กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedsengped[at]gmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 5 6 7 8 [9] 10
81
ว่าแต่เพื่อน ๆ เคยเจอคนที่ฟังเรื่องงานหนักทั้งวันแล้วหันมาเล่าเรื่องราวแปลก ๆ ของเขาให้เราฟังแบบไม่ต้องเกรงใจกันบ้างมั้ย?
82
เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน สนุกมากเลย
83
พูดคุยทั่วไป / เรื่องเล่าในคืนเดินเล่น.
« กระทู้ล่าสุด โดย palzar เมื่อ 18-08-2026 04:55:39  »
ถ้าคุณได้ยินเสียงหัวเราะจากตรอกแคบๆ ในเมือง คุณจะเลือกเดินตามมันไปหรือไม่?
84
เรื่องสั้น / Your city's hidden beauties are here
« กระทู้ล่าสุด โดย namon1805 เมื่อ 17-08-2026 19:40:45  »
85
เรื่องสั้น / Find a girl to let loose with
« กระทู้ล่าสุด โดย Rosereven เมื่อ 17-08-2026 19:08:12  »
86
เรื่องสั้น / She's ready to meet you now
« กระทู้ล่าสุด โดย Saiting เมื่อ 17-08-2026 14:45:23  »
87
ซื้อขาย / Meet a sexy girl from your city
« กระทู้ล่าสุด โดย pitiatah_hp เมื่อ 17-08-2026 14:37:05  »
88
Boy's love story / She's ready to make your night better
« กระทู้ล่าสุด โดย Phakapol เมื่อ 16-08-2026 11:51:20  »
89
Boy's love story / Re: ขอบใจนะอิน EP1: รั้วเทคนิค
« กระทู้ล่าสุด โดย intouch เมื่อ 16-08-2026 11:10:36  »
บทที่ 1 รั้วเทคนิค

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552

เช้าวันเปิดเทอมวันแรก แดดออกดีเกินไป

ผมยืนอยู่หน้ากระจกที่บานตู้เสื้อผ้า ดึงชายเสื้อช็อปลงเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ มันยังสั้นเหมือนเดิม พอดึงลงชายเสื้อก็ลงมาได้นิดเดียว พอปล่อยมือ มันก็เด้งกลับขึ้นมาแถวหัวเข็มขัดเหมือนเดิม

ผมหันซ้าย หันขวา เสื้อช็อปตัวแรกในชีวิตควรทำให้ผมดูเป็นเด็กช่างขึ้นมาบ้าง แต่ในกระจก ผมเห็นแค่เด็กผู้ชายผอม ๆ คนหนึ่งที่ยืนเกร็งอยู่ในเสื้อที่สั้นเกินไป

กระเป๋าเป้โรงเรียนเก่าวางอยู่บนเตียง โลโก้โรงเรียนเดิมยังติดอยู่ด้านหน้า ผมหยิบมันขึ้นมาสะพาย สายกระเป๋าคุ้นมือกว่าเสื้อช็อปตัวใหม่เยอะเลย

“อินเอ๊ย! น้าอรมารอแล้ว!”

เสียงแม่ดังจากหน้าบ้าน

“ครับแม่!”

ผมดึงชายเสื้ออีกที มันไม่ยาวขึ้น ผมเลยเลิกดึง แล้วเดินออกจากห้อง

หน้าบ้าน แม่ยืนอยู่กับน้าอรเพื่อนของแม่ และเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่ง เขาใส่เสื้อช็อปคนละแบบกับผม ท่าทางดูไม่ลนเหมือนผมเลยสักนิด

“แม่ สวัสดีครับ น้าอร สวัสดีครับ”

ผมยกมือไหว้

“อิน นี่บีมนะ ลูกน้าอร รู้จักกันไว้ เรียนเทคนิคเหมือนกัน” แม่แนะนำ

ผมหันไปยิ้มให้บีม

“หวัดดี”

เสียงผมเบากว่าที่คิด

“อืม หวัดดี” บีมตอบสั้น ๆ แล้วเราก็เงียบใส่กัน

แม่มองผมกับบีมสลับกัน เหมือนอยากให้เราสองคนคุยอะไรกันต่อ แต่ผมไม่รู้จะเริ่มตรงไหน บีมเองก็ดูไม่ได้อยากเปิดบทสนทนาเท่าไหร่ เราเลยยืนเป็นเสาไฟฟ้าคนละต้นอยู่หน้าบ้าน

แม่หันไปมองเสื้อช็อปของบีม

“เสื้อบีมเขาตัดมาสวยดีนะอร พอดีตัวเลย”

ผมก้มมองเสื้อตัวเองทันที ทั้งที่ไม่ควรมองเลย

“ของอินนี่ร้านเขาตัดสั้นจริง ๆ ดูสิ เหมือนเด็กอนุบาลใส่เสื้อผิดไซซ์”

“แม่…”

ผมเรียกเบา ๆ

น้าอรหัวเราะ

“เดี๋ยวใส่ไปก็ชินพี่ เด็กผู้ชายมันไม่คิดมากหรอก”

ผมเม้มปาก อยากบอกว่าเด็กผู้ชายบางคนก็คิดมาก แต่ไม่ได้พูด

“ไป ๆ เดี๋ยวสาย”

“ครับแม่”

“ถึงแล้วโทรมาบอกด้วย”

“ครับ”

“ถ้าไม่รู้ห้องก็ถามครู เข้าใจไหม”

“ครับแม่”

แม่เอื้อมมือมาจัดปกเสื้อช็อปให้ นิ้วแม่กดปกเสื้อสองข้างให้เรียบ ผมยืนนิ่ง ปล่อยให้แม่จัด ทั้งที่บีมยืนอยู่ตรงนั้นด้วย

แม่มองผมตั้งแต่หัวลงไปถึงชายเสื้อ เหมือนยังมีอะไรไม่เข้าที่สักอย่าง ก่อนจะรีบเดินกลับเข้าไปในบ้าน หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กออกมา พับครึ่งอีกที แล้วสอดใส่กระเป๋าเสื้อช็อปตรงอกซ้ายของผม

“เหงื่อออกก็เช็ดบ้าง อย่าเอาแขนเสื้อเช็ดหน้า เข้าใจไหม”

“ครับ”

ผมก้มมองกระเป๋าเสื้อตัวเอง ผ้าเช็ดหน้าทำให้กระเป๋านูนขึ้นมานิดหนึ่ง แม่ใช้นิ้วกดขอบผ้าให้จมลงไปอีกหน่อย เหมือนกลัวว่ามันจะหล่นตั้งแต่ยังไม่ทันออกจากบ้าน

“ตั้งใจเรียนล่ะ”

“ครับ”

ผมยกมือไหว้แม่อีกครั้ง แล้วเดินตามน้าอรกับบีมไปที่รถเครื่อง

ตอนซ้อนรถออกจากบ้าน ผมใช้มือข้างหนึ่งจับท้ายรถ อีกข้างคอยดึงชายเสื้อไว้ตลอดทาง ลมเช้าพัดเข้าหน้า บ้านสองข้างทางค่อย ๆ ถอยหลังไปทีละหลัง

น้าอรไปส่งเราที่ปากซอย

“ขอบคุณครับน้า”

ผมยกมือไหว้

บีมก็ยกมือไหว้แม่ของเขา

“ตั้งใจเรียนกันนะ แล้วก็คุย ๆ กันบ้าง ทำความรู้จักกันไว้ ดอกพิกุลไม่ร่วงหรอกลูก” น้าอรมองเราสองคนแล้วหัวเราะเบา ๆ

ผมหันไปมองบีม บีมหันมามองผม

แล้วเราก็เงียบ

ดอกพิกุลของเราน่าจะเหนียวมาก

พวกผมเดินทางเข้าเมืองโดยรถสองแถว ระหว่างทางผมนั่งมองถนนข้างทาง มือจับสายกระเป๋าเป้ไว้แน่น กระเป๋าใบนี้ใช้มาตั้งแต่โรงเรียนเดิม ซิปช่องหน้าต้องดึงสองจังหวะถึงจะปิดสนิท คราบสนิมเขียวบนซิปเกาะอยู่ตรงมุมล่างเหมือนเดิม

อย่างน้อยมันก็เป็นของที่ผมรู้จัก

พอถึงในเมืองพวกผมต้องเดินไปขึ้นรถเมล์สีแดงสภาพเก่าที่จอดรออยู่ เบาะแข็ง หน้าต่างเปิดกว้าง ลมพัดเข้ามาตลอดเวลา ผมเลือกนั่งริมหน้าต่าง บีมนั่งลงข้างผม แต่เราก็ยังไม่มีอะไรจะคุย

บนรถมีเด็กนักเรียนหลายแบบ บางคนคุยเสียงดังกับเพื่อนเหมือนขึ้นรถสายนี้มาหลายรอบแล้ว บางคนหิ้วถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่ในมือ

ผมแอบมองพวกเขาเป็นพัก ๆ แล้วก็เผลอมองชายเสื้อของบางคน ทำให้โล่งใจขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะเสื้อบางคนก็สั้นเหมือนกัน

รถเมล์วิ่งออกจากตัวเมืองไปเรื่อย ๆ อาคารเริ่มน้อยลง ลมแรงขึ้น กลิ่นข้างทางเปลี่ยนจากกลิ่นควันรถเป็นกลิ่นดิน กลิ่นหญ้า แล้วก็กลิ่นเปรี้ยว ๆ หนัก ๆ ที่ลอยเข้ามาเต็มจมูก

ผมย่นหน้า

เด็กผู้ชายข้างหลังคนหนึ่งพูดขึ้น

“กลิ่นมาแล้วว่ะ ใกล้ถึงเทคนิคละ”

อีกคนหัวเราะ

“กลิ่นมันสำปะหลังรับน้อง ปวช.1”

ผมพยายามกลั้นหายใจ แต่คิดว่ากลั้นไปก็คงตายเปล่า เพราะกลิ่นมันติดอยู่ในลมจนผมต้องเบือนหน้าออกนอกหน้าต่าง

บีมหันมามองผม

“เหม็นใช่ไหม”

ผมพยักหน้า

“อืม”

แล้วเราก็เงียบต่อ แต่คราวนี้ความเงียบดูดีขึ้นนิดหนึ่ง

ไม่นาน รถเมล์ก็ชะลอ บีมลุกขึ้นก่อน

“ถึงแล้ว”

ผมรีบลุกตาม แล้วก้าวลงจากรถพร้อมนักเรียนอีกหลายคน

ป้ายวิทยาลัยเทคนิคอยู่ตรงหน้า เป็นป้ายหินอ่อนขนาดใหญ่ บนป้ายมีคำว่า “วิทยาลัยเทคนิคไร่มัน” สลักอยู่

ผมหยุดมองมันแวบหนึ่ง นักเรียนหลายคนเดินผ่านประตูเข้าไป บางคนเดินเป็นกลุ่ม บางคนเดินคนเดียว รุ่นพี่ยืนคุยกันใกล้รั้วเหมือนยืนรอเพื่อน ครูบางคนยืนดูความเรียบร้อยของนักเรียนที่เดินผ่านเข้าไป

ผมดึงชายเสื้อหนึ่งครั้ง ก่อนจะเดินตามบีมเข้าไป

เมื่อพ้นประตูเข้าไป สนามหน้าเสาธงอยู่ไม่ไกล ด้านข้างเสาธงมีองค์พระวิษณุกรรมขนาดเท่าคนจริงตั้งอยู่ มือซ้ายถือไม้เมตร มือขวาถือลูกดิ่ง สีทองขององค์ท่านสะท้อนแดดเช้าอย่างระยิบระยับ

รอบตัวผมเต็มไปด้วยนักเรียนหลายคนที่ทยอยเดินตาม ๆ กันเข้ามา เสียงรอบ ๆ ตัวปนกันจนฟังไม่รู้เรื่อง ทั้งเสียงหัวเราะ เสียงเรียกชื่อ เสียงรองเท้ากระทบพื้น และเสียงเครื่องยนต์จากถนนด้านนอก

บีมหันมาพูด

“ไปไหนดี”

“ไม่รู้สิ”

เสียงเพลงมาร์ชดังขึ้นจากลำโพง นักเรียนรอบตัวเริ่มขยับไปทางสนามหน้าเสาธงเหมือนนัดกันมาตั้งแต่เมื่อคืน

“ถ้างั้นไปเข้าแถวกันก่อน เลิกเรียนโทรบอกด้วย”

“อ่า โอเค”

บีมเดินแยกไปอีกทาง ส่วนผมยืนอยู่คนเดียว และมองซ้ายมองขวา พยายามหาว่าตัวเองต้องเข้าแถวตรงไหน

“ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ปวช.1 ทางนี้!” เสียงครูคนหนึ่งเรียก

ผมรีบเดินไปตามเสียงนั้น

พอได้ยินคำว่า “ช่างอิเล็กทรอนิกส์” ผมก็ยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่ดี ตอนสมัคร ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาอยู่แผนกนี้ตั้งแต่แรก แม่ให้ผมเลือกช่างเทคนิคสถาปัตยกรรมไว้ก่อน ผมก็เลือกตามแม่ เพราะในหัวผม สถาปัตย์คือโต๊ะเขียนแบบ ไม้ที เส้นตรง ๆ แล้วก็น่าจะเข้ากับคนที่ชอบวาดรูปเล่นในสมุดอย่างผมมากกว่า

แต่พอไปถึงห้องทะเบียน เจ้าหน้าที่บอกว่าสาขานั้นเต็มแล้ว

ผมยืนมองหน้าแม่ แม่ก็มองผม เอกสารวางอยู่บนโต๊ะ คนข้างหลังก็รออยู่

เจ้าหน้าที่ถามว่า

“งั้นเอาช่างอิเล็กทรอนิกส์ไหม”

ผมยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบไปสั้น ๆ

“ครับ”

แล้วชื่อผมก็ถูกเขียนลงในแผนกช่างอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่วันนั้น

เช้าวันนี้ ผมเลยมายืนอยู่ตรงนี้

แถวของแผนกอิเล็กทรอนิกส์มีเด็กใหม่ยืนอยู่หลายคน เพลงมาร์ชจบรอบหนึ่ง ก่อนจะเริ่มดังซ้ำอีกครั้ง ผมพยายามยืนให้เหมือนคนอื่น แดดเช้าเริ่มอุ่นขึ้นที่ท้ายคอ เด็กข้างหน้าคุยกันเสียงเบา

ผมอยากหันไปถามบ้าง แต่ปากไม่ขยับ

เมื่อเพลงมาร์ชจบลง ครูผู้ชายวัยประมาณห้าสิบ รูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีแทนเข้ม ผมบางจนเกือบล้าน สวมเสื้อซาฟารีสีกากีกับกางเกงสีกากีเดินขึ้นไปหน้าเสาธง ที่กระเป๋าหลังกางเกงมีวอเหน็บอยู่ ท่าทางของเขาดูเหมือนพร้อมออกล่าเหยื่อได้ทุกเวลา

แค่เห็นเขาเดินขึ้นไปหน้าเสาธง เสียงคุยรอบตัวก็ค่อย ๆ เบาลงเอง

ครูคนนั้นจับไมค์ มองนักเรียนใหม่ตั้งแต่แถวหน้าไปจนถึงแถวท้าย

“สวัสดีนักเรียน นักศึกษาทุกคน ผมครูพชร ครูฝ่ายปกครองของวิทยาลัย วันนี้เปิดเทอมวันแรก ผมขอต้อนรับนักเรียน นักศึกษาใหม่ทุกคนเข้าสู่วิทยาลัยเทคนิคไร่มัน”

เสียงครูดัง ชัด และแข็งพอให้ผมยืนหลังตรงขึ้นโดยไม่ต้องคิด

“มาอยู่ที่นี่แล้ว ต้องรู้จักกฎระเบียบของวิทยาลัยให้ดี เสื้อผ้า หน้าผม รองเท้า ต้องเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดตีน”

ผมก้มดูรองเท้าตัวเองแวบหนึ่ง แล้วรีบเงยหน้ากลับ

ครูพชรพูดต่ออีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องมาสาย เรื่องทะเลาะวิวาท เรื่องการแต่งกาย และเรื่องชื่อเสียงของวิทยาลัย บางประโยคผมฟังทัน บางประโยคไหลผ่านหูไป เพราะมัวแต่กังวลว่าแถวตัวเองยืนตรงหรือยัง

หลังทำกิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จ นักเรียนแต่ละแผนกก็เริ่มแยกย้ายกลับไปพื้นที่ของตัวเอง

ผมเดินตามกลุ่มเด็กอิเล็กฯ ไปแบบไม่รู้ทาง

ตึกแผนกช่างอิเล็กทรอนิกส์เป็นอาคารสี่ชั้นที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเรา ด้านหน้ามีสนามหญ้าเล็ก ๆ กับป้ายชื่อแผนกทำจากไม้ปักอยู่บนพื้น ป้ายยาวพอ ๆ กับคนแปดคนยืนเรียงกัน ที่ป้ายมีคำว่า “แผนกอิเล็กทรอนิกส์” สลักอยู่

ผมเงยหน้ามองขึ้นไป สีผนังบางส่วนซีดลงตามแดดและฝน บนระเบียงแต่ละชั้นมีรุ่นพี่ยืนคุยกันเป็นกลุ่ม ๆ บางคนก้มลงมองพวกเด็กใหม่แล้วอมยิ้มเหมือนเห็นของน่าสนใจ

ผมไม่ชอบสายตานั้นเท่าไหร่ เลยก้มมองพื้นแทน

หน้าแผนกมีป้ายประชาสัมพันธ์ซึ่งมีรายชื่อของพวกเราแปะอยู่ พร้อมกับตารางเรียนทุกชั้นปี ผมเดินเข้าไปใกล้พร้อมเด็กคนอื่น ๆ

ปวช.1 มีหลายกลุ่ม

ผมไล่หาชื่อตัวเอง

อินทร อยู่กลุ่ม 4

ผมอ่านซ้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ

กลุ่ม 4

มีเสียงคนอ่านดัง ๆ ว่าคาบแรกต้องไปเรียนที่แผนกช่างยนต์ วิชางานเครื่องยนต์เบื้องต้น

เพื่อน ๆ เริ่มเดินกัน ผมก็เดินตามไป ระหว่างทาง เสียงคุยดังขึ้นเรื่อย ๆ คนที่กล้าพูดเหมือนจะได้เพื่อนเร็วกว่า คนที่เสียงดังเหมือนมีพื้นที่มากกว่า ส่วนผมเดินอยู่เกือบท้ายกลุ่ม พยายามไม่ให้ตัวเองหลุดจากแถว

“เฮ่ย…ชื่ออะไรวะ”

เสียงหนึ่งดังขึ้นข้าง ๆ

ผมหันไปมอง เด็กผู้ชายตัวสูงกว่าผมนิดหน่อย ผิวขาว ไหล่กว้าง หน้าตาดีแบบคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง กำลังมองมาที่ผม

ผมชะงักครึ่งจังหวะ

มีคนทักแล้ว

“อ๋อ ข้า…ชื่ออินทร”

คำว่า “ข้า” หลุดออกมาก่อนที่ผมจะคิดทัน

คนตรงหน้าขมวดคิ้วนิดหนึ่ง แล้วหัวเราะ

“ชื่อเล่นดิ”

“อิน”

“กูเบสนะ”

“อ๋อ” ผมพยักหน้า

“แล้วมึงมาจากไหนวะ”

“สมุทรปราการ”

“ไกลว่ะ แล้วมาอยู่นี่ได้ไง”

“พ่อแม่ย้ายมาอยู่นี่ก่อนแล้ว ข้าเพิ่งตามมา”

“อ๋อ เออ ๆ” เบสพยักหน้าเหมือนพอใจในคำตอบ แล้วเดินต่อข้าง ๆ ผม

ผมไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ครั้งนี้ มือที่จับสายกระเป๋าไม่ได้กำแน่นเท่าเดิม

ห้องเรียนที่แผนกช่างยนต์มีกลิ่นแปลกกว่าห้องเรียนเก่ามาก กลิ่นน้ำมัน กลิ่นเหล็ก กลิ่นฝุ่น และกลิ่นอะไรบางอย่างที่ติดอยู่กับพื้น โต๊ะเก้าอี้วางไม่ค่อยเป็นระเบียบ กระดานหน้าห้องมีรอยชอล์กเก่า ๆ

ผมหาที่นั่งด้านหน้าโดยอัตโนมัติ เบสนั่งใกล้ ๆ

“มึงนั่งหน้าขนาดนี้เลยเหรอ”

ผมหันไปมอง

“ก็…ข้างหน้ามันว่าง”

“เออดี นั่งด้วยจะได้ลอกง่าย ๆ หน่อย”

“ยังไม่ได้เรียนเลย”

“เผื่อไว้ก่อน” เบสพูดหน้าตาเฉย

ผมหลุดยิ้มออกมานิดหนึ่ง

ครูเดินเข้าห้อง เสียงคุยค่อย ๆ เบาลง

“เป็นยังไงกันบ้าง เปิดเรียนวันแรก เปลี่ยนจากขาสั้นมาเป็นขายาว” ครูวางหนังสือลงบนโต๊ะ และหยิบใบรายชื่อขึ้นมา

“เอาละ เช็กชื่อกันก่อนเนอะ”

ผมนั่งตัวตรงขึ้นทันที

ครูหยิบใบรายชื่อขึ้นมา แล้วเงยหน้ามองพวกเราทั้งห้อง

“วันนี้ครูขานชื่อจริงแล้ว ให้ตอบว่ามา แล้วก็บอกชื่อเล่นด้วยนะ เพื่อนจะได้จำกันได้ ว่าใครเป็นใคร”

ผมก้มมองมือของตัวเองบนโต๊ะ

ดีเหมือนกัน

อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องเดินไปถามชื่อใครเอง

“สิรภพ”

เบสที่นั่งข้างผมยกมือ

“มาครับ ชื่อเล่นเบสครับ”

ผมหันไปมองเพื่อนคนแรกของกลุ่มที่ผมรู้จัก

ครูจดชื่อเล่นของเบสลงไปในใบเช็กชื่อ และเริ่มเช็กชื่อเพื่อนคนต่อ ๆ ไป

“อินทร”

ผมสะดุ้งนิดหนึ่ง แล้วยกมือ

“มาครับ ชื่อเล่นอินครับ”

เสียงตัวเองเบากว่าคนก่อนหน้า ผมรีบลดมือลง แล้วมองโต๊ะ

ครูเช็กชื่อต่อไปเรื่อย ๆ บางชื่อผมฟังทัน บางชื่อผ่านไปเร็วเกินกว่าจะจับไว้ได้ พอผ่านไปไม่กี่คน ชื่อกับหน้าก็เริ่มปนกัน

ครูเงยหน้าจากใบรายชื่อ

“อ่า วันนี้ยังมาไม่ครบใช่ไหม เรียนวันแรกก็ขาดเลย จะไหวไหมเนี่ย”

ห้องเงียบไปแป๊บหนึ่ง แล้วประตูห้องก็เปิดออก มีเด็กผู้ชายสามคนวิ่งเข้ามาในสภาพหอบ ๆ

“ขออนุญาตครับครู”

ครูหันไปมอง

“อ้าว ทำไมมาสาย การเรียนวันแรกควรเตรียมตัวให้พร้อม วันหลังไม่เอาแบบนี้นะ”

“ครับครู พอดีหาห้องไม่เจอครับ” หนึ่งในนั้นตอบ อีกสองคนยืนหอบอยู่ข้าง ๆ

ผมหันไปมองตามคนทั้งห้อง

ครูก้มดูใบรายชื่ออีกครั้ง

“อ่า ๆ ไหน แนะนำตัวด้วย ชื่อจริงแล้วก็ตามด้วยชื่อเล่น เริ่มจากเอ็งก่อนเลย ไอ่มนุษย์ต่างดาว”

คนแรกตัวผอมเล็กมาก ยืนเกร็งเหมือนพร้อมจะปลิวหายไปกับอากาศ

“ชวิน ชื่อเล่นเชนครับ เฮอเฮ้อ~” เสียงหัวเราะแปลก ๆ ของเขาทำให้เพื่อนแถวหลังหลุดขำขึ้นมาทันที

ครูมองเชนอยู่ครู่หนึ่ง

“เออ ดี อย่างน้อยก็มาพร้อมเสียงประกอบ”

เชนรีบยืนตรงกว่าเดิม แต่ยังยิ้มค้างอยู่มุมปาก

ครูพยักหน้า แล้วเลื่อนไปคนต่อไป

“อธิปครับ ชื่อเล่นนัทครับ” คนนี้ตอบชัดกว่า สีหน้าดูไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่

แล้วก็มาถึงคนสุดท้ายที่ยืนอยู่ท้ายกลุ่ม

ผิวขาว ตัดผมรองทรงต่ำ ผมข้างหน้าปัดเป๋ เสื้อช็อปดูเหมือนเพิ่งรีบใส่มา ลมหายใจยังไม่เข้าที่ดี

หน้าตาดีแบบที่ผมไม่ต้องมองซ้ำ

แต่ผมมองซ้ำ

“อภิธัชครับ ชื่อเล่นตันครับ”

เสียงเขาไม่ดังมาก

แต่ชื่อเล่นของเขากลับชัดในหัวผมกว่าเสียงครู

ผมกะพริบตา รีบหันกลับมาก้มมองสมุด แล้วใช้นิ้วหมุนปากกาไปมา

ครูให้ทั้งสามคนไปนั่ง พวกเขาพูดขอบคุณแล้วเดินผ่านแถวหน้าไป

แกร๊ก!

ปากกาที่ผมหมุนเล่นหลุดมือตกลงบนพื้น ผมเอียงตัวก้มลงเก็บ

แต่มีอีกมือเอื้อมมาถึงปากกาพร้อมกับผม นิ้วชี้ของเราแตะกันเบา ๆ

ผมเงยหน้าขึ้น

ตัน

เขาหยิบปากกาขึ้นมายื่นให้

“อะ”

กลิ่นเปรี้ยวจาง ๆ ลอยตามคำพูดของเขามากระทบจมูกผมเต็ม ๆ ผมเผลอย่นจมูกก่อนจะนึกได้ว่าควรเก็บอาการ

“เอ่อ…ขอบใจ” ผมรับปากกามา ตันไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินตามเพื่อนไปนั่งอีกฝั่งของห้อง

ผมก้มลงเปิดสมุด หน้ากระดาษยังว่างเปล่า ผมจับปากกาเขียนวันที่ไว้ตรงมุมบน

ครูเริ่มพูดเรื่องวิชางานเครื่องยนต์เบื้องต้น บอกว่าเราต้องเรียนอะไร ต้องเตรียมตัวอย่างไร วิชาช่างไม่ใช่แค่นั่งฟัง แต่ต้องลงมือทำ

ผมพยายามฟัง คำว่าเครื่องยนต์ เครื่องมือ ความปลอดภัย ลอยผ่านเข้าหู แต่บางจังหวะ เสียงหัวเราะจากฝั่งที่เด็กมาสายนั่งอยู่ก็ดังขึ้นเบา ๆ

ผมเหลือบไปมอง

ตัน

กำลังคุยกับเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ เขายิ้มเหมือนไม่มีอะไรยากเกินไปในเช้าวันนี้

ผมมองแค่แวบเดียวแล้วรีบหันกลับมาทันที

มองกระดาน

จับปากกา

เบสเอียงตัวมากระซิบ

“มึงจดไรบ้างวะ”

“ยังไม่ได้จด”

“อ้าว เห็นจับปากกานานละ”

“จับเฉย ๆ”

เบสหัวเราะในคอ

“เด็กสมุทรปราการนี่แปลกดีว่ะ”

ผมไม่รู้จะตอบอะไร เลยยิ้มแห้ง ๆ แล้วมองกระดานต่อ

คาบแรกผ่านไปเร็ว ทั้งที่ผมยังไม่ทันตั้งหลัก เสียงเก้าอี้ลากพื้นดังพร้อมกันเมื่อครูปล่อยเลิกคาบ เพื่อน ๆ ลุกขึ้นคุยกันทันที บางคนเดินไปหากลุ่มที่ตัวเองเริ่มสนิท บางคนถามว่าจะไปไหนต่อ บางคนบ่นว่าหิวตั้งแต่ยังไม่ถึงเที่ยง

ผมเก็บสมุดใส่กระเป๋าช้า ๆ พร้อมกับหันไปมองทางประตูห้อง เขาเดินออกไปกับเพื่อนที่มาสายด้วยกัน เสียงหัวเราะของเขาปนอยู่กับเสียงคนอื่นจนแทบแยกไม่ออก

แต่ครั้งนี้ผมมองนานกว่าครั้งแรก

เบสเดินมาหยุดข้างโต๊ะ

“ไปกันยังวะ อิน”

ผมเงยหน้า

“ไปไหน”

“ไม่รู้ เดินตามเขาไปก่อน เดี๋ยวก็รู้เอง” เขาพูดเหมือนมันง่ายมาก

ผมพยักหน้าแล้วสะพายกระเป๋า เดินออกจากห้องเรียนแผนกช่างยนต์ตามเบสไป

90
Boy's love story / Real girls, real heat, real nights
« กระทู้ล่าสุด โดย panso641 เมื่อ 16-08-2026 10:55:10  »
หน้า: 1 ... 5 6 7 8 [9] 10
สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด