“ว่ายังไงน้ำ ทิวมันติดต่อกลับมาบ้างมั้ย” แม่น้อยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงลูกชายจับใจ แววตาของหญิงสูงวัย เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น กลัวเกรงภัยอันตรายที่อาจจะเกิดกับลูกชายคนเดียวของนาง แม้ว่าปากจะบอกว่าเข้าใจกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น แต่ใครเลยจะไม่ใจเสีย ยิ่งด้วยคนเป็นแม่แล้วด้วย จิตใจของแม่น้อยก็อดที่จะคิดถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ที่มันเกิดขึ้นได้ อย่างหักห้ามใจไม่ได้
“ยังเลยจ้ะป้า” ธารน้ำตอบกลับไปด้วยความพยายาม ที่จะซ่อนน้ำเสียงสั่นเครือนั้นเอาไว้ ตั้งแต่เกิดเหตุ ผู้กองทิวไม้มีเพียงส่งข้อความมาทางโทรศัพท์มือถือ โดยเนื้อความนั้นบอกมาว่า ทิวไม้และลูกน้องที่ลงมาซื้อหาเสบียงนั้นปลอดภัยดี แต่มีชาวบ้านและลูกน้อย ที่กำลังซื้อของอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ต้องสูญเสียชีวิตอันมีค่าไป ตอนนี้ทางหน่วยกองร้อยยุทธวิธีที่ผู้กองทิวเป็นหัวหน้าหน่วยนั้น ได้รับคำสั่งให้ออกปฏิบัติการที่แนวหน้าในทันที
“ข้อความที่พี่ทิวส่งมา มีแค่ข้อความเดียวตั้งแต่วันนั้น” สิ่งที่ทิวไม้สามารถส่งมาบอกได้ มีเพียงคำขอให้น้ำช่วยดูแลแม่น้อยด้วย ส่วนตัวของผู้กองทิวนั้น จะไม่สามารถติดต่อกลับมาทางบ้านให้ได้รับทราบข่าวคราวและความคืบหน้าใด ๆ ได้ จนกว่าภารกิจจะลุล่วง ด้วยความลับทางการทหาร รวมทั้งความอ่อนไหวทางด้านข้อมูล รวมถึงพื้นที่ออกปฏิบัติการทางยุทธวิธี ที่ไม่สามารถให้ศัตรูล่วงรู้ได้ เพื่อความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งความปลอดภัยของทหารนายอื่น ๆ ในหน่วย
“ทิวมันคงกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่สินะ” แม่น้อยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ น้ำที่มองดูหญิงสูงวัยมีสีหน้าเศร้าหมอง ความรู้สึกที่ยากเกินจะบรรยาย ก็สะท้อนไปมาอยู่ในอก ใจจริงน้ำอยากจะทำอะไรให้ได้มากกว่านี้ อย่างน้อยก็อาจจะพอช่วยบรรเทาความรู้สึกแย่ ๆ ที่อยู่ในใจแม่น้อยลงได้บ้าง แต่น้ำก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการรอ รอคอยว่า ทิวไม้จะติดต่อกลับมาในเร็ววันนี้
“งั้นน้ำ พาแม่ไปข้างในที แม่อยากไหว้พระ” น้ำรีบลุกขึ้นพยุงแม่น้อย ให้เดินเข้าไปที่ด้านในตัวบ้าน ก่อนที่หญิงสูงวัยจะค่อย ๆ ทรุดตัว นั่งลงตรงหน้าโต๊ะหมู่บูชา แม่น้อยพยักหน้าให้กับน้ำ บอกขอบใจอีกฝ่ายเบา ๆ หยาดน้ำใสที่คลอหน่วยของแม่น้อย ทำให้น้ำไม่อยากร้องไห้ออกมา แล้วทำให้หญิงสูงวัยต้องใจเสียไปมากกว่าที่เป็นอยู่ น้ำจึงบอกกับแม่น้อยว่า ถ้ามีอะไรก็ให้เรียกได้เลย ก่อนจะเดินออกไปด้านนอกอย่างเงียบ ๆ
เสียงมอเตอร์ไซค์ที่คุ้นเคย ที่น้ำจำได้ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ของพี่พนักงานไปรษณีย์ ดังแว่วมา ก่อนจะดับเครื่องลง น้ำรู้ได้ทันทีว่า พี่ไปรษณีย์ น่าจะมาจอดหยุดแวะที่ร้านขายของชำ ที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนับจากบ้านของแม่น้อย คิดได้แบบนั้น น้ำรีบเดินไปที่หน้ารั้วบ้าน ก่อนจะเปิดประตูออกไป มองไปทางร้านค้า ก็จริงอย่างที่ว่า มีรถจักรยานยนต์ของไปรษณีย์จอดอยู่ที่หน้าร้าน
น้ำทำท่าจะขยับเท้าเดินไปทางนั้น ก็พอดีกับที่พี่พนักงานไปรษณีย์ที่คุ้นเคยกัน เดินหอบเอาพัสดุที่ฝากส่งออกมาใส่ถุงไปรษณีย์พอดี น้ำใจเต้นตึกตัก กับความหวังว่า อาจจะมีจดหมายจากทิวไม้ หรือเอกสารจากทางราชการ อะไรก็ได้ ส่งมาแจ้งข่าวให้รับรู้ความเป็นไปเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ใจชื้นขึ้นบ้าง เหมือนกับที่น้ำเคยได้รับจดหมายตอบกลับจากทิว มาทางไปรษณีย์เมื่อก่อนหน้า แต่พอพี่พนักงานไปรษณีย์หันมาเห็นน้ำมองมาพอดี คำตอบที่น้ำได้รับ คือการส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนที่พี่ไปรษณีย์คนนั้นจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความเห็นใจ แล้วออกรถมอเตอร์ไซค์จากไป
เวลาผ่านมานับได้หลายชั่วโมง ตั้งแต่ทางหน่วยยุทธวิธีเข้าปะทะที่แนวหน้า แต่ด้วยจากความเสียเปรียบทางด้านพื้นที่ ที่ทางหน่วยยุทธวิธีของผู้กองทิวไม้ ต้องบุกประชิดพื้นที่ที่เป็นเนินสูงขึ้นไป จากพื้นที่ราบกว่า หน่วยของผู้กองทิวจึงแยกออกเป็นสองฝั่ง โดยที่ผู้กองทิวตะโกนสั่งการให้ทหารที่เป็นลูกน้องในหน่วย จัดการพากันไปเข้าที่กำบังที่ได้ทำการนัดหมายกันเอาไว้ก่อนหน้า เมื่อสามารถตีฝ่าการระดมยิงของฝ่ายข้าศึก ที่ยิงมาเป็นห่ากระสุนจากที่สูง เพื่อไม่ให้ทหารในหน่วยนั้น ตกเป็นเป้านิ่ง และต้องเกิดการสูญเสียกำลังพล
“เอายังไงดีผู้กอง” จ่าบุญมีที่ไม่ยอมให้ผู้กองทิวไม้ กลายเป็นตัวล่อ เบี่ยงความสนใจจากฝ่ายตรงข้ามเพียงเดียวลำพัง ตัดสินใจวิ่งตามผู้กองทิวไม้มา และกระโดดพรวดเดียวถึงตัวผู้กองทิว ผลักเต็มแรงจนทั้งคู่กลิ้งหลุน ๆ จนสามารถรอดคมกระสุนของทหารอีกฝ่ายมาได้อย่างหวุดหวิด ถ้าเป็นแค่ผู้กองทิวไม้และจ่าบุญมีเพียงสองคน ผู้กองหนุ่มคงจะคิดวิธีตีฝ่าวงล้อมข้าศึกไปอีกด้าน จนถึงบังเกอร์ที่นัดหมายนั่นได้โดยไม่ยากเย็นนัก
“หมู่หวานน่าจะบาดเจ็บสาหัส” ผู้กองทิวไม้พูดด้วยสายตาครุ่นคิดอย่างหนัก นี่เองเป็นเหตุผลที่ผู้กองไม่สามารถทำอะไรบุ่มบ่ามและบ้าระห่ำ อย่างที่เป็นอันรู้กันดีของลูกน้องทั้งหน่วยได้ ซึ่งหมู่หวานที่พอเห็นผู้กองทิวและจ่าบุญมีวิ่งล่อวิถีกระสุนของทหารข้าศึกไปอีกทาง ตัวหมู่หวานก็กลับลำ วิ่งตามมาทางนี้ด้วย “กระสุนน่าจะโดนหลายจุด” เสียงร้องจากความเจ็บปวดที่ได้ยินจากหมู่หวานก่อนหน้านั้น ทำให้ผู้กองทิวต้องรีบตัดสินใจ แต่ต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบรัดกุม
“มันอาจจะไม่เป็นไปตามแผน ไอ้พวกข้างบนนั้นมันได้เปรียบเราอยู่เยอะ” ผู้กองทิวไม้กำลังประเมินสถานการณ์ ความได้เปรียบ ความเสียเปรียบ ที่เป็นหนทางของการรอดพ้นไปจากสถานการณ์ในตอนนี้ “เราต้องอาศัยความมืด และความเงียบให้ได้มากที่สุด เท่าที่เป็นไปได้” จ่าบุญมีพ่นลมหายใจออกมาทางปากเบา ๆ ช้า ๆ ในใจรู้ดีว่ามันไม่ง่าย แต่มาถึงตอนนี้แล้ว “ไม่ตายก็รอด” จ่าบุญมีพูด ไม่มีกลัว ไม่มีถอย ไม่มีหนี
“ผู้กองยิงคุ้มกัน เดี๋ยวผมเป็นคนแบกไอ้หวานมันเอง” จ่าบุญมีเสนอแผนการ แต่ผู้กองทิวนั้นส่ายหน้าปฏิเสธ “จ่ายิงคุ้มกัน ที่เหลือผมจัดการเอง” ผู้กองทิวไม้ยืนยันตามนั้น ก่อนจะหยิบเอารูปถ่ายออกมาจากกระเป๋าที่อกเสื้อ ผู้กองทิวมองดูรูปของน้ำ ก่อนจะจูบลงไปบนรูปนั้น แล้วจับรูปยัดใส่กระเป๋าเสื้อเอาไว้ตามเดิม “รอพี่นะน้ำ” ผู้กองพูด ก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดจนลึก “ไป จ่าบุญมี ไปพาหมู่หวานกลับบ้านกัน” จ่าบุญมีพยักหน้าให้ผู้กองทิวไม้รู้ว่า เขาพร้อมแล้ว
ทหารหน่วยกองร้อยยุทธวิธีทั้งสองนาย เคลื่อนตัวออกจากที่ซ่อนด้วยความเงียบเชียบ ความมุ่งมั่นและความเชื่อใจกันและกัน ค่อย ๆ นำทางพวกเขาไปยังทิศทางที่หมู่หวานถูกข้าศึกยิงจนล้มลง จ่าบุญมีทำเสียงนกป่าที่ฝึกกันมา เพื่อสื่อสารยามคับขัน ให้กับหมู่หวานได้รู้ตัว ว่าเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้าไปใกล้ คือพวกเดียวกัน และการตอบกลับมาด้วยเสียงของไก่ป่า ก็ทำให้ผู้กองทิวไม้และจ่าบุญมีรู้ว่า หมู่หวานเองนั้น ก็ยังคงมีสติอยู่ และตอบรับการเข้ามาสมทบของทั้งสองคน
“มึงต้องไหว ไอ้หวาน” ผู้กองทิวไม้บอกกับหมู่หวาน เมื่อได้ยินหมู่หวานบอกให้ผู้กองทิวไม้และจ่าบุญมี ทิ้งเขาเอาไว้ตรงนั้น “นี่คือคำสั่ง ถ้ามึงงอแง กูจะสั่งซ่อมมึง เอาให้มึงอ้วกแตกอ้วกแตน ไอ้หวาน” ผู้กองทิวไม้รู้ดีว่า หมู่หวานมีลูกสาวอายุสามขวบ ที่กำลังจะเข้าโรงเรียนรออยู่ที่บ้าน “มึง กู จ่าบุญมี ต้องกลับถึงบ้านด้วยกัน” ผู้กองทิวไม้พูดย้ำอีกครั้ง จ่าบุญมีเองก็ใช้มือตบลงที่หน้าอกของหมู่หวานเบา ๆ
“เสียงปืนเงียบเสียงไปนานพอสมควรแล้ว” จ่าบุญมีพูด “จากที่พวกมันยิงกราดไปเรื่อย อย่างที่พวกมันชอบทำ เปลืองกระสุนไปเยอะ โอกาสยิงตอบโต้ของเราก็พอจะเป็นไปได้” จ่าบุญมีคำนวณอาวุธปืนข้างกายของตัวเอง “มึงเหลือกระสุนเท่าไหร่ ไอ้หวาน” ผู้กองทิวถาม เพื่อเช็กความพร้อม “ไม่เยอะครับผู้กอง ผมยิงใส่พวกมันไปหลายคนตอนที่มันทำท่าจะกรูกันลงมา ยิงมันถี่ ๆ จนมันยอมถอยกลับขึ้นไปบนเนินนั่น” เรื่องใจสู้ หมู่หวานก็ไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน แค่เขาไม่อยากทำให้ผู้กองทิวและจ่าบุญมีต้องมาเสี่ยง เพราะอาการบาดเจ็บของเขา
“บริเวณนี้ พวกมันวางทุ่นระเบิดเอาไว้ทั่ว แต่เส้นทางเดินข้างแนวโขดหินข้างเขานั่น เป็นแนวที่แข็งเกินกว่าจะเอาทุ่นระเบิดไปวางได้ และมันต้องใช้เส้นทางนั้นขึ้นลงเนิน ถ้าเราผ่านแนวนั้นไปได้ เราก็มีโอกาสรอดสูง” ผู้กองทิวไม้คิดว่า นี่คือสิ่งที่เสี่ยงน้อยที่สุด ที่จะทำให้ทั้งหมดสามคน สามารถพลิกเหตุการณ์ตรงนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ “เอาวะ” หมู่หวานพูดเบา ๆ แต่น้ำเสียงขึงขัง “ถ้าผู้กองสู้ จ่าสู้ ผมก็สู้” เมื่อผู้กองทิวไม้กับจ่าบุญมี เสี่ยงชีวิตของตัวเองเข้ามาช่วยเขาแล้วขนาดนี้
“แต่สัญญากับผมก่อน” หมู่หวานบอกให้ผู้กองทิวและจ่าบุญมีสาบานมาก่อน “ถ้ามันจวนตัว ถ้าเห็นชัด ๆ ว่ามันวิกฤติ ผู้กองกับจ่า ต้องทิ้งผมเอาไว้ ก็ถ้าสองคนไม่สาบาน ผมก็ไม่ไปไหนด้วยทั้งนั้น พูด สาบานออกมา” หมู่หวานต้องการให้อีกสองคน ที่เป็นทั้งนาย เป็นทั้งเพื่อนตาย และเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่ร่วมฝึก ร่วมรบ และโอบอุ้มกันมานานหลายต่อหลายปี ไม่เป็นอันตรายใด ๆ เช่นกัน
ทั้งสามคน ผู้กองทิวไม้ จ่าบุญมี และหมู่หวาน ออกจากที่ซ่อนตัวด้วยอาการเงียบกริบ อย่างที่เคยได้ฝึกฝนกันมาอย่างหนัก หมู่หวานกลั้นอาการเจ็บปวดเอาไว้ โดยมีจ่าบุญมีช่วยเป็นหูเป็นตา ระแวดระวังภัยจากรอบด้าน ด้วยความแข็งแรงของผู้กองทิวไม้ ก็ช่วยพยุงหมู่หวานให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้รวดเร็วกว่าที่คิด และลดอาการบาดเจ็บจากแผลกระสุนลงไปได้มากพอสมควร
เสียงหวีดของกาต้มน้ำและไอสีขาวพุ่งออกมากจากพวยกา น้ำปิดเตาแก๊ส ก่อนจะยกกาต้มน้ำขึ้นเทน้ำร้อนลงในถ้วยชา ด้วยต้องการที่จะให้แม่น้อยได้จิบน้ำชาอุ่น ๆ เพื่อช่วยให้หญิงสูงวัยได้หลับสนิทมากยิ่งขึ้น กลิ่นหอมของใบชาที่ผู้กองทิวรับซื้อมาจากชาวบ้าน ตอนขึ้นดอย ฟุ้งขึ้นทันทีที่สัมผัสกับน้ำร้อน น้ำเดินถือถ้วยชานั้นกลับเข้าไปในบ้าน เพื่อจะเอาไปให้แม่น้อย ไม่ทันระวัง น้ำชาร้อน ๆ กระเด็นใส่มือของน้ำ ทำให้ถ้วยชาใบนั้นหล่นลงบนพื้นแตกกระจาย น้ำหันไปสบตากับแม่น้อย และน้ำตาใส ๆ ที่เก็บกลั้นเอาไว้มานาน ก็ไหลพรากลง ก่อนที่แม่น้อยจะเข้ามากอดตัวของน้ำ เอาไว้จนแน่น และทั้งสองนั้น ร้องไห้ไปด้วยกัน
เสียงปืนที่เงียบสงบไปพักใหญ่ ดังระงมขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองฝั่งสาดกระสุนเข้าหากันอย่างไม่ลดละ เสียงตะโกนเรียกชื่อกันดังลั่นไปทั่วบริเวณ ผู้กองทิวลากตัวของหมู่หวานที่สลบไปแล้ว จนถูลู่ถูกังไปตามพื้น ตราบเท่าที่ตัวเขาเองนั้น พละกำลังยังมีเหลือ โดยไม่อาจจะรู้เลยว่า ใต้พื้นดินที่กำลังคลานไปด้านหน้า จะมีทุ่นระเบิดถูกฝังเอาไว้หรือไม่ จ่าบุญมีที่ล่วงหน้าไปได้ก่อน ยิงสกัดกั้นต้านข้าศึกเอาไว้ และรู้ดีว่า กระสุนในรังเพลิง กำลังจะหมดลงในไม่ช้า ก่อนที่จ่าบุญมีจะตะโกนเรียกชื่อผู้กองทิวไม้และหมู่หวานจนสุดเสียง เมื่อเสียงระเบิดตูมใหญ่ดังขึ้น จนสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ
**************************************************
คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ โดย Jay J
ป่านนี้ - นันทิดา แก้วบัวสาย
https://www.youtube.com/watch?v=soRsy8Xrta4มองเห็นดวงดาวส่องอยู่เต็มฟ้า
Stars are up there in the sky
ลมหนาวโชยมาจากที่แสนไกล
Cold wind comes from somewhere very far
อยู่ไกลกันเหลือเกิน คิดถึงจะขาดใจ
We're so far apart, and I miss you so much
ไม่รู้นานเท่าไร ถึงจะพบกัน
Don't know when we will meet again
ความเหงามักทำให้ต้องชอกช้ำ
Loneliness brings us back despair
ลมหนาวยิ่งทำให้ยิ่งร้าวราน
Winter wind makes us so distraught
เคยใกล้ชิดอยู่ ทั้งรักทั้งผูกพัน
We used to be so close, love and bond
จากกันนานนาน จะเป็นยังไง
We are far apart this long, what will happen now?
ป่านนี้เธอจะอยู่ไหน
Right now, where are you?
ป่านนี้จะเป็นอย่างไร
Right now, how are you, dear?
จะมีใครดูแลหรือเปล่า
Is someone there taking care of you?
ป่านนี้คงจะนอนหนาว
Right now, you're freezing cold
ป่านนี้คงจะเงียบเหงา
Right now, you're all alone
ฝากเดือนและดาวช่วยปลอบที
I'm asking the moon and stars to comfort you
ตรงนี้มีคนที่ยังคอยหา
Right here, I am longing for you
คอยหาทุกเวลาเมื่อเธอร้างไกล
Looking for you every time you're away
ยังคอยและยังรู้สึก คิดถึงและห่วงใย
Waiting and feeling, missing and caring
จะทำยังไง ให้เธอรับรู้
What can I do to let you know this?
ป่านนี้เธอจะอยู่ไหน
Right now, where are you?
ป่านนี้จะเป็นอย่างไร
Right now, how are you, dear?
จะมีใครดูแลหรือเปล่า
Is someone there taking care of you?
ป่านนี้คงจะนอนหนาว
Right now, you're freezing cold
ป่านนี้คงจะเงียบเหงา
Right now, you're all alone
ฝากเดือนและดาวช่วยปลอบที
I'm asking the moon and stars to comfort you
ป่านนี้เธอจะอยู่ไหน
Right now, where are you?
ป่านนี้จะเป็นอย่างไร
Right now, how are you, dear?
จะมีใครดูแลหรือเปล่า
Is someone there taking care of you?
ป่านนี้คงจะนอนหนาว
Right now, you're freezing cold
ป่านนี้คงจะเงียบเหงา
Right now, you're all alone
ฝากเดือนและดาวช่วยปลอบที
I'm wishing upon the stars
บอกว่าฉันยังห่วงเธอ
Letting you know that I always care about you