กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
1
อินดี้ได้ใจมาก นี่วิธีการจีบของพี่เค้าใช่มั้ย
2
แอร์ แกล้งลมเหรอ
แต่ลม เข้าไปทำรายแอร์ด้วยท่าทางติดเรทเลยนะ
คือลมน่าจะเข้าไปชก ไปต่อย
ไม่ใช่เข้าไปนั่งคล่อมตัก เข้าไปกัดคอ มันแปลกๆนะ  :z3: :z3: :z3:
รอตอนใหม่เน้อ
      :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

 ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์
3
Boy's love story / Re: [รับxรับ] กุ หลาบ แดง กับ แมว ขาว UP! ✿ chapter 3 (24.05.61)
« กระทู้ล่าสุด โดย puiiz เมื่อ 24-05-2018 22:31:34  »
 :pig4: :pig4:
4
Boy's love story / Re: IN CONTROL ... ในปกครอง : Chapter XXIV : Engage : May 24, 18 : P.109
« กระทู้ล่าสุด โดย A_Narciso เมื่อ 24-05-2018 22:30:44  »
 :z1: พ่อตอง แซ่บเว่อร์ค่าาา
5
Boy's love story / Re: #กาแฟมันขมกินขนมดีกว่า ➤ตอนที่.๐๑ [UP:24-05-2561]
« กระทู้ล่าสุด โดย ploylypotter เมื่อ 24-05-2018 22:29:16  »
(ต่อ)


ตกเย็น

“แล้วเจอกันพรุ่งนี้เว้ยไอ้ปัน”

“เออ เจอกัน”

ขณะนี้เป็นเวลาสี่โมงกว่าๆ ซึ่งเป็นเวลาที่นิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่เลิกเรียนกันเป็นที่เรียบร้อย คนจึงค่อนข้างเยอะกว่าปกติ บางคนก็เตรียมตัวไปเฮฮาตามร้านเหล้า ไปเมากับเพื่อนๆ บ้างก็ไปทำงานหาข้อมูลกันตามห้องสมุด แต่บางคนก็กลับไปนอนหลับเป็นตายที่ห้อง ซึ่งผมเป็นอย่างสุดท้าย

หลังจากแยกกับไอ้ปันแล้ว ผมกับไอ้แดนก็พากันเดินชิวมาหน้ามอ เวลานี้คนกำลังคึกคักเลย เพราะของกินมีขายอยู่เต็มทางเดินไปหมด

“มึงจะกลับหอเลยป้ะไอ้ฟ้า?” ไอ้แดนถามขึ้นมาระหว่างที่เดินดูของกินไปเรื่อย

“เออ กูอยากกลับห้องไปนอน”

“โอเค เดี๋ยวกูจะไปโซนเบียร์กับพวกไอ้เป้มันก่อน”

“ก็ไปดิ กูรั้งมึงไว้เหรอ?”

“เออครับ สัดเพื่อน!” ว่าจบมันก็หมุนตัวเดินไปอีกทาง ผมมองตามหลังมันไปก็เจอพวกไอ้เป้เพื่อนในห้องเรียนรวมกลุ่มกันอยู่แถวม้าหินอ่อนหน้าคณะ

แดกเบียร์อะไรกันตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่ขึ้น

ผมเลิกสนใจพวกนั้นก่อนจะเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ อ้อ หอพักของพวกผมอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่หรอกครับ ใช้เวลาเดินไม่ถึงสิบห้านาทีก็ถึง ถามว่าผมอยู่กับใคร ก็อยู่คนเดียวเนี่ยแหละ ส่วนไอ้แดนมันก็อยู่ห้องตรงข้ามกันอย่างที่บอก แล้วหนมล่ะอยู่ไหน ทำไมไม่มาอยู่กับผมด้วย
คำตอบก็คือผมเองนี่แหละไม่ยอมให้มันอยู่ด้วย หาเหตุผลมาสารพัดจนมันยอมไปอยู่หออื่น โดนงอนนิดหน่อยแต่วันต่อมาก็หายเพราะผมง้อด้วยของกิน งงกันล่ะสิ ไหนว่าชอบมันแต่ทำไมถึงไม่ยอมให้อยู่ด้วยกัน คำตอบก็ง่ายๆเลยครับ ผมกลัวใจตัวเอง

หลายคนอาจจะอยู่ร่วมห้องกับคนที่ชอบได้ แต่สำหรับผมน่ะไม่ได้แน่ๆ ก็หนมมันน่ารักขาวผ่องนุ่มนิ่มน่าฟัดไปทั้งตัวขนาดนั้น ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าอยู่ด้วยกันแล้วผมจะทนไหวมั้ย ถ้าเกิดเห็นอีกฝ่ายปล่อยเนื้อปล่อยตัวตามสบายเพราะเห็นว่าผมเป็นเพื่อน

ขืนวันดีคืนดีมันแก้ผ้าต่อหน้าต่อตาผมขึ้นมา ผมไม่กล้ารับประกันเลยว่าตัวเองจะไม่พุ่งเข้าใส่มันเข้า

แยกกันอยู่แบบนี้ถึงปลอดภัยที่สุด เอาไว้เป็นแฟนกันแล้วผมมีสิทธิ์ในตัวมันเมื่อไหร่ค่อยมาอยู่ด้วยกันก็ยังไม่สาย แต่ตอนนี้เป็นแค่เพื่อนกันไง กูเลยต้องยับยั้งชั่งใจเวลาคิดอะไรกามๆ

แถมไม่รู้จะมีวันนั้นมั้ย... วันที่หนมได้เป็นแฟนของผม

“ท้องฟ้า!!”

คิดนั่นนี่ในใจได้ไม่นาน เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปมองก็รู้เลยว่าใคร ก็มีมันอยู่คนเดียวนั่นแหละครับ

“อ้วน”

“เดี๋ยวกูเตะเลย ไม่อ้วนเว้ย!” มันโวยวายเสียงดัง ก่อนจะวิ่งดุ๊กๆเข้ามาหาผมพร้อมกับ...ของกินเต็มไม้เต็มมืออีกตามเคย เห็นจนชินแล้วล่ะเลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น แต่เอาเข้าจริงทุกวันนี้ผมก็ยังสงสัยว่ามันกินเยอะขนาดนี้ได้ยังไง ตัวก็เท่านี้เอง แถมยังไม่อ้วนขึ้นเลยสักนิดเดียว สงสัยที่กินๆเข้าไปจะมีผลลัพธ์ที่แก้มของมันแทนพุง

“เลิกเรียนนานยัง?”

“เมื่อกี้เลย จริงๆก็ว่าจะกลับห้องไปทำงาน แต่กูดันหิวขึ้นมาซะก่อน เลยมาหาอะไรรองท้อง” ไอ้กับข้าวสามสี่ถุงนั่นเรียกว่ารองท้องได้ด้วยเหรอวะ?

“กินเยอะขนาดนี้กูไม่แปลกใจเลยที่มึงอ้วน”

“ไม่อ้วนเว้ย! น้ำหนักเกินมาตรฐานมานิดหนึ่งเอง”

“อ่ะจ้าา แค่นิดหนึ่งเองเนอะ อืมๆไม่อ้วนเล้ย~” ผมพยักหน้ายิ้มๆ เห็นหนมมันทำหน้ามุ่ยแบบนี้แล้วอารมณ์ดีฉิบหายอ่ะ สงสัยว่าผมนั้นจะกลายเป็นโรคจิตไปแล้ว

“เดี๋ยวงอนแม่ง”

“โอ๋~หนมไม่งอนฟ้านะ” ผมตรงเข้าไปโอบไหล่ร่างเล็กนั้นอย่างออดอ้อนเอาใจแทบจะทันที “เดี๋ยวพรุ่งนี้เลี้ยงไอติมลุงสมหมาย”

“สองถ้วย”

“ให้สามเลยเอ้า!” ผมชูสามนิ้วขึ้นมาประกอบคำพูด ซึ่งนั่นเรียกรอยยิ้มแสนสดใสจากอีกฝ่ายได้ในทันที
เจอยิ้มน่ารักโดนใจระยะใกล้ ตากูนี่ลายเลยไอ้สัด

“โอเค งั้นหนมไม่งอนก็ได้”

“อารมณ์ดีแล้วว่างั้นเถอะ?”

“ก็ไม่ได้อารมณ์เสียอะไรสักหน่อย”

“คร้าบๆ” พยักหน้ากับคำพูดของอีกคน “แล้วจะกลับหอเลยหรือว่ายังไง?”

“เดี๋ยวเดินดูของกินอีกสักพักค่อยกลับ” หา? ที่ถืออยู่ในมือนี่ยังไม่พออีกเหรอวะ “มึงจะกลับห้องไปนอนใช่มั้ยล่ะ”

“ก็คิดไว้อย่างนั้น”

“โอเค งั้นแยกกันตรงนี้”

“ไม่เอา”

“ไม่เอาอะไร”

“ไม่เอา ไม่กลับห้องแล้ว”

“แล้วฟ้าจะไปไหน?”

“ไปกับหนมไงครับ”










เวลาต่อมา...

กว่าจะเดินซื้อของกินเสร็จก็ปาไปห้าโมงกว่าแล้ว ร้านค้าก็ไม่ได้เยอะขนาดเดินสามชั่วโมงก็ดูไม่หมดหรอกครับ แต่ที่ช้าก็เพราะไอ้ตัวดีมันเดินกินฟรีมาแทบจะทุกร้าน เพราะไปร้านไหนแม่ค้าเขาก็ต่างเอ็นดูมัน ให้ชิมนู่นแถมนี่จนของกินเต็มไม้เต็มมือมันไปหมด

เพราะฉะนั้นผมเลยแสดงความหวังดีด้วยการเดินมาส่งหนมมันที่หอพัก ซึ่งอยู่อีกซอยหนึ่ง ไม่ไกลเท่าไหร่ แต่ก็เดินลิ้นห้อยอยู่เหมือนกัน

ส่วนอ้วนน้อยของผมดูมันจะไม่เหนื่อยเลยสักนิด เพราะเดินไปกินไปตลอดทางจนของกินหมดไปหลายถุงแล้ว บางทีก็เป็นห่วงเป็นใยหันมาป้อนผมบ้าง เพราะกลัวมันน้อยใจเลยกินที่มันป้อนไปหลายคำ

แต่แค่มองมึงกินกูก็อิ่มไปถึงพรุ่งนี้แล้ว

“ขอบใจที่เดินมาส่งนะ”

“เออ แล้วของกินเนี่ย ถ้ามันเยอะก็เก็บไว้กินวันอื่นได้ ไม่ใช่กินมันให้หมดในคืนนี้”

“รู้แล้วคร้าบพ่อ” ไม่อยากเป็นเลยพ่อ อยากเป็นผั—แค่กๆ เอ หรือว่าจะเป็นแด๊ดดี๊ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อดีวะ

“งั้นกูไปนะ” ผมว่า เตรียมจะหมุนตัวเดินกลับไป แต่มือนุ่มนิ่มของอีกคนกลับมาจับข้อมือของผมเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อน”

“หืม?” ผมเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย ก่อนตาทั้งสองจะเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่ออยู่ๆหนมมันก็ขยับเดินเข้ามาใกล้ ตาเรียวเล็กของมันก็ช้อนขึ้นมองใบหน้าของผม มองอย่างสำรวจก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ปาก จ้องมันอยู่พักใหญ่จนผมหายใจสะดุด

อะไรวะ จ้องปากกูแบบนั้นหมายความว่าไง หรือว่าจะ....อมก๊!!

และระหว่างที่ผมกำลังคิดนู่นคิดนี่ไปไกล ก็ต้องมาสะดุ้งเพราะนิ้วโป้งของหนมมันปาดเข้ามาเบาๆ...ที่ริมฝีปาก

“ครีมเลอะ” เอ่ยออกมาเบาๆก่อนจะส่งนิ้วที่เลอะครีมบนปากผมเข้าปากตัวเอง “อร่อยดี”

ปุ้ง!!

ฉอตนี้กูตายว่ะ บอกเลย

ไม่รู้ว่าหนมมันเดินกลับขึ้นห้องไปตอนไหน

ไม่รู้ว่าเป็นเวลาเท่าใด

ไม่รู้ว่าผมกลับมาถึงห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่

รู้แค่ว่าตอนนี้ ถ้ากูไม่ได้ระบายสิ่งที่เจอมา กูต้องอกแตกตายเป็นแน่แท้!

“ไอ้แดน”

(“ห่างกันไม่ทันไรมึงคิดถึงกูแล้วรึไงไอ้ฟ้า”)

“มาเก็บศพกูที เหมือนกูจะซี้แล้วว่ะเพื่อน”

(“เดี๋ยว? มึงเป็นอะไร ทำไมน้ำเสียงฟังดูไร้เรี่ยวแรงแบบนั้นวะ เฮ้ย! ยังอยู่ดีรึเปล่าเพื่อน ไอ้ฟ้า ไอ้ฟ้าโว้ยยยย!!~”)
 




//tbc.
6
Boy's love story / Re: #กาแฟมันขมกินขนมดีกว่า ➤ตอนที่.๐๑ [UP:24-05-2561]
« กระทู้ล่าสุด โดย ploylypotter เมื่อ 24-05-2018 22:27:33  »
๐๑





“มึงว่าระหว่างข้าวผัดหมูกับหมูผัดข้าวอะไรอร่อยกว่ากัน?”

“แล้วสองอย่างนี้มันต่างกันตรงไหนวะ?”

“ต่างสิมึง!”

“อ่ะ ว่ามาดิ้”

“ข้าวผัดหมูจะได้ข้าวเยอะกว่า ส่วนหมูผัดข้าวจะได้หมูเยอะกว่า นี่ไงความต่างของสองเมนูนี้”

ผัวะ

“โอ้ย!! ไอ้ฟ้า มึงตบหัวกูไมวะ!?”

“ก็แล้วทำไมกูจะตบหัวมึงไม่ได้ เลิกไร้สาระแล้วตั้งใจเรียนไปไอ้สัด”

“มึงแม่งไม่เคยอ่อนโยนกับกูเลยไอ้ฟ้า ใช่ซี้~ กูมันก็แค่แดนไทเพื่อนข้างบ้าน จะไปสู้ไอ้หนมของมึงได้ยั…เฮ้ย! จะตบอีกรอบเรอะ?”

“ถ้ามึงยังไม่หุบปากกูจะตบให้สมองแม่งไหลไปกองกันอยู่ที่ตาตุ่มเดี๋ยวนี้แหละ”

“ฟ้าทำไมไม่อ่อนโยน ฮืออT^T ไอ้ปันมึงดูไว้ ทั้งๆที่กูเป็นเพื่อนที่เห็นกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย แต่มึงดูมันทำกับกู๊~”

เจ้าของชื่อแดนไท หรือไอ้แดน เปลี่ยนเป้าหมายจากผมซึ่งไม่สนใจมันไปก่อกวนไอ้มนุษย์หน้านิ่งที่นั่งอยู่อีกข้างหนึ่งของมันแทน

ซึ่งไอ้ปัน หรือปันปัน ก็ทำเพียงเงยหน้าเหลือบตาขึ้นมามองมันแว้บหนึ่ง ก่อนจะก้มลงไปสนใจเกมในจอโทรศัพท์ของมันต่อ ปากก็บอกเสียงเอื่อยๆว่า

“เหรอ อืม” ครับ แค่สองคำนี้เท่านั้น

“ใจคอมึงจะตอบกูแค่นี้เหรอวะไอ้ปัน!”

“แล้วจะให้ตอบอะไร” ปากมันก็ว่าไป แต่ตานี่จ้องแต่โทรศัพท์ มือก็กดยิกๆ ซึ่งท่าทางแบบนั้นทำให้ไอ้แดนมันหัวเสียไม่น้อย

“ตอบอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เหรออืมที่มึงตอบมาก่อนหน้านี้อ่ะ” แดนมันว่า ก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่ไอ้ปันด้วยท่าทีสะดีดสะดิ้ง “ปลอบใจกูหน่อย”

“โอ๋นะ”

“;-;” แดนมันคงซึ้งมากจนน้ำตาจะไหล ส่วนผมน่ะเหรอ?

“ฮ่าๆๆๆๆ” โคตรฮาจนขอหัวเราะให้สาแก่ใจทีเถอะ

“เงียบไปเลยสัดฟ้า! กูงอนมึงอยู่”

“เรามันเพื่อนสนิทที่เห็นกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยไม่ใช่เหร้อ?” ผมตอบกลับไปด้วยท่าทียียวนกวนประสาท ซึ่งนั่นทำให้แดนมันฮึดฮัดอย่างขัดใจ แต่กลับเรียกเสียงหัวเราะหึหึมาจากไอ้ปัน

“กูไม่คุยกับพวกมึงแล้ว! ละมึงขำอะไรห้ะสัดปัน เล่นเกมไปเลยมึงอ่ะ!!” แดนมันว่าอย่างหัวเสีย ก่อนจะเคาะนิ้วลงกับโต๊ะคล้ายคนสมาธิสั้น “แล้วเมื่อไหร่จารย์แกจะปล่อยวะ กูหิวฉิบหายเลยตอนนี้”

“อ้อ นี่คือมึงหิวเองเหรอ ถึงได้พูดเรื่องข้าวผัดอะไรนั่นขึ้นมา”

“ก็เออน่ะสิ เมื่อเช้ากูกินขนมปังไปแผ่นเดียวเอง ลูกๆในท้องกูร้องใหญ่แล้ว” มันว่าก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกมือขึ้นลูบท้องตัวเองไปมา นี่ถ้าไม่รู้ว่ามันหิว ผมคงคิดว่ามันท้องอยู่แน่ๆ สภาพแม่งโคตรได้

ระหว่างรออาจารย์แกปล่อยไปกินข้าว ผมจะมาแนะนำไอ้สองคนนี้ให้รู้จักกันหน่อยดีกว่า ว่ามันสองคนมีความเป็นมายังไงในสาระบบชีวิตของผม

เริ่มที่ไอ้แดน หมอนี่คือเพื่อนที่สนิทที่สุดของที่สุด รู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้ เพราะบ้านเราสองคนอยู่ติดกัน เกิดขึ้นมาลืมตาดูโลกก็มีมันเป็นเพื่อน

ส่วนไอ้ปัน ผมกับแดนพึ่งรู้จักมักจี่กับมันเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนเอง ตอนนั้นเป็นวันเปิดเทอมวันแรก แล้วพวกเราก็มาเข้ารับน้องสายด้วยกันทั้งสามคน จึงถูกพวกพี่ว้ากลงโทษกันไปตามระเบียบ เลยได้มีโอกาสสานสัมพันธ์จนได้มาเป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้

ส่วนเรื่องนิสัยของเราทั้งสามเรียกได้ว่าไปกันคนละทาง ผมน่ะไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่ไอ้แดนกับไอ้ปันนี่สิต่างกันแบบสุดขั้วไปเลย
 
ไอ้แดนมันเป็นคนประเภทพูดมาก พูดได้หมดตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ พูดแบบไม่ได้มีสาระอะไรทั้งสิ้น แถมยังชอบเสือกเรื่องชาวบ้านอยู่บ่อยๆ ซึ่งต่างจากไอ้ปันโดยสิ้นเชิง เพราะรายนั้นนอกจากจะนั่งหล่อหน้านิ่งไปวันๆแล้ว มันก็พูดแทบนับคำได้ เป็นคนประเภทถ้าพูดออกมาแต่ละทีดอกพิกุลคงร่วงออกจากปาก

ผมว่าที่เราสามคนอยู่ด้วยกันได้นี่คงเพราะความหน้าตาดีล้วนๆไม่มีอย่างอื่นผสม

“แล้วสรุปว่ากูจะแดกอะไรดีวะ ระหว่างข้าวผัดหมู กับหมูผัดข้าว?”

“จะแดกอะไรก็เรื่องของมึงเหอะ เพราะกูจะไปแดกกับหนม”

“งั้นกูไปด้วย” ไอ้แดนไม่รอช้าที่จะเสนอหน้าขึ้นมาทันที แล้วคิดว่าผมจะให้มันไปด้วยมั้ย? คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า...

“ไม่ต้องเสนอหน้ามาเลยไอ้สัด”

“อะไรวะ หนมมันก็เพื่อนกูนะเว้ย มึงแม่ง...งก!”

“แล้วมึงจะไปกับกูทำไม โรงอาหารคณะนิเทศฯอยู่ตั้งไกล มึงหิวไม่ใช่เหรอ ก็อยู่กินเป็นเพื่อนไอ้ปันมันที่นี่แหละ”

“ถามกูยังว่าอยากอยู่กับมันมั้ย?” ไอ้ปันที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นมาเบาๆ มันวางโทรศัพท์ลงก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย

“แดน กูว่ามึงควรพิจารณาตัวเองได้แล้วว่ะเพื่อน” ผมตบบ่ามันอย่างเห็นอกเห็นใจ “ไอ้ปันที่วันหนึ่งพูดไม่ถึงสิบประโยคถึงกับเอ่ยปากออกมาเองเลยนะว่าไม่อยากอยู่กันมึงอ่ะ”

“อะไรกันวะ กูแดนเองไง แดนเพื่อนพวกมึงสองคนอ่ะ”

“ก็เพราะมึงคือไอ้แดนไง กูถึงไม่ให้ไปด้วย”

“กูไม่เข้าใจ จะว่ามึงหึงกูกับไอ้หนมก็ไม่ใช่ เพราะกูก็เพื่อนสนิทมันไม่ต่างจากมึง เอ๊ะหรือว่ามึงหึงกูกับหนมมันจริงๆวะ?”

“เดี๋ยวกูโบกด้วยส้นตีนเลยหนิ ไม่ใช่เว้ย!”

“แล้วอะไร กูเองก็อยากรู้” คราวนี้ไอ้ปันผู้ไม่ค่อยสุงสิงกับใครถึงกับออกปากถามมาเองเลยครับ ไอ้แดนที่เห็นว่าตัวเองมีพวกแล้วก็พยักหน้าสนับสนุนเต็มที่

ผมถอนหายใจออกมาก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัว เอาจริงๆมั้ยครับ เหตุผลที่ผมไม่ให้ไอ้แดนไปด้วยกันนี่มันค่อนข้างจะปัญญาอ่อนนิดหน่อย แต่ในเมื่อเพื่อนๆเราอยากรู้กันขนาดนี้ พี่ฟ้าคนดีจะตอบให้ก็ได้

“ตรงๆเลยนะ”

“เออ ว่ามาเลย”

“หนึ่ง...คือกูอยากอยู่กับหนมแค่สองคน มึงต้องเข้าใจว่ากูกับมันไม่เคยแยกกันมาก่อนเลยตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยม พึ่งจะมาแยกกันเอาตอนนี้ ถ้ามีเวลาว่างกูเลยอยากที่จะอยู่กับมันบ่อยๆชดเชยเวลาที่เสียไป”

“กูเข้าใจว่าพวกมึงติดกันเป็นปลิงตลอดเวลา แล้วมันเรื่องอะไรถึงห้ามไม่ให้กูไปด้วย”

“สอง...ก็คือกูเบื่อหน้ามึงไงไอ้สัดแดน”

“ห้ะ? เบื่อหน้ากู แค่นี้อ่ะนะ”

“มันไม่ใช่เรื่องแค่นี้นะเว้ย! หรือมึงไม่เบื่อหน้ากูวะ เจอหน้ากันมาตั้งแต่จำความได้ บ้านมึงกับกูก็อยู่ข้างกัน ไปโรงเรียนก็ไปด้วยกันแถมอยู่ห้องเดียวกันมาตลอด แล้วพอเข้ามหาลัยก็เสือกอยู่คณะเดียวกันอีก แค่นั้นยังไม่พอนะ หอพักก็หอเดียวกันกับกู! ยังดีที่คนละห้อง แต่แม่งก็ห้องตรงข้ามกูอ่ะ! เจอหน้ากันแทบจะ 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว เจอบ่อยกว่าไอ้หนมก็มึงเนี่ยแหละ! ให้มีสักเวลาบ้างเถอะที่กูจะไม่ได้เห็นหน้ามึง ทีนี้เข้าใจรึยังว่าทำไมกูถึงไม่ให้มึงไปด้วย!!”

“...กูเข้าใจแล้ว”










แล้วทำไมกูถึงเห็นมึงอยู่ที่นี่อีกวะ!?

ไอ้แดนยังพอเข้าใจได้ แต่อีกคนอ่ะ ไม่เข้าใจ!!

“นี่มึงก็มากับมันด้วยเหรอวะไอ้ปัน?”

“เออ” เจ้าของชื่อพยักหน้าเบาๆก่อนจะเงยหน้ามองฟ้ามองอากาศ ผมหันขวับไปมองไอ้แดนทันที

“อย่ามองกูอย่างนั้นสิเพื่อน~ ใจคอมึงจะให้กูทิ้งไอ้ปันมันแดกข้าวคนเดียวที่คณะรึไงเล่า กูไม่ใช่มึงนะเว้ยที่จะทิ้งเพื่อนแล้วมากินข้าวกับ...กับอะไรดีหว่า?”

“เพื่อนไงไอ้สัด!!”

“จ้า เพื่อนเนอะ เพื่อนสนิทไม่ซื่อรึปล่าวว~”

“หุบตูดมึงไปเลยไอ้สัดแดน!”

“แหม~หยอกเล่นนิดหน่อยเองน่า ใจเย็นนะจ้ะ” ไอ้แดนยิ้มแห้งก่อนจะเข้ามาบีบๆนวดๆตามแขนผมอย่างเอาใจ ส่วนกูนี่แทบจะยกตีนขึ้นก่ายหน้าผาก ไม่น่าบอกให้มันรู้ความลับสุดยอดที่ผมชอบหนมเลยแม่ง!

ก็ตามที่ทุกคนเข้าใจนั่นแหละครับ เรื่องที่ผมชอบหนมเนี่ยไอ้ห่าแดนมันรู้ จะโทษความเสือกของมันหรืออาการผมแสดงออกมากเกินไป ทำให้มันเริ่มระแคะระคายจนมาซักฟอกผมซะสะอาดเอี่ยมอ่อง

เอาจริงมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือผมจะได้ไม่ต้องอึดอัดเก็บความรู้สึกนี้ไว้คนเดียว ส่วนข้อเสีย... ก็เพราะว่าคนที่รู้เรื่องนี้เสือกเป็นไอ้แดนไทคนปากเปราะปากไวยิ่งกว่าสี่จีประเทศไทยคนนี้!

“แล้วไหนเพื่อนมึง?”

ไอ้ปันนี่ก็อีกคน มันจะมาด้วยทำไมวะ ก็ไม่ใช่ผมไม่ไว้ใจมันหรือยังไงหรอกนะครับ แต่แม่งเสือกหน้าตาดีทำไมล่ะ บอกตามตรงว่าไม่ค่อยสนิทใจที่จะให้มันเจอหนมเลย แล้วดูเหมือนสายตาที่ผมมองมันจะแรงกล้าไปหน่อย ไอ้ปันถึงได้บอกเบาๆออกมาว่า...

“กูไม่นิยมของเพื่อน”

“มึงพูดแล้วนะ อย่าคืนขำนะเว้ย!”

“เออ” มันพยักหน้าอีกหน

“เพื่อนฟ้าครับ มึงจะคิดว่าผู้ชายทุกคนจะชอบไอ้หนมไม่ได้นะเว้ย อีกอย่าง...กูว่าไอ้ปันมันคงไม่นิยมหมูพันธุ์มินิอย่างน้องขนมของมึงหรอก”

“อย่าว่าหนมดิ หนมแค่อ้วน”

“มึงหนักกว่ากูอีกไอ้สัดฟ้า” ไอ้แดนแยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะดูนาฬิกาข้อมือ “เที่ยงจะสิบห้าแล้ว ทำไมไอ้หนมของมึงมันยังไม่มาอีก”

“ใครบอก มันมานานแล้วเถอะ แค่ไปต่อคิวซื้อข้าว นั่นไง เดินมานู่นแล้ว”

ผมชี้มือไปทางด้านหลัง ซึ่งมีร่างอวบๆของไอ้หนมกำลังเดินดุ๊กดิ๊กพร้อมของกินเต็มไม้เต็มมือมาที่โต๊ะซึ่งผมจองไว้ ตอนแรกผมก็ว่าจะไปซื้อให้มันนั่นแหละ แต่ไอ้ตัวดีมันบอกอยากไปเลือกเมนูด้วยตัวเอง ผมก็เลยปล่อยมันไป

ซึ่งพอหนมมันเดินมาถึงโต๊ะแล้วเห็นไอ้แดนหน้าหมา มันก็ยิ้มร่าจนตาปิด ส่วนผมนี่หน้านิ่วคิ้วขมวดโดยอัตโนมัติ ถึงอีกคนจะเป็นไอ้แดน แต่ผมก็อดหวงรอยยิ้มสดใสของมันไม่ได้อยู่ดี

“แดน! ฟ้าไม่เห็นบอกเลยว่ามึงจะมากินข้าวเที่ยงด้วย แล้วนี่...” มันทักทายไอ้แดนตามภาษา ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นคนแปลกหน้าอีกคนหนึ่ง “เพื่อนพวกมึงเหรอ?”

“ไอ้หน้าตายนี่มันชื่อปัน เพื่อนที่คณะพวกกูเองนี่แหละ” ไอ้แดนทำหน้าที่แนะนำไอ้ปันให้เสร็จสรรพ หนมก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย

“หวัดดีปัน เราหนมนะ”

“ครับ” แล้วทำไมมึงต้องทำเสียงหล่อขนาดนั้นด้วยวะ!?

“จะพูดเพราะกันไปทำไมวะ เพื่อนกันทั้งนั้น” ไอ้แดนมึงพูดถูกใจกู เอาไปเลยสิบบาท

“ก็พึ่งเจอหน้ากันมึงจะให้กูไอ้เหี้ยไอ้สัดกับปันเลยรึไง”

“หยาบได้ ไม่ว่า”

“แหะ... รอเราปรับตัวก่อนแปป”

“อะแฮ่ม! มัวแต่คุยวันนี้จะได้แดกมั้ย พวกมึงก็ไปซื้อข้าวกันได้ละ นานกว่านี้แถวยาวกูไม่รู้ด้วยนะเว้ย” ผมเอ่ยตัดบทขึ้นมา ก่อนจะฉวยอาหารที่หนมมันหิ้วมาขึ้นวางบนโต๊ะ

“ได้ข่าวว่ามึงก็ยังไม่ได้ซื้อข้าวนะสัดฟ้า”

“ก็กูจะฝากมึงนี่ไงสัดแดน”

“แล้วทำไมไม่ไปซื้อเอง”

“จะอยู่กับหนม”

“โอเค๊~ ได้เลยเพื่อนน” ปากมันก็ว่าไป แต่สายตานี่วิบวับจนน่าหมั่นไส้ อยากเอาไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มตาแม่งให้แตกฉิบหาย “เออหนม คณะมึงข้าวร้านไหนอร่อยวะ”

ไม่น่าถามเลย...

“หื้ม? ก็อร่อยทุกร้านนะ”

นั่นไง! ทำไมกูซื้อหวยไม่เคยถูกแบบนี้บ้างวะ??

คำตอบที่ทำเอาไอ้แดนใบ้แดกไปสามวิ ส่วนไอ้ปันมันเดินไปนู่นแล้ว ไม่ได้สนลมสนแดดใดๆทั้งสิ้น

“มึงไปซื้อได้แล้วไป กูเอากะเพราไก่ไข่ดาวนะ มึงออกเงินก่อน”

“ใช้กูเป็นทาสเลยนะไอ้สัด เออๆรอแปป” แล้วไอ้แดนก็เดินหายวับไปกับฝูงชนที่มากินอาหารตอนเที่ยง

คราวนี้ก็เหลือแค่เราสองคนแล้วนะที่รัก ( :

ผมยิ้มให้กับความคิดของตัวเอง ก่อนจะย้ายร่างไปนั่งข้างมัน เพื่อให้สองคนนั้นนั่งอีกฝั่งหนึ่ง หนมมันเงยหน้าจากชามบะหมี่ขึ้นมามองผมเล็กน้อย ก่อนจะโซ้ยเส้นเข้าปากเคี้ยวตุ๊ยๆตามเดิม

“กินเส้นอีกแล้วเหรอ?”

“งั่มๆ ก็ชอบอ่ะ”

“แล้วใส่พริกมาเยอะขนาดนั้นกินไหวรึไง”

“ไม่ต้องห่วง กูมีนี่” มันว่าพร้อมกับหยิบขวดนมออกมาจากถุง โอ้โห! แม่งเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์จริงๆ

ขนมมันกินอาหารได้แทบจะทุกอย่างเลยครับ ยกเว้นอาหารที่รสเผ็ดจัดหน่อย คือมันกินเผ็ดไม่เก่ง แต่ก็ชอบกินเพราะเหตุผลที่ว่ากินเผ็ดแล้วเหงื่อออกดี

“เตรียมพร้อมจริงๆนะ”

“แน่นอน” มันยิ้มกว้าง “ว่าแต่... เพื่อนมึงคนนั้นหล่อดีเนอะ”

“มันมีแฟนแล้ว!” ผมโพล่งขึ้นมาอย่างลืมตัว ไอ้หนมเลยทำตาโตมองผม

“กูแค่บอกว่าหล่อดี ไม่ได้อยากรู้ว่ามันมีหรือไม่มีแฟนสักหน่อย”

“ก็บอกไว้เผื่อมึงชอบมันไง”

“บ้าแล้วฟ้า หนมไม่ได้ชอบผู้ชายนะเว้ย!”...แล้วหนมชอบฟ้าบ้างรึเปล่า? คำถามที่ได้แต่เก็บอยู่ในใจ ผมไม่มีความกล้ามากพอที่จะถามมันออกไปตรงๆหรอก

ตัวใหญ่ ใจกาก แต่ปากเก่ง นี่แหละกูเอง

“เออๆ ช่างเถอะ ว่าแต่เพื่อนที่คณะมึงอ่ะ เมื่อไหร่จะแนะนำให้รู้จักบ้าง หรือจริงๆแล้วมึงไม่มีเพื่อน?”

“มีเดะ! กูเพื่อนเยอะจะตาย”

“กี่คน?”

“สองคน! หน้าตาดีทั้งคู่ด้วย”

“อ่าฮะ”

“คนแรกเป็นผู้หญิง อายุมากกว่าปีหนึ่งเพราะซิ่วมาจากมออื่น ส่วนผู้ชายอีกคนรุ่นเดียวกันหน้าตาดีมากๆ”

“เห็นมึงบอกงี้ทุกที ทำไมไม่พามาให้กูรู้จักบ้าง” จะได้ตีสนิทไว้ เผื่อจะได้เป็นหูเป็นตาให้ผมว่าใครมายุ่งกับอ้วนมันบ้าง เพราะทุกวันนี้เรียนไม่ค่อยจะรู้เรื่องเพราะหนมมันไปอยู่คณะอื่นนี่แหละ ไกลหูไกลตาไม่รู้มีรุ่นพี่รุ่นเพื่อนคนไหนมาจีบมันบ้างรึยัง

“ก็สองคนนั้นว่างไม่ตรงกันสักทีอ่ะ แถมวันนี้ยังถูกเรียกตัวไปคัดเดือนดาวของคณะอีก”

“อ๋ออ ไปคัดทั้งคู่เลยหรอวะ?”

“อื้อๆ ทั้งคู่เลย ไม่เข้าใจทำไมพวกพี่ปีสามไม่เรียกกูไปคัดด้วยอีกคนให้มันจบๆ” เบะปากอย่างเซ็งๆก่อนจะคีบลูกชิ้นเข้าไปยัดไว้ในกระพุ้งแก้ม “หนมว่าหนมก็หล่อในระดับหนึ่ง”

“เหร้ออ” ผมลากเสียงยาวก่อนจะลอบมองใบหน้าของไอ้คนที่มั่นใจว่าตัวเองหล่อในระดับหนึ่ง จริงๆหนมมันก็หล่อแหละครับ หน้าตาดีเลยล่ะ แต่ว่าเปอร์เซ็นความหล่อของมันอาจจะมีน้อยนิดไปหน่อยเท่านั้นเอง เพราะส่วนมากโดนความน่ารักกลบจนมิด

อย่างที่บอกแหละครับว่ามันเป็นคนขาว แถมยังอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ แก้มมันนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย ไหนจะตาตี่ๆปากแดงๆที่โคตรน่ารักเวลามันพูด หรือทำปากมุบมิบๆ ถ้ามีประกวดคิวท์บอยไอ้หนมมันคงชนะขาดลอยไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เรื่องเดือนคณะนี่...แค่ส่วนสูงมันก็ไม่ถึงเกณฑ์เขาแล้ว

“พูดถึงเรื่องนี้แล้วคณะมึงคัดไปรึยัง?”

“ได้แต่ดาวมั้ง เดือนยังไม่รู้” ผมตอบไปตามที่รู้ มือก็หยิบลูกชิ้นของหนมไม้หนึ่งมากินไปพลางๆระหว่างรอข้าว ซึ่งไอ้หนมมันก็มองตามลูกชิ้นไม้นั้นนิดหน่อย แต่ก็ไม่ว่าอะไร “จริงๆก็มีพวกพี่ปีสามมาทาบทามกูอยู่เหมือนกัน”

“จริงดิ!? แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอก” ไอ้อ้วนมันมองผมด้วยสายตาหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปตั้งใจกินบะหมี่อีกรอบ

“หมายความว่ายังไงที่ไม่แปลกใจเท่าไหร่?”

“ก็ไม่แปลกใจไงที่พี่เขาจะเลือกมึง”

“แล้วมันทำไมล่ะ?”

“จะเซ้าซี้ทำไมเนี่ยฟ้า จะกิน!”

“เอ้า ก็อยากรู้อ่ะว่าทำไม หนมบอกฟ้าไม่ได้เหรอ?” คราวนี้ไอ้อ้วนของผมหน้ามุ่ยเลยครับ คงเพราะผมไปรบกวนการกินของมันเข้า แต่หน้าตาตอนมันขัดใจก็น่ารักไปอีกแบบ นี่กลั้นยิ้มเอาไว้จนเมื่อยหน้าปวดปากไปหมดแล้ว

“ก็มึงหล่อขนาดนี้ พี่เขาไม่มาทาบทามสิแปลก” ผมยังคงทำหน้าไม่เข้าใจ “เฮ้อ~คือมึงหล่ออ่ะ ทำไมเข้าใจยากจัง ตัวก็สู้งสูง หุ่นก็ดีแถมมีซิกแพ็ค ยิ้มทีสาวๆคงละลายเป็นไอติม หน้าคมตาก็คมอีก จมูกงี้โด่งเฟี้ยวเป็นสันกำแพงเมืองจีนเลย ฮุ่ย! แล้วทำไมหนมต้องมานั่งชมฟ้าเป็นวรรคเป็นเวรแบบนี้ด้วย” ทำปากขมุบขมิบสักพักก็หันไปสนใจบะหมี่ตรงหน้าต่อ

ส่วนไอ้ท้องฟ้าคนนี้นั่งตาลอยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ แม่มึ้งงงงง หนมชมอ่ะ หนมชมกูด้วยเว้ย! ตั้งแต่โตมาจนอายุสิบเก้าปี โดยชมว่าหล่อหน้าตาดีมาก็หลายครั้ง แต่ไม่เห็นมีครั้งไหนน่าดีใจเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย

ฉันนั่งยิ้มลำพัง หัวเราะลำพัง

“แล้วมึงว่ากูตอบตกลงไปดีป้ะ?”

“ทำไมจะไม่ดีล่ะ ได้เป็นเดือนคณะเลยนะเว้ย”

“อ้วนอยากให้เป็นเหรอ”

“ใครอ้วน!?” หันมาถลึงตาใส่ผมแว้บหนึ่ง ก่อนจะเปิดขวดนมขึ้นดื่ม “แล้วเป็นเดือนมันไม่ดีตรงไหน มีแต่คนชอบนะ ดีจะตาย”

แต่คนที่กูอยากให้ชอบที่สุดคือมึงไง

“แล้วสรุปอยากให้เป็นมะ” ผมถามย้ำไปอีกครั้ง หนมมันทำหน้านึกไปประมาณห้าวิได้ ก่อนจะหันมาสบตาผมตรงๆแล้วตอบว่า...

“เรื่อง ของ มึง!”

“เอ้า ไรวะ”

“เลิกถามนู่นถามนี่ได้แล้ว กูจะกิน!” ฟังจากน้ำเสียงแล้วคงหงุดหงิดระดับสิบแล้ว ผมเลยชูมือสองข้างขึ้นทำนองว่ากูยอมมึงแล้ว ไม่ถามอะไรอีกแล้วจ้า เชิญมึงเจริญอาหารตามสบาย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ไอ้สองคนนั้นมันกลับมาพอดี

หนมแม่งแดกบะหมี่หมดไปชามหนึ่งแล้ว แต่ข้าวเที่ยงกูพึ่งมาถึง

“มาแล้วคร้าบ ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวร้อนๆของพี่ฟ้ามาแล้วว~” เสียงน่ารำคานนำมาแต่ไกลขนาดนี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากไอ้เชี่ยแดน  เสียงแม่งนำมาก่อนตัวของมันอีก

ไม่ช้าไม่นานข้าวกะเพราไก่หอมๆก็ถูกวางลงตรงหน้าผม ถึงจะไม่ค่อยหิวเท่าไหร่แต่ได้กลิ่นหอมฉุยแบบนี้มันก็เรียกน้ำย่อยได้ดีเหมือนกัน

“กว่าจะมาไอ้หนมแดกบะหมี่หมดไปชามหนึ่งละ”

“ก็คนมันเยอะนี่หว่า พวกกูอยู่คิวเกือบยี่สิบ ยืนรอจนปวดน่องไปหมดแล้วเนี่ย ไม่ได้ไปต่อคิวซื้อเองอย่าบ่นมากได้ป้ะ”

“เสือกตามกูมาเองนะ ถ้าอยู่ที่คณะป่านนี้พวกมึงได้แดกกันอิ่มไปนานแล้ว”

“อ้าว นี่ไอ้ฟ้าไม่ได้ชวนมาด้วยกันเหรอ?” ขนมถามขึ้นมาระหว่างกินลูกชิ้นไม้ที่...สาม!? เข้ มึงแดกหรือมึงยัดวะเนี่ย แปปเดียวหมดไปสามไม้ละ

“เออดิหนม พอพวกกูขอมาด้วยแม่งก็ปฏิเสธ เลยต้องมาเองแบบที่ไม่ให้มันรู้นี่ไง” มันว่าก่อนจะชี้ไปทางไอ้ปัน ที่นั่งกินข้าวเงียบๆตามภาษามัน “อีกอย่างไอ้ปันมันอยากรู้จักมึงมานานแล้วด้วย กูเลยถือโอกาสนี้พามารู้จักกันไว้”

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะมองไอ้แดนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามว่ากูไปอยากรู้จักขนมมันตั้งแต่เมื่อไหร่? ซึ่งไอ้เวรตัวดีก็ขยิบตาทำนองว่าตามน้ำไปกับกูหน่อย

“ปันอยากรู้จักเราเหรอ?”

“อ่า ใช่”

“ทำไมถึงอยากรู้จักเราอ่ะ?”

“ก็...” มันทำหน้าเลิกลักมองไปทางไอ้แดนเชิงขอความช่วยเหลือ แต่ไอ้คนสร้างเรื่องก็ไม่ช่วยอะไรนอกจากยักไหล่ด้วยท่าทางกวนส้นตีน

“ก็อะไรเหรอ?”

“ก็ได้ยินไอ้ฟ้าพูดถึงบ่อยๆ”

“ฟ้าพูดถึงเราเรื่องอะไรอ่ะ”

“ก็หลายเรื่อง”

“เช่นเรื่องอะไรบ้างเหรอ?”

“ก็เรื่องทั่วๆไป”

“แล้ว--”

“มึงจะถามอะไรมันขนาดนั้นวะหนม” ผมเอ่ยตัดบทขึ้นมาก่อนที่หนมมันจะได้ซักถามอะไรอีก ซึ่งไอ้ปันก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาทันที จริงๆก็รู้สึกสงสารมันนิดๆเหมือนกัน สงสัยคงไม่เคยเจอใครช่างซักช่างถามอย่างไอ้หนมสักคน แถมตัวมันเองก็ไม่ใช่คนช่างพูด เจอแบบนี้คงทำอะไรถูก

ส่วนไอ้เวรแดนไทน่ะเหรอ นั่งหัวเราะคิกคักจนน่ายันโครมให้หงายท้องจริงๆ แล้วดูเหมือนว่าไอ้ปันเองก็จะคิดเช่นเดียวกับผม ฝ่ามือใหญ่ๆของมันจึงจัดการโบกเข้าที่หัวของไอ้แดนเต็มแรงจนหน้าอีกคนเกือบทิ่มจาน

“ไอ้ปัน รุนแรงจังเลยไอ้สัด นี่หัวกูไม่ใช่กลองที่พวกมึงจะตบเอาโบกเอาได้นะเว้ย!”

“มีเรื่องอะไรกันรึเปล่า?”

“ก็เรื่อง—โอ้ยย~”

“เรื่องอะไรเหรอครับเพื่อนแดน หืม?” ผมยิ้มถามไอ้แดนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ส่วนตีนของผมก็กำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ โดยการ...ขยี้ตีนไอ้แดนอีกทียังไงล่ะ

“อะ...โอ้ยย ปล่าว ปล่าวจ้ะ ไม่มีเรื่องอะไรเล้ยยย”

“งั้นก็แดกข้าวเข้าไปได้แล้ว รีบกินจะได้รีบไปสักที”

“โอเคเลยเพื่อนฟ้า กูหิ๊วววหิว จะรีบกินเดียวนี้แหละ!”

แล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยมีไอ้หนมมองคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยสายตาสงสัย




(มีต่อ)
7
สมน้ำหน้ายัยอันนา 55555
จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ
8
 “เยอะมากค่ะ ขอให้คุณรัฐกิจตั้งใจเล่นเกมนะคะ เงินรางวัลนี้จะได้เป็นของคุณ ขออธิบายเกมต่อค่ะ ผู้เล่นแต่ละคนจะถูกประเมินทักษะทางร่างกายและจิตใจเพื่อปรับมาเป็นพลังพื้นฐานในการต่อสู้ค่ะ โดยความสามารถในเกมจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าเป็นสิบเท่าในชีวิตจริง แต่ค่าต่างๆจะไม่ถูกแสดงไว้ค่ะ เนื่องจากเกมนี้ใช้ไพ่หรือการ์ดในการต่อสู้และดำเนินเกมเป็นหลัก ดังนั้น คุณจะพัฒนาทักษะทางร่างกายหรือจิตใจหรือไม่ก็ได้ ไม่เป็นปัญหาต่อการเล่นเกม แต่แน่นอนค่ะ ถ้าคุณเก่ง เกมก็จะดำเนินไปได้อย่างราบรื่นมากกว่าแน่นอนค่ะ”

 ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์
9
น่ารักทีสุด
10
พี่อาร์คเราเนียนทุกประโยคเลยนะคะ 555555555555555555555555
หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด