ใจตรงกันแล้วทำไมไม่รักกันสักทีฟะ | บทที่ 24 - 25
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ใจตรงกันแล้วทำไมไม่รักกันสักทีฟะ | บทที่ 24 - 25  (อ่าน 570 ครั้ง)

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-01-2023 21:57:30 โดย nr.k »

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
คุณเชื่อในเรื่องพรหมลิขิตหรือไม่ หลายคนบอกว่า พรหมลิขิต นั้นมีอยู่จริง ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะมีอยู่จริงมั๊ยจนวันนี้ ผมได้มาเจอด้วยตนเอง

ผมชื่อแบงค์ ครับ เรียนอยู่ม.6 วันนี้ทางโรงเรียนได้มีการจัดกิจกรรมทัศนศึกษาดูมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยที่ผมได้ไปอยู่แถวชานเมืองของกรุงเทพไม่ได้ไกลจากใจกางเมืองและไม่ได้ใกล้จนเกินไปเอาเป็นว่า เดินทางได้สะดวกก็แล้วกัน เมื่อพวกเราไปถึงสถานที่รับรอง และจะรุ่นพี่แต่ละคณะของมหาลัยมารอต้อนรับ และหนึ่งในนั้นคือ พี่กร เดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ รูปร่างและหน้าตาของพี่เขา ช่างขัดกับคณะมาก ๆ พี่กรเป็นคนโคตรขาว หน้าหวาน คิ้วเข้ม ตัวเล็กน่ารัก (น่าจะเป็นรับมากกว่านะเห้ยย) แต่ดูแมนมากจนผมดูไม่ออก แต่แค่แวบแรกก็ชอบล่ะ ทำไมกูใจง่ายจังว่ะ พี่เขานำทัศนศึกษารอบ ๆ มหาลัย ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น พอตอนกลับ ผมก็กล้า ๆ กลัว ๆ ว่าจะขอเฟสพี่เขาดีไหม แต่ถ้าไม่ขอก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก ผมเลยรวบรวมความกล้า บวกกับรอยยิ้มเล็กๆ ของเด็กม.6 ที่น่ารักของผม เดินเข้าไปใกล้พี่เขา ประกอบกับตรงนั้นไม่มีพี่คนอื่นยืนอยู่ด้วย

"เออ.. พี่ครับ ขอเฟสพี่ได้มั๊ยครับ" พร้อมยื่นกระดาษและปากกาให้ ดูไม่ค่อยพร้อมเลยนะเรา

"เอาเบอร์ด้วยป่าว" พี่กรแซวแล้วยิ้มเล็ก ๆ ดูน่ารักมากกกก

"ไม่เอาอะ ไม่มีเงินโทร" ผมหัวเราะทำตลกกลบเกลื่อนไป แค่นี้กูก็เขินจะแย่แล้ว ร้อยวันพันปีไม่เคยขอเฟสหรือไลน์คนอื่นก่อนเลยนะ ไม่มี ไม่มีจริงงงงง



หลังจากวันนั้นผมก็รีบกลับบ้านมาแอดเฟสพี่ชายสุดที่รักของผม เพื่อ.....ส่องเฟส ดูว่าเขามีแฟนไหม ชอบผู้ชายด้วยกันมั๊ย ยิ่งดูก็ยิ่งงง ดูไม่ออกเลย ดูรูปไป ๆ มา ๆ ก็ทำใหัหลงรักพี่กรมากขึ้น เขาดูเป็นหนุ่มฮ็อตประจำมหาลัย ก็หล่อน่ารักขนาดนี้ สาวๆ ติดตรึมแน่เลย แล้วเด็กม.6 อย่างผมจะมีหวังเหรอครับ ท้อเลย



......... ก๊อก ก๊อก ก๊อก........

“ใครวะมาเคาะประตูตอนนี้ กูจะส่องเฟสเฟ้ยยยย…………พี่กร!!"

ผมยืนอึ้งทึ่งตะลึงผสมความงุนงง ที่อยู่ดี ๆ บุคคลที่ผมกำลังส่องเฟสอยู่นั้นก็โผล่มายืนอยู่หน้าห้องผม

"เอ่อออ คือออ เอ่อออ เห้ย พี่กร มาทำไร มีไรป่าว"

"ขอพี่เข้าไปก่อนได้ปะ พี่หนาว" ด้วยความตกใจที่อยู่ ๆ พี่กรก็มายืนอยู่หน้าห้องจนผมไม่ได้สังเกตุว่าสภาพพี่กรตอนนี้ เปียกปอนเป็นลูกหมาตกน้ำเลย ผมเลยให้พี่เขาเข้ามาในห้อง แบบเลยตามเลย เพราะปล่อยไว้ก็กลัวพี่เขาจะไม่สบาย

"พี่กร พี่ไปทำไรมาเนี่ย ทำไมเปียกหมดทั้งตัวเลย แล้วมาที่นี่ได้ไง มาทำไรอะ แล้วมากับใคร ทำไมมาดึก ๆ ดื่น ๆ "

ผมยิงคำถามรวดเดียวด้วยความสงสัยมากมาย

"เอ่อออ ให้พี่ตอบคำถามไหนก่อนดีละ"

พี่กรยิ้มน่ารักอย่างกวนๆ กับคำถามที่ผมถามไป เขินสิคับเขินเลยเห็นพี่เขายิ้มแบบนี้

"แล้วแต่ดิ๊ อยากตอบไรก็ตอบ ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ"

"พี่ตากฝนมา เมื่อกี้ไง" ทำไมกูไม่รู้ว่าฝนตกว่ะ สงสัยส่องเฟสเพลินไปหน่อย

"แล้วมาทำไรแถวนี้ บ้านพี่อยู่แถวนี้เหรอ"

พี่กรหันมาส่งยิ้มให้ผม แต่ไม่ตอบคำถามกลับพูดย้อนมาว่า

"อยากรู้ไปทำไม ใจคอกะจะให้พี่หนาวตายอยู่ตรงนี้ใช่ปะ"

อ๊าว แล้วมาห้องกูแบบนี้ กูไม่สงสัยก็แปลกป่ะวะ แต่ชั่งเหอะ ยังไงเดือนคณะคนนี้ก็เข้ามาอยู่ในห้องแล้วนี่หว่า ผมส่ายหัวมึนๆ กับคำพูดกวนๆ แล้วโยนผ้าเช็ดตัวให้พี่ชายคนนี้ ไม่ทันไรพี่กรก็ถอดชุดนักศึกษาออก ทั้งๆ ที่ชุดเปียกก็เห็นอะไรต่อมิอะไรเยอะเเล้ว ผมก็นั่งที่โต๊ะ หันหน้าเข้ากำแพง พยายามไม่สนใจ แต่ว่าโต๊ะผมมันมีกระจกเล็กๆ ตั้งอยู่น่ะสิ ก็ไม่อยากจะเม้าหรอกนะ หุ่นพี่กรดีมากๆๆๆ ถึงตัวจะบางร่างเล็กแต่ซิกแพ็คที่ได้เห็นนั้น มันเรียงตัวสวยผสมกับผิวขาวอมชมพู ก็ทำใหัมังกรน้อยของผมตื่นตัวได้ดีทีเดียว ไม่ๆๆๆ แบงค์ แกจะทำให้พี่กรรู้ไม่ได้ พี่กรนุ่งผ้าขนหนูแล้วค่อยๆ ถอดกางเกงออก ไม่นะ สติกูกระเจิดกระเจิงหมดแล้ว

"น้อง! น้องชื่อไรนะ" (ไอ้บ้า ชื่อกูยังจำไม่ได้ แต่โผล่มาห้องกูเนี่ยน่ะ ฮึ่ย)

"แบงค์"

"ชื่อน่ากดดี"

"อะไรนะ"

"ก็แบงค์ไง น่ากดไปใช้ งงอะไรอะ"

อีพี่กร กวนไม่รู้เวล่ำเวลา มังกรน้อยยิ่งตื่น ๆ อยู่ พี่กรนั่งเช็ดเนื้อเช็ดตัวอยู่ครู่หนึ่งพลางชวนคุยเรื่องโน่นนี่นั่น มันทำให้รู้ว่าพี่เขาอัธยาศัยดีมาก จะ 4 ทุ่มเเล้วพี่กรแกก็ยังไม่กลับบ้าน แถมยังไม่ใส่เสื้อผ้าอีก รู้ไหมว่าคนแถวนี้จะทนไม่ไหวแล้วนะ

"รู้ พี่รูัว่าแกทนไม่ไหวแล้วแบงค์" เงิบ เลย

"อะไรนะพี่กร"

สิ้นคำถามผม พี่กรก็ตรงมาหาผมพร้อมประกบริวฝีปากอมชมพูที่อ่อนนุ่ม แล้วสอดใส่ลิ้นมาในช่องปากของผม (มันรู้ได้ไงว่ากูนึกอะไรอยู่ แต่ช่างเถอะมันไม่ใช่ประเด็น ประเด็นตอนนี้อยู่ที่ว่าพี่กรจะทำอะไรต่อไป) พี่กรจูบผมอย่างดูดดื่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วจับเอามือผม ไปสัมผัสบนมังกรใหญ่ของพี่เขาที่ผงาดอยู่ในผ้าขนหนูสีขาว มังกรพี่กรยาวมาก ถึงจะยังไม่ได้เห็นด้วยก็ตาม ผมคลมือกับมังกรพี่กรไปๆ มาๆ อย่างหื่นกระหาย ทำไงได้ก็มันไม่ไหวแล้วนี้หน้า พี่กรปลดผ้าขนหนูลงกับพื้น ทำให้ดวงตาผมไปสะดุดกับดุ้นมังกรที่ขณะนี้มันชี้หน้าผมอยู่ เหมือนจะเป็นสัญญาณแทนคำพูดว่าผมต้องทำอะไรต่อไป พี่กรถอนปากออกจากปากผม แล้วยืนจับหัวผมไว้ ผมก็รูังานสิครับ ผมเอาปากครอบเจ้ามังกรน้อยของเดือนคณะวิศวะ แล้วรูดเข้ารูดออก รู้สึกไอ้เจ้ามังกรน้อยจะมีน้ำเยิ้มออกมาอร่อยมากเลยครับ เสียงครางของพี่กรทำให้ฮอร์โมนวัยพลุ่งพล่านอย่างผม ควบคุมความเสียวไว้ไม่อยู่แล้ว พี่กรดันดุ้นมังกรเข้าปากผมเร็วขึ้นอย่างเป็นจังหวะ พร้อมกับเสียงครางกระเส่า รูปร่างที่เย้ายวนใจทำให้ผมหลงชายคนนี้มากขึ้นไปอีก

"อ่าส์ อ่าส์ อ่อส์ เสียววะ อ่าาาา............แบงค์คับพี่จะแตกแล้ว อ่าส์ๆๆ ".

สิ้นเสียงครางของชายหนุ่ม น้ำรักอุ่นๆ ก็พุ่งพล่านเต็มปากผม ผมไม่อิดออดที่จะลิ้มรสชาติน้ำรักของพี่กร แล้วก็กลืนลงคออย่างง่ายดาย พี่กรก้มล้มมาประกบปากจูบผมอึกครั้งอย่างเบาบาง นุ่มนวล แล้ววหลังจากนั้นนนนนนน

......ก๊อก ก๊อก ก๊อก........

ผมสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตู อ้าวเห้ย นี่กูฝันไปหรอว่ะ หน้าจอคอมยังเปิดหน้าเฟสเดือนคณะทิ้งไว้ ทำให้มั่นใจว่าเหตุการณ์เมื่อครู่นี้มันคือความฝัน เชี่ยยยยเอ๊ยยย

าแต่ว่า ใครละที่มาเคาะประตู




_________________________

แบงค์ เบาได้เบาลูก นี่อินโท...


ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 1


...... ก๊อก ก๊อก ก๊อก......

"ไอ้เจต" ตกใจหมดเชี่ยยย นึกว่าจะเป็นเหมือนความฝัน

เจต เพื่อนสาวหน้าตาหล่อ ที่ผู้หญิงหลายคนยังแอบปลื้มมันอีกเป็นพรวน ก็มันนะแอ๊บเก่งสุด รวมถึงรูปร่างหน้าตาที่คมเข้ม แยกไม่ออกเลยทีเดียวกับความเป็นตัวตนของมัน

"ทำอะไรอยู่หน้าคอมหรือเปล่าค่ะ ที่รัก ถึงเปิดประตูช้าเนี่ยยยยย"

"ทำห่าไรมึง เลอะเทอะ"

"เลอะ เลยเหรอค่ะ"

"อีดอก ว่าแต่มึงมาหากูถึงนี่ มีเรื่องอะไรไม่ทราบครับบบบบบ"

"ก็แบบว่า........" อีเจตเอามือมาลูบไล้แผงหน้าอกผม พร้อมทำสายตาเย้ายวน

"อีดอก ทอง หยุดเลย กูไม่กินพวกเดียวกัน เอาดีๆ มึงมีอะไร"

"แหมมม คือกูนะ ไปเจอ ว่าที่สามีในอนาคตของมึงมา"

"ใครวะ" ผมเป็นคนชอบฟิน เห็นใครถูกสเป็คก็มองหมดเลย555

"เยอะนะอีดอกนี่ ก็พ่อหนุ่มวิศวะ วันนี้ไง กูเห็นเขานั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ ซอยข้างๆ เนี่ยยย"

"จริงเหรอวะ" เห้ยนี่กูอยู่ที่นี่มาตั้งนาน ไม่เคยเห็น แล้วทำไมอีเจตถึงเจอ หรือพี่กรเขาอยู่แถวนี้จริงๆ

"ก็จริงนะสิ กูจะตอแหลใส่มึง เพื่ออะไรค่ะ กูมาบอกแค่นี้แหละ พรุ่งนี้มีสอบเคมี อย่าลืมอ่านหนังสือละมึง กูไปและ บายคะที่รัก"

เอ่อออ คืออีเจตมึงมาแค่นี้จริงๆ ชะ วันหลังโทรบอกก็ได้มั๊ย อีเจตกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งความอยากรู้เรื่องพี่กร ไว้ให้ผมอีกละ ด้วยความอดสงสัยไม่ได้ ผมเลยเดินออกไปร้านก๋วยเตี๋ยวซอยข้าง ๆ อยากรู้ให้ได้





และอีเจตก็ไม่ได้โกหกผมครับ พี่กรกำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่จริงๆ บร๊ะเจ้าฟ้ามาโปรด จากที่ผมไม่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวเพราะมันร้อน วันนี้เลยเป็นวันแรกที่ผมเดินไปสั่งก๋วยเตี๋ยว ผมสั่งบะหมี่ต้มยำ ผมนั่งรอก๋วยเตี๋ยว เลือกนั่งโต๊ะข้างหลังพี่กร กลัวพี่เขาเห็น แต่เดินผ่านมาเขาจะเห็นปะวะ หรือเขาจำไม่ได้

เมื่อก๋วยเตี๋ยวมาเสริฟ หน้าตาหน้ากินเลยทีเดียว แต่พอซดแค่ช้อนแรกเท่านั้นแหละ

เชี้ยลืมไปว่ากินเผ็ดไม่ได้ โคตรเผ็ดเลย กินไม่ได้เลยครับ ผมต้องเดินไปตักน้ำเปล่าหลายรอบ พยายามเดินเลี่ยงๆ ไม่ให้พี่กรเห็น แต่พอแก้วสุดท้าย น้ำหมดครับ ซวยละกู ผมนั่งซี๊ดซ้าดอยู่ข้างหลังพี่กร เหมือนผมจะซี๊ดดังไป พี่กรเลยหันมา

"เผ็ดมากป่ะ น้องแบงค์" เห้ยย จำชื่อกูได้ด้วย

"แหะๆๆ ป่าวๆ ไม่เผ็ดเลยครับพี่...."

"พี่เห็นเราเดินตักน้ำ หมดถังแล้วมั้ง"

"ก็นิดนึงอะครับ" นิดหนึ่งของมึงคือกี่ลิตร แบงค์

"อ่ะ ของพี่ยังไม่หมด เอาไปดื่มก่อนไป" พี่กรพูดพลางยื่นแก้วน้ำและขวดน้ำใหัผม มันมีน้ำขายก็ไม่บอก พี่กรย้ายมานั่งโต๊ะเดียวกับผม ฟินนนมากครับ ชายในฝันตอนนี้กำลังนั่งอยู่ตรงหน้า ดวงหน้าเรียวขาว ปากอมชมพู นัยน์ตาสีน้ำตาล คิ้วเข้ม โอ๊ยยย กูเขินเฟ้ย

"บ้านพี่อยู่แถวนี้เหรอ" ผมหาเรื่องคุยก่อนที่บรรยากาศจะเงียบไปกว่านี้

"ใช่ๆ อยู่คอนโดข้างหลังนี่เอง แล้วเราละ"

"แบงค์อยู่ หอซอยถัดไปนี่แหละครับ"

"อยู่กับแฟนเหรอ"

"ป่าว อยู่คนเดียว แฟนผมมีที่ไหนละ นาน ๆ แม่จะลงมาหาทีนึง" ผมเป็นเด็กเชียงใหม่ที่เสล่อลงมาเรียนกรุงเทพนะครับบ

"เก่งนะ อายุแค่นี้ หัดอยู่หอ"

"ก็ทำไงได้อะพี่ ต้องย้ายมาเรียนที่นี่นิ"

"ไว้วันหลังจะไปเที่ยวนะ" พี่กรยิ้มหวานใส่ผม ละลายเลย

"ห้องแบงค์รกจะตาย พี่มาวันไหน สงสัยต้องช่วยรื้อห้องอะ"

เราสองคนคุยกันเรื่อยเปื่อย จนลืมความเผ็ดเมื่อครู่ไปเลย พี่กรชวนผมไปกินขนมหวานร้านใกล้ ๆ แต่ด้วยนี่ก็ดึกมากแล้ว หนังสือก็ยังไม่ได้อ่าน ผมเลยขอตัวกลับ พี่กรเดินมาส่งที่หน้าหอ แล้วลากลับ วันนี้เป็นวันที่โคตรฟินเลย ผมขึ้นห้องมา เสียงเมสเสจเฟสบุ๊คก็ดังขึ้นมา

"ฝันดีครับ น้องชาย" พี่กรรับแอดเฟสแล้วทักมาในทันที

........คืนนี้เป็นคืนที่ฟินสุด ๆ ไปเลย แต่ว่าาาา คงไม่ฝันแล้วละ ........

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 2


4 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก

ผมและพี่กรสนิทกันมากขึ้น ถึงขนาดเล่นหัวกันได้แล้ว แต่ผมก็ยังดูไม่ออกอยู่ดีว่าพี่เขาเป็นเกย์หรือเปล่า เพราะพี่เขาก็ไม่มีวี่แววจะชอบผมบ้างเลย หรือว่าเขามีแฟนแล้วว่ะ

"พี่กร แฟนพี่อยู่ปีไหนนะ"

"กำลังขึ้นปี1" เหี้ย… ไม่น่าถามเลยกู จึ๊กเลยกับคำตอบของพี่เขา น้ำตาแทบร่วง

"เอ่ออออ เออ เอ้ออ ดีเนอะพี่ แบงค์ว่าละ หน้าตาอย่างพี่ ถ้าโสด โลกคงแตกวะ 55" หัวเราะกลบเกลื่อนเข้าไปเว้ย

"เเล้วพรุ่งนี้เราสอบ มิดเทอมไม่ใช่ไง อ่านหนังสือยังเถอะ"

"โธ่ ระดับนี้แล้ว ไม่ต้องอ่านแล้ว"

"ทำได้ทุกข้อ ว่างั้น"

"ป่าว ทำไม่ได้ รอซ่อม 555"

........... Lalisa Lalisa Lalisa Lalisa Lalisa ..... เสียงโทรศัพท์พี่กรดังขึ้น อ่อ.... เป็นแฟนคลับลิซ่านี่เองงงง

พี่กรคุยโทรศัพท์ตลอดทางจนถึงหน้าคอนโดพี่เขา แล้วเขาก็ส่งสัญญาณ บายๆๆๆ แล้วหันหลังเข้าคอนโดไป วันนี้วันเหี้ยไรว่ะ รู้สึกหน่วงๆ ยังไงก็ไม่รู้ คงเป็นเพราะคำตอบของพี่เขาด้วยละมั้ง ผมเดินขึ้นหออย่างลอยๆ พลันได้ยินเสียงใครบางคนในห้องของผม

"อ่าส์ อ่ออ เเรงอีกดิ อ่าส์สสส...."

ผมค่อยๆ แง้มประตูที่ไม่ได้ล๊อคของผมไป แล้วต้องยืนอึ้งกับภาพตรงหน้า

อีเจต!!!!!

อีเจตกำลังนั่งคร่อมอยู่บนตัวของบุรุษคนหนึ่ง อย่างเมามันส์ (มึงจะทำไรกัน ไมไม่หัดล็อคประตูฟร่ะ เจตเป็นคนผิวขาว ดัดฟัน เวลาอยู่ต่อหน้าผู้หญิง มันจะเเมนมาก แต่เสียงครางของมันตอนนี้ สาวๆ ยังอายเลยครับ เสียงแมร่งเร้าอารมณ์มาก

"อ่าาาส์ อ่อออ อ่ออออ เสียวจัง เอาอีกต้น เค้าชอบ อ่ออออส์"

....ต้น ถ้าผมเดาไม่ผิด ต้องเป็นไอ้ต้น เพื่อนเรียนสมัย ม.ต้นของผมแน่ๆ ผมสังเกตมันมานานแล้วว่ามันเป็นไหม และผมก็ทายถูก เมื่อไอ้ต้นพลิกตัวขึ้นมาจับอีเจตนอนแล้วยกขาพาดบา พร้อมกับเร่งจังหวะการร่วมรักของมันสองคน

"เสียวไหมเจต"

"เส เสีย เสียววว อ่อออ อ๋อออ อ่าสส์"

ต้นกระแทกตัวขึ้นลงเร็วขึ้น เร็วขึ้น มือสองข้างของเจต จิกหลังต้นไว้ด้วยความเสียว คาดว่าคงจะเป็นรอยน่าดู เจตกระดกตัวรับกับอาวุธลับของต้น จนถึงจุดสุดยอด ของมันสองคน

"อ่ออออ อ่าาาส์ ซี้ดดดด อ่าาาา เจตต เจตตต ต้นไม่ไหวแล้ว"

"เค้าก็ไม่ไหวแล้วววว แตกเลยต้น อ่อออ อ่าส์สสส"

"อ่อออ อ่ออ อ่ออออ อ๋อออวว อ่าาาาาส์"

ร่างของต้นแนบชิดสนิทกายบนตัวเจต พร้อมประโลมจูบเพื่อผ่อนคลายอารมณ์เร่าร้อนเมื่อสักครู่ เชี่ยยย เอ้ยย!

มึงสองคนทำกูมีอารมณ์ไปด้วยเลยสาสสส ผมต้องสงบสติอารมณ์สักพัก ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างจัง!

"อีดอก มึงเข้ามาไงเนี่ย ไม่เคาะประตู"

อีเจตดูท่าตกใจมาก เพราะร่างเปลือยเปล่าของมันทั้งคู่ยังไม่มีอะไรปกปิด ผมเดินเข้าห้องอย่างหน้าตาเฉยพร้อมโยนผ้าขนหนูให้มัน ก็ห้องกูนี่หว่า

"อีดอกเจตค่ะ กูต้องถามมึงปะ ว่าทำเหี้ยไรกันไม่ล็อคประตู"

"อ๊าวเหรอ กูลืม"

"นี่ แล้วห้องกูนะ ไม่ใช่ซ่อง แล้วถ้าคนที่เห็นไม่ใช่กู คนในหอจะมองว่ากูเป็นไงวะ เออ แล้วนี่มึงเข้าห้องกูได้ไงอีเจต"

"มึงลืมล๊อคห้อง " อ้าวเหี้ยยย งานงอกกูละไง นี่กูลืมล๊อคห้องตั้งแต่เมื่อไร?

"เออๆๆ ช่างแม่ง วันหลัง อย่าลืมล็อคนะสัส เสียงครางมึงดังไปทั่วหอแล้วมั้ง"

ไอ้ต้นเงียบราวกับไม่มีตัวตนในห้อง ผมเลยอดไม่ได้ที่จะแซวมัน

"ไงวะ หนุ่มต้น ค้นพบตัวเองเเล้วเหรอมึง555"

"ไม่ต้องแซวกูเลยมึง"

"นี่ พรุ่งนี้สอบมิดเทอมละพวกมึงไปเตรียมตัวสอบไป.." ผมไล่พวกมันกลับบ้าน แต่ดูเหมือนคืนนี้ผมจะไม่มีที่นอนแน่ๆ เลย

"ไม่อะ ที่ร้ากกก คืนนี้กูไม่กลับนะจ๊ะ" อีเจตกระแนะกระแหนผม

"เออ งั้นมึงนอนไปเลยนะดอก กูจะอาบน้ำนอนแล้ว"

"สวิงมั๊ยจ๊ะที่รัก"

"หุบปากเลยอีดอกเจต วิปริตจริง ๆ มึงนิ"

"อ๋อ กูลืมไป มึงเก็บซิงไว้ให้หนุ่มวิดวะ"

หนุ่มวิดวะ! เหี้ยยย เจตมึงสะกิดติ่งกูอีกละ เห้อพอนึกถึงหนุ่มวิดวะ ก็อดนอยด์ไม่ได้ แต่เอาเถอะ ในเมื่อพี่กรเขามีแฟนแล้ว เราก็ควรหยุดทุกอย่าง เป็นแค่พี่น้องแบบนี้ก็ดีมากละ และคืนนี้ ผมก็นอนบนโซฟา ส่วนเจตกับต้น นอนกอดกันกลมบนเตียงร่วมรักของมัน เห็นคู่มันละก็อดอิจฉาไม่ได้ เมื่อไหร่หนอฟ้าจะโปรดผมสักที เห้อออออ

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 3

:::::ปิดเทอมแล้ว เย้::::::

ม.6 เทอม 2 เป็นเทอมของการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยต่างๆ

และผมก็ไม่พลาดที่จะต้องเป็นหนึ่งในการสอบแข่งขันนั้น วันนั้นเป็นวันเสาร์

ผมกับพี่กรเรานัดติววิชาคณิตกัน เพราะพี่เขาเก่งคณิตมากๆๆ ต่างกับผมราวฟ้ากับเหว วันนั้นพี่กรโทรมาปลุกแต่เช้า ผมรีบอาบน้ำ แต่งตัวเตรียมไปติวสอบ วันนี้เรา นัดกันที่คอนโดพี่กร เป็นครั้งแรกเลยตั้งแต่รู้จักกันมาทีีได้มาถึงห้องเดือนคณะวิดวะคนนี้

"กินไรมายัง? " คำถามจากชายหนุ่มผู้น่าหลงใหล

"ยังอะ ยังไม่หิว"

"ถ้าหิวก็บอกนะ ได้ลงไปหาอะไรกิน"

พี่กรเริ่มติวให้ผม สมาธิผมวันนี้ไม่ได้อยู่ที่หนังสืออีกเช่นเคย แต่อยู่ที่เดือนคณะคนนี้ ก็วันนี้พี่กรเล่นใส่เสื้อกล้ามนักบาสกับกางเกงบอล ที่มันช่างบางเสียเหลือเกิน แถมเสื้อกล้ามก็แสดงให้เห็นผิวขาวๆๆๆ ของพี่กรชัดเจนยิ่งขึ้น พลันตาผมเหลือบไปเห็นหัวนมอมชมพูที่มองเเล้ว เกิดอารมณ์จนได้

"หาค่าได้เท่าไร? "

".........."

"แบงค์!!!! "

"........."

"แบงค์!!! "

"........"

"เห้ย!!! จิ้งจก"

"เหี้ยยยย!!!!!! " ผมกระโดดจากโต๊ะสะบัดตัวเพราะกลัวจิ้งจกเข้าจิตใต้สำนึก

"555555 กระโดดเป็นตุ๊ดแตกเลยนะ"

"โห พี่กรแม่งงง คนยิ่งกลัวๆ "

"อ้าว ก็เรียกดีๆ ไม่ตอบ มัวแต่เหม่อ ถามจริงเหม่ออะไรวะ" เหม่อพี่ไงไอ้บ้าถามได้ดูแต่งตัวดิ มันน่าาาาาาาาา!!!!

"ป่าวนี่ ไม่ได้เหม่อ"

"เหรออออ พี่ว่าเราหิวแล้วละ ไปหาไรกินกันไหม"

"เอออออ เอ่อออ ไปก็ไดัไปๆๆๆ "

เราสองคนออกมาหาอะไรกินกัน พี่กรพาไปกินข้าวมันไก่แถวๆ เกษตร มันอร่อยมากเลยรัานนี้ ร้านขึ้นชื่อของย่านนี้เลยจริงๆ ระหว่างกินข้าวกัน ผมก็เจอเพื่อนสาวคนสนิทอย่าง "มาย" บ้านมันอยู่แถวๆ นี้ มันก็เดินตรบมาแซวผมกับพี่กร

"แหมมม คู่นี้หวานนจังเลยน้าาา"

"ปาก!!! มึงหรออ้วน มาทำไร"

"มาทำบุญถวายเนื้อไก่มั้งอีห่า. มาร้านข้าวกูก็มากินข้าสิคะ จริงไหมพี่กร"

"จริงๆๆ แบงค์ก็ถามแปลกว่ะ 555" เอา เอาให้เต็มที่เข้าได้เข้าเข็มกันเลยละ

"ว่าแต่ ทำไมมากันสองคน มี......อะไรหรือเปล่าพี่กร"

"บ้าละ พี่ติวหนังสือให้แบงค์ไง แต่มันหิวติวไม่รูัเรื่องเลยพามากินข้าว"

รู้ได้ไงว่าหิว แล้วต้องกินข้าว จริงๆ ถ้าได้กินพี่กรนะ ติวรู้เรื่องเลยเชื่อปะละ!!!!!

"อ๋อ เออ พี่กร หนูได้ข่าวมาว่ามหาลัยพี่อะเปิดรับตรงแล้วใช่ปะ"

"ใช่ๆๆ ลองไปสอบดิ เดี๋ยวพี่ติวให้" เห้ยยยย ปรึกษายังเฟ้ย ทำไมต้องติวให้คนอื่น ถึงจะเป็นอีอ้วนก็เถอะ!!! แล้วกูเป็นอะไรกับพี่เขาวะเนี่ย แหะๆๆ

"เดี๋ยวหนูดูก่อนละกัน ว่ายังไงแล้วเดี๋ยวจะบอกอีกที"

ลืมบอกไปว่าจริงๆ แล้วกลุ่มผมกับพี่กรสนิทกันมากเพราะตั้งแต่วันที่พี่เขาพาทัวร์มหาวิทยาลัย พวกเราก็คุยกับพี่เขามาตลอด หลังจากกินข้าวกันเสร็จก็ถึงเวลาขึ้นห้อง!!!!! ไปติวหนังสือต่อ ^^ ผมเริ่มมีสมาธิกับหนังสือมากขึ้น ถึงแม้จะมีหลุดๆ ไปมองพี่กรบ้าง แต่ก็ยังพอมีสติติวหนังสือจนจบ เห้ออออ โคตรเหนื่อยเลย

"เป็นไง พอเข้าใจไหมวันนี้"

"ก็พอได้อยู่อะพี่ ว่าแต่วันนี้ ไม่เห็นแฟนพี่โทรมาเลย" ก็แหมวันนั้นคุยกันจนทำกูนอยด์

"จะโทรทำไม เขาคงไปติวกับเพื่อนเขาละ" โอ้ะ อยากเห็นหน้าแฟนพี่กรมากเลย เเม่งมีแฟนหน้าตาดีแถมฉลาดแบบนี้ยังไปติวกับคนอื่นอีก แม่งโง่จริงๆๆๆ

"อ่อ งั้นแบงค์ขอตัวกลับก่อนนะ ขอบคุณมากๆๆๆ พี่"

"ไม่เป็นไรๆๆ ไปๆ เดี๋ยวพี่ไปส่ง"

พี่กรเดินชวนคุยเรื่องขำขันจนถึงหน้าหอ แล้วก็ขอตัวกลับ ผมเดินขึ้นห้องอย่างมีความสุข ที่ได้ชายในฝันมาติวสอบให้ แต่ก็อดฟินไม่ได้ถึงภาพพี่กรในชุดนักบาสวันนี้ ผิวกายขาวๆ ผนวชกับกล้ามแขนเป็นมัดๆ พี่กรเป็นคนซ่อนรูปมากๆๆๆ แค่มองพี่เขามันก็ทำให้ผมเคลิ้มได้



........ก๊อก ก๊อก ก๊อก.........

"พี่กร!!!! " ความฝันเดิมเข้ามาในหัวผม แต่วันนี้ชายหนุ่มรูปงามในชุดนักกีฬา ที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมไม่ได้เปียกฝนมาแต่อย่างใด แต่มาในสภาพนักกีฬาที่เพิ่งเล่นกีฬาเสร็จใหม่ๆ กลิ่นกายที่เร่าร้อน มันทำให้ผมร้อนเร่า มังกรน้อยของผมเริ่มตื่นตัว .............

"ขอพี่เข้าไปล้างตัวหน่อยได้ป่าว"

"เอ่ออออ เอ่อออ มาดิพี่ เข้ามาก่อน"

พี่กรเดินตรงเข้าไปที่ห้องน้ำเพื่อล้างเนื้อล้างตัว เสียงน้ำฝักบัวกระทบลงกับพื้น ทำให้ผมอดจินตนาการถึงภาพของชายหนุ่มที่เปลือยเปล่าอยู่ไม่ได้ หยดน้ำหลั่งไหลโชลมตัวชายหนุ่ม ผ่านแผงอกสีขาว ไล่ลงมาตามแนวซิกแพ็ค จนถึงมังกรน้อยของเดือนคณะคนนี้ ไม่นะ ไม่ จินตนาการสูงส่ง ทำใหัมังกรของผมผงาดอีกครั้ง พลันเสียงน้ำฝักบัวหยุดไหล พี่กรเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูสีขาวเพียงผืนเดียว หยดน้ำยังเกาะอยู่ตามผิวกายของชายหนุ่ม มังกรน้อยของผมมันไม่ยอมลงเลยนี่สิครับ เหมือนพี่กรจะสังเกตุเห็น ชายหนุ่มหันมาเรียกผม

"แบงค์ มานี่ดิ"

"ป่ะ ป่ะ ไป ไหน? "

"มานั่งข้างๆ พี่นี่ มีไรจะคุยด้วย"

ผมก็วีาง่ายซะด้วยสิ พยายามเดินเบี่ยงตัวไม่ให้พี่กรเห็นว่ามังกรน้อยผมตื่นอยู่

"พี่รู้นะ ว่าเราชอบพี่!!! ". เห้ยย รูัดีอีกละ

"บะ บ่ะ บ้าาา ใครชอบพี่ เข้าข้างตัวเองวะ"

"พี่ก็ชอบเรานะ"

"........... อะ อ่ะ ไรนะพี่"

"พี่บอกว่าพี่ชอบเรา"

พี่กรไม่ปล่อยให้ผมงงงันกับคำพูดอยู่นานนัก พลันประกบริมฝีปากอันอ่อนนุ่มลงบนริมฝีปากอมชมพูของผม พี่กรพลิกตัวมาอยู่บนตัวผม หยดน้ำจากลำตัวพี่กรบ้างก็หยดลงตัวผม กลิ่นสบู่ยังคละคลุ้งเย้ายวนใจ พี่กรเริ่มไซร้ซอกคอผม ผมรู้สึกได้ถึงการตื่นตัวของ มังกรของพี่กร มันไม่ใช่มังกรน้อยสิครับ ตอนนี้มังกรของเราสองคนกำลังกระทบกันอยู่โดยมีผ้าขนหนูและกางเกงผมกั้นไว้ มือผมก็ซนนัก ลูบคลำมังกรเจ้าโลกของพี่กร มันสู้มือผมดีทีเดียว อารมณ์ตอนนี้ทั้งเสียวและตื่นเต้นกับคำพูดของพี่กรเมื่อครู่นั้น

"แบงค์!!!! "

"........."

"แบงค์!!!! "

"........"

"อีดอกแบงค์!!!! "

เสียงอีเจต แว้ดๆ เข้ามาในหู ทำให้ผมสะดุ้งตื่น (ขัดกูทำไมวะ กำลังฟินเลยสาสสส)

"ฝันเหี้ยไรอยู่ดอก เคลิ้มเชียว"

"เชี่ยยยย ไม่ได้ฝัน แล้วมึงมาทำไมเนี่ยย นึกจะมาก็มา!! "

"แหมมม ก็กูจะมาชวนไปเที่ยววว วันนี้กูมีนัด"

"นัดมึง ไม่ใช่นัดกู!! "

"อีดอก ไปเป็นเพื่อนกูไม่ได้ช่ะ มึงไม่ห่วงเพื่อนมึงเหรอ เดี๋ยวโดนผู้ชายฉุด กูจะทำไง"

"โอ๊ะ มึงก็กระโดดขึ้นคร่อมสิ งานถนัดนี่ แล้วไม่ชวนผัวต้น มึงไปหราาาา"

"อีห่า ถ้ากูพามันไป กูได้โดนมันด่าสิ กูนัดกิ๊กไว้"

"อีร่าน!!!!! " เพราะความหน้าตาดีของเจต เลยเป็นเหตุให้มันมีผู้ชายไม่ซ้ำหน้า กูก็หน้าตาดีนะแต่กูไม่ร่านเหมือนมึงวะเจต 5555

"ไปนะคะ ที่รัก ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย"

"ไม่ไป มึงก็รู้กูไม่ชอบเที่ยวกลางคืน แล้วมึงก็ไม่เคยชวนกูไปได้สักครั้ง"

"แต่ครั้งนี้มึงต้องไป"

"ไม่ กูจะนอน"

"แน่ใจว่าไม่ไป"

"ไม่ กูยืนยัน มึงจะไปก็รีบๆ ไปเลย"

"โอเค ไม่ไปก็ไม่ไป ปล่อยให้พ่อหนุ่มวิดวะ ของมึงไปสำเริงสำราญกันกับพวกกูเถอะ"

"!!!!! พี่กร ไปด้วยเหรอ!!!!! "

"ไม่รู้ กูไปละ" อีเจตเดินออกไปทันควัน ผมรีบอาบน้ำแต่งตัว ก่อนที่จะตามมันไป ถึงจะไม่รู้ว่าพี่กรจะไปจริงหรือเปล่า แล้วพี่กรจะไปกะพวกเจต พี่กรเป็นเกย์เหรอ โอ้ยย สับสน คำถามหลายคำถามผุดขึ้นในหัว ผมโทรหาเจต จนรู้ว่าร้านที่อีเจตไป เป็นร้านเหล้าธรรมดา ไม่ใช่บาร์เกย์ อย่างที่คิด และ พี่กรก็ไปเป็นเพื่อนของเพื่อนโดยไม่รู้ว่า คนที่นัดกันคือเจต และที่ฮาไปมากกว่านั้น เพื่อนของพี่กรเป็นผู้หญิง!!! อีเจตมันตาถั่วมองผู้หญิงเป็นผู้ชาย 555 ก็พี่กอล์ฟหน้าแมนมากๆๆ อย่างนี้แหละเขาถึงบอกว่า โลกแห่งโซเชียลเน็ตเวิร์ค พออีเจตเจอพี่กอล์ฟเงินเลยจ้า เจตเลยต้องแกล้งแอ๊บแมนเพราะกลัวเสียหน้า ส่วนพี่กอล์ฟก็ส่งสายตาหวานเยิ้มให้อีเจต ว่าแต่ไหนพี่กรของผมละ ไม่เห็นมีวี่แวว อีเจตตอแหลกูป่าวเนี่ยย

"อ้าว น้องแบงค์ นี่เป็นเพื่อนกันเหรอเนี่ยย พี่ไม่เคยรู้"

"นั่นนะสิพี่กอล์ฟ แบงค์ก็ไม่รู้ว่า อี! เอ้ย ไอ้เจตมันรู้จักพี่" เกือบหลุดแล้วไหมละกู55

อีเจตชวนพี่กอล์ฟคุย ตามประสาคนนัดเจอ ไม่นานนักพี่กร ก็เดินมาสมทบ

"อ้าว แบงค์ มาทำไรที่นี่? "

"แบงค์มาเป็นเพื่อนเจต"

"เจต!!!! 55555 " พี่กรซึ่งรู้ว่าเจตเป็นเกย์ ถึงกับกลั้นขำไว้ไม่อยู่ ผมพยายามหยิกพี่กรให้หยุดเพราะกลัวพี่กอล์ฟจะเสียหน้า ปล่อยเลยตามเลยไปก่อนค่อยไปรู้หลังจากกันดีกว่า จะได้ไม่หน้าแตกไปมากกว่านี้ พี่กรหยุดขำแล้วหันมาทำหน้าดุใส่ผม

"ไหนเคยบอก ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน แล้วทำไมมาที่นี่"

"ก็ไม่ชอบ แต่ไอ้เจตมันลากมา" จะบอกยังไงว่าที่ตามมันมาก็เพราะกลัวว่าพี่กรจะหลงระเริงกับคนอื่น

"ง่ายเนอะ เพื่อนลากก็มา ถ้ามันลากไปทำอย่างอื่นคงไปดิเนอะ"

"บ้า แบงค์ไม่ใช่พี่นะ"

"ทำไม พี่ทำไม!! " อ้าวเห้ยย ทำเสียงดุทำไม เค้ากลัวนะ

"ป่ะ ป่าว ช่างมันเหอะ แล้วทำไมถึงมากับพี่กอล์ฟสองคน"

"เรื่องของพี่!!! " เป็นไรไปวะ กูพูดอะไรผิดไปป่าวเนี่ย เปลี่ยนเรื่องก็ได้

"เออออ พี่กร เมื่อเย็นที่ติวอะ แบงค์สงสัยข้อสุดท้ายอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาไปให้ดูนะ"

"พรุ่งนี้ไม่ว่าง มีนัดกับแฟน!!!!! "

โอ๊ยย จะพูดทำไมเนี่ย แล้วเขาเป็นอะไรของเขา พูดเหมือนไม่อยากคุยกุบผม. เออไม่ไปก็ได้ ไม่อยากคุยก็ไม่คุยด้วยแล้ว รู้แล้วโว้ยย ว่ามีแฟนจะย้ำทำไม ผมเลยหันไปกระซิบเจต บอกว่าจะขอตัวกลับ อีเจตก็งงๆ แต่มันก็เพิ่งมา ผมเลยบอกว่าจะกลับคนเดียว เพราะร้านก็ไม่ไกลจากหอมากนัก ผมเลยลุกจากตกบอกลาพี่กอล์ฟ แล้วเดินผ่านหน้าพี่กรออกมาเฉยๆ โดยไม่ได้ลา หงุดหงิดโว้ยยย ต่อไปนี้กูจะไม่ยุ่งกับพี่กรแล้ว ต้องตัดใจให้ได้สักที ผมเดินออกมาจากร้านโดยไม่ได้ระวัง มีพวกนักเรียนนักเลง2-3 คน

"จะไปไหนจ๊ะ หนุ่มน้อย" ผมพยายามเดินผ่านพวกมัน ทำเป็นไม่สนใจ

"เดี๋ยวสิจ๊ะ พวกพี่เรียก ไม่ได้ยินเหรอ" พวกมันเดินมาดักข้างหน้าผม ผมเลยหยุดเดิน

"พวกมึงมีอะไร" ผมก็โหดเป็นนะเว้ย

"อย่าพูดไม่เพราะสิจ๊ะ ไปกับพี่ไป พี่จะพาน้องขึ้นสวรรค์"

พูดไม่ทันขาดคำมันก็เข้ามาล็อคแขนผม แล้วลากตามมันไป ผมดิ้นๆๆ ร้องเอะอะดังลั่น แต่มันเป็นซอยเปลี่ยวไม่มีผู้คน เหี้ยยย นี่กูจะโดนรุมโทรมเหรอวะ ตายแน่กู!!! ผมพยายามต่อสู้สุดแรง แต่ดิ้นยังไงก็ไม่หลุด

"หยุดนะเว้ย!!! "

เสียงสวรรค์มีคนช่วยกูแล้ว เหตุการณ์ชุลมุลเกิดขึ้น นักเลง 2 คนที่ล็อคผมอยู่ก็เผลอผมเลยดิ้นหลุดจนได้ พลันมองไปที่เหตุการณ์ตรงหน้า วีรบุรุษหนุ่มที่มาช่วยผมคือ พี่กร พี่กรเตะ ต่อยไอ้พวกนักเลงจนมันถอยหนีไปหมด พี่กร เดินหน้าดุเข้ามาหาผม

"เป็นไรไหม"

"ป่าวคับ ไม่เป็นไรมาก พี่ละ" เหมือนพี่กรไม่สนใจคำถามผม พี่กรดุผมเป็นชุดเลย

"ทำไมออกมาคนเดียว ทางมันเปลี่ยวทำไมไม่ดูดีๆ นี่ก็มืดแล้ว เป็นเด็กไม่รูัจักระวังตัวให้ดี ถ้าพี่ไม่เดินตามมา ป่านนี้จะเป็นยังไง ทำอะไรหัดคิดให้รอบคอบก่อนดิ"

ผมจะเถียงอะไรได้ละคับ เดินก้มหน้าเงียบกริบตลอดทางเลย วันนี้พี่กรดูโมโหผิดปกติ ตั้งแต่รูัจักกันมาไม่เคยเห็นพี่กรเป็นแบบนี้ วันนี้พี่กรเดินมาส่งผมถึงหน้าห้อง พอจะกลับ ผมสังเกตุเห็นรอยเลือดที่มุมปากของพี่กร ผมเลยบอกให้เข้ามาในห้องก่อนจะทำแผลให้ พี่กรก็เข้ามาในห้อง นั่งบนเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้ง หน้ายังดุไม่หาย ผมลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งตรงหน้าพร้อมอุปกรณ์ทำแผล ผมค่อยๆ ประคบแผลที่มุมปากพี่กร

"โอ๊ย เบาๆ ดิ๊"

"ขอโทษคับ"

"วันหลังอย่าทำแบบนี้รู้ไหม"

"ทำไรอะ"

"ก็ไปเที่ยวดึกๆ ไง เรายังเด็กถ้าพ่อแม่รู้จะว่ายังไง"

"อ้าว ก็ไอ้เจตมันชวนไป ก็เลยไป"

"ยังเถียงอีก พูดไม่รู้เรื่องวะ. โอ๊ยยย เจ็บ" ผมแกล้งกดที่แผลแรงๆ ก็บ่นอยู่นั่นละ

"เออๆ ไม่ไปก็ไม่ไป บ่นอยู่ได้"

ผมทำแผลให้พี่กรจนเสร็จ แล้วพี่กรก็กลับห้องเขา พี่กรดูโกรธๆ ผมยังไงบอกไม่ถูก แต่เขาก็หายโกรธในที่สุด พร้อมกับทักเฟสมาว่า

"รีบๆ นอน แล้วพรุ่งนี้มาติวแต่เช้า ฝันดีคับ"

อ้าว ไหนบอกมีนัดกับแฟน ท่าจะเพี้ยนโวัยย.

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 4

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมมาติวกับพี่กรที่ห้อง แต่เราติวกันแค่ครึ่งวันเพราะช่วงบ่ายผมมีนัดไปเที่ยวกับเพื่อน

"วันนี้จะไปไหน? " คำถามจากเดือนคณะที่ผมคลั่งไคล้

"วันนี้นัดกับพวกมาย จะไปเดอะมออลล์... ไปด้วยกันป่าว? "

"ไม่อะ เราไปเถอะ อย่าเที่ยวเพลินจนลืมอ่านหนังสือละ"

"คร๊าฟฟฟ คุณพ่ออออ"

"เดี๋ยวเหอะ ถ้าพี่เป็นพ่อขึ้นมาจริงๆ จะรู้สึก"

พ่อคุณทูนหัวอ่ะเปล่าาาา 555 เราเเยกกันตรงหน้าคอนโด แล้วพบกับกลุ่มเพื่อนก็ไปเดินเที่ยวกัน เราเดินกันอยู่หลายชั่วโมง ผมบังเอิญได้เจอกับ มาร์ช แฟนเก่าผมสมัยม.4 เราสองคนเลิกกันเพราะเวลาไม่ค่อยตรงกัน เราเลิกกันทั้งๆ ที่ยังรักกันอยู่ เมื่อได้มาเจอกันจังๆ วันนี้ ความรู้สึกดีๆ ก็ผลันผุดขึ้นมาจนได้

มาร์ช เป็นคนค่อนข้างขาว นัยน์ตาสีดำสนิท หน้าตาเข้าขั้นหล่อเลยทีเดียว มาร์ชมีเสน่ห์ที่ความขี้เล่นของมัน

"อ้าว แบงค์ มาเที่ยวเหรอ"

"อือ แล้วมาร์ชละ"

"เรามาซื้อเสื้อ เตรียมไปเที่ยวหน่ะ"

"อ่อออ ไปไหนละ"

"ไปชะอำ ไปด้วยกันป่าว? "

"จริงดิ แบงค์ก็อยากไปทะเล"

"เราไปวันเสาร์หน้า ไปกับเพื่อนๆ ถ้าจะไปก็เอาเพื่อนเเบงค์ไปด้วยก็ได้ ไปหลายๆ คนสนุกดี"

ผมหันมาสบตากับเพื่อนๆ ในกลุ่มเป็นอันว่า ตกลง เพราะพวกมันก็มีแพลนจะไปทะเลกันด้วย แต่ยังหาจังหวะไม่ได้ สรุปวันเสาร์หน้าพวกเราก็มีนัดไปชะอำกัน โดยบ้านพักเป็นรีสอร์ทของเพื่อนพ่อมาร์ช ทำให้เราไม่ต้องเสียค่าห้อง หลังจากวันนั้นมาร์ชก็ทักเฟสผมมาทุกคืน เราคุยกันแบบเพื่อนปกติ แต่ใครจะไปรู้ว่าการที่เราได้คุยกันทุกวันนั้น มันจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีจะจะจุดถ่านไฟเก่าให้ลุกโชนอีกครั้ง ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ไปติวกับพี่กร แทบจะไม่ได้คุยกันเลย แต่ก็ดีแล้วละเพราะถึงยังไงพี่กร ก็มีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว คงจะไร้ประโยชน์ถ้าผมยังไม่ยอมตัดใจ

วันเสาร์หรรษาที่รอคอยก็มาถึง......

พวกเรานัดกันกับกลุ่มมาร์ชที่หน้าโรงเรียน เราวางแผนกันไปอยู่ที่นั่น 3 วัน 2 คืน กลุ่มผมมีไป 5 คน คือ เจต มาย ไนท์ เต้ย แล้วก็ผม ส่วนกลุ่มมาร์ชมีไปประมาณ 6-7 คน หนึ่งในนั้นมีกิ๊ฟท์ ผู้หญิงที่ใครๆ ก็รู้ว่าแอบชอบมาร์ชมาตั้งแต่ม.ต้น แต่กิ๊ฟท์ไม่รูิว่ามาร์ชเป็นเกย์ ผมเริ่มไม่อยากไปแล้วสิครับ ก็ดูท่าทางกิฟท์แล้วจะเกาะมาร์ชแจเลย แต่ช่างเถอะ เราก็ไปกับเพื่อนเรา เขาก็ไปกับเพื่อนเขาไม่เกี่ยวกันสักหน่อย





KORN Part.

ความในใจจากหนุ่มวิดวะ (ตอนพิเศษ 1) 

น้องหายไปไหนนะ ทำไมไม่ทักมาเลย หรือน้องจะโกรธเรา แล้วเราเป็นอะไรอยู่???

คำถามมากมายเกิดขึ้นกับผม ผมสับสนกับความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนี้ ตั้งแต่ 6เดือนที่แล้ว ที่ผมย้ายมาอยู่คอนโดแถวนี้ และเป็นวันเเรกที่ผมได้เจอกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังกลับจากโรงเรียนแล้วเดินขึ้นหอพักซอยถัดจากผม จนกระทั่งวันที่มีกลุ่มนักเรียนมาทัศนศึกษาที่มหาวิทยาลัยผม ผมได้มีโอกาสมองเด็กผู้ชายคนนั้นดีๆ

น้องเขา ตัวเล็กน่ารัก ผิวขาว คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ปากเป็นกระจับ ดูหน้าเค้าหวานเหมือน ผู้หญิง ผสมผสานกับรอยยิ้มของเด็กม.ปลาย มันช่างเป็นยิ้มที่ประทับใจผมมากเลย

"พี่ครับ ขอเฟสหน่อยดิคัฟ"

เด็กม.ปลายคนนั้น พูดหน้าตาเฉยพร้อมยื่นกระดาษปากกา ให้ผม ผมอดแซวไม่ได้

"เอาเบอร์ด้วยป่าว"

แต่เด็กคนนั้นไม่เอาเบอร์ผม แห้วเลยกู!!!! จริงๆ แล้วเหรอคับ ผมชอบผู้หญิงนะ แต่ทำไมกับเด็กคนนี้ผมถึงรู้สึกแปลกๆ????? เราสองคนสนิทกันมากขึ้น ถึงน้องเขาจะดูจุ้นจ้านบ้างบางเวลา แต่ใครจะไปรู้ว่าเสียงเรียก

"พี่กร!!! "

ของน้องแบงค์เป็นเสียงเรียกที่ไม่มีใครเหมือน ผมต้องหยุดทำกิจกรรมทุกอย่างถ้าได้ยินเสียงนี้ หรือเพียงเเค่เสียงเมสเสจเฟสบุ๊คที่น้องทักผมมา นี่ผมเป็นอะไรเนี่ยย ผมชอบผู้ชายเหรอ? เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เราเจอกันที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งผมไปเป็นเพื่อนกอล์ฟเพื่อนัดเดทหนุ่มฮ็อตจากโซเชียล ใครจะไปรู้ว่าหนุ่มคนนั้นคือเจต เพื่อนเกย์ของน้องแบงค์ แต่ความตลกของผมก็ไม่ได้ช่วยผลักความรู้สึกโมโห ที่เห็นเด็กม.ปลายคนนี้มาเที่ยวในสถานที่แบบนี้ ผมโกรธน้องมากจนพูดจาไม่น่าฟัง ถึงขั้นน้องขอตัวกลับ ผมอดห่วงไม่ได้เพราะมันดึกมาแล้ว ผมเลยขอตัวกลับด้วยอีกคน ผมเดินตามน้องไป แต่น้องเดินเร็วมาก จนเกือบตามไม่ทัน พลันได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ขอความช่วยเหลือ เสียงของแบงค์ ผมมั่นใจแน่ชัดความกระวนกระวายอย่างถึงที่สุดเกิดขึ้นกับผม ผมตามหาจนเจอน้องกับกลุ่มพวกนักเลง ผมไม่ใช่คนหาเรื่องคน แต่ทำไมวันนั้นผมถึงกล้าเข้าไปต่อยกับไอ้พวกนักเลง จนได้แผลมา ความเป็นห่วงผนวชกับความโมโหทำให้ผมดุน้องไปตลอดทางกลับบ้าน

น้องชอบถามถึงแฟนผม ผมก็ไม่รู้ว่าน้องจะถามทำไม

"พี่กร แฟนพี่อยู่ปีไหนนะ"

ผมไม่มีแฟนสักหน่อย แต่ถ้าผมมีแฟนเป็นเด็กม.ปลายคนนี้ล่ะ จะเป็นยังไง

"กำลังขึ้นปีหนึ่ง" ผมพูดออกไปได้ไงวะเนี่ยย กำลังคิดเล่นๆ แต่เผลอพูดไปจนได้เอาวะเลยตามเลยแล้วกัน ผมพูดถึงแฟนบ่อยขึ้นทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วก็ไม่มีหรือเป็นเพราะเหตุนี้น้องถึงหายไปเลย เชี่ยเเม่งเด็กม.ปลายคนเดียวทำให้ผมกินไม่ได้นอนไม่หลับมา

เกือบอาทิตย์แล้ว หายไปไหนของเขานะ......???????







BANK Part.

.......ชะอำ ชะอำ ชะอำ วันแรกที่ชะอำ........

"โอ้ทะเลแสนงาม แสนง๊าม แสนงาม ฟ้าสีครามสดใส สดใส สดใส มองเห็นเรือใบ

เเล่นอยู่ในทะเล ว๊ายยยยย ทะเลของช้าาาาน"

เสียงวี้ดว้ายของอีเจต สร้างสีสันให้ก้าวแรกของการมาเยือนชายหาดให้ครึกครื้นมากขึ้น บ้านพักริมชายหาดเป็นบังกะโลหลังใหญ่เลยทีเดียว มีห้องอีกหลายห้อง พวกเราเเบ่งห้องกันนอน ผู้หญิงนอนชั้นบน ส่วนผู้ชายนอนชั้นล่าง เจต เต้ย ผม นอนด้วยกัน ส่วน มาร์ชนอนกับเพื่อนอีก 2 คน เมื่อจัดสัมภาระเข้าที่เรียบร้อย พวกเราบางส่วนก็เดินเล่นชายหาดกัน อีกส่วนก็ออกไปซื้ออาหารมาเตรียมทำกับข้าว ผมเป็นพวกไม่ชอบแดดเอาซะเลยก็เลยขอตัวนอนเล่นอยู่ในบ้านพัก เปิดเฟสเล่นไม่เห็นพี่กร ออนเฟส เฮ้อออ พี่เขาคงยุ่ง หรือไม่ก็คงไม่อยากคุยกับเราเเล้ว ไม่คุยกันตั้งอาทิตย์นึง ไม่เห็นพี่เขาจะทักมาเลย ก็แหงละสิ พี่เขามีแฟนแล้วนี่ ผมเปิดดูรูปเก่าๆ ในเฟส ขุดไปเจอรูปคู่กับมาร์ช หลายรูปเลย ดูแล้วก็คิดถึงวันเก่าๆ

"ดูรูปเก่าๆ แล้วคิดถึงวันเก่าๆ เนอะ" มาร์ชมายืนอยู่หลังผมตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

"อือ คงงั้นแหละ"

"แล้วนี่แบงค์ มีแฟนใหม่ยัง"

"ไม่อะ ไม่มีใครเอา 5555 แล้วมาร์ชละ"

"ก็ มีคบๆ กันอะ เเต่เลิกแล้วละ"

"อ้าว ทำไมละ ไม่มีเวลาให้เขาอีกแล้วใช่ไหมละ"

"ไม่หรอก เราว่า มันไม่เหมือนกัน"

"?????? อะไรไม่เหมือนกัน"

"ก็..... ความรู้สึก"

แววตาของมาร์ช ดูสุขุมนุ่มลึก และ แสดงความจริงจังขึ้นมาในทันที ความรู้สึกที่ผมรับรู้อยู่ตอนนี้มันทำให้ผมใจเต้นเเรงไม่เป็นจังหวะ

"รู้สึก รู้สึกอะไร? "

"เราไม่รู้จะพูดยังไง แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ตอนนั้นเราจะไม่เลิกกับเเบงค์เลย"

....ตึก ตึก ตึก ตึก.....

ใจผมเต้นแรงมากขึ้น ไปต่อไม่ถูกเลยครับ ผมยอมรับเลยว่า ผมก็ยังรักมาร์ชอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้จะพูดออกไปยังไง เราสองคนสบตากัน ปล่อยให้บรรยากาศรอบๆ ดูเงียบขึ้นมาทันที

"แบงค์ จะเป็นไปได้ไหม ถ้า....... ถ้าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม"

คำถามแห่งความสับสนเกิดขึ้นกับผมอีกครั้ง ผมจะตอบมาร์ชยังไงดี ใจหนึ่งผมอยากตอบตกลงกับมาร์ชไป แต่ว่าอีกใจหนึ่งก็ยังคิดถึงพี่กรอยู่ โอ้ยยย งานเข้ากูละไง

"มาร์ชชชชชช!!!!! มาร์ชช อยู่ไหนเนี่ยยย???? อ้าว มาหลบอยู่ที่นี่เอง"

เป็นครั้งแรกเลยที่เสียงเรียกของกิ๊ฟ เป็นประโยชน์กับชีวิตผม กิ๊ฟเดินมาตามมาร์ช

ให้ออกไปเล่นน้ำทะเลด้วยกัน มาร์ชจำยอมไปเล่นน้ำทะเลกับกิ๊ฟและเพื่อนๆ ทิ้งคำถามที่ต้องการคำตอบไว้ให้ผม

........ตกเย็น เรามีปาร์ตี้ริมหาดกัน คืนนี้เราเเดนซ์กันอย่างเมามันส์ กลุ่มผู้ชายก็เมากันเกลื่อนบ้างก็นอนกันอยู่ตรงชายหาดนั้นแหละ ส่วนอีเจต ก็ทำให้ผมต้องหาที่นอนใหม่ เพราะไม่รู้มันไปพาใครมาอีก มันคงอาศัยช่วงทุกคนเมาๆ มึนๆ แอบพาผู้ชายเข้าห้องจนได้ ส่วนเต้ยก็เมากับพวกเพื่อนมาร์ช ผมละ ผมจะนอนที่ไหนผมเลยนอนเล่นเฟสบุ๊คต่อ พี่กรออนแล้ววววว ผมจงใจอัพรูปที่ถ่ายวันนี้ กะจะให้พี่เขาเห็น ไม่รู้เขาเห็นหรือเปล่า เพราะพี่เขาไม่ได้กดไลท์รูปเหมือนทุกครั้ง แต่สักพักพี่กรก็อัพรูปคู่ผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วโพสข้อความว่า

"ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด"

น้ำตาผมร่วงเลยครับ นี่คงเป็นแฟนพี่กรที่เขาพูดถึงอยู่บ่อยๆ ดูท่าทางจะสวีทกันมาก ผมไม่มีอารมณ์เล่นเฟสต่อเลย ผมปิดโน๊ตบุ๊คแล้วออกไปร้องไห้อยู่คนเดียวที่ริมชายหาด

"เป็นอะไร ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ คนเดียว"

เสียงอ่อนนุ่ม ที่คุ้นเคย ผมแทบจะไม่ต้องเดาว่านั้นคือเสียงของมาร์ช ในเวลาที่เราอ่อนแอที่สุดเมื่อมีใครเข้ามาเราก็คงจะคว้าเขาไวัเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ ผมหันหลังกลับไปกอดมาร์ชโดยไม่มีคำพูดใดๆ มือทั้งสองของมาร์ชโอบผมไว้ อ้อมกอดที่คุ้นเคยมันทำให้ผมอบอุ่นขึ้นมาทันที

"เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม ยังขี้แยไม่เลิกเลยนะ.......หมูอ้วน..........."

หมูอ้วน คำที่มาร์ชเคยใช้เรียกผมตอนคบกัน มันช่างเป็นคำที่ทำให้ผม

ร้องไห้หนักกว่าเดิมอีก

"....ลิงลม...." ผมกลั้นความคิดความรู้สึกไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ผมตัดสินใจที่จะให้ผู้ชายที่โอบกอดผมอยู่นั้นเป็นผู้ดูแลหัวใจที่กำลังอ่อนแอเป็นอย่างมาก มาร์ชเหมือนได้รับคำตอบที่เขาถามผมเมื่อเย็น พลันกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม มาร์ชประกบริมฝีปากของเราเข้าด้วยกัน จูบนี้เป็นจูบที่เพิ่มความเข้มเเข็งให้หัวใจดวงนี้ของผม

"มาร์ชรักแบงค์นะ"

"เค้าก็รักมาร์ช"

"เราสัญญา ว่าเราจะไม่ทำให้แบงค์เสียใจอีกนะ หมูอ้วนของลิงลม"

มาร์ชปลอบผมจนหยุดร้องไห้ แต่มาร์ชก็ไม่ได้ถามว่าผมร้องไห้ทำไมอีก เราสองคนนั่งดูดาวกันอยู่ริมชายหาด เสียงคลื่นกระทบหาดทราย เหมือนจังหวะดนตรีคลาสสิคที่ทำให้ราตรีนี้มีแต่ความอบอุ่น ความสุข ณ ตอนนี้ทำให้ผมลืมเรื่องพี่กรลงได้บ้าง

เราสองคนดูดาวกันได้สักพัก ก็พากันเข้านอน ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้ผมลืมไปว่าอีเจตมันพาผู้ชายมาในห้องพัก เราสองคนเดินมาหยุดที่หน้าประตูห้อง เสียงครางของเจตทำให้รู้ว่า คนในห้องนี้ยังไม่หลับ มาร์ชลองบิดลูกบิดประตู อีกแล้วครับ อีเจตไม่ล็อคห้องอีกแล้ว นิสัยมันไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ มาร์ชก็ไม่ค่อยทะลึ่งเลย มาร์ชแง้มประตูห้องแล้วจับมือผมให้ขยับเข้าไปส่องคนในห้อง

"อ่าาา อ่าาาส์ อ่อออส์ เสียวไหม"

"เสียวโคตรเลยวะ อ่อออ อ่อออ อ่าาาาส์"

อีเจตมันไม่ได้พาใครอื่นเข้าห้องเลย มันพาวิทย์เพื่อนของมาร์ชเข้าห้อง เห้ยย วาสนามันดีจริงๆ เพราะ ไอ้วิทย์เนี่ยมันแมนทั้งแท่ง แล้วมันก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย แต่ไหนกลับมาเอากับอีเจตได้ละเนี่ยยย เจตนอนคว่ำให้วิทย์เสียบดุ้นของมันขย่มกันมันส์เลยครับ

วิทย์เป็นคนเล่นกล้าม หุ่นมันไม่ต้องพูดถึง โคตรดีมากเห็นเเล้วยังเสียวเเทนเจตเลย

"เจต กูไม่ไหวแล้ววะ แตกในปากได้ปะวะ"

"เอาดิ" วิทย์ถอนดุ้นของมันออกจากประตูหลังเจต เจตลุกขึ้นมานั่งโม๊กให้วิทย์ ไอ้วิทย์กระเด้าปากเจตอย่างเมามันส์

"อ่อออ อ่าาาาาา อ่ออออออ เหี้ยยยเจตต เสียววะ อ่อออออ ไม่ไหวแล้วโว้ยยย อ่ออออส์ออออ &,!) :'&?? ;;?? }\$|>{%€\! ¥"

อีเจตเอ้ยยย มึงนี่มันร่านไม่เลือกที่จริงๆ เลย!!!!!! เจต โม๊กเจ้าโล้ ให้วิทย์ต่อ มือมันก็ชักของมันไปด้วย จนมันเสร็จ!

.....แต่คนข้างหลังผมนี่สิครับดูเหมือนกำลังจะเริ่มมีอะไรบางอย่างกระทบแผ่นหลังผมอยู่ ผมหันไปมองหน้ามาร์ช มาร์ชส่งยิ้มเเบบมีเลศนัยให้ผม พร้อมกับน้องชายของมันที่สะกิดหลังผมอยู่ในตอนนี้.........

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 5

.....แต่คนข้างหลังผมนี่สิครับดูเหมือนกำลังจะเริ่มมีอะไรบางอย่างกระทบแผ่นหลังผมอยู่ ผมหันไปมองหน้ามาร์ช มาร์ชส่งยิ้มเเบบมีเลศนัยให้ผม พร้อมกับน้องชายของมันที่สะกิดหลังผมอยู่ในตอนนี้.........

"หยุดเลยนะ ไอ้ลิงลม!!! อย่าแม้แต่จะคิด"

"โห หมูอ้วนอะ รู้ดีตลอดดดด"

ผมมุดตัวออกจากแขนของมาร์ชแล้วทำหน้ายียวนใส่มัน ไม่ได้แอ้มกูหรอก กูเก็บซิงไว้ชิงโชคเฟ้ยยย ถึงผมจะเป็นคนที่มีอิมเมจิ้นสูง แต่ก็ยังไม่เคยเสียเอกราชให้ใคร5555

คืนนั้นเป็นอันว่าผมต้องย้ายมานอนกับมาร์ช กันสองคน เพราะไอ้วิทย์ก็นอนกับอีเจตเรียบร้อยเเล้ว ส่วนคนอื่นๆ ก็ยังเมาอยู่ตรงชายหาด เราสองคนนอนคุยเรื่องเก่าๆ กัน

"มาร์ช ทำไม มาร์ชถึงอยากกลับมาคบกับเค้าละ"

"เรารักแบงค์ไง"

"เอาดีๆๆ!! "

"ก็คงเพราะไม่มีใครเหมือนแบงค์มั้ง"

"ไม่มีใครเหมือน หรือ ไม่มีใครทนได้? " มาร์ชเป็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจแฟนเลยยยย

"ก็นิดนึงละ แต่เราสัญญาแล้วไงว่า เราจะไม่ทำแบบนั้นอีก"

"แล้วจะคอยดู!!!! นอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้ไปเที่ยวแต่เช้า"

"คร๊าฟ หมูอ้วน ^^"

มาร์ชหยิกจมูกผมหนึ่งที แล้วรวบตัวผมเข้าไปกอด เร็วจริงๆ เลยสมแล้วที่เรียกว่า ลิงลม อ้อมกอดอันแสนอบอุ่น คืนนี้มันทำหน้าที่เป็นผ้าห่มชั้นดีให้กับผม





"แบงค์ พี่ขอโทษ......."

เสียงปลายสาย สั่นเครือ เอ่ยคำขอโทษที่ดีูน่าสงสารจับใจ ปลายสายคือพี่กร ชายหนุ่มที่ทำให้ผมเสียน้ำตา

"พี่ชอบเรานะแบงค์ พี่ขอโทษ....."

ผมสะดุ้งตื่นกับสองวลีสุดท้ายที่ได้ยิน เห้ออออ นี่กูฝันอีกแล้วเหรอเนี่ยยย ผมหันมองคนข้างๆ ที่ตอนนี้กำลังหลับอยู่ ดวงหน้าที่คมกริบ มันทำให้ผมได้สติว่าตอนนี้ ผมไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนี้ แล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องคิดถึงพี่กรอีก ฝันก็คือฝัน ยังไงเสียก็ไม่มีทางเป็นเรื่องจริงขึ้นมาได้

ตอนนี้ก็ประมาณตี 5 แล้ว ผมเลยลุกออกมาเดินเล่นที่ชายหาดรอดูพระอาทิตย์ขึ้น บนท้องฟ้าที่ยังคงเห็นดวงจันทร์อยู่ อีกฝากฝั่งหนึ่งก็เริ่มมีแสงของดวงตะวัน สาดแสงขึ้นมา ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตา เมื่อดวงจันทร์ร้างลาลับขอบฟ้าไป รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ที่สดใสก็ย่างกรายเข้ามา มาร์ช คงเป็นแสงตะวันที่ส่องให้ผมตื่นจากความฝัน แล้วใช้ชีวิตบนโลกแห่งความจริงเสียที

ลาก่อนนะดวงจันทร์.........

"หมูอ้วน ลุกมาไม่เรียกเราเลยนะ"

"ก็เห็นหลับอยู่ ไม่อยากกวน"

"แล้วนี่มาทำอะไรแต่เช้า"

"มาดูพระอาทิตย์ขึ้น. ตื่นมาก็ดีแล้ว ไปช่วยทำกับข้าวไป เพื่อนๆ ตื่นมาได้มีอะไรกินกัน"

"ป่ะ ไปกินกัน"

"ทะลึ่ง!!! "

"อ้าว ก็ไปทำกับข้าว กินกันไง ทะลึ่งตรงไหน"

มาร์ชกวนผมแต่เช้า มันทำให้เช้านี้แจ่มใสอีกครั้ง เราสองคนเข้าครัวจัดเตรียมอทหารโดยมีป้าศรี ป้าแม่บ้านเป็นผู้ช่วย เราทำข้าวต้มกุ้งกัน เพราะมันคืออาหารจานโปรดของพวกเรา สายๆ เพื่อนๆ ก็เริ่มทยอยตื่นขึ้นมากินข้าวกัน ไอ้วิทย์ย่องออกมาจากห้องเจต อย่าเงียบๆ แต่ผมก็เป็นพวกตาไว เลยสะกิดมาร์ชให้ดู

"เป็นไงวะ เพื่อนนนนนน" ไอ้วิทย์สะดุ้ง แต่ไม่ได้มีใครสนใจ มาร์ชเดินเข้าไปแซวเพื่อน

"สวรรค์ฟ้าเหลืองหรือเปล่าว่ะ 5555"

"ไอ้เหี้ยมาร์ช มึงอย่าบอกนะว่าเมื่อคืน..."

"ทำไม เมื่อคืนมึงทำอะไรไว้หรอวะ 555"

"ไอ้เหี้ยย มึงอย่าบอกใครนะเว้ย ก็กูเงี่ยน และเจตก็อ่อยกูซะ ใครจะทนได้"

"ใครทนได้ไม่รูั แต่กูรู้ว่ามึงทนไม่ได้ ไอ้เชี่ยวิทย์ 555"

"มาร์ชชชชช!!!!!!! อ้าว มาร์ชตื่นแล้วเหรอ" เสียงแป่นๆ ขัดบทสนทนาของเพื่อนสองคน กิฟท์เดินลงมาเรียกมาร์ชแล้วเกาะแขนมาร์ชทำท่ากระหนุงกระหนิง ยังกับเป็นเจ้าของมันอย่างนั้นแหละ มาร์ชหันมาสบสายตากับผม ผมก็พอแยกแยะออกนะ เลยลุกพรวดออกจากโต๊ะกินข้าว เดินเข้าห้องไปเลย (นี่กูแยกแยะออกละชะ?) แหมก็ใครจะทนได้ละ ผมเข้ามาในห้อง อีเจตก็ทักผมทั้งๆ ที่ตัวมันอยู่ในห้องน้ำ

"อีดอกแบงค์ มึงใช่ปะ"

"เออกูเอง"

"กูมีอะไรจะเล่า เมื่อคืนนะ...."

"ไม่ต้องเลยอีดอก กูเห็นหมดละ"

"อีเหี้ยยมึงเห็นได้ไง"

"มึงไม่ได้ล็อกประตู!!! "

"อ๊าว กูพลาดละ แตจะว่าไปก็พลาดแบบโชคดีนะเว้ยย พ่อหนุ่มนักกล้าม แมนเป็นแท่ง เอ้ย แมนทั้งแท่ง!!! "

"พอเลยอีร่าน มึงอาบน้ำไปเลยไป"

"เออๆ กูรู้มึงอิจฉากู 5555 เออนี่ เมื่อคืนอะ พี่กรโทรมา โทรตั้งหลายสาย กูรำคานเลยปิดเครื่องมึงไว้ คนจะเอากันโทรมาขัดอยู่ได้ ดอกกกก"

" พี่กร!! พี่โทรมาทำไม? " หรือๆ ในความฝัน มันจะเป็นความจริง







KORN PART.

ทำไมไม่รับสาย ปิดเครื่องหนีทำไม

นี่ผมทำอะไรผิดขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย เมื่อตอนหัวค่ำ ผมเห็นน้องอัพรูปที่ไปเที่ยวชะอำ ผมไม่รู้จะทักยังไงดี เพราะผมสับสนกับตัวเองมาก จนผมได้น้ำข้าว เพื่อนสนิทตอนมัธยม มันไม่เคยทิ้งผม มันอยู่กับผมมาตลอดแม้เราจะไม่ค่อยได้เจอกัน มันมาอยู่เป็นเพื่อนผม ผมเลยเล่าเรื่องของน้องให้มันฟัง มันสรุปให้ ว่าผมชอบแบงค์!!!!

นี่ผมเป็นเกย์เหรอเนี่ยยย แต่ทำไมผมไม่รู้สึกแบบนี้กับผู้ชายคนอื่นเลย

น้ำข้าวบอกกับผมว่า

"ความรู้สึกพิเศษ บางที ก็มีไว้ให้เฉพาะคนพิเศษ"

คำพูดของน้ำข้าว ทำให้ผมมั่นใจว่าผมชอบน้องเขาจริงๆ ชอบตั้งแต่วันแรกที่เจอ

ผมถ่ายรูปคู่กับน้ำข้าวแล้วแท็กมันไป มีแต่คนเข้ามาแซวว่าเป็นแฟนกันเหรอ ตลกสิ้นดีถ้าคนพวกนั้นรู้ว่า แฟนผมในอนาคตเป็นแบงค์ มันจะรู้สึกยังไงนะ น้ำข้าวบอกว่า จากที่เล่าๆ มา ดูแล้วแบงค์ก็มีใจให้ผมไม่ใช่น้อย ผมเลยคิดเข้าข้างตัวเองว่า ที่น้องหายไปเพราะน้องอาจลองใจผมก็เป็นได้ ผมเลยรีบโทรไปหาน้อง แต่ทำไมน้องไม่รับสาย ปิดเครื่องหนีทำไม นี่ผมทำอะไรผิดขนาดนั้นเลยเหรอนี่ ผมทักแชทน้องไปน้องก็ไม่ตอบ ผมรอน้องทั้งคืน เเต่ไม่มีวี่แววที่น้องจะติดต่อกลับมา ดีละถ้าเราไปเซอร์ไพรส์สารภาพความในใจที่ชะอำ มันคงจะโรแมนติกน่าดู และน้องก็คงไม่ปฏิเสธผมแน่นอน ผมส่องจากเฟสน้อง ว่าเขาพักกันอยู่ที่ไหน ผมเก็บข้าวของโทรจองที่พัก แล้วรีบขับรถมุ่งหน้าไปชายหาดชะอำทันที





BANK PART.

"พี่กร พี่โทรมาทำไม? " หรือๆ ในความฝัน มันจะเป็นความจริง

หลังจากที่เจตบอกผมว่าพี่กรโทรมา ผมรีบคว้าโทรศัพท์มาเปิดเครื่องดู พี่กรโทรมาเกือบ 20 สาย แถมทักเเชทเฟสมาอีก พี่กรมีอะไรถึงขนาดทักมากขนาดนี้

"แบงค์ เข้าในเมืองเป็นเพื่อนเราหน่อยดิ" มาร์ชเดินเข้ามาเรียกผม พอเห็นหน้ามาร์ชทำให้ผมนึกถึงภาพเมื่อสักครู่ที่มาร์ชปล่อยให้กิ๊ฟกระเเนะกระแหน ผมเลยเดินงอนผ่านมาร์ชออกไป มาร์ชเดินตามออกมาง้อ

"เห้ยยย อ้วน เป็นอะไร? งอนเราเรื่องกิ้ฟท์หรอ? "

"....."

"โอ๋ๆๆ เราขอโทษ เดี๋ยวเราเข้าไปบอกกิ้ฟท์ บอกทุกคนเลยว่าเราสองคนคบกัน"

"ไม่ต้อง"

ถ้ากิ้ฟท์รู้ว่ามาร์ชเป็นเกย์ คนทั้งโลกก็คงจะรู้ แล้วกิ้ฟท์ยิ่งเป็นคนใส่สีตีไข่เก่งอย่างกับมืออาชีพ ถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่อยากให้กิ้ฟท์รู้เรื่องนี้

"แบงค์ไม่โกดแล้ว แต่ทีหลังก็พยายามออกห่างมันบ้างก็ดี"

"ครับที่รัก  ป่ะ ไปในตัวเมืองกัน พ่อเราบอกว่าแถวนี้ของทะเลสดๆ อร่อยมาก ไปหาอะไรมาทำกินกันดีกว่า"

"ไปแค่สองคนอะเหรอ? "

"ม่ายยยยยย ช้านนน ต้องไปด้วย "

เสียงแว้ดๆ ของอีเจต ดังขึ้นมา พร้อมกับสายตาจ้องจับผิด เรานั่งรถไป 3 คน มาร์ชเป็นคนขับ เจตนั่งเบาะหลัง เตรียมสัมภาษณ์เราสองคนเต็มที่

"อ่ะแฮ่ม อ่ะแฮ่ม ได้กันยังคะ? "

"อีดอกเจต กูไม่ใช่มึงนะ"

"อ้าว ใครจะไปรู้ ว่าแต่ไปเอากันท่าไหน เอ้ย!! ไปทำอีท่าไหน ถ่านไฟเก่าถึงลุกโชนขนาดนี้"

"69!!!!! "

มาร์ชตอบอีเจตไปอย่างกวนๆ ผมหยิกมาร์ช จนมันร้องเสียงหลง เอาเป็นว่าอีเจตคนหนึ่งละที่รู้ว่าเราสองคนกลับมาคบกัน แต่เจตก็ไม่ใช่คนปากสว่างขนาดนั้น

......ทันทีที่กลับถึงรีสอร์ท........

"ห่ะ!! อะไรนะ!! "

"นี่มันกลับมาคบกันจริงๆ ใช่ไหมเนี่ยยยย"

"กูว่าแล้ว ตั้งแต่วันที่เดอะมอลล์ ส่งสายตาหวานเยิ้มมมขนาดนั้น"

"เพราะว่าเธอและเขา ถ่านไฟเก่ายังร้อนรอวันรื้อฟื้น 5555"

เสียงเม้าท์ดังสนั่นจากกลุ่มของผม อีเจตเปิดประเด็นให้สมาชิกในกลุ่มรับรู้ (ปากมึงไม่สว่างเลยอีดอกเจตตตต) ผมกับมาร์ช เราเดินมาที่โต๊ะ ทุกสายตาจับจ้องแสดงความยินดี มาย ไนท์ เต้ย แซวเราสองคนจนเขินกันไปข้างนึง ความสุขที่คุ้นเคยมันกลับมาเยือนผมอย่างเต็มร้อยอีกครั้ง ขอบคุณฟ้าที่เหวี่ยงคนคนนี้กลับมาอีกครั้ง

"รักแกมากๆ นะ ลิงลม <3"


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-11-2022 23:05:34 โดย nr.k »

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 6

คนมีความรักมักจะดูเด็กลงไปนิดนึง คนมีความรักมักจะไม่ทำหน้าตาบึ้งตึง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลายสาย ดังจนผมรู้สึกตัวตื่น

"โอ้ยยยย ใครโทรมาตอนนี้วะเนี่ยยย คนจะหลับจะนอนน"



พี่กร.

ปลายสายคือหนุ่มวิดวะที่ผมลืมเรื่องเขาไปสนิทว่าเมื่อวานเขาโทรมาทำไม

"ว่าไงคับพี่กร? "

"ทำอะไรอยู่" ปลายสายทำเสียงดุดัน ทำเอาผมหายง่วงเลย

"นอนดิ๊"

"นอน นอนกับใคร ทำอะไรอยู่กันแน่"

"นอนกับอีเจต"

"เจต หรือ ใคร อย่าโกหกพี่นะเรากำลังทำอะไร"

"โอ้ยยยย พี่ ดูนาฬิกาบ้างดิ๊ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ใครจะโกหกพี่ ถ้าไม่มีอะไรแค่นี้นะ"

เชี่ยยย โทรมากวนประสาทปะเนี่ยคนกำลังนอน ด้วยความงัวเงียกับที่พี่กรกวนประสาทผมเเบบนั้น ทำให้ผมวีนใส่ปลายสายและกดตัดสายอย่างไม่สนใจ พร้อมกับปิดเครื่องแล้วนอนต่อ

เช้าวันสุดท้ายที่ชะอำก็มาถึง พวกเราตื่นขึ้นมาแล้วทยอยเก็บของกัน ผมเลยลืมเรื่องที่พี่กรโทรมาเมื่อคืน ว่าจะโทรกลับแต่ยุ่งๆ อยู่เลยยังไม่ได้โทร มาร์ชชวนผมกับเพื่อนๆ ออกไปซื้อของฝาก เราเลือกของฝากกันมันส์มือเลย ผมซื้อโมบายแขวนเตรียมเป็นของฝากให้พี่ชายผม และแทนคำขอโทษที่เหวี่ยงใส่ไปเมื่อคืนนี้

"อ้วน"

"อะไร? "

"เจียวไข่เป็นป่ะ"

"ปัญญาอ่อนละ อย่าว่าแต่เจียวไข่เลย ระดับเชฟแบงค์แล้วอะจิ๊บๆ "

"อยากเป็นไข่ให้แบงค์เจียวจัง"

"ทำไม? "

"ก็เพราะคนใดที่ถูกเจียว จะเป็นคนเดียวที่ถูกใจไง"

"แหวะ...เสี่ยววะ"

"ถึงจะเสี่ยวเเต่ก็เฉี่ยวใจเธอนะจ๊ะ"

"ไอ้บ้า" เขินนะเฟ้ย นี่มันกลางตลาด แกยังจะมาเสี่ยวๆ เลี่ยนๆ แถวนี้อีก บอกแล้วว่าเสน่ห์ของมาร์ชอยู่ที่ความขี้เล่นของมัน พวกเราเดินซื้อของฝากกันเสร็จ ก็กลับมาที่บ้านพักเตรียมขนของขึ้นรถ พวกมายไนท์นั่งจับกลุ่มคุยอะไรกันอยู่ไม่รู้

"มึงว่า อีแบงค์มันจะตอบพี่กรว่าอะไรวะ"

"กูว่านะ มันต้องปฏิเสธชัวร์"

"แต่กูว่าไม่นะ แบงค์ชอบพี่กรขนาดไหนเราก็รู้"

"อีไนท์ แต่ตอนนี้มันมีมาร์ชแล้วนะเว้ย"

"หรือมันจะเอาสองดุ้น เอ้ย เอาสองคนเลยวะ"

"อีห่าเจต มันนะ ไม่ใช่มึง"

"อ้าว ใครจะไปรู้"

"เต้ยว่านะ เรามาเดากันอย่างนี้ มันไม่รู้เรื่องหรอก"

"ใช่ๆ กูว่าไปถามมันเลยดีกว่า"

"ป่าว เต้ยจะบอกว่า เรามาพนันกันไหม"

"โอ๊ยยย อีเต้ยยย สมองมึงเนี่ยยย"

"พอๆ หยุดเลย เดี๋ยวดั้นถามเอง โน่นมันมาโน่นละ"

"อีพวกเม้าท์มอยย มานั่งจับกลุ่มเม้าท์อะไรกันอยู่ว่ะ"

"มึงเลือกใครคะ ที่รัก"

"เลือก เลือกอะไร ใครยังไงวะ"

"อ้าว ก็เลือก......" มายเอามือมาปิดปากเจตอย่าน่าสงสัย

"เออ แบงค์ คือ มึงมีไรจะเล่าให้พวกกูฟังไหม"

"เรื่องไรวะ ไม่มีนะ"

"แล้วเรื่องพี่กรละ"

"พี่กร อ่อกูตัดสายเขาเมื่อคืน กูงัวเงียงัวเงียว่ะ ทำไมหรอ? "

"ไม่ใช่ คือมึงเจอพี่เขาแล้วพี่เขาว่าไงบ้าง? "

"เจอ? กูไปเจอพี่เขาตอนไหนวะ"

"ก็เมื่อวาน...... มึงไม่เจอเหรอวะ"

"เมื่อวาน อ๋อ ตอนที่มึงสองคนมาบอกกูว่ามีคนมาหาอ่ะนะ ก็ไม่เห็นมีใครนี่ .... หรือว่า คนที่มาหากูคือพี่กร"

"โธ่ อีควาย มึงคิดไรนานนักหนาเนี่ย"

"เห้ยๆ แต่กูไม่เจอพี่กรจริงๆ นะ ไม่เห็นมีใครอยู่เลย แล้วพี่กรมาทำไม ไนท์ พี่กรมาทำไม"

"ม่ะ มะ ไม่รู้ กูไม่ใช่พี่เขากูจะรู้ไหมละ มึงอะแหละไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องเลย"

ผมรีบกดโทรศัพท์โทรหาพี่กร นี่พี่กรมาหาผมเหรอ?? มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า หรือจะเป็นเรื่องเมื่อคืนที่เขาโทรมา?? แล้วมันคือเรื่องอะไรพี่กรถึงขนาดตามผมมาถึงชะอำ

"หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้"

พี่กรปิดเครื่อง ผมติดต่อพี่กรไม่ได้ ระหว่างทางกลับผมนั่งสงสัยถึงเรื่องที่พี่กรมาหาผม เหมือนมาร์ชจะเห็นผมผิดสังเกตุ

"เป็นไรป่าว? ทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่"

"ป่าว ไม่ได้เป็นไร"

มาร์ชเอามือมากุมมือผมไว้ แล้วกระซิบเบาๆ ข้างหูผม

"มีอะไรบอกมาร์ชได้นะ มาร์ชจะอยู่กับเเบงค์เอง"

กำลังใจจากคนรักของผม มันทำให้ความวิตกกังวลลดลงกึ่งหนึ่งด้วยความคิดที่ว่า พี่กรก็มีแฟนพี่กรอยู่แล้ว เราก็มีมาร์ชแล้ว เรื่องที่พี่กรมาหาอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรมากนัก แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญพี่เขาจะรีบมาหาผมทำไม 



ถึงกรุงเทพสักที!!!! ความสงสัยของผมกำลังจะหมดไป ผมกับเพื่อนๆ แยกกันตามบ้านของแต่ละคน

"เดี๋ยวดึกๆ เค้าโทรหานะ"

"โอเคๆ กลับบ้านดีๆ ละ"

"รักนะอ้วน"

"ค้าฟ บายๆๆๆ "

มาร์ชส่งผมที่หน้าหอแล้วนั่งรถต่อไปเพื่อกลับบ้าน ผมรีบขึ้นเอาของมาวางไว้ที่ห้อง แล้วรีบเดินไปหาพี่กรที่คอนโด คงอยู่สินะ? แต่โทรไปเท่าไรก็ยังไม่เปิดเครื่องสักที ผมขึ้นมาหาพี่กรถึงห้อง ก็โทรไม่ติดนี่หว่า คนมันค้างคา ผมเคาะประตูเรียกพี่ชายของผม



...........ก๊อก ก๊อก ก๊อก.............

"มาหาใครค่ะ? "

บุคคลที่ปรากฏตรงหน้าผม ไม่ใช่เดือนคณะวิศวะแต่อย่างใด แต่เป็น ผู้หญิงคนนั้น!!! ผู้หญิงที่พี่กรถ่ายรูปคู่แล้วอัพลงเฟส ผมเหลือบตาเข้าไปมองในห้อง เห็นปลายเท้าของใครคนหนึ่ง ก็จะใครซะอีกละนี่มันห้องพี่กรนี่

"พะ พี่กร อยู่ไหมครับ"

"อยู่จ๊ะ พี่กรนอนอยู่ในห้อง จะเข้าไปก่อนไหม"

"อ๋อ ไม่เป็นไรคับ ขอตัวกลับก่อนนะครับ"

"อ้าวน้อง น้อง....."

ผมไม่ฟังเสียงเรียกของใครทั้งนั้น ทันทีที่หันหลังจากห้องพี่กรน้ำตาผมก็ร่วงพรูคำถามที่คั่งค้างในใจ กลับไม่สำคัญเท่ากับภาพที่ผมเห็นเมื่อครู่ ผมคงไม่ต้องอธิบายว่าผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องแบบนี้ มันจะมีอะไรอย่างอื่นอีก

แล้วยิ่งผมโทรไปพี่กรก็ปิดเครื่อง มันคงเป็นเครื่องยืนยันแน่ชัดแล้วว่า คำตอบใดๆ ก็ไม่สำคัญเท่ากับคำตอบที่ผมเห็นด้วยตา พี่กรมีแฟนของเขาที่มันคงเกินสถานะแฟนแล้ว

มันไม่จำเป็นอีกเลยที่ผมจะต้องเอาคำตอบใดๆ จากพี่กรอีก

......ตกเย็นผมโทรนัดมาร์ชให้มาอยู่เป็นเพื่อนที่ห้อง ด้วยความเสียใจอะไรหลายๆ อย่าง มาร์ชคงเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมคลายความทุกข์เหล่านั้นทิ้งเสีย

"เป็นอะไรอ้วน? "

ทันทีที่มาร์ชมาถึงผมตรงเข้าไปกอดมาร์ช แล้วร้องไห้พรั่งพรูออกมา แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะเล่าให้มาร์ชฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น มาร์ชไม่ได้เซ้าซี้อะไรผม มาร์ชทำหน้าที่ปลอบผมจนผมเริ่มนิ่งสงบ มีสติมากขึ้นบวกกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ของผู้ชายตรงหน้าผม ผมควรจะเลิกคิด เลิกติดต่อกับพี่กร เพราะนั่นมันคือโลกแห่งความฝัน แต่ผมต้องใช้ชีวิตในโลกความจริงสิ โลกที่มีมาร์ชเป็นคนที่อยู่เคียงข้างผม แล้วพี่กรเขาก็เป็นผู้ชายทั้งแท่ง ไม่มีวันที่เขาจะมาสนใจผม และถ้าผมยังอยากมีเขาเป็นพี่ชาย ผมต้องไม่แสดงความรู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกที่ดื้อด้านไม่ยอมฟังสมอง ผมรักมาร์ช ผมต้องรักมาร์ชคนเดียวเท่านั้น

ผมมองหน้ามาร์ชอย่างจริงจัง ประกอบกับความคิดที่ว่าผมต้องรักมาร์ชคนเดียวเท่านั้น ผมเลยพุ่งตัวเข้าไปประทับรอยจูบกับมาร์ชอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน เราสองคนแลกลิ้นกันความสุขปนความเศร้าเป็นเช่นไร ผมก็เพิ่งเคยได้สัมผัสก็วันนี้ มาร์ชดันตัวผมลงไปนอนกับเตียง มาร์ชเริ่มไซร้ซอกคอผม มือผมลูบคลำไปที่อาวุธลับของมาร์ช เช่นเดียวกันกับมาร์ชที่ใช้มือปลดกางเกงของผม มาร์ชจูบผมอย่างเร่าร้อนมากยิ่งขึ้น มาร์ชใช้มือของเขาลูบคลำมังกรน้อยของผมจนมันตื่นตัว สู้มือกับมาร์ช ผมเอามือปลดตะขอกางเกงของมาร์ชบ้าง อาวุธของมาร์ชกำลังแข็งตัวสู้มือผม ผมไม่รอช้า เอามือล้วงเข้าไปในกางเกงในของมาร์ช มือผมสัมผัสกับเส้นขนบริเวณลำควE มันดูหนาทึบมากทีเดียว ผมได้จังหวะจับมังกรของมาร์ชเต็มมือ เต็มมือเลยครับ มังกรมาร์ชกับผมขนาดพอ ๆ กันคือเต็มมือพอดี มาร์ชก็เอามือมันเข้ามารูดเจ้ามังกร ขึ้นๆ ลงๆ แล้วเราสองคนก็ถอดกางเกงอันเป็นอุปสรรคของเราออก

"เค้ารักหมูอ้วนมากๆ นะ"

"เค้าก็รักลิงลมนะ"

บทสวาทได้เริ่มต้นขึ้น มาร์ชประโลมจูบผมอย่างไม่หยุดยั้ง อารมณ์ผมกระเจิดกระเจิง มาร์ชถอดเสื้อตัวเองออก ผมก็เพิ่งรู้ว่ามาร์ชเล่นกล้ามเหมือนกัน หุ่นมาร์ชถึงจะไม่ดีมากแต่ก็น่าฟัดน่ากัดน่ากอดอยู่ทีเดียว ผมใช้ลิ้นเลียหัวนมมาร์ชจนมันตั้งชัน ได้ทีผมบ้าง ผมพลิกตัวไปอยู่บนตัวมาร์ช ผมลูบไล้โลมเลีย มาร์ชไปทั้งตัว แล้วทำการออรัลเซ็กซ์ให้มาร์ช ถึงเราเคยคบกันเเล้ว แต่นี่คือการมีอะไรกันครั้งแรกของผมกับมัน ผมใช้ปากทำออรัลเซ็กซ์ให้มันจนมันครางออกมาไม่หยุด

"เสียวววจังงงง อ่อออ อ่าา อือออ"

ยิ่งมีเสียงครางมาเร้าอารมณ์ ผมก็ยิ่งเพิ่มความเร่าร้อนมากยิ่งขึ้น ผมใช้มือชักว่าวให้มาร์ชไปด้วย แล้วเลียอาวุธลับของมาร์ชดูท่าทาง ลิงลมของผมจะชอบให้ผมทำแบบนี้

"อ่อ อ อืออ เสียววววว ชอบบบจังง ดูดแรงๆ เลยอ้วนน อ่าาาา อ่อออ"

ผมดูดเจ้ามังกรให้มัน จนมันทนไม่ไหว มาร์ชกระดกตัวรับกับปากของผม อย่างเป็นจังหวะ อีกมือหนึ่งของผมก็ชักว่าว ของตัวเองไปด้วย

"อ่ออ จะะแตกกก แล้วววนะ อ่ออออ อ่าาาาสสส์! ฿:@¥! ,$] ! <\¥! {^€$'"

น้ำรักของมาร์ชพุ่งใส่ปากผม พอดีกับจังหวะน้ำรักของผมพุ่งใส่ตัวมาร์ช เราสองคนเสร็จพร้อมกัน ผมกลืนน้ำรักที่หวานลิ้นของมาร์ชจนหมดและใล้ลิ้นทำความสะอาดมังกรน้อยของมาร์ช มาร์ชดึงตัวผมขึ้นไปจูบอย่างแผ่วเบา

"ลิงลมรักหมูอ้วนนะ อยู่กันอย่างนี้นานๆ นะ"

"เค้าก็รักแกไอ้ลิงลม"

"โอ๊ยยย!!!! "

ผมแกล้งเอามือบีบที่หัวอาวุธลับของมาร์ช ทำเอาเจ้าตัวร้องตกใจขึ้นมาทันควัน เราสองคนลุกไปล้างตัวในห้องน้ำ มาร์ช ดันตัวผมเข้ากับผนังห้องน้ำ แล้วประกบปากจูบผมอีกรอบ ผมรู้ทันว่ามันคิดอะไรอยู่ ผมเหยียบเท้ามัน จนมันร้องเสียงหลง

"หยุดเลย! รู้นะคิดไรอยู่ "

"รู้ดีนักน่ะ!! เดี๋ยวคืนนี้จะลักหลับ!!! "

"ลองดิ ถ้าทำอะไรเค้านะ!!! จะตัดให้เป็ดกิน!!! "

"เห้ย ตัดไปเดี๋ยวจะเสียใจนะจ๊ะที่ร๊ากกก"

หน้าตายียวนกวนประสาทของมาร์ช มันเป็นหน้าตาที่ทำให้ผมลืมความทุกข์ทุกสิ่ง

ไปได้เลย เราล้างตัวกันเสร็จ ก็พากันมานอน มาร์ชนอนกอดผมอย่างอบอุ่น ผมนอนหนุนแขนมาร์ช ความสุขในวันนี้ ทำให้ความทุกข์มลายหายไป ต่อไปนี้ผมจะต้องรักมาร์ช รักมาร์ชคนเดียวเท่านั้น




ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 7

เช้านี้เป็นเช้าที่อบอุ่น อ้อมกอดของมาร์ชยังคงโอบตัวผมไว้ไม่ห่างกาย ผมอดที่จะยื่นหน้าเข้าไปจูบมาร์ชไม่ได้ จูบนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตัว

"morning kiss นะลิงลม"

"morning kiss ค้าฟฟหมูอ้วน"

มาร์ชกระชับกอดให้แน่นขึ้น สองตาประสานกัน สัมผัสได้ถึงความรักที่ต่างฝ่ายต่างมีให้ เราสองคนมีแพลนกันว่าวันนี้จะชวนเพื่อนๆ ไปหาที่เรียนพิเศษแถวๆ สยาม เพราะอีกไม่ถึงเดือนพวกเราก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้ว เรานัดกันกับเพื่อนๆ ที่ BTS สยาม ว่าจะสมัครคอร์สติวสอบเน้นๆ

"โอ้ยย สมองกูก็มีแค่นี้จะเอาอะไรมายัดหัวกูนักหนา"

"แหมอีเจต เอาความรู้ยัดใส่กบาลทำเป็นบ่น ทีเวลาเอาไอ้เจ้ามังกรยัดตูดไม่เห็นบ่นบ้างวะ"

"เอ๊ะ อีนี่ก็มันไม่เหมือนกัน มึงลองให้ผัวมึงยัดสิ"

"อีดอก กูไม่คันเหมือนมึงนะ" พูดไปไม่อายปาก 555 ก็เมื่อคืนเต็มปากผมเลยนี่คับ

มาร์ชก็หันมายิ้มกับผม พวกเราเดินหาที่เรียนกันเสร็จ ก็เดินเล่นสยามต่อ ระหว่างทางสายตาเหยี่ยวอย่างผมก็ไปสะดุดกับ ผู้หญิงคนหนึ่ง!!! ยืนอยูีตรงทางเดินเข้าห้องน้ำ นี่มันแฟนพี่กรนี่หว่า พี่กรต้องมาด้วยแน่ๆ เลย ผมพยายามเดินเลี่ยงไป ไม่เดินไปตรงนั้น แต่??? คนที่เดินออกมาจากห้องน้ำ ใช่พี่กรนะสิคับ เขาเป็นใครผมก็ไม่รู้ แต่ดูดีมีฐานะ อายุน่าจะราวๆ เดียวกันกับผู้หญิงคนนั้น เขาสองคนเดินจับมือกัน โอ้วววว ไม่นะนี่พี่กรโดนสวมเขาเหรอเนี่ยย ไม่ได้การละ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมหาจังหวะถ่ายรูปเขาสองคนไว้เป็นหลักฐาน

"แกต้องรักมาร์ชคนเดียวเท่านั้น "

ความคิดหนึ่งพุ่งเข้ามาใสหัวผม แต่นี่ผมแค่จะทำให้พี่ชายผมตาสว่างนะ ภาพพี่กรกับผู้หญิงคนนี้แวบเข้ามาในหัวผม ภาพที่เขาถ่ายรูปคู่กัน ภาพที่เขาอยู่ในห้องด้วยกัน

"ไม่สิ พี่กรคงรักแฟนเขามาก ถ้าเขารู้ เขาต้องเสียใจไม่ใช่น้อย"

"แต่แกจะปล่อยให้พี่กรโดนสวมเขาเนี่ยนะ"

"บุญทำกรรมแต่งวะ สักวันพี่กรคงรู้ด้วยตัวเอง"

ผมเถียงกับตัวเองอยู่พักใหญ่ จนได้ข้อสรุปว่าปล่อยเขาไป สักวันพี่กรคงจะรู้เอง แอบสงสารพี่กรอยู่เหมือนกัน แต่จะทำยังไงได้ เพราะผมไม่อยากเห็นพี่กรเสียใจ ขอให้พี่โชคดีนะพี่กร บางทีถ้าพี่รักและดูแลเขามากๆ เขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

"ขอให้พี่รักกันมากๆ นะพี่กร ขอให้พี่เปลี่ยนใจผู้หญิงคนนี้ได้ น้องขอให้พี่โชคดี"

ความคิดสุดท้ายที่ผมอยากจะส่งไปให้ถึงพี่กรในตอนนี้ ถึงแม้มันจะไม่ถึง แต่ผมก็ภาวนาขอให้ความรักของพี่กรเป็นแบบนั้น พี่ทำได้อยู่แล้วหน่ะ ผมเชื่อในตัวพี่

เราแยกย้ายกันกลับมาร์ชมาส่งผมที่หอตามเคยแล้วนั่งรถกลับบ้านไป ผมเดินขึ้นหออย่างวิตกเรื่องพี่กร แต่ไม่สิ เราต้องไม่ก้าวก่ายชีวิตพี่เขาเพราะยังไงเราก็อยากให้เขาเป็นพี่ชายของเราต่อไป ผมคิดได้อย่างนั้นก็ทำให้ผมหยุดคิดเรื่องพี่กรได้ ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเมื่อยล้า ก็เล่นเดินสยามกันเกือบทั้งวัน ผมคล้อยหลับไป

สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

.....คนมีความรักมักจะดูเด็กลงไปนิดนึง คนมีความรักมักจะไม่ทำหน้าตาบึ้งตึง.....

"ฮัลโหล ใครคับ? ". ผมคว้าโทรศัพท์มาทั้งๆ ที่ตายังหลับอยู่

"นี่ใช่ญาติของคุณกฤษกร หรือเปล่าคับ"

"อ๋อ เป็นรุ่นน้องครับ มีอะไรเหรอครับ"

"ตอนนี้คุณกฤษกร ประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ทางเจ้าหน้าที่กำลังนำตัวส่ง

โรงพยายาลครับ"

พี่กร!!

เมื่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยผมก็ตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาลทันที ตอนนี้พี่กรอยู่ในห้องฉุกเฉิน พี่กอล์ฟเพื่อนพี่กรตามมาติดๆ พี่กอล์ฟเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่พี่กรจะประสบอุบัติเหตุ พี่กรโทรมาคุยเรื่องแฟนของเขา ว่าแฟนเขาไปมีคนอื่น แล้วเขาเพิ่งจะรู้ คุยได้สักพักก็ได้ยินเสียงแตรรถดังขึ้นแล้วสายก็ตัดไป ตำรวจพยายามติดต่อพี่กอล์ฟแล้วแต่ติดต่อไม่ได้เบอร์ถัดมาเลยเป็นเบอร์ผม

"แบงค์ กรเป็นไงบ้าง"

"หมอยังไม่ออกมาเลยพี่กอล์ฟ"

ไม่นานนักนายเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ผมและพี่กอล์ฟรีบตรงเข้าไปถามหมอคนนั้น

"หมอคะ เพื่อนหนูเป็นไงบ้างคะ"

"ญาติคนไข้ไม่ได้มาด้วยเหรอครับ"

"เขากำลังรีบเดินทางมาค่ะ หมอ เพื่อนหนูเป็นไงบ้าง"

"หมอขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ คนไข้...เสียชีวิตเเล้วครับ"

เสียชีวิต!!

ผมทรุดตัวลงไปกับพื้น น้ำตาพรั่งพรูออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ การสูญเสียพี่ชายคนนี้ มันไม่ใช่การสูญเสียธรรมดา แต่มันคือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ที่ผมไม่เคยจะเตรียมใจรับมันมาก่อน มันไม่จริงใช่ไหม ทำไมมันช่างรวดเร็วปานนี้ ผมยังไม่ได้มีโอกาสขอโทษ หรือพูดกับพี่กรสักคำ ตั้งแต่กลับมาจากชะอำ คำถามที่ผมไม่อยากได้คำตอบ แต่มันก็คงเป็นความค้างคาใจสุดท้าย ที่ผมควรจะรู้ แต่ตอนนี้....ทุกอย่างมันสายเกินไปเสียเเล้ว พี่กร.....





บรรยากาศเงียบสงบ เสียงลมกระทบต้นไม้สร้างอารมณ์หดหู่ภายในใจ ใบไม้พากันผลิใบร่วงหล่นลงพื้น รอบกายมองเห็นผู้คนใส่ชุดดำ ไว้อาลัยใหักับการจากไปของพี่กร หลังจากเสร็จงานศพ ผมกลับมาที่ห้อง ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ปล่อยให้มันไหลโฮออกมาจากตาของข้าง การสูญเสียที่ไม่มีวันหวนกลับ หลายสิ่งหลายอย่างที่ผมยังไม่เคยพูดกับพี่กร มันก็ยังคงอยู่ในใจผมไม่มีวันเปลี่ยน

"พี่กร ไม่ว่าตอนนี้พี่กรจะอยู่ที่ไหน แบงค์อยากให้พี่กรรู้ ว่าแบงค์รักพี่กร"

ผมเอ่ยความรู้สึกลึกๆ ที่ผมอยากจะบอกพี่กร ถึงแม้ตอนนี้มันจะสายไปเสียแล้ว

ภาพเก่าๆ ของพี่กรผุดขึ้นมาในสมองผม รอยยิ้มที่ทำให้ผมมีความสุข ความห่วงใยต่างๆ ที่พี่กรเคยทำไว้กับผม รวมถึงคำถามที่ผมไม่ได้ถามหลายๆ อย่าง วันนี้ผมจะเก็บมันไว้ในหัวใจ ตราบนานแสนนาน







ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูที่คุ้นเคย นี่ผมฝันไปอีกแล้วใช่ไหมเนี่ยย! ไอ้แบงค์เอ๊ยฝันอะไรไม่เข้า

ท่าพี่กรยังไม่ตายสักหน่อย เห้ออออ พี่กรจะตายได้ยังไงจริงไหม

"....."

อ้าว ไหนพี่กรละ ผมมองซ้ายมองขวาแต่กลับไม่พบใคร มีแต่สมุดโน๊ตสีน้ำตาลเล่มหนึ่งวางไว้หน้าประตูห้อง ใครเอามาวางไว้ตรงนี้

ผมหยิบสมุดโน๊ตเข้ามาในห้อง ด้วยความสงสัยผมเลยเปิดอ่าน สมุดโน๊ตเล่มนั้นดูจะเป็นเหมือนสมุดไดอารี่ของใครคนหนึ่ง

พี่กร! ไดอารี่เล่มนี้ เป็นไดอารี่ของพี่กร ผมจำลายมือเดือนคณะคนนี้ได้ขึ้นใจ ในไดอารี่เขียนบันทึกการเดินทางเวลาไปเที่ยว มีรูปวาดทิวทัศน์ต่างๆ มีแสตมป์ มีภาพถ่ายจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มีกิจกรรมตารางเรียนของพี่เขา ผมเปิดอ่านไปจนถึงหน้าสุดท้าย จนเจออะไรบางอย่าง ด้วยสิ่งๆ นี้ที่ทำให้ผมประหลาดใจ เพราะสิ่งนั้นคือรูปของผม เหมือนเป็นรูปแอบถ่าย ถ้าผมเดาไม่ผิดมันคงจะเป็นรูปตอนที่ผมเพิ่งลงมากรุงเทพใหม่ๆ และที่สำคัญข้างหลังภาพใบนั้นมีข้อความเขียนสั้นๆ ว่า

"พี่ชอบเรานะแบงค์"

ไม่นะผมกำลังฝันใช่ไหม พี่กรยังไม่ตาย พี่กรมาสารภาพรักผม เขาต้องอยู่แถวนี้ผมเปิดประตูออกไป ร้องไห้ตามหาพี่กร มันคือเรื่องจริงใช่ไหมที่พี่กรชอบผม?

"พี่กร พี่กรอยู่ไหนที่ไหนพี่ พี่กร ออกมาสิพี่กร แบงค์รักพี่นะพี่กร พี่กร "



"พี่กร!!! "

ผมสะดุ้งตื่น อย่างตกใจ และรู้สึกใจหาย นี่ผมฝันไปจริงๆ ใช่ไหม ผมหยิบโทรศัพท์จะโทรหาพี่ชายที่แสนดีของผม แต่ "ไดอารี่สีน้ำตาล" มันวางอยู่บนเตียงผมได้ยังไง

ผมรีบเปิดไปที่หน้าสุดท้าย "รูปผม" และข้างหลังภาพก็มีข้อความว่า "พี่ชอบแบงค์นะ"

ผมกอดไดอารี่เล่มนั้นร้องไห้ปานจะขาดใจ ผมคงไม่ได้ฝันไป จริงๆ พี่กรมาลาผม พร้อมกับไขข้อข้องใจที่ผมสงสัยมาทั้งหมด ถึงแม้มันจะสายไปก็ตาม

"พี่กร พี่อย่าทิ้งเเบงค์ไป กลับมานะพี่กร พี่กร"

.....ความรัก บางทีก็มาถูกที่ผิดเวลา และ กามเทพ ก็มักจะเล่นตลกกับหัวใจคนเราอยู่เสมอ การที่เรารักใครสักคน เมื่อเชื่อในรักแล้ว ก็อย่าปล่อยให้คำว่ารักมันติดอยู่กับตัวเราจนถึงวันที่มันสายเกินไป ถ้ามีโอกาสที่จะเผยความในใจ อย่ากลัวความอย่าให้เป็นเหมือนผมกับพี่กร ถึงแม้วันนี้เราสองคนจะอยู่กันคนละโลกเเต่เชื่อเถอะครับ ว่า "กว่าจะถึง"รัก" มันมักจะมีอะไรมาขวางกั้นอยู่เสมอ ขอให้เชื่อในรักแล้วทำตามเสียงหัวใจของตน บางทีอะไรๆ มันอาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ถึงเราสองคนจะยังไม่ทันได้ใช้เวลาไปกับ "ความรักของเรา" แต่เราก็ยังคงมีความรักนั้นที่เบิกบานอยู่เต็มหัวใจ และจะไม่เลือนหายไปตลอดกาล

...............คืนอาจจะหมุนผ่าน วันอาจจะหมุนเวียน..............

บางสิ่งยังเหมือนเก่า บางอย่างยังไม่เปลี่ยน จากวันที่พบกัน

...............ภาพตอนที่ฝนพรำ ภาพยามดอกไม้บาน...........

ภาพรอยยิ้มของเธอ ความสุขทุกๆ อย่าง ยังเก็บมันเอาไว้

..........เก็บอยู่ในหัวใจของฉัน เก็บคืนวันงดงามที่มี.........

.....:จดจำทุกชั่วโมงที่ดี นาทีที่เราสองคน ได้สบตากัน......

เก็บอยู่ในหัวใจดวงนี้ เก็บภาพเธอคนดี ตราบนานจนแสนนาน

.....:...ไว้อยู่เคียงข้างใจ ในค่ำคืนและวัน ที่ฉันขาดเธอ.......

...........:::ถึงอยู่เพียงผู้เดียว นับต่อจากนี้ไป.......

ฟ้าอาจจะไร้ดาว หนาวเหน็บสักเท่าไหร่ แต่ใจจะไม่เหงา

..........เก็บอยู่ในหัวใจของฉัน เก็บคืนวันงดงามที่มี.........

.....:จดจำทุกชั่วโมงที่ดี นาทีที่เราสองคน ได้สบตากัน......

เก็บอยู่ในหัวใจดวงนี้ เก็บภาพเธอคนดี ตราบนานจนแสนนาน

.....:...ไว้อยู่เคียงข้างใจ ในค่ำคืนและวัน ที่ฉันขาดเธอ.....

......"ไว้อยู่เคียงข้างใจ ไว้เตือนคืนและวัน ที่ฉันเคยมีเธอ"......

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 8

ผมเขียนข้อความทั้งหมดลงในไดอารี่สีน้ำตาลเล่มนั้นของพี่กร แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก และผมก็คล้อยหลับไป

สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

.....คนมีความรักมักจะดูเด็กลงไปนิดนึง คนมีความรักมักจะไม่ทำหน้าตาบึ้งตึง.....

"ฮัลโหล ใครคับ ". ผมคว้าโทรศัพท์มาทั้งๆ ที่ตายังหลับอยู่

"นี่ใช่ญาติของคุณกฤษกร หรือเปล่าคับ"

"เหี้ยยยยยย"

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ! นี่กูฝันเหี้ยอะไรเนี่ยยย เดจาวูชัดๆ หรือ ไม่ก็ฝันซ้อนฝันซ้อนโคตรฝัน นี่ผมเก็บเรื่องแฟนพี่กรมีกิ๊ก ผสม กับเรื่องที่ผมสงสัยว่าพี่กรไปหาผมทำไมถึงชะอำมาแต่งเป็นตุเป็นตะได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยยยย บ้า บ้าไปแล้ว ผมผยิกเนื้อตัวเองให้รู้สึกเจ็บ ใช่เลยผมรู้สึก รู้สึกว่าผมตื่นจากฝันสักที และนี่ก็ไม่ใช่ฝัน ผมดูนาฬิกาตอนนี้ จะหกโมงเช้าอยู่แล้ว นี่ผมฝันอะไรไปเนี่ยย แต่โบราณว่าไว้ ฝันว่าคนตาย จะเป็นการต่ออายุให้กับคนที่ฝันถึง อายุยืนร้อยปีนะพี่กร

.....คนมีความรักมักจะดูเด็กลงไปนิดนึง คนมีความรักมักจะไม่ทำหน้าตาบึ้งตึง.....

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมชักผวากับเสียงโทรศัพท์ตัวเองแล้วสิครับ 

"ทำไมไม่รับโทรศัพท์เลยอ้วน"

"เค้าขอโทษน้าาาลิงลม เมื่อวานเพลียๆ เค้าหลับไม่รู้เรื่องไรเลย"

"เค้าก็เป็นห่วง นึกว่าเป็นอะไรไป"

"เปล่าๆ เค้าหลับจริงๆ "

"แล้ววันนี้ ว่างไหม ไปดูหนังกันป่าว"

"ก็...ว่างนะ ไปดิ แต่ขอเค้าอาบน้ำก่อนนะ"

"เดี๋ยวไปอาบให้เปล่า"

"หยุดความคิดไว้ตรงนั้นเลยไอ้บ้า ไปละนะ อาบน้ำก่อน"

"โอเค โอเค งั้นเดี๋ยวเค้าไปรับนะตัว ประมานเที่ยงๆ โอเคป่าว"

"ได้ๆ แล้วเจอกัน"

ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ แต่นี่มันเพิ่งจะ10โมงเองนะ นัดไว้ตั้งเที่ยง

ผมมองไปเห็นโมบายแขวนที่ซื้อมาเป็นของฝากจากชะอำให้พี่กร

เวลาก็ยังเหลือเอาไปให้พี่กรเลยดีกว่า แต่เขาจะอยู่กับแฟนเขาไหมนะ

ถ้าเจอเขาอยู่ด้วยกันอีก เราจะเป็นยังไง แต่ถ้าอยากมีพี่ชายเป็น

พี่กรอยู่ ก็ห้ามแสดงออกว่าคิดอะไรกับพี่กรเกินกว่าพี่น้อง เด็ดขาด!!!

เรามีคนรักของเรา เขาก็มีคนรักของเขา บางทีฟ้าอาจจะส่งพี่กร

มาเป็นพี่ชายผมจริงๆ ก็ได้ เอาเถอะเป็นพี่น้องอยู่กันยืดยาวกว่าเป็นแฟนกันอีก^^!

วันนี้วันเสาร์ พี่กรน่าจะอยู่ห้องนะ! ผมไปหาพี่กรที่คอนโด ผมเคาะประตูเรียกพี่ชายของผม พี่กรเดินออกมาเปิดประตู แต่ดูสีหน้าท่าทางไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก

"อ่ะ ของฝากจากชะอำ" ผมยื่นโมบายเปลือกหอยให้พี่กร

"ขอบใจ"

พี่กรดูเหมือนไม่เต็มใจพูดกับผม ใช้น้ำเสียงแข็งกระด้าง

แล้วยังปิดประตูใส่ผมอีก ผมเอามือดันประตูไว้

"เดี๋ยวดิพี่ พี่กรเป็นอะไร"

"ป่าว"

"ไม่เชื่อ พี่กรมีอะไรป่าว"

"ป่าว"

"โกรธแบงค์เหรอ"

"ป่าว"

"พึ่กร จะพูดอยู่คำเดียวใช่ปะ"

"มีอะไร"

"........."

"ถ้าไม่มีก็กลับไป"

พี่กรดันประตูเพื่อที่จะปิด เป็นจังหวะเดียวกันที่ผมเอามือดันประตูไว้

แล้วเป็นไงเหรอคับ ประตูก็หนีบมือผมดิ โคตรเจ็บเลยย

"โอ๊ย!!"

"เป็นไรป่าว ไหนมาดูดิ"

พี่กรจับมือผมขึ้นมาดูอย่างห่วงใย น้ำเสียงที่แข็งกระด้างเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนในทันที

"เจ็บไหม"

"ก็เจ็บนะดิ ถามได้ ลองมาโดนไหมละ โอ๊ยย..."

"พี่ขอโทษๆๆ ไปนั่งในห้องก่อน"

ถ้ารู้ตัวว่าเจ็บแล้วพี่กรหายโกรธนะ เเกล้งตกบันใดก็สิ้นเรื่อง

แต่นี่เสือกเจ็บจริงอีก โอ๊ยยยย..... พี่กรเอายาแก้ปวดมาทาให้ผม ครั้งแรกเลยที่พี่กร

จับมือผมเต็มๆ ขนาดนี้ มือพี่กรนุ่มเหมือนมือผู้หญิง แต่แม่งเสือกเป็นผู้ชายไงประเด็น

"ค่อยยังชั่วขึ้นไหม"

"อือ ก็ดีขึ้น"

"พี่ขอโทษนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจ"

"อือ ไม่เป็นไร แต่ตอบแบงค์ก่อนได้ไหม ว่าเมื่อกี้พี่เป็นอะไร? "

"ช่างมันเถอะน่าาา แล้วนี่กลับมาวันไหน"

"แหม เปลี่ยนเรื่องเร็วจังนะ เออๆๆ ช่างมันก็ช่างมัน แบงค์กลับมา2วันเเล้วละ

จริงๆ จะเอามาฝากตั้งแต่วันนั้นแล้ว แต่พี่คงติดภารกิจอยู่"

"ภารกิจ ภารกิจอะไร"

"ก็ภารกิจเจาะไข่แดงแฟนพี่ไง"

"แฟน"

"อย่ามาตีหน้าเนียนพี่กร วันนั้นเเบงค์มาหาพี่ที่ห้อง แฟนพี่เขามาเปิดประตูให้

แล้วเขาก็บอกว่าพี่นอนอยู่ในห้อง ผู้ชายผู้หญิงนอนด้วยกัน มานอนกดไอโฟนเล่นมั้ง!!! "

"ทะลึ่งละ พี่ไม่ใช่เรานะ"

"อะไร ไม่ใช่แบงค์ หมายความว่าไง "

"ป๊าวววว"

"ไม่ต้องลากเสียงสูงเลยนะ บอกมาพี่กร หมายความว่าไง?? "

.....คนมีความรักมักจะดูเด็กลงไปนิดนึง คนมีความรักมักจะไม่ทำหน้าตาบึ้งตึง.....

ใครโทรมาขัดจังหวะอีกฟร่ะ

"อ้วน เค้าถึงแล้วนะ อ้วนอยู่ไหน"

"อ้าวทำไมถึงเร็วจังนัดเที่ยงไม่ใช่หรอ"

"ก็เค้าทนคิดถึง หมูน้อยของเค้าไม่ได้นี่หน่า"

"เว่อร์แล๊ววว  โอเคๆ รออยู่ใต้ตึกนะ เดี๋ยวเค้าเดินไปหา"

"รีบๆ มานะ จุ๊บ"

"ค๊าฟฟฟฟฟ"

เว่อร์เหลือเกินแฟนใครวะเนี่ยยย!!!

"แฟนโทรมาตามอดิ"

"เห้ยย!!! แสนรู้ รู้ได้ไงว่าน้องมีแฟน "

"ช่างมันเถอะ รูัก็แล้วกัน รีบไปไป เดี๋ยวแฟนจะรอนาน"

"ค๊าฟผม แล้ววันหลังจะมาใหม่นะ"

"อือๆ บายๆ ให้พี่ไปส่งไหม"

"ไม่เป็นไร แบงค์ไปเองได้ บ๊ายๆๆ คับ"

ผมลาพี่กรแล้วเดินออกมาจากคอนโด "พี่ชายที่แสนดี" เจ็บมือชิบหายเลย แต่ก็ถือว่า ความคิดเริ่มต้นของความเป็นพี่น้องอย่างจริงจังของผม ไปได้สวยเลยทีเดียววววว





KORN PART.

ทันที่ที่น้องแบงค์ ก้าวออกจากห้องไป ผมได้แต่ถามตัวเองว่าที่ทำไปเมื่อกี้ มึงทำเหี้ยไร? ทำไมต้องเย็นชาใส่น้อง จนน้องต้องเจ็บตัว แล้ววันนั้นน้องมาหาผม?? น้องมาหาผมทำไม?? แค่เอาของฝากมาให้จริงๆ หรือ?? หรือน้องจะรู้แล้วว่าผมชอบเขา เพื่อนๆ ของแบงค์คงบอกแบงค์แน่เลยว่า ผมรู้สึกยังไงกับน้องเขา!!!! แล้วที่แย่ไปกว่านั้น น้องเข้าใจผิดคิดว่าผมกับน้ำข้าวมีอะไรกัน ไอ้เด็กน้อยเอ๊ย! คิดไปเรื่อย แต่ท่าทางที่น้องมาหาผมวันนี้ ไม่มีท่าทีว่าน้องจะสนใจผมบ้างเลย ถ้าเพื่อนของน้องบอกความในใจผมไปแล้ว วันนี้ที่น้องมาหาผม คงเพราะจะมาให้คำตอบผม คำตอบสำหรับความเป็น "พี่น้อง"

"ไอ้กรเอ้ยย น้องเขามีแฟนแล้ว อย่าลืมดิวะ"

ผมเตือนตัวเองว่าความจริงมันคืออะไร แล้วถ้าน้องมีใจให้ผม วันนี้เขาคงต้องพูดอะไรบ้างแหละ แต่ไม่เป็นไรคับ ผมขอเป็นแคีพี่ชาย ที่ได้คอยเป็นห่วงและดูแลน้องแบงค์ก็พอแล้ว

วันนี้น้ำข้าวมาหาผมที่ห้อง. มันเอาผลไม้มาเยี่ยมผม ก็ผมเพิ่งหายป่วยนี่ครับ 

"อะไรนะ นี่ไอ้วันที่แกนอนป่วยจะเป็นจะตาย ที่น้องมาหา

น้องเขาคิดได้ ว่าฉันกับแกมีอะไรกัน บ้าบ้าไปแล้วว "

"น้องเขาเข้าใจผิด ว่ามึงกับกูอะเป็นแฟนกัน!!!! "

"ไอ้กร แกรีบไปอธิบายให้น้องฟังเลยนะ นี่ถ้าวันไหนฉันคบกับแก มีหวังโลกแตก "

"ว่าแต่วันนั้น น้องพูดอะไรกับมึงบ้างปะ? "

"ก็ไม่นะ น้องเขามาหาแก แล้วก็ถามฉัน ว่าพี่กรอยู่ไหม ฉันก็บอกไปว่าแกนอนอยู่ แล้วน้องก็เดินไปเลย ฉันเรียกก็ไม่หัน"

"เหรอ.... สงสัยน้องคงแค่เอาของฝากมาให้จริงๆ มั้ง"

"แก แกอย่าคิดมากนะเว้ย การเห็นคนที่เรารักมีความสุข

นั้นก็คือความสุขของเราเเล้ว นี่ต่างหากที่เรียกว่ารัก"

"บ้า กูไม่ได้คิดมากแล้ว กูตัดสินใจแล้วว่ากูกะน้องเขา เป็นพี่น้องกันดีที่สุด"

"เออๆๆ ถ้าแกคิดได้แบบนั้นจริงๆ มันก็ดี จะสอบแล้วเลิกว้าวุ่นได้แล้ว

เออนี่! แล้วผลไม้ก็กินซะนะ ไม่ใช่วางทิ้งไว้ จะได้หายโทรมแบบนี้สักที

ฉันไปละ มีไรโทรมาละกัน"

"เออๆๆ ขอบใจมาก เดี๋ยวกูไปส่ง"

ผมเดินลงมาส่งน้ำข้าว แล้วเเวะกินก๋วยเตี๋ยวร้านประจำ นั่งกินไปก็คิดถึงไอ้เด็กม.ปลายไป ว่าแต่นี่ก็ใกล้สอบแอดมิชชั่นแล้ว น้องจะอ่านหนังสือยังวะ ว่าไปผมก็ยังไม่ได้อ่านนี่หว่า เอ็นดูเขา เอ็นเราขาดจริงๆ ไอ้กร ผมนั่งกินก๋วยเตี๋ยวไปพลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย คิดไปแล้ว ถ้าผมทำตัวเหมือนเดิม ไม่มัวมานั่งกังวล

ถึงสถานะ"คนแอบรัก" แล้วทำตัวให้เป็นพี่ชายเหมือนเดิม แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว

ผมกลับมาที่ห้อง นั่งส่องเฟสน้องยันดึก โคตรโรคจิตเลยวะ ผมนั่งมองดูโมบายแขวนที่น้องซื้อมาให้ ก็อดอมยิ้มไม่ได้

"ขอบคุณนะ เด็กน้อย"

เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้น หน้าจอโชว์รูปเด็กม.ปลายคนนี้ 555

ตายยากจริงๆ พอนึกถึงก็โทรมาเลย

"ว่าไงครับ "

"พี่กร พรุ่งนี้แบงค์ไปติวกับพี่กรนะ อาทิตย์หน้าจะสอบแล้ว"

"มาดิ อยากมาตอนไหนก็มาเลย"

"ไปตอนพี่หลับได้ปะ"

"มาได้ แต่ติวกับผีก็แล้วกัน "

"ล้อเล่น คงไปสายๆ อะ รอตื่นก่อน"

"โอเคคับ เดี๋ยวพี่เตรียมหนังสือไว้ให้"

"ขอบคุณคร้าฟฟ งั้นแค่นี้นะ ฝันดี"

"แบงค์"

"ว่า"

"คือพี่ เอ่อออ พี่....."

"มีอะไรป่าว"

"เอ่ออ...พี่ขอโทษนะ เมื่อเช้าอะ"

"โธ่!! ก็นึกว่าอะไร ไม่เป็นไร ไม่ยกโทษให้"

"อ้าว"

"ก็ไม่รู้ละ ไม่ยกโทษ ไว้พรุ่งนี้ ค่อยง้อให้หายละกัน"

"มีง้อด้วยโว้ย"

"ง้อดิ ไม่งั้นไม่ยกโทษนะ คร้าฟฟ พี่กร"

"ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่ยกโทษ ก็ไม่ง้อ"

"อ๊าว! ไหงงั้น"

"ไม่รู้ละ ไม่ยกโทษ ก็ไม่ง้อ ฝันดีนะครับ น้องแบงค์ แล้วเจอกัน บายๆๆ"

"เดี๋ยวววววว"

"อะไรคับ"

"ฝันดี ผีกัดตูด"

"เดี๋ยวเถอะ"

"ไปนอนละนะ ฝันดี ฝันดีๆ "

"คับผม บาย"

เสียงสดใสน่ารักของน้องแบงค์ ทำให้ผมมีความสุขในทุกครั้ง ขอบคุณนะน้องชาย

เห็นไหมว่าเราสองคน ก็เป็นพี่น้องกันได้เหมือนเดิม อย่าคิดมากสิไอ้กร

แค่นี้ก็มีความสุขเเล้ว..........



CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 9

2 เดือนต่อมา .......

"หมูอ้วน คืนนี้ เขา......ขอนะ"

"ขออะไร"

มาร์ชดันตัวผมลงกับเตียง แล้วจูบผมอย่างที่เคยทำ ผมก็ปล่อยให้มาร์ชจูบเราแลกลิ้นกัน มาร์ชถอดเสื้อผมออก แล้วไซร้ซอกคอผม เลื่อนต่ำลงมาดูดหัวนมผมจนมันตั้งชัน

"อื้อ อ่อออ เสียววะมาร์ชช"

ผมเคลิบเคลิ้มไปกับลีลารักของมาร์ช มันช่างทำให้มังกรน้องของผมแข็งตัว

เสียเหลือเกิน มาร์ชลูบไล้ผม จนมาหยุดที่มังกรน้อย มาร์ชใช้ปากครอบลำเจ้ามังกรน้อย ผม

แล้วดูดขึ้นดูดลง พร้อมทั้งเลียไข่ของผมจนสติผมแตกกระเจิง

"อ่อออ มาร์ช อือออ อ่าาาส์"

"ชอบป่าว"

"อือออ ชอบบ"

มาร์ชดูดไอ้นั้นให้ผมเร็วขึ้น มันทำให้อารมณ์ความเสียวพลุ่งพล่าน ผมถอดกางเกงมาร์ชออก เราทำ69 กัน จนน้ำหล่อลื่นของมาร์ชเยิ้มออกมา มาร์ชใช้ลิ้นเลียประตูหลังผม แล้วเปลี่ยนท่า มานั่งอยู่ตรงหว่างขาผม

"อ้วน เค้าขอนะ"

"เค้ายังไม่เคย"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเค้าทำเบาๆ "

"เค้ากลัวเจ็บอะ"

"ไม่เจ็บหรอก เชื่อมาร์ชดิ เสียวๆๆ "

"จะดีหรอ"

มาร์ชไม่ตอบ แต่ค่อยๆ เอาไอ้เจ้ามังกร ดันเข้าไปทางประตูหลังผม

"โอ๊ยยยย เจ็บอะ"

"นิดเดียวนะอ้วน"

"โอ๊ย พอเถอะ"

"แปปนึงนะ เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว"

"โอ๊ยยยยยยย"

ผมดันตัวมาร์ชออก โคตรเจ็บเลยครับ มันเจ็บแปลบๆๆ เข้าไปข้างใน มาร์ชก้มมาจูบผม ไซร้ซอกคอผม แล้วพยายามเอาไอ้นั้น เข้าประตูหลังอีกรอบ

"โอ๊ยยย ไม่เอาแล้วมาร์ช แบงค์ไม่ไหว"

"นิดเดียวเอง นะ นะ"

"ไม่"

ผมดันตัวมาร์ชออก แล้วลุกขึ้นนั่งด้วยความเจ็บ ก็คนมันไม่เคยนี่หว่า!!!!

"โห อ้วนอะ ไม่ลองครั้งนี้ แล้วเมื่อไร จะได้ละ"

"ก็เค้าเจ็บนี่ มันไม่ไหว"

"ก็อย่าเกร็งดิ"

"ก็มันเจ็บ ฟังไม่รู้เรื่องไง ลองมาโดนเองไหม"

"อะไรวะ แค่นี้ก็ทนให้เขาหน่อยไม่ได้"

"ก็คนมันเจ็บ จะให้ทำยังไง". ผมเริ่มโมโหก็คนมันเจ็บจริงๆ นี่หว่า

ผมลุกจากเตียงไปอาบน้ำในห้องน้ำ ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว พอออกมามาร์ชไม่อยู่แล้ว

ท่าทางจะคิดได้แล้วมั้ง ว่าคนมันเจ็บจะให้ทำไงได้ ผมแต่งตัวเเล้วส่งข้อความไปหามาร์ชว่า

"ฝันดีนะลิงลม" แล้วผมค่อยนอน เห้อออ พูดไปอารมณ์ก็ยังค้างอยู่เลย

ผมจัดการช่วยตัวเองจนเสร็จ แล้วจึงจะนอนหลับไปได้

.....คนมีความรักมักจะดูเด็กลงไปนิดนึง คนมีความรักมักจะไม่ทำหน้าตาบึ้งตึง.....

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตอนเวลาเกือบจะตี 2 ผมงัวเงียตื่นขึ้นมากดรับสาย

"แบงค์ มาร์ชขอโทษนะ"

"ขอโทษอะไร"

"ก็.....ก็..."

"ก็อะไร"

"ก็.... เรื่องเมื่อหัวค่ำมั้ง"

"ไม่เห็นเป็นไรเลย ไม่ต้องขอโทษก็ได้ แล้วนี่ทำไมยังไม่นอน"

"เอ่ออ... คือ.."

"คืออะไร มาร์ชเป็นไรป่าวเนี่ย"

"ป่าวๆ ไม่ได้เป็นไรเลยนะ เอ่ออ เค้านอนไม่หลับหน่ะ อ้วนไปนอนเถอะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน"

"อ่าๆๆ โอเคๆๆ ไม่ได้โกรธนะ รีบๆ นอนด้วยละ"

"คับๆๆ "

"บาย"

ท่าทางมาร์ชคงจะคิดหนักเรื่องเมื่อหัวค่ำจนนอนไม่หลับ แต่ตอนนี้คงจะสบายใจแล้วที่รู้ว่าเราไม่ได้โกรธ และคงจะเข้านอนได้สักที โธ่เอ๊ย "ไอ้ลิงลม"........

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 10


MARCH PART.

"แบงค์!!! มาร์ชขอโทษ"

เหี้ยมาร์ช!! นี่มึงทำอะไรลงไป ผมนั่งกุมขมับอยู่ริมระเบียงห้องของ "เจต!!! "

เพราะความเงี่ยนของผม หลังจากที่แบงค์ไม่ยอมให้ผมเอาสักที

แล้วลุกเข้าไปอาบน้ำ ทำเอาผมหงุดหงิดมาก ผมแต่งตัวแล้วเดินออกมาจากห้องแบงค์โดยไม่ลาสักคำ ผมเดินมาเจอ "เจต"

"อ้าว มาร์ช ไปหาแบงค์มาแล้วเหรอ"

"อืม"

"เป็นไรปะ ดูหน้าตาเครียดๆ ทะเลาะกันมาเหรอ"

"ช่างแม่งเหอะ"

"โอ้ววว ท่าทางจะทะเลาะกันมาชัวร์ๆ ใจเย็นๆ นะแก อีแบงค์มันไม่มีอะไรหรอก

เออ ว่าแต่พอจะบอกดั้น ได้ไหม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...."

ผมพาเจตมานั่งปรึกษาที่ร้านเหล้าใกล้ๆ แห่งหนึ่ง

"โธ่ เอ้ยนึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็ เวอร์จิ้น แหม มาร์ช มันต้องค่อยเป็นค่อยไปสิยะ แกจะมาพรวดพราดได้ยังไง อีแบงค์มันไม่ได้ช่ำชองเรื่องนี้น่ะยะ"

"แต่แบงค์ไม่ฟังกู เลยนะเว้ย บอกให้ทน ก็ไม่ทน แมร่งงงง"

"เรื่องสามีภรรเมีย ฉันก็ยุ่งย่ามมากไม่ได้ดัวยสิ "

ยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด ผมดื่มเหล้าเพียวๆ ไปหลายแก้วอยู่

"อ้าวๆๆ อีมาร์ช เดี๋ยวก็เมาหรอก ดื่มเยอะไปแล้ว ฉันว่าฉันพาไปส่งห้อง

อีแบงค์ก่อนดีกว่านะเนี่ยย แกกลับบ้านไม่ไหวแน่ๆๆ "

"ไม่ กูไม่เมา กูยังคุยไม่จบ เจต มึงเป็นเพื่อนแบงค์ ทำไมไม่หัดสอนเรื่องบนเตียง

ให้มันช่ำชองแบบมึงบ้างวะ ทำไม"

"อีมาร์ช เบาๆ ดิ๊ เดี๋ยวชาวบ้านเขาก็รู้กันหมดหรอก"

ผมเมาจนไม่มีสติ เอะอะโวยวายเสียงดังไปหมด เจต ลากผมมาที่ห้องมัน เพราะมันกลัวพาผมไปห้องแบงค์แล้วผมจะอาละวาดใส่แบงค์ เจตมันด่าผมเป็นชุดเท่าที่ผมจับใจความได้ คำด่าของมันเหมือนน้ำมัน ที่ราดเข้ามาในกองไฟ ทำให้ผมโมโหมากยิ่งขึ้น

"อีห่ามาร์ช กูรำคานมึงมากเลยเหี้ยย เอ้ยย นี่แค่เรื่องบนเตียง มึงโกรธเพื่อนกู ขนาดนี้ แล้วยังเมาเป็นหมาข้างถนนอีกนะยะ โอัยยยย ดั้นละเบื่อ สัสเอ้ยย "

"ไอ้เจต มึงก็ต้องเข้าข้างเพื่อนมึงสิวะ"

"อีนี่ เรียกกูไอ้ มึงจะให้กูแมนใส่มึงใช่ไหมเหอะ ไอ้สัส ไอ้หื่นกาม ไอ้ตัณหากลับ"

"เชี่ยยยยเจต"

ผมโมโหมากบวกกับอารมณ์ที่คั่งค้างเมื่อหัวค่ำ ผมกระชากตัวเจตลงมาบนเตียง

เจตดิ้นสุดแรง มันถีบผม หยิกผม แต่ยิ่งแรงดิ้นของมันทำให้ผมควบคุมสติไว้ไม่อยู่

ผมดูดปากมันอย่างคนเถื่อน ผมไซร้ซอกคอมันจนคอมันแดง ผมดึงเสื้อมันออกแล้วขบฝันกับหัวนมมัน

"โอ๊ยยย ไอ้เหี้ยมาร์ช ปล่อยกูนะ ไอัเหี้ยยย มึงมีสติหน่อยสัส กูเพื่อนแบงค์นะเหี้ย"

ผมไม่ฟังเสียงเตือนสติของมัน อารมณ์ผมพลุ่งพล่าน ผมถอดกางเกงมัน และกางเกงผมอย่างรวดเร็ว เจตพยายามดิ้นหนี แต่ก็ไม่เป็นผล ผมได้จังหวะ เอาเจ้ามังกรของผม ผมยัดใส่ช่องทางรักเจต!!!!

"โอ๊ะ โอ้ยย ไอ้เหี้ยย ไอ้ชั่ว ปล่อยกู!!! "

ผมยัดมัน ใสใส่ช่องทางรักเจตจนมิดด้าม ผมดันตัวเข้าๆ ออกๆ อย่างเมามันส์ เจตข่วนผมจนเป็นรอยทั่วตัว มันยิ่งดิ้น ยิ่งเร้าอารมณ์เร่าร้อนของผม

"สัสสส มาา มาร์ชช อ่อออ อ่อออ โอ้ววว "

"เสียววะสัส อ่อออ อ่อออ อ่ออ อ่าาาา ......." ผมดันตัวผมเร็วและแรงขึ้น

เจต ยุติการขัดขืน แล้วปล่อยร่างกายให้รับกับการกระทำของผม

"อ่อออ เหี้ยยย เสียววว อ่อออ จะเเตกแล้วว่ะ อ่อออ อ่อออ อ่าาา อ่าาา .....

฿) (฿&@/&! ~>{|$$\;) &$%^€' อ่อออ อือออ อ้าาา อ่าาาาาาาาส์......."

ผมเร่งจังหวะจนถึงจุดสุดยอด ผมนอนทับตัว เจต แล้วดูดปากเจตอย่างอ่อนล้า.....

ผมลุกไปล้างตัว ในห้องน้ำด้วยความมึนเมา และ อ่อนเพลีย ทิ้งให้เจตนอนอยู่บนเตียง

อย่างเหน็ดเหนื่อย สายน้ำฝักบัวรดหัวผม ทำให้ผมเริ่มมีสติขึ้นมาบ้าง ผมเดินออกจากห้องน้ำ เห็นเจตนอนเปลือยเปล่า หลับใหลอยู่บนเตียง!!!! ทำให้ผมมีสติ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ผมไม่รู้จะทำยังไง ผมรู้สึกผิดกับแบงค์และเจตมาก ผมกดโทรศัพท์โทรไปหาแบงค์ เพื่อที่จะขอโทษในสิ่งที่ผมทำไป แต่ผมก็ไม่กล้าบอกแบงค์อยู่ดี

เหี้ยมาร์ช!! นี่มึงทำอะไรลงไป ผมนั่งกุมขมับอยู่ริมระเบียงห้องของ "เจต!!! "

"แบงค์!!! มาร์ชขอโทษ"





"เหี้ยยยมาร์ช ไป!!! มึงออกจากห้องกูไปเลย ไอ้เหี้ยยย"

"เห้ยเจต คือเราขอโทษ เราควบคุมสติไม่ได้"

"มึงมันสันดานเหี้ย แบงค์เป็นเพื่อนกู แล้วมึงมาทำแบบนี้กับกู มีงมันต่ำมาก"

"เจต คือ เราไม่รู้จะขอโทษยังไง"

"มึงไม่ต้องขอโทษกู คนที่มึงควรขอโทษ ไม่ใช่กู ไป ออกไป ไอ้เลว ไอ้สันดานหมา"

ทันทีที่เจตตื่นมา เจตก็ด่าและไล่ผมทันทีทันใด ผมไม่อยากมามีปัญหากับเพื่อนของแฟน แต่สิ่งที่ผมก่อ ผมอยากให้เจต ให้อภัยผม และ ไม่อยากให้แบงค์รู้เรื่องนี้

"เจต คือ เราขอโทษจริงๆ เราไม่อยากมีปัญหาวะ"

"ไม่อยากมี แต่ปัญหาทั้งหมดที่มี ก็เกิดจากมึงมาร์ช มึงออกไปเลย!!! ไอ้สารเลว มึงออกไป ก่อนที่กูจะโทรบอกเพื่อนกู"

"เจต เราขอโทษ เราขอโทษเจต เราขอโทษ อย่าบอกเรื่องนี้กับแบงค์นะ"

"มึงรีบออกไป แล้วกูจะไม่บอกแบงค์ ออกไป ไป "

ผมจำเป็นต้องเดินออกมา เพราะไม่อยากให้แบงค์รู้เรื่องเลวๆ ของผม

ผมคงเข้าหน้ากับเจตไม่ติด สิ่งที่ผมกลัว คือกลัวจะมีพิรุธให้แบงค์สงสัย

ผมกลับมาบ้าน พร้อมความผิดที่ผมก่อเมื่อคืน ผมคิดเพียงว่า ผมอยากขอโทษแบงค์

ผมรู้สึกผิดกับเเบงค์มาก ถ้าแบงค์รู้ แบงค์คงเสียใจถึงที่สุด ที่ผมทำกับเขากับเพื่อนเขาแบบนี้........

วันนี้ผมนัดแบงค์ไปทานข้าว ช้อปปิ้ง ที่เซ็นทรัลเวิลด์

"ลิงลม รอเค้านานป่าว "

"ม่ะ ม่ะ ไม่นาน ไม่นาน"

"แล้วกินไรมายัง"

"เอ่ออ ยังๆๆ ก็รออ้วนอยู่อะแหละ"

"งั้นไปหาไรกินก่อนดีปะ เค้าหิวแล้ว"

"ปะ ป่ะ ไปดิ ไป "

ผมรู้สึกผิด อย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเห็นหน้าเเบงค์ยิ่งพูดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูกเลย

เราสองคนกินข้าวกัน แบงค์ก็ชวนคุยโน่นนี่นั่น เหมือนปกติ แต่ผมกลับไม่มีสติที่จะตอบเท่าไรนัก ผมรูัสึกอึดอัดมาก

"มาร์ช!!! เป็นอะไรรึป่าว ทำไมวันนี้ดูแปลกๆ "

"ป่าวนี่ แปลก แปลกอะไร"

"ก็นี่แหละแปลก ปกติมาร์ชชวนเค้าคุยนะ"

"อ่อ เอ่อออ คือ วันนี้เค้ามันๆ หัวนะ"

"อ้าว ไม่สบายเหรอ เป็นเพราะนอนดึกเมื่อคืนป่าว "

......เมื่อคืน คำๆ นี้ทำเอาผมหยุดชะงักไปชั่วขณะ ภาพที่ผมมีอะไรกับเจต

เเล่นเข้ามาในหัวสมอง ความผิดครั้งนี้ผมไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้

"มาร์ช"

"มาร์ช"

"มาร์ชชชช"

"ว่ะ ว่า ว่า"

"เหม่ออะไร ไหวป่าว"

"ไหวๆๆๆ เออ เค้าไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"

ผมปลีกตัวออกมาสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำ ผมต้องมีสติ ต้องไม่ทำตัวให้มีพิรุธสิ!!

มาร์ชมึงต้องมีสติ สติ สติ!!!!! ผมเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างมีสติ แล้วกลับไปในร้านอาหารเหมือนเดิม

"เออนี่ มาร์ช ผลแอด จะออกแล้วอะ มาร์ชว่า อีเจต มันจะแอดติดมะ"

"มะ ม่ะ มาร์ช ไม่รู้ดิ"

"เห้อออ นี่คิดดูนะ ถ้าอีเจตติดเชียงใหม่ ขอนแก่นนะ แบงค์คงคิดถึงมันน่าดู

ไม่มีมันเอาไว้ด่า คงเหมือนขาดอะไรบางอย่าง ว่าปะ? "

"......"

"มาร์ช"

"......"

"มาร์ช"

"......"

"มาร์ช!!". เสียงเรียกและทุบโต๊ะ ทำให้ผมได้สติอีกครั้ง

"ว่า ว่าอะไรนะ"

"มาร์ช แบงค์ว่ามาร์ช ไม่ไหวละนะ"

"เอ่อออ คือออ"

"พอๆๆ กลับบ้านเถอะ ไปนอนพัก เดี๋ยวเป็นหนักจะลำบาก"

แบงค์เรียกพนักงานมาเก็บเงิน แล้วเดินออกจากร้าน เราสองคนยังไม่ทันได้ซื้อของ

แบงค์มาส่งผมที่บ้าน แล้วบอกให้พักผ่อนเยอะๆ จะได้หายไวๆ ดูท่าทางแบงค์เป็นห่วงผมมาก ยิ่งเขาทำดีกับผมมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดมากเท่านั้น ผมจะทำยังไงต่อไปดี ถ้าผมอยู่ในสภาพแบบนี้ สักวันแบงค์ต้องรู้แน่ๆ เลย แล้วผมจะปิดบังแบงค์ไปได้นานแค่ไหน ..........

"วันเกิดเต้ย" เเบงค์ชวนผมไปกินหมูกะทะแถวๆ รามอินทรา ผมยอมไปเป็นเพื่อนแบงค์ เเต่แล้วสิ่งที่ผมกลัวมันก็มาถึง วันนี้เพื่อนๆ ของแบงค์มากันยกกลุ่ม รวมทั้ง"เจต" เมื่อเห็นเจต ความรู้สึกผมชาๆ ไปยังไงก็บอกไม่ถูก ความผิดที่ผมก่อมันวนเวียนมาในหัวผมอีกครั้ง ผมอยากจะขอโทษเจต อย่างน้อยก็ควรที่จะขอโทษอีก เผื่อความผิดในความรู้สึกผมมันจะได้ลดลงไปบ้าง พวกเรานั่งกินกันอย่างสนุกสนาน คงมีแต่ผมที่ต้องฝืนยิ้ม เพื่อปิดบังความผิดของตัวเอง เจต เดินออกไปเข้าห้องน้ำ ผมตัดสินใจเดินตามเจตไป เพื่อจะขอโทษเรื่องที่มันผ่านมา หวังว่าเจตคงจะยกโทษให้บ้าง

"เจต เรามีอะไรจะคุยด้วย"

"....." เจตไม่ตอบผม แล้วพยายามเดินหนี ผมคว้าแขนเจตไว้

"เจต คือเราอยากขอโทษ ตอนนี้เราอึดอัดมาก เราไม่รูัจะทำยังไงดี"

"ปล่อย"

"เจต ยกโทษให้เรานะ แล้วลืมมันไปว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น"

"เหอะๆ ได้กูยกโทษให้มึงก็ได้มาร์ช พอใจแล้วใช่ไหม"

"เราขอโทษจริงๆ นะเจต เราสำนึกผิดแล้ว วันนั้นเราไม่ได้ตั้งใจ"

"พอเถอะมาร์ช กูไม่อยากฟังอะไรจากปากเหี้ยๆ ของมึงแล้ว ปล่อย"

เจต สะบัดแขนออก ผมคว้าตัวเจตเข้ามา แล้วประกบปากจูบอย่างอ่อนโยน นี่มึงทำอะไรของมึงอีกเนี่ยยมาร์ช เจต ผลักผมล้มลงกับพื้น แล้วสิ่งที่ผมเห็นมันเป็นสิ่งที่

ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น





"แบงค์!!! "

แบงค์ยืนมองเหตุการณ์เมื่อครู่นี้อยู่ น้ำตาคลอ แบงค์มองผมกับเจตอย่างผิดหวัง

"อีแบงค์ คือ..... มันไม่ใช่อย่างที่มึงคิดนะ". เจตรีบอธิบาย

"มึงจะหมายความว่ายังไงเจต..."

"เออ คือ กู... กูกับมันไม่ได้มีอะไรกันนะเว้ย เมื่อกี้มันมึนๆ เเล้วเซมาชนกู"

"พอเถอะเจต กูได้ยินหมดแล้ว"

"เออออ .... มึงได้ยินผิดแล้ว มึงอย่าคิดมากสิ ไม่มีอะไรหลอก"

เจตเข้าไปจับมือแบงค์ ขอให้แบงค์เชื่อ แต่แบงค์สะบัดมือเจตออกอย่างโมโห

"เลิกสวมเขาให้กูสักที กูไม่เคยคิดเลย ว่าเพื่อนกูที่กูรักมาก กับคนที่กูรัก มันจะทำกับกูแบบนี้ กูผิดหวังในตัวมึงมากเจต "

"มึงฟังกูก่อน มันไม่มีอะไรจริงๆ "

"ไม่มีอะไร... ไม่มีอะไร แล้วเรื่องคืนนั้น!! มันหมายความว่ายังไง

ตอบกูสิอีเจต มึงตอบกูมา"

"แบงค์ แบงค์ฟังมาร์ชก่อนนะ"

ผมลุกขึ้นเพื่อจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้แบงค์ฟัง ผมไม่อยากให้เพื่อน

ต้องมาทะเลาะกันเพราะการกระทำเลวๆ ของผม

"คือเรื่องนี้เจต ไม่ผิด คนที่ผิดคือมาร์ชเอง"

"เหรอ มาร์ช มาร์ชผิดคตเดียวเลยใช่ไหม"

"ใช่แบงค์ คือคืนนั้น คืนที่เราทะเลาะกัน ที่มาร์ชกลับออกมาโดยไม่ได้ลาแบงค์

มาร์ชเดินมาเจอเจต แล้วมาร์ชก็พาเจตไปนั่งระบายความทุกข์ แต่มาร์ชดื่มเหล้า

หนักจนโวยวายเสียงดัง เจตเลยพามาร์ชไปที่ห้องเจต เพราะกลัวมาร์ชจะไป

อาละวาดแบงค์ แต่คืนนั้น ... คืนนั้นมาร์ชคุมสติตัวเองไม่ได้จริงๆ "

"แล้วเจต เพื่อนรักแบงค์ ก็สมยอมมาร์ชใช่ไหม?? "

"ไม่ใช่นะเเบงค์ เจตไม่ได้สมยอมมาร์ช มาร์ชขืนใจเจตเอง มาร์ชผิดเองเเบงค์"

"จริงเหรอ?? เจตไม่ได้สมยอมมาร์ชเหรอ?? "

แบงค์หันหน้าไปทางเจต อย่างจับผิด ราวกับทนายกำลังไต่สวนคดีความ

เพื่อรอการพิพากษา เจต อึกๆ อักๆ หลบสายตาแบงค์

"จริงเหรอเจต มึงตอบกูมาสิ ว่ามึงไม่ได้ยอมมัน มึงตอบกูมา"

"จริงสิวะ มึงจะถามกูให้มันได้อะไรขึ้นมา"

"เลิกตอแหลสักทีอีเจต  กูเป็นเพื่อนมึงมาใช่ว่ากูจะไม่รู้สันดานมึง แล้วที่สำคัญ

กูสนิทกับมึง จนกูรู้ ว่ามึงชอบมาร์ช มึงตอบกูสิว่าไม่จริง มึงตอบกูสิ"

"เออ กูชอบมัน ชอบมันก่อนที่มึงจะเป็นแฟนกับมันอีก แต่เพราะกูอยากเห็น

เพื่อนที่กูรัก กับคนที่กูแอบชอบ มีความสุข กูถึงยินดีกับพวกมึง"

นี่ นี่มันอะไรกัน ผมสับสนไปหมด สรุปเจตเเอบชอบผม นี่การกระทำของผม

ทำร้ายคนที่รักผมถึงสองคนเลยเหรอเนี่ย

"แล้วคืนนั้น กูก็ไม่ได้คิดที่จะมีอะไรกับมันตั้งแต่แรก แต่เพราะมึง มึงทำให้มันเสียใจ

มึงไม่ยอมมัน มันโมโหจนขาดสติ แล้วมึงคิดว่ากูมีความสุขไหมแบงค์ มึงตอบมาสิ"

"แต่สุดท้ายมึงก็ยอมมัน"

"เออ กูยอมมัน กูเต็มใจยอมมัน เพราะกูรักมัน"

แบงค์กับเจตทะเลาะกันทั้งน้ำตา เหตุการณ์ทุกอย่างยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิมอีก มายไนท์เต้ย เดินมาดูเหตุการณ์ครั้งนี้ ทุกคนพากันสงสัยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น มายไนท์เข้ามาปลอบแบงค์ให้หยุดร้องให้

"ได้ยินเเล้วใช่ไหมมาร์ช ได้ยินแล้วใช่ไหม ว่าเจตมันคิดยังไง "

"เอ่ออ คือแบงค์ ....มาร์ช ไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้"

"พอกันที แบงค์ไม่สนหรอกนะว่าคืนนั้นมันเกิดขึ้นเพราะอะไร

แต่แบงค์รู้แค่ว่า แบงค์ผิดหวังในตัวคนที่แบงค์รักในเวลาเดียวกัน ถึงสองคน

ขอบคุณนะที่ทำให้แบงค์หายโง่"

แบงค์ร้องไห้ แล้ววิ่งหนีไป มายวิ่งตามแบงค์ไป ส่วนไนท์เต้ยเข้ามาปลอบเจต

นี่ผมทำอะไรไป เจต ชอบผมจริงๆ เหรอ?

"เจต คืออ คืออ เรา..."

"ไอ้เหี้ย ". ไอ้เต้ย หันกลับมาชกผมจังๆ

"มึงอย่ามายุ่งกับเพื่อนกูอีก ไม่งั้นมึงโดนหนักแน่ไอ้สัส"

คำพูดสุดท้ายของไอ้เต้ย ก่อนที่มันจะพาเจตเดินหนีผมไป ผมนั่งครุ่นคิดอยู่กับการ

กระทำเลวๆ ของผม ผมไม่รู้จะหาทางออกยังไง ตอนนี้ทุกคนในกลุ่มแบงค์คงเกลียด

ผมไปกันหมดแล้ว ใครก็ได้บอกที ว่าผมควรทำยังไง

หลังจากวันนั้นผมโทรไปแบงค์ก็ตัดสาย ไปหาที่ห้องก็ไม่ยอมออกมาเจอ ดักรอก็แล้ว ทำทุกวิถีทางแต่แบงค์ก็ยังไม่ให้อภัยผม และ ไม่ยอมพูดกับผมสักคำ นี่ก็ผ่านมาอาทิตย์นึงแล้ว อะไรๆ ก็ยังไม่ดีขึ้น

วันประกาศผลแอดมิชชั่นมาถึง ผลออกมาว่าผมติดมหาวิทยาลัยที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนแบงค์ได้ทุนศึกษาต่อ 4 ปี คณะนิเทศศาสตร์ ในกรุงเทพ นี่คงเป็นลิขิตฟ้าหรือเปล่า ที่ทำให้เราสองคน ต้องไกลกันขนาดนี้ ผมไปหาแบงค์ที่ห้อง เพื่อจะมาขอโทษครั้งสุดท้ายก่อนที่เราจะจากกัน

"แบงค์ มาร์ชขอคุยด้วยได้ไหม"

"......"

"คือ มาร์ชรู้นะว่าสิ่งที่มาร์ชทำ ไม่มีใครควรยกโทษให้ ....มาร์ชสอบติดที่เชียงใหม่แหนะ

เราคงไม่ได้เจอกันอีกนานเลย แบงค์พูดกับมาร์ชสักคำได้ไหม"

"......"

"มาร์ชไม่ได้มาขอให้แบงค์ยกโทษ แต่มาร์ชจะมาบอกว่า ต่อให้เราไกลกันแค่ไหน

มาร์ชขอให้แบงค์รู้ไว้นะ ว่าความผิดครั้งนี้ มันจะติดตัวมาร์ชไปตลอด มาร์ชจะไม่ลืม

ว่ามาร์ชทำผิดกับคนที่มาร์ชรักไว้มากขนาดไหน มาร์ชรักแบงค์นะ"

".....พอเถอะมาร์ช..เราสองคนต้องยอมรับความจริง ชีวิตมาร์ชยังต้องดำเนินต่อไป เราโตๆ กันแล้วนะมาร์ช วันนี้ถึงมาร์ชบอกว่ามาร์ชไม่ได้มาให้แบงค์ยกโทษให้

แต่แบงค์จะบอก ว่าแบงค์ยกโทษให้มาร์ชแล้วนะ มันก็ความผิดแบงค์ส่วนหนึ่งละ"

"จริงเหรอแบงค์ แบงค์หายโกรธมาร์ชแล้วใช่ไหม"

ผมดีใจมาก ผมเข้าไปกอดแบงค์ด้วยความสุข แต่... อ้อมกอดวันนี้ ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แบงค์ยืนนิ่งๆ ไม่ได้ กอดตอบผมแต่อย่างใด ผมปล่อยมือออกมาจากเเบงค์ แบงค์น้ำตาคลอ เหมือนจะเป็นสัญญาณบอกอะไรบางอย่าง

"ใช่มาร์ช แบงค์หายโกรธมาร์ชแล้ว เรากลับมาเป็น "เพื่อน" กันเหมือนเดิมนะ"

"......"

เราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันต่อ นอกจากเสียน้ำตาให้แก่กัน เราสองคนสบตากันอย่างรู้คำตอบ ผมคงยื้อแบงค์ไว้ไม่ได้อีกแล้ว แค่เขาให้อภัยผม แล้วรับผมกลับไปเป็นเพื่อนแค่นี้มันก็คงดีมากไปสำหรับคนเลวๆ อย่างผม

"โชคดีนะ... ลิงลม...."

คำพูดสุดท้ายของแบงค์ที่ผมจะไม่มีวันลืม หลังจากวันนั้นผมย้ายขึ้นมาอยู่ที่เชียงใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ก่อนที่จะเปิดเทอม. ชีวิตของผมมันเปลี่ยนไปตั้งแต่วันนั้น ตั้งแต่วันที่ไม่มี

..."หมูอ้วน"...




ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 11

มาร์ช ชายหนุ่มที่ผมเทใจให้ไป ด้วยรัก กลับทำร้ายผมขนาดนี้ แต่เพราะความรักนี่แหละ ทำให้ผมให้อภัยมันจนได้ แต่เราสองคนคงไม่มีโอกาสกลับไปเป็นเหมือนเดิม

.."โชคดีนะ...ลิงลม"....

จริงๆ แล้วผมรู้มานานแล้วว่าเจต แอบชอบมาร์ช แต่มันก็พยายามปิดผมมาตั้งเเต่ก่อนผมคบกับมาร์ช จนวันนั้นมันคงจะโมโหผมถึงยอมหลุดปากพูดออกมา มาร์ชต้องไปเรียนต่อที่เชียงใหม่ ส่วนผมยังคงอยู่ในกรุงเทพ ช่วงชีวิตเด็กม.6 คือช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง หลังจากผลแอดมิชชั่นออกมา เพื่อนๆ ของผมได้เข้ามหาลัยดีๆ อย่างที่หวังไว้ รวมถึง "เจต" นี่คงเป็นบุพเพอาละวาดละมั้ง ที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น แล้วสุดท้ายบุพเพก็คงจะพารักไปมอบกับคู่ที่แท้จริง เจต สอบติดที่มหาวิทยาลัยในเชียงใหม่ ซึ่งเป็นมหาลัยเดียวกับมาร์ช เขาสองคนยังไม่รู้หรอก แต่ผมเชื่อนะ ว่าบุพเพสันนิวาส จะพาคนทั้งคู่มาพบกันจนได้

"โชคดีนะอีเจต"

ผมส่ง line ไปหามัน ก่อนที่มันจะย้ายไปเชียงใหม่. จริงๆ ผมกับเจตเราปรับความเข้าใจกันหลังจากวันนั้นไม่นานนัก อีเจต ถึงมันจะมั่วแต่ผมก็ดูออกว่ามันรักมาร์ชจริงๆ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ผมภาวนาให้เจตยกโทษให้มาร์ช เผื่อบางทีมันอาจจะเจอกับรักแท้ก็ได้.....

ส่วนตัวผมนะเหรอครับ ก็อยู่อย่างคนโสด เหงาบ้าง โดดเดี่ยวบ้าง

แต่ก็ชิลล์ดี ผมเสียใจอยู่พักใหญ่ๆ กว่าจะตัดใจจากมาร์ชได้ แต่ผมคงเข็ดขยาดกับความรัก ไปอีกนานเลย ทำไมนะเหรอครับ กูดูจากเพื่อนๆ ผมสิ ความรักของแต่ละคน ไม่อยากจะอธิบายเลย ต่างคนต่างไสตล์จริงๆ ช่วงนี้เป็นช่วงสุดท้ายที่เด็กม.6 จะได้อยู่ด้วยกัน ได้เฮฮากัน พวกเรานัดปาร์ตี้ฉลองสอบติดกัน ที่ร้านอาหารห้องคาราโอเกะแห่งหนึ่งแถวๆ เลียบทางด่วนรามอินทรา

"เสียดายว่ะ อีเจตไม่ได้มาด้วย"

"ถ้ามันมานะ อีไนท์เเดนซ์แพ้มันแน่"

"แหมอีห่า ลีลาแดนซ์สวาท ใครจะสู้มันไหว"

มายกับไนท์พูดถึงเจต ทำให้พวกเราคิดถึงมันมาก พวกเรามากันยกกลุ่มเลย มีทั้งชาช่า นิว นนท์ บิว บุ๊ค ยีนส์ โอ้ยยยย เยอะครับ เรามากันเยอะมากจริงๆ เราร้องเล่นเต้นกินกันอย่างสนุกสนาน ปาร์ตี้สุดท้ายของพวกเรา อีกนานเลยกว่าที่พวกเราจะมีโอกาสแบบวันนี้ หลังจากที่เราเเดนซ์สะบัดร้องจนเสียงแหบแล้ว งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา และเวลาของพวกเราก็หมดลง แต่พวกเราสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน สักวันเราจะกลับมามีความสุขแบบวันนี้อีก พวกเราเเยกย้ายกันกลับ ระหว่างเดินออกจากร้าน ผมซุ่มซ่ามทำกระเป๋าสตางค์ตกตอนไหนก็ไม่รู้ แต่โชคยังดีมีน้องคนหนึ่งวิ่งมาเรียกผม

"พี่ครับ พี่ พี่ทำกระเป๋าตังค์ตกอะ"

ผมหันหลังไป เจอกับ "น้องนัท" รุ่นน้องที่โรงเรียนผม ผมหยิบกระเป๋าตังค์คืนมา

แล้วทักทายรุ่นน้องคนนี้ ตามประสาคนรู้จัก

"ขอบคุณมากๆๆ คับ อ้าว! นัท"

"อ้าว พี่แบงค์... มาทำไรคับพี่"

"พี่มาปาร์ตี้สอบติด เราละ"

"นัทมาทานข้าวกับที่บ้านครับ"

"อ๋อๆๆ ขอบใจนะ ถ้าไม่ได้เรา พี่กลับบ้านไม่ได้แน่"

"ไม่เป็นไรคับพี่ "

"งั้น พี่ไปก่อนนะ ขอบใจมากๆๆ แล้วเดี๋ยวค่อยคุยกัน"

"ค้าบพี่ บายๆ "

....."น้องนัท"..... เป็นคนผิวสองสี ไว้ผมรองทรง จมูกโด่ง คิ้วเข้มได้รูป หน้าหล่อดีครับ นัทสูง 170 กว่าๆๆ เท่าๆ กับผม เราสนิทกันช่วงทำกึฬาสี เราอยู่สีเดียวกัน น้องนัท เป็นคนเรียบร้อยๆ เด็กติดเกมส์ของจริงเลยครับ

ผมกลับมาถึงห้อง นี่ก็ดึกมากแล้วผมกำลังจะนอน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเเต่เช้าไปทำเรื่องศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย

.....โสดเฉพาะคืนนี้ พรุ่งนี้เห็นทีไม่โสด ใครมัวแต่ช้าจะอด เพราะพี่โสดเฉพาะคืนนี้....

เสียงโทรศัพท์เสียงใหม่ของผมดังขึ้น

"ยังไม่นอนอีกเหรอ? "

"อ้าว ถ้าแบงค์นอน ละจะรับโทรศัพท์พี่กรได้ไง"

"กวนประสาท"

"ว่าแต่ มีไรคับ"

"พรุ่งนี้ ที่จะมาทำเรื่องโครงการหัวกะทิอะ อย่าลืมเอกสารมาให้ครบนะ"

"คร้าฟผม คุณพ่อ"

"ไปได้แล้ว รีบนอน ถ้าพรุ่งนี้สาย พี่ปรับตกสัมภาษณ์นะ"

"โหหห มั่วและ พี่เป็นแค่รุ่นพี่ในโครงการ ปรับตกได้ไง"

"พี่ก็กระซิบกับอาจารย์ในคณะไง"

"หยุดเลยพี่กร อย่าแม้แต่จะคิด กว่าจะสอบได้เลือดตาแทบกระเด็น"

"รู้แล้วๆๆ รีบๆ นอน "

"โอเคคับ แล้วเจอกัน บายๆ "

ผมสอบติดมหาลัยเดียวกับพี่กร แถมยังสอบชิงทุนได้อีก ก็เลยได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มนักเรียนทุนของมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเรียกเป็นโครงการ ว่าโครงการหัวกะทิ ผมต้องขอบคุณพี่กรมากๆ ที่ช่วยติวจนสอบชิงทุนได้ขนาดนี้ ผมคิดไม่ผิดเลย ที่เลือกพี่กรเป็นพี่ชายตั้งเเต่วันนั้น ผมยังแอบคิดเล่นๆ เลยว่าถ้าเราคบกัน แล้ววันหนึ่งต้องมาเลิกกันแบบมาร์ช บางทีผมอาจจะสอบชิงทุนไม่ติดก็ได้ ยังไงก็ต้องขอบคุณ พี่กรช่วยผลักดันผมจนผมมีวันนี้ ขอบคุณนะ

.......พี่ชายที่แสนดี.........





หลังจากสอบสัมภาษณ์ และ ทำเรื่องโครงการหัวกะทิเสร็จ พี่กรพาผมไปเลือกชุดนักศึกษา และ ชุดกีฬาของมหาลัย ถ้าวันนี้ไม่มีพี่กรมา ผมคงมึนๆ น่าดู คนเยอะมากๆๆ

"ชุดนี้กำลังเหมาะนะพี่ว่า"

"เหรอแต่แบงค์ว่ามันคับๆ ไปนะ"

"ไม่คับหรอก"

"พี่กรเป็นตุ๊ดเหรอ"

"บ้า ไม่ได้เป็น"

"อ้าว แล้วทำไมไม่"คับ""

"เอิ่มมมมม เล่นไรอะ"

ผมยิงมุขแป๊กๆๆๆ ที่ไม่ค่อยมีใครจะเก็ท ใส่พี่กร พี่กรยิ้มน่ารักมากๆๆๆ เราซื้อของกันเสร็จ พี่กรก็พาไปแนะนำตึกแต่ละตึก รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของมหาวิทยาลัย พี่กรพาผมเข้าไปไหว้ขอพร และ ฝากเนื้อฝากตัว

"พี่กร พี่ขออะไรอะน้าน นาน"

"ไม่บอก"

"อ๊าว ไม่อยากรู้ก็ได้ "

"...พี่ขอให้มีเมทใหม่..."

"ทำไมอะ ปกติพี่ก็อยู่คนเดียวไม่ใช่ไง ไม่เคยรู้ว่ามีรูมเมท"

"ก็ขอให้มีไง จะได้แชร์ค่าห้อง "

"เค็ม"

"บ้า ประหยัดเฟ้ยย เศรษกิจไม่ค่อยดี"

ไอ้พี่วิดวะเอ้ยยย ความเค็มจะพอๆ กับแบงค์ละนะ ว่าแต่พอพี่กรพูดถึงเรื่องรูมเมท ผมก็อยากให้เปิดเทอมเร็วๆ ละสิคับ อยากรู้ว่าจะมีใครมาเป็นรูมเมทไหม อยู่หอคนเดียวมานานเปลืองค่าห้อง 55555 พี่กรพาแนะนำมหาลัยจนทั่ว มหาลัยนี้บรรยากาศร่มรื่นเป็นธรรมชาติ และน่าเรียนมากๆ ด้วย หลังจากการทัวร์มหาวิทยาลัยจบลง ผมก็กลับมาก่อน เพราะพี่กรต้องอยู่ช่วยอาจารย์ทำงานที่มหาลัยต่อ ผมกลับมาถึงห้องก็มาลองชุดนักศึกษา แล้วก็ถ่ายรูปอัพลงเฟสตามสไตล์ พี่กร มาไลท์แรกเลยย ผมเลยกดเข้าไปส่องเฟสพี่กร

".....ในวันนี้ที่เธอไม่มีเขา ขอโอกาสให้ "มีเรา" เข้าไปยืนได้ไหม....."

สเตตัสล่าสุดของพี่กร เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ผมงงๆ อยู่ไม่น้อย หรือ พี่กรจะรู้แล้วว่าแฟนของพี่กร มีกิ๊ก แล้วอาจจะเลิกกันก่อนแล้ว แล้วพี่กรจะกลับไปขอคืนดี เอ๊ะ หรือยังไง งง ผมคิดโน่นนี่นั่นเรื่อยเปื่อย เดาถูกเดาผิดอยู่คนเดียว แต่ทำไม๊ทำไม เสตตัสพี่กรคราวนี้ ผมรู้สึกจึกๆ แบบบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนจะหมายถึงผม 5555 โคตรเข้าข้างตัวเองอะ พี่กรคงไม่ได้หมายความถึงผมหรอก ไม่งั้นพี่กรบอกชอบผมนานแล้วล่ะ คิดเองเออเองอีกแล้วแบงค์เอ้ยยย







KORN PART.



".....ในวันนี้ที่เธอไม่มีเขา ขอโอกาสให้ "มีเรา" เข้าไปยืนได้ไหม....."

ผมตัดสินใจโพสเสตตัสนี้ลงเฟส วันนี้ผมได้ใกล้ชิดกับน้องเเบงค์ หัวใจผมเต้นแรงผิดจังหวะ เพราะความน่ารัก และรอยยิ้มสดใสของน้องเขา โชคเข้าข้างผมแล้วละ น้องสอบชิงทุนติดมหาลัยของผม และที่ผมรู้มาจากน้องมาย คือ น้องเลิกกับแฟนน้องเเล้ว ผมต้องขอบคุณน้องมาย มากๆ ที่คอยส่งข่าวเรื่องแบงค์มาตลอด และผมก็รู้แล้ว ว่าจริงๆ ยังไม่มีใครไปบอกความในใจของผมกับแบงค์ โอกาสของไอ้กรกลับมาแล้วเว้ยยย

หลังจากที่ผมรอน้องมาเกือบปี ไม่ได้บอกความในใจสักที ผมกะว่าจะรอจังหวะให้เหมาะสม รอ "วันวาเลนไทน์".....

"ไง จะวาเลนไทน์แล้ว มีแพลนไปสวีทไหนกับแฟนละ? "

"โอ๊ะ! พี่กร อย่าพูดถึงแฟนเลย โสดสนิทศิษย์ส่ายหน้าว่ะพี่

พี่กรไม่รู้อะไรซะแล้ว แบงค์มันคนมีอาถรรพ์"

"อาถรรพ์อะไร"

"อาถรรพ์วันวาเลนไทน์ไง เชื่อปะแบงค์ มีแฟนกี่คน กี่คนนะ ไม่เคยคบกันถึงวาเลนไทน์เลย ไม่รู้ชาติก่อนไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้"

"ก็หาแฟนวันวาเลนไทน์เลยดิ จะได้ล้างอาถรรพ์ไง"

"เหอะๆ พูดง่ายเนอะ นี่ถ้าสมมุตินะ มีคนเข้ามาวันวาเลนไทน์ แต่แบงค์ไม่รู้จักเขาเลย ไม่รู้นิสัย แต่เขาเข้ามาขอคบ แล้วแบงค์คบล้างอาถรรพ์ เชื่อดิ 7 วันเลิก"

"ก็หาคนที่รู้จักดิ๊ ยากตรงไหน"

"ยากทุกตรงแหละพี่ จะหาใครที่รู้จัก มาทันวันวาเลนไทน์ อีกแค่อาทิตย์เดียว พี่ก็พูดได้นิ มีแฟนไว้สวีทหวานแล้วนี่"

 นี่แบงค์ยังเข้าใจว่าผมกับน้ำข้าวคบกันอยู่เหรอ ใช่สิ ผมลืมบอกความจริงกับน้องเลย ไม่เป็นไรเลยตามเลย อีกไม่กี่วันก็รู้เองแหละ 55555

....ปลูกกุหลาบแดงไว้เพื่อเธอ....

...เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าดอก...

....บ่งบอกความจริงที่ยิ่งใหญ่...

.....บ่งบอกว่าใจฉันยังคงมั่น....

.....พันปีหมื่นวันไม่เคยหน่าย....

...ฟ้าดินสลายหัวใจมั่นรักเธอ.....

อีกนิดเดียวไอ้กร อีกไม่กี่วัน ก็จะถึงวันที่มึงรอแล้วว ผมรีบกดโทรศัพท์หาน้ำข้าว เพื่อนสุดซี้ของผม

"ข้าวๆๆ มีเรื่องจะรบกวนหน่อย"

"อะไรอีกจ๊ะ พ่อหนุ่มวิดวะ......"






ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 12

KORN PART.

ผมรีบกดโทรศัพท์หาน้ำข้าว เพื่อนสุดซี้ของผม

"ข้าวๆๆ มีเรื่องจะรบกวนหน่อย"

"อะไรอีกจ๊ะ พ่อหนุ่มวิดวะ"

"กูอยากเซอร์ไพรส์แบงค์"

"แบงค์ น้องแบงค์อนะ นี่แกยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจอีกเหรอย่ะ อ้าว ก็ไหนบอกว่าน้องเขามีแฟนแล้ว"

"น้องเขาเลิกกับแฟนแล้ว"

"อุต๊ะ นี่เพื่อนฉันกำลังจะสละโสดเหรอเนี่ยย ...... ว่าแต่แกมีอะไรให้ฉันช่วย"

"ช่วยคิดแผนหน่อย"

ผมกับน้ำข้าววางแผนกันเซอร์ไพรส์แบงค์ แล้วผมจะขอน้องแบงค์คบวันนั้นเลย แผนการที่เตรียมไว้กับน้ำข้าวคือ

1.ผมจะพาน้องไปเที่ยวดรีมเวิลด์

2.จะพาน้องไปรู้จักกับน้ำข้าว แล้วแกล้งบอกว่าน้ำข้าวคือแฟนจริงๆ ของผม

(ทำให้น้องรูัสึกว่ามาเป็น กขค)

3.พาน้องเล่นสวนสนุก ช่วงนี้น้ำข้าวจะเข้าไปจัดของเซอร์ไพรส์น้องในเมืองหิมะ

4.พาน้องเข้าเมืองหิมะ แล้วหลอกให้น้องเดินไปที่โดมเอสกิโมที่ข้าวจัดของไว้

5.ขอน้องเป็นแฟนที่โดมเอสกิโม แล้วอธิบายเรื่องน้ำข้าว

"อีกร!!! แกคิดมาขนาดนี้นะ ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คบย่ะ แหมม โรแมนติกที่สุด"

"มึงว่าน้อง ลืมแฟนเก่าได้ยังวะ "

"แกจะสนใจทำไม เชื่อฉันสิ แกทำได้....ขอเป็นแฟนในดินแดนหิมะ อ้อมกอดที่อบอุ่นของพึ่ จะประคองไม่ให้น้องหนาววว ฮึ่ยยย สวีททท ฉันอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ จัง"

ผมเตรียมของเซอร์ไพรส์ให้น้อง มาสองสามวัน หนึ่งในนั้นคือ ไดอารี่สีน้ำตาล ไดอารี่ที่ผมไม่เคยให้ใครเห็น ผมเขียนความรู้สึกทั้งหมดของผม ตั้งแต่วันที่ผมมั่นใจว่าผมรักน้องเเบงค์ มีรูปถ่ายที่ผมแอบถ่ายน้อง รูปตอนน้องหลับเวลาติวกับผม ก็เด็กคนนี้มันน่ารักจริงๆ นี่หน่า น่ารักน่ากอดที่สุดในโลกเลย



..............ก๊อก ก๊อก ก๊อก.............

"พี่กร พี่กร"

เสียงที่คุ้นหูของผมมาแล้วสิครับ ผมเก็บของซ่อนแทบไม่ทัน แล้วรีบไปเปิดประตู

"ว่าไง มาแต่เช้า"

"จะมาบอกว่าไปเที่ยวกัน"

"ไปไหน"

"ไม่รู้ดิคัฟ แต่พี่ต้องไปแล้วละ เพราะแบงค์ออกมาแล้ว"

"เห้ย ไอ้นี่ มัดมือชกนี่หว่า"

"ไม่รู้ละ อยากไปเที่ยว อยู่ห้องคนเดียวน่าเบื่อจะตาย"

"อ่ะๆ งั้นเข้ามาก่อน ขอพี่อาบน้ำแปปนึง"

"ได้เลยคร๊าฟฟฟ"

ไอ้นี่อารมณ์ไหนเนี่ย จะมาก็ไม่บอกไม่กล่าว แล้วยังมาชวนไปเที่ยวอีก แต่ก็ดีนะคับ เพราะน้องทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน ผมรีบอาบน้ำแต่งตัว เราสองคนไปเดินเดอะมอล์กัน ผมเห็นน้องเดินแล้วบ่นเมื่อยขน ผมเลยได้ทีชวนน้องดูหนัง

"ดูหนังปะ ได้ไม่ต้องเดินให้เมื่อย"

"พี่เลี้ยงช้ะ"

"ไม่อะ ของใครของมัน"

"โห งั้นแบงค์ยอมเดินเมื่อยต่อ"

"ล้อเล่น พี่เลี้ยงก็ได้"

"น้ำท่วมโลกป่ะเนี่ยย. พี่กรเลี้ยงหนัง"

"จะดูไม่ดู"

"ดูคร๊าฟ"

ไอ้เด็กต๋อง ผมอยากหยิกจมูกเด็กคนนี้มากเลย ฝากไว้ก่อนนะเดี๋ยวเถอะ ฮึ่ยยย เราสองคนเข้าไปดูหนังกัน เป็นหนังรักโรแมนติก ผมคิดว่าดูหนังรักจะทำให้คนรักกันเร็วขึ้น แต่!!! ทำไมคนข้างๆ ผมมันหลับเป็นตายขนาดนี้ น้องนั่งหลับในโรงหนัง เอาหัวมาพิงใหล่ผมโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าเรียวๆ น่ารักน่าหอม มาพิงไหล่ผม ผมอดไม่ได้ที่จะเอามือลูบหัวน้องแบงค์ ฟินสุดๆ เลย นี่ถ้าเราคบกันจริงๆ พี่จะให้ไหล่เราพิงทุกวันเลย ไอ้เด็กน้อยเอ้ยย พอดูหนังจบ เราสองคนก็พากันกลับบ้าน ผมมาส่งน้องที่หอแล้วค่อยเดินกลับคอนโด

"ขอบคุณนะพี่กร ที่วันนี้เลี้ยงหนังแบงค์"

"ไม่เป็นไร สบาย สบาย"

"แต่แบงค์เกรงใจพี่วะ ไม่เป็นไรเนอะ เอาไว้วันหลังพี่ค่อยเลี้ยงแบงค์อีก"

"เออ คือ ไม่ต้องเกรงใจละม้างง พูดขนาดนี้"

"ล้อเล่น ไปคุยกับแฟนพี่เถอะ ไม่กวนแล้ว"

"อ่าๆๆ โอเค โอเค งั้นเเค่นี้นะ"

"คร้าฟฟผม บายๆๆ "

"บายคับ"

ผมวางโทรศัพท์อย่างมีความสุข ผมนั่งนับวันรออีก แค่ 2 วันเท่านั้น วันที่ผมรอคอยก็จะได้ฤกษ์มาถึงสักที รอพี่ก่อนนะ พี่จะสุขสันต์วันแห่งความรักให้เราเอง

..............เด็กน้อย...........

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 13


...........รู้งี้โสดตั้งนานละ.............

ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในสมอง ตั้งแต่ผมโสดเนี่ยย รู้สึกว่าผมกับพี่กรเราสนิทกันมากขึ้น หรืออาจจะเป็นเพราะผมได้เข้ามาเป็นรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยของพี่เค้าก็ไม่รู้ แต่ผมก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้กวนไดัแกล้งพี่กร ขอบคุณนะครับพี่ชาย ที่พาไปดูหนัง ถึงแบงค์จะหลับในโรงหนังก็ตาม แต่ผมก็อดลืมไม่ได้จริงๆ ว่าพี่กรมีแฟนอยู่เเล้ว

เทศกาลแห่งความรักใกล้เข้ามาถึง ตามถนนหนทางเริ่มมีของขวัญมาขายกัน ทั้งตุ๊กตาหมี ช๊อกโกแลต และดอกกุหลาบที่แสนแพง!!! ชาตินี้จะมีใครเอาของขวัญวาเลนไทน์มาให้ไหม ก็ดูสิครับผมมีแฟนกี่คนต่อกี่คน ก็ไม่เคยคบกันถึงวาเลนไทน์เลย สงสัยมันจะเป็นอาถรรพ์วันวาเลนไทน์ของผม แล้ววันวาเลนไทน์ของคนโสด มันทรมาใจเหลือหลาย เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นคนมีคู่เดินจูงมือกัน ซื้อกุหลาบให้กัน พากันไปเที่ยวจู๋จี๋กันหวานขนาดน้ำตาลเรียกพี่ แล้วคนโสดละ ก็ต้องอยู่เหงาๆ คนเดียว ผมไม่อยากออกไปไหนในวันวาเลนไทน์เลย

"แบงค์ วันอาทิตย์ว่างปะ"

"ว่างๆ มีไรเหรอ พี่กร"

"พี่มีเรื่องรบกวนเราหน่อย"

"เรื่องไรพี่ ว่ามาเลย? "

"มาเป็นตากล้องให้พี่หน่อยดิ"

"อ้าว ทำไมอะ ยายกล้องไม่มาอ๋อ!!! "

"ตลกล่ะ "

"ล้อเล่น ว่าแต่จะให้แบงค์ไปเป็นตากล้องทำไม"

"คือพี่จะไปเซอร์ไพรส์แฟน วันวาเลนไทน์อะ กลัวไม่มีคนถ่ายรูป"

"......มันจะดีเหรอพี่....."

"อ้าว ทำไมอะ"

"พอดีแบงค์นึกขึ้นได้ ว่าไม่ว่างอะพี่"

โหยยย ใครจะไปทนได้ วันวาเลน์ไทน์ก็เศร้าอยู่แล้ว นี่พี่กรยังจะให้ผมไปถ่ายรูปพี่สวีทหวานกับแฟนอีก ตาย ตายแน่ๆ

"อ้าว ไม่ว่างเหรอ!! แต่ไม่เป็นไร พี่ซื้อตั๋วให้เราเเล้ว"

"อ่ะ อ้าว เห้ยนี่มันมัดมือชกนี่หว่า"

"ใช่ไง ยังไงเราก็ต้องไป เพราะพี่ซื้อแล้ว"

"โห ไรวะ ไปก็ได้ เออ!! ว่าแต่ไปไหนอะ ทำไมต้องซื้อตั๋ว"

"...ดรีมเวิล์ด...."

"เห้ยยย จริงดิ อยากไปเหมือนกัน ไม่ได้ไปนานละ"

"เห็นไหม พี่เลือกคนไม่ผิด "

"แหม ก็เล่นซื้อตั๋วไว้ขนาดนี้ วันหลังไม่ต้องโทรมาบอกนะ มารับวันนั้นเลยก็ได้"

ในที่สุดผมก็ต้องออกไปข้างนอกวันวาเลนไทน์ จนได้!!! เห้ออ คิดว่าไปเที่ยวก็แล้วกัน

แต่ก็ทำใจลำบากนิดนึงตรงที่จะต้องไปถ่ายรูปให้พี่กรกับแฟนเขาเนี่ยแหละ!!!!!

.... 14 กุมภา วันวาเลนไทน์ ....

ถึงแล้ววว ดรีมเวิล์ด ดินแดนแห่งความฝัน วันนี้ที่นี่ดูคึกคักเป็นพิเศษ มีทั้งลูกเล็กเด็กแดง ลุงป้าน้า คุณปู่คุณย่า คุณพ่อคุณแม่ แลัวยังมีคู่รักอีกหลายคู่ที่เดินจูงมือกันมาเที่ยวที่นี่ รวมถึงคู่ของพี่กรกับพี่น้ำข้าวด้วย เรานั่งคุยกันพลางๆ ในรถ พี่สองคนดูรักกันมาก เห็นไหมผมว่าแล้วว่าพี่กร ต้องทำได้ พี่น้ำข้าวคงเลิกกับกิ๊กคนนั้นเเล้วกลับมาเลือกพี่กร ก็แหม พี่กรออกจะหล่อน่ารัก นิสัยดี ขนาดนี้ ผูัหญิงคนไหนปล่อยให้หลุดมือไป ไม่โง่ก็บ้าแหละครับ ผมเดินถ่ายรูปให้พี่กรได้สักพักหนึ่งก็เกิดปวดฉิ่งฉ่องขึ้นมา เลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

"อ้าว นัท มาเที่ยวเหรอ"

"ป่าวพี่ ผมมาร้องเพลงที่นี่ วันนี้"

"โห ดังใหญ่แล้วนะเนี่ยยย"

"ไม่ขนาดนั้นคับ ผมมากับวงเพื่อน....พี่มาก็ดีแล้ว"

"ทำไมอ่ะ"

"ไปฟังผมร้องเพลงด้วยนะพี่"

"ได้ดิ เราร้องตอนไหน"

"ประมาณเที่ยงๆ อะพี่ ที่เวทีกลางเเจ้งที่เขาจัดงานอะ"

"โอเค โอเค เดี๋ยวพี่ไปดู"

"มาให้ได้นะพี่ ผมจะรอ"

"แหม พูดซะเหมือนว่า ถ้าพี่ไม่ได้ดู จะร้องไม่ได้อย่างนั้นแหละ"

"นะพี่ ไปดูผมนะ"

"ได้ๆ เดี๋ยวจะไปเกาะขอบเวทีเลย"

"ขอบคุณครับ ผมไปก่อนนะพี่ แล้วเจอกัน"

"ค้าฟ"

ผมแยกกันกับน้องนัท แล้วเดินกลับมาหาพี่กรกับพี่น้ำข้าว เรานั่งกระเช้าลอยฟ้ากัน ทำให้ผมมองเห็นเวทีกลางเเจ้ง ที่เขาจัดงาน

"พี่กร ตอนกลางวันอะ แบงค์ขอไปดูน้องร้องเพลงนะ"

"น้องไหน"

"รุ่นน้องที่ โรงเรียน วันนี้มันมาร้องเพลงกับวงมัน"

"ได้ดิ ได้หาอะไรกินกลางวันกันด้วย"

"ขอบคุงง๊าบบบ"

พอลงจากรถกระเช้า เราก็ได้เวลาเข้าบ้านผีสิงกัน ผมโคตรกลัวผีเลย บอกพี่กรว่าจะไม่เข้าพี่กรก็ลากเข้าไปจนได้ ในความมืดมีหลายสิ่งที่เราไม่รู้ เสียงหวีดร้องของผีแต่ละตัว ทำเอาผมหลับตาปี๋ แล้วเดินเกาะเเขนพี่กรอย่างไม่ได้นึกถึงพี่น้ำข้าวเลย ผมตัวติดกับพี่กรยิ่งกว่าพี่น้ำข้าวอีก ก็คนมันกลัวนี่หว่า ลากเข้ามาก็ต้องรับผิดชอบเลย ผมเดินหลับตาจนถึงทางออก ข้างในบ้านผีสิงมีอะไรบ้าง ไม่รู้หรอกครับ รู้แค่ว่าโคตรกลัวอะ คราวหลังจะไม่เข้าอีกเด็ดขาด

เราออกจากบ้านผีสิงกันนี่ก็เกือบจะเที่ยงเเล้ว พี่กรเลยพาไปจองที่นั่งก่อน แล้วก็ซื้ออาหารมานั่งกินกัน แต่!! พี่น้ำข้าวขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ท่าทางจะท้องเสีย เพราะพี่น้ำข้าวหายไปนานมากๆๆๆ ผมนั่งกินข้าวกับพี่กรสองคน ผมมองไปข้างเวที เห็นน้องนัทกำลังซ้อมคิวอยู่ น้องนัทหันมาส่งสัญญาณมือให้ผม เป็นอันว่าเห็นแล้วว่าผมนั่งอยู่ ทีนี้ก็รอแค่เวลาดูสิว่าวันนี้ น้องนัทจะมาร้องเพลงอะไร......





เวทีกลางแจ้งเป็นเวทีเล็กๆ เหมือนกับงานอีเว้นท์เล็กๆ ทั่วไป มีคนมานั่งดูบ้าง ยืนดูบ้าง ตามไสตล์ บรรยากาศร่มรื่น ทำเอาผมอดอิจฉาคนมีคู่ไม่ได้เลย

"ขอเชิญทุกท่านพบกับวงดนตรีหนุ่มหน้าใส ขวัญใจเด็กม.ปลายได้เลยครับ!!! "

เสียงพิธีกรประจำงาน กล่าวเปิดตัววงดนตรีของน้องนัท

"สวัสดีครับ สวัสดีพี่ๆ น้องๆ ลุงป้าน้าอา และคนมีความรักทุกคนนะคร้าบบ วันนี้ วันแห่งความรัก ผมก็จะมาร้องเพลงหวานๆ ซึ้งๆ ให้ทุกท่านฟังกัน เราไปฟังเพลงแรกกันเลยคร้าบบ "

น้องนัทเกริ่นนำก่อนจะร้องเพลง สาวๆ ก็มีมายืนกรี๊ดอยู่ข้างเวที ก็น้องนัทหน้าใส ซะขนาดนี้ จะไม่ให้มีสาวๆ มากรี๊ดได้ยังไงละครับ เพลงแรกที่น้องนัทร้องคือ เพลงลูกอม ของ วัชราวลี

ในคืนที่ฟ้านั้นเต็มไปด้วยแสงไฟ

เราโอบกอดกันและมองไปบนฟ้าไกล

สุดหัวใจ สุดสายตา มีแต่เรา

ดวงจันทร์ล่องลอยและมอบความรักให้กัน

ขอบคุณวันนี้ที่คอยดูแลรักฉัน จากหัวใจ จากนี้ไปมีแต่เธอ

ฉันไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ ดวงดาวจะหายไปไหน

ฉันไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ท้องฟ้าจะเป็นเช่นไร

แต่ฉันก็รู้หัวใจของฉัน

จะมีเพียงเธอรักเพียงแต่เธอ

โอบกอดเธอด้วยรัก รักที่ห่วงใย

ใจฉันให้เธอมันเป็นของเธอรู้ไหม

ทุกคำมันกลั่นออกมาจากหัวใจ

เราจะลอยข้ามฟ้าท่ามกลางหมู่ดาว

จะไม่มีความเหงาเข้ามากล่ำกลาย

เพลงนี้เพื่อเธอมันเป็นของเธอรู้ไหม

สัญญาจะดูแลเธอจากนี้ ตลอดไป

แม้มีบ้างครั้งฉันทำให้เธอเสียใจ

แต่ทุกๆ ครั้งเธอพร้อมจะมองข้ามไป

เธอเข้าใจ ให้อภัยคนอย่างฉัน

ฉันไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ ดวงดาวจะหายไปไหน

ฉันไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ท้องฟ้าจะเป็นเช่นไร

แต่ฉันก็รู้หัวใจของฉัน

จะมีเพียงเธอรักเพียงแต่เธอ

โอบกอดเธอด้วยรัก รักที่ห่วงใย

ใจฉันให้เธอมันเป็นของเธอรู้ไหม

ทุกคำมันกลั่นออกมาจากหัวใจ

เราจะลอยข้ามฟ้าท่ามกลางหมู่ดาว

จะไม่มีความเหงาเข้ามากล่ำกลาย

เพลงนี้เพื่อเธอมันเป็นของเธอรู้ไหม

สัญญาจะดูแลเธอจากนี้ ตลอดไป

ต่อให้โลกสลาย หายไปกับตา

ต่อให้ดาวบนฟ้า ลบเลือนห่างไกล

ใจฉันให้เธอมันเป็นของเธอรู้ไหม

ทุกคำมันกลั่นออกมาจากหัวใจ

เราจะลอยข้ามฟ้าท่ามกลางหมู่ดาว

จะไม่มีความเหงาเข้ามากล่ำกลาย

เพลงนี้เพื่อเธอมันเป็นของเธอรู้ไหม

สัญญาจะดูแลเธอจากนี้ ตลอดไป

"จบไปแล้วนะครับ สำหรับเพลงแรก ใครที่มีคู่ก็ขอให้รักกันนานๆ ส่วนคนไหนโสด! ก็ขอให้มีคู่วันนี้เลย"

น้องนัทร้องเพลง คนไหนโสด ของ แกงส้ม-โดม เดอะสตาร์ แล้วก็ร้องเพลง ไกลแค่ไหนคือใกล้ ผมนั่งฟังน้องนัทร้องเพลงอยู่สักพัก พี่กรก็สะกิดผม

"แบงค์ ไปได้เเล้ว"

"อ้าว แบงค์ยังฟังเพลงไม่จบเลยพี่กร!!

"เหอะน่ะ พี่ข้าวโทรมา บอกว่าเข้าไปรอในเมืองหิมะแล้ว"

"อ๊าว"

"ไปเถอะเร็วๆ "

"อ่ะๆ ไปก็ได้"

ผมลุกขึ้นจากโต๊ะ หันหลังเดินออกไปเพื่อจะไปเมืองหิมะกับพี่กร

"เดี๋ยวก่อนครับ อย่าเพิ่งลุกไปไหนกันนะครับ ผมมีเพลงเพลงหนึ่ง ตั้งใจมาร้องให้คนๆ หนึ่งฟัง ผมอยากให้เขาอยู่ฟังเพลงนี้ ถ้าเขาไม่อยู่ผมคงร้องไม่ได้"

ผมรู้สึกเหมือนว่านัทเรียกผม ผมหยุดเดินเเล้วหันหลังกลับไปมองน้องนัทบทเวที

"ผมแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่งอยู่ครับ เขาเป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนเราสนิทกันตั้งแต่กีฬาสี แต่พี่เขาไม่เคยรู้เลย ตอนนี้พี่เขาจบไปแล้ว ผมเลยไม่ได้มีโอกาสจะบอกความในใจกับพี่เขา แต่วันนี้ความบังเอิญพาให้ผมมาเจอพี่เขาที่นี่ ผมเลยอยากใช้โอกาสนี้ร้องเพลงนี้ให้พี่เขา และผมก็หวังว่า พี่เขาจะให้ผมเป็นคนเข้าไปดูแลหัวใจเขา...."

เสียงดนตรีเพลงๆ หนึ่งที่ค้นหูผม ดังขึ้น เพลง ให้ฉันดูแลเธอ ของ แหนม รณเดช

ก็เป็นคนธรรมดา ไม่พิเศษ

ก็เป็นคนที่เดินดิน อย่างคนทั่วไป

ไม่ได้ดี เกินกว่าคนไหน

มีแค่ใจดวงเดียวให้เธอ

ก็เป็นเพียงคนๆ หนึ่งไม่เลิศเลอ

แค่บังเอิญมาเจอเธอ แต่ไม่รู้ทำไม

ยิ่งใกล้กัน ก็ยิ่งหวั่นไหว

อยากค้นใจเธอดูสักครั้ง

หากบังเอิญ ถ้าเธอต้องการใคร

หากวันใดถ้าเธอนั้นอ่อนแอ

ให้ฉันดูแลเธอ รักเธอได้ไหม

ให้ฉันเป็นเพื่อนเธอ เมื่อเธอเหงาใจ

ไม่ต้องกลัว จะไม่ไปไหน

จะไม่ทำให้เธอเจ็บอีกเหมือนเคย จะดูแลอย่างดี

หากว่าเธอยังลังเลไม่แน่ใจ

ก็ปล่อยให้มันเป็นไป ให้ตัวฉันได้พิสูจน์

ว่ารักเธอ มากสักแค่ไหน

โปรดไว้ใจฉันดูสักครั้ง

หากบังเอิญ ถ้าเธอต้องการใคร

หากวันใดถ้าเธอนั้นอ่อนแอ

ให้ฉันดูแลเธอ รักเธอได้ไหม

ให้ฉันเป็นเพื่อนเธอ เมื่อเธอเหงาใจ

ไม่ต้องกลัว จะไม่ไปไหน

จะไม่ทำให้เธอเจ็บอีกเหมือนเคย จะดูแลอย่างดี

...น้องนัทเดินลงมาจากเวที ในมือถือดอกกุหลาบหนึ่งดอก เดินตรงมาหาผม ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย สาวๆ ที่มากรี๊ดน้องนัท เลยหันมาลุ้นมาฟินกับผม น้องเดินตรงมาหาผมพลางร้องเพลงไปด้วย

ให้ฉันดูแลเธอ รักเธอได้ไหม

ให้ฉันเป็นเพื่อนเธอ เมื่อเธอเหงาใจ

ไม่ต้องกลัว จะไม่ไปไหน

จะไม่ทำให้เธอเจ็บอีกเหมือนเคย จะดูแลอย่างดี

ให้ฉันดูแลเธอ รักเธอได้ไหม

ให้ฉันเป็นเพื่อนเธอ เมื่อเธอเหงาใจ

ไม่ต้องกลัว จะไม่ไปไหน

จะไม่ทำให้เธอเจ็บอีกเหมือนเคย จะดูแลอย่างดี....

น้องนัทยื่นดอกกุหลาบให้ผม เขินมากเลยครับ นี่ผมฝันไปหรือเปล่า นักร้องโรงเรียนหน้าใสคนนี้ แอบชอบผม ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลย แต่พอมาเจอแบบนี้ผมทำอะไรไม่ถูกเลย ผมรับดอกกุหลาบจากมือนัทมา เสียงกรี๊ดของคนโดยรอบ ทำเอาผมรู้สึกเหมือนเป็นจุดสนใจ ยิ่งทำให้ผมเขินขึ้นไปอีก

"เป็นแฟนกับผมนะพี่"

ไอ้เด็กบ้า มาขอเป็นแฟนอะไรตรงนี้ นี่มันที่สาธาณะนะเว้ยย โคตรเขินเลย ผมอ้ำๆ อึ้ง พูดไม่ออกเลย โอ๊ยยย เขินเว้ย ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าผมจะตอบน้องนัทว่ายังไง......


ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 14

"เป็นแฟนกับผมนะพี่? "

คำพูดของน้องนัททำผมเขินเว้ย!!! ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าผมจะตอบน้องนัทว่ายังไง ใจหนึ่งก็อยากตอบตกลง แต่อีกใจผมก็กลัวว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบครั้งของมาร์ชอีก ผมยังเข็ดขยาดกับความรักอยู่เลย

"คือ เอ่ออ พี่....พี่ยังไม่พร้อม"

น้องนัทหน้าจ๋อยไปนิดนึง บรรยากาศรอบข้างเงียบไปชั่วขณะ ก็ผมยังไม่พร้อมจะมีรักใหม่นี่ครับ อีกอย่างผมกับน้องนัทถึงจะสนิทกัน แต่ก็ใช่ว่าจะรู้จักนิสัยกันดีซะเมื่อไร

"ไม่เป็นไรพี่ อย่างน้อยผมก็ได้มีโอกาสบอกพี่"

"ขอบคุณนะ..."

"คร้าบผม"

น้องนัทส่งยิ่มให้ผม แล้วหันหลังกลับไป ผมตัดสินใจพูดกับนัทอีกประโยค

"แต่ก็ดูๆ กันไปก่อนก็ได้นะ..."

เสียงเฮจากคนรอบข้าง เชียร์อย่างดีใจ นัทเดินเข้ามาจับมือผมพาขึ้นไปบนเวที

"และนี่ก็คือเพลงเซอร์ไพรส์สุดท้ายของวงเรานะครับ..."

นัทส่งไมค์อีกตัวให้ผม เห้ย!!! ปรึกษายังฟร่ะเนี่ยยย แต่ก็ขึ้นมาบนเวทีขนาดนี้แล้ว ผมก็กลัวเสียฟอร์มสิคับ ร้องก็ร้อง 5555

แต่พูดความจริงไม่ได้ ได้แต่เก็บอยู่ข้างใน

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เธอจะรู้หัวใจ

ได้โปรดมองในตาฉัน มองที่ตรงนั้นเธอคงพอเข้าใจ

สิ่งที่เธอได้มองเห็น คนที่เธอเห็นช้ำไปทั้งใจ

อยากให้เธอได้ยิน

เสียงในหัวใจ ว่ามันรักเธอแค่ไหน

แต่ก็ไม่รู้ต้องทำยังไงให้เธอได้รับฟัง

อยากให้เธอได้ยินทุกความรู้สึก

ส่วนลึกในใจของฉัน ว่ารักเธอ

รักเธอคนเดียว แต่ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไร

มันจะนานอีกสักเท่าไหร่

ที่ฉันต้องทนให้หัวใจ มันซ่อนบางคำไม่ได้

แค่เธอมาค้นใจ จะรู้ว่าเท่าไหร่ที่ฉันรักเธอ

ได้โปรดมองในตาฉัน มองที่ตรงนั้นเธอคงพอเข้าใจ

สิ่งที่เธอได้มองเห็น คนที่เธอเห็นคิดไปมากมาย

อยากให้เธอได้ยิน

เสียงในหัวใจว่ามันรักเธอแค่ไหน

แต่ก็ไม่รู้ต้องทำยังไงให้เธอได้รับฟัง

อยากให้เธอได้ยินทุกความรู้สึก

ส่วนลึกในใจของฉัน ว่ารักเธอ

รักเธอคนเดียว แต่ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไร

อยากให้เธอได้ยิน

เสียงในหัวใจว่ามันรักเธอแค่ไหน

แต่ก็ไม่รู้ต้องทำยังไงให้เธอได้รับฟัง

อยากให้เธอได้ยินทุกความรู้สึก

ส่วนลึกในใจของฉัน ว่ารักเธอ

รักเธอคนเดียว แต่ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไร

อยากให้เธอได้ยิน

เสียงในหัวใจว่ามันรักเธอแค่ไหน

แต่ก็ไม่รู้ต้องทำยังไงให้เธอได้รับฟัง

อยากให้เธอได้ยินทุกความรู้สึก

ส่วนลึกในใจของฉัน ว่ารักเธอ

รักเธอคนเดียว แต่ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไร

เราร้องเพลง อยากให้เธอได้ยินหัวใจ กันจบเสียงปรบมือและเสียงเฮก็ดังไม่ขาดสาย ผมเดินลงมาหลังเวทีกับน้องนัท

"พี่รีบกลับป่าว? "

"ไม่รู้ดิ"

"กลับพร้อมกันไหม ผมเก็บของสักพักนึง"

"ไม่รู้ดิ เดี๋ยวพี่ถามพี่ชายพี่ก่อนนะ"

"ได้พี่ งั้นว่ายังไงโทรมสละกัน เดี๋ยวผมรอแถวๆ นี้ล่ะ"

"เคๆ ไปแล่วว"

ผมยิ้มเขินๆ น้องนัทส่งสัญญาณมือเป็นรูป I love you /// ไอ้บ้า แค่นี้ก็เขินจนหน้าแดงไปหมดแล้ว ผมเดินออกมาหาพี่กร อ้าว! พี่กรหายไปไหนซะแล้วละ หรือ ไปหาพี่น้ำข้าว ผมโทรหาพี่กร พี่กรก็ไม่รับสาย!! ไปไหนของเขานะ......./// ผมเดินหาพี่กรตั้งนานก็ยังหาไม่เจอ หรือพี่เขาจะเข้าเมืองหิมะ!!! ผมเลยตัดสินใจซื้อตั๋วเข้าเมืองหิมะไป เผื่อจะเจอพี่กร

อุณหภูมิ -15ํ ทำเอาผมหนาวไปเลยคับ ผมเดินเข้าไปหาพี่กร อยู่ไหนของเขาเนี่ยยย ผมเดินไปเดินมาจนทั่ว เริ่มสั่นเเล้วสิครับ ไม่ไหวละ ผมมองไปเห็นโดมเอสกิโม มันน่าจะอุ่นบ้างละว่ะ ผมเลยเดินเข้าไปในโดมนั้น ขอนั่งพักก่อนนะ

"ค่อยยังชั่ว!! หนาวจะตายอยู่ละ ไปไหนกันว่ะเนี่ย?? "

ผมหนาวมากๆ แต่ที่ยังไม่อยากออกนะเหรอครับ ก็เพราะว่าเสียดายค่าตั๋วอะดิ ขอนั่งในนี้อีกแปปนึงละกัน ไหนๆ ก็เสียตังค์เข้ามาละ ผมรู้สึกเหมือนมือผมทับอะไรบางอย่างอยู่ ผมหันไปดู มันคือพวงกุญแจตัวอักษร เป็นคำว่า "Korn" อ้าวเห้ยย นี่มันของพี่กรป่าวเนี่ยย ผมไม่รู้ว่าใช่ไหม แต่ผมก็ไม่พลาดที่จะเก็บมันไว้ก่อน ถ้าใช่ของพี่กร สงสัยพี่กรต้องเข้ามาในเมืองหิมะเเล้วทำหล่นไว้แน่ๆ เลย ว่าแต่เจ้าตัวไปไหนละเนี่ย หาจนเหนื่อยแล้วนะเฟ้ยยย!!! ผมออกมาจากเมืองหิมะ ได้จังหวะที่พี่กรโทรมาพอดี

"โหยยย!!! หายไปไหนอะพี่กร โทรไปก็ไม่รับ แบงค์เดินหาพี่จนเหนื่อยละเนี่ยย!! "

".....เราจะกลับยัง"

"พี่จะกลับกันแล้วเหรอ"

"ใช่ๆ .... หรือเราจะกลับกับรุ่นน้องเราก็ได้นะ"

"จะไปสวีทหวานกับพี่น้ำข้าวอดิ.....งั้นพี่กลับก่อนก็ได้" ผมไม่อยากไปเป็น กขค เค้า...

"คับ งั้นพวกพี่กลับก่อนนะ กลับหอดีๆ ละ"

"โอเคครับ คุณพ่อ "

พี่กรวางสายไป คนมีคู่ก็แบบนี้ละเน้อ เห้อออ อยากมีคู่เหมือนคนอื่นๆ บ้าง แต่ก็กลัวการลาจาก กลัวความเจ็บปวดจากความรัก ผมถึงยังไม่อยากเริ่มใหม่กับใครทั้งนั้น

วันนี้ผมกลับจากดรีมเวิล์ดพร้อมกับน้องนัทเราได้คุยกันยาวเลยครับ ผมถึงรู้ว่าจริงๆ แล้วน้องนัทชอบผม แล้วพยายามจะบอกผมหลายรอบแล้ว แต่ผมก็ดูไม่ออกสักที

น้องนัทแยกกันกับผมที่ป้ายรถเมล์ป้ายเดิม ผมกลับมาถึงห้อง แล้วโหลดรูปจากกล้องลงคอม ภาพพี่กรคู่กับพี่น้ำข้าวดูเข้ากันดี

ผมหยิบตุ๊กตาหมีสีขาวตัวเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเป้ผม แล้วเอาพวงกุญแจที่เก็บได้ในเมืองหิมะ มาคล้องแขนหมีไวั

".....Happy valentine day นะพี่กร......"

จริงๆ แล้วผมตั้งใจจะเอาตุ๊กตาหมีไว้ให้พี่กร แต่พี่กรดันรีบกลับไปสวีทกับแฟนก่อนนี่ เห้ออ แต่ก็ช่างเถอะครับ แค่เห็นพี่กรมีความสุขผมก็สุขใจแล้ว วาเลนไทน์ปีนี้ผมยังโชคดีที่กามเทพ ยังส่งน้องนัทมาเซอร์ไพรส์ผม วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงนะ ผมยังคงหาคำตอบให้หัวใจตัวเองไม่ได้ ว่าผมจะตกลงคบกันน้องนัทได้เมื่อไหร่ หรือจนกว่าผมจะเลิกกลัวความผิดหวังจากความรัก............







.....ก้าวแรกในรั้วมหาวิทยาลัย..... หลังจากที่ผมใช้ชีวิตเด็กม.ปลายจนคุ้มแล้ว เวลาของการเป็นนักศึกษาก็เข้ามาถึง วันนี้เป็นวันแรกของการเข้าเรียน ผมเรียนนิเทศศาสตร์ สาขาเอกการแสดงและการกำกับการแสดง ตามไสตล์ละครับเด็กนิเทศ ก็ดูชิวๆ ดีวันนี้ผมได้เพื่อนใหม่หลายคนเลย และเราก็มีกลุ่มของเราคือ ผม แม็ก ข้าวปั้น จอย เกษ เราห้าคนมีนิสัยคล้ายๆ กัน เลยสนิทกันเร็วมากกก "ข้าวปั้น" เป็นเพื่อนในกลุ่มหัวกะทิเหมือนผม เราสอบชิงทุนได้เหมือนกัน ผมสนิทกับข้าวปั้นมากที่สุดในกลุ่ม ผมเลยรู้ว่า "ข้าวปั้น" คนนี้แหละคือน้องชายของ "พี่น้ำข้าว" อะไรจะบังเอิญขนาดนี้

"ปั้น!!! เเล้ววันนี้กลับบ้านยังไง "

"ก็คงนั่งรถตู้กลับอะ เเบงค์ละ"

"เหมือนกัน. บ้านปั้นอยู่ตรงไหนเหรอ? "

"บ้านเราอยู่โชคชัยสี่ แล้วแบงค์ละ"

"อ๋อ เราอยู่หอใกล้ๆ กับมหาลัยนี่แหละ"

"ดีจังเนอะ ได้อยู่หอด้วย"

"ไม่เห็นจะดีเลย อยู่คนเดียวเงียบก็เงียบ แถมเปลืองค่าห้องอีกตะหาก"

"อ้าว ถ้างั้นทำไมไม่ย้ายไปอยู่กับพี่กรล่ะ เห็นสนิทกัน"

"ไม่ได้หรอก เผื่อวันไหนพี่น้ำข้าวไปหาพี่กร แบงค์ก็เป็น กขค เขาอดิ"

"เป็น กขค ยังไง"

"อ้าว ก็เค้าเป็นแฟนกัน เผื่อเขาไปกระจุงกระจิง กระหนุงกระหนิงกัน เเล้วมีแบงค์อยู่ เป็น ก้าวขวางคอ แฟนเค้าจะสวีทกันได้ยังไงละ"

"แบงค์ว่า ใครเป็นแฟนใครนะ "

"ก็พี่น้ำข้าว พี่สาวปั้น กับพี่กรไง"

" ตลกแล้ว พี่ข้าว เขาคบกับพี่อั้มรุ่นพี่ที่มหาลัยอื่น"

"อ้าว ก็พี่กร กับพี่ข้าวเป็นคนบอกเราเอง"

"แบงค์โดนพี่ๆ หลอกแล้ว พี่ข้าวจะเป็นแฟนพี่กรได้ไง เขาเเค่เป็นเพื่อนสนิทกันนะ"

"เหรอ เอ่อๆๆ สงสัยแบงค์จะเข้าใจผิดเองแหละ งั้นเราขอตัวนะปั้น

แล้วพรุ่งนี้เจอกัน"

"บายๆ กลับบ้านดีๆ นะ"

"บายๆ "

.......นี่มันอะไรกัน!!! พี่กรหลอกเราเหรอเนี่ยย พี่กรหลอกเราทำไม?? เรื่องพี่กรกับพี่น้ำข้าวเป็นแฟนกัน นับตั้งแต่วันที่ผมรู้ก็เกือบจะปีแล้วนะ!! แล้วเมื่อวันวาเลนไทน์ เขาเพิ่งให้ผมไปถ่ายรูปคู่ให้เขา!!! เขาทำอย่างนั้นทำไม พี่กรหลอกเราทำไม ผมตัดสินใจนั่งรอพี่กรอยู่ที่หน้าคณะวิศวะ ผมรอจนพี่กรออกมา

"อ้าว! แบงค์มาทำไรตรงนี้"

"เรามีเรื่องต้องคุยกัน"

"เรื่องอะไร "

"เรื่องพี่น้ำข้าว "

"ทำไมหรอ"

"สนุกมากไหมพี่"

"อะไร แบงค์ใจเย็นๆ ก่อน ค่อยๆ คุยมีอะไร"

"พี่กร พี่หลอกแบงค์ทำไม เรื่องพี่น้ำข้าว"

"เรื่อง....."

"ก็เรื่องที่พี่บอกว่าพี่เป็นแฟนกับพี่ข้าว แล้วยังจะให้แบงค์ไปถ่ายรูปพวกพี่อีก พี่ทำแบบนี้ทำไมพี่กร ทำไมพี่ต้องโกหกแบงค์ด้วย"

"แบงค์รู้ "

"ใช่ แบงค์รู้ รู้แล้วก็หายโง่แล้วด้วย ทำไมพี่ต้องหลอกแบงค์วะพี่กร "

"คือ...เอ่อ...พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ"

"ไม่ได้ตั้งใจเหรอ ถ้าพี่ตั้งใจมันจะขนาดไหน พี่ก็รู้ใช่ไหม แบงค์เกลียดที่สุดคือคนโกหก แต่นี่พี่กรกลับหลอกแบงค์มาเกือบปี เพื่ออะไรพี่ พี่ตอบแบงค์มาดิ"

"คือ...พี่.. พี่ไม่ได้ตั้งใจหลอกเรานะ แบงค์ พี่รู้ว่าเราไม่ชอบคนโกหก แต่พี่จำเป็น"

"จำเป็น จำเป็นอะไร พี่บอกมาสิ มันจำเป็นอะไรนักหนา"

"คือ... พี่.... พี่ชอบ"

....อยากมีรักแท้แค่หนึ่งคน จะค้นเจอหรือเปล่า ถ้าขาดเธอก็เหงาถ้าขาดเขาก็ขาดใจ...

เสียงโทรศัพท์ผมดังขัดจังหวะมาก

"ฮัลโหล"

"แบงค์ มึงอยู่ไหน"

"อยู่มอ มีไรมาย"

"น้องนัทโดนรถชน ตอนนี้อยู่ห้องฉุกเฉิน"

"อะไรน่ะ"

ผมกับพี่กรรีบไปโรงพยาบาลทันที เหตุการณ์ชุกลหุกจนผมตั้งตัวไม่ติด มันเกิดขึ้นกับผม อย่าเป็นอะไรนะนัท อย่าเป็นอะไรนะ รอพี่ก่อน ตอนนี้ในใจผมชัดเจนเเล้วว่า จะตกลงเป็นแฟนกับน้องนัท หลังจากที่เราคุยกันมาสักระยะหนึ่ง

"ญาติคนไข้อยู่ไหนครับ"

นายแพทย์เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน พ่อแม่ของน้องนัทรีบเข้าห้องฉุกเฉนไปทันทีที่หมอบอกว่า ให้เข้าไปดูใจลูกชาย สักพักหนึ่งพ่อของน้องนัทก็ออกมาเรียกให้ผมเข้าไป หาน้องนัท ผมกับพี่กรเราเดินเข้าไปหาน้องนัท น้องนัทที่ผมเห็นตอนนี้ มีบาดแผลเต็มตัวไปหมด น้องร้องไห้ออกมาแล้วจับมือผม

"พี่แบงค์...นัทรักพี่มากนะคับ...แต่นัทคงดูแลพี่อย่างที่นัทสัญญาไว้ไม่ได้"

"นัทท นัทอย่าพูดแบบนี้ เดี๋ยวนัทก็หาย"

"ผมรู้ดีพี่....ว่าผม....คงอยู่ได้....อีกไม่นาน.... ผม....รัก....พี่...."

น้องนัทเริ่มพูดเฉื่อยลง บรรยากาศหดหู่อย่างไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ผมจับมือน้องนัทแน่นขึ้น ก่อนที่น้องนัท จะลาผมไปอย่างไม่มีวันกลับ ........

หลังจากการจากไปของน้องนัท ทำให้ผมรู้สึกขาดหายอะไรบางอย่างในชีวิต นับจากวันนี้ไม่มีอีกแล้ว เด็กที่มาร้องเพลงจีบผม เด็กที่คอยบอกรักผม ไม่มีเด็กคนนั้น อีกแล้ว ผมคิดถูกที่ว่า ความกลัวใน "ความรัก" ที่ผมกลัวว่าถ้ารักใครอีกแล้วผมจะเจ็บอีก มันก็ได้เกิดขึ้นกับผมอีกครั้ง ผมสูญเสียคนที่รักไปโดยไม่ได้บอกเขาสักคำว่า "ผมรักเขา"............




ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 15

ตั้งแต่วันนั้น วันที่น้องนัทจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ ผมเปลี่ยนไปแทบจะเป็นอีกคนหนึ่ง ผมเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยได้ออกไปไหน ซึมเเละเหม่อลอย ผมเริ่มดื่มเหล้าครั้งแรกก็ตอนนี้แหละครับ ผมลืมเรื่องที่พี่กรหลอกผมว่ามีแฟนแล้วไปสนิท ผมไม่ได้สนใจใครอีกเลยรวมถึง "พี่กร"

"แบงค์!!! แบงค์!!! แบงค์!!! เปิดประตูให้พี่หน่อย"

ผมลุกไปเปิดประตูห้องให้พี่กร

"มีอะไรพี่กร"

"ทำไมไม่ไปเรียน นี่พี่เพิ่งรู้จากเพื่อนเรา ว่าเราขาดเรียนมาจะสองอาทิตย์แล้ว"

"ช่างเถอะ"

"จะช่างเถอะ ได้ยังไง พี่รู้นะว่าเราเสียใจ แต่ชีวิตคนเรามันต้องเดินต่อไม่ใช่เหรอ"

"พี่กรไม่เข้าใจหรอก ว่าการสูญเสียคนที่รักไปมันเป็นยังไง"

"ทำไมพี่จะไม่เข้าใจ พี่เคยเสียคนที่พี่รักไปหลายต่อหลายครั้ง แต่พี่ก็ไม่เคยหมดหวัง"

"แล้วพี่จะให้แบงค์หวังอะไร ในเมื่อยังไงน้องนัทก็ไม่มีวันกลับมา"

"แล้วยังไง เรามาเป็นอยู่แบบนี้ มันได้อะไรขึ้นมา"

"อย่ามายุ่งกับแบงค์ พี่จะไปไหนก็ไป ออกไป....แบงค์ไม่มีน้องนัท.....แบงค์ไม่มีใครอีกแล้ว.....ไม่มี"

"แบงค์ มีสติหน่อย... นี่เรากินเหล้าเหรอ? "

"ไป ออกไป อย่ามายุ่งกับแบงค์!!!! "

ผมไล่พี่กรออกจากห้อง ผมทุบตีพี่กรอย่างขาดสติเพราะฤทธิ์ของสุรา พี่กรดึงตัวผมเข้าไปกอด ผมร้องไห้เลยครับ

"พอเถอะแบงค์ อย่าประชดตัวเองแบบนี้อีกเลย"

"ฮือๆๆๆ ฮือๆๆๆๆ ออกไป แบงค์อยากอยู่คนเดียว"

"ไม่ พี่จะอยู่เป็นเพื่อนเรา จนกว่าเราจะกลับมาเป็นน้องของพี่คนเดิม"

ตั้งแต่วันนั้นพี่กรก็มาอยู่เป็นเพื่อนผมที่ห้องทุกวัน ผมเริ่มไปเรียนตามปกติ และทุกเย็นพี่กรก็จะมารอรับผม แล้วกลับห้องด้วยกัน พี่กรทำแบบนี้อยู่หลายอาทิตย์ จนผมรู้สึกดีขึ้น

คืนนั้น พี่กรมีทำรายงานกับเพื่อน เลยไม่ได้กลับห้องพร้อมผม ผมกลับมานั่งอยู่ึนเดียวในห้อง ฟังเพลงไปเรื่อยเปื่อย แล้วผมก็เหลือบไปเห็น"ดอกกุหลาบ" ดอกนั้นที่น้องนัทให้ผมวันวาเลนไทน์ ผมนั่งคิดถึงตอนที่น้องนัทมาขอผมเป็นแฟน ตอนที่เรานั่งรถกลับมาด้วยกัน ผมจะคิดถึงน้องนัท จนกว่าวันที่ผมจะได้ไปหาเขา ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ ผมหยิบมีดปอกผลไม้มากรีดแขนตัวเอง ผมคิดเเค่ว่าผมอยากไปหาน้องนัท เพราะชีวิตผมไม่มีอะไรเหลือแล้ว....

"พี่...จะ...ไปหา....เรานะ....นัท....."









KORN PART.



".....แบงค์....."

ภาพแรกทันที่ที่ผม เปิดประตูห้องเข้ามา แบงค์สลบอยู่บนโต๊ะหนังสือ ที่ข้อมือมีรอยมีดกรีดเป็นแนวยาว เลือดนองเต็มพื้น ผมรีบขับรถพาน้องไปโรงพยาบาล อย่าเป็นอะไรไปนะเเบงค์ อย่าเป็นอะไรไปนะ

"คนไข้ปลอดภัยเเล้วครับ โชคดีที่ยังมาทันเวลา ถ้าช้ากว่านี้โอกาสรอดก็มีน้อยครับ"

"ขอบคุณครับคุณหมอ"

น้องแบงค์นอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ผมเลยมานอนเฝ้าน้อง น้องนอนหลับไม่รู้เรื่อง ผมนั่งกุมมือน้องอยู่ข้างเตียง

"ทำไม ต้องคิดสั้นแบบนี้ด้วย ... แบงค์ ... ถ้าเราเป็นอะไรไป พี่จะอยู่ยังไง เรารู้ไหมว่าพี่ยังไม่ได้บอกว่า รักเราเลย พี่ยังไม่ได้อธิบาย ว่าทำไมพี่ต้องโกหกเรา รีบๆ ตื่นขึ้นมานะ รีบๆ ตื่นมาฟังเรื่องทุกอย่างจากพี่ พี่จะไม่รอให้ทุกอย่างสายไป "

ความคิดผมตอนนี้ คือผมอยากพูดความรู้สึกของผมทั้งหมดให้น้องฟัง ผมอยากมีน้องเขาข้างๆ กายผม ผมอยากดูแล และอยากรักแต่ไม่ใช่ในสถานะพี่ แต่ผมอยากใช้สถานะ "คนรัก" กับน้องแบงค์....... รีบๆ ตื่นขึ้นมานะเเบงค์......

.... ทันทีที่น้องแบงค์ตื่นขึ้นมา.....

"พี่กร..."

"แบงค์ ฟื้นแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง"

"พี่พาแบงค์มาโรงพยาบาลเหรอ"

"ใช่ ทำไมเราถึงคิดสั้นเเบบนี้นะเเบงค์"

"พี่พาแบงค์มาทำไม ทำไมไม่ปล่อยให้แบงค์ตายๆ ไป แบงค์ไม่เหลืออะไรแล้วว"

"เหลือพี่ไงแบงค์ แบงค์ยังมีพี่"

"แต่แบงค์ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว แบงค์จะอยู่ไปทำไม ในเมื่อคนที่แบงค์รัก เขาทิ้งเเบงค์ไปแล้ว ทำไมพี่ไม่ปล่อยให้แบงค์ไปหานัท แบงค์จะอยู่ไปเพื่ออะไร "

"อยู่เพื่อพี่ได้ไหมแบงค์ พี่รู้นะว่าเรารักนัทมาก แต่วันนี้พี่ก็อยากให้เรารู้ว่า "พี่ก็รักเรามากเหมือนกัน""

"หมายความว่ายังไง "

"พี่รักเรามาก แต่พี่ไม่เคยมีโอกาสบอกเราสักครั้ง พี่รักเราตั้งแต่ก่อนเราจะรู้จักพี่ พี่รักเราตั้งแต่วันที่เราย้ายมาอยู่หอใหม่ๆ แต่พี่ยังไม่รู้ใจตัวเอง จนวันที่พี่ได้เจอกับเราที่มหาลัย วันที่ได้พบได้คุย ได้สนิทกันมากขึ้น พี่ก็รู้ใจตัวเองว่าพี่ชอบเรา"

"....พี่กร...."

"แบงค์รู้ไหม ว่าเมื่อปีที่แล้วตอนแบงค์ไปชะอำกับเพื่อนๆ พี่ตามเราไปทำไม. วันนั้นเป็นครั้งแรกที่พี่ ตั้งใจจะไปบอกรักแบงค์ พี่ถึงรีบขับรถตามไปชะอำ แต่วันนั้น พี่ก็เห็นแบงค์กับมาร์ช วิ่งเล่นกันอยู่ที่ชายหาด พี่ก็รู้แล้วว่าตอนนั้นเรามีมาร์ช"

"......."

"แล้วรู้ไหม ตอนที่เราเลิกกับมาร์ช พี่พยายามเข้าไปปลอบใจเรา พาเราไปดูหนัง พาเราไปเที่ยว จนเราตัดใจจากมาร์ชได้ พี่เลยคิดจะขอเราเป็นแฟนวันวาเลนไทน์"

"แล้วเรื่องพี่น้ำข้าว ที่พี่โกหกแบงค์ เป็นเพราะเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า"

"ใช่ จริงๆ พี่เพิ่งรู้ว่าเรา คิดว่าพี่เป็นแฟนกับข้าว ก็วันที่เราเอาโมบายแขวนมาฝากพี่ พี่เห็นว่าตอนนั้นเรามีมาร์ช พี่เลยคิดว่ามันไม่จำเป็นที่เราจะมาสนใจพี่ "

".....แล้ววันที่ไปดรีมเวิล์ด"

"วันนั้น เป็นครั้งที่สองที่พี่อยากจะขอเราคบ พี่เลยวางแผนเซอร์ไพรส์เรา พี่เลยบอกเราว่าข้าวเป็นแฟนพี่ แล้วตอนที่นัทร้องเพลงให้เรา ตอนนั้นข้าวกำลังเข้าไปเตรียมของขวัญที่พี่ทำให้เราในเมืองหิมะ แต่วันนั้นมันก็ยังไม่ใช่วันของพี่"

"ของขวัญ?? ใช่พวงกุญเเจที่มีชื่อพี่ใช่ไหม??? "

"ใช่ แบงค์รู้ได้ไง พวงกุญแจนั้นมันหายไปตั้งแต่วันนั้น"

"มันไม่ได้หายๆ ไปไหนหรอกพี่กร วันนั้นเเบงค์เข้าไปตามหาพี่ในเมืองหิมะ แล้วเเบงค์ก็เจอพวงกุญแจชื่อพี่ตกอยู่ในโดมน้ำแข็ง แบงค์เห็นเป็นชื่อพี่ แบงค์เลยเก็บไว้ให้"

"สงสัยกามเทพแกล้งเราสองคนมั้ง555 ..แล้วทีนี้เราจะมีชีวิตอยู่เพื่อพี่ได้ไหม? "

น้องแบงค์ร้องไห้ออกมา ผมเห็นน้ำตาน้องผมก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่สิ่งที่ผมอยากจะพูดมาเกือบสองปี วันนี้ผมได้พูดมันออกไปแล้ว

"สัญญากับพี่นะแบงค์ ว่าเราจะไม่คิดสั้นแบบนี้อีก"

"แบงค์ สัญญา แบงค์จะไม่ทำแบบนี้อีกเเล้ว"

"อยู่เพื่อพี่นะแบงค์"

"คับ แบงค์จะอยู่เพื่อพี่กร"

ผมจับมือน้องขึ้นมาจูบ แล้วกำมือน้องแน่นๆ เป็นสัญญาว่าพี่คนนี้จะดูแลเราต่อไปเอง

ผมกับน้องแบงค์ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน เพราะน้องเขาคงยังตัดใจและลืมเรื่องนัทไม่ได้ แต่อย่างน้อยหลังจากวันนี้ น้องคงจะเปิดใจให้ผมบ้าง.....



........"มาอยู่กับพี่เลย พี่ไม่ปล่อยให้เราอยู่คนเดียวแน่! "......

หลังจากวันที่ผมออกจากโรงพยาบาลพี่กรก็ให้ผมย้ายมาอยู่ที่คอนโดพี่กร เพราะพี่กรกลัวผมคิดอะไรสั้นๆ อีก ผมเเวะมาเก็บของที่หอ ทำให้ผมอดคิดถึงวันเก่าๆ ไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ย้ายจากเชียงใหม่มากรุงเทพ ห้องนี้เหมือนบ้านของผม และยังมีเหตุการณ์มากมายในห้องนี้ ผมเก็บของไปก็เจอของเก่าๆ ที่มาร์ชเคยให้ผม

"ลิงลม รัก หมูอ้วนนะ และจะรักหมูอ้วนคนเดียวตลอดไป...."

การ์ดของขวัญวันครบรอบที่มาร์ชเขียนให้ผม อีกทั้งของกระจุกกระจิกที่เคยมีให้กัน มันทำให้ผมรู้สึกดีใจเเละเสียใจไปพร้อมๆ กับความรักครั้งนี้ ไม่รู้ต้อนนี้มาร์ชเป็นยังไงบ้าง แล้วมาร์ชกับอีเจตมันจะเจอกันหรือยัง แล้วชีวิตมันสองคนจะเป็นยังไงต่อ

"สักวัน....เราจะต้องได้เจอกันอีกอีเจต.....มาร์ช...."

ผมพูดกับตัวเอง แล้วเก็บของต่อจนเสร็จ ผมย้ายของมาคอนโดพี่กร พี่กรจัดที่ไว้ให้เรียบร้อย พร้อมให้กุญแจผมไว้เพราะวันนี้พี่กรมีสอบที่มหาวิทยาลัย

"อยู่เพื่อพี่ได้ไหมแบงค์ พี่รู้นะว่าเรารักนัทมาก แต่วันนี้พี่ก็อยากให้เรารู้ว่า"พี่ก็รักเรามากเหมือนกัน""

"หมายความว่ายังไง "

"พี่รักเรามาก แต่พี่ไม่เคยมีโอกาสบอกเราสักครั้ง พี่รักเราตั้งแต่ก่อนเราจะรู้จักพี่ พี่รักเราตั้งแต่วันที่เราย้ายมาอยู่หอใหม่ๆ แต่พี่ยังไม่รู้ใจตัวเอง จนวันที่พี่ได้เจอกับเราที่มหาลัย วันที่ได้พบได้คุย ได้สนิทกันมากขึ้น พี่ก็รู้ใจตัวเองว่าพี่ชอบเรา"

ภาพวันที่พี่กรบอกรักผม ผุดขึ้นมาในหัวผม นี่พี่กรชอบเราจริงๆ เหรอเนี่ย? ผมไม่อยากจะเชื่อเลย รุ่นพี่วิศวะคนที่ผมเคยแอบชอบคนนั้น ตอนนี้เขามาบอกผมว่าเขาก็ชอบผมเหมือนกัน คำถามทุกคำถามถูกเฉลยให้แจ้งแก่ใจ ใจผมมันเต้นแรงผิดจังหวะ

ผมจัดของเข้าที่เรียบร้อย ก็ออกมาหาซื้อกับข้าวไว้รอพี่กร

.................ก๊อก ก๊อก ก๊อก................

เสียงเคาะประตูที่แปลกหู ผมเดินไปเปิดประตู คนที่ผมเห็นวันนี้คือ "พี่กร"

"กลับมาแล้วค้าฟฟ โห จัดห้องซะเรียบร้อยเลย"

"ตอนแรกก็กะว่าจะโยนๆ ไว้ให้พี่มาจัด แต่เห็นว่าไปสอบ เลยไม่อยากทำร้าย"

"เดี๋ยวเถอะ พี่จะโยนๆ เสื้อผ้า ไว้ให้ซักบ้าง เอาให้รกห้องเลย"

"ห้องพี่ ไม่ใช่ห้องแบงค์"

"เออๆ จำไว้ ". พี่กรทำหน้างอน เหมือนผู้หญิงเลย 

"โอ๋ๆๆๆ อย่างอนน้องนะ อย่างอนนะเด็กน้อย"

"ลามปามเเละ เดี๋ยวโดน"

พี่กรขยี้ๆๆ หัวผม เราสองคนหยอกล้อกันอยู่พักหนึ่ง เเล้วค่อยมานั่งทานข้าวเย็น

"เป็นไงบ้าง แผลที่ข้อมือ"

"ก็โอเคเเล้ว ไม่เจ็บ ไม่ปวด"

"จริงอะ "

"นี่ ถ้าไม่จริงอีที่เล่นกันเมื่อกี้ ไม่ใช่แบงค์เลยยยย"

"อ้าว นี่แยกร่างได้อ๋อ"

"ตลกล่ะ กินข้าวไปเลยไป"

"ถ้าหายแล้ว.....ก็...ก็..."

"ก็อะไร"

"ก็โตกได้แลัวอดิ"

"ทะลึ่ง!!!! "

เราสองคนกินข้าวไปแซวกันไปอย่างมีความสุข ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้พี่กร มันเริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง พอจะทำให้ผมหายเศร้าเรื่องน้องนัทได้บัาง ในใจผมตอนนี้ยังคงกลัวการสูญเสียจากความรักอยู่ แต่อีกใจก็กลัว"สายเกินไป"ที่จะบอกรัก ต่อจากวันนี้ชีวิตผมจะเป็นอย่างไ ในเมื่อ....

......ความหวังครั้งใหม่ได้เกิดขึ้นในส่วนลึกของก้นบึ้งหัวใจ แต่ด้วยความผิดหวังครั้งเก่าจึงก่อให้เกิดกำแพงความรู้สึกขึ้นมา และการกระทำของพี่กร ในทุกๆ วันประดุจดั่งรากไม้ที่จะชอนไชหยั่งลึกลงในดิน เพื่อทำลายกำแพงนั้น พี่กรคนนี้ใช่ไหม ที่จะไม่ทำให้ผมเจอเรื่องราวเลวร้ายอย่างที่ผ่านมา ผมจะได้เริ่มต้นมีความสุขกับคนที่ผมรัก และรักผมเสียที อีกนานไหม กว่าที่ผมจะเลิกกลัวกับเรื่องราวในอดีต และ อีกนานไหม

กว่าจะถึง"รัก"


ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
......ความหวังครั้งใหม่ได้เกิดขึ้นในส่วนลึกของก้นบึ้งหัวใจ แต่ด้วยความผิดหวังครั้งเก่าจึงก่อให้เกิดกำแพงความรู้สึกขึ้นมา และการกระทำของพี่กร ในทุกๆ วันประดุจดั่งรากไม้ที่จะชอนไชหยั่งลึกลงในดิน เพื่อทำลายกำแพงนั้น พี่กรคนนี้ใช่ไหม ที่จะไม่ทำให้ผมเจอเรื่องราวเลวร้ายอย่างที่ผ่านมา ผมจะได้เริ่มต้นมีความสุขกับคนที่ผมรัก และรักผมเสียที อีกนานไหม กว่าที่ผมจะเลิกกลัวกับเรื่องราวในอดีต และ อีกนานไหม กว่าจะถึง"รัก"...........

ผมนอนคิดหาคำตอบให้กับตัวเอง จนคล้อยหลับไป.......

.....1 เทอมผ่านมาในการใช้ชีวิตเป็นเด็กมหาลัย อย่างเต็มตัว มันช่างแตกต่างกับม.ปลาย อย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครที่คอยมานั่งเจ้ากี้เจ้าการ ดูเหมือนจะสบายกว่าม.ปลายด้วยซ้ำ เพราะส่วนมากมีแต่กิจกรรม เรียนเสร็จก็เฮกันไปเที่ยว แต่มันก็เหมือสดาบสองคมแหละครับ การเข้ามาเป็นเด็กปีหนึ่ง ทำให้ผมมีความคิดที่โตขึ้นอีกระดับ

เช้าวันใหม่ของเด็กมหา'ลัย ผมตื่นขึ้นมาอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน ส่วนพี่ชายผมนะเหรอครับ. ยังนอนขี้เซาอยู่บนเตียงเลย!!!!

"พี่กร พี่กร"

"ฮื้อ.....ว่า...". พี่กรงัวเงีย อยู่เลยครับ

"ตื่นได้แล้ว วันนี้เรียนเช้าไม่ใช่เหรอ"

"อือออ อีก 5 นาที..."

"ไม่ต้องเลยยย เดี๋ยวสาย ลุก"

ผมดึงแขนพี่กรเพื่อให้พี่กรลุกจากเตียง แต่จังหวะเดียวกันพี่กรก็ดึงตัวผมล้มลงไปทับพี่กร หน้าผมกับหน้าพี่กร ชิดกันมาก พี่กรลืมตาขึ้นมา แล้วอมยิ้มให้ผม...

"ลุกได้แล้ว"

"อุ้มพี่หน่อยดิ"

"โต ยังกะควายละ ลุก"

"ว่าพี่เป็นควายอ่อ". พี่กรยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วแกล้งกอดผมแน่นๆ

"...ปล่อย..."

"ไม่ปล่อย อยากว่าพี่เอง ช่วยไม่ได้"

"ปล่อย"

"ไม่"

"จะปล่อยไม่ปล่อย"

"ม่ายย ปล่อย"

"ได้...ไม่ปล่อยใช่มะ" ผมเอาหัวเขาดันน้องชายพี่กร พี่กรจุกแล้วเผลอปล่อยแขนออก

"โอ๊ย....."

"สมน้ำหน้า"

"ฝากไว้ก่อนเถอะ"

ผมรอพี่กรอาบน้ำแต่งตัวเสร็จจึงออกไปมหาวิทยาลัยพร้อมกัน วันนี้ตอนเย็นเรามีกิจกรรมรับน้องหัวกะทิ เป็นกิจกรรมการรับน้องของกลุ่มนักเรียนทุน โดยจะมีรุ่นพี่ที่จบออกไปแล้วมาแนะแนวสายอาชีพต่างๆ รวมถึงกิจกรรมจากรุ่นพี่ปี2 ถึงปี 4

ซึ่งตอนนี้ผมอยู่ปีหนึ่ง ส่วนพี่กรอยู่ปี 4

"เย็นนี้เลิกแล้ว เดี๋ยวพี่ไปรอใต้ตึกนะ"

"ไม่ต้องหรอก พี่ไปรอที่ลานกิจกรรมเถอะ แบงค์ไปกับเพื่อนได้"

"ใช่สิ เดี๋ยวนี้มีเพื่อนแล้วลืมพี่ไง"

"เกี่ยวปะ พี่มารับแบงค์ทุกวัน เดี๋ยวเพื่อนพี่ก็ว่าหรอก"

"จะว่าได้ไง ก็มารับ"แฟน"

"ฮ่ะ!!! อะไรนะ"

"บอกว่าก็มารับ "แฟน"

"ใช่เหรออออ ใครแฟนพี่"

"นั่นสิ ใครแฟนพี่ว่ะ เดี๋ยวไปหาแถวใต้ตึกก็ได้ เด็กนิเทศใสๆ เยอะแยะไป"

"อยากหาก็เชิ๊ญ ไม่ได้ว่าสักหน่อย!!! แต่ไม่ต้องมารอคำตอบจากแบงค์นะ"

"โธ่วว ล้อเล่น  แค่รอคำตอบแบงค์คนเดียวก็รากงอกล่ะ"

"รอได้ปะละ"

"ได้ดิ ถัาไม่ได้พี่หาคนอื่นไปนานและ ถ้านับดีๆ ก็จะสองปีกว่าแล้วนะ ที่พี่รอเรา"

"อ๊าว ก็ใครใช้ให้มาบอกรักตอนนั้นล่ะ มันช้าไปรู้ปะ!!! แล้วพี่มาบอกตอนแบงค์ยังทำใจไม่ได้ก็รอนานหน่อย รอจนแก่"

"ให้พี่รอขนาดนั้น มีลูกไม่ทันใช้พอดี"

"ปัญญาอ่อนละ ใครจะมีลูกให้คุณ.."

"ก็เราไง เมียจ๋าาาาา"

"บ้า"

พี่กร ทำเสียงอ้อนผมน่ารักเชียว ความสัมพันธ์ของเราสองคนถึงจะยังไม่เข้าขั้นแฟนแต่ก็เกินพี่ชายกับน้องชายไปมากแล้ว

ตกเย็นผมก็มาร่วมกิจกรรมรับน้อง จริงๆ ผมกับรุ่นพี่บางคนก็รู้จักกันบัางแล้วเพราะตลอดหนึ่งเทอมที่ผ่านมาก็มีกิจกรรมให้พวกเราได้ทำร่วมกันมาตลอด

"น้องๆ ครับ เดี๋ยวเราจะมาจับคู่บัดดี้กัน น้องคนไหนจับไดัรุ่นพี่คนไหน ให้เดินอิกมายืนคู่กับรุ่นพี่ของตัวเองเลยนะครับ"

พี่คนหนึ่งประกาศขึ้นมา หลังจากนั้นเราก็จับบัดดี้กัน ผมจับได้ "พี่จา" เพื่อนสนิทพี่กรส่วนพี่กรได้น้องบัดดี้เป็น "โฟล์ค" เพื่อนคนละกลุ่มกับผม เราเล่นเกมส์กันสักพักหนึ่งจนมาถึงเกมส์สุดถ้าย คือ เกมส์กินป๊อกกี้ กติกาคือให้คู่หนึ่งคู่กินป๊อกกี้กันโดยใช้ปาก คู่ไหนกินหมดก่อนคู่นั้นชนะ และคู่ที่ผ่านมาเล่นเกมส์นี้มี 5 คู่ รวมถึงคู่ผมกับคู่พี่กรด้วย โอ๊ยย ไม่นะ!! ผมก็พอดูออกนะครับว่า โฟล์คเนี่ยเป็นเกย์! แล้วไหนจะตอนเล่นเกมส์ที่ผ่านมาส่งสายตาหงานเยิ้มอ่อยพี่กรซะขนาดนั้น แล้วยังต้องเล่นเกมส์นี้อีก

"เราจะให้ป๊อกกี้ทั้งหมดคู่ละ 5 ชิ้น โดยมีเวลาให้ 1 นาทีเท่านั้นคู่ไหนกินหมดก่อนถือว่าชนะ โดยห้ามใช้มือในการกิน พร้อมแล้วนะ 1 2 3 ปี๊ดดดด "

สัญญาณนกหวีดดังขึ้นผมกับพี่จาเรารีบกิน อย่างรวดเร็ว พอมาถึงชิ้นที่ 4 ผมเหลือบมองโฟล์ค เชี่ยเเมร่ง มันอ่อยพี่กรสุดฤทธิ์ ค่อยๆ เคี้ยวเเล้วพอปากใกล้ๆ กับพี่กร มันก็ทำเป็นจุ๊บปากพี่กร!!! ฮึ่ยยยย เล่นเหี้ยไรนี่ พี่กรก็นะ ทำเป็นยิ้มเขินให้มันดูไม่ปฏิเสธเลย!!! ถึงตาผมบ้างล่ะชิ้นสุดท้ายผมจงใจเอาปากจุ๊บพี่จาทำท่าเป็นเคี้ยวป๊อกกี้ อยู่นานจนหมด พี่กรหันมาทำตาดุใส่ผม เชอะ! ก็ช่วยไม่ได้ ยิ้มเล็กยิ้มน้อยให้มันทำไมล่ะ แล้วก็ถึงเวลาผูกข้อไม้ข้อมือ ผมจงใจเข้าไปให้พี่จาผูกให้

"เห้ย ไอ้จา มึงผูกมาหลายคนแล้ว คนเนี้ย กูผูกให้เอง"

พี่กรเดินมาพูดกับพี่จาตรงหน้าผม แล้วยักคิ้วให้ หน้าตากวนประสาทชะมัด

ผมยื่นมือให้พี่กร ผูกข้อไม้ข้อมือ

"เดี๋ยวจะผูกให้แน่นๆ ะลยนะน้อง"

"ถ้าแน่นเกินพี่โดนแน่" ผมขู่พี่กร

พี่กรยิ้มกวนตรีน ผมมองหน้าพี่กร แล้วกัดฟัน!! เดี๋ยวจะงอนให้เข็ดเลย.....

หลังจากเสร็จกิจกรรมพวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน โฟล์คเดินตามพี่กรมา

"พี่กรคัฟ... โฟล์คขอline หน่อยดิ"

"อ่อ...ได้ๆ kornkโอ๊ยยย" ผมหยิกแขนพี่กรอย่างแรง

"อ้าว พี่กร เป็นไรพี่เจ็บตรงไหน ไปๆๆ เดี๋ยวแบงค์พาไปทำแผล ท่าจะเจ็บมากนะเนี่ยย"

ผมทำตาดุใส่พี่กรแล้วหันไปยิ้มให้โฟล์ค

"โฟล์ค งั้นแบงค์พาพี่กรไปก่อนนะ ท่าจะเจ็บมากดูสิ ร้องเสียงหลงเลย บายๆ นะ"

เหอะๆ ใครจะไปยอมวะ ขอlineไปต่อไปก็ขอเป็นแฟน โธ่ อีโฟล์คอย่านึกว่ากูดูไมีออกนะเฟ้ยว่ามึงคิดยังไงกับพี่กร  ผมรีบพาพี่กรกลับห้อง ไอ้นี่ก็เฟรนลี่เกิ๊น

"หึง พี่หรอ "

"มั่ว ใครหึง"

"ไม่หึงเลยดิ ดูดิ๊เขียวเลยเนี่ย". พี่กรถลกแขนเสื้อให้ดูรอยที่ผมหยิก

"อ๊าว ก็...ก็จะรีบกลับ คุยกันอยู่ได้ "

"อ่ะๆ ไม่หึงก็ดีแลัว พี่จะได้คุยกับโฟล์คได้สบายใจ"

"แยกห้องเลยอะ"

"อ้าว ก็บอกไม่ได้หึง"

"ก็...ก็ไม่ได้หึง แต่ไม่ชอบให้ยุ่งกับมัน "

"โห แล้วทีเราละ จะดูดปากไอ้จาอยู่แล้ว อย่าคิดว่าไม่เห็นนะ"

"ก็จงใจให้เห็นไง" ผมหลุดปากพูดไปเฉยเลย

"แสดงว่าประชด"

"ป่าวสักหน่อย"

"เข้าใจละ"

"เข้าใจอะไร"

"ก็เข้าใจว่าเราหึงพี่กับโฟล์ค เลยประชดพี่ด้วยการจุ๊บไอ้จาใช่มะ"

"มั่วแลัว คิดเองเออเอง ไปอาบน้ำดีกว่า ไม่คุยด้วยละ"

ผมหนีพี่กรเข้าห้องน้ำเลย แมร่ง ถ้าจะรู้ดีขนาดนี้นะ เอาไม้ฟาดหัวแล้วลากกูเข้าห้องเหอะ แต่ กูก็อยู่ห้องเดียวกะพี่กรแล้วนี่หว่า  ผมขำกับตัวเอง ขอบคุณนะพี่กรที่อย่างน้อยก็รู้ใจแบงค์..............

ขยับเข้ามาได้ไหม. ขยับมาใกล้กัน

ขยับความสัมพันธ์. มารักกับฉันนะเธอ

.....เสียงพี่กรร้องเพลงอย่างดังอะ

"นี่ ข้างนอกนะ จะแหกปากอยู่ทำไม"

"ก็เผื่อคนฟัง ฟังแล้วจะใจอ่อนบ้าง"

ลองคบลองดูกันไหม. เขย่าให้หัวใจ เต้นตรงกัน

เธอจะมีแต่ความสุข เธอจะมีแต่ฉัน ที่รัก เธอ....

ฟังแล้วก็เขินดิครับ เดี๋ยวก็ใจอ่อนจนละลายหรอกไอ้บ้า ผมอาบน้ำไปฟังพี่กรหอน เอ๊ย!! ร้องเพลงไป ก็มีความสุขดีอีกแบบหนึ่ง.................

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 712
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 17

วันนี้ก็ครบ 100 วันที่น้องนัทจากไป ครอบครัวของน้องนัทชวนผมไปทำบุญบัฃสกุลให้น้องนัท ผมรีบตื่นแต่เช้าไปช่วยเตรียมข้าวของทำบุญ มาย ไนท์ เต้ย เพื่อนสนิทสมัยมัธยมของผมก็ไปด้วย เราได้มาเจอกันอีกครั้ง

"นี่...เป็นไง ย้ายไปอยู่กับพี่กร มึงสบายดีไหม". มายถามสารทุกข์สุขดิบ

"ก็สบายดีมึง ไม่ต้องเสียค่าห้อง"

"นี่ๆ แล้ว มึงกับพี่กร....ไปถึงไหนแล้ววะ". ไนท์ถามเรื่องที่ทุกคนอยากรู้

"ก็ไม่ถึงไหนหรอก กูยังไม่อยากรีบคบ"

"โอ๊ยยยยอีแบงค์ นี่มันก็สองปีกว่าแล้วนะที่ พี่กรเขาชอบมึงนะ มึงบอกพวกกูเองไม่ใช่เหรอว่าวันที่มึงเข้าโรงพยาบาล พี่กรเขามาสารภาพรัก"

"ก็ใช่นะมาย แต่... แต่...กูกลัว"

"มึงกลัวเหี้ยไร"

"กลัวว่าถ้ากูกับพี่กร คบกัน สักวันกูจะต้องเสียใจกลายครั้งที่ผ่านมา"

"ใช่เหรอ"

"ใช่ดิ อีอ้วนมึงหมายความว่าไง"

"ไม่ใช่เพราะมึงลืมน้องนัทไม่ได้เหรอแบงค์.". เต้ย สมทบขึ้นมา

".....ก็...ก็ส่วนหนึ่งวะ"

"โอ๊ยยยย แล้วอย่างงี้เมื่อไหร่วะมึง หรือมึงต้องรอให้พี่กรเป็นแบบน้องนัท"

"อีไนท์". มายกับเต้ยหันมาปรามไนท์ กับสิ่งที่พูดออกมา

ผมฟังคำไนท์พูดก็นิ่งไปสักพัก ผมเองก็กลัวว่าถ้าเกิดปล่อยเวลาให้นานไปกว่านี้ แล้วพี่กรเกิดเป็นแบบน้องนัทขึ้นมา มันคงเป็นความผิดพลาดครั้งที่สอง ที่ผมทำให้มันเกิดขึ้นเอง

เราทำบุญกันเสร็จ เหล่าญาติน้องนัทก็มาจุดธูปไหว้อัฐิน้องนัท จนมาถึงผม

"....นัท...พี่รักเรานะ...พี่ไม่เคยลืมเราเลย....พี่ขอให้เราพบแต่ความสุขนะ....พี่จะรักเราจนถึงวันที่เราได้รักกัน....."

ผมเถียงใจตัวเองไม่ได้ ว่าผมไม่เคยลืมน้องนัทเลยตั้งแต่วันที่น้องจากไป ถึงแม้ผมจะมีคนที่รักผมรออยู่ก็ตาม ผมกลับมาที่ห้อง ส่วนพี่กรไปทำรายงานที่มหาลัย ผมอาบน้ำกินข้าว แล้วคล้อยหลับไป ในฝันผมฝันถึงน้องนัท

ในม่านหมอกสีขาวคละคลุ้งไปทั่วทิศ ผมมองไม่เห็นอะไรนอกจาก "น้องนัท"....

น้องนัทยิ้มให้ผม แล้วเดินเข้ามาจูงมือผมให้เดินตามเขาไป น้องนัทพาเดินมาถึงที่ที่หนึ่ง รอบกายรายล้อมด้วยเมฆหมอก ผู้คนเดินกันขวักไขว่ด้วยใบหน้าที่มีความสุข และดูรอยยิ้มของทุกคนช่างดูเป็นรอยยิ้มที่จริงใจ

"พี่แบงค์...เห็นไหมว่าผมสบายดี"

"พี่คิดถึงเรามากนะนัท"

"ผมก็คิดถึงพี่...แต่ผมคงจะไม่มีความสุข ถ้าพี่ยังไม่มีความสุ

"...พี่...พี่....พี่ก็มีความสุข"

"ไม่จริงหรอกพี่ พี่รู้ไหม ตอนนี้พี่กำลังหนีใจตัวเองอยู่"

".........................."

"พี่ฟังนัทนะ นัทจะไม่มีความสุขเลย ถ้าพี่ไม่เปิดใจรับใครคนใหม่ ผมเชื่อนะพี่ว่าคนคนนี้เขารักพี่มาก และเขาจะไม่ทำให้พี่เสียใจ"

"แต่...."

"สำหรับเราสองคน ชาตินี้บุญยังน้อยนัก ผมจะรอพี่ที่นี่ตรงนี้ แล้วสักวันเราต้องได้คู่กัน เชื่อผมสิ"

"พี่จะรอวันนั้นนะนัท..."

"พี่เชื่อผมนะ เปิดใจให้ใครคนนั้น แล้วรักเขาให้มากกว่าที่พี่รักผม ผมรู้ว่าพี่ก็รักเขา"

น้องนัททำเสียงจริงจัง ผสมผสานกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวังดี แล้วน้องนัทก็ปล่อยมือ แล้วโบกมือลาผม ร่างน้องนัทค่อยๆ จางหายไปกลายเป็นเพียงเมฆหมอกควันกระจายไปทั่ว

ในม่านหมอกสีขาวคละคลุ้งไปทั่วทิศ ผมกำลังมองหาทางออกแต่ก็ไม่พบ ความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวและสับสน เกิดขึ้นในหัวผม

"...แบงค์...."

เสียงที่คุ้นหูกำลังเรียกผม ผมหันหลังกลับไปก็พบกับ"พี่กร"

"มาทำอะไรตรงนี้ พี่หาเราตั้งนาน พี่เป็นห่วงมากรู้ไหม"

ผมดีใจมากที่ยังมีคนมาอยู่กับผมในตอนที่ผมสับสน ผมวิ่งตรงเข้าไปกอดพี่กร

"อย่าหายไปไหนอีกนะพี่กร....."

"ไม่หายหรอก พี่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น พี่จะคอยอยู่เคียงข้างเราเสมอ....เเบงค์"

ผมร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ แล้วกอดพี่กรแน่นไม่ยอมไปไหน อ้อมกอดนี้ทำให้ผมมีความสุข

ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา แล้วก็พบกับพี่กร ที่กำลังนอนกอดผมอยู่ พี่กรยังไม่ได้เปลี่ยนชุดนักศึกษา ดูท่าทางจะเหนื่อยมาก ผมมองหน้าพี่กรชัดๆ ใบหน้าที่เนียนหมดจด คิ้วเข้มดูมีเสน่ห์ ขนตาที่เรียงกันสวยดูลึกลับน่าค้นหา จมูกโด่ง ริมฝีปากเล็กอมชมพู หนุ่มวิศวะ ที่ผมเคยเฝ้าฝันถึง ตอนนี้ผมได้อยู่ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเขา มันทำให้ผมมีความสุข และน้องนัทคงจะมีความสุขด้วยเช่นกัน

สิ่งที่ผมฝันเห็นในวันนี้ คงเป็นการมาบอกลาครั้งสุดท้ายของน้องนัท และเป็นการปลดปล่อยให้หัวใจผมไร้พันธนาการ จากความผิดหวังในความรักที่ผ่านมา เป็นสัญญาณให้ผมได้เริ่มต้นใหม่กับคนที่รักผม และ "ผมก็รักเขา".........

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 920
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
เดี๋ยวมาอ่านน๊า   :pig2: :pig4:

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 18

ผมตื่นขึ้นมาประมาณตี 5 ผมยังคงอยู่ในอ้อมกอดของพี่กร ผมค่อยๆ ขยับตัวออก เพื่อพี่กรจะได้ไม่รู้สึกตัว ท่าทางจะเหนื่อนมากถึงหลับลึกขนาดนี้ ผมลุกออกมาล้างหน้าแปรงฟัน แล้วออกไปซื้อโจ๊กมาให้พี่กรแต่เช้า ผมเดินเล่นอยู่แถวๆ นั้น พลางคิดถึงคำบอกรักของพี่กร ผมเชื่อแล้วละว่าพี่กรดูแลผมได้และจะไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ความหวังครั้งใหม่ผนวชกับความรักภายในจิตใจ ทำให้ผมทำลายกำแพงความรู้สึกที่ผมสร้างมันขึ้นมาจนได้ ถึงเวลาแล้วที่ผมจะบอกรักพี่กร

"พี่กร...คือ...เอ่อ.... เป็นแฟนกันนะ... ไม่สิไม่ได้ไม่ได้เขามาขอเราเป็นแฟนไปแล้ว

ต้อง....พี่กร...แบงค์....เอ่อออ ....แบงค์.....ก็รักพี่กรนะ.... เออ เเบบนี้ท่าจะดีกว่า"

ผมซ้อมพูดกับตัวเองอยู่หลายรอบจนเดินถึงคอนโด ผมเข้าห้อฃไปพี่กรตื่นแล้ว คงอาบน้ำอยู่ผมจัดแจงอาหารเช้าวางไว้บนโต๊ะเรียบร้อย สักพักพี่กรก็เดินออกมา

"โห...โจ๊กหอมจัง". พี่กรยื่นหน้ามาหอมแก้มผม

"พี่กร เดี๋ยวเหอะ"

"อ้าวๆ ดมผิดๆ"

"ได้ทีเอาใหญ่นะ"

"แล้วนี่ตื่นเเต่เช้าเลย วันนี้ก็วันหยุดรีบตื่นเพื่อ"

"ก็ไม่รู้ดิ มันอยากตื่น"

"ท่าจะเพี้ยน!!! "

เราสองคนนั่งกินโจ๊กกัน จังหวะนี้แหละ ที่ผมจะบอกรักพี่กรสักที

"...พี่กร...คือ..."

"อะไร"

"แบงค์ก็...."

....แจ่ม แจ แด่ม แจ่ม Wow ณ บัดnow นั้นโดนใจ.......

เสียงโทรศัพท์พี่กรดังขึ้นมาขัดจังหวะ!!!

"ฮัลโหลครับ ....อ๋อๆ ได้ครับได้..จริงเหรอครับอาจารย์ ขอบคุณมากๆ ครับ ครับๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย"

พี่กรวางสายโทรศัพท์เสร็จดูดีใจมาก แล้วหันมาชวนผมไปมหาลัย

"แบงค์ ไปมอ กัน"

"ไปทำไม"

"อาจาร์ยโทรมาบอกว่า ที่พี่สอบชิงทุนศึกษาดูงานต่างประเทศ พี่สอบติดแล้ว"

"จริงดิ!! ดีใจด้วยพี่กร ไปๆๆ งั้นเเบงค์ไปแต่งตัวก่อน"

"เคๆ เร็วๆ นะ"

เราสองคนต่างรีบทำภารกิจของตัวเอง นี่ผมก็ไม่ได้บอกรักพี่กรอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย ช่างมันไว้วันหลังก็ได้ เรื่องพี่กรสอบติดสำคัญกว่าเยอะเลย

เรามาถึงมหาวิทยาลัยกันประมาณ 10 โมง พี่กรเข้าไปคุยกับอธิการบดีในห้อง ผมนั่งรออยู่ข้างนอก สักพักหนึ่งพี่กรก็ออกมา

"เรียบร้อย"

"อธิการว่าไงบ้าง"

"อาทิตย์หน้า พี่ได้ไปดูงานที่ออสเตเรีย 1 เดือน"

"เหยดดด เจ๋งว่ะ ขอช็อคโกแลต ตุ๊กตา ครีมรกแกะนะ"

"เยอะ เยอะ ไปและ เดี๋ยวจับยัดใส่กระเป๋าหิ้วไปด้วยเลยนี่"

"ก็ได้นะ"

เราสองคนเดินกลับมาถึงคอนโด พี่กรก็โทรบอกพ่อแม่เขา และบอกเพื่อนๆ ดูดีใจมีความสุขมากๆ ผมก็พลอยดีใจไปกับพี่กรด้วย คืนนี้พี่กรเลยนัดฉลองกันที่ผับแห่งหนึ่ง แต่ผมไม่ได้ไปหรอกครับ บอกตรงๆ ไม่ค่อยชอบเที่ยวกลางคืน

ผมเล่นเฟสไปๆ มาๆ ช่วงรอพี่กร และที่ผมเห็นคือ "โฟล์ค" อัพรูปกับพี่กรและเพื่อนๆ ที่ไปเลี้ยงฉลองกันคืนนี้ ผมเห็นแล้วก็อดที่จะกังวล ไม่ได้ ถ้าเกิดพี่กรเมา แล้วโฟล์คทำอะไรพี่กรจะทำยังไง ผมไม่ยอมเสียพี่กรไปแน่ ผมรีบแต่งตัว เพื่อจะออกไปหาพี่กร ไม่ยอมหรอกโฟล์ค จะมาชุบมือเปิบไปไม่ได้เด็ดขาด จะไม่มีอะไรหรือใครมาเป็นอุปสรรคระหว่างผมกับพี่กรอีก ผมมาถึงผับแถวๆ รัชดา ก็โทรหาพี่กร รอพี่กรออกมารับ

"อ้าว ไหนบอกไม่มา"

"ก็ตอนนี้อยากมาแล้ว"

"ไอ้ติงต๊องเอ๊ย ไปๆ เข้าไปข้างใน"

พี่กรพาผมเข้าไปข้างใน โฟล์ค จิกตาใส่ผมอย่างไม่พอใจ ผมก็ยอมที่ไหนทำเป็นอ้อนพี่กรต่อหน้ามัน เหอะๆ กูอะร้ายก็ร้ายที่สุดโว้ย พวกเรานั่งกิน กันเต้นกันบ้างอย่างสนุกสนาน จังหวะที่ออกไปเต้น อีโฟล์คมันก็ออกไปเต้นพยายามเต้นใกล้ๆ กับพี่กร

ผมไม่ใช่พระเอกนางเอกในละครสักหน่อย มีเหรอจะยอมครับ ผมเข้าไปเต้นแทรกกลางแมร่งเลย พี่กรก็ไม่ได้สงสัยอะไร แต่โฟล์คเนี่ยสิครับ ทำหน้าทำตาใส่ผมอย่างเห็นได้ชัด

"..พี่กร..พาโฟล์คไปเข้าห้องน้ำหน่อยดิ ผมไปไม่ถูก" โฟล์คเข้ามาพูดกับพี่กร

"ไปดิ เดี๋ยวพี่พาไป" เห้ย ไอ้นี่ก็ง่ายเชียว

"ไม่ต้องหรอกพี่กร!!! แบงค์ก็จะเข้าห้องน้ำเหมือนกัน เดี๋ยวแบงค์พา..เพื่อน ไปเอง"

ผมจงใจเน้นคำสุดท้ายอย่างประชดประชัน แล้วเดินไปกับโฟล์คสองคน

"มึงมาที่นี่ทำไม". โฟล์คเหมือนจะรู้ตัว เลยถามผมทันที

"สิทธิ์ของกู มึงไม่จำเป็นต้องรู้"

"มึงหวงพี่กรเหรอ"

"ใช่ กูหวงพี่กร แล้วกูก็ดูออก ว่ามึงชอบพี่กร!! "

"แล้วมึงเป็นอะไรกับพี่เขา ถึงสะเอ่อะ มายุ่งเรื่องนี้"

"กูจะบอกมึงไว้ให้เลยนะ พี่กรเขาชอบกู เขาบอกรักกู เขากำลังรอคำตอบจากกูอยู่"

"เหรอออ แต่พี่กร เขาก็บอกชอบกู และก็รอคำตอบจากกูเหมือนกัน"

ผมอึ้งไปนิดนึงไม่รู้ว่ามันพูดจรหรือจะขัดผมกันแน่ แต่ผมเชื่อในตัวพี่กรนะ กว่าจะถึง"รัก" ที่พี่กรรอมันก็นานอยู่ เราผ่านอะไรมาด้วยกันทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น

"เหรอ ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมมึงไม่บอกรักพี่กร ไปเลยละ จะรออยู่ทำไม ถ้าพี่กรเขารอคำตอบมึงจริงๆ เขาคงดีใจที่มึงตอบตกลง" ผมแดกดันโฟล์ค

"มึงคิดว่าถ้ากูบอกพี่กรไป มึงคิดว่า"มึง" หรือ "กู" ที่จะได้พี่กรไป"

"ไม่เห็นต้องคิด พี่กรเขารอกูมาจะสองปี มึงเพิ่งรู้จักกัน ไม่โง่ถามไม่ได้นะเนี่ย"

"เหอะๆๆ งั้นมึงก็คอยดูนะแบงค์ ว่า"มึง หรือ "กู" ที่จะได้พี่กร"

ผมกับโฟล์คเดินกลับเข้ามาข้างใน ต่างฝ่ายต่างทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดูสิ มันจะทำยังไงต่อไป แต่กูบอกไว้เลยว่ากูไม่ยอม "อีโฟล์ค"..............

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 19

ผมกับโฟล์คเดินกลับเข้ามาข้างใน ต่างฝ่ายต่างทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันเริ่มเข้าไปนั่งใกล้ๆ พี่กร อ่อนสุดทธิ์ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงร้องไห้วิ่งกลับบ้านไปแล้ว แต่นี่ผมมหาลัยแล้วนะ ไม่ใช่เด็กมัธยม ผมนั่งดูละครยั่วผู้ชายของอีโฟล์ค อยู่สักพักหนึ่ง ก็ยังไม่มีทีท่าว่าพี่กรจะเล่นด้วยกับมัน ได้ทีกูบ้างละโฟล์ค

"พี่กร...แบงค์อยากไปถ่ายรูปข้างนอกอะ ไปเป็นเพื่อนหน่อยดิ"

"ไปดิ". พี่กรยิ้มให้ผม แล้วลุกขึ้นมาหาผม น่ารักที่สุดเลย

"พี่กร.... โฟล์คอยากถ่ายด้วย ข้างหน้าสวยดีโฟล์คไปด้วย"

"ไปดิ"

โอ๊ยยย ไอ้นี่ก็ง่ายจังว่ะ เราสามคนเดินออกมาถ่ายรูปเล่นกัน บอกเลยว่าอีโฟล์คแรดมาก!!!!! เราถ่ายรูปกันสักพัก โฟล์คก็เล่นบทสตอร์เบอร์รี่หน้ามืด!!!!

"โอ๊ยย....!! "

"เป็นไรโฟล์ค"

"มันมึนๆ อะพี่กร โฟล์คไม่ไหวแล้วอะ"

"งั้นเราเข้าข้างในกันก่อนไหม" พี่กรหันมาถามผม ผมก็ต้องพยักหน้าตามน้ำไป

"พี่กร แต่โฟล์คอยากกลับเเล้ว ไม่ไหวจริงๆ". อีนี่ ร้ายสุดๆ เลยเหี้ยยย

"เอ่ออ แล้วจะกลับยังไง"

"พี่กร ไปส่งโฟล์คหน่อยนะ". กูว่าแล้ว ไม่มีผิด

"เอ่ออ แต่งานยังไม่เลิกเลยนะ"

"ใช่โฟล์ค งานยังไม่เลิกเลย ถ้าไม่ไหว ก็ 'กลับ' ไปสิ"

โฟล์คทำเป็นซบพี่กร คอพับคออ่อน มึงดูละครมากไปปะว่ะ พี่กรเลยสรุปว่าจะไปส่งโฟล์คขึ้นแท็กซี่ มันก็ไปโดยว่าง่ายครับ ผมเดินตามไป คนค่อนข้างน้อยแถวๆ ริมถนน พอแท็กซี่มา โฟล์คก็หันหน้ามาหาพี่กร

"พี่กร ขอบคุณนะครับที่มาส่ง.... พี่กรครับ ที่พี่กรเคยบอกโฟล์ค โฟล์คจะบอกว่า 'ผมก็รักพี่กรนะครับ' "

แล้วโฟล์คก็จูบพี่กรตรงนั้น เหี้ย มึง สัส ผมทำอะไรไม่ถูกเลยครับ ตะลึงกับภาพที่เห็น แล้วมันก็ขึ้นแท็กซี่ไป ผมยืนอึ้งไม่ต่างอะไรกับพี่กร!! แต่ที่โฟล์คพูดเมื่อกี้ เหมือนแนวว่าพี่กรไปบอกรักมันมาก่อนหน้านี้ ทำเอาผมสับสนไปหมด พี่กรหันกลับมาหาผม แล้วมองหน้าผมแต่ไม่พูดอะไร....ปล่อยให้ผมยืนงงอยู่คนเดียว น้ำตาผมเริ่มเอ่อล้นขึ้น การที่พี่กรไม่ปฏิเสธอะไรนั้น เหมือนไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ กับสิ่งที่ผมได้ยิน นี่พี่กรบอกรักโฟล์คมันจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย

ผมตัดสินใจกลับมาที่ห้องทันที ผมกลับมานั่งคิดกับตัวเอง นี่มันอะไรอีกวะเนี่ย ทำไมปัญหามันเยอะขนาดนี้ พี่กรมีใจให้โฟล์คมันจริงๆ

....no no no นะยังก่อน. ยังรักใครได้ลำบาก. หยุดเถอะ ยังไม่ค่อยอยาก.......

เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้น เป็นเบอร์แปลก ผมรีบกดรับ

"เห็นแล้วใช่ไหม 'เพื่อน' ". เสียงโฟล์ค มันประชดผมสุดฤทธิ์

"มึงต้องการอะไร มึงถึงทำแบบนี้"

"ถามได้ ไม่โง่ถามคำถามนี้ไมีได้นะเนี่ยย"

"อย่ามาเล่นลิ้นกับกู"

"ก็ต้องการตัว และ หัวใจ พี่กรไงละ!! พี่กร พูดอะไรกับมึงบ้างไหมละแบงค์"

".........."

"รู้เอาไว้นะ ว่ามึงอะ มันของเก่า ถึงมึงจะรู้จักพี่กรมาก่อน ก็ใช่ว่ามึงจะเป็นของที่เขาชื่นชมตลอดไป ของเก่ากับของใหม่ คนเก่ากับคนใหม่ ใครๆ ก็ต้องเลือกของใหม่ๆ ไม่ใช่เหรอ"

"อีโฟล์ค มึง มึง มันเหี้ย"

"อ่ะๆๆ อย่าเพิ่งด่ากูสิ กูยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เออ แล้วคอยดูด้วยละว่า 'คืนนี้' พี่กรของมึงจะกลับห้องไหม"

ผมกดวางสายอย่างโมโห พี่กร นี่มันเกิดอะไรขึ้น เเล้วคืนนี้พี่กรจะกลับห้องไหม โฟล์คพูดเหมือนรู้ว่า พี่กรจะไม่กลับอย่างนั้นแหละ หรือ หรือว่ามันจะหมายความว่าพี่กรจะไปหามัน คืนนี้

ผมโทรศัพท์ไปหาพี่กร แต่พี่กรปิดเครื่อง ผมนั่งรอ นอนรอพี่กรจนตี 2 พี่กรก็ยังไม่กลับมา สักพักมีข้อความLine เด้งขึ้นมา เป็นรูปพี่กรนอนเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียงกับโฟล์ค ตามด้วยข้อความที่ว่า

"....ขอโทษนะ มึงแพ้กู 'แบงค์' ...."

ผมถึงกับทรุดเลย นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ยย ผมไม่ได้ฝันหรือคิดไปเอง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เพราะอะไรใครก็ได้บอกผมที ว่าทำไมพี่กรถึงทำแบบนี้กับผม ทำไม.......

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 20

FOLK PART.

"....ขอโทษนะ มึงแพ้กู 'แบงค์'"

ข้อความสุดท้ายที่ผม ส่งหาอีแบงค์ช่วยไม่ได้อยากเล่นตัวอยู่ทำไม จริงๆ แล้วผมดูออกมานานแล้วว่าพี่กรชอบแบงค์ แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อผมก็แอบชอบพี่กรเหมือนกัน ของอย่างนี้ใครดี ใครได้ ..........

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ หลังจากผมวางสายแบงค์ ผมก็โทรไปหาพี่กร

"พี่กร...โฟล์ค....รักพี่กร.....ลาก่อนนะพี่....."

"โฟล์ค โฟล์ค เป็นอะไร"

"ชาตินี้ พี่กรคงไม่รับรักผม ผมขอไปรอพี่กรชาติหน้านะครับ ผมรักพี่"

"โฟล์ค!! โฟล์ค!!"

บทละครต่อจากที่ผมขึ้นรถแท็กซี่กลับมาถึงห้อง คนดีๆ อย่างพี่กร ยังไงก็ต้องมาหาผมอยู่แล้ว แล้วแบงค์ก็คงจะคิดไปในทางที่ผมชี้นำให้ โง่สิ้นดีคิดว่าจะชนะกูได้อย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง และ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงเคาะประตูห้องผมก็ดังขึ้น

"โฟล์ค โฟล์ค เปิดประตูให้พี่ โฟล์ค" ผมออกไปเปิดประตูให้พี่กรและตีหน้าเศร้า

"พี่กร". ผมพุ่งเข้าไปกอดพี่กรแล้วร้องไห้

"พี่กร ขอบคุณนะที่พี่กรมาดูใจโฟล์ค โฟล์คนึกว่าจะไม่ได้เจอพี่กรอีกแล้ว"

"ทำไม คิดอะไรแบบนี้ คิดถึงพ่อคิดถึงแม่บ้างสิ"

"ฮือๆๆๆ ชีวิตโฟล์คเกิดมา พ่อแม่ก็แยกทางกัน โฟล์คต้องมาเป็นเด็กหอ อยู่คนเดียว แต่วันที่โฟล์คพบพี่กร โฟล์คก็เหมือนเจอคนที่เป็นทุกอย่างของชีวิต...พี่กร พี่กรเป็นเหมือนพ่อ เป็นเหมือนพี่ของโฟล์ค โฟล์คมีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้ถ้าไม่มีพี่กร"

".....แต่...แต่พี่มีคนที่พี่รักอยู่แล้ว"

"แบงค์ใช่ไหมพี่กร"

"ใช่ พี่รักแบงค์ และ ก็ไม่มีทางจะรักคนอื่นอีก"

"ฮือๆๆๆๆ โฟล์คเข้าใจพี่กรนะ โฟล์คเข้าใจ ฮือๆๆๆ ". ผมแกล้งเป็นลมล้มลงไป

"โฟล์ค โฟล์ค"

พี่กรอุ้มผมมาไว้บนเตียง ผมดึงตัวพี่กรลงมาทับกับตัวผม

"โฟล์ค...รักพี่นะ"

และจังหวะที่พี่กรเผลอ ผมก็จัดการเอาผ้าขนหนูที่โปะยาสลบที่ผมเตรียมไว้ใต้หมอน เอามาโปะพี่กรจนพี่กรหมดสติไป ผมจับพี่กรถอดเสื้อออก

พี่กรเป็นคนซ่อนรูปเห็นตัวบางๆ แบบนี้ แต่พอถอดเสื้ออกมาก็เห็นกล้ามเหมือนกัน ผิวขาวๆ ของพี่กรทำเอาผมหลงใหล หัวนมสีชมพูช่างเย้ายวนใจผมเหลือเกิน ผมค่อยๆ ใช้ลิ้นเลียหัวนมของพี่กรจนมันตั้งชัน แล้วค่อยๆ สูดดมกลิ่นกายของชายหนุ่มที่ผมต้องยื้อแย่ง ผมประโลมลิ้นไปทั่วลำตัวของพี่กร แล้วประกบปากจูบพี่กร พี่กรยอนหลับไม่รู้เรื่อง ได้ทีผมบ้างละ

ผมจัดการถอดกางเกงของพี่กรออก เผยให้เห็นกางเกงในสีดำดูมาดแมน ผมเอามือคลำของลับ ของชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า ผมลูบคลำจนมันเเข็งตัว แต่พี่กรก็ยังไม่รู้สึกตัว ดีละวันนี้ผมจะจัดการกับของลับอันนี้ ผมค่อยๆ เอามือล้วงเข้าไปในกางเกงในของพี่กร มันใหญ่มากครับ ผมอดใจไม่อยู่เลยถอดกางเกงในพี่กรออก ของพี่กรยาวและใหญ่มาก ประมาณ 8 นิ้วกว่าๆ เห็นจะได้ ผมจัดการเอาปากครอบแล้วดูดให้พี่กร ยาสลบชนิดนี้นี่ดีจริงๆ พี่กรยังไม่รู้สึกตัวสักนิด มีแต่น้องชายพี่กรนี่แหละที่แข็งจนคับปากผม ผมโม็คให้พี่กร แล้วเลียไข่ของพี่กรไปด้วย สมใจผมเหลือเกิน ผมดูดให้พี่กรจนน้ำพี่กรแตกใส่ปากผม ผมกลืนน้ำของพี่กรลงคออย่างหื่นกระหาย แล้วเลียทำความสะอาดน้องชายพี่กรจนสะอาด

ผมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปพี่กรเก็บไว้ ภาพหนุ่มวิศวะเดือนคณะ นอนเปลือยเปล่าอยู่ช่างเป็นภาพที่น่าสะสมมากเหลือเกิน ผมไม่ลืมที่จะจัดฉากแล้วถ่ายรูปผมกับพี่กร ส่งไปให้อีตัวดี มันได้เห็นภาพนี้ มีหวังความรักของมันได้พังลงยับเยินตั้งแต่ยังไม่ได้คบกับพี่กรแน่ๆ

ผมเอารูปพี่กรลงคอม เก็บไว้ในโฟล์เดอร์ผู้ชายของผม นี่ผมเป็นนักล่าแต้มตัวยงเลย  ภาพผู้ชายเปลือยกายหรือมีอะไรกับผม ที่ผมถ่ายกับมือ มีอยู่เต็มโฟล์เดอร์เลย ถ้าให้นับพี่กรคงจะเป็นผู้ชายคนที่ร้อยกว่าแล้วมั้ง โง่เหลือเกิน

ผมส่งรูปและข้อความไปหาอีแบงค์ คิดว่าตอนนี้ มันคงสติแตกไปแล้วละ เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับกู...


------
ลืมบอก นิยายเรื่องนี้บ่ใช่นิยาย feelgood  เด้ออออ
เเล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าจร้าาา

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 21

FOLK PART.

พี่กรตื่นขึ้นมาอย่างสลึมสลือ ผมแกล้งนอนร้องไห้อยู่ข้างตัวพี่กร

"โฟล์ค"

"พี่กร...ฮือๆๆๆ ". ผมเข้าไปกอดพี่กร บีบน้ำตาร้องไห้

"ปล่อยพี่"

"พี่กร พี่จะไปไหน พี่อย่าไปนะ"

"เราทำอะไรโฟล์ค สนุกมากไหม"

"พี่กร... โฟล์ค โฟล์ค ไม่ได้ตั้งใจ ฮือๆๆๆๆ "

"ไม่ได้ตั้งใจเหรอ พี่ไม่คิดเลยว่าเราจะเป็นคนแบบนี้"

พี่กรสะบัดผมแล้วรีบลุกไปใส่เสื้อผ้า ผมเห็นท่าจะไม่ดีแล้วเลยปล่อยโฮหนักกว่าเดิม ลงไปร้องไห้ที่พื้นเกาะเเข้งเกาะขาพี่กร

"พี่กร..ฮือๆๆ พี่กรอย่าทิ้งโฟล์คนะ พี่กร โฟล์คไม่เหลือใครเเล้วพี่กร ฮือๆๆ พี่กร..."

"ปล่อยพี่ พี่บอกให้ปล่อย เราทำแบบนี้พี่จะรู้สึกเกลียดเรานะโฟล์ค ปล่อย!

ผมหันไปคว้ามีดขึ้นมา ทำท่าจะแทงตัวเอง

"ถ้าพี่กรไป...โฟล์ค ก็จะไม่อยู่ในโลกนี้อีก"

"โฟล์ค". พี่กรเข้ามาแย่งมีดออกไปจากผม ผมกอดพี่กรร้องไห้หนัก

"พี่กร โฟล์คขอโทษ ที่โฟล์คทำทุกอย่างไป เพราะโฟล์ครักพี่นะ พี่กร"

"พอๆ อย่าทำอะไรแบบนี้อีก"

"ฮือๆๆๆ พี่กร พี่กรสัญญากับโฟล์คสิ ว่าพี่จะไม่ทิ้งโฟล์ค พี่สัญญาสิพี่กร พี่กร!"

"อือๆ พี่สัญญา พี่สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเราไปไหน อย่าคิดสั้นเเบบนี้อีก"

55555 เข้าแผนผม พี่กรยอมพูดตามที่ผมจงใจ ผมกดอัดเสียงไว้จังหวะที่พี่กรพูดพอดี. หลังจากที่พี่กรกลับไป ผมส่งคลิปเสียงนั้นให้แบงค์อีก ย้ำเข้าไป ย้ำๆ ให้มันบ้าไปเลย 5555 รู้จักโฟล์คน้อยไปแล้ว......







KORN PART.



ผมเดินออกมาจากห้องน้องโฟล์ค เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นบ้างเนี่ย ผมจำได้ชัดว่าน้องโปะยาสลบผม แต่หลังจากนั้น...ผมก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

"......พี่กรครับ ที่พี่กรเคยบอกโฟล์ค โฟล์คจะบอกว่า "ผมก็รักพี่กรนะครับ""

คำพูดที่ผับตอนหัวค่ำ ที่โฟล์คพูดกับผม ผมยังงงๆ อยู่เลย ว่าผมเคยไปบอกอะไรน้องเขา?? แบงค์!!!! ใช่ ผมลืมไปสนิทเลย ว่าตอนนั้นที่โฟล์คพูดเสร็จ ผมผันกลับไปหาน้องแบงค์ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะผมมึนๆ งงๆ อยู่ แล้วป่านนี้น้องเป็นยังไงบ้าง อยู่ไหนเนี่ย?? ผมกังวลใจมากรีบตรงกลับคอนโดทันที ผมถึงคอนโดก็รีบไขเข้าห้องทันที น้องแบงค์นั่งร้องไห้อยู่หน้ากระจก กระเป๋าถูกจัดออกมาวางหน้าประตูห้อง นี่เกิดอะไรขึ้น??

"แบงค์...เรา...เป็นอะไรร้องไห้ทำไม"

"เปล่าพี่กร แบงค์ไม่ได้เป็นอะไร"

"แล้ว...กระเป๋านี่"

"แบงค์จะกลับเชียงใหม่ ไหนๆ ก็ปิดเทอมแล้ว แบงค์จะกลับบ้าน"

"แต่....แต่เราจะไปส่งพี่ไม่ใช่เหรออาทิตย์หน้าน่ะ"

"พี่คงมีคนไปส่งแล้วละ ไม่จำเป็นที่แบงค์ต้องไปส่งพี่"

"แบงค์....เป็นเพราะที่โฟล์ค พูดเมื่อวานใช่ไหม"

"พี่กร พี่ทำอะไรพี่รู้อยู่แก่ใจดี เเบงค์เป็น "น้องชาย" ของพี่ แบงค์ไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น"

"แบงค์ เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง"

"พี่กร แบงค์ไม่ได้โกรธพี่กรนะ ไม่ได้เป็นอะไร แบงค์แค่จะกลับเชียงใหม่ ขอให้พี่โชคดี"

"พี่ไม่ได้รักโฟล์คนะแบงค์ พี่รักเราคนเดียว เราน่าจะรู้ใจพี่มากที่สุดนะ ว่าพี่คิดยังไง"

"ก็เพราะแบงค์รู้ไง แบงค์ถึงต้องไป อย่าทะเลาะกันเลยพี่กร แบงค์จองตั๋วไว้แล้ว เดี๋ยวตกเครื่อง แบงค์ไปนะ"

น้องแบงค์ลุกขึ้นปาดน้ำตา แล้วลากกระเป๋าเดินออกไปจากคอนโด ผมรู้นะว่าน้องต้องคิดมากอยู่แน่ๆ

.

...no no no นะยังก่อน. ยังรักใครได้ลำบาก. หยุดเถอะ ยังไม่ค่อยอยาก.......

เสียงโทรศัพท์น้องแบงค์ดังขึ้น อ้าว น้องลืมโทรศัพท์นี่ ผมเลยกดรับสาย

"เป็นยังไงบ้างว่ะ  ได้ยินเเล้วใช่ไหม ว่าพี่กร สัญญากับกูแล้ว ว่าจะไม่ไปไหน"

เสียงของโฟล์คนี่ ผมจำได้แม่นว่าเป็นเสียงน้อง

"เมื่อคืนเราสองคน มีความสุขกันมาก กูยังจำเสียงพี่กรครางให้กูได้อยู่เลยวะ 

เป็นไง อึ้งจนเงียบไปเลยเหรอ เอาเถอะ อย่าเพิ่งสติแตกจนเข้าโรงพยาบาลก่อนละ รอดูวันที่กูคบกับพี่กรก่อนเถอะ"

"...ไม่มีวันนั้นหรอก โฟล์ค ..."

"...พะ พะ พี่กร"

"พี่เข้าใจเรื่องทั้งหมดละ เราเลวมาก"

"พี่กร คือ โฟล์คขอโทษ โฟล์ครักพี่กร"

"เลิกพูดคำว่ารักสักที จำไว้นะโฟล์ค ว่าพี่รักแบงค์ และจะไม่มีอะไรมาเป็นตัวทำลายความรักที่พี่มีให้แบงค์เด็ดขาด"

ผมกดวางสายอย่างฉุนเฉียว ผมเปิดดูไลน์ของน้อง เห็นรูปภาพที่โฟล์คส่งมาให้น้องเมื่อคืน แมร่งเอ้ย ที่แบงค์กลับเชียงใหม่ ต้องเป็นเพราะรูปนี้แน่ๆ ผมรีบขับรถออกไปตามหาน้อง น้องคงยังไม่ไปไหนไกล ผมต้องอธิบายให้น้องฟังเดี๋ยวนี้

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 22

BANK PART.

ผมเดินออกมาจากคอนโดพี่กร แล้วโบกแท็กซี่ไปสนามบินสุวรรณภูมิ ตลอดทางผมนั่งร้องไห้น้ำตาคลอ ผมไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าที่โฟล์คพูดมันคือความจริง ทั้งภาพ และคลิปเสียงที่ผมเพิ่งได้ฟังเมื่อเช้า พี่กรก็คงจะรอคำตอบจากผมไม่ไหวจริงๆ มันอาจจะผิดที่ผม มัวแต่รีรอไม่ยอมบอกรักพี่กรเลยทำให้พี่กรไปมีใจให้โฟล์ค ผมควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋า!!! แต่หาไม่เจอ!!! สงสัยผมจะลืมไว้ที่ห้อง แต่ถ้ากลุบไปก็ต้องเจอพี่กร ช่างมันเถอะกลับเชียงใหม่ ไปอยู่กับแม่ให้สบายใจตัดขาดจากโลกภายนอกบ้างก็ดี เพราะตลอดเวลาหลายปีตั้งแต่ผมลงมากรุงเทพ มีแต่เรื่องให้ใจผมมันบอบช้ำมามากเเล้ว. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ผมเช็คอินเรียบร้อย ตรวจสัมภาระ และเตรียมขึ้นเครื่อง รอลูกก่อนนะแม่ ลูกจะกลับไปหนุนตักแม่

....เมื่อไหร่จะถึงสักที. จะถึงสักที. หัวใจดวงนี้มันรุ่มมันร้อน เหมือนนกที่เคยหลงฟ้า

...พลัดถิ่นดินดอน จะย้อนคืนดง พงไพร ก่อน ตะวันจะลับทิวไม้ปลายนา

...ก่อนน้ำตา หยดไหลจะหอบหัวใจพังๆ ไปนั่งร้องไห้ ให้พ่อปลอบใจ. ให้แม่กอดนอน

ผมนั่งฟังเพลงโปรดบนเครื่องบิน คิดถึงบ้านขึ้นมาทันที และไม่นานนักผมก็มาถึง"เชียงใหม่" บ้านเกิดของผม บรรยากาศกำลังเข้าสู่หน้าหนาว ลมหนาวอ่อนๆ พาใก้หัวใจหนาวเยือกเย็ก ต้นไม้ลู่ลมดูสวยสบายตา สงบกว่าเมืองหลวงเป็นไหนๆ

"..แม่..."

"...แบงค์..."

ผมวิ่งเข้าไปกอดแม่อย่างคิดถึง อ้อมกอดนี้ เป็นอ้อมกอดรักแท้ที่อบอุ่นยิ่งกว่ากอดไหนๆ ไม่มีใครรักผมเท่าแม่คนนี้อีกแล้ว

"จะปิ๊กมาก็บ่อกึ๊ดจะบอกแม่สักคำ ต๊กอกต๊กใจเหมิดเลย"

"..โธ่..ถ้าแบงค์บอกแม่ มันกะบ่อเซอร์ไพรส์นะสิ"

"บ่ต้องเลย แม่ฮู้นะ ปิ๊กมาจะอี้ กึดฮอดแม่ใช่ก๋า"

"โอ๊ยย บ่กึดฮอดอีแม่ แบงค์จะกึดฮอดไผล่ะ"

เราสองแม่ลูกอู้กำเมืองกันเป็นการทักทายให้หายคิดถึง ผมช่วยแม่ทำกับข้าวเย็น อย่างสนุกสนาน หายเครียดเรื่องที่กรุงเทพเป็นปลิดทิ้งเลย แม่ผมอยู่บ้านกับป้าและน้า อีก 2-3 คน ครอบครัวเราเป็นครอบครัวบ้านใกล้เรือนเคียง แม่ผมเลยไม่เหงาเท่าไรนัก เรานั่งล้อมวงกินขัาวกันอย่างเอร็ดอร่อย

"แบงค์ แบงค์โว้ยย มีเพื่อนปิ๊กมาหาเน้อ"

ลุงข้างบ้านผมตะโกนขึ้นมาเรียก ใครมาหาผมดึกๆ ดื่นๆ ป่านนี้ ผมกลับมายังไม่ได้บอกเพื่อนที่ไหนเลย ผมลุกจากวงกินข้าว เดินออกมาดูแล้วก็เห็น



.....พี่กร.....



"พี่กร......พี่มาที่นี่ได้ยังไง"

"พี่โทรถามพวกมายน่ะ"

"แล้วมายังไง"

"ก็ขับรถขึ้นมา ขับตามเรามาตั้งแต่เช้าอะแหละ"

คงงั้นสิ ชุดพี่กรยังไม่ได้เปลี่ยนจากชุดเมื่อคืนเลย พี่กรขับรถตามผมมาหลายชั่วโมงเลยทีเดียว

"แล้วพี่ตามแบงค์มาถึงนี่ มีอะไรหรือเปล่า"

"...คือเรื่องโฟล์ค พี่จะมา"

"พอเถอะพี่กร ถ้าพี่จะมาพูดเรื่องนี้ แบงค์ขอไม่คุยด้วยนะ"

"แบงค์...ไผปิ๊กมาเน้อ บ่พาขึ้นบ้านมาก่อนละ". แม่สงเสียงมาเรียกผม

"รุ่นพี่ที่มหาลัยนะแม่ เดี๋ยวเขาก็ปิ๊กกลับ"

"จะปิ๊กกลับตอนนี้แหมกา? ดึกๆ ดื่นๆ ชวนเพื่อนขึ้นมากินข้าวกันก่อนเต๊อะ"

"บ่เป็นหยังหรอกแม่ เดี๋ยวเขาก็ปิ๊กบ้านเขาเเล้ว"

"อย่าดื้อกับแม่เน้อ เรียกเพื่อนขึ้นบ้านมาก่อน"

ผมจำใจยอมทำตามแม่ผมสั่ง ผมพากพี่กรขึ้นบ้านมาตามคำสั่งแม่ ผมแนะนำพี่กรให้ญาติๆ รู้จัก

"แล้วไปจะได๋ มาจะไดเน้อ". แม่ผมถามพี่กร

"........" พี่กรทำหน้างง

"ฟังบ่ฮู้เรื่องแม่นกา โอ๊ยเนอะ สุมาเตอะ"

"........"

แม่ผมเลยต้องพูดภาษากลางคุยกับพี่กร แม่ดูคุยกับพี่กรถูกปากถูกคอ พอแม่รู้ว่าพี่กรขับรถมาจากกรุงเทพ แม่ผมเลยชวนให้พี่กรนอนค้างที่นี่

"แม่ จะยะอะหยังปรึกษาแบงค์ก่อนโต้ย"

"เอ๊ะ ลูกนี่ จะต้องปรึกษายะหยัง พี่เขาอุตส่าห์มาหา จะให้เขาปิ๊กดึกๆ ดื่นๆ ได้จะได๋"

"แล้วแต่แม่ละกัน อยากยะอะหยังก็ยะ"

ผมงอนแม่เข้าห้องไป ก็แม่อะเอาอกเอาใจพี่กรออกนอกหน้า!! มันน่าน้อยใจไหมละ และผลสรุปว่า แม่ก็ให้พี่กรนอนห้องเดียวกับผม โอ๊ย!! จะตามมาทำไมเนี่ยพี่กร

พี่กรทำหน้าตายียวนกวนประสาทผม



เหมือนผู้ชนะ.............




ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 23

BANK PART.

ผมอาบน้ำเสร็จก็เข้าห้องมา พี่กรนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง

"...แบงค์..."

"........"

"ฟังพี่อธิบายก่อนสิ"

ผมนิ่งเงียบไม่ตอบพี่กร พี่กรยื่นโทรศัพท์ผมมาให้

"อ่ะ เราลืมไว้ที่ห้อง"

"ขอบคุณ"

"พี่เห็นในไลน์แล้วนะ"

ผมลุกไปจัดของทำเป็นไม่สนใจ แต่ในใจก็อยากรู้ว่าพี่กรจะพูดแก้ตัวอะไร

"พี่รู้นะว่าตอนนี้เราคิดยังไง และพี่ก็ได้ฟังคลิปเสียงเเล้วด้วย แต่พี่จะบอกเราว่ามันไม่ใช้อย่างที่เราคิดแม้แต่น้อย"

"จะให้แบงค์คิดอะไรอีกพี่กร แบงค์ไม่อยากคิดแล้ว"

"ถ้าพี่พูดเราจะเชื่อพี่ไหม"

"ไม่ได้ขอให้พูด ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด"

"งั้นพี่จะพูด... เมื่อคืนพี่ไม่รู้นะว่าพี่กับโฟล์คทำอะไรกันหรือเปล่า....เพราะหลังจากที่พี่เข้าไปในงาน พี่ก็รอว่าเราจะตามไปเมื่อไหร่ แต่โฟล์คก็โทรมาร้องไห้จะเป็นจะตาย พี่เลยรีบไปหาที่ห้อง พอไปถึงโฟล์คก็ร้องไห้แล้วก็เป็นลมไป พี่พามันไปวางไว้บนเตียง แล้วมันก็โปะยาสลบพี่ หลังจากนั้นพี่ก็ไม่รู้เรื่องอีก จนถึงตอนเช้าพี่ก็อยู่ในสภาพนั้น"

ดูฟังขึ้นมากเลยสิครับ โปะยาสลบ ยังกับในละครทีวีไม่มีผิด

"แล้วเรื่องคลิปเสียงเมื่อเช้า โฟล์คมันจะเอามีดแทงตัวเอง มันเลยให้พี่สัญญาว่าจะไม่ทิ้งมัน พี่ก็เลยพูดไปตามที่เราได้ยิน"

"แล้วทิ้งมันมาทำไมละ เดี๋ยวมันก็เอามีดแทงตัวตายหรอก"

"เพราะพี่รู้ไง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น พี่ถึงตามมาหาเรา"

"จบยัง นิยายน้ำเน่าเนี่ย"

"เราจะเชื่อก็ได้ ไม่เชื่อก็ได้นะ แต่พี่ยืนยัน พี่คิดว่าเรารูัจักพี่ดีนะเเบงค์"

"ก็เพราะแบงค์คิดว่ารู้จักพี่ดีไง แบงค์ถึงผิดหวังในตัวพี่แบบนี้"

ผมเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้วครับ เริ่มเสียงดัง พี่กรถอนหายใจยาววว แล้วไม่พูดพร่ำทำเพลงดึงผมลงไปกับเตียง แล้วกอดผมไว้

"ปล่อยนะพี่กร ปล่อย"

"ไม่ปล่อย...เพราะเรายังไม่ยอมเข้าใจพี่เลย"

"ปล่อย บอกให้ปล่อย"

"ร้องดังๆ ดิ แม่จะได้มาถาม"

พี่กรเอาแม่มาขู่ผม เดี๋ยวเถอะนะ เห็นแม่เข้าข้างหน่อยเป็นไม่ได

"ฟังพี่นะเเบงค์ พี่ไม่มีสิทธิ์ห้ามความคิดเรา แต่พี่จะบอกว่า "พี่รักเราคนเดียว" ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่ไม่เคยมองคนอื่น พี่ไม่ได้เป็นเกย์ตั้งแต่แรกนะเราก็รู้ เเต่เป็นเพราะเรา ตั้งแต่มีเราเข้ามา ชีวิตพี่ก็เปลี่ยนไป แต่พี่ก็เต็มใจจะเปลี่ยนเพื่อให้ได้รักเรา เพราะอย่างนี้พี่ถึงไม่ได้มองผู้ชาย หรือเกย์คนไหน ถ้าพี่ชอบผู้หญิงละว่าไปอย่าง"

"เดี๋ยวเถอะ อย่ามาโลเล"

"หึงแล้วละสิ"

"เปล่า นี่ปล่อยแบงค์ได้ละ"

"ไม่ปล่อย จะนอนกอดทั้งคืน"

"พี่กร ปล่อย"

.........แจ่ม แจ แด่ม แจ่ม Wow ณ บัดnow นั้นโดนใจ.......

เสียงโทรศัพท์พี่กรดังขึ้น พี่กรปล่อยมือไปรับโทรศัพท์ ผมเขยิบออกมาจากพี่กร

"พี่กรโฟล์คขอโทษ โฟล์คผิดไปแล้ว ยกโทษให้โฟล์คนะครับ"

พี่กรกดเปิดสปีกเกอร์โฟน ปลายสายคืออีโฟล์ค อีตัวร้าย

"พี่จะยกโทษให้เรา ถ้าเราบอกพี่ว่าเมื่อคืนเราทำอะไรพี่บ้าง"

"...เมื่อคืนโฟล์ค โฟล์คโปะยาพี่ แล้วก็ถอดเสื้อพี่ แล้วก็......"

"แล้วก็อะไร ถ้าไม่บอกพี่วางนะ"

"แล้วก็โม๊กให้พี่ แต่พี่ไม่รู้สึกตัว"

"เราทำแบบนั้นทำไมโฟล์ค"

"โฟล์ครักพี่ไง โฟล์คอยากให้พี่รักโฟล์ค"

"แล้วทำไมต้องส่งรูปกับเสียงนั้นมาให้แบงค์"

"เอ่ออ คืออ โฟล์ค....โฟล์คอยากให้มันโกรธพี่ มันจะได้เลิกยุ่งกับพี่"

โห อีโฟล์ค มึงมันตอแหลสัสๆ กูไม่เคยเจอคนเหี้ยขนาดมึงเลย พี่กรหันมามองหน้าผม ผมทำเชิดหน้างอนต่อ

"พี่ยกโทษให้เราได้นะโฟล์ค แต่พี่กับเราจะไม่มีทางเป็นอย่างอื่น พี่รักแบงค์ รักมานานแล้วด้วย จำไว้นะว่าถ้าเราทำอะไรแบงค์ ก็เท่ากับเราทำพี่ ซึ่งพี่จะไม่ยอม"

โคตรแมนอะพี่กร มาจุ้บทีดิ ไม่ ไม่ แบงค์มึงงอนอยู่ เดี๋ยวเสียมาดหมดไม่เอาๆ

พี่กรกดตัดสายโฟล์คไป

"พี่คงไม่ต้องอธิบายอะไรแล้วเนอะ"

พี่กรพูดเสร็จก็ดึงผมเข้าไปกอดอีก ผมดันพี่กรออกพอเป็นน้ำจิ้ม ขอเล่นตัวหน่อยดิ

"เงียบเลย เป็นไงละ คิดมาก"

"เป็นพี่ พี่ไม่คิดเลยไง ได้ทั้งภาพ ทั้งเสียง"

"คิดสิ แต่ที่พี่คิด เพราะพี่รักเรา งั้นถ้าเราคิดแสดงว่า เราก็รักพี่"

".....ขี้ตู่วะ นี่ โตเป็นควายแล้วยังโดนโปะยาสลบ ผู้ชายไรวะเนี่ย" ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง

"ใครจะไปรู้เล่าว่าเด็กปีหนึ่งจะร้ายขนาดนี้"

"....แล้วยังปล่อยให้มันโม๊กให้อีกนะ"

"ก็ไม่รู้ตัวนี่หว่า....แตกหรือเปล่าไม่รู้ สงสัยจะเเตกวันนี้รู้สึกเพลียๆ"

".....ถ้าอยากรู้ก็กลับไปหามัน ให้มันทำใหัอีกดิ๊". ผมแอบงอนเล็กๆ

"งอนอดิ!! ถ้างอนเรื่องที่โฟล์คมันโม๊กใหัพี่....เราก็โม๊กให้พี่ดิได้เจ๊ากัน เดี๋ยวจะนอนเฉยๆ เลย...."

"ไอ้บ้า ทะลึ่งละ ไปนอนเลยไป"

"เดี๋ยว"

"อะไร "

"หายโกรธพี่แล้วใช่ไหม"

"จะโกรธทำไม ได้ยินเต็มสองหูขนาดนั้นเเล้ว"

"ดีมาก...เด็กน้อย". พี่กรยิ้มให้ผมแล้วกระชับกอดใหัแน่นขึ้น

"ใครให้กอด"

"ไม่มี"

"งั้นก็ปล่อย"

"ไม่ปล่อย ถือเป็นค่าเหนื่อยขับรถมาถึงเชียงใหม่"

ผมขี้เกียจเถียงเเล้วครับ ผมเลยปล่อยให้พี่กรนอนกอดผม เห้ออออ ในที่สดก็โล่งอกสักที อีโฟล์คมึงร้ายมาก แต่โทษทีที่ทำอะไรกูไม่ได้ ดีนะเนี่ยที่พี่กรไม่ได้ชอบโฟล์คจริงๆ ผมยังโชคดีที่เลือกรักผู้ชายคนนี้

".......พี่กร......."

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 24

"แบงค์ มายะกับข้าวให้เพื่อนเปิ้ลกินโต้ย.....".

เสียงเเม่ผมเคาะประตูปลุกผมแต่เช้า ผมเลยต้องตื่นไปช่วยแม่ทำกับข้าวให้พี่กร

"เพื่อนเราเปิ้ลดูน่าฮักดีเน้อ ดูเรียบร้อย มีสัมมาคารวะ"

"ถ้าน่าฮักขนาด แม่ก็เอามาเป็นลูกเลยดีก่อ"

"เออๆๆ ความคิดดีเน้อ เอาเปิ้ลมาเป็นลูก แม่จะได้บ่ต้องเลี้ยงเอ็ง"

"อ้าวแม่ บ่ยุติธรรมกับลูกเลยเน้อ"

แต่เช้าเลยครับ แม่ผมมาชื่นชมชื่นชอบพี่กรแต่เช้าเลย ผมช่วยแม่ทำกับข้าวเสร็จก็ไปอาบน้ำแต่งตัว พี่กรนะเหรอครับ ท่าจะเหนื่อยจากการขับรถมาถึงเชียงใหม่ ยังนอนสลบอยู่ในห้องอยู่เลย สักพักผมเลยปลุกพี่กร พี่กรตื่นมาอาบน้ำล้างหน้า

"แบงค์... มีเสื้อให้พี่ใส่ปะ"

"มีๆ อยู่ในตู้อะหาดู"

พี่กรเดินไปหาเสื้อในตู้เสื้อผ้า แล้วเลือกเสื้อสีเดียวกับผม

"ตัวนี้ดีกว่าได้เป็นเสื้อคู่"

"เพื่อ"

"ก็วันนี้พี่จะไปเที่ยว"

"ไปไหน"

"ไม่รู้ดิ แต่มาเชียงใหม่ทั้งที ไม่เที่ยวไม่ได้หรอก แต่เราต้องพาทัวร์นะ"

"อ้าว ปรึกษายัง"

"ก็นี่ไง ปรึกษาอยู่ว่าจะไปไหน"

"ขอบคุณ"

เรากินข้าวกันเสร็จก็เป็นอันว่าผมจะต้องพาพี่กรเที่ยวเชียงใหม่ เราวางแพลนกันไว้ว่าจะขึ้นดอยสุเทพ ระหว่างทางเราก็แวะสวนสัตว์เชียงใหม่กันก่อน

.....สวนสัตว์เชียงใหม่..... สถานที่ที่ร่มรื่นติดกับธรรมชาติ บรรยากาศสดชื่นรื่นรมย์ พี่กรกับผม เดินถ่ายรูปเล่นกัน ให้อาหารสัตว์หลากชนิด เราเข้าไปดูเจ้า"หลินฮุ่ย" หมีแพนด้าตัวดังของประเทศไทย

"ดูดิ หมีมันน่ารักเนอะ"

"ก็น่ารักดี อ้วนๆ กลมๆ "

"ไม่ใช่ พี่ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น"

"ละหมายถึงอะไร"

"ก็หมีมันมีพ่อแม่ลูกน่ารักดี. เราไม่สนใจจะเป็นแบบหมีบ้างเหรอ"

"รอให้พี่กรเป็นหมี ก่อนนะเเล้วค่อยคิด."

"จริงนะ"

พี่กรวิ่งออกไปด้านนอก ผมก็รีบเดินตามสิครับ จะไปไหนทำไมไม่บอกวะ อ้าว แล้วหายไปไหนละเนี่ย



 ผมมายืนอยู่ตรงทางออกจากโดมหมีเเพนด้า สอดส่ายสายตามองหาพี่กร เขาไปไหนเนี่ย สักพักมีคนสวมตัวหมีแพนด้าเดินมาหาผม แล้วยื่นดอกกุหลาบให้

งงสิครับ ผมก็รับดอกกุหลาบมา คนแถวนั้นก็หยุดยืนดูกันเป็นแถว หมีตัวนั้น ถอดหัวออกมาเป็น



...."พี่กร"....

"เป็นแฟนกันนะ" พี่กรนั่งคุกเข่าขอผมเป็นแฟน เหี้ยเขิน

"ลุกขึ้น"

".........."

"ลุก ลุกขึ้นเลย มานี่"

ผมดึงพี่กรให้ลุกขึ้น เเล้วพาเดินมาที่คนน้อยๆ ก็คนมันอายนี่ครับ คนเยอะแยะ

"ทำบ้าไรเนี่ยพี่"

"อ้าว ก็บอกถ้าพี่เป็นหมีละจะคิดเรื่องครอบครัว"

"พอเลย พอๆ ไปเปลี่ยนชุดก่อนเลย อายคนเขา"

"ไม่เห็นต้องอายเลย ตกลงเป็นแฟนกันนะ"

"ไม่ ไปเปลี่ยนชุดก่อน"

ผมไล่พี่กรไปเปลี่ยนชุด แล้วเราสองคนก็ไปดอยสุเทพกันต่อ ระหว่างทางผมนั่งเงียบเลยครับ ทั้งเขิน ทั้งโลเล ถึงผมจะรักพี่กร แต่ผมก็กลัวว่าสักวันจะต้องเสียพี่กรไป ถ้าวันนั้นมาถึงผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไง เราเดินทางมาถึงดอยสุเทพ พี่กรจอดรถไว้ริมฟุตบาท แล้วเราก็เดินไปขึ้นรถกระเช้าเพื่อขึ้นไปบนดอยสุเทพ

"เป็นไร เงียบตลอดทางเลย"

"เขินดิ"

"เขินเป็นด้วยเหรอ"

"ไม่ใช่พี่นะพี่กร"

"ไม่ต้องคิดมากนะ พี่ไม่ได้เร่งรัดเรา เรามีสิทธิ์ของเรา ที่พี่ขอเราเป็นแฟนเมื่อกี้ เพราะพี่จำได้ว่าตั้งแต่ที่พี่บอกรักเรา พี่ยังไม่ได้ขอเราเป็นแฟนเลย"

"ใช่ป่าววว ไว้ใจได้กา"

"มาพูดคำเมืองเหมือนแม่อีกละ"

"ไปไหว้พระกันเถอะพี่..."

ผมเดินนำพี่กรไปขึ้นกระเช้าลอยฟ้า วิวทิวทัศน์ร่มรื่น บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับการขึ้นไปกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์บทสถานที่แห่งนี้........::

ออฟไลน์ nr.k

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บทที่ 25

.......พระธาตุดอยสุเทพ........

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ เสียงกระดิ่งกริ่งใบโพธิ์ดังกรุ้งกริ้ง เสมือนเป็นเสียงต้อนรับการมาเยือนของผู้มีจิตศรัทธา ฉัตรทองเคียงคู่เจดีย์สีทองตั้งตระหง่าน ผู้คนก้มกราบไหวบูชาขอพรพระธาตุ ผมกับพี่กรเดินไปหยิบดอกไม้ธูปเทียน แล้วก็เดินมากราบไหว้ขอพร เบื้องหน้าของผมคือ "พระธาตุดอยสุเทพ" ผมตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ชีวิตประสบแต่ความสุข และผมก็ขอให้คนรักที่ผมตามหามานานแสนนานนั้น เป็นพี่กรคนนี้ และ จะไม่ขอให้เราสองคนพลัดพรากจากกันไปไหน. เราไหว้พระธาตุเสร็จ ก็เดินจงกลมรอบพระธาตุ จนครบสามรอบ แล้วก็มาเสี่ยงเซียมซี ผมกับพี่กรเสี่ยงได้ใบเดียวกัน คือใบที่ 1

......"ใบที่หนึ่งพยากรณ์สุนทรเฉลย ด้วยกุศลบุญสร้างปางก่อนเคย......

จะน้อมนำให้สเบยและเบิกบาน จะทำการสิ่งใดสมดั่งคิด

นิรมิตคู่เคียงสำเนียงผสาน เป็นคู่ชื่นคู่ชมมาก่อนกาล

อวตารมาพบประสบตา ถามหาโชคก็ว่าดีมีเฉลย

ถามหาคนคุ้นเคยจะมาหา ถามหาคู่รู้แก่ใจใช่ไคลคลา

เทวดามาประสิทธิ์ประสาทเอย"

ผมอ่านคำทำนายแล้วก็มีความสุขชื่นใจขึ้นมาอีกนิด นี่คงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดสำหรับผมแล้วสินะ คำทำนายเหมือนเครื่องยืนยันให้ผมมั่นใจในตัวพี่กรมากขึ้น เราสองคนออกมายืนชมวิวทิวทัศน์อยู่ตรงยอดเขา มองเห็นเทือกเขาเเละบรรยากาศด้านล่าง ซึ่งยังคงมีหมอกจางๆ ลอยให้เห็นอยู่

"นี่ดอกอะไรอะเเบงค์ กลิ่นหอมดี"

"...ดอกรัก...."

"อืมมม หอมมากเลย ดูสิมันกำลังบานด้วยใช่ปะ"

"ใช่..ดอกรักจะบานตอนหนาว หรืออากาศเย็น และจะส่งกลิ่นหอมไปทั่วเลยละ"

พี่กรชื่นชมอยู่กับกลิ่นดอกรัก และสีขาวๆ นวลของมัน ผมมองพี่กรแลัวอดอมยิ้มไม่ได้ นี่ก็จะเข้าปีที่สามแล้วที่ผมรู้จักกับพี่ชายคนนี้ หนุ่มวิศวะคนที่ผมแอบชอบ และเขาก็ชอบผม.....

"พี่กร..."

"ว่า"

"คือ... แบงค์ของคุณนะพี่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่ไม่เคยทิ้งแบงค์ไปไหน แล้วก็ขอบคุณที่ดูแลแบงค์ ขอบคุณในความรักที่พี่มีให้แบงค์นะ"

"ไม่เป็นไร พี่เต็มใจ"

"พี่กร แบงค์...แบงค์อยากให้ความรักของแบงค์เป็นเหมือนดอกรัก"

"ยังไง"

"ก่อนที่ดอกรักจะบาน มันต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย ทั้งอากาศ มลพิษ และ แมลง แล้วถ้าดอกไหนอดทนจนถึงหน้าหนาว มันก็จะบานอย่างมีความสุข และส่งกลิ่นหอมให้คนรอบข้าง"

"....พูดดี ช่างเปรียบเปรยนะเนี่ย"

"พี่กร...วันนี้ความรักของแบงค์ มันผลิบานเหมือนดอกรักแล้วนะ"

"...แบงค์....."

เราสองคนสบตากัน ผมรวบรวมความคิดทั้งหมด และความกล้าของผมพูดคำคำนี้ออกไป

"....แบงค์รักพี่กรนะ....."

พี่กรดูดีใจมาก ตรงเข้ามารวบตัวผมไปกอด ผมกอดตอบพี่กรอย่างไม่ขัดเขิน ความรักที่เราสองคนอดทนรอ และร่วมฟันฝ่าอุปสรรคมายาวนาน วันนี้ที่เรารอคอยมันได้มาถึงจริงๆ สักที อ้อมกอดแห่งรักที่ทำลายกำแพงความรู้สึกทุกๆ อย่าง บรรยากาศช่างเป็นใจในการคบกันอย่างเต็มตัวของผมกับพี่กร มันช่างเป็นภาพประทับใจที่จะตรึงตราอยู่ในหัวใจผมไปนานแสนนาน

"เป็นแฟนกับพี่นะ"

"ครับ...เป็นแฟนเค้าแล้วดูแลเค้าดีๆ นะ"

"สัญญา"

เราสองคนเกี่ยวก้อยสัญญากัน พี่กรก้มลงมาจูบที่หน้าผากผมอย่างแผ่วเบา ความรักครั้งนี้เกิดขึ้น ให้ดอยสุเทพแห่งนี้เป็นพยานรักของเราสองคน ว่าเราจะรักกันและไม่พรากจากกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม......

.......ก่อนดอกไม้จะบาน ก่อนความฝันจะสดใส ฟ้ามืดมน

ฝนหล่นเป็นสาย ใจก็ร้าวก็ราน

.......กว่าจะรู้จิตใจ กว่าจะซึ้งถึงคำนั้น กี่ครั้งกี่ที ที่เธอและฉันต้องผ่าน

คืนวันที่ผันแปร

.........แต่คำหนี่งคำ คำว่ารัก อุปสรรคใดๆ ก็พ่ายแพ้

ถ้าคนสองคน ต่างมีรักแท้ ไม่ช้าเดี๋ยวฟ้าก็สดใส

.........ก่อนดอกรักจะบาน จับมือฉันเอาไว้ กระซิบว่ารัก

สักคำได้ไหมให้ชื่นใจ ให้นอนฝันดี

.....:กระซิบว่ารัก สักคำได้ไหม ให้ชื่นใจ ให้นอนฝันดี ได้นอนฝันดี...

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด