กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
1
ตอนนี้คุณหมอกรและแทน สบายดีไหม :mew1:
2
Boy's love story / Re: ู^_^เหตุเกิดเพราะความว่างหลังเลิกงาน
« กระทู้ล่าสุด โดย onimalukore เมื่อ 05-07-2020 01:49:31  »
 :hao3:
3
หาญน่ารัก ใสซื่อมากๆ
4
Boy's love story / Re: Unfaithful เกมนอกใจ (Mpreg) // บทที่ 20 ขอไข่แลกงาน 100% (04/07/2020)
« กระทู้ล่าสุด โดย smmikie เมื่อ 05-07-2020 01:21:00  »
รุ้สึกไม่ชอบพัดเลย ตั้งแต่ที่เพื่อนภีมมาส่งแหละ เข้าใจความห่วง ความหวังดีของคนเป็นแม่ แต่ดูไม่ใส่ใจลูกเลย ห่วงแต่ไม่ใส่ใจ เหมือนปากบอกจะดูแล จะทำเพื่อลูก แต่มันดูยังไงไม่รุ้

ภีมก็อย่าน้อยใจแม่นักเลย แค่ปันหาของแม่ของผู้ใหญ่ก็ยังคาราคาซัง เจอลูกขี้น้อยใจเข้าไปอีก มันล้าเด้อ

#.ทั้งหมอทั้งมวนนี่คืออิน ฮือออ
5
Boy's love story / Re: Too good to be true #พิกุลทูกู๊ด ✿ 28 เซ็กซี่ดี ✿ [03/07/20] p.29
« กระทู้ล่าสุด โดย nightsza เมื่อ 05-07-2020 00:53:10  »
ขอให้คุณแม่หายไวๆนะจ้า
6
อ่านตอนนี้แล้วลุ้นมาก กลัวใจโซดา นึกว่าจะยอมมีไรกะฮาโกยะซะแล้ว  เฮ้ออ กำปั้นเกือบไปแล้วนะเนี่ย  เกือบจะไม่ได้กลับไทยซะแล้ว 555 ดีใจที่เข้าใจกันซะทีเนาะ ต่อไปก็เหลือแต่มิตติ้ง จะเป็นไงต่อไปนะ รอลุ้นตอนต่อไปค่ะ
7
Boy's love story / Re: Go Above and Beyond CH.9
« กระทู้ล่าสุด โดย halfmood เมื่อ 04-07-2020 23:35:03  »
Chapter 9

Weekend


ยามสายวันเสาร์ผมตื่นขึ้นมาอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก ตอนนี้สิบโมงกว่าแล้วแต่ผมยังฝังตัวในความอบอุ่นของผ้านวมนุ่มๆ เหมือนเดิม เพ่งจอโทรศัพท์ท่ามกลางความมืดปราศจากแสง อยู่ห้องคุณหนเหมือนอยู่ในพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ระบบม่านของที่นี่บังแสงได้ดีซะจนผมนึกว่าตัวเองอยู่ในชั้นใต้ดินไม่ใช่ชั้นสี่สิบแปด ไถทวิตเตอร์ไปได้ซักพัก ประตูห้องก็เปิดออก เป็นเจ้าของห้องเดินเข้ามาในชุดออกกำลังกายพร้อมผ้าขนหนูพาดคอ

"เล่นมือถือมืดๆ เดี๋ยวสายตาก็เสีย" ผมหรี่ตาลงเมื่อเขากดเปิดสวิตซ์ไฟ รู้สึกเหมือนตาจะบอดเพราะเผชิญแสงสว่างจ้ากระทันหัน ร่างสูงก้าวผ่านปลายเตียงไปยังฝั่งระเบียงและคว้ารีโมทมากดเปิดม่าน ผมถึงรู้ว่าที่วันนี้ห้องมันมืดกว่าปกติเป็นเพราะฟ้าข้างนอกก็หม่นเช่นกัน สายฝนตกพรำๆ ต้อนรับฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง ร่างกายเด้งออกจากเตียงโดยอัตโนมัติ ผ้าที่ตากไว้จะโดนฝนสาดหมดแล้ว

"คุณหนผ้าเปียกมั้ยอ่ะ" ผมออกไปช่วยเขารวบผ้าขนหนูเข้าห้อง ดีที่ไม่ได้แขวนอะไรไว้เยอะนอกจากผ้าขนหนูเช็ดหน้ากับผ้าเช็ดแว่นที่ซักเมื่อวาน เขาส่ายหน้า เอื้อมมือมาจับๆ ปัดๆ แถวหัวผมแทน

"ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำ ไม่หิวเหรอ"

"หิวนิดหน่อยครับ แต่ผมง่วงมากกว่าอ่ะ" อีกฝ่ายหันมากระตุกมุมปาก อยู่ใกล้ถึงเห็นว่าพี่แกใส่เสื้อรัดขนาดไหน อือหือ ดูหุ่นดิ So damn hot

"กินก่อนแล้วค่อยกลับมานอนก็ได้" ผมวางผ้าตรงมุมเตียง จัดผ้าห่มให้อยู่ในสภาพดีพร้อมเก็บหมอนข้างเข้าที่ แบมือขอผ้าขนหนูที่เขาถือไว้เอามาพับ

"ทำแบบนั้นก็เป็นกรดไหลย้อนสิครับ แต่ผมไม่นอนแล้ว เดี๋ยวไปหาอะไรกินดีกว่า ผมอยากกินอาหารทำเอง ว่าจะลงไปดูของสดที่ซูเปอร์"

"งั้นเราไปห้างกันไหม" เขาว่าขึ้นมา ผมหยุดคิดค่อยพยักหน้ารับ ยังไงวันนี้ก็ว่างทั้งวัน ไปห้างก็ดีเหมือนกันเพราะมีของให้เลือกเยอะแถมหลากหลายกว่าด้วย

"ก็ดีนะครับ แต่คุณหนไม่มีธุระเหรอวันนี้"

"ไม่มี" เจ้าตัวเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ก่อนจะหันมาบอก "ไปอาบน้ำแล้วอีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน"

"ครับผม"

ต่างฝ่ายต่างแยกไปทำธุระส่วนตัวแล้วมาเจอกันในอีกสามสิบนาทีให้หลัง ผมมองคนที่นั่งไขว่ห้างกดมือถือบนโซฟา พอเขาหันมาเห็นผมก็ลุกขึ้นยืน เจ้าของห้องใส่ชุดไปรเวทสบายๆ อย่างเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขาสั้นเท่าเข่า ผมอยู่กับเขาจนเริ่มจะชินกับความไม่เป็นทางการที่เคยเห็นบ่อยๆ แล้ว แม้ตอนแรกๆ จะแปลกตาจนมองเขาไม่เลิกเหมือนเขาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ก็ชีวิตนี้ผมไม่เคยจินตนาการตอนเจอหัวหน้าตัวเองใส่เสื้อบอลหรือบ็อกเซอร์เพียวๆ เลยนี่หว่า ถึงเขาจะดูดีชิบหายไม่ว่าจะสวมอะไรก็เถอะ เจ็บใจจริงๆ คนมันหล่อใส่อะไรก็ไม่น่าเกลียดหรอกครับ

"ไปเลยมั้ย"

"ครับ ว่าแต่เราจะไปแถวไหนดีอ่ะ"

"สยามมั้ย"

"ไม่ไกลไปเหรอครับ คุณหนหิวยัง"

"ยังเลย ผมอยากไปดูหนังสือที่ร้านหนังสือหน่อย" อ๋อ วิถีเนิร์ด ผมพึมพำในใจขณะที่มือยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง "อยากไปดูร้านแผ่นเสียงด้วย คุณหิวหรือยังล่ะ"

ผมมองคนที่บอกความต้องการตัวเองแบบนิ่งๆ สีหน้าตอนพูดไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อยแต่ผมกลับรู้สึกว่าปฏิเสธเขาไม่ได้ ตามใจคนขับแล้วกัน ท้องผมเริ่มร้องนิดๆ แต่ยังทนได้ ไปไหนก็ไปครับ ขอให้ไปถึงแล้วมีที่จอดเลยก็พอนะ

"งั้นไปสยามก็ได้ครับ ผมอยากกินชานมไข่มุกด้วย"

"กินแต่ของหวาน" เสียงบ่นลอยๆ เข้าหูขวาแล้วทะลุออกหูซ้าย ผมตั้งหน้าตั้งตาเลือกเพลงในเพลย์ลิสต์ขณะที่รถแล่นฉิวไปตามเลนขวาของถนน ตอนนี้ผมกระชับความสัมพันธ์กับเจ้านายจนถึงขั้นเชื่อมมือถือเข้ากับบลูทูธรถของเขาแล้ว และสามารถเปิดเพลงที่ตัวเองอยากฟังผ่านลำโพงรถได้ เรื่องเซอร์ไพรส์คือรสนิยมในการฟังเพลงของผมและเขาเข้ากันได้ดีเลย ผมนึกว่าคนอย่างคุณหนจะชอบแนวคลาสสิกไม่ก็แจ๊สฟังแล้วหูไฮโซซะอีก แต่ค้นพบว่าเขาชอบวงดนตรีเดียวกันผมตอนบังเอิญเจอคอลเลกชั่นอัลบั้มวางเต็มชั้นในห้องหนังสือของเขา

"คุณหนชอบไนน์ทีนตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ" ผมเอียงหัวไปตามจังหวะเพลง ภาษาเกาหลีฟังแล้วไม่เข้าใจแต่ก็ยังไพเราะ ฝนยังตกอยู่และดูจะหนักกว่าแถวคอนโด รถค่อยๆ ชะลอลงเมื่อเข้าสู่ช่วงสีแดงของถนน

"หลายปีแล้ว น้องสาวพาไปดูคอนเสิร์ตที่อังกฤษด้วย"

"โห คุณหนเคยไปดูคอนมาด้วยเหรอครับ" เขาพยักหน้ารับน้อยๆ ตาผมร้อนผ่าวด้วยความอิจฉา เงินจะบินไปอังกฤษผมยังไม่มี ไม่ต้องหวังให้ได้ดูคอนเสิร์ตหรอก "น่าอิจฉาจัง ผมชอบมาตั้งหลายปีเหมือนกันแต่ไม่มีโอกาสได้ดูเลย"

"สนุกดี เพลงเพราะ"

"ใช่มั้ยครับ ผมถึงอยากไปคอนเสิร์ตวงที่ชอบให้ครบทุกวงไง ถ้าได้ฟังครบคงตายตาหลับ เกิดมาชีวิตนี้ใช้คุ้มแล้ว"

ร่างสูงหัวเราะน้อยๆ เอ่ยถามโดยตายังจ้องไปที่ถนน

"คุณเคยไปของวงไหนมาแล้วบ้างล่ะ"

"ถ้าไม่นับตามงานโรงเรียนกับมหาลัย ที่ซื้อตั๋วไปดูเองจริงๆ มีแค่ EXO วงเกาหลีที่มากิมันชอบ กับงานดนตรีแมว* (1) อ่ะครับ ที่เหลืออดไปเพราะกดบัตรไม่เคยได้"

"เดี๋ยวก็ได้ไปอีก"

"ใช่ครับ เพราะวันศุกร์หน้าผมจะกดบัตรได้ คุณหนหมายความว่าแบบนี้ใช่มั้ย" อันนี้ให้กำลังใจตัวเองล้วนๆ แต่เอาจริงใจสั่นมาก ผมลองเข้าไปดูโพลในทวิตเตอร์ คนโหวตจะไปโคตรเยอะเลยขนาดจำกัดอายุผู้เข้าแล้วนะ แล้วหนึ่งที่นั้นมันจะเหลือมาถึงผมมั้ย

"หึๆ แล้วเราจะกินอะไรกันดี อาหารญี่ปุ่นมั้ย"

"อาหารญี่ปุ่นก็ดีนะครับ คุณหนอยากกินเหรอครับ" เขาปรายตามามองแวบหนึ่ง ตอบรับในลำคอเบาๆ

"อืม" อยากกินแต่แรกแล้วทำมาเป็นถาม โธ้ะ ผมอมยิ้ม เวลาเห็นเขาเอาแต่ใจตัวเองในเรื่องธรรมดาแบบนี้มันน่ารักดี

"ก็ได้ครับ ว่าแต่คุณหนมีร้านในใจใช่มั้ย ร้านมันอยู่ส่วนไหนของสยามเหรอครับ"

"มี อยู่สยามซอย x ใกล้ร้านชานมของคุณนั่นแหละ"

ขับรถมาเกือบครึ่งชั่วโมงก็ใกล้ถึงที่หมาย คุณหนเลี้ยวเข้าซอยซอกแซกจนเวียนหัวในที่สุดก็ชะลอรถข้างฟุตบาท ตอนนี้ใกล้เที่ยงแต่คนแถวนี้บางตากว่าที่คิดไว้ และร้านที่คุณหนอยากมากินอยู่ใกล้ร้านชานมของผมจริงด้วย เดินทะลุซอยไปหน่อยก็ถึงแล้ว เขาจำทางเก่งชะมัด นี่ถ้าให้ผมมาคนเดียวอีกรอบผมจำไม่ได้แน่นอนอ่ะ ขนาดร้านชานมต้องมาตั้งสิบรอบถึงจะจำได้ ฮ่าๆ

"ยินดีต้อนรับค่ะ สองท่านนะคะ" ผมยิ้มให้พนักงานสาวพลางก้าวตามร่างสูง กลิ่นหอมๆ ของทงคัตสึในจานที่พนักงานถือผ่านไปยั่วต่อมน้ำลาย พนักงานเดินนำผมและคุณหนไปนั่งที่โต๊ะในสุดของร้าน ตรงมุมนี้ห่างไกลโต๊ะอื่นไปหน่อยแต่ก็เป็นส่วนตัวดี

"หากจะสั่งอาหารกรุณากดกริ่งนะคะ"

ผมขอบคุณเบาๆ มือเอื้อมเปิดเมนูที่อยู่บนโต๊ะ ราคาอาหารจัดอยู่ในเรทปานกลางแบบที่มากินได้สัปดาห์ละครั้ง แต่สำหรับคนอย่างคุณหนคงมากินได้ทุกวัน ผมออกจะแปลกใจ คนอย่างเขามากินร้านแบบนี้ด้วยน่ะเหรอ

"คุณหนมากินที่นี่บ่อยเหรอครับ"

"ค่อนข้าง ถ้าผ่านมาแถวนี้ก็มากินตลอด"

"อ้อ" เขาเงยหน้าจากเล่มเมนู เอียงหัวน้อยๆ จ้องมองมา "อะไรครับ"

"น้ำเสียงคุณเหมือนไม่เชื่อผม"

"อ้าว" ผมหัวเราะ "ทำไมผมต้องไม่เชื่อคุณหนอ่ะ"

"ไม่รู้"

"เอ๊า" เราเรียกพนักงานมารับเมนูหลังจากนั้นไม่นาน เพราะว่าผมจะไปกินชานมไข่มุกอีกเลยไม่ได้สั่งอะไรเยอะนอกจากอาหารชุดคนละเซ็ตและเกี๊ยวซ่าไซส์ใหญ่ คุณหนบอกว่าร้านนี้เป็นร้านโปรดของเขา อาหารอร่อย ราคาก็ใช้ได้

"เชฟเคยเป็นหัวหน้าพ่อครัวที่ภัตตาคารในญี่ปุ่น แต่ย้ายมาอยู่ไทยกับภรรยาเลยมาเปิดร้านของตัวเอง" เขาเล่าประวัติส่วนผมพยักหน้าหงึกหงักตาม ในร้านเปิดดนตรีคลอเบาๆ แถมมีเสียงพูดคุยของลูกค้าคนอื่นเลยไม่เงียบจนเกินไป

"คุณหนรู้ได้ไงเหรอครับ"

"เคยอ่านที่เขาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร"

"โห ร้านดังขนาดลงนิตยสารเลยเหรอครับ" เขารับคำ ผมอดหันมองรอบๆ ร้านไม่ได้ "แต่ลูกค้าน้อยกว่าที่น่าจะเป็นนะครับ ผมนึกว่าเราจะต้องต่อคิวอะไรทำนองนี้"

"อืม มันต้องจองก่อนน่ะ"

"หา? " ปากผมอ้าค้าง ดึงสายตากลับมาหาคนตรงข้าม ในใจผุดคำถามเป็นดอกเห็ด

"ต้องจองก่อน? แล้วคุณหนไปจองตั้งแต่ตอนไหนอ่ะ"

"ก็-- นานแล้ว"

"ฮ่าๆ แปลว่าที่บอกว่าอยากมาสยามคือมากินร้านนี้เหรอครับ"

"อืม" เขาตอบเสียงเบา

"แบบนี้ผมก็มาขัดลาภคุณหนอ่ะดิ แทนที่จะมีร้านอร่อยที่รู้คนเดียวแบบร้านลับของตัวเองงี้"

"เปล่าซะหน่อย" เสียงทุ้มว่าอย่างนั้น ดวงตาคมมองผมนิ่ง "ตั้งใจชวนมานั่นแหละ"

"ครับ? "

"ร้านนี้อร่อย ก็เลยอยากให้มากินด้วยกัน"

ผมกระพริบตาปริบ เม้มปากอย่างไม่รู้จะตอบอะไร ได้แต่ร้องอืมในลำคอแก้เก้อ บรรยากาศผ่อนคลายจากการสนทนาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กๆ และความรู้สึกบางอย่างที่นิยามไม่ถูก รูปประโยคเมื่อครู่ประหลาดพิกล สายตาที่มองมาของเขาก็พิลึกซะจนการสบตากลับกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมา เราทั้งคู่เงียบ ดีที่อาหารมาเสิร์ฟอย่างถูกจังหวะ เลยไม่ต้องนั่งอึดอัดกับอะไรที่ผมไม่เข้าใจไปมากกว่านี้

"เดี๋ยวกินเสร็จแล้วคุณหนจะไปดูหนังสือใช่ไหมครับ" ผมคีบเกี๊ยวเข้าปาก หันเหความสนใจของตัวเองไปที่อาหารตรงหน้า เซ็ตที่สั่งมามันอลังการมาก หน้าตาสวยงามน่ากิน กลิ่นหอมฉุย รสชาติก็อร่อยสมกับที่ต้องจองคิว คุณหนดูท่าทางไม่ใช่คนชอบกินแท้ๆ แต่ความจริงพี่แกกูรูด้านอาหารเลยนะเนี้ย

"ว่าจะไปร้านแผ่นเสียงก่อน มันอยู่แถวนี้ นอกจากร้านชานมแล้วคุณจะไปไหนมั้ย"

"ไม่ครับ ผมอยากไปซื้อของสดอย่างเดียว" ผมหยุดกลืนนิดหนึ่ง "แล้วก็พวกของใช้"

"งั้นเดี๋ยวไปพารากอน"

"พารากอนมีโซนแม่บ้านด้วยเหรอครับ" ร่างสูงเอื้อมมือมาปัดผมที่ปรกตาออกให้ยามก้มหน้ากิน ผมผงกหัวขอบคุณ เขาคงรำคาญ ผมเองก็รำคาญ หน้าม้ามันยาวจนต้องไปตัดแล้ว

"ถ้าหมายถึงโซนซูเปอร์ล่ะก็มี"

"นั่นแหละครับ งั้นเรารีบกินกัน ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวไม่มีที่จอดในห้าง"

หลังอิ่มหมีพีมันกับมื้อเช้าควบกลางวันสุดพิเศษที่ต้องจองล่วงหน้า เราตัดสินใจเดินแทนที่จะขับรถไปร้านชานมเพราะมันอยู่ใกล้นิดเดียว รอบนี้เป็นผมไปต่อแถวสั่ง คนเยอะมากจนเขาต้องยืนรออยู่หน้าร้าน ผมหันไปมองเขาเป็นระยะ ขนาดยืนรออยู่แบบนั้นก็ยังแปลกเลย น้องที่ต่อแถวข้างหลังซุบซิบกันเบาๆ ชี้ให้ดูคนที่ยืนกอดอกตัวแข็งเป็นรูปปั้น โหย เสียดายชานมได้ก่อน ไม่งั้นเราอาจเห็นภาพคุณหนในเพจคิวท์บอยซักเพจเพราะน้องข้างหลังเอาแต่ละล้าละหลังไม่กล้ายกมือถือขึ้นถ่ายนั่นแหละ แต่ก็ดีแล้วครับอย่าทำเลยน้อง แอบถ่ายคนแปลกหน้ามันผิดกฎหมายอ่ะนะ

"ผมบอกว่าไม่กิน" ผมดูดไข่มุกขึ้นมา ยื่นอีกแก้วไปให้แต่เขาก็เอาแต่มองเฉยๆ

"ผมซื้อมาแล้ว คุณหนจะให้ผมกินสองแก้วเหรอครับ"

"ก็บอกว่าไม่ต้องซื้อเผื่อ"

"ผมสั่งแบบหวาน 25% ไม่ใส่ไข่มุกมา ผมรู้ว่าคุณหนไม่ชอบไข่มุก" ความจริงเขาเกลียดของหวานแทบทุกชนิด แต่ผมจะเมินความจริงข้อนี้ไปเพราะเขาไม่ยอมให้ผมช่วยออกเงินตอนมื้อก่อนหน้า เขาทำหน้าเบื่อๆ ปากบ่นมุบมิบไม่เลิกแต่ก็ยอมรับเอาแก้วชานมไปถือไว้

"บอกว่าไม่กิน ไม่กิน ไม่เคยจะฟังซักที"

หึหึ ความจริงอีกข้อคือ ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน คุณหนขัดใจผมไม่ได้หรอกครับ

ฝนหยุดตกตอนเวลาเกือบบ่ายสอง ล้อหยุดในช่องลานจอดรถเล็กๆ ซึ่งขับมาไม่ไกลจากร้านอาหาร ร้านแผ่นเสียงของคุณหนอยู่ในหลืบกว่าร้านอาหารของเขาซะอีก เราต้องเดินไปตามซอยที่งงพอควรกว่าจะเจอมันแฝงตัวอยู่ในตรอกเก่าๆ ผมอดทึ่งไม่ได้ ไม่เคยรู้เลยว่าสยามมีพื้นที่แบบนี้ด้วย มันดูคลาสสิกและมีกลิ่นอายของเรื่องราวเก่าๆ ลอยอบอวล ภายในร้านเองก็ไม่ต่างกัน ร้านขนาดห้องแถวหนึ่งคูหาอัดแน่นไปด้วยแผ่นเสียงและความทรงจำ

"คุณหนรู้จักร้านแบบนี้ได้ไงเหรอครับ" นิ้วมือไล้ไปตามสันของอัลบั้มบนชั้น ส่วนคนที่มาด้วยยืนหันหลังไล่ดูปกแผ่นเสียงอยู่ข้างๆ เขาไม่ตอบคำถามผม มือสาละวนอยู่กับการพลิกหน้าหลังอ่านดีเทลแต่ละอัน

"คุณถามผมว่าไงนะ"

"ฮ่าๆ เปล่าครับ คุณหนหาอะไรอยู่ ให้ผมช่วยหามั้ย" ผมหันมาทางเดียวกับเขา เปิดๆ ดูแต่ละแผ่น แผ่นเสียงพวกนี้มีแต่เพลงต่างประเทศเก่าๆ แบบที่ผมเห็นในห้องของเขา คุณหนคงเป็นคนชอบฟังเพลงมาก เพราะเขามีทั้งแผ่นซีดีและแผ่นเสียงเป็นกระบุง แถมยังมีเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบที่เคยเห็นแต่ในหนังด้วย คงจะเป็นสิ่งที่ชอบจริงจังหรือไม่ก็มีเงินเหลือเฟือมาใช้กับเรื่องพวกนี้ ไม่รู้ดิ ผมเองก็ฟังนะเพลงแต่ไม่ถึงขนาดเขา แบบไม่เคยมีของสะสมเป็นของตัวเองเลย

"ไม่เป็นไร ผมแค่ดูไปเรื่อยๆ น่ะ ไม่มีเป้าหมาย บางครั้งก็เจอของดีโดยบังเอิญ"

"คุณหนชอบฟังเพลงมากเลยใช่มั้ยครับ ผมเห็นในห้องหนังสือก็มีแผ่นเสียงเป็นตู้เลย"

"ก็ชอบ คุณก็ชอบนี่"

"ผมชอบฟังเฉยๆ ครับ แต่ไม่เคยซื้อสะสม"

"แต่วันนั้นผมเห็นคุณสั่งอัลบั้มมาที่ห้องนะ" ผมยิ้มแห้ง ส่ายหัวปฏิเสธ

"อันนั้นผมสั่งเพื่อซัพพอร์ตศิลปินเฉยๆ คุณหนไม่เข้าใจหรอก"

"ก็เหมือนกันนั่นแหละ" เขาว่าส่งๆ แล้วกลับไปสนใจกับกิจกรรมของตัวเองต่อ เราใช้เวลาในร้านพักใหญ่ๆ พอให้เขาได้ของติดมือกลับเกือบสิบแผ่น ตอนออกจากร้านฟ้าเปิดแล้วแต่เรายังเหลือที่ให้ไปอีกสองที่ ร้านหนังสือเป็นจุดหมายต่อไป คราวนี้เราเดินย้อนกลับไปที่รถเพื่อขับไปจอดที่ลานจอดรถของห้าง วนหาที่จอดอยู่นานจนท้อกว่าจะหาช่องได้ เอาจริงนะ ผมเกลียดการเดินห้างในวันหยุดพอๆ กับช่วงเทศกาล และการหาที่จอดรถในบ่ายสามโมงแม่งยากพอกับการเดินหาแหล่งน้ำกลางทะเลทราย วันหลังผมจะไม่ออกจากห้องในวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้อีกแล้ว

"ร้านหนังสืออยู่ชั้นไหนนะครับ"

"ชั้นสาม ผมสั่งหนังสือไว้แล้วแต่มารับเองที่สาขา เอาแปบเดียว" เขาพูดเสียงอ่อน คงสังเกตเห็นสีหน้าผมอ่ะแหละ ผมส่ายหน้าหวือ ขาก้าวตามเขาขึ้นบันไดเลื่อน

"ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องรีบ ผมแค่หงุดหงิดที่จอดรถอ่ะ ห้างก็ใหญ่ สร้างลานจอดเล็กนิดเดียว"

"วันหยุดก็แบบนี้"

"ผมไม่ค่อยชอบมาห้างในวันหยุด" ตากวาดมองไปรอบกาย คนยั้วเยี้ยเดินปนกันเป็นมดตัวเล็กๆ เต็มทุกชั้น "คนเยอะเกิน ไปกินข้าวร้านไหนก็ต้องต่อคิว"

"ผมก็ไม่ชอบ" อ้าว

"แต่คุณหนเป็นคนชวนผมมาห้างนะครับ" เขาหันมามอง พอยืนขั้นบนแล้วต้องแหงนหน้าจนสุดคอ

"อืม-- ปกติไม่ค่อยชอบ แต่มากับคุณก็ไม่แย่เท่าไหร่"

"ถึงร้านหนังสือพอดีเลยครับ" ผมรีบแตะหลังเขาให้หันกลับไป ร้านหนังสือขนาดใหญ่ปรากฏตรงหน้า เขากดยิ้มเล็กๆ ดึงมือผมให้เข้าไปด้วยกัน

"งั้นผมขอไปดูหนังสือหน่อย คุณรอได้ใช่ไหม"

"ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมไปดูหนังสือฝั่งนู้นนะ" ฝั่งนู้นของผมคือโซนการ์ตูนต่างประเทศซึ่งมีแต่เด็กเล็กๆ กับน้องวัยรุ่น ผมเสาะหาการ์ตูนที่ตัวเองติดตามโดยอาศัยดูจากสันเอา ภาษาญี่ปุ่นลายตาอ่านไม่ออกหรอก แล้วไอ้เด็กตัวกระจ้อยข้างผมที่มันเปิดอ่านขำคิกคักนี่มันอ่านรู้เรื่องเหรอวะ

"อ่านอะไรอยู่"

คุณหนหายไปแปบเดียวก็เดินกลับมาพร้อมหนังสือในมือสองเล่ม ขนาดมันหนาแบบที่เอามาหนุนนอนได้สบาย ผมชูมังงะในมือ

"นี่อ่ะเหรอครับ มันเป็นการ์ตูนที่ผมตามอยู่ แต่ผมไม่ซื้อหรอก ผมอ่านออกซะที่ไหน" ผมแค่เปิดภาพดูสปอยล์ ซึ่งนั่นนับเป็นการกระทำที่ผิดพลาดที่สุด เสียใจ อาจารย์ผู้เขียนฆ่าตัวละครที่ผมชอบอีกแล้ว!!!

"แล้วจะเอาอะไรมั้ย จะได้จ่ายด้วยกัน"

"ไม่เอาครับ คุณหนไปจ่ายเงินได้เลย ผมรอด้านนอกนะ"

"โอเค"

รอไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมถุงกระดาษ ผมแบมือกะจะช่วยถือแต่เขาเบี่ยงของหลบ หนังสือมันน่าจะหนักเอาการนะ

"ผมช่วยถือครับ"

"ไม่เป็นไร ไปซูเปอร์กันเถอะ" เขาเดินนำผมไปลิ่วๆ ขาก็ยาวยังจะก้าวไวอีก รอผมด้วยพี่

ซูเปอร์มาเก็ตข้างล่างคนเยอะเหมือนกันแต่ไม่ถึงกับต้องเบียดไหล่เดิน เราเข็นรถมาหนึ่งคัน เดินไปตามช่องต่างๆ ผมซื้อพวกแชมพู สบู่ ของใช้ต่างๆ ในห้องน้ำที่มันลดราคา ไม่สนใจหรอกว่ากลิ่นมันจะเป็นยังไง มีเจ้านายเดินตามหลังต้อยๆ เหมือนกลัวผมหาย เขาขมวดคิ้วเป็นระยะเวลาเห็นผมหยิบของเซลล์แทนที่จะเป็นของมียี่ห้อ ซอรี่พี่ ผมให้ความสำคัญกับราคามาเป็นอันดับหนึ่งครับ

"คุณหนอยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ยครับวันนี้"

"คุณจะทำเหรอ" ผมหันขวับมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ อยู่ด้วยกันมาพักนึงแล้ว กล้าพูดคำนั้นออกมาได้ยังไง!

"คุณหนกล้ากินมั้ยล่ะครับ"

"โทษที ผมต้องเป็นคนทำสินะ" ปากขยับยิ้มกริ่มแม้รู้แก่ใจว่านั่นเป็นคำประชด สกิลการทำอาหารของผมติดลบถึงขั้นสามารถเปลี่ยนห้องครัวให้เป็นสนามรบได้ ผมยังจำสลับระหว่างผักกาดขาวกับกะหล่ำปลีอยู่เลยครับทำได้ดีสุดก็คือต้มมาม่าไม่ให้มันดิบ แต่เจ้านายผมกลับมีทักษะการทำครัวสูงจนน่าตกใจ ผมเคยกินไม่กี่ครั้งหรอกเพราะเขาไม่ค่อยว่างทำ แต่อาหารที่เขาทำมันแบบ สุโค่ย โออิชิ นอมูมัชชิซซอ ฟัคกิ้งดิลิเชียส ขนคำว่าอร่อยมาบรรยายทุกภาษายังน้อยเกินไปเลย

"คุณอยากกินอะไรล่ะ"

"ผมอยากกินสปาเกตตี้คาโบนาร่า"

"งั้นก็ต้องไปซื้อเส้น" เขาว่าง่ายๆ ดึงรถเข็นให้หันกลับไป คราวนี้คุณหนเลยกลายเป็นคนนำไปซื้อวัตถุดิบ มีผมเดินตามระยะประชิดเป็นลูกเป็ดตามแม่เป็ด เขาหยิบจับนู่นนี่ใส่รถเข็นดูคล่องแคล่ว ท่าทางจริงจังยามอ่านฉลากของแต่ละยี่ห้อเทียบกัน ขนาดมุมแม่บ้านแบบนี้ก็ยังดูหล่อ ทำได้ไงครับ มีเคล็ดลับอะไรแบ่งผมบ้างมั้ยนอกจากไปตายแล้วเกิดใหม่อ่ะ

"คุณหนไม่อยากกินอะไรบ้างเลยเหรอครับ"

"ก็ไม่นะ ที่คุณอยากกินมันก็เยอะแล้ว จะเอาอะไรเพิ่มอีกเหรอ" ผมส่ายหน้า ตอนนี้ของในรถเยอะจนแทบจะเต็ม หนักจนแทบจะเข็นต่อไม่ไหวแล้วจนคุณหนต้องเป็นคนเข็นเอง เราเดินไปต่อคิวที่เคาทน์เตอร์ รอซักพักก็ถึงตาพวกผมจ่ายเงิน บิลยาวเป็นหางว่าวทำเอาตาเหลือก มือไม้อ่อนระโหยทุกครั้งเวลาต้องควักกระเป๋าตังเนี่ย

"จ่ายบัตรนะคะ"

"คุณหนจ่ายอีกแล้วอ่ะครับ" เขาเซ็นใบเสร็จและรับบัตรกลับมาเงียบๆ ผมแสดงสีหน้าไม่พอใจออกไปชัดเจน ของในรถกว่าครึ่งเป็นของผม และเราสัญญากันแล้วว่าพวกของกินในห้องผมจะเป็นคนออกอ่ะ

"คุณเลี้ยงชานมแล้วไง"

"ไม่เห็นเกี่ยวเลย ก็ผมบอกแล้วว่าพวกของกินผมจะเป็นคนซื้อ คุณหนทำงี้คุณหนทำผิดกฏนะ"

"เหรอ แล้วทำผิดกฎผมจะโดนอะไร" เขายังยกยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน หาเรื่องให้ผมหัวเสียได้นี่มีความสุขจังนะพี่ ผมได้แต่ฮึดฮัดอย่างทำอะไรไม่ได้ ผมเคยคิดซะที่ไหน ใครมันจะไปนึกล่ะวะว่าอารยชนอย่างเขาจะไม่เล่นตามกติกาที่วางไว้แบบนี้

"ผมจะดูเพลย์ลิสต์ชุดกาวน์* (2) แล้วเอามาสปอยล์คุณหน" มือยังช่วยเขายกของใส่ท้ายรถแต่ก็บ่นงึมงำไม่หยุด "เดือนหน้าผมจะจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต ค่าน้ำมันรถด้วย"

เขาหัวเราะ ผมยิ่งทุเรศตัวเอง หาอะไรที่มันน่ากลัวมากกว่านี้มาขู่ได้มั้ยกู

เรากลับถึงห้องตอนหกโมง ความจริงไม่ควรใช้เวลาขนาดนี้ถ้ารถไม่ติดและไม่รอเอาพิซซ่า ปากบอกว่าอยากกินอาหารกินเองตั้งแต่เช้าแต่สุดท้ายก็เดินเข้าร้านพิซซ่าเพราะโปร 1+1 โดยให้เหตุผลกับเพื่อนร่วมห้องว่าของสดเอาไว้ทำพรุ่งนี้ เราช่วยกันขนของขึ้นห้อง ผมแยกของใช้ของตัวเองไปเก็บส่วนอีกฝ่ายแช่พวกอาหารและของสดเข้าตู้เย็น ได้ฤกษ์กินพิซซ่าตอนหนึ่งทุ่มหลังอาบน้ำเพิ่มความสดชื่นให้ตัวเองแล้ว คุณหนออกมาก่อน สงสัยจะเอาพิซซ่าและอาหารทานเล่นอย่างอื่นไปอุ่นอีกรอบ ผมทรุดนั่งที่พื้นพรมข้างล่าง ใช้ตัวโซฟาเป็นพนักพิง หยิบพิซซ่าขึ้นมากัดหนึ่งคำโตๆ ตามองซีรีส์ที่ฉายบนจอ

"อุนอ๋นอิบอ๊อดไอ้อ่อย" เจ้าบ้านบนโซฟาหยิบถุงซอสส่งให้ตามคำขอ ไม่วายดุเสียงขรึมเหมือนเคย

"เคี้ยวให้หมดแล้วค่อยพูด เดี๋ยวก็ติดคอ"

"แค่ก--" นี่คำเตือนหรือคำแช่งวะ พูดยังไม่ทันขาดคำก็สำลักเลยกู ผมทุบอกตัวเองอั่กๆ ดูดน้ำที่เขายื่นมาให้ "บอกแล้วเห็นมั้ย พูดยังไม่ทันจบเลย"

"แค่กๆ อย่าซ้ำเติมสิ แค่ก ครับ" พิซซ่าเฮงซวย! ไอจนแสบคอไปหมดแล้ว

"ค่อยๆ กิน กินช้าๆ ไม่มีใครแย่งหรอก ของคุณคนเดียวนั่นแหละ" คิ้วเข้มขมวด นิ้วโป้งเอื้อมปาดมุมปากผมเบาๆ ผมนิ่งค้าง มือที่ถือพิซซ่าเกร็ง คุณหนเหมือนจะรู้ตัว ถึงชะงักและผละออกไปทันที

"เอ่อ-- ขอบคุณครับ"

ให้ตาย--

หลังจากนั้นผมค่อยๆ ตั้งใจกินทุกชิ้น ไม่เขมือบเร็วแบบก่อนหน้าแล้ว หัวยังงงกับเหตุการณ์เมื่อครู่นิดหน่อยแต่พอซีรีส์เข้าฉากไคลแม็กซ์ก็ลืมมันไป นั่งกินและดูไปเรื่อยๆ โดยของกินบนโต๊ะหมดตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก ผมและเจ้าของห้องดูจนซีรีส์จบไปสามตอนก็เคลียร์ขยะทุกอย่างและเตรียมตัวเข้านอนตอนสี่ทุ่มกว่า ฝนเริ่มตกอีกครั้ง แม้จะไม่ได้ยินเสียงเพราะกระจกมีคุณสมบัติกั้นเสียงรบกวน แต่นอนมองสายฝนร่วงหล่นแบบนี้ก็ช่วยทำให้ง่วงงุนได้ แอร์ในห้องนี้หนาวจนสั่น ผมขี้หนาวเกินไป คิดว่าผ้านวมมันเริ่มเอาไม่อยู่แล้วแหละ

"หนาวเหรอ" ผมปรือตา ร่างสูงโน้มหน้าลงมาใกล้จนเห็นว่าเขากำลังมองด้วยสายตาเป็นห่วง พยักหน้าตอบเบาๆ ขดตัวไม่ให้ส่วนไหนของร่างกายสัมผัสอากาศเย็น

"เดี๋ยวผมเพิ่มอุณหภูมิให้" ตามองตามร่างสูงหยิบรีโมตแอร์มาปรับและปิดไฟ พอห้องเข้าสู่ความมืดแสงภายนอกก็ดูสว่างขึ้นมาทันที ผ้าม่านสองฝั่งเคลื่อนเข้าหาช้าๆ พร้อมกับเปลือกตาของผมที่ปิดลง

"ฝันดีนะ"

ผมได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ความอบอุ่นของผ้านวมและอุณหภูมิร่างกายอีกคนขับกล่อมให้หลับไป



| TBC |


* (1) CAT EXPO: เทศกาลดนตรีที่รวมศิลปินทั้งในและนอกกระแสของไทย

* (2) Hospital Playlist: ซีรีส์เกาหลีเกี่ยวกับชีวิตของหมอ 5 คนที่เป็นเพื่อนสนิทกัน
8
เรียบร้อยจ้า
 :n1:

เขียนโดย DKTime
[วิดวะ แทคทีม แพทย์]
[ไม่บอกเธอ]
[♥ " เพราะรัก " ♥]


อยากจะขอรบกวนทางแอดมินช่วยลบนิยายทุกเรื่องที่เค่นลงในเว็บนี้ให้หน่อยได้ไหมครับ เนื่องจากเค่นต้องการรีไรท์เนื้อหาใหม่ เพราะด้วยเส้นเรื่องที่แต่งค่อนข้างเซนซิทีฟในหลายๆเรื่อง ด้วยภาวะตอนแต่งที่ความคิดความอ่านค่อนข้าวจะมองอะไรได้แคบ จึงทำให้การเขียนและการดำเนินเนื้อเรื่องยังมีส่วนที่ขาดตกในข้อมูลไปค่อนข้างพอตัว แต่ด้วยเวลาในตอนนี้ยังไม่สะดวกจะรีไรท์ทั้งหมดได้ จึงอยากให้ลบนิยายออกไปก่อนจะดีกว่า เนื่องด้วยกลัวว่านักอ่านใหม่ๆที่เข้ามาอ่านจะอ่านแล้วจำข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนนั้นไปครับ

... ขอรบกวนด้วยครับ...
9
Boy's love story / Re: Too good to be true #พิกุลทูกู๊ด ✿ 28 เซ็กซี่ดี ✿ [03/07/20] p.29
« กระทู้ล่าสุด โดย magarons เมื่อ 04-07-2020 23:28:46  »
จิ๊บ ตัดหนังยางเราทำไม ใครไม่ขำเราขำมาก ฮืออ
ไม่คิดว่าจะเล่นมุกนี้ ฮ่าๆๆๆๆๆ
10
สงสารและหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน  :กอด1:
หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด