แค่มีนาย by โอนนิมารุ *Rebirth*
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: แค่มีนาย by โอนนิมารุ *Rebirth*  (อ่าน 227169 ครั้ง)

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
ขอบคุณ คุณ โอนนิมารุ ที่อนุญาตให้นำเรื่องราวดีๆ มาให้อ่านกัน

ขอความกรุณาเพื่อนๆ อย่านำเอาเรื่องราวในเรื่องนี้ไปเผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากคุณ โอนนิมารุ ก่อนนะครับ


ขอบคุณครับ

หมูพูห์  :teach:


**********************************************************************************

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมและเกิดความขัดแย้ง
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขอนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0


**********************************************************

"แค่มีนาย"

    เป็นนิยายแต่งเรื่อยๆครับ ตอนนี้เขียนลงอยู่สองเวบครับ แวะมาอ่านๆในนี้ก็เลยอยากเอามาแปะในนี้บ้างนะครับ
    แอบขอโทษไว้ก่อนนะครับถ้าผมจะมาต่อเรื่องช้าไปหน่อย
    ถือเอาว่าอ่านเล่นๆเรื่อยๆละกันนะครับ


    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++


    +++ปฐมบทแห่งการพบกัน+++

  
“ปีหนึ่ง ระเบียบเชียร์ พร้อม”

“พร้อม”


“เอาใหม่ๆ เสียงแผ่วอย่างนี้พวกคุณจะไปทำมาหากินอะไรได้ เสียงน่ะมีไหม” เธออยู่ในชุดนิสิตกลัดกระดุมถึงคอ เดินหลังตรงไปมาหน้าแถวตอนหลายแถวที่มีนิสิตมหาวิทยาลัยปีแรกนับพันคนมาชุมนุมกันตามคำสั่ง “ปีหนึ่ง ระเบียบเชียร์ พร้อม” เธอกล่าวด้วยเสียงอันดังกลบพื้นที่ชุมนุมที่เงียบกริบจนตัวหอบโยนแต่ใบหน้ากลับเรียบเฉย

“พร้อม” นิสิตชั้นปีหนึ่งทุกคนตะโกนตอบรับอย่างพร้อมเพรียงต่อน้ำเสียงดังคาดคั้นเอาพลังจากประธานเชียร์ของคณะ

การซ้อมเชียร์กีฬามหาวิทยาลัยจะมีขึ้นทุกปีทุกสถาบันโดยการควบคุมแบบเข้มจากรุ่นพี่ การสอนผสานไปด้วยระเบียบวินัยซึ่งรุ่นพี่บอกว่า สิ่งนั้นจะทำให้น้องๆเกิดความสามัคคีและรู้จักกันมากขึ้น แต่ในใจของวันชนะกลับมองว่ามันเป็นเกมส์สนองตัณหาของพวกรุ่นพี่มากกว่า

“เอาล่ะ ดิฉันจะให้พวกคุณพักสิบนาที” ประธานเชียร์ยังคงกล่าวด้วยเสียงอันดังและดุมีอำนาจ เธอเดินหลังตรงออกไปข้างนอกสถานที่ชุมนุม สักพักเมื่อมีการเสิร์ฟน้ำและขนม เสียงของบรรดาเด็กเพิ่งผ่านรั้วมัธยมก็ดังขึ้นแซด

นิสิตปีหนึ่งทุกคนนั่งกับพื้น วันชนะยื่นมืออกรับขนมจากรุ่นพี่คนหนึ่งพลันคุกกี้ชิ้นน้อยรูปหัวใจไส้สตรอเบอรี่หล่นจากมือแล้วไปนอนแน่นิ่งบนตักของคนข้างๆ หากแต่เจ้าของตักมัวแต่คุยอยู่กับเพื่อนของเขาหรือไม่ก็เพราะว่าคุกกี้เบาเกินไปเขาจึงไม่สังเกตน้ำหนักที่ตกลงสู่ตัว


“เอ่อ ขอโทษครับ เอ่อ...” วันชนะแตะไหล่เขาเบาๆหมายจะขออนุญาตเอื้อมมือไปจับคุกกี้ของตน
“อะไรครับ” เจ้าของตักและไหล่นั้นหันมาทางวันชนะ รอยยิ้มที่ส่งมาทำให้วันชนะประหม่าเล็กน้อย ฟันขาวเรียงกันเป็นระเบียบ ริมฝีปากสวยได้รูป ประกอบกับคิ้วเข้มยาวบนดวงตาสีดำขลับที่เข้ากันกับจมูกโด่งสวย ทั้งหมดนี้อยู่บนใบหน้าของชายผู้นั่งข้างกายวันชนะมาแต่ตั้ม นึกแล้วเจ็บใจตัวเองที่ไม่ได้สังเกตแต่ตั้มว่าเขานั่งติดกับชายในฝันจะได้แอบมองนานๆ

“อ้อ นี่ครับ หัวใจของนาย” เขาหยิบขึ้นมาดู แล้วยื่นให้วันชนะพลางยิ้ม “อย่าเอาไปให้ใครง่ายๆอีกล่ะ”
วันชนะได้แต่ยิ้มรับมา แก้มขาวมีสีแดงระเรื่อเล็กน้อยคิดในใจว่าเจ้าคุกกี้รูปหัวใจไส้สตรอเบอรี่นี้เขาจะกินมันดีไหมนะ ค่าที่มันตกไปอยู่บนตักชายในฝันคนนี้

แล้วเขาก็หันกลับไปคุยกับเพื่อนกลุ่มของเขาต่อ วันชนะได้แต่เพ่งพินิจเจ้าหัวใจไส้สตรอเบอรี่นั้นแล้วอมยิ้ม ไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาหันมาทางวันชนะแล้วเอ่ยถาม

“นาย ชื่อไร?”

คำถามจากหนุ่มหล่อทำให้วันชนะประหม่าอีกแล้ว

“วิน”

ปากตอบไปโดยไม่มองหน้าคนถาม ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันความอายและจับได้ถึงความร้อนผ่าวบนแก้มทั้งสอง แล้วจึงรู้สติถึงมารยาทในการพบมิตรจึงได้ถามกลับไป

“นายล่ะ?”

แม้จะยังไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆแต่วันชนะก็พยายามจับโฟกัสไว้ที่กระดุมเม็ดหนึ่งบนเสื้อของเขา

“เราชื่อตั้ม”

เขายิ้มตอบอย่างเป็นมิตร “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เขายกมือขึ้นจับที่ไหล่ของวันชนะและบีบเบาๆ

พระเจ้า! วันชนะใจเต้นตุบตับ ข้างในคงละลายหมดแล้ว นี่ถ้าทำได้เขาคงจะหอมแก้มผูกมิตรชายผู้ให้สักสองที
“นายอยู่หอในรึเปล่า?” เขาถามวันชนะว่าได้พักอยู่ในหอของมหาวิทยาลัยหรือไม่
“อื้อ เราอยู่ตึกสี่” วันชนะตอบ คราวนี้โฟกัสเปลี่ยนไปอยู่ที่กระดุมเม็ดถัดขึ้นไป
“เฮ้ย จริงดิ เราก็ได้อยู่ตึกสี่ วินอยู่ห้องเบอร์อะไร?” เขาถามต่อ
“609” วันชนะตอบ


ยังไม่ทันได้ไต่ถามเพิ่มเติม เสียงของประธานเชียร์ก็ดังขึ้นทั่วบริเวณ เป็นสัญณาณเริ่มการซ้อม เขาจึงเงียบไป แต่วันชนะกลับได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นอยู่ตลอดเวลา ค่าที่ประหม่าระคนดีใจที่ได้คุยกับชายข้างกาย


...


วันชนะเดินลัดเลาะผ่านอาคารเรียนสองถึงสามอาหารจนมาโผล่ตรงทางเดินข้างๆสนามฟุตบอลในเวลาพลบค่ำ หลังจากเลิกซ้อมเชียร์เขาก็มุ่งหน้ากลับหอพักภายในมหาวิทยาลัยทันที บรรยากาศตอนนี้เหมือนฝนกำลังจะตก เพราะเขามองเห็นเมฆครึ้มดำอยู่ไม่ไกล ลมเย็นพัดค่อนข้างแรงพัดพาเศษใบไม้และฝุ่นผงลอยคลุ้ง แต่กระนั้นบริเวณสนามก็ยังถูกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งจับจองเล่นฟุตบอลกันอย่างไม่หวั่นต่อสภาพอากาศ


เหล่าผู้ชายวิ่งไล่ลูกบอลกลมๆกลางสนามนั้นดึงดูดสายตาของวันชนะได้อยู่โข ด้วยว่าเขาพึงใจในสรีระของบุรุษมาแต่พื้นเดิม ยิ่งยามนี้ผู้ชายเหล่านั้นต่างเปลือยท่อนบนเหลือเพียงกางเกงขาสั้นเท่านั้น ร่างกำยำอาบด้วยเหงื่อชุ่มโชกยิ่งทำให้รู้สึกใจหวิวๆพิกล แต่แล้วก็เกิดความรู้สึกสวนทาง ความทดท้อปั่นป่วนในความคิดว่าใครกันล่ะจะมาเข้าใจต่อความพึงใจที่แปลกแยกจากคนปกติ ร่างกายภายนอกที่เป็นชายนี้แม้จะดูอ่อนบางต่างจากผู้ชายทั่วไป แต่ยังไงก็คือผู้ชาย


คงยากที่จะสุขสมอย่างใจต้องการ

มาถึงสระน้ำด้านหน้าตึกสี่ น้ำในสระเป็นสีเขียวคล้ำ กลางสระประดับด้วยใบบัวกลุ่มหนึ่งโดยปราศจากดอก ลมแรงยังพัดมาอย่างต่อเนื่อง พุ่มเฟื่องฟ้าสูงเลยหัวข้างหน้าพัดโยกตามแรงกระพือของสายลมจนในหลุดร่วงปลิวขึ้นฟ้า

วันชนะยังคงก้าวเดินต่อไป พอถึงใต้พุ่มเฟื่องฟ้าก็พลันมีสายลมพัดมาอีกวูบหนึ่ง ส่งให้ก้านแข็งๆของมันโยกตามกระแสลมสอดเข้าไปในคอเสื้อแล้วดีดตัวกลับเกี่ยวเอาสร้อยคอเส้นเล็กบางติดไปด้วย วันชนะสะดุ้งโหยงด้วยทีแรกนึกว่ามีคนมากระชากมันไป แต่พอเห็นสร้อยของรักห้อยอยู่กับกิ่งแห้งนั้นก็เบาใจ

สร้อยคอเส้นนี้เป็นของที่คุณแม่ของเขาซื้อให้ตอนสอบเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้ มันอาจจะไม่สูงค่ามากนักเป็นเพียงสร้อยทองคำหนักเพียงสลึง แต่ล็อกเก็ตที่ติดห้อยอยู่นั้นภายในบรรจุสิ่งสำคัญเอาไว้ มันแทนตัวคุณแม่ของเขาซึ่งบัดนี้คงจะเฝ้ามองดูลูกชายคนนี้อยู่บนสรวงสวรรค์

วันชนะเอื้อมมือขึ้นคว้าเอาสายได้พร้อมกับที่สายลมอีกวูบพัดมา เป็นเพียงสายลมเย็นเบาๆแต่ได้พาเอาฝุ่นผงในอากาศปลิวติดเข้านัยน์ตา โดยอัตโนมัติมืออีกข้างรีบยกขึ้นปิดที่ตาขณะที่อีกข้างดึงสร้อยต่างหน้ามารดา

กิ่งเฟื่องฟ้าแห้งนั้นหักในทันที ส่งผลให้ร่างของเขาเสียการทรงตัวหนำซ้ำยังไปเหยียบโดนกิ่งไม้นั้นเข้าจนข้อเท้าพลิก วันชนะร้องขึ้นอย่างเจ็บปวด เขาล้มลงกับพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวเจ็บปวด จะลุกขึ้นก็เจ็บเกินบรรยาย

มือข้างหนึ่งปิดตาเอาไว้ บัดนี้น้ำตาไหลนองเต็มหน้าไปหมดแล้ว ด้วยกลไกของร่างกายที่พยายามกำจัดฝุ่นผงสิ่งแปลกปลอมออกจากนัยน์ตาบวกกับเพราะเจ็บปวดที่ข้อเท้า แต่แล้วร่างบางของเขาก็ถูกยกขึ้น

 
   +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


*** ขออนุญาตแก้ไขคำห้อยท้ายของชื่อเรื่อง เพื่อลดความรุงรังของหัวข้อ  แต่หากผู้แต่งมีเรื่องแจ้งเพิ่มเติม ก็สามารถแก้ไขชื่อเรื่องได้ตามปกติค่ะ
 ทิพย์โมบอร์ดนิยาย

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-09-2010 20:00:10 โดย THIP »

No_ProMises

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #1 เมื่อ28-02-2007 16:49:12 »

นิยาย เรื่องใหม่

ชื่อ นักขัต เท่ส์ เนอะๆ  :loveu: :loveu:


ชื่อ วันชนะ ก็น่ารัก
 :monkeylove2: :monkeylove2:


จะติดตามอ่านนะงับ

 :yeb:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2007 13:12:47 โดย หมูพูห์ »

เก๋าดี

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #2 เมื่อ28-02-2007 17:02:31 »

มาต่อเลยพี่พูห์

ให้ไว

มาแค่จี๊ดเดียวเอง

 :interest: :interest: :interest: :interest:

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2405/-22
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #3 เมื่อ28-02-2007 17:09:07 »

นิดเดียวเองมาต่ออีกหน่อยนะ :call:

gobgab

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #4 เมื่อ28-02-2007 17:15:50 »

ตั้มมาช่วยหรอ...หรือจามาเอาหัวใจนิติไปหว่า.... :give2: :give2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2007 13:13:22 โดย หมูพูห์ »

ออฟไลน์ tsuyu

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-2
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #5 เมื่อ28-02-2007 17:29:15 »

มารออ่านตอนต่อไปเหมือนกันค่ะ :yeb:

MyLoveMyBabe

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #6 เมื่อ28-02-2007 17:30:40 »

มาลงชื่อไว้ก่อน เด่วมาอ่านพรุ้งนี้นะค้าบบบ ตาพูห์ :undecided:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #7 เมื่อ28-02-2007 20:12:11 »

มาลงชื่ออ่านแระ  :laugh5:  :laugh5:
วันชนะ กับ นักขัต เหรอ ชื่อเท่ห์ดีนิ  :yeb:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2007 13:13:57 โดย หมูพูห์ »

jammy

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #8 เมื่อ28-02-2007 21:20:00 »

มารออ่านด้วยคนครับ  :myeye:

kYos

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #9 เมื่อ28-02-2007 23:51:31 »

 :impress2:  ชอบๆ
เลขห้องสวยได้ใจมั่กๆ  เอิ๊กๆ 609  :haun1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
« ตอบ #9 เมื่อ: 28-02-2007 23:51:31 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






inimeg

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #10 เมื่อ01-03-2007 04:37:46 »

ง่ะ แค่นี้เองเหยอ....

ม่ายน้า......

เอาหัวใจต๊อบมาก่อนเรย

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #11 เมื่อ01-03-2007 08:18:59 »

“พยายามอย่าขยับเท้านะ” เสียงของคนที่มาช่วยพูดขึ้น
นิติมองไม่เห็นหน้าเขาเพราะน้ำตาที่พรั่งพรูทำให้การมองเห็นลดลง เพียงแต่ว่าเสียงของคนๆนี้ฟังคุ้นหูนัก

ในอ้อมกอดของผู้มาช่วย วูบหนึ่งเขารู้สึกอบอุ่น สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อ ความแข็งแกร่ง และใจดี

“ขอบคุณครับ” นิติกล่าวขณะตัวลอยอยู่ในอ้อมแขน

ในที่สุดเขาก็วางนิติลงอย่างนุ่มนวลเมื่อมาถึงใต้ถุนตึก “อย่าเพิ่งขยับเท้านะ” เขากล่าว
“ขอบคุณครับ” นิติขอบคุณเขาอีกครั้ง เอามือข้างที่ปิดตาออก พยายามจะลืมตาแต่ยากเหลือเกิน แม้ขยับเปลือกตาหรือกลอกกลิ้งเพียงน้อยก็เจ็บ เขาคนนั้นจึงละจากนิติไปเพียงไม่กี่นาทีและกลับมาพร้อมน้ำขวด

นิติกล่าวขอบคุณอีกครั้ง แล้วนำขวดน้ำมากรอกตาแต่ดูขัดๆเขาคนนั้นจึงแย่งขวดไปบอกให้เขาพยายามลืมตาขึ้นเขาจะถือให้เอง สักพักหนึ่งโลกขุ่นมัวก็กลับมามีสีสันแม้จะเป็นสีดำมืดของกลางคืนและแสงนีออนจากหลอดไฟใต้ตึกเพราะพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ภาพค่อยๆชัดขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าของเขาคนนั้นที่อยู่ใกล้หน้าของนิติมากๆ ดวงตาเขาจ้องเข้าไปนัยน์ตาของนิติราวกับจะมองหาฝุ่นผงตัวการ นิติตกใจเล็กน้อยเพราะไม่เคยมีใครเอาหน้ามาใกล้ขนาดนี้มาก่อน แล้วสองแก้มก็ร้อนผ่าวขึ้นเมื่อรู้ว่าคนที่มาช่วยเขาเป็นใคร

ต้นน้ำนั่นเอง

“อ้าว นายเอง” นิติทักเมื่อมองเห็นเขา
“เรียกต้นสิ” เขาตอบ
“ขอบคุณครับ ต้น” นิติว่าตาม

สอบถามจึงรู้ว่าต้นน้ำเดินตามหลังนิติมาทันที่สนามแล้วก็เร่งฝีเท้าตามมาจนมาทันเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี

“ว่าแต่นายไปหยุดทำอะไรที่ตรงนั้น?” ต้นน้ำถาม
นิติสะดุ้งโหยงอีกครั้งด้วยนึกขึ้นได้ว่า ในมือเขาไม่มีสร้อยเส้นสำคัญนั้นอยู่แล้ว เขาดันตัวลุกขึ้นโดยลืมไปว่าตนเองยังมีอาการอยู่ที่ข้อเท้า แล้วก็ร้องลั่น ใบหน้าซีดลงเมื่อรู้ว่าของรักหายไป

“สร้อย นายเห็นสร้อยไหม” นิติบีบแขนต้นน้ำ “สร้อยที่ที่ล็อกเก็ตห้อยอยู่น่ะ”
“ไม่นี่ เราไม่เห็น” ต้นน้ำตอบ “บางทีอาจจะตกอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวเราจะลองไปดูให้นะ” พูดจบเขาก็วิ่งออกไปแต่ด้วยความมืดทำให้ยากที่จะมองเห็นแม้ว่าหลังจากนั้นสิบนาทีต้นน้ำจะไปขอยืมไฟฉายจากเจ้าหน้าที่ดูแลตึกมาส่องดูก็ไม่พบ หาอยู่สักพักเมื่อรู้ว่าไม่เจอแน่แล้วนิติก็ได้แต่ปลงถ้าจะเจอคงเจอไปแล้ว สร้อยทองกระทบแสงไฟมันก็คงสะท้อนแสงเห็นได้ชัดเจน

“พอเถอะ นาย เอ่อ...ต้น ช่างมันเถอะ เราคงไม่ได้คืนแล้วล่ะ” นิติพูดอย่างปลงๆแต่ก็พยายามยิ้มให้กับน้ำใจของต้นน้ำ
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะมาหาให้แต่เช้าอีกนะเผื่อจะเจอ แล้วตอนนี้เท้านายเป็นยังไงบ้างล่ะ”เขาถาม
“ก็ดีขึ้นแล้วล่ะ”นิติยิ้ม ตายังแดงๆ
“งั้นขึ้นไปข้างบนกันก่อนเถอะ เดี๋ยวเราไปส่งนายละกัน ห้อง 609 นะ” ต้นน้ำพูด

พอจะลุกขึ้นเดิน เท่านั้นความเจ็บก็กลับมายึดข้อเท้านิติอีกครั้งจนหน้าบิดเบี้ยว ต้นน้ำจึงอาสาอุ้มเขาอีกครั้ง ตอนแรกนิติปัดแต่นึสภาพตัวเองแล้วก็ได้แต่ยอมให้เขาอุ้มตัวเองขึ้น

กว่าจะมาถึงชั้นหกชั้นบนสุดโดยที่ตึก ไม่มีลิฟต์เพราะว่าเป็นตึกเก่าที่สร้างมาค่อนข้างนานคาดว่าสร้างก่อนสมัยที่ลิฟต์จะเกิด นิติค่อนขอดแบบนี้ประจำด้วยค่าที่เขาต้องขึ้นลงชั้นสูงสุดโดยบันไดทุกวัน
ถึงหน้าห้องนิติเคาะประตูเรียกรูมเมทอยู่สักพัก เห็นว่าไม่มีใครมาเปิดประตูจึงล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋าทั้งที่อยู่ถูกอุ้มอยู่ แล้วต้นน้ำก็พาเขาเข้าไป

คนเจ็บถูกวางบนเตียงอย่างนุ่มนวล นิติกล่าวขอบคุณเขาอีกครั้ง
“นายอยู่นี่ก่อนนะ อย่าเพิ่งลุกไปไหนล่ะ” ต้นน้ำพูดแล้วก็รีบวิ่งออกจากห้องไป


เพียงวินาทีที่ต้นน้ำพ้นประตู ฝนเม็ดใหญ่ก็กระหน่ำจากฟ้า เสียงฟ้าคำรามดังอยู่เหนือตึก เสียงประตูห้องกระทบผนังดังปังด้วยถูกแรงลมตีเข้ามา ละอองเล็กๆลอยเข้ามาภายในห้องพร้อมกับเสียงอื้อหวือของสายลมคำราม หนังสือหลายเล่มที่วางอยู่บนโต๊ะถูกพัดตกลงพื้น

นิติยันกายขึ้นตั้งใจจะตรงไปปิดประตูคงสักห้าก้าวจากเตียงนี้ก็คงจะถึง ก้มมองเท้าตัวเองบัดนี้บวมแดงจนน่ากลัว แต่ก็ยังตัดสินใจค่อยๆลุกขึ้น ไม่เช่นนั้นน้ำคงจะเจิ่งเต็มพื้น ยังไม่พ้นจากเตียงต้นน้ำก็ก้าวเข้ามาในห้อง

“บอกแล้วไงว่าอย่าลุกขึ้นมา” น้ำเสียงคนพูดดุเล็กน้อย
“ก็ฝนมันปลิวเข้ามา” นิติตอบเสียงอ่อย แต่ก็ไม่ยอมความ
“เอ้า กลับลงไปนอนที่เดิมเลย” เขาสั่งพร้อมกับเดินเข้ามาจับที่บ่าทั้งสองข้างของนิติและออกแรงกดเล็กน้อยซึ่งนิติเองก็ไม่ได้ต่อต้านมือเขาเลย
“เดี๋ยวเราไปปิดให้เอง”
โดยไม่สังเกตตั้งแต่ก้าวมาถึงตัวนิติ ชายหนุ่มได้เหยียบยืนบนหนังสือเล่มบางที่ถูกพัดตกลงจากโต๊ะเมื่อก่อนหน้าเขาจะเข้ามา ต้นน้ำบิดตัวจะไปปิดประตูแต่แล้วก็ต้องเสียหลักด้วยว่าปกมันๆของหนังสือเล่มนั้นและพื้นกระเบื้องที่มีละอองฝนเกาะอยู่
ร่างหนาของต้นน้ำล้มลงไปหานิติโดยที่คนร่างบางและเท้าเจ็บไม่มีทางหาเรี่ยวแรงที่ไหนมาค้ำยันตัวเขาไว้ได้เลย จนร่างทั้งสองทับทาบกันสนิท

“นายมีไข้ด้วยเหรอ ตัวร้อนๆนะ” ต้นน้ำพูดขึ้นทั้งที่ยังทับอยู่บนตัวนิติ
นิติไม่ตอบในทันทีเพราะว่ายังคงอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่พอรู้สติหลังจากนั้นก็รีบตอบ “ไม่นี่”
“แต่เราว่านายตัวร้อนนะ” ต้นน้ำยกหน้าขึ้น ความร้อนจากแก้มของนิติยังคงติดแก้มเขาไปด้วย
“ว่าแต่เมื่อกี้นายไปเอาอะไรมาเหรอ” นิติเปลี่ยนเรื่อง
“อ๋อ...” ต้นน้ำตอบเพียงเท่านั้น
“...ว่าแต่...นายจะทับเราอีกนานไหม” นิติหันหน้าไปอีกทางก่อนพูดขึ้น...คำถามที่คงไม่ต้องการคำตอบจริงจัง แก้มที่แดงเรื่อๆดูเหมือนจะแดงขึ้นอีก
“โอ้ะ! ขอโทษที” ต้นน้ำรีบยันตัวลุกขึ้น แล้วก็หันไปสนใจกับข้อเท้าของคนเจ็บ

เขาหาผ้าชุบน้ำแล้วเช็ดเบาๆทำความสะอาดจากนั้นจึงทาครีมบรรเทาปวดกล้ามเนื้อที่เขาวิ่งออกไปเอามา ตามด้วยผ้าก็อตพันเอาไว้
“วันนี้คงต้องแบบนี้ก่อนล่ะนะ เอาไว้พรุ่งนี้นายค่อยไปให้หมอดูอีกทีนะ” เขาพูดขณะที่มือก็พันผ้าก็อต


ฝนก็ยังตกหนัก เสียงอื้ออึงไปหมดอย่างกับพรุ่งนี้ตื่นมาน้ำจะท่วมเอาโลกนี้ให้จมไปเสียให้ได้ นิตินอนอยู่บนเตียง ความเหนื่อยล้า เริ่มมีกำลังเหนือกว่าการยืนหยัดเปิดตา จนต้องค่อยๆยอมให้เปลือกตาเลื่อนลงช้าๆ
...ยังรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ข้อเท้า ครีมที่ต้นน้ำเอามาทาให้ได้ผลดีจริงๆ เพราะเขาเริ่มคลายความเจ็บปวดลงมากแล้ว

ต้นน้ำออกไปแล้ว ก่อนที่ความรู้ตัวจะหมดสิ้นไป นิตินึกถึงตอนที่เขาอยู่ในอ้อมกอดแกร่งแต่ปลอดภัยของต้นน้ำ นึกถึงตอนที่แก้มของทั้งสองแนบสัมผัสตอนล้มลงบนที่นอนนี้ รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นก่อนที่ห้วงนิทราลึกจะครอบครอง...


ท่ามกลางความมืด นิตินั่งอยู่กับพื้น ...ร้องไห้...เหมือนเด็กขี้แย

“แม่ครับ ผมขอโทษ ของที่แม่ให้นิหายไปแล้ว นิขอโทษครับ”
เขายังนั่งร้องไห้อยู่ที่เดิม แล้วเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น
“อย่าร้องไห้ไปเลยนิ นี่ไง แม่เอามาคืนให้ลูกแล้วนะ” น้ำเสียงอบอุ่นคุ้นเคยนั้นเอ่ย
นิติหันไปตามทางเสียงนั้น คุณแม่ของเขายืนอยู่ตรงนั้นตรงแสงสีขาวจ้านวลตา รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปหา
แสงสว่างจ้านั้นไม่ได้ทำให้เคืองตาเลยสักนิด แล้วตอนนี้เท้าเขาหายเจ็บแล้วหรือ...

ความคิดถึงแม่จับใจทำให้ลืมความคิดสงสัยนั้นไป เขาเห็นสร้อยเส้นนั้น แม่ยื่นให้ นิติวิ่งเข้าไปหาอ้อมกอดอันอบอุ่นนั้น
“ผมคิดถึงแม่ครับ” นิติกล่าว น้ำตาไหลเต็มสองแก้ม “แม่อย่าจากผมไปอีกนะครับ”
“เด็กโง่” คุณแม่กอดเขาตอบอย่างอบอุ่นเต็มไปด้วยรัก พลางลูบที่หัว รอยยิ้มของคุณแม่ไม่มีใครเทียบได้
“ผมรักแม่ครับ” นิติกอดแม่ไม่ยอมปล่อย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2007 14:24:50 โดย หมูพูห์ »

kYos

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #12 เมื่อ01-03-2007 13:43:43 »

แค่นี้เองเหรอ... กำลังสนุกเลย
รอตอนต่อไปกั๊บ   :monkeysad:

gobgab

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #13 เมื่อ01-03-2007 13:49:13 »

เริ่มทำความคุ้นเคยกันแล้ว.... :yeb:

แต่ไหงมันปนเศร้าๆหว่า... :dont2: :dont2:

No_ProMises

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #14 เมื่อ01-03-2007 13:53:11 »

 :monkeysad: :monkeysad:


 ผมรักแม่นะครับ

ออฟไลน์ มูมู่น้อย

  • Global Moderator
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +468/-12
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #15 เมื่อ01-03-2007 14:04:54 »

นักขัต ช่างแมนแท้.....  :-[

รักแม่จัง  :loveu:  :loveu:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2007 14:27:03 โดย หมูพูห์ »

jammy

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #16 เมื่อ01-03-2007 14:53:15 »

หวังว่าวันชนะคงไม่ละเมอไปกอดตั้มนะ อิๆ  :fox2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2007 14:27:36 โดย หมูพูห์ »

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2405/-22
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #17 เมื่อ01-03-2007 16:56:46 »

ความรัดกำลังก่อตัว :loveu: :loveu: :loveu:

MyLoveMyBabe

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #18 เมื่อ01-03-2007 17:38:53 »

วันชนะตกใจ ลืมตาขึ้นมา พลันผมว่าร่างที่เค้ากอดอยุ่นั้นไม่ช่แม่ของตน แต่กลับเป็นชายหนุ่ม ที่แก้มเพิ่งสัมผัสกันไปไม่น้านนน


ว้าววๆๆ เป็นแบบนี้อ่ะป่าว อิอิ :like6:

ชอบจังเลยคับ โรแมนติคดีจัง พระเอกมาช่วยนางเอก หุหุ อุ้มขึ้นมาตั้งหกชั้น มาทายาให้อีก  ต้นน้ำน่ารักอะไรอย่างนี้ :give2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2007 14:27:59 โดย หมูพูห์ »

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #19 เมื่อ01-03-2007 19:15:36 »

หุหุ สนุก ๆ  ปนเศร้านิดนึง แต่ก็โอเคน่า  :like6:  :like6:
ชื่อเรื่องก็ไม่น่าจบเศร้า  :laugh5:  :laugh5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
« ตอบ #19 เมื่อ: 01-03-2007 19:15:36 »





โอนริโอ้

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #20 เมื่อ02-03-2007 16:55:53 »

ดันคร้าบบบ  :yeb:

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #21 เมื่อ02-03-2007 17:25:38 »


นายเอกน่าจ๋งจ๋าน :เศร้า2:

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6853
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #22 เมื่อ02-03-2007 17:41:55 »

กำ ตาโอนมีมาแอบดันเรื่องตัวเองอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-03-2007 15:52:48 โดย b|ueBoYhUb »

meemewkewkaw

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #23 เมื่อ04-03-2007 00:36:33 »

ตามทันแล้ว

ปูเสื่อรอตอนต่อไป :yeb:

ปล.นักขัตน่ารักจัง :give2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2007 14:29:44 โดย หมูพูห์ »

jammy

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #24 เมื่อ05-03-2007 09:31:14 »

เอามาลงต่อเร็วๆนะครับหายไปนานเเล้วอะ อยากอ่านต่อเร็วๆครับ  :monkeycry4:

ออฟไลน์ Lucifer

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-1
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #25 เมื่อ05-03-2007 12:04:19 »

รอคับรอ  : 222222: : 222222:

ตามมาอ่านด้วยคน  :yeb: :yeb:

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2405/-22
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #26 เมื่อ06-03-2007 20:45:44 »

 :เฮ้อ: ยังมะมาต่อเหรอ :เฮ้อ:

ออฟไลน์ A GE

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1174
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #27 เมื่อ06-03-2007 21:06:25 »

 :เฮ้อ: :เฮ้อ:  เศร้าก็เศร้า  ยังมะมาต่ออีกเหรอคับ   :เฮ้อ: :เฮ้อ:

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #28 เมื่อ07-03-2007 12:03:21 »

ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ
แปดโมงเช้าของวันใหม่มาเยือน แสงแดดจ้าสาดเป็นสายเข้ามาในห้อง วันชนะขยี้ตาก่อนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น ที่เท้ายังคงมีผ้าก็อตพันเอาไว้แต่ไม้รู้สึกร้อนแล้ว และต้องแปลกใจที่ตัวเขาอยู่ในชุดใหม่ และมองเห็นชุดนิสิตกลับไปกองอยู่ในตะกร้า หันไปมองบนเตียงพบผ้าขนหนูผืนเล็กยังชุ่มน้ำวางอยู่ใกล้ๆหมอน


“อ้าว ตื่นแล้วเหรอวิน เมื่อคืนเป็นไงบ้าง” เป็นวุฒินั่นเองที่ถามเขาเมื่อออกมาจากห้องน้ำ
“อ๋อ ไม่เป็นไรมากละ เมื่อคืนขอบใจนะ” วันชนะสรุปเอาว่าเมื่อคืนวุฒิกลับมาพบตนกำลังตัวร้อนไข้ขึ้นเป็นแน่จึงได้เอาผ้ามาเช็ดตัวให้
“เออ ไม่เป็นไร” คนตอบทำหน้างงเล็กน้อยแต่ก็โมเมรับคำขอบคุณโดยไม่คิดอะไรมาก แต่ในใจก็คิดเพียงว่า
‘มันขอบใจเรื่องอะไรวะ”

“แล้ววันนี้มีเรียนกี่โมงล่ะวิน?” รูมเมทถามพร้อมกับเอาผ้าเช็ดตัวเช็ดผมที่เปียก
“วันนี้คงยังไปไม่ไหวยังเจ็บเท้าอยู่นิดๆน่ะ ว่าจะหาเรื่องโดดสักวัน” วันชนะตอบ
“อ้าว แล้วนั่นเท้าไปโดนอะไรมาล่ะนั่น” รูมเมทถามอีก

“เอ้ะ! เมื่อคืนนายไม่เห็นหรอกเหรอ ว่าเราพันผ้าก็อตไว้” วันชนะสงสัย
“เปล่า เมื่อวานฝนตกหนักจะตายกลับมาได้ที่ไหนกันล่ะ เมื่อคืนเรานอนห้องพี่ชายเรา เพิ่งกลับมาตอนหกโมงนี่แหล่ะ” ว่าแล้ววุฒิเดินเข้ามาใกล้เขายื่นของสิ่งหนึ่งในมือมาให้วันชนะ “เอ้า ของวิน”

วันชนะดีใจจนลืมเท้าเขารีบดีดตัวขึ้น ในมือของวุฒิเป็นสร้อยเส้นนั้นนั่นเอง “เฮ้ย วุฒิได้มาได้ยังไงน่ะ” เขารีบรับมาลูบๆ กำไว้แน่น
“ไม่รู้สิ วินไม่ได้เอามาวางไว้บนโต๊ะเราหรอกเหรอ” คนตอบทำหน้าไม่รู้เรื่อง


วันชนะได้แต่สงสัยแต่ความดีใจมีมากกว่าจึงลืมคิดต่อไป เขารีบสวมสร้อยเส้นนั้นกลับเข้าที่คอพลางหลับตานึก

“แม่ครับ ขอบคุณครับ”


    หลังจากนั่งปล่อยความคิดเรื่องความฝันเมื่อคืนรวมทั้งเรื่องที่เขาตื่นขึ้นมาอยู่ในชุดใหม่อยู่สักพัก วันชนะให้คำตอบกับตัวเองว่าเขาคงจะรู้สึกเหนียวตัวแล้วลุกขึ้นมาเปลี่ยนชุดเอาเองทั้งที่ยังเบลออยู่ก็เป็นได้

    จากนั้นจึงค่อยเดินเกาะกำแพงและราวบันไดลงไปยังโรงอาหารกลางที่อยู่ไม่ไกลจากตึกสี่เท่าไรนัก
    ภายในโรงอาหารกลางคลาคล่ำไปด้วยนิสิตที่มานั่งรับประทานอาหารเช้า เสียงคุยดังเซ็งแซ่ทั่วบริเวณ

    วันชนะค่อยๆเดินเข้าไปภายในมือหนึ่งถือแก้วน้ำอัดลมอีกมือถือจานข้าวดูเกะกะขณะที่สายตามองหาที่ว่าง จนในที่สุดก็ได้จับจองที่มุมสุดของโต๊ะยาวริมหน้าต่าง

    ทานได้สองคำสายตาที่มองออกนอกหน้าต่างต้องสะดุดกับคนที่หยิบคุ้กกี้ให้เมื่อวานนี้ นักขัตกำลังรอคิวซื้ออาหารอยู่ข้างนอกนั่น เขาจ้องมองนักขัตด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมกับร่างกายกำยำนั้น บุคลิกของนักขัต รอยยิ้มที่มาพร้อมกับดวงตาหรี่ลงที่อยู่ใต้คิ้วเข้มยาวนั้น โดยปกติแล้ววันชนะติดจะเป็นคนขี้อายเล็กๆ เหมือนเมื่อวานเขาเองไม่กล้ามองตรงๆ แต่ตอนนี้เขาแฝงกายอยู่กับคนมากมาย คิดว่าเพียงสายตาคู่เดียวของเขาที่จุดนี้คงจะไม่เป็นที่สังเกตของใคร

    เสียงนกร้องจิ๊บๆบนยอดอินทนินส่งลงมาถึงพื้นฟังแล้วสบายใจ กุหลาบกอหนึ่งข้างนอกนั้นส่งช่อแดงสดชูขึ้นอวดสายตานิสิตที่เดินผ่านไปมาและที่มองเห็นจากภายในโรงอาหารแห่งนี้ ราวกับมันเติบโตมาจากความกราดเกรี้ยวของธรรมชาติเมื่อคืนนี้ ดอกแดงสดนั้นแย่งความสนใจจากสายตาของวันชนะอยู่ครู่หนึ่ง

    แล้วกระพริบตาหนึ่ง สายตาของคนทั้งสองก็ประสานกัน

    โฟกัสของคนทั้งสองถูกพิกัดมายังเจ้ากุหลาบดอกสวยราวกับว่าพวกเขาเป็นผึ้งสองตัวที่บินมาเจอกันเพราะต่างก็ถูกกลิ่นเย้ายวนล่อมา
    วันชนะหน้าร้อนผ่าวอีกครั้งที่เห็นว่าอีกฝ่ายก็จ้องมาทางเขาเช่นกัน แต่ยังคงแข็งคอไม่หันไปมองทางอื่นตามนิสัยที่จะทำเมื่อเวลาอาย เพราะยังมั่นใจอยู่ว่าจุดที่เขาอยู่นี้มีคนเป็นร้อยอยู่ด้วย คิดว่านักขัตคงจะมองละไปยังทางข้างหลังมากกว่า

    แล้วกระพริบตาหนึ่ง ชายที่ทำให้แก้มของวันชนะแดงขึ้นก็หายไปจากตรงนั้น


    วันชนะยิ้มเล็กๆให้กับการพบกันในที่ไกลๆและให้กับตัวเอง
    ทำไมเขาถึงยิ้มให้ตัวเองด้วยนะ...
    อาจยิ้มปลอบกับตัวเองเหมือนรู้ตัวล่ะมั้งว่าตัวคงเอื้อมไม่ถึง เหมือนคนแอบรักเขาข้างเดียว

    แต่เพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

    แล้วอีกกระพริบตาหนึ่ง

    “ไง นั่งด้วยคนสิ”

    เสียงคุ้นหูดังขึ้นอยู่ที่หลังวันชนะ

    เขายิ้ม ไม่ต้องหันไปมองก็รู้

    ว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร

    กังวลแต่ว่า ถ้าเขาหันไปตอนนี้ จะผิดสังเกตไหมนะ เพราะรู้สึกว่าบนแก้มมันจะร้อนผ่าวๆอีกแล้ว




+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2007 14:37:11 โดย หมูพูห์ »

abcd

  • บุคคลทั่วไป
Re: [story] แค่มีนาย by โอนนิมารุ
«ตอบ #29 เมื่อ07-03-2007 13:07:29 »

หายไปนานเยยนะจ๊ะพูห์  :give2:




นักขัตของวันชนะมาแย้วว :จ้อบจัง1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2007 14:37:43 โดย หมูพูห์ »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด