รักหมดใจนายโรคจิต ภาคต้นข้าว X พี่กีตาร์ EP.3ลงเรือลำเดียวกัน
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: รักหมดใจนายโรคจิต ภาคต้นข้าว X พี่กีตาร์ EP.3ลงเรือลำเดียวกัน  (อ่าน 216 ครั้ง)

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-01-2024 22:34:08 โดย PFlove »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
แนะนำเรื่อง นิยายเรื่องนี้คือส่วนหนึ่งของนิยายเรื่อง รักวุ่นวายผู้ชายเขารักกัน(ภาคน้องๆ)

          ต้นข้าวเป็นลูกคนที่สาม แต่ต้นข้าวไม่เคยรู้ว่ามีพี่คนกลางด้วยเขาจึงเข้าใจมาตลอดว่าเขามีพี่ชายแค่คนเดียวชื่อพี่ข้าวปั้น ข้าวปั้นพึ่งจะสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ ตามที่พ่อของเขาต้องการแต่ว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึน เมื่อข้าวปั้นถูกตำรวจจับข้อหามีอาวุธปืนในครอบครองและมียาเสพติด

           ข้าวปั้นเป็นหัวหน้าแก้ง ของพวกภาคิน แกงนี้มีหัวหน้าสามคน แฮกซ์และบอส หลังจากที่ข้าวปั้นถูกจับกุมตัว เขาถูกส่งเข้าสถานพินิจทันทีทั้งที่เขาเหลือแค่ไม่กี่เดือนจะจบชั้นมัธยมปีที่หกกันแล้วแถมไม่มีใครเชื่อว่าเขาเป็นเด็กเกเร ข้าวปั้นตั้งใจเรียน ช่วยงานพ่อแม่แต่ก็มีไปตามประสาเด็กผู้ชายโดยมีน้องชายต้นข้าวที่ติดสอยห้อยตามเขาไปหาเพื่อนเป็นประจำ
            และวันที่เขาถูกจับกุมที่บ้าน พ่อแม่และน้องชายของเขาถึงได้รู้ว่า ลุกชายเป็นหัวหน้าแก้ง มีลูกน้องหลายคน แต่ล่ะคนโดนพักการเรียน

            เมื่อทุกคนในแก้งได้กลับมาเรียน ต้นข้าวเลยหาเรื่องย้ายไปเรียนที่ดรงเรียนเก่าของพี่ชายเพื่อหาเหตุผลว่าทำไม พี่ชายเขาโดนอยู่คนเดียวและใครคือคนที่หักหลังพี่ชายของเขา
 
            แต่ว่าโชคชะตาฟ้าลิขิตให้เขาไปเจอพวกลูกหลานเจ้าของโรงเรียนที่มาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเช่นกัน ดังนั้นเขาจะหาคำตอบในใจเขาได้หรือไม่และเขายังต้องเจอไอ้พี่กีตาร์โรคจิตที่ตามจีบเขาไม่เลิก ต้นข้าวจะยอมใจอ่อนหรือไม่ 

            ฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ อาจจะนานๆมาที มาช้าหน่อยก็ขออภัยนะคะ

นิยายเรื่องนี่แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลอื่นใด ตัวละครและสถานที่ สมมุติขึ้นมาเท่านั้น ไม่มีอยู่จริง เนื้อเรื่องถูกแต่งขึ้นมาเท่านั้นไม่มีเจตนาจะสร้างความขัดแย้งให้กับองค์กรใด หากมีข้อผิดพลาดประการใด คนแต่งขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ


ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
ภาคต้นข้าว X พี่กีตาร์  EP.1 ผมเลือกทำเพื่ื่อพี่ข้าวปั้น
              Part’s  ผมชื่อต้นข้าว ชื่อน่ารักตัวเล็กแต่ว่าแก่นแก้วแก่นกะโหลกไม่เบา มีความซ่าตั้งแต่ยังอยู่ม.ต้น ผมมีพี่ชายสองคน พี่ชายคนโตชือพี่ข้าวปั้นแต่พี่ชายคนที่สองชื่อพี่ข้าวหอม แต่ว่าพี่ข้าวหอมเขาไปอยู่กับป้าที่อเมริกาตั้งแต่ผมพึ่งจะลืมตาดูโลกเพราะว่าอตนนั้นครอบครัวผมเจอพิษเศรษฐกิจฟองสบู่ เกือบล้มละลาย อันที่จริงครอบครัวของผมย้ายมากจากกรุงเทพกัน พ่อมีธุรกิจแต่สุดท้ายก็ต้องยุติและกลับมาอยู่ที่ต่างจังหวัดเพื่อหาอะไรทำแรกๆพ่อกับแม่บอกว่ายากมากที่จะต้องมาเริ่มต้นใหม่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นคืนขึ้นมาได้ ผมไม่รู้สึกอะไรเปลี่ยนแปลงเพราะว่าผมพึ่งคลอด ส่วนพี่ข้าวปั้นก็พึ่งจะเข้าโรงเรียนเอง แต่ว่าตอนนี้พ่อกับแม่ก็เร่งสร้างตัวกลับขึ้นมาใหม่ เหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น พ่อผมเปิดค้าวัสดุก่อสร้างจากร้านเล็กๆจนใหญ่โตพอจะทำร้ายได้ให้ครอบครัว รายได้ค่อนข้างดีทีเดียวและพ่อก็ตั้งใจจะส่งให้พี่ข้าวปั้นเรียนวิศวะแต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อสองปีที่แล้ว

          ย้อนเหตุการณ์
             ขณะที่พวกผมกำลังทานอาหารเย็นด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่ลูก พ่อและแม่ค่อนข้างตามใจผมแต่ไม่ได้ตามใจจนเสียผู้เสียคน แม่ผมเคยเปิดร้านเบเกอรี่และเป็นครูสอนทำขนมเค้กด้วยที่นี้ ไม่แปลกที่แม่พยายามจะสอนผมเหมือนกัน ก็แม่ผมไม่มีลูกสาว แต่ว่าผมไม่ชอบอ่ะ เลยไม่ค่อยอยากเรียนเท่าไหร่แต่ถามว่าช่วยแม่ทำบ้างไหม ช่วยบ่อย ช่วยเล็กๆ น้อยๆ มากกว่า
               “ข้าวปั้น ผลสอบออกเมื่อไหร่ล่ะ” พ่อเขมถามพี่ข้าวปั้น พ่อตั้งความหวังไว้กับพี่ข้าวปั้นมากและพี่ข้าวปั้นก็ไม่ทำให้พ่อเขมผิดหวัง สอบติดวิศวะแล้ว
                  “อาทิตย์หน้าครับพ่อ” พี่ข้าวปั้นพูด ผมมองพี่ชายสุดที่รักของผมอย่างภาคภูมิใจ พี่ข้าวปั้นหันมามองผมก่อนจะขยี้หัวผมเล่นเหมือนเช่นปกติ
              “เลือกไว้ที่ไหนบ้างล่ะข้าวปั้นแต่ถ้าได้ที่กรุงเทพก็ดีซิเพราะว่าเพื่อนของพ่อและแม่ก็กำลังจะย้ายกลับมาอยู่บ้านที่นี้เหมือนเรา เขาเคยบอกว่า ถ้าข้าวปั้นสอบติดมหา’ลัยที่กรุงเทพได้ เขาจะให้เราไปพักที่นั้นเป็นเพื่อนลูกชายเขา ซอน่ะ เราเคยเล่นกับซอตอนเด็กๆ” แม่บอกพี่ข้าวปั้น ผมไม่เคยเจอเพื่อนรักของพ่อกับแม่มีแต่พี่ข้าวปั้นนี่แหละเพราะว่าผมคลอดพ่อกับแม่ก็ย้ายมาที่นี้แล้ว
             “ครับแม่” พี่ข้าวปั้นพูด
             “ต้นข้าว พ่อว่าเราต้องไปเรียนพิเศษบ้างแล้วน่ะ “นั้นไงพ่อวนมาหาต้นข้าวทันที
            “พ่ออ่ะ จะให้รีบเรียนหนักไปไหนอ่ะ ชีวิตวัยเด็กมันมีรอบเดียวเองน่ะพ่อ” ผมพูด พ่อหันมามองหน้าผม พี่ข้าวปั้นแอบขำผมทันที ผมชี้ที่หัวว่าเป็นไง ใช่สมองครับ
            “ถ้าไม่อยากเรียนทำเค้กกับแม่ก็ไปหาติววิชาที่ต้องใช้ในการเรียนต่อนั้น ชวนบลูไปด้วย วันก่อนแม่ของบลูก็บอกกับแม่ว่าอยากให้ต้นข้าวชวนบลูไปเรียนพิเศษอยู่น่ะ บลูเขาไม่กล้าไปคนเดียว” แม่ผมพูด
             “ก็แน่ล่ะ มันกลัวไปหมดขนาดนั้น” ผมพูด
             “ใครจะเหมือนเราล่ะ ไม่กลัวอะไรเลย ซ่าจริงๆ” พี่ข้าวปั้นพูด
            “ก็มีพี่ข้าวปั้นอยู่จะกลัวทำไมอ่ะ” ผมพูด
             “ถ้าพี่ไม่อยู่แล้วล่ะ “พี่ข้าวปั้นพูด
            “พี่ข้าวปั้น” ผมหันมามองพี่ข้าวปั้น
            “พี่หมายถึงว่าวันที่พี่ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยน่ะ ถ้าพี่สอบติดที่ไกลๆ นายจะทำยังไง ดังนั้น หยุดซ่าได้แล้ว” พี่ข้าวปั้นพูด ไม่พูดเปล่า บี๋ปลายจมูกผมด้วย ปลายจมูกชมพู่ของผม ผมได้จมูกของแม่ ไม่ใช่จมูดโด่งเป็นสันคมแบบพ่อผมนั้น อันนั้นพี่ข้าวปั้นได้ไป
             “กริ่งๆๆๆๆ” มีคนมากดกริ่งรัวที่หน้าบ้านผม พ่อกับแม่หันมามองหน้ากัน
             “ใครกันน่ะ มาเอาป่านนี้ ปกติก็ไม่มีใครมาติดต่อค่ำๆ แบบนี้เลยน่ะพี่” แม่ผมเอ่ยปากถามพ่อผม
              “งั้นผมลงไปดูเองครับ” พี่ข้าวปั้นพูด พ่อพูนพยักหน้าว่าได้ พี่ข้าวปั้นลุกขึ้นและเดินออกไป ผมยังนั่งเขี่ยข้าวและเล่นมือถือไปด้วย
              Line
              Bluey!!//ข้าวงานเข้า// บลูมันส่งข้อความหาผมทางไลน์
              Ton khaw//งานใคร งานมึงเหรอ//
               Bluey!!//ไม่ใช่งานกู แต่เป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกับพี่ข้าวปั้นอ่ะ โดนกันยกแก้งเลย//
               Ton khaw// มันไม่แปลกหรือเปล่าว่ะ โรงเรียนนี้อ่ะมีพวกค้ายาเสพติดและมันก็โดนจนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว โชคดีน่ะที่พี่กูจบปีนี้น่ะ//
                “ว้ายตายแล้ว!!” จู่ๆ แม่ผมก็อุทานเสียงหลง ผมเงยหน้าขึ้นมอง ก็ตกใจไม่แพ้กัน บ้านผมมีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบเข้ามากันหลายคนเลย
                 “นี่มันเรื่องอะไรกันครับคุณตำรวจ” พ่อผมถามด้วยความตกใจ
                “ขอโทษนะครับ คุณเป็นผู้ปกครองของนายข้าวปั้นใช่ไหมครับ” เจ้าหน้าที่ถามพ่อผม พ่อผมพยักหน้าว่าใช่ แม่เดินเข้ามาหาผม ผมเองก็ตกใจไม่แพ้กัน ยืนนิ่งจนแข็งถือเลยทีเดียว
                “มันเกิดอะไรขึ้นครับ รบกวนอธิบายให้ผมฟังที และนี้ลูกชายผมละครับ” พ่อผมถามด้วยความกระวนกระวายใจไม่แพ้ผมกับแม่เช่นกัน
                “ลูกชายคุณได้รับหมายจับให้มาจับตัวนายข้าวปั้นไปฝากขัง เนื่องจากมีอาวุธปืนในครอบครองและยังเก็บซ้อนเอาไว้ในลิ้นชักของโรงเรียนที่เป็นสถานที่ให้การศึกษา เท่ากับพกอาวุธ เข้าไปในโรงเรียน ผมต้องส่งเขาไปคุมขังวันนี้เลย” พอตำรวจพูดเท่านั้นแหละแม่ถึงกับกอดผมทันที ผมเองก็รู้สึกเหมือนใครเอาไม้หน้าสามมาตีลงที่หัว มันมึนตึบไปหมดเลย
                “ทางเราได้จับกุมเด็กคนอื่นๆ ไว้ได้หมดแล้ว เขาบอกว่าเป็นลูกน้องในแก้งของนายข้าวปั้นครับ ทุกคนให้การสารภาพทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” คุณตำรวจพูด
                 “ไม่จริง!! ลูกผมมันเรียนอย่างเดียว มันไม่เคยไปเป็นหัวหน้าก้งหัวหน้าแก้งอะไรทั้งนั้น คุณตำรวจน่ะเข้าใจผิดแล้ว” พ่อผมยังไม่เชื่อ
                 “มันก็มีแต่เพื่อนๆ เท่านั้นและทุกวันนี้ ลูกชายผมก็เรียนหนักและนี่ลูกผมก็พึ่งจะสอบโควตาเข้ามหาวิทยาลัยได้ ดังนั้นผมไม่เชื่อ” พ่อผมพูด คุณตำรวจหันไปพยักหน้ากับนายตำรวจท่านอื่นๆ และเขาก็นำรูปถ่ายมาให้พ่อผมดู พ่อผมถึงกับตกใจ ผมเข้าไปหยิบดูบ้าง รูปพี่ข้าวปั้นจริงๆ ด้วย อยู่ในแก้ง ผมจำได้ว่าพวกนี้เป็นนักเรียนรุ่นน้องของพี่ข้าวปั้นทั้งนั้น ผมรู้จักชื่อมันทุกคนเพราะว่าเคยเจอตอนไปสังสรรค์งานปีใหม่บ้านเพื่อนของพี่ข้าวปั้น บ้านพี่แฮกซ์
                   “และนี้คือาวุธปืนที่เราไปค้นมาจากล็อกเกอร์ในโรงเรียน มีเด็กในแก้งบอกที่ซ้อนมาครับ” คุณตำรวจพูดและตอนนี้เขากำลังขึ้นไปค้นที่บนบ้าน ไม่นานพวกเขาก็เดินลงมาพร้อมกับของกลางอีกนั้นคือยาเสพติด แต่พี่ผมไม่เคยเสพยาเลย
                   “ลูกชายผมไม่เคยเสพยาครับท่าน” พ่อผมเข่าทรุดทันที
                   “เราค้นได้ในห้องนอนนายข้าวปั้น ผมต้องขอควบคุมตัวลูกชายคุณพ่อไปฝากขังเพื่อจะได้ดำเนินคดีต่อไป” เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดกับพ่อผม ผมผละออกจากแม่ของผมก่อนจะวิ่งออกไปดูหน้าบ้าน สิ่งที่ผมเห็นคือพี่ข้าวปั้นที่ถูกจับเอามือไขว้หลังนอนอยู่บนพื้นหญ้าที่ตรงหน้าบ้าน
                   “พี่ข้าวปั้น ฮือๆ” ผมร้องไห้ออกมาทันที ผมวิ่งไปหาพี่ข้าวปั้น
                  “พี่ทำแบบนี้ทำไม “ผมถามพี่ข้าวปั้น ผมปาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม
                    “ต้นข้าว พี่ขอโทษ ดูแลพ่อกับแม่ดีดีน่ะ พี่ขอโทษ ที่พี่อยู่ทำหน้าที่พี่ชายเราไม่ได้แล้ว ดูแลตัวเองด้วยน่ะ อย่าไปซ่ากับใครที่ไหนเพราะว่าพี่ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ต้นข้าว” พี่ข้าวปั้นพูด ผมนั่งปาดน้ำตาร้องไห้ ร้องจนน้ำตาหมด ร้องจนไม่มีน้ำตาเหลือ ผมยืนกอดแม่มองพี่ชายสุดที่รักถูกจับกุมขึ้นรถไปเพื่อไปฝากขัง

                คดีความถูกตัดสินให้พี่ผมเข้าไปอยู่ในสถานพินิจเพราะว่าพี่ข้าวปั้นยังไม่ถึงสิบแปดแม้จะใกล้แล้วก็ตามและคนอื่นๆ ที่โดนเหมือนกัน พี่แฮ็กซ์ถูกให้พักการเรียนแค่นั้นเพราะว่าให้การสารภาพและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พี่แฮกซ์เป็นเพื่อนรักของพี่ชายผม มันทำให้ผมคิด เพื่อนกันนี้ต้องหักหลังกันแบบนี้เหรอ แต่ว่ายังมีอีกคนมันชื่อบอส ไอ้นี่เป็นหลานนักการเมืองชื่อดัง มันหนีไปต่างประเทศทัน ส่วนพวกไอ้ภาคิน ไอ้โซ่ ไอ้มาร์คและเพื่อนๆ มันอีกหลายคน ถูกสั่งพักการเรียนเหมือนกัน มีพี่ผมคนเดียวที่โดนหนักที่สุด มันทำให้ผมกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ผมอยากรู้ว่าใครมันหักหลังพี่ชายผม ผมเชื่อว่าปืนกระบอกนั้นพี่ข้าวปั้นไม่รู้เรื่องและใครที่มีกุญแจล็อกเกอร์ของพี่ข้าวปั้นได้

                   วันนี้เป็นวันแรกที่ผมจะได้เป็นเด็กมัธยมปลายชั้นปีที่ห้าที่โรงเรียนเดียวกับพี่ข้าวปั้น ผมรอวันนี้เพราะว่าชุดที่โดนสั่งพักการเรียนไปมันกลับมาเรียนแล้วทั้งแก้ง ผมอยากหาว่าใครคือคนที่หักหลังพี่ชายผมพี่แฮกซ์หรือเปล่า ส่วนพี่ข้าวปั้นเขายังไม่พ้นโทษเพราะว่ามีข้อหาเพิ่มเติม เขาบอกว่าพี่ข้าวปั้นมีปืนในครอบครองเพื่อต้องการฆ่าคู่อริ
                 “ต้นข้าว แน่ใจแล้วเหรอที่จะไปเรียนที่นั่นน่ะ ตอนนี้ใครก็ต่างพาลูกย้ายโรงเรียนไปเรียนที่อื่นกันทั้งนั้น ตอนนี้ก็เหลือแต่พวกอันธพาล เจ้าของโรงเรียนเขาเอาไม่อยู่แล้วเนี๊ยะพวกเพื่อนๆแม่ก็ทักทวงมา ทำไมเรายังจะไปอีกล่ะ" แม่ถามผม
               "แม่ผมอยากไปเรียนที่นั้นจริงๆ ผมดูแลตัวเองได้ น่ะแม่นะ"ผมพูออ้อนแม่ของผม " ทำไมเราดื้อขนาดนี้น่ะ แม่ไม่อยากเสียลูกแม่ไปอีกคน เหมือนพี่ข้าวปั้น” แม่ผมพูด ผมรู้ว่าแม่เสียใจเรื่องพี่ข้าวปั้นมากและนี่แหละที่ผมจะเข้าไปหาความจริงให้พี่ข้าวปั้น
                 “ผมรู้ว่าผมทำอะไรอยู่ครับแม่ น่ะครับ ผมอยากรู้ว่าใครใส่ร้ายพี่ข้าวปั้น” ผมพูด
                 “แล้วเราจะไปทำอะไรกับเขาได้ เขาเป็นลูกคนใหญ่คนโต ตอนนี้น่ะ พวกมีเงินทำอะไรก็ได้ ลูกก็เห็น” แม่ผมพูด จังหวะนั้นเสียงกริ่งหน้าบ้านผมดังขึ้น ไอ้บลู เพื่อนรักของผมที่ย้ายตามผมไปเรียนด้วยเช่นกัน มันตัวติดกับผมมาตั้งแต่อนุบาลแล้ว จนตอนนี้ ไม่นี่ไม่คิดจะมีเพื่อนใหม่บ้างหรือไงแต่มันเหมือนผมชอบคบแต่เพื่อนเดิมๆ เพื่อนใหม่ไม่ค่อยมี ไม่มีเลยจะดีกว่า
                “แม่ผมไปแล้วน่ะ ผมจะรีบกลับ” ผมบอกแม่พร้อมกับยกมือไหว้แม่ผมก่อนไปโรงเรียนซึ่งผมทำเป็นประจำ ผมหยิบกระเป๋าหนังสือ ทุกอย่างใหม่หมด ชุดเครื่องแบบ ผมเดินลงมาด้านล่างก็เจอไอ้บลูพ่อมันมาส่ง พ่อผมจะไปส่งพร้อมกับผมด้วย เราสนิทกันมาตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี้ ผมกับไอ้บลูก็เหมือนโตมาด้วยกันเหมือนกัน
              “บลู” ผมเรียกไอ้บลู มันยิ้มตาหยีมาให้ผม
               “เอาล่ะ ไปเรียนวันแรกทำตัวดีดีล่ะ ไม่รู้จะย้ายทำไม ที่เดิมก็ดีอยู่แล้ว” พ่อของไอ้บลูพูดบ่นเหมือนพ่อแม่ผมไม่มีผิด ผมวางแผนกันว่า ผมสองคนโดนบลูลี่เลยขอย้ายที่เรียน จนสุดท้ายพ่อผมกับพ่อของบลูก็ถึงได้ยอม บลูยกมือไหว้พ่อของเขาก่อนจะเดินไปขึ้นรถเก๋งของพ่อผม ผมก็ตามขึ้นไปเช่นกัน ในหัวของผม ผมมีเวลาไม่เกินสองปี ต้องหาคำตอบเรื่องนี้ให้ได้ พ่อผมขับรถมาถึงที่หน้าโรงเรียน

                 “เอาล่ะ ไปรายงานตัวที่ห้องธุรการและไปเข้าห้องเรียนน่ะ “พ่อบอกผม ผมหันไปยกมือไหว้พ่อผมก่อนจะพยักหน้ากับไอ้บลูว่าให้ลงจากรถได้แล้ว ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถ ก็เดินเข้าไปทันที เสียงออดโรงเรียนดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณว่าต้องเข้าแถวแล้วแต่ว่าผมยังไม่รู้เลยว่าห้องเรียนอยู่ที่ไหน ต้องไปถามเจ้าหน้าที่ที่ห้องธุรการอีกทีแต่ว่าผมระบุแล้วว่าอยากเรียนห้อง311 ผมโกหกว่าผมรู้จักพวกภาคิน ถามว่ารู้จักไหม รู้จักเพราะว่าผมติดตามพี่ข้าวปั้นไปทุกทีแต่ผมไม่รู้เลยว่าพี่ข้าวปั้นเป็นหัวหน้าแก้งอยู่

               (นี่มึงเห็นพวกลูกคุณหนูป่ะ มาเรียนที่นี้วันนี้อ่ะ เขานั่งในห้องอาหาร มีคอกกั้นด้วยเหมือนกลัวพวกเราไปป่ะปนด้วยอย่างนั้นแหละ ไม่มีเงินทำไม่ได้และต้องไม่มีสมองด้วยน่ะ ดูดิมีคนให้บริการยังกับว่ามันคือคนสำคัญของประเทศอย่างนั้นแหละ) ผมได้ยินเสียงนินทา นี้มีพวกลูกคุณหนูมาด้วยเหรอ แต่ผมไม่แคร์
               “ต้นข้าว ทำไมนักเรียนมีนิดเดียวเองอ่ะ โรงเรียนใหญ่แต่คนน้อยอ่ะ “บลูพูด ผมหันมามองหน้าไอ้บลู
               “ก็เขาพากันย้ายไปหมดไง” ผมพูด
               “อ้อ มึงกลัวเขาไม่มีนักเรียนให้สอนเลยชวนกูย้ายมาแทนใช่ไหมวะ” ไอ้บลูมันพูด
              “เพี๊ยะ!!” ต้องเรียกสติกลับตลอด
               “ตีเขาทำไมอ่ะ” ไอ้บลูถามผม
               “มึงนี้ หัดบริโภคปลาบ้างน่ะ “ผมพูดก่อนจะเดินพากันขึ้นไปที่ห้องธุรการและทันทีที่ผมเข้าไปก็รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที ผมน่ะมาหมอบตัวเรียบร้อยแล้วโดยผู้ปกครองมาด้วย
                 “สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ” เจ้าหน้าที่ถามผม
                 “สวัสดีครับ ผมสองคนมาติดต่อเรื่องที่ผมพึ่งจะย้านมาจากโรงเรียนประจักษ์วิทยานะครับ ผมย้ายมาเข้าเรียนมัธยมปลายปีที่ห้าครับ” ผมบอกพี่เจ้าหน้าที่
                   “ขอใบมอบตัวด้วยค่ะ” เจ้าหน้าที่ขอดูเอกสาร ผมก็หยิบให้เขาดูทั้งหมด พี่เขารับไปตรวจสอบก่อนจะหันมามองผมสองคน
                    “ใครชื่อวัลลพคะ” เจ้าหน้าที่ถามผมสองคน ผมเหลือบตาไปมองใบสมัครมันก็มีรูปผมแปะอยู่น่ะแต่ก็ เอาสักหน่อย
                    “ผมครับ” ผมขานตอบ
                    “และอีกคน นายปกรณ์” เขาถามอีกคนไอ้บลูมันยิ้มตาหยีรออยู่แล้ว
                   “ผมครับ” บลูรีบตอบทันที
                    “นี้เราระบุจะเรียนห้อง 311 ใช่ไหมคะ เออ พอดีห้องนี้เขาไม่รับนักเรียนเพิ่มนะคะเพราะว่ามีเด็กที่ย้ายเข้ามาเรียนแล้วค่ะ “พี่เขาพูด ผมสะบัดหน้าไปมองพี่เขาทันที
                     “แต่วันที่ผมมามอบตัวทุกอย่างมันโอเคนี่ครับ ทำไมวันนี้มาเปลี่ยนละครับ ผมไม่ยอมอ่ะครับ” ผมพูดโวยวายกับเจ้าหน้าที่ ผมอุตส่าห์รอให้พวกมันกลับมาเรียนน่ะ
                     “น้องคะ เรียนห้องไหนก็เหมือนๆ กันไหมคะ” พี่เขาพูดแต่ผมคิดว่ามันไม่เหมือนกันไม่อย่างนั้นผมจะมาทำไมจริงไหม อุตสาห์ข้ามรุ่นมาเพื่อมาเจอพวกมันแท้ๆ
                      “ไม่ครับ ผมบอกแล้วว่าผมรู้จักเด็กในห้องนี้ ดังนั้นผมควรจะได้เรียนกับเพื่อนๆ ของ..ผม”
                       “น้องคะ พี่แนะนำนะคะว่าไปเรียนห้องอื่นเถอะ ถ้าเรียนห้องนี้น่ะ เผลอๆ น้องไม่ได้จบหรอกค่ะ ห้องนี้เกเรที่สุด นี้พึ่งจะกลับมาเป็นนักเรียน น้องยังจะเรียนอีกเหรอคะ” พี่เขาพูดและจู่ๆ ก็มีครูคนอื่นเข้ามาเขาก็เดินไปคุยกันสักพัก ก่อนจะเดินกลับมาหาผม
                     “ยังไงผมก็จะเรียนห้องนี้ “ผมพูด
                    “ต้นข้าว บลูว่าไปเรียนห้องอื่นก็ได้” บลูพูด
                    “รอสักครูนะคะ พี่จะโทรหาครูที่เป็นครูที่ปรึกษาห้องนี้ให้นะคะ” พี่เขาพูดและให้ผมรออีกแล้ว พี่เขาหายไปสักพักก่อนจะเดินออกมาใหม่
                      “น้องรอสักครู่นะคะ ครูพัฒน์ที่ทำหน้าที่รักษาการแทนครูที่ปรึกษาคนเก่าจะเดินลงมาค่ะ” พี่เขาบอกผมแบบนั้น ค่อยโล่งหน่อย ผมหันมามองไอ้บลู มันก็ค้อนใส่ผมทันที ผมยืนรอสักพักก็เห็นครูผู้ชาย รูปร่างผอมบาง ตัวขาว หน้าตาหล่อผิวพรรณ์ดี เขาแต่งตัวเสื้อเชิ้ตสีอ่อน เดินลงมาหาผมสองคน แต่จู่ๆ เจ้าหน้าที่ก็ปิดประตูช่องที่ติดต่อทันทีเลยและหันไปคุยกันโดยไม่ได้สนใจผมกับครูคนที่ลงมารับผมสักนิด
                    “แบบนี้ก็ได้เหรอ” บลูถามผม  ผมพยักหน้าก่อนจะหันไปยกมือไหว้ครูเขา
                   “สวัดดีครับครู ผมเป็นนักเรียนมาใหม่ครับ “บอกครูตรงหน้า ครูเขามองผม ก่อนจะขอเอกสารไปเปิดดู พอเขาอ่านชื่อและนามสกุลของผมก็ตกใจ ครูเขามองหน้าผม ผมเดาว่าครูเขารู้จักพี่ชายผมแน่นอน
                    “ผมต้องการเรียนห้อง …”ผมพูด
                   “เพราะว่าเขารู้จักกับพี่ชายเราอย่างนั้นใช่ไหม” ครูตรงหน้าถามผม
                    “ใช่ครับ “ผมตอบครู
                   “แต่ผมคิดว่าผมมาก่อนไอ้ลูกคุณหนูนั้นนะครับครู” ผมพูด แต่ว่าไอ้บลูมันจับแขนผมเอาไว้
                  "ขอโทษครับครู”ผมเผลอลืมตัวไปนิดนึง เลยขอโทษครูเขา
                   “ครูไม่ได้แบ่งแยกตรงนั้นแต่ห้องนี้ มีบางสิ่งที่ พวกเขาต้องจัดการ ครูเลยจะให้เธอไปอยู่ห้องที่มีแต่คนเรียน” ครูพัฒน์พูด
                    “ผมเชื่อว่าผมจัดการมันได้ดีครับ ต่อให้คนในห้องจะเกเร แต่ผมเชื่อว่าผมก็คงไม่ตามพวกนั้นไปหรอกครับแต่ผมอยากเรียนเพราะว่า ผมรู้จักพวกนี้ดี” ผมพูดครูพัฒน์มองหน้าผมก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
                       “งั้นก็ตามครูขึ้นห้องเลย ทุกคนอยู่ในห้องแล้ว” ครูพัฒน์บอกผม ผมหันไปพยักหน้ากับบลู ครูพัฒน์แค่มองคนในห้องธุรการที่ไม่สนใจใยดีครูเขาเลยและผมก็เดินตามครูเข้าขึ้นห้องไป ใจก็ตื่นเต้น ผมไม่ได้เจอพวกนี้มาปีกว่าแล้วหลังจากที่พี่ข้าวปั้นถูกส่งไปที่สถานพินิจ มีแค่ไอ้มาร์คคนเดียว ที่อยู่หลังบ้านผมเอง  ผมอยากรู้ว่ามันจะทำหน้ายังไงถ้าเห็นว่าผมที่เป็นน้องชายหัวหน้าแก้งพวกมัน ที่เข้าไปรับโทษคนเดียว มันรู้สึกยังไงกันบ้าง

    TBC


ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
EP.2 วันแรกก็ได้เข้าแก้งแล้ว

            Part's ต้นข้าว ผมเดินตามครูพัฒน์ไปขึ้นห้องเรียน จะว่าไปโรงเรียนนี้ที่เคยเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนเอกชนในเขตนี้แต่ว่าตอนนี้นักเรียนน้อยลงมาก ทำไมโรงเรียนนี้เคยเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียนนี้มีครบทุกอย่างสระว่ายน้ำ โรงยิมที่มีทุกอย่าง ห้องสมุดที่ทันสมัยและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบทุกอย่างแต่น่าแปลกกลับมีเด็กนักเรียนที่อื่นมาก่อกวนอยู่เป็นประจำ
         “เธอรอครูสักที่หน้าห้องแป๊ปหนี่งนะ” ครูเขาอบกผม ผมพยักหน้าก่อนจะยืนรอจนครูเขาพยักหน้าเรียกผมสองคนให้เข้าไปในห้องได้   ผมผมเดินเข้าไปในห้อง ก้าวแรกที่ผมได้เข้าไปในห้องนี้ ผมหันไปมองพวกที่นั่งกันอยู่เป็นกลุ่ม ผมจำได้ดี ไอ้ภาคิน มันเห็นหน้าผม มันถึงกับตกใจและพวกคนอื่นๆ ที่รู้จักผม ว่าผมคือน้องของใคร ก็พากันตกใจไม่แพ้กัน
        “ครูมีเพื่อนมาใหม่อีกสองคนนะ ชื่อนายวัลลพ และนายปกรณ์” ครูที่ปรึกษาประจำห้องนี้ แนะนำผมกับเพื่อนๆ ผมหันไปมองมีอีกกลุ่มหนึ่ง ผมเดาได้ว่าไอ้พวกนี้คือพวกลูกคุณหนูที่ทำให้ผมเกือบชวดได้เรียนห้องนี้แล้ว
        “เอาละครูขอฝากเพื่อนใหม่เพิ่มอีกสองคนด้วยน่ะ เราสองคนไปหาที่นั่งเลย” ครูที่ปรึกษาบอกผม ผมหันไปมองป้ายชื่อคุณครูถึงได้รู้ว่าครูเขาชื่อ ครูพัฒน์
        “ขอให้เพื่อนใหม่นั่งใกล้ๆ พวกผมนะครับ “จู่ๆ พวกคุณหนูนั้นมันเรียกผมสองคนไปนั่งกับมัน ผมนี่แปลกใจอยู่อย่างหนึ่งน่ะ ห้องนี้เขาแบ่งแยกดินแดนกันเหรอ เห็นพากันนั่งติดชิดฝั่งแต่ยกเว้นตรงกลาง ผมหันไปมองหน้าครูว่าให้ผมไปนั่งฝั่งไหนกันแน่
         “งั้นก็ได้ ไปนั่งแถวข้างที่นายแจ็คบอกก็ได้น่ะเราสองคนน่ะ “ครูพัฒน์พูด ผมหันมามองครูพัฒน์เอาจริงๆ เหรอ แค่ได้ยินก็ไม่อยากเป็นเพื่อนแล้วอ่ะผม
         “ทำไมล่ะนายวัลลพและนายปกรณ์ “ครูพัฒน์ถามผม บลูมันขยิบตาให้ผม ผมหันมามองไอ้บลู เห็นพวกนี้หล่อหน่อยไม่ได้เลยน่ะบลูพยักพเยิดให้ผมเดินไป ผมก็ต้องไปตามที่มันบอก ผมเดินมาหยุดโต๊ะที่ครูพัฒน์ชี้นิ้วมาให้ผมมานั่ง ไอ้หน้าหล่อ หล่อแบบลูกครี่ง คนนี้หันมาทักทายผมก่อนเลย
          “สวัสดี”
          “พวกนายเป็นใครอะ เรียกกูสองคนมานั่งนี้ทำไมวะ” ผมถามคนนั้นทันที พวกนั้นหันมามองหน้ากันก่อนจะซุบซิบคุยกัน
“อ้าว! ไม่รู้จักกันมาก่อนเหรอ “ไอ้คนสวมแว่นตาที่ครูพัฒน์แนะนำให้ผมมานั่งด้านหลังหันมาถามผมกับไอ้บลู
“ไม่อ่ะ ไม่รู้จัก กูมาวันแรกจะรู้จักใครได้ไง ไม่อย่างนั้นเขาจะเรียกมาวันแรกเหรอวะ” ผมพูดกับไอ้แว่น
"และกูนี่เด็กใหม่ไม่ใช่เด็กเก่า ดูหน้าดิ ใหม่ไหม???" ผมถามไอ้แว่นอีกที ผมชี้หน้าตัวเองด้วยให้มันดู ไอ้แว่นถึงกลับรับหดคอไม่กล้าถามอะไรผมต่อ

           จังหวะนั้น ผมหันไปเจอสายตาไอ้ภาคินมันหันมามองผม มันคือลูกน้องในแก้งของพี่ชายผม แปลกน่ะพวกนี้ไม่โดนโทษหนักเหมือนพี่ชายผมเลย ดังนันมันทำให้ผมคิดเลยว่าพวกมันหรือเปล่าที่หักหลังพี่ชายผมเอง
          “ต้นข้าวอ่ะ เขาอุตส่าห์เฟรนด์ลี่ด้วย เราควรจะเฟรนด์ลี่กลับซิ” บลูพูด
          “แม้ไอ้บลู มึงนี้นะ จะมาอยู่ห้องนี่ ห้องโหดสาด” ผมหันมาแต่ว่าไอ้บลูมันพยักพเยิดให้ผมนั่งลงก่อนดีกว่า ผมก็นั่งลง แต่จะว่าไป ผมอยากหาความจริงให้พี่ข้าวปั้นดังนั้นผมจะไปอยู่แก้งเดียวกับไอ้ภาคินไม่ได้ คงต้องแก้งไอ้พวกนีแหละ ถึงแม้จะไม่ค่อยปลื้มพวกคุณหนูเท่าไหร่
          “เอาละ ครูจะมาเป็นที่ปรึกษาพวกเธอ จนกว่า ที่ปรึกษาตัวจริงจะมาน่ะ” ครูพัฒน์พูด
          “แล้วครูหนุ่ยไปไหน” ไอ้มาร์ค ไอ้นี่ผมรู้จักมันเพราะว่าบ้านมันอยู่หลังบ้านผมเอง แต่ปกติมันก็ไม่ใช่เด็กดื้ออะไรแบบนี้น่ะ
          “ที่บ้านไม่มีใครสอนเหรอว่าให้มีสัมมาคารวะ ผู้หลักผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ หรือไงวะ” ไอ้ดิวมันถามขึ้นลอยๆ
          “อะไรวะ ทำไมครูตุ๊ดนี้มาเป็นที่ปรึกษาเราวะ เดี๋ยวจับทำเมียเลย” อีกคนทำให้ผมตกใจมากไอ้โซ่ ปกติมันไม่ใช่แบบนี้น่ะและได้ผล หนี่งในกลุ่มนี้ดูท่าจะเอาเรื่องมากและไวมากด้วย ตรงปรี่ไปหาไอ้โซ่และคว้าคอเสื้อแถมง้างหมัดรอแต่ยังไม่ได้ตะบันหน้า ไอ้บลูมันปิดตารอแล้ว นี้ถ้าไม่ติดว่าต้องทำตัวให้ดูโหดน่ะ ผมคงกระโดดกอดไอ้บลูไปแล้ว
          “หยุดนะดิว! อย่านะปล่อยเพื่อนเดี๋ยวนี้!! พี่สั่งให้ปล่อยคอเสื้อเพื่อนเดี๋ยวนี้ดิว!! “ครูที่ปรึกษาร้องห้ามทันที
          “มึงถอนคำพูดเดียวนี้!!” เสียงตะคอก น้ำเสียงฟังดูดุดันมาก ผมว่าไม่ธรรมดาน่ะคนนี้น่ะ
          “ดิว ...หยุด กลับไปนั่งที่ซะ!! “ครูพัฒน์พูดออกคำสั่งและคนที่ชื่อดิวก็ปล่อยคอเสื้อไอ้โซ่ลง ผมดูแล้ว ผมว่าไอ้โซ่น่ะสู้ไอ้คนชื่อดิวไม่ได้หรอก มันน่ะคงได้หมอบแน่ๆ ถ้าครูห้ามไม่ได้
          “และนายโซ่ นั่งลงเดี๋ยวนี้และถ้านายยังลามปามครู ครูคงต้องเรียกผู้ปกครองเธอน่ะ เธอคงลืมไปนะว่า เธอทำผิดได้อีกแค่ครั้งเดียว เธอจะถูกพักการเรียนและอาจจะโดนไล่ออก หรือเธออยากให้เป็นแบบนั้น ทำอะไรคิดถึงพ่อแม่เธอหน่อยน่ะ คนที่มาขอร้องให้ครูฝ่ายปกครองช่วยให้เธอได้เรียนให้จบน่ะ” ครูพัฒน์พูด ไอ้โซ่มันมีน้องชายอีกคน พ่อแม่ก็ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพท์ ผมได้ข่าวว่าพ่อมันโคตรดุเลยแต่ทำไมที่โรงเรียนมันโคตรเกเรเลย
         “ผมขอโทษครับครูพัฒน์ ผมแค่ไม่อยากให้มันปากเปราะกับคนที่มาทำหน้าที่ครูให้พวกมัน” คนชื่อดิวพูด ผมกับไอ้บลูพยักหน้าทันที
          “เห็นไหมต้นข้าว เรารอดชัวถ้าอยู่กับพวกนี้น่ะ” บลูพูด ผมหันมาดันหน้ามันออก มันหลงคนหล่อก็บอกมา แต่จะว่าไป คุณหนูอะไรว่ะโหดสาดเลย ผมต้องทำหน้านิ่งเข้าไว้ ไม่ได้ไม่กลัวน่ะ กลัวจนฉี่ผมจะราดอยู่แล้ว
          “ช่างเถอะดิว นั่งลง” ครูพัฒน์บอกให้คนนั้นนั่งลง ผมหันไปเจออีกคนที่นั่งข้างกับคนชื่อดิว เขามองผมพร้อมกับยิ้มให้ผม ดิวก็หันไปคุยกับคนนั้น ดูจากสายตาเขาทั้งคู่ ผมเดาว่าแฟนกันชัว
          “ครูหนุ่ย เขาขอพักการสอน ครูหนุ่ยมีปัญหาสุขภาพน่ะแต่จริงๆ เราจะมีครูคนใหม่มาเป็นที่ปรึกษาเฉพาะแค่ตอนนี้ เพราะครูที่ปรึกษาตัวจริงเขายังไม่สะดวกมา ดังนั้นครูจึงทำหน้าที่แทนไปก่อนเข้าใจน่ะ” ครูพัฒน์พูดพร้อมกับกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง
          “เอาละ ครูพยายามเข้ามาพบทุกเช้านะและครูขอความร่วมมือ เข้าแถวหน้าเสาธงหน่อยเพราะว่าผู้ใหญ่เขาติงมา ห้องนี้ไม่เคยเข้าแถวเลย ครูขอนะ หัวหน้าห้องเชิญครับ” ครูพัฒน์พูดและครูพัฒน์ก็พยักหน้าให้ไอ้คนที่สวมแว่นตา
          “นักเรียนทำความเคารพ”
          “ขอบคุณครับคุณครู” และครูพัฒน์ก็ออกไป ผมหันมามองไอ้บลู คิดถูกแน่เหรอที่มานั่งกับพวกนี้แต่ว่าผมก็คงไปนั่งกับพวกภาคินไม่ได้เพราะว่าผมเองยังแคลงใจไอ้พวกนี้อยู่ ไอ้มาร์คมันมองผม มันเหมือนอยากจะเข้ามาคุยกับผมแต่ว่า
           “ครื้ดดด” จู่ๆ ไอ้โซ่มันลุกพรวดขึ้นมันจะเข้ามาแต่จะมาหาใคร ผมหันไปมองตามสายตามัน ผมเดาได้ว่าไอ้คนที่ชื่อดิว แต่ว่าไอ้นี่มันนั่งใช้นิ้วเคาะโต๊ะนักเรียนรอ ไม่สะทกสะท้านอะไรแต่ไอ้โซ่ก็มาไม่ได้เพราะติดไอ้มาร์ค คนที่ลุกมาล็อกคอมันเอาไว้ ผมนั่งมองถามว่าลุ้นไหม ลุ้นแต่ไม่อยากแสดงอาการ ส่วนไอ้บลูนี้มันเอามือทาบอกแล้ว ผมแอบคิดในใจ ไอ้ป๊อดเอ๊ย! ไม่รู้จะตามผมมาทำไม ทั้งที่เขาให้ผมย้านคนเดียวแต่มันดันขอย้ายตามมาด้วย
          “ติดโซ่เหรอเลยมาไม่ถึง” อีกคนก็พูด ผมกับไอ้บลูหันมามองหน้ากัน ผมว่าคุ้นๆ หน้าอยู่น่ะ
          “ต้นข้าว คนนี้ใช่ดาราหรือเปล่า” ไอ้บลูมันกระซิบถามผม ไอ้คนที่พูดเมื่อกี้หันมามองผมแค่แว็ปเดียวแค่นั้น
          “กูไม่รู้ว่ะ กูไม่ใช่ติ่งดารา” ผมพูดกับไอ้บลู มันแอบค้อนผมทันที
          “ปล่อยกูไอ้มาร์ค!! กูบอกให้ปล่อยกู!!” ไอ้โซ่มันพยายามจะมาหาไอ้คนที่ชื่อดิวให้ได้ มันเหมือนหมาบ้ามากเลยวันนี้น่ะ
          “ไอ้โซ่!! กูบอกให้หยุด!!! “ไอ้คนที่ภาคินมันเลยลุกขึ้นห้าม ไอ้ภาคินนี้ ผมรู้แค่ว่าพ่อมันเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่นี้และมีเพื่อนที่ค่อนข้างมีอิทธิพลตั้งสองคน แต่ผมไม่แคร์ ถ้ามันคือคนที่ทำให้พี่ผมหมดอนาคต ผมก็ไม่กลัว ผมนั่งมองไอ้ภาคินเพลินจนพวกนั้นเริ่มเดินออกไปจากห้องแต่ไหนกันไม่รู้ และจู่ๆ ก็มีคนสะกิดถามผม ไอ้คนที่หน้าตาหล่อเหมือนลูกครึ่งแขกขาวประมาณนั้น
          “นี้นายชื่ออะไร” เขาถามชื่อผมและไอ้บลูด้วยแน่นอน
         “เราเหรอ” ผมถามคนนั้นกลับ ทั้งที่ผมก็รู้อยู่แล้วแหละ
          “ใช่ครับ มึงสองคนแหละครับ ชื่ออะไร” ไอ้คนที่หน้เหมือนดาราแต่ผมก็ไม่ใช่ติ่งดารา ไม่แปลกที่จะจำไม่ได้หรือไม่รู้จักเลยก็ว่าได้
         “ถ้าจะขึ้นมึงแบบนี้ไม่ต้องครับก็ได้มั้งว่ะ” ผมหันไปพูด
         “ติ๊ก!!” ไอ้คนหน้าหวานนั้นห้ามปรามคนที่จะอ้าปากด่าผมละซิ ผมก็พร้อมมาก ด่ามากูด่ากลับ
         “ไอ้ต้นข้าวอย่าซ่า เดี๋ยวหมอบ” ไอ้บลูหันมาบอกห้ามผม
          “ใครวะที่หมอบ” อีกคนที่ดูน่ารักตัวเล็ก เสื้อก็เล็กกะทัดรัดเหมือนจะรัดรูป
          “ไอ้นี่แหละ โดนตีนคนอื่นหมอบตลอดยังไม่เข็ด” ไอ้บลูพูดพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ผม ผมนี้หันมามองไอ้บลู ผมคิดผิดมากที่พามันมาด้วย
         “กูชื่อแจ็คและนี้บอย ยินดีที่รู้จักว่ะ “ไอ้คนที่หล่อนั้นแนะนำตัวและอีกคนที่ดูน่ารัก น่ารักจริงๆ หล่อแบบ หล่อหน้าสวย ผมสีควันบุหรี่ ถ้าสังเกตุดีดี เขาคนนั้นมีนัยต์ตาสีฟ้าด้วย ผมแว๊ปแล้วก่อนจะสะบัดไปมองอีกรอบ ตาสีฟ้า ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
           “กูดิวว่ะ และนี้แอ้ ยินดีว่ะ” อีกคนก็แนะนำตัว ไอ้คนที่ชื่อดิวและอีกคนชื่อแอ้ แอ้เหรอ ผมมองอีกที ไม่น่าเชื่อพวกไฮโซ่ ชื่อนี่ด้วย ส่วนใหญ่จะชื่อออกแนวฝรั่งกันทั้งนั้น
         “กูชื่อติ๊ก” อีกคนพูด
         “หน้าเหมือนดาราเลยอ่ะ แต่คงไม่ใช่” ไอ้บลูพูดเชิงถาม ผมหันไปมองหน้า มันก็กล้าถามอะไรที่เขาไม่ถามกันเนอะ
          “ติ๊ก เย็นไว้มึง” ไอ้คนที่ชื่อแอ้ห้ามคนที่บลูมันไปสะกิดติ่งเขาเข้าให้ ของขึ้นทันที
            “อ๊ย!!” ไอ้บลูมันทำท่าจะกระโดดหนีมาหลบที่ผม
          “สมน้ำหน้า” ผมพูดให้ไอ้บลูมันได้ยิน
          “กูนี้แหละ ดารา ทำไมหน้ากูไม่ตรงปกหรือไง” ไอ้คนที่ชื่อติ๊กที่ว่าเป็นดาราและดูท่าจะหัวร้อนอยู่เหมือนกันถามไอ้บลูแถมยังพร้อมบวกมาก ผมหันไปมองไอ้บลู ใช่แล้วไง จะขอลายเซ็นหรือว่าไง มันกับส่ายหัวไม่กล้ากับเขาซะงั้นตอนนี้
          “ตรงแต่ไม่คิดว่าจะมา” ไอ้บลูพูดเบาๆ
          “ไม่คิดว่าจะมาเรียนที่นี้ กูก็ไม่อยากมาวะ แต่พ่อบังคับพวกกูมา “ไอ้คนที่ติ๊กพูดว่าไม่ได้อยากจะมา ผมก็หยักไหล่เพราะว่านี้ไม่ใช่เรื่องของผม ผมเองก็ไม่อยากมาแต่ก็ต้องมาเพื่อหาคำตอบเรื่องพี่ข้าวปั้น
         “แล้ว?” ผมถามพร้อมกับหันไปมองอีกคน ดูมันไม่กวนเท่าไหร่มันยังหันไปมองหาใครอีก
         “แล้วคนนั้นละ น่ารักโน๊ะ” ไอ้บลูมันชี้นิ้วไปทีคนตัวเล็กน่ารัก ให้มันรู้ตัวว่าผมหมายถึงมันนั่นแหละ
         “เราชื่อพาย” คนนั้นแนะนำ คนนี้ค่อยไฮโซขึ้นมาหน่อย น้องพาย
          “ไม้พายเหรอ” แต่ไอ้บลูทักซะไถลกันทั้งโต๊ะเลยไม่เว้นผมเอง ผมหันมามองไอ้บลู มึงเล่นมุกอะไรของมึง
         “เคยกินพวก เออ แอปเปิลพาย อะไรพวกนี้ไหม แม้หน้าเอาเท้าไปวางที่หน้านะมึงน่ะ” ไอ้ตัวเล็กมันเลยขึ้นเลย ผมเดาได้เลยว่าแก้งนี่ หัวร้อนเกือบทั้งแก้ง
         “เขาขอโทษ” ไอ้บลู ผมหันไปมองหน้าเป็นไงล่ะ
          “ตกลงมึงสองคนชื่ออะไรกันครับ “ไอ้คนที่ชื่อแจ็คมันถามผมสองคนอีกครั้ง บลูพยักหน้าว่าให้ตอบเขาไป
         “กูชื่อต้นข้าวและไอ้นี่ชื่อบลู” ผมพูดและแนะนำอีกคนด้วย
        “ยินดีที่ได้รวมแก้งเดียวกัน” ไอ้รูปหล่อที่ชื่อแจ็คพูด มันลุกขึ้นพร้อมกับยื่นมือเพื่อขอจับมือเหมือนจะตกลงเซนต์สัญญาอะไรบางอย่าง ผมก็มองมือนั้น ไอ้บลูก็สะกิอีก ให้ผมจับมือแต่ผมจะจับเหรอ ใครจะกล้า
         "ดีล"ไอ้แจ็คพูดและผมก็อยู่ในโหมดมึนๆ งง” เผลอยื่นมือให้มันจับซะอย่างนั้น ก่อนจะปล่อยมือเป็นอิสระ
         “อะไรวะ มาถึงได้เข้าแก้งเลยกู” ผมพูดขึ้น
         “พวกกูนี้รับคนเข้าแก้งยากมากนะมึง ยากจริงๆ!! เชื่อกูดิ!” ไอ้คนชื่อดิวพูด มันยังมาพูดอีกเหรอว่ารับคนยาก ผมว่าชีวิตพวกมันทั้งแก้งนี้ น่าจะยากกว่าตรงที่จะใช้ชีวิตยังไงให้รอดกันแน่ ยิ่งดูจะมีปัญหากับพวกไอ้ภาคินด้วย มันทำให้ผมเริ่มจะคิดหนักว่าผมมานั่งกับพวกมันทำไมเนี๊ยะ!! แต่ต้นข้าวก็ยังเก็บอาการ ถ้าสังเกตดีดี ขาจะสั่นๆเล็กน้อยแล้ว
         “แล้วผมละครับ” ไอ้แว่นหันมาถามพวกผม
         “ไม่ละตอนนี้เต็ม” มันถูกตัดสิทธิ์ไปเฉยเลย
ผมก็หยิบเอาตารางเรียนขึ้นมาดู ชั่วโมงนี้เป็นวิชาสังคมศึกษาแต่ว่าเห็นครูเข้ามาสอนและพวกไอ้ภาคินมันก็ออกไปไม่เข้ามาอีก แบบน็ได้เหรอว่ะที่จะไม่กลับเข้าเรียน
          ตื้ดๆๆ มือถือของผมสั่น มีข้อความเข้ามือถือของผม
        (ต้นข้าว มาเรียนที่นี้ทำไม ย้ายกลับไปเรียนที่เดิม พี่ขอล่ะ) มีคนส่งข้อความหาผม ผมเองก็ไม่รู้ว่าใคร ไม่ระบุชื่อ ผมจะรู้ไหมว่าใครขอ (แล้วกูจะให้ถูกไหมละไอ้เชี้ยว่าใครขอแล้วกูจะได้ให้ได้ถูกๆ ผมแค่ด่าได้ในใจ) 

            ผมก็เลยไม่สนใจซิครับและน่าแปลกที่นี้แทบจะไม่มีครูเลยครูหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ นั่งว่างๆ หลายชั่วโมงเลยทีเดียว นักเรียนก็น้อยลงครูก็ไม่มีแล้วอย่างนี่ผมกับไอ้บลูจะรอดไหมวะ มันทำให้ผมคิดและเรียนๆเล่นๆแบบนี้ ผมจะเอาเกรดไปต่อยอดเรียนที่ไหนได้วะ ทำไมพึ่งมาคิดตอนนี่วะไอ้ต้นข้าว ผมแอบด่าตัวเองในใจ แต่ที่หนักกว่าผมคงเป็นพวกลูกคุณหนูพวกนี้แหละ แต่ว่าบ้านเขามีฐานะ ไม่ต้องเรียนสูง หางานทำก็คงมีเงินใช้ไปจนถึงชาติหน้าอยู่แล้ว ผมคิดเบาๆในใจ

TBC....

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-01-2024 20:22:43 โดย PFlove »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
ภาคต้นข้าว X พี่กีตาร์  EP.3ลงเรือลำเดียวกัน

                Part's ต้นข้าว วันแรกก็จะสบายๆ หน่อย แทบจะไม่ได้เรียนอะไรเลย สบายกว่าโรงเรียนเดิมอีกน่ะผมว่าแต่ก็ดี ผมได้คุยกับพวกนี้ พ นี้ก็ไม่ได้แย่เหมือนที่ผมได้ยินมาตลอดทาง ว่าเป็นพวกคุณหนูบ้างเพราะว่าเขาเป็นลูกเจ้าของโรงเรียน พวกพ่อรวย ผมก็ไม่รู้หรอกว่ารวยแค่ไหน แต่มันไม่ใช่เรื่องของผม มันเงินเขา
                 “ต้นข้าว ลงไปทานอาหารกับพวกูดิ” ไอ้คนชื่อดิวมันบอกผม ผมหันมามองไอ้คนที่นั่งยิ้มแป้นพยักหน้าไปเรียบร้อยแล้วว่าจะไป ผมก็คงต้องไปแหละ
               “แต่มันยังไม่พักเลย เหลืออีกครึ่งชั่วโมงได้” หนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น
             “ไม่มีอะไรจะทำอะ ลงไปก่อนก็ได้มั้ง” ติ๊กพูด ผมหันมาจะเก็บของแต่ว่าผมบางสิ่งตกลงพื้นและคนที่เก็บให้ผมก็คือแอ้
            “ต้นข้าว” แอ้พูดพร้อมกับก้มลงหยิบรูปถ่ายที่ผมทำตก เป็นรูปถ่ายพี่ชาย เพื่อนๆและรุ่นน้อง ผมเข้าใจว่าเป็นแค่เพื่อนแต่ที่ไหนได้พวกนี้เป็นแก้งแต่ผมไม่รู้ว่าทำอะไรกัน รู้แต่ว่ามีคนหนุนหลักอยู่  แอ้หยิบมาก็คงเห็นก่อนจะรีบส่งคืนให้ผม ผมพกมาด้วยเพื่อจะได้หาว่าใครกันแน่ที่เป็นเพื่อนที่ทรยศพี่ข้าวปั้นของผม ผมเก็บรูปนั้นใส่กระเป๋าทันที แอ้แค่ยิ้มให้ผมอันนี้เป็นรูปล่าสุดก่อนที่พี่ข้าวปั้นจะโดนจับเข้าไปที่สถานพินิจ บางคนผมก็รู้จักแต่มีอยู่หนึ่งคนผมไม่รู้จักมาก่อนและพี่ข้าวปั้นก็ไม่เคยพูดถึงด้วย ผมคิดว่าคงเป็นเพื่อนของเพื่อนพี่เขาอีกที

                  ผมเดินตามออกมาจนถึงหน้าห้องและจู่ๆ ก็มีกลุ่มหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาผม ผมจำได้ดี พี่แฮกซ์นั้นเองแต่คนที่มาด้วยผมไม่คุ้นเคย ผมหันไปมองพี่ๆ และเพื่อนๆ พี่เขา ผมยกมือไหว้พี่แฮกซ์คนเดียว พวกนั้นหันมามองผมและทำท่าจะเข้ามาดึงผมเข้าไปหาพวกมันแต่ผมยกมือห้าม ผมคิดว่าพวกแจ็คคงคิดว่าพี่แฮกซ์จะเข้ามาทำร้ายผมซิน่ะ
                “หวัดดีครับพี่แฮกซ์” ผมทักทายพี่เขา พี่แฮกซ์ยิ้มอ่อนๆ ให้ผม
                “ต้นข้าว พี่ขอคุยด้วยหน่อยซิ ได้ไหม” พี่แฮกซ์ถามผมอย่างสุภาพ ผมหันไปมองพวกนั้นก่อนจะพยักหน้าว่าได้ บลูมันมองผมด้วยสีหน้ากังวล ผมพยักหน้าว่ามันเข้าไปกับผมได้ มันก็รู้ทุกเรื่องหมดแล้ว ผมเดินตามพี่แฮกซ์ออกไป ห่างออกไปหน่อย พวกนั้นก็ชะเง้อมองผมกันใหญ่เลย
                “นี่มันเป็นห่วงเราหรืออยากรู้อยากเห็นกันแน่” พี่แฮกซ์ถามผมปนหัวเราะ
                “ไม่รู้ดิพี่ ผมพึ่งเจอพวกนี้อ่ะ แต่ว่าพวกนี้ดีกว่าที่ผมได้ยินมาตั้งแต่หน้าประตูซะอีก” ผมพูดกับพี่แฮกซ์ พี่เขาหรี่ตาม องผมแบบไม่เชื่อ
               “บางทีมันอาจจะจริงใจกว่าใครบางคนก็ได้น่ะพี่ ดังนั้นผมจะไม่ตัดสินใครจากที่ได้ยินมาเพราะว่ามันมักจะผิดเหมือนที่พี่ชายผมเจอพี่แฮกซ็” ผมพูด พี่แฮกซ์มองหน้าผม ผมรู้ว่าพี่เขาเข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร พี่แฮกซ์พ่นลมหายใจออกมาก่อนจะหันมามองผมด้วยสีหน้าจริงจัง
                  “ต้นข้าว พี่ถามจริงๆ นี่เรามาเรียนที่นี้ทำไมเนี่ย บอกพี่มาดิ” พี่แฮกซ์ถามผมตรงๆ
                 “พี่น่าจะรู้ ว่าผมมาทำไม “ผมถามพี่แฮกซ์กลับ
                  “พี่รู้ว่าเราโกรธเรื่องไอ้ข้าวปั้น แต่พวกพี่ไม่ได้ทำต้นข้าว พี่ไม่เคยหักหลังเพื่อนพี่ “พี่แฮกซ์พูด ผมก็มองพี่แฮกซ์จะเชื่อได้ยังไงว่าเขาไม่ได้ทำ
                   “แค่พวกที่เข้ามาหาเรื่องพวกพี่ก็แย่แล้ว ไอ้ข้าวปั้นน่ะมันดูแลเด็กๆ ทุกคนในแก้งอย่างดีตั้งแต่มันได้เป็นหัวหน้าพวกนี้ มันดูแลไม่อยากให้ใครโดนพวกคนนอกมาหาเรื่อง ไอ้ข้าวปั้นมันเป็นพี่ที่ดูแลน้องๆ ดี พวกไอ้ภาคินมันรู้ดีและมันก็รักและเคารพไอ้ข้าวปั้นเหมือนพี่มันแท้ๆ” พี่แฮกซ์พูด ผมไม่แปลกใจเลยพี่ข้าวปั้นเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดของผมเช่นกัน
                   “ดังนั้นพวกพี่ไม่หันมากัดกันเองหรอกต้นข้าว พี่สาบานได้” พี่แฮกซ์พูด
                  “แฮ็กซ์ เราต้องไปแล้ว” พี่อีกคนเดินมาหาพี่แฮกซ์
                  “ต้นข้าว นี่พี่กอล์ฟ” พี่แฮกซ์บอกผม ผมพยักหน้าแค่นั้น
                 “เราต้องไปแล้วแฮกซ์” พี่คนที่ชื่อกอล์ฟพูด
                 “พวกพี่ไปเยี่ยมข้าวปั้นมาน่ะ มันก็ฝากพวกพี่ดูแลเราน่ะ ต้นข้าว” พี่แฮกซ์พูด ผมยืนนิ่ง
                 “พี่รู้ว่ามันยากน่ะที่จะยกโทษให้พวกพี่หรือจะให้เชื่อว่าพวกพี่ไม่ได้ทำ มันก็ยากอีก เอาเป็นว่าให้ทุกอย่างมันพิสูจน์เองแล้วกันน่ะต้นข้าว ว่าใครทำ!” พี่แฮกซ์พูด พี่เขาหันไปมองพวกนั้นที่ชะเง้อคอมองผมอยู่
                  “ไปเถอะเพื่อนมองแย่แล้ว “พี่แฮกซ์พูด ผมหันไปมองก่อนจะพยักหน้าว่าใช่
                  “ที่พี่ไม่อยากให้เรียนที่นี้" พี่แฮกซ์พูด ผมมองหน้าพี่แฮกซ์พร้อมกับหันไปมองพวกแจ็ค ความหมายผมคือเพราะพวกนี้เหรอ
                   " ไม่ใช่เพราะที่นี้อาจจะปิดตัวลงก็ได้น่ะ ปิดแล้วหาที่เรียนยากมาก ไม่มีไหนรองรับ ยิ่งได้ยินมาว่ามาจากที่นี้เพราะว่ามันมีผู้มีอิทธิพลในนี้เขาพยายามทำให้ที่ไม่มีที่ยืน ดังนั้นผู้ปกครองหลายคนเลยพากันนำลูกหลานตัวเองออกไปก่อนแล้ว” พี่แฮกซ์พูด ผมยืนหันหลังอยู่
                 “และยิ่งอยู่กับพวกนี้ด้วย พี่ไม่อยากให้ต้นข้าวโดนลูกหลง เหมือนที่ไอ้ข้าวปั้นมันโดนเหมือนกัน พวกพี่เป็นห่วง” พี่แฮกซ์พูด ผมก็แค่หยุดฟังก่อนจะเดินกลับไป เพื่อไปหาพวกนั้น ส่วนพวกพี่แฮกซ์ก็เดินไปอีกทางหนึ่ง

                 ผมเดินกลับมาหาพวกแจ็ค  ผมเห็นสีหน้าทุกคนมองมาที่ผม ผมควรจะดีใจดีไหม น่าจะดีใจตั้งแต่ก้าวเข้าห้องและพวกมันก็เชิญผมสองคนเข้าแก้งทันที โดยไม่ถามความสมัครใจสักคำแต่ว่า มันก็ดีน่ะ ผมสองคนตัวเล็กๆ จะไปทำอะไรได้ มีพวกนี้อยู่ด้วยคงอุ่นใจแต่ก็ทำหน้าเก็กไว้ก่อน เดี๋ยวมันหาว่าผมอ่อน
                  “มีอะไรวะต้นข้าว” ไอ้คนชื่อดิวมันถามผมทันที
                  “ถึงพวกกูจะพึ่งรู้จักมึงสองคน แต่ตอนนี้มึงสองคนคือเพื่อนพวกกูแล้ววะ เพื่อว่าพวกกูช่วยได้” ไอ้ดิวพูดผมหันมามองไอ้บลู เห็นแบบนี้มันโคตรเป็นห่วงผมเลย บลูมันแตะแขนผม
                  “บอกไปเถอะต้นข้าวเพราะมึงก็บอกใครไม่ได้อยู่แล้วแม้กระทั่งพ่อแม่มึงเอง” ไอ้บลูพูด
                   “ที่กูย้ายมาเรียนที่นี้เพราะพี่ชายกูว่ะ พี่กูชื่อข้าวปั้น พี่กูถ้าไม่โดนไล่ออกก็จะอยู่มัธยมปีที่หก ปีเดียวกับคนที่มาคุยกับพวกกูอ่ะ “ผมพูด ทุกคนมองหน้าผมพร้อมกันหมด "พวกมันก็โดนน่ะแต่แค่พักการเรียนแต่พี่กูโดนหนักที่สุด กูเลยอยากรู้ว่าทำไม"ผมพูดทุกคนมองหน้าผม
                  “แล้วตอนนี้พี่มึงไปไหนอ่ะ” ไอ้แจ็คมันถามผม
                 “พี่กูอยู่สถานพินิจว่ะ ข้อหามีอาวุธปืนในครอบครองและมียาเสพติดหลายเม็ดเลย “ผมพูด พวกนี้ชักสีหน้าตกใจขึ้นมาทันที พวกนี้คงเห็นว่าผมหน้าตาบ้านๆ แต่ว่ามีเรื่องที่มันยังไม่คาดคิดอีกเยอะ
                 “พี่กูนะเป็นหัวหน้าแก้งพวกนี้แหละไอ้ที่อยู่ในห้องด้วยก็ลูกน้องพวกพี่กูทั้งหมด” ผมพูดพวกมันก็พยักหน้าก่อนจะสะบัดหน้ามามองหน้าผมอีกที
                 “เดี๋ยว!! เมื่อกี้มึงพูดว่าพี่มึงเป็นอะไรกับไอ้คนที่มาคุยกับมึงนะ” ไอ้แจ็คมันถามผม
                 “พี่กูคืออดีตหัวหน้าพวกมันไง” ผมพูด ผมมองหน้าพวกนี้แอบขำแต่ไม่กล้าแสดงออก สีหน้าที่บอกว่าตกใจขั้นสุดเป็นยังไงก็ได้เห็นวันนี้แหละ ไอ้บลูมันแตะแขนผมอีกว่าผมไปแกล้งพวกนี้มัน
                 “เฮ้ย!!! เวรแล้วกู!!” คนแรกที่อุทานด้วยความตกใจคือแจ็ค
                 “ฉิบหายแล้ว!!! กูว่าแล้วมึงดึงมาผิดคนไอ้แจ็ค!!” ตามมาด้วยไอ้ดารา
                 “นี้มึงชักศึกเข้าบ้านแท้ๆ” และไอ้ดิวแต่แปลกไอ้แอ้ไม่ตกใจก็เพราะว่ามันเห็นทุกคนมารูปถ่ายของผมแล้วมั้ง มันเลยไม่ตกใจ
                “นี้มึงไปคุยความลับอะไรกับพี่เขาวะ หรือว่ามึงจะให้เขาฆ่าตัดตอนพวกกูว่ะ กูไม่น่าเลย อีพายเอ๊ยย กูจะตายแบบนี้ไม่ได้ มันเสียชาติเกิดกู มึงรู้ไหม?” น้องพาย ผมหันมามองหน้ามัน มันดูหนังมากไปไหม ผมยืนมองพวกนี้ตีโพยตีพายก่อนจะหันมามองไอ้บลู กูคิดผิดไหมที่เข้ามาอยู่กับพวกนี้ แล้วนี่กูจะได้อะไร คงไม่ได้อะไรเลยมั้ง ขนาดแค่รู้ว่าพี่ผมเป็นใครมันยังขนาดนี้เลย
                “ไอ้ต้นข้าว มึงไปแกล้งพวกเขาทำไมอ่ะ มึงเองก็ไม่ได้เข้ามาอยู่ในแก้งพวกพี่แฮกซ์สักหน่อย” ไอ้บลูพูด
                “เฮ้ยเดี๋ยวดิ!! ฟังให้จบก่อนพวกมึงจะกลัวกูกันทำไมวะ” ผมเรียกสติพวกนี้ก่อนจะ
                “ก็มึงพึ่งจะบอกกูอยู่ว่า พี่มึงนะเป็นหัวหน้าพวกที่มันจะเล่นพวกกูอยู่ “ไอ้แจ็คพูด
                “พี่กูนะถูกพวกมันนี้แหละหักหลังแต่กูไม่รู้ว่าใคร กูเลยขอพ่อแม่กูมาเรียนและไอ้พี่ที่มาขอคุยน่ะ เขาเข้ามาขอโทษเรื่องพี่กูและขอให้กูกลับไปเรียนที่เดิม พร้อมกับให้พวกกูอย่าคบพวกมึง มึงจะพาพวกกูเดือดร้อนหนัก” ผมพูดอธิบายให้พวกมันฟัง มันก็ยังดีที่คุมสติตัวเองได้บ้าง
                 “แต่พี่กูนะไม่ใช่พวกโหดสาดแบบในหนังนะ เช่นพวกยากูซ่าอะไรพวกนี้” ผมพูด ผมมองหน้าทุกคน
                “พ่อแม่และกูยังไม่เคยรู้เลยว่าพี่กูเป็นหัวหน้าแก้ง เป็นมาหลายปีแล้วด้วยแต่มารู้ตอนที่พี่กูน่ะถูกตำรวจจับนั่นแหละ กูนี้เจ็บใจเลยมาหาคำตอบ พวกมึงช่วยกูได้ไหมวะ” ผมพูด แต่ล่ะคนก็มองผม แน่นอนไม่มีใครอยากเชื่อแม้กระทั่งตำรวจที่มาที่บ้านยังไม่เชื่อผมเลยว่าพ่อกับแม่และผมเองที่ไม่รู้ ว่ามีจริงแก้งอะไรพวกมันนี่แหละ ผมรู้ทีหลังว่ามีลูกชายของนายทหารเป็นแบกกราวน์ให้
                 “ต้นข้าว พวกกูก็มืดแปดด้านเลยวะ กับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้เวรในห้องนี้กลับมาตั้งใจเรียน ดูซินี่มันเพ่นกันตั้งแต่คาบแรกเลย แล้วพวกกูจะไปช่วยมึงได้ยังไงวะ “ไอ้ดิวพูด ผมเข้าใจว่าแค่ที่มันต้องมาทำก็ยังไม่รู้ชะตาเลยว่าจะไปทางไหนกัน
                “เออ ดูดิ รักเรียนกันขนาดนี้ หนีแม่งทุกคาบที่ทำได้ มันควรจะไปช่วยพ่อแม่ไถนาแทนควายจริงๆ ว่ะ” ไอ้ติ๊กอีกคน ไอ้คนนี้ปากแม่งโคตรจัดเลย ผมว่าจัดแล้วน่ะแต่ไอ้นี่จัดกว่าอีก
                “กูเข้าใจว่ะ “ผมพูด
               “เอาน่ะไอ้ข้าว ไหน ไหนก็ลงเรือรำเดียวกันแล้ว พวกกูจะช่วยวะ “ไอ้แจ็คพูด ผมหันมามองหน้ามันแววตามีประกาย
               “พี่ พี่ ครูพัฒน์บอกว่าตอนเที่ยงให้ไปหาที่ห้องครับ” มีเด็กตัวเล็ก กว่าพวกผมเยอะเลยวิ่งมาทำตาหยี ผมหันไปมองน่าจะม.1 เอง ผมสังเกตจากชุดที่น้องเขาสวมใส่
             “เออ ใจว่ะ แต่ห้องครูพัฒน์อยู่ไหนเรา” ไอ้ดิวหันไปถามน้องเด็กม. หนึ่งคนนั้น
             “อยู่ชั้นนี้แหละครับ เดินลงไปชั้นล่างครับ จะมีป้ายบอกว่าห้องพักครูครับ” เด็กคนนั้นบอกแบบกวนๆ เด็กที่นี้มันกวนกันทุกคนเลยก็ว่าได้
             “เอาวะข้าว ไหน ไหนก็ตกที่นั่งเดียวกัน พวกกูจะช่วยมึงว่ะ” แจ็คพูดพร้อมพยักหน้า ผมค่อยโล่งอกหน่อย ไอ้บลูมันยิ้มให้ผม ว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนที่จะช่วยผมได้
              “ไปหาครูพัฒน์ก่อนดีกว่าวะ” แจ็คพูด ผมหันมาพยักหน้ากับบลู แอ้มันเดินมาหาผม ผมรู้สึกถูกชะตากับคนนี้ แอ้มันดูเงียบๆ นิ่งๆ แต่ว่ามันดูน่าคบหา แอ้มันยิ้มให้ผม
             “ทำไมมึงไม่ตกใจว่ะ” ผมถามแอ้
             “กูเห็นพวกไอ้ภาคินและพี่คนที่เดินมาหามึง คนเดียวกันที่อยู่ในรูปนั้นที่มึงให้ดูอ่ะ และกูว่ามึงคงรู้จักพวกเขาดี” แอ้พูด ผมเอารูปพี่ชายผมที่ผมอยากตามหาให้ดู ผมมองแอ้ คนนี้เป็นคนเดียวที่คุมสติตัวเองดีมากทีเดียวไอ้พวกนั้นน่ะ ตกใจหัวร้อนกันไปหมดไม่ซิ ไม่ทั้งหมดบอยอีกคนที่นิ่งมีสติพอๆกับแอ้เหมือนกัน
             “แต่มีอีกคนหนึ่งในนั้นกูรู้จัก” ไอ้แอ้พูด ผมหันมามองหน้าแอ้ จริงเหรอ
              “คนไหนวะ” ผมถาม
              “คนที่ยืนข้างๆ พี่มึงอ่ะ ด้านซ้ายมือ” แอ้พูด ผมหันมามองแอ้ระหว่างที่เดินลงไปพร้อมกับพวกแจ็ค
               “คนนั้น กูไม่คุ้นว่ะ น่าจะพึ่งมาใหม่” ผมพูด
              “พี่เขาชื่อพี่ภาณุ เขาเป็นเพื่อนกับพี่ชายกู แต่ก่อนเขาก็ไปเรียนอยู่ที่เตรียมทหารกับพี่ชายกูน่ะ กูเจอเขาที่กรุงเทพ” แอ้พูด
              “กูไม่รู้จักว่ะ คงเป็นเพื่อนของเพื่อนพี่กูอีกทีหนึ่ง พวกนี้พวกมันเยอะ” ผมพูดพร้อมกับหยักไหล่ให้แอ้
       ผมกับแอ้คุยกัน ค่อนข้างถูกคอทีเดียว แอ้มันดูอบอุ่นน่ารักและที่ผมสังเกต มีคนมองแอ้มันตลอดทาง โดยเฉพาะหนุ่มๆ แอ้มันน่ารัก ไม่ได้น่ารักอ่อนแอ่นแบบน้องพายหรือว่าดูเหมือนติ๊กที่ดูมั่นและมันก็ดูออกเลยว่าเป็นเกย์แน่นอน แต่แอ้มันดูมีเสน่ห์ดึงดูดแบบคนมีออร่า มีฟีโนโมนเรียกความสนใจ โดยไม่ต้องเป็นจุดเด่นก็เป็นที่จับตามองได้ ดิวก็หันมามองผมกับแอ้เป็นระยะๆ สายตาไอ้ดิวนี่ผมเดาว่ามันรักแอ้แน่ๆเลย ดูมันหวงแอ้ด้วยแต่กลับไม่ยอมแสดงออกมาให้ชัดเจน เหมือนมีอะไรบางอย่างที่กั้นมันสองคนเอาไว้
               TBC.....

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-01-2024 08:01:02 โดย PFlove »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด