“หมายเลขห้องเริ่มต้นจาก” พลอยพึมพำกับตัวเอง สายตามองไล่จากประตูหน้าห้อง ฝั่งที่เธอยืนอยู่ใกล้ที่สุด “ห้องที่สิบเอ็ด” ก่อนจะไล่สายตาไปมองห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน “ฝั่งนั้นห้องที่สิบสอง” ก่อนจะเห็นว่าเลขที่สิบสามคือห้องถัดไปที่อยู่สลับฝั่งกัน “ถ้าอย่างนั้นห้องถัดไปก็ต้อง” พลอยที่เดินดันรถเข็นอุปกรณ์ต่าง ๆ เลยห้องเลขที่สิบสามมา ต้องขมวดคิ้วกับตัวเองเล็กน้อย ที่ห้องพักของผู้ป่วยห้องถัดไป คือห้องที่อยู่สุดทางด้านไกลโน่นเลย
“ห้องเลขที่สิบหก” นั่นคือหมายเลขห้องที่พลอยเข็นรถมาหยุดยืนอยู่ที่ด้านหน้า พลอยมองกลับไปที่ช่องว่างระหว่างห้องหมายเลขสิบหก กับทางเดินที่เหลือ ห้องที่ติดกับห้องนี้ คือห้องเก็บของ ห้องเก็บยา และห้องของแม่บ้าน พลอยเองก็ไม่เคยเห็นเลย์เอาท์ห้องแบบนี้มาก่อน ตั้งแต่ทำงานนี้มา แต่ศูนย์พักพิงนี้ พลอยเพิ่งถูกหัวหน้าขอให้มาช่วยเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งพลอยเห็นว่ามันเดินทางไปกลับสะดวก เพราะอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเธอ พลอยจึงตกปากรับคำกับหัวหน้าไป
พลอยก้มลงมองดูเอกสารระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคนไข้ที่พักอยู่ภายในห้องหมายเลขสิบหกนี้ ก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้อ่านข้อความเหล่านั้น คนไข้หญิงอายุแปดสิบเก้าปี มีข้อมูลระบุว่า คนไข้เชื่ออย่างฝังหัว ว่าเป็นอดีตศาสดาในศาสนาหนึ่ง ที่กลับชาติมาเกิด และมีภารกิจที่ต้องจัดการรออยู่ในอนาคต แต่นอกเหนือไปจากนี้แล้วนั้น คนไข้หญิงสูงวัยคนนี้ ไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือคุกคามเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ยกเว้นเพียงแต่ว่า
“พลอย” เสียงเรียกชื่อนั้นดังขึ้นมาจากด้านหลัง พลอยหันไปมองตามเสียงเรียกนั้น “คะพี่แนน” พลอยตอบรับกลับไป เมื่อเจ้าหน้าที่รุ่นพี่ ที่ขอให้เธอมาเป็นผู้ช่วยในห้องหมายเลขสิบหก เหมือนกับว่า จงใจเรียกให้พลอยนั้นหยุด ก่อนที่ทันจะได้เปิดประตูห้องนั้นเข้าไปด้านใน “พลอยอ่านรายละเอียดคนไข้ห้องนี้แล้วใช่มั้ย” ไม่เพียงแค่ถามเท่านั้น แต่สายตาของพี่แนนที่มองมายังพลอย ราวกับกำลังประเมินท่าทีของพลอยพร้อมไปด้วย
“ค่ะพี่” พลอยตอบกลับไป จากที่เธอทำงานนี้มาจนถึงตอนนี้ ความแปลกใจกับอาการของผู้ป่วยที่พลอยได้พบเจอมา มันไม่ได้ทำให้พลอยแปลกใจอะไรมากมาย เหมือนตอนเริ่มทำงานนี้แรก ๆ แล้ว “พลอยคิดว่ายังไง” พี่แนนถามกลับมาอีกครั้ง “พลอยว่า พลอยจัดการได้ค่ะพี่แนน” พลอยเองก็คิดว่า เธอก็จะทำอย่างที่เธอเคยได้รับการเทรนอบรมมา ในการรับมือคนไข้ที่อาจจะดูแลยาก
“โอเค ดีใจที่พี่ได้ยินพลอยพูดแบบนี้ แต่ว่าทีนี้” พี่แนนใช้น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นความจริงจังในทันที “มันมีข้อปฏิบัติในการเข้าไปในห้องนี้อยู่บางข้อ” พลอยเห็นท่าทีได้ชัดว่า พี่แนนไม่ได้กำลังพูดเล่นหรือแกล้งอำแต่อย่างใด “ถ้าจะเข้าไปในห้องนี้ ห้ามเข้าไปคนเดียว ให้เรียกใครอีกคนเข้าไปเป็นเพื่อนด้วยเสมอ” พลอยนั้นรู้ดีว่า หากเป็นคนไข้ที่มีประวัติความรุนแรง นี่คือวิธีปฏิบัติที่เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว “ถ้าคนไข้ห้องนี้ถามคำถามอะไรเรามา” พี่แนนเม้มริมฝีปาก ก่อนจะพูดต่อไปว่า
“อย่าตอบอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเราเป็นอันขาด” ได้ยินพี่แนนพูดเตือนมาแบบนั้น ด้วยความจริงจัง ที่บ่งบอกว่าพี่แนนนั้นไม่ได้พูดเล่นอย่างแน่นอน “พี่ย้ำเตือนนะพลอย” พี่แนนสบตากับพลอย ก่อนจะมองไปที่ประตูห้องหมายเลขที่สิบหก “เด็ดขาด” พี่แนนนั้นพูดจบ ก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ “และข้อนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน” พี่แนนพูดก่อนจะจับมือลงไปบนลูกบิดประตู “ห้ามให้ผู้ชายเข้ามาในห้องนี้” พูดจบพี่แนนก็หมุนลูกบิด ก่อนจะดันประตูเปิดเข้าไปด้านใน
“คุณยายสุนีย์ วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ” พี่แนนเอ่ยถาม ก่อนจะเดินนำเข้าไปที่เตียงนอนตรงกลางห้อง “ฉันยังอยู่ดี ฉันยังไม่ตาย ฉันยังต้องอยู่อีกนาน” เสียงตอบกลับมาของหญิงชรานั้น แม้ไม่ได้ฟังดูห้วน แต่ก็ไม่ได้ฟังดูเป็นมิตรแต่อย่างใด “แล้วเธอเข้ามากับใครวันนี้ นุ่น” ตอนนั้นเอง ที่พลอยรับรู้ว่า สิ่งที่พี่แนนบอกเธอตอนอยู่กันที่หน้าห้องนั้น ไม่ใช่เรื่องอำ เรื่องโจ๊กแต่อย่างใด เมื่อตอนนี้พี่แนน คือพี่นุ่น เมื่ออยู่ในห้องนี้ “มีน้องใหม่มาช่วยน่ะค่ะคุณยายสุนีย์” พี่แนนตอบเสียงสดใส ก่อนจะปรับระดับสายน้ำเกลือที่ข้างเตียงคนไข้
“แล้วเธอชื่ออะไร เธอคนที่เพิ่งมาใหม่” จังหวะที่คุณยายสุนีย์ถามนั้น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หญิงชราหันขวับมามองทางพลอย และมองจ้องมาได้อย่างแม่นยำ ว่าพลอยนั้น แม้ว่าจะเดินเข้ามาในห้องนี้พร้อมกับพี่แนน แต่เธอก็ยังไม่ได้ส่งเสียงดังอะไรออกไป ให้หญิงชรารู้ว่า เธอนั้นยืนอยู่ตรงไหน และที่มันน่าสงสัยมากยิ่งไปกว่านั้นก็คือ คุณยายสุนีย์ไม่น่าจะรู้ตำแหน่งจุดที่พลอยยืนอยู่ได้เลย เพราะว่าหญิงชรานั้นตาบอดทั้งสองข้าง
“พิมค่ะ หนูชื่อพิม” พลอยตอบคำถามของหญิงชราออกไป เมื่อพี่แนนเอง ก็มองสบตาพลอยอยู่ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ ส่งสัญญาณมาว่า ที่พลอยตอบกลับไปนั้นดีแล้ว แทนคำพูดใด ๆ ที่ตอบกลับไป คุณยายสุนีย์หัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก อย่างคนที่รู้ทันคู่สนทนา แสดงให้เห็นว่าหญิงชรานั้น ไม่ได้โง่อย่างที่คนอื่น ๆ คิด “นุ่นรึ พิมรึ” เสียงหัวเราะในลำคอดังมาจากหญิงชรา “พวกเธอสองคนเนี่ยนะ” รอยยิ้มที่มุมปากของคุณยายสุนีย์ บ่งบอกได้เลยว่า เชื่อหรือไม่เชื่อกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
“พิมมาช่วยพี่นุ่นดึงสายนี่หน่อย” พี่แนนเรียกพลอยให้เข้าไปช่วยจับสายระบายของเสียของผู้ป่วย พลอยเดินเข้าไปหาพี่แนนที่ข้างเตียง ก่อนจะหยิบเอาสายระบายนั้นเอามาถือไว้ แต่ดูเหมือนว่าสายระบายเส้นนั้น จะไปเกี่ยวกับอะไรสักอย่าง ทำให้มันดึงไม่ออก ไม่สามารถวางราบไปตามรางได้ “หนูขอโทษนะคุณยาย หนูขอขยับขาคุณยายหน่อยนะคะ คุณยายสุนีย์ช่วยหนูยกขาขึ้นนิดหนึ่งค่ะ” ทันทีที่พลอยสัมผัสมือลงบนขาของคุณยายสุนีย์ “ผู้ชาย ห้ามผู้ชายเข้ามาในห้องนี้ ทำไมให้ผู้ชายเข้ามาในห้องนี้” เสียงกรีดร้องโวยวายของคุณยายสุนีย์ดังลั่นห้องขึ้นมาในทันที
“คุณยายสุนีย์คะ ใจเย็น ๆ ก่อนค่ะ” พี่แนนพยายามเข้าปลอบหญิงชราที่ตอนนี้กำลังกรีดร้องออกมาอย่างไม่พอใจอย่างที่สุด “ไม่มีผู้ชายเข้ามาในห้องนี้นะคะคุณยาย มีแค่หนูกับน้องผู้หญิงอีกคน มีแค่เราสองคนเท่านั้นค่ะ” พี่แนนพยายามพูดให้คุณยายสุนีย์เข้าใจ แต่ก็ดูจะไม่เป็นผลแต่อย่างใด แนนจึงได้บอกกับพลอย ให้พากันออกมาจากห้องนั้นกันก่อน โดยที่พอทั้งสองออกมาที่ด้านนอกห้องแล้ว ก็ได้แต่มองหน้ากัน โดยไม่มีคำอธิบายกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น
เรื่องที่เกิดขึ้นในห้องพักผู้ป่วยหมายเลขสิบหกของคุณยายสุนีย์นั้น ถูกพูดกันไปจนทั่วแผนก แม้แต่หัวหน้าแผนกเองยังต้องมาพูดกับพลอย ในฐานะเด็กใหม่ของศูนย์ฯ ว่า ไม่อยากให้พลอยคิดอะไรมาก เพราะคุณยายสุนีย์มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หลายประการ ที่อาจจะนำมาซึ่งอาการดังกล่าวในฉับพลันได้โดยไม่ทันคาดคิด อีกทั้งหญิงชราเองก็ได้รับยาเพื่อคงอาการมาอย่างต่อเนื่อง และนั่นอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุดังกล่าว แถมคุณยายสุรีย์เองก็มองไม่เห็นอาจจะเข้าใจผิดตอนได้ยินเสียงพูด แล้วทึกทักเอาว่าคนที่เข้าห้องมา เป็นผู้ชายก็เป็นได้
“พลอยโอเคค่ะหัวหน้า” เธอตอบหัวหน้าแผนกไปแบบนั้น แบบที่พอจะเข้าใจในเหตุการณ์อยู่ ส่วนพี่แนนที่กำลังจะออกจากกะ ในเย็นวันนั้น บอกให้พลอยไปช่วยพี่อีกคนดูแลคนไข้ห้องอื่นแทน ซึ่งพลอยเองนั้น ก็ช่วยดูแลคนไข้ที่เหลือได้เป็นอย่างดี และไม่มีเหตุการณ์แปลก ๆ หรือน่ากังวลใด ๆ เกิดขึ้น ตลอดเย็นของวันนั้น พลอยดันรถเข็นเก็บเข้าที่ ก่อนจะเดินไปหยิบเอาข้าวกล่องที่เตรียมมาจากบ้าน เพื่อเป็นมื้อเย็นของวัน
“มีใครว่างบ้างคะ” พลอยร้องถามขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ ที่ตอนนี้ทั้งแผนก มีเธอเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ ในขณะที่ปุ่มกดเรียกฉุกเฉินจากห้องหมายเลขสิบหก จะติดขึ้นมาให้เห็น “พี่ ๆ คะ ห้องสิบหกกดเรียกฉุกเฉินค่ะ ห้องคุณยายสุนีย์ต้องการการช่วยเหลือด่วนค่ะ” พลอยลุกขึ้นยืน มองไปทั่วห้อง แต่ไม่มีใครเลยที่อยู่ตรงนั้น “พี่คะ ห้องหมายเลขสิบหกต้องการการช่วยเหลือด่วนค่ะ” พลอยที่หากว่าปกติแล้ว คงจะรีบไปที่ห้องคนไข้ในทันที แต่พอพี่แนนบอกกฎเอาไว้ ว่าห้ามเข้าไปในห้องหมายเลขสิบหกเพียงคนเดียวลำพัง พลอยจึงเรียกหาพี่ ๆ ในแผนก แต่ก็ไม่มีใครเลยที่อยู่ตรงนั้น
“คุณยายสุนีย์คะ เกิดอะไรขึ้นคะ คุณยายโอเคหรือเปล่าคะ” พลอยคิดว่าเธอคงรอช้าไม่ไปมากกว่านี้ไม่ได้ หญิงสาวรีบไปที่ห้องหมายเลขสิบหก แล้วเปิดประตูเข้าไปในทันที พลอยร้องถามหญิงชราในทันที พลางเอามือคลำหาสวิตช์ไฟที่ผนังห้อง เพื่อจะเปิดไฟในห้องให้สว่างชัดขึ้น “อย่าเปิดไฟ” พลอยคิดว่าตัวเองได้ยินเสียงพูดนั้นชัดเจน และมันไม่ใช่เสียงของคุณยายสุนีย์ที่พลอยได้ยินเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
“คุณยายโอเคหรือเปล่าคะ” อาศัยแสงไฟจากด้านในห้องน้ำที่ลอดออกมา รวมกับโคมไฟที่โต๊ะข้างเตียงคนไข้ พลอยมองเห็นคุณยายสุนีย์นั่งหลังตรง หันหน้ามามองเธอ ดวงตาที่เป็นฝ้าขาวทั้งสองข้าง จ้องพลอยเขม็ง “เธอเข้ามาใกล้ ๆ ฉันหน่อยได้ไหม” เสียงถามนั้นแปร่ง พลอยได้ยินเหมือนเสียงของคนสองคนพูดออกมาพร้อมกัน เสียงหนึ่งเป็นเสียงของคุณยายสุนีย์ แต่อีกเสียงนั้น คือเสียงของใครอีกคน ที่บอกให้พลอยอย่าเปิดไฟ
“หนูเห็นคุณยายกดเรียกปุ่มฉุกเฉิน” พลอยพูดออกไป ก่อนจะค่อย ๆ ขยับเท้าเดินเข้าไปใกล้กับเตียงคนไข้ แต่ก็เป็นไปแบบระมัดระวังตัว “เธอกลัวฉันหรือ” คำถามนั้นที่ดังออกมาจากปากของคุณยายสุนีย์ ทำให้พลอยหยุดคิด พร้อมกับหยุดเดินด้วยเช่นกัน “เข้ามาใกล้ ๆ เดินเข้ามาอีก” ทันทีที่พลอยมาหยุดยืนอยู่ที่ข้างเตียงคนไข้ คุณยายสุนีย์ก็คว้าข้อมือของพลอยเอาไว้จนแน่น ก่อนจะดึงตัวของเธอโน้มลง แล้ววางมืออีกข้าง ลงบนหน้าท้องของพลอย
“เธอท้อง” เสียงพูดของคุณยายสุนีย์กลั้วเสียงหัวเราะคิกคัก ฟังดูน่ากลัวมากกว่าจะน่าขบขัน “คุณยายปล่อยหนูก่อน” พลอยบอกกับหญิงชรา พยายามดึงข้อมือให้หลุดออกการจับเอาไว้จนแน่นเกินกำลังของหญิงชราอย่างคุณยายสุนีย์ “นี่เอง ผู้ชายที่เข้ามาในห้อง อยู่ในท้องของเธอ” เสียงของคุณยายสุนีย์แปร่งและฟังดูแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย “ปล่อยค่ะคุณยาย หนูบอกให้ปล่อย” พลอยหมุนบิดข้อมือของตัวเองสุดแรง จนหลุดออกจากมือของหญิงชราได้
“ถึงว่าสินะ สิ่งที่เคยอยู่กับเธอ มันถึงได้ไม่ช่วยอะไรเธอแล้ว” เสียงหัวเราะของคุณยายสุนีย์หวีดแหลม “เพราะเธอเสียความบริสุทธิ์ให้กับผู้ชายคนนั้นไปแล้ว” พลอยขยับเท้าเดินออกห่าง ที่อยู่ ๆ เธอก็เห็นหญิงชราหันตัวมานั่งห้อยขาได้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนจากเตียงนอนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีใครพยุง มิหนำซ้ำ ในรายงานทางการแพทย์ที่พลอยได้อ่าน คุณยายสุนีย์เดินไม่ได้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว
“เธอยกลูกของเธอให้ฉันต้องแต่ตอนนี้เลย ดีกว่ามั้ย” เสียงถามของหญิงชรา เพื่อให้พลอยยกลูกในท้องของเธอนั้น ทำให้พลอยขนลุกไปทั้งตัว แถมที่คุณยายสุนีย์ยังล่วงรู้ว่าพลอยท้อง ทั้ง ๆ ที่พลอยไม่ได้บอกใครในแผนกเลยด้วยซ้ำ อีกเรื่องที่ทำให้พลอยเริ่มกลัวจับใจ คือเรื่องที่คุณยายสุนีย์รู้ได้อย่างไร ว่ามีอะไรหรือใครที่เคยคุ้มครองปกป้องเธอมาตลอด แต่หลังจากที่พลอยตั้งครรภ์ พลอยก็ไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งนั้นได้อีกเลย
“สิ่งนั้นมันจะไม่ปกป้องดูแลลูกชายของเธอหรอก มันจะกัดกินลูกของเธออย่างทรมานที่สุด เธอยกลูกให้ฉัน ให้ฉันได้ลิ้มรสอันโอชะนั้นจะดีกว่า” คุณยายสุนีย์ขยับเดินเข้าหาพลอย ที่ตอนนี้หญิงสาวถอยเท้ารวดเดียว หลังของเธอก็พิงกับประตูห้อง “พลอย พลอยอยู่ในนั้นหรือเปล่า ล็อกประตูทำไม เปิดประตูเดี๋ยวนี้” เสียงชายหนุ่มด้านนอกห้อง ทั้งทุบ ทั้งกระแทก ทั้งดันประตูบานนั้นให้เปิดออก แต่ก็ไม่เป็นผล พลอยเห็นคุณยายสุนีย์ที่ตอนนี้ดวงตาเป็นสีแดงก่ำ ทำท่าจะพุ่งเข้าหาเธอ แต่ก็ถูกรั้งเอาไว้ด้วยเชือกที่ผูกตัวของหญิงชราติดเอาไว้กับเตียง
“จากที่ส่งต่อกันมาเป็นทอด ๆ จากรุ่นก่อนจนถึงรุ่นเธอ สายเลือดที่ได้รับสืบต่อกันมา มีเพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้น แต่ลูกของเธอมันเป็นผู้ชาย ครอบครัวเธอจะหายนะ เธอและพ่อของมันจะต้องย่อยยับอับจน เธอเอามันมาให้ฉัน เธอเอามาป้อนให้ฉันกินให้อิ่ม เอามา เอามันมา เอามันมาให้ฉัน” เสียงของคุณยายสุนีย์แผดดังลั่นห้อง นาทีเดียวกันที่ทัศน์ใช้ไหล่กระแทกประตูห้องหมายเลขสิบหกจนเปิดออก ชายหนุ่มรีบดังตัวพลอย ภรรยาของเขาเข้ามากอดเอาไว้ อย่างที่พร้อมจะปกป้องทั้งเธอและลูกน้อยในท้องนั้นด้วยชีวิต
“ขอกินมั่งสิ หวงจัง กินด้วย” ผู้หมวดจับมือของตัวเล็กให้อยู่นิ่ง ๆ ก่อนจะกัดปลาหมึกย่างออกจากไม้เสียบย่าง ที่ตัวเล็กถืออยู่ “หูย อร่อยมาก” ผู้หมวดเคี้ยวกร้วม ๆ ด้วยรสชาติถูกใจที่กำลังแผ่ซ่านกระจายอยู่ในปาก “แต่น้ำจิ้มเผ็ดจัง” ปากบ่นไปแบบนั้นก็จริง แต่ดวงตากลับเป็นประกายว่าถูกใจผู้หมวดเป็นอย่างมาก “แล้วเมื่อกี้ ตอนอยู่ที่ร้าน ทำไมบอกว่าไม่เอา ไม่กินปลาหมึก” ตัวเล็กบ่นอีกฝ่ายเข้าให้ เมื่อถูกผู้หมวดมาแย่งขออร่อยกินแบบนั้น
“เผ็ด ขอกินน้ำแตงโมปั่นหน่อย แก้เผ็ด ป้อนด้วย” ผู้หมวดอ้าปากกว้างรอ ให้ตัวเล็กยื่นหลอดในแก้วแตงโมปั่นนั้นมาให้ “นี่ก็อีก ไหนบอกว่า จะกินแต่น้ำเปล่า โอ๊ย เบา ๆ น้อย ๆ เลย ครึ่งแก้วแล้วเนี่ย” ตัวเล็กโวยวายเมื่อผู้หมวดดูดน้ำแตงโมรวดเดียว หายไปเกือบครึ่งแก้ว “โอ๊ย เย็นมาก จี๊ดขึ้นสมอง” ผู้หมวดทำหน้าเหยเก เมื่อความเย็นจากเครื่องดื่ม แล่นพรวดพราดขึ้นตาขึ้นหน้าผาก “สมน้ำหน้า” ตัวเล็กสำทับพร้อมหัวเราะ “พูดมากน่า ตามมา” ไม่พูดเปล่า ตัวเล็กต้องรีบเร่งฝีเท้าขึ้นอีกนิด เมื่อผู้หมวดคว้ามือของตัวเล็ก ให้เดินตามกลับห้องไปด้วยกัน
***********************************************************
คำแปลเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษ โดย Jay J
หนึ่งในไม่กี่คน - โบ สุนิตา
https://www.youtube.com/watch?v=eMqpRoaElmAไม่กี่คนที่จะเคียงข้างกัน
Not many to stay beside me
ไม่กี่คนที่จะคอยร่วมทุกข์ใจ
Not many to go through rough times
และไม่ทิ้งฉันไว้ลำพัง
And not leaving me right behind
ไม่ว่าเจอเรื่องร้ายใดใด
Even though how bad things are
ก็พร้อมเดินไปกับฉัน
Always ready to walk next to me
ไม่กี่คนที่จะรักฉันจริง
Not many to love me truly
ทำให้ยิ้มในชั่วโมงที่เหงาใจ
Make me smile in the hours of loneliness
ในชีวิตที่ล่วงเลยมา
And my life that has been
ไม่กี่คนที่ฉันไว้ใจ
Not many that I really trust
ให้กุมมืออยากฝากชีวิต
Lay down my life in those hands
และหนึ่งในนั้น
And one of those people
ก็คือเธอคนดี
It's you, my darling
ที่ฉันนั้นโชคดี
I am that lucky
ที่เราได้พบกัน
That we have met
จากหนึ่งในร้อย
One among hundreds
หนึ่งจากในล้าน
One in a million
ได้มาร่วมทางเดิน
That we are now travelling together
ให้หนึ่งใจฉันได้เจอกับรักดีดี
That allows my heart to know this good love
ไม่กี่คนที่จะคอยหวังดี
Not many to wish all the good things
มีแค่เพียงไม่กี่คนให้เชื่อใจ
Not many to make me feel secure
ในชีวิตที่ล่วงเลยมา
And my life that has been
ไม่กี่คนที่ฉันให้ใจ
Not many I'll give my heart
แค่บางคนที่อยากบอกรัก
This is just one I want to say love
และหนึ่งในนั้น
And one of those people
ก็คือเธอคนดี
It's you, my darling
ที่ฉันนั้นโชคดี
I am that lucky
ที่เราได้พบกัน
That we have met
จากหนึ่งในร้อย
One among hundreds
หนึ่งจากในล้าน
One in a million
ได้มาร่วมทางเดิน
That we are now travelling together
ให้หนึ่งใจฉันได้เจอกับรักดีดี
That allows my heart to know this good love
และหนึ่งในนั้น
The one and only
ก็คือเธอคนดี
Now it's you, baby
ที่ฉันนั้นโชคดี
To make me feel lucky
ที่เราได้พบกัน
To have met you
จากหนึ่งในร้อย
Found from hundreds
หนึ่งจากในล้าน
One in those millions
ได้มาร่วมทางเดิน
To continue our journey side by side
ให้หนึ่งใจฉันได้เจอกับรักดีดี
For my one heart introduced with true love
อยากบอกว่าฉัน
I will say this
รักเธออีกครั้ง
That again I love you
คนดี
My sweetheart