ไดอารี่ ของเด็กหนุ่มผู้มากรัก
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ไดอารี่ ของเด็กหนุ่มผู้มากรัก  (อ่าน 1335 ครั้ง)

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ส่วนที่ป๊าไม่พอใจนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผมชอบผู้ชาย เพราะเรื่องที่ผมชอบผู้ชายผมบอกแล้วว่าป๊ารับได้ แต่ตอนนั้นผมจำได้ว่า ผมเจ็บตัวบ่อยตอนที่เล่นกับพี่อ๊อฟ ได้รอยแผลกลับบ้านมาทุกเย็น ป๊าเขาก็ไม่พอใจอยู่แล้ว ทะเลาะกับแม่เรื่องที่พาผมไปบ้านยายพี่อ๊อฟค่อนข้างจะบ่อย แล้วยิ่งผมไปบอกป๊าว่าผมชอบพี่อ๊อฟ ป๊ายิ่งไม่พอใจ คือผมเคยลองถามป๊าตั้งแต่เด็กๆนั้นแหละ ป๊าก็บอกว่ากลัวว่าเด็กคนนั้นจะข่มขู่ผม แล้วก็พาไปเล่นอะไรแผลงๆ ก็ตามฉบับพ่อหวงลูก แต่ตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจ ก็ยังเด็ก งอแงงอลป๊ายกใหญ่เลย จนป๊าได้ซื้อของเล่นมาเป็นกองๆ เพื่อง้อผม แต่ก็ไม่ยอมให้ผมได้เจอกับพี่อ๊อฟอยู่ดี จนมันนานเข้า ก็มีเพื่อนใหม่ๆมาเข้าแทนที่พี่อ๊อฟ จนทำให้ผมลืมมัน คิดๆดูก็รู้สึกผิดนะเนี่ย ลืมได้ยังไง คนทั้งคน ผมนี่แย่จัง ผมว่าจะลองถามป๊าดูอีกรอบ ว่ามันเป็นยังไง แล้วป๊าจะยังจำได้อยู่ไหม ผมกับพี่อ๊อฟคุยกันจนหลับ
ตื่นมาอีกทีพี่อิฐเข้ามาปลุก ก็ตื่นแต่งตัวกันไปโรงพยาบาล แต่เช้า เพราะเขาบอกว่ายายเรียกหาพี่อ๊อฟ ก็พากันไป พี่อิฐก็มีแซวนิดหน่อย เรื่องที่เข้ามาเห็นผมกับพี่อ๊อฟคิสกัน>< ผมก็แก้ตัวแล้วก็แถไป พี่อ๊อฟก็เอาแต่ยิ้ม ตอนนี้มีครอบครัวพี่อ๊อฟ กับครอบครัวของพี่อินไปกันก่อน ส่วนคนอื่นๆเห็นว่าจะไปทำบุญกัน ลูกพี่ลูกน้องพี่อ๊อฟเยอะ และหน้าตาดีๆด้วย จากที่เห็นและผมก็แอบมองบ่อยๆ..
ก็พากันไปโรงพยาบาล พอถึงก็ตรงไปห้องพักยาย มีน้าๆของพี่อ๊อฟนอนเฝ้าอยู่ 3 คน ก่อนจะถึงห้องป๊าก็โทรมาหา ผมก็บอกให้พี่อ๊อฟเข้าไปก่อน พี่อ๊อฟก็โอเคมันก็คงอยากคุยกับยายมันเร็วๆ ผมก็รับสายคุยกับป๊า โทรมาแต่เช้าเลย ป๊าโทรมาถามไถ่อาการยาย จริงๆก็ดูเหมือนว่าป๊าจะรู้จักยายอยู่แล้วด้วย ก็เขาเป็นผู้ใหญ่ที่เคยดูแลแม่ผม จะไม่ให้รู้จักได้ยังไง ผมก็บอกว่ากำลังจะเข้าไป คุยกันนิดหน่อย ป๊าก็เน้นเตือนว่าอย่าไปดื้อหรือเกเรนะ บ่นตามเคย ผมก็รับปากแล้วก็วางไป โดยไลน์บอกแม่ด้วย เพราะแม่ก็ดูเป็นห่วงยายไม่น้อยเลย แต่ติดงานบุญ.....
ผมก็กำลังจะเดินเข้าห้อง... ปึก! “โอ้ย” ผมหันหลังไปดูตามเสียง คุณยายน่าจะเป็นญาติของคนไข้สักห้อง ล้มลงกับพื้น โดยมีผู้ชายคนนึงยืนมองแบบไม่พอใจ...
“ยายเดินยังไงเนี่ย!” ผู้ชาย ดูแก่กว่าผมไปหน่อย หน้าตาดีเลยละ แต่สันดานไม่เลย ยืนทำหน้าไม่พอใจแต่ก็ไม่ช่วยยายด้วย ผมก็เดินกลับไปช่วยยายพยุงยายเขาขึ้นมา และประคองให้นั่งเก้าอี้ที่อยู่แถวนั้น….
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณยาย” ผมนั่งยองๆตรงหน้ายายแล้วก็ถาม
จริงๆผมก็เห็นยายกับไอพี่นี่เดินมาพร้อมกันตั้งแต่ผมคุยกับป๊าแล้ว แต่ยายเขาดูเดินอย่างระมัดระวัง เหมือนกลัวล้มตามประสาคนแก่ ไอพี่นี่ก็เดินกดโทรศัพท์ไม่มองอะไรเลย ผมก็ไม่ได้สนใจ จนมาได้ยินเสียงยายล้ม มันคงจะเดินชน อีกอย่างนี้มันก็เช้าอยู่ คนเลยไม่มีเพราะแถวนี้มันห้องพิเศษไง ไม่เหมือนห้องรวมที่คนจะพลุกพล่าน.........
“ไม่เป็นไรจ้ะหนุ่ม ขอบใจมาก” คุณยายยิ้มอย่างอ่อนโยน ผมก็ยิ้มให้ไป
“ทำเป็นคนดี! ยายเขาเดินชนกู กูไม่พูดสักคำ!” ไอผู้ชายนี่มันพูดขึ้น ผมหันมองมันแบบไม่พอใจ ว่าจะไม่สนแล้วนะ ยืนทำหน้าทำตาเป็นควายยืนค้ำหัวผมอยู่เนี่ย
“ผมไม่ได้เป็นคนดีหรอกครับ ยายล้ม ผมก็แค่ช่วย ไม่เหมือนคนบางคน เป็นคนหรือเปล่าก็ไม่รู้! เดินชนยายแล้วไม่คิดจะช่วยไม่พอ ยังพูดจาไม่ดีอีก!” ผมพูดแบบไม่พอใจ
“ก็บอกแล้วไงยายเดินชนกู!” มันทำท่าจะตีผม ผมก็มองมันตาขวาง ไม่ยอมเหมือนกันแหละ
“ยายคงเดินไม่ดีเองอะจ้ะหนุ่ม ขอโทษด้วยนะ!” ยายหันไปบอกไอพี่นั้นด้วยรอยยิ้ม “ขอบใจมากนะจ้ะหนู” ยิ้มให้ผม
“ก็แค่เนี่ย!” พูดกระแทกเสียง แล้วมันก็เดินไป สันดานเสียสุดๆ
“ยายไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหมครับ” ผมถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เลยจ้ะ ดีล้มไม่แรง เข่ายายก็ไม่ค่อยดีแล้ว ยายมาเยี่ยมเพื่อน พอดีลูกยายกำลังขึ้นมา ยายขึ้นมาก่อน เป็นห่วงเพื่อนอยากไปดูเร็วๆน่ะจ้ะ” ยายพูดเพราะมากเสียงหวานเชียว น่ารักมาเลยละ
“งั้นผมจะไปส่งนะครับ อยู่ห้องไหนครับ” ผมพูดด้วยรอยยิ้ม
“แม่!” มีคนโผล่มาจากลิฟ แล้วเรียกมาทางยายเสียงดังหน่อยนึง แล้วก็รีบเดินมา มากัน 3 คน น่าจะพ่อแม่ลูกและ ลูกชายเขาน่าจะอายุเยอะกว่าผมอยู่
“แม่ บอกให้รอก่อน ทำไมขึ้นมาคนเดียว มันอันตรายนะ” น้าผู้หญิงที่เพิ่งมาพูดอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นอะไรแล้วลูก เมื่อกี้แม่ล้ม ดีหนุ่มน้อยเขามาช่วยไว้” ยายพูดอย่างใจดี ผมก็ยิ้ม
“ครับ จริงๆอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะครับ แต่ไม่เป็นอะไรแล้ว” ผมพูดอย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณหนูมากนะจ้ะ พ่อดียายเขาใจร้อนน่ะจ้ะ” น้าผู้หญิงบอกผม
“ครับไม่เป็นอะไร งั้นผมขอตัวนะครับ สวัสดีครับ” ผมไหว้ทั้งยายและคุณน้าผู้หญิงและผู้ชาย ลูกเขาก็มองผมนิ่งๆ ผมก็มองนิดหน่อยไม่ได้สนใจอะไรแล้วก็หันหลังไปเลย
ผมก็เดินตรงไปทางห้องยายพี่อ๊อฟ และก็เข้าห้องไป เห็นน้าๆกำลังเก็บของ ผมก็ทักทายนิดหน่อย แล้วก็เข้าไปหายาย ที่ห้องนอนคนไข้ พี่อ๊อฟก็นั่งข้างเตียงจับมือยายแล้วก็พูดคุยอยู่ ผมก็มองนิ่งๆ แล้วก็ยืนข้างๆแม่พี่อ๊อฟเงียบๆ พี่อิฐก็อยู่อีกข้างของเตียง พี่อินก็ยืนมอง ยืนได้แปปนึง ก็มีคนเข้ามา เป็นคุณยายคนนั้น เขาก็ดูตกใจที่เห็นผม ทักทายผมใหญ่เลย น้าผู้หญิงและน้าผู้ชายเขาดูจะใจดีกับผม พูดอวยผมใหญ่เลย แล้วพ่อพี่อ๊อฟก็หาเก้าอี้ให้ยายเขานั่งข้างๆเตียง พี่อ๊อฟมันก็เรียกให้ผมไปยืนข้างๆมัน ผมก็ทักทายยายนิดหน่อย แล้วยายก็คุยกับเพื่อนเขาไปถามไถ่อาการกันเสร็จสรรพ จริงๆยายก็ป่วยค่อนข้างหนัก แต่เขาดูแข็งแรงมาก น่ารักด้วย....
“นี่หลานเธอเหรอจันทร์” คุณยายชี้มาทางผม ยายพี่อ๊อฟชื่อจันทร์
“ใช่ เป็นลูกของศรไง เธอจำศรได้ไหม เพื่อนของอร เด็กที่ฉันเคยเลี้ยงตอนเด็กๆ” ยายจันทร์พูดชื่อเก่าแม่ผม? ยายเขาจำผมได้? จริงๆผมจำยายได้ตั้งแต่เห็นรูปที่บ้านยายแล้ว
“เหรอ!” ดูตกใจนะ “เป็นเด็กที่น่ารักมากจริงๆเลยนะจันทร์ มารยาทดีมีน้ำใจ เหมือนศรเลยละ” คุณยายยิ้ม
แล้วเขาก็พูดอวยจนผมจะลอยแล้ว สักพักก็มีคนเข้ามาอีก ผมต้องตกใจไปนิด ไอเวรนั่นไง ที่เดินชนยาย พอมันเห็นผม มองผมตาขวางเลย.......
“เจออีกแล้ว คนดีของโลกนี้!” พูดแดกดันผมแล้วจ้องผมแบบไม่พอใจ
“เจออีกแล้ว คนเลวของโลกนี้!” ผมพูดขึ้นลอยๆ มันกำหมัดแน่น
“จะเอายังไง!” มันชี้หน้าผม
“หยุดเดี๋ยวนี้นะไอเอส!” พี่อ๊อฟตะคอกมัน นั่นชื่อมันเหรอ
“ทำไมกูจะพูด” ไอเอสทำหน้ากวนตีน
“อะไรกันลูก แขกเยอะแยะนะเอส รักษามารยาทหน่อย” ยายจันทร์พูดเตือนอย่างเหนื่อยๆ
“ขอโทษนะครับยาย” ผมทำหน้าสำนึกผิด
“ไม่เป็นอะไรเลยลูก เอสมันก็เป็นแบบนี้แหละ เอาแต่ใจสะไม่มี นี่ก็คงไปทำให้หนูไม่พอใจใช่ไหม” ยายจันทร์พูดผมก็เดินเข้าไปจับมือยาย
“เปล่าครับ เขาเดินชนยายศรีอะครับ แล้วก็ตะคอกใส่ยายศรีอีก แถมยังว่าให้ผมอีกนะครับ” ผมมารยาเลยไง คือทุกคนมองไปทางมันหมด โดยเฉพาะ น้าผู้ชายที่เป็นลูกของยายศรี มองไอเอสอย่างไม่พอใจสักเท่าไหร่ เดินชนแม่เขาอะเนอะ ใครจะพอใจละ
“อะไร! ยายเขาเดินไม่ดูเองตังหาก!” ไอเลวนี่มันเลวสุดๆ
“ผมเห็นว่าเขาเอาแต่กดโทรศัพท์ไม่มองทางอะไร พอชนยายล้มก็ไม่ช่วย มีชี้หน้าบอกว่ายายเดินไม่ดีอีก คนอะไรนิสัยแย่!” ผมพูดอย่างไม่พอใจ แต่พี่อิฐชี้หน้ามันอย่างคาดโทษ
“นท ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน เลิกพูดได้แล้ว เดี๋ยวยายเครียด” พี่อ๊อฟกระซิบบอกผม ผมก็พยักหน้า
“ขอโทษนะครับยายผมไม่ได้ฟ้องนะ ผมแค่บอกความจริง” ผมก็พูดอย่างอ่อนน้อม ไม่ได้ใส่อารมณ์แต่อย่างใด
“ยังเหมือนเดิมเลยนะนท” ยายจันทร์ยิ้ม ผิดคาด นึกว่ายายจะไม่พอใจสะอีก
“ยายยังจำผมได้เหรอครับ” ผมยิ้ม ดีใจมาก
“จำได้สิ เด็กน่ารักขี้อ้อน มีนทคนเดียวเลยนะ เป็นยังไง สบายดีนะลูก” ยายจันทร์ยิ้ม
“สบายดีครับ” ยิ้มบาน
“แล้วแม่เราไปไหน ไม่มาเหรอ?” ยายจันทร์ถามอย่างสงสัย
“แม่ติดงานบุญอะครับยาย ถ้าว่างแม่บอกจะมาครับ” ผมก็เข้าไปจับมือยาย
“แม่เราน่ะมาหายายบ่อยมาก แต่ไม่ยอมพาเรามาหายายเลย ยายคิดถึงจะแย่” ยายจันทร์ยิ้ม ที่แท้แม่ก็มาบ่อยแล้วนี่เอง โถ่! ไม่ชวนผมมาบ้างเลย “มาให้ยายกอดทีเร็ว” ผมก็ค่อยๆโน้มตัวไปกอด มันรู้สึกได้ ว่ากอดนี้มันคุ้นเคย และอบอุ่น
“คิดถึงยายเหมือนกันนะครับ” ผมหลับตาลงเบาๆ
แล้วผมก็ผละออกมาเบาๆ ยายจันทรก็ยิ้ม แล้วก็ร้องไห้? ให้ตายสิ ผมก็รนเลย ผมทำให้ยายเจ็บหรือเปล่า! ทุกคนก็ถามอย่างเป็นห่วง....
“ไม่ได้เป็นอะไร คิดถึงหนูนทน่ะจ้ะ ยายเคยเลี้ยงเคยเล่นด้วยตอนหนูยังเด็กๆ ดูตอนนี้สิ โตเป็นหนุ่มแล้ว แถมหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู” ยายจันทรยิ้มทั้งน้ำตา ผมก็น้ำตาซึมไปเลยสิ ซึ้งอะ
“เด็กคนนี้น่ารักมากเลยนะจันทร์” มองมาทางผม ผมก็เขินพอเป็นพิธี “อ้อ! นี่ก็หลานฉัน ชื่อออม” กวักมือเรียกเด็กผู้ชายที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังยายให้มายืนข้างหน้า ดูเป็นคนเรียบร้อยเนอะ นิ่งๆ “อายุน่าจะไล่เลี่ยกับเจ้าอ๊อฟแหละ” ผมถึงกับชะงัก ดูสายตาที่ออมมองพี่อ๊อฟสิ
และก็พูดคุยกันไป ผมเริ่มสังเกตว่าออมมันเอาแต่จ้องพี่อ๊อฟ ตอนแรกนึกว่ามองเฉยๆ หรือว่ามองพี่อิฐก็ไม่ใช่ มันจ้องพี่อ๊อฟเลย ร้ายกาจมาก ผมก็เฉยๆไว้ อย่าร้อนรน เดี๋ยวพี่อ๊อฟจะหาว่างี่เง่า ให้ตายสิผมไม่ชอบเลย มีคนจะมาแย่งของผมเหรอเนี่ย! ไอเอสก็เงียบปากแล้วก็ยืนกดโทรศัพท์ไป ยายก็คุยกันสนุกสนานเลย ยายจันทร์ดูจะสดใสขึ้น หมอบอกว่ายายแข็งแรง การรักษาเลยตอบสนองดี แถมกำลังใจล้นเปี่ยมด้วย สักพักพวกผมก็ออกไปนั่งที่ห้องรับแขกด้านนอกกันให้ผู้ใหญ่เขาคุยกันไป เพราะตอนนี้มีญาติเข้ามาเพิ่มแล้ว ไอเอสมันก็โดนพี่อิฐจัดการไป ผมก็มานั่งกับพี่อ๊อฟข้างๆ แล้วออม ก็ออกมานั่ง......
“อ๊อฟ อยู่ม.5ใช่เปล่า” พี่อ๊อฟมันก็พยักหน้า “เท่าเราเลยแล้วนทละ?” ออมหันมาถามผม แต่ถ้าผมมองไม่ผิด คือแวบแรกสายตาดูจิกกัดผมมาก มันก็ดูน่ารักดีนะ มันดูผอมบาง ต่างจากผมที่ค่อนข้างจะมีเนื้อมีหนัง
“ม.4 ครับ” ผมตอบไปตามมารยาทด้วยสายตานิ่งๆ
ตอนนี้ในห้องนี้คนเริ่มเยอะ พี่อินก็เดินมานั่งด้วย พี่อิฐก็ไปฟ้องพ่อแม่ไอเอส ซึ่งจริงๆยายศรีเขาก็ไม่ได้เอาเรื่องอะไร แค่สั่งสอนด้วยการตักเตือนนิดหน่อย แต่ดูแล้วก็ยังคงไม่สำนึกอะไรก็ปล่อยมันไป เราก็คุยกันไป และออมก็ดูจะออกตัวแรงมากกับพี่อ๊อฟ ผมก็นั่งชิดมาก จับมือด้วยพี่อ๊อฟมันก็ดูงงๆนะแต่ก็จับกับผมไง........
“นท แหมๆ ไม่ต้องกลัวใครจะแย่งหรอกจ้ะ” พี่อินเอ่ยแซว
“เปล่าพี่” ผมยิ้มเขิน ออมมันดูชะงักไปนิดหน่อย
“น่ะ...นี่เป็นแฟนกันเหรอ” ออมถามอย่างตกใจนิดๆ
“อื้ม แฟนอ๊อฟเอง!” พี่อ๊อฟพูดจาน่ารักมาก คือมันพูดเพราะกับทุกคนยกเว้นผม ไม่รู้ทำไม
“อะ อ่อ!” ออมยิ้มอ่อน แต่ก็มองผมแบบ เหมือนจะแย่งพี่อ๊อฟไป ตลก คืออะไร เอาอีกแล้วไง คนประเภทนี่มันน่ารำคาญจริงๆ
“ทำไม? ไม่พอใจเหรอ?” พี่อ๊อฟถามนิ่งๆ
“เปล่า แค่แปลกใจ ดูเหมือนไม่ใช่ทั้งคู่เลย” บอกด้วยท่าทีลนลาน
“ก็งี้แหละพี่” ผมยกยิ้มมุมปากให้ออมไป
“นท ไปหาคุณยายกัน” พี่อินเอ่ยขึ้นผมก็ลุกไปกับพี่อิม พี่อ๊อฟกำลังจะลุกตามมา ออมมันดึงไว้ผมก็ไม่ร้อนรนอะไร อย่างมากมันก็ทำได้แค่ตอมเท่านั้นแหละ!
ผมเข้าไปคุยกับคุณยาย คุณยายก็ชวนผมพูดรำลึกความหลังกัน ผมก็พูดเท่าที่จำได้บ้าง หรือไม่ก็จำจากที่พี่อ๊อฟเล่าบ้าง คุยไปสนุกไป ยิงมุกบ้าง คุณยายขำจนท้องแข็งเลย สนุกสนานเฮฮาเลยทีเดียว คุณยายเขาก็ดูจะเอ็นดูผมไม่น้อย แถมยังแซวเรื่องพี่อ๊อฟกับผมด้วยนะ เขาไม่ถือสาเรื่องเพศที่สามเขาเข้าใจด้วยซ้ำ เราก็คุยกันไป ยายเป็นคนอบอุ่นมาก น่ารักมาก คุยกันไปสักพักก็ได้เวลายายพักผ่อนก็ออกมานั่งข้างนอกกัน ยายศรีก็พูดคุยกับผมต่อ ก็คุยไป แล้วผมก็มองไปทางพี่อ๊อฟตลอด เอาจริง คือออมอ่อยทุกอนู อ่อยแบบทุกตอนที่มีจังหวะ จับต้นขา จับต้นแขนพี่อ๊อฟ ทุกอย่างมันย้ายไปนั่งข้างพี่อ๊อฟ จนผมคุยกับยายศรีเสร็จ ผมก็เดินไปหาพี่อ๊อฟ พ่อแม่ของพี่อ๊อฟก็ไปคุยกับยายศรีต่อ ผมก็ไปนั่งข้างพี่อิน พี่อินก็ดูไม่ชอบหน้าออมเท่าไหร่ มันดูรู้อะว่าอยากได้พี่อ๊อฟจนตัวสั่น และคงจะคันในร่มผ้ามากด้วย.........
“นท ยอมได้ยังไง” พี่อินหันมากระซิบผม
“ก็ได้แค่นั้นแหละพี่” ผมบอกอย่างไม่ใส่ใจ เพราะพี่อ๊อฟก็ดูรำคาญไม่ใช่น้อยเลย
“ออมกับอ๊อฟดูสนิทกันเร็วจัง” พ่อของออมเดินมาแล้วพูด
“นิดนึงครับพ่อ” ออมตอบพ่อมันอย่างร่าเริง พี่อ๊อฟเขยิบตัว ถอยห่างจากออมทันที
“สนิทกันไว้ก็ดีนะ มีอะไรก็จะได้พึ่งพากัน” แม่ของออมเดินมาสมทบ จริงๆพ่อแม่ยายของอออมก็ไม่ได้อะไร นิสัยดีมากเลย แต่ออมเนี่ยหนักสุดๆ เป็นอีแอบ แต่เป็นอีแอบที่แอบไม่มิด
“แม่ อ๊อฟเขาเรียนเก่งนะ ให้แม่จ้างเขาสอนออมหน่อยสิ” ออมพูดขึ้น ผมก็รู้สึกว่าจะอยู่เฉยไม่ได้แล้วสิ
“เอาสิ อ๊อฟช่วยออมมันหน่อย หัวมันไม่ค่อยดี” แม่ของออมพูดขึ้น พี่อ๊อฟคือทำหน้าลำบากใจเลย แต่ผมไม่ทนแล้ว
“ขอโทษนะครับ” ผมพูดแทรกอย่างมีมารยาทเบาๆ ทุกคนก็หันมามอง “พี่อ๊อฟคงไม่สะดวกสอนหรอกครับ เพราะพี่อ๊อฟไม่ถนัดสอนใคร อีกอย่างตอนนี้พี่อ๊อฟก็สอนผม...วาดรูปอยู่นะครับ” ผมพูดอย่างใจดี น้าเขาก็ยิ้มแล้วก็พยักหน้ารับรู้
“นั่นสิ อยู่ม.5เหมือนกัน สอนกันมันจะรู้เรื่องได้ยังไง ถ้าออมอยากเรียนเดี๋ยวพ่อพาไปหาที่เรียนพิเศษก็ได้นะ” พ่อของออมพูดอย่างจริงจัง
“ผมมีที่แนะนำครับ นี่เลยครับ” ผมล้วงกระเป๋าตังออกมา คือมันเป็นนามบัตรพวกโรงเรียนกวดวิชาที่ชอบมายืนแจกหน้าโรงเรียน ผมก็เก็บไว้บ้าง บางที่ที่น่าสนใจ ผมก็ล้วงออกมาใบนึงแล้วยื่นให้คุณน้าผู้ชาย “ที่นี่ดีเลยนะครับ ผมเคยไปทดลองเรียน สอนตัวต่อตัว ไม่ใช่แบบเรียนกับทีวีอะครับ” ผมบอกอย่างอารมณ์ดี ยักคิ้วให้ออมมันนิดหน่อย มันดูไม่ยอม
“นั้นสิ ดูน่าสนใจนะ เดี๋ยวพ่อพาไปแล้วกัน ขอบคุณนะนท” พ่อของออมยิ้มอย่างใจดี ผมก็ยิ้มตอบ
เราก็คุยกันไป พี่อินคือดูอึ้งๆในวิธีจัดการเห็บหมัดของผม เพราะเขาบอกว่าเพื่อนเกย์เก้งกวางของเขา ไม่จัดการแบบนี้หรอก ปกติคือจะรุนแรง ถ้าเจอแบบผมเพื่อนพี่เขาคือลุกตบลุกด่า แต่ผมไม่ ผมฉลาดพอ จัดการออมได้ไม่พอ ยังได้ใจพ่อแม่ของมันอีก ชนะไปอีก มันมองค้อนผมเลยทีเดียว ผมก็ยิ้มสวยๆให้ไป ก็คุยกันไป มันก็ดูเงียบไปเลยนะ ผมก็ไม่สน จนมันจะกลับ.........
“อ๊อฟ เราขอไลน์หน่อยได้ไหม” ออมก็พูดขึ้นมา สงสารพี่อ๊อฟจริงๆ มันต้องรักษามารยาท ดูมันอึดอัดไม่น้อย
“ได้สิ เดี๋ยวผมพิมพ์ให้” ผมพูดอย่างเป็นมิตร แล้วยื่นมือไป มันก็ดูชะงักไปนิด พ่อแม่มันก็มองอยู่
“เราขออ๊อฟนะ ไม่ได้ขอนท” ออมพูดนิ่งๆ
“ก็โทรศัพท์พี่อ๊อฟอยู่ที่ผมนี่ ไม่ต่างกันหรอก” ผมชูโทรศัพท์ผมขึ้นมา แล้วก็กดให้มันขึ้นภาพหน้าจอเป็นรูปพี่อ๊อฟถ่ายคู่กับผม จริงๆมันคือโทรศัพท์ของผม แอ๊บว่าของพี่อ๊อฟไง
มันก็ดูไม่พอใจเท่าไหร่ แต่ก็ยื่นมาให้ผม ผมก็พิมพ์ไอดีไลน์ไป แล้วก็ส่งคืนให้มัน แล้วเราก็ร่ำรากันนิดหน่อย จริงๆพ่อแม่ของออมเนี่ย เขาจะเลี้ยงข้าวผมตอบแทนที่ช่วยยายศรี แต่ผมปฏิเสธไป แถมยังชวนเขาไปกินข้าวบ้านผมเองสะอีก เขาก็ตกลง เอาเบอร์ผมไป แล้วก็เขาก็ไปกัน พี่อ๊อฟทำท่าขนลุกขนชันใหญ่เลย ไปล้างมือที่อ่างล้างจานเลย ผมกับพี่อินถึงกับหัวเราะพี่อินคือสะใจมาก ตอนที่รู้ว่าที่ผมเอาโทรศัพท์ของผมขึ้นมาโชว์ พี่อ๊อฟก็ออกมาแล้วทำหน้าไม่พอใจให้ผมกับพี่อิน......
“ไม่ชอบเหรออ๊อฟ ร่างบางสเปคหลายๆคนเลยนะ55” พี่อินล้อเลียน
“ไม่อ่ะ น่ากลัว ขนลุกไปหมด” พี่อ๊อฟทำหน้าสยอง
พูดคุยเล่นกันพักนึงก็เข้าไปอยู่เป็นเพื่อนยาย ผมก็เข้าไปคุยกับยายบ้าง พลัดกันเข้าไป จนเย็นๆก็พากันกลับ คือพูดตรงๆเลยว่าปกติการเฝ้าไข้มันจะน่าเบื่อมาก แต่ที่นี่บอกเลยว่าไม่ เม้ามอยกันมันส์หยด พี่อินพูดเก่งมาก แล้วก็พูดคุยกับญาติคนอื่นๆไป สนุกดี ไม่อึดอัดอะไรเลย ผมก็เพิ่งรู้จักพวกเขา ถึงบางคนจะไม่ชอบที่ผมกับพี่อ๊อฟคบกัน แต่เขาก็ยังมาพูดคุยบ้างพอเป็นมารยาท พอเย็นๆก็กลับบ้านยายกัน ป๊ากับแม่ก็โทรมาถามอาการเรื่อยๆ แต่ประเด็นคือพรุ่งนี้ยายก็ออกโรงบาลได้แล้ว เป็นเรื่องที่น่ายินดี ป๊าก็บอกจะกลับไปรับแม่กับพี่โน้ตมาเยี่ยมยายด้วยในวันพรุ่งนี้....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
พอมาถึงบ้าน เขาก็ทำกับข้าวกินกันมากมาย ผมก็ไปอยู่ในส่วนของเด็กๆ ไอเอสก็มา ยืนกดโทรศัพท์ทั้งวัน และก็ลูกพี่ลูกน้องคนอื่นๆของพี่อ๊อฟก็มานั่งคุยกัน จริงๆก็มี10กว่าคนที่นั่งในห้องนั่งเล่นเนี่ย ผมก็ออกแนวอึดอัดนิดนึง เพราะบางคนก็ยังไม่เคยคุย แต่พอคุยไปคุยมาก็สนิทกันไป แต่จะสนิทกับพี่อิมมากกว่า........
“นทรู้จักกับอ๊อฟมันนานแล้วเหรอ” พี่อันถามอย่างสงสัย พี่อันเป็นพี่ชายของพี่อิม ส่วนมากลูกพี่ลูกน้องของพี่อ๊อฟมีแต่ผู้ชาย ง่ายๆคือมีพี่อินเป็นผู้หญิงคนเดียว
“นานมากกกก” ผมลากเสียงยาว
“หึ! พวกเกย์!” ไอเอสพูด ผมหันมองมัน ทุกคนก็ดูจะไม่พอใจกับคำพูดมันสักเท่าไหร่
“เอาน่าไม่ต้องไปสนใจมันหรอก พวกเด็กมีปัญหา” เอ็มน้องของไอเอส ซึ่งรุ่นเดียวกับผมพูดขึ้น
“พูดดีๆนะมึงไอเอส เดี๋ยวเถอะ!” พี่อิฐพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ มันก็แค่ทำหน้ากวนตีน
แล้วก็พูดคุยกันไป โทรศัพท์ผมก็สั่นทั้งวันเหลือเกิน ผมก็ล้วงขึ้นมาดูไอสิงโต พี่ดินพี่ไฟ และอีกมากมาย ผมก็กดไล่ดู ไปสะดุดกับคนที่พึ่งทักมาใหม่ ออมนั่นเอง มันก็ทักมาประมานว่ารู้ว่าไลน์นี้เป็นของผม ผมก็ไม่สนใจ ผมก็เอารูปผมกับพี่อ๊อฟส่งไปให้มัน มันก็รัวไลน์มาเลย ผมอ่านแต่ก็ไม่ตอบ หมั่นไส้ พี่อ๊อฟก็ชะเง้อมอง พอมันเห็นว่าเป็นใครมันก็ไม่สนใจเลย ผมก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าไป แล้วก็พูดคุยกันนิดหน่อย ผู้ใหญ่ก็มาตามเราไปกินข้าว พอกินข้าวก็พูดคุยกันสนุกสนาน ไอเอสก็ไม่มีใครยุ่งกับมัน มันแยกไปกินคนเดียวตรงสวน ก็กินกันไป กินสร็จก็ช่วยกันเก็บและก็ไปนั่งพูดคุยกันที่ห้องนั่งเล่นนิดหน่อยก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ผมก็ขอให้พี่อ๊อฟพาไปเดินเล่นก่อน มันก็พาไป มันพาผมออกไปตรงข้างหลัง ที่มีต้นไม้เยอะๆ และก็มีต้นไม้ต้นนึงที่มีชิงช้า เหมือนโรแมนติก แต่ผมว่าน่ากลัวมากกว่า มันวังเวง มันมืด มันมีหมาหอน น่ากลัว..........
“เข้าบ้านเถอะ มันน่ากลัวนะเนี่ย!” ผมพูดแล้วก็เกาะแขนพี่อ๊อฟ
“เออ ตอนเช้าค่อยมาดูก็ได้ ยุงเยอะ!” มันก็ดึงแขนผมออกแล้วก็จับมือจูงมือผมเข้าไปในบ้าน
เราก็ขึ้นบ้านอาบน้ำ ก็พูดคุยกันเรื่องวันนี้ เรื่องของออม พี่อ๊อฟมันบอกโครตขยะแขยงคนประเภทนี้เลย อีกอย่างพี่อ๊อฟไม่เคยคิดจะสนใจด้วย ผมก็เออออไป มันดูจริงจังเกินไป คุยกันจนหลับไปนั้นแหละ
ตื่นมาอีกทีก็สายๆแล้ว ข้างนอกเสียงดังกันเชียว พี่อ๊อฟก็นอนอยู่ผมก็เข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาป๊า ป๊ากำลังมาเลย ผมคุยนิดหน่อยก็วาง พี่อ๊อฟกำลังนอนหลับอย่างมีความสุขเชียว ผมไม่อยากกวน ก็ออกไปเดินเล่น ยายกลับมาแล้ว คนมาเต็มไปหมด ผมก็ปลีกตัวไปเดินนอกบ้าน ที่ๆพี่อ๊อฟพามาเมื่อคืน เป็นต้นไม้ที่มีชิงช้าผูกติดอยู่ ผมพอจำได้คร่าวๆ เป็นต้นไม้ที่ผมกับพี่อ๊อฟชอบมาปีน ผมก็นั่งลงที่ชิงช้าแล้วก็แกว่งไปมา......
“เฮ้อ! โชคร้ายชิบหาย มาเจอกับพวกผิดเพศ!” ผมหันไปมองตามเสียง ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เด็กมีปัญหานั่นเอง ผมก็ไม่พูดอะไร มันก็เดินเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ พูดจาเสียดสีผม ผมก็นั่งชิวๆไป ไม่สนใจมัน......
“ทำเป็นหูตึงนะมึง!” ไอเอสมันจับชิงช้าผมให้หยุด ผมก็มองมันนิ่งๆ
“เห่าหอนแต่เช้าเลยนะครับ” ผมพูดแล้วทำหน้ากวนๆมัน
“นี่เช้าของมึงเหรอ คงจะทำเรื่องอุบาทว์กันสินะ นี่มันสายแล้วโว้ย!” มันพูดอย่างสะใจ เป็นอะไรมากไหม ไอเวรนี่
“จะทำอะไร หรือไม่ทำอะไร ก็เรื่องของผมนะครับ ไม่เสือก!” ผมพูดอย่างไม่พอใจ แล้วก็ลุกขึ้น
“ปากดีให้ได้ตลอดนะมึงอะ!” มันพูดกระแทกเสียง ผมก็มองมันด้วยสายตาที่ไม่พอใจ
“เฮ้อ! วันนี้เป็นวันที่ฟ้าปรอดโปร่งนะ แต่อากาศเป็นมลพิษไปหน่อย เพราะปากคนแถวนี้เหม็นเน่าสะไม่มี!” ผมพูดแล้วก็เดินกระแทกไหล่มันไปทางอื่น
ผมก็เดินเข้าไปในสวนผลไม้ ไอเอสมันก็แหกปากด่าผมแล้วก็เดินตามมาเนี่ยแหละ ผมละรำคาญจริงๆ ผมก็เดินหนีมันไปขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง
หมับ! มันจับแขนผมไว้ ผมก็หันไปมองมันแล้วก็แกะมือมันออก แล้วก็มองมันนิ่งๆ.....
“ทำไมมึงถึงชอบจิกกัดกูอยู่เรื่อยวะ!” มันพูดอย่างไม่พอใจ คือมันไม่รู้ตัวเอง?
“ทำไมถึงชอบมายุ่งกับเราละ!” ผมตอบคำถามด้วยคำถาม
“หึ! คิดว่าเป็นแฟนไออ๊อฟแล้วกูจะกลัวเหรอ!” มันพูด ผมก็มองมันนิ่งๆ
“ไม่ได้ขอให้กลัวนี่ อีอย่างไม่เห็นเหรอว่าคนไม่อยากคุยด้วย เดินหนีมาขนาดนี้แล้วจะเอาอะไรอีก!” ผมพูดกระแทกเสียง มันก็มองผมแบบไม่พอใจ “ถามจริงเป็นโรคจิตหรือเปล่า คือมาหาเรื่องผมทำไม?” ผมถามอย่างข้องใจ
“มึงมันชอบเสแสร้งเป็นคนดีไง และเมื่อวานกูโดนผู้ใหญ่ด่าก็เพราะมึง!” ผมกรอกตาหนักมาก ไอนี่อาการหนัก
“พอเถอะ” ผมก็เดินไปทางอื่น มันก็ตามมา ผมก็หยุดแล้วหันไปมองมัน “นี่จะเอายังไง อยากเอาคืนใช่ไหม” มันทำหน้ากวนตีน “เอาสิว่ามาจะให้ทำอะไร ถ้ามันทำให้หายโกรธจะทำไรก็ทำเถอะ ระ.....”
เพี๊ยะ! หน้าผมหันไปตามแรงตบของมัน อึ้งไปนิด ผมก็หันกลับมามองมันนิ่งๆ....
“พอใจแล้วใช่ไหม? เลิกยุ่งกับผมด้วย!” ผมพูดอย่างไม่พอใจแล้วก็เดินชนไหล่มันอย่างแรงจนมันเซ แล้วเดินผ่านมันไป คราวนี้มันก็ไม่ตามมาแล้ว ให้ตายสิ เจ็บ เมื่อกี้ตอนมันตบผมกำลังพูดอยู่ไง กัดใส่ลิ้นตัวเอง เลือดออกแน่ๆ
ผมก็ไปเปิดก๊อกน้ำแถวนั้นบ้วนปาก ได้เลือดจริงๆ แต่เช้าเลย บ้าที่สุด! แล้วก็มีคนเดินมา จริงๆแถวนี้ก็มีคนสวนเดินไปมาอยู่แล้ว แล้วไอที่ผมโดนตบเมื่อกี้ไม่รู้ว่ามีคนเห็นไหม เอาเถอะ ผมไม่สนอะไรหรอก........
“นท” มีคนมาแตะไหล่ผมที่นั่งยองๆล้างปากอยู่ ผมหันไปมอง พี่อ๋อง หนึ่งในลูกพี่ลูกน้องของพี่อ๊อฟ  ผมก็เช็ดปากลวกๆแล้วก็ลุกขึ้นยิ้มให้พี่อ๋อง พี่อ๋องเป็นรุ่นพี่ อยู่ม.5 รุ่นเดียวกับพี่อ๊อฟ เขาก็ดูน่ารักดี หล่อใสๆ
“มีอะไรหรือเปล่าครับพี่” ผมยิ้มอ่อน
“เจ็บไหม” พี่เขาถามอย่างเป็นห่วง ผมชะงักไปนิด “พอดีพี่เห็นเมื่อกี้....” เหมือนเป็นห่วงแต่ก็ไม่อยากถามสินะ
“มะ...ไม่เป็นอะไรพี่ อุบัติเหตุครับ” ผมพูดแบบรนๆ “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมยิ้มแล้วก็เดินไป
ผมก็เดินกลับขึ้นห้อง ตอนผ่านหน้าประตูผมก็เจอไอเอส มันก็มองผมนิ่งๆ ผมก็ไม่อะไร ไม่สนใจเดินขึ้นห้องไป พี่อ๊อฟก็กำลังอาบน้ำเสร็จพอดี ถามผมว่าไปไหนมาผมก็บอกไป พอมันทำอะไรเสร็จก็พาผมลงไปหาอะไรกิน ตอนนี้คนเต็มบ้านเลย ป๊ากับแม่ก็มาแล้วพี่โน้ตด้วย เขาก็ไปพูดคุยกับผู้ใหญ่กัน ผมก็ไปหาอะไรกินกับพี่อ๊อฟแล้วก็พวกลูกพี่ลูกน้องพี่อ๊อฟ...........
“นท หน้าไปโดนอะไรมา!” พี่อ๊อฟถามแล้วจับหน้าผม ทุกคนก็มอง มันพลิกหน้าผมไปมา “อ้าปากดิ้!” ผมก็พยายามแกะมือมันออก เพราะมันบีบแรงแล้วไง
“อ๊อฟ เบาๆหน่อย นั้นหน้านะ!” พี่อิมพูดอย่างเป็นห่วง
“ปล่อย!” ผมพยายามดึงมือมันออก
“ไออ๊อฟ ปล่อยน้องกู” พี่โน้ตพูดเสียงนิ่ง แล้วก็เดินมาดึงมือพี่อ๊อฟออกมันก็ปล่อย
“มึงไปทำอะไรมานท” พี่อ๊อฟถามอย่างไม่พอใจ
เอาแล้วไง เริ่มเป็นประเด็นแล้ว ไอเอสมันก็มองผมนิ่งๆ ผมไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่เลย โถ่! อีกอย่างที่นี่ไม่ใช่ที่ของผม ไม่อยากจะทำตัวให้โดดเด่นเกินไป เพราะเป็นคนนอก แล้วถ้ามาสำออยเพราะเรื่องแค่นี้ เรื่องคงจะใหญ่ไปมากกว่านี้ด้วย ตอนนี้หลายๆคนเริ่มมองมาที่ผม พี่โน้ตก็ถามผมอย่างเป็นห่วง ดีนะตอนนี้มีแต่เด็กๆ.....
“ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้พี่อ๊อฟ ผมแค่ไปกินลำไยตรงสวนข้างหลังนั้นมา แล้วก็เผลอกัดลิ้นตัวเองก็แค่นั้น”(ยิ้ม)
“หน้านทเป็นรอยมือนะ” พี่โน้ตลูบแก้มผม
“นท!” พี่อ๊อฟมันจะเสียงแข็งทำไมเนี่ย
“ยุงกัดก็เลยตบหน้าตัวเอง ก็เท่านั้น จบไหม กินเถอะ หิวแล้ว” ผมพูดปัดอย่างรำคาญ
แล้วทุกคนก็กินกัน ผมก็กินค่อยๆ แสบลิ้น ไม่ได้จะปกป้องมันนะ แต่ก็อย่างที่บอกไม่อยากให้เป็นเรื่อง พี่โน้ตก็เดินกลับไปคุยกับป๊า ผมก็กินเงียบๆ กินได้นิดเดียวก็กินไม่ลง เจ็บลิ้นจริงๆ ผมก็ลุกเอาจานของผมไปเก็บแล้วก็ไปเดินเล่นนอกบ้าน พี่อ๊อฟก็ไปคุยกับยายจันทร์นั้นแหละ มันงอลผม มันบอกว่า มันรู้ว่าผมโกหก ให้ตายสิ ใช่เรื่องไหม ผมก็มานั่งเล่นแถวบ่อปลาหน้าบ้าน มันมีม้าหินอ่อนอยู่ ทุกคนอยู่ในบ้าน ผมออกมานั่งคนเดียว....
“ทำไมมึงไม่บอกว่ากูเป็นคนทำวะ?” มาแล้วไง ไอนรกนี่ ผมก็หันไปมองมันนิ่งๆ “ทำไม หรือชอบกูขึ้นมาแล้วละ” ผมแทบจะล้วงคออ้วกตรงนั้น
“อย่าหลงตัวเองให้มันมากเหอะ ที่พูดแบบนั้นไปก็เพราะอยากให้จบ ตบแล้วก็เลิกยุ่ง ตามที่พูดด้วย!” ผมพูดอย่างไม่พอใจแล้วก็หันหน้าหนีมัน
“กูไม่ได้เป็นคนพูดนะ มึงพูดเอง!” ผมหันไปมองมันตาขวาง มันทำหน้ากวนตีนหนักมาก
“ไอเลว!” ผมพูดเสียงต่ำ เจ็บใจ
“ทำไม มึงจะเอาคืนเหรอ? มาสิ!” มันยื่นหน้ามาให้ผม
ผมก็มองมันนิ่งๆ พยายามข่มอารมณ์ไว้ก่อน แล้วผมก็ปรับสีหน้าเป็นปกติแล้วลุกขึ้น ผมก็ยิ้มให้มันอ่อนๆ....
“ผมไม่ทำอะไรพี่เอสหรอกครับ เพราะผมรู้ว่าพี่มันป่วย ถือว่าการตบหน้าผม มันอาจจะช่วยรักษาอาการทางจิตของพี่ได้แล้วกันนะ” ผมยิ้ม แล้วก็หันหลังจะเดินไป มันก็จับแขนผมไว้ และบีบแน่นมาก จนเจ็บ ผมก็พยายามจะดึงออกแต่ก็ไม่เป็นผล
“ทำไม ที่ตบไปไม่ได้ทำให้มึงเข็ดเลยเหรอ!” มันกัดฟันพูด
“น้อยไปสิ บางทีพี่อาจจะต้องกระทืบผมมั้ง ผมถึงจะเข็ด อ้อ! ลืมบอกผมมันเป็นพวก ซาดิสด้วยสิ” ผมพูดยั่วมันอย่างไม่ยอม
มันบีบแขนผมแรงมาก ผมก็พยายามข่มความเจ็บไว้ แต่ก็ได้เบ้หน้าอยู่ดี และก็พยายามสะบัดแขนมันออก แต่ก็ไม่หลุด....
“ปล่อยสิวะ!” ผมดันอกมันอย่างแรง มันก็ไม่ปล่อย
“ขอโทษกูก่อนสิ” มันพูดแล้วทำหน้ากวนตีน
“เรื่องอะไรเล่า!” ผมถามแบบไม่พอใจ
“ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำกับกู มึงมันอวดดี!” มันพูดอย่างไม่พอใจ
“ทำไม จะพูดแล้วจะทำไม เป็นแค่เด็กมีปัญหา อย่ามาคิดว่าตัวเองดะ....”
ผลัก! มันต่อยผมเลย ไอนี่มันบ้าไปแล้ว ผมก็ใช้ตีนทีบมัน มันล้มไป ผมหยิบกระถางต้นไม้ขึ้นมาจะเอาทุบหัวมัน  ตอนนี้คนในบ้านเริ่มออกมาดูแล้ว ผมก็เลยถือกระถางไว้ในมือเฉยๆแล้วมองไอเอสอย่างอาฆาต ไอเอสมันก็ไม่ยอม มันกระชากคอเสื้อผมแล้วก็จะต่อยผมอีก ผมก็ยกกระถางขึ้นมาให้สูงนิดหน่อย แล้วปล่อยกระถางต้นไม้ในมือให้หล่นใส่ตีนมัน มันเบ้หน้าด้วยความเจ็บ น่าจะเจ็บหนักอยู่ เพราะกระถางหล่นไปโดนตีนมันแตกเลย แล้วจะปล่อยหมัดใส่ผมอีก พวกพี่อ๊อฟมาจับมันไว้ทัน แล้วพี่อ๊อฟก็สวนมันคืนจนทุกคนได้แยกมันกับไอเอส ผมได้เลือดอีกแล้ว พี่โน้ตจะเข้าไปใส่มันแล้ว แต่ป๊าห้ามไว้ ผมมองไอเอสตาขวางเลย มันก็มองผมไม่ต่างกันหรอก แล้วผู้ใหญ่ก็ให้เข้าไปคุยกันในบ้าน ผมก็ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน ปวดฟันเลยไอบ้าเอ้ย! ปากก็แตก หมัดหนักชิบ พี่อ๊อฟก็ตามเข้ามา พอล้างหน้าล้างปากเสร็จก็ออกไปกัน พี่อ๊อฟก็ช่วยเช็ดช่วยอะไร พอออกมาก็ไปนั่งโซฟา คนก็นั่งล้อมเต็มไปหมด บางส่วนก็อยู่กับยาย เพราะยายเพิ่งกลับมาจากโรงบาลไม่อยากทำให้เป็นเรื่องไง.........
“มึงเป็นอะไรมากหรือเปล่าวะไอเอส! ไปทำน้องเขาทำไม!” พี่อิฐถามไอเอสอย่างหมดความอดทน
“ไม่ได้เป็นอะไรนี่” เอสทำหน้ากวนตีน แล้วมองมาทางผม
สักพักยายก็เดินมา ทุกคนก็เงียบกัน ผมก็แสร้งทำเป็นยิ้มไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยายก็มองผมแล้วยิ้ม แล้วมานั่งข้างผม โดยมีน้าๆช่วยพยุง และผมก็ลุกไปพยุงยายมานั่งด้วย.......
“เจ็บมากไหมลูก” ยายจันทร์ลูบหัวผมเบาๆ แล้วก็จับมุมปากผมเบาๆ
“ผมไม่เป็นอะไรครับ ยายไปพักผ่อนดีกว่านะครับ” ผมบอกปัดๆไป
“ยายพักมาจนเบื่อจะนอนแล้ว” ยายจันทร์พูดแล้วหยิบกระดาษทิชชู่มาซับปากให้ผม
ตอนนี้ผู้ใหญ่บางส่วนก็ไปเข้าครัวกัน เพื่อทำอาหารเที่ยง ที่อยู่ก็เห็นจะเป็นน้าๆที่คอยดูและคุณยายและป๊าแม่พ่อพี่อิฐพ่อของไอเอส แค่นั้น คนอื่นๆเขาไปเตรียมของทำอะไรกัน......
“ยายก็ทำเป็นห่วงมันเกินหน้าเกินตาไปนะครับ ผมเป็นถึงหลานแท้ๆ แต่นั้น ใครก็ไม่รู้!” ไอเอสพูดจาประชดประชัน
“เอส!” พอมันเดินไปเคาะหัวไอเอส
แล้วก็เริ่มการดุด่าและตีไอเอสนิดหน่อย ผมก็มองภาพนั้นด้วยความสมเพช เพราะพี่อ๋องเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาเห็นผมโดนมันตบ ซึ่งยายจันทร์เองก็เห็น เขาบอกว่ามองมาจากทางหน้าต่าง ผมก็ไม่ค้านอะไร ทุกคนก็รุมประณามมัน โดยเฉพาะพี่อ๊อฟดูจะไม่พอใจมันมาก ป๊าก็มองนิ่งๆ ไม่พูดอะไร คงเก็บอาการพอตัวแหละ.........
“ผมว่าอย่าต่อว่าพี่เขาเลยดีกว่านะครับ วันนี้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาคุณยายคงมีความสุข อย่าให้คนนอกอย่างผมมาเป็นตัวทำให้คนในบ้านทะเลาะกันเลยนะครับ” ผมบอกอย่างจริงจัง
“พูดอะไรแบบนั้นละลูก!” ยายจันทร์ถามอย่างไม่พอใจ ทุกคนก็มองผม
“ผมก็ว่างั้นแหละครับ วันนี้วันครอบครัวของคุณยาย อย่าเครียดมากเลยนะครับ” ป๊าหันไปบอกยายอย่างอ่อนโยน “แต่ผมก็ต้องขอตัวแล้วนะครับ พอดีมีธุระต่อครับ ว่างๆผมจะพานทมาเที่ยวนะครับ” ป๊าบอกอย่างจริงจัง “นทไปเก็บของ!” ป๊าพูดกระแทกเสียงใส่ผม ผมสะดุ้งไปเลย
เป็นเรื่องแล้วไง แม่ผมหน้าเจื่อนเลย พี่อ๊อฟก็มองประมาณว่าจะกลับจริงๆเหรอ? ผมก็คงต้องกลับแล้ว ทำยังไงได้ละจริงไหม ผมก็ขึ้นไปเก็บของ พี่อ๊อฟก็ตามมา...
“ป๊ามึงดูไม่พอใจมากเลยนะ” พี่อ๊อฟทำหน้าเครียด
“อืม ผมไม่น่ามาที่นี่เลย พยายามจะไม่ให้เป็นเรื่องแล้ว ขอโทษนะพี่อ๊อฟ ยายจันทร์ต้องมารับรู้เรื่องบ้าๆที่ผมอดทนไม่ไหว” ผมบอกอย่างสำนึกผิด ทำให้ครอบครัวเขาวุ่นวาย
“มันไม่ใช่ความผิดมึงเลยนะนท ไอเอสมันเป็นบ้า มันเที่ยวหาเรื่องเขาไปทั่วแบบนั้นแหละ” พี่อ๊อฟบอกอย่างกังวล
“ผมรู้พี่อ๊อฟ แต่คนอื่นเขาจะมองแบบพี่อ๊อฟหรือเปล่า!” ผมยิ้ม มันก็ส่ายหน้า
“คนอื่นเขาก็รู้กันนท อย่าคิดมากดิ กูไม่อยากให้มึงกลับนะ ละ......”
“นท เสร็จหรือยัง” พี่โน้ตขึ้นมาตาม ผมก็ปิดกระเป๋าแล้วก็เดินไปหาพี่โน้ต แล้วก็พากันลงไปข้างล่าง พี่อ๊อฟก็ตามมา ป๊าก็คุยกับคุณยาย ป๊าก็พูดเหมือนตัดปัญหา ประมานว่าให้ผมกลับดีกว่า ถ้าอยู่ต่อแล้วคนในครอบครัวเขาไม่พอใจ จะอยู่ทำไมจริงไหม ป๊าก็พูดไป คือทุกคนก็ดูรู้แหละ ว่าที่ป๊าทำแบบนี้จะได้ให้เรื่องมันจบ ผมก็เข้าใจ ไม่งั้นก็จะทะเลาะกัน และไอเอสมันก็เหมือนคนประสาท ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ผู้ใหญ่ทุกคนก็เข้ามาคุยกับผมว่าไม่เป็นอะไรนะ นู่นนี่นั่น พ่อของไอเอสต้องมาขอโทษผม ทุกคนดูเข้าใจ ป๊าก็พูดไปตามมารยาทแหละ เพราะป๊าคงไม่อยู่ต่อแล้ว พอคุยอะไรกันเสร็จ ก็พากันไปขึ้นรถ พี่อ๊อฟก็ตามมา........


ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“คิดดีๆนะอ๊อฟ ป๊าจะไม่พูด ไปคิดเอาแล้วกันเราดูแลนทดีพอไหม” ป๊าพูดจบแล้วก็เปิดประตูรถเข้าไปในรถ ปิดประตูเสียงอย่างดัง
“อ๊อฟ ตอนนี้ป๊าเขากำลังโมโห อย่าไปสนใจเลยนะลูก” แม่ผมตบไหล่พี่อ๊อฟ พี่อ๊อฟก็พยักหน้า แล้วแม่ก็ขึ้นรถไป
“มึงก็ดูเป็นคนดีนะอ๊อฟ แต่ถ้านทอยู่กับมึงแล้วเจ็บตัวมากๆ ป๊าก็ไม่ยอมนะ กูช่วยไม่ได้นะอ๊อฟ” พี่โน้ตตบไหล่อย่างให้กำลังใจแล้วก็ขึ้นรถไป ผมก็ยืนฟังนิ่งๆ มันก็เอาแต่มองผมนั่นแหละ
“ถ้าไม่โง่พอ ก็คงรู้ใช่ไหม สิ่งที่ต้องคิดคืออะไร” ผมพูดอย่างจริงจัง มันจับมือผม
“ขอโทษนะนท กูแม่งมะ....”
“เลิกโทษตัวเอง ผมไม่ได้คิดว่าพี่อ๊อฟผิดเลย อีกอย่างทุกคนเขารู้ว่าอะไรคืออะไร ป๊าพูดไปเพราะโมโห พี่อ๊อฟก็อยู่นี่ไปก่อน ผมจะติดต่อมาแล้วกัน” ผมพูดตัดบทมันอย่างอ่อนโยน
“มึงจะไม่ละ....”
“ไม่มีทาง และไม่มีวันนั้น และอย่าเครียด ทำให้ยายมีความสุขมากๆนะ เรื่องผมเอาไว้ก่อน” ผมยิ้ม มันก็พยักหน้าช้าๆ
ผมคุยกับมันอีกสักพักผมก็ขึ้นรถ แล้วป๊าก็ออกรถไป ผมหันหลังไปมอง เห็นมัน....เช็ดน้ำตา ผมก็หันกลับมามองข้างหน้าแล้วก็ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย แม่ก็พูดกล่อมป๊า ป๊าก็พูดออกมาประมานว่า ป๊าไม่ชอบไอเอสเลย มันเหมือนเด็กที่ป่วยทางจิต ที่ป๊าโกรธก็เพราะ วิธีการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ไอเอสนั่นแหละ แล้วเขาก็บ่นไป จนลามมาถึงพี่อ๊อฟ บอกว่าสังเกตุมาสักพักแล้ว ตั้งแต่ผมคบกับพี่อ๊อฟก็มีแต่เรื่อง แล้วก็บ่นไป ทุกคนก็นั่งฟังเงียบๆ โดยมีแม่ช่วยพูดให้ป๊าเย็นลงบ้าง แต่ก็รู้สึกว่าไม่......
“นท นทเลิกคบกับอ๊อฟดีไหมลูก” ป๊าเอ่ยถามผมเสียงแข็ง ผมชะงักเลย
“ป๊า!” พี่โน้ตเรียกป๊าเสียงดัง
“ตั้งแต่เด็กๆเลยนะโน้ตก็รู้ที่ป๊าเล่าให้ฟัง ห้ามให้มาเจอกันก็กลับมาคบกันอีก นี่มันอะไรกันเนี่ย!” ป๊าพูดอย่างไม่พอใจ
“ป๊า อย่าเยอะ! เด็กมันก็มีเรื่องบ้างจะเป็นอะไร!” แม่เริ่มโมโห
“แม่ก็อีกคน ไม่น่าพานทไปเล่นที่บ้านนั้นตอนเด็กๆตั้งแต่ตอนนั้นเลย ไม่งั้นไออ๊อฟมันคงไม่ตามนทมาหรอก!” ป๊าพูดเริ่มมีปากเสียงกันแล้ว ผมชะงักไปนะ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรไป
แล้วก็เถียงกันไปมา ผมก็นั่งฟังนิ่งๆ พี่โน้ตก็จับมือผมไว้ แม่ก็พยายามพูดให้ป๊าเข้าใจถึงเรื่องอดีต แต่ป๊าก็ยิ่งพูดว่าเหตุมันเกิดเพราะนู่นนี่นั่น แม่ก็อธิบาย ผมก็เหมือนได้ฟังเรื่องตอนนั้นทั้งหมดด้วย จริงๆที่แม่ไปบ้านยายบ่อยๆก็เพราะว่าแม่ผมก็ถูกยายจันทร์เลี้ยงมาเหมือนกัน ประมานว่า ยายของผมแม่ของแม่นั้นแหละ ตอนแม่เด็กๆเขาก็ไม่มีเวลา เลยเอาไปฝากยายจันทร์เลี้ยง แม่ก็เลยผูกพันเพราะยายจันทร์สอนแม่หลายอย่างมาก ทั้งการทำอาหาร ขนม งานบ้านงานเรือน  และหลายๆอย่าง แม่ก็เลยชอบที่จะไปคลุกคลีอยู่ที่นั้น ไปช่วยทำขนมทำอาหารไปวัดกัน ที่แม่ไปบ่อยๆแล้วไม่พาผมไปก็เพื่อป๊า เพราะป๊าไม่อยากให้พาไป แม่ก็ไม่พาไป แต่พออย่างนี้จะมาโทษแม่ และความคิดของผมก็ถูก ป๊าไม่ชอบให้ผมไปบ้านนั้นเพราะกลับบ้านมาทีไรผมก็เจ็บตัว ไม่ก็ร้องไห้งอแงกลับบ้านตลอด ป๊าเลยไม่ชอบ ก็เลยกลายเป็นประเด็นมากมาย พี่โน้ตก็กอดผมไว้..........
“ ป๊า แม่ พอเถอะน่า นทร้องแล้ว!” พี่โน้ตพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ กระชับกอดผมให้แน่นขึ้น
แล้วป๊าก็เงียบลง แม่ก็หันมาจับมือผม ป๊าก็เย็นลงทันที หันมามองผมอย่างเป็นห่วง แล้วก็ขอโทษผม ผมก็พยักหน้ารับ แม่ก็ด้วย แล้วก็ชวนกันเปลี่ยนเรื่องคุย คุยกันไปสักพัก แล้วผมก็หลับไป
ตื่นมาอีกทีก็ถึงบ้านแล้ว พี่โน้ตปลุกผม แล้วเราก็ลงรถ ผมก็หยิบกระเป๋าเดินขึ้นเอาของไปเก็บ แล้วก็ล้มตัวนอนบนเตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พี่อ๊อฟส่งข้อความมาหาเต็มไปหมด ผมก็อ่านแล้วก็ตอบมันไป.....
แกร๊ก! ผมหันไปดู ป๊าเข้ามา แม่และพี่โน้ตด้วย ผมก็หันไปยิ้มให้นิดหน่อย แล้วลุกนั่ง ป๊าก็มานั่งข้างผม แม่ก็นั่งอีกข้างนึง พี่โน้ตก็นั่งหน้าผมเนี่ยแหละ ล้อมผมไว้เลยละ ป๊าก็มาขอโทษผมที่พูดแบบนั้นออกมา ที่พูดแบบนั้นเพราะป๊าก็เป็นห่วง ซึ่งผมก็เข้าใจ แต่มันสะเทือนใจ แม่ก็ช่วยพูด พี่โน้ตก็ด้วย จริงๆผมก็นอยๆที่ป๊าพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่อะไร จนคุยกันเคลียล์ แล้วก็นั่งคุยกันไปสักพัก แม่ก็ลงไปทำกับข้าว
ผมก็ถามว่าจริงๆมันยังไง เรื่องตั้งแต่ผมเด็กๆ ป๊าก็บอกเหมือนที่ผมได้ยินมาในรถนั้นแหละ ป๊าไม่ชอบที่ผมไปบ้านนั้นแล้วเจ็บตัวกลับมาตลอด และตอนที่เจอพี่อ๊อฟครั้งแรกที่ผมพาเข้าบ้าน ป๊าก็บอกว่าป๊าก็ตกใจนะ ไม่คิดว่าพี่อ๊อฟจะกลับมาเจอกับผมอีก เพราะมันก็นานแล้วแต่ป๊าก็ยังจำพี่อ๊อฟได้ ป๊าก็คิดว่ามันนานมาแล้วและตอนนี้พี่อ๊อฟก็ดูโตดูเป็นผู้ใหญ่พอป๊าก็เลยไม่พูดถึงเรื่องเก่าๆ เพราะคิดว่าผมก็คงลืมไปแล้วซึ่งนั่นก็จริง ผมลืมไปแล้ว ป๊าก็เลยไม่อะไร แต่พอมาสังเกตดู ป๊าบอกตั้งแต่ผมเริ่มรู้จักกับพี่อ๊อฟอีกครั้ง ผมก็เริ่มที่จะมีแต่ปัญหา ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่ค่อยจะมีอะไรแท้ๆ แต่นี่ทั้วเจ็บตัว ทั้งโดนเข้าห้องปกครอง มากมาย ป๊าเขาคงเป็นห่วง ผมก็อธิบายไป ให้ป๊าเข้าใจ ว่าทั้งหมดไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ใครหรอก บทผมจะเจ็บตัว จะซวยมันก็เป็นเพราะผม โทษคนอื่นไม่ได้หรอก แล้วผมก็บอกไป ป๊าก็ดูจะเข้าใจ เขาก็ไม่ว่าอะไรแต่จะเตือนผมสะมากกว่า พอคุยกันไปอีกสักพักป๊าก็ออกไป.......
“เฮ้อ!” พี่โน้ตลูบหัวผม หลังจากที่นั่งฟังเงียบๆอยู่นาน
“พี่โน้ต อย่าโทษพี่อ๊อฟเลยนะ” ผมพูดแล้วทำหน้าเศร้า
“รู้แล้ว ไม่มีใครโทษมันหรอก ป๊าก็เข้าใจแล้ว พี่ก็เข้าใจ” พี่โน้ตยิ้ม ผมก็กอดพี่โน้ต
เราก็คุยกันไปสักพักแม่ก็มาเรียกให้ลงไปกินข้าว ทุกอย่างก็กลับมาสู่โหมดปกติ เพราะเราต่างก็เข้าใจกันแล้ว ครอบครัวของผมมักจะเป็นแบบนี้ มีอะไรเคลียล์ให้ชัดเจน พูดให้จบไม่ใช่ปล่อยเอาไว้ให้คาใจมันก็จะเป็นผลไม่ดีต่อใครคนใดคนนึงในครอบครัว พอกินข้าวเสร็จผมก็ขึ้นไปพักผ่อน รู้สึกเพลียจริงๆ มีแต่เรื่อง ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก็เคลิ้มหลับไป........
“ชู่ว เงียบๆ”….ผมมารู้สึกว่าตัวก็เพราะได้ยินเสียงคนซุบซิบและก็แรงจากการนั่งลงข้างๆตัวผมที่นอนอยู่ ผมก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา.....สามพี่น้องนั่นเอง สิงโต พี่ดิน พี่ไฟ มากันอีกแล้ว คราวนี้จะอะไรกันอีก.......
“อะไรกันเนี่ย!” ผมถามเสียงงัวเงีย
“พร้อมเดินทางหรือยัง” พี่ไฟถามด้วยรอยยิ้ม
ผมก็มองงงๆ ดูพี่ดินกับพี่ไฟและไอสิงโตแต่งตัวอย่างกับจะไปเที่ยว ผมก็ค่อยๆลุกขึ้น มีกระเป๋า? อะไรมากมาย...
“แม่นทเก็บของไว้ให้แล้ว เราจะไปเที่ยวกันไง!” พี่ดินยิ้ม ผมตกใจสิ เที่ยวอะไร
“จริงๆจะไปอาทิตย์หน้า แต่พี่ดินพี่ไฟเขาบอกว่ามึงมัวแต่ไม่ว่าง ก็เลยให้มาลากมึงไปเลย” ไอสิงโตพูดผมตบหน้าผากตัวเองอย่างแรง
แกร๊ก! ผมหันไปดู ป๊ากับพี่โน้ตเข้ามา.....
“สิงโต ดูแลนทดีๆนะเว้ย!” พี่โน้ตพูดเสียงดุ
“ไม่ให้มดไต่เลยเพ่!” ไอสิงโตตอบพี่โน้ต
“ไปเที่ยวพักผ่อนสมองสักหน่อยนะนท ให้พี่ๆเขาพาไป” ป๊าพูดด้วยรอยยิ้ม
ผมเบลอไปหมดแล้ว คืออะไรตอนนี้  แล้วไอสิงโตก็ดึงแขนผมให้ลุกขึ้น ดันผมเข้าห้องน้ำแล้วบอกให้อาบน้ำแต่งตัว ผมก็ทำเข้าห้องน้ำจัดการตัวเอง เขาไม่ถามผมกันหน่อยเหรอว่าผมอยากไปไหม ผมว่าป๊าต้องมีส่วนรู้เรื่องนี้แน่ ผมอาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัว พวกนั้นก็ยืนมองผมไป จริงๆยังมึนๆ เพราะนอนไม่เต็มอิ่ม เบลอมาก พอทำอะไรเรียบร้อยป๊าก็บอกว่าให้ไปเที่ยวบ้าง อยู่แต่บ้านน่าเบื่อ คงไม่อยากให้ผมอยู่บ้านน่ะสิ โถ่! ไปก็ได้ ผมก็ไปขึ้นรถ ล่ำราป๊าแม่พี่โน้ตนิดหน่อยก็ไป เพราะไอสิงโตกับพี่ดินพี่ไฟขนกระเป๋าขึ้นรถให้ผมพร้อมเลย พอถึงสนามบินก็พากันไปเช็คอิน ผมก็หลับๆตื่นๆ เช็คอินอะไรเรียบร้อยก็ไปนั่งรอหน้าเกต รอเขาเรียก สามคนนั้นพูดมากน่ารำคาญมาก ผมก็นั่งหลับไปนั่นแหละ ง่วงมาก จนเขาเรียก ก็พากันไปขึ้นเครื่อง ผมก็เดินไปนั่ง เราจองแถวเดียวเลย นั่งกันไป ผมนั่งข้างไอสิงโตกับพี่ไฟ พี่ดินไปนั่งติดหน้าต่างแล้วไล่มาก็ไอสิงโตผมพี่ไฟพี่ดิน
เราก็ตรงไปดอนเมือง เพราะจะเข้าบ้านสองฝาแฝดนั้นก่อนแล้วก็ค่อยให้คนขับรถพาไป บนเครื่องผมก็หลับตลอด หัวซบไอสิงโตทีพี่ไฟที มันจะง่วงอะไรขนาดนั้น นี่มันก็เย็นแล้วด้วย ไม่รู้จะมาลากผมออกมาทำอะไรตอนนี้ พรุ่งนี้ก็ไม่ได้เนอะ พอถึงสนามบิน เราก็พากันลงและไปรอรับกระเป๋า พี่ดินกับพี่ไฟกระเป๋าใหญ่ต้องโหลดไว้ใต้เครื่อง ได้กระเป๋าเสร็จก็พากันไปทางออก วันนี้มีแต่ลุงคนขับรถมารอ เพราะแม่พี่ดินพี่ไฟไม่ว่าง ก็พากันไปขึ้นรถและตรงไปบ้านพี่เขา พอถึงเขาก็บอกว่านี่ก็ค่ำแล้ว พักผ่อนกันก่อน พรุ่งนี้ค่อยเดินทาง ผมก็ขึ้นไปนอนกับไอสิงโต ห้องเดิม ผมไม่คิดอะไรมากหรอก เพราะเราก็ต่างรู้ดีว่ามันจะไม่มีอะไร หรือเปล่า? ขึ้นไปได้ผมจัดของเสร็จก็กระโดดขึ้นเตียงเลย แล้วก้นอน ไอสิงโตก็บ่นไป ผมก็ไม่ฟังนอนเลย....
ตื่นมาอีกทีไอสิงโตก็ปลุกให้ผมไปกินข้าว เพราะมันก็ค่อนข้างจะดึกแล้ว ผมก็ลงไป รู้สึกว่านอนเต็มอิ่มจริงๆ ตาสว่างโร่เลย ผมก็กินๆๆอย่างบ้าคลั่ง ดูทั้งสามคนจะตกใจ แต่ผมก็ไม่สน พอกินเสร็จคราวนี้ทุกคนก็จะแยกย้ายไปนอนไง แต่ผม.....
“เดี๋ยวสิ! อะไรกัน พาผมมาก็จะหนีไปนอนกันแล้วเหรอ!” ผมงอแงสะงั้น
“พี่ง่วงแล้วนะนท” พี่ดินพูดแล้วหาว
“พี่ด้วยอ่า” พี่ไฟขยี้ตา
“อื้อ ไปนอนกันเถอะ” ผมผิดเอง ดันนอนตั้งแต่ช่วงบ่ายยันดึก เลยไม่ง่วงเลย
“เขาง่วงกันหมดแล้วนะ มีแต่มึงนั่นแหละ นอนอะไรขนาดนั้น” ไอสิงโตพูดอย่างงัวเงียแล้วก็เดินขึ้นไปบนบ้านกัน
ให้ตายสิ! ผมนอนไม่ได้หรอก เพิ่งจะตื่นมาเอง ผมก็เลยออกไปเดินเล่นสักหน่อย มันก็ยังไม่ดึกมากนะเอาจริง 3 ทุ่มจะ4ทุ่มเอง ผมก็ใส่รองเท้าแล้วก็เดินรอบๆบ้าน บ้านมันใหญ่ มันกว้าง แต่มันเงียบ ผมได้ยินเสียงเพลงอะไรไม่รู้ข้างนอก ผมก็จะออกไปบริเวณนอกบ้าน โดยบอกลุงยามหน้าประตูว่าจะไปเดินเล่น ตอนแรกเขาก็ไม่ยอมเพราะเห็นมันดึกแล้ว ผมก็อ้างนู่นอ้างนี่ไป จนเขายอมแหละ ผมก็เดินไปตามเสียง เหมือนมีปาร์ตี้อะไรสักอย่าง ที่บ้านตรงหัวมุมนั้น ผมก็ลองไปดู นี่คืออารมณ์อยากรู้อยากเห็นของผม พอไปถึงผมก็ไปชะเง้อมอง จริงๆด้วย มีปาร์ตี้กัน คนเยอะเชียว ท่าทางน่าสนุก ผมก็เกาะรั้วมองไปอย่างเสียดาย....
“ใครอะ” ผมสะดุ้งเลย คิดอะไรเพลินๆอยู่กระเจิงหมดเลย มี..เอ่อ..วัยรุ่น น่าจะเป็นรุ่นพี่ผมแหละ เพราะดูจากตัวก็ค่อนข้างใหญ่กว่า เดินมาจากทางประตูบ้าน2คน ผมก็รนๆนิดหน่อย มาแอบส่องบ้านคนอื่นเขาเวลาแบบนี้ ไม่ต่างจากโจรเลย...
“อะ..เอ่อ ผมแค่มาเดินเล่นนะครับ เห็นมีเสียงเพลงดังมา ท่าทางน่าสนุก ผมเลยมาดู แต่ผมจะไปแล้วนะครับ” ผมพูดรนๆแล้วยิ้มอ่อน เขาก็มองหน้าผม แล้วก็มองหน้ากันประมานว่าไม่เชื่อ
ผมก็กำลังจะเดินไป หมับ! คนนึงจับแขนผมไว้ ผมมองเห็นเขาไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เพราะมันมุมมืด อีกอย่างผมเริ่มกลัวแล้วด้วย....
“เดี๋ยวดิ บ้านอยู่ไหน ทำไมมาเดินเล่นเวลานี้” จับแขนผมเบาๆ แล้วพูดขึ้น
“บ้านอยู่ตรงนั้นอะครับ บ้านเพื่อน ผมมานอนด้วยแต่นอนไม่หลับเลยมาเดินเล่นอ่า” ผมยิ้ม ทำตาปริบๆ
“แน่เหรอ?” ทำหน้าสงสัย
“ไม่เชื่อก็ไปถามลุงยามหน้าประตูก็ได้นะครับ” ผมพูดนิ่งๆแล้วชี้ไปที่บ้านของพี่ดินพี่ไฟ
“นั่นมันบ้านไอดินไอไฟนี่หว่า มันไปต่างจังหวัดนะ” เขาถามอย่างไม่เชื่อ
“ก็ผมกลับมาพร้อมพี่ดินพี่ไฟเมื่อค่ำๆนี่เอง ไม่เชื่อก็โทรไปถามสิ!” ผมบอกอย่างรำคาญ จะถามอะไรเยอะแยะ แล้วก็สะบัดแขนออก “ผมไปแล้วนะ” ผมบอกแล้วก็เดินไป
“เข้าไปสนุกด้วยกันไหม” เขาถามแบบกวนๆ ผมก็หันไปมอง
“มึงไปชวนมันทำไม!” หันไปถามอีกคนอย่างไม่พอใจ
“ไม่ดีกว่าครับ” ผมยิ้ม
แล้วผมก็เดินต่อไป เดินไปแถวๆสนามเด็กเล่น ซึ่งไม่ไกลจากบ้านพี่ดินพี่ไฟนัก มันไม่ดีเลยออกมาดึกๆแบบนี้ แต่ถ้าอยู่ในบ้านคงน่าเบื่อแน่ๆ อีกอย่างไม่อยากอยู่รบกวนไอสิงโตด้วยปล่อยให้มันนอนไป ผมก็มานั่งชิงช้าเล่น คือตรงสนามเด็กเล่นมีสปอร์ทไลท์เปิดตลอดเวลา สว่างโร่เลย ตอนนี้ก็ยังมีพวกผู้ใหญ่เขาเล่นบาสกันอยู่เลยนะ ผมก็นั่งมองไป เพลินดี....
“มานั่งทำไมนี่อะ” ผมหันไปมอง ก็ไอพี่สองคนเมื่อกี้ ผมก็ไม่สนใจ ขยับให้ชิงช้ามันแกว่งแรงๆ...
“เห้ย! ถามไม่ได้ยินเหรอ หมับ!” มันจับโซ่ให้ชิงช้าผมหยุด หน้าเกือบทิ่มดิน ผมก็หันไปมองมันแบบไม่พอใจเท่าไหร่
“ถามทำไมครับ เราไม่รู้จักกันไม่จำเป็นต้องถามไถ่อะไรกันขนาดนั้นก็ได้มั้งครับ” ผมลุกขึ้นจากชิงช้าแล้วก็กำลังจะเดินไป
“ว่าแล้ว ทำไมปากเป็นแผล ปากดีอย่างนี้นี่เอง” ผมถึงกับหยุด จริงๆไม่ได้เป็นแผลชัดเจนอะไรขนาดนั้น เป็นในปากมากกว่ามันจ้องเข้าไปในปากผมหรือยังไง? แต่ก็ไม่เจ็บอะไรแล้ว ป๊าให้ยาอะไรไม่รู้มาทา
“พวกเราสงสัย เลยไปถามยามบ้านดินกับไฟ เห็นเขาว่าเริ่มเป็นห่วงนายแล้วนะ รีบกลับเหอะ” ประเด็นคือมายุ่งอะไร
“อืมๆ” ผมพยักหน้ารับรู้แล้วก็เดินไปทางที่เขาเล่นบาส มันก็เดินแยกไปกันอีกทาง
ผมก็ไปนั่งข้างๆสนามดูเขาเล่นบาสกัน ดูสนุกกันเชียว เหงื่อแตกกันทุกคน และอายุน่าจะรุ่นพ่อผมทั้งน้าน555...
“ไอหนู มานั่งอะไรดึกดื่น” เขาพักกันแล้ว มีคนนึงเดินมาถาม
“ผมนอนตอนเย็นไปเยอะเลยนอนไม่หลับอะครับ” ผมยิ้มอ่อน
“งั้น ออกกำลังสักหน่อยไหมละ” ยักคิ้วเหมือนวัยรุ่นเลย ผมก็พยักหน้ารัวเลยสิ กำลังเบื่อๆพอดี
หลังจากนั้นไม่ต้องพูดถึง เด็กโดนผู้ใหญ่รังแกตลอดเกมส์ ผมเตี้ยที่สุด จะชู้ดทีคือพวกเขาไม่ต้องกระโดดรับ น่าอายชะมัด ก็เล่นกันไป มีอยู่4คนที่เป็นผู้ใหญ่ รวมผมก็5 เขาบอกเลิกงานดึก ไม่มีเวลาออกกำลังกายก็พากันมา ดูเป็นผู้ใหญ่ที่รักสุขภาพกันทุกคนเลย ก็เล่นกันไป ส่วนมากจะแกล้งผมมากกว่า อะไรกัน ก็คือเล่นไปพูดคุยกันไป เขาก็ดูตกใจนะที่ผมมาจากต่างจังหวัด แต่เขาก็คิดกันไปว่าคงแปลกที่ผมเลยนอนไม่หลับ ก็แนะนำไปต่างๆนาๆตามประสาผู้ใหญ่ จริงๆน้าๆเขาก็ดูใจดีกันทุกคน มีการให้ผมเรียกพี่ ผมก็เรียก เอาใจพี่ๆเขาหน่อย เล่นไปสักพักผมก็เริ่มไม่ไหวแล้ว เหนื่อยเกิน ผู้ใหญ่แรงเยอะกันชะมัด.....
“แฮ่กๆๆ!” ผมหอบเหมือนหมา แล้วนั่งลงข้างสนาม
“อะ” พี่เดชยื่นน้ำให้ผม แล้วยิ้ม
“ขอบคุณครับ” ผมรับมาแล้วก็ดื่มอย่างกระหาย
“ไงไอน้อง แค่นี้เหนื่อยแล้วเหรอ” พี่ชินยิ้มกวนๆ
“โห! ไม่ไหวครับ ไม่เหนื่อยกันเลยเหรอครับ” ผมพูดแบบหอบๆ
“แค่นี้จิ้บๆ ต้องเห็นพวกเราวิ่งรอบหมู่บ้านสะก่อน” พี่โตทำท่าเก๊ก
“ให้น้อยๆหน่อยโต จะขี้โม้เกินไปแล้ว55” พี่นายพูดอย่างอารมณ์ดี
แล้วเขาก็ชวนผมนั่งคุยโม้ไป เขาก็คุยเหมือนผมเป็นลูกของพวกเขาคนนึง ไม่อึดอัดเลย ทั้งๆที่พึ่งรู้จักกันแท้ๆ แล้วก็พูดถึงลูกๆเขาให้ผมฟัง คือพวกเขาไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกกันเพราะทำงาน ผมก็แนะนำไปบ้าง ว่าอาจจะต้องทำแบบนี้หรือเปล่าลูกพวกเขาถึงจะเข้าใจ จริงๆก็เหมืนอคำบอกเล่ามากกว่าประมาณเอาเรื่องของผมกับป๊ามาพูดเป็นเชิง เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว แนะนำจริงจังไปก็จะหาว่าเป็นเด็กอวดรู้ ก็พูดคุยกันไปสักพัก ก็แยกย้าย พี่ๆเขาก็ถามว่าบ้านอยู่ไหน ผมก็จำเลขที่บ้านไม่ได้ ก็บอกไปเพราะก็ไม่ได้ไกลจากตรงนี้ เขาก็ไม่เข้าใจ พวกเขาก็บอกให้ผมพาไปดูผมก็พาไป พอถึงเท่านั้นแหละ.........
“นาย บ้านแกนิ” พี่โตพูดอย่างงๆ ผมก็งงเข้าไปใหญ่
“นี่เพื่อนดินกับไฟเหรอ?” พี่นายถามผมอย่างสงสัย
“ใช่ครับ พี่ดินพี่ไฟ”  ผมยิ้ม
“555 เพื่อนลูกแก อย่างนี้จะให้เรียกพี่อยู่ไหมวะ555” พี่เดชพูด ขำกันหมดเลย เพราะคนที่ให้ผมเรียกพวกเขาว่าพี่ก็คือพี่นายนั่นแหละ
“555 เรียกมันอย่างนั้นแหละนท มันอยากเด็ก555” พี่ชินพูดกวนๆก็ขำกันไป
พูดคุยกันนิดหน่อยก็แยกย้าย เพราะบ้านพวกเขาติดๆกันเลย คงเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกัน ผมกับพี่นายก็พากันเข้าบ้าน เขาดูเข้าใจเด็กมาก ทำเหมือนเป็นเพื่อนกันจริงๆ เข้ามาก็ชวนผมไปหาอะไรกิน เอิ่ม ออกกำลังกายเสร็จแล้วไปหาอะไรกินเนี่ยนะเขาให้ขนมอะไรมานั่งกินแล้วก็พูดคุยกับผม จนนี่ก็จะเที่ยงคืนแล้ว ผมก็เริ่มมีอาการง่วงแล้ว คุยไปสักพักอาการผมเริ่มหนัก พี่นายเขาก็เลยไล่ผมขึ้นไปนอน ผมก็ไป เพราะไม่ไหวจริงๆ พอขึ้นไป ไอสิงโตนอนตายเหรอนั่น นอนคว่ำเป็นศพเลย ผมก็ไปอาบน้ำแต่งตัวอะไรก็ขึ้นนอน....
ตื่นมาอีกที ก็มีอะไรหนักๆมาทับอยู่บนตัวผมอีกแล้ว ต้องพูดว่าอีกแล้ว ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมา โอ้โห! ข้างนึงพี่ไฟ ข้างนึงพี่ดิน นอนเอาขาพาดตัวผม........
“ทำอะไรกันครับ” ผมถามแบบงัวเงีย แล้วมองหาไอสิงโต มันยืนทำหน้าไม่พอใจอยู่ล่างเตียง ด้วยชุดไปเที่ยว? ผมหันมองนาฬิกาที่ติดผนังห้อง สะดุ้งเลย มันจะเที่ยงแล้ว! “ทำไมไม่ปลุกผม!” ผมเด้งตัวขึ้นมา
“ปลุกอะไรละ จะเข้ามาปลุกก็โดนลากมาเป็นหมอนข้างสะงั้น” พี่ดินพูด หมายความว่าผมดึงสองคนนี้มานอนด้วย?
“นั่นดิ พอจะปลุกก็ดึงเรามานอน พอจะออกก็ทำเสียงจะร้องไห้ ก็เลยปล่อยให้เป็นไปแบบนั้น” พี่ไฟยิ้มเขินๆ บ้าไปกันหมด
ผมก็ลุกขึ้นไปห้องน้ำเลย รีบอาบน้ำแต่งตัว ผมไม่อยากเป็นตัวถ่วง แค่มาก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว ทำอะไรเสร็จเขาก็พาผมลงไปกินข้าวกัน......
“พี่นาย!” ผมยิ้ม แล้ววิ่งไปหา จนคนทั้งบ้านมองงๆกันใหญ่เลย ยิ่งแม่บ้านตกใจออกนอกหน้า “แหะๆ” ผมลืมมารยาทไปเลยเรา
“นั่งก่อนสิ ได้ข่าวตื่นไม่ไหวเลยเหรอเรา” พี่นายยิ้ม แบบกลั้นขำ ผมคงจะตลกมากใช่ไหม
ผมก็ยิ้มอ่อนแล้วก็นั่งลง แม่พวกพี่เขาไปสัมนาที่ต่างจังหวัด เรากินข้าวไปพูดคุยกันไป สนุกสนานเชียว พวกพี่ดินพี่ไฟสิงโตก็มองผมกับพี่นายงงๆ.......
“พ่อ นี่อะไรครับ ไปรู้จักกันตอนไหน!” พี่ดินถามอย่างงงๆ
“ก็เมื่อคืนนะ....”
“ชู่ว!” ผมเอานิ้วชี้วางไว้ที่ปากตัวเอง ประมานว่าไม่ต้องบอกหรอก เพราะขืนบอกว่าผมแอบไปเล่นข้างนอกตอนกลางคืนแบบนั้นโดนสิงโตด่าแน่ พี่นายเขาก็ยิ้ม ให้ผมแบบรู้กัน
“อานาย! มีอะไรกันครับ!” ไอสิงโตมันจะเสียงดังทำไม
“จะเสียงดังทำไมสิงโต อาก็รู้จักกับนท เหมือนที่สิงโตรู้จักนั้นแหละ” พี่นายพูดไอสิงโตชะงักเลย แต่ผมเข้าใจความหมายนะ พี่นายเขาคงหมายถึงเพื่อน แต่ไอสิงโตคงคิดไปไกลเลยละมั้งนั่น ดูมันมองผมสิ
“อะ เอ่อ อันนี้อร่อยนะครับ สิงโตลองกินดิ” ผมแถไปนั่น
“ตักให้พี่บ้าง!” พี่ไฟทำท่าอ้อน
“พี่ด้วย” พี่ดินก็อีกคน
ผมก็ตักๆให้พวกเขาไป ดูพี่นายเขาจะ เอ่อ มีความสุขแปลกๆเนอะ พอกินอะไรเสร็จก็พากันขึ้นไปเอากระเป๋า แบตโทรศัพท์ผมหมดตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้ว ยังไม่ได้ชาจ เพราะเอาแต่นอน ค่อยไปชาจเมื่อถึงที่เที่ยวแล้วกัน พอเตรียมของอะไรเสร็จ พี่นายก็รอที่รถแล้ว? ผมก็มองงงๆ เป็นว่าพี่นายเขาจะไปด้วย บอกว่าอยากสนุกบ้าง แล้วก็มากระซิบกับผมประมานว่า ลองทำตามที่ผมบอกดู เผื่อพี่ดินพี่ไฟจะรักเขามากขึ้น เอิ่ม! ผมแค่บอกว่าหาเวลาไปเที่ยวกับลูกๆบ้าง แค่นิดๆหน่อยๆ หรือแค่เดินไปซื้อของด้วยกัน ลูกๆของเขาก็น่าจะดีใจมากแล้วละ สำหรับพ่อที่ยุ่งกับงาน แต่นี่ก็ทุ่มเกิน ถึงกับไปเที่ยวด้วยกันหลายๆวันเลยเหรอ แล้วงานเขาจะไม่ยุ่งหรอเนี่ย แต่ก็เอาเถอะ ผมก็ไม่กล้าถามมากหรอก เราก็พูดคุยกันไปทั่ว แล้วไอสิงโตทำไมมันต้องโกรธผม ไม่เข้าใจตรงนี้แหละ ระหว่างทางก็คุยกันสนุกสนานเลย แวะซื้อของกินตลอดทาง ดูพี่ดินกับพี่ไฟเขาจะมีความสุขจริงๆ เขาคุยกับพี่นายอย่างมีความสุขเลยทีเดียว ผมมองภาพตรงหน้าก็คิดถึงป๊าเลย......

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“มึงทำอะไรกับอานาย!” ไอสิงโตหันมากระซิปผมเสียงแข็ง
“ไม่ได้ทำอะไร” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ มันมองผมแบบไม่พอใจสักเท่าไหร่ “มึงจะโกรธทำไมสิงโต!”ผมถามอย่างรำคาญ
“กูเพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้มึงชอบรุ่นพ่อนะ!” ไอสิงโตพูดผมตกใจเลยสิ
“ไอบ้านี่ มึงคิดอะไรเนี่ย!” ผมพูดกดเสียงอย่างไม่พอใจ
“ก็แล้วเมื่อคืนทำอะไรกัน!” มันถามเสียงไม่พอใจ
“เมื่อคืนกูแค่เบื่อๆ เลยออกไปเล่นนอกบ้านมา” ผมยิ้มอ่อน มันมองผมนิ่งเลย
“หมายถึง ข้างนอกอะนะ!” ผมก็พยักหน้า มันมองผมอย่างกับจะกินหัว “กูนึกว่ามึงนั่งเล่นในห้องเล่นของพี่ดินพี่ไฟ มึงออกไปทำไมดึกดื่น!” ถ้ามันตบผมได้มันคงทำแล้ว ดูหน้ามันตอนนี้ผมละกลัวจริงๆ
“ก็ในบ้านมันดึกแล้ว เสียงดังรบกวนคนอื่นเขา” ผมพูดแบบเกร็งๆ
“แล้วยังไงต่อ!” คาดคั้นเหลือเกิน
“ก็เดินไปตามเสียง เจอบ้านที่เขาปาร์ตี้กันก็แอบไปส่องนิดหน่อย จนคนในบ้านเขาสงสัย!” ผมยิ้มอ่อน
“เขาคงคิดว่ามึงเป็นโจร ดึกดื่นป่านนั้นออกไปทำไมก็ไม่รู้ มันอันตรายนะนท!” มันพูดแบบไม่พอใจหนักมาก
“แล้วก็ผ่านไปอีกทาง เห็นพวกพี่นาย อะ..เอ่อ อานาย เขาเล่นบาสกับเพื่อนๆอยู่ กูก็เลยไปนั่งดู หลังจากนั้น พวกเขาก็ชวนกูเล่น สนุกสนานแค่นั้นเอง” ผมพูดอย่างจริงจัง
“แล้วมึงไปเรียกอานายว่าพี่ทำไม!” มันจะไม่พอใจอะไรนักหนาเนี่ย ผมเริ่มเบื่อแล้วนะ
“เขาให้กูเรียก มึงอย่าเยอะไอสิงโต!” ผมพูดอย่างรำคาญ
“เออๆ วันหลังอย่าไปไหนคนเดียวนะ มากับกูแล้วมีปัญหาเดี๋ยวป๊ากับพี่มึงก็เล่นงานกูหรอก!” มันพูดนิ่งๆ
“คร้าบเสี่ย! อย่าโกรธดิ้!” ผมเอาหน้าถูแขนมัน มันก็อมยิ้ม
หลังจากนั้นมันก็บ่นซ้ำบ่นซาก ผมก็แถๆ ชวนมันเปลี่ยนเรื่องคุยไป ผมนั่งด้านหลังกับสิงโต ส่วนสามพ่อลูกก็นั่งข้างหน้า คุยกันจนลืมผมกับไอสิงโตไปแล้ว ดูท่าแล้ว พี่นายเขาคงจะไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกจริงๆ พี่ดินกับพี่ไฟดูมีความสุขแบบเห็นได้ชัดเลย ผมก็ไม่อยากขัดเนอะ....
นั่งไปไม่นาน ก็คุยกับไอสิงโตบ้าง หลับบ้าง จนถึง โอ้โห! สวยมากจริงๆ บ้านตากอากาศ ริมทะเลเลย ดูส่วนตัวมาก และเดินเลียบไปอีกไม่ไกลก็มีแหล่งท่องเที่ยวด้วย คือเพอเฟค ดูนาฬิกาตอนนี้ก็จะเย็นแล้ว อากาศกำลังดีเลย ไม่ร้อนมาก......
“ชอบไหมนท” พี่นายถามด้วยรอยยิ้ม
“ชอบมากเลยครับอานายยยย” ผมลากเสียงยาว แล้วมองไปทางทะเล มันสวยมันสดชื่น มันดี><
“อะไร ไม่เรียกพี่แล้วเหรอ” พี่นายทำเสียงนิ่งๆ ผมก็หันไปมองแล้วยิ้มอ่อน
“ผมกลัวว่ามันจะไม่เหมาะสมหรือเปล่าอะครับ” ผมถามอย่างเกรงใจ
“เรียกได้ พี่ไม่ถือ” พี่นายโน้มหน้ามาใกล้ๆผม “ให้พี่ดูเด็กๆหน่อย อาดูแก่ไป” ผมก็หันไปพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“สองคนนี้จะสนิทกันเกินไปหรือเปล่าครับ” อยู่ๆพี่ดินเดินมา ผมที่กำลังพูดกับพี่นายถึงกับต้องหันไปมอง
เพราะสามคนนั้นอาสาเอาของไปเก็บให้ เพราะผมลงรถได้ก็วิ่งมาดูทะเลเลย พี่นายก็เดินตามมา พี่ดินพี่ไฟสิงโต  ก็เลยได้เอาของไปเก็บให้
“แหะๆ” ผมเกาหัว
“นั่นสิครับ มีอะไรที่พวกผมไม่รู้หรือเปล่าครับ อานาย” ไอสิงโตทำหน้ากวนๆ
“ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ นี่น้องของพ่อ พ่อก็ต้องสนิทเส้!” พี่นายวัยรุ่นจริงๆ
“ไปเล่นน้ำกันเถอะ!” พี่ไฟวิ่งออกมาพร้อมห่วงยางปลาโลมาตัวใหญ่
แล้วทุกคนก็วิ่งไปที่ทะเลและเริ่มเล่นกันอย่างสนุก เขาก็ดูเข้ากับเด็กๆได้ดี เล่นกันไป พี่ดินพี่ไฟก็หาเรื่องแกล้งผมตลอด เลยทำให้สิงโต และพี่นายรุมแกล้งผมด้วย จับผมไปที่น้ำลึกๆ ให้ตายสิ บอกว่าว่ายน้ำไม่เป็นยิ่งแกล้งเลย ก็เล่นกันไป จนพระอาทิตย์ตกดิน เราก็นั่งดูกันทั้งตัวเปียกๆ ชิวมากโรแมนซ์ดี แดดก็ไม่ร้อนมากลมพัดเย็นๆ พอดูเสร็จก็พากันขึ้นไปอาบน้ำล้างตัว แยกย้ายกันไป แต่.........
“นี่เรานอนด้วยกันสี่คนเหรอ?” ผมถามอย่างสงสัย
“ก็นอนด้วยกันไง ทำไม มึงนอนไม่ได้เหรอ?” ไอสิงโตถามอย่างสงสัย
“ปะ...เปล่า” ผมส่ายหัวตอบ พร้อมฝืนยิ้มส่งไป ผมอึดอัดกับสองพี่น้องนี่ต่างหาก
“จริงๆมีอีกสองห้องนอนนะ แต่คือเขากำลังซ่อม ช่วงพายุเข้าน้ำมันสาด ห้องพังหมด” พี่ดินพูดแบบไม่ใส่ใจ
“ใช่ มันก็เลยเหลืออยู่สองห้อง พ่อนอนห้องนู่น เรานอนกันห้องนี้” พี่ไฟยิ้ม
“อ่อครับ” (ยิ้ม) “งั้นเดี๋ยวผมไปอาบน้ำข้างล่างก็ได้เนอะ” ผมหยิบของในกระเป๋า
“อาบด้วยกันเลยก็ได้เราไม่ถือ” พี่ดินเอ่ยขึ้น
“อ่อไม่เป็นอะไรครับผมถือ” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนัก ทุกคนก็เงียบ ไม่ให้ถือได้ไง ไปอาบน้ำกับผู้ชาย ไม่งามอย่างยิ่ง
“รังเกียจพวกเราขนาดนั้นเลยเหรอ!” พี่ไฟเอ่ยขึ้น ผมที่กำลังเตรียมของถึงกับชะงัก เฮ้อ!
“ก็ได้ครับๆ อาบด้วยกัน!” ผมพูดจบก็เอาของเดินเข้าห้องน้ำเลย
“นท จะอาบด้วยกันจริงเหรอ? ไฟแค่ล้อเล่นนะ” พี่ดินชะเง้อหน้ามาถามผมในห้องน้ำ แหม! ดราม่าขนาดนั้นมาล้อเล่น
“อาบด้วยกันเนี่ยแหละพี่” ผมยักคิ้วกวนๆ ผมเบื่อจะเล่นตัวแล้ว ยอมไปให้เรื่องมันจบ ผมก็ถอดชุด เหลือแต่บ๊อกเซอร์ แล้วไอสิงโตก็เข้ามา พี่ดินพี่ไฟก็เข้ามาตาม
เราก็อาบกันไปเล่นกันไป ห้องน้ำมันกว้าง พี่ดินพี่ไฟเขาอาบด้วยกันบ่อยๆอยู่แล้ว เขาไม่คิดว่าจะมีคนที่ชิวแบบผม ไม่ชิวได้ไง พูดกับผมแต่ละอย่าง มีหรือที่ผมจะไม่จำยอม ก็ใจอ่อนแบบนี้ ถึงโดนข่มเหงบ่อยๆ แย่ชะมัด
พออาบเสร็จก็ลงไปหาอะไรกินกัน พี่นายนั่งรออยู่แล้ว มีแม่บ้านทำอาหารรอด้วย แบบปิ้งย่าง อาหารทะเล น่ากินทั้งนั้น ก็กินกันไปพูดคุยกันสนุกสนาน.......
“มาๆ เดี๋ยวแกะให้!” พี่นายแย่งปูในมือผมไปแกะ มันแกะยาก และผมก็อยากกินมาก ไอสิงโตก็แกะไม่เป็น
“ขอบคุณครับ” ผมยิ้มบาน แล้วก็มองปูที่จะได้กินอย่างดีใจ
“อะนะ....” พี่นายที่กำลังจะยื่นให้ผม
หมับ! ไปอยู่ในมือพี่ดินแล้ว....
“ขอบคุณครับพ่อ” พี่ดินยิ้มกวนๆให้ผม ผมหน้ามุ่ยเลย
“ปูของผมอ่า!” ผมทำหน้างอ
แล้วเขาก็หัวเราะกัน พี่ดินก็ยื่นคืนมาก ผมก็รีบกินเลย อยากกินมาก ก็เฮฮากันไป พวกเขาก็สนุกกับการแกล้งผม มันน่าสนุกตรงไหน บางครั้งมันก็น่าโมโห กินเสร็จก็พากันไปเดินเล่น แถวนั้นมีถนนคนเดิน ตอนกลางคืน ของเพียบ ไปเดินเล่นกัน ซื้อของบ้างสนุกดี พอเดินจนเหนื่อยก็พากันกลับ ไม่มีอะไรพิเศษมาก พอถึงบ้านทุกคนก็เพลียกันหมดแล้ว ทั้งเดินทางทั้งเล่น ก็พากันแยกย้ายไปอาบน้ำอีกรอบแล้วก็พักผ่อนกัน ผมก็ขึ้นเตียงนอน มันเป็นเตียงใหญ่ นอนอัดกันไป ก็ไล่ไป ไอสิงโต ผม พี่ดิน พี่ไฟ นอนเรียงกันไป จริงๆก็ไม่ได้อึดอัดอะไรมาก ก็นอนกันได้สบายอยู่.....
“อบอุ่นดี” พี่ดินหันมายิ้มให้ผม ระยะแบบนี้มันน่ากลัวนะ มันใกล้ไป ผมถอยนิดหน่อย
“อย่าเยอะพี่ดิน!” สิงโตพูดอย่างไม่พอใจ
“ทำหวงไปได้ นทไม่ใช่ของสิงโตนะ!” พี่ดินเริ่มแล้วไง
“พอเถอะน่าทั้งคู่เลย” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็ปิดตาลง
แล้วก็เงียบไป ผมก็หลับไปเลย พวกเขาสามคนก็ยังคุยกันบ้าง แต่ผมไม่สนก็หลับไป ตื่นมาอีกทีก็เช้ามืด แล้ว ผมเห็นทั้งสามคนยังหลับสนิทอยู่ พี่ดินกับพี่ไฟนอนกอดกันน่ารักเชียว สมกับเป็นพี่น้องฝาแฝด ผมก็ค่อยๆลุกออกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ มองนาฬิกานี่ก็เพิ่งตี5จะ6โมงเอง ไม่รู้สิทำไมถึงตื่นเช้า สงสัยอยากเที่ยวนานๆมั้ง ผมได้กลิ่นอายทะเลตลอด มันเลยรู้สึกอยากตื่นมาสูดอากาศ ผมล้างหน้าล้างตาอะไรเสร็จก็หยิบโทรศัพท์แล้วก็กระเป๋าตังออกไปเดินเล่นที่ริมชายหาด ก่อนออกมาผมเจอแม่บ้านก็ทักทายกันนิดหน่อย พี่นายก็ยังไม่ตื่น มีผมตื่นคนเดียวสงสัยพวกนั้นเพลียจัด ผมก็บอกป้าแม่บ้านไว้ ว่าจะออกไปเดินเล่นแล้วก็ออกมาเลย อากาศดีมากมาย ผมล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเครื่อง คือตั้งแต่เมื่อวานก็ไม่ได้จับเลย กว่าจะเอามาชาจแบตอะไรไว้อีก พอเปิดมาเท่านั้น สายโทรเข้าทั้งจากป๊าพี่โน้ต และใครต่อใคร แต่มากสุดก็น่าจะพี่อ๊อฟ เป็นร้อยสายเลย ผมก็กดดูทั้งข้อความอะไรที่มันส่งมา เพ้อหนักมาก มันกลัวว่าผมจะทิ้งมันบ้าบออะไรไม่รู้เยอะแยะ ผมดูข้อความอยู่ มันก็โทรมาเลย แต่เช้าเนี่ยนะ! ผมก็กดรับ........
“นท! หายไปไหน ไหนว่าจะโทรมา ทำไมไม่ตอบข้อความ แล้วปิดเครื่องทำไม!” ผมรับปุ๊ปก็รัวเลย
“ใจเย็นๆก่อน พี่อ๊อฟ ทำไมตื่นเช้าจัง!” ผมพูดอย่างดีใจ
“กูยังอยู่บ้านยายอยู่เลย นี่ก็มาทำบุญกับยายแต่เช้า แล้วมึงละกูจะเป็นบ้าแล้วนะนท!” มันทำเสียงเครียด
“ก็ป๊าอะดิ ไล่ให้ผมมาเที่ยวที่หัวหินกับพวกสิงโต!” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ “และพี่ก็ไม่ต้องคิดมากด้วยไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ลูกพี่ลูกน้องของไอสิงโตก็อยู่ นอนกันหลายคน ไม่ต้องกลัวว่าจะมีอะไรเกินเลย!” เห็นมันเงียบๆไปก็อธิบายสักหน่อย
“อืม กูรู้อยู่แล้ว กูเชื่อใจมึงนะ” ผมยิ้มบานเลย “แล้วป๊ามึง….” มันทำเสียงเบา
“ไม่มีอะไร ป๊าแค่ไม่พอใจ พี่อ๊อฟก็รู้ เคลียล์แล้ว ไม่ต้องคิดมากนะ ผมไม่ทิ้งพี่อ๊อฟหรอก ที่หายไปเพราะเมื่อวานฉุกระหุกมาก แบตก็หมด อะไรก็ไม่รู้วุ่นวายไปหมด” ผมพูดอย่างชิวๆ เพราะเดินไปคุยโทรศัพท์ไป
“อืม มึงหายเจ็บแล้วใช่ไหม” มันถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เจ็บเลย แค่นี้เอง หายแล้วด้วย” ผมบอกอย่างไม่ใส่ใจ
แล้วก็คุยอะไรกันนิดหน่อย จริงๆพี่อ๊อฟมันก็ไม่ได้อะไรเรื่องไอสิงโตแล้ว แต่ผมก็พูดเพื่อให้มันสบายใจกว่าเดิม ที่มันคิดมากตอนนี้ก็เรื่องป๊าเนี่ยแหละ ที่มันกลัวว่าป๊าจะไม่พอใจ จริงๆพี่อ๊อฟไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ทำไมมันต้องกังวล ผมก็ไม่ใส่ใจ พยายามพูดให้มันดีขึ้น ตอนแรกมันบอกจะตามมาหาผมที่นี่ แต่ผมบอกไม่ต้อง เอาจริงๆก็บังคับมากกว่า เพราะอยากให้มันอยู่กับยายให้เยอะๆ อยู่โดยไม่มีผมดีสุดแล้ว ถ้ามีผมมันก็จะสนใจแต่ผมไม่สนใจยาย ผมก็เลยพูดตัดปัญหาไป คุยกันไปอีกนิดหน่อยก็วาง เพราะพ่อพี่อ๊อฟให้ไปทำอะไรไม่รู้....
ผมก็เดินเล่นไปเรื่อย แต่ก็ไม่ได้ไปไกลจากบ้านสักเท่าไหร่ เดินไปเดินมาผมเห็นพระเดินมาบิณฑบาต ผมก็เลยไปซื้อของแถวนั้นแล้วก็ใส่บาตร คนค่อนข้างเยอะอยู่ ทั้งชาวบ้าน นักท่องเที่ยว ขนาดเช้าๆคนยังเยอะ พอใส่บาตรเสร็จผมก็เดินกลับ แถวชายหาดคนไม่ค่อยมี ยังเช้าอยู่ ที่ผมใส่บาตรมันอยู่แถวตลาดไม่ไกลเท่าไหร่ ผมก็เดินกลับไปทางบ้านเรื่อยๆ จนไปเจอยายคนนึง ขายขนมไทยแบบหาบเร่ ขายแบบขนมเทียน ขนมตะโก้อะไรพวกนี้ ผมก็เลยแวะอุดหนุนสักหน่อย เพราะท่าทางดูน่ากิน......
“ยายครับ อันนี้ขายยังไงครับ” ผมนั่งยองๆดูขนมแล้วก็ชี้ไปที่ลูกชุบ
“ชิ้นละบาทจ้ะ” ยายตอบด้วยรอยยิ้ม
“งั้นเอา20ครับ คละมาให้ผมเลยนะครับ แล้วก็ นี่ นี่ด้วย นี่อีกครับ” ผมก็หยิบที่เขาห่อไว้อยู่แล้วอย่างพวกตะโก้ที่เป็นแพคละ6ลูก ขนมต่างๆ เยอะแยะไปหมด
ยายเขาก็หยิบให้ผมไป ผมก็มอง จริงๆขนมไม่ได้เยอะ แต่มันดูหลากหลาย และกลิ่นก็หอมออกมาด้วย...
“อันนี้ยายทำเองหมดเลยเหรอครับ” ผมถามอย่างสังสัย
“ใช่จะ ยายทำขายเฉพาะเช้าๆ ให้คนมาใส่บาตรบ้าง บางคนก็เอาไปกินเป็นของว่าง ยายทำไม่มาก ทำให้ขายหมดทุกวัน” ยายบอกอย่างใจดี
“โห! ดีจังครับ อย่างนี้ของก็สดใหม่ทุกวันเลยนะครับ” ผมพูดอย่างตื่นเต้น
“ขนมพวกนี้ ถ้าปล่อยไว้นานๆหรือข้ามวันมันก็ไม่อร่อย” ยิ้ม ดูใจดีจัง “หนูลองชิมนี่สิ” ยื่นขนมเทียนให้ผม
ผมขอบคุณยายแล้วก็รับมาชิม หอมมากไส้ก็อร่อย นุ่มมาก ผมกินอย่างอร่อยเลย เพราะมันยังอุ่นๆอยู่เลย ปกติกว่าผมจะได้กินก็ยืนชืดหมดแล้ว ผมกินไปยิ้มไป...
“ยายครับ งั้นเอาขนมนี่มาอีก20นะครับ แล้วก็นี่ นี่ด้วยครับ อันด้วยดีกว่า ผมจะเอาไปฝากพี่ๆที่บ้าน” ผมพูดด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับชี้ไปที่ขนมมากมาย
“ได้เลยจ้ะ เดี๋ยวยายลดให้ซื้อสะเยอะเลย” ยายพูดด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ได้นะครับยาย ห้ามลดนะครับ ของอร่อยแบบนี้ผมจะให้เพิ่มด้วย” ผมพูดอย่างจริงจังยายเขาก็ขำออกมา
คนอื่นๆก็มาเลือกมาอะไรด้วย แต่ผมไปนั่งข้างๆยาย ไปนั่งชิม แล้วก็คุยกับยายนิดหน่อย ยายเขาอยู่นอกเมือง เขาบอกว่าชอบทำขนมเลยทำมาขายที่นี่เช้าๆ ลูกๆเขาก็ไม่อยากให้มาหรอก แต่ยายเขาก็ไม่อยากอยู่เฉยๆ คุยกันไปผมก็ช่วยยายขายไปด้วย ยายเขาน่ารักดีนะ สักพักผมก็ขอตัวยายกลับ เพราะทุกคนน่าจะตื่นแล้ว ผมก็เลยต้องรีบกลับเดี๋ยวทุกคนจะเป็นห่วง ยายเขาแถมให้เยอะมาก ผมไม่อยากรับมาหรอก กลัวยายเขาจะขาดทุนแต่เขาคะยั้ยคะยอก็ต้องรับมา แต่ผมก็จ่ายเกินไปอยู่แล้วกลัวยายเขาจะขาดทุน ก่อนผมจะกลับขนมของยายเขาก็จะหมดแล้ว ผมก็เดินกลับแบบชิวๆ รับลมบ้างอะไรบ้าง......
“ขอโทษครับ!” ผมหันไปมอง? ฝรั่ง ฝรั่งหัวทอง ผู้ชาย ดูหล่อมากสะด้วย ผมก็มองซ้ายขวา เขาขอโทษอะไรกับใคร ก็มีผมคนเดียวไงที่อยู่แถวนั้น ผมก็หยุดแล้วมองนิ่งๆ เขาวิ่งมาหาผม คงจะหอบเชียว ผมก็ลืมไปว่าตัวเองพูดไม่เป็นมัวแต่ตกตะลึงในความหล่อ ผมตั้งสติได้ก็กำลังจะหมุนตัวกลับ เขาก็จับไหล่ผมไว้ก่อน ผมก็มองงงๆ....
“ดะ เดี๋ยวก่อนครับ” พูดแบบติดจะหอบไปหน่อยผมยิ้มนิดหน่อย เขาพูดไทยได้ สำเนียงก็ไม่ชัด แต่ก็พูดคล่องเลย
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมค่อยๆดึงแขนตัวเองออกจากการจับของเขา
“พอดี ขนมที่คุณซื้อ ผมขอแบ่งซื้อจากคุณบ้างได้ไหมครับ” ผมอมยิ้มนิดหน่อยให้กับสำเนียงของเขา
“อะ..อ่อ ได้สิครับ เดี๋ยวผมแบ่งให้ก็ได้ครับ ยังไงก็ไม่น่าจะกินหมด ซื้อมาเยอะมาก และ คุณยายก็แถมให้มาเยอะเลยครับ” ผมพูดเสร็จผมก็ก้มดูขนมแล้วแยกเป็นสองถุง
เขาก็มองผมที่กำลังก้มๆเงยๆล้วงๆอยู่นั้นแหละ มันไม่มีที่นั่ง ก็ลำบากนิดหน่อย พอแบ่งเสร็จผมก็ยื่นไปให้....
“ขอบคุณครับ คุณ....?” มองผมอย่างสงสัย
“ผม นท ครับ” ผมตอบด้วยรอยยิ้ม
“ครับคุณนท ผมคริส ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” คุณคริสพูดแล้ว ยื่นมือมา ผมก็ยื่นมือไปจับ แล้วก็ปล่อยออก “นี่ครับค่าขนม” ยื่นแบงค์ร้อยให้ผม
“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ แค่นี้เอง แบ่งๆกันก็ได้ครับ” ผมยิ้ม เขาก็มองผมแบบ วุ้ย! ไม่อยากสบตา ตาสีฟ้าน้ำทะเล หล่อ
“งั้นให้ผมได้เลี้ยงกาแฟคุณตอบแทนนะครับ” ก็ยังไม่จบ
“ไม่เป็นอะไรจริงๆครับ ผมขอตัวนะครับ” ผมก้มตัวให้เขานิดหน่อยแล้วผมก็หันหลังให้เขา และก็เดินไป
ผมก็หันไปมองเขานิดหน่อยเขาก็มองผม ผมก็ยิ้มให้เขานิดหน่อยแล้วก็เดินกลับไป หล่อเป็นบ้า เขาคงจะอยู่เมืองไทยนานแล้ว ดูจากการแต่งตัวและคำพูดที่ดูจะคล่องแคล่ว คิดอะไรไปทั่วก็เดินจนถึงบ้านพัก ทุกคนตื่นแล้วจริงๆด้วย แต่!.....
“ไปไหนมานท! เขาเป็นห่วงกันทั้งบ้าน!” ไอสิงโตเดินมาตะคอกใส่ผมแล้วจับแขนผมแน่นเลย ผมก็ยิ้มอ่อน
“ไปซื้อขนมมาอะ ทำไมต้องดุด้วยเล่า!” ผมทำหน้างอ มันจ้องผมอย่างกับจะกินหัว
“ใจเย็นๆน่าสิงโต ป้าเขาก็บอกแล้วไงว่านทไปเดินเล่น นี่ไง นทก็กลับมาแล้วไม่เป็นอะไรปลอดภัยดีด้วย” พี่นายแกะมือสิงโตออกจากแขนผม แล้วไอสิงโตก็เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปนั่งที่โต๊ะ “ป่ะ กินข้าวเช้ากัน จะได้เที่ยวต่อ” พี่นายพูดอย่างใจดี ผมก็พยักหน้าแล้วก็เดินไปตามพี่นายไปนั่งที่โต้ะ นั่งข้างๆไอสิงโตนั่นแหละ
“ขอโทษทุกคนนะครับ ที่ทำให้เป็นห่วง ผมก็แค่ไม่อยากรบกวนเวลานอนของทุกคนก็แค่นั้นเอง” ผมบอกอย่างสำนึกผิด
“ไม่เป็นอะไรนท แถวนี้มันต่างถิ่นไง พวกเราก็กลัวนทจะเดินหลงแค่นั้นเอง” พี่ดินพูดอย่างใจดี
“ดีแล้วที่นทรีบกลับมา เราเกือบจะโทรแจ้งตำรวจกันแล้วนะ” พี่ไฟพูดนิ่งๆ รู้สึกผิดเลย
“เอ้อ! แล้วนี่ซื้ออะไรมาเหรอ” พี่นายถาม ผมก็หยิบขนมขึ้นมา
“อุ้ย! นี่ของคุณยายขนมหวานข้างตลาดใช่ไหมคะ” ป้าแม่บ้านพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ผมก็พยักหน้า แล้วทุกคนก็ป้ามองง “ยายแกทำขนมมาขายเช้ามาก ป้าไปทีไรไม่เคยทันเลยนะคะ เขาทำทุกวันขนมสดมากๆ อร่อยมากด้วยนะคะ” ป้าแม่บ้านพูดอย่างดีใจ
“อร่อยมากๆเลยนะครับ ยายเขาให้ผมลองชิมขนมเทียน มันอร่อยมากจริงๆครับ ลองดูได้นะครับพี่นาย” ผมก็แกะขนมแล้วยื่นไปให้พี่นาย เขาก็รับไปกิน
“อื้ม! จริงด้วย ยังอุ่นๆอยู่เลยนะ” พี่นายกินไปยิ้มไป
“พี่ขอด้วยนท” พี่ดินพูดอย่างตื่นเต้น
“พี่ด้วย” พี่ไฟยิ้มร่าเลย
ผมก็แกะแล้วยื่นให้ทั้งสอง เขาก็กินกันไป พูดกันไปสนุกเลย ผมก็แบ่งให้ป้าแม่บ้านเขาไปกินด้วย แต่มีคนนึง ทำตัวมีปัญหา ไอสิงโตไง นั่งทำหน้าเป็นตูดข้างๆผมเนี่ยแหละ.....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“สิงโต อะ!” ผมยื่นขนมไปจ่อปากมัน มันหันหน้าหนี “อย่าโกรธดิ แค่ไปเดินเล่นเท่านั้นเอง และก็ได้ของอร่อยมาให้ทุกคนกินด้วยนะ” ผมง้อมันสักหน่อย มันก็หันมามองขนมที่อยู่ตรงหน้ามันนิ่งๆ “อ้าปากเร็ว” ผมบอกอย่างใจดี
“สิงโต ลองดิ อร่อยนะ” พี่ไฟพูดด้วยรอยยิ้ม
ไอสิงโตมันก็ค่อยๆอ้าปาก ผมก็ค่อยๆดันเข้าไปมันก็กิน มีอมยิ้มนะ....
“อร่อยไหม” มันก็พยักหน้า
แล้วผมก็แกะขนมอื่นๆออกมา ตอนนี้ข้าวปลาไม่ต้องกิน กินขนมกันเนี่ยแหละ พอขนมหมดก็กินข้าวกันต่อ ข้าวก็เป็นข้าวต้มก็กินกันไป กินเสร็จก็พากันไปเดินเล่นรอบบ้าน ไอสิงโตก็งอลเป็นเด็กๆเลย ผมก็ตามมันขึ้นไปบนบ้าน พี่ดินกับพี่ไฟเขาอยู่กับพี่นาย ที่ริมหาด เขาไปเดินเล่นกัน ไอสิงโตมันขึ้นมาข้างบนทำไม ผมขึ้นมาดูมันก็นั่งกดโทรศัพท์อยู่บนเตียง....
“สิงโต อย่าโกรธดิวะ แค่นี้เองนะเว้ย!” ผมขึ้นไปนั่งข้างๆมัน
“มึงไม่คิดอะนท ถ้ามึงเป็นอะไรมา ป๊ามึงจะโกรธกูนะเว้ย!” มันพูดอย่างไม่พอใจ
“โอเคๆ ขอโทษๆๆๆๆ วันหลังไปไหนจะบอกก่อนโอเคไหม” เอาคางเกยไหล่มัน มันก็ยิ้ม
“ถ้ามีอีกกูไม่ให้อภัยจริงๆด้วย!” มันพูดอย่างจริงจัง
“โอเคๆ สัญญาเลยอะ” ผมจับมือมันแล้วเอานิ้วก้อยคล้อง
“เออๆ” มันยิ้ม
“โกรธเก่งนะมึงเนี่ย” ผมพูดแบบไม่จริงจังนัก แล้วก็ดึงมือกลับมา
“ถ้าจะให้หายโกรธแบบหายสนิท ต้องนี่” มันชี้ไปที่แก้มมัน
“เอาจริงดิ” มันก็พยักหน้า “ฟอดดดดดด!” ผมล๊อคคอมันแล้วก็หอมแบบยาวๆไปเลย
“เกินไปแล้ว”  มันดันผมออก แล้วยิ้มเขิน
ผมกับมันก็หยอกล้อกันไป ผมเข้าใจดีว่ามันเป็นห่วง ผมมันก็ดื้อเองแหละ ชอบทำอะไรไม่บอก มันก็น่ารักดีนะเนี่ย>< ยิ่งเวลาเขิน เล่นกับมันไปสักพัก ผมก็ลากมันไปเดินเล่นข้างล่าง พี่นายก็จะพาไปเที่ยวสวนสนุก ดีใจกันใหญ่เลย ก็ไปเตรียมตัวกัน มีไปว่ายน้ำด้วยนะ ผมก็เอาอีกแล้วเหรอ ไปก็ไป ไหนๆก็มาแล้วแล้วก็พากันไป พอถึงก็ต้องเบิกตากว้างๆ เป็นสวนน้ำ มีเครื่องเล่นมากมาย และก็มีสวนสนุกในนั้นด้วย แถม ยังมีแต่เครื่องเล่นแปลกๆเต็มไปหมดเลย..
“เราจะเล่นสวนสนุกก่อน หรือเล่นน้ำก่อนดีนะ” พี่นายถามอย่างใจดี
หลังจากนั้นสามคนนั้นก็พาผมเดินไปดูนู่นนี่นั่น ผมไม่ออกความคิดเห็นใดๆ บอกตรงๆ ไม่ชอบที่จะเล่นอะไรหวาดเสียว แล้วก็ถกเถียงกัน ว่าเราจะเล่นอะไรก่อน สรุปได้ว่า เล่นน้ำก่อน และค่อยเล่นเครื่องเล่น เพราะพอเล่นเครื่องเล่นเสร็จก็จะได้กลับกันเลย ก็พากันไปเช่าชุด พี่นายก็เล่นด้วย และลุงคนขับรถก็มานั่งเฝ้าของให้ ตอนแรกก็ลงเล่นน้ำวนไป สำรวจเครื่องเล่นก่อน สักพักก็เริ่ม พาไปสไลด์เดอร์ รูปทรงแปลกๆ ผมก็เริ่มหวั่นใจ ไอสามคนนั้นดี๊ด๊าจนลืมผมเลย ผมก็เลยตามหลังพวกนั้นกับพี่นาย ตอนนี้เรากำลังขึ้นบันไดเพื่อจะลงสไลเดอร์...
“ไหวหรือเปล่านท!” พี่นายจับไหล่ผม ผมก็มองหน้าพี่นายแล้วยิ้มอ่อน
“กลัวอ่าครับ” ผมพูดเสียงสั่นๆ
“555 เอาน่ามันลงได้หลายคนที่นี่ นั่นไงเขามีห่วงยางให้ด้วย เดี๋ยวลงพร้อมพี่ก็ได้” พี่นายพูดอย่างใจดี ชี้ไปที่จุดที่เขาให้ยืมห่วงยางใหญ่
ผมก็ได้แต่พยักหน้าอย่างจำยอม ถึงจะได้เล่นมาบ่อยแล้วแต่ก็ยังไม่ชินเอาสะเลย ก็คนมันกลัวนี่ ก็ต่อคิวไป ลงได้ทีละไม่เกิน3คน พี่ดินพี่ไฟสิงโตมันก็ไปลงพร้อมกัน แบบไม่ใช้ห่วงยางด้วย พี่นายก็ไปเช่ามาให้....
“พร้อมยัง” พี่นายตบไหล่ผมเบาๆ ผมก็พยักหน้า
แล้วก็เข้าไปอยู่ในห่วงยาง พี่นายก็ดันให้ไปอยู่ตรงสไลเดอร์แล้วก็จับไว้ พอการ์ดให้สัญญาณ อยู่ๆพี่นายก็กระโดดเข้ามาอัดกับผมในห่วงยาง แล้วก็ไหลลงไปเลย ผมร้องลั่นเลยทีเดียว ไม่พอกอดพี่นายแน่นเลย คือมันแคบ ถึงห่วงยางจะดูใหญ่แต่แคบเกินไปสำหรับคนสองคน และห่วงยางก็เซไปเซมาเหมือนจะหลุดออกจากสไลเดอร์ด้วย ผมก็กลัว กอดพี่นายแน่นเลย พี่นายก็หัวเราะอย่างสนุกสนาน และพยายามจะดันผมออกมาแต่ผมก็ไม่ยอม....
“555555นท อะ5555 ออกมาก่อนสิ แบบนี้ก็ไม่สนุกสินท5555” พี่นายจะขำอะไรขนาดนั้น ตอนนั้นผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น หลับตาปี๋กอดแน่นเลย สไลเดอร์อันนี้ก็ยาวเหลือเกิน ไม่ถึงสักที
ก็ไหลไปเรื่อยๆ ผมลืมตาดูมันมีอุโมค์มืดๆด้วยอะไรไม่รู้ ผมก็หลับตาแล้วก็เกาะพี่นายเป็นปลิงเลย....
ตู้ม!.... และแล้วก็ถึงที่ลง ผมก็ยังอยู่ในสภาพเกาะพี่นาย พากันจมไปก้นสระ
“555555” เสียงหัวเราของไอสามพี่น้องจอมกวน ผมก็ปล่อยจากพี่นายแล้วก็ค่อยๆลุกขึ้นเลย....
“ขำอะไรกันนักหนาไม่ทราบ!” ผมพูดอย่างไม่พอใจ
“เหมือนลูกลิงเลยนท5555” พี่นายพูดอย่างตลกสุดๆ
ผมก็ฟึดฟัดอย่างไม่พอใจแล้วก็เดินขึ้นจากสระไปหาที่เล่นของผมเองเลย ที่เล่นของผมที่ว่าก็คงจะเป็นสระเด็ก แบบเดิมไปที่ชอบแอ๊บเนียนไปเล่นกับเด็กน้อย พวกนั้นก็เดินตามมา.........
“นท จะเล่นสระเด็กเหรอวะ?” ไอสิงโตดึงแขนผมแล้วพูดอย่างกลั้นขำ ผมมองมันอย่างไม่พอใจ
“เออ ไปเล่นกันเถอะ เดี๋ยวเล่นรอเนี่ยแหละ!” ผมพูดอย่างงอนๆแล้วก็แกะมือไอสิงโตออก
“โอเคๆ ไม่แกล้งแล้ว เดี๋ยวพาไปเล่นที่นทเล่นได้ โอเคไหม” พี่นายพูดอย่างใจดี แต่ก็กลั้นขำ
“ไม่เอาแล้วพี่ ผมจะเล่นแถวนี้แหละ พี่ๆไปเล่นกันเถอะครับ” ผมพูดนิ่งๆ ติดจะนอยๆบ้าง ก็ดูดิ เอาแต่แกล้งผม ผมกลัวอยู่แล้วยังมีหน้ามาหัวเราะกันอย่างสนุกสนานอีก มันน่าโกรธไหม
ผมกับทั้งสี่คนก็ยืนเถียงกันไปมา จนสุดท้ายเขาก็ลากผมไปจนได้ ก็ไม่ได้ว่าจะสงสารผมเลย ลากผมไปเล่นแต่อะไรที่หวาดๆเสียวทั้งนั้น ผมก็เลยต้องปลง ทำตัวบ้าบิ่นเล่นๆกับพวกเขาไปทั้งๆที่กลัวมาก ติดเกรงใจพี่นายเขาด้วยแหละ อุตส่าคะยั้ยคะยอให้เล่น ผมก็ต้องเล่นไป พอเล่นน้ำเสร็จก็พาไปเล่นพวกเครื่องเล่นอะไรมากมาย ผมก็เล่นบ้างไม่เล่นบ้าง ผมงอนพวกเขาไปเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกว่าจะปลงๆ แต่ก็ปลงไม่ได้ เห็นผมยอมหน่อยก็แกล้งผมหนักเลย ผมเลยงอนไม่คุยกับใครเลย แม้แต่พี่นายก็เถอะ กว่าจะเสร็จก็ปาไปเย็นมากแล้ว ก็พากันกลับ ระหว่างทางก็คุยกันสนุกสนานเลย ผมก็นั่งนิ่งๆ เงียบๆ พอถึงบ้านพักก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอะไร พี่ดินพี่ไฟก็ให้ไปอาบน้ำด้วยกันอีก ผมก็ไป ขัดอะไรไม่ได้ ก็นั่นบ้านเขานิ มาแล้วถึงจะงอนก็ต้องมีขอบเขตเนอะ ไม่ควรจะงี่เง่าเกินเหตุ พออาบน้ำเสร็จก็พากันแต่งตัว ป้าๆแม่บ้านก็กำลังจัดอาหารกันเลย วันนี้ไปกินกันที่สวนหลังบ้าน อากาศดีเว่อร์ๆ ผมก็ไปเดินเล่นที่ชายหาด คนเดียว แต่เดินออกมาพวกเขาก็เห็นแหละ เพราะผมก็เดินบ้างชมวิวบ้าง ผมก็ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาดู พี่อ๊อฟ โทรมาเป็นสิบๆสายเลย ผมก็เลยโทรกลับ ไม่นานมันก็รับ.....
“นท หายไปไหนมา!” จะตื่นเต้นทำไม
“เขาพาไปเที่ยวสวนน้ำมาอ่ะ พี่อ๊อฟอยู่ไหน” ผมถามอย่างอ่อนโยน
“ยังอยู่บ้านย่าอยู่เลย แล้วมึงสบายดีไหม ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น” มันถามอย่างเป็นห่วง
“เปล่าหรอก แค่ไม่พอใจพวกนั้นสักเท่าไหร่ มันเอาแต่แกล้งผมอ่ะ” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนัก
“มันทำอะไร” พี่อ๊อฟถามนิ่งๆ
ผมก็เล่าให้มันฟังไป มันยังหลุดขำออกมา จนผมบอกจะโกรธมันมันก็เลยหยุด แล้วเงียบฟัง ไม่รู้ไอที่เงียบคือแอบขำหรือยังไงนะ....
“มันก็เป็นแบบนี้แหละ!” ผมพูดแบบหงุดหงิด
“ระ..เหรอ” มันกลั้นขำ
“จะไม่หยุดใช่ไหม” ผมถามอย่างไม่พอใจ
“โอเคๆ พอแล้วๆ!” มันพูดอย่างจำยอมด้วยเสียงร่าเริง “แล้วกินข้าวยัง เล่นทั้งวันเลยนะ!” พี่อ๊อฟถามอย่างอ่อนโยน
“เขากำลังทำ” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“คิดถึงมึงนะ เมื่อไหร่จะกลับมา” มันพูดด้วยสียงหงอย แต่นั้นทำให้ใจผมเต้นแรงมาก ผมรู้สึกเขินขึ้นมาเลย
“คิดถึงเหมือนกัน คิดถึงมากด้วย ไม่นานก็กลับแล้ว แต่ยังไม่แน่นอนอ่ะ เดี๋ยวผมจะถามแล้วบอกอีกทีนะ”
ผมก็คุยกับมัน มันดูหวานขึ้นเยอะ ผมเริ่มคิดถึงมันอย่างเต็มเปี่ยมแล้วสิ พอคุยได้ไม่นานก็ต้องวางไป พี่อ๊อฟมันก็ย้ำกับผมตลอดว่า มันอยู่บ้านยายคุยนานไม่ได้ เพราะต้องคอยดูยาย อีกอย่างญาติพี่น้องมันก็เริ่มทยอยกลับแล้ว แต่บางคนก็ยังอยู่ ผมก็ถามมันบ้างแหละ ไม่ใช่ให้มันถามผมอย่างเดียว ผมก็เดินเล่นอยู่แถวนั้น คนก็มีบ้างประปราย ลมโกรกกำลังดีเลย ชิวมาก ผมหันไปมองในบ้านบ่อยๆ ก็ยังไม่เสร็จกัน เห็นวุ่นๆอะไรกันก็ไม่รู้ ผมก็ไม่อยากไปเกะกะหรอก ผมก็เดินเลยไปหน่อย เห็นกลุ่มเด็กๆวิ่งเล่นกันอยู่ ผมก็เลยไปนั่งดูไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้าน....
“ตั้ว มาทำของเราทำไม!” เด็กผู้ชายคนนึง ปาก้อนหินใส่ทรายที่น้องผู้หญิงก่อขึ้นมา ตอนนี้มีเด็ก6คนนั่งเล่นกันอยู่ ก็มีผู้หญิงสองคน ผู้ชายสี่คนน่าจะไม่เกินสิบขวบ ผมก็นั่งมองนิ่งๆ เพราะเด็กก็แกล้งกันเล่นๆตามประสา เด็กพวกนี้น่าจะอยู่บ้านแถวนี้แหละ และก็ไม่น่าจะเป็นลูกชาวบ้านธรรมดาด้วย เพราะผิวพรรณเด็กแต่ละคนคือขาวและมีคนนึงคือน่าจะลูกครึ่งด้วย ผมสีน้ำตาลทองเชียว และแต่งตัวดูน่าจะเป็นลูกคนรวย น่าจะหมู่บ้านเดียวกับที่พักผมแหละผมก็นั่งมองเขาเล่นกันไปเพลินดี....
“เออตั้วอย่านิสัยไม่ดีสิ ไม่งั้นจะฟ้องพ่อตั้วนะ” เพื่อนของเด็กผู้หญิงอีกคนนึงก็พูดขึ้นมา เพราะเด็กผู้ชายคนนั้นก็ยังไม่ยอมหยุดแกล้ง
“ทำไมละ ก็เราอยากทำแบบนี้นี่” แล้วก็เดินมาเตะทรายของน้องผู้หญิงทั้งสอง
“เห้ย ตัวอย่าไปแกล้งไหมสิ รังแกผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายนะ” เด็กที่เป็นลูกครึ่งพูดขึ้นมา
เขาก็ถกเถียงกันไป เด็กลูกครึ่งน่าจะมีความคิดโตสุด พูดจาดีมากเลย....
“พี่ขอเล่นด้วยคนได้ไหมครับ” ผมลุกขึ้นไปถามน้องผู้หญิงอย่างใจดี เขาก็มองผมงงๆกัน “พี่ช่วยก่อทรายเอาไหม” น้องเขาก็เริ่มยิ้มแล้วก็พยักหน้า
“ไหม เราไม่ต้องไปยุ่งกับพวกนั้นหรอก เรามาเล่นกับพี่เขากันเถอะ” พูดอย่างอ่อนโยนแล้วจับมือน้องที่ชื่อไหมมา
“แต่พี่เขาเป็นคนแปลกหน้านะหวาน” น้องกระซิบกระซาบกัน
“ไม่หรอกไหม เมื่อวานเราเห็นพี่เขาเล่นน้ำกับพวกเพื่อนๆอยู่บ้านถัดไปเองนะ เพื่อนบ้านเราไง” พูดอย่างใจดี
เขาก็กระซิบกระซาบกันไป น้องไหมนี้ไหวพริบดี ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ.....
“ไม่ต้องห่วงเลยครับ พี่ไม่ใช่ผู้ร้ายแน่นอน อีกอย่างพ่อแม่ของน้องๆก็ดูอยู่นู้นนะ” ผมชี้ไปทางบ้านของน้อง ก็มีผู้ใหญ่มายืนดู
“ค่ะ แล้วเราจะก่อทรายยังไงดีค่ะ พี่....” เขาก็มองอย่างสงสัย
“พี่ชื่อนทครับ” ผมยิ้ม
“พี่นท” น้องไหมเรียกผมด้วยรอยยิ้ม
“พี่นท หวานอยากก่อปราสาททรายค่ะ” น้องหวานพูด ผมก็ชะงักไป ประสาททรายก่อยังไง
“เรามาลองดูกันไหมครับ พี่ก็ทำไม่ค่อยเป็นนะ” ผมยิ้มอ่อนแล้วก็เกาหัว
เราก็เริ่มช่วยกันก่อทรายขึ้นมากัน ก็มีผม น้องไหม น้องหวาน น้องเจฟ น้องเจฟดูเขินอายอะไรผมไม่รู้ ไม่ค่อยพูดเลย การก่อทรายตอนแรกเหมือนจะดี แต่ก็ไม่ดี เพราะทรายมันเปียกเกินไป ก็ทำๆกันไป ฟังเด็กๆพูดกันไป เด็กผู้ชายคนอื่นๆก็เล่นวิ่งไล่กันไป ผมก็ช่วยสร้างปราสาททรายไป พี่นายก็มาชะเง้อมองผมบ้าง ผมก็มองหน้าเขาตอบเพื่อให้รู้ว่าเห็นแล้วว่ามองอะไรทำนองนั้น เหมือนว่าจะเตรียมของกันยังไม่เสร็จ เพราะถ้าเสร็จคงจะมาตาม...
“เด็กๆ เข้าบ้านกันได้แล้วค่ะ” มีพี่ผู้หญิงคนนึงเดินออกมาตามเด็กๆ ผมเงยหน้าขึ้นมอง โห! สวยมาก น่ารักด้วย ผมก็มองเขาแล้วยิ้มนิดหน่อย....
“คุณแม่คะ พี่นทมาช่วยหนูก่อทรายด้วยค่ะ” น้องน้ำหวานวิ่งเข้าไปกอดแล้วก็พูดอ้อนๆ
“เหรอ ก่อเป็นรูปอะไรกันเอ่ยไหนแม่ดูหน่อยสิ” แม่น้องเข้าพูด แล้วก็จูงมือน้องหวานมาหาผมแล้วก็ดูทรายที่ก่อกัน
“ปีรมิทค่ะคุณน้า” น้องไหมพูดด้วยรอยยิ้ม
แล้วผมก็ทักทายแม่ของน้องหวานนิดหน่อย เขาน่ารักมาก เป็นกันเองมาก เหมาะกับใบหน้าสวยๆปนหวานๆ....
“เจฟ พาเพื่อนๆเข้าบ้านลูก” ผมเงยหน้าไปมองตามเสียงของผู้ชายที่มาเรียกเด็กๆผู้ชาย คริส ที่ผมเจอเมื่อเช้า เขาเห็นผมแล้วก็เดินมาด้วยรอยยิ้ม....
“อ้าว! คุณเมื่อเช้า” คุณคริสพูดอย่างเป็นมิตร ผมยิ้มตอบเล็กน้อย
“รู้จักกันเหรอคะ?” แม่น้องน้ำหวานถามอย่างสงสัย
คุณคริสก็เล่าให้ฟังเรื่องที่เขาไปซื้อขนมคุณยายเมื่อเช้า แล้วไปซื้อไม่ทันเขาก็เลยมาขอแบ่งซื้อจากผม ก็อวยผมซะผมจะลอยเลย เป็นคุณพ่อของน้องเจฟ น้องลูกครึ่งคนนั้น เป็นคุณพ่อที่ยังหนุ่มและหล่อมากๆเลย บอกว่าขนมนั้นเด็กๆชอบ แต่ตื่นไม่ทันไปซื้อ พอไปซื้อก็ซื้อได้ทีละนิด เพราะหมดเร็วมาก ผมก็คุยกับเขาไป ดูอัธยาศัยดีกันทุกคนเลย..........

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“นท ของพร้อมแล้วนะ” ผมหันกลับไปดู พี่นายมาตามแล้ว
“อ้าว! นาย” คุณคริสทักขึ้นอย่างดีใจ
“คริส ไง”  พี่นายก็จับไม้จับมือกัน
แล้วเขาก็พูดคุยกัน คุณคริสเป็นเพื่อบ้านพี่นายอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว พี่นายก็เคยอยู่ที่นี่นานพอสมควรเลยรู้จักกัน คุยกันสนุก เขาลากผมเข้าไปคุยด้วย แล้วก็พูดถึงเรื่องขนมเมื่อเช้าอีก คุยกันไปคุยกันมา พี่นายก็ชวนครอบครัวพี่คริสไปกินข้าวที่บ้าน เพราะพี่นายบอกว่าทำไว้เยอะพอควร อีกอย่างว่าจะมาชวนคุณคริสอยู่แล้ว ผมก็เออออตามไป ไม่ได้อะไร สักพักผมกับพี่นายก็เดินกลับบ้านกัน คุณคริสก็บอกจะเตรียมของมาสมทบ จะได้เฮฮากัน ระหว่างทางกลับผมก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับพี่นาย อยู่ในอารมณ์นอย เอาแต่แกล้งผม แถมพี่นายเป็นผู้ใหญ่สุดไม่น่าจะทำกับผมได้…..
“งอนเหรอ!” พี่นายชะเง้อหน้ามาใกล้ๆผม ผมก็เหล่มองนิดหน่อยแล้วก็ทำไม่สนใจ
“เปล่าครับ ผมจะงอนทำไม แค่ผมมาด้วยก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้วครับ” ผมพูดนิ่งๆ ไม่จริงจังนัก
“พูดจาเป็นผู้ใหญ่เลยนะ” พี่นายพูดแล้วขยี้หัวผม ผมก็ปล่อยให้เขาทำไป
แล้วก็เดินพูดคุยกันไป ผมก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้างตามสเต็บคนงอน พอถึงบ้าน ทุกคนก็นั่งยิ้มหน้าบานกันเลย ผมก็ทำหน้านิ่งๆ นั่งที่เก้าอี้ข้างๆไอสิงโต ออกแนวจะห่างๆนิดหน่อย เขาก็ชวนผมพูดนั่นพูดนี่ไปผมก็พูดบ้าง จนอาหารเสร็จผมก็ก้มหน้าก้มตากิน คุณคริสกับครอบครัวก็มา ก็พูดคุยกันสนุกสนานเลย ผมก็หนีไปเล่นกับน้องหวานกับน้องไหมและน้องเจฟ ไม่อยากคุยกับ4คนนั้น พวกผู้ใหญ่ก็คุยกันสนุกสนานไป สักพักไอสิงโตก็เดินมานั่งข้างๆผม ผมก็ทำเป็นไม่สนใจ......
“เล่นอะไรกันอยู่ครับเด็กๆ” ไอสิงโตถามน้องหวานกับน้องไหม
“ปั้นดินน้ำมันค่ะ พี่สิงโตเล่นด้วยกันไหมคะ” น้องไหมถามอย่างใจดี
“น้องหวาน ปั้นหนูได้น่ารักจังครับ” น้องหวานปั้นรูปแฮมส์เตอร์ น่ารักมากเลย
“ค่ะ หนูไปเรียนมา ครูจี้สอนค่ะ” น้องหวานพูดอย่างดีใจ
“น่ารักจังเลย พี่ขอดูหน่อยสิ” ไอสิงโตพูด น้องหวานก็หยิบให้มันดู
ผมก็นั่งเล่นไป ไอสิงโตก็น่ารำคาญ เดี๋ยวก็จับมือ เดี๋ยวก็โอบไหล่ ผมปัดออกแล้วปัดออกอีก นี่ขนาดไม่คุยกับมันแล้วนะ มันเกาะแกะ น่ารำคาญจริงๆ.....
“พี่สิงโต แกล้งพี่นททำไมคะ” น้องไหมขมวดคิ้วถาม เพราะคงจะรำคาญแทนผม
“ใช่ครับ อย่างแกล้งพี่นทนะ!” น้องเจฟเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าเข้มขมวดคิ้ว
“นั่นสิคะ พี่นทเขารำคาญแล้วนะคะ” น้องหวานพูดอย่างไม่พอใจ
“หวานกับไหมแล้วก็เจฟไม่ต้องไปพูดกับคนนิสัยไม่ดีหรอก เราไปกินขนมกันเถอะ” ผมมองค้อนไอสิงโต แล้วก็จับมือน้องๆให้ลุกไปหาของกินที่โต๊ะ
ไอสิงโตก็ทำหน้าเหวอ ประมานว่ากูทำอะไรผิด ผมก็ไม่สนใจ ก็เดินไปกินผลไม้ที่โต้ะ เต็มไปหมด ก็ไปกินกับน้องๆ สนุกดี เด็กๆชอบพูดนู่นพูดนี่ไปเรื่อย น่ารักมากๆ ผมหันไปมองทางพี่ดินกับพี่ไฟ สองคนนั้นก็พูดคุยกับผู้ใหญ่ไปด้วยแล้วก็ ดื่มแอลกอฮอล์ไปด้วย เริ่มจะหน้าแดงกันแล้วด้วยท่าทางจะได้ที่แล้ว สักพักไอสิงโตก็ไปร่วมกับพวกเขา พี่นายก็ชวนผมไปกินด้วยผมก็ไม่ไปนั่งเล่นกับน้องๆ พอสักพัก แม่ๆของเด็กๆก็พาเด็กๆไปนอนเพราะก็ดึกมากแล้ว แต่ผู้ใหญ่ก็ยังนั่งคุยและดื่มกันต่อไป.....
“นท มานี่หน่อยสิ!” พี่นายกวักมือเรียกผมที่นั่งหงอยๆอยู่คนเดียว
ผมก็ลุกขึ้นเดินอ้อมไปหาเขา......
“มาๆ มานั่งด้วยกันสิ ไปนั่งทำไมตรงนั้นละ” พี่นายเขยิบให้ผมนั่งข้างๆเขา ผมก็นั่ง ดูท่าจะเมาแล้ว กลิ่นหึ่งเชียว
“ไม่ดีกว่าครับ” ยิ้มอ่อน แล้วดันแก้วที่คุณคริสส่งให้กลับคืนไป
“นทมันไก่อ่อนครับ กินไม่เป็นหรอกของพวกนี้อ่ะ!” ไอสิงโตมันพูด ผมหันไปมองค้อนให้มันเลย มันก็ยักคิ้วให้ผม
“ว้าแย่จังเลยนะ นึกว่านทจะดื่มสะอีก” คุณคริสยิ้ม
“ผมก็ดื่มได้ครับ” ผมยิ้ม แล้วก็คว้าแก้วที่คุณคริสยื่นให้ดื่มหมดแก้วทีเดียวเลย เบ้หน้าให้กับความขมปี๋นิดหน่อย
และหลังจากนั้นก็มีเสียงปรบมือเชียร์ให้ผมดื่มกันมากมายๆ และก็ตามมาด้วยแก้วต่อไปและต่อไป เป็นเหล้าธรรมดา กินไปเรื่อยๆ แต่พวกเขาเมาแล้วไง และผมก็ไม่ชอบให้ใครมาว่าด้วย ก็เลยกินเข้าไป ที่ไม่อยากกินก็เพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย คราวที่แล้วยังจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น คราวนั้นแค่ดื่มแบบจิบๆ ยังมึนๆเบลอๆเลย แต่คราวนี้ยกเอาๆ ดื่มไปดื่มมาเริ่มเพลิน เคลิ้มไปกับพวกเขาด้วย.....
“พวกพี่มานใจร้ายกับผม แกล้งแต่ผมอะ!” ผมเริ่มแล้ว อาการเรื้อน จากที่นั่งกินเงียบๆ อยู่ๆก็พูดขึ้นมาเลย ฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มทำงาน
“นท เมามากแล้วนะ ขึ้นไปนอนเหอะป่ะ เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ!” พี่ดินจับแขนผมให้ลุกผมก็สบัดออก
“ไม่ๆๆๆๆ ม่ายยยยยยย!” ผมแหกปากใส่หน้าพี่ดินแล้วก็กระดกแก้วต่อ พี่นายกับคุณคริสก็เอาแต่หัวเราะ
และผมก็เริ่มเพ้อหนักขึ้นเรื่อยๆ พี่ดินพี่ไฟสิงโตก็คอยห้ามคอยเตือนผมก็สวดพี่เขา คุณคริสกับพี่นายก็ชวนผมชนๆๆๆๆและชนแก้ว จนผมไม่รู้เรื่องอะไรไปเลย ภาพตัด......
ครืดๆๆๆๆ ! ผมสะดุ้งตื่นมาเพราะแรงสั่นจากโทรศัพท์ผมที่อยู่ข้างๆผม ผมก็ใช้มือคว้าๆหยิบมากดรับแล้วก็เอาแนบหูทั้งๆที่ตาก็ยังไม่ลืม อาการปวดหัวแล่นเข้ามาแบบหนักมากๆ ทั้งปวดทั้งมึน เจ็บไปหมดทั้งหัว....
“นทๆ”
“ฮืม ครายอ่า” ผมพูดงัวเงีย ปนสลึมสลือ
“นท เป็นอะไร กูเรียกตั้งนานแล้วนะ!” พี่อ๊อฟ! ผมรีบเด้งตัวขึ้นมานั่งเลย
“ผมยังไม่ตื่นเลยนะ พี่อ๊อฟโทรมาทำไมแต่เช้าอ่ะ!” ผมพูดอย่างงอแง
“จะเที่ยงแล้วนท นอนอะไรขนาดนั้น!” พี่อ๊อฟพูดอย่างไม่พอใจ
ผมก็ค่อยๆโฟกัสภาพรอบๆ เพราะตาลายไปหมด นี่หรืออาการแฮ้งค์ มันเหมือนจะตาย มันปวดหัว ปวดตัว มึนไปหมด....
“อะ..เหรอ พี่อ๊อฟดะ อุ้ก!.....” ผมรีบเอามืออุดปากไว้
ผมรีบกระโดดลงจากเตียงนอนแล้วก็วิ่งเข้าห้องน้ำทันที.......
“อ้วกกก โอ๊กก อ๊ากกกก” อ้วกออกมา ออกมาเยอะมาก แบบหมดไส้หมดพุงเลยมั้ง ผมก็นั่งลงแล้วกอดคอห่านไว้ เอาหน้าก้มลงกับชักโครก แล้วก็อ้วกมันออกมาอยู่อย่างนั้น แสบจมูกไปหมด สักพักก็หยุด ผมก็ค่อยๆลุกแล้วก็ไปล้างหน้าบ้วนปาก เหนื่อย หมดแรงเลยทีเดียว สัญญากับตัวเองเลยว่าครั้งต่อไปจะไม่ยุ่งกับเหล้าเบียร์อีกแล้ว ถ้าจะทรมานขนาดนี้....
“นทๆ”ผมมองโทรศัพท์ตัวเองที่อยู่กับพื้นห้องน้ำ พี่อ๊อฟมันยังไม่วางสาย ตะโกนเรียกผมดังจนผมได้ยิน ผมก็หยิบขึ้นมาแล้วเอาแนบหู....
“ยังไม่วางเหรอ” ผมพูดเสียงเหนื่อยๆแล้วก็ลุกขึ้นนั่งบนโถส้วม
“มึงเป็นอะไรนท ทำไมอ้วกออกมาขนาดนั้น!” พี่อ๊อฟถามอย่างตกใจ
“เมื่อคืนดื่มไปนิดหน่อยอะ มึนหัวมากเลย” ผมพูดเสียงงัวเงีย ตาก็จะปิดอีกแล้ว
“เฮ้อ! มึงนี่นะนท! ไปอาบน้ำเลย แล้วก็รีบโทรมาหากู อย่าให้กูต้องโมโหนะ!” แล้วมันก็วางสายไป
ผมก็พยายามตั้งสติ แล้วก็ลืมตาขึ้นมา มันเบลอไปหมด แล้วหายไปไหนกันหมดเนี่ย ผมก็พยายามเรียกหาคนอื่นๆ ลุกไม่ขึ้น ผมก็เอียงตัวพิงกำแพงแล้วก็หลับตาลงไป ปวดหัวมากมายเหลือเกิน ปวดจนทนไม่ไหว ตัวผมล้มลงกับพื้น ผมก็ค่อยๆคลานเข้าไปบริเวณที่อาบน้ำแล้วก็เอื้อมมือไปเปิดฝักบัวเปิดน้ำออกมารดตัวเลย รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย ผมพยุงตัวเองขึ้นมายืนแล้วก็อาบน้ำ กินน้ำจากฝักบัวเลยนั่นแหละ ไม่ไหวจริงๆคอแห้งไปหมด จำได้ว่าอาบอยู่นาน ปล่อยให้น้ำมันทำให้ตาสว่าง ก็ได้ผล เริ่มดีขึ้น พอดีขึ้นผมก็ค่อยๆปรับสายตามองรอบๆ อื้มห้องน้ำในห้องนอนของตัวเอง ผมก็ก้มดูตัวเอง อ้าว!เสื้อผ้าไม่ได้ใส่! ผมตกใจไปนิด แต่ในใจก็คิดว่ายังคงไม่มีอะไร เพราะที่วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่อกี้ไม่ได้เห็นใคร หรือผมไม่ได้มองนะ เริ่มส่างเลย รีบอาบน้ำถูสบู่ แล้วก็ไปยืนดูหน้ากระจก ต้องตกใจไปกว่านั้นคือ รอยแดงๆเป็นจ้ำๆเต็มตัวเลย ผมเริ่มเหงื่อตก คิดในใจตลอดว่าทำอะไรลงไปอีกหรือเปล่าวะ! ผมก็เอาผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวไว้ และก็ออกจากห้อง....
“เห้ย!” ผมตกใจหนักมาก!
ภาพที่ผมเห็นคือ ไอสิงโต พี่ดิน พี่ไฟ! นอนแก้ผ้ากันอยู่บนเตียง ด้วยสภาพที่หลับสนิท ผมอึ้งไปหมด ในที่สุดสิ่งที่ผมกลัวมันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ผมไปหยิบเสื้อผ้าตัวเองในตู้เสื้อผ้าแล้วกลับเข้าห้องน้ำไปอีกครั้ง ไปเช็คประตูหลังตัวเองสักหน่อย ผมก็หันหลังแล้วก็ก้มดูผ่านกระจก ตกใจหนักมาก ตกใจที่ประตูหลังแดงและช้ำมาก พอเห็นแบบนั้นอาการเจ็บเสียดๆเริ่มมา ผมอึ้งทึ่งงงไปหมด ผมรีบแต่งตัวและพยายามกลบเกลื่อนความผิด คือเอาบ๊อกเซอร์ไปใส่ให้มัน 3 คน ใส่อย่างยากลำบาก พอเสร็จก็ออกจากห้องนอนไป คือสภาพของสามคนนั้นก่อนที่ผมจะใส่กางเกงให้ พวกมันนอนกองกันอยู่มุมเตียง เปลือยล่อนจ้อน ผ้าห่มเสื้อผ้ากระจายเต็มห้องไปหมด พอออกจากห้องไป ผมก็เข้าไปดูที่ห้องพี่นาย พี่นายไม่อยู่! ผมก็รีบลงไปดูข้างล่าง พี่นายนอนอยู่บนโซฟากลางบ้าน คุณคริสก็นอนกองอยู่กับพื้น และนอนกอดขวดเหล้า ผมหายแฮ้งตั้งแต่เห็นสภาพของสามคนนั้นแล้ว ผมว่าเมื่อคืนมันต้องเกิดเรื่องอุบาทว์ขึ้นแน่ๆ ผมก็รีบไปดูในครัว เห็นป้าแม่บ้านกำลังเก็บของเข้าบ้านเลย....
“อ้าว! หนูนทตื่นแล้วเหรอคะ” ป้าแม่บ้านยิ้มอย่างใจดี
“ป้าครับ เมื่อคืน....”
“แหมๆ เมื่อคืนหนู สุดเหวี่ยงอยู่คนเดียวเลยนะคะ เต้นสะโคโยตี้อายเลยนะ” แล้วแกก็ขำของแกไป
ผมก็ขอให้ป้าเขาเล่าให้ฟัง สรุปคือ ผมรั่วสุดๆ เต้นยั่วยวนเต้นเลื้อยไปทั่ว และก็ดื่มไม่หยุดเลย เขาบอกผมดูคอแข็งมาก เพราะดูดื่มไปเยอะ แต่ก็ยังเต้นไม่หยุดพอประมานตี2ป้า ก็บอกว่าผมให้สามคนนั้นพาขึ้นห้องไป ส่วนพี่นายกับคุณคริสก็เข้าไปนอนที่ห้องนั่งเล่นเอง ผมชวนพวกมันขึ้นห้อง ผมอึ้งๆไปนิด อาจจะไม่ใช่อย่างที่คิด สามคนนั้นอาจจะแค่ร้อน รวมถึงผมด้วย ร้อนยังไงรอยเต็มตัวขนาดนี้ ตอนนั้นคิดรนๆไปหมด โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นไม่หยุดเลย ผมก็ล้วงขึ้นมาดู พี่อ๊อฟ โทรมาเป็นสิบสายแล้ว ผมก็กดโทรกลับไป....
“เป็นยังไงบ้างนท ดีขึ้นหรือยัง” พี่อ๊อฟถามอย่างเป็นห่วง
“คะ คือ..ดะ ดีขึ้นแล้ว พี่อ๊อฟ ผมสร่างแล้ว พี่อ๊อฟทำอะไร” ผมพยายามทำเสียงให้ปกติ
ผมบอกเลย ถ้ามันจะเป็นอย่างที่ผมคิด ผมก็ไม่มีทางบอกให้พี่อ๊อฟฟังแน่นอน ผมจะไม่ยอมให้เรื่องที่ผมทำตอนเมาทำให้ผมกับพี่อ๊อฟทะเลาะกันอีกแน่ และ 3 ตัวข้างบนนั่น ไม่ว่าจะยังไง พวกมันก็คงเมาเหมือนกัน ผมจะทำเป็นไม่รู้เรื่อง แล้วก็ปล่อยให้เรื่องมันเงียบไป....
“อืม มึงดีขึ้นก็ดีแล้วนะ อีก 3 วันกูก็จะกลับไปอยู่บ้านแล้วนะ มึงจะกลับเมื่อไหร่” พูดอย่างใจดี ผมสะเทือนใจแปลกๆ
“ไม่นานเกินรอ ผมจะรีบกลับนะ พี่อ๊อฟ...ผมรักพี่นะ” ผมพูดนิ่งๆ ในใจผมรนไปหมด
“อืม กูก็รักมึงนะ กูจะรอมึงกลับมา คิดถึงมึงจะแย่อยู่แล้ว” มันพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“อื้ม ผมก็เหมือนกันนะ” รู้สึกผิด
ผมก็คุยกับมันไปสักพักก็วาง ผมคิดอะไรไม่ออก เรื่องมันต้องเป็นแบบที่ผมคิดแน่ๆ สภาพแบบนั้นมองโลกในแง่ดีไม่ลงแล้วสิ ผมจะทำยังไงดีนะเนี่ย แล้วรอยเต็มตัวเลย ให้ตายสิ! ผมก็ไปช่วยป้าเขาเก็บของ เก็บไปเก็บมาก็เสร็จ สักพักคุณคริสก็ตื่นขึ้นมา ผมก็เอาผ้าเย็นให้ ดูแล้วพี่นายจะหนักมาก ผมก็เลยเช็ดตัวให้เขานิดหน่อย ไม่ได้แก้ผ้าเช็ดนะ แค่เอาผ้าชุบน้ำเย็นลูบตามหน้าตามแขนและขาของเขาก็เท่านั้น....
หมับ! พี่นายจับมือผมที่เช็ดหน้าให้เขาอยู่...
“เป็นเด็กดีจริงๆเลยนะนท” พี่นายยิ้ม แต่ตาก็ยังไม่ลืม
“ครับ พี่นายลุกไหวไหมครับ” ผมถามอย่างเป็นห่วง แล้วก็ดึงมือพี่นายที่จับมือผมออก
“ปวดหัวมากเลยละ” พี่นายพูดแล้วบีบขมับตัวเอง
“นี่ค่ะ น้ำมะระปั่น แก้แฮ้งนะคะ คุณผู้ชาย” ป้าแม่บ้านเอามาให้ ผมก็ค่อยๆพยุงตัวพี่นายให้ลุกขึ้น
แล้วพี่นายก็ดูดน้ำมะระปั่นกิน สีมันน่ากินนะ แต่กลิ่น เอ่อผมกินไม่ลง....
“หนูนทก็หนักนะคะ สักหน่อยไหม” ป้าแม่บ้านถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่ดีกว่าครับ ผมสร่างแล้ว” ผมยิ้มอ่อน ไม่สร่างก็ให้มันรู้ไปเถอะ ผมทำอะไรไว้อีกก็ไม่รู้ บอกตามตรงผมจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ภาพมันตัดไปตั้งแต่ผมกระดกๆ ที่ป้าผมบอกเต้นยั่วอะไรผมไม่รู้อะไรเลย
พอพี่นายกินน้ำมะระเสร็จผมก็พยุงแกขึ้นห้องไปส่งแกอาบน้ำ แล้วผมก็ออกมา ผมไม่กล้าเข้าไปในห้องที่ผมนอนตอนนี้ รู้สึกกลัวแปลกๆ สามคนนั้นรุมผม? 3รุม1 ทำไปได้ คิดสภาพแล้ว ใช่เหรอมันใช่เหรอ! โอ้ย! ผมก็ลงบ้านไป ไปเดินเล่นริมหาด ใจผมกระวนกระวายไปหมด มันเกิดอะไรขึ้น เพราะทุกทีที่ผมเมาในแต่ละครั้ง ความรั่วความบ้าจะไม่เหมือนกันสักครั้งเลย และเมื่อคืน เมาที่สุดในชีวิตผมแล้วมั้ง ปวดหัวไปหมด อาการเจ็บก้นก็เริ่มมา เจ็บตามรอยจ้ำที่ตัวก็เริ่มออกอาการเจ็บแปลบๆ คิดอะไรไปมาเพลินๆ ท้องก็เริ่มหิวมากแล้ว เพราะเอาออกไปเมื่อเช้าคือเยอะมาก หมดตัวเลยมั้ง ผมก็เดินกลับไปที่บ้าน..
ยังไม่มีใครลงมา ป้าเขาก็จัดข้าวของผมให้ผมก่อนผมก็นั่งกินไป แล้วผมก็เสริชในเน็ท วิธีทำให้รอยจ้ำหายเร็วที่สุด เพราะถ้าผมกลับไปแล้วพี่อ๊อฟเห็นไม่ปลอดภัยแน่ เขาบอกมียาตัวนึง ผมก็รีบกินข้าวเลย แล้วก็ถามป้าว่าร้านยาอยู่ที่ไหน ตอนแรกป้าเขาจะไปซื้อให้แต่ผมก็ค้านสิ ว่าจะไปซื้อเอง ขืนบอกไปเป็นเรื่องแน่ พอกินเสร็จและรู้ทางแล้ว ผมก็ขอยืมจักรยานป้าเขาปั่นไป ป้าบอกเลยตลาดไปหน่อยจะมีร้านยาอยู่ร้านนึง บอกตรงทรมานมาก เจ็บแสบและเสียดก้นมากมาย แต่ก็ต้องทนแล้วละ พอไปถึงก็มีร้านยาเล็กๆอยู่ร้านนึง เภสัชเป็นผู้ชาย น่าจะนักศึกษาฝึกงาน เพราะยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลย...

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“มียาตัวนี้ไหมครับ” ผมก็ยื่นโทรศัพท์ไปให้เชาดู เขาก็มองหน้าผมนิดหน่อย แล้วก็หันไปหยิบยาให้ ผมก็เอาโทรศัพท์ไปเลื่อนดูอีกรูปนึง ที่ผมก็เสริชหาก่อนจะเดินเข้าร้านมา
“นี่ครับ ทาหลังอาบน้ำเนอะ ตัวนี้จะไม่มีผลข้างเคียงอะไรนะ ผิวน้องใช้ได้แน่นอนครับ” เขาก็พูดแนะนำไป
“ละ แล้วยานี้มีไหมครับ” ผมยื่นรูปยาไปให้เขาดู เป็นยาทา แก้ฟกช้ำ ตรงรูทวารชื่ออุบาทมาก มันเป็นเหมือนคนที่เป็นริดสีดวง ไม่รู้ใช้ได้เหมือนกันไหม เขาก็มองหน้าผมนิ่งๆ...
“เป็นริดสีดวงเหรอ?” ถามนิ่งๆ ผมอายมาก ต้องพูดออกมาเหรอ
“ปะ...เปล่าครับ” ผมก้มหน้า
“ต้องบอกอาการที่ชัดเจนนะครับ พี่จะได้จัดยาให้ถูก ขืนพี่ให้ซี้ซั้วไป ก็เสียชื่อพี่แย่เลยนะ!” ผมก็เงยหน้ามองเขานิ่งๆ
ผมก็บอกอาการด้วยเสียงที่เบาๆไปว่าเจ็บ เสียดและแสบตรงรูนั้น เพราะโดนสวนก้นมามั้ง ผมพูดแบบแหบพร่า ขอให้ไม่ได้ยินเถอะ ผมกลัวว่าพี่นายจะพาไปเล่นอะไรที่โลดโผนแล้วมันจะอักเสบ เลยหายาทากันไว้ดีกว่า เขาดูตั้งใจฟังเกินไป พอผมบอกจบ เขาก็อมยิ้มนิดหน่อย แล้วก็หันไปจัดยาให้ อายมากบอกตรง อายสุดๆ เขาให้ยาทากับยาแก้อักเสบแก้ปวกแล้วก็อะไรต่อมิอะไรมา แล้วพี่เขาก็อธิบายไปว่ายานี่ควรกินควรใช้ยังไง ผมก็ฟังแบบนิ่งๆ พอเสร็จผมก็จ่ายตังแล้วก็รีบออกจากร้านเลย ผมขึ้นจักรยานอย่างระมัดระวัง พี่เภสัชก็ยืนยิ้มมองผมอยู่ในร้าน ผมก็รีบปั่นจักรยานกลับบ้านเลย พอถึงก็จอดรถ แต่!.....
“นท!” ไอ 3 คนนั่นวิ่งหน้าตาตื่นมาหาผม
ผมเห็นเขาวิ่งมากัน ผมเลยรีบเก็บยาใส่กระเป๋าด้านหลังกางเกงเลย แต่คาดว่ามันก็คงเห็นกันแล้ว.....
หมับ! พี่ดินวิ่งเข้ามาสวมกอดผม พี่ไฟก็สวมกอดข้างๆผม พวกพี่เขาคงอาบน้ำแล้วจากกลิ่นตัวของพี่เขา.....
“พวกเราหานทแทบแย่ ไปร้านยาทำไม เป็นอะไรหรือเปล่า!” ทั้งคู่ก็ผละออกมาแล้วพี่ดินก็ถามผมอย่างเป็นห่วง
ผมก็นิ่งๆอึนๆ ไม่รู้ คือถ้ามันเป็นอย่างที่ผมคิดผมก็ทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะทำหน้ายังไง ไอสิงโตก็มองผมอย่างเป็นห่วง...
“อะ..เอ่อ...ผะ...ผมไม่เป็นอะไร เข้าบ้านดีกว่า” ผมก็เดินไปทางประตูเข้าบ้าน พี่ๆเขาก็ตามมา ผมก็แอบอึดอัด
อยากจะถามเหมือนกันว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น แต่ผมพอจะเดาได้ ก็เลยเงียบไว้เถอะ อย่าถามอย่ารู้อะไรเลยดีกว่ามั้ง พอเข้าบ้านมาพี่นายที่นั่งกินข้าวอยู่ พอเห็นผมก็ยิ้มให้ผม.....
“กินข้าวหรือยังนท ไปร้านยาเป็นอะไรหรือเปล่า” พี่นายถามอย่างเป็นห่วง
“ป่ะ...เปล่าครับ แค่ไปหาอะไรมาอมหน่อย รู้สึกคอแห้งแปลกๆ แต่ร้านยามันปิด ผมก็เลยแวะซื้อลูกอมในตลาดมานะครับ” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนักแล้วก็นั่งลงประจำที่ของตัวเอง สามคนนั้นก็นั่งลงแล้วก้จ้องผม
แล้วก็พากันกินข้าวกันไป ผมก็นั่งกินขนมที่ป้าจัดให้ นั่งกินกันไปนิ่งๆ พอขนมผมหมดผมก็ขอตัวทุกคนขึ้นห้อง พอขึ้นห้องได้ผมล๊อคประตูแล้วก็รีบเข้าห้องน้ำเลย ทายาตามรอยจ้ำๆ และก็ทายาตรงนั้น ยามันเย็นๆ ทาเสร็จผมก็กินยา ผมแวะไปหยิบน้ำขวดเล็กในครัวก่อนขึ้นห้องมาด้วย กินเสร็จผมก็ออกจากห้องไป ดูความเสียหายบริเวณรอบเตียง ผ้าปูเตียง เป็นคราบอะไรเต็มไปหมด มีคราบเปื้อนสีแดงๆนิดๆ ผมคาดว่าน่าจะเลือด ผมละอายแก่ใจนะเนี่ย.....
ก๊อกๆๆๆ แกรกๆ! เสียงเคาะประตูพร้อมกับเสียงหมุนกลอนดังขึ้น ผมก็สะดุ้งเล็กน้อยเพราะมัวแต่คิดอะไรอยู่ ผมก็ลุกไปเปิดประตู โดยไม่ลืมเอายาซ่อนไว้ในกระเป๋า พอเปิดประตู ก็เจอสามคนนั้นยืนหน้าสล่อนกันเชียว ผมก็ยิ้มให้นิดหน่อย พวกนั้นก็เข้าห้องมา ผมกำลังจะเดินออกไปจากห้อง.....
“มึงอย่าบอกนะ ว่ามึงจำอะไรไม่ได้อีกแล้ว!” ไอสิงโตพูดเสียงแข็ง ผมถึงกับหยุดนิ่ง แล้วก็หันไปมองมัน
“อะไร” ผมถามนิ่งๆ
“เรื่องเมื่อคืนน่ะ...” พี่ดินพูดขึ้นมา
“ผมว่าต้องมีการเข้าใจผิดอะไรแน่นอน!” ผมพูดสวนขึ้นมาด้วยยิ้มอ่อน
“นะ..นี่นท จะผิดสัญญาเหรอ....” พี่ไฟมองผมหน้าเศร้าๆ
“สะ...สัญญา?” ผมทำหน้างงๆ ไอสิงโตกรอกตาใส่ผม
สิงโตมันก็เดินมาหาผมแล้วจับข้อมือผม หันไปบอกพี่ดินกับพี่ไฟว่ารอแปปนึง แล้วก็ลาก ใช้คำว่าลากเนอะเพราะผมไม่เต็มใจจะไปกับมัน มันก็ดึงและลากผม ให้ไปกับมัน มันลากผมออกมานอกบ้าน พี่นายก็ถามอย่างเป็นห่วงแหละ ว่าเป็นอะไรกัน สิงโตก็บอกเขาว่ามีเรื่องจะคุยกับผม เอิ่ม! ผมยิ่งไม่อยากไปเลย ไม่อยากฟัง ไม่อยากได้ยิน มันลากผมมาที่ริมชายหาด วันนี้อากาศดี๊ดีลมโกรกแรงเว่อร์ แดดก็อุ่นกำลังพอดีเลย......
“วันนี้อากาศดีจัง ลมเย็นสบาย” ผมยิ้มให้มัน เพราะมันทำหน้ายักษ์ใส่ผม
“นะ..”
“เห้ย! นั้น นกอะไรอะปะ...” ผมเอ่ยสวนมันขึ้นมา
“นท! มึงอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง!” ไอสิงโตตะคอกใส่ผม
“จะดุทำไมวะ!” ผมพูดอย่างไม่พอใจ
“เมื่อคืนมึงเมามาก มึงไม่รู้ตัวใช่ไหม” ผมก็พยักหน้ารัวเลย
“เมามาก เมาแบบไม่รู้เรื่องเลย ถ้ากูทำอะไรพูดอะไร มึงจะไม่ใส่ใจกับมันใช่ไหม!” ผมพูดอย่างอ้อนวอน
“พอเลย เรื่องนี้มึงต้องฟัง ถึงมึงจะไม่อยากฟังก็เหอะ!” มันพูดอย่างจริงจัง
“ไม่ต้องละเอียด เพราะถึงกูจะจำไม่ได้กูก็ไม่อยากเห็นภาพ สรุปมาเลยสั้นๆ กูทำอะไรลงไป” ผมพูดอย่างจำยอม
“มึง มีอะไรกับกูพี่ดินและพี่ไฟ เมื่อคืน” ผมตกใจ ไม่คิดว่าจะเป็นจริงๆ “ จริงๆกู 3 คนก็เมากันมากด้วย เมามากจริงๆ แต่ก็พยายามยืนยันแล้วนะนทว่ายังไงก็จะไม่ทำเพราะมึงเมา แล้วก็เมากันหมด เดี๋ยวเป็นเหมือนคราวที่แล้วอีก ตอนแรกกูก็นึกว่ามึงจะโอเคเห็นฟุบหลับไป พอพวกกูจะนอน มึงก็บังคับพวกกู และก็จัดการเองเลย แถมยังสัญญากับพวกกูอีกว่า จะไม่ลืม จะทำทุกอย่างที่พวกกู3คนต้องการอีก ถึงพวกกูจะเมามากแล้วเคลิ้มไปกับการกระทำของมึงแต่ก็ยังจำได้นะ” ผมเอามือตบหน้าผากตัวเองอย่างแรง
“ลืมมันได้ไหมวะ มึงก็รู้ว่ากูเมา” ทำหน้าไม่ถูกเลย “แล้วมึงยอมให้กูมีอะไรกับสองคนนั้นอะนะ!” ผมถามอย่างไม่พอใจ
“เรื่องนี้ กูต้องขอโทษมึงจริงๆ กูเมามาก มึงขึ้นให้กู แถมเรียกพี่ดินกับพี่ไฟมาแล้วก็อม...ให้เขาทั้งสองตอนแรกกูตกใจมาก แต่มึงเองไม่ใช่เหรอ ที่บอกว่าไม่เป็นอะไร!” ไอสิงโตพูดอย่างหาเรื่อง
งานงอก เมื่อคืนผีนางร่านคงเข้าสิงผมแน่ๆ หรือผมจะดูหนังอย่างว่ามากเกินไปนะ โถ่ ทำไปได้! เอายังไงละเนี่ย ไอสิงโตก็ยืนรำลึกเรื่องเมื่อคืนให้ผมฟัง ก็อย่างที่เล่าเลย ผมกับเขาสามคนมีอะไรกัน แบบสามรุมหนึ่ง เสียบกันมันส์ มั่วกันระเบิด แถมผมยังเป็นตัวนำให้ทุกคนทำแบบนั้นแบบนี้ด้วย และด้วยความที่ทั้งสามคนนั้นก็เมา พวกนั้นก็เลยปล่อยเลยตามเลย พี่ดินพี่ไฟก็มายืนมองหน้าละห้อยแล้ว และที่สำคัญกว่านั้น มันเป็นครั้งแรกของพี่ดินและพี่ไฟ เอิ่ม! ใครควรจะเสียหายวะ ผมรู้สึกแปลกๆ สามรุมหนึ่ง ทำไปได้เนอะ โว้ะ! ฟังไอสิงโตมันสวดเสร็จ มันก็ลากผมกลับขึ้นไปนั่งกับพี่ทั้งสองที่โต๊ะ พี่นายเดินไปหาคุณคริส ผมก็นั่งก้มหน้าอย่างสำนึกผิด......
“ขอโทษทุกคนนะครับ” ผมยกมือไหว้แล้วก้มหน้า
“นทไม่ผิดเลยนะ พวกเราเองอะสิ รู้ทั้งรู้ว่านทเมา แต่ก็ยังทำ” ผมก็เงยหน้ามองนิ่งๆ พวกมันยิ้มกรุ่มกริ่มกันไง
“นัดแนะกันไว้หรือเปล่าเนี่ย!” ผมพูดย่างจับผิด พวกมันก็ปรับสีหน้าเคร่งครึม เริ่มไม่ปลอดภัย
“นท อย่ามาโบ้ยนะ ตกลงจะผิดสัญญาใช่ไหม” พี่ดินพูดแล้วทำหน้าจริงจัง
“จะให้ทำอะไรบอกมาเลยครับ” ผมพูดอย่างจำยอมเพื่อให้เรื่องมันจบ แต่พวกนี้มันดูดี๊ด๊าผิดปกตินะ สงสัยเป็นสิ่งที่มันชอบกันอยู่แล้ว ทำไมมันต้องมายอมผมตอนที่ผมจำอะไรไม่ได้ โถ่! กะว่าจะเนียนๆลืมๆไป
“เมื่อคืน พี่รู้สึกดีมากเลยนะ” พี่ดินพูดอย่างอบอุ่น ผมก็ฝืนยิ้ม จนมันยกยิ้มไม่ขึ้นแล้ว
“พี่ก็ด้วยนะ” พี่ไฟก็ด้วย
“มันไม่ตลกไปหน่อยเหรอ ผมเมามากนะ อีกอย่าง เมื่อคืนคือ3รุม1 ทำไปได้!” ผมพูดท้วงนิดหน่อย ประเด็นคือตัวผมก็รับไหวได้ไง กับหนุ่มสุดฮอต 3 คน โอยตาย!
“มึงเป็นคนจัดการและบังคับพวกเราเองนท” ไอสิงโตพูดนิ่งๆ
“เฮ้อ! ถามจริง ไม่รู้สึกขยะแขยงอะไรเลยเหรอ เราสี่คน แบบ….” ผมเอามือปิดหน้า รังเกียจตัวเองชะมัด
“ไม่เป็นอะไรเลย เราคนกันเองทั้งนั้น” พี่ดินพูด แล้วดึงมือผมที่ปิดหน้าตัวเองออก
“เออ ยังไงกูก็รับได้ เมื่อคืนมึง สุดยอดเลยวะ” ไอสิงโตยิ้มอย่างอารมณ์ดี พวกนี้มันวิตถาร
“แต่ผมรับไม่ได้ ผมขอไกล่เกลี่ยเรื่องนี้ ผมเมามาก แบบมากๆๆๆๆ ทุกคนรู้ใช่ไหม” 3 คนก็พยักหน้า “อย่างนี้ได้ไหม เรื่องเมื่อคืน ขอให้มันจบแค่เมื่อคืน คิดสะว่าผมเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ก็ได้นะ...”
“ได้ยังไง นทมีค่ามากกว่านั้น อย่าพูดแบบนี้นะนท!” พี่ไฟพูดแทรกผมอย่างไม่พอใจ
แล้วก็เริ่มสงครามรุมประณามผม ผมจะบ้าตาย รู้สึกว่าตัวเองจะมาไกลมาก ไกลมากจริงๆ แค่เมื่อก่อนมีพี่อ๊อฟกับไอสิงโตก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว แล้วนี่พี่ดินพี่ไฟเพิ่มขึ้นมาอีก ไม่พอ ไอสิงโตก็ดันไปประสาทตามพี่น้องสองคนนั้นอีก ตอนนี้พวกนั้นก็พูดปลอบให้ผมรู้สึกดี เพราะหลังจากที่มันด่าผม ผมเกือบจะร้องไห้ มันจะรู้สึกดีได้ยังไงวะ เรื่องเมื่อคืนผมเมา ไม่ได้สติ จำอะไรไม่ได้ ไม่พอ การมีเซ็กส์ด้วยกันสี่คนเมื่อคืนมันเป็นเรื่องผิด มันหนักหนา แต่ในเมื่อเรื่องมันเกิด จริงๆก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากหรอก เพราะส่วนหนึ่งก็จำอะไรไม่ได้ คุยไปคุยมา ผมก็เริ่มเออออตามพวกนั้นไป เริ่มรำคาญที่มันพูดซ้ำซาก.....
“เรื่องนี้จะต้องเป็นความลับ ผมไม่ยอมให้เรื่องบ้าๆตอนผมเมามาทำให้ผมกับพี่อ๊อฟสั่นคลอนหรอก!” ผมพูดอย่างคิดหนัก ถ้าพี่อ๊อฟรู้มันคงบอกให้ป๊า พาผมไปอยู่ซ่องเลยมั้ง
“ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิมนท” ไอสิงโตจับมือผม เหมือนเดิมตลอดแหละมึงเนี่ย!
“ใช่ นทมีแฟนแล้วก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เราไม่สนใจสักหน่อย” พี่ไฟไปกันใหญ่แล้ว
“แล้วก็ เรื่องเมื่อคืนมันก็คงจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วละพะ..อุ้บ!...”
“ไม่ได้นะนท นทสัญญาแล้วว่าจะทำตามที่พวกเราต้องการ” พี่ดินเอามืออุดปากผมไว้ แล้วก็พูด
“เฮ้อ!” ไอสิงโตยิ้มอย่างผู้ชนะ
ไอสามพี่น้องนี่มันร้าย ร้ายมาก ผมเริ่มจะกลัวๆพวกมันแล้วนะเนี่ย คุยกันสักพักพี่นายก็เดินมา บอกว่าคุณคริสเขาหมดสภาพเลยนู่นนี่นั่น ผมก็เริ่มตีตัวออกห่างสามคนนี้ก่อน ให้มันมีความรู้สึกกับผมแบบปกติก่อนแล้วกัน ไม่งั้นยิ่งใกล้เกินไป เดี๋ยวก็จะเกินเลยอีก ตอนนี้ผมก็ตามพี่นายเข้าบ้าน พวกนั้นก็นั่งคุยอะไรกันไม่รู้.....
“พี่น้อย ขอน้ำหน่อยนะครับ” พี่นายบอกป้าแม่บ้าน
“พี่นายยังปวดหัวอยู่ไหมครับ” ผมถามแล้วนั่งลงข้างๆ
“หายแล้วละ เหลือก็แค่ปวดเมื่อยตามประสาคนแก่ก็เท่านั้น” ผมยิ้ม
“งั้นผมนวดให้นะครับ” ผมยิ้มอย่างใจดี
“จะดีเหรอ” พี่นายมองผมอย่างกวนๆ ผมก็ทำหน้ามุ่ย “โอเคๆ ก็ได้ๆ ลองดูๆ” แล้วเขาก็หันหลังให้ผม
ผมก็บีบไหล่ออกแรงลงที่ไหล่อย่างพอดีและสม่ำเสมอ ใจผมวุ่นวายกระสับกระส่ายไปหมด ไอสิงโตมันบอกว่าชอบผมไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมันถึงปล่อยให้สองพี่น้องนั้นทำอะไรกับผม คิดมากไปหมด หรือว่าเมื่อคืนผมทำอะไรหนักกว่านั้นนะ มันจำอะไรไม่ได้เลย คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก และเมื่อคืนก็เมาหนักมากจริงๆ ผมกลัวว่าตัวเองจะก่อเรื่องพวกนี้ขึ้นมาเองด้วย แต่ก็น่าจะเป็นแบบนั้นแหละนะ คิดไปก็นวดให้พี่นายไปด้วย เสียงเคลิ้มเชียว..........
“พอดีไหมพี่นาย” ผมถามอย่างสงสัย
“น้ำหนักกำลังดีเลยนะ นวดเก่งจัง” พี่นายพูดด้วยเสียงเคลิ้มๆ
“ผมเคยนวดให้ป๊าบ่อยๆนะครับ” ผมตอบกลับอย่างอ่อนโยน
“อืมๆ! เป็นเด็กดีจริงๆ” พี่นายพูดแล้วก็หันมายิ้มให้ผมนิดหน่อย
ผมก็นวดไปพูดคุยกันไป พวกนั้นไปไหนแล้วไม่รู้ ผมก็ไม่สนใจ นวดไปสักพักผมก็ถาม ว่าจะกลับวันไหน พี่นายบอกพรุ่งนี้ก็กลับแล้วเพราะเขาติดงานแต่ถ้าพวกผมอยากจะอยู่ที่นี่ก่อนก็ไม่เป็นอะไรเดี๋ยวเขาไปนั่งเครื่องกลับเอง ผมก็ท้วงทันทีเลย ว่าก็อยากกลับแล้วเหมือนกัน โดยอ้างว่าคิดถึงป๊า และก็ถึงเวลาข้าวเที่ยง เราก็กินกันไป พวกนั้นก็คุยกันสนุกสนาน ผมก็ค่อนข้างจะเงียบๆ ผิดหวังในตัวไอสิงโตมัน จะพูดว่าทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะตอนผมเมาผมบอกเลยว่าไม่รู้ตัว เลยโทษมันทั้งหมดก็ได้ กินข้าวเสร็จพี่นายก็พาไปไร่ผลไม้ ไปเดินเล่นกัน ผมก็เดินไม่ห่างพี่นายเลย รู้สึกปลอดภัยมากกว่า ก็เดินไปเก็บผลไม้กินไป ไร่ผลไม้สวยมาก เรียงรายแบ่งเป็นโซนๆ ว่าอันไหนคือผลไม้ชนิดไหน อากาศสดชื่นมากมาย.....
“น่ากินเนอะ” ไอสิงโตมององุ่นในมือผมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“พะ...พี่นายครับ ลองชิมลูกนี้ดูนะครับ ผมล้างให้แล้ว” ผมหนีไปหาพี่นาย
ผมก็ทำแบบนี้เรื่อยๆ ยังไม่พร้อมจะคุยกับ3คนนั้น รู้สึกอะไรหลายๆอย่าง พอเดินเล่นกันพอใจก็พากันไปขับรถเล่นชมวิว ผมก็นั่งหลังกับไอสิงโตเนี่ยแหละ มันก็ชวนผมพูดนู่นนี่นั่น แต่ผมก็เลี่ยงที่จะคุยบ้าง พอเที่ยวอะไรเสร็จก็กลับบ้านไปพักผ่อนกัน วันนี้ชิวๆ เพราะพี่นายเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว คนมีอายุก็แบบนี้ พอถึงบ้าน ผมก็อาสาไปนวดให้พี่นายที่ห้องนอน สามคนนั้นก็ไปเล่นกันที่ชายหาด ผมก็ไม่สนใจ ตอนแรกพวกนั้นก็มาลากผมไป แต่ผมก็ไม่ยอมไป บอกจะนวดให้พี่นาย มันก็เลยยอมกัน ผมก็นวดไป พี่นายก็เคลิ้มเชียว......
“นท นทเป็นแฟนกับสิงโตเหรอ?” อยู่ๆพี่นายก็ถามขึ้นมา
“ปะ..เปล่าครับ ทำไมเหรอ” ผมถามกลับอย่างสงสัย
“เห็นชอบเอามาพูดให้พี่ฟัง” พี่นายพูดเสียงเคลิ้มๆ
“มัน...คงคิดไปเองหรือเปล่าครับ” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“นทชอบผู้ชายเหรอ?” พี่นายถามขึ้นมานิ่งๆ ผมก็แอบหวั่นนิดนึง กลัวเป็นเหมือนพ่อไอสิงโตแล้วยุ่งเลยนะนั่น “บอกมาเถอะ พี่ไม่ว่าอะไรหรอก พี่เข้าใจน่า” พี่นายพูดอย่างใจดี เมื่อเห็นว่าผมเงียบไป
“ครับ ผมชอบผู้ชาย” ผมพูดเบาๆ มือก็ยังคงนวดต่อไป
“อืม แต่นทไม่ค่อยเหมือนเลยเนอะ หมายถึงดูไม่รู้เลย” พี่นายพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ครับ พี่นายไม่รังเกียจใช่หรือเปล่าครับ” ผมถามอย่างเกร็งๆ
“จะรังเกียจทำไมละ นทเป็นเด็กดีขนาดนี้ โถ่ พี่ไม่คิดอะไรหรอก” หันหน้ามายิ้มให้ผม “เอ๊ะ! ว่าแต่ชอบเจ้าดินกับเจ้าไฟมันหรือเปล่าเนี่ย” อยู่ๆก็หันมาถาม ผมตกใจหมด
“ไม่ชอบหรอกพี่ ผมมีแฟนแล้ว” ผมพูดอย่างเขินๆ
พรึ่บ! พี่นายหันพลิกตัวมานอนหงายมองผม ผมตกใจเล็กน้อย....
“มีแฟนแล้ว? ใครน่ะ” มองผมอย่างสงสัย
“นี่ครับ” ผมเปิดรูปในโทรศัพท์ให้พี่นายดู
“สู้ดินกับไฟไม่ได้เลยนท” พี่นายพูดอย่างไม่จริงจังนัก
“แหมๆ ผมไม่ได้ชอบเพราะหน้าตาหรือฐานะนะครับพี่นาย” ผมตอบกลับอย่างไม่จริงจังนักแล้วก็นั่งข้างๆพี่นาย
“เหรอ นทนี่เหมือนมีอะไรดึงดูดรู้ไหม” ผมก็มองพี่นายด้วยความสงสัย “ก็ ไม่รู้สิ ทำให้ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็อยากจะเข้าหานะ” ลูบหัวผมเบาๆ ผมก็เขินนิดหน่อย
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมก็เป็นของผม และที่ผมมากับพี่ดินพี่ไฟ ไม่ใช่เพราะความชอบหรือแอบชอบครับ ผมมองพี่ดินและพี่ไฟก็พี่ชายคนนึงเท่านั้น และสิงโตก็เพื่อนรักผม ถึงผมจะชอบผู้ชายผมก็มีกฎเกณฑ์นะครับ ไม่ได้ชอบซี้ซั้ว” ผมพูดแบบเบาๆ เหมือนบ่นมากกว่า
“พูดจาดีเลยนะเนี่ย” พี่นายพูดด้วยรอยยิ้ม “เห็นดินกับไฟพูดถึงนทบ่อยๆเหมือนกันนะ” ผมก็มอง “หมายถึงตอนที่เรายังไม่เจอกัน” ผมก็พยักหน้ารับ “แต่พอเจอและได้รู้จัก ก็รู้สึกว่ามันดีกว่าที่ดินกับไฟพูดอีกนะ” ผมก็ยิ้มเขินนิดหน่อย “ดินกับไฟไม่ค่อยมีเพื่อนดีๆหรอกนะนท คนที่เป็นเพื่อนกับเด็กสองคนนั้นก็เพราะเงินทั้งนั้น” พี่นายพูดแล้วทำหน้าเครียด “แต่พอได้ยินเรื่องเล่าของนทจากสิงโตแล้ว นทเป็นเพื่อนที่พี่อยากได้อยากให้เป็นเพื่อนกับดินและไฟเลยนะ” ยิ้ม
“เหมือนสิงโตเลยนะครับ” ผมพูดนิ่งๆ
“อืมใช่!” พี่นายพยักหน้าแล้วจับไหล่ผม “เป็นเพื่อนกับดินไฟและสิงโตต่อไปนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ดีใจที่รู้จักนท” อยู่ๆมาพูดอะไรแบบนี้
“แน่นอนอยู่แล้วครับ” ผมตอบด้วยรอยยิ้ม
“ว่าแต่ เราโกรธอะไรสามคนนั้นหรือเปล่า พี่เห็นวันนี้ทำเหมือนหนีหน้าสามคนนั้นตลอดเลยนะ” ผมชะงักไปเลยสิ
“ปะ เปล่าครับ ผะ ผม” เลิ่กลักเลยสิ “เอ่อคือ ผมแค่เห็นว่าพี่นายอุตส่ามาด้วยแล้ว จะมัวแต่เล่นได้ยังไง ต้องเอาใจพี่นายด้วยสิครับ” ยิ้มอ่อนส่งไป
“โห! น่ารักจริงๆนะเด็กคนนี้เนี่ย5555 อยากได้อะไร เดี๋ยวจะซื้อให้” พี่นายพูดแบบไม่จริงจังนัก
“เฮ้อ! ทำไม่ชอบทำตัวเป็นเสี่ยจังอ่าครับ เหมือนไอสิงโตเลย ผมไม่ได้พูดหรือทำเพราะอยากได้อะไรสักหน่อย” ผมพูดอย่างเซ็งๆ
“5555 แปลกนะ ถ้าพี่พูดแบบนี้มีแต่คนเอ่ยปากขอนู่นขอนี่แล้ว มีแต่เราเนี่ย!” พูดอย่างอารมณ์ดี แล้วเอามือบีบปากผม
“อื้อ!” ผมดันมือออก “ก็ผมไม่ได้อยากได้อะไรสักหน่อยนี่นา แค่พี่มาด้วยและให้ผมได้อยู่บ้านสวยๆแบบนี้ผมก็ดีใจแล้วครับ” ผมตอบอย่างจริงใจ
“พูดจาเก่งนะเรานะ” พี่นายยิ้ม “คริสมันชมนทใหญ่เลยนะ เรื่องขนมเมื่อวาน เห็นว่าไม่รับเงินจากเขาด้วยเหรอ แบ่งให้ขนมไปเยอะพอควรเลยนี่” พูดด้วยรอยยิ้ม
“ก็จริงๆผมซื้อมาไม่เยอะมากหรอกครับ แต่ไปคุยกับยายขายขนมนานไปหน่อย ก็เลยแถมนู่นแถมนี่ให้สะเยอะเลยละครับ พอผมกลับมาคุณคริสก็ตามมาขอซื้อต่อ ผมเห็นว่ามันเยอะ และก็ไม่แน่ใจด้วยว่าพี่นายกับสามคนนั้นจะกินหรือเปล่าผมก็เลยแบ่งๆไป กลัวเหลือแล้วน่าเสียดายอ่า” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ดูเป็นคนที่อัธยาศัยดีจริงๆเลยนะ นี่ถ้านทเป็นผู้หญิง พี่ต้องขอให้แต่งงานกับดินหรือไฟแน่ๆ” ผมชะงักไปนิด
“เอ่อ.....”  ผมอึกอักเล็กน้อย
“ล้อเล่นนะ” ยิ้ม “จริงๆถ้าเป็นนท อยากคบกับสองคนนั้นในฐานะแฟน พี่ไม่ว่าเลยนะ แต่ถ้าคนอื่นพี่ไม่ยอมนะ อันนี้พูดจริงจัง” พี่นายทำหน้าจริงจัง
“ทำเป็นพูดไปครับ ขนาดป๋าของสิงโตยังไม่พอใจผมเลย” ผมพูดอย่างนอยๆ
“เรื่องนั้น พี่ชายพี่มันหัวโบราณ มันชอบคิดมาก ชอบทำอะไรแบบคนแก่ๆ ไม่เหมือนพี่หรอก เด็กแนวไง55” พูดตลก “จริงๆนะ ถ้านทจะเป็นแฟนกับดินหรือไฟ พี่ไม่ห้ามไม่ว่าหรอก” พูดอย่างจริงจัง
“ว้า! แย่จังนะครับ งั้นก็คงต้องรอผมเลิกกับแฟนก่อนเนอะ” ผมพูดด้วยรอยยิ้ม
“โห! เสน่แรงจริงๆนะเรา” พูดแล้วจิ้มเอวผม
จริงๆพี่นายก็เข้ากับเด็กๆได้ดีกว่าผู้ใหญ่คนอื่น ความคิดเขาก็ออกแนวเด็กๆเลย พูดจาวัยรุ่นมากไม่ถือตัว คือรวมๆแล้วเหมือนพี่มากกว่าพ่อพี่ดินพี่ไฟอีก ก็ดีจะไม่อึดอัด ผมก็คุยกับเขาไปจนถึงเวลาข้าวเย็นก็ลงไปกินกัน อาหารทะเลทุกเย็นเลย ผมก็เริ่มจะหันกลับไปคุยกับสามคนนั้นแบบปกติแล้ว ก็พยายามจะคิดว่าไม่มีอะไร และก็คงจะไม่เป็นอะไร พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว อย่าทำตัวมีปัญหาจะดีกว่า ก็ทำตัวร่าเริงเข้าไว้นั้นแหละ แต่.........

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“นทกินนี่นะ พี่แกะให้” พี่ดินยิ้ม แล้วยื่นกุ้งมาให้ผม
“นี่ด้วยนะนท ชีสด้วย” พี่ไฟยิ้ม แล้วยื่นหอยกับชีสมาให้ผม
“นี่ก็อร่อยนะ กับน้ำจิ้มซีฟู้ด!” ไอสิงโตก็ด้วย
เพราะตั้งแต่เริ่มกินกันมาและเริ่มพูดคุยกัน สามคนนี้มันก็เอาใจผมออกนอกหน้าสะจนผมเริ่มรำคาญแล้ว.....
“เอาใจนทกันพิเศษแปลกๆนะ มีอะไรกันหรือเปล่า” พี่นายมองอย่างสงสัย
“ก็พวกเราสามคนเนี่ย.........” ผมมองพี่ไฟอย่างไม่พอใจ “อะ เอ่อ......”
“ก็พวกเราชอบนทไงพ่อ ก็เลยเอาใจเป็นพิเศษ” พี่ดินตอบด้วยรอยยิ้ม
“ชอบไม่ได้นะ นทเขามีแฟนอยู่แล้ว” พี่นายพูดอย่างกวนๆ
“พ่อครับ สมมุติว่าถ้าเรามีอะไรกับคนคนนึง แล้วคนนั้นเป็นคนที่เราชอบอยู่แล้ว เราต้องทำยังไงหรอครับ บะ.....” พี่ดินอยู่ๆก็พูดขึ้นมา
เคร้ง! ช้อนในมือผมหลุดเลย....
“อะ...เอ่อ ผมตกใจน่ะครับ พี่ดินพูดอะไรก็ไม่รู้” ผมแถๆแบบรนๆ ไม่คิดว่าพี่ดินมันจะพูด
“อืม” พี่นายทำหน้าคิด “ก็คงจีบ แต่ก็ต้องดูจากเหตุการณ์ด้วย อย่างมีอะไรกันเพราะอะไรเช่น มีอะไรกันเพราะมีใจทั้งคู่ หรือมีใจคนเดียวหรือเมา ทำนองนั้น ต้องดูด้วย” พี่นายพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก เชิงแนะนำ
“ถ้าตอนเมาอะพ่อ” พี่ดินก็ขี้สงสัยจริง ผมเริ่มอยู่ไม่สุขแล้ว พี่ดินก็มองมาทางผมแบบเจ้าเล่ห์เหลือเกิน
“ถ้าเราชอบ ก็คงจีบไปเลย แต่ถ้าชอบพอนอนด้วยแล้วไม่ใช่ก็คงปล่อย” พี่นายพูดอย่างไม่ใส่ใจแล้วก้มกินต่อ
“งั้นก็จีบเลยใช่เปล่าพ่อ” พี่ไฟถาม พี่นายก็พยักหน้า
“แต่คนที่มีอะไรกันแล้ว ยังจะต้องจีบอีกเหรอพ่อ” พี่ดินยังไม่จบ
“ก็ตอนนั้นเมา ก็แสดงว่าสติไม่ครบ ทำอะไรไปไม่รู้ตัวหรอก สุดท้ายแล้วถ้าชอบก็เดินหน้าจีบไป” พี่นายพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก “อะไรกันอยู่ๆมาถามเรื่องแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่า เอ๊ะ! หรือไปทำอะไรใครมา” พี่นายหรี่ตามอง พร้อมกับถามพี่ดินพี่ไฟอย่างจับผิด
“ก็พะ...” พี่ไฟ
“อ้า! พี่นายผมอยากกินปู แกะให้โหน่ยยยยย!” ผมพูดอย่างรนๆ ผมไม่ไหวแล้ว พี่ดินมันต้องบอกพี่นายแน่ๆ ถ้าจะบอกอะไรกันก็ขอให้บอกตอนผมไม่อยู่เถอะนะ ยางอายผมพกมาไม่พอแล้ว
“อ่าๆ เดี๋ยวแกะให้” พี่นายหยิบปูไปแกะ “ดิน เมื่อกี้จะว่าอะไรนะ” พี่นายหันไปถามพี่ดินนิดหน่อยแล้วก็ก้มแกะปูต่อ
“พ่อคิดยังไงกับการมีเซ็กส์ในรูปแบบ3รุม1ครับ” ผมอยากจะกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง พี่ดินมันต้องการอะไรเนี่ย ผมหันไปให้ไอสิงโตช่วยมันก็เอาแต่นั่งยิ้มแล้วก็กิน
“ก็ไม่รู้สิแล้วแต่ความชอบ ส่วนตัวพ่อว่าก็ปกตินะ ไม่ว่าจะ3รุม1หรืออะไรยังไง เมื่อเต็มใจจะร่วมก็ถือว่าเป็นการร่วมรักกันอีกแบบแหละมั้ง” พี่นายพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ทำไม ชอบแนวนั้นเหรอ” พี่นายถามอย่างไม่จริงจังนัก
“ผมไม่ค่อยชอบอะพ่อ แต่นะ..” พี่ดินจะเอาให้ผมจนมุมเลยใช่ไหม
“ได้ยังครับพี่นาย!” ผมจะไม่อยู่ใกล้กับไอสามคนนรกแตกนี้แล้ว อันตรายจริงๆ จะพูดให้มันได้อะไรวะ
“ได้แล้วๆ จะตะโกนทำไมเนี่ย!” พี่นายพูดแบบไม่จริงจังนัก
“นท ดูร้อนรนนะ” พี่ดินยิ้มกวนๆ
“พี่ดินคงอยากจะกินอะไรหวานๆใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมทาเนยที่ปลาหมึกให้แล้วกันนะ!” ผมก็เอาเนยใส่ปลาหมึกย่างแล้วก็เอื้อมเอาไปวางไว้ในจานพี่ดิน
พี่ดินลุกขึ้น แล้วก็เดินมาที่ผม ทุกคนก็มอง แล้วก็จับแขนผมดึงให้ลุกตามไป โดยบอกทุกคนว่ามีเรื่องจะคุยกับผมแบบสองต่อสองห้ามใครยุ่ง ผมก็ตามไป ลากผมออกมานอกบ้าน ไกลพอสมควร......
“นท ทำไมทำแบบนี้ละ!” พี่ดินถามผมอย่างไม่พอใจ
“ผมทำอะไรพี่ดิน ผมเห็นมีแต่พี่นะที่ทำ!” ผมพูดอย่างไม่ยอม
“นทหนีหน้าพวกเรา แล้วพอตกเย็นมาก็มาพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อคืนพี่รู้สึกดีพี่ก็บอกไปแล้วไง อีกอย่างมันเป็นครั้งแรกของพี่นะนท ให้ความสำคัญกับพี่หน่อยบ้างสิ!” พี่ดินพูดอย่างน้อยใจ
“แต่ผมจะ....”
“จำไม่ได้เหรอ!” ผมก็พยักหน้าอย่างรู้สึกผิด “ก็พอจะเล่าให้ฟังนทฟังไหมละ นทก็เอาแต่หนี!” พี่ดินขมวดคิ้ว
“ผมไม่ได้อยากจะหนีปัญหานะพี่ แต่ผมแค่ไม่อยากฟังเท่านั้นเอง อีกอย่างไม่ใช่ไม่อยากจะไม่ใส่ใจ อยากอยู่ แต่ผมแค่ลำบากใจ ถ้าแฟนผมรู้แล้วจะทำยังไงหลายเรื่องเลย ที่ผมกังวลและกลัว และเรื่องที่ผมกลัวที่สุดคือถ้าพ่อพี่รู้เขาจะคิดยังไง ผมก็คิดมากนะพี่ ไม่ใช่พี่จะคิดอยู่คนเดียว!” ผมพูดเป็นเชิงระบาย เขาก็มองผมนิ่งๆ “ใช่ เมื่อคืนมันอาจจะเป็นครั้งแรกของพี่ ผมเอาแต่กังวลเองนั้นแหละโอเคๆ” ผมจับมืพี่ดิน “ผมจะฟังทุกอย่างโอเคไหม พี่อย่าโกรธผมนะ!” ผมพูดอย่างจำยอม ผมว่านิสัยเขาก็ไม่ต่างจากไอสิงโตเลย คือพูดอะไรไม่ค่อยจะฟัง ต้องยอมมันก่อน
“พี่ก็รู้ว่านทกังวล พี่มันเห็นแก่ตัวเองแหละ” พี่ดินทำหน้าสำนึกผิด
“งั้นเล่ามาเลยผมจะฟัง” พูดปัดๆไปครับ เดี๋ยวมาดราม่าอีกขี้เกียจจะฟัง อะไรที่มันกระทบต่อความรู้สึก
พี่ดินก็เริ่มเล่า เพราะคำท้าของไอสิงโตที่ว่าผมเป็นไก่อ่อน ผมก็เลยกระดกๆยกแก้วเอาแบบบ้าคลั่ง พอผมค่อนข้างจะเมามากแล้วก็เริ่มลุกขึ้นเต้น เต้นเลื้อยไปหาคนนั้นทีคนนี้ที เต้นๆๆและเต้น พอเริ่มเหนื่อย ก็ชวนสามคนนั้นขึ้นนอน พอถึงเตียง ผมก็กระโดดลงนอนเลย สามคนนั้นก็ไปอาบน้ำกัน พอออกมาจากห้องน้ำยังไม่ทันแต่งตัว ผมก็วิ่งเข้าไปกอดไอสิงโต และก็จับไอสิงโตจูบอย่างเมามันส์ พี่ดินบอกว่าตอนแรกพี่เขาเห็นเค้าก็ตกใจ จูบไปสักพัก ผมก็ผลักไอสิงโตลงเตียง และก็แก้ผ้าตัวเองออก และขึ้นคร่อมไอสิงโตเลย พี่ดินกับพี่ไฟก็ตกใจ ตอนแรกจะเดินออกจากห้องไป ผมก็เรียกเขาไว้ ให้เขามายืนอยู่หน้าผม ตอนแรกเขาก็บอกว่าเขาสองคนลังเล เพราะกลัวว่าผมเมาอยู่ แต่ผมเองนั่นแหละที่ยืนยันว่าไม่เป็นอะไร และไม่ได้เมา ก็บังคับให้เขาทั้งสองขึ้นมาและได้พูดสัญญากับเขาไปว่าจะทำตามที่ทั้งสามคนนั้นต้องการ และปลดผ้าขนหนูเพื่อให้ผม อมแท่งของเขาทั้งสอง ซึ่ง ไอสิงโตก็พยายามดันและผลักผมออก แต่ผมก็กดมันไว้และก็ได้แต่บอกมันว่าไม่เป็นอะไร..
พี่ดินบอกว่ามันดูไม่พอใจอย่างมาก แต่พอผ่านไปสักพักมันก็คงปล่อยให้เป็นไปตามนั้น และหลังจากนั้นผมก็จัดแจงทุกอย่างเลย ขึ้นของไอสิงโตจนไอสิงโตเสร็จก็บอกให้พี่ไฟนอน แล้วก็ขึ้นให้พี่ไฟต่ออย่างมันส์ พี่ดินบอกผมว่าเมื่อคืนผมทำให้พวกเขามีอารมณ์มาก พอพี่ไฟเสร็จก็ต่อด้วยพี่ดิน และพอพี่ดินเสร็จ ผมก็หลับไป พร้อมกับพวกเขาทั้งสามคน เอิ่ม! มันเป็นอะไรที่เอ่อคือ ผมก็ได้แต่นั่งอึนฟังพี่ดินเล่า รู้สึกเหมือนว่านั่นผมเหรอ ถ้าเมาแล้วจะรั่วมั่วร่านได้ขนาดนั้น โถ่! ……….
“แล้วพี่ดินจะให้ผมทำยังไงครับ” ผมถามขึ้นเมื่อพี่ดินพูดจบ
“อย่าหนีหน้าพวกเรา ไม่ว่าจะยังไงก็เถอะ” พี่ดินจับมือผม
“เฮ้อ!” ผมถอนหายใจอย่างเซ็ง
“เข้าไปกินข้าวต่อเถอะ” ผมก็พยักหน้า
เราก็เดินกลับเข้าไปกินข้าวกัน ผมก็ปรับตัวให้ปกติ พี่นายก็ถามว่าไปคุยอะไรกันมา พี่ดินบอกว่าเรื่องส่วนตัวนิดหน่อย แล้วทำหน้ากวนๆให้พี่นาย พี่นายก็ไม่ว่าอะไร ผมก็เทคแคร์ทั้งสามคนไป แบบปกติดังเดิม พอกินอะไรเสร็จก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน วันนี้ผมคุยไลน์กับพี่อ๊อฟทั้งวันแล้ว มันก็บอกว่าไม่โทรมาเพราะวันนี้มันนอนกับยาย ผมก็ออกไปเดินเล่นตรงชายหาดสักหน่อย รู้สึกอะไรหลายๆอย่างเลย เฮ้อ!.....
“เครียดเลยดิ” ผมหันไป ไอสิงโต ผมพยักหน้าแล้วใช้เท้าเขี่ยทราย “อย่าเครียดเลยมึง ปกติไว้ กูไม่อยากให้มึงเครียดนะ” ไอสิงโตจับมือผม
“กูมาไกลเกินไปแล้วว่ะ พี่ดินกับพี่ไฟเพิ่มขึ้นมาอีกกูจะทำยังไงดีวะ มึงไม่รังเกียจกูบะ...” พูดอย่างกังวล
“ไม่! และมึงห้ามคิดแบบนั้น!” อยู่ๆมันพูดอย่างจริงจังขึ้นมา ผมสะดุ้งไปนิดมันก็ปรับหน้าให้เป็นปกติ “เฮ้อ! นทอย่าคิดมาก กลับไปทุกอย่างก็ปกติแล้วมึง” มันกระชับมือผม
“เออกูจะพยายามคิดแบบนั้นแล้วกันนะ” ก็พยายามจะปลง เรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว
ผมคุยกับมันนิดหน่อยมันก็ชวนผมเข้าบ้านแล้วก็ขึ้นไปบนห้อง พี่ดินกับพี่ไฟอาบน้ำแล้ว ผมก็เข้าไปอาบบ้างอาบเสร็จก็ออกมาไอสิงโตก็อาบไปก่อนแล้ว ผมก็ขึ้นไปนอนข้างพี่ดินที่เดิม........
“นท คืนนี้มานอนข้างพี่บ้างได้ไหม” พี่ไฟถามด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
“ได้ดิ” ผมก็ลุกไปนอนระหว่างพี่ดินกับพี่ไฟ
ก็นอนไป ไอสิงโตออกมามันก็มองนิ่งๆ ผมก็ไม่อยากมีปัญหาอะไรมากก็ได้แต่คิดว่ากลับไปแล้วทุกอย่างก็จะจบ อดเอาพรุ่งนี้แล้ว พอไอสิงโตทำอะไรเสร็จก็ปิดไฟแล้วขึ้นนอน พี่ไฟกับพี่ดินก็นอนกอดผม อึดอัด แต่ก็อดเอา เฮ้อ!
พอเช้า พี่นายก็มาปลุกให้อาบน้ำเก็บของแล้วก็ลงไปกินข้าว พี่นายมีงานด่วนต้องรีบกลับ ก็กินข้าวเสร็จก็ร่ำลาป้าน้อยและก็ไปลาคุณคริสและก็พากันกลับ ระหว่างทางก็เปิดดูรูปที่เที่ยวกันอย่างสนุกสนาน ผมก็นั่งกับสิงโตเหมือนเดิม ผมก็หลับๆตื่นๆเนี่ยแหละ พอถึงบ้านพี่นายก็รีบไปเปลี่ยนชุดแล้วก็ขับรถออกบ้านไป แม่พี่ดินพี่ไฟก็อยู่ ก็ไปทักทายกันนิดหน่อย พี่ดินกับพี่ไฟชวนผมไปหาอะไรกินนอกบ้านผมก็ไป ระหว่างทางก็พูดนู่นพูดนี่ตามสเต็บเขาสองคนก็น่ารักนะ แต่พูดมากไปหน่อย....
จนถึงห้างก็ไปหาอะไรกินกันกินเสร็จก็พาผมไปดูหนัง ไปส่งพี่ๆเขาช้อปปิ้งอีก จนเย็นก็พากันกลับ ผมก็บอกสามคนนั้นว่าจะไปเดินเล่น เขาก็บอกจะไปด้วย ผมก็ห้ามแล้วนะ แต่ก็ไม่พ้น ผมกะจะไปเดินเล่นเงียบๆสักหน่อย.....
“ดิน ไฟ!” เสียงเรียกดังมาจากข้างหลังระหว่างที่พวกผมกำลังเดินไปทางสนามเด็กเล่น พวกเราก็หันไปมอง ผมก็มองอย่างงๆ....
“อ้าว! ไอนี่มัน” ชี้หน้าผม
“ไอเด็กปากดี” ทำหน้ากวนตีน
“รู้จักนทด้วยเหรอ?” พี่ดินถามอย่างสงสัย
“ก็ไอเด็กนี่มันไปแอบดูหน้าบ้านเราอะสิ” ผมก็นึกออกเลย ไอสองคนนั้นนั่นเอง
“อ้อ! นี่สิงโตลูกพี่ลูกน้องเรา นี่นท...น้องชายเรา” พี่ไฟพูดแล้วยิ้ม “นี่กายนี่กัน เป็นพี่น้องกัน” พี่ไฟหันมาบอกผม
สองคนนี้หน้าตาก็ใช้ได้ ผิวดี ดูรู้เลยว่าเป็นลูกคนรวย ผมก็มองมันสองคนอย่างสังเกต รู้สึกว่ามันจะมองผมแบบไม่พอใจสักเท่าไหร่ ไอคนที่ชื่อกาย.....
“พี่ดินพี่ไฟคุยกับเพื่อนพี่ไปนะ ผมไปเดินเล่นก่อน” พูดจบก็เดินหันหลังไป
พี่ดินก็ตะโกนเรียกให้ผมรอ แต่ผมไม่ฟัง เดินมาเลยไอสิงโตก็ตามมา ผมก็ไปนั่งที่ชิงช้า ไอสิงโตก็มานั่งข้างๆ....
“กลับกันพรุ่งนี้เนอะ อยู่เล่นนี่ก่อน” ไอสิงโตพูดด้วยรอยยิ้ม
“แล้วแต่เสี่ยเลยครับ” ผมยิ้มอ่อนให้มัน
แล้วก็นั่งพูดคุยกันไป จนพี่ดินกับพี่ไฟเดินมากับพี่กายและพี่กัน ผมก็ไม่สนใจ คือเขาดูไม่อยากจะเป็นมิตรกับผมสักเท่าไหร่ ผมก็ไม่อยากยุ่งผมไม่อยากมีปัญหาแล้วเหนื่อยจะเจ็บตัวแล้วด้วย พี่กายดูจะไม่ค่อยชอบผมอย่างแรง แต่พี่กันก็คงจะเฉยๆ แต่ผมก็ไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว ไม่ได้อยากรู้จักด้วย.......
“คืนนี้บ้านกันมีปาร์ตี้ พวกเราไปด้วยกันนะ” พี่ดินพูดแล้วยิ้มออกมา
“เอาดิ น่าสนุก” ไอสิงโตก็เอ็นจอยเหลือเกิน
แล้วก็พูดคุยกันอย่างตื่นเต้น ผมก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะไม่คิดที่จะไป ผมก็นั่งนิ่งๆ แกว่งชิงช้าไป สักพักพี่อ๊อฟก็โทรมา ผมก็กดรับแล้วก็เดินออกไปจากตรงนั้น..
พี่อ๊อฟก็โทรมาถามไถ่ผมก็บอกไปว่าจะกลับพรุ่งนี้อะไรยังไง มันก็ดูเป็นห่วงผมมากมายเลย ผมก็คิดถึงมันมากๆแล้วด้วย อยากเจออยากกอด คิดถึงบ้านคิดถึงทุกอย่างเลย คุยเสร็จก็วาง ผมก็เดินไปดูเด็กๆเล่นกันไป....
“ชอบเด็กๆเหรอ” ผมหันไปตามเสียง พี่กัน ผมก็มองซ้ายมองขวา ประมานว่าคุยกับใคร ตอนนี้ทุกคนก็มายืนอยู่ข้างหลังผมแล้วไง...
“กวนตีน เขาถามมึงนั้นแหละ นั่งอยู่คนเดียวยังมาหันมองอีก!” พี่กายพูดแบบไม่พอใจ
“พี่กาย พูดให้มันดีๆ นั้นน้องผมนะ!” พี่ดินพูดแบบไม่พอใจ
“นั่นสิ” พี่กันพูดแล้วมองผมแปลกๆ
“พี่ดิน พี่ไฟ สิงโต ผมกลับไปรอที่บ้านนะครับ ยังไงก็เที่ยวให้สนุกนะ” ผมยิ้ม แล้วก็เดินผ่านไป
“นท ไม่ไปด้วยกันเหรอ” พี่ดินจับแขนผมไว้
“ไม่อ่ะ ผมอยากเล่นเกมส์มากกว่า!” ผมตอบด้วยรอยยิ้ม
“แต่บ้านเราก็มีเกมส์นะ บางเกมส์บ้านดินกับไฟยังไม่มีเลย!” พี่กันพูดอย่างใจดี
“จริงนท บ้านกันอ่ะเจ๋งสุดๆ ไปดูก่อนนะ” พี่ไฟพูด ผมก็มองนิ่งๆ เพราะเริ่มรำคาญแล้ว ไอพี่กายมองมาที่ผมแบบไม่พอใจมาก ผมจะไปเพื่อให้มันแดกดัน? เดี๋ยวก็มีปัญหาอีก
“ไปเถอะน่า กูไม่ให้ใครมาทำอะไรมึงหรอก กูจะไม่ห่างมึงเลย” ไอสิงโตพูดกระซิบผม
“อืม ไปดูก่อนก็ได้” ผมพูดอย่างจำยอม และได้แต่ท่องในใจว่า อดเอา เพราะมาเที่ยว มาต่างถิ่นอย่างแตกต่างเกินไป
ก็พากันไป เดินไปบ้านพี่กัน คนเริ่มเยอะแล้ว ปาร์ตี้เหมือนเด็กฝรั่ง พี่ดินบอกพี่เขาสองคนเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ก็เลยมีจัดปาร์ตี้แบบนี้บ่อยๆ ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรใครก็พากันเดินเข้าไป เสียงเพลงเริ่มดัง.......
“อ้าวดินไฟ” หันไปตามเสียง....
“พี่ชิน!” ผมเอ่ยทัก พี่ชินคนที่ผมไปเล่นบาสที่สนามบาสตอนกลางคืนด้วยกับพวกพี่นาย
“อ้าว! นท มายังไงละเนี่ย” พี่ชินเดินมาหาผมแล้วก็ขยี้หัวผมนิดหน่อย
ทุกคนก็งงกันเลย ว่าทำไมผมถึงได้รู้จักกับเขาแล้วเขาก็เล่าให้ฟัง ทุกคนก็ดูจะเฮฮากันใหญ่เลยนะ แต่ก็มีอยู่คนนึงแหละ ไอพี่กายไง ผมไปทำอะไรให้มันไม่พอใจนักหนานะ มองค้อนผมแล้วมองค้อนผมอีก ผมก็คุยกับพี่ชินไป ตอนแรกก็จะเรียกอานั้นแหละ แต่ไม่ยอมมาแนวเดียวกับพี่นายเลย ผมก็เลยยอมๆไป จนมืด เสียงเพลงก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ไปนั่งโต้ะเดียวกับพี่กันพี่กาย เพื่อนๆพี่ๆเขาเยอะมาก ผมก็ไปเดินเล่นดูบ้านบ้าง บ้านพี่เขาใหญ่มาก ดูท่าน่าจะใหญ่กว่าบ้านพี่ดินพี่ไฟอีก ผมมาเดินคนเดียว พวกนั้นคุยกันสนุกสนานเลย ผมเบื่อเลยแยกออกมาเดินเล่น....
“เพื่อนกันเหรอคะ?” ผมที่เดินดูสวนดอกไม้เล็กๆ ที่แยกออกมาข้างๆบ้านสะดุ้งนิดนึง ที่มีเสียงผู้หญิงถาม พอหันไป ก็เห็นผู้หญิคนนึง สวยเลย....
“เปล่าครับ ผมเป็นเพื่อนของพี่ดินกับพี่ไฟ แล้วพี่?” ผมถามอย่างสงสัย
“เราชื่อ เกรซ เรียกพี่อย่างนี้เราก็แก่อะดิ” พี่เกรซพูดด้วยรอยยิ้ม
“ก็ในงานนี้มีแต่รุ่นพี่ทั้งนั้น” ผมยิ้มอย่างเปนมิตร พี่เขาก็พยักหน้ารับรู้
“ชอบดอกไม้เหรอ?” พี่เกรซถามผมอย่างสงสัยแล้วเดินมาข้างๆผม
“เปล่าครับ เสียงเพลงมันหนวกหูก็เลยมาเดินเล่นน่ะครับ” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“อ่อ เรียนที่ไหนอ่ะ” พี่เกรซถามอย่างสงสัย
“ที่.....อะครับ” ผมบอกแล้วยิ้ม
“โห! หนุ่มเหนือนี่เอง ว่าแล้ว ผิวขาวผิวสวยเลย” ยิ้ม “มาเที่ยวเหรอ” ผมก็พยักหน้า
เราก็คุยกันไป พี่เกรซน่ารักมาก เป็นกันเองมาก ตอนนี้ก็เดินมานั่งที่โต๊ะไม้เล็กๆข้างบ้าน บรรยากาศดีมากเลยละต้นไม้สวยๆดอกไม้ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆมา.....
“เฮ้อ!” อยู่ๆพี่เกรซก็ถอนหายใจออกมา แล้วทำหน้าเศร้า
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามอย่างเป็นห่วง
“พี่ทะเลาะกับแฟนน่ะ เครียดๆ เขาเป็นคนใจร้อน ขี้โมโห พี่ตามอารมณ์เขาไม่ค่อยทันเลย ทำอะไรเขาก็มักจะรำคาญ พี่คงไม่ดีพอสำหรับเขาหรอกมั้ง” พี่เกรซพูดเศร้าๆ
“ที่พี่เดินมานี่ กำลังเศร้าหรอกหรอครับ แล้วมาชวนผมคุยชิวๆเนี่ยนะ” ผมพูดอย่างไม่เชื่อ เพราะพี่เขาคุยกับผมแบบชิวๆดูไม่เศร้าอะไรเลยนะ
“พี่คงจะชินน่ะ บ่อยแล้ว อยากระบายบ้าง บอกเพื่อนไปก็กลัวเพื่อนจะซ้ำเติม” พี่เกรซทำหน้าเศร้า
“งั้นระบายให้ผมฟังก็ได้ครับ รับรอง ผมไม่ซ้ำเติมแน่นอน” ผมยิ้ม พี่เขาก็ยิ้ม
เขาก็เล่าทำนองว่าแฟนเขาเป็นคนนิสัยแย่ หัวรุนแรง ชอบตะคอกเอาแต่ใจตัวเอง เยอะแยะ ดูท่าจะเพิ่งทะเลาะกันมาด้วย คืออินมากเวลาเล่า ผมละแอบเกร็งนิดๆเลย เพราะเหมือนพี่เกรซเขาก็แบบหมดความอดทน ทั้งด่าทั้งอะไร มาหมด หมดลุคสาวสวยในมุมมองผมเลย แต่เขาก็น่ารักนะ ดูจริงใจดี แต่แปลกไปหน่อย มาเล่าเรื่องส่วนตัวให้กับคนที่เพิ่งรู้จักฟังเนี่ยนะ....
“โอ้โห!” พอเล่าจบผมก็อุทานออกมา
“พี่อ่ะ รักมันไง ก็เลยทนแหละ” พี่เกรซพูดอย่างจริงจัง
“ผมก็เคยเจอนะครับ ความรักแย่ๆ” ผมยิ้ม พี่เขาก็มอง “อยากฟังของผมเปล่า บางทีอาจจะแย่กว่าของพี่อีกมั้ง”(ยิ้ม)
“อะไรกัน เด็กใสๆแบบนี้ มีแฟนแล้วเหรอ” พี่เกรซยิ้มล้อๆ ผมก็เขินสิ “ผู้ชายหรือผู้หญิงละ” พี่เกรซถามแล้วทำหน้ากวนๆ
“ผู้ชาย” ผมยักคิ้วให้พี่เกรซเขาตกใจไปนิด
“ดูไม่ออกเลย!” พี่เกรซขมวดคิ้ว
“เอาน่า จะเล่าแล้วนะ” พี่เขาก็พยักหน้า ผมก็เริ่มเล่าเรื่องของไอเบสให้พี่เขาฟังไป เล่าคร่าวๆ…. “ตลอดเวลาที่ผมทน ผมก็คิดมาตลอด ว่าแบบเออเรารักมัน เราก็ต้องยอม แต่คนเราอะพี่ มีรักได้ก็มีหมดรักได้จริงไหม มันเอาแต่ทำลายมันไม่ยอมเติมเต็ม จนสุดท้ายก็จบกัน ในแบบไม่สวยเลยละ” ยิ้มอ่อน เพราะพูดถึงเรื่องนี้ผมสะเทือนใจทุกทีเลย
“โห! นท พะ..พี่” พี่เกรซจับมือผม
“ไม่เป็นอะไรครับ ทีพี่ยังเล่าให้ผมฟังเลย ผมเล่าให้พี่ฟังบ้างจะเป็นอะไรครับ” ผมตอบด้วยรอยยิ้ม
“นั่นสินะ นทยังโชคร้ายกว่าพี่เยอะเลยอะ ถึงไอกาย” ผมชะงักไปนิด “มันจะเอาแต่ใจอะไรมันก็ใส่ใจพี่ไม่ลดลงเลยนะ แต่ของนท…...” พี่เกรซกระชับมือที่จับมือผม
“ไม่เป็นไรหรอกพี่ ผมอะ แข็งแรงพอกับเรื่องพวกนี้แล้ว เพราะตอนนี้ผมมีคนที่ดีที่สุด คอยดูแลผมแล้ว” ผมยิ้ม
“จริงเหรอ” พี่เกรซยิ้ม “จริงๆพี่เป็นสาววายเลยนะ พี่ชอบมากเลยอะ” ทำหน้าตื่นเต้น “ขอดูรูปแฟนนทหน่อยดิ” ยิ้มบาน
“นี่ครับ” ผมก็เปิดรูปคู่ผมกับพี่อ๊อฟให้ดู
“กรี๊ด! ฟินอ่ะ” พี่เกรซทำท่าทางดี๊ด๊า “นทดีแล้วละ รักที่ไม่ดีอะอย่าไปจำ จำปัจจุบันที่มันใช่ก็พอนะ พี่เป็นกำลังใจให้” พี่เกรซพูดอย่างตื่นเต้น
“ไม่ขนาดนั้นหรอกน่าพี่” ผมยิ้มเขินๆ เออว่าแต่ แฟนพี่ชื่อกาย ใช้กายทะ.....”
“เออ กูเอง!” ผมหันไปมองขวับเลย ไอพี่กาย.....
“กาย!” พี่เกรซลุกขึ้นไปกอดแขนพี่กาย ผมก็มองนิ่งๆ “กาย น้องนทคุยสนุกมากเลยละ” พี่เกรซยิ้มแล้วส่งซิกให้ผมประมานว่าอย่าบอกใครเรื่องที่เราคุยกัน
“คุยอะไรกัน ทำไมไม่ไปอยู่ข้างหน้า!” พี่กายถามอย่างสงสัย
“เกรซนึกว่ากายโกรธ ก็เลยว่าจะเดินมานั่งเงียบๆ แต่เห็นนทเดินมาเลยชวนคุยน่ะ” พี่เกรซพูดด้วยรอยยิ้ม
“หึ!” ดูไอพี่กายมันมองผมนะ
ผมก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนีมัน....
“เอะอะก็เดินหนี มารยาทมันอยู่ตรงไหนวะ” พี่กายพูดกระแทกขึ้นมา ผมหยุดเดินแล้วก็หันไปมองมันด้วยรอยยิ้ม
“พี่เกรซครับ แล้วไว้คุยกันใหม่นะครับ” ผมพูดโดยไม่สบตาไม่สนใจอะไรไอพี่กายเลย ผมเห็นมันทำหน้าโกรธที่ผมเมินมันด้วยสะใจมาก พี่เกรซก็ยิ้มรับ
แล้วผมก็เดินไปดูดอกไม้ของผมไป พี่เกรซก็เดินผ่านหลังผมไปกับพี่กายพี่เกรซก็ทักผมนิดหน่อย ผมก็หันไปยิ้มให้พี่เกรซเท่านั้น  สักพักไอสิงโตก็มาตาม ผมก็ไปนั่งกับมัน ตอนนี้โต้ะที่ผมนั่งก็มี พี่กายพี่กันพี่ดินพี่ไฟพี่เกรซพี่แอมผมสิงโต นั่งพูดคุยกันไป และผมก็พูดคุยกับทุกคนอย่างสนุกสนานยกเว้นไอพี่กาย ดูมันก็พยายามจะคุยกับผม แต่ผมไม่คุย ไม่สนใจเลย เบี่ยงประเด็นหนีตลอด จนลุกไปเต้นกัน ผมก็นั่งกินข้าวไป คนอื่นๆก็ลุกไปหมดแล้ว ตอนนี้ที่โต้ะเหลือผมคนเดียวนั่งกินอยู่.....
ตึง! พี่กายมันนั่งลงตรงข้ามผมอย่างแรง ผมก็เหล่ตามองมันนิดหน่อยแล้วก็ไม่สนใจกินต่อไป........

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“ทำไม!ไอที่ทำท่าเมินกู ทำเป็นไม่เห็นหัวกู เพราะคิดว่าตัวเองแน่เหรอ อย่าคิดนะ ว่าทุกคนชอบมึงแล้วกูจะต้องชอบเด็กอย่างมึง!” พี่กายพูดกดเสียง
ผมเงยหน้ามองมันนิดหน่อย แล้วก็ไปหยิบแก้ว เทน้ำอัดลมมาอีกแก้วนึงแล้วก็ยื่นให้มัน มันก็รับไปแบบงงๆ....
“กินน้ำหน่อยนะครับ คอคงแห้ง” ผมพูดนิ่งๆแต่ก็ไม่มองหน้ามัน ก็ก้มกินข้าวต่อ
“จะกวนตีนกูใช่ไหม!” มันดึงซ้อมผมที่กำลังจิ้มเนื้อย่างไป ผมก็มองมันแบบไม่พอใจ ขัดขวางตอนกินของผมงั้นเหรอ
“เป็นอะไรครับ มารยาทไม่มีเหรอ คนกำลังทานข้าวแล้วมาดึงไปแบบนี้!” ผมพูดนิ่งๆ
“ในที่สุดมึงก็พูดกับกูได้ แถมพูดได้ยาวสะด้วย” มันยิ้มแบบผู้ชนะ ผมกรอกตาหนักมาก
และก็ไม่สนใจมัน หยิบส้อมในจานไอสิงโตมาจิ้มกินต่อไป มันก็บ่นอะไรของมัน ผมก็ไม่สนใจ พวกเด็กเรียกร้องความสนใจ มองแล้วก็น่าจะทำได้แค่นั้น ทุกคนก็ตะโกนมาเรียกผมไปเล่นเกมส์อะไรไม่รู้ผมก็ไม่ไป เพราะไม่ค่อยรู้จักใครด้วย.......
“มึงไม่ได้ฟังที่กูพูดเลยเหรอวะ!” เอาแล้ว มันเดินมานั่งข้างๆผม ผมก็เขยิบนิดหน่อยแล้วก็กินต่อไป “หมับ!” มันจับแขนผม ไม่แรงมากผมก็หันไปมองหน้ามัน “ไม่มีใครกล้าเมินกูหรอกนะ แล้วยิ่งคนอย่างมึงมาเมินกูกูยอมไม่ได้!” มันพูดแบบไม่พอใจ
ผมก็ใช้มืออีกข้างนึงหยิบเลย์ มาจ่อปากมัน...
“อ้าปากเร็ว” พูดนิ่งๆ มันก็มองผมแปลกๆแล้วก็อ้าปาก ผมก็ยัดเลย์ใส่ปากมัน แล้วก็ดึงมือข้างที่มันจับออกจากแขนผม แล้วก็กินสเต็กต่ออย่างอร่อย
“มึงนี่มัน!” มันพูดออกมาอย่างเหลืออด จริงๆผมก็อยากจะเถียง เพราะอยากจะกินมากกว่าเลยขี้เกียจเถียง และอีกอย่างดูดีๆมันก็ไม่น่าจะทำร้ายอะไรผมหรอก มันก็คงแค่อยากคุยอีกอย่างมันก็แค่พวกชอบเรียกร้องความสนใจแค่นั้นเอง
“โอย อิ่ม!” ผมเอนตัวพิงกับเบาะแล้วลูบท้อง ไอพี่กายมันก็นั่งทำหน้าไม่พอใจผมอยู่ข้างๆนี่แหละ
“ไม่อิ่มให้มันรู้ไป ยัดเข้าไปได้ยังไงวะนั่น!” มันพูดประชดแดกดันแล้วจ้องผม ผมก็หันซ้ายหันขวาประมานว่ามันคุยกับใคร “เลิกกวนตีนได้ไหมวะ! นี่กูคุยกับมึงอยู่นะ!” พูดอย่างโมโหแล้วสินะ
“เฮ้อ!” ผมถอนหายใจอย่างรำคาญแล้วก็ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วกดโทรหาพี่อ๊อฟ
กดโทรไปสายนึงมันไม่รับ แล้วสักพักมันก็โทรกลับมา ไอพี่กายก็ยังคงนั่งมองผมผมก็ไม่สนใจมัน......
“เมื่อกี้อยู่กับยาย” พี่อ๊อฟพูดอย่างดีใจ
“ทำอะไร” ผมถามด้วยรอยยิ้ม
“ก็ดูทีวีกับยาย และก็คิดถึงมึง” พูดเสียงเบาๆ
“บ้า!” เขินไง หันไปมองไอพี่กายมันก็จ้องอยู่ ผมก็ปรับสีหน้าปกติทันที
“พรุ่งนี้กูก็จะกลับไปนอนกับมึงนะ” พี่อ๊อฟพูดอย่างตื่นเต้น
“ไม่เอา พี่อ๊อฟนอนกับยายไปเลย นอนกับผมอะเมื่อไหร่ก็ได้” ผมพูดอย่างเขินๆ
“ไม่เอา เดี๋ยวกูไปรับมึงมานอนด้วยไง เหลือเวลาอีกตั้งหลายวันจะเปิดเทอม มานอนนี่อีกสัก2คืนก็ได้นะ” พี่อ๊อฟพูดอ้อน
“ก็ได้ๆ ป๊าจะยอมใช่เปล่า!” ผมพูดไปแล้วนึกถึงป๊าไป
“เดี๋ยวไปขอให้ไง” พี่อ๊อฟพูดอย่างจริงจัง
ผมก็คุยกับมันไป คิดถึงมันมากมาย อยากเจอแล้วสิ คุยไปสักพักก็วาง.....
“คิดถึงอย่างนั้นคิดถึงอย่างนี้ จะอ้วก!” ผมวางสายเสร็จ ไอพี่กายก็ทำล้อเลียนผม
ผมก็ไม่สนใจมัน ถ้าผมพูดกับมันแสดงว่าผมแพ้ มันกำลังเล่นเกมส์กับผมอยู่ ผมไม่อยากมีเรื่องด้วย เพราะถ้าผมพูด มันจะต้องเป็นเรื่องแน่ๆ สักพักมันก็ลุกไป ผมก็โล่งใจ เบื่อมันรำคาญมากเหลือเกิน และอีกสักพักผมก็ปวดฉี่แล้วก็ลุกไปหาห้องน้ำเข้า พอออกมาทุกคนก็กำลังสนุกอยู่ที่สระว่ายน้ำเลย เขาเล่นเกมส์อะไรกันสักอย่างผมก็กำลังจะเข้าไปร่วมด้วย……..
“โอ้ย!” ผมหันไปมองห้องข้างๆห้องน้ำ มันเหมือนห้องฟิสเนท มีเสียงคนร้องอยู่ในนั้น ผมก็เปิดประตูเข้าไปดู ไอพี่กายอีกแล้ว นอนชักดิ้นชักงอยู่กับพื้น ผมก็มองมันนิ่งๆ คนอื่นๆคงไม่ได้ยิน เพราะห้องน้ำที่ผมมาเข้าค่อนข้างไกลจากตรงที่จัดปาร์ตี้.........
“ออกไป มายืนดูเหี้ยอะไร!” ไอพี่กาย พูดอย่างทรมาน ผมก็มองมันนิ่งๆ
ผมก็เดินเข้าไปประคองตัวมันให้ลุกขึ้น และพยุงมันไปนั่งเก้าอี้แถวนั้น มือก็ยังคงใส่นวมอยู่ สงสัยจะต่อยกระสอบทรายมั้ง ผมก็มองมันนิ่งๆ....
“เป็นอะไร” ผมถามนิ่งๆ มันก็หันหน้าหนีผม ผมจับหัวมันให้มันหันหน้ามา มันมองผมตาขวาง “เป็นอะไรเล่า!” ผมพูดเสียงดังนิดหน่อย
“ข้อมือส้นเว้ย! พูดกับกูให้มันดีๆหน่อยเถอะ กูอายุเยอะกว่ามึงนะ!” มันพูดเสียงดังอย่างไม่ยอม
“แค่ข้อมือส้นต้องลงไปนอนชักดิ้นชักงอแบบนั้นเลยเหรอ” ผมมองมันอย่างกลั้นขำ มันทำหน้าไม่พอใจ
ผมก็ค่อยๆแกะนวมในมือมันออก ตอนถอดก็ร้องโอดโอยสำออยจริงๆ พอถอดได้มันก็ทำท่าโล่งเชียว โอ้โห!บวมเลย ผมก็ไปหยิบกล่องยาตรงชั้นวางยา มันตั้งเด่นอยู่มุมห้อง พอเปิดดู เออยังดีมียานวด ผมก็บีบยายนวดใส่มือตัวเองนิดหน่อย แล้วก็ลูบตรงข้อมือข้างซ้ายของมัน มันก็นิ่งๆให้ผมทำ.........
“ปวดหนักเลยเหรอ?” ผมถามนิ่งๆ
“ไม่รู้วะ มันเคล็ดๆ ปวดๆปนเจ็บ!” มันพูดแล้วทำหน้าจะร้อง โว๊ะ ขี้แยชะมัด ผมก็ยิ้มนิดหน่อย
ผมก็นวดๆคลึงๆ มันก็คงจะเหมือนกับข้อเท้าส้นละมั้ง ผมนวดๆ บีบๆไปนิดหน่อย จนมันเริ่มเคลิ้ม ผมก็กระตุกข้อมือมันนิดหน่อย มันสะดุ้งบ้าง ผมก็ทำอย่างนี้4-5ครั้ง แล้วก็กระตุกทีเดียวแรงๆเลย...
“โอ้ย!” มันดึงมือตัวเองกลับไป “แขนคนนะเว้ย ทำเบาๆก็ได้” มันสะบัดข้อมือตัวเอง คงได้ผลแหละ
“โอเคยัง” ผมถามนิ่งๆ
มันก็เริ่มสำรวจข้อแขนตัวเอง มันก็สบัดๆ แล้วก็ยิ้มอย่างดีใจ
“หายแล้ว” มันยิ้ม
“ยังไม่หายดีหรอก มันอาจจะช้ำหรือบวมขึ้นได้ เอายานี่ไปทาหลังอาบน้ำแล้วก็นวดเบาๆละ” พูดจบยื่นยาให้มัน
แล้วกำลังจะเดินออกไป มันก็ลุกขึ้นมาจับแขนผมไว้ ผมก็มองมันนิ่งๆ.....
“ขะ ขอบใจ” ผมก็ยิ้มนิดหน่อย
“ไม่เป็นไร ถือว่าช่วยสัตว์โลกนะ” ผมยิ้มกวนๆ มันหุบยิ้มเลย
แล้วผมก็วิ่งหนีมันไปหาคนอื่นๆที่โต๊ะ เขากลับมานั่งที่กันแล้ว ไอพี่กายก็วิ่งตามมา ทุกคนก็มองงงๆ เพราะไอพี่กายมันตะโกนแล้วก็วิ่งไล่ผมมา...
“พี่ดิน พี่ไฟ สิงโต ช่วยด้วย!” ผมตะโกนแล้วก็วิ่งไปหลบหลังสามคนนั้น ทุกคนก็มองงงๆ
“มึงเป็นอะไรไอกาย หาเรื่องน้องเขาทำไม!” พี่กันถามอย่างไม่พอใจ
“มะ...”
“พี่กายไม่พอใจที่ผมไปเข้าห้องน้ำของเขาครับ!” ผมพูดฟ้องแล้วทำหน้าเศร้า
“ไอกาย!” พี่กันจับแขนพี่กาย เขาเป็นพี่น้องที่ตัวใหญ่เท่าๆกันเลย
“มันกะ....”
“พี่กายทำไมถึงเกลียดผมขนาดนั้นละครับ ถ้าไม่พอใจผมกลับไปรอที่บ้านก็ได้นะ” ผมพูดแทรกแล้วก็ทำหน้าเศร้าๆ จริงๆกินอิ่มแล้วอยากกลับบ้านแล้ว เลยหาเรื่องคนสักหน่อย
“กาย ทำเกินไปแล้วนะ” พี่เกรซพูดนิ่งๆ
“อย่าว่าพี่กายเลยครับทุกคน ผมคงนิสัยไม่ดีพี่กายเลยไม่ชอบ ไม่เป็นอะไรครับ” พูดหน้าเศร้าๆ แล้วก็กำลังจะเดินหันหลัง
หมับ! ไอพี่กาย ทำหน้าเป็นยักษ์เลย จับแขนผมแน่นเลย แล้วมันก็ลากผมให้ไปกับมัน โดยบอกกับทุกคนว่าจะคุยกับผมห้ามใครตามมา! แล้วใครจะฟังมันละ ทุกคนก็กรูมาช่วยกันฉุดกระชากลากถู จนผมไม่รอด แล้วมันก็ลากผมไปในบ้าน และก็พาเข้าห้องอะไร ห้องเล่นของมันมั้ง มีแต่ของเล่นแล้วก็เกมส์ พอถึงมันก็ล็อคห้องอย่างแน่นหน้า พร้อมปิดม่าน เพราะห้องนี้เป็นห้องกระจก คนอื่นๆก็เริ่มมาเคาะ เพื่อช่วยผม แล้วปล่อยมึงจากแขนผม แล้วผมก็เดินสำรวจห้อง....
“กูไม่ได้พามึงมาในนี้เพื่อให้มึงดูของของกูหรอกนะ” มันพูดอย่างไม่พอใจ ผมก็หันไปมองมันนิ่งๆ
“พี่กายนี่ หัวอ่อนจังเลยนะครับ เป็นพวกชอบเรียกร้องความสนใจใช่ไหม” ผมพูดนิ่งๆ มันก็ทำหน้าไม่พอใจของมันต่อไป
“มึงพูดแบบนั้นทำไม อยากให้ตัวเองดูน่าสงสารเหรอ!” มันเดินมาพูดแล้วก็จับแขนผม
“ผมอยากจะพูดผมก็พูด เหมือนที่พี่พูดให้ผมรำคาญใจไง ก็เจ๊ากันนะ” ผมพูดแล้วก็แกะมือมันออกมันก็ไม่ยอม
“อย่ามาต่อปากต่อคำกับกู” มันจับแขนผมแน่นขึ้น
“พอเถอะ ผมง่วงจะไปนอนแล้ว” ผมบอกนิ่งๆ
“กะ...กูได้ยิน ที่มึงพูดกับเกรซ เรื่องที่มึงชอบผู้ชาย!” ผมก็มองนิ่งๆ
“แล้ว?” ผมทำหน้านิ่งๆ
“ที่มึงพูดแบบนั้นไปเมื่อกี้เพราะมึงสนใจกู เพราะมึงชอบกูใช่ไหม” มันถามผมนิ่งๆ เสียงเคาะประตูก็ยังไม่หยุด
“หลงตัวเองน่า ถ้าผมสนใจใคร ผมคงไม่ทำกับคนที่ผมชอบแบบนั้นหรอก ไม่ต้องห่วง” ผมยิ้ม
“แต่มึงช่วยกูเรื่องข้อมือ” มันถามผมอย่างนิ่ง
“ก็แค่ช่วยอะ เป็นใคร ใครก็ต้องช่วย” ผมพูดเบาๆ มันมองผมแบบแปลกๆ ผมชะงักไปนิดนึง
ปั้งๆๆๆ! “ไอกาย แกทำอะไรน้องนท!” พี่ชิน พ่อพี่กายยังไงเล่า
“อ้อ! หรือว่าพี่เกิดชอบผมขึ้นมาละครับ เพราะส่วนน้อยเลยนะ ที่ผมอะ จะเข้าหาคนอื่น!” ผมเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆมัน มันก็ไม่ยักกะถอยหนีนะ
“กะ กู......” ผมก็เลื่อนเข้าไปใกล้อีก ใกล้อีก จนจมูกแตะกันแล้ว
“หวั่นไหวเหรอ” ผมสบตากับมันระยะประชิดเลย
ผมเลื่อนมือมาจับตรงอกมัน ใจมันเต้นแรงมาก ผมก็เลยเอาปากของผมไปแตะกับปากของมันเบาๆ มันก็หลับตาลง หึ! ไอนี่มันเป็นอะไรเนี่ย มีแฟนเป็นพี่เกรซอยู่แล้วและพี่เกรซก็เป็นผู้หญิงที่น่ารักมากสะด้วย แล้วมันยังมาทำเรื่องแบบนี้กับผมอีก ผมละสงสารพี่เกรซจริงๆ แล้วผมก็ผละออกมา......
“หัวใจพี่...เต้นแรงเหมือนกับหัวใจผมเลย” ผมจับมือมันมาวางไว้ตรงอกซ้าย เหงื่อมันออกค่อนข้างเยอะมาก
เสียงโวยวายก็ดังอยู่หน้าห้อง ผมคิดอะไรได้สนุกๆ ผมเอามือไปลูบเป้ามันเบาๆ มันเงยหน้าเคลิ้มเลยทีเดียว เพราะผมเน้นตรงหัวมัน ใหญ่ใช่ย่อยเลยนะ.....
หมับ! มันจับตัวผมดันล้มลงบนโต้ะสนุก ตอนนี้ตัวผมนอนอยู่บนโต้ะสนุก แต่ขาก็ยังแต่พื้นอยู่นะ.....
“ทำแบบนี้พี่เกรซไม่ว่าเหรอครับพี่กาย” ผมยิ้มเขินๆ
“มึงแม่ง กวนกูว่ะ” มันโน้มหน้าเข้ามาเรื่อยๆ ผมก็เริ่มจะบีบน้ำตา แล้วก็กัดที่มุมปากตัวเองที่เป็นแผลเดิม แต่ไอพี่กายมันคงมองว่าผมทำปากเชื้อเชิญมันสินะ
แกรก! ผมเงยหน้ามอง พี่ชิน พี่นายก็ด้วย ไอพี่กายรีบผละตัวออกไป ทุกคนก็มองอย่างตกใจ พอลุกขึ้นยืนได้ น้ำตาที่ผมบีบไว้ก็ไหลลงมาเลย....
“นท!” ทุกคนเรียกผม แล้วก็เข้ามาดูผม
“ปะ เป็นอะไรวะ” พี่กายมันเอื้อมมือมาจะมาจับมุมปากผม ผมถอยห่างเล็กน้อย
ผลัก! ไอสิงโตผลักมือมันออกแล้วมองไอพี่กายตาขวางเลย....
“กายทำอะไรน้อง!” พี่เกรซพูดแล้วจับไหล่ผม
“คะ...คือ” มันอึกอักไป
“เราสามคนพานทกลับบ้านไป!” พี่นายพูดแบบไม่พอใจ
แล้วทุกคนก็พาผมออกไปข้างนอก ไอพี่กายก็อยู่กับพี่ชินข้างในพี่กันก็ด้วยพอออกมาทุกคนก็ถามกัน ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็มองพี่เกรซนิ่งๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ผมควรบอกพี่เกรซไหม หรือว่าจะนิ่งๆไว้ หรือยังไง มันเป็นอะไรที่สับสน.....
“อะ...เอ่อ” ผมอึกอัก ทำไมผมต้องมารู้เรื่องอะไรแบบนี้ด้วย
“เจ็บไหมนท” ไอสิงโตลูบมุมปากผม ผมก็เอาแต่มองพี่เกรซ ผมรู้สึกสับสน ผมสงสารพี่เกรซแต่ว่า ถ้าบอกไป พี่เกรซอาจจะเสียใจมากก็ได้...
“เป็นอะไรหรือเปล่านท” พี่เกรซจับแขนผม
“คะ...คือ” ผมอึน ผมไม่รู้ ผมไม่รู้เลยว่าควรบอกดีไหม
‘กลับเถอะนท!” พี่นายดึงแขนผมไป พี่เกรซก็มองอย่างเป็นห่วง
ผมก็ได้แต่คิดอยู่ในใจ ใจนึงก็สงสารพี่เกรซ อยู่ๆ ความคิดผมก็กลายเป็นมองมุมกลับไป แล้วถ้าพี่อ๊อฟรู้เรื่องนี้ละ ถ้ามีคนเอาไปบอก พี่อ๊อฟจะเสียใจมากไหม ผมจะทำใจได้หรือเปล่า ทุกอย่างในตอนนั้นมันตีตื้นขึ้นมาในอก ผมเริ่มกลัว กลัวไปหมด กลัวเรื่องพี่อ๊อฟ อยู่ๆทุกอย่างมันก็สะท้อน สะท้อนว่าผมเองก็ทำผิดไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่แค่พี่กายที่ทำผิด ผมผิดมหันต์เลย อยู่ๆ จิตสำนึกของผมมันก็บอกว่าผมนั้น เลวเกินไป ผมควรจะทำยังไงดี ผมจะทำยังไงกับเรื่องที่มันเกิดขึ้นดี......
หมับ! พี่นายกดหัวผมลงอกพี่นาย ตอนนี้เราอยู่ในบ้านพี่นายกันแล้ว นั่งอยู่ในห้องรับแขก พี่นายปลอบผมเหมือนเด็กๆ แต่ตอนนี้คำพูดทุกอย่างหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นตอนนั้นไม่ได้เข้าหัวผมเลย ผมรู้สึกผิดมากมายเหลือเกิน น้ำตาก็ไหลลงมา ทุกคนก็ลูบหลังปลอบผมกัน  ความรู้สึกผิดอยู่ๆมันก็เกิดขึ้น ผมไม่น่าไปเล่นกับพี่กายเลย แย่จริง!......
แล้วพี่นาย และทุกๆคนก็ปลอบผมไป ปลอบได้ไม่นาน พี่นายก็ให้ 3 คนนั้น ขึ้นไปรอบนห้อง และพูดอะไรมากมายให้ผมสบายใจ ผมพูดคุยกับพี่นายอีกนิดหน่อยพี่นายก็พาผมไปส่งที่ห้องนอน พวกพี่เขาก็มารออยู่ที่ห้องนอนผมกับสิงโตแล้ว เขาก็ถามกันใหญ่ ไอสิงโตก็ดูจะไม่พอใจพี่กายมาก ผมก็บอกปัดๆไปบอกว่ายังไงพรุ่งนี้ก็กลับแล้วไม่มีอะไรมากหรอก จริงๆผมก็บ้าบอเนอะ อยู่เฉยๆดีๆไม่ชอบไปหาเรื่องเขาดันเข้าตัวเองสะได้ โถ่ เวรกรรมมีอยู่จริง ผมก็เตรียมใจไว้แล้ว ว่ากลับไป ผมจะต้องทำดีกับพี่อ๊อฟมันให้มากๆ ทำเพื่อทดแทนทุกอย่าง แต่นั้นก็แค่สิ่งที่คิด จะทำได้หรือเปล่าก็อีกเรื่อง หลังจากพูดคุยกันเสร็จผมก็ไปอาบน้ำและขึ้นนอน....
ตอนเช้ามาแม่พี่ดินพี่ไฟมาปลุกพวกผมทั้งสี่คนแต่เช้าเพื่อทำบุญหน้าบ้านเราก็ไปกัน อากาศแจ่มใส ดูสดใสมากจริงๆ ผมก็หายคิดมากไปบ้างแล้ว ทำบุญเสร็จก็พากันไปกินข้าวและพูดคุยกันนิดหน่อยพี่นายกับแม่พี่ดินพี่ไฟก็ไปทำงานก็เหลือแต่พวกผม วันนี้ตอนเย็นพี่นายจะมารับผมกับสิงโตไปส่งที่สนามบินเอง ตอนแรกผมว่าจะกลับตอนเที่ยงนี่แหละ แต่พี่นายเขาอยากไปส่งก็เลยเออออไป ผมก็นั่งเล่นนั่งพูดคุยกับสามคนนั้นไป แต่พวกนั้นมันน่ารำคาญ เกาะแกะ แบบสุดๆ มือเป็นปลาหมึกเลยจริงๆ ผมรำคาญมากมาย ก็อดเอา กลับไปเรื่องก็จบ ไอสิงโตดูแล้วมันก็ไม่ค่อยจะอะไรหรอก แต่พี่ดินกับพี่ไฟนี่อะไรเกินไป......
“เลิกเกาะแกะสักทีได้ไหม!” ผมพูดแบบหมดความอดทน
“เออ ผมเห็นแล้วยังรำคาญแทนเลย ถอยออกมาเถอะพี่ดินพี่ไฟ!” ไอสิงโตพูดอย่างไม่พอใจ
“อะไร ไหนนทบอกว่าจะทำตามที่เราต้องการไง นี่ก็แค่อยู่ใกล้ๆนทเองนะ” พี่ดินขมวดคิ้วพูด ให้ตายสิวะ มันจะเป็นกันทั้งตะกูลเลยใช่ไหมไอนิสัยพูดยากพูดเย็นเนี่ย!
“งั้นก็เอาเลย ใกล้ไว้ให้มากๆละ อย่าได้ห่างผมนะ!”ผมพูดประชดอย่างไม่พอใจ
แต่นั้นก็หาได้ทำให้สองฝาแฝดนั่นสำนึกนะ เขยิบมาใกล้ผมกว่าเดิม แล้วก็จับมือผมไว้คนละข้างเลย ผมอยากจะบ้าตายจริงๆ ให้ตายสิ! ก็นั่งเล่นกันไปจนถึงเวลาอาหารเที่ยงอยู่ๆพี่นายก็กลับมา บอกว่าจะอยู่เล่นกับผมก่อน เพราะนานๆอาจจะได้เจอกันที เขาดูจะติดผมนะพี่นาย ผมก็ปลีกตัวไปหาพี่นายตลอด รำคาญสองฝาแฝดนั่น พอกินข้าวเสร็จพี่นายก็ชวนเล่นเกมส์ ก็ไปเล่นกัน เกมส์ต่อสู้ มีพนันกันด้วยนะ งานนี้ทุกคนก็เลยตั้งใจและก็เต็มที่เลยทีเดียวโดยเฉพาะผมที่ค่อนข้างจะอ่อนมาก เพราะไม่ค่อยได้เล่นหรอก ก็เล่นกันไป เล่นกันอย่างเมามันส์และอินมาก เพราะใครแพ้ ต้องกินชีสเหม็นๆ มันเหม็นจริงๆ ชีสที่พี่นายบอกราคาแพง แต่ผมไม่อยากจะกินมันเลย คือมันเหม็นมากอะ ก็เล่นไป ทุกคนก็ดูลุ้นเหลือเกิน ผมก็แข่งกับพี่นายไป แข่งไปแข่งมา สรุปผมแพ้ ก็กินชีสเน่าไปตามระเบียบ รสชาตินี่อ้วกแทบพุ่ง ก็เล่นไปแบบนี้เรื่อยๆ คนอื่นก็มาแข่งบ้าง ก็เล่นกันไปจนบ่ายๆ พวกพี่ชินก็มา มากับพี่กันและพี่กาย ผมก็อึกอักเล็กน้อย พี่กายมันก็มองหน้าผมนิ่งๆ พี่นายก็คุยกับพี่ชินไป.......
“ขอคุยด้วยหน่อยสิ!” พี่กายพูดขึ้น ทุกคนที่กำลังคุยกันอย่างส่งเสียงดังต้องหยุดแล้วหันไปมองทางพี่กาย
“คุยกับใครไม่ทราบ!” ไอสิงโตพูดอย่างไม่พอใจ
“คุยกับ...นท” พี่กายพูดนิ่งๆ แต่ก็จ้องผมไม่หยุด
ทุกคนก็ห้ามกัน ผมก็จ้องหน้ากับมัน แล้วก็คิดได้ว่า คงต้องพูดอะไรกับมันสักอย่าง ก่อนที่จะไม่ได้เจอกันอีก...
“ครับๆ คุยกันหน่อยก็ดี” ผมยิ้ม ทุกคนก็หันมองผม ประมานว่ามึงยังจะกล้าไปอีกเหรออะไรทำนองนั้น
พี่กายมันก็ลุกออกไปครับ ผมก็ลุกตามมันไปโดยบอกทุกคนว่าจะไม่เป็นอะไร พี่เขาก็เข้าใจแหละ ผมตามมันมาสวนข้างบ้าน ยืนเก๊กเป็นพระเอกเอ็มวีเลยเชียว ผมเห็นพวกแฝด สิงโต พี่นายพี่ชินก็มองห่างๆอย่างห่วงๆ......
“เฮ้อ! อากาศสดชื่นจังเลยนะ” ผมยิ้มบาน มันก็หันมามองผมนิ่งๆ
“มึงทำแบบนั้นทำไมวะ!” พี่กายพูดอย่างไม่พอใจ “มึงจะมะ....”
“ขอโทษ ผมขอโทษครับ” ผมพูดสวนขึ้นมาแล้วเดินไปใกล้ๆพี่กาย มันก็ไม่ถอยหนี “ผมขอโทษจริงๆ ผมแค่อยากจะแกล้งพี่เท่านั้น แต่ผมไม่คิดว่าสิ่งที่ผมทำมัน....” ผมหันหน้าหนีมัน
“กู....ทำไมมึงไม่บอกเกรซละ” มันถามผมเบาๆ
“นั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกผิด” ก้มหน้า “ไม่ใช่แค่พี่หรอกนะที่ทำผิด ผมเองก็ทำผิด และผมคิดว่า....ผมจะบอกพี่เกรซทำไม ในเมื่อคนที่ควรบอกคือพี่ ซึ่งนั่น มันก็ไม่ใช่เรื่องของผม แต่ผมขอโทษจริงๆที่แกล้งพี่แบบนั้น” ผมพูดอย่างจริงจัง เพราะรู้สึกผิด ผมเงยมองหน้ามัน มุมปากมันเป็นแผลนิดหน่อย ถ้าไม่สังเกตดีๆก็ไม่เห็น
“กู...ก็ขอโทษเหมือนกันที่ทำไม่ดีกับมึง จริงๆมันก็สมควรแล้วละ ที่มึงทำกับกูแบบนี้” มันยิ้มอ่อน เป็นยิ้มแรกเลยมั้งที่ผมได้รับจากมันอย่างเต็มใจ
“พี่โดน....” ผมจับที่มุมปากพี่กาย มันก็ไม่ยักกะถอยหนีเลยนะ ไอนี่มันสู้จริง “เพราะผมเหรอ?” ผมถามอย่างสำนึกผิด
“อืม ไม่ใช่มีแค่มึงแล้วละที่ปากดี กูก็ด้วยเลยโดนเลย” มันยิ้ม ผมก็ยิ้ม
“เหมือนผมเลย ปากดี ได้แผลที่ปากบ่อยๆ” ผมพูดติดตลกไปมันก็ยิ้ม “ผมขอโทษจริงๆนะพี่” ผมทำหน้าจริงจัง
“อืมไม่เป็นอะไร กูก็ด้วยนะ ขอโทษด้วย กูควรจะพูดกับมึงให้ดีกว่านี้” ผมก็พยักหน้า “จริงๆแล้วกูอะชอบได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายนะ” ผมเบิกตากว้างตกใจนิดๆ “ตกใจละสิ แต่ต้องตกใจกว่านั้น กูดันชอบมึงว่ะ” เอิ่ม! ผมถอยห่างมันไปก้าวนึง
“อะ เอ่อ....อย่ามาพูดบ้าๆน่า ผมเจอกับพี่แค่สองครั้งเองเอาอะไรมาชอบ” ผมพูดแบบเลิ่กลักไปหน่อย “อีกอย่างพี่เกรซเป็นคนที่น่ารักมากเลยนะ อย่าทำร้ายพี่สาวผมแบบนี้นะพี่กาย” ผมพูดติดตลกไป
“กูไม่เคยจีบผู้ชายเหมือนกัน เลยไม่รู้จะเข้าหามึงยังไง อีกอย่างวันนั้นกูเห็นมึงชะเง้อมองที่หน้าบ้าน กูก็.....ไม่รู้สิ รู้สึก ถูกชะตากับมึงแปลกๆ” มันพูดนิ่งๆ
“เพ้อเจ้อน่า! เดี๋ยวผมก็กลับแล้ว อีกนานละมั้งกว่าจะได้มาอีก ป่านนั้นพี่ก็ลืมผมไปแล้วละ” ผมไหวไหล่นิดหน่อย
“ถ้ารอได้ละ จะสนไหม” มันพูดอย่างเท่ห์
“ต่อคิวเอาละกัน ตอนนี้ก็เหลืออีก3คนอ่ะนะ รอต่อไป” ผมพูดติดตลกไป
“มึงนี่มัน” มันเคาะหัวผมนิดหน่อย ผมก็หัวเราะไป
“แล้วข้อมือหายดีแล้วเหรอ” ผมคว้าข้อมือพี่เขามาดู “หายดีแล้วนี่” ผมก็บีบๆคลำดู “ไม่บวมไม่ช้ำ” ผมยิ้มแล้วเงยมองหน้ามัน มันก็จ้องผมอยู่ ผมก็ปล่อยมือมันคืนไป “อะ เอ่อ....” ทำหน้าไม่ถูกเลย
“มึงก็บ้าเนอะ ขนาดกูทำไม่ดีกับมึง มึงก็ยังมาช่วยกูเมื่อวาน” มันพูดแล้วยิ้ม
“เพ้อเจ้อ! ใครเห็นก็ต้องช่วยแหละน่า!” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ “แล้ววันนี้พี่เกรซไม่มาหาเหรอ” ผมถามอย่างสงสัย
“เกรซไปเรียนพิเศษ นทกูขะ.....”
“นท! อานายเรียก” ไอสิงโตชะเง้อหน้ามาตะโกนเรียกผม ผมก็พยักหน้ารับ....
“เข้าไปกันเถอะพี่” ผมยิ้ม พี่เขาก็พยักหน้า

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ก็พากันเดินเข้าไป พี่ชินก็ถามพี่กายว่าขอโทษผมหรือยัง ผมก็บอกว่าขอโทษแล้ว และก็ไม่มีอะไรค้างคา แล้วก็พูดคุยกัน พอผมบอกจะกลับเย็นนี้แล้ว พี่ชินก็ดูตกใจไปนิดนึงเพราะมันดูเร็วไปหน่อย พี่กายก็ทำหน้าเศร้าๆ ผมก็ไม่อยากจะสานสัมพันกับใครแล้ว ไอพี่กายมันเจ้าเล่ห์ ผมดูออก ว่ามันต้องร้ายมากแน่ๆ ยิ่งเป็นเด็กกรุงเทพฯแล้วหล่อขนาดนี้ด้วย ไม่น่าเหลือ.....
“เอ้อ! เดี๋ยวไปกินข้าวเย็นบ้านฉันนะนาย พานทกับสิงโตไปด้วย ถือว่าเลี้ยงส่ง!” พี่ชินพูดด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ขนาดนั้นครับอา ผมก็มาเที่ยวนี่บ่อยๆแหละครับ” ไอสิงโตพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“แล้วนทละ จะได้มาที่นี่บ่อยๆหรือเปล่า” พี่กันหันมาถามผมหน้ากวนๆ ไอพี่กันเนี่ย ร้ายกาจ ดูสายตาเจ้าเล่ห์ของมันนะ
“ถ้าพี่กันอยู่ ผมคงไม่มาอะครับ”ผมยิ้ม ทุกคนก็หัวเราะกันสนุกสนาน
คุยกันได้สักพักก็พากันไปที่บ้านพี่ชิน ส่วนผมกับสิงโตเก็บของกันแต่เช้าแล้ว และก็ไม่คิดว่าจะอาบน้ำอะไรก่อนไปหรอก ถึงเวลาก็ไปเอากระเป๋าแล้วก็ไปกันเลยทำนองนั้น บ้านพี่ชินใหญ่และกว้างกว่าบ้านของพี่นายมาก ก็นั่งเล่นในห้องนั่งเล่นกัน เล่นไปสักพักก็ชวนกันไปเล่นบาส ผมเตี้ยสุดบอกตรง แล้วจะไปเล่นอะไรกับใครเขาไหว พอพากันออกไปเล่นผมไม่ไปก็บังคับผมให้ลงไปเล่น เล่นไปเล่นมากลายเป็นว่าเล่นลิงชิงบอลสะงั้น ผมก็กลายเป็นลิงไง มีแต่คนแกล้ง พอผมได้บอลผมก็จะเอาไปชู้ดลงห่วง พี่นายยกแค่แขนผมก็ปาไม่พ้นแล้ว แย่จริง! ก็เล่นบาสเตะบอล จนได้เวลาอาหารเย็นก็พากันไปกินข้างๆบ้าน จัดเป็นแบบกินข้าวในสวนมีปิ้งบาร์บีคิวย่างเนื้ออะไรพวกนี้ ของกินเยอะแยะมากมายเหลือเกิน ผมก็กินอย่างบ้าคลั่ง เลอะปากไปหมด...........
“อื้อ!” ผมส่ายหน้าอย่างไม่พอใจ ก็อยู่ๆไอพี่กายมันเอากระดาษมาถูปากผมอย่างแรงเลย!
“กินอะไรเลอะเทอะจังวะ” พี่กายยิ้มแล้วก็นั่งลงข้างๆผม
“อย่ายุ่งกับนทของเรานะพี่กาย!” พี่ดินเดินมานั่งแทรก พี่ไฟก็นั่งอีกข้าง เอากับเขาสิ
ก็เถียงกันไป ผมก็ไม่สน กินและกิน ตั๋วเครื่องบินออกตอน3ทุ่ม นี่ยัง4โมงเย็นอยู่เลย ก็เลยมีเวลากินอีกเยอะ และบ้านก็อยู่ไม่ไกลจากสนานบินสักเท่าไหร่ด้วย กินๆและกินไป....
“กูยังยืนยันนะว่ากูชอบมึง และ.....ชอบมากกว่าเดิมแล้วด้วย” อยู่ๆพี่กายมันก็มากระซิบผมจากด้านหลัง ผมกำลังจะหันไปมันมองมัน มันก็ก้มหน้ามาใกล้ๆผม ปากมันชนแก้มผมเลย
“พี่กาย! ทำอะไร!” ไอสิงโตพูดอย่างเสียงดัง
“กะ กูแค่เห็นอะไรติดเสื้อไอนทเท่านั้นแหละ!” พี่กายพูดแล้วก็เดินไป
ไอสิงโตก็มองผมแบบจะกินเลือดกินเนื้อ เฮ้อ! หาได้สนไม่ ผมก็กินอย่างเดียว มีแต่เนื้อของชอบทั้งนั้น ส่วนบาร์บีคิวผมก็เอาผักไปให้พี่ดินกับพี่ไฟกิน มันก็กินไง คิดว่าผมใส่ใจมันกันจริงๆแล้วแค่ผมไม่กินผักก็แค่นั้น กินไปพูดคุยกันไป ก็จนถึงเวลาที่ผมจะต้องไปนั่นแหละก็ร่ำรากับพี่ชินเขาสักหน่อย.....
“ว่างๆก็มาเที่ยวอีกนะ มานอนบ้านพี่ก็ได้” พี่กันพูดด้วยรอยยิ้ม
“เยอะแล้วไอกัน” พี่ดินพูดนิ่งๆ
“นทไม่มีทางไปนอนบ้านกันหรอก” พี่ไฟยิ้มร้ายๆ
“พอเถอะน่า เอาละ เราจะไปกันได้หรือยัง เดี๋ยวตกเครื่องนะ!”พี่นายพูดแล้วยิ้ม
“ขอบคุณพี่ชินมากครับสำหรับอาหารมื้อนี้ผมอร่อยและมีความสุขมาก ขอบคุณมากๆครับ” ผมยิ้ม เขาก็เดินมาลูบหัวผมอย่างเอ็นดู
แล้วก็ร่ำรากันจนเสร็จ พี่กายมันก็มองผมนิ่งๆไม่พูดอะไร จนผมกำลังหันหลังจะเดินไป.....
“นท!” ผมก็หันไปมอง “ขะ ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม ไม่นาน!” พี่กายพูดแล้วมองไปทางพี่นาย ผมก็มองหน้าพี่นาย
“ยังพอมีเวลา รีบๆหน่อยแล้วกัน” พี่นายพูด ผมก็เดินไปหามัน
มันก็จับแขนผมดึงไปอีกทาง ไอสิงโตจะตามมาแต่พี่นายเขาห้ามไว้ มาที่สวนดอกไม้ข้างบ้านมัน.....
“คุยสะไกลเชียว ใกล้ๆก็ได้มั้ง!” ผมพูดติดตลกไป
“ขะ ขอเบอร์หน่อยได้ไหม” มันถามแบบอายๆ
“เอาโทรศัพท์มา” มันก็ยื่นให้ผม ผมก็กดๆๆให้มันไป “เบอร์ ไลน์ เฟส ทวิต กาเกา เอาไปให้หมดเลยนะ!” ผมยิ้ม มันยิ้มบานเลย กดเสร็จก็ส่งคืนให้มัน
“ยิ่งรู้จักก็ยิ่งชอบมึงว่ะ” มันยิ้ม
“ละเมอต่อไปเถอะพี่!” ผมยิ้ม
“ไปส่งมึงด้วยได้ไหม” ผมก็มองอย่างจับผิด
“ไปขอพี่นายเองแล้วกัน” แล้วผมก็เดินกลับไปทางเดิม
ผมก็เดินกลับไป พี่กายมันก็ขอพี่นาย พี่กันก็เลยขอด้วย ปรากฏว่าก็ได้ไปส่งกันหมด จะอะไรขนาดนั้น ก็กลับไปเอากระเป๋าที่บ้านแล้วก็เอารถไป ระหว่างทางก็พูดคุยกันมากมายเหลือเกิน พอถึงสนามบินก็ร่ำรากันอีกหน่อย...
หมับ! พี่ดินกับพี่ไฟ สวมกอดผมแทบล้ม ไม่ได้ดูตัวเลย.....
“นท ต้องคิดถึงเราสองคนนะ” พี่ดินพูดเสียงเศร้าๆ
“แน่นอนครับ พี่ชาย” ผมตอบแล้วเอามือลูบหลัง
“ถึงแล้วโทรหาพี่ด้วยนะ!” พี่ไฟพูดเบาๆ
“ครับพี่ ผมสัญญา” ผมลูบหลังทั้งสองเบาๆ
แล้วเขาก็ผละออกมา พี่นายก็มาพูดส่งท้ายผม แล้วก็ยื่นกล่อง? กล่องอะไรไม่รู้ ห่อมาอย่างดีให้ผม....
“อะไรครับพี่” ผมถามแล้วมองกล่องอย่างสงสัย
“รางวัลของเด็กดีไง” พี่นายยิ้ม “มีอะไรก็โทรมาหาพี่ได้เสมอนะ ไม่ว่าจะเดือดร้อน หรือ อยากเที่ยวที่ไหนก็โทรมาเดี๋ยวพาไป” พี่นายยักคิ้วอย่างมาดแมน ผมก็ยิ้มบานเลย
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับพี่นาย ผมมีความสุขมากนะครับที่ได้ไปเที่ยวกับพี่ๆ ผมจะไม่ลืมเลย และถ้าว่างๆผมจะมาเที่ยวหาใหม่นะครับ ขอบคุณที่ดูแลผมอย่างดี” ผมไหว้พี่เขาอย่างอ่อนน้อม พี่เขาก็ลูบหัว
พูดคุยกันอีกนิดผมก็กำลังจะไปเข้าเกด.....
หมับ! พี่กายสวมกอดผมอย่างแน่นหนา ผมก็เอามือกอดตอบอย่างๆงง......
“มึงมันร้าย ร้ายที่สุด มาทำให้กูชอบ แล้วก็จะทิ้งกูไป” ผมก็เอะใจนิดหน่อย ไปทำให้มันชอบตอนไหนนะ “เอาละ ถึงแล้วโทรหากูด้วยนะ และ อย่าลืมกู เพราะกูจะไม่ลืมมึง กูจะรอมึง” พี่กายพูดเบาๆแล้วผละออกไป
ผมก็ทำหน้างงๆนิดหน่อย ไอพี่กายมันเป็นเอามากนะ ติดใจอะไรนักหนาของมัน เจอกันแบบนับครั้งได้บอกชอบกันแล้วเนอะ ผมก็เออออตามไป ก็โบกไม้โบกมือร่ำรากันผมก็เดินเข้าไปในเกด ทุกคนก็หันหลังกลับกันไป.....
“มึงมันเกินไปไอนท!” ไอสิงโตพูดอย่างไม่พอใจ
“เสี่ยครับ อย่าโกรธผมเลยนะ” ผมคล้องแขนมันแล้วก็เอาหน้าซบไหล่ ขณะนั่งรอเขาเรียก
“มึงไปทำดีกับมันทำไม มันทำร้ายมึงนะนท” มันพูดอย่างไม่พอใจ
“เสี่ยๆๆๆ เลิกพูดเลิกงอนได้แล้วน่า” อ้อนมันสักหน่อย
“เออๆ อย่าอ้อนเยอะดิวะ” ผมเงยหน้ามองมัน หน้ามันแดงๆ
“จุ๊บ!” ผมจุ๊บแก้มมันทีนึง “เสี่ยน่ารักที่สุดอะ ขอบคุณนะที่พามาสนุก” ผมยิ้ม มันก็ยิ้ม
ผมกับมันก็นั่งคุยกันไปจนขึ้นเครื่อง ขึ้นเครื่องบินไป ผมก็คุยกับมันไป มันก็งุ้งงิ้ง ผมก็เอากับมันสักหน่อย ไหนๆมันก็พาไปเที่ยว เอาใจมันหน่อย มันก็จับมือผมตลอดอะ พอถึง คนที่บ้านมันก็มารับ ตอนแรกผมบอกมันให้แวะไปส่งผมเลย แต่มันไม่ยอมไง จะไปส่งผมเอง ก็แล้วแต่มันเถอะ เอามันว่าเลย พอถึงบ้านมันผมก็เข้าไปทักทายพ่อแม่น้องซินนิดหน่อย มันก็ไปส่งผมระหว่างทางก็พูดกันมากมาย จริงๆมันจะพาผมไปกินนู่นกินนี่อีก แต่ผมไม่ไหวแล้ว เนื้อเต็มท้องเลย มันก็เลยไปส่งผมที่บ้าน......
พอถึงบ้านก็เหมือนเดิม มันก็ร่ำราผมอย่างกับจะไปตายเลยสิ แต่วันนี้ พี่อ๊อฟไม่เห็นโทรมาเลย พอผมล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาดู อ้าว แบตหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก็ช่างเถอะ แล้วก็เข้าบ้าน แม่อยู่คนเดียว ผมก็เข้าไปกอดไปหอมแม่ตามสเต็บ พี่โน้ตกับป๊าไปนอกเมืองเลยอาจกลับดึก ผมคุยกับแม่นิดหน่อยก็เอาของขึ้นไปเก็บแล้วก็รีบเอาโทรศัพท์ไปชาจแบต แล้วตัวเองก็ไปอาบน้ำผ่อนคลาย มันรู้สึกสดชื่นจริงๆ กลับบ้านมา เจออะไรที่เงียบสงบ ตลอดหลายๆวันที่ผ่านมา คนมันเยอะ มันวุ่นวายมันเสียงดัง พอมาอยู่ในที่เงียบๆคนเดียว มันก็ทำให้ผมสงบได้จริงๆ..
พออาบน้ำเสร็จ ผมก็เช็คร่องรอยต่างๆ จางลงแทบไม่เห็นแล้ว ดีเพราะใช้ยาช่วยด้วยไม่งั้นคงหายช้าแน่ๆ และประตูหลังก็ไม่มีอาการอะไรแล้ว เพราะตั้งแต่วันนั้นผมก็ดูแลดีขึ้น คอยทายากินยา ตอนนี้ก็เหลือรอยเล็กน้อย เหมือนรอยยุงกัดมากกว่า อาบน้ำทำอะไรเสร็จผมก็ออกมาแต่งตัวแล้วก็ขึ้นนอนไป......
ตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้ว ผมก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัวเบาๆสบายๆ ชิวๆ ทำอะไรเสร็จก็มาเปิดโทรศัพท์ดู ผมจำไม่ได้ว่าโทรศัพท์ตัวเองแบตหมดไปตั้งแต่ตอนไหน แต่พี่อ๊อฟโทรมาหาผมตั้งแต่เมื่อเช้าของเมื่อวานแล้ว หลายสายมากมายทั้งข้อความอะไรสาระพัด พวกพี่กายพี่ดินพี่ไฟ ทุกคนเพื่อนๆ ทักมากันเต็มไปหมด แย่ละสิ ผมก็กดโทรหาพี่อ๊อฟเลย ไม่ทันดังตื้ดมันก็รับ....
“พี่อ๊อฟ ผะ...”
“รู้ไหมว่ากูเป็นห่วงมึง” มันพูดนิ่งๆ
“รู้ครับ” หงอยเลยสิ
“แล้วมึงมีโทรศัพท์ไว้ทำไม แบตหมดก็ไม่ชาจ กูทั้งโทรแล้วก็ส่งข้อความ” มันบ่นยิ่งกว่าป๊าอีก
“ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้วพี่อ๊อฟอย่าโกรธผมน้า!” ผมพูดอ้อนๆ
“เออๆ คราวหลังก็ดูให้ดีๆ” มันพูดอย่างเซ็งๆ “แล้วถึงบ้านหรือยัง” มันถามนิ่งๆ
“ถึงแล้ววว!” ผมลากเสียงอย่างร่าเริง
“อ่าๆ เดี๋ยวกูจะไปหาแล้วกัน” ผมยิ้มบานเลยสิ
คุยกับมันอีกนิดหน่อยก็วาง ผมว่าจะโทรหาพี่ๆที่กรุงเทพสักหน่อย แต่เอาไว้ก่อนดีกว่า มันยังเช้าอยู่ ไม่อยากกวนพวกเขา ผมก็ลงไปข้างล่าง ก็เจอแต่แม่ ป๊ากับพี่โน้ตออกไปข้างนอกแต่เช้า ผมก็ไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน ทำหน้าที่เด็กดีไป สักพักรถป๊าก็มาจอดหน้าบ้าน ผมก็แอบป๊าอยู่ตรงพุ่มไม้หน้าบ้าน กะจะเซอร์ไพรซ์สักหน่อย.....
“ซะ.....”
“เซอร์ไพร์ซ!” เฮียบูม!ผมหน้าเหวอเลย เจอเซอร์ไพร์ซซะเอง
“เฮียบูม! อ๊า!” ผมกระโดดกอดเลย
“โว้วๆๆ! ใจเย็นๆ” เฮียบูมกอดผมแน่นเหมือนกัน
“จุ๊บ ๆๆๆ” ผมหอมแก้มเฮียหลายๆทีเลย เป็นปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน
“ว้า ทำให้กับแต่ไอบูม” เฮียบอมไง ผมก็เหล่มองนิดหน่อยไม่สนใจ ยิ้มบานให้กับแต่เฮียบูมนี่แหละ....
ตุบ! เสียงอะไรหล่นหน้าบ้าน ทุกคนก็หันไปดู ไม่มีอะไร แค่หมามาคุ้ยถังขยะ พวกเราก็พากันเข้าบ้าน พูดคุยกันสนุกสนานเลย เฮียบูมเรียนจบแล้ว เขามาชวนผมไปกินเลี้ยง มีของฝากด้วย รองเท้า เสื้อ และก็ช็อคโกแลต ผมนี่ดี๊ด๊าเลย สักพักก็นึกขึ้นได้ พี่อ๊อฟบอกจะมาหาไม่ใช่หรือ แล้วมันหายไปไหนนะ ผมก็เลยขอป๊าไปดูมันหน่อย ป๊าก็ให้ไป เพราะป๊าก็กำลังพูดคุยกับเฮียทั้งสองอยู่ ผมก็ปั่นจักรยานไปบ้านมัน เห็นมันนั่งอยู่ที่ชิงช้าหน้าบ้าน พอมันเห็นผมมันลุกแล้วเดินเข้าบ้านเลย ผมก็รีบเข้าบ้านมันแล้วก็วิ่งตามมันไป พี่อิฐนั่งอยู่กับพ่อผมก็ทักทายนิดหน่อย ไอพี่อ๊อฟมันเดินขึ้นบ้านไปแล้ว ผมก็เอาขนมที่ซื้อมาจากกรุงเทพให้พี่อิฐไปบอกว่าเป็นของฝาก พูดคุยกันนิดหน่อย แล้วผมก็ตามพี่อ๊อฟขึ้นบ้านไป มันไม่ล๊อคประตูนะ มันนอนคดตัวอยู่ในผ้าห่ม..........
“พี่อ๊อฟ หนีผมทำไมเนี่ย!” ผมพูดแล้วนั่งลงข้างมันแล้วเขย่าตัวมันนิดหน่อย
“ทำไมมึงทำแบบนี้วะนท!” มันพูดเสียงสั่นๆ ผมชะงักไปนิด
“ทะ..ทำอะไร!” ผมเริ่มอึกอักแล้วสิ มันเปิดผ้าห่มมา แล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งร้องไห้เสร็จ ผมก็โน้มตัวกอดมัน
“มึงทำกับกูแบบนี้ได้ยังไงนท” ผมกอดพี่อ๊อฟแน่นขึ้น” มึงพาคนใหม่มาหาถึงที่บ้าน แถมป๊ามึงดูจะยินดีกับมึงอีก” มันพูดเสียงสั่น ผมชะงักไปเลย แล้วผละออกมา...
“พูดอะไร” ผมอึน งงไปหมดแล้ว
“ก็มึงกอดกับผู้ชายคนนั้นหน้าบ้านมึง แถมหอมแก้มกันด้วย ป๊ามึงก็ดูยินดีมากด้วย!” มันพูดอย่างโมโห
ผมอึ้งไปเลยสิ ตกใจหมด เฮ้อ! ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เกือบไปแล้วไหม ผมก็อธิบายให้มันฟัง ตอนแรกมันก็ฟึดฟัด แต่พออธิบายจบ มันก็ดูสงบลงเยอะเลย.....
“แล้วมึงจะทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้นนท!” มันพูดอย่างจับผิด
“อะ...เอ่อ เปล่าก็กลัวพี่อ๊อฟโกรธ ก็ดูดิ ผมเพิ่งกลับมา พี่ไม่ดีใจเลยหรือยังไง” แถไปนั่น
“ก็กูไปเห็นมึงทำแบบนั้น ใจก็ตกหวบไปอยู่ที่ตีนเลยนะนท กูนึกว่ามึงจะทิ้งกูไปแล้ว” มันพูดอย่างเศร้า
“ผมไม่ทิ้งพี่หรอกน่า ถ้าพี่ไม่ทิ้งผมก่อน” ผมยิ้ม
“ไม่มีวัน” มันจับมือผม
“ถ้าผมทำผิด พี่อ๊อฟก็ไม่มีวันจะทิ้งผมใช่ไหม” ผมถามเบาๆ มันก็จ้องผมแบบสงสัย “คะ คือ....” ผมดันอึกอักไปไง
“มึงไปทำอะไรมานท ทำอะไรผิด” มันมองผมอย่างสงสัย
“ปะ...เปล่า หมายถึงไง ถ้าผมทำผิดร้ายแรงหรืออะไร พี่อ๊อฟจะไม่ทิ้งผมใช่ไหม” ผมพูดอย่างจริงจัง
“ไม่ทิ้งหรอก รุนแรงแค่ไหนก็ไม่ทิ้ง รักมึงขนาดนี้แล้ว ถ้าทิ้ง...มึงก็เอาปืนมายิงกูได้เลยนท” มันยิ้ม ผมยิ้มแบบมีความสุขเลย ได้ยินแบบนี้แล้ว มันทำให้ผมมั่นใจแปลกๆ แต่ก็ยังไม่พร้อมจะบอกหรอก เพราะเกรงว่าคนที่จะถูกยิงน่าจะเป็นผม
ผมก็พูดคุยกับมันไป มันก็ทั้งกอด ทั้งบ่นคิดถึงผมอย่างนู้นอย่างนี้ ผมไม่เคยรำคาญมันเลย เวลามันทำง้องแง้งหรือเกาะแกะ นานๆทีมันจะทำมั้ง ผมก็เลยชอบที่จะให้มันทำแบบนี้ ผมก็ยิ้มอย่างมีความสุข มันบอกจะพาผมไปนอนบ้านยายตอนนี้ญาติกลับหมดแล้ว พี่อ๊อฟอยากให้ผมไปกับมัน ผมก็โอเค แต่ป๊าจะยอมมั้ยก็ไม่รู้...
คุยกันสักพักผมก็พาพี่อ๊อฟไปที่บ้าน เพราะอย่างน้อยต้องขอป๊าก่อนแหละ เอ๊ะ! หรือหนีตามพี่อ๊อฟไปดี พอถึงบ้านพี่อ๊อฟมันลังเลนิดหน่อย มันกลัวว่าป๊าจะไม่ยอม ผมก็ดึงแขนมันเข้าไปเลย ทุกคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน พอเข้าไปก็หันมามองกันหมด มีแขกมาเพิ่ม พ่อแม่ของเฮียๆไงเล่า ผมก็ทักทายนิดหน่อยแล้วก็แนะนำให้พี่อ๊อฟทุกคนรู้จัก เฮียดูจะแปลกใจไปนิด เพราะคราวแล้วมันไม่ใช่พี่อ๊อฟไง ก็นั่งพูดคุยกันไป เฮียบูมจ้องพี่อ๊อฟเขม่งเลย......
“นท เฮียมึงมองกูแปลกๆว่ะ” อ๊อฟกระซิบบอกผม
“งี้แหละ” ผมยิ้ม “เฮียอย่าจ้องพี่อ๊อฟแบบนั้นได้ป่ะ!” ผมพูดอย่างไม่พอใจ
“อะไรนท พอแฟนมาพูดกับเฮียแบบนี้เลยเหรอ” เฮียบูมพูดติดจะน้อยใจ
“ม่ายยย!” ผมลุกไปหาเฮียครับ “อย่างอนครับเฮีย เดี๋ยวนทยอมเฮียทุกอย่างเลย ก็เฮียอะไปจ้องพี่อ๊อฟแบบนั้นหมายความว่างายอ่า” ผมพูดกวนๆเฮียยิ้มนิดหน่อย
“ป๊า คนนี้น่ะเหรอ ที่บอกว่านทอยู่ด้วยแล้วเจ็บตัวบ่อยๆ” เฮียบูมหันไปถามป๊า เฮียบูมเรียกป๊าผมว่าป๊า แล้วเรียกพ่อตัวเองว่าเตี่ย ส่วนเฮียบอมปล่อยมันไป
แล้วก็นั่งคุยกันไป เฮียเขาแกล้งพี่อ๊อฟ ผมก็เลยบอกให้รีบบอกมาเลยว่าจะไปกินเลี้ยงวันไหนยังไง เขาตกลงกันแล้วว่าพรุ่งนี้ เพราะญาติคนอื่นๆก็ว่างพอดี ผมก็โอเคเออออไป แล้วก็พาพี่อ๊อฟกลับไปเอาของมานอนกับผม เดี๋ยวค่อยไปหายายพี่อ๊อฟวันอื่นก็ได้ พรุ่งนี้ผมอยากพาพี่อ๊อฟไปหาญาติๆผมบ้าง ญาติๆผมในจังหวัดเดียวกันมีไม่มากหรอก ส่วนมากก็อยู่ที่จีนบ้างกรุงเทพฯบ้าง กระจายๆไป ส่วนคนที่พี่บูมจะชวนมาก็แค่คนที่อยู่ในจังหวัดเดียวกันมา บอกพอเป็นพิธีว่าเฮียบูมเรียนจบแล้วอะไรทำนองนั้น ส่วนคนอื่นๆก็โทรไปบอกเอาหรือค่อยบอกอีกทีตอนวันรวมญาติที่จีนเอา...
ไปส่งพี่อ๊อฟเอาของนิดหน่อยก็กลับมาบ้านผม เย็นนี้เฮียอยู่อยู่กินข้าวด้วย ก็นั่งเล่นกันไป คุยเล่น เฮียบูมถามพี่อ๊อฟเยอะแยะ ผมก็แยกตัวออกมาคุยกับพี่โน้ตบ้างป๊าบ้าง เล่าเรื่องที่ผมไปกับไอสิงโตมาให้พวกเขาฟัง ตามแบบที่ผมชอบทำเท่านั้นเอง คุยอะไรเสร็จก็ไปนั่งรวมกัน ตอนแรกพี่อ๊อฟดูจะเกร็งๆ แต่ผมก็พยายามดึงเข้ามาร่วมคุยตลอด....
จนเย็นก็ช่วยกันทำบาร์บีคิว จนเสร็จก็ก็ไปนั่งกันที่สนามหน้าบ้าน จัดโต้ะนู่นนี่นั้นแล้วก็ไปช่วยกันย่าง เฮียบอมอาสาไปซื้อแอลกอฮอล์ ผมไม่แตะมันอีกแล้วแน่นอนผมสาบานได้เลย ไม่ว่ายังไงก็เถอะนะ เข็ดมากบอกตรง ถึงจะอยู่กับพี่อ๊อฟก็เถอะ เราก็นั่งกินกันไปพูดคุยกันไปครับสนุกสนาน มีเปิดเพลงชิวๆ สบายใจมากมาย สักพักก็มีรถมาจอดหน้าบ้าน ผมชะเง้อมอง พี่ตอย พี่ตัง พี่โน้ตก็วิ่งไปรับและก็แนะนำ และก็พามานั่งกับผม.....

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“หายเลยนะนท” พี่ตังพูดขึ้นแล้วยิ้มหล่อ ผมก็ยิ้มเขินนิดหน่อย
“อะ แฮ่ม!” พี่อ๊อฟสะกิน ผมสะดุ้งนิดหน่อย
“อะ...เอ้อ พี่ตอยพี่ตังนี่พี่อ๊อฟ แฟนผมเอง” ผมยิ้มเขินๆ
“ตัวจริงหล่อกว่าในรูปอีกนะ” พี่ตอยพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณครับ” พี่อ๊อฟยิ้มเขิน
“พี่ตอยอย่านะ!” ผมกอดแขนพี่อ๊อฟ แล้วก็หัวเราะกันใหญ่เลย เพราะผมแค่ล้อเล่น
“ว้า! พี่อกหักแล้วดิ”  พี่ตังพูดแล้วยิ้ม
“พี่ตัง พี่อ๊อฟเผลอเจอกันนะ” ผมกระพริบตาข้างเดียวให้ทีนึง
ทุกคนก็โห่แซว พี่อ๊อฟนี่มองค้อนผมเลย ก็พูดเล่นกันไปสนุกสนานไป เฮฮาดี.......
“มึงจะไปบ้านยายกับกูอยู่ใช่ไหม” อยู่ๆพี่อ๊อฟมันก็ถามขึ้นมา ผมก็มองมัน มันก็เหมือนอยากจะมั่นใจ
“ไปสิ ผมคิดถึงยายจันทร์จะแย่” ผมพูดด้วยรอยยิ้ม
“เดี๋ยวนะ!” มันใช้มือทั้งสองข้างจับหน้าผมไว้
“แหมๆ จะทำอะไรกันเนี่ย พี่ฟินนะ” พี่ตอยทำหน้าดี๊ด๊า
“ปากมึงไปโดนอะไรมานท ทำไมแตกละ” พี่อ๊อฟพูดอย่างเป็นห่วง
“เออ ผมกัดปากตัวเอง” ผมยิ้มอ่อนส่งไป
แล้วพวกเราก็คุยกันไป ผมก็เล่าเรื่องที่ผมไปเที่ยวมาบ้าง เพราะบทสนทนาก็วนแต่เรื่องเดิมๆ....
“โห! สงสารเกรซ ทำไมชอบแบบนทแล้วต้องคบกับผู้หญิงด้วยละ!” พี่ตอยถามอย่างสงสัย เพราะผมเล่าเรื่องพี่กายให้ฟัง
“ก็คงเป็นพวก เสือไบ อะไรละมั้งที่เขาว่ากัน” พี่ตังพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“แล้วพี่ตังเป็นแบบนั้นหรือเปล่าครับ ถ้าเป็นจีบผมด้วยนะ ตุบ! โอยย” ผมพูดไม่ทันจบ ไอพี่อ๊อฟเคาะหัวผมอย่างแรงเลย ทุกคนก็หัวเราะกัน ผมก็นั่งคุยกัน 4 คนไปเนี่ยแหละ เพราะผู้ใหญ่คุยอะไรกันไม่รู้น่าเบื่อ ผมพี่อ๊อฟ พี่ตังพี่ตอยเลยแยกมาคุยกัน
“ทำไมชอบทำอะไรบ้าบอแบบนั้น ถ้ามันทำขึ้นมาจริงๆมึงจะทำยังไง” พี่อ๊อฟพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ เรื่องที่พี่กายจะข่มขืนผม ผมแต่งบ้าง ไม่ได้เรียล
“ก็ต้องยอมแหละ หล่อสะขนาดนั้น” ผมยิ้มกวนๆ พี่อ๊อฟมันมองผมตาขวางเลย
“นทนี่นะ พูดให้มันดีๆหน่อยสิ เดี๋ยวอ๊อฟไปหาคนอื่นบ้างจะรู้สึกนะ!” พี่ตอยพูดแซวแรงนะเนี่ย
“พี่อ๊อฟมันไม่กล้าหรอกน่า เพราะถ้าผมรู้ ผมจะ....จัดการมันด้วยมือผมเองเลย!” ผมทำตาถลน
“มึงมีได้คนเดียวว่างั้น” ผมก็ชะงักไปนิด
“อิจฉานะนิ” พี่ตังยิ้ม
“งั้นคืนนี้ผมไปนอนกับพี่ตังแล้วกัน นอนกอดพี่ตังถ้าจะอะ โอยๆๆ” พี่อ๊อฟมันบีบแขนผมอย่างแรงเลย
“5555 นทนี่นะ” พี่ตอยส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“อย่าพูดเล่นเยอะ พี่คิดจริงนะนิ” พี่ตังยิ้มเขินๆ
“พี่ตอย พี่ตังมีแฟนยัง” ผมยื่นหน้าไปถามใกล้ๆ คาดว่าพี่ตังไม่ได้ยินหรอก
“ยัง พี่ตังมันขี้เลือก เลือกมากก เลยไม่มีใครเอา 555” พี่ตอยบอก ผมก็หลุดขำนิดหน่อย
“แต่พี่เขาก็ดูไม่หยิ่งนี่ ไม่เห็นเลือกอะไรเลยนะ” ผมถามอย่างสงสัย
“ก็มีแต่นทนี่แหละที่เขาพูดเล่นน่ะ ชอบบ่นถึงนทบ่อยๆด้วยนะ บอกว่าไม่ตอบแชทเลย555 สงสัยหลงเสน่” พี่ตอยยิ้มเขินๆ ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่าพี่ตอยนี่ก็สาววาย พี่โน้ตบอกหนังสือนิยายวายกองเป็นภูเขาเลยที่บ้านพี่ตอย
พี่อ๊อฟก็พูดคุยกับพี่ตังไป ดูจะพูดกันถูกคอเรื่องอะไรไม่รู้ ผมก็ซุบซิบกับพี่ตอยไป สนุกดี จนถึงงเวลาแยกย้าย ก็ร่ำรากัน พรุ่งนี้ช่วงกลางวันก็มีนัดไปกินเลี้ยงให้กับเฮียบูมกับเฮียบอม พี่ตอยกับพี่ตังก็ต้องไปเพราะผมบังคับ จริงๆเขาก็จะไปกันอยู่แล้ว ตอนแรกเฮียชวนไปนอนที่คอนโดด้วย แต่ผมไม่ไปเพราะพี่อ๊อฟมานอนด้วย เฮียก็เข้าใจ พอแยกย้ายกันหมด ผมกับพี่อ๊อฟและทุกคนก็ช่วยกันเก็บของ ป๊ากับพี่อ๊อฟก็คุยเคลียล์กันแล้ว พี่อ๊อฟก็บอกย้ำกับป๊าว่าจะไม่ทำให้ผมเจ็บตัวอีก หรือถ้ามีก็จะน้อยที่สุด และก็ขอให้ผมไปเที่ยวบ้านยายอีกครั้งด้วย ตอนแรกป๊าก็ไม่ยอมหรอกแม่ก็ช่วยพูดก็โอเค ทำอะไรเสร็จก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ผมกับพี่อ๊อฟก็ขึ้นห้องนอน.........
“นท อาบน้ำด้วยกันนะ!” พี่อ๊อฟชวน ผมชะงักไปนิดนึง “อะไร มาเลย.....”
มันดึงผมเข้าห้องน้ำไปเลย ผมก็ลังเลนิดหน่อย ดูล่าสุดรอยมันก็จางมากแล้วคงไม่มีอะไรหรอก ผมก็ถอดเสื้อผ้า...
“ไอนท!”ผมสะดุ้งเลย รีบหันหน้าไปหามันเลย
“อะ...อะไรพี่อ๊อฟ” ตกใจสิ
“มึงไม่ได้ทาครีมกันแดดใช่ไหมเนี่ย!” มันจับดูที่แขนแล้วก็ตัวผม “แดงๆดำๆทั้งตัวเลยเนี่ย!” มันพูดอย่างไม่พอใจ ผมนี่โล่งเลย ทำความผิดนี่มันลำบากจริงๆ ระแวงไปหมด
“ใช่ ทำยังไงได้ ผมไม่ชอบทาครีมอะไรนี่พี่ก็รู้” ผมพูดแล้วยิ้มอ่อน
“เออ แปปแล้วกัน” แล้วมันก็ออกจากห้องน้ำไป
ผมก็รีบเช็คผิวตัวเองอีกครั้ง ผิวตัวไม่เป็นอะไรมาก ผมก็เช็คประตูหลังอีกที โอเคแล้ว ปกติแล้วอาจจะเพราะว่าช่ำชองและผ่านศึกมาเยอะก็เลยหายไว ใช้ยาด้วยแหละ แต่ช่ำชองนี่เกินไปไหม ไม่หรอกน่า ผมไม่ใช่คนอย่างนั้น สักพักมันก็เข้ามา ถือขวดน้ำมันมะพร้าว?........
“บำรุงสักหน่อยนะ” ผมก็พยักหน้า มันก็ทาให้ผม
“นี่! ทาแบบนี้ต้องการอะไรไม่ทราบคุณชาย!” มันทาเบาๆ ผมขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย
“ถ้าต้องการ....มึงจะทำไหม” มันพูดเบาๆที่ข้างๆหูผม วันนี้มันเป็นอะไร ปกติผมจะเป็นคนเริ่มนะเนี่ย! ถามว่าชอบไหมก็ชอบอะแหละ>.<
“ถ้าพี่อ๊อฟอยาก ผมก็....” ผมเอามือจับแท่งของมัน “อยากเหมือนกัน” คือแท่งของมันแข็งอยู่แล้ว “ได้ช่วยตัวเองบ้างไหม” มันก็ส่ายหน้า “อีกแล้ว? ทำไมไม่ทำบ้างละ” ผมถามอย่างไม่พอใจ อั้นไว้มันจะดีเหรอ เอิ่ม! ไม่ควรพูดเนอะ
“รอมึงนั่นแหละ” มันยิ้มเขินๆ
พี่อ๊อฟมันก็เอาน้ำมันมาลูบตัวผมไป มือผมก็รูดแท่งของมันขึ้นลงอย่างได้จังหวะ พี่อ๊อฟมันมองผมด้วยสายตาที่หยาดเยิ้มเกินไป เห็นแล้วของผมก็เริ่มเกิดอาการแข็งเหมือนกันขึ้นมาแล้ว ผมก็โน้มหน้าเข้าไปหามันเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนประกบจูบกัน มันเอาลิ้นเข้ามาหยอกล้อกับลิ้นผมอย่างเมามัน ผมว่าจูบพี่อ๊อฟเนี่ยแหละ ที่ผมโหยหาสุด เป็นจูบที่กระชากใจผมจริงๆ
“อื้อ อืม” เสียงผมและเสียงมันครางออกมาจากในลำคอ ตอนนี้มือผมก็เร่งความเร็วขยับแท่งของพี่อ๊อฟขึ้นลงอย่างเมามันส์ พี่อ๊อฟก็จับแท่งของผมรูดเหมือนกัน
“โอย จะออกแล้วนท”ผละอออกมาจากจูบแล้วพูดขึ้นมาเสียงกระเส่า ผมกำลังจะย่อตัวลงไปพี่อ๊อฟรั้งตัวผมไว้ก่อน มันจับมือผมข้างที่ว่างอยู่แบออกมา แล้วมันก็จับมือผมที่ชักแท่งให้มันอยู่ชักให้เร็วขึ้น
“โอย อ่าห์” มันก็กระตุก2-3ที น้ำมันก็ออกมา เยอะมาก เต็มฝ่ามือเลย มันเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางของมือข้างขวาจุ่มลงไปในฝ่ามือที่มีน้ำของมันแล้วก็เอามาป้ายปากผม ผมก็อ้าปากรับ และก็ดูดนิ้วของมันอย่างโหยหา พอผมดูจนนิ้วมันสะอาดเสร็จ พี่อ๊อฟมาก็เอาน้ำจากฝ่ามือของผม ไปถูที่แท่งของมัน แล้วจับผมหันหลังให้หน้าอกผมชนกับกำแพงห้องน้ำและก็จับแขนทั้งสองข้างของผมไขว้หลังไป และมันก็ค่อยๆสอดแท่งของมันเข้ามา
“โอ้ย อ่าห์ เบาๆ”ผมบอกมันเสียงแหบพร่า เพราะมันแสบและจุก มันก็ค่อยๆ ดันเข้ามาจนสุดแท่งของมัน มันก็เอาคาไว้ แล้วก็โน้มหน้ามันเลียหูผม ผมสั่นสะท้านไปทั้งตัวเพราะความเสียว
“ชอบไหม อ่าห์” มันถามด้วยเสียงที่แหบดูจะเซ็กซี่มาก และก็กดตัวเข้ามา ให้แท่งของมันเข้าไปลึกอีก
“ชะ อ่าห์ ชอบ” ผมก็เริ่มต้องการอย่างมากแล้ว ผมดึงมือตัวเองกลับมาเพื่อจะมาช่วยตัวเอง แต่พี่อ๊อฟมันไม่ยอม
“เดี๋ยวกูจะทำให้” มันก็เอื้อมมือมันมารูดให้ผม พร้อมกับเริ่มขยับเอวของมัน ตอนนี้ ทั้งข้างหน้าข้างหลัง ไม่รู้จะเสียวตรงไหนก่อนดี มันสุดๆเลย ผมร้องครางออกมาอย่างเหนื่อยหอบ
“อ่า อ้าห์”พี่อ๊อฟรูดแท่งของผมได้ไม่นานผมก็กระตุกปล่อยน้ำออกมามันก็เอาน้ำของผมที่เปื้อนมือมัน มาล้วงเข้าในปากมัน ผมอายนิดหน่อย มันดูเซ็กซี่เกินไป พี่อ๊อฟทำให้ผมต้องการมันมากขึ้น แล้วพี่อ๊อฟก็เริ่มขยับเอวเร็วขึ้น และเร็วขึ้นกว่าเดิม เสียงในห้องน้ำตอนนี้ มีแต่เสียงเนื้อกระทบกันดัง พั่บๆๆ และเสียงร้องครางของผมกับพี่อ๊อฟ ที่ร้องออกมาเพราะครวามเสียวส่าน
“จะออกแล้วนะ” มันโน้มหน้ามาบอกผม แล้วก็กัดที่คอผมนิดหน่อย ผมก็พยักหน้า มันเร่งเอวแรงขึ้นกว่าเดิม ซอยอยู่อย่างนั้นสักพักมันก็ถอนออกมา ผมก็หันตัวไปหามันแล้วย่อลงให้ใบหน้าอยู่ระหว่างแท่งของมันอย่างรู้หน้าที่ มันก็มองหน้าผมด้วยสายตาที่หยดเยิ้ม แล้วก็ชักแท่งของมันไป ผมก็ใช้ลิ้นเลียหัวมันไปพราง พี่อ๊อฟมันก็ใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ล้วงเข้ามาในปากผม สักพักมันก็เอานิ้วโป้งมากดลิ้นผมไว้แล้วก็ใช้นิ้วชี้ดันให้ผมอ้าปาก
“อ่าห์ โอ้ะ โอย!” มันกระตุก2-3ครั้ง แล้วก็เอาแท่งของมันมาจ่อปากผมเลย น้ำของมันทุกหยดเข้ามาอยู่ในผากผมหมด ผมก็ดูดกลืนอย่างไม่รังเกียจเลย และก็ดูดแท่งของพี่อ๊อฟต่อ
“ซี้ด! เสียว อ่าห์!” ลูบหัวผม ดูดแบบนั้นสักพัก ผมก็ลุกขึ้นมา มันก็จับผมไปจูบแลกลิ้นอย่างเมามันส์อีกครั้ง เราประคองหน้าคองกันและกันและจูบอย่างโหยหาเนิ่นนานพอสมควร จนผมเริ่มเมื่อยปากก็ผละออกมา......
“ชอบไหม” ผมก็พยักหน้าอย่างเขินอาย
“แล้วพี่อ๊อฟละ” ผมถามแบบอายๆ
“ชอบมากเลยละ” มันหอมแก้มผมอย่างแผ่วเบา
และหลังจากนั้นเราก็อาบน้ำกัน โดยพี่อ๊อฟมันก็ทาน้ำมันมะพร้าวบำรุงผิวผมก่อน  ทาเสร็จก็ล้าง ตอนทาเกือบได้ต่ออีกรอบ เพราะผมดันมีอารมณ์ แต่พี่อ๊อฟไม่ไหวแล้ว มันบอกว่าวันนี้เหนื่อยจริง เพราะยืนทำ บอกไปต่อบนเตียงก็ได้มันก็บอกพักก่อน อะไรอะ เป็นว่าผมต้องการมากมายอยู่คนเดียวเหรอเนี่ย น่าอายจริงๆ อาบน้ำเสร็จก็พากันออกไปแต่งตัวและก็ปิดไฟขึ้นไปนอนบนเตียง......
“ไม่ต่อจริงเหรอ” ผมถามอย่างอายๆแล้วลูบแก้มมัน
“มึงนี่นะ” มันยิ้ม “ช่วงที่มึงไม่อยู่กูนอนน้อย เหนื่อยจริงๆ วันหลังนะ” มันก็จับมือผม
“แน่นอน จุ้บ!” ผมโน้มหน้าไปจุ้บปากมันเบาๆ
“รักมึงนะ”มันกระชับมือผมแน่น
“รักพี่อ๊อฟเหมือนกันนะ” ผมยิ้มบาน
และเราทั้งคู่ก็หลับลงเพราะความเหนื่อยล้า ผมรู้สึกมีความสุข มีความสุขมากจริงๆ แต่ก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้เรื่องนั้น แต่ตอนนี้ผมก็ขอเก็บเกี่ยวความสุขและทำเพื่อมันไปก่อนแล้วกัน.....
ตื่นเช้ามาเป็นเช้าที่เช้ามากจริงๆ เอิ่ม.......
“อะไรเล่า!” ผมพูดอย่างงัวเงีย เพราะไอพี่อ๊อฟมันสะกิดผมตั้งแต่ตี5 ฟ้ายังไม่สว่าเลย
“ไปทำบุญกันเร็ว ลงไปทำกับข้าวไปทำบุญกัน กูบอกแม่ไว้เมื่อวานแล้ว” มันเขย่าตัวผม
“เฮ้อ!” ผมลุกขึ้นมานั่ง “โอยๆ เมื่อยๆๆๆๆ!” ผมงอแงเลยไง
“เอาน่า กูอยากทำบุญไปทำกัน” มันยิ้ม มันจะร่าเริงไปไหน
“ไม่อาบน้ำนะ ขี้เกียจ” ผมบอกแบบงัวเงีย
“ไปล้างหน้าแปรงฟันก็ได้ไป” มันก็กระชากผมให้ลงจากเตียงเลย รุนแรงจริงๆ
เราก็มายืนแปรงฟันด้วยกัน ตาผมก็ยังปิดอยู่เลย ไอพี่อ๊อฟก็แปรงฟันไปบ่นไป อะไรของมัน นี่ผมได้แฟนหรือได้ป๊าเพิ่มเนี่ย! ทำอะไรเสร็จก็เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ลงไปเตรียมตัวใส่ผ้ากันเปื้อน ไอพี่อ๊อฟใส่ผ้าลายหมีน้อย ของผมเป็นกระต่ายน้อยไง น่ารักมุ้งมิ้งเชียว เตรียมตัวเสร็จก็เริ่มกันเลย มันบอกให้ผมช่วยหยิบของ มันจะเป็นคนทำเอง ผมก็หยิบๆ ตามที่มันบอกนี่แหละ ยังไม่มีใครลงมาเลยเนี่ย โถ่! ก็ทำๆไป มีไข่เจียว หมูกระเทียม แกงเขียวหวาน ไข่พะโล้ แล้วก็ทำขนมหวาน กล้วยบวชชี ดีละงานนี้ มันทำได้เยอะกว่าที่ผมคิดนะเนี่ย....
เพี๊ยะ! มันตีมือผมอย่างแรงเลย....
“กูทำไปใส่บาตรไม่ได้ให้มึงกิน!” มันพูดอย่างไม่พอใจ
“อะไรกัน ทำกับข้าวได้เยอะแยะขนาดนี้ แถมยังทำของหวานได้อีก ทำไมผมไม่ค่อยได้กินฝีมือพี่อ๊อฟ เอะอะก็ทำแค่ไข่เจียวให้กินอะ!” ผมเริ่มงี่เง่า มันก็มองผมนิ่งๆ
“เคยขอให้กูทำให้กินไหม เห็นชอบแต่ของหรูๆในห้าง กูทำไม่เป็นหรอกของพวกนั้น” เวรกรรม มันประชดผมได้เนอะ
“อื้อ! ไม่ยอม! ยังไงก็จะกินๆๆๆๆๆๆๆ!” ผมเริ่มโวยวาย
“อย่ามาทำตัวประสาทไอนท!” มันเริ่มโมโห
“ฮือ! ไม่เอาผมจะกินมันอ้า” มันทำตาขวางใส่ผม “โอ้ย! ไม่กินก็ได้!” งกจริง โถ่!
“อย่างี่เง่า กลับมาจะทำให้กินใหม่” มันพูดนิ่งๆ แต่ผมนี่ยิ้มบานเลย
“จริงนะ จริงนะ” มันก็พยักหน้า “ผมอยากกินต้มยำกุ้ง แกงฮังเล แล้วก็ห่อนึ่งปู แล้วก็ไข่ตุ๋นทะเล และก็กล้วยบวชชี กล้วยขอนิ่มๆไม่ฟาดนะ ผมชอบ” ผมยิ้ม มันก็อมยิ้มนิดหน่อย
“เยอะไปไหม” มันพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่เยอะเลย น้าๆ” ผมเอาหน้าไปถูหลังมัน “น้าๆ พี่อ๊อฟของนท นทอยากจะกินมัน” ผมพูดขึ้นอย่างอ้อนๆ
“ทำอะไรกันจ้ะเด็กๆ” แม่ลงมาแล้ว ตอนนี้ก็6โมงครึ่งแล้ว พี่อ๊อฟมันทำเร็วอยู่นะ มันทำอย่างละนิดหน่อย ตอนนี้มันกำลังตักใส่ถุง
“จะไปวัดกันอะครับ” พี่อ๊อฟหันไปยิ้มให้แม่นิดหน่อย
“มาเดี๋ยวแม่ช่วย ตักใส่ถุงแล้วก็รีบไปกันได้แล้วนะ ที่เหลือเดี๋ยวแม่จัดการเอง” แม่ยิ้ม
“เดี๋ยวผมจัดการเองก็ได้ครับ แม่ไม่ต้องทำนะ!” พี่อ๊อฟพูดอย่างไม่ยอม
แล้วก็เถียงกันไปมาจนพี่อ๊อฟแพ้เสด็จแม่ไป แล้วห่ออะไรเสร็จแม่ก็เอาตะกร้ามาให้ใส่ของ แล้วก็ไปเก็บดอกไม้ที่สวนหน้าบ้านมาให้ด้วย เตรียมส่วนที่ขาดให้ ผมก็ได้แต่ยืนมองเพราะทำอะไรไม่เป็น แต่ก็อยากช่วยนะ พอช่วยแล้วมันยุ่งกว่าเดิมพี่อ๊อฟเลยให้ผมดูเฉยๆน่าจะดีกว่า เอิ่ม! ดูมันพูดกับผมสิ...
“ผมทำเผื่อแม่ป๊าแล้วก็พี่โน้ตด้วยนะครับ อยู่ในขันโตกตรงโต้ะกินข้าวนะครับ” ผมอึ้งไปนิด ตอนแรกมันทำอย่างละสองชุดไง ไข่เจียวสองอะไรงี้ก็นึกว่าทำเยอะ ที่แท้ทำเผื่อ แล้วผมขอชิมทำไมไม่ให้ชิมละ!
“อุ้ย! น่ารักจริงเชียว ขอบคุณนะจ้ะ รีบไปเลยดีกว่า เดี๋ยวที่เหลือแม่จะเก็บให้ ป๊าต้องดีใจมากแน่ๆเลย ได้กินฝีมืออ๊อฟ” แม่พูดพี่อ๊อฟก็ยิ้มเขินนิดหน่อย
ผมกับพี่อ๊อฟก็ถอดผ้ากันเปื้อน ผมก็ไปหยิบของไปรอที่รถพี่อ๊อฟขึ้นไปเอากระเป๋าตังกับโทรศัพท์ สักพักมันก็ออกมาเราก็ไปกัน ระหว่างทางผมก็ไม่คุยอะไรกับมัน งอนบอกตรง อะไรทำให้ทุกคนกินยกเว้นผม มีที่ไหนละ! มันพาผมมาวัดใกล้ๆบ้านเนี่ยแหละไม่ไกลมาก แต่เป็นวัดใหญ่อยู่นะ คนค่อนข้างเยอะเชียว......
“งอนเหรอ?” ผมก็หันหน้าหนีมัน “555 ก็บอกแล้วไง ของมึงอะ เดี๋ยวทำให้กินใหม่จะงอนทำไม” มันจับมือผม
“ก็พี่อ๊อฟอ่ะ ผมแค่อยากชิมเอง!” ผมพูดอย่างงอแง
“ก็กูรู้ไง ถ้ามึงชิมมันหมดถ้วยแน่ๆ กูจะทำให้มึงกินเอง โอเคไหม ไอที่มึงอยากกิน ของในบ้านก็มีครบแล้วที่กูดูเมื่อกี้อะ โอเคไหมครับ” มันพูดจาดีนะเนี่ย ผมอมยิ้มนิดหน่อยแล้วก็พยักหน้า
ผมกับมันก็เดินจูงมือกันไปใส่บาตร คนเยอะอยู่ ก็ใส่บาตรกรวดน้ำเสร็จก็เดินเล่นกันนิดหน่อยครับ ไปหยอดตังบ้าง ปล่อยนกปล่อยปลาบ้าง ถ่ายรูปกันนิดหน่อยพอเป็นพิธี.......
“สดชื่นจังเลย” ผมยิ้ม
“อื้ม” มันมองผมแล้วก็ยิ้มหวาน
“อ้ะ! ขอเศษตังหน่อย” มันก็ล้วงกระเป๋าตังมัน เพราะผมไม่ได้เอาตังมา มันก็ควักเหรียญห้าเหรียญสิบให้ผมประมาณ6-7เหรียญ “ไปด้วยกันดิ” ผมยิ้ม มันก็พยักหน้าแล้วก็ตามมาแบบงงๆ
ในวัดก็จะมีลุงๆที่เป็นขอทานมานั่งเป็นจุดๆ ผมเห็นมีประมาน3คนผมก็เดินเอาเหรียญไปหยอดให้ พี่อ๊อฟมันก็ถือตะกร้าตามผมมาเรื่อยๆนั่นแหละ จนผมให้เสร็จ มันก็มองผมนิ่งๆ....
“ทำไม?” ผมถามอย่างสงสัย
“ไม่คิดว่ามึงจะรู้จักให้คนอื่นด้วย!” พูดเสร็จมันก็เดินหันหลังไปเลย
ผมก็เหวอสิ มาหลอกด่าแบบนี้หมายความว่ายังไงวะ! ไอบ้านี่! ผมก็เดินตามมันไป มันก็เดินไปรอผมที่รถ.....
“พูดให้มันดีๆ ผมเนี่ยนะไม่เคยให้อะไรใครอะ!” ผมพูดอย่างไม่ยอม
“กูล้อเล่น” มันยิ้ม “มึงน่ะ มีแต่ให้คนอื่นเขาไปทั่ว!” มันยิ้มกวนประสาท แต่ผมนี่ค้างเลยสิ ทำไมชอบด่าผมจัง
“ไปเอานิสัยด่าจิกกัดเหน็บแนมนี่มาจากไหนนะ!” ผมพูดอย่างโมโห
“จากมึงไง อยู่กับมึง พูดดีๆด้วยไม่ได้หรอก พูดด้วยแล้วได้ใจ” เอาเข้าไป
“เป็นอะไรอีกเนี่ย!” ผมถามอย่างหัวเสีย
“กูเห็นนะ ยิ้มให้ไอนั้น” เอิ่ม!
“เขายิ้มให้ก็ยิ้มตอบไหม” อะไรกัน หึงเหรอเนี่ย
“พอๆ ขึ้นรถเลย กูชักจะหงุดหงิดมึงแล้ว!” แล้วมันก็ถอยรถออกมา
ผมก็อึนๆไอนี่มันอารมณ์แปรปรวนจริงๆ ผมก็ซ้อนรถมันแล้วก็กอดเอวมันแน่น มันก็บ่นผม เรื่องความอัธยาศัยดี มันบอกว่าผมมากเกินไป เฮ้อ! ผมก็ยอมๆมันไปไม่อยากมีเรื่อง พอถึงบ้านนี้ก็เพิ่งจะ8โมงกว่าๆ ป๊าก็ยังไม่ไปทำงานเลย นั่งกินข้าวอยู่กันสามคน พอเข้าไปป๊าก็ยิ้มให้ผมกับพี่อ๊อฟ พี่โน้ตก็ด้วย.....
“สุดยอดเลยอ๊อฟ กับข้าวอร่อยมากๆเลย!” ป๊าพูดชมออกนอกหน้าไปแล้ว
“นั่นสิ! ฝีมือดีนะเนี่ย!” พี่โน้ตยิ้ม
“เฮ้อ! ต่างจากคนบางคน ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง!” แม่มองเหล่มาทางผม
ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปสะแล้ว ผมก็ทำหน้างอนิดหน่อย ทุกคนก็ขำกัน แล้วพี่อ๊อฟก็พาผมเข้าไปในครัว เก็บตะกร้า แล้วก็เอาของที่จะทำให้ผมออกมา มันก็ให้ผมช่วยทำในสิ่งที่ผมทำได้ ก็ทำกันไป สักพักแม่ก็เก็บจานเข้ามา ป๊ากับพี่โน้ตก็ออกไปทำงานและเรียนแล้ว ปกติตื่นสายไม่เจอแล้ว แม่ก็มาช่วยพี่อ๊อฟกับผมทำบ้าง จนเสร็จนั่นแหละ กว่าจะเสร็จก็จะสิบโมงแล้ว ผมก็บ่นหิวตลอด มันก็เลยไล่ผมขึ้นไปล้างหน้าล้างตาอีกรอบ ผมก็ไป ลงมาอีกทีของก็ถูกจัดวางไว้เต็มโต้ะแล้ว แม่ก็ไปซักผ้า พี่อ๊อฟก็นั่งรอผม.....
“โอ้โห! พี่อ๊อฟ” ผมเดินเข้าไปกอดคอมัน แล้วก็หอมแก้มมันเลย “พี่ทำให้ผมจริงๆเหรอเนี่ย!” ผมดีใจ คือมันครบตามที่ผมบอก ตามที่ผมอยากกินเลยอะมีต้มยำกุ้ง แกงฮังเล ห่อนึ่งปู แล้วก็ไข่ตุ๋นทะเล และก็กล้วยบวชชี ครบตามที่ผมบอกเลย
“ชอบไหม!” มันหันมายิ้ม
“ชอบๆ ชอบมาก ขอบคุณนะพี่อ๊อฟ” ผมลากเก้าอี้แล้วนั่งลงข้างๆพี่อ๊อฟ
“อยากได้อะไร อยากกินอะไรบอกกูนะ กูจะทำให้” มันยิ้ม ผมยิ้มตาม ตื้นตันอยากจะร้องไห้เลย
“ผมจะกินให้หมดเลยละ” แล้วผมก็เริ่มตักต้มยำกุ้งมาชิม
อร่อย ทุกอย่างอร่อย ผมกินไปยิ้มไปอย่างมีความสุข มันปริ่ม มันอร่อยที่สุดในโลก ผมรักมัน ผมก็กินบ้างป้อนมันบ้าง กินจนหมด ไม่เหลือสักอย่าง เพราะมันทำมาพอดีด้วย ก็เลยหมดเกลี้ยงเติมไม่ได้ กินเสร็จผมก็อาสาจะล้างให้มันก็ไม่ยอม แต่ผมก็ค้าน จนสุดท้ายก็ได้ช่วยกัน ล้างไปผมก็แหย่มันบ้าง ทำอะไรเสร็จ ผมกับมันก็ไปช่วยแม่ทำงานบ้าน เพราะเดี๋ยวช่วงบ่าย ก็ต้องไปกินเลี้ยงของเฮียบูมอีก ก็ช่วยแม่กวาดบ้านถูบ้านไป จนทำอะไรเสร็จผมก็ไปนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านกับคุณชายอ๊อฟเนี่ยแหละ............
“เหนื่อยไหม!” ผมหันไปมองหน้ามัน มันก็หันมามองหน้าผม
“ไม่เลย” มันตอบ ผมก็เอาผ้าซับหน้าให้มัน
“ให้ผมนวดให้ก็ได้นะ” ผมดึงมือมันมานวดๆ
“มึงนี่นะ” มันยิ้ม เอามืออีกข้างมาลูบแก้มผม
ผมกับมันก็นั่งจู๋จี๋กันอยู่หน้าบ้านสักพักก็พากันขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวรอป๊ามารับ วันนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะมีญาติมาเยอะหรือเปล่า.....
“พี่อ๊อฟ วันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีคนมาเยอะไหม พี่อ๊อฟจะไม่อึดอัดใช่ไหม” ผมถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่หรอก แค่มีมึงก็พอแล้ว!” มันยิ้ม ไอบ้านี่มันทำผมเขินได้ตลอดเลย
เรานั่งคุยกันไปสักพักป๊าก็มา เราก็ลงไปช่วยป๊าเตรียมของ พอเสร็จก็พากันไปขึ้นรถ พี่โน้ตก็นั่งอัดกับผมและพี่อ๊อฟข้างหลังแม่ก็นั่งกับป๊าข้างหน้าแล้วก็เดินทางไปร้านอาหารที่เฮียบูมนัดไว้ ระหว่างทางก็ได้พูดคุยกันมากมาย พี่อ๊อฟดูจะมีความสุขแบบแปลกๆ ผมก็ดีใจที่มันมากับผมแล้วมีความสุขนะ นั่งไปกันสักพักก็ถึง เป็นร้านอาหารพื้นเมือง พอถึงก็พากันเข้าไป มันมีแบ่งเป็นห้องๆ เฮียเขาเปิดห้องใหญ่ คนเยอะเชียว ญาติผมมากมาย ผมก็เข้าไปทักทายบ้าง พี่อ๊อฟก็ยืนไม่ห่างผมเลย ผมก็แนะนำพี่อ๊อฟไปด้วย จนแล้วเสร็จก็ไปนั่งที่ พี่โน้ตก็อออกไปรับพี่ตอยกับพี่ตังเข้ามา พอเข้ามาแล้วก็มานั่งกับผมเนี่ยแหละ นั่งคุยกัน เพราะพวกพี่เขาก็รู้จักแต่กับพวกผม ก็นั่งคุยกันไปกินกันไป เฮียบูมคิดถึงอาหารเหนือ อยากกินมาก ก็เลยพามาห้องอาหารเมือง สั่งแหลก และมีคาราโอเกะ ก็ร้องเล่นเต้นกันไป.....
“เฮียนท!” ไอตี้วิ่งเข้ามากอดคอผม ไอตี๋ตี้ ไอเด็กปากเสียเป็นลูกพี่ลูกน้องผมเองอายุแค่11ปีเอง หน้าตามันดีแต่ปากมันเสียมาก
“ว่าไง” ผมถามอย่างใจดี
“เฮียมีผัวแล้วเหรอ ทำไมเร็วจังอะ” นั่นไง เริ่มแล้วไง ผมมองมันด้วยหางตาทันที ไอเด็กเปรตนี่!
“ไอตี้ อย่าพูดจาเลอะเทอะ มาอยู่กะป๋าเลยเร็ว!” อาแปะพ่อของไอตี้เรียกมันกลับไป ผมก็มองนิ่งๆ เพราะเขารู้ไง ถ้าขืนมันอยู่อีก ผมคงได้ด่าไอเด็กเปรตนี่จนวงแตกแน่ๆ
“ไอเด็กนั่นมันน่ารักดีนะ 555” ผมมองไอพี่อ๊อฟนิ่งๆ มันน่าขำเหรอที่ให้เด็กตัวแค่นี้มาพูดจาแบบนี้
“ปากเสียอย่างนั้นเนี่ยนะ บอกว่าน่ารัก” ผมพูดอย่างไม่พอใจ
“เอาน่านท เด็กเขาก็พูดไป เขาไม่รู้เรื่องหรอกน่า” พี่ตอยพูดอย่างใจเย็น
แล้วก็มีลูกพี่ลูกน้องผมมากมาย เข้ามาทักทาย จริงๆลูกพี่ลูกน้องผมมีเยอะกว่าพี่อ๊อฟอีก แต่ถ้าพูดถึงความสนิทสนมก็จะเป็นเฮียบูมกับเฮียบอม คนอื่นๆก็ไม่เท่าไหร่.....
“นท นี่ใครอะ” พี่ใบบัว หนึ่งในลูกพี่ลูกน้องผมเอง เป็นผู้หญิงน่ารัก ติดจะหมวยๆ นิสัยขี้กวน
“แฟนนทเอง” ผมยิ้มเขิน
“แหมๆ เกินไปแล้วน้ะเดี๋ยวนี้” พี่ใบบุญพูดอย่าล้อๆ คนนี้เป็นน้องของพี่ใบบัว เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่แสบกว่าเยอะ
แล้วเขาก็เริ่มกลั่นแกล้งพี่อ๊อฟของผม มันก็ได้แต่เขินอาย ผมก็ยิ้มให้กับภาพตรงหน้า พี่อ๊อฟมันน่ารักจริงๆ....
“นท กูจะไปห้องน้ำนะ” ผมก็พยักหน้า
“ผมไปด้วย” แล้วก็ลุกขึ้น
แล้วก็พากันไปห้องน้ำ พอถึงห้องน้ำก็แยกย้ายกันทำธุระส่วนตัว....
“ออกไป! อย่ามาขายของในนี้นะไอเด็กบ้า!” เสียงเอะอะ โวยวายดังมาจากด้านหลังของห้องน้ำ พี่อ๊อฟก็ยังไม่ออกมาสักที ผมก็เลยเดินอ้อมไปดู ก็เห็นพนักงาน2คนยืนชี้หน้าเด็กคนนึงแต่งตัวมอมแมม ถือตะกร้าอะไรสักอย่างผมคาดว่าน่าจะเข้ามาขายของในร้าน แล้วโดนพี่พวกนั้นไล่....
“ผมขอเข้าไปขายแค่ตรงหน้าร้านนั้นก็ได้นะครับ ผมไปขายที่อื่นไม่ได้....” ก้มหน้าอย่างกลัวๆ
“บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้เว้ย!”  ผลัก! ผลักเด็กคนนั้นล้ม ผมก็เลยวิ่งเข้าไปช่วยพยุงน้องเขา พนักงานสองคนนั้นก็ตกใจนิดหน่อย เพราะเขาก็น่าจะจำผมได้ที่เขาเข้ามาเสริฟอาหารในห้องอาหารที่ผมใช้บริการ น้องคนนี้ยังเด็กอยู่เลย อายุก็น่าจะประมาน9ขวบเองมั้ง น่าสงสารมากเลย เขาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ด้วย.....
“พี่พูดดีๆกับน้องเขาก็ได้นะครับ” ผมก็ปัดฝุ่นที่เสื้อผ้าน้องเขาให้นิดหน่อยแล้วก็ช่วยเก็บของใส่ตะกร้าให้น้องเขา เป็นพวงกุญแจ แล้วก็ลูกอมเป็นห่อๆ
“คุณลูกค้าอย่าไปยุ่งเลยครับ เด็กเร่ร่อนนะครับ” พี่พนักงานบอกอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็นอะไรครับ พี่ๆกลับเข้าไปเถอะ เพราะผมสนใจของที่น้องเขาขาย” ผมพูดนิ่งๆ พี่เขาก็ลังเลนิดหน่อย
“เด็กคนนี้เขาชอบแอบเข้ามาขายของ ทางผู้จัดการเห็นว่ามันไม่เหมาะสม เราก็เลยต้องไล่นะครับ” พูดแบบอธิบาย
“ครับผมเข้าใจ” ผมยิ้ม “จริงๆมันก็มีหลายวิธีนะครับ พี่ไม่น่าจะรุนแรงกับเด็กขนาดนั้นนิ” ผมพูดนิ่งๆ “แต่ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ยังไงพี่ก็โตกว่าผม ผมรู้ว่าพวกพี่ควรจะทำยังไงอะแหละครับ” ยิ้ม “ผมขอดูของของน้องเขาหน่อยแล้วกันนะครับ” ผมพูดดีๆกับพวกเขาเนี่ยแหละ
แล้วเขาสองคนก็เดินเข้าไปกัน โดยที่ซุบซิบกันไปด้วย ผมไม่สนใจหรอก...
“ไหน น้องมีอะไรมาขายเหรอครับ” ผมก็พูดกับน้องอย่างใจดี
“ขอบคุณนะครับพี่” น้องไหว้ผม ผมก็รับไหว้
“ไม่เป็นอะไรเลย แล้วทำไมถึงอยากเข้าไปขายที่ร้านนี้ละครับ” ผมถามอย่างสงสัย
“ร้านนี้คนมีตังมากินเยอะ พอผมเข้าไปขาย ก็ขายได้หมดทุกที แต่พวกพี่พนักงานเขาไม่พอใจ เพราะเขาจะไม่ได้ทิปจากคนที่มากิน” น้องพูดเสียงเบาๆ
“โห! รู้ได้ยังไงเนี่ย!” ผมยิ้ม
“เขาพูดกันบ่อยครับ” น้องพูดแบบอายๆ
“งั้นของในนี้ขายยังไงครับ” ผมถามอย่างใจดี
“พวกกุญแจตัวละ20ครับ ลูกอมห่อละ10บาท” น้องพูดแนะนำด้วยรอยยิ้ม
“โอ้โห! ขายถูกจังเลยนะ พวงกุญแจนี่ทำเองหรือเปล่าครับ” น้องเขาก็พยักหน้า
“ทำอะไร” พี่อ๊อฟเดินมาข้างหลังผม แล้วถามผมด้วยรอยยิ้ม
“พี่อ๊อฟ!” ผมยิ้มหวานให้มันมันก็ยิ้มตอบ “มาก็ดีละ มาดูของน้องเขาเร็ว” ผมพูดอย่างตื่นเต้น มันก็ยิ้มแล้วก็เดินมานั่งข้างๆผม
“ทั้งหมดนี่เท่าไหร่ครับ” พี่อ๊อฟถามอย่างอ่อนโยน
“250 บาทครับ” เขาคิดอยู่นานกว่าจะพูดออกมา แต่ผมมองดูแล้วเขาน่าจะคิดผิด หมายถึงคิดไม่ถึงที่จะต้องจ่าย น้องขาดทุนแน่นอน
“งั้นพี่ให้ 500 เลยนะ” มันล้วงตังออกมายื่นให้น้องเขา
น้องเขาก็ทำหน้าดีใจแล้วก็หยิบถุงออกมาใส่ของให้ พี่อ๊อฟก็รับมา....
“วันหลัง ถ้าร้านนี้ไม่ให้เข้าก็ไม่ต้องเข้าหรอกนะ น้องไปรออยู่หน้าร้านหรือแถวที่จอดรถก็ได้ ทำตัวน่ารักๆ เดี๋ยวก็มีคนซื้อนะ” มันลูบหัวน้องเขา
“ขอบคุณครับพี่” น้องยิ้มไม่หุบตั้งแต่ได้เงินแล้ว
“ไป...รีบกลับบ้านนะ” แล้วน้องเขาก็วิ่งไป
ผมก็มองพี่อ๊อฟด้วยรอยยิ้ม เวลามันใจดี มันดูหล่อมากกเลยนะเนี่ย ผมละปลื้มปริ่มเลย ผมกับมันก็เดินไปห้องน้ำล้างมือสักหน่อย เพราะมือผมเปื้อนฝุ่นที่ปัดตัวให้น้องเมื่อกี้ พี่อ๊อฟมันบอกว่าเห็นตั้งแต่แรกแล้ว เห็นตั้งแต่แรกแล้วทำไมไม่เข้ามา มันก็เอาแต่เก๊ก ผมถามก็ไม่ตอบ เราก็กลับเข้าไปนั่งในห้องอาหาร พี่อ๊อฟก็ให้เอาของที่ซื้อมาไปแบ่งทุกๆคน ผมก็เอาไปแบ่ง เป็นตุ๊กตาเชือก เอามาพันๆแล้วติดกาวเข้ากับกุญแจ น่ารักดี มีแต่คนชอบ แต่มีอยู่คนนึงที่มีปัญหา.....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“โห! เฮียนท ตุ๊กตาน่าเกลี้ยดน่าเกลียด เอามาให้ตี้ได้ยังไงเนี่ย!” ดูปากมันนะไอเด็กผีนรกเจาะปากมาเกิด
“นี่ ไอตี๋ ถ้าไม่อยากได้ก็ไม่ต้องพูดมาก เอาคืนมาเลย!” ผมดึงมาจากมือมันนั่นแหละ ปากมากเหลือเกิน
“อะไร ได้ยังไง ให้ตี้แล้วนี่ เฮียขี้โกงอะ!”  มันก็มาแย่งกับผมในมือเนี่ยแหละ มาแกะมือผม
“นท! ปล่อยเลย เด็กมันก็พูดไปนั่นแหละ จะไปอะไรมากละ!” พี่อ๊อฟพูดแล้วก็จับไหล่ผมเบาๆ
“ไอเด็กกระหังเนี่ยมันปากไม่ดีนัก!” ผมพูดอย่างไม่ยอม มือกระฉุดกระชากกับมัน
“ไอเฮียบ้า เอาคืนมา” เอาแล้วไง
“เออ เอาไปเลย ไอเด็กกระหัง!” ผมพูดอย่างไม่พอใจ
“แบร่ เฮียนทนิสัยไม่ดี!” ดูมันแลบลิ้นปริ้นตาใส่ผมอีกนะ ตบปากเด็กนี่จะผิดไหม
คือผู้ใหญ่จะนั่งอีกฝั่ง แล้วเด็กๆก็นั่งอีกฝั่ง เพราะจะได้พูดคุยกันสะดวก....
“ตี้ เป็นเด็กเป็นเล็ก พูดจาให้มันดีๆหน่อยนะ” ภัทรหันไปดุไอตี๋ตี้ ภัทรก็หนึ่งนลูกพี่ลูกน้องผมเหมือนกัน รุ่นเดียวกับผม
“เอาน่าตี้มันยังเด็ก” พี่ภาพี่สาวของภัทรพูดขึ้น ก็ไอตี้มันเที่ยวไปปากเสียใส่คนอื่นไปทั่ว
แล้วทุกคนก็เริ่มจะรุมด่าไอตี้กันแล้ว เพราะมันชักลามปามพอใครช่วยมันมันก็ได้ใจไงละ.....
“เด็กอะไร แก่แดดชะมัด” พี่อ๊อฟพูดอย่างเหลืออด
“ไหนว่ามันยังเด็กไงละ” ผมพูดอย่างกวนๆ มันก็มองค้อนผม
เราก็เฮฮาปาร์ตี้ไปจนเย็น ก็ถึงเวลาแยกย้ายกัน ก็ร่ำลากันสะนานเชียว แล้วก็พากันกลับบ้าน ระหว่างทางป๊าก็พูดนู่นพูดนี่เยอะแยะเชียว พอถึงบ้านก็ไปพักผ่อนกัน ผมกับพี่อ๊อฟก็ขึ้นไปบนบ้านกัน ไปเปลี่ยนชุดให้สบายๆกว่านี้ แล้วก็มานอนเล่นกันบนเตียง........
“เฮ้อ!” มันล้มตัวนอนทับพุงผม
“เป็นอะไร” ผมลูบหัวมัน
“พรุ่งนี้ไปบ้านยายนะ” ไอนี่มันจะพูดถี่ไปแล้วนะ มีอะไรหรือเปล่า
“รู้แล้วๆ มีอะไรหรือเปล่าพี่อ๊อฟ ดูอยากจะให้ไปมากเลยนะ” ผมถามอย่างสงสัย
“เปล่า อยากไปกับมึงก็แค่นั้นแหละ” จับมือผม
“พูดจาน่ารักขึ้นทุกวันเลยน้า” ผมหยิกแก้มมัน
“ไม่ได้เดี๋ยวมึงไม่รัก” มันยิ้มบาน
ผมกับมันก็นอนเล่นกันไป จนมืดแม่ก็เรียกลงไปกินข้าวเย็น กินอะไรเสร็จก็ขึ้นบ้านอาบน้ำอีกรอบและปิดไฟขึ้นนอน โดยเมื่อตอนกินข้าว พี่อ๊อฟได้บอกป๊าไปว่าจะพาผมไปบ้านยายพรุ่งนี้ ป๊าก็โอเคด้วย มันดูดีใจแปลกๆนะ มันมีอะไรหรือเปล่านะ ผมก็ไม่อยากถามให้มากความหรอก ถ้ามันอยากเซอร์ไพร์ซผมก็จะรอ เอาใจมันหน่อย…..
“พรุ่งนี้เดี๋ยวกูเตรียมของให้นะ” มันจับมือผม ผมก็พยักหน้า “ไปบ้านยาย กูจะทำข้าวให้มึงกินทุกมื้อเลยนะ” ผมก็ยิ้มแล้วก็พยักหน้ารัว
“ว้า! พี่อ๊อฟทำให้ผมหมดแบบนี้แล้วผมทำอะไรตอบแทนพี่อ๊อฟได้ละเนี่ย” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนัก แต่มันก็น่าคิดนะให้มันทำให้แต่ผมฝ่ายเดียวมันจะดีเหรอ...
“มึงก็คอยช่วยกูไง” มันเอามือลูบแก้มผม
“พี่อ๊อฟ เป็นอะไรหรือเปล่า” ผมจับมือมันที่ลูบแก้มผม มันพูดจาหวานแปลกๆตั้งแต่ผมกลับมาแล้ว ผมเริ่มจะค้างคาใจแล้วละสิ
“เปล่า แค่.....” มันเขยิบตัวมาใกล้ๆผม ผมก็ไม่ถอยหนี “อยากจะดูแลมึงให้ดี ให้ป๊าได้เห็นไง ว่ากูดูแลมึงดีไม่ต่างจากที่ป๊า แม่ หรือพี่โน้ตดูแลมึง” จูบผมเบาๆ ผมเผยยิ้มออกมาอ่อนๆ มันซึ้ง มันกินใจ มันปลื้ม มันตื้นตัน มันหลากหลายความรู้สึกเหลือเกิน
หมับ! ผมมุดตัวไปกอดพี่อ๊อฟ เอาหน้าไปซบอกมันแล้วกอดมันแน่น มันก็กอดผมไว้แน่นเหมือนกัน และเราทั้งคู่ก็หลับลงไป คืนนั้นเป็นคืนที่ผมฝันหวานและอบอุ่นที่สุดเลย…..
เช้ามา ผมก็ตื่นขึ้นพร้อมกับมัน มาช่วยกันเก็บของใช้ของผมเข้ากระเป๋าเป้ ผมก็ช่วยมันอย่างไม่มีบ่นเลย พอเสร็จก็อาบน้ำ แต่งตัวลงไปกินข้าว ป๊าก็ย้ำผมเหลือเกินว่าอย่าไปดื้อ และก็ย้ำกับพี่อ๊อฟอีก ถ้าทำผมเจ็บตัวกลับมาพี่อ๊อเจอหนักแน่ ขู่คนนั้นทีคนนี้ที ป๊านี่เป็นเอามากแล้วละ แต่ทุกคนก็ต้องจำยอม ขืนเถียงป๊าก็คงไม่ได้ไปกันพอดี ทำอะไรเสร็จ ผมก็ไปบ้านพี่อ๊อฟ วันนี้เราจะขี่มอไซค์ไปกัน ตากลม ชิวดี กลับบ้านมันไปเตรียมของๆมันผมก็ช่วยมันด้วย ทำอะไรเสร็จผมก็นั่งคุยกับพ่อและพี่อิฐและแม่นิดหน่อย พี่อ๊อฟก็พาผมไป ทุกๆคนก็เตือนพี่อ๊อฟเรื่องการขับรถอย่างเป็นห่วง ร่ำลาอะไรเสร็จก็พากันไป ระหว่างทางก็ได้มีการพูดคุยกันมากมาย....
“พี่อ๊อฟ ถ้าเหนื่อยก็จอดพักก็ได้นะ” ผมพูดอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรมันไม่ได้ไกลขนาดนั้น!” พูดด้วยเสียงเบาๆ
“จอดปั้มหน้าเลย ผมปวดฉี่!” ผมพูดขึ้นมาอย่างขนลุก ก่อนออกมามัวแต่โม้กับพี่อิฐ ไม่ได้สนใจทำอะไรให้เรียบร้อยเลย
แล้วมันก็บ่นผมยาวเลย ผมก็เออออไป มันก็มาส่งผมเข้าห้องน้ำ ผมก็พามันไปซื้อของในเซเว่น ซื้อเกลือแร่ให้มันหน่อย จะได้สดชื่น แล้วเราก็เดินทางต่อ ผมก็ชวนมันพูดตลอดทาง กลัวมันจะหลับใน ผมก็พูดไม่หยุดเลย จนมันเริ่มรำคาญ แล้วสุดท้ายก็ถึง ยายจันทร์ยืนรออยู่หน้าบ้านแล้ว พอถึงผมก็ลงรถแล้วก็วิ่งไปกอดยายจันทร์.......
“นท เหนื่อยไหม” ยายจันทร์ถามอย่างใจดีแล้วก็ลูบหัวผม
“มะ....”
“มันจะเหนื่อยอะไรยาย อ๊อฟขี่รถมานะ อีกอย่างมันอะพูดมากที่สุดเลย!” มันพูดอย่างไม่พอใจ
“อะไร รำคาญผมเหรอ!” ผมพูดอย่างไม่ยอม
“โว้ะ!” แล้วมันก็เดินเข้าไปในบ้านครับ ผมก็ทำหน้ามุ่ยเลย อะไร แค่พูดก็รำคาญเหรอ
“อ๊อฟคงเหนื่อยแหละ อย่าไปถือสาเลย” ยายจันทร์ยิ้ม
“ป้าเตรียมขนมอร่อยๆไว้รอเยอะแยะเลยจ้ะ รีบเข้าไปเร็ว” ป้าแมวพูดอย่างใจดี ป้าแมวเป็นญาติยายจันทร์เนี่ยแหละ ยายจันทร์อยู่กับญาติๆ ประมา 7-8คน 2ครอบครัว ประมานนั้น
“ขอบคุณครับ” ผมยิ้มหวาน
แล้วผมก็จูงมือยายจันทร์เข้าบ้าน พี่อ๊อฟมันก็นั่งกินขนมหน้านิ่งๆอยู่ พอมันเห็นผมมันก็ทำเป็นหันหน้าหนี ดูมันสิ มาโกรธอะไรผมเนี่ย!....
“กินเสร็จก็เอาของไปเก็บไปพักผ่อนกันก่อนก็ได้ หายเหนื่อยแล้วก็ค่อยลงมา” ยายจันทร์พูดด้วยรอยยิ้ม
“เชอะ! ไปเลย ไอขี้งอล!” ผมเบะปากใส่พี่อ๊อฟ มันก็มองผมนิ่งๆ
“เออ ไอพูดมาก!” แล้วมันก็ลุกขึ้นไปเลย
ผมพูดมากแล้วมันผิดตรงไหนละเนี่ย! บ้าที่สุด มันจะโกรธทำไมนะ! ผมก็มองตามหลังมันอย่างเป็นห่วง....
“ตามไปสิจ้ะ งอลไปนู้นแล้ว” ยายจันทร์ยิ้มล้อๆ ผมก็ยิ้มอ่อนให้ยาย
ผมก็รีบตามมันขึ้นไป กองเสื้อผ้าไว้ไม่เก็บ นอนถอดเสื้อใส่แต่บ๊อกเซอร์ด้วย ผมก็เก็บของให้มันและของผม พอเสร็จก็ขึ้นไปนั่งข้างๆมัน....
“โกรธที่ผมพูดมากจริงๆเหรอ” ผมถามอย่างนอยๆ มันก็หันมามองผมนิดหน่อย
“กูไม่เคยเบื่อเรื่องที่มึงพูดเลยนะ แต่ไอที่มึงพูดมาตลอดทาง มีแต่เรื่องไอสิงโต!” มันพูดอย่างไม่พอใจ ผมชะงักไปนิด
“ผมไปเที่ยวกับมันมา ก็อยากพูดให้พี่อ๊อฟฟังไง ว่าผมเป็นยังไง ไปเจออะไรมาบ้าง ถ้าไม่อยากฟังวันหลังก็บอกด้วยแล้วกัน!” ผมพูดอย่างไม่พอใจแล้วก็ลุกขึ้น
ผมก็เดินลงเตียงกำลังจะไปเปิดประตูห้องมันก็วิ่งมากอดผมไว้ หมับ! ผมก็นิ่งๆ จริงๆไม่โกรธนะ ผมเองก็ผิดแหละ รู้ว่าไอพี่อ๊อฟไม่ชอบยังพูด แต่ที่พูดไปมากมายก็พูดเรื่องตอนไปเที่ยวกับพวกสิงโตนั่นแหละ เพราะผมยังไม่ได้เล่าให้พี่อ๊อฟฟัง และก็อยากเล่าให้มันฟังด้วย แต่ผมก็ลืมนึกไปว่าพี่อ๊อฟคงไม่ชอบ ผมผิดเองแหละ....
“ขอโทษ! ขอโทษๆ กูมันงี่เง่าเองนท” มันกอดผมแน่น
ผมก็หันไปหามัน....
“ผมเองก็ขอโทษพี่อ๊อฟ วันหลังผมจะไม่พูด ในสิ่งที่พี่อ๊อฟไม่อยากได้ยินนะ” ผมยิ้มอ่อน
“ไม่! พูดมาเลยนท กูจะฟังอย่างตั้งใจเลย ทุกเรื่องที่เป็นเรื่องของมึงกูอยากฟังนะ” มันกอดผมอีกครั้ง
“ถึงจะมีไอสิงโตอะนะ” ผมพูดเบาๆ
“อืม กูขอโทษ มึงอุตส่าเล่าตอนที่มึงไปเที่ยวมาให้กูฟัง แต่กูกลับทำไม่พอใจ ขอโทษ ขอโทษ” มันพูดอย่างอ่อนโยน
“อืม” จริงๆก็รู้สึกผิด แต่ก็ช่างมันเถอะ “ผมก็อยากฟังเรื่องของพี่อ๊อฟนะ ไม่เล่าให้ผมฟังบ้างเหรอ” ผมพูดด้วรอยยิ้ม
“ได้สิ แต่...อยากฟังของมึงมากกว่า” พูดแล้วหอมแก้มผม
“ขอบคุณนะพี่อ๊อฟ ที่เข้าใจผม” ผมหอมแก้มมันคืน
“อืม เหมือนกันนะ!”
ผมกับมันก็คุยกันไป งุ้งงิ้งกันไปสักพักก็พากันลงไปหายาย ยายกำลังจะไปทำสวน ผมก็ห้ามทันทีเลย แต่พี่อ๊อฟบอกยายก็เป็นแบบนี้แหละ เขาไม่ยอม พี่อ๊อฟก็เลยได้ไปช่วยบ่อยๆ ถึงจะมีคนคอยช่วยและดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว แต่พี่อ๊อฟก็อยากทำหน้าที่นั้นบ้าง ผมก็ยิ้มให้กับความคิดที่ดีของมันเลยนะเนี่ย ผมก็อาสาไปช่วยด้วยคน พี่อ๊อฟก็ไปเอาหมวกถุงมือเสื้อแขนยาวรองเท้าบูธอะไรเยอะแยะมาใส่ให้ผมพร้อมเลย...
เมื่อเตรียมตัวพร้อมกันแล้ว เราก็พากันไปสวนหลังบ้าน ยายก็ถางหญ้า ผมก็ช่วยถาง หญ้าที่มันไม่ควรขึ้นก็ต้องโดนผมถางไปสะ ผมก็ทำอย่างไม่ถนัดนัก เพราะชุดมันรุงรัง ไม่รู้จะใส่อะไรเยอะแยะ ทำไปได้ไม่นานรู้สึกว่ามันร้อน ร้อนมาก เหงื่อออกเต็มตัวผมไปหมด แต่ก็ทนได้ เพราะรู้สึกว่าสนุกดี ทำไปพูดคุยกันไป ยายจันทร์ก็ไล่ผมให้กลับไปพักในบ้านตลอด แต่ผมไม่ยอม ก็ทำๆไป ถางหญ้ากว่าจะเสร็จก็นานพอสมควรเลย พอเสร็จก็ขนเศษหญ้าไปใส่ตะแกรง เคาะๆเศษดินออกแล้วเอาไปให้หมูกิน ไอพี่อ๊อฟมันบอก ขนหญ้าเสร็จแล้วก็ไปช่วยยายพรวนดินต้นกล้าที่พึ่งลงไป พรวนพร้อมใส่ปุ๋ย พรวนเสร็จก็เปิดสปิงเกิล รดน้ำ มันเหนื่อยจริงๆ แต่รู้สึกดีมากเลยละ.....
“จะเที่ยงแล้ว ไปพักกันก่อนนะ เดี๋ยวเขาจะทำกับข้าวมาให้นะ” ยายจันทร์พูดอย่างใจดี
พี่อ๊อฟก็พาผมกับยายจันทร์ไปที่โต้ะนั่งกลางสวน โต้ะใหญ่ สักพักพี่ๆป้าๆก็ยกกับข้าวอะไรมาเต็มไปหมด เขาบอกทำไว้ตั้งแต่เช้าแล้ว แค่อุ่นแล้วเอามากินได้เลยจะได้ไม่เสียเวลา พี่ๆคนงานเอยอะไรเอย มานั่งกินด้วยกัน เฮฮามาก เป็นกันเองมากเลย เขาอยู่กันแบบระบบครอบครัว ผมก็กินอย่างหิวโหย เพราะเหนื่อยมากจริงๆ เสียพลังงานไปเยอะพอควรเลยละ.....
“นท ตอนบ่ายไม่ต้องทำแล้วนะ นั่งดูก็พอ” พี่อ๊อฟพูดอย่างเป็นห่วง
“ม่ายยย!” ข้าวเต็มปากก็ยังพูด
“ตายแล้ว! อย่าพูดตอนเคี้ยวข้าวนะ” ยายจันทร์ดุ ผมแบบไม่จริงจังนัก เขาก็หัวเราะกัน
ผมก็รีบกิน กินข้าวเสร็จก็กินผลไม้ต่อครับ กินดีอยู่ดี กินเสร็จก็ช่วยกันเก็บ แล้วก็ไปช่วยทำสวนต่อ คราวนี้ยายไล่ผมไปให้อาหารปลาในบ่อ ให้ผมไปทำอะไรที่มันง่าย ให้อาหารปลาเสร็จก็ไล่ไปเติมน้ำให้ไก่...
“ว้าววววววว!” ผมร้องออกมาอย่างตื่นเต้น พี่อ๊อฟมันก็วิ่งมาหาผมหน้าตาตื่นเลย
“เป็นอะไรนท!” พี่อ๊อฟถามอย่างตกใจ
“พี่อ๊อฟ หมู! ดูมันดิ น่าร้ากกกกกก” ผมดี๊ด๊ามาก ผมเพิ่งเคยเห็นใกล้ๆแบบนี้ครั้งแรกเลยนะเนี่ย “อยากจับอ่า อยากจับๆๆๆๆๆๆ” ผมอ้อนพี่อ๊อฟ คนงานแถวนั้นก็หัวเราะกับท่าทางปัญญาอ่อนของผม
“มันจะกัดมึงเอานะ” พี่อ๊อฟพูดแล้วยิ้ม
“อยากจับๆๆๆๆๆๆๆ” ผมมองไปในคอกหมูอย่างตื่นเต้น ถึงมันจะเอ่อ! เหม็นไปหน่อยก็เถอะ มันมีลูกๆมันที่น่ารักมากๆด้วย ผมหลงรักเลย น่ารักมากกก เอากลับไปเลี้ยงดีไหมนะ
“เออๆ” มันยิ้มให้ผม
มันก็พาผมเปิดเข้าไปในคอกหมู หมูมันวิ่งหนีกระจุยกระจาย น่ารักมากเลย เสียงร้องของมันก็น่ารักเชียว....
“อะ” พี่อ๊อฟยื่นพลั่วตักดินมาให้ผม ผมก็มองงงๆ “ตักขี้หมูไปใส่รถเข็นตรงหน้าประตูด้วยนะ กูจะไปดูยายต่อ” พูดหน้าตาเฉย
“และไอตักขี้หมูมันต้องทำยังไงเล่า!” ผมถามมันก็เดินไปเลย เอายังไงละทีนี้
“ก็แค่ตักแล้วก็เอาไปไว้ในรถเข็นไง” พี่คนนึงเดินมาบอก น่าจะเป็นคนงานหรือ ญาติพี่อ๊อฟแหละ ผมคุ้นๆแต่ไม่เคยได้คุยกัน...
“งี้เหรอ” ผมก็ค่อยๆตักมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
“ใช่ เดินเอาไปใส่รถเข็นเลย” พูดอย่างใจดีผมก็เดินไป
ก็ทำไปจนเสร็จ เนื้อตัวเหม็นเหงื่อเหม็นขี้หมูเหม็นไปหมด พอเสร็จผมก็ยืนดูลูกหมูอยู่อย่างนั้นแหละ มันน่ารักมากเลยละ แต่เหมือนมันจะกัดนะ >.<…
“ลองอุ้มมันสิ!” พี่เขาบอกอย่างใจดี ผมก็กลัวๆนิดนึง พี่อ๊อฟบอกว่ามันกัดไม่ใช่เหรอ
“อะ เอ่อ มันกัดไม่ใช่เหรอพี่” ผมพูดอย่างกลัวๆ
“ไม่หรอก ลองดู นี่ไง” เขาก็เดินไปลูบหัวมัน
ผมก็ลองบ้าง ขนมันแข็งแปลกๆแหะ น่ารักเลย จับไปจับมาผมก็เลยอุ้มมันขึ้นมาเล่น ตัวเล็กเท่าลูกแมวอยู่เลย ผมก็คุยกับพี่เขาไป แล้วก็เล่นกับลูกหมูไป น่ารักมากเลยละ คุยกับพี่เขาก็สนุก พี่เขาชื่อต้น เป็นคนงานในสวนเนี่ยแหละ เขาก็หน้าตาบ้านๆ แต่ก็หล่อแบบเข้มๆ ใจดีมาก พี่ต้นบอกว่าพี่อ๊อฟให้มาดูผม ไอพี่อ๊อฟมันไปช่วยเขาเก็บลำไย ให้ตายสิ พอเล่นกับหมูจนพอใจผมแล้ว พี่ต้นก็ชวนผมไปดูวัว บ้านยายจันทร์เป็นสวนใหญ่เลย มีผลไม้หลายชนิดเลย และก็มีสัตว์เยอะมาก ทั้งปลา หมู วัว ควาย เป็ด ไก่ พื้นที่เยอะกว้างมาก ผมเดินจนเมื่อย ยังมีนาข้าวอะไรอีกเยอะแยะของเขาก็ไม่รู้ ถ้าทำคนเดียวก็คือตายจริงๆ ต้องมีคนงานคอยช่วย......
“ห้ะ! มีม้าด้วยเหรอ!” ผมหันไปดูคอกด้านหลัง มีม้าอยู่5-6ตัวเลย
“มีสิ ขี่ได้ด้วยนะ เอาไว้สำหรับแขกในรีสอร์ทของยายเขาน่ะ” พี่ต้นบอก ผมก็ยิ้มอย่างดีใจ
“ยายจันทร์มีรีสอร์ทด้วยเหรอพี่ ผมไม่เห็นรู้เลยอะ” ผมถามอย่างสงสัย
“มีสิ พึ่งเปิดได้ไม่นานหรอก อยู่แถวปากทางเข้าหมู่บ้าน มันมองเห็นง่าย และสะดวกด้วย ส่วนคนที่อยากขี่ม้าก็จะมีคนพามาขี่ด้านหลัง” พี่ต้นบอกด้วยรอยยิ้ม
โอ้โห! ยายจันทร์นี่ ธุรกิจเยอะมากเลยนะ ผมตะลึงไปเลย แล้วก็มีอะไรอีกเยอะแยะเลย พี่ต้นมันพูดให้ผมฟัง ผมก็ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง เพราะมันเยอะจนไม่อยากรู้แล้ว...
“ไง เหนื่อยไหม” ผมหันไปข้างหลัง ไอพี่อ๊อฟ มันเดินมากับยายจันทร์
“เป็นยังไงนท มอมแมมเลยนะ” ยายจันทร์พูดแล้วยิ้ม
“สนุกมากครับ ผมอยากขี่ม้า!” ผมบอกอย่างตื่นเต้น
“ให้อ๊อฟ พาขี่นะ เดี๋ยวยายจะนั่งดูอยู่แถวนี้แหละ” ยายจันทร์บอกอย่างใจดี ผมก็ตื่นเต้นดี๊ด๊าเลยสิ
แล้วพี่อ๊อฟก็พาผมไปที่คอกมาพร้อมพี่ต้น เขาก็แต่งตัวให้ม้าไป ส่วนยายจันทร์นั่งที่แคร่ ใต้ต้นไม้ใหญ่ ข้างสนามม้า คนงานคนสวนก็เอาน้ำเอาอะไรมานั่งกับยาย สนามม้าถูกล้อมด้วยเสาไม้เป็นรูปสี่เหลี่ยม ไม่กว้างมาก ข้างในเป็นพื้นทราย บรรยากาศดีสุดๆล้อมรอบด้วยสวนผลไม้ และยังมองเห็นภูเขา....
“ขึ้นแล้วก็ทรงตัวดีๆนะ มันเหมือนนั่งเก้าอี้ไม่มีที่พิง” พี่อ๊อฟพูด ผมก็ขึ้นไป
“อ้าว! พี่อ๊อฟ ไม่ขึ้นมาเหรอ?” ผมถามอย่างสงสัย
“มันขึ้นได้คนเดียวนท มึงอย่ามาตลก” พี่ต้นก็หัวเราะ
“อ้าว! ทำไมในหนังมันนั่งด้วยกันได้ละ” ผมถามอย่างสัย
“นั่นมันม้าแข่ง นี่มันม้าเอาไว้ขี่เล่น!” มันพูดอย่างหัวเสีย
ผมก็เออออไป มันก็ให้พี่ต้นไปพัก แล้วมันก็เอาสายจูงเกี่ยวที่บังเหียนตรงมุมปากม้าแล้วก็จูงพาผมเดิน ระหว่างนั้นผมก็พูดไปทั่วพูดอย่างตื่นเต้น เพราะชอบมาก....
“พี่อ๊อฟ อยากวิ่งๆๆๆ” ผมพูดอย่างตื่นเต้นเมื่อเดินมาสักพัก
“พอเลย มึงอย่ามาบ้าบิ่น มันอันตราย มึงไม่ได้เรียนมา เดี๋ยวก็ตกม้าตายห่าหรอก!” มันพูดอย่างไม่พอใจ
“อะไรอะ!” ผมงอแงแล้วไง
มันก็พาผมเดินไปมาสักพักก็บอกให้ผมพอแล้ว แล้วพี่ต้นก็วิ่งมาเก็บม้าให้ ผมกับพี่อ๊อฟก็เดินไปนั่งกับยายจันทร์ ไปนั่งกินน้ำกินขนมพูดคุยกันไป สนุกสนานเลยละ......
“เหนื่อยแย่เลยนะวันนี้” ยายจันทร์ลูบหัวผม
“ไม่เลย สนุกมากเลย พรุ่งนี้ให้ผมทำอีกนะยาย” ผมกอดยายจันทร์
“เด็กคนนี้มันดื้อจริงๆเลยนะ บอกว่าไม่ต้องก็ไม่ต้องสิ 555” ยายจันทร์พูดติดตลกทุกคนก็เฮฮากัน
นี่ก็บ่ายแก่ๆแล้ว ก็นั่งพักผ่อนพูดคุยกันไป ยายจันทร์ก็พักแล้วที่เหลือให้คนอื่นทำ ยายจะทำเท่าที่ยายอยากทำ เพื่อตรวจการอะไรด้วย นอกนั้นก็จะสั่งให้คนเขาทำต่อ เราก็พากันกลับบ้าน ไปอาบน้ำลางตัว ผมกับพี่อ๊อฟก็อาบน้ำด้วยกัน ไอพี่อ๊อฟมันก็เกินไป......
“ถ้าจะขัดตัวผมขนาดนั้นก็เลาะหนังออกมาขัดเถอะ!” มันถูตัวให้ผม อย่าเรียกว่าถู เรียกว่าขัดเลยเถอะ เอาสะหนังแดงไปหมดแล้วเนี่ย!
“มันสกปรกไง เดี๋ยวมึงจะคันนะ” หวังดีจังอะ เจ็บไปหมดแล้วเนี่ย!
“งั้นก็ขัดๆไปเถอะนะ!” ปล่อยมันไป
เราก็อาบกันไป กว่าจะเสร็จเล่นเอาตัวผมถลอกไปหมดเลยมั้ง ทำเหมือนผมเป็นเด็กน้อย อาบน้ำให้ ทาแป้งให้ จะแต่งตัวให้ด้วยนะ ผมก็ห้ามมันไว้ ผมไม่ได้เป็นง่อยสักหน่อยนี่! โถ่! อาบน้ำเสร็จ ก็พากันลงไปนั่งเล่น ไอพี่อ๊อฟมันก็พาผมไปเข้าครัว เตรียมทำอาหารเย็น จริงๆมันก็ให้ผมไปนั่งรอแหละ แต่ผมอยากช่วยมันไง ก็ทำไป ผมก็ช่วยอย่างเต็มที่เลย......
“ออกไปรอข้างนอกไป” มันพูดนิ่งๆ
“ทำไมอะ” ผมถามนิ่งๆ
“มึงทำบ้าอะไรของมึงไอนท! ก็ให้มึงเด็ดใบกระเพรามึงจะซอยทำไม มันไม่ใช้ต้นหอมผักชีนะ!” มันพูดอย่างหงุดหงิด
“แหะๆ” ยิ้มอ่อน “กะ..ก็มันน่าจะใช้ได้เหมือนกันนี่ ใส่ๆไปก็เหมือนกันแหละ” แถไปนั่น
“ไปรอข้างนอกไป!” ดูมันไล่ผมสิ
“เออ ไปก็ได้วะ” แล้วผมก็เดินออกจากครัวไป
อะไรว้า คนมันอยากช่วยนี่นา ผมละน้อยใจจริงเลย ผมมานั่งหงอยอยู่หน้าบ้าน เซ็งเลย ผมก็ล้วงโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดู เอิ่ม! แบตหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่อีกละเนี่ย! คือตั้งแต่กลับมาแทบไม่ได้กดโทรศัพท์เลยมั้ง ผมก็เดินกลับขึ้นห้องนอนเอาไปชาจทิ้งไว้ แล้วก็ลงมา เห็นยายกำลังแต่งหน้าขนมอยู่ ผมก็เดินเข้าไปถาม ยายบอกเป็นขนมที่เตรียมอบไปทำบุญพรุ่งนี้เช้า ผมก็มองอย่างสนใจเลยละ......
“อยากทำไหม” ยายจันทร์ถามอย่างใจดี
“อยะ.....” ผมก็คงจะทำมันเละอีกอะแหละ “ ผมจะทำได้เหรอครับ” ผมยิ้มอ่อน
“ทำได้สิจ้ะ ลองดูนะ มาเดี๋ยวยายสอน” ยายเขาก็มานั่งข้างๆผม
จับมือผมให้วาดแต่งหน้าขนม ผมก็ทำอย่างตั้งใจเลยละ จนสักพักยายก็ปล่อยมือผม ผมก็ทำได้ดีเลยนะ ถึงจะไม่ดีมากก็เถอะ ทำไปทำมาก็สนุกมาก...

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“เจ้าอ๊อฟก็ปากเสียไปหน่อย อย่าไปถือสาเลยนะ อ๊อฟคงอยากให้นทกินของอร่อยๆน่ะ” อยู่ๆยายจันทร์ก็พูดขึ้นมา
“ครับ” ผมยิ้ม ยายเขารู้ด้วยเหรอเนี่ย
“ทำได้ดีเลยนะ สวยเลยละ” ผมยิ้มบานเลย
แล้วก็ทำกันไปจนค่ำๆ พี่อ๊อฟมันก็ออกมาจากห้องครัว ผมก็ทำขนมเสร็จพอดีเลย เราก็ไปกินข้าวกัน แต่....
“ยายจันทร์กินข้าวกันนะครับ” ผมเรียกยายจันทร์มากินด้วย เพราะพี่อ๊อฟมันยกกับข้าวไปหน้าบ้าน ตรงม้าหินอ่อน
“เดี๋ยวยายกินกับป้าๆเขาเอา นทไปกินกับเจ้าอ๊อฟเถอะนะ” ยายจันทร์พูดอย่างใจดี
ผมก็ตอบรับไปนิดหน่อย แล้วก็เดินไปช่วยพี่อ๊อฟมันยกออกไป ทำไมไม่กินด้วยกันละ จะยกออกไปกินทำไมสองคนนะ ยกของเสร็จก็ไปนั่งกันที่โต้ะ......
“อยากกินกับมึงสองคน ไม่ได้เหรอ” อยู่ๆมันก็พูดขึ้นมา เพราะผมคงทำหน้าสงสัยมากไปหน่อย
“อื้ม” ผมยิ้ม
“เหนื่อยไหม” มันเอาผ้ามาเช็ดมือให้ผม
“ไม่เลย พี่อ๊อฟเหนื่อยแย่เลยละสิ ต้องช่วยงานยายและก็ดูแลผมไปด้วย” ผมก็หยิบกระดาษทิชชู่ไปซับเหงื่อให้มัน มันคงจะเหนื่อยแหละ
“ชินแล้ว” มันยิ้ม
“กินข้าวเถอะ เดี๋ยวผมนวดให้”
เราก็กินข้าวกันไป พี่อ๊อฟมันทำให้ผมรู้สึก...อบอุ่นใจ รู้สึกมั่นใจว่ามันต้องดูแลผมได้ดีแน่นอน มันทำให้ผมรู้สึกหลากหลายอย่างเลย มันตีแผ่เหมือนชีวิตตอนทำงาน ไม่ว่ามันจะทำงานหนักมันก็ดูแลผมได้แน่นอน.........
ผมรักมัน รักมากที่สุด ผมจะไม่เปลี่ยนใจไปรักใครแน่นอน คนๆนี้ทำให้ผมรักได้มากมายเหลือเกิน........
เรากินข้าวเสร็จก็ช่วยกันเก็บไปล้าง หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่นย่อยอาหารกันสักหน่อย แล้วก็พากันขึ้นไปอาบน้ำ อาบเสร็จก็ออกมาแต่งตัว ผมก็อาสาจะนวดให้มัน ตอนแรกมันไม่ยอม แต่ผมบังคับ ก็เริ่มนวดไป....
“อ่าห์ สบายจัง” มันร้องออกมาอย่างเคลิ้มเลย
“เจ็บก็บอกนะ” ผมพูดอย่างเป็นห่วง มันก็พยักหน้า
ผมก็นวดให้มันไป จุดประสงค์จริงๆก็คืออยากจะสำรวจด้วยแหละ ว่ามันเจ็บหรือเป็นอะไรไหม เพราะมันทำงานเยอะไง แล้วก็กลัวมันจะมีแผล ผมก็เป็นห่วงมันนะ นวดไปสักพักผมก็เริ่มเมื่อยแล้ว มันก็บอกให้พอ แล้วผมก็เอายานวดทาไว้ให้มันนั่นแหละ ช่วงนี้มันทำงานหนัก ต้องทำเหมือนคนแก่เลย ทำอะไรเรียบร้อยก็ปิดไฟ แล้วก็นอนคุยกัน....
“สบายตัวเลยละ” มันพูดแล้วยิ้ม
“ทำไมญาติคนอื่นๆไม่เห็นมาช่วยอะไรเลยละ ธุรกิจของยายเยอะมากเลยนะ” ผมถามอย่างสงสัย
“ก็พ่อกับแม่กูก็คอยดูช่วยตลอด ส่วนคนอื่นๆเขาก็ไม่ค่อยเท่าไหร่หรอก เพราะเขาก็มีงานมีกิจการที่ต้องดูแลกัน ก็จะมีป้าๆ น้าๆ ที่มึงเห็นที่อยู่ที่นี่อะเป็นหลักๆที่คอยช่วย กูก็นานๆทีมาช่วย” มันพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“โห! อย่างนี้พี่อ๊อฟก็เป็นหลานรักเลยละสิ” ผมยิ้ม มันก็พยักหน้า
ผมกับมันก็คุยกันไปจนหลับ ตื่นมาอีกทีก็เช้าตรู่เลย ผมตื่นเองนะ เพราะกลิ่นขนม มันหอมจนต้องตื่น หอมมากเลยละ แล้วพี่อ๊อฟก็สะดุ้งตื่นตาม มันบอกมันก็ตื่นแบบนี้ทุกวันที่มาอยู่บ้านยาย มันบอกว่ากลิ่นขนมก็ปลุกมันเหมือนกัน ผมกับมันก็ไปล้างหน้าล้างตาแปรงฟันลงไปช่วยยาย ก็ไปช่วยจัดห่อขนมใส่กล่องอาหารเป็นชุดๆ เพื่อเอาไปทำบุญ ขนมน่ากินมากเลย ทำอะไรเสร็จก็พากันไปวัด โดยเอารถกระบะไปวัดใกล้ๆบ้าน เป็นวันพระใหญ่นี่เองคนเต็มวัดเลย ก็พากันไปทำบุญ กรวดน้ำรับพร พอทำอะไรเสร็จ ยายจันทร์ก็จะอยู่พูดคุยกับหลวงพ่อทุกครั้งเลย ผมกับพี่อ๊อฟก็เลยไปเดินเล่นรอ ส่วนน้าๆที่มาด้วยก็นั่งคุยกับยายและหลวงพ่อไป.....
“สดชื่นจังเลย” อากาศดีมากเลย
“อืม ต่างจากในเมืองมากเลยละ” มันพูดแล้วก็จับมือผม เราก็เดินไปนู่นนี่กัน
“พี่อ๊อฟ” ผมหันไปเรียกมัน ตอนนี้ผมกับมันยืนดูบ่อปลาที่อยู่ในวัด
“ว่า” มันหันมาถามหน้านิ่งๆ
“เรื่องที่ผมมาที่นี่เมื่อคราวที่แล้ว ป๊าไม่พอใจมากเลยละ” มันก็ทำหน้ากังวลขึ้นมาเลย “จนป๊าจะให้ผมย้ายโรงเรียนน แล้วก็ให้ผมเลิกกับพี่อ๊อฟเลยนะ” หน้ามันดูเศร้าขึ้นมาเลย ผมก็กระชับมือมันแน่นขึ้น “แต่ผมก็ยืนยันนะ ว่ายังไงผมก็ไม่ย้ายและผมก็เลือกพี่อ๊อฟ” ผมยิ้ม มันก็เผยยิ้มอ่อนออกมา
“ขอบคุณนะ” มันกระชับมือแน่น
“เขาจะส่งผมไปเมืองนอกเลยด้วยซ้ำ” พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มให้มัน “แต่ผมก็ยืนยันว่าจะไม่ไป แต่....” ผมหันตัวไปหามัน “ตอนที่ผมจบม.6 ผมอาจจะต้องไปเรียนที่เมืองนอกนะ” พี่อ๊อฟมันทำหน้าตกใจ
“ทะ ทำไม...” มันทำหน้า... ผมไม่อยากมองเลย “แค่อาจจะน่ะ พี่อ๊อฟอย่าเศร้าดิ และมันก็อีกตั้งนาน” มันจับมือมันแน่นเลย
“มันก็แค่เหมือนจะนานนะนท แล้วถ้าถึงเวลานั้น กูละ มึงจะทิ้งกูไว้นี่....เหรอ” ทำเสียงเศร้าน้ำตาคลอ
“ถ้าผมกับพี่ยังไม่เลิกกัน บางที ผมก็ไม่ไปหรอก เพราะผมเลือกพี่อยู่แล้ว” ผมยิ้ม
“ไม่มีทางนท” มันดึงผมเข้ามากอด
“ไม่เอาน่า พี่อ๊อฟ ผมบอกเพื่อให้พี่รู้ ไม่ได้บอกเพื่อให้พี่เศร้านะ พี่คือคนที่ผมรักมากเลยนะ” ผมก็กอดมันกลับ
“กะ กู.....” คงจะสะเทือนใจมันไม่น้อยเลย
“ถ้าได้ไปจริงๆ พี่ไปกับผมก็ได้นะ” ผมพูดไม่จริงจังนักแล้วลูบหลังมัน
“เฮ้อ!” มันถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ ผมกระชับกอดมันแน่นขึ้น ตรงนี้ลับตาคน กอดเพราะรักและห่วงใยถึงจะในวัดก็คงไม่บาปเนอะ
“อย่าเครียดดิ” ผมผละออกมา แล้วก็ลูบแก้มมัน
หน้ามันเครียดอย่างเห็นได้ชัด ผมก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วละสิ ไกลกันขนาดนั้น อีกอย่างถึงมันจะอีกนาน ถ้าผมกับพี่อ๊อฟคบกันไปถึงตอนนั้น ตอนผมจะไปคงทำใจไม่ได้แน่ๆ จริงๆเรื่องนี้ก็คิดๆมาสักพักแล้วแต่มัน ก็ยังคงเป็นเรื่องของอนาคต มันไม่แน่นอน มันไม่มีใครบอกอะไรได้.....
ผมกับมันก็คุยกันไปนิดหน่อย แต่พี่อ๊อฟก็ดูเหมือนจะรับไม่ได้ มันดู เศร้า มันดูหงอยไปเลย ผมรู้สึกผิด ไม่น่าบอกมันเลย เฮ้อ! ผมจะทำยังไงดี แล้วน้าๆก็มาตามผมกับพี่อ๊อฟให้กลับบ้าน พี่อ๊อฟมันดู....เงียบๆไป ผมกังวลใจจริงๆ พอถึงบ้านมันก็แยกตัวไปเข้าห้องน้ำ ผมเป็นห่วงมันแล้วนะเนี่ย....
“เป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมอ๊อฟมันดูซึมไปเลยละ” ยายจันทร์เดินมาถามผมที่ยืนกังวลใจอยู่แถวๆห้องน้ำที่พี่อ๊อฟเข้า
“คะ คือ...” ผมก็จูงมือยายออกมาจากแถวนั้นก่อน
แล้วก็เริ่มเล่าให้ยายฟัง ยายก็ดูจะเข้าใจ แถมยังยิ้มหวานให้ผมอีก ผมก็ค่อนข้ากังวล ไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดไป มันควรจะพูดไหม....
“รู้ใช่ไหมว่าอ๊อฟ เป็นคนที่ไม่ค่อยพูด เป็นคนเงียบๆ เป็นเด็กที่ไม่ร่าเริงสักเท่าไหร่” ผมก็พยักหน้า “อืม เขาคงจะคิดมากเลยละ นทไม่ผิดหรอกที่บอกอ๊อฟไว้ เพราะบอกไว้ก่อนจะได้เตรียมใจไว้ก่อนไงจริงไหม” ผมก็พยักหน้า “ถึงมันจะไม่แน่นอน แต่...การที่บอกออกมาแสดงว่านทก็กังวลใจไม่น้อยเลยใช่ไหมจ่ะ” ผมก็พยักหน้า “เฮ้อ เจ้าอ๊อฟน่ะนะ เขาชอบเรามากเลยนะ การที่ได้ยินเรื่องแบบนี้ก็คงจะสะเทือนใจ เขาคงกลัวเป็นเหมือนตอนเด็กๆ ตอนที่นทหายไป...” ยายจันทร์ลูบหัวผม
“แล้วผมต้องทำยังไงดีละครับยาย” ผมกอดยาย
“ทำให้เขายิ้มได้เท่านั้นก็พอแล้วละจ่ะ” ยายจันทร์ยิ้ม “จริงๆมันก็ไม่มีอะไรหรอก มันเป็นแค่เรื่องสะเทือนใจนั่นแหละ เดี๋ยวยายจะช่วยพูดให้นะ” ผมก็ผละออกมา แล้วก็พยักหน้า
แล้วยายจันทร์ ก็ให้ผมเอาขนมที่เหลือไปให้ข้างบ้านบ้างอะไรบ้าง ผมก็เอาไปให้เขา หลายบ้านเลยละ ผมเข้าไปแต่ละบ้าน กว่าจะออกมาได้แต่ละบ้าน ถามเยอะมากมาย แต่ก็สนุกดี เขาก็มีของมาให้ยายด้วย ผมก็หิ้วแบบพะรุงพะรัง กว่าจะเสร็จก็สายแล้ว นานมาก พอเสร็จก็กลับบ้าน เอาของที่เพื่อนบ้านฝากให้ยายไปไว้ในครัว แล้วก็บอกน้าๆที่อยู่ในครัว เขาก็รับรู้กัน ผมก็เดินหาพี่อ๊อฟก็ไม่เจอ มาเจอมันนั่งอยู่กับยายในสวน พอมันเห็นผมก็วิ่งมาหาผม.....
หมับ! กอดผมแน่นเลย ผมก็กอดตอบ ยายจันทร์ก็ยิ้มให้ผม ผมก็งงๆนิดหน่อย....
“กูเข้าใจทุกอย่างแล้วนท” มันกอดผมแน่น พูดเสียงสั่นๆ “กูดีใจที่มึงบอกกูเรื่องนี้ และ กูก็ขอโทษที่ทำตัวให้มึเป็นห่วง” ผมก็ลูบหลังมัน “ถ้า....มึงได้ไปจริงๆ กู....จะไปหามึงบ่อยๆนะ ถะ ถึงกูจะไปกับมึงไม่ได้ กูก็จะไปเที่ยวหามึงบ่อยๆ” มันกอดผมแน่น
“ทะ ทำไมละ ไม่ไปกับผมเหรอ” ผมถามอย่างสงสัย
“กูยังมีอะไรต้องทำที่นี่อีกเยอะ กู...มีสิ่งที่ต้องสานต่อ ส่วนมึง” ผละออกมา “ยังมีสิ่งที่ป๊ามึงอยากให้ทำ กูเข้าใจแล้ว”มันยิ้ม
“อื้ม แต่อย่าพึ่งเผื่อใจไปขนาดนั้น เพราะถ้าผมไม่อยากไป ป๊าก็คงไม่บังคับหรอก ผมน่ะ อยากอยู่กับพี่อ๊อฟมากกว่านะ”(ยิ้ม)
“ยังไงอนาคตมึง กูจะไม่เป็นตัวถ่วงนะนท กูมีสิ่งที่กูฝันและอยากทำแล้ว ส่วนมึงก็คงยังไม่รู้และอาจจะอยากตามหา...กูจะรอ และเวลาที่เหลือไม่กี่ปีนี้ กูจะอยู่กับมึงและทำให้มันมีค่าดีที่สุดนะ!” ผมก็โผลกอดมัน
แล้วมันก็พูดคำมากมาย มากมายจน น้ำตาผมไหลออกมาอย่างตื้นตัน ทำไม ทำไมมันรักผมได้มากขนาดนี้นะ ทำไมกัน ผมรู้ตัวเองแล้ว ผม....ไปจากมันไม่ได้แน่นอน... และยายจันทร์ก็เรียกผมกับพี่อ๊อฟไปนั่งด้วย แล้วยายก็บอกและพูดให้ผมและพี่อ๊อฟเข้าใจในหลายๆเรื่อง ว่าคนเราน่ะนะ รักกันไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันเสมอไปหรอก ถึงจะห่างกันก็รักกันได้ ดีไม่ดีอาจจะรักกันมากขึ้นสะอีก และที่สำคัญ ระยะทางทำให้คนเปลี่ยนไปมันไม่จริงเลย เพราะถ้าคนๆนั้นจิตใจมั่นคง ระยะทางหรืออะไรทุกสิ่งก็ไม่มีทางจะเปลี่ยนได้ แล้วยิ่งเป็นผม ยายบอกว่าผมไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ยังคงนิสัยเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนเลย ดูจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นด้วยซ้ำ ยายก็พูดให้ผมและพี่อ๊อฟมันใจในกันและกันขึ้น พี่อ๊อฟมันก็โอเคขึ้นแล้ว อาจจะยังมีเหม่อๆบ้าง แต่มันก็ต้องดีขึ้นแหละ ผมดีใจ ดีใจที่มีพี่อ๊อฟ ดีใจที่ยายเข้าใจ ดีใจและมีความสุขในชีวิตตอนนี้...
เมื่อเข้าใจกันดีแล้ว ผมก็ไปช่วยเขาทำงานเหมือนเดิม ยายก็ให้ผมทำง่ายๆ ไม่เหนื่อยเลย พี่อ๊อฟก็ติดผมแจเลย ผมก็ไม่อะไร สนุกสนานไป เป็นอะไรที่ผมมีความสุขที่สุด ผมทำให้พี่อ๊อฟมันยิ้มได้ทั้งวัน จนเย็นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนพี่อ๊อฟก็ให้ผมนอนเล่นพักผ่อน เพราะเพลียมาก จะไปช่วยมันมันก็ไม่ยอม ผมก็เลยทำตามที่มันบอกไป ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเอาโทรศัพท์ชาจแบตไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ผมก็ลุกไปเปิดเครื่องแล้วก็เข้าห้องน้ำ พอออกมาก็ถือโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต้ะมาที่เตียงแล้วก็ล้มตัวนอนเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู ผมแทบจะปิดเครื่องคือ เป็นพันๆข้อความในไลน์ เพื่อนๆพี่ๆเยอะแยะไปหมด ของผมไม่ได้ติดตามโฆษณานะ ที่เยอะเนี่ยแชทจริงๆ ยังไม่รวมสายที่ไม่ได้รับอีกเป็นร้อยๆสายเลย.......
ผมกดโทรหาป๊าก่อน เพราะป๊าโทรมาด้วย พอรับเขาก็ดูโมโหผมไม่น้อยเลย ที่ผมไม่โทรไปบอกอะไรเลย ผมก็โดนสวดไป จนเสร็จก็โทรหาพี่โน้ตและแม่ เพื่อบอก โดนบ่นจนหูผมชาไปหมดแล้ว เฮ้อ! จะว่าไปตั้งแต่ปิดเทอมมา ผมยังไม่ได้ติดต่อกับพวกปอเลยนะ มันก็ทั้งโทรทั้งไลน์ทั้งเฟสอะไรมากัน ผมจะดูเป็นเพื่อนที่เลวมาก มัวแต่ไปเที่ยวกับผู้ชายเนี่ยผมก็กดโทรไปหาปอก่อนเป็นอันดับแรกเลย ไม่นานก็รับ...
“ฮะ...”
“#$%^$%^$&^%*&*(&(_+_()#@#?_+)()__@#$” ผมต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างหู เพราะว่ามันรัวด่าผมมาซะแบบว่า ผมไม่ใช่คนละมั้งนั่น
“จบแล้วใช่ไหม!” ผมถามเมื่อมันเงียบไป
“ยัง กูยังไม่จบมึงเนี่ยนะ!” ผมกรอกตาหนักมาก
“พอเถอะน่า” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนัก
“ลืมเพื่อนลืมฝูงมัวแต่ไปกับผู้ชาย ทำไปได้!” ไอวิวพูดมันอยู่ด้วยกันเหรอเนี่ย!
“เออ ทำได้ยังไงวะ!” ไอนัทพูดอย่างไม่พอใจ”
“เออ ไปเที่ยวไม่เคยจะชวน!” ไอมินซ้ำเลยไง
“มึงอยู่ไหนกันเนี่ย!” ผมถามอย่างสงสัย
“พวกกูมาแดกหมูทะกัน ไม่มีมึงพวกกูก็กินอร่อยโว้ย!” ไอมินพูดอย่างงอนๆ
แล้วก็แย่งกันพร่ำเพ้อยาวเป็นห่างว่าวเลย ผมก็ได้แต่ขอโทษและขอโทษ โดยบอกว่าจะไปเลี้ยงมัน ยังไงก็ก่อนเปิดเทอมแน่ๆแหละ เฮ้อ! จนพวกมันวางไป ก็แอบรู้สึกผิดนะ แย่จัง ไม่มีเวลาให้เพื่อนๆเลยอะ เฮ้อ!.....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ครืดๆ! เสียงโทรศัพท์เข้า เอิ่ม! พี่กาย ผมก็กดรับแล้วก็เงียบฟัง.....
“ฮะ...ฮัลโหล” มันพูดอย่างลังเล
“ว่า” ผมพูดนิ่งๆ มันโทรมาเยอะสุดเลย จากที่ผมดู 50กว่าสายโทรมาเพื่อ! พี่ดินพี่ไฟยังไม่ขนาดนั้นเลย
“กว่าจะรับสายได้ กูโทรหามึงตั้งแต่คืนวันที่มึงกลับ ถึงวันนี้มึงก็รับสักที!” มันพูดอย่างภูมิใจ
“บอกพี่เกรซหรือเปล่าว่าโทรหาผม” ผมพูดติดจะประชดไปนิดหน่อย
“โฮ! นท! นทก็มีแฟน พี่ก็มีแฟน ก็คุยกันได้!” อยู่ๆมาเปลี่ยนสรรพนาม คืออะไร
“พูดจาแปลกๆนะ” ผมเริ่มจะกลัวละสิ
“ต่อจากนี้ จะพูดดีๆด้วยนะ” มันพูดเสียงหวาน
“เฮ้อ! ผมไม่สนใจพี่หรอกน่า ถึงพี่จะพูดดีก็เถอะ” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“กิ๊กกันก็ได้น่า อย่าจริงจังดิ คุยๆกันไปก่อน ติดใจเดี๋ยวเลื่อนตำแหน่งให้” มันพูดจาเจ้าเล่ห์ เริ่มออกลายแล้วไง
“เฮ้อ! ไปใช้มุกน้ำเน่าแบบนี้จีบตุ้ดเด็กเถอะ!” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“555 ว่าแล้ว ก็ถ้าตุ้ดเด็กมันง่ายไป แบบนทเนี่ยยากดี” มันพูดอย่างอารมณ์ดี
“จริงๆผมก็ได้ง่ายๆเลยนะ” ผมพูดเสียงอ่อยๆ “ถ้าพี่หวังแค่เรื่องอย่างว่า ก็บอกดีๆสิ ผมก็จะให้ จะได้จบๆไป พี่จะได้ไม่ต้องมาโทรตื้อผมหรอก” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนัก เพราะก็จะแกล้งๆมันนั่นแหละ มาทำตัวเจ้าชู้ ดีนะที่มันหล่อ ถ้าหน้าปลวกทำแบบนี้จะด่าให้
“คิดว่าพี่เป็นคนแบบนั้นจริงๆเหรอ” มันพูดเสียงจริงจัง
“อืม! ถ้าไม่ใช่แล้วหวังอะไรละ” ผมถามนิ่งๆ
“ก็บอกไปแล้วไงว่าชอบ ทำไมไม่เชื่อกันละ!” มันถามอย่างหัวเสีย
“พี่เกรซละครับ” ผมถามกลับอย่างนิ่ง
“เฮ้อ! เกรซเขาไม่เกี่ยวอะไรหรอกนท แค่นทกับพี่ก็พอน่า” มันพูดปัดๆ
“เฮ้อ! อืมๆ เป็นเพื่อนคุยให้ก็ได้ แต่อย่าคิดเกินเลย เพราะผมไม่อยากให้พี่สาวผมเสียใจ” ผมพูดอย่างจริงจัง
“โอเคๆ เอางั้นก่อนก็ได้” จะดีใจอะไรขนาดนั้น
ผมก็คุยกับมันไปอีกแปปก็วางเพราะรำคาญคำพูดเสี่ยวๆของมัน คิดว่าผมคงชอบมันมากละสินะ ก็นิดนึงแหละน่า555 แล้วก็กดโทรไปหาพี่ดินพี่ไฟ สองคนนั้นก็ดราม่าทันทีเลย ผมก็เออออไปโดยบอกว่าโทรศัพท์มันพังนู่นนี่นั่น มีการจะซื้อส่งมาให้ผมด้วยนะ ไปกันใหญ่แล้ว ผมก็คุยๆไป จนวางไป ก็โทรหาสิงโต รายนี้ดีหน่อยพูดรู้เรื่อง มันบอกช่วงนี้มันไปดูตึกแถวให้พ่อมันไม่ว่างเลย อยากมาหาผมเหมือนกันแต่ยุ่งๆนู่นนี่นั่น ผมก็คุยไปแล้วก็วาง และอีกมากมายที่โทรมาผมก็โทรกลับไป คุยนิดหน่อยก็วางไป จนโทรศัพท์แบตจะหมดอีกรอบนึง โทรเป็นสิบๆคน ผมก็เอาไปเสียบชาจแบตทิ้งไว้เหมือนเดิมนั่นแหละ แล้วก็เอาโทรศัพท์ของพี่อ๊อฟมากดเล่นแทน....
แต่ก็ต้องตกใจไปหน่อย เพราะผมค้นโทรศัพท์พี่อ๊อฟ มันก็คุยกับเพื่อนๆบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไม่มีคุยกับใครที่น่าสงสัยนะ จนมาเจอคนนึงที่มันสะดุดตาเนี่ยแหละ อีแอบออม ศัตรูตัวฉกาจ มันทักพี่อ๊อฟมา! แต่พี่อ๊อฟไม่ได้ตอบ มันอ่านแล้วไม่ตอบ ให้ตายสิ มันไปเอาไลน์มาจากไหนนะ ผมก็ถือโทรศัพท์พี่อ๊อฟลงบ้านไป แล้วก็ไปหามันที่กำลังจัดโต้ะกินข้าวหน้าบ้านอยู่ พอมันเห็นผมก็ยิ้มบานเลย แต่ผมนี่สิ ไม่สบอารมณ์เลย.....
“นี่อะไร!” ผมยื่นโทรศัพท์ไปให้มันดู
“มันโทรมาขอเบอร์กูจากยาย แต่กูไม่ได้รับสายหรือตอบข้อความอะไรมันนะ” มันพูดอย่างจริงจัง
“แน่นะ!” ผมยื่นหน้าไปใกล้ๆมัน มันก็พยักหน้า “จุ้บ!” ผมจุ้บปากมันเบาๆทีนึงแล้วก็นั่งลงที่โต้ะกินข้าว
“อะไรวะ นึกว่าจะโกรธ” มันพูดอย่างงงๆ
“ไม่เลย เพราะเห็นแล้วว่าไม่ตอบและไม่รับสายมัน” ผมยิ้ม มันก็นั่งลงข้างๆผม
เราก็เริ่มดินเนอร์สองต่อสอง มีความสุขมาก เพราะอาหารที่มันทำมาให้กินมีผัก แต่มันทำเมนูที่ทำให้ผมกินผักได้ อย่างผักทอดน้ำพริกกะปิ หรือไข่เจียวผัก มันดัดแปลงหมดเลย บอกอยากให้ผมกินผักบ้าง มุ้งมิ้งกันไป พอกินเสร็จก็เก็บแล้วก็ขึ้นบ้านอาบน้ำพักผ่อนกัน......
“พรุ่งนี้ก็กลับกันได้แล้วนะ จะได้กลับไปเตรียมตัว อีกไม่กี่วันก็ไปเรียนแล้ว” มันจับมือผม ตอนนี้เรานอนคุยกันบนเตียง
“ยังไม่อยากกลับเลย ยังอยากอยู่ที่นี่นานๆ อยู่ที่นี่แล้ว มันทำให้ผมรู้สึกว่า ผมจะได้อยู่กับพี่อ๊อฟตลอดไปเลย” ผมพูดติดตลกไป มันก็ยิ้ม
“หยุดเลยนท” มันบอกผมพร้อมกับจับข้อมือผมไว้ “สถานที่ไม่เหมาะหรอก” มันยิ้ม
“ผมขอจับไม่ได้เหรอ” ผมพูดเขินๆ เพราะผมจับเป้ามันอยู่
“ถ้ามันตื่นจะยุ่งเอานะ” พูดแล้วยิ้ม
ผมก็นอนจับพี่อ๊อฟน้อยไป แค่จับเล่นนะ จนหลับไปนั่นแหละ ตื่นมาอีกทีก็ไปทำบุญกันเหมือนเดิม สนุกดี ได้สูดอากาศอันสดชื่น และก็เห็นผู้คนมาทำบุญกัน มันดีมากเลย......
“เที่ยงๆก็กลับกันได้แล้วเนอะ” หันมาบอกผม ตอนนี้เรายืนกันแถวๆรถเนี่ยแหละ
“อื้ม! ยังไม่อยากกลับเลยเนอะ” มันก็พยักหน้า “เออ ตั้งแต่ปิดเทอมมาเนี่ย ผมยังไม่ได้ไปไหนกับเพื่อนๆบ้างเลย มันโทรมาด่าผมแล้ว วันนี้ว่าจะไปหาเลี้ยงอะไรพวกมันสักหน่อย เดี๋ยวมันจะงอลกัน” ผมพูดบอกอย่างไม่จริงจังนัก
“อืม ไปดิ เดี๋ยวกูไปด้วย” มันยิ้ม
“หยุดเลย พี่ก็ไปกับพวกพี่โอมบ้างพี่อ๊อฟ ติดผมเกินมันไม่ดี” ผมพูดดุมัน
“เออจะว่าไปพวกมันก็โทรมาด่ากูเหมือนกันนะ ปิดเทอมไม่ได้ไปไหนกับเพื่อนๆเลยวะ” มันยิ้ม
ผมกับมันก็ถกเถียงกันไป เพราะมันไม่ยอมห่างกับผมเลย บอกว่ามันก็จะไปกับผมและเพื่อนๆ แล้วผมก็ไปกับมันและเพื่อนๆของมัน เอิ่ม! เราควรมีระยะห่างบ้าง อยากอยู่กับเพื่อนบ้าง ผมก็อธิบายไป ตอนแรกไม่พอใจนะ แต่ผมก็พูดจนมันเข้าใจนั่นแหละ...
แล้วสักพักก็พากันกลับบ้านไปกินข้าวเช้ากัน กินเสร็จก็ไปช่วยทำงานนิดหน่อย เน้นจะนั่งเล่นกับยายมากกว่า ยายก็พูดสอนตลอด ให้ตั้งใจทำอะไรทำให้สำเร็จนู่นนี่นั้น จนเที่ยงผมกับพี่อ๊อฟก็ไปอาบน้ำแล้วก็กินข้าวเที่ยงอีกรอบ และก็พากันกลับเข้าเมือง ร่ำลายายสะนานเลย ยายให้ไปหาบ่อยๆ ทุกอย่างดูสดใสดี ต้องไปบ่อยๆแน่ เพราะมันมีความสุขจริงๆ ระหว่างทางกลับผมก็โทรนัดเพื่อนๆ พี่อ๊อฟก็ด้วย พวกมันก็โอเคกัน พี่อ๊อฟเพื่อนๆนัดมันไปบ้านพี่โอม ส่วนของผมเพื่อนๆนัดไปห้าง พอถึงบ้านก็เอาของไปเก็บ แล้วก็อยู่คุยกับแม่นิดหน่อยเพราะป๊ากับพี่โน้ตไปทำงานและเรียนแล้ว ผมก็ขอแม่ไปหาเพื่อนๆแม่ก็โอเค....
สักพักพี่อ๊อฟมารับผมไปส่ง ตอนแรกบอกมันแล้วว่าจะไปเองมันก็ไม่ยอม ผมก็ต้องให้มันไปส่งแหละ ขี้เกียจเถียงมัน ระหว่างทางมันก็เตือนก็พูดอะไรไม่รู้เยอะแยะมากมาย ผมก็รับคำมันไปก่อนนั่นแหละ พูดมากจริง ไอพี่อ๊อฟมันติดผมเกินไปแล้วจริงๆ แล้วสักพักมันก็ไปผมก็เดินเข้าห้าง เพื่อจะไปยังจุดนัดพบเพื่อนๆ....
“นท!” ผมหันไปมองข้างหลัง ไอเบส.. ผมก็หยุดมองมันนิ่งๆ....
“ไม่ได้เจอนทนานเลยอะ!” มันจับมือผม ผมก็มองนิ่งๆ
“แล้ว?” ผมดึงมือกลับ
“คิดถึงนทนะ ไหนนทว่าจะไปกินข้าวกับเบสไง” มันทำหน้าหงอย
“อืม” ผมดูนาฬิกานิดหน่อย อ่าว! นี่ผมมาเร็วกว่าเวลาเหรอเนี่ย! เพื่อนๆคงยังไม่มาหรอกมั้ง “ตอนนี้ก็ได้นะ แต่ไม่นานนะเบส นทนัดเพื่อนๆไว้” มันก็ยิ้มบาน
มันก็พาผมเข้าร้านซีสเลอร์ ก็เข้าไปมีมันคนเดียวนั้นแหละที่ดี๊ด๊าออกหน้าออกตา ผมก็ไม่อะไร เคยสัญญาแล้วนี่ ทำให้มันจบๆไป จะได้ไม่ค้างคา ไปถึงก็สั่งๆ ผมก็สั่งเมนูที่มันไม่หนัก เมนูที่มันเบาๆเพราะเดี๋ยวต้องไปกินกับเพื่อนต่อ สั่งเสร็จก็นั่งมองหน้ากันเนี่ยแหละ......
“มาคนเดียวเหรอ?” ผมถามมันนิ่งๆ
“มากับพวกไอเต็ม แต่เห็นนท เลยมาหานทก่อน”(ยิ้ม)
“บังเอิญเนอะ” ผมยิ้มอ่อน
“นท เบสคิดถึงนทที่สุดเลยนะ” มันเอื้อมมือมาคว้ามือผมที่วางอยู่บนโต๊ะ
“เฮ้อ!” ผมถอนหายใจอย่างเบื่อหนายแล้วก็ดึงมือกลับมา
“กลับมาคบกันเถอะนะนท เบสสัญญา ว่าจะไม่ทำแบบเดิมนทอยากได้อะไร เบสซื้อให้หมดเลยนะ” ดูมันพูดสิ
“อยากให้เบสไม่ต้องมายุ่งกับนทอีก เบสนทมีแฟนใหม่แล้ว และเบสก็ดูมีความสุขดีนิ ทั้งผู้หญิงมากมาย ทั้งเพื่อนฝูง” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนัก
“ไม่มีใครดีเท่านทเลยนะ เบสคิดถึงนท ตอนเบสไม่สบาย เบสก็ฝันถึงแต่นท นท เบสขอโทษจริงๆนะ” มันทำหน้าสำนึกผิด
“เบสถ้ายังจะพูดเรื่องนี้นทจะลุกออกไป แล้วก็ถือว่านทมากินข้าวกับเบสแล้วนะ!” ผมพูดกดเสียง ผมไม่อยากฟัง ผมไม่อยากได้ยิน มันสะเทือนใจมากมาย
“นท” มันเรียกผมเบาๆแล้วก้มหน้า
ผมก็เงียบไปเลย สักพักอาหารที่สั่งก็มาเสริฟ ผมก็กินไป กินเงียบๆ มันก็เอาแต่จ้องหน้าผม ไม่ยอมกินของตัวเอง....
“กินสิเบส เอาแต่นั่งมองก็ไม่ได้อิ่มหรอก” ผมพูดแบบไม่มองหน้ามัน
“เบสขอโทษจริงๆนะนท” มันพูดอย่างเศร้าๆ
“เฮ้อ!” ผมก็ดึงจานมันมา แล้วก็หั่นสเต็กของมันแล้วก็เอาจ่อปากมัน “อ้าปาก” มันก็อ้าปากรับ “กินไปนะ ชวนมากินข้าวไม่ใช่เหรอ” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนัก
แล้วมันก็กิน เงียบบ้างถามกันบ้าง จนกินเสร็จ ก็นั่งมองหน้ากัน ไม่รู้ ผมไม่รู้จะพูดอะไร ไอเบสมันก็เอาแต่รำพันขอโทษ มาขอโทษอะไรมากมายตอนนี้มันไม่ทันแล้ว......
“กินข้าวกับนทวันนี้มัน......ไม่อร่อยเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ” ผมก็มองนิ่งๆ “นทเย็นชาเกินไป นทใจระ....”
“ไม่เกี่ยวหรอกเบส ไม่เกี่ยวอะไรกับนทหรอก คิดดีๆ” ผมพูดตัดบทอย่างไม่พอใจ
“วันนี้มันทำให้เบสนึกถึงวันก่อนๆ ทะ....”
“หยุดเลยเบส! นทจะไปแล้ว” ผมพูดเสร็จแล้วก็ลุกขึ้น มันก็ลุกตาม
เบสมันก็เดินมาจับมือผมแล้วก็ไปเช็คบิล ทำอะไรเสร็จก็ออกมา มันก็ไม่ยอมปล่อยมือผมนะ ผมก็ปล่อยให้มันจับไปก่อนนั่นแหละ....
“ปล่อยได้แล้ว นทจะไปหาเพื่อนๆ” ผมพูดแล้วพยายามแกะแขนมันก็ไม่ยอมปล่อย
หมับ! มันดึงตัวผมเข้าไปกอด ให้ตายสิ คนยิ่งเยอะๆอยู่ และเขาก็เริ่มมองแล้ว ผมก็พยายามขัดขืน มันก็ผละออกแล้วก็ดึงมือผมไปนั่งที่เก้าอี้แถวนั้น.....
“คนเยอะนะเบส ทำอะไรคิดหน่อยนะ!” ผมพูดแล้วก็ปัดเสื้อผ้า เพราะมันเลิกขึ้นมานิดหน่อย
“อยู่เดินเที่ยวกันก่อนนะ!” มันพูดแล้วทำหน้าอย่างมีหวัง
“นทจะไปแล้วเบส เพื่อนมารอแล้ว” ผมดึงมือออกมา มันก็ปล่อย
“เฮ้อ!” มันเอามือปิดหน้าตัวเองไว้
“อย่ามาทำดราม่านะเบส ที่นทยอมกินข้าวด้วยเพราะนทสัญญาไว้ และ...เราจบกันไปนานแล้วเลิกรื้อฟื้นสักที ที่สำคัญไปกว่านั้นอะนะ นทไม่เคยคิดถึงเบสหรอก จะพูดหรือรื้อฟื้นสักแค่ไหน นทก็ไม่รู้สึกอะไร ที่กินข้าวด้วยวันนี้ ก็ทำให้เบสเห็นแล้วนะ ว่านทไม่ได้รู้สึกอะไร!” ผมพูดอย่างจริงจังแล้วก็ลุกขึ้น
มันก็เงยหน้ามองผมนิ่งๆผมก็เดินไปเลย ไปยังที่เพื่อนๆรอ มันก็ไม่ตามมาแล้ว ผมก็โล่งใจไป พอไปถึงที่เพื่อนๆรอก็ต้องตกใจไปนิด ทำไมพวกไอสิงโตก็อยู่ แล้วดูพวกไอปอมองผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อนี่สิ โถ่! พอผมเดินไปใกล้ๆพวกมันก็เริ่มเลย ไอปอ วิว นัท มิน รุมด่าผมเละ ให้รอนานอย่างนั้นอย่างนี้ ผมก็เออออแล้วก็แถๆไป จนบอกว่าจะเลี้ยงเองมันก็เลยหุบปากกันไปบ้างแหละ แต่ก็ยังมีแดกดันตลอด.....
“ให้พวกกูเลือกร้านเลย!” ไอนัทพูดเสียงเข้ม
“จ้าๆ เชิญเลย” ผมพูดอย่างจำยอม
มันก็เดินไปแถวโซนร้านอาหารกัน แล้วก็ถกเถียงกันไปว่าจะกินอะไร ผมก็เดินคุยกับไอสิงโตไป ก็เลือกกันไปเรื่อย ไอสิงโตบอกว่าเดินผ่านมาเจอพวกไอปอพอดีก็เลยทักทายเห็นว่ารอผมอยู่มันก็เลยรอด้วยเลยจะได้เดินด้วยกัน มันว่างี้นะ จนแล้วจนรอดก็เลือกได้สักที เป็นร้านราเม็ง พวกมันอยากกินกัน ก็เข้าไปกัน เจริญแล้ว มากันกี่คนเนี่ย เป็นสิบเลย จะเลี้ยงไหวไหม เอาเถอะก็สัญญาไว้แล้ว เข้าไปก็สั่งๆกัน พวกไอปอคือสั่งแหลก เหมือนจะแก้แค้นผมที่หายไปไม่ยอมติดต่อเพื่อนฝูง ผมก็ไม่ว่าอะไร ถ้านั่นคือการไถ่โทษ สั่งเสร็จก็นั่งคุยกันไป.......
“โห! หายไปเป็นอาทิตย์ ดำเลยนะมึง” ไอนัทจับแขนผม นัทนั่งข้างผม อีกข้างก็สิงโต
“อืมไปเที่ยวมาหลายที่ว่ะ” ผมยิ้ม
แล้วพวกมันก็ถามกันผมก็เล่าให้มันฟังไป มีมองค้อนผมกันนะ ไอพวกนี้นี่นะ พอเล่าจบก็บ่นโอดโอยอิจฉาผมอย่างนั้นอย่างนี้ ผมก็ได้แค่หัวเราะกลบเกลื่อน จะทำยังไงได้ ไอที่ผมไปมันไม่ใช่บ้านผมสักหน่อย ชวนซี้ซั้วได้ยังไงเล่า.....
“พวกมึงแม่งเลว ไม่ชวน พวกกูก็เหี่ยวกันเลยอะ ไม่มีที่เที่ยว!” ไอมินพูดอย่างเซ็งๆ
“เสี่ยเขาพากูไป ทำยังไงได้ละ วันหลังมึงก็ขอมันเองแล้วกัน” ผมยิ้มอ่อน รู้สึกผิดเหมือนมาพูดอวดเพื่อนๆ
“แหม่ๆ มึงมันร้ายนะไอนท!” ไอปอทำหน้าล้อเลียน
ก็พูดคุยกันไปอย่างสนุกสนาน สักพักอาหารก็มาเสริฟ ก็กินไปพูดคุยกันไป แย่งกันไป ผมกินจุมากอย่าแปลกใจถึงจะเพิ่งกินสเต็กมาก็กินราเม็งต่อได้ไม่ใช่ปัญหา.........
“อ้า! ไอวิว! เอาเนื้อกูคืนมา!” ผมร้องขึ้นมาอย่างขัดใจ ไอวิวมันมาคีบเนื้อผมไป
“แบ่งเพื่อนดิว้า อย่างกๆ” ไอมินพูดแล้วทำหน้ากวนตีนดูมัน มาแย่งของกินของผมได้
“อะ..เอาของกูก็ได้” ไอสิงโตยิ้ม ผมก็ยิ้มให้มัน
“อะ..กูให้คืน” ผมตักผักทั้งหมดในจานให้มัน มันก็มอง “กินให้หมดนะเสี่ย” ผมยิ้ม
“ไม่กินผักบ้างวะ” มันพูดอย่างไม่จริงจังนัก
“นี่ไง กินแล้ว” ผมชี้ไปที่งาขาวในน้ำซุป
“เอิ่ม!” ไอปอกรอกตาใส่ผม แล้วพวกมันก็หัวเราะกัน
กินกันไปพูดคุยกันไป สนุกสนาน กินเสร็จก็ถามหาของหวานกันไง ชีวิตของผมมีแต่การกิน กินดีอยู่ดี ก็ไปเช็คบิลที่เคาท์เตอร์ยังไงละ พอเห็นยอดแอบตกใจนิดๆ 3พันกว่าเกือบ4พันเลยนะ.....
“เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง” ไอสิงโตพูดขึ้นมา
“ไม่ได้ๆ กูบอกแล้วว่าจะเลี้ยง” ผมก็ล้วงกระเป๋าตังขึ้นมา ตังไม่พอไง เอิ่ม...
“ตังมึงไม่พอนท กูมีพอกูจ่ายเอง” ไอสิงโตนี่นะ
“ไม่ต้อง!” ผมพูดอย่างหัวเสีย “พี่ครับ รูดบัตรนี่ได้ไหม” ผมยื่นบัตรเอทีเอ็มของผมให้พี่เขาไป
“ได้ค่ะ ชำระเลยนะคะ” พี่เขาถาม ผมก็พยักหน้า
“โอ้โห! สุดยอด มีบัตรด้วย” ไอสิงโตก็พูดขึ้น ผมก็ยักคิ้วให้มัน
.........
“เสี่ยมีเยอะกว่าผมอีกนะครับรู้สึกอะ” จริงๆนะ บัตรอะไรไม่รู้เต็มกระเป๋าตังมันเลย ของผมมีนิดเดียวเอง ส่วนมากจะเป็นพวกบัตรสมาชิกมากกว่า
แล้วก็เดินออกจากร้านกันไปพูดคุยกันไป ไปหาของหวานกินต่อ โดยคราวนี้ไอสิงโตมันบอกจะเลี้ยงเอง ถ้าให้ผมออกอีกมันจะโกรธ ผมก็ต้องยอมแล้วละ เพราะเมื่อกี้ก็ เอ่อ...ขนลุกเลยนะ5555 แพงจุง แต่ไม่เป็นอะไร เต็มที่กับเพื่อนเสมอ แล้วก็ไปร้านนม ไปหาขนมปังเค้กอะไรกินกัน พวกมันบอกเบื่อไอติมกันแล้วก็เข้าไป สั่งๆๆ ไอพวกนี้มันล้างพลาญจริงๆ สั่งได้ไม่เกรงใจเลย ผมก็ใช่ย่อยนะ สั่งเค้ก4-5ชิ้นเลยนะ สั่งชาเขียวอีก คนอื่นก็สั่งๆไป.....
“มากับมึงสองคนได้กินฟรีบ่อยเลยว่ะ วันหลังมาด้วยกันบ่อยๆอีกนะเว้ย!” ไอโค้กพูดติดตลก
“ให้มันน้อยๆหน่อยไอโค้ก กูเลี้ยงแค่ครั้งนี้โว้ย! แล้ววันนี้ก็ไม่คิดว่าจะเจอพวกมึงด้วย” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนัก
“ถึงมึงไม่เลี้ยง แต่ไอสิงโตก็เลี้ยงอยู่ดีว่ะ” ไอสอพูดอย่างภูมิใจ
“ไอห่าพวกนี้นิ หาแดกแต่ของฟรีนะพวกมึง” ผมพูดแบบไม่ใส่ใจนัก
พวกมันก็หัวเราะกัน แล้วก็เถียงกันไปมาสักพักของก็มาเสริฟก็กินๆกันไป.....
“อยู่เฉยๆดิ” ไอสิงโตบอกผมก็นิ่ง มันเอากระดาษมาเช็ดปากให้
แล้วก็เริ่มมีเสียงโห่แซว ผมก็เขินไปนิดหน่อย ตายละไอสิงโตนี่มันร้ายกาจ เพื่อนอยู่กันเยอะแยะไม่อายเลยนะเนี่ย! ผมก็กินไปแบบอายๆ พวกมันก็ไม่หยุดแซวกันสักที ก็ปล่อยพวกมันไป กินไปกินมาสักพักก็มีคนเข้ามา จริงๆก็มีเข้ามาเรื่อยๆแหละก็ร้านขนมนิเนอะ แต่คนๆนี้ทำให้ผมต้องสนใจ พี่ตัง! พี่ชายของพี่ตอยไง มากับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ สวยสะด้วย ผมก็มองด้วยสายตาที่อยากรู้อยากเห็นมากมาย.........

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“มองอะไรวะ” ไอสิงโตถาม แล้วมันก็มองไปตามผม “นี่มึงอยะ...”
“อย่าเพ้อเจ้อ กูแค่มองเอง!” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ชอบอีกละสิมึง หล่อด้วยนะนั่น กูก็ชอบ!” ปอยิ้มเขินๆ
“ชอบก็ไปจีบปอ กูสนับสนุน” ผมยักคิ้วให้มัน ทุกคนก็หัวเราะ
“ไปจีบให้มันเลยนท” ไอนัทพูดเชียร์
“เอาจริงๆเหรอ” ผมถามอย่างไม่แน่ใจ สักพักพี่ผู้หญิงลุกขึ้น “ผมก็ได้ๆ รอแปป” ผมลุกขึ้น ไอสิงโตก็จับมือผมไว้
“ไม่เอาน่านท!” ไอสิงโตพูดอย่างไม่พอใจ
“แปปเดียวเอง” ผมยิ้มให้มัน
มันก็ปล่อยมือออก ผมก็เดินตรงไปหาพี่ตัง พี่ตังนั่งหันหลังให้ผม เพราะฉะนั้นเข้าไม่รู้ว่ามีใครเดินมาหาแน่นอน ผมก็โน้มหน้าเข้าไปทางด้านหลังเขา.....
“มาทำอะไรครับ” ผมพูดเบาๆ พี่ตังหันมาปากผมชนกับใบหูพี่เขานิดหน่อย
“อ้าว!” พี่ตังทำหน้าตกใจ “มาได้ยังไงนท” พี่ตังยิ้ม
“มากับเพื่อนๆ” ผมชี้ไปทางโต๊ะผม ค่อนข้างไกลกันอยู่ แน่นอนว่าพวกนั้นไม่ได้ยินหรอกว่าผมพูดอะไรกัน
“นั่งก่อนสิ” พี่ตังเลื่อนเก้าอี้ข้างๆเขาให้ผมนั่ง ผมก็นั่ง
“เห็นนะว่ามากับสาวสวยด้วยอ่า” ผมพูดแล้วยิ้ม
“หึงเหรอ?” พี่ตังยิ้มล้อๆ
“ช่าย ใครมายุ่งกับพี่ตังของผมน้า!” กอดแขนพี่ตัง จริงๆก็เล่นกับแบบนี้บ่อยๆแหละ
“เขาเป็นลูกค้าพี่น่ะ พี่จะไปถ่ายรูปให้เขา” พี่ตังพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“อ่อ! งี้เองเหรอครับ” ผมปล่อยมือจากแขนพี่เขา
“อะไร นึกว่าแฟนพี่หรือยังไง” พี่ตังยิ้ม ผมก็พยักหน้า “555 พี่ไม่มีแฟนง่ายๆหรอกน่า” ยิ้ม
“มีคนชอบพี่ด้วยนะ” ผมยิ้ม พี่ตังเลิกคิ้วนิดหน่อยเป็นเชิงถามว่าใคร “นั่นอะพี่ คนนั้นอะ” ผมชี้ไปทางปอ
“555 เอาจริงดิ” พี่ตังถามแบบไม่จริงจังนัก
“55ชอบเปล่าละ” ผมตลกไปเลยละ
“ไม่เอาอะ ถ้าเป็นนทพี่ยอมอยู่นะ!” พี่ตังบีบจมูกผม
“อื้อ อะไรอ่า!” ผมทำหน้ามุ่ย
“เออแล้วเดี๋ยวไปไหนต่อไหม ไปดูหนังกันป่ะ” พี่ตังยักคิ้ว
“จะจีบเหรอ?” ผมเลิกคิ้วถามอย่างกวนๆ
“ได้ปะละ” พี่ตังยิ้มหล่อ
“เดี๋ยวไปถามเพื่อนแปป!” ผมก็ลุกขึ้น แล้วพี่ผู้หญิงคนนั้นก็มาพอดี เขาก็มองผมแล้วก็ยิ้มนิดหน่อย
แล้วผมก็เดินกลับไปที่โต้ะของตัวเอง หันไปมองทางพี่ตังนิดหน่อย เขาก็พูดแล้วชี้มาทางผมประมานว่าบอกว่าผมคือใครอะไรทำนองนั้นแหละ พอถึงโต้ะก็นั่งลงที่เดิม.....
“เกินไปแล้วนะมึง!” ไอสิงโตพูดอย่างไม่พอใจ
“เอาน่าๆ” ผมยิ้ม
“ร้ายสัสๆ แต่มึงรู้จักกันเหรอวะ ทำไมดูสนิทกันจัง!” ปอถามอย่างสงสัย
“อยากรู้ไหมละ!” ผมทำหน้าแบบนางร้าย ดูพวกมันทำหน้าเอือมระอาผมสิ “เออ กินเสร็จจะไปไหนต่อไหม พอดีกูมีนัดต่อ”ผมยิ้ม
“นี่มึงไปจีบให้ปอ แล้วมึงก็ได้เองเนี่ยนะ!” ไอนัทพูดอย่างตกใจ
“อืม เขาบอกไม่ชอบอะ เขาบอกชอบกู” ผมยิ้มให้ปอ ปอมันก็มองค้อนผม “555ล้อเล่น เขาเป็นผู้ชาย เขาไม่ชอบหรอกน่าไม่ว่าจะมึงหรือกู” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจหยิบน้ำขึ้นมาดูด
“แล้วกอดแขนทำหน้าหวานกันนั้นคือไรวะ” ไอตี๋ถามอย่างสงสัย
“เขาเป็น......” ผมมองไปทางพี่ตัง พี่ตังคุยงานเสร็จพอดีมั้งผมเห็นเขาเก็บของแล้ว “เดี๋ยวกูพามาแนะนำ” ยิ้มแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปหาพี่ตัง
พอไปหาพี่ตังพี่ตังก็แนะนำลูกค้าให้ผมรู้จัก ผมก็ยิ้มทักทายนิดหน่อย แล้วก็ลากพี่ตังมาที่โต้ะพวกผมเนี่ยแหละ ให้พี่เขามานั่งข้างๆผม ไอสิงโตดูไม่พอใจก็ปล่อยมันไป....
“ทุกโคนนนน นี่พี่ตังปะ....”
“เป็นแฟนนทครับ” พี่ตังพูดด้วยรอยยิ้ม ทุกคนตะลึงเลย ผมก็ตกใจแล้วหันไปมองพี่ตังเลย เขาก็ยิ้มขำๆ
“ไอนท!” ไอสิงโตพูดเสียงแข็ง คือทุกคนข้างกันหมด
“ผมไปเป็นแฟนกับพี่เมื่อไหร่ไม่ทราบพี่ตัง” ผมถามอย่างงงๆ
“เมื่อกี้ไง” พี่ตังยิ้ม
“บ้าบอจริงๆ เดี๋ยวผมเสียหายนะ” ผมยิ้ม พี่ตังก็หัวเราะ “นี่พี่ตัง เป็นพี่ชายของพี่ตอยที่เป็นแฟนพี่โน้ต งงป่ะ?” ผมพูดแนะนำแบบนิ่งๆ
“พี่ตัง” ปอยิ้มเขิน
“ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนเลยนะ” พี่ตังยิ้มเขินๆ เขาก็ดูขี้อายเนอะ “แล้วตกลงไปไหม” พี่ตังกระซิบถามผม
“เออจะไปไหนกันอีกไหม พอดีจะไปดูหนังกับพี่เขาอะ วะ....”
“ไปด้วย!” พวกมันพูดขึ้นมาแบบพร้อมเพรียงกันเลย
“อะ เอ่อ!” ผมยิ้มอ่อน “พี่ตังสะดวกไหมคนเยอะ” พี่ตังก็พยักหน้าทันทีเลย
“ไปกันเยอะๆอะสนุกดี ไปเที่ยวกับเด็กๆ พี่จะได้ดูเด็กบ้างไง” ยิ้ม ไม่เห็นจะดูหยิ่งอย่างที่พี่ตอยว่าเลย ช่างเถอะ
แล้วเราก็เช็คบิล แล้วก็ไปกัน พี่ตังก็ดูจะเข้าได้กับทุกคนนะ ไอสิงโตพอมันรู้ก็ไม่อะไร ก็นิ่งๆ ก็คุยกับพี่เขาบ้าง พี่เขาก็พูดเก่งนะ คุยแต่เรื่องที่พวกเพื่อนๆผมชอบเลยเข้ากันได้ง่ายๆ ก็ไปเลือกหนังที่จะดูกัน คราวนี้ไม่มีเลี้ยงแล้วนะจ่ายใครจ่ายมัน ก็โอเคแล้ว เลือกหนังอะไรได้ก็ไปซื้อตั๋ว โดยเพื่อนๆผมอาสาไปซื้อให้พี่ตังก็เอาเงินให้เพื่อนๆผมไปแต่......
“พี่ออกให้นทด้วยดีกว่า!” พี่ตัง ยื่นเงินเพิ่มให้ปอ
“ไม่ต้องครับ ผมออกให้เอง” ไอสิงโตเอาแล้วไง
“เอ่อ...” ผมลำบากใจเลยไง
“พี่ออกให้เนี่ยแหละ ไปเถอะ” พี่ตังพูดแล้ว ดันหลังปอให้ไป
ก็เลยจบเรื่องไป ไอสิงโตก็ดูจะไม่พอใจไปหน่อยแต่ก็ไม่อะไรมาก มันก็เกินไปนะเรื่องแค่นี้เอง ผมก็ปล่อยมันไป อะไรของมัน จะมาฟึดฟัดไม่ได้นะ ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ถึงจะมีอะไรกันแล้วก็เถอะนะ ก็ไปซื้อน้ำขนม แล้วก็นั่งรอสักพัก ถึงเวลาก็เข้าไปกัน พี่ตังนั่งข้างผมอีกข้างก็ไอสิงโต ผมได้ถือถังป๊อปคอร์นไว้ไง แล้วให้ทั้งสองล้วงกิน ก็ดูหนังกันไป กินกันไป...
หมับ! มือผมที่กำลังล้วงป๊อปคอร์นก็ถูกมือใหญ่ๆของพี่ตังจับเข้า ผมก็หันไปมอง พี่เขาก็ยิ้มให้ผมแล้วก็ยักคิ้วกวนๆให้
“เป็นอะไรครับ” ผมถามเบาๆ
“จับผิด” เอิ่ม!
ผมก็ไม่อะไรหันไปดูหนังต่อ ไอสิงโตก็งุ้งงิ้ง ให้ผมจับมือมัน เอากับมันสิ ผมก็ปล่อยไป จนดูหนังจบก็พากันออกมาจากโรง.....
“ไปไหนกันต่อไหม” ผมถามอย่างสงสัย
“นท วันนี้โน้ตมันให้ตอยไปกินข้าวที่บ้าน นทกลับกับพี่ก็ได้พี่จะไปบ้านนทอยู่แล้ว” พี่ตังพูดผมก็พยักหน้ารับ
“ไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากันไหม กูกินจนอิ่มไปหมดแล้วเนี่ย อิ่มแล้วก็ง่วงงมาก” ปอทำตาปริบๆ
“เออเอางั้นนะ พรุ่งนี้ว่ากันใหม่” ผมพูดด้วยรอยยิ้ม
แล้วก็สรุปกันได้ว่ากลับกันก่อนและค่อยมาใหม่ เพราะทุกคนก็หนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อนกันแล้ว ก็กลับไอสิงโตก็ดู เอ่อไม่พอใจที่ไม่ได้ไปส่งผมแหละ แต่ผมก็บอกว่าไว้เจอกันใหม่พรุ่งนี้ก็ได้ มันก็โอเคแหละ จนแยกย้ายกันหมดผมก็ไปกับพี่ตัง ระหว่างเดินไปลานจอดรถก็พูดกันมากมายเลย พอถึงก็ขึ้นรถ..........
“โห! ได้นั่งรถกับพี่ตังด้วย” ผมยิ้มเขินๆ
“เล่นเยอะนะเราน่ะ” พี่ตังยิ้ม แล้วเอามือลูบหัวผม
“กลับบ้านเลยใช่ไหมพี่” ผมถามอย่างสงสัย ตอนนี้รถออกแล้ว
“ทำไม หรืออยากไปไหนก่อน” พี่ตังยิ้มเจ้าเล่ห์
“ถ้าไปกับพี่ตังผมไปหมดแหละ” ผมยักคิ้วกวนๆให้
ก็พูดคุยกันหยอกล้อกันไป พี่ตังแวะเข้ามหาลัยก่อน ผมก็ไม่อะไร พี่ตังบอกจะเอางานไปส่งและก็แวะเอาอะไรให้เพื่อนไม่รู้ผมก็เออออไป ไม่รู้เรื่องอะไร ไปถึงมหาลัยก็เอารถจอดแถวๆหน้าตึก พี่เขาให้ผมรอในรถ ผมก็นั่งรออย่างเด็กดี.....
ครืดๆๆ! โทรศัพท์ผมสั่น ผมก็ล้วงขึ้นมาดู พี่อ๊อฟโทรมา ผมก็กดรับทันทีเลย.....
“ฮัลโหล” ผมพูดเสียงปกติ
“อยู่ไหนกูกำลังจะกลับ ให้ไปรับไหม” พี่อ๊อฟถามนิ่งๆ
“วันนี้จะนอนกับผมหรือเปล่า” ผมถามกลับไปด้วยความสงสัย
“อืม! มึงไปนอนกับกูไหม” มันถามอย่างลังเล
“วันนี้พวกพี่ตอยมากินข้าวที่บ้าน คงต้องอยู่ดึกหน่อยอะนะกว่าจะได้ไป” ผมพูดอย่างไม่แน่ใจ
“อืมๆได้ พรุ่งนี้พ่อให้ไปซื้อของให้ มึงก็ไปกับกูด้วยนะ” พี่อ๊อฟบอกอย่างดีใจ
“ได้สิครับ” ยิ้มคนเดียวเลยไง
“ตกลงอยู่ไหน จะให้ไปรับไหม!” มันถามอีกรอบ
“ผมเจอพี่ตังที่ห้าง เขาจะพาผมไปบ้าน พี่อ๊อฟก็ไปรอที่บ้านผมเลยนะ แล้วก็ขอป๊าให้ด้วยเลย” ผมพูดอย่างสดใส
“โอเคๆ รีบๆกลับละ อย่าทำอะไรพี่เขานะมึง” มันพูดเสียงดุแล้วก็วางสายไป
ไอนี่นิ ใครจะทำใครละ บ้าจริงๆ! ผมก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าไป พี่ตังก็ไม่มาสักที ผมเริ่มเบื่อแล้วนะนิ....
ก๊อกๆๆ! มีผู้หญิงคนนึง มาเคาะกระจกฝั่งผม เป็นพี่สาวนักศึกษา หน้าตาก็สวย แต่แต่งหน้าจัดและใส่กระโปรสั้นมาก ผมก็เลื่อนกระจกลง เขาก็มองเข้ามาข้างใน ประมาณว่าหาอะไรสักอย่าง....
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” ผมถามอย่างสงสัย
“เปล่า!” นางพูดกระแทกเสียง ผมก็มองนิ่งๆ
“ถ้าไม่มีอะไรก็ถอยไปด้วย” ผมพูดจบผมก็กดปิดกระจก
เขาก็ดูจะโวยวายไปหน่อย หน้าตาก็ดี ทำตัวและนิสัยแย่ชะมัด ผมก็ปล่อยให้มันโวยวายไปนั่นแหละ แล้วก็เปิดเพลงในรถฟังดังๆไปเลย แล้วก็ลอยหน้าลอยตา มันก็เคาะแล้วก็แหกปากอะไรไม่รู้ของมัน น่ารำคาญมาก แต่ผมไม่สนใจ และไม่นานนักพี่ตังก็เดินมา แล้วพี่ผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งเข้าไปกอดแขนพี่ตัง ทำออเซาะ อ้อนพี่ตัง ผมเห็นพี่ตังทำหน้ารำคาญสุดๆ พี่ตังพยายามแกะแขนออกมันก็ไม่ยอมปล่อย แถมจะลากพี่ตังไปไหนไม่รู้ ผมเห็นแล้วก็ทนไม่ไหว เลยลงรถไป  พี่ตังก็ยิ้มอ่อนให้ผม ผมก็มองนิ่งๆ.........
“กลับกันได้ยังครับพี่ตัง” ผมถามนิ่งๆ
“พี่ตังจะไปกับฉัน เธอกลับไปก่อนสิ” ดูมันพูดจีบปากจีบคอ
“นี่พราว พูดกับน้องพี่ดีๆนะ!” พี่ตังพูดเสียงดุ
“ไม่พูดดีๆค่ะ พี่ตังไม่เคยมีน้องชายนี่คะ พราวจะพูดดีกับตอยเท่านั้นค่ะ” เอิ่ม!
“ไม่ทราบว่าพี่จะลากพี่ตังของผมไปไหนเหรอครับ” ผมยิ้มอ่อน มันก็หันมามองค้อนผม
“พี่ตังของแกที่ไหน ของฉันหรอกยะ ไปเถอะค่ะพี่ตัง” ดึงพี่ตังไป
หมับ! ผมคว้าแขนอีกข้างนึงของพี่ตังไว้ ดูพี่ตังจะหนักใจไม่น้อยเลยนะ ผมก็มองหน้าพี่พราวนิ่งๆ.....
“ปล่อย!” นางพูดเสียงแข็ง
“พี่ตังอยากไปกับเขาหรอครับ” ผมถามนิ่งๆ พี่ตังก็ส่ายหัวช้าๆ เหมือนอึดอัดใจ
“พี่ตัง! มากับพราวเลยนะคะ” นางพูดอย่างไม่ยอม
“พี่ตังจะไปกับพี่ในฐานะอะไรครับ” ผมออกแรงดึงพี่ตังมาทางผม พี่พราวเซนิดหน่อย
“ในฐานะว่าที่แฟนยังไงละ!” กล้ามาก ผู้หญิงสมัยนี้ ยางอายไม่รู้จักพก มาปาวๆให้ตัวเองขายขี้หน้ากลางมหาลัย
“งั้นก็คงต้องปล่อยให้พี่ตังไปกับแฟนเขาแล้วละครับ!” ผมพูดเสียงแข็งอย่างไม่ยอม
“ไหนย่ะ แฟนอะไรของแก!” นางพูดอย่างหาเรื่อง แล้วก็มองซ้ายขวา
“ก็ผมเนี่ยแหละ แฟนพี่ตัง” ผมยิ้ม พี่ตังก็ดูตกใจนะ แต่ก็ไม่พูดอะไร แต่พี่พราวนี่ตาโตเลย
“ไม่จริง พี่ตังไม่ได้เป็นเกย์!” นางพูดอย่างไม่ยอม
“จริงไม่จริงไม่รู้ ไม่เชื่อก็ถามพี่ตังเองแล้วกันนะ” ผมยิ้มร้ายๆ
“อะ เอ่อ...” พี่ตังทำหน้าอึดอัดใจ
“ไปเถอะพี่ตัง วันนี้พี่ตังจะไปกินข้าวที่บ้านผมไม่ใช่เหรอครับ” ผมยิ้ม
“พี่ตัง!” พี่พราวดูตกใจมาก
“ปล่อยสักทีเถอะครับ” ผมก็ดึงพี่ตังมาทางผม จนยัยพี่พราวปล่อยมือออกไป
“พราว พี่ไปก่อนนะ” พี่ตังพูดนิ่งๆ
“พี่ตัง! แล้วเรื่องของเราละคะ!” นางพูดอย่างไม่ยอม
จุ้บ! ผมเอื้อมหน้าไปหอมแก้มพี่ตังเลย พี่พราวดูตาโตไปเลย พี่ตังก็ดูอึ้งไปหน่อย....
“เรื่องของผมกับพี่ตังต่างหากละ” ยิ้ม “พี่ตังไม่ชอบคนแต่งหน้า เขาชอบคนหน้าสดๆใสๆ อย่ามายุ่งกับแฟนผมอีก ไปแล้วนะ พี่สาวสั้นเสมอหู” ผมพูดแล้วทำหน้าเชิด แล้วก็ดึงแขนพี่ตังไปเลย พี่พราวก็กระทืบเท้าอย่างไม่ยอมอยู่อย่างนั้นแหละ
แล้วก็พาพี่ตังมาขึ้นรถ พี่ตังชี้หน้าผมอย่างคาดโทษแล้วก็ยิ้มหล่อให้ผม พอขึ้นรถมาพี่ตังก็ดูเงียบๆไปหน่อยเขาก็ถอยรถแล้วก็ออกรถไป.....
“ขอโทษนะครับพี่ตัง” ผมพูดขึ้นมาเพราะเห็นมันเงียบไป
“ขอโทษเรื่องอะไร” พี่ตังหันมามองผมนิดหน่อย
“ที่ทำให้พี่ขายหน้า เมื่อกี้” ผมยิ้มอ่อน ก็ที่จุ้บไปเมื่อกี้คนก็เยอะพอควรเลยนะ
“555 ไม่เลยพี่ไม่โกรธไม่คิดอะไรเลย ต้องขอบคุณนทด้วยซ้ำนะ พี่รำคาญพราวมากเลยนะ ชอบมาเกาะแกะ แล้วก็ลากพี่ไปนั่งคุยกับเพื่อนๆเขา” พี่ตังพูดอย่างรำคาญจริงๆ
“แล้วพี่เงียบทำไมอ่า” ผมถามเบาๆ
“พี่กำลังคิดอยู่ ว่าถ้าตอยรู้ ตอยต้องดีๆใจแน่ๆเลย เพราะตอยก็ช่วยพี่ให้พ้นจากพราวมาตั้งหลายครั้งแหนะ เจอนทไปทีนึง ยัยพราวจอดเลยนะ” พี่ตังยิ้ม
เราก็พูดคุยกันไปหัวเราะกันไป ผมก็ว่าอยู่แล้วพี่พราวดูปลอมเกินไป เขาดูเหมือนจะสวย แต่ก็ดูแปลกปลอม แถมไม่ค่อยรักนวลสงวนตัวอีก พี่ตังพูดถึงข้อเสียของพี่พราวเต็มไปหมดเลย ก็พูดคุยกันไปจนถึงบ้านผม ทุกคนก็อยู่รอหน้าบ้านอยู่แล้ว  วันนี้ทำหมูกระทะกินกันนะเนี่ย! ไม่ได้กินมานานแล้วเหมือนกัน พี่อ๊อฟก็นั่งคุยกับพี่โน้ตพี่ตอยอยู่ พอผมเข้าไปก็ทักทายทุกคนนิดหน่อย ก็ไปนั่งข้างๆพี่อ๊อฟ พี่ตังก็นั่งอีกข้างนึงของผม...........
“ตายแล้วๆ คู่นี้ไปไหนมากันเนี่ย! แล้วพี่ตังจะยิ้มหน้าบานไปไหนละคะ” พี่ตอยพูดอย่างฟินๆ
“อะไรๆ พอดีไปมอมา ไปเจอยัยพราวด้วย” พี่ตังยิ้ม
“ยัยนั้นอีกแล้วเหรอพี่” พี่โน้ตส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“มันลากพี่ไปไหนอีกละคะ” พี่ตอยพูดอย่างไม่พอใจ
“ไม่ทันจะได้ลาก นทก็จัดการจนพราวหน้าหงายเงิบไปเลยนะสิ555” พี่ตังพูดแล้วมองมาทางผม
แล้วพี่ตอยกับพี่โน้ตก็ขอให้พี่ตังเล่าให้ฟัง พี่ตังก็เล่า ผมก็เสริมตอนมันมาเคาะรถแล้วมองหาพี่ตังในรถด้วย พี่ตอยคือแบบขึ้นเลย แต่พอพี่ตังบอกวิธีจัดการของผมไปทุกคนดูจะชอบใจและสะใจกันมากยกเว้น.....
“นท” พี่อ๊อฟเรียก ผมหันไปมองมันมันทำหน้านิ่งมากเลย
“ไม่เอาน่า ผมช่วยพี่เขานะ” ผมจับมือมัน
“ต้องหอมแก้มด้วย?” เอิ่ม!
“พี่อ๊อฟอ่า...จุ้บ! ฟอด!” ผมโน้มหน้าไปจุ้บแก้มมันแล้วก็หอม มันอมยิ้มนิดหน่อย
แล้วเสียงโห่แซวก็เริ่มขึ้นมา พี่อ๊อฟมันก็อายไปเลย ผมก็เขินนิดหน่อย......
“พอใจยัง” มันก็ยิ้ม
“โห่! นท มาทำให้พี่ดีใจแล้วก็ทิ้งพี่นะ!” พี่ตังยิ้มกวนๆ
“วันหลังๆ” ผมกระซิบกระซาบ พี่อ๊อฟก็หยิกผมเลย
“พอเลยพี่ตัง เดี๋ยวอ๊อฟก็น้อยใจแย่หรอก” พี่ตอยพูดแล้วยิ้ม
“ไม่น้อยใจหรอกครับ ถ้าน้อยใจเพราะเรื่องแค่นี้ผมตายไปแล้วละ มันทำหนักกว่านี้อีก!” ไอพี่อ๊อฟพูดกวนๆ
“ให้มันน้อยๆหน่อย!” ผมพูดอย่างไม่ยอม
แล้วก็กินกันไปเฮฮากันไป สนุกสนาน พี่ตังเขาก็ขี้เล่นเกิน ชอบมาแหย่มาอ้อนผมจัง ผมละหวั่นไหวจริงๆ ล้อเล่นนะ พี่อ๊อฟนั่งอยู่ข้างๆจะทำอย่างนั้นได้ยังไง ก็กินกันไป พอกินเสร็จก็ช่วยกันเก็บ นั่งกินผลไม้แล้วก็พูดคุยกันอีกหน่อยก็แยกย้าย ส่งพี่ตังกับพี่ตอยขึ้นรถ ผมก็ไปนอนบ้านพี่อ๊อฟ โดนป๊าบ่นไปหน่อยเลย แต่ก็เอาเถอะ พอไปถึงบ้านพี่อ๊อฟก็เจอพี่อิฐกับพ่อแม่ก็อยู่คุยกันอีกนิดหน่อยก็พากันขึ้นบ้านไปอาบน้ำแล้วก็ปิดไฟขึ้นเตียงนอนคุยกันไป.....
“มึงมันร้ายที่สุด” พี่อ๊อฟพูดแล้วหยิกแก้มผม
“ผมร้ายกว่าที่พี่อ๊อฟคิดอีกนะ” ผมยิ้ม
“พรุ่งนี้เราไปซื้อของแต่เช้านะ” พี่อ๊อฟพูดขึ้นอย่างดีใจ
“ซื้ออะไรอ่ะ!” ผมถามอย่างสงสัย
“อื้ม เดี๋ยวก็รู้” มันยิ้ม
“เฮ้อ! ชอบให้ลุ้นตลอดเลยอ่า!” ผมทำหน้าเซ็ง
ผมกับมันก็นอนคุยกันจนหลับไป ตื่นมาอีกทีก็จะสายแล้วเราก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปซื้อของกัน โดยมีพี่อิฐและพ่อไปด้วย ผมก็ไม่ได้ถามอะไรเนอะ ก็พากันไป แต่พอถึง เอ่อ......
“มะ...มาซื้ออะไรกันครับ” ผมยิ้มอ่อน
“กระสุนปืนสำหรับเอาไว้ฝึกสอนมันหมดน่ะ เลยมาซื้อ” พ่อพูดอย่างใจดี
“พี่อ๊อฟ จริงๆก็มากันเองก็ได้ พี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบอะไรพวกนี้!” ผมพูดเบาๆกับพี่อ๊อฟ จริงๆผมไม่ถูกกับปืนหรือพวกอาวุธอะไรพวกนี้สักเท่าไหร่ มันดูอันตรายจริงๆนะ
“เอาน่า สนุกๆ เดี๋ยวจะพามึงไปยิงปืนด้วย” พี่อ๊อฟพูดอย่างอารมณ์ดีแล้วก็เดินไป ผมก็ยืนทำหน้าเป็นตูดอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ
“นท เข้ามาสิ” พี่อิฐเดินออกมาเรียกผม
ผมก็เข้าไป เอ่อ! มีของขายเพียบเลยละ ทั้งปืนเอย ลูกกระสุนอะไรต่างๆเอย ผมก็เดินดูไป จนพวกเขาซื้อกันเสร็จก็พากันไปขึ้นรถ แล้วก็มุ่งหน้าไปสนามยิงปืนกัน จริงๆพี่อ๊อฟเคยชวนผมมาหลายครั้งแล้ว แต่ผมไม่ชอบเสียงมัน ทั้งดัง ทั้งน่าเบื่อ อะไรก็ไม่รู้ มาถึงก็ช่วยเขาถือกล่องกระสุนไปเก็บ แล้วพี่อ๊อฟก็พาผมไปลองปืน.....
“ผมไม่อยากยิง!” ผมพูดอย่างงอแง
“ฝึกไว้ เผื่อวันไหนจำเป็นต้องใช้” พี่อ๊อฟยิ้ม “อืม…อันนี้น่าจะเหมาะกับมึงนะ” มันหยิบปืนอะไรไม่รู้ เล็กๆหน่อยพอดีกับมือผม
“จะทำอะไรก็แล้วแต่เถอะ!” ผมพูดอย่างหมั่นไส้
แล้วมันก็จัดการใส่ถุงมือ ใส่แว่นแล้วก็เสื้ออะไรสักอย่างผมไม่ได้ตั้งใจฟังมัน ใส่เสร็จก็ไปยืนประจำล๊อค มันก็ประกบอยู่ข้างหลังผม และก็อธิบายอะไรต่างๆผมไม่ได้สนใจเลยบอกตรง มันบังคับผมให้ทำ! จนมันอธิบายเสร็จก็ใส่ที่ครอบหูให้ผม ซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วก็จับมือผมตั้งขึ้น แล้วก็พูดถึงว่าต้องจับปืนอะไรยังไง เอิ่ม!.....
“มึงมองเป้าตรงกลาง เล็งดีๆ” ผมก็หรี่ตามองอย่างตั้งใจ เพราะมันก็เริ่มหน้าสนใจแล้วละสิ
แกรก! มันจับมือผมรั้งกระสุนไว้....
“มองดีๆ กูจะปล่อยมือแล้วนะ” แล้วมันก็ค่อยๆปล่อยมือแล้วถอยห่างจากผม
“ยะ..ยิงเลยไหม” ผมถามอย่างไม่มั่นใจ
“เล็งดีๆ ตั้งมือดีๆ ถ้าคิดว่ากะดีแล้วก็ยิ่งเลย” มันพูดจบ ผมก็มองไปข้างหน้าอย่างตั้งใจ
ปั้ง! ผมยิงไปแล้ว ตื่นเต้นมาก มองไปข้างหน้าอย่างอึ้งๆ......
“ไอนท! มึงจะหันหน้าหนีทำไม!” มันพูดเสียงดุ
“กะ ก็กลัวนี่นา!” ผมพูดเบาๆ
“มันอันตรายนะนท ถ้ามึงไม่มองไปข้างหน้า ปืนมึงอาจจะหันตามหน้ามึงก็ได้!” มันพูดอย่างไม่พอใจ
“อื้อ! ก็บอกว่ากลัวไง จะดุทำไมเล่า!” ผมพูดอย่างน้อยใจแล้วก็วางปืนลง คนก็เริ่มมองแล้ว
ผมก็มานั่งที่เก้าอี้ข้างหลังล๊อคตัวเองเนี่ยแหละ มันก็มองผมแบบไม่พอใจแล้วก็เดินไปไหนไม่รู้ ผมก็นั่งนอยมันเลย ใจร้ายกับผมจริงๆ! บ้าเอ้ย!....
“ยิงได้สวยเลยนะ” พ่อเดินไปดูเป้าที่ผมยิง
“สวยยังไงพ่อ เชียดขนาดนั้น” ผมพูดอย่างเซ็งๆ
“เฮ้อ!” พ่อเดินมานั่งข้างๆผม “จริงๆแล้วไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดหรอก” พ่อยิ้มให้ผม
“แต่ผมกลัวนี่นา” ผมก้มหน้าพูด
“มาเดี๋ยวพ่อสอน” เขาจับมือผม
แล้วก็ดึงให้ผมลุกไปกับเขาอีกครั้ง เขาก็มายืนซ้อนผมแล้วก็จับมือผมให้จับปืนดีๆ........
“เอาละ พร้อมหรือยัง” พ่อถามเบาๆ
“พะ...พร้อม ก็ได้” ผมพูดแบบไม่มั่นใจ
“มองตรงไป อย่าหัน คิดซะว่าข้างหน้าเป็นสิ่งที่เราเกลียด” ผมก็มองที่เป้า มองเป็นรูปพี่อ๊อฟ กำลังเกลียดมันเลย “เอาละ มองอย่างมุ่งมั่นนะ อย่าหันหน้าหนีละ” ผมก็พยักหน้า
แกรก! .......ผมมองตาแข็งเลย พ่อก็ค่อยๆถอยจากตัวผม “ยิงเลย” ปั้ง!.......
แปะๆๆๆ! เสียงคนตบมือข้างหลังผม ผมหันไปมอง พี่อ๊อฟกับพี่อิฐ.....
“เอ้อ! ทำได้ดีเลยนะ ขนาดฝึกแบบไม่เป็นทางการนะเนี่ย!” พ่อยิ้ม แล้วลูบหัวผม
“โห! เข้าเป้าด้วยอ้า!” ผมชี้ไปที่เป้าที่ผมยิง
“ดีแล้ว” พี่อ๊อฟยิ้มแล้วเดินมาทางผม
“ไม่ต้องมายุ่งเลย!” ผมก็ถอยไปยืนข้างๆพ่อ
ทุกคนก็หัวเราะกัน แล้วก็เริ่มยิงอีกเรื่อยๆ ผมก็เริ่มยิงเองถนัดแล้ว ก็ยิงๆไป ไปๆมาๆเริ่มสนุก มันเป็นอะไรที่ต้องใช้สมาธิมากพอควรเลย ก็ยิงไปจนเริ่มเบื่ออะแหละ กระสุนก็หมดไปแค่แม๊กเดียวเอง ผมเมื่อยมือแล้วด้วย พี่อิฐเลยพาผมไปยิงธนูต่อ เอ่อ! ที่นี่เป็นสนามยิงโดยเฉพาะจริงๆ......
“ธนู ผมอยากยิงๆๆ!” ผมยิ้ม แล้วก็มองหาอย่างดีใจ
“ยากกว่าปืนนะนท!” พี่อิฐพูดด้วยรอยยิ้ม
“ผมอยากทำเหมือน เจนนิเฟอร์ รอว์เร้นซ์ ในฮั้งเกอร์เกมส์” ผมยิ้มบานเลย
แล้วพี่อิฐก็พาผมไปที่ ลานยิงธนู พี่อ๊อฟมันไปเขียนรายงานอะไรไม่รู้ให้พ่ออยู่ ผมก็ไปกับพี่อิฐ ธนูมันเอ่อ!....
“หนักจัง!” ผมยิ้มอ่อน
“สายก็แข็งด้วยนะ เวลาดึง ต้องดูดีๆละ และอย่าให้มันดีดโดนเนื้อตรงแขนนะ แสบได้เลือดเลยละ” พี่อิฐพูดเตือนอย่างหวังดี
ผมก็ลองดึงๆดู ทำท่าทางว่าจะยิงไปก่อน จนถนัด ก็ลองเอาลูกศรธนูมาจับ ธนูอันที่ผมลองมันดีนะ มีรูล๊อคตรงกลางด้วย.....
หมับ! พี่อ๊อฟมันมาจับธนูที่ผมถือไว้..........
“พอๆ ธนูอันตรายกว่าปืนอีก เดี๋ยวได้แผลมาจะยุ่ง!” มันดึงธนูไปเก็บ ไอบ้านี่นิ!
แล้วก็พาผมไปเดินเล่น ที่นี่มีอีกหลายอย่างเลย ผมสนใจบีบีกัน มันน่าลองจริงๆ เอ๊ะ!....
“พี่อ๊อฟ อยากเล่นบีบีกันอ่า!” ผมพูดอย่างตื่นเต้น
“คนไม่พอ ต้องคนเยอะๆมันถึงสนุก” พี่อ๊อฟพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ชวนเพื่อนๆผมกับพวกสิงโตก็ได้นิ” มันก็มองผมนิ่งๆ “อะ เอ่อ.....”
“ชวนพวกมันมาก็ได้ถ้าอยากเล่น!” มันยิ้ม
“เย้!” ผมกระโดดกอดมันเลย
แล้วก็รีบโทรไปชวนเพื่อนๆทั้งหลาย มันก็โอเคกัน โดยผมให้พวกไอสิงโตไปรับเพื่อนๆผมด้วย คือดี ก็เดินเล่นรอพวกมันนั่นแหละ.......
“วันนี้มึงดูบ้าๆบอๆ กล้าๆกลัวๆไม่เข้าเรื่องเนอะ” มันพูดด้วยรอยยิ้ม
“ใครจะเก่งเหมือนพี่อ๊อฟละ!” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนัก
“นท! มานี่เร็ว” หันหลังไป พ่อเรียกผม ผมก็วิ่งไปโดยไม่รอพี่อ๊อฟเลย เขาพาผมไปห้องทำงานพ่อเขา ผมก็ตามไปอย่างว่าง่าย ไอพี่อ๊อฟมันก็ตามมาติดๆนั่นแหละ.....
“มีของจะให้” พ่อพูดด้วยรอยยิ้ม
“อะไรเหรอครับ” ผมถามอย่างอยากรู้
“อะ” พ่อยื่นกระเป๋าสีดำเล็กๆให้ผม
“อ้า! กระเป๋าสวยจัง” มันเป็นกระเป๋าหนัง พอผมเปิดดูข้างใน... “อะ เอ่อ......” ผมยิ้มอ่อน
“เอาไว้ใช้ป้องกันตัว หรือ เก็บไว้เฉยๆก็ได้” พี่อิฐยิ้ม
“ให้ปืนกับเด็กอย่างผมมันจะดีเหรอครับ” ผมถามอย่างไม่มั่นใจ มันเป็นปืนพก แบบพอดีมือผม จะให้ผมทำไม
“นั่นแหละ เพราะรู้ไงว่านท ไม่เอาไปใช้ซี้ซั้วแน่นอน และปืนนี้อะ เป็นปืนที่....อ๊อฟจับเป็นครั้งแรกด้วยนะ” พ่อยังคงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ก็ให้พี่อ๊อฟสิครับ ให้ผมทำมายยย” ผมพูดติดตลกไป
“เอาไว้ให้มึงป้องกันตัวไง ชอบมีคนมาหาเรื่องดีนัก เอาไว้ขู่พวกมันก็ได้” พี่อ๊อฟยิ้ม
เข้าใจคิดเนอะ เขาก็พูดจนผมรับมานั่นแหละ พร้อมกับเอกสารอนุญาตอะไรพร้อมเลยนะ แต่ผมอายุแค่นี้มีปืนไว้ในครอบครองตำรวจรู้โดนจับสถานเดียว ผมก็คงเอาเก็บไว้ที่บ้านนั่นแหละ มันดูอันตรายไปถ้าจะพกติดตัว ก็นั่งคุยกันในห้องทำงานของพ่อจนพวกเพื่อนๆมากัน ก็ออกไปหาเพื่อนๆ พ่อพี่อ๊อฟก็จัดการให้คนไปเตรียมของให้ พวกผมก็ไปแต่งตัวรอเลย พี่อ๊อฟมาช่วยผมแต่งตัวด้วย มิดชิดเชียว ใส่หมวกด้วย มีแค่ผ้าพันคอแบ่งฝั่งเท่านั้น ก็ดี ดูท่าน่าจะมันส์......
“นทอยู่ฝั่งกูดิ” ไอสิงโตพูดขึ้นอย่างไม่ยอม
“อะ...เอ่อ” ผมยิ้มอ่อน
“มันต้องอยู่กับกู!” พี่อ๊อฟยิ้มกวนๆ
“เอาผ้าใส่ถังแล้วก็ล้วงเลย จะได้แบ่งกันได้แฟร์ๆ” พี่อิฐพูดจบเรื่องเลย เพราะไอสองคนนั้นเถียงกันสักพักแล้ว
ก็ล้วงๆกันไป สรุปผมได้อยู่กับไอสิงโต พี่อ๊อฟได้อยู่อีกสี ดูมันจะไม่พอใจมากเลย แต่มันก็แค่เกมส์ไหมพี่อ๊อฟเอ้ย! จริงจังเกิน ตอนนี้ก็แยกกันไปอยู่กับธีม ธีมผมสีแดงก็จะมีนัท วิว ตี๋ ต้น ผม สิงโต แล้วก็สีน้ำเงินก็จะมี พี่อ๊อฟ ปอ มิน โค้ก สอ พี่อิฐเราก็แยกย้ายไปปรึกษากัน ผมก็ไม่เคยเล่นหรอก ทำตามๆเขาไปนั่นแหละ เพราะอยากเล่นไง ก็วางแผนอะไรกันไป ให้แยกกันไปตามจุดนู่นนี่นั่น พอปรึกษาอะไรเสร็จก็เริ่มไปซ่อนตามจุด พวกพี่อ๊อฟก็ไปบ้างแล้วไง แล้วก็ส่งสัญญาณว่าเริ่ม...
ปักๆ! เอาแล้วไง เริ่มปุปก็ยิงเลย ก็วิ่งหนีบ้าง ลุยบ้างก็ตามแต่ละคน ผมก็หนีอย่างเดียว ไม่ลุยเลย ซ่อนไปซ่อนมาอยู่อย่างนั่นแหละ.....
หมับ! ผมตกใจไปนิด มีคนมาจับผมทางด้านหลัง พอหันไปไอสิงโตนั่นเอง โถ่ ตกใจหมด......
“อะไรของมึงเนี่ย!” ผมถามอย่างตื่นเต้น
“มึงจะซ้อนอะไรนักหนายิงพวกมันบ้างสิวะ!” ไอสิงโตพูดเสียงดุ
“เออๆกูรู้แล้ว กำลังหาจังหวะไง” ผมพูดอย่างมาดเข้ม
มันก็มองผมนิ่งๆ ผมก็มองมันกลับแล้วก็เอาปืนในมือจี้ไปที่คอมัน....
“มึงมองแบบนี้อยากตายหรอวะ ไอเสี่ยใหญ่!” ผมพูดอย่างนักเลง
“ตลกแล้วนท มึงไม่ได้ยิงเลยนะ นู่นไปยิงไอพวกนู่นไป!” มันพูดเสียงดุแล้วก็ลากผมไปกับมัน
ปุๆๆๆๆ ปักๆๆ! ผมก็ยิงมั่วซั่วไปหมดเลย หลับหูหลับตายิง เละเทะไปหมด.....
หมับ! มีคนจับมือผม ผมก็ลืมตาขึ้นมา เอ่อ.....
“แหะๆ!” ผมยิ้มอ่อน ก็คือผมยิงมั่วจนโดนทุกคนหมดเลย แต่ละคนนี้เปื้อนไปหมดเลย
“เล่นบ้าอะไรของมึงเนี่ย!” พี่อ๊อฟพูดนิ่งๆแล้วก็เช็ดสีที่กระจกบังหน้า
แล้วทุกคนก็เริ่มรุมด่าผมกันอย่างเมามัน ผมก็ได้แต่ยิ้มอ่อนไป แล้วเขาก็เริ่มเล่นกันใหม่ ผมก็โดนให้นั่งดูอยู่เฉยๆเลย อดเล่นเลย โถ่! เซ็ง คือต้องนั่งดูเขาสนุกกัน ก็ผมแค่บอกว่าเล่นไม่เป็นแค่นั้นเขาก็เด้งผมออกมาจากสนามเลย!......

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“เซ็งเลยอะดิ” ผมหันไป พ่อนั่นเอง ผมก็ยิ้มนิดหน่อย พ่อก็มานั่งข้างผม...
“ครับ อะไรอ่า ก็ผมเล่นไม่เป็นนี่นา ทำไมต้องไล่ผมมาก็ไม่รู้” ผมทำหน้านอย
“เป็นพ่อ พ่อก็ไล่เราออกมานะ เล่นยิงไม่ดูอะไรเลยแบบนั้น” พ่อยิ้ม
“อะไรอ่า โถ่!” ผมทำหน้ามุ่ย เบะปาก
“เอาน่าๆ ไปเดินเล่นกับพ่อดีไหม” พ่อพูดอย่างใจดี ผมก็หันไปยิ้มแล้วก็พยักหน้ารัวเลย
พ่อก็พาผมไปเดินดูสนามต่างๆ เราเดินไปพูดคุยกันไป พ่อเขาเป็นคนน่ารักอยู่แล้ว ติดจะขี้แกล้งขี้แซวไปหน่อยก็เท่านั้น แต่ก็โอเคเดินไปพูดคุยกันไปสนุกสนาน....
“นท” ผมก็หันไปยิ้มให้พ่อ “รู้ไหม ว่าเราน่ะ สำคัญต่ออ๊อฟนะ” ผมก็มองนิ่งๆ “อย่าทำให้มันเสียใจละ” พ่อยิ้มแล้วรูปหัวผม
“ผมไม่รับปากครับ แต่ผมจะทำให้ดีที่สุดนะ” ผมยิ้ม
แล้วก็พูดคุยกันไปพ่อเขาก็เหมือนไม่อยากยุ่งแหละ แต่ก็อยากจะพูดเพื่อให้ผมรักพี่อ๊อฟมันมากๆ เพราะเนื้อหาที่พูดกันก็ไม่พ้นเรื่องพี่อ๊อฟ ดูก็รู้ว่าพ่อคงเป็นห่วงและรักพี่อ๊อฟมาก คงไม่อยากให้ผมทำให้พี่อ๊อฟเสียใจ และผมก็จะไม่ทำให้พี่อ๊อฟมันเสียใจอีกแน่นอน......
“สวัสดีค่ะ คุณลุง”ผมที่เดินเล่นกับพ่ออยู่ต้องหันหลังไปดู เป็นผู้หญิง แต่งตัวเกงยีนส์ขาสั้นเสื้อยืดสีขาวรองเท้าผ้าใบ สวยด้วยสิ ดูท่าแล้วน่าจะมาฝึกยิงปืน..........
“อ้าว มายด์” พ่อยิ้ม
“อะ...เอ่อ” ผมยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้นที่ยิ้มมาทางผม
“อ้อ! นี่มายด์ เพื่อนอ๊อฟตอนมันเรียนอยู่โรงเรียนแถวบ้านยายน่ะ” พ่อบอกผม ผมก็พยักหน้ารับทราบ
“หวัดดีครับ ผมนทครับ” ผมยิ้ม
“หวัดดีจ้ะ น่ารักจังเลย” พี่มายด์ยิ้มหวาน
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” ผมยิ้มเขินๆ
“ปะ...ไปคุยกันก่อนสิ” พ่อพูดอย่างใจดี
“เดี๋ยวค่ะ คุณลุง แล้วอ๊อฟละคะ ได้ยินว่าวันนี้มาที่สนาม...” พูดแล้วชะเง้อมองหา
“ลงสนามกับเพื่อนๆเขาน่ะ” พ่อตอบด้วยรอยยิ้ม
“อ่อค่ะ งั้นมายด์ไปรออ๊อฟแถวนั้นได้ไหมคะ” พี่มายด์พูดอย่างดีใจ
“เอาสิ!” ไปด้วยกันเลย
แล้วก็พากันไป ผมก็ไม่ได้อะไร พี่เขาก็ชวนผมคุยบ้าง พ่อก็ถามใหญ่เลย เหมือนไม่ได้เจอกันนาน และถ้าผมจับใจความไม่ผิด พี่เขาเหมือนว่าจะย้ายไปเรียนกรุงเทพฯเพิ่งกลับมาเที่ยว อะไรทำนองนั้น เราก็ไปยืนข้างสนามที่พี่อ๊อฟลงไปเล่น เราก็นั่งรอกันสักพักเนี่ยแหละ ทำไมผมรู้สึกแปลกๆ ผมรู้สึกว่า พี่เขาจะดีใจเกินไป แค่เพื่อนกันไม่ใช่เหรอ อาจจะไม่ได้เจอกันนานแหละมั้ง ผมก็คิดไปทั่ว แล้วพี่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรผมสักเท่าไหร่ เหมือนคุยกับผมตามมารยาทเท่านั้นด้วย พ่อก็ไม่ได้แนะนำผมอย่างเป็นทางการแต่อย่างใดด้วย จริงๆก็ไม่ได้คิดมากกอะไร แค่ไม่รู้จะคุยอะไรมากกว่า สักพักพวกนั้นก็พากันเดินออกมา.....
“อ๊อฟ!” พี่มายด์ลุกแล้ววิ่งไปหาพี่อ๊อฟ
ทุกคนก็มองกันงงๆ เพราะเขาถอดหมวกกันแล้วไง และก็ต้องตกใจ เพราะ พี่มายด์ กอดกับพี่อ๊อฟ และมันก็เป็นกอดที่นิ่งๆกอดเหมือนคนคิดถึงกันมากมายด์มันนิ่งเกินไป และพี่อ๊อฟก็ดูอึ้งมากไม่น้อยเลย และกอดนั่นเป็นกอดที่ผมมองแล้ว มันทำให้ผมเจ็บแปล๊บแปลกๆ ทุกคนก็มองแบบอึนๆ คืออะไร......
“เดี๋ยวพ่อไปดูสองคนนั้นหน่อยนะ” พ่อพูดอย่างดีใจแล้วก็เดินไป
ผมก็อึนๆนิดหน่อย มัน....ไร้ซึ่งคำอธิบาย มันงง คืออะไร เพื่อนกันต้องดีใจมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วพี่อ๊อฟดูจะ..อึนแปลกๆ เหมือนก็ตกใจหรืออะไร หน้ามันสื่อออกมาหลากหลายความรู้สึกเกินไป ผมรู้สึกใจสั่นแปลกๆ ตอนนี้เพื่อนๆผมก็เดินมาทางผม ไอสิงโตก็จับไหล่ผมแน่น พี่อ๊อฟไม่แม้แต่จะมองมาทางผมเลยด้วยซ้ำ พี่มายด์เป็นใครกันแน่ ทำไมพี่อ๊อฟถึงไม่สนใจผมเลยละ แล้วคำถามมากมายก็พุดขึ้นมาในใจผม เพื่อนๆก็พูดคุยกัน.....
“นท ไม่มีอะไรหรอกนะ” ไอสิงโตพูดอย่างอ่อนโยน
“อะ...อืม จะมีอะไรละจริงไหม” ผมยิ้ม
“ไปหาน้ำกินกัน” ปอพูดขึ้น ทุกคนก็พยักหน้า
เราก็พากันเดินไป ผมหันไปมองพี่อ๊อฟนิดหน่อย พี่อิฐกับพ่อก็ดูจะ ดีใจแปลกๆ ผมก็คิดไปทั่ว จนเดินไปที่ร้านน้ำ ก็ซื้อน้ำแล้วก็นั่งกินกันไป จริงๆมันก็ดูเหมือนไม่มีอะไรหรอก เพื่อนๆก็พูดกัน เพราะคงเป็นเพื่อนที่สนิท เลยดีใจขนาดนั้น แต่ผมก็แค่สังหรณ์ใจแปลกๆเท่านั้นแหละ มัน...มันเหมือนว่าผมกำลังจะโดนลืม เพราะเพื่อนคนนั้นของพี่อ๊อฟ......
“คิดมากเหรอวะ?” อยู่ๆสิงโตก็พูดขึ้นมา
“เปล่า กูแค่คิดอะไรเพลินๆ” ผมยิ้มให้มัน
“เฮ้อ! จะเปิดเรียนอยู่แล้ว!” ไอปอพูดขึ้นมาอย่างเซ็งๆ
“เออช่วงนี้มึงกับไอโต้เป็นยังไงบ้าง” ผมถามขึ้นอย่างนึกขึ้นได้ เพราะมันเงียบๆกันเลย
“มันก็มาหากูที่บ้านทุกวันแหละ มันไม่ค่อยจะมาเที่ยวกับกูสักเท่าไหร่ เพราะมันก็ติดเพื่อนมันเหมือนกัน” ปอพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“มึงดีวะ กูอิจฉาความรักของมึงจัง” ผมพูดแล้วมองบนท้องฟ้า ผมก็คิดไปทั่ว
“พูดบ้าอะไรของมึง กูสิต้องอิจฉามึง มีแต่คนดีๆหน้าตาดีๆ รวยๆเข้าหามึง” ปอยิ้ม
“แต่มันก็ไม่ใช่หรือเปล่า ความรักกูมีแต่การแย่งชิง สูญเสีย และก็พังไม่เป็นท่าเลยอะ ดูมึงสิ ไม่มีอะไรที่จะทำให้มึงกับไอโต้แยกจากกันได้เลย” ผมพูดอย่างน้อยใจตัวเอง
“ไม่จริงหรอก กูว่าพี่อ๊อฟอะ ชัวร์สุดๆ เขาไม่ทำให้มึงเสียใจแน่นอนนท คิดมากไปแล้วนะมึง” ปอจับไหล่ผม
“คุยอะไรกันวะ” ไอนัทที่กำลังคุยอย่างสนุกกับเพื่อนคนอื่นหันมาถาม
“กำลังสงสัยว่า มึงกับพี่ฮอนเป็นยังไงบ้าง” ผมพูด มันเขินขึ้นมาทันทีเลย จริงๆก็กะจะแถไปทั่ว ผมดันลืมเรื่องพี่ที่มันแอบชอบเลย
“ก็ไม่ไงวะ เขาก็ดู จริงใจดี” ไอนัททำท่าทำทางน่าหมั่นไส้จริง “เออ แต่พี่ฮันเขาถามหามึงด้วยนะ”(ยิ้ม)
“ปล่อยเขาไปเถอะน่า!” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
แล้วก็พูดคุยกันไปทั่ว จนพี่อิฐเดินมา ทุกคนก็หันไปเรียกพี่อิฐอย่างสนใจ.....
“สิงโต เดี๋ยวฝากไปส่งนทที่บ้านด้วยนะ พอดีอ๊อฟมันจะคุยกับเพื่อนน่ะ คงอีกนานเลย” พี่อิฐบอกไอสิงโตอย่างใจดี “แล้วค่อยเจอกันที่บ้านนะนท” พี่อิฐยิ้มให้ผม
ผมก็พยักหน้านิดหน่อย เขาก็พูดคุยกันไป คืออะไร แค่เดินมาบอกพี่อ๊อฟยังไม่เดินมาเลย แล้วพี่อ๊อฟยอมให้ผมไปกับไอสิงโตง่ายๆเนี่ยนะ คืออะไรกันตอนนี้ คุยกันได้สักพักก็เริ่มเกิดอาการหิวกันแล้วเลยขอตัวกลับกันก่อนพี่อิฐก็โอเคแล้วเขาก็เดินกลับไปทางเดิม ผมก็เดินไปกับพวกไอสิงโต ด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่าเหลือเกิน....
ตอนนี้ก็พากันมาที่จอดรถแล้วก็แยกย้ายกันขึ้นรถ ไปหาอะไรกินกัน วันนี้ไม่เข้าห้าง ตอนนี้ก็11โมงกว่าๆ เพื่อนๆผมมันอยากไปหาอะไรกินข้างนอกห้างบ้าง เพราะเบื่อจะเข้าห้างแล้ว ก็พากันไปตระเวนหา ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรสักเท่าไหร่ จนสุดท้ายก็พากันไปกินบะหมี่ ก็เป็นบะหมี่ธรรมดาที่เขาว่าอร่อย ผมก็ไม่เคยได้ไปสักที ก็ไปกัน คนค่อนข้างเยอะ เพราะอยู่แถวมหาลัย มีทั้งนักศึกษาอะไรมากมาย ก็เข้าไปนั่งแล้วก็สั่งๆๆกันไป ผมก็สั่งไปแล้วก็ล้วงโทรศัพท์ที่ไม่ค่อยจะได้กดมันสักเท่าไหร่ออกมาดู โอ้โห้! ข้อความจากไอพี่กาย มากมายเหลือเกิน ผมก็ไม่สน พี่ดินพี่ไฟเอยอะไรเอยเยอะแยะไปหมด ผมก็กดปิดมันไปแล้วก็เลือกจะเข้าเฟส และก็เข้ารหัสของพี่อ๊อฟ หาเฟสพี่มายด์ หายังไงก็หาไม่เจอ ถึงจะเพื่อนเก่าแค่ไหนก็ต้องมีเป็นเพื่อนกันหรือ....
พรึ่บ! ผมเงยหน้าขึ้นมอง ไอนัทมันดึงโทรศัพท์ผมไป......
“มึงอย่าคิดมากไอนท พี่อ๊อฟเขาไม่ทำอะไรหรอก นั่นก็เพื่อนเขา จะกังวลอะไรนักหนาเนี่ย!” ไอนัทพูดอย่างจริงจัง ทุกคนก็มอง
“กูแค่รู้สึกแปลกๆ พี่อ๊อฟมันไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ!” ผมพูดนิ่งๆ
แล้วก็ถกเถียงกันไป บางคนก็เห็นด้วยกับผม บางคนก็บอกว่าผมคิดมากไปเองนู่นนี่นั้น จนผมเริ่มเบื่อก็หยุดพูดไป บะหมี่ก็มาเสริฟแล้วก็กินกันไปพูดคุยกันไป กินเสร็จก็เช็คบิล ไอสิงโตเลี้ยง อีกแล้ว ก็ปล่อยมันไป แล้วก็พากันแยกย้ายกลับ จริงๆตอนแรกก็กะจะไปหาเดินเที่ยวกันก่อน แต่หลายๆคนบอกเหนื่อยและง่วงกันแล้วเลยแยกย้ายกันไป ไอสิงโตก็ไปส่งผมที่บ้าน ส่งเสร็จก็ร่ำรากันนิดหน่อยมันก็กลับไป......
ผมก็เข้าบ้าน แล้วก็ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวมานอนเล่นบนเตียง ผมถือโทรศัพท์ขึ้นมากดดู....ไม่มีการโทรหา ข้อความ ไม่มีเลย ผมก็ลังเลอยู่ว่าจะโทรไปดีไหม หรือรอมันโทรมา มันอาจจะยุ่งหรือแบตหมดไปก็ได้ มองโลกในแง่ดีไป ถึงจะรู้สึกไม่ดีสักเท่าไหร่ก็เถอะ คิดอะไรไปๆมาๆก็เผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็บ่าย3กว่าๆแล้ว ผมรีบดูที่โทรศัพท์ก็ยังไม่มีการติดต่อใดๆมา มีแต่เพื่อนๆพี่ๆเยอะแยะไปหมด เฮ้อ!....
แกร๊ก! ป๊าเดินเข้ามา ผมก็ยิ้มให้นิดหน่อย....
“ตื่นแล้วหรอตัวแสบ!” ป๊าเดินมานั่งแล้วก็ยีหัวผม
“ป๊ารู้ได้ยังไงว่านทนอน” ผมขยี้ตานิดหน่อย
“เข้ามารอบนึงแล้วน่ะสิ” ผมยิ้ม
“มีอะไรอ่า” ผมกอดป๊า
แล้วเราก็คุยกันไป ป๊ามาถามไถ่ผมในช่วงนี้ ตามประสาคุณพ่อที่น่ารัก เขาบอกผมทำตัวไร้สาระไปวันๆ และหลังจากนั้นก็เป็นบทสวดที่เด็กๆมักจะไม่ชอบกันสักเท่าไหร่555 เขาบ่นไงละ ผมก็ฟังอย่างสำนึกผิดไปนั่นแหละจริงๆผมก็ช่วยงานบ้านตลอด แต่เหมือนว่าแค่นั้นก็คงจะไม่พอ เพราะป๊ารู้เรื่องการใช้เงินที่จะเกินตัวไปของผม เขาก็เลยร่ายยาวให้ผมอย่างหนักเลย.....
“เฮ้อ!” ผมถอนหายใจอย่างโล่งๆเมื่อป๊าหยุดพูดแล้ว
“เฮียบูมเปิดร้านกาแฟ ไปช่วยเขาหน่อยแล้วกัน” ผมชะงักไปนิด
“อะไรอะ ป๊าบ่นนทเพราะจะให้ไปช่วยเฮียแค่นี้เนี่ยนะ! บอกนทดีๆก็ได้น่า!” ผมพูดอย่างไม่พอใจ
“ไม่ได้บ่นนะนท ป๊าแค่เตือนๆ ทำอะไรอย่าเกินตัว ให้รู้ค่าของเงิน เข้าใจไหม” ป๊าพูดอย่างจริงจังเสียงดุไปหน่อย ผมก็สะดุ้งเล็กน้อย
“ฮึก! ฮือ!” ผมแกล้งร้องไห้เลยไง ป๊าถึงกับสะดุ้ง
“นะ...นท!” ป๊าจับมือผมแล้วก็เขยิบเข้ามาใกล้ๆ
หมับ! ดึงผมเข้าไปกอด ผมก็สะอื้นร่ำไห้ออกมา ประมานว่าเล่นละครเก่ง เคยไปเรียนอยู่ช่วงนึงก็เลิกไป เป็นคลาสสอนการแสดง เพื่อให้เรามีความกล้าแสดงออก และมันก็ทำให้ผม ตอแหลได้แนบเนียนขึ้น จริงๆป๊าก็แค่เตือนผมอย่างที่บอกนั่นแหละ แต่ผมมันดื้อไง ไม่ฟังอะไรเอาแต่ใจตัวเอง ตอนนี้ป๊าก็กำลังโอ๋ปลอบผมใหญ่เลย และผมก็สะอึกสะอื้นไป.....
“โอ๋ๆ! โอเคๆ ป๊ายอมแล้วๆ อย่าร้องนะลูก” ป๊ากอดผมแน่น
“ฮือ! ป๊าไม่อยากให้นทไปเที่ยวเหรอ” ผมพูดอย่างฟูมฟาย
“ปะ..เปล่า ป๊าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ” ผละออกมา แล้วก็มองหน้าผม ผมก็เช็ดหน้าลวกๆ “ป๊าไม่อยากให้นทใช้เงินไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเอง อีกอย่าง นทว่างๆป๊าก็อยากให้ไปช่วยพวกเฮียบ้างก็เท่านั้น อย่าร้องเลยนะ” เช็ดหน้าให้ผม
“แต่นทไม่ได้เอาเงินไปใช้ไม่เป็นเรื่องนะ” ผมพูดสะอื้นนิดๆ
“ป๊ารู้แล้วๆ โอเคๆ ป๊าแค่พูดเฉยๆไม่มีอะไรหรอก” ป๊ายิ้ม
ผมก็บอกไปเรื่องเงินนั่นที่เอาไปเลี้ยงเพื่อนๆด้วยเหตุผลอะไร ป๊าก็เข้าใจ เขาไม่ชอบให้ผมผิดสัญญา ซึ่งผมสัญญากับเพื่อนๆไว้แล้ว อีกอย่างที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยอะไรขนาดนั้น มันก็จะมีแค่เมื่อวันนั้นที่ไปเลี้ยงเพื่อนๆนั่นแหละ ป๊าก็คงอยากรู้แหละ แต่หาเรื่องคุยกับผมสะยาวเลยไง ผมก็เลยเล่นละครใส่เลยทีนี้ ส่วนเรื่องเฮียบูมจริงๆเขาก็ชวนผมไปช่วยตั้งแต่ไปกินเลี้ยงแล้ว แต่ผมขี้เกียจเลยปฏิเสธไป เป็นร้านกาแฟ แถวมหาลัย จริงๆเฮียก็มีธุรกิจของครอบครัว ควบสองเลยไง ส่วนเฮียบอมก็ดูกิจการครอบครัวตัวเองไป สงสัยผมต้องไปช่วยแล้วละ ป๊ามาพูดถึงขนาดนี้......
“โอเคๆ ป๊าเข้าใจแล้ว ป๊าขอโทษแล้วกันที่ไม่ถามนทก่อน” บีบแก้มผม
“นทก็ขอโทษ ที่ทำอะไรแล้วไม่บอกป๊า” ผมยิ้ม
“อื้ม เออแล้วตกลงจะไปช่วยเฮียๆไหม” ป๊าถามอย่างสงสัย
ทำให้ผมฉุกคิดเรื่องพี่อ๊อฟขึ้นมาได้ และก็อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว เอายังไงดี....
“ไปช่วยสักหน่อยนะ เฮียมาขอให้ป๊ามาพูดให้นทไป” ผมชะงักไปนิด “ก็ไปช่วยจนเปิดเทอมนั้นแหละ อีกไม่กี่วันเองนี่” ป๊าพูดอย่างใจดี
“เฮ้อ! ก็ได้ครับ” ยิ้ม “แล้วนทก็ต้องไปนอนกับเฮียอะดิ” ป๊าก็พยักหน้า
“อืม ให้อ๊อฟไปด้วยก็ได้นะ” ผมชะงักไปนิด
“เอ้อ! ป๊า!” ผมนึกขึ้นได้เดินไปหยิบกระเป๋าหนังที่มีปืนที่พ่อพี่อ๊อฟให้มาให้ป๊าดู “พ่อพี่อ๊อฟให้นทมาอ่า ป๊าจะเก็บไว้ไหม” ยื่นไปให้ป๊าดู ป๊าก็เปิดดู แล้วก็ลูบๆคลำอยู่อย่างนั้นแหละ
“นทเก็บไว้อะดีแล้ว ปืนสวยเลยนะเนี่ย” ยิ้ม “ป๊าก็มีของป๊าอยู่แล้วนี่นทก็รู้” ป๊าพูดอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็เก็บปืนเข้าที่แล้วก็ยื่นมาให้ผม
“ทำไมทุกคนดูไว้ใจเอาของแบบนี้มาไว้กับนทจะดีเหรอป๊า” ผมถามอย่างไม่มั่นใจ
“ควรมีติดห้องไว้ก็ดีนะนท เอาไว้บนหัวเตียงเนี่ยแหละ เผื่อจงโจรหรืออะไรก็จะได้เอาไว้ป้องกันตัว…..” ป๊าก็อธิบายเหตุฉุกเฉินต่างๆไป ผมก็พยักหน้ารับ
“โอเคๆ นทเก็บไว้ก็ได้” ผมยิ้ม
“เก็บของเลยนะ แล้วก็ เออเดี๋ยวป๊าไปเตรียมของด้วย เก็บของเลยป๊าจะไปส่งหาเฮีย!” แล้วป๊าก็ลุกไป
ผมก็เดินไปเก็บของนิดหน่อย เพราะของใช้ส่วนตัวมีพร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว พร้อมเดินทางตลอดเวลา ก็เก็บเสื้อผ้าอะไรไปไม่กี่ชุดหรอก ไปใส่ของเฮียก็ได้ ทำอะไรเสร็จ ผมก็จ้องที่มือถือ พี่อ๊อฟ หายไปเลย คืออะไร ผมก็เลยตัดสินใจ อย่างน้อยโทรไปบอกมันก็ยังดี ไม่นานมันก็รับสาย......
“เออ ว่า!” มันพูดด้วยเสียงร่าเริง และผมก็ได้ยินเสียงคนหัวเราะมากมายดังออกมาจากโทรศัพท์
“ไม่ว่างเหรอพี่” ผมถามนิ่งๆ
“อืม ไม่ว่าง มีอะไร!” ผมชะงักไปเลย
“ผะ...ผม....ผมจะไปช่วยเฮียบูมที่ร้านกาแฟนะ และต้องไปนอนที่นั่นสักพัก พี่อะ......”
“โอเคๆ ไปดีมาดีละ ยังไงกูจะติดต่อไปนะ ตึ้ด!” อะไรคือไม่ใส่ใจเลยอะ รู้สึกโหว่งเหวงแปลกๆแหะ แต่ช่างเถอะ มันอาจจะ ยุ่งอยู่ผมก็ไม่ควรงี่เง่าหรือคิดอะไรมาก
ผมหยิบของลงไปข้างล่าง ป๊านั่งรออยู่แล้ว ป๊าก็ถามหาพี่อ๊อฟผมก็บอกไปว่าเขาไม่ว่างป๊าก็โอเค แล้วก็บอกแม่ว่าจะไปแล้ววันนี้พี่โน้ตไปบริษัทให้ป๊า ร่ำลาแม่เสร็จก็ไปขึ้นรถ แล้วก็พากันไป ระหว่างทางก็พูดอะไรกันไปมากมาย เยอะแยะไปหมด ผมก็ทำนอยป๊าเรื่องเงิน ป๊าก็บอกไม่เป็นอะไร เดี๋ยวจะเอาเงินไปเข้าให้อีก ผมก็เฮเลยสิ แถมยังให้เงินติดตัวผมไว้อีก ป๊านี่น่ารักจริงๆเลย ผมก็ออดอ้อนออเซาะป๊ายกใหญ่เลย ก็ออดอ้อนไป จนถึงที่นั่นแหละ เป็นร้านกาแฟ ร้านค่อนข้างใหญ่เลย แต่งได้น่ารักมากเลย คนก็เยอะมากเลยด้วย ป๊าก็พาผมเข้าไปนั่งหลังเค้าท์เตอร์ มีที่สำหรับพนักงานแล้วก็ให้ไว้วางของอะไรนั่นอะแหละ มีพี่พนักงานประมาณ 4-5 คนแหละมั้งเห็นเดินวนกันไปหมดเลย ผมก็นั่งมองอย่างตื่นเต้น จากที่คิดมากเรื่องพี่อ๊อฟก็หายไปเลยละ.....
“มาจนได้นะ” เฮียบูมเดินมาจากด้านหลัง ผมหันไปยิ้มอย่างดีใจ แล้วก็ลุกขึ้นเดินไปหา...
“เฮียบูม! หมับ!” ผมกอดเฮียบูมเลย พวกพี่ๆพนักงานก็มองกันใหญ่ มองทำไมก่อน
“เฮ้อ เซ็ง เป็นหมาหัวเน่าอยู่คนเดียว” เฮียบอม สาระแนมาทำไมเนี่ย ผมก็เหล่มอง....
“เฮียบอม” ผมยิ้ม “หมับ!” ผมกอดมันบ้าง
“โอยๆ” มันกัดฟันร้องอย่างเจ็บปวด
“คิดถึงเฮียมากมายเลยน้า!” พูดกดเสียง ผมเหยียบตีนเฮียไง
แล้วมันก็ดันผมออกแล้วก็มองผมแบบไม่พอใจ......
“ป๊าดื่มอะไรดี” เฮียบูมหันไปถามป๊า
“มานี่เลยไอนท!” เฮียบอมมันลากแขนผมไปกับมัน
ป๊าก็คุยกับเฮียบูมไป เฮียบอมก็ดึงผมออกมาแถวด้านหน้าร้าน ผมก็ตามมันไปนั่นแหละ ขี้เกียจเถียงละเบื่อ....
“จะไปไหน” ผมถามอย่างสงสัย
“หาอะไรกิน” มันยิ้มหวาน เอ๊ะ! ไอท่าทางน่ากลัวแบบนี้มันอะไรนะ
ผมก็พยักหน้า มันก็ดึงมือผมไปหาร้านอาหาร แล้วก็เทคแคร์ผมดีแปลกๆ คืออะไร ผมก็สงสัยนะ มันก็บอกให้ผมสั่งให้เต็มที่เลย จริงๆตอนนี้ก็เริ่มหิวแล้ว ผมก็สั่งไอสิ่งที่ผมอยากกินไป แล้วก็นั่งจ้องหน้าเฮียมันเมื่อสั่งเสร็จ........
“อะไร มองอะไรวะ” มันจับหน้าตัวเอง
“มีอะไรเฮีย มาทำดีแปลกๆแบบนี้” ผมมองอย่างจับผิด
“เปล่า กูอยากเลี้ยงข้าวมึง ก็แค่นั้น ทำไม ไม่ได้?” ดูมันทำหน้ากวนตีน
“เออ!” ผมส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“เออ ว่าแต่ แฟนมึงไม่มาเหรอวะ?” เฮียบอมถามอย่างสงสัย
“มันติดธุระ” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ “เออแล้วทำไมไม่ชวนเฮียบูมกับป๊ามากินด้วยละ?” ผมถามอย่างนึกขึ้นได้
“กูบอกไปแล้วเดี๋ยวเขาก็ตามมาเองแหละ!” อ้าว! ไหนบอกว่าจะเลี้ยงข้าวผมไง ไอบ้านี่มันพูดจาเอาดีเข้าตัวเองจริงๆ ผมก็ไม่สนใจมันแล้ว รำคาญ
แล้วมันก็พร่ำเพ้อพูดอะไรก็ไม่รู้ไป ผมก็เถียงกับมันไป ว่าจะไม่สนแล้วไง จนได้อะ พูดให้ผมหมดความอดทนตลอด แล้วไม่นานของที่สั่งก็มาเสิร์ฟ ป๊ากับเฮียบูมก็เดินเข้าตามมา แล้วก็สั่งเพิ่มไป ก็นั่งคุยกันเฮฮาดี สรุปร้านกาแฟเปิดมาได้สักพักแล้วตั้งแต่เฮียบอมกลับมา และที่ให้ผมมานี่เพราะเฮียบูมอยากให้มา ผมติดต่อไม่ได้เลยให้ป๊ามาคุยให้ เฮียบอมเปิดสาขาธุรกิจของครอบครัวในเมืองด้วย เลยอยู่คอนโดเดียวกับเฮียบูม แล้วก็อีกมากมายที่พูดกัน สรุปได้ว่าผมก็มาอยู่เล่นกับพวกเขาเนี่ยแหละ เฮียเหงาตอนทำงาน เอาผมมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก ผมก็คงกินทั้งวันแหละ.......

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5947
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-16
เข้ามาอ่านยาวเลย
ชอบ สนุกดี

อย่าลืมมาต่อเรื่องอีกนะ
มีเรื่องให้ลุ้นได้อีก
กรณีล่าสุดนี้ อยากรู้ว่าพี่อ๊อฟจะทำให้นทผิดหวังหรือเปล่า

ขอบคุณจ้า

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด