ไดอารี่ ของเด็กหนุ่มผู้มากรัก
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ไดอารี่ ของเด็กหนุ่มผู้มากรัก  (อ่าน 1287 ครั้ง)

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“ไอไอซ์มึงปล่อยเลยไอสัส!” พี่อ๊อฟ ตะคอกเสียงแข็ง
“ปล่อยเพื่อนผมนะเว้ย!” ปอพูด มันช่วยกันดึงพี่ไอซ์ออกจากผม ผมเห็นพี่พลอยตามมาดู คือคนแถวนั้นเริ่มเข้ามาดูกลุ่มพวกผมกันด้วยความสนใจกัน
พวกมันก็ดึงกันไป ผมก็ยืนเงียบ พี่ไอซ์ก็เงียบอีหรอบเดิม ตัวผมก็เอียงไปมาเพราะแรงดึงและแกะมือพี่ไอซ์ออก เพราะมันรัดตัวผมแน่นมากจนผมเริ่มจะเจ็บแล้ว........
“ไอซ์ไปทำแผลก่อนเถอะ!” พี่พลอยพูดพร้อมกับดึงพี่ไอซ์ ไม่รู้จะอาลัยอาวรอะไรนักหนา
“ผมถามจริงเถอะพี่พลอย” ผมหันไปมองพี่พลอย แล้วพลักพี่ไอซ์ออกโดยเอาศอกกระทุ้งท้องมันไป มันเลยถอยหนี พี่พลอยก็มองผม “นี่พี่คิดจะจับพี่ไอซ์จริงๆเหรอ วิ่งตามกันไปๆมาๆแบบนี้ ทำไมทำตัวน่ารังเกียจได้ถึงขนาดนี้!!” ผมพูดเสียงแข็ง พี่พลอยชะงักไปนิด
“ไม่ได้จะจับยะ ฉันแค่มาตามคนหลงผิดกลับที่เท่านั้นเอง ตุ๊ดเกย์เก้งกวาง” กวาดสายตาแบบดูถูกมองผมและเพื่อนๆ เริ่มออกลายแล้วสินะ เมื่อกี้ยังเฟรนลี่ตอแหลจริงๆปอมันจะพูดแล้ว ผมห้ามไว้ก่อน “อย่างพวกแก ไม่ควรมายุ่งกับไอซ์หรอก!” ทำเสียงสอง แล้วจีบปากจีบคอ
“จะลากมันไปลงหลุมไหนก็รีบไปเลยไป มัวแต่มาพูดทางผิดทางถูก จะอ้วก! อย่ามาแสร้งเป็นคนดีหน่อยเลย กระแดะ! ใจจริงก็แค่อีตัวที่มาแย่งของของคนอื่นไปแค่นั้น จะพูดให้สวยหรูทำไม!” ผมพูดเสียงดังขึ้นมา โกรธจริงๆ เกลียดสายตาที่มันมองแบบนั้นมา ผมกวาดสายตามองมันและเพื่อนๆของมันแบบรังเกียจมากๆคืนไป
“ปากดีนักนะ!”ง้างมือจะเข้ามาหาผม ผมก็เชิ่ดหน้ารอมันเลย ถ้าจะตบผมบอกเลยผมไม่เริ่มหรอก แล้วอยู่ๆมันก็ลดมือลง “หึ! ฉันไม่เอามือที่แสนสะอาดไปสัมผัสกับคนโสโครกแบบแกหรอก” ยิ้ม พวกเพื่อนผมพี่ไอซ์พี่อ๊อฟก็มอง เหมือนละครน้ำเน่า พี่แกคงดูละครหลังข่าวกับแม่มากเกินไปติดใจตรงที่ว่า แบบนี้หรอที่พี่ไอซ์บอกว่าชอบ ชอบผู้หญิงแบบนี้เหรอ?
“จะโสโครกหรือไม่โสโครกกูไม่รู้หรอก แต่กูก็ได้” มองไปที่เป้ากางเกงพี่ไอซ์ “ไม่เหมือนใครบางคน อยากได้จนตัวสั่น ต้องมาวิ่งตามผัวตุ๊ดเกย์เก้งกวาง น่าสมเพสสิ้นดี หน้าตาก็พอไปวัดแล้วหมาไม่เห่า แต่ทำตัวต่ำ! ถ้าจะคันจนมีแค่หน้าตาที่เหมือนจะดี ไปหาหมอบ้างก็น่าจะดีนะ หรือไม่มีปัญญาไป จะได้สมทบทุนให้ เศษเงินไม่กี่หมื่น ถ้ารักษาชอคการีอย่างนี้ได้ ถือว่าเป็นบุญใหญ่!” ผมมองตั้งแต่หัวยันตีน พวกนั้นมองผมแบบตกใจ ผมไม่เคยหยาบขนาดนี้หรอก แต่ถ้าอีนี้จะเอาผมจะจัดให้มัน!
“หึ!” เดินเข้ามาหาผม “ก็อย่างว่าไง ฉันมาตามคนเดินทางผิดกลับ ส่วนคนสกปรกและต่ำก็กลับไปสะ!” ทำหน้าเหมือนมันเป็นผู้ชนะ อีนี่มันไม่ใช่คน!..
“ไอที่ว่าสกปรกนะ มึงสะอาดยังไง!” ตะคอกใส่มันแล้ว ผลักไหล่มันอย่างแรง มันเซไป 4 ก้าวใหญ่ๆ เพื่อนๆหลายๆคนตอนนี้ยืนล้อมพวกผมไว้หมด ประมาณว่าไทยมุง รอดูสก๊อยตบกัน
“อย่างน้อยฉันก็ไม่สำส่อนอย่างแกหรอก หึ! ก่อนจะคบไอซ์ แกมันคาวไปหมดนี่ เป็นเกย์สำส่อนมั่วกับคนอื่นไปทั่ว!” มันพูดเสียงดัง กะให้คนได้ยินทั่วเลยสินะ จะยั่วให้ผมอารมณ์ขึ้นจนที่สุดใช่ไหม!
“มึงไปเอาที่ไหนมาพูด!” ตะคอกถามมัน แล้วก็บีบแขนมัน พวกของมันก็มาช่วยดึงผมออก
“ก็ผัวเก่าแกมาบอกฉัน ต้องให้ฉันบอกไหมว่าชื่ออะไร” ผมมองมันแบบอาฆาตสุดๆ “คงจะจำไม่ได้สินะมันคงจะเยอะเกินไปใช่ไหม” ผมแบบกำหมัดแน่น “ก็ผัวเก่าแกที่ชื่อเบส มาเล่าวีรกรรมที่แสนต่ำของแกให้ฉันฟัง และฉันก็แค่หวังดีไม่อยากให้ไอซ์หลงผิดไปคบกับคนสกปรกแบบเธอ” เป็นฝีมือไอเบสนี่เอง มันหายไปตั้งนานนึกว่าจบไปแล้วยังหาเรื่องไม่เลิก แต่อีพี่พลอยนี่จีบปากจีบคอพูดน่าหมั่นไส้สุดๆ! คำพูดอย่างกับจำมาจากในละครกระแดะสุดๆ
“หึ! พี่ไอซ์เชื่อมัน? และผู้หญิงแบบนี้เหรอที่ชอบขนาดนั้นเลย” ผมหันไปถามพี่ไอซ์ มันหันหน้าหนี ก็ดี! “เหอะ! มึงเอาไปเถอะผู้ชายไม่รู้จักโตแบบนี้ ถือว่าเป็นขี้ซากจากตุ๊ดจากเกย์แล้วกัน ผีเน่ากับโรงผุ เข้ากันดี!” ผมกระแทกเสียงสุดๆ พี่ไอซ์ทำผมหมดคำพูดจริงๆ “แล้วมึง!” ผมชี้ไปทางพี่ไอซ์มันก็หันมามอง “จำไว้ด้วยนะว่าทำอะไรไว้! กล้ามากที่ทำกันแบบนี้ ให้คนอื่นมาย่ำยีความรู้สึกกู” ตอนนี้ความอดทนผมหมดลงโดยสมบูรณ์
“เธอมันนิสัยไม่ดีจริงๆทำไมไอซ์ถึงทนคบเธอได้นะ!” ทำหน้าทำตาน่ากระโดดถีบปากมาก ไอพี่ไอซ์ก็มองหน้าผมแบบนิ่งๆ ไม่พูดไม่เคลียล์ ทั้งๆที่ต้องมีปากเสียงกันเพราะมันเนี่ย! พอกันที...
“พอดีว่าเป็นคนแบบนี้” ผมยกยิ้มมุมปาก “ใครจะทำไม! ถ้ามีปัญหาก็เข้ามาได้เลยนะ!” กระแทกเสียงแล้วผมเดินหันหลังมาเลย ถ้าอยู่ต่อคงได้ตบตีกับมันผมไม่เอาด้วยหรอก ตบตีกันด้วยเรื่องผู้ชายเนี่ยนะ!อีกอย่างก็อยากรู้เหมือนกันว่าอีพลอยมันจะทำได้เท่าตอนที่ผมคบอยู่กับพี่ไอซ์ไหม ไอพี่ไอซ์มึงจะต้องเสียดายกู!
“เห็นไหมไอซ์ ฉันช่วยให้แกตาสว่างนะ ถ้ายังโง่กลับไปหาเด็กนั่นก็หมดคำพูดแล้ว” อีนี่มันวอนจริงๆ! และประเด็นคือไอพี่ไอซ์ก็ยืนเป็นควาย ไม่เอ่ยไม่พูดอะไรสักอย่างส่วนเพื่อนอีพลอยก็คือยืนเชียร์เป็นบ่างช่างยุไม่หยุด แต่ตัวเองยื่นอยู่หลังเสาอีพวกดีแต่ปากพวกนี่นะ!
ผมไม่สนใจ เดินออกมาเลย คิดว่าเสียน้ำลายต่อล้อต่อเถียงกับอีผีเจาะปากมาพูดมากเกินไปแล้ว ผมจะยิ่งดูแย่ พี่ไอซ์ก็เงียบทำตัวเป็นต้นไม้ประกอบฉาก ผมจะเถียงกันไปเพื่ออะไรเมื่อต้นเหตุไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย เสียเวลาเปล่าๆ!แล้วนี่ที่พี่ไอซ์เบื่อเพราะไปได้ยินเรื่องบ้าๆที่ไอเบสกุขึ้นมาเนี่ยนะ ดีเริ่ด!ไม่คิดว่าพี่ไอซ์จะโง่ขนาดนี้ และถ้าอีพี่พลอยมันยังมาระรานหรือรังควาน ผมครั้งหน้าเจอดีแน่ส่วนไอเบสมันต้องได้เห็นดีกับผม ระหว่างทางที่ผมเดินมาพวกเพื่อนผมกับพี่อ๊อฟก็ถามผมนู่นนี่นั้นผมก็ตอบบ้างแต่เงียบเป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้ไม่เสียใจเลยสักนิดโกรธพี่ไอซ์ที่โง่เกินไปที่ไปเชื่ออีพี่พลอย เกลียดอีพี่พลอยที่มันปากเน่าปากผีและก็โกรธและเกลียดไอเบสจนอยากจะฆ่ามัน!..........
“กูรอดอกไม้มึงตั้งนานนะ! ”ไอสิงโตตะโกนมาแต่ไกล ด้วยน้ำเสียงที่ดูจะงอน แล้วมันก็วิ่งมาหาผม พี่อ๊อฟก็ปรามๆไว้ ผมได้ยินมันคุยกันประมานว่าไอสิงโตมันเห็นและได้ยินทั้งหมดแล้วอะไรทำนองนั้น แล้วผมก็เดินไปที่รถพี่อ๊อฟ พวกมันก็ตามมากัน.....
“กลับเถอะ!” หงุดหงิดผมเดินหันหลังให้พวกมัน แล้วพวกมันก็อึกอักห่าอะไรกันไม่รู้ผมรำคาญผมหันไป
“ไหนละดอกไม้กู” ไอสิงโตไอเวรมันใช่เวลาไหม!
“ไอมินเอามาให้มันดิ!” ผมทำเสียงติดรำคาญ ไอมินยื่นดอกไม้ให้ผม โอโหบีบจนก้านมันแบนไปหมด “อะ” ผมยื่นให้ไอสิงโต
แล้วก็เกิดการแซวกัน พวกเพื่อนผมกับเพื่อนไอสิงโตโห่แซวกันใหญ่ ไอพี่อ๊อฟทำหน้าเป็นตูด ผมนึกขึ้นได้โทรหาพี่เต็มสักหน่อยดีกว่า แล้วผมก็เดินแยกออกไปโทรศัพท์ พวกมันก็มอง ผมก็ยกโทรศัพท์ให้พวกมันดูพวกมันก็พยักหน้าแล้วรอผมบริเวณนั้น
โทรไปสักพักพี่เต็มก็รับสาย ผมโทรคุยกับพี่เต็ม ก็ได้ความว่า เพิ่งกลับจากที่ดูบอล ก็คือที่ผมอยู่ตรงนี้ และกำลังจะไปห้างกับเพื่อนๆ และแน่นอน ไอเบส ก็ไปด้วย ผมขอให้มันมารับผมบ้าน โดยนัดแนะเวลาที่ชัดเจนโดยดูนาฬิกา ผมก็คุยไม่นานก็วางไป......
ผมจะจัดการมันยังไงดีนะ! คิดไม่ออกแต่อยากเห็นหน้ามันตอนนี้มาก! ผมเลยบอกพี่อ๊อฟว่าจะกลับบ้าน ตอนแรกทั้งพวกเพื่อนผมกับพวกไอสิงโตจะตามไปด้วย บอกกลัวผมจะคิดสั้น ผมเลยด่ากราดพวกแม่งเลย ผมไม่อินกับเรื่องไร้สาระหรอก! แค่จะกลับไปหาวิธีแก้แค้นไอนรกนั่นสักหน่อย
พี่อ๊อฟก็มาส่งผมบ้าน ตอนแรกบอกจะอยู่เป็นเพื่อนผมบอกว่าจะอยู่คนเดียว เดี๋ยวมีอะไรจะไปหาเย็นๆ เท่านั้นพี่อ๊อฟก็เข้าใจ ผมไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่อีกรอบพยายามปรับอารมณ์ตัวเองให้เป็นปกติที่สุด
แล้วสักพักพี่เต็มก็มารับ พาผมไปห้างที่พวกพี่เต็มจะไปกัน โดยที่พี่เต็มก็ไม่บอกพวกเพื่อนพี่เขาว่าผมจะไปเพราะมันคงไม่จำเป็นพอ พี่เต็มบอกว่าไอเบสเปลี่ยนผู้หญิงทุกวัน มันไม่ถูกใจสักที พอมากับเพื่อนก็หิ้วผู้หญิงมาด้วย เหมือนจะอวดว่าแบดบอยอะไรทำนองนั้น พอไปถึงห้างผมแยกตัวไปเข้าห้องน้ำพี่เต็มยืนรอข้างนอก สักพักได้ยินเสียงดังมาถึงในห้องน้ำเพื่อนๆมันคงมากันแล้ว ผมก็เดินออกไป........
“ช้าจังวะ!” พี่เต็มทำเสียงหงุดหงิด พวกเพื่อนมันก็มองผม และโดยไอ้เบสมองผมแบบตกใจเล็กน้อย ผมก็ยิ้มให้ทุกคน พอจะรู้จักกันบ้างแล้วแต่ก็ไม่ได้สนิทอะไร
แล้วก็พากันเดินไปทั่วห้าง ไอเบสก็มองผมแบบสงสัยประมานว่าทำไมยังปกติไม่แสดงอาการ ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้วว่ามันต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด มันมองผมทีไรผมก็ยิ้มให้มันตลอด มันก็มากับผู้หญิงของมัน หน้าอย่างกับลิง แล้วมันก็เดินเข้ามาหาผม........
“ดีนท” ยิ้ม ยังยิ้มได้นะ ทำผมได้เจ็บแสบขนาดนี้
“อื้ม ดีเบส” ยิ้ม
ผมกับมันถามไถ่กัน ตามสถานะแฟนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน โดยที่ผมก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร ตอนนี้ ผมโกรธมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง จะต่อยมันงั้นเหรอ หรือจะด่ากราดมัน แล้วได้อะไร ดูจะมีแต่มันที่จะรู้สึกดี ผมก็แค่ได้ระบาย ก็มีแค่ผมที่รู้สึกเสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ
คุยกับมันจบมันก็เดินไปบอกผู้หญิงคนนั้น น่าจะบอกว่าให้ผู้หญิงกลับไปก่อน ผู้หญิงคนนั้นดูโมโหมาก ไอเบสนี่ทำหน้ารำคาญสุดๆผมสะใจจริงๆ พวกเพื่อนมันก็ไม่สนใจเหมือนเป็นเรื่องปกติ สักพักผู้หญิงคนนั้นก็ไป......
“โอเคยัง” เบสเดินเข้ามาถาม
“ไปไล่เขากลับทำไม” ผมจ้องหน้ามัน  ใจจริงอยากจะกระทืบมันแทบตาย แต่วิธีนั้นก็แค่สะใจ พอนึกอะไรดีๆออกแล้ว
“ก็เบสอยากเดินกับนทไง” (ยิ้ม)
“เบส” มองหน้ามัน มันมองหน้าผมแบบหื่นๆไอเวรนี่ “เราเพิ่งเลิกกับแฟน” ทำหน้าเศร้า ไอเบสชะงักไปนิดแต่ก็ปรับตัวเป็นเหมือนเดิมทันที
“นทโอเคไหม เพราะอะไรนทแล้วเลิกกันนานยัง” ทำแบ๊วใสๆ เพราะมึงแหละไอควาย!
“เมื่อเที่ยงนี่เอง เขาบอก ว่าเราไม่ดี” ผมมองหน้ามัน ด้วยสายตาที่แข็งกร้าว ไอเบสเข้ามากอดผม เอาหน้าผมไปซุกตรงอก ผมจิกปลายเสื้อมมันแถบขาด
“ไม่เป็นไรนะนท! อย่าไปสนใจมันเลย” ลูบหลังและสะโพกผม
“เห้ย! เพี๊ยะ!” ผมพลัก และฟาดแก้มขวาของมันสุดแรง แล้วถอยออกคือขยะแขยงสัมผัสมัน “โทษที...ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้! เราแค่ตกใจน่ะ” ผมทำเสียงแข็งใส่มัน ทุกคนในกลุ่มก็ดูตกใจไม่น้อย หน้าไอเบสขึ้นรอยแดง แต่มันคงคิดว่าผมตกใจจริงๆ เพราะผมก็แสดงเก่งไม่น้อย แล้วพี่เต็มก็เข้ามา กันผม ซึ่งไอเบสมันพูดเองว่าไม่เป็นอะไร และที่ทำแบบนั้นเพราะมันลวนลามผม

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
แล้วพวกมันก็พาผมเดินไป ไอเบสก็เดินข้างผมตัวไม่ห่างเลย ผมก็พยายามหลีกห่างจากมัน โทรศัพท์สั่นตั้งแต่มาแล้ว ผมว่าน่าจะเป็นพวกเพื่อนๆหรือไม่ก็พี่อ๊อฟ สักพักเราก็แวะหาอะไรกินกัน พวกเพื่อนมันก็แซวกันใหญ่ ว่าผมจะกลับมารีเทิร์นเหรอนู่นนี่นั่นผมนี่แทบจะระเบิดลง แต่พี่เต็มมองแบบสงสัยหนักเลย พอกินเสร็จก็พากันไปเกมส์เซ็นเตอร์ก็แยกย้ายกันไป แต่ไอเบสไม่ยอมห่างผมสักทีผมก็เริ่มรำคาญแล้ว....
แล้วผมก็พูดเป็นเชิงไล่ไอเบส ให้ออกห่างจากผม เพราะผมก็เริ่มจะแสดงอาการไม่พอใจที่มันมาเกาะแกะจนน่ารำคาญเกินไป ขนาดตบหน้ามันไปขนาดนั้นมันยังไม่รู้สึกอะไรเลย  แล้วผมก็ขอเบอร์มันยิงเข้าเครื่องผมด้วย ผมเริ่มจะมีแผนบางอย่างแล้ว ถ้าผมแอบดูไม่ผิด เหมือนมันจะส่งพี่พลอยไปก่อกวนผม ผมก็จะไม่ยอมให้คนที่มาทำร้ายผมด้วยคำพูดนั่น อยู่ดีแน่นอน
 “นายๆ เล่นเกมส์นี้คู่เราหน่อยดิ” หลังจากคุยกับไอเบส จนหมดเรื่องคุย อยู่ๆมีผู้ชายอายุน่าจะประมานผมมาสะกิด หน้าตาดีเชียวดีแล้วจะได้มันต้องอยู่กับมันสองคน
“ได้ดิ”ยิ้ม แต่ไอเบสนี่ทำหน้าเป็นตีน ผมก็เดินไปหาเพื่อนใหม่ ไอเบสตามมายืนติดเลย “นายชื่ออะไรอ่ะ?”
“เราฮาเล่อะ แล้วนายอะ” (ยิ้ม)
“เรานทอ่ะ” ยิ้มทำไม่สนใจไอเบส
แล้วผมกับฮาเล่ก็เล่นเกมส์ไป เล่นไปเล่นมาจนลืมจริงๆว่าไอเบสยืนดูอยู่ แต่ผมก็ไม่สนใจอยู่ดี แล้วฮาเล่มันก็พาผมเล่นนู่นเล่นนี่ไป มันชวนคุยนู่นนี่สนุกเชียว มันมาคนเดียว ผมก็เลยเล่นกับมันหลายอย่าง ประเด็นคือมันเลี้ยง จนจะกลับกัน ฮาเล่ก็ขอไลน์ผมไป โดยอ้างว่า เผื่อมาเล่นเกมส์คนเดียว แล้วอยู่ใกล้กัน จะได้ชวน ผมไม่รู้ว่ามันสมเหตุสมผลพอไหม ก็ให้ไปก่อน แต่ไอเบสก็ค้าน ผมก็ไม่สนใจ.....
หลังจากนั้นผมก็รวมกลุ่มกับพวกพี่เต็ม แล้วพวกเราก็พากันเดินไปนู่นนี่ไปทั่ว จนจะกลับกันก็แยกย้ายกันกลับ เพราะแต่ละคนก็เอารถมาแต่ ไอเบสตื้อขอจะไปส่งที่บ้าน ผมบ่ายเบี่ยงอยู่นาน จนต้องลากพี่เต็มให้เดินแยกออกมา เพื่อที่จะกลับบ้าน
“มึงจะทำอะไรนท!” พี่เต็ม อยู่ๆก็ถามผมขึ้นมาระหว่างเดินไปที่จอดรถ
“ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ มีอะไร?” ตอบปัดอย่างไม่ใส่ใจ
“ มึงเลิกกับไอไอซ์แล้วใช่ไหม” พี่เต็มถามขึ้นมา
“อืม” สลดเลยสิ
“เพื่อนๆกูบอก เพราะไอเบสใช่ไหม” พี่เต็มหันมาทำหน้าจริงจัง
“อืม” เฮ้อ! คิดไปคิดมาก็หดหู่เลย
“เฮ้อ!” (ส่ายหัว) “แล้วมึงจะทำอะไร จะเอาคืนมัน? เดี๋ยวก็โดนมันซ้อมอีกหรอก!”
“บ้าหรอ ! ไม่ถึงขนาดโดนซ้อมเว้ย! พี่ก็พูดไป” มันแค่ชอบทำร้าย แต่ไม่ถึงกับซ้อม
แล้วพี่เต็มก็สวดให้ผมฟังยาวเลย ผมก็จำใจฟังจนมาถึงบ้าน ผมลงรถและกำลังจะบอกลา.....
“มึงไม่ต้องไปยุ่งกับมันหรอก เพราะทุกวันนี้มันก็โดนเวรกรรมแล้ว ไม่มีใครเอามันจริงมึงไม่เห็นเหรอ หลอกเอาแต่ตังมันอ่ะ !” พี่เต็มพูดจริงจัง
“แต่ที่มันทำกับผมมันรุนแรงมากเลยนะพี่ ถ้าเป็นพี่คงใจเย็นงั้นสิ!” ผมตะคอกใส่พี่มัน
“แล้วมึงจะทำอะไร!” มันชะงักและก็พูดอ่อนลง
“พี่ก็คอยดูละกัน!” เสียงแข็ง ผมก็มองพี่เต็มตาขวางเลย
ผมคุยกับพี่เต็มสักพักก็แยกย้าย ผมเข้าใจความเป็นห่วงของพี่มันดี แต่ตอนนี้ กรรมที่มันจะได้รับ มันต้องเจ็บกว่าผมหลายเท่าแน่นอน ผมก็เริ่มจะต้องโตให้มากพอ เลิกใช้กำลัง เลิกหยาบคาย ผมเกิดมา ป๊ากับแม่สอนมาดีพอ ที่จะต้องไปตอบโต้แบบนั้น......
ผมเดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมกับใช้ความคิด คือวันนี้ไปหามันก็ไม่ได้อะไร หลักๆคืออยากจะเห็นน้ำหน้ามันและก็เป็นไปอย่างที่ผมคิดมันก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งที่มันทำ ผมล้มตัวลงนอนบนเตียง คิดเรื่องที่เกิดขึ้น คิดเรื่องที่ผ่านมา มันโหวงไปหมด รู้ว่าพี่ไอซ์มันมึน แต่ไม่คิดว่าจะหนักจนเทผมทิ้งไว้ได้ขนาดนี้ ผมกำลังโกรธ ผมเข้าใจตัวเองดี ผมไปเจอมันแล้วทำไมไม่ซัดหน้ามันสักทีน่ะเหรอ ตบมันไปทีเดียวจะพอเหรอ แต่จะทำอะไรบุ่มบ่ามตอนนี้ไม่ได้หรอก ผมต้องรอเวลา ถ้าจะให้ผมไปต่อยมันแล้วตะคอกถามมันว่ามึงทำแบบนี้ทำไม ผมก็ทำได้แต่ผมว่ามันง่ายไป อีกอย่างผมก็ไม่คิดว่ามันจะยอมรับหรอก คนขี้ขลาดอย่างมัน ผมจะจัดให้มันเข็ดจนมันไม่ลืมเลย!ผมคิดไปคิดมาก็หลับไป…..
รู้สึกตัวอีกทีก็มืดแล้ว แม่ก็เรียกลงไปกินข้าว กินเสร็จก็ขึ้นมาดูโทรศัพท์ โห! เพื่อนๆพี่อ๊อฟ แล้วไอฮาเล่? ที่เจอที่เกมส์เซ็นเตอร์โทรมา ไอเบสด้วย ผมกดดูแต่ไม่โทรกลับหาใครสักคน ไปนั่งเล่นคอมเปิดเข้าเฟส ทักกันมากระหึ่ม และสำคัญคือพี่ไอซ์กับพี่พลอยขึ้นสถานะคบกัน รวดเร็วดี ผมรีบไปกดลบเฟสสองตัวนั่นออกไป แล้วก็ดูไปทั่ว แต่ในหัวก็ยังคิดหลายเรื่องที่มันผ่านเข้ามาในวันนี้ มันเยอะเกินไป เซ็งไปหมดตอนนี้ จริงๆก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าหรือเสียใจหรอก แค่รู้สึกเสียความรู้สึกมากกว่าจริง แม่งยอมทุกอย่างสุดท้ายก็โดนทิ้งเฮ้อ!แต่ยังดีนะที่ไม่ได้กัน ไม่งั้นละมึงเอ้ย!(เสียตัวอย่าเสียใจ55555) คิดอะไรไปทั่ว สักพักมีสายเข้า พี่อ๊อฟนั่นเอง....
“ฮัลโหลลลลลลลล” ลากเสียง
“หายไปไหนมา!” ตะคอกใส่โทรศัพทท์จนผมต้องยกออกห่างหู
“ผมหลับจะโหดไปไหนเนี่ย” ทำเสียงอ้อน
“มึงโอเคแล้วใช่ไหม....” ถามผมเสียงเบา คงจะกลัวไปกระทบความรู้สึกผมสินะ
“โอ ยิ่งกว่าโออีก แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น” ทำเสียงร่าเริง แม้จะมีเรื่องคิดรบกวนจิตใจไปหมด แต่คิดไปคิดมาทบทวนอะไรหลายๆอย่างแล้วก็อย่างที่พี่ปาล์มมี่บอกแหละ คนจะไปก็ต้องไป จะโกรธใครละ แต่ที่โกรธไอเบสคือมันมากไปไง มากไปจริงๆ ทั้งๆที่ผมไม่เคยโต้ตอบอะไรมันเลย แต่มันแว้งกัดไม่ปล่อยผม ผมคงไม่เอาคืนมันคงไม่ได้แล้ว
ผมคุยกับพี่อ๊อฟสักพัก ก็เถียงกันไปๆมาๆ จนมันเอ่ยว่าจะมานอนด้วย ผมก็ตกลงไป คุยอีกหน่อยแล้ววางไป ผมก็อาบน้ำเตรียมตัวจะนอนแล้วเอาจริงๆมันก็ดึกผมไม่คิดว่าพี่อ๊อฟจะมา คือผมเกือบเคลิ้มหลับ มีคนมาเคาะประตู ผมลุกไปเปิดพี่อ๊อฟ!ผมตาสว่างเลย....
“นี่มาจริงๆเหรอเนี่ย?” ทำหน้าตกใจ
“มึงจะบอกว่าพูดเล่นเหรอ!” มันดันตัวเข้ามาในห้องนอนผม เข้ามาก็จัดนู่นจัดนี่อย่างกับบ้านของตัวเอง
ผมก็นั่งมองมันที่เตียงคือทำตัวเหมือนยุ่งมาก จัดนู่นวางนี่ แล้วก็เข้าๆออกๆห้องน้ำ อะไรของพี่อ๊อฟนักหนาก็ไม่รู้ ผมเบื่อจะดูเลยนอนเล่นโทรศัพท์สักพักพี่อ๊อฟก็ก็ออกมาผมก็ไม่สนครับเล่นโทรศัพท์ต่อไปสักพัก
พรึ่บ! โทรศัพท์ผมลอยไปอยู่ในมือพี่อ๊อฟ......
“คุยกับใคร!” ผมชะงักไปเลย พี่ไอซ์ก็เคยถามแบบนี้...อยู่ๆก็คิดถึงมันจนได้
“......”(เงียบ)
“เห้ย! เป็นอะไรกูแค่พูดเล่น!”  นั่งข้างผมแล้วโอบไหล่
ผมก็เงียบสักพัก พึ่งรู้จริงๆ ว่าการคิดถึงหลังความรักจบลงมันเป็นแบบนี้ต่างจากไอเบสลิบลับ ผมก็นั่งคิดอะไรเงียบๆเรื่อยเปื่อยไปพี่อ๊อฟก็สะกิดผม....
“โอเคเปล่า?” โน้มหน้ามาถามผม
“อืม” (พยักหน้า) “แค่คำถามเมื่อกี้....พี่ไอซ์เคยถาม....” หงอยเลย ดันไปคิดถึงพี่ไอซ์สะงั้น
“กูขอโทษ” หงอยกว่าผมอีก
เรานั่งเงียบกันสักพัก ผมรู้ว่าไม่ควรจะเพ้อถึงพี่ไอซ์ในตอนที่อยู่กับพี่อ๊อฟเพราะตอนนี้พี่อ๊อฟก็คงจะรอผมทำใจ....
“พี่อ๊อฟ” (จับมือพี่มัน) “แล้วเรื่องของเรา” พี่อ๊อฟเผยยิ้มออกมา
“มึงพร้อมเหรอ?” พูดพร้อมทำหน้าจริงจัง
“ผมขอเวลาอีกหน่อยได้ไหม ตอนนี้ ในหัวผม....มันมีอะไรมากมายไปหมด....” พูดพร้อมกับจ้องเข้าไปในตามัน
“อืม” พยักหน้าพร้อมกับลูบหลังผม “จะนานเท่าไหร่ ก็ตามที่มึงต้องการเลย และระหว่างนี้ กูจะจีบมึงโอเคไหม?” พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ข้ามขั้นตอนไปเยอะแล้วนะ ยังจะจีบอีกเหรอ?” ผมพูดทีเล่นทีจริง เพื่อไม่ให้สถานการณ์มันตึงเครียด
“กูอยากทำมาตั้งนานแล้ว....” ยิ้ม
“ก็ได้ๆ จีบให้ติดนะ ผมจีบยากมาก” (บีบจมูกมัน)
“จีบไม่ติดก็ข่มขืนดิว่ะ” พูดไปเอามือถูจมูกไป พี่อ๊อฟนี่เวลาอายก็น่ารักนะเนี่ย
“แล้วจะเบื่อผมเหมือน...มันไหม” ก็อดจะคิดไม่ได้
“ไม่เอาน่า! ไม่พูดๆ” กดหัวผมซบไหล่มัน
“อืมๆ” (ยิ้ม) “นอนเถอะ”
แล้วผมก็ลุกไปนอนที่ตัวเองพี่อ๊อฟก็ลุกไปปิดไฟแล้วก็มานอน พี่อ๊อฟก็จ้องผมตลอด เขินสิทีนี้...
“จ้องอะไรนักหนาเล่า!” ผมบอกมันไม่จริงจังนัก
“รู้อะไรป่ะ” (จับมือผม) “กูจะทำให้มึงเลิกคิดถึงไอไอซ์ไปเลย!” น้ำเสียงจริงจังเชียว
“ทำให้ได้เถอะ!” ผมพูดขึ้นด้วยความหมั่นไส้
“อืมๆ”
แล้วผมก็หลับตาลง คิดไปคิดมาพี่อ๊อฟดีกับผมเสมอมาเลย ผมดีใจมากนะเพราะสุดท้ายแล้วพี่อ๊อฟก็รอผมอย่างที่มันเคยพูดไว้ แม้กะทั่งตอนนี้เขาก็ยังอยู่ข้างผมไม่ได้คิดจะทิ้งไปไหน อาจจะมีใจร้ายบ้างแต่นั่นก็เพราะมันหึงผม ผมคิดไปคิดมา วันนั้นพี่อ๊อฟเคยบอกว่าพี่อ๊อฟชอบผมมานานแล้ว ก่อนพี่ไอซ์ซะอีก มันเป็นยังไงเนี่ย....
“พี่อ๊อฟ นอนยัง” ผมลืมตาดูมันยังลืมตามองผมอยู่ “จะมองอะไรนักหนาเนี่ย!”
“มีอะไรวะ?”ถามด้วยความสงสัย
“ที่พี่....บอกชอบผมมานานแล้ว ชอบก่อนพี่ไอซ์อีก ที่พี่พูดหมายความว่ายังไงเหรอ?” ผมถามด้วยความสนใจ
“เอ่อคือ....ก็ชอบก็คือชอบดิวะ” อึกอักเหมือนไม่อยากบอก
“อยากฟังอ่า น้าๆๆๆ” อ้อนมัน จับมือมันเขย่าด้วย
“วันนี้มึงสุดยอดเลย! นี่ถ้ากูไม่เห็นกับตา ไม่เชื่อเลยนะว่ามึงจะปากร้ายขนาดนี้” เปลี่ยนเรื่องสะงั้น
“แค่นี้เนี่ยนะสุดยอด ผมทำได้มากกว่านี้อีก!” กดเสียงต่ำ คิดแล้วโมโห
“จ้าๆ แต่อย่ามากล่ะกูกลัว” ทำเสียงกลัว
“อย่ามากวน!”N
“555 เอาน่า!”A
“จะเล่าไหมเนี่ย ?” ผมทวงถามอย่างไม่พอใจ
“รอกูจีบมึงติดก่อนแล้วกันกูจะเล่าให้ฟัง” ลูบแก้มผม
“จะจีบไมวะ! เป็นเลยเถอะอยากฟังแล้ว!” ผมทำเสียงหงุดหงิด
“ไอห่านี่ ง่ายจริงๆเลยนะมึง” มันทำเสียงแข็ง
“เพิ่งรู้เหรอว่าง่าย?555.....เอ้อ!พี่อ๊อฟ” นึกขึ้นได้ ว่าจะถามอีกเรื่อง
“ว่า?”
“แล้วพี่กับพี่ไอซ์ยังจะเป็นเพื่อนกันไหมถ้าพี่เป็นแฟนกับผม?” ถามด้วยความสนใจ ผมไม่อยากให้มิตรภาพ มาพังลงเพราะเรื่องรักๆใคร่ๆแบบนี้หรอก
“ไม่รู้นะ ก็แล้วแต่สถานะการณ์แหละมั้ง ถ้ามันเหมือนเดิมกูก็เหมือนเดิม ถ้ามันเปลี่ยนไปกูก็ปลี่ยนไปบ้างแค่นั้น เพื่อนกูเยอะแยะ!” ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“นั่นเพื่อนสนิทไม่ใช่เหรอมันจะดีเหรอแบบนี้?” ผมรู้สึกไม่ดีเลยเพราะผมจะทำให้พี่อ๊อฟเสียเพื่อนหรือเปล่านะ
เรานอนคุยกันจนหลับ ตื่นมาอีกทีช่วงสายของอีกวัน ประเด็นคือพี่อ๊อฟมากอดผมตอนไหนว่าแล้วทำไมอึดอัด ผมก็ค่อยๆขยับตัวออก แล้วดันพี่อ๊อฟไปนอนดีๆ แล้วผมก็ไปหหยิบโทรศัพท์มากดเล่น ไอเบสแอดไลน์มา ฮาเล่คนที่เจอเมื่อวานก็ทักมา ไอสิงโตก็ชวนเที่ยว เพื่อนๆก็จะเที่ยว คิวยาวเลย ปฏิเสธไปให้หมดดีสุด ผมอยากพักผ่อน ผมก็เข้าเฟส เล่นนู่นส่องนี่ไปทั่ว จะว่าไปแม่บอกจะพาไปหาพี่โน๊ตตั้งนานแล้วไม่เห็นพาไปสักที ผมเลยลุกไปล้างหน้า แล้วลงไปหาแม่ พี่อ๊อฟยังไม่ตื่น ผมลงมาถามแม่เรื่องไปหาพี่โน๊ต แม่ก็บอกช่วงนี้ยังไม่ได้ไป พี่เขาสอบ อะไรกันนักหนาก็ไม่รู้ผมแค่อยากเจอพี่ชายผมบ้างเท่านั้นเอง ผมก็ช่วยแม่ทำงานบ้าน ป๊าไปออกรอบ พอทำอะไรเสร็จผมก็ขึ้นมาอาบน้ำ พี่อ๊อฟก็ยังไม่ตื่น ผมปลุกสักหน่อย......
“พี่อ๊อฟ !” เขย่าตัวมันมันค่อยๆงัวเงียลืมตาขึ้นมา
“อื้ม” บิดขี้เกียจ
“จะเที่ยงแล้วเนี่ย จะนอนไปถึงไหน?” ถามไปยิ้มไปมันลุกขึ้นมานั่งหลับ
“อื้ม ตื่นแล้วๆ อื้มๆ” มันยื่นปากมาหาผม ประมานว่ามอนิ่งคิสหน่อยสินะ
“อารายยย!” เขินเลยสิมันทำหน้าเป็นตีนทันที “ก็ได้ๆ” โน้มเข้าไปคิสมันเบาๆ ไม่ได้เลื่อมล้ำเกินเลย “พอใจแล้วก็รีบไปอาบน้ำจะได้ไปหาอะไรกินเดี๋ยวปวดท้องหรอก!” รู้สึกร้อนๆที่หน้าเลย
แล้วมันก็เดินยิ้มเข้าห้องน้ำไป ผมก็นอนเล่นรอมันสักพักมันก็ออกมา......
“มีการเตรียมแปรงให้กูด้วย” หูแดงเชียว
“ผมทำให้พี่บ้างไง” ยิ้ม
แล้วมันก็เดินไปแต่งตัว ผมก็นั่งดูมัน พอเสร็จก็พาลงไปกินข้าว........
“วันนี้จะไปไหนไหม?” ถามแล้วก็ตักข้าวเข้าปาก
“ทำไม? จะพาไปเดทเหรอ?” ถามไม่จริงจังนัก
“จะไปไหมล่ะ!” ยิ้ม
“ก็ได้ๆ อยากพาไปไหนก็พาไปเถอะ ยอมแล้วๆ”
เราคุยกันอีกหน่อย แล้วก็พากันกินข้าว เสร็จก็ขอแม่ไปเที่ยวกัน พี่อ๊อฟพาไปงานแสดงภาพวาดในห้างมีเปิดตัวแกลลอลี่ของนักวาด......
“เอ่อคือ” ผมเอ่ยขึ้นพร้อมทำหน้าเซ็ง
“ทำไมวะ?” หันมาถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“เอาจริงๆทำไมต้องมางานน่าเบื่อแบบนี้ด้วยเนี่ย!” คือคนก็ไม่ค่อยมี และก็มีแต่ภาพวาดที่ซึ่งผมอาจจะโง่เกินจะเข้าใจความหมายของภาพแปลกๆพวกนี้น่ะสิ!
“ก็กูชอบ และถึงมึงเบื่อมึงก็ต้องอยู่กับกู!” บังคับสะงั้น! แล้วมันก็เดินดูภาพของมันไม่สนใจผมเลย ไอบ้านี่!
ผมก็เดินตามมันไปดูรูปนั่นนี่ มันก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปที่มันถูกใจไป ผมก็เดินตามเอาจริงเหมือนผมไม่ได้มาด้วย....
“เอาจริงคือพี่มาคนเดียวก็ได้มั้ง” เริ่มหงุดหงิด หาเรื่องสักหน่อย
“........” เงียบ หันมามองนะแต่ไม่พูดอะไร แล้วก็หันไปดูภาพของมันต่อ
ไอนี่มันโลกส่วนตัวสูงจริงเวลาอยู่กับภาพวาดเนี่ย! ผมก็ไปหาที่นั่งรอมัน ผมมองมัน มันเดินวนดูจนครบมันก็ดูนู่นดูนี่ของมันทำลุกรี้ลุกรนแปลกๆ ผมไม่สนใจมันเอาโทรศัพท์ขึ้นมานั่งกดไป จนมันดูเสร็จ มันก็เดินมาหาผมด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข แต่ผมเนี่ยจะกินหัวมันอยู่แล้ว!......
“ทำไมทำหน้างั้นวะ” ยิ้มหน้าบาน
“โห!พามาแม่งไม่สนใจกันเลย วันหลังไม่มาด้วยแล้ว!” พูดจบก็หันหลังให้มัน งอนมาก
“เอ้า! ก็กูดูรูป! งั้นมานี่กูจะพาไปดูอะไรหน่อย” มันลากผมไป
แล้วมันก็พาไปดูรูปที่มันชอบ มันก็อธิบายนู่นนี่นั้นไปผมนี่สุดจะทน เพื่ออะไร! โอ้ย! จะเป็นบ้า กว่ามันจะลากไปแต่ละรูป ยิ่งกว่าเรียนศิลปะอีก!....
“เสร็จแล้วใช่ไหม?” ตาลอยเลยสิ พูดอะไรมากมายไปหมด
“อื้มๆ” ยิ้มบานเชียว จะมีความสุขไปไหนนั่นนะ “อะ” มันยื่นแผ่นโปสการ์ดให้ผม
“อะไร?” ผมรับมาแล้วก็เปิดดู รู้สึกว่าตัวเองต้องหน้าแดงมากแน่ๆ “บ้า!” เอามือปิดหน้าตัวเอง เขินหนักมากพี่อ๊อฟก็ยืนหูแดงเอานิ้วถูจมูกไปมา
ในโปสการ์ดเขียนว่า.... “กูรักมึงว่ะ” หัวใจผมเต้นโครมครามไปหมด ><....
“แล้วมึงละ” จมูกแดงไปหมดแล้วนะนั่น
“....อื้ม” พยักหน้ารัวๆ
“อื้ม อะไร! บอกดีดีดิ” เอาหน้ามาใกล้ๆ เอาจริงๆเขินจะตายอยู่แล้ว จะให้พูดอะไร
“ก็เออไง!”
“บอกดีๆ!” เสียงดุ
“รักโว้ย! เขินนะเนี่ย!” เอามือปิดหน้า
“ก็แค่นั้นแหละ” ขยี้หัวผม ผมก็เอามือออกมองหน้ามัน
“คิดนานหรือเปล่าเนี่ย” ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ
“คิดแปปเดียว แต่ตอนจะให้ดันไม่กล้าสะงั้น” เอามือถูจมูกหูแดงเถือกเลย
“อ่อไอที่เดินนานเพ้อเจ้อไปทั่วก็คือกำลังรวบรวมความกล้าว่างั้น” มันพยักหน้ารัว
คือจริงๆถึงจะเป็นการบอกรักที่ธรรมดา แต่พี่อ๊อฟทำให้มันไม่ธรรมดา การ์ดที่พี่อ๊อฟให้ผมดูดีๆแล้วมันเป็นการ์ดทำมือ สวยมากด้วย รูปบนการ์ดก็เป็นรูปวาดรูปผม ไม่รู้รูปผมหรือเปล่ามันคล้ายๆก็มโนไปว่าเป็นรูปตัวเอง น่ารักสุดๆไปเลย ผมก็เขินหนักไปเลยสิทีนี้ อย่ามองว่าเร็วหรือใจง่ายนะ นับๆแล้วพี่อ๊อฟกับพี่ไอซ์คนที่ผมอยู่ด้วยมากสุดคือพี่อ๊อฟ คนที่เข้าใจผมมากสุดก็พี่อ๊อฟอีก ระยะเวลาที่ผ่านมาเวลาที่พี่ไอซ์มันทำให้ผมท้อ ก็มีพี่อ๊อฟเนี่ยแหละ กับคำถามที่ผุดขึ้นมาทุกครั้งว่า ‘ทำไมไม่เป็นพี่อ๊อฟตั้งแต่แรก’ เพราะงั้นคงเข้าใจนะว่ามันไม่ได้รวดเร็ว และผมก็คนปกติ เพิ่งเลิกกับพี่ไอซ์แน่นอนว่ายังคิด ถึงเรื่องพี่ไอซ์แต่คงไม่มากพอแล้ว เลิกกับมันก็เหมือนโล่งไปเยอะในหลายๆเรื่องแหละ......

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“ไปหาอะไรกินกันไหม?” โน้มหน้าเข้ามาถามใกล้ๆ
“ก็ได้!” ยิ้ม แล้วพี่อ๊อฟก็ยื่นมือมา ผมก็เอื้อมมือไปจับมือมัน
แล้วเราก็เดินจูงมือกันไปที่รถ พี่อ๊อฟพาผมมาหาอะไรกินกันในห้าง เดินไปเดินมาก็เข้าร้านเค้กกัน....
“เมื่อกี้ไม่นับว่าเดทนะ.....อันนี้ตังหากเดทแรก” พี่อ๊อฟยิ้มเขิน
“อื้มๆ” ผมยิ้มบาน ต้องขอบคุณพี่อ๊อฟนะ ที่ทำให้ผมกลับมายิ้มได้เร็วขนาดนี้
เราก็คุยกันนู่นนี้ไปสักพัก.....
“พี่อ๊อฟ” พี่อ๊อฟเงยหน้ามามองผม มันกำลังจะกินเค้ก “พี่เชื่อที่ยัยพี่พลอยนั่นพูดป่ะ?” ผมก็ยังคงคิดตลอดเวลาในเรื่องนี้ เป็นใครๆก็ต้องคิด ถึงมันจะเป็นคำพูดตอแหลของไอเบส แต่คนอื่นจะคิดจะเข้าใจผมหรือเปล่า!
“มึงคิดว่ากูควรเชื่อป่ะ?” ทำหน้าจริงจัง
“เอาดีๆ!” ผมทำสียงดุ
“อะไร! ดุจริงนะมึง” (ยิ้ม) “เอาจริงๆนะ” (ทำหน้าเคร่งเครียด) “กูบอกเลยกูไม่เชื่อ แต่..” (จับมือผม) “ถึงมึงจะเป็นอย่างที่มันพูดหรือไม่เป็น หรือมันจะเลวร้ายกว่านั้น กูก็ไม่สนหรอก! ไม่ว่าจะยังไงกูก็รับได้ในทุกๆเรื่อง มึงไม่ต้องคิดมากเลย ขอแค่มึงบอก กูพร้อมรับฟังนะ” ยิ้ม
“พูดจาน่ารักนะเนี่ย” (เขินสิ)
“น่ารักก็ต้องรักนะเว้ย!” ไอนี่นิ! ผมเขินจะตายอยู่แล้ว
แล้วเราก็คุยกันไปเรื่อย พี่อ๊อฟหยอดตลอดพอกินเสร็จพี่อ๊อฟก็พาผมเดินเที่ยวในห้างอีกหน่อย จนถึงเวลาจะกลับกัน พี่อ๊อฟก็พาผมกลับบ้าน ตอนแรกมันบอกว่าอยากจะนอนด้วยอีกคืน ผมเลยบอกว่าพอก่อนบ่อยเกินก็ไม่ดีหรอก มันก็ทำหน้าเป็นตูดเลย ผมก็พามันไปเก็บของ แล้วมันก็ลงมาลาแม่ ผมก็มาส่งมันหน้าบ้าน.....
“กลับดีๆน้า” ยิ้มให้มัน
“เออ!” เสียงแข็งเลยสินะ มันเดินไปขึ้นรถ
“เดี๋ยวๆ!” มันหันมามองผมด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจสุดๆ “ตกลงเป็นแฟนกันหรือยัง?” ที่บอกรักวันนี้คือขอเป็นแฟนหรือยังไงนะ
“ยัง!. กูจะจีบมึงต่อ!” แบบนี้ก็มี!?
“ความพยายามสูงเนอะ” ยิ้มล้อเลียนมัน
“ เออ อยู่เฉยๆให้กูจีบต่อไปเถอะ!” เป็นอะไรของมัน สรุปผมหรือมันที่เล่นตัว
“อยากทำอะไรก็ทำเถอะ!” พี่อ๊อฟนี่อาการหนักจริง ผมส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“เออๆ ไปแล้ว!”
แล้วมันก็ขับรถออกไป ผมก็กลับเข้าบ้านไปช่วยแม่เตรียมข้าวรอป๊ากลับมา พอทำอะไรเสร็จก็นั่งดูทีวีรอป๊า ป๊ามาก็พากันกินข้าวคุยอะไรเรื่อยเปื่อยเสร็จจากตรงนี้ผมก็ขึ้นห้องอาบน้ำแต่งตัว แล้วมาเปิดคอมเล่น พี่อ๊อฟหนักมากจริงๆ โพสเพ้อเจ้อเต็มเฟส.....
“มีความสุขจริงๆโว้ยยยย”
“วันนี้วันดี  (โพสรูปโปสการ์ด)”
และก็อีกหลายสเตตัส คือเป็นเอามากผมก็ไปกดไลค์ให้มันทุกอันแหละ เอาจริงๆมันจำเป็นต้องจีบด้วย? ผมว่าไม่ต้องหรอก! แค่นี้ก็เข้ากันได้จนไม่รู้จะเข้ายังไงแล้ว ผมก็ดูนู่นนี่ทั่ว พวกเพื่อนๆและใครต่อใครก็ทักเฟสมาเต็มไปหมด และทักมาเรื่อยๆเพราะผมออนไลน์ ผมไม่ได้หยิ่ง แต่มันขี้เกียจจะเปิดอ่านจริงๆมันเยอะ ถ้าอ่านแล้วก็ต้องตอบ เดี๋ยวก็ยาวอีก เอาไว้มีอารมณ์ก่อนเนอะ เล่นไปเล่นมาสักพักก็ปิดคอม กำลังจะขึ้นเตียงถือโทรศัพท์ไปนอนเล่นต่อ......
ตึ้งๆๆๆๆๆๆ! เสียงไลน์ผมเข้ารัวเลย ผมเดินไปปิดไฟแล้วขึ้นเตียงนอนเปิดดูใครส่งมาไม่หยุด ไอสิงโตนี่เอง มันส่งมาทั้งวัน โทรมาด้วย และเพื่อนๆผมด้วย ผมเบื่อจริงๆก็เลยโทรหามัน สักพักมันก็รับ....
“ไอนท! มึงหายไปไหนมากูโทรหามึงตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ!” ผมต้องยกโทรศัพท์ถอยห่างหู มันแหกปากสุดเสียงเลย
“ไม่ได้หายนี่หว่า เสียงดังทำไมวะ!” ผมทำเสียงรำคาญมัน
“เออๆ โทรหาก็ไม่รับส่งข้อความก็ไม่ตอบกูนึกว่าตายไปแล้ว!” ไอสิงโตโหดสัสรัสเซีย
“เกินไปแล้วกูก็อยากพักผ่อนบ้าง มึงก็เกินไปอ่ะ” ผมทำเสียงงอนมัน
“เออๆ พรุ่งนี้ไปหาอะไรกินกัน” มันเสียงอ่อนลง
“ก็แล้วแต่อ่ะ เลี้ยงด้วยนะ ไอเสี่ย!” ประชดมัน
“สำหรับมึง กูเลี้ยงได้ตลอดแหละ!” ใจป๋าจริงๆ
“อ่าๆ แล้วเจอกันที่ไหนยังไงใครไปบ้าง?” ผมถามอย่างสงสัย
“ก็มึงอยากชวนเพื่อนๆไปไหม?” มันถามเสียงเรียบนิ่ง
“เสี่ยว่ายังไงล่ะ?” ผมตอบมันด้วยคำถาม เพราะไม่รู้เหมือนกัน
“แล้วแต่!” S
“ชวนก็ได้ไปกันเยอะๆสนุกดี” ผมตอบพร้อมกับคิดมันก็น่าจะสนุกดีนะ N
“เออๆ ให้กูไปรับไหม?” S
“พรุ่งนี้โทรบอกอีกทีได้ไหม?” ไม่รู้พี่อ๊อฟว่างไหม
“อืมๆ ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ก็ได้อย่าลืมโทรมานะ!” S
“เออๆ แค่นี้นะ ตึ๊ด!”
แล้วผมก็ปิดโทรศัพท์นอนเลย พอเช้ามาทำกิจวัตรประจำวันเสร็จก็รอพี่อ๊อฟมารับ และไปโรงเรียน พอถึงโรงเรียนพี่อ๊อฟกับผมก็แยกกันพี่อ๊อฟมีส่งงานตอนเช้าผมเลยเดินไปหากลุ่มเพื่อนๆ ประเด็นก็อยู่ที่ว่าคนก็มองผม มองกันทำไม? ก็ไม่แปลก คงมีคลิปหรือมีข่าวที่เล่ากันไปทั่ว เพราะขนาดตอนคบกับพี่ไอซ์ตอนแรกคนก็มอง เลิกกันข่าวกระจายไปก็ต้องมอง แต่ตอนนี้คนพวกนั้นคงมองผมด้วยความสมเพชมั้ง ถามว่าสนไหม ก็ไม่นะ.......
“นั่งก่อนดิ มองอะไรวะ?” ไอปอกระตุกแขนผม ผมก็นั่งลงข้างมัน
“เป็นยังไงบ้างวะมึง?”วิวถามขึ้นเมื่อผมนั่งเรียบร้อย
“ก็ไม่เป็นอะไร ทำไมวะ?” ผมตอบพร้อมทำหน้าเฉยๆ จะให้เป็นอะไร?
“มึงโอเคใช่ไหม เรื่องพี่ไอซ์....” ไอมินมันพูดเบาๆ ไอนัทก็สกิดมันประมานว่ามึงจะถามทำไมอะไรทำนองนั้น
“โอเคสิวะ! กูคงไม่เพ้อเจ้อนั่งร้องไห้ฟูมฟายเรื่องพวกนี้หรอก อย่าใส่ใจเลย อย่างกูอะมีอีกหลายคนรออยู่เว้ย!” ผมพูดพร้อมยิ้มอย่างผู้ชนะ
“นั่นดิวะ! พวกมึงทำเป็นไม่รู้จักมันไปได้ เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้มันสะทกสะท้านหรอก555” ไอนัทนี่ก็เหลือเกิน
“เออๆ พวกกูแค่กลัวมึงเฮิร์ทอ่ะ !” ไอมินเอ่ยขึ้นมา 
“นั่นสิ แต่เห็นเป็นนี้ก็โอเคแล้ว มึงอย่าไปสนใจเลย” วิวพูดเป็นเชิงให้กำลังใจ
“แต่กูว่ามันแปลกๆ ทำไมมีแต่คนมองมึงวะ!” แล้วพวกผมก็หันไปดูรอบๆ ก็จริงสายคนส่วนมากจับจ้องมาทางผม
“นั่นดิ ตั้งแต่กูเดินมาแล้ว สงสัยกูน่ารักขึ้นเปล่าวะ 5555” ผมตอบแบบไม่ใส่ใจอะไรอ่ะ ถึงจะมองผมยังไงผมไม่สนหรอก
“แหวะ!” ประสานเสียงกันเลยนะไอพวกเพื่อนเลว ทำท่าจะอ้วกกัน พวกนี้นิ!
“เป็นห่าอะไรกัน กูพูดความจริงแค่นี้! นู่นวิ่งไปเลย ห้องน้ำอยู่ตรงนั้น แล้วก็อ้วกออกมากันให้หมดด้วย” ยิ้ม
“เอาที่มึงสบายใจเลยนะ” ปอพูด พวกมันทำหน้าเอือมระอาผมกัน
แล้วพวกเราก็นั่งคุยกันไปสักพักก็ไปเข้าแถว แล้วก็ขึ้นเรียนพักเที่ยงก็ไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร พี่อ๊อฟไปกินกับเพื่อน พวกเรานั่งกินกันไปคุยกันไป....
“ขอคุยอะไรด้วยหน่อย!”ผมหันไปตามเสียง พี่ไอซ์ มาทำไมอีก ผมมองมันตาขวาง! พวกเพื่อนผมมองผมประมานว่าอย่าไปยุ่งกับมันนะอะไรทำนองนั้น....
“มีอะไร!” เสียงแข็ง แต่ไม่หันกลับไปมองมันนะ
“ขอคุยด้วยหน่อยดิแปปเดียวนะ” ทำเสียงอ้อน ดึงแขนเสื้อผม
“แดกข้าวอยู่ไม่เห็นหรือยังไงวะ!” ผมพูดกระแทกเสียงแล้วก็ตักข้าวเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจ พวกเพื่อนผมมันก็นั่งกินกันเงียบๆ
“งั้นเค้ารอนี่นะ” นั่งข้างผม แต่ใช้ เค้า ยังกล้าใช้อยู่เนอะ หน้าด้านจริงๆ ผมก็มองมันด้วยหางตาไม่สนใจอะไร กินข้าวต่อไป
พวกผมกินข้าวไปคุยกับเพื่อนๆไปไม่สนใจพี่ไอซ์มันก็นั่งมองผมนั่นแหละ พอกินเสร็จก็พากันเดินออกมาจากโรงอาหาร...
“คุยด้วยได้หรือยัง” ดึงแขนเสื้อผม ผมก็หยุดเดินแล้วหันไปมองมัน “คือ...” มันมองไปทางเพื่อนผม
“มีอะไรก็พูดๆมาเถอะ!” หงุดหงิดจริงๆคนก็เริ่มมองแล้ว เรื่องของผมที่แพร่สะพัดออกไป ไม่ใช่ข่าวที่ดีมากนัก แล้วมันยังมาเดินตามผม ทำแบบนี้ ผมจะมีแต่เสีย
“คือเค้าขอโทษได้ไหม” ทำหน้าเศร้า แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมเห็นใจหรอก
“ ขอโทษ! เหอะ!” แล้วก็กำลังจะหันหลังหนีมัน มันจับแขนผมไว้ “อะไรอีก?”
“ก็เค้าขอโทษแล้วไง อย่าโกรธเค้านะ” ทำเสียงอ้อนพร้อมทำหน้าเหมือนส้นตีน
“ไม่จำเป็นหรอก เลิกมายุ่งได้แล้ว แค่นี้ยังทำให้ผมดูน่าสมเพชไม่พอหรือยังไง!” พูดใส่มันเสียงแข็งและก็สบัดแขนออกจากมือมัน
“ งั้นไปกินหนมกัน เค้าจะซื้อขนมที่ตัวชอบให้” ยิ้ม แล้วพยายามจะจับมือผม ผมถอยห่างพี่มัน ตอนนี้เพื่อนผมก็มองมันแบบอาฆาตแล้วต้องการอะไรของมัน
“ไปเถอะนท!” ไอมินพูดพูดพร้อมกับ มันจับมือผมแล้วลากไปเลย ไอพี่ไอซ์ก็ยืนมองมาด้วยใบหน้าเศร้าหมอง
พวกมันก็พาผมขึ้นมาบนห้องเรียน ยังเหลือเวลาอีกเยอะผมกับพวกมันก็นั่งคุยกันไป....
“ คือเมื่อกี้พี่ไอซ์จะสื่ออะไรวะ หน้าด้านชิบหาย ทำกับมึงขนาดนี้ แล้วยังมาพูดแบบนี้?” ไอปอพูดด้วยความโมโห
“นั่นดิ กูงงสัสอะ?” ไอมินเอ่ยตาม
เราคุยกันสักพักในเรื่องนี้ เพื่อนๆคนอื่นก็ทยอยเข้าห้อง แต่พวกมันมองผมกันแปลกๆเอาจริงๆคือตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว แต่ผมไม่สนใจพวกมันซุปซิบอะไรกันไม่รู้แล้วมองมาทางผม ผมก็มองพวกมัน....
“อีแนน พวกมึงพูดอะไรกันห๊ะ!” ปอตะโกนถามเสียงลั่น พวกอีแนนมันชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านไปทั่ว รู้เรื่องคนอื่นเขาไปหมด ยกเว้นเรื่องของพวกมันเอง ในห้องพวกผมไม่ชอบพวกมันที่สุด!
“เรื่องของพวกกู!” อีแนนตอบกลับมาพร้อมทำหน้าตอแหล
“หน้ายังกับหมู ยังมาทำหน้าแบบนั้นอีกเหรอวะ55555” ไอวิวพูด พวกผมก็หัวเราะมันกันใหญ่
“ปากดีไอวิวเดี๋ยวเถอะมึง” อีแนนพูดไม่พอใจแล้วชี้หน้าไอวิว
“อีแนนมึงไม่ต้องไปต่อปากต่อคำกับพวกมันหรอก!” อีวาสหนึ่งในแก๊งของอีแนนเอ่ยขึ้นมา อีนี่หน้าเหมือนตุ๊กแกผีมาก แต่คิดว่าตัวเองสวยสุด
“เออ ไม่ต้องไปยุ่งกับพวกมันหรอก เพราะแค่พวกมันยุ่งเรื่องของพวกเราก็มากพอแล้ว” ผมพูดพร้อมเหยียดยิ้มไปให้พวกมัน พวกมันนี่ทำหน้าเหมือนนางร้ายในละคร ทำได้อุบาทมาก
“ทำเป็นพูดดีไปเถอะ!” และอีแจนก็เอ่ยตามมา คือจริงๆพวกมันเม้าเรื่องผมกันแหละดูก็รู้ ทำมาใสๆกันหน้ายังกับศพ
“แล้วจะทำไมปากกู!” ตะคอกกลับไป
แล้วครูก็เข้ามา แต่ไม่ใช่ครูที่จะสอน ทุกคนทำหน้างงกัน.....
“ณฎภัทรตามครูมาห้องปกครองหน่อยสิ!” ทุกคนหันมามองทางผม ซึ่งผมยังงงเลยว่าผมไปทำอะไร.....
“ไปทำไมครับครูผมทำอะไรผิด!” ค้านเบาๆนั่นห้องปกครองเป็นสิ่งที่นักเรียนเกลียดและกลัวสุดๆ
 “เธอจะมาไหมห๊ะ!” นางเอาไม้เรียวออกมาขู่ ผมลุกทันทีเลยสิ
“ไปแล้วคร้าบบบบ!” ผมกระแทกเสียงนิดๆ ผมหงุดหงิดจริงจะมีเรื่องอะไรอีกเนี่ย!
ผมก็เดินตามครูไป ไอปอยัดโทรศัพท์มันใส่มือผม แล้วบอกมีไรก็โทรมา เพราะโทรศัพท์ผมไอมินมันเอาไปเล่น พอถึงครูเขาก็บริการดีนะ เปิดประตูให้พร้อม ผมก็เดินเข้าไป !! ยัยพี่พลอย มาอยู่อะไรนี่ล่ะ!.....
“มานั่งนี่สิ!” ครูกมล พูดเสียงแข็งผมสะดุ้งนิดหน่อย แล้วผมก็เดินไปนั่งหน้าครูเขาโดยยัยพี่พลอยนั่งข้างๆผม ครูกมลเป็นครูห้องปกครองที่โหดที่สุด คือต้องถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง ตีนักเรียนเป็นว่าเล่น
แล้วผมก็นั่งเงียบมองหน้าครูกมลที่นั่งหน้าผม คือไม่หันไปมองหน้าอีผีพลอยนะไม่คิดจะเหลียวดูมันด้วยซ้ำ.....
“ไหนพูดมาสิว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ต้องทะเลาะกันถึงต้องลงไม้ลงมือ!” ครูพูดอย่างใจเย็น แต่ผมตกใจนิดหน่อย
ผมค่อยๆหันไปมองอีผีพลอย โอ้โห! แผลเต็มตัวไปฟัดกับหมาที่ไหนมาเนี่ย ผมแสยะยิ้มนิดหน่อย แล้วหันกลับไปทางเดิม ไม่สนใจ.....
“หนูก็ไม่รู้ค่ะครู หนูไม่รู้จักน้องเขาด้วยซ้ำ อยู่ๆน้องเขามาด่าแล้วก็ตบตีหนูค่ะ” อีผีพลอยเปิดฉาก บีบน้ำหูน้ำตา ผมนี่งงสิ อันนี้จริงๆยิ่งกว่าในละคร อะไรคืออยู่ๆมาใส่ร้ายผม! แต่ผมก็เลือกที่จะนิ่ง ไม่แสดงอาการเดือดร้อนอะไร
“ว่ายังไงเธอทำเขาจริงหรือเปล่า!” เอาจริงๆครูพูดกับผมนี่แบบจะกินหัว แต่พอคุยกับอีพลอยนี่คุยดี๊ดีเนอะ!
“ผมไม่ได้ทำครับ” ยิ้มสวยๆส่งไป 1 แมทช์ เอาจริงๆคือหมั่นไส้ทั้งครูทั้งอีพลอย ดูครูจะเข้าข้างมันมากมายเหลือเกิน แถมครูคนอื่นก็นั่งมองมาที่ผม ประมานว่ากดดันให้ผมพูด แต่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ก็คนไม่ได้ทำนี่จะให้ยอมรับเหรอ
“ถ้าเธอไม่ได้ทำแล้วทำไมพิมพ์พลอยบอกแบบนั้นล่ะ!” มองผมแบบฆ่าผมได้ฆ่าแล้วอะไรทำนองนั้น
“ผมจะไปรู้กับพี่เขาเหรอครับ” ผมมองอีผีพลอยด้วยหางตา “ผมไม่ได้ทำ...จะให้ผมพูดว่าทำเหรอครับ!” ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน ถึงครูจะดุแต่ควรจะมีเหตุผลให้มากกว่านี้
“แต่หนูมีหลักฐานนะคะ เพื่อนๆหนูอัดคลิปไว้” อีผีพลอยทำเสียงเศร้ามากกกกก อีตอแหล!
“ไหนคลิปอะไร!” ครูกมลเอ่ยถาม แล้วยัยพี่พลอยก็ยื่นโทรศัพท์ให้ครูไป ครูคนอื่นก็ลุกไปดูกัน
เสียงในคลิปทำให้ผมรู้เลยว่าเป็นคลิปอะไร เป็นคลิปที่ผมกับมันด่ากันที่สนามกีฬานั่นแหละ เอาจริงๆก็คือก็แค่ด่ากันไปตบตีกันตอนไหนยังไงไม่เข้าใจ ผมก็นั่งนิ่งๆ เลือกที่จะเฉยๆ ผมต้องวางท่าทีให้ไม่ประหม่า.....
“มีอะไรจะอธิบายไหมณฎภัทร!” มองผมแบบ เอาจริงๆครูลุกขึ้นมาต่อยผมเถอะ
“ผมจะอธิบายอะไร ในคลิปครูก็เห็นว่าแค่ด่ากัน แล้วผมไปทำร้ายพี่เขาตอนไหน!” ผมเริ่มไม่พอใจ ใส่อารมณ์นิดหน่อย
แล้วครูก็ยื่นโทรศัพทืมาให้ผมดู คลิปถูกอัดตั้งแต่เริ่มด่ากันจนถึงตอนที่ผมบีบแขนมันแล้วมีคนมารุมดึงผมกับมันออกแล้วคลิปก็หยุดไป ก็คือถ้าคนไม่รู้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ฉากต่อไปก็คิดว่าตบกันแน่นอน อารมณ์เดือดขนาดนั้น มันนี่สร้างเรื่องได้เก่งจริงๆ...
“แล้วต่อจากนี้มันเป็นยังไงเหรอพี่พลอย” ผมหันไปถามมันด้วยรอยยิ้มมันทำท่ากลัวๆผม อีนี่มันแสดงเก่งจังนะ!
“นี่เธออย่ามาขู่นะ!” ครูกมลตะคอกใส่ผม ผมก็มองครูเขาด้วยสายตาเรียบนิ่ง นี่ผมถามมันเฉยๆแล้วมาหาว่าผมขู่คืออะไร
“แต่ผมมีพยานนะครับ คนที่เห็นก็เยอะแยะ แล้วทำไมไม่เรียกตัวต้นเหตุมาถามล่ะครับ ครูทำเหมือนผมเป็นคนผิดทั้งที่ยังไม่มองยังไม่ถามคนอื่นเลยอะ!” ผมไม่ชอบเลยแบบนี้ ทำให้ผมเป็นคนผิดทั้งๆที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย บอกตรงนอยครูมาก!
“ก็คลิปก็บ่งบอกอยู่ แถมแผลบนตัวพิมพลอยก็ขนาดนี้! เธอจะให้ไปหาใครมาถามอีกล่ะห๊ะ! เขาไปแข่งกีฬากัน ดันไปทะเลาะตบตีกันให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของโรงเรียน!” คือนี่แหละครูดีเด่น มองแค่นี้ก็ตัดสินเด็กแล้ว เยี่ยมสุดๆ เริ่ด!
“คือยังไงผมก็ต้องเป็นคนผิดใช่ไหมครับ” ผมมองครูอย่างผิดหวัง แล้วปรับสีหน้าให้เรียบนิ่ง
“เฮ้อ! เธอยอมรับมาเถอะนะ เรื่องมันจะได้จบๆ” พูดแล้วทำท่านั่งสบายใจ
คือตอนนี้เรื่องไปกันใหญ่แล้ว ผมก็นั่งมองหน้าครูแบบนั้นแหละ ผมเลือกที่จะเงียบและทำตัวให้นิ่งเพราะพูดอะไรไปก็กลายเป็นคนผิดอยู่ดี สรุปคือถึงมีพยาน มีคนมายืนยันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะแผลบนตัวและหน้าอีผีพลอยมันชี้ชัด ผมเซ็ง โดนระรานจนได้!......
“ไม่ต้องทำให้เป็นเรื่องหรอกค่ะ แค่นี้เองหนูทนได้” บีบน้ำตา นี่นางคิดว่ากำลังแคสละครอยู่หรือยังไง
“เธอเป็นตัวแทนโรงเรียนนะ แถมพ่อเธอไม่ยอมหรอก” พ่ออีผีทำไมเป็นใครใหญ่มาจากไหนกัน นางเป็นแค่ดรัมจะต้องได้สิทธ์ครูประคบประหงมขนาดนี้เลยเหรอ!ผมได้แต่ร้อนรนอยู่ในอก
ผมก็ได้แต่นั่งฟังมันตอแหลแถไปทั่ว ครูแต่ล่ะคนก็ดูจะเอ็นดูมันมาก เพราะมันชอบแอ๊บใสๆทำตัวป็นเด็กดี ผมฟังไปกรอกตาไปอะไรจะดราม่าขนาดนั้น ซึ่งผมก็เถียงได้ไม่มาก เดี๋ยวจะเป็นเรื่องอีก ใจจริงนี่ถ้าไม่ใช่ครูจะเถียงขาดใจดิ้นไม่พอจะด่ากราดให้ด้วย......
“ครูโทรบอกผู้ปกครองทั้งสองคนแล้วนะ! สักพักคงจะมา” ครูกมลเอ่ยขึ้นมา
คือตอนนี้ อีผีพลอยมันทำให้เป็นเรื่องใหญ่เพราะผู้ชายหน้าโง่คนเดียวเหรอ พอมองไปทางมัน ทำท่ากลัวผม โอ้ย! อยากจะกระโดดถีบจริงๆ แล้วสักพักก็มีคนเข้ามา อีผีพลอยรีบลุกเดินไปหาพ่อมัน พ่อยัยผีพลอย โอ๋กันใหญ่ ถามว่าคนไหนเป็นคนทำลูกสาวแสนรักของเขา ผมก็ไม่ได้หันไปดูหรอก นั่งฟังมันดราม่ากัน.......
“ณฎภัทรมานี่สิ!” คือนั่งแค่ตรงนี้แต่แหกปากเรียกผมเหมือนผมอยู่หน้าโรงเรียน ผมก็ลุกเดินไปหาพวกเขา
“ดีครับ” ไหว้พ่อยัยพลอยแบบไม่เต็มใจ และไม่มองหน้า
“เอ๊ะ! นี่ใช่หนูนทหรือเปล่านะ” พ่อยัยพลอยพูดแล้วมองผม แล้วจับแขน ผมก็ทำหน้านิ่งๆมองพ่อของอีผี
“ผมชื่อนท!” ตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแล้วดึงมือพ่ออีผีออก แล้วทำหน้าประมานว่ารังเกียจ มือสะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้ผมเอามือถูแขน ให้รู้ไปเลยว่ารังเกียจ
“ลูกเฮียกรานณ์ใช่ไหม” พ่ออีผีพูด รู้จักป๊าผมได้ยังไง? ผมมองด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
“ใช่ครับ ทำไมเหรอครับ” ถึงจะสงสัยแต่ผมก็ยังคงเก็บอาการ พวกครูกับอีผีก็มองพ่ออีผีพลอยกับผม
แล้วไม่นานประตูก็เปิดออก ป๊าผมก็เปิดประตูเข้ามา ทำหน้าโหดด้วยผมซวยคราวนี้แหละ! แต่ป๊าพาคนงานมาด้วย 2 คนคงพึ่งกลับมาจากงาน....
“มีเรื่องอะไรกันครับ!” เสียงเข้มโหดเชียว มองผมตาเขียวเลย ผมก็ได้แต่ก้มหน้า
“หวัดดีครับเฮีย!” ป๊ามองพ่ออีผีพลอยแบบสงสัย “ผมพงษ์ไงครับจำได้ไหมครับ” นอบน้อมป๊าเกินไปหรือเปล่าผมก็มอง
“พงษ์ไหน?” ป๊าถามพร้อมขมวดคิ้ว
“ก็ผมเคยทำงานกับเฮียเมื่อก่อนไงครับ” ป๊าทำท่าคิดแล้วก็พยักหน้า
“อ่อไอพงษ์สิทธิ์ ใช่ไหม” ลุงแกก็พยักเป็นการตอบรับ “หายหัวไปเลยนะมึง!” มองไปทางลุงพงษ์
“ผมเพิ่งเปิดงานใหม่ครับไม่ว่างไปเยี่ยมเฮียเลย” หึ! อีพลอยหน้าเสียเลยสิ คิดว่าพ่อตัวเองใหญ่ที่แท้เป็นแค่ลูกน้องป๊าผม ผมแสยะยิ้มมองไปทางมัน
“เออๆ เดี๋ยวค่อยคุยกัน มีอะไรกันครับคุณครู!” เดินมายืนข้างผม
“เอ่อ....เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ...”ครูกมลแกก็เล่าไป ผมก็เงียบฟัง ครูก็เอาโทรศัพท์ยัยพลอยให้ป๊าผมกับลุงพงษ์ดู “มันก็เป็นแบบนี้แหละครับ” ป๊าผมก็พยักหน้า
“มันยังไงนท!” ป๊าหันมาถามผมเสียงแข็ง
“นทไม่ได้ทำนะป๊า!” หันไปบอกป๊าด้วยสายตาและหน้าที่จริงจัง “แล้วนทก็บอกแล้วว่าคนเห็นเหตุการณ์ตั้งเยอะทำไมไม่ไปถาม ครูก็บอกว่าแค่คลิปกับรอยแผลของพี่พลอยก็เกินพอแล้ว” ผมอธิบายด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เหรอครับครู!” กดเสียงแล้วมองดุไปทางครูกมลครูสะดุ้งเล็กน้อย
“อะ...เอ่อ คือก็ผมพูดตามหลักฐานนะครับ พิมพ์พลอยเธอก็เป็นเด็กดี อยู่ๆเธอมาบอกว่าโดนรุ่นน้องทำร้ายผมก็ต้องอิงจากความจริงอยู่แล้ว และพ่อของน้องพิมพ์พลอยก็โทรมาย้ำแล้วว่าต้องเอาเรื่องให้ได้ครับ” เป็นครูที่ดีมากจริงๆ พอมาอย่างนี้โยนไปทั่ว
“คุณกำลังจะบอกว่าลูกผมเป็นเด็กไม่ดีหรอครับ” ป๊ามองครูแบบแสยะยิ้ม พวกครูคนอื่นเดินหนีกลับไปนั่งโต๊ะของตัวเอง ครูกมลหน้าเจื่อนเล็กน้อย
“ปะ...เปล่านะครับ คือผมแค่ดูจากเด็กโตนะครับ แล้วพิมพ์พลอยจะมาบอกแบบนั้นทำไมล่ะครับจริงไหมครับ” ฝืนยิ้ม ส่วนป๊านี่รู้เลยว่าพยายามข่มอารมณ์อยู่ และครูก็โยนให้อีผีพลอยไปเลยสินะ
“นทไปพาคนที่เห็นเหตุการณ์มาไป ไอพงษ์ให้ลูกมึงไปพามาด้วย!” ป๊าพูดออกคำสั่ง แล้วพวกครูในห้องปกครองมีการทำหน้าทำตาหน้า แต่ป๊าก็มองพวกครูด้วยหางตา พวกครูก้มหน้าแทบไม่ทัน ป๊าแต่งตัวอย่างกับเป็นมาเฟีย ใส่สูทผูกไท คือป๊าไปไหนมาถึงใส่เต็มขนาดนี้แถมยังมีคนงานตามมาอีก คือใครไม่รู้ก็คงคิดว่าเป็นพวกค้าอาวุธเถื่อน
แล้วผมก็โทรตามพวกไอปอมา และก็บอกมันไปตามตัวต้นเหตุมาด้วย! อีผีพลอยมันก็ดูรนๆ มันวิ่งออกไป ผมก็ยืนรอเพื่อนอยู่ในห้องปกครองนี่แหละ....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“เฮียผมว่าอะไม่เป็นไรหรอกครับ หนูนทก็บอกแล้วว่าไม่ได้ทำ ผมไม่ติดใจอะไรหรอกครับ”พ่อยัยผีพลอยพูดขึ้นมา ป๊ามองหน้าลุงแกนิ่งๆ
“อ้าว! ได้ยังไงลูกมึงเป็นคนบอกพวกครู เองไม่ใช่เหรอว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่ต้องห่วงถ้าลูกกูผิดกูจะจัดการให้หนักเลย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคนอื่น” มองพวกครูๆด้วยหางตาพวกครูถึงกับชะงัก “จะหาว่ากูเลี้ยงลูกเป็นคนไม่ดี!แต่กูมั่นใจว่ากูเลี้ยงลูกกูมาดีพอ!” กระแทกเสียงนิดๆ ป๊าผมเป็นคนเคร่งมากกับเรื่องแบบนี้ เขาไม่ชอบให้ใครมาว่าคนในครอบตัวเองโดยที่ไม่ผิดหรือถ้าผิดเขาก็จะทำโทษในแบบของเขา แล้วนี่ถ้ารู้ว่าผมโดนหาเรื่องไม่จบง่ายแน่ๆ
“ครับๆ” พ่อผีพลอยยิ้มอ่อน ครูกมลกลืนน้ำลายอึกใหญ่เลยสินะ
“มึงเป็นกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองเหรอ ทำไมครูถึงให้เครดิตมึงดีจัง?” หันไปคุยกับลุงพงษ์ครูกมลหน้าเจื่อนเลย คือครูคนอื่นก็แสร้งจัดเอกสาร
“คะ ครับ” ยิ้มแทบไม่ออกแล้ว
“ หึ!” มองลุงพงษ์ด้วยหางตา
แล้วพวกเพื่อนผม พี่ไอซ์พี่อ๊อฟก็มา แต่อีพี่พลอยยังไม่มา แล้วป๊าก็ให้เพื่อนผมพี่อ๊อฟก็เล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นโดยมีพี่ไอซ์ยืนเงียบเป็นเสาไฟเหมือนเดิม!ย้ำว่าเหมือนเดิม ไม่คิดจะพูดหรือทำอะไร ทั้งๆที่ตัวเองเป็นต้นเหตุขณะที่เพื่อนๆผมกำลังเล่าพวกอีผีพลอยก็เข้ามา มันก็ยืนฟังกัน พอพวกเพื่อนผมเล่าจบ อีพวกนั้นก็เล่าต่อ อีพวกนั้นเล่นละครกันสุดๆส่วนผมและเพื่อนๆแย้งมันตลอดที่มันตอแหล พวกมันตอแหลต่อไม่ได้ก็เงียบส่วนอีพลอยนี่คือยืนบีบน้ำตาอย่างเดียว!.........
“ต้นเหตุที่ทะเลาะกันคือนี่เหรอ?” ป๊าพูดพร้อมมองดุไปทางพี่ไอซ์ ป๊าก็ยังไม่รู้ว่าผมเลิกกับมัน แล้วพึ่งมารู้พวกผมก็พยักหน้า “แล้วตกลงใครเป็นคนทำร้ายเธอเหรอ?” ป๊าหันไปถามอีพลอยหลังจากที่มันยืนดูเป็นใบ้มานาน
“เอ่อคะ....คือ” มันมองไปทางลุงพงษ์ ลุงพงษ์ก็ใช้สายตาข่มขู่ลูกมัน…..
“พูดสิลูก!” เสียงแข็งสุดๆ ทุกคนก็ยืนรอมันตอบ
“......”(เงียบ)
“ก็บอกไปสิอย่างที่เธอบอกครู ไม่ต้องกังวลอะไรเลย ไม่มีใครทำอะไรเธอแน่นอน” พูดอย่างใจเย็น ทุกคนก็มองมัน
มันก็ไม่ยอมพูด ส่วนครูก็พูดกล่อมนาง ครูคงคิดประมานว่าอีพลอยอาจจะกลัวป๊าหรืออะไรสักอย่างมันเลยไม่ยอมพูด แต่ก็แปลกนะครูก็ยังมองนางเป็นคนดี เพราะจากที่เพื่อนๆมันเล่าคือพูดไม่ตรงกันสักคน ง่ายๆคือตอแหลแถไม่เนียน ทำไมครูยังจะหวังว่ามันคือความจริงอีกเหรอเรื่องที่พวกนั้นพูดอะ! แล้วผมก็สงสัยมากๆแผลนี่มันมาจากไหนกัน!....
“ครูจะเอายังไงต่อดีล่ะครับ เด็กดีของครูไม่ยอมพูด พยานของผมก็แน่นกว่าด้วย แล้วคำพูดของฝ่ายพี่เขาก็พูดไม่รู้เรื่องกันสักคนแบบนี้ ครูยังเชื่อมั่นในตัวของพี่เขาอีกเหรอครับ?” ผมมองครูแล้วถามอย่างจริงจัง ครูก็หันมามองผมเหมือนรำคาญ
“.......พลอย พูดออกมาทุกคนรอฟังคำตอบอยู่นะ ครูขอเป็นเรื่องจริงทั้งหมด!” อีพี่พลอยสะดุ้งเล็กน้อยส่วนเพื่อนๆมันก็ยืนเงียบก้มหน้าก้มตาเหมือนเจอทางตันกันแล้ว ตอแหลต่อไม่ได้ แต่ที่ติดใจคือผมพูดไปขนาดนั้นแล้วครูก็ยังพยายามและยังคงฝากความหวังไว้กับนาง
“นทเป็นคนทำค่ะ!” นางพูดขึ้นแล้วนางก็ก้มหน้า ยังคงจะพูดแบบนี้สินะ
“โอเค! ในเมื่อเธอยืนยันว่าลูกฉันเป็นคนทำ ทั้งๆที่พยานก็มีเยอะกว่า และการเล่าความของพยานของเธอก็พูดไม่รู้เรื่องเลย…” ป๊าพูดด้วยความไม่พอใจ “เธอต้องการจะให้ฉันทำยังไงตอบมาสิ! จะให้ชดใช้ด้วยอะไร หรือ จะฟ้อง ฉันจะได้เตรียมทนายไว้” เสียงดังขึ้นมา
“ผมว่าเด็กก็บอกมาแล้วก็ควรจะให้ขอโทษกันแล้วก็จบเถอะนะครับ” ครูเดินไปพูดกับป๊าใกล้ๆ ครูนี่ก็เนอะความจริงปรากฏอยู่แล้วว่ามันตอแหลยังจะแถให้มันเป็นคนดีอยู่ ผมเกลียดจริงๆ
“ใช่ครับ ผมไม่ถือความหรือเอาความอะไรหรอกนะครับเฮีย” หน้าด้านจัง ลูกมึงผิดเห็นๆยังมีหน้ามาพูดแบบนี้ ป๊ามองลุงพงษ์แบบสมเพช แล้วคือเพื่อนๆผมนี่มองแบบไม่พอใจสุดๆ โดยเฉพาะพี่อ๊อฟ มองพี่ไอซ์ตาขวางเลย
“ผมถามจริงๆเถอะครู ครูก็น่าจะอ่านออกแล้วนะ ว่าเด็กคนนี้โกหก! แล้วยังมาพูดกันแบบนี้อีกเหรอ! หึ!” เดินเข้าไปใกล้ๆลุงพงษ์ “เลี้ยงลูกแบบนี้มึงคิดว่าดีแล้วเหรอไอพงษ์!” สายตาป๊าคือฆ่าคนได้เลยในตอนนี้ ส่วนลุงพงษ์ก้มหน้าจนหัวจะมุดเข้าไปในคอเสื้อแล้ว “แล้วการที่คนเป็นครูตัดสินอะไรแบบนี้มันถูกต้องแล้วเหรอ!” ป๊าตะหวาดพวกครูลั่นห้องป๊าโมโหมากแล้ว แล้วป๊าก็เดินออกไปเพื่อกดโทรศัพท์
แล้วพวกครูก็เข้ามาพูดกับครูกมลประมานว่าเลิกปกป้องเด็กคนนั้นเถอะ แล้วดูจากความจริง อีกอย่างฝ่ายผมก็มีคนที่เห็นเหตุการณ์มากกว่า บลาๆๆๆๆๆ พูดเถียงกันไปมา คือเรื่องทั้งหมดเกิดจากอีพลอย แต่นางเหมือนเริ่มรู้ตัวเพราะนางคนเดียวเรื่องเลยไม่จบ เพื่อนๆนางก็บอกให้พูดความจริงไปเลย ไม่อย่างนั้นพวกนางจะเดือดร้อนกันหมด นางก็เงียบ ในห้องปกครองตอนนี้เสียงอย่างกับตลากสด เถียงกันไปมา พวกผมก็ยืนมองทั้งครู และพวกอีพลอยคุยกัน ผมสมเพชจริงๆทำอะไรไม่คิดสุดท้ายคนอื่นต้องมาเดือดร้อนและเสียเวลาเพราะมัน สักพักป๊าเข้ามา...แต่มากับ ผอ !!....
“เกิดไรขึ้น!” ผอ.เข้ามาตะหวาดลั้นห้อง ทุกคนเงียบ โดยเฉพาะพวกครูๆก้มหน้ากันเลย
“เอาสิ! ผอ.โรงเรียนนี้บริหารงานยังไงให้ครูมองคนผิดเป็นถูก แล้วนี่เหรอเด็กดีของโรงเรียน โกหกหน้าตาเฉย อะไรกัน!” ป๊าผมของขึ้นแล้ว
“ใจเย็นๆก่อนสิ! เดี๋ยวจะจัดการให้!” ป๊าทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ทำไมดูพูดจาสนิทกับผอ.แปลกๆ?
“รีบเคลียล์เลย ไม่งั้นฉันจะให้ลูกไปเรียนที่อื่น และแกได้โดนดีแน่!” ชี้หน้าบอกผอ. ผอ.ถึงกับสะดุ้ง
“ครูห้องปกครอง ผมขอคำอธิบายด้วยครับ!” เสียงดูทรงอำนาจมากและทำให้ทุกคนสะดุ้งได้ ยกเว้นป๊าที่มองอย่างกับจะกินหัวผอ.
แล้วพวกครูห้องปกครองก็ช่วยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้ให้ผอ.ดูคลิปนั้น โดยมีพวกผมที่คอยแย้งและเสริมเข้าไป โดยที่พวกอีพลอยยืนก้มหน้าเงียบเพราะคงรู้ตัวว่าแถต่อไปก็ยิ่งน่าสมเพช....
“พิมพ์พลอยตกลงเธอจะพูดความจริงได้หรือยัง!” ผอ.พูดขึ้น ทุกคนรอฟังมันอย่างตั้งใจ มันก้มหน้าร้องไห้ฟูมฟาย
“นะหนูขอโทษค่ะ” ร้องไห้แล้วเงยหน้าขึ้นมาคงคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกหนังเกาหลีเพื่อนๆผมมองมันแล้วเบะปาก  “คือในคลิปเราแค่มีปากเสียงกันแค่นั้นค่ะ นทไม่ได้ทำร้ายหนู!” ร้องไห้หนักมาก แต่ครูๆทั้งหลายมองมันอย่างผิดหวัง แถมพ่อมันยังทำหน้าโกรธด้วยเอาจริงๆนี่พึ่งรู้เหรอว่ามันตอแหล ความรู้สึกช้าไปไหน ทั้งครูทั้งพ่อผีพลอย
“แล้วทำไมเธอมาบอกครูว่าเขาเป็นคนทำ!” ครูกมลเสียงแข็งเลย ครูก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ แหมทีแบบนี้ทำมาพูด ผมส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“หนูแค่ไม่รู้จะทำยังไงกับแผลบนตัวหนู หนูเลยใส่ร้ายนทค่ะ จริงๆแล้วแฟนหนูทำค่ะ” ร้องไห้หนักมากพ่อมันตกใจมาก ครูทุกคนด้วย แล้วพวกผมก็มองไปทางพี่ไอซ์ ผมก็ตกใจเหมือนกันนะ!
“ผมเปล่านะครับ” พี่ไอซ์พูดแล้วส่ายหน้าด้วยความตกใจ
“ไม่ใช่ไอซ์หรอกค่ะ แฟนหนูอยู่ต่างโรงเรียน!” สรุปคือไอพี่ไอซ์โดนหลอก? พวกผมหันไปมอง พี่ไอซ์มองอีพลอยด้วยสายตาตัดพ้อ น่าสงสารจริงๆสมเพสมากกว่าโง่เป็นควายดีนัก! “ส่วนเรื่องที่ทะเลาะกันในคลิปแล้วก็เรื่องไอซ์มีคนให้หนูมาทำค่ะ” ไอเบสสินะ “หนูไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษทุกคนจริงๆ หนูไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แล้วก็..”แล้วนางก็สาระยาความเน่าเฟะของตัวเองออกมาโดยไม่มีใครถาม เล่าออกมาแม้กระทั้งสิ่งที่ไม่ได้ถาม คนผิดเวลาจนมุมมันเป็นแบบนี้นี่เอง! เล่าไปร้องห่มร้องไห้ไป เอาจริงๆผมมองแล้วรำคาญจัง จะเล่าก็เล่าดีๆเหอะ จะบีบน้ำตาเพื่อ?
“แล้วทำไมตอนแรกครูกมลไม่ถามหาพยานคนในเหตการณ์ ทำแบบนี้ก็ลำเอียงแย่เลยนะ ถึงจะเป็นแค่เด็กมีปัญหากัน อย่างน้อยก็ต้องมีความยุติธรรม ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก ถ้ามาลำเอียงแบบนี้ เด็กจะเชื่อถือหรือจะเอาไปเป็นแบบอย่างได้ยังไง!.....”โดนผอ.สวดกันยาว ไม่ใช่แค่ครูกมลนะ ครูในห้องปกครองคนอื่นด้วย พอสวดพวกครูเสร็จมีการนัดประชุมด้วย โดนชุดใหญ่กันแน่ๆ สมน้ำหน้าพวกครู หาเรื่องให้ผมดีนัก
แล้วหลังจากนั้นก็เคลียล์กันจบ ลุงพงษ์พวกครูและพวกอีพลอยก็ขอโทษป๊าและผมกันยกใหญ่เลย ผอ.กับป๊าเป็นเพื่อนกัน พอทุกคนรู้นี่ก็ตกใจ ป๊าผมรู้จักคนเยอะ กว้างขวางพอตัว อีพลอยมันเล่นผิดคนแล้ว จากสถานการณ์ผมเดาว่าที่มันทำแบบนี้มันคงอยากให้ผมโดนพักการเรียนหรือไม่ก็โดนทัณฑ์บนอะไรสักอย่าง แต่เรื่องมันก็จบที่ปัญหาที่มันสร้างแว้งมาทำให้ตัวมันเองพัง พอเคลียล์กันจบ พี่พลอยก็โดนพ่อมันลากไปคุยส่วนตัว ป๊าก็ไปคุยกับผอ.แต่ก่อนไปยังมีบอกว่าเย็นนี้มีเรื่องต้องคุยกัน ทำเสียงโหดด้วย แล้วครูก็ไล่พวกผมขึ้นไปเรียน พี่อ๊อฟกับพี่ไอซ์ก็แยกขึ้นไปเรียน ส่วนพวกผมก็กำลังขึ้นห้องไปเรียนต่อ.....
“มานี่เลย!” ลากพี่พลอยมาตรงที่ผมยืน พวกเพื่อนๆผมก็มองกัน
ผมทำหน้าสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร แต่อีพี่พลอยก็ยังคงทำหน้าไม่พอใจเหมือนโดนบังคับ
“พี่พลอยเขาอยากจะขอโทษหนูนทนะจ้ะ เอ้าเร็วๆเข้าสิ” บีบแขนพี่พลอย เห็นแล้วสงสารนะแต่สมควรแล้วล่ะ
“ขอโทษ!” กระแทกเสียง
“ไม่เต็มใจไม่ต้องก็ได้ครับ!” กระแทกเสียงคืน
“พลอย!” พ่อนางเสียงดังขึ้นมา
“ขะขอโทษ” ทำเสียงอ่อนลง ผมก็มองมันแบบแสยะยิ้ม
“ลุงพงษ์ผมขอคุยกับพี่พลอยหน่อยนะครับ พอดีมีธุระนิดหน่อย พวกมึงขึ้นไปก่อนก็ได้!” พวกเพื่อนผมชะงักเล็กน้อย แต่มันก็ยอมเพราะผมส่งสายตาร้ายกาจให้พวกมัน
“ครับๆ พลอยคุยกับน้องดีๆนะ พ่อไปรอที่รถ” แล้วเดินไป
“หึ! แพ้ภัยที่ตัวเองก่อเป็นยังไงบ้างล่ะ หวังว่าคงจะเข็ดนะ!” มองมันตั้งแต่หัวยันตีนแล้วทำหน้าสมเพชมัน
“แก!” ผมชี้หน้ามันแบบมึงจะลองดีอีกเหรออะไรทำนองนั้น “มีอะไรก็พูดมา!”  ทำหน้าไม่พอใจ
“จะไม่ติดใจอะไร แต่...ต้องไปเคลียล์เรื่องนึงสะ!” ทำหน้าข่มขู่มัน มันก็มองผมตาแทบจะหลุดออกมาอยู่แล้ว
“ชิ! อะไรอีก!” ยังมีหน้ามาทำน้ำเสียงต่ำแบบนี้อีกนะ!
“ไปขอโทษและบอกเลิกกับพี่ไอซ์สะ เอาความรู้สึกพี่ไอซ์มาล้อเล่นแบบนั้นได้ยังไง!” คิดแล้วก็โมโห ถึงผมจะไม่กลับไปหาพี่ไอซ์แล้ว แต่ผมก็อดจะสงสารไม่ได้ที่พี่ไอซ์โดนหลอกใช้เป็นเครื่องมือแบบนี้ ยิ่งโง่ๆอยู่ด้วย
“จะให้ฉันทำทำไม แกกลับไปหามันไม่ง่ายกว่าเหรอ?” พูดน้ำเสียงดัดจริต แล้วทำหน้าสงสัย
“จะกลับหรือไม่กลับมันก็ไม่เกี่ยวไรกับพี่หรอก แต่มันคือสิ่งที่ต้องทำ เมื่อไม่ได้รักไม่ได้ชอบแล้วทำให้มันเป็นแบบนี้ทำไม!” เริ่มโมโห นางฝึดฟัดเล็กน้อย
“เออก็ได้!” แล้วก็ทำหน้าหงุดหงิด
“ต้องทำให้เห็นด้วยนะ!...อย่าคิดว่าจะไว้ใจ!อีอสรพิษ!” ผมพูดแล้วมันมองผมตาขวาง ผมก็ยิ้มแบบนางร้ายให้มัน
“เออๆๆ มีอะไรอีกไหม!” ทำรำคาญ
“เรื่องไอเบส พี่ต้องไปจัดการมัน!ด้วย” ผมพูดขึ้น มันมีอาการตกใจ
“จะ...จัดการอะไร?” มันทำหน้าตกใจ
“เอาคืนมันไง ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ก็เพราะมัน!” คิดแล้วโมโหจริงๆ!
“ฉันไม่ยุ่งด้วยหรอก! เธอก็รู้ว่ามันชอบลงไม้ลงมือฉันไม่เสี่ยงเจ็บตัวหรอก!” มันพูดด้วยท่าทีที่ดูกลัวจริงๆ
“รู้ได้ยังไง ไหนบอกว่ามันแค่มาบอกเรื่องของผมไง?” อีนี่มันตอแหละเยอะผมชักทนไม่ไหวแล้วนะ
“ก็....” หลบตาแล้วก็ลูบแผลช้ำที่แขน
“อย่าบอกนะ! ว่าที่เป็นแบบนี้ก็เพราะมัน!” มันพยักหน้า ผมอึ้งเลยสิ มันกล้าทำผู้หญิงขนาดนี้เลยเหรอ
“ก็คือ....มันสั่งให้ฉันมาทำให้แกกับแฟนเลิกกัน ถ้าฉันไม่ทำมันจะเลิกกับฉัน พอฉันทำได้แกก็กลับปกติไม่ได้เสียใจอะไร มันไม่พอใจมันก็ซ้อมฉัน” เล่าทั้งน้ำตา เอาจริงๆควรจะสงสาร หรือสมน้ำหน้าดีเนี่ยเหมือนละครน้ำเน่ายังไงไม่รู้
“แปลกเนอะ ไปทนอยู่ได้กับมัน หน้าตาก็พอเข้าโรงทานได้! ไม่ไปหาที่มันดีกว่านี้ล่ะ!” กระแทกเสียงอีผีพลอยกำหมัดแน่นเลย ผมก็แสยะยิ้มอีผีมันก็จัดว่าสวยนะ แต่ทำตัวเองให้ตกต่ำน่าสมเพชจริงๆ
“ทำยังไงได้ ก็รักไปแล้ว...!”น้ำเน่าสิ้นดี อันนี้โง่ ไม่ได้เรียกว่ารักหรอกนะ
“ก็แล้วแต่ ตกลงจะไม่จัดการมันใช่ไหม?” มันทำท่าลังเล
“ไม่ดีกว่า! ฉันไม่อยากหาเรื่องเจ็บตัว” ลูบรอยช้ำที่แขนถึงมันจะไม่ทำ ผมก็ไม่ซีเรียสหรอก เพราะผมมีวิธีอยู่แล้ว
“ก็ดี! เอาเบอร์มา” ตอนแรกมันชั่งใจแปปนึงแล้วมันก็ยื่นโทรศัพท์ให้ ผมก็กดโทรออกเข้าเครื่องผม พร้อมเมมเบอร์ให้เลย
“แกจะเอาไปทำไม ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ทำ!” นางเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า แล้วกำลังหันหลังไป
“ก็ไม่เป็นอะไร!” มันหันกลับมา “แต่เรื่องที่พูดกันนี่ถ้าสะเออะเอาไปบอกมันก่อน รู้ใช่ไหมว่าจะเจอกับอะไร! และเลิกระรานด้วย ถ้ายังรังขวานไม่เลิก จะทำให้เจ็บยิ่งกว่าไอเบสทำ! และอย่าลืมเรื่องไปขอโทษพี่ไอซ์ด้วย!ขอโทษเสร็จก็เลิกยุ่งกับเขาสะ อ้อ! แล้วถ้า...โทรไปก็ควรรับนะ เผื่อจะได้ยินอะไรดีๆ” แล้วผมก็เดินขึ้นตึกไป
ผมเดินขึ้นมาเรียนคาบที่ 3 ของช่วงบ่าย...
“มึงคุยอะไรกับมันนานจังวะ?” ปอเอ่ยถามขึ้นเมื่อผมนั่งลงประจำที่
“ก็แค่เตือนมันแล้วก็บอกให้มันไปขอโทษพี่ไอซ์สะ!”ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“มึงก็เนอะ! แต่กูเริ่มสงสารพี่ไอซ์ มึงเห็นหน้ามันตอนอีพลอยสาระภาพบาปไหม” ปอพูดพร้อมกับทำหน้าคิด
“คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาดอยู่แล้วไหม” ผมพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้ปอ
“ป๊ามึงร้ายกาจมาก จัดการอีสองพ่อลูกแล้วก็ครูกมลจอมโหดสะหัวหดเลย!” ทำท่ากลัวๆ
“กูก็เพิ่งรู้ว่าป๊าทำได้5555” ผมพูดพร้อมหัวเราะออกมา
“งั้นกูต้องเกาะมึงแน่นๆแล้ว ป๊ามึงรู้จักถึงผอ.เลยนะ!” ปอเอ่ยขึ้นมา
“มึงอย่าคิดแบบนั้นนะเว้ย เย็นนี้กูมีเคลียล์คดีอยู่” คิดแล้วเซ็ง “เอ้อ! วันนี้ไอสิงโตชวนเที่ยวไปเปล่า?” นึกขึ้นได้ไอปอทำหน้าคิด
“ไปดิๆ มันเลี้ยงตลอด ของฟรีกูไป5555”ไอนัทพูดขึ้น
แล้วมันก็หันไปชวนสามคนข้างหลัง พวกมันก็ตกลงไปกันเราก็เรียนอีกคาบก็เลิกเรียนแล้ว วันนี้พี่อ๊อฟไม่ว่างจริงๆด้วย ติดทำงานกลุ่ม ผมเลยโทรให้ไอสิงโตมารับ โอ้โห! มาคนเดียวสะด้วย เพื่อนมันไปไหนหมดนะ ประเด็นคือมันขับรถเข้ามาในโรงเรียนเลย มั่นอะไรขนาดนั้น คนมองกันตรึม!.......

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“โหเท่สัสๆ” ไอมินพูดแล้วมองเหมือนเจอไอดอล
“ใครๆก็บอกว่ะ” ไอสิงโตพูด พร้อมถอดหมวกกันน๊อคแล้วยิ้มเท่จริงๆด้วย
“วันนี้เสี่ยจะพาพวกเราไปเลี้ยงอะไรครับ” ไอวิวยิ้มร่าเลย
“นั่นสิเสี่ย กูอยากกินบุฟเฟ่” ไอนัทเอ่ยขึ้นมา
“มึงต้องไปบอกไอนทอ้อนเว้ย! แพงแค่ไหนก็ได้แดก555” ไอปอพูดขึ้น ไอสิงโตยิ้มเขิน
“พวกมึงบ้าไปกันใหญ่แล้ว ไปได้แล้วเดี๋ยวได้อดแดก!” ผมพูด พวกมันก็แซวไปทั่ว
แล้วพวกมันก็นั่งรถไปห้างกัน สวนผมไปกับไอสิงโต สบายอยู่คนเดียว พอถึงก็ยืนรอพวกนั้นหน้าห้าง พอมันมาก็บ่นกันใหญ่เลยเชียว เราเดินไปนู่นนี่ดูไปทั่ว...........
“นท! ช่วยด้วย!” ตะโกนมาแต่ไกล นี่ในห้างนะเว้ย!ใครมาตะโกนอะไร พอหันไปดูอ้าว!ไอฮาเล่ ที่เจอกันที่เกมส์เซนเตอร์...
“มีอะไรวะ?” มันมาหลบหลังผม ส่วนพวกเพื่อนผมและไอสิงโตก็มองแบบงงๆ
“ก็ไอคนที่มากับนทวันนั้นอ่ะดิ มันตามมาทำร้ายเราอะ” ฮาเล่ผมคิดสักแปป ไอเบส?
“ฮาเล่ไปทำอะไรให้มันหรือเปล่า? ปล่อยได้แล้วมั้ง” ผมมองแขนเสื้อที่มันจับ ยับหมดเลย!
“ใครอ่ะ!” ไอสิงโตเสียงเข้มเชียว เพื่อนๆก็ดูอยากรู้ใช่ย่อยนะ
“เอ้อนี่ฮาเล่ เพื่อนใหม่เจอที่เกมส์เซ็นเตอร์ ฮาเล่นี่สิงโต ปอ วิว มิน นัท” มันก็พยักหน้ารับรู้กัน
“เห้ยมันอยู่นั่นอ่ะ!”เสียงตะโกนมาแต่ไกล ไอเบส ตอนแรกมันวิ่งมาพอมันเห็นผมมันก็ชะลอแล้วมันก็มาหยุดที่หน้าผมเพราะฮาเล่มันยืนหลังผม เพื่อนๆผมก็มองแบบตกใจ ประมานว่าจะมีเรื่องกันหรือเปล่า เพราะผมไม่ได้บอกใครเลยเรื่องจะเอาคืนมัน ผมมองหน้ามัน.....
“นะนท มานี่ๆด้ยังไง” ยิ้ม แล้วเก็บสนับมือของมันไปข้างหลัง
“ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าเดี๋ยวนี้ถึงขั้นพกอาวุธ! มันจะรุนแรงไปไหน ทำแบบนี้ต้องแจ้งความแล้วมั้ง” มองมันแบบรังเกียจ
“ของเพื่อนน่ะ!” ชี้ไปทางเพื่อนมัน
“เหรอ!” ทำตาขวางใส่มัน แล้วจับมือฮาเล่ “ไปกันเถอะพวกมึง!” แล้วเดินหันหลังให้มัน
หมับ! ไอเบสดึงแขนผม ผมมองหน้ามันอย่างเคืองๆเพื่อนๆผมก็ทำหน้าเหมือนอยากมีเรื่องเต็มที......
“จับมือมันทำไมนท!” ไอเบสตะคอกใส่ผม
“แล้วทำไม?” ผมทำหน้าหาเรื่อง
“ก็ไม่ทำไมหรอกน่า!” ไอเบสทำหน้าหงุดหงิด
“ไปแล้ว แล้วเลิกยุ่งกับเพื่อนเราด้วย ห้ามทำเหมือนกับที่ทำกับผู้หญิงคนนั้น!” มันชะงักไป ผมก็เดินหันหลังแล้วเดินไปเลย เพื่อนๆคงอยากถามผมมากมายเหลือเกินหน้ามันดูอยากเสือกมาก
“ปล่อยได้แล้วม้างง!” ไอสิงโตพูดขึ้นแล้วมองไปที่มือผมที่จับมือฮาเล่อยู่
พวกเพื่อนผมก็แซวกันไป แล้วก็พากันไปกินชาบู ฮาเล่มันขอตัวกลับก่อนผมก็ไม่ขัดอะไรแค่บอกว่าวันหลังพาเพื่อนมาบ้างก็ดี ไม่งั้นก็ไม่ต้องมาเลยง่ายสุด เราก็กินไปคุยไป.......
“พี่สิงโต! ไหนว่าไม่ว่างไง แล้วทำไมมากับเพื่อนได้!” เสียงผู้หญิงตัวเล็กๆขาวๆหน้าตาน่ารัก น่าจะเด็กกว่าพวกผมมากอยู่ เอ๊ะ!จะเป็นแฟนมันหรือเปล่า แต่เด็กไปไหม? ทุกคนบนโต๊ะมองไปที่มันสองคน....
“อย่ามายุ่ง!” ไอสิงโตหันไปทำเสียงดุใส่น้องคนนั้น
“มึงพูดกับเขาดีๆหน่อยก็ได้” ผมพูดเบาๆให้มันได้ยิน
“ไม่!” ไอสิงโตหันมาบอกผม แล้วก็หันไปบอกผู้หญิงคนนั้น “กลับไปได้แล้ว!” มันไล่แล้ว
“อย่ามาไล่นะ” แล้วนางก็นั่งลงข้างไอสิงโต ผมก็ขยับออกมาหน่อยทุกคนก็เริ่มจะกินกันไม่ลงแล้ว
“กลับบ้านไป ไม่งั้นจะฟ้องป๋านะ!” หันไปดันผู้หญิงคนนั้น
“ไม่! พี่ไม่ยอมไปส่งดูกระต่ายอะ! ซินอยากได้!” ทำหน้างอน
“ไอสิงโตไม่พาน้องไปดูล่ะวะใจดำไปแล้ว!” ไอมินพูดแล้วหันไปยิ้มให้น้องซิน
“ใช่พี่มินดูด้วย!” น้องซินตอบ ทำหน้าพองลม น่ารักเชียว
“กูนัดกับนทไว้แล้ว ซินเพิ่งมาบอก!” ดูหงุดหงิดเนอะประเด็นคือโยนมาที่กูไง
“นี่น้องสาวเหรอ?” ผมถามมันพยักหน้า “นึกว่าแฟน” ผมพูดมันมองยิ้มมาทางผม
“ใช่พี่นทไหมคะ” โน้มหน้ามาถามผมพยักหน้าแล้วยิ้ม “น่ารักกว่าในรูปเยอะเลยคะ” น้องซินพูดพร้อมยิ้มออกมา
“รูป?” ผมทำหน้างง
“ก็พะ....” ไอสิงโตเอามือปิดปากน้องซิน
“อย่าไปฟังเลย น้องกูมันก็พูดเพ้อเจ้อไปทั่วอะ” ไอสิงโตพูดขึ้นพร้อมกับทำตาดุใส่น้อง
“อ่าๆ” ผมพยักหน้าแล้วกินต่อ
เราก็กินกันไป โดยมีน้องซินมาร่วมด้วย คุยนั้นคุยนี่สนุกเชียว พอกินเสร็จน้องซินก็ให้คนที่บ้านมารับ บอกไม่อยากกวนนานมีการชวนผมไปเที่ยวบ้านด้วย แล้วผมกับพวกมันเดินเล่นกันสักพัก ก็ไปเจอไอเบสอีกแล้ว เอาจริงๆคือมันเป็นจิ๊กโก๋ตามห้างหรือยังไงวะ! แล้วมันก็เดินเข้าหาผม....
“นทขอคุยอะไรด้วยหน่อย!” ทำหน้าหน้าเครียด ผมแสยะยิ้ม
“มีอะไรก็พูดมาดิ!” มองหน้ามันนิ่งๆ
“ไปคุยกันหน่อยสิ!” พวกเพื่อนผมจะเข้ามาแล้ว ผมส่ายหน้าเป็นเชิงบอกพวกมันก่อน
“ได้ดิ!” ยิ้มแล้วเดินนำมันมาไม่ไกลจากกลุ่มเพื่อนผม ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาอีผีพลอย มันรับสายเร็วมาก แล้วผมพูดว่า “ฟังดีๆนะ!”ไอเบสมันก็เห็นนะแต่มันไม่ได้สนใจอะไร ผมเอาโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ “มีอะไรว่ามา!”
“นทรู้เรื่องเบสกับพลอยแล้วเหรอ” ทำหน้าเศร้า
“ก็รู้แล้วนะ! ไม่ใช่แค่เรื่องพลอยนะ เรื่องที่เบสใช้ให้พลอยไปทำนทก็รู้นะ!” แสยะยิ้มแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆมันหน่อย เผื่อผีมันไม่ได้ยิน มันชะงักไปนิดนึง คือมึงคิดว่ากูโง่มากใช่ไหมเนี่ย
“นทเบสไม่ได้ตั้งใจนะ เบสรักนทจริงๆนะ กลับมาคบกันเถอะ” จับมือผม
“เบส” เรียกมันเสียงหวาน แล้วดึงมือที่มันจับออก “เบสคิดว่า” ผมเอามือตบแก้มมันเบาๆ “สิ่งที่เบสทำลงไปนั้นเราจะให้อภัยเหรอ?” 
“ถ้านทโกรธนทก็คงจะอาละวาดแล้ว นี่นทยังยิ้มยังให้เบสอยู่ใกล้ๆแสดงว่านทให้อภัยเบสใช่ไหม!” ยิ้มอย่างมีความหวัง ช่างโง่อะไรขนาดนี้ ผมส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“แล้วนทจะรู้ได้ยังไง” ผมมองมัน “ว่าเบสรักนทจริง!” ไอนี่มันคงดูลิเกมาเยอะเล่นกับมันสักหน่อย
“นทจะให้เบสทำอะไรบอกมาเลยนะ บอกมาเลยเบสจะทำให้ทุกอย่างเลย” ยิ้มบานแล้วก็ทำหน้าร่าเริง ผมหันไปมองทางเพื่อนผมพวกมันทำหน้าสงสัย 
“อุทิศตัวขนาดนี้ ไม่กลัวผิดหวังเหรอ?” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนัก
“ผิดหวังก็ยอม” มันตอบอย่างมั่นใจ
“อะไรทำให้เบสรักนทได้ขนาดนี้นะ” ผมพูดหยั่งเชิงมัน
“ทุกอย่าง นทเคยช่วยเบสไว้ตั้งหลายอย่าง” ทำหน้าอย่างมีความหวัง
“แล้ว...ทำไมเบสถึงทำกับพี่พลอยแบบนั้น พี่เขารักเบสมากนะ” ผมพูดเน้นเสียง ให้ผีพลอยมันได้ยินชัดๆ
“นทก็รู้ว่าเบสไม่เคยรักคนพวกนั้น มันก็แค่แก้ขัด” ผมยกยิ้มเลย อยากรู้จังว่าตอนนี้อีผีพลอยมันจะรู้สึกยังไง
“เอาจริงๆนะ! เราชอบคนรวย เบสก็รวยนะ แต่ไม่เท่าคนนั้น” ชี้ไปทางสิงโต “รวยมาก นทกำลังจะคบกับเขา หล่อกว่าเบสรวยกว่าด้วย!” ยิ้มไอเบสกัดฟันกรอด
“นทอยากได้อะไรถึงเบสจะไม่รวยเท่ามัน เบสก็ให้ได้นะ!” มันเสียงดังแล้ว
“เบสก็น่าจะรู้ ว่านทชอบและอยากได้อะไร ไปนะไว้คุยกัน” ผมพูดจบแล้วเดินไปหาเพื่อนๆ
ผมเดินไปหาไอสิงโต กอดคอมันเดินไปทางไอเบสแล้วหอมแก้มไอสิงโตโชว์ เพื่อนๆผมช๊อคกันเลยทีเดียว ส่วนไอเบสเหรอ หน้าตามันข่มอารมณ์สุดๆ คือผมก็เดินผ่านมันไปเลย ผมหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเสื้อ หึ! อีผียังฟังอยู่
“คงได้ยินแล้วนะคำว่ารัก ที่พูดหมายถึงอะไร!”
“ฮึก...ฮือออ”ปล่อยโฮเลยสิ ผมส่ายหัวอย่างสมเพชแล้วก็กดวางสายไป ไอสิงโตก็ถามว่าคุยกับใครผมก็บอกคุยกับพี่คุยเบาเลยไม่มีใครได้ยิน แล้วก็พากันเดินไปเรื่อยๆ เพื่อนถามผมก็ตอบมันไม่ได้โกหกแต่อย่างใด แต่แค่เรื่องจะเอาคืนไม่บอกเท่านั้นเองไอสิงโตก็เงียบเลย หน้ามันแดงๆด้วย ผมก็เลวนะรู้ว่ามันชอบยังจะทำแบบนี้อีก แต่ก็ไม่มีทางไหนนิที่จะยั่วโมโหไอเบสได้ ผมจะใช้ตัวผม ใช้ความสามารถทั้งหมดของผม ทำให้มันหลงผม แล้วมันก็จะได้รู้ว่าการที่ทำให้ผมโกรธเป็นยังไง......
“เสี่ยๆ” สะกิดมันมันหันมาแล้วอมยิ้ม “เมื่อกี้ตอบแทนที่เลี้ยงนะ ถ้าเสี่ยเลี้ยงอีก หนูจะให้อีกนะคร้า!” ทำท่าผู้หญิงกระแดะ5555พวกมันหัวเราะกันใหญ่เลย
“คู่นี้มีลุ้นว่ะ ฮิ้วๆ!!” ไอมินนี่ก็ชงเก่งเหลือเกิน
“เสี่ย!” กอดคอมัน มันหันมามอง ผมก็ยื่นหน้าไปใกล้ๆหูมัน “มึงจ้างอะไรไอมิน มันเชียร์มึงให้กูทุกงาน!”
“กูไม่ได้จ้างนะ” มันหันมากระซิบผม “แต่มันขอเกมส์เพลย์5 ที่บ้านกูไปแล้วบอกจะช่วยเรื่องมึงทั้งๆที่กูยังไม่ได้ขอ กูเลยให้มันไปเพราะเครื่องนั้นมันเก่าแล้วกูจะได้ซื้อใหม่” (ยิ้ม)
แล้วพวกมันก็ดึงผมและไอสิงโตไปเป็นหัวข้อสนทนา เพื่อแซวกันไป เราพูดคุยกันไป เดินไปเรื่อย โดยไม่ได้สนใจว่าจะเข้าร้านไหน เฮฮาดี ช่วงเวลาอยู่กับเพื่อน ทำให้ผมรู้สึกลืมเรื่องแย่ๆที่ผ่านมาได้เกือบหมดเลย....
“เห้ย! ไอโต้!” ไอปอมันชี้เข้าไปในร้านนม ไอโต้นั่งอยู่กับผู้หญิง สวยด้วย!
“ปอมึงใจเย็นไม่มีอะไรหรอก พี่มันหรือเปล่า?” ผมบอกมัน ปอมันกำมือแน่น
“เออมึงใจเย็นๆ!” จับไหล่ปอ
“ปอ มึงไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นเหรอวะ?” ไอวิวถามขึ้น ปอมันส่ายหน้าไม่พูดอะไร
“เอายังไงดีมึง จะเข้าไปไหม?” ผมหันไปถามมัน มันทำหน้าเหมือนครุ่นคิด
“เอาแบบนี้ไหม ไอสิงโตมานี่ดิ” ไอมินพูดขึ้น ไอสิงโตเดินไปหามัน มันจับปอเอาแขนคล้องแขนกับไอสิงโต เหมือนเดินควงแขนกัน
“จะดีเหรอวะไอมิน ไอโต้มันโหดนะเว้ย!” ผมพูดด้วยท่าทีจริงจัง มันโหดจริง คราวที่แล้วแค่ผมแกล้งมันโดยให้ไอเบสมาควงปอ ไอเบสเกือบได้ตีกับไอโต้
“เออดิมึงอย่าทำซี้ซั้ว!” ไอวิวพูดพร้อม ดึงปอออกจากสิงโต
“มึงจะเอายังไงปอ!” ผมหันไปถามมันอีกคร้ง ปอมันทำเศร้า “งั้นรอนี่แล้วกัน”
แล้วผมก็เดินเข้าไปในร้าน ตรงไปหาไอโต้ทันที ตอนมันเห็นผมมันทำหน้าตกใจ ผมยิ้มให้มันกับผู้หญิงคนนั้น......
“โต้ วันนี้ว่างเหรอ?” ยิ้มแล้วก็นั่งเลยไม่รอให้เขาชวนหรอก ผมมันไร้มารยาทอยู่แล้ว
“อะ...อื้ม” ทำหน้ามีพิรุธ แล้วมองไปทางผู้หญิงคนนั้น
“แล้วนี่…” ผมหันไปยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้น
“อ้อ! นี่กิ่งนะ กิ่งนี่นท”  มันแนะนำอย่างไม่เป็นทางการนัก
“นทน่ารักจังเลย” กิ่งพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“กิ่งก็สวยนะ ผมตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมส่งยิ้มให้ “แล้วมาทำอะไรกันเหรอ?” ทำหน้าสงสัย
“มานั่งหาอะไรกิน” โต้มันตอบ แล้วมันก็หยิบนมปั่นขึ้นมาดูด
“ปอมาด้วยป่ะ ?” ผมถาม พร้อมทำเป็นมองหากระเป๋าบนเก้าอี้ ว่าปออยู่ไหน
“ปอไหนเหรอ?” กิ่งเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ถามโต้ดิ!” ผมตอบ พร้อมสะกิดไอโต้
“เอ่อ....” ผมมองมันด้วยความหวัง มันทำตัวเหี้ยบ่อยๆ นักเลงดีๆเลย แต่จริงๆแล้วมันเป็นคนจิตใจดีผมไม่อยากให้ปอเสียใจ “แฟนเราเองอะ” เฮ้อ.....ยิ่งกว่าลุ้นหวย กิ่งก็ยิ้ม
“อื้ม” ผมอุทานด้วยความพอใจ แล้วโน้มหน้าไปใกล้ๆหูมันเพื่อกระซิบ “โต้มึงมาทำอะไรกับกิ่งสองคน ตอบกูมาดีๆไม่งั้นมึงเจอดีแน่!” ข่มขู่เลยที่นี้
“ก็นี่มันเพื่อนที่โรงเรียน เขาขอให้กูมาส่ง” มันกระซิบตอบผม
“แล้วมึงจะอึกอักทำไมตอนกูถาม กูใจหายแทบแย่!” ผมกระซิบถาม แล้วละออกมาถลนตาใส่มัน
“ก็กูกำลังคิดอยู่ว่าจะบอกเป็นเมียดีไหม แต่กูว่าถ้าพูดมันจะแรงไป” มันตอบผมด้วยรอยยิ้ม
“เออ! นอกใจเพื่อนกูมึงเจอหนักไอโต้ กลับเลยเดี๋ยวเถอะมึง!” ผมพูดเป็นเชิงบังคับ
“เออก็ได้ๆ โหดจังวะ!” มันตอบผมพร้อมส่ายหัวด้วยความไม่พอใจ
แล้วผมก็รอมันกับกิ่งร่ำรากันเพื่อจะลากไอโต้ไปให้ปอ ตอนแรกไอโต้จะอาสาไปส่ง แต่กิ่งก็นางเอกเกรงใจ เอาจริงๆใครๆก็ดูออกว่ากิ่งชอบมันมองโต้ขนาดนั้น ไอโต้มันก็อ่อยไอห่านี้นะ! ทำตัวเหมือนผมเลย ไม่ใช่แล้ว555 แล้วกิ่งก็ออกไป....
ผมกับมันก็เดินเถียงกันออกมาจากร้าน ในเรื่องที่มันก็รู้อยู่แล้วว่ากิ่งอ่อย แต่ก็ไม่ถอย พวกนั้นไปนั่งรอตรงจุดนั่งพักกลางห้าง....
“อ้าว! ไหนมึงว่ามึงมาคนเดียว” ไอโต้หันมาถามผมเสียงแข็ง
“กูตอแหล! ไปง้อไอปอเลย มันนอยมึงแล้วนั่น มันเห็นมึงกับกิ่ง” ผมทำเสียงโหด
“เออๆ โหดตลอดมึงอะ” แล้วมันก็เดินไปหาปอ
พวกผมก็ยืนดูมันง้อกันตอนแรกไอปอเล่นตัว ผมก็เสริมให้ ปอมันเลยอ่อนลงแล้วก็เคลียล์กันจนจบเรื่อง....
“มึงเจ๋งว่ะ ผู้หญิงคนนั้นออกมาทำหน้าเป็นตูดเลยนะเว้ย!” สิงโตพูดแล้วหันมายิ้ม ผมไม่คิดว่ากิ่งจะแสดงออกขนาดนั้น
“ไม่ได้หรอก สองคนนั้นคบกันมานานแล้ว คนอื่นห้ามยุ่ง” ผมทำเสียงจริงจัง สิงโตมันก็อมยิ้มอะไรไม่รู้ของมัน “มึงเป็นเอามากนะเสี่ย!”
แล้วผมกับมันก็เถียงกันไปๆมาๆ แล้วผมก็นั่งคุยกับสิงโตเรื่องไอเบสผมก็เล่าให้มันฟังทั้งหมด มันโครตไม่พอใจ ทั้งๆที่เป็นเรื่องของผม แต่ผมก็บอกอย่าไปสนเลยไร้สาระ เราคุยกันไปสักพัก ปอก็แยกกลับไปกับไอโต้ ส่วนผมก็ให้ไอสิงโตไปส่งบ้านไอสามคนนั้นก็แยกย้ายกัน พอถึงบ้านผมก็ล่ำลากับไอสิงโตนิดหน่อยแล้วก็เข้าบ้าน.........
“นท! มานี่เลยไม่ต้องมาย่องเบา!” ป๊าพูดขึ้นด้วยเสียงดุ เมื่อเห็นผมทำท่าย่องเข้าบ้าน
“นทไม่รู้นทเป็นบ้า!” วิ่งกำลังจะขึ้นบันได ป๊าก็จับผมไว้ “อ๊ากกกกก! ปล่อยน้า” ดิ้นนิดหน่อย
“มาเลยมาเล่าวีรกรรมให้แม่ฟังเลย” ป๊าพูด ผมมองไปที่แม่ แม่ทำหน้าดุรอผมอยู่เลย
แล้วป๊าก็ลากผมไปนั่งด้วยแล้วก็ถามว่าเรื่องเป็นยังไง ผมก็เล่าตั้งแต่วันนี้พี่ไอซ์แข่งบอล เล่าแบบทุกฉากทุกตอน ด่ายังไงบ้างบอกหมด ป๊านี่สะใจมากเชียร์สุดใจ แม่นี่หงุดหงิดมาก เหมือนว่า 2 พ่อลูกนี่เป็นอะไรกันมากไหม555 แล้วก็พากันกินข้าวผมกินเสร็จก็ขึ้นห้องอาบน้ำ ทำการบ้าน ทำอะไรเสร็จผมก็ปิดไฟขึ้นเตียงจะนอน พี่อ๊อฟก็โทรมา....
“ว่า”ผมเอ่ยถาม
“ทำอะไร” พี่อ๊อฟถาม มันง่วงเหรอเสียงงัวเงียเชียว
“ถ้าง่วงก็ไปนอนเถอะ! เสียงขนาดนี้แล้ว” ผมตอบมันกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“อยากนอนกับมึงมากกว่า” ทำเสียงหงุดหงิด
“เป็นเอามากแล้ว” ผมพูดอย่างเอือมระอา
“.......” เงียบ ผมได้ยินเสียงลมหายใจแล้วก็เสียง งึมงัม มันหลับแล้วเหรอเนี่ย?
“ฝันดีนะ” ไอบ้านี่มันน่ารักจริงๆ ละเมอโทรมาเหรอเนี่ย5555
แล้วผมก็นอนหลับไป ตื่นมาก็ทำนู่นนี่นั่นเสร็จพี่อ๊อฟก็มารับไปโรงเรียน พอถึงโรงเรียนผมกับพี่อ๊อฟก็แยกกันผมก็เดินไปหาเพื่อน....
“ไงปอ จัดหนักไหมเมื่อวาน” ผมเอ่ยถามพร้อมกับทำหน้าล้อมัน
 “อะไรของมึง!” มันตอบกลับด้วยท่าทีที่ดูก็รู้ว่าที่ผมพูดน่าจะจริง
“อิจฉาจริงวุ้ย!” ผมเอ่ยแซวพร้อมกับยิ้มออกมา
“มึงไปอิจฉามันทำไม อยากโดนบอกไอสิงโตสิ มันจัดหนักให้มึงทันที555” ไอมินเอ่ยขึ้น ไอนี่มันวอนนะ
“นั่นปากมึงเหรอไอมิน พูดจาซี้ซั้วจริงๆ” ไอนัทพูด พร้อมมองไอมินอย่างเอือมระอา
“ปากหมาไง อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะไอมิน ที่มึงเชียร์ไอสิงโตเพราะอะไร!” ผมค้อนใส่มัน มันชะงักเลยหน้าตลกอ่ะ555
“เพราะอะไรวะ?” ไอวิวหันมาถามผม
“ไอสิงโตจ้างมึงเหรอ?” ไอนัทหันไปถามไอมิน ทุกคนก็มองไปที่ไอมิน มันก็ทำเป็นหันไปทางอื่น
“เพราะอะไรนท?” ไอวิวหันมาถามย้ำกับผม
“ไอมินจะให้กูพูดหรือมึงจะพูดเอง!” ผมพูดด้วยท่าทีจริงจัง มันอึกอักไม่อยากตอบ
“ไม่มีอะไร! ก็แค่เห็นมันชอบไอนทกูก็แค่ช่วย” ไอมินรนรานเลยที่นี้ผมก็ส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“ก็ไอมินมันไปเอาเกมส์เพลย์5ของไอสิงโตไปแล้วบอกจะช่วยเรื่องกูทั้งๆที่ไอสิงโตยังไม่ได้ขอมันเลยสักนิด” ผมพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มแบบนางร้ายส่งไปให้ไอมิน มันก็ทำหน้ามึน
“ไอสัสนี่เห็นแก่ของ” ไอนัทพูดขึ้นพร้อมกับผลักไหล่ไอมิน
“แบ่งกูเล่นเลยสัส แล้วไม่เคยบอก” ไอวิวหันไปโวยไอมิน
พวกเราก็รุมด่ามันไป แล้วสักพักก็ลุกไปเข้าแถวขึ้นเรียน ไม่มีอะไรมากแต่พวกอีแนนปากนรกมันก็ยังคงเม้าส์ผม ผมก็อยากรู้จังมันเรื่องอะไร.....
“อีแนน! ถ้ามึงจะขนาดนั้นมึงมานั่งถามกูเลยไหม!” ตะคอกใส่มัน มันพูดๆแล้วหันมาทำหน้าใส่ผม! นินทาระยะเผาขนขนาดนี้ คิดว่าผมต้องทนหรือยังไง
“ได้เหรอวะ!” แล้วมันก็เดินมาจริงๆ พวกเพื่อนผมก็ฮาแตกสิ ไม่รู้เลยเหรอว่าคนเขาประชด
สรุปว่ามันมาถามเรื่องเมื่อวาน ผมกำลังจะเล่า แต่พวกไอปอชิงเล่าก่อน แถมยังเพิ่มเติมจากความจริงไปด้วย พวกอีแนนนี่ผิดหวังน่าดู คงจะได้ยินมาอีกแบบสินะ ผมอดจะขำไม่ได้....
“เข้าใจแล้วนะ พวกมึงนี่ชอบจริงๆเลยนะเรื่องของชาวบ้านเนี่ย!” ผมพูดประชดแดกดัน
“ไม่ได้มึงกูไม่อยากตกข่าว” อีแนนทำหน้าภูมิใจ
แล้วครูก็เข้ามาสอน แต่ครูก็มองมาที่ผมแปลกๆ ผมว่าเรื่องเมื่อวานข่าวน่าจะกระจายไปทั่วโรงเรียนแล้ว แค่เรื่องไม่เป็นเรื่องแท้ๆ พอเรียนคาบเช้าเสร็จ พักเที่ยงเราก็ไปหาอะไรกินที่โรงอาหารกันกินไปคุยไป แล้วผมก็เห็นพี่อ๊อฟนั่งอยู่ไม่ไกลสักเท่าไหร่ กำลังจะลุกไปทักแต่ อีผีพลอยไปนั่งทำไมกับพี่อ๊อฟ! ผมเดินเข้าไปหาพี่อ๊อฟทันที พวกเพื่อนผมก็มองกัน อีผีพลอยเห็นผมก็ชะงักไปนิด......
“พี่อ๊อฟทำไมไม่ไปนั่งกับเพื่อน!” ผมเอ่ยถามเสียงแข็ง ผมก็มองผีพลอยมันทำหน้าเศร้าๆ อีนี่มันจะมารยาไม้ไหนอีก
“มาคุยงานกับพลอย พลอยเขามาขอกูไปวาดรูปให้” พี่อ๊อฟตอบพร้อมกับยิ้ม ไอนี่อีกคนเดี๋ยวเถอะ
“คนอื่นมีตั้งเยอะตั้งแยะ! ทำไมต้องเป็นพี่!” คือกลัวมันจะมาหลอกพี่อ๊อฟอีก
“อ๊อฟงั้นไม่เป็นอะไรนะ ไปขอคนอื่นก็ได้!” อีผีพลอยมันมองค้อนผม แล้วก็กินข้าวไปไม่สนใจผม
“พี่อ๊อฟไปนั่งกับนทหน่อย” ยิ้ม แต่พี่อ๊อฟทำหน้ารำคาญผม
“นทกูแค่วาดรูปให้พลอย และเรื่องมันก็จบไปแล้วมึงอย่างี่เง่าได้ไหม” อีผีพลอยมันอมยิ้ม เหมือนจะเยาะเย้ยผม นี่ผมไม่อยากให้พี่อ๊อฟไปยุ่งกับมัน ถึงกับเป็นคนงี่เง่าเลยเหรอ ผมก็เดินกลับไปเลย
นั่งกินข้าวต่อเพื่อนถามอะไรผมก็ไม่ตอบ นอย!  กินเสร็จก็ขึ้นห้อง อีผีพลอยทำไมต้องมายุ่งกับคนที่ผมรู้จักด้วยนะ มันใช้มารยาหญิงเพื่อทำลายผมแน่ๆ ผมเบื่อขี้หน้ามันจริงๆ เรื่องเพิ่งผ่านมาเมื่อวานยังไม่เข็ดใช่ไหมเนี่ย! พอเลิกเรียนวันนี้ไม่มีอะไรมาก เพื่อนๆกลับกันหมดแล้ว ผมก็ไปเดินหน้าโรงเรียน หาอะไรกินนิดหน่อย แล้วก็เข้าร้านเครื่องเขียน พี่อ๊อฟก็ไม่ว่างติดวาดรูปให้อีผีที่โรงเรียน หงุดหงิดจริงๆ
หมับ! มีคนกอดผมจากด้านหลัง ผมหันไปดูพี่ไอซ์นี่เอง คนก็มองกันแล้วสิ...
“ปล่อย” ผมพูดอย่างใจเย็น มันก็ปล่อยผมก็เดินออกจากร้านเครื่องเขียนมาเลย ขืนอยู่ต่อความนานได้เป็นประเด็นอีก ผมดูน่าสมเพชเพราะพี่มันมามากพอแล้ว
“นทเดี๋ยวก่อนสิ” จับแขนผม
“อะไร!” ทำเสียงรำคาญ
“นทไม่โกรพี่แล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่เป็นเหมือนเดิม!” ทำหน้าจริงจัง กล้ามากนะ!
“พี่คิดว่ามันจะเป็นเหมือนเดิมได้อีกเหรอ?” ผมพูดด้วยความไม่พอใจ มันทำหน้าเศร้า
“ได้ดิ ขอโอกาสนะ” พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง และส่งยิ้มให้ผม
“พี่อยากคบกับผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ก็ไปหาคบเถอะ หน้าอย่างพี่แค่ยิ้มให้ก็ต่อแถวมาหาให้พี่เลือกเยอะแยะแล้ว ผมไปนะ” พูดติดไม่จริงจัง แล้วเดินหนีมันมาเลย
พี่ไอซ์ไม่ตามมาแล้วผมเลยโทรให้ป๊ามารับ พอถึงบ้านผมก็ขึ้นเอาของไปเก็บนั่งทำการบ้าน ทำเสร็จเปิดคอมเปิดโน้นนี่ดู แล้วก็เข้าไปส่องเฟสชาวบ้าน เลื่อนไปเลื่อนมา ก็เจอโพสต์ล่าสุดของพี่อ๊อฟ ถ่ายรูปกับอีผีพลอยลง หึ! อีผีทำหน้าตอแหลมาก ขนาดแผลเต็มตัว คอมเม้นแต่ละคนนี่แบบ เชียร์กันเหลือเกิน ผมหมั่นไส้จริงๆ ผมแค่กดโกรธ แล้วปิดคอมเลย จนจะเข้านอนพี่อ๊อฟก็โทรมา.....
“ทำอะไรอยู่” พี่อ๊อฟเอ่ยถามขึ้น
“จะนอนแล้ว” ผมตอบด้วยน้ำเสียงติดจะไม่พอใจ
“อ่าว! เหรองั้นนอนเลยก็ได้ ตึ๊ด!”แล้วมันก็วางไปเลย
เห้ย! นี่คือมึงไม่รู้จริงๆเหรอว่ากูงอน อ้าโถ่!ชีวิต แล้วผมก็คิดอะไรไปสักพัก ก็หลับไป ตื่นมากิจวัตรประจำวันเสร็จพี่อ๊อฟก็มารับ...
“เป็นอะไรทำหน้าเป็นตูด” พี่อ๊อฟเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“เอาจริงๆนี่เราเป็นอะไรกันเนี่ย!” ผมพูดด้วยความหงุดหงิดแล้วก็ขึ้นซ้อนรถมัน
“ก็เป็นคนที่กำลังจีบกันอยู่ไง” มันพูดไปเขินไป มาเขินอะไรตอนนี้
“จีบบ้าจีบบออะไร วันๆไม่เห็นมีเวลามาจีบ ไม่ใช่ไปจีบอีผีพลอยเหรอ!” ผมขึ้นเสียง
“พูดดีๆหน่อยมึง กูแค่ช่วยงานเขา” โอ้ย! อีผีพลอยมึงทำให้กูต้องทะเลาะกัน
“ไม่ต้องจีบแล้วเป็นแฟนกันเลย!” ผมพูดด้วยความรำคาญ ความบ้าบอของพี่อ๊อฟนี่มันบ้าอะไรของมัน
“เอ!ไม่เอา” มันตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่จริงจังนัก ผมเริ่มหงุดหงิดแล้วสิ
แล้วก็มาถึงโรงเรียน เราก็เดินออกมาจาดลานจอดรถกัน.....
“เดี๋ยว!” ผมเอ่ยขึ้นมา พี่อ๊อฟกำลังจะเดินไปหาเพื่อน หยุดแล้วหันกลับมามอง
“อะไร”หันมาถามผมพร้อมทำหน้าสงสัย
จับมือมัน “เป็นแฟนกันนะ” นี่สรุปผมต้องเป็นฝ่ายขอมันใช่ไหม ทุ่มทุนขนาดไหน ไม่ทำอะไรสักอย่างอีผีคาบไปแดกชัวร์
“ไม่เอา!” ทำหน้าหงุดหงิด “ก็บอกแล้วไงว่า..”
“จะประสาทอีกนานไหม” ผมพูดตัดบทมัน คนเริ่มมองแล้ว
“นทมึงเป็นอะไรเนี่ย เราตกลงกันแล้วไง” หันมาพูดด้วยสิหน้าจริงจัง
“ตกลงบ้าบออะไรวะ นี่พี่ไม่ได้อยากเป็นแฟนกับผมหรอกเหรอ?” ผมเริ่มนอย
ผมมองมันด้วยความรู้สึกที่ว่า กูก็ไม่ได้เล่นตัวอะไรเลย ทำไมมึงถึงเยอะขนาดนี้ ผมละหน่ายจริงๆนะ คืออะไรเนี่ยตอนนี้ ผมรำคาญมันเต็มทนเลยเดินหนีออกมา แล้วผมก็เดินไปหาเพื่อนๆด้วยอารมณ์ ที่หงุดหงิด แต่อีผีพลอยมาดักรอ..........

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“เป็นอย่างนี้นี่เอง” ผีพลอยพูด พร้อมทำหน้าตอแหล!
“อะไร!” ผมถามด้วยความไม่พอใจ คนกำลังหงุดหงิดแท้ๆ
“ฉันได้ยินที่แกคุยกับอ๊อฟหมดแล้ว!” ทำหน้านางร้าย
“เออ!ได้ยินก็ดีแล้ว และเลิกยุ่งกับผู้ชายของผมด้วย อย่าหาว่าไม่เตือน” พูดเสียงดังแล้วเดินชนไหล่มันไปเลย คนมองกันตรึมแต่ก็กลัวจริงๆ กลัวมันจะทำให้พี่อ๊อฟโง่ แล้วก็ไปจากผมอีกคน
ผมก็เดินไปหาเพื่อนๆ ก็เม้านู่นนี่ไปผมไม่สบอารมณ์เลยวันนี้หงุดหงิดมาก พวกเพื่อนก็ถามกัน ผมก็ได้แต่บอกไม่เป็นอะไร พอพักเที่ยง ผมก็ไปกินข้าวกันที่โรงอาหาร แล้ววันนี้ก็ต่างไปจากเดิม คือพี่อ๊อฟมารอผมกินข้าว ผมยิ้มเลยสิ.....
“พี่อ๊อฟมาทำไมเนี่ย” ไอปอเอ่ยถาม เอาจริงๆคือพวกมันไม่รู้กันสักคนว่าผมกับพี่อ๊อฟกำลังจะคบกัน ผมไม่ได้บอกใครเลย และก็ไม่มีใครรู้นอกจากผีพลอยไม่ได้จะปิดบังแค่ไม่ได้บอก
“มาหาคนขี้งอนวะ” หันไปตอบปอ แล้วมองมาทางผม
“พูดให้ดีๆนะเว้ย!” ผมค้อนใส่มัน
“เอ๊ะ! มันยังไงๆนะคู่นี้” วิวพูดขึ้นพร้อมทำหน้าล้อเลียน
“นั่นสิ มีลับลมคนในอะไรกันหรือเปล่า?” ไอนัทถามพร้อมทำหน้ากวนตีน
“อย่านะโว้ย!ไอสิงโตรอมึงอยู่” ไอมินไอนี่ไม่จบ พี่อ๊อฟมองมันด้วยหางตาทันที
มันก็แซวกันไปผมก็ไปหาที่นั่ง พี่อ๊อฟก็ไปซื้อข้าวให้ ก็นั่งกินกันไปคุยกันไป พอกินเสร็จ พี่อ๊อฟก็แยกตัวไปหาเพื่อน ส่วนผมก็แยกตัวขึ้นห้องเรียน....
“นทมีคนมาหา!” อีแนนตะโกนบอกผมจากหน้าห้องเรียน
“ใครอ่ะ” ผมชะเง้อมอง ยัยอิงฟ้านี่เอง!
ผมสงสัยนิดนึง แล้วก็เดินออกไปหามัน เพราะไม่ได้เจอกันเลยหลังจากไปงานเลี้ยงกับพี่อ๊อฟคราวที่แล้ว จะพูดไม่ได้เจอเลยก็ไม่เชิงก็พอเห็นบ้างแต่แค่ไม่สนใจ ไม่เคยทักทายกันเท่านั้นเอง....
“มีอะไรเหรอ?” ผมถามพร้อมส่งยิ้มแบบเป็นมิตรไปให้
“เราแค่จะมาถาม” ทำหน้าเขินอาย
“ว่า?”
“พี่อ๊อฟชอบกินอะไรเหรอ เห็นนทสนิทนทน่าจะรู้?” ถามด้วยเสียงหวาน ผมก็หางตากระตุกไปนิด มารอีกตัวสินะ
“ทำไมไม่ไปถามเองล่ะ? ไปหาพี่เขาทุกวันไม่ใช่เหรอ?” ผมพูดเสียงแข็ง
“ก็ตั้งแต่วันไปกินเลี้ยงกัน พี่อ๊อฟก็ดูยุ่งๆ เราไปคุยด้วยไม่ค่อยได้ แค่ไปช่วยจับนู่นนี่ให้แค่นั้นเอง” ทำหน้านอยๆ ผมแอบอมยิ้มนิดนึง
“อ่อ ก็เลยจะเอาของชอบไปให้พี่เขา?” ผมถาม นางพยักหน้ารัวๆ “เราว่าพี่มันชอบ ชอบ” เออชอบอะไรวะ? ผมก็ไม่รู้ “ชอบชาเขียวมั้ง ลองซื้อไปให้มันดูแล้วกัน” (ยิ้ม)
“เหรอ” ทำหน้าคิด “อื้มๆ ขอบใจนะ ไว้เราจะมาถามใหม่ อิอิ” มีจะมาถามใหม่ด้วย แล้วมันก็เดินกลับไป
ผมก็เดินเข้าห้องมา สักพักครูก็เข้ามาสอน ผมก็นั่งคิดเรื่องพี่อ๊อฟ เอาจริงๆผมแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของพี่เขาเท่าไหร่เลย พี่มันชอบกินอะไร ชอบสีอะไร เกิดวันไหน หรืออะไรย่อยๆ รู้แค่ว่ามันน่ารักชอบวาดรูปเอาใจใส่ผมดี และอะไรอีก? ผมไม่รู้อะไรเลย หรือว่ารู้แต่ลืมไปแล้วนะ! ต้องติวเข้มแล้ว แต่ประเด็นคือพอผมจะเริ่มจริงจังกับสถานะของผมกับพี่อ๊อฟ พี่อ๊อฟดันมาเยอะ แถมยังมียัยผีพลอย กับยัยอิงฟ้าเป็นก้างชิ้นโตอีก ผมเซ็งเลย พี่อ๊อฟก็มัวแต่เป็นบ้าอะไรไม่รู้ เฮ้อ! พอเลิกเรียนผมแยกกับเพื่อนๆ แล้วเดินไปหาพี่อ๊อฟที่ชมรม ตามที่คิดกำลังวาดรูปอีผีพลอย และมียัยอิงฟ้าคอยช่วยเหลือ แล้วผมก็เดินเข้าไปหามัน.....
“พี่อ๊อฟ!” ยิ้ม แต่พี่อ๊อฟไม่สนเลย
“............” เงียบ วาดรูปอย่างตั้งใจ ตั้งใจไปไหมวะ!
แล้วผมก็นั่งข้างๆมัน อิงฟ้าก็คอยหยิบนู่นนี่ให้พี่อ๊อฟอิงฟ้าส่งยิ้มมาให้ผมบ้าง ผมก็ลืมไป เวลาที่มันวาดรูปมันจะต้องใช้สมาธิมาก เหมือนบนโลกนี้มีมันคนเดียว ผมรอไปสักพักพี่อ๊อฟก็วาดเสร็จ.....
“อ้ะ! เสร็จแล้ว” มันพูดแล้วยิ้มออกมา พร้อมกับยื่นรูปไปให้ผีพลอย แล้วผีพลอยก็ยิ้มอ่อยให้พี่อ๊อฟ แล้วมองมาทางผม น่าตบที่สุด!
“พี่พลอยจะเอาไปวางไว้หน้าโรงศพเหรอครับ” ผมทำหน้าแบ๊วๆ นางถลนตาใส่ผม
“นท!” พี่อ๊อฟเรียกผมเสียงดัง “มึงอย่าเยอะได้ไหม พูดให้มันดีๆด้วย!” นี่คือหงุดหงิดใส่ผมอีกแล้วคืออะไร อีผีมันยิ้มเยาะเย้ยผมอีก
“นี่ค่ะพี่อ๊อฟ” ยื่นชาเขียวให้พี่อ๊อฟ
“อื้ม ขอบใจนะ” พี่อ๊อฟก็ดื่มชาเขียว “รู้ได้ยังไงเนี่ยว่าพี่ชอบ” อิงฟ้ายิ้มหน้าบาน ผมตกใจเล็กๆที่เดาถูก
“รูปสวยมากเลย ขอบใจนะอ๊อฟ เราจะเลี้ยงตามสัญญานะ อ๊อฟเลือกร้านเลย” จับมือพี่อ๊อฟ แล้วมองผมอย่างผู้ชนะ อีนี่มันจะลองดีจริงๆใช่ไหม!
“ไม่ต้องเลี้ยงอะไรหรอก” พี่อ๊อฟตอบมันด้วยรอยยิ้ม มันมองมาทางผม แล้วดึงมือออก
“นั่นสิไม่ต้องหรอก!” ผมค้อนใส่มันมันยิ้มตอแหลให้ผม
“ไปเลี้ยงที่ไหนเหรอคะพี่พลอย หนูไปด้วยนะ” อิงฟ้าพูดขึ้น พร้อมยิ้มแบบใสๆไร้เดียงสา
“ได้สิ” อีพี่พลอยมันรู้ทัน หาพวกเลยสินะ มันยิ้มร้ายกาจให้ผม “ไปด้วยกันหมดนี่แหละ นทต้องไปนะ วันนี้เลยแล้วกัน” พูดเสียงดัดจริต ไอพี่อ๊อฟก็ดูดชาเขียวไม่รับรู้ห่าอะไรเลยไอบ้านี่
“ได้สิ!” ผมกระแทกเสียงเบาๆ
แล้วพี่อ๊อฟ กับผีพลอยและอิงฟ้าก็เก็บของ เสร็จเราก็เดินไปกัน ผมก็หาจังหวะคุยกับอีผี โดยให้อิงฟ้าไปยืนกับพี่อ๊อฟข้างหน้าผมก็มายืนกับอีผีข้างหลัง....
“จะลองดีใช่ไหม?” หันไปทำหน้าโหดใส่มัน มันยิ้มแบบตอแหลกลับมา
“เปล่านะ!” ทำเสียงตอแหล และหรี่ตามองผม “ก็แค่...อ๊อฟก็น่ารักดี” ยิ้มร้ายกาจ
“หึ! แค่เรื่องไอเบสยังไม่พอใช่ไหม” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พร้อมจิกตาใส่มัน พอพูดถึงไอเบสมันชะงักไปหน่อย
“แล้วเรื่องพี่ไอซ์ไปเคลียล์หรือยัง! ไม่ใช่คันจนลืมสิ่งที่จะต้องทำหรอกนะ!” ด่ามันพร้อมจิกกัดทางสายตาสุดๆ
“หึ!” แล้วมันก็หันไปทางอื่น
“ในเมื่อไม่ทำตามที่บอก คิดจะเปิดศึกใช่ไหม!” ผมบีบแขนมัน
“โอ้ย!” แหกปากเสียงดัง พี่อ๊อฟกับอิงฟ้าหันมา คนแถวนั้นก็เริ่มมอง “นทปล่อยพี่ได้แล้วนะ พี่เจ็บ!” มารยามาก จงใจให้พี่อ๊อฟได้ยินสินะ จริงๆคงไม่ใช่แค่พี่อ๊อฟ ทุกคนบริเวณนั้นก็ได้ยิน
“นทมึงทำอะไรปล่อยเลย!” พูดขึ้นเสียงดัง แล้วดึงมือผมออก แล้วมองหน้าผมด้วยความไม่พอใจ
“นททำพี่พลอยทำไม” อิงฟ้าเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
“ไม่มีอะไรหรอก!” ผมกระแทกเสียง แล้วค้อนใส่พี่อ๊อฟ “ไปกินกันสามคนเถอะนะ เรากลับแล้ว” หันไปบอกอิงฟ้าแล้วก็จิกตาใส่อีผีพลอย ยกนี้ ผมต้องปล่อยมันไปก่อน ไม่อย่างนั้น ผมเองจะดูไม่ดีเข้าไปใหญ่
แล้วผมก็เดินย้อนกลับไปหน้าโรงเรียน คือพี่อ๊อฟก็ตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มานะเพราะโดนอีผีพลอยดึงไว้ ผมไม่โทษพี่อ๊อฟหรอกเพราะอีผีพลอยมันเล่นละครขนาดนั้น ผมอยู่ต่อก็จะกลายเป็นคนผิดไปจริงๆแน่ ผมโทรให้ป๊ามารับ พอถึงบ้านผมก็ขึ้นไปบนห้องเคลียล์การบ้าน ทำนู่นทำนี่ ด้วยอารมณ์หงุดหงิด คืออีพลอยมันเจอดีไปขนาดนั้นแล้วยังจะลองดีอีกนะ!
ผมทำอะไรเสร็จเปิดคอมฟังเพลงเล่นเฟส หึ! รูปอีพลอยกับพี่อ๊อฟ หน้านี่จะรวมกันอยู่แล้วถ้าจะชิดขนาดนั้น หน้าพี่อ๊อฟก็ยิ้มบานเลย เอาจริงๆผมก็รู้นะว่าพี่อ๊อฟปฏิเสธไม่ได้แต่ คือเว้นระยะห่างก็ยังดีไหม โอ้ย! อีพลอยมันได้เจอดีแน่! ผมปิดคอม อาบน้ำปิดโทรศัพท์เตรียมตัวนอนเลย ไม่กงไม่กินแล้วข้าวเย็น แล้วผมก็หลับไป....
พอเช้ามาทำอะไรเสร็จพี่อ๊อฟก็มารับ ผมก็ซ้อนไม่ได้พูดอะไร พี่อ๊อฟก็ชวนพูดนู่นพูดนี่นะ ผมก็อืมเออออไป พอถึงโรงเรียนก็แยกย้ายกันไป ผมกำลังคิดว่าจะจัดการอีผีพลอยยังไง! เข้าแถวเสร็จก็ขึ้นห้องเรียน พอพักเที่ยง วันนี้พี่อ๊อฟไปกับเพื่อน ผมก็นั่งกินข้าวกับเพื่อนไปคุยกันไป....
“เป็นอะไรมึง ดูเครียดๆนะ” ปอหันมาถามผม
“มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย” ผมตอบปอแล้วส่งยิ้มให้มัน
แล้วพวกมันก็คุยกันไป.............
“เมื่อวาน ฉันไปกับอ๊อฟมา เทคแคร์ฉันดีมากเลย น่ารักสุดๆ”อีผีพลอย ผมหันไปตามเสียงมันนั่งห่างจากผมไปสองโต๊ะ พูดแหกปากเม้ามอยกับเพื่อนมัน อีผู้หญิงหน้าไม่อาย หน้าก็สวยยังทำตัวเป็นชอกการี ไปออเซาะพี่ไอซ์จนเป็นข่าวทั่วโรงเรียนไม่พอ จะมาออเซาะพี่อ๊อฟอีกเหรอ มันมองผมแบบผู้ชนะ เพื่อนๆผมก็จับไหล่ผมไว้ ถึงพวกมันจะไม่รู้เรื่องที่อีพลอยพูดแต่พวกมันเห็นสายตาที่อีพลอยส่งมา…
“อ๊อฟก็น่ารักนะ แต่ดูหยิ่งไปหน่อย”เพื่อนมันพูด
“แต่กับฉันอ๊อฟไม่หยิ่งเลยนะ”ยักคิ้วมาให้ผม ผมมองมันแบบตาแทบหลุด!
ปัง! ผมทุบโต๊ะอย่างแรง คนก็มองมาทางผม อีผีพลอยมันก็ยิ้มยี้ยวนกวนตีนมา คือมันรู้ไงว่าถ้าผมทำอะไรมันกลางโรงอาหารแบบนี้ผมเนี่ยแหละจะซวยของแท้ เพื่อนๆผมจับมือผมไว้ ประมาณว่าใจเย็นๆ.....
“หึ!” ผมสบัดมือออกจากเพื่อน แล้วลุกเดินไปหามัน เพื่อนๆผมก็ลุกมา คนในโรงอาหารก็เริ่มมมอง
“น้องนทเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ!” มันถามผมด้วยน้ำเสียงตอแหล เพื่อนๆมันก็ยิ้มแล้วเบะปาก
“ไม่มีไรหรอกจ้ะ!” ผมเอามือไปปัดแก้วน้ำมันให้หก อุ๊ย! ขอโทษนะมือมันไปเองอะ” มันลุกขึ้นยืนแล้วมองผมแบบหาเรื่อง ผมก็ยิ้มสวยๆส่งไป
“นทไปเถอะ อย่ามีเรื่องในโรงเรียนนะ!” ปอดึงมือผมไว้
“กูไม่ได้จะมีเรื่อง” ผมพูดแล้วมองมันแบบกูจะฆ่ามึง “อ้อ! น้ำพี่พลอยหกนี่! พี่คงจะไม่มีปัญญาหาซื้อใช่ไหม อะ!” ผมโยนแบงค์ร้อยให้มัน โดยเน้นคำว่าหา “หวังว่าแค่นี้คงจะหากินเองได้แล้วนะ!” เน้นคำว่าหากิน มันคงจะไม่โง่เกินจะเข้าใจความหมายหรอกนะแล้วผมก็เดินไป ผมได้ยินเสียงมันกัดฟันกรีดร้องในลำคอ เพื่อนๆก็ห้ามมัน เพราะคนมองก็ตั้งเยอะ แล้วผมก็กลับมานั่งที่
“นี่มันยังไม่จบอีกเหรอวะ!” วิวถามขึ้นพร้อมมองไปทางอีพวกนั้น
“เสียดายตังว่ะตั้งร้อยนึง” ไอมินกล่าว เสียงมันดูเสียดายสุดๆ
“ไอมินมึงเหี้ยไปแล้ว!” ผมหันไปตะคอกใส่มัน
พวกเพื่อนผมมันก็พูดกันไป อีผีพลอยมันหายไปไหนไม่รู้แล้วผมกินกันเสร็จก็พากันขึ้นห้อง.....
“นทที่โรงอาหารมึงเจ๋งสัส!” อีแนนมันเดินมาหาผม
“สาระแนอีแนน!” ไอมินหันไปด่าคือด่าไปอีแนนก็ไม่ได้สะทกสะท้านหรอก หน้าด้านยิ่งกว่าอะไรในโลก
“เออไปไกลๆไป เดี๋ยวก็เจอดีหรอกมึง!”วิวไล่อีแนน
แล้วพวกมันก็รุมด่าอีแนนกัน อีแนนก็กรีดร้องแบบช้างป่า พออีแนนไปพวกมันก็พูดถึงเรื่องที่ผมทำวันนี้ มันบอกสะใจกันนู้นนี่เม้ากันไป ผมก็ไม่สนใจหงุดหงิดมากกว่า คือมันจะระรานผมจริงๆใช่ไหม คืออีผีมันก็สวย มันคงจะว่างมากที่มาก่อกวนผม นั่งเรียนช่วงบ่ายไม่มีสมาธิเลย พอเลิกเรียน.......
“พวกมึงไปบ้านสิงโตกัน!” ไอมินพูดขึ้นพร้อมกับ ยิ้มหน้าบาน
“ไปทำไมวะ?” ผมถามขึ้น
“วันเกิดน้องซิน ของแดกดีๆทั้งนั้น” ไอมินพูดพร้อมทำหน้าฟิน
“ไปแล้วกลับดึกหรือเปล่ามึง?” ไอวิวถามขึ้น
“นั่นดิ กูละเบื่อโดนพ่อด่า” ไอนัทพูดขึ้นด้วยท่าทีที่ไม่จริงจังนัก
“ยังไงไอมิน” ปอถาม ทุกคนหันไปมองมัน มันชะงักไปนิด
“ไอสิงโตมันให้คนที่บ้านไปส่งก็ได้ เพื่อนๆมันก็มี” ไอมินพูดขึ้น เหมือนเตรียมพร้อมแล้วสินะ
“นท!”พี่อ๊อฟตะโกนมาแต่ไกลด้วยใบหน้าที่หงุดหงิด พอมาถึง......
“อะไร?” ผมหันไปถามมัน เพื่อนๆก็มอง
“มึงทำแบบนี้ทำไมวะ” พูดจบ มันเอาแบงค์ร้อยโยนใส่ผม
“ทำอะไรวะ!” ผมถาม แล้วก้มหยิบแบงค์ร้อย
“พลอยบอกว่ามึงโยนตังให้แล้วบอกว่าเป็นค่าตัวที่เป็นแบบให้กูวาด มึงไม่น่าพูดแบบนั้นนะ!” พี่อ๊อฟพูด แล้วคือมันจะโกรธทำไม ถ้าผมพูดจริง
“ไม่ได้พูด ผมจ่ายค่าน้ำของมันที่ผมทำหก ไม่เชื่อถามเพื่อนๆดิ!” พวกเพื่อนผมพยักหน้ารัวเลย
“มึงไม่ควรทำนะนทเรื่องมันก็จบแล้ว กูกับพลอยก็เพื่อนกันเท่านั้นเอง” ไอนี่นิจะเป็นพี่ไอซ์2ใช่ไหม
“นี่คือมาด่าผมเรื่องนี้โดยเฉพาะ?” ผมถามพร้อมกับทำสีหน้าไม่พอใจ มันชะงักไปนิด อีพลอยอีก อีกากี “บอกเลยนะถ้ายังไม่เลิกยุ่งกับมันแล้วก็เอาเรื่องที่มันตอแหลมาด่าผมล่ะก็ ไม่ต้องมาคุยกันอีก! ไปเถอะพวกมึง เสียเวลา!” พูดจบผมก็โยนเงินแบงค์ร้อยใส่หน้าพี่อ๊อฟ แล้วก็เดินไปเลย
พี่อ๊อฟก็ยืนนิ่งแล้วมันก็เดินกลับไปชมรม เอาจริงๆคืออีพลอยมันแรดร่านเลว อีนี่มันร้ายนะ มันมารยานิดหน่อยคนอื่นก็สงสารมันแล้ว แล้วยิ่งมันตอแหลอะไรคนจะเชื่อเพราะมันเครดิตดี เป็นตัวแทนโรงเรียน หน้าอย่างมันจะต้องเจอดีถ้าไม่จบ! ผมไปรอพวกไอสิงโตมารับพวกเพื่อนมันก็โทรขออนุญาติพ่อแม่มันไป แล้วก็หันมาถามผมกันว่าทำไมพี่อ๊อฟถึงมาโกรธผม ผมก็บอกไม่รู้ ไม่รู้อะไรทั้งนั้นมันก็เลิกถามไป
บอกเลยว่าก็เบื่อพี่อ๊อฟนะก็รู้มันเป็นอีอสรพิษยังไปยุ่งกับมันอีก สักพักพวกไอสิงโตมา ผมก็ซ้อนมันไป แล้วคนอื่นๆก็ไปกับพวกไอโค้ก พอถึงบ้านไอสิงโต โอ้โห! คฤหาสชัดๆ ใหญ่โตเว่อร์ อยู่หมู่บ้านเดียวกับไอมิน ผมมาบ้านไอมินต้องมองบ้านหลังนี้บ่อยๆเพราะมันสวยมากและใหญ่โตมากจริงๆ สรุปเป็นบ้านของไอสิงโตเหรอเนี่ย พอเข้าไปนี่คนงานคนสวนแม่บ้านเต็มไปหมด......
“เห้ย! กูไม่ได้ซื้อของขวัญมาอ่ะ!” ผมเอ่ยขึ้น เมื่อนึกได้ มัวแต่โกรธจนลืมไปเลยจริงๆ
“เออไอห่ามินดันบอกกะทันหัน” ไอปอพูด พร้อมกับหันไปดีดหูไอมิน
แล้วพวกเราก็เถียงกันไปมาในเรื่องนี้ พวกไอสิงโตก็ยืนมอง.....
“ของขวัญอะไร?” สิงโตที่ยืนฟังพวกผมเถียงกัน ทำหน้างง
“วันเกิดน้องมึงไม่ใช่เหรอ” ผมหันไปบอกมัน
“วันนี้ไม่ใช่วันเกิดน้องกูนะ” สิงโตตอบ พร้อมทำหน้าสงสัย
แล้วทุกคนก็มองไปทางไอมิน ไอมินแกล้งลืมของทันทีเลย สรุปว่าวันนี้ไอสิงโตไม่ได้มีงานอะไรทั้งนั้น แค่ไอมินรู้มาว่าไอสิงโตซื้อเกมส์มาใหม่เลยอ้างว่าผมจะไปเล่น ไอสิงโตก็เลยโอเค แล้วไอมินก็มาโกหกพวกผมเพราะกลัวพวกผมไม่มาแล้วมันจะอดเล่นเกมส์ ทุกคนก็รุมด่ามัน เกินไปจริงๆ คือไอห่านี่หลายเรื่องแล้วนะ ไอสิงโตก็พาเข้ามาในบ้าน พ่อแม่มันไม่อยู่ เข้ามาคือห้องเยอะมากกว้างมากใหญ่มาก มันพาไปห้องเล่นของมัน เกมส์เพียบของเล่นเพียบ ผมยืนดูของหน้าตู้โชว์ใหญ่ที่ติดฝาผนังห้อง ในตู้นั้นมีโมเดลและของเล่นมากมายที่ดูแล้วคงจะแพงใช่ย่อย แล้วก็มีโมเดลที่ผมอยากได้ ผมยืนมองมองแล้วมองอีก.........
“ชอบเหรอวะ?” สิงโตถามผม แล้วมันก็ยิ้ม ผมกำลังจะตอบ
“มันชอบการ์ตูนเรื่องนี้มากเลยนะมึง ไปดูหนังสือการ์ตูนในห้องนอนมันดิมีทุกเล่ม” ไอมินตอบขึ้นมา พร้อมกับทำหน้าภูมิใจ
“รู้ไปหมด ไอเวร!” หันไปด่ามัน แล้วมาดูโมเดลต่อ คนอื่นก็เล่นเกมส์กันอย่างเมามันส์ คือมันจะรวยไปไหน มีจอทีวีสองจอ แล้วจอนี่จะใหญ่เท่ากับผนังห้องเลยนะ เครื่องเกมส์เพลย์5 2 ชุด และก็เกมส์อะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด มากมายจริงๆ ถ้าดูไม่ผิด นี่มันเกมส์เซ็นเตอร์ที่มีแต่เกมส์พรีเมี่ยมดีๆนี่เอง....
“อยากได้ไหม?” สิงโตถาม มันก็ไม่ยอมไปไหน ยืนดูผมอยู่นั่นแหละ
“แพงจะตายห่า ขืนกูซื้อไปโดนป๊าฆ่าแน่” ตังมีซื้อ แต่ป๊าไม่ชอบให้ซื้อของไร้สาระเข้าบ้าน เคยซื้อมาตัวนึงป๊าด่าสามวันยังไม่จบ
“กูให้เอาป่ะ!” ไอสิงโตพูดขึ้น พวกไอโค้กที่กำลังแหกปากเงียบแล้วหันมามองทันที
“หะ...เห้ย! ไม่เอาหรอก กูแค่ขอดูเอง!” หันไปมองพวกนั้นมันก็กลับไปเล่นกันปกติ
“กูอยากให้นะ” ทำหน้าเศร้าๆ แล้วทำท่าจะเปิดตู้
“ไม่เอาก็ไม่เอาดิวะ เอ้อไอนี่นิ!”แล้วผมก็เดินไปนั่งข้างๆไอโค้กไอสิงโตมันออกไปนอกห้อง “…โค้กโมเดลพวกนั้นมีอะไรหรือเปล่าตอนที่สิงโตบอกจะให้แล้วพวกมึงมองมา” พวกไอปอก็ตั้งใจฟังเหมือนอยากรู้
“นั้นมันโมเดลที่ตาซื้อให้มันก่อนตามันจะเสียนะมึง มันรักมาก มึงแม่งโชคดี ที่มันเอ่ยจะให้แต่กูแนะนำเลยว่าอย่ารับของของมันในตู้โชว์นั้นเลยจะดีกว่า มีคุณค่าและความหมายกับมันทุกชิ้น ถึงจะเป็นแค่ของเล่นก็เถอะ” ไอโค้กพูดหน้าเครียดๆ
“จริงๆไม่ได้มีแต่ตามันนะที่ซื้อให้ คนที่มันรักทั้งนั้นซื้อให้มัน มันไม่เคยหยิบออกมาจากตู้เลย!” สอพูดขึ้น พวกผมก็ฟังอย่างตั้งใจ
“วันนั้นกูแค่จับกระจกกูยังโดนมันด่าเลยเถอะ!” ไอตี๋พูดขึ้นพร้อมทำหน้าจริงจัง
“เอาเป็นว่าพวกมึงอย่าไปยุ่งกับของในตู้นั้นก็เป็นพอ โอเคนะ” ต้นเอ่ยเตือนพวกผมพยักหน้ารับรู้แล้วพวกเราก็นั่งเล่นกันต่อ
เกือบไปแล้ว ดีนะแค่ดู ไม่งั้นล่ะก็ไอสิงโตคงจะเสียใจมากๆแน่เลย แล้วสักพักไอสิงโตก็เดินเข้ามาพร้อมกับแม่บ้าน 2 คนเอาของว่างมาให้กิน ของดีทั้งนั้นจริงๆด้วย....
“ไอมิน มึงไม่เคยกินหรือยังไงวะ!” ผมหันไปถาม มันกินแบบตะกระห่าลงหยิบอย่างเดียว
“มึงมันยาจก” นัทพูดขึ้น พร้อมทำหน้ารังเกียจไอมิน ทุกคนก็หัวเราะ
“กินไปเถอะ ไม่พอมีอีก” สิงโตพูดขึ้น ไอนี่มันเสี่ยจริงๆ
“ไอมินถึงไอสิงโตพูดแบบนั้นมึงก็ควรมีมารยาทนะ!” ผมหันไปกระซิบบอกมัน
“ไอสิงโต” มันตะโกเรียกไอสิงโต คนอื่นๆก็หันไปมองมัน “ไอนทอยากกินพิซซ่ากับไก่ทอด” ผมอึ้งเลยสิ
“ไอเหี้ย! กูไม่ได้พูด” ผมด่ากราด พร้อมกับตบหัวมันเลย “มึงกูไม่ได้พะ..”
“ได้ดิแปปนึงนะ” สิงโตพูดตัดบทผม แล้วมันก็ออกไป
“ไอมินมึงเหี้ยไปแล้วเอาจริง!” ผมพูดด้วยความไม่พอใจ โกรธมันแล้ว ผมเดินไปนั่งกับปอ
“มึงพูดจริงเหรอวะ?” ปอหันมาถามผม ไอนี่ทำเหมือนไม่รู้จักผม
“มึงควรถามว่าไอมิน พูดทำไม” วิวพูดพร้อมมองไปทางไอมิน
“คือมึงมันเหี้ยจริงๆ” นัทพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับตบไหล่ไอมินพวกไอโค้กก็หัวเราะกัน
แล้วทุกคนก็รุมด่าไอมิน แต่หาได้สำนึกไม่เล่นเกมส์หน้าตาเฉย สักพักไอสิงโตก็เข้ามา เราก็เล่นนู่นนี่ไป แล้วพิซซ่าและเคเอฟซีชุดใหญ่ก็มาส่ง พวกเราก็เขมือบกัน โดยเฉพาะไอมิน กินอย่างคนไม่เคยกิน น่าเตะก้านคอแม่งจริงๆ ผมกินเสร็จก็มานั่งอยู่ตรงมุมห้อง เล่นNintendo switc ของไอสิงโต พวกนั้นก็เล่นเกมส์กันกลางห้อง แล้วไอสิงโตก็มานั่งข้างๆผม.....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“สิงโต” ผมพูดขึ้นพร้อมกับกดพักเกมส์ แล้วหันไปมองมัน
“ว่า?” มันใกล้ไปจริงๆเพราะมันนั่งดูผมเล่นเกมส์โดยเอาหน้ามาใกล้ๆ ผมหันไปหน้าเกือบชน แต่ผมก็ไม่ถอยนะ555 อ่อยแหละ
“วันหลัง ถ้าไอมินจะพูดอะไรถามก่อนกูเกรงใจมึงนะเว้ย! ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ ไอมินมันเป็นพวกไม่มีความเกรงใจ มึงอย่าทำแบบนี้บ่อยเลยนะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงและสายตาที่ดูจริงจัง ถึงจะโกรธ แต่ไอมินมันก็เพื่อน ผมก็เกลียดมันไม่ลงหรอก แต่ก็ไม่อยากให้มันกลายเป็นคนไร้ความเกรงใจที่เอาผมไปอ้างเพราะเรื่องพวกนี้
“มึงคิดว่ากูทำแล้วไม่หวังอะไรเลยเหรอ.....กูทำหวังประโยชน์” มันพูดพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ แล้วมันลูบแก้มตัวเอง
“โห! ไอห่า” ผมด่ามันแก้เขิน พวกเพื่อนก็มองอยู่
“ไหนบอกจะตอบแทนเสี่ยไงถ้าเสี่ยเลี้ยง” ไอมินไอนี่สุดๆจริงๆ
“มึงไปยุ่งกับมันทำไม เล่นไปเกมส์น่ะ!”ไอวิวหันไปตะคอกใส่ไอมิน
“มึงด่ามันแต่ตามึงมองไม่กระพริบเลยนะ!”ไอนัทหันไปด่าไอวิว
“พอเลยมึงสองตัว เล่นต่อๆ” ปอพูดขึ้นพวกไอโค้กก็หัวเราะกัน คือพวกผมกับพวกมันต่างกันพวกผมจะชอบเถียงชอบด่ากัน พวกไอโค้กเน้นนิ่งๆ ไม่ค่อยอะไรมาก แบบบอยแบน นิ่งๆมาดเข้มอะไรทำนองนั้น แต่พอพวกมันคุยกันก็สุนกดีนะ
“พี่สิงโต!” น้องซินเปิดประตูเข้ามาแล้วเรียกไอสิงโต ทุกคนก็มองไปทางน้องซิน
“มีอะไร!” สิงโตถามด้วยท่าทีไม่พอใจ
“มาช่วยหนูจัดกรงกระต่ายเลยนะ! สัญญาแล้วนี่!” ท่าโกรธน้องน่ารักมากเลย
“ซินพี่อยู่กับเพื่อน!” ตะคอกแล้ว น้องซินทำหน้าเหมือนจะร้องทุกคนก็เงียบแล้วหันไปเล่นเกมส์แบบเงียบๆ เกร็งกันหมด โดยเฉพาะพวกไอโค้ก
“ให้พี่ไปช่วยแทนได้เปล่า” ผมเอ่ยขึ้น พร้อมยิ้มให้น้องซิน พวกนั้นมองผมแบบอึ้งๆ
“จริงเหรอคะ” วิ่งมานั่งมาหาผม
“ให้พี่ช่วยได้ไหมล่ะ” ผมถามกลับอย่างอารมณ์ดี ไหนๆเพื่อนผมมันก่อเรื่องไว้แล้ว ก็ต้องตอบแทนหน่อยแล้วกัน
“ได้ค่ะมาเร็วๆ” จับมือผมแล้วดึง
“ซินอย่าไปรบกวนพี่นทนะ!” สิงโตพูดแล้ว ดึงมือผมอีกข้าง
“เห้ย! ไม่เป็นอะไร กูอยากทำ ถือว่าตอบแทนค่าพิซซ่าแล้วกัน” ผมบอกไอสิงโต
แล้วพวกมันก็แควะผมกัน พ่อพระจังนะ คนดีจัง บลาๆๆๆๆ ผมไม่สนใจพวกมันแล้วเดินไปตามแรงดึงของน้องซิน น้องซินพาเข้าห้อง? ห้องอะไรอะทำไมมันหวานขนาดนี้เป็นห้องสีชมพู น่าจะเป็นห้องเล่นของน้องซิน เพราะมีแต่ของเล่นผู้หญิง อย่างห้องของไอสิงโตก็มีแต่ของผู้ชาย รวยเกินไปจริงๆ ไอสิงโตก็เดินตามเข้ามาดู มันมีกรงกระต่ายและก็ของตกแต่ง อาหาร หญ้า นู่นนี่นั่นวางระเกะระกะเต็มไปหมด ส่วนกระต่ายน้องซินเอาไว้ในกระเป๋าน่ารักมาก มีสองตัว ตัวสีขาวขนฟูทั้งคู่เลย แล้วผมกับน้องซินก็ช่วยกันจัดไปสนุกมากน้องซินพูดเก่งและเผาไอสิงโตให้ผมฟัง ไอสิงโตก็นั่งยิ้มนั่งเขินของมันไป พอเสร็จน้องซิ้นถ่ายรูปส่งไปอวดเพื่อนใหญ่เลย......
“ขอบคุณมากนะคะพี่นท ถ้าหนูทำคนเดียวคืนนี้คิมมี่กับแครกเกอร์ไม่มีที่นอนแน่” คิมมี่และแครกเกอร์ชื่อกระต่าย เอาจริงๆก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากหรอก แต่ด้วยความที่น้องซินเป็นคุณหนูทำอะไรไม่เป็น และไม่อยากให้แม่บ้านเข้ามายุ่ง มันเลยทำให้ผมดูเหมือนช่วยเยอะ
“ไม่หรอกน่า น้องซินเก่งอยู่แล้วพี่ทำไปนิดเดียวเอง น้องซินทำตั้งเยอะ” ยิ้ม ไอสิงโตก็มองอยู่นั้นแหละ
“พี่นทน่ารักจัง วันนี้อยู่ทานข้าวกับหนูก่อนนะคะ” จับมือผมแล้วยิ้มร่า
“อะ...เอ่อพี่เพิ่งทานพิซซ่าไปเองนะ” ผมยิ้มอ่อน น้องพูดเพราะไปแล้วเริ่มอึดอัด
“พี่สิงโต ให้พี่นทอยู่ทานข้าวกับเรานะๆๆๆๆ” น้องซินหันไปอ้อนไอสิงโต
“ก็นท....อยากอยู่ไหมล่ะ?” ไม่ช่วยแถมยังส่งเสริม
“ได้ยังไง เพื่อนๆพี่ก็อยู่เต็มห้อง ถ้าพี่อยู่เพื่อนพี่ก็ต้องอยู่ทานนะ” ผมเกร็งนิดๆ น้องซินเป็นคุณหนูที่ดูค่อนข้างเอาแต่ใจ
“งั้นเดี๋ยวหนูไปชวนให้นะคะ” ยิ้ม แล้วพวกเราก็เก็บของที่เรี่ยราด แล้วไปห้องเล่นของไอสิงโต “พี่ๆคะ วันนี้หยู่ทานข้าวกันก่อนนะคะ” ยิ้มบาน ส่วนพวกไอโค้กถึงกับค้าง พวกมันก็พยักหน้าหงึกๆ แล้วน้องซินก็ออกไป
“เป็นอะไรว่ะ?”  พวกผมและเพื่อนๆมองไปทางพวกไอโค้ก
“ไอสิงโต ทำไมวันนี้พวกกูได้กินข้าวบ้านมึงวะ? ปกติน้องมึงจะไล่พวกกูกลับแล้วนะ?” ไอโค้กพูดขึ้น ไล่เลยเหรอ
“นทมันไปช่วยน้องกู แล้วน้องกูเลยอยากให้อยู่กินข้าวตอบแทน นทมันก็บอกให้น้องกูมาชวนพวกมึง” ไอสิงโตพูดพวกมันก็พยักหน้า
“พวกมึงรู้ป่ะ โครตโชคดี เพราะนี่มันเย็นแล้ว ปกติน้องซินจะมาหาเรื่องไล่พวกเรากลับบ้าน” ไอสอพูดขึ้นมา
“ก็พวกมึงชอบเปิดเพลงเสียงดังเองนี่หว่า!” ต้นพูดอย่างไม่ใส่ใจ
แล้วพวกมันก็เริ่มเถียงกันไปมา พวกเราก็เล่นกันต่อสักพักแม่บ้านก็มาตามให้ไปกินข้าว พอเดินตามไป....โอ้โห! โต๊ะกินข้าวยาวมากนั่งได้20คนเลยมั้ง กับข้าวหรูๆเต็มโต๊ะเลย....
“สิงโต อันนี้ของที่มึงกินทุกวันเหรอ” ผมกระซิบถามมัน มันพยักหน้า “แล้วพ่อแม่มึงไปไหน?”
“ไปเมืองนอก กลับอาทิตย์หน้ามั้ง” แล้วมันก็เดินไปนั่งหัวโต๊ะ? แล้วผมก็นั่งข้างมันนั้นแหละ มันดึงแขนให้ผมตามมันไป
เราก็กินข้าวกันไป น้องซินพูดเยอะมาก ส่วนคนอื่นก็คุยกันไปกินกันไป พอพวกผมกินเสร็จผมลุกขึ้นจะช่วยกันเก็บจาน.....
“ทำอะไรกันคะ?” น้องซินถาม แล้วมองอย่างสงสัย
“ก็ช่วยกันเก็บไงครับ” ไอวิวพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ป้าจิตร!” น้องซินตะโกนเรียกใครก็ไม่รู้ แล้วเขาก็วิ่งมา แม่บ้านนั่นเอง “เก็บของค่ะ แล้วไปไหนมาอ่ะคะทำไมไม่อยู่แถวนี้กัน!” นางโมโห แม่บ้านก็ก้มหัวรับคำน้องเขาอย่างเดียวเลย
“ให้มันน้อยๆนะซิน เดี๋ยวได้เจอการฝึกมารยาทคุยกับผู้ใหญ่!อีกครั้งนะ!” สิงโตหันไปดุน้องมัน น้องซินทำหน้าไม่พอใจ “ป้าครับเรียกคนมาเก็บ ผมจะไปห้องเล่นของผมแล้ว! ป่ะ” มันพูดโดยไม่ฟังคำตอบของแม่บ้าน แล้วมันก็พาพวกผมกลับห้องเล่นของมัน เวลามันสั่งคนในบ้านดูมันมีอำนาจแบบสุขุมดูดี....
เราเข้าไปนั่งเล่นกันสักพักก็มืดแล้วก็พากันกลับ ไอสิงโตก็เป็นบ้าอะไรของมัน ผมบอกว่าจะไปกับไอโค้กก็ได้เพราะไอมินบ้านอยู่แค่นี้เอง ไอมินมันเดินกลับได้ แล้วรถพวกไอโค้กก็ว่างที่นึง มันไม่ยอมจนผม ที่ต้องยอมให้มันไปส่งจนได้ ไม่อย่างนั้นก็ได้เถียงกันยันเช้า พอถึงบ้านผมก็บอกลามัน แล้วมันก็ไปผมก็เข้าบ้าน...
“มีคนมาหานท!” เมื่อป๊าเห็นผม ก็เอ่ยขึ้นพร้อม ชี้ขึ้นไปข้างบน
ผมก็บอกป๊ากับแม่ว่าไม่กินข้าวกินมาแล้ว แล้วก็ขึ้นห้องทันที พอเปิดประตูเข้าห้อง พี่อ๊อฟ! นั่งอยู่ตรงโต๊ะผม น่าจะอาบน้ำแล้วเพราะใส่ชุดนอนขนาดนั้นถ้าบอกยังไม่อาบก็ไม่น่าใช่ ขนของมันมาเต็มเลยคงจะมานอนนี่แหละ ผมก็เอาของไปเก็บ แล้วก็เดินเข้าไปอาบน้ำ อุ้ย! มันเตรียมแปรงไว้ให้ด้วย เสร็จแล้วพอออกมามันก็ยังนั่งอยู่ ผมแต่งตัวแล้วก็ขึ้นเตียง........
“ไปไหนมา” หลังจากเงียบอยู่นาน พี่อ๊อฟก็เอ่ยถาม
“ไปบ้านสิงโตมา” ตอบไปเล่นโทรศัพท์ไป
“ไปทำไม” มันลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นมาบนเตียง มานอนข้างๆผม
“ไปเล่นพวกปอกับพวกไอโค้กก็ไป” กดโทรศัพท์ต่อไป
“ทำอะไรอ่ะ” ดึงโทรศัพท์ผมไปดู ผมเล่นเฟสไง
“วันนี้ไม่ไปหาผีพลอยเหรอ?” ถามมันด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แล้วก็ดึงโทรศัพท์ผมคืนมา
“ไม่เอาน่า ขอโทษ ขอโทษนะ” ยื่นนิ้วก้อยมา ผมก็ปัดมือมัน
“รู้ว่าผมไม่ชอบก็ยังไปยุ่งกับมันควรหายโกรธไหม ถ้าโง่เหมือนพี่ไอซ์บอกเลยว่าไม่ต้องมายุ่งกับผมหรอก! เสียวเลา” คิดแล้วก็น่าโมโห
“โอเคๆ รู้แล้วๆไม่ยุ่งเกี่ยวกับพลอยแล้ว กูรู้ความจริงหมดแล้วโอเคไหม?” ผมมองมันพร้อมทำหน้าสงสัย “ก็ตอนที่มึงไปกูเดินกลับไปหาพลอยเพื่อจะถาม แล้วพลอยก็กำลังคุยกับเพื่อนอยู่กูได้ยินหมดแล้ว กูขอโทษนะ” กอดผม “กูนึกว่ามันจะจบแล้วเลยไม่ได้คิดอะไร กูคิดว่ามึงแค่หาเรื่องพลอยตามประสาคนเพิ่งทะเลาะกันเอง” เสียงหงอยเลย
“เออหายโกรธก็ได้! แล้วอย่าให้มีอีกนะ! แล้วบอกเลยผมไม่หาเรื่องใครก่อนหรอกถ้ามันไม่มายุ่ง แต่นี่มันจะมาคาบพี่อ๊อฟไป พี่อ๊อฟก็ไม่ยอมเป็นแฟนผมสักที จะทำยังไงล่ะไม่ให้โกรธเหรอ?” ผลักมันออก
“โอเควันหลังกูจะไม่ทำแล้ว” โน้มตัวมากอดผมอีกครั้ง
“ก็คือตอนนี้ก็ยังจะจีบอยู่ใช่ไหม?” ผมถามมัน มันก็พยักหน้าตอบรับ
ผมมองมันด้วยความรำคาญ แล้วพลิกขึ้นคร่อมตัวมันแล้วจูบมัน จูบแบบลุกล้ำเล่นลิ้นจนเมื่อย พอจะออกมันก็กดอยู่อย่างนั้น จนผมเริ่มหายใจไม่ทัน...
“โอ้ย! กัดทำไมวะ!” ผมกัดลิ้นมัน มันผละออกแล้วจับปากตัวเอง
“คนจีบกันทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?” ถามมัน ไม่สนหรอกว่าจะเจ็บไหม ผมหงุดหงิดกับการจะจีบอะไรไร้สาระของมัน
“ได้ดิ!” มันยิ้ม
“แล้วคนจีบกัน....ทำแบบนี้ได้ปะ” ผมเอามือไปจับเป้าพี่อ๊อฟ
“ได้ดิ!” ยิ้มทำหน้าฟินๆ ประเด็นคือของที่ผมจับมัน เริ่มสู้มือผมก็เอาออก
“งั้นก็พอเถอะ!” หงุดหงิดจริง “เออพี่อ๊อฟ” หันไปถามมัน มันยิ้มให้แบบหื่นๆ  ไอบ้านี่! “พี่ไอซ์เป็นยังไงบ้างอะ?”
“ก็ไม่เป็นยังไงนะ มาบ่นกะกูว่าเสียใจเรื่องมึง และก็เข็ดกับผู้หญิงแบบพลอยไปอีกยาวนาน” พูดแล้วทำทำหน้าสะใจ อะไรของมัน
“ดีแล้ว! ก็ถ้าพี่ไม่อยากเป็นแบบพี่ไอซ์ก็อย่าโลเลเข้าใจไหม!” ผมทำเสียงโหด
“เข้าใจแล้วคร้าบบบ ว่าที่แฟนนน” ผมเซ็งกับมันตรงนี้
“แล้วเมื่อไหร่จะจีบติด ไม่เห็นทำอะไรเลย!” ผมมองมันแบบไม่พอใจ
“ก็นี่ไงมานอนด้วย คอยเอาใจมึง” พูดแล้วทำท่าภูมิใจ
“เป็นแฟนกันเถอะ” ผมหอมแก้มมัน “เป็นแฟนกันนะ” ผมจุ๊บปากมัน “นะๆๆๆๆๆ” อ้อนมัน
“ก็กำลังจีบนี่ไง!” ยิ้ม
“จะเอาแบบนี้ใช่ไหม!” ผมล้วงมือเข้าไปในกางเกงมันแล้วจับ...ของมัน หืม เห็นแบบนี้ใหญ่ใช่ย่อย แถมเริ่มจะพองโตสู้มือผมแล้ว มันก็ไม่ขัดขืน ผมรู้สึกร้อนที่หน้าเลย “เป็นแฟนกันได้หรือยัง?” มือก็ค่อยๆขยับขึ้นลงช้าๆ
“ยัง อื้ม!” มันทำหน้าเคลิ้ม
“ยังอีกเหรอ!” ผมเร่งมือเร็วขึ้น จังหวะน่าจะได้มันมองผมตาเยิ้ม “เป็นแฟนกันนะ” มันส่งยิ้มมา ผมก็เขินสิ ทำเองอายเอง....
“ไม่...อ่า!” มันตอบพร้อมครางออกมา ผมเร่งมือให้เร็วขึ้น สักพักพี่แกก็ดึงผมไปกอด มือผมก็ยังไม่หยุดเร่งความเร็วขึ้นอีก ไม่นานพี่อ๊อฟก็กระตุกพ่นน้ำออกมาเปื้อนเต็มในกางเกงเลย
ผมรีบลุกจากเตียงแล้วไปล้างมือส่วนพี่มันก็ไปเปลี่ยนกางเกง แล้วก็ขึ้นเตียงมานอนผมหันหลังให้พี่อ๊อฟ คิดไปคิดมาทำได้ยังไงเนี่ย อายตัวเองจริงๆ ร้อนหน้าแปลกๆ หมับ! พี่อ๊อฟปิดไฟแล้วขึ้นมากอดผม........
“คนจีบกันทำแบบเมื่อกี้ได้นะ!” หอมแก้มผม
“งั้นก็พอเถอะ! เดี๋ยวผมจะไปหาแฟนที่ไม่เรื่องเยอะแล้วกัน พี่ก็จีบต่อไปนะ!” ขนาดนี้แล้วยังจะจีบอยู่สินะ
“ถ้ากล้าก็ลอง!” มันโมโหแล้วสินะ
ผมตีกันอีกไม่นานก็นอนด้วยความเพลีย พอเช้าเราก็อาบน้ำแต่งตัวพากันไปเรียน พอถึงเราก็แยกย้ายกันไปหาเพื่อน.....
“ทำอะไรกันว้า!” เดินไปเกาะไหล่ไอมินและปอ
“ก็นั่งนินทามึงอยู่ไง55555” ไอมินไอนี่วอนจริงๆ ผมเขกหัวมันไป 1 ที
“นินทาบ้านมึงสิไอมิน!” ไอนัทพูดพร้อมตบกบาลมัน
“คุยกันเรื่องงานโอเพ้นเฮ้าส์ไงมึง” ไอวิวพูดขึ้นผมหยักหน้ารับรู้
“เออเนี่ยเมื่อกี้อิงฟ้ามาถามหามึงอะ!” ปอเอ่ยขึ้น ผมทำหน้าสงสัย “พอบอกมึงยังไม่มาก็เดินไปเลย อ่าว!นั่นไงมานู่นแล้ว” ชี้ไปทางที่อิงฟ้ากำลังวิ่งมาทางผม....
“มีอะไรหรือเปล่า?” ผมถามด้วยความสงสัย
“นท! พี่พลอยบอกว่านทชอบพี่อ๊อฟเหรอ!” นางฟึดฟัดเล็กน้อย อีผีหาเรื่องกูอีกแล้วสินะ
“แล้วอิงฟาเชื่อ...ผี..เอ้ย!พี่พลอยไหมล่ะ?” ผมยิ้ม เพื่อนๆก็มองกัน อิงฟ้าดูอึกอักเล็กน้อย
“เราไม่รู้ พี่พลอยบอกนทจะจับพี่อ๊อฟ”  ทำหน้าคิดไตร่ตรอง ส่วนผมเลือดขึ้นหน้าสิ
“มันกัดไม่ปล่อยจริงๆอีผีเนี่ย!” ปอเดือดขึ้นมา
“กูก็จะไม่ปล่อยมันเหมือนกัน” ผมกำหมัดแน่น
“ตกลงเป็นเรื่องเข้าใจผิดเหรอ” นางถามย้ำ แต่จริงๆมันคือเรื่องจริง แต่ไม่ได้จะจับ พี่อ๊อฟเขาชอบผม และผมก็ชอบพี่เขาก็แค่นั้นเอง
“ใช่! ไปแล้วนะ ปะพวกมึง” ผมตอบกลับ แล้วพวกเราก็ลุกไปรอเข้าแถวอิงฟ้าก็มอง แต่ไม่ได้เดินตามมาแต่อย่างไร
พอเข้าแถวเสร็จพวกผมก็พากันขึ้นห้องเรียน.....
“นทมึงร้ายกาจมาก เพิ่งเลิกกับพี่ไอซ์จะจับพี่อ๊อฟเลยเหรอ พี่เขาน่ารักมากเลยนะหยิ่งด้วยมึงจะได้เหรอ” พอผมนั่งที่โต๊ะอีแนนวิ่งแจ้นมาถาม
“มึงไปเอาที่ไหนมาพูด!” เสียงแข็งแล้วมองมัน
“ก็...พวกรุ่นพี่ที่เขาพูดแดกดันมึงที่แสตนวันนั้นบอกกูมา” มันตอบด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆเพราะคงเห็นผมโมโห “เห้ย!แต่มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ป่ะมึง!” อีนี่เปลี่ยนสีเร็วไปไหน!
“เออไง! มึงก็อย่าเชื่อคนง่าย อีพวกนั้นมันแค่เห่าหอน!” ผมจิกตาใส่มัน
พวกผมก็คุยกันในหัวข้อเรื่องนี้นิดหน่อย แล้วครูก็เข้ามา เราก็แยกกย้ายกันนั่งโต๊ะ เรียนคาบเช้าผ่านไปพอเที่ยงเราก็พากันไปกินข้าวตามปกติ.....
“บ้านไอสิงโตโครตรวยเลยเนอะ!” ไอมินเริ่มเริ่มแล้วสินะ
“แน่สิ ดูห้องเล่นของมัน ยังกับเกมส์เซนเตอร์” ไอวิวตาม
“กับข้าวนี่นะหรูสัสๆ ของแพงๆทั้งนั้น” ไอนัทพูดขึ้น อันนี้ยอมรับ แต่ละอย่างสั่งมาจากภัตราคารมั้ง
พวกเราก็กินไปคุยกันไป ไม่พ้นต้องด่าไอมินเพราะยังพูดด้วยความไม่สำนึกและยังเรื่องที่มันไม่เกรงใจไอสิงโต แล้วสักพักพวกอีผีก็เดินผ่านโต๊ะผมไปนั่งข้างหลังผม ผมก็ไม่ได้อะไร ทำเป็นไม่สนใจพวกเพื่อนผมก็ด้วยเราก็คุยกันไป แล้วมันก็เริ่ม.....
“เฮ้อ! พวกแกอ๊อฟจะไปวาดรูปให้แม่ฉันที่บ้านด้วยนะ”เริ่มแล้วสินะอีนรกพูดเสียงดังตั้งใจให้ผมได้ยิน
“ดีอ่ะ ฉันไปด้วยได้เปล่าวะ?”เพื่อนมันตาม
“ไม่ได้อะแก เพราะฉันจะทำของหวานให้อ๊อฟกินคนเดียว” เน้นคำว่าของหวานแล้วก็พูดกระแนะกระแหนกันอยู่อย่างนั้นแหละ ผมกำมือแน่นพยายามข่มอารมณ์ แล้วผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาไอเบส ไอเบสมันรับเร็วมาก.....
“นท! ดีใจจังโทรหาเบสด้วย” เมื่อมันรับสาย มันก็เอ่ยขึ้นมา เสียงตื่นเต้นมาก
“เบสอยู่ไหนเหรอ! นทรู้สึกคิดถึงเบสขึ้นมาอยากเจอมากเลยนะ!” พูดเสียงดังมาก อีผีถึงกับเงียบ เพื่อนผมนี่งงกันไปหมดเพราะพวกมันไม่รู้เรื่องนี้กันเลย
“เบสอยู่โรงเรียนอะนท ถ้านทอยากให้เบสไปหาก็ได้นะ” คือทุ่มเทมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงหวั่นไหวน่าดู
“ไม่ต้องรีบที่จะมาหานทหรอก เพราะเดี๋ยวคนแถวนี้มันจะช้ำใจตายไปเสียก่อน!” พูดกระแทกเสียงผมได้ยินเพื่อนอีผีบอกมันว่าใจเย็นๆ เพราะพวกมันก็เงียบฟังกัน อีคนที่นั่งตรงกับผมมีการเอียงหลังมาฟังด้วย หน้าด้านจริงๆ
“นทพูดถึงอะไร?” เบสทำเสียงสงสัย
“เบสเย็นนี้มาหานทที่โรงเรียนหน่อยสิ! มีอะไรจะคุยด้วยหน่อย” ผมพูดเสียงหวาน
“ได้สิ! นทเลิกกี่โมง”
“4 โมง เจอกันที่หน้าแสตน1นะ อย่าให้นทรอนะ!”
แล้วกดวางเลย ผมรู้สึกว่าอีพวกข้างหลังมันจะเริ่มรนๆแล้ว เพื่อนผมก็มองหน้ากัน ประมานว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แล้วพวกเราก็ลุกขึ้น เดินผ่านโต๊ะอีผี เห็นอีผีพลอยโกรธจนตาแดงเลย ไม่รู้ว่าโกรธหรือร้องไห้ ผมแสยะยิ้มให้พวกมันไป สมเพชพวกมันจริงๆ พอขึ้นห้องเรียนพวกเพื่อนผมซักผมใหญ่ ผมเลยเล่าทุกอย่างให้มันฟังตั้งแต่ไปเจอไอเบสหลังที่เลิกกับพี่ไอซ์จนถึงปัจจุบัน ส่วนเรื่องพี่อ๊อฟก็บอกแค่ว่ามันจีบเท่านั้น ครูก็ยังไม่เข้า เลยได้เล่าแบบเต็มแต่ยังไม่ละเอียดเท่าไหร่....
“ร้ายกาจสัส!” ปอเอ่ยขึ้น
“ใครร้ายกาจว่ะ กูว่าร้ายทุกคนไอนทด้วย” ไอวิวพูดพร้อม สายหัวสลัดความเบลอ555
“เกินไปจริงๆ กูเข้าใจกระจ่างแจ้งแล้ว” ไอนัทพูดพร้อมกับพยักหน้า
“อ่าวแล้วสิงโตล่ะ” ไอมินพูดพร้อม ทำหน้าหงอยเอาจริงๆมันก็ไม่ได้เชียร์อะไรไอสิงโตหรอก มันกลัวจะไม่ได้ไปเกาะไอสิงโตก็เท่านั้นไอนี่มันโลภ
“สิงโตคือคนที่จีบกูไงแข่งกับพี่อ๊อฟอยู่55555”ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“มันเป็นแบบนี้เองเหรอวะ” อยู่ๆมันก็พูดขึ้นมา พวกผมมองมันแบบตกใจ
“อีแนนน !” พวกผมถึงขั้นประสานเสียงกันเลยนะ 
“อีแนนมึงมาฟังตั้งแต่เมื่อไหร่!” ผมตกใจ มันนั่งอยู่กับพื้น พวกผมไม่รู้ตัวเลย อีนี่มันเกินไปจริงๆ
“ก็ได้ยินทั้งหมดแหละ” ยิ้มแบบภูมิใจ “งั้นกูขอไปกระจายเรื่องจริงก่อนนะ มึงจะได้หลุดจากความผิด” แล้วมันก็วิ่งไปเลย ผมเอามือตบหน้าผากตัวเอง
“มึงมันจะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?” ผมถามพวกเพื่อน ถามว่ากังวลไหมก็ไม่นะ เพราะทุกอย่างคือความจริง แค่กังวลนิดหน่อยว่าอีแนนมันจะเอาไปเม้าแบบเพรียวๆหรือแบบเสริมเติมแต่งเท่านั้นแหละ!
พูดคุยกันสักพัก แล้วครูก็เข้า พวกเราก็เรียนจนเลิกตอนแรกพวกมันจะกลับกันแล้วแต่พวกมันนึกได้ว่าผมนัดเจอกับไอเบสพวกมันเลยอยู่รอดูผม ผมก็เดินไปตามที่นัด พี่อ๊อฟยังไม่เลิกครูปล่อยช้า พอไปถึงเห็นไอเบสนั่งรออยู่มาคนเดียวด้วยผมเดินไปหามันเพื่อนๆผมก็แยกขึ้นไปนั่งบนแสตน เพื่อดูผม......
“นท!” เบสเอ่ยทัก พร้อมส่งยิ้มมาให้ ผมมองมันเฉยๆ
“เบส” ทำหน้าโกรธมัน “เบสมีอะไรจะบอกนทอีกไหม!” ผมถามมันเสียงดังอะ คนแถวนั้นมองกันเลย ผมมองไปทางเพื่อนปอก็ชี้ไปหลังแสตน อีผีมันมาแอบดูนี่เอง หึ!
“นทโกรธอะไรเบสอีกเนี่ย!” จับมือผมทำหน้าหงอย ผมสะบัดมือมันออก
“ก็คนของเบสตามรังควานนทเนี่ย หาเรื่องนทได้ทุกวัน!” ฟ้องไปเลย ในเมื่อมันไม่ยอมจบ ก็ให้ทั้งไอเบสและอีผีที่เป็นคนสร้างเรื่องเลวๆทั้งหมดไปตีกันเอง!
“พลอยเหรอ?” เบสถาม พร้อมทำหน้าสงสัย
“ก็เออไง! จะใครอีกล่ะ เนี่ยนะบอกว่ารัก เกลียดเราก็พูดมาตรงๆเลย ไม่ใช่ให้อีผีมาหาเรื่องเรา!” เล่นละครเลยง อินสุดๆ ตอนพูดนึกถึงหน้าอีผีจะได้มีอินเนอร์สูงหน่อย
“นทเบสไม่ได้เกลียดนทนะ ส่วนพลอยเบสเลิกไปแล้ว ไม่คิดว่าจะไปวุ่นวายกับนทอีก” หน้ามันจริงจังมาก
“งั้นเหรอ แล้วเบสจะจัดการให้เรายังไง เราเบื่อกับคนมาหาเรื่องเราไม่พอยังปล่อยข่าวเสียๆหายๆอีก!” ผมมองมันตาขวาง
“เบสขอโทษ เบสจะเคลียล์ให้โอเคไหม!” ทำหน้าจริงจัง
“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ไปได้แล้ว!” ผมกำลังจะเดินหนีมัน มันจับแขนผมเอาไว้ก่อน
“แล้วนทจะไปไหนต่อ ให้เบสไปส่งไหม!” ดูหวังดีเนอะ!
“ไม่ต้องหรอก! รีบไปเคลียล์เถอะ! เพราะถ้าเบสเคลียเสร็จ นทอาจจะให้รางวัลเบสก็ได้นะ” ผมเอามือตบแก้มมันเบา แล้วเดินไป มันก็เดินกลับไปอีกทางทันที
ผมหันไปมองทางอีผีอย่างผู้ชนะ มันไม่ได้ยินหรอกว่าผมพูดอะไรกับเบสผมมั่นใจ ไกลขนาดนั้น แล้วผมก็ไม่ได้พูดเสียงดังอะไรด้วย มันกัดฟันข่มอารมณ์สุดๆ แล้วผมก็เดินขึ้นไปหาเพื่อนบนแสตน พวกมันถามกัน ผมก็เล่าไปที่คุย พวกมันดูสะใจกันมาก เราคุยกันในเรื่องนี้สักพัก....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“นท! มึงทำอะไร”มาแล้วๆ เสียงพี่อ๊อฟมาแต่ไกล พอมันมาถึง มันก็ดึงแขนผมให้ไปกับมัน ผมก็ตะโกนบอกเพื่อนๆว่า “กลับกันเลยนะแล้วเจอกัน” พี่อ๊อฟลากผมมาที่รถ....
“เจ็บนะเนี่ย!” มันปล่อยแขนผม เป็นรอยเลย
“เจ็บมากหรือเปล่า?” มันจับแขนผมไปดู
“เป็นอะไรคุณชาย? อารมณ์รุนแรงเชียว อยากเหรอ” ผมยิ้มแล้วเอามือลูบเป้ามัน มันตีมือผม
“คนเยอะไอนท อายเขาบ้าง!” หูมันแดงเชียว
“แล้วเป็นอะไรจ้ะ ถึงได้หัวฟัดหัวเหวี่ยง?” ผมถามด้วยรอยยิ้ม
“มึงคุยอะไรกับไอเบสตรงแสตน” ถามเสียงดุเชียว
“ก็หาแฟนไง พี่อ๊อฟไม่ยอมเป็นแฟนกับผมสักที” ยักคิ้วให้มัน มันบีบแขนผมอย่างแรง “โอ้ย!” เจ็บนะ แต่ผมก็ยังยิ้ม
“มึงจะลองดีใช่ไหมนท!” ตะคอกแล้วมองผมด้วยความไม่พอใจ
“อยากลองสิ จัดให้หน่อย!” ยื่นหน้าไปจุ๊บปากมันแล้วผละออกมา มันหูแดงเลยอะคนแถวนั้นก็มองนะแต่ไม่สนใจหรอก
“กะ...กลับบ้านเลย ไอนี่คนมองเยอะแยะแล้วนะ” เขินสินะ
แล้วผมก็ขึ้นซ้อนท้ายรถมัน มันก็พาผมกลับบ้าน พอถึงบ้านผมก็พามันเข้าบ้านทักทายแม่นิดหน่อย ป๊ายังไม่กลับแล้วผมก็พาพี่มันขึ้นห้อง........
“จะกลับเลยเหรอ?” ผมถามมันกำลังเก็บของ
“อืม เดี๋ยวโดนแม่ด่าอ่ะ” หันมายิ้ม “แล้วจะบอกได้หรือยังคุยอะไรกับไอเบส?” พูดแล้วมานั่งข้างผม
แล้วผมก็เล่าเรื่องที่อีผีพลอยมันหาเรื่องผมให้พี่อ๊อฟฟัง และบอกที่คุยกับไอเบสให้มันฟังด้วย มันก็นั่งฟังผมอย่างตั้งใจ
“อ่อ อย่างนี้นี่เอง” มันพยักหน้าเข้าใจ
“แล้วจะไปวาดรูปให้แม่มันเหรอ!?” ผมถามมันเสียงแข็ง
“ไม่นะ ก็ขอให้ไปช่วยอยู่ แต่บอกไม่ว่าง” พูดอย่างไม่ใส่ใจแล้วลุกไปเก็บของต่อ
ผมก็นั่งเล่นโทรศัพท์รอมัน สักพักมันเก็บเสร็จ ผมก็ไปส่งมันหน้าบ้านพอมันกลับไปผมก็ช่วยแม่ทำนู่นนี่ จนเข้านอนพี่อ๊อฟก็โทรมา แล้วเราก็คุยกันหยอดกันไปมา สักพักก็วาง แล้วผมก็นอนไป ตื่นเช้ามาทำอะไรเสร็จรอพี่อ๊อฟมารับ วันนี้มีถนนคนเดิน ต้องชวนพี่อ๊อฟไปให้ได้ แล้วสักพักพี่อ๊อฟก็มารับ ระหว่างทางผมก็คุยกับมันเรื่องทั่วไป พอถึงโรงเรียน...
“พี่อ๊อฟ วันนี้ไปถนนคนเดินกันนะ” ผมเอ่ยชวน
“ได้ดิ!” มันตอบด้วยรอยยิ้ม
“เป็นแฟนกันได้หรือยัง?” ถามมันด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง
“ยังอะ” แล้วมันก็เดินไปเลย ผมเห็นว่าหูมันแดงมันคงเขิน แต่ผมงงกับมันว่าจะเล่นตัวอะไรนักหนาเนี่ย!
แล้วผมก็เดินไปหาเพื่อนๆ พวกมันก็นั่งเม้ากันอยู่พักหลังมานี่ผมมาเป็นคนสุดท้ายตลอด แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่เนอะ มาถึงผมก็เม้ามอยกับเพื่อนๆตามประสา ไม่นาน เราก็ไปเข้าแถวกัน เสร็จก็ขึ้นห้องเรียน วันนี้คาบเช้าครูไม่มาติดประชุม แต่ต้องช่วยกันทำบอร์ดขึ้นงานโอเพ้นเฮ้าส์ ก็ช่วยกันไปแหละ ห้องผมไม่ทำอะไรมากทำง่ายๆ เพราะไม่ใช่ห้องเด็กเรียนที่จะมาเคร่งหรือพิถีพิถันขนาดนั้น ไม่นานพวกเราก็ทำเสร็จ ยังเหลือเวลาอีกเยอะ บ้างก็จับกลุ่มกันเม้าบ้างก็นอน บ้างก็เล่นกันส่วนพวกผมนั่งคุยกัน....
ครืดดๆๆๆ! โทรศัพท์ผมสั่น พอหยิบขึ้นมาดูก็เป็นเบอร์แปลก ผมก็รับ.....
“.......” เงียบรอฟังว่าใครเพื่อนๆก็มองผม
“ใช่พี่นทหรือเปล่าคะ?” น้องซิน?
“ใช่ครับ น้องซินเหรอ?” ผมมองพวกเพื่อนพวกมันก็มองผม
“ใช่ค่ะ พี่นทว่างคุยไหมคะ?”  ถามกลับเสียงใส
“คุยได้ครับ” ผมตอบกลับ พร้อมกับความสงสัย
“เย็นนี้พี่นทว่างไหมคะ พอดีหนูซื้อหนูแกสบี้มา พี่นทมาช่วยหนูจัดกรงน้าค้าๆๆๆ” อีกแล้วเหรอ นี่จะเปิดสวนสัตว์หรือยังไง ทำเสียงอ้อนสะด้วย
“อะ...เอ่อเป็นพรุ่งนี้ได้ไหมน้องซิน พรุ่งนี้วันหยุดด้วยจะได้อยู่คุยกับน้องซินนานๆไง” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน พวกเพื่อนผมเบะปากกัน ไอพวกนี่นิ
“ทำไมวันนี้พี่ไม่ว่างเหรอคะ!” นางฟึดฟัดเล็กน้อย
“ใช่ครับ พี่นัดกับเพื่อนไว้แล้ว เป็นพรุ่งนี้ได้ไหมเอ่ย!” เริ่มอึดอัด
“ไปไหนกันคะ?” โอ๊ย! อะไรกัน
“ปะ....ไปถนนคนเดิน” อึดอัดจริงๆ
“หนูไปด้วยได้ไหมคะ จะได้ไปหาซื้อของด้วย” ทำเสียงตื่นเต้น ผมรู้สึกว่ามันเริ่มไม่เป็นส่วนตัวแล้วสิ
“แล้วน้องซินไปเอาเบอร์พี่มาจากไหนเนี่ย?” ผมถามไม่จริงจังนัก
“ไปค้นโทรศัพท์พี่สิงโตอ่ะค่ะ” ทำเสียงภูมิใจ
“น้องซินจะไปกับพี่จริงๆเหรอ” ผมอึกอักเล็กน้อย
“ใช่ค่ะ งั้นเย็นนี้เจอกันที่ประตู.....เลยนะคะ แล้วเจอกันค่ะ” กดวางสายไปเลย
ผมอึ้งไปเลย ทำไมน้องไอสิงโตต้องมาเกาะแกะตามผมขนาดนี้ เย็นนี้ผมกะจะขอพี่อ๊อฟเป็นแฟนแบบจริงจังอยู่แล้วเชียว คือทุกทีก็จริงจังแหละ แต่คราวนี้ว่าจะซื้อดอกไม้แล้วคุกเข่าขอมันกลางถนนคนเดินอะไรแบบนี้ถ้ามันจะหักหน้าผมไม่ยอมรับก็เกินไปแล้ว แต่แล้วทุกอย่างพังหมด....
“มีอะไรวะมึง?” ปอเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าผมเหม่อลอยอยู่กับความคิดตัวเอง
“ก็ไม่มีอะไรหรอก” ผมตอบอย่างไม่จริงจังนัก
“วันนี้มึงไปเดินถนนคนเดินกับใครมึงไม่ได้ชวนพวกกูนี่” ไอมินมองอย่างจับผิด
“ไปกับพี่อ๊อฟ พี่อ๊อฟชวนทำไมวะ” ฟึดฟัดใส่มัน
“ดีเลย กูก็อยากไปหาซื้อของอยุ่ด้วย” ไอนัทเอ่ยขึ้น ผมมองมันแบบ เอิ่ม!
ผมก็ได้แต่เซ็ง โถ่ทำไมต้องมีอะไรมาขวางอยู่เรื่อยเลย...พวกมันก็รัวคำถามใส่ผม ผมฟุบหน้าลงโต๊ะแล้วหลับตาเลย เซ็งวันแห่งความเซ็งจริงๆ พวกมันก็คุยกันไป ส่วนมากไอมินก็โม้เรื่องสิงโตกับน้องซินอย่างนู้นอย่างนี้ ผมฟุบลงฟังพวกมันแหละไม่ได้หลับแต่อย่างใด สักพัก ทั้งห้องก็เงียบไปแปปนึง แล้วก็มีเสียงคุยกันเบาลง แล้วเพื่อนๆผมก็สะกิดผม ผมก็เงยหน้าขึ้นมา พี่ไอซ์! มาทำไมเนี่ยผมก็มองมันนิ่งๆ ส่วนพวกอีแนนเงียบรอฟังอย่างตั้งใจ คนอื่นก็ปกติ....
“นท” ยิ้มเศร้าๆ
“ว่า” มองนิ่งๆ
“ไปคุยกับพี่หน่อยนะ” ยิ้ม ผมก็มองหันไปมองเพื่อนๆพวกมันเบะปากหมั่นไส้ไอพี่ไอซ์กัน ต่างจากพวกผู้หญิงในห้องหรือกลุ่มอีแนนที่ดี๊ด๊าได้เห็นคนหล่อระยะประชิดแบบนี้
“ได้สิ!” ไหนๆก็เซ็งขนาดนี้ หาอะไรทำสักหน่อยแล้วกัน
“ไอนท!” เพื่อนๆที่น่ารักประสานเสียงกันเรียกชื่อผม พร้อมส่งตาดุๆมาให้
“แปปเดียวน่า” กระพริบตาให้พวกมันข้างนึง พวกมันก็พยักหน้าแต่ยังคงทำหน้าไม่พอใจ
แล้วผมก็เดินนำพี่ไอซ์ออกไป ตรงบันไดทางลง เพราะคนไม่มี....
“มีอะไรเหรอ?” มองนิ่งๆ ถามมันดีๆ เพราะไม่ได้คิดโกรธหรืออะไรแล้วนี่นะ
“เป็นยังไงบ้าง” พี่ไอซ์จับมือผม
“ก็สบายดี พี่ล่ะ?” ยิ้มให้มันแล้วดึงมือตัวเองออก
“ก็ไม่ค่อยดีอ่ะ” ทำหน้าหงอยๆผมยกยิ้ม
“ไม่สบายเหรอ?” ผมเอื้อมตัวเอามือแตะหน้าผาก แก้ม และลำคอพี่มัน เหมือนเป็นความเคยชินยังไงไม่รู้ “ตัวรุมๆนะ กินยาหรือยัง” ถามอย่างเป็นห่วงแหละ แต่ในใจคิดอะไรดีๆออกแล้ว
“ยังเลย เดี๋ยวก็หายเองแหละ” ยิ้มอ่อน
“แล้วพี่มีอะไรหรือเปล่า?” ถามแล้วมองหน้ามันอย่างห่วงใย
“พี่แค่คิดถึงนท...” น่าสงสารจริงๆ
“แล้วไม่เรียนเหรอ?” มองอย่างสงสัย
“ครูประชุมช่วงเช้าไง” หน้าตาน่าสงสารจริงๆ
“แล้วพี่ไอซ์ไหวไหม? ให้ผมพาไปห้องพยาบาลไหม” จับมือมัน
“ก็ดีนะ พี่เริ่มไม่ค่อยไหวแล้ว” ทำอ้อน
“ขนาดไม่ค่อยไหวแต่เดินมาหาผมถึงนี่เนี่ยนะ ไม่ไหวเลย” ทำหน้าหมั่นไส้มัน
“ก็คิดถึง...” ทำหน้าตาจริงจัง
“เดี๋ยวผมจะพาไปห้องพยาบาลนะ!” ผมพูดเสียงดัง
แล้วผมก็พามันไปห้องพยาบาล ครูก็ตรวจอะไรไปนิดหน่อย ก็บอกว่าเป็นไข้หวัด กินยานอนพักสักแปปน่าจะดีขึ้น แล้วครูก็ไปจัดยาให้พี่ไอซ์มัน แล้วผมก็พามันไปนอนที่เตียง ......
“นอนไปนะ ผมไปแล้ว!” กำลังจะเดินไปมันลุกมาดึงมือผม “อะไร?”ผมถามด้วยความสงสัย
“อยู่เป็นเพื่อนก่อนได้ไหม!” ทำหน้าเศร้า
“เอาดิ นอนเลยอะ!” ผมพลักมันลงแล้วก็ห่มผ้าห่มให้มัน
ตอนแรกมันก็ชวนคุยนู่นนี่นั่นแหละ ผมไม่ค่อยตอบมันสักเท่าไหร่จนมันเงียบ และก็หลับตานอนไปคงเพราะฤทธิ์ยา ผมนึกขึ้นได้ล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมันออกมา ปลดรหัสเครื่องยังคงใช้รหัสเดิม รูปหน้าจอคือรูปคู่ผมกับมัน ผมมองภาพนี้ด้วยความคิดถึง แม้ว่าผมจะลบสิ่งต่างๆที่มีกับพี่ไอซ์ไปหมดแล้วก็ตาม... ผมสลัดความคิดบ้าๆนั่นออกไปแล้ว ผมหาเบอร์แม่พี่ไอซ์และเบอร์พี่อาร์ม เมมไว้แล้วก็เอาโทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงมันเหมือนเดิม แล้วผมก็เดินออกมาเพื่อกลับไปห้องเรียน ผมคิดว่าในคราวที่แล้วผมทำเพื่อมันคอยเป็นห่วงมันมันก็ยังทิ้งผม ครั้งนี้ผมจะจัดการมันด้วยวิธีนี้แหละ ทำให้มันเสียดายผมอย่างที่ผมเคยบอกไว้ ผมต่อสายหาแม่พี่ไอซ์ สักพักก็รับ..........
“ฮัลโหล” เสียงหวานเหมือนเดิมเลย
“สวัสดีครับคุณแม่ ผมนทนะครับ” พูดอย่างสุภาพ
“อ้าวนท! เป็นยังไงบ้างลูกหายไปเลย” คุณแม่ถามด้วยความสนใจ
“สบายดีครับ คุณแม่สบายดีนะครับ” ผมตอบกลับเสียงหวาน
“จ้ะแม่สบายดี แล้วนี่ลูกกับไอซ์เลิกกันแล้วใช่ไหม...” ตอนพูดแม่เขาก็พูดเบาๆเหมือนไม่กล้าถาม
“ครับ”  ผมตอบเสียงเบา
“ตาไอซ์เล่าให้แม่ฟังหมดแล้ว แม่ขอโทษแทนไอซ์ด้วยนะลูก” อ่อนโยนกับผมเสมอเลย
“ผมไม่เป็นอะไรอยู่แล้วครับ ที่จริงผมโทรหาคุณแม่เพราะพี่ไอซ์เขาไม่สบายครับ พี่เขามาหาผมที่ห้องเรียนหน้าตาไม่สู้ดีผมก็เลยพาไปห้องพยาบาล ผมเป็นห่วงกลัวจะเป็นอะไรหนักเลยโทรมาบอกคุณแม่ครับ” ผมพูดอย่างจริงจัง ผมไม่อยากใจอ่อน แล้วไม่ได้โกรธหรือคิดจะโทษผู้ใหญ่ ผมโตพอที่จะแยกแยะออกว่าอะไรคืออะไร แค่พวกเขาก็ดีกับผมมากๆนี่นะ
“อีกแล้วเหรอ ขอบใจนทมากๆนะลูกที่ยังห่วงและดูแลตาไอซ์” แม่พูดเสียเศร้าๆ
“ไม่เป็นไรครับคุณแม่ ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัวไปเรียนต่อนะครับ ถ้าคุณแม่สะดวกรบกวนมาดูพี่ไอซ์หน่อยก็ดีนะครับ ผมกลัวว่าเขาจะไม่ยอมบอกเหมือนทุกครั้ง....” พูดแล้วก็หน่วงๆที่อกจัง
“นทยังน่ารักเสมอต้นเสมอปลายเลยนะ แม่ขอบคุณมากจริงๆเดี๋ยวแม่จะไปดูพี่เขานะ ขอบใจมากหนูไปเรียนเถอะจ้ะ”
“ครับ สวัสดีครับ ตึ๊ด!”
แล้วก็ตัดสายไป ผมรู้สึกโหวงเหวงในใจอย่างบอกไม่ถูก ไอโกรธมันก็โกรธ คิดถึงมันก็ยังมีบ้าง ผมก็คนคนนึง ทำไมชอบโผล่มาอยู่เรื่อย ให้ผมต้องกลับมาคิดเรื่องพวกนี้ ทำไมไม่หายๆไป ไม่ต้องมาเจอกันอีก ผมคิดฟุ้งซ่านได้ไม่นานก็เดินกลับห้องเรียน พวกเพื่อนรุมถามผมกันใหญ่เลย ผมบอกไม่มีอะไรหรอกก็เรียกไปคุยเรื่องไร้สาระเท่านั้นเอง มันก็เซ้าซี้อยู่นั้นผมก็บอกปัดๆไปจนพวกมันเลิกถามไปเองนั่นแหละ แต่ผมแปลกใจช่วงเช้าก็ไม่ได้ทำไรพี่อ๊อฟหายหัวไปไหนนะ นึกได้ผมก็เดินออกมาหน้าห้องแล้วก็ต่อสายหามันสักพักก็รับ….
ผมถามมันว่ามันอยู่ไหน แล้วทำอะไรตามประสา เพราะทุกคนก็ต้องยุ่งอยู่ในห้องเรียนตัวเอง สรุปได้ว่ามันไปอยู่ชมรมทำบอร์ดโอเพ้นเฮ้าส์ แล้วมันก็อยู่กับเพื่อนๆพี่ๆในชมรม แต่มาสะดุดกับชื่อยัยอิงฟ้า ทำผมรู้สึกไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่ คุยไม่นานผมก็เลยกดวางไป ไม่อยากจะคุยจนกลายเป็นทะเลาะกัน
แล้วผมก็เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงเดินเข้าไปเอากระเป๋าแล้วบอกเพื่อนๆว่าเจอกันโรงอาหาร พวกมันก็พยักหน้า ตอนแรกพวกมันจะตามมา แต่ผมบอกไม่ต้อง แล้วผมก็เดินตรงไปที่ชมรมของมัน พอไปถึงเห็นพี่อ๊อฟนั่งทำหน้าหงุดหงิดอยู่หน้าชมรม พอเห็นผมมาก็เดินมาหาผมแล้วลากผมไปหลังชมรม คนไม่มี และค่อนข้างเงียบมาก มันคล้ายๆที่เก็บของ
“มึงเป็นอะไรนท หงุดหงิดอะไร” ถามผมเสียงอ่อน
“ผมถามจริงๆนะ พี่รออะไร ทำไมไม่เป็นแฟนกันสักที!” หงุดหงิดมาก อาจจะเซ็งในหลายๆเรื่องเลยเอามาลงที่มัน
“โอ้ย!เรื่องแค่นี้เอง มึงอย่าคิดมากดิ” มันยิ้มแล้วจับมือผม
“คิดมากบ้าบอไร พี่กำลังทำผมเป็นบ้านะเนี่ย!” สะบัดมือมันออก
“พี่อ๊อฟฟฟฟ” ยัยอิงฟ้ามาตะโกนเรียกหาผู้ชายชาวบ้านแล้วทีนี้...
“มีอะไร?” พี่อ๊อฟเดินออกไปหามัน ผมก็เดินตามไป
“อ้าว นทมาได้ยังไง” ถามแล้วมองหน้าผมเหมือนเจอสิ่งศักดิ์สิทธิ์
“แล้วอิงฟ้าล่ะ มาได้ยังไง!” ถามมันเสียงแข็งด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง
“มาช่วยงานที่ชมรมน่ะสิ พี่อ๊อฟก็หายตัวเก่งจังเราเลยมาตามเนี่ย” เกาะแขนพี่อ๊อฟ พี่อ๊อฟมองผมแล้วยิ้มประมานจะยั่วให้ผมโกรธ
“มาช่วยงานหรือว่ามะ....” กำลังจะพูดว่า มาช่วยงานหรือมาหาอ่อยผู้ชาย แต่....
“ไปเถอะอิงฟ้า งานใกล้เสร็จแล้วรีบๆไปทำเถอะ นทคงจะรีบไปหาเพื่อน” มันพูดตัดบทผม แล้วขยี้หัวผมด้วยรอยยิ้มของมันแล้วมันก็เดินไปกันเลย ทิ้งผมให้ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ ทำกันได้ลงคอนะ
ผมก็เดินเลาะมาตามข้างหลังตึกเนี่ยแหละ มันก็เป็นด้านหลังของชมรมต่างๆ ผมเดินมานั่งข้างๆวงโยที่กำลังซ้อมกันอยู่ นั่งฟังเผื่อจะได้ทำให้ผมหายเซ็ง พี่อ๊อฟกำลังแกล้งผมอยู่ ผมว่ามันต้องเอาคืนเรื่องที่ผ่านมาแน่ๆ อย่างตอนที่ผมกำลังคบกับพี่ไอซ์แหละมั้ง มันคงจะหมั่นไส้และอยากเอาคืมผม อันนี้คิดไปเอง ผมคิดไปคิดมาก็ว้าวุ่นนะ เสียงดนตรีไม่ได้เข้าหัว นั่งไปสักพักเสียงก็เริ่มวุ่นวาย ทั้งเสียงประกาศเสียงคนแหกปากเสียงดนตรี รวนตีกันไปหมด ผมลุกขึ้นแล้วก็ไปนั่งที่ศาลาแถวหน้าห้องสมุด นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว......
“มานั่งอะไรคนเดียววะ ไม่มีใครคบเหรอ”ผมหันไปตามเสียง ไอแบงค์....
“เสือก!” ผมด่ามันแล้วก็กำลังจะลุกหนีมัน มันเอาตัวมามาขวางทางออก ผมไม่มีอารมณ์มาทะเลาะกับมันหรอก
“มึงพูดแบบนี้กับคนที่มึงชอบได้ยังไงว้า” ทำหน้ากวนตีน
“กูไม่ได้ชอบมึงไอควาย!” ผมมองค้อนมัน
“หึ ปากแข็งจริงนะ” มันเอามือมาลูบปากผมผมหันหน้าหนีแล้วถอยห่างมัน พร้อมทำท่ารังเกียจ เอามือถูปากที่มันจับผมเมื่อครู่ มือสะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้
“ถอยไปไอแบงค์!” ผมถอยห่างมัน
“ไม่ดีใจเหรอวะมึง นานๆกูจะมาเล่นด้วยนะเว้ย!” ยิ้มสะใจอย่างผู้ชนะ
“กูไม่ได้อยากเล่นกับมึงถอยไปเลยไอเหี้ย!” ผมตะคอกใส่มัน มันเดินเข้ามา ผมก็ถอย จนผมต้องนั่งลงเพราะมันตันแล้วเนี่ย
“ทำเหมือนเก่งนะมึง แต่ที่แท้ขี้ขลาดนี่หว่า” ขยี้หัวผม
“ไอเหี้ย!” ผมพลักมันแล้วกำลังจะวิ่งออกมามันดึงกระเป๋าผมไว้ ผมเกือบหงายหลังล้ม “ปล่อยนะเว้ย!”
“5555 ท่ามึงแม่งตลกสัสอะ” สะใจมาก คนอื่นๆเห็นก็ได้แต่มอง ไม่กล้าเข้ามายุ่ง เพราะไอแบงค์มันเหี้ย รังแกเขาไปทั่ว! แต่ดูเหมือนจะมีแต่ผมกับเพื่อนผมอะมั้งที่กล้าแหกปากด่ามัน
“ปล่อยโว้ย!” ผมพูดพร้อมดึงกระเป๋าผมจากมือ มันก็ไม่ยอมปล่อย ผมยังคิดเลยเมื่อก่อนนึกไงคิดไปจีบมันเนี่ย คนนิสัยแบบนี้เนี่ยคิดแล้วขนลุก
“เลี้ยงข้าวเที่ยงกูสิ กูถึงจะปล่อย!” ยักคิ้วทำหน้ากวนตีน
“ถ้าบ้านมึงจะยากจนขนาดนั้นขอกูดีๆก็ได้ไม่ต้องมาหาเรื่องกูหรอก!” ผมพูดพร้อม ยักคิ้วคืนมัน
“บ้านกูอะมีแดกอยู่แล้ว แต่กูอยากแดกของที่มึงซื้อให้ เก็ทไหม” ยังคงยักคิ้วทำหน้าหล่อ
“ไปหาแดกเอาเองเว้ย! ปล่อยสิวะ!” ผมจะดึง หรือจะถีบมันยังไงก็ไม่สะทกสะท้าน “โอเคๆ กูเลี้ยงข้าวมึงก็ได้ๆ ปล่อยได้แล้ว!” เสียเวลา ยอมมันก็จบ แค่ข้าวมื้อเดียว
“แค่นี้ก็จบ” มันปล่อยมือ ผมดูกระเป๋า โหเกือบขาด
“อะ” ยื่นตังให้มัน 60 มันมองงงๆ “มองเหี้ยอะไร กูเลี้ยงมึงไง เอาไปเถอะ” มันก็คงยังมอง “อะๆกูเลี้ยงๆ” เดินเอาเงินไปยัดใส่กระเป๋าเสื้อมัน “กูไปแล้ว จบกันนะ อย่ามายุ่งกะกูอีก บาย!” แล้วก็วิ่งไปเลย ผมหันไปมองตอนแรกมันจะวิ่งตามมาแต่เพื่อนมันเรียกมันก่อน “เฮ้อ!” ยกมือลูบหน้าอกตัวเอง
“เป็นอะไรวะ” ปอพูดขึ้นผมเงยหน้ามองมันแบบงงๆ
“มึงมาอยู่นี่กันได้ยังไงวะ?” ผมมองพวกมันสี่คน
“กูต้องถามมึงไหม ไปไหนมา แล้ววิ่งหนีอะไรมา” มินถามผมขึ้นมา
“นั่นดิ พวกกตามหามึงอยู่เนี่ย” ไอวิวพูด ผมก็มองมันด้วยอาการหอบเล็กน้อย
“โทรไปก็ไม่รับ” ไอนัทเปิดหน้าจอโทรศัพท์ให้ดู
“ไอแบงค์มันหาเรื่องกูอะดิ แถมไถตังกูไปอีก” ผมพูดพร้อมทำหน้าโกรธ
“ไอเหี้ยนี่อีกแล้วเหรอวะ!” ไอมินเดือดขึ้นมา
“แล้วมึงเป็นอะไรไหม” ไอปอถาม พร้อมกับเข้ามาจับแขนจับขาผมดู
“กูไม่เป็นอะไรหรอก กระเป๋ากูอะเป็น เกือบขาด แม่งดึงไปได้!” ผมพูดพร้อมกับดูกระเป๋าตัวเอง
“มึงไม่จัดการมันบ้างวะ” ไอวิวพูดพร้อมทำหน้าจริงจัง
“มึงดูตัวมันกับตัวกูนิดนึงนะ คนที่จะโดนจัดการน่าจะเป็นกู” ผมพูดจริง มันตัวใหญ่กว่าผมก็มากอยู่ แถมแรงเยอะไปไหน มันดึงผมตัวเกือบปลิว ผมไม่ได้ซ่าจนไม่ดูสถานการณ์หรอกนะ
“เออๆปล่อยไปเถอะ กูหิวแล้วไปหาอะไรกินกัน” ไอนัทคงจะหิวจริงๆ หน้ามันไม่ไหวแล้ว
“เออๆไปเถอะคราวหน้าถ้าเจอมันเรียกกูเลยนะมึง” ไอมินพูดขึ้นผมก็พยักหน้าปัดๆไป ขี้เกียจพูดกับมันเยอะ
ไอมินมันไม่ชอบให้ใครมาหยามเพื่อนๆ ถึงมันจะเห็นแก่ได้แต่มันก็รักเพื่อนนะ นี่คือข้อดีข้อเดียวของมัน แล้วเราก็ไปโรงอาหารกัน พวกผมก็ไปซื้อข้าวมานั่งกินกันไปคุยกันไป ซักพักพี่อ๊อฟก็มากินข้าวกับเพื่อนๆ แต่ยัยอิงฟ้าถือน้ำไปให้ แล้วพี่อ๊อฟก็จงใจเหลือเกิน มันมองมาทางผมแล้วทำมุ้งมิ้งกับยัยอิงฟ้า นี่มันจะแกล้งผมเพื่ออะไรเนี่ย! ดูมันทำหน้าภูมิใจมาก....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“เป็นอะไรวะมึง มองอะไร” ปอพูดแล้วมันหันไปมองทางที่ผมมอง “อ่าว!พี่อ๊อฟนี่ ทำไมยัยอิงฟ้าดี๊ด๊าแบบนั้นล่ะ”
“ไม่ต้องสนใจหรอกมึง รีบแดกแล้วขึ้นเรียนเถอะ!” ผมพูดพร้อมตักข้าวคำโตเข้าปาก
แล้วผมก็รีบกินแล้วพวกเราก็ขึ้นห้องรอเรียน.....
“นท มีคนมาหามึง!” อีแนนตะโกนมาจากหน้าห้อง มาหากันเก่ง น่ารำคาญจริงๆ
ผมก็เดินออกไป พี่อาร์ม!? ผมมองอย่าสงสัย แล้วยกมือไหว้...
“สวัสดีครับ” ทักทายด้วยความมีมารยาท 
“ดีนท” (ยิ้ม) “เป็นยังไงบ้าง?” ถามด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ผมละลาย แต่ผมก็ต้องเก็บอาการ
“ก็ดีครับ” (ยิ้ม) “พี่อาร์มมาหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ” ถามอย่างแปลกใจ เพราะพี่ไอซ์อยู่ห้องพยาบาลไม่ได้อยู่กับผม
“พี่มาหาเรานั่นแหละ แม่อยู่กับไอซ์ที่ห้องพยาบาล” ยิ้ม ยิ้มอยู่นั่นแหละ ไม่รู้หรือยังไงว่าตัวเองหล่อขนาดไหน เขินนะนิ><
“มีอะไรพี่?” ต้องเสหันไปมองทางอื่นบ้าง หล่อเกินนทใจไม่ดี555
“เย็นนี้ว่างไหม? แม่ให้พี่มาชวนนทไปกินข้าวที่บ้าน” ยิ้ม พูดแบบนี้ผมหมดอารมณ์เลย ไม่รู้จะไปทำไม ไปในฐานะอะไร แล้วผมก็ยิ่งไม่อยากจะอยู่ใกล้พี่ไอซ์มากด้วย
“เอ่อ...คือวันนี้ผมนัดกับเพื่อนๆไปเที่ยวกัน แต่ไปกินข้าวนี่ชวนผมทำไมเหรอครับ” ถามด้วยความเกรงใจ แล้วยิ้มอ่อนส่งไป
“ก็ตอบแทนนทไงที่ดูแลไอซ์มัน พี่รู้นะว่านทอาจจะอึดอัด แต่แม่พี่ก็อยากตอบแทนนะ” พูดด้วยน้ำเสียงหล่อๆ
“ผมขอบคุณนะครับที่ชวน และผมก็ไม่ได้อึดอัดอะไรหรอกครับ ที่ผมทำก็แค่เป็นห่วงพี่ชายคนนึงเท่านั้นเอง เป็นอะไรก็ไม่ค่อยบอกใคร ผมเข้าใจคุณแม่พี่ดีครับว่าเป็นห่วง และผมก็จะช่วยเท่าที่ช่วยได้อย่างที่เคยบอกพี่ไปไง ผมไม่หวังอะไรหรอกครับ” ยิ้ม พี่อาร์มลูบหัวผม
“น่ารักเกินไปแล้วนะเรานะ” ขยี้หัวผม “ไม่รู้แหละ พูดดีขนาดนี้ยังไงก็ต้องไปนะ วันนี้ไม่ว่าง วันอื่นก็ได้โทรบอกพี่แล้วกันนะ อะ” ยื่นโทรศัพท์ให้ผม ผมก็รับมากดเบอร์แล้วคืนให้พี่อาร์มไป “โอเค” แล้วแกก็กดเมมชื่ออะไรไป พร้อมกับยิงเข้าเครื่องผม
“ให้ผมไปส่งข้างล่างไหมพี่” (ยิ้ม)
“ไม่ต้องหรอกน่า แค่นี้เองไม่หลงหรอก” ยิ้มบ่อยเหลือเกิน ผมเขินแล้วเนี่ย
“เปล่า ไม่ได้กลัวพี่หลง กลัวเด็กแถวนี้จะจีบพี่เอาอะดิ” พูดแล้วเขินเอง โว๊ะ! อะไรเนี่ย
“แหนะๆ รู้นะๆ” มีการแซว ผมเขินจนตัวบิดแล้วเนี่ย
“พี่อาร์มอะ ไปเลย!” ผลักหลังพี่อาร์มให้ลงไป
ผมก็โบกไม้โบกมือลาพี่เขาก็ลงไป ผมก็เดินเข้าห้อง พวกเพื่อนผมมองกันใหญ่ พอผมนั่งโต๊ะเท่านั้นแหละ มามุงอยู่ที่โต๊ะผมกันหมดห้องอะ ผมมองพวกมันแบบงงๆ....
“อะไรวะ?” ผมถามด้วยความงงจริงๆ
“นั้นมันพี่อาร์ม เดือนมหาลัยนิ ไอนทมันยังไง!” อีแนนอยากรู้สุดๆ แล้วอีนี่มันไปรู้ได้ยังไงว่าเป็นเดือนมหาลัย ผมยังไม่รู้เลย แต่หล่อขนาดนั้น ถ้าไม่ได้เป็นก็น่าแปลกอยู่ และมีคำถามอีกมากมายที่รัวมาให้ผม ผมก็นั่งฟังไปยิ้มไป คือพวกมันไม่รู้เหรอเนี่ยว่านั้นคือพี่ชายพี่ไอซ์ ผมส่ายหัวอย่างเอือมระอา...
“พวกมึงตั้งสติ นั้นพี่ชายพี่ไอซ์!” ผมบอกมันด้วยหน้านิ่ง แล้วก้มหน้าเขียนงานที่จะส่งในคาบถัดไป
“ห๊ะ!” พวกเพื่อนทั้งหลาย จะตะลึงกันทำไม? ผมเงยหน้ามองพวกมันด้วยความรำคาญ
“พวกมึงจะสงสัยกันอีกนานไหม ไปไหนก็ไปกันเลยไปกูร้อน!” มันร้อนจริงๆ ทั้งห้องมารุมตรงโต๊ะที่ผมนั่ง
“มึงพูดมาเคลียล์ๆก่อน พวกมึงมาฟังอย่าพึ่งไป!” อีนี่มันเจ้าแม่ขาเสือกจริงๆ คนอื่นกำลังเดินออกไปกันเรียกเขามามุงอีก!
“กูบอกว่าเป็นพี่ชายพี่ไอซ์ แล้วมึงจะงงอะไรนักหนาอีช้าง!” ด่ามันอย่างใจเย็น พวกเพื่อนหัวเราะกันหมด
“เออกูรู้แล้ว แล้วยังไงคะยังไง มีซัมติงอะไรกันหรือเปล่า!” ทำหน้าไม่แคร์ สวยมากสินะ
“มีดิ!” พวกมันทำหน้าตั้งใจฟังมากอะ “ก็เป็นพี่ชายแฟนเก่ากูไง” ผมตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก็เป็นพี่ชายแฟนเก่าจริงๆจะให้ไปมีอะไร ถึงอยากมีก็แค่ฝัน พี่อาร์มระดับเหนือเทพไปแล้ว ไกลเกินเอื้อม5555
“พี่ชายแฟนเก่าอะไรไม่ทราบ มียิ้มน้อยยิ้มใหญ่แถมชวนกันไปกินข้าวที่บ้านเนี่ยนะ!” ทุกคนตะลึง ส่วนพวกเพื่อนผมมองผมแบบตกใจ ผมอึ้งกว่าตรงที่อีเวรนี่ไปแอบฟังผมเนี่ย
“อีแนนมึงแอบฟังกูเหรอ?” มองมันด้วยสายตาหาเรื่อง
“กะ....ก็กูแค่บังเอิญเดินไปได้ยินเท่านั้นเอง” มีอึกอัก “แล้วมันป็นยังไงมึง” ตั้งใจฟังยิ่งกว่าตอนเรียนอีกพวกนี้นี่นะ
แล้วผมก็เล่าไป ว่าพี่ไอซ์ ไม่สบายจนมาถึงตอนที่พี่อาร์มมาหา พวกมันก็เข้าใจแล้วถามต่ออีกเรื่องพี่อาร์มพวกผู้หญิงดูจะตาเป็นประกายเชียว พอผมเล่าลักษณะนิสัยของพี่อาร์มจบพวกมันนี่คันกันใหญ่เลย แล้วก็เริ่มกระจายตัวกันกลับไปนั่งที่ สักพักครูก็เข้ามาสอนจนเลิกเรียน พวกเพื่อนถามผมอีกรอบเรื่องเมื่อตอนกลางวัน ผมก็เล่าความจริงให้มันฟังรวมถึงเรื่องจะทำดีกับพี่ไอซ์ด้วย พวกมันก็พยักหน้าเข้าใจ ตอนแรกก็ห้ามนะ แต่ผมก็อธิบายไป ว่าใจจริงก็ไม่ได้โกรธอะไรหรอก พี่ไอซ์แค่โง่ไปเท่านั้นเอง และตอนนี้ผมก็เห็นพี่มันเป็นแค่พี่ชายคนนึง ที่ผมจะทำดีด้วยมันแปลกนักเหรอ พวกมันก็เข้าใจกัน และตอนนี้ผมก็มารอพี่อ๊อฟอยู่ที่รถ ส่วนพวกเพื่อนผมก็นั่งรถไปก่อนแล้ว ผมบอกพวกมันให้ไปหาน้องซินก่อนเลย มันก็โอเค ผมรอสักพักพี่อ๊อฟก็มา แต่! มากับอิงฟ้าเนี่ยนะ!..........
“ให้อิงฟ้าไปด้วยนะ” มันพูดด้วยรอยยิ้ม แล้วชี้ไปที่ยัยอิงฟ้า ส่วนผมเหรอมองนิ่งๆ เริ่มจะไม่อยากไปแล้ว
“นทให้เราไปด้วยน้า เราอยากไปหาอะไรกิน” ทำหน้าแอ๊บแบ๊ว
“อืม! จะไปกันแบบอัดสามให้ตำรวจจับเลยใช่ไหม” ผมประชดเบาๆ
“วันนี้ไม่มีตำรวจเว้ย! กูเช็คมาแล้ว” ยักคิ้วให้ผม ผมมองค้อนมันตาแทบหลุด
“จะไปก็รีบไปเถอะ!” ผมเดินไปรอมันที่ประตู
แล้วมันก็ขี่รถออกมา แต่ประเด็นคือมันเอาอิงฟ้านั่งหน้ามันไง.....
“อิงฟ้า! นั่งแบบนี้มันจะดีเหรอ! คนอื่นเขาจะมองยังไง!” ผมกัดฟันพูดพร้อมกระแทกเสียงเบาๆ พี่อ๊อฟก็ยิ้ม
“ก็นั่งนี่ดีแล้วนะ เดี๋ยวนทอึดอัด ถ้าเราไปนั่งข้างหลัง” (ยิ้ม)
“ไม่อึดอัดเลย! คราวที่แล้วยังนั่งได้ ทำไมคราวนี้ถึงนั่งไม่ได้!” มองอิงฟ้าแบบหาเรื่องอิงฟ้าทำแอ๊บแบ๊วไม่รู้เรื่อง
“ขึ้นมาเหอะน่า! เพื่อนๆมึงไปรอแล้วนะ” ยิ้ม ยิ้มทำบ้าอะไรวะ!
แล้วผมก็ขึ้นซ้อนรถมันด้วยอารมณ์หงุดหงิดสุดๆ คุยกันอย่างกับผมไม่ได้นั่งมาด้วย ผมหยิกเอวพี่มันไปตั้งหลายรอบ ทำเป็นไม่รู้สึกนะ ชิ!พอไปถึงผมก็เดินออกมาก่อนเลยหมั่นไส้ไอพี่อ๊อฟมัน ไปหาพวกเพื่อนผมตามจุดนัดกัน น้องซินมากับไอสิงโต เพื่อนๆผมทำหน้าแปลกๆกันใหญ่เลย พอผมเดินไปถึง.....
“พี่นททำไมมาช้าจังเลยคะ ซินรอนานมากค่ะ!” ผมมองหน้าจอมือถือ เรทไป 5 นาทีจากที่นั้นเนี่ยนะผมทำหน้าไม่ถูกเลย
“ซินพี่บอกว่ายังไง” ส่งสายตาดุให้น้องซิน น้องซินฟึดฟัดเล็กน้อย
“พี่ผิดเองแหละมาช้า ขอโทษทีนะ เดี๋ยวพี่พาไปกินเค้กร้านประจำ โอเคไหม?” ผมพูดอย่างใจเย็น แม้จะหัวฟัดหัวเหวี่ยงเรื่องพี่อ๊อฟมาก็เถอะ
“ต้องตอนนี้นะคะ ไม่งั้นซินงอนจริงๆ!” อารมณ์ฉุนเฉียวดีจัง ไอพี่อ๊อฟเดิมาถึงพอดีไม่รู้จะจอดรถอะไรกันนานขนาดนั้น
“ตอนนี้สิ ร้านเค้กเจ้าโปรดของพี่เขาก็มาตั้งนะ ไปกันเถอะ!” หันไปค้อนให้พี่อ๊อฟแล้วเดินจูงมือน้องซินไปเลย
พอเดินกันไปได้สักแปปก็ถึงร้านเค้ก ผมก็สั่งเค้กนมสดของโปรดผมให้น้องซินลองชิมก่อน กินไปกินมาติดใจสะงั้น นั่งกินไม่พอสั่งกลับบ้านอีกหลายกล่องเลย ไอสิงโตก็บ่นตลอด พวกเพื่อนผมเดินนำกันไปก่อนแล้ว พี่อ๊อฟกับยัยอิงฟ้านี่มันเกินไปจริงๆ เดินไม่ห่างเลยนะ พอผมกำลังจะไปขัดน้องซินก็ดึงให้มาดูนั่นดูนี่ สรุปคือผมก็เดินกับน้องซินและไอสิงโต พี่อ๊อฟก็เดินไปกับยัยอิงฟ้า โถ่!พี่อ๊อฟทำไมทำแบบนี้ T-T พวกเราเดินกันไปสักพักก็น้องซินก็บ่นหิวข้าวแล้ว พวกเราก็พากันเดินไปโซนอาหารกัน แล้วก็พากันไปสั่งมานั่งกินด้วยกันตรงโต๊ะที่เขาจัดไว้ให้.........
“นทกินเกี๊ยวซ่าไหม” อิงฟ้าหยิบเกี๊ยวซ่าขึ้นมาให้ผมดู
“ไม่อะกินกันไปเถอะ!” ผมพูดอย่างไม่พอใจ แล้วไม่สนใจอิงฟ้าเลย เพราะพี่อ๊อฟกับอิงฟ้ามันนั่งหน้าผม ผมเลยต้องนั่งหันข้างๆ ไม่อยากรับรู้ ทำเป็นดูน้องซินกินข้าว “ซินอร่อยหรือเปล่า”(ยิ้ม)
“ไม่ค่อยอร่อยเลยค่ะ แต่หน้าตามันดูน่าทานนะคะ” พูดเบาๆ ให้ผมได้ยินกับน้องแค่สองคน
“พี่ก็ว่างั้นแหละ ดูดิขนมจีนน้ำยาเหมือนน้ำเปล่า พี่ทานไม่ลงเลย” ผมทำหน้าแหยงๆ
“งั้นพี่นทบังคับพี่สิงโตทานเลยค่ะ หนูว่าถ้าพี่นทบอก พี่สิงโตต้องทานแน่ๆ” ยิ้มชั่วร้าย ผมเหลือบไปมองสิงโตมันมองมาทางผมอยู่ สิงโตมันไม่กินอะไรไงมันนั่งดูผมกับน้องซินกิน
“สิงโต กูกินไม่ไหวแล้วช่วยกินหน่อยดิ” ทำท่าลูบท้อง เพื่อนๆก็คุยกันอยู่ มันไม่ค่อยอยากยุ่งกับผมเมื่อผมอยู่กับน้องซิน มันบอกว่าน้องซินชอบทำหน้าไม่พอใจพวกมันเวลาไปยุ่งตอนที่ผมอยู่กับน้องเขา ส่วนพี่อ๊อฟก็มองนะ แต่ยัยอิงฟ้านี่ก็เกาะแกะจังแหละชิ!
“อิ่มแล้วก็ไว้นั่นแหละ ไม่ต้องฝืนหรอก” ยิ้มน้องซินก็สะกิดอยู่นั่นแหละ
“มึงรังเกียจของกูเหรอ” ทำหน้าเศร้า ไอสิงโตชะงักไปนิด
“ปะ เปล่ามาดิๆเดี๋ยวกูกินเอง” มันเอื้อมมือมาหยิบขนมจีนรสชาติจืดๆผมไปกิน เอาเข้าปากคำแรกมันมองผมแบบเกือบสำลักอะ “เอิ่ม!” มันกินคำเดียวแล้วมันก็วางลงแล้วหยิบแก้วน้ำผมไปกิน “อร่อยดีเนอะ!” กัดฟันพูดมองค้อนผม
“สิงโตไม่ได้นะเว้ย กินให้หมดเลย มามะกูป้อน!” ผมให้น้องซินที่นั่งขั้นผมกับสิงโตลุกขึ้นออกไปนั่งข้างผมแล้วผมก็นั่งข้างสิงโตมัน “อ้ามมม!” ตักขนมจีนขึ้นมาจ่อปากมัน มันลังเลนิดนึงก็ยอมอ้าปาก น้องซินหัวเราคิกคักเลย
“พะ....พอแล้วมั้ง” มันเบี่ยงหน้าหนี
“น้องซินพอแล้วเนอะ เดี๋ยวสิงโตจะท้องเสียเอาน้า” หันไปกระซิบกับน้องซิน
“ก็ได้ค่ะ อิอิ  พี่สิงโตชอบบ่นดีนักโดนแกล้งบ้างก็ดี” ทำหน้าสะใจ
“ไม่เอาน่า พี่เขาพูดเพราะเป็นห่วงนะ!” บอกแบบจริงจัง น้องซินพยักหน้าเข้าใจ
พอกินเสร็จก็เดินกันอีกแปป ก็แยกย้ายกันกลับ ไอสิงโตจะมาส่งแต่พี่อ๊อฟก็แทรกขึ้นมาว่าไม่ต้องผมอยู่หมู่บ้านเดียวกันเดียวไปส่งเองอะไรทำนองนั้น เอาจริงๆดูเหมือนหวง แต่ก็ไม่ยอมห่างจากอิงฟ้าคืออะไร? และน้องซินก็ไม่ลืมย้ำสัญญาที่ผมจะไปหาน้องในวันพรุ่งนี้ เรานั่งรถกันมาสักพักมันก็คุยแต่กับยัยอิงฟ้า ไม่สนใจผมเหมือนเดิม พอถึงบ้านก็ร่ำรากันอย่างกับจะลาไปตาย แล้วมันก็พาผมกลับบ้านระหว่างทางผมก็เงียบมันก็ผิวปากอย่างคนอารมณ์ดี....
“มีความสุขมากล่ะสิ!” ผมประชดมันเสียงแข็ง
“ก็นะ” แล้วก็ฮำเพลงไป ผมละหมั่นไส้จริง ผมกอดมันจากด้านหลัง มันสดุ้งรถเซเกือบล้มแหนะ! “นทมึงทำอะไรเนี่ย รถเกือบล้ม!” มันทำเสียงโหด
“จะกอดอะ ทำไม!” กอดแน่นเลย มันแกะออกด้วยนะผมก็ไม่ปล่อย
“มึงเป็นบ้าอะไรเนี่ย!” จับมือผมที่โอบเอวอยู่แล้วลูบ
“หึงโว้ยยยย!” ตะโกนอย่างดัง
แล้วผมก็ทั้งด่าทั้งถามมันก็เอาแต่หัวเราะจนถึงบ้านเนี่ยแหละ....
“ไปนอนกับกูนะ” (ยิ้ม)
“ไม่!” หมุนตัวกำลังจะเข้าบ้านพี่อ๊อฟจับมือผมไว้ ผมก็มองมันแบบไม่พอใจ
“ไม่นอนแน่นะ?” ยิ้ม ผมก็ลังเลสิ ไอนี่มันเป็นอะไรเนี่ย ทำผมไปไม่เป็นเลย
“อะ เออไม่!” พี่อ๊อฟจับมือผมแน่นขึ้น
“งั้นเดี๋ยวมานอนด้วยเคเปล่า?” ยิ้มหวานจนตาปิด
ผมก็ทั้งด่า ทั้งทุบมัน มันก็เอาแต่ยิ้ม แล้วสรุปมันก็ต้องมานอนกับผม แต่มันต้องกลับไปเอาของที่บ้านก่อน ผมยืนรอมันสักแปปมันก็กลับมา ผมก็พาพี่มันเข้าบ้าน ทักทายป๊ากับแม่นิดหน่อยแล้วพากันขึ้นห้อง......
“พรุ่งนี้ไปไหนกันดี” ยิ้ม ผมที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง หันไปมองมันที่กำลังจัดของอยู่
“ไม่ไปหาอิงฟ้าเหรอ!” พูดแบบไม่สนใจเท่าไหร่ มันเดินมานั่งข้างผม
“อืมนั่นสิ ไปหาอิงฟ้าดีกว่า” ยิ้มเจ้าเล่ห์ ผมมองขวางเลยสิ
“เออก็ดี! กลับไปนอนบ้านตัวเองเลยไป!” ตะคอกใส่มัน แล้วถอยห่างมัน
“ หึ!” แล้วมันก็ลุกไปจัดของแล้วเข้าไปอาบน้ำ ผมก็เบื่อมากกับมันแล้ว เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้
ผมก็ไปนั่งทำการบ้านรอมัน สักพักมันก็ออกมา ผมก็ทำการบ้านไป จนเสร็จมันนอนเล่นโทรศัพท์รอผม ผมเดินเข้าไปอาบน้ำ มันก็เตรียมแปรงให้ผมเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกผมไม่เหมือนเดิมน่ะสิ หงุดหงิดจริงๆ พอออาบเสร็จออกมาก็แต่งตัวขึ้นเตียง ไอพี่อ๊อฟมันไปนั่งทำอะไรไม่รู้ที่โต๊ะ.......
“ง่วงยัง” มันหันมายิ้มหวาน ผมมองด้วยสายตานิ่งๆ แล้วไม่สนใจมัน มันเดินมานอนข้างผม “เป็นอะไร” ยิ้ม เอามือลูบหัวผม
“ไปไกลๆไป!” ทำเสียงรำคาญมันมันก็ยิ้มอย่างเดียว “ถามจริงเป็นอะไรมากไหมพี่อ๊อฟ ผมหงุดหงิดนะเนี่ย!”
“กูไม่ได้เป็นอะไร มึงนั่นแหละเป็นอะไรหื้ม?” กอดผม ผมก็ไม่ขัดขืน
“ตกลงชอบยัยอิงฟ้าใช่ไหม?” เริ่มนอยแล้วสิ
“ทำไมคิดแบบนั้นวะ?” ขมวดคิ้ว
“ต้องให้พูดจริงๆเหรอ!” ผมมองมันตาขวาง
“มึงหึงเว่อร์ไป เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันนะ” (ยิ้ม)
“คือพี่ไม่อยากเป็นใช่ไหม ถึงพูดแบบนี้” เจ็บจี๊ดที่ใจยังไงไม่รู้ ทำไมมันพูดแบบนี้รู้สึกร้อนที่ขอบตาไปหมด
“เห้ยๆ! ไม่เอาๆ อย่าร้องดิกูล้อเล่นๆ อย่าคิดมาก” กดหัวผมซบกับอกมัน
“เป็นแฟนกันได้แล้ว เลิกยุ่งกับใครทั้งนั้นด้วย” ทำงอแงและทำเสียงอ้อน
“รีบไปหรือเปล่า” ดันผมออกมามองหน้าแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่เร็วไม่ช้าอะไรทั้งนั้นแหละ ผมจะเป็นบ้าเพราะพี่แล้วนะเนี่ย!” พี่อ๊อฟก็คลายกอดออกแล้วก็มองผม
“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ?” ยิ้ม มีความสุขไรนักหนาวะ
“พี่จะเอายังไงตอบมาดิ ไหนว่ารักไง ทำไมทำแบบนี้” นอยมากบอกตรง
“มึงอย่างอแงดิ กูก็รักมึงคนเดียวแหละน่า” เอามือลูบแก้มผม
“แล้วพี่เป็นอะไรเนี่ยรออะไร!” ตะคอกมัน
“เอาน่าไว้ค่อยคุยกันดีกว่าเนอะ” ยิ้มแล้วลุกขึ้น ผมก็ดึงมัน แล้วกดมันลงเตียง
พอมันล้มนอนบนเตียงผมก็ขึ้นคร่อมมัน แล้วจูบมันทั่วหน้า มันก็นิ่งๆให้ผมทำ....
“พอเถอะเลิกเล่นสักทีผมไม่ไหวแล้วนะ” ผมพูดเสียงอ่อน
“อะไรไม่ไหววะ” ยิ้ม แล้วลูบหลังผม “พอเถอะน่า อย่ามาหื่นตอนนี้เลย กูง่วง” แล้วดันผมออก
ได้แต่ฟึดฟัด ก็คือถ้ามันจะทำผมเมื่อกี้จะไม่ขัดขืนเลย แต่นี่อะไร อ่อยสุดๆยังไม่สนใจกันเลย! ไอพี่อ๊อฟมันลุกเดินไปปิดไฟแล้วเดินมาขึ้นเตียงนอน ผมก็หันไปมองมัน มันก็มองผมนะ แต่ก็ไม่ได้อะไรมองนิ่งๆ ผมก็เอามือลูบท้องมัน เขยิบเข้าไปใกล้ๆมันเอาหน้าซุกไซร้อยู่ที่ลำคอมัน มันก็นิ่งให้ผมทำ ผมก็เอามือล้วงเข้าไปในกางเกง จับ...ของมันถูขึ้นถูลงจนมันพองโตขึ้นมา มันก็ยังเฉยๆ ผมเลยเอามืออีกข้างรั้งคอมันมาจูบมันก็ตอบสนองดี ดูดลมหายใจผมไปแทบหมด ผมก็ทนไม่ไหวละออก มืออีกข้างก็จับของมันถูขึ้นลงอย่างนั้น จนสักพักมันผละออก....
“ทำเถอะนะ” มันก็ยิ้มอย่างเดียว
“อยากทำอะไรก็ทำดิ” พูดเสียงกระเส่านิดๆ เพราะผมถูของมันขึ้นลงเร็วขึ้น
ผมลุกขึ้นแล้วจับพี่มันนอนหงายแล้วดึงกางเกงลง เผยให้เห็นแท่ง...ชี้ชูชัน ผมก็นั่งคร่อมแล้วใช้มือชักขึ้นลงให้มันก็ครางอืมอือในลำคอ มันมองหน้าผม ผมก็เลื่อนตัวลงนิดหน่อยให้หน้าผมอยู่บริเวณ...ของมันผมจูบลงที่หัว....ของมันแล้วค่อยๆใช้ลิ้นเลียบริเวณลำ รสชาติแปลกๆ แต่ก็ไม่เลว... พี่มันก็ครางออกมาเบาๆ ผมรูดแท่ง...ของมันลงจนสุดแล้วใช้ปากครอบลงบริเวณหัว...แล้วขยับหัวขึ้นลงช้าๆ พี่อ๊อฟนี่ครางหนักเลย มีดิ้นนิดหน่อย ผมก็เร่งจังหวะนิดๆ พี่อ๊อฟจับหัวผมกดไว้ ประมานไม่ยอมให้ออก เกือบสำลัก แต่พอจับจังหวะได้ก็ทำต่อ ผมทำไปอีกสักแปปรู้สึกว่าพี่อ๊อฟมันใกล้จะถึงฝั่ง ผมก็หยุดทุกอย่าง ปัดมือที่กดหัวผมออกแล้วลุกขึ้นมองหน้ามัน....
“หยุดทำไมวะ” เสียงกระเส่าเลยทีเดียวผมโน้มตัวลงไปจูบปากมัน แล้วสบตากับมัน
“พูดออกมาสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน” ก้มลงไปงับหูมัน แล้วใช้ต้นขาถูกับ...ของมัน มันกระตุกเล็กน้อย
“อ่า มึงเล่น อ้า อ่า” ผมเอามือถูบริเวณหัว..ของมัน มันก็เอามือปัดป่ายนะ แต่ผมใช้ตัวบังไว้
“พูดมาดีๆ อย่ามาลูกเล่นเยอะ คำตอบจะได้รู้เลย ว่าจะทำต่อ หรือ จะหยุดแค่นี้…”พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานแล้วก็กดและถูหัวมันแรงขึ้นจนมันดิ้นและร้องออกมา
“อื้ม อ่า โอ โอเคๆ ระ..เราเป็นแฟนกัน ละ...เลิกถูก่อน สะ...เสียว มะ..ไม่ไหว!” พูดติดๆขัดๆเลย แต่ก็ได้ยินชัด ผมถูไปด้วยกัดหัวนมมันไปด้วยส่วนมือมันก็จับหน้าผมไปหอมแก้ม
“ก็แค่เนี่ยแหละ.....”
แล้วผมก็ลุกขึ้นมาถอดกางเกงออก แล้วนั่งคร่อมลงตรงต้นขาพี่อ๊อฟ ผมใช้มือชักของมันขึ้นลงเพื่อให้แข็งเต็มที่ พี่อ๊อฟก็นอนครางและนอนมองผม เอาจริงๆตอนนั้นก็อายมากนะ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้วด้านได้อายอด พอมันแข็งเต็มที่แล้วและรู้สึกถึงน้ำใสๆที่มันเริ่มไหลออกมา ผมก็ลุกขึ้น จับแท่ง...ของพี่อ๊อฟจ่อให้ตรงกับช่องทางหลัง..ของผม ผมค่อยๆกดตัวลงไป นี่คือครั้งแรก บอกตามตรงเจ็บสุดๆ มันเสียดมันฟืดไม่มีตัวช่วยอะไรเลย....
“ไหวหรือเปล่า ไม่ไหวก็หยุดเถ..อุ้บ”
ผมกดตัวลงจนสุด แล้วผมก็โน้มตัวไปจูบมันพี่อ๊อฟก็จูบแบบดูดดื่มมาก แต่ผมแทบไม่ได้โต้ตอบอะไรเลยเพราะความเจ็บ พี่อ๊อฟจูบผมไปสักพักผมก็เริ่มหายเจ็บและเริ่มโต้ตอบมัน พี่อ๊อฟก็ค่อยๆขยับ ผมเกร็งจนพี่อ๊อฟมันเจ็บ...ของมัน แล้วมันก็จูบผมต่อ จูบแบบจะกินลิ้นผมเข้าไป ผมกำลังจะถอนตัวออกมันกัดลิ้นผมไว้
จากนั้นระหว่างจูบมันก็ค่อยๆขยับเอว คราวนี้ไม่เจ็บแล้วแต่รู้สึกวูบๆโหวงๆในช่องหลังมากกว่า พี่อ๊อฟก็จับผมพลิกตัวให้นอนลงอยู่ใต้ตัวมันทั้งๆที่ยังไม่ถอนแท่ง...ของมันออก มันก็เริ่มขยับเอวเร็วขึ้น ผมรู้สึกอายมาก พี่อ๊อฟจ้องหน้ามองผมด้วยสายตาที่หวานหยด ผมเลยเอื้อมแขนไปคล้องคอมันมาจูบต่อ ส่วนเอวมันก็กระแทกเข้ามาเป็นจังหวะและเร่งขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ได้ต้องร้องแล้วก็ครางชื่อมันออกมา มือมันก็ช่วยผมไปด้วย เสียวไปหมด สักพักผมก็ทนไม่ไหวปล่อยออกมาเลอะเต็มหน้าท้องตัวเอง พี่อ๊อฟถอนแท่ง...ของมันออกมาแล้วกวาดน้ำของผมไปถูที่แท่ง...ของมันแล้วใส่เข้ามาในรูผมอีกครั้ง จากนั้นก็ซอยอย่างเร็วและถี่ ผมรู้สึกแสบขึ้นมาแล้วสิ สักพักพี่อ๊อฟก็กระแทกย้ำๆ 2-3 ทีผมก็รู้สึกเหมือนมีอะไรอุ่นๆพุ่งเข้ามาในตัว แล้วพี่อ๊อฟก็ฟุบลงนอนทับผมทั้งๆที่แท่งของมันก็ยังอยู่ในตัวผม....
“ฟอด!” หอมแก้มผม แล้วเลียที่ใบหูผม
“อ่า อย่าเลีย....” เขินมากเอาจริง
“มึงแม่งโครตเซ็กซี่ นี่มึงข่มขืนกูนะ” เอามือลูบแก้มผม  ผมรู้สึกว่าแท่ง..ของมันเริ่มพองโตขึ้นมาอีกแล้ว
“บ้า!” หันหน้าหนีมัน
และหลังจากนั้นมันก็จัดผมไปอีก 2 ยก ส่วนผมไม่รู้ว่าปลดปล่อยไปเยอะแค่ไหน มันเล่นผมจนเจ็บทั้งหน้าและหลังไปหมดเราก็นอนกันทั้งอย่างนั้น เพราะหมดแรงจะลุกไปอาบน้ำ พอตื่นมาผมมองนาฬิกานี่ก็ช่วงสายแล้ว ผมหันไปมองพี่อ๊อฟสลบและไม่มีวี่แววว่าจะตื่นง่ายๆ ผมค่อยๆเอามือพี่อ๊อฟที่พาดตัวผมออก แล้วก็ค่อยๆลุก มันแสบและเจ็บๆด้านหลัง..ของผม ปวดขามากด้วย ผมค่อยๆเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ แต่ก็ไม่ลืมที่จะใช้กระจกสำรวจช่องตัวเอง โอ้โห! แดงและมีเลือดซึม โดนพรากความบริสุทธ์ไปถึงกับเลือดซึมเลย ผมค่อยๆใช้น้ำล้างอย่างเบามือ เพราะว่าแค่น้ำยังแสบขนาดนี้ ถ้าโดนสบู่ล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง อาบไปสักพักก็เสร็จ แต่นานมากจริงๆจะขยับอะไรนิดหน่อยก็เจ็บแสบไปหมด ผมก็ไม่ลืมจะเตรียมแปรงไว้ให้มัน พอออกจากห้องน้ำไป มันก็ยังนอนอยู่ คือคงจะเหนื่อยจริงๆแหละ เล่นหักโหมขนาดนั้น ดีนะที่ผมนอนเฉยๆ555 ผมแต่งตัวเสร็จก็ไปหยิบโทรศัพท์มาเปิดเครื่อง โห! น้องซินโทรมา 10 กว่าสายแล้ว ผมลืมไปเลยว่าวันนี้นัดกับน้องไว้ ผมเลยรีบโทรกลับ.....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“พี่นททำไมไม่เปิดเครื่องคะ ไหนว่าวันนี้จะมาหาหนู!” พอคุณหนูเขารับสายก็โวยเลยจ้า
“ขอโทษครับ พอดีพี่เพิ่งตื่น อีกอย่างมันก็ยังแค่สายๆอยู่ พี่ไม่อยากไปรบกวนน้องแต่เช้า” แก้ตัวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ไม่เลยค่ะ แล้วพี่นทเพิ่งตื่นเหรอคะ ซินกวนพี่หรือเปล่า” ทำเสียงหงอย
“ไม่เลยๆ เดี๋ยวพี่จะไปหาซินแล้วรอแปปนึงนะ สัญญาก็ต้องเป็นสัญญาไง” ทำเสียงสดใส
“พี่นทมายังไงคะ” ถามด้วยน้ำเสียงสงสัย ผมก็หันไปมองพี่อ๊อฟ ยังไม่ตื่นเลยและก็คงอีกนาน
“คงนั่งรถสองแถวไปครับ” ผมก็หาโพสอิทมานั่งเขียนไว้ให้พี่อ๊อฟ พร้อมกับพิมพ์ไลน์ส่งทิ้งให้มัน
“อย่านะคะ! รอที่บ้านเลยค่ะ เดี๋ยวหนูให้พี่สิงโตไปรับ” ออกคำสั่งสะแล้ว
“รบกวนมันหรือเปล่าครับ วันนี้วันหยุดมันอาจจะตื่นสายก็ได้นะ” เกรงใจจริงๆ
“ไม่เลยค่ะ พี่นทรออยู่บ้านนั้นแหละ แล้วพี่สิงโตจะไปรับนะคะ ตึ๊ด!” แล้วน้องก็วางไป
ผมก็นั่งเขียนโพสอิท “พี่อ๊อฟถ้าตื่นแล้วก็อาบน้ำหาข้าวกินก่อนนะ ผมจะออกไปหาน้องซิน ตามที่สัญญากับน้องเขาไว้ พี่จะรอผมที่บ้านก็ได้ หรือถ้าเบื่อพี่ก็กลับบ้านไปก่อนก็ได้เดี๋ยวกลับมาผมจะไปหา ^^” แล้วผมก็ติดไว้กับโทรศัพท์มัน ผมก็เตรียมของแล้วก็ลงไปหาแม่ เอาจริงๆตอนลงบันไดทรมานใช่ย่อยนะ เสียดและแสบมาก พอลงไปถึงผมก็บอกกับแม่เรื่องพี่อ๊อฟไว้ และนั่งกินข้าวกับแม่สักพักไอสิงโตก็มา ผมก็ไปกับมัน ตอนขึ้นซ้อนรถมันลำบากมากบอกตรง ต้องกัดฟันข่มความเจ็บอย่างมาก แต่ไอสิงโตมันไม่ค่อยพูดสงสัยเพิ่งตื่นแหละ พอถึงบ้านมัน โอ้โห! คนจะออกมาต้อนรับเยอะอะไรขนาดนี้.....
“ไอสิงโต ทำไมคนออกมาเยอะจังวะใครจะมา” ผมหันไปกระซิบไอสิงโตที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆผม
“ก็ซิน บอกให้ออกมาตอนรับมึง น้องกูสงสัยจะติดมึงแล้วล่ะ” (ยิ้ม)
แล้วผมก็เดินเข้าบ้านไป คนสวนแม่บ้านก็ก้มหัวกันผมทำตัวไม่ถูกเลย ก็ต้องก้มให้พวกเขาเหมือนกัน พอเข้าไปน้องซินก็วิ่งมาหาเลย พูดเยอะแยะเชียวและก็พาผมเข้าห้องเล่นของน้องไอสิงโตเดินแยกไปไหนไม่รู้ คงไปนอนต่อมั้งเพราะหัวมันยุ่งมากตอนไปรับผมคงพึ่งตื่นจริงๆอะแหละแต่......
“เอ่อ นะ....น้องซิน ทำไมห้องถึงได้เละแบบนี้ล่ะ” ผมมองสภาพพื้นห้อง คือน้องเขาปล่อยให้หนูแกสบี้2ตัววิ่งเล่นอยู่ทั่วห้อง และมีหญ้า ถ้วยน้ำ ของเล่น ขี้เยี่ยวหนูกระจายเต็มไปหมด ผมมองอย่างตะลึง
“ก็เมื่อวานพี่นทไม่มา ซินไม่มีที่นอนให้อลิซกับกัสน่ะสิคะ เลยต้องปล่อยไว้ในนี้ก่อน” ทำหน้าเศร้าๆ อลิซกับกัสคงเป็นชื่อหนูสินะ
“โอเคๆ งั้นพี่ขอโทษแล้วกัน เดี๋ยวพี่จะเก็บให้แล้วก็จัดกรงให้โอเคหรือเปล่า” ยิ้ม น้องซินยิ้มกว้างเลย
“ได้เลยค่ะ” ยิ้มอย่างอารมณ์ดี
ผมมองสภาพคือไม่รู้จะเก็บอะไรก่อนดี ผมไปหยิบถุงเปล่าที่วางอยู่บริเวณมุมห้อง คาดว่าน่าจะเป็นถุงที่ใส่หญ้า ผมก็ไล่เก็บหญ้า.....
“พี่นททำอะไรคะ” มองผมด้วยความสงสัย
“เก็บของพวกนี้ไง ถ้าไม่เก็บแล้วพวกเราจะนั่งทำกันยังไง เดี๋ยวน้องซินก็คันหรอก หญ้านี่มันคันหรือเปล่าก็ไม่รู้” หันไปบอกแล้วก็ก้มเก็บต่อ
“หยุดก่อนค่ะ! พี่แก้มมมมมม!” ผมลุกขึ้นอย่างตกใจ ลุกขึ้นเร็วๆความเจ็บนี่แล่นมาเลย ก็อยู่ๆน้องก็ตะโกนบอกผม ซึ่งจะตะโกนทำไมแล้วแม่บ้านก็วิ่งมากัน2คน “เก็บขยะในห้องซินหน่อยค่ะ! แล้วก็ทำความสะอาดด้วย ส่วนอลิซกับกัสก็เอาไว้ในกระเป๋าก่อนนะคะ หนูกับพี่นทจะนั่งรอในห้องพี่สิงโต!” สั่งแบบฟึดฟัดเล็กน้อย
“น้องซินความจริงพี่ทำให้ก็ได้นะครับ” ยิ้มอ่อน น้องก็จูงมือผมขึ้นมาข้างบนผมก็ขึ้นอย่างช้าๆและระวังที่สุดมันแสบ น่าจะพามาห้องนอนไอสิงโต
“ไม่ได้นะคะ พี่นทมาช่วยหนูจัดกรง ไม่ได้มาทำความสะอาดค่ะ” แล้วก็ดึงผมให้ผมตามไป
ผมค่อนข้างจะเกรงใจ อีกอย่างผมกลัวแม่บ้านพวกนั้นมองผมไม่ดีด้วยแหละ แล้วน้องก็พาผมเข้าห้องนอนไอสิงโต คือห้องน่านอนมากครับตุ๊กตาเอย โปสเตอร์ และโมเดลยักษ์แต่ละอย่างนี่สุดๆ ผมเห็นไอสิงโตนอนอยู่บนเตียง น้องซินก็พาไปนั่งที่เก้าอี้......
“น้องซินบังคับสิงโตไปรับพี่เหรอครับ?” มองน้องซินอย่างสงสัย
“เปล่านะคะ ตอนแรกเห็นพี่สิงโตนอนอยู่หนูก็ไม่อยากกวน แต่พี่สิงโตเห็นหนูเข้ามาเลยถามว่ามีอะไร หนูเลยบอกไป ว่าช่วยไปรับพี่นทได้ไหม พี่สิงโตไม่พูดอะไร หยิบกุญแจแล้วออกไปเลยค่ะ” ทำหน้าบ้องแบ้ว
“วันหลังไม่ต้องก็ได้นะ เพราะสิงโตอาจจะอยากนอนมากกว่าก็ได้” (ยิ้ม)
“ไม่ได้นะคะ พี่นทเป็นแขกพิเศษต้องดูแลแบบพิเศษ” ยิ้มจนตาปิด “พี่อยู่นี่ก่อนนะคะ เดี๋ยวซินลงไปดูก่อนว่าเตรียมอะไรเสร็จหรือยัง เดี๋ยวหนูให้คนมาเรียกค่ะ” ยิ้มแล้วก็วิ่งไป
“ดะ....เดี๋ยวซี่!”ไม่ทัน ไปนู่นแล้ว
ผมก็ได้แต่นั่งอยู่เฉยๆมองไอสิงโตมันนอน บอกตรงไม่กล้าหยิบจับอะไรเลย กลัวจะเป็นของรักของหวงมันทั้งนั้น ผมก็นั่งแบบนั้นสักพัก ทำไมน้องซินต้องเอาผมมาไว้ห้องนี้ด้วยเนี่ย! ห้องมีตั้งเยอะตั้งแยะ ผมอึดอัดนะ....
“มองแบบกูเขินนะเว้ย!” เสียงงัวเงียแล้วค่อยๆลืมตา รู้ได้ยังไงว่าผมมองมัน
“มองบ้าอะไร ง่วงก็นอนไปกูไม่กวนแล้ว” ผมกำลังจะลุกเดินออกห้องไอสิงโตรีบลุกมาดึงผมไปนั่งที่เตียง ดีนะไม่ได้นั่งแรง “มีอะไรวะ?นอนเถอะมึง” ยิ้ม แล้วดันมันออก เพราะมันใกล้ชิดเกินไป
“มึงจะรีบไปไหนเนี่ย ไม่เคยมีเพื่อนคนไหนได้เข้าห้องนอนกูนะเว้ย! มึงไม่ดีใจเหรอ?” ถามผมพร้อมกับล้มตัวลงนอน แล้วผมก็ควรต้องดีใจใช่ไหม เอ่อ!
“กูต้องดีใจใช่ไหม โอย! ช่างเถอะแต่กูเกรงใจมากกว่า ห้องน่านอนชิบหาย กูถึงรีบไปไง อยู่นานเดี๋ยวได้เคลิ้มหลับ” ยิ้ม พูดติดตลกไป
“งั้นนอนดิ” ดึงผมให้นอนลงข้างๆมัน ผมก็หันหน้ามองมัน น่ารักจริงๆ คนอะไรจะหล่อใสๆ “มองอะไรวะ?” เอามือเช็ดลูบหน้าตัวเอง
“ปะ เปล่า เดี๋ยวกูลงไปดูน้องซินดีกว่าไม่รู้เสร็จหรือยัง มึงนอนเถอะไม่กวนแล้ว” ยิ้มแล้วกำลังจะลุกมันก็ดึงไว้อีกแล้ว ผมเลยนอนมองมัน  “มึงนี่ยังไงเนี่ย” ถามมันแบบขมวดคิ้ว
“ลูบหัวกูหน่อยดิ” (ยิ้ม)
“แบบกล่อมเด็กอ่ะนะ?” มันพยักกหน้า ผมก็ลูบๆไป ลูบไปสักพักผมเริ่มเคลิ้มละสิทีนี้ แอร์ก็เย็นกำลังดี
สักพักก็เคลิ้มหลับไป เพราะความเพลียจากเมื่อคืนด้วย ครืดๆๆ ผมสะดุ้งตื่นเมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผมสั่น เอาจริงๆมันสั่นตั้งแต่มาถึงบ้านไอสิงโตสักพักแล้วแต่ผมทำเป็นไม่สนใจเพราะแน่ๆคือต้องเป็นพี่อ๊อฟชัวร์ๆ แต่นี้มันเล่นสั่นรัวและนานมากจนผมต้องตื่นเพื่อล้วงแล้วหยิบขึ้นมาดู มิน โทรมา?....
“ว่าไง?” ถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย และมองหาไอสิงโต คือมันหายไปไหนไม่ได้อยู่บนเตียง
“อยู่ไหนมึง เขารอมึงอยู่คนเดียวเนี่ย!” ไอมินทำเสียงตื่นเต้น
“รออะไร ได้ข่าวว่ากูไม่ได้นัดมึง!” ผมหงุดหงิดเล็กๆ
“ใช่มึงไม่ได้นัดกู แต่มึงไม่ชวนพวกกูมาบ้านไอสิงโตไง” แล้วก็มีเสียงพวกเพื่อนๆแทรกเข้ามาเต็มไปหมด
ผมกดวางสายเลย แล้วเลื่อนดูสายที่ไม่ได้รับ พี่อ๊อฟ20กว่าสายแล้วและเพื่อนๆกันคนละ2-3สาย ดีเว่อร์ ผมเดินหาไอสิงโตทั่วห้องก็ไม่เจอเลยเดินลงไปข้างล่าง แต่เดินด้วยความลำบากมันรู้สึกเสียดจริงๆ.....
“เฮ้ยๆๆ มาแล้วโว้ย!” แหกปากมาแต่ไกล ผมมองพวกมันอย่างสงสัย
“มึงจะแหกปากทำไมไอมิน” ไอนัทหันไปพลักหัวไอมิน
“เออเดี๋ยวเขาก็ไล่มึงออกบ้านหรอก!” ไอวิวหันไปด่าไอมิน
“เออสำรวมหน่อยเหอะมึง” ไอปอพูดแล้วหันมายิ้มให้ผม
ผมมองพวกมันแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ไอสิงโตยืนทำหน้าหงุดหงิดอยู่ข้างๆพวกมัน....
“พวกมึงมากันทำไม?” ผมมองพวกมันอย่างสงสัย
“ทำไมกูก็มาเที่ยวหาไอสิงโตไง แล้วมึงเถอะมาไม่ชวนเลยน้า” ไอมินยิ้มบาน ส่วนคนอื่นเหมือนโดนไอมินบังคับมา
“กูมาหาน้องซินเถอะ!” ผมรำคาญมันมากเลยนะ แบบนี้อีกแล้ว
“แล้วทำไมเดินลงมาจากข้างบนวะ? แถมเดินแปลกๆด้วย อย่าบอกนะมึงสองคน” มันชี้มาที่ผมและไอสิงโต เพื่อนคนอื่นก็ตกใจ
“เลอะเทอะไอห่านี่นิ!” ผมค้อนใส่มัน แล้วน้องซินก็เดินมา..
“พี่นทตื่นนานหรือยังคะ?” มองผมแบบสงสัย ส่วนเพื่อนๆคือคงอยากรู้เต็มที่
“ไปกันเถอะน้องซิน” ผมไม่ได้ตอบ แต่จับมือน้องซิน “ส่วนพวกมึงอยากรู้อะไรก็ถามสิงโตเองแล้วกันไอพวกขี้เสือก” แล้วจูงมือน้องซินไปเลย ไอสิงโตก็เหวอแดก ดูมันจะอารมณ์เสียอะไรไม่รู้มัน
แล้วผมก็เข้ามาในห้องเล่นของน้องซิน น้องซินบอกว่าไปตามผมแล้วเห็นนอนอยู่เลยไม่อยากกวน จนเพื่อนๆผมมาไอสิงโตเลยตื่น น้องซินบอกตอนแรกไอสิงโตก็ไล่แล้ว แต่พวกเพื่อนผมอ้างว่าผมชวนมาไอสิงโตเลยยอมให้เข้ามา ผมตบหน้าผากตัวเองอย่างแรง คือคนอื่นคงไม่เท่าไหร่แต่ไอมินคงจะอ้างผมอีกตามเคย แล้วผมก็ช่วยน้องซินจัดนู่นจัดนี่ เหมือนเดิมน้องก็ทำอะไรไม่เป็นเลย ผมก็ทำนู่นทำนี่ไปน้องก็ช่วยหยิบจับบ้าง แต่ส่วนมากจะเล่นกับอลิซและกัสมากกว่า ผมจัดไปนานอยู่ เพราะประกอบกรงผิดด้าน และน้องซินก็เลือกที่แขวนหญ้ามุมนี้มุมโน้นกว่าจะพอใจ ใช้เวลานานพอตัว ไอสิงโตมาตามผมสองรอบ ดูมันหงุดหงิดมาก พอเสร็จ น้องซินก็ดีใจมากมายเหลือเกิน ผมก็ได้แต่ดูแล้วก็ขอตัวไปหาเพื่อนๆ พอเปิดประตูไปก็โอ้โห!เสียงดังกันเชียว แถมยังมีพวกไอโค้กมาอีก ผมสายหัวอย่างมึนๆแล้วเดินไปนั่งข้างไอสิงโตที่มุมห้อง เพื่อนๆก็แซวกันใหญ่ผมก็ไม่ใส่ใจ.....
“สิงโต วันนี้มึงนัดเพื่อนๆมาเหรอ?” ผมหันไปถามอย่างสงสัย
“เปล่า ไอมินมันอ้างชื่อมึง อีกอย่างไหนๆพวกเพื่อนๆมึงมากูก็เลยชวนเพื่อนๆกูมาเลย” ส่ายหัวแล้วบีบต้นคอ
“มึงไม่สบายหรือเปล่าวะ?” ผมเอามือจับหน้าผากที่คอก็ไม่ร้อนหรืออะไร “ก็ไม่มีอะไรนิ?”
“กูแค่ง่วงๆว่ะ” (ยิ้ม)
“มึงลงมาก็น่าจะปลุกกูกูจะได้ด่าไอมิน!” คิดแล้วก็หงุดหงิด
“ก็กูเห็นมึงหลับสบายนี่หว่า แถมกูจับแก้มมึงเหมือนตัวร้อนๆเลยไม่อยากกวน” (ยิ้มเขินๆ)
“ตัวกูร้อนเหรอวะ?” ผมลองจับคอตัวเองดู “กูก็ปกตินะ หรือแอร์ห้องนอนมึงเย็นไปวะ?”มองอย่างสงสัย
“คงงั้นมั้ง” (ยิ้ม)
“กินข้าวยังมึง ตื่นมาก็ไปรับกูแถมยังมาเจอพวกนี้อีก” หันไปมองพวกมันอย่างเพลียจิต เล่นเกมส์กันอย่างเมามันส์เลย
“ยังเลยเนี่ย รอมึงด้วยมึงหิวยังล่ะ?” หันมาถามด้วยสายตาที่อบอุ่น
“ก็กินมาแล้วนะ ถ้ามึงหิวก็ไปกินก่อนก็ได้ กูรอเนี่ยแหละ”(ยิ้ม)
“งั้นไม่ดีกว่าอยู่กับมึงดีกว่า” นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วคือยังไม่กินข้าวเดี๋ยวก็ปวดท้องพอดี
“งั้นไปกินเลย เดี๋ยวกูไปส่ง โอเคไหม?” ยิ้มแล้วก็ลุกยื่นมือไปดึงไอสิงโตให้ลุกตามด้วย
พวกเพื่อนมันก็ถามกันใหญ่เลยไปไหนกันผมก็บอกพาเสี่ยไปหาอะไรกิน เท่านั้นแหละแซวกันใหญ่ผมรำคาญเลยดึงมือไอสิงโตออกมาเลย แล้วก็พามันไปห้องกินข้าว....
“นี่คือกูต้องเข้าไปหาให้มึงกินหรือยังไง?” ผมไม่รู้ว่าต้องทำเองหรือมันจะเรียกแม่บ้าน
“กูอยากกินฝีมือมึงอะ” ยิ้ม ผมสะดุ้งเล็กๆ
“กูทำกับข้าวไม่เป็นนะมึง” ยิ้มอ่อน ไอสิงโตทำหน้าหงอยเลย แต่นึกขึ้นได้ว่าเคยทำข้าวผัด แต่ประเด็นไม่ได้ทำนานแล้วรสชาติจะกินได้อยู่เหรอ “แต่กูเคยทำข้าวผัดนะ ถ้ามึงอยากเสี่ยงท้องเสียกูก็จะทำให้มึงกิน” ยิ้ม ไอสิงโตยิ้มออกทันทีเลย
“เอาๆ กูกินข้าวผัดก็ได้” จะดีใจอะไรขนาดนั้น
“เออก็ได้งั้นมึงไปอาบน้ำแต่งตัวหล่อๆรอเลย เดี๋ยวกูจะเข้าครัวให้” ยิ้ม มันทำหน้าสงสัย
“ทำไมต้องแต่งตัวหล่อๆวะ?” (ทำงง)
“ก็เผื่อ....มึงท้องเสียกูจะได้หามมึงไปส่งโรงบาลไง อย่างน้อยเขาจะได้รู้ว่าตอนมึงป่วยมึงก็หล่อนะ” ยิ้ม ไอสิงโตยิ้มเขิน
“เออก็ได้ๆ” แล้วมันก็เดินไป
ผมก็เดินเข้าครัวแม่บ้านอยู่กัน2-3 คน ตอนแรกเห็นผมตกใจกันใหญ่ ถามว่าเข้ามาทำไม ผมก็เลยบอกไป ว่าไอสิงโตมันอยากกินข้าวผัด ตอนแรกพวกแม่บ้านก็บอกว่าจะทำไปให้เองผมไม่ต้องทำหรอก ผมก็บอกไปว่ามันจะกินที่ผมทำเขาก็เลยยอม ตอนแรกพวกเขาก็เกร็งๆกันแหละ พอผมบอกว่าให้สอนผมทำด้วยเท่านั้นก็พูดกับผมเป็นต่อยหอยเลย แถมแซวอีก ตอนแรกพวกเขาเรียกผมว่าคุณนท ผมบอกว่าไม่ต้องขนาดนั้นหรอก เรียกว่านทก็พอคือกว่าจะเสร็จโม้กันไป คุยกันสนุกดี แถมยังคุยกันถูกคออีก ผมก็ถามพวกแม่บ้านเรื่องไอสิงโตพวกเขาก็เม้าให้ผมฟังกันใหญ่เลย ว่ามันค่อนข้างเอาแต่ใจ ทำอะไรก็ต้องเนียบ อย่างห้องนอนมันต้องเป็นหัวหน้าแม่บ้าน มันเท่านั้นที่เป็นคนไปทำความสะอาดให้ อีกสารพัดที่โม้กัน......
“อะแฮ่ม!” ผมและแม่บ้านสะดุ้งเลย ผมหันไปยิ้มอ่อนให้มัน มันจะได้ยินไหมเนี่ยกำลังนินทามันอยู่5555
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” ยิ้ม ผมหันไปมองแม่บ้านทั้งสามก้มหน้าก้มตาเก็บของกันใหญ่เลย
“มาทันได้ยินคนกำลังถามเรื่องกูไง” มองนิ่งๆ แล้วมองไปทางพวกแม่บ้านสามคน 3คนนั้นรีบก้มหน้ากันใหญ่เลย
“มึงอย่าโกรธเลยน้า กูแค่ถามพวกพี่เขาเองอ่า” จับแขนมันแล้วเขย่า “เอ้อ!นี่ไงข้าวผัด กูทำไม่ค่อยเก่งพี่ๆเขาสอนด้วยนะเว้ย!ยกจานข้าวผัดขึ้นมา แล้วยิ้ม
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” แล้วเดินไปเลย
ผมเลยหันไปคุยกับพวกแม่บ้านทั้งสามคนว่าไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมจะเคลียล์ให้ เพราะผมจะทำให้พวกเขาสามคนเดือดร้อนไม่ได้นะ ผมเป็นคนถามเองนี่ ผมก็ถือถาดข้าวพร้อมน้ำส้มมมาให้มันมันนั่งรอที่ห้องกินข้าว ผมก็เดินไปนั่งข้างมัน...
“โกรธเหรอวะ” รู้สึกผิดยังไงไม่รู้
“…..” เงียบก้มหน้ากดโทรศัพท์
“โหแต่งตัวหล่อจริงๆด้วยนะเนี่ย” มองที่ตัวมัน มันจะออกไปเที่ยวเหรอเนี่ย
“…….” เงียบ หันมองผมแล้วก็ก้มกดโทรศัพท์ต่อ
“เสี่ยครับอย่าโกรธผมน้า” เอาหน้าไปถูกับแขนอ้อนมัน “ให้ผมทำอะไรยอมแล้วน้าๆๆๆๆๆ” อ้อนมัน ผมเห็นมันอมยิ้ม
“อืมๆ” แล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ผมยิ้มกว้างเลย
“มาๆ เดี๋ยวป้อนเลยบริการพิเศษ ค่าที่มึงให้กูนอนบนที่ห้องนอนสุดหวงของมึงโอเคไหม” ยิ้ม มันก็ยิ้มไม่ตอบอะไร “อ้าม!”ผมตักข้าวจ่อปากมันก็อ้าปากรับ
ผมก็ป้อนมันไปจนจะครึ่งจานผมเริ่มเมื่อยมือแล้วยื่นให้มันกินเองมันก็ไม่ยอมกิน ผมเลยต้องป้อนมันจนหมดแหละ ดีที่มันยังกินน้ำเองได้...
“รสชาติเป็นยังไงบ้างอ่า” มองมัน
“ก็กินได้” (ยิ้ม)
“แน่นะ ก็เพราะพี่เขายืนบอกไง ไม่งั้นมึงอย่าหวังว่าจะกินได้555” ไอสิงโตขำใหญ่เลย “หัวเราะแบบนี้ไม่โกรธแล้วใช่ไหม”ผมถามมันด้วยรอยยิ้ม
“ใครบอกว่ากูโกรธ?” มองผมแบบงงๆ
“อ่าว!มึงไม่ได้โกรธที่กูไปถามเรื่องมึงกับพวกพี่เขาเหรอ” ผมทำหน้างงมันส่ายหน้า “อ่าว!แล้วมึงเป็นอะไรอ่า?”
“แค่อยากให้มึงป้อนข้าวไง” ยิ้มเขิน ผมก็เขินสิ ไอเสี่ยขี้อ้อนเอ้ย!
ผมรู้สึกร้อนๆที่หน้า ผมเลยลุกขึ้นหยิบถาดข้าวมันไปเก็บในครัวตอนแรกมันดึงผมบอกไม่ต้อง ผมบอกไม่เป็นอะไรเลยเดินเอาถาดเข้าไปเก็บ ไอสิงโตนี่มันเด็กเอาแต่ใจจริงๆด้วย มันน่านัก ผมบอกพวกพี่เขาไปแล้วว่าไม่ต้องห่วง สิงโตมันไม่ได้โกรธอะไร พวกพี่เขาดูโล่งใจกันมาก ผมก็เดินกลับไปหาไอสิงโต ระหว่างเดินกลับโทรศัพท์ผมก็มีสายเข้า แม่โทรมา ผมก็กดรับ...
“มีอะไรแม่?” ถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“นทพี่อ๊อฟโทรไปตั้งหลายสายทำไมไม่รับ?” แม่ถามผมเสียงดุ
“นทไม่ว่างอะสิแม่! มีอะไรอ่ะ” ถามแบบไม่พอใจ เป็นเด็กไม่ดีไง อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
“ก็แม่เห็นว่านี่มันก็เที่ยงแล้ว พี่เขาไม่ลงมาสักทีแม่เลยขึ้นมาดู ปลุกก็ไม่ตื่นเพ้อเรียกแต่ชื่อนท ตัวพี่เขาร้อนเชียวแถมนอนถอดเสื้ออีก!” ดุเลย ผมตกใจสิ พี่อ๊อฟมันโป๊อยู่นี่ แล้วแม่จะเห็นไหม!
“แม่เข้าไปดูเฉยๆเหรอ!” ผมทำเสียงตื่นเต้น
“แม่พึ่งเข้ามาดูเนี่ย พี่เขาถือโทรศัพท์แน่นเลยแม่ลองเอามาดูเห็นพี่เขาส่งข้อความหานทว่าเราไม่รับสายน่ะสินี่นอนยังไม่ตื่น แม่เลยดึงผ้าห่มขึ้นให้ รีบๆกลับมาดูพี่เขาหน่อยนะ! แม่จะออกไปข้างนอก”
“แม่แค่ดึงผ้าห่มขึ้นแน่นะ!” ถามแม่อย่างสงสัย
“ใช่น่ะสิ!ตัวร้อนขนาดนี้เปิดผ้าออกได้ไข้ขึ้นพอดี!” ทำเสียงดุ
“โอเคเดี๋ยวนทจะรีบกลับ แม่เตรียมข้าวต้มอะไรไว้ให้นทด้วยนะ ตึ๊ด” แล้ววางสายไปเลย
ผมตกใจมาก ดีนะที่แม่ไม่ได้เปิดผ้าห่มดูไม่งั้นล่ะรู้เรื่อง ผมเลยเดินไปบอกไอสิงโตว่าจะรีบกลับบ้าน มีธุระด่วน และไม่ลืมที่จะเดินไปบอกเพื่อนๆและน้องซิน ตอนแรกน้องซินโวยวายใหญ่เลยเพราะน้องจะเลี้ยงเค้กผมตอบแทน ผมเลยบอกว่ามีธุระจริงๆวันหลังก็ได้แล้วก็โอเค พอผมบอกทุกคนเสร็จตอนแรกว่าจะนั่งรถกลับไอสิงโตก็ไม่ยอมอีกตามเคย มันก็ไปส่งผม ผมก็ขอบคุณและขอโทษมันแทนไอมินยกใหญ่เลย มันก็ไม่ได้ว่าอะไรเราคุยกันระหว่างทางเยอะแยะ แล้วพอถึงก็พูดกันนิดหน่อยไอสิงโตก็ไป ผมก็เดินเข้าบ้าน แม่เตรียมของไว้ให้หมดแล้ว แม่ต้องไปตลาดด้วยผมเลยยกถาดข้าวพร้อมยาขึ้นไป เห็นพี่อ๊อฟนอนคดตัวอยู่ในผ้าห่ม ผมเดินไปเปิดผ้าห่มดู เฮ้อ! ยังดี มันไปใส่บ๊อกเซอร์ตอนไหนเนี่ย แล้วทำไมถึงไม่สบายได้ละเนี่ย อย่าบอกนะเพราะเรื่องเมื่อคืน? ถ้าเป็นเรื่องเมื่อคืน ผมหรือเปล่าที่ต้องไม่สบาย โดนทารุณกรรมขนาดนั้น ผมก็คิดนู้นนี่ไป ผมเปิดหน้าต่างให้ทั่วห้องเพื่อจะให้มันระบายมากพอ และก็ไปเตรียมผ้าและถังน้ำมาเช็ดตัวให้พี่อ๊อฟ....
“อื้อ!” ทำเสียงเหมือนรำคาญที่ผมเอาผ้าเช็ดตัวให้
ผมก็เช็ดไป มันก็ร้องครวญครางไปจนเสร็จผมก็หาเสื้อมาใส่ให้มัน บอกตามตรงว่ากว่าจะใส่ได้ตัวหนักชิบ นี่อะไรเนี่ย ผมเจ็บก้นจะตายยังต้องมานั่งดูแลมันอีกเฮ้อ! พอผมจัดการเช็ดตัวอะไรเสร็จก็ปลุกมัน แล้วมันก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา...
“ลุกขึ้นไหวไหม กินข้าวกินยาก่อนนะค่อยนอนต่อ” บอกมันอย่างอ่อนโยน และยิ้มให้ มันมุ่ยหน้าแล้วก็ชี้ที่ปาก “พี่ไม่สบายอยู่นะ” ผมมองมันนิ่งๆ
“เร็วๆ” เสียงงัวเงียเชียว ผมเลยก้มไปจูบมันแบบเบาๆแล้วผละออก
“พอใจแล้วก็ลุกขึ้นมานั่งกินข้าวดีๆ” (ยิ้มเขิน)
“ไปไหนมา!”(ฉุนเชียว)
“ก็บอกแล้วไง ไปหาน้องซิน นัดน้องเขาไว้ รีบกินข้าวก่อน” ยิ้ม มันพยักหน้ารับรู้ แล้วก็ดึงมันลุกพิงหัวเตียง
“ไปทำไมแล้วทำไมไม่บอก เขียนไว้แบบนี้แล้วกูจะรู้สึกดีเหรอ” งอนสะงั้น
“เอาน่าก็กลับมาแล้วนี่ไง” ยิ้ม พี่อ๊อฟทำหน้างอแงได้น่ารักมากอ่ะ ไม่เคยเห็นเลย><
“ป้อนด้วย!” ทำหน้านี่แบบ ผมยิ้มบานเลยน่ารักมากกก
แล้วผมก็ป้อนพี่อ๊อฟไปจนหมด แล้วก็ป้อนยามันอีก วันนี้มีแต่คนให้ป้อน คิดแล้วก็นึกขำจริงๆ พอทำอะไรเสร็จผมก็เอาถาดข้าวลงไปเก็บ แม่กลับมาพอดีผมก็ขึ้นมาดูพี่อ๊อฟต่อ จับตัวมัน ตัวเริ่มหายร้อนแล้ว ส่งสัยเป็นไข้นิดเดียวมั้ง เช็ดตัวนิดหน่อยพักอีกหน่อยคงจะหาย....
“มานั่งนี่เร็วๆ!” มันตบปุบๆ ที่ข้างๆมันผมก็เดินไปนั่ง
“ทำไมถึงไม่สบายอ่ะ?” ผมหันไปถามมันอย่างสงสัย
“ก็มึงข่มขืนกูไง” (ยิ้ม)
“เอาจริงๆ ผมควรจะไม่สบายป่ะ? คิดได้ยังไงเนี่ย” ผมละขำจริงๆ
“ก็ตื่นมาไม่เห็นมึง กูกังวลแทบตาย เมื่อยตัวก็หนักอยู่แล้ว ยังต้องมาคิดถึงมึงอีกเนี่ย!” ผมอึ้งเลย รู้สึกร้อนๆที่หน้าอย่างมาก ไอพี่อ๊อฟก็เกาจมูกไปหูมันก็แดงเชียว “กูเป็นไข้เพราะมึงนะเนี่ย” (จับมือผม)
“บ้า!” เขินจริงๆ “จะนอนนี่อีกคืนหรือว่าจะกลับบ้าน?” ยิ้มหันไปถามมัน
“กูป่วยอยู่จะไล่กลับบ้านแล้วเหรอ?” หน้างอเลย
“แล้วอยู่นี่ในฐานะไร ย้ำให้ชัดอีกหน่อยสิ” ยื่นหน้าไปใกล้ๆมัน มันเขินหนักอ่ะหูแดงจมูกแดง
“กะ..ก็...ฟะแฟนไง” พูดเบาๆ แล้วหันหน้าหนีผม
“ก็แค่นี้แหละ” หอมแก้มมัน แล้วลุกขึ้นเอาโทรศัพท์มันไปโทรหาแม่พี่อ๊อฟ
ผมเดินออกไปคุยตรงระเบียงบอกว่าพี่อ๊อฟไม่สบายให้อยู่ที่นี่อีกสักคืน ตอนแรกก็ตกใจ ผมบอกไม่เป็นอะไรดูแลอย่างดีเขาก็วางใจกัน ก็เดินเข้าไปพี่อ๊อฟก็หลับไปแล้ว ผมเลยไปเอาผ้าเช็ดตัวมาเช็ดให้อีกครั้ง เพื่อให้ไข้ลดลง พอทำอะไรเสร็จผมก็ลงไปช่วยแม่ทำนู้นนี่ ทำเสร็จนี่ก็บ่ายกว่าแล้วผมก็ขึ้นไปดูพี่อ๊อฟอีก ก็เช็ดตัวให้มันอีก ก็เช็ดมันบ่อยๆนั่นแหละ ไอสิงโตก็โทรมาตอนบ่ายแก่ๆผมรดน้ำต้นไม้อยู่.....
“ว่าไงครับเสี่ย” ทำเสียงร่าเริง
“ธุระเสร็จยัง?”
“เสี่ยจะชวนไปไหน?”
“เปล่าแค่....อยากคุยด้วย” (ทำเสียงเขินๆ)
“คุยได้ ว่างๆอยู่นะ”พูดอย่างไม่ใส่ใจ
“พรุ่งนี้ว่างไหม?”
“พรุ่งนี้จะไปไหนเหรอ?” คือต้องถามก่อนว่าไปไหน เพราะต้องดูพี่อ๊อฟด้วย
“จะชวนไปดูหนัง”
“กี่โมงอ่ะ?”
“แล้วแต่เลย”
“เป็นช่วงบ่ายๆไหม เดี๋ยวจะโทรหาอีกที”
“ได้ดิ” ทำเสียงดีใจ
“อื้ม แล้วมีใครไปบ้างอะ?”
“ถ้ามีแค่มึงกับกูจะได้ไหม?” ผมชะงักไปนิด
“ได้ดิ ไม่มีปัญหา” ทำเสียงร่าเริงเข้าไว้
“ดีๆ งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ กูต้องไปแล้วซินเรียก”
“โอเคๆ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน ตึ๊ด!”
พอมันวางสายไปผมก็คิดไปทั่ว รู้ว่าไอสิงโตมันชอบ แต่ไอสิงโตมัน....ก็ดีอะ หล่อรวยเพอเฟค แต่เวลาไปบ้านมันผมอดจะเกรงใจไม่ได้ ผมก็อยากชดเชยมันที่ไอมินมันไปสร้างเรื่องไว้ ผมไม่รู้ว่ามันควรจะเป็นเหตุผลไหม แต่ถ้ามันบอกชอบหรือขอเป็นแฟนผมต้องรับไว้พิจารณาแน่ เพราะผมอยู่กับมันแล้วรู้สึกอุ่นใจดี เอาจริงๆผมก็ไม่ใช่คนดีอะไร และถ้าจะมีไว้สำรองก็คงไม่ผิด เกิดพี่อ๊อฟเป็นเหมือนพี่ไอซ์ขึ้นมา ผมไม่แย่เลยเหรอ แต่นั้นก็แค่เผื่อใจไว้เฉยๆ เพราะพี่อ๊อฟคงไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก จนทำอะไรเสร็จก็ขึ้นไปหาพี่อ๊อฟมันตื่นแล้ว นั่งเล่นโทรศัพท์...

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“คุยกับใครอะ!” เดินไปดึงโทรศัพ์มันมา คุยกับยัยอิงฟ้า ผมไล่อ่านดู อ่อยกันไปกันมา “นี่คือผมเป็นชู้หรืออิงฟ้าเป็นชู้?” ถามและมองมันอย่างหาเรื่อง มันก็มองผมแล้วยิ้ม
“อิงฟ้าเขาก็แค่น้องกูบอกแล้วไง แต่มึงอะ” ดึงผมไปนั่งข้างๆ “กูโครตรักเลย” หอมแก้ม ผมก็เขินนะ แต่ขอเคลียล์ก่อน
“แล้วก่อนหน้านี้คืออะไร ทำไม่สนใจผม แถมยังให้ยัยอิงฟ้ามาเกาะแกะ!” มองมันอย่างไม่พอใจ
“กูก็แค่อยากให้มึงหึง ผลออกมาเกินจากที่คาดไว้สะอีกนะเนี่ย” ยิ้มเขินใหญ่เลย ผมละอึ้งจริงๆ มันก็ทำได้เนอะ
“ดีเนอะ พอเลย เลิกคุยกับมันได้แล้วไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน ตอนนี้เป็นแฟนกันแล้วนะเว้ย!” มองมันอย่างเคืองๆ
“รู้แล้วๆ จะไม่ยุ่งกับใครแล้ว โอเคไหม” กอดผม ผมก็เอามือคลำตัวมันดู เหมือนจะไม่มีไข้แล้ว
“ตัวก็ไม่ร้อนแล้ว ยังปวดหัวอยู่เปล่า” ถามอย่างเป็นห่วง มันก็ยิ้ม
“คงหายแล้ว มีคนดูแลดีขนาดนี้”(ยิ้ม)
“ยังก็ต้องกินยาอีกครั้งนะ แล้วอย่าเพิ่งอาบน้ำด้วย พรุ่งนี้ก่อนวันนี้ล้างหน้าแปรงฟันพอ” (ยิ้ม)
“แต่กูเหนี่ยวตัวตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ แถมตรงนั้นก็เหนียว” บอกผมพร้อมเปิดดู
“เดี๋ยวเช็ดให้ไหม” ผมยิ้มแบบหื่นๆ
“อะ เอาจริงๆเหรอ” ดูหน้ามันน่าจะไม่ไหว
“ล้อเล่นน่า!” ยิ้ม อายวะพูดไปได้ไง “ไปล้างแต่ตรงนั้นนะ อย่าอาบน้ำละ” แล้วผมก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูให้มัน มันก็เข้าไปทำนู่นนี่ผมก็นั่งรอมันอยู่ที่เตียง พอมันเสร็จก็ออกมา เอิ่ม!.... “บอกว่าอย่าอาบน้ำไง!”
“กูเหนียวตัว อีกอย่างกูก็ไม่เป็นอะไรแล้ว กูแข็งแรง เป็นอะไรแปปเดียวก็หาย” ยักไหล่ยักคิ้วแล้วเดินไปแต่งตัว
ผมก็นั่งดูมัน ทำหน้ากวนตีนสะด้วย พอเสร็จมันก็เดินมานั่งข้างผม...
“ไม่เป็นอะไรแล้วน่า อย่าทำหน้าแบบนั้นเลย” ยิ้มแล้วเอามือลูบหัวผม
“เออๆรู้แล้ว หิวยังกินแต่ข้าวต้มอิ่มเปล่า?” (ยิ้ม)
“หิวแบบเมื่อคืนอีก...” ทำหน้าหื่น
“ทำเป็นพูดดีไปนะ” ผมยิ้มเขิน
“แล้วมึงเจ็บหรือเปล่า” ทำหน้าแบบจริงจังมาก
“เจ็บดิ เมื่อเช้าดูผ่านกระจกเลือดออกเลย” พูดเบาๆ อายบ้างอะไรบ้าง
“นี่กูเปิดซิงมึงเหรอเนี่ย” ยิ้มเขิน แต่ก็ทำหน้าภูมิใจนะ
“ก็เออสิโว้ย!” ล้มตัวนอน
“มึงมันร้ายกาจ” ขึ้นคร่อมตัวผม “เมื่อคืนข่มขืนกูจนไม่สบายไม่พอวันนี้ยังหนีไปเที่ยวอีก ร้ายสุดๆ”(ยิ้มหล่อ)
“จริงๆไม่ได้ไปหาเพื่อนหรอก” ทำหน้าจริงจัง พี่อ๊อฟขมวดคิ้วสงสัย “ไปหาชู้เพิ่มต่างหาก” ยิ้มร้ายแล้วเอื้อมเอาแขนคล้องคอมันแล้วดึงมาหอมแก้ม
“จริงเหรอ!”  แล้วมันก็ประกบจูบผม แทบตายมันไม่เว้นให้ผมหายใจเลย วูบวาบที่ท้องน้อยไปหมด แล้วมันก็ผละออก...
“หึ!” แล้วลุกขึ้นนั่ง ผมก็ลุกตาม
“พี่อ๊อฟ ถามจริงนะเคยมากี่คนแล้วเหรอ?” ก็สงสัยมากๆ เพราะเมื่อคืนก็ดูคล่องไปสะทุกอย่าง
“ไม่เคยทำกับใครนะมึงคนแรก” (ยิ้มเขิน)
“ทำไมดูเชี่ยวชาญจัง” ผมหรี่ตามองอย่างจับผิด
“กูดูหนังมาน่ะสิ” เกาหัวแก้อาย
“ผมก็ดูไม่เห็นเข้าใจอะไรเลย พี่นี่หมกมุ่นนะเนี่ย” ทำหน้าล้อเลียนมัน
“กูฝึกมาเพื่อมึงเลยนะเว้ย!” จมูกมันหูมันแดงหมดแล้ว ผมก็เขินสิไอบ้านี่ แล้วมันก็ลุกขึ้นไปส่องกระจก เราคุยกันนิดหน่อยแล้วเราก็พากันลงไปกินข้าว แม่ถามพี่อ๊อฟด้วยความเป็นห่วง แต่พี่อ๊อฟหายดีแล้วแม่ก็เบาใจ เทคแคร์กันดีเว่อร์ เหมือนผมไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น พอกินเสร็จก็ช่วยกันเก็บนู่นนี่สักพักป๊าก็กลับมา ก็นั่งคุยอะไรกันนิดหน่อยก็พาพี่อ๊อฟขึ้นไปพักผ่อน....
“เหนียวตัวอีกป่าวจะเช็ดตัวให้?” ผมมองมันกำลังนอนเล่นโทรศัพท์สบายใจเชียว
“จะอาบน้ำ” แล้วก็เล่นโทรศัพท์ต่อ
“ไอโทรศัพท์มันมีอะไรนักหนา” ดึงโทรศัพท์มันมาดู “เอิ่ม..ไม่มีอะไรจะดูแล้วเหรอ?” มันดูรูปวาดของจิตกรดังๆ
“ก็กูชอบ เอามานี่!” ดึงโทรศัพท์จากมือผมคืนไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ผมก็มองมันอย่างเบื่อหน่าย แล้วก็เดินไปอาบน้ำแต่งตัว ออกมาก็นั่งเล่นเฟสหน้าคอม ไอพี่อ๊อฟก็ยังคงเล่นโทรศัพท์ คืออะไรไม่สนใจผมเลย นอยจริงๆ เล่นไปสักพักก็ทำการบ้านที่ค้างไว้ พี่อ๊อฟก็เดินเข้าไปอาบน้ำเรียบร้อย ผมก็ลงไปเอายากับน้ำมาให้มัน พอออกมากว่าจะบังคับมันกินได้ เฮ้อ! ทำอะไรเสร็จก็พากันปิดไฟขึ้นเตียงจะนอน.....
“พรุ่งนี้พ่อกูให้ไปซื้อของด้วย มึงไปกับกูนะ” มันเอ่ยถามผม
“ไม่เอาอะไปเถอะ” พูดแบบไม่ใส่ใจ อีกอย่างพรุ่งนี้มีนัดกับสิงโตสะด้วย
“นี่คือได้กูแล้วจะทิ้งเหรอ?” บีบแก้มผม
“อย่าเว่อร์ให้มันมากนักเลยแค่นี้เอง” ทำหน้าเบื่อหน่ายมัน
“มึงนี่นะ” ลูบแก้มผม
“อะไร?”N
“รักกูป่ะ?”A
“ไม่”N
“เออเหมือนกูเลย”(ยิ้ม)
“คืออยากตายใช่ไหม?” ผมมองหน้าหาเรื่องมัน
“555กูล้อเล่น อย่าโหดๆ” มันหอมแก้มผม
แล้วเราก็จู๋จี๋กันตามประสาข้าวใหม่ปลามันไปสักพัก ก็พากันนอน ตื่นมาอีกทีก็สายอีกแล้วตื่นสายตลอด พอผมตื่นผมก็ล้างหน้าแปรงฟันลงไปหาแม่ช่วยแม่ทำนู่นนี่ตามประสาเด็กดี ป๊าก็ไปออกรอบผมทำอะไรเสร็จก็ขึ้นไปปลุกพี่อ๊อฟ พี่อ๊อฟก็อาบน้ำเก็บของมันลงมาทีเดียวเลย เรานั่งกินข้าวด้วยกันพอเสร็จก็ออกมาส่งมันหน้าบ้าน ตอนแรกก็บังคับให้ผมไป ผมก็ปฏิเสธทุกทาง ไม่จำเป็นต้องติดตัวกันขนาดนั้นป่ะ? พอมันไปผมเข้าบ้าน ก็ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวไป แรดเอ้ย! ไปดูหนังกับไอสิงโต ผมก็เตรียมของเรียบร้อยก็ลงมานั่งดูทีวีรอเวลา โดยไม่ลืมโทรบอกไอสิงโตว่าบ่ายโมงให้มันมารับ รายนั้นจะดีใจไปไหนก็ไม่รู้ พอถึงเวลามันก็มารับไปเซ็นทรัล มันก็พาผมเดินดูของ.....
“กินข้าวมายัง?” (ยิ้มหวานเชียว)
“ยังอะ รอมากินพร้อมมึง”ผมตอบมันแล้วยิ้ม อะไรคือการอ่อย55
“พูดจาน่ารักนะมึง กูก็ยังรอมาชวนมึงเนี่ยแหละ” (ยิ้มเขิน)
“วันนี้เสี่ยอยากกินอะไรครับ?” หันไปถามมันขณะกำลังเดินไปโซนร้านอาหาร
“มึงอยากกินอะไร ได้หมดกูเลี้ยงเอง”(ยิ้ม)
“ไม่เอาดิ จ่ายใครจ่ายมัน กูไม่อยากเอาเปรียบมึงซะทุกครั้งไป แค่ไอมินอ้างชื่อกูก็เยอะแยะแล้ว”คิดแล้วโมโห
“มึงคนแรกเลยนะเนี่ย ที่ปฏิเสธที่กูจะเลี้ยงได้บ่อยขนาดนี้ มีแต่คนเขาชอบของฟรีไม่ใช่หรือไง” มองผมแบบสงสัย
“ของฟรี ใครๆก็ชอบ แต่ถ้าบ่อยไปก็เกรงใจ กูไม่หน้าด้านเหมือนไอมินหรอก” ยิ้มแล้วเดินนำมันไปมันส่ายหัวแล้วมันก็เดินตามมา “เอาจริงๆมึงจะกินอะไร” ผมมองมัน ผมอะกินได้หมดแหละ แต่กลัวเสี่ยมันเลือกกินไง
“กูอยากกินอะไรก็ได้ที่มึงชอบกิน” ยิ้มบาน ผมมองมันอย่างเบื่อหน่าย
“มึงนี่นะ” ผมส่ายหัวให้มันแล้วหันไปมองร้านอาหาร “งั้น....นี่ไหม” ชี้ไปที่ร้านราเม็ง
“เอาดิ” (ยิ้ม)
แล้วก็พากันไปกิน พอกินเสร็จไอสิงโตก็เอาอีกแล้วเรื่องจ่ายตัง ผมก็ไม่ยอมสิจะเลี้ยงอะไรทุกครั้งไป เพื่อนนะไม่ใช่ขอทาน ผมก็ด่ามันยกใหญ่ จนมันยอม แต่มันหงอยเลย แล้วก็พากันไปจองตั๋วหนังนั่งรอหน้าโรงนั้นแหละแต่ผมออกค่าตั๋วให้ไอสิงโตไปเลย เดี๋ยวแม่งเลี้ยงอีก....
“เสี่ยกินป๊อปคอร์นไหม” ผมถามด้วยรอยยิ้ม
“เอาๆ กูกินน้ำแดงนะ” มันตอบด้วยรอยยิ้ม
แล้วก็พากันเดินไปซื้อ น้ำ2แก้วป๊อปคอร์นถังนึง คราวนี้ไอสิงโตไม่ยอมมันบอกถ้าไม่ให้มันจ่ายมันจะโกรธและจะกลับบ้าน ผมก็เลยต้องยอม เราก็นั่งรอ เหลือเวลาอีกหน่อยก็จะเข้าโรง....
“กูว่ามึงติดเลี้ยงคนอื่นมากไป” ผมพูดขึ้นพร้อมมองหน้ามัน
“ก็ไม่นะ กูมีกูก็อย่าแบ่งเพื่อนก็เท่านั้น” ยิ้ม
“งั้นเว้นกูไว้คนนึงก็ได้ กูไม่อยากให้ใครมองกูไม่ดี หาว่ากูเกาะมึงกิน” (ยักคิ้ว)
“ใครมองมึงแบบนั้นวะ” ทำหน้าหาเรื่อง
“พอเถอะกูแค่พูด มึงก็เนอะ” ยิ้ม
“อืมๆ แล้วมึงกลับได้กี่โมง” ถามผม ทำหน้าลุ้นๆ
“ทำไมมึงรีบไปไหน?” ผมมองมันอย่างสงสัย
“เปล่าไม่ได้ไปไหน แค่ถ้ามึงไม่รีบกลับ ไปเดินถนนคนเดินกัน”
“ได้ดิ!” ยิ้มคือไอสิงโตจะออกหน้าออกตาเกินไปแล้ว
แล้วสักพักเราก็เข้าไปดูหนังกัน ไอสิงโตมีเนียนนะ มีจับแก้วแล้วเนียนจับมือผม คิดว่าเป็นพระเอกในหนังหรือยังไง ผมก็ยอมๆมันไปเถอะ เด็กจริงๆคิดว่าผมไม่รู้แหละมั้ง พอดูเสร็จก็ออกมาเดินดูของไปทั่ว…
“ที่จับมือกูในโรงหนังอ่ะกูคิดตังนะ” บอกมันตอนที่มันหันไปดูเสื้อผ้า มันก็หันมามองผม
“ได้ดิเท่าไหร่” ยิ้มหล่อ “กูทำมากกว่านั้นได้ไหม จ่ายเพิ่มตามที่มึงต้องการเลย” มันมองแบบหื่น ผมมองมันแบบเอือมๆ
“เฮ้อ! มึงนี่นะ” ส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“อยากได้อะไรไหม กูจะซื้อให้” หันมาถามด้วยรอยยิ้ม
“มึงจะใจดีสปอร์ทไปแล้ว” มองมันนิ่งๆ
“กูอยากซื้อให้”  ทำหน้าจริงจัง
“เฮ้อ!” แล้วผมก็เดินไปดูของไม่สนใจมัน
“ขอโทษนะคะ” ผมหันไปมองผู้หญิงที่เข้ามาสะกิดผม น่ารักเชียว...
“ครับ” ผมหันมองหาไอสิงโต มันดูของอยู่หน้าร้าน แล้วผมหันมามองผู้หญิงคนนี้ “มีอะไรเหรอครับ?”
“คะ...คือพอดีว่า เห็นว่ามากับคนนั้นเหรอ” ชี้ไปทางสิงโต
“ครับมีอะไรหรือเปล่า?” มองอย่างสงสัย
“เขาน่ารักดีนะคะ” ยิ้มเขิน
“ชอบมันเหรอ” ยิ้ม แล้วเขาก็บิดไปมาพยักหน้าด้วยนะ น่าจะมากับเพื่อนเห็นยืนดูอยู่ข้างหลัง “สิงโต!” เรียกมันแล้วกวักมือ มันก็เดินมา
“มีอะไร แล้วนี่?” มันถามผมแล้วมองไปที่ผู้หญิงแบบสงสัย
“เขาคงมีเรื่องอยากคุยกับมึงอะ” หันไปยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้น หน้าแดงมาก “มึงคุยกับเขาไปนะ กูรอนอกร้านแล้วกัน”ตบไหล่มันแล้วเดินออกมา
ตอนแรกมันก็ดึงผมไว้นะ แต่ผู้หญิงคนนั้นทักมันก่อนมันเลยหันไปคุย ผมก็ยืนรอหน้าร้านสักแปป....
“นท!”มีคนตะโกนเรียกผม ไอเบส! หายไปหลายวันแล้วเหตุใดพึ่งโผล่มา.....
“อะ...เอ่อ ว่าไง” (ยิ้ม)
“นทหายไปเลย ไม่โทรมาหาเบสบ้างเลย” ทำหน้างอน
“เอาจริงๆเบอร์นทเบสก็มีทำไมไม่โทรมาล่ะ จะให้นทโทรไปมันใช่เรื่องไหม” หงุดหงิดจริงๆ คนกำลังอารมณ์ดีๆ
“ก็เบสไม่ค่อยสบาย เลยไม่ได้ติดต่อไป ส่วนเรื่องพลอยเบสเคลียล์ให้แล้วนะ” (ยิ้ม)
“ก็ดีแล้วนิ” (ยิ้ม) “มีอะไรอีกไหม” ถามมันเพราะไม่อยากคุยนาน มองเข้าไปไอสิงโตก็ยังคุยกับผู้หญิงคนนั้นไม่เสร็จ โอยให้มันได้งี้สิ จังหวะนรกเลยจริงๆ
“ก็ไหนนทบอกว่าเคลียล์แล้วนทจะให้รางวัลไง” ยิ้มอย่างมีหวัง
“เบสอยากได้อะไรล่ะเดี๋ยวซื้อให้” ยิ้มใสๆ มันทำหน้างอ
“ไปกินข้าวด้วยกันนะ เราไม่ได้กินด้วยกันนานแล้ว เบสคิดถึงมากเลย” (จับมือผม)
“วันนี้ไม่ได้นะมากับเพื่อน วันหลังแล้วกัน” ยิ้ม พยายามพูดดีๆกับมัน
“กะ...ก็ได้” หน้ามันดูผิดหวังมาก
“เข้าใจนะเบส” ผมยิ้มแล้วลูบมือมันเบาๆ
“อืมๆ” ทำหน้าหงอยเลย ผมก็ดึงมืออก
“แล้วเบสมากับใคร?” มองหาเพื่อนมัน
“มากับเพื่อนๆแหละ พอดีเห็นนทเลยแยกตัวออกมาหา” ยิ้ม ผมนี่นิ่งเลย
“แล้วแฟนเบสล่ะ เอามาด้วยเปล่า” (ยิ้มล้อมัน)
“ไม่มีหรอกน่า” (ยิ้ม)
“แล้วเคลียล์กับอีพลอยยังไงเหรอ” คิดแล้วมันก็สงสัย
“เอาน่า ไม่ต้องสนใจหรอกพลอยคงไม่ไปยุ่งกับนทแล้ว” (ยิ้ม)
“อืมๆ งั้นเดี๋ยวนทไปหาเพื่อนก่อนแล้วกัน ไว้เบสโทรมานัดแล้วกันนะ” (ยิ้ม)
“โอเคๆ งั้นเบสไปนะ” โบกมือบายๆ แล้วก็วิ่งไป ดีนะที่พูดรู้เรื่องไม่งั้นยาวแน่
อยากรู้จริงอีพลอยมันโดนอะไร ส่วนไอเบสนะเหรอ ไม่โกรธอะไรมันแล้ว เรื่องก็ผ่านมาแล้ว ตอนนี้ชีวิตผมก็ไม่วุ่นวายอะไร ถือว่าอโหสิให้พวกมันแล้วกัน แต่ถ้ายังมายุ่งผมก็คงต้องเล่นด้วยสักหน่อยแหละ แล้วผมก็เดินไปหาไอสิงโต มันทำท่าอึกอัก...
“มีอะไร” หันไปถามมัน
“เขาขอเบอร์กู กูไม่อยากให้เลย” มันโน้มหน้าเข้ามากระซิบ เอาจริงๆคือแทบจะกินหูผมไปแล้วใกล้เกิ้น
“เอายังไงล่ะ” ผมมองไอสิงโต แล้วหันไปยิ้มอ่อนให้ผู้หญิงคนนั้น
“แค่เบอร์เองน้า” ทำหน้าแบ้ว และน้ำเสียงอ้อนๆ
“เอาไลน์ไปได้เปล่า มันรีบไปต่อ” ผมยิ้มอย่างเป็นมิตร ผู้หญิงคนนั้นพยักหน้ารัวเลย และรีบยื่นโทรศัพท์ให้สิงโต มันก็พิมพ์แบบไม่เต็มใจ และก็ร่ำรากันนิดนึง เอาจริงๆผู้หญิงคนนั้นก็เกินไป เขาไม่ให้ก็ยังตื้ออีกโถ่ๆ!ผู้หญิงสมัยนี้ ไอสิงโตหน้ามุ่ยใหญ่เลย....
“ไม่ชอบเหรอ น่ารักนะนั่น” ผมยิ้ม ตอนนี้ก็เดินไปทั่ว
“มึงไปบอกแบบนั้นทำไม” มันทำหน้าเซ็ง
“ก็กูเห็นมึงไม่ทำอะไรสักทีนี่หว่า อย่าโกรธน้าเดี๋ยวเลี้ยงติม” มันอมยิ้ม
“อืมๆ ไปไหนต่อไหม” ยิ้มหวานเชียวต่างจากมื่อกี้ลิบลับ
“เดินเล่นอีกแปปไหม ไปถนนคนเดินตอนนี้เขายังไม่ตั้งหรอก” (ยิ้ม)
แล้วเราก็พากันเดินเล่นกันสักแปปตามที่แพลน ผมเห็นไอสิงโตมันเดินวนอยู่แถวร้านนาฬิกามองแล้วมองอีกคืออะไร.....
“อยากได้เหรอวะ?” ถามมัน มันก็มองอยู่นั้นแหละ
“เอออ่ะดิ จีรุ่นใหม่สวยสัส” ผมมองที่ข้อมือมัน
“เอาจริงๆที่ข้อมือมึงยังใหม่เอี่ยมอยู่เลยนะ ไปเถอะสิ้นเปลืองน่า” มันหันมาทำหน้ามุ่ย “เออถ้าอันที่มึงใส่เก่าแล้วค่อยมาเดี๋ยวกูพามึงมาเลือกซื้อเลย โอเคไหม” มันก็พยักหน้า หน้าแบบเสียดายมากกกกแล้วเราก็เดินออกมาจากโซนนั้น “เออกูไม่เห็นพ่อแม่มึงสักที ไปบ้านมึงก็หลายครั้งแล้ว” หันไปถามด้วยรอยยิ้ม
“ก็ไปเมืองนอกไง กลับวันนี้ไม่ก็พรุ่งนี้แหละ” (ยิ้ม)
“พ่อแม่มึงใจดีเหมือนมึงหรือเปล่าวะ” ถามมันอย่างสงสัย
“แม่กูใจดีมว๊ากกก แต่พ่อกูน่ากลัวมากกก” มันยิ้มร่าเมื่อพูดถึงแม่มัน และทำท่ากลัวเมื่อพูดถึงพ่อมัน
“ขนาดนั้นเลย” ผมมองมันอย่างไม่เชื่อ
“อืม พ่อกูค่อนข้างเข้มงวดกับทุกอย่างน่ะ” (ยิ้ม)
“อืมๆ กูอยากไหว้พ่อแม่มึงไง ไปบ้านมึงตั้งหลายครั้งแล้ว เกรงใจจะแย่”(ยิ้ม)
“ป่านนี้พ่อแม่กูรู้จักมึงหมดแล้วล่ะ” ยิ้มหวาน
“ทำไมวะ?” ผมถามด้วยความสงสัย
“ก็น้องซินโทรไปเล่าเรื่องมึงให้แม่กับพ่อกูฟังทุกครั้งที่โทรไปเลย กูถึงบอกไงว่าซินติดมึง” (ยิ้ม)
“โอยๆ ใช่เรื่องม้ายย!” รู้สึกไปไม่ถูก
แล้วเราก็คุยกันไปสักพักก็พากันไปถนนคนเดิน และก็หาที่จอดรถยากอีกตามเคย ผมกลัวรถมันหายจริงๆใช้รุ่นปกติก็ไม่ได้ พอจอดรถเสร็จเราก็พากันเดิน ไอสิงโตชวนผมกินนู่นนี่นั่นจนผมไม่ไหว ก็จากห้างก็จัดมาเยอะแล้วนะ แล้วนี้ยังจะพาไปยัดนู่นนี่ลงไปอีก และผมก็สัมผัสได้ว่า โทรศัพท์ผมสั่นหลายครั้งแล้ว ผมก็ไม่ล้วงออกมาดูสักทีคืออะไร5555 ก็เดินกันไปทั่ว ไปนู่นไปนี่จนกลับกันแหละ ไอสิงโตก็มาส่งผมที่บ้าน.....
“ถ้าพ่อแม่กูกลับมา ไปหาด้วยนะ” ยิ้มเก่งจริง
“ต้องไปอยู่แล้ว ไปบ้านมึงบ่อยขนาดนั้น” มันล้วงอะไรในกระเป๋ากางเกง
“อะ” ยื่นแหวน? แหวนไม้ให้ผม “กูให้” (ยิ้ม)
“ไปซื้อมาตอนไหนนิ?” มันเป็นแหวนไม้เรียบๆ ไม่มีอะไรพิเศษ
“เอาเถอะน่า กูให้ ไปนะ” มันสวมหมวกแล้วขับรถไปเลย ผมก็มองแหวนที่มันให้นิดหน่อย
แล้วผมก็เดินเข้าบ้านเจอป๊ากับแม่นั่งดูทีวี ผมก็เข้าไปนั่งแม่ก็บอกว่าพี่อ๊อฟมาหาตั้งสองรอบแหนะ ผมก็พยักหน้ารับรู้ คิดในใจมันต้องโกรธแน่เลย แล้วก็คุยอะไรด้วยนิดหน่อยผมก็ขอตัวขึ้นบ้านอาบน้ำ แล้วก็มานอนดูโทรศัพท์ พี่อ๊อฟ โทรมามากมายเหลือเกิน ผมเลยโทรกลับสักหน่อย รับเร็วมากคือยังไม่ถึงตื้ด....
“ฮาโหลลลลลล” ลากเสียง
“หายไปไหนมาวะ!” อารมณ์รุนแรงตามเคย
“ไปเที่ยวกับเพื่อนมา” ผมตอบกลับด้วยเสียงสดใส
“แล้วทำไมไม่โทรบอกกู กูไปหามึงก็ไม่เจอ” ทำเสียงน้อยใจสุดๆ
“ขอโทษๆ โอเคไหม? คราวหลังจะโทรบอก แล้วมีอะไรหรือเปล่า?” ถามด้วยความสงสัย
“เออๆ คราวหลังไปไหนโทรบอกกูด้วย ไม่มีอะไรหรอกแค่อยากเจอน่ะสิ” ทำเสียงหงอยๆ มันจะเศร้าอะไรเนี่ย
“รู้แล้วน่า แล้วไปซื้อของกับพ่อมาเป็นยังไงบ้าง?” ผมถามกลับอย่างสนใจ
“ก็ไม่เป็นยังไง กูแค่รีบกลับมาเพื่อมาหามึงแต่ก็ไม่เจอเท่านั้นเอง” ก็ยังจะประชด
“ก็ขอโทษแล้วไง จะให้ทำอะไรยอมแล้วน้าๆๆๆ”อ้อนมันสุดๆ
“มึง...เบื่อกูแล้วใช่ไหม” ทำเสียงเหมือนคนจะร้องไห้
“หยุดเลยนะพี่อ๊อฟ เป็นอะไรเนี่ย!”
ตึ๊ด!
อ่าวแล้วมันวางสายไปเลย ผมโทรกลับก็ปิดเครื่อง พี่อ๊อฟทำผมปวดหัวอีกแล้ว แล้วผมต้องทำยังไงเนี่ย นี่ก็ดึกแล้วด้วย คือก็ต้องไปง้อมันใช่ไหม! ผมเก็บของแล้วก็ไปขอป๊ากับแม่ ดีนะอ้างว่าพี่อ๊อฟจะช่วยทำการบ้าน ผมโดยบ่นไปโดยปริยาย พอผมฟังสวดเสร็จก็เดินไปบ้านพี่อ๊อฟ พอถึงก็กดกริ่ง พี่อิฐก็ออกมาเปิดประตูให้ ผมเข้าไปก็ไม่เจอใครสงสัยขึ้นบ้านกันหมดแล้วมั้ง ผมคุยกับพี่อิฐนิดหน่อยก็ขึ้นไปหาพี่อ๊อฟมันก็ไม่ล๊อคประตูเหมือนเดิม มันนอนคลุมโปรงอยู่ในผ้าห่ม ผมเก็บของเสร็จเข้าห้องน้ำล้างเท้าล้างหน้าอีกรอบก็เดินขึ้นเตียงไปกระชากผ้าห่มมันออก ตอนแรกดึงไว้ไม่ยอมปล่อย ฉุดกระชากกันอยู่สักพัก จนมันยอมพอเปิดผ้าออกก็หันหลังให้ผม.....
“พี่อ๊อฟ!” ผมพยายามดึงตัวให้มันหันมาหาผม
“......” เงียบ แต่ทำไมตัวมันสั่นๆ
“พี่อ๊อฟ เป็นอะไร” อ่อนลงและลองแตะตัวมันดู คิดว่ามันจะไม่สบาย “เป็นอะไรครับพี่อ๊อฟ ผมมาหาแล้วนี่ไง เป็นอะไรอ่าไม่สบายเหรอ” โน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆมัน มันก็กดหน้าตัวเองลงหมอน
แล้วผมก็ดึงมันอยู่แบบนั้นแหละ จนผมเหนื่อยก็นอนกอด เอาหน้าซุกแถวๆคอมัน จนเผลอหลับไป ผมสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงคนอาบน้ำ พี่อ๊อฟนั่นเองมันลุกไปตอนไหนนะ ผมก็นั่งรอมัน สักพักมันก็เดินออกมา.....
“พะ......”
“ไปอาบน้ำ” พูดตัดบทผมด้วยหน้านิ่งๆ
ผมเดินจ๋อยเข้าห้องน้ำ ผมก็อาบน้ำแต่มันก็ยังเตรียมแปรงไว้ให้นะไม่ธรรมดาจริงๆ ผมทำอะไรเสร็จก็ออกมาแต่งตัว พี่อ๊อฟก็นั่งมองอยู่ ผมแต่งตัวเตรียมกระเป๋าเสร็จก็ไปนั่งใกล้ๆพี่อ๊อฟ....
“เป็นอะไรอ่า” เอาหัวซบไหล่มัน
“เปล่า” ผมเงยหน้ามองมันใกล้ๆ ทำไมตาบวม
“ทำไมตาบวม!” เอามือไปลูบใต้ตามัน “พี่ร้องไห้ทำไมเนี่ย” มันหันหน้าหนี
“มึงเบื่อกูใช่ไหม” พูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“พี่อ๊อฟเป็นอะไรเนี่ยไม่เอาดิ ไม่เบื่อ ใครบอก แล้วทำไมถึงคิดแบบนั้น” ลูบแก้มมันและจับมือ
“ก็มึง...” กอดผม
“ไม่เอาน่า อย่ามาทำตัวเป็นเด็กเลย ผมไม่เบื่อพี่หรอกน่า” ดันมันออกแล้วหอมแก้มมัน
“จริงๆนะ” หน้าหงอยเชียว
“จริงดิ ถ้าเบื่อไม่มาหาหรอกน่า เป็นอะไรเนี่ยทำตัวง้องแง้ง น่ารักเชียว” มันไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ผมอดยิ้มไม่ได้น่ารัจริงๆ
“อืมๆ” อมยิ้ม
“วันนี่ยังไม่มอนิ่งคิสเลยนะ ลืมแล้วอ่ะดิ้” ยิ้ม มันเงยหน้าขึ้นมา ผมก็คิสมันเบาๆ  “พอใจยัง”  ยิ้ม มันพยักหน้า
แล้วก็คุยกันนิดหน่อยก็พากันไปโรงเรียน พี่อ๊อฟมันน่ารักจริงๆ นึกว่าจะไม่ได้เห็นมุมนี้ของมันแล้ว พอถึงโรงเรียนผมก็แยกกับพี่อ๊อฟไปหาเพื่อน....
“เป็นยังไงวะ ดูทำหน้าเข้า” ไอวิวถามขึ้น แล้วผมก็นั่งข้างมัน
“ก็ไม่เป็นยังไง ทำไมวะ?” มองพวกมัน
“ก็ดูมึงมีความสุขแปลกๆมีอะไรวะ?” ไอนัทมองผมด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรนิ กูจะมีความสุขไม่ได้เหรอ” (ยิ้ม)
“นี่เล่ามาเลย มันยังไงเมื่อวันที่ไปบ้านสิงโต” ไอปอมองอย่างจับผิด คนอื่นๆก็พยักหน้าเช่นกัน
“เล่าอะไรวะก็ไม่มีอะไรนี่?” ผมมองพวกมันอย่างสงสัย
“มึงได้เข้าไปในห้องนอนไอสิงโต พวกไอโค้กบอกว่าเพื่อนๆไม่เคยมีใครได้เข้าไปเลยนะเว้ย!” ไอมินเอ่ยพร้อมทำหน้าตื่นเต้น
“ก็แค่เข้าไปในห้องนอนมันจะทำไมวะ? อีกอย่างกูไม่ได้เข้าไปเองน้องซินพาไปต่างหาก แล้วมึงไม่ได้ถามไอสิงโตเหรอ?” พวกมันก็ฟังอย่างตั้งใจ
“มันก็บอกอย่างที่มึงบอกแหละ” ไอปอพูด
“ก็เออไง แล้วพวกมึงจะถามอะไรมากมาย?” ผมตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“ห้องนอนมันเป็นยังไงวะมึง” ไอมินทำตาลุกวาว คนอื่นก็ตั้งใจฟัง คงอยากรู้กันมาก
“ห้องแม่งโครตน่านอน เป็นห้องในฝันของเด็กผู้ชายหลายๆคนเลยล่ะ ทั้งโมลเดลวันพีชยักษ์และก็วอลเปเปอร์ที่เหมือนกูอยู่ในอวกาศ แล้วก็.....” ผมก็พูดบรรยายบรรยากาศในห้องนอนมันที่ผมไปเห็นมา แบบไม่ใส่ใจอะไร
“โห!” พวกมันก็จะเว่อร์ไปแล้ว
“กูอยากเห็นบ้าง พวกไอโค้กที่สนิทกับมันยังไม่แม้แต้จะได้ไปเหยีบชั้น2เลยนะเว้ย!” ไอมินทำหน้าเสียดาย
“เตียงนุ่มไหม” ไอปอยิ้มล้อเลียน
“นุ่มมว๊ากกก แถมกลิ่นหอมด้วยยย” ทำท่าฟิน
“เกินไปจริงๆ” ไอนัทส่ายหัวอย่าเอือมระอา
แล้วพวกเราก็คุยกันไปอีกสักพัก ก็พากันไปเข้าแถว แล้วก็ขึ้นเรียน  อีก2วันก็จะมีงานโอเพ้นเฮ้าส์ครูหลายๆคนเลยยุ่งๆ บางวิชาก็ไม่เข้าสอน อย่างเช่นคาบแรกของวันนี้พวกเราก็นั่งคุยกันในห้องเงียบๆ ตามคำสั่งของครู แต่เห็นทีเงียบๆคงจะเป็นไปไม่ได้เพราะที่ผมได้ยินนี่คือแหกปากคุยกันอย่างกับตลาดสด ส่วนพวกผมก็นั่งคุยกันเนี่ยแหละ ไม่พ้นเรื่องไอสิงโต ทำไมไอมินต้องลากพาเข้าเรื่องไอสิงโตตลอดไม่เข้าใจ ถึงจะมีสินบน แต่แบบนี้มันก็น่ารำคาญเกินไป มันก็คุยกันไปส่วนผมก็หาอ่านเรื่องราวในบอร์ดพันทิปไปช่วงว่างๆ ตาก็อ่านไป หูก็ฟังพวกมันเม้าส์กันไป สมองลวนไปหมด.....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“มึงช่วงนี้อีพี่พลอยมันมารังควานมึงอยู่ไหม” ไอปอหันมาสะกิดถามผม
“ไม่นะมันหายไปเลยอะ” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“เออดีแล้ว สงสัยไอเบสมันคงเคลียล์ให้มึงแล้วจริงๆแหละ” ไอปอตบไหล่ผม ผมก็พยักหน้าตอบรับ
“นทมึงจะไปเที่ยวบ้านสิงโตป่ะ วันนี้พ่อกับแม่มันกลับมาแล้วนะมึง” ไอมินถามผมขึ้นมา
“มึงรู้ได้ยังไงว่าพ่อแม่มันกลับมา?” ผมทำหน้างงคนอื่นก็ด้วย
“ก็กูเห็นน้องซินโพสในเฟส” ไอมินเปิดโชว์เฟสให้ดู ผมมองมันอย่างเซ็ง
“พ่อแม่เขากลับมามึงยังจะไปรบกวนเขาอีกเหรอวะ?” ไอวิวหันไปเอ็ดไปมิน 
“นั่นดิมึงเกรงใจบ้างนะสัส ไม่ใช่อ้างแต่ชื่อไอนท!” ไอนัทพลักหัวไอมิน
“ก็กูเห็นซินเม้นว่าของฝากเยอะมาก” ไอมินทำหน้าตื่นเต้น
“โหไอเหี้ย!” พวกผมถึงขั้นประสานเสียงด่าเลยนะ
“เขาไม่ได้เอามาฝากมึงไอมิน ไอทุเรสพอเลยกูไม่คุยกับมึงแล้ว” แล้วผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูต่อ
แล้วพวกมันก็รุมด่าไอมินไป ไอมินก็แถจนสีข้างถลอกหมดแล้ว แล้วสักพักครูวิชาต่อไปก็เข้ามาสอน ก็นั่งเรียนไปจนถึงเวลาพักพวกเราก็ไปหาอะไรกินกันที่โรงอาหารพี่อ๊อฟไปกับเพื่อน เราก็นั่งกินไปคุยกันไปตามประสาแหละ แต่วันนี้เจอพวกอีผีมานั่งโต๊ะข้างๆ แต่แปลกมันไม่สนใจและไม่พูดจาหาเรื่องผมเหมือนทุกครั้ง ผมก็แปลกใจนะแต่ก็ดีแล้วต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด.....
“เฮ้อ วันนี้สงสัยจะดวงดีเจอคนที่แอบชอบกูว่ะ” พวกไอแบงค์ มากัน7คน ผมขอไม่แนะนำไร้สาระ วันนี้มันมาหาเรื่องผมถึงโต๊ะเลยเชียว พวกผมก็มองมันตาขวางแหละแต่ทำไมสนใจ....
“พวกมึงรีบแดกรีบไปเถอะ กูรู้สึกเหม็นเน่าอะไรแถวนี้ไม่รู้!” ไอปอเน้นคำว่าเหม็นเน่าไปทางพวกไอแบงค์
“ไม่ได้เหม็นธรรมดานะเว้ย! แม่งเชื้อโรคเยอะด้วยรีบไปเถอะ!” ไอมินพูดแล้วทำท่ารังเกียจ
แล้วก็แดกดันพวกไอแบงค์ไปอย่างนั้นแหละ โดยที่ผมเงียบฟังและมองพวกไอปอดูพวกมันจะโกรธแค้นกันมากทีเดียว พวกไอแบงค์ก็มองอย่างเคืองๆ...
“ปากดีกันนักนะพวกมึง!” ไอแบงค์ตะคอกใส่พวกผม คนโต๊ะนี้ผมลุกหนีกันหมด
“ไอแบงค์มึงจะแหกปากทำไมวะ มึงเห็นไหมเนี่ยเขากลัวหรือรังเกียจมึง จนหนีไปหมดแล้วนะ” ผมเงยหน้าไปพูดกับมัน
“อ่าว! นี่มึงพูดได้แล้วเหรอ นึกว่าจะให้บรรดาผัวๆของมึงด่ากูอย่างเดียว” ทำหน้ากวนตีนและเพื่อนๆมันก็หัวเราะกัน
ปั้ง! ไอมินตบโต๊ะอย่างดัง ผมมองไอแบงค์ตาขวาง
“หุบปากเน่าๆของมึงไปเลยไอเหี้ยแบงค์” หน้ามันพร้อมมีเรื่องมาก พวกไอวิวไอนัทก็จับแขนมันไว้
“มึงไม่ต้องไปฟังมันหรอกไอมิน แค่หมาเห่าหอนก็เท่านั้น” ผมเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ
“ หึ!”  มันแสยะยิ้ม
“ไปกันเถอะพวกมึงกูแดกข้าวไม่อร่อยแล้ว!” แล้วก็พากันลุก
หมับ! ไอแบงค์มันจับแขนผมไว้....
“ปล่อย” ผมพูดพร้อมกับมองมือที่มันจับแขนผม
“ทำไมวะ รังเกียจคนที่มึงชอบเหรอ...?” ยิ้มอย่างผู้ชนะ
“เอาจริงๆนะกูโครตขยะแขยงเลย และกูก็ไม่ได้ชอบมึงจำไว้ด้วย!” ดึงแขนผมกลับมา มันหน้าเจื่อนไปเลยพวกเพื่อนผมหัวเราะกันใหญ่
“เฮ้อ! คนอย่างไอนท มีแต่คนมาชอบนะที่กูเห็น แต่ยังมีคนมโนว่ามึงไปชอบมันด้วยว่ะ5555” ไอนัทพูดขึ้น แล้วพวกมันก็ขำกันใหญ่เลย พวกไอแบงค์หน้าเสียเลย เพราะเรื่องราวของผม ไม่มีทางที่พวกมันจะไม่รู้แน่นอน ผมกลายเป็นทอล์คออฟเดอะสคูลบ่อยในเรื่องพวกนี้ ทำไมคนจะไม่รู้
“หึ! ทำเป็นพูดไป หน้าอย่างนี้เหรอจะมีคนชอบ” มองผมแบบดูถูกมาก
“ก็ไม่รู้สินะ! แต่ถ้ามึงจะหลงมาชอบกูขึ้นมา กูก็จะรับไว้พิจารณาสักเสี้ยวนึงนะไอแบงค์ ไม่ต้องมาทำตามรังแกกูอย่างนี้หรอกกูรำคาญ” ผมแสยะยิ้ม มันชะงักไปนิดนึง
“จะดีเหรอมึงคนเหี้ยๆแบบนี้” ไอปอเน้นคำว่าเหี้ยแล้วหันไปทางไอแบงค์
“กูว่าคนที่หลงตัวเองคือมึงแล้วล่ะไอนท คนอย่างกูอ่ะนะ ไม่มีทางชอบคนอย่างมึงหรอก!” ไอแบงค์ทำหน้ากวนตีน
“แล้วมึงก็จำไว้เลยนะ ว่าคนอย่างกูก็ไม่สนใจคนอย่างมึงเหมือนกัน เลิกยุ่งกับคนอย่างกูสะด้วยนะไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน ป่ะเถอะพวกมึง” ผมพูดด้วยเสียงจริงจัง แล้วเดินชนไหล่มันออกมาเลย
พวกผมก็ถือจานข้าวมาเก็บ แล้วก็พากันไปซื้อขนมนิดหน่อยแล้วก็เดินออกมาจากโรงอาหาร ผมปวดฉี่เลยแยกกับเพื่อนๆไปห้องน้ำ พวกมันขึ้นไปรอที่ห้องเรียนแล้ว ผมทำธุระเสร็จก็ออกมาจากห้องน้ำแต่ต้องสะดุ้งเพราะไอแบงค์มายืนปิดทางอยู่หน้าห้องน้ำ.....
“หึ! ทำเป็นขวัญอ่อนไปนะมึง” ทำหน้ากวนตีน
“เห้อ! ให้ตาย! กูก็นึกว่าผีตายโหงที่ไหนไอสัสตกใจแทบแย่” ทำท่ากุมหัวใจ ไอแบงค์กัดฟันข่มอารมณ์เลยทีเดียว
“แล้วพวกผัวๆมึงไปไหนแล้วล่ะ” มันชะเง้อดูรอบๆ
“แล้วพวกบรรดาแก๊งโจรของมึงล่ะ ไปไหนหมดทุกทีเห็นเดินกร่างกันเป็นเป็นก้อนขี้เลย” ผมทำหน้าสมเพสมัน
“ปากดีนะไอสัส!” มันพลักผมกลับเข้าไปห้องน้ำแล้วล๊อคประตู ผมก็มองมันผมไม่โวยวายหรือต่อต้านหรอก เพราะทำไปก็ดูมันจะชอบ ไอพวกเหลือขอนี่
“ทำไม? มึงจะทำไมกู...จะต่อยกู หรือจะตบกู” กอดอกทำหน้าท้าทายมัน
“หึ! มึงมันวอนจริงๆนะ มึงต้องกลัวกูไม่ใช่เหรอวะ!” เริ่มเสียงดัง รู้สึกได้เลยว่าคนข้างนอกเริ่มสนใจผมกับมันที่เข้ามาในห้องน้ำด้วยกัน ก็เสียงเล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินนี่เนอะ
“ อ๋อ! นี่กูต้องกลัวมึงเหรอ? ได้ๆ เห้ย!แบงค์ อย่าทำไรกูนะเว้ย! กูกลัวแล้ว! คนข้างนอก ช่วยที มันจะทำร้ายผม!” ผมเดินถอยหลังติดกำแพงและก็ทำท่าหวาดกลัวมัน
“มึงจะกวนตีนกูอีกนานไหม!” มันกระชากแขนผมให้เข้ามาใกล้ๆมัน
“เอาจริงๆนะ คือมึงจะหาเรื่องกูไปถึงไหนวะ” ถามมันดีๆ
“กูไม่ได้หาเรื่องมึง กูแค่...” มันมองหน้าผม ผมก็จ้องมันไม่ละสายตาเหมือนกัน
“โอเคๆ ถ้ากูทำให้มึงไม่พอใจอะไรก็ตามกูขอโทษมึงแล้วกันนะ ส่วนถ้ามึงจะไม่พอใจเรื่องเมื่อตอนม.ต้น กูขอโทษมึง กูไม่คิดว่าแค่กูชอบมึงในวันนั้นจะทำให้มึงเกลียดกูดะ...อุ้บ”
มันประกบปากจูบกับผม ผมเบิกตาโต ตั้งสติได้ ผมพยายามทั้งดันทั้งดิ้น มันเอามือกดอกผมไว้ข้างนึง แล้วมืออีกข้าง มันก็จับมือผมที่ปัดไปมา มันค้างไว้แบบนั้นสักพักแล้วก็ผละออกไป ผมก็ถอยห่างมันทันที ผมเริ่มจะกลัวมันแล้วสิ...
“เอ่อคือ กูบอกแล้วไง...กูไม่ได้ชอบมึง....มึงกล้าดียังไงมาทำกับกูแบบนี้” อึกอักมาก ทำตัวไม่ถูก ผมพยายามเดินถอยห่างมันเรื่อยๆ ไม่เข้าใกล้มันมาก
“กูไม่ได้......” มันหยุดนิ่งไป
“งั้นกะ...ก็ถอยไป กูจะไปแล้ว” ผมก็เดินห่างๆมันเพื่อจะไปเปิดประตูห้องน้ำ
ตุบ! มันเอามือตัวเองยื่นมาดันกำแพงขวางผมไว้ ผมก็หันมองมันนิดหน่อย แล้วก็ถอยห่างมันทันที....
“อะไร” บอกตรงๆอยู่ๆรู้สึกกลัวมัน ไม่กล้าโต้ตอบอะไรมันมากเลย ไม่ได้ตื่นเต้นเพราะชอบมันหรืออะไร โหมดนี้ผมไม่เคยเจอ เจอกันทำอย่างกับจะตีกันทุกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ หักดิบเกิน...
“คะ...คือ เรื่องวันนั้น...กะ...กูไม่ได้เป็นคนทำนะ” พูดแบบเบา เบามาก ผมแทบจะไม่ได้ยินแต่ก็พอจะจับใจความได้ แล้วมันก็จ้องหน้าผม
“ระ....เรื่องอะไรวะ มึงกำลังทำให้กูกลัวมึงนะไอแบงค์” ผมถอยหลังติดกำแพง มันก็เดินมาชิดผมเรื่อยๆ
“เรื่องจดหมายนั่นกูไม่ได้เป็นคนเขียนนะ” มันพูดเบามาก แล้วมันก็ก้มหน้า
“แล้วยังไงอะ?” นั่นสิแล้วยังไง เรื่องผ่านมาตั้งนานแล้ว ถึงมันจะทำหรือไม่ แต่การแสดงออกของมันที่มีต่อผมก็ชัดเจน แล้วเวลามันก็นานแล้วผมไม่รู้สึกอะไรเลย ผมลืมเรื่องของมันไปหมดแล้ว
“คือที่มึงพูดวันนี้จริงเปล่าวะ?” มองหน้าผม
“กูพูดอะไร” ผมถามมันนิ่งๆ
“ที่มึงบอกว่าถ้ากูชอบมึง มึงจะรับกูไว้พิจารณา” พูดแบบจ้องตาเหมือนจริงใจ แต่ผมหวั่นใจว่ามันจะแกล้งผมน่ะสิ
“นะ...นี่มึง!”  ทำท่าตกใจ แม้จะไม่ตกใจสักนิด มันก็พยักหน้า
“มึงรับเฟสกูได้ไหมวะ” คือมันแอดผมมานานแล้วผมเห็นแหละแต่ไม่สนใจมันเลย
“กูไม่ค่อยเล่น ถามจริงนี่มึงจะแกล้งอะไรกู กูรู้สึกไม่ดีมากแล้วนะ!” พูดเสียงสูง ป่านนี้คนนอกห้องน้ำคงเข้าใจผิดกันหมดแล้ว
“กูทำให้มึงรู้สึกแบบนั้นเหรอวะ” ทำหน้าจริงจัง ผมก็พยักหน้า “งั้นกูขอเบอร์มึงหน่อยดิ” ยื่นโทรศัพท์มันมาให้ผม
“กูมีแฟนแล้ว มึงพลาดแล้ว” ผมตอบกลับมันด้วยสีหน้าจริงจัง
“กูไม่สนใจ!” ไอแบงค์มันน่ากลัวนะ โหมดนี้ ผมอึดอัดจนเหงื่อออกเต็มไปหมดแล้ว
“เรื่องของมึงแล้วกัน” ผมก็เอาโทรศัพท์มากด แล้วก็ยื่นโทรศัพท์มันคืนไป มันก็รีบเก็บเข้ากางเกง
“ถึงมึงจะมีแฟนหรือไม่ มันก็เรื่องของมึง แต่กู..”มันโน้มหน้ามาใกล้ๆหูผม “จะทำตามใจกูเอง เหมือนที่มึงเคยทำตอนมอต้นนั่นแหละ” มันพูดทีเล่นที่จริง ผมก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว ร้อน!
“กูจะไปแล้ว แล้วนี่คนนอกห้องน้ำเขาจะคิดยังไงเนี่ยกูล่ะเบื่อ” ทำหน้าเครียด
“เออจะถึงเวลาเรียนแล้วด้วยกูก็จะไปแล้ว” แล้วมันก็หันหลังเปิดประตู ผมเห็นคนยืนหน้าห้องน้ำที่ผมอยู่ประมาน4-5คนเหมือนยืนฟังกัน “มองเหี้ยอะไรกัน ไปไหนก็ไป!” มันตวาดไอพวกนั้นกระเจิงเลย แล้วมันก็เดินไป
หลังจากที่ไอเบสไปแล้วคนที่มามุงก็ไปแล้ว ผมก็ออกมาจากห้องน้ำ แล้วผมก็เดินไปขึ้นตึกเรียน ก็เจอไอแบงค์อีกแต่มันก็แค่มอง ผมก็รีบเดินเข้าห้องเรียน เพื่อนก็ถามกันใหญ่เชียวผมก็บอกแค่ปวดท้องไม่มีอะไรมากมาย สักพักครูก็เข้ามาสอนจนเลิกเรียน ผมกับเพื่อนๆก็แยกย้ายกัน ตอนแรกไอมินก็ชวนไปบ้านไอสิงโตอีกแล้ว แต่ผมว่ามันจะไปถี่ไป เลยบอกมันไปว่าคราวหลังดีกว่าแล้วก็แยกกัน ผมก็เดินไปหาพี่อ๊อฟที่ชมรม แต่มันนั่งอยู่กับอีผีหน้าชมรม อีผีร้องไห้ด้วยนะพี่อ๊อฟปลอบใหญ่เลย ผมก็เดินเข้าไปเลย.....
“พี่อ๊อฟ ไงผีเอ้ย!พี่พลอย” ตบไหล่พี่อ๊อฟและหันไปยิ้มให้ผีพลอย แล้วก็นั่งคั่นกลางไปโลดอย่าได้แคร์
“มึงมานั่งอะไรตรงนี้ไม่เห็นหรือยังไงว่ากูคุยกับพลอยอยู่” ไอนี่นิ ทำอารมณ์เสียใส่ผมผมมองมันแบบหาเรื่อง
“ก็จะนั่งนี่ทำไม” ทำหน้าหาเรื่องมัน แล้วมาค้อนไปทางอีผี “พี่พลอยเป็นอะไรเหรอครับ” หันไปถามแบบใสๆ
“อ๊อฟงั้นพลอยไปก่อนะ ฮึก! ไว้พลอยจะมาหาใหม่” สะอึกสะอื้น แต่จะมาหาใหม่คืออะไร
“อื้มดูแลตัวเอง กลับบ้านดีๆนะ” ยิ้มอย่างอบอุ่น...ไอพี่อ๊อฟ! ยิ้มนั้นของกูแล้วอีผีมันก็เดินไปโดยไม่สนใจหรือตอบโต้อะไรผม ผมแปลกใจหน่อยๆ
“คืออะไร!” ถามมันเสียงแข็ง มองพี่อ๊อฟตาขวาง
“มึงมาก็ดีแล้ว ไม่ต้องมาทำเสียงแข็งเลย!” ตะคอกใส่ผม ทำหน้าเข้มเชียว
“อย่ามาขึ้นเสียงนะ แล้วไปยิ้มไปพูดดีกับมันทำไมห๊ะ!” มองหน้ามันหาเรื่อง
“ไม่ต้องเลย เขามาก็เรื่องมึงนั่นแหละ!” กลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างขึ้นไม่ยอมลง
“ทำไม มันมาตอแหลอะไรให้ฟังอีก แล้วยิ้มแบบเมื่อกี้ จำเป็นต้องยิ้มให้มันด้วยหรอห๊ะ!” ผมยืนขึ้นเต็มความสูงเลย แล้วกำลังจะเดินหนีมันมันจับมือผมไว้
“มึงอย่ามาเดินหนีนะไอนท!” บีบข้อมือผมแน่นจนเจ็บ แต่ผมไม่สนใจก็มองมันแบบหาเรื่องต่อไป
“ทำไม นี่จะมาทะเลาะกันเพราะเรื่องที่อีผีพูดอีกแล้วเหรอ” น้อยใจมันสุดๆ ไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไงแต่มันต้องแย่แน่ๆ
“นะ..นท มึงใจเย็นๆดิ กูแค่จะถามมึงแค่นั้นแหละ ก็มึงมางี่เง่าอะไรตอนนี้?” อ่อนลงแต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลย
“หึ! ทำไม....ก็งี่เง่าแม่งแบบนี้แหละ สู้อีผีนั่นไม่ได้หรอก” ผมสะบัดมือมันก็ไม่ยอมปล่อย รู้สึกร้อนที่ขอบตา อยู่ต่อมีหวังได้ร้องแน่รีบไปดีกว่า
“มึงทำไมเป็นแบบนี้วะ ฟังกูก่อน!” ก็ดึงกันอยู่แบบนั้นแหละจนผมหยุด เพราะมันเจ็บข้อมือมากแล้ว
“ปล่อยเถอะ!” น้ำเสียงเริ่มสั่น
“โอเคๆ กลับบ้านกันนะ” พูดด้วยน้ำเสียงหวานๆ ปล่อยข้อมือผมแล้วเปลี่ยนเป็นจับมือแทน
“ไม่! ผมว่าจะไปหาเพื่อนแปปนึงพี่กลับก่อนเถอะ!” น้ำตาร่วงแล้ว แต่ก็เช็ดลวกๆ
“ไม่เอาน่ามึงอย่าร้องดิ กูขอโทษ” มายืนตรงหน้าผมแล้วเช็ดน้ำตาให้ผมหันหน้าหนีแล้วถอยห่างมัน
ผมยืนมองหน้ามันนิ่ง มันก็จ้องเหมือนสำนึกผิด ผมบอกตรงๆไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย คืออะไรวะ อีพลอยมันมีดีอะไรนักหนาทุกคนถึงได้เชื่อและสงสารมัน อย่างยิ้มแบบนั้นพี่อ๊อฟไม่เคยยิ้มแบบนั้นให้ใครนอกจากผม แต่ต้องให้อีผีด้วยงั้นเหรอ คิดแล้วสะเทือนใจบอกเลย อาจจะดูงี่เง่า แต่ถ้าใครเจอก็ต้องรู้สึกแบบนี้บ้างแหละ....
“ผมว่าพี่กลับก่อนเถอะ ผมจะไปหาเพื่อนแปปนึง” บอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“ไม่อ่ะนทกลับบ้านนะ หรือให้กูไปส่งก็ได้” ทำหน้าสำนึกผิดสุดๆ จับมือผม ผมก็หันไปทางอื่น
“ผมจะไปหาเพื่อน” พูดด้วยเสียงที่จริงจังสะบัดมือออกแล้วก็เดินไปเลย พี่อ๊อฟก็เดินตามมาเรื่อยๆ
“นทรอกูก่อนดิ!” ตะโกนตามหลังผมมา
ผมก็เดินไปโดยไม่หันไปมองมัน คงขอเวลานิดนึงถ้าคุยตอนนี้มีแต่ยิ่งแย่ ผมถอยมาตั้งหลักก่อนดีกว่า ผมเดินมาพ้นประตูโรงเรียน ไอพี่อ๊อฟก็วิ่งไปลานจอดรถ มันคงจะไปเอารถมารับผม ผมวิ่งไปโบกสองแถวบอกไปเซ็นทรัลแล้วขึ้นไปเลย บอกตามตรงว่า ถึงผีมันจะมายังไงพี่อ๊อฟก็ไม่ควรขึ้นเสียงใส่ผม แล้วยิ้มแบบนั้นอะมันเคยยิ้มให้ใครที่ไหนนอกจากผม มันเป็นคนยิ้มยากจะตาย แล้วทำไมต้องเป็นอีผี แล้วทำไมต้องรับฟังและเชื่อที่อีผีพูด คิดแล้วก็สมเพชตัวเอง ร้อนที่ขอบตาไปหมดผมยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆ โทรศัพท์ก็สั่นตลอดคงไม่ใช่ใครที่ไหนและผมก็ไม่ล้วงออกมาดูหรอก สักพักก็มาถึงเซ็นทรัลผมลงไปจ่ายเงินและเดินเข้าไปด้านใน ก็เดินไปทั่ว ไม่มีจุดหมาย และผมก็เดินเข้าร้านไอติมไปนั่งกินไอติมสักหน่อย พอเข้าไปนั่งพนักงานก็มารับออเดอร์ผมก็สั่งไปแล้วก็นั่งรอ สักพักไอติมมาเสริฟผมก็กินแต่กินไปนิดเดียวก็เขี่ยเล่นสะงั้น ..........
“นท”ผมเงยหน้ามองไปตามเสียง ฮาเล่
“อ้าว!ฮาเล่” (ยิ้ม)
“อื้มมาคนเดียวเหรอ” ยิ้มแล้วมองรอบโต๊ะ
“อื้ม นั่งก่อนดิ” ชี้ให้มันนั่งที่ตรงข้ามมันก็ไปนั่ง “ฮาเล่มาคนเดียวเหรอ?”
“อื้มมาเล่นเกมส์ แต่เล่นไปแปปเดียวเอง เบื่อไม่มีเพื่อนเล่น” (ยิ้ม) “แล้วไอติมมันไม่อร่อยเหรอถึงปล่อยมันละลายแบบนั้น”ถามอย่างสงสัย
“ก็เบื่อไม่มีเพื่อนกินไง” (ยิ้มให้มัน) “ฮาเล่กินเปล่า?”
“ไม่ดีกว่า เราไม่ชอบไอติมสักเท่าไหร่ แล้วทำไมวันนี้นทมาคนเดียว ปกติเห็นมากับเพื่อนๆ” ทำหน้าสงสัย
“ก็เบื่อๆแหละ พวกเพื่อนรีบกลับ แล้วฮาเล่ไปไหนต่อ?”ผมถามพร้อมกับตักไอติมที่ละลายแล้วเข้าปาก
“ก็ไม่นะ ว่าจะกลับบ้านแล้ว แต่เจอนทเลยเข้ามาทัก” (ยิ้ม)
“ รีบกลับเปล่า? เดี๋ยวไปเล่นเกมส์เป็นเพื่อนไหม” มันยิ้มบานเลย
“เอาดิๆ ว่าจะชวนแต่กลัวนทเบื่อ” มันพูดติดจะเกรงใจไปหน่อย
“ไม่เบื่อเลยกำลังอยากหาอะไรทำแก้เซ็ง ว่าแต่ทำไมฮาเล่ชอบมาคนเดียวจัง?” ถามด้วยความสงสัย เพราะมาเจอทีไรก็เห็นมาคนเดียวตลอด
“ไม่รู้ดิ เพื่อนๆมันไม่ว่างกันอะ อีกอย่างมาคนเดียวก็ดีหาเพื่อนใหม่เล่นด้วยกัน” มันจะติสท์เกินไปแล้ว
“ชิวดีเนอะ ไปกันเลยไหม!” ยิ้ม มันพยักหน้า
ผมก็ลุกไปเช็คบิล แล้วเราก็พากันไปเล่นเกมส์กัน จะเล่นมันส์กันไปไหน แหกปากกันอยู่สองคน เล่นกันไปคุยกันไป มันเป็นคนชิวมาก ไม่ซีเรียส ชอบอะไรก็ทำแบบนั้น ถ้าเรื่องไหนปวดหัวมันก็จะหลีกเลี่ยง ดีจริงๆ จนเย็นเราก็เลิกเล่นแล้วก็พากันเดินเล่น....
“ฮาเล่จะกลับยังไง?” หันไปถาม มันมองผมอยู่พอดี
“ก็นั่งรถกลับ บ้านเราอยู่แถว...” มันพูดพร้อมกับชี้ทิศทางไป
“โห!ไกลนะ งั้นรีบกลับเลยไหม” ผมถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่รีบนะ ปกติกลับดึกกว่านี้ก็เคย555 อีกอย่างไม่ได้ไกลขนาดนั้นสักหน่อย” คือพูดอย่างไม่ใส่ใจ ผมก็พยักหน้ารับรู้ “แล้วนทล่ะ?” ถามอย่างสงสัย
“ก็นั่งรถกลับแหละ บ้านเราอยู่แถว...นี่เอง” ยิ้ม
“อ่อๆ ให้เราไปส่งไหม?” ทำหน้าจริงจัง
“บ้านเราอยู่คนละทิศเลยนะ จะใจดีไปไหน55” ผมอดขำไม่ได้
“ได้หมดแหละ” มันไหวไหล่ด้วยท่าทีสบาย
“พอเลยกลับใครกลับมันแหละ ไลน์ก็มีแล้วนิไม่เห็นทักมาบ้างเลย” ผมทำหน้าน้อยใจ
“โห! นทเราทั้งทักทั้งโทรนทไม่ตอบเราเลยเหอะ” ทำหน้าโกรธ
“เห้ย!จริงดิ!” ผมก็ล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู โอ้โห! พี่อ๊อฟ 40 กว่าสายผมไม่สนใจเปิดเข้าไปในไลน์ที่ไม่ค่อยจะได้เข้า เอิ่ม! จริงๆด้วยผมหันไปมองฮาเล่ “จริงด้วยแหะๆ ขอโทษน้า” ยิ้มอ่อน
“อืมๆ ไม่เป็นอะไร จากที่เห็นคือไม่ค่อยได้เล่นใช่ไหม แชทค้างเพียบเลย” ยิ้ม ผมพยักหน้า
“เราขี้เกียจจะพิมพ์ ชอบโทรมากกว่า” ผมตอบด้วยรอยยิ้ม
“งั้นขอเบอร์ได้ไหม”  ฮาเล่เอ่ยขึ้น พร้อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมมองมันแบบแปลกๆ “กะ...ก็เผื่อ นทว่างเราจะได้ชวนมาเล่นเกมส์ไง” (ยิ้ม)
“อ่อ..อืมๆได้ๆ” ยื่นโทรศัพท์ให้มัน มันรับไปกดแล้วก็ส่งคืนผม ผมเมมเบอร์แล้วก็ยิงเข้าเครื่องมัน
“ อื้มๆ จะกลับเลยหรือเปล่า?” หลังจากที่มันก้มกดโทรศัพท์น่าจะเมมเบอร์ผมเสร็จ มันก็เอ่ยถามขึ้นมา
“ได้เบอร์ก็จะแยกย้ายงั้นสิ” ทำหน้านอยมัน
“ปะ...เปล่านะ จะไปไหนไหม” หน้าเสียเลย
“5555ล้อเล่นกลับกันเถอะเย็นมากแล้ว ไว้ค่อยคุยกันก็ได้!” ตลกกับท่าทางของมันจริงๆ
แล้วเราก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถ ผมก็ขึ้นรถกลับบ้าน เดินเข้ามาทางหมู่บ้านก็เห็นไอพี่อ๊อฟนั่งรออยู่หน้าบ้าน.....
“ไปไหนมานท!” พี่อ๊อฟวิ่งมาหาผม
“ไปหาเพื่อนมา” พูดอย่างไม่ใส่ใจ และไม่มองหน้ามันด้วย
“นทกูขอโทษ มึงอย่าเป็นแบบนี้เลย” ผมหันไปมองมันทำหน้าเศ้รามาก
“อืมๆ ก็ไม่ได้โกรธอะไร กลับบ้านเถอะจะมืดแล้ว” ผมก็เดินผ่านมันมาเลย
“นท มึงจะให้กูทำยังไง ก็กูบอกแล้วไงว่าเขามาคุยเรื่องมึง” ดึงมือผมไว้
“พี่อ๊อฟก็ไปคิดดีๆแล้วกันเนอะ ว่าจะคุยกับเขาของพี่อ๊อฟหรือจะคุยกับผมที่งี่เง่าไม่ฟังอะไร” ผมสะบัดมือออกแล้วก็เดินเข้าบ้านเลย
มันก็ตามมา แต่ผมปิดประตูหน้าบ้านแล้วล๊อคทันที.....
“ไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้เนอะ” ผมยิ้มอ่อนให้มัน
“นท กูรักมึงนะ ฟังกูหน่อยสิ” ทำหน้าจะร้องไห้ ผมก็ยืนนิ่งๆ เพื่อจะฟังมัน “คือพลอยมาขอโทษเรื่องที่ผ่านมา แต่เขาไม่กล้าพูดกับมึงเขากลัวว่ามึงจะไม่รับ” ก็แน่อยู่แล้วป่ะ? “แล้วก็ไอเบส ไปข่มขู่พลอยไว้พลอยบอกว่ามึงไปสั่งเบสให้ทำ” ผมชะงักไปนิด “พลอยมันก็กลัวไม่รู้จะทำยังไง กูก็แค่ปลอบไปว่าคงไม่มีอะไร และจะลองช่วยพูดให้มึงเคลียล์ให้แต่กูก็คิดไว้อยู่แล้วแหละว่ามึงคงไม่เคลียล์ให้หรอก กูแค่พูดไป แล้วมึงก็มาทำฟึดฟัดอะไรก็ไม่รู้”
“ผิดที่ผมไปฟึดฟัดใส่งั้นสิ” มองมันนิ่งๆ
“มะ..ไม่ใช่นท กูขอโทษเปิดประตูก่อนนะ” ทำหน้าสำนึกผิดสุดๆ ผมก็มองนิ่งๆ
“แล้วทำไมต้องยิ้มแบบนั้นให้มัน!” คิดแล้วก็โมโห
“กะ...ก็กูสงสาร”  มันก้มหน้าพูด
“สงสารเหรอ? เชื่อที่มันพูดเหรอ?” ผมไม่รู้นะว่าต้องคิดเล็กคิดน้อยไหม แต่มันไม่ใช่เรื่อง คนที่มันควรจะสงสารคือผม โดนมันทำอะไรมาบ้าง ต้องเสียอะไรไปบ้าง ทำไมกลับไปเห็นใจมัน “ผมว่าพี่ไปเคลียล์ความรู้สึกตัวเองก่อนดีกว่า ถ้าสงสารมันก็ไปปลอบมันให้พอใจเถอะ พี่เป็นคนยิ้มยากและก็ดูหยิ่งนะ แต่พี่กลับยิ้มให้มันที่ทำร้ายผม พี่ไปเถอะนะ ผมรอได้และถ้าพี่ติดใจมันก็บอกผมก็แล้วกันผมจะได้ตัดใจ” แล้วก็เดินหันหลังเข้าบ้านเลย ผมรู้สึกร้อนที่ขอบตาจริงๆ ถึงจะไม่ได้ต้องการให้ใครมาสงสารก็เถอะ...
ผมไม่รู้ว่าเรื่องแค่นี้ควรจะทะเลาะกันไหม แต่ทำไมกัน พี่อ๊อฟก็เห็นแล้วว่ามันร้าย พี่อ๊อฟอยู่กับผมมานาน ก็น่าจะรู้สิ ว่าใครทำผมเจ็บ ใครทำผมเสียใจ ทำไมต้องไปเข้าใกล้งูพิษอย่างมันแถมยังไปสงสารมันอีก ผมคงไม่ควรน้อยใจสินะ ผมเดินเข้าบ้านพร้อมกับเสียงที่มันตะโกนเรียกผมอย่างหัวเสีย พอเข้าบ้านป๊ากับแม่ก็มองอย่างสงสัย ผมก็แค่ทักทายนิดหน่อยแล้วก็ขึ้นบ้าน อาบน้ำเข้าแล้วก็ปิดไฟขึ้นเตียงนอนเล่นโทรศัพท์ พี่อ๊อฟก็โทรมาเรื่อยๆ ผมเลยกดรับ....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“นทมึงกำลังเข้าใจผิดนะ กูไม่รู้จะทำยังไงให้มึงเข้าใจกู มึงจะให้กูทำยังไง” (น้ำเสียงสั่นๆ)
“ก็บอกแล้วไง ไปปลอบมันให้พะ...”
“มึงอย่าพูดแบบนี้ กูขอโทษ นทกูแม่ง..ทำไมเรื่องแค่นี้ เราต้องมาทะเลาะกันด้วยวะ” สั่นมากจริงๆผมใจไม่ดีเลยได้ยินเสียงมันแบบนี้
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน” รู้สึกว่าบางทีมันก็เรื่องแค่นี้จริงๆ ความรู้สึกจริงๆแค่กลัว กลัวจะเสียพี่อ๊อฟไปแบบพี่ไอซ์ ผมกลัวจริงๆ
“นท ฮึก!” ร้องแล้ว ผมไม่อยากฟังเสียงมันตอนนี้สักเท่าไหร่ ผมก็เงียบฟังมันร้องสักพัก ผมก็ทนไม่ไหว.....
“เฮ้อ! ผมยังไม่ได้เอาของที่เอาไปบ้านพี่กลับเลย” พูดด้วยเสียงอ่อนหวาน รู้สึกว่ามันคงจะฟังไม่รู้เรื่องแล้ว ถ้าจะร้องได้น่าสงสารขนาดนี้ ผมรู้สึกผิดเองเลย “ พรุ่งนี้อย่าลืมมารับผมนะ” บอกมันอย่างอ่อนโยน สุดท้ายก็เป็นผมอีกที่ต้องเคลียล์ความรู้สึกตัวเอง
“อื้ม ฮึก! จะไปรับนทนะ” โอ้ย! ผมใจไม่ดีเลยอะทำไมวะ! ผมหรือเปล่าที่ต้องเป็นฝ่ายร้องไห้
“พี่อ๊อฟ หยุดร้องก่อนนะ ผมไม่ชอบเลยนะ” ผมไปไม่ถูกเลย
“ขอโทษนท ฮึก อ๊อฟขอโทษนะ” โอ้โห! ยอมเลยสิทีนี้
“โอเคๆ ผมไม่โกรธแล้วพี่อ๊อฟ ผมหายแล้วโกรธแล้ว พี่หยุดร้องได้แล้ว ผมไม่โกรธแล้วโอเคไหม” ผมบอกมันดีๆ
“จะ..จริงนะ อึก!” สะอึกสะอื้นใหญ่แล้ว เฮ้อ!
“คร้าบ ยอมแล้วน้า อย่าร้องเลยน้า ผมใจไม่ดีเลย” ผมทำเสียงเศร้า
“ก็ได้” มันพยายามปรับเสียง
“พี่อ๊อฟไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะ นทจะรอ ถ้ามาแล้วยังร้องผมไม่คุยด้วยแล้วนะ” บอกมันด้วยน้ำเสียงดุๆ
แล้วมันก็เงียบไปสักพัก ผมก็รอมันมันจะร้องไห้ทำไมก็ไม่รู้ เล่นผมไปไม่เป็นเลย..... ไม่นานมันก็มา แต่เสียงแหบนิดหน่อย น่าจะร้องหนัก แล้วเราก็คุยกันไป จนหลับคาโทรศัพท์กันไปนั่นแหละ
เช้าวันต่อมาผมทำอะไรเรียบร้อย พี่อ๊อฟก็มารับวันนี้มันพูดมากและก็นัวเนียผมจนรำคาญง้องแง้งงุ้งงิ้งอะไรก็ไม่รู้ ซ้อนมันก็ให้กอดอะไรก็ไม่รู้นักหนา พอไม่ทำก็บอกว่ายังโกรธอ๊อฟอยู่ใช่ไหมดราม่ามาเลย ผมก็ต้องยอมทำไป ผมเหนื่อยจะคิดเหนื่อยจะทะเลาะกับมันแล้ว พอถึงโรงเรียนก็ไม่ยอมแยกไปหาเพื่อนจนผมต้องขู่มัน มันถึงจะยอมไป แล้วผมก็แยกไปหาเพื่อนบ้าง พวกมันก็เหมือนเดิมนั่งเม้าแตกกัน...
“ไอนท! มาพอดีเลยมึง” ไอมินเอ่ยทั้งพร้อมยิ้มร่าเลย คนอื่นก็ยิ้มบานเชียว
“มีอะไรกันวะ” นั่งข้างไอมินกับไอนัท
“วันนี้ไม่มีเรียนเว้ย! เขาให้ไปจัดซุ้ม” ปอทำหน้าเคลิ้มเชียว
“อืมก็ดีแล้ว ทำดีใจอะไรขนาดนั้น” บอกอย่างไม่ใส่ใจ แล้วก็ถอดกระเป๋ามาวางบนโต๊ะ
“และพรุ่งนี้อ่ะมึง จะมีเด็กจากโรงเรียนอื่นมาดูด้วยนะเว้ย! ต้องมีสาวๆน่ารักๆ วุ้ย!คิดแล้วอยากถึงพรุ่งนี้เร็วๆจังวะ” ไอนัทมันจะดี๊ด๊าอะไรขนาดนั้น
“มันก็ปกติ ชื่องานก็บอกอยู่โอเพ้นเฮ้าส์ เขาก็เปิดให้คนอื่นเข้ามาดูทุกปีทำเป็นตื่นเต้นกันไปได้” ผมส่ายหัวเริ่มรำคาญ
ผมก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจฟังพวกมันพร่ำเพ้อพรรณาๆกันไป ผมก็นั่งนึกถึงพี่อ๊อฟนั่นแหละ แล้วก็ถึงเวลาเข้าแถวก็พากันไปเข้าแล้วก็แยกย้ายไปซุ้มตามที่เขาจัดไว้ให้ แล้วก็ช่วยกันจัด จะว่าช่วยก็ไม่ถูกเพราะส่วนมากพวกผู้หญิงจะทำมากกว่า ประมาณว่าถ้าให้พวกผู้ชายทำคือเละ5555 พวกผู้ชายเลยไปทำอะไรที่ใช้กำลังกันมากกว่า อย่างไปยกกระถางต้นไม้ไปจัดตกแต่งซุ้มอะไรทำนองนั้น
พอทำอะไรผ่านไปจนถึงเวลาพักพวกเราก็ไปหาอะไรกินกัน พี่อ๊อฟต้องทำตั้งสองงานแหนะ ทั้งช่วยเพื่อนๆในห้องและงานในชมรม มันเลยไม่ว่างสักเท่าไหร่ ผมก็ไม่ได้ไปยุ่งหรือไปดูอะไรมันหรอก ปล่อยมันไปเดี๋ยวเวิ่นเว้ออีก เราก็นั่งกินข้าวไปคุยไป งานซุ้มพวกผมจะเสร็จแล้วเหลือตกแต่งนิดหน่อย อย่างที่บอกห้องผมง่ายๆ ไม่เยอะหรือยุ่งยากอะไร.....
“เออ!ไอนท ไอสิงโตมันถามหามึงนะ” ไอมินมันก้มกดโทรศัพท์แล้วก็พูด
“ถามหาทำไมวะ?” ผมถามอย่างสงสัย
“นี่ไง” ยื่นแชทมาให้ผมดู ประมานว่าไอมินมันทักไอสิงโตไปก่อน คล้ายๆเรียกร้องความสนใจ ไอสิงโตเลยถามหาผม
“แล้วยังไงวะ?” ผมถามกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“กูชวนมันมางานของโรงเรียนเราพรุ่งนี้ดีกว่า” มันยิ้มบานแล้วก็พิมพ์เลย ผมกับเพื่อนๆคนอื่นคือทำหน้าเบื่อหน่ายมันมาก
แล้วเราก็นั่งคุยกันต่อไป จนกินข้าวหมดก็พากันลุกเอาจานไปเก็บแล้วก็ไปหาขนมกินต่อนึกขึ้นได้ ผมซื้อไปฝากไอพี่อ๊อฟสักหน่อยดีกว่าหลังจากที่เริ่มคบกันมา ผมก็พอรู้แล้ว มันชอบกินอะไร ชอบอะไรบ้าง แต่ก็ยังไม่ทั้งหมด พอถามมันมันก็บอกให้ดูเอาเอง ผมเบื่อหน่ายมันจริง พอทำไม่พอใจมันก็อ้างว่าทีมันยังรู้ว่าผมชอบกินอะไรและชอบอะไรบ้างเลย ผมเลยยอมมันไป
ผมเลือกซื้อขนมและน้ำได้แล้วก็บอกให้เพื่อนๆไปรอที่ซุ้มก่อนจะไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งจริงๆจะไปหาพี่อ๊อฟนั่นแหละ แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าผมกับพี่อ๊อฟคบกัน เอาจริงๆก็ไม่มีใครถามหรือเอะใจ และพี่อ๊อฟก็ไม่ได้มาตัวติดกับผมเหมือนพี่ไอซ์ ก็เลยเหมือนไม่มีอะไร และผมก็กลับบ้านกับพี่อ๊อฟเป็นประจำอยู่แล้วการไปหามันไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรสักนิด ผมก็เดินไปหาพี่อ๊อฟตอนแรกไปแอบมองแถวซุ้มก่อน กลัวเจอพี่ไอซ์บอกเลยว่ายังไม่อยากเจอเดี๋ยวมันมาง้องแง้งใส่อีก ก็เป็นอย่างที่คิดพี่อ๊อฟไม่อยู่เห็นอยู่แต่พวกพี่ไอซ์แล้วก็เพื่อนๆ ผมเลยเดินไปหาที่ชมรม ก็เจอ นั่งขัดแผ่นกระดานกับยัยอิงฟ้าอยู่หน้าชมรม ผมก็เดินเข้าไปหาด้วยหน้านิ่งๆ......
“อะ..ซื้อมาให้” ผมพูดพร้อมกับยื่นถุงขนมให้ แล้วมันก็หันหลังมามอง ผมยื่นให้มันจากด้านหลังไง
“อื้ม” ยิ้มบานเลย แล้วสีก็เปื้อนเต็มแขน มันหยิบถุงที่ผมยื่นให้เอาไปไว้ข้างๆแล้วก้มทำงานมันต่อ
“กินข้าวยัง” ถามอย่างเป็นห่วง
“ยังเลยนท อิงฟ้าชวนพี่อ๊อฟก็ไม่ไป” ทำหน้ามุ่ยผมก็มองอิงฟ้านิดหน่อยแล้วก็หันมามัน
“พี่อ๊อฟทำไมไม่ไปกินข้าว” ผมถามทำหน้าเคร่ง มันก็ขัดกระดานอยู่นั่นแหละ
“ยังไม่ว่าง เมื่อเช้าไปช่วยที่ห้องมา ตอนเที่ยงก็รีบมาช่วยชมรมต่อ” ยิ้มบาน จะอารมณ์ดีไปไหน
“อิงฟ้ากินยัง” ผมหันไปถาม
“ก็ยัง รอไปกินพร้อมพี่อ๊อฟเนี่ยแหละดื้อจริง” ทำหน้าอารมณ์เสีย
“แล้วทำไมอิงฟ้าถึงมารอพี่อ๊อฟไม่ไปช่วยห้องตัวเอง” คิดแล้วมันก็แปลกๆ ยัยนี่มันว่างไปไหม พี่อ๊อฟก็ไม่สนใจขัดอยู่นั้นแหละเหมือนมันเป็นงานเร่งด่วนมากสินะ
“ก็ห้องอิงฟ้ามีคนช่วยเยอะแล้ว อิงฟ้ามาช่วยพี่อ๊อฟดีกว่า” ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมมองนางด้วยสายตาที่สุดจะทน
“ดีเนอะ” มองแบบจิกๆ มันก็ไม่สนใจหรอก ผมก็เลยเดินไปดูในห้องชมรม
โห! ข้างในดูยุ่งๆกันจังเนอะ แบบว่าเหมือนต้องโชว์รูป ผมได้ยินมาว่าจะมีคณะกรรมการของอะไรสักอย่างมาให้คะแนนโรงเรียนด้วย เพราะแบบนี้แหละมั้งถึงได้ยุ่งกัน......
“อ้าว! นทมาได้ยังไง” ผมที่ยืนเลิกลั่กอยู่หน้าห้องหันไปมองพี่ดาวที่อยู่ตรงโต๊ะครู พี่ดาวคือพี่ที่แนะนำผมให้พี่ๆในชมรมรู้จักในวันที่ไปงานเลี้ยงหลังจากที่พี่อ๊อฟกลับมาจากแข่งที่กรุงเทพฯ นั่นเอง
“คะ...ครับ” ยิ้มอ่อนส่งไป แล้วเดินไปหาพี่ดาว “ทำอะไรอยู่พี่” ผมชะเง้อมอง
“เตรียมเอารูปติดกระดาน จะโชว์พรุ่งนี้แล้วด้วย” พูดไปทำไป
“ดูยุ่งกันจังอ่า” พูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ
“ก็ชมรมที่ได้ไปแข่งและได้รางวัลต้องจัดซุ้มให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นเสียชื่อหมด” พูดไปทำไป หันมายิ้มบ้างพอเป็นพิธีสินะ
“แล้วพวกพี่กินข้าวกันยังเนี่ย ยุ่งขนาดนี้ไม่หิวเหรอ?” ถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นอะไรเลย พี่ชินแล้วช่วงเวลางานเร่งแบบนี้” หันมายักคิ้วให้ผม ผมก็ยิ้มส่งไป
ผมดูพี่ดาวทำสักแปปก็ขอตัวออกมาโดยบอกไม่อยากกวน และผมก็ยังเห็นพี่อ๊อฟกับยัยอิงฟ้ายังนั่งทำอยู่ เอาจริงๆก็คือรู้สึกสงสารอิงฟ้า หน้าไม่ไหวแล้วคือคงหิวมากสินะ แต่ติดที่บ้าผู้ชายไม่หยุด.....
“นี่เขาไม่ให้กินข้าวหรือไม่กินกันเองเนี่ย” นั่งลงข้างพี่อ๊อฟแล้วถามอย่างสงสัย
“เขาให้กินแต่พวกพี่ๆอยากให้งานเสร็จเร็วๆน่ะสิ เลยไม่ยอมไปกินกัน” ผมก็มอง พี่อ๊อฟก็เคร่งเหลือเกินแค่ขัดกระดานอะไรจะขนาดนั้น
“อิงฟ้า ถ้าหิวก็ไปกินก่อนก็ได้นะ เราว่าอิงฟ้าไม่ไหวแล้วล่ะ” ผมมองอย่างเป็นห่วง เพราะหน้าซีดแล้วสิ ยัยนี่ยิ่งคุณหนูอยู่
“ไม่เอาอ่ะจะระ....”
“งั้นเดี๋ยวเราไปซื้อเป็นเพื่อน ซื้อมาให้พวกพี่ๆเขาด้วยโอเคไหม” ผมมองอย่างรำคาญแล้วพูดแทรกขึ้นมาเลย เพราะดูจากท่าแล้วคุณหนูเธอคงไม่ยอมไป ผมเลยเอ่ยปากชวนเพื่อตัดปัญหา อิงฟ้าก็ทำท่าคิด
“อืมๆ ก็ได้” ล้างมือแล้วลุกขึ้น
ผมก็เดินกลับเข้าไปถามพี่ๆข้างในห้องชมรมว่าจะกินอะไรหรือเปล่าจะซื้อมาให้ ตอนแรกก็ดูเหมือนเกรงใจ แต่พอผมบอกว่าเต็มใจจะไปซื้อให้และก็พูดอะไรอีกนิดหน่อยพี่เขาก็ยอม พวกพี่เขายิ้มบานกันเลย ดูแล้วก็น่าสงสาร เพราะครูน่าจะคาดหวังไว้เยอะ ถึงต้องทุ่มกันขนาดนี้ คือคนอยู่เยอะจริงๆแต่ยุ่งหมดทุกคนเลยไม่มีคนวิ่งไปซื้อข้าวให้ พี่ๆเขาก็จดรายการแล้วก็รวบรวมเงินมาให้ผมกับอิงฟ้าก็รับมา แล้วก็เดินไปซื้อให้เยอะมาก ตั้งหลายคน เหนื่อยเลย พอซื้อเสร็จผมก็ถือไปให้พวกพี่ๆเขา คงจะหิวกันมากจริงๆพวกเขาก็ถือเป็นเวลาพักเบรกกันเลย พี่อ๊อฟก็มานั่งกินด้วย ยัยอิงฟ้าก็ไม่ยอมกินมาก่อน ตอนแรกบอกให้นั่งกินที่โรงอาหารก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวเป็นลมหรอก เธอก็ไม่ยอม พอมานั่งกินกับพี่ๆเขากินแบบโอ้โห!หมดมาดคุณหนูเลยเธอเอ้ย! ปอบลงหรือยังไง พี่อ๊อฟก็ไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ เป็นอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้....
“พี่อ๊อฟ เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย” หันไปถามอย่างเป็นห่วง ผมไม่ได้นั่งกินด้วยหรอก ผมแกะขนมที่ซื้อมากินแล้วก็นั่งร่วมวงกับพวกพี่เขาเท่านั้น ก็เพิ่งกินก่อนมาหาพี่อ๊อฟนิเนอะ
“เปล่า เหนื่อยแล้วก็เมื่อยด้วย” มันพูดแล้วเอามือจับ บีบที่ต้นคอ
“เดี๋ยวกินเสร็จจะนวดให้นะ” ผมพูดด้วยรอยยิ้ม มันหันมายิ้มหวานทันทีเลย
“น่ารักนะเรา” มันยิ้ม ผมก็เขินเลยสิ
แล้วก็นั่งกินกันไปคุยกันไป สักพักก็แยกย้ายพากันเก็บของไปทิ้งแล้วไปทำงานต่อ ส่วนผมก็ไปดูไอพี่อ๊อฟล้างกระดานมันล้างอีก2อันก็เสร็จแล้วไปนั่งเคลียล์รูปอีกผมก็นั่งนวดให้มันตอนเคลียล์รูปนั่นแหละ คนก็แซวบ้าง ผมก็บอกแค่นวดเฉยๆไม่มีอะไรในกอไผ่ ตอนแรกยัยอิงฟ้าจะมานวดผมก็เถียงกับเธอสะยกใหญ่จนพี่อ๊อฟรำคาญ เป็นผู้หญิงมาเสนอตัวนวดอะไรให้ผู้ชาย ยัยนี้มันไร้เดียงสาหรือมันด้านก็ไม่รู้ ผมก็เลยให้พี่อ๊อฟเลือก และแน่นอนว่าพี่อ๊อฟเลือกผม ยัยอิงฟ้าเลยนั่งหน้าหงอยช่วยพี่อ๊อฟเคลียล์รูปอยู่ตรงข้ามนั้นแหละ....
จนผ่านไปสักพักเพื่อนๆผมก็โทรตามผมก็เลย ขอตัวและลาทุกคนมาพี่ดาวขอบคุณผมยกใหญ่เลยเรื่องไปซื้อข้าวให้ แต่ก็แปลกยัยอิงฟ้าอยู่ทำไม ไม่ทำตัวให้เป็นประโยชน์ก็ไม่รู้ นั่งอ่อยผู้ชายอยู่ได้ แทนที่จะไปซื้อให้พวกพี่ๆเขาตั้งแต่แรก คิดไปคิดมาก็ปลง แล้วผมก็เดินไปหาเพื่อนๆ ผมเดินผ่านหลังซุ้มเนี่ยแหละเดินง่ายดี เดินผ่านข้างหน้าคนเยอะรกด้วย คือซุ้มห้องไอแบงค์มันถึงก่อนห้องผม2ห้อง ผมกำลังจะเดินผ่านผมแอบเหล่นิดหน่อยไม่เห็นไอแบงค์อยู่ แต่เห็นเพื่อนๆมันอยู่ผมก็ไม่สนใจ แต่พอผมเลยไปนิดนึงผมก็ได้ยินเสียงเพื่อนๆมันพูดถึงผม ผมเลยหยุด แล้วหลบนิดหน่อยนั่งยองๆแอบฟังพวกมันคุยกัน....
“มึงเห็นไหมไอนทเมื่อกี้”
“เออทำหยิ่งสัสกูยิ้มให้ทำเป็นเมิน กูเห็นเมื่อก่อนตามตื้อไอแบงค์อย่างกับอะไรดี” ผมตากระตุกเลยสิ คือผมไปหยิ่งยังไง เฟรนลี่ขนาดนี้แล้วมันยิ้มให้ผม ผมเห็นหรือเปล่า? พูดไปทั่วไอนี่นิ ผมเสียหายหมด
“เออ หยิ่งจริง! วันนั้นกูทำของตกแม่งมองกูด้วยหางตาแล้วเดินข้ามของกูไปอีกไม่ช่วยกูเลย” พูดด้วยน้ำเสียงแค้นๆ ไอพวกนี้มันแยกแยะไม่ออกหรือยังไงวะ ว่าหยิ่งกับรังเกียจอะมันคนละเรื่องกัน
“แต่กูว่าแม่งไม่หยิ่งนะ กูเห็นอ่อยไปทั่วอะมึง วันนั้นยิ้มหวานให้กูด้วยสงสัยจะอ่อย” เอิ่ม!ผมไม่เห็นจำได้เลยว่าไปยิ้มให้มันตอนไหน อาจจะยิ้มให้คนอื่นแล้วมโนไปเองหรือเปล่า?
“เอาจริงๆกูก็ไม่ได้รังเกียจเกย์นะเว้ย! ไอนทก็น่ารัก แต่แม่งแรดชิบหาย กูได้ข่าวว่าแม่งไปคบเด็กโรงเรียน....รวยด้วยนะมึง” ไปกันใหญ่แล้ว
“เออกูก็คิดเหมือนมึงวันนั้นกูเห็นไปยืนอ่อยไอพวกรุ่นพี่กรรมการนักเรียนด้วย” ไอเวร! นั่นปากมึงหรอ ผมแค่ไปคุยงานนะ! นี่ปากผู้ชายเหรอ พอๆกับอีแนนเลย มานั่งเม้าผมได้ยังไง บ้าไปแล้วเรอะ!
“ดีนะมึง ตอนนั้นไอแบงค์เกือบจะหลงมันแล้ว ดีนะที่กูเป็นคนกันไว้” อะไรล่ะนั่น
“เรื่องจดหมายนั่นอ่ะนะ”
“เออดิ เอาจริงๆกูว่าแม่งไม่คู่ควรกับไอแบงค์หรอก ไอแบงค์ซื่อจะตาย เจอคนแรดๆแบบไอนทไปไม่รอดหรอกสัส”
แล้วก็อีกมากมายที่มันนินทา ด่าและว่าร้ายให้ผม ผมก็ฟังไปสักพักรู้สึกมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆแล้ว ผมก็ลุกแล้วเดินไปเลย ถามว่าโกรธไหม ไม่หรอก แล้วแต่พวกมันจะพูดเถอะยิ่งเป็นพวกนี้นะ ผมไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจอะไรกับคำพูดมันเลยด้วยซ้ำไร้สาระ ผมเดินกลับมาที่ซุ้มห้องผม ซุ้มห้องผมเสร็จเรียบร้อยแล้วเพื่อนๆก็นั่งแถวซุ้มกัน รอครูประจำชั้นมาตรวจ พอพวกมันถามว่าผมไปไหน ผมก็บอกมันไปว่าไปหาพี่อ๊อฟแล้วก็อธิบายให้มันฟัง พวกมันก็พยักหน้าแล้วก็พากันเปลี่ยนเรื่องคุย
เราคุยกันสักพักครูก็มาตรวจแล้วก็เอาป้ายมาแขวนให้ พอเสร็จจากตรงนี้เราก็ไปหาที่เย็นๆนั่งกัน ระหว่างเดินออกมาเห็นซุ้มอื่นๆก็เสร็จกันเกือบหมดแล้ว พวกผมก็เดินมานั่งที่ประจำของเราที่เรามานั่งกันตอนเช้า มันลมเย็นดีลมพัดตลอด พอนั่งได้เราก็เริ่มเม้ามอยกันสารพัด แล้วสักพักพี่อ๊อฟก็เดินผ่านมา มันแวะบอกว่าอาจจะกลับเย็นถ้าจะรอก็รอ หรือจะกลับก่อนก็ได้ มันต้องช่วยเขาแก้งานอะไรไม่รู้ ผมก็เออออไป ไม่รู้ดูอีกที ว่าจะยังไง เพื่อนๆก็คุยกันไป ผมก็นั่งคิดอะไรไปเรื่อย นึกขึ้นได้ก็ถามเพื่อนๆ....
“เย็นนี้ไปไหนกันหรือเปล่าพวกมึง” ผมถามแบบไม่ใส่ใจอะไร
“ก็ไม่ได้ไปไหนนะ ทำไมวะ” ปอถามขึ้น พวกมันก็มองผมแบบสงสัย
“เปล่า ไปหาเดินเที่ยวกันไหม” บอกแบบเซ็งๆ ไม่ได้นอยอะไรพี่อ๊อฟนะ แต่วันนี้มันชิวไป มันทำให้ผมเซ็งถ้าอย่างน้อยวันนี้ได้เรียน ผมก็คงอยากกลับบ้านไปนอนมากเพราะยังได้ใช้สมอง แต่นี้ไม่ได้ทำอะไรมันเบื่อๆเซ็งๆไปหมด
“ไปบ้านไอสิงโตป่ะ” ไอมินเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น ผมมองมันด้วยหางตา
“มึงเป็นอะไรกับบ้านไอสิงโตมากไหม คือจะไปแต่บ้านมันทำไม” ไอนัทถามไอมินแบบรำคาญ
“นั่นดิ ไม่มีความเกรงใจเลยนะมึง” ไอวิวผลักหัวไอมิน ไอมินทำหน้าหงอยเลย
“อะไรว้า!” ทำหน้าเป็นตูด “เออไอนทโทรศัพท์มึงอยู่ไหน” ไอมินถามผม
“ก็อยู่นี่ไง” ผมล้วงขึ้นมาให้ดู
“ทำไมมึงไม่รับสายไอสิงโตวะ?” ถามแบบจริงจังขณะที่มันก้มหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์ของมันเอง
ผมก็กดดูโทรศัพท์ โอ้โห! ทั้งแชทเฟสไลน์โทรศัพท์เข้า เยอะแยะไปหมด ผมปิดสั่นปิดเสียงไว้ตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย! ไอฮาเล่ก็โทรมานะ ไอเบสด้วย ไอสิงโตเป็นสิบสายเลย แล้วคือแชทนี่อะไรมากมายเนี่ย ผมขี้เกียจจริงๆ....
“นท มึงก็เกินไปเนอะ ทั้งแชททั้งโทร รับสายบ้างตอบแชทบ้างก็ดี ไม่ใช่ว่ามีโทรศัพท์ไว้บูชา!” ไอปอพูดประชด ผมก็มองมันอย่างเซ็งๆ
“เออชอบไม่ตอบแชทนะมึง โทรศัพท์ยังว่าพอรับบ้าง” ไอวิวบ่นขึ้นมา
“เออกูสงสัยมานานแล้ว ทำไมวะ กูเห็นมือถือมึงทีไรแชทค้างอื้อเลย” ไอนัทหันมาถามแบบจริงจัง
“ก่อนอื่นมึงควรโทรกลับหาไอสิงโต” ไอมินเอ่ยพร้อมยักคิ้วทำหน้ากวนตีน
“ไอเหี้ยมิน!” พวกผมคือพร้อมใจด่ามัน อะไรนักหนา
“ก็กูขี้เกียจพิมนี่หว่า อีกอย่างกูไปปิดเสียงปิดสั่นไว้ตอนไหนก็ไม่รู้” ผมพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
“ขนาดมึงขี้เกียจพิมพ์ แต่มีเวลาเข้าไปส่องเฟสผู้ชายได้นะไม่ขี้เกียจบ้างล่ะ” ไอปอพูดขึ้นผมชะงักไปนิด รู้ได้ยังไงวะ5555
“เออกูเข้าเฟสทีไร เห็นมันออนทักไปแม่งก็ไม่ตอบ” ไอวิวตอบพร้อมทำหน้าแบบกวนตีน
“ไม่ตอบไม่ว่า ออนไปสักพักกูเห็นกดถูกใจรูปผู้ชายใหญ่เลย มันเด้งขึ้นหน้าเฟสกูแทบทุกคืน” ไอนัทพูดแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ดูผมไปไม่ถูกเลยสิ
“อะ..เอ่อ.....ทะ...โทรหาไอสิงโตดีกว่า แหะๆ” แถไปสิ ไอพวกนั้นก็พูดไม่หยุด ผมอายจริงๆนะเนี่ย>.<5555 อุตส่าแรดเงียบแล้วนะ มันเด้งขึ้นได้ยังไงวะ ต้องไปหาวิธีไม่ให้เด้งแล้วสิ555
ผมก็กดโทรศัพท์เล่นไป ไม่ได้เล่นอะไรหรอกก็ดูอะไรเรื่อยเปื่อยแหละ แชทก็เด้งตลอด ก็ปล่อยมันไป5555.....
“ไหนว่ามึงจะโทรหาสิงโต?” ไอมินดึงโทรศัพท์ผมไป
“ก็หาเบอร์อยู่ไงไม่เห็นเหรอ” ผมทำหน้าจริงจังจะคว้าโทรศัพท์คือ มันก็ดึงไว้
“พวกมึงดูความตอแหล พวกมึงพึ่งด่ามันเมื่อกี้ เอาอีกแล้ว” ไอมินมันโชว์หน้าจอโทรศัพท์ผมให้เพื่อนๆดู โอ้โห! รูปผู้ชายไง จังหวะดีจริงนะ
“อย่าเลอะเทอะน่า! มันเพิ่งเด้งขึ้นเนอะ เอามานี่จะโทรหาเสี่ยแล้ว” ผมลุกขึ้นแล้วดึงมือถือคืนมา พวกมันมองผมอย่างเอือมระอา
ผมก็กดหาเบอร์ไอสิงโตแล้วก็กดโทรออก พวกมันก็คุยกันไป คุยกันในเรื่องของผมเหมือนเดิม อะไรจะรุมด่าเพื่อ? แล้วสักพักไอสิงโตก็รับ.....
“ฮัลโหล เสี่ย” พูดเสียงหวาน ไอพวกนั้นเบะปากแบบหมั่นไส้ผมก็ไม่สน
“กูโทรไปตั้งหลายสาย!” ทำเสียงไม่พอใจ
“แหมๆ! ทำเสียงน่ารักเชียวนะ กูเห็นนานแล้วจะโทรกลับก็กลัวมึงเรียนอยู่” แถไปนั้น ไอมินถึงกับชี้หน้าผมแล้วทำปากว่า “ตอแหล” คิดแล้วก็ขำ555
“อะ...เหรอ” ทำเสียงดีขึ้นมาแล้ว “วันนี้คาบบ่ายไม่มีอะไรคุยได้นะ วันหลังกูจะส่งตารางเรียนให้” พูดแบบดีใจ
“เอ่อ..คือไม่ต้องขนาดนั้นหรอกม้าง” ผมพูดเสียงสูง
“ไหนว่าจะมาไหว้พ่อแม่กู เขาถามหามึงนะ” พูดเสียงเบาๆ
“รู้แล้วน่า กูเพิ่งไปหามึงเมื่อ2วันที่แล้วเอง จะรีบไปไหนคร้าบบ!” ผมทำเสียงกวนมัน
“กูอยากให้มาทุกวันนะ” ผมชะงักไปนิด คิดไปคิดมา เบื่อๆอยู่ด้วยไปเล่นบ้านมันก็ดีมั้ง
“ตะ..แต่วันนี้ก็ว่างนะ” พูดแบบอึกอัก “เดี๋ยวกูไปหาซื้อของแล้วก็จะเข้าไปแล้วกันเจอกันบ้านมึงก็ได้” พี่อ๊อฟก็ติดงาน เบื่อๆอยู่ด้วยไปสักหน่อยคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง
“จริงนะ!” โห! ผมถึงกับต้องเอาโทรศัพท์ถอยห่างหูเลย ตะโกนอะไรขนาดนั้น “กูไปรับไหม” คือเสียงนี่แบบดี๊ด๊าสุดๆ
“ไม่ต้อง แล้วจะดีใจอะไรขนาดนั้น เดี๋ยวเถอะมึง!” ผมพูดไม่จริงจังนัก
“เออกูดีใจนี่ มึงจะมาหา” เสียงหวานเชียว
“อืมๆ! รออยู่บ้านนะ แล้วก็เพื่อนๆกูไปด้วยได้เปล่า” ถามไว้ก่อนเพราะผมไม่ค่อยอยากจะอยู่กับมัน 2 ต่อ 2 บ่อยนัก กลัวใจตัวเอง 5555
“ได้คร้าบ! บ้านกูก็เหมือนบ้านมึงแหละ อยากชวนใครมาก็ได้เลยนะ” พูดแบบไม่ใส่ใจ
“ไอเสี่ย อย่าเยอะครับ เดี๋ยวกูก็ไม่ไปหรอก” พูดแบบจริงจัง
“ล้อเล่นน่า แล้วเจอกันนะ กูจะรีบกลับไปทำการต้อนรับมึงอย่างดี ตึ๊ด” วางสายไปเลยสินะ
“เห้ยพวกมึงเย็นนี้.....”
“ว่างงงงงงงง” พวกมันนี่นะ ผมยังพูดไม่ทันจบ พูดแทรกกันขึ้นมาเลย ผมมองพวกมันแบบเอือมๆ
แล้วพวกเราก็คุยนู่นนี่กันไป จนถึงเวลาเลิกเรียน ผมก็โทรไปบอกพี่อ๊อฟว่าจะกลับก่อน พี่อ๊อฟก็โอเค ผมกับเพื่อนๆก็พากันไปห้างไปเดินซื้อของไปไหว้พ่อแม่ไอสิงโต ไม่รู้สิ ครอบครัวเขาเป็นผู้ดี เราต้องเอาใจพวกเขาหน่อยแถมไปเล่นบ้านเขาบ่อยๆ เขาจะรำคาญเด็กอย่าพวกผมหรือเปล่าก็ไม่รู้ คิดแล้วก็กลัว
อย่างผมไปบ้านเพื่อนๆคนอื่นๆอย่างมากก็แค่ซื้อผลไม่ไปฝากพ่อแม่มันกันแค่นั้น แต่นี่ไม่รู้สิ ของที่เราซื้อไปเขาจะกินได้ไหมแล้วจะชอบหรือเปล่า ผมก็ถามไอมิน ไอมินไม่รู้เพราะเวลาพ่อแม่มันอยู่ไอมินไม่กล้าไปเหมือนกัน ผมก็เริ่มหวั่นๆแล้วสิเดินเลือกๆกันไป เดินไปสักพักก็ไม่รู้จะซื้ออะไรผมก็เลยชวนพวกมันไปตลาด ผมว่าจะซื้อผลไม้เจ้าประจำที่ผมชอบไปซื้อนั้นแหละ เขามีกระเช้าน่ารักใส่ให้ด้วย ผมก็เลือกผลไม้ไป เพื่อนๆบอกว่าจะไปซื้อดอกไม้กันมันก็ทิ้งผมไว้คนเดียวแล้วก็ไป ผมก็เลือกผลไม้ไปโดยเสริชเน็ทดูสรรพคุณด้วยว่าผลไม้ชนิดไหนน่าจะเหมาะกับพ่อและแม่ของสิงโตผมก็เดาๆไป พอเลือกเสร็จก็ยื่นให้ป้าเขาใส่ตะกร้าแล้วห่อให้ ผมก็ยืนรอพวกมันสักพักก็มากัน ได้ดอกไม้มาช่อนึงคงรวมตังกัน พอเสร็จเราก็เดินไปขึ้นรถแล้วก็ไปบ้านไอสิงโตกัน วันนี้มีบอดี้การ์ดด้วย ยืนกันเป็นจุดๆรอบบ้านเลย อยากรู้แล้วสิพ่อมันทำงานอะไรเนี่ย พอผมเข้าไปไอสิงโตกับน้องซินก็ออกมา........

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“พี่นททท!” เสียงหวานเชียว วิ่งมาจับมือผม
“ดีจ้าน้องซิน” ผมทักทายด้วยรอยยิ้ม ไอสิงโตก็ยิ้มอย่างเดียว
แล้วมันก็พาผมเอากระเป๋าไปไว้ในห้องเล่นกัน พวกไอโค้กก็มาด้วย คุยกันนิดหน่อยน้องซินก็มาตามบอกพ่อแม่มาแล้ว ผมก็พากันไป รวมถึงพวกไอโค้กด้วย พอไปถึงเราก็นั่งกับพื้นกันเป็นห้องนั่งเล่นใหญ่ คือโซฟาไม่พอ และเอาจริงๆก็ไม่กล้านั่งเทียบเท่าด้วย คือพ่อสิงโตคือสง่ามากเหมือนมาเฟียใหญ่จริงๆ ดูมีอายุแต่ยังสมาร์ทอยู่ ส่วนแม่ก็ยังสวยและดูดีมากแต่งตัวเหมือนนางแบบเลย ผมนี่เกร็งเลย ผมก็ยังคงทำหน้านิ่งๆยิ้มอ่อนไว้ เราก็ไหว้พ่อและแม่ไอสิงโต ก็ทักทายกันนิดหน่อย พ่อสิงโตดูแบบว่าไม่ค่อยพูดชอบทำตาดุๆ ผมต้องหลบตาตลอดเวลา ส่วนแม่ของสิงโตก็ใจดีราวกับนางฟ้าพูดจาเสียงหวานหยดย้อยเลย น้องซินก็แนะนำผมใหญ่เลย ผมอึดอัดไปหมด ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่าทำไมเหมือนพ่อสิงโตไม่ชอบผม เขามองผมแบบไม่พอใจยังไงไม่รู้ แล้วผมก็เอาของที่ซื้อมาฝากให้พ่อกับแม่มันไป เพื่อนๆผมก็ยื่นดอกไม้ให้ด้วย.....
“อุ้ย! คุณคะเด็กๆซื้อของมาให้เราด้วยน่ารักจริงๆเลยค่ะ” ดูคุณแม่จะดีใจมากเลย จับดอกไม้ขึ้นมาดม แล้วก็ดูผลไม้
“อื้มๆ” พยักหน้า แล้วก็มองของที่ผมให้ “ผลไม้นี่ใครเลือกเหรอ?” ถามเสียงเข้ม ผมชะงักไปนิดแล้วก็หันไปตอบ
“ผมครับ” ผมพูดแล้วก็มองหน้าแบบตาต่อตา ผมรู้สึกหวั่นจริงๆ คุณพ่อเขาพยักหน้ารับรู้
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมกับเพื่อนๆขอตัวก่อนนะครับ” สิงโตพูดสุภาพเหลือเกิน แล้วมันเข้าไปกอดคุณแม่แล้วละออกมา
“พี่นท!” เข้ามานั่งข้างผมแล้วก็กระซิบ... “วันนี้ซินแอบซื้อแฮมส์เตอร์มาด้วย พี่นทมาช่วยซินจัดกรงด้วยนะคะ อิอิ” หันมาหัวเราะคิกคัก
“จ้าๆ เดี๋ยวพี่ช่วย” ยิ้ม คือจะเปิดสวนสัตว์หรอจ้ะน้องซิน
“เอาละเด็กๆ ไปเล่นกันเถอะ เดี๋ยวแม่จะไปเตรียมของว่างให้” ยิ้มแล้วแม่สิงโตก็ลุกไป
พวกเราก็ลุกแล้วเดินออกไป ผมแยกออกมากับน้องซินโดยบอกเพื่อนๆว่าจะไปช่วยน้องซินดูการบ้าน ตอนแรกสิงโตจะตามมาแต่น้องซินห้ามไว้ แล้วน้องซินก็ดึงผมไป...
“โหห!” ผมเข้ามาแทบช๊อค
คือจากตอนแรกที่มีแค่กระต่ายกับแกสบี้ ตอนนี้มีนก มีตู้ปลา มีหมา เอิ่ม แล้วก็กล่องกรงแฮมส์เตอร์ แล้วก่อนเข้ามาผมเห็นป้ายหน้าห้องว่าห้ามใครเข้าถ้าไม่ได้รับอนุญาต...
“เยอะเลยใช่ไหมคะ หนูชอบพวกนี้มากๆเลย” ยิ้มแล้วเดินดูอย่างภูมิใจ
“แล้วทำไมซินถึงติดป้ายหน้าห้องแบบนั้นล่ะ” ผมถามอย่างสงสัย
“ก็ป๋าอะสิคะ ชอบให้คนงานมาขนออกไปบอกว่ามันสกปรก” ทำหน้างอ
“เอ่อ...คือ” พูดไม่ถูก คือตอนนี้ผมว่าห้องนี้มันมีกลิ่น แม้จะดูสะอาดจากการที่มีคนเข้ามาทำความสะอาด แต่มูลสัตว์กับกลิ่นสัตว์คงเลี่ยงไม่ได้สินะ
“แล้วนี่” ชี้ไปที่แฮมส์เตอร์ “หนูแอบซื้อมา ไม่มีใครรู้ ถ้าป๋าหนูรู้โดนดุแน่นอน” กระซิบบอกผม
“โอเคๆ งั้นเรารีบมาทำให้เสร็จดีกว่าเนอะ” พูดอย่างเหนื่อยใจ ผมว่ามันไม่ธรรมดาแล้วล่ะ
ผมก็ช่วยน้องซินทำไป น้องก็เล่นกับหนูไป จนเสร็จผมก็ช่วยเคลียล์อะไรให้เข้าที่ ผมก็เดินดูนิดหน่อย คือห้องนี้มันกลายเป็นห้องสัตว์เลี้ยงไปแล้วจริงๆ พอทำอะไรเสร็จผมก็ขอตัวออกไปหาเพื่อนๆ น้องซินก็บอกว่าจะอยู่เล่นก่อนเดี๋ยวมีอะไรจะตามไป พอออกห้องมาผมต้องสูดลมหายใจแบบลึกสุดๆ ข้างไหนเหม็นเขียวหญ้าเหม็นขี้ ฉี่ เต็มไปหมด เฮ้อ! แล้วผมก็เดินมาแถวห้องนั่งเล่นใหญ่ก็ได้ยินเสียงคุยกัน ได้ยินเสียงก็รู้เลยว่าใคร ตอนแรกก็ไม่ได้จะเสียมารยาท แต่ในบทสนทนามีชื่อผมด้วยผมก็หยุดเดินแล้วตั้งใจฟัง........
“เพื่อนๆลูกน่ารักทั้งนั้นเลยนะค่ะ โดยเฉพาะนทดูจะเข้ากับซินได้ดี” เสียงแม่สิงโต
“ก็ดีนิ” เสียงพ่อแบบไม่ใส่ใจอะไร
“ฉันเห็นพวกกระแตพูดกันว่านททำข้าวผัดให้สิงโตทานด้วยนะคะ เด็กคนนี้เก่งจริงๆเลย” พูดเสียงหวานเหมือนภูมิใจมาก
“หึ หวังอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้ ระวังไว้ก็ดีนะคุณ” พูดเสียงติดไม่พอใจ ผมชะงักไปนิดเลย
“คุณก็เด็กๆน่ารักขนาดนี้คิดอะไร” ถามแบบไม่พอใจ
“ก็ดูสิหน้าตาแบบนั้นผู้ชายหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่ใช่ว่ามาชอบสิงโตเหรอ ดีไม่ดีมาหลอกลูกเราหรือเปล่าก็ไม่รู้!” พูดเสียงดังหน่อย แต่ผมรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้
“คุณนี่คิดอะไรก็ไม่รู้ฉันไม่คุยด้วยแล้วค่ะ” แล้วผมก็ได้ยินเสียงคนเดินกระแทกเท้าออกไป คงจะเป็นแม่สิงโตนั่นแหละ...
“จะยืนแอบฟังอีกนานไหม!” ตะคอกขึ้นมา ผมสะดุ้งเลยสิ แล้วอยู่ๆผ้าม่านก็เลื่อนออก พ่อสิงโตยืนจ้องผมตาเขม่งเลย ผมนี่ทำหน้าไม่ถูกเลย แต่ก็ยังแปลกใจว่ารู้ได้ยังไง แต่ก็ไม่สำคัญ โดนจับได้แล้ว.......
“อะ..เอ่อ! คะ...คือขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะครับ”  พูดแบบสำนึกผิด
“เข้ามานี่สิ!” พูดเสียงเข้ม
ผมก็เดินตามเข้าไปพอผมหยุดเขาก็เรียกให้ผมตามไปอีกห้องนึงคาดว่าน่าจะห้องทำงานเพราะมีโต๊ะเอกสารอะไรเต็มไปหมดเหมือนที่ทำงานเลย ผมก็ยืนก้มหน้าอย่างเดียว พ่อสิงโตก็ล๊อกประตูห้องและปิดผ้าม่านคือทั้งห้องมีผมและพ่อสิงโต ผมเงียบและรู้สึกว่าพ่อสิงโตยืนจ้องผมอยู่ เงียบจนได้ยินเสียงแอร์ ต้องโกรธมากแน่ๆที่ไปแอบฟังแบบนั้น รู้สึกผิดแบบหาทางแก้ตัวไม่ได้......
“ไม่รู้เหรอ ว่าการแอบฟังผู้ใหญ่คุยกันมันไร้มารยาท” พูดกดเสียง ผมก็เงยหน้ามองนิดหน่อย
“ทราบครับ ผมขอโทษครับ” ยกมือไหว้ขอโทษแล้วก็ก้มหน้า
“แล้วคุยกับผู้ใหญ่ต้องมองหน้าสิ” พูดเสียงเข้มผมก็ค่อยๆเงยหน้ามอง คือเขาหน้านิ่งมาก “หน้าตาดีนะเรา”
“ขอบคุณครับ” พูดเบาๆ และส่งฝืนยิ้มให้ไป
“อยู่คนละโรงเรียนกัน ทำไมถึงรู้จักกันได้” พูดเสียงนิ่งๆ แล้วเดินวนไปนั่งที่เก้าอี้
“ผมเป็นเพื่อนของมินครับ” พูดแล้วหลบสายตา
“อืมๆ” พยักหน้า “หึ! คงเหมือนๆกันสินะ เพื่อนๆที่หวังประโยชน์กับสิงโต....” ยิ้มเหยียด แต่นั้นทำให้ผมไม่พอใจอย่างมาก
“ไม่ใช่นะครับ” ผมพูดไปแบบธรรมดาไม่ได้ขึ้นเสียงแต่อย่างใด
“หึ! เห็นเพื่อนมันแต่ละคน ถ้าไม่ให้มันเลี้ยงก็มาเกาะกับของเล่นของมันใช่ไหมล่ะ” มองนิ่งๆ ผมเริ่มจะหายเกร็งแล้วสิ นี่เขาจะดูถูกเพื่อนลูกเขามากไปแล้วนะ
“ถ้าการที่ผมแค่บังเอิญไปได้ยินที่คุณพ่อและคุณแม่คุยกันก็ขอให้ต่อว่าแค่ผมเถอะครับ คนอื่นไม่เกี่ยว” ผมก็มองนิ่งๆหลบสายตาบ้าง
“ฉันไม่ใช่พ่อของเธอไม่ต้องมาเรียกฉันแบบนั้น” พูดนิ่งๆมองนิ่งๆ ผมชะงักไปนิด
“ขอโทษครับ” หน้าเสียเลยผม
“แค่มารยาททางสังคมยังไม่มี แล้วอย่างอื่นจะเหลือเหรอ” พูดประชดประชันได้เจ็บใจสุดๆ
“ผมขอโทษอีกครั้งครับ ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงให้คุณหายโกรธผมทำคงได้แค่ขอโทษ” ผมก็มองไปทางเขาด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“หึ! เด็กคนนี้นิปากดีจริงนะ!” พูดเสียงแข็ง ผมปากดียังไงวะ
“งั้นผมขอตัวนะครับ” ผมกำลังจะหันหลัง
“หยุดนะ! ไม่มีใครกล้าหันหลังให้ฉันถ้าฉันยังคุยไม่จบ!” ผมสะดุ้งเฮือกแล้วหันกลับมา
“ผมแค่คิดว่า ยิ่งอยู่ก็ยิ่งทำให้คุณไม่พอใจ ผมไปดีกว่านะครับ อีกอย่าง ผมว่าคุณคงเข้าใจผิด...” ผมพยายามข่มความกลัว “ผมเป็นแค่เพื่อนลูกคุณครับ ไม่ใช่ลูกน้อง กรุณา เลิกขึ้นเสียงใส่ผมได้แล้ว” พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ผมว่าจะไม่แล้วนะ แต่ผู้ใหญ่ควรพูดแบบนี้จริงๆเหรอ พ่อเพื่อนก็พ่อเพื่อนเถอะ ทำแบบนี้มันเกินไป เพราะเห็นเป็นเด็กใช่ไหม ถึงพูดแรงขนาดนี้
ปัง! ฝ่ามือใหญ่ฟาดลงโต๊ะอย่างแรง ผมก็ทำได้แค่ใจดีสู้เสือ และยังคงมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“กล้ามากที่พูดย้อนฉันแบบนี้!” เลือดขึ้นหน้าเลยสินะ ผมก็ยิ้มอ่อนส่งไป แล้วก็ยังนิ่ง เขาก็ดูพยายามข่มอารมณ์ “….อย่างที่เธอได้ยินที่ฉันคุยนั้นแหละคือคำถาม เธอหวังอะไรจากสิงโต” หลังจากที่เขาดูจะสกัดกั้นอารมณ์สักพัก ก็เอ่ยถามผมขึ้นมา มองผมแบบนิ่งมาก ผมก็นิ่งเช่นเดียวกัน
“ผมไม่ได้หวังอะไรครับ” พูดแบบติดไม่พอใจนิดๆ
“หึ!.” ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาหาผม บีบคางผมให้หน้าผมเงยขึ้น บีบแรงอยู่ ผมรู้สึกเจ็บเลยขึ้นมา ผมเลยเดินถอยหลังนิดหน่อยเพื่อตั้งตัว
“ผมไปได้หรือยังครับ” ผมพูดด้วยสายตานิ่ง แอบมีเสียงสั่นนิดหน่อย
“จะกล้าหรือจะกลัว ให้มันสักอย่างสิ!” พูดด้วยความไม่พอใจ
“ผมไม่กล้าอะไรทั้งนั้นแหละครับ แล้วผมไปได้หรือยัง” ผมถามหน้านิ่งเหมือนเดิม
“หึ! ไปสิอยากไปไหนก็ไป!แล้วก็เลิกยุ่งกับสิงโตสะ!” พูดเสียงดัง ทำผมสะดุ้งนิดหน่อย
ผมก็จ้องหน้าพ่อไอสิงโต ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล...และไม่ทันคิดจบ น้ำตาก็ไหลแล้ว ผมยกมือปัดน้ำตัวลวกๆ ไหว้ลาเขาแล้วก็เดินออกมาจากห้อง คงเกลียดผมมากจริงๆสินะ ผมเกลียดสถานการณ์เมื่อกี้ แต่ที่ร้อง เพราะผมรู้สึกไม่พอใจ และก็อาจจะเพราะความกลัวด้วย ผมเดินไปห้องเล่นของไอสิงโต พวกมันตกใจกัน  ผมร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้สะอื้น หรือฟูมฟาย แค่น้ำตาไหล ผมไม่เคยเจอผู้ใหญ่ที่ไหนกล้าทำกับผมแบบนี้เลย...
ผมไม่ตอบคำถามใครทั้งนั้น ผมเดินไปหยิบกระเป๋าของตัวเองสะพายแล้วเดินออกจากห้องเล่นทันที ปอก็ดึงผมไว้ผมก็สะบัดออก พออกมาได้กำลังจะผ่านห้องนั่งเล่นใหญ่นั้น พ่อกับแม่มันก็ยืนอยู่แล้วมอง ผมเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ ผมเดินออกมาเลย พวกไอสิงโตก็วิ่งตามมา....
“เป็นอะไรนทเป็นอะไร” ปอถามและจับมือผมอย่างเป็นห่วง
“นทใครทำอะไรมึง” ไอมินจับไหล่ผม
“นทเป็นอะไรวะ” ไอสิงโตจับหน้าผม ผมมองหน้ามันนิ่งๆ นึกถึงหน้าพ่อมันขึ้นมา ผมเลยผลักไอสิงโตให้ถอยห่างผม ตอนนี้น้ำตาผมได้หยุดลง แล้วผมก็เดินไปทางประตูบ้าน
พอผมถึงประตูหน้าบ้านแล้ว ยามก็ไม่ยอมเปิดประตู ผมเขย่าประตูก็ไม่ยอมเปิด.....
“ช่วยเปิดประตู...ให้ผมด้วยครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง และก็มองออกไปทางนอกประตู
ลุงยามก็อึกอักเล็กน้อยเพราะไอสิงโตไม่ยอมบอกให้เปิด แถมพวกมันยังคาดคั้นว่าผมเป็นอะไร ผมก็ไม่พูด ไม่รู้จะพูดอะไร แล้วไม่รู้จะพูดทำไม.....
“ไอสิงโต มึงจะเปิดประตูให้กูไหม!” ผมหันไปตะคอกมันตาขวาง
“มึงเป็นอะไรมึงบอกกูมาก่อนดิ!” ตะคอกผมกลับ ผมมองมันด้วยความอดทน ผมรู้สึกพาล ผมรู้สึกแพ้ให้กับคำพูดพ่อของมัน ผมพยายามข่มอารมณ์อีกครั้ง
“กูจะกลับบ้าน!” พยายามอดกลั้น ผมอยากอยู่คนเดียวตอนนี้
“ชัยเปิดประตูสิเด็กจะกลับบ้าน!” เสียงพ่อไอสิงโตตะโกนมา ผมมองไปเขาก็หันหน้าหนี แล้วลุงชัยหรือลุงยามก็เปิดประตู......
“มิน พวกมึงอยู่ก่อนก็ได้นะกูรีบกลับ” ผมพูดแบบข่มเสียง
แล้วผมก็เดินไปเลย ไอสิงโตก็ตามมาเรื่อยๆเพื่อนๆคนอื่นก็วิ่งไปเข้าบ้านไป ตอนนี้เหลือไอสิงโตที่ตามผมมาติดๆ....
“นทมึงบอกกูได้ไหมมึงเป็นอะไรกูเป็นห่วงมึงนะเว้ย” พูดด้วยหน้าเศร้าๆ ถ้าสังเกตไม่ผิดมันไม่ได้ใส่รองเท้าออกมาด้วย
“หึ!” ผมที่กำลังอยู่ในภวังค์ของตัวเอง หันไปมองมัน “ ไปถามพ่อมึงเองแล้วกัน แล้วก็เลิกยุ่งกับกูได้แล้ว!”ตะคอกสุดเสียง
ผมผลักมัน จนมันเซไปเหยียบก้อนหินแล้วล้มลง แล้วผมก็รีบไปปากทางเข้าหมู่บ้านเพื่อหารถสองแถวขึ้น ผมเห็นพวกเพื่อนผมตามมาแล้ว รถผ่านมาพอดี ผมก็โบกแล้วก็รีบขึ้นรถ พร้อมกับตะโกนบอกคนขับว่าไป...(บ้านผม) แล้วผมก็เห็นพวกเพื่อนหยุดวิ่งแล้วตะโกนเรียกผม ผมก็หันหลังทำไม่สนใจ ผมขอเวลาอยู่กับตัวเองสักพัก
พอถึงบ้านผมก็รีบเก็บของแล้วไปนอนบ้านพี่อ๊อฟทันที โดยบอกป๊ากับแม่ว่าพรุ่งนี้ที่โรงเรียนมีงานโรงเรียนเลยเป็นข้ออ้างได้ เพราะผมมั่นใจแปลกๆว่าไอสิงโตต้องมาหาผมที่บ้าน พอป๊าอนุญาตผมก็รีบไปบ้านพี่อ๊อฟทันที โดยป๊าก็บอกว่าพรุ่งนี้จะไปงานที่โรงเรียนด้วย เพราะมีคุยงานกับผอ. มันเป็นงานเปิดในโรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครองชาวต่างชาตินักท่องเที่ยวเข้ามาดูได้หมด
พอถึงบ้านพี่อ๊อฟผมก็ปรับหน้าให้ปกติที่สุดแล้วกดกริ่ง วันนี้พี่อิฐมาเปิดประตูให้ผมคุยอะไรกันนิดหน่อยก็ขึ้นไปหาพี่อ๊อฟ พี่อ๊อฟหลับอยู่ มันคงเหนื่อยมาผมวางของแล้วก็ขึ้นไปนอนข้างๆแล้วกอดพี่อ๊อฟ ผมก็คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยโดนผู้ใหญ่กระทำผมได้ทราบ และแย่ขนาดนั้นเลย เขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร กล้าดียังไงมาพูดกับผมแบบนี้......
“เป็นอะไร” หลังจากที่ผมคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นสักพัก พี่อ๊อฟก็เอ่ยขึ้นมาแล้วลูบหัวผม
“เปล่า!” กอดแน่นขึ้น ได้ยินเสียงพี่อ๊อฟแบบนี้แล้วรู้สึกอบอุ่นจัง
“ร้องทำไม” มันจับไหล่ ดันผมออกมามอง ผมหันหน้าหนี
“ขอกอดหน่อย” แล้วมันก็เป็นฝ่ายกอดผมเอง
“ไม่เป็นอะไรแล้ว อยากร้องก็ร้องเถอะกูจะปลอบมึงเอง” ลูบหัวผม ผมปล่อยโฮแล้วกอดมันแน่นเลย
ผมก็ร้องไห้อยู่อย่างนั้นสักพักพี่อ๊อฟก็กอดผมแน่นแล้วก็ลูบหัวผมอย่างแผ่วเบาจนผมสงบลงพี่อ๊อฟก็ผละออกมาเช็ดน้ำตาให้....
“บอกได้ยังว่าเป็นอะไร” ลูบแก้มผม
ผมก้มหน้าหงุด ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่ผมเจอควรจะบอกใครไหม พี่อ๊อฟก็มองผมอยู่นั่นแหละ....
ก๊อกๆๆ “อ๊อฟแม่นทโทรมา” พี่อิฐตะโกนเรียกพี่อ๊อฟก็เดินออกไปเอาโทรศัพท์เข้ามาคุย ผมก็จับใจความที่คุยกันไม่ได้หรอก เหมือนในหัวมันไม่อยากรับรู้อะไร...
“นทแม่จะคุยด้วย” พี่อ๊อฟยื่นโทรศัพท์ให้ผม
“อื้ม!” รับโทรศัพท์จากมันมาคุย “ฮัลโหล”
“นทเพื่อนๆมาหาน่ะลูก” แล้วเมื่อกี้คุยอะไรกับพี่อ๊อฟ เอออช่างเถอะ
“บอกให้กลับไปเลยแม่ นทมานอนบ้านพี่อ๊อฟแล้ว ยังไงพรุ่งนี้ก็เจอกัน” พูดแบบขอไปที
“คะ..คือ” แม่ดูอึกอัก ผมแปลกใจนิดๆ
“แม่มีอะไรหรือเปล่า” ถามอย่างสงสัย
“คือเพื่อนๆลูกมาเยอะเลย พวกปอแล้วก็พวก...” ได้ยินคนตะโกนบอกว่าสิงโต “พวกสิงโตน่ะลูก”
“แม่ บอกให้พวกมันกลับไปเถอะ แม่ไม่ต้องคิดมากนะ ไม่มีอะไรหรอก ติ๊ด!” ผมพูดจบก็ตัดสายทันที ผมยังไม่อยากคุยกับพวกมัน
แล้วผมกับพี่อ๊อฟก็พากันอาบน้ำทำอะไรแล้วขึ้นนอน ผมรู้ว่าพี่อ๊อฟอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คงจะกลัวว่าจะทำให้ผมรู้สึกแย่เลยไม่ถาม พอเช้ามาผมก็อาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียนกัน พอถึงโรงเรียนพี่อ๊อฟก็แยกไปซุ้มตัวเองเพราะวันนี้ทั้งวันพี่อ๊อฟต้องอยู่ซุ้มเพราะมันเป็นคนไปประกวดวาดรูปต้องอยู่อธิบายผลงานอะไรไม่รู้ ผมก็เดินไปซุ้มตัวเองวันนี้คนเยอะมาก พอไปถึงเพื่อนๆผมก็เข้ามาผมถามในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ผมทำหน้าตายประมานว่าไม่อยากพูดอะไรตอนนี้พวกมันก็เงียบกันไป
วันนี้ผมไม่ยิ้มไม่ค่อยพูดสักเท่าไหร่ ผมก็นั่งอยู่หลังซุ้มนี่แหละ นั่งเล่นโทรศัพท์พวกปอก็นั่งอยู่ด้วยกัน พวกมันก็พูดไปทั่ว จนถึงเวลาพักพวกเราก็พากันไปกินข้าว  เราก็นั่งกินกันไป ไอมินก็ลุกไปไหนก็ไม่รู้ผมก็ไม่สนใจ กินไปเขี่ยไป สักพักไอมินก็เดินกลับมาพร้อมกับพวกไอสิงโต.......
“นท” เรียกผมแผ่วเบาผมก็หันไปมองมันแล้วก็หลบหันไปมองอย่างอื่น
ทุกคนก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็อึดอัดใจแต่ที่พ่อมันสั่งให้เลิกยุ่งกับไอสิงโตจะเพราะอะไรก็ก็ช่างเถอะ ในเมื่อเขาคงไม่อยากให้ลูกตัวเองมีเพื่อนที่ไม่ดีผมก็คงจะอยู่ในความเข้าใจนั้น ผมก็เข้าใจ เอาเถอะ! เลิกคบกันไปจะเป็นอะไรก็แค่เพื่อนคนนึงจะไปใส่ใจอะไร คิดแล้วก็รู้สึกใจไม่ดียังไงไม่รู้ ผมไม่ใช่คนประเภทนั้นสะด้วย เลยรู้สึกแย่จริงๆถ้าจะให้เลิกคบเพื่อนสักคนนึง.....
“สิงโต” ทุกคนหันมามองที่ผมหมดเลย
“ว่าไงมึง” ยิ้มอ่อนส่งมาให้ผม ผมละเสียดายจริงๆ จะไม่เห็นแบบนี้แล้วสินะ คิดแล้วก็หดหู่ ผมก็ยิ้มอย่างเศร้าๆ
“กูว่า.....มึงกับกูเลิกเป็นเพื่อนกันเถอะ” พูดแบบจริงจังพวกมัน
“นทมึงพูดอะไรวะ!” ไอมินลุกขึ้นเลย
“ทะ...ทำไมนท กูทำอะไรผิดวะ!” จับมือผม ผมสะบัดออก พ่อมันคงไม่ได้บอกสินะ จะบอกหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของผมอีกต่อไป
“มึงไม่ผิดหรอก” ยิ้ม ในใจผมก็คิด พ่อมึงนั่นแหละผิด “กูผิดเอง เลิกเป็นเพื่อนกันกูไม่อยากยุ่งกับมึง แล้วจากนี้ไป เลิกเรียกชื่อกูด้วย กูไม่ใช่เพื่อนมึง!”พูดด้วยเสียงสั่นเครือที่ดังออกมา คนบริเวณนั้นก็เริ่มมอง แล้วผมลุกหยิบจานข้าวตัวเองแล้วเดินไปเลย พวกมันมองกันแบบงงกันหมดผมเห็นสายตาไอสิงโตวูบไหวไปหมด ผมทนดูต่อไม่ได้หรอก ผมใจร้ายเกินไป
ผมคงดูเลวมากที่เลิกคบเพื่อนเพราะพ่อมันขู่มา แต่ขอให้เชื่อเถอะว่ามันไม่ใช่แค่ความกลัว ผมเดินเอาจานข้าวไปเก็บแล้วก็เดินไปหาที่นั่งเงียบๆ คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ผมว่าพวกปอคงจะโกรธและเกลียดผมแล้วแน่ๆซึ่งผมเข้าใจดีเพราะผมไร้ซึ่งเหตุผล ผมนั่งคิดอะไรอยู่นานคิดไปทั่ว ผมไม่อยากให้พ่อมันคิดว่าผมไปเกาะมันด้วยอีกอย่าง ผมก็คิดแค่นแค้นอยู่ในใจ ทำไมผมซึ่งเป็นเพื่อนใหม่ถึงโดนกระทำขนาดนี้ แล้วเพื่อนเก่าๆทำไมไม่โดน นั่นก็อาจจะเป็นอะไรไปได้ เกลียดผมไง...
“หึ!”ผมเงยหน้ามองถึงกับต้องตกใจ พ่อไอสิงโต มาได้ยังไง คือผมมานั่งแถวหลังตึกเรียนซึ่งแน่ล่ะไม่มีคนเพราะเขาไปอยู่ในงานกันหมด เขามาคนเดียวด้วย...
“สวัสดีครับ” ยกมือไหว้แบบไม่เต็มใจ แล้วก็กำลังจะลุกแล้วเดินหนี
หมับ! จับไหล่ผมกระชากผมล้มลงเลย เจ็บก้นมากมาย ผมค่อยๆถอยตัวลุกขึ้น พร้อมกับมองไอคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ...

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“จะไปไหนเหรอ” มองผมนิ่งๆ ผมก็มองกลับ
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ!” ผมพูดอย่างไม่พอใจ แล้วกำลังจะเดินหนีอีกครั้ง
“หึ!” จับแขนผมไว้แล้วบีบ “คุยกันก่อนสิ” ผมพยายามดึงมืออก แต่ก็ไม่ได้ผล เขากระชากผมไปนั่งตรงม้าหินอ่อนคือพอถึงก็ผลักผมให้นั่งลง อย่างเจ็บ แต่ผมก็ไม่ได้แสดงอาการอะไร
ผมก็นั่งลง แล้วก็มองหน้าเขา เขาก็จ้องอยู่นั่นแหละ...
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมพูดพร้อมทำลอยหน้าลอยตา ผมไม่กลัวคนที่มีอายุมากกว่าแล้วมารังแกผมแบบนี้แน่นอน
“มองหน้าฉัน!” พูดเสียงดัง ผมก็มองตามที่เขาต้องการ
“ผมจะขอย้ำอีกครั้งนะครับ ผมไม่ใช่ลูกน้องของคุณเลิกขึ้นเสียงกับผมสักที! แล้วก็เลิกมาดึงหรือกระชากอะไรผมด้วย!” ผมตะคอกกลับ “แล้วผมก็เลิกคบกับไอสิงโตแล้วด้วย คุณไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไม่ไปเหยียบที่บ้านคุณอีกจะไม่ติดต่ออะไรไปเลยครับ ผมสัญญา!” ผมพูดออกมาด้วยความโกรธ และก็จ้องหน้าเขากลับอย่างไม่ยอม
“ดีๆ! ในเมื่อเข้าใจความหมายก็ดี ฉันไม่อยากให้สิงโตมันเดินทางผิดนักหรอก” ยิ้มเหยียด ผมก็สงสัยนะเดินทางผิดอะไร แต่เลือกที่จะไม่สนใจแล้วตอบไป
“ก็ตามนั้นครับ” ก้มหน้ากำลังจะล้วงโทรศัพท์
“เงยหน้ามองฉัน!” กัดฟันพูด ผมก็เงยมองหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ ไม่เข้าใจสินะ ว่าผมไม่ใช่ลูกน้อง หรือคนรองรับอารมณ์ของเขา
“ผมขอตัวนะครับ” ผมพูดจบกำลังจะลุก
“พาฉันไปเดินดูแนะนำในงานหน่อยสิ ฉันเพิ่งเคยมาน่ะ” พูดอย่างไม่ใส่ใจ ผมมองแบบด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“มีคนพาแนะนำอยู่หน้างานครับ และ หรือ ถ้ากลัวจะไม่พอใจ ก็ให้ลูกน้องของคุณนำไปก็ได้ จะได้ตะคอกหรือออกคำสั่งได้ แต่คงไม่ใช่ผม!”ผมพูดประชดประชันด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แล้วกำลังจะเดินไป 
“หึ!” มองผมด้วยสายตาเย็นชา
“คุณเกลียดผมเพราะอะไรเหรอครับ” ผมหยุดเดินแล้วถามขึ้นมา
“ทำไมถึงคิดแบบนั้น!” มองผมอย่างสงสัย เขาคงเคยชินกับเรื่องแบบนี้ ทั้งพูดทั้งกระทำกับผมไปขนาดนี้ ยังรู้สึกสบายๆ ไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด
“แล้วที่ทำอยู่นี่ถ้าไม่ได้เรียกว่าเกลียดก็คงเรียกอย่างอื่นไม่ได้หรอกครับ” ผมมองแบบนิ่งๆ
“ก็จริงเนอะ เอาเถอะฉันว่าฉันไปเข้างานก่อนดีกว่า”
ผมก็ดูข้อแขนที่พ่อสิงโตจับเมื่อกี้คือแดงเลย ผมก็ลูบไปลูบมาอยู่อย่างนั้นแหละ แล้วก็นั่งอยู่ที่เดิม ผมโมโหจริงๆ ถ้าไม่ใช่พ่อไอสิงโตนะ จะงัดหน้าให้สักที โทรศัพท์ผมก็สั่นอยู่นั้นแหละ ผมล้วงหยิบขึ้นมาดู ไอสิงโตนั้นเอง ผมก็มองอยู่อย่างนั้นแหละครับ แล้วผมก็ฟุบหลับไป....
“นท นท” ผมรู้สึกถึงแรงเขย่าแล้วผมก็ค่อยๆลุกขึ้นมา พวกไอปอ แล้วก็พวกไอสิงโต ผมชะงักไปนิดเห็นพ่อมันยืนอยู่ข้างหลังผมตาสว่างทันที ผมกดดูในโทรศัพท์นี่ผมฟุบไปได้แค่10นาทีเองคงจะคิดมากจนเผลอหลับสินะ....
“มาทำอะไรตรงนี้มึง” ปอถามอย่างเป็นห่วง...
“ปวดหัวนิดหน่อย” ยิ้มอ่อนให้มัน ไอวิวเอามือมาแนบหน้าผากผม
“ตัวรุมๆว่ะ” ไอมินหันไปบอกพวกนั้น
“ไหวไหมมึง?” ไอนัทถามอย่างเป็นห่วง
“เออลุกได้ไหม เห้ย! แล้วแขนมึงไปโดนอะไรมา” มันจับดูที่แขนมผม ผมก็ดึงคืนมา
“ไม่เป็นอะไรมึง ก็แค่กูซุ่มซ่ามเอง..” ยิ้มให้พวกมัน มองไปทางไอสิงโตคือมองผมด้วยสายตาที่แบบผมรีบหันหนีเลย “พวกมึงมีอะไรเปล่ามาตามกู” ผมหันไปถามทางปอ
“ก็ไม่มีอะไรเห็นมึงหายไปเลยเป็นห่วง!” ไอปอยิ้มแล้วลูบหลังผม
“นท” เสียงเศร้าไป ผมมองมันนิดหน่อย พ่อมันก็ทำเหมือนดูหนังเรื่องนึงอยู่ ชอบมากสินะ ที่ให้ลูกต้องเป็นแบบนี้ ผมก็สงสัยนะทำไมพ่อมันไม่ลากกลับไป หวงมากไม่ใช่หรือยัง ยังจะเอามายืนหน้าสล่อนอยู่ทำไม...
“มึงเป็นอะไรวะ” จะเข้ามาจับแขนผมผมหันตัวหนี
“มึงจะไปไหนต่อป่ะ! กูไม่อยากอยู่ตรงนี้” ผมหันไปคุยกับไอมิน ไอมินก็เลิ่กลั่กไม่ตอบ “อื้มงั้นเดี๋ยวกูว่าจะไปซื้อขนมกินนะ พวกมึงจะอยู่นี่ใช่เปล่า” บอกพวกมันแล้วลุกขึ้น
“มึงปวดหัวไม่ใช่เหรอ” ปอจับข้อมือผม
“เดี๋ยวก็หายน่า” ยิ้มให้มัน
แล้วผมก็เดินออกมาเลย ผมเห็นพวกมันคุยอะไรกันก็ไม่รู้ ผมไม่สนใจเดินไปอย่างเดียวเลย ผมต้องหาที่สลัดอารมณ์ไม่งั้นผมคิดมากจนไข้ขึ้นแน่ โทรศัพท์ก็สั่นอยู่นั้นแหละ ผมล้วงขึ้นมาดูอีกที อ่าว!ไอฮาเล่ ผมก็กดรับ....
“ฮัลโหลฮาเล่” พูดเสียงเบา
“โฮ! นท กว่าจะรับ นึกว่าจะไม่รับแล้วด้วยซ้ำ”  เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ก็ที่โรงเรียนมีงานแล้วเสียงดัง เลยไม่ได้ยินโทรศัพท์” แถไปสิ
“ก็เราอยู่โรงเรียนนทเนี่ย! นทอยู่ตรงไหน” ถามหาด้วยเสียงติดกังวล มันหลงทางหรือเปล่านะ
“ฮาเล่นั่นแหละอยู่ไหนเดี๋ยวเราไปหา….”
แล้วฮาเล่ก็บอกรายละเอียด ผมก็กดวางแล้วเดินไปหา ฮาเล่อยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ กลุ่มเพื่อนมันดู เป็นเด็กเรียนจัง แล้วผมก็ยืนคุยกับมันนิดหน่อย แล้วก็พามันเดินดูนู่นนี่นั้นไปทั่ว แล้วเราก็ไปหาอะไรกินกัน พอทำอะไรเสร็จผมก็ไปนั่งกับพวกไอฮาเล่แถวที่ประกวดร้องเพลง คนเยอะมากเพราะมีแต่คนหน้าตาดีมาร้องเพลง ทั้งคนในและนอกโรงเรียน ผมก็นั่งดูไป พอดูจนเบื่อแล้วพวกเพื่อนๆไอฮาเล่ก็ชวนไปเดินต่อตอนแรกไอฮาเล่มันชวนผมไปด้วย แต่ผมว่าจะไปหาพี่อ๊อฟซักหน่อยเลยแยกกับมัน แล้วผมก็เดินไปหาพี่อ๊อฟ เห็นมันนั่งเหนื่อยอยู่กับพวกพี่ๆ แต่ยัยอิงฟ้านี่คืออะไร ทั้งพัดทั้งวีออกหน้าออกตาจนน่าหมั่นไส้ ซุ้มตัวเองละไม่ไปดู เอาจริงๆผมก็ไม่ไป555....
“เหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอ” ยิ้มพี่อ๊อฟก็หันมาดู
“ไปไหนมานท เพื่อนๆตามหามึงอะ” จับข้อมือผมแล้วยิ้ม
“ไปหาที่แอบงีบมาน่ะสิ”(ยิ้ม)
“อื้ม กินอะไรยัง?” ถามอย่างอ่อนโยน ยัยอิงฟ้าเดินไปไหนแล้วไม่รู้
“กินแล้วนะ พี่อ๊อฟละ?” ถามกลับแล้วนั่งลงข้างๆ
“ยัง ไปหาอะไรกินเป็นเพื่อนหน่อยสิ” (ยิ้ม)
“ไม่อะ” พี่อ๊อฟขมวดคิ้วทันที
“ทำไม” มันถามอย่างสงสัย
“ไปเป็นเพื่อนไม่ไปด้วยหรอก ต้องไปเป็นแฟนดิ” ยิ้ม พูดเองก็เขินเองบ้าจริง555
“ร้ายนักนะมึง” ยิ้ม หูแดงแล้ว
แล้วมันก็พาผมไปหาอะไรกิน คือก็เดินจนทั่ว อิ่มจนอืดแล้ววันนี้ผมกินเยอะมาก ประมาณว่าเจอเรื่องเครียดๆมา การกินก็คือที่ระบายของผมอย่างนึงเลยนะ แล้วก็พากันกลับมาที่ซุ้มยัยอิงฟ้าบ่นใหญ่เลย เธอบอกว่าอุตส่าเดินไปหยิบน้ำมาให้ บางทีก็น่าสงสารนะ ผมก็นั่งคุยกับพวกพี่ๆไป ก็เห็นป๊าเดินมา...
“ ป๊า!” วิ่งไปหาป๊า
“ไปไหนมาป๊าโทรหาก็ไม่รับ” น้ำเสียงติดหงุดหงิด
“อยู่กับพี่อ๊อฟ พี่อ๊อฟยึดโทรศัพท์ไป” ยิ้ม พี่อ๊อฟที่เดินออกมาพอดีถึงกับค้าง
“อะเอ่อ ผม...” พูดไม่ออก555หน้าตลกจริง
“ป๊ามานานยัง” ผมเลยเปลี่ยนเรื่องเลย
“เพิ่งมา” ป๊าทำหน้าเซ็งด้วยนะ
“ป๊าจะเดินดูเหรอ?” ถามทำหน้าบ๊องแบ้ว
“ ไม่ๆป๊ามาคุยงาน เดี๋ยวจะกลับพร้อมป๊าหรือว่ายังไง?” ลูบหัวผม
“ พี่อ๊อฟยังไง?” ผมหันไปถามมัน
“เดี๋ยวผมไปส่งก็ได้ครับ” ยิ้มอ่อน
“โอเคๆ เดี๋ยวป๊าไปคุยงาน นทไปส่งป๊าหน่อยห้องนี้มันอยู่ไหน!” ป๊าเอาโทรศัพท์มาเปิดให้ผมดู
ผมก็พาป๊าไป เป็นห้องสภานักเรียน ทำไมต้องไปห้องนั้นก็ไม่รู้ พอไปถึงผมก็เห็นพ่อไอสิงโตอีกแล้ว คืออะไรผมก็ทำเป็นไม่สนใจ...
“ไงมานานยัง” ป๊าหันไปคุยกับพ่อไอสิงโต ผมงงนิดหน่อยแต่ทำเป็นไม่สนใจ พ่อไอสิงโตก็มองผมแต่เก็บอาการ
“อืมเมื่อกี้นี่เอง” พ่อไอสิงโตพยักหน้าบอกแล้วมองผม
“นี่ลูกชาย นทหวัดดีลุงโรจน์สิ” ผมก็มองงงๆ แล้วก็หวัดดีไปตามป๊าสั่ง พ่อไอสิงโตก็งงเหมือนกัน
“นี่ลูกนายหรอกรานต์” ถามด้วยความสงสัย
“ใช่” ป๊าตอบ แล้วมองอย่างสงสัย
“ป๊ารู้จักด้วยเหรอ?” ผมกระซิบถามป๊าอย่างสงสัย
“เพื่อนที่ไปออกรอบด้วยกัน ทำไมนทรู้จักเหรอ?” ป๊ากระซิบตอบแล้วมองผมอย่างสงสัย
แล้ว ผอ.ก็เดินออกมาตามก็ไม่ทันได้พูดอะไร ป๊ากับพ่อไอสิงโตก็เข้าไปผมก็เดินลงตึกไป ไปเจอกับพวกไอสิงโต อีกแล้ว....
“นท” จับแขนผม ผมก็หันไปมอง
เอาจริงๆคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรสักนิดถึงพ่อมันจะรู้จักกับป๊าไม่ว่าจะด้านมิตรภาพหรือธุรกิจ ผมก็ไม่สนอยู่แล้วในเมื่อเขาไม่อยากให้ผมยุ่งกับลูกเขาจนกระทำกับผมแบบนี้ ผมก็ไม่ยุ่งหรอก หรือถ้าเขาจะมาพูดดีกับผมหรือทำดียังไงเพราะรู้จักกับป๊าผมก็ไม่เอาเหมือนกัน
“นทมึงเป็นอะไร” ไอสิงโตหน้านี่แบบสุดๆ จะเศร้าอะไรปานนั้น
“ปล่อย!” ผมก็ดึงแขนออกมันก็ไม่ยอมปล่อย พวกไอโค้กก็นั่งมองคืออะไร มันก็เหมือนอยากจะช่วยแหละแต่ไม่อยากยุ่งมากกว่า
“นทกูทำอะไรผิดวะ” มันบีบแขนผมแน่น
“ปล่อย” มองหน้ามันนิ่งๆ มันผ่อนแรงลงแต่ยังไม่ปล่อย
“นท” มันเอ่ยเรียกผมอีกครั้ง แล้วมันก็ปล่อยมือออก
ผมก็เดินไป ตอนแรกมันก็จะตามมาแต่พวกไอโค้กเรียกไว้ ผมก็ไม่สนเดินไปหาพี่อ๊อฟ พอถึงพี่อ๊อฟก็กำลังแนะนำและอธิบายอะไรไม่รู้ดูน่าจะสำคัญนะ
หมับ! พวกไอปอล็อคแขนล็อคคอมผมแล้วลากไป คือทุลักทุเลมาก คนมองกันตรึมเลย ผมก็ดิ้นสิ พวกมันลากผมมาหลังตึกคนไม่มีเลย แล้วก็ดันผมให้นั่งลง....
“พวกมึงทำเหี้ยอะไรเนี่ยกูเจ็บนะ” ผมด่าพวกมันแล้วลูบต้นคอ
“มึงพูดมาได้แล้วว่าเป็นอะไร!” ไอปอมองผมอย่างกับจะกินหัวผม
“ขอตรงๆความจริง ห้ามเฉไฉ” ไอมินนี่ชี้หน้าเลยนะ
“พูดดินทมีอะไรก็พูด มึงจะเก็บไว้คนเดียวทำไมวะ” ไอวิวนี่หน้าเป็นตูดเลย แต่ละตัว
“มีเพื่อนไว้ทำไม มึงมีปัญหาไม่ให้เพื่อนช่วยอะ” ไอนัทอันนี่ซึ้งละ
ผมก็ได้แต่นั่งก้มหน้า จะให้พูดเหรอ ผมรู้สึกพ่ายแพ้จัง.....
“นท!” พวกมึงนี่พร้อมเพรียงกันเลยนะ
“กูไม่อยากพูดวะ” ผมหันหน้าหนี
“พวกกูเพื่อนมึงป่ะ” ไอปอจ้องมาที่ผมทั้ง4คนมันเลยแหละ เจอไม้นี้จะให้ผมทำยังไงเนี่ย
“เรื่องมันเป็นแบบนี้...” ผมก็เริ่มเล่าไป หน้าพวกมันแบบอึ้งซีดสั่นกันหมด พอเล่าจบพวกมันกลืนน้ำลายแทบไม่ลง “อันนี้กูไม่ได้พูดเพื่อให้พ่อมันดูไม่ดีในสายตาพวกมึงนะเว้ย! นี่มันเรื่องจริง อีกอย่างที่ไม่พูดกูก็กลัวพวกมึงไม่เชื่อด้วย “หนักใจมากบอกตามตรง แต่ก็โล่งขึ้นเยอะ อย่างน้อยก็ได้ระบาย
“นทมึงเจ็บหรือเปล่าวะ” ไอมินมันจับแขนผมไปลูบ
“ไม่เป็นอะไรนะมึง มีพวกกูมึงไม่ต้องกลัวหรอก” ไอนัทเดินมาตบไหล่ผม
“นั่นดิ แค่บอกกู กูก็ยืนข้างมึงนะเว้ย! อย่าเก็บไว้คนเดียวดิ” ไอวิวยีหัวผม
“มึงเก่งมาก ที่ต่อสู้คนเดียว แต่จากนี้ไป พวกกูจะสู้ไปกับมึงนะ” ไอปอยิ้มแล้วจับมือผม
“พวกมึงก็ทำตัวปกติไปเถอะ คบกับสิงโตเหมือนเดิมนั่นแหละ กูไม่อยากทำให้เป็นปัญหาแค่นั้นแหละ” (ยิ้ม)
“พวกกูเข้าใจแล้วมึง” ไอมินลูบคอผม เพื่อ? ตัวดีเลยไอนี่
“มึงกล้ามากอะ พ่อมันดูน่าเกรงขามนะ มึงสุดยอดเลยนท” ไอวิวพูดขึ้น
“พวกมึงพอเลย กูเล่าให้ฟังก็หนักใจอยู่นะ อย่าเอาไปพูดที่ไหนล่ะ” ผมพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่ทันแล้ววะ” ยิ้มอ่อน แล้วชูโทรศัพท์ขึ้นมา 20นาทีสนทนากับไอสิงโต
“ไอเหี้ยมิน!” คว้าโทรศัพท์มันมากดวาง ผมอยากให้มันไปรู้จากปากพ่อมันเองมากกว่า
“คือมันเครียดนะมึง มันก็เพื่อนพวกเรามึงอย่าเพิ่งโกรธนะ พวกกูไม่อยากให้เพื่อนทะเลาะกัน” ไอปอลูบหลังผม
“กูไม่ได้โกรธเหี้ยอะไรมันหรอก แต่กูโกรธพ่อมัน ถ้าไอสิงโตจะรู้ก็ให้พ่อมันเล่าให้ฟัง ไม่ใช่จากปากกู!” ผมพูดอย่างจริงจัง
“ใจเย็นมึง” วิวพูดขึ้น
พวกมันกับผมก็คุยกันไปมา จนสักพัก พวกไอสิงโตก็โผล่มา ผมก็ทำเป็นไม่สนใจ
“นท” ผมเด้งตัวขึ้นมา มันมานั่งข้างๆผม
“อืม” แล้วก็หันหน้าไปทางอื่น
“ทำไมไม่บอกกู” จะจับแขนผม ตรงข้างที่ผมเจ็บ ผมถอยห่างมัน
“กูบอกให้มึงไปถามพ่อมึง แล้วมาถามกูทำไม!” ผมพูดอย่างไม่จริงจังนัก
“กูจะไปคุยกับป๋า!” แล้วมันก็ลุกขึ้น ผมก็ทำท่าเชื้อเชิญมันก็ไปโดยเร็ว
แล้วมันก็วิ่งไป พวกไอโค้กก็ตามไป ผมสงสารไอสิงโตที่มีพ่อแบบนั้น ในเมื่อกล้ามาทำกับผมแบบนี้ ก็ต้องยอมรับในสิงที่ จะเกิดขึ้น ถึงจะเป็นพ่อเพื่อน ผมก็ไม่สนทั้งนั้น รับผิดชอบให้ได้แล้วกัน ผมกับพวกปอก็คุยกันไป พวกมันก็พูดถึงเรื่องนี้กันไม่จบสักที และผมก็เอ่ยกับพวกมัน ว่ายังไงก็คงต้องเลิกคบ ตามที่พ่อมันต้องการ แล้วที่ผมถอดตัวง่ายๆก็เพราะ ในเมื่อเป็นความต้องการของพ่อมัน ผมก็จะทำ ให้รู้เลยว่า ถ้าคิดในมุมที่เป็นผู้ใหญ่แนวนี้คิดผิดมหันต์ และผมไม่ให้อภัยพ่อมันง่ายๆแน่ ส่วนตัวผมอยากจะรู้จริงๆว่าพ่อมันจะพูดอะไรกับไอสิงโต เราคุยกันไปได้ไม่นานก็พากันออกไปเดินเล่นอีกครั้ง แล้วผมแยกตัวเดินไปหาพี่อ๊อฟพี่อ๊อฟนั่งง่วงอยู่ เห็นแล้วน่าเบื่อแทน ไม่เห็นมีอะไรนั่งจมอยู่ได้ ผมก็เข้าไปคุยเล่นอะไรกับพี่อ๊อฟสักหน่อยแล้วป๊าก็โทรมาบอกให้ไปหา ผมก็ไป ตอนแรกจะชวนพี่อ๊อฟไปด้วยแต่พี่อ๊อฟไม่ไปบอกต้องดูซุ้ม อะไรกันนักหนาก็ไม่รู้ ผมก็เดินไปคนเดียวเนี่ยแหละ เห็นยืนอยู่กับพ่อไอสิงโต พ่อไอสิงโตมองผมด้วยสายตาเรียบนิ่ง ผมไม่แน่ใจว่าได้คุยกับไอสิงโตหรือยัง ผมไม่ได้สนใจอยู่แล้ว...
“ป๊ามีอะไร” ยิ้มแล้วไปยืนข้างป๊า โดยไม่สนใจพ่อไอสิงโต
“ไปหาอะไรกินกันดีกว่าป๊าหิวแล้ว” ยิ้มแล้วลูบหัว
“ป๊านทกินจนอืดแล้วไม่ไหวแล้ว” ทำท่าลูบท้อง
“อืมๆ จะกลับกับเพื่อนใช่ไหม” ป๊าถามย้ำอีกครั้ง
“อื้ม” ผมเหลือบไปมองไอสิงโตเดินมา
มันเดินมาหาพ่อมันแล้วก็คุยกัน พ่อมันแนะนำสิงโตให้ป๊ารู้จักนิดหน่อย ป๊าก็รับรู้แล้วยืนคุยกันนิดหน่อยถึงเรื่องผมและก็สิงโต ประมานพ่ออวดลูกกันทำนองนั้นแหละ ไอสิงโตก็มองอยู่นั่นแหละ ผมก็หันไปมองทางอื่น ทำไมสนใจมัน....
“ป๊า นทไปหาเพื่อนก่อนนะ”(ยิ้ม)
“อื้ม รีบกลับละ” (ยีหัวผม)
แล้วผมก็เดินไป ป๊าก็เดินไปกับพ่อไอสิงโต ส่วนไอสิงโตก็เดินแยกไปไหนไม่รู้เรื่องของมัน ผมก็เดินไปหาพี่อ๊อฟ เห็นเพื่อนๆยืนอยู่ ก็เข้าไปหาพวกมัน พวกมันก็ยังคุยเรื่องไอสิงโตประมานไกลเกลี่ยว่าไม่ดีหรอกที่จะเลิกคบกันนู่นนี่นั่น ผมก็ตอบบ้างเงียบบ้าง ผมว่ามันน่าเบื่อ จบง่ายๆก็ดีแล้วเปล่า ในเมื่อความแตกต่างก็เห็นแต่แรกไม่พอ พ่อมันไม่เห็นด้วยขนาดนั้น ผมก็ไม่ด้านพอที่จะยืนอยู่ข้างมัน ไม่ว่าจะในฐานะเพื่อนหรือคนรู้จักก็ แล้วพี่อ๊อฟก็ฟุบหลับไปแล้วคงเหนื่อย ไม่อยากกวน ผมก็เลยเดินไปหาที่นั่งพวกมันก็ตามมา.....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“มึงไม่สงสารมันเหรอวะ มึงก็รู้ว่ามันชอบมึง เล่นหักดิบแบบแม้แต่เพื่อนยังไม่ได้เป็นเนี่ยนะ” ไอมินยังไม่จบ
“แล้วมึงจะให้กูทำยังไงบอกมาสิ!” ผมถามอย่างรำคาญ
“ไปบอกแม่มันเลยดีไหมมึง แม่มันต้องเข้าใจสิ!” ไอปอช่างคิดเนอะ ผมก็มองนิ่งๆไม่พูดอะไร
“น้องซินละมึง!” ไอนัททำท่าเหมือนถูกหวย
“เออน้องซินต้องช่วยได้แน่ ใช่ไหมไอมิน” ไอนัทพูด แล้วทุกคนก็หันไปมองไอมินกัน
“อาจจะนะ กุก็ไม่รู้ว่ะ” ไอมินดูลังเลนะ
แล้วมันก็คุยกันไปผมก็นั่งมอง เอาจริงๆจะทำให้มันยุ่งยากทำไม ผมก็ฟุบลงโต๊ะไม่สนพวกมัน มันก็คุยกันไป สะกิดผมบ้างแล้วผมก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ทั้งๆที่ฟุบอยู่แบบนั้นแหละจนสักพักผมก็ได้ยินเสียงพวกไอสิงโตมา มันก็มานั่งคุยกัน คุยกันไปทั่วไม่ได้พูดเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ผมก็ไม่ได้ลุกมาสนใจ เขี่ยโทรศัพท์ดูนู่นนี่ไปทั่ว.....
“นทไปกินบุฟเฟ่ขาหมูเยอรมันไหม กูอยากกอะ” ไอปอมันยื่นโทรศัพท์มาใต้แขนผมผมก็ลุกขึ้นมาแล้วดึงโทรศัพท์มาดู
“เออ ร้านนี้น่าลองวะ กูชวนป๊าไปกินตั้งหลายครั้งแล้วก็ไม่ยอมพาไปสักที” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจอะไร
“ไปไหมมึง?” นัทหันมาถาม
“โห! น่ากินจริงๆด้วยว่ะ!” วิวมันดูโทรศัพท์ไปพูดไป
“ไปดิๆ ไปกินหลังงานเลิกไหม” ผมถาม พวกมันพยักหน้า
ผมเหลือบไปมองพวกสิงโตมันก็คุยกันอยู่ ไอสิงโตก็จ้องผมอยู่นั่นแหละ แล้วสักพักมันก็เดินออกไป ผมก็คุยกับเพื่อนไม่ได้สนใจอะไร....
“กูไปชวนพี่อ๊อฟดีกว่า วันนี้กูกลับกับพี่อ๊อฟ” หันไปบอกพวกมัน
“ปอเอาดิๆ มึงชวนพวกนี้ไหม” ชี้ไปทางพวกไอสิงโต
“แล้วแต่ดิ ไม่เกี่ยวอะไรกับกู” ยักไหลอย่างไม่ใส่ใจ
ผมไม่สนอยู่แล้ว ก็ต่างคนต่างอยู่แล้วกัน แล้วผมก็ลุกไปหาพี่อ๊อฟรายนั้นนั่งเบื่อจนเหี่ยวไปหมดแล้ว....
“ไปไหนมา” พี่อ๊อฟถามด้วยรอยยิ้ม
“นั่งคุยกับพวกปอตรงโน้น” ผมชี้ไปทั่ว
“วันนี้คนเยอะไปนะ กูเบื่อแล้วเนี่ย” พี่อ๊อฟทำหน้าเซ็ง
“ชอบไม่ใช่เหรออะไรแบบนี้” ผมหันไปดูรูป
“กูชอบ แต่ถ้าคนเยอะขนาดนี้กูก็ไม่ไหวเบื่อ” มันมุ่ยหน้า
“เอาเถอะ ใกล้จะเสร็จแล้วนี่” ยิ้มแล้วนั่งลงข้างมัน “อิงฟ้าไปไหนแล้ว” ผมถามแล้วมองหา
“ไปไหนไม่รู้เห็นเพื่อนมาเรียก” ผมก็พยักหน้ารับรู้
“เย็นนี้เพื่อนๆชวนไปกินบุฟเฟ่ขาหมูอะ ไปปะ” ยิ้มบาน
“ไปดิ กูเริ่มหิวอีกแล้วเนี่ย!” ลูบท้อง
“เมื่อกี้ก็กินไปตั้งเยอะ” ผมหรี่ตามองมัน
“ก็กินแต่ขนมมันจะอิ่มได้นานเท่าไหร่กัน”(ยักคิ้ว)
ผมก็คุยกับมันไปอีกแปปก็ไปหาเพื่อนๆ ก็เจอฮาเล่อีกก็คุยกันนิดหน่อยเพราะมันจะกลับแล้ว พอคุยเสร็จผมก็เดินไปที่เพื่อนๆผมนั่งกัน แต่ต้องชะงักไปนิดเพราะน้องซินมานั่งด้วย....
“พี่นท!”วิ่งมาหาผมอย่างหน้าตื่นๆผมก็มองนิ่งๆไม่พูดอะไร มองไปทางสิงโตมันก็จ้องอยู่นั่นแหละ “พี่นทเป็นอะไรมากไหมคะ” จับมือผมดู ผมก็ดึงออก “หนูรู้เรื่องหมดแล้วนะคะ” ทำหน้าเศร้า
“ครับ” แล้วเดินเลยไปนั่งที่ผม น้องซินก็เดินตามมาไม่ห่าง
“หนูจะคุยกับป๋าค่ะ พี่นทไม่โกรธนะ” เขย่าแขนผม ผมก็มองแบบนิ่งๆ ใจจริงไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เลยด้วยซ้ำ พอมองไปทางสิงโต มันก็ทำหน้าเศร้า ใจผมอาจจะไม่แข็งพอ ถ้าขืนเป็นแบบนี้นานๆ
“น้องมาได้ยังไงครับ” ผมถามนิ่งๆ
“พี่สิงโตบอกว่า...”
“พี่ไม่เป็นอะไรครับ ขอบคุณนะ” ตัดบทน้องซินแล้วผมก็ฟุบหน้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
“นทมึงฟังน้องเขาก่อนก็ได้นะเว้ย!” ปอก้มลงมากระซิผม ผมก็ไม่ตอบอะไร
ผมไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ พ่อเขาตั้งหากทำไมผมต้องสนใจ เลิกยุ่งก็ไม่ควรคุยถึงเรื่องนี้อีกมันจบแล้ว ผมก็เล่นโทรศัพท์ไป น้องซินก็สะกิดแล้วก็พูดไป ผมก็ฟังแต่ไม่ตอบอะไร.....
“สิงโต ซินกลับบ้าน!”เสียงพ่อไอสิงโต ผมก็ไม่ได้ลุกขึ้นไปดูแต่อย่างใด ก้มหน้าอยู่อย่างนั้นแหละ
“ป๋าคะ ทำไมถึงทำแบบนี้!” น้องซินเสียงดังใส่พ่อ
“ซิน!” พ่อไอสิงโตเรียกน้องซินเสียงดัง ตะคอกสินะ
แล้วน้องซินก็ขึ้นเสียงใส่พ่ออยู่อย่างนั้น ผมก็เงยหน้าขึ้นมามอง พ่อมันก็มองผมอยู่ผมก็มองแบบไม่รู้เรื่องอะไร......
“กลับบ้านเดี๋ยวนี้” เขาหันไปบอกลูกๆแบบไม่พอใจ
“ปอกูไปก่อนนะเจอกันที่ซุ้มห้องเรานะ” ผมหันไปกระซิบบอกปอที่นั่งข้างผมแล้วก็ลุกขึ้น
“พี่นทจะไปไหนคะ” น้องซินวิ่งมาดึงแขนผม
“ซินกลับบ้านลูก” พ่อไอสิงโตเดินมาดึงแขนซิน
ผมก็พยายามดึงแขนออกน้องซินก็จับแน่นเลย ถ้าสะบัดแรงๆก็กลัวน้องเขาเจ็บอีก โว๊ะ วินาทีนี้อึดอัดสุดๆ....
“ปล่อยเถอะครับ” ผมบอกอย่างใจเย็น พวกเพื่อนๆก็มองกันด้วยความเกร็งกับสถานการณ์ตรงนี้
“ไม่ปล่อยค่ะ พี่นทยังโกรธอยู่ หนูไม่ปล่อยค่ะ” น้องซินกอดแขนผมแน่นเลย
“ปล่อยแขนเขาเถอะลูก ไปได้แล้วเร็ว” พ่อสิงโตบอกอย่างอ่อนโยน
“ป๋าใจร้าย! ทำไมทำแบบนี้” หันไปขึ้นเสียงใส่พ่อ ตอนนี้คนเริ่มมามองมาด้วยความสนใจแล้ว
ภาพตอนนี้คือ เหมือนเด็กผู้หญิงขอร้องให้ผู้ชายอย่าไป คนเข้าใจผิดหมดละมั้ง ว่าผมไปทำอะไรเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักมาแล้วพ่อเขามาตามก็ไม่กลับ พวกเพื่อนผมก็ยืนดูห่างๆ อยากช่วยแต่ก็ไม่กล้า ไอสิงโตก็ยืนข้างๆพ่อมันนั่นแหละ...
“กลับบ้านก่อนนะลูก” พยายามดึงมือซินออกจากผมแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะซินบีบและจิกแขนจนผมเจ็บไปหมดแล้วตอนนี้
“ซินพี่นทเจ็บแล้วนะ!” สิงโตขึ้นเสียงใส่น้องแล้วมาช่วยดึงออก ก็ไม่ปล่อย
“ไม่เอา! พี่นท” น้องซินจิกแน่นกว่าเดิม
“น้องซินๆ ฟังพี่ก่อน” ผมจับไหล่น้องซินแล้วดึงแขนออก น้องก็ปล่อยผม ผมก้มหน้าไประดับหน้าน้องซิน.. “พี่ไม่ได้โกรธโอเคไหม พี่ไม่ได้โกรธอะไรเลย น้องซินกลับบ้านได้แล้วนะครับ อย่าดื้อกับป๋านะ” ผมฝืนยิ้มส่งไปให้น้องซิน ผมแสบแขนมาก น้องซินเล่นจิกเล็บเข้าเนื้อผมขนาดนี้
“ตะ...แต่...”ก้มหน้า ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“น้องซินกลับกันได้แล้ว” พ่อไอสิงโตแล้วมองมาทางผมแบบนิ่งๆ ผมก็ไม่สนใจ
“พี่นทจะไปช่วยซินจัดกรงอีกใช่ไหมคะ จะไปเล่นกับหนูอีกใช่ไหม” น้องซินทำหน้าเศร้าน้ำตาคลอ
“ถ้ามีโอกาศนะ” ผมยิ้มหวานส่งไป ซึ่งมันไม่มี ก็พูดไปนั่น “พี่ไปแล้วนะ” แล้วผมก็หันหลังแล้วเดินไปเลย
น้องซินก็ตะโกนเรียกผม เอาจริงน้องซินจะเว่อร์ไปไหน ทำอย่างกับจะไม่ได้เจอกันอีกงั้นแหละ อะไรก็ไม่รู้ผมไม่ใส่ใจเดินไปห้องน้ำ ไปล้างแขนครับ แสบโครต เป็นรอยเล็บจิกอะ เจ็บตัวจนได้ ล้างเสร็จก็เดินออกห้องน้ำ แล้วเดินกลับไปที่ซุ้มห้อง มาถึงอีแนนก็ปากดีเลย....
“หายหัวทั้งวันนะมึง ไม่เคยจะช่วย!” อีนี่มันต้องอวดดีตลอด
“กูปวดขี้มึงจะอะไรนักหนาวะ!” พูดอย่างรำคาญแล้วก็นั่งลง
“มึงคงขี้จนเครื่องในมึงหลุดออกมาด้วยเลยสินะ ทั้งวันขนาดนี้” ดูมันจิกกัดผมนะ
“เอ๊ะ! อีนี่มึงจะเอายังไงเนี่ย” ผมพูดพร้อมทำหน้าอยากมีเรื่องเต็มที
“พอเลยๆมึงสองคนนี้ไม่ไหวเลยนะ” วาสพูดแบบปัดๆ แล้วก็ดึงอีแนนไป
แล้วผมก็นั่งเล่นโทรศัพท์ไปสักพักเพื่อนผมก็เดินมากัน มันก็มานั่งคุยบอกน้องซินอย่างนู้นอย่างนี้ พวกมันก็เอาผ้าห่อน้ำแข็งมาประคบแขนให้ผมด้วย เป็นเพื่อนที่ดีกันจริงๆ แล้วเราก็นั่งคุยกันไป จนได้เวลาเลิกงานเราก็ช่วยกันเก็บของแล้วก็พากันไปหาพี่อ๊อฟ รายนั้นคือเก็บเสร็จเร็วมากเร็วกว่าตอนทำอีก แล้วก็พากันไปยังจุดหมาย สรุปคือพวกไอโค้กก็ไปด้วยไอสิงโตก็ด้วย ผมก็ไม่ได้ถามหรือพูดถึงแต่อย่างใด ไม่อยากสนอะไรทั้งนั้น ผมคิดมากพอแล้ววันนี้
แล้วเราก็พากันไปร้านบุฟเฟ่ขาหมูเยอรมันคือร้านน่ารักมาก ตกแต่งแนวคลาสสิก พวกผมก็เข้าไปนั่งกัน ตอนนี้ยังไม่เย็นมากคนก็ไม่เยอะ เราก็ไปตักนู่นตักนี่มาไว้เต็มโต๊ะ แล้วก็มานั่งกินกัน พี่อ๊อฟก็นั่งข้างผม อีกข้างผมก็เป็นปอเราก็นั่งกินไปคุยไป....
“กินนี่สิ” พี่อ๊อฟยื่นสเต็กมาจ่อปากผม ผมก็อ้าปากรับ “นี่ด้วย” ยื่นมาอีก ผมก็อ้าปากรับอีก
“อิจฉาวุ้ยมีคนป้อน” ไอปอแซวอีก
“แล้วมึงไม่ชวนไอโต้มาล่ะ วันนี้มันไม่ได้มางานที่โรงเรียนเหรอ” ผมหันไปถามปอ โดยก็เหลือบไปมองไอสิงโตก็เห็นมันจ้องอยู่
“ไอนั่นไม่ต้องไปพูดถึง แม่งมัวแต่เล่นเกมส์ไม่ยอมมาหากู” ปอทำหน้านอยๆ
“แหมทำตอแหลนะมึง กูได้ข่าวว่ามันไปหามึงที่บ้านทุกวัน!” ผมมองอย่างเอือมๆ มันนี่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“มึงก็!” ปอมันเขิน
“นทนี่ของชอบมึง” ไอมินหยิบหอยเชลล์อบชีสให้ผม
“นี่มึงก็ชอบนิ” ไอนัทหยิบผักโขมอบชีสให้ผม
“นี่ด้วย” ไอวิวหยิบมันบดให้ผม
“เอ้องี้สิรู้ใจกูจริง” ยิ้มบาน แล้วก็หยิบมากิน
“อะฮึ่ม!” พี่อ๊อฟมันสะกิดผม แล้วยื่นหน้ามาใกล้ๆ “ไม่ต้องดีใจขนาดนั้นหรอกมั้ง” พูดเสียงแข็งผมหันไปยิ้ม
“หึงเหรอ” ยิ้ม มันไม่ตอบก้มหน้าก้มตากินไป หูแดงเชียวนะ “แค่เพื่อนน่า” หันไปกระซิบมัน มันก็ไม่สนใจผมก็ยักไหล่แล้วหันมากินต่อ
“ อะ” ไอสิงโตยื่นกุ้งอบชีสมาใส่ให้ผมในจาน ผมก็มองหน้ามัน มันนั่งเยื้องๆผม
“อย่าหักหานน้ำใจมันเลยมึง” ปอมันหันมากระซิปผม ผมก็พยักหน้า
“ขอบใจ..” ผมหันไปบอกมันหน้านิ่งๆ มันก็ยิ้ม
“กูอยากกิน ป้อนหน่อย” พี่อ๊อฟชี้ไปที่กุ้งอบชีสที่ไอสิงโตตักให้
“เอิ่ม!” ผมหันไปมองพี่อ๊อฟทำหน้าดุใส่ผม “เออๆ อะ” ตักแล้วเอาไปจ่อปากมัน มันก็รับเข้าปากก แล้วหันไปยักคิ้วให้ไอสิงโต “อย่ากวนดิ” หันไปบอกมัน
“กูไม่ได้กวน” พี่อ๊อฟยักไหล่อย่างเท่แล้วก้มกินต่อ
“เออๆแม่ง!” ผมก็หันไปมองสิงโต มันนอยมากเลยสินะ ไม่รู้จะสงสารมันดีไหมยังไงมันก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอมาคิดๆแล้วก็หนักใจ
แล้วก็พากันนั่งกินกันไป จนถึงเวลาของหวาน โอ้โห! บราวนี่อร่อยเหาะจริงๆ มันอร่อยมาก ใส่ในแก้วคอกเทลเล็กๆน่ารัก และเครปเค้กจัดแต่งใส่ช้อนพอดีคำน่ารักมากอร่อยเว่อร์....
“มึงจะกินไหมไอนท ชื่นชมจนแห้งแล้วนะ” ไอวิวบอกผมอย่างรำคาญ
“กูขอถ่ายรูปก่อนดิ แม่งน่ารักน่ากินมากเลย” ผมพูดแล้วก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป
“ปล่อยมันไปเถอะพวกมึง” ปอพูดแล้วมันก็ตักเค้กเข้าไปปากอย่างหงุดหงิด
อะไรคือแค่ผมชื่นชมกับของหวานมันดูน่ารำคาญขนาดนั้นเลยเหรอ น่าเบื่อจริงๆไอพวกนี้ แล้วผมก็กดโทรศัพท์อยู่ไอพี่อ๊อฟก็เอาเค้กทั้งสองของผมไปกินหน้าตาเฉย....
“ไอพี่อ๊อฟ!” ตะคอกเลยสิ นี่มันของกินนะ ใครจะยอม
“อะไรมึงจะเสียงดังทำไม!” ปากก็เคี้ยวเค้กไปพูดไป
“ของผมนะ จะกินทำไมไม่ไปหยิบ!” พูดแบบหงุดหงิดมาก
“ก็กูอยากกินจะทำไม” พี่อ๊อฟยักคิ้วทำหน้ากวนตีน
“ไปหยิบมาให้ใหม่เลยนะ!” ผมตาขวางใส่มัน
“ไอนทแค่ของกินมึงอย่าทำให้เป็นเรื่องน่า!” พี่อ๊อฟพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ไปเอามาเลยไม่งั้นไม่คุยด้วยแล้วนะ” ผมหันหน้าหนีมัน
“เออๆ แค่นี้เองอะไรวะ” พี่อ๊อฟทำอารมณ์เสียใส่ ผมนี่สิต้องอารมณ์เสีย
แล้วมันก็ลุกไปหยิบมันก็เลือกๆไปครับแต่.....
“อะ กูหยิบให้” สิงโตมันหยิบมาวางไว้ในจานผม 2 ชิ้นผมก็มอง
“เออ อันนั้นก็ให้พี่อ๊อฟกินไปมึง” ปอบอกอย่างไม่ใส่ใจ
“ขอบคุณนะ” แล้วก็หยิบมากำลังจะเอาเข้าปาก
ไอพี่อ๊อฟดึงมือผมให้ไปป้อนมันแทนผมมองอย่างหงุดหงิด.....
“มึงให้กูหยิบมาให้ก็กินของกูดิ” พี่อ๊อฟทำเสียงดุ
“เออ เอามาดิ” กระแทกเสียง ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้วมั้ง โอย! เสียอารมณ์จริง
พี่อ๊อฟมันก็เอาอีกชิ้นนึงในจานผมที่สิงโตให้ไปกิน แล้วหยิบจานที่มันเพิ่งตักมาให้ผมสี่ชิ้นเลย คือเอาจริงๆเพื่ออะไร? ตอนนี้รำคาญมันมาก ผมก็กินๆไป พี่อ๊อฟก็หยิบมาให้เพิ่มตลอด....
“พอแล้วๆ ไม่ไหวแล้ว” ผมเอนหลังแล้วลูบพุง
“สมควรแล้ว แดกอะไรขนาดนั้น” ปอมองผมแบบเอือม
“ทำอย่างกับไม่เคยกิน” ไอวิวพูดแล้วมันก็ตักเค้กเข้าปาก
“ว่าแต่มันดูมึงเถอะไอวิว ไม่หยุดปากเลยนะ” ไอนัทมองไอวิว
“อิ่มจริงว่ะ กูไปเข้าห้องน้ำดีกว่า” ไอมินพูดแล้วมันก็ลุกไป
พวกเราก็นั่งคุยกันไป จนไอมินกลับมาก็นั่งคุยกันอีกสักพัก นั่งนานมากพนักงานก็เดินมาเก็บจานแล้วเก็บอีก เพราะระหว่างที่นั่งคุยก็ไม่มีการที่จะหยุดกินกันเลย กินแบบร้านเขาแทบเจ๊ง จนเวลาเช็คบิล...
“เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง” อยู่ๆไอสิงโตก็หันมาพูด พวกมันเฮกันใหญ่เลยผมนึกถึงคำพูดของพ่อมันขึ้นมาทันทีเลย พวกมันก็ยังมีหน้ามาเฮฮากันอยู่เนอะ ผมคิดว่า จริงๆแล้ว ไม่เคยมีใครเคยเอ่ยขอมันเลยนะเรื่องนี้ แต่มันแสดงเสนอตัวตลอดด้วยตัวมันเอง จะมาผิดอะไรที่เพื่อนล่ะ
“กูจะจ่า....”
“กูกับนทจ่ายแยกเอง” อยู่ๆพี่อ๊อฟก็พูดแทรกผมขึ้นมาเสียงเข้ม พวกมันเงียบกันเลย
“กูเลี้ยงไม่เป็นอะไร” ไอสิงโตยักคิ้วอย่างเป็นต่อ   
“พี่ครับผมสองคนจ่ายแยก” พี่อ๊อฟยื่นแบงค์พันให้พนักงานทุกคนก็มองกันแบบเลิ่กลั่ก ไอสิงโตก็ไม่ยอม ผมก็อยากรู้พี่อ๊อฟจะทำอะไรก็นั่งดูเงียบๆ
“พี่ครับคืนมันไป เอานี่ครับ” ไอสิงโตยื่นแบงค์ไปหลายแบงค์ให้พี่พนักงานเขาไป
“กูจะจ่ายเองมึงไม่ต้องยุ่งมึงเลี้ยงคนอื่นก็เลี้ยงไป” พี่อ๊อฟพูดติดจะไม่พอใจ
“มึงอยากจ่ายมึงก็จ่ายเองดิ กูจะจ่ายให้นทด้วย!” ไอสิงโตมันก็ไม่ยอม พวกเพื่อนๆก็เริ่มรนกันแล้ว
“มึงจะจ่ายให้ไอนทมันฐานะอะไร ได้ข่าวว่าแม้แต่เพื่อนมึงก็ยังไม่ได้เป็น” พี่อ๊อฟพูดกระแทกเสียง ผมอึ้งไปนิดพี่อ๊อฟมันรู้ได้ยังไง แต่ไอสิงโตนี่หน้าหมองลงเลย เพื่อนๆคนอื่นถึงกับชะงักกันเลยทีเดียว
“กูอยากขอโทษมัน เลยเลี้ยงมันมึงจะทำไม แล้วมึงเป็นแค่รุ่นพี่มันจะอะไรมากมายวะ!” เริ่มเสียงดัง พี่พนักงานเริ่มมีที่ท่าตกใจ
“พอเถอะน่า! จะจ่ายก็จ่ายดิพี่อ๊อฟ ยังไงผมก็ไม่ให้คนอื่นจ่ายให้อยู่แล้ว” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจติดหงุดหงิดด้วยซ้ำ กลายเป็นเรื่องได้ยังไง
“ได้ยินแล้วนะ” พี่อ๊อฟยักคิ้วแล้วทำหน้ากวนตีนให้สิงโต ไอสิงโตมันคงโกรธมาก มันมองมาทางผมหน้ามันเศร้าสุดๆ
แล้วพี่อ๊อฟก็จ่ายเงินไป ไอสิงโตก็ยื่นจ่ายไป แล้วก็นั่งรอกัน ผมว่าพี่เขาอาจจะงงๆหรือเปล่าแบบจ่ายแยกสองคนอะแบบนี้ ผมก็ไม่รู้เห็นเขาไปคุยกับพี่แคชเชียร์ด้วยหน้างงๆ5555....
“ปอ พี่อ๊อฟรู้เรื่องนี้ได้ยังไงวะ” ผมหันไปกระซิบถาม พี่อ๊อฟกับไอสิงโตก็จ้องหน้ากันอย่างเมามันส์อารมณ์ประมานว่าถ้าลุกขึ้นตีกันได้ก็คงทำไปแล้ว
“กูเล่าให้เขาฟังเองแหละ ดูเหมือนพี่อ๊อฟจะไม่พอใจมากอะมึง” ไอปอทำหน้ากังวลแล้วก็ยิ้มนิดหน่อย
“เพื่อ?” ผมมองปออย่างเบื่อหน่าย มันก็ยักไหล่อย่างหาไม่ได้ รู้แล้วพี่อ๊อฟทำไมทำแบบนี้เพราะว่ามันคงไม่พอใจไอสิงโตไม่น้อยเลยสินะ “พี่อ๊อฟเลิกกวนได้แล้ว ผมไม่อยากมีปัญหา” หันไปบอกมันด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ทำไม มึงแคร์มันเหรอ” พี่อ๊อฟมองผมตาขวางเอาแล้วไงเริ่มแล้วสินะ
“พี่ก็น่าจะรู้ความหมายนะ อย่ามาหาเรื่องผม!” ผมกันฟันพูด มันจะมาง้องแง้งอะไรตอนนี้น่าโมโหจริง
“เออๆ” พี่อ๊อฟทำท่าไม่พอใจ
“ทำไมมึงกับพี่อ๊อฟดูแปลกๆ มีอะไรในก่อไผ่ป่ะเนี่ย” ปอหันมาถามผมแล้วทำหน้าสงสัย
“อยากรู้มึงก็ไปถามมันดิ” ผมยักคิ้วให้ไอปออย่างกวนตีน แล้วปอมันก็ทำหน้าเซ็งๆ เพราะแน่นอนมันไม่กล้าถามหรอก
แล้วสักพักพี่เขาก็เอาตังมาทอน นานมากผมเกือบลืมไปแล้วว่านั่งรอตังทอน พอได้ตังทอนเสร็จก็พากันออกจากร้าน ไอสิงโตก็ฟึดฟัด เดินชนไหล่ไอพี่อ๊อฟ ไอพี่อ๊อฟก็ยอมที่ไหนผลักไอสิงโตอีก เกือบจะมีเรื่องกันแล้ว ดีพวกเพื่อนๆช่วยจับแยก ชี้หน้าด่ากันอีกนะ ไม่รู้จักโตเลย......
“มึงจะเอายังไงวะ!” พี่อ๊อฟจะพุ่งเข้าหาไอสิงโตพวกไอมินก็จับไว้ ผมก็ยืนมองนิ่งๆ คือจะทะเลาะกันเพื่อ?!
“มึงนั่นแหละสัส กวนตีนกูตังแต่เมื่อกี้แล้วนะไอเหี้ย” พวกไอโค้กก็จับมันไว้
แล้วมันก็ยืนฉุดกระชากด่ากันไปมาอย่างนั้นแหละ จนคนแถวนั้นเขามองกันแบบตกใจ พนักงานในร้านนี้ถอยห่างกันเลย ผมเห็นแล้วรำคาญจริงๆ
“พี่อ๊อฟ! พอเลย!” ผมตะคอกใส่มันเลย เพราะดูแล้วไม่น่าจะหยุดง่ายๆ
“มันเดินชนกูอะนท” พี่อ๊อฟทำตาขวางใส่มัน
“เป็นจิ๊กโก๋กันหรือยังไงวะ แค่เดินชนแค่นี้เนี่ยนะ” พูดแล้วดึงมันไปที่รถ คนอื่นๆก็ไปคุยกับไอสิงโต
“มึงจะห้ามทำไมวะ” มันฟึดฟัดใส่ผม
“จะไม่จบใช่ไหม” ผมมองมันอย่างรำคาญอย่างมาก วันนี้ผมเหนื่อยมากแล้ว ผมเหนื่อยจะต้องคิด จะต้องใช้อารมณ์ เกินจะรับไหวแล้ว
“เออๆ” แล้วมันก็เข็นรถถอยออกมาตรงถนน
ผมก็มอง ความจริงผมว่ามันก็ไม่ได้ยากอะไรหรอก แค่เข็นรถถอยเนี่ย แต่มันใส่อารมณ์ไงเลยถอยไม่ได้สักที ผมก็ยืนมองมัน ไม่พอใจถอยไม่ได้ก็เตะล้อรถอีกนะ ไอนี่ถ้าจะประสาท แล้วไอสิงโตก็เดินมา พี่อ๊อฟแทบจะพุ่งเข้าหามัน เพื่อนๆผมก็ซ้อนกับพวกไอโค้กแล้วมันก็หันมามอง ประมานว่าเบื่อจะห้าม มึงจะตีก็ตีกันไปเลย....
“นท กูจะคุยกับป๋ากูนะ น้องซินก็จะคุย มึงอย่าเป็นแบบนี้เลยนะ” พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ หน้าหมองเลย
“มึงไม่ต้องมายุ่งกับนทแหละสัสง่ายสุด! ทำมันร้องไห้ได้นะมึง!” พี่อ๊อฟที่ยืนอยู่ด้านหลังผมพูดขึ้นอย่างใส่อารมณ์
“หยุดแหกปากได้แล้ว สงบสติหน่อยเหอะ!” ผมหันไปบอกพี่อ๊อฟ มันถึงกับชะงักแล้วเดินหัวฟัดฟัวเหวี่ยงไปนั่งรอที่รถ
“นทมึงอย่าใจร้ายดิ กูไม่ผิดนะเว้ย!” มันดราม่าแล้ว น้ำตาคลอเลย จริงๆมันไม่ผิดอย่างที่มันพูดนั่นแหละ แต่พ่อมันผิด ให้พ่อมันเคลียล์เองแล้วกัน ผมไม่ใช่คนดีอะไร แล้วยิ่งเป็นผู้ใหญ่มาทำกับผมแบบนี้ ผมก็รับไม่ได้เหมือนกัน ก็คงต้องได้แต่ขอโทษมันในใจ
“เลิกยุ่งกับกูเถอะ อย่าเจอกันอีกเลยมึง แล้วก็ไม่ต้องกลับไปคุยอะไรกับพ่อมึงทั้งนั้น เพราะต่อจากนี้ กูกับมึงไม่รู้จักกัน”พูดเสร็จผมก็หันหลังเลย ถ้าผมมองไม่ผิด ผมเห็นน้ำตาไอสิงโตไหล “อะ..อย่าทำให้กูลำบากใจกว่านี้เลยนะ กูขอโทษจริงๆ” ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้มันแบบไม่หันไปหามัน มันรับผ้าจากมือผมแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือผมก็ดึงมือมาเลย แล้วผมก็เดินไปหาพี่อ๊อฟ
ผมขึ้นรถ พี่อ๊อฟก็ออกรถไปเลย ไอสิงโตก็ยืนนิ่งแบบนั้นแหละ เพื่อนๆก็วนรถกลับไปดูมัน ผมใจร้ายกับมันเกินไปจริงๆ มันไม่ผิดเลยสักนิด ปล่อยไว้แบบนี้แหละ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง ผมก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนถึงบ้านพี่อ๊อฟมันพาผมไปเอาของที่บ้านมันก่อนเพราะเมื่อคืนผมไปนอนกับมัน แล้วมันก็มาส่งผมบ้านพอเข้าบ้านมาก็คุยกับป๊าและแม่นิดหน่อย แล้วก็ขึ้นห้องนอนพี่อ๊อฟก็ตามมาด้วย...
“มานี่ดิ้” พี่อ๊อฟเรียกผมไปนั่งข้างๆมันผมก็ไป “มีอะไรทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะ ทำไมต้องไปเจอเรื่องแบบนั้นคนเดียว”จับมือผม
“ก็คิดว่ามันไม่มีอะไร...”ผมหันไปบอกมันหน้านิ่งๆ
“มึงจะไม่บอกใครก็ได้นะ แต่ยกเว้นกู ไม่ว่าจะเรื่องอะไรต้องบอกกูนะรู้ไหม ไม่ว่ามันจะหนักแค่ไหน ขอแค่บอก” พูดอย่างอ่อนโยนแล้วลูบหัวผม
“อื้ม ต่อจากนี้จะบอกนะ” ผมกอดมันมันก็กอดตอบ
“กูไม่ชอบเลยนะมันทำมึงร้องไห้” พี่อ๊อฟพูดแบบหงุดหงิด
“รู้เปล่าไอสิงโตเป็นเพื่อนที่ดีมากนะพี่อ๊อฟ มันไม่ได้ทำผมร้องนะ พ่อมันตังหาก ที่ใจร้าย”ละออกจากกอด มามองหน้า
“ก็เหมือนกันแหละ” พี่อ๊อฟหันหน้าไปอีกทางด้วยความไม่พอใจ
“อย่าไปหาเรื่องมันเลย มันไม่ผิดอะไรเลยสักนิดนะ ผมต่างหากละที่ผิด” ผมจับมือพี่อ๊อฟ
“มึงก็เป็นแบบนี้แหละ ใครต่อใครถึงได้รังแกมึง! พ่อมันก็เกินไป เป็นผู้ใหญ่เป็นผู้ดีใหญ่ แต่คิดได้แค่นี้!” มันกัดฟันพูดพร้อมทำหน้าโหด
“เอาน่า มันผ่านมาแล้ว แล้วมันก็จบไปแล้วด้วย ต่อจากนี้ไม่พูดถึงมันแล้วนะ แล้วถ้ามันมาคุยหรือมาพูดอะไรพี่อ๊อฟก็ทำให้ปกติเหมือนเดิม อย่าไปหาเรื่องมันนะรู้เปล่า ไอสิงโตมันน่าสงสารนะ”(ยิ้ม)
“กูรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ผิด แต่กูเห็นมันอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องที่เพื่อนมึงเล่าให้ฟัง อยากเห็นพ่อมันจริงๆ”พี่อ๊อฟพูดเสียงแข็ง
“เอาน่า สัญญานะ” ผมยกนิ้วก้อยขึ้นมามันก็คล้องด้วยนิ้วก้อยมัน
“สัญญา”(ยิ้ม) “มึงก็ต้องสัญญานะว่ามีอะไรต้องบอกกูห้ามเก็บไว้คนเดียวอีกรู้ไหม” ลูบหัวผม ผมก็พยักหน้า
“สัญญา จะบอกพี่อ๊อฟคนแรกเลย” (ยิ้ม)
“เจ็บมากไหม” มันจับแขนผมดึงไปดู
“ไม่เลยนิดเดียวเอง” ผมก็มองอย่างไม่ใส่ใจ
“มึงนี่นะ หาเรื่องเจ็บตัวตลอด” ยีหัวผม
“คราวนี้ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” ทำหน้างอ
“รู้แล้วคร้าบ!” (ยิ้ม)
แล้วก็คุยอะไรกันไปนิดหน่อย มันทำแผลให้ผมด้วย น่ารักจริงๆ แต่ก็บ่นไม่หยุดเลย แล้วมันก็กลับบ้านไปตอนแรกจะไปขนของมานอนกับผม แต่ผมห้ามไว้เพราะว่าเดี๋ยวโดนแม่ด่า ไปมาหากันบ่อยเกิน เจอกันทุกวันอยู่แล้ว พอมันกลับไปผมก็อาบน้ำแล้วก็มานั่งเล่นคอม เปิดเพลงฟังชิวๆ ผมนึกขึ้นได้ไปหยิบโทรศัพท์มากดดู โอ้โห! ไอสิงโตก็ยังรัวโทรมา น้องซินด้วย แล้วก็เบอร์แปลกๆ ผมเคลียล์หน้าจอโทรศัพท์ให้ว่างแล้วก็วางไว้เฉยๆนั่นแหละ แล้วก็นั่งเล่นเฟส ไอสิงโตก็ทักมาในแชทเฟสอีก ผมก็ปล่อยมันไว้ ไม่อ่านไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น สักพักผมก็ปิดคอมปิดไฟขึ้นนอน พี่อ๊อฟก็โทรมาผมก็รับสาย....
“ว่าไง” เสียงหวาน
“ทำอะไร?” เสียงมันงัวเงียเชียว
“นอนไหมเสียงขนาดนี้” ผมถามอย่างไม่ใส่ใจ
“อยากคุยกับมึงก่อนไง” ทำเสียงดีขึ้น
“คุยกันทั้งวันยังไม่พอใจอีกเหรอ” เขินจริงๆ
“เอาน่า หาวววว!” โอ้โหไหวไหมหาวทีอย่างกับเปิดพัดลมเบอร์5
“ผมจะนอนแล้ว พี่นอนเถอะพรุ่งนี้มารับด้วยน้า” บอกปัดไปไม่งั้นมันก็ไม่ยอมนอน
“อ่าๆได้ๆ เจอกันพรุ่งนี้ ฝันดีนะครับ” โหเสียงหล่อเชียว
“คร้าบฝันดีนะ” ยิ้มบานเลยสิ น่ารักที่สุด
เวลาพี่อ๊อฟพูดเพราะๆ น่ารักมากเลยนะแต่มันก็หยาบกับผมตลอดนั่นแหละ พอมันวางสายไปผมก็เล่นนู่นนี่อีกสักพักก็เข้านอน และแล้วเวลาก็ล่วงผ่านมา 2 วันแล้วหลังจากเกิดเรื่องราวน่าปวดหัว ชีวิตก็กลับมาปกติ ผมก็ทำตัวปกติสุดๆเพื่อนๆก็มีพูดถึงบ้างแต่ผมก็ไม่ใส่ใจแต่อย่างใด แต่ไอสิงโตและน้องซินก็โทรมาตลอดผมก็ไม่ใส่ใจไม่ติดต่อไม่พูดถึง และวันนี้ผมก็ตื่นเช้ามาผมก็อาบน้ำแต่งตัวลงไปกินข้าวกับแม่และป๊า.....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“นทวันนี้เย็นกลับเร็วหรือเปล่า” ถามผมตอนที่ผมนั่งกินข้าวและป๊าก็อ่านหนังสือพิมพ์ ส่วนแม่ก็ไปซักผ้าแล้ว
“ไม่รู้ป๊าแล้วแต่อารมณ์” ยักคิ้วกวนประสาทให้ป๊า
ป๊าป! เอาหนังพิมพ์ฟาดใส่หัวผมครับ
“ป๊าอ่ะ!” ลูบหัว
“ป๊าจะชวนไปกินข้าวบ้านเพื่อน” ป๊าจะอารมณ์ดีไปไหน
“ไม่ไปป๊าก็ไปกับแม่สิ” พูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ลูกชายเขาหล่อนะ” กระซิบบอกผม ผมมองป๊าอย่างเบื่อหน่าย
“ป๊าเห็นนทเป็นคนยังไงเนี่ย” ผมพูดกวนๆพร้อมกับทำหน้ามุ่ย
“ก็แม่ไม่ว่างจะออกไปกับสมาคมแม่บ้านเขานะสิ” ทำหน้าบึ้ง
“ป๊าก็ไปกินกับเพื่อนๆสิ จะเอานทไปเกะกะทำไม” แล้วก็กินข้าวไป
“แล้วแต่แล้วกัน ถ้าไม่ไปอันนี้ก็ไม่ต้องเอา” ถือหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรดของผมขึ้นมาให้ผมดู
ผมตาลุกวาวเลย นี่มันเพิ่งออกใหม่นิ......
“เฮ้อ! เสียดายจังนทไม่ไปด้วย!” ทำท่าเสียดายแล้วจะฉีกทิ้ง
“ปะ...ป๊า เดี๋ยวดิ เอามานี่เลย” ลุกขึ้นไปดึงมาเลย แล้วเอามาดูอย่างตื่นเต้น “อ๊าก...ดีใจอ่า><” เอามาดมเอามากอด
“ไปกับป๊าด้วยนะ!” พูดอย่างอารมณ์ดีแล้วก็จิบกาแฟ
“ก็ได้ๆ” ยิ้มบาน แต่ผมก็เอะใจ “ป๊าทำไมถึงอยากให้นทไปจัง ปกติป๊าก็ไปกับพวกพี่ๆที่ทำงานก็ได้นี่” ถามอย่างสงสัย แต่ตาก็ยังมองที่หนังสือการ์ตูน มันแพงมากเลยเซ็ทนี้ ภาพสีด้วย
“ก็ลุงโรจน์ไง พอดีเขาโทรมาชวนป๊าไปกินข้าวบ้านเขาวันนี้ตอนเย็น โทรมาตั้งแต่เมื่อวาน เขาบอกให้พานทไปด้วย จะได้ทำความรู้จักกับลูกเขา อายุก็รุ่นเดียวกันน่าจะทำความรู้จักกันไว้” ผมชะงักไปนิดป๊าก็พูดอย่างสบายใจ ผมเริ่มไม่สบายใจแล้วสิ การ์ตูนในมือไม่น่าสนใจขึ้นมาทันทีเลย
“ป๊าสนิทกับลุงโรจน์มากเหรอ” ถามอย่างจริงจัง แล้วหันไปคุยกับป๊าดีๆ
“ไม่นะ ก็แค่ไปเจอกันที่สนามตอนไปออกรอบ เขาก็มาชวนไปเล่นด้วย คุยกันไปคุยกันมาเลยได้ทำงานด้วยกันซะงั้น อย่างวันนี้เขาชวนไป ก็ไปตามมารยาท” พูดแบบหยั่งเชิง ก็จริงอย่างป๊าพูดนะ ดูไม่ค่อยสนิทกับป๊า เพราะถ้าเพื่อนป๊าแบบสนิทสนมป๊าจะไม่พูดไพเราะสักเท่าไหร่
“ถ้านทไม่ไปนทยังจะได้การ์ตูนไหม” หรี่ตามองอย่างเซ็ง
“ได้นะ แต่ป๊าจะหักค่าขนมเพราะป๊าบอกเขาไว้แล้วจะพานทไป”(ยักคิ้ว) “เห้อ! เดี๋ยวตอนเย็นป๊าไปรับที่โรงเรียนนะ แล้วเดี๋ยวเพื่อนมารับพาไปโรงเรียนใช่ไหม” ผมพยักหน้าแล้วป๊าก็ลุกเดินออกไปเลย ผมก็นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไป ไม่อยากไปเลย
ผมกังวลว่าจะเจออะไรไม่ดีอีกหรือเปล่า ทำไมพ่อไอสิงโตมันต้องการอะไรอีก! ผมนั่งคิดไปสักพักพี่อ๊อฟก็มาบีบแตรเรียก ผมก็เตรียมกระเป๋าแล้วก็ออกไปหามันแล้วก็พากันไปโรงเรียน พอถึงก็แยกย้ายกัน ผมก็ไปหาเพื่อนๆ พวกมันก็พูดถึงไอสิงโตร้องไห้เมื่อวันนั้นอีกผมฟังเรื่องนี่มา 3 วันแล้ว พวกมันก็ไม่จบสักที เพราะยิ่งพูดผมก็ยิ่งดูเลวในสายตาเพื่อน ผมก็นั่งฟังไปงั้นแหละ ขี้เกียจจะเถียงกับพวกมันและเพราะผมมีเรื่องหนักใจกว่านั้นอีก ทำไมนะ เขาจะอยากเจอผมทำไมอีก ก็คิดนั้นแหละ คิดทั้งวันจนไม่เป็นอันเรียนจนเวลาพักเที่ยงพวกเราก็พากันไปกินข้าวกัน พวกมันก็กินไปคุยไป วันนี้ผมรู้ตัวเองเลยว่าไม่ค่อยพูดติดจะเหม่อด้วยซ้ำ เป็นใครก็ต้องคิดมาก....
“เป็นอะไรวะมึง นท!” ปอสะกิดผม ผมก็หันไปมอง
“ปะ..เปล่า ไม่มีอะไร” ผมตอบแบบเหนื่อยๆ
“กินข้าวดิวะมึงจะเขี่ยทำไม เขาจะกินกันจะหมดแล้ว” ปอพูดเสียงดุ
“รีบกินเลยไอนท” ไอมินข้าวเต็มปากก็ยังจะพูด
“เป็นอะไรหรือเปล่ามึง” ไอวิวถามอย่างเป็นห่วง
“นั่นดิ ทำไมทำหน้าแบบนั้นวะ” ไอนัทมองอย่างสงสัย
ผมก็มองพวกมันนิ่งๆแล้วก็ก้มหน้ากินข้าวไป พวกมันก็ถามกันอีกผมก็ทำไม่สนใจจนกินเสร็จก็พากันไปหาขนมกิน ผมก็แยกบอกพวกมันจะไปเข้าห้องน้ำ ตอนแรกจะตามมากัน ผมก็บอกจะไปคนเดียวมันก็เออออกันไป ผมก็เดินไปล้างหน้าสักหน่อยจะได้สดชื่นขึ้น พอล้างหน้าเสร็จก็เข้าห้องน้ำไปฉี่ พอออกมาก็ต้องตกใจไปนิด ไอแบงค์นั่นเองมันหายหัวไปตั้งหลายวันทำไมต้องโผล่มาช่วงที่ผมเครียดๆด้วยก็ไม่รู้ ไม่รู้มันจะหาเรื่องอะไรผมอีก ผมก็มองมันนิ่งๆ มันก็มอง.....
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์กู” ไอแบงค์พูดเสียงดุ
“ถอย” ผมพูดแล้วก็เบี่ยงตัวจะออกจากห้องน้ำมันก็ขวางไว้ “ไอแบงค์วันนี้กูไม่มีอารมณ์จะมาเล่นกับมึงหรอกนะถอย!” ผมขึ้นเสียงใส่มันแล้วก็ดันมันออก มันก็ออก ผมก็เดินออกจากห้องน้ำไปมันก็ตามมา
“เป็นอะไรวะ” ไอแบงค์ถามเหมือนเป็นห่วง แน่นอนว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเลย
“ไปไกลๆกูไป” พูดอย่างรำคาญแล้วเดินหนีมัน มันก็ไม่ตามมาแล้ว ผมก็เดินขึ้นตึกเรียนไป
พอขึ้นตึกมาเพื่อนๆผมก็ยังไม่มา สงสัยกำลังมาผมก็นั่งรอเล่นโทรศัพท์ ไอสิงโตก็ทักมาไม่หยุด ผมก็ไม่สนใจดูเฟสอะไรไปเรื่อยๆจนเพื่อนๆ ขึ้นมาพวกมันก็มานั่งเม้ากันจนครูเข้านั่นแหละ ก็เรียนกันไปจนเลิกเรียนผมก็แยกกับพวกมันแล้วเดินไปหาพี่อ๊อฟเพื่อจะไปบอกมันว่าวันนี้จะไปธุระกับป๊า  แต่ต้องมาเจอภาพหงุดหงิดตาอีกก็คือ อีผีพลอยอีกแล้ว วันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะมาต่อต้านใครแล้ว ผมก็เดินเข้าไปหาพี่อ๊อฟ พี่อ๊อฟมันสะดุ้งนิดหน่อยแต่ก็ปรับหน้าเป็นปกติ....
“มะ...มึงคือ กู” พี่อ๊อฟมันอึกอัก
“วันนี้จะไปธุระกับป๊านะไม่ได้กลับด้วย ไม่ต้องคิดอะไรนะ ผมแค่เหนื่อยๆ” ผมบอกมันแล้วก็เดินหันหลังมาเลย โดยไม่สนใจอีผีพลอยแม้แต่นิด
มันก็เดินตามมาเรียกผมนะแต่ผมก็วิ่งไปเลย เพราะป๊าโทรมาแล้วคงมารอหน้าโรงเรียน ผมยังไม่อยากรับรู้อะไรเพิ่มเติม ผ่านวันนี้ไปก่อนแล้วกัน ขอเก็บแรงไว้สู้กับเสือตัวใหญ่ก่อน เพราะต้องเข้าถ้ำเสือนี่นะ ส่วนพี่อ๊อฟก็คงคิดว่าผมโกรธแล้วมั้ง ช่างเถอะไว้ค่อยเคลียล์ผมเดินไปขึ้นรถ ป๊าก็พูดนู่นพูดนี่ให้ฟัง ผมก็นั่งมึนๆไป กดดันไม่อยากไปแต่ก็ต้องได้ไป เฮ้อ! ถ้าผมไม่ไป เดี๋ยวป๊าก็จะกลายเป็นคนเสียคำพูดอีก (หนังสือการ์ตูนก็อีกเรื่องน้า5555) และพ่อไอสิงโตต้องการอะไร ผมไม่เข้าใจอะไรเลย พอถึงบ้านมันผมก็ทำตัวนิ่งๆ พ่อมันออกมารอรับแล้ว ไอสิงโตก็อยู่ผมเห็นรถมันจอดอยู่แต่ตัวมันไปไหนไม่รู้ผมไม่สนใจ พอลงรถก็เดินไปหาพ่อสิงโต ผมก็เดินไม่ห่างป๊านะ (ผมขอเรียกลุงโรจน์แล้วกัน)….
“สวัสดีครับ” ไหว้ตามมารยาท ผมยืนอยู่ข้างหลังป๊า ลุงเขาก็พยักหน้ารับ
“มายากไหมกรานต์” หันไปถามป๊า
“นิดหน่อย” ป๊ายักไหล่อย่างกวนๆ ทำตัวเป็นวัยรุ่นตลอด
แล้วเขาก็คุยกันไปครับผมก็ยืนเงียบๆ เขาพาเข้าไปห้องรับแขก ผมก็ไปนั่งฟังตอนนี้เหมือนรอแม่ไอสิงโตทำกับข้าวเสร็จ ผมก็นั่งรออย่างเงียบๆเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ป๊าก็ชวนผมพูดบ้าง ผมก็เออออไป แล้วน้องซินก็เดินผ่านมา พอเห็นผมทำท่าตกใจเหมือนเห็นผี.....
“พี่นท!” วิ่งมาหาผม
“ครับ” ป๊าก็มองอย่างสงสัย
“รู้จักน้องเขาดหรอนท” ป๊าหันมาถามอย่างสงสัย
“นิดหน่อยป๊า” ยิ้ม พูดอย่างไม่ใส่ใจ
“พี่นทเป็นยังไงบ้างคะ” น้องซินจับแขนผมไปลูบ ซึ่งมันไม่เป็นอะไรแล้ว เหลือแต่แผลเป็นรอยเล็บนิดหน่อย
“ไม่เป็นอะไรครับ” ผมดึงมืออกมาแล้วก็ถอยห่างแล้วก็ก้มเล่นโทรศัพท์ต่อ ผมเห็นน้องซินหน้าหงอย แต่ผมก็ต้องทำใจแข็งแหละ ไม่อยากมีปัญหา
น้องซินก็ชวนผมคุยไปสักพักพอผมไม่เล่นด้วย น้องซินก็เดินตึงตังออกไป ผมก็ไม่ได้เงยขึ้นมามองแต่อย่างใด จนแม่สิงโตมาตาม ตอนแรกเขาก็ทักทายผมใหญ่เลย ผมก็ทักทายตามมารยาทแล้วก็นิ่งๆไป ป๊าก็ดูสงสัยนะ แต่ห่วงคุยกับลุงโรจน์มากกว่า แล้วก็พากันไปนั่งที่ห้องกินข้าว ไอสิงโตกับน้องซินก็มา มันชะงักไปนิดที่เห็นผม ผมก็มองนิ่งๆไม่ได้พูดหรืออะไรก็กินข้าวกันไป น้องซินก็ชวนผมคุยใหญ่เลยครับ ผมก็ตอบบ้างตามมารยาท ป๊ากับลุงโรจน์ก็คุยกันแบบเมามันส์มาก โดยเฉพาะลุงแกนะ ป๊าจะกินก็คุยอยู่นั่นแหละผมขำท่าทางป๊าจริงๆ พอกินเสร็จก็ตบของหวานกันไป.....
“เด็กๆ ทานเสร็จก็พากันไปเล่นก่อนก็ได้นะจ้ะ พ่อๆเขาจะคุยกัน” คุณแม่บอกอย่างใจดี ไอสิงโตยิ้มบานเลย
“ผมนั่งรอได้ครับไม่เป็นอะไร” ผมยิ้มหวานให้ แม่สิงโตก็ยิ้มตอบแล้วเดินไปไหนไม่รู้
“พี่นทค่ะไปช่วยหนูดูการบ้านหน่อยได้ไหมคะ” น้องซินทำหน้าหมองๆเสียงหงอยๆ
“น้องก็ให้พี่น้องสอนสิครับ” บอกอย่างไม่ใส่ใจแล้วกดโทรศัพท์เล่นไป
“นท! น้องมาขอก็ไปช่วยสิ” ป๊าทำเสียงดุ พร้อมส่งสายตาอาฆาต ผมก็มองแบบไม่พอใจ
“ก็ได้ครับๆ” ผมก็มองไปที่น้องซิน “ไหนละครับการบ้าน” ผมถามอย่างอ่อนโยน
“ไปทำในห้องเล่นหนูนะคะ” ดึงมือผม ไอสิงโตก็มอง
“ทำตรงนี้ดีกว่าครับ เพราะพี่ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ ถ้าไม่เข้าใจจะได้ถามผู้ใหญ่ด้วยไงครับ” บอกปัดๆแบบทำหน้าจริงจัง
“ก็ได้ค่ะ” เดินหงอยไปเลย
ผมก็นั่งรอ ไอสิงโตก็นั่งมอง ป๊าก็คุยกับลุงโรจน์ไป ตอนนี้เราย้ายมานั่งที่ห้องนั่งเล่นใหญ่แล้ว ป๊าก็คุยนานจริงๆ ผมเริ่มเบื่อแล้วนะเนี่ย แล้วนี่ลุงแกก็พาป๊าไปไหนก็ไม่รู้แล้ว ตอนนี้ในห้องเหลือผมกับไอสิงโต ผมก็ไม่สนใจนั่งก้มเล่นมือถือไป ไอสิงโตก็มอง แล้วสักพักน้องซินก็ถือสมุดมา บอกผมว่าไม่เข้าใจตรงนั้นตรงนี้ ผมก็อธิบายไปน้องซินก็เหมือนแกล้ง ผมว่ามันไม่ได้ยากอะไรเลย แต่น้องซินเขาก็ทำเป็นไม่เข้าใจ....
“คือพี่ก็สอนได้เท่านี้นะครับ ทำไมน้องเข้าใจยากจัง” ผมพูดด้วยเสียงเหนื่อยๆพร้อมเอามือเกาหัว
“พี่นทค่ะ ซินก็เบื่อค่ะ ไปเดินเล่นกันไหมคะ” บอกผมอย่างอารมณ์ดี
“ไม่เอาดีกว่าครับ พี่รอนี่แหละน้องไปเล่นเถอะ” ยิ้มอย่างอ่อนโยน
“พี่นทอ่ะ!” ทำหน้างอแล้วก็เดินตึงตังออกไป
ตอนนี้ในห้องก็เหลือผมกับไอสิงโตเหมือนเดิม ผมมองมันนิดหน่อยแล้วก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ไปสักพักลุงโรจน์ก็เดินเข้ามา ผมตกใจนิดหน่อยแต่ก็ปรับสีหน้าทัน ป๊าไปไหนเนี่ย ผมก็ไม่สนใจ ลุงแกก็เดินมานั่งใกล้ๆผม ผมก็ถอยห่างนิดหน่อย ไอสิงโตก็กำลังเดินมา....
“สิงโตไปสั่งลุงยูรล้างรถให้ป๋าหน่อยไป” บอกเสียงเข้ม ผมก็เงยหน้ามอง คืออะไร ตอนนี้จะโดนอะไรอีก
“นทไปกับกูป่ะ” สิงโตเข้ามาดึงแขนผม ประมานไม่อยากให้ผมคุยกับพ่อมัน
“สิงโต!” ตะคอกแล้ว ผมสะดุ้งไปเลยไอสิงโตก็เดินฟึดฟัดไป
“ผมขอตัวไปหาป๊านะครับ” แล้วก็ลุกขึ้น แต่ตามเดินครับลุงแกก็กระชากผมนั่งลง
“คุยกันก่อนสิ!” ลุงแกพูดเสียงนิ่งผมก็มองนิ่งๆ
“ป๊าไปไหนครับ” มองหาอย่างสงสัย
“คุยกับคุณแพรอยู่ที่สวนด้านนอก” คุณแพรคือแม่ของไอสิงโต
“ครับ” แล้วหันไปมองหน้าลุงโรจน์ ก็มองผมนิ่งๆ ผมก็มองกลับ
“ป๋าคะ มาทำอะไรตรงนี้คะ!” อยู่ๆน้องซินก็เดินพรวดพราดเข้ามาอย่างหัวเสีย
“ป๋าคุยกับพี่เขาอยู่ไปรอข้างนอกนะซิน” บอกอย่างใจเย็น
“ไม่ค่ะ หนูไม่ให้คุยไปกันค่ะพี่นท” ดึงแขนผม ผมก็ลุกตามเพราะจริงๆผมก็ไม่อยากคุยอะไรสักเท่าไหร่
“ซิน!” ขึ้นเสียงใส่ซิน ซินสะดุ้งเฮือก ผมก็ตกใจไม่น้อย
“ป๋าตะคอกใส่หนูทำไมคะ” พูดเสียงสั่นน้ำตาคลอ
“น้องซินครับ” เข้าไปโอบไหล่น้องเขาไว้ เขาก็กอดผม ผมก็มองหน้าพ่อของไอสิงโตอย่างไม่พอใจ “ผมขอนะครับ โกรธอะไรด่าผมตะคอกผมเถอะครับ น้องเขาไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นนะครับ” ผมพูดเสียงแข็ง แบบไม่พอใจ แสดงออกมาชัดเจน
“ฉันแค่จะคุยกับเธอดีๆเท่านั้นแหละ!” หันมาบอกผมอย่างหัวเสีย “ซินป๋าขอโทษนะลูก” น้องซินถดตัวหนี ลุงแกชะงักไปนิด
“น้องซินพี่ขอคุยกับป๋าน้องแปปนึงนะครับแล้วเดี๋ยวพี่จะเดินไปหาที่ห้องเล่นดีไหมครับ” บอกอย่างใจเย็น
น้องซินตอนแรกก็ไม่ยอมไป ผมก็พูดจนน้องเขายอมลุงแกก็พาผมเข้าไปห้องทำงาน ผมมองไปนอกหน้าต่างเห็นป๊าคุยกับแม่สิงโตอยู่ตรงสวนข้างบ้าน พอเข้ามาห้องทำงานพ่อมันก็ล๊อคห้องปิดม่าน เหมือนเดิม ผมไม่เข้าใจทำไมต้องทำอะไรมิดชิดขนาดนี้ ผมก็ยืนนิ่งๆ มองนิ่งๆ......
“ฉันประทับใจนะที่เธอทำได้” ลุงแกพูดเสียงนิ่งๆมองผมนิ่งๆ ผมก็ไม่รู้เขาพูดถึงอะไร “นั่งก่อนสิ” ชี้เก้าอี้ตรงข้ามกับโต๊ะที่ลุงแกนั่ง
“ไม่เป็นอะไรครับ” ผมบอกอย่างเกรงใจ
“นั่งเถอะ!” พูดเสียงแข็ง ผมก็เลยพยักหน้าแล้วไปนั่ง เพราะไม่อยากมากความ ถึงอยากจะกลับบ้านแล้วก็ตาม
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” พูดอย่างไม่ใส่ใจ ผมก็หันไปมองรอบห้อง
“ มีสิ” ยื่นรูปให้ผม เป็นรูปผมทั้งนั้น รูปเดี่ยวๆเลย บางรูปก็ตลกเชียวบางรูปผมก็เหวอๆ ผมก็มองอย่างสงสัย แต่ดูจากรูป รูปพวกนี้มันนานแล้วนี่นา เพราะตอนนั้นผมจำได้มันรูปเมื่อปีที่แล้วหรือสองปีแล้วได้มั้ง “รูปพวกนี้มันอยู่ในห้องนอนสิงโต และก็คงไม่ต้องเดานะว่าไอสิงโตมันเก็บรูปเธอไว้ทำไม” ผมอึ้งเลยสิ ไอรู้มันก็รู้แหละแต่นี่มันอะไรกันอย่าบอกนะที่พ่อมันไม่พอใจผมก็เพราะเรื่องนี้ “ใช่...ไม่ต้องทำหน้าตกใจอย่างนั้นหรอก ที่ฉันไม่อยากให้เธอยุ่งกับสิงโตเพราะเรื่องนี้เนี่ยแหละ ฉันมีลูกชายคนเดียว ฉันไม่อยากให้ลูกฉันเดินทางผิดเธอคงเข้าใจใช่ไหม” พูดเสียงเครียดแล้วกุมขมับเหมือนแกปวดหัว
“ถ้าเป็นเพราะเรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วครับ เพราะที่ผมทำไปก็ตัดทุกอย่างแล้ว ผมไม่ยุ่งกับสิงโตแล้วครับ อีกอย่าง ผมมีแฟนแล้วด้วย ผมไม่สนใจมันสักนิด” ผมบอกอย่างจริงจัง เรื่องนี้ถ้าเขาจะรับไม่ได้ก็ไม่แปลกผมเข้าใจดี และดีกว่านั้นคือดีที่ผมไม่หลงไอสิงโตมันไม่งั้นละช้ำตายแน่ๆ พ่อสามีไม่ให้ความร่วมมือ555
“ใช่มันเป็นอะไรที่ดี แต่ตอนนี้ลูกฉันไม่คุยกับฉันเลย ทั้งซินและสิงโต เขาไม่พอใจฉันที่ฉันทำแบบนี้” ผมมองนิ่งๆ คิดในใจก็สมควรแล้วนี่ แกทำหน้าเครียดแบบเห็นได้ชัด คงจะรักลูกมากจริงๆสินะ
“ครับ แล้วยังไงเหรอครับ ผมก็ทำตามที่คุณบอกแล้วไงครับ” ตอบนิ่งๆพ่อไอสิงโตก็ทำหน้าเครียดอยู่นั่นแหละ ผมไม่อินด้วยหรอกนะ ก่อเรื่องไว้ก็ต้องแก้ให้ได้ เรื่องบางเรื่อง ถึงจะเป็นเรื่องของเด็ก ก็ควรจะให้เด็กจัดการ หากผู้ใหญ่เอามือเอื้อมเข้ามายุ่ง และนี่คือผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง!
“เธอไม่ได้ชอบผู้หญิงใช่ไหม” ถามทำหน้าจริงจังมาก
“ครับ” ตอบแบบมั่นใจมาก นี่มันยุคไหนแล้ว จะมานั่งแอ๊บแมนเอาใจผู้ใหญ่ มันก็ไม่ใช่เรื่อง
“แล้วเธอชอบสิงโตมันหรือเปล่า” ถามเสียงเครียด ผมชะงักไปนิดนึงแล้วก็ตอบไป....
“ผมมองสิงโตเป็นเพื่อนที่ดีมาตลอด และอีกเรื่องที่ผมอยากบอกคือ ผมไม่เคยต้องการอะไรจากสิงโตเลย ทุกครั้งที่ผมไปเที่ยวกับมัน มันจะคอยจ่ายให้ผมซึ่งผมปฏิเสธมันแทบจะทุกครั้ง บางครั้งก็ออกให้มันบ้างด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องเกมส์หรือของเล่นผมไม่ต้องการมันอยู่แล้ว ป๊าผมมีให้ผมไม่ขาดแคลนไม่ต่างไปจากที่สิงโตมีเลย ที่บอกไม่ใช่จะพูดให้ตัวเองดูดีนะครับ แค่อยากให้คุณเข้าใจให้ถูกเท่านั้นครับส่วนคุณจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณแล้วล่ะครับ” พูดอย่างจริงจัง พ่อมันชะงักไปนิด
“ระ...เรื่องนั้นฉันก็พอรู้อยู่แล้ว”น้ำเสียงอ่อนลง “ฉันพอจะรู้มาตลอดนะว่าเธออะเป็นเด็กดี อย่างซินเข้ากับใครไม่ค่อยได้ พอมีเธอเขาก็ดูร่าเริงขึ้น สิงโตที่ชอบทำตัวขรึมๆมันก็ยิ้มได้บ่อยๆ เรื่องนี้ฉันยินดีและขอบคุณเธอนะ” ยิ้ม นั้นคือยิ้มแรกที่ผมได้รับ แต่ผมไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด
“ไม่เป็นอะไรครับ”ผมก็ไม่รู้แล้วว่าเขาต้องการอะไร ใจนึงก็คิดนะ ถ้าผมดีจริงเขาคงไม่ทำกับผมแบบนี้หรอก
“และก็ขอโทษเธอด้วยที่ทำไม่ดีกับเธอ” ลุงแกเดินอ้อมมาจับแขนผมแล้วลูบๆ
“ไม่เป็นอะไรครับ” ผมดึงมือคืนมาแล้วก็ถอยห่าง
“แต่ฉันอยากให้เธอเข้าใจฉันนะ ฉันมีลูกชายคนเดียว” ทำเสียงหดหู่แล้วนั่งข้างๆผม
“เข้าใจครับ” ผมมองเขาไม่ละสายตา
“ฉันก็ไม่รู้ ว่าควรจะทำยังไงต่อ แต่สิงโตและซินโกรธฉัน....ฉันคงเป็นพ่อที่แย่มากเลยสินะ”ทำเสียงเศร้ามากแล้วทำหน้ากังวล
“จริงๆแล้วคุณเป็นพ่อที่ดีนะครับ ดูเป็นห่วงและรักสิงโตกับซินมาก ผมว่าคุณง้อพวกเขาบ่อยๆเดี๋ยวพวกเขาก็หายโกรธคุณเองแหละครับ ผมก็พูดได้แค่นี้ เพราะเมื่อผมโกรธป๊าป๊าก็มักจะง้อผมบ่อยๆ จนผมใจอ่อนเอง” พูดแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข เพราะพูดไปนึกถึงเวลาที่ป๊าง้อผมไป
“เฮ้อ! เธอว่าฉันทำถูกไหมที่ทำแบบนี้” หันมาทำเสียงนิ่งๆ
“คงถูกแล้วแหละครับ” (ยิ้ม) “ผมเชื่อว่าพ่อทุกคนมีเหตุผลของตัวเองนะครับ และเหตุผลของคุณตอนนี้ก็คือการที่ไม่อยากให้สิงโตเดินทางผิด เรื่องนี้ผมเข้าใจดีครับ” ยิ้มแล้วจับมือลุงแก “ผมเป็นกำลังใจให้นะครับ” ยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วก็กระชับมือแน่นๆลุงแกก็มองนิ่งๆ “ผมขอตัวนะครับป่านนี้ป๊าคงรอแล้ว และผมอยากบอกให้คุณรู้นะครับว่าตอนแรกผมโกรธและเกลียดคุณมาก แต่พอผมได้ยินวันนี้ผมเข้าใจและไม่โกรธคุณแล้วครับ และต้องขอโทษคุณด้วยที่ทำท่าทีไร้มารยาทกับผู้ใหญ่ และก็ต้องขอโทษที่ทำให้สิงโตและซินโกรธคุณ ผมจะคุยให้นะครับ” ผมยิ้มให้แกอย่างจริงใจ แกทำหน้าเหมือนสำนึกผิดมาก
“ไม่ต้องขอโทษหรอกฉันต่างหากที่ต้องขอโทษเธอ และขอบคุณมากนะ 2-3 วันมานี่ฉันมองหน้าลูกไม่ค่อยติดเลย”พูดเสียงเศร้า ผมก็พยักหน้าแล้วก็กระชับมือแน่นขึ้น
“ครับไม่เป็นอะไรเลย แล้วทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดี” ยิ้มแล้วคลายมืออก “ผมขอตัวนะครับ” แล้วผมก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู สิงโตกับน้องซินก็ยินรออยู่เหมือนว่าแอบฟังแหละแต่ดูเหมือนห้องนี้จะเก็บเสียงดีด้วยสิ
“พี่นท ป๋าทำอะไรพี่นทหรือเปล่าคะ” จับตัวผมดู ทำเสียงตื่นตระหนกด้วยนะ
“พี่ไม่เป็นอะไรครับ” ยิ้มไอสิงโตก็มองไปทางพ่อมันด้วยหน้าที่ไม่พอใจ ผมก็ไม่สนใจเดินผ่านไป น้องซินก็เดินตามมา
“พี่นทบอกจะไปเล่นห้องซินนี่คะ” ทำเสียงหงอยๆ
“ไปสิครับ พูดแล้วนิเนอะ” ยิ้ม น้องซินยิ้มบานเลย
ผมกับน้องซินก็เดินไปห้องเล่นของน้องกัน ไอสิงโตเหมือนจะเดินเข้าไปคุยกับพ่อมัน พอเข้ามาในห้องน้องซินก็พูดใหญ่เลย จับนู่นนี่ออกมาเล่น ผมก็นั่งมอง น้องซินนี่เด็กน้อยน่ารักจริงๆ.....
“น้องซิน” ผมเสียงหวาน
“คะ” เงยหน้าขึ้นมามองผม
“น้องซินต้องไม่โกรธป๋านะรู้หรือเปล่า” ผมลูบหัวน้องซิน
“แต่ป๋าแกล้งพี่นทนะคะ” น้องทำหน้าไม่พอใจ
“นั่นก็เพราะป๋าของน้องเขามีเหตุผลนะสิ น้องซินสัญญากับพี่นะว่าจะไม่โกรธป๋า” บอกอย่างจริงจังแล้วยกนิ้วก้อยขึ้นมา น้องซินเหมือนลังเลแต่ก็ยอมพยักหน้าแล้วเอานิ้วก้อยขึ้นมาคล้อง
“สัญญาค่ะ” ยิ้มบาน
“งั้นน้องซินต้องไปขอโทษแล้วก็พูดดีๆกับป๋านะครับ ไม่งั้นพี่ไม่เล่นด้วยแล้วนะ”ผมทำหน้างอ น้องซินพยักหน้ารัว
“ได้ค่ะๆ ซินสัญญาซินจะทำตั้งแต่ตอนนี้เลย มาสิค่ะพี่นทต้องดูด้วยนะ” ยิ้มแล้วลุกขึ้นดึงผมให้ตามไปด้วย
น้องซินก็พาผมออกห้องแต่ต้องตกใจนิดนึงไอสิงโตมันมายืนอยู่หน้าห้อง แอบฟังชัวร์เลย ผมคาดว่าเรื่องนี้แม่มันไม่รู้แน่นอน ดูจากอาการแล้ว ป๊าก็ยังคุยไม่เสร็จสักที น้องซินก็ลากผมไปหาลุงโรจน์แล้วก็วิ่งเข้าไปกอดไปขอโทษอย่างที่บอกนั่นแหละ ผมก็มองด้วยรอยยิ้ม น้องซินนี่น่ารักจริงๆ พ่อมันดีใจมากเลยสินะยิ้มใหญ่เลย ส่วนไอสิงโตก็เดินมายืนข้างๆผม....
“มึงก็ด้วยนะ ถือว่ากูขอร้อง”หันไปบอกมันเพราะแน่นอนว่ามันต้องได้ยินที่ผมพูด มันก็พยักหน้าด้วยหน้าเศร้าๆ ผมก็ดันมันเข้าไปนั่นแหละ พ่อมันก็มองมันก็มองพ่อมัน
แล้วมันก็อึกอักนะตอนแรก แต่แล้วมันก็ยอมพูดขอโทษพ่อมันแล้วก็เดินเข้าไปกอด ผมยกนิ้วโป้งให้มันกับน้องมัน พ่อมันหันมายิ้มให้ผมผมก็พยักหน้ารับ แล้วผมก็เดินไปหาป๊าไปนั่งดูเขาคุยกัน ตอนนี้รู้สึกแบบโล่งจริงๆ พ่อมันคงเข้าใจอะไรมากขึ้นแหละมั้ง
ส่วนเรื่องที่ผมกับไอสิงโตต้องเลิกคบกัน ก็คงต้องเป็นไปแบบนั้นแหละ เพราะผมก็เข้าใจพ่อมันดี พ่อมันคงไม่อยากให้ลูกเป็นเกย์ตามแบบคนหัวโบราณ เป็นเรื่องที่ถ้าผมมีแฟน ผมก็กังวลว่าพ่อแม่เขาจะเป็นแบบนี้ เหมือนตอนที่กังวลตอนไปบ้านพี่ไอซ์ตอนแรก ผมเข้าใจแล้ว ว่าการที่เป็นเพศที่ 3 พ่อแม่บางคนก็รับไม่ได้ และไม่ได้เข้าใจไปทั้งหมด ผมที่โกรธพ่อมันเป็นฝืนเป็นไฟ ขอยกโทษให้เขาโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรอีกต่อ.......
กว่าป๊าจะคุยอะไรเสร็จเล่นแบตโทรศัพท์ผมหมดเกลี้ยงเลย ก็เข้าไปในบ้านแล้วก็ร่ำรากันนิดหน่อย ไอสิงโตก็มองผม น้องซินยิ้มใหญ่เลย ผมไม่ได้เป็นคนดีอะไรที่ทำให้พวกเขาเข้าใจกันหรอก แต่ผมไม่ชอบให้ใครต้องมาโกรธเกลียดกันเพราะผม แล้วยิ่งเป็นเรื่องพ่อลูก เรื่องครอบครัวยิ่งไม่ได้เลย ผมไม่โอเค คุณลองคิดสิถ้ามันเกิดขึ้นในบ้านคุณคงไม่มีใครโอเคหรอก แต่ผมว่าสิงโตและซินก็คงรู้สึกผิดอยู่ลึกๆนั่นแหละไม่งั้นคงไม่ยอมขอโทษหรอก ส่วนลุงโรจน์แกคงจะรักลูกมากจริงๆ....
“3 พ่อลูกนี่ยังไง เมื่อวานยังงอนๆกันอยู่เลย” คุณแม่ถามอย่างแปลกใจ
“ไม่มีอะไรแล้วค่ะคุณแม่” ยิ้มอย่างอารมณ์ดี
แล้วก็พูดคุยกันอีกนิดหน่อยป๊ากับผมก็พากันกลับ ไอสิงโตก็มาส่งผมขึ้นรถผมก็ยิ้มให้มัน ผมว่ามันคงเข้าใจผิดว่าทุกอย่างจะต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ผมว่าก็ปล่อยให้มันเข้าใจแบบนี้ไปแหละ เพราะถ้าอธิบายตอนนี้ ทุกอย่างคงแย่ลงกว่าเดิม ป๊าก็พูด ที่ไปคุยกับแม่ไอสิงโตเพราะเขาจะชวนป๊าทำธุรกิจเสื้อผ้าอะไรพวกนั้นผมก็ไม่เข้าใจก็เออออตามไป จนถึงบ้านแม่ก็ยังไม่กลับป๊าบ่นใหญ่เลย แม่ไปปาร์ตี้กับแก๊งแม่ๆในหมู่บ้าน ผมก็ขึ้นบ้านไปแต่ต้องตกใจหนักมาก เพราะไอพี่อ๊อฟมันนอนอยู่บนเตียงผม....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“พี่อ๊อฟ!” เขย่าตัวมัน มันค่อยๆลืมตาขึ้นมา “มาได้ยังไงเนี่ย!” ผมถามอย่างตกใจ
“ก็เดินเข้ามา...” มันยิ้ม ทำท่างัวเงีย
“แต่บ้านผมไม่มีคนอยู่นะ!” มองอย่างตกใจ นี่มันเป็นนักย่องเบาขึ้นบ้านหรือเปล่าเนี่ย
“แม่มึงอยู่เถอะตอนกูมา” มันบอกผมอย่างหงุดหงิด แสดงว่ามันมาตั้งแต่เลิกเรียนน่ะสิ เพราะแม่ผมไปตอนเย็นๆ
“นี่มานานแล้วใช่ไหมเนี่ย!” ผมนั่งลงข้างๆมัน
“ก็ตั้งแต่มึงเดินหนีกู..” กระเถิบมากอดผม
“ไม่ได้เดินหนี คือมันเป็นงี้...” แล้วผมก็เล่าให้มันฟังไป มันเด้งตัวขึ้นมานั่งฟังอย่างตั้งใจอะ พอเล่าจบมันยิ้มบานเลย
“สุดท้ายไอสิงโตก็เลิกยุ่งกับมึง555”พี่อ๊อฟหัวเราะได้ชั่วร้ายมาก
“ให้มันน้อยๆหน่อยเหอะ!” ผมพูดอย่างไม่พอใจ
“แต่ก็สมัยนี้แล้วเนอะ พ่อมันอะไรจะขนาดนั้น!” พี่อ๊อฟทำท่าคิด
“นั่นสิ แต่ก็เข้าใจนะ ไอสิงโตมันเป็นลูกชายคนเดียว พ่อมันคงอยากให้สืบทอดอะไรของเขาแหละมั้ง” ยิ้มพูดแบบไม่ใส่ใจ ว่าแต่พ่อพี่อ๊อฟรับได้ปะเนี่ย ผมเริ่มกลัวแล้ว” ผมกังวลเลย มาเจอแบบนี้
“รับไม่ได้ก็พาหนีเลยสิครับ” มันพูดแล้วก็ล้มตัวนอนตักผม
“เอาดีๆดิ นี่ผมนึกว่ามีแต่ในนิยายนะเนี่ย! ถ้าพ่อพี่อ๊อฟเป็นแบบนี้ผมไม่ช้ำใจตายเลยเหรอ” คิดแล้วก็เศร้า เพราะถึงผมกับครอบครัวพี่อ๊อฟจะดูสนิทสนมกันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรับได้นะ
“เห้ย! ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย กูบอกพ่อกูแล้ว พ่อกูรับได้ ถ้ารับไม่ได้มึงคงเข้าบ้านกูไม่ได้มึงก็รู้” ลุกขึ้นมาพูดแบบจริงจัง แล้วลูบแก้มผม ก็จริงอย่างมันว่านะ เพราะพ่อมันดุมาก เป็นครูสอนยิงปืนผมกลัวจริงๆแต่จะใจดีกับผมมาก ไม่รู้เพราะอะไรอาจจะเพราะที่พี่อ๊อฟไปบอกว่าผมเป็นแฟน?ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้
“แน่ใจเหรอ” ถามอย่างไม่มั่นใจ
“แน่ดิ พ่อกูที่เขาไม่พูดเพราะไม่อยากยุ่งต่างหาก เดี๋ยวเขาจะแกล้งมึง เขายิ่งเอ็นดูมึงอยู่ด้วย เขาเคยบอกไว้” พูดแล้วยิ้ม ไม่เดี๋ยวละม้าง เจอผมทีไรหาเรื่องได้แกล้งตลอด อย่างวันนั้นผมไปหามันที่บ้าน พ่อมันก็ใส่หมวกโม่งถือปืนมาขู่ผม ปลอมเป็นโจรไรงี้ หัวใจผมแทบวาย และอีกเยอะไปหมด
“ก็ดีแล้ว” พูดอย่างโล่งใจ “เออ แล้ววันนี้คุยอะไรกับมันอีก” คิดได้เริ่มไม่พอใจแล้วสิ
“เออๆ เรื่องนี้แหละที่กูมาหามึง” ทำหน้าจริงจังมาก ผมก็ตั้งใจฟัง “ก็วันงานโอเพ้นเฮ้าส์ มันพาแม่มันมาแล้วแม่มันก็ชอบรูปที่กูเคยวาดให้พลอยมัน แม่มันเลยขอให้กูไปวาดให้ ตอนในงานกูปฏิเสธไปแล้ว แต่วันนี้มันยังมาตามตื้อกูอีก เอายังไงดี”
“อยากไปเหรอถึงเอามาคิดมากแบบนี้” ผมมองอย่างจับผิด
“ไม่อยากเลย มันหาข้ออ้างเก่งมาก แถมขู่กูอีกว่าจะไปบังคับครูประจำชมรมกูให้มาบังคับกูให้ไปทำ” มันทำหน้าเซ็งๆ “มึงก็รู้พวกครูชอบมันจะตายกูอึดอัด” พูดอย่างเบื่อหน่าย
“ไม่ต้องไป และไม่ต้องสนใจ พี่ก็รู้ว่าผมไม่ยอมให้ไปหรอก” ผมพูดแบบจริงจัง
“เออขนาดกูอ้างมึงไปแล้วนะ มันก็ไม่ยอมเลิกตื้อและยังบอกอีกว่าไม่ได้คิดไม่ดีอะไร มันจะเอายังไงก็ไม่รู้” ดูมันทำหน้าทำตา
“ไม่ต้องพูดและไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องไป จบไหม” ผมทำเสียงดุ
“เออๆ ไปอาบน้ำไป” แล้วมันก็ลุกขึ้นถอดผ้าแล้วเข้าห้องน้ำไป ผมก็เอาหนังสือออกจากกระเป๋า “เห้ย!มาเร็วๆกูรออยู่”ชะเง้อหน้าออกมาบอก
“อะ....อาบด้วยกันเหรอ?” ถามอย่างตกใจ
“เออดิ” ยิ้มหื่น
“บ้าจริง!” เขินนะ แต่ก็เดินไปถอดผ้าแล้วก็เข้าไปห้องน้ำ คืออะไร?55
ผมก็ต้องตกใจนิดๆไอพี่อ๊อฟมันเปลือยหมดเลย ยืนหันหลังให้ผม ก็ผมใส่บ๊อกเซอร์ ผมก็ยืนหันหลังให้มันแล้วแปรงฟันไป....
“มึงจะใส่เกงเกงเข้ามาทำไม” ถามอย่างหงุดหงิด
“อายนะเว้ย!” พี่อ๊อฟมันเดินมายืนข้างหลัง ซึ่งกระจกมันสะท้อน ทำให้ผมเห็นทุกอย่าง เห็นหมดจริงๆ เล่นผมหน้าร้อนผ่าวไปหมด
“ถอดออก!” บอกอย่างไม่พอใจ ผมเขินนะเนี่ย
“ถอดให้หน่อยดิ” พูดแล้วหลบตามัน แรดสุดๆ
พี่อ๊อฟก็จับขอบกางเกงแล้วรูดลง ผมก็ยกขาให้มันเอาออกให้แล้วมันก็เอาไปไว้ในตะกร้าข้างนอกห้องน้ำ แล้วมันก็เดินเข้ามาอาบน้ำ ก็อาบกันไป พี่อ๊อฟทำให้ผมมีอารมณ์นะเนี่ยตอนมันถอด มันลูบต้นขาผมไปด้วย ขนลุกไปหมด ผมก็อ่อยมันบ้างแกล้งเอามือไปโดนของมันบ้าง มันก็ดูเหมือนจะมีอารมณ์ เพราะส่วนล่างของมันก็ชี้ฟูแล้วแต่มันก็ทำไม่สนใจ เหมือนมันแกล้งผม ก็อาบกันไปพลัดกันสระผมไปถูหลังให้กันจนเสร็จ พี่อ๊อฟก็ดูจะไม่ทำอะไรล่วงเกิน ผมหงุดหงิดจริงๆผมก็ไม่ได้รักนวลสงวนตัวขนาดนั้นจะทำอะไรก็ทำเถอะ อ่อยขนาดนี้แล้วนะเนี่ย ฮึ่ย!จริงๆปกติก็ไม่ได้อาบด้วยกันอยู่แล้ว แล้ววันนี้คือมาทำให้อยากแล้วก็จากไป คืออะไร?...
“คือแค่อาบน้ำด้วยกันงั้นเหรอ”ผมถามอย่างเซ็งๆขณะเช็ดตัว
“ก็อาบดิ มึงจะทำอะไร” มันพูดอย่างไม่ใส่ใจ ผมกรอกตาอย่างเหลืออด
แล้วมันก็เดินไปแต่งตัว ผมก็เช็ดตัวอย่างหงุดหงิดค้างเลย แล้วผมก็ไปแต่งตัว แล้วเดินไปนั่งข้างๆมันบนเตียง....
“พี่อ๊อฟ” ทำเสียงหวาน
“อะไร” มันก็นั่งเล่นเกมส์ในโทรศัพท์ไปปากก็ตอบแต่ไม่หันมามองผมคืออะไร ไอนี่นิ!
“เอาจริงๆก็คือไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?” ถามแบบติดไม่พอใจนิดหน่อย
“จะให้กูรู้สึกอะไร หืม?” หันมามองผมด้วยหน้านิ่งๆผมก็มองแบบเซ็งๆเลย ไอว้อน ทำไมมึงไม่รู้ว้า555  “เฮ้อเมื่อยหลังจัง” แล้วมันก็ล้มตัวนอนไป
“ไอพี่อ๊อฟ!” ผมดึงโทรศัพท์ออกจากมือมัน
“อะไร” ถามอย่างใสซื่อ
“เอ่อคือ...” มันควรต้องพูดเหรอวะ โอ้ย!อายนะเว้ย!
“ไปปิดไฟด้วยกูจะนอนแล้ว” พูดเสียงนิ่งแล้วมันก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่ม
“เออก็ได้โว้ย!” ผมพูดอย่างหงุดหงิด เอาจริงๆคือหมดอารมณ์แล้วแม่งตายด้านหรือยังไง
ผมก็เดินฟึดฟัดไปปิดไฟแล้วก็ขึ้นนอน นอนหันหลังให้มันนั่นแหละ ก็ตั้งแต่เป็นแฟนมันมา มันไม่เคยจะทำอย่างว่าเลย นอกจากตอนนั้นที่ผมทำมันเอง และหลังจากนั้นคือไม่มีเลย ทำไมไม่เห็นเหมือนคนอื่นๆเลย เฮ้อ! คิดแล้วเซ็ง ผมก็คิดไปคิดมาก็หลับตาลง.....
“หันมานี่ ยังไม่คิสก่อนนอนเลยนะ” ทำเสียงงัวเงีย
ผมก็หันไป เอาปากตัวเองโน้มไปจูบปากมัน แถมด้วยการกัดริมฝีปากมันด้วย....
“โอ้ย! กัดทำไมวะ” มันถอยห่างแล้วจับปาก
ผมก็ไม่ตอบอะไรนอนหันหลังให้มัน บอกตรงงอนหนักมาก อะไรกันนี่ไม่รู้จริงๆเหรอเนี่ย แล้วผมก็หลับไปนั่นแหละมันก็มากอดผมจากด้านหลัง ผมก็ไม่สนใจนอนไปเลย พอเช้ามามันหายไปไหนแล้วไม่รู้ ของมันก็หายไปด้วยคงกลับบ้านไปแล้ววันนี้วันหยุด ผมไม่รู้มันเป็นบ้าไปแล้วหรือเปล่าคืออยากทำอะไรก็ทำ ผมก็คิดไปทั่วแล้วก็ลุกไปอาบน้ำทำอะไรไป จนใกล้ๆเที่ยง ไอพี่อ๊อฟมันโทรมาบอกจะไปพาไปหาอะไรกิน ผมก็เออออไป แล้วก็มานั่งดูทีวีรอมันกับแม่นี่แหละ พอมันมาผมก็ไปด้วยหน้านิ่งๆ ไม่ถามอะไรมันเลย มันก็พูดคนเดียวไป จนถึงห้าง....
“เป็นอะไร เงียบทำไม” ถามผมอย่างสงสัย ผมก็มองมันแบบเบื่อๆ “โกรธกูที่กูหนีกลับมาก่อนเหรอ” ยิ้ม ผมก็มองมันนิ่งๆ “พ่อกูให้ไปช่วยยกของแต่เช้าเห็นมึงนอนสบายอยู่เลยไม่อยากปลุก” ทำเสียงหวาน ผมก็พยักหน้า “กินอะไรดี” หันมาถาม
“แล้วแต่” พูดนิ่งๆ
“นี่ดีกว่า ปะ!” ดึงมือผมเข้าร้านอาหารญี่ปุ่น
ผมก็นั่งนิ่งๆ มันก็สั่งไปผมไม่ต้องทำอะไรมันสั่งให้ผมเลย ประมานว่าอวดรู้ว่าผมต้องอยากกินอันนี้แน่ๆ.....
“หิวเหรอ? แปปน่าสั่งไปแล้ว” มันพูดอย่างอารมณ์ดี
“เฮ้อ!” ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายแล้วล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น
“คุยกับใคร!” มันลุกมาดึงโทรศัพท์ผมไปดู “โอ้โหๆ! เกินไปแล้วไอนท คุยกับใครเยอะแยะเนี่ย” พูดอย่างหงุดหงิดแล้วก็ดูโทรศัพท์ผมไป
ผมก็ไม่ตอบอะไรมันก็บ่นๆอยู่คนเดียวมันนั่นแหละ จนของที่สั่งมาเสริฟผมก็นั่งกินไปเงียบๆ มันก็บ่นไป เอาจริงๆคือมันแกล้งไม่รู้หรือไม่รู้จริงๆเนี่ย ผมงอนยังไม่รู้อีกเหรอ น่าโมโหจริงที่ต้องมางอนมันเพราะเรื่องน่าอายแบบนี้ คิดแล้วก็ตลกจริงๆ พอกินกันเสร็จก็พากันไปเดินเล่น ผมก็ตอบมันบ้างนะเออๆออๆตามมันไปนั่นแหละ......
“เป็นอะไรไอนท นี่กูพามาเที่ยวมันน่าเบื่อขนาดนั้นเลยเหรอวะ” พูดขณะเดินดูปลาในตู้โชว์กลางห้าง
“เปล่า” มองมันแล้วก็ตอบนิ่งๆแล้วหันไปดูปลาต่อ
“แล้วมึงเป็นอะไรวะ ตั้งแต่มาแล้วนะ!” นี่มันจะโกรธหรืออะไร พูดไปยิ้มไปไอเวรนี่นะ
“ประสาทป่ะ” ผมมองมันอย่างรำคาญ
แล้วผมก็เดินหนีมันไปทางอื่น มันก็เดินตามมาพูดกระแนะกระแหนผม หาว่าผมเบื่อมันนู่นนี่นั่น ผมก็ทำไม่สนใจเดินดูไปเรื่อยๆแหละ……….
“งั้นกลับเลยไอนท” มันเริ่มหงุดหงิดแล้วสินะ
“ อืม ” ผมพยักหน้าตอบ
มันก็เดินนำผมไป ผมก็เดินตามมันไป อยู่ๆก็เป็นอะไรของมัน แล้วก็พากันกลับไปบ้านมันทำไมก็ไม่รู้?.....
“มาทำไม” ผมถามอย่างสงสัย
“ทำไม มึงมาบ้านกูไม่ได้เหรอ” มันทำหน้าทำตาน่ากระโดดตบสักที
ผมไม่ตอบมัน แล้วก็เดินนำมันเข้าไปเลย วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน ผมก็นั่งรอตรงโซฟานี่แหละ สักพักมันก็เดินเข้ามา....
“ขึ้นไปบนห้องกัน” ยิ้ม ผมว่ามันบ้าไปแล้วแหละ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเดี๋ยวกวนตีน ผมมองมันอย่างรำคาญ แล้วเดินขึ้นไปข้างบนแล้วเข้าห้องมันไปนั่งบนเตียงมันก็เอากระเป๋าตังโทรศัพท์ไปวางไว้บนโต๊ะ แล้วมานั่งข้างๆผม “เป็นอะไร” ถามผมอย่างอ่อนโยน
“เปล่า แค่ง่วง” หันหน้าหนีมัน
“งั้นนอนสิ” จับหมอนมาวางตรงตักมัน
“ไม่ง่วงแล้ว” ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
“เฮ้อ! โอเคๆ มึงนี่เกินไปจริงๆ” ยีหัวผม ผมมองมันตาขวาง “ทำไม มึงโกรธกูเพราะกูไม่ยอมทำกับมึงงั้นเหรอ” ถามไปยิ้มไป ผมชะงักไปนิด ก็สงสัยอยู่แหละว่ามันแกล้งหรือเปล่า ซึ่งมันก็จริงผมก็มองมันนิ่งๆ
“เปล่า” แล้วหันมองโทรศัพท์ต่อ
“มึงไม่คิดเหรอว่ากูก็อยากทำ” โน้มหน้าเข้ามาใกล้ๆ ผมถอยห่างนิดหน่อยแล้วมองหน้ามัน
“แล้วทำไมไม่ทำเล่า” พูดแล้วก็อายจริงๆ พี่อ๊อฟมันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“กูเห็นมีคนแอบฟังอยู่หน้าห้องน้ำ ไม่รู้ว่าป๊าหรือเปล่า ไม่งั้นกูทำไปนานแล้ว” ยิ้มแล้วยักคิ้วให้ผม ผมตกใจสิ
“พี่เห็นได้ยังไง เราปิดประตูนะ” ผมพูดด้วยความตกใจ
“เงาใต้ประตู เห็นยืนอยู่กูว่าไม่ใช่ผีคนแน่ๆ มึงก็ให้ท่าจัง กูเก็บอารมณ์แทบไม่อยู่” พูดอย่างเซ็งๆ
“ป๊าแน่เลย ชอบทำอะไรก็ไม่รู้” คิดแล้วก็น่าโมโห คราวที่แล้วป๊าก็แอบดูผมกับพี่ไอซ์ แล้วก็เอามาพูดล้อ นิสัยไม่ดีจริงๆ
“หายงอนได้หรือยัง” มันยิ้มทำหน้ากวน ผมก็เขินอะสิ บ้าที่สุด!
“ไม่ได้งอนอะไรโว้ย!” ผมพูดกลบเกลื่อน
“ป๊าทำไมชอบเข้ามาในห้องมึงวะ ทุกครั้งที่กูไปนอนกับมึงเลย ตอนที่มึงอาบน้ำชอบเข้ามาเดินดูนู่นนี่ไปทั่ว กูถามก็บอกแค่มาดูนทเฉยๆ แล้วก็ออกไป” พี่อ๊อฟทำหน้าสงสัย
“ป๊าเป็นแบบนั้นแหละ อย่าไปสนเลย แค่หาเรื่องเอาไปล้อผมนั่นแหละ” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
เพราะป๊าชอบเข้ามาเช็คของห้องผม อย่างการ์ตูนเรื่องโปรดผม ป๊าก็มักจะซื้อเล่มที่ผมไม่มีให้ตลอด หรือพวกเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ป๊าจะมาดูให้เสมอ ส่วนแม่ก็มักจะไม่ยุ่งเพราะป๊าเป็นคนออกตัง 555 แม่ก็แค่เป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดีไป....
“แล้วจะทำเปล่า” มันโน้มหน้ามาใกล้ๆผม ผมรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้า
“ทำอะไรเนี่ย” หันหน้าหนีเพราะเขินหนักมาก
มันกดผมลงเตียง แล้วก็โน้มหน้ามากระซิบผม...
“ก็ทำ...ที่มึงอยากทำไง” มันงับหูผมเบาๆ
และหลังจากนั้นคงไม่ต้องเดา จัดหนักจัดเต็ม จนเย็น เอาจริงๆที่งอนก็เพราะคิดว่ามันเบื่อผมหรือเปล่า ทำไมไม่ยอมทำบ้าง นอยมากพอคิดถึงตรงนี้ และอีกเรื่องคือนอยที่มันทำผมค้าง พอหลังจากเสร็จกิจกรรมอันแสนสุขใจ? ผมก็นอนไปหลับไปเลย เพราะเมื่อยมาก เหล็กจัดฟันพี่อ๊อฟบาดปากและตามตัวผมไปหมดเจ็บแต่ก็ต้องทน เพราะว้อนท์เอง จนค่ำพี่อ๊อฟก็ปลุกผมไปอาบน้ำ แล้วก็ลงไปกินข้าวกับครอบครัวพี่อ๊อฟ ก็คุยกันไปทั่ว พอเสร็จผมจะกลับพี่อ๊อฟก็ไม่ยอม มันบอกให้นอนนี่ แถมยังโทรไปบอกป๊าให้ด้วยนะ เกินไปจริงๆ แล้วก็พากันขึ้นห้อง....
“นท จัดเตียงดีๆ” หันมาบอกผมที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ
ผมก็จัดเตียงไป มันก็เข้าห้องน้ำ เอาจริงๆคือนี่เตียงคนหรือเปล่า ถ้ามันจะเละขนาดนี้ คิดสภาพนะผ้าปูหลุดทั้งสี่มุมไปกองอยู่กลางเตียงกับผ้าห่มและหมอน โอ้โห! เล่นเหนื่อยเลยนะ ไอพี่อ๊อฟก็ออกมาช่วยทำเสร็จก็นั่งเล่นกัน พี่อ๊อฟก็เล่นโทรศัพท์ไป ผมก็หยิบขึ้นมาเล่นบ้าง ไอสิงโตก็โทรมาทักแชทมา และคนอื่นๆเพื่อนฝูงเอย เพื่อนต่างโรงเรียนเอยและใครต่อใครมากมายไปหมด ผมก็ตอบแชทไป...
“พรุ่งนี้กูไปสนามกับพ่อไปกับกูนะ” บอกอย่างอ้อนๆ สนามยิงปืนสินะ
“ป๊าให้ไปธุระด้วย” บอกปัดไป ผมไม่อยากไปกับพ่อพี่อ๊อฟ เขาชอบแกล้งผม หาอะไรมาแกล้งผมตลอด  อีกอย่างผมเบื่อด้วย ผมไม่ค่อยชอบเสียงปืน หรือ เสียงดังๆแบบนั้น ผมขี้กลัวน่ะ
“โอเคๆ” มันพยักหน้ารับรู้
แล้วก็คุยไปเล่นกันไป จนนอนนั่นแหละ พอเช้ามามันก็มาส่งผมที่บ้าน แล้วก็ร่ำรากันสะนานเลย กว่ามันจะยอมไป ผมก็เดินเข้าไปบ้าน ป๊าบ่นผมหนักเลย ผมก็หนีขึ้นบ้านไปทำการบ้านสักหน่อย พอทำอะไรเสร็จก็เปิดคอมเล่นไปทั่ว คนทักมาเรื่อยๆ ผมก็มองผ่านๆอยู่เรื่อยๆ ขี้เกียจตอบ ....
แกร๊ก! ผมหันไปมองป๊าเปิดประตูเข้ามา...
“นทวันนี้ไปกับป๊าไหม” เดินเข้ามาจับไหล่ผม
“ไม่อ่ะ” ตอบอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็เล่นคอมต่อ
“เฮ้อ! งั้นโน๊ตมันก็คงน้อยใจแย่เลยเนอะ ว่าจะไปหามันสักหน่อย” ผมหันขวับเลย
“จริงเหรอป๊า!”  ยิ้มบานเลยสิผม
ผมไม่ได้เจอพี่โน้ต 3-4 เดือนกว่าได้แล้วมั้ง ตั้งแต่พี่โน๊ตไปเรียนมหาลัย เขาก็ไม่ได้กลับบ้านเลย ก็จะมีโทรคุยกันบ่อยๆแต่ก็ไม่รู้สึกดีเท่าเจอกันหรอกมั้ง พอได้จังหวะจะไปหาผมก็ไม่ว่างสะงั้น ก็มีแต่ป๊ากับแม่ที่ได้ไปหาบ่อยๆแต่ผมไม่เลย แล้ววันนี้ก็โอกาศดี ผมก็แต่งตัวเตรียมพร้อม วันนี้ที่ป๊ามาชวนก็นึกว่าจะชวนผมไปดูป๊าตีกอล์ฟคือมันน่าเบื่อมาก เป็นอะไรที่น่าเบื่อที่สุดสำหรับเด็กอย่างผม พอทำอะไรเสร็จผมก็ลงไปหาป๊าและแม่ เราก็พากันไปมหาวิทยาลัย ป๊าบอกไปรับพี่โน๊ตไปหาอะไรกินกัน พอไปถึงพี่โน๊ตก็นั่งรออยู่หน้าหอแล้ว...
“พี่โน๊ต!!!!” เปิดประตูลงจากรถแล้วก็ตะโกนและวิ่งไปกอดพี่โน๊ตเลย
“ไม่ต้องมาอ้อนเลยไอตัวดี” ดันผมออกทำหน้ากวนๆ “ไม่เคยมาหาพี่เลย” ทำหน้านอย
“ก็ป๊าไม่ยอมพามาอะพี่โน้ต” ชี้ไปทางป๊าที่กำลังเดินมากับแม่
“ป๊าฟ้องพี่หมดแล้ว ว่าเรามัวแต่บ้าผู้ชาย จนลืมพี่” ทำหน้างอนได้น่ารักจริงๆ
“พี่โน๊ต ขอโทษๆ มาแล้วนี่ไง” กอดแขนพี่โน๊ตแล้วเอาหน้าถูแขน
“รู้แล้วน่า พี่เคยโกรธนทเหรอ” พี่โน้ตยิ้มให้ผม พี่โน้ตนี่น่ารักตลอด “ป๊าโน๊ตพาเพื่อนไปด้วยได้ไหม” หันไปคุยกับป๊า
“เพื่อนหรือแฟน?” ผมมองอย่างจับผิด
“อย่าเยอะๆ” พี่โน้ตเคาะหัวผม
“ไปดิ เขาจะอึดอัดหรือเปล่าเราไปกันแบบครอบครัวนะ” ป๊าถามอย่างเป็นห่วง
“คงไม่อึดอัดมั้งครับ” พี่โน้ตทำหน้าไม่มั่นใจ ใครกันอยากรู้แล้วสิ
แล้วก็ยืนคุยกันไปสักพักเพื่อรอเพื่อนของพี่โน๊ต “น้องนท!” ผมหันไปมองตามเสียง พี่อาร์ม! อยู่มหาลัยนี้หรือเนี่ย ผมก็หันไปยิ้มให้...
“พี่อาร์มดีครับ” ผมทักทายตามมารยาท
“แล้วนี่” พี่อาร์มชี้ไปทางป๊าและแม่กับพี่โน๊ต
“อ้อ! นี่ป๊าแม่และพี่โน๊ตพี่ชายผม” ผมบอกอย่างอารมณ์ดี
“นทไปรู้จักกับมันได้ยังไง” พี่โน้ตถามด้วยความไม่พอใจ
“พี่ชายพี่ไอซ์รุ่นพี่โรงเรียน” ผมบอกอย่างไม่ใส่ใจ
“น้องนทอย่าลืมที่สัญญากับพี่ไว้ล่ะ” พี่อาร์มเข้ามากระซิบผม “ที่จะไปกินข้าวบ้านพี่” แล้วผละออกมายิ้ม
“อื้มไว้ผมว่างๆนะครับ”(ยิ้ม)
“ไปได้แล้วนท ไม่ต้องไปยุ่งกับมันมากหรอก” พี่โน้ตดึงผมให้กลับไปที่รถ พี่อาร์มก็โบกมือบ๊ายบายผมแล้วก็เดินไป
“พี่โน๊ตเป็นอะไรเนี่ย” ผมพูดแล้วรั้งตัวเองไว้
“อย่าไปยุ่งกับมันนะนท มันนิสัยไม่ดีนะนั่น” พี่โน้ตพูดแล้วทำหน้าหงุดหงิด
“นิสัยไม่ดียังไง?” ผมทำหน้าสงสัย ตอนนี้ป๊ากับแม่ไปรอในรถแล้วเพราะมันร้อนไง
“อย่าไปยุ่งกับมันก็พอ โอเคไหม” พี่โน้ตพูดอย่างใจเย็น
“อื้มๆรู้แล้วๆ” ผมบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ พี่อาร์มดีกับผมจะตาย ไม่เห็นจะนิสัยไม่ดีอะไรเลย
แล้วก็ยืนรอเพื่อนพี่โน๊ตไป นานไปหน่อยนะ พอมาถึงเป็นผู้หญิงครับ เอิ่ม! คงไม่ใช่เพื่อนหรอกกระหนุงกระหนิงแบบนี้ เห็นแล้วหงุดหงิด หน้าตาน่ารักเชียว ขาวสวยเลยหมวยแหละดูเฟลนลี่แต่ทำไมผมรู้สึกไม่ค่อยชอบพี่เขาสักเท่าไหร่...
“โน้ตรอนานไหม” เสียงหวานเชียว
“นิดหน่อย”(ยิ้ม)
“แล้วนี่” นางชี้มาทางผม
“อ้อ! นี่นท น้องชายเรา นทนี่พี่ตอยแฟนพี่เอง” พี่โน้ตยิ้มเขินๆ
“พี่โน๊ตไหนบอกเพื่อนไง” ผมทำหน้ามุ่ย
“เอาน่า” พี่โน้ตพูดพร้อมเอามือลูบหัวผม
“น้องโน๊ตน่ารักจังเลย” พี่ตอยบอกผมก็ทำหน้านิ่ง
“นทไปรอบนรถนะ” ผมบอกเสร็จแล้วก็เดินไปขึ้นรถ
แล้วสองคนนั้นก็ตามมาเหมือนป๊ากับแม่จะรู้อยู่แล้ว แล้วทำไมผมไม่รู้ ป๊ากับแม่ก็ไม่เห็นเล่าให้ฟังเลย ผมเป็นโรคขี้หวงพี่ชายอยู่ด้วย คิดแล้วหงุดหงิดจริงๆ มานั่งมุ้งมิ้งกันข้างๆผมเนี่ย!.....
“นททำหน้าให้มันดีๆหน่อย ไม่ดีใจหรือยังไงมาเจอพี่โน้ต”ป๊ามองผ่านกระจกแล้วบอกผม แม่ก็หันมาดู
“เป็นอะไรนท ไม่สบายหรือเปล่า” แม่หันมาถามอย่างเป็นห่วง
“เปล่านทไม่ได้เป็นอะไร” ผมยิ้มส่งไปให้แม่
“ไหนเรายังไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกันเลยนะ” โอบไหล่ผม ผมกับพี่โน้ตชอบถ่ายรูปด้วยกันมากเลย
“ไม่เอา” ผมดึงแขนพี่โน้ตออก
“นทเป็นอะไรเนี่ย!” พี่โน้ตลูบหัวผม
“เปล่า” ผมเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น
แล้วพวกเขาก็คุยกันไปสนุกเชียว ผมไม่พอใจยังไงก็ไม่รู้ ทุกครั้งที่พี่โน๊ตมีแฟน พวกผู้หญิงพวกนั้นก็ไม่ดีกันสักคน แล้วคนนี้มันจะดีจริงๆเหรอผมไม่อยากเห็นพี่โน๊ตเสียใจผมบอกเลย ผมก็นั่งทำหน้าเป็นตูดตลอดทางนั้นแหละ แล้วก็พากันมาเดินห้าง เดินดูนู่นนี่แล้วก็พากันไปกินอาหารญี่ปุ่น.....
“พี่สั่งให้นทเอง พี่รู้ดีเราชอบอะไร” พี่โน้ตยิ้มอย่างอบอุ่น
“น่ารักจังเลยนะพี่น้องคู่นี้” ยิ้มมองผมอย่างเอ็นดูผมก็มองนิ่งๆ
“2 คนนี้เป็นอย่างนี้แหละ มันรักกันยิ่งกว่าอะไรดี ยิ่งโน๊ตนี่นะรักน้องมันที่สุดเลย” ป๊าพูดแล้วทำหน้าภูมิใจ
“ค่ะ โน้ตเล่าถึงน้องนทให้ฟังตลอดเลย” พี่ตอยยิ้ม
แล้วก็คุยโม้กันไป ผมก็นั่งกินนิ่งๆเซ็งๆ อะไรก็ไม่รู้กินไปสักพักแม่ก็ไปเข้าห้องน้ำ พี่ตอยก็ไปด้วย ผมก็นั่งกับป๊าและพี่โน๊ต ก็นั่งกินไปคุยไป....
“ไหนนทบอกคิดถึงพี่โน๊ตไง แล้วนี่อะไร” ป๊าถามอย่างอารมณ์ดี
“ป๊าทำไมไม่บอกว่าพี่โน๊ตมีแฟน” ผมถามป๊าอย่างไม่พอใจ
“ก็พอนทรู้ก็เป็นสะแบบนี้แหละ” พี่โน้ตพูดอย่างไม่พอใจ
“นทเป็นยังไงพี่โน๊ต” ถามอย่างไม่พอใจ
“อย่าทะเลาะกันนะ” ป๊าพูดเสียงแข็ง
ผมก็นั่งเงียบ พี่โน๊ตก็ชวนคุยผมไม่ชอบที่พี่โน๊ตมีแฟนอันนี้ยอมรับ ไม่ได้หลงรักพี่ชายตัวเองแต่อย่างใด เข้าใจไหมว่าหวง คิดแล้วก็นอยจริงๆ ผมก็นั่งกินเงียบๆไป แล้วสักพักแม่กับพี่ตอยก็เข้ามาก็นั่งคุยไปกินไปอีก....
“ป๊า นทจะไปเดินเล่นนะ นทจะกลับเอง” ผมเบื่อฟังพูดเชยชมกันอยู่นั่นแหละ
“ได้ยังไงนท มาด้วยกันก็กลับด้วยกัน ป๊าไม่ให้ไป!” ป๊าพูดเสียงดุ
“จะไปไหนนท เป็นอะไรนักหนาเนี่ย” พูดอย่างเซ็งๆ ก็เพราะว่าพี่โน๊ตมีแฟนแล้วน้องคนนี้ก็เลยน่ารำคาญสินะ
“เป็นอะไรนท มานี่สิ” แม่ดึงผมไปนั่งข้างๆ
“เปล่า นทนัดเพื่อนไว้แถวนี้ นทขอไปนะแม่” หันไปอ้อนแม่แทน
“ป๊าไม่ให้ไป นั่งลงแล้วกินไปนท อย่ามีปัญหาได้ไหม” ป๊าเริ่มเสียงดัง
“นทมีเหตุผลหน่อยสิ เราไม่ได้เจอกันบ่อยๆนะนท” พี่โน้ตพูดอ่อนลง
ผมก็มองนิ่งๆไม่พูดอะไร แล้วป๊าก็เริ่มว่าผม พี่โน๊ตก็พูดขัดป๊าบ้างเพื่อจะช่วยไม่ให้ผมโดนบ่น ผมหน่ายจริงๆ....
“นท กินนี่สิอร่อยนะ” พี่ตอยหยิบปลามาให้ผม ผมก็มองนิ่งๆแล้วเขี่ยไปไว้ตรงขอบจาน
“นท! รักษามารยาทด้วย” ป๊าพูดเสียงแข็ง
“ก็นทไม่ชอบกินปลาอะ!” ผมพูดเสียงดัง
“มาๆพี่กินเอง” พี่โน้ตหยิบไปกิน
“นทไปเข้าห้องน้ำนะ” ผมพูดแล้วก็ลุกขึ้น
“เอาโทรศัพท์กับกระเป๋าตังมานี่” รู้ทันอีก ผมก็หันไปมอง
“แค่ไปเข้าห้องน้ำนะป๊า อย่าหาเรื่องได้ไหม” ผมพูดอย่างไม่พอใจ
“นท!” ป๊าพูดเสียงดุ
“ป๊าเดี๋ยวโน๊ตไปส่งนทก็ได้” พูดเพื่อไม่ให้ป๊าดุผม
“แค่จะไปเข้าห้องน้ำอะไรนักหนาอะ” ผมทำไม่พอใจแล้วก็เดินไปเลย ป๊าก็เรียก ผมก็ไม่สนใจเดินต่อไป
ผมเข้าห้องน้ำล้างหน้าสักหน่อย รู้สึกน้อยใจพี่โน๊ตมาก ส่วนป๊าจะดุมันก็ถูกแล้วเพราะผมมันเอาแต่ใจเอง น่าเบื่อจริงๆ ผมก็เดินเข้าไปนั่งเล่นในห้องน้ำเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น คิดได้ก็โทรหาแม่ บอกว่าจะไปเดินเล่นแล้วจะกลับเอง ขอโทษแม่ไปด้วยแม่ก็เข้าใจ ผมก็ออกไปแล้วไปเดินเล่น คิดอะไรเรื่อยเปื่อย แล้วผมก็ไปหาร้านกาแฟนั่งชิวๆเล่นโทรศัพท์ไปพี่โน๊ตก็โทรหาผมเรื่อยๆผมก็กดตัดสายทิ้งไปเลย นั่งไปสักพักผมก็เช็คบิลแล้วก็ไปหาเดินเล่น จะโทรหาพี่อ๊อฟก็ไม่มีอารมณ์ไม่อยากเจอใครอะ เดินไปเดินมาก็รู้สึกเบื่อผมก็ไปโบรถกลับบ้าน
พอถึงบ้านก็ยังไม่มีใครกลับมา ผมก็ขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็นอนเล่น นอนไปนอนมาก็หลับไป ตื่นมาอีกทีฟ้าก็มืดไปแล้ว ผมได้ยินเสียงข้างล่างป๊ากับแม่คงกลับมาแล้ว ผมก็ไม่สนใจอะไร ป๊ากับแม่ก็มาเคาะประตูผมก็เงียบ ประมาณว่าหลับไปแล้วจริงๆไม่อยากคุยอะไรตอนนี้

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
พอมาอีกวันผมก็ตื่นเตรียมตัวไปโรงเรียนตามปกติ ป๊าก็มาถามมาเซ้าซี้อะไรก็ไม่รู้ ผมก็ไม่คุยด้วยเพราะยังงอน ผมก็คุยแต่กับแม่ไป จนพี่อ๊อฟมารับพอพี่อ๊อฟมารับก็บ่นอีกว่าทำไมเมื่อคืนไม่รับสายนู่นนี่นั้น ผมก็แถไป พอถึงโรงเรียนก็แยกกันผมก็ไปหาเพื่อนที่กำลังนั่งโม้กันอย่างเมามันส์......
“ไอนททททท! มานี่เลยๆ” ไอมินพอมันเห็นผมวิ่งมาลากผมด้วยหน้าตาตื่นๆ
“มีอะไรกันวะ?” ถามอย่างสงสัยแล้วนั่งลงข้างปอ
“มึงคืนดีกับไอสิงโตแล้วเหรอ?” ปอถามผมชะงักไปนิด พวกมันยิ้มกันใหญ่เลย
“ทำไมวะ?” ผมทำหน้างง
“ก็ไอมินอะดิ บอกว่าไอสิงโตบอก” ไปปอทำหน้านิ่งๆ
“ตกลงมันเป็นยังไงมึง” ไอนัทหันมาถามพร้อมทำหน้าเคร่ง
“เฮ้อ! คือมันเป็นงี้มึง.............” (ผมก็เล่าให้พวกมันฟังไป) “มันก็แบบนี้แหละ”(ยิ้ม)
“เดี๋ยวนะ เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมก็ได้นี่!” ไอมินทำหน้าสงสัย
“แต่มันชอบกูนะเว้ย! กูอะเป็นเพื่อนกับมันได้อยู่แล้ว แต่มันคิดแบบกูหรือเปล่าใช่ไหม กูว่าอยางนี้ดีที่สุดแล้ว” ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“เออก็จริงนะมึง เหมือนยิ่งไปสานต่อความรู้สึกมัน” ไอมินทำท่าคิด
“ซับซ้อนดีมึง กูมึนๆ” ไอวิวทำหน้างง
“ยังไงก็ได้มึง เอาที่มึงสบายใจกูเข้าใจ” ไอนัทพูดพร้อมยิ้มออกมา
แล้วเราก็นั่งคุยกันไปนั่นแหละ จนได้เวลาเข้าเรียนเราก็เรียนกันไป จนพักเที่ยงป๊าก็โทรมา.....
“นทวันนี้ป๊าจะไปรับนะ” ป๊าพูดอย่างอารมณ์ดี
“นทจะกลับกับพี่อ๊อฟ” พูดน้ำเสียงนิ่งๆ งอลอยู่
“นทเลิกงอลได้แล้ว พี่โน้ตเขาโตแล้วนะ” ป๊าพูดน้ำเสียงเหนื่อยๆ
“ก็เรื่องของพี่โน๊ตดิป๊า นทไม่ว่างแล้วนทจะกินข้าว!” พูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆแล้วก็ว่างสายไป
“เป็นอะไรวะมึง ทะเลาะกับที่บ้านเหรอ”ปอหันมาถามผมขณะนั่งกินข้าว
“เปล่าๆไม่มีอะไร” ผมยิ้มอ่อน
“มีอะไรบอกได้นะเว้ย!” ไอมินพูดอย่างเป็นห่วง
พวกมันก็ถามกันไป ผมก็หันไปยิ้มให้พวกมันนั่นแหละ แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินข้าว กินเสร็จก็ไปหาขนมขึ้นห้องไปนั่งรอเรียน...
“มึงพี่โน๊ตโทรมา” ไอวิวยื่นโทรศัพท์ผมมาให้ผม มันเอาของผมไปเล่นเกมส์
“ตัดสายไปเลยมึง กูไม่อยากคุย” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็ก้มทำงานที่จะส่งคาบต่อไป
“ฮัลโหลครับพี่โน๊ต” ไอนัทมันกดรับสาย ผมหันควับเลย “อ้อ!นทอยู่ครับ มันกำลังอยากคุยกับพี่เลย อะ” ไอนัทยื่นโทรศัพท์มาให้ผมผมรับมากำลังจะกดวาง “อย่ากดวางนะมึง” มันชี้หน้าผมแล้วทำหน้าโหด
“ว่า” ผมเอามาแนบหูแล้วก็คุย
“นทพี่ขอโทษ อย่าเป็นแบบนี้สิ พี่ไม่ชอบเลยนะ” พี่โน้ตพูดน้ำเสียงเศร้าๆ
“……”(เงียบ)
“นท นี่จะไม่คุยกับพี่เหรอ” พูดด้วยน้ำเสียงหงอยๆ
“นทไม่ว่างทำการบ้านอยู่” ผมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“นท ตอยไม่เหมือนคนอื่นๆ นทเข้าใจพี่หน่อยนะ” พูดเพื่อ?
“แล้วบอกนททำไม มันเรื่องของพี่โน้ตนี่” ผมพูดแล้วก็น้อยใจ
“พี่ไม่ได้รักเราน้อยลงนะนท อย่าทำเสียงแบบนั้นสิ” พี่โน้ตทำน้ำเสียงติดกังวล
“นทต้องวางแล้วพี่โน้ต” แล้วกดวางสายไปเลย ผมน้อยใจพี่โน้ตมากเลย
“ไหวไหมมึง” ปอถามอย่างเป็นห่วง ผมก็พยักหน้า
“มึงอะไอนัท เสือกไม่เข้าเรื่อง ดูดินทร้องเลย!” ไอมินด่าไอนัท ผมไม่ได้หันไปมอง แต่ไม่รู้ทำไมน้ำตาไหล
“นทกูขอโทษวะ ก็กูเห็นมึงไม่ค่อยร่าเริง”ไอนัทพูดด้วยน้ำเสียงติดกังวลแล้วเดินมาจับไหล่
“ไหนเงยหน้าขึ้นมาหน่อย” ไอวิวเดินมานั่งหน้าผมแล้วมันจับหน้าผมเงยขึ้นมาแล้วเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาให้ เพื่อนพวกนี้มันก็ดีจริงๆ
“พอแล้วๆ กูไม่เป็นอะไร” ผมพูดอย่างปัดๆหันหน้าหนีมันแล้วก้มหน้าทำงานต่อ
พวกมันก็ด่ากันไปนั่นแหละ ผมก็นั่งทำงานเงียบๆไป คือตอนนี้ผมอยากย้อนกลับไปตอนเด็กๆมากเลย ตอนที่ผมได้อยู่กับพี่โน๊ต ที่คอยห่วงคอยหวงผม ไม่ใช่แบบเมื่อวาน พี่โน๊ตเข้ามหาลัยแล้วไม่ยอมกลับบ้านก็เพราะผู้หญิงคนนั้นสินะ ผมก็ว่าทำไมพี่อิฐพี่อาร์มยังกลับบ้านได้เลย คิดรวมๆก็ยิ่งรู้สึกแย่
จนถึงเวลาเลิกเรียนผมก็แยกกับเพื่อนๆเพื่อไปหาพี่อ๊อฟ แต่พี่อ๊อฟอยู่กับเพื่อนๆสะงั้น หนึ่งในนั้นก็มีพี่ไอซ์ด้วย จริงๆช่วงนี้ก็เห็นพี่ไอซ์บ่อยๆ พอมันจะมองมาทางผม ผมก็หลบไป เพราะยังไม่อยากคุยอะไร มันก็โทรมาบ้างส่งข้อความมาบ้างแต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรแต่อย่างใด ตอนนี้ก็เห็นว่ายังโสดและก็ไม่มีใครคุยเป็นพิเศษอันนี้พวกอีแนนเม้าให้ฟัง ผมเลยโทรหาพี่อ๊อฟบอกจะไปรอที่รถ มันก็โอเค แล้วพี่โน๊ตก็โทรมาอีก พี่เขารู้เวลาเรียนผมมาจากป๊านั่นแหละ ผมก็ไม่รับตัดสายทิ้งไปเลย แล้วสักพักพี่อ๊อฟก็เดินมา......
“รอนานไหม”(ยิ้ม)
“นานอยู่นะ”ผมพูดนิ่งๆ
“ทำไมทำหน้างั้นวะ หรือว่าเจ็บจากเมื่อวันนั้น” มันมองผมอย่างตกใจแล้วจับก้มผมผมก็ปล่อยให้มันจับไป
“พอเลยๆ พูดอะไรเนี่ย” ผมเขินสะงั้น เอาจริงๆไม่เจ็บเท่าไหร่ อาจจะเสียดๆบ้างก็เถอะ
“ฮ่าๆกูล้อเล่น กลับบ้านกัน” แล้วมันก็ถอยรถออกมา
เราก็พากันกลับบ้าน มันก็ชวนพูดไปเรื่อยอะแหละ จนถึงบ้านมันก็ส่งผมแล้วก็กลับไป มันบอกว่าเดี๋ยวจะมานอนด้วย กลับไปเอาของก่อน ผมก็เออออไป พอเข้าไปในบ้านเห็นป๊านั่งดูทีวี ส่วนแม่ทำกับข้าว....
“แม่นทกลับมาแล้ว!”ผมตะโกนบอกแม่
ป๊าก็มองนะแต่ผมไม่สนใจ เป็นลูกที่ไม่ดีสักเท่าไหร่อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ผมก็เดินไปบอกแม่ว่าพี่อ๊อฟจะนอนด้วย ให้แม่ทำกับข้าวเผื่อ พอบอกเสร็จผมก็เดินขึ้นบ้าน เข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้านั่งทำการบ้านไป แกร๊ก! ป๊าเดินเข้ามาครับ ผมไม่ได้หันไปมองแต่ผมดูจากเงาสะท้อนของหน้าต่าง...
“นท ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ” ป๊านั่งบนเตียง
“นทจะทำการบ้าน” ผมพูดนิ่งๆ
“อาทิตย์หน้าพี่โน๊ตจะกลับมานอนบ้านแล้วนะ พี่เขาเป็นห่วงเรานะรู้หรือเปล่า” ป๊าเดินมาลูบหัวผม
“นทก็เห็นพี่คนอื่นเขาก็ไปกลับบ้านบ้างนะแต่ทำไมพี่โน๊ตถึงอยู่แต่หอ ไม่เข้าบ้านเลยแปลกดีเนอะ”ผมพูดประชดประชันไป เพราะเมื่อก่อนผมไม่รู้เลยนึกว่าเป็นกฏอะไรของมหาลัยหรือเปล่า ผมเพิ่งเข้าใจเมื่อเจอพี่อาร์มที่มหาลัย เพราะพี่อาร์มอยู่บ้านตลอด ผมเคยถามพี่อาร์มบอกไม่อยู่หอ ขับรถไปมอได้ แล้วพี่โน๊ตคืออะไร?
“พี่นทไม่อยากขับรถไง พี่เขาเลยเลือกจะนอนหอ แล้วอีกอย่างพี่เขาเป็นเด็กกิจกรรมนะ แทบจะไม่ว่างเลย เข้าใจพี่เขาหน่อย” ป๊าพูดจบก็มานั่งเบียดผม ผมก็ขยับให้ป๊านั่ง
“อื้ม นทเด็กโง่เองแหละ ไม่รู้อะไรเลย” พูดแล้วก็ก้มหน้าทำการบ้าน
“ไม่เอาน่า พี่โน้ตเขาแค่มีแฟนนะ นทต้องเข้าใจ ทีเรายังมีเจ้าอ๊อฟเลย” เรื่องพี่อ๊อฟผมเล่าให้ป๊าฟังตั้งนานแล้ว ตอนนั้นบ่นผมใหญ่เลย แต่ดีที่ป๊าก็ดูถูกใจพี่อ๊อฟใช่ย่อย แม่ก็ชอบอีกเพราะเป็นลูกเพื่อนแม่
“มันเหมือนกันที่ไหนละป๊า ก็พี่โน๊ตชอบโดนผู้หญิงพวกนั้นหลอก นทไม่อยากเห็นพี่โน๊ตต้องเสียใจนะ!” พูดแล้วก็น้อยใจ เพราะพี่โน๊ตคบกับใครพี่โน๊ตทุ่มสุดตัวให้เต็มร้อยเลยเพราะพี่โน๊ตเป็นคนที่แบบรักใครรักจริง แล้วก็โดนทิ้งอยู่เรื่อยไม่รู้เพราะอะไรเพราะผมก็ไม่ได้ไปติดตามชีวิตรักของเขา แต่มันน่าเศร้ากว่านั้นตอนที่พี่โน๊ตอกหัก ผมแทบจะไปฆ่าผู้หญิงพวกนั้น พี่นทเก็บตัวไม่ไปไหนไม่ยอมออกมาจากห้องเลย คือเอาข้าวเอาน้ำไปให้กินก็ไม่ยอมกิน เศร้าอยู่นานโรงเรียนก็ไม่ยอมไป ผมทนเห็นไม่ได้ ถึงผมจะเคยอกหักแต่ผมบอกเลยว่าผมเผื่อใจตลอด ไม่ได้วางไว้เต็มร้อย กับพี่อ๊อฟผมก็พูดได้เต็มปากว่าไม่เต็มร้อย ตั้งแต่นั้นผมก็ไม่ชอบที่จะให้พี่โน๊ตมีแฟนไม่ว่าจะกรณีไหนก็ตาม ยิ่งไปอยู่ข้างนอกแบบนั้นผมยิ่งห่วง คิดแล้วก็ปวดใจ ไม่ใช่มีแต่ผมที่เป็นห่วงพี่โน๊ตนะ พี่โน้ตเขาหวงผมยิ่งกว่าอีก ตอนยังเรียนอยู่โรงเรียนคือใครแกล้งผมนี่เป็นเรื่องเลยนะ และอีกเยอะแยะ คิดแล้วก็หดหู่ถ้ามันจะเปลี่ยนไปเพราะพี่โน้ตโตแล้วผมก็คงจะเศร้าไม่น้อย
“พี่โน้ตเขาต้องเรียนรู้นะนท พี่เขาอกหักบ่อยจนชินแล้ว ไม่เหมือนนทหรอกเก่งตั้งแต่แรก โดนใครทิ้งมาไม่เคยเห็นจะเสียใจสักครั้งเลย ลูกป๊าเก่งที่สุด” ป๊าโอบไหล่ผม
“ก็เพราะพี่โน๊ตเป็นแบบนั้นไง นทถึงกลัวยิ่งพี่โน๊ตไปอยู่ข้างนอกแบบนั้น” ผมพูดเสียงสั่น
“กลัวพี่เขาจะเสียใจหรือกลัวพี่เขาจะรักแฟนมากกว่าละนท” ผมชะงักไปนิด ป๊าก็ลูบหัวผม
“ทั้งสองอย่างนั้นแหละป๊า” ผมหันหน้าหนี
“โอเคๆ ป๊าขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องพี่โน๊ต” ยื่นนิ้วก้อยให้ผมผมก็พยักหน้าแล้วก็เกี่ยวก้อย “แต่ที่พี่โน๊ตไม่ได้กลับมาเพราะพี่เขากิจกรรมเยอะนทเข้าใจนะ พี่เขาเพิ่งเข้ามหาลัย มันเลยยุ่งๆอีกอย่างพี่เขาเด็กกิจกรรม มีอะไรพี่เขาก็ทำเลยยุ่งกว่าคนอื่น ป๊าเช็คมาหมดแล้วไม่ปล่อยให้พี่โน๊ตพูดโกหกหรอก” ป๊าพูดอย่างจริงจัง
“อื้ม” ผมพยักหน้ารัว
“แล้วอาทิตย์หน้าเนี่ยกิจกรรมของพี่เขาก็เริ่มหมดแล้ว จะกลับมาอยู่ที่นี่ขับรถไปกลับ ไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่ด้วย”(ยิ้ม)
“แล้วเรื่องแฟนพี่โน๊ตล่ะป๊า” ผมพูดเสียงเบา
“ก็บอกแล้วไง ให้พี่เขาเรียนรู้ นทก็ทำหน้าที่น้องชายที่ดีก็พอ แล้วก็.....” ป๊าจับหน้าผมให้สบตากับป๊า “อย่าได้กลัวว่าพี่โน้ตเขาจะเปลี่ยนไป พี่เขายังเหมือนเดิมทุกอย่างนะ ป๊าคุยโทรศัพท์กับพี่เขาทุกวันนั้นแหละ และในทุกวันที่คุยพี่เขาก็ไม่ลืมที่จะถามและพูดถึงเรา ป๊าได้เล่าทุกอย่างที่นททำหรือนทมาเล่าให้ป๊าฟังให้พี่เขาฟังหมดนะ ยิ่งวันที่นทมีเรื่อง พี่โน้ตเขาโกรธมากเลยรู้ไหม จะมาดูเราให้ได้แต่ป๊าก็ห้ามไว้ หลายๆเรื่องเลย พี่เขาก็ไม่พอใจนะที่เรามีแฟน” ผมชะงักไปนิด “แต่พี่เขาไว้ใจเพราะยังมีป๊าและแม่คอยดู เข้าใจไหมนท” ป๊าหอมเหม่งผม
“เข้าใจแล้วป๊า แต่ทำใจไม่ได้” (ยิ้ม)
“ดีแล้วที่เข้าใจ” (ยิ้ม) “แล้วอย่างนี้ยอมคุยกับพี่เขาได้หรือยัง”(ยิ้มบาน)
“ยัง” ป๊าทำหน้าสงสัย “ก็พี่โน๊ตไม่เคยโทรหานทเลยนี่นา มีแต่นทที่โทรไป นทเห็นมีแค่เมื่อวานกับแค่วันนี้ที่นทโกรธพี่โน๊ตเลยโทรมาง้อ” ผมทำหน้าเศร้า
“เหรอ แต่ป๊าได้ข่าวว่าเราไม่ค่อยจะรับโทรศัพท์เลยนะ” ผมชะงักไปนิดแล้วยิ้มอ่อนส่งไป “พี่เขาก็บ่นตลอด ว่าแต่โทรศัพท์นทพังเหรอ” หยิบจากโต๊ะมาดู แล้วก็กดไปกดมา “ก็ไม่นิ ปกติดี เสียงก็ดัง ทำไมถึงไม่ค่อยรับโทรศัพท์ไม่ค่อยตอบข้อความ?” ป๊าถามอย่างสงสัย
“นทไม่ค่อยได้เล่นมันอะดิ ขี้เกียจ”(ยิ้ม)
“แล้วก็รู้ไว้ด้วยว่าไม่ใช่ว่าพี่เขาไม่โทรหา แต่เราไม่รับสายพี่เขาเอง” ป๊าพูดเสียงดุ
“คร้าบบ! รู้แล้ว” หันไปกอดป๊า
“เคลียล์แล้วนะ” ผมพยักหัวรัว ป๊าก็ลูบหัวผม
ผมกับป๊าก็นั่งคุยกันไปสักพักป๊าก็ลงไป จริงๆดีใจมากที่พี่โน๊ตจะกลับมานอนบ้านแล้ว แต่ก็ยังน้อยใจอยู่นิดๆแหละ แต่ก็เอาเถอะ ได้ยินที่ป๊าบอก ผมก็ดีใจมากแล้วจริงๆ แกร๊ก!....
“ป๊ามีอะไรอีก” ผมพูดแต่ก็ยังก้มหน้าเขียนการบ้าน
“กูเอง” ผมหันไป มันยิ้มหวานให้ผม “มึงงอนพี่โน๊ตเหรอ?” ผมมองอย่างสงสัย “อ้อกูมานานแล้ว แต่แม่ห้ามไว้บอกป๊ากำลังเคลียล์กับมึงอยู่ แล้วกูก็ถามแม่ก็เล่าให้ฟัง แค่นั้นเอง” ผมพยักหน้าเป็นการตอบรับ
แล้วมันก็มานั่งกับผมช่วยผมทำการบ้าน จนเสร็จก็พากันลงไปกินข้าว ป๊าโม้แตกให้พี่อ๊อฟฟังใหญ่เรื่องที่ผมงอน ผมก็เถียงไปบ้าง แม่ก็เสริมตลอด พี่อ๊อฟก็เอาแต่หัวเราะ ในที่สุดความสุขก็มาเยือนอีกครั้ง ทำอะไรเสร็จก็ขึ้นห้อง.....
“จะอาบน้ำด้วยกันไหม” ผมหันไปถามพี่อ๊อฟที่นั่งอยู่บนเตียง
“อยากเหรอ” มันหันมาถามหน้านิ่งๆ นั่นทำให้ผมอายมากเลยนะ
“ถ้าไม่อยากแล้วอาบด้วยกันไม่ได้เหรอ” ผมถามแบบไม่มองหน้านะ เพราะรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าจริงๆ
“ไม่ เพราะกูจะอยาก” แล้วมันก็ก้มเล่นโทรศัพท์ไป
ผมมองมันอย่างหมั่นไส้แล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ พอเสร็จก็ออกมาทั้งโป๊ๆแบบนั้นแหละ ไม่ได้ยั่วแต่ประชดมัน ก็ยืนหันหลังให้มันแล้วเช็ดตัว....
“มึงนี่วอนจริงๆ” มันพูดแล้วก็เดินมาหยิบพาเช็ดตัวแล้วเข้าห้องน้ำไป
ผมก็แต่งตัวแล้วก็ขึ้นเตียงไปนอนเล่นโทรศัพท์พี่อ๊อฟ โอ้โห! ไอที่มันกดๆนี่คือดูรูปผู้หญิงน่ารักๆ? ไอนี่มันวอนแล้วจริงๆ ผมก็ดูไปเรื่อยๆ แชทเยอะจริงๆมีแต่อะไรไม่รู้ จะเยอะกับยัยอิงฟ้าเนี่ยแหละ แล้วมันก็ออกมาจากห้องน้ำเช็ดตัวแล้วก็ใส่เสื้อผ้า ผมก็นั่งมองมัน..........
“มองจังนะมึงเนี่ย เดี๋ยวจับกดสะดีไหม” มันพูดแล้วก็เดินมานั่งข้างๆผม
“ไม่ต้องจับหรอกยอมอยู่แล้ว” ยักคิ้วให้
“แล้วนี่อะไรครับ ค้นเหรอ?” มันชี้ไปที่มือผมที่ถือโทรศัพท์มัน
“ไม่ได้เหรอ?” ผมถามมันด้วยหน้านิ่ง
“กูให้ค้นทุกอย่างเลย แล้วมึงละให้กูค้นไหม?” มันทำหน้าเจ้าเล่ห์ ทำให้ผมไม่มั่นใจขึ้นมาเลยนะแบบนี้
“อยากค้นก็ค้นสิ บริสุทธิ์ใจพอ” ผม ยักคิ้วให้มันอย่างเหนือกว่า แล้วมันก็หยิบโทรศัพท์ผมที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมากด ผมละระแวงจริงๆ
“โอ้โห! กูแค่ดูที่หน้าจอไม่ต้องกดก็รู้แล้วไอนท เด้งขึ้นตลอดเวลาขนาดนี้” มันทำหน้าไม่พอใจ “ฝันดีนะครับ ไม่ตอบกันบ้างเลย คิดถึงนะ แล้วก็บลาๆๆๆ” มันไล่อ่านแชทของผม ผมก็ไม่สนเล่นโทรศัพท์ของมันไป “ไอสิงโตมันก็หน้าด้านจริงๆ ทักมึงมาได้ทุกวัน และทุกเวลาดู” มันยื่นมาให้ผมดู ผมดูแล้วก็พยักหน้ามันก็ดึงกลับไป “ฮาเล่ไหนวะ ไม่ใช่เพื่อนมึงนิ” ถามผมอย่างสงสัย
“ฮาเล่เพื่อนโรงเรียน....รู้จักกันเพราะเล่นเกมส์” ผมตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“รู้จักคนง่ายจังนะมึง!” มันพูดติดไม่พอใจ
“โอ้ย!ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ถ้าจะขนาดนั้นก็แลกกันใช้เลยไหม” ผมพูดแบบรำคาญ ผมไม่ชอบสักเท่าไหร่ แค่คนคุยด้วยจะอะไรขนาดนั้น ผมก็แทบจะไม่ได้ตอบอะไรใครอยู่แล้ว ผมไม่ไปจากมันง่ายๆหรอกไอนี่นิ
“ก็ดีนะ” พยักหน้าทำท่าคิด “เออก็ดีๆ กูก็อยากรู้เหมือนกันวันๆใครจะทักมึงมาบ้างกูจะตอบให้กระเจิงให้หมดเลยคอยดู”มันยิ้มอย่างร้ายกาจ
“ก็แล้วแต่แล้วกันอยากทำอะไรก็ทำเลยครับ” ผมพูดแบบปัดไป ผมไม่ใส่ใจอะไรอยู่แล้วเพราะโทรศัพท์ผมก็ไม่ค่อยยจะสนใจอยู่แล้ว
“เดี๋ยวกูจะให้เบอร์มึงกับพ่อแม่พี่กูแล้วกันจะได้ติดต่อได้ ส่วนมึงก็ไปให้ป๊ากับแม่ด้วย” มันดูจริงจังมากมาย ผมก็พยักหน้ารับรู้
“ตั้งแต่คบกันมาไม่เคยถ่ายรูปคู่เลยเนอะ” ผมพูดไปงั้นแหละ เพราะจริงๆผมก็ไม่ได้มุ้งมิ้งอะไรเหมือนพวกผู้หญิงหรอกแต่ถ้าได้ก็ดี555
“กูไม่ชอบถ่ายรูป แต่ถ้ามึงอยากถ่ายก็ได้นะ” มันหันมาบอกนิ่งๆ
“ยัง รอไปเที่ยวกันก่อนก็ได้ ว่าแต่เพื่อนๆยังไม่รู้เรื่องของเราเลยนะ” ผมพูดเมื่อนึกขึ้นได้จริงๆคือไม่ได้บอกเลย
“นั่นดิ แต่กูว่าเราอยู่ของเราแบบเงียบๆอย่างนี้แหละดีแล้ว ใครถามก็บอกไป เรารักกันไม่จำเป็นต้องให้โลกรู้หรอก มึงรู้กับกูก็พอ”(ยักคิ้ว)
“รักสงบว่างั้น” ผมมองอย่างเซ็ง
“อื้ม” (ยิ้ม)
“เออถ้ารักสงบอย่างที่พูดมันก็ดีนะ ไม่ใช่ไม่อยากเปิดเพราะกลัวใครรู้เหรอ?” ผมพูดอย่างสงสัย
“กูจะมีใคร มีแต่มึงนั่นแหละไอนท เต็มไปหมดเนี่ย” ตั้งแต่ถือโทรศัพท์ผมมันก็ยังไม่หยุดจ้อง
“เออๆ แล้วแต่แล้วกัน แล้วสถานะในเฟส ไม่ขึ้นหน่อยเหรอ” ผมถามอย่างสงสัย
“ก็แล้วแต่ มึงทำแล้วกัน” แล้วมันก็กดไป
ผมก็เอาโทรศัพท์มันตั้งสถานะไปมันก็เอาเครื่องผมกดยอมรับ จริงๆที่พี่อ๊อฟพูดก็ถูกนะ เรารักกันไม่จำเป็นต้องให้ใครรู้หรอกเรารู้กันอยู่แก่ใจ ส่วนใครถามก็บอกไปไม่ได้ปิดแต่อย่างใด จริงๆพี่อ๊อฟมันรักสงบมากมาย ทุกวันนี้มันทำอะไรไปเที่ยวไหนหรือเรื่องที่ทะเลาะกับผมมันไม่เคยไปปรึกษาหรือหารือกับเพื่อนมันเลย มีอะไรมันถามผมเลยชอบตรงไหนไม่พอใจตรงไหน คือตรงๆ มันดีตรงนี้แหละ แต่ที่ไม่ดีคือผม เพื่อนๆชอบถามผมก็ชอบเล่า แล้วพี่อ๊อฟมันก็เป็นคนประเภทไม่ชอบเปิดเผยเรื่องความรักสักเท่าไหร่ และหลังจากที่ได้อัพเดทสถานะแล้วนั้น คอมเม้นเอย แชทเอยก็เด้งขึ้นมาเพียบเลย ขนาดของพี่อ๊อฟนะของผมคงสั่นรัวๆ.....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“นท เครื่องมึงจะเจ๊งแล้ว สั่นอะไรขนาดนี้ ค้างเลย” มันทำหน้าตกใจ พร้อมให้ผมดูมือถือผม มันค้างจริงๆ
“ก็ดูเครื่องตัวเองหน่อยเหอะ” ผมยกให้มันดู
“ของกูมึงตอบได้นะ กูไม่ห้าม” มันพูดอย่างจริงจัง
“มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว!” ผมทำหน้าไม่พอใจ
“ก็ของกูมีแต่อะไรที่มีสาระ ดูของมึงไร้สาระทั้งนั้น” พูดอย่างไม่ใส่ใจ
“เออๆ ไอคนมีสาระ” แล้วผมก็กระแทกตัวลงนอน
“พรุ่งนี้ต้องตอบคำถามเยอะแน่เลยวะ” มันทำหน้าเครียด
“ถ้าพี่อ๊อฟไม่อยากตอบอะไรก็ไม่ต้องตอบหรอก อยู่นิ่งๆแล้วก็ปล่อยมันไป” ผมยิ้มและยักคิ้วให้มัน
“อืมๆ แล้วมึงก็ไม่ต้องพูดไรมากนะ กูไม่ชอบที่จะเอาเรื่องของเราไปประกาศให้ใครรู้สักเท่าไหร่”บอกผมอย่างกังวล
“รู้แล้วน่า จะตอบเท่าที่ควรตอบนะ” ยิ้ม มันก็ยิ้มให้ผม
“ความจริงกูอยากให้เรื่องของเราเป็นความลับ แต่มึงแรด ต้องทำให้รู้ว่ามีเจ้าของแล้ว” มันยิ้มกวนตีน
“เกินไปป่ะ แรดยังไง!” ผมถามมันอย่างหาเรื่อง
“อย่าไอนท อย่าให้กูได้พูด มันเยอะ” มันพูดติดไม่พอใจ
แล้วก็เริ่มสงครามเถียงกันไป จนพากันเข้านอน และก็มาอีกวันตื่นเช้ามาก็พากันทำนู่นนี่แล้วก็ลงไปกินข้าวกับป๊าและแม่โดยไม่ลืมบอกเบอร์พี่อ๊อฟให้ไป ป๊ามีแซวนะ แต่ผมไม่สนใจ ทำอะไรเสร็จก็พากันไปโรงเรียน พอไปถึงก็แยกย้ายกันไปหาเพื่อนๆ พอพวกเพื่อนมันเห็นผมเท่านั้นแหละ..........
“ไอนท!” ไอมินวิ่งมาคล้องคอผมไปนั่งข้างมัน
“มีอะไรกันวะ?” ผมถามอย่างสงสัย
“นี่คืออะไรจ้ะ” ปอถามแบบทำหน้าหมั่นไส้แล้วยื่นโทรศัพท์มาให้ผมดู
“ก็เฟสบุคไง มึงจะถามโง่ๆเพื่อ?” ผมตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“พวกกูรู้ว่ามันคือเฟสบุค แต่ไอสถานะที่พี่อ๊อฟกับมึงตั้งกันคืออะไร” ไอมินถามแบบจริงจัง
“อะไรคือ คบหากันแบบอธิบายได้ยาก?” วิวทำหน้างง
“พวกมึงก็ตื่นเต้นไปได้ ก็มันกับพี่อ๊อฟคบกัน ก็แค่นี้เอง” ไอนัทพูดนิ่งๆ แต่ถูกใจผมนะ
“เออก็อย่างที่ไอนัทบอก จะตื่นเต้นกันเพื่อ?” ผมมองมันอย่างรำคาญ
“กูแค่ตกใจ แต่ไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะกูเดาไว้แต่แรกอยู่แล้ว” ปอพูดแล้วทำหน้าทำตา
“ทำไมไม่บอกพวกกูบ้างวะ ปล่อยให้เพื่อนๆตกข่าวได้ยังไง” ไอมินทำหน้านอย
“โอ้ย! พอเถอะน่า ก็รู้กันแล้วนี่ไง” ผมตอบไม่จริงจังนัก
“แล้วอย่างนี้ไม่มีปัญหากับพี่ไอซ์เหรอวะ นั่นเพื่อนสนิทกันเลยนะ” ไอวิวทำท่าคิด
“เออวะ” ไอนัททำหน้าตกใจ
“พวกมึงไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่มีอะไรหรอก เย็นนี้ไปเที่ยวกันไหม” ผมบอกอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็เปลี่ยนเรื่องไป พูดกันไม่จบสักที
“ไปไหนวะ?” ปอถามอย่างสงสัย
“ไปหาอะไรแดกไง” ผมมองพวกมัน
“เออเดี๋ยวๆ! อีกเรื่อง” มันทำท่าเหมือนพึ่งคิดอะไรได้ทุกคนก็มองมัน “ทำไมมึงไม่ตอบไม่รับสายไอสิงโตเลยวะ มันไปบ่นหามึงกับกูที่บ้านเลยนะ” ไอมินถามแบบจริงจัง
“เดี๋ยวก็ตอบเองแหละน่า ช่วงนี้กูยุ่งๆ” พูดอย่างไม่ใส่ใจแล้วล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
“มึงเปลี่ยนโทรศัพท์เหรอ?” ผมชะงักไปนิด ลืมไปนี่มันโทรศัพท์พี่อ๊อฟ
“เปล่า ของพี่อ๊อฟ” ผมพูดนิ่งๆแล้วก็ก้มหน้าเล่นต่อไป
แล้วพวกมันก็ระดมถามกันรัวๆ มีแย่งไปดูด้วยนะ ผมก็ปล่อยพวกมันไป จนรำคาญเลยเล่าทุกอย่างให้พวกมันฟัง มีอึ้งกันนะตลกหน้าพวกมันกันจริงๆ อึ้งไม่ได้ไม่นานเสียงกริ่งก็ดังพวกมันเลยไม่ได้ถามอะไรต่อ พากันเข้าแถวเสร็จก็พากันขึ้นห้องเรียน จนเวลาพักเที่ยงก็ไปหาอะไรกินกัน พวกมันก็พูดกันไม่หยุด ผมละเบื่อหน่ายจริงๆ.....
“นทมึงไปดูไออ๊อฟกับไอไอซ์หน่อยมันจะตีกันอยู่แล้ว”อยู่ๆมีพี่ ผมจำได้ว่าเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพี่อ๊อฟแต่ไม่รู้จักชื่อ..
“ทำไมอะครับ” ผมถามอย่างสงสัย
“ก็เรื่องของมึงนั่นแหละ ไปห้ามมันหน่อยดิ้ พวกกูขี้เกียจจะพูดแล้วพวกมันอยู่กันในห้องเรียนนะ!” แล้วพี่มันก็เดินไป
“พวกมึงคือกะ.....”
“กูไปด้วย!” พวกมันพร้อมเพรียงกันเชียว
ผมก็พยักหน้ารับรู้ พวกเราก็รีบเอาจานเข้าไปเก็บ แล้วก็ไปหามันที่ห้องเรียน โอ้โห! ขึ้นมามีแต่คนมอง เพราะนี่เป็นชั้นม.5  แล้วผมก็เข้าไปในห้องเห็นพี่ไอซ์กับพี่อ๊อฟจ้องตากันอย่างเมามันส์คือประมาณว่าด่ากันทางสายตา พี่ๆคนอื่นก็พูดให้ใจเย็น....
“พี่อ๊อฟ” ผมเดินเข้าไปสะกิดมันแล้วพูดเบาๆ มันก็หันมา
“มาทำไมวะ!” อารมณ์เสียด้วยนะ
“นท” พี่ไอซ์เรียกผมเสียงหวาน
“พี่อ๊อฟไปคุยกับผมหน่อย” ผมไม่สนใจดึงเสื้อพี่อ๊อฟออกมา พี่อ๊อฟมันก็ลุกตามมานอกห้องมันมองผมแบบประมานว่ามีอะไร เหมือนยังไม่พร้อมพูดอะไรทั้งนั้น “มีอะไรกัน?” ถามอย่างเกร็งงๆ ก็ดูสายตาหลายคู่ก็มองมาที่พวกผมนะ พวกเพื่อนๆผมยืนตัวหดกันเลยไม่น่ามาเลยเรา
“นทคบกับมันเหรอ” พี่ไอซ์อยู่ๆก็เดินออกมา
“อื้ม” ผมพยักหน้าตอบ
“นททำแบบนี้ได้ยังไง นี่เพื่อนพี่นะ” พี่ไอซ์พูดอย่างไม่พอใจ
“แล้วมึงจะทำไมวะไอซ์” พี่อ๊อฟไอนี่ก็ทำหน้าหาเรื่องเหลือเกิน
“อย่ามาไร้สาระกันน่า ผมว่าเลิกเรียนค่อยคุยกันดีกว่า คนมองเต็มแล้ว” ผมพูดเบาๆแบบเกร็งๆ
“เออๆก็ได้ๆ” พี่ไอซ์เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงเข้าไปในห้องเรียน
“แล้วมึงมาทำไม” พี่อ๊อฟหันมาถามผมอย่างหาเรื่อง
“ก็เพื่อนพี่มาตาม ไม่งั้นไม่มาหรอก!” ผมกัดฟันพูด
“ไปๆ กลับไปได้แล้ว” ไอนี่พูดแบบรำคาญแล้วก็เดินเข้าห้องไป
ผมกับเพื่อนๆก็เดินกลับไปตึกเรียนพวกมันทั้งงงทั้งถามกัน ผมสิต้องงคืออะไร ไอเราก็อุตส่าไปดูด้วยความหวังดี นี่อะไร? ทำอารมณ์เสียใส่ โอ้ย!แต่ละคน เราก็เรียนคาบบ่ายไป แล้วไม่นานก็เลิกเรียน บอกเลยผมไม่ยุ่งกับเรื่องนี้แล้ว ให้มันไปเคลียล์กันเองสองคนนั้นแหละ ผมกับเพื่อนๆก็เลยพากันไปเดินเที่ยวที่ห้างทันทีที่เลิกเรียนไม่รอไม่โทรบอกอะไรไอพี่อ๊อฟทั้งนั้น...
“มันจะดีเหรอมึงที่ไม่บอกพี่อ๊อฟ” ไอปอถามอย่างกังวล
“ดีที่สุด กูอุตส่าไปเพราะกลัวว่ามันจะมีเรื่องกัน แต่ดันทำรำคาญกูสะงั้น ก็ช่างแม่งมันไป” พูดอย่างเก็บอารมณ์ คิดแล้วแค้นนัก
“นท” ผมหันไปตามเสียง เอิ่ม! ไอสิงโต โอ้ย! แล้วก็ต้องมาเจอคนที่ไม่อยากเจออีกนะวันอะไรของผมเนี่ย ไม่เป็นไปอย่างใจคิดสักอย่าง
“สิงโตมาได้ยังไงวะ” ไอมินถามอย่างสงสัยพวกผมก็มองมันกัน
“มาเดินเที่ยวกับเพื่อนๆ เห็นพวกมึงเลยมาหา” ไอสิงโตยิ้ม พูดกับไอมินนะแต่ตาจ้องแต่ผม คืออะไร?
“มาหาแต่ไอนทล่ะสิ” ไอวิวทำหน้ากวนตีน
“อย่ายุ่งนะเว้ย! ไอนทของกู” ไอนัทพูดพร้อมเอาแขนคล้องคอผม แล้วดึงผมไปหอมแก้ม ผมก็เฉยๆเพราะเล่นแบบนี้กับเพื่อนในกลุ่มมันธรรมดาไปแล้ว แต่ไอสิงโตนี่หน้านิ่งเลย
“นท พี่อ๊อฟใช้เบอร์มึงโทรหากูอยู่นั่นแหละ” ไอปอมันยื่นโทรศัพท์ให้ผมดู
“เออปล่อยไปมึง ตัดสายไปเลยอย่าได้สน” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“มันจะไม่มาตีกูใช่ไหม” ปอพูดอย่างกังวล
“กูจะตีมันเองเนี่ยแหละ มึงเลิกพูดมากได้แล้ว” แล้วผมก็หันไปมองทางอื่น เพราะไอสิงโตมันจ้องตลอด “แล้วมึงจะเอามือออกได้ยัง” ผมหันไปบอกไอนัท แม่งก็ทำหน้ากวนตีนนะ
“เออๆ ทำหวงตัวนะมึง!” ไอนัทพูดอย่างกวนตีน
“ถ้ากูหวงตัว ปลายเล็บกูมึงยังไม่ได้เตะไอนัท” หอมแก้มผมขนาดนั้นบอกผมหวงตัว
“นท ทำไมไม่รับโทรศัพท์กูเลย กูอยากไปเที่ยวกับมึงนะเนี่ย” ไอสิงโตยิ้มบาน ผมรู้สึกกระดากใจยังไงไม่รู้
“ไม่ค่อยว่างอะ” ผมยิ้มส่งไป แล้วหลบตามัน
“คุยกับกูหน่อยได้ไหม?” ไอสิงโตเดินเข้ามาใกล้ผม พวกเพื่อนมันก็เข้าใจสร้างบรรยากาศเงียบๆให้ ยืนดูอย่างเงียบๆ ผมก็อึดอัดนะ
“ก็คุยอยู่นี่ไง” ผมพูดแบบขอไปที แต่ไม่มองหน้ามันนะ
“หมายถึงมีแค่กูกับมึง” มันทำหน้าอ้อนวอน
“ตระ...” จะพูดว่าตรงนี้ก็ได้มั้ง แต่....
“เฮ้ย! ไอปอไอนัทไอวิวเสื้อตรงนั้นสวย ไปส่งกูดูหน่อยดิ” ไอมินพูดเสียงดังขึ้นมาแล้วมันก็ลากไอพวกนั้นไป ไอมินไอเวรนี่นะ ผมมองพวกมันอย่างไม่พอใจ ปอจะเดินกลับมาแล้วแต่ไอมิน ล็อคคอแล้วลากเลย
“ทำไม...มึงทำเหมือนไม่อยากคุยกับกูเลยวะ” มันถามด้วยหน้าเศร้าๆ ผมไม่ชอบโมเม้นนี้เลย
“แล้วเพื่อนไปไหนหมด” ผมยิ้มอ่อนให้มัน แล้วทำชะเง้อหน้าหาเพื่อนมัน
“พวกมันไปเดินเล่นก่อนแล้ว” ไอสิงโตยิ่มอ่อน ผมพยักหน้ารับรู้ “มึงยังไม่หายโกรธเรื่องพ่อกูเหรอวะ” มันถามด้วยหน้าเศร้าๆ
“ไม่เลย กูไม่โกรธเลยเลยมึง อย่าคิดมากน่า กูแค่ไม่ว่างจริงๆ” มันเดินเข้ามาหาผม ผมก็ถอยห่างจากมัน
“แล้วทำไม...มึงทำเหมือนไม่อยากเจอไม่อยากคุยกับกูแบบนี้วะ” มันทำหน้าเจ็บปวด ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมา
“กูขอโทษ...” ผมยิ้มอ่อนส่งไปมันก็ทำหน้าเหมือนจะร้องอีกแล้ว “ละ...แล้วกินอะไรหรือยัง” ถามมันด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซึ่งทำให้มันยิ้มได้นิหน่อย
“ยังเลย อยากกินกับมึงได้ไหม” มันถามแล้วทำหน้าอย่างมีความหวัง แต่มันทำให้ผมชะงักไปนิดนึง
“คะ...คงไม่ได้ เพราะกูกินมาแล้ว ขอโทษนะ” ผมพูดอย่างอึกอักแล้วก็หลบสายตามัน และยังคงส่งยิ้มให้เรื่อยๆ แม้จะเป็นยิ้มที่ดูฝืนๆก็ตาม
“มึงจะทำแบบนี้จริงๆเหรอนท ถึงป๋ากูจะเข้าใจและมึงก็เข้าใจ มึงก็เป็นเพื่อนกับกูไม่ได้ใช่ไหม” ผมอึ้งไปเลย มันก็คงพอรู้เรื่องที่พ่อมันคุยกับผมบ้างแล้วไอสิงโตน้ำตาคลอแล้ว
“เฮ้อ! กินนมปั่นไหม กูเลี้ยงเอง” มันก็เอาแต่ยืนก้มหน้า “มึงอย่าเศร้าดิวะ กูรู้สึกไม่ดีนะเว้ย!” ผมพูดอย่างกังวล แต่ก็ไม่ได้เข้าไปแตะตัวมัน
“ถ้ามึงไม่อยากรู้สึกไม่ดี ก็เป็นแบบเดิมสิ” มันเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับเสียงสั่นๆ
“มึงกำลังโมโหหิวใช่ไหม เดี๋ยวกูไปซื้อขนมให้กิน รอแปปนะ” ผมว่ายิ่งอยู่ยิ่งอึดอัดไปตั้งหลักก่อนดีกว่า
หมับ! ไอสิงโตจับแขนผมไว้ในขณะที่ผมกำลังจะหันหลัง............
“เลิกเปลี่ยนเรื่องได้ไหม! ทำไมมึงแม่งใจร้ายกับกูแบบนี้วะ!” ไอสิงโตน้ำตาไหลแล้ว ผมก็มองบริเวณนั้นคนก็เริ่มมอง เพื่อนๆก็มองกันแต่ก็ไม่เข้ามาช่วย ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้อยู่เรื่อยเลยนะ ทุกคนทำให้ผมเหมือนเป็นคนใจร้าย ทั้งๆที่ผมไม่ได้เป็นคนทำอะไรเลย มีแต่ตัวแปรพวกนั้นที่ทำให้ผมดูแย่
“สิงโต ฟังกูดีๆ มึงตั้งสติถ้ามึงร้องอีก ก็กูจะไม่คุยกับมึงอีกเลยนะ!” พูดเสียงดุ แล้วล้วงผ้าเช็ดหน้าให้มัน มันก็รับไปเช็ดแบบลวกๆ จมูกมันแดงเลย
“มึงจะให้กูทำยังไงนท มึงถึงจะเป็นเหมือนเดิม” มันพูดเสียงสั่นแล้วก็นั่งลงกับเก้าอี้ข้างๆเสา ที่ห้างมีไว้ให้นั่งพัก
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ มึงแค่อยู่เฉยๆ และก็ลืมว่าเป็นเพื่อนกู” ตอนแรกพูดเสียงค่อนข้างดังแต่อันหลังเบามาก เบาจนไม่รู้มันจะได้ยินไหม
“ไม่ได้ กูทำไม่ได้นะมึง” มันหันมาจับมือผม แล้วทำหน้าเศร้าหนักมาก
“เว่อร์ไปไหม กูสำคัญอะไรขนาดนั้น!” ผมถามอย่างหงุดหงิด
“กะ....กู” มันหันหน้าหนี
ผมก็นั่งมองมัน ไอสิงโตก็ก้มหน้าอย่างเดียว ถ้าผมมองไม่ผิดขอบตามันคล้ำๆ แล้วก็ดูผอมลงแบบซูบไป แต่ผมไม่อยากถามมันเดี๋ยวจะคิดว่าผมเป็นห่วงอีก จริงๆก็เป็นห่วงนะ แต่จะให้ทำยังไง เฮ้อ! อึดอัดใจชะมัด แล้วมันก็นั่งเงียบไปแบบนั้นแหละ ผมมองไปทางเพื่อนๆ เห็นพวกไอโค้กไปรวมอยู่ด้วยคุยอะไรกันก็ไม่รู้ ทำกับกูได้นะไอพวกนี้.....
“กูว่า กูต้องไปแล้ว....” ผมพูดแบบอึกอักนิดหน่อย
“ไปกินข้าวกับกูนะ กูขอร้อง” ไอสิงโตทำหน้าอ้อนวอน
“คะ....คือเพื่อนๆกูรออยู่ กูต้องไปแล้วจริงๆมึง” พูดแบบเกร็งๆ สงสารมัน ผมจะร้องไห้แล้วนะเนี่ย
“แค่มื้อเดียวก็ไม่ได้เหรอ ชวนเพื่อนๆไปก็ได้นะ” พูดเสียงสั่นตอนนี้ใจผมสั่นไปหมด สงสารมันมาก ทั้งหน้าตาและสภาพ มันไม่ไหวแล้ว ไม่รู้ได้กินข้าวบ้างไหม
“เฮ้อ! โอเคๆ กูยอมแล้วๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นเลยนะกูขอละ” ยกมือยอมมัน แล้วบอกมันอย่างจริงจัง มันเผยยิ้มขึ้นมาทันที
แล้วมันก็วิ่งไปชวนเพื่อนๆ ผมก็ลำบากใจนะ แต่คราวหลังก็คงจะเลี่ยงๆสถานที่ ที่จะเจอกับมัน พวกเราพากันไปกินเอ็มเค ไอสิงโตมันพาเข้า ที่แรกที่ผมกับมันเจอกันเลย ไอนี่มันจะตอกย้ำหรือยังไง แล้วมันก็นั่งข้างๆผมเนี่ยแหละ จะถอยไอปอก็ไม่ให้ถอย มันทำท่าแปลกๆกันนะ ผมว่าพวกไอโค้กต้องเล่าอะไรให้มันฟังแน่ๆ ก็สั่งกันไป..........
“กูสั่งเป็ดให้มึงสองจานเลยนะ มึงชอบใช่ไหม” ไอสิงโตยิ้มอย่างมีความสุข ผมชะงักไปนิด ผมรู้สึกว่าตัวเองเลวสุดๆ พวกเพื่อนๆถึงกับนั่งเงียบเลย
“อะ...เอ่อ” ผมหันไปมองเพื่อนๆมันก็หลบหน้าผมกัน “ก็ชอบๆ” ยิ้มอ่อนส่งไป มันก็ยิ้ม แต่ละคนช่วยกูได้ทั้งน้านนนน!
“มึงอย่าทำแบบนี้อีกเลย กูสงสารมันนะ!” ปอหันมากระซิบบอกผม
“กูก็อึดอัดมึงจะให้กูทำยังไง” ผมหันไปกระซิบพูดอย่างกังวล
“นท” สิงโตเรียกแล้วจับมือผม ผมก็หันไปมองมัน
“ว่า” ผมมองนิ่งๆ แล้วก็ดึงมือกลับมา ผมไม่อยากให้มันเข้าใจอะไรผิดไปมากกว่านี้
“หลังจากวันนี้ มึงก็จะพยายามหลบหน้ากูอีกใช่ไหม” มันพูดเสียงเศร้า ผมชะงักไปนิด
“จะ...จะหลบทำไมล่ะ” ผมพูดแบบอึกอักแล้วก็มองมัน
“อืมๆ” มันเอื้อมมือมาจับมือผมอีกครั้ง แล้วกระชับมือผมแน่นขึ้น
“มึงอย่าพากูเศร้าดิ กูจะร้องไห้แล้วนะเว้ย!” ผมพูดติดตลก แต่ดูมันไม่ยิ้มเลย
“กูขอโทษ อย่าร้องเลยนะมึง” มันพูดแบบเศร้ามาก ผมหนักใจโครต
“ชะ...ช่วงนี้มึงดูผอมลงเนอะ ไดเอตเหรอ” ผมถามมันด้วยเสียงปกติ
“อืม ไม่ค่อยกินอะไร กินไม่ลง” ผมอยากกลับบ้านแล้วสิ......
แล้วของก็มาเสริฟ เราก็จัดแจงนู่นนี่นั้นลงหม้อ และก็เป็ด......
“อะ” สิงโตคีบเป็ดมาจ่อปากผม ผมก็อ้าปากรับไป
“ดะ...เดี๋ยวกูกินเองก็ได้นะ” ผมพูดขณะที่เคี้ยวแล้วยิ้มอ่อนขึ้นมา ไอสิงโตก็ยิ้ม
“ไปเข้าห้องน้ำกับกูหน่อยดิ” ปอหันมากระซิบ ผมก็พยักหน้า
“เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” สิงโตมันชะงักไปแล้วทำหน้าเศร้า ผมก็มองมันแบบอะไรจะขนาดนั้น “ฝากกระเป๋าด้วยนะ”ชี้ไปที่กระเป๋าผม มันก็เผยยิ้มขึ้นมา มันคงกลัวผมจะหนีกลับสินะ
แล้วผมก็ไปเข้าห้องน้ำกับปอ ไม่ได้เข้าหรอก ยืนอยู่หน้าห้องน้ำเนี่ยแหละ..........
“ไอนทมึงรู้ไหมไอสิงโตมันไม่ยอมกินข้าวกินปลาเลยนะ!” ไอปอพอเดินออกมาจากห้องน้ำก็พูดแล้วทำหน้าจริงจัง
“ทำไมวะ?” ผมถามอย่างกังวล
“ก็พวกไอโค้กเล่าให้ฟังว่าหลังจากวันที่มึงไปคุยกับพ่อมัน ไอสิงโตก็เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ มันก็เอาแต่เก็บตัว ข้าวปลาก็ไม่กิน หนักกว่านั้นคือมันติดต่อมึงไปมึงก็ไม่รับไม่อ่านอะไรทั้งนั้น แถมไม่ยอมไปโรงเรียนอีก จนพวกไอโค้กต้องมาลากมันไป แล้วพวกไอโค้กก็บอกว่าวันๆกดแต่โทรศัพท์โทรหามึง ไม่ก็ส่งข้อความหาแต่มึง” ปอพูดอย่างเครียดๆ
“แล้ววันนี้มันมาได้ยังไงวะ?” ผมถามอย่างสงสัย
“ก็วันนี้มึงอยากมาห้าง แล้วไอมินก็เลยบอกพวกไอโค้กไปมันก็ชวนไอสิงโตมาเพราะมันบอกไอสิงโตว่ามึงจะมามันเลยมา”ปอพูดอย่างจริงจัง
“มึงว่ากูจะทำยังไงดีวะ กูก็ดูรู้นะว่ามันแย่ แต่จะให้กูทำยังไงวะ” ผมเครียดจริงๆ
“ปกติไปเลยมึง สงสารมันเหอะ! กูสงสารมัน มึงอยากให้มันตายเหรอ ถ้าพ่อมันจะทำอะไรอีกคราวนี้กูช่วยลุย กูสงสารมันจริงๆ ดูมันทำให้มึงดิ” ไอปอพูดแบบจริงจัง
“กูก็เห็นกูก็รู้จะให้ปกติเหรอวะ พ่อมันก็ต้องเครียดนะเว้ย!” ผมบอกอย่างกังวล
“มึงห่วงไอสิงโตก่อนไหม มันไม่โอเคเลยนะ!” ไอปอพูดอย่างจริงจัง
“เฮ้อ!” ผมถอนหายใจแล้วเอาหลังพิงกำแพง
“เชื่อกูเถอะทำเพื่อไอสิงโตที่เป็นเพื่อนของเรา ส่วนพ่อมันก็ไม่ต้องไปสนใจอะไรทั้งนั้น!” ไอปอพูดอย่างหงุดหงิด
“เออๆ กลับไปกันเถอะ แล้วกูจะพยายามแล้วกัน” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ ก็เอาอย่างที่มันบอกแล้วกัน เจอกันวันนี้ ผมก็จะทำให้มันดีขึ้นแล้วกัน หลังจากนี้ ก็พยายามอย่าเจอกันอีกก็พอ
แล้วเราก็กลับไปที่ร้านอาหาร เห็นไอสิงโตนั่งซึมเขี่ยของกินเล่นไปมา พอมันเห็นผมมันก็เผยยิ้มออกมา เห็นแล้วหดหู่ใจ.......
“ไปนานจัง” ไอสิงโตถามอย่างสงสัย
“ไอปอมันไปอ่อยผู้ชายอะสิ!” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ ไอปอนี่หยิกผมเลย พวกมันก็หัวเราะกัน “ทำไมไม่กิน” ผมหันไปถามไอสิงโต เมื่อนั่งที่แล้ว
“กูคิดว่ามึงไปแล้ว...” มันพูดเสียงเบา
“พอเลย เลิกดราม่าใส่กูได้แล้ว” ผมพูดอย่างหงุดหงิด “อะ” ผมตักเป็ดป้อนมันบ้าง มันยิ้มบานอ้าปากรับ “ทำไมช่วงนี้ดูโทรมๆซูบๆไป” ผมถามอย่างจริงจัง
“ไม่รู้ กูป่วยมั้ง” มันพูดเสียงเบา
“งั้นกินเยอะๆเลย กูป้อนเอง” พูดดวยน้ำเสียงร่าเริง แล้วก็ตักป้อนมันไป เหมือนเด็กน้อยเลย
ผมก็ป้อนมันไป เพื่อนๆก็แซวบ้าง ดูมันกินได้เยอะจริงๆ เป็ดที่บอกสั่งมาให้ผมคือป้อนมันจนจะหมดสองจานแล้ว ผมกินไป2ชิ้นเองอะโถ่! ...........
“อะ กินนี่ไหม” มันก็พยักหน้าแล้วอ้าปากรับ “อะนี่ และนี่ๆๆๆ” คือป้อนไป มือมันไม่มีหรอกไอนี่ “กินเองได้แล้วม้าง!” ผมพูดแล้วยิ้ม
“อื้มๆ!” แล้วมันก็เริ่มตักกินเอง
ผมก็เอามือไปแตะหน้าผากมันตอนมันหันมามองผม ตัวรุมๆเป็นไข้หรือเปล่านะ หรือเป็นเพาะไอร้อนจากหม้อสุกี้ก็ไม่รู้
“ที่ว่าไม่สบายนี่ ปวดหัวไหม” ผมถามอย่างเป็นห่วง
“นิดหน่อย” มันพูดแล้วยิ้ม
“กินยาหรือยัง” ผมถามแล้วมองมันนิ่งๆ มันส่ายหน้าตอบ “นัทๆกูขอยาพาราหน่อย” หันไปบอกมัน มันก็ยื่นมาให้ไอนัทมันพกตลอด
พวกนั้นดูจะไม่ค่อยยุ่งกับผมและไอสิงโตเท่าไหร่มันคงรู้ ว่าไอสิงโตต้องการแบบนี้เดี๋ยวพวกมันแซวแล้วผมไม่ทำไอสิงโตจะซวยอีก.........
“นอนน้อยหรือเปล่า?” ผมถามอย่างสงสัย
“นอนไม่ค่อยหลับ มันหลับๆตื่นๆ” มันพูดแล้วขมวดคิ้ว
“กินนมอุ่นๆก่อนนอนก็ช่วยได้นะ” ผมยิ้มให้มัน มันก็ยิ้มตอบ
“กูคิดถึงมึงนะ” อยู่ๆมันก็ยื่นหน้าเข้ามากระซิบผม....ผมก็เพียงแค่ยิ้มแล้วพยักหน้าตอบ แอบเขินนิดหน่อย “เสาร์อาทิตย์นี้ไปเที่ยวกับกูได้ไหม” มันถามแล้วมองผมอย่างมีความหวังแต่คำถามนั้นทำให้ผมหนักใจมากมายเหลือเกิน
“เอ่อคือ....” หันหน้าไปทางอื่น แต่ผมดันไปเห็นเหมือนน้องซิน แต่เขาหลบไปแล้ว “เอ๊ะ! นั้นน้องซิน!” พูดขึ้นมา แล้วพวกมันก็ชะงักไปกัน ผมก็มองเพื่อนๆนิดหน่อย “ปอ มีอะไรจะบอกกูเพิ่มเติมไหม” ผมกระซิบถามมันอย่างคาดคั้น
“จะ...จริงๆคือ เรื่องนี้น้องซินเขาก็อยากให้ช่วย เขาโทรมาขอร้องไอมิน” ปอพูดแบบจริงจัง ผมก็พยักหน้าแล้วหันไปมองไอสิงโต
“น้องซินไม่ได้มานะ” ไอสิงโตพูด พร้อมมองอย่างสงสัย
“อืมๆ วันเสาร์อาทิตย์นี้จะไปไหนเหรอ?” ผมถามอย่างสงสัย
“ไปขึ้นดอยกัน ป๋ามีบ้านพักตากอากาศอยู่ที่นั้น” มันพูดแล้วยิ้มอย่างดีใจ แต่ผมนี่จะเอายังไงดีละเนี่ย
ผมหันไปมองเพื่อนๆ เหมือนมันก็ลุ้นๆกันว่าผมจะไปไหม ผมละเบื่อหน่ายจริงๆ.......
“ใครไปบ้างเนี่ย!” ผมถามอย่างสงสัย
“เพื่อนๆด้วยไง ใช่ไหม” ไอสิงโตหันไปบอกกับพวกมัน พวกมันก็พยักหน้าแล้วก็บอกใช่ๆกัน ไอพวกนี้มันน่าสงสัย
“ขอคิดก่อนนะ” เครียดจริงๆ ไอพี่อ๊อฟรู้มันไม่ยอมแน่สิงโตก็ทำหน้าหมองเศร้าอยู่ได้ บ้าชะมัด!
“คิดอะไรมากมาย ไปเที่ยวกับเพื่อนๆนะเว้ย!” ไอปอนี่มันมีพิรุธนะ
“พี่อ๊อฟจะยอมให้ไปเหรอวะ มึงก็รู้” ผมบอกมันไปอย่างเครียดๆ
“เออก็จริง” ปอมันทำท่าตกใจ
แล้วพวกเราก็นั่งกินกันไป พูดคุยกันบ้าง ไอสิงโตก็โอเคขึ้น จนกินอะไรเสร็จก็ถึงเวลาเช็คบิล......
“กูเลี้ยงเองนะ” ยักคิ้วหล่อเลย เห็นมันร่าเริงผมก็ดีใจ
“โนวๆ! มึงเลี้ยงคนอื่นไป กูจะจ่ายเอง” ผมก็หยิบบิลมาดูแล้วกดหาร
“นี่ครับพี่ ไม่ต้องทอนเนอะ เพราะมันพอดี” ผมเงยหน้าขึ้นมา คือมันจ่ายให้พี่เขาแล้ว พี่เขาก็เดินไป
“อะ” ผมล้วงตังให้มัน “กูหารแล้วนี่ส่วนของกู” มันมองผมอย่างไม่พอใจ ผมก็ไม่สนใจ ขืนมาทำแบบนี้ แล้วให้พ่อมันมาด่าตอกหน้าอีกผมก็ไม่เอา
“นทเพื่อนเลี้ยงนี่มึงจะอะไรนักหนาวะ!” ไอมินพูดอย่างกวนตีน ผมมองมันด้วยสายตาที่ไม่พอใจ
“นี่นะ!” ผมยัดเงินใส่กระเป๋าเสื้อมัน “ป๊ะ” แล้วก็ลุกขึ้นพวกมันก็ลุกตาม
ไอสิงโตทำไม่พอใจ ผมก็ไม่สนใจ พออกมาจากร้านตอนแรกผมจะแยกกลับเลย แต่พวกไอปอ มันบอกอย่างเดินย่อยก่อน ก็เดินกับพวกมันสักหน่อย พวกไอสิงโตก็มาเดินด้วยจนถึงเวลากลับ เวลาแสนหนักใจกว่าเดิม..........
“กูไปส่งมึงนะ” ทำหน้าอ้อนได้น่ารักมากมาย
ตอนนี้ผมกับเพื่อนๆอยู่กันหน้าลานจอดรถมอไซค์เพราะพวกปอมันจะให้พวกไอโค้กไปส่งผมจะแยกกลับมันก็ลากผมมาด้วย คืออะไรเนี่ย........
“มะ...ไม่ต้องหรอกมึง เดี๋ยวกูขึ้นรถกลับเองดีกว่า” ผมพูดอย่างเกรงใจ
“เอาน่ามึง แค่ไปส่งบ้านเอง” ไอมินพูดอย่างจริงจัง ทำไมเพื่อนๆไม่เข้าใจความรู้สึกผมบ้าง ไออยากช่วยสิงโต ผมก็เข้าใจ แล้วความรู้สึกผมล่ะ พี่อ๊อฟจะเข้าใจยังไง แล้วพ่อมันจะเป็นยังไง ถ้ารู้ว่าลูกตัวเองยังมาเดินทางเดิมอยู่ คิดว่าผมสบายใจกันมากสินะ ที่คิดแต่จะปฎิเสธมันแบบนี้ ผมก็ลำบากใจไม่น้อยเหมือนกัน ทำไมไม่มีใครเข้าใจผมบ้าง
“เอาน่ามึง ไหนๆก็ไหนๆแล้ว” ปอพูดเพื่อ?ไอสิงโตก็ยืนทำตาปริบๆข้างๆผมเนี่ย
“เออๆก็ได้” ผมพูดปัดๆไป ปฏิเสธไปก็เท่านั้น
ไอสิงโตมันจะดีใจอะไรขนาดนั้น แล้วเราก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถของเพื่อนๆ พวกมันออกไปแล้วเหลือผมกับไอสิงโต มันลีลาเยอะ เดี๋ยวชวนคุยเดี๋ยวหากุญแจไม่เจอ เดี๋ยวและเดี๋ยวจนผมได้ด่ามัน มันเลยยอมออกรถ ระหว่างทางก็คุยกันไป ส่วนมากไอสิงโตจะชวนคุยมากกว่าผมก็ตอบมันไปบ้างถามมันบ้าง จนถึงหน้าบ้าน เอ่อคือ เจ้ากรรมนายเวรผมนั่งรออยู่ ไอสิงโตก็วอนไงไปจอดตรงหน้ามันเลยไง แล้วผมก็ลงรถ.......

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“ไปไหนกันมา!” พี่อ๊อฟพูดเสียงแข็งมองไอสิงโตตาขวาง
“ไปเดินห้าง...” ผมยิ้มอ่อนส่งไปให้พี่อ๊อฟ
“กูไปห้างไปเจอนทเลยอาสามาส่ง มึงไม่ต้องทำท่าหาเรื่องขนาดนั้นหรอก” ไอสิงโตบอกอย่างจริงจัง
“แล้วมึงจะไปห้างทำไมไม่บอกกู กูจะได้ไปด้วย แล้วนี่คืออะไรโทรหาก็ไม่รับ โทรหาเพื่อนๆมึงก็ไม่รับ!” พี่อ๊อฟอารมณ์เดือดมาก
“ใจเย็นๆก่อนเถอะ” ผมหันไปบอกพี่อ๊อฟด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ “สิงโตมึงกลับเลยก็ได้เนอะเย็นแล้ว” บอกด้วยเสียงนิ่งๆ
“โอเคๆ” ยิ้มหวาน “มึงอย่าได้ทำอะไรนทนะ!” สิ่งโตหันไปบอกพี่อ๊อฟแล้วมันก็ขับรถไป
“ดูมึงจะมีความสุขมากนะไปกับมัน” มันพูดแล้วทำหน้าไม่พอใจ
“เข้าบ้านเถอะน่า ปะ” ผมจับมือมัน แต่มันสะบัดออก
“กูจะไปนอนบ้าน” มันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ แล้วเดินไปขึ้นรถผมก็เดินตามไป
“พี่อ๊อฟ มันไม่มีอะไรจะโกรธทำไมเนี่ย!” ผมถามอย่างหงุดหงิด
“หึ!” แล้วมันก็ขับรถไปเลย
เดือดร้อนผมอีกทีนี้ โอ้ย! อะไรก็ไม่รู้ ผมก็เดินเข้าบ้าน เจอป๊ากับแม่ก็ทักทายคุยกันนิดหน่อย ผมก็ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอะไรเรียบร้อยก็โทรหาคุณชายสักหน่อย ปรากฏว่าไม่รับสาย เอายังไงทีนี้ นี่ก็ค่ำแล้ว ถ้าไม่ไปง้อจะมีปัญหามั้ยเนี่ย เฮ้อ! ยังไงก็ต้องไปอะแหละ ผมก็เตรียมของอะไรลงบ้านไปขอป๊ากับแม่...
“ป๊านทจะ....”   
“ไม่ให้ไป!” ป๊าพูดตัดบททันที
“ป๊าอ้า! นทลืมของไว้จะไปเอาแล้วก็นอนนั่นเลย” ผมพูดอย่างงอแง
“ไม่เอาๆ ไปบ่อยแล้ว!” ป๊าพูดเสียงดุ
“แม่” เดินไปหาแม่ “ให้นทไปน้า” ทำเสียงอ้อน
“ถามป๊าเอานะ” แม่ยิ้มหวาน ผมมุ่ยหน้าเลยสิ
“เจ้าอ๊อฟมันโกรธเราใช่ไหม!” อยู่ก็พูดขึ้นมา ผมพยักหน้า “ให้มันโกรธไปเลย ชอบหนีเที่ยวดีนัก ป๊าเห็นมานั่งรอตั้งแต่เลิกเรียนแล้ว” พูดติดไม่พอใจ
“ก็จะไปง้อนี่ไงป๊า อะไรเนี่ย!” ผมโวยวาย
“ขึ้นบ้านไปเลยนท!” ป๊าขึ้นเสียง
ผมก็เดินหน้าบูดหน้างอกระแทกเท้าขึ้นบ้านไป ป๊าจะแกล้งผมสินะ แหมทำเป็นพูดดี แล้วเอายังไงละเนี่ย ผมก็กระหนำโทรไป มันก็ปิดเครื่องไปเลย ดี...ดีที่สุด ผมก็ปล่อยไป แล้วก็เล่นนู่นเล่นนี่ไปแล้วก็นอน...
พอมาอีกวันผมก็ตื่นทำอะไรตามปกติ จนรอไปโรงเรียน....
“วันนี้ป๊าจะไปส่ง เจ้าอ๊อฟมันแวะมาบอกป๊าตั้งแต่นทยังไม่ลงมาเลย” ป๊าพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ผมละหงุดหงิดจริงๆ นี่มันจะไม่คุยกับผมจริงๆเหรอ พอถึงโรงเรียน ผมก็เดินไปหามันที่มันชอบนั่งกับเพื่อนๆมันก็ไม่อยู่ไปหาที่ชมรมก็ไม่อยู่ผมก็เลยเดินกลับไปหาเพื่อนๆ พวกมันก็นั่งกันอยู่ครบเชียว.....
“เป็นอะไรวะ ทำหน้าเป็นตูด” ปอถามอย่างสงสัย
“ก็ไอสิงโตไปส่งกูเมื่อวาน พี่อ๊อฟเห็นก็โกรธกูเนี่ย ไม่คุยไม่เจอตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้ว” ผมพูดอย่างคิดมาก
“เอาน่าๆ เดี๋ยวเขาก็มาหามึงเองแหละ” ไอมินบอกอย่างไม่ใส่ใจ
“เออ ร่าเริงเข้าไว้มึง” วิวพูดพร้อมกับยิ้มให้ผม
“แล้วมึงจะไปไหม เสาร์อาทิตย์นี้” ไอนัทถามนิ่งๆ ผมก็มองมัน ทุกคนก็จับจ้องมาที่ผม
“พวกมึงมีอะไรกัน! กูเห็นมีพิรุธกันตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ ทำกูเดือดร้อนไม่หยุดไม่หย่อนเลย!” ผมถามอย่างหงุดหงิด
“ปะ..เปล่ามึง แค่อยากชวนมึงไปเที่ยว” ปอพูดแบบอึกอัก
“ก็น้องซินวางแผนให้มึงคืนดีกับไอสิงโต เลยหาพามึงไปนู่นไปนี่…” ไอนัทพูดอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์
“ไอนัท!” พวกมันพร้อมเพรียงเชียว
“บอกไปเถอะ ไอนทมันรู้ทีหลังแล้วมันโกรธจะแย่กว่านะ” ไอนัทเงยหน้าบอก
“กูถามพวกมึงจริงๆเถอะนะ มึงก็รู้ว่าพ่อมันไม่ค่อยอยากจะให้กูยุ่งกับไอสิงโต มึงจะส่งเสริมเพื่อ? มึงต้องให้ครอบครัวเขาแตกแยกกันก่อนใช่ไหม” ผมถามอย่างไม่พอใจ
“พ่อมันนั่นแหละที่ให้ซินมาพูดกับพวกกูอะ!” ไอมินพูดขึ้นเสียงดังผมชะงักไปนิด
“จริงๆนะมึง พ่อมันทนไม่ได้หรอกที่เห็นไอสิงโตเป็นแบบนั้น!” ปอพูดอย่างเป็นห่วง ผมก็ใช้ความคิด ทำไมพ่อมันไม่คุยเอง ใช้น้องซินทำไม
“ที่พ่อมันไม่คุยกับมึงเพราะเขาอยากให้เด็กๆคุยกันเองจะง่ายกว่านะมึง” ไอวิวนี่เหมือนอ่านความคิดผมได้ ผมก็นั่งนิ่ง
“มึงไม่ต้องทำท่าคิดหนักขนาดนั้นก็ได้ เพราะที่มันพูดคือเรื่องจริงนะ” ไอนัทนี่ก็เฉยชาจังวะ
“เออๆ รู้แล้วๆ ยังไงกูก็ขอดูก่อนอีกทีแล้วกัน” ผมเครียดเรื่องพี่อ๊อฟมากกว่าเนี่ยคิดแล้วก็หงุดหงิด
พวกมันก็พูดเกลี้ยกล่อมผมอยู่นั่นแหละ จนได้เวลาเข้าแถว และขึ้นเรียนพวกเราก็ขึ้นเรียนกันไป จนถึงเวลาพักเที่ยงก็ไปหาอะไรกินกัน แต่ผมฝากเพื่อนๆซื้อให้แล้วรีบไปปดูพี่อ๊อฟก่อน หายังไงก็ไม่เจอไปชมรมก็ไม่มีคน มันหายหัวไปไหนของมัน จนผมไปเจอเพื่อนๆพี่อ๊อฟ ดีพี่ไอซ์ไม่อยู่.....
“พี่ครับเห็นพี่อ๊อฟไหม” ผมถามพวกพี่เขาขณะที่พี่ๆเขานั่งกินข้าวกันอยุ่
“อ่าว! ไออ๊อฟมันไปกรุงเทพฯอะ ไม่รู้เหรอ?” มองผมอย่างงงๆ
“ไปทำไม ไม่เห็นบอกผมเลย” ผมคิ้วขมวดแล้ว
“ก็เมื่อวาน กูเห็นมันบอกว่า ต้องไปกระทันหันเพราะจดหมายที่ทางกรุงเทพฯส่งมามันมีปัญหาเพิ่งมาถึง มันเลยต้องไปเลยพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“งานอะไรพี่” ผมถามอย่างสงสัย
“ก็พวกประชุมแล้วก็ทัศนศึกษาอะไรพวกนั้นของชมรมมันนั่นแหละ เรื่องนี้กูเคยเห็นมันพูดมาสักพักแล้ว มันบอกว่ารอจดหมาย จนมาเมื่อวานเนี่ยแหละ พวกมันคงบอกที่บ้านไว้ตั้งนานแล้ว ถึงไปกันได้ไม่งั้นซวย กระทันหันแบบนี้”(ยิ้ม)
“อะไรวะ?” ผมงงเลยสิ “แล้วมันไปกี่วันอะครับ” ผมเอ่ยถามพร้อมส่งยิ้มไป
“เห็นว่ากลับถึงวันจันทร์อะมั้ง” พี่มันทำท่าคิด
ผมกับพวกพี่ๆเขาคุยกันอีกนิดหน่อยผมก็ขอตัวกลับไปหาเพื่อน ระหว่างผมเดินกลับไปหาเพื่อนๆก็โทรหาพี่อ๊อฟมันไปด้วย คือมันก็ไม่รับ ใจร้ายจริงๆ จะโกรธอะไรก็บอกผมหน่อยก็ได้มั้งว่าจะไปไหน พอเดินมาถึงโต้ะเพื่อนๆก็กำลังกินข้าวกันอร่อยเลย ผมก็ไปนั่งกิน พวกมันก็ถามกันว่ามีอะไรผมก็บอกพวกมันไปตามความจริง พวกมันก็เฮกันใหญ่ประมานว่าผมต้องไปกับพวกมันได้โดยไม่มีพี่อ๊อฟคอยห้าม แต่มันไม่ใช่ไง ผมรู้สึกผิดจัง จนกินเสร็จก็พากันเดินขึ้นห้อง ผมก็โทรหาพี่อ๊อฟตลอด มันก็ไม่ยอมรับสายคืออะไร พอถึงห้องผมก็กดดูในเฟสเห็นแจ้งเตือนไรเยอะแยะเลย โอ้โห! เดี๋ยวนะ ไปงานของชมรมแต่ยัยอิงฟ้ามันสล่อนอะไร คือถ่ายรูปแล้วแท๊กพี่อ๊อฟ อีนี่มันยังไม่เห็นสถานะหรืออย่างไร วอนแล้วจริงๆมันถ่ายรูปกับพี่อ๊อฟที่งานที่ไหนสักที่เมื่อ1ชั่วโมงที่แล้ว อ้อ!หรือว่ามัวแต่หวานกับยัยอิงฟ้าเลยไม่รับโทรศัพท์ผม ดีอย่างนั้นก็ดี....
“พวกมึงกูจะไปนะวันเสาร์อาทิตย์นี้! กูจะสนุกให้เต็มที่เลย!” ผมพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ตอนแรกกะจะนอนสำนึกผิดอยู่บ้านแต่พี่อ๊อฟก็ใจร้ายเกินไปจริงๆ ก็ตามนั้น
“ใจเย็นๆดิมึง มันอาจจะไม่มีอะไรหรอก” ปอมันชะเง้อดูในโทรศัพท์
“เออๆ ไม่มีหรอก แต่กูงง ไปงานของชมรมแล้วอิงฟ้าคืออะไร?” ผมพูดอย่างหงุดหงิด
“มึงก็รู้อิงฟ้าไปช่วยชมรมบ่อยๆเขาจะชวนอิงฟ้าไปก็ไม่แปลกนะเว้ย!” ปอพูดนิ่งๆ ผมชะงักไปนิด แล้วผมพยักหน้ารับรู้
แล้วพวกมันก็ชวนผมคุยนู่นนี่ไป ผมก็ตอบบ้างเออออบ้างมือก็กดรัวโทรหาพี่อ๊อฟมันก็ไม่รับ อะไรวะ! ผมเลยโทรหาพี่ดาวไม่รู้ใช่ไหมมันมีชื่อดาวอยู่แค่เบอร์เดียวในโทรศัพท์มัน ดีนะแลกโทรศัพท์กับมันใช้เลยติดต่อคนที่อยู่กับมันได้ด้วย แล้วพี่ก็รับสาย....
“ฮัลโหล” เสียงหวานเลย พี่ดาวนี่แหละ
“พี่ดาวผมนทนะครับ พี่ดาวอยู่ไหนครับ” ผมพูดอย่างกังวล
“อ่าว!นี่เบอร์อ๊อฟ.. พี่มางานไง” พี่ดาวทำเสียงตกใจ
“ผมแลกโทรศัพท์กับพี่อ๊อฟใช้น่ะพี่ นี่พี่ไปกระทันหันเลยเหรอครับ?”  ผมถามด้วยความสงสัย
“จริงๆไม่กระทันหันนะ ครูบอกไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่จดหมายมันไม่มาสักทีครูเลยบอกว่าให้ไปบอกกับที่บ้านไว้ก่อน แล้วจดหมายก็มาถึงเมื่อวาน เมื่อวานวิ่งวุ่นเลย เพราะต้องให้ครูโทรขอพ่อแม่ให้ จดหมายมันเพิ่งถึงแล้วต้องมาวันนี้อีก เลยยุ่งไปหมด” พูดอย่างไม่ใส่ใจอะไร
“ครับๆ แล้วพี่อยู่กับพี่อ๊อฟหรือเปล่าครับ ผมขอคุยด้วยได้ไหม ผมโทรไปพี่เขาไม่รับ...” ผมทำเสียงเศร้า
“ได้สิ แปปนะ” แล้วก็มีเสียงดังอะไรไม่รู้…. “ฮัลโหล...” (พี่อ๊อฟ!)
“พี่อ๊อฟ พี่อ๊อฟทำไมไม่รับโทรศัพท์” ผมถามอย่างกังวล
“โทรศัพท์อยู่ในกระเป๋า” น้ำเสียงเฉยชามาก
“พี่อ๊อฟหายโกรธเถอะนะ ผมอยู่ไม่เป็นสุขแล้วเนี่ย” พูดน้ำเสียงเศร้าๆแล้วเดินออกมาจากห้องเรียนมาคุยหน้าห้อง
“แล้วยังไงวะ” มันพูดแบบหงุดหงิด
“เรื่องเมื่อวานมันไม่มีอะไรนะพี่อ๊อฟ” ผมพูดจริงจัง
“ตอนนี้กูไม่มีอารมณ์คุย ไว้กูจะโทรไปเองนะ ไม่ต้องโทรมาแล้ว” แล้วมันก็วางสายไปเลย ผมยืนนิ่งเลย
แล้วก็เดินคอตกเข้าห้อง เพื่อนๆก็ถามผมก็บอก มันก็ปลอบผมกันไปจนครูเข้าเราก็เรียนกันไปพอเลิกเรียน ผมก็อึนๆ ตอนแรกพวกมันจะแยกย้าย แต่มันเห็นผมเศร้าพวกมันเลยพาผมไปหาอะไรกินแถวหน้าโรงเรียน นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้ง ที่ผมนั่งรอโทรศัพท์จากคนคนนึง พี่อ๊อฟมีอิทธิพลต่อความรู้สึกผมเหลือเกิน......
“มึงเว่อร์ไปแล้ว เดี๋ยวเขาโทรมามึงก็ได้ยินเองแหละ ไปจ้องอะไรขนาดนั้น” ปอพูดแล้วมันเก็บโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋าเสื้อผม
“กูไม่น่าให้ไอสิงโตไปส่งเลย” ผมพูดอย่างเครียดๆ
“ไม่เกี่ยวหรอกน่า อย่าคิดมากเลยมึงพี่เขาอาจจะเหนื่อยก็ได้นะเว้ย!” ไอมินพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“เออกินเถอะมึง ไอติมจะละลายแล้ว” ไอนัทเลื่อนไอติมมาหน้าผม
แล้วก็นั่งกินกันไปคุยกันไป พอเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ ผมก็บอกป๊าให้มารับ พอถึงบ้านก็ขึ้นบ้านไปนอนจ้องโทรศัพท์มันก็ไม่โทรมาสักที ใจดำจริงๆ โถ่!เพราะผมทำตัวเองด้วยแหละเฮ้อ! ผมก็เอาการบ้านขึ้นมาทำทำเสร็จลงไปกินข้าวแล้วก็ขึ้นมาอาบน้ำแต่ตัว นอนเล่นบนเตียง คือรอโทรศัพท์อย่างเดียว จะโทรไปก็กลัวมันจะรำคาญหนักกว่าเดิม.......
ครืดๆๆ........
“ฮัลโหล” ผมรับเร็วมากกดรับเร็วมากจริงๆ
“เอ่อใครครับ?” เสียงผู้ชายคุ้นๆ ผมลองยกขึ้นมาดู พี่โอม? เอิ่ม! พี่โอมเป็นเพื่อนกลุ่มพี่อ๊อฟที่ผมไปถามหาพี่อ๊อฟเมื่อตอนกลางวัน
“พี่โอม ผมนทเอง ผมแลกโทรศัพท์กับพี่อ๊อฟใช้” ผมบอกเสียงนิ่งๆ
“อ่อ แล้วมันใช้เบอร์ไหน จะโทรไปฝากมันซื้อของหน่อย” พี่โอมพูดด้วยเสียงร่าเริง
“เบอร์08........อะพี่” ผมบอกเสียงเศร้าๆ
“เป็นอะไร เสียงหงอยๆ” พี่โอมถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“พี่อ๊อฟไม่รับโทรศัพท์และไม่ยอมโทรหาผมอะดิ” ผมเศร้าเลยทีเดียว
“เอาน่าเดี่ยวมันก็โทรหาเองแหละ มันโลกส่วนตัวสูง งั้นวางก่อนนะ เออแล้วมีอะไรก็โทรมาได้นะ!” พูดอย่างเป็นห่วง+กวนๆนิดหน่อย
“อ่าๆขอบคุณพี่” แล้วก็กดวางไป
ผมก็นอนรอโทรศัพท์นอนรอไปนอนรอมาก็ผลอยหลับไปสะงั้น ตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้ว มองโทรศัพท์ก็ยังไม่มีใครโทรมา เห็นแล้วก็เศร้า ผมก็ทำนู่นทำนี่ไป ผมมองตัวเองในกระจกแล้วก็ยิ้มให้ตัวเอง “วันนี้เราจะลืมเรื่องเศร้าแล้วก็ร่าเริงเหมือนเดิม เย้!” เป็นบ้าไปแล้ว พูดคนเดียวสะงั้นคิดแล้วก็ขำ พอป๊ามาส่งที่โรงเรียน ผมก็เดินตรงไปหาเพื่อนๆด้วยความสดใสที่ผมสร้างมันขึ้นมาเอง.....
“เป็นอะไรวะ ร่าเริงสะน่ากลัว” ไอปอไอนี่นิ
“เปล่า กูแค่เบื่อ พี่อ๊อฟก็ไม่โทรหาสักที กูก็ไม่รู้จะเศร้าทำไม!” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ พวกมันมองหน้ากัน
“มึงป่วยหรือเปล่าวะ” ไอนัทเอามือมาจับหน้าผากผม ผมก็จับมือมันมาหอม มันดึงมือมันกลับอย่างเร็วเลยพวกนั้นก็หัวเราะกันใหญ
“กูไม่ได้ป่วย กูแค่คิดว่าในเมื่อมันไม่อยากคุย กูก็ไม่ต้องทำอะไรมากมายหรอก เศร้าไปก็แค่นั้น” ผมยักไหล่อย่างกวนๆ
พวกมันก็คุยเล่นกันไปผมก็ด้วย จริงๆก็เศร้าแหละ แต่ผมเก็บอาการได้ดี แถๆไปเถอะ ไอพี่อ๊อฟมันจะใจร้ายกับผมได้นานแค่ไหนก็ต้องลองดู ผมก็จะชิวและแรดให้เต็มที่แล้วกันตอนที่มันไม่อยู่ และถึงเวลาพักเที่ยง พวกเราก็ไปหาอะไรกินกัน....
“พวกมึงวันนี้ไปร้องเกะกันกูอยากแหกปาก” ผมพูดขึ้นมาอย่างร่าเริง
“เออๆดีเหมือนกันไม่ได้ร้องนานแล้ว” ไอวิวพูดขึ้นอย่างดีใจ
“ชวนไอสิงโตด้วยได้ไหมมึง” อยู่ๆมันพูดขึ้น ผมชะงักไปนิด
“แล้วแต่เลยมึง” ผมยิ้ม ก็ดี ไหนๆพี่อ๊อฟมันก็โกรธเรื่องนี้อยู่ ผมก็ช่างแม่ง ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
แล้วพวกมันก็คุยกันไป ผมก็คุยไปจนขึ้นห้องเรียนก็เรียนกันไปพอเลิกเรียน.....
“พวกมึงเดี๋ยวพวกไอสิงโตมารับนะเว้ย!” อยู่ๆไอมินมันก็พูดขึ้นขณะที่พวกผมเก็บกระเป๋า
พวกมันดีใจกันใหญ่ ที่ไม่ต้องหานั่งรถให้เสียตัง ผมก็เออออไปไม่อยากทำให้เพื่อนอึดอัดไปด้วย พอลงไปรอสักพักพวกมันก็มารับ ผมก็ซ้อนไอสิงโตเหมือนเดิม มันก็ชวนผมคุย ผมก็เออออไปมันดูดีขึ้นจากเมื่อวานซืนดีนะดูสดใสมากเลยทีเดียว พอถึงห้างเราก็พากันไปเช่าห้องร้องเกะกันห้องใหญ่เลย พวกมันก็แย่งกันร้องไปผมก็นั่งอยู่ตรงโซฟาไอสิงโตก็นั่งข้างๆ.......
“ป๋ากูอยากคุยกับมึงนะ” อยู่ๆมันก็พูดขึ้นมา
“อืม” ผมยิ้ม แบบไม่รู้สิจะคุยอะไรอีก เลิกหาเรื่องมายัดใส่หัวผมได้แล้ว แค่นี้ผมก็เหนื่อยจะรับอะไรแล้ว
“หลังจากร้องเสร็จไปบ้านกูไหม” ไอสิงโตถามอย่างมีหวัง ผมนชะงักไปเลยสิ ไม่อยากไป คืออยากพูดสวนมันไปทันที
“มะ....มันจะดีเหรอ” ผมถามแบบเกร็งๆ แต่ยังคงมีรอยยิ้มส่งให้มัน
“ดีที่สุด!” พวกมันพูดใส่ไมค์ ผมหันไปมองพวกมันยิ้มร่าเริ่งกันเลยทีเดียว
“เฮ้อ! พวกมึงนี่นะ” ผมส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“ไปไหม” ไอสิงโตถามย้ำ
“ไปก็ได้” ผมตอบแบบนิ่งๆ จะคุยก็คุย จะทำอะไรก็ทำ เบื่อๆอยู่พอดี
พวกมันเฮกันใหญ่ ผมก็นั่งฟังพวกมันร้องเพลงไป ผมชวนพวกมันมายังไม่ได้ร้องเลย จนผ่านไปสักพัก.....
“ไอนท ให้ไอนทร้องบ้างดิ” ปอบอกขณะที่มันแย่งไมค์กับไอสอ
“เออๆไอนทมึงมาร้องบ้างดิ กูอยากฟังเสียงมึง” ไอโค้กพูด ผมเขินน่ะสิ เสียงก็ไม่เพราะยังจะมาอยากฟัง
“เอาเลยกูรอฟังด้วย” ไอสิงโตยิ้ม
“เออๆก็ได้” อายจุง แต่รีบคว้าไมค์คืออะไร555 “เอาเพลงอะไรดีวะ” ผมยืนเลือกเพลงอยู่ที่หน้าจอกับไอปอ
“เพลงนี้เลยมึง” ปอมันก็กดให้ผม เอ่อ.....
“ไอปอทำไมต้องเพลงนี้วะ มันเก่ามาแล้วนะมึง กูไม่ร้องเปลี่ยนเลย!” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ
“เอาน่ากูชอบเพลงนี้รองให้ฟังหน่อย” ไอปอยิ้มแล้วมันก็กดเลือกเพลงและกดเล่นเลย
พวกมันร้องโห่แซวกันใหญ่เลย ผมละเขินจริงๆ ก็รอเสียงดนตรีเริ่ม........
“……คนดีขอโทษที่ทำให้วุ่นวาย
ให้หวั่นไหวและต้องมาถามกัน
ว่าคนไหนที่เป็นคนสำคัญของฉัน
ที่นั่งในใจคือเขาหรือเธอ
ไม่รู้จะบอกกับเธอได้ยังไง
จะผิดไหมถ้าบอกว่าเท่ากัน
อาจจะเห็นแก่ตัวเมื่อเธอช่างดีกับฉัน
และเขาก็สำคัญเป็นคนที่รู้ใจ
หากฉันฝันถึงเธออย่างเขา
หรือถ้าเขาแสนดีอย่างเธอ
สิ่งที่ถามฉันคงไม่ลำบากใจ
อย่าเลยอย่าบอกให้ฉันเลือกเลย
เพราะฉันไม่เคยรู้เลย
ไม่รู้ว่าจะเลือกใคร
ขาดเธอก็เหงาขาดเขาก็คงเสียใจ
ไม่อยากจะเลือกใคร
อยากเก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคน
ฉันรู้ว่ามันก็คงไม่ดี
ทำอย่างนี้ที่สุดอาจไม่เหลือใคร
หากว่าเธอเกลียดฉัน
ก็อยากขอโทษได้ไหม
เหตุการณ์ที่เป็นไปใจฉันเองก็เจ็บ
หากฉันฝันถึงเธออย่างเขา
หรือถ้าเขาแสนดีอย่างเธอ
สิ่งที่ถามฉันคงไม่ลำบากใจ
อย่าเลยอย่าบอกให้ฉันเลือกเลย
เพราะฉันไม่เคยรู้เลย
ไม่รู้ว่าจะเลือกใคร
ขาดเธอก็เหงาขาดเขาก็คงเสียใจ
ไม่อยากจะเลือกใคร
อยากเก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคน
อย่าเลยอย่าบอกให้ฉันเลือกเลย
เพราะฉันไม่เคยรู้เลย
ไม่รู้ว่าจะเลือกใคร
ขาดเธอก็เหงาขาดเขาก็คงเสียใจ
ไม่อยากจะเลือกใคร
อยากเก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคน”
เพลงอยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน เอ็มวีเวอร์ชั่นเลิฟซิค ที่ออกัสร้องระหว่างที่ผมร้องพวกมันก็เงียบกัน พอร้องจบก็ยังนิ่ง เอาผมไปไม่เป็นเลย......
“อะ...เอ่อมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” อายมาก พูดติดๆขัดๆ
แล้วพวกมันก็ตบมือกัน ผมก็งงเลยสิโดยเฉพาะไอสิงโต......
“เพราะมากเลยมึง” ไอโค้กยิ้มอย่างยินดีแล้วเดินมาจับไม้จับมือ
“อะแฮ่ม!” ไอสิงโตมอง ไอโค้กรีบปล่อยมือ “เพราะมากมึงกูชอบ” ยิ้มเขินเอิ่ม!เขินเพื่อ
“จะ...จริงเหรอวะ กูเห็นพวกมึงเงียบกันกูก็นึกว่าฟังกันไม่ได้” ผมพูดอย่างเขินอาย
“เพราะจริงๆมึง ถ้าไม่เพราะกูไม่ให้มึงร้องให้ขายขี้หน้าหรอก” ปอพูดติดตลก ผมก็ยิ้มบานเลยสิ
“นทเพลงนี้มึงจะสื่ออะไรหรือเปล่า” ไอมินทำหน้าล้อ
ผมก็ด่ามันไปเราก็คุยกันไป......
“ไอสิงโต มึงร้องบ้างเลย!” ตี๋ยื่นไมค์ให้ไอสิงโต
“เออพวกมึงต้องฟัง ไอสิงโตก็ร้องเพราะร้องเลยๆ เอาเพลงอะไรมึง” ไอต้นอวดเพื่อนแล้ว
“เพลงนี้เลยมึง กูเลือกให้เอง” ไอโค้กก็เดินไปกดๆ ส่วนไอสิงโตก็ยืนยิ้มให้ผม มันทำผมเขินนะเนี่ยไอบ้านิ!
แล้วมันก็เลือกเพลงไป แต่เพลงมัน เอ่อคือ เอาเถอะแค่ร้องเพลงเท่านั้นแหละ แล้วเพลงก็เริ่มไอสิงโตมันก็หันหน้ามาทางผมจ้องหน้าผมและหน้ามันก็ดูมีความสุขมาก ผมอึกอักเล็กน้อย ไอพวกเพื่อนๆก็ตั้งใจเงียบกันเหลือเกิน.......

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ถ้าเธอไม่ได้รักกับเขา
เราจะได้รักกันไหม
เป็นคำถามที่ยังข้องใจ
เธอไม่รักเพราะมีเขา
หรือว่าฉันไม่ใช่
เรื่องเดียวที่อยากรู้ โอ้
แต่มันก็คงจะสายถ้าจะให้ฉันพูดออกไป
ก็เธอน่ะมีเขาฉันก็ควรที่จะเข้าใจ
ก็แบบว่ามันยังคิดอยู่
อยากให้เธอลองคิดดู
ก็เผื่อว่าวันพรุ่งนี้เธอจะเปลี่ยนใจ
ตอนนี้คงทำได้เพียงแค่รอและมันก็คงต้องยอมก่อน
ก็แล้วจะให้ฉันทำยังไง
ก็แบบว่าถ้าเธอเหงาขึ้นมาเวลาที่ไม่มีใคร
ให้ฉันไปหาเธอได้ไหม
ถ้าเกิดว่ามีความลับที่ฉันยังไม่อยากจะบอก
ถ้าเกิดว่ามีคำถามที่ไม่อยากได้ยินคำตอบ
ถ้าเกิดว่าไม่มีเขาเธอจะมองฉันดูกระจอกไหม
ก็แบบว่าเอาจริงจริง
ไม่อยากจะได้ยินคำปลอบใจ
ละถามว่ารักเธอไหมฉันก็คงจะตอบว่ามากแหละ
แต่ถามว่าเกลียดเธอไหม
บางทีมันก็ตอบยากแหละ
ก็แบบว่ามันไม่ทราบเลยที่จริงเธอคิดอะไรอยู่
บางทีก็ให้ความหวัง
ชอบมาเล่นอะไรก็ไม่รู้
เล่นอะไรก็ไม่รู้
ถ้าเธอไม่ได้รักกับเขา
เราจะได้รักกันไหม
เป็นคำถามที่ยังข้องใจ
เธอไม่รักเพราะมีเขา
หรือว่าฉันไม่ใช่
เรื่องเดียวที่อยากรู้
ถ้าเธอไม่ได้รักกับเขา
เธอจะมองฉันบ้างไหม
ถ้าหากเราไม่เจอช้าไป อุ้
ถ้าหากไม่ใช่เขา
จะเป็นฉันได้ไหม
หรือความจริงไม่ว่ายังไง
เธอก็ไม่รักฉันอยู่ดี
Yeah aha
ที่ทักไปหาทุกวันจะให้ฉันทำยังไงได้ล่ะ
ถ้าเกิดว่าไม่มีเขาอะไรอะไรมันคงจะง่ายนะ
ก็แบบว่าตอบได้มะว่าเป็นที่ฉันหรือเขา
ตอนนี้มันค้างคาก็แบบว่าฉันไม่อยากจะเดาเลย
บางทีเธออยู่กับเขาก็คิดว่าทำไมไม่ใช่เราวะ
ที่จริงก็รู้คำตอบ
แต่ความจริงแล้วมันก็เศร้านะ
ช่างแม่งไม่อยากจะเล่าละ
โซดาผสมกับเหล้านะ
ถ้าเกิดคืนนี้ฉันเมา
โทรไปหาเธอไม่ต้องเดานะ
เธอคงจะอยู่กับเขาอะ
ถ้าเธอไม่ได้รักกับเขา
เราจะได้รักกันไหม
เป็นคำถามที่ยังข้องใจ
เธอไม่รักเพราะมีเขา
หรือว่าฉันไม่ใช่
เรื่องเดียวที่อยากรู้
ถ้าเธอไม่ได้รักกับเขา (yeah yeah)
เธอจะมองฉันบ้างไหม
ถ้าหากเราไม่เจอช้าไป
ถ้าหากไม่ใช่เขา
จะเป็นฉันได้ไหม
หรือความจริงไม่ว่ายังไง
เธอก็ไม่รักฉันอยู่ดี
Ah
แต่มันก็คงจะสายถ้าจะให้ฉันพูดออกไป
ก็เธอน่ะมีเขาฉันก็ควรที่จะเข้าใจ
ก็แบบว่ามันยังคิดอยู่
อยากให้เธอลองคิดดู
ก็เผื่อว่าวันพรุ่งนี้เธอจะเปลี่ยนใจ
ตอนนี้คงทำได้เพียงแค่รอและมันก็คงต้องยอมก่อน
ก็แล้วจะให้ฉันทำยังไง
ก็แบบว่าถ้าเธอเหงาขึ้นมาเวลาที่ไม่มีใคร
ให้ฉันไปหาเธอได้ไหม
เธอได้ไหมอะ
เพลงถามคำ ของURBOYTJ ไงละ ร้องนี่ตาไม่ละจากผมเลย ผมเลิ่กลักนิดหน่อยจะลุกหนีไอปอก็จับไว้ พอร้องจบพวกมันก็ตบมือกัน มีการมองผมแบบแซวกันด้วยไอพวกนี้ ก็มันเป็นสะแบบนี้ไงถึงทำให้ผมหนักใจ เฮ้อ!.....
“เพราะไหม” สิงโตมานั่งข้างผมแล้วก็ถาม
“อืมก็เพราะดี” ยิ้ม มันทำให้ผมลำบากใจอีกแล้วนะเนี่ย จะว่าไป มันหล่อมากเลยนะ เป็นคนๆนึงที่น่าจะมีคนสนใจมากมาย แต่ด้วยการวางตัวอะไรแล้วคนเข้าถึงมันได้ยากอยู่นะ จากที่รู้จักมันมาสักพัก
“เอาน่ามึงขำๆ” ปอหันมากระซิบ
“แต่กูไม่ขำด้วย มึงก็รู้นะ” ผมหันไปกระซิบมันด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เอาน่าๆ แล้วมึงจะรู้เองแหละ” ปอยิ้มอย่างใจเย็น ผมก็สงสัยนะแต่เลือกจะเงียบไว้ดีกว่า ไม่ได้อยากจะรับรู้อะไรขนาดนั้น
แล้วเราก็ร้องเล่นเต้นกันไปจนหมดชั่วโมงพวกเราก็พากันแห่ไปบ้านไอสิงโต พอผมเห็นบ้านมันเท่านั้นแหละ ผมก็เกิดความรู้สึกที่ว่าไม่อยากเข้าไปเลย พอเข้ามาพ่อแม่น้องมันก็ออกมารอแล้ว พวกเราก็ทักทายนิดหน่อย เพื่อนๆก็พากันไปห้องเล่นไอสิงโต พอผมจะตามไปพ่อมันเรียกให้ไปหาผมก็เดินตามไป แม่มันก็ด้วยเฮ้อ! ทำไมต้องทำอะไรแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ เข้ามาห้องทำงาน อารมณ์เหมือนห้องเชือดยังไงไม่รู้ พ่อมันก็ไปนั่งผมก็นั่งตรงข้ามพ่อมันแม่มันก็นั่งข้างๆผม.......
“สบายดีนะ” ลุงโรจน์ถามพร้อมยิ้มหวาน
“ครับ” ผมตอบด้วยรอยยิ้ม
“แม่รู้เรื่องหมดแล้วนะ ป๋าเขานิสัยไม่ดีแบบนี้แหละหนูโอเคใช่ไหม” น้าแพร นางฟ้าชัดๆทั้งเสียงท่าทางกริยาสวยสง่า
“ครับผมโอเคไม่เป็นอะไรครับ” ตอบแบบนิ่งๆไม่ใส่ใจอะไร และส่งยิ้มให้ตามมารยาท
“คุณแพรนี่นะ” ลุงโรจน์ทำเสียงดุ ผมก็มองว่านี่อะไรกัน ทำไมต้องมาคุยอะไรบ่อยๆ ผมชักเบื่อแล้ว
“ทำไมคะ หรือคุณอยากจะให้ฉันกับลูกๆไปอยู่ที่อื่น” น้าแพรพูดเสียงแข็ง จะมาทะเลาะกันให้ผมดูหรือยังไง
“ครับๆเข้าใจแล้วครับ” ลุงโรจน์หัวหดเลย ผมแอบยิ้มนิดหน่อย
“นทคือแม่รู้เรื่องสิงโตมานานแล้วรู้ว่าเขามีรสนิยมยังไง แต่แม่ไม่เคยปิดกั้นเลยนะ สนับสนุนด้วยซ้ำ เขาชอบมาพูดถึงนทให้แม่ฟังบ่อยๆ แต่พ่อเขาน่ะสิ” หันไปทำตาดุใส่ลุงโรจน์ “ชอบทำตัวให้ลูกไม่รัก หนูนทไม่โกรธนะจ้ะ” น้าแพรยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วลูบหัวผม
“ไม่โกรธครับ ผมเข้าใจดีทุกอย่างครับ ว่าคุณทั้งสองหวังดีต่อสิงโต โดยเฉพาะคุณผมก็ทำตามที่คุณบอกแล้วต้องการอะไรอีกครับ” ผมหันไปมองแล้วถามลุงโรจน์
“ดะ....เดี๋ยวนะ ทำไมหนูเรียกป๋าเขาแบบนั้น” น้าแพรถามอย่างตกใจ
“คุณเขาเคยบอกว่าผมไม่ใช่ลูกเขาเรียกไม่ได้ครับ” พูดนิ่งๆ จริงๆไม่ได้อยากจะกร้าวร้าวหรืออย่างใด ผมต้องการจะตัดอะไรหลายๆอย่างแล้วจริงๆ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีเรื่องให้ได้พบปะเจอกันอีกผมก็ไม่เข้าใจ
“คุณคะ” กัดฟันพูดแล้ว ผมก็นิ่งๆ “ทำไมคุณใจร้ายแบบนี้” น้าแพรถามอย่างไม่พอใจ “ต่อไปนี้นทเรียกฉันว่าแม่นะ ส่วนนู่นก็เรียกว่าพ่อหรือป๋าก็ได้ โอเคนะ” พูดอย่างใจเย็น
“.......ผมว่ามันไม่จำเป็นครับ ผมไม่คิดว่าจะมาที่นี่อีกด้วย ผมรู้สึกเบื่อจริงๆแล้วนะครับน้าแพร” ผมพูดเสียงสั่น แล้วหันไปทางอื่น ที่ไม่ได้มองพวกเขา “แค่เรียนผมก็ปวดหัวเพราะผมไม่ฉลาดพอแล้ว ผมยังต้องมาคิดหรือต้องมาเจอเรื่องพวกนี้อีกยิ่งทำให้ผมรู้สึกเบื่อมากเลยครับ ผมต้องการจะตัดอะไรหลายๆอย่างแล้วจริงๆ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไม ทุกคนถึงเอาแต่ให้ผมมาเจอกับสิงโตอยู่เรื่อย ผมไม่เข้าใจ ทั้งๆที่ ผมไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ....” ผมพูดอย่างอัดอั้น มันอยู่ในใจผมมาตลอด ผมไม่รู้ว่าพูดไปด้วยความรู้สึกอะไร แต่มันหลากหลายความรู้สึกมากๆจริงๆ
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ผมหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง ผมก็หมดความอดทนกับเรื่องนี้มามากพอแล้ว พวกเขาน่าจะลืมไปว่าผมแค่เด็กคนนึงที่เรียนอยู่ชั้นมอปลาย มีความสุขกับการเรียนและการใช้ชีวิต ไม่ใช่ต้องมาเจอเรื่องบ้าบอพวกนี้ ทั้งๆที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ในเมื่อแค่เลิกคบกับมัน ผมก็ทำแล้ว ทำไมต้องมาวุ่นวายอะไรกับผมอีก ผมไม่เข้าใจ ผมอึดอัดจริงๆ
“แม่ขอโทษ ขอโทษสำหรับทุกเรื่องจริงๆ ขอโทษแทนป๋าที่เขาทำแบบนั้น” น้าแพรพูดด้วยสีหน้าจริงจังแล้วจับมือผม “ช่วยกลับมาเป็นเพื่อน...เป็นเหมือนเดิมกับสิงโตได้ไหม” ถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จะเป็นเพื่อนเป็นแฟนคนรักอะไรก็ได้ ถือว่าแม่ขอร้องนะ! สิงโตเปลี่ยนไปเพราะนท ดูร่าเริงขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย เพราะตั้งแต่คุณตาสิงโตเขาเสียเขาก็เหมือนเด็กเก็บกดไปเลย ไม่ค่อยยิ้มไม่ค่อยหัวเราะ ไม่ค่อยแคร์ใคร และตั้งแต่เขามาพูดเรื่องนทให้แม่ฟังเขาดูมีความสุขนะ เขายิ้มได้บ่อยขึ้น หัวเราะ มันทำให้แม่มีความสุขมากเลยนะ” น้าแพรยิ้มอย่างมีความสุข “แต่3-4วันมานี่สิงโตเอาแต่เก็บตัวข้าวปลาไม่กินเลย แม่เป็นห่วงมากเลย เห็นว่าเมื่อวานไปกินข้าวกับนทมา สิงโตก็เอาแต่ยิ้มแถมยังกลับมากินข้าวกับแม่อีกนะ” ร่ายยาวเลย ผมก็นั่งฟังนิ่งๆ “ส่วนป๋าจะพูดยังไงก็ไม่ต้องสนหรอกนะฟังแม่คนเดียวก็พอ เขาไม่ค่อยรักลูกเท่าไหร่หรอก” พูดประชดแล้วหันไปทำตาดุใส่ลุงโรจน์
“มันจะดีจริงๆเหรอครับผะ....”
“ฉันขอโทษอีกครั้ง สำหรับสิ่งที่ฉันทำอย่างใจจริง” ตัดบทผมและทำหน้าจริงจัง “ฉันขอร้องด้วยคนนะ ฉันเข้าใจแล้ว จริงๆฉันก็ไม่อยากจะยอมรับสักเท่าไหร่หรอกนะเรื่องที่ลูกฉันเป็นแบบนี้” น้าแพรส่งสายตาดุให้ ลุงแกชะงักไปนิด “แต่ในเมื่อมันคือความสุขของสิงโตฉันยอมทุกอย่างเลย...”(ยิ้ม)
“ครับ” ผมพยักหน้าตอบรับ
“แล้วเสาร์อาทิตย์นี้นทตกลงไปกับเราใช่ไหม” น้าแพรถาม ผมมองอย่างสงสัย “อ้อ! เรื่องนี้แม่เป็นคนเสนอเอง กะจะพานทไปเที่ยวไถ่โทษแทนป๋าเขา” ยิ้มแล้วจับมือผม
“ไปเถอะนะ ถือว่าฉันขอร้อง” ลุงแกยิ้มแบบอบอุ่นส่งมา
“ ครับ” ยิ้ม ผมพูดสิ่งที่อยากพูดไปหมดแล้ว แล้วก็ได้รับคำขอโทษ แต่ก็ดีแล้ว ตอนนี้ก็โล่งกว่าเดิมเป็นไหนๆ พ่อมันก็ตาสว่างมากกว่าเดิมแล้วผมก็ดีใจด้วย แล้วผมก็คุยกับพ่อและแม่ของไอสิงโตไป โดยไม่ลืมที่จะขอโทษที่พูดจาแข็งกระด้างใส่พวกเขาด้วยพวกเขาเข้าใจดีครับ....
“เรียกฉันว่าป๋าเถอะนะ” ลุงแกเอ่ยขึ้น ผมก็ยิ้ม
“ครับ”
จริงๆแล้วเพื่อนๆทุกคนก็เรียกพ่อแม่เพื่อนว่าพ่อแม่เนี่ยแหละ จะมีใครเรียกเป็นอื่นใด แล้วก็คุยกันไป จนสักพักผมก็ขอตัวไปหาเพื่อนๆ พอเปิดประตูออกมาเท่านั้นแหละ พวกมันยืนอยู่หน้าห้องกันเต็มไปหมด ประมานว่าแอบฟัง โดนพ่อไอสิงโตสวดกันใหญ่เลย แต่พวกมันก็ยิ้มกันอย่างเดียวพอฟังเสร็จน้าแพรก็ชวนพวกเรากินข้าวเย็นกัน พวกมันดีใจกันใหญ่เลย แล้วก็พากันไปเล่นที่ห้องเล่นของไอสิงโต ผมก็ไปนั่งอยู่ที่มุมเดิมที่ผมชอบนั่ง เพื่อนๆก็เล่นกันไปไอสิงโตก็มานั่งข้างๆผม......
“มึงจะเป็นเหมือนเดิมใช่ไหม” สิงโตโน้มหน้าเข้ามาใกล้ๆ ผมก็ไม่ถอย
“อื้ม! กูขอโทษนะมึง” ผมยิ้ม ไอสิงโตก็ทำหน้างง
“อะไรวะ?” มันทำหน้าสงสัย
“ขอโทษที่ทำให้มึงรู้สึกไม่ดี ขอโทษที่รู้ว่ามึงไม่ผิดกูก็ยังทำให้มึงผิดหวังขอโทษสำหรับทุกอย่างจริงๆนะมึง” ผมพูดอย่างรู้สึกผิด
“มึงไม่รู้เหรอ?” จับมือผม “กูไม่เคยโกรธหรือโทษมึงเลยนะ” มันยิ้ม
“อืม!” เขินสิทีนี้
พวกเพื่อนก็แซวกัน จะแซวทำไมไอพวกเวรนี่.....
“แล้วมึงเป็นแฟนกับไออ๊อฟจริงเหรอวะ” มันถามด้วยหน้านิ่งๆ
“อืม” ผมตอบนิ่งๆ
“แล้วกูละ...” มันพูดเบาๆเหมือนไม่กล้าจะถาม แต่ผมก็ได้ยิน
“มึง...ก็อยู่ข้างๆกูนี่ไง อย่าคิดมากเลย” ผมยิ้มแล้วจับมือมัน
“ได้เหรอวะ” มันทำหน้าสงสัย
“ได้ดิ มึงก็เพื่อนกู คิดอะไรมาก” ยิ้ม “พรุ่งนี้เลิกเรียนไปถนนคนเดินกับกูไหม” ผมถามมันแล้วยิ้ม
“ไปดิ” มันพยักหน้ารัว
“ถ้าไปกันสองคนมึงจะอยากไปไหม” มันทำหน้าเหวอ
“มะ...มึง” มันเอามือทั้งสองจับหน้าผม “ไป...ไปกูไป” ดีใจอะไรขนาดนั้น
“ไปไหนกันวะ!” ไอโค้กถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“อย่าเสือก!” ไอสิงโตตอบไอโค้กพร้อมกับยิ้มบาน
“เกินไปแล้วมึง” ผมหันไปบอกไอสิงโต มันก็ยิ้มส่งมา
แล้วเราก็นั่งเล่นกันไปคุยกันไปจนถึงเวลากินข้าวก็พากันไป ไอสิงโตก็ดึงมือผมไปนั่งข้างๆมันน้องซินก็นั่งตรงข้าม ข้างๆผมก็ปอ.....
“อันนี้อร่อยนะมึง” สิงโตพูดแล้วตักยำให้ผม
“อะแฮ่ม!” ทั้งโต๊ะถึงกับเงียบ แต่น้าแพรส่งสายตาอำมหิตไปให้ลุงแกชะงักเลย “นี่ก็อร่อยนะ” แล้วก็ตักไก่ทอดให้ผม สถานการณ์ก็คลี่คลาย ก็นั่งกินไปคุยไป โดยเฉพาะไอพวกเพื่อนผมเนี่ย แฉเรื่องของผมให้พ่อกับแม่ไอสิงโตฟังผมแทบจะไปกินข้าวใต้โต้ะแล้วอายเหลือเกิน พ่อมันก็ขำอย่างเดียว จนถึงเวลาของหวานก็พากันกินกันอย่างอร่อย......
“นทพาป๊าเราไปด้วยนะ เสาร์อาทิตย์นี้ถ้าไม่ติดอะไร” ลุงโรจน์พูดอย่างใจดี
“ไม่รู้นะครับว่าป๊าจะว่างไหม เดี๋ยวผมจะกลับไปชวนนะครับ” ผมยิ้มพร้อมตอบลุงแก
“ชวนแม่ด้วยนะนท แม่จะได้มีเพื่อนบ้าง” น้าแพรพูดขึ้น
“ครับๆ” ผมพยักหน้าตอบรับ
“นทเดี๋ยวขึ้นไปบนห้องกูแปปดิ” ไอสิงโตยิ้ม ผมชะงักไปนิด
“จะข่มขืนเหรอ?” ผมถามอย่างกวนตีน
“ได้ไหมล่ะ??” มันยักคิ้ว ผมก็เถียงกับมันต่อไป
พอเรากินเสร็จ พวกเพื่อนก็ไปเล่นกันในห้องไอสิงโตก็พาผมขึ้นไปบนห้องมันก็ไปหยิบอะไรไม่รู้ลิ้นชักหน้าโต้ะมันมา.....
“นั่งก่อนดิ ยืนทำไม” สิงโตมันชี้ไปที่เตียง
“นั่งตรงโซฟาก็ได้มั้งเดี๋ยวเตียงมึงเปื้อน” ผมพูดอย่างเกรงใจ แล้วก็กำลังจะเดินไปที่โซฟา มันก็มาลากผมไปนั่งบนเตียง
“เอาน่ามาดิ เดี๋ยวกูจะให้อะไร” สิงโตเอ่ยขึ้น
“อะไรวะ?” ผมถามอย่างสงสัย
“หลับตาก่อน” ผมก็หลับตาลง ได้กลิ่นอะไรหอมๆ
“อะไรหอมๆ?” ผมเอ่ยถาม มันเอาผ้ามาปิดตาผมครับ กลิ่นผ้า?
“แปปนะอย่าเพิ่งเอาออก!” แล้วมันก็ลุกขึ้นไปทำอะไรสักอย่าง เสียงเหมือนค้นหาอะไรอยู่ “เจอแล้ว” แล้วมันก็มานั่ง “นท” เรียกผมแบบกระซิบ คือจะกระซิบทำไมอยู่กันแค่สองคน
“วะ...ว่า” ผมอึกอักเล็กน้อย
“ถะ....ถ้ามึงไม่รังเกียจกะ...กูขอจูบได้ไหมวะ” ไอสิงโตพูดอย่างเบา แต่ผมอึ้งไปนิด
“ตะ...แต่กูมีพี่อ๊อฟแล้วนะ” ผมพูดแล้วถอยห่างมันนิดหน่อย
“กะ....กูรับได้ไม่เป็นอะไร” มันพูดแบบกล้าๆกลัวๆ
“ถะถอดผ้าได้ไหม” ผมถามมนิ่งๆ
“ดะ...ได้” แล้วมันก็ถอดให้ผม ตอนนี้หน้าไอสิงโตมันแดงมากเลย
“ทะ...ทำไมถึงอยากจูบ….” ผมถามไปผมก็เขินนะ
“กะ...กูอยากลองกับมึงนะเว้ย!” มันพูดแล้วหลบตา “ถะ...ถ้าไม่ดะ.....”
ผมคว้าคอมันมาประกบปากทันที มันเบิกตาด้วยความตกใจเลยทีเดียว ตอนแรกผมแค่ประกบปากแตะปากเท่านั้น แต่มันเล่นดันลิ้นเข้ามา ลิ้นเราก็หยอกล้อกันไปมาพอควร ไอสิงโตไม่ธรรมดาจริงๆ ผมก็ผละออกมา....
“อะ...โอเคใช่ไหมวะ” ผมพูดแบบไม่สบตา ทำตัวไม่ถูกเลย ผมทำอะไรลงไปนะ ภาพที่ไอสิงโตหน้าแดงนั่น ทำให้ผมตอบรับมันโดยไม่ลังเลเลย บ้าจริง! เรากำลังทำผิดอยู่!
“อะ..อื้ม” ผมว่ามันมีอารมณ์แล้ว เพราะดูจากกางเกงถ้าจะชี้ฟูขนาดนั้น
“อะ...เอ้อมึงมีอะไรจะให้กูนะ” ผมเปลี่ยนเรื่อง สถานการณ์ตอนนี้มันล่อแหลมเกินไป ผมอาจจะเผลอใจไปมากกว่านี้
“เอ้ออะ...นี่!” มันยื่นของให้ ทำตัวกันไม่ถูกเลยทีเดียว
“อะไร?” ผมรับมาดู มันเป็นซองสีฟ้า ผมแกะดูข้างในมีตั๋ว? “ตั๋วอะไรวะ” ถามอย่างสงสัย
“งานการ์ตูน....” เป็นงานอีเว้นท์ ที่รวมการ์ตูนจากญี่ปุ่นมา ผมเคยเห็นโฆษณา ใจก็อยากไป แต่ดูท่าน่าจะเสียเงินเยอะ “ไปกับกูนะ” (ยิ้ม)
“ที่ไหนวะ” ผมถามแล้วมองมันอย่างสงสัย
“กรุงเทพฯ มีงานอาทิตย์หน้านู้นเป็นวันเสาร์”มันพูดไปยิ้มไป
“กะ....กูขอดูก่อนได้ไหมวะ มึงก็รู้ว่าพี่อ๊อฟ” ผมพูดแบบติดขัด ไอสิงโตหน้านิ่งขึ้นมา
“กูจะรอคำตอบนะ” มันพูดแล้วยิ้มอ่อนส่งมา
“ไปแค่สองคนเหรอ?” ผมถาม มันพยักหน้า
“มะ....เมื่อกี้กู....รู้สึกดีนะ” ไอสิงโตพูดพร้อมกับหลบตา
“อื้ม กูก็เหมือนกัน” ผมพูดตามความจริงก็รู้สึกดี แต่ก็น้อยกว่าพี่อ๊อฟอยู่ดี “ลงไปกันได้แล้วมั้ง เดี๋ยวเลยเถิด” ผมพูดทีเล่นทีจริงมันก็ยิ้มออกมา พร้อมกับเริ่มสงครามหยอกล้อและเถียงกัน  ไม่นานเราก็พากันลงไปข้างล่าง รู้สึกผิดยังไงไม่รู้สิเนี่ย เฮ้อ! เอาเถอะแต่ก็รู้สึกดีอยู่นะ พวกเราก็ลงไปหาเพื่อนๆพวกมันก็เตรียมจะกลับบ้านกันแล้ว และเช่นเดิมไอสิงโตก็รบเร้าจะไปส่งผมให้ได้ก็ยอมมันอยู่ดี พอจอดหน้าบ้านป๊าก็เพิ่งกลับมาพอดี.....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“อ้าว! สิงโต? นท...” ป๊าตกใจนิดหน่อย คงไม่คิดว่าผมกับสิงโตจะสนิทถึงกับมาส่งบ้าน สิงโตมันก็หวัดดีป๊าไป
“นทไปเที่ยวบ้านสิงโตมาป๊า” ผมเดินไปหาป๊า ป๊าก็พยักหน้า
“...เข้าบ้านก่อนสิ กินน้ำกินท่าก่อน” ป๊าพูดอย่างใจดี
“ป๊ามันจะระ......”
“รบกวนด้วยนะครับ” มันพูดแทรกผมขึ้นมา พร้อมกับยักคิ้วให้ ผมมองมันแบบไม่เข้าใจ ทำไมมันไม่รีบกลับ
แล้วก็พากันเข้าไป ก็นั่งคุยกัน ไอสิงโตก็ชวนป๊าไปเสาร์อาทิตย์นี้ด้วย ตอนแรกป๊าเหมือนจะไม่ว่าง แต่พอดูตารางงานกลับว่างสะงั้น แม่ก็ไปด้วยเลย และมันก็ไม่ลืมที่จะขออนุญาติเรื่องไปงานการ์ตูนที่กรุงเทพฯให้ผม ตอนแรกป๊าก็ลังเล และจะไม่ให้ไป แต่พอมันบอกป๊าว่ามีน้าอยู่ที่กรุงเทพฯคอยรับส่ง ป๊าก็โอเค ผมเซ็งมาก มาจัดแจงแบบนี้ได้ยังไง ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ป๊า อยู่ที่คุณชายขี้งอน ซึ่งตอนนี้มันก็ยังไม่ยอมโทรมา เอาจริงๆผมก็แอบโทรไปถามกับพี่ดาวบ่อยๆโดยบอกเขาไม่ให้บอกพี่อ๊อฟ เขาก็บอกว่าปกติดี ติดจะขรึมๆไม่ค่อยยิ้ม แล้วป๊ากับไอสิงโตก็คุยกันไปจนฟ้ามืดเนี่ย.......
“ป๊าจะคุยอีกนานไหมมันมืดแล้วนะ” ผมถามอย่างกังวล
“เออจริงด้วย! มายังไง” ป๊าหันไปถามไอสิงโต
“ขับรถมอเตอร์ไซค์มาครับ” สิ่งโตตอบเวยยิ้ม)
“ดึกแล้วอันตรายหรือเปล่า” ป๊าถามอย่างเป็นห่วง “นอนนี่ไหม นอนกับนท เดี๋ยวขับกลับไปเกิดอุบัติเหตุทำยังไง” ป๊าพูดอย่างเครียดๆ
“ป๊าก็พูดเว่อร์ ดึกกว่านี้มันยังเคยมาส่งเลย” ผมพูดอย่างหงุดหงิด
“อันตรายนะครับ พวกรถใหญ่ก็ขี่เร็วกัน” ผมหันมองขวับเลยไอนี่มันจะเอายังไง มันยักคิ้วให้ผม
“หรือจะให้ป๊าไปส่งดี” ป๊าก็ไปกันใหญ่แล้ว
“ไม่เป็นอะไรครับ แค่นี้เองผมกลับได้” ไอสิงโตกล่าว
แล้วก็แย้งกันไปมาจนมันก็ได้กลับเอง ผมก็ออกไปส่งร่ำรากันนิดหน่อยมันก็ไป ผมก็เข้าบ้านคุยกับป๊านิดหน่อยก็ขึ้นห้อง อาบน้ำขึ้นเตียงนอนเล่นโทรศัพท์ พี่อ๊อฟก็ไม่โทรมา เอาจริงๆนี่คือจะใจร้ายกับผมจริงๆเหรอ ผมก็แชทหาพี่ดาวประมานว่าให้ดูให้หน่อย เขาก็บอกผมเรื่อยๆ พี่โอมก็โทรมา.....
“ฮัลโหล” ผมเสียงนิ่ง
“นทกูโทรหามันไม่รับเลย” พี่โอมทำเสียงเครียด
“พี่ลองโทรหาคนอื่นๆดู ผมก็โทรไม่ติดมันก็ไม่โทรกลับด้วย” ผมพูดอย่างหงุดหงิด
“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเอาเบอร์คนอื่นจากมึงแล้วกันกูก็ไม่มี” พี่โอมพูดแบบจริงจัง
“อ่าๆ” ผมตอบแล้วพี่โอมก็วางไป
ผมก็นอนเล่นจนหลับไป พอมาอีกวันป๊าก็ไปส่งโรงเรียนตามปกติผมก็ไปหาเพื่อนเม้ามอยกันเสร็จก็เข้าแถวขึ้นเรียนจนพักเที่ยง......
“เตรียมชุดไปกี่ชุดดีวะพรุ่งนี้?” ไอมินพูดขึ้น พรุ่งนี้ก็ไปขึ้นดอยกับพวกไอสิงโต ได้ข่าวว่าไปรวมตัวกันที่บ้านไอสิงโต
“ชุดเดียวก็ได้มึงสกปรกอยู่แล้ว” ไอวิวพูดแล้วก็กินข้าวไป
พวกเราก็หัวเราะกัน ไอมินทำหน้าโครตอุบาทว์ แล้วพวกพี่โอมก็เดินมา......
“ขอยืมโทรศัพท์หน่อย” พี่โอมพูดขึ้น ผมก็ยื่นให้มันไป
“ไออ๊อฟยังไม่โทรมาเหรอ” พี่กรถาม ผมก็พยักหน้า
“เดี๋ยวมันก็คงโทรมาเองแหละ” พี่กฤษพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ผมก็คุยกับพวกพี่เขานิดหน่อยก็เดินออกไปกัน พอกินข้าวเสร็จก็หาซื้อขนมก็ขึ้นห้องไปรอเรียนเรียน
“เออไอนทมึงแลกโทรศัพท์กับพี่อ๊อฟใช้มึงยังไม่ได้ให้เบอร์พวกกูเลยนะเว้ย!” ไอมินพูดขึ้นมาขณะกินขนม
“เออจริงด้วย อะ!” ผมก็ยื่นโทรศัพท์ให้พวกมันไป
พวกมันก็กดโทรเข้าหาเครื่องพวกมันแล้วก็เมมเบอร์ให้ผมด้วยเลย......
“นทไอสิงโตขอเบอร์ด้วยอะให้ปะ” ไอมินถามหน้านิ่ง
“มึงไปเอาอะไรของมันมาอีก คือทำไมดูจะเทคแคร์มันดีจังนะ” ผมถามมันอย่างจับผิด
“ปะ...เปล่า ก็มันทักมาตอนกูเล่นโทรศัพท์เนี่ย!” ไอมินมึงไม่มีพิรุธเลยทำตาล่อกแล่กแบบนั้น
“เออๆให้มันไปดิ” ผมบอกมันไปอย่างรำคาญ
แล้วก็นั่งคุยกันไป จนครูเข้าก็เรียนๆไปพอเลิกเรียนไอสิงโตก็โทรมาเลย ผมจำเบอร์มันได้ เหมือนรู้เวลา ผมมองไปทางไอมินก็ทำเป็นยุ่ง ไอเวรนี่นะ…..
“ฮัลโหล” ผมพูดเสียงนิ่ง
“นทกูรออยู่หน้าโรงเรียนนะ” พูดเสียงร่าเริง
“มาเร็วจังวะ” ผมตกใจไปนิด
“วันนี้วันศุกร์กูเลิกเร็ว รีบๆมานะ” มันพูดจบแล้วก็วางสายไป
“ไอมิน ถ้ามึงจะบอกทุกย่างก้าวของกูแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ” ผมหันไปพูดกับมันด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
“เอาน่ามึง ไอมินมันแค่ได้แผ่นเกมส์10แผ่นของแท้จากญี่ปุ่น ของไอสิงโตไป มันทำแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ” ไอปอพูดประชดประชัน ไอมินหน้าเสียเลยสินะ
“ก็เหี้ยเนอะ” ไอวิวมองไอมินแบบเหยียดๆ
“ไปเถอะนท กูจะแกล้งไอสิงโตสักหน่อย” ไอนัทยิ้มร้ายแล้วก็เดินมากอดคอผม ส่วนไอมินเดินหน้าละห้อยตามมา
พวกเราก็เดินลงตึกแล้วก็เดินไปหน้าโรงเรียนเห็นไอสิงโตนั่งค่อมมอไซค์รออยู่ พวกผมก็เดินไปกัน.....
“ไงสิงโตมึงมาทำไมวะ” ไอนัทถามแล้วทำหน้ากวนตีน แขนก็ไม่ยอมเอาออกจากคอผม
“ไอนัทมานี่เลย มันจะไปทำธุระกัน” ไอมินเกมส์สิบแผ่นทำให้มันเป็นเอามาก จริงๆบ้านมันก็ไม่ได้ขาดแคลนอะไร มีฐานะที่ดีมากด้วยซ้ำ แค่บ้านมันเคร่งกับมันมากๆ เรื่องไร้สาระนี่ไม่ได้เลย ที่บ้านมันห้ามไม่ให้ซื้อ มันก็เลยต้องมาคอยเอาของไอสิงโตเนี่ยแหละ!
“เออกูมารับนท พวกมึงพรุ่งนี้ก็ไปเจอบ้านกู ตอน8โมง อย่าช้านะมึง” ไอสิงโตมองไอนัทแบบรำคาญ ทุกคนก็พยักหน้าตอบรับมัน
“เออ! แล้วพวกมึงจะไปไหนกัน?” ปอถามอย่างสงสัย
“ธุระ” ไอสิงโตยิ้มพวกมันก็เหมือนรู้กันก็พยักหน้าไป
“นทคืนนี้โทรหากูด้วยนะเว้ย!” ไอนัทหอมแก้มผมอีกแล้วหน้าโรงเรียนเลย ดีคนไม่ค่อยสนใจ
“เกินไปแล้วนะไอนัท เดี๋ยวเถอะมึง” ผมถอยห่างจากมัน มันก็รั้งไว้ ไอสิงโตดูมันเริ่มจะไม่ค่อยพอใจ
“ไอนัทมาเลยไอสัส!” ไอมิน ไอนี่ก็ทุ่มสุดตัว ดึงไอนัทไปเลย
“นทไปกันเถอะ!” ไอสิงโต พูดด้วยน้ำเสียงติดจะไม่พอใจ แล้วมองไอนัท ไอนัทก็กวนตีนไม่หยุด มันเป็นอะไรของมัน
ผมก็ร่ำราเพื่อนๆนิดหน่อยก็ขึ้นซ้อนไอสิงโต ระหว่างทางมันก็ดูเงียบๆดีสงสัยจะอารมณ์ขึ้นเรื่องไอนัท แล้วมันก็พาผมมาสวนสาธารณะ เอิ่ม!.....
“มะ.....มาทำไมวะ?” ผมถามแล้วก็ลงรถ มันก็ลงแล้วถอดหมวก
“เดินเล่นฆ่าเวลา” มันพูดพร้อมส่งยิ้มมา
“ชิวดีเนอะ” ผมพูด พร้อมยิ้มอ่อนส่งไปให้มัน
“อยากให้อาหารนก” มันชี้ไปตรงฝูงนก
ผมก็พามันไปซื้อแล้วก็พามันไป แต่ก็ได้วิ่งหนีกันอีก เพราะด้านบนนกมันขี้ลงมา ดีไม่โดนไม่งั้นเละ แล้วก็โยนๆให้มันแถวที่โล่งๆ แล้วก็พากันไปให้อาหารปลา พอเสร็จก็ไปหาที่นั่งชิวๆหาน้ำกินไปด้วย....
“กูว่ามันแปลกๆ” ผมถามอย่างใช้ความคิด
“แปลกยังไง?” ไอสิงโตทำหน้าสงสัย
“มึงพากูมาเดทเหรอ?” ผมถามแบบไม่เข้าใจ
“อ้าวนี่มึงพึ่งรู้เหรอ?” ผมชะงักไปนิด
“เอ่อคือมึงก็รู้....ว่ากูกับพี่อ๊อฟอุ้บ!” มันเอามือปิดปากผม ประเด็นคือเหม็นอาหารปลาติดมือมันเนี่ยสิ
“กูไม่สนเลย! แค่กูได้อยู่กับมึงกูก็สนุกและมีความสุขแล้ว ถึงจะในฐานะเพื่อนก็เถอะ” มันเอ่ยขึ้นพร้อมทำหน้าจริงจัง ผมก็แกะมือมันออก
“มึงนี่โลกสวยเนอะ” ยิ้ม มันก็พยักหน้า “มือมึงเหม็น เอามาปิดปากกูได้ยังไงวะ” ผมก็เอามือถูปากไป
“เออจริงด้วยวะ” มันก็เอาน้ำที่มันกินล้างมือกันไป
“กูให้เป็นเพื่อนรักเลยแล้วกัน” ผมเข้าใจความรู้สึกมัน จะถอยห่าง ก็จะกลายเป็นทำร้าย จะใกล้เกินไปก็ไม่รู้จะเป็นการให้ความหวังมันหรือเปล่า ผมอึดอัดใจจริง
“เพื่อนรักก็ต้องรักเพื่อนมากๆนะเว้ย!” มันพูดพร้อมยิ้มหน้าบาน
“แน่อยู่แล้ว” ผมพูดมันจับมือผม
“หอมยัง” มันเอามือมาให้ผมดม
“ยัง เออเอานี่ดิ” ผมล้วงครีมบำรุงมือหลอดเล็กๆในกระเป๋าออกมา แล้วก็ทาๆให้มัน
“มึงพกของแบบนี้ด้วยเหรอ” มันถามแล้วหยิบครีมขึ้นมาดู
“อืม น้ำที่โรงเรียนพอล้างมือแล้วมือแห้งแบบแปลกๆ กูเลยพกไว้ทาหลังล้าง” ผมก็ทามือมันไปมือมันนิ่มดีจัง เพลินเลย
“ท่าจะทาขนาดนั้น มึงก็ตัดเอาไปทาที่บ้านเลยไหม” มันประชดสินะ
“เออๆ” ผมก็หยุดทา
“กูล้อเล่นทาต่อก็ได้” มันยื่นมาอีกครั้ง
“พอๆแค่นี้ก็ทั่วมือแล้ว” ผมพูดแล้วก็เก็บครีมใส่กระเป๋า…..
“ขอโทษนะครับ คุณสนใจจะลองไปโบสถ์ไหมครับ” ผมหันไปมองตามเสียง เป็นฝรั่งใส่ชุดนักศึกษา2คนหล่อด้วย พูดไทยติดสำเนียงฝรั่งอยู่....
“เอ่อคือ” เอายังไง ปฏิเสธคนหล่อไม่เป็นด้วย 55555 แล้วเขาก็บรรยายไป
“ยังดีกว่าครับ พอดีไม่ว่างเลยครับขอโทษนะครับ” ปฏิเสธแบบสุภาพแล้วพวกเขาก็ไปกัน “ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นะมึง ชอบอะดิของนอก” มันพูดแบบนอยๆ
“ไอบ้า! นอกเนิกอะไรเล่า!” ผมพูดเสียงดังกลบความอาย
“เออๆ ไปกันได้ยัง เดี๋ยวหาที่จอดรถไม่ได้!” ไอสิงโตพูดขึ้นอย่างกังวล
“อืมไปดิ”
แล้วเราก็ลุกพากันไปที่รถไอสิงโตก็พาผมไปถนนคนเดิน เขาเพิ่งตั้ง คนก็ยังไม่ค่อยเยอะเลยเอารถไปจอดได้สะดวกหน่อย แล้วก็พากันเดิน....
“กินเค้กไหม” สิงโตพูดพร้อมชี้ไปตรงร้านโปรดผม ผมก็พยักหน้า
มันก็พาผมไปกิน แถมยังซื้อให้ มันหยิบตังในมือผมยัดใส่กระเป๋ากางเกงผมเองเลย ผมก็บ่นมันตามสเต็บ เราก็นั่งกินไปคุยกันไป พอกินเสร็จก็เดินกันต่อไอสิงโตก็พาแวะดูนู่นดูนี่ เจอเพื่อนมันบ้างก็ทักทายตามประสาแล้วก็แยกมา ก็เดินๆกันไปจนปวดขา ก็พากันออกมา แล้วไอสิงก็พาขับรถไปหาอะไรกินอีก เอิ่ม!...มันพาผมมากินแถวหน้ามอ เป็นตลาดหน้ามหาวิทยาลัย คนเยอะโครต....
“ไอสิงโตมึงจะพากูมากินอะไรที่นี่วะ” ผมถามอย่างสงสัย
“เปลี่ยนบรรรยากาศบ้าง จะไปกินแต่ในห้างไม่เบื่อหรือยังไง” มันพูดพร้อมยักคิ้วแล้วก็เดินนำผมไป ผมก็ตามมันไป
มันพาผมไปร้านอาหารเกาหลี ก็ดูเกาหลีดี สั่งต๊อกปอกกีมากิน ตอนแรกผมก็กลัวไม่อิ่มเถียงกับมันตั้งนานจนมันชี้ให้ดูโต๊ะข้างๆผมถึงรู้ มันมาเป็นหม้อใหญ่ ผมก็ให้มันสั่งไป ผมก็ไม่เคยกิน พอสั่งเสร็จก็รอเขาเอามาเสริฟ.....
“อร่อยดีนะ กูมากินกับเพื่อนๆบ่อยอยู่” สิงโตพูดขึ้นพร้อมจัดแจงจาน ช้อนให้
“จ้ะๆ”ผมยิ้มทำหน้าล้อมันนิดหน่อย “แล้วมึงเลี้ยงทุกครั้งไหม” ผมถามอย่างสงสัย
“ไม่นะ ก็แล้วแต่โอกาศ แต่อยู่กับมึงกูอยากจะเลี้ยงทุกครั้งเลย” ดูมันจะอารมณ์ดีจริงๆ
“เสี่ยจริงๆ” ส่ายหัวแบบเอือมๆ “งั้นแสดงว่าถ้ากูขออะไรมึงก็จะให้ใช่เปล่า” ผมพูดอย่างจริงจัง มันพยักหน้ารัว พร้อมกับยิ้ม “งั้นกูขอมือมึงหน่อย” มันทำหน้างงๆแล้วก็ยืนมาข้างซ้ายมา
ผมก็หยิบแหวนไม้โอ๊คมาสวมนิ้วกลางให้มัน ผมแอบซื้อตอนที่มันทักกับเพื่อนมันที่ถนนคนเดินนั่นแหละ ของมันที่ซื้อให้ผมยังอยู่ในลิ้นชักข้างเตียงผมเลย มันยิ้มใหญ่เลย.....
“อย่างนี้ก็แหวนคู่ใช่ไหม” มันมองแหวนแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “เอ๊ะ! หรือมึงเอามาคืนกูวะ” แล้วมันก็ทำหน้าสงสัยอย่างแรงเลย
“เฮ้อ! อย่าเยอะ!”ผมบอกอย่างไม่พอใจ “กูซื้อให้ตอนมึงเจอเพื่อน คิดเยอะ” ผมบอกปัดๆไป จริงๆซื้อคืนนั้นแหละ ผมไม่ได้หลายใจนะ ไอสิงโตมันดีมาผมก็ดีตอบ แต่ยังคงให้ความรู้สึกเพื่อนแก่มันมากกว่าไปทางอื่นแหละ ถ้าสถานการณ์ไม่พาไปทางล่อแหลมอะนะ5555
“กูจะใส่ทุกวันเลยนะ มึงไม่ใส่ของกูบ้างเลย เอ๊ะ...ไม่ใช่ว่านี้มันของกูเหรอ เหมือนเลย” มันพูดพร้อมทำหน้าสงสัย มันจำได้ด้วยเรอะ แต่ก็จริง ที่ผมเลือกมาเหมือนของที่มันซื้อให้ผมมากเลย
“ของมึงที่ให้กูอยู่บ้าน และมึงก็ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกวันหรอกมั้ง” ผมบอกอย่างไม่ใส่ใจ
“งั้นจะใส่ทุกครั้งที่เจอมึง มึงจะได้ดีใจที่กูใส่ของที่มึงให้” มันพูดอย่างจริงจัง ผมชะงักไปนิด
“เออๆคราวหลังกูจะใส่ที่มึงซื้อให้เมื่อมาเจอมึงโอเคไหม แดกดันตลอด” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจมันหัวเราะขึ้นมา
แล้วพี่เขาก็เอาอาหารที่สั่งมาเสริฟเราก็นั่งกินไปคุยไป ดูมันจะมีความสุขดีจริงๆ พอกินเสร็จก็เดินตลาดนิดหน่อยก็พากันกลับเพราะมันมืดมากแล้วไง มันก็พาผมไปส่งบ้าน ก็ร่ำรากันนานทำเหมือนกับจะไม่เจอกันแล้ว พอเข้าบ้านป๊าก็บ่นนิดหน่อยเพราะพรุ่งนี้จะไปขึ้นดอยกันแต่ผมยังห่วงไปเที่ยว ผมก็หนีขึ้นบ้านอีกตามเคย แล้วก็เตรียมจัดเสื้อผ้า ไปพรุ่งนี้ เตรียมเสร็จก็อาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน
ผมก็มานอนเล่นโทรศัพท์ ก็ไม่ลืมที่จะไลน์หาพี่ดาวเพื่อถามหาพี่อ๊อฟเพราะโทรไปมันก็ไม่รับคืออะไร นี่จะโกรธอะไรขนาดนั้น แล้วก็หลับไปพออีกวันแม่ก็มาปลุกแต่เช้า ผมก็ตื่นขึ้นมาทำอะไรพร้อมแล้วก็ถือกกระเป๋าลงบ้านไป พอเตรียมอะไรเสร็จแม่กับป๊าก็ช่วยกันดูตรวจบ้านแล้วเราก็ไปกัน พอถึงบ้านไอสิงโตทุกคนก็มากันพร้อมแล้ว นัด8โมง นี่เพิ่ง7.30เองรีบกันจัง พอถึงป๊ากับแม่ก็เดินไปคุยกับพ่อแม่ไอสิงโต ผมก็เดินแยกไปหาเพื่อนๆ........
“พวกมึงมาเช้ากันจังวะ!” ผมถามอย่างสงสัย
“มาก่อนก็ดีนะเว้ย!” ไอมินพูดอย่างตื่นเต้น
“เออก็จริง มาเป๊ะก็ไม่ไหวนะ!” ไอโค้กพูดขึ้น ผมก็พยักหน้าตอบรับ
แล้วพวกมันก็พูดกันไป ไอสิงโตก็มายืนข้างผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ วันนี้แต่งตัวเบาๆชิวๆ ดูเท่ไปอีกแบบนะเนี่ย…..
“กูหล่อขนาดนั้นเลยเหรอวะ” มันยื่นหน้ามาถาม ก็หล่อดิ ไม่งั้นจะมองทำไม ผมได้แต่คิดในใจแหละนะ
“กะ...ก็เท่ห์ดี” ผมพูดแล้วหันหน้าหนี
พวกมันก็แซวกันไป ผมก็ทำไม่สนแล้วพวกเราก็ขึ้นรถ ไอสิงโตก็นั่งข้างผมแทบจะกลืนกิน มันจะเบียดอะไรนักหนาก็ไม่รู้ พอบอกมัน มันก็บอกไอโค้กดันมาไอนี่มันวอนโดนด่าจริงๆ แต่ผมก็ได้แต่ส่งสายตาไปเท่านั้น ระหว่างทางไปแม่ไอสิงโตพาทุกคนแวะทำบุญแล้วก็หาอะไรกินรองท้องก่อน คืนนี้มีปาร์ตี้เล็กๆด้วย พอถึงดอยใช้เวลา 2 ชั่วโมงเลย เพราะมันอยู่นอกเมืองไปไกลมากทางคดเคี้ยวและก็ชัน รถที่มาเป็นรถใหญ่ด้วยเลยลำบากนิดหน่อย
พอไปถึงคือบ้านสวยมากใหญ่ด้วยติดกับเนินเขาแล้วก็มีบ้านคนอื่นๆติดกันเป็นแถวๆไป พวกเราก็พากันเอาของไปเก็บ บ้านหลังนี้ มี 5 ห้องนอน พอถามไอสิงโตทำไมห้องเยอะ มันบอกญาติมันเยอะรวมกันทีต้องไปเช่าหลังข้างๆเพิ่มด้วยซ้ำผมก็พยักหน้ารับรู้ พ่อแม่ไอสิงโต 1 ห้อง ป๊ากับแม่ 1 ห้อง เหลือสามห้องให้พวกผมแบ่งๆกันเอง......
“น้องซิน กับไอนทนอนกับกูแล้วกัน คนอื่นๆก็แบ่งไปเนอะ” ไอสิงโตพูดแบบหน้าตายเหมือนบังคับคนอื่นแหละ
“มึงนอนกับน้องซินไปเถอะไอสิงโต อย่าเยอะ” ผมหันไปบอกมันอย่างไม่พอใจ
“ได้ยังไงวะ กูไม่ยอมนะเว้ย!” มันทำไมพอใจ เพื่อนๆก็มองกัน เหมือนว่าคำพูดของไอสิงโตคือคำตัดสิน
“พวกมึงจะนอนยังไง” ผมหันไปถามเพื่อนๆพวกมันก็อึกอักกัน
“พวกพี่ไม่ต้องนับหนูรวมนะคะ เพราะหนูจะไปนอนกับป๋าและแม่ค่ะ” น้องซินยิ้มบานแล้วก็วิ่งไปหาป๋ากับแม่ตามที่พูด
“ก็แค่นั้นแหละ10คนหาร3 ไงมึง ห้องนึงต้องมี4คนนะเว้ย! แฟร์ๆไปเลย” ผมพูดแล้วยิ้ม พวกมันก็พยักหน้าแบบว่าโอเคกัน
“ไอนทกูจะนอนกับมึงนะเว้ย!” ไอนัทนี่ก็ไม่เลิกเล่นสักที เดินมากอดคออีกตอนนี้พวกผู้ใหญ่เอาของเข้าไปเก็บแล้ว น้องซินก็ด้วย
“แล้วแต่มึงเลยแล้วกันนท!” ไอสิงโตยืนทำหน้างอน จริงๆพาเพื่อนมาจะให้เพื่อนไปอัดกันได้ยังไงวะไอนี่นิ
“ตามนี้นะพวกมึงโอเคไหม” ผมถามอย่างเป็นห่วง
พวกมันก็โอเคกัน ไอปอมากระซิบผมประมานว่าไอสิงโตมันอยากจะนอนกับผม เลยให้เพื่อนๆไปนอนด้วยกัน มันก็เกรงใจจะพูดมากก็ไม่ดี ดีที่ผมช่วยแบ่งไม่งั้นละแย่ แต่พอเข้าไปดูห้องไม่แย่อย่างที่คิด เตียงละ5คนก็เอาอยู่เตียงนี่ใหญ่เกินมาตรฐานไปเยอะ มันใหญ่จริงๆ เราก็แยกย้ายกันไปเก็บของ ไอสิงโตก็เดินหน้ามุ่ยไม่พอใจอะไรของมันนักหนาก็ไม่รู้ ห้องผมมีปอผมสิงโต อีกห้องก็มินนัทวิว อีกห้องก็สอตี๋ต้นโค้ก ก็แบ่งๆกันไป.....
“สิงโตคือมึงไม่สะดวกใจจะนอนกับคนอื่นใช่ไหมกูเข้าใจนะ!” ผมพูดอย่างเป็นห่วงมันเพราะมันดูไม่ค่อยจะชอบนอนร่วมเตียงกับใคร
“กูอยากนอนกับมึงครับ เข้าใจไหม!” มันพูดอย่างหัวเสีย ผมชะงักไปนิด มันก็เหมือนรู้ตัวอะว่าพูดอะๆไรออกมา
“กะ...ก็นี่ไงก็นอนนี่ไง” ผมรู้สึกทำตัวไม่ถูก
“งั้นกูไปนอนกับพวกไอมินก็ได้นะเว้ย! เตียงกว้างขนาดนี้นอน4คนสบายๆเลย” ไอปอพูดอย่างใจดี
“เออก็ดีนะ!” ไอสิงโตยิ้มบาน ไอนี่นิ ไอปอก็ส่งเสริมเหลือเกิน
“จะดีเหรอวะมึง กูกลัวโดนมันข่มขืนนะเว้ย!” ผมพูดติดตลกแล้วไปยืนข้างปอ
“มึงอย่ากวนตีน มันเป็นเจ้าของบ้านนะมึง กูไม่อยากมีปัญหาอีกอย่างนอนสี่คนมันก็ไม่ได้อึดอัดอะไรเลยจริงๆเชื่อกูดิ ตอนแรกกูนึกว่าเตียงมันเล็ก เลยกังวล แต่พอเห็นแล้วก็โอเค”ปอมันก็ดูเข้าใจและก็ไม่อยากมีปัญหาไอสิงโตมันมาเอาแต่ใจอะไรก็ไม่รู้ไอเวรนี่นะ
“ก็คือถ้าปอไม่ไปมึงก็จะงี่เง่าแบบนี้ใช่ไหม” ผมถามมันก็พยักหน้า “เออๆปอเดี๋ยวกูไปด้วย” ผมก็จูงมือปอออกไป
“เดี๋ยวคือมึงจะให้กูนอนคนเดียว?” ไอสิงโตถามอย่างตกใจ
“มึงมันปัญญาอ่อนไอสิงโต” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็เดินออกไป มันก็ไม่ตามมา เพราะคงเห็นกระเป๋าผมอยู่ในนั้น
ผมก็เดินไปส่งปออีกห้องนึงแล้วก็บอกพวกมัน พวกมันก็โอเค เพราะรู้อยู่แล้วว่าไอสิงโตต้องทำแบบนี้ เพราะมันข่มขู่พวกเพื่อนผมไว้เมื่อเช้า และอีกอย่างเตียงนึง 4 คนคือเหลือเฟือจริงๆ ผมเลยไม่ห่วงมากเท่าไหร่ จริงๆนี่พูดเลย 4 คนรวมคนนอนดิ้นอีกนี่ก็ยังสบายนะ และถ้าผมไม่นอนกับมันเดี๋ยวก็จะมีปัญหาอีก แล้วผมก็เดินย้อนกลับไป เห็นมันนั่งอยู่ตรงปลายเตียง.....
“ถ้ามึงไม่อยากนอนกับกูมึงก็พาเพื่อนๆแบ่งมานอนนี่ก็ได้นะกูจะไปนอนกับป๋าแม่เอง” พอมันเห็นผมมันก็พูดแบบสำนึกผิด และทำหน้าสำนึกผิด เพิ่งรู้ตัวไงว่าทำตัวน่ารำคาญ
“มาขนาดนี้ไม่ทันแล้ว กูจะนอนกับมึงถึงตอนนี้มึงจะไม่อยากนอนกับกูแล้วก็เถอะ” ผมพูดแบบรำคาญ มันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมก็ไปกระโดดขึ้นเตียง โอ้โห!นุ่มจัง
“ชอบหรือเปล่า”มันถามผม
“ชอบ” ผมหลับตามเคลิ้ม
“ไปเดินเล่นไหม” ไอสิงโตถามอย่างร่าเริง
“ชวนเพื่อนด้วยดิ” ผมพูดมันหุบยิ้มทันที
“แค่กูกับมึงไม่ได้เหรอ” มันพูดเสียงเศร้าแล้วทำหน้ามุ่ย
“กูว่ามึงเยอะไปแล้ว” ผมมองแบบรำคาญ
“คือกูแค่อยากไปกับมึงเองนะ” เป็นเอามากแล้ว ทำหน้าเศร้า อะไรขนาดนั้น
“ไปก็ไป มึงนี่นะ” ผมพูดอย่างจำยอม มันก็เผยยิ้มออกมาแล้วทำท่าเหมือนผู้ชนะ
ผมว่ามันชอบเอาความน่าสงสารของตัวเองมาล่อให้ผมใจอ่อนกับมันเนี่ยแหละ ซึ่งผมก็หลงกลมันทุกทีไป แย่จริง! มันก็พาผมไปเดินเล่น เดินไปทั่วชวนคุยนั้นคุยนี่ ผู้ใหญ่ก็นั่งคุยกันตรงโต๊ะหน้าบ้าน เดินไปเดินมาก็เพลินดี อากาศกำลังดีเลยสดชื่นโล่งโปร่งสบาย ผมก็แปลกใจนะทำไมเพื่อนๆมันไม่ออกมากันเพราะมันคงไม่อุดอู้อยู่แต่ในห้องหรอกมั้ง....
“มึงเพื่อนๆไปไหนกันวะ” ผมถามอย่าสงสัย
“ไปดูมันกัน” ไอสิงโตพูดจบ แล้วก็เดินนำผมไป
แล้วพวกเราก็ไปหาเพื่อนๆที่ห้องกัน ไปห้องเพื่อนๆผมไม่เจอ แต่พอไปเปิดห้องพวกไอโค้กเท่านั้นแหละ โอ้โห! นั่งเล่นเกมส์กันอย่างเมามันส์เลย รู้แล้วว่าทำไมมันไม่ออกไปกัน.....

ออฟไลน์ Mr.hasey14

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“คืออะไรวะ พวกมึงมาเที่ยวหรือมาเล่นเกมส์กันเนี่ย!” ผมพูดนิ่งๆแล้วก็เดินไปหาพวกมัน
“ไอสิงโต เอาเกมส์ใหม่มาให้พวกกูลอง สนุกสัส” ปอพูดขึ้น ผมมองไปทางไอสิงโต คือทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
แม่งจะทุ่มทุนเกินไปแล้ว ผมละหน่ายจริงๆ ผมก็นั่งดูพวกมันเล่นไปผมก็ไปนอนเล่นโทรศัพท์พี่ดาวก็บอกนู่นบอกนี่มา คือพี่อ๊อฟไม่ได้คุยกับผม 3 – 4 วันแล้วนี่มันไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ผมน้อยใจนะเนี่ยบ้าจริง!....
“ถ้ามันไม่ตอบไม่รับสายก็ไม่ต้องพยายามหรอก” ไอสิงโตพูดแบบลอยๆ ผมก็มองมันนิ่งๆ “ถ้ามันอยากคุยเดี๋ยวมันก็โทรมาเองแหละน่าทำดุไปได้” มันพูดแล้วยิ้ม
“เพราะมึงเลยนะไอสิงโต” ผมพูดแล้วหันหน้าหนีมัน
“โถ่!นทอย่าโกรธกูดิ กูไม่รู้เรื่องเลยนะเว้ย!” มันพูดแล้วจับมือผม ไอนี่มันก็ขอให้ได้จับเถอะเนอะผมก็ไม่ตอบอะไร “งั้นเดี๋ยวกูพาไปเล่นน้ำไหม แถวนี้มีน้ำตกอยู่ด้วยนะ” ผมหันไปมองมันแล้วยิ้มเลย “แต่ต้องหายโกรธกูนะ!” ผมพยักหน้ารัว
พวกเพื่อนๆก็หันมาด้วยความสนใจ แล้วพวกเราก็เตรียมผ้าเช็ดตัวกัน มันต้องอย่างนี้สิมาเที่ยวต้องได้เที่ยว ไม่ใช่นั่งดูพวกมันเล่นเกมส์กัน พวกเราก็พากันเดินไป ก็เอ่อ!...ไกลพอควรแต่พอถึงคือสวยมากๆ มันเป็นน้ำตกในชุมชนเขาอนุรักษ์ไว้ สวยมาก มันธรรมชาติสุดๆน้ำนี่ใสมาก.......
“ไอนทอย่าเพิ่งลงน้ำนะเว้ย! ให้พวกกูเช็คก่อน” ปอพูดอย่างเป็นห่วง เพราะพวกมันรู้ว่าผมว่ายน้ำไม่เป็น และผมเคยพรวดพลาด โดดแบบไม่ดูอะไร ลงไปจมไปเลย ลำบากพวกมันมางมหาผมอีก
“เช็คทำไม?” ไอสิงโตถามอย่างสงสัย
“ไอนทว่ายน้ำไม่เป็น ครั้งแรกที่กูพามันไปเล่นน้ำกูก็นึกว่ามันหลอก เลยผลักมันลงน้ำ ไอนทเกือบตายแหละ” ไอมินพูดแล้วทำท่าภูมิใจ ครั้งนั้นผมแทบจะตัดเพื่อนกับมันเลยมั้ง ดีมันง้อทุกวันและทำทุกอย่างให้ผมเลยยอมๆมันไป
“ยังมาทำท่าภูมิใจอีกเนอะ ทำเพื่อนจะตาย” ไอนัทพูดแล้วมองเหยียดไอมิน ไอสิงโตหน้านิ่งอีกแล้ว
“พวกมึงลงไปดิ้น้ำลึกไหม” ไอวิวพูดแล้วก็ค่อยๆลงไปคนแรก “โอ้โหน้ำเย็นสบาย” ทำหน้าฟิน น้ำอยู่ระดับพุงเอง
แล้วพวกมันก็ทยอยลงไปกัน น้ำไม่ลึกครับสูงสุดก็แค่อกก็ดี........
“ยืนทำไมวะลงไปดิ” ผมหันไปถามไอสิงโตที่ยืนเงียบอยู่ข้างหลังผม
“กูโกรธไอมินอยู่ มันทำแบบนั้นกับมึงได้ยังไง” สิงโตทำหน้าเคร่ง ผมชักจะบ้ากับความไร้สาระของมันเต็มทน
“ถ้ายังไม่หยุดไร้สาระ ผมจะไม่คุยกับเสี่ยแล้วนะครับ” ผมทำหน้าจริงจัง มันเผยยิ้มออกมา
“ก็ได้ๆ เห็นว่าผ่านมาแล้วหรอกนะ” ไอสิงโตพูดแล้วทำอมยิ้ม
แล้วก็พากันลงน้ำ รู้สึกดี รู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ มันคือน้ำจากธรรมชาติ โอ้มายกอด! ความรู้สึกคือแบบดีเว่อร์.....
“เกินไปไหม ดูมันทำหน้าดิ” ไอโค้กพูดแล้วก็มองมาทางผมกัน
“อะไรของพวกมึง นานๆกูจะได้เล่นบ้างอย่ามาขัดคอกูนะ” ผมพูดแบบจริงจัง พวกมันก็หัวเราะ
ไอสิงโตก็ไม่ห่างจากผมเลย เกาะหนึบคืออะไร บอกจะสอนผมว่ายน้ำผมบอกไม่ ก็ตื้ออยู่นั้นแหละ เพราะผมเคยไปเรียนแล้วเจอครูโหด ที่จับเด็กโยนลงสระลึกๆ หลังจากนั้นน่ะเหรอ สระว่ายน้ำแทบไม่คิดจะใกล้......
“อ๊ากกกกกกกกกกกก” ผมหันไปดูตามเสียงไอนัท มันไปทำอะไรอยู่ตรงตรงทางที่น้ำตก ตกลงมา
“มึงจะแหกปากทำไม!” ไอวิวตะโกนถามไอนัท
“งู ไอเหี้ย งู!” ไอนัทพูดเสียงดังแล้วสั่นมาก
พวกเรารีบขึ้นจากสระแล้ววิ่งไปดูมันทางฝั่งนั้น....
“ตรงไหนไอนัท!” ผมถามอย่างตกใจ
“มึงดูข้างล่างเท้าดูดิ” ไอนัทพูด พร้อมกับหลับตาด้วยความกลัว
พวกเราก็ดูกัน เอิ่ม! เพี๊ยะ!ไอวิวกับไอมินฟาดมันให้
“งูเหี้ยอะไร มึงยกขามึงขึ้นมาดูก่อนดิ้!” มันค่อยๆยกขึ้นมา
ปรากฏว่าเป็นเปลือกไม้เปื่อยๆ ไปเกาะพันอยู่ที่ข้อขามันไอนัทหน้าเสียเลยทีเดียว......
“555ไอนัทมึงหลอนแล้ว” ผมพูดขึ้น พวกเราก็พาหัวเราะมันกัน ไอนัทหน้ามุ่ยเลย “โอเคๆไม่หัวเราะแล้ว ไหนขึ้นมาดิ้ ขอดูหน่อย” ยิ้ม ผมกลั้นขำไว้ด้วยนะ เพราะมันก็ขึ้นมาจริงๆ
“กูโครตกลัวเลยไอสัส” ไอนัทมันขึ้นมาแล้วก็ดึงออกแล้วนั่งลง
“เจ็บหรือเปล่ามึง” ผมยิ้มล้อๆมัน
“ไอนทมึงอย่ากวนตีน” ไอนัททำหน้าดุ
คนอื่นๆก็ลงไปเล่นน้ำต่อแล้ว ผมก็นั่งดูไอนัทเนี่ย ไอสิงโตก็ไม่ห่างเลย พวกนั้นก็แซวไม่หยุด น่าสงสารจริงๆ...
“ไหนขอดูหน่อยดิ้” ผมยกขามันมาไว้หน้าตักแล้วดูตรงข้อเท้ามัน “ไม่มีเจ็บอะไรใช่ไหมมึง” ถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เจ็บเว้ย! แค่ตกใจ” ไอนัทมันดึงขากลับไป “กูไปเล่นต่อดีกว่า” ทำหน้าระรื่น แล้วก็ลงน้ำไป
ผมก็งงๆกับมันจริงๆ ผมหันไปดูไอสิงโตทำหน้าเป็นตูดเลย.....
“ร้อนเหรอครับเสี่ย มาเดี๋ยวผมพาไปเล่นน้ำ” ผมยิ้มหน้ากวนๆ
“มึงดูเป็นห่วงเพื่อนๆดีเนอะ” สิงโตทำเสียงแข็ง
“เป็นห่วงดิวะ ถ้ามันเป็นอะไรมาทำยังไงละมึงก็ถามได้” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ
แล้วก็พากันลงน้ำ ผมก็วักน้ำใส่หน้ามันมันก็วักคืน เล่นกันไปเล่นกันมาจนใกล้เที่ยงแม่ก็โทรตามแล้วก็พากันขึ้นสิรออะไร เราเล่นน้ำก็ใส่ทั้งเสื้อแล้วก็กางเกง ไม่มีใครถอดเปลือยโชว์แต่อย่างใดเราก็แค่เอาผ้าเช็ดตัวมาเช็ดเท่านั้น เราก็เดินกลับกันทุกคนก็เริ่มหิวแล้ว หิวจริงๆ พอถึงก็รีบเข้าไปอาบน้ำกัน พวกไอปอคงจะอาบด้วยกันไปแล้วผมก็กะจะไปอาบบ้าง เพราะพวกผมเห็นยันไส้ติ่งกันแล้วไม่มีใครอายหรอก....
“จะไปไหนวะ” สิงโตถามอย่างสงสัยเพราะผมถือของกำลังจะออกห้อง
“จะไปอาบน้ำกับพวกไอปอ มึงอาบไปเถอะห้องน้ำมีห้องเดียวมันจะช้า” ผมพูดแล้วยิ้ม
“มะ...มึ