Wing Spiker เรื่องวุ่นๆ หนุ่มๆวอลเลย์บอล (EP10_Update 19/01/2022)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Wing Spiker เรื่องวุ่นๆ หนุ่มๆวอลเลย์บอล (EP10_Update 19/01/2022)  (อ่าน 1232 ครั้ง)

ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

****************************************************

Wing Spiker เรื่องวุ่นๆ หนุ่มๆวอลเลย์บอล


EP01

ที่นี่หรอ...กรุงเทพมหานคร เมืองที่ไม่เคยหลับ และแสงไฟที่ไม่เคยมืดลง...

ทันที่ที่ก้าวเท้าลงจากรถไฟขบวนเชียงใหม่ ปลายทางกรุงเทพมหานคร....ก็สัมผัสได้ถึงอาการที่ร้อน และมลพิษที่หายใจไม่ค่อยโล่งจมูกสักเท่าไหร่

ผมเป็นใครนะหรอครับ....นั่นนะซิ แนะนำตัวเลยแล้วกัน
ผมชื่อ ปัณณ์ นายปัณณธร วิเศษสุข อายุ 15 ปี (กำลังจะ 16 ในเดือนสิงหาคมนี้) มาจากจังหวัดเชียงใหม่(และอยู่ไกลออกไปจากตัวเมืองมาก จนเห็นภูเขาใกล้ๆเลยหล่ะครับ) ผมเป็นคนผิวขาว สูงประมาณ 179 เซนติเมตร วัดครั้งล่าสุด(น่าจะยังสูงได้อีกนะครับ) ไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยครับ...(บอกทำไม)
ผมเป็นนักวอลเลย์บอลของโรงเรียน ตำแหน่งที่ผมเล่นคือ Opposite Spiker (หรือตัวตบบีหลังครับ) เพราะผมเป็นคนถนัดซ้ายตำแหน่งนี้เหมาะสุดละครับ วอลเลย์บอลเป็นกีฬาชนิดเดียวที่ผมทำมันได้ดี ผมเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพตัวคนเดียวครั้งแรก เพราะผมได้ทุนมาเรียนฟรีที่นี่

แน่นอนครับทุกอย่างมันฟรี....ซึ่งสำหรับผมมันดีอยู่แล้วครับ เพราะทางบ้านผมมีฐานะค่อนข้างจะลำบาก อาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ ในหมู่บ้านเล็กๆห่างจากตัวเมือง กับตา ยาย และน้าชาย

ผมเป็นหลานชายคนเดียวของตาและยายครับ...มีน้องสาว 1 คนเป็นลูกของน้าชาย กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนเล็กๆในหมู่บ้านนั่นแหละครับ...

ถ้าถามถึงพ่อและแม่ของผม...ผมมีแม่ครับ แต่ท่านเสียไปหลายปีแล้ว ส่วนพ่อก็มีครับ แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าท่าน ท่านเลิกกับแม่ผมไปตั้งแต่ผมยังอยู่ในท้อง....และพอผมเกิดแม่ก็ไม่เคยพูดถึงพ่อให้ผมได้ยินเลย...มันทำให้ในความทรงจำของผม ไม่มีคำว่าพ่ออยู่เลยครับ

ผมโตมากับตายาย และน้าชายที่เลี้ยงผมมา ผมจะเรียกตาว่าพ่อ และยายว่าแม่ครับ...เราตัวติดกันตลอดตั้งแต่ผมเกิด ครั้งนี้เป็นการเดินทางที่ห่างไกลที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมา ผมไม่เคยนอนโดยไม่มีตาและยายอยู่ด้วย ผมไม่เคยกินข้าวโดยที่ไม่ใช่ฝีมือของยายทำให้....แต่ด้วยความจำเป็นของผม ถ้าไม่ตัดสินใจรับข้อเสนอนี้ผมอาจจะต้องหยุดเรียนแค่ ม.3 ....เพราะที่บ้านไม่มีเงินส่งให้เรียนแล้วครับ

โค้ชเจมส์....เป็นโค้ชที่มีชื่อเสียงปั้นนักกีฬาวอลเลย์บอลเก่งๆจนติดทีมชาติทั้งชุดเยาวชน และชุดใหญ่มาเยอะครับ....ผมก็ก็กลายเป็นคนหนึ่งที่โชคดี โค้ชเห็นผมในการแข่งขันกีฬานักเรียนของภาคเหนือเมื่อปีที่แล้วและเอ่ยปากชักชวนให้ผมมาเรียนในกรุงเทพ พร้อมกับขอทุนการศึกษาให้ผมตลอดการเรียนและเล่นวอลเลย์บอลอยู่ที่นี่.....แน่นอนครับ ตาของผมพูดมาแค่ประโยคเดียว “มันคืออนาคตของหนูที่จะได้เรียนต่อ ซึ่งมันคือสิ่งที่ทำให้ตาจะต้องภูมิใจมากถ้าวันที่หนูประสบความสำเร็จ...ทำไมจะไม่รับมันหล่ะ”

แค่คำพูดนั้นที่ทำให้ผมต้องห่างจากครอบครัวที่ผมรัก มาไกลหลายร้อยกิโล เพื่อมาทำตามความฝันแหละหวังว่าสักวันหนึ่งผมจะทำมันให้สำเร็จเร็วที่สุด เพื่อให้ตากับยายของผม ท่านจะได้สบายไม่ต้องทำงานหนัก....ผมจะหาเงินเลี้ยงตายายเองครับ ผมสัญญา…

เกริ่นมาสักพัก...เอาหล่ะ ทีนี้ผมจะไปไหนต่อ....
วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ 08:30 น. ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ผมจะไปไหนยังไง ยังไม่มีที่พักและมีเงินติดตัวแค่ 5000 บาท
“อ๋อ...เบอร์โทรโค้ชเจมส์ เคยจดให้ไว้ กูเอามาด้วยนี่หว่า” ผมบ่นกับตัวเองพร้อมควานหากระดาษที่จดเบอร์โค้ชไว้ในกระเป๋าสะพายที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าเก่าๆของผม

ผมหยิบมือถือปุ่มกดที่ตาซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดขึ้นมา กดเบอร์ทันที...

ตู๊ดดดด....ตู๊ดดดดดด.....ตู๊ดดดดดด.....(พลันนึกในใจถ้าโค้ชไม่รับสาย ผมจะทำยังไง นอนแม่งที่หัวลำโพงเลยดีมั้ยนะ)

“สวัสดีครับ” เสียงปลายสายรับ
“สวัสดีครับ โค้ชเจมส์ หรือเปล่าครับ” ผมถามทันทีด้วยความดีใจ
“ใช่ครับ” โค้ชเจมส์ตอบ
“ผม ปัณณ์ นะครับ ปัณณธร วิเศษสุข ที่มาจากเชียงใหม่ครับ” ผมแนะนำเต็มยศเลยครับ กลัวโค้ชบอกจำไม่ได้ นี่ผมช็อคตายตรงนี้เลยนะ
“อ้อ...ปัณณ์ มาถึงกรุงเทพแล้วหรอ แล้วมายังไง ตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วพักที่ไหน” ใจเย็นครับโค้ช มาเป็นชุดเลย ผมแอบบ่นในใจ
“ผมพึ่งถึงครับ มารถไฟ ตอนนี้อยู่ที่หัวลำโพงครับ ยังไม่รู้จะไปไหนเลยครับ ผมยังไม่มีที่พักครับ” ผมตอบ
“เอ่อ....เอาไงดี โค้ชติดธุระอยู่...เฮ้ย เอางี้เดี๋ยวโค้ช โทรกลับ รอแป๊บหนึ่งนะ” แล้วโค้ชก็วางสายหนีผมไปทันที

อ้าว....เหี้ยแล้วไง ไอ้ปัณณ์เอ้ย ถ้าโค้ชไม่โทรมา มึงจะทำไง....ผมได้แต่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ในหัวลำโพง

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ผมนั่งรออย่างมีหวัง ว่าโค้ชจะโทรกลับมาหาผม...

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ แบบเสียง โมโนโทน ของผมก็ดังขึ้น (เอาจริงมันทำให้ผมเขิน เหมือนกันนะครับ ในขณะที่คนบริเวณนั้นใช้สมาร์ทโฟน ที่จิ้มๆถูๆ ไถๆได้กันหมด ของผมยังเป็นแบบปุ่มกดอยู่เลย...แต่มันมีกล้องนะครับ สัก 2 ล้านพิกเซลได้มั้งครับ ถ่ายรูปทีภาพแตกยับเลยครับ 555)
“ครับโค้ช” ผมรับสายในทันที
“ปัณณ์ เดี๋ยวมึงรออยู่นั่นก่อนนะ กูให้นักวอลเลย์ในทีมไปรับ กูให้เบอร์มึงกับไอ้วินไปละ” โค้ชบอกทำเอาผมโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
“ครับ โค้ช” ผมตอบรับ....แล้วไอ้วิน ที่โค้ชบอก หน้าตามันเป็นอย่างไงละ จะหากันเจอมั้ยเนี่ย
“เออ มีไรโทรหากูนะ เดี๋ยวกูทำธุระเสร็จกูโทรหาอีกที” โค้ชเจมส์บอกอีกครั้งก่อนวางสาย

นี่แหละโค้ชของผม....คนแรกที่กรุงเทพที่ผมรู้จัก....และคุยกันแค่ครั้งเดียวที่การแข่งกีฬาที่ภาคเหนือเมื่อปีก่อนโน้น

ทีนี้ผมก็ได้แต่นั่งรอ ไอ้วิน คนที่โค้ชบอก....และก็ยังแอบคิดว่ามันจะหากันเจอมั้ย ถ้ามันไม่โทรมา ผมจะทำยังไง

1 ชั่วโมงผ่านไป.....
....เสียงโทรศัพท์โมโนโทนของผมดังอีกครั้ง....
“สวัสดีครับ” ผมรับสาย
“ปัณณ์ ใช่ไหมครับ” เสียงต้นสายพูด เสียงหล่อเชียวนั่น
“ใช่ครับ” ผมตอบทันที
“ผมวินนะครับ ที่โค้ชเจมส์ให้มารับ” เสียงวินที่โทรมาพูดแนะนำตัวทันที
“ครับ พี่อยู่ไหนแล้วครับ” ผมรีบถามทันทีเพราะกลัวและหิวมาก
“ผมกำลังจะถึงหัวลำโพง อยู่บน MRT แล้วครับ” เสียงพี่วินพูด...(เรียกพี่ถูกแล้วนะครับ เพราะพี่เขาโตกว่า 1 ปีซึ่งเดี่ยวจะแนะนำให้รู้จักต่อไปครับ)
“ห๊ะ! MRT คืออะไรครับ” ผมถามแบบเด็กต่างจังหวัดที่ไม่เคยเห็นและไม่รู้จัก
“.........................” เสียงต้นสายไม่ได้เงียบสนิทนะครับ ผมว่าผมได้ยินเสียงหัวเราะ
“อ่อ มันคือรถไฟฟ้าที่วิ่งอยู่ใต้ดินนะ เดี๋ยวผมพาขึ้นก็รู้จักเอง” เสียงพี่วินบอกทันที
“ครับ ครับ ....” ผมตอบแบบเสียงอายหน่อยๆ ก็คนไม่เคยมากรุงเทพนี่ว่า นี่ครั้งแรกนะเว้ย!!!

อีกไม่นานพี่วินก็มาถึง....
....มาแนะนำตัวละครอีกตัวกันครับ...
พี่วิน หรือนายวินชนะ วรธาดา อายุ 17 ปี พี่วินเป็นคนตัวสูงประมาณ 183 เซนติเมตร และยืนตำแหน่ง Outside Spiker (ตัวตีบอลโค้งหลักนั่นเอง) และยังควบตำแหน่งหัวหน้าทีมด้วยครับ หน้าตาดีหล่อเลยครับ ผิวขาวแบบคนกรุงเทพ (ไทยเชื้อสายจีนนั่นแหละครับ) ดูสุภาพและดูเป็นผู้ใหญ่กว่าผมเยอะเลย(แต่ผมว่า มันไม่ธรรมดา เหมือนซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้นะ 555)

“ปัณณ์ครับ”

น้ำเสียงแรกที่ทักผม...ทำให้ผมเงยหน้าจากที่กอดแหละซุกคางบนกระเป๋าเป้อยู่


......แม่ง คนกรุงเทพหล่อฉิบหาย ผิวขาวละเอียดเชียว....


ผมแค่คิดนะครับ ไม่ได้พูดอออกมา 5555

********************************************************

จบตอนแรก....เรียกว่าเกริ่นนำก่อนแล้วกันนครับ เผื่อมีคนอ่านและหวังว่าจะชอบนะครับ
 :impress2: :impress2: :impress2:
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2022 16:53:36 โดย love123 »

ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
EP02.เริ่มต้นการเดินทางของเด็กใหม่

หลังจากเจอพี่วินเรียบร้อย บทสนทนาก็เริ่มขึ้น....
“ปัณณ์ พักที่ไหนครับ” พี่วินเอ่ยถามก่อนที่จะออกเดินทางจากหัวลำโพง
“ยังไม่มีเลยครับพี่ ผมไม่รู้ว่าต้องไปยังไง” ผมตอบ
“เอ้ย...ไม่ต้องเรียกพี่ก็ได้ น่าจะรุ่นเดียวกัน แล้วมีญาติอยู่ที่กรุงเทพบ้างปะ” พี่วินถามอีก
“พี่น่าจะแก่กว่าผมนะ ผมพึ่งขึ้น ม.4 ผมไม่มีญาติที่กรุงเทพเลยครับ” ผมตอบ
“ผมอยู่ ม.5 รุ่นๆเดียวกันแหละ ไม่ต้องรียกพี่ก็ได้” พี่วินตอบ....ก็ไม่ได้เป็นคนนิ่งนี่ว่า คุยเก่งใช้ได้
“พี่พอรู้จักหอพักถูกๆ ใกล้ๆ โรงเรียนเราไหมครับ” ผมถามต่อ
“เคยเห็นมีนะ แต่ผมไม่แน่ใจราคา ต้องลองไปถามดู” พี่วินตอบ
“แต่เดี่ยวเราจะมีแข่งเร็วๆนี้ ต้องเก็บตัวซ้อม ต้องนอนที่โรงเรียนเป็นเดือนนะ ยังไม่ต้องเช่าก็ได้ ไว้ค่อยไปหาดูวันหลัง” พี่วินแนะนำผมทันที
“แล้วผมจะนอนไหนอะ” ผมถามกลับ
“เดี๋ยวผมถามโค้ชให้” พี่วินบอก

พี่วินก็หยิบมือถือโทรหาโค้ชเจมส์ทันที...
“โค้ชครับ เดี๋ยวให้ปัณณ์ไปพักบ้านผมก่อนก็ได้นะครับ เพราะเดี๋ยวช่วงเราเก็บตัวจะได้ไม่เสียค่าเช่าฟรี” เสียงพี่วินพูดกับโค้ช
“ครับ ครับ ได้ครับโค้ช” ผมได้ยินพูดอีกสองสามประโยคและก็ครับตอบรับเป็นระยะ....และวางสายไป

“โค้ชว่ายังไงบ้างพี่” ผมถามทันที
“โค้ชบอกว่าได้ ให้ปัณณ์นอนบ้านผมก่อน แล้วค่อยหาห้องพักใหม่ตอนใกล้ๆเลิกเก็บตัว” พี่วินตอบ
“ไม่เป็นไรพี่ เกรงใจ พี่ยังไม่รู้จักผมดีเลยจะให้ไปนอนบ้านได้หรอครับ” ผมตอบด้วยความสงสัย
“ปัณณ์ไม่ใช่โจรนะ ไม่เห็นต้องกลัว หรือว่าเป็น” พี่วินบอกและถามกลับ
“ก็ไม่ใช่ แต่มันก็ไม่ดีเปล่าพี่” ผมบอก
“แล้วจะไปนอนไหน” พี่วินถามอีก
“ก็ลองหาที่พักดูก่อน ก็ได้ครับเดี๋ยวพี่พาผมไปที่แถวๆโรงเรียน เดี่ยวผมลองเดินดูครับ” ผมบอกตอบ
“เอางั้นหรอ ตามใจนะ” พี่วินบอก
“ครับ” ผมตอบและเราสองคนก็พากันไปที่รถไฟฟ้าใต้ดินที่พี่วินเรียกมันว่า MRT ที่ทำให้ผมงงในตอนแรก

พี่วินสอนผมตั้งแต่ซื้อตั๋วที่ตู้อัตโนมัติดูสถานีที่จะไปลง แตะตรงทางเข้าและดูสายที่เราจะไป....เอาจริงก็ยังงงอยู่แหละครับ ก็มันครั้งแรกนี่หว่า!!!

จนเดินทางมาถึงที่ทางออกใกล้ โรงเรียนและต้องเดินไปอีกประมาณ 300 เมตรถึงจะเจอโรงเรียน...(เร็วดีแหะเร็วกว่านั่งรถแดง รถสองแถวบ้านผมอีกนะ 555) แต่แถวนี้ส่วนใหญ่มีแต่คอนโดสูงๆ ต้องเดินหาไปไกลอีกหน่อย

แต่ด้วยแถวนั้นเป็นย่านในเมืองก็จะค่อนข้างแพงเกือบทุกที่เลย กับเงิน 5000 บาทของผมแค่มัดจำยังไม่พอเลย อันนี้คิดหนักเลยกว่าจะได้รับทุนที่โรงเรียนให้

พี่วินน่าจะเห็นสีหน้าของผมที่กำลังคิด เลยเอ่ยขึ้นมาทันที
“ไปนอนบ้านผมก่อนก็ได้ แล้วค่อยหา” พี่วินบอก
“..................” ผมไม่ได้บอกอะไรและพายามมองหาที่พักถูกๆ เก่าๆหน่อยก็ได้เอาแค่ซุกหัวนอนไปก่อน
“ไปเหอะ ไม่ต้องเกรงใจ บ้านผมไม่ได้เดือนร้อนอะไร ถ้าจะมีเพื่อนมาพักด้วยอีกคน” พี่วินรีบเอ่ยปากอีกครั้ง
“ขอบคุณครับ” ผมตอบขอบคุณทันที คงต้องเป็นแบบนั้นไปก่อน

พี่วินเป็นคนดีมากนะ....กับผมที่พึ่งรู้จักแค่ไม่กี่ชั่วโมงยังให้ไปพักที่บ้านด้วย หรืออาจจะสงสารเห็นเป็นเด็กต่างจังหวัดเข้ามาที่กรุงเทพคนเดียว แต่ก็รู้สึกขอบคุณพี่เขานะครับ คนที่สองที่ผมรู้จักในกรุงเทพ พี่วินพาผมนั่งแท็กซี่มาที่บ้าน ซึ่งถามผมว่าจำทางได้ไหม...แน่นอนครับ ไม่มีทางจำได้แน่นอน รถก็เยอะ ทางก็ซับซ้อน ซอยก็วกไปวนมา จนผมนี่เวียนหัวเลย

ถึงบ้านพี่วิน....
บ้านหลังใหญ่มาก ลูกคุณหนูนี่หว่า ผมแอบคิดแซวในใจ
“ป๊า....ม๊า เพื่อนวินมาค้างด้วยนะ เขาพึ่งย้ายมาเรียนที่โรงเรียนวิน ยังหาที่พักไม่ได้ รอโค้ชจัดการที่พักให้ก่อนนะ” พี่วินเอ่ยปากบอกพ่อและแม่ของพี่เขา
“สวัสดีครับ ผมขอรบกวนนะครับ” ผมสวัสดีพ่อแม่พี่วินทันที
“ได้ซิไม่มีปัญหา กินข้าวมาหหรือยังนะเรา” แม่พี่วินเอ่ยถาม
“เรียบร้อยแล้วครับ” ผมตอบ....อ้าว กินตอนไหนกำลังตื่นเต้นกับรถไฟฟ้าอยู่ลืมหิวไปเลย
“เดี๋ยวผมพาไปที่ห้อง” พี่วินบอก....พ่อพี่วินน่าจะเป็นคนดุนะ หน้าดูนิ่งๆ ไม่พูดอะไร เหมือนผมจะรู้สึกกลัวๆ
“ผมขอเอาของไปเก็บนะครับ คุณลุงคุณป๊ามีอะไรเรียกใช้ผมได้เลยนะครับ” ผมบอกทันที...อยู่บ้านคนอื่นต้องทำตัวเป็นประโยชน์บ้างจะได้ไม่เสียแรงที่ตายายสอนมาดี 555

แม่พี่วินไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยิ้มๆแล้วก้มหน้าทำงานของท่านต่อไป
“ปัณณ์นอนห้องนี่นะ ห้องว่างของแขกไม่มีคนอยู่” พี่วินบอก....ขณะที่พาผมขึ้นมาข้างบนชั้นสอง
“ได้ครับ” ผมตอบ
“ห้องน้ำอยู่ตรงโน้นนะ...ห้องผมอยู่นี่ข้างๆ แล้วก็ห้องป๊ากับม๊าผมอยู่อีกฝั่งห้องใหญ่นั่น ส่วนนี่ห้องน้องชายผม” พี่วินบอก....มีน้องชายด้วยหรอเนี่ย
“ครับ” ผมตอบรับ
“ไม่ต้องพูดเพราะก็ได้ เพื่อนกันเดี๋ยวก็ได้เล่นทีมเดียวกัน” พี่วินบอก
“..............” ผมยิ้มเป็นการตอบรับ
“ปัณณ์เล่นตำแหน่งไหนนะ” พี่วินถามอีกที
“ผมเล่นบีหลังครับ ผมถนัดซ้าย” ผมบอกพี่วิน
“อ่อ ดีเลยทีมเราไม่มีคนถนัดซ้ายเลย” พี่วินบอกอีก
“เอ้ย...เอาไว้ค่อยคุยกัน เก็บของอาบน้ำพักผ่อนก่อนก็ได้ เดี๋ยวพาเที่ยว” พี่วินบอก
“ครับพี่” ผมตอบ
“มีไรไปเรียกได้นะ” พี่วินบอกก่อนเดินเข้าห้องของตัวเองไป
“ครับ” ผมตอบรับอีกครั้ง

รู้สึกดีแหะ....ผมมีแค่ตากับยายแล้วก็น้ากับน้องสาว ไม่เคยมีพี่ชายมาทำดีด้วยสักเท่าไหร่ มันก็แปลกๆอยู่บ้าง แต่ก็รู้สึกดีเป็นบ้าเลย ขอบคุณนะพี่วิน

หลังจากเข้ามาเก็บของในห้อง วางกระเป๋าเสร็จก็นึกขึ้นได้ว่าต้องโทรบอกที่บ้านก่อนว่าถึงแล้ว
“ปัณณ์ถึงแล้วนะน้า พ่อกับแม่ละครับ” ผมบอกน้าและเอ่ยถามต่อ
“พ่อกับแม่ออกไปในสวน” น้าตอบ
“ฝากบอกพ่อกับแม่ด้วยนะปัณณ์ถึงแล้ว ตอนนี้พักบ้านพี่นักวอลเลย์ในทีมก่อน ค่อยหาที่พักอีกที” ผมบอกน้า
“เดี๋ยวน้าบอกให้ ดูแลตัวเองด้วยหล่ะ เงินพอมั้ยให้น้าโอนไปให้เพิ่มหรือเปล่า” น้าเอ่ยถามผมอีก
“พอครับน้า เดี๋ยวปัญรอทุนของโรงเรียนก็น่าจะพอครับ ฝากน้าดูแลพ่อกับแม่ด้วยนะ ไว้ปัณณ์จะหาเวลากลับไปเยี่ยมบ้านบ่อยๆ” ผมบอกอีก
“เออ...นั่นก็พ่อแม่น้านะ” น้าเอ่ยแซวผม...ก็คนมันห่วงนิน้า ผมเคยกอดเคยเจอหน้าทุกวัน

หลังจากคุยกันไม่นานก็วางสายผมเตรียมตัวไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นลงมาจัดของซึ่งก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากอุปกรณ์เรียน เสื้อผ้าแล้วก็ของใช้นิดหน่อย....และเผลอหลับไปบนเตียงนุ่มๆด้วยความเพลียจากการเดินทาง

“ปัณณ์ “ มีเสียงเรียกชื่อผม
“.........” ผมขยี้ตาตื่นขึ้น
“ไปกินข้าวกัน เย็นแล้ว” พี่วินเข้ามาปลุกผมลงไปกินข้าว
“ผมหลับไปนานเลยหรอ” ผมถาม
“ใช่” พี่วินตอบ
“แม่ผมทำกับข้าวเสร็จแล้ว ลงไปกินข้าวกัน” พี่วินบอกอีก....พูดเพราะทุกที แทนตัวเองว่าผมทุกคำ
“ผมขอล้างหน้าก่อนครับพี่ เดี่ยวผมตามลงไป” ผมบอกแหละหยิบผ้าเช็ดตัวเดินไปเข้าห้องน้ำ

หลังจากลงมา...ทุกคนนั่งรอที่โต๊ะเรียบร้อย เขินเลยทีนี้อยู่บ้านคนอื่นยังมาสายให้เขารอ
“ขอโทษครับ ผมเผลอหลับ” ผมเอ่ยปากขอโทษทันที
“นั่งเลยลูก กินข้าวกัน” แม่พี่วินบอก...แม่ใจดีจัง
“เวย์ นี่พี่ปัณณ์เพื่อนพี่ย้ายมาจากเชียงใหม่ มาเรียนที่โรงเรียนเรา ได้ทุนกีฬามาเล่นทีมโรงเรียน” พี่วินแนะนำผมกับน้องชาย....หน้าเหมือนกันแป๊ะ แต่ตัวเล็กกว่า เรียนอยู่ชั้น ม.2
“หวัดดีครับพี่ปัณณ์” น้องเวย์ยกมือไหว้สวัสดีผม
“หวัดดีครับ” ผมยกมือรับไหว้

“เอ้า...กินข้าว ปัณณ์ใช่มั้ย กินเลยไม่ต้องเกรงใจป้านะ ตามสบาย” แม่พี่วินบอกต่อ
“ขอบคุณครับ” ผมตอบ

บนสนทนาก็มีเริ่มเป็นระยะ ระหว่างกินข้าว ที่บ้านพี่วินก็ไม่ได้เคร่งเรื่องกินไปคุยไปสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็สอบถามเรียนชั้นไหน เล่นกีฬาเป็นยังไง ที่บ้านอากาศเป็นยังไง อยู่กับใคร แล้วมากรุงเทพได้ยังไง แม่พี่วินชวนคุยตลอดครับ ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายลงไปเยอะเลยครับ

วันเปิดเทอม...
(จริงๆก่อนหน้านี้ผมไปรายงานตัวมาแล้ว แต่ด้วยผมย้ายและทำเรื่องมากะทันหัน เลยทำให้ผมยังไม่มีเสื้อผ้าใส่ วันแรกผมเลยใส่เสื้อผ้าพี่วินไป จริงๆผมเอาเสื้อผ้ามานะครับ แต่กางเกงนักเรียนเก่าผมมันสีน้ำตาล แต่โรงเรียนนี้เป็นสีน้ำเงิน เพราะเป็นโรงเรียนเอกชน เลยจำเป็นต้องใส่ของพี่วินไปก่อนเพื่อรออาจารย์ทำเรื่องสั่งซื้อให้ก่อนครับ)

ผมมาโรงเรียนพร้อมกับพี่วิน น้องเวย์ โดยที่พ่อของพี่วินมาส่ง แล้วพ่อก็ไปทำงานต่อ...
ที่ห้อง ม.4/2.... ห้องเรียนของผม
“สวัสดีนักเรียนทุกคน  ครูชื่อครูพิมพ์ดาว เป็นครูที่ปรึกษาของทุกคนในปีนี้นะ บางคนรู้จักกันมาแล้ว บางคนมาจากคนละห้องตอน ม.ต้น ครูอยากให้แนะนำตัวอีกที อะเริ่มจากเราคนแรก” ครูพิมพ์ดาวครูประจำชั้นของเราแนะนำตัวและบอกทุกคนแนะนำตัวกันอีกที

พอทุกคนแนะนำเสร็จแต่ผมยังไม่ได้แนะนำ ครูก็พูดขึ้นว่า
“เรามีเพื่อนย้ายมาจากเชียงใหม่นะ ยังไงแนะนำเพื่อนด้วยนะ แนะนำตัวเลยจ๊ะ” ครูพูดขึ้นและผายมือมาทางผม
“สวัสดีครับ ผมชื่อปัณณธร วิเศษสุข ชื่อเล่นปัณณ์นะครับ ย้ายมากเชียงใหม่ พึ่งมากรุงเทพเป็นครั้งแรก ช่วยแนะนำผมด้วยนะครับ” หลังจากพูดจบเพื่อนๆก็ตบมือและผมก็นั่งลง

เพื่อนคนแรกที่ผมนั่งข้างๆชื่อ พู่กัน ใส่แว่น น่าจะเด็กเรียนหน่อยๆ ดูจากบุคลิกน่าคบได้ ส่วนใหญ่ห้อง 4/2 ก็จะเป็นเด็กเรียนพอๆกัน (อ่อ ม.4 มี 5 ห้องนะครับ 4/1 - 4/5) วันแรกก็เป็นการพูดคุย แนะนำการเรียนการสอนแจกตารางสอน เอกสารต่างๆ สื่อการเรียนต่างๆ แลกเบอร์โทรกัน (เบอร์โทรไม่เท่าไร่ Join เข้า Group Line ของห้องนี่แหละลำบากผมเลย เครื่องผมโหลดแอปไม่ได้ ใช้ Line ไม่ได้ 555) เอาเป็นว่าเบอร์โทรก่อนแล้วกันนะครับเพื่อนๆ

เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ก็เริ่มมีเพื่อนเยอะขึ้นแล้ว เริ่มคุ้นเคยกับสถานที่มากขึ้น วันนี้ช่วงบ่ายจะมีกิจกรรมชมรมที่นักเรียนจะต้องเลือกชมรมเป็นกิจกรรมเสริม (ซึ่งผมไม่ต้องเลือกเพราะมาด้วยโคต้านักกีฬา ต้องอยู่ชมรมวอลเลย์บอลอยู่แล้ว)

ระหว่างที่ครูกำลังแนะนำ พูดคุยกับเพื่อนๆร่วมชั้นอยู่นั้น พู่กันก็ถามผมขึ้นว่า...
“ปัณณ์ นายจะเลือกชมรมอะไร” พู่กันถาม
“เราไม่ต้องเลือกนะ โค้ชบอกว่าต้องอยู่ชมรมวอลเลย์บอล เพราะมาเรียนที่นี่ด้วยโคต้าวอลเลย์บอล” ผมตอบ
“เออ นั่นซินะ เราจะเลือกอะไรดีวะ” พู่กันบ่นพร้อมดูรายชื่อเอกสารชมรมและกิจกรรมชมรม
“พู่กัน” ผมเรียกชื่อเพื่อนอีกครั้ง
“ว่า...?” พู่กันตอบบและยังก้มหหน้าดูเอกสารอยู่
“เราไม่ต้องพูดเพราะก็ได้นะ เพื่อนกันพูดสบายๆได้เลย” ผมบอก...เพราะปกติเพื่อนผมที่เชียงใหม่ก็ไม่มีใครพูดเพราะกับผม 5555
“เออ...กูก็ว่าดี ไม่ชินปากวะ” นั่นไง...ไอ้เวนพู่กัน กูว่าแล้วมึงต้องไม่ใช่คนเรียบร้อยเหมือนรูปลักษณ์ภายนอกมึง 555
“กูว่าแล้ว หน้ามึงบอกว่ามึงไม่ใช่คนเรียบร้อย” ผมบอกพร้อมหัวเราะเบาๆ

ระหว่างที่อาจารย์กำลังแจ้งรายละเอียดและกำลังจะปล่อยให้ทุกคนแยกย้ายไปลงชื่อตามชมรมต่างๆ...ก็มีรุ่นพี่สองคนเดินเข้ามาหน้าประตูห้องเรียนผม...

“ขออนุญาตครับอาจารย์ ผมเอาเอกสารมาให้นักกกีฬาเซ็นชื่อชมรมครับ” เสียงคุ้นๆ ผมเงยหน้าไปดู

ยังไม่ทันจะพูดอะไรเสียงเพื่อนๆผู้หญิงในห้องผมนี่กรี๊ดไม่เกรงใจครูหน้าชั้นเลย
ฮู้ย!! พี่วิน...พี่วิน น่ารักเนาะ มึง...หล่อมาก....และอีกหลายๆคำที่ผมได้ยินเสียงเพื่อนผู้หญิงของผมพูดขึ้น

“พี่เขามาหาใครวะ” เสียงเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น....ซึ่งนั่งใกล้กับผม ทำให้ได้ยินเสียงนั้น....
“เชิญจ๊ะ วินชนะ” เสียงครูพิมพ์ดาวบอกพี่วินให้เข้ามาในห้องได้

“ปัณณ์” เสียงพี่วินมองมาที่ผมและเอ่ยเรียก

“หู้ยยยยยยยยย....” พร้อมเพียงเชียวเพื่อนร่วมห้องผม อะไรกันคร๊าบบบบบ รุ่นพี่นักกีฬาเอาเอกสารมาให้จ้องเหมือนผมทำไรผิด

ผมเดินออกไปรับเอกสารที่พี่วิน....
“พี่รอให้ผมตอนเย็นก็ได้ ก็ต้องกลับบ้านด้วยกันอยู่แล้วนิครับ” ผมบอก....ใช่ไหมครับท่านผู้อ่านทุกคน มาเรียนพร้อมกัน กลับพร้อมกันอยู่บ้านเดียวกันไม่เห็นต้องมาถึงห้อง
“..............” พี่วินไม่ได้ตอบ แต่เพียงยื่นกระดาษมาให้สองชุด

“น้องคนนี้หรอวะ ที่โค้ชบอก” เสียงเพื่อนของพี่วินพูดขึ้น
“เออ ชื่อปัณณ์ เล่นบีหลัง” พี่วินพูดต่อ
“ปัณณ์ ไอ้นี่เพื่อนพี่ ชื่อปอนด์ เป็น Setter ของทีมเรา” พี่วินแนะนำเพื่อนต่อ
“หวัดดีครับพี่” ผมยกมือสวัสดีพี่ปอนด์
“ไว้เล่นวอลเลย์ด้วยกันนะครับ” พี่ปอนด์พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

แนะนำตัวละครเพิ่ม
พี่ปอนด์ หรือนายปภังกร พลชนะดิลก อายุ 17 ปี ส่วนสูงประมาณ 180 เซนติเมตร เป็นเพื่อนซี้พี่วิน (เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ประถม เล่นวอลเลย์บอลมาด้วยกันตลอด) พี่ปอนด์เป็น Setter ของทีมโรงเรียนเรา เคยถูกเรียกเข้าไปฝึกและเก็บตัวนักกีฬาเยาวชนทีมชาติมาแล้วนะครับ แต่ยังไม่ติด แต่ฝีมือไม่ธรรมดาแน่ๆ แต่ที่แน่ๆ ถึงผิวจะไม่ขาวแบบพี่วิน แต่บอกเลยว่าหล่อมาก ที่เพื่อนๆผมกรี๊ดนอกจากชื่อพี่วินแล้วก็มีชื่อพี่ปอนด์ด้วย เพราะทั้งสองเป็นนักกีฬาของโรงเรียนที่สาวๆรู้จักกันดี

“ครับพี่ ฝากสอนผมด้วยนะครับ” ผมบอกพี่ปอนด์ต่อ
“ยังไง เจอกันที่ห้องชมรมนะ” พี่ปอนด์บอกอีก
“ครับผม” ผมตอบรับ
“แล้วไปที่ห้องชมรมนะ อยู่หลังสนามในโรงยิมนะ หาไม่เจอโทรมาหาผมนะ” พี่วินบอก
“ครับ” ผมตอบ

แล้วเดินกลับมาที่นั่งจากนั้น พี่วินกับพี่ปอนด์ก็เดินกลับออกนอกห้องไป พร้อมยกมือไหว้อาจารย์อีกครั้ง
“ปัณณ์.....” กิ๊ก กับออม รีบปรี่เข้ามาหาผมทันที พร้อมเรียกชื่อเสียงลากยาว
“อะไร...” ผมถามทันที
“แก ฉันชอบพี่วิน” ออมรีบแย่งกิ๊กพูดทันที
“ฉันจองก่อน” กิ๊กรีบแย่งพูดบ้าง
“ใจเย็นก่อนเพื่อน พี่เขายังไม่มีแฟนหรอ” ผมถาม....ด้วยหน้าตาและความฮอต ของพี่เขาผมว่าไม่น่าจะรอดเหลือจนป่านนี้
“ไม่รู้นะ ตอนอยู่ ม.ต้น ไม่เคยเห็นพี่เขาควงใครมานะ” ออมตอบ
“ช่ายยยย” กิ๊กเสริมอีกแรง
“เขาอาจจะมีอยู่แต่ไม่มีใครรู้ก็ได้” ผมบอก

....บนสนทนายังไม่ทันจบ ออมเอื้อมมือมาจับที่อกเสื้อผม
“ปัณณ์ แกเอาเสื้อใครมาใส่” ออมถามทันทีที่เห็นดาวที่อกเสื้อเป็น 2 ดวงของชั้น ม.5
“ของพี่วิน” ผมตอบ
“เดี๋ยวนะ ยังไง ได้ไง” กิ๊กรีบถามทันที
“ก็เรายังไม่มีเสื้อ ครูสั่งให้อยู่พี่วินก็เลยให้ยืม” ผมบอก
“....................” สายตาของออมและกิ๊ก บ่งบอกว่ากำลังคิดอะไรอยู่สักอย่าง
“ไม่ต้องทำหน้างั้นเลย มีแค่นี้จริงๆ” ผมรีบบอก

ก็มันเป็นงั้นจริงๆ ใช่ไหมครับ พี่วินให้ผมยืมใส่ก่อนก็รอได้ของตัวเองก็คืนพี่วิน....

ณ ที่ห้องชมรม วอลเลย์บอล ของโรงเรียน
ผมเดินมามั่วๆจนเจอ เพื่อนๆและพี่ๆและนักเรียนที่จะเข้ามาสมัครอยู่ชมรมวอลเลย์บอลของเรา
(ในกิจกรรมชมรมจะรับนักเรียนที่ไม่ใช่เป็นนักกีฬาเข้ามาด้วยนะครับ จำนวนหนึ่งแต่ส่วนที่เป็นนักกีฬาของโรงเรียนก็จะอยู่ชมรมนี้โดยปริยายเลยครับ)
“ปัณณ์” มีเสียงเรียกผมเมื่อเดินผ่านเหล่านักเรียนที่ยืนรอสมัครกันอยู่หน้าทางเข้า
“ปัณณ์ ทางนี้” ผมหันไปทางเสียงพี่ปอนด์เรียกผม

ทางนั้นจะเป็นเหล่านักกีฬาของโรงเรียนนั่งรวมตัวกันอยู่ ทั้งหมดมี 12 คน (รวมผมกับพี่วินจะเป็น 14)
“พี่วินละครับ พี่ปอนด์” ผมถามทันที
“...........” พี่ปอนด์หันหน้า เป็นหารส่งซิกไปทางที่พี่วินนั่งอยู่....อ่อ ตัวเรียกแขกใช่ไหม สาวๆเพียบเลยที่มาขอใบสมัคร
“ปัณณ์ มานี่หน่อยเดี่ยวพี่แนะนำให้รู้จักทุกคน” พี่ปอนด์บอก
“สองคนนั้น คนขวาพี่อัฐ คนซ้ายพี่บุ๊ค อยู่ ม.6” พี่วินแนะนำ (พี่สองคนยืนตำแหน่ง Middle Blocker ของทีม ซึ่งทั้งคู่สูงเกือบ 190 ทั้งสองคนเลยครับ)
“สวัสดีครับพี่อัฐ พี่บุ๊ค” ผมสวัสดีพี่ทั้งสอง
“หวัดดีครับน้อง” พี่อัฐตอบรับและยิ้มให้ผม
“ส่วนนี่ เบส เล่นบีหลังตำแหน่งเดียวกับปัณณ์ อยู่ ม.5” พี่ปอนด์แนะนำต่อ
“สวัสดีครับพี่เบส” ผมสวัสดี
“หวัดดีครับปัณณ์” พี่เบสก็เอ่ยตอบรับผม
“ส่วนนั่น จอม บราวน์ พีท หมู เล่นตำแหน่งโค้งเหมือนไอ้วิน อยู่ ม.5 เหมือนกัน” พี่ปอนด์แนะนำต่อ
 
พี่ปอนด์แนะนำไปเรื่อยๆ จนเกือบครบ เหลือสองคนสุดท้าย…
“ส่วนไอ้สองตัวนี้แสบสุดในทีม ไอ้หัวโล้นนั่นชื่อไอ้มอส อยู่ ม.4 เป็น setter สำรอง ที่ฝีมือยังห่างชั้นกับพี่มาก” พี่ปอนด์แนะนำและกัดไปหนึ่งคำ
“ไอ้นั่น ไอ้โป้ง Libero ของทีมเรา....อยู่ ม.4 รุ่นเดียวกับปัณณ์” พี่ปอนด์แนะนำต่ออีก
“ผมจะแย่งตำแหน่ง 6 ตัวหลักจากพี่เอง” มอส พูดสวนพี่ปอนด์ และยักคิ้วท้าทาย
“ฝันไปเหอะมึงอะ” พี่ปอนด์สวนทันที
“หวัดดีปัณณ์ ฝากตัวด้วยครับ” เสียงโป้งโผล่มาจับมือแนะนำตัวกับผมอีกที
“สวัสดีพี่ๆทุกคนครับ ช่วยสอนปัณณ์ด้วยนะครับ” ผมบอกทันที

ไม่นาน....พี่วินก็เดินมาจากโต๊ะที่รับสมัครชมรม
“ไอ้ปอนด์ ไปแจกเอกสารแทนกูดิ กูเหนื่อย” พี่วินเดินมาตบไหล่พี่ปอนด์เบาๆ
“ไม่เอากูขี้เกียจ” เสียงพี่ปอนด์ตอบ
“กูสั่ง” เสียงพี่วินเสียงแข็ง
“เออ กูถือว่ามึงเป็นหัวหน้าชมรมนะ ถึงยอม” พี่ปอนด์ตอบกลับ

และเดินไป พร้อมหันมาด่าพี่วินแบบไม่ออกเสียง 1 ที
“ทุกคนรู้จักปัณณ์หมดแล้วนะ” พี่วินถาม ทุกคนพยักหน้าแทนคำตอบ
“เดี๋ยวเลิกเรียนเย็นนี้ รอที่สนามนะโค้ชมีเรื่องจะแจ้ง” พี่วินบอกทุกคน
“ปัณณ์ นั่งนี่ดิ” พี่วินบอกให้ผมนั่งข้างๆ
“โค้ชฝากบอกว่าหาที่พักให้แล้วนะ แล้วมีงบค่าที่พักให้ โอนให้ทุกวันที่ 30 เฉพาะค่าเช่า” พี่วินบอก
“ครับพี่” ผมตอบ
“เดี๋ยวเย็นนี้โค้ชน่าจะบอกอีกที” พี่วินบอกต่อ
“ดีเลย จะได้ไม่ต้องอยู่บ้านพี่” ผมบอก ด้วยความที่คิดว่าจะได้ไม่ต้องรบกวนที่บ้านพี่เขา
“อยากออกไปจากบ้านพี่ขนาดนั้นเลย” พี่วินถามทันที....เดี๋ยวนะ พี่หรอ เมื่อกี้แทนตัวเองว่าพี่ ปกติจะแทนตัวเองว่าผม
“เปล่านะพี่ ปัณณ์ไม่อยากรบกวนเกรงใจพ่อแม่พี่” ผมบอก
“...............” พี่วินพยักหน้าตอบ ทำไมอาการแปลกๆ

เย็นวันนั้น....
เรามีนัดรวมตัวกันที่สนาม....สำหรับนักกีฬาของโรงเรียน วันนี้โค้ชจะมาแจ้งข่าวเรื่องการแข่งขัดนัดแรกของเทอมนี้ พอโค้ชมาถึงที่วินเรียกทุกคนรวมตัว และโค้ชสั่งให้นั่งลง
“วันนี้กูมีเรื่องจะมาบอก งานกีฬา 4 สถาบันปีนี้เริ่มอีกสองเดือนข้างหน้า กูจะให้พวกมึงซ้อมกันเร็วหน่อย” โค้ชเจมส์บอก
“แล้วพวกมึงรู้จักกันหมดแล้วนะ รวมถึงไอ้ปัณณ์ด้วย” โค้ชบอกอีกที
“รู้แล้วครับ” ทุกคนตอบพร้อมกัน
“ปัณณ์ มึงปรับตัวเร็วๆหน่อยนะ” โค้ชหันมาพูดกับผมต่อ
“ครับโค้ช” ผมตอบรับ
“ส่วนเอกสารที่กูให้ไอ้วินเอาไปแจก ให้พ่อแม่เซ็นด้วย มาเก็บตัวที่โรงเรียน แล้วเอามาส่งไอ้วินภายในสัปดาห์นี้” โค้ชพูดอีก

หลังจากพูดคุยและแจ้งเรื่องรายละเอียดต่างๆ ก็ได้ความว่าวันจันทร์หน้าจะต้องมานอนที่โรงเรียนที่ห้องชมรมชั้น 2 มันจะมีเป็นห้องโล่งๆ นอนรวม มีเบาะปูนอน ผ้าปูที่นอน ส่วนหมอนกับผ้าห่มให้เอามาเองของใครของมัน...ส่วนเรื่องหอพักของผมได้เรียบร้อย โดยโค้ชจัดการให้ไม่ไกลจากโรงเรียนเป็นหอพักของเพื่อนโค้ชเอง แต่อยู่ห่างจากโรงเรียนออกไปอีกหน่อย ต้องนั่งรถเมล์มาเรียนประมาณ 4 ป้าย....

วันที่ผมย้ายของออกมาจากบ้านพี่วิน พี่แกดูแปลกๆไปสีหน้าเหมือนนิ่งๆ แต่ก็มาส่งผมที่ห้องใหม่นะครับ ขอบคุณที่ดูแลน้องคนนี้ตลอดตั้งแต่วันแรกนะครับ รู้สึกดีกับการได้มีพี่ชายคอยดูแลเป้นครั้งแรกเหมือนกันครับ ตอนนี้ผมเริ่มลงตัวมากแล้วครับ กับการใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานครของผม

ต่อไปนี้จะเป็นการเดินทางตามฝันร่วมกับวอลเลย์บอล และชานมไข่มุกของผม (ของโปรด)
(เด็กเหนือกับชีวิตวุ่นๆในเมือง กำลังจะเริ่มขึ้นกับชานมไข่มุกแก้วโปรดของเขา....ไม่เคยเจอเมืองที่มีแต่ชานมไข่มุกทั่วทุกมุมเมืองขนาดนี้ 555)

 




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-12-2021 17:09:26 โดย love123 »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
EP03.ชมรมอันแสนวุ่นวาย

ในวันหยุดที่ผ่านมา...พี่วินพาผมไปเที่ยวหลายที่ในกรุงเทพเลยครับ มันเปิดหูเปิดตาให้ผมมากครับ ได้เห็นสิ่งที่ไม่มีที่เชียงใหม่บ้านผม ของกินอร่อยๆมีเยอะจนเลือกไม่ถูก และยังได้ดูซื้อเสื้อผ้าใหม่บ้าง เพื่อทดแทนของเก่าที่มีอยู่ (มันก็เก่ามากแล้ว) และของใช้ที่ต้องเตรียมตัวไปนอนที่ชมรมตลอดการเก็บตัว

“ปัณณ์ กินอะไรก่อนไหม ก่อนกลับ” พี่วินถามผมอีกที
“พอแล้วพี่ กินจนอิ่มแล้ว” ผมตอบ
“กลับไปอย่าบ่นหิวนะ” พี่วินบอกผม
“จะหิวอะไรละพี่ นี่ก็ยังไม่หมด” ผมตอบ และยกแก้วชานมไข่มุกดูดต่อ
“.............” พี่วินส่ายหัว
“พี่กินมั่งดิ มันอร่อยขนาดนั้นเลยหรอ” พี่วินถามต่อ
“อะ ลองดิ” ผมยื่นแก้วชานมไข่มุกไปให้

เอ้า.....เฮ้ย ก้มดูดเฉย ปกติถ้าไม่สนิทใจจริง คนเราจะกล้าดูดหลอดเดียวกันไหมนะครับ อันนี้เล่นเอาผมเซอร์ไพรส์อยู่เหมือนกัน

เอาจริงตลอดเวลาที่ผ่านมาถึงมันจะดูไม่นาน....ผมสนิทกับพี่วินเร็วมาก พี่วินดีกับผมมากเช่นกันมันทำให้ผมให้ความสนิทใจกับพี่วินได้ง่ายขึ้น จนวันที่ต้องเข้ามาเก็บตัวที่โรงเรียน

โค้ชให้เหตุผลว่า การเก็บตัวนอนที่โรงเรียนเพื่อง่ายต่อการรวมตัวฝึกซ้อม และลดเวลา ลดอันตรายจากการเดินทางของนักกีฬาเองด้วยครับ เพราะเคยเกิดเรื่องกับนักกีฬามาแล้วจากอุบัติเหตุ โค้ชเลยให้เก็บตัวก่อนแข่งดีกว่า....
แน่นอนหลังจากมาถึงก็ต้องช่วยกันเก็บกวาดที่จะใช้นอน ส่วนผ้าปูส่งซักไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนเบาะก็ขนไปตากแดดไว้ก่อนเรียบร้อย

จัดแจงที่นอนเรียบร้อยโดยผมนอนติดกับพี่วิน พี่ปอนด์....ที่นอนพี่วินก่อน ตามด้วยพี่ปอนด์ แล้วก็ผม จากนั้นก็เรียงกันต่อๆไป จากนั้นโค้ชเรียกรวมตัวและได้แนะนำเรื่องต่างๆตลอดการพักที่นี่

“วันนี้ไม่ต้องซ้อมนะ เดี๋ยวเตรียมตัวนอน พรุ่งนี้พวกมึงต้องตื่นตี 5 ครึ่งยืดกร้ามเนื้อ วิ่งรอบสนามใหญ่ 2 รอบ เล่นกร้ามเนื้อขา แล้วก็อาบน้ำเตรียมตัวไปเรียน ตอนเย็นก็กลับมาเตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าซ้อม” โค้ชเจมส์บอก
“พวก ม.4 ม.5 เวลาพักผ่อนก็พักนะ อย่าเสือกเล่นอะไรแพลงๆ พี่ ม.6 มีงานต้องทำเยอะ ห้ามกวน” โค้ชสั่งต่ออีก
“ไอ้วิน มึงดูแลทีมด้วย อย่าให้มีเรื่อง” โค้ชหันไปสั่งพี่วิน
“ครับโค้ช” พี่วินตอบรับ
“แล้วสำคัญที่สุดห้ามมีเรื่องชู้สาวในชมรม ห้ามพาคนนอกเข้ามา ห้ามกินกันเองด้วย” โค้ช สั่งห้ามเหมือนกับว่ามันเคยเกิดเรื่องมาก่อน....แต่เท่าที่ดูไม่มีใครน่าจะชอบผู้ชายด้วยกันนะครับ
“หลัง 2 ทุ่มห้ามใครออกนอกที่พัก ไปได้แค่ห้องน้ำกับล็อกเกอร์เก็บของ เข้าใจไหม” โค้ชสั่งอีก
“เข้าใจครับ” ทุกคนตอบพร้อมกัน
“โอเค แยกย้ายพักผ่อน ใครมีอะไรจะถามอีกมั้ย” โค้ชถามเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกลับ
“ไม่มีครับ” ทุกคนตอบพร้อมกันอีกครั้ง
“เออ เสื้อซ้อมอยู่ที่ไอ้วินนะ แจกคนละ 3 ตัว” โค้ชบอกก่อนจะกลับขับรถออกจากโรงเรียนไป

เสื้อซ้อมจะเป็นเสื้อยืดสีเรียบธรรมดา แต่สกรีนชื่อแบรนด์ของผู้สนับสนุนไว้ด้านหน้า และชื่อโรงเรียนไว้ข้างหลัง โค้ชเป็นคนขอสปอนเซอร์มาให้

“ปัณณ์ไปอาบน้ำนะ” ผมบอกพี่วินพี่ปอนด์ที่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังจัดของเตรียมที่นอน
“กูไปด้วย” เสียงโป้งพูดแทรกขึ้นมา มันนอนถัดจากผมไป
“กูเล่นเกมส์แป๊บ เดี๋ยวกูตามไป” เสียงไอ้มอส พูดต่อ....เราสนิทกันเร็วมากครับ เด็กผู้ชาย พอรู้ว่าคนนี้จะเป็นเพื่อนอยู่ด้วยกันก็จะกูมึงและสนิทกันค่อนข้างเร็ว

ผมกับโป้งก็เดินไปที่ห้องล็อกเกอร์เพื่อหยิบของและเตรียมตัวไปอาบน้ำ คนอื่นๆก็ตามมาเพราะห้องน้ำมีแค่ 6 ห้องต้องแย่งอาบก่อนไม่งั้นรอนาน...

หลังจากอาบน้ำเสร็จก็มาแต่งตัวตรงห้องหน้าล็อกเกอร์ และเดินมาที่นอน...

เดี๋ยวนะ...ผมนอนคนที่ 3 ข้างพี่ปอนด์ติดกับไอ้โป้ง แล้วทำไมที่นอนกับของของผมไปอยู่ที่ 2 ติดกับพี่วิน
(ซึ่งตอนนั้นพี่วินพี่ปอนด์ เดินสวนกับผมไปอาบน้ำแล้วนะครับ)
“กูนอนข้างมึงไม่ใช่หรอวะโป้ง” ผมถาม
“เออ นั่นดิ” ไอ้โป้งมันตอบ
“พี่วินสลับที่เขาบอกรำคาญพี่ปอนด์ นอนกรนเวลาพี่เขาเหนื่อย” เสียงไอ้มอสที่ยังเล่นเกมส์ไม่เสร็จพูดขึ้น
“...........” ผมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ....ผมเข้าใจดีเพราะปกติถ้าผมเหนื่อยมากๆจะหลับไม่รู้เรื่องแถมจะหายใจแรงเหมือนมีเสียงกรนเหมือนกันครับ (พี่ไม่รู้จักผมซะแล้วพี่วิน หนีเสือปะจระเข้ละครับ 555)

ผมก็นอนๆเล่น แล้วก็คุยกับเพื่อนบ้าง จนหลายๆคนเริ่มกลับมาเตรียมตัวนอน
“เรามาสร้าง Group Chat ไว้คุยไว้แจ้งข่าวสารกันมั้ย” พี่หมูพูดขึ้นทันที
“เออ เอาดิมึงสร้างเลยไอ้หมู” เสียงพี่ปอนด์พูดขึ้นทันทีและหยิบมือถือออกมา
“เดี๋ยวกูเชิญพวกมึงเข้า ของใครไม่มีเพื่อนในไลน์บอก ID มาเดี๋ยวแอดให้” พี่หมูพูดต่อ

เอาแล้วไง...ไอ้แอปตัวปัญหาของผมมันมาอีกละ สงสัยต้องเก็บตังค์ซื้อมือถือใหม่ละ
“ของปัณณ์ มือถือมันพังอยู่นะ มีไรบอกผ่านกูแล้วกัน” เสียงพี่วิน พี่ชายที่น่ารักของผมพูดขึ้นทันที
“..................” ผมไม่ได้พูดอะไร แค่หันหน้าไปมองหน้าพี่วิน
“...................” พี่วินก็ไม่ได้พูดอะไร แต่กลับยิ้มกลับมาให้ผม 1 ที

เริ่มมีอะไรให้ผมแปลกใจอยู่เรื่อยๆซินะ พี่วินของผมเนี่ย....แต่ก็ขอบคุณนะครับ พอเริ่มดึกต่างก็แยกย้ายกันนอน บางคนก็หลับเร็วมากโดยเฉพาะไอ้มอส กับไอ้โป้งหลับอย่างเร็วท่านอนมึงมันน่ากระทืบจริง...นอนแหกขาแต่เอาผ้าปิดอกไปคลุมถึงหัวคล้ายๆกันทั้งคู่เลย

“นอนไม่หลับหรอปัณณ์” พี่วินน่าจะสังเกตเห็นผมที่ขยับไปมา
“ครับ” มันแปลกๆที่” ผมตอบ
“พรุ่งนี้ตื่นเช้านะ พยายามนอนให้หลับหล่ะ” พี่วินบอกอีก
“ครับ” ผมเลยพลิกตัวหันหน้าจากทางพี่วินไปทางพี่ปอนด์....เอ้า คนนี้ก็หลับลึกเลย อ้าปากหว๋อเชียว 555

ผมนอนพลิกตัวไป พลิกตัวมาหลับไปตอนไหนไม่รู้ครับ รู้ตัวอีกทีเช้าเลยครับ...
“ปัณณ์ ปัณณ์....” มีเสียงปลุกผม
“ปัณณ์ ตื่นล้างหน้า เตรียมไปวิ่ง” พี่วินเรียกผมอีก
“ครับ” ผมตอบแต่กกลับพลิกตัวนอนต่อและเอาผ้าห่มคลุมหัว
“...............” พี่วินไม่ได้พูดอะไร แต่ดึงผ้าผมออก แล้วเอาไฟฉายจากมือถือส่องหน้าผม

“ตื่นแล้วครับ” ผมบอกและก็เลยลุกขึ้น
“กี่โมงแล้วอะพี่” ผมถาม
“ตี 5:40 แล้ว หกโมงต้องรวมตัวนะ” พี่วินบอก
“ครับ” ผมลุกขึ้นด้วยความงัวเงียไปล้างหน้าแปลงฟัน....และเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัววิ่ง

หลังจากทุกคนพร้อมก็เตรียมตัวยืดกร้ามเนื้อ วิ่งรอบสนาม วิ่งสลับขา วิ่งสไลด์แตะสลับซ้ายขวา วิ่งขึ้นบันได ส่วนใหญ่เช้าก็จะมีประมาณนี้เรียกกำลังขาสักหน่อย จากนั้นก็รีบพากันแยกย้ายอาบน้ำเตรียมตัวแต่งตัวไปเรียนเพราะเริ่มสว่างก็จะมีนักเรียนเริ่มเข้ามาที่โรงเรียน (แต่จุดที่พักจะอยู่หลังสุดไม่ค่อยมีใครเดินเข้ามา จะส่วนตัวเฉพาะนักกีฬาหน่อยๆ)

“ปัณณ์ ไปกินข้าวที่โรงอาหารกัน” พี่วินพูดชวน
“ครับ ไปดิพี่” ผมตอบทันที
“ไอ้ปอนด์ไปกินข้าว” พี่วินรียกพี่ปอนด์ต่ออีก
“อืม” เสียงพี่ปอนด์ตอบ

เราสามคนเดินไปที่โรงอาหารของโรงเรียน ซึ่งแม่ค้าจะมาเตรียมของขายแล้วนะครับ แต่จะน้อยกว่าช่วงกลางวัน

ผมสั่งผัดผักหมูกรอบ+ไข่ต้ม แต่ไม่ทันมองว่าในผัดผักนอกจากหมูกรอบแล้วมีใส่กุ้งด้วย ซึ่งผมกินไม่ได้ แพ้กุ้ง ซึ่งจริงๆก็แพ้อาหารทะเลเกือบทุกอย่าง กุ้งแม่น้ำก็ไม่ได้นะครับ อย่าว่าแต่กุ้งทะเล ปลาหมึก แมงกะพรุน ปู แทบจะทั้งหมด กินแล้วตัวแดงผื่นขึ้นคันทั้งตัวเลยแหละครับ

ผมเลยเอาช้อนเขี่ยออก...คงไม่เป็นไรมั้งครับ แค่มันผัดรวมแต่ไม่ได้กินตัวกุ้งเข้าไป
“ไม่กินกุ้งหรอปัณณ์” พี่ปอนด์ทักถามทันที
“ผมแพ้กุ้ง อาหารทะเลหมดเลยครับ” ผมตอบ
“เสร็จพี่” พี่ปอนด์พูดพร้อมเอาช้อนมาเอื่อมตัก

ทันใดนั้นซ่อมพี่วินเข้ามาขวางทันทีและจิ้มไปที่ตัวกุ้งซึ่งมีอยู่ 2 ตัว
“ใจเย็นพี่ แบ่งกันคนละตัวก็ได้” ผมบอก

เอาจริง พี่วินก็กวนพอได้เหมือนกันนะครับ เห็นคุยกับผมดีสุภาพกับผมตลอด แต่เวลาจะแกล้งเพื่อรักของเขาก็ไม่เคยจะยอมนะครับ

ไม่ทันขาดคำพี่วินก็จิ้มตัวแรกเข้าปาก และจิ้มตัวที่สองไปวางในจานตัวเองทันที....
“เชี้ย!! วิน” เสียงพี่ปอนด์ให้พรพี่วินแต่เช้า
“พี่รู้จักกันนานแค่ไหนละครับ” ผมถามพี่วินกับพี่ปอนด์ ดูจากความสนิทของสองคนนี้มันดูน่ารักดีครับ
“พี่เรียนกับมันตั้งแต่อนุบาล จนตอนนี้เริ่มจะเบื่อหน้ามันละ” พี่ปอนด์พูดขึ้น
“มึงเบื่อกูไม่ได้หรอก นอกจากกูก็ไม่มีใครคบมึงแล้ว” พี่วินสวนกลับไป
“คงจะจริง” ผมเสริมทัพ
“เดี๋ยวๆๆ ปัณณ์ กรุณาเข้าข้างพี่บ้าง” พี่ปอนด์เอ่ยปากขึ้นทันที
“จริงๆ พี่เคยเลิกคบมันมาแล้วนะ แย่งสาวคนเดียวกัน ทะเลาะกันจะตาย” พี่ปอนด์พูดขึ้น
“ตอนนั้นเขาชอบพี่ แต่ไอ้นี่เข้ามาแย่ง” พี่ปอนด์พูดต่อ แล้วใช้ซ่อมจิ้มหมูในจานพี่วินกินทันที
“กูหล่อกว่า ช่วยไม่ได้” พี่วินพูดสวนบ้าง....เดี๋ยวนะพี่วิน มันใช่หรอ เรื่องแบบนี้ให้คนอื่นพูดไหมครับ ผมคิดในใจ
“แล้วพี่กลับมาดีกันได้ไง” ผมถามต่อ
“มันมาง้อพี่” พี่ปอนด์บอกทันทีเป็นการบอกว่าตัวเองชนะ
“.................” พี่วินไม่ได้ตอบอะไร
“แล้วตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นยังคบกับพี่วินอยู่ไหมครับ” ผมถาม....ถามเฉยๆนะครับ แค่อยากรู้ 555
“ก็ยังวนเวียนอยู่นะ เดี๋ยวสักพัก ปัณณ์ก็เห็น” พี่ปอนด์ตอบแทน

ไม่นานก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาทางโต๊ะที่ผมนั่งกันอยู่....
“วิน....เจนซื้อน้ำมาให้” ผมเงยหน้าไปดูเสียงนั้น หู้ววว สวยนะ
“ปอนด์ วันนี้ไม่มีของปอนด์นะ” เสียงพี่เจน (ใช่พี่เจนรุ่นเดียวกันกับพี่ปอนด์ พี่วิน) พูดอีก
“ปอนด์รู้แล้วหล่ะ ปอนด์ไม่ใช่คนสำคัญเหมือนไอ้วินนิ” พี่ปอนด์พูดขึ้น เหมือนจะน้อยใจ
“เธอเป็นแค่เพื่อน อย่ามาทำน้อยใจ” พี่เจนพูดขึ้น....โอ้ว เป็นผมเจ็บนะคำนี้
“...............” พี่เจนทำท่าชี้มาทางผม บ่งบอกให้รู้ว่ากำลังถามว่าไอ้เด็กนี่เป็นใคร
“นี่ปัณณ์ น้องในทีมย้ายมาจากเชียงใหม่” พี่ปอนด์พูดแนะนำผม
“ปัณณ์ คนนี้พี่เจนแฟนไอ้วิน” พี่ปอนด์พูดขึ้น
“หวัดดีครับ” ผมสวัสดีพี่เขา
“แฟนเก่า” พี่วินพูดแทรกขึ้นมาทันที

ดูสีหน้าพี่วินไม่ค่อยจะยินดีกับการเจอหน้าพี่เจนสักเท่าไหร่....ผมสืบมาละ ได้ความว่าหลังจากที่พี่ปอนด์ กับพี่วินแย่งกันจีบพี่เจน สุดท้ายพี่เจนเลือกพี่วิน ทำให้เพื่อนทะเลาะกันมาสักพักนั่นแหละครับ แล้วพอจบม.3 พี่เจนก็ไปคบกับพี่ ม.6 ที่จบไปแล้ว พี่วินเสียใจอยู่พักใหญ่เลย ก็ได้พี่ปอนด์นี่แหละช่วยอยู่เป็นเพื่อน จนความสัมพันธ์ของเพื่อนแท้ของพี่วินกับพี่ปอนด์กลับมาดีเหมือนเดิม จนทุกวันนี้ (ทั้งคู่บอกสาบานกันด้วยว่าจะไม่แย่งผู้หญิงคนเดียวกันอีกแล้ว)

แต่พอผ่านมาช่วงที่พี่เขาอยู่ ม.4 พี่เจนก็เลิกกับพี่คนนั้นไป และพยายามกลับมาหาพี่วิน แต่พี่วินเหมือนจะเจ็บแล้วจำ ไม่ยอมเปิดใจให้พี่เจนและใครอีกเลย ทั้งที่เป็นคนฮอตมากเหมือนกันในโรงเรียน ทุกวันพี่เจนก็พยายามซื้อขนม น้ำ หรือวนเวียนมาใกล้ๆพี่วินตลอดนะครับ
“ปัณณ์ไปซื้อน้ำนะพี่” ผมบอกและลุกออกจากโต๊ะไป....ลืมเลยกินข้าวไม่ได้ซื้อน้ำมา

ผมกลับมาจากซื้อน้ำ ผมซื้อมาสองแก้ว ชาเย็นกับนมชมพู....
“อะ พี่ปอนด์ปัณณ์ ซื้อมาให้” ผมบอกพี่ปอนด์และยื่นนมชมพูให้
“น่ารักที่สุดน้องปัณณ์น้องรักของพี่” พี่ปอนด์พูดขึ้นพร้อมหยิบแก้วจากผม
“ไม่ต้องแดกมึงอะ” พี่วินแย่งแก้วนมชมพูไปจากมือพี่ปอนด์ทันที
“ไอ้วิน....” เสียงพี่ปอนด์เรียกชื่อ แต่ไม่ทันละครับ พี่วินยกแก้วกระดกจนหมด
“อะ ของมึงกินนี่ไป” พร้อมกับส่งแก้วที่พี่เจนซื้อมาให้พี่ปอนด์ (มันก็นมชมพูเหมือนกัน แย่งกันทำไม)

จากนั้นพี่วินก็ลุกเอาจานไปเก็บแล้วก็เดินไปเลย....งงนะซิครับ เอาไงดีกินบ้างดีกว่า ผมก็เลยยกแก้วกระดกจนหมดแล้วขอตัวเอาจานไปเก็บบ้าง
“ไอ้วินรอกูด้วย...ไปนะเจน” พีปอนด์ตะโกนเรียกและบอกพี่เจนก่อนวิ่งตามไป
“เดี๋ยวปัณณ์ก็ชิน เป็นแบบนี้ทุกวันแหละ” ทันทีที่พี่ปอนด์ตามมาถึงผมและพูดขึ้น
“พี่วินดูอันแฮปปี้ กับพี่เจนมากเลยนะครับ” ผมถามพี่ปอนด์
“มีมากกว่านี้อีก ปัณณ์ยังไม่เคยเห็นไอ้วินมันเสียงดัง โคตรน่ากลัว” พี่ปอนด์พูดอีก
“หุบปากบ้างมึงอะ” พี่วินหันมาดุเพื่อนทันที ที่รู้ว่ากำลังโดนนินทาอยู่
“.................” พี่ปอนด์ทำหน้าแบบประมาณว่า เนี่ยๆ มันเริ่มแล้ว อาการมันมาละ 5555


ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
ต่ออีกหน่อย....

หลังจากนั้น ผมก็แยกกับพี่วิน พี่ปอนด์เพื่อไปเรียนตามปกติ...
“ดี ไอ้พู่” ผมทักทายไป 1 ทีที่กลางหลังเบาๆ
“ดีไอ้เหี้ยปัณณ์” อันนี้มันตอบกลับผม
“แดกข้าวยัง” มันถามต่อ
“กินแล้ว กินกับพวกพี่นักวอลเลย์ มึงอะ” ผมตอบและถามกลับ
“กินแล้ว กินที่บ้านมาละ” ไอ้พู่กันตอบ
“มึงมานอนโรงเรียนแล้วดิ มาเช้าขนาดนี้” ไอ้พู่กันถามต่อ
“เออ นอนไม่หลับแม่งแปลกที่” ผมตอบ
“ชีวิตนักกีฬาอะนะ เดี๋ยวซ้อมเดี๋ยวแข่ง วุ่นวาย” ไอ้พู่กันพูดต่อ
“เหนื่อย  แต่ก็สนุกนะ สาวมาเชียร์เยอะนะมึงเวลาแข่งอะ” ผมบอก
“กูจะเล่นอะไรเป็น แว่นก็ใส่ ไม่ถนัดวะ” มันบอกอีก
“ก็ใส่คอนแทคเลนส์ดิวะ” ผมบอก
“หึ ไม่เอาอะ รำคาญตา” มันตอบ....ใส่แว่นไม่รำคาญกว่าหรอวะ ผมคิดในใจ

ระหว่างวันก็ได้แต่เรียน....พอตกเย็นก็กลับมาที่พักชมรมเพื่อเตรียมตัวซ้อม
“มาไวจังปัณณ์” เสียงพี่อัฐเอ่ยทักผมที่หน้าล็อกเกอร์เก็บของ
“เลิกเรียนไวนะครับ ไม่รู้จะไปไหน” ผมตอบ
“ม.6 เรียนหนักเลยซิครับ” ผมถามพี่อัฐต่อ
“ก็หนักอยู่นะ เตรียมที่เรียนต่อมหาลัยด้วย” พี่อัฐตอบ
“สู้ๆนะพี่” ผมบอกให้กำลังใจ
“ครับ” พี่อัฐตอบ

ไม่นานทุกคนก็มาจนครบ ก็เตรียมตัวยืดกร้ามเนื้อ วิ่ง วอมเล็กๆ ช่วงวันแรกๆจะยังไม่ซ้อมหนัก ให้กร้ามเนื้อกลับมาคุ้นเคยกับการออกกำลังก่อน การซ้อมก็เป็นไปตามกระบวนการที่โค้ชให้ทำ ผ่านไปช่วงสัปดาห์ที่  2 ก็เริ่มมีการฟอร์มทีมเพื่อดูการจัด 6 ตัวหลักของทีมละครับ...

โดย 6 ตัวหลักที่โค้ชวางไว้คือ
พี่วิน (OH) ส่วนสูง 183 cm
พี่หมู (OH) ส่วนสูง 179 cm
พี่ปอนด์ (S) ส่วนสูง 180 cm
พี่อัฐ (MB) ส่วนสูง 190 cm
พี่บุ๊ค (MB) ส่วนสูง 191 cm
พี่เบส (OP) ส่วนสูง 178 cm
โป้ง (L) ส่วนสูง 169 cm (แต่มันบอกว่ามันสูง 170 ตลอด)

และที่เหลือก็ลงทีมอีกฝั่งเพื่อซ้อมทีม....ซึ่งก่อนหน้านี่มีการวัดส่วนสูงของทั้งทีมแล้วนะครับ ซึ่งผมก็สูงขึ้นมาจากปีที่แล้ว 1 เซน ตอนนี้ 180 cm แล้วครับ ก็ลงซ้อมเหมือนจริง ตีบอลจริง บล็อกจริง สูตรการหลอกต่างๆ ก็เริ่มใส่เต็มที่....ปีนี้ต้องรักษาแชมป์ไว้ เพราะส่วนใหญ่ที่ผ่านมา โรงเรียนของเราจะแชมป์วอลเลย์บอลแข่ง 4 สถาบันนี้ตลอด และปีนี้วนมาเป็นโรงเรียนของเราเป็นเจ้าภาพด้วยครับ ต้องรักษาฟอร์มให้ได้ตามโค้ชบอก....

หลังจากซ้อมไปสักพัก โค้ชก็บอกขึ้นว่า
“ไอ้ปัณณ์ มาฝั่งนี้ซิ” โค้ชเรียกผมสลับกับพี่เบส
“ครับ” ผมตอบและวิ่งไปอีกฝั่ง

ได้ร่วมทีมหลักแล้ว....ขอโชว์หน่อยนะครับ เผื่อฟลุ๊คได้ลงสนาม 6 ตัวแรกวันแข่ง
“เต็มที่เลยนะ” พี่วินเดินมาตบหลังเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ
“จัดมาครับพี่” ผมตอบรับ

พี่ปอนด์จ่ายบอลได้หลากหลายมากครับ เรียกได้ว่าพวกพี่ที่เล่นด้วยกันมาตั้งนานยังโดนหลอกบล็อคได้แบบบางครั้งผมสามารถตีบีหลังได้แบบ 1 ต่อ 1 กับบล็อกเลยครับ ซึ่งมันตีได้ง่ายมากสำหรับคนถนัดซ้ายแบบผม พื้นที่ฝั่งซ้ายมันะเหลือเยอะ ถ้าบล็อกกลางมาไม่ทัน...

และผมได้เล่นยาวแทนที่เบสเลยครับ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าโค้ชจะว่ายังไงนะครับ เพราะพี่เบสก็ใช่ว่าฝีมือจะไม่ดีนะครับ พี่เขาเล่นดีมาก(แค่ต่างจากผมก็แค่ตีมือขวาแค่นั้น) และที่ผมเซอร์ไพรส์คือพี่วินคือตีหนักมา ถ้าไม่มีบล็อกหรือบล็อคโดนหลอกหลงไปแล้วปล่อยพี่วินตีบอลโล่งๆ นี่บอลลงพื้นเสียงดังมาก หรือต่อให้บล็อคสองพี่แกก็ตีทัชบล็อคกระเด็นไปไกลเลยครับ (สมกับเป็นตัวหลักและเป็นหัวหน้าทีมจริงๆ)

หลังจากซ้อมเสร็จ ยืดคลายกร้ามเนื้อเรียบร้อย โค้ชก็เรียกรวม...
“วันนี้ซ้อมทีม กูเห็นจุดอ่อนของพวกมึงหลายจุดเลย เดี่ยวกูไล่ทีละคน” โค้ชบอก
“ไอ้วินบอลตีกูไม่ห่วง ตอนนี้มึงเสียบอลเสิร์ฟ ฝึกเยอะอีกหน่อย” โค้ชบอกพี่วินคนแรก...เพราะพี่แกเป็นคนเดียวที่กระโดดเสิร์ฟ ถ้าลงก็หนักเลย ถ้าไม่ดีก็ติดเน็ตหรือออกนอกเส้นสนามไปเลยครับ อาจจะเพราะพึ่งเริ่มซ้อมไม่นาน
“ไอ้อัฐ มึงขยับตัวช้ากว่าปีที่แล้วเยอะนะ ไล่บอลเยอะๆหน่อย” โค้ชเจมส์บอกพี่อัฐ ที่เป็นบอลบล็อกกลาง
“ไอ้บุ๊ค มึงปรับแอคชั่นมือตอนบล็อกหน่อย ตอนนี้มึงเร็วดีแต่บล็อกมือมันเปิดเกินไป...แม่งไอ้บราวน์ตีเบาๆยังผ่านเลย” โค้ชบอกพี่บุ๊คเรื่องการปรับท่าทางการบล็อก
“ไอ้เบส มึงฝึกตีตรงให้แม่นกว่านี้อีกหน่อย มึงตีฉีกได้ดีแต่ตีตรงมึงยังสู้ไอ้ปัณณ์ไม่ได้” โค้ชบอกพี่เบส
“ไอ้โป้ง มึงเหมือนจะเริ่มขี้เกียจไล่บอลนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะซ่อมไล่บอลมึง” โค้ชบอลไอ้โป้งลิบเบอโร่ ของทีม
(สมน้ำหน้า 5555 ผมแอบสะใจ ในใจ)
“ไอ้ปอนด์ จ่ายบอลสปีดดีละ แต่ปรับเรื่องน้ำหนักอีกหน่อย ยิงไปไม่ถึงโค้งบล็อคกลางแม่งเข้ามารวบจับทางได้หมด” โค้ชบอกอีก
“ส่วนมึงไอ้ปัณณ์ เมื่อก่อนมึงตีบอลสูง ยืดแขนตีดีอยู่แล้ว แต่เร่งเข้าบอลให้เร็วกว่านี้อีก ไอ้ปอนด์มันจ่ายบอลเร็วและต่ำ มึงต้องเข้าเร็ว ถ้ามึงถึงบอลไว ตัวบล็อกฝั่งตรงข้ามมาไม่ทัน โอกาสที่มึงจะตบบอลได้ก่อนตัวบล็อคจะตั้งลำได้ก็จะมีมากกว่า” โค้ชหันมาบอกผม

เข้าใจแล้วครับ....เมื่อก่อน setter ของทีมโรงเรียนผมที่เชียงใหม่จะจ่ายบอลสูงๆแล้วให้ผมยืดๆตี...แต่มาที่นี่ส่วนใหญ่จะเน้นตีเร็วเพื่อเพิ่มโอกาสของการทำบอลได้ก่อนที่ตัวบล็อคจะทันตั้งตัวจับบอล บล็อคเราได้

หลังจากซ้อมเสร็จก็พากันแยกย้ายไปพักผ่อน หาอะไรกิน....

ทุกวันก็จะเป็นแบบนี้ เราจะซ้อมเช้า ไปเรียน แล้วก็กลับมาซ้อมเย็น พักผ่อน...ทำแบบนี้ 6 วันต่อสัปดาห์ และวันอาทิตย์จะเป็นวันหยุด ซึ่งสามารถกลับบ้านได้ หรืออยู่โรงเรียนก็ได้ แต่โค้ชจะย้ำว่าให้ระวังการเดินทางรักษาสุขภาพด้วยยิ่งใกล้แข่งยิ่งต้องดูแลดีดี

ซึ่งวันนี้เป็นวันอาทิตย์ หลายๆคนกลับบ้าน แต่ผมขี้เกียจเพราะพึ่งกลับห้องไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว กลับไปแค่ทำความสะอาด ไม่มีเพื่อนคุยอยู่แล้วก็ได้แต่นอน หรืออ่านหนังสือ

วันนี้พี่วินกลับบ้าน พี่ปอนด์กลับบ้าน มีแค่พี่จอมกับพี่พีท แล้วก็ผมที่ยังอยู่ที่โรงเรียน นอนที่นี่
“ปัณณ์ ไปหาอะไรกินกันมั้ย” พี่จอมเอ่ยชวนผม
ที่ไหนอะพี่” ผมถาม
“แถวหน้าโรงเรียนแหละ” พี่จอมบอกอีก
“ไปดิพี่ หิวพอดี” ผมบอก

และผมสามคนก็เดินไปหน้าโรงเรียน ผ่านยามหน้าโรงเรียน แวะทักทาย 1 ครั้งเป็นการบอกวว่าเดี๋ยวผมกลับมานะครับ ไปหาอะไรกินก่อน....

ผมก็ไม่ได้ซื้ออะไร กินข้าวและชานมของผม พอดีพี่จอมกับพี่พีทจะไปเดินหางกันต่อ แต่ผมขี้เกียจ ก็เลยไม่ไปว่าจะหาร้านเน็ตนั่งเล่นแถวนี้ พอได้ร้านก็เข้าไปเล่นสัก 2 ชั่วโมง ฟังเพลง ดูโน้นนี่ หาข้อมูลไปเรื่อย ดู Youtube วอลเลย์บอลญี่ปุ่นซึ่งผมเป็นติ่งทีมชายญี่ปุ่นมากๆ 555

จะว่าไปผมก็มีเฟสบุ๊คนะครับ ปกติก็เล่นตอนอยู่เชียงใหม่เวลาที่ไปร้านเน็ต ลองเข้ามาดูหน่อยไม่ได้เข้านานละ
 
......20 Notifications…
….8 Friends Request…


ไม่ได้เข้ามานานแหะ เพื่อนๆ ลืมหน้าไปหมดแล้วมั้ง
....มึงเป็นยังไงบ้าง ไอ้เด็กดอยเข้ากรุง...
(และโพสรูปผมและเพื่อนๆในห้อง ม.3/3 ของโรงเรียนที่เขียงใหม่)
a.   มันได้เมียอยู่กรุงเทพแล้วมั้ง (13 คนถูกใจ)
b.   หรือไม่ก็ได้สามี เป็นตัวเป็นตน (29 คนถูกใจ) ไอ้พวกเพื่อเวน ถูกใจครบทั้งห้องเลยเชียว
c.   มันสบายดีไหมวะ คิดถึงมันวะ (22 คนถูกใจ)
d.   มันคงยุ่งที่เรียน ที่อยู่ หรือไม่มันก็ลืมพวกเราแล้ว (18 คนถูกใจ) ไม่ลืมเว้ย พวกมึงเพื่อกูนะ
e.   มึงพรุ่งนี้มาเรียน เอาการบ้านมาให้กูลอกด้วย (5 กดหน้าโกรธ,14 กดหัวเราะ)
.....แล้วก็มีเพื่อนๆ  พูดกันเยอะแยะไปหมด....
Punnatorn Pun Visatesuk….“กูคิดถึงพวกมึงทุกคนวะ อยู่นี่เหงาแต่ก็ซ้อมกีฬาหนักเหมือนกัน อยากกลับไปนั่งแดกหมูทะกับพวกมึงทุกคน....”


ผมตอบกลับเพื่อนๆ ด้วยความคิดถึง....

Friends Request…
“Win Winchana Sent you a friend request”

อ้าวพี่วินขอแอดมาตั้งแต่เมื่อไหร่....หา Facebook ผมเจอได้ไง กดรับเลยแล้วกัน...จากนั้นก็เลยแอบเข้าไปส่อง Profile สักหน่อยวันวันทำอะไรบ้าง ซึ่งปกติก็เจอทุกวันที่โรงเรียนกับที่สนามซ้อม ยังจะไปอยากรู้เรื่องพี่เขาอีกนะ...
.....ทิ้งกันไปแล้วจะกลับมาเพื่ออะไร???... ( 1 ใน status ที่คน Comment อย่างเยอะ)
a.   มึง...กูอยู่ข้างๆ   (อันนี้ของพี่ปอนด์)
b.   พี่วินของหนูเป็นอะไรค้า....อย่าเศร้าเลยนะคะ สู้ๆค่ะพี่วิน (แฟนคลับ)
c.   อยู่เฉยๆ Move On เพื่อน (พี่เบส)
d.   เฮีย...เศร้าเพื่อ? (อันนี้เวย์ น้องชายพี่วิน)
e.   หาใหม่เพื่อน (อันนี้น่าจะเพื่อนพี่วินต่างโรงเรียน)
f.   รักพี่วินค่ะ (แฟนคลับ)
g.   คนดีดีแบบพี่จะมีคนเข้ามาอีกเยอะ อย่ายิดติดกับอะไรเดิมที่ทำให้เราเศร้านะคะ (อันนี้ก็น่าจะแฟนคลับ คนถูกใจเยอะเลย)
h.   ติสท์อีกละเพื่อนกู (อันนี้น่าจะเพื่อนในห้อง)
i.   แดกเหล้ากัน (อันนี้ก็น่าจะเพื่อนในห้อง....กินเหล้าด้วยหรอหน้าอย่างพี่วิน อายุก็ยังไม่ 18 ไม่ดีนะแบบนี้ 555)
....ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคอมเม้นจากเพื่อนๆแล้วก็เหล่าแฟนคลับสาวๆ ที่ชื่อนชอบพี่วินมาเม้นให้กำลังใจ ผมก็เลื่อนดูไปเรื่อยๆ


Post….มันอร่อยขนาดนั้นเลยหรอครับ....
(พี่วินโพสรูปตัวเอง หลับตาดูดชานมไข่มุก)

หึหึ...มุมนี้ก็น่ารักดีนะ....รูปนี้พึ่งถ่ายเมื่อเร็วๆนี้นี่หว่า

(อ่อ....จะเล่าวีรกรรมของผมฟัง วันหนึ่งหลังสองทุ่มแล้ว ผมนอนไม่หลับเหมือนมันจะหิว ก็รู้นะครับว่าหลัง 2 ทุ่มโค้ชไม่ให้ออกไปนอนโรงเรียนแต่ผม นอนไม่ได้ครับ มันหิวน่าจะกินข้าวเย็นน้อย เลยแอบไปซื้อลูกชิ้นปิ้งข้างๆโรงเรียน คิดว่าไม่มีใครรู้นะครับ....ที่ไหนได้วันรุ่งขึ้นเจอโค้ชจัดหนักเลย
“มีใครทำอะไรผิดมาไหมเมื่อคืน รีบรับสารภาพมาก่อน โทษจะหนัก” โค้ชถามทันที
“ผมครับ ผมแอบออกไปซื้อของกินหลัง 2 ทุ่มครับ” ผมสารภาพก่อนกลัวโทษหนัก
“ไอ้ปัณณ์วิ่งรอบสนาม 2  รอบ” ผมโดนสั่งวิ่งรอบสนามทันที
“ผมรับผิดชอบเองครับโค้ช ผมพาปัณณ์ไปเองครับ” เสียงพี่วินพูดขึ้นมา
.....เดี๋ยวนะพี่วิน พี่พาผมไปตอนไหน ตอนผมหนีไปพี่ยังนอนอยู่เลย....
“..............” ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่มองหน้าพี่วิน แล้วก็ยังงงอยู่ว่าพี่เขาคิดอะไรอยู่
“งั้นมึงไปวิ่งทั้งทีมเลย หัวหน้ามึงทำผิดกฎ ลูกทีมรับผิดชอบร่วมกัน” โค้ชพูดอีก
นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมรู้สึกผิดมากกับเพื่อนๆพี่ๆร่วมทีม ผมขอโทษทุกคนที่เจอหน้า ทุกคนบอกเหมือนกันว่า ไม่เป็นไร มึงไม่ใช่คนเดียวที่เคยทำแบบนี้ อ่อ....มันเป็นแบบนี้นี่เอง ทุกคนเคยทำมาหมดแล้วนั่นเอง 5555 )


หลังจากนั่งดูไปสักพัก ก็ไม่มีอะไรทำกดอ่านหมดแล้วทั้งแจ้งเตือนและรับแอดเฟรนด์ กำลังจะปิด....อยู่ๆ Messenger ก็เด้งขึ้นมา
Win Winchana : เล่นที่ไหน
Punnatorn Pun : ร้านเน็ตแถวหน้าโรงเรียนครับ
Win Winchana : ออกไปกับใคร?
Punnatorn Pun : พี่จอมกับพี่พีท แต่พี่เขาไปเดินห้าง อยู่คนเดียวครับ
Win Winchana : กินไรยัง
Punnatorn Pun : กินแล้วครับ กินข้าวกับชานม
Win Winchana : กินแต่ชานม เดี๋ยวน้ำหนักขึ้น โดนโค้ชสั่งวิ่งพี่ไม่ช่วยนะ
Punnatorn Pun : มันไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง
Win Winchana : แล้วจะไปไหนต่ออีก
Punnatorn Pun : ไม่อะ เดี่ยวก็กลับเข้าที่ชมรมละครับ
Win Winchana : อืม...ระวังตัวด้วย ข้ามถนนก็ระวังรถด้วยหล่ะ
Punnatorn Pun : ครับ (ห่วงยังกะผมเป็นเด็ก 3 ขวบ....คิดในใจนะครับ)


หลังจากไม่ได้คุยกันแล้วผมก็ปิด Log Out ออกจากระบบแล้วก็กลับเข้าที่พักที่ชมรม
“ไม่มีใครอยู่เลย เงียบน่ากลัวเหมือนกันนะ” ผมบ่นกันตัวเองแล้วนอนเล่นบนที่นอน โล่งไปหมดเลยเวลาไม่มีเพื่อนๆพี่ๆอยู่ เหงานะเนี่ย….

ผมหยิบหนังสือการ์ตูนออกมาอ่าน ยังไม่ทันอ่านรู้เรื่องสักตอน...หลับเฉยเลย

เช้าวันจันทร์....(อ่อ ปกติเช้าวันจันทร์จะไม่วิ่งออกกำลังนะครับ เพราะบางคนกลับบ้านแล้วมาไม่ทันก็มาเรียนเลย เย็นถึงเริ่มซ้อม)

ตอนเย็น ณ สนามซ้อม...
“เสาร์นี้เดี๋ยวเรามีไปซ้อมแข่งกับโรงเรียนอื่นนะ เตรียมตัวให้พร้อมด้วย” โค้ชเจมส์บอก
“ไปที่ไหนครับ โค้ช” พี่ปอนด์ถามโค้ชกลับ
“โรงเรียนนอกเขตเรา โค้ชให้ครูติดต่อขอไปละ เขาตอบรับมาแล้ว เราจะได้ซ้อมเหมือนแข่งจริง” โค้ชบอกต่อ

วันนี้โค้ชนำเสื้อที่จะใส่ซ้อมแข่งมาให้ กับเสื้อวอร์มของทีม (เท่ชะมัด ใส่แล้วเดินด้วยกันมันดูมีพลังมากเลยทีมเรา) ระหว่างสัปดาห์เราซ้อมทีมเข้ากันได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ผมกับพี่เบสเราจะสลับกันเข้าออกตลอด ผมเดาว่าโค้ชน่าจะมองไว้ว่าให้ผมคอยสลับกับพี่เบสเวลาคู่ต่อสู้จับทางพี่เบสได้ ผมจะเข้าไปเป็นมือซ้ายของทีมให้คู่ต่อสู้งงได้เหมืนกัน

ผมกับพี่เบสจะโดนติวเข้มเรื่องการตีบอลจากหลังเส้นสามเมตรเยอะ เพราะตำแหน่งนี้ส่วนใหญ่จะได้คะแนนจากหลังสามเมตรจากฝั่งเสาขวาได้เยอะที่สุด เพราะสามารถทำคะแนนจากแดนหลัง โดยที่คู่แข่งจะพะวงกับสามคนที่อยู่แดนหน้าอยู่แล้ว จนลืมจับบล็อคสามเมตรด้านหลัง

วันเดินทางไปซ้อมแข่งกับโรงเรียนอื่นนอกเขต....
เราไปด้วยรสบัสของโรงเรียนครับ โดยมีพวกนักกีฬาและโค้ช กับอาจารย์ที่เป็นผู้จัดการของทีมโรงเรียนเรา(ผู้จัดการทีมก็คือครูที่ติดต่อโรงเรียนที่จะซ้อมมาให้แหละครับ)

พอถึงโรงเรียนที่จะซ้อมแข่ง พากันเตรียมตัว ยืดเส้น ยืดกร้ามเนื้อ วันนี้ถึงจะเป็นซ้อมแข่ง แต่เด็กนักเรียนของโรงเรียนที่เรามานั้นก็พากันมานั่งดูซ้อมแข่งกันเยอะเลยครับ พวกไอ้โป้ง ไอ้มอส และพี่ม.5 บางคนนี้แทบจะเก๊กหล่อโชว์สาวเลยครับ (เน้นโชว์สาว ไม่เน้นเล่นเก่งนะ 5555) ส่วนพี่วินไม่ต้องพูดถึง ชื่อเสียงดังไกลมาถึงโรงเรียนนี้เลยเชียว เสียงสาวๆตะโกนเชียร์แบบคอแหบคอแห้งเลยครับ

วันนี้ผมได้ลงเล่นเยอะครับ เราแข่งกันทั้งหมด 5 เซ็ต....ผมเล่นไป 3 เช็ต (แต่ก็สลับๆกับพี่เบสเรื่อยๆ) ทีมโรงเรียนเราชนะ 3-2 เช็ตครับเ หนื่อยใช้ได้ โรงเรียนนี้ก็เก่งและตีบอลหนักเลยครับ โชคดีที่เรามี Middle Blocker ที่สูงถึง 190 กับ 191 เป็นกำแพงกั้น บวกกับพลังของพี่วิน และความฉลาดในการเลือกจ่ายบอลของพี่ปอนด์ ทำให้เอาชนะมาได้....อ่อ ขาดไม่ได้นะครับ ไอ้โป้ง เล่นเอาผมประหลาดใจไม่น้อยเลย แทบไม่ยอมให้ลูกบอลตกพื้นได้เลย (เล่นดีจนเหมือนคนละคน) หรือเพราะสาวๆดูเยอะเลยเล่นดีเปนพิเศษ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ 555

ระหว่างเดินทางกลับ ผมนั่งติดหน้าต่างข้างพี่วิน พี่ปอนด์นั่งถัดไปกับพี่หมู....ผมเพลียและเหมือนจะหลับ
“ปัณณ์ แม่งช่วยทีมเราได้เยอะเลยวะ พัฒนาโคตรเร็ว” เสียงพี่ปอนด์พูดกับพี่วิน ผมได้ยินเพราะยังไม่หลับสนิท (แค่คอพับไปเฉยๆ)
“ปัณณ์มันเก่งมาก เราได้แต้มจากปัณณ์เยอะเลยวันนี้” พี่วินพูดแล้วเอามือมาลูบที่หัวผมเบาๆ....(ทำไรครับ ผมยังไม่หลับนะ คิดในใจแต่ไม่กล้าลืมตาครับ แกล้งหลับต่อ เผื่อพี่เขานินทาผมกัน จะได้ยินด้วย อันนี้ไม่แปลกมั้งครับ แค่พี่ลูบหัวน้องแหละมั้ง)
“ทีมเราได้ปัณณ์มาช่วย ปีนี้กีฬานักเรียนทั่วกรุงเทพ เรามีโอกาสเข้ารอบชิงได้นะ” พี่ปอนด์พูดขึ้น
“...................” เสียงสนทนาเงียบไป ผมว่าพี่วินคงเอ็นดูผมเหมือนน้องคนหนึ่งนะครับ ไม่น่าจะคิดอะไรมากกว่าพี่น้อง (พี่เขาชอบผู้หญิงนิครับ) แต่มันทำให้หัวใจผมพองโตได้เหมือนกันนะครับ สำหรับการชมผมครั้งนี้

ก่อนหน้านี้โรงเรียนของเราเข้าไปได้ไกลที่สุดแค่ 4 ทีมและจบอันดับ 4 มาสองปีซ้อนสำหรับการแข่งขันกีฬาของโรงเรียนในระดับชั้นมัธยมปลายทั่วกรุงเทพ แน่นอนปีนี้ตั้งเป้าเข้ารอบชิงชนะให้ได้ ฉะนั้นเราต้องซ้อมให้หนักขึ้นและหนักขึ้นครับ....

กลับมาถึงที่โรงเรียนและพากันกลับเข้าที่พักในชมรม ผมซึ่งกำลังจะไปอาบน้ำก็เดินไปไขตู้ล็อกเกอร์ของตัวเอง
“มือถือใครวะ อยู่ในตู้ล็อกเกอร์ผม” ผมบ่นขึ้นตอนก่อนไปไม่มีนี่หว่า กุญแจก็อยู่กับผมใครจะมาเปิดได้

......พี่ซื้อให้ปัณณ์นะครับ เก็บไว้ใช้จะได้มีไว้ติดต่อเพื่อน....จากพี่

จากพี่??....พี่ไหนวะ ไม่ลงชื่อด้วย หรือไม่ใช่ผมมั้ง....เอ้ย มันอยู่ในล็อกเกอร์ผม แถมบอกว่าให้ปัณณ์ ก็ต้องผมหรือเปล่าวะ ผมบ่นในใจ มองไปรอบๆแบบงงๆ

“เป็นไรปัณณ์” พี่วินเดินมาถามผมเห็นว่าผมมองไปรอบๆ
“ใครเอามือถือมาใส่ตู้ปัณณ์ ไม่รู้พี่” ผมถาม
“ไหนดูซิ”พี่วินถามขึ้นและขอดู
“ใครซื้อมาให้หรือเปล่า สาวไหนแอบชอบเปล่าเนี่ย” พี่วินเอ่ยแซว
“ไม่รู้ดิพี่ ผมเอาไปคืนดีไหม แต่จะคืนใคร” ผมตอบและถามกลับ
“ยังไม่รู้ใครซื้อให้ จะไปคืนที่ไหน” พี่วินถามต่อ
“ใช้ไปเหอะ คนซื้อเขาจะได้ไม่เสียใจ” พี่วินพูดอีก
“มันแพงนะพี่ น่าจะหลายพันเกือบหมื่นนะ” ผมบอก...เมื่อเห็นว่ามันเป็น android รุ่นกลางๆ ราคาก็เฉียดหมื่นนะครับ
“เขาซื้อมาให้แสดว่าเขาไม่ได้เดือดร้อน คงอยากจะเอาไว้คอยดูปัณณ์อัพเฟสว่าทำไรอยู่ที่ไหนละมั้ง” พี่วินพูดอีก
“มีอะไรกัน” พี่ปอนด์เดินมาหลังพี่วินและกอดเพื่อนรักจากด้านหลังเอาคางเทินไหล่ (ก็กอดกันไม่อายผีตึกเลยนะ ถอดเสื้อทั้งคู่ด้วย....แต่พี่เขาน่ารักกันดีคงสนิทกันมากๆจนแทบจะเป็นพี่น้องกันแล้ว)
“มีคนเอามือถือมาวางในตู้ปัณณ์” ผมบอกและยื่นให้พี่ปอนด์ดู
“โว้วววว....หนุ่มฮอตของทีมเราเริ่มแล้ว” พี่ปอนด์เอ่ยแซวผม
“ฮอตอะไรพี่ ของแพงแบบนี้นักเรียนที่ไหนจะมีเงินเยอะขนาดนี้ซื้อให้” ผมบอกตอบ
“เอาเหอะ มือถือพังอยู่ไม่ใช่หรอไม่ต้องซ่อมแล้วอันนั้น ทิ้งไปเลย” พี่ปอนด์บอกต่ออีก
(มันไม่ได้พัง มันแค่รุ่นเก่า ผมก็ใช้โทรเข้าโทรออกอยู่ครับ แค่ไม่ได้หยิบมาให้ใครเห็นมากนัก 5555)

“ปล่อยกู กูจะไปอาบน้ำ” พี่วินเอาศอกกระแทกพี่ปอนด์เบาๆ
“กูไปด้วย” พี่ปอนด์กำลังจะวิ่งตามไป
“ใช้ไปเหอะ อีกหน่อยจะมีให้เยอะกว่านี้หลังจากวันงานกีฬาที่แข่งที่โรงเรียนเรา เตรียมตัวรับให้ทันหล่ะ” พี่ปอนด์กระซิบข้างหูผมอีก...และเดินตามพี่วินไปอาบน้ำ

ก็คงต้องตามนั้นแหละนะครับ....ในเมื่อไม่รู้ว่ามันมาได้ไง แล้วชื่อก็บอกว่าให้ผม ก็ใช้ก่อนก็ได้ ยังไม่มีเงินซื้อเองอยู่แล้ว หวังว่าจะไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับผม หรือคนที่ให้ไม่ได้หวังอะไรในตัวผมที่จะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีตามมานะครับ ขอให้มันเป็นแค่ของขวัญที่ตั้งใจให้เท่านั้นนะครับ.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-12-2021 20:03:05 โดย love123 »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
EP04.มากกว่าน้องไหมครับ?

หลังจากเลิกงงกับเครื่องมือถือที่ไม่รู้ว่าใครซื้อมาให้....ก็คิดว่าช่างแม่ง ไหนไหนก็ระบุชื่อว่าให้ผมก็ใช้ไปเหอะ...เจอตัวค่อยขอบคุณ หรือจ่ายเงินคืนให้แล้วกันครับ

อาบน้ำ นอน ดีกว่า....

หลังจากแต่งตัวเสร็จ ก็กลับมานอน โดยที่ยังไม่ได้ setup มือถือใหม่นะครับ ผมไม่ค่อยเห่อ(เอาจริงมันแอบงงและกลัวมากกว่า เพราะไม่รู้ว่ามันมาจากใคร)
“ปัณณ์ ไม่เอามือถือลองใช้หรอ” พี่วินถามผม ขณะที่นอนเล่นมือถืออยู่ข้างผม
“ไม่อะพี่ หรือปัณณ์จะไม่ใช้ดีมั้ย” ผมตอบ
“ใช้ไปเหอะ เก็บไว้ให้แบตมันเสื่อมหรอ คนซื้อเขาก็ซื้อมาให้แล้วไม่ใช่หรือไง” พี่วินบอกอีก
“พี่ซื้อมาให้ปัณณ์ ปะเนี่ย” ผมถามทันที
“ถ้าพี่ซื้อให้ พี่ก็เดินเอาไปให้เลยซิ แล้วพี่จะซื้อให้ปัณณ์ทำไม” พี่วินตอบอีก
“เออ นั่นซิ”  ผมบ่นกับตัวเองและนอนเอาผ้าคลุมหัว

“ไอ้ปัณณ์...” เสียงไอ้โป้งเรียกและโดดเข้ามาทับตัวผม
“โอ้ยยยย...” ผมร้อง เพราะจุกโดนเป้าเต็มๆ
“โทษๆๆๆๆ” มันกล่าวขอโทษผม....แต่ก็ยังทับอยู่บนตัวผมและพลิกตัวลงไปนอนข้างๆพร้อมเอาขาก่ายตัวผม
“พี่วิน ปีนี้เราแชมป์สบายๆเลยพี่ มีไอ้ปัณณ์มาเล่น” ไอ้โป้งมันพูดต่อ
“จะแพ้ก็เพราะมึง เก๊กโชว์สาวนี่แหละ” พี่วินสวนกลับ....อ่อ นึกว่าผมสังเกตเห็นคนเดียว พี่วินก็ดูออกนะ 555
“โห้....พี่ผมทำตัวปกตินะ ไม่ได้โชว์” ไอ้โป้งมันตอบกลับพี่วิน
“มึง พรุ่งนี้ไปไหนดี” เสียงไอ้โป้งหันกลับมาถามผม
“ไม่รู้วะกูว่าจะนอนตื่นสายๆหน่อย วันอาทิตย์ทั้งที” ผมตอบ
“พี่ พรุ่งนี้ไปกินหมูกระทะกันมั้ย” ไอ้โป้งเอ่ยชวนพี่วิน
“ปัณณ์ไปไหม” พี่วินหันมาถามผม
“แล้วแต่พี่อะ พี่ไปปัณณ์ก็ไป” ผมตอบ
“มึงชวนคนอื่นยัง มีใครไม่กลับบ้านบ้าง” พี่วินถามไอ้โป้งต่ออีก
“ผมถามแป๊บ” ไอ้โป้งบอกและรีบลุกออกไปจากตัวผม...(อึดอัดนอนกอดอยู่ได้ 555)

จากนั้นไอ้โป้งก็ไล่ถามทุกคนและบอกว่าพี่วินจะเป็นคนเลี้ยงหมูกระทะ มีใครจะอยู่กินบ้างตอนเย็นพรุ่งนี้ ได้ความว่าอยู่เกือบครบยกเว้นพี่อัฐกับพี่บุ๊ค กลับบ้าน....

สายๆของวันอาทิตย์ผมตื่นขึ้นมายังเห็นพี่วินนอนหลับอยู่ ปกติถ้าวันหยุดก็ไม่มีใครอยากลุกขึ้นมาตอนเช้าสักเท่าไหร่ แต่ผมอะชินกับการตื่นเช้ามาจากบ้านตายายที่เชียงใหม่แล้ว พอมาอยู่กรุงเทพก็จะตื่นเช้าได้ แต่ก็บางทีถ้าเหนื่อยมากๆก็น่าจะไม่เกิน 10 โมงตื่น

วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากนั่งๆนอนๆเล่น แล้วก็ Setup มือถือ แอดเข้า Group Chat ต่างๆของโรงเรียนและทีมวอลเลย์บอล

ผมเข้า Facebook อีกครั้งหลังจาก Sign in ได้เรียบร้อยก็มี Request Friend เข้ามาอีกเยอะเลยครับ ทั้งเพื่อนในห้องเรียน และพี่ๆเพื่อนๆนักวอลเลย์บอล (น่าจะเห็นจากแนะนำที่พี่วินแอดคนแรก) ผมก็เลยกดรับทั้งหมด....ต่อไปนี้จะมี Social network เล่นกับเขาจริงๆสักทีละนะ....

Win Winchana Post…..
....เล่นโคตรเก่ง....
(โพสรูปนักวอลเลย์บอลชายทีมชาติญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ถนัดซ้าย)


อืมนะ....พึ่งโพสเมื่อคืน ว่าแต่เมื่อคืนทีมญี่ปุ่นมีแข่งวอลเลย์บอลด้วยหรอ...ผมได้แต่นึกในใจ (ก็เลยกดถูกใจไปให้)

พอตกเย็นพวกเราทั้งหมดก็พากันไปกินหมูกระทะที่ร้านใกล้ๆโรงเรียน เป็นร้านประจำที่นักเรียนไปกินกันบ่อยๆนั่นแหละครับ ผมสังเกตหลายครั้งละปกติก็จะนั่งติดกับพี่วินตลอดแต่ก็ยังแปลกใจว่าทำไมพี่แกต้องนั่งซ้ายผมทุกครั้ง ซึ่งมันทำให้ไม่ถนัดเพราะพี่แกถนัดขวาแล้วไปนั่งซ้าย ซึ่งผมถนัดซ้ายมันก็จะชนกันตลอด ของหล่นประจำเลย 555 คิดไปคิดมาถ้าพี่เขาไม่ได้ชอบผู้หญิงนี่ ผมจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าพี่เขาคิดอะไรกับผมแน่ๆเลย เพราะในขณะที่คนอื่นย่างกิน แย่งกันกินแบบเอาเป็นเอาตาย พี่วินกินคำเว้นสองคำ ส่วนไอ้ที่เว้นนั่นก็คือคีบหมูที่สุกแล้วมาใส่จานผมนั่นเอง.....ดูแลดีประหนึ่งว่าผมเป็นนง่อยเลยทีเดียว 5555 (พี่เขาให้เหตุผลว่า เป็นคนกินน้อยรักษาหุ่น 5555)

“พี่ไม่กินอะ เต็มจานปัณณ์แล้วเนี่ย” ผมถาม
“พี่อิ่มแล้ว” พี่วินตอบ
“กินแค่เนี๊ยะ ไม่คุ้มเลย” ผมถามต่อ
“ปัณณ์กินแทนพี่คุ้มแล้วมั้ง” พี่วินตอบ...อืม!! เหมือนหลอกด่า
“เมื่อวานใช้พลังงานไปเยอะ ต้องเอาเข้าไปทดแทน” ผมพูดแล้วตักหมูจิ้มน้ำจิ้มเข้าปากอีก 1 คำโตๆ

พี่ปอนด์ที่นั่งถัดไปคืบกุ้งมาให้ผมในจาน...
“ไอ้ปอนด์ ไอ้เวนปัณณ์มันแพ้กุ้ง” เสียงพี่วินเอียงคอไปข้างหลังผมแล้วด่าเพื่อนรักของเขา
“เฮ้ย กูลืมโทษทีปัณณ์” พี่ปอนด์พูดขอโทษผมและกำลังจะคีบออกจากจานผม
“เดี๋ยวกูกินเอง” พี่วินก็เอาตะเกียบคีบออกจากจานผมไปกินทันที
“พี่เอานี่ไปด้วยมันติดมันกุ้ง” ผมบอกให้พี่วินตักหมูชิ้นที่มันโดนมันกุ้งเปื้อน

หลังจากกินเสร็จก็ได้เวลากลับ มื้อนี้กินฟรีครับพี่วินเลี้ยงลูกทีม สบายใจเสี่ยวินของเราจ่ายให้สบายกระเป๋า พอกลับมาที่พักทุกคนต่างก็พากันวิ่งแย่งกันอาบน้ำ เหลือ 1 ห้องผมรีบตรงไปที่ห้องสุดท้ายและเตรียมปิดประตู

“เฮ้ยพี่ทำไร” ผมถามทันทีที่พี่วินดันประตูเข้ามาก่อนที่ผมจะปิด
“ห้องมันเต็มอาบพร้อมกันนี่แหละ จะได้ไม่เสียเวลา” พี่วินบอก
“ไม่เอา” ผมบอกทันที....เขินนะครับ ไม่เคยอาบน้ำกับผู้ชาย 5555
“อายทำไมผู้ชายเหมือนกัน มีเหมือนๆกันหมดนั่นแหละ” พี่วินพูดต่อ....ดูการให้เหตุผล
“งั้นพี่อาบก่อน เดี๋ยวปัณณ์รอทีหลังก็ได้” ผมบอกและกำลังจะเดินออก
“ไม่ต้องหรอก เสียเวลา อาบไปเหอะ” พี่วินพูดและดันตัวเขามาพร้อมปิดประตู

แกร๊ก!! (เสียงลงกลอนประตูล็อคทันที)

เอาวะ ก็ผู้ชายเหมือนกันอาบก็อาบจะอายทำไม ทันทีที่ไม่คิดอะไรก็ถอดผ้าอาบน้ำ (แก้หมดนะครับ ย้ำว่าแก้หมดทุกชิ้นแบบเปลือยเปล่าทั้งคู่) แต่ผมก็พยายามหันหนี มันไม่ชินนะครับ เวลามีคนมอง ก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นนะครับ ก็อาบปกติเหมือนผู้ชายอาน้ำด้วยกัน(มันปกติหรอวะ) และก็แยกย้ายเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมเข้านอน....

ตลอดการเก็บตัวซ้อมก็เป็นไปอย่างปกติ และทุกอย่างเริ่มเข้ากันได้ดีมากขึ้นจนเรียกได้ว่าทีมเกือบจะสมบูรณ์ 100% แล้วครับ ทุกอย่างลงตัวทุกคนสามารถเปลี่ยนแทนกันได้หมด ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นตัวจริงได้ พอถึงวันที่จะแข่งงานทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมบุรณ์

“มึงพรุ่งนี้ไปเชียร์กูด้วยนะ” ผมเอ่ยปากชวนไอ้พู่กันให้ไปเชียร์ผมเล่น
“เออ....ไปอยู่แล้ว แต่ที่ไม่พลาดคือสองคนนั้น ไม่มีทางพลาด” ไอ้พู่กันชี้ไปทางออมและกิ๊ก
“ปกติ งานกีฬามีแข่งอะไรบ้างวะ” ผมถามมันต่อ
“ก็มีวอลเลย์ บาส บอล” ไอ้พู่กันตอบ
“แต่พวกกูไปดูวอลเลย์ทุกปีนะ เพราะมันอยู่ในยิม มันไม่ร้อนมาก” เสียงไอ้พู่กันตอบพร้อมจดการบ้านไปด้วย
“ปีก่อนๆคนดูเยอะเปล่าวะ” ผมถาม
“ไม่รู้วะ ปกติที่ผ่านมามันแข่งที่โรงเรียนอื่น กูก็ไม่ค่อยได้ไป” ไอ้พู่มันตอบ

อ่อ....ปีนี้พึ่งวนมาแข่งที่โรงเรียนเราเป็นเจ้าภาพจัด ก็น่าจะเป็นวันที่นักเรียนฟรีๆกันดูกีฬา ไม่ต้องเข้าเรียนคนน่าจะเยอะ (เด็กของโรงเรียนอื่นก็เข้ามาเชียร์นักกีฬาของโรงเรียนตัวเองได้นะ แต่ต้องใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนตัวเองเข้ามา เพื่อง่ายต่อการแยกว่าไม่ใช่คนนอกที่ไม่ใช่นักเรียนปะปนมา)

เช้าวันแข่งมาถึง....พวกผมก็เตรียมตัวใส่ชุดวอร์มเสื้อทีมเพื่อร่วมพิธีเปิดครับ ในส่วนของวอลเลย์บอลมี 4 โรงเรียนจับฉลากแล้วแบ่งสายเรียบร้อย สายละ 2 ทีม (เอาผู้ชนะเข้าชิง ผู้แพ้ชิงที่ 3 แต่จะได้เป็นรางวัลที่ 3 ร่วมนะครับ) แข่งวันเดียวจบเลยครับ เช้าเสร็จต่อบ่ายเลยครับ

คู่แรกเป็นทีมโรงเรียนของผมแข่ง....เริ่ม 9.00 น.
“คนเยอะเหมือนกันนะครับ” ผมถามพี่วินทันทีที่เดินเข้ามาเพื่อเตรียมตัววอมร์มที่สนาม
“เยอะครับ เยอะทุกปีนะ” พี่วินตอบ
“ตื่นเต้นหรอ” พี่วินถามผม
“เปล่าครับ น่าจะสนุกดีโรงเรียนเรามาเชียร์เยอะ” ผมตอบ
“ปัณณ์จะกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโรงเรียนเลย คอยดูดิ” พี่วินบอกอีก
“เหมือนที่พี่ดังในโรงเรียนนะหรอครับ” ผมแซวพี่เขากลับ
“.................” พี่วินไม่ได้ตอบเพียงแค่ยิ้มกลับให้ผม 1 ที

“ไอ้ปัณณ์....ไอ้ปัณณ์....” เสียงตะโกนชื่อผมมาจากฝั่งคนดู ผมจึงหันนไปมอง
“สู้ๆนะมึง” ไอ้พู่กันตะโกนมาอีก

ผมเลยชูสองนิ้วเป็นการบ่งบอกว่าสู้ กลับให้เพื่อน....ซึ่งตรงนั้นเพื่อนๆผมนั่งกันเยอะเลยเกือบๆทั้งห้อง (แต่บางคนก็ไปดูบาส หรือบอลบ้าง) แล้วก็มีนักเรียนชั้นอื่นๆมาดูเยอะเลยครับ อีกฝังก็เป็นของต่างโรงเรียน แล้วก็นักกีฬาของอีกโรงเรียนที่รอแข่งต่อไปก็มานั่งดูด้วยครับ

จนวอร์มเสร็จทั้งสองทีม ก็เตรียมตัวที่จะลงสนามแข่ง พี่วินและโค้ชก็เรียกรวมและก็รวมพลังสู้กัน 1 ทีจากนั้นก็ยืนเรียงแถวเพื่อเคารพฝั่งตรงข้างและแนะนำกรรมการ

“รายนามนักกีฬาของโรงเรียน....”
หัวหน้าทีม หมายเลข 1 นายวินชนะ....หลังจากเสียงแนะนำจากเจ้าหน้าที่สนามประกาศ เสียงกรี๊ดลั่นโรงยิม พร้อมป้ายไฟ
หมายเลข 2 นายปัณณธร.....พอมีเสียงบ้างน่าจะจากเพื่อนในห้องผม (วันนี้ได้ลงก่อนพี่เบสครับ)
หมายเลข 4 นายอัฐวิทย์....เสียงกรี๊ดจากเพื่อนพี่อัฐ
หมายเลข 5 นายปภังกร....เสียงกรี๊ดของพี่ปอนด์ก็ไม่ธรรมดา สูสีกับพี่วินเลยครับ ป้ายไฟก็ไม่น้อย
หมายเลข 7 นายอนุวัต....เสียงกรี๊ดจากเพื่อนพี่บุ๊ค
หมายเลข 9 นายพร้อมพงษ์....เสียงกรี๊ดจากเพื่อนพี่หมู (พี่หมูคนเชียร์เยอะนะครับ พี่แกก็หน้าตาหล่อมากพอที่สาวๆจะหลงได้เลยแหละครับ)
ผู้เล่นตัวรับอิสระ หมายเลข 12 นายบวรวุฒิ....เสียงกรี๊ด+เสียงโห่แกล้งจากเพื่อนไอ้โป้ง

เริ่มแข่ง....ทีมฝั่งตรงข้างได้เสิร์ฟก่อน โดยฝ่ายผมจะเป็นทีมที่ตั้งรับในลูกแรก บอลเสิร์ฟไปถึงมือของไอ้โป้ง ซึ่งเปิดบอลแรกได้ค่อยข้างแม่นยำ พี่วินเตรียมที่หัวเสาฝั่งซ้าย พี่อัฐเข้าบอลเร็วตรงกลางทันที แน่นอนผมอยู่ฝั่งเสาขวาแต่แดนหลังเพราะจะตรงข้างกับพี่ปอนด์ที่อยู่แดนหน้า ก่อนหน้านี้พี่ปอนด์ให้สัญญาณมือกับผมไว้แล้วว่าถ้าบอลหลอกหน้าบล็อคได้จะโยนบอลมา 3 เมตรหลังฝั่งขวาให้ผมตีซึ่งผมวนมารออยู่แล้ว....และมันเข้าตามสูตรทุกอย่างเพราะบอลแรกเข้าตรงจุดพอดี
“ปัณณ์” เสียงพี่ปอนด์เรียกชื่อผมและเซ็ตบอลมาทางผมทันที
“เฮ้!!!!!” เสียงเชียร์จากข้างสนามดังขึ้นทันทีที่ลูกบอลลงพื้นและกรรมการเป่านกหวีดพร้อมทำสัญญาณมือว่าฝ่ายผมเป็นฝ่ายได้คะแนนแรก

หลังจากตีเสร็จผมดีใจเรียบร้อยก็เดินมาแตะมือพี่ร่วมทีม รวมถึงพี่วินที่มาแสดงความดีใจด้วย โดยการแตะมือและขยี้หัวผม พร้อมส่งยิ้มเป็นการบอกว่าเก่งมาก

หลังจากพี่ได้คะแนนพี่ปอนด์จะวนลงไปเสิร์ฟ ผมจะขึ้นมาเป็น 3 คนแดนหน้าทันที โดยเรียงกันที่จากซ้ายไปขวามีผม พี่วิน และพี่อัฐ....หลังจากพี่ปอนด์เสิร์ฟผมจะต้องวนไปหัวเสาร์ฝั่งขวา(ตำแหน่งบีหลัง) พี่วินไปไปฝั่งซ้ายตำแหน่งตีโค้ง และพี่อัฐจะอยู่ตรงกลางเพื่อบล็อกและเข้าบอลเร็ว บอลเสิร์ฟถึงฝั่งตรงข้างและ Setter ได้เซตบอลโยนมาที่โค้งซ้ายของเขา ซึ่งตรงกับหน้าบล็อกฝั่งขวาที่ผมอยู่ พี่อัฐขยับรวบบล็อกเข้ามติดผมทันที....แน่นอนโค้งหัวเสาหลักฝั่งตรงข้างเลือกหลบบล็อคพี่อัฐที่สูงถึง 190 cm ไม่ตีฉีกเข้าในแต่กลับหันมาใส่ทางตรงที่ผมซึ่งสูง 180 cm คงคิดว่าตีง่ายกว่าซึ่งผมจับบอลทางตรงอยู่แล้วก็บล็อกได้อีก 1 แต้มลงพื้นได้อย่างสวยงามเลยครับ

“เย้ๆๆๆๆ” เสียงกรี๊ดเชียร์ดังขึ้นอีกครั้งในฝั่งของโรงเรียนเรา

ไม่รอช้าพี่วินรีบเข้ามาดีใจกับผมทันที
“เก่งมากปัณณ์” พี่วินบอกกับผมทันทีและเหมือนเดิมขยี้หัวผม

ในระหว่างแข่งขันไปเรื่อยๆ การทำคะแนนของผม พี่วิน และเพื่อนๆรวมทีมที่ช่วยกันตบทำแต้ม บล็อคป้องกัน หรือแม้แต่รับบอลตีหนักๆจากฝั่งตรงข้ามของไอ้โป้งทำให้พวกเราได้แต้มนำที่ 8-4 เป็นเวลาพักทางเทคนิคครั้งที่ 1 เพื่อออกมาพูดคุยฟังคำแนะนำจากโค้ชและกินน้ำ เช็ดเหงื่อ

เพื่อนๆที่ยังไม่ได้ลงก็จะหยิบผ้ามาแจก ขวดน้ำมาแจก(ซึ่งเป็นแบบขวดบีบ น้ำจะไม่หกเลอะพื้นสนาม) ผมก็หยิบผ้ามาเช็ดเหงื่อ กำลังจะหยิบน้ำแต่โค้ชพูดกับผมพอดีเลยหยุดฟังก่อน
“ปัณณ์ มึงปิดบล็อกทางตรงดีละ แต่มึงล้วงมือเข้าไปอีกหน่อยพอบอลกระทบมือเกร็งมือและตบกลับอีกนิดหนึ่ง ดีละ” โค้ชแนะนำผม
“ครับ” ผมตอบ

ในขณะที่โค้ชกำลังติวเรื่องจ่ายบอลของพี่ปอนด์ พี่วินก็ยื่นขวดน้ำมาให้ผม (ซึ่งผมกำลังเช็ดเหงื่ออยู่) พี่แกก็เอามาจอที่ปาก ผมก็เลยอ้าปาก พร้อมกับพี่วินบีบขวดให้น้ำเข้าปากผมทันที (ป้อนซะงั้น) แต่เวลานั้นผมไม่ได้คิดอะไรนะครับ ก็ฟังโค้ชที่กำลังอธิบายต่อ

จนจบในเซ็ตแรกเราชนะทีมตรงข้ามที่ 25-19 แต้มเก็บมาได้ 1 เซ็ตแล้วครับ....จากนั้นสลับเปลี่ยนฝั่ง ผมก็ยังได้ลงต่อในเซ็ตที่ 2 ประมาณค่อนเซ็ต แล้วพอหลังจากผ่าน 16 แต้มไป...โค้ชเรียกพี่เบสสลับกับผม โดยให้ผมไปพัก...ก่อนออกไปยืนข้างสนามตรงจุดที่ตัวสำรองอยู่ โค้ชก็เรียกผมนั่งก่อน
“ไอ้ปัณณ์ ดีมากเดี๋ยวมึงเก็บแรงไปปรอบชิง” โค้ชบอก
“ครับโค้ช” ผมตอบรับ
โค้ชก็แนะนำผมอีกนิดหน่อย....ทุกอย่างเป็นไปตามที่ซ้อมมาเลยยังไม่มีอะไรผิดพลาดมาก จากนั้นผมก็เดินไปรวมกับพี่ๆที่อยู่ข้างสนามตรงจุดพักตัวสำรอง
“เก่งมาก ไอ้ปัณณ์” ไอ้มอสพูดกับผมทันที
“............” ผมไม่ได้พูดอะไรแค่แตะมือมันและยิ้มกลับให้ไป

“พี่ปัณณ์ พี่ปัณณ์ค่ะ” เสียงเด็กผู้หญิง ม.ต้นคนหนึ่งเรียกผมจากด้านหลังตรงฝั่งผู้ชม ผมจึงหันไป
“...............” น้องคนนั้นและเพื่อนๆเขาส่งชู้นิ้วโป้งให้ผม
“...............” ผมก้มหัวของคุณและส่งยิ้มเขินๆไปให้ 1 ที และหันหน้ากลับเข้ามาดูที่สนาม

จากการแข่งขันทีมเราก็ยังเล่นได้อย่างสมบูรณ์ตามแบบที่ซ้อมมา โดยไม่มีอะไรผิดพลาด แต่สิ่งที่ผมอยู่ด้านนอกสนามและสังเกตเห็นได้ที่แปลกไปคือเวลาที่พี่วินแสดงความดีใจกับเพื่อนในทีม ไม่ว่าจะเป็นคนอื่นทำคะแนนได้ หรือตัวพี่เขาทำได้เอง....ปกตินักกีฬาก็จะแตะมือตบหลังเบาๆเป็นการให้กำลังใจและบอกวาทำดีต่อไป ผมพึ่งมาสังเกตว่าพี่วินไม่ขยี้หัวใครในทีมนอกจากผม ไม่กอดถ้าคนนั้นทำแต้มใหญ่ๆได้แต่กอดผมบางที และไม่ตบก้นเบาๆ เวลาบอกสู้ๆกลับทำแบบนี้กับผม....หรือว่าผมอาจจะคิดไปเองว่าพี่วินทำแบบนี้กับผมแค่คนเดียว กับพี่ปอนด์เพื่อนสนิทของพี่วินก็ไม่ทำนะครับ มากสุดก็แตะมือกับตบไหล่เบาๆ แค่นั้น

แต่ผมไม่ได้คิดอะไรมากหลังจากจบการแข่งรอบแรก ทีมโรงเรียนของเราเอาชนะมาได้ 3-0 เซ็ต รอเข้ารอบไปชิงที่ 1 ในตอนบ่าย หลังจากจับมือขอบคุณฝั่งตรงข้ามเรียบร้อย ก็กลับไปพักที่ห้องพักเปลี่ยนเสื้อผ้าออก และรอออกมาดูคู่ต่อไปเพื่อศึกษาแผนการเล่นของทีมที่จะชิงที่ 1 กับโรงเรียนของเรา

ผมจะนั่งติดกับพี่วินกับพี่ปอนด์นะครับ....ซึ่งปกติก็จะตัวติดกันตลอด คงเป็นเพราะคนแรกที่ผมรู้จักคือพี่วิน แล้วก็พี่ปอนด์ มันเลยสนิทค่อนข้างเร็ว
“พี่คะ ขนมค่ะ” น้องคนหนึ่งเดินมาใกล้ๆและยื่นขนมให้
“ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยขอบคุณและรับ
“พี่เล่นเก่งมากๆเลย หนูเชียร์พี่อยู่นะคะ” น้องคนนั้นพูดต่อ
“ขอบคุณมากครับ” ผมตอบอีกครั้ง
“อันนี้เพื่อนฝากมาให้พี่ค่ะ” น้องพูดอีกและยื่นพวงกุญแจลูกวอลเลย์บอลมาให้
“ฝากขอบคุณเพื่อนด้วยนะครับ” ผมบอกอีก....และน้องเขาก็เดินไปพร้อมส่งยิ้มแบบอายๆให้ผม

“โว้วววว...หนุ่มฮอตคนใหม่ของทีมเรามาแล้ว ตกกระป๋องแล้วมึงไอ้วิน” เสียงพี่ปอนด์พูดขึ้น ยังไม่ทันขาดคำ
“พี่วินคะ ขนมกับน้ำคะ” เสียงเพื่อนรวมชั้นผม ม.4 ของผมพูดขึ้นและยื่นขนมให้พี่วิน
“มีของพี่ปอนด์ด้วยนะคะ” เสียงสาวคนนั้นพูดต่อ
“ขอบคุณครับ” พี่วินตอบ
“มีของพี่ด้วยหรอ ขอบคุณครับน้อง” พี่ปอนด์ตอบ
“อันนี้ของปัณณ์นะ เราซื้อมาให้ ปัณณ์เล่นเก่งมาก เราเชียร์อยู่นะ” เสียงนั้นหันมาที่ผมและพูดขึ้นพร้อมส่งขนมให้
“ขอบคุณครับ” ผมตอบ
“เรามิ้นนะ อยู่ 4/3” มิ้นแนะนำตัว
“ปัณณ์ครับ 4/2” ผมบอก

แล้วมิ้นกับเพื่อนก็ยิ้มเขินๆ วิ่งอายๆกลับไปนั่งซุบซิบกันที่ตรงที่นั่งเชียร์กับเพื่อนๆเธอ....
“ปัณณ์....น้องมิ้นชอบปัณณ์” พี่ปอนด์ยื่นหน้าข้ามพี่วินมาคุยกับผม
“ไม่ใช่ละพี่  เขาแค่ชอบปัณณ์เล่นวอลเลย์มั้ง” ผมตอบ
“เชื่อพี่ดิ พี่มีประสบการณ์มาก่อน” พี่ปอนด์พูดอีก
“อย่าไปเชื่อมัน ปัณณ์ มันเพ้อเจ้อ” พี่วินพูดขึ้นพร้อมพลักหน้าพี่ปอนด์ออกไปจากการคุยกับผม
“มึงไม่เชื่อคอยดู กูพนันได้เลย” พี่ปอนด์พูดกับพี่วินอีก
“ปัณณ์ลองจีบเลยดีไหมพี่ปอนด์” ผมยื่นหน้าถามกลับบ้าง
“เอาเลย น่ารักพี่เชียร์” พี่ปอนด์ตอบ
“โฟกัสกับการแข่งด้วยปัณณ์ โค้ชดึงมาเล่นกีฬาไม่ได้ให้มาจีบสาว” พี่วินสกัดขาผมหัวทิ่มเลย
“ปัณณ์ไม่ให้เสียการเล่นหรอกครับ” ผมตอบ
“..............” พี่วินไม่ได้พูดต่อ นั่งมองไปทางสนามแข่งต่อ
“...............” พี่ปอนด์ยื่นมือมาสะกิดผม และยกนิ้วโป้งให้เพื่อเป็นการบอกว่า เยี่ยมมาก จัดเลย พี่หนับหนุน 555

หลังจากผลการแข่งขันคู่ที่ 2 จบก็รู้ผลว่าต้องแข่งชิงชนะเลิศกับทีมไหน...(หนักเอาเรื่องเหมือนกัน ทีมนั้นชนะคู่ต่อสู่แบบขาดลอย) การเล่นดี ครบสูตร ตีหนักและเหนียวมาก...

พักเที่ยง....
“ปัณณ์ ไปกินข้าวกัน” ไอ้พู่กันและเพื่อนๆผมเรียก
“เออไป รอกูด้วย” ผมตอบ
“พี่วินปัณณ์ไปกินข้าวกับเพื่อนๆนะ” ผมบอกเป็นการขออนุญาต
“อืม” พี่วินตอบ

หลังจากไปซื้อข้าวแล้วมานั่งกินกับเพื่อนๆ ระหว่างกินข้าวก็จะมีน้องๆ ม.ต้นซื้อขนมมาให้เรื่อยๆ ก็แบ่งให้เพื่อนไปเกือบหมดแหละครับ
“มึงดังใหญ่แล้วเพื่อนกู” ไอ้พู่กันแซวทันที
“กุทำตัวไม่ถูกเลยวะ ปกติไม่เคยมีใครซื้ออะไรให้แบบนี้” ผมตอบ
“กูรับให้เอง ของกินกูชอบ” ไอ้พู่กันบอก
“มึง....ของไอ้ปัณณ์ไหมละ เขาไม่ได้ให้มึง” เสียงไอ้โบ๊ทเพื่อนอีกคนพูดขึ้น
“เออ เห็นแก่กินนะพู่กัน” ออมพูดขึ้น
“ไอ้ปัณณ์ มันกินไม่ทันหรอก” ไอ้พู่กันพูดต่อ
“เออ เอาไปเหอะ กินไม่ทันหรอก กินเยอะไม่ได้เดี๋ยวโดนโค้ชสั่งลดน้ำหนัก” ผมบอก

“ปัณณ์ แกเล่นเก่งมากเลย ไม่เคยรู้ว่าเล่นเก่งขนาดนี้” กิ๊กพูดขึ้น
“จริง” เสียงออมพูดต่อ
“แล้วไหนป้ายเชียร์” ผมแซวเพื่อนกลับ
“ฉันตะโกนเชียร์จนคอจะแหกย่ะ” ออมบอก
“พี่วินสู้ๆ พี่วินสู้ๆ แบบนี้อะหรอ” ผมแซวต่อ....ป้ายไฟมีแต่ของพี่วิน

“ขอบคุณที่เชียร์พี่นะครับน้องออม น้องกิ๊ก” พี่วินเดินมาข้างหลังกับพี่ปอนด์และพูดขึ้น
“ขอนั่งด้วย” พี่วินเดินมาพร้อมจานข้าวและขอนั่งด้วย

ผมเลยต้องขยับตัวเข้าไปข้างใน....เอาอีกละ นั่งข้างซ้ายมือผมอีกละ แขนชนกันมั่วไปอีก
“ไอ้วินขยับไปอีก” พี่ปอนด์สั่งเพื่อนให้ขยับมาติดผมอีกและนั่งลงด้วย
“เดี๋ยวกูไปฝั่งโน้น” ไอ้พู่กันเลยลุกออกไปนั่งข้างไอ้โบ๊ท อีกฝั่ง
“สาวๆ กินน้ำอะไรกันดี พี่เลี้ยง” พี่ปอนด์พูดกับออมแล้วก็กิ๊ก
“ออมเอาชานม” ออมพูด
“กิ๊กเอาชาเขียว” กิ๊กพูดต่อ
“แล้วอีก 2 คนเอาอะไร ชื่อไรบ้างนะ” พี่ปอนด์ถามโบ๊ทกับพู่กัน
“ผมพู่กันครับ” ผมโบ๊ทครับ” สองคนนั้นตอบ
“เอาน้ำอะไรครับ” พี่ปอนด์พูดถาม
“เอาเหมือนออมกับกิ๊กก็ได้ครับ” ไอ้พู่กันตอบ
“โอเค รอแป๊บ” พี่ปอนด์พูดขึ้นและลุกไปสั่งน้ำร้านน้ำ
“เดี๋ยวพี่ไปช่วยไอ้ปอนด์ถือน้ำนะ” พี่วินบอกผม

ระหว่างรอน้ำที่จะมา.....
“แก ฉันว่าพี่วิน ยังไงกับแกปะ” ออมถามทันที
“ยังไงอะไรออม” ผมมถามกลับ
“ไม่รู้ซิ เหมือนพี่เขาจะจีบแก มั้ย” ออมพูดอีก
“ไม่ใช่ละออม พี่วินชอบผู้หญิง” ผมบอก
“แต่ฉันได้กลิ่นความหวงแกแปลกๆนะ” ออมพูดต่อ
“เออ....ในสนามฉันเห็นนะ เขาจับก้นแกนะ” ออมพูดขึ้นมาอีก
“เฮ้ย....ไม่ใช่ละ เขาแค่ตีหลังมั้ง” ผมบอก
“ไม่ใช่หลังฉันเห็นตีตรงก้นแกนะ” ออมย้ำอีก....จริงๆผมสังเกตมาเหมือนกัน แต่มันก็ปกติเปล่าแบบพี่น้องให้กำลังใจนะ (หรือเปล่านะ เริ่มไม่แน่ใจ)
“ถามจริง แกชอบผู้ชายปะ” ออมถามต่อทันที
“ไม่นะ ก็ชอบผู้หญิงอยู่นะ ไม่รู้อะยังไม่เคยมีแฟน” ผมบอก
“จริงดิ ไม่มีคนมาจีบหรอที่โรงเรียนเก่า” ออมถามอีก
“มีนะ แต่ไม่ได้เลือกว่าจะคบใคร ก็เลยไม่มี” ผมบอก
“อืม...คงไม่ใช่หรอก ฉันเห็นพี่วินกับพี่เจน รักกันจะตายไปก่อนจะเลิกกัน” ออมพูดอีก
“แต่ฉันชอบพี่เขาเท่มากเลย ยิ่งเวลาอยู่ในสนาม แมนสุด รักเลยคนนี้” ออมทำท่าชู้นิ้ว Love

สักพักพี่วินกับพี่ปอนด์ก็มา.....แจกจ่ายน้ำให้เพื่อนผม และพี่วินก็ส่งให้ผมด้วย
“ปัณณ์ อย่ากินเยอะละเดี๋ยวบ่ายปวดท้อง” พี่วินบอกและส่งชานมไข่มุกให้ผม เอ้า!!....ออกไปซื้อมาตอนไหนไม่รู้ร้านชานมมันอยู่หน้าโรงเรียนนะ (น่าจะใช้ใครออกไปซื้อมาให้) พี่ปอนด์ยังงง ว่าทำไมไอ้วินมันทำท่าทางพิเศษกับผมมากกว่าคนอื่น จากสีหน้าพี่ปอนด์น่าจะคิดอะไรอยู่แน่ๆระหว่างผมกับพี่วินเพื่อนรักของเขา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกกมา....

 :-[ :-[ :-[ :-[ :o8:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
 :hao3:คิดอะไรหรือเปล่า

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
EP05.สำคัญตัวเองผิดไป

รอบชิงชนะเลิศทั้งทีมโรงเรียนของเราและคู่แข่งเล่นกันได้แบบสนุกมากครับ...คะแนนไล่บี้กันแบบไม่มีใครยอมใคร....ผลการแข่งขันสรุปว่าทีมโรงเรียนของผมเอาชนะไปได้ 3-1 เซ็ต (เล่นเอาเหนื่อย หมดแรงเลยครับ) แต่ก็สนุกมากและคุ้มกับที่ตั้งใจซ้อมมา....เป้าหมายต่อไปจะเป็นการแข่งขันกีฬามัธยมปลายทั่วกรุงเทพมหานคร....

หลังจากนี้ได้พักผ่อน 1 เดือนไม่ต้องเก็บตัวซ้อมครับแต่ยังต้องออกกำลังกายอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้กร้ามเนื้อยังคงคุ้นเคยกับการเล่น

จากการแข่งขันที่ผ่านมาทำให้ผมเป็นที่รู้จักในโรงเรียนจากรุ่นน้องรุ่นพี่มากขึ้น (เหมือนกับที่พี่ปอนด์บอกเลยครับ) และที่แปลกมากสุดในชีวิตผมก็คือ ผมมีคู่จิ้นครับ เกิดเพจ “คู่รักนักตบ” #ปัณณ์วิน #ปัณณ์ปอนด์  (มีสอง # เลยทีนี้) ผมก็รู้นะครับเรื่องการจิ้นอะไรนี่เพราะที่เชียงใหม่น้องๆผู้หญิงก็ชอบจิ้นคนโน้นคนนี้ที่ฮอตๆในโรงเรียน แต่ไม่ใช่ผมนะที่นั่น 555
“ปัณณ์ ปัณณ์ ปัณณ์....” ออมวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาผมที่นั่งรอเรียนที่โต๊ะ
“อะไรออม” ผมถาม
“แกเห็นนี่หรือยัง” ออมส่งมือถือที่มีเพจคู่รักนักตบมาให้
“.................” ผมหยิบมาดู

เพจ “คู่รักนักตบ” post ….เขาป้อนน้ำกันด้วยแหละ รักมั้ย?...#ปัณณ์วิน
(โพสรูปพี่วินบีบขวดน้ำใส่ปากผม)


คนถ่ายเก่งนะครับ จับภาพได้พอดีและทั้งรูป ทั้งมุมกล้องสวยมาก น่าจะซูมมาจากบนที่นั่งของผู้ชม มันดูดีนะครับ รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน เวลาเดินในโรงเรียนก็รู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองตลอด มันไม่คุ้นชินเอาซะเลย 555
“น่ารักเนาะว่ามั้ย” ออมพูดและหยิบกลับไปดู
“ไม่อะ” ผมตอบ
“แกว่าไม่ แต่เราว่าน่ารักนะ” ออมพูดอีกพร้อมเลื่อนดูเรื่อยๆ

มีรูปผมกับพี่วินเยอะเลยครับทั้งรูปกอดดีใจ รูปตบไหล่ มองหน้า ยิ้ม (เอาจริงผมไม่รู้หรอกนะครับตอนแข่งมันก็ไปตามอารมณ์ตอนนั้น ไม่ได้สนใจว่ามันมองเป็นยังไง) แต่พอถ่ายออกมาแต่งรูปนิดหน่อย ทำไมมันดูฟุ้งๆเหมือนคนมีความรักเลยละนั่น 555 และทุกรูปก็จะมี #ปัณณ์วิน ด้วยเสมอ และคนถูกใจในเพจเยอะมากเลยครับ (ก็น่าจะเป็นน้องๆสายวาย ของโรงเรียนเรานั่นแหละครับ)

นอกจากในเพจจะมีรูปผมพี่วินแล้วยังมีรูปของผมกับพี่ปอนด์ พร้อม #ปัณณ์ปอนด์ ด้วยนะครับ แต่รูปผมกับพี่วินจะเยอะกว่า แล้วก็ยังมีรูปเพื่อนๆพี่นักกีฬาคนอื่นๆด้วย แต่จะไม่ได้ # เหมือนคู่ผมพี่วิน กับพี่ปอนด์

ผมเลยลองเข้า Facebook ของตัวเองที่มือถือ....
Request Friend เพิ่มขึ้นมาอีกเยอะเลยครับ

Win Winchana Post….
เราทำได้แล้วอีก 1 ปี....เก่งมาก OP
(โพสรูปรวมของทีมโรงเรียนเรา)


OP? …. ถ้าผมจะคิดเข้าข้างตัวเองจะผิดไหมครับ OP = Opposite คือตำแหน่งที่ผมยืน 5555
แต่มันคงไม่ใช่หรอกมั้งครับ ความหมายมันอาจจะมีคำอื่นอีก....ผมเลยกดหัวใจให้ไปครับ

แน่นอนครับ....มีคนชอบ มันย่อมมีคนที่ไม่ชอบด้วยเสมอ มันเกิดมีเพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย” ถึงจะมีคนอยู่ในนั้นไม่มากแต่มันก็มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเหมือนกันครับ ถึงผมจะไม่ได้สนใจอะไรกับเพจทั้งสองมาก แต่เพื่อนๆผมจะเอามาให้ดูตลอด เพราะทุกรูปที่เพจ “คู่รักนักตบ” โพสรูปอะไรที่มีผมอยู่ เพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย” จะ Save รูปไปแล้วแต่งหรือลบหน้าผมออก หรือทำให้หน้าผมน่าเกลียด แต่รูปพี่วินหรือคนอื่นๆยังปกติครับ มีแค่ผมคนเดียวที่โดนทำให้ดูไม่ได้ หรือน่าเกลียดในแบบต่างๆ

ระหว่างนั่งทำการบ้าน กับไอ้พู่กัน ไอ้โบ๊ท แล้วก็เพื่อนๆอีกหลายคนที่โต๊ะนั่งเล่นข้างๆตึกเรียน...
“ปั๊ก!!!” สิ้นเสียงสิ่งของบางอย่างลง...ผมรู้สึกว่ามันมีน้ำเยิ้มๆไหลลงที่แก้มผมลงไปที่หนังสือเรียน
มันคือไข่ไก่ที่แตกที่หางคิ้วผม และกระเด็นเต็มเป้าตาขวาของผม...
“เฮ้ย....ไอ้ปัณณ์เป็นไรเปล่าวะ” เสียงไอ้โบ๊ทที่นั่งตรงข้ามพูดขึ้น
“ไม่เป็นไร”ผมตอบ และเอามือเช็ดออกจากที่ตา
“ใครทำวะ” เสียงไอ้พู่กันพูดขึ้น และพยายามมองหาต้นตอ
“กูไปล้างหน้าก่อนนะ” ผมบอกและลุกไปที่ห้องน้ำใต้ตึกเรียนทันที
“กูไปด้วยไหม” ไอ้โบ๊ทบอก
“ไม่เป็นไร ฝากเช็ดหนังสือกูหน่อย” ผมบอกฝากเพื่อน...ซึ่งตอนนั้นไอ้พู่กันวิ่งไปหาทิชชูมาให้แล้วครับ

ผมเข้าไปล้างหน้าที่อ่างล้างหน้า...เช็ดเสื้อที่เปื้อนเศษไข่ซึ่งมันก็เช็ดไม่ออกหรอกครับ แต่ก็พยายามเอาน้ำลูบๆออกให้มันจางที่สุด

จนสักพัก....พี่วินวิ่งเข้ามา
“ปัณณ์ เป็นไรเปล่า เจ็บตรงไหนไหม” พี่วินวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางเป็นห่วง....อันนี้ผมรู้สึกขอบคุณพี่เขานะครับ
“ไม่เป็นไรครับพี่วิน ปัณณ์ไม่ได้เจ็บตรงไหน” ผมตอบ
“ใครทำ” พี่วินถาม
“ไม่รู้ครับ ปัณณ์ไม่เห็น นั่งทำการบ้านอยู่ครับ เลยไมได้มอง” ผมตอบ
“กลับไปเปลี่ยนเสื้อก่อนมั้ย” พี่วินถาม
“ไม่เป็นไรครับ ล้างๆออกหน่อยก็น่าจะได้ ค่อยกลับทีเดียวตอนเลิกเรียน” ผมบอกอีก
“................” พี่วินไม่ได้พูดอีกต่อ แต่ยืนหยิบเศษเปลือกไข่ออกจากเสื้อผมและช่วยผมทำความสะอาดเสื้อนักเรียน แต่สีหน้าพี่วินดูไม่พอใจนะครับ เหมือนต้องการจะหาตัวคนทำให้ได้ ดูหงุดหงิดขึ้นมาทันที จนผมสังเกตได้จากแววตา
“ไม่เป็นไรจริงๆครับ พี่ไปเรียนเหอะ” ผมบอก
“เดี๋ยวพี่ไปส่งที่ห้องเรียน” พี่วินบอก
“ว่าแต่พี่รู้ได้ไง” ผมถามกลับ
“หมูมันโทรมาบอก มันนั่งอยู่ใกล้ๆปัณณ์นะ” พี่วินบอก...แต่เป็นใครก็คงรู้นะครับ เพราะเสียงพวกผมและเพื่อนๆก็ดังอยู่เหมือนกันตอนที่โดนปาไข่ใส่

หลังจากผมล้างเสื้อเสร็จก็เดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมพี่วิน เพื่อเก็บของเตรียมขึ้นเรียนตอนบ่าย...
“น้องรู้ไหม เห็นไหมว่าใครทำ” พี่วินถามเพื่อนผมทันที
“ไม่เห็นเลยพี่ พวกผมนั่งทำการบ้านอยู่ ไม่มีใครมองรอบๆ” ไอ้พู่กันตอบ
“ถ้าใครรู้เบาะแสบอกพี่หน่อยนะ” พี่วินบอกอีก
“ไม่เป็นไรพี่ ปัณณ์โอเคไม่ได้เจ็บอะไร” ผมตอบไป
“ไปห้องเรียนเหอะ” พี่วินบอกและเดินตามผมไปที่ห้องเรียนพร้อมเพื่อนๆผม

ผมบอกว่าไม่เป็นไร จริงๆครับ ไม่ต้องตามประกบขนาดนั้น ไม่ได้โดนขู่ฆ่านะครับ แค่ปาไข่ เขาอาจจะแกล้งกันอยู่แล้วพลาดมาโดนผมหรือเปล่า

ตกเย็น....
เพจ “คู่รักนักตบ” Post…..ใครทำน้องปัณณ์ของพี่วิน...พี่วินดูแลน้องด้วย...#ปัณณ์วิน
(โพสรูปผมเดินกลับมาจากล้างตัว เสื้อผ้าเปียกและเปื้อนเป็นจุดๆเดินมากับพี่วิน)

มีคนกดรูปห่วงใย และหน้าโกรธมาเยอะเลยครับ....พร้อม Comment ให้กำลังใจและห่วงใยผมอีกมากมาย.....ขอบคุณนะครับ รู้สึกว่าเพจนี้ก็น่ารักดีเหมือนกันนะครับ

และจากรูปนั้น.....แน่นอนว่าเพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย” ก็โพสรูปเดียวกันแบบตัดต่อให้มีสีไข่แดงและเลือดเปื้อนหน้าและเปื้อนเสื้อผม (หรือคนทำก็น่าจะอยู่ในเพจนี้แหละ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะทุกคนในนั้นเป็นเหมือน Account ปลอมที่สร้างขึ้นไม่ลงรูปตัวเองเลยครับ) เขาคงไม่ชอบผมเป็นการส่วนตัว...

เสียงโทรศัพท์ผมดังขณะอยู่ที่หอพัก....
“ครับพี่ปอนด์” ผมรับสายทันทีที่พี่ปอนด์โทรมา
“เป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่าโดนลอบทำร้าย” พี่ปอนด์ถาม
“โห้...พูดเหมือนโดนลอบยิง” ผมแกล้งพูดติดตลก
“มันไม่ตลกนะปัณณ์ ถ้าวันหลังมันเล่นแรงกว่านี้หล่ะ” พี่ปอนด์พูดน้ำเสียงดูจริงจังขึ้น
“ไม่หรอกมั้งครับ ในโรงเรียนใครจะทำไรแรงกว่านี้ได้” ผมตอบ
“แล้วรู้ตัวคนทำไหม” พี่ปอนด์ถามต่อ
“ไม่รู้อะพี่ ไม่ได้มอง” ผมตอบ
“ระวังตัวหน่อยหน่อยนะ ช่วงนี้คนรู้จักเราเยอะ คนชอบเยอะขึ้น คนเกลียดก็มีตามมา” พี่ปอนด์พูดด้วยความเป็นห่วง
“ครับพี่” ผมตอบ
“ได้ข่าวว่าคู่จิ้น รีบไปหาเลยนิพอรู้เรื่อง” พี่ปอนด์แซวถึงเพื่อนรักเขาทันที
“จริงๆเราก็มีด้อมของเรานะพี่” ผมแซวบ้าง
“ด้อมเรามันกิ๊กก๊อก จะสู้ด้อมปัณณ์วินได้ไง” พี่ปอนด์แซวกลับ
“หรือแฟนคลับของพี่ไม่พอใจปัณณ์หรือเปล่า แอบมาปาไข่ใส่หน้าปัณณ์” ผมถาม
“ไม่น่าจะใช่ แต่ถ้าของไอ้วินละไม่แน่” พี่ปอนด์พูดต่อ
“ไปไหนก็ระวังระวังหน่อยนะ ไม่รู้จะโดนอะไรอีกเมื่อไหร่” พี่ปอนด์บอกด้วยความเป็นห่วง
“ขอบคุณครับ” ผมตอบ
“ไม่มีอะไรละ แค่นี้แหละ พี่ไปกินข้าวก่อน ปัณณ์กินยัง” พี่ปอนด์บอกและถามต่อ
“ยังเลยพี่ ปวดๆตรงหางตา เลยว่าจะกินยานอนพักสักแป๊บ” ผมบอก
“ไหวไหมนะ พี่สั่งข้าวไปให้ไหม” พี่ปอนด์บอก...พร้อมจะสั่งข้าวให้มาส่ง
“ไม่เป็นไรพี่ ขอบคุณครับ เดี๋ยวปัณณ์ลงไปหาไรกินเอง” ผมตอบ
“โอเค มีไรโทรหาพี่ได้นะ ดึกๆถ้าเจ็บตรงไหน ไม่ไหวบอกเดี๋ยวพี่ไปหา” พี่ปอนด์บอกอีก....ขอบคุณมากๆครับ
“ครับพี่ ขอบคุณครับ” ผมตอบ และก็วางสายกันไป

ทั้งพี่วิน พี่ปอนด์ดูแลผมดูนะครับทั้งคู่เลย....ขอบคุณพี่ทั้งสองที่เป็นพี่ชายที่ดีให้ผม ซึ่งไม่เคยมีพี่มาก่อนไม่รู้ว่าการมีพี่คอยดูแล มันจะรู้สึกดีขนาดนี้.....อยากเจ็บอีก อยากเจ็บมากกว่านี้....เฮ้ย คิดบ้าอะไร เดี๋ยวก็เล่นวอลเลย์ไม่ได้กันพอดี

หลับครับ....

.....สายเรียกเข้าแบบวีดีโอคอล.....

ผมงัวเงียตื่นขึ้นมารับสาย....
“ครับ” ผมรับสาย
“เป็นไรหรือเปล่าพี่โทรไปหลายรอบไม่รับสาย” เสียงพี่วินพูดมาแต่ผมไม่ได้มองจอ
“พี่วินหรอครับ” ผมถาม
“ใช่พี่เอง” พี่วินตอบ
“หลับหรอ หรือปวดตรงไหนเปล่า” พี่วินถามทันที ผมเลยลืมตาขึ้นมามองจอ
“กินยาแก้ปวดไป เลยหลับครับ” ผมตอบ
“จะไปให้หมอดูหน่อยไหม เพื่อโดนตาข้างใน” พี่วินพูดต่อ
“ไม่เป็นไรครับ พี่อยู่ไหนอะ” ผมถาม....เพราะไม่เห็นหน้าเห็นแต่พื้นขาวๆ (น่าจะเพดานห้อง)
“พี่อยู่บ้าน” พี่วินตอบ
“แล้วจะวีดีโอคอลมาทำไม” ผมถาม
“อยากเห็นหน้า” พี่วินตอบ.....เดี๋ยวนะครับ อันนี้มันจีบกันหรือเปล่า
“ไหนหน้าละครับ” ผมถามกลับหาหน้าพี่เขากลับไป
“...................” แล้วพี่แกก็เอามือถือมาส่องหน้า.....พร้อมยิ้มตาหยี
“ปัณณ์ คิ้วบวมไหมพี่ดูไม่ชัด” พี่วินถามอีก
“ไม่นะครับ หรือว่าบวม” ผมตอบพร้อมเอามือจับที่หางคิ้ว
“บวมหน่อยๆครับ” ผมตอบ
“มียาไหมที่ห้อง แล้วกินข้าวหรือยัง” พี่วินถามอีก
“ยามีครับ แต่ยังไม่ได้กินข้าว เผลอหลับไปก่อน” ผมบอก
“งั้นแค่นี้แหละ เดี๋ยวพี่โทรหาใหม่” พี่วินพูดและวางสายไปทันที

เอ้า...!!! อะไรของพี่เขาวะ มาไวไปไว....

นอนต่อ....
 
.....เสียงโทรศัพท์เข้า....
“ฮัลโหลครับ” ผมรับแบบไม่มองหน้าจอ
“ปัณณ์ ลงมารับพี่หน่อย เข้าไม่ได้” เสียงต้นสายพูด
“พี่ปอนด์ หรอ” ผมถามทันทีเมื่อเริ่มจำเสียงได้
“ใช่ๆ” พี่ปอนด์ตอบ
“รอแป๊บพี่” ผมตอบและลุกขึ้นจากเตียง และวางสายเพื่อลงไปหาพี่ปอนด์

ด้านล่างตึกหอพัก....
“พี่มาทำไมอะ” ผมถาม
“กินข้าวกัน” พี่ปอนด์พูดพร้อมยกถุงอาหารให้ดู
“โห้...มาเลี้ยงข้าวน้องถึงที่เลย ขอบคุณครับ” ผมตอบ
“ไปบนห้องได้ยัง หิว” พี่ปอนด์บอก....ไหนตอนแรกที่โทรมาเมื่อเย็นๆบอกว่าไปกินข้าวแล้ว หิวอะไรอีก
“เชิญครับท่านพี่ปอนด์ ผู้มากับข้าวอันแสนอร่อย” ผมแซวและให้พี่เขาเข้ามาในตึก

จากนั้นผมก็พาพี่ปอนด์ขึ้นไปบนห้องและแกะข้าวกิน....ก็หิวเหมือนกันนะเรา ถ้าไม่ตื่นก็คงจะยังไม่รู้สึกหิว พอตื่นแล้วหิวทันที 555

หลังจากกินข้าวเสร็จ นั่งคุยกับพี่ปอนด์สักพัก เรื่องโน้นเรื่องนี้ (เรื่องจะตามหาคนที่ปาไข่ใส่ด้วย) ก็ได้เวลากลับ ผมลงไปส่งพี่เขาข้างล่างและพี่เขาก็เรียกแท็กซี่กลับบ้าน....

กลับขึ้นมาบนห้อง นอนล้มตัวลงที่เตียง....(น้ำก็ไม่อาบ) หยิบมือถือขึ้นมาเล่น

Win Winchana Post…..คงต้องทิ้ง!!!....
(โพสรูปข้าวกล่อง ยาแก้ปวด และชานมไข่มุก)


พยายามจะไม่คิดเข้าข้างตัวเอง....แต่รูปมันโคตรฟ้องว่าใช่....
Comment….
a.   แล้วมึงทำไมไม่กิน  (อันนี้พี่ปอนด์เม้นถามเพื่อน)
b.   กูว่ามึงอาการหนักนะไอ้วิน (อันนี้ของพี่อัฐ...นานๆจะเห็นเล่นเฟสนะ)
c.   พี่วินทานยาเป็นอะไรคะ เป็นห่วงนะคะ (แฟนคลับ)
d.   ชานมหนูขอ หนูชอบกิน (แฟนคลับ)
e.   นี่เจนเองนะ.....ดูเป็นห่วงน้องคนนั้นจังเลยนะ (พี่เจน ที่ใช้เฟสอื่นมาเม้น....แสดงว่าพี่วินบล็อคเฟสพี่เจน)
f.   พี่วิน โป้งขอ โป้งหิว (อันนี้ไอ้โป้งเม้น)
Punnatorn Pun….เป็นไรพี่ โทรหาได้ไหม?

ผมถามไว้แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ผมก็ไม่ได้โทรนะครับ เกรงใจเผื่อพี่เขาจะนอนแล้ว มันเริ่มดึก....ไว้ค่อยเจอที่โรงเรียนพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

อาบน้ำนอนดีกว่า.....

เช้า....ที่โรงเรียน
ผมเข้ามานั่งที่โต๊ะในห้องเรียน....เอามือล้วงไปในใต้โต๊ะเพื่อหยิบของ
“ใครเอากระดาษอะไรมาทิ้งวะ” ผมบ่นเมื่อเจอเศษกระดาษขยำอยู่

....ระวังตัวมึงไว้ให้ดี กูจะเล่นให้หนักกว่าเดิม....

โอ้ว....อันนี้คือต้องแจ้งความไหมเนี่ย มันเรียกกว่าการข่มขู่ได้ไหมนะ เอาจริงเหมือนจะเริ่มกลัวขึ้นมาหน่อยๆละนะ
“ปัณณ์ เพื่อนเลิฟมาเช้านะวันนี้” เสียงไอ้พู่กันทักทาย
“ก็นอนเยอะเมื่อคืน เลยตื่นเร็ว” ผมตอบ
“ไอ้พู่....” ผมเรียกแล้วส่งกระดาษที่มีข้อความนั้นให้มันดู
“เฮ้ย...มึงนี่มันเข้าข่ายข่มขู่แล้วนะ เอาไงดีวะ” มันบอก
“ไม่รู้วะ กูว่ากูเริ่มจะกลัวเหมือนกันนะ” ผมตอบ....เอาจริง ผมตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีเรื่องกับใครเลย เจอแบบนี้ผมก็สมควรจะต้องกลัวนะ
“กูว่าฟ้องอาจารย์ไว้ก่อนมั้ย” ไอ้พู่กันบอก
“แล้วอาจารย์จะช่วยยังไงวะ” ผมถามกลับ
“ไม่รู้ดิ บอกไว้ก่อนเพื่อมีอะไรเกิดขึ้น” มันบอกต่อ

สักพักเพื่อนคนอื่นๆก็เริ่มเข้ามา....พร้อมออม (ยายออมสาววายประจำห้อง)
“ปัณณ์....แกเห็นนี่หรือยัง” ออมยื่นเพจคู่รักนักตบมาให้ดูอีกครั้ง

.....เขาเป็นห่วงกันด้วยแหละ แกร!!!!....#ปัณณ์วิน
(แชร์โพสกล่องข้าว ยาแก้ปวด และชานมไข่มุกของพี่วินมาที่เพจ คู่รักนักตบ)


ผมอ่านเสร็จเลยส่งกระดาษให้ออมอ่านบ้าง....
“เฮ้ย แบบนี้มันขู่ฆ่าแล้วมั้ยอะ” ออมบอกด้วยสีหน้าตกใจ
“ไม่ขนาดนั้นมั้งออม” ผมตอบ
“แก แต่เราว่ามันน่ากลัวนะ เกิดเดินๆอยู่มันเอาไม้มาฟาด ทำไง” ออม...ก็ช่างจินตนาการนะ
“กูเห็นด้วยกับออมนะ ไอ้ปัณณ์กูว่ามึงควรปรึกษาครู” ไอ้พู่กันบอกอีก
“อืม ไว้กูจะลองถามโค้ช กับอาจารย์ดูอีกที” ผมตอบเพื่อนไป

หลังจากจบบทสนทนา ก็แยกย้ายกันเตรียมตัวเข้าเรียน ผมพับกระดาษข้อความขู่นั้นใส่กระเป๋ากางเกงไว้ แล้วก็เรียนตามปกติ ระหว่างพักกลางวัน ผมขอตัวแยกจากเพื่อนไปหาพี่วินเพื่อจะลองปรึกษาเรื่องกระดาษขู่นั้น

“พี่ปอนด์ พี่วินอะ” ผมถามพี่ปอนด์เมื่อมาถึงที่โต๊ะพี่เขาแต่ไม่เจอ
“มันไปซื้อน้ำ นั่งก่อนซิปัณณ์” พี่ปอนด์ขยับเข้าข้างในให้ผผมนั่งลง
“พี่....ปัณณ์มีไรให้ดู” ผมบอกและหยิบกระดาษออกมา
“มีใครไม่รู้เอามาใส่ใต้โต๊ะปัณณ์ไว้เมื่อเช้า” ผมบอก
“ไอ้ปัณณ์ พี่ว่าไม่ได้แล้ววะ มันชักจะเรื่องใหญ่แล้วนะ เมื่อวานแค่โดนปาไข่ใส่ อันนี้มันขู่ฆ่าแล้วนะ” พี่ปอนด์บอกทันที....ไม่นานพี่วินก็มา
“ไอ้วิน....” พี่ปอนด์เรียกพี่วินทันที และส่งกระดาษให้ดู
“..............” พี่วินไม่ได้พูดอะไร คว้าแขนผมแล้วดึงลุกขึ้นพาเดินออกไปทันที

ท่ามกลางสายตาของนักเรียนที่โรงอาหาร ต่างพากันจ้องผมกับพี่วิน....(เอาจริงใครจะไม่มอง พี่วินดังขนาดไหนที่โรงเรียน แถมเราทั้งคู่พึ่งมี # คู่กันอีก เดินจับแขนพากันลากออกไปขนาดนั้น)

พี่วินพาผมไปที่ห้องอาจารย์ฝ่ายปกครองทันที....
“อาจารย์ครับ ขออนุญาตครับ” พี่วินกล่าวขออนุญาตเข้าห้องทันที
“เข้ามาซิ วินชนะ” อาจารย์ตอบรับ
“พอดีน้องนักกีฬาของทีมผม เมื่อวานโดนปาไข่ใส่หน้า แล้ววันนี้เจอจดหมายขู่ไว้ที่โต๊ะครับ” พี่วินบอกอาจารย์ปกครองทันที
“ไหนเอามาให้ครูดูซิ” อาจารย์ขอดูและพี่วินก็หยิบกระดาษส่งให้ไป
“เดี๋ยวครูจัดการเอง เธอเคยมีเรื่องกับใครมาก่อนหรือเปล่า” อาจารย์หันมาถามผม
“ไม่เคยครับอาจารย์” ผมตอบ
“พึ่งมาเรียนที่โรงเรียนเราปีแรกใช่ไหม” อาจารย์บอกอีก
“ใช่ครับ” ผมตอบ
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวครูจับตาดูไว้ให้ เธอสองคนไปกินข้าวได้” อาจารย์บอก

เราสองคนก็ยกมือขอบคุณและลาอาจารย์แล้วก็ออกจากห้องปกครองมา....(พี่วินไม่พูดอะไรเลย เป็นอะไรหรือเปล่านะ)
“พี่วิน ทำไมเงียบจัง เป็นอะไรเปล่า” ผมถามทันที
“พี่ไม่ได้เป็นไร” พี่วินตอบ
“แล้วเมื่อคืนเป็นไร โพสทิ้งของกินทำไม” ผมเลยตัดสินใจถามอีกที
“ซื้อมาไม่ได้กิน ก็เลยทิ้ง” พี่วินตอบ
“พี่ซื้อให้ปัณณ์หรือเปล่า” ผมตัดสินใจถามทันทีเลยครับ....อยากรู้ มันอึดอัด
“สำคัญตัวเองผิดไปหรือเปล่า” โอ้ว....คำตอบนี้เจ็บจัง ชัดเจนละ คงไม่ใช่เรา
“ขอโทษครับ” ผมบอกขอโทษทันที

ผมเดินออกไปจากที่เดินคู่กันอยู่ แยกไปห้องเรียนทันทีเลยครับ....ในหัวมันสับสนมากเลยครับ คิดไว้อยู่แล้วว่าผมน่าจะคิดไปเอง สิ่งที่พี่วินโพสหลายๆอย่างมันไม่ได้เกี่ยวกับผมนี่หว่า ผมอาจจะเริ่มรู้สึกดีกับพี่เขามากเกินไปเพียงแค่พี่เขาทำดีด้วยที่ผ่านมา ก็บอกแล้วไงว่าพี่เขาเป็นผู้ชาย แล้วก็ชอบผู้หญิง....สิ่งที่พี่เขาทำ มันคือ หัวหน้าทีมดูแลลูกทีม ซึ่งคนอื่นๆในทีมก็น่าจะได้รับในแบบเดียวกันผมแค่ผมอาจจะไม่ได้ทันสังเกตเห็นมันแค่นั้นเอง......

 :sad4: :sad4: :sad4: :sad4:

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
โอ๊ยยยย ปากแข็ง  :z6:

ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
EP06.มันเกิดอะไรขึ้นครับ บอกผมที?

หลังจากเจอคำนั้นเข้าไปจากพี่วิน เอาจริง ความรู้สึกเหมือนอกหักเลยครับ ทำไมมันเจ็บๆเหมือนโดนบอกเลิก (ทั้งที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยด้วยซ้ำ)

อันนี้เรียกว่าผม....ตกหลุมรัก พี่วินเข้าแล้วหรือเปล่าครับ...เด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อน ยังไร้เดียงสากับเรื่องนี้มาก....

....เสียงโทรศัพท์เข้า....
พี่วิน สายโทรเข้า…. (ผมมองหน้าจอและยังไม่แน่ใจว่าจะรับดีไหม)
“....................” ผมกดรับสายและไม่ได้พูดอะไร
“...................” ทางพี่วินก็ไม่ได้พูดอะไร

เสียงเพลง ขอโทษ...หัวใจ ของพี่พี่วง Instinct
“ขอโทษที่ทำให้บอบช้ำ ขอโทษที่ยังให้เจ็บซ้ำ ปล่อยให้โดนตอกย้ำ มานานแค่ไหน รู้ดีว่าเขาจากไปไม่กลับมา ก็ยังคงคิดถึงทั้งน้ำตาไม่รู้ทำไม ขอโทษนะหัวใจ อยากจะบอกขอโทษที่ไม่ให้หยุดพัก ขอโทษที่ทำ ให้เหนื่อยนัก ต้องเผชิญความทรมานนานแค่ไหน เจ็บเท่าไรก็ให้ฝืนทน หลอกตัวเองให้หลงเวียนวน ว่าใจยังคง ไม่เป็นไร”

จบท่อนแรกแล้วเพลงก็หหยุดไป....แป๊บเดี๋ยวก็มีเสียงเพลงอีกเพลงขึ้น....
เสียงเพลง ขอโทษ ของพี่โดม จารุวัฒน์
ขอโทษที่ฉันคงทำได้เพียงเท่านี้ ขอโทษจริงๆ ที่ทั้งหมดใจที่มี มันยังไม่ดีพอให้เธอรัก
ถึงแม้ว่าฉันจะมีแค่เธอเสมอ แต่ฉันก็ทำให้เธอได้เพียงเท่านี้ และกี่ครั้งที่ทำให้เธอมีน้ำตา
รู้ว่าคนอย่างฉันไม่ควรรักใคร แต่ฉันไม่รู้ต้องทำอย่างไร จะหยุดความรักยังไง
รู้ดีว่าไม่ดีพอจะอยู่ในหัวใจ รู้ว่าหัวใจฉันไม่มีค่าเท่าเขา อภัยให้ได้หรือเปล่า กับคนๆ นี้ที่มันมีเธอทั้งใจ
แม้ไม่ได้มีโอกาสจะอยู่เพื่อรักเธอ รู้ไว้ว่าเธอจะเป็นคนเดียวในหัวใจ โปรดเถอะ โปรดเข้าใจ ยกโทษให้ฉันได้ไหม….

มายันท่องฮุกเลย....มาไม้ไหนเนี่ย แปลกนะ.....จนเสียงเพลงเงียบไป และยังไม่มีใครพูดอะไร ผมเลยตัดสินใจเรียกชื่อ
“พี่วิน” ผมเรียก
“ครับ” ตอบเพราะเชียว
“เป็นอะไรครับ เปิดเพลงให้ฟังทำไม” ผมถาม
“ตามเพลงเลย” พี่วินพูดเสียงอ่อยๆ
“ขอโทษอะไรครับ” ผมถาม
“ขอโทษที่พูดไม่ดีด้วยเมื่อกลางวัน” พี่วินพูดอีก
“ตอนไหน ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่ครับ” ผมบอก
“ขอโทษษษษษ” เสียงพี่วินทำเสียงขอโทษแบบอ้อนๆ
“ไม่เป็นไรครับ ปัณณ์ไม่ได้โกรธอะไร ปัณณ์เข้าใจดีครับ” ผมตอบ
“พรุ่งนี้เย็นไปกินไอติมกัน พี่เลี้ยงเป็นการขอโทษ” พี่วินบอก
“เอาของกินมาล่อปัณณ์หรอครับ” ผมถาม
“จะไม่ไป” พี่วินถามกลับ
“ไปครับ” ผมรีบตอบ....กลัวพี่เขาเปลี่ยนใจ 555

เราก็คุยกันสักพัก แล้วก้เริ่มดึกก็วางสายไป เพื่อเตรียมตัวนอน.....

เช้าต่อมาที่โรงเรียน.....ผมความหากระดาษใต้โต๊ะก่อนเลย ดูว่ามีอะไรมาขู่อีกไหม
ไม่มี....โล่งอกไปที คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วหล่ะครับ เรียนตามปกติ....

ระหว่างพักกลางวันที่โรงอาหารของโรงเรียน ผมนั่งกินข้าวกับเพื่อนๆอยู่ ก็มีน้อง ม.ต้นสองคนเดินเข้ามา
“พี่ปัณณ์คะ หนูซื้อขนมมาให้ค่ะ” เสียงน้องคนนั้นพูดพร้อมยื่นขนมมาให้ผม
“ขอบคุณครับ” ผมตอบขอบคุณและรับขนมมา
“พี่ปัณณ์กับพี่วินเป็นแฟนกันหรอคะ” น้องเขาถาม
“เฮ้ย ไม่ใช่ครับ ทำไมถึงถามอะ” ผมปฎิเสธและถามกลับ
“ก็หนูเห็นในเพจ พี่ทั้งคู่น่ารักมากเลย หนูคิดว่าพี่สองคนเป็นแฟนกัน” น้องเขายังบอกอีก
“อ๋อ เพจคู่รักนักตบหรอ” ผมถามอีก
“ใช่ค่ะ หนูว่าน่ารักมากเลย ถ้าพี่เป็นแฟนกันคงจะดี” น้องเขาพูดบอก
“...................” ผมได้แต่ยิ้มเขินๆให้ไป 1 ที
“หนูไปก่อนนะคะ กินให้อร่อยนะคะ พี่ปัณณ์” น้องเขาพูดพร้อมเดินกลับไป

นั่นไง....เพราะเพจนี้แหละทำให้คนจิ้นผมกับพี่วิน จนมีคนคิดจริงเข้าแล้ว....แต่เอาเข้าจริงพี่วินก็ไม่ได้ดูจะเดือนร้อนอะไรกับเรื่องนี้นะ หรือว่ายังไม่เห็นเพจหรือเปล่านะ

สักพักพี่วินกับพี่ปอนด์และเพื่อนพี่เขาอีก 2 คนก็เดินมาที่โต๊ะผม...
“นั่งด้วย” พี่วินบอกและขอนั่งด้วยกันกับพวกผม
“ขยับไปดิ ไอ้พู่”ผมบอกไอ่พู่ให้ขยับเข้าไปขางใน
“ซื้อขนมมาทำไมเยอะแยะขนาดนี้ กินหมดหรอ” พี่วินถาม
“กูว่าแฟนคลับให้มา ใช่ไหมปัณณ์” พี่ปอนด์ถามแทรกเข้ามา
“ใช่พี่ น้องๆเอามาให้” ผมตอบ
“...............” ผมหยิบช็อคโกแลตออกมาแกะ แล้วส่งให้พี่วิน
“กินดิพี่ ของพี่ด้วย” ผมบอกและส่งให้พี่วิน
“.................” พี่วิน แทนที่จะรับไปกิน ดันก้มลงมางับจากมือผมเลย....แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไร
“พี่ปอนด์กินเปล่า” ผมถามพี่ปอนด์บ้าง
“................” พี่ปอนด์ไม่ได้ตอบ....แต่ดูสีหน้านิ่งๆไปเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

สักพัก...พี่ปอนด์พูดขึ้น
“ไอ้วิน ไปคุยกับกูหน่อย” เสียงพี่ปอนด์เรียกพี่วินออกไปคุย

แล้วทั้งคู่ก็ลุกออกไปคุยกันสองคนด้านหลังโรงอาหาร....

หลังจากนั้นก็กลับเข้ามาแล้วไม่มีใครพูดอะไรเลย ถึงเวลาก็แยกย้ายกันกลับไปเรียนในช่วงบ่าย พอตกเย็นผมก็มารอพี่วินที่หน้าโรงเรียน และพยายามโทรหาแต่ก็ไม่รับสาย หายไปไหนของเขาหว่า แล้วเมื่อกลางวันคุยอะไรกันดูเหมือนจะซีเรียสเลย....

“เอ้า....ไหนนัดกินไอติมกันแล้วหายไปไหนหว่า” ผมบ่นขึ้น

....ข้อความเข้า....
“พี่ติดธุระด่วน ขอโทษนะ ไว้วันหลังพี่ไปเลี้ยงชดเชยให้”


พี่วินส่งข้อความมาหาผม.....อ่อ ติดธุระด่วนถึงว่าไม่มาตามที่นัดไว้ ไม่เป็นไร ไว้กินวันอื่นก็ได้ ผมเลยกลับหอพักทันที.....

ตลอดระยะเวลาสองอาทิตย์ที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าพี่วินพยายามหลบหน้าผม ไม่เข้ามาคุยด้วยเหมือนเดิม (แต่เวลาผมโทรไปคุยก็รับสายนะครับ แต่ก็รีบวางไปทุกครั้ง) อาการแปลกๆหลังจากที่ออกไปคุยกับพี่ปอนด์วันนั้น 2 คน แต่ผมไม่รู้ว่าเขาคุยเรื่องอะไรกัน ถ้าเป็นเรื่องที่มีคนขู่ทำร้ายผม จะบอกว่าไม่เป็นไรนะครับ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วครับ....

ผ่านมาถึงช่วงที่เราต้องเริ่มกลับมาซ้อม (แต่ยังไม่ต้องเก็บตัวนะครับ จะซ้อมเย็นเสร็จกลับบ้าน แล้วก็ค่อยเก็บตัวช่วงใกล้ๆแข่งอีกที)

ระหว่างพักเบรก จากการซ้อม....
“พี่วิน ทำไมช่วงนี้หายไปไหนอะ ไม่ค่อยเจอหน้าพี่เลย” ผมถาม
“ไม่ได้ไปไหนครับ พี่ยุ่งเรื่องเรียน” พี่วินตอบ และยกน้ำขึ้นดื่ม
“อ่อ....พักผ่อนด้วยนะพี่ ดูไม่ค่อยสดใสเลยช่วงนี้” ผมบอก
“................” พี่วินหันมายิ้มอ่อนๆให้ผม 1 ครั้งแล้วลุกออกไปหาคนอื่นทันที

“ปัณณ์....” พี่ปอนด์เดินเข้ามาเรียกชื่อผม
“ครับพี่” ผมตอบรับ
“เลิกซ้อมไปหาไรกินกัน” พี่ปอนด์เอ่ยชวน
“ได้ดิพี่ เรื่องกินพร้อมเสมอครับ” ผมตอบ
“ชวนพี่วินกับคนอื่นๆไปด้วยดิ” ผมบอกต่อ
“ไอ้วินน่าจะไม่ไป ส่วนคนอื่นน่าจะรีบกลับนะ” พี่ปอนด์บอก....เดี๋ยวนะ ยังไม่ได้ลองชวนใครเลยนะ
“อ่อ...” ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ

หลังจากเลิกซ้อม ทุกคนแยกย้ายกันกลับ ผมกับพี่ปอนด์ก็ไปหาข้าวกินก่อน ส่วนพี่วินก็กลับบ้านแล้วเหมือนกัน
“พี่ปอนด์” ผมเรียกระหว่างนั่งรอข้าว
“หืม” พี่ปอนด์ตอบรับ
“พี่วินเป็นอะไรหรือเปล่า ช่วงนี้ดูพี่เขาเงียบๆ” ผมถาม
“ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนะ” พี่ปอนด์ตอบ
“แต่ปัณณ์ว่าไม่เหมือนเดิม” ผมยังคงพูดอธิบายต่อ
“ช่างมันเหอะ มันไม่ได้เป็นอะไรหรอก” พี่ปอนด์พูดปัดไป

ผมรู้สึกได้นะครับ ว่าช่วงนี้พี่ปอนด์กับพี่วินดูแปลกๆ ดูไม่สนิทกันเหมือนก่อน แต่ก็ยังเดินไปไหนมาไหนด้วยกันนะครับในกลุ่มเพื่อน แต่จะไม่เดินชิดกันเหมือนก่อน จะมีเพื่อนขั้นกลางตลอด จะว่าทะเลาะกันก็ไม่น่าจะใช่ ก็ยังเห็นคุยกันอยู่ปกติ....

หลังจากกินข้าวเสร็จ พี่ปอนด์มาส่งผมที่หอ แล้วก็ขอขึ้นไปบนห้องด้วย....ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะพี่เขาเคยมาแล้ว....
“ปัณณ์” พี่ปอนด์เรียกผม
“พี่ขอนอนด้วยคืนหนึ่งนะ ไม่อยากกลับบ้าน” พี่ปอนด์พูดขึ้น
“ทำไมอะพี่ มีปัญหากับที่บ้านหรอครับ” ผมถามกลับ
“...............” พี่ปอนด์ไม่ได้พูดตอบ แค่พยักหน้าตอบรับ
“ได้ซิครับ แล้วพี่จะเอาเสื้อไหนใส่ไปเรียนอะ” ผมถาม
“ยืมของปัณณ์ก่อนได้ไหม” พี่ปอนด์พูดต่ออีก
“ได้มั้งครับ ถ้าพี่ใส่ได้นะ” ผมบอก....ก็คงต้องให้ยืมแหละ ทำไงได้ พี่เขาไม่อยากกลับบ้านเองนี่หว่า

หลังจากผมทำการบ้านเสร็จ อาบน้ำเตรียมตัวนอน พี่ปอนด์ที่อาบน้ำก่อนผมแล้วนอนถอดเสื้ออยู่บนที่นอนผม ผมรู้สึกว่าเตียงมันแคบนะครับเพราะมันแค่ 3 ฟุตครึ่งผมเลยเอาผ้าปูนอนในตู้มาปูข้างล่างเตียงเพื่อนอน

พอตกดึกผมรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรมาโดนตัวพยายามลืมตาขึ้นมา....อ้าว เฮ้ย! พี่ปอนด์ลงมานอนเบียดกับผมข้างล่างเฉย (แล้วทำไมไม่นอนบนเตียงดีดีละนั่น)

เช้าต่อมาผมกับพี่ปอนด์มาโรงเรียนพร้อมกัน แน่นอนครับมันเป็นเรื่องที่น่าสังเกตเห็นได้ชัดว่าเราใส่เสื้อเหมือนกัน (และพี่ปอนด์ใส่เสื้อของชั้น ม.4 มาเรียน) ไม่นานเพจ “คู่รักนักตบ” ก็ลงรูปคู่ผมกับพี่ปอนด์ทันทีพร้อม #ปัณณ์ปอนด์ ความเห็นเริ่มแตกเป็นสองฝ่ายสำหรับคนจิ้นผมกับพี่วิน และจิ้นผมกับพี่ปอนด์เริ่มไม่ชอบและเม้นด่ากันบ้าง...พอตกเย็นที่เราต้องกลับมาซ้อมกีฬา วันนี้พี่วินอารมณ์เสียขั้นสุดเลยครับ ทั้งด่าเพื่อนในทีม เล่นก็ไม่ได้ตามมาตรฐานของตัวเอง และถึงขั้นเกือบจะมีเรื่องต่อยกับพี่ปอนด์ด้วย (อันนี้ผมตกใจมาก ไม่คิดว่าพี่วินจะโมโหแรงขนาดนั้น....แต่ไม่รู้ว่าพี่เขาเป็นอะไรช่วงนี้)

ทันทีที่เกิดเรื่อง โค้ชเรียกทั้งคู่เข้าไปด่าในห้องพักทันที....ไม่นานโค้ชก็เรียกผมเข้าไปด้วย
“ไอ้ปัณณ์ เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากไอ้เพจบ้าๆนี่ใช่ไหม” โค้ชถามทันทีพร้อมหันจอมือถือที่เปิดเพจคู่รักนักตบมาให้ดู
“ผมไม่รู้ครับโค้ช” ผมตอบ....ก็ผมไม่รู้จริงๆนะครับ ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“กูบอกพวกมึงแล้วใช่ไหมว่า อย่าให้เกิดเรื่องทะเลาะกัน แย่งแฟนกันในชมรม” โค้ชบอกต่อ.....เดี๋ยวนะโค้ช แย่งแฟนอะไรหว่า....แย่งใคร ผมยัง งง อยู่เลยครับ
“ไอ้ปัณณ์มึงคือตัวปัญหา กูจะตัดงบค่าที่พักมึง 1 เดือน จนกว่าพวกมึงจะเคลียร์ตัวเองได้” โค้ชใส่ต่อที่ผมทันที
“โค้ชครับ ปัณณ์มันไม่เกี่ยวนะครับ มันไม่รู้เรื่อง ผมรับผิดชอบเองครับ” พี่วินพูดต่อทันที
“กูให้มึงพูดหรือยังไอ้วิน” โค้ชมาแบบนี้....ผมถึงกับหน้าซีดแทบร้องไห้เลยครับ....บอกตรงๆว่ากลัวครับ
“แต่โค้ชครับเรื่องนี้....” พี่วินพยายามพูดต่อ
“ถ้ามึงยังไม่หยุดกูจะเปลี่ยนหัวหน้าทีม แล้วพักแข่งมึงแมตช์หน้า” เสียงโค้ชตะโกนบอกพี่วินต่อทันที

สิ้นเสียงนั้นของโค้ช ผมน้ำตาไหลไปแล้วครับ....ก้มหน้าร้องให้ทันที
“พวกมึงออกไปข้างนอกได้แล้ว ไอ้ปัณณ์มึงอยู่ก่อน” โค้ชบอกให้พี่วินกับพี่ปอนด์ ออกไปข้างนอกและให้ผมอยู่ต่อ
“ไอ้ปัณณ์ กูดึงมึงมาเรียนที่นี่ กูต้องการให้มึงเป็นนักกีฬาที่เก่ง กูเห็นครอบครัวมึงไม่มีเงินส่งให้เรียน กูก็พยายามหาช่องทางให้ กูช่วยมึงขนาดนี้ มึงจะเอาอนาคตมาทิ้งกับไอ้เรื่องพวกนี้หรอ” โค้ชใส่ผมทันทีที่พี่วินกับพี่ปอนด์ออกไป
“.............” ผมได้แต่ก้มหน้าร้องไห้.....ทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไรเลยด้วยซ้ำ
“กูไม่ได้ห้ามพวกมึง ถ้ามึงจะรักจะชอบใคร แต่กูแค่ขอให้อย่ามีเรื่องมารบกวนตอนซ้อมตอนแข่งแค่นั้น” โค้ชบอกต่อ
“กูทำโทษมึงแค่เรื่องเดียว ทีเหลือมึงจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ออกไปได้แล้ว” โค้ชบอกและไล่ให้ผมออกจากห้อง

ทันทีที่เดินออกจากห้อง ผมก้มน้ำต่อเพราะถึงน้ำตามันจะหยุดแล้ว แต่มันยังคงเห็นตาที่แดงๆของผมอยู่ ผมเดินเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ....
“ปัณณ์.....พี่ขอคุยด้วยหหน่อย” เสียงพี่อัฐเดินมาด้านหลังและเรียกผมและยืนหันหลังพิงอ่างน้ำ
“ครับพี่” ผมตอบ
“พี่ไม่รู้ว่าเรื่องมันเกิดอะไรยังไง พี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่พี่จะบอกว่า ถ้าปัณณ์จะทำอะไร ก็ชัดเจนไปเลย ความรู้สึกถ้าไม่พูดมันออกไป มันจะอึดอัด” พี่อัฐพูดต่อ
“ผมไม่รู้อะพี่อัฐ ผมยังงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ผมตอบ
“พี่พอจะดูออกบ้างนะว่าไอ้วินกับไอ้ปอนด์มันคิดยังไงกับปัณณ์” พี่อัฐพูดต่อ
“มันทั้งคู่เป็นนักกีฬาที่ฝีมือดีทั้งคู่ พี่ไม่อยากให้มันทิ้งอนาคตไว้กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง” พี่อัฐพยายามอธิบายต่อ
“ปัณณ์ต้องเคลียร์ตัวเองให้ได้ และชัดเจนกับความรู้สึกตัวเองให้ได้ เลือกให้ถูกว่าเรารู้สึกดีกับคนไหน” พี่อัฐบอกต่ออีก
“พี่จะบอกว่าให้ปัณณ์เลือกใครสักคนหรอครับ” ผมถามทันที
“พี่ก็ไม่รู้นะว่าปัณณ์ คิดยังไงกับไอ้สองคนนั้น แต่ปัณณ์จะปล่อยให้มันคาราคาซังแบบนี้ไม่ได้” พี่อัฐยังคงพูดต่อในมุมที่พี่เขาเห็นจากคนนอกมองเข้ามา
“ผมไม่รู้อะ ผมไม่.....” แค่นั้นแหละผมน้ำตาล่วงอีกแล้ว
“................” พี่อัฐดึงผมเข้าไปกอดปลอบ

“พี่รู้ว่าตอนนี้ปัณณ์อาจจะสับสน หรือยังไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง แต่ค่อยๆคิดแล้วพูดจากความรู้สึกออกไป พี่เชื่อว่าสองคนนั้นมันเข้าใจ” พี่อัฐพูดต่อ
“ปัณณ์....พี่มีอะไรจะบอก” พี่อัฐพูดแล้วเงียบไป
“พี่กับพี่บุ๊คเราเป็นแฟนกันมาตั้งแต่ ม.2 แล้วนะ เราเล่นวอลเลย์ด้วยกันตลอด เราตกลงกันว่าจะไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวกับเรื่องวอลเลย์เพราะเราสองคนก็รักวอลเลย์มากเหมือนกัน” พี่อัฐพูดขึ้น.....อันนี้ผมหยุดร้องไห้และ อึ้ง ไปสักพัก (ก็ไม่รู้ว่าพี่สองคนเขาเป็นแฟนกันนะ นึกว่าเป็นเพื่อนที่สนิทกันเฉยๆ)
“เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นะ นอกจากไอ้วิน แล้วก็ปัณณ์” พี่อัฐพูดอีก
“ล้างหน้าล้างตาแล้วออกไปรวมกับเพื่อนๆ เหอะโค้ชน่าจะเลิกซ้อมเลยวันนี้” พี่อัฐบอก
“ครับ” ผมตอบ

หลังจากได้ยินพี่อัฐพยายามบอกในสิ่งที่ผมควรทำ....แต่ผมยังไม่เข้าใจมันอยู่ดี ถ้าลองมาคิดดูสิ่งที่พี่อัฐบอกคือ ทั้งพี่วิน และพี่ปอนด์ คิดกับผมเกินน้องชายหรือเพื่อนร่วมทีมหรอครับ ต่อให้ผมจะแอบคิดว่ามันอาจจะมีบางทีที่พี่เขาทำเกินกว่าพี่น้องจะทำให้กันก็เหอะ แค่ไม่ได้คิดว่ามันจะเกิดปัญหาใหญ่ขนาดนี้

และวันนี้โค้ชยกเลิกซ้อมจริงๆครับ ทุกคนพากันแยกย้ายกลับ โดยไม่มีใครพูดอะไร เพื่อนในทีมแต่ละคนถ้าไม่รวมพี่อัฐกับพี่บุ๊คจะคิดยังไงกับผมที่เป็นตัวต้นเหตุให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ไอ้โป้งเดินเข้ามาแตะไหล่ผมและยิ้มให้ แต่ไม่ได้พูดอะไรและเดินกลับออกจากยิมไป....

ทุกคนเดินออกไปจากโรงยิมหมดแล้วเหลือแค่ผม พี่วิน พี่ปอนด์ ซึ่งนั่งห่างกัน....

ผมว่าเราต้องเคลียร์กันนะครับ....ผมปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ตัดสินใจเดินไปหาพี่วินและดึงมือพี่วินลุกขึ้นเดินไปทางพี่ปอนด์
“พี่วิน พี่ปอนด์ ปัณณ์ว่าเราต้องเคลียร์เรื่องนี้กันให้จบ” ผมเริ่มพูดทันที
“กูชอบมึงไอ้ปัณณ์” พี่ปอนด์พูดขึ้นมาทันทีและไม่มองหน้าพี่วิน
“..................” ผมก็ตกใจอยู่เหมือนกันนะครับ ไม่คิดว่าพี่ปอนด์จะคิดงี้กับผมด้วย
“เรื่องอื่นเอาไว้ก่อนครับ พี่สองคนเป็นอะไร จะต่อยกันทำไม” ผมถาม
“ไม่มีอะไรปัณณ์ เดี๋ยวเรื่องค่าเช่าหอพี่ช่วยนะ” พี่วินพยายามเสนอตัวช่วยค่าเช่าห้องผม
“พี่ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง เรื่องค่าหอถ้าไม่มีจ่ายปัณณ์ไปนอนข้างถนน หรือนอนวัดก็ได้ครับ” ผมตอบแบบโมโห
“เอาเรื่องที่พี่สองคนต่อยกันนี่ก่อน” ผมถามอีก
“พี่แค่หงุดหงิด พี่ขอโทษ” พี่วินตอบ
“พี่ปอนด์ แล้วพี่หล่ะ” ผมถามกลับพี่ปอนด์
“พี่.....” พี่ปอนด์กำลังจะพูด
“ไอ้ปอนด์ กูขอโทษมึงด้วยแล้วกัน ที่กูหงุดหงิดใส่” พี่วินพูดขึ้นพร้อมกอดคอพี่ปอนด์
“มึงคือเพื่อนรักกู กูจะไม่ทำแบบนี้กับมึงอีก” พี่วินพูดขึ้น
“เออ กูไม่ได้โกรธมึง” พี่ปอนด์พูดตอบ
“กูสัญญาจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” พี่วินพูดต่อ
“กูยินดีกับมึงด้วยนะเพื่อน กูกลับบ้านละ เจอกันพรุ่งนี้” พี่วินพูดขึ้น....ยินดีอะไรวะ ผมนึกในใจตาม
“พี่กลับนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้” พี่วินหันมาบอกผมและเดินกลับไปเก็บของกลับ จากนั้นเดินออกไปจากโรงยิมทันที

“กลับกันเหอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” พี่ปอนด์พูดขึ้น
“ไม่ต้องอะพี่ พี่กลับบ้านเหอะ” ผมตอบและเดินออกจากยิมทันที ผมตรงไปที่ป้ายรถเมย์หน้าโรงเรียนเพื่อรอรถกลับหอพัก....ในระหว่างที่กลับหอ ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าโดนตัดงบค่าที่พักนี่ว่า จะทำยังไงดี เฉพาะค่ากิน ค่าอุปกรณ์การเรียนบางเดือนยังใช้หมดเกลี้ยงเลย แล้วจะเอาเงินไหนไปปจ่ายค่าที่พักที่โดนตัดไป 1 เดือน.....ปวดหัวโว้ยยยยยย...

กลับถึงห้อง....อาบน้ำ นอน...

วันนี้เป็นวันหยุด...ผมนอนคิดว่าจะหาเงินจากไหนมาเป็นค่าใช้จ่าย ค่ากินยังพอมี ค่าเช่าห้องน่ะไม่มีแน่นอนเดือนนี้ ต่อให้มันจะแค่ 2500 ต่อเดือนมันก็เยอะนะสำหรับผม ถ้าจะโทรไปขอตากับยายจะมีให้ไหมน่ะ....(แต่ไม่เอาดีกว่า ไม่อยากรบกวน เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ผมสร้างขึ้นต้องแก้มันด้วยตัวเอง) ค่อยคิดอีกทีกว่าจะสิ้นเดือน ลองประหยัดเรื่องกินไปก่อนอาจจะพอมีเงินเหลือสักหน่อยค่อยขอเจ้าของหอพักผ่อนเอา...

เริ่มวันจันทร์การซ้อมกลับมาเป็นปกติได้แล้ว...แต่ที่ไม่ปกติก็คือระหว่างสัปดาห์นี้ พี่ปอนด์ดูรุกหนักมากกับการจีบผมแบบจริงจังเลยครับ ซึ่งผมตอบปฎิเสธพี่เขาไปนะครับ ดูกันไปก่อนครับ ยังไม่อยากปวดหัวกับเรื่องนี้ ขอตั้งเป้าหมายกับการเรียนและการแข่งกีฬาที่กำลังจะมาถึงก่อนครับ

พี่ปอนด์ก็บอกว่าเข้าใจนะครับ แต่ก็ยังพยายามหาเวลาใกล้ผมตลอดที่อยู่ที่โรงเรียน จน # ปัณณ์ปอนด์ เริ่มแซง #ปัณณ์วิน แล้วครับ (ช่วงนี้พี่วินจะไม่ค่อยเข้าใกล้ผมเท่าไหร่ จะเจอกันแค่ในสนามซ้อม) แต่ผมสังเกตดูแล้วผมว่าพี่วิน ฝีมือการเล่นตกลงไปจากมาตรฐานของพี่เขาเยอะเหมือนกัน แอบเป็นห่วง....

“พี่วิน ช่วงนี้เครียดอะไรหรือเปล่าครับ ดูไม่ค่อยฟิตเลย” ผมถาม
“ไม่มีอะไรครับ” พี่วินบอก
“มีอะไรไม่สบายใจบอกปัณณ์ได้นะครับ พี่ก็เหมือนพี่ชายปัณณ์นะครับ” ผมบอก
“ขอบคุณครับ ปัณณ์” พี่วินขอบคุณผม

ระหว่างเดือนที่ผ่านมาผมไม่ได้สนใจเรื่องอื่นครับ นอกจากเรียนกับเล่นกีฬาให้ดีที่สุดตามความตั้งใจเดิมของผม....จนลืมแม้กระทั่งวันเกิดตัวเอง

วันนี้เป็นวันเกิดผม(ซึ่งผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำ) คนแรกที่จำมันได้คือ พี่วิน
....Line จากพี่วิน...
“สุขสันต์วันเกิดครับปัณณ์” (พร้อมส่งรูปสติ๊กเกอร์ HBD มาให้)


ข้อความเพียงสั้นๆ ที่ผมได้รับในเที่ยงคืนของวันเกิดผม ที่ได้รับเป็นข้อความแรกและข้อความเดียว (นอกนั้นจะมาใน Facebook จากเพื่อนที่เชียงใหม่ซะเป็นส่วนใหญ่) เลยคิดว่าอยากจะทำบุญไปให้แม่สักหน่อย พอเช้าขึ้นมาเลยตื่นเร็วกว่าปกติเพื่อไปเตรียมซื้อของใส่บาตรก็ไม่ได้มีอะไรมาก มีข้าวและกับข้าวกับดอกไม้ เพื่อใส่บาตรในวันเกิดให้แม่ ไม่รู้ว่าแม่จะยังเฝ้ามองดูอยู่หรือเปล่า แต่ผมคิดถึงแม่ทุกวันครับ....

ผมกลับไปที่ห้องเพื่อเตรียมตัวแต่งตัวออกไปเรียน...และนึกขึ้นได้ผมเอากล่องของที่แม่เก็บมาด้วย มันเป็นกล่องเหล็กเล็กๆตั้งแต่แม่เสียไปผมไม่เคยเปิดมันดูเลยครับ แค่พกติดตัวมาที่กรุงเทพด้วยเพื่อให้เหมือนว่าแม่อยู่ใกล้ๆครับ

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเปิดมันดู....ข้างในมีแหวนเงิน 1 วงสลักชื่อ “ปราณ x สุรี”
(สุรีคือชื่อแม่ผม ส่วนปราณ นั้นไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะผมไม่รู้จักและไม่เคยได้ยิน)
ในกล่องยังมีรูป 1 ใบเป็นรูปแม่ผมถ่ายคู่กับผู้ชายคนหนึ่ง (หรือจะเป็นพ่อผม ที่ชื่อปราณ) ผมเลยเก็บรูปใส่กระเป่าสตางค์ไว้ ส่วนแหวนผมก็ลองเอามาใส่ดู ใส่ได้แค่นิ้วก้อย ใส่ติดตัวไว้ก็น่าจะดี แหวนของแม่

ช่วงพักเที่ยงผมตัดสินใจโทรไปหาน้า....อยากรู้เรื่องของแหวนและรูปว่าใช่พ่อผมหรือเปล่า(แต่ผมไม่คิดจะตามหานะครับ เพราะถ้าท่านทิ้งผมจนโตมา 16 ปีแล้วยังไม่เห็นคิดจะตามหาผมเลย เขาอาจจะไม่รู้ว่ามีผมเป็นลูกหรือหรืออาจจะไม่ต้องการมีผมอยู่ตั้งแต่แรกมั้งครับ)
“น้าครับ ปัณณ์มีเรื่องอยากถาม” ผมถามน้าทันที
“ว่าไงปัณณ์” น้าตอบรับ
“ปราณนี่เป็นใครหรอครับ” ผมถามทันที
“ปัณณ์รู้ชื่อนี้มาจากไหน” น้าถามผมทันที
“ปัณณ์เจอรูปแม่กับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วก็แหวนสลักชื่อแม่กับชื่อปราณครับ” ผมบอก
“ปัณณ์อย่าพูดเรื่องนี้ให้ตาได้ยินนะ” น้าห้ามผมทันที
“ทำไมครับน้า” ผมถามกลับ
“ปราณคือพ่อของปัณณ์นะ น่าจะคนในรูปนั่นแหละ น้าไม่ได้เห็นรูปนั้นนานแล้วตั้งแต่แม่ปัณณ์เสียไป” น้าพูดต่ออีก
“....................”ผมไม่ได้ตอบอะไรและฟังอย่างตั้งใจ
“เอาไว้กลับมาบ้านเมื่อไหร่ เดี๋ยวน้าเล่าให้ฟัง อยากรู้เรื่องพ่อหรอ” น้าถามผมกลับ
“เปล่าครับ วันนี้วันเกิดปัณณ์ แต่ปัณณ์ไม่มีใครอยู่ด้วยเลย เลยคิดถึงแม่ ก็เลยเปิดกล่องของแม่ เจอรูปกับแหวนครับ” ผมตอบ
“เอ้า....วันนี้วันเกิดปัณณ์นี่ น้าลืมเลย สุขสัตน์วันเกิดนะปัณณ์ น้าขอให้ปัณณ์ประสบความสำเร็จในทุกๆเรื่องนะ” น้าอวยพรผมทันที
“ขอบคุณครับน้า” ผมตอบขอบคุณ
“ไว้วันไหนกลับมาบ้านน้าจะเลี้ยงหมูกระทะชุดใหญ่เลยโอเคมั้ย” น้าพูดต่อ
“ได้ครับน้า แล้วตากับยายเป็นยังไงบ้างครับ” ผมถามต่อ
“ช่วงนี้แกป่วยบ่อยๆทั้งคู่เลย ก็คนแก่แหละ เจ็บอ่อดๆแอ่ด ๆ” น้าบอก
“คิดถึงบ้านจัง อยากกลับบ้าน แต่ไม่มีค่ารถ” ผมบอก
“เดี๋ยวน้ารับจ้างได้เงินมา จะส่งไปให้ จะกลับวันไหนบอกน้านะ” น้าบอกอีก
“ขอบคุณครับ” แล้วเราก็คุยกันสักพักถามโน้นนี้แล้วก็วางสายไป

พอตกเย็นระหว่างที่รอเพื่อนๆร่วมทีมที่จะมาซ้อมเย็นนี้ ผมมาถึงก่อนก็ได้นอนรอและหยิบรูปแม่ขึ้นมาดู
“ดูอะไรอยู่ปัณณ์” เสียงพี่วินมาจากด้านบนหัวที่ผมนอนอยู่
“พี่วิน” ผมตกใจนิดหหน่อย
“นอนดูรูปแม่อยู่ครับ” ผมบอก
“วันนี้วันเกิดนิ คิดถึงแม่ละซิ” พี่วินถามต่อ
“ครับ” ผมตอบ
“แล้วเป็นยังไงกับไอ้ปอนด์ช่วงนี้” พี่วินถามต่อ
“ก็ไม่ยังไงครับ เรื่อยๆนะครับ” ผมตอบ
“ดีแล้ว ปอนด์มันรักปัณณ์มาก มันดูแลปัณณ์ได้ดี พี่ก็สบายใจ” พี่วินบอก....จริงๆผมยังอยากให้พี่วินดูแลผมเหมือนตอนแรกๆที่เราเจอกันนะครับ....ผมคิดในใจ
“พี่ขอดูรูปแม่ของปัณณ์บ้างได้ไหม” พี่วินพูดขึ้น
“ได้ครับ” ผมตอบและยื่นไปให้ดู
“................” พี่วินทำท่าทางขมวดคิ้วและสงสัยบางอย่างในรูปและถามขึ้น

“ปัณณ์ นี่พ่อปัณณ์หรอ” พี่วินถามทันที
“น้าของปัณณ์บอกว่าใช่ครับ ชื่อปราณ แต่ปัณณ์ไม่เคยเจอ น่าจะเสียไปแล้วมั้งครับ” ผมตอบ
“ปัณณ์ มีอะไรกับไอ้ปอนด์หรือยัง ถึงขั้นไหนกันแล้ว” พี่วินดูสีหน้าตื่นตระหนกขึ้นทันที
“เอ้ย....พี่ ยังไม่มี ปัณณ์ไม่ได้คิดกับพี่ปอนด์แบบนั้น ตอนนี้” ผมบอกทันที

“ทำไรกันอยู่ไอ้วิน ปัณณ์ คู่จิ้นในตำนาน” เสียงพี่ปอนด์เดินเข้ามาทัก
“เปล่า ไม่มีอะไร” พี่วินตอบและเก็บรูปลงทันที
“มึงซ่อนอะไรไอ้วิน เอามาให้กูดูด้วย” พี่ปอนด์ตาดีเห็นทันบอกเพื่อนของเขา
“ไอ้วิน มึงไม่เคยมีความลับกับกู” เสียงพี่ปอนด์บอกเพื่อนรักของเขาอีกที
“มึง.....” พี่วินเรียกพี่ปอนด์และเอารูปออกมาให้ดู
“ใครวะ” พี่ปอนด์ แต่น่าจะยังเห็นไม่ชัด
“พ่อกับแม่ปัณณ์” พี่วินบอก

ทันทีที่พี่ปอนด์ก้มมาดูใกล้ๆ และหยิบรูปในมือพี่วินไปดูสีหน้าพี่ปอนด์เปลี่ยนไปเลยครับ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว เรื่องเก่าพึ่งเคลียร์ไป ทำไมพี่ปอนด์กับพี่วินถึงดูตกใจกับหน้าพ่อแม่ผม พี่ปอนด์มองหน้าผมและเอารูปของแม่ผมไปและเดินออกไปจากโรงยิมทันที แม้จะสวนกับใครก็ไม่พูดไม่จาไม่ทักทายใคร ผมตะโกนเรียกให้เอารูปผมกลับมาก็ไม่มีเสียงตอบรับ วันนี้พี่ปอนด์โดดซ้อมครับ มันเกิดอะไรขึ้น ผมผิดอะไรอีกหรือเปล่าครับ.....

 :katai1: :katai1: :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
วุ่นวายไปหมด

ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
ปีเก่ากำลังจะผ่านไปแล้ว....ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ขอให้ทุกคนพบเจอแต่เรื่องดีดี สุขภาพกายใจแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บตลอดปีและตลอดไปนะครับ....

EP07.ขอบคุณที่อยู่ข้างกันครับ

วันนี้โดนโค้ชด่าทั้งทีมเลยครับ....สร้างแต่เรื่องวุ่นวาย ในการซ้อมไม่จบไม่สิ้น (เพราะพี่ปอนด์โดดซ้อมคนเดียวเลย) เราซ้อมเหมือนโดนทำโทษเลยครับ ไม่ลงทีมซ้อม แต่โดนซ้อมเสิร์ฟ ซ้อมตีบอลแบบนับลูกดีลูกเสีย ถ้าไม่ได้เริ่มนับใหม่....ไล่บอลรับห้ามตกพื้น บอลบล็อก....ถึงขั้นหมดแรง

“พี่วิน ปัณณ์ถามหน่อยซิครับ”ผมถามทันทีที่ซ้อมเสร็จ
“หืม..” พี่วินตอบรับ
“วันนี้พี่ปอนด์เป็นอะไรครับ” ผมถามทันที
“ปัณณ์แน่ใจใช่ไหมว่าคนในรูปคือพ่อปัณณ์” พี่วินถาม
“น้าปัณณ์บอกว่าใช่นะครับ แต่ปัณณ์ไม่เคยเห็นหน้า ปัณณ์ยังไม่เกิดครับ” ผมตอบ
“คนในรูปคือลุงปราณพ่อไอ้ปอนด์” พี่วินพูดขึ้นเล่นเอาผมตกใจเหมือนกัน.....ไม่ใช่หรอกมั้งไม่น่าจะบังเอิญขนาดนั้น
“พี่ก็ไม่รู้ว่ามันยังไง แต่คนในรูปพี่มั่นใจว่าคือพ่อไอ้ปอนด์” พี่วินบอกอีก

ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เท่ากับว่าผมกับพี่ปอนด์เป็นพี่น้องกันหรอครับ....ก็ไม่น่าจะใช่ หรือว่าใช่....ปวดหัวอีกแล้ววุ้ย!!! กลับห้องดีกว่า.....

“เอ้า....พี่วินตามมาทำไม” ผมถามทันทีที่เห็นพี่วินขึ้นบนรถเมล์ตามผมมา
“เหม่ออะไร” พี่วินถาม
“เปล่าครับ แค่คิดอะไรเพลินๆ” ผมตอบ
“ไม่ต้องคิดมากเรื่องไอ้ปอนด์นะ เดี๋ยวพี่ช่วยพูดให้” พี่วินบอกต่อ
“ครับ ปัณณ์แค่เป็นห่วงพี่ปอนด์ ปัณณ์ไม่รู้ว่าปัณณ์ทำอะไรผิดอีกหรือเปล่า” ผมพูดขึ้น
“ถ้ามันเป็นเรื่องจริง...ปัณณ์ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ เรื่องที่พ่อแม่เราทำไว้มันเกิดขึ้นก่อนที่เราจะรู้เรื่อง มันไม่ใช่ความผิดของเราครับ อย่าโทษตัวเอง” พี่วินพูดกับผมอีก
“ครับ” ผมตอบรับแบบเหม่อๆ

ผมนั่งรถมาถึงที่ป้ายจะลงหอพัก....พี่วินก็ตามมาด้วย
“ไม่กลับบ้านหรอครับ” ผมถาม
“ให้พี่อยู่เป็นเพื่อนไหม วันนี้” พี่วินถามทันที
“ไม่เป็นไรครับ ปัณณ์โอเค” ผมตอบ
“แน่นะ” พี่วินย้ำอีก
“ครับ พี่กลับไปพักผ่อนเหอะครับ ซ้อมก็เหนื่อยกันจะแย่อยู่แล้ว” ผมบอก
“มีอะไรโทรหาพี่นะ” พี่วินบอกก่อนจะขอตัวกลับ

หลังจากทำจิตใจให้ผ่านเรื่องวุ่นวายในหัวสมองนี้ไป ผมถึงกับหลับแบบลืมกินข้าวเย็นเลย มันเพลียมากเป็นสองสามเท่า รู้สึกหมดแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน....

เช้าวันต่อมา....
พี่ปอนด์เดินมาหาผมที่ห้องเรียน ก่อนที่คาบเรียนแรกจะเริ่ม เดินเข้ามาหาผมในห้องและหยิบรูปคืนผมแบบไม่พูดและดูเหมือนโกรธๆผมด้วย และเดินออกไปเลย
“เกิดอะไรขึ้นวะ” ไอ้โบ๊ทถามทันที
“ไม่รู้วะ” ผมตอบและหยิบรูปใส่กระเป๋าทันที
“พี่เขาดูไม่พอใจมึงมากเลยไอ้ปัณณ์” ไอ้พู่กันพูดขึ้นบ้าง
“เดี๋ยวตอนเย็นกูไปเคลียร์ที่สนามอีกที” ผมบอก

หลังจากเรียนเสร็จครึ่งเช้า....ปกติช่วงเที่ยงก็จะมีพี่วินกับพี่ปอนด์มาวนเวียนกับพวกผม แต่วันนี้ไม่มีครับ คงโกรธอะไรผมแน่ๆ แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าโกรธอะไร และพอตกเย็นที่เราจะต้องซ้อมวอลเลย์ด้วยกัน ก็ยังลงทีมเดียวกันนะครับ แต่ที่เปลี่ยนไปคือพี่ปอนด์แทบจะไม่เซ็ตบอลมาที่ผมเลย ทั้งที่มันควรส่งมาเพราะหน้าบล็อคของฝั่งผมน่าจะว่างและตีผ่านได้ง่าย แต่กลับไม่ส่งมา...
“ไอ้ปอนด์ วันนี้มึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย หน้าบล็อคแบบนี้ทำไมมึงไม่จ่ายบอลหลังให้ไอ้ปัณณ์” เสียงโค้ชดุพี่ปอนด์ทันที
“ขอโทษครับโค้ช ผมเห็นว่าหน้าโค้งหลักน่าจะทำแต้มได้ดีกว่า” พี่ปอนด์ตอบ....(ทั้งที่เขาจับบล็อกถึงสองคนเนี่ยนะ ตียากจะตายไปนั่น ผมคิดในใจ)
“วันนี้มึงดูไม่มีสมาธินะไอ้ปอนด์” โค้ชบอกอีกทันที
“ขอโทษครับ เดี๋ยวผมจะปรับให้ครับ” พี่ปอนด์พูดขึ้น

ตลอดการซ้อมพี่ปอนด์ไม่พูดกับผมเลยสักคำ พี่วินก็น่าจะเห็นได้จากท่าทางที่เปลี่ยนไปของพี่ปอนด์ หลังจากเลิกซ้อมพี่วินขอเรียกคุยกับพี่ปอนด์และผม เพื่อเคลียร์ปัญหานี้ให้จบ....

“ไอ้ปอนด์ กูถามมึงจริงๆนะ มึงเป็นอะไร มึงโกรธอะไรไอ้ปัญณณ์” พี่วินถามทันที
“มึงไม่ต้องรู้หรอก ไอ้วิน มันไม่ใช่เรื่องของมึง” พี่ปอนด์ตอบ
“ไหนมึงสัญญากับกูว่าจะไม่มีเรื่องปิดบังกัน แล้วมึงจะบอกกูทุกอย่างถ้ามึงไม่สบายใจ” พี่วินสวนกลับเพื่อนทันที
“ไอ้วิน มึงฟังกูนะ มึงจะให้กูทำใจเรื่องนี้ง่ายๆได้ไงวะ แม่ไอ้ปัณณ์เกือบทำครอบครัวกูพังมาแล้วนะ” พี่ปอนด์พูดขึ้น.....อันนี้แน่ใจละ ว่าผมกับพี่ปอนด์มีพ่อคนเดียวกันแน่ๆ ถ้าพี่ปอนด์มาแบบนี้
“มึงจะบอกว่ามึงกับปัณณ์มีพ่อคนเดียวกัน” พี่วินถามต่อ
“เออ....พ่อกูยอมรับแล้ว” พี่ปอนด์ตอบ

“พี่ปอนด์ ปัณณ์ขอโทษ ปัณณ์ไม่ได้ต้องการอะไรจากพ่อพี่นะครับ ปัณณ์ไม่รู้ด้วยว่าพ่อปัณณ์คือใคร ปัณณ์ก็พึ่งเคยเห็นรูปนี้ครั้งแรกครับ” ผมเอ่ยขอโทษพี่ปอนด์ทันที
“..............” พี่ปอนด์ไม่ได้ตอบ และไม่มองหน้าผมด้วยซ้ำ
“ปัณณ์ ไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้นจริงๆ ปัณณ์ไม่เข้าไปยุ่งกับครอบครัวของพี่หรอกครับ ปัณณ์ขอโทษ” ผมบอกขอโทษอีกครั้ง
“ไอ้ปอนด์มึงฟังกูนะ เรื่องที่รุ่นพ่อแม่ของเราทำกันไว้ มึงว่าไอ้ปัณณ์ มันจะรู้เรื่องอะไรไหม มึงเองก็ไม่ได้รู้เรื่องมาก่อนไม่ใช่หรือไง” พี่วินบอกพี่ปอนด์อีก
“กูไม่รู้ กูขอตัวนะ” พี่ปอนด์พูดและเดินแยกออกไปทันที

หลังจากที่พยายามเคลียร์กันแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเรื่องมันจะเป็นยังไงต่อไป พี่ปอนด์จะโอเคกับผมไหม เพราะถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป มันส่งผลกับการเล่นวอลเลย์บอลของผมแน่ๆ เพราะพี่ปอนด์คือเซ็ตเตอร์ของทีม ก็เหมือนหัวใจหลักของทีม ถ้าหัวใจหลักเป๋ไป แน่นอนว่าทั้งทีมก็ต้องรวนไปด้วยแน่ๆ

หลังจากผ่านวันที่ได้พูดเคลียร์ไปแต่ก็ยังไม่ปกตินะครับ พี่ปอนด์ยังไม่คุยกับผม แต่การจ่ายบอลและการเล่นวอลเลย์บอลด้วยกัน เริ่มกลับมาดีขึ้นเรื่อยๆ (แต่ถ้าผมสลับกับพี่เบส ให้พี่เบสเข้าทีมหลัก ดูพี่ปอนด์จะเล่นได้ดีกว่าและลื่นไหลกว่ามาก) ให้ผมเป็นตัวสำรองก่อนก็ได้ครับ ผมโอเคถ้ามันทำให้ทีมดีขึ้น ผมแอบคิดในใจ.....

หลังเลิกเรียนวันนี้ผมเดินออกไปเพื่อหาอะไรรองท้องก่อนที่จะมารอซ้อมที่สนาม ทันทีที่เดินมาถึงหน้าโรงเรียน....ผมเห็นคุณลุงคนหนหนึ่งซึ่งหน้าเหมือนกับคนในรูปที่ทุกคบอกว่าคือพ่อปราณ พ่อของผมกับพี่ปอนด์ แต่ผมไม่ได้สนใจนะครับ เขาน่าจะมารอใครสักคน....
“หนูๆ...หนูรู้จักปอนด์ ปภังกร ม.5 บ้างไหม” เสียงเหมือนใครพูดข้างหลังผม ผมจึงหันไปดู
“พี่ปอนด์ที่เล่นวอลเลย์บอลหรือเปล่าครับ” เสียงเด็กนักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้น
“ใช่ๆ คนนั้นแหละ” ลุงคนนั้นพูดอีก
“นั่น นักกีฬาที่อยู่ทีมเดียวกับพี่ปอนด์ครับ ลุงลองถามเขาดู” เด็กคนนั้นชี้มาที่ผม และลุงก็เดินมาหาผมทันที

.....นี่คือพ่อผมจริงๆหรอครับ....ทำไมผมไม่มีความรู้สึกผูกพันอะไรเลยสักนิด หรือว่าจะไม่ใช่ คงเข้าใจผิดกันไปเอง....หรือต่อให้มันใช่จะเอาอะไรมาผูกพันในเมื่อไม่เคยเจอไม่เคยเลี้ยงและไม่เคยส่งเสียอะไรเลยตลอด 16 ปีที่ผ่านมา.....

“หนูเป็นนักวอลเลย์ใช่ไหม เห็นปอนด์ ม.5 บ้างไหม” ลุงเขาเดินมาถามผม
“พี่ปอนด์น่าจะอยู่ที่โรงยิมนะครับ ผมยังไม่เจอเลยครับ” ผมตอบ....ผมจะไม่บอกว่าตัวผมเป็นใครนะครับ
“พาลุงเข้าไปหาปอนด์หน่อยได้ไหม ลุงจะคุยกับลูกลุงหน่อย ลุงเป็นพ่อเขา” พ่อพี่ปอนด์พูดขึ้นต่อทันที
“................” ผมยังไม่ได้ตอบอะไร และยังมองแบบงงๆอยู่ว่าพาคนนอกเข้าไปได้ไหมนะ มันจะผิดกฎโรงเรียนหรือเปล่า

“ไอ้ปัณณ์ มึงมายุ่งอะไรกับพ่อกู” พี่ปอนด์มาจากทางด้านหลังเรียกชื่อผมและคว้าตัวผมออก จนผมเซและล้มลงกับพื้น
“ไอ้ปอนด์ใจเย็น” พี่วินวิ่งเข้ามาห้าม
“เป็นไรไหมปัณณ์” พี่วินเข้ามาพยุงผมขึ้นทันที
“ปอนด์ทำน้องเขาทำไม” พ่อพี่ปอนด์พูดขึ้น
“พ่อมาทำไม” พี่ปอนด์ถามพ่อเขาทันที
“มาตามปอนด์กลับบ้านนี่แหละ” พ่อพี่ปอนด์พูดอีก.....อ้าว อย่าบอกนะว่าตั้งแต่เกิดเรื่องไม่ได้นอนที่บ้าน
“พ่อแน่ใจนะว่ามาตามปอนด์ ไม่ได้มาตามหาไอ้นี่” พี่ปอนด์พูดขึ้นพร้อมชี้มาที่ผม
“แล้วนี่ใครหล่ะ พ่อจะมาตามหาทำไม” พ่อพี่ปอนด์พูดและถามว่าผมเป็นใคร
“ก็ไอ้ปัณณ์ลูกเมียน้อยพ่อไง” พี่ปอนด์ตอบ....โห้ววว ฟังแล้วเจ็บจี๊ดอยู่เหมือนกันนะครับ
“ปอนด์ฟังพ่อนะ พ่อมีปอนด์เป็นลูกแค่คนเดียว พ่อรักแม่ของปอนด์คนเดียว กลับไปนอนบ้านเรานะลูก” พ่อพี่ปอนด์พูดขึ้นต่อ เพื่อให้พี่ปอนด์ใจเย็นและยอมกลับบ้าน

.....แต่ไม่รู้ทำไม อยู่ๆผมก็ใจมันสั่นๆหวิวๆ ขึ้นมา จากคำพูดนั้นของพ่อพี่ปอนด์ แค่คำว่า “พ่อมีปอนด์เป็นลูกแค่คนเดียว” ไม่นานน้ำตาก็ไหลทันที มันทำไมรู้สึกเจ็บแบบบอกไม่ถูก พยายามกลั้นน้ำตาแล้วนะครับ มันกลั้นไม่ได้จริงๆ มันไหลออกมาแบบเหมือนจะไม่ยอมหยุดและไม่มีวันหมดเลย
“ปัณณ์ ปัณณ์ โอเคมั้ย” พี่วินเรียกชื่อผมและดึงผมเข้าไปกอดทันที
“................” ผมไม่ได้ตอบ ยิ่งพี่วินกอดและพูดกับผม มันยิ่งทำให้ผมร้องไห้หนักมากกว่าเดิมอีกครับ
“พ่อครับ วินพาปัณณ์เข้าไปในโรงยิมก่อนนะครับ วินขอตัวนะครับ” พี่วินบอกกับพ่อพี่ปอนด์
“ไอ้ปอนด์ ใจเย็นๆ ค่อยๆคุยกับพ่อ แล้วตามกูเข้าไปที่ยิมนะ กูรอข้างใน” พี่วินพูดกับเพื่อนเขาทันที

ทันทีที่เดินเข้ามาขางใน พี่วินพาผมไปด้านหลังโรงยิมตรงที่พักห้องที่เรานอนเก็บตัว และตรงไปที่ล็อคเกอร์ พร้อมนั่งลง....

ผมยังคงร้องไห้อยู่เรื่อยๆ มันไหลออกมาเองแบบไม่รู้ว่าทำไม หรือใจจริงผมก็อยากให้พ่อยอมรับผมด้วยเหมือนกัน ในความคิดที่บอกว่าไม่ได้ต้องการอะไรจากคนที่เรียกว่าพ่อ....แต่ส่วนที่ลึกของความรู้สึกมันก็อาจจะยังแอบหวังว่าผมจะได้เจอและเรียกพ่อว่าพ่อเหมือนกับคนอื่นๆบ้างละมั้งครับ มันเลยรู้สึกเจ็บกับคำนี้ขึ้นมา....

พี่วินนั่งข้างๆผม แบบไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่เอามือมาลูบที่หลังผมเบาๆ....

เวลาผ่านไปสักพักผมก็พยายามหยุดร้องไห้ให้ได้ และพยายามจะกลับมาเป็นปกติที่สุดเพื่อจะได้เริ่มซ้อมและทำตามฝันของผมต่อไป....

เวลาครับ เวลาเท่านั้นจะช่วยให้ผมลืมเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ผมจะต้องเข้มแข็งและเดินต่อไปให้ได้ มันเคยเป็นมาแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มันจะต้องเป็นแบบนี้ต่อไป....ผมมีแม่ที่ให้กำเนิดคนเดียวคือแม่สุรี มีตาที่ผมเรียกว่าพ่อ และยายที่ผมเรียกว่าแม่ สองท่านที่เลี้ยงผมโตมาจนป่านนี้ได้ แค่นั้น แค่นั้นจริงๆครับที่ผมจะคิดและทำมันต่อไป....

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกอย่างมันทำให้ผมคิดถึงบ้านและตากับยายมากๆ สัปดาห์หน้าจะมีวันหยุดยาว ผมเลยแพลนว่าจะกลับบ้านสัก 2-3 วัน (เพราะโค้ชให้หยุดซ้อม) แต่กลับมาเราจะต้องเก็บตัวนอนซ้อมที่ชมรมแล้วครับ เพราะใกล้แข่งกีฬานักเรียนระดับมัธยมปลายทั่วกรุงเทพแล้ว....

“พี่วิน พรุ่งนี้วันหยุดยาวเดี๋ยวปัณณ์จะกลับเชียงใหม่นะครับ” ผมบอกพี่วินทันทีที่เลิกซ้อม
“จะกลับบ้านหรอ ไปยังไง” พี่วินถาม
“ว่าจะนั่งรถไฟกลับครับ” ผมตอบ
“ปัณณ์ ถ้าพี่จะขอไปเที่ยวบ้านปัณณ์ด้วยจะได้ไหม” พี่วินถามกลับ
“พี่อยากไปหรอครับ” ผมถามต่อเพื่อความแน่ใจ
“..............” พี่วินพยักหน้าเป็นการตอบ
“ได้ครับ แล้วพี่จะบอกที่บ้านพี่ว่าไปไหน” ผมถามต่อ
“ก็บอกไปบ้านปัณณ์นี่แหละ พ่อแม่พี่ไม่ซีเรียสหรอก” พี่วินบอก
“ได้ครับ เดี๋ยวปัณณ์ดูตั๋วรถไฟเผื่อ”ผมบอก
“ทำไมเราไม่นั่งเครื่องไปลงเชียงใหม่หล่ะ มันเร็วกว่านะ” พี่วินถามอีก
“มันแพง ปัณณ์ไม่มีปัญญานั่งหรอกครับ” ผมบอก
“ปัณณ์ จะว่าอะไรไหม ถ้าพี่จะออกค่าเครื่องให้ จะได้ไม่ต้องนั่งรถไฟนานๆ” พี่วินบอกอีก
“ไม่เอาครับ” ผมตอบปฎิเสธทันที
“ปัณณ์ พี่ขอได้ไหมเรื่องนี้ให้พี่จัดการเอง พี่อยากให้ปัณณ์ได้เดินทางสบายๆ และกลับไปพักที่บ้านเพื่อจะได้มีแรงกลับมาสู้กันอีก อย่าขัดพี่เลยนะ” พี่วินบอก

ผมไม่ได้ตอบอะไรพี่เขา ก็รู้สึกขอบคุณนะครับ การที่ต้องตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ และเจอเรื่องวุ่นวายใจตลอดแบบนี้ต่อให้ผมจะเข้มแข็งมากแค่ไหน บางทีมันก็รู้สึกอ่อนแรงลงได้เหมือนกันนะครับ การที่จะกลับบ้านครั้งนี้ผมก็อยากกลับไปเอากำลังใจจากที่บ้านเหมือนกัน ตากับยายและน้าผมน่าจะให้ผมได้ดีที่สุดในตอนนี้

ช่วงที่เกิดเรื่องกับพี่ปอนด์ พี่วินกลับมาวนเวียนคอยอยู่ใกล้ๆสายตาผมมากขึ้นกว่าเดิมแล้วนะครับ (เรียกได้ว่าเกือบจะเหมือนเดิมแบบตอนเจอกันแรกๆเลยหล่ะครับ) ขอบคุณนะครับถ้าไม่มีพี่อีกคนผมก็ไม่รู้ว่าจะมีแรงเดิน หรือลุกขึ้นสู้กับความรู้สึกบ้าๆที่มันตีกันอยู่ในหัวนี่หรือเปล่า....

แล้ววันเดินทางก็มาถึง....แล้วผมก็ไม่ได้ขัดใจพี่วินนะครับ ให้พี่เขาจองตั๋วเครื่องบินให้ (มันก็ครั้งแรกของผมแหละในการขึ้นเครื่อง หูอื้อจนปวดหูเลยทีเดียว 555) แล้วก็มาถึงสนามบินเชียงใหม่ หลังจากนั้นต้องนั่งรถเข้าไป บขส.เพื่อต่อรถไปที่ตัวอำเภอที่บ้านอีกทีนะครับ (ก็บอกแล้วว่ามันไกล ยังจะตามมา) ซึ่งผมโทรบอกที่บ้านไว้แล้วว่าจะมีเพื่อนนักกีฬาไปเที่ยวบ้านด้วย พอถึงตัวอำเภอที่บ้าน น้าก็เอารถกระบะเก่าๆของบ้านเรามารับ เป็นกระบะตอนเดียวนะครับ เราเลยนั่งด้านหลังกลับ ส่วนข้างหน้าก็จะเป็นน้าคนขับ กับน้องสาวผม(ลูกสาวหน้านั่นแหละครับ ตามมารับผมด้วยคงคิดถึงผมแหละมั้ง 555)

“พ่อ แม่สวัสดีครับ” ผมสวัสดีตากับยายทันทีและวิ่งเข้าไปกอดแบบคิดถึงสุดๆ
“พี่วิน พ่อกับแม่ปัณณ์ครับ” ผมบอกแนะนำพี่วินต่อ (ซึ่งคือตายายนะครับ)
“สวัสดีครับ” พี่วินสวัสดีทักทาย
“หวัดดีลูก เป็นยังไงบ้างนั่งรถมากันเหนื่อยมั้ย กินอะไรกันก่อนมั้ย หรือจะไปอาบน้ำกันก่อน” ยายผมเอ่ยปากทันที
“ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ครับคุณยาย อาการดีนะครับที่นี่” พี่วินพูดอีก
“ตอนกลางคืนกับช่วงเช้าๆจะหนาวหน่อยนะ นอนได้ไหมลูก”ยายบอกอีก
“ได้ครับ ผมชอบนอนเย็นๆ  อยู่กรุงเทพก็เปิดแอร์เย็นมากครับ” พี่วินตอบ
“ปัณณ์พาเพื่อนไปอาบน้ำ เก็บของก่อนไปลูก” ตาผมพูดบ้าง
“ครับ เดี่ยวหนูมานะ” ผมบอก....เอ้า เขินเลยลืมไปว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยเผลอแทนตัวเองว่าหนู....ด้วยความชิน
“แล้วลงมากินข้าวกันนะ ยายทำเตรียมไว้ให้แล้ว” ยายผมบอกอีก
“ครับ ขอบคุณครับคุณยาย” พี่วินตอบ


ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
....ต่อให้อีกสักหน่อย ก่อนจะหยุดยาวกันนะครับ....


จากนั้นผมก็พาพี่วินขึ้นไปบนบ้าน บ้านผมเป็นบ้านไม้เก่าๆมีใต้ถุนนะครับ และจะมีครัวอยู่ข้างล่าง และก็มีแคร่ไม้ไผ่ไว้นั่งกินข้าว (โต๊ะไม้ไผ่สานๆ นั่งไม่ดีหนีบก้นได้นะครับ 555) บ้านผมมีสามห้องนอนนะครับ ห้องตายาย  ห้องน้า และห้องผม ซึ่งก็กั้นฝาห้องด้วยไม้กระดานธรรมดาครับ เวลานอนต้องกางมุ้งครับ ไม่งั้นยุงหามออกไปกินเลือดนอกห้องแน่
“นอนได้ไหมอะพี่” ผมถามพี่วินทันที....ก็กลัวว่าจะนอนไม่ได้ เพราะมันเป็นแค่ที่นอนบางๆวางกับพื้นไม่มีเตียงนะครับ
“ได้ซิ ปัณณ์นอนได้พี่ก็นอนได้” พี่วินตอบ
“พี่ต้องปวดหลังแน่ๆ” ผมบอก....เพราะผมนอนจนชินเลยไม่เป็นไร แต่ผมไปนอนเตียงบ้านพี่วินอะปวดหลัง เพราะมันนุ่มเกินไป 555
“ถ้าพี่ปวดเดี๋ยวให้ปัณณ์นวดให้” พี่วินพูดตอบ
“เดี๋ยวปัณณ์เหยียบให้ครับ เอาให้หลังหักไปเลย” ผมบอก
“โห้ โหดร้าย ถ้าพี่พิการจะเลี้ยงดูพี่ได้หรอ” พี่วินบอกต่อ
“ก็ส่งสถานสงเคราะห์ซิครับ” ผมบอกอีก
“................” พี่วินทำท่าทางคิ้วขมวด......เดี๋ยวนะ อันนี้คือกำลังเล่นบทพ่อแง่ แม่งอนอยู่หรือเปล่า

“ไปอาบน้ำก่อนไหมครับ เดี๋ยวพอเย็นๆจะได้ลงไปกินข้าว ถ้ามืดยุงจะเยอะครับ” ผมบอกเปลี่ยนเรื่องทันที
“ไม่อาบได้ไหมอะ เหมือนจะหนาวนะ” พี่วินบอก
“ไม่ได้ครับ นั่งรถมาผ่านทั้งควันทั้งฝุ่น” ผมบอก
“ก็ได้ แล้วห้องน้ำไปทางไหนอะ” พี่วินถามกลับ
“ข้างล่างครับ เดี๋ยวปัณณ์พาไป” ผมบอก....และพาพี่วินเดินลงไปหลังจากเตรียมผ้าเช็ดตัวเสร็จ

ห้องน้ำบ้านผมก็เป็นห้องแยกจากตัวบ้านนะครับ อยู่ทางด้านข้างบ้านเยื้องไปทางหลังบ้าน มีหลังคาและปิดล้อมด้วยสังกะสี ประตูมีกลอนล็อคแบบเลื่อนๆ น้ำใช้แบบตักอาบนะครับ มีโอ่งและขันให้พร้อมแล้ว

หลังจากส่งพี่วินเข้าห้องน้ำเสร็จผมก็เลยไปช่วยยายเตรียมข้าวมื้อแรก....
“เพื่อนหนู กินอะไรได้ไหมเนี่ย กับข้าวบ้านเรา” ยายพูดขณะตักแกงอ่อมใส่ถ้วย
“กินได้ครับ พี่เขาไม่เรื่องมาก หนูเห็นกินได้ทุกอย่างนะครับ” ผมตอบ
“เดี๋ยวยาย เจียวไข่เพิ่มดีกว่า” ยายบอกอีก

วันนี้ก็มีหลายอย่างนะครับ แกงอ่อมหมู ผักต้ม ผักสด น้ำพริก ไข่เจียว ผัดยอดฝักแม้ว ปลาช่อนย่าง วันนี้ทำหลายอย่างเลย สงสัยต้อนรับผมกลับบ้าน....หลังจากช่วยยายเตรียมของเรียบร้อย พี่วินก็อาบน้ำเสร็จพอดี ผมก็เตรียมจะไปอาบบ้าง

....นั่นก็นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินออกมา ไม่อายใครเลยนะนั่น (ปกติผมก็ทำนะเวลาอยู่บ้านอาบเสร็จก็นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียววิ่งขึ้นไปแต่งตัวบนบ้าน) พึ่งสังเกตเห็นเต็มๆหุ่นดีเหมือนกันนะเนี่ย หน้าอกใหญ่เหมือนกันนะถึงว่าตีบอลหนัก กล้ามท้องเป็นมัดเชียว....เอ้ย มองพี่เขาทำไม ไปอาบน้ำ....

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมก็เดินออกมา (ก็เหมือนกันนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว วิ่งขึ้นบ้าน) พี่วินนั่งคุยกับตายายและก็น้าผมอยู่ (ไม่รู้ว่าแอบนินทาผมหรือเปล่า รีบแต่งตัวมาร่วมวงดีกว่า)

“กินเยอะๆเลยลูก กินได้ไหมเนี่ยกับข้าวบ้านนอก” ยายผมพูดขึ้นน
“ได้ครับคุณยาย น่าอร่อยทุกอย่างเลยครับ”” พี่วินพูด....เข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี ผมนึกในใจ
“แล้วนี่ปัณณ์ มันไปก่อเรื่องอะไรไว้หรือเปล่าวินลูก” ตาผมถามพี่วิน....เดี๋ยวนะ ปัณณ์ไม่ได้ดื้อขนาดนั้น
“พ่อ....ปัณณ์ไม่ได้ดื้อขนาดนั้น” ผมรีบแย่งตอบทันที
“ไม่มีเลยครับคุณตา ปัณณ์นิสัยดี เล่นวอลเลย์เก่งด้วยครับ ช่วยทีมเราได้เยอะเลยครับ นี่ก็พึ่งชนะมาด้วยนะครับ เพราะปัณณ์เลยครับ” พี่วินพูดยาวเลย.....จะลอยแล้วเนี่ย
“ฝากดูมันด้วยนะ ถ้ามันดื้อจัดการมันแทนตาได้เลย ตาอนุญาต” ตาผมฝากฝังพี่วินเรียบร้อย

“...................” ระหว่างกินข้าวยายก็แกะปลาช่อนแล้วก็จะบี้ก้างออกแล้วก็ป้อนผม ผมก็จะอ้าปากรับและตักข้าวตามเข้าไป ผ่านไปสองคำ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะยายทำแบบนี้ตั้งแต่ผมเล็กๆจนผมโตก็ทำแบบนี้ตลอด ผมแทบจะไม่เคยแกะปลากินเองเลย กลัวก้างติดคอ...มันชินนะครับ

พอคำที่สาม พึ่งจะมานึกขึ้นได้ว่าพี่วินนั่งอยู่ข้างๆ ลืมไปเลย (นั่นไง นั่งยิ้มเชียว น่าจะพร้อมแซวผมแน่เลย) ทำไงได้ ป้อนข้าว กอด หอม ผมทำจนเป็นปกติมากกับทั้งตาและยายจน 14-15 ก็ยังทำ ก่อนไปกรุเทพก็ยังทำ ผมไม่ได้รู้สึกเขินกับเรื่องพวกนี้นะครับ นอนด้วยกันก็ยังกอดกันอยู่เลยจนโต....

พี่วินเป็นคนกินง่ายมากครับ ผักน้ำพริก แกงหรืออะไรก็กินได้หมด (ไม่เหมือนเด็กในเมืองเลยนะ 555) พอเริ่มมืดที่บ้านก็จะแยกกันเข้าห้อง เพราะต่างจังหวัดจะมืดเร็วครับ 1 ทุ่มกว่าๆก็เริ่มไม่มีคนเดินในหมู่บ้านแล้วครับ ปิดบ้าน ดูละคร ดูข่าวกันหมดแล้วครับ

ผมกับพี่วินก็เข้ามาพักในห้อง หลังจากแปรงฟันเสร็จ....
“ปัณณ์ เดี๋ยวพี่ช่วย” พี่วินพูดขึ้นจะช่วยผมกางมุ้ง
“ทำเป็นหรอครับ” ผมถาม
“ไม่อะ แต่ลองดู” พี่วินตอบ
“พี่จับหูนั้นก่อน แล้วเอามาคู่กับหูนี้” ผมบอกและแบ่งกันจับคนละ 2 หู
“พี่ดึงไปผุกกับหัวตะปูตรงนั้น แล้วก็อีกฝั่งด้วยครับ” ผมบอก
“แบบนี้หรอ” พี่วินเดินไปแล้วมัดสายมุ้งที่หัวตะปู
“ใช่ครับ” ผมตอบ.....เก่งนะเนี่ย กางมุ้งได้ด้วย 5555

“ปัณณ์ ยายเอาผ้าห่มมาเพิ่มให้ เดี๋ยวดึกๆจะหนาวกัน” ยายผมเปิดประตูเข้ามา...(ปกติผมนอนจะไม่ล็อคประตูนะครับ)
“ขอบคุณครับ” พี่วินลุกไปหยิบก่อนผมและกล่าวขอบคุณ
“นอนได้ไหมวินลูก” ยายผมถามต่อ
“ได้ครับ คุณยาย” พี่วินตอบ
“ขาดอะไรบอกยายนะ” ยายพูดอีกก่อนจะปิดประตูออกไป

“ที่บ้านปัณณ์อบอุ่นดีนะ” พี่วินพูดขึ้นขณะนอนเล่นมือถือ (เล่นอะไรได้ไหมนั่น สัญญาณใช่ว่าจะมี มามาหายหาย)
“ก็อยู่แบบธรรมดา ก็แบบนี้แหละครับ” ผมบอกเพราะผมโตมาแบบนี้....น่าจะชิน
“มันดูไม่วุ่นวายเหมือนในกรุงเทพ” พี่วินบอก
“ก็แน่ซิครับ รถมันไม่เยอะ ตึกก็ไม่เยอะ” ผมบอก
“มาอยู่ที่นี่เลยได้ไหมเนี่ย” พี่วินพูดต่อ.....ยังไง คิดอะไร ไหนลองพูดมาซิ
“...................” ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ รอว่าพี่วินจะพูดอะไรอีก
“หลับแล้วหรอ ปัณณ์” พี่วินหันมาถาม
“ยังครับ” ผมตอบ
“เห็นเงียบๆ” พี่วินบอกอีก

เราคุยกันสักพัก ไม่นานทั้งคู่ก็หลับ โดยผ้าห่มคนละผืนบางๆ (พัดลมไม่ต้องเปิด อากาศกำลังเย็นสบาย...แอร์ไม่ต้องพูดถึงไม่มีครับ 555)

รุ่งเช้า....น่าจะสักตี 5 กว่าๆ ผมจะตื่นไวได้ยินเสียงยายตื่นมาหุงข้าว ทำกับข้าว มันเป็นแบบนี้ทุกวัน ผมเลยตื่นตาม เอ้า....ทำไมผ้าห่มผมซ้อนกันสองผืนและนอนตัวติดกันกับพี่วิน สงสัยพี่วินคงจะหนาว น่าจะเอาผ้าห่มมาซ้อนแล้วเบียดตัวมานอนติดกับผม (หลับปุ๋ยเลย สงสัยจะเหนื่อยเดินทาง ปล่อยนอนไปก่อนดีกว่า)


ผมลงไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็ไปช่วยยาย พอแสงอาทิตย์เริ่มขึ้นให้พอเดินเข้าไปสวนหลังบ้านได้ ตาก็จะไปรดน้ำผัก ดึงหญ้าออกจากแปรงผัก ทำโน้นนี่ ผมเลยออกไปช่วย
“หนูทำไมตื่นไวจังปัณณ์” ตาผมถาม
“หนูนอนไม่หลับแล้วพ่อ นอนเยอะแล้ว” ผมตอบ
“ไม่ต้องมาช่วยพ่อก็ได้ ไปรอที่บ้านเหอะ” ตาผมบอก
“ไม่เป็นไรครับให้หนูช่วยดีกว่าจะได้เสร็จเร็วขึ้น” ผมบอก

ก็ทำการถอนต้นหญ้าที่ขึ้นที่แปลงผัก รดน้ำผัก ตัดผักสดกลับไปไว้ทำหรับทำกับข้าว เตรียมร่องผักสำหรับลงผัดชุดใหม่ บ้านเราปกติจะแทบไม่ต้องซื้อผักกินนะครับ ปลูกเองไว้เยอะเลยครับ พอเริ่มตะวันขึ้นมากหน่อยประมาณเกือบ 8 โมงก็จะเตรียมตัวกลับเพื่อล้างแขนขาและกินข้าวเช้า....
“ปัณณ์ ทำอะไรอะ ให้พี่ทำบ้างซิ” พี่วินเดินมาถาม
“ทำเป็นหรอพี่อะ” ผมถาม
“ลองดู” พี่วินบอก
“เฮ้ย...พี่ ตรงนั้นแปลงต้นกล้าผัก” ผมบอกเพราะพี่วินเหยียบเข้าเต็มเท้า
“ขอโทษ” พี่วินบอกขอโทษทันที
“อันนั้น ฟางคลุมเม็ดพันธุ์พึ่งลงไว้พี่” พี่วินเดินไปและเหยียบเข้าอีกจุด
“พี่ว่าพี่ รอข้างนอกดีกว่านะ” พี่วินพูดขึ้นทันทีและถอยออกจากจุดที่ยืน
“ไม่เป็นไรพี่ เสร็จแล้วเหลือเก็บเศษหญ้าออกไปทิ้ง ก็จะไปกินข้าวแล้ว” ผมบอก เพราะมันเสร็จแล้วจริงๆ

หลังจากพี่วินไม่ได้ช่วย ก็ยืนให้กำลังใจไป หลังจากนั้นก็เตรียมตัวไปกินข้าวเช้า วันนี้ตอนเย็นน้าจะเลี้ยงหมูกระทะชุดใหญ่ เป็นการฉลองวันเกิดย้อนหลังให้ผมครับ(ตามที่เคยสัญญาไว้) ต้องเข้าเมืองไปซื้อของกลับมาทำ....
“น้าปัณณ์ขอไปในเมืองด้วย” ผมบอก
“ไปซิ” น้าผมตอบรับ
“พี่วินไปเที่ยวในเมืองกัน” ผมบอกพี่วิน
“.................” พี่วินรีบลุกจากเปล แล้วตามผมไปขึ้นรถกะบะ (สงสัยจะเบื่อ ก็ที่บ้านมันไม่มีอะไรทำ นั่งๆนอนๆ)
“เบื่อไหมพี่ บ้านปัณณ์ไม่มีอะไรให้ทำ” ผมถามขณะนั่งกะบะหลังเข้าไปในเมือง
“นิดหน่อย แต่ก็สนุกดี” พี่วินตอบ
“เดี๋ยวปัณณ์ พาไปกินของอร่อยในเมือง” ผมบอก....คิดว่าพี่เขาเบื่อแหละ แต่ไม่บอก ก็เลยว่าจะพาไปเดินเล่นในเมือง หาอะไรกินมันจะมีร้านคาเฟ่ ให้ถ่ายรูป มีชา กาแฟ ขนมอร่อยๆเยอะให้นั่งเล่น

“น้า ซื้อของเสร็จน่ากลับไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวปัณณ์เที่ยวต่อ เดี๋ยวกลับเองครับ” ผมบอกน้าทันที
“จะกลับยังไง” น้าผมถามกลับ
“นั่งสองแถวไปลงหน้าหมู่บ้านครับ” ผมตอบ
“อย่าเพลินจนเย็นละ เดี๋ยวรถหมด รีบกลับไปกินหมูกระทะด้วย” น้าผมบอกอีก
“ครับ” ผมตอบ

จากนั้นผมก็พาพี่วินไปนั่งกินขนม ชาเขียว นั่งเล่น ถ่ายรูปเล่น ระหว่างนั่งกินขนมอยู่นั้นพี่วินก็พูดขึ้น...
“ปัณณ์....” พี่วินเรียกชื่อผม
“ครับ” ผมตอบ
“เป็นแฟนกันไหม” พี่วินพูดขึ้น.....เดี๋ยวนะ ทำไมใจเต้นแรงแบบนี้ละไอ้ปัณณ์เอ้ย!!!
“....................” ผมยังไม่ได้ตอบ....แต่ทำไมรู้สึกมือไม้มันวางไม่ถูกตำแหน่ง หยิบจับอะไรมันดูขัดเขินไปหมด จนพี่วินสังเกตเห็นได้
“เป็นไรครับ” พี่วินพูดขึ้น แล้วเอามือมากุมมือผมให้นิ่งไว้
“เปล่าครับ” ผมตอบ....มันรู้สึกดีนะครับ แต่มันเขินๆ มันอายๆ ใจมันเต้นแปลกๆจับจังหวะไม่ได้เลย
“แล้วตกลง เป็นแฟนพี่ได้ไหม” พี่วินถามย้ำอีกครั้ง
“.................” ผมไม่ได้ตอบ แต่ยิ้มอายๆเขินๆกลับไป พร้อมพยักหน้าเป็นการตอบรับ
“.................” พี่วินยิ้มแบบหน้าตาเจ้าเล่ให้ผม....ยิ่งทำให้ผมเขินเข้าไปอีก
“................” และสักพักก็ตักเค้กมาป้อนให้ผม (ผมจะเอามือรับก็จับมือผมออกแล้วเอาช้อนเค้กมาจ่อที่ปากผม
“................” ผมเลยอ้าปากกินเค้ก....แต่จุดพีคมันอยู่ตรงที่มันจะมีเศษเค้กที่เหลือติดช้อน พี่วินเอาเข้าปากตัวเอง พร้อมสายตาที่ยังจ้องมองผมอยู่....ไอ้บ้าเอ้ย เขิน การมีใครสักคนมันดีแบบนี้เองหรอเนี่ย

หลังจากการตกลงเป็นแฟนแบบสายฟ้าฟาดของผมกับพี่วิน (ซึ่งจริงๆแล้วผมอะ ตกหลุมรักพี่เขาไปนานแล้วแหละครับ แค่ยังไม่แน่ใจว่าพี่เขาจะคิดแบบเดียวกับที่ผมคิดหรือเปล่า) มันทำให้รู้ว่าการที่เรามีใครสักคนมาแชร์ความรู้สึกด้วยนั้นมันดีขนาดไหน ผมไม่เคยกล้ายอมรับการมีแฟนมาก่อนที่ผ่านมา มันทำให้ผมขาดประสบการณ์และไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกแบบนี้เลย ระหว่างนั่งรถสองแถวกลับบ้าน พี่วินแอบจับมือผมข้างๆตัวที่นั่งติดกันด้วย ต่อให้มันมีคนในรถคนอื่นๆคงไม่น่าจะมีใครเห็น มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆเลยครับ เย็นนี้เรากินหมูกะทะที่บ้านด้วยความรู้สึกว่ามันอร่อยกว่ามื้ออื่นๆที่เคยกินมา

“ปัณณ์ คืนนี้พี่ขอนอนกอดปัณณ์ได้ไหม?”.....

บ้านที่แสนอบอุ่นของผม กับคนคนหนึ่งที่เข้ามาเพิ่มความสุขในชีวิตของผม มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีมากเลยครับ ขอบคุณที่ไม่ทิ้งให้ผมสู้กับความรู้สึกวุ่นวายนี้ตัวคนเดียว ต่อไปนี้พี่จะเข้ามายืนเคียงข้างผมตลอดไปใช่ไหมครับ.....ขอบคุณที่ไม่ทิ้งปัณณ์ไปไหนนะครับ ขอบคุณพี่วินที่น่ารักของผมครับ

 :mew1: :mew1: :mew1: :mc4: :L2: :3123:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
EP08.เข้าใกล้ความฝัน

คืนนี้นอนยังไงก็ไม่หนาวนะครับ....เพราะผมมีคนนอนกอดทั้งคืน (มันก็อุ่นดีนะ) ไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน แต่วันนี้มันคือดีที่สุดแล้วครับ.....
“พี่วิน” ผมเรียกพี่วินขณะที่กำลังจะเช้า (เพราะได้ยินเสียงยายตื่นหุงข้าว)
“อืมมมมม...” เสียงพี่วินตอบแต่ขยับตัวและกอดผมแน่นเข้ามาอีก
“..................” เอ้า...เฮ้ย เดี๋ยวนะพี่วินมันโดนขาผม (ก็ผู้ชายตอนเช้าๆนะครับ เข้าใจกันดี)

ผมก็รู้สึกแปลกๆนะครับ ปกติกอดตา กอดยายตอนนอนมันไม่ใช่ฟิวนี้เลยครับ แต่ก็รู้สึกใจมันพองๆฟูๆแปลกดีเหมือนกัน
“พี่วิน ปล่อยก่อน มันโดนขาปัณณ์แล้วเนี่ย” ผมบอกทันที
“อืม ช่างมัน มันก็เป็นของปัณณ์อยู่แล้ว” พี่วินพูดและยังขยับเข้ามากอดแน่นไปอีก
“ไม่ใช่ละ ปล่อยก่อน ปัณณ์จะไปช่วยยายทำกับข้าว” ผมบอก
“พี่นอนต่อนะ” พี่วินบอก
“ครับ นอนไปเหอะเดี๋ยวปัณณ์มาปลุก” ผมบอก

...ฟ๊อดดด!!!!.... นั่นไง ตกลงเป็นแฟนกันวันเดียว ดูไอ้พี่วินมันทำ (แต่ผมก็ไม่ได้หวงตัวอะไรนะครับ ก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ 5555)

หลังจากพี่วินปล่อยผมออกและพลิกตัวหันไปนอนอีกฝั่ง ผมก็ลุกออกไปเพื่อล้างหน้าแปรงฟันและไปช่วยยายเตรียมข้าวเช้า....
“รีบตื่นมาทำไมลูก นอนก่อนก็ได้กลับมาบ้านมาพักให้หายเหนื่อย ไม่ต้องมาช่วยแม่ก็ได้” ยายผมพูดขึ้น
“ไม่เป็นไรครับ หนูตื่นเช้าจนชินอะแม่” ผมตอบ
“อยากกินอะไรพิเศษมั้ย” ยายถามต่อ
“อะไรก็ได้ครับ หนูยังอิ่มหมูกระทะ เมื่อคืนอยู่เลย” ผมตอบ
“พ่อไปไหนอะ” ผมถามหาตาทันที
“ในแปลงผักนั่นแหละ” ยายตอบ
“แม่มีอะไรไห้หนูช่วยมั้ย” ผมถาม
“ไม่มีหรอกลูกไป นอนต่อเหอะ” ยายตอบ
“งั้นหนูไปช่วยพ่อที่แปลงผักนะ” ผมตอบ
“ไปเหอะลูก เสร็จแล้วมากินข้าวนะ” ยายบอกอีก

จากนั้นผมก็ไปช่วยตาทำงานในแปลงผักเล็กๆน้อยๆ ตากับยายผมไม่ได้ทำงานหนักแล้ว น้าจะรับจ้างทำงานอยู่คนเดียว และให้ตากับยายอยู่บ้านเฉยๆ เพราะอายุเริ่มเยอะ ป่วยบ่อย...แต่แกก็พักไม่ได้หรอกครับ คนเคยทำมาตลอด ให้อยู่บ้านก็ปลูกนั่น ปลูกนี่ ขุดตรงนั้น เปลี่ยนตรงนี้รอบบ้านเต็มไปหมด....

วันนี้อยู่บ้านได้อีก 1 วัน ก็ไม่ได้ทำอะไรครับ พาพี่วินขี่มอไซต์เที่ยวรอบหมู่บ้าน เจอคนโน้นคนนี้ก็ทักทั่วไปหมด ผมไม่ได้เจอเพื่อนสมัย ม.ต้นเลยครับ เพราะถ้าออกไปเจอ ก็ต้องหนีบพี่วินไปด้วย กลัวว่าพี่เขาจะไม่สนุก (กลัวเพื่อนแซวแหละพาผู้ชายกลับบ้าน 555) เอาไว้รอบหน้าแล้วกันนะเพื่อนๆ เดี๋ยวจะกลับมาหาใหม่

พอถึงวันกลับเราไม่ได้กลับเครื่องนะครับ เรากลับรถไฟนอน (เอาจริงราคาพอๆกับค่าเครื่องนั่นแหละ แต่ได้นอนสบายกว่า) ผมนอนเตียงล่าง พี่วินนอนเตียงบน....แต่ก็นั่นแหละพี่เขาก็โดดลงมานอนกับผมเตียงล่างอยู่ดี ตั้งแต่ตกลงเป็นแฟนกันก็นะ เหมือนจะไม่ยอมห่างผมเลย ตัวติดตลอด....
“พี่วิน” ผมเรียกขณะนอนอยู่ในรถไฟนอนด้วยกัน
“ครับ” พี่วินตอบ....เหมือนจะพูดเพราะขึ้นด้วยนะ
“เรื่องของเรา อย่าพึ่งบอกใครได้ไหม” ผมบอก
“ทำไมอะ” พี่วินถามกลับ
“ที่โรงเรียนพี่ดังแค่ไหน พี่ก็น่าจะรู้ ถ้าเกิดบอกไปว่าเราเป็นแฟนกัน มีหวังแฟนคลับพี่เหยียบปัณณ์จมดิน” ผมบอก
“ใครจะกล้าทำอะไรปัณณ์ มีพี่อยู่ด้วยทั้งคน” พี่วินพูดตอบ
“พี่ไม่ได้อยู่กับปัณณ์ตลอดนะครับ ตอนแยกกันเรียนหล่ะครับ” ผมบอกต่อ
“เดี๋ยวพี่ไปนั่งเฝ้า” พี่วินยังพูดเหมือนล้อเล่นต่ออีก
“พี่วิน เอาจริงๆนะ ปัณณ์ขอไว้ก่อน ได้ไหม” ผมบอกอีก
“................” พี่วินดูเหมือนจะงอน......อ้าว ไหง๋มาโหมดนี้ได้ เอาไงดีไอ้ปัณณ์

“โกรธหรอครับ” ผมถาม
“.................” ยังไม่พูดอีก (แต่ก็กอดผมอยู่นะครับ)
“ขนาดพี่อัฐกับพี่บุ๊ค เขายังคบกันได้มาตั้งหลายปี ไม่เห็นต้องบอกใครเลยครับ” ผมนึกขึ้นได้และอ้างถึงเรื่องพี่อัฐกับพี่บุ๊คทันที
“ปัณณ์รู้ด้วยหรอ” พี่วินถามกลับ....พูดได้สักทีนะ
“รู้ครับ พี่อัฐบอกปัณณ์” ผมบอกต่อ
“อืม....ก็ตามใจ ยังไงพี่ก็ขัดใจปัณณ์ไม่ได้อยู่แล้วนิ” พี่วินพูดอีก
“ขอบคุณนะครับ อยากได้อะไรเดี๋ยวปัณณ์จัดให้เลย” ผมบอก
“ตอนนี้เลยหรอ นี่ในรถไฟนะ” พี่วินแซวผมทันที
“ทะลึ่งละ” ผมรีบตัดบทก่อนเลย

ผมว่าพี่วินนะ ทะลึ่งเอาเรื่องอยู่นะครับ ตอนแรกดูเหมือนเป็นคนนิ่งๆ เป็นคนเงียบๆ พอเอาเข้าจริงโหมดนี้ก็รู้สึกน่ารักไปอีกแบบ หลังจากถึงกรุงเทพก็แยกย้ายกันกลับพี่วินกลับบ้านครับ ผมก็กลับหอ (ตอนแรกพี่วินงองแงจะขอไปนอนด้วย แต่ผมไม่ยอม เพราะอยากให้กลับไปบ้านก่อนให้พ่อแม่รู้ว่ากลับมาปลอดภัยแล้ว มันน่าจะดีกว่า)....เอาจริง กลัวพี่วินทวงของที่อยากได้ นั่นแหละ เหมือนจะรู้ว่าพี่วินจะขออะไร 5555

 Win Winchana Post….
.....ตกลงแล้ว ขอบคุณครับ....
(โพสรูปจับมือกัน) น่าจะเป็นรูป Save มาจากอินเตอร์เน็ตนะครับ ไม่ใช่มือผมกับพี่วินแน่นอน 555

a.   มีแฟน?? (พี่ปอนด์เม้นถามเพื่อนคนแรกเลย)
b.   อะไรยังไงวิน (เพื่อนพี่วินอีกคน น่าจะอยู่ห้องเดียวกัน)
c.   เฮียเปิดตัว เปิดตัว (เวย์น้องชายพี่วิน)
d.   สร้างกระแสปะเนี่ย (เพื่อนพี่วิน)
e.   หนูอกหักค่า....(น้องแฟนคลับ)
f.   Congratulations (พี่อัฐ)
g.   มันต้องมีคนสืบ (เพื่อนพี่วิน)
h.   ทำไมเหมือนรู้สึกโดนบอกเลิกเลย อกหักแล้ว(แฟนคลับ)

(ส่วนใหญ่จะเป็นแฟนคลับของพี่วินนั่นแหละครับ มาคอมเม้น ก็นี่ไงถ้าขืนบอกใครไปว่าผมเป็นแฟนพี่วิน ผมจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้....หรือผมอาจจะกลัวไปเองหรือเปล่านะครับ


ระหว่างที่นอนเล่นมือถืออยู่ที่ห้องเพื่อผมส่งรูปมาใน Messenger เป็นรูปผมกับพี่วินที่ร้านคาเฟ่...

“ยังไง” ไอ้แสบเพื่อนสนิทผมตอน ม.ต้น ทักมาพร้อมส่งรูปมาให้
“อะไร กูไปกินขนมเฉยๆ” ผมตอบ
“แล้วมาเชียงใหม่ไม่บอกกู แล้วมากับใคร นั่นใคร” ไอ้แสบยังพยายามถามต่อ
“กูไปธุระแป๊บเดียว รีบกลับเลยไม่ได้แวะไปหา” ผมตอบมัน
“ตอบอีกคำถามกูด้วย นั่งกับใคร” ไอ้แสบยังไม่ยอมยังถามอีก
“กูไปกับรุ่นพี่หัวหน้าทีมวอลเลย์กู” ผมตอบไป....ก็ความจริงใช่ไหมครับ 555
“สถานะ?” มันถามกลับ
“พี่...” ผมตอบ
“............” มันส่งรูปป้อนเค้ก
“............” เถียงยังไงดีละทีนี้
“พี่เขาให้ชิม” ผมตอบ
“แน่ใจ กูส่งเข้า Group เพื่อนสืบนะ” มันขู่ผม
“เออ....แฟนกูเอง” ผมตอบทันที
“ก็แค่นี้” มันบอก
“แล้วมึงบอกใครยัง ใครเห็นรูปแล้วบ้าง” ผมถมกลับ
“มีกูกับไอ้ป้อง ไอ้ป้องมันเห็นมึงมันเป็นคนถ่าย” ไอ้แสบบอก
“อย่าพึ่งบอกใครนะ พี่เขายังไม่อยากเปิด” ผมบอก
“พี่เขาหรือมึง” มันยังถามผมอีก
“ก็ทั้งสองคนนั่นแหละ” ผมบอก
“พวกกูไม่ได้ว่าอะไร แค่อยากให้เพื่อนพูดความจริง” ไอ้แสบ
“มึงโอเคใช่ไหม ถ้ากูคบผู้ชาย” ผมถามมัน
“ทำไมกูจะไม่โอเค มึงเพื่อนกูนะ” ไอ้แสบตอบ
“...............” ผมเลยส่งสติ๊กเกอร์หัวใจไปมัน
“เออ ยังไงวันไหนกลับมาอีกบอกกูนะ ถ้ามาไม่ได้ เดี่ยวกูไปหาเอง คิดถึงมึงเพื่อน”ไอ้แสบบอก
“ได้ๆ เพื่อน คิดถึงมึงเหมือนกัน” ผมบอก


หลังจากคุยกันสักพักก็เลิกคุยกันผมก็เลยเตรียมตัวอาบน้ำนอน ขอบคุณไอ้แสบเพื่อนรักของผมที่ยังโอเคกับเรื่องนี้ มันทำให้ผมสบายใจขึ้นเยอะเลยเหมือนกันครับ....

กลับมาเรียนวันแรก....
“โทรมาทำไมแต่เช้า” ผมบ่นขึ้นเมื่อเห็นสายพี่วินโทรเข้า
“รอพี่ด้วย เข้าโรงเรียนพร้อมกัน” พี่วินพูดทันทีที่ผมรับสาย
“พี่อยู่ไหนแล้วอะ” ผมถาม
“กำลังชื้อชานมอยู่ หันมาซิ” พี่วินพูดขึ้นและให้ผมหันไปดู
“...............” ผมหันไปมอง พี่วินโบกมือให้

“อะ....” พี่วินส่งแก้วชานมให้
“ทำไมซื้อให้แต่เช้า” ผมถาม
“ก็เห็นบ่นไม่ได้กินตั้งหลายวัน” พี่วินตอบ....อ่อ ผมบ่นตอนยู่เชียงใหม่อะนะ ยังอุตส่าห์จำได้
“ขอบคุณครับ” ผมตอบ
.....ป๊อก!! เสียงเจาะฝาชานม.....จากนั้นก็ส่งแก้วมาให้ผม

(น่ารักปะหล่ะ ขนาดชานมยังเจาะให้....ไม่ให้หลงรักง่ายได้ไง ก็แสนดีขนาดนี้)

จากนั้นก็พากันเข้าไปที่โรงอาหารหาข้าวกินแล้วก็แยกย้ายกันไปเรียนตามปกติ....

....คู่รักนักตบ Post….
แกร!!!!! เขาซื้อน้ำให้กันแต่เช้าเลย.....
(โพสรูปพี่วินยื่นชานมให้ผม)


จากนั้นก็มีคอมเม้นเยอะเลยครับ....ทั้งชอบและไม่ชอบ บางคนบอกว่าผมเหมาะกับพี่ปอนด์มากกว่า บางคนก็มาเถียงว่า คู่นี้คู่จริง และอีกมากมาย (ถ้ารู้เรื่องความสัมพันธ์ผมกับพี่วินและพี่ปอนด์ขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้นนะเนี่ย ไม่อยากจะคิดเลย)

เย็นวันซ้อม....
“พวกมึงตั้งใจกันหน่อยนะเว้ย ใกล้แข่งหล่ะ พวกมึงยังวุ่นวายเรื่องโน้นเรื่องนี้กันอยู่เลย” โค้ชใส่ก่อนเลย....ผมนี่นั่งก้มหน้าเลยครับ กลัวโดนคนแรก
“กูตั้งเป้าว่าทีมเราต้องเข้าชิงให้ได้ปีนี้ กูอยากให้พวกมึงมีสมาธิมากกว่านี้ระหว่างซ้อม” โค้ชพูดต่อ
“ไอ้ปัณณ์....” เย็นว้าบ...เลยแค่เรียกชื่อ
“ครับ” ผมตอบ
“กูหวังว่ามึงจะช่วยทีมให้ได้เยอะหน่อยนะ ฝีมือมึงก็ดีขึ้นเรื่อยๆจากที่มึงมาตอนแรกๆ” โค้ชบอกต่อ
“.............” วันนี้โดนชมแหะ
“ไอ้ปอนด์ ไอ้วิน มึงสองคนปีนี้ถ้าผลงานมึงดีขึ้น โค้ชใหญ่ ดึงมึงขึ้นทีมเยาวชนทีมชาติแน่ๆ ขยันๆหน่อย ตั้งใจหน่อย”โค้ชบอกพี่วินพี่ปอนด์
“ไอ้โป้ง โค้ชใหญ่ฝากชมฝีมือมึง แมตช์ที่ผ่านมามึงทำผลงานได้ดี มึงอาจจะติดทีมชาติอีกคน ตั้งใจหน่อยนะมึง” โค้ชบอกอีก
“...............”นั่นๆ ยืดคอยาวเลยมึง
“แต่เรื่องแอ๊คท่าโชว์สาวให้มันเบาๆหน่อย กูเห็นแล้วขัดหูขัดตา” โค้ช พูดต่ออีก....ทำให้ทุกคนหัวเราะทันที

วันนี้ซ้อมเกือบจะเรียกได้ว่าปกติเลยครับ....พี่ปอนด์ต่อให้จะไม่คุยกับผม แต่ก็ด้วยความเป็นนักกีฬา พี่เขาเล่นได้อย่างสมกับที่เคยถูกเรียกตัวเข้าค่ายทีมชาติชุดเยาวชนเลยครับ พี่วินก็ยังทำดีขึ้นได้เรื่อยๆตามมาตรฐานของตัวพี่เขาเอง (อารมณ์ดีขึ้นแล้วซินะ ก่อนหน้านี้เหมือนจะผีเข้าผีออก 5555)

พรุ่งนี้เราต้องกลับมานอนที่ชมรมกันแล้วนะครับ เพราะเหลือเวลาอีกแค่ 1 เดือนกว่าๆก็จะต้องแข่งกีฬาระดับมัธยมปลายทั่วกรุงเทพแล้ว...

พอเลิกซ้อมเราก็พากันเตรียมตัวจัดสถานที่นอนเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือพี่วินนอนแล้วต่อด้วยผม ไอ้โป้ง ไอ้มอส เรียงต่อไปๆ จนท้ายสุดเป็นพี่ปอนด์ (ท่าทางไม่อยากนอนใกล้ผม แต่ยังเห็นคุยกับพี่วินปกตินะครับ) แต่ไม่นอนข้างพี่วิน เพราะพี่วินให้ผมนอนข้างๆ
“ไอ้ปัณณ์” เสียงไอ้โป้งเรียกชื่อผม
“ว่า” ผมตอบรับ
“พี่ปอนด์ยังไม่คุยกับมึงอีกหรอวะ” ไอ้โป้งถามด้วยเสียงเบาๆ
“ยังวะ” ผมตอบ
“พี่เขาโกรธอะไรมึงวะ” มันถามต่อ
“ไม่รู้วะ” ผมตอบปัดไป
“แล้วจะเล่นทีมเดียวกัน ตอนแข่งจะไม่มีปัญหาหรอวะ” ไอ้โป้งมันถามต่อ
“ไม่น่าจะมั้ง ตอนซ้อมพี่เขาก็เซ็ตบอลให้กูได้ปกตินะ แค่ไม่คุยด้วยเฉยๆ” ผมบอก
“เออ มึงลองไปคุยกับพี่เขายัง” ไอ้โป้งมันถามต่อ
“ไม่กล้าวะ กูกลัวพี่เขาโกรธมากกว่าเดิม” ผมตอบ
“แล้วมึงไปทำไรพี่เขาให้โกรธขนาดนี้วะ” มันยังพยายามถามอีก
“สงสัยโกรธเรื่องแม่กูมั้ง” ผมพูดขึ้นมา
“แม่มึงทำไรให้วะ” มันถามทันที

“ไปอาบน้ำเตรียมนอนได้แล้วปัณณ์” พี่วินพูดขึ้นทันที
“เดี๋ยวดิพี่วิน มันกำลังจะเล่าให้ฟังเนี่ย” ไอ้โป้งพูดขึ้นอีก
“เลิกยุ่งเรื่องของคนอื่นแล้วไปอาบน้ำนอนไปมึงอะ” พี่วินสวนกลับไอ้โป้งทันที
“ปัณณ์ ไปอาบน้ำ” พี่วินเสียงดุขึ้นทันที
“ครับ” ผมตอบ

ผมเลยจำใจลุกไปอาบน้ำ...ก็ดีเหมือนกันพี่วินเข้ามาช่วยไว้ จริงๆก็ยังไม่อยากบอกใครเรื่องพ่อ แม่ แล้วก็พี่ปอนด์ว่าเกี่ยวข้องอะไรกันยังไง...

อาบน้ำเสร็จ....เตรียมตัว นอน....

......ระหว่างกำลังจะหลับ พี่วินก็เอาผ้าห่มมาคลุมแขนผม แล้วก็จับมือผมนอน....
(อุ่นดีจัง รักมากแหละครับ ทำขนาดนี้ 555)

วันนี้ระหว่างพักเที่ยง....ออม สาววายผู้รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับวงการวาย ได้ทำการเปิดหน้าเพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย” ให้ผมดู (ผมไม่ได้สนใจดูนานแล้ว) เพจเริ่มกลับมาเล่นข่าวทำลายผมอีกแล้วครับ

เพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย” Post….
….ต้องเป็นคนแบบไหน ทำให้เพื่อนรัก ทะเลาะกัน....
(โพสรูปพี่วินกับพี่ปอนด์ที่ไม่นั่งติดกัน ไม่เดินใกล้กัน)


ซึ่งผมก็รู้ว่าสองคนเขายังคุยกันปกตินะครับ เวลาซ้อมเขาก็ยังนั่งด้วยกัน เดินด้วยกัน คุยกันได้เหมือนเพื่อปกติ แต่ไอ้เพจนี้ก็จับภาพตอนที่เขาน่าจะไม่ได้อยู่ติดกันมาโพส นั่นแหละครับ....เก่งจัง
“แก....เขาหมายถึงใคร แล้วพี่วินกับพี่ปอนด์ เขาทะเลาะกันหรอ” ออมถามขึ้นทันที
“ก็ไม่นะ ปกติที่สนามก็ยังเห็นคุยกันปกติ” ผมตอบ
“เออ....เพจมันก็ปั่นเรื่องไปเรื่อยอะ เรียกยอดไลค์มั้ง” ไอ้โบ๊ทเสริม
“ก็คงจะจริงนะ” ออมพูดตอบ
“แต่คนมาเม้นแล้วพาดพิงแกเยอะเลยนะ ปัณณ์” ออมพูดขึ้นอีก ขณะไล่ดูคอมเม้น
“ช่างมันเหอะ เราไม่ได้สนใจ” ผมบอกออม

เอาจริงผมก็ยังแอบห่วงอยู่เหมือนกัน....ต่อให้พี่วินกับพี่ปอนด์จะคุยกันเหมือนจะปกติในตอนที่ผมเห็นก็จริง แต่ระหว่างที่ผมไม่อยู่ไม่รู้ว่าเขายังเหมือนเดิมไหม แล้วการที่แยกไปนอนไกลจากพี่วินทั้งที่เมื่อก่อนตัวติดกันขนาดเรียกได้ว่าจะเป็นแฟนกันได้เลยทีเดียว หรือมันอาจจะเป็นเพราะผมหรือเปล่าที่ทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้....

เพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย” Post….
….มันคงมาเกาะให้พี่วินเลี้ยง ไม่มีพ่อไม่มีแม่ น่าจะไม่มีเงินซื้อเอง...
(โพสรูปพี่วินส่งน้ำให้ผม แบบเบลอหน้าผม)


ใครเห็นรูปก็คงรู้มั้งว่าหมายถึงผม เพราะมันรูปเดียวกับที่เพจ “คู่รักนักตบ” โพสไว้ ผมไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจขนาดนั้นละเนี่ย…..

เลิกสนใจแล้วมาโฟกัสกับการซ้อมการแข่งขึ้นดีกว่า เรื่องนี้ไม่มีผลกับชีวิตผมมากนักหรอก ก็แค่เพจที่น่าจะเกลียดผมคนเดียว คงจะเป็นแฟนคลับพี่วินที่ชื่นชอบในตัวพี่วิน มั้งครับ เขาอาจจะไม่พอใจที่ผมสนิทกับพี่วินมากขึ้น ก็เลยหาทางทำให้ผมดูแย่ในพื้นที่เพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย”

ผ่านมาจนถึงวันแข่งกีฬาระดับมัธยมปลายทั่งกรุงเทพ มีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 16 ทีมจาก 16 โรงเรียน แบ่งสายแข่งขันเรียบร้อย ทีมเราผ่านรอบแรกมาได้ครับ มีต้องปรับบ้างแต่ก็ยังชนะรวด ผลงานของทีมเราดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงรอบรองชนะเลิศ 4 ทีมสุดท้าย (ซึ่งที่ผ่านมาโรงเรียนเราได้ที่ 4 ตลอด )

เราเป็นที่ 1 ของสายซึ่งต้องไขว้ไปเจอกับที่ 2 ของอีกสาย (โรงเรียนนี้ก็ไม่ธรรมดานะครับ เราเคยแพ้มาแล้วเมื่อปีก่อน) ในขณะที่เล่นในเซ็ตแรกเราเอาชนะมาได้ 27 : 25 เลนกันถึงแต้มดิวซ์เลยครับ

พอเซ็ตที่ 2 เราขณะที่แต้มกำลังสูสีกันที่ 6 แต้มต่อ 5 แต้ม เป็นจังหวะที่ฝั่งตรงข้างขึ้นกระโดดกำลังจะตีและพี่อัฐขึ้นบล็อกคู่กับพี่ปอนด์ (ซึ่งค่อนข้างเป็นบล็อกที่สูงมากเหมือนกัน) ฝั่งตรงข้ามเลยเปลี่ยนมาแตะหยอด ซึ่งผมอยู่ใกล้บอลที่กำลังจะตกพื้น เลยพุ่งตัวเข้าไปเพื่อจะรับ

แต่ด้วยความไวของไอ้โป้ง มันคือลิเบอโร่ที่ไม่ยอมให้ลูกตกพื้นเด็ดขาด พุ่งมาด้วยความเร็วและถึงบอลพร้อมๆกับผม แต่ผมไม่โดนบอลนะครับ ที่โดนคือช่วงศอกกับแขนไอ้โป้งเต็มๆเข้าที่หน้า...ผมนอนลงและเอามือกุมหน้าทันที....

ทันทีที่กรรมการเป่าหยุดเล่น....
“ปัณณ์ ปัณณ์” พี่วินวิ่งเข้ามาเรียก....แต่ผมรู้สึกมึนๆ
“ปัณณ์ มองหน้าพี่ โอเคไหม” พี่วินพูดพร้อมเอามือมาจับที่แก้มผมให้ผมมองหน้าพี่เขา
“มึนหน่อยๆพี่” ผมบอก
“เลือดกำเดาไหลนะ ปัณณ์” เสียงพี่วินพูดขึ้น
“ขอผ้าซับเลือดกำเดาหน่อยครับ” พี่วินเรียกข้างสนามทันที (ถ้าผมไม่มึนขนาดจำใครไม่ได้ ผมว่าพี่ปอนด์เดินมาดูอาการผผมและลูบหัวผมนะครับ แต่ไม่ได้พูดอะไร)

จนสักพักเจ้าหน้าที่สนามก็มาและช่วยกันพยุงผมออกจากสนาม และเปลี่ยนตัวให้พี่เบสเข้าไปเล่นแทน และผมนอนบนเปลสนามถูกหามไปให้เจ้าหน้าที่แพทย์สนามดูอาการ....

ผ่านไปสักพักใหญ่ หลังจากที่เลือดหยุดไหลและผมเริ่มจะอาการกลับมาโอเคแล้ว ผมเลยบอกเจ้าหน้าที่และอาจารย์ที่มาดูอาการผม ว่าผม โอเค ขึ้นแล้วครับ ไม่มึน ไม่ปวดตรงไหนแล้วครับ (ผมว่าผมประเมินตัวเองว่าน่าจะเล่นไหวนะครับ) ผมเลยบกอาจารย์และแพทย์สนามว่าผมหายแล้วครับ ตอนแรกอาจารย์บอกว่าให้พักก่อน อย่างพึ่งห่วงแข่งแต่ผมว่าผมไหวครับ เลยขอไปยืนข้างสนามก่อนก็ได้ครับ....

“เป็นไงบ้างปัณณ์” พี่พีท ม.5 ที่ยืนเป็นสำรองอยู่ถามผมทันที
“โอเคแล้วครับ น่าจะปกติละครับพี่พีท” ผมบอก
ไม่ไหวบอกโค้ชนะ อย่าฝืน” พี่พีทบอกอีก
“ไหวครับพี่” ผมตอบ

จากการดูช่วงท้ายเซ็ตที่ 2 ทีมเราแพ้นะครับและที่สำคัญไอ้โป้งไม่ค่อยกล้าเข้าบอลอีกเลย ปล่อยบอลลงพื้นบ่อยมาก พอจบเซ็ตก็เปลี่ยนแดนและโค้ชเรียกผมเข้าไปคุยแต่ยังไม่ให้ลงนะครับ ผมบอกว่าตอนนี้โอเคแล้วครับ แทบจะปกติเลยครับ โค้ชเลยบอกให้วอร์มร่างกายรอไว้...

ทันทีที่โค้ชเรียกผมก็วิ่งจากจุดที่ยืนสำรองไปนั่งข้างโค้ช เพื่อรอเปลี่ยนตัวกับพี่เบสทันที...
“ไหวแน่นะปัณณ์” โค้ชถามอีกเพื่อความแน่ใจ
“ไหวครับหายแล้วครับ” ผมตอบ
“โอเค เตรียมตัว” จากนั้นโค้ชส่งป้ายหมายเลขเสื้อพี่เบสมาให้

พอจบแต้มโค้ชให้สัญญาณเปลี่ยนตัวทันที ผมเลยลุกไปที่เส้นขอบสนามเพื่อชูป้ายเปลี่ยนตัวกับพี่เบส...พี่เบสเดินออกมาและรับป้าย พร้อมพูดว่า “ไหวนะปัณณ์ ฝากด้วย” พี่เบสพูดทันทีพร้อมแตะหลังเบาๆ
“ไหวนะปัณณ์” พี่วินพูดขึ้นอีก
“ไหวครับ โอเคแล้วครับ” ผมตอบ
“..............” พี่วินยิ้มให้ผมแล้วเข้ามาขยี้หัวเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ และสิ่งที่ผมต้องทำทันทีคือกลับไปพูดกับไอ้โป้งว่า ไม่ต้องคิดถึงเรื่องที่ผมเลือดกำเดาไหล มึงไม่ได้ผิด กูไม่ทันระวังเอง ทำให้เต็มที่กับการเข้าเล่นบอลเหมือนเดิม พร้อมเตะไหล่มัน เพื่อให้มันไม่โทษตัวเองที่ทำผมเจ็บ และเสียเซ็ตไปในเซ็ตนั้น...

หลังจากกลับลงมาพี่ปอนด์จ่ายบอลบีหลังมาให้ผมทันที จังหวะเข้าบอลและทิศทาง ทุกอย่างการหลอกบล็อคเข้าทางทั้งหมด ผมสามารถตีได้โล่งๆ จนทำได้แต้มกลับคืนมาทันที
“เฮ้!!!!!!” เสียงเชียร์ทีมเราดังสนั่นยิมแข่งขันอีกที
“เก่งมากปัณณ์” พี่วินเดินเข้ามากอดและพูดกับผมคนแรก

ระหว่างกำลังแตะมือกับเพื่อนร่วมทีมอยู่ หันไปเห็นหน้าพี่ปอนด์ (ที่ยังไม่ได้คุยกัน) ผมก็เลยพูดขึ้นก่อน..
“จ่ายบอลสวยมากครับพี่ปอนด์” ผมบอกทันที
“..............” พี่ปอนด์ยิ้มกลับให้ผม

นี่เป็นการเข้าใกล้ ความเป็นปกติมากที่สุดตั้งแต่เกิดเรื่องวุ่นวายมา ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ....จนในที่สุดเราเก็บเซตที่ 3 มาครอบครองได้สำเร็จ แต่ก็เสียเซ็ตที่ 4 ให้กับฝ่ายตรงข้ามไปครับ จนถึงเซ็ตตัดสินซึ่งเล่นแค่ 15 แต้ม เราก็สามารถเอาชนะมาได้แบบลุ้นกันสุดตัวที่แต้มดิวซ์ 19-17

เราได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ หลังจากที่ทุ่มเทฝึกซ้อมมา มันโคตรมีความสุขเลย (ขนาดไม่ได้แชมป์ ยังรู้สึกดีขนาดนี้) ทุกคนทั้งพี่วิน พี่ปอนด์ โค้ช และอาจารย์ รวมถึงกองเชียร์ที่เป็นนักเรียนโรงเรียนเราที่มาเชียร์ กับคนดูทั่วไปก็ส่งเสียงเชียร์ดังลั่นสนั่นโรงยิม โค้ชและเพื่อนร่วมทีมวิ่งเข้ามากอดผมแสดงความดีใจ (ผมรู้สึกเหนื่อยมากเลยครับ เพราะตั้งแต่กลับลงมาพี่ปอนด์จ่ายบอลมาทางผมเยอะมาก) แต่ก็รู้สึกดีที่ทำแต้มให้กับทีมมาได้เยอะด้วยเหมือนกัน จนคว้าชัยชนะวันนี้มาได้....

เดินทางกลับโรงเรียนเผื่อพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับชิงวันพรุ่งนี้....
“ยังมีเจ็บตรงไหนไหมปัณณ์” พี่วินถามผมทันทีที่ผมอาบน้ำเสร็จและกลับมาเพื่อเตรียมตัวนอน
“ไม่มีแล้วครับ แค่แปล๊บๆตรงมุมปากหน่อยๆครับ” ผมตอบ....ตอนอาบน้ำพึ่งดูกระจกปากแตกด้วย ไม่ทันเจ็บตอนนั้น
“พี่ดูซิ” พี่วินจับคางผมเพื่อจะดูแผล
“อืม...ไม่เยอะมาก” พี่วินบอก
“ไม่เป็นไรครับพรุ่งนี้ก็น่าจะหายเจ็บ” ผมบอก
“คืนนี้ถ้าเจ็บหรือปวดตรงไหนบอกพี่นะ” พี่วินบอกต่อ
“ครับ” ผมตอบ และยิ้มให้ไป 1 ทีงามๆ ตอบแทนที่ดูแลใส่ใจผมอย่างดี

“ไอ้ปัณณ์ กูขอโทษ” ไอ้โป้งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเดินลงมาที่นอนและกอดผม
“ไม่เป็นไร กูไม่ได้เจ็บอะไร” ผมตอบมัน
“มึง ตอนมึงนอนล้มลงไป กูใจหายหล่นไปตาตุ่มเลย สัส” ไอ้โป้งพูดขึ้น
“ตอนนั้นก็ไม่ทันระวัง ว่ามึงจะถึงบอลแล้ว กูก็มัวมองแต่บอล”ผมบอกมัน
“ถ้าเราแพ้ เป็นเพราะกูแน่ๆวันนี้” มันบอกอีก
“ก็บอกแล้วว่าอย่าโทษตัวเอง กูไม่ได้เป็นไร” ผมบอกอีก
“มึงปล่อยปัณณ์ได้แล้ว ไอ้โป้ง” พี่วินบอกไอ้โป้งทันที
“โห้....พี่จะหวงอะไรมันหนักหนา คู่จิ้นพี่เนี่ย” มันเถียงพี่วิน
“เดี๋ยวกูถีบไปโน้น” พี่วินสวนกลับ
“แค่นี้ก็ต้องโกรธ คิดไรกับปัณณ์ปะเนี่ย” มันแซวพี่วินต่อ
“............” พี่วินด่าไอ้โป้งแบบไม่ออกเสียงด้วย อวัยวะเพศชาย 1 ที

ในขณะที่ผมกำลังจะนอน ก็หยิบมือถือขึ้นมาเช็ค facebook ในเพจ “คู่รักนักตบ” ก็โพสรูปทีมเราชนะวันนี้เยอะเลยครับ โพสภาพผมนอนเลือดกำเดาไหลกลางพื้นสนามด้วย ซูมมาเอาซะชัดเลย แต่ก็ได้คอมเม้นกำลังใจเยอะเหมือนกัน แน่นอนเพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย” ก็จัดเต็มผมด้วยเหมือนกัน ก็ยังรังควานผมไม่เลิก ผมเดินไปเหยียบเท้ามันตอนไหนเข้าละมั้ง....

วันรุ่งขึ้น.....วันที่พวกเรารอคอย (รวมถึงโค้ชและทุกๆคนที่เชียร์ทีมเรา) ในระหว่างที่กำลังรอวอร์มร่างกายกำลังเตรียมตัวจะแข่งนัดชิงชนะเลิศ...
“ไอ้ปอนด์ พ่อมึงมาดูด้วยหรอวะ” พี่วินถามทันทีที่เห็นพ่อพี่วินตรงที่นั่งใกล้ๆกับที่เราวอร์ม
“อืม....ปกติไม่เคยมาดูกูแข่ง พึ่งอยากจะมาปีนี้แหละ” พี่ปอนด์ตอบพี่วิน
“เขาก็คงอยากมาดูมึงชนะวันนี้มั้ง” พี่วินบอก
“กูว่าไม่ใช่” พี่ปอนด์พูดขึ้น

ท่าทางและอาการแบบนี้เหมือนผมจะแอบคิดไปเองได้ว่า พี่ปอนด์มองถึงการที่พ่อมาดูครั้งนี้ไม่ได้มาเชียร์พี่เขา และจะโยนความผิดมาให้เป็นผมที่ทำให้พ่อมาดู หรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจความคิดของพี่เขา แต่สีหน้าไม่ได้ดูแฮปปี้ กับการที่พ่อมาดูครั้งนี้เลยครับ แต่อะไรก็แล้วแต่วันนี้วันสำคัญ นัดชิงชนะเลิศครั้งแรกของโรงเรียนเรา ขอสมาธิและเต็มที่กับการเล่นให้ได้ตามที่ซ้อมมาหรือดีกว่าเท่านั้น เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจกับผลที่มันออกมา ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะโอเคกับที่เราทุ้มเทซ้อมกันมาครับ......

 :n1: :กอด1: :o8: :-[

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
EP09.ลาก่อนความฝัน


“วันนี้ทุกคนเต็มเล่นให้เต็มที่เหมือนที่ซ้อมมา ปีนี้เป็นปีแรกที่เราได้เข้าชิง ผลจะออกมายังไงเราก็ไม่เป็นไร เราทำมันให้ดีท่าที่เราซ้อมมาก็พอ” โค้ชพูดให้กำลังใจพวกเราก่อนลงสนาม

รายนามผู้เล่น….
หัวหน้าทีม หมายเลข 1 นายวินชนะ
หมายเลข 2 นายปัณณธร
หมายเลข 4 นายอัฐวิทย์
หมายเลข 5 นายปภังกร
หมายเลข 7 นายอนุวัต
หมายเลข 9 นายพร้อมพงษ์
ผู้เล่นตัวรับอิสระ หมายเลข 12 นายบวรวุฒิ


มีเสียงเชียร์จากข้างสนามเยอะเลยครับ เพราะเป็นนัดชิงชนะเลิศอาจารย์พานักเรียนของโรงเรียนเรามาดูด้วยครับ....

หลังจากกรรมการเป่าให้สัญญาณเริ่มแข่งขันได้ ฝ่ายเราเป็นฝ่ายเสิร์ฟก่อน (ฝั่งตรงข้ามฝีมือคือที่สุดนะครับ มีนักกีฬาเยาวชนทีมชาติด้วยถึง 3 คน) บอลแรกรับเข้าจุดได้สวยและเช็ตเตอร์ก็ส่งบอลให้กับทางหัวเสาหลักทันที พี่อัฐรวบบล็อกเข้ามาชิดกับพี่ปอนด์อย่างไม่รอช้า

 เฮ้!!!! เสียงกองเชียร์ของเราดังสนั่นขึ้นทันทีที่หัวเสาเลือกบิดแขน ตีฉีกเข้าด้านในเพื่อหลบบล็อคพี่ปอนด์ทางตรง แต่ไม่พ้นความสูงของพี่อัฐที่ขึ้นดักบอลไว้ ทำให้เราได้แต้มแรกมาทันทีจากการบล็อค

เกมส์การแข่งขันเป็นไปอย่างสนุก แต้มเบียดกันตลอดเวลา พลัดกันนำพลัดกันตามอยู่ตลอด...ผมรู้สึกว่าพี่ปอนด์จ่ายบอลให้มากขึ้นนะครับ ทั้งบอลบีหลัง ตีบีทับด้านหน้า ตีเข้าแทรกตรงกลางระหว่างบอลเร็ว และพี่วินเองก็โชว์ผลงานดีมากด้วยเช่นกันครับ

ในระหว่างที่คู่ต่อสู้ที่เก่งกาจของเราได้เซ็ตนำไปแล้วที่ 2-1 เซ็ตในเซ็ตที่ 4 ทีมเรากลับมาเป็นฝ่ายตีตื้นขึ้นมาได้ด้วยการดิวซ์ถึง 31-29 แต้ม ทำให้เราเก็บเซ็ตที่ 4 มาและตีเสมอได้เป็น 2-2 เซ็ต

ทำให้เกิดการแข่งขันในเซ็ตที่ 5
“ปอนด์ตอนนี้ทางโน้นเริ่มจับบอลหลังไอ้ปัณณ์เยอะขึ้นละ เดี๋ยวมึงหลอกบล็อกให้หลบไปทางโค้งไอ้วินเยอะๆหน่อย” โค้ชพูดขึ้นทันที
“ครับ โค้ช” พี่ปอนด์ตอบรับ
“ไอ้ปัณณ์ เดี๋ยวมึงเล่นบีทับกับบีแทรกเยอะหน่อย กูดูว่าบล็อกจับทางมือซ้ายมึงค่อนข้างยาก” โค้ชหันมาบอกผมต่อ
“ครับ” ผมตอบรับ
“เอาหน่อยเว้ย มาไกลแล้ว อีกนิดเดียวก็สำเร็จ” โค้ชบอกต่อ
“ครับโค้ช” ทุกคนพูดพร้อมกัน

“ปัณณ์ วันนี้ฟอร์มดีมากเลยนะ” พี่วินเดินมาพูดกับผมพร้อมแตะที่หลัง
“บอลแรกปล่อยเป็นหน้าที่กูนะ มึงเตรียมตัวตีได้เลยไอ้ปัณณ์” ไอ้โป้งเดินเข้ามาพูดกับผม
“เออ วันนี้บอลแรกมึงดีสุดเท่าที่กูเคยเห็นมา” ผมแซวมัน
“แน่นอน กูมันเทพบอลรับอยู่แล้ว” มันโอ้อวดในความสามารถทันที....ถ่อมตัวบ้างก็ได้นะ

หลังจากกลับมาลงสนามในเซ็ตที่ 5 เซ็ตสุดท้ายก็จะเป็นการตัดสินว่าเราจะได้แชมป์หรือจะรองแชมป์ซึ่งมันจะเป็นครั้งแรกไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็ตาม

ความสนุกบวกกับเสียงเชียร์ที่ดังสนั่นลั่นโรงยิมที่แข่งขันทำให้คนที่อยู่นอกโรงยิมต่างพากันเข้ามาดูการแข่งขันนี้เยอะขึ้นจนเต็มที่นั่ง ทั้งสองทีมเล่นกันอย่างเต็มความสามารถและเต็มกำลังที่มีอยู่จนผลสรุปออกมาว่า


ทีมเราแพ้ครับ ด้วยคะแนน 16-14 แต้มในเซ็ตที่ 5

ไม่ว่ายังไงพวกเราเต็มที่แล้วครับ มันคือการเข้าชิงชนะเลิศได้ในรอบหลายปี (หรืออาจจะเป็นปีแรกเลยด้วยซ้ำ) เท่านี้ก็ทำให้กองเชียร์และนักกีฬาทุกคน รวมถึงโค้ชและอาจารย์รู้สึกมีความสุขมากครับ ทุกคนพูดเหมือนกันว่านัดชิงครั้งนี้เป็นการเล่นที่สนุกและมันที่สุดเท่าที่ดูมามันเป็นกำลังใจที่ดีให้กับนักกีฬาอย่างพวกเราเลยหละครับ....


“รางวัล Best Opposite Spiker ได้แก่  นายปัณณธร วิเศษสุข....”

ตกใจเหมือนกันได้มายังไงก็ยังงงอยู่ แต่ก็ขอบคุณที่เห็นความทุ่มเทตลอดการแข่งขันที่ผ่านมา มันคือส่วนหนึ่งที่ทำให้อยากพัฒนาและเล่นกีฬานี้ต่อไปครับ นอกจากผมได้รางวัลบีหลังยอดเยี่ยมมาแล้วพี่อัฐแกก็ได้ Best Middle Blocker มาด้วยอีกคนครับ

หลังจากจบการแข่งขั้นโรงเรียนของเราและนักกีฬาได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เหรียญเงินเหรียญแรกที่ผมได้รับจากที่นี่มันช่างน่ามีความสุขเหลือเกินทุกครั้งที่มองเห็น ปีหน้าเราหวังว่าจะทำมันดีขึ้นไปกว่านี้จนถึงแชมป์เลยนะครับ

วันนี้ที่โรงเรียนมีแต่คนมาแสดงความยินดีกับนักกีฬาที่ได้ที่ 2 กลับมาในครั้งนี้จนครูต้องประกาศหน้าเสาธงก่อนเข้าเรียนด้วย....มันช่างดีต่อใจเหลือเกิน เย็นนี้โค้ชขอนัดรวมตัว...แต่ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าซ้อมนะครับ พักยาวเลยครับ จนกว่าจะมีแข่งแมตช์ต่อไป

พอตกเย็นทุกคนมารวมตัวกันที่ยิมของโรงเรียน....
“เป็นยังไงบีหลังยอดเยี่ยมคนแรกของโรงเรียนเรา” ไอ้โป้งเดินเขามากอคอผมและพูดขึ้น
“เออ รู้สึกดีวะ” ผมบอก
“มึงแม่งโคตรโดดเด่นเลย มึงรู้ตัวปะ” มันบอกต่อ
“จะไปรู้ได้ไง ก็เล่นไปตามที่ซ้อมมาปกติ” ผมตอบ
“มึง กูโคตรดีใจเลยที่ได้มึงมาร่วมทีม อย่าไปไหนนะเว้ยอยู่เล่นกับกูนานๆ” มันบอก
“แล้วกูจะไปไหนได้ ก็ได้ทุนมาเรียนที่นี่นะเว้ย” ผมตอบ
“เออ ก็จริง” มันพูดตอบ

“ยุ่งอะไรกับแฟนกู” พี่วินมาจากข้างหลัง.....เดี๋ยวๆนะพุดอะไรนะพี่วิน
“ยุ่งอะไรกับปัณณ์ ไอ้โป้ง” พี่วินเหมือนจะรู้ตัวรีบพูดใหม่ทันที
“ผมกำลังชมมันอยู่พี่” ไอ้โป้งรีบตอบ
“แล้วทำไมต้องกอด” พี่วินพูดอีก....พี่หึงไอ้โป้งปะเนี่ย อาการออกนะ 5555
“ห่วงอีกละ คู่จิ้นคู่นี้” มันบ่น
“เรื่องของกู” พี่วินตอบทันที

ไม่นานโค้ชและอาจารย์ก็มาพวกเรารวมตัวกันที่ข้างสนาม....
“วันนี้กูกับครูจะมาแจ้งว่า พวกมึงทำผลงานได้ดีมาก มีรางวัลให้ไปเที่ยวเสาร์อาทิตย์นี้” โค้ชบอกทันที
“ที่ไหนครับโค้ช” ไอ้มอสถาต่อ
“ก็มีเงินให้ก้อนหนึ่ง อยากจะไปที่ไหนก็ลองโหวตกันดูแล้วให้ไอ้วินประสานงานครูอีกที” โค้ชบอกอีก
“ครับโค้ช” ทุกคนตอบรับ
“ส่วนอีกเรื่อง จากผลงานที่ผ่านมา โค้ชใหญ่แจ้งว่าจะให้เรียกตัวพวกมึงเข้าแคมป์ฝึกเยาวชนทีมชาติ” โค้ชพูดอีก.....ทุกคนต่างพากันตื่นเต้นเพราะมันก็คืออีกฝันที่นักกีฬาทุกคนอยากไปถึง
“ก็มีไอ้วิน ไอ้ปอนด์ ไอ้อัฐ ไอ้โป้ง แล้วก็ไอ้ปัณณ์ ปีนี้โค้ชใหญ่เรียกไป 5 คนเลย” โค้ชพูดขึ้นทันที
“โว้วววว เอาเว้ยทีมเราจะมีทีมชาติแล้ว” เสียงไอ้มอสพูดแซว
“อีก 1 เดือนก็เตรียมตัวด้วยหล่ะ เก็บตัวเข้าแคมป์ 1 สัปดาห์ แล้วรอดูประกาศผลอีกที” โค้ชพูดต่อ

มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากครับ สำหรับการถูกเรียกตัวเข้าค่ายฝึกเยาวชนทีมชาติ ต่อให้ถึงจะไม่ได้เข้าไปเล่นในนามทีมชาติก็ยังถือว่าประสบความสำเร็จไปอีกขั้น

หลังจากตกลงกันสรุปว่าไปทะเลครับ ไปพักผ่อนและเล่นน้ำกันให้สบายใจ ค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง ที่พักและค่ากินอาจารย์มีงบให้ทั้งหมดครับ มันจะเป็นการไปทะเลของเด็กเหนือครั้งแรกของผมด้วยนะครับ ก็ออกจะตื่นเต้นหน่อยๆ

เพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย” Post …
…..น่ายินดีกับนักกีฬาที่ได้รางวัล แม่เป็นเมียน้อย แย่งพ่อคนอื่นทำครอบครัวเขาแตกแยก....
(โพสรูปผมรับรางวัล แบบเบลอหน้า)



ผมว่าเพจเริ่มจะเล่นแรงขึ้นทุกวันนะครับ อันนี้ผมเริ่มจะไม่โอเคกับสิ่งที่เพจนี้โพส ผมว่าทุกคนน่าจะเดาออกว่าคนในรูปคือใครเพราะมันเป็นรูปเดียวกับที่โพสอยู่ใน  “คู่รักนักตบ” ควรต้องทำอะไรสักอย่างแล้วหรือยังนะแบบนี้ แต่จะทำอะไรได้มันเรียกได้ว่าแทบจะเป็น Account ปลอมเกือบทั้งหมดหาตัวคนทำยากซะด้วย

หลังจากผ่านไปจนถึงวันที่เราต้องไปพักผ่อน เป็นรางวัลที่ทางครูและโค้ชให้มา โค้ชไม่ได้ไปด้วยนะครับ ติดธุระ แต่มีครูไปด้วยเป็นคนดูแลพวกเราครับ....


ที่พักที่จองไว้นอนห้องละ 3 คนครับ แน่นอนผมถูกจองตัวนอนกับพี่วิน แล้วก็พี่ปอนด์ (พี่วินคงจะเลือกเอง) ผมไม่ได้เลือกหรอกครับ แน่นอนผมต้องนอนเตียงเดียวกับพี่วินอยู่แล้ว พี่ปอนด์นอนเตียงเสริม ซึ่งตอนแรกผมเอาของไปวางที่เตียงเสริมแล้วนะครับ แต่พี่วินก็ลากของผมกลับไปวางที่เตียงหลัก ซึ่งพี่ปอนด์ก็ไม่ได้พูดอะไร (ก็ยังไม่พูดกับผมนะ)

“พี่ปอนด์ครับ อาบน้ำก่อนไหมครับ” ผมถามทันทีที่ได้จังหวะชวนคุย
“ไม่อะ” ตอบแล้ววุ้ย....พี่ปอนด์ตอบ และนอนเล่นมือถือแกต่อไป
“งั้นเดี๋ยวปัณณ์ เข้าก่อนนะครับ” ผมบอกอีก
“อืม” พี่ปอนด์ตอบแค่สั้นๆ
“ปัณณ์ถามอะไรหน่อยซิครับ” ผมตัดสินใจจะถามต่ออีกขณะกำลังเตรียมของเพื่อจะไปอาบน้ำ
พี่โกรธปัณณ์เรื่องพ่อหรอครับ” ผมถามทันที
“..............” พี่ปอนด์เงยหน้ามาจากจอมือถือจ้องหน้าผม แต่ไม่พูดอะไร
“ปัณณ์ขอโทษครับ ปัณณ์ไม่รู้เรื่องมาก่อน ปัณณ์ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ ปัณณ์ไม่คิดจะตามหาพ่อเลยด้วยครับ” ผมบอก

จบประโยคที่ผมพูดก็ยังไม่มีประโยคสนทนากลับจากพี่ปอนด์นะครับ จนพี่วินเปิดประตูเข้ามาจากที่ไปเคลียร์เรื่องห้องของทุกคนเสร็จ....

“ไปอาบน้ำไปปัณณ์” พี่วินพูดขึ้น.....น่าจะได้ยินที่ผมคุยกับพี่ปอนด์
“ครับ” ผมตอบ
“เสร็จแล้วเดี๋ยวไปเดินเล่นกัน เย็นนี้โค้ชพาไปกินเลี้ยงชุดใหญ่” พี่วินบอก

จากนั้นผมก็เดินเข้าห้องน้ำไปเพื่ออาบน้ำ....ผมรู้สึกว่าพี่วินกับพี่ปอนด์คุยอะไรกันสักอย่าง เดาว่าเรื่องผมนี่แหละ แต่ไม่ได้ยินชัดเพราะเสียงน้ำมันดัง พอเสร็จแต่งตัวเรียบร้อยก็ไปเดินเล่น เพื่อรอเวลาเย็น...

เวลาของงานเลี้ยงเริ่มแล้ว....แน่นอนมาทะเล อาหารทะเลเต็มโต๊ะเลยครับ 555
“พี่ครับ มีเมนูหมู หรือปลาที่ไม่ใช่ทะเลมั้ยครับ พอดีน้องผมแพ้อาหารทะเลนะครับ” พี่วินถามทันที
“หมูมีค่ะ แต่ปลาตอนนี้จะเหลือแต่ปลาทะเล” พี่พนักงานตอบ
“งั้นผมเอาหมูทอดกระเทียม กับไข่เจียวหมูสับเพิ่มหน่อยนะครับ” พี่วินสั่ง
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่พนักงานจดแล้วเดินไปส่งที่ครัวทันที

“กินได้มั้ยปัณณ์ มีแต่ของทะเลหมดเลย” พี่วินถามผมทันที
“ได้ครับ เดี๋ยวปัณณ์เลือกกินที่เป็นผักเอาก็ได้ครับ” ผมตอบ
“รอหมูกะเทียมกับไข่เจียวก่อนนะ” พี่วินบอกอีก
“ปัณณ์กินปลากะพงทอดน้ำปลาได้ครับ เคยกินแล้วไม่แพ้ครับ” ผมตอบ
“............” พี่วินตักปลากะพงทอดน้ำปลาไปที่จานตัวเอง และแกะก้างออก....อย่าบอกนะว่าจะแกะให้ผมนะ ไม่ต้องเลยนะ อายคนอื่นนะพี่วิน
“อะ....พี่แกะก้างออกให้แล้ว” พี่วินพูดและตักปลาที่แกะก้างออกส่งมาให้ผมในจาน
“............” ผมแอบชำเรืองมองเพื่อนๆพี่ๆร่วมทีม....ไอ้โป้ง พี่เบส พี่หมู  พี่อัฐ พี่บุ๊ค (โดยเฉพาะไอ้โป้งตัวดีเลย สีหน้ารอยยิ้มมันบอกว่าพร้อมจะตั้งป้อมแซวผมเต็มที่เลย)
“ขอบคุณครับ แต่เดี๋ยวปัณณ์ตักเองก็ได้พี่” ผมบอกกระซิบพี่วินเบาๆ
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก้างติดคอ พี่ทำให้แหละดีแล้ว” พี่วินพูดอีก....นั่นมันกะพงทอดน้ำปลานะ มันแทบจะกรอบทั้งตัวแล้วมั้ยพี่วิน

“พี่เบสครับ โป้งแกะปลาไม่ได้ ตักปลาให้โป้งหน่อยครับ” นั่นไง....พี่วินไอ้โป้งมันเริ่มแล้ว
“เดี๋ยวพี่แกะก้างให้นะโป้ง เดี๋ยวติดคอ” พี่เบส...พี่ก็ไปเล่นตามมันนะ หยุดเลย!!!
“พี่เบสอะ น่ารักที่สุดเลยครับ” มันยังไม่หยุด สีหน้ามันนี่แบบน่าเอาหัวปลาขว้างสักที

แล้วพี่เบสกับไอ้โป้งก็หัวเราะกันคิ๊กคัก....มีความสุขในการแกล้งผม หรือว่าจริงๆแล้วทุกคนในทีมก็รู้เรื่องผมกับพี่วินแล้วหรือเปล่านะครับ  (หรือว่าพี่วินแอบบอก ก็ไม่น่าจะใช่ผมห้ามไว้แล้วนะ)

จากนั้นเรากินข้าวกันจนอิ่ม ผมก็กินของที่ผัดที่ทอดที่ต้มที่มันรวมในเนื้อสัตว์ทะเลนั่นแหละครับ แต่เลือกไม่โดนตัวของทะเล แต่ก็ไม่รอดครับ ผื่นขึ้นเต็มตัวเลย พี่วินวิ่งไปหายาแก้แพ้จากพี่พนักงานโรงแรมมาให้ พนักงานใจดีขี่มอไซด์ออกไปซื้อร้านขายยามาให้เลยครับ ขอบคุณที่ดูแลผมดีขนาดนี้ครับ
“ไอ้ปอนด์” เสียงพี่วินเรียกเพื่อนเขา...หลังจากที่ผมกินยาไปแล้วนอนหลับ (แต่ยังไม่สนิท)
“ว่า” พี่ปอนด์ตอบรับ
“กูมีเรื่องจะบอก” พี่วินพูดขึ้นอีก
“เรื่องมึงกับปัณณ์นะหรอ” พี่ปอนด์แย่งพูดก่อนเลย....อ้าว รู้อยู่แล้วหรอเนี่ย
“มึงรู้อยู่แล้วหรอ” พี่วินถามกลับ
“อืม รู้นานแล้ว” พี่วินตอบ
“กูขอโทษมึงนะเว้ย กูแย่งคนที่มึงชอบอีกแล้ววะ” พี่วินบอกทันที
“กูจะทำไรได้วะ นั่นมันน้องกู พ่อก็คนเดียวกัน กูจะไปโกรธมึงได้ไง” พี่ปอนด์พูดตอบ
“งั้นกูขอจีบปัณณ์นะ” พี่วินพูดต่อ
“ทันหรอวะ ไม่ใช่มึงได้กันตั้งแต่ที่เชียงใหม่ไปแล้วไง” พี่ปอนด์สวนกลับเพื่อนเขาทันที
“ไอ้เวน กูไม่ได้เป็นคนแบบนั้น” พี่วินตอบ
“ถ้ากูห้ามมึง มึงยอมได้หรอ” พี่ปอนด์ถามอีก
“ก็คงไม่ได้ กูรักของกู” พี่วินตอบ
“มึงแม่ง มารหัวใจกูฉิบหาย” พี่ปอนด์พูดต่อ

ผมฟังสองคนพูดไปสักพักจนเริ่มจับใจความอะไรไม่ได้แล้วผมก็หลับไปเพราะยามันออกฤทธิ์ (ไม่รู้ว่านินทาอะไรผมต่อ) แต่ก็เหมือนจะรู้สึกโอเคขึ้นมาอีกหน่อยกับคำพูดที่พี่ปอนด์บอกว่า “กูจะทำไรได้วะ นั่นมันน้องกู พ่อก็คนเดียวกัน” ถึงจะไม่ใช่คำที่บอกว่ายอมรับในตัวผม แต่ก็ยังเรียกว่าเป็นน้อง  มันก็รู้สึกโอเคขึ้นมาบ้างแล้วจริงไหมครับ....
วันพักผ่อนก็ไม่มีมะไรมากครับ หาของอร่อยกิน เล่นน้ำ ถ่ายรูป นอน ขากลับก็แวะซื้อของฝากแต่ผมคงไม่ได้ซื้ออะไร เพราะมีพวงกุญแจเล็กๆไปฝากไอ้พู่กัน ไอ้โบ๊ท ออม แล้วก็กิ๊ก แก๊งเพื่อนสนิทของผมแล้ว

เช้าวันเรียน.....
“ปัณณ์.......” ออมวิ่งหน้าตาตื่นมาแต่เช้า พร้อมรีบส่งมือถือหน้าเพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย” มาให้ดู

เพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย” Post....
.....มีแม่เป็นเมียน้อย ทำไมถึงชื่นชอบคนแบบนี้....
(โพสรูปผม ครั้งนี้ชัดสุดในบรรดารูปทั้งหมด)


“ทำไมเขาเริ่มเล่นแรงแล้วนะปัณณ์” ออมพูดอีก
“ช่างมันเหอะ คงไม่กระทบอะไรกับเรามากเท่าไหร่ ก็แค่เพจเอง” ผมบอก

จากนั้นก็คุยกันสักพัก ออมพยายามพูดเพื่อช่วยปกป้องผม แต่ผมบอกว่าคงไม่เป็นไรปล่อยๆไปเหอะเพจ แบบนี้มันคงแค่ปั่นโพสแกล้งไปเรื่อย....

ผ่านไปสองวัน....ผมเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ที่เกิดขึ้นกับผม วันนี้เดินเข้าโรงเรียนมีแต่คนมองแปลกๆและเหมือนหันไปคุยแบบนินทาผมเยอะเลย (ปกติมีแบบมองชื่นชมในการเล่นวอลเลย์บอลของของผม แต่วันนี้มันแปลกไม่น่าจะใช่การชื่นชม) พอถึงห้องผมตรงไปที่โต๊ะเรียนก่อนผมเจอเพื่อบางส่วนนั่งอยู่แล้วแต่ที่แปลกคือไอ้พู่กันไม่ทักผมเหมือนเคย ไอ้โบ๊ทที่นั่งถัดไปก็ดูเงียบๆนั่งก้มหน้า เพื่อนคนอื่นๆก็เริ่มมองแปลกๆ มันต้องมีอะไรแน่ๆ ผมเลยสงสัยเพจนั้นก่อนเลยเปิดเข้าไปดู

....เพจ “เกลียดนักวอลเลย์บอลมือซ้าย” Post….
....นายปัณณธร ม.4 แม่เป็นชู้กับพ่อของรุ่นพี่คนหนึ่ง....
....แม่เคยขายตัว สงสัยติดเชื้อ HIV เสียชีวิต....
....แล้วคนเป็นลูกจะติดเชื้อมาจากแม่มั้ย?....
....จริงๆก็ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อนะ...คนที่ไปแย่งมา หรือคนที่มาซื้อบริการ...


ในเวลาสองวัน Post เกิดขึ้นเพื่อทำร้ายผมถึง 4 Post.....ผมว่ามันเริ่มแรงเกินไปแล้วนะครับ ถึงขั้นเอ่ยชื่อจริงผม มันล่วงเกินแม่ผมอีกด้วย อันนี้ผมไม่โอเคเลยครับ

ผมลงนั่งข้างไอ้พู่กันเหมือนปกติ แต่ไอ้พู่กันนอกจากจะไม่ทักผมและพอผมลงนั่ง ก็ขยับตัวออก
“เป็นไรวะ” ผมถามมันทันที
“ไม่ได้เป็นไร” ไอ้พู่กันมันตอบ
“มึงรังเกียจกูหรอ มึงเห็นเพจนั้นแล้วใช่ปะ” ผมถาม
“............” มันไม่ตอบ...แค่นี้ผมก็รู้แล้วครับ ว่ามันรู้สึกยังไง

โอเคผมไม่โกรธมันนะครับ ที่มันจะรู้สึกแบบนี้กับผม เป็นใครก็คงจะรู้สึกแบบนี้นั่นแหละ ตัวผมเองก็ยังไม่รู้นะครับว่าแม่ผมเสียไปยังไง เพราะผมแค่ 4 ขวบเองในตอนนั้น....ผมเลยเก็บของแล้วเดินไปนั่งหลังสุดที่เป็นโต๊ะว่างไม่มีคนนั่น สักพักออมก็เดินเข้ามา...
“ปัณณ์ ทำไมไปนั่งตรงนั้นอะ” ออมถามผมทันที
“.............” ผมไม่ได้ตอบ แค่ยิ้มให้ออมแบบเหนื่อยๆ
“อย่าบอกนะเพราะเพจนั้นอะ” ออมพูดต่อ
“ไม่เป็นไรออม เรานั่งได้ เตรียมตัวไปเข้าแถวเหอะ” ผมบอกและเก็บของเตรียมไปเข้าแถว

“ปัณณ์โอเคมั้ย” พี่วินวิ่งโผล่เข้ามาอย่างเร็วตรงมาที่ผม
“โอเคเรื่องอะไรพี่ ปัณณ์โอเค” ผมตอบ
“พี่เห็นเพจนั้นแล้วนะ” พี่วินพูดขึ้น
“ช่างมันพี่ ปัณณ์ไม่ได้สนใจอะไร” ผมบอก
“มันเล่นแรงเกินไปแล้วนะปัณณ์” พี่วินบอกอีก
“ปล่อยไปเหอะพี่ ไปรอเข้าแถวเหอะ” ผมบอกและลุกเดินออกไปพร้อมพี่วิน

หลังจากผ่านช่วงเช้าไป แบบไม่ปกติผมรู้สึกไม่อยากเรียนเลย พอถึงเวลาพักเที่ยง ผมก็เดินตามหลังเพื่อนๆไปโรงอาหารเพื่อซื้อข้าวกิน หลังจากซื้อข้าวเสร็จก็เดินไปที่โต๊ะเพื่อน ซึ่งปกติต่อให้มันแน่นแค่ไหน หรือคนเยอะแค่ไหนเพื่อนก็จะพยายามขยับให้ผมนั่งลงให้ได้ แต่เท่าที่ผมดูมันพอจะมีพื้นที่ว่างแต่เพื่อนก็ไม่ขยับให้
“พู่กันขยับหน่อยซิ ปัณณ์จะได้นั่งด้วย” ออมพูดขึ้น
“...........” พู่กันพยายามเหมือนจะขยับแบบไม่เต็มใจ
“เฮ้ย....ปัณณ์มันเป็นเพื่อนเรานะเว้ย ทำไมไม่ถามให้รู้เรื่องจริงก่อน หรือต่อให้มันจะเป็นเรื่องจริงก็ควรให้กำลังใจเพื่อนเราหรือเปล่าวะ” ออมพูดต่อว่าเพื่อนทันที
“ไม่เป็นไรออม เราเข้าใจเดี๋ยวเราไปนั่งที่อื่นก็ได้” ผมบอกและกำลังจะเดินออก
“พวกแกแม่งเป็นเพื่อนที่โคตรแย่เลยวะ” ออมพูดต่อว่าเพื่อน พอที่ผมจะได้ยิน

ผมเดินออกไปนั่งหลังสุดพอที่จะไม่ค่อยมีคน....ระหว่างเดินไป ผมไม่ชอบสายตาและการมองแบบรังเกียจผมแบบนี้เลย เหมือนผมเป็นตัวเชื้อโรค หลังจากที่เกิดเรื่อง Post นั้นขึ้นยอดคนกดถูกใจและคอมเม้นในเพจนั้นเยอะขึ้นมากครับ (รวมถึงการแชร์ออกไปเป็นวงกว้าง) ผมกลายเป็นตัวประหลาดในสายตาของเพื่อนนักเรียนอย่างรวดเร็ว
“ปัณณ์ ออมนั่งด้วย” ออมเดินตามผมมาและนั่งลงเป็นเพื่อนผม
“ขอบคุณนะออม” ผมกล่าวขอบคุณทันที
“แกไม่ต้องสนใจ คนที่มันมองยังไงเรื่องของมัน” ออมบอกต่อ
“.............” ผมยิ้มให้ออมและกินข้าวต่อ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่อร่อยเท่าไหร่มันรู้สึกกลืนไม่ลง

“ทำไมมานั่งกันแค่สองคนละปัณณ์” พี่วินเดินถือจานข้าวมากับพี่ปอนด์และนั่งลงข้างผม
“เพื่อนไม่โอเคหรอปัณณ์” พี่วินพูดขึ้นอีก
“พวกมันโคตรแย่เลย แค่ข่าวปลอมๆก็พากันมองปัณณ์แปลกไป” ออมตอบแทน
“ปัณณ์ต่อไปนี้ตอนกลางวัน และก่อนกลับบ้านรอพี่ทุกวันนะ พี่จะมากินข้าวด้วย” พี่วินพูดขึ้น
“ไม่เป็นไร พี่วิน ปัณณ์อยู่ได้ครับ ออมก็อยู่” ผมบอก
“อย่าขัดใจพี่” พี่วินเริ่มมีน้ำเสียงซีเรียสแกมบังคับ
“ก็ได้ครับ” ผมตอบ

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามันเหนื่อยมากเลยครับ มันเหนื่อยกับสายตาที่เพื่อนนักเรียนมอง มันโคตรไม่มีความสุขเลย ต่อให้พี่วินจะเข้ามาช่วยให้ผมหายเคลียดบ้างก็เหอะมันก็ยังไม่ปกติอยู่ดี แต่สิ่งที่ผมอยากรู้คือ เพจนั้นมันต้องการอะไรจากผม ทำไมต้องทำลายชีวิตผมขนาดนี้ด้วย....

เช้าวันจันทร์ต่อมา....
เสียงประกาศจากทางโรงเรียน....
“นายปัณณธร วิเศษสุข นักเรียนชั้น ม.4/2 หลังจบคาบเรียนให้มาพบครูที่ห้องธุรการและทุนการศึกษาของโรงเรียนด้วยค่ะ”

เกิดเรื่องขึ้นแน่ๆ....ถ้าโดนเรียกแบบนี้ผมเริ่มกระวนกระวายใจ เรียนไม่รู้เรื่องละครับ มันไม่น่าจะใช่เรื่องดีแน่ๆถ้าโดนเรียกกระทันหันระหว่างเรียนขนาดนี้...

หลังจากเรียนจบคาบเรียนผมรีบไปพบอาจารย์ที่ห้องธุรการและทุนการศึกษาทันที
“สวัสดีครับ อาจารย์ขออนุญาตครับ” ผมเปิดประตูและขออนุญาตเข้าห้อง
“เข้ามาซิปัณณธร” อาจารย์ที่ทำเรื่องทุนให้ผมตอนเข้ามาเรียนตอบและให้ผมเข้าไปหา
“ครูจะแจ้งเรื่องทุน พอดีข่าวที่มันแพร่ออกไปทางสำนักงานที่ให้ทุนมา เขาไม่ค่อยโอเคกับเรื่องข่าวนั้นเท่าไหร่ เขาเลยระงับทุนของปีหน้าไว้ก่อนนะ แต่เดี๋ยวครูจะลองหาทุนอื่นดูให้” อาจารย์พูดบอกทันที
“ไม่ต้องห่วงนะ เทอมนี้เราจ่ายไปแล้ว ยังมีสิทธิ์สอบจนจบ ม.4 เดี๋ยวปีหน้าครูลองยื่นขอทุนให้อีกที” อาจารย์บอกต่ออีก
“ขอบคุณครับ อาจารย์” ผมยกมือไหว้ขอบคุณอาจารย์
“มีแค่นี้แหละ เดี๋ยวไปรอเรียนคาบต่อไปได้ มีอะไรเดี๋ยวครูแจ้งอีกทีนะ” อาจารย์บอกอีก
“ครับ สวัสดีครับ” ผมลาอาจารย์ออกจากห้องมา

หน้าห้องธุรการและทุน....
“ปัณณ์ มีเรื่องอะไร” พี่วินวิ่งมาถึงพร้อมๆกับที่ผมเปิดประตูออกมา
“โดนตัดทุนเรียนปีหน้าครับ” ผมตอบ
“.............” พี่วินไม่ได้พูดอะไร แต่ดูสีหน้าบ่งบอกให้รู้ว่ากังวลเรื่องนี้ไม่ต่างจากผม (ที่วินวิ่งหน้าตาตื่นมานี้ก็คงพอเดาเรื่องได้และครับว่าจะเกิดเรื่องอะไร)
“ไม่เป็นไรครับ อาจารย์จะลองยื่นทุนอื่นให้อีกทีครับ” ผมบอก เพื่อให้พี่วินสบายใจ
“ให้พี่ช่วยอะไรได้บ้างไหม” พี่วินเสนอตัวทันที
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ”ผมตอบ
“ไม่มีเรียนหรอครับ” ผมถามทันที
“มีแต่พี่ว่าจะไม่เข้าเรียน ปัณณ์....” พี่วินตอบและเรียกชื่อผม
“โดดเรียนกันไหม” พี่วินชวนผมโดเรียน
“จะโดดไปไหนครับ” ผมถาม
“ก็ไปไหนก็ได้ ไปที่ปัณณ์สบายใจ หรืออยากไป” พี่วินบอก

ก็ดีเหมือนกันนะครับ อยู่ก็เหมือนจะไม่มีจิตใจจะเรียน สรุปว่าเราสองคนโดดเรียนออกไปข้างนอกโรงเรียนครับ ไหนไหนก็โดนตัดทุนเรียนละ ปีหน้าคงไม่ได้เรียนต่อที่นี่แน่นอน ถ้าทุนนี้โดนตัดได้ ขอที่ใหม่ทางผู้สนับสนุนก็อาจจะไม่โอเคและก็คงจะไม่ได้เหมือนเดิม....
“ปัณณ์ เดี๋ยวพี่ไปซื้อชานมให้นะ” พี่วินบอกขณะที่เรากำลังเดินเล่นอยู่ที่ห้าง(ชุดนักเรียนด้วยใครดูก็รู้ว่าโดดเรียนมา)
“.............” ผมยิ้มตอบรับ

....สายเรียกเข้า โค้ชเจมส์....
“ครับโค้ช” ผมรับสายทันที
“มึงก่อเรื่องอะไรอีกไอ้ปัณณ์” โค้ชใส่ผมทันที
“...............” ผมยังไม่ได้ตอบ กำลังตกใจไม่คิดว่าเรื่องนี้จะไปถึงโค้ชเร็วขนาดนี้
“เย็นนี้พวกมึงรวมตัวที่ยิมหลังเลิกเรียนด้วยนะ แจ้งในทีมด้วย” โค้ชบอกและวางสายไปทันที

“มีไรหรอปัณณ์” พี่วินเดินกลับมาพร้อมชานมและถามทันที
“โค้ชเรียกรวมเย็นนี้ ทุกคนเลยครับ” ผมตอบ
“มีเรื่องอะไร” พี่วินพูดขึ้น
“ไม่รู้ครับ บอกแล้ววางสายไปเลย” ผมตอบ

หลังจากนั้นพี่วินก็เจาะแก้ชานมให้ผมและส่งมาให้ แต่ผมรู้สึกเหมืนจะกินไม่ลง เหมือนรู้ชะตากรรมตังเอง ผมถือชานมกลับไปจนถึงโรงเรียนดูดไปครั้งเดียวแทบจะละลายเป็นน้ำเปล่า...
“โค้ชเรียกทำไมวะ มีแข่งด่วนหรือไงเนี่ย” ไอ้โป้งพูดขึ้นทันที
“ไม่น่าจะมีแข่งติดกันขนาดนี้นะ หรือไม่ก็อาจะมีซ้อมทีมกับโรงเรียนอื่นมั้ง” ไอ้มอสพูดต่อ

“พวกมึงรวมตัวหน่อย” โค้ชพูดขึ้นทันทีที่มาถึง
“วุ่นวายฉิบหายพวกมึงเนี่ย เดือนหน้าโค้ชใหญ่เรียกเข้าแคมป์มีการเปลี่ยนแปลงนะ ไอ้ปอนด์ ไอ้วิน ไอ้อัฐ ไอ้โป้ง เหมือนเดิม เปลี่ยนไอ้ปัณณ์เป็นไอ้เบสแทน” โค้ชพูดต่อ
“ไอ้ข่าวที่นักเรียนแชร์ๆกันมันรู้ไปถึงสมาคม โค้ชใหญ่ไม่โอเคกับเรื่องนี้มาก มึงนี่มันปัญหาเยอะวะ ตกลงมึงชื่อปัณณ์หรือปัญหากันแน่วะ” โค้ชดูผิดหวังกับผมมากเลย ไม่เคยเห็นโค้ชทำท่าทางแบบนี้มาก่อนเลย
“ส่วนเรื่องค่าที่พัก เขาให้มึงถึงสิ้นปีการศึกษานี้นะ....ไว้เดี๋ยวกูลองหาที่ใหม่ให้ มีแต่ปัญหา แม่งแต่เสือกฝีมือการเล่นดี” โค้ชบ่นอีก

....มีแต่ปัญหา....ประโยคเดียวร้อยล้านความหมายพุ่งตรงเข้ามาในหัวผม....

ผมได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมที่ผมไม่ได้ก่อมันขึ้นด้วยซ้ำ มันเกิดเรื่องอะไรกับผมวะเนี่ย ทำไมเส้นทางชีวิตมันดูยากเย็นขนาดนี้ ผมกำลังจะก้าวเข้าไปใกล้ความฝันที่ตั้งไว้แล้วแท้ๆ แต่ตกลงมาแบบลิฟท์ที่สายขาดพร้อมกันทุกสาย ล่วงลงแบบไม่มีการชะลอตัวตกลงมากองที่พื้น เจ็บจังครับ! การใช้ชีวิตที่นี่มันช่างลำบากเหลือเกิน กายเหนื่อยนอนหลับพรุ่งนี้ก็หาย แต่ใจที่เหนื่อยมันจะหายไปตอนไหน ผมจะทนไหวไหม.....

Punnatorn Pun Visatesuk Post….
….แม่ครับ ปัณณ์ เหนื่อยจังเลยครับ เมื่อไหร่จะมารับปัณณ์ไปสักที.......



 :z10: :z10: :z10: :z10:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
งือออออออ

ออฟไลน์ love123

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-0
EP10.กรรมคือผลของการกระทำ


Punnatorn Pun Visatesuk Post….
….แม่ครับ ปัณณ์ เหนื่อยจังเลยครับ เมื่อไหร่จะมารับปัณณ์ไปสักที.......


หลังจากที่ผมโพส Status นี้ทิ้งไว้และหลับไปในค่ำคืนที่แสนเหนื่อยนี้....

ก๊อก.....ก๊อก......ก๊อก......ปัณณ์ ปัณณ์ อยู่ไหม....พี่วินเอง.....

หลังจากหลับๆตื่นๆ งัวเงียลุกขึ้นมาเพราะว่าได้ยินเสียง แต่ไม่แน่ใจว่าใช่เสียงเรียกของห้องตัวเองหรือเปล่า แต่ก็ต้องตัดสินใจลุกไปเปิดดูก่อน....
“เอ้า...พี่มาได้ไง มาทำไมครับ” ผมถามพี่วินทันทีที่เจอยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับพี่ยามหน้าตึก
“ก็ปัณณ์โพสอะไรแบบนั้น พี่เป็นห่วงดิ” พี่วินพูดขึ้นทันที
“น้ายามครับ ขอบคุณครับที่พาผมขึ้นมา” พี่วินหันไปบอกน้ายามต่อ
“งั้นน้าขอตัว ไปทำงานก่อนนะ” น้ายามพูดและเดินกลับลงไป
“โอเค มั้ยเนี่ย” พี่วินพูดขึ้นและดึงผมเข้าไปกอดทันทีที่เข้าห้องและปิดประตู
“โอเคครับ ปัณณ์แค่เหนื่อย” ผมตอบ
“แล้วพี่โทรมาตั้งหลายสายก็ไม่รับ” พี่วินพูดอีก
“ปัณณ์ปิดเสียงไว้” ผมตอบ
“พี่ปล่อยปัณณ์ก่อน ปัณณ์ไม่เป็นไรแล้วครับ” ผมตอบ
“อย่าคิดทำร้ายตัวเองนะปัณณ์” พี่วินบอก
“ครับ ปัณณ์ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นครับ ปัณณ์ไหวครับ” ผมบอก

ปัณณ์ไหวครับ...แค่จบคำว่าไหวน้ำตาไหลเฉยเลยครับ ปากที่บอกว่าไหว แต่ใจมันเสือกสั่น สมองสั่งให้น้ำตาไหลออกมาง่ายๆทันที
“ร้องออกมาให้หมดเลยปัณณ์ พี่จะอยู่กับปัณณ์เองครับ” พี่วินบอกและกอดลูกหัวปลอบผม

หลังจากได้สติและหยุดร้องให้ ผมก็ล้างหน้าล้างตาและหยิบมือถือขึ้นมาว่าจะลบโพสนั้นทิ้ง เพื่อไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วง กลัวว่าโพสอาจจะไปถึงน้าหรือตากับยาย (แต่ก็ไม่น่าจะเห็น เพราะตายายเล่นไม่เป็น แต่น้องสาวผม(ลูกของน้า) เล่นเป็นและมีผมเป็นเพื่อนใน Facebook)

30 สายพี่วินไม่ได้รับ....
16 สายไอ้แสบไม่ได้รับ....
8 สายออมไม่ได้รับ...
Punnatorn Pun Visatesuk Post….
….แม่ครับ ปัณณ์ เหนื่อยจังเลยครับ เมื่อไหร่จะมารับปัณณ์ไปสักที.......
a.   ปัณณ์โอคั้ย เกิดอะไรขึ้น.....ออม
b.   ปัณณ์ เหนื่อยมั้ยเพื่อน กลับมาบ้านเราเหอะ กูและเพื่อนๆรักมึงนะ…..ไอ้แสบเพื่อนเชียงใหม่
c.   กูไม่รู้ว่ามึงเจออะไรมาบ้าง กูสัญญาจะเป็นเพื่อนมึงตลอดไป บีหลังยอดเยี่ยมของกู....ไอ้โป้ง
d.   กลับบ้านเราเหอะเพื่อน....ไอ้ป้องเพื่อนเชียงใหม่
e.   ปัณณ์น้องพี่....ก่อนหน้านี้เราอาจจะมีปัญหากัน ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่พี่อยากจะบอกว่าพี่ยินดีจะเป็นพี่ เป็นเพื่อน คอยให้กำลังใจปัณณ์อีกคน พี่ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ข้างๆตอนที่ปัณณ์มีปัญหา แต่อยากให้รู้ว่าพี่โอเคนะถ้ามีน้องอีกคนคือปัณณ์.....พี่ปอนด์


อย่างน้อยผมมีคนที่พร้อมจะเข้าใจ ให้กำลังใจอยู่เหมือนกันนะครับ....วันนี้ผมแค่หมดแรงแค่นั้นไม่ได้คิดจะทำร้ายตัวเองนะครับ ขอบคุณพี่วินคนรักของผมที่พร้อมจะเคียงข้างและอยู่กับผมในทุกๆปัญหาทีเข้ามา ขอบคุณพี่ปอนด์ที่ยอมรับในตัวผมและหวังว่าต่อไปความสัมพันธ์มันจะดีขึ้นนะครับ ไอ้แสบไอ้ป้องเพื่อนรักผมที่เชียงใหม่และเพื่อนอีกหลายๆคนที่ยังหวังดีกับผมเสมอแม้จะไม่ได้เรียนด้วยกันแล้ว ออมเพื่อนอีกคนที่นี่ที่ยังคงดีกับผมต่อไป ไอ้โป้งลิเบอโร่ที่เซฟลูกวอลเลย์บอลได้ดีแต่ก็ยังเป็นมือเซฟมิตรภาพที่ดีของเพื่อนด้วยเช่นกัน

คืนนี้พี่วินนอนกับผมนะครับ และกอดผมทั้งคืนเลยครับ ตอนนี้กายผมอุ่นมากและใจก็อุ่นด้วยเช่นกัน ก่อนหลับผมกดลบโพสนั้นทิ้งไปแล้วนะครับ ผม Messenger ไปบอกไอ้แสบเพราะมันทั้งโทรทั้งแชทมา

....กูไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณมากเพื่อนรัก กูโอเค.....

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พอมันผ่านระยะเวลามาสักพัก ผมเริ่มชินกับการที่ถูกมองเป็นตัวประหลาดจากสายตาเพื่อนนักเรียนแล้วครับ ทำใจให้มันชินและมองว่ามันเป็นปกติ พยายามใช้ชีวิตให้ปกติที่สุดในเมื่อมันทำอะไรไม่ได้แล้ว...

วันนี้ผมเดินไปโรงอาหารโดยไม่ได้รอพี่วินเพื่อรีบกินข้าวให้เสร็จและเพื่อจะได้หลบเพื่อนนักเรียนไปนั่งอ่านหนังสือเงียบๆคนเดียว ระหว่างเดินถือจานข้าวเพื่อหาที่นั่ง ผมก็สะดุดเข้ากับเท้าของรุ่นพี่คนหนึ่ง (ซึ่งผมดูแล้วนะ ไม่ได้เดินใกล้) ผมล้มลงพร้อมจานข้าวที่กระจาย ผมรีบเก็บเพื่อออกไปจากที่นั่นให้เร็วที่สุด...

“มึงทำเหี้ยอะไร” ยังไม่ทันที่ผมจะหยิบจานข้าวและเศษอาหารเสร็จพี่วินวิ่งมาจากไหนไม่รู้ คว้าคอเสื้อรุ่นพี่คนนั้นและพูดขึ้น
“พี่วิน ใจเย็น” ผมรีบวางจานและคว้าตัวพี่วินออกจากพี่คนนั้นทันที
“มึงแกล้งขัดขาไอ้ปัณณ์ทำไม” พี่วินพูดต่อและพยายามเข้าไปเหมือนจะต่อย (สีหน้าโคตรน่ากลัว)
“พี่วินใจเย็นก่อน” ผมพยายามดึงด้วยหุ่นที่พอๆกันของผมกับพี่วินพอที่จะดึงได้
“ไปเหอะพี่” ผมรีบดึงพี่วินออกและหยิบจานข้าวไปเก็บทิ้งทันที
“อย่าให้กูเห็นว่ามึงแกล้งปัณณ์อีกนะ กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่ ไอ้นัท” เสียงพี่วินพูดขึ้นและชี้หน้าพี่นัท (ซึ่งเป็นรุ่นพี่ ม.5 รุ่นเดียวกับพี่วิน และเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพี่เจน)

ผมพาพี่วินเดินกลับมาที่ห้องเรียน...
“เป็นไรไหมปัณณ์” พี่วินถาม
“ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบ
“ทำไมไม่ให้พี่ซัดมันสักที มันแกล้งปัณณ์นะ” พี่วินยังพูดด้วยน้ำเสียงโมโห
“ไม่เป็นไรหรอกพี่ ถ้าพี่ต่อยพี่เขาแล้วโดนทัณฑ์บนขึ้นมา พี่โดนตัดสิทธิ์คัดทีมชาติแน่” ผมบอก
“พี่ไม่สนอะ มันแกล้งขัดขาปัณณ์นะ” พี่วินพูด...เพราะพี่เขาเดินมาเห็นพอดี
“ปัณณ์ก็บอกแล้วไงว่าปัณณ์ไม่เป็นไร” ผมบอกอีก
“ปัณณ์ก็เป็นแบบนี้อะ ยอมให้คนอื่นแกล้งอยู่ได้ ทำไมไม่สู้มันบ้างวะ” พี่วินพูดต่อ....เวลาโกรธนี่น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย ถ้าผมไม่มีแรงฉุดออกมา น่าจะมีเรื่องแน่ๆ

หลังจากพยายามพูดให้พี่วินใจเย็น ผมจับข้อศอกดูเพราะรู้สึกแสบๆ....เอ้า มันถลอกหน่อยๆเลือดซิบๆ แต่ไม่มาก
“รอนี่แหละ” พี่วินพูดและเดินออกไปแบบสีหน้ายังโกรธอยู่
“พี่อย่าไปมีเรื่องนะ” ผมตะโกนตามหลัง

สักพักก็เดินกลับมาพร้อมถุงขนมกับนม...
“เอาศอกมานี่ดิ” พี่วินพูดพร้อมดึงแขนผมไป
“...................” พี่วินหยิบพลาสเตอร์ยามาแปะให้
“ทำไมไม่รอพี่” พี่วินถามทันที
“ก็กลัวว่าพี่จะเรียนเลิกช้าปัณณ์ก็เลยจะกินก่อน” ผมบอก
“ต่อไปอย่าไปไหนคนเดียว” พี่วินบอกต่ออีก
“ครับ ขอบคุณครับ ที่รัก” ผมแอบพูดกระซิบเบาๆ
“................” พี่วินมองหน้าแต่ไม่พูดอะไร.....จากหน้าที่เข้มๆดุๆ แต่เหมือนพยายามข่มหน้าที่จะอมยิ้ม แต่มันสังเกตเห็นได้นะครับว่าจะยิ้ม....น่ารักเป็นบ้า
“ยังไม่ได้กินข้าวใช่ปะ อะ ซื้อมาไว้ให้” พี่วินบอกและส่งนมกับขนมปังมาให้ผม
“แล้วพี่อะ ก็ยังไม่ได้กินใช่เปล่า” ผมถามกลับและรับนมกับขนมมา
“พี่ไม่หิว” พี่วินบอก

ผมแกะขนมปังกินแล้วก็นม เลยลองแกล้งส่งขนมปังไปให้ พี่วินก็อ้าปากกัดไป 1 คำ เลยลองส่งนมไปให้ก็ก้มดูดเฉย (แล้วก็บอกว่าไม่หิว) ผมก็เลยกินหนึ่งคำ พี่วินหนึ่งคำสลับๆกันจนหมด...
“อาทิตย์หน้าพี่ต้องเข้าแคมป์เยาวชนแล้ว ปัณณ์จะอยู่ได้ไหม” พี่วินพูดอีก
“ได้ซิครับ ทำไมจะไม่ได้” ผมบอก
“โอเคแน่นะ” พี่วินถามย้ำอีก
“ครับ ทำให้ได้นะครับ ปัณณ์คอยเชียร์อยู่นะ” ผมบอก....ในใจก็รู้สึกหวิวๆเหมือนกัน จริงๆผมควรจะต้องไปด้วยนะ....เฮ้อ ช่างมันครับ
“..............” ผมรู้ว่าพี่วินเข้าใจความรู้สึกผมนะ แววตาพี่เขาเปลี่ยนไปขณะมองหน้าผมและลูบหัวผม

หลังจากที่กำลังจะหมดเวลาพัก ผมก็ให้พี่วินกลับไปเรียนเพราะเพื่อนๆกำลังจะขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวเพื่อนจะสงสัย
“ปัณณ์ เมื่อกลางวันแกมีเรื่องหรอ” ออมเดินมาพูดกับผม
“นิดหน่อย” ผมตอบและยิ้มให้ออม
“แต่เราไม่เป็นไรออม โอเค” ผมตอบอีก.....ออมก็ดูเข้าใจผมดีนะครับ สีหน้าแววตาดูเป็นห่วงผมทั้งที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

ผ่านช่วงสัปดาห์ที่พี่วิน พี่ปอนด์ไปเข้าแคมป์เยาวชนทีมชาติ....
วันนี้เป็นวันที่มีข่าวดีของทีมเราครับ โค้ชและอาจารย์เรียกรวมและแจ้งข่าว....
“วันนี้กูมีข่าวดีมาแจ้ง พวกที่ไปเข้าแคมป์เยาวชน พวกมึงทำผลงานได้ดีนะ โค้ชใหญ่ฝากชมมา” โค้ชเจมส์พูดขึ้น
“ไอ้ปอนด์ ไอ้วิน มึงติดทีมชาติชุดเยาวชนนะ” ทันทีที่โค้ชบอก พี่วินหันมายิ้มและมองหน้าผม
“...............” ผมที่นั่งห่างพี่วินเลยชูนิ้วโป้งให้เป็นการบอกว่าเก่งมากครับ และยิ้มให้ในความเก่งของพี่วิน
“...............” สักพักพี่ปอนด์ก็หันมาด้วย ผมเลยยกอีกมือให้และยิ้มให้ พี่ปอนด์ยิ้มกลับให้ผม

ทั้งพี่ชายและแฟนของผม เก่งทั้งคู่เลยครับ ในที่สุดก็ทำมันจนได้ ฝากด้วยยนะครับเล่นมันแทนปัณณ์ด้วย...ในรอบยิ้มที่แสดงความยินดี กลับรู้สึกอยากร้องไห้ยังไงไม่รู้ แต่ต้องกลั้นเอาไว้
“ส่วนมึงไอ้โป้ง โค้ชโด่งดึงมึงขึ้นไปทีมชุดใหญ่ กูดีใจด้วย” โค้ชพูดขึ้นอีก....มันก็เก่งสมกับที่มันจะได้รับนะครับ ข้ามไปเล่นชุดใหญ่เลย ลิเบอโร่ตัวเก่งของทีมเรา...
“ส่วนคนอื่นๆ พวกมึงเก่งกันขึ้นมาก ขยันๆซ้อมพัฒนาฝีมือเรื่อยๆ สักวันจะได้มีโอกาสแบบเพื่อน” โค้ชพูดขึ้นอีก

ทั้งโค้ชและอาจารย์ก็พูดให้กำลังใจพวกเราและสอนอีกเล็กๆน้อยๆก่อนปล่อยกลับ....
“เก่งมากครับ” ผมบอกพี่วินทันทีที่แยกตัวออกมาเพื่อกลับห้อง
“ต้องมีรางวัลแล้วเปล่าแบบนี้” พี่วินพูดติดทะลึ่งใส่
“จะเอาอะไรครับ” ผมถามกลับ
“ไปกินข้าวกันพี่เลี้ยง” พี่วินพูดต่อ....เอ้า จะขอรางวัล ไหง๋มาเลี้ยงข้าวผมเฉย
“ชวนพี่ปอนด์ด้วยซิครับ” ผมบอก

แล้วพี่วินก็โทรชวนพี่ปอนด์แต่พี่ปอนด์ไม่ไปนะครับ จะกลับไปกินข้าวที่บ้านเพราะนัดที่บ้านไว้แล้ว ก็เลยได้ไปกินข้าวสองคน เสร็จแล้วกลับห้อง....
“เวย์ บอกป๊าด้วยเฮียนอนห้องเพื่อนนะ วันนี้เฮียไม่กลับ” พี่วินโทรบอกน้องชาย
“อืม....เคๆ แค่นี้แหละ ไปทำการบ้านได้แล้ว” ผมได้ยินพูดอีกสองสามคำและก็ไล่น้องไปทำการบ้านและวางสายไป
“จะนอนห้องปัณณ์หรอ” ผมถาม
“อืม” พี่วินตอบ
“...............” ผมไม่ได้ตอบ.....เพราะคิดอยู่ว่า เหมือนจะกลัวอะไรสักอย่าง 5555
“กลัวอะไร” พี่วินคงเห็นสีหน้าเลยถามขึ้น
“เปล่า” ผมตอบ
“.............” ทำสีหน้ากวนประสาท ลอยหน้าลอยตา เหมือนมีแผนนะไอ้พี่วิน

ก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นนะครับ นอนหลับตามปกติ เอาจริงก็เริ่มชินกับวินน้อย(ซึ่งผมคิดว่าน่าจะไม่น้อยนะครับ จากการที่มันโดนขาผมเวลาที่นอนด้วยกัน) แต่ยังไม่กล้าที่จะทำไรมากกว่านั้นครับ 555....

เช้าวันนี้มีประกาศจากอาจารย์ที่เป็นผู้จัดการทีมวอลเลย์ของโรงเรียนเราในระหว่างเข้าแถว...
“วันนี้ครูมีข่าวมาแจ้ง เรื่องการเล่นโชเชียลเน็ตเวิร์คของนักเรียน ครูคงห้ามไม่ให้เล่นไม่ได้ แต่ครูอยากจะบอกว่า การที่จะแชร์ จะคอมเม้นอะไร ให้มันอยู่ขอบเขต ให้มันไม่ทำให้คนอื่นเดือนร้อน” ครูพูดขึ้น
“จากกรณีที่แชร์กันเกี่ยวกับนักเรียน นักกีฬาของเราที่ทุกคนน่าจะรู้ว่าคือเคสไหน หลายคนคิดว่ามันเป็นแค่ตัวหนังสือที่ไม่ได้มีผลอะไรกับการใช้ชีวิตปกติ ครูอยากจะบอกว่า บางครั้งการที่เราแค่พิมพ์หรือแชร์กันแบบสนุกนั้น มันส่งผลกระทบหลายอย่าง” ครูพูดขึ้นอีก
“เรื่องที่มันเกิดขึ้นจากกลุ่มนักเรียนแค่ไม่กี่คนที่อาจจะไม่ชอบหน้ากัน หรือผิดใจกัน เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งมั่วขึ้นมาเอง ไม่มีความจริงอยู่ในนั้น แต่สิ่งที่นักเรียนแชร์กันมันก็ส่งผลกระทบหลายทาง” ครูพูดต่อ
“ครูอยากให้ดูตัวอย่างเคสนี้ไว้เป็นกรณีศึกษา หรือเป็นบทเรียนให้นักเรียนทุกคนเอาไว้คิดว่าจะทำไรบนโลกโชเชียล ให้คิดให้ดีวิเคราะห์มันก่อนที่จะคอมเม้นหรือแชร์อะไรลงไป เรื่องนี้เกิดขึ้นมันมีผลให้นักกีฬาของเราโดนตัดทุนการศึกษา ทุนที่พักทั้งหมดเพราะเขามาเรียนกับเราด้วยทุนเพื่อมาเล่นกีฬาให้กับโรงเรียนของเรา และผลงานที่ผ่านมาก็ทำมันได้ดีทำให้ให้โรงเรียนของเรามีชื่อเสียง ตัวของนักกีฬาเองก็กำลังจะถูกเรียกไปคัดเข้าทีมชาติ ก็ต้องถูกยกเลิกกระทันหัน และสุดท้ายครูอยากจะบอกว่ามันน่าเสียดายมากที่นักเรียนของเราจะเรียนกับเราแค่จบการศึกษานี้และจะขอย้ายกลับไปเรียนที่เชียงใหม่เหมือนเดิม”
“ส่วนนักเรียนกลุ่มที่เป็นต้นเรื่อง ครูทราบตัวละเรียกไปทำทัณฑ์บนไว้หมดแล้ว” ครูพูดทิ้งท้ายไว้

อาจารย์พูดจนจบ....ซึ่งเรื่องนี้ผมไปปรึกษาอาจารย์มาแล้วว่าจะขอย้ายกลับไปเรียนที่บ้านที่เชียงใหม่ตามเดิมเพราะค่าใช้จ่ายที่นี่ยังไงก็ยังแพงมากถ้าเทียบกับที่บ้าน ต่อให้จะไม่ได้เรียนต่อที่เชียงใหม่ ผมก็น่าจะยังได้ช่วยตายายทำงานหาเงินให้ครอบครัวได้บ้าง แต่อยู่นี้ไม่น่าจะทำได้....เรื่องนี้พี่วินก็ยังไม่รู้นะครับ มีแค่ครูที่เป็นผู้จัดการทีมของเราคนเดียวที่รู้ ผมไม่ได้บอกใคร....

แน่นอนเรื่องที่ครูประกาศเมื่อช่วงเช้า ยังไม่ทันจะเริ่มเรียนคาบแรก พี่วินเข้ามาดึงแขนผมออกจากห้องเรียนทันที....
“คืออะไรเรื่องจะย้ายกลับเชียงใหม่” พี่วินใส่ผมทันทีที่ลับสายตาเพื่อนนักเรียน
“ก็ไม่มีอะไรครับ ก็ปัณณ์ไม่มีทุนเรียนที่นี่แล้ว” ผมตอบ
“แล้วทำไมไม่ปรึกษาหรือบอกพี่ก่อน” พี่วินพูดต่อ
“พี่จะช่วยอะไรปัณณ์ได้ เดี๋ยวพี่ก็ไปเล่นเยาวชน ก็ไม่มีเวลาแล้ว” ผมบอก
“แต่เรื่องนี้ปัณณ์ก็ควรจะบอกพี่ไม่ใช่หรอวะ” พี่วินเริ่มมีน้ำเสียงโมโห
“บอกไป พี่ก็ช่วยปัณณ์ไม่ได้อยู่ดี” ผมพูดและเดินกลับออกจากตรงนั้นเพื่อไปที่ห้องทันที

นี่เป็นการทะเลาะกันครั้งแรกมั้งครับ จริงๆผมไม่ได้อยากทำแบบนี้นะครับ ในหัวมันก็ยังสับสนว่าจะเอายังไงดี บวกกับความรู้สึกหมดหวังที่จะอยู่ที่นี่ด้วย ผมเลยไปบอกอาจารย์แบบนั้น ผมไม่ได้อยากจะไม่บอกพี่วินนะครับ แค่อยากจะทำทุกอย่างให้มันผ่านไปได้ด้วยตัวผมเองและคนรอบข้างไม่ต้องมาลำบากกับผม แค่นั้น...

ช่วงบ่ายของวันนั้น....
“เฮ้ย....อะไรของมึงเนี่ย” ผมถามแบบงงๆ เพราะไอ้พู่กันกับไอ้โบ๊ทมาคุกเข่าต่อหน้าผม
“ปัณณ์ กูขอโทษ” มันบอกขอโทษด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด
“ขอโทษกูเรื่องไร” ผมถามกลับ
“พวกกูเข้าใจมึงผิด กูผิดไปแล้วเพื่อน ให้อภัยกูนะ” มันพูดต่อ
“มึงอาจจะเข้าใจถูกแล้วก็ได้” ผมบอกมัน
“กูรู้เรื่องหมดแล้วจากพี่มึง” ไอ้โบ๊ทพูดขึ้น
“พี่กู พี่ปอนด์หรอ” ผมถามกลับ
“อืม” มันตอบและส่งมือถือมาให้ผมดู

พี่ปอนด์ Post คลิปตัวเองพูด....
“ผมปอนด์ ชั้น ม.5 ครับ ผมคือคนหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่มันเกิดขึ้นกับน้องคนหนึ่ง ผมบอกชื่อเลยแล้วกัน ทุกคนน่าจะรู้แล้ว คือน้องปัณณ์ เรื่องที่เกิดขึ้น ผมกับไอ้วินเพื่อนของผม ตามสืบและหาข้อมูลมาได้เยอะเหมือนกันครับ

ในส่วนเรื่องของพ่อผมนั้น ผมถามพ่อมาแล้วครับ ปัณณ์เป็นลูกของพ่อผมอีกคนจริงซึ่งน้องเองไม่รู้ด้วยว่ามีพ่อคนเดียวกับผม ผมเองที่เห็นรูปที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้น ผมเองที่อารมณ์ร้อนพูดจาอะไรออกไปโดยไม่ระวังทำให้คนอื่นอาจจะมาได้ยินทำให้เกิดการ Post ใส่ร้ายน้องผม พ่อผมยอมรับว่ามีแม่ของปัณณ์อีกคน และแม่ของปัณณ์ก็ไม่รู้ด้วยว่าพ่อผมมีครอบครัวและมีผมอยู่แล้ว วันที่แม่ปัณณ์ท้องเป็นเวลาเดียวกับที่แม่ของปัณณ์รู้ว่าเขาโดนพ่อผมโกหกมาตลอด...

พ่อผมบอกว่า แม่ของปัณณ์บังคับให้พ่อผมกลับมาหาแม่ผม และให้เลิกติดต่อกับแม่ของปัณณ์ ไม่อย่างนั้นแม่ของปัณณ์จะไม่เก็บปัณณ์ไว้ ทำให้พ่อของผมตัดขาดจากแม่ของปัณณ์ และแม่ปัณณ์ก็พาตัวเองกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่ แม่ของปัณณ์ไม่ได้แย่งพ่อผมไปจากครอบครัวนะครับ ยังบังคับให้พ่อผมกลับมาดูแลครอบครัวผมอีกด้วย

ตาของปัณณ์เองก็โกรธแม่ของปัณณ์มาก สั่งไม่ให้ทุกคนที่บ้านพูดถึงเรื่องพ่อของปัณณ์อีก ทำให้ปัณณ์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นพ่อของตัวเอง วันที่ปัณณ์รู้ปัณณ์เดินมาขอโทษผมแล้วบอกกับผมว่า ปัณณ์ไม่ต้องการอะไรจากพ่อเลย ไม่ต้องการการรับผิดชอบอะไรสักอย่าง ปัณณ์โตมากับตายายและน้าของปัณณ์ ใช้ชีวิตแบบลำบากมาตลอด (พี่ปอนด์น้ำตาคลอครับ) ผมเองที่ไม่รู้อะไรเลยและไปโวยวายใส่น้องทั้งที่น้องดีกับผมมาก

ส่วนเรื่องแม่ของปัณณ์ที่ทุกคนแชร์กัน มันไม่มีความจริงเลยครับ ไอ้วินเพื่อนของผมคุยกับน้าของปัณณ์สอบถามการเสียไปของแม่ปัณณ์แล้วครับ แม่ปัณณ์ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงปัณณ์และครอบครัว จนสุดท้ายแม่ของปัณณ์หัวใจหยุดเต้นตอนที่ทำงานอยู่ในไร่ และเสียชีวิตไปในตอนนั้นปัณณ์แค่ 4 ขวบ ปัณณ์โตมาได้เพราะตากับยายและน้าที่เลี้ยงมา
ที่ผมมาพูดนี้ไม่ได้ต้องการอะไรมาก แค่อยากจะบอกความจริงให้ทุกคนรู้ และมองน้องผมใหม่ ต่อให้ทุกคนจะไม่เหมือนเดิมแต่อย่างน้อยขออย่าเข้าใจในตัวน้องของผมผิด เพราะน้องของผมไม่เคยคิดร้ายหรือแม้แต่จะโทษใครที่ทำไม่ดีกับตัวเองเลย และขาดไม่ได้อยากจะบอกกับคนหนึ่งว่า.....เจน สิ่งที่เจนทำมันร้ายแรงมาก ปอนด์กับวินไม่มีทางให้อภัยเจน ที่ทำร้ายน้องของพวกเราขนาดนี้ เพียงเพราะวินไม่รับรักเจน และรักไอ้ปัณณ์มากกว่า (เฮ้ย.....พี่ปอนด์ ยังไม่มีใครรู้เรื่องผมกับพี่วินนะ ทำไมบอกกันแบบนี้หล่ะ) แม้แต่คำว่าเพื่อนปอนด์กับวินก็คงให้เจนเหมือนเดิมไม่ได้นะ ถึงครูจะไม่อยากให้บอกว่าเป็นใครที่ทำ แต่ปอนด์ทนไม่ได้เพราะตอนที่ปัณณ์โดนคนทั้งโรงเรียนมองไม่ดี ปัณณ์ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแก้ตัวหรืออธิบายในสิ่งที่มันไม่จริงเลย ทุกคนตั้งป้อมรังเกียจน้องผมทันที ปัณณ์ก้มหน้ารับสิ่งที่เจนยัดเยียดมาให้ ปอนด์แค่อยากให้เจนได้รับผลกรรม กับสิ่งที่เจนทำบ้าง

สุดท้ายนี้ฝากถึงปัณณ์น้องของพี่ พี่อยากจะบอกว่าพี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้น้องอยู่กับพี่  และเล่นวอลเลย์บอลอยู่กับพี่ให้ได้ พี่ไม่ยอมให้ปัณณ์ย้ายกลับ ไม่รู้ว่าพี่จะทำได้ไหม แต่พี่จะพยายามทำให้ได้ อย่าพึ่งถอดใจนะ สู้ไปกับพี่ก่อนพี่จะคอยซัพพอตน้องเอง ก่อนจบคลิปนี้พี่อยากจะบอกว่า ชื่อปัณณ์ พ่อของเราเป็นคนตั้งให้นะ ....ขอบคุณครับที่รับฟังผมจนจบ”


อยากวิ่งไปกอดพี่ปอนด์สักที ขอบคุณนะครับที่ยอมรับในตัวผมขนาดนี้....

“กูเข้าใจทุกอย่าง และขอโทษนะที่ทำตัวแย่ๆใส่มึงมาตั้งนาน” ไอ้พู่กันพูดต่อทันที
“กูด้วย กูขอโทษมึงที่เข้าใจมึงผิดไปนะปัณณ์” ไอ้โบ๊ทพูดขึ้นต่อ
“กูก็ไม่ได้โกรธพวกมึงนะ กูแค่น้อยใจเสียใจที่พวกมึงที่กูคิดว่าเป็นเพื่อนสนิท ไม่เชื่อใจกู” ผมบอกมันไป
“แต่กูไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนนี้พวกมึงเข้าใจกูก็โอเคแล้ว” ผมบอกอีก

หลังจากเคลียร์ปัญหาจบแล้ว พวกมันก็ให้ผมกลับไปนั่งที่เดิม จัดการเก็บข้าวของให้ผมเรียบร้อย แล้วทุกอย่างคงจะกลับมาปกติสักทีนะครับ...ส่วนเรื่องพี่เจนและพวก อันนี้สิ่งที่พี่ปอนด์พูดในคลิป ไม่รู้ว่ามันจะส่งผลอะไรบ้าง ผมคงได้แต่หวังหว่าสิ่งที่พี่เขาทำคงจะตอบแทนเขาบ้างในไม่ช้า เพราะกรรมบางทีมันก็ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า มันอาจจะเร็วกว่าที่คิดก็ได้นะครับ....

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด