✈️ วชิราฤทัย...ดวงใจแห่งวชิระ [3P Alert(ในอนาคต(อันไกล))] 07/09/64..by Anynomous
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ✈️ วชิราฤทัย...ดวงใจแห่งวชิระ [3P Alert(ในอนาคต(อันไกล))] 07/09/64..by Anynomous  (อ่าน 736 ครั้ง)

ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
ส่วนที่เอาไปแปะไว้ที่กระทู้ก่อนลงนิยาย อยู่ในระหว่างเส้น *** นะคะ (ข้อ 1-18 ก๊อปเฉพาะหัวข้อที่ทำตัวทึบไว้ก็ได้
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

 :L1: :L1: :L1: :L1: :L1: :L1: :L1: :L1: :L1:

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-09-2021 19:35:04 โดย Anynomous »

ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
สวัสดีค่ะ Anynomous เองค่ะ !

(ใครง่ะ ไม่รู้จักก.. :ผู้อ่าน
 :o12:ไม่เป็นไรค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักผู้อ่านทุกท่านค่ะ!)

วันนี้มาเปิดเรื่องยาว(มากๆ)เรื่องใหม่ค่ะ
เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่ม วงศ์ตระกูล อาณาจักร การห้ำหั่นเเละแผนการเมืองการปกครองค่ะ
เขียนเพื่อตอบสนองความพึงพอใจตัวเองล้วนๆเช่นเคยย

ผู้อ่านท่านใดสนใจงานเขียนก่อนหน้าของผู้เขียนสามารถค้นหาได้ในwebboard แห่งนี้เลยค่ะ :-[

✈️From Newyork to Khonkaen
✈️ เมื่อผมสบตากับปีศาจ
✈️เรื่องเล่าเงากระจก
✈️เรื่องมันสั้นเมื่อผนังกั้นไว้
✈️คู่จิ้น..ฟินเว่อร์
✈️Rule of survival สังคมลามไข่ ใครก็ได้ฆ่ากูที

 :กอด1: Anynomous
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-08-2021 16:10:32 โดย Anynomous »

ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0


วชิราฤทัย...ดวงใจแห่งวชิระ



คนพี่นั้นทำตัวสูงส่ง แข็งแกร่ง ทว่าโหดร้ายและเย็นชา..
คนน้องนั้นอ่อนโยน ปกป้อง ทว่ามีความรักที่มากเกินไป บิดเบี้ยวจนเกินพอดี..

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่พวกเขาเปลี่ยนไปขนาดนี้..

เราทั้งสามต่างเคยพันธ์ผูก เหนียวแน่น
ความรักและความหวังดีช่างบริสุทธิ์..งดงาม


หากย้อนเวลากลับไปได้ ข้าคงไม่เลือกเส้นทางเช่นนี้..
แต่พอคิดอีกที ข้าไม่รู้ว่ามีทางเลือกหรือไม่...








ปฐมบท




"แม่ ทำไมเราถึงต้องเป็นทาส"

ข้าถามแม่ขณะทาขี้ผึ้งลงบนแผลที่หลังให้ท่านอย่างเบามือ..
ทุกครั้งหลังจากเข้าไป'ทำงาน'ให้กับนายท่าน แม่มักจะได้รับรอยแผลเล็กๆน้อยๆตามเนื้อตัวมาอยู่เสมอ..

ตอนยังเด็กกว่านี้ข้าไม่เคยเข้าใจว่าทำไม...


"..."


"แม่ ทำไมข้าถึงต้องเป็นทาส"


"อย่าถามเยอะนัก.. ลูกแม่"

แม่เอ่ยก่อนจะลูบหัวข้าเบาๆ อันเป็นกิริยาที่นางไม่ค่อยได้ทำบ่อยนัก

"ในที่บางแห่งการตั้งคำถามอาจทำให้เจ้าดูฉลาด..
แต่ที่แห่งนี้ ทุกคำถามล้วนมาจากคนโง่"



นางเอ่ยเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบ





"คาร์เดีย เจ้าอธิบายมาสิว่าทำไมเราจึงต้องแบ่งเขตเมืองต่างๆด้วยแม่น้ำ"


เสียงของท่านครูเรียกข้าออกจากความเหม่อลอย ข้าเหลือบสายตามองไปยังเพื่อนร่วมชั้นเรียน..

จะว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนก็ดูจะยกตนไปหน่อย..

เนื่องจากข้าเป็นเพียงทาส..ลูกของทาสอีกที ซึ่งต่ำต้อยยิ่งนัก
เมื่อเทียบกับไรเดนและราฟาเอล บุตรชายคนโตและบุตรชายคนรองของท่านดยุค

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของไรเดนตวัดมองข้าด้วยความเหยียดหยาม..
เขาส่งสายตาเป็นนัยว่าข้าไม่ควรมาอยู่ตรงนี้..

ข้าเพียงเเต่มองผ่านก่อนจะตอบท่านครู
ด้วยคำตอบที่เรียบง่ายที่สุด


"หากท่านใช้ภูเขาจะวัดพื้นที่อย่างไรได้แน่นอนเล่า"


เป็นที่รู้กันดีว่าแม่น้ำเป็นแหล่งอาหาร เป็นแหล่งดำรงชีวิต เป็นทั้งทางเข้าของข้าศึกและทางหนีของฝั่งเมือง
กษัตริย์ควบคุมหัวเมืองผ่านแม่น้ำ..

ข้าไม่ตอบท่านครูไปเช่นนั้น
จะมีประโยชน์อันใดกับการอวดฉลาดในห้องเรียนทึมทึบนี่

ท่านครูผงกศีรษะพอใจในคำตอบของข้า..แบบที่ข้าไม่เคยพอใจ
ไรเดนทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ

ข้าไม่อาจไปบอกเขาได้ว่ากิริยามารยาทของเขานั้นไม่เหมือนผู้ดีที่ผ่านการอบรมมาเสียเลย
ข้าทำได้เพียงนั่งลง

ท่านครูกล่าวชื่นชมข้าอย่างที่ทำอยู่เสมอ ก่อนจะตำหนิกิริยาของไรเดน เเล้วปล่อยพวกเราออกจากห้องสมุด





"คาร์เดีย..จะเป็นอะไรไหม หากเจ้าจะช่วยอธิบายเรื่องการแบ่งเขตแดนให้ข้าฟังอีกนิด"


ราฟาเอลวิ่งถือหนังสือตามข้ามา.. เขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับข้า แต่ส่วนสูงต่างกันลิบลับ เนื่องจากภาวะทางโภชนาการของข้า.. ข้าไม่อาจกล่าวโทษแม่หรอก.. ท่านทำทุกอย่างเพื่อให้ข้ามีชีวิตที่ดีที่สุด

ได้มีเครื่องนุ่งห่มและได้รับการศึกษาเทียมเท่าลูกชายท่านดยุค..
แต่สิทธิพิเศษเหล่านั้นไม่รวมถึงอาหาร..

ซึ่งดูเหมือนจะมีราคาแพงกว่าหนังสือในบ้านเมืองนี้

ข้าหยุดเดินก่อนจะหันมายิ้มให้เขา

ราฟาเอลเป็นเพียงไม่กี่คนที่ข้าไม่นับว่าเป็นศัตรู..
'ตระกูลออกัสโต' ของเขานั้นสูงส่งเฉกเช่นดวงตาสีน้ำเงินล้ำลึกนั่น
แต่เขาใจดีกับข้า.. เขาผู้เเตกต่างกับพี่ชายราวฟ้ากับเหว

"เจ้าสงสัยตรงไหนล่ะ"

ข้านำเขาไปนั่งยังม้าหินอ่อน ก่อนจะกางหนังสือที่เรียนวันนี้ตรงหน้าเขา
เขามีท่าทีขวยเขินเหมือนทุกครั้ง..และเอาแต่จ้องมองหน้าข้า

ตอนที่ยังเด็กเขาไม่เป็นเช่นนี้หรอก..

ตอนข้ายังเด็กกว่านี้ ข้า ราฟาเอล และไรเดน ได้ร่ำเรียนหนังสือด้วยกัน ข้าได้เรียนทุกอย่างที่ลูกชายของท่านดยุคเรียน ทุกอย่างจริงๆ..ก่อนหน้าที่เราจะแบ่งกันว่าใครเป็นลูกดยุค หรือลูกทาส

ตอนนั้นพวกเราสามคนยังสนิทกันดี

และราฟาเอลในตอนนั้น..ยังไม่ตัวสูงเท่านี้ และไม่เอาแต่จ้องหน้าข้าจนเรียนไม่รู้เรื่องเช่นนี้ด้วย..

ข้าถอนหายใจ

"..ถ้าเจ้าไม่ยอมถามเสียที เห็นทีข้าต้องขอตัวไปทำธุระก่อน"

"..อย่าไป! ..เอ่อ..ข้า ข้ามีคำถามจริงๆนะ ..ทำไม ทำไมถึงต้องใช้แม่น้ำแบ่งเขตเมือง.."


ร่างสูงลุกลี้ลุกลนพูด ใบหน้าคมคายเองก็ดูวิตกเมื่อถามคำถามนั้น ข้าเลิกคิ้ว..กำลังคิดว่านี้เป็นคำถามที่เขาตั้งใจเอามาถามข้าจริงๆ หรือแค่จำออกมาพูดพล่อยๆ..

"และข้าไม่ต้องการฟังคำตอบกำปั้นทุบดินของเจ้าด้วย"

คราวนี้เสียงเย็นชาดังจากด้านหลังของข้า แต่ข้าไม่ตกใจนัก

ก็ด้วยเหตุว่าเมื่อมีราฟาเอล จะต้องมีไรเดนเสมอ

ข้าเองก็เคยชอบไรเดนพอๆกับราฟาเอล..แต่นั่นมันก่อนที่เขาจะใจร้ายกับข้า..


"หากเจ้าฉลาดนัก ทำไมไม่คิดหาคำตอบเอาเอง"

ข้าพูดลอยๆ ตั้งใจส่งไปถึงคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้านหลัง แต่ดูเหมือนว่าคนข้างๆจะหน้าแดงก่ำเเทน..

..โถ.. ราฟาเอล .. เจ้าจะน้อมรับทุกคำด่าของข้าไปไม่ได้หรอกนะ

"โอ้ แน่นอน..ราฟาเอล เจ้าต้องหัดใช้สมองให้มากกว่านี้ ไม่ฉลาดเลยนะที่มาถามลูกทาส.. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทาสที่เป็นโสเภณี"

น้ำเสียงเหยียดหยามดูถูกข้าดังขึ้นเรื่อยๆ ..
ต้องบอกก่อนว่าด้วยชาติกำเนิดของข้า ทำให้ข้าเป็นผู้มีความอดทนต่อคำดูถูกที่มีต่อตัวข้าเป็นอย่างยิ่ง
แต่นั่นไม่รวมแม่ของข้า..

"นางไม่ใช่โสเภณี"

ข้าพูด หันหน้าไปเผชิญหน้ากับดวงตาสีน้ำเงินลึกที่จ้องข้ากลับอย่างท้าทาย

"นางเป็น .. นางนอนกับท่านพ่อของข้า"
ไรเดนพูด น้ำเสียงเกรี้ยวกราดในประโยคหลัง..

"เจ้าเข้าใจผิด"
ข้าพูด ก่อนจะเบือนหน้าหนี..

เป็นโชคร้ายที่ข้าเกิดมาฉลาด.. และรู้มากเหลือเกิน..
ข้าอับอายจนไม่สามารถสบสายตาสีน้ำเงินล้ำลึกนั้นได้

"ข้าไม่เคยเข้าใจผิด..แม่ของเจ้าเป็นโสเภณี นางนอนครวญครางใต้ร่างท่านพ่อ"

"เพี๊ยะ!!!"
ข้าใช้ฝ่ามือตบหน้าเขาจนขึ้นสี.. ก่อนจะยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมใดๆที่จะเกิดขึ้นตามมา
ไรเดนมองหน้าข้า ในแววตานั้นมีบางอย่าง ..บางอย่างที่แปลกไป.. มันคล้ายๆกับราฟาเอลที่มองข้า..

ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร..

"..อื้อ..อ"

ข้าพยายามหันหน้าหนีแต่ศรีษะถูกจับไว้โดยข้อมือแกร่งของเด็กหนุ่มตรงหน้า เขากดริมฝีปากลงมา และส่งลิ้นร้อนๆเข้ามาในโพรงปากของข้า มันลุกล้ำ หนักแน่น ให้ความรู้สึกหวาบหวามจนข้าเผลอตอบโต้กลับไปด้วยการกระทำแบบเดียวกัน..

เมื่อสำรวจในปากข้าจนพอใจ เขากลับกัดที่ริมฝีปากข้าก่อนจะผละออก

ข้าไม่เข้าใจถึงความเจ็บที่ทำให้ข้ามึนงงนี้

"แม่ของเจ้าเป็นโสเภณี เจ้าก็เช่นกัน"
ไรเดนพูดก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปในปราสาท

ที่ที่เขาไม่ควรออกมา



"เจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า"

ราฟาเอลถามก่อนจะจับคางข้าอย่างเบามือ..
ข้านึกถึงคำสุดท้ายของไรเดน นึกถึงสายตาเหยียดหยามของเขา..

และด้วยเหตุใดไม่ทราบ น้ำตาของข้าค่อยๆไหลออกมา..

ข้าไม่ใช่คนที่ร้องไห้บ่อยนัก เพราะมันเป็นเรื่องน่าอาย

แต่คราวนี้ข้ากลับร้องไห้จนหยุดไม่อยู่เลยทีเดียว..

"คาร์..คาร์เดีย เจ้าอย่าเศร้าไปเลย.. ไรเดนไม่เคยระวังคำพูด.. เขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเจ้าหรอก"

ราฟาเอลพูดก่อนจะกอดปลอบข้า..ข้าปล่อยให้เขากอด แม้จะไม่เคยยอมในเวลาปกติ
จนกระทั่งน้ำตาของข้าเเห้งเหือดไป เขาจึงยอมปล่อยให้ข้าเป็นอิสระ..

"คาร์เดีย..อีกไม่นานไรเดนจะอายุครบ 18 ปี ..เขาจะต้องเข้าไปเรียนรู้ ฝึกงานในโรงเรียนเขตพระราชวัง ..
เขาคงแค่อยากคุยกับเจ้าให้มากขึ้น.."

ข้าไม่ตอบราฟาเอล แต่ไม่เห็นด้วยเพราะไม่คิดว่าการกระทำเมื่อครู่เป็นการ 'คุย'

"ส่วนข้าอีกตั้ง 2 ปี ..เจ้าก็ด้วย.. เราอยู่ด้วยกันไปนานๆเลยนะ"

ราฟาเอลพูดก่อนจะยิ้มกว้างให้ข้า..ข้ายังไม่ยิ้มตอบเช่นเคย

..ใครบอกเจ้าว่าข้าจะตามพวกเจ้าไปโรงเรียนพระราชวังสูงส่งนั่น
ใครบอกเจ้ากันว่าข้าได้รับอนุญาตให้เข้าไป..

"ข้าอาจต้องไปเป็นโสเภณีอย่างที่ไรเดนพูด"

ข้าพูดและมองสีหน้าตกใจของราฟาเอลอย่างเฉยชา

"เจ้าคิดว่าจะมีคนรวยๆที่ไหนยอมจ่ายเพื่อนอนกับข้าไหมละ"

ข้าถามโดยไม่ได้หวังคำตอบจริงจังแต่อย่างใด แต่น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นหนักแน่น
 ..มันเเฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดแบบที่ข้าเองก็ยังขนลุก

"ข้าจะไม่ยอมให้มีวันนั้น"





วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 18 ปีของไรเดน..ผ่านมา 1 อาทิตย์กว่าๆตั้งแต่ข้าตบหน้าเขาไป
เรายังไม่ได้คุยกันจนถึงบัดนี้..

ภายในคฤหาสน์และบริเวณโดยรอบประดับประดาด้วยสัญลักษณ์ของตระกูลออกัสโต..
สายฟ้าสีทองบนผืนผ้าไหมน้ำเงิน..อาวุธของราชันย์แห่งเทพ..

มีริบบิ้นสีน้ำเงินเข้มประดับต้นไม้ภายในคฤหาสน์

ในวันเกิดของลูกชายคนโตท่านดยุค แน่นอนว่าห้องโถงคฤหาสน์ถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นฟลอร์เต้นรำ
สตรีงดงามจากตระกูลสูงส่ง บุตรชายและบุตรสาวของผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ ตั้งแต่เสมอเทียมดยุค ไปจนถึงชั้นต่ำกว่าอย่างบารอน

ข้าผู้เป็นเพียงลูกของทาสในเรือน ทำได้มากสุดคือเจียมเนื้อเจียมตัว

ข้าตั้งใจจะไปหลบอยู่ในห้องสมุดเหมือนเช่นเคย
เพราะมีไม่กี่ที่ที่ทำให้ข้ารู้สึกปลอดภัย

"เดี๋ยวสิ"
เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น แต่ข้ายังเดินต่อไป

"เจ้า..เจ้านั่นแหละ..คาร์เดีย"
ข้าหันไปสบตากับผู้มาใหม่..ผู้สามารถเรียกชื่อข้าได้อย่างถูกต้อง

"เจ้ายังงดงามดั่งอัญมณีเพียงหนึ่งเดียวของคฤหาสน์หลังนี้.."
ชายหนุ่มผู้นั้นดึงมือข้าขึ้นไปจุมพิต.. ข้าผู้ได้ร่ำเรียนมารยาทมาบ้าง มีสติพอที่จะไม่ชักมือกลับ

"เจ้าเป็นใคร"

"..น่าเศร้า เจ้าถูกขังจึงจำข้าไม่ได้.. ข้าคือแคโรว์ บุตรชายเพียงหนึ่งเดียวแห่งตระกูลวาเรเรียน ข้าพบเจ้า ณ ที่แห่งนี้เมื่อ 3 ปีก่อน..เจ้าจำได้หรือไม่"

เมื่อสามปีก่อน.. ตระกูลออกัสโตจัดงานเฉลิมฉลองที่ไรเดนอายุครบ 15 ปี..
แคโรว์..บุตรชายเพียงหนึ่งเดียวของดยุคแวนเซ..ได้มาร่วมงานด้วย

ดวงตาสีเขียวมรกตดั่งน้ำในทะเลสาบ และเส้นผมสีทองหยักศก ทำให้เขาดูราวกับรูปปั้นของทวยเทพ..

ข้าพยักหน้า

"เจ้ายังคงงดงามเช่นครั้งนั้น ไม่สิ..มากยิ่งขึ้น.."

แคโรว์พูดก่อนจะจับข้อมือข้า แต่คราวนี้ข้าจับมันออกอย่างเบามือ

แม้จะไม่ได้มีชาติกำเนิดสูงส่ง
แต่ข้าก็ไม่ชอบให้คนแปลกหน้าแตะเนื้อต้องตัวนัก

"เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำอะไร..ให้ข้าได้มองดวงตากับใบหน้างดงามของเจ้า"

..ข้าเป็นเด็กผู้ชาย แม้จะถูกเลี้ยงมาอย่างยากลำบากก็ยังคงเป็นเด็กผู้ชาย

..ถ้าไม่ติดว่าข้าต้องรักษามารยาท ข้าคงอ้วกใส่หน้าเขาไปแล้ว

"คาร์เดีย"

น้ำเสียงที่คุ้นเคยเรียกข้า เมื่อข้าหันไปก็พบกับร่างของราฟาเอล เขามองข้าด้วยแววตาแปลกๆ เพียงชั่วครู่ ก็หันไปมองแคโรว์ผู้ถือวิสาสะจับข้อมือข้าไว้อีกครั้ง

"ดยุคบาเลนดินเรียกเจ้าไปพบ"
ราฟาเอลพูดกับข้าแต่สายตายังคงมองจ้องไปที่แคโรว์ ราวกับจะจับผิด

ข้าขอตัวออกมาจากแคโรว์และเดินเคียงคู่ไปกับราฟาเอล

"ขอบคุณนะ"

ข้าพูดเบาๆกับเขา ราฟาเอลไม่ตอบ แต่ฉวยข้อมือข้าไปจับ

ก่อนจะเลื่อนมือของเขาลงมากุมมือข้า

"ข้าไม่ชอบให้ใครแตะต้องตัวเจ้า"

เขาพูด น้ำเสียงฟังดูทั้งหงุดหงิด ทั้งพยายามข่มมัน

"ตอนพี่ชายเจ้าแตะตัวข้า เจ้ายืนนิ่งเป็นก้อนหินเชียว"

ข้าพูดเเซวถึงเหตุการณ์เมื่ออาทิตย์ก่อน
เเต่เขาไม่เล่นด้วย

"ข้าเป็นน้อง ถูกสอนมาให้ยอมพี่เสมอ.."

ข้าไม่พูดอะไร แต่มองเขาอย่างเห็นใจ

ข้าเป็นทาส ..และบทเรียนเเรกๆในชีวิตทาสอันต่ำต้อยคือการเรียนรู้ที่จะหุบปาก ...

"แต่ใช่ว่าข้าชอบใจ..อย่างไรเสียท่านพี่ก็จะอยู่ที่นี้อีกไม่นาน"

ราฟาเอลพูดเบาๆ ข้าพยักหน้า

"ชั้นเรียนดาบคงมีผู้ชนะคนใหม่"

ข้าพูดก่อนจะยิ้มให้เขา .. ในชั้นเรียนดาบของเรานั้น ไรเดนจะเป็นที่หนึ่งเสมอ ส่วนข้านั้นเป็นที่สอง
ไม่ใช่เพราะมีฝีมือแข็งแกร่งแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะราฟาเอลไม่เคยดวลดาบอย่างเอาจริงเอาจังกับข้า

"ข้าเข้าใจว่าเจ้าไม่อยากเอาชนะข้า เพราะไม่อยากสู้กับไรเดน เจ้าต้องก้มหัวให้เขาเพราะเขาเป็นพี่"

ข้าพูดเเสดงความเห็นใจ แม้กระทั่งจะดวลดาบด้วยความยุติธรรมกับพี่ชาย เขายังทำไม่ได้

"เปล่า..ข้าแค่ไม่เคยหันปลายดาบไปทางเจ้าสำเร็จ"

ราฟาเอลพูดก่อนจะมองหน้าข้า..เขามองเช่นนั้นเนิ่นนานจนใบหน้าของข้ารู้สึกร้อนผ่าว

"เจ้าไม่รู้ตัวว่ากำลังพูดเรื่องอะไร"

ข้าพูดก่อนจะเริ่มตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่น่ากลัวบางอย่าง

"ข้ารู้"

เขาพูด แต่คราวนี้น้ำเสียงไม่หนักแน่นเท่าที่เคย
มันเเผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-08-2021 15:25:02 โดย Anynomous »

ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

1




"ท่านหญิงอาชาเทาคือใครเหรอแม่..ทำไมพวกลุงผู้ชายถึงพนันกันว่าท่านหญิงจะมาหรือไม่"



ข้าถามแม่หลังจากที่วางถังน้ำที่ถือมาไว้ข้างๆนาง
แม่กำลังซักผ้า ส่วนหน้าที่นำน้ำมาจากบ่อหินเป็นของข้า

"ท่านหญิงอาชาเทาเป็นผู้มารับวิญญาณไปสู่ปรโลก..ลุงผู้ชายคงกำลังพนันกันเรื่องใครสักคนที่กำลังจะตาย"

แม่พูดขณะที่มือยังคงซักผ้าต่อไม่หยุด

"ใครเหรอแม่?"

"..อาจเป็นกษัตริย์องค์ปัจจุบัน แม่ได้ข่าวว่าท่านกำลังเจ็บป่วยออดๆแอดๆ.."

"แล้วแม่พนันว่าอย่างไร"

ข้าถามก่อนจะก้มหน้ายิ้มตาหยีให้แม่

"แม่ไม่เล่นพนันหรอก...คาร์เดีย เจ้านี่ช่างซักถามจริง.."

แม่พูดก่อนจะส่ายหัวเบาๆ นางส่งยิ้มอย่างอ่อนเพลียมาให้ข้า
ข้านั่งลงข้างๆนาง ก่อนจะช่วยนางซักผ้าส่วนที่เหลือ

"ก็แม่ตอบข้าได้ทุกอย่าง"

ข้าพูดก่อนจะหันไปยิ้มแป้นแล้นให้แม่ นางหัวเราะเบาๆ
ข้าชอบตอนแม่หัวเราะที่สุด...แม่ของข้าเป็นผู้หญิงงดงามที่หาได้ยากยิ่ง..


ข้าเป็นเด็กอายุ 7 ขวบก็จริง

แต่ข้าไม่ได้พูดโกหกเพื่อเอาใจแม่เหมือนเด็กหลายๆคนหรอก

แม่ของข้ามีความงามโดดเด่นจริงๆ..เส้นผมสีดำขลับยาวละเอียดดั่งแพรไหม ใบหน้ารูปไข่ที่รับกับเชิงผม
จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากรับได้สัดส่วนกับใบหน้า..แต่ที่เห็นว่างามที่สุดในสายตาข้า ..คือดวงตาสีม่วงอ่อนดั่งอัญมณีนั่น..

ดวงตาที่มองมายังข้าด้วยความรักเสมอ..

ครั้งหนึ่งเมื่อยังเด็กกว่านี้ ข้าเคยถามแม่ว่าข้าเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงหรือไม่

ก็ข้าไม่มีอะไรเหมือนแม่เลยสักอย่าง

ดวงตาของข้าเป็นสีดำขลับราวกับท้องฟ้าในคืนไร้ดาว
เส้นผมสีดำก็จริง แต่ก็ไม่งดงามเท่าแม่

แม่หัวเราะก่อนจะตอบข้าว่า

"เจ้าเหมือนแม่ทุกอย่างเลยคาร์เดีย หากแม่เป็นเด็กผู้ชายคงเป็นแบบเจ้า"

"แต่ข้าอยากมีตาสีม่วงอ่อน เหมือนดอกไม้"

แม่หัวเราะอีกก่อนจะบอกกับข้าว่า

"เจ้าไม่อยากมีหรอก"


เหตุที่ข้าจำบทสนทนาได้ดีนั้นเป็นเพราะข้าชอบแม่ตอนหัวเราะมากจริงๆ..







"เจ้าช่างซักถามเช่นนี้ อยากเรียนหนังสือบ้างหรือไม่"


แม่ถามข้าขณะที่กำลังตีผ้าล้างน้ำ..อันเป็นขั้นตอนท้ายๆในการซักผ้า


"..ข้าเรียนหนังสือได้หรือ"


ข้าถามด้วยความลังเล..ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าข้ามี'สิทธิ'เรียนหนังสือได้..


"..ข้านึกว่าเรื่องแบบนั้นจะมีเเต่ในพวกชนชั้นสูงกับในนิทานที่เเม่เล่าเสียอีก"

แม่ยิ้มให้ข้า..แววตาที่นางมองข้าดูโศกเศร้าอีกแล้ว..ข้าไม่ชอบเห็นแม่โศกเศร้าจึงรีบพูดต่อไปว่า

"ข้าอยากเรียนหนังสือนะ..แต่ถ้าท่านดยุครู้ว่าข้าฉลาดกว่าลูกๆของเขา เขาคงจะไม่พอใจ"

ข้ายิ้มยิงฟันให้แม่ แม่ส่ายหัวเบาๆ แต่หัวเราะ...นั่นไง...ข้าฉลาดพอที่จะทำให้นางยิ้มได้


"แม่จะทำให้เจ้าได้เรียนหนังสือ..ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม"

นางมองข้าก่อนจะเอ่ยเบาๆ


"แม่ไม่ต้องลำบากหรอก งานของข้ามีแต่ใช้แรงงาน ไม่มีเวลาไปนั่งอยู่กับตัวอักษรหรอก"

ข้าพูด และมันเป็นเช่นนั้นจริง ..


"อีกอย่าง..ตำราเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ข้ากับเเม่อิ่มท้องขึ้นสักนิด..ข้าเอาเวลาไปทำงานพิเศษในตลาดดีกว่า"

"ลูกเอ๋ย...ความรู้มีค่ายิ่งกว่าเงินทองนัก..เงินที่ได้จากตลาดอาจซื้ออาหารให้เจ้าได้หนึ่งมื้อ.. แต่ความรู้จะทำให้เจ้ามีอาหารกินตลอดชีวิต"

ข้าพยักหน้า..ถ้าเเม่ของข้าได้ตัดสินใจไปแล้ว ข้าขัดขืนไปก็คงหาประโยชน์อันใดไม่
ข้ากับเเม่มีกันอยู่เพียงเท่านี้ ไม่เชื่อฟังนางจะเชื่อฟังใครอีกเล่า..






"นี่ๆ คาร์เดีย จริงหรือเปล่าที่แม่เจ้าปรนนิบัติท่านดยุคเป็นพิเศษน่ะ"

ไซม่อน เพื่อนของข้ากระซิบถามระหว่างที่เราเดินถือถังน้ำกลับปราสาทด้วยกัน

"เจ้าไปได้ยินมาจากไหนน่ะ"

ข้าขมวดคิ้ว ..ในบรรดาทาสอย่างเราๆ ข่าวลือของเจ้านายมักแพร่สะพัดดั่งไฟลามทุ่ง ทั้งจริงบ้างเท็จบ้างปะปนกันไป
เเต่คนส่วนใหญ่เลือกจะเชื่อและบอกต่อโดยไม่สนข้อเท็จจริงอยู่เเล้ว...

"แม่ข้าบอก..เจ้ารู้ไหม พวกทาสคนอื่นๆน่ะ อิจฉาแม่เจ้ามากนะ.."

"ข้ารู้ว่าพวกนางอิจฉา..แต่มันไม่ใช่เรื่องจริง"

ข้าบอกไซม่อนไปเช่นนั้น..ข้ารู้เสมอว่าทาสคนอื่นๆในปราสาทอิจฉาแม่ของข้า..ทั้งโยนงานมาให้เเม่ข้าทำ ทั้งดูถูก เหน็บเเนม กลั่นแกล้งสารพัด.. เพียงเเต่เเม่ของข้าไม่ใช่ผู้หญิงช่างพูด นานวันเข้าการด่าทอที่มีคนพูดฝ่ายเดียวก็ชักน่าเบื่อ ในที่สุดพวกนางจึงเปลี่ยนไปสุมหัวนินทาแม่ข้าแทน ซึ่งให้ความรื่นรมย์บันเทิงแก่พวกนางมากกว่าเห็นๆ..


ข้าไม่เคยเชื่อคำนินทาเหล่านั้นเเม้เพียงประโยคเดียว

เมื่อข้ากลับมาถึงห้องก็พบแม่ที่นอนอยู่ด้วยสภาพอิดโรย
แม่ของข้าไม่สบายมาได้พักหนึ่งเเล้ว...

ท่านเหนื่อยอ่อนขนาดนี้จะไป'ปรนนิบัติ'ดยุคแบบพิเศษอย่างที่ทาสพวกนั้นลือกันได้อย่างไร..

"แม่ ข้าเอาข้าวต้มมาให้ เดี๋ยวข้าจัดใส่ถ้วยไว้ตรงนี้นะ"

ข้าพูดก่อนจะจัดแจงข้าวต้มใส่ถ้วย แม่ข้าพยักหน้ายิ้มเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง
เมื่อนางยกมือขึ้นหยิบช้อน..ข้าก็สังเกตเห็น..

"ข้อมือแม่ไปโดนอะไรมา"

รอบข้อมือนางมีรอยแดงๆ .. ข้ารีบจับเเขนแม่มาดู..ปรากฎว่ามีรอยแดงๆเช่นนี้อีกหลายจุด..

"ใครทำร้ายแม่..!"

ข้าถาม น้ำเสียงเกรี้ยดกราดขึ้น ..แต่แม่เพียงเเต่จับเเขนข้าอย่างเบามือ

"ไม่มีใครทำร้ายเเม่ของเจ้าได้หรอก..แม่เพียงเเต่ทำงานในส่วนของเเม่...วันพรุ่งนี้หลังจากเจ้าขนน้ำรอบเเรกเสร็จ
จงเข้าไปในห้องสมุดของปราสาท ที่นั่นคือที่เรียนหนังสือของเจ้า"

ข้าทำใจเชื่อนางไม่ลง..แต่ข้าไม่กล้าปริปากถามอะไรต่ออีก
เนื่องด้วยกลัวว่าสิ่งที่ข้าจะได้รู้ อาจทำลายความเชื่อที่ข้ามีต่อแม่ไปตลอดกาล..

แม้ลึกๆในใจรู้ว่ามีความเป็นไปได้มากที่จะเป็นเช่นนั้น


และเนื่องด้วยเเม่สอนให้ข้าเป็นเด็กดีเหลือเกิน...
ข้าจึงเปลี่ยนมาเล่าเรื่องสนุกๆที่เจอมาวันนี้ให้นางฟังแทน

เมื่อนางหัวเราะ ข้าจึงลืมรอยแดงๆตรงข้อมือของนางไปได้


ลืมไปได้อีก 1 คืน







"เจ้าเป็นใคร"



เด็กผู้ชายดวงตาสีน้ำเงินเข้มถามก่อนจะมองมายังข้าด้วยสีหน้าสงสัย

"ข้าชื่อคาร์เดีย ข้ามาที่นี้เพื่อเรียนหนังสือ ท่านไรเดน"

ข้าตอบไปอย่างผู้เหนือกว่า...ก็ข้ารู้จักชื่อเขาก่อน..มันทำให้ข้าดูเท่เเละเหนือกว่าอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

"ข้าชื่อไรเดนเฉยๆ ไม่มีท่านสักหน่อย"

ท่านไรเดนพูดก่อนจะยู่ปาก ข้ายักไหล่

"ใครๆก็เรียกท่านไรเดนว่าท่านไรเดน พวกเขาเข้าใจผิดหมดรึไง"

ท่านไรเดนพยักหน้า ข้าเลิกคิ้ว

"ถ้าเจ้าเรียกข้าว่าท่าน ข้าก็จะเรียกเจ้าเช่นกัน ท่านคาร์เดีย"

ข้าหัวเราะเพราะรู้สึกว่าคำว่า'ท่าน'เมื่ออยู่ก่อนหน้าชื่อข้าเเล้ว มันจั้กจี้ดีชะมัด...

"เจ้ามาเรียนด้วยก็ดีเหมือนกัน ข้าเบื่อท่านอา เบื่อน้องชายจะเเย่"

"ท่านเรียนกับน้องชายรึ..แล้ว ท่านอา นี้เป็นใครเหรอ"

"ท่านอาคือครูของพวกเรา..เจ้าเรียกว่าท่านครูก็ได้"




"คุยกับใครอยู่น่ะ ไรเดน..โอ..โอ้"

ชายผู้มาใหม่ร่างสูงโปร่งพูด..เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐาน เสื้อผ้าเนื้อดีที่ตัดเย็บอย่างประณีต
ดวงตาสีน้ำเงินล้ำลึกของเขาบ่งบอกถึงชาติกำเนิดจากตระกูลสูงส่ง..

ตระกูลซึ่งเป็นเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้..ออกัสโต..

"เจ้าคือ..เด็กคนนั้นสินะ..คาร์เดีย.."

ท่านครูมองหน้าข้าอย่างพิจารณาก่อนจะยิ้มให้ข้า ข้าผงกศรีษะรับ

"ใช่ขอรับ"

"และเจ้าคงจะรู้จัก..เพื่อนร่วมชั้นใหม่แล้ว.. ไรเดน ..และ ราฟาเอล"
ชายวัยกลางคนพูดก่อนจะผายมือไปยังไรเดน..และเเกะมือของเด็กชายที่หลบอยู่ข้างหลังเขาออก..ราฟาเอล

"ข้าคือจูเลียส ออกัสโต..เป็นอาจารย์ของพวกเขา และกำลังจะเป็นอาจารย์ของเจ้า"

ท่านครูยิ้มให้ข้าอย่างใจดี..ข้าสังเกตว่าเขาไม่ใช้ยศนำหน้าชื่อเวลาที่พูดกับข้า..
ช่างเป็นชายวัยกลางคนที่อ่อนน้อม น่าประทับใจเสียจริง..


"เอาล่ะ..บทเรียนในวันนี้ของเราคือเรื่อง 'อาชีพของสามัญชน' .. พวกเจ้าเปิดตำรา 'สังคมกับวิถี เล่ม 1' หน้า 142 ..
คาร์เดีย.. เจ้าอ่านหนังสือออกใช่หรือไม่.."

ท่านครูหันมาถามข้าอย่างไม่แน่ใจนัก.. ข้าพยักหน้า

ความจริงก็คือในอาณาจักรเรานั้น การศึกษาหายากยิ่งกว่าอาหารในแต่ละมื้อ..
โชคดีที่เเม่ของข้า สอนการเขียนการอ่านให้ข้าตั้งเเต่ยังเล็ก..

มันเป็นสิ่งที่ทำให้ข้าแตกต่างจากลูกของทาสทั่วๆไป..
แต่ด้วยความที่ข้ามักจะอยู่ในสังคมทาสเสมอ..ข้าจึงไม่ค่อยได้ใช้ความสามารถด้านนี้นัก..

"..ดี.."

ท่านครูกล่าวก่อนจะมองข้าด้วยสายตาแปลกๆ..


"พวกเจ้าจงอ่านบทนี้ให้จบ..แล้วข้าจะมอบคำถามให้"



..................................




"เจ้าฉลาดเป็นกรด"


ไรเดนพูดกับข้าระหว่างที่เรานั่งเล่นกันอยู่บริเวณลานน้ำพุ

"ท่านพี่ไม่ชมข้ามั่ง"

ราฟาเอล เด็กชายผู้มีความสูงและอายุไล่เลี่ยกันกับข้าเอ่ยขึ้นอย่างน้อยใจ

"ข้าก็แค่ตอบไปอย่างที่คิด"
ข้าพูดกับไรเดนอย่างถ่อมตัว


"เจ้าน่าจะสอนน้องชายข้าบ้าง..เขาไม่สู้จะฉลาดนัก"
ไรเดนพูดติดตลก และราฟาเอลทำท่ากระฟัดกระเฟียด..

"แต่ข้าขี่ม้าเก่งกว่าเขาแน่นอน"
ราฟาเอลพูดก่อนจะมองมาทางข้า

"ถ้าให้เขาทำ ข้าว่าคาร์เดียทำได้ดีกว่าเจ้า"
ไรเดนพูด

"เอ่อ..ข้าไม่ขี่ม้า"
ข้ารีบปฏิเสธ

"ข้าไม่ชอบ"


"เจ้าไม่รู้หรอกถ้ายังไม่ได้ลอง"
ร่างสูงจับข้อมือข้าก่อนจะยิ้มให้อย่างนึกสนุก

"มากับข้าสิ"

..................................


เราสามคนมาหยุดอยู่ที่โรงเลี้ยงม้าหลังคฤหาสน์

"เจ้าเคยมาที่นี้ไหม"

ข้าพยักหน้า..ก็เคยบ้าง..ถ้าเจ้าหมายถึงการมาเก็บขี้ม้าน่ะนะ...

"ต..แต่ท่านพี่..ให้เขาขี่ม้าตอนนี้จะไม่อันตรายเหรอ...ท่านอาก็ไม่อยู่.."


"ราฟาเอล..เจ้าดูถูกข้าหรือไง..ข้าเองก็โตพอจะดูแลพวกเจ้าสองคนได้น่า.."

ข้ามองเด็กชายตรงหน้า ..ที่แม้จะตัวสูงกว่าข้าและราฟาเอล..
แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าจะดูแลเราได้เลย..


"ข้าว่าท่านพี่ยังไม่โตพอ.."


"ราฟาเอล"


ข้าสังเกตวิธีการใช้อำนาจของเขากับน้องชาย..
และเรียนรู้กับตัวเองอย่างเงียบๆว่าจะไม่ขัดใจเขา...ถ้าไม่จำเป็น


"ม้าตัวเล็กนี่สวยดีนะ"
ข้าพูดขึ้น เมื่อเห็นเจ้าลูกม้าสีขาวเทาในคอก.. มันมองข้าอย่างกระหายใคร่รู้..


"เจ้าชื่ออะไร"
ข้าเผลอสบสายตากลมโตของลูกม้า ก่อนจะเผลอถามมันออกไปเบาๆ..


"เราไม่ตั้งชื่อม้าจนกว่ามันจะยอมรับว่าเราเป็นเจ้าของ..นี้คือบทเรียนแรกๆในการขี่มัน"
ไรเดนพูดขึ้นเมื่อเห็นข้ามีท่าทีสนใจ..

"แต่ข้าคิดว่ามันชอบเจ้านะ"
ราฟาเอลเอียงคอมองเจ้าลูกม้าในคอก ก่อนจะมองข้า..


"ถ้างั้นข้าจะให้เจ้าฝึกขี่กับมัน"
ไรเดนบอกก่อนจะนำลูกม้าสีขาวตัวเล็กออกมาจากคอก

เขาลูบคอมันอย่างหนักแน่น..

ท่าทีสง่างามสมที่เกิดในชาติตระกูลสูงส่ง..


"ข้าจะขี่มันให้ดูก่อน.."

เด็กชายใส่อานบนหลังม้าก่อนจะเหยียบขึ้นไปนั่งบนนั้น..
เขาควบม้าพามันวิ่งเหยาะๆไปบนสนามหญ้า..รับแสงอาทิตย์ยามเย็น..

ช่างเป็นภาพที่งดงาม..


"ท่านพี่เป็นเช่นนี้เสมอ.. เขาสมบรูณ์แบบ.."
เด็กชายที่ยืนอยู่ข้างๆข้าเอ่ยขึ้นเบาๆ.. ข้าหันไปมองหน้าเขาก่อนจะยิ้มให้อย่างปราณี..


"เขางดงาม ข้าไม่เถียง.. แต่ราฟาเอล มนุษย์น่ะไม่สมบรูณ์แบบ"

ข้าเผลอบอกเขาไปเช่นนั้น นั่นเป็นคำที่เเม่ของข้ามักกล่าวให้ฟังอยู่เสมอ..


ราฟาเอลมองหน้าข้า..
เขาคงไม่คิดว่าข้าจะกล้าพูดถึงพี่ชายเขาเช่นนั้น


"ข้าคิดเช่นนั้นจริงๆ"
ข้าบอก และเขาไม่พูดอะไรอีก


หลังจากพาลูกม้าสีขาววิ่งเเละเดินได้สองสามรอบ ไรเดนก็ขี่มันมาหยุดตรงหน้าข้า..

"ราฟาเอล เจ้าไปนำม้าของเจ้าออกมา"

"แล้วท่านพี่จะให้ข้านำม้าท่านพี่ออกมาด้วยหรือไม่"


"ไม่ต้อง..ข้าจะขี่กับคาร์เดีย"


หลังจากบอกให้น้องชายไปนำม้าออกมา ไรเดนก็มองมายังข้า

"เจ้าปีนขึ้นม้าได้ไหม.."

ข้ามองดูที่เหยียบขึ้นอานม้า ก่อนจะส่ายหัว..


"เดี๋ยวข้าช่วย"

ร่างสูงรวบตัวข้าก่อนจะยกเอวของข้าขึ้น ข้าพยายามปีนขึ้นอย่างทุลักทุเล..


"..ท่านไรเดน..คือ ..ข้า"
ข้าพูดอย่างสั่นๆ ขณะที่นั่งอยู่บนหลังม้า.. เจ้าลูกม้าตัวนี้ก็ไม่ได้อยู่นิ่งตลอดเวลา มันทำให้ข้าตกใจกลัว..


ไรเดนไม่พูดอะไร แต่เขาปีนขึ้นมานั่งบนอานม้าข้างหลังข้า ก่อนจะใช้แขนข้างหนึ่งโอบตัวข้าไว้

"ไม่ต้องกลัว.. "
เขาพูดเบาๆ ก่อนจะบังคับให้ลูกม้าค่อยๆเดินออกไป..


...................................


ไม่นานข้าก็คุ้นชินความรู้สึกบนหลังม้า..

มันเป็นความรู้สึกของผู้ที่อยู่เหนือผู้อื่นอย่างไม่ต้องสงสัย..
แต่ขณะเดียวกันก็น่าหวาดหวั่นไม่น้อย..

ข้ามองราฟาเอลที่ขี่ลูกม้าขนสีน้ำตาลเข้มของเขา..ม้าของเขาได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
มันสง่างามเสียจนเจ้าลูกม้าขนขาวเทามอมๆของข้าดูตกชั้นไปเลย

"เจ้าชินกับมันหรือยัง"
ราฟาเอลถามข้า และข้าพยักหน้า

ไรเดนเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นด้วยความพึงพอใจ

"งั้นเรามาแข่งกัน.. ข้ากับคาร์เดียและลูกม้าขาวตัวนี้ กับเจ้าและทุนโน่.."

ราฟาเอลมองข้ากับไรเดนก่อนจะยิ้มแบบเด็กซนๆ

"เจ้าทุนโน่ไม่มีทางแพ้เด็กหน้าใหม่หรอก"


...................................


และราฟาเอลไม่ได้พูดเกินจริงเรื่องฝีมือการขี่ม้าของเขา
เจ้าทุนโน่รักและตอบสนองนายของมันอย่างซื่อสัตย์..

ด้วยเหตุนี้ในเวลาไม่นาน พวกเราทั้งสามจึงขี่ม้ามาถึงสุดเขตป่า..
โดยมีเจ้าทุนโน่และราฟาเอลนำทาง

ไรเดนนำบ่วงคล้องม้าผูกกับต้นไม้
ก่อนที่จะนำข้าเเละน้องชายของเขาเดินเข้าไปในป่า..


"เล่นซ่อนหากันเถอะ"


"ให้เจ้าเป็นคนหาละกัน..คาร์เดีย"

ข้ารู้ตำแหน่งคนหาในเกมเล่นซ่อนหา เป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครอยากเป็นมากที่สุด..
ก็มันน่าเบื่อจะตาย..


"ข้าจะนับ 1 ถึง 30 พวกเจ้ารีบซ่อนเถอะ"


เมื่อข้าพูดจบ เด็กชายทั้งสองตรงหน้าก็วิ่งออกตัวไปคนละทาง
ข้าเอนตัวพิงศรีษะกับต้นไม้เก่าแก่..หลับตา ก่อนจะนับเวลาไปด้วย..







"..28...29...30!"



เมื่อข้าลืมตาขึ้นมา ก็เห็นเพียงเเต่ป่ากว้างใหญ่..
ข้าเหลือบสายตามองยังพื้น..


เห็นร่องรอยใบไม้ที่โดนเหยียบแยกออกเป็นสองทาง
ข้าตัดสินใจเดินไปตามทางที่หนึ่งก่อน..

และในเวลาไม่นานก็หาราฟาเอลเจอ..

"เจ้ารู้ได้ไง!"
ราฟาเอลพูดและข้าเอียงคอกวนเขา..เขาหัวเราะ

เมื่อข้าย้อนรอยกลับมาเพื่อหาไรเดน ก็ไม่พบเขาเสียเเล้ว..

แต่เรื่องการหาไม่ใช่เรื่องเกินความสามารถข้า..

ข้าปีนขึ้นต้นไม้ต้นหนึ่งที่คาดว่าสูงที่สุดในละเเวกนั้น..


"ข้าได้ตัวเจ้าแล้ว"
ข้าพูด ก่อนจะเเตะเด็กชายที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้ ..เขาทำหน้าย่นก่อนจะปีนลงมา..


หลังจากนั้นเราก็เล่นซ่อนหาต่ออีก 2-3 ตา โดยมีข้าเป็นคนหาอีกเช่นเคย..



"ไม่สนุกเลย! เจ้าหาเราได้ง่ายดายเหมือนแอบมอง!"
ราฟาเอลร้องโอดครวญ..

"ท่านพี่ ..ถ้าไม่เปลี่ยนเกมก็เปลี่ยนคนหาเถอะ! คาร์เดียชักจะทำให้ข้าโมโหแล้ววว"
ราฟาเอลเดินมาทำหน้าบึ้งใส่ข้า และข้าส่งยิ้มแป้นแล้นให้เขา..

ไรเดนเงียบไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นว่า

"..เกมสุดท้ายละกัน"





ข้ายิ้ม ก่อนจะหลับตาและเริ่มนับ 1...2...3....




เมื่อข้าลืมตาขึ้นมาอีกที..





ข้ากลับไม่เจอผู้ใด..


ข้าขมวดคิ้ว พยายามตามหาร่องรอย.. แต่กลับไม่เจออะไร

ข้าตะโกนเรียกชื่อของทั้งสอง..แต่เสียงตอบรับกลับมามีเพียงความเงียบ และเสียงร้องของเหล่าจิ้งหรีดในพงไพร..

ข้าเดินวนหาอยู่นานจนดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า..

สุดท้ายจึงถอดใจ..ข้าเปลี่ยนมาหาทางออกจากป่าแห่งนี้แทน..

มันไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่นัก เพราะเราสามคนเข้ามาเล่นในป่าไม่ลึกมาก
เมื่อออกมาข้าก็พบ ม้าสีขาวอมเทา ยังคงถูกผูกไว้ข้างต้นไม้..

แต่ม้าสีน้ำตาลเข้มของราฟาเอลนั้นหายไปเสียแล้ว..



..ข้าขึ้นม้าเองเป็นที่ไหนกัน..

เมื่อคิดได้ดังนั้น ข้าจึงตัดสินใจกลับที่พักด้วยวิธีการเดินแล้วจูงม้าสีขาวอมเทานี้ไปด้วย.
มันขัดขืนเล็กน้อยในตอนแรก..แต่เมื่อข้าเลียนแบบท่าทางของไรเดน ด้วยการลูบคอมันหนักๆไปหนึ่งที..
มันก็มีท่าทีเชื่องขึ้น..


"มาเถอะ..คาร์ลีน"


ข้าถือวิสาสะตั้งชื่อให้ลูกม้าสีขาวอมเทาตัวนี้..และมันก็เดินตามเสียงข้าราวกับจะยอมรับ.



..................................


เมื่อกลับมาถึงที่พัก แม่ของข้าก็รีบเข้ามากอดข้าอย่างร้อนรน..

"โอ..คาร์เดีย..แม่นึกว่าลูกจะเป็นอะไรไปแล้วเสียอีก"

ข้ามองแม่อย่างไม่เข้าใจนัก..

"คนในปราสาทบอกว่า ท่านไรเดน..หายตัวไป.."
ข้ามองแม่ด้วยความงุนงง แต่ไม่นานนักข้าก็เข้าใจ..

ดยุคบาเลนดินเรียกทาสทั้งหมดในปราสาทช่วยกันออกค้นหาไรเดน..
ข้าเห็นราฟาเอล..ยืนร้องไห้อยู่ข้างๆท่านพ่อของเขา

ข้าสบตากับราฟาเอลเเวบหนึ่ง ก่อนจะทำสัญญาณบอกให้เขาออกมาคุยกับข้า..
ราฟาเอลมองข้าก่อนจะพยักหน้าทั้งน้ำตา..





"มันเกิดอะไรขึ้น ท่านราฟาเอล"
ข้าถามอย่างร้อนรน


"..ฮึก..ตอนแรก..ท..ท่านพี่ อยาก แกล้งเจ้า ..เลย พาข้าขี่ม้ากลับมาก่อน.. แต่ พอเรากลับมาถึงปราสาท.. เขาก็กลัว..ฮึก..กลัวเจ้าออกมาไม่ได้.."

ข้าพยักหน้าก่อนจะลูบหลังเขา

"ไม่เป็นไร ราฟาเอล ..ไม่ต้องร้อง"

"ข้า..ข้าขอโทษนะ"


ข้าส่ายหัว


"ข้าไม่โกรธหรอก มันก็แค่การแกล้งกันเล่นๆ.. และท่านไรเดนก็ยังตามเข้าไปหาข้า.. "

"ข้ากลัว..ท่านพี่จะ..ตาย"
ราฟาเอลยังคงพูดพลางมีน้ำตานองหน้า

"เจ้าได้บอกเรื่องนี้แก่ใครไหม..ว่าเขาเข้าไปในป่า.."

ราฟาเอลส่ายหัว

"ท่านพ่อห้ามไม่ให้เราไปเล่นในป่า.."
ข้าถอนหายใจ

"งั้นข้าจะไปตามหาเขา..ถ้าข้ายังไม่กลับมาภายในวันพรุ่งนี้..เจ้าต้องบอกดยุคบาเลนดิน เข้าใจไหม ..ราฟาเอล"

ข้าพูดก่อนจะจ้องมองดวงตาสีน้ำเงินที่ดูหวาดกลัว..เหมือนลูกแกะตัวเล็กๆ..


"แต่ไม่ต้องห่วง..ข้าจะตามหาเขาจนเจอ.. ข้าไม่เคยพลาดหรอก"


...................................


แต่ความมืดมิดในป่ายามค่ำคืนไม่ใช่สหายของข้า
เสียงแมลงตอนกลางคืนก็โหยหวนราวกับปีศาจชั่วร้าย..


ข้ามีตะเกียงที่เอามาจากที่พัก 1 อัน
และมันอยู่ได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง...


"ไรเดน!!.."
ข้าตะโกนเรียก.. แต่มีเพียงเสียงของผืนป่าตอบกลับมา..

ข้าจำทางที่เราเล่นซ่อนหากันได้..
ถ้าเขาอยู่เเถวนี้เขาต้องได้ยินแน่..

"ไรเดน!...ไรเดน!"

เมื่อไม่มีการตอบรับ..ข้าจึงจำเป็นต้องเดินให้ลึกขึ้นไปอีก..



"ไรเดน!!"



เมื่อข้าเดินเข้ามาในป่าลึกยิ่งขึ้น..ป่าไม้ใหญ่กลับไม่ได้ใจดีมีเมตตา..
มันมืดมิด..เปียกชื้น และน่ากลัว

ข้าเกือบถอดใจหันหลังกลับหลายครั้ง..

แต่เมื่อคิดว่าเจ้าของดวงตาสีน้ำเงินเข้มยังคงหลงทางอยู่ในนี้..อาจจะตัวสั่นเป็นลูกนกด้วยความหวาดกลัว..
ข้าจึงพยายามถือตะเกียงก้าวต่อไป..



"ไรเดน.. เจ้าอยู่ที่นี้หรือไม่!!.."




"..นั่นใคร.."

ข้าได้ยินเสียงเเผ่วเบามาตามกระเเสลม..

จึงรับตะโกนตอบกลับไปว่า..



"ข้าเอง!! คาร์เดีย!! เจ้าอยู่ไหน!!!"


"ข้าอยู่นี้...บนต้นไม้.."
เสียงแผ่วเบาตอบกลับมา

ข้าเดินตามเสียงนั้นไปเรื่อยๆ

"ลงมาซะ..ท่านไรเดน! ท่านกำลังทำให้ทุกคนเป็นห่วง!"

ข้าตะโกนขึ้นไป..หวังให้เขาได้ยิน..


"อย่าเข้ามานะคาร์เดีย! ข้างล่างนั่นมีงู!!"

ไรเดนตะโกนกลับมา ข้าเหลือบมองที่พื้น..ว่างเปล่า..
มีแต่เศษใบไม้เท่านั้น..


"มันไปแล้ว!..ลงมาเถอะ!!"


.................................


เมื่อไรเดนปีนต้นไม้ลงมา ข้าก็เห็นสภาพของเขา..

เนื้อตัวมีรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้..รอยเเมลงกัด


"ท่านไม่ควรทำอย่างนี้"
ข้าบอก

"ข้าขอโทษ..ข้าไม่น่าทิ้งเจ้าไว้"
เด็กชายข้างๆข้าพูดอย่างสำนึกผิด..ข้าส่ายหัว

"ข้าปลอดภัยดี...แต่ดูท่านสิ"

"ข้าไม่ได้ตั้งใจ.."

"ข้าไม่ถือโทษหรอก..
แต่หากมีคราวหลัง เมื่อท่านทิ้งข้า ได้โปรดอย่าหันหลังกลับมา.."




ข้าเดินถือตะเกียงนำเขาออกจากป่า..
ไรเดนเดินตามข้ามา เราทั้งคู่เงียบ
ทว่าสื่อสารกันผ่านเสียงเหยียบย่ำใบไม้เเละมือของเราที่เลื่อนมาประสานกัน


...................................





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-08-2021 15:25:50 โดย Anynomous »

ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

2




"ทำไมข้าเป็นคนเดียวที่ต้องมาคัดตัวอักษรโบราณ.."

เด็กชายผู้นั่งคัดแผ่นกระดาษตรงหน้าโอดครวญก่อนจะใช้ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมองข้ากับพี่ชายของเขาอย่างไม่เข้าใจ


"ก็ในการทดสอบที่แล้วเจ้าทำคะเเนนได้แย่ที่สุด มันต่ำกว่าครึ่งด้วยซ้ำ ท่านอาลงโทษเจ้าแค่นี้ก็ดีถมไป ราฟ"

"ข้าไม่เข้าใจ..แล้วคาร์เดียล่ะ"

"เจ้าอย่าเปรียบเทียบกับคนอื่น ตัวเจ้าทำได้ถึงสิ่งที่ควรทำได้หรือยัง.. เราต้องศึกษาภาษาโบราณเพราะมีความรู้อีกมากที่อาจค้นพบ และยังไม่มีการแปล ..ท่านอาก็บอกในชั้นเรียนนี่ว่าห้องสมุดในพระราชวังกว่าครึ่งใช้ภาษาโบราณ."

ไรเดนพูดก่อนจะนั่งลงข้างๆน้องชาย ข้าฟังเขาอย่างสนใจ..
จากการที่ได้ใกล้ชิดกับสองพี่น้องในฐานะเพื่อนร่วมชั้นเรียนมาร่วม 2 ปี
ทำให้ข้าสนิทกับไรเดนและราฟาเอลขึ้นมาก

ไรเดนคนพี่นั้นฉลาด มีความเป็นผู้นำ และพึ่งพาได้
ส่วนราฟาเอลนั้นค่อนข้างอ่อนไหว อาจจะไม่เก่งโดดเด่นเท่าคนพี่ แต่เป็นคนจิตใจดี
และข้าก็ชอบพวกเขาทั้งคู่มากพอๆกัน..

"เอ้อ คาร์เดีย..ข้าว่าเจ้าเลิกคุยกับไซม่อนเถอะ"

ไรเดนหันมาพูดกับข้า..ไซม่อนเป็น'อดีต'เพื่อนสนิทของข้า..เราโตมาด้วยกันในฐานะทาส
เมื่อครึ่งปีก่อนเขาหนีออกจากคฤหาสน์ไปเพราะต้องการทำงานอย่างเป็นไท..

แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลใด ตอนนี้เขากลายเป็นลูกน้องลำดับล่างสุดของกลุ่มโจรมีชื่อ...

ถึงอย่างนั้นเขายังคงแวะเวียนมาเยี่ยมข้ากับแม่ของเขาบ้าง
และมักจะนำของมีค่าเล็กๆน้อยๆติดมือมาให้ข้าเสมอ

"ทำไมเจ้าว่าอย่างนั้น.."

อ้อ..อีกอย่าง ..เดี๋ยวนี้ข้าคุ้นชินกับการเรียก'ท่าน'ไรเดนและ'ท่าน'ราฟาเอล ด้วยสรรพนามแบบที่พวกเขาต้องการแล้ว
ข้าเคยคิดว่ามันดูอวดดีพิลึก..แต่มันก็ทำให้เด็กชายวัยเกือบ 10 ขวบอย่างข้ารู้สึกท้าทายแบบแปลกๆ

และแน่นอนว่าข้าไม่บอกเรื่องนี้ให้แม่รู้

"..เจ้าก็รู้ ไซม่อน..เขาเป็นโจร..ถ้าวันใดวันหนึ่งคฤหาสน์ของเราถูกพวกโจรลักลอบเข้ามา..
ไม่ว่าจะเป็นพวกของไซม่อนหรือไม่ ..เจ้าจะโดนหางเลขไปด้วย"

ข้าไม่พูดอะไร และไรเดนพูดต่อ

"ไม่ใช่ว่าข้าอยากห้ามไม่ให้เจ้าคบคนนู้นคนนี้หรอก..ในฐานะพี่ ข้าตักเตือนเพราะเป็นห่วงเจ้า"
ดวงตาสีน้ำเงินลึกล้ำมองข้า แววตานั้นบ่งบอกความรู้สึกเป็นห่วงอย่างซื่อตรงที่เขามีต่อข้า..

..มันเหมือนกับว่าข้ามีความสำคัญต่อเขา


และเนื่องจากเขาก็มีความสำคัญต่อข้าเช่นกัน ข้าจึงพยักหน้ารับ

"ข้าจะบอกไซม่อนไม่ให้มาหาข้าอีก"

ข้าพูด ก่อนจะทำสีหน้าให้เขารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร



..................................



"เอาล่ะ..อย่างที่พวกเจ้าคงจะรู้กันแล้ว..นอกจากมารยาทในงานเลี้ยงที่จะทำให้เรามีภาพลักษณ์ที่ดีอยู่เสมอ..
กิจกรรมในงาน เช่น การเต้นรำ ก็เป็นส่วนที่จะทำให้พวกเจ้า ดูดี หรือ ดูแย่ได้เช่นกัน.."

ข้ากับไรเดนฟังท่านครูอย่างตั้งใจ ส่วนราฟาเอลฟุบตัวลงกับโต๊ะ

"ราฟาเอล หลังตรง"

ท่านครูพูดด้วยเสียงเข้ม ก่อนที่เจ้าตัวขี้เกียจข้างๆข้าจะค่อยๆขยับตัวลุกนั่งดีๆ


"สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีจากตระกูลชั้นสูงทุกคน จะต้องเรียนรู้ทักษะการเต้นรำ..แน่นอนว่าข้า เมื่อยังเด็กกว่านี้ ก็ได้ร่ำเรียนวิชานี้มาด้วยความเหนื่อยยาก ดังนั้น พวกเจ้าไม่ต้องดีใจไปว่าจะได้ครูจากข้างนอกมาสอน.."

ท่านครูพูดติดตลก..แต่เป็นเรื่องจริง
ตั้งเเต่ข้าได้เรียนกับท่านครู ท่านดูจะสอนได้ทุกอย่าง ได้ทุกวิชา..นับว่าเป็นปราชญ์พหูสูตโดยเเท้..
สมกับที่เติบโตมาในตระกูลสูงศักดิ์และได้รับการศึกษาที่ดีแต่เยาว์วัย..


"และสำหรับ'บางคน'ที่ยังมองไม่เห็นความสนุก ตื่นเต้น ในวิชานี้ ข้าบอกเลยว่าพวกเจ้าควรจะตั้งใจเรียนให้มากๆ
เพราะอีก 2 อาทิตย์จะมีงานเลี้ยงเต้นรำที่คฤหาสน์ตระกูลเฟรดิชช์ และลูกสาวคนโตของตระกูลเฟรดิชช์ เป็นคุณหนูที่งดงาม เพียบพร้อมด้วยกิริยามารยาทและการศึกษา..รวมถึงวัยก็ใกล้เคียงกับพวกเจ้าด้วย.."

"ในงานจะมีเด็กผู้หญิงน่ารักๆเพียบหรือเปล่าท่านอา~!"

ราฟาเอลเด้งตัวขึ้นก่อนจะถามท่านครูอย่างกระตือรือร้น..แบบที่เขาไม่เคยทำในเวลาเรียนปกติ

"แน่นอน..และพวกนางจะพบว่าเจ้ามีบุคลิกที่สง่างามหรือกักขฬะ..ก็แล้วแต่ตัวเจ้าเองจะกำหนด"

"แน่นอนว่าข้าจะสง่างามมม ใช่มะคาร์เดีย"
ข้ากระพริบตาปริบๆก่อนจะมองไปที่ไรเดน ..เขาเม้มปากก่อนจะกลั้นขำ

"เราจะมาเริ่มจากจังหวะง่ายๆกันก่อน คาร์เดีย เจ้าออกมาเป็นตัวแทนของผู้หญิงสิ"
ท่านครูพูดก่อนจะมองมาที่ข้า ข้าขมวดคิ้วอย่างขัดใจก่อนจะโอดครวญ



"ทำไมต้องเป็นข้า.."



ไรเดนมองมาที่ข้าก่อนจะยิ้มมุมปาก
ส่วนราฟาเอลก็แอบแลบลิ้นล้อเลียนข้า..ข้าทำสายตาดุใส่เขาไปทีหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยิ่งชอบใจ


ท่านครูจับมือของข้าไว้ทั้งสองข้าง ก่อนจะบอกจังหวะแล้วให้ข้าเดินตาม


"..ขวา..หยุด..ก้าวขึ้น...ซ้าย..หยุด..ก้าวลง.."


ข้าเดินตามคำบอกพร้อมกับแรงดึงจากมือไป และค้นพบว่ามันสนุกดี
ข้าเผลอเหยียบเท้าท่านครูไปหลายครั้ง แต่ท่านครูไม่ว่าอะไร ท่านบอกว่าเพราะข้าตัวเบาเลยไม่รู้สึกอะไรนัก


"เอาละ พวกเจ้าพอจะเห็นแล้วใช่ไหม..นี้เป็นจังหวะง่ายๆ..ต่อไปเราจะเลื่อนไปในจังหวะที่ยาก และซับซ้อนมากขึ้น"

ท่านครูพูดก่อนจะใช้มือกระชับเอวข้าเข้าหาตัวเขา ข้าเบิกตาโต

..แล้วตัวติดกันอย่างนี้จะให้ข้าขยับอย่างไร?..


"เจ้าเดินตามข้า.."

ท่านครูพูดก่อนจะบอกจังหวะการเดินของผู้ชาย ข้าซึ่งต้องเดินตามให้ได้ในจังหวะผู้หญิง..พอทำตามได้
แต่ไม่รู้เรื่องเลย..


"ยาก"
ราฟาเอลร้อง

และข้าเห็นด้วย..

ท่านครูแทบจะยกและลากข้าให้เดินตามจังหวะไป และข้าทำอะไรไม่เป็นทั้งนั้น..
หลังจากจบบทเรียนจังหวะซับซ้อน

ท่านครูก็ให้เราสามคน ลองเดินจังหวะเต้นรำของผู้ชาย แบบที่ไม่มีผู้หญิง..
คือให้เราลองเต้นรำกับอากาศดู..



"ไรเดน ใช้ได้.."



ท่านครูเดินไปดูไรเดนและเห็นเขาเดินจังหวะกับอากาศด้วยท่วงท่าสง่างามตามปกติของเขา
แม้จะยังมีบางจังหวะผิดพลาดบ้าง แต่ก็นับว่าทำได้อย่างดีเยี่ยมในครั้งเเรกๆ



ส่วนข้ากับราฟาเอลน่ะเหรอ


"ราฟาเอล เจ้าจะก้าวไปไหนตรงนั้น.. คาร์เดีย เจ้าอย่าสับสนสิ..นั้นมันการเดินรูปแบบของสุภาพสตรี"

ราฟาเอลร้องโอดโอย ส่วนข้าก็ทำหน้ามุ่ย

ท่านครูจะให้ข้าเข้าใจการเดินแบบสุภาพบุรุษนั่นได้อย่างไร ในเมื่อท่านจับข้าลากไปลากมาจนหัวหมุนไปหมด

หลังจากเราลองผิดลองถูกกันมาเกือบครึ่งวัน ท่านครูจึงปล่อยให้เราไปพัก




"ข้าสิ้นหวังแล้ว!"

ราฟาเอลพูดก่อนจะหันหน้ามาซุกไหล่ข้า ข้าดันหัวเขาออก พยายามจะมีมารยาทแม้จะรำคาญสุดๆ

"ข้าก็เหมือนกัน เจ้าเลิกโอดโอยสักที!"

"พวกเจ้าเเค่เดินให้ตรงจังหวะกับจำจำนวนก้าวให้ได้ มันยากตรงไหน"
ไรเดนพูดก่อนจะมองหน้าน้องชายและข้าอย่างเหนื่อยใจ

"ยากตรงที่เราไม่ใช่ท่านพี่ไง!"

ราฟาเอลพูดและไรเดนขมวดคิ้ว

"เจ้าอย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง..แล้วคาร์เดียละ"

ข้าหน้ามุ่ยก่อนจะตอบไปว่า

"มันยากที่จะสง่างามเหมือน'ท่าน'ละมั้ง"

...แต่ไรเดนกลับไม่ดุข้าเหมือนที่ดุราฟาเอล..แม้คำตอบของเราจะเป็นการประชดประชันทั้งคู่
เขากลับยิ้มให้ข้าเเทน..

"เจ้าคิดอย่างนั้นหรือ"

ราฟาเอลเหลือบตามองข้า ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
ส่วนข้าก็จ้องมองดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่ดูจะคาดหวังคำตอบบางอย่างจากข้า..


"ข้าประชด"

ข้าพูด และถอนหายใจเฮือกใหญ่
ไรเดนหลุดหัวเราะก่อนจะไล่พวกเราไปฝึกจังหวะการเดินแทนที่จะมานั่งบ่นอย่างสิ้นหวัง
เพราะมันไม่น่าจะทำให้อะไรดีขึ้น


...................................


ผ่านไปได้เกือบอาทิตย์
ในขณะที่ไรเดนสามารถเต้นรำในจังหวะที่ซับซ้อนได้หลายเพลง

ข้ากับราฟาเอลยังสะดุดอยู่ที่เพลงที่สอง


"เจ้าเหยียบเท้าข้า!"

ราฟาเอลร้อง

"ข้าตัวเบาจะตาย ท่านครูก็บอก"

ข้าพูด

"ท่านอาโกหก..โอ๊ยยย!"

ราฟาเอลร้องเสียงหลงเมื่อท่านครูตีเขาเข้าที่หลัง

"หลังตรง! รักษาวาจาให้น่าฟัง!"

"ทำไมข้าต้องมาเป็นผู้หญิงให้เจ้า!"

ข้าตะโกนแข่งกับเสียงเพลง

"ก็ข้าดูเป็นชายมากกว่าไง!..โอ๊ยย นี้เจ้าตั้งใจเหยียบเท้าข้าใช่มั้ย! คาร์เดีย!!"

"ไปฝึกกับอากาศเลยไป!


ที่แย่จริงๆคือกลายเป็นว่าข้าถนัดการเต้นรำในแบบสุภาพสตรีมากกว่าเสียอีก
ท่านครูชอบใช้ข้าเป็นตัวอย่าง แถมยังต้องมาฝึกกับราฟาเอลในชั้นเรียน..

ทำไมไรเดนถึงลอยไปลอยมา แถมไม่ได้ฝึกเยอะเท่าพวกข้าก็ไม่รู้
หรือว่าท่านครูคิดว่าเขาเก่งเเล้วจึงไม่ค่อยเข้มงวด..ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ


ข้าบ่นเรื่องนี้ให้แม่ฟังขณะที่นางกำลังตัดเย็บชุดสำหรับฤดูหนาว
แม่ส่ายหัวยิ้มๆเเต่ไม่เเสดงความเห็นอันใด

ข้ารู้ว่าแม่ไม่ใช่คนช่างพูด ท่านเป็นนักฟัง..และความห่วงใยของท่านนั้นแสดงผ่านพฤติกรรมมากกว่าคำพูด

คืนถัดมา หลังจากที่ข้าอ่านตำราเสร็จ และเตรียมตัวจะเข้านอน
แม่ของข้าไม่จูบราตรีสวัสดิ์เหมือนทุกครั้ง แต่กลับสวมเสื้อคลุมเเละบอกกับข้าว่า


"มาเถอะ คาร์เดีย..แม่จะเป็นคู่เต้นรำให้แก่เจ้า"


แม่จับมือข้าก่อนจะนำข้าไปยังลานตากผ้า

กลางดึกที่นี้เงียบสงบ ...
พื้นที่ลานโล่งถูกปรับให้กลายเป็นห้องโถงเต้นรำธรรมชาติ
ที่มีเสียงลมพัดหวีดหวิวเป็นเพลง เเสงจันทร์นวลตาเป็นไฟประดับ และมีดวงดาวระยิบระยับเป็นผู้สังเกตการณ์

ข้าจับมือของแม่ สบสายตาสีม่วงอ่อนเหมือนดอกไม้ที่มักจะจ้องข้ามาด้วยความรักเสมอ

แม่ก้าวเท้านำจังหวะข้าไป..



...จังหวะของแม่แปลกๆ บางจังหวะไม่เหมือนกับที่ข้าเรียนมาจากท่านครู บางจังหวะนั้นอ่อนช้อย งดงาม และยากเสียยิ่งกว่า..แต่ทว่านางกลับสอนข้าอย่างอ่อนโยน


แม่ไม่ดุสักคำเมื่อข้าเผลอเหยียบเท้านาง
หรือแม้กระทั่งเหยียบกระโปรงเก่าๆของนาง..

นางสอนข้าด้วยความใจเย็นและอดทนอย่างยิ่ง..


"สบตาคู่ของเจ้า..การเต้นรำคือการสื่อสาร..สายตาสื่อความหมายได้มากกว่าคำพูด.."

แม่เอ่ยเสียงเบา แต่ได้ยินชัดเจนท่ามกลางความเงียบในราตรีสงัด..

"..หากเจ้านำตัวคู่ของเจ้าเข้ามาชิด..การใช้วงแขนโอบนางคือการบอกว่าเจ้าจะปกป้องนางได้..

"เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษทุกครั้งที่เผลอเหยียบเท้า แต่จงขอโทษครั้งเดียวด้วยความจริงใจหลังเต้นรำเสร็จ.."


"จังหวะการเดิน และท่วงท่าในการเต้นรำทุกท่วงท่า เป็นการสื่อความหมายที่เจ้ามีต่อคู่ของเจ้า
..การยินดี..การพบเจอ..ความรัก..ความสนุก..ความเร่าร้อน.."


"..แต่ถ้าข้าไม่ได้รู้สึกอะไรล่ะเเม่ ข้าเเค่เต้นไปเฉยๆ"

"หากเป็นเช่นนั้นก็ขอให้ทำอย่างตั้งใจ..เพราะมันเป็นมารยาทเเละการให้เกียรติคู่เต้นรำของเจ้า"



ไม่น่าเชื่อหลังจากที่ได้เรียนกับแม่..ข้าสามารถจดจำจังหวะการเดินและท่วงท่าได้ดีขึ้นมาก
..ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะข้าได้ฝึกการเต้น ในฐานะบุรุษ..


อีกส่วนอาจเป็นเพราะเเม่เป็นครูที่ดีเหลือเกิน



ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องลงมา ร่างของข้าและเเม่เคลื่อนไหวจังหวะเต้นรำราวกับเราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้..
ข้าเข้าใจการสื่อสารความรักผ่านภาษากายของแม่..

มันชัดเจน..สง่างาม และนุ่มนวลเสียยิ่งกว่าเเสงจันทร์ทั้งราตรีรวมกัน..



.................................



ข้าเต้นรำกับอากาศในชั้นเรียน พยายามคิดว่ากำลังเต้นรำกับเเม่..
ข้าหลับตา คิดถึงจังหวะที่ได้ฝึกฝน คิดถึงท่วงทำนองที่งดงามและอ่อนช้อย..

เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะที่บรรเลงขึ้นในหัว




"..คาร์เดีย..เจ้าไปฝึกเต้นรำแบบนี้มาจากไหน"

ท่านครูถามขึ้นเสียงเข้มเสียจนข้าเผลอลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ..
ราฟาเอลที่ฝึกอยู่ข้างๆก็สะดุ้ง..


"..ข..ข้าว่าคาร์เดียก็เต้นรำสวยดีนี่ท่านอา ..มีอะไรผิดไปงั้นหรือ"
ราฟาเอลเอ่ยปากแทนข้าอย่างกล้าๆกลัวๆ


"เขาเต้นไม่ถูกบางจังหวะ..มันไม่เหมือนที่ท่านอาเคยสอน"
ไรเดนพูดด้วยเสียงเรียบ แต่ถึงอย่างนั้นในน้ำเสียงก็มีความสงสัยว่าทำไมท่านครูถึงต้องดุเรื่องเช่นนี้

..มันก็ออกมาดูดีนี่นา..



"ข้าถามว่าเจ้าไปฝึกมาจากไหน!"


"..ม..แม่ของข้า..ขอรับ ท่านครู"

ข้าพูด ตัวสั่นเล็กน้อย


"เราไม่เต้นกันแบบนี้..อย่าใช้มันในงาน"

ท่านครูพูดเสียงเข้มก่อนจะอ่อนลงเมื่อเห็นสีหน้าข้าที่ซีดขึ้นด้วยความตกใจ

"เข้าใจไหม..คาร์เดีย"

ประโยคหลังนี้เขาพูดมันด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น ข้าพยักหน้า..



"สำหรับชั่วโมงนี้ ข้าขอตัว ท่านอา"

อยู่ๆไรเดนก็พูดขึ้นด้วยเสียงเเข็ง ก่อนจะเดินออกจากห้องเรียนไปโดยไม่ฟังคำอนุญาตของท่านครู
มันไม่ใช่วิสัยปกติของเขา ..ข้าเห็นราฟาเอลยักไหล่ก่อนจะส่งสัญญาณกวนข้าอีกรอบ


"มาเป็นผู้หญิงให้ข้า"


"เต้นกับไก่ไปก็เเล้วกัน"

ข้าพูดกวนเขาก่อนจะจับมือราฟาเอลแล้วนำจังหวะเขาไป..


..................................


อีก 2 วันจะถึงวันงานเลี้ยงเต้นรำ..
ข้ากับราฟาเอลเต้นได้ดีขึ้นมาก..แต่ราฟาเอลก็ยังไม่พอใจอยู่ดี


"ข้าไม่มีทางเอาชนะท่านพี่ในงานเต้นรำนั่นได้"
เขากระซิบบอกข้าขณะมองไรเดนฮึมฮัมเพลงเต้นรำพร้อมกับอ่านตำราไปด้วย


"เจ้าก็รู้ตัวนี่"
ข้ากระซิบตอบ


"คาร์เดีย..เจ้าต้องช่วยข้านะ..ข้าชอบพี่เอลิซ่าจริงๆ..ข้าอยากให้นางเห็นว่าข้าเป็นชายที่สง่างามที่สุด
ส่วนท่านพี่..ท่านพี่ไม่สนใจนางด้วยซ้ำ..ท่านพี่ไม่ควรได้รับความสนใจจากนางมากมายขนาดนี้"

คุณหนูเอลิซ่า เฟรดิชช์ เป็นลูกสาวคนโตของตระกูลเฟรดิชช์ ตระกูลขุนนางที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆของอาณาจักร
นางอายุ 13 ปี งดงามและเรียบร้อย ตามคำบอกเล่าของราฟาเอล..
เขาเคยเจอกับนางบ้างตามงานเลี้ยงที่ไปกับดยุคบาเลนดิน แต่ตระกูลที่มีลูกสาวโดยเฉพาะตระกูลสูงนั้น จะไม่เปิดบ้านให้ชายใดเข้ามาร่วมงานสังสรรค์ได้โดยง่าย ...เพราะฉะนั้นงานเลี้ยงเต้นรำในอีก 2 วันที่จะถึงจึงเป็นโอกาสดีอันน้อยนิดที่ราฟาเอลจะได้สานสัมพันธ์กับนาง...


"เจ้าพูดเหมือนน้องอิจฉาพี่..นั่นไม่สมควรนะ"

ข้าพูดเเซวราฟาเอล และเขาทำหน้ามุ่ย


"เจ้าจะช่วยข้าใช่ไหมคาร์เดีย ...ท่านพี่นะสมบรูณ์แบบ เขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า..
แต่ข้าไม่ใช่"

"ข้าบอกแล้วไงมนุษย์น่ะไม่สมบรูณ์แบบ"

"ท่านพี่ใช่มนุษย์ที่ไหนกันเล่า"



"พวกเจ้าเลิกกระซิบกระซาบแล้วออกไปคุยที่ลานน้ำพุเถอะ ที่นี้ห้องสมุด"

ไรเดนพูดก่อนที่ข้ากับราฟาเอลจะสะดุ้งโหยง

"และข้าก็เป็นมนุษย์ด้วย"
เขาพูดก่อนจะมองหน้าข้า..ข้าส่งยิ้มเจื่อนๆให้ก่อนจะบอกราฟาเอลว่า


"ไปลานน้ำพุกันเถอะ"


...................................


"แล้วจะให้ข้าทำยังไง"

ข้าพูดกับราฟาเอลที่กุมหัวอยู่

"เจ้ามาเป็นคู่เต้นรำให้ข้า"

"ข้าก็เป็นให้ตลอด..ในห้องเรียนก็เป็นแล้วไง"

"ข้าต้องการฝึกเพิ่มอีก..เจ้าพอจะมีที่ดีๆไหม.."

ข้าขมวดคิ้วก่อนจะนึกถึงลานตากผ้าแถวเรือนทาส ที่ซึ่งเเสงจันทร์นวลตาส่องอวยพรเสมอ..

"..ข้าคิดว่ามี"


..................................


ราฟาเอลทำให้ข้าต้องแอบแม่ออกจากเรือนหลังจากที่ทำเป็นนอนแล้ว..
ข้าไม่อยากโกหกแม่เลย..แต่ข้ากำลังอยู่ในวัยที่มีข้ออ้างมากมายที่จะทำเพื่อเพื่อนรัก

ด้วยเหตุนี้ข้าจึงสวมผ้าคลุมหัวก่อนจะย่องออกจากเรือนมา...อย่างกับโจร


"คาร์เดีย..ข้าอยู่นี้"
เสียงเบาๆดังขึ้น ข้ามองเห็นราฟาเอลยืนโบกไม้โบกมือให้ข้าอยู่ข้างราวตากผ้า

"เจ้าใส่ผ้าคลุมเหรอ..ยิ่งเหมือนผู้หญิงเข้าไปใหญ่"

"เงียบน่า"
ข้าดุ ก่อนจะจับมือเขา..


"การเต้นรำคือการสื่อสาร..สบตาคู่ของเจ้าเพราะมันมีความหมายยิ่งกว่าคำพูด"

ข้าพูดด้วยท่วงท่าสง่างาม เลียนเเบบท่าทางของแม่ ก่อนจะก้าวเท้าไปพร้อมกับเขา..
ราฟาเอลสบตาข้า.. ข้ายิ้มให้เขา

"เจ้าจะทำได้"

เขาพยักหน้า..แล้วเราก็เต้นรำกัน

จังหวะสอดรับและการก้าวเท้า มือที่กุมมือข้าและวางบนเอวบาง เขาดึงตัวข้าเข้าประชิดก่อนจะใช้แขนโอบข้าไว้อีกที

"การทำแบบนี้แปลว่าเจ้าจะปกป้องคู่ของเจ้า.."
ข้าพูดก่อนจะหมุนตัวออกจากวงแขนของเขา

"..ข้าว่ามันเลี่ยนๆ"
ราฟาเอลพูดและข้าหัวเราะ


"การเต้นรำเป็นการสื่อสารที่เลี่ยน..คุณหนูเอลิซ่าอาจต้องไปอ้วกหลังเต้นกับเจ้าเสร็จ"

ข้าพูดและราฟาเอลหัวเราะ เขาดึงข้าเข้าไปใกล้ก่อนจะก้มหน้าลงมา..


"ข้าเต้นได้ดีกว่าอยู่ในห้องเสียอีก"

ข้ากระพริบตาปริบๆ..ก่อนจะดันตัวเขาออก

"ข้าว่าเจ้าพร้อมสำหรับการเต้นรำแล้วล่ะ"

"เหอ?..ไม่มีทาง! นี่พึ่งรอบเดียวเองนะ..คาร์เดียยย"

ราฟาเอลเกาะตัวข้าไว้เหมือนลูกหมาก่อนจะขอร้องให้ข้าช่วยซ้อมเต้นกับเขา

คืนนั้นเราซ้อมเต้นกันจนเหนื่อยอ่อน ข้ากับราฟาเอลทิ้งตัวลงนอนบนลานกว้างใต้เเสงจันทร์
หอบเหนื่อย ผมเปียก แต่สุขใจ

"ขอบคุณนะคาร์เดีย"

"อย่าแพ้ไรเดนล่ะ"

"แล้วเจ้าล่ะ?"

"ข้าไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับพวกเจ้า"




"แล้วเจ้าจะไปงานกับพวกเราไหม?"

ข้ามองดวงจันทร์ก่อนจะตอบเขา

"ข้าไม่ได้ถูกรับเชิญ..ราฟาเอล..ที่นั่นไม่ใช่ที่ของข้า"

"ถ้าอย่างนั้นเจ้าจะฝึกเต้นรำไปทำไม.."

"..ไม่รู้สิ..ลึกๆข้าคงแอบหวังว่าสักวันจะได้ใช้ละมั้ง"





"คาร์เดีย..ข้าสงสารเจ้าได้ไหม"


"ข้าไม่อนุญาตนะ..ข้าไม่ชอบให้ใครมาสงสาร"


"ท่านพ่อบอกว่าข้าเป็นคนขี้สงสาร ข้าสงสารม้า สงสารหมา สงสารแมว.. ข้าสงสารเจ้าได้ไหม"
ราฟาเอลถามย้ำอีกครั้ง

ข้าไม่รู้ว่าบทสนทนาวกวนนี้จะไปจบที่ใด..
เราสองคนยังเป็นเด็กกันทั้งคู่ คำพูดวกไปวนมาแต่ก็ซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเองต่างจากผู้ใหญ่

"ข้าไม่ใช่ม้า ไม่ใช่หมา ไม่ใช่แมว ต่อให้ใช่ ข้าก็ไม่ชอบให้ใครมาสงสาร เจ้ายังเด็ก ไม่เข้าใจหรอก"

"เราอายุเท่ากัน"

"แต่ก็ยังเด็กใช่ไหมละ..อย่าสงสารข้าเลยนะราฟาเอล มันทำให้ข้ารู้สึกเศร้า..ข้าไม่ชอบความรู้สึกเศร้า"

ราฟาเอลเลื่อนมือมากุมมือข้า

"ข้าไม่สงสาร"

"ดี"

ข้าพูด

"ดี"

ข้าพูดอีกครั้ง

...................................








ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0



3





"ข้าก็ต้องไปด้วยหรือ"




ข้าถามท่านครูด้วยความกังวล และเขาพยักหน้า


"..ต..แต่ข้าไม่ได้ถูกเชิญ.."


"เจ้าจะไปในฐานะผู้ติดตามของไรเดนและราฟาเอล..แต่ในฐานะที่เจ้าเองก็เป็นศิษย์คนหนึ่งของข้า ข้าอยากให้เจ้าเรียนรู้งานพิธีการ มารยาท และการวางตัวของผู้คนในงานด้วย"

ข้ามองท่านครูอย่างซึ้งใจ..นอกจากเขาจะไม่เคยเหยียดชาติกำเนิดอันต่ำต้อยของข้า..
เขายังทำหน้าที่ของครูที่มีต่อลูกศิษย์อย่างดีที่สุด..


"แต่ข้าไม่มีชุดใส่"


"เจ้าใส่ตัวเก่าของข้าก็ได้ เมื่อก่อนข้าก็ตัวเท่าๆกับเจ้า"

ราฟาเอลที่ยืนฟังอยู่รีบเสนอขึ้นมา


"แต่ข้า.."





"ไปด้วยกันเถอะ คาร์เดีย ..เจ้าจะได้ไปเรียนรู้งานพิธีการอย่างที่ท่านอาบอก
อ่านจากในหนังสืออย่างเดียวไม่พอหรอกนะ.."

เมื่อไรเดนพูดพร้อมกับให้เหตุผลที่ดี..ข้าจึงพยักหน้าและมองพวกเขาอย่างขอบคุณ

"และข้าอยากให้เจ้ามาเห็น..ตอนที่ข้าเต้นรำกับพี่อลิซ่าด้วยย"
ราฟาเอลพูดก่อนจะยิ้มกว้างให้ข้า ข้ายิ้มตอบ



"ข้าหวังให้นางตกหลุมรักเจ้า"
ข้าพูดแซวราฟาเอลไปเบาๆ และเขาหน้าแดง


...................................


ราฟาเอลนำเสื้อ,กางเกงสีน้ำเงินเข้ม และผ้าคลุมน้ำเงินที่มีประกายสีเงินเหมือนดาวบนท้องฟ้ามาให้ข้า
เนื้อผ้าอย่างดี ทุกส่วนถูกตัดเย็บอย่างประณีต..


เมื่อข้าสวมเเละมองตนเองในกระจก..ข้าทึ่งกับภาพที่ได้เห็นตรงหน้า


..ผมสีดำความยาวรับกับใบหน้าของข้า..ดวงตากลมสวย ริมฝีปากและจมูกเหมือนเเม่..
ข้ายืนอยู่ในชุดที่ตัดเย็บอย่างดีเเละมีสัญลักษณ์ของตระกูลออกัสโต

..ราวกับหลุดออกมาจากสังคมผู้ดีที่ไหนสักแห่ง..


..งดงาม..ทว่าไม่ใช่ของจริง


หลังจากแต่งตัวเสร็จข้าจึงเดินออกมารอไรเดนเเละราฟาเอลหน้าคฤหาสน์..


ราฟาเอลเป็นคนเเรกที่เห็นข้า

เขาอ้าปากค้าง..



"ข้าน่าจะเอาชุดราตรีให้เจ้า"



ข้าเหยียบเท้าเขาไปทีหนึ่ง


เมื่อไรเดนเดินออกมา เขามองข้าเงียบๆก่อนจะเดินมาพูดกับข้า


"เจ้าดูดี..เหมือนเป็นคนของเรา..เหมือนเป็นคนของออกัสโต"


ข้ายิ้มรับคำชม รู้สึกแปลกๆ อยากเบือนหน้าหนีจากสายตาของเขา


"ข้าเป็นคนของออกัสโตมาโดยตลอด.."

ข้าพูด และมันเป็นเรื่องจริง

ข้าเกิดเเละโตใต้ร่มเงาของตระกูลออกัสโต..
ข้าเคารพเเละนับถือพวกเขาที่เมตตาปราณีต่อข้าเเละเเม่

ข้าอาจไม่ใช่คนดีนัก เเต่ไม่ใช่คนลืมบุญคุณ
เพราะฉะนั้นการกระทำใดๆที่จะช่วยตระกูลออกัสโตได้ ข้ายินดีที่จะทำ..



"สุภาพบุรุษทั้งหลาย..พวกเจ้าพร้อมสำหรับงานเต้นรำหรือยัง"


ข้ามองท่านครูที่เดินตามหลังมา..
เขาสง่างามเสียยิ่งกว่าทุกวัน..รูปร่างสูงโปร่ง ท่วงท่าของผู้ดี ใบหน้าหล่อเหลาคมคายตามฉบับของคนออกัสโต
และดวงตาสีน้ำเงินเข้มเหมือนแม่น้ำลุ่มลึก..

ท่านครูมองมาที่ข้า เม้มปาก ก่อนจะพยักหน้า

ข้าคาดหวังคำชมเหมือนที่ได้รับจากไรเดนและราฟาเอล
แต่ข้าไม่ได้รับสิ่งใดตอบกลับมาจากท่านครู

เขาเร่งให้พวกเราขึ้นรถม้า ก่อนจะออกเดินทางไปยังคฤหาสน์ตระกูลเฟรดิชช์


...................................



คฤหาสน์ตระกูลเฟรดิชช์นั้นใหญ่ไม่เท่าคฤหาสน์ตระกูลออกัสโต ทว่างดงามไม่แพ้กัน
บริเวณภายนอกคฤหาสน์ถูกประดับประดาด้วยดอกแอลลี่สีขาวสด ดอกแอลลี่ส่งกลิ่นหอมหวานเชื้อเชิญเหล่าแมลงเสมอ..ข้าสังเกตว่าทาสในคฤหาสน์หลังนี้ต้องเสียเวลาทุกๆ 15 นาที เพื่อมาฉีดน้ำยาไล่เเมลง..

อย่างในตอนที่คณะเดินทางของเราไปถึง

ทาสคนหนึ่งรีบกระหืดกระหอบวางที่พ่นน้ำยาก่อนจะวิ่งมาต้อนรับเรา

ราฟาเอลมองมือของเขาและกระซิบเบาๆกับข้า...เขาสัญญาว่าจะไม่แตะมัน



เมื่อเราถูกนำเข้ามาในห้องโถงเต้นรำ ข้าถึงกับเบิกตาโตในความงดงามของงานเลี้ยง...
ริบบิ้นสีขาวและสัญลักษณ์ประจำตระกูลเฟรดิชช์ประดับประดาไปทั่ว..น้ำพุรูปนกพิราบที่ทำจากทองคำขาวตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง..น้ำที่ไหลออกมาไม่ใช่น้ำใสๆ..แต่มันคือทองคำขาว..ทองคำขาวจริงๆที่ถูกหลอมให้ร้อน และไหลอยู่ตลอดเวลา.. โต๊ะและเก้าอี้ที่ถูกตกแต่งด้วยดอกแอลลี่สีขาว ส่งกลิ่นหอมเย้ายวน.. มีทาสสวมชุดสีขาวคอยเสิร์ฟอาหารและน้ำให้กับแขกที่อยู่ในงาน..

และที่ที่พวกเรารอคอย..ใจกลางห้องโถง บริเวณโล่งรอบน้ำพุทองคำ... ลานเต้นรำ..



ขณะที่ข้ากับราฟาเอลกำลังมองหน้ากันอย่างอึกๆอักๆเพราะไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดีอยู่นั้น

สุภาพสตรีผู้มีเส้นผมยาวสีทองและดวงตาสีฟ้าเหมือนท้องฟ้าในยามเช้าได้เดินเข้ามาหาเรา..

เส้นผมของนางถูกประดับด้วยดอกแอลลี่ที่ทำจากทองคำขาว..ส่วนชุดกระโปรงยาวลูกไม้สีขาวดิ้นทองนั้นถูกตัดเย็บอย่างประณีตตามแบบฉบับชนชั้นสูง..



...ไม่ต้องรอให้ราฟาเอลสะกิดบอก..ข้าก็รู้ว่านางคือใคร..





"ยินดีเหลือเกินที่ท่านมาร่วมงานของเรา..ท่านไรเดน"



น้ำเสียงหวานนุ่มนวลนั้นเอ่ยขึ้นกับคนตรงหน้าข้า..

ข้าเหลือบมองราฟาเอล..เขามองนางตาไม่กระพริบ..


"...เจ้าด้วย..ราฟาเอล"

นางหันมายิ้มให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะละสายตากลับไปมองไรเดน..ข้าต้องสะกิดราฟาเอลให้เลิกทำหน้าเหม่อแบบนั้น..
เขาไม่มีทางชนะใจนางด้วยท่วงท่าเหมือนเด็ก 3 ขวบแบบนั้นได้..



นางเหลือบสายตามองข้า..ก่อนจะมองชุดและเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีต..



"แล้ว..เจ้า..เป็นคนตระกูลออกัสโตหรือ..ข้าไม่เห็นเคยได้ยินว่าท่านไรเดนมีลูกพี่ลูกน้องคนอื่นอีก.."


ข้าโค้งทำความเคารพก่อนจะตอบนางไปว่า


"หาไม่ขอรับ..ข้าเป็นเพียงคนติดตามเท่านั้น"


"อืม"

นางมองข้าอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะหันกลับไปเชิญชวน'ท่าน'ไรเดนชมงาน..



"อีก 1 ชั่วโมงงานเต้นรำจะเริ่ม..ตอนนี้พวกเจ้าสามารถเดินชมงาน..หาเครื่องดื่มหรืออาหาร..ขอให้รู้สึกสบายใจราวกับว่าเป็นคฤหาสน์ของตัวเองเถอะ"

คุณหนูอลิซ่ากล่าวต้อนรับก่อนจะเดินควงแขน'ท่าน'ไรเดนเข้าไปในงาน

ทิ้งให้ข้ายืนอยู่ข้างๆราฟาเอลที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับมาตลอด 5 นาทีเเล้ว..





"เลิกทำหน้างั้นสักที ราฟาเอล มันทำให้เจ้าเหมือนเด็กไม่รู้จักโต"

ข้าพูดก่อนจะเดินไปหาเก้าอี้ในมุมสงบๆนั่ง


"ท่านพี่ไม่สนใจนาง แต่ก็ไม่ปฏิเสธ แล้วข้าที่สนใจนาง นางกลับไม่ชายตามองด้วยซ้ำ!"
เขาเดินมานั่งข้างๆข้า..


"ในงานนี้มีสุภาพสตรีน่ารักๆอีกเป็นร้อย ที่จะชายตามองเจ้า...ดูอย่างเด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นสิ.นางกำลังมองมาทางเจ้า
เลิกทำหน้าบูดได้เเล้ว.."

ข้าพูดก่อนจะพยักพเยิดไปยังกลุ่มเด็กสาวที่ดูโตกว่าเรามาก..เเละพวกนางก็มองมาทางนี้จริงๆ

ราฟาเอลนั่งตัวตรงก่อนจะเม้มปากแน่น

"..จ..จริงของเจ้า"

"เออนั่นหละ..ยิ้มเข้าไว้"
ข้าพูดเบาๆ และราฟาเอลก็ยิ้มทันที..



ไม่นานนักเด็กสาวกลุ่มนั้นก็เดินตรงมาหาพวกเรา..
พวกนางล้วนงดงามน่ารัก แถมเสียงพูดยังไพเราะเหมือนนกร้องจิ๊บๆ


"ราฟาเอล เจ้าเป็นเด็กชายที่รูปงามมาก อีกสักสี่ห้าปีต้องกลายเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาเเน่.."

"อ..เอ่อ..ข้า"
ข้ามองราฟาเอลที่ตะกุกตะกักตอบเด็กสาวที่เข้ามาป้อยอ เขาหน้าแดงเหมือนผลแอ็ปเปิ้ล.. มันทำให้ข้าอดยิ้มไม่ได้



"..คาร์เดีย..ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าเป็นเพียงผู้ติดตาม..หากเจ้าหลอกเราว่าเป็นเจ้าชายน้อยปลอมตัวมา ข้ายังเชื่อลง..ดูผิวพรรณกับใบหน้างดงามของเจ้าสิ..ข้าเป็นเด็กสาวยังอดอิจฉาไม่ได้.."

เหล่าสาวงามพูดก่อนจะจับเเขนข้าขึ้นลูบ..ข้าชักกลับแทบจะในทันที..

"เอ่อ..ข้า ข้าขอโทษ"
ข้าพูด ก่อนจะมองราฟาเอลที่ขมวดคิ้วแล้วพูดกับข้าเบาๆว่า

"รักษามารยาทต่อหน้าสาวงาม..คาร์เดีย"
ข้ามองดูราฟาเอลที่แม้จะเขินอายแต่ก็ดูพออกพอใจที่ได้เป็นจุดสนใจ..

แต่สาวงามเหล่านี้ก็ไม่ได้พูดเกินจริงไปนัก..
ราฟาเอล เพื่อนสนิทของข้าคนนี้ มีใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายตามแบบฉบับคนตระกูลออกัสโต รูปร่างสูง ดูสง่า บุคลิคท่าทางแม้จะดูเงอะงะไปบ้าง..แต่ในสายตาสาวๆคงเป็นความน่าเอ็นดู..

ไหนจะดวงตาสีน้ำเงินล้ำลึกที่บ่งบอกชาติกำเนิดสูงส่งนั้นอีกเล่า..


เขาสมควรได้รับทุกอย่างที่เขาต้องการ...



"ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ.."

ข้าโค้งให้กับเหล่าสาวงามและหันมาโค้งให้กับราฟาเอล..


อย่างน้อยๆข้าต้องทำตัวให้สมกับที่เป็นคนติดตามพวกเขา..
ทำให้พวกเขาได้รับเกียรติ ได้รับความเคารพ..



ราฟาเอลส่งสายตามาทางข้าอย่างไม่เข้าใจ
แต่ข้าหลุบตาลงมองที่พื้น..ที่ที่ข้าควรมองตั้งแต่แรก..



..................................



ข้าเดินออกมายังระเบียงหลังห้องโถง..
ที่ซึ่งเงียบสงบ..อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกแอลลี่..และดวงจันทร์ที่กำลังโผล่เหนือขอบฟ้า..




"แปลกใจที่เจ้าเป็นเพียงผู้ติดตาม"


น้ำเสียงไพเราะดังขึ้นจากข้างหลัง..ข้าสะดุ้งเบาๆก่อนจะหันกลับไปสบดวงตาสีฟ้าใสราวกับท้องฟ้าในยามเช้า..


"คุณหนูอลิซ่า..ท่านควรจะอยู่ในงาน..?"


"ยังมีเวลาอีกมากก่อนงานเต้นรำจะเริ่ม..และข้าได้แนะนำท่านไรเดนครบทุกอย่างในงานเเล้ว.."

อลิซ่าเดินมาข้างๆข้า ก่อนจะเหม่อมองดอกแอลลี่ผ่านระเบียงที่กั้นไว้..
แสงจันทร์อ่อนๆทำให้นางดูงดงามราวกับภาพวาด..



"..เจ้าไม่ใช่คนช่างพูดหรือ..คาร์เดีย"



นางเอ่ยขึ้นเบาๆท่ามกลางความเงียบที่ผ่านไปหลายนาที..ข้าพยักหน้า



"บทเรียนแรกๆในชีวิตของข้าคือการสงบปากสงบคำ"

ข้าพูด




"ส่วนชีวิตของข้านั้นมีหลายบทเรียนเหลือเกินจนข้าไม่อาจจำบทเรียนแรกได้.."


"ข้าเห็นเสื้อคลุมของเจ้า..ข้ารู้มันเป็นของคนตระกูลออกัสโต..พวกเขาต้องชอบเจ้ามากถึงยอมให้สวมของดีเช่นนั้น.."


"ข้ารู้ว่าพวกทาสชอบเเพร่ข่าวลือของเจ้านาย..แต่เจ้าไม่ใช่คนช่างพูด..ใช่หรือไม่"



ข้าไม่ตอบ..

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่รู้จะตอบอะไร..
อีกส่วนคือข้าลำบากใจที่ต้องมารับฟังบทสนทนาลึกซึ้งจากหญิงชนชั้นสูงแปลกหน้าที่รู้จักกันเพียงวันเดียว..




"ข้าจำเป็นต้องรักคนที่ท่านพ่อให้รัก..ข้าเป็นสตรี..มีหน้าที่ต้องเป็นภรรยา..แต่หัวใจนั้นไม่อาจบังคับได้..คาร์เดีย..
เจ้ายังเด็กนัก..แต่เจ้าคงรู้..หัวใจ...ไม่ว่าจะทาสหรือชนชั้นสูง..ไม่อาจบังคับได้.."


อลิซ่าหันมาสบตาข้า..แววตาของนางฉายแววเศร้า..

"ถ้าเลือกได้ข้าอยากเกิดเป็นแบบเจ้าด้วยซ้ำ..เป็นทาสเพียงกาย..แต่อย่างน้อยหัวใจเจ้ายังเป็นอิสระ..
เจ้าเลือกที่จะรักได้อย่างเสรี"


"ท่านไม่อยากเป็นหรอก"

ข้าพูด


"ข้าไม่รู้จักเรื่องของหัวใจนัก..คุณหนู..แต่ข้าไม่คิดว่ามันคือทุกสิ่ง.."

ข้าพูดก่อนจะจ้องมองดวงตาสีฟ้าของนาง..เวลาไม่กี่วินาทีค่อยๆเคลื่อนผ่านราวกับแสนยาวนาน..



"เจ้าไม่รู้จักเรื่องของหัวใจจริงๆ..ในชั่วขณะหนึ่งมันจะกลายเป็นทุกสิ่ง.."

ข้าไม่พูดอะไรต่อ.. นางก็เช่นกัน


สักพักเมื่อมีคนประกาศว่างานเต้นรำจะเริ่มในอีก 5 นาที..คุณหนูอลิซ่าก็เดินออกจากมุมระเบียงไป..
ทิ้งข้าให้ยืนอยู่เพียงลำพัง..พร้อมกับคำถามเกี่ยวกับเรื่องของหัวใจ..


..ในชั่วขณะหนึ่งความรักจะกลายเป็นทุกสิ่ง..ความรักเป็นเรื่องมืดบอดขนาดนั้นเชียวหรือ..


ข้าในวัยสิบขวบไม่อาจเข้าใจเรื่องนี้ได้เลย..



..................................


ข้าเดินเข้ามาในงานอีกครั้งเมื่องานเต้นรำผ่านไปได้สักพัก..

ข้าเห็นไรเดนกับอลิซ่าเต้นรำกันอยู่กลางห้องโถง..พวกเขาสง่างาม งดงามราวกับเจ้าหญิงเเละเจ้าชายจากเทพนิยาย..
ดูเหมาะสมกันยิ่งกว่าดวงจันทร์กับดวงดาว...


ข้าเห็นราฟาเอลด้วย..เขาเต้นรำกับสาวงามคนหนึ่ง..
เขาทำได้ดีเลยทีเดียว..ข้าอดมองด้วยความชื่นชมไม่ได้...


ผลพวงจากการทำงานหนักสินะ..



"คาร์เดีย..เจ้าอยากเต้นรำกับข้าไหม"

ข้าหันกลับไปพบสาวงามคนหนึ่ง..นางสูงกว่าข้าเเละในดวงตามีประกายระยิบระยับ..
นางเป็นคนที่เอ่ยชมข้าเมื่อตอนข้ายังอยู่ในงาน...


"ข้าชื่อโรสเเมรี่...ยินดีที่ได้รู้จัก"

ข้าโค้งให้นางก่อนจะยื่นเเขนให้นางจับ..เราเดินเข้าไปในโถงเต้นรำ..


..................................


"เจ้าเต้นรำเก่งนี่"

โรสแมรี่กระซิบขณะที่หมุนตัวเข้าอ้อมแขนของข้า..


"เจ้าเก่งกว่า"

ข้าตอบก่อนจะก้าวนำจังหวะให้นาง..


"บอกมาเถอะว่าเจ้าเป็นเจ้าชายปลอมตัวมา.."


"ข้าเป็นโจรต่างหาก"
ข้าบอกก่อนจะยิ้มให้


"เป็นเด็กเป็นเล็กทำตัวเจ้าเสน่ห์.."
นางพูดก่อนจะหัวเราะคิกคัก..

"เจ้าอยากลองกอดข้าไหม..คาร์เดีย..?"
นางพูดแล้วนำตัวมาประชิดตัวข้า...ข้าเบิกตาโพลง

"..กอด?"

"ในความหมายแบบผู้ใหญ่..ให้ข้าช่วยสอน"
ข้าใช้เเขนดันนางไว้ก่อนจะเปลี่ยนจังหวะให้นางออกห่างจากตัวข้ามากขึ้น..


"เอ่อ..ข้า.."

จะเด็กอย่างไร ข้าก็เด็กผู้ชายคนหนึ่ง..เมื่อโดนสาวที่อายุมากกว่าโอ้โลมเช่นนี้ แม้จะไม่ได้ชอบแต่ข้าก็อดหน้าแดงฉ่าไม่ได้..

"แหม..หน้าแดงจนน่าเอ็นดูเชียว...อีก3-4 ปี..ข้ารอเจ้าได้นะ.."

"..ข้าว่า..มันไม่ควร"


"ใครๆเขาก็ทำกัน.."
นางกระซิบ


ข้ายิ้มแหยๆก่อนจะพูดว่า

"..ข้าว่า..ข้าขอตัว.."

แต่นางดึงแขนข้ากลับมาก่อนจะพูดว่า..

"คราวนี้ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปหรอก..พ่อหนุ่มน้อยขี้อาย.."

กลายเป็นว่านางนำจังหวะข้าไปจนข้าเเทบจะตัวปลิวเหมือนเมื่อเต้นกับท่านครู...
ข้ากังวลจนเผลอมองไปทางไรเดนและอลิซ่าโดยไม่ได้ตั้งใจ..

ข้าสบสายตาสีน้ำเงินล้ำลึกของไรเดนเพียงแวบหนึ่ง..
แต่นั้นคือทั้งหมดที่เราสื่อสารกัน...



สักพักคู่เต้นรำของไรเดนและอลิซ่าค่อยๆเคลื่อนมาใกล้เรา..



"ข้าว่าเราได้เวลาสลับตัว"

คุณหนูอลิซ่าพูดก่อนจะมองมายังโรสแมรี่...เมื่อนางเห็นว่านางต้องเปลี่ยนไปคู่กับใคร..
นางจึงหมุนตัวออกจากวงแขนของข้าอย่างสง่างาม..และรวดเร็ว..จนน่าขัน


อลิซ่าเดินมา ย่อตัวให้ข้า ข้ารีบโค้งรับก่อนจะจับมือของนาง..


"เจอกันอีกแล้วนะ..คาร์เดีย"


"ไรเดนเต้นรำเก่งไหม"
ข้าถาม

"เขาสง่างาม เเละเต้นรำกับข้าด้วยความให้เกียรติ"
นางพูดเบาๆก่อนจะนำจังหวะให้ข้า..

"ท่านเต้นรำเก่ง"
ข้าเอ่ยชม และนางยิ้มรับ..

"ข้าชอบความซื่อของเจ้านะ คาร์เดีย.."

ข้าไม่พูดอะไร..แต่หน้าก็อดแดงไม่ได้..


"ตอนเจ้าอยู่กับแม่สาวโรสแมรี่ หน้าเจ้าแดงเหมือนลูกแอ็ปเปิ้ล..เหมือนตอนนี้"
คุณหนูอลิซ่าหัวเราะคิกคัก

"ท่านเห็น?!"

"ใครเล่าจะไม่เห็น"

ข้าหลบสายตาลงพื้นก่อนจะนำจังหวะการเต้นรำให้นาง..


อลิซ่าไม่พูดอะไรอีกต่อจากนั้น
ซึ่งทำให้ข้าสบายใจขึ้นมาก..

จงสบตาคู่ของเจ้า...มันเป็นการสื่อสารที่ดียิ่งกว่าคำพูด

น้ำเสียงของแม่ลอยเข้ามา..ข้าสบตากับนาง
แต่ข้าได้พบว่า..สายตาของนางเหมือนเหม่อมองตามใครสักคนอยู่เสมอ..

และคนนั้นไม่ใช่ข้า..ไม่ใช่ไรเดน...หรือราฟาเอล..

แต่เป็นเด็กเสริฟคนหนึ่ง...เด็กหนุ่มผมหยิกเป็นลอนสีน้ำตาล หน้าตาธรรมดาๆ..และรูปร่างธรรมดาๆ..
ไม่โดดเด่น ไม่สง่างาม ..ไม่มีความพิเศษอะไรทั้งนั้น


"เขาเหรอ.."

ข้าพูดเบาๆ และนางสะดุ้ง..


"เจ้า?!..อย่าได้ทำกำเริบนัก.."
นางดุข้าก่อนจะหน้าแดงเหมือนเด็กสาวแรกแย้ม..แบบที่นางควรเป็น


"ก็ท่านมองตามแต่เขา..เด็กเสริฟคนนั้น..และหน้าท่านแดงเหมือนลูกแอ็ปเปิ้ลสุก"
ข้าบอกก่อนจะยิ้ม..แพรวพราว..แบบที่แม่ชอบว่า ...ข้าเจ้าเล่ห์..


"เจ้ารู้ได้อย่างไร"
นางพูดก่อนจะเเกล้งทำเสียงเหมือนโมโหปึงปัง


"ใครๆก็เห็น"
ข้าพูดก่อนจะยิ้มให้นาง









ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0




หลังจากเต้นรำกับข้าจบไป 1 เพลง ข้าก็พานางเดินไปยังคู่ของราฟาเอลกับสาวงาม..


"ข้าว่าเราได้เวลาเปลี่ยนตัว"
ข้าพูดก่อนจะยิ้มให้คุณหนูอลิซ่า..นางไม่ตอบเเต่ทำหน้าเหมือนพี่สาวคนโตที่อยากดุน้อง
ข้ากลั้นขำก่อนจะมองหน้าราฟาเอลที่กำลังมองข้าตอบอย่างซึ้งใจ...




..................................


หลังจากงานเต้นรำจบลง
ข้ากับไรเดนต้องทนฟังราฟาเอลคุยฟุ้งไม่หยุดเรื่องที่เขาเต้นรำกับคุณหนูอลิซ่า..


"ท่านพี่เห็นข้าไหม..ข้าว่าข้าเต้นรำได้น่าประทับใจ..สง่างามที่สุดเท่าที่ข้าเคยทำได้เลยล่ะ..นางต้องประทับใจแน่ๆ"

ไรเดนไม่ตอบ เขานั่งเงียบไม่พูดไม่จามาพักใหญ่ๆตั้งแต่ออกจากงาน..
อาจจะเพื่อรักษาภาพลักษณ์ความสุขุม..หรือไม่อยู่ๆเขาก็เกิดอารมณ์แปรปรวนขึ้นมา..


อันนี้ข้าก็ไม่อาจรู้ได้..


"คาร์เดีย!..เจ้าว่าพี่อลิซ่าประทับใจข้าไหม"

"ประทับใจสิ"

ถ้าไม่ติดว่าสิ่งที่ประทับฝังในใจนางคือพ่อหนุ่มหน้ามนผมหยักศกคนนั้น..การเต้นรำของเจ้าต้องประทับใจสุดๆ..
ข้าคิดแต่ไม่พูดประโยคต่อไป..


"เฮ้อ..ข้าดีใจจริงๆที่ทุ่มเทให้วิชาเต้นรำ..ขอบคุณที่เจ้าช่วยเป็นคู่ซ้อมให้ข้าตลอด..ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน"
ราฟาเอลมองหน้าข้าอย่างซึ้งๆ..

"พอเถอะ ข้าจะอ้วก"
ข้าบอกและเราก็หัวเราะ

...................................


เมื่อรถม้ากลับมาถึงคฤหาสน์ออกัสโต ก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว..
ข้าเดินกลับเรือนพักของตนเอง..เวลานี้แม่คงจะนอนแล้ว..

ข้าคงต้องเดินด้วยเสียงที่เงียบที่สุด..






"เดี๋ยว..คาร์เดีย"


เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหลังข้า ..ข้าสะดุ้งโหยงก่อนจะหันไปพบดวงตาสีน้ำเงินเข้ม..

ราวกับท้องฟ้าในคืนไร้ดาว..



"ไรเดน..ข้าคิดว่าเจ้าเข้าคฤหาสน์ไปแล้วเสียอีก"


"วันนี้ข้าเต้นรำได้ไม่ดี"
ร่างสูงบอกก่อนจะก้าวมาหาข้า..


"..ข้าว่าเจ้าก็เต้นรำได้ดีเหมือนปกตินะ.."
ข้าเอียงคอด้วยความสงสัย..


"ไม่ปกติ..คู่ของข้าไม่ยอมสบตาข้าด้วยซ้ำ.."



..ก็นางมีคนรักอยู่แล้ว..ข้าคิดในใจ..
ข้าไม่อยากเป็นคนปากโป้งจึงตัดสินใจไม่พูดออกไป..


"มันไม่ใช่ความผิดเจ้าหรอก"
ข้าพูดก่อนจะยิ้มให้ไรเดน..เขาอายุมากกว่าข้าสองปี..เขาฉลาด พึ่งพาได้..
ข้ารักและเคารพเขาเหมือนเป็นพี่ชาย..แม้จะไม่อาจเอื้อม..


แต่ก็เพราะเขาใจดีกับข้ามากจริงๆ..
บางครั้งข้าถึงขนาดคิดว่าตัวเองเป็นน้องคนสุดท้องของออกัสโตเสียด้วยซ้ำ..


"ถ้าเจ้าเป็นคู่ซ้อมเต้นรำให้ข้า..ข้าคงทำได้ดีกว่านี้"
เขาเอ่ยเสียงเศร้าจนข้าตกใจ..

"น..นั่นไม่จริงเลย!..เจ้าสง่างาม..เจ้า..เอ่อ..เจ้าเป็นคนที่สาวงามในงานตกหลุมรักได้ง่ายๆด้วยซ้ำ.."


"..จริงสิ..เจ้าจะให้เกียรติเต้นรำกับข้าไหม..คาร์เดีย"

ร่างสูงพูดก่อนจะโค้งให้ข้า..ข้ารีบโค้งรับด้วยความตกใจ..

ข้าซ้อมเต้นรำกับราฟาเอลเสมอ..แต่นี้เป็นครั้งเเรก..ที่ข้าจะได้เต้นรำกับไรเดน..
ข้าคิดไม่ออกเลยว่าท่าทางสง่างามของเขาที่ข้ามองเห็นจากภายนอก เมื่อมาอยู่ตรงหน้าจะทำให้ข้ารู้สึก..
..แปลกๆได้ถึงเพียงนี้..

เขานำข้ามายังลานโล่ง..ที่ซึ่งแสงจันทร์อวยพรให้เสมอ..


"เจ้ารู้จักที่นี้?"

ข้าพูดก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ..


"ข้ารู้ทุกเรื่องในคฤหาสน์ของข้า..ข้ารู้กระทั่งเจ้ากับราฟาเอลเคยมาฝึกเต้นรำที่นี้.."

ข้าส่งยิ้มแหยๆให้เขา..แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม..


"เราจะเริ่มกันหรือยัง"
ข้าพูด

และเขาก็โอบเอวข้าเข้าประชิดตัว..

จังหวะการก้าวเดินของเขาชักนำ..รุนแรง..มันไม่สงบเหมือนดวงตาที่ข้ามองจากภายนอก..
ข้าสบตาเขาตลอดเพื่อที่จะได้เข้าใจความหมายที่เขาต้องการสื่อสาร..


ทว่าข้าไม่เห็นอะไรนอกจากพื้นผิวทะเลสีน้ำเงินที่นิ่งสงบ..
มันนิ่งและสงบจนข้าไม่รู้ว่ามีพายุกี่ลูกซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งนั้น..


"..ร..ไรเดน..ข้าว่า..จังหวะของเจ้ามันยากไป..ข้าตามไม่ทัน"

ข้าหอบและพูดด้วยความสัตย์จริง..เขามองข้าก่อนจะค่อยๆช้าลง..


"งั้นข้าจะให้เจ้านำ"
ข้ามองร่างสูงตรงหน้าก่อนจะหายใจเข้าลึก..


"ข้าจะสื่อสารผ่านการเต้นรำ..นี้คือจังหวะที่แม่ของข้าสอน.."
ข้าลอกเลียนแบบท่าทางของแม่ โอบมือของเขาไว้อย่างนุ่มนวล..

ก้าว..แนบตัว..ประชิด..หมุน..และจับมือของเขาเอาไว้..



ตอนที่แม่สอนข้าเต้นรำนั้นมันเต็มไปด้วยการสื่อสารของความรักและความอบอุ่น..
ข้าหวังว่ามันจะช่วยปลอบโยนหัวใจของคนที่ข้าเคารพว่าเป็นพี่ชายได้..

..มันอาจจะทำให้พายุที่ซ่อนใต้ผืนน้ำเรียบนั้นสงบลงได้..



แม้ข้าจะไม่รู้ว่ามันมีพายุอยู่หรือไม่ก็ตาม..



"นี่คือจังหวะที่ท่านอาห้าม.."
ไรเดนพูดเบาๆ..เขาฉลาด..และข้าไม่สงสัยในเรื่องนั้นเลย..


"แต่มันงดงาม..และเป็นจังหวะที่เเม่ข้าเป็นผู้สอน..ข้าจะไม่มีวันลืมมัน"

ข้ากระซิบบอกเขาเบาๆ...การเต้นรำนี้จบลงที่เขาโอบเอวของข้าเอาไว้..


"รู้ไหมว่าท่านี้หมายถึงการปกป้องคู่ของเจ้า"
ข้าพูดก่อนจะหมุนตัวออกจากวงแขนของเขา..


เขาดึงข้ากลับมาก่อนจะโอบตัวข้าไว้อีกครั้ง แต่คราวนี้เขารัดลำเเขนให้แน่นขึ้นเบาๆเหมือนจะหยอกล้อ

"ข้ารู้"

เขาบอก

"และข้าอยากจะอ้วกทุกทีพอถึงท่านี้"

ข้าพูด

..และเราหัวเราะ..



..................................






ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0





4






"ข้ามี 50 เหรียญเงิน.."


ข้าพูดขณะมองไปยังคนตรงหน้า.. เราทั้งคู่สวมเสื้อคลุมตัวยาวสีทึบ..และดูตัวเล็กเกินกว่าจะเข้ามานั่งในร้านที่เต็มไปด้วยผู้ชายตัวโตๆ..สาวงามที่แต่งตัวฉูดฉาด..และเหล้าองุ่นเช่นนี้..


ไซม่อนหรี่ตามองถุงในมือของข้าก่อนจะพูดด้วยความเหนื่อยใจ..



"ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้องก็ได้..ข้าตั้งใจเอามาให้เจ้า"


เขาพูดก่อนจะหยิบถุงมือหนังสีขาวที่มีลายดอกไม้เล็กๆประดับอยู่ตรงขอบมาวางบนโต๊ะ..
มันงดงาม.. ตัดเย็บอย่างประณีต ..และดูท่าทางจะอุ่นดี.. เหมาะกับมือแม่ของข้า..


ข้าตั้งใจจะหาของขวัญวันเกิดให้แก่แม่..
ตอนยังเด็กกว่านี้ ของที่ข้ามอบให้แม่ มักเป็นของเล็กๆน้อยที่เก็บได้ตามป่าเขา.. ดอกไม้บ้าง.. ก้อนหินรูปทรงประหลาดบ้าง..

แต่ปีนี้พิเศษ..ข้ารู้สึกโตขึ้นนิดหน่อยตั้งเเต่ที่ได้ออกไปงานเลี้ยงเต้นรำ..
ข้าได้เห็นสาวงามกับเครื่องแต่งกายของพวกนาง..และคิดถึงแม่ของข้า..ผู้หญิงซึ่งงดงามที่สุดในชีวิตของข้า..

แม้แม่จะมีเพียงเสื้อเก่าๆ กระโปรงที่เต็มไปด้วยรอยปะ และรองเท้าสานสีน้ำตาลหม่นๆ..
แต่ถึงอย่างไร แม่ก็งดงามที่สุดอยู่ดี..

อีกไม่นานฤดูหนาวจะมาถึง..ข้าต้องทนเห็นแม่สวมถุงมือบางๆ ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดฤดูหนาวมาหลายปี..
จนถึงปีนี้..ข้าตั้งใจเก็บเงินที่ไปทำงานพิเศษในตลาด..เพื่อซื้อถุงมืออุ่นๆสักคู่ให้แก่นาง..


แต่พ่อค้าในตลาดนั้นหน้าเลือด..โดยเฉพาะกับเด็กเช่นข้า..
ข้ามองไม่เห็นที่ใดจะมีเเหล่งสินค้าคุณภาพเยี่ยมราคาถูกเท่ากับแหล่งจากสหายเก่าของข้า..ไซม่อน..


เขาโตขึ้นมากนับตั้งเเต่ออกจากคฤหาสน์ไป..ผิวสีเข้มขึ้น..ดวงตาเเข็งกร้าว..
เริ่มมีกล้ามเนื้อเหมือนชายจับกังที่ทำงานหนัก..

ดูจากภายนอกแล้วข้ายังไม่อยากจะเชื่อว่าเราอายุเท่ากัน..

การทำงานเป็นโจรน่าจะลำบากน่าดู..


"ไม่ใช่ของที่ขโมยมานะ"

ข้าถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ..ข้าให้เขาช่วยหาซื้อของจากตลาดมืดที่คนธรรมดาเข้าไปได้ยากมาให้..
แต่ไม่ได้หวังให้ของขวัญแม่ข้าเป็นของที่ถูกขโมยมาจากผู้ใด..


"ไม่ใช่น่า..ข้าซื้อมาอีกที..ว่าแต่เจ้าเถอะ..ไหนบอกไม่ให้ข้าไปหาแล้ว"

ไซม่อนพูดถึงคำแนะนำของไรเดนที่มีต่อความสัมพันธ์ของข้ากับเขา..



"ข้าไม่ได้บอกนี่ว่าข้ามาหาเจ้าไม่ได้"


ข้าพูดก่อนจะหยิบถุงมือมาพิจารณาด้วยความชื่นชม..ไซม่อนขำพรืด..


"เจ้ามันเจ้าเล่ห์..ไม่เปลี่ยน"


"ข้าทึมทึบเหมือนพวกผู้ดีไม่ได้หรอก..ไม่งั้นจะอยู่ไม่รอดเอา"

ข้าบอกกับสหายเก่า และเขาพยักหน้าเห็นด้วย

"เจ้าควรมาเป็นมันสมองให้กองโจร รับรองมีแต่รวยกับรวย..เจ้าอยากซื้ออะไรให้แม่เจ้า เจ้าจะได้ทุกอย่าง.."



"แม่ข้าไม่สอนให้หากินบนความทุกข์ของผู้อื่น"



"งั้นอย่าไปเป็นขุนนาง"



ไซม่อนพูดก่อนจะสั่งเหล้าองุ่นมา 2 แก้ว.. ข้าพยักหน้าเห็นด้วย



..................................





"เจ้าบอกว่าแม่เป็นคนสอนเต้นรำให้เจ้า"

ไรเดนพูดขึ้นระหว่างที่เรานั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุด..ในขณะที่ราฟาเอลถูกทำโทษให้คัดประวัติศาสตร์เจอราเนียครึ่งเล่มอยู่ในห้องทำงานท่านครู..


ข้าพยักหน้า


"ท่านแม่ของข้านางตายตอนที่ข้าอายุได้ 5 ขวบ"

ข้าเงยหน้าจากหนังสือก่อนจะพูดกับเขา

"..ข้าเสียใจด้วย"


"นางเป็นผู้หญิงที่งดงาม เกิดในชาติตระกูลสูง และรักข้ากับน้องชายมาก.."

ไรเดนพูดก่อนจะเหม่อมองเหมือนนึกถึงความหลัง...
ข้ารู้สึกเจ็บปวดแทนเขาจากใจจริง.. 5 ขวบ.. เป็นวัยที่กำลังจดจำเรื่องต่างๆได้ดีเหลือเกิน..


"ตอนที่เจ้าเล่าให้ฟังว่าเเม่เจ้าสอนเจ้า..ข้าคิดว่าหากท่านแม่ของข้ายังมีชีวิตอยู่..นางคงอยากสอนข้าเช่นกัน.."


"ข้าก็แน่ใจเช่นนั้น"

ข้าพูดเบาๆก่อนจะเลื่อนมือไปแตะมือเขา


"ท่านพ่อของข้า..ดยุกบาเลนดิน.. เขาเป็นผู้นำตระกูลที่เก่งกาจ.. เป็นขุนนางที่มีความสามารถ.. เป็นสุภาพบุรุษที่สง่างาม..แต่ในฐานะพ่อ.. เขาทำได้ไม่ดีนัก ...เขาอารมณ์ร้อน..โมโหร้าย.. อย่างที่เจ้าได้เห็น"


"แต่ข้ายังคงเคารพเขา.. อย่างน้อย.. เขาก็รักท่านแม่สุดหัวใจ..ให้เกียรติดวงวิญญาณท่านแม่ด้วยการไม่หาหญิงอื่นมาแทนที่.."



"รู้ไหม..คาร์เดีย..ถ้าข้ามีคนรักข้าก็จะทำเช่นเดียวกัน..ข้าจะรักนางตลอดไป ไม่ว่านางจะยังอยู่กับข้าหรือไม่.."
ไรเดนพูดก่อนจะมองหน้าข้า..


ข้าคิดว่าเขากำลังแตกเนื้อหนุ่ม..ถึงได้พูดอะไรน่าอายแบบนี้ออกมา..แต่ข้าก็พยักหน้า


"ข้ารู้"


ข้าตอบ




..................................






"ปัง!!!"







เสียงโครมครามดังออกมาจากห้องทำงานของดยุก
ข้า..บรรดาสาวใช้..และทาสยกของอีกสองสามคนหันขวับไปทางเดียวกัน


สาวใช้คนหนึ่งยักไหล่ก่อนจะมองมาทางข้า



"ท่านดยุกอารมณ์ร้อน..ไม่มีใครรู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น"


"ข้าไม่ได้อยากรู้"

ข้าโกหกนางก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำเป็นสนใจชั้นวางของที่ข้าทำความสะอาดอยู่ต่อ..


ความจริงทาสในคฤหาสน์แห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ
ทาสในเรือนกับทาสหลังเรือน..

แม่ข้าและข้าจัดเป็นทาสหลังเรือน
ทำงานในครัว ดูแลคอกม้า อาณาเขตอีกเป็นร้อยๆไร่ ซักผ้า ตักน้ำ ใช้แรงงานแบบที่ไม่ได้ไปเสนอหน้าทั้งหลาย..

แต่ข้าเป็นกรณีพิเศษ
เนื่องจากข้ายังเด็ก และมีกิจธุระต้องเข้ามาในคฤหาสน์อยู่เป็นประจำ

ข้าจึงควบสองหน้าที่ คือเป็นทั้งทาสหลังเรือนและในเรือน


พูดง่ายๆว่าเป็นทาสในทุกๆที่นั่นแหละ..






"ท่านพี่บ้าไปแล้วหรือยังไง! ต่อให้ไม่เกรงกลัวอย่างไรก็ขอให้ใช้สมองตรึกตรองบ้างเสียเถิด!"



"เจ้า! จูเลียส! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร! ถึงได้กล้ามาชี้หน้าสั่งข้า..ที่ใช้ชีวิตลอยไปลอยมามีตำแหน่งที่ดีในวังแบบนี้ไม่ใช่เพราะข้า..พี่ชายที่เจ้าด่าว่าโง่หรือยังไง!!"







..ข้าไม่ได้ตั้งใจแอบฟังแต่อย่างไร..
แต่ท่านครูเปิดประตูห้องกำลังจะเดินออกมา..ส่วนดยุกบาเลนดินก็ยังพูดไม่จบ..และเขาไม่ยอมให้น้องชายเดินออกมาแบบไม่เหลียวหลัง




ดยุกบาเลนดินชี้นิ้วไล่หลังท่านครูก่อนจะสบถคำด่าออกมาอีก2-3ประโยค
ซึ่งบางคำหยาบคายเเละน่าอายเสียจนข้าไม่สามารถจำออกไปพูดต่อได้



ท่านครูเดินมาทางข้า เขาเหลือบสายตามองข้าครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินผ่านไป
ดยุกบาเลนดินเดินตามมา..เขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีท่วงท่าสง่างามดูภูมิฐาน..เขาเองก็เดินมาหยุดตรงหน้าข้าเพียงครู่หนึ่ง..ก่อนจะเดินผ่านไป




"หน้าข้ามีอะไรติดอยู่หรือ"

ข้าหันไปถามสาวใช้ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ นางส่ายหน้า

คนอื่นๆก็ส่ายหน้า..



..................................



"พวกเขาทะเลาะกันแรงจริงๆรอบนี้"


ไรเดนพูดหลังจากจบคาบเรียนวิชาประวัติศาสตร์...โดยอาจารย์ข้างนอกที่ถูกจ้างมาสอน..

ข้าไม่เห็นท่านครูในบริเวณคฤหาสน์มาได้ 3-4 วันแล้ว..
ปกติแล้วท่านครูไม่ใช่คนที่จะไปไหนมาไหนโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้..



"ก็ดีนะ..ข้าเบื่อโดนดุเต็มทน..ท่านอาชอบจ้ำจี้จ้ำไชกับข้านักหนา"
ราฟาเอลพูดก่อนจะยืดตัวบิดขี้เกียจ


"คาร์เดีย เจ้ารู้ไหมพวกเขาทะเลาะเรื่องอะไรกัน"
ไรเดนหันมาถามข้า ข้าส่ายหัว

"ข้าอยู่แถวนั้น แต่ก็ไม่รู้อะไรหรอก"


"ข้าได้ยินมาว่าทาสในเรือนจะรู้เรื่องที่เจ้านายไม่รู้เสมอ"
ไรเดนพูด และข้าสะอึก.. จริงสินะ..ข้าเองก็เป็นทาส.. และเขาไม่ปล่อยโอกาสที่จะย้ำเตือนสถานะของข้า..

ข้าเม้มปากก่อนจะตอบเขา

"ข้าขอโทษที่เป็นทาสผู้ไม่รู้ละกัน"

ไรเดนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบของข้า..


"ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น..นึกว่าเจ้าจะไปได้ยินคนอื่นๆพูดมาบ้าง"



ท่านหมายความว่าอย่างนั้น..

ข้าคิดเช่นนั้น แต่ไม่พูดออกไป



ข้ายอมรับว่าตัวเองต่ำต้อย..แต่พอเขาพูดขึ้นมาจริงๆข้ากลับยอมรับไม่ได้..
ใจคนเรานี้ประหลาดนัก..แม้กระทั่งข้าก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน..



หลังจากสนทนากันสักพักเราสามคนก็ไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มขึ้นมา..

ราฟาเอลออกไปขี่ม้า แต่ไรเดนกลับเดินตามข้ามา..






"ตามข้ามาทำไม"

ข้าพูดด้วยเสียงขุ่นมัว..พยายามจะข่มอารมณ์โกรธที่ข้าก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนนี้ไว้..





"ข้าขอโทษ"

ร่างสูงพูดก่อนจะจับข้อมือข้าไว้ ข้าหลุบสายตาลงพื้น



"ขอโทษเรื่องอะไร 'ท่าน'ไม่ได้ทำอะไรผิด"



"คาร์เดีย"
ไรเดนพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบขึ้น..แบบที่เขาใช้กับน้องชายเสมอ..


"อย่ามาใช้อำนาจกับข้า..ข้าไม่ใช่ราฟาเอล"


"ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ"


"ต่อให้ตั้งใจเจ้าก็ไม่ผิด"

ข้าพูด และมันเป็นความจริง.. ไรเดนมองข้า เขาถอนหายใจก่อนจะพูดว่า..


"ความจริงข้าอาจพอรู้ว่าพวกเขาทะเลาะกันเรื่องอะไร"


ข้านิ่ง..


"และข้าต้องการให้เจ้าช่วย.."


"ท่านก็รู้ว่าถ้าบอกข้าตรงๆแต่เเรก ข้ายินดีช่วยเสมอ.."


"ข้ายังไม่อยากให้ราฟาเอลรู้"


"จะให้ข้าช่วยเรื่องอะไร..ท่านไรเดน"

ข้ากอดอก มองหน้าเขา ก่อนจะมุ่ยหน้าโดยไม่รู้ตัว..



"เจ้าต้องเลิกโกรธข้าก่อน"


ข้าขมวดคิ้ว หันหลังกลับ



"ข้าไม่ได้โกรธ.. ถ้าท่านไม่บอกสักที ข้าจะไปแล้ว!"


"ก็บอกว่าไม่ต้องเรียกท่านไง..คาร์เดีย"

คราวนี้เขาดึงตัวข้าเข้าไป...ใกล้มาก..เนื่องจากส่วนสูงที่ต่างกันของเรา..ทำให้ดูเหมือนว่าข้ากำลังกอดเขาอยู่อย่างไรอย่างนั้น..


ข้าผละตัวออกก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น..


"ก็ได้..ตามใจเจ้าละกัน พอใจหรือยัง"


ไรเดนพยักหน้า ก่อนจะเดินไปพร้อมๆกับข้า..



"ข้าได้ยินข่าวลือมาว่ามีทาสกลุ่มหนึ่งจ้องจะขึ้นมาเป็นเจ้าของคฤหาสน์โดยส่งคนมาหลอกท่านพ่อข้า...พวกเขาจะขึ้นมาในตำแหน่งนายหญิงของที่นี้.."

ข้าฟังเรื่องนี้ด้วยความตกใจ..


"เรื่องใหญ่ขนาดนี้..มันเป็นความจริงหรือ..ข่าวลือไม่ใช่สิ่งที่เชื่อได้ง่ายๆนะ.."
ข้ากล่าวเตือนก่อนจะเลื่อนมือไปกุมมือเขาเพื่อปลอบโยน

"ข้าคิดเช่นนั้น..ข้าไม่อาจทำใจเชื่อได้ในทันทีจึงลอบสังเกตท่านพ่อมาพักใหญ่ๆ..
..เขาพานางเข้าห้องไปจริงๆ..เขาหลงนางหัวปักหัวปำ..แม้ข้าจะพยายามถามแต่เขากลับโกรธเกรี้ยวใส่ข้า..
ข้าคิดว่า..ท่านอารู้เรื่องนี้เข้า จึงทะเลาะกับเขาเช่นนั้น.."



ไรเดนพูดก่อนจะกำมือข้าแน่น...
ข้ามองเขาอย่างเห็นใจ..

ข้ารู้ว่าความซื่อสัตย์ต่อคนรักของดยุกบาเลนดิน เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวครอบครัวของเขาไว้..
เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ไรเดนไม่สงสัยในความรักของพ่อ..
เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาเคารพ..


"เจ้าจะให้ข้าช่วยอย่างไร..ข้ายินดีเสมอ"
ข้าพูดด้วยเสียงอ่อนโยนก่อนจะบีบมือเขาเบาๆ




"ข้าอยากรู้ว่านางเป็นใคร"


...ข้าพยักหน้ารับ ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงถามว่าข้าได้ยินเรื่องอะไรจากพวกคนรับใช้และเพื่อนๆทาสบ้างหรือเปล่า...เขาไม่ได้ตั้งใจจะย้ำเตือนสถานะหรือดูถูกข้าแต่อย่างไร..เขาเพียงอยากรู้ว่าข้ารู้ข่าวลือนี้หรือไม่..



"ข้าจะลองสอบถามทาสที่พอจะรู้เรื่องมากๆดู..อาจได้ความอะไรบ้าง"


"เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ...อาจจะ..ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เจ้าคิด"

ข้าพูดก่อนจะสบตากับเขา


"คืนนี้เมื่อแม่ของเจ้านอนหลับ..ออกมาพบข้าที่ลานซึ่งแสงจันทร์ส่อง..แล้วเราจะไปดูด้วยกัน.."
ไรเดนกระซิบบอกข้า..


"แต่อย่าให้ราฟาเอลรู้..ข้าไม่อยากให้เขาเสียศรัทธาในตัวท่านพ่อมากไปกว่านี้..เหมือนข้า"
เขาพูดก่อนแววตาจะฉายความเจ็บปวด..ข้าอยากกอดปลอบพี่ชายคนนี้เหลือเกิน..
แต่อะไรบางอย่างในตัวข้าบอกให้อยู่นิ่งๆ..


เขาไม่ได้อยากแสดงความอ่อนแอให้เจ้าเห็น..อย่าได้ตอบสนองเช่นนั้น..





...................................



ข้ารออยู่นานจนแน่ใจว่าแม่หลับ..ก่อนจะค่อยๆเดินออกจากที่พักมายังลานตากผ้าแถวเรือนทาส..

ลานที่ซึ่งแสงจันทร์ส่องอยู่เสมอ..


ข้าเห็นไรเดนสวมเสื้อคลุมน้ำเงินเข้มรอข้าอยู่..
เขาส่งยิ้มจางๆให้ข้า..ข้าเดินไปจับมือเขาก่อนจะบีบเบาๆให้กำลังใจ..


"จะอย่างไรเราก็หนีความจริงไม่พ้น..ถ้าเจ้ายอมรับมันคนเดียวไม่ได้..ข้าจะอยู่ข้างๆเอง.."

ข้าพูด..กล้าหาญยิ่งกว่าที่เคยทำมาทั้งหมดในช่วงชีวิตสิบกว่าปีนี้..
ข้าพยายามจะมอบความเข้มแข็งแบบที่เด็กชายคนหนึ่งจะมีให้แก่คนที่เขารักและเคารพดั่งพี่ชายได้

ไรเดนบีบมือข้ากลับก่อนจะเดินนำข้าไป..



.................................




แต่ในคืนนั้นกลับไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น..

ข้ากับไรเดนเฝ้าคอยอยู่นานจนกระทั่งข้าเผลอหลับไปสองสามครั้ง..



ไรเดนจึงตัดสินใจล้มเลิกแผนการ..

เขาพาข้ากลับมาส่งที่เรือนทาส


ข้ากล่าวราตรีสวัสดิ์และสัญญากับเขาว่าจะช่วยสอบถามทาสคนอื่นๆให้

ไรเดนขอบคุณข้า..ข้าบีบมือเขากลับเบาๆเพื่อให้เขาวางใจ



"ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะอยู่ข้างๆเจ้าเสมอ อย่ากลัวไปเลย"

ข้ากระซิบบอกเขาด้วยเสียงอันเบาราวกับเสียงของสายลม




................................






ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0


5





"เรื่องสำคัญแบบนี้มันต้องมีข่าวมาถึงหูแม่ข้าบ้างสิน่า"


ไซม่อนพูดก่อนจะยกเหล้าองุ่นขึ้นดื่ม..



"ข้าก็คิดอย่างนั้น..เจ้าไม่ได้ยินอะไรจากนางมาเลยหรือ"



ข้าถามและไซม่อนส่ายหัว



"แล้วเเม่เจ้าล่ะ?"


ข้าส่ายหัวแบบไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ


"แม่ไม่เคยอยู่ในกลุ่มสนทนาด้วยซ้ำ แม่ข้าไม่รู้อะไรหรอก"


"นางอาจจะเเอบฟังก็ได้..ใครจะไปรู้"

ไซม่อนพูดแซวเเละข้าตีมือเขาดังเพี๊ยะ..


ขณะที่เรากำลังแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันอยู่นั้น..

ข้าก็ได้ยินเสียงเก้าอี้ไม้ในร้านตกดังโครม..





"มองหน้าแบบนี้มีปัญหาหรือไงวะ!!"


ข้ากับไซม่อนหันไปมอง เห็นชายฉกรรจ์ร่างใหญ่คนหนึ่ง กำลังขู่ตะคอกชายหนุ่มผู้สวมเสื้อคลุมปกปิดใบหน้าเอาไว้..


"มีเรื่องแบบนี้ออกบ่อย คนมันเมาน่ะ"

ไซม่อนพูดและยักไหล่ให้ข้าละความสนใจ..แต่ข้ายังคงขมวดคิ้ว..จ้องมองสถานการณ์พิลึกพิลั่นตรงหน้า..



ข้าสังเกตว่าผ้าคลุมของชายร่างสูงนั้นถูกทำขึ้นอย่างประณีตและเป็นเนื้อผ้าราคาแพง..
มันประหลาดที่ผู้มีฐานะจะมานั่งในร้านเหล้าองุ่นราคาถูกๆเช่นนี้..




ชายผู้นั้นไม่พูดอะไรแต่ลุกยืนขึ้น
เขาประชันหน้ากับชายฉกรรจ์ผู้มีความสูงมากกว่าเขา และมวลกล้ามเนื้อมากกว่า..มากๆ..


แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่พูดอะไรอยู่ดี..



ข้าสังเกตว่าแม้กระทั่งพวกลุงขี้เมาในร้านเองก็เริ่มหยุดดื่มและจับตาดูมวยคู่เอกที่กำลังจะเริ่มนี้..


เช่นเดียวกับข้า..




"ข้าให้ลุงกล้ามโต 2 เหรียญ"


ไซม่อนพูดขึ้น..


"งั้นข้าลงชายผ้าคลุม 5 เหรียญ"

ข้าพูดเมื่อเห็นวิธีการเดินประชิดตัวศัตรูของชายผู้สวมผ้าคลุมที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีต..





เสียงเฮของคนขี้เมาในร้านดังขึ้น.. เป็นเวลาเดียวกับที่ชายฉกรรจ์กล้ามโตยกชายสวมผ้าคลุมขึ้น และเหวี่ยงเขาลง..
ชายหนุ่มร่างสูงม้วนตัวลงด้านหลังของชายร่างใหญ่ ก่อนจะใช้ฝ่ามือฟาดลงไปกลางลำคอ..




"ฟึ่บ!!"



รวดเร็ว.. และหนักแน่น..



มันเป็นจุดประชิดตัวที่ฉลาดเวลาต่อสู้กับคนที่เราเสียเปรียบในด้านกายภาพ..
ที่คอมีหลอดเลือดใหญ่ ที่คอนั้นเปราะบาง..



แต่ชายฉกรรจ์ที่ล้มลงไปไม่ได้มีกำลังเพียงแค่นี้..
เขาหยิบเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆตัวขึ้นมา และฟาดไปที่ชายร่างสูงเต็มแรง



เสียงเฮดังขึ้นอีกครั้ง..



ดูเหมือนว่าพวกเขาเมากันทั้งคู่..

ดูเหมือนว่าข้ากำลังจะเเพ้พนัน..




"เขาฉลาดจริง แต่เขาเมา ตอนเมากล้ามเนื้อมีผลกว่าสมอง!"

ไซม่อนตะโกนบอกข้าท่ามกลางเสียงเชียร์..ข้าเตรียมตัวหาถุงใส่เหรียญให้เขา..







"ฮะฮะฮ่าา ไหนดูหน้าหน่อยสิ! ไอ่คนอวดดี!!"


ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่พูดก่อนจะดึงผ้าคลุมขึ้น..




ข้ามองตาม..








..เขาคือ..ท่านครู!





ข้าตัวเเข็งและยืนขึ้นแทบจะในทันที..





ชายฉกรรจ์กำลังจะเอาเก้าอี้ไม้ทุ่มใส่เขาอีกครั้ง..

ถ้าโดนครั้งนี้..เขาอาจจะกระอักเลือดตายได้..นี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่ข้าอยากเจอเอาเสียเลย..







"ข้าจะจ่ายให้เจ้า 30 เหรียญและส่งชายคนนั้นมาให้ข้า"



ข้าพูดก่อนจะถอดผ้าคลุมออก..




"โอ้ โอ้ โอ้ เรามีคุณหนูผู้ดีมาจากไหนอีกละเนี่ย..ดูหน้าตาผิวพรรณสิ..ฮ่าๆๆๆ"

ชายฉกรรจ์พูดก่อนจะหันไปหัวเราะกับเพื่อนๆ


ข้าเดินไปหาท่านครูก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าของเขา..มือของข้าสัมผัสกับถุงเงินจำนวนหนึ่ง..




"50 เหรียญ"



ข้าพูดก่อนจะจ้องหน้าชายฉกรรจ์





"เขาเป็นพี่ชายเจ้าหรือไง! ไอ้คนอวดดีนี่นะ!"



ข้าถอนหายใจ หันไปมองไซม่อนที่ส่ายหัวไม่เห็นด้วยกับการกระทำของข้า





"ใช่ เขาเป็น"



.................................




"เจ้าทำบ้าอะไรเนี่ย คาร์เดีย!"

ไซม่อนโอดโอยเมื่อข้าขอร้องให้เขาช่วยหาห้องพักในละเเวกนี้ให้..



"เจ้าถนัดตรอกซอกซอยนี้อยู่แล้ว ช่วยข้าหน่อยจะเป็นไร.."


"มันก็ได้อยู่..แต่ถ้าลูกพี่ข้ารู้ว่าข้าเปิดห้องให้พวกขุนนางพัก เขาเอาข้าตายแน่ๆ.."


"งั้นเจ้าก็แค่ต้องเงียบ"

ข้าบอกไซม่อนก่อนจะประคองท่านครูเข้าห้องพัก..



สภาพเขาไม่ดีนัก..สะลึมสะลือ..กลิ่นเหล้าองุ่นคลุ้งไปทั่ว.. เเถมยังมีรอยช้ำจากการถูกเก้าอี้ทุบอีก...



"ท่านครูนะท่านครู.."

ข้าพูดเบาๆขณะค่อยๆถอดเสื้อให้เขา เข้าใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเลือดที่อยู่ตามแผลออก

ในไม่ช้าท่านครูก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมองข้า..




"ท่านได้สติแล้วหรือ..อ๊ะ?!!"


ข้าตกใจเมื่ออยู่ๆท่านครูก็ดึงข้าเข้าไปแนบอก..และกอดข้าไว้เเน่น..





"ทิอาน่า.."




"ท่านครู?!.. ข้าไม่ใช่.."



แต่วงแขนนั้นกระชับตัวข้าเเน่นขึ้น..ข้าได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆจากชายที่ข้ากำลังนอนทับอยู่..





"เอ่อ..ท่านครู"




"ฮึก..ทิอาน่า..ทำไม..ทำไมเจ้าจึงทรมานข้าเช่นนี้.."



ท่านครูใช้มือทั้งสองประคองใบหน้าข้าขึ้น ก่อนจะใช้ดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่ข้าคุ้นเคยจ้องมองข้ามาทั้งน้ำตา..



ทว่าเหมือนเขาไม่ได้มองตัวข้า..




"ข้าไม่ใช่ทิอาน่า..ท่านครู.. ท่านเมา.."

ข้าพูดก่อนจะนำมือท่านครูออกจากตัวข้าอย่างเบามือ




"เจ้ายังจะโกหกอีกหรือ...เจ้ายังจะบอกว่าเจ้าไม่ใช่นางอีกหรือ!! เจ้าเห็นข้าโง่หรืออย่างไร!!"


ท่านครูพูดก่อนที่ดวงตาสีน้ำเงินเข้มนั้นจะฉายแววเกรี้ยวกราด.. เขาใช้มือจับศรีษะของข้า ดึงเข้าไป.. ก่อนจะใช้ลิ้นเบียดแทรกเข้ามาในปากของข้า..กลิ่นเหล้าองุ่นนั้นทำให้ข้าเวียนหัว..สัมผัสแปลกประหลาดที่ชวนให้ใจหวิวนี้เช่นกัน..





แต่โชคดีที่ข้าไม่ได้ดื่มเหล้าองุ่นจนเมาเหมือนท่านครู..



"โอ๊ยยย!!"


ชายร่างสูงร้องเสียงหลงเมื่อข้ากัดลิ้นของเขา..




เขามองข้าอีกครั้งด้วยความงุนงง..




"ถ้าท่านยังไม่ได้สติอีกข้าจะทำมันอีกรอบ"

ข้าบอก กลิ่นเลือดคาวคุ้งในปาก






"ทำไม..ทิอาน่า.."




"ข้าคือคาร์เดีย"

ข้าพูดก่อนจะมองเขา




"อา..คาร์เดีย.. ยิ่งโตขึ้นยิ่งงดงาม..เหมือนเจ้า.."

สายตาท่านครูกลับมาเลื่อนลอยอีกครั้ง..

เขามองหน้าข้าก่อนจะยกมือขึ้นลูบแก้มของข้า




ข้าปัดออก





ข้ารู้ว่ามันไร้มารยาท

แต่ข้าจะรักษามารยาทไปทำไมกับชายที่เมาเพ้อเจ้อเช่นนี้..




ท่านครูรวบข้อมือข้าเอาไว้ก่อนจะกดใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ช่วงอก..

ข้าดิ้นคลุกคลัก..แต่เขาเเข็งแรงกว่า..


ท่านครูยังไม่หยุดซุกไซ้ตัวข้า..เขาดูพออกพอใจที่เห็นข้าขัดขืน

ข้าหายใจเข้าลึก..รวบรวมสติ..และนอนรอ..




เมื่อส่วนล่างของท่านครูที่แข็งขืนขึ้นชนเข้ากับต้นขาของข้า..

ข้ายกเข่าขึ้นมา..และถีบมันออกไปเต็มแรง!!





..................................



ข้าเดินออกจากห้องพักด้วยสภาพไม่สู้ดีนัก..



"จะกลับคฤหาสน์แล้วเหรอ..แล้วนี้เจ้า..? เจ้าไปฟัดกับหมาที่ไหนมา?"

ไซม่อนถามก่อนจะมองดูข้าหัวจรดเท้า..

ข้ายักไหล่



"เจ้าบอกว่าถ้าลูกพี่รู้เจ้าจะตายใช่ไหม..แล้วเขาล่ะ"




"เขาก็จะตายเช่นกัน"




"งั้นอย่าลืมบอกลูกพี่ของเจ้า"

ข้าพูด ก่อนจะโยนถุงเงินที่ได้มาจากเสื้อคลุมของท่านครูให้ไซม่อน



"หยิบจากในนั้นของเจ้า 5 เหรียญ..ที่ข้าเเพ้พนัน.."


"ที่เหลือล่ะ?"


"ค่าทำศพเขา"

ข้าพูดก่อนจะไม่อธิบายอะไรอีก


ข้าพยายามพาตัวเองกลับ'บ้าน'ทั้งๆที่สะบักสะบอมเหลือเกิน



...................................





ต่อให้ข้าจะทำตัวแข็งแกร่งอย่างไร สำหรับเด็กอายุสิบกว่าขวบ
ประสบการณ์เกือบโดนข่มขืนครั้งแรกไม่ใช่เรื่องตราตรึงใจ



..สัมผัสหยาบโลนที่ข้าได้รับ
ลิ้นร้อนๆที่แทรกเข้ามาในโพรงปาก
ความเปียกชื้นที่ซุกไซ้ไปตามร่องอก..หน้าท้อง..ต้นขา




ข้ากลับบ้าน ไม่พูดไม่จา


อาบน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่สัมผัสก็ยังไม่หายไป..



เมื่อข้านึกถึงกลิ่นเหล้าองุ่น..



ข้าก็เเทบจะอาเจียนออกมา





ข้าเคารพเขา..ข้าเคยเคารพเขา..



แต่ตอนนี้มันยากที่จะทำเช่นนั้นต่อในเมื่อข้าได้พบกับ'อสุรกาย'


ข้ารู้ผู้ใหญ่ล้วนมีปัญหาของตัวเอง

แต่ข้าไม่ได้เกิดมาเพื่อรองรับอารมณ์ของใคร..



และ...










"คาร์เดีย.."

เสียงของราฟาเอลทำให้ข้าสะดุ้ง


"เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า..พักนี้เจ้าเหม่อในห้องเรียนบ่อยแล้วนะ.."


"ข้าเปล่า"

ข้าพูดก่อนจะหลบสายตาเขา แต่ไม่อาจหลบสายตาไรเดนที่จ้องมาได้..

ท่านครูยังไม่กลับคฤหาสน์ ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ..ไม่มีใครรู้นอกจากข้า ซึ่งไม่คิดจะกลับไปที่นั่นซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง

“ท่านอาทะเลาะกับท่านพ่อเเล้วหนีออกจากบ้าน ทำตัวเป็นเด็กจริงๆเลยน้า”

ราฟาเอลพูดก่อนจะทำหน้าย่น

“...อยากรู้จังว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร”

เขาบ่นต่อเบาๆ ข้ากับไรเดนลอบมองหน้ากัน ดูท่าทางไรเดนยังไม่อยากให้น้องชายของเขารู้เรื่องนี้เช่นเคย
ข้าจึงช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของเขา

“นี่ ราฟาเอล ซ้อมฟันดาบกันไหม”

ข้าพูดก่อนจะลุกจากเก้าอี้พลางยิ้มเจ้าเล่ห์

“หืออ คาร์เดีย เจ้ามีแผนอะไรอีกล่ะ”

“หากเจ้าเเพ้ ต้องยกอาหารหวานมื้อเย็นให้ข้า”

“หากข้าชนะล่ะ”

ราฟาเอลถามก่อนจะชกหน้าอกข้าเบาๆ

“ข้าจะแอบเอาขนมจากในครัวมาให้เจ้าเพิ่มในมื้อเย็น”

ข้าพูดก่อนจะยิ้มยิงฟัน

“น่าสนุก”

ราฟาเอลบอกก่อนจะวิ่งนำไปโรงดาบ ข้าหันมายิ้มหยีตาให้ไรเดน
เขายิ้มตอบ

“ขอบคุณมาก คาร์เดีย ..”

หลังจากนั้นสักพักเขาจึงพูดขึ้นด้วยความลังเลว่า..

“คืนนี้ เจ้าพอจะว่างไหม”


“เจอกันที่เดิม”

ข้าพูด ก่อนจะวิ่งไปที่โรงดาบตามราฟาเอล



...................................



“แฮ่ก..แฮ่ก.. ข้า..แพ้ เเล้ว”

ราฟาเอลพูดก่อนจะล้มลงนอนกับพื้น อย่างหมดท่า
ข้านั่งลงข้างๆเขา วางดาบไว้ข้างลำตัว

“เจ้าเก่งทุกอย่างง คาร์เดียย เจ้าทำได้ยังไง”
ราฟาเอลกลิ้งไปกลิ้งมาบนหญ้า ข้าเกือบหลุดขำเนื่องจากเขาเหมือนลูกสุนัขตัวใหญ่ๆอย่างไรอย่างนั้น..

“ข้าไม่ได้เก่งหรอก เมื่อกี้ เจ้าก็เเค่มีช่องโหว่มากไปหน่อย เเต่อีกไม่นาน ด้วยพละกำลังของเจ้าก็จะเอาชนะข้าได้ ในสักวันหนึ่ง”
ข้าพูดกับราฟาเอลด้วยความอ่อนโยน

“มันถูกกำหนดมาเเล้ว ให้ข้ามีพละกำลังมากกว่าเจ้าหรอ”
ราฟาเอลถามข้า พลางมองมาที่ข้าด้วยดวงตา...เอิ่ม..แบบว่า ตาแป๋ว? ถ้าจะเรียกละก็นะ..

“ใช่ สักวันเจ้าจะมี..พละกำลังมากกว่าข้า”

...ในทุกๆด้าน ข้าละไว้

“เเละข้าจะเอาชนะเจ้าได้?”

“ในเรื่องพละกำลังละก็นะ..แต่อย่างว่า เเม้เป้าหมายสุดท้ายอาจจะคือชัยชนะเหมือนกัน
พละกำลังเป็นหนึ่งทางที่จะได้มาซึ่งชัยชนะ เเต่ก็มีทางอีกมากที่นำมาซึ่งชัยชนะเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา กลโกง หรือทรัพย์สมบัติ”

“เจ้าชอบพูดอะไรยากๆจริงนะคาร์เดีย”
ราฟาเอลพูดก่อนจะยิ้มยิงฟันให้ข้า

“ข้าอาจไม่เข้าใจอะไรยากๆนักหรอกคาร์เดีย แต่ความรู้สึกที่เห็นตรงหน้า ข้าเข้าใจถ่องเเท้เลยทีเดียว
ไม่ว่าจะเเพ้หรือชนะ การฟันดาบกับเจ้านั้นก็สนุกอยู่ดี และข้าก็ทุ่มสุดตัว แต่ยังเอาชนะเจ้าไม่ได้ ก็เป็นเรื่องที่ข้าต้องไปฝึกฝนให้มากขึ้น ข้าเข้าใจแค่นั้นละ! สักวัน..ข้าต้องชนะเจ้าได้แน่!!”

ราฟาเอลพูดก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความฮึกเหิม


ตอนที่อายุเท่านั้นข้าคิดว่า ความคิดของราฟนั้นช่างเด็กน้อยเสียจริง..มองเห็นแค่เฉพาะหน้าเท่านั้น


แม้ข้าจะอวยพรให้เขาเอาชนะข้าได้ในสักวันหนึ่ง..แต่ในใจข้าในขณะนั้น ไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย..

..ทว่าเมื่ออายุมากขึ้น

ข้าถึงได้เรียนรู้ว่า การเข้าใจสิ่งที่อยู่เฉพาะหน้าอย่างเเจ่มแจ้งชัดเจนนั้น
คือสิ่งที่เรียกกันว่า ‘ปัญญา’


..อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นหลายปี ราฟาเอลก็ไม่เคยดวลดาบชนะข้า
แม้ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลอื่นก็ตาม..






...................................



คืนนี้หลังจากที่แม่หลับ ข้าแอบออกมาพบไรเดน ที่ลานตากผ้า จากนั้นเราสองคนจึงย่องเข้าไปในที่สังเกตการณ์เดิม
..มุมตู้เก็บของที่มองเห็นทางเข้าออกห้องนอนเจ้าของบ้าน..หรือ ‘ท่านพ่อ’ ของไรเดนและราฟาเอลอย่างชัดเจน..

ระหว่างที่รอ เราสองคนตกอยู่ในความเงียบ
จนเวลาล่วงเลยไปเมื่อนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน ไฟของห้องดยุกบาเลนดินดับไป
ถึงเวลาที่เราต้องแยกย้ายกัน..

“คาร์เดีย”

ไรเดนจับมือข้า สัมผัสมือเขานั้นหยาบกร้าน เหมือนพวกลูกทาสเช่นข้าที่ทำงานหนัก..


แต่ข้ารู้ว่ามันเกิดจากการฝึกฝน..การกวัดแกว่งดาบเป็นร้อยๆเป็นพันๆครั้ง

ความรู้สึกรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไป



“ข้าอยากคุยกับเจ้า..มาที่ห้องข้าไหม”

ไรเดนถามเหมือนลังเลเล็กน้อย ข้าพยักหน้าเบาๆ



...................................

ห้องของไรเดนนั้นประดับตกแต่งด้วยผ้าบุนวมสีน้ำเงินดิ้นทอง
มีม่านและพรมน้ำเงินเข้มที่มีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลออกัสโตปักอยู่..สง่างาม ยิ่งใหญ่

น่าอยู่เหลือเกินเมื่อเทียบกับผ้าปูที่นอนเก่าๆบางๆของข้า..
ข้าคิดโดยอดอิจฉาเขาไม่ได้


“ไม่เห็นอีกเเล้ว..วันไหนที่มีเจ้ามาด้วย ไม่เห็นสักที”
ไรเดนพูดอย่างเซ็งๆ เขาดูผ่อนคลายเเละเป็นตัวของตัวเองขึ้นมากเมื่ออยู่ในห้องนอนตนเองกับข้าสองต่อสอง

“แสดงว่าเจ้าเคยเห็นหรือ”


“ข้าเคย”

ไรเดนพูด


“แค่แวบหนึ่ง..”



“นางเป็นอย่างไร”
ข้าถาม เผลอบีบมือคนที่ตนรักเเละเคารพเช่นพี่ชายด้วยความกังวลใจ



“นางงดงามจริง แต่ก็แบบทาส มีผมสีดำ..ดวงตาสีม่วงอ่อนเหมือนดอกไม้”




ข้าปล่อยมือไรเดนแทบจะในทันที

..ตัวชา


ในหูได้ยินเสียงซ้ำไปมาว่า



...ดวงตาสีม่วงอ่อนเหมือนดอกไม้




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2021 19:01:21 โดย Anynomous »

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ tsuyu

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-2
สนุก  รอลุ้นตอนต่อไปอยู่น้าาาา
 o13

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
 





6





..ผู้หญิงคนนั้นคือแม่..



ข้าอายุสิบสอง ไม่กล้าโอ้อวดตนว่าเป็นเด็กฉลาด แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ และไม่ได้ไร้เดียงสา
ข้าสังเกตเห็นรอยฟกช้ำของแม่ตั้งเเต่อายุ 7ขวบ ตอนที่แม่ ‘ฝาก’ ให้ข้าได้เรียนหนังสือครั้งเเรก

..ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่มีค่าตอบแทน

ต่อให้เป็นคนไร้เดียงสาอย่างไรก็รู้ว่าตระกูลออกัสโตไม่ใช่นักบุญ..

ข้าไม่อยากคิดถึงสิ่งที่แม่ต้อง ‘แลก’ เพื่อข้า
และในเวลานั้นข้ายังเด็กยิ่งนัก จึงมักจะคิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่ามันอาจเป็น ‘โชค’ ของข้า ที่ได้เรียนหนังสือ
ได้ศึกษาจากท่านครู ได้ใกล้ชิดกับ’ท่าน’ไรเดน และ’ท่าน’ราฟาแล
ได้ฝึกขี่ม้า ได้ฝึกเต้นรำ ได้เรียนฟันดาบ ประวัติศาสตร์ กฎหมาย การเมืองการปกครอง..

..แสร้งหลับหูหลับตามืดบอดเสมือนว่าโชคนั้นได้มาโดยบังเอิญ..


ข้อเท็จจริงที่ได้รู้จากไรเดน ดึงข้าขึ้นจากความโง่งม การหลอกลวงตนเองอย่างร้ายกาจ
เสมือนโดนน้ำเย็นจัดสาดเข้าที่หน้า มันเจ็บ จนด้านชา..

ขั้นกว่าของความเจ็บ คือ สุดท้าย ไม่หลงเหลือความรู้สึกอะไร..


“เจ้ารู้จักผู้หญิงนางนั้นหรือ”

ไรเดนถามเมื่อเห็นปฏิกิริยาแปลกๆของข้า..


“เปล่า”

ข้าอยากหลบตาเขาด้วยว่าละอายใจเหลือเกิน แต่ความรู้สึกบางอย่างบอกให้สบสายตาเขา..ข้าจ้องกลับ ก่อนจะกล่าวอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


“ข้าเปล่า”

เสียงนั้นเรียบเฉย เย็นชา เสียจนข้านึกว่าไม่ใช่เสียงตนเอง


.................................



แม่กำลังทำอะไร
..กำลังคิดจะทำอะไร



ข้าคิดใคร่ครวญเรื่องนี้อยู่ทุกวันตั้งเเต่รู้ความจริง
พยายามทำตัวห่างเหินกับไรเดนและราฟาเอลมากขึ้นเรื่อยๆ


เนื่องด้วยว่ารู้สึกผิดเหลือเกิน..เนื่องด้วยว่าละอายใจเหลือเกิน..


ข้าในวัยสิบสองปีนั้น คิดออกก็เพียงแต่ แม่ทำเพื่อข้า ..
ยิ่งเป็นเช่นนั้นข้าก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น


ความรู้สึกผิด เเผดเผาผู้คนจากภายนอก
ส่วนความสงสัยนั้น เกาะกินผู้คนจากภายใน

ข้าผู้ซึ่งโดนทำลายทั้งจากภายนอกและภายใน
เด็กชายด้อยประสบการณ์และไร้เดียงสายิ่งนัก..อายุเพียงสิบสองปี..


แตกสลาย



.................................




คาร์เดียเปลี่ยนไป..

ทำไมมีอะไรไม่พูด?!!

ทำไมเจ้าไม่เล่นกับข้า ฮือออ..

ข้าอยากไปขี่ม้าด้วยอีก..

เรานอนเล่นคุยกันที่สนามหญ้าได้ไหม?
มาเต้นรำกันสิเจ้าไก่อ่อน
ขโมยของว่างในครัวมากินกันไหม

นี่ๆ..แอบออกไปนอกคฤหาสน์กันไหม

นี้เจ้าเป็นอะไรของเจ้าคาร์เดีย?!!


ราฟาเอลสังเกตการเปลี่ยนแปลงของข้าได้เป็นคนแรกๆและแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา
เช่นที่เขาทำเสมอ..
ข้าไม่อยากให้ทุกอย่างดูเอิกเกริกไปมากกว่านี้
แม้ข้าจะห่างเหิน แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปในทันที
ข้าปฏิเสธเขาอย่างสุภาพเเละนอบน้อมทุกครั้ง


จนเขารับรู้ได้ว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


ข้ามาตามเวลาแค่เฉพาะเวลาเรียน
หลังเรียนเสร็จข้ามักจะตรงกลับเรือนทาสในทันที
หรือไม่ก็ออกไปข้างนอกคฤหาสน์ ที่ซึ่งพวกเขาทั้งสองจะไม่มีวันตามหาข้าพบ..

ส่วนไรเดน..ข้าไม่รู้ว่าเขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนเเปลงของข้าหรือไม่

แต่หลังจากวันนั้นเราทั้งสองก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย

ข้าหลีกเลี่ยงไม่สบตาเขาและน้องชาย

ข้าไม่ได้คิดไปเอง..แต่รู้สึกว่าเขาเองก็หลีกเลี่ยงที่จะสบตาข้าเช่นกัน..


ข้ารู้ว่าไรเดนไม่ใช่คนโง่ ไม่ใช่คนโง่เลยแม้แต่น้อย

สักวันเขาคงจะรู้ความจริงเป็นแน่

...ไม่แน่เขาอาจจะรู้ความจริงแล้วก็ได้

แต่ไรเดนนั้นรอบคอบ ระมัดระวัง เขาถูกสั่งสอนมาให้เป็นผู้นำ
และผู้นำไม่พูดทุกอย่างที่คิด ที่รู้ หรือได้ยินมา

เขาเหมือนกับเสือที่ซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ เงียบเชียบ รอบคอบ ระมัดระวัง
..และเมื่อกระโจนออกมา เขาจะงับคอเหยื่อเข้าอย่างจมเขี้ยว..


จมเขี้ยวเลยทีเดียว


ข้าหวังว่าข้าจะไม่ใช่กระต่ายตัวนั้น..

ตัวที่เขาจ้องมองจากในพุ่มไม้


.................................





“คาร์เดียเจ้าดูไม่ร่าเริงเลยพักหลังมานี้”



แม่ถามข้าเบาๆขณะที่มือสากๆของนางลูบเส้นผมอันอ่อนนุ่มของข้า
ข้าซุกตัวในอ้อมอกของนาง ปรารถนาจะเป็นลูกน้อยของแม่ตลอดไป..


ข้าห่างเหินกับเเม่มากขึ้นในด้านของความรู้สึก
ข้ารู้สึกราวกับเราสองคนมีความลับต่อกันตลอดเวลา

แม่ไม่บอกข้าเรื่องการทำงานให้กับดยุกบาเลนดิน..การที่แม่ต้องเอาตัวเข้าเเลก เพื่อให้ข้าได้เรียนหนังสือ..
รวมถึงข่าวลือของสาวใช้จอมทะเยอทะยาน..ที่คิดอยากจะเป็นนายหญิงของคฤหาสน์คนต่อไป..

ข้าไม่บอกแม่ว่าข้ารู้ความลับของแม่ทั้งหมดแล้ว..

ข้าไม่เชื่อข่าวลือเรื่องสาวใช้จอมทะเยอทะยาน..ลึกๆแล้วข้ายังเชื่อมั่นในตัวเเม่
สุภาพสตรีที่ฉลาดเฉลียวและอ่อนโยน..ข้าเชื่อว่าเเม่ทำลงไปเพราะข้า..ไม่ได้เป็นเพราะนางอยากจะขึ้นเป็นนายหญิง หรือหวังความร่ำรวยจากตระกูลออกัสโต


“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือลูกเเม่..เจ้าเรียนไม่ทันเพื่อนหรืออย่างไร”


แม่ถามต่อเมื่อเห็นข้าไม่ตอบ และกอดนางเเน่นเหมือนลูกแมวที่ต้องการความอบอุ่น

ข้าไม่เคยสงสัยเรื่องความทะเยอทะยานของแม่ แม่ใช้ชีวิตเรียบง่ายสมถะเป็นตัวอย่างให้ข้าเห็นมาโดยตลอด..


แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีบางเรื่องที่แปลก..บางเรื่องที่แปลกสำหรับแม่..บางเรื่องที่ตอนที่ยังเด็กกว่านี้ข้ายังมองไม่เห็น..

เรื่องแปลกๆนั้นเป็นต้นว่า.. การที่เเม่สอนให้ข้าเขียนหนังสือ อ่านหนังสือได้ตั้งเเต่เด็ก..
ทั้งๆที่อย่างที่เคยบอก ว่าการศึกษาหาได้ยากยิ่งกว่ามื้ออาหารในบ้านเมืองเเห่งนี้

แต่แม่..แม่กลับอ่านหนังสือและเขียนหนังสือได้ จนสามารถสอนข้าได้..

การเต้นรำที่ควรถูกฝึกสอนในสังคมชั้นสูงเท่านั้น..แม่สามารถสอนข้าได้ อย่างงดงาม ไม่น่าเชื่อ


ข้าไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้เรียกว่า ความทะเยอทะยาน หรือไม่..

นางไม่เหมือนกับ “แม่” ในความคิดของข้า “แม่” ที่ข้าเคยรู้จัก



“ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร คาร์เดีย..เจ้ารู้ว่าเเม่อยู่ตรงนี้เสมอ..เพื่อรับฟังเจ้า”

แม่ยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“เด็กน้อยของแม่..อยู่ๆเจ้าก็ขี้เเงกลับไปเป็นเด็กอีกแล้วหรือ..เอาเถอะ แม่เองก็คิดถึงเด็กน้อยคนนั้นเหมือนกัน..คนที่งอแงอยากฟังนิทานก่อนนอนจากแม่..เจ้าอยากฟังอีกครั้งไหม”

ตอนที่ยังเด็กนั้นความสุขเพียงไม่กี่อย่างของข้าในยามค่ำคืนคือการฟังนิทานจากแม่
แม่เล่านิทานเรื่องยาวเสมอ..มันเป็นเรื่องเดิมซ้ำๆที่ข้าฟังมาตั้งแต่เด็ก..

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรเงือกที่ล่มสลาย..ข้าชอบฟังเรื่องการต่อสู้ สงคราม ตามประสาเด็กผู้ชาย..
ฉะนั้นตอนที่เงือกหนุ่มสาวลุกขึ้นสู้กับเผ่าพันธุ์หมึกยักษ์ แมงกะพรุนทะเล ชิงอาณาจักรกลับคืนมาได้ จึงเป็นตอนที่ข้าชอบที่สุด..ส่วนใหญ่แล้วข้าจะชอบลัดให้แม่เล่าซ้ำแค่ตอนใกล้จะชนะนี้

เนื่องจากว่าตอนต้นเรื่องรวมถึงตอนก่อนหน้า เนื้อเรื่องยืดเยื้อน่าเบื่อจนข้ามักจะเผลอหลับไปหลายครั้งเมื่อยังเด็ก

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..มีอาณาจักรเงือกซึ่งปกครองโดยราชาเงือกชรา..ท่านทรงมีลูกชายและลูกสาว เจ้าชาย และเจ้าหญิง..”



“แม่..ข้าขอลัดไปตอนสงครามเลยได้ไหม”

ข้าซุกหน้าลงในอ้อมอกของแม่ พูดเสียงอู้อี้..


.................................


 

“เจ้ายอมรับมาเหอะว่าข้างในน่ะมันน่าเบื่อทึมทึบ..”

ไซม่อนพูดก่อนจะกระดกเหล้าองุ่นเข้าปาก
ข้ายกเหล้าองุ่นดื่มตาม ก่อนจะไม่พูดอะไร

พักหลังมานี้ข้ามาดื่มเหล้าองุ่นกับไซม่อนบ่อยขึ้น..

เพราะเป็นวิธีหนีราฟาเอลที่จะมาตาม ‘เล่น’. กับข้าถึงในเรือนทาสได้ดีที่สุด

ไรเดนและราฟาเอลเหมือนนกน้อยในกรงทอง
พวกเขาไม่ใช่ว่าออกนอกคฤหาสน์ไม่ได้
แต่การออกนอกคฤหาสน์แต่ละครั้งจะต้องมีคนรับใช้ คนคุ้มกันอย่างใหญ่โต
และพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้มาในที่ซอมซ่อ แออัด และดูอันตราย เช่นร้านเหล้าแห่งนี้

ฉะนั้นที่นี้จึงเป็นแหล่งหลบภัยชั้นดี..

และสหายดั่งเดิมเก่าแก่ของข้า..ไซม่อน
ก็ต้อนรับขับสู่ข้าเป็นอย่างดีเสมอมา

ไซม่อนให้ความรู้สึกของ ‘พวกพ้อง’ เสมอ.. เนื่องด้วยชาติกำเนิดของเราต่ำต้อยเหมือนกัน
และเราทั้งคู่ก็เป็นทาสในคฤหาสน์ออกัสโตเช่นกัน..อย่างน้อยเขาก็เคยเป็น


“พูดจริงๆนะคาร์เดีย เจ้าน่ะ ฉลาดจะตาย ข้าว่าหัวหน้าของข้าต้องชอบเจ้า เจ้าจะได้รับตำแหน่งที่ดีในกองโจร มีเงินทอง หาเลี้ยงครอบครัว ดูแลเเม่ของเจ้าได้..และที่เหนือสิ่งอื่นใด เป็นอิสระ

ไซม่อนชักชวนข้าเข้าร่วมกองโจรกับเขาเสมอ ข้าปฏิเสธไปทุกครั้งอย่างที่ข้าทำมาโดยตลอด

แต่ช่วงหลังมานี้ข้ามักจะกลับไปพิจารณาถึงข้อเสนอของเขาบ่อยขึ้น


เจ้าจะได้หาเงินให้แม่..เจ้าจะได้เป็นอิสระ..แม่อาจไม่ต้องเอาตัวเข้าเเลกเพื่อเจ้า

ชั่วเเวบหนึ่งความคิดของข้าเป็นเช่นนั้น
และความคิดนี้กลับมาบ่อยขึ้นเรื่อยๆในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา..

“ข้าไม่รู้สิ..ไซม่อน บางทีเจ้าอาจพูดถูก ข้าอาจต้องการเป็นอิสระ”
ข้าพูดเบาๆ คิดถึงการหลบสายตาของไรเดน เสียงอ้อนวอนของราฟาเอล ความห่างเหินทางความรู้สึกของข้าที่มีต่อแม่

“แต่ข้าไม่คิดว่าเส้นทางนี้จะถูกต้อง..”

“เจ้าไม่รู้หรอก..คาร์เดีย มันไม่มีความถูกต้องจริงๆหรอก คนยากจนอย่างพวกเรามีแต่ความลำบาก”
ไซม่อนรีบพูดเมื่อเห็นข้าดูลังเล..

“ข้าว่าเจ้าแค่ลองไปพบเขาหน่อยก็ได้ หัวหน้าของข้า..แค่ลองไปดู ไปตัดสินใจอีกทีก็ไม่เสียหาย”
ไซม่อนพูดเสริม

และอาจด้วยฤทธิ์ของเหล้าองุ่น ผสมกับความโศกเศร้าเเละลังเลใจของข้า


เป็นครั้งเเรกที่ข้าตอบตกลง



.................................



..ดูเรียบง่ายมีอารยธรรม..

นั่นเป็นความคิดเเรกของข้าเมื่อเดินทางมาถึง..ซ่องกองโจร..
มันไม่เหมือนกับที่ข้าวาดภาพเอาไว้ ศูนย์รวมของกองโจรที่น่าจะดูสกปรก เต็มไปด้วยคนเถื่อน เอะอะโวยวาย
กลิ่นสุราคละคลุ้ง..

ที่นี้เรียบง่าย.. เหมือนกับโกดังเก็บของที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบเท่าไรนัก..เท่านั้น


กลุ่มโจรที่ข้าเห็นมีตั้งแต่เด็กที่อายุน้อยกว่าข้าสองถึงสามคน จนไปถึงผู้เฒ่าชราที่ดูชราเกินกว่าจะมาเป็นโจร..


..ช่างเป็นกลุ่มที่พิลึกเสียจริง


เมื่อไซม่อนพาข้าเดินเข้ามา คนในกลุ่มสามสี่คนมองข้าด้วยความสนอกสนใจ ส่วนคนที่เหลือดูเหมือนจะใส่ใจเรื่องของตัวเองมากกว่า..

ไซม่อนเดินพาข้าไปพูดกับหญิงสาวผิวแทน ท่าทางมากประสบการณ์และเต็มไปด้วยความมั่นใจ..
อายุน่าจะยี่สิบปีต้นๆ

“ไอริ..ข้าพาเขามาพบหัวหน้า”

หญิงสาวก้มมองหน้าข้า ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย

“สินค้าเรอะ”

ไซม่อนส่ายศรีษะ ท่าทางขุ่นมัว

“จะบ้าเหรอ นี่เพื่อนข้า ข้าจะฝากเขาเข้ากลุ่ม ข้าคุยกับหัวหน้าไว้เเล้ว”

“หือม์”
หญิงสาวพูดก่อนจะใช้มือสากจับคางข้าเชิดขึ้น ส่งผลให้ผ้าคลุมของข้าตกลงไปด้านหลัง มีเสียงอุทานเบาๆจากคนในซ่องโจร

..สินค้าใหม่รึ
ของดีนี่..
โอ..


ข้าจับมือนาง ก่อนจะปัดมันออก แล้วสวมผ้าคลุมกลับเช่นเดิม

“อย่าเเตะต้องตัวข้า”

ข้าพูด..น้ำเสียงไม่ดังไม่เบา..
ทว่าเรียบเฉย วางอำนาจ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว..

เสียงอุทานเบาๆดังขึ้นในหมู่โจร หญิงสาวหน้าเบ้ก่อนจะยักไหล่

“เขาอยู่ข้างใน, พาเพื่อนเจ้าเข้าไปสิ”

ไซม่อนไม่พูดอะไร ก่อนจะเดินนำข้าเข้าไปลึกในโกดัง

ระหว่างที่เดินไปเขากระซิบขอโทษข้าเบาๆ
ข้าพยักหน้ารับ ไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเริ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อยขณะเดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ


.................................



ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน..อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับหญิงสาวที่ข้าพบก่อนหน้านั่งรอข้าอยู่หลังโต๊ะทำงาน..โต๊ะไม้เก่าๆทว่าหากมองให้ดีจะเห็นว่าโต๊ะไม้เก่าแก่นี้เเกะสลักด้วยลวดลายละเอียดอ่อนวิจิตร..ผลงานที่น่าจะเคยตั้งอยู่ในคฤหาสน์เก่าแก่ที่ไหนสักแห่งในเจอราเนีย

เขามีใบหน้าคมคาย..ทว่าแววตาคมคายยิ่งกว่า ดวงตาสีทองนั้นกวาดสายตามองข้าตั้งเเต่หัวจรดปลายเท้า..

ให้ความรู้สึกราวกับกำลังถูกประเมินราคาสินค้าอยู่ก็ไม่ปาน..


ซึ่งสารภาพว่าข้าไม่ชอบความรู้สึกนี้เท่าไรนัก



“ข้าชื่อแจ็ค”

ชายหนุ่มพูดก่อนจะส่งยิ้มบางๆให้ข้า..นั่นทำให้เขาดูเป็นมิตรขึ้นเล็กน้อย


“ข้าชื่อคาร์เดีย”
ข้าพูด สบตาเขา ไม่แน่ใจว่าควรพูดอะไรต่อ

“ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามาจากไซม่อนแล้ว คาร์เดีย เจ้าอ่านหนังสือได้ เขียนหนังสือได้ แถมยังได้ร่ำเรียนวิชาแบบที่พวกชนชั้นสูงเรียนกัน.. เจ้าจะมีประโยชน์มากเลย..ต่อเรา ถ้าเจ้าต้องการ”

แจ็คพูดเหมือนเขารู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับข้า..
ข้าไม่ชอบความรู้สึกนี้เอาเสียเลย

ความรู้สึกของการเผชิญหน้ากับผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า..


..ไซม่อนบอกเขาทุกอย่างเกี่ยวกับข้า..แต่ข้าไม่รู้จักเขาเลย

ข้าคิดด้วยความสังเวชใจในความไร้เดียงสาของตน หากเพียงแต่ข้าถามข้อมูลของเขาจากไซม่อนก่อนเดินทางมาสักนิด..

ข้าไม่อยากโทษความประมาทเลินเล่อของตัวเอง ผสมกับฤทธิ์ของเหล้าองุ่นเเละความโศกเศร้า
ที่ทำให้ข้าต้องมาเป็นรองในการสนทนาต่อรองถึงผลประโยชน์ในตัวข้า..


แล้วไซม่อน..เจ้า ‘เพื่อนรัก’ ของข้าก็ช่างเหลือเกิน..เขาพูดทุกอย่างที่คิดเลยหรือไงกัน..

ข้าอดคิดไม่ได้ด้วยความโมโหเล็กๆ

“เจ้าจะให้ข้าทำอะไร หลอกพวกชนชั้นสูงหรือ”

ข้าถามอย่างตรงไปตรงมา แจ็คเลิกคิ้ว ก่อนจะยิ้มบางๆเช่นเคย

“รายละเอียดเราจะคุยกันหลังเจ้าตกลงมาร่วมกับเราเท่านั้น..แต่ข้าขอบอกว่า นี้ไม่ใช่แผนการเด็กเล่น
แผนการนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเจ้าไปตลอดกาล”

ข้าเลิกคิ้วกลับ..ตกลงงั้นหรอ..ตกลงทั้งที่ยังไม่รู้รายละเอียดมาก่อน
เเค่เริ่มต้นเขาก็ไม่แสดงความจริงใจกับข้าเเล้ว

ข้าจะยอมตกลงในแผนการที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อเรื่องได้อย่างไร

คิดแล้วก็เจ็บใจตัวเองที่ไม่ศึกษาข้อมูลคู่เจรจามาก่อน ข้าเหลือบมองไซม่อน เขาดูลำบากใจ..

ไซม่อนต้องรู้อะไรแน่ๆ..


ให้ตายสิ..ข้าน่าจะเค้นถามจากไซม่อนก่อน..ข้านี่มัน..


“ข้าไม่ได้บังคับเจ้าหรอก”

แจ็คพูดอย่างสบายๆก่อนจะลุกขึ้นก้มมองข้า..จากมุมที่สูงกว่า

“ข้าเเค่ได้ยินไซม่อนเล่าเรื่องเจ้าให้ฟัง เลยคิดว่าเจ้าอาจจะเหมาะกับแผนการนี้.. แต่หากเจ้าลำบากใจ หรือไม่สบายใจที่จะเข้าร่วม ข้าก็ไม่มีสิทธิไปบังคับเจ้าได้..”

เขามองข้าก่อนจะพูดต่อว่า

“ข้าให้ อิสระ แก่เจ้าในการตัดสินใจ”

ข้ากระพริบตาปริบๆ .. ชอบคำว่า อิสระ ในประโยคของเขา

“ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอ..กลับไปคิดดูก่อน..”

ข้าพูดด้วยความลังเลใจ..เหมือนคนโง่

และข้าก็ยอมรับความจริงข้อนั้นด้วยความเจ็บใจ

“ยังไงก็ตาม..ยินดีที่ได้รู้จักนะ..คาร์เดีย”

แจ็คจับมือข้าขึ้น ก่อนจะทำสิ่งที่ข้าถึงกับเบิกตาด้วยความตกใจ



..เขาจุมพิตหลังฝ่ามือของข้า




“เจ้างดงามราวกับรูปแกะสลัก”



.................................



“เจ้างดงามราวกับรูปแกะสลัก..เจ้างดงามราวกับรูปแกะสลัก..เจ้างดงามราวกับรูปแกะสลัก..”

ไซม่อนพูดล้อเลียนข้าก่อนจะทำหน้าตาทะเล้น
ข้ากอดอก หน้าเบ้ใส่เขา..

ตอนนี้ข้ามาอยู่ห้องพักของไซม่อน
เราสองคนมีกลิ่นเหล้าองุ่นคละคลุ้ง
ข้าไม่คิดกลับ ‘บ้าน’ เนื่องจากยังสับสนมึนงงเหลือเกิน

และข้าต้องการข้อมูลของชายที่ชื่อ “แจ็ค” รวมถึงแผนการของเขามากกว่านี้ด้วย..


“หัวหน้าเจ้ามีรสนิยมชอบเด็กผู้ชายหรืออย่างไร”

ข้าพูด ก่อนจะเอนตัวนอนบนเตียงของไซม่อนโดยไม่ขออนุญาต

“ไม่เคยเห็นเขาพูดถึงเรื่องนั้นมาก่อน แต่ข้าก็ไม่เห็นเขาเคยทำ ‘อย่างนั้น’ กับข้านะ สารภาพตามตรงว่าตกใจเลย”

“หรือไม่ข้าก็งดงามราวรูปแกะสลักจริงๆ”
ข้าพูด ก่อนจะพลิกตัวมองไซม่อนที่กำลังจ้องข้าอยู่อย่างพินิจพิเคราะห์..



“รูปแกะสลักทารกปัญญาอ่อน”


ไซม่อนพูด ข้าใช้เท้าถีบหน้าท้องเขา เขาร้องโอยก่อนจะเอากำปั้นทุบหลังข้า..ทุบ..จริงๆ..
ข้าเหลือกตา สบถถึงปีศาจ

ข้าไม่เคยคิดเรื่องความงามของตัวเองมาก่อน..
ข้าไม่มีอะไรใกล้เคียงกับ คำว่า “งาม” เลยสักนิด

เป็นแค่เด็กชายตัวเล็กสกปรกมอมแมมลูกทาสหลังเรือนมาตั้งเเต่เด็ก
ไม่เคยสงสัยในเรื่องนั้นเลย..

ข้าสะบัดศรีษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป

“แล้ว..แจ็ค เขากำลังวางเเผนจะทำอะไร”

ข้าถามไซม่อน เขามีท่าทางลำบากใจ

“เราจะไม่บอกจนกว่าเจ้าจะเข้าร่ว...โอ๊ยย”
ข้ายันหน้าท้องเขาไปแรงๆหลายๆที

“ไซม่อน นี่เจ้าจะให้ข้าเข้าร่วมแผนที่ข้าไม่รู้แม้แต่เกริ่นนำเนี้ยนะ เลิกวางท่าปัญญาอ่อนได้เเล้ว..
บอกข้ามาสักนิดเกี่ยวกับแผนการนั่น แล้วข้าจะตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมหรือไม่”

“คือจริงๆข้าก็ยังไม่ได้รู้อะไรมาก..”
ไซม่อนพูดเสียงอ่อน

“งั้นเอาเท่าที่เจ้ารู้”

“ข้า..เอ่อ..”

“ไซม่อน”

“ก็ได้ๆ..ข้ารู้แค่ว่า เขากำลังหา เด็กชาย วัยไล่เลี่ยกันกับเรา ที่มีความสามารถ อยู่กับชนชั้นสูงได้อย่างกลมกลืน ข้าก็ไม่รู้ อาจจะเอาไปหลอกพวกเศรษฐีแก่ๆมั้ง เห็นบอกว่าอยากได้คนที่สามารถพูดภาษา อ่านอักษรเจอราเนียโบราณได้เป็นพิเศษ อยากได้คนแพรวพราว ปกปิดความลับเก่ง อะไรประมาณนั้น..
ก็โจรชัดๆไม่ใช่หรือไง ข้าไม่รู้เรื่องอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว”

“ภาษา..กับอักษรเจอราเนียโบราณ?”

“อือ..ว่าแต่ ไอ้ภาษาที่เราใช้ มันไม่ใช่ภาษาเจอราเนียหรอ มันมีโบราณกว่านี้อีกเหรอ”
ไซม่อนถามด้วยความงุนงง

ข้าคิดถึงสายตาคมคายเจ้าเล่ห์ของเเจ็ค..แผนการใหญ่..การปกปิด..


“ไม่มีใครใช้ภาษาเจอราเนียโบราณ ทั้งในชีวิตประจำวันหรือในตำรา”
ข้าพูด..ช้าๆ..

“ไม่มีใครเลย เว้นเสียแต่พิธีหนึ่งของเจอราเนีย..พิธีเก่าแก่เพียงหนึ่งเดียว”

ข้าหยุด คิดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด..โต๊ะไม้เก่าแก่โบราณลายละเอียดวิจิตรในห้องทำงานของเขา..




“พิธีขึ้นครองราชย์”



ข้าขนลุกซู่ก่อนจะพูดประโยคถัดไป





“หัวหน้าของเจ้าวางแผนที่จะปฏิวัติ”




และเขาต้องการให้ข้าเป็นตุ๊กตา..

ข้าละประโยคนี้ไว้ด้วยความขนลุก



..กับดักแห่งความตายอยู่ตรงหน้า ความทรมานของผู้ล้มเหลวที่พยายามจะโค่นล้มราชวงศ์
ความตายสาหัสสากรรจ์ที่ไล่บี้ไปจนถึง7สายของต้นตระกูล..


ข้าเกือบยื่นมือเข้าไปในเรื่องที่ไม่ควรแส่..
ด้วยวัยวุฒิและความไร้เดียงสา..

ไซม่อนกระพริบตา เขาดูงุนงงกับข้อสรุปของข้า แต่ก็ตระหนักได้ถึงอันตรายและภาระหนักอึ้ง
รวมถึงการหันหลังกลับไม่ได้อีกต่อไป


“ค..คาร์เดีย แล้วข้า ควรทำอย่างไร”

ไซม่อนถาม ดูวิตกกังวลแต่ก็สลับกับสับสนมึนงง เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง


“เจ้าทำตามเขา และไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว อย่าอยู่ดูเส้นชัย เพราะมันไม่มีที่ใดปลอดภัย สำหรับคณะปฏิวัติ”

ข้าพูด หลับตา


ข้าไม่สนว่าใครจะมีเเผนการใหญ่โตคับฟ้าอย่างไร อยากมีอำนาจ ทะเยอทะยาน หรือทำเพื่อจุดประสงค์อันใด
เเต่ข้าผู้ซึ่งตอนนี้ไม่มีความพร้อมใดๆ ลำพังเเค่เอาชีวิตตัวเองให้ไม่ลำบากไปมากกว่านี้ ไม่ให้เเม่ต้องเสียสละตัวเองไปมากกว่านี้ ข้าก็ลำบากมากเพียงพอสำหรับชีวิตหนึ่งเเล้ว

ข้าไม่สามารถเอาตัวเองไปแส่หาเรื่องทำให้ข้าเเละเเม่ต้องลำบากเพิ่ม

ข้ารู้สึกโล่งใจที่การตัดสินใจนี้เป็นอันสมบูรณ์
โดยไร้ซึ่งคำถาม

ข้านอนหลับตา
ในหัวกลายเป็นว่างเปล่าหลังจากตัดสินใจได้อย่างชัดเจน

ขณะนั้น ข้าไม่รู้เลยว่า ไซม่อน..เพื่อนรักของข้า นอนลืมตาเบิกโพลงอยู่ในความเงียบ



ความเงียบที่ราวกับจะโอบล้อมทุกสิ่ง..เเล้วกลืนหายไป






ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ ordkrub

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +341/-12
เรื่องสนุกมากครับ อ่านรวดเดียวเลย
ขอตามต่อนะครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

7





“..แล้ว..เพื่อนของเจ้า ว่ายังไงบ้างล่ะ ไซม่อน”


แจ็คเอ่ยถาม ‘ลูกน้อง’ ของตนก่อนจะฉาบยิ้มบางๆไว้บนใบหน้า..

แจ็ค ชายหนุ่มอายุเพียงยี่สิบสี่ปี
เขากลายมาเป็นผู้นำของกองโจรที่มีอิทธิพลเป็นอันดับต้นๆของอาณาจักร “กองโจรโอเอซิส”

ในเวลาอันรวดเร็ว..
ไต่เต้าขึ้นมาจากโจรลำดับล่างสุดเมื่อหลายปีก่อน

ไม่ได้มีพละกำลังโดดเด่น ไม่ได้ดูมีอำนาจคุกคามน่าเกรงขาม..

เขาดูเหมือนคนธรรมดา ประชาชนธรรมดาที่มักจะมีรอยยิ้มเรียบง่ายฉาบไว้บนใบหน้า

ก่อนที่เเจ็คจะขึ้นมาเป็นผู้นำของกองโจรโอเอซิสนั้น
กองโจรโอเอซิสเป็นกองโจรที่เน้นเรื่องพละกำลัง การรวมตัวของชายฉกรรจ์ การระดมกำลังปล้น ชิงทรัพย์..

หัวหน้ากลุ่มคนก่อน..เควิน..เป็นชายฉกรรจ์ที่มีชื่อเสียงด้านความน่าเกรงขาม ความโหดเหี้ยม เเละความรุนแรง
เควินชื่นชอบเเจ็คเป็นอย่างมาก เนื่องจากข้อเสนอแนะเเละทักษะการเจรจาต่อรองของแจ็ค
ทำให้การปล้นแบบธรรมดาๆของโอเอซิส ก้าวไปสู่ระดับที่เรียกว่า “การข่มขู่” และ “คุกคาม”


แจ็คดึงเอาผลประโยชน์จากทุกการปล้นทรัพย์ออกมาได้มากที่สุด



นานมากทีเดียวกว่าเควินจะตระหนักได้ว่า การมีอยู่ของคนเเบบแจ็ค เป็นภัยคุกคามต่อตำแหน่งเเละสถานะของตน

..นานจนทำให้ลูกน้องรอบตัวของเควินนั้น เปลี่ยนไปชื่นชมเคารพในตัวเเจ็คกันหมด

..หากคนไหนสงสัย หรือดูจะภักดีต่อเควินมากกว่า บุคคลเหล่านั้นจะหายไปใน ‘ภารกิจปล้นสะดมบางอย่าง’ อย่างเป็นปริศนา..


ไม่นานหลังจากเควินรู้ตัว...หัวหน้ากลุ่มโจรมีชื่อนี้
ก็ได้กลายเป็นบุคคลสาบสูญจาก ‘ภารกิจปล้นสะดมบางอย่าง’ เช่นกัน...


หลังจากที่เเจ็คขึ้นมาเป็นหัวหน้าเต็มตัว
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโอเอซิสก็เกิดขึ้น

เขากำจัดลูกน้องบางคนออกไป และรับลูกน้องใหม่ๆเพิ่มขึ้น..

คัดสรรอย่างรอบคอบ ระเเวดระวัง ..และคำนึงถึงผลลัพธ์เสมอ

โอเอซิสรับแต่งานใหญ่ และงานที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น

โอเอซิสภายใต้การนำของเเจ็ค ใช้เวลาเพียงไม่นาน ได้เปลี่ยนจากกองโจรที่ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลังและจำนวนคน
กลายเป็นกองโจรที่มีอำนาจจากทรัพยากร เงินตรา และการหนุนหลังจากเศรษฐีลึกลับใต้ดินมากมาย(ทั้งโดยสมัครใจและสมยอมจากการโดนข่มขู่)

คำกล่าวที่ว่า เมื่อโอเอซิสเคลื่อนไหว ผู้มีเงินตราร่ำไห้
กลายเป็นคำที่เหมือนกับบทสวดสรรเสริญของเหล่ากองโจร..

ไซม่อนเป็นคนหนึ่งที่เข้ามาเป็นสมาชิกกลุ่มโจรในช่วงที่แจ็คกำลังคัดสรรลูกน้องคนใหม่
ดังนั้นเขาไม่รู้เรื่องราวในอดีตของเเจ็คมาก่อน

ที่เขาทราบก็มีเพียงแต่ว่าหัวหน้านั้นแข็งแกร่ง น่าเคารพ ..อีกทั้งยังดูเป็นคนสบายๆ


เพราะเเจ็คไม่มีท่าทางวางอำนาจ

เนื่องด้วยว่าคนที่มี ‘อำนาจ’ จริงๆ ล้วนไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น



“คาร์เดียปฏิเสธขอรับ”

ไซม่อนพูด สีหน้าวิตกกังวลปิดไม่มิด
ข้อมูลที่ได้รับฟังจากเพื่อนสนิทของตนมันหนักอึ้งเกินกว่าเขาจะรับความเสี่ยงใดๆที่จะเกิดตามมาได้
เเละอันตรายเกินกว่าจะขยับตัวหนีไป

ไซม่อนรู้ รู้มานานว่าคาร์เดียนั้นฉลาดหลักแหลม
เขาไม่ใช่คนช่างพูดนัก ฉะนั้นหากพูดอะไรออกมา คำพูดนั้นจึงไม่ใช่คำพูดพล่อยๆ
 ..ในชีวิตของไซม่อนเอง ก็ได้คาร์เดียเป็นที่ปรึกษาปัญหาใหญ่ๆหลายต่อหลายครั้ง

แม้ไซม่อนจะไม่ใช่คนฉลาดนัก เเต่ก็พอรู้ว่าควรฟังคำแนะนำของเพื่อนสนิทคนนี้

แต่แจ็คยังคงยิ้มบางๆเช่นเคย การปฏิเสธของคาร์เดียไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายของเขา
หากเด็กนั่นตอบตกลงนี่สิ..เขาคงต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติที่เหมาะสมกันเสียใหม่


“ไม่เป็นไรหรอก ข้าเองก็ไม่ได้อยากบังคับ ฝืนใจใคร”

แจ็คพูดอย่างสบายๆ เเต่นั่นไม่ได้คลายสีหน้าวิตกกังวลของไซม่อนลงเลยเเม้เเต่น้อย..


“คือ..หัวหน้าขอรับ”

ในที่สุดไซม่อนก็เอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆ

“ว่าอย่างไรรึ”


”หัวหน้าวางแผนจะทำอะไรอยู่หรือขอรับ”


แจ็คเงยหน้าขึ้นจากเอกสารตรงหน้า มองไซม่อน

“ก็หลอกพวกเศรษฐีชนชั้นสูงแก่ๆที่อยากมีลูกนะสิ..ถามได้”

แจ็คพูดก่อนจะหัวเราะเบาๆ เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะถามไซม่อนว่า

“เพื่อนของเจ้าคงไม่ได้หลอกให้เจ้ามาถามข้าเเล้วเอาไปบอกเขาหรอกนะ”

แจ็คยิ้มก่อนจะลุกขึ้นตบบ่าไซม่อนเบาๆ

“มันก็เเค่การขโมยจากข้างในนั้นแหละ ข้าเข้าใจว่าทุกคนก็คงกังวล ทุกภารกิจของเรามีความเสี่ยง ด้วยความสัตย์จริง ข้าเองก็ไม่อาจรับรองความปลอดภัยของลูกน้องทุกคนได้ ฉะนั้นข้าเลยไม่อยากบังคับใคร”

ในสายตาของไซม่อนนั้น เเจ็คช่างเป็นหัวหน้าที่มีความยุติธรรมเเละความเมตตา
หลังจากที่ได้ฟังเเจ็คพูด สีหน้าวิตกกังวลของไซม่อนก็ดีขึ้น

“คาร์เดียไม่ได้หลอกให้ข้ามาถามท่านหรอก หัวหน้า เพื่อนข้าไม่ใช่คนเเบบนั้น..
เฮ้อ แต่ข้าก็เกือบกังวลมากไปตามเขา เขาว่าท่านวางเเผนจะปฏิวัติ..แต่ข้ารู้มันไม่ใช่หรอก ไม่น่าไปคิดตามเลย
นี่มันงี่เง่าชะมัด เพื่อนข้ากับข้าก็เเค่เด็กวัยรุ่น จะไปรู้อะไรมากมาย จริงไหม”

ไซม่อนพูดเร็วๆเหมือนไม่อยากเชื่อ ว่าเขาจะคิดมากขนาดนั้นตามคาร์เดียไปได้

เพื่อนสนิทเขาคนนี้ฉลาดก็จริงอยู่
รอบรู้ก็จริงอยู่
แต่พวกเขาทั้งคู่ก็เเค่เด็กวัยรุ่น อายุห่างกับหัวหน้าตั้งเกือบหนึ่งรอบ..

ยังเยาว์วัยยิ่งนัก จะไปมองเห็นอะไรเเบบนั้นได้


ทว่าไซม่อนไม่ทันได้สังเกต

รอยยิ้มเรียบง่ายที่ฉาบบางๆบนใบหน้าของเเจ็ค เลือนหายไปชั่วครู่หนึ่ง..

ชั่วครู่หนึ่งเท่านั้น..



“นั่นก็จริงของเจ้า ไซม่อน”

แจ็คเอ่ยคำพูดเรียบง่ายออกมาอย่างช้าๆ


“เพื่อนของเจ้ายังเด็กมาก”



.................................



ช่วงนี้มีหลายเรื่องให้ขบคิดเหลือเกิน
ไซม่อนไม่ถนัดการใช้ความคิดนัก

เขารู้เเต่ว่าสถานการณ์มันตึงเครียดขึ้น
ในกลุ่มของเขามีภารกิจใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย เเจ็คตั้งภารกิจเเละมอบของรางวัลแก่ผู้ทำสำเร็จ

การได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากแจ็ค มอบผลลัพธ์ที่ล้ำค่าแก่ลูกน้องหลายๆคน

ดูเหมือนว่าใครๆก็อยากเอาใจเขา..

ไซม่อนคิด

เอ้ะ..ข้าก็เช่นกัน

มันจะต่างอะไรกับการหนีออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลออกัสโต

ข้าแค่เปลี่ยนเจ้านายคนใหม่งั้นรึ.. เป็นทาส แต่ในนามโจรงั้นรึ


ไซม่อนสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน
หลังจากดื่มเหล้าองุ่นไปทั้งเหยือกคนเดียว
เขาก็รู้สึกว่าในหัวเขาสับสนมึนงงเกินกว่าจะคิดอะไรเป็นเหตุเป็นผลออก
ไซม่อนจ่ายเงินแล้วเดินตุปัดตุเป๋หมายกลับที่พักในตรอกซอมซ่อของตน


ขณะที่กำลังคลำทางกลับในตรอกมืด
ข้อมือของเขาถูกดึงไว้โดยใครคนหนึ่ง ปฏิกิริยาป้องกันตัวโดยอัตโนมัติของไซม่อนทำงาน
เขาเหวี่ยงมัดหนักไปอย่างมั่วๆด้วยความสับสนปนตกใจ

ไม่นานนักมือทั้งสองข้างก็ถูกมัดไพล่หลังเอาไว้


“อย่าขัดขืน ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้า”


เสียงทุ้มเย็นๆเอ่ยขึ้นข้างหลังไซม่อน เขาขนลุกวาบ สร่างเมาเเทบจะในทันที


.................................


เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินลึกล้ำจ้องมองเด็กหนุ่มวัยรุ่นตรงหน้า
..กลิ่นเหล้าองุ่นคละคลุ้งจากตัวเขา รูปร่างกำยำเกินอายุบ่งบอกถึงการทำงานหนักแต่เยาว์วัย
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจากสะลึมสะลือ กลายเป็นลืมตาเบิกโพลงมองเด็กหนุ่มดวงตาสีน้ำเงินตรงหน้า..


“ท..ท่านไรเดน”

ไซม่อนตัวสั่นเล็กน้อย..ความรู้สึกของทาสที่ต้องก้มหัวให้แก่เจ้านายที่ถูกปลูกฝังมาแต่เด็กพุ่งขึ้นมา..

ไม่มีทางที่ทาสคนไหนในคฤหาสน์ออกัสโตจะไม่รู้จักนายน้อยแห่งออกัสโต
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..ว่าที่ผู้นำตระกูลคนถัดไป..ไรเดน ออกัสโต

แม้เขาจะอายุมากกว่าไซม่อนเพียงสองปี..
แต่รัศมีความน่าเกรงขามคุกคามนั้นมีพลังมากเหลือเกิน..

อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของไซม่อนขณะนี้..


“ท่านมาที่นี้ได้อย่างไร..เอ่อ..ท..ท่านมีธุระอะไรกับข้า ..แล้ว ผู้ติดตามท่านไปไหน”

ไซม่อนถามก่อนจะพยายามยืนหยัดด้วยความดื้อดึง
..ลึกๆแล้วเขาอยากจะเชื่อว่าหลังจากหนีออกจากคฤหาสน์สำเร็จแล้วตนจะเป็นอิสระ
ไม่เกรงกลัวต่อใครหน้าไหนอีก..


เขาอายุมากกว่าเราแค่สองปี..เป็นนกน้อยในกรงทองมาตลอดชีวิต..เขาไม่มีทางสู้เราได้หรอก..


ไซม่อนพยายามคิดเพื่อให้ตัวเองฮึกเหิม สามารถเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าได้..อย่างเสมอภาค



“ข้าไม่ได้มาเพื่อตอบคำถาม..ไซม่อน ข้ามาเพื่อออกคำสั่ง”


น้ำเสียงเรียบเย็นพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ และหนักแน่น

ไรเดนไม่สนใจจะอธิบายเหตุผลที่เขาออกมาจากคฤหาสน์ด้วยตัวคนเดียวได้..หรือแม้กระทั่งเขามาที่นี้ได้อย่างไร
หรือแม้กระทั่งเขารู้จักที่ที่ไซม่อนอยู่ได้อย่างไร

แต่อะไรบางอย่างในเเววตาของเขา
ทำให้ไซม่อนขนลุก


คนคนนี้เหมือนพญาราชสีห์..เขาไม่ใช่คนที่เราจะต่อกรด้วยได้..ไม่ได้เลย


เสียงในหัวตักเตือนไซม่อน..แต่อาจด้วยความดื้อดึง ชีวิตที่ยากลำบาก ผสมปนเปกับฤทธิ์ของเหล้าองุ่น
เขาจึงพูดตอบกลับไรเดนไป..เหมือนว่าไม่เกรงกลัวนัก


“ท่านไม่ใช่เจ้านายของข้าอีกต่อไป ท่านไรเดน ตอนนี้ข้าเป็นหนึ่งในกองโจร”


ไรเดนมองเขานิ่งๆ ดวงตาสีน้ำเงินลึกล้ำนั้นสงบเสียจนดูไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่



“เลิกยุ่งกับคาร์เดียซะ เจ้าจะทำลายชีวิตเขา”


ไรเดนออกคำสั่งของเขา โดยไม่สนว่าไซม่อนจะยืนยันว่าไรเดนไม่ใช่เจ้านายของเขาอีกต่อไป..


“และดีที่เจ้ารู้ตัว ว่าเจ้าเป็นโจร..ไม่ใช่ทาสในคฤหาสน์ของข้า ฉะนั้น ข้าไม่จำเป็นต้องปกป้องเจ้า หากคนอย่างเจ้าถูกส่งเข้าคุกในสักวัน โดนทรมานเสียยิ่งกว่าความตาย”


คุกของอาณาจักรเจอราเนียไม่ได้มีศีลธรรม
มันไม่เมตตาปราณีต่อผู้กระทำผิด.. ชีวิตที่เหลืออยู่คือการทำงานยิ่งกว่าทาส บทลงโทษที่รุนเเรง
จนนักโทษหลายๆคนร้องขอโทษประหารชีวิตเสียยังดีกว่า

คุกของอาณาจักรเจอราเนียเป็นเช่นนั้น


ไรเดนพูดต่อ


“ข้าจะทำเป็นหลับหูหลับตาเรื่องพฤติกรรมของเจ้า หากเจ้าเอาตัวเองออกให้ห่างจากคาร์เดีย”


“ทำไมท่านถึงได้ยึดติดกับเขานัก..”


ไรเดนไม่ตอบ


“ข้าไม่เคยเอาตัวเองเข้าหาคาร์เดีย เขามาหาข้าด้วยความสมัครใจของเขาเอง
อาจเป็นเพราะอยู่กับ ‘พวก’ ท่าน แล้วเขาไม่มีความสุข!”

ไซม่อนพูด คิดถึงเเววตาเศร้าในบางครั้งของเพื่อนสนิทตน เมื่อพูดถึง ‘ท่าน’ ไรเดน และ ‘ท่าน’ ราฟาเอล


“ถ้าท่านจับตาดูข้าอยู่จริง ท่านก็คงจะรู้ เขามาหาข้าบ่อยๆเพราะอยู่กับข้ามันสนุกกว่า
เเละข้าก็ไม่ได้พาไปทำอะไรอันตรายเลย เราก็แค่กินข้าว ดื่มเหล้าร่วมกัน ข้าจะไปทำลายชีวิตเขาได้ยังไง”



“เจ้าเป็นโจร และน้ำไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ”


ไรเดนพูด ไซม่อนจ้องเขากลับเขม็ง รู้สึกถูกดูถูกอย่างร้ายกาจ..
ทั้งในเรื่องของความรู้สึกที่เขามีต่อเพื่อนสนิท..เขาไม่มีวันคิดทำร้ายคาร์เดียเเน่ๆ..
ทั้งในเรื่องชาติกำเนิดเเละทางเลือกของเขา..โจรหรอ ข้าอยากเป็นที่ไหนกัน
..น้ำไหลจากที่สูงที่ต่ำอะไร
ข้าไม่สนใจปรัชญาเปรียบเปรยของพวกลูกคุณหนูที่ไม่เคยรู้ซึ้งถึงความยากลำบากหรอก


บัดนี้..มือที่ถูกมัดไพล่หลังไว้ในเวลานี้ได้คลายเชือกออกแล้ว..ด้วยทักษะโจรที่เขามี
ทักษะที่ไรเดนเหยียดหยามนั่นแหละ..

ไซม่อนพุ่งตัวเข้าหาอดีตเจ้านาย ก่อนจะเหวี่ยงหมัดหนักๆใส่เขา
เเต่ไรเดนเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่งกว่า เขาขยับตัวหลบไปด้านข้าง พร้อมกับใช้มือขวาจับข้อมือของไซม่อนไว้
ก่อนจะทุ่มไซม่อนลงด้วยความเเรง..

ร่างกำยำลงไปนอนกองกับพื้น
แต่ยังพยายามลุกขึ้นมาสู้ต่อ ไรเดนใช้เท้าเหยียบหน้าอกของเขาไว้

ก่อนจะก้มลงมองอดีตทาสของตน..ซึ่งตอนนี้ตกอยู่ในสภาพเป็นรองอย่างที่สุด


“อย่าได้คิดว่าจะเทียบเทียมเสมอข้าได้”

ไรเดนพูด ก่อนจะใช้เท้าเหยียบลงที่หน้าอกของไซม่อนเเรงๆอีกครั้ง
เขากระอักเลือดออกมา น้ำตาคลอเบ้า


“..เขามาหา..ข้าเอง..ข้าไม่ได้..จะทำร้ายเขา”



.................................


ไซม่อนสภาพสะบักสะบอมกลับเข้าห้อง
บอบช้ำทั้งกายและใจ..

ในใจคิดเกลียดไรเดนเป็นยิ่งนัก

ทั้งเกลียด..ทั้งเกรงกลัวเขา


เขาทำร้ายข้า..จริงอยู่ที่ข้าเป็นคนเริ่มก่อน..แต่เขาก็ทำร้ายข้า..เขาเหยียดหยาม ดูถูกข้า


ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะพาคาร์เดียออกมาจากคฤหาสน์ใจร้ายนั่น..

ขนาดเขายังโดนขนาดนี้..คาร์เดียจะโดนขนาดไหนกันนะ..


เขาคิดถึงเเจ็ค..หัวหน้านั้นใจดี มีเมตตา เป็นคนยุติธรรมถึงที่สุด
ถ้าคาร์เดียมาอยู่กับเขา จะต้องสนุกแน่ๆ..

และจะได้ออกจากที่เเห่งนั้นด้วย..


แต่ ไรเดน นี่สิ.. เขาเป็นตัวปัญหาใหญ่ เขาหูตาว่องไว..และดูเหมือนจะรู้จักทางหนีทีไล่ของที่เเห่งนี้เป็นอย่างดี
..ราวกับว่าเขาสังเกตการณ์มานาน..
และทักษะการต่อสู้..ทักษะการต่อสู้ของไรเดนนั้นไม่ธรรมดาเลย
..ตอนที่เขาจับข้อมือของไซม่อนเเละทุ่มพลิกตัวไซม่อนลง ตอนที่รวบเเขนแล้วมัดไพล่หลัง..
เขาเหมือนคนที่ฝึกฝนร่างกายของตนเองอยู่เสมอ..

เหมือนคนที่ทำงานหนักตลอดเวลา..

เขาดูเหมือนจะไม่ใช่นกน้อยในกรงทองอย่างที่ไซม่อนคิดเลยแม้แต่น้อย




ยังไงก็คงไม่เก่งเท่าเเจ็ค


ไซม่อนคิด


ถ้าเราปรึกษาแจ็คอาจหาทาง ‘ช่วย’ คาร์เดีย ได้



คาร์เดียจะได้มาเป็นพวกเรา และไรเดนก็จะมายุ่มย่ามไม่ได้

ไซม่อนคิดในใจก่อนจะได้ข้อสรุปถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของเขา.



.................................



ไซม่อนไม่ได้เล่าเรื่องไรเดนให้แจ็คฟัง
เขากลัวว่าหากแจ็ครู้ว่า ‘นายน้อย’ ของออกัสโต มายุ่มย่ามกับคาร์เดีย แล้วเเจ็คจะคิดว่าการลงทุนดึงเอาคาร์เดียมาเป็นพวกนั้น ‘ไม่คุ้ม’
ซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่จะเป็นเช่นนั้น

ไซม่อนขอร้องให้แจ็คช่วยเจรจากับคาร์เดียอีกครั้ง..

และขอให้เปิดเผยรายละเอียดภารกิจเล็กน้อยเพื่อให้เพื่อนสนิทของเขาคนนี้เชื่อใจ และตอบตกลง..


“ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ข้าเลย ไซม่อน..เพื่อนของเจ้านั่น..คาร์เดีย ข้าว่าเขาคงไม่อยากมาพบข้าแล้วล่ะ”

แจ็คพูดก่อนจะยิ้มเรียบๆ

“แม้ข้าจะอยากพบเขาอีกครั้ง ‘มาก’ ก็ตามที”

“ข้าจะทำให้เขายอมมาฟังท่านอีกครั้ง หัวหน้า..แค่ฟังก็ยังดี”

ไซม่อนพูด แววตาเด็ดเดี่ยว


.................................




“ไม่”


ร่างบางพูดก่อนจะกอดอกเชิดหน้า ดวงตากลมโตสีดำขลับมองมาที่ไซม่อนก่อนจะหรี่ตาอย่างไม่ไว้วางใจ


“หัวหน้าเจ้าสั่งให้เจ้ามาชวนข้ากลับไปหรือ”

คาร์เดียพูดขณะมองหน้าเพื่อนสนิท


เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนแบบนั้น..คนที่ภายนอกดูเรียบง่ายแต่ซ่อนความทะเยอทะยานยิ่งใหญ่เอาไว้

คนแบบนี้น่ากลัว..
คนแบบนี้ย่อมยอมทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตนเองต้องการ..


“หัวหน้าไม่ใช่คนน่ากลัวแบบนั้น..จริงๆนะคาร์เดีย..ครั้งนี้เขาสัญญาจะเล่าข้อมูลภารกิจให้เจ้าฟังด้วย
และข้าสาบานว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ”

ประโยคหลังไซม่อนลดเสียงลงก่อนจะมองไปรอบตัวอย่างระเเวดระวัง


“ทรราชย์คนไหนประกาศตัวออกมาโต้งๆบ้าง”

คาร์เดียพูด ไม่ยี่หระในคำชักชวน ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย..


“ถ้างั้นเจ้าก็ทำผิดมารยาท และจะทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากไปด้วย”

ไซม่อนบอก ทำหน้าลำบากใจ

“มารยาทบ้าบออะไรกัน”

คาร์เดียพูด ก่อนจะมองหน้าเพื่อนเขาด้วยความสงสัย

“ก็เจ้าบอกหัวหน้าไปว่า ขอไปคิดดูก่อน แต่ยังไม่ปฏิเสธ และเจ้าก็ไม่ไปปฏิเสธกับเขาตรงๆ แต่ฝากข้าไป
อย่างน้อยก็ไปบอกเขาตรงๆว่าเจ้าไม่ทำ”

ไซม่อนพูดต่อ

“ไม่งั้นข้าที่เป็นคนแนะนำเจ้าเองก็เสียความน่าเชื่อถือไปด้วย”

คาร์เดียเหลือกตา ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ..เสียความน่าเชื่อถือไปด้วย ..เสียความน่าเชื่อถือไปด้วย งั้นเรอะ

สภาพเจ้าตอนนี้มันดูมีความน่าเชื่อถือมากเลยงั้นสิ
คาร์เดียอยากจะเหน็บแนมเพื่อนสนิทไปอย่างนั้น..

แต่เมื่อมาคิดดูอีกที ไซม่อนเพื่อนของเขาก็เป็นโจรมาได้สักพัก..ในอนาคตคงจะหาทางไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในกองโจร
หรืออย่างน้อยๆ การได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากหัวหน้า ก็เป็นสิ่งที่ดี..

แม้หัวหน้าคนนั้นจะ ‘อันตราย’ มากก็เถอะ

อีกอย่างแค่ไปบอกปฏิเสธ มันก็ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงเขา

ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ข้าก็เเค่ช่วยเพื่อนเท่านั้น

คาร์เดียคิด ก่อนจะยักไหล่

“งั้นข้าจะไปพบเขา เพื่อปฏิเสธ”

คาร์เดียพูดและไซม่อนยิ้มกว้างอย่างดีใจ


ช่างเป็นรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาเหลือเกิน..





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2021 20:52:09 โดย Anynomous »

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ hewlett

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 560
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
คาร์เดียฉลาดนะ แม่ต้องแค่มีฐานะแน่ๆ

ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0


8




แจ็คเคยผ่านความตายมาหลายต่อหลายครั้ง..เผชิญหน้ากับผู้ที่ต่ำต้อยกว่าและยิ่งใหญ่กว่า..
สิ่งที่ช่วยให้เขาเอาชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ คือความสามารถในการ “ประเมิน”

ไม่ได้เเข็งแกร่งกว่าใคร ...แต่ก็ประเมินได้ว่าใครไม่ควรเข้าไปยุ่ง
ไม่ได้ละทิ้งเกียรติหรือศักดิ์ศรี ...แต่ก็ประเมินได้ว่าใครที่ต้องก้มหัวให้


ตอนที่รู้เรื่องของคาร์เดียจากไซม่อนครั้งแรก
เขาประเมินได้ว่าเด็กคนนี้อาจจะมีประโยชน์และมีมูลค่ามหาศาลต่อแผนการของเขาในอนาคต


ตอนที่ไซม่อน ‘หลุด’ พูดเรื่องที่คาร์เดียมองเเผนการของเขาออก..แม้เขาจะยังไม่ได้พูดถึงมันสักคำ
ด้วยอายุเท่านี้..สารภาพว่าแม้แต่คนเช่นแจ็คเองยังรู้สึก ‘ขนลุก’

เขารู้ทันทีว่าเด็กคนนี้ อันตราย

และคนที่อันตรายเช่นนี้ หากยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม..หากให้เวลาเด็กคนนี้ได้เติบโต..เขาอาจต้องพ่ายเเพ้
หากยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน..เขาอาจต้องระวังหลังตลอดเวลา..

แต่คาร์เดีย..พ่อเทพบุตรน้อยที่มีคมเขี้ยวราวอสรพิษคนนี้..
ดูจะไม่มีทางมาอยู่ข้างเดียวกันกับเขาเป็นแน่

ตอนที่ไซม่อนพูดถึงคาร์เดียขึ้นมาอีกครั้ง
แจ็ครับรู้โดยสัญชาติญาณของตนทันที..ว่าเขาต้อง ‘กำจัด’ เด็กคนนี้

กำจัดลูกงูตั้งเเต่ยังเล็ก..ย่อมดีกว่า

แต่แจ็คก็ยังคงเป็นเเจ็ค..ทุกการกระทำต้องได้รับผลประโยชน์สูงสุด
ขูดรีดผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุดจากทุก ‘สินค้า’

และคาร์เดีย ..สินค้าชั้นดีที่หาได้ยากยิ่ง..

ดูใบหน้างดงามนั่นสิ.. ผิวพรรณเนียนละเอียดเหมือนลูกผู้ดี..
ดวงตากลมโตดำขลับ..จมูกโด่งรับกับใบหน้า ริมฝีปากบางสวย..
ยังไม่นับความสามารถอีกหลากหลายรวมถึงความดื้อรั้นเฉพาะตัวนิดๆ
ยิ่งทำให้สินค้าชิ้นนี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก..


มีเศรษฐีมากมาย ทั้งชายและหญิง ยังหนุ่มแน่น เยาว์วัย และแก่ชรา
มีรสนิยมซื้อ ‘ทาส’ เพื่อบำเรอ ‘ความพึงพอใจ’ ของตน

และพวกเขาเหล่านั้น ยินดีจ่ายราคาแพงลิบลิ่ว..เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ..


คาร์เดีย..แม้จะฉลาดเพียงใด ก็ยังเป็นเพียงเเค่เด็กวันยังค่ำ..
เป็นแค่ลูกทาสเท่านั้น..ลำพังตัวเขาคงไม่มีปัญญาต่อต้านอะไรได้

ปกติการซื้อขายทาสที่มีเจ้าของนั้น เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ในกรณีของคาร์เดีย เป็นทาสของตระกูลออกัสโต หนึ่งในสี่ตระกูลที่มีอิทธิพลที่สุดของอาณาจักรเจอราเนีย(ไม่นับตระกูลของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน)
การซื้อขายนี้ยิ่งจะมีมูลค่าสูงขึ้นไปอีก..



“ทาร์ นำของที่ข้าให้ไปหามาหรือยัง”


แจ็คเอ่ยถามเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่ยืนอยู่ข้างกาย กำลังง่วนกับการนำของออกจากหีบเก็บของ..


“น้ำยารัญจวนใจนี่หรือ..ไม่ได้ของหายากนัก เเต่เเพงมาก”


ทาร์ยื่นขวดเเก้วขนาดเล็กที่ในนั้นมีของเหลวใสไร้กลิ่น ไร้รส..อยู่

น้ำยารัญจวนใจ..น้ำยาที่ผสมสารออกฤทธิ์กระตุ้นกามารมณ์ของผู้ใช้..
สินค้าดำมืดที่ใช้ในวงการค้าทาสกามารมณ์ที่เคยมีในอดีต..
น้ำยาชนิดนี้ทำลายชีวิตของผู้คนมานักต่อนัก..เด็กบริสุทธิ์ สาวบริสุทธิ์ หนุ่มบริสุทธิ์
ดอกไม้แรกแย้มที่ต้องถูกทำให้เปลี่ยนเป็น ‘สินค้า’ ทั้งหลาย..




แจ็คนั้นเป็นคนโหดเหี้ยมอย่างไม่ต้องสงสัย..


ไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว


“เอ่อ..หัวหน้า..แต่เด็กนั่น ไม่ใช่ ‘เพื่อน’ ของไซม่อนหรอกหรือ”

ทาร์ขมวดคิ้วถามอย่างลังเลใจ..เขาเองทำงานอยู่ในโอเอซิสมานาน..
เคยทำงานร่วมกับเจ้าเด็กไซม่อนเองก็หลายครั้ง..ถึงได้รู้ว่ามันไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร
เมื่อรู้ว่าหัวหน้ากำลังจะทำอะไร..เขาก็อดเป็นห่วงความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานอายุน้อยกว่าคนนี้ไม่ได้



“เพื่อนของไซม่อน แต่ไม่ใช่ ‘เพื่อน’ ของเรา”

แจ็คพูดก่อนจะยิ้มให้ทาร์..ซึ่งรับรู้โดยสัญชาติญาณว่าตนเองควรหุบปาก..




....................................




“ดีใจจังที่เจ้ายอมมาา”

ไซม่อนพูดก่อนจะทำท่าทางกระดี้กระด้าจนคาร์เดียเห็นเเล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้

“ข้ามาเพื่อปฏิเสธหรอก เจ้าบ้า”

ร่างบางพูดก่อนจะเดินนำไซม่อนไปหาผู้หญิงที่เคยพบครั้งแรก

“ข้ามาพบเเจ็ค”

คาร์เดียพูด

หญิงสาวคนนั้นเหลือบตามองคาร์เดีย สีหน้าดูลังเล..ขุ่นข้องใจ..ก่อนจะพยักหน้า

“หัวหน้าอยู่ข้างใน”

คาร์เดียรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ค่อยชอบเขา ตั้งเเต่แรกที่เจอ..แต่สีหน้าของเธอในวันนี้มีอะไรแปลกๆให้ชวนสะกิดใจ
แต่คาร์เดียไม่รู้ว่ามันคืออะไร..เขาคิดว่าคงเป็น ความไม่พอใจส่วนตัว เเค่นั้น..จึงไม่ได้ติดใจอะไร..


ตอนที่เขากำลังจะเดินเข้าไป อยู่ๆผู้หญิงคนนั้นก็จับข้อมือเขา ก่อนจะกระซิบอย่างร้อนรนด้วยน้ำเสียงอันเบา


“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบให้แตะตัว..แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ชอบเหล้าองุ่นนั้น..”



สัมผัสที่ข้อมือนั้นแผ่วเบา เสียงที่กระซิบนั้นร้อนรนและเบายิ่งกว่า..


คาร์เดียเหลือบมองไซม่อนที่เดินล่วงเข้าไปก่อน..
เขารับรู้ถึงอันตรายแทบจะในทันที..

แต่หันหลังกลับไม่ทันเสียแล้ว

ไม่รู้ว่าใครเป็นมิตรหรือศัตรู..

แต่รู้ว่าตอนนี้ตกอยู่ท่ามกลางดงของศัตรูเป็นแน่




หลังชนฝาของแท้แน่นอนเลยทีเดียว






“ไอริ!! ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบคาร์เดีย แต่ปล่อยเขาเข้ามาเถอะน่า! หัวหน้ารออยู่นานเเล้ว

น้ำเสียงร่าเริงของไซม่อนดังมาจากข้างใน



คาร์เดียมองหน้าไอริ..หญิงสาวไม่พูดอะไร เธอหลุบสายตาลงต่ำ

คาร์เดียเม้มปาก

รู้ว่าเธอคงช่วยอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้..นี้เกินขีดจำกัดของเธอเเล้ว..
หากคาร์เดียรอดจากสถานการณ์อะไรบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นได้..เเละสามารถโยงถึงการตักเตือนของเธอได้

ผู้หญิงคนนี้ก็น่าจะไม่รอดเช่นกัน



ข้าไม่มีทางอื่นนอกจากต้องช่วยตัวเอง..


คาร์เดียคิด


ข้าไม่มีทางเลือกอื่นเลยจริงๆ











จบครึ่งแรก







ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
สวัสดีค่ะ! เอนี่ Anynomous เองค่า~ (โค้ง)

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับเรื่องยาวเรื่องที่สองของผู้เขียน
คาดว่าเรื่องนี้น่าจะยาวมากๆ(ยาวกว่า ✈️ From New York to Khonkaen แน่นอน (ฮา))

ปกติผู้เขียนนั้นชอบเขียนเรื่องสั้นมากกว่าค่ะ(เต็มบอร์ดเรื่องสั้นเเล้วว)
ฉะนั้นหากแต่ละตอนมีกลิ่นอายของเรื่องสั้น ที่ดูจบๆเป็นตอนๆ ไม่ต้องแปลกใจเลย
มันเป็น ‘style’ ไปแล้วล่ะค่ะ! (ฮา) :laugh:

เรื่อง วชิราฤทัย...ดวงใจแห่งวชิระ นี้ การดำเนินเรื่องจะค่อยเป็นค่อยไป(จริงรึ?!)
เราได้เห็นชีวิตของคาร์เดีย และสองหนุ่ม ตั้งแต่เด็กจนโตเเน่นอนค่ะ

ในปฐมบทนั้น..เป็นตอนที่คาร์เดียอายุ 16
แต่ปัจจุบันหนูน้อยคาร์เดียของเรายังเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นแรกแย้ม 13-14เท่านั้นเองค่ะ

ต้องเจออะไรอีกมากมาย (รวมถึงหลังจากนั้นด้วยค่ะ!)

ขณะที่ผู้เขียนเขียนเรื่องราวเหล่านี้ ผู้เขียนทั้งสนุกและได้ขบคิดมากจริงๆ
หวังว่าความรู้สึกสนุกเหล่านี้จะถ่ายทอดไปถึงผู้อ่านได้ ไม่มากก็น้อยนะคะ!

สุดท้ายนี้ ขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามทุกท่านค่ะ
ทั้งที่แสดงตนขอบคุณสม่ำเสมอเพื่อเป็นกำลังใจ หรือเพียงเเวะมาอ่านก็ตามที

ผู้เขียนซาบซึ้งใจมากค่ะ

งานเขียนเป็นเพียงงานอดิเรกที่ผู้เขียนทำเมื่อว่างจากงานประจำ
เพียงได้ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ส่งถึงทุกท่านก็มีความสุขมากมายเเล้วค่ะ(โค้ง)

 :bye2:
Anynomous


ออฟไลน์ ordkrub

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +341/-12
สนุกมากครับ
ชวนให้ติดตามว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป
ส่งกำลังใจให้ครับ

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด