กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
1
Boy's love story / Re: #ผู้ชายในทินเดอร์ | 22.น่ารัก [20/11/18]
« กระทู้ล่าสุด โดย may27 เมื่อ 21-11-2018 02:30:20  »
 :mew1:  หวังว่า   .....รักที่ดี   ......จะมาในเวลาที่เหมาะสม......
2
Boy's love story / Re: อนธการ ตอนที่ 5 21/11/2561
« กระทู้ล่าสุด โดย thanatcha เมื่อ 21-11-2018 02:28:30  »
อนธการ ตอนที่ 5

               
     

               “ริญชย์...ริญชย์”เสียงเรียกและแรงแตะเบาๆที่ต้นแขนปลุกให้อริญชย์ที่นอนหลับยาวกินเวลาไปถึงช่วงบ่ายค่อยๆขยับกายออกจากผ้าห่มผืนอุ่นเด็กหนุ่มเหยียดกายพลางบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบ
 
                “หืม?”ส่งเสียงถามเบาๆใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างลูบหน้าแรงๆเรียกสติตัวเอง อริญชย์ลืมตาขึ้นมองก็พบว่าวินท์ยืนส่งยิ้มตาแป๋วให้เขา
 
ช่างเป็นการตื่นนอนที่สดชื่นจริงๆ  ถ้ามีวินท์มาปลุกเขาทุกเช้าอริญชย์คงอารมณ์ดีทุกวัน
 
                “ลุกขึ้นมากินข้าวสิ เราทำกับข้าวไว้ให้” วินท์บอกกับเขาก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกนอกห้อง แต่อริญชย์ไวกว่าชายหนุ่มยันตัวลูกขึ้นนั่งก่อนฉวยข้อมือเล็กไว้ออกแรงดึงจนวินท์เสียหลักนั่งลงบนตักเขาพอดี คนสูงกว่าไม่ปล่อยให้วินท์ได้ลุกหนีแขนแกร่งกอดร่างบางไว้ก่อนจะวางคางลงบนไหล่นุ่ม
 
                “วินท์...เมื่อคืนขอโทษจริงๆนะ กูไม่ได้ตั้งใจจะลืมมึง”คนเอ่ยขอโทษทำเสียงงุ๊งงิ้ง ข้างๆหูนี่เป็นอีกมุมหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ว่าเวลาอริญชย์อ้อนน่ะ เหมือนลูกหมาตัวขาวๆตัวหนึ่ง มุมปากวินท์กระตุกวูบเมื่ออริญชย์เอาจมูกถูไถกับไหล่ของเขา
 
                “ไม่มาก็น่าจะโทรบอกกัน”ภาสวินท์เอ่ยตอบมือเรียวจับมือของคนที่กอดเขาไว้แล้วตบเบาๆไม่มีประโยชน์ที่จะโกรธนาน วินท์ไม่ใช่เด็กงี่เง่าแม้จะอายุเพียง 15 ปี แต่วินท์กลับมีความคิดความอ่านที่โตกว่าอายุ
 
                “ขอโทษจริงๆ ริญชย์เมา หายโกรธนะๆๆ ดีกัน”มือเรียวยื่นนิ้วก้อยไปหาคนบนตัก วินท์หลุดยิ้มในทันทีกับความน่ารักนี้
 
อริญชย์ทำตัวเลียนแบบตัวละครในหนังที่เคยไปดูด้วยกัน  นิ้วก้อยของวินท์เกี่ยวกับนิ้วก้อยของอริญชย์ในอีก 10 วินาทีต่อมา
 
                “คราวหลังไม่เอาอย่างนี้ได้มั้ย รู้มั้ยเราเป็นห่วง  ริญชย์ไม่เคยมารับเราช้า เรากลัวริญชย์เกิดอุบัติเหตุแทบแย่” หันหน้าไปหาคนที่ยิ้มกริ่มจนลักยิ้มบนแก้มบุ๋มลงไป
 
                “ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ไอ้จินมันมีเรื่องไม่สบายใจก็เลยชวนกันไปกินเหล้า กะจะกินนิดเดียวดันน็อกหลับไปก่อนพร้อมไอ้แมน ตื่นมาอีกทีก็นั่นแหละถึงได้โทรไป  พูดถึงเรื่องนี้แล้วทำไมไอ้ตาตี่นั่นต้องมาส่งมึงด้วยอ่ะ”ดึงน้ำเสียงตึงใส่คนบนตักทั้งๆที่ความผิดตัวเองเพิ่งจะเคลียร์จนวินท์ขมวดคิ้วฉับ
 
                “ก็เพราะเค้ากลัวเราหลงไงเค้าถึงต้องมาส่ง นี่ริญชย์ไม่มีสิทธิ์มาว่าพี่เค้าเลยนะครั้งนี้อ่ะ”พูดจบคนตัวเล็กกว่าก็ลุกจากตักทันที อริญชย์รีบวิ่งไปล้อมหน้าล้อมหลังประจบเอาใจในทันทีเช่นกัน
 
                “โอ๋ๆไม่โกรธนะริญชย์แค่ถามเฉยๆไง  ไม่เอาสิ ขำก็หัวเราะออกมา กลั้นขำแล้วจมูกบานรู้มั้ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ”
 
                “อะไรเล่าลงไปกินข้าวเลยไป๊ รำค๊านนนน!!!”วินท์ฟาดมือใส่หลังอริญชย์เสียงดังตั่บใหญ่เมื่อคนสูงกว่าแกล้งล้อเรื่องจมูกของเขา
 
อริญชย์ไอ้คนนิสัยไม่ดี!!!
 
รายนั้นนอกจากไม่มีสีหน้าสำนึกแล้วยังส่งเสียงหัวเราะเหมือนปลาโลมายิ้มจนตาปิดเหงือกบานใส่ซะงั้น  ที่สุดก็เป็นวินท์นั่นแหละที่หลุดขำออกมาเสียเอง
 
รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะของอริญชย์แบบนี้น่ะมีค่าเพราะเป็นของหายากมีไว้ให้แค่แม่ของอริญชย์กับวินท์แค่นั้นแหละ
 
                “แล้วแม่เป็นไงมั่งอ่ะช่วงนี้ไม่ค่อยเห็น”วินท์ที่นั่งมองอริญชย์กินข้าวแบบคนหิวจัดเอ่ยถาม  แม่ของอริญชย์ถูกย้ายไปเป็นหัวหน้าแผนกที่อีกสาขาหนึ่งของโรงงานได้หลายเดือนแล้ว ทำให้ต้องย้ายไปนอนหอพักของโรงงานเนื่องจากต้องเดินทางออกไปนอกเมืองที่ไกลจากบ้านพอสมควร  ทำให้อริญชย์เหมือนอยู่ตัวคนเดียวในบ้าน
 
เด็กหนุ่มเคยขอร้องไม่ให้แม่ไป  แต่แม่ให้เหตุผลว่ามันดีต่อตัวอริญชย์เอง  การได้เลื่อนตำแหน่งนั่นหมายความว่าแม่จะได้เงินเดือนเยอะขึ้นอริญชย์ก็จะได้เรียนตามที่อยากเรียน  เพราะพ่อคงไม่สนใจมาส่งเสีย
 
                “ก็ดี อาทิตย์นี้แม่มีวันหยุดสองวันไม่รู้จะกลับมาหรือเปล่าแม่ไม่ได้โทรบอกกูก็ไม่ได้โทรไป”อริญชย์ตอนออกมาเรียบๆแต่เนื้อเสียงสัมผัสได้ถึงความคิดถึง
 
                “คิดถึงก็โทรหาสิ อยากให้แม่กลับมาก็โทรหาสิ”
 
                “จริงๆแม่ไม่กลับมาก็ดีเหมือนกันแหละ จะได้ไม่ต้องมาโดนพ่อขุดเรื่องเดิมๆมาด่า”
 
                “แล้ววันนี้ไม่ต้องช่วยงานที่อู่เหรอ?”วินท์เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เพราะปกติวันหยุดอริญชย์จะต้องขลุกอยู่ที่อู่เพื่อช่วยงาน  แต่คราวนี้อริญชย์กลับยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
 
                “มาง้อมึงก่อนเดี๋ยวค่อยกลับ ยังไงก็โดนด่าอยู่แล้ว อริญชย์วางช้อนลงบนจานข้าวเมื่อจัดการกับอาหารทุกอย่างหมดแล้ว  วินท์ลุกขึ้นเก็บจานไปล้างที่ซิ้งค์ล้างจานโดยมีอริญชย์ตามไปช่วย สองเพื่อนสนิทคุยกันงุ้งงิ้งตลอดการล้างจานส่วนมากจะเป็นอริญชย์ที่แกล้งวินท์
 
 
                เพล๊ง!!!
 
เสียงเหมือนจานแตกดังข้างผนังครัวของบ้านวินท์ทำให้เด็กที่กำลังช่วยกันล้างจานสองคนถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าของอริญชย์จากที่ยิ้มแย้มอยู่ตึงขึ้นทันทีชายหนุ่มยืดตัวเต็มความสูงก่อนจะวางชามลงในอ่างแล้วสาวเท้าก้าวยาวๆกลับบ้านของตนเอง วินท์วิ่งตามมาติดๆ ทันทีที่มาถึงหน้าบ้านก็เห็นบรรดาช่างมองเข้าไปในบ้าน เสียงเอะอะด่าทอของพ่อทำให้อริญชย์รู้ทันทีว่าแม่กลับมาบ้าน  วินท์ดึงแขนอริญชย์ไว้แต่เด็กหนุ่มสะบัดมือออกอย่างแรง อริญชย์วิ่งไปตามเสียงด่าของพ่อเข้าไปในครัวมีแม่ยืนตัวสั่นอยู่ที่หน้าเตาที่กำลังต้มอะไรซักอย่าง พ่อยืนอยู่ที่โต๊ะกินข้าว เศษข้าวเกลื่อนพื้น
 
                “ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าให้อุ่นกับข้าวให้ฉันกินก่อน เย็นๆเป็นข้าวหมาอย่างนี้ใครจะกิน ทำไมโง่ อีโง่”พ่อปาจานอาหารบนโต๊ะใส่แม่ด้วยความโมโห
เขาออกไปส่งงานลูกค้ามาเหนื่อยๆกลับบ้านมาพบว่าแม่กำลังรีดชุดนักเรียนให้อริญชย์อยู่ อาหารบนโต๊ะที่คงจะถูกทำไว้ตั้งแต่ช่วงสายเย็นชืด เพราะไม่รู้ว่าสามีจะกลับมาถึงบ้านตอนไหนเธอจึงไม่ได้เตรียมอุ่นอาหารไว้ให้ เมื่อเห็นสามีเข้าครัวเพื่อนจะกินข้าวกลางวันหล่อนจึงกุลีกุจอเพื่อจะมาอุ่นกับข้าวให้แต่มันไม่ทัน...
 
สามีเอาความผิดทั้งหมดมารวมไว้ที่เธอความเหนื่อยผสมความโมโหหิวทำให้เขาโกรธ  ความอยุติธรรมที่มีอยู่ในใจมานานทำให้เขาขาดความยับยั้งใจ  ขอแค่ได้แสดงอำนาจที่เหนือกว่าเหตุผลใดใดทั้งหมดที่มีในโลกก็ไม่มีความหมาย
 
แค่หาเรื่องระบายความโกรธ
 
ทุกวันนี้อริญชย์ก็เหมือนหนามที่ตำใจเขาทุกวัน ภรรยาของเขาควรได้รับบทลงโทษนี้ไปตลอดชีวิต รับบทลงโทษของคนไม่ซื่อสัตย์ รับบทลงโทษของการย่ำยีความรักที่เขาเคยมีให้
 
สาสมและสมควรที่สุดแล้ว  เขาสามารถทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เสมอ สองแม่ลูกควรได้รับผลกรรมที่ทำให้เขาอยู่กับความอับอายมานับสิบๆปี
 
 อริญชย์รีบวิ่งไปกอดแม่เอาหลังบังจานชามเหล่านั้นไว้อย่างปกป้อง ถ้วยกระเบื้องใบเล็กถูกเขวี้ยงมาโดนหางคิ้วของอริญชย์ ความเหนียวหนืดไหลเข้าดวงตาเขาทันที
 
                “เลือด...ริญชย์ลูก”แม่ใช้มือที่สั่นเทาแตะแผลที่หางคิ้วของอริญชย์ น้ำตาคนเป็นแม่ไหลอย่างเจ็บปวด
               
                “รักกันนักปกป้องกันนักใช่มั้ย ไอ้ลูกชู้”คนเป็นพ่อเมื่อเห็นอริญชย์ปกป้องแม่ก็ยิ่งโมโหหันรีหันขวางไปทั่วห้องก่อนจะคว้าไม้กวาดมากระหน่ำตีลงไปบนร่างกายของอริญชย์
 
                “พี่ อย่าฉันขอร้องอย่าตีเลยลูกเจ็บแล้ว ฉันไหว้ล่ะพี่อย่าทำลูกเลย”แม่รีบถลาไปเกาะแขนพ่อไว้ร้องไห้อ้อนวอนอย่างน่าสงสารแต่คนเป็นสามีที่คอยหาเรื่องดุด่าตบตีภรรยากลับสะบัดมือจนด้ามไม้กวาดฟาดลงบนใบหน้าของภรรยาเต็มๆ  แม่หงายหลังจมูกมีเลือดซึม อริญชย์มองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวดใจสติของเด็กหนุ่มขาดผึ่งลงในทันที เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงประจันหน้ากับผู้เป็นพ่อ ดวงตาจ้องหน้าพ่ออย่างโมโหสุดขีด
 
                “ทำไมจ้องหน้ากูทำไม มึงจะทำอะไรกู จะต่อยกูเหรอเอาสิ ยังไงกูก็ไม่ใช่พ่อของมึงอยู่แล้วนิ  ไม่ต่อยล่ะ ต่อยสิ”คนเป็นพ่อยั่วยุลูกชายเมื่อเห็นอริญชย์กัดฟันมือของเด็กหนุ่มกำแน่นด้วยแรงโทสะ ใช้ด้ามไม้กวาดที่อยู่ในมือเคาะหัวอริญชย์ย้ำๆซ้ำๆ
 
                “ทนไม่ไหวแล้วโว๊ย!!!” เด็กหนุ่มคว้าปลายไม้กวาดไว้แล้วออกแรงดึงจนหลุดออกจากมือพ่อเมื่อจับได้เหมาะมือก็งื้อมันสูงขึ้นในอากาศก่อนจะหวดลงมาเต็มแรง
 
                “ริญชย์อย่า!!”ภาสวินท์วิ่งเข้ามาคว้ามือของอริญชย์ไว้ได้ทันก่อนที่ไม้กวาดนั้นจะกระทบกับผิวของเจ้าของบ้าน แม่หวีดร้องด้วยความตกใจก่อนจะรีบเข้ามารั้งตัวสามีที่ตั้งท่าจะเข้าไปทำร้ายลูกชายอีก
 
                “ปล่อย กูไม่ทนแล้ว กูทนไม่ไหวแล้ว เป็นบ้าอะไรนักหนา แม่กูไม่ใช่กระสอบทรายอย่ามาทำแม่กู!!!”เด็กหนุ่มตะโกนใส่พ่อจนเส้นเลือดที่คอปูดชัด
 
                “ริญชย์ไม่เอาลูกอย่าพูดไม่ดีกับพ่อ”แม่เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อลูกชายระเบิดอารมณ์ใส่สามี  อริญชย์ที่ขาดสติเต็มที่พยายามสะบัดตัวออกจากวินท์
 
                “แล้วเขาเคยเห็นผมเป็นลูกมั้ย โมโหอะไรมาก็ด่า โกรธอะไรมาก็ตี พ่อดีๆที่ไหนเขาทำกัน”
 
                “ก็เพราะมึงไม่ใช่ลูกกูไง แม่มึงมีชู้ มึงมันไอ้ลูกชู้”คนเป็นพ่อตอบกลับมาอย่างเจ็บแสบ อริญชย์ตัวสั่นเทิ้ม เขาเกลียด เกลียดคำๆนี้
 
คนอื่นมากมายตราหน้าเขา เขายังทนได้
 
แต่นี่พ่อ  พ่อที่เขาเคารพรักมาตลอดกลับด่าว่าฝังมันเข้ามาในสมองของเขาทุกวัน
 
ทนไม่ได้
 
ใจของเขามันรับไม่ไหวแล้ว  เด็กหนุ่มกรีดร้องสุดเสียงน้ำตาและเลือดไหลเปรอะข้างแก้ม
 
ทำไมกัน  แค่ความสุขเล็กๆของอริญชย์เขายังรักษามันได้ไว้เพียงครึ่งชั่วโมง
 
เหมือนวินท์พาเขาวิ่งเล่นล่องลอยบนสวรรค์ชั้นฟ้าแล้วพ่อก็ยื่นมือมากระชากขาเขาตกลงห้วงอเวจี
 
บ้านที่ไม่เคยจะอบอุ่นเลยซักครั้ง
 
แม่ผู้ยอมแพ้ทุกอย่างไม่แม้จะปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง
 
ถ้าอริญชย์ไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว  แม่ก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาเพื่อทนทรมานอีกต่อไป  เด็กหนุ่มวิ่งออกจากบ้านไปอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง
 
ขอแค่ออกไปจากขุมนรกนี้  จะไปหยุดอยู่ที่ไหนก็ช่างมัน
 
ภาสวินท์วิ่งตามอริญชย์สุดฝีเท้า  แต่ก็ไม่ทัน  อริญชย์วิ่งหนีเขาหายไปแล้ว...ร่างบางทรุดลงนั่งกับพื้นถนนอย่างเหนื่อยอ่อน
 
จะทำยังไงดี...จะช่วยอริญชย์ยังไงดี
 
ถ้าอริญชย์เตลิดไปไม่กลับมาเขาจะไปตามหาได้จากไหน
 
“อริญชย์...อย่าไปไหนไกลนะ ตั้งสติได้เมื่อไหร่ก็กลับมาหาเรานะ”



 
                อริญชย์นั่งกอดเข่าอยู่ที่ป้ายรถประจำทาง ดวงตาเรียบนิ่งเหม่อมองไปด้านหน้าอย่างไร้จุดหมาย บุหรี่ถูกจุดขึ้นสูบด้วยมืออันสั่นเทา  เขายังทำใจลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้  อริญชย์ไม่รู้ว่าต่อไปจะมองหน้าพ่อติดมั้ย ทุนเดิมพ่อก็เกลียดเขามากอยู่แล้วตอนนี้ถ้าเขากลับไปพ่อคงฆ่าเขาทิ้งแน่ๆ
 
อริญชย์เหมือนนั่งอยู่บนแพผุพังท่ามกลางห้วงมหาสมุทรอันบ้าคลั่ง
 
ไร้หนทางจะไปต่อ
 
อายุของเด็กหนุ่มก็เพียงเท่านี้  ประสบการณ์การใช้ชีวิตก็เพียงแค่  15  ปี เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าหลังจากนี้ต้องทำยังไง
 
อากาศที่ร้อนอบอ้าวมาทั้งวันก่อให้เกิดเมฆฝน ในที่สุดฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาอริญชย์ทำเพียงนั่งกอดเข่าตัวเองท่ามกลางความมืดมิดที่โรยตัว
 
ที่สุดเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินลากเท้าจากไป
 
 
                Rrrrrrrrrrrrrrrr….Rrrrrrrrrrrrrr
 
วินท์สะดุ้งตื่นเมื่อเสียงโทรศัพท์กรีดดังขึ้น  เขากวาดตามองหาต้นเสียงก็พบว่ามันซุกอยู่ใต้หมอนใบที่อริญชย์ใช้หนุนเมื่อกลางวัน
 
อริญชย์ไม่ได้เอาอะไรไปซักอย่างทั้งกระเป๋าเป้ กระเป๋าเงิน รวมทั้งโทรศัพท์ และอริญชย์ก็ไม่ได้กลับบ้าน  แม่ของอริญชย์แบกกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ออกจากบ้านไปพร้อมกับทิ้งเบอร์โทรไว้ให้กับวินท์  เธอขอร้องเด็กหนุ่มข้างบ้านว่าถ้าเจออริญชย์ให้โทรบอกเธอด้วย ไลลาลินวิ่งออกมารั้งแม่ไว้ด้วยน้ำตาหลังจากที่เธอกลับมาจากเรียนพิเศษ
 
แต่ครอบครัวของอริญชย์มันเป็นแก้วที่แตกแล้วที่ยังคงอยู่คงสภาพได้ก็เพราะไลลากับอริญชย์คอยประคับประคองไว้ เมื่ออริญชย์ไม่อยู่ซักคนก็ไม่มีเหตุผลให้แม่ต้องกลับมาอีก  คนเป็นแม่เอ่ยบอกกับลูกสาวทั้งน้ำตา
 
ไม่ใช่ว่าแม่ไม่รักไลลา แต่เป็นเพราะไลลามีความรักล้มปรี่จากพ่อ แม่จึงห่วงไลลาน้อยกว่าอริญชย์
 
“น้องไม่มีใคร” เป็นประโยคบอกเล่าที่คนเป็นพี่จำใจต้องปล่อยมือแม่ไป  วินท์มองภาพนั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
 
พยายามคิดหาสาเหตุ
 
ทำไมพ่อของอริญชย์เอาแต่คิดแค้นชิงชัง
 
ทำไมแม่ของอริญชย์กลับไม่อธิบายให้สามีเข้าใจ  ทำไมไม่ค้นหาความจริงว่าสุดท้ายอริญชย์คือลูกใครทั้งๆที่วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ช่วยได้
 
ครอบครัวนี้กลับอยู่กันแบบหวานอมขมกลืน  ตั้งแต่เล็กจนโตอริญชย์ต้องถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจมากแค่ไหนวินท์รู้ดี
 
บุคคลรอบข้างต่างเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กันหมดไม่มีใครคิดจะเข้าไปช่วยเหลืออริญชย์กันแม่เลยซักครั้ง
 
ทุกคนตั้งตนเป็นศาลตัดสินความผิดให้กับผู้หญิงซูบผอมกับลูกชายผิวซีดของเธอโดยไม่เคยฟังความจากคนเป็นแม่เลยซักครั้ง
 
สถาบันครอบครัวของคนบ้านนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่าทิ้งให้ผลผลิตที่เกิดมาทั้งสองคนทนทุกข์จากการที่พ่อแม่ทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน
 
กดรับสายเมื่อเห็นข้อความหน้าจอโทรศัพท์ของอริญชย์ขึ้นชื่อว่าแมน
 
                “ฮัลโหล”
 
                “เออ วินท์เหรอ กูแมนเองนะ”
 
                “อื้อ  อริญชย์ไม่ได้อยู่กับเราหรอกนะ”ตอบกลับไปเพราะคิดว่าแมนจะคุยกับอริญชย์
 
                “วินท์ กูเอง”แต่เสียงที่ตอบกลับมาในประโยคถัดไปทำให้หัวใจของวินท์เต้นแรงขึ้น
 
อริญชย์ไปหาแมน นั่นเป็นข้อดีย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไปไหนแบบไร้ทิศไร้ทาง
 
ไปหาแมนอย่างน้อยวินท์ยังไปตามได้ถูก
 
                “ริญชย์เป็นยังไงบ้าง  เจ็บมากมั้ย?”ปลายเสียงสั่นอย่างกลั้นเสียงสะอื้น
 
                “เจ็บ...เจ็บมากเลย เจ็บชิบหาย”อริญชย์เองก็เสียงสั่นไม่แพ้เขาเลย วินท์ยกมือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น
 
คำว่าเจ็บของอริญชย์นั้นวินท์เข้าใจดี  เจ็บกายอริญชย์ไม่เคยพูดออกมาเลยซักครั้ง
 
คำว่าเจ็บของอริญชย์นั้นมันกรีดใจคนฟังอย่างเขาจนแหลกเป็นชิ้น  คำว่าเจ็บสั้นๆมันบอกทุกอย่างแล้ว อริญชย์ในตอนนี้ไม่ใช่อริญชย์คนที่เข้มแข็งและพร้อมจะปกป้องเขาเหมือนที่ผ่านมา  อริญชย์ในตอนนี้คือเด็กน้อยที่ต้องการใครซักคนไปดูแลและปลอบใจ
 
อริญชย์ในตอนนี้เสียขวัญและอ่อนแอเกินจะไปปกป้องใครทั้งนั้น
 
จะดูแลใครได้ยังไงในเมื่อขนาดหัวใจช้ำๆของตัวเองตอนนี้เขาก็ไม่มีแรงจะดูแลมัน
 
                “มาหาหน่อยได้มั้ย อยากเจอมึง”ร้องขออย่างอ้อนวอน
 
                “อืม...รอเรานะเดี๋ยวเราไปหา ตอนนี้ริญชย์อยู่ไหนบ้านแมนเหรอ?”
 
                “อือ..วินท์ มึงรีบมานะ กูอยากเจอมึง อยากเจอมึงมากๆเลย”ปลายเสียงหลุดเสียงสะอื้นออกมา วินท์กดตัดสายก่อนจะรวบรวมของๆอริญชย์ใส่กระเป๋าเป้ เสื้อผ้าบางชุดที่อริญชย์เคยใส่วินท์ก็ยัดใส่เข้าไปด้วยเด็กหนุ่มเปิดกระเป๋าเงินสีน้ำตาลเข้มที่เขาซื้อให้อริญชย์เมื่อตอนวันเกิดปีที่แล้ว ในนั้นมีเงินอยู่ไม่มาก คนตัวเล็กคว้ากระเป๋าเงินของตัวเองหยิบเงินค่าขนมที่แม่ให้ไว้ออกมาแล้วยัดใส่กระเป๋าสตางค์ของอริญชย์แทน  กระปุกออมสินถูกเปิดออก ธนบัตรที่ใส่ไว้ในนั้นถูกดึงออกมาแล้วยัดใส่เข้าไปในกระเป๋าของอริญชย์เช่นกัน
 
อยู่ข้างนอกยังไงก็ต้องใช้เงินตัววินท์เองอยู่บ้านถ้าหมดยังไงก็แค่บอกพ่อกับแม่ยังไงก็ไม่มีปัญหาอะไร
 
อย่างน้อยอริญชย์ควรมีเงินติดตัวในระหว่างที่ยังอยู่ข้างนอก เมื่อเตรียมของครบทุกอย่างคนตัวเล็กก็วิ่งลงบันไดเข้าไปในครัวหยิบกล่องข้าวใบใหญ่มาตักข้าวสวยและกับข้าวโปะลงไปจนเต็ม จะสามทุ่มแล้ว เกิดเรื่องตั้งแต่บ่ายกว่าๆ คนอย่างอริญชย์ไม่น่าจะหาอะไรรองท้องแน่ๆ หยิบทุกอย่างแล้วคว้าร่มออกจากบ้าน
20  นาทีต่อมาวินท์ก็มาหยุดยืนหน้าบ้านของแมนโชคดีที่บ้านอยู่ไม่ไกลกันและเคยตามอริญชย์มานั่งเล่นหลายครั้งตั้งแต่ตอนเด็กๆ  นิ้วเรียวกดกริ่งเพียงครู่เดียวแมนก็ออกมาเปิดประตูรั้วให้
 
                “อริญชย์เป็นไงบ้างอ่ะแมน”
 
                “แย่  มึงไปดูมันเองแล้วกัน เดี๋ยวกูออกไปธุระแป๊บ ฝากมันด้วยนะ”แมนตบไหล่วินท์เบาๆก่อนจะเบี่ยงตัวหลบออกจากบ้านไป  เขาติดธุระสำคัญแต่ยังอยู่เป็นเพื่อนอริญชย์ที่นั่งซึมจนหมดสภาพ
 
วินท์สูดหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน  สองสายตามองสบกันเมื่ออริญชย์ยืนอยู่ตรงหน้าของวินท์  ดวงตาของคนตัวสูงกว่าแดงช้ำไม่มีคำพูดใดใดเอ่ยออกมา ยืนมองหน้ากันนิ่งนานก่อนที่วินท์จะยิ้มบางๆที่มุมปากให้กับคนตรงหน้า อริญชย์ก้าวยาวๆเข้ามาสวมกอดร่างบางไว้อย่างโหยหา  ภาสวินท์ไม่ได้พูดอะไรเด็กหนุ่มทำเพียงแค่สวมกอดกลับคืนและลูบหลังอริญชย์เบาๆ
 
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจของอริญชย์บ่งบอกความ”เจ็บ”ตามที่เจ้าตัวบอกไว้ได้เป็นอย่างดี ภาสวินท์ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุมเขาสองคน และร่วมร่ำไห้ไปกับโชคชะตาแสนโหดร้ายของอริญชย์
 
                “ไม่เป็นไรนะ...เราอยู่ตรงนี้แล้ว อยู่กับริญชย์แล้วนะ”  วินท์ปล่อยให้อริญชย์ร้องไห้จนพอใจก่อนจะพากันไปนั่งที่โซฟา น้ำตาเหือดแห้งไปแล้วทิ้งไว้เพียงดวงตาที่บวมช้ำและจมูกที่แดงขึ้นสีของเด็กทั้งคู่
 
                “เจ็บมั้ย ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า” เอ่ยถามเมื่อแตะหางคิ้วที่มีคราบเลือดติดอยู่ อริญชย์ไม่ได้สนใจจะทำแผลแต่อย่างใด โดนมายังไงก็ยังอยู่อย่างนั้น วินท์หยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองที่เตรียมมาก่อนจะรื้ออุปกรณ์ทำแผลที่แวะซื้อจากร้านสะดวกซื้อออกมา บรรจงทำแผลให้อริญชย์ด้วยความเบามือ พลาสเตอร์ยาถูกปิดลงบนหางคิ้วก่อนคนตัวเล็กจะเป่าลมเบาๆใส่
 
                “เพี้ยง หาย” วินท์ส่งยิ้มกว้างไปให้เมื่ออริญชย์ใช้มือตัวเองผลักหัวกลมเบาๆ
 
                “กูไม่ใช่ภากรนะมาหลอกเป่าเพี้ยงหายเนี่ย” วินท์หลุดเสียงหัวเราะออกมา บรรยากาศสดใสขึ้น วินท์ไม่รอช้าหยิบกล่องข้าวมาเปิดแล้วคะยั้นคะยอให้อริญชย์กิน อริญชย์ไม่อยากขัดใจความตั้งใจของวินท์ที่มีให้จึงยอมกินแต่โดยดีแม้ว่าแต่ละคำจะต้องฝืนกินก็ตาม
 
เขาแค่อยากเจอวินท์ อยากมีวินท์อยู่ข้างๆยามที่เขาอ่อนแอ แม้จะพยายามฝืนกินแต่ที่สุดอริญชย์ก็กินได้แค่ครึ่งกล่อง
 
                “กินไม่ไหวแล้ว เหมือนจะอ้วก”ผลักกล่องข้าวออกนอกตัววินท์เองก็ไม่ได้บังคับให้เขากินเหมือนทุกวัน อย่างน้อยการที่อริญชย์ยังยอมกินข้าวก็ดีกว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ยาแก้อักเสบถูกส่งไปให้พร้อมแก้วน้ำคนตัวสูงรับมาโยนใส่ปากอย่างไม่อิดออด
 
                “อยากให้มึงอยู่กับกูคืนนี้จัง”อริญชย์ที่เอนตัวพิงวินท์พูดขึ้นเบาๆ เหลือบมองนาฬิกาแล้วก็ได้แต่ถอนใจ
 
ไม่มีรองเท้าแก้ว ไม่มีงานเต้นรำ  ไม่มีรถฟักทอง  ไม่มีนางฟ้า  แต่สุดท้ายคืนนี้วินท์ก็ต้องจากไปอยู่ดี
 
                “กลับบ้านเถอะเดี๋ยวไปส่ง” สุดท้ายอริญชย์ก็ลูกขึ้นแล้วดึงมือให้วินท์ลุกตาม
 
                “พรุ่งนี้ไปโรงเรียนนะ เราจะรอ”วินท์หันมาพูดกับอริญชย์เมื่ออริญชย์เดินมาส่งที่หน้าบ้านของเขา
 
                “ชุดนักเรียนเราใส่ไว้ในกระเป๋าให้แล้วสองชุดใส่ไปก่อน แล้วหลังจากนี้จะเอายังไงค่อยว่ากัน บางทีถ้าไปขอโทษคุณลุงดีๆ...”
 
                “ไม่แล้วล่ะ ไม่กลับไปแล้ว”อริญชย์มองเลยไปยังบ้านของตน แสงไฟตรงห้องนอนของพ่อยังคงสว่างอยู่
 
บ้านหลังนี้ไม่มีพื้นที่ให้เขากลับไปอีกแล้ว
 
                “แล้วริญชย์จะทำยังไง”เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
 
                “ริญชย์จะไปอยู่กับแม่เหรอ?”
 
                “กูจะไปจากมึงได้ยังไงล่ะ ขึ้นรถไปโรงเรียนเองยังไม่ถูกเลย อีกอย่างแม่ก็อยู่ไกลเกินไป ถ้าไปอยู่กับแม่เท่ากับต้องย้ายที่เรียน กูก็มีที่ๆอยากเรียนแล้วมั้ยล่ะ อีกอย่างให้ทิ้งมึงไว้ทางนี้กูคงทำไม่ได้ ขนาดกูแย่มึงยังไม่ทิ้งกูเลยแล้วจะให้กูทิ้งมึงไปได้ยังไงล่ะวินท์”มือหนาจับศีรษะของวินท์โยกไปมาอย่างเอ็นดูเมื่อร่างบางส่งยิ้มกว้างให้กับเขาหลังพูดจบประโยคยาวๆ
 
         “ยังไงก็โทรหาแม่ด้วยนะ แม่เป็นห่วงริญชย์มากเลยนะ
 
                “อือรู้แล้ว เข้าบ้านไปเถอะดึกแล้ว”อริญชย์ไล่คนตัวเล็กกว่าให้เข้าบ้าน วินท์ไขประตูเล็กก่อนจะหันกลับมาหาอริญชย์ที่ยังคงยืนมองอยู่ ถึงอยากจะชวนให้นอนด้วยกันแต่อริญชย์ต้องกลับไปดูบ้านให้แมนตัดใจโบกมือลาก่อนจะปิดประตูบ้าน ร่างสูงยืนรอจนกระทั่งไฟในห้องของวินท์สว่างขึ้นจึงหันหลังเดินกลับไปทางเดิมโดยไม่หันกลับไปมองที่บ้านของตัวเองอีกเลย


............................................

เกลียดพ่อจังเกลียดพ่อแบบนี้ที่สุดถ้าอริญชย์ไม่กลับมาจะทำยังไงถ้าอริญชย์หลงทางจะทำยังไงใครจะดึงใจช้ำๆดวงนั้นให้กลับมา
หลายครั้งผู้ใหญ่นั่นแหละที่เป็นคนสร้างปัญหาให้เด็ก  เอาแต่ตนเป็นที่ตั้งเป็นศูนย์รวมจักรวาลด้วยคำพูดโง่ๆว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน
พ่อแม่หลายคนมักโยนความผิดพลาดทั้งหมดให้เป็นความผิดของลูก  เด็กในวัยนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ  ถ้าคิดไปในทางที่ดีไปอยู่ในที่ดีๆมีคนคอยให้คำปรึกษาคอยให้ความเข้าใจเขาก็จะเดินไปในทางที่ดีๆที่พ่อแม่ปูไว้ให้
แต่เด็กบางคนชีวิตเขากลับไม่มีใครที่จะคอยสอนสั่งคอยชักนำบางครั้งเขาจึงต้องเชื่อเพื่อน เชื่อความรู้สึกตัวเองบางครั้งการที่เชื่ออะไรแบบนั้นมันยิ่งกว่าอันตรายอีก

หลังจากนี้อริญชย์ของเราจะเลือกเดินด้วยตัวเองแล้ว  ไม่มีใครสามารถไปกับเราได้ตลอดเวลา คนเรามีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ ยิ่งโตมากขึ้นหน้าที่ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น



3
Boy's love story / Re: ►►☼☼มนต์รักริมทุ่ง☼☼◄◄ บทที่ 13 (Up 13/11/61) : P5
« กระทู้ล่าสุด โดย taltal020441 เมื่อ 21-11-2018 02:16:10  »
เข้ามารอคล้าวกับแสน อยากอ่านแล้วว
4
Boy's love story / Re: ช้ำรัก(yaoi-drama) อัพตอนที่7 22/10/2561
« กระทู้ล่าสุด โดย tasteurr เมื่อ 21-11-2018 02:06:14  »
สงสารคีย์ ชีวิตเจอแต่เรื่องแย่ๆ แถมยังมาจากคนที่รักอีก
ยังไม่รู้สึกอยากเชียร์บอสเลย เอาแต่พูดขอโทษ เคยรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปจริงๆบ้างไหม

คนเขียนเขียนดีค่ะ อ่านแล้วอิน หยุดอ่านไม่ได้เลย
มีคำผิดบ้าง อ่านผ่านๆไปได้ แต่คำว่าเขิล (เขิน) เนี่ย อ่านเจอแล้วอารมณ์ชะงักเลย มันขัดโทนเรื่องเกินไป

 :pig4:
6
เฉินอี้ สมกับเป็นพ่อบ้านของเสี่ยจริง ๆ (สุดยอด) o13  เสี่ยก้อย้ายตามน้องไปเลยนะ
7
กรี๊ดดด ร้ายนักนะะะะะ มันต้องแบบเน๊ๆๆๆๆๆๆ เสี่ยจะจีบแบบจริงจังแล้วปะคะะะๆๆ
8
Boy's love story / Re: ▶▷ เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ ◀◁ Up. #42 {15/11/2561}
« กระทู้ล่าสุด โดย A_bookworm เมื่อ 21-11-2018 01:44:01  »
น้องซนกลับมาแล้วววว :z2:
9
Boy's love story / Re: #ผู้ชายในทินเดอร์ | 22.น่ารัก [20/11/18]
« กระทู้ล่าสุด โดย JustWait เมื่อ 21-11-2018 01:44:00  »
 :pig4:
10
Boy's love story / Re: BOY IN LUV [[คิน-เซ็ท]] yaoi// boy love ตอนที่ 11 21/11/2018
« กระทู้ล่าสุด โดย thanatcha เมื่อ 21-11-2018 01:43:20  »

Boy in luv 11

เพราะวันนี้สองสามีภรรยาวัยกลางคน เพิ่งมีเวลาได้พักผ่อนใช้วันหยุดอยู่กับบ้านพร้อมลูกๆทำให้คณิตบ่นอยากกินราดหน้ายอดผัก แต่เพราะวัตถุดิบหลักที่มีในบ้านไม่พอหน้าที่หลักในการซื้อของจึงตกเป็นของเศรษฐพงศ์


          "คินไปกับเซ็ทสิจะได้ช่วยกันถือของ"คนเป็นพ่อที่สังเกตเห็นความบึ้งตึงของคนเด็กกว่าโยนไม้ให้ลูกชาย


ถึงแม้ว่าคณิตจะไม่ได้อยู่คลุกคลีกับลูกแต่ใช่ว่าเขาจะไม่สังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกชาย  หลังเหตุการณ์ระเบิดภูเขาเผาร้านหมูกะทะตามแบบฉบับอาฉลองแล้วคณินดูมีท่าทีที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แม้คำพูดคำจาจะน่าเอาไม้หน้าสามฟาดปากแต่ก็ไม่ได้หาเรื่องด่าเศรษฐพงศ์อย่างที่เคยทำ


วันนี้ก็เช่นกัน ตลอดทั้งเช้าจนถึงตอนนี้ที่คนเป็นลูกนั่งโขกหมากฮอสเป็นเพื่อนเขาคณินกับเศรษฐพงศ์ยังไม่ปริปากพูดกันซักประโยคเดียว


          "ไม่เป็นไรครับลุงผมไปคนเดียวสะดวกกว่า"เศรษฐพงศ์รีบปฏิเสธข้อเสนอของคณิตทันที หากแต่ว่าไอ้คนที่เขาพยายามไม่มองหน้ากลับลุกพรวดโดยไม่อิดออด


          "จะไปซื้อของก็รีบมาอย่าลีลา"เศรษฐพงศ์ถอนหายใจพรืดอย่างหงุดหงิดใจ  จำใจต้องเดินไปรับใบจดรายการที่ต้องซื้อเข้าบ้านตามที่แม่สั่ง


          "โหแม่ ซื้อเยอะขนาดนี้เลยเหรอ"รายการยาวเหยียดทำให้เศรษฐพงศ์ตาเหลือก คนเป็นแม่หัวเราะเสียงใสตีแขนลูกชายเบากับรีแอคชั่นแสนโอเวอร์นั้น


          "ก็ของสดมันหมดพอดีซื้อไว้ทำมื้ออื่นๆด้วย"หล่อนยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้ลูกชาย ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรเพิ่มเสียงบีบแตรรถเร่งจากคณินก็ดังขึ้น


          "ไปเร็วๆลูกอย่าให้พี่เขารอนาน"เศรษฐพงศ์ถอนหายใจพรืดอย่างเบื่อหน่าย


ให้ตายเถอะ  อยากจะหนีหน้ายังไงก็ไม่พ้นสินะ




          เศรษฐพงศ์::


ผมลากเดินลากเท้าไปขึ้นรถที่ไอ้คินมันสตาร์ทรอ  หน้าของมันบูดบึ้งราวม้าหมากรุก ทันทีที่ผมขึ้นมานั่งบนรถยังไม่ทันปิดประตูดีด้วยซ้ำไอ้เหี้ยคินก็กระชากรถออกทันที



          "จะรีบไปตายโหงที่ไหน!!"  ผมหันหน้าไปตวาดมันด้วยเสียงอันดังจนแม้แต่ขี้หูของผมเองยังสั่นระริก


        "พูดได้แล้วเหรอนึกว่าถูกกูจูบปิดปากจนพูดอะไรไม่ออก"มันพ่นคำแสลงหูใส่ผมทันทีเมื่ออยู่กันเพียงลำพัง


          "มึงเลิกพูดเรื่องทุเรศแบบนี้ซักทีเถอะ กูขยะแขยง"


          "แต่กูชอบนะ"อยู่ๆมันก็สวนกลับมาด้วยคำที่ผมไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง


          "กูรู้วิธีที่จะทำให้มึงหุบปากได้โดยไม่ต้องใช้กำลังได้แล้ว"


          "ลองมึงมายุ่งกับกูอีกสิกูเอาเลือดหัวมึงออกแน่"


          "นี่มึงท้ากู?"


          "กูไม่ได้ท้า กูพูดจริง"




          คณิน::


ผมตบไฟเลี้ยวแล้วหักรถเข้าข้างทางทันที ก่อนที่ไอ้เซ็ทจะตั้งตัวผมก็กดล็อคประตูรถแล้วข้ามเบาะไปนั่งคร่อมมันทันที ยื่นมือไปปรับเบาะจนตัวมันเอนไปด้านหลัง  เพราะขาที่ยาวของมันติดกับคอนโซลรถทำให้มันขยับไม่สะดวกมันรีบยกมือขึ้นผลักผมแต่ผมก็ตรึงมือมันไว้ได้ทัน


คิดว่าตัวเองแรงเยอะคนเดียวหรือไง


แรงกูก็เยอะเหมือนกัน


          "จะทำเหี้ยอะไร มึงกลับไปนั่งที่มึงเลยไอ้สัด"


          "กูเพิ่งบอกมึงไปใช่มั้ยว่ากูรู้วิธีปิดปากไม่ให้มึงพูดมากแล้วมึงยังจะท้าทายกู กูก็จะทำตามที่พูดไง"


          "ออกไปจากตัวกูไอ้เหี้ย กูไม่เล่น"


          "กูก็ไม่เคยเล่นกับมึงอยู่แล้วนี่"ผมมองมันด้วยสายตามาดร้ายมันเองก็ไม่เคยลดราวาศอกยอมลงใหัผมเลยซักนิด  ปากแดงๆเนี่ยคอยพ่นคำด่าระคายหูกลับมาได้ตลอดเวลา


ผมอยากปราบพยศให้มันรู้ว่าใครกันที่มันควรจะเกรงกลัว


ใครกันที่มันควรจะยอมลงให้


ผมไม่เปิดโอกาสให้มันอ้าปากด่าซ้ำสิ่งที่ผมทำคือการตะโบมจูบลงไปบนปากของมัน


แต่ครั้งนี้มันไม่ง่ายเลย  ไอ้เซ็ททั้งด่าทัังสะบัดหน้าหนีไปทุกทิศทุกทางที่ตัวมันจะทำได้


แต่นั่นถือเป็นกำไรชีวิตของผมในเมื่อมันหลบผมก็พรมจูบทั่วทั้งแก้ม ซอกคอ  ผมจูบมันทุกทึ่เท่าที่จะจูบไดัในที่สุดมันก็หนีผมไม่พ้นเมื่อปากของผมกับมันแตะกันผมก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ ผมบีบคางมันล็อคไว้ไม่ให้มันหันหนี ไอ้เซ็ทเม้มปากแน่นแขนข้างที่เป็นอิสระก็ทั้งทุบทั้งตีผมอย่างไม่ออมแรง


แล้วใครสนกันล่ะ  ผมสนใจไอ้ปากแดงๆที่เม้มสนิทนี่ต่างหากใบหน้าที่แสดงความรังเกียจเขาอย่างชัดเจนนี่ต่างหากล่ะ ผมบีบกรามมันอย่างไม่ออมมือจนปากมันเผยอ แน่นอนผมที่เชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้มากกว่ามันย่อมหาทางสอดลิ้นเข้าไปในปากของมันได้อยู่แล้ว

ผมจะทำให้มันรู้ว่าจูบของจริงน่ะเป็นยังไง


ปลายลิ้นของผมกวาดต้อนรุกไล่ลิ้นของมันที่พยายามต่อต้านพลางหลบหนี  ผมทั้งจูบทั้งดูดจนเกิดเสียง  แรงที่มันให้ผลักผมค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ น้ำลายใส่ไหลออกจากมุมปากผมใช้ปลายลิ้นจัดการจนมันหายไป


มองใบหน้าแดงจัดที่โกยเอาอากาศเข้าปาก ริมฝีปากแดงของมันบวมเจ่อเล็กน้อย ผมกระตุกยิ้มเยาะมันก่อนจะกลับมานั่งประจำที่จัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่แล้วขับรถมุ่งตรงไปตลาดสด ส่วนไอ้เซ็ทนิ่งเงียบไปตลอดทาง มันหันหน้าออกไปมองข้างทางมือของมันกำแน่นจนเห็นเส้นเลือด มันคงแค้นผมน่าดูและคงเกลียดผมสุดหัวใจ


แต่ใครจะสนล่ะ  ผมเองก็เกลียดมันเหมือนกัน


ไอ้เด็กกระจอกแม้แต่จูบยังทำไม่เป็นแต่ริอาจจะมีแฟน


ผมแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก  ไม่รู้มโนไปเองหรือผมรู้สึกจริงกันแน่ว่าเหมือนมีความหวานติดอยู่ที่ปลายลิ้น


ทั้งที่ผมควรจะรังเกียจที่ต้องมาจูบกับผู้ชายเหมือนกันแต่ผมกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยซักนิด


ผมชอบจูบที่โดนต่อต้านมันทำให้ผมอยากเอาชนะมันไปเรื่อยๆ


คนอย่างมันไม่มีทางชนะผมได้หรอก


ถ้ามันคิดจะสู้มันก็ต้องแพ้แบบนี้ตลอดไป





          ไม่นานเราสองคนก็มาถึงตลาดสดผมก็หาที่จอดก่อนถึงตลาดพอสมควรเพราะในตลาดพื้นที่คับแคบไม่สามารถจอดรถได้  ไอ้เซ็ทออกจากรถไปแถมปิดประตูเสียงดังปังจนรถสะเทือน  แต่ไม่เป็นไรวันนี้ผมอารมณ์ดีจากการได้กำไรเล็กๆน้อยๆไปแล้ว จัดการล็อครถก็เดินตามมันเข้าไปในตลาดมันแวะเขียงหมู เห็นมันพลิกชิ้นนั้นชิ้นนี้ก่อนจะชี้หมูก้อนขนาดกลางก้อนหนึ่ง เมื่อได้ยินราคาผมก็ยื่นเงินให้แม่ค้า


          "ไม่ต้องแม่ให้เงินมา"น้ำเสียงห้วนของมันดังขึ้นโดยไม่หันมามองผมซักนิด  ผมไม่สนยังคงบอกให้แม่ค้ารับเงินจากผมไป  เมื่อได้เงินทอนผมก็รีบตามมันไปแผงขายอาหารทะเล  มันซื้อกุ้งกับหมึกอย่างละโลผมยื่นเงินจ่ายให้อีก  คราวนี้มันหันมาทำตาเขียวใส่แต่ผมก็ยักคิ้วใส่มัน ไอ้เซ็ทรับถุงมาถือแล้วเดินทิ้งผมไปแผงผัก บรรดาผักที่แม่ของมันสั่งถูกมันเลือกทีละอย่างด้วยความรอบคอบซึ่งผมดูแล้วอันไหนก็เหมือนกันมันจะเลือกทำไมเยอะแยะ


          "มึงก็หยิบๆไปสิเลือกทำไม"ที่สุดผมก็ทนรำคาญไม่ไหวเมื่อมันเอาแต่พลิกผักคะน้าส่องตั้งแต่ยอดยันโคนต้นผมขยุ้มผักคะน้ากองใหญ่ให้แม่ค้ามันรีบตะครุบกลับ


          "เยอะขนาดนี้มึงจะผัดแดกทั้งหมู่บ้านหรือไงไอ้สัด"มันวางกองคะน้าไว้ที่เดิมยังคงเลือกของอย่างใจเย็นบรรดาถุงหมูกับหมึกกุ้งดูจะเกะกะมันไม่น้อยผมเห็นแล้วรำคาญจึงดึงมาถือไว้เองมันไม่ได้ว่าอะไรผ่านไปราว 15 นาทีบรรดาผักที่มันเลือกก็ถูกทยอยใส่ถุงผมหยิบเอาถุงส่วนใหญ่มาถือไว้เองแล้วเดินตามมันไปแวะแผงขายเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นที่สุดท้าย


          "หิวน้ำ"ผมส่งเสียงเรียกมันเมื่ออากาศอบอ้าวทำให้ผมคอแห้ง มันหันมามองด้วยสายตาเป็นคำถาม



          "แล้วไง?"


          "มาซื้อน้ำให้กูแดกหน่อย"มันถอนหายใจก่อนจะเดินมาสั่งน้ำให้ผม


          "ป้าครับเอาสไปร์ทแก้วนึงครับ"ผมแอบยิ้มนิดๆเมื่อมันสั่งเครื่องดื่มที่ผมชอบกิน มันจ่ายตังค์แล้วยื่นแก้วมาให้ผม


          "อ่ะ ไม่ถือแดกล่ะ"มันยังคงทำเสียงหงุดหงิดใส่ผมไม่หยุด  ผมยกถุงของพะรุงพะรังหนักอึ้งให้มันดูเป็นคำตอบมันสบถออกมาเบาก่อนจะยื่นแก้วจนแทบจะกระแทกหน้าของผม  ผมงับหลอดดูดน้ำด้วยความพอใจ


อุตส่าห์ยอมหนักได้การปรนนิบัติแบบนี้ก็ถือว่าคุ้ม


ผมลอบมองสองแม่ลูกที่กำลังสาละวนกับการเตรียมวัตถุดิบทำราดหน้าเป็นมื้อกลางวันของพวกเราอยู่ ในมือก็กดเกมส์ไปด้วย เสียงไอ้แดนด่าที่ผมแทบไม่ขยับไปช่วยทีมเลยด้วย


ไอ้เซ็ทกำลังตั้งอกตั้งใจลอกเปลือกแก่ของคะน้าพลางหั่นเฉียงไปตามที่แม่ของมันสั่ง มันแยกก้านกับใบออกไว้คนละฝั่งกันพอเสร็จมันก็จัดการหมักหมูที่แม่มันหั่นไว้ให้ ท่าทางของมันถึงจะไม่ได้แคล่วคล่องเหมือนแม่ของมันแต่ก็ไม่ได้ขัดตา ไม่นานราดหน้ายอดผักหมูหมักก็ถูกนำมาวางที่โต๊ะอาหารไอ้เซ็ทมันเป็นคนตักเสิร์ฟผมเดินไปล้างมือล้างไม้ในห้องน้ำแล้วจึงกลับมานั่งประจำที่


ผมมองราดหน้าในจานนิ่งไม่ได้ขยับมือขึ้นมาตักกินเป็นน้าลดาที่สังเกตเห็นปฏิกิริยาของผมเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ


          "อ้าว คิน ไม่ทานเหรอลูก"


          "ผมไม่กินก้านคะน้า"ผมตอบกลับเสียงเรียบ สายตามองก้านคะน้าหั่นบางในจานด้วยดวงตาว่างเปล่า


ผมไม่ใช่คนกินยากอะไรผมแค่ไม่กินเผ็ด ไม่กินหนังเป็ดหนังไก่หนังหมูหนังปลา เนื้อหมูต้องไม่ติดมัน ผมไม่กินก้านคะน้าเพราะมันเหม็นเขียว ผมไม่กินมะระ ไม่กินน้ำพริกใส่แมงดา ไม่กินขนมใส่กะทิ เมล่อน แตงไทย แคนตาลูป ผมไม่กิน เห็นมั้ยผมเป็นคนง่ายๆ


          "เอ้อ ลุงก็ลืมบอกไปว่าคินมันไม่กินก้านคะน้า"พ่อผมสำทับความกินง่ายอยู่ง่ายของผม


อันที่จริงตอนเด็กๆผมก็เคยกินนะไอ้ก้านคะน้าเนี่ยผมชอบกินผัดคะน้าปลาเค็มแต่พ่อพาไปกินข้าวต้มโต้รุ่งร้านหนึ่งปรากฏว่าคนผัดไม่ได้แยกผัดก้านก่อนค่อยผัดใบตามผัแคะน้าปลาเค็มจานนั้นจึงเหม็นเขียวมาก


          "เซ็ทตักก้านออกให้พี่เค้าหน่อยสิลูก"น้าลดาหันไปบอกไอ้เซ็ทที่นั่งก้มหน้าก้มตากินราวตายอดตายอยากมาจากไหน


ผมว่าผมเริ่มชอบน้าลดาแล้วล่ะ




     เศรษฐพงศ์ชะงักมือที่กำลังกวาดราดหน้าเข้าปาก  เด็กหนุ่มจ้องหน้าคณินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ  ถ้าอยู่กันเพียงลำพังเศรษฐพงศ์รับรองได้ว่าเขาจะเทราดหน้าร้อนจานนี้ราดหัวคณินแน่ๆ


สารพัดความเรื่องมาก สารพัดที่จะหาเรื่องมาทำให้เขาหงุดหงิดรำคาญใจ


แอบกร่นด่าโชคชะตา


ทำไมเขาไม่เกิดก่อนคณิน  เพราะอายุที่น้อยกว่าแม่จึงชอบสั่งให้เขาดูแลปรนนิบัติไอ้เด็กโข่งนี่


โตกว่าควายแล้วยังดูแลตัวเองไม่ได้


ไม่กินก็แค่ตักออกมันจะไปยากเย็นอะไรนักหนาวะ


           "แกโตแล้วนะคินทำไมไม่หัดทำเอง"คณิตที่รู้สึกว่าลดาจะตามใจลูกชายของตนเองเกินไปเอ่ยเอ็ดลูกชาย เขารู้สึกเห็นใจเศรษฐพงศ์ไม่น้อยที่ต้องตกเป็นลูกไล่ให้กับลูกชายแสนเอาแต่ใจของเขา


          "ไม่ได้พ่อ กลิ่นเหม็นเขียวมันลอยเข้าจมูก"คณินหันไปตอบพ่อตามตรง เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันเหม็นจริงหรือจิตใต้สำนึกมันสั่งให้เขาหลอกตัวเองว่าเหม็นแต่เมื่อไหร่ที่เห็นก้านคะน้าในอาหารเขาก็รู้สึกคลื่นไส้แทบจะทันที





เศรษฐพงศ์ตักก้านคะน้าออกจากจานของคณินมาใส่ในจานของตัวเองจนหมดแล้ววางจานคืนให้จากนั้นเด็กหนุ่มก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับคณินอีกเลย  เด็กหนุ่มทำราวกับว่าไม่มีคณินอยู่ในที่นี้


หลังจากอิ่มแล้วเศรษฐพงศ์ก็ช่วยแม่เก็บจานชามไปล้าง คณินเห็นไอ้เด็กนั่นยืนล้างจานกับแม่แล้วหยอกล้อแม่ไปด้วย เสียงหัวเราะนุ่มทุ้มดังแว่วมาเป็นระยะ


ถ้าแม่ของเขายังอยู่บ้านก็คงจะมีเสียงหัวเราะแบบนี้เหมือนกัน


          "คิน ทำดีกับน้าลดากับเซ็ทบ้างเถอะ  เขาดีแสนดีขนาดไหนแกก็เห็นแล้วนี่"คณินหันไปมองพ่อที่เดินมานั่งเก้าอี้ใกล้เขา


          "ทุกวันนี้ผมยังทำไม่ดีด้วยอีกเหรอ?"


          "แกทำตัวห่างเหินเหลือเกิน น้าลดาเขาก็รักก็เอ็นดูเหมือนแกเป็นลูกเขา มีใครบนโลกบ้างสอนลูกตัวเองให้ยอมลูกเลี้ยง  บอกตรงๆพ่อสงสารเซ็ท"


          "สงสาร? มันมีอะไรน่าสงสารเหรอพ่อ?"


          "เด็กผู้ชายทุกคนน่ะอีโก้สูง แกเองก็น่าจะเข้าใจ แต่เซ็ทยอมทำตามแม่สั่งถึงจะไม่เต็มใจแกก็ช่วยดีกับน้องมันบ้าง"


          "ให้มันยอมผมได้ตลอดเถอะแล้วผมจะรับพิจารณา"คณินเลือกที่จะเดินทิ้งบทสนทนากับพ่อขึ้นห้องไปเขียนแบบที่ค้างไว้  ช่วงบ่ายสามเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น คณินเห็นเศรษฐพงศ์วิ่งตัวกลมๆไปที่ประตูบรรดาเพื่อนๆของเศรษฐพงศ์ยกมือไหว้แม่ของเพื่อนพลางส่งเสียงทักทายกันเซ็งแซ่  คณินเห็นเศรษฐพงศ์กระโดดขึ้นกะบะหลังที่มีตะกร้าต้นไม้วางเรียงราย  เมื่อเศรษฐพงศ์ตบข้างรถคนขับก็ถอยรถแล้วขับออกไป  คณินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอพพลิเคชั่นสีเขียวยอดฮิตจัดการนัดแนะพวกเพื่อนเพื่อไปสังสรรค์เย็นนี้


อยู่ๆก็อยากไปเดินเล่นถนนคนเดินซะอย่างนั้น




          เศรษฐพงศ์::


พวกผมจัดการเรียงต้นไม้ที่เตรียมมาขึ้นชั้นที่ประกอบง่ายๆจากก้อนอิฐและไม้กระดานเรียบร้อยก่อนห้าโมงเย็นนิดหน่อย พอเสร็จไอ้อิ้งค์ก็ไม่รีรอที่จะเดินไปซื้อลูกชิ้นร้านโปรดของมันทันที


ไอ้วีเริ่มเรียกลูกค้าของมันด้วยน้ำเสียงสดใสวันนี้แฝดนรกไม่ได้มาด้วยเพราะแม่มันรับไปทำธุระตั้งแต่เมื่อวาน ไอ้ยิมกับไอ้ย้งนั่งทำรายงานบนฟุตบาธหลังร้าน  ผมหยิบเก้าอี้มานั่งเอ่ยทักทายลูกค้าประจำที่แวะเวียนมาไม่ขาดสาย


หากจะให้เข้าข้างตัวเองส่วนหนึ่งที่ลูกค้าเข้าร้านของผมไม่ขาดสายและเป็นพวกผู้หญิงวัยรุ่นนั้นก็เพราะหน้าตาของพวกผมนี่แหล่ะ ผมบรรจงเอาต้นไม้ใส่ถุงใก้ลูกค้าแนะนำวิธีดูแลจนลูกค้าเข้าใจผมจึงเดินไปซื้อน้ำมะพร้าวกิน


พลันสายตาของผมก็เห็นคนกลุ่มหนึ่ง โดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่หน้าตาและความสูง มีผู้หญิงเกาะแขนคนในกลุ่มนั้นมาอีก 2-3 คน ที่สะดุดตาสุดคงหนีไม่พ้นไอ้คนที่ทำใบหน้าเรียบเฉยแขนของมันมีผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาจัดว่าสวยเกาะตามมา


          "คิน ดูสิต้นไม้น่ารักจังเลย"ผมที่นั่งดูดน้ำมะพร้าวทำไม่รู้ไม่ชี้จำเป็นต้องเดินไปต้อนรับลูกค้า  ผู้หญิงคนนั้นดึงมือไอ้คินให้เดินตามเข้าไปเลือกต้นไม้ในร้าน ไอ้ยิมกับไอ้ย้งเงยหน้าขึ้นมองผมผมส่ายหน้าให้มันเป็นเชิงบอกว่าไม่มีอะไร  ไอ้อิ้งค์กับไอ้วีมองกลุ่มของไอ้คินไม่วางตาไม่มีใครไว้วางใจไอ้พวกนี้ทั้งนั้น จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้พวกเราระวังตัว


          "คินว่าโบว์ซื้อไปเลี้ยงแล้วจะรอดมั้ยอ่ะ"


          "ไม่รู้สิ รอดมั้ง"สาบานว่านั่นมึงพูดกับแฟน? ทั้งน้ำเสียงเฉยเมินนั้น ทั้งท่าทางเย็นชานั้นถ้าผมเป็นน้องโบว์รักสีดำนั่นคงไม่เอามันทำผัวแน่นอน


นั่นแฟนหรือตอไม้วะ โคตรไร้อารมณ์


        "งั้นคินซื้อให้โบว์หน่อยนะ น๊าๆ"ผู้หญิงคนนั้นเขย่าแขนไอ้คินอย่างออดอ้อนไอ้คินถอนหายใจอย่างรำคาญมันพยักหน้าส่งๆไป

น้องโบว์รักสีดำรับกระดี๊กระด๊าเลือกต้นไม้โดยที่ไอ้คินดึงให้เดินตามเรื่อยไป  บรรดาเพื่อนของมันก็อยู่ตรงมุมนั้นมีมุมนี้



ไอ้คินมันเริ่มเดินเตร่รอบร้านของผมระหว่างรอแฟนของมัน


          "เฮ้ย!!!!"


โครม!!!! อยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงร้องดังมาจากไอ้คินตามมาด้วยชั้นวางต้นไม้ของผมโดนปลายตีนของมันเกี่ยวจนแหกจากกันบรรดาต้นไม้ของผมล้มระเนระนาด


ผมเขวี้ยงแก้วน้ำทิ้งก่อนจะถลาไปดันชั้นสูงที่ทำท่าจะล้มใส่มันไว้ได้ทัน เสียงกระถางต้นไม้หล่นดังเปรื่องปร่างไอ้คินหน้าเปลี่ยนเล็กน้อยไอ้ยิมไอ้ย้งรีบโดดเข้ามาล้อมมันไว้ ไอ้วีรีบไปเก็บกระถางต้นไม้ที่หล่นระเนระนาดส่วนไอ้อิ้งค์เดินไปกันเพื่อนไอ้คินไม่ให้เดินเข้ามา


ผมมองหน้าไอ้คนที่พังร้านของผมด้วยสายตาที่บอกความเบื่อหน่ายในสันดานของมันเต็มทน


          "มันเป็นอุบัติเหตุกูไม่ได้ตั้งใจ"


          "มึงพาเพื่อนของมึงออกไปจากร้านกูเลย"ผมไม่สนใจฟังคำแก้ตัวของมัน


คนอย่างมันน่ะเหรอจะไม่ตั้งใจ


ผมเชื่อว่ามันน่ะวางแผนมาอย่างดีแล้วด้วยซ้ำมองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าแม่งแกล้ง


          "ยังจะยืนทำเหี้ยอะไรอยู่อีก ออกไปกูจะเก็บของ"ผมหันไปไล่มันอีกครั้งมันยืนลังเลทำท่าจะพูดอะไรซักอย่างแต่ผมเลือกที่จะเมินใส่มันแล้วผลักชั้นให้ตั้งขึ้นไปตามเดิมมันทำท่าจะมาช่วยผมดันผมหันไปตวาดใส่มันด้วยเสียงอันดัง


           "ออกไป!!!"




         คณิน::


ผมชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปช่วยมันดันชั้นเมื่อมันหนมาตวาดใส่ผม



สารภาพตามตรงด้วยความสัตย์จริงว่าครั้งนี้มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆผมแค่จะเดินดูนู่นดูนี่ฆ่าเวลาแต่ปลายเท้าดันไปเกี่ยวเอาอิฐที่พวกมันใช้วางเป็นฐาน  บอกตามตรงมันใช้วัสดุที่แย่มากแล้วความซวยก็คือเสือกเป็นผมที่ไปเดินเตะชั้นของมันจนเสียหลักไปดึงเอาชั้นสูงข้างเพื่อประคองตัวไม่ให้ล้ม


ผมรู้สึกเสียหน้าที่ถูกมันตวาดใส่ต่อหน้าผู้หญิงที่ผมควงมาด้วย


แต่ความรู้สึกหน่วงในใจนี่มันคืออะไรผมกลับไม่เข้าใจตัวเองเลยซักนิด


แค่รู้สึกไม่ชอบให้มันไล่ผม...แค่นั้นล่ะมั้ง






          "ไงมึงเป็นไรเนี่ยทำหน้าเหมือนหมาโดนเจ้าของทิ้ง"แดนธรรมเอ่ยแซวคณินที่ยกแก้วเหล้าดื่มอย่างไม่สนใจใครแม้กระทั่งหญิงสาวที่นั่งบดเบียดร่างกายจนแทบจะสิงเขาอยู่+แล้ว คณินยื่นแก้วให้พชรพลชงเหล้าให้ตนเองอีกครั้ง


          "วันนี้มึงแดกดุมาก เดี๋ยวก็เมาหรอกมึง"ปากบ่นแต่มือก็ชงเหล้าให้ไม่ขาด


          "กูไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งมันเลยนะเว้ย"คนที่ยกไปหลายแก้วเริ่มมีน้ำเสียงอ้อแอ้


          "มึงก็ช่างมันเถอะอย่าไปคิดมาก"อานุพนธิ์ยื่นแก้วมาชนกับคณินพูดให้คณินไม่ต้องคิดมาก


          "มันแม่งไล่กูเหมือนหมา"


          "แล้วมึงจะไปแคร์ทำไมวะ  ปกติก็ตีกันชิบหายวันนี้มันไม่ต่อยมึงกลับมากูว่าโคตรแปลก"แดนธรรมตั้งคำถามอย่างไม่เข้าใจกับปฏิกิริยาของเพื่อนที่ปกติเจอเศรษฐพงศ์เมื่อไหร่เป็นต้องได้ฟาดปากกันเมื่อนั้น


          "เออ นั่นสิ พักนี้มึงแปลกไปนะไอ้คินปกติเจอน้องมึงได้ที่ไหนวะฟาดกันหัวร้างข้างแตก"


          "ทำไมวะแปลกตรงไหน  กูก็แค่เบื่อ"


          "ปกติมึงไม่ใช่คนแบบนี้ป่าววะ"


          "แบบนี้แบบไหนวะ?"


          "ปกติมึงไม่ใช่คนที่จะปล่อยเหยื่อง่ายๆไง"แดนธรรมเอ่ยตอบอย่างคนที่รู้จักนิสัยของเพื่อนดี


คณินกระดกเหล้าเข้าปากมุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย


           "กูแค่เบื่อต่อยตีกับมันกูมีวิธีอื่นจัดการกับมันแล้ว"





      รถยนต์คันหรูขับเข้ามาจอดในโรงจอดรถ บ้านทั้งบ้านเงียบกริบมีเพียงแสงไฟส่องสว่าง  คณินเดินเซๆเข้ามาในบ้าน นาฬิกาเรือนใหญ่บอกเวลาตีสามกว่าๆ ชายหนุ่มไต่ราวบันไดขึ้นไปข้างบน ร่างสูงหยุดยืนหน้าห้องของคนเด็กกว่าก่อนจะล้วงเอากุญแจออกมาจากกระเป๋ากางเกง ไขมันเข้าไปอย่างเงียบกริบ


ภายในห้องมืดสนิทมีเพียงแสงสว่างจากไฟที่สนามหญ้าส่งเข้ามาให้เห็นภายในห้องอย่างเลือนลาง  คณินลากเท้าเข้ามาที่เตียงนอนขนาด 5 ฟุต ที่มีร่างสูงของคนเด็กกว่านอนหลับสนิทอยู่บนนั้น  ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนข้างร่างที่หลับสนิทก่อนจะแทรกตัวเข้าไปในผ้านวมผืนหนารวบร่างของเศรษฐพงศ์มากอดก่อนจะพิจารณาใบหน้าของคนหลับ


ตากลมๆนี่อ่ะเหรอที่คอยใช้มองเขาอย่างเกลียดชัง


ปากแดงๆนี่น่ะเหรอที่ตวาดไล่เขาเมื่อเย็น


          "ปากดี...มึงมันเด็กปากดี"ใช้ปลายนิ้วแตะลงบนกลีบปากนุ่มแผ่วเบา


เสียใจรู้มั้ย?


คนเด็กกว่าจะรู้บ้างมั้ยว่าเมื่อหัวค่ำที่เศรษฐพงศ์ไล่เขา เขาเสียใจจนเอาความหงุดหงิดไปลงกับเพื่อนสาว แต่มันกลับหยุดกลางทางเมื่อคณินเอาแต่คิดถึงหน้าของคนตรงหน้าในตอนนี้ ชายหนุ่มพาตัวเองกลับมาบ้านหลังจากถูกโบว์ด่าที่ทำให้เธออารมณ์ค้าง


          "มึงมันใจร้ายชิบหายเลยไอ้เซ็ท"คำกล่าวโทษถูกเปล่งออกมาในความมืดก่อนที่ริมฝีปากอุ่นจะหาเศษหาเลยกับคนที่หลับลึก 


ริมฝีปากอุ่นค่อยๆละเลียดชิมความหอมหวานจากกลีบปากนุ่มทีละนิด ปลายลิ้นค่อยๆแตะลงเบาๆราวกับกำลังชิมวิปครีมแสนอร่อย  รสจูบแสนนุ่มนวลค่อยดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ลมหายใจที่เจือกลิ่นเหล้าจางๆรินรดใส่คนหลับ คณินกดจูบซ้ำๆลงบนริมฝีปากนุ่นั้นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นจูบที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยคณินกระชับอ้อมกอดที่รั้งร่างของเศรษฐพงศ์ไว้ให้ร่างกายได้แนบสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิม  ความปรารถนาบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในหัวใจ


ต้องการมากกว่านี้


เขาต้องการมากกว่ารสจูบ  ปลายลิ้นสอดเข้าไปสำรวจโพรงปากของเศรษฐพงค์อย่างชำนาญดูดดึงลิ้นลื่นของอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจ   ฝ่ามือหนาลูบสะโพกกลมของคนที่เริ่มขยับตัวอย่างคนที่นอนไม่สบายตัว  เศรษฐพงศ์รู้สึกว่าตัวเองเหมือนกำลังจะจมน้ำ ความรู้สึกแปลกๆบางอย่างทำให้ร่างกายรู้สึกวาบหวามแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันทั้งรู้สึกดีและทรมานไปพร้อมกัน  เด็กหนุ่มค่อยเปิดเปลือกตาขึ้น

เขารู้สึกตัวตื่นแล้วแต่ก็ยังมึนเบลอคล้ายล่องลอยอยู่ในความฝัน  ความรู้สึกอุ่นชื้นที่ริมฝีปาก  เสียงจูบแสนน่าอาย และมีมือใครบางคนกำลังฟอนเฟ้นไปทั่วร่างของเขาทำให้เศรษฐพงศ์ตัวชา  เด็กหนุ่มยกแขนกอดร่างโปร่งของคนที่กำลังมัวเมาระดมจูบเขาไว้หลวมๆลูบผ่ามือผ่านเสื้อเนื้อดีราวกับโอนอ่อนตามสัมผัสหวิวนั้น มือเรียบลูบมาเรื่อยๆถึงเอวสอบของร่างที่ผอมบางกว่าเขาก่อนจะเลื่อนลงไปสัมผัสความหนานูนตึงตัวของบางสิ่งบางอย่างกลางหว่างขานั้น คณินส่งเสียงครางเบาๆเมื่อเศรษฐพงศ์ลูบฝ่ามือลงบนแกนกายเขาเบาๆ  ชายหนุ่มส่งยิ้มผ่านความมืดก่อนจะดูดปากบวมเจ่อนั้นแรงๆอย่างหมั่นเขี้ยว ความนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนเมื่อเศรษฐพงศ์เพิ่มน้ำหนักมือมากขึ้นหลังจากกอบกุมจนเต็มไม้เต็มมือแล้วจากนั้นก็



          "อ๊าก!!!!!!!!!" เสียงทุ้มแหกปากร้องก่อนจะนอนตัวงอกุมเป้าของตัวเอง



          "กูจะบีบให้ไข่แตกเลยไอ้สัด เมาแล้วหื่นใช่มั้ยไอ้เหี้ย ตายซะเถอะ!!!"


บอกได้คำเดียวว่าจุกจนต้องร้องขอชีวิต


จุกจนหน้าดำหน้าแดง


บอกได้คำเดียวว่าที่แข็งก็แฟ่บในทันที


ใครก็ได้ช่วยคินด้วย!!!!                   






.................


สมน้ำหน้าเค้านะคะ เมาแล้วหื่นก็ต้องเจอแบบนี้แหล่ะค่า


เป็นง่อยอ่อพี่คิน  หนักจริงหรือมารยา

คนบว้าาาา


คนเลว


คนผีทะเล

คนฉวยโอกาส
หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด