิลปะการต่อสู้มาเล็กน้อยอย่างเซินเฟยจะไม่มากมายจนฆ่าเขาได้ แต่ก็ทำให้เกิดร่องรอยได้เหมือนกัน

“คิดจะดูถูกฉันก็ให้มันน้อย ๆ หน่อย” เซินเฟยเหลือบตามองฉู่เหวินจือไม่ต่างกับมองมดปลวกบนพื้น แต่ผู้ถูกจับจ้องกลับไม่สะทกสะท้านกับสายตานั้น เขาลุกขึ้นมาจากเตียงกว้างแล้วโอบไหล่ของเซินเฟยจากด้านหลังก่อนจะโน้มใบหน้าแนบริมฝีปากกับใบหูแล้วกล่าง

“คนฆ่าก็คือพ่อของคุณยังไงล่ะ รวมถึงคนที่ว่าจ้างมือปืนเมื่อกลางวันด้วย”

อยู่ ๆ เซินเฟยก็รู้สึกเหมือนถูกกดทับด้วยแรงอันมหาศาล ไม่ใช่แรงจากแขนของฉู่เหวินจือ แต่เป็นความหนักอึ้งที่เกิดจากจิตใจของเขาเอง

“คุณใจอ่อนเกินไปคุณเซิน คุณอาจจะฆ่าหมอจือได้เมื่อถึงคราวจำเป็น แต่กับพ่อบังเกิดเกล้า ถึงจะรู้ว่าคน ๆ นั้นเป็นจุดด่างพร้อยของชีวิตแต่คุณก็ตัดใจลงมืออย่างเด็ดขาดไม่ได้ไม่ใช่หรือครับ?” คำพูดของฉู่เหวินจือเหมือนทะลวงเข้าไปกลางใจ แม้จะเป็นคนที่ชั่วช้าพร้อมจะปลิดชีวิตทุกคนที่ขัดขวางเส้นทางแต่อย่างไรพ่อก็คือพ่ออยู่วันยันค่ำ ใครเล่าจะสามารถปลิดชีวิตพ่อตัวเองได้ลงคอ

“อย่า...มาทำเหมือนรู้จักฉันดีหน่อยเลย....” แม้จะพยายามใช้น้ำเสียงทรงอำนาจเช่นเดิม แต่เมื่อเปล่งออกมากลับเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน

“ผมรู้จักคุณดีกว่าที่คุณคิดเสียอีก คิดว่าตลอดหลายเดือนที่ผมอยู่ข้างคุณผมเอาตาไปไว้ที่ไหนกัน” ฉู่เหวินจือพูดกลั้วหัวเราะก่อนจะดึงเซินเฟยให้หันกลับมาเผชิญหน้า “หากนั่นคือความจริงที่คุณต้องการรู้ส่วนหนึ่งแล้ว ผมก็ขอเก็บค่าแลกเปลี่ยนเลยก็แล้วกันนะครับ” ว่าจบ ฉู่เหวินจือก็ใช้กำลังที่เหนือกว่าดึงเซินเฟยให้เสียหลักล้มลงบนเตียงโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว

“เดี๋ยวสิ! จะทำอะไร!” เซินเฟยร้องออกมาทันทีที่เห็นอีกฝ่ายรูดเนคไทออกจากคอของเขาแล้วยังนำมันขึ้นมาพันธนาการมือของเขาทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน โชคดีก็แต่ไม่ได้รั้งขึ้นไปขึงไว้กับหัวเตียงก็เท่านั้น เพราะเตียงหลังนี้มีแต่หัวเตียงที่ทำจากไม้แผ่นเพื่อวางของประดับด้านบน ไม่ได้เป็นราวเหล็กซี่

หลังจากจัดการมือเสร็จเรียบร้อย แทนที่ฉู่เหวินจือจะลงมือทันที เจ้าตัวกลับผละออกแล้วหันไปที่ลิ้นชักของโต๊ะข้างเตียง ก่อนปลิดยาเม็ดหนึ่งออกมาจากแผงยาแผงหนึ่ง ยาเม็ดนั้นมีลักษณะเป็นยาที่ถูกอัดเป็นเม็ดขนาดเล็กเนียนเกลี้ยงมีสีขาวและไม่มีสัญลักษณ์ใด ๆ บนตัวยาที่จะบ่งบอกว่าเป็นของบริษัทใด หรือเป็นยาชนิดไหน ถึงอย่างนั้นเซินเฟยก็รู้ได้ทันทีจากซองอะลูมิเนียมที่ห่อหุ้มยาอยู่ ทันใดนั้นเด็กหนุ่มก็รู้สะท้านไปทั้งตัว พยายามกระเถิบหนีให้ห่างจากฉู่เหวินจือให้มากที่สุด

“สมกับเป็นหัวหน้าเลยนะครับ แค่เห็นแวบ ๆ ก็รู้แล้วหรือว่าเป็นยาอะไร?” ฉู่เหวินจือหัวเราะแล้วใช้มือเพียงมือเดียวจับข้อเท้าเซินเฟยเพื่อลากกลับมา

“ถ้านายคิดจะกอดฉัน ทำไมต้องใช้ของพรรค์นั้นด้วย”

“เพื่อแก้ปัญหาความผิดพลาดที่ผมก่อขึ้นโดยคาดไม่ถึงยังไงล่ะครับ” ฉู่เหวินจือตอบแล้วใช้ปลายนิ้วบีบกรามของเซินเฟยให้อ้าออกกว้างก่อนจะทิ้งเม็ดยาลงไปในคอ แม้เซินเฟยจะพยายามคายทิ้งอย่างไรก็ไม่อาจหนีให้หลุดจากปลายนิ้วแข็งนั้นได้ ฉู่เหวินจือหยิบน้ำขึ้นมากรอกตามโดยไม่รอช้า ทำให้ยาเม็ดเล็กนั้นไหลลงคอไปอย่างง่ายดาย เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็นแล้ว ฉู่เหวินจือจึงปล่อยให้เซินเฟยเป็นอิสระ ทันใดนั้นเซินเฟยก็ออกแรงเหวี่ยงมือทั้งคู่ของตนเองกระแทกใบหน้าอีกฝ่าย โชคร้ายที่โดนแค่มุมปากจึงปรากฏเพียงแค่รอยช้ำสีแดงแต่เจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

“ยิ่งขัดขืนมาก ยาก็ยิ่งออกฤทธิ์เร็วนะครับ” แน่นอนว่าคำเตือนของฉู่เหวินจือเขาควรจะรับฟัง เพราะโครงการเกี่ยวกับการผลิตยาตัวใหม่นี้ฉู่เหวินจือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงตามคำสั่งของเขาภายใต้การควบคุมของเหล่าโหว เพียงแต่ตัวยานี้ยังไม่มีการจำหน่าย เพียงแค่มีการทดสอบกับพวกทำงานในร้านในเขตของเขาเท่านั้น

แล้วก็เป็นอย่างที่ฉู่เหวินจือว่าไว้จริง ๆ แค่เพียงไม่นานเท่านั้น และโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้แตะต้องสัมผัสอะไรเขาเลย ภายในร่างกายของเขากลับร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างน่าละอาย

เซินเฟยรู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติอย่างรุนแรง แต่ถึงใจของเขาจะเกลียดชังการกระทำเช่นนี้ ร่างกายของเขากลับตอบสนองมันอย่างดี เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากจนแทบจะเป็นห้อเลือดเพื่อข่มกลั้นความปรารถนาจากการกระตุ้นของตัวยาซึ่งล่วงล้ำเข้าไปในร่างกายและปลุกปั่นเขาให้มีสภาพเหมือนโสเภณีราคาถูก

ปลายนิ้วอุ่นเลื่อนมาแตะที่ริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาก่อนจะนวดขยี้ให้เรียวฟันที่ขบอยู่ค่อย ๆ ผละออกไปจากผิวอันอ่อนไหวนั้น

เซินเฟยปรือตาขึ้นมองอย่างดื้อรั้น ถึงอย่างนั้นเมื่อริมฝีปากร้อนนาบเข้ามาเขากลับไม่อาจต่อต้านขัดขืนได้ ทำได้เพียงปล่อยให้อีกฝ่ายล่วงเกินด้วยปลายลิ้นที่จาบจ้วงเข้ามาถึงภายใน ลิ้นชิมรสหอมหวานชวนกระสันต์ซ่านทั่วทั้งโพรงปากที่พ่นลมร้อนผ่าวออกมาเป็นระยะ

รสจูบอันช่ำชองทำให้เซินเฟยเคลิบเคลิ้ม อาจเพราะเขาเคยชินกับจูบของฉู่เหวินจือแล้วก็เป็นได้จึงไม่รู้สึกต่อต้านมากมายนัก ทั้งยังฤทธิ์ยาที่ละลายไปทั่วร่างทำให้รู้สึกสะท้านไปทั้งตัวเพียงแค่ถูกสัมผัสด้วยปลายนิ้วและริมฝีปากของอีกฝ่ายเท่านั้น

“อ๊ะ....อย่า.....” เสียงห้ามหวะหวิวดังขึ้นเมื่อฉู่เหวินจือเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าและล่วงล้ำเข้าไปถึงเนื้อใน

“ลืมตาสิครับ” ฉู่เหวินจือกระซิบแผ่วเรียกให้เซินเฟยปรือตาขึ้นมองคนตรงหน้า “ผมเคยทำให้คุณเจ็บงั้นหรือ?”

แน่นอนว่านอกจากครั้งแรกที่ไม่ได้ถูกกระทำด้วยความเต็มใจแล้ว ฉู่เหวินจือไม่เคยทำให้เขารู้สึกทรมานกับการมีเซ็กส์เลย ทว่าร่างกายของเขากลับปฏิเสธสัมผัสเหล่านั้นทั้งหมดเมื่อหวางซิงได้กระทำรุนแรง อาจเป็นเพราะแรงช็อคหรือความผิดหวังจากครั้งนั้นเขาจึงไม่อาจยินยอมถูกกอดอย่างเต็มใจได้อีก เพียงแค่เห็นเงาคนทาบทับบนร่างก็ทำให้รู้สึกสะท้านขึ้นมาได้แล้ว หรือว่านั่น....จะเป็นความผิดพลาดที่ฉู่เหวินจือพูดถึง....

“คุณเซินมองผมสิ....คนที่กำลังกอดคุณอยู่คือสุนัขรับใช้ของคุณเองไม่ใช่หรือ?” เสียงกระซิบพร่าที่พาให้วูบวาบไปทั้งตัวดังอยู่ข้างหูแทบจะตลอดเวลา เซินเฟยแทบจะไร้สติรับรู้เรื่องราวอื่นใดนอกจากสัมผัสจากแผ่นอกเปลือยเปล่าของฉู่เหวินจือที่ทาบทับลงมาจนร้อนรุ่มสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย

“หยุดนะ....ฉันไม่....”

“เฟยเฟย....”

วิธีเรียกชื่อที่ไม่ได้ยินมานานกลืนกินสติสัมปัชชัญญะของเซินเฟยจนแทบสิ้น ความวาบหวามรุกล้ำเข้ามาในร่างอย่างรวดเร็ว ฉู่เหวินจือโน้มใบหน้าเข้ามาจนใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะระเรี่ยอยู่ตรงริมฝีปาก เซินเฟยเผยอออกโดยไม่รู้ตัวเป็นการเปิดทางให้ฉู่เหวินจือรุกรานได้อีกครั้งและอีกครั้งจนเรี่ยวแรงทั้งหลายเหือดหายไปสิ้น เซินเฟยทิ้งตัวลงนอนราบบนเตียงอย่างหมดทางต่อกร ปรือสายตามองดูรอยยิ้มที่เลื่อนเข้ามาคลอเคลียกับไรผมและใบหู ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือไม่ แต่ตอนนี้สัมผัสของฉู่เหวินจืออ่อนโยนเสียจนพาให้คล้อยตามราวกับอีกฝ่ายกำลังสัมผัสสิ่งของแสนสำคัญของตนเองอยู่อย่างไรอย่างนั้น

“เฟยเฟย....รู้สึกดีไหม? หายกลัวหรือยัง?” เสียงที่ได้ยินฟังดูอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นเพราะยาหรือเพราะอารมณ์รัญจวนหรือว่าบรรยากาศพาไปก็ไม่อาจรู้ เซินเฟยตอบรับเสียงของอีกฝ่ายด้วยการพยักหน้าอย่างเชื่องช้าพลางหอบหายใจอย่างไม่เป็นจังหวะ

ฉู่เหวินจือจับมือเซินเฟยขึ้นแนบแก้มตนเองก่อนจะแย้มรอยยิ้มอ่อนหวานที่เซินเฟยคิดว่าตนเองคงจะตาฝาด

“ผมจะทำให้คุณรู้สึกดีกว่านี้อีก ดีจนคุณลืมไม่ลงทีเดียว....”

TBC

-------------------

อากาศร้อน=[]=! คนเขียนอยากอู้!!!!
โรคแพ้อากาศร้อนกำเริบ นั่งพิมพ์ได้ 10 นาทีต้องลุกเดินไปเดินมา ไม่งั้นตาลาย= ="
สปีดตกอย่างแรง แง.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-04-2011 18:11:56 โดย ZIar »

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #407 เมื่อ10-04-2011 17:28:58 »

อ่านกี่ตอน ๆ ก็เกร็งตัว  หายใจแค่เบา ๆ ไม่กล้าหายใจแรง  กลัวคนร้ายรู้ตัว  โอยยยย

ออฟไลน์ Smirnoff

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-1
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #408 เมื่อ10-04-2011 18:09:52 »

 :z1: :z10:  กรี้้ดดดดดด  ตอนนี้ตาฉู่ได้ใจมากอ่าาาา  อ่อนโยนไปไหน :กอด1:
เฟยเฟยน่ารักเว่อออ เหมือนลูกแมวเลยแฮะ     :impress2:
ให้อาซิงช่วยจัดการคนชั่วเลย กัลลูกในไส้ยังกล้าทำขนาดนี้ :angry2: :m31:
สรุปตาฉู่เปนใคร มาจากไหนฟะ :serius2: :เฮ้อ:

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #409 เมื่อ10-04-2011 18:16:12 »

กรี๊ดดังๆ ซักที อิอิ
ว่าแต่ตกลงนี่ อีตาฉู่นี่เป็นครายยยย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
« ตอบ #409 เมื่อ: 10-04-2011 18:16:12 »





ออฟไลน์ วิหคท่องนภา

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 367
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #410 เมื่อ10-04-2011 18:43:56 »

 :pighaun: เฟยเฟย........อ่านคำนี้แล้วเผลอเคลิ้มไปด้วยเลย

ออฟไลน์ Cherry Red

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 886
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #411 เมื่อ10-04-2011 19:23:55 »

ฉู่เหวินจือ ช่างแยบยลนัก ที่ยืมมืออาซิงกับน้องมู่ กำจัดเซินหยู่ ( เพราะ เสี่ยวเฟยตัดใจทำไม่ได้ )
วิเคราะห์ดูแล้วที่ตาฉู่ทำทุกอย่าง ถือเป็นผลดีต่อเสี่ยวเฟย แต่ติดสงสัยที่เบื้องหลังของแกเท่านั้นแหละนะ
 
เฟยเฟย... ไม่ได้เห็นคำนี้มานานแล้ว พอ ๆ กับที่ไม่มี NC มาให้อ่าน ฝากความหวังไว้ตอนหน้านะค่ะ ~ :-[

theblink

  • บุคคลทั่วไป
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #412 เมื่อ10-04-2011 19:57:59 »

วุ้ย   แ่ง่ง   ตอนนี้ก็จบลงไปท่ามกลาง...
กล่องทิชชู่ของนักอ่าน.....
อ้ายๆ รออ่านตอนต่อไปนะคะ   แบบว่าลุ้น ระทึกๆ ตึกตักๆ ไม่ไหวแล้ว  ที่บอกว่าถ้ารู้เรื่องทั้งหมดนั่นแล้วจะรับได้หรอ? นั่นหมายความว่าไง ไม่ใช่แค่เรื่องแม่  แต่เป็นเรื่องของอาฉู่ด้วยใช่มั้ยละ? 

แง่งงงงง   สรุปอาฉู่เป็นใครกันแน่ !!  เดาไ่ม่ออกเลย  ลึกลับจริงๆ นายคนนี้   ตอนแรกก็เดาว่าเป็นไป๋อู่แต่ก็ไม่ใช่ เชอะๆ   เอ....  หรือว่ามีความเกี่ยวข้องอะไรกับจูเช่วคนก่อน

ปล.  ขอบคุณนะคะ  มาอัพเร็วมากๆ  ดีใจสุดๆเลย  55 5 5
มาอัพต่อเร็วๆน้า   จะรออ่านตอนต่อไปถึงขอบจอเลย  อัพเร็วให้ได้อย่างนี้นะคะ  (แหม  ก็ตอนต่อไปมันฉาก...  อ้ายๆ)  อยากจะรู้จะแย่แล้วว่าอาฉู่เป็นใครกันแน่ !! ><

cherry blossom

  • บุคคลทั่วไป
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #413 เมื่อ10-04-2011 20:14:19 »

เฟยเฟย.... :o8: :o8:

ออฟไลน์ Isuru

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 307
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #414 เมื่อ10-04-2011 20:25:51 »

ให้ค้างด้วยฉาก NC กรี๊ดดดดดดด
เรียกเฟยเฟยซะอ่อนโยนเลย ไม่ต้องใช้ยาก็ยอมค่ะ
แล้วตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าอาฉู่เป็นใคร

รอตอนต่อไปค่ะ :pighaun: :haun4:

ออฟไลน์ Monochrome

  • โคอาล่า มาร์ช *O*
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 133
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #415 เมื่อ10-04-2011 21:54:11 »

อ่านทันแล้วฮะ...

รู้สึกหายใจไม่ค่อยทัน เกร็งไป ลุ้นไป กลั้นหายใจตลอด

ฮ่าๆๆๆ

ออฟไลน์ TONG

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-4
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #416 เมื่อ11-04-2011 00:06:54 »

แต่ประเด็นที่ใครเป็นคนส่งฉู่เข้ามายังไม่เปิดเผยเลย ตามลุ้นจ้า

ออฟไลน์ Tageszeit

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #417 เมื่อ11-04-2011 00:07:55 »

ฉู่เหวินจือ เป็นคนของใครกันแน่  :เฮ้อ:
รอเฟยเฟย ตอนต่อไป  :m25:

ออฟไลน์ ratrirattikan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #418 เมื่อ11-04-2011 09:16:12 »

ยิ่งมองยิ่งน่าสงสัยน้า อาฉู่เนี่ย ตั้งใจจะถ่วงเวลาให้หวางซิงทำเรื่องอะไรกันแน่นะ
ความผิดพลาดที่ไม่ได้ก่อ แหม...ตั้งใจใช้คำนะคะเนี่ย

butterfly_bee

  • บุคคลทั่วไป
Re: บัลลังก์ปีกหงส์ ตอนที่ 32 (10/04/11)
«ตอบ #419 เมื่อ11-04-2011 09:36:30 »

แอร๊ยยยยย
ตอนอาฉู่เรียกเฟยเฟยแล้วมันสยิวกิ้วน่าดูเลยนะเนี่ย  :o8:
งานนี้เฟยเฟยของเราไม่รอดแน่แล้ววว
อาฉู่เตรียมการมาขนาดนี้...
จากที่ดูการกระทำของอาฉู่มันก็ส่งผลดีต่อเสี่ยวเฟยของเราจริงๆด้วย
ตอนนี้เหลือแค่เบื้องหลังของอาฉู่ที่ยังเป็นปริศนาอยู่
ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นว่าต่อไปจะเป็นยังไง

ปล.ขอเอาพัดมาช่วยโบกลมเย็นให้คุณZair พรึ่บ พรั่บ ๆ
แล้วจะรอติดตามตอนต่อไปน๊าา ขอบคุณค่ะ ^^

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด