เสน่ห์ร้าย นายขี้แพ้ (The Loser) l EP.10 แผนลวงแผนร้าย P.2 @06/พ.ค./64
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เสน่ห์ร้าย นายขี้แพ้ (The Loser) l EP.10 แผนลวงแผนร้าย P.2 @06/พ.ค./64  (อ่าน 1751 ครั้ง)

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2346
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
พี่สมงอแงเป็นเด็ก คงน่าเอ็นดูในสายตาน้องสินะ 55555

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 579
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
เสน่ห์ร้าย นายขี้แพ้ – The Loser

ตอนที่ 8. เมาแล้วชอบแก้ผ้าเหรอ

             ผ่านมาแล้ว 30 วันหลังจากปุลวัชรเริ่มทำงานที่บริษัท มันก็ยังเป็นอีกเดือนหนึ่งที่ยอดขายของทีมมันนี่ย่ำแย่ ปวรรัชดลเริ่มกดดันสมการและเรียกเข้าไปประชุมวางแผนงานถี่ขึ้นจนแทบไม่มีเวลาทำอย่างอื่น ชายหนุ่มที่กำลังวุ่นวายเรื่องตัวเลขจึงลืมเรื่องที่เชียงใหม่ไปเสียสิ้น ต้องขอบคุณประสบการณ์ชีวิตที่สอนสั่งมาอย่างดี หลังจากวันที่รู้ความในใจของปุลวัชร เขาก็แสร้งทำว่าไม่รู้อะไรทั้งสิ้นเพื่อกลบเกลื่อนความตกใจ ไม่ได้ตกใจเรื่องที่ปุลวัชรมีรสนิยมทางเพศอย่างไรหรอกนะ แต่ตกใจที่อยู่ๆมีผู้ชายหน้าตาดีเหมือนพระเอกละครมาชอบเบ้าหน้าตลาดล่างแบบตนต่างหาก

“คิดอะไรพี่สม โดนหนักอีกล่ะสิ” วรจักรทำลายความเงียบหลังจากเห็นหัวหน้ากลับมานั่งหงอยที่โต๊ะทำงาน

“ปะ เปล่า”

“ดูหน้าก็รู้ ว่าไงครับพี่ คุณดลให้โจทย์อะไรมาอีก” อัครเดช พนักงานขายในทีมอีกคนส่งเสียงถาม ด้วยความเป็นกันเองทำให้รุ่นน้องสามารถพูดคุยกับสมการได้อย่างกันเอง

“ก็เรื่องเดิมๆ” สมการตอบสั้นๆและถอนหายใจ หลังจากคุณปวรรัชดลเข้ามากุมบังเหียนอย่างเต็มที่ไร้เงาพี่นิมิตร วิธีการทำงานต่างๆก็ถูกรื้อใหม่ทั้งหมด อันที่จริงแผนการคร่าวๆนั้นถูกร่างมาตั้งแต่หัวหน้าคนเก่ายังอยู่ แต่พอแกปลดเกษียนไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับทีมมันนี่

“ต่อไปนี้ให้ทางทีมมันนี่โทรหาลูกค้าโพเทนเชียล (Potential customers = ลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อ) นำเสนอตัวอย่างโปรแกรมและให้ทดลองใช้ 3 วัน”

“ห๊ะ แค่สามวัน ลูกค้าจะ...”

“แค่สามวันก็พอ แล้วหลังจากนั้นก็ให้โทรตามว่าอยากใช้งานเต็มรูปแบบเลยไหม ไม่ต้องรอสองอาทิตย์อีกแล้ว” ปวรรัชดลกำลังรื้อวิธีการทำงานแบบเก่าออกให้หมด ด้วยโปรแกรมทางการขายที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว หลังจากส่งเดโมทดลองใช้งานก็ควรติดตามผลโดยไว เขาต้องการลดเวลาตัดสินใจของลูกค้าลงจากช่วงทดลองใช้งาน 14 วันเหลือ 3 วัน

“เพราะลูกค้ารู้จักสินค้าอยู่แล้ว การที่เขาลงทะเบียนเข้ามาก็หมายความว่ามีความต้องการจะใช้งานเลย ต้องตัดเวลาทดลองใช้ลง ไม่อย่างนั้นอาจเอาไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งได้” ผู้จัดการคนใหม่ให้เหตุผล สมาชิกทุกคนจึงไม่มีใครโต้แย้ง

“แล้วต่อไปให้เซลล์ปิดการขายทันทีหลังจบการใช้งาน ไม่ต้องรออีก 7 วันแล้ว”

“ตะ แต่”

“ไม่มีแต่ครับคุณวรจักร ถ้าคุณให้เหตุผลมาได้ว่าทำไมต้องปล่อยลูกค้าให้คิดนานถึง 7 วันมาได้ ผมถึงจะยินดีรับฟัง” สมการส่งสายตาบอกให้ลูกน้องคนสนิทหยุดพูด เพราะรู้ดีว่าระบบการทำงาน 21 วันก่อนจะขายมันค่อนข้างล้าหลัง ลูกค้าที่ได้ทดลองใช้งาน 14 วันย่อมมีจุดอ่อนให้ลูกค้าเอาไปเปรียบเทียบกับระบบของคู่แข่ง มันยังนานมากพอที่จะให้ลูกค้าเอาไปต่อรองกับคู่แข่งเพื่อให้เพิ่มฟังชันก์การทำงานให้มากกว่าเดิมอีกด้วย ไหนจะต้องทิ้งเวลาอีก 7 วันหลังจากทดลองใช้และรับฟีดแบ็กเพื่อรอให้ลูกค้าตัดสินใจอีก มันจึงทิ้งช่วงนานเกินไปจนกลายเป็นโอกาสให้คู่แข่งชิงขายตัดหน้าไปก่อน

“พี่สมไม่น่าห้ามเลยวันนั้น” วรจักรบ่นไม่หยุด การทำงานเชิงรุกแบบนี้ทำให้งานยุ่งมากขึ้น ตอนนี้ทีมขายมีแค่ 4 คนถ้านับรวมสมการด้วย พวกเขาต้องโทรศัพท์หาลูกค้าไม่ต่ำกว่า 100 สายต่อวัน ทั้งเรื่องติดตามผลการใช้งาน ตกลงราคาและทำใบเสนอส่งให้ รวมไปถึงต้องไปสอนการใช้งานให้ลูกค้าใหม่อีก ...


#### ####

วันศุกร์หลังเลิกงาน...
             สองหนุ่มเดินลงจากรถยนต์คันหรูของปุลวัชรอย่างเหนื่อยล้า ทั้งคู่ต่างหมดเรี่ยวแรงเพราะทำงานหนักมาทั้งสัปดาห์แบบไม่มีพัก การงานที่ถาโถมยิ่งทำให้เลิกงานดึกดื่น เจ้าของบ้านนั้นยังพอมีเวลาพักบ้าง แต่รุ่นน้องกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อถึงบ้านก็จะทำกับข้าว เก็บกวาดความรกและสิ่งของที่สมการทิ้งไม่เป็นที่ ไหนจะเสื้อเชิ้ต ถุงเท้า แม้กระทั่งกางเกงในที่ถอดซุกไว้ใต้เตียง และอื่นๆอีกมากมาย

“โอ้โห บ้านพี่สมอย่างแจ่ม” วรจักรเดินตามสองหนุ่มเข้ามาในบ้านก็พบความแปลกตาที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน เมื่อวางถุงข้าวของที่ซื้อมาจากห้างใกล้ออฟฟิศไว้ที่ครัวก็เดินมานั่งโซฟาที่ขุ่นที่ตอนนี้ไร้ฝุ่นจับ ข้าวของที่เคยวางไม่เป็นที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างดี พื้นบ้านสะอาดสอ้านจนแทบไม่อยากเชื่อสายตา

“ตั้งแต่ไอ้ปุนมาอยู่ด้วยบ้านแม่งน่าอยู่ขึ้นเยอะ เจ๋งวะไอ้ปุน” อัครเดชเป็นอีกคนที่ตกใจเมื่อได้เห็นสภาพ เดิมทีพวกเขามักจะหาเรื่องสังสรรค์กันที่บ้านหัวหน้าตัวเองกันเดือนละครั้งอยู่แล้วเพราะทำเลดี ไม่ต้องห่วงว่าจะมีเมียหรือแม่มาบ่นเพราะเป็นบ้านของหนุ่มโสด แต่ก่อนนั้นจะมีก็แค่เรื่องความสกปรกเท่านั้นแหละที่เป็นปัญหา แต่มาครั้งนี้กลับพลิกผันอย่างไม่น่าเชื่อ

“เล็กน้อยพี่ พอดีผมไม่ชอบอะไรรกๆน่ะครับ” เด็กหนุ่มที่อยู่ในครัวตอบกลับ ประตูบานเลื่อนที่กั้นระหว่างสองห้องเปิดกว้างจนสามารถสนทนากันได้โดยไม่มีอะไรกั้น แขกที่คุ้นเคยก็ช่วยเหลือตัวเองตระเตรียมเครื่องดื่มและน้ำแข็ง

“พี่สม เสื่ออยู่ไหนวะพี่ จะเอาไปปูโต๊ะก่อนกันฝุ่น” วรจักรตะโกนถามเจ้าของบ้านที่สลัดคราบพนักงานออฟฟิศออกเหลือแค่กางเกงขาสั้นและเสื้อยืดย้วยๆเพิ่งเดินมาจากชั้นสอง

“ไม่รู้ว่ะ ถามปุนสิ” เจ้าของบ้านเข้ามาช่วยในครัว

“อยู่นี่ครับ” ปุลวัชรวิ่งมาหยิบเสื่ออย่างคล่องแคล่ว

“สรุปใครเป็นเจ้าของบ้านกันแน่วะเนี่ย” อัครเดชแซว ก่อนช่วยกันลำเลียงอุปกรณ์ไปนอกตัวบ้านที่เดิมทีเป็นที่ว่าง แต่พอปุลวัชรย้ายเข้ามาก็ปลูกหญ้าไว้จนเขียวชะอุ่ม แถมยังมีม้านั่งหินอ่อนประดับอีกด้วย ถ้าไม่ถูกสมการห้ามไว้ พื้นที่ตรงนี้จะต้องมีศาลาบังแดดอีกด้วย

“เอ้าชนโว้ย” เสียงเฮฮาดังขึ้นเมื่อต่างคนต่างกรึ่มเพราะฤทธิ์น้ำเมา เตาถ่านที่ร้อนระอุถูกรายล้อมด้วยหนุ่มๆสี่คนที่กำลังคีบเนื้อวางบนกระทะสีดำเพราะเศษอาหาร ในมือแต่ละคนถือทั้งตะเกียบและแก้วเหล้า งานสังสรรค์ขนาดย่อมของทีมมันนี่กำลังสนุกได้ที่ หมูกระทะในค่ำคืนที่ร้อนอบอ้าวไม่ทำให้แต่ละคนท้อถอย ปุลวัชรคอยคีบเนื้อที่สุกใส่จานหัวหน้าตัวเองอยู่ไม่ขาด ทั้งหมดไม่ได้หลุดรอดสายตาของวรจักรและอัครเดชไปได้ สองคนนี้เป็นกองเชียร์ลับๆของรุ่นน้องที่กำลังตามจีบหัวหน้าทีมอยู่ แต่ดูเหมือนคนโดนจีบจะซื่อบื้อจนมองไม่ออกถึงเรื่องนี้

RRRRRRRRRRrrrrrrrrrr

“ฮาโหล ครายวะ” เสียงเจ้าของบ้านเริ่มยานตอนที่สนทนากับสายเรียกเข้า ไม่นานก็เดินโซเซไปเปิดประตูรั้วบ้าน

“ใครมาน่ะพี่” ปุลวัชรเดินตามมาประคองร่างสูงโงนเงน ด้านนอกมีผู้ชายไม่คุ้นหน้ากำลังยืนอยู่ ท่าทางจะรุ่นราวคราวเดียวกับสมการเมื่อดูจากใบหน้า ในมือถือกระเป๋าบรรจุของจนเต็มแน่นไว้

“มึง กูขออยู่กับมึงสักพักได้ปะ”

“หืม ครายวะ” เจ้าของบ้านพูดอ้อแอ้โน้มหน้าไปมองคนมาหาระยะประชิดจนเด็กหนุ่มต้องดึงไว้ อีกนิดเดียวก็จะจูบปากกันแล้ว

“ไอ้สัส นี่มึงเมาขนาดจำกูไม่ได้เลยเหรอวะ”

“เออ ขอโทษนะครับไม่ทราบว่าพี่เป็นใครเหรอครับ” ปุลวัชรถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เพราะคนแปลกหน้าทำท่าจะรู้จักรุ่นพี่ของตนเป็นอย่างดี แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะแค่มาขอค้างวันสองวันแน่เพราะดูจากขนาดของกระเป๋าที่ถือมา

“อ๋อ น้องปุนใช่มั้ย ที่มาเช่าบ้านไอ้ปอนด์อยู่น่ะ”

“ใช่ครับ พี่เป็นเพื่อนพี่ปอนด์เหรอครับ พี่ปอนด์อยู่นิ่งๆ” เหมือนเจ้าของงานจะโงนเงนจนเกือบล้ม ปุลวัชรจึงโอบร่างสูงไว้และเปิดทางให้คนแปลกหน้าเดินเข้ามาข้างใน

“อ้าว นึกว่าใครมา สวัสดีครับพี่เชน” วรจักรยกมือไหว้บุรุษหนุ่มอย่างคุ้นเคย ตามมาด้วยอัครเดชที่ทักทายอย่างเป็นกันเอง

“ทะเลาะกับเมียมาอีกแล้วเหรอพี่”

“เออดิ ว่าจะมาขออยู่กับไอ้ปอนด์สักพัก ไม่รู้ว่าแม่งจะเมากันวันนี้ ไม่งั้นจะได้รีบมา” คนชื่อเชนเดินผ่านร่างของปุลวัชรกับสมการอย่างไม่ใยดี นั่งแทนที่เจ้าของบ้านและยังใช้อุปกรณ์เดิมของคนเมาอีกด้วย

“ไรวะพี่ ไหนคราวก่อนบอกว่าดีกันแล้วไงครับ”

“เออ วันก่อนมันดีไง แต่วันนี้ไม่ดี อย่าถามมาก เทมา” ชายหนุ่มผู้มาใหม่ยกแก้วเปล่าไปทางรุ่นน้องอย่างไม่เคอะเขิน ปุลวัชรลอบมองอย่างไม่วางใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เนื่องจากคนตัวสูงนี้กำลังทิ้งน้ำหนักมาทับตนมากขึ้นเรื่อยๆ

“อ้าวไอ้พี่สม เมาปลิ้นแล้วน่ะ”

“ท่าทางจะไม่ไหวแล้วพี่ เดี๋ยวผมพาขึ้นไปนอนก่อนนะ”

“เออๆ รีบไปรีบมาล่ะมึง” ปุลวัชรพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะลากร่างของสมการขึ้นไปที่ห้องนอนชั้นสอง

“ไม่อาวไม่นอน จาชนแก้ววววว”

“ชนแก้วอะไรล่ะครับ พี่เมามากแล้วนะ”

“ม่ายยยย เอิ๊กกกก” เสียงเรอดังลั่นก่อนที่เจ้าตัวจะผุดลุกพรวด “อุ๊ก”

“เห้ย พี่อย่าเพิ่งๆๆๆ ไปห้องน้ำก่อน” ปุลวัชรตกใจที่เห็นท่าไม่ดี ร่างสูงเวียนหัวโลกหมุนติ้วจนอยากขย้อน ผิดกับอีกคนที่ร้อนใจกลัวของเสียจะถ่ายออกทางปาก สองร่างต่างโงนเงนฉุดกระชากกันไปมาชนโน่นนี่จนเสียงโครมครามดังไปถึงข้างล่างเพียงเพื่อจะพาคนเมาไปอาเจียนในห้องน้ำเท่านั้น

“เป็นอะไรกันรึเปล่าวะ เสียงโครมครามเหมือนคนทะเลาะต่อยกัน”

“ต่อยอะไรล่ะครับ พี่ปอนด์เมาแต่ไม่ยอมนอนดีๆ ลุกพรวดจนต้องลากมาอ้วกเนี่ย” ปุลวัชรตอบอย่างไม่คำนึงคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง ร่างโย่งของเจ้าบ้านกำลังโก่งคอปล่อยอะไรต่อมิอะไรที่กินเข้าไปออกมาไม่ขาดสาย สามหนุ่มที่ตกใจรีบวิ่งขึ้นมาดูอย่างอุดจมูกเอาไว้แน่น

“งั้นมึงดูแลพี่สมไปเลยนะ พวกกูลงไปกินกันต่อละ” เสียงอู้อี้ของวรจักรดังขึ้น

“อ้าว พี่จักร ช่วยผมพาพี่ปอนด์ไปนอนก่อนสิครับ”

“ไม่เอาอะ เอ็งอยู่บ้านเดียวกันก็จัดการไปตามสบาย พวกกูขอตัว...ไปเถอะพี่เชน ทางนี้ให้ไอ้ปุนมันดูแลไป” วรจักรตบบ่ารุ่นพี่ที่รู้จักมาหลายปีอย่างคุ้นเคย ปุลวัชรได้แค่ถอนหายใจอย่างเอือมระอาและก้มไปลูบหลังคนเมาอย่างไม่นึกรังเกียจ

“เพิ่งเคยเห็นไอ้ปอนด์ยอมให้คนอื่นดูแลระยะประชิดเลยนะเนี่ย”

“นั่นสิพี่เชน ปกตินะ ต่อให้เมาเหมือนหมาต้องคลานสี่ขาขึ้นเตียงก็ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ แสดงว่าพี่สมไว้ใจไอ้ปุนมากนะเนี่ย” อัครเดชส่งเสียงสนับสนุน ประโยคนี้ทำให้เด็กหนุ่มที่ลูบแผ่นหลังกว้างเผลอยิ้มจนแก้มปริ

“จัดการซากพี่สมเสร็จแล้วตามลงไปนะ” วรจักรบอกรุ่นน้อง ... สมเสร็จเลยเหรอ สองคำนี้มาใกล้กันแล้วความหมายเปลี่ยนเลยแฮะ

             เมื่อวางร่างขนาดความสูง 184 เซ็นติเมตรลงบนเตียงอย่างทุลักทุเลจนเหงื่อไหลไคลย้อยแล้วก็สังเกตอาการอีกห้านาทีว่าจะต้องลากไปห้องน้ำอีกไหมจบลง ปุลวัชรจึงได้มีเวลานั่งมองใบหน้าเรียบเฉยของสมการอย่างใจเบิกบานพลางนึกถึงประโยคที่รุ่นพี่อย่างอัครเดชพูดทิ้งท้ายเรื่องพี่ปอนด์ยอมให้เขาดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่เหมือนกับแต่ก่อน

“เป็นแบบนี้แล้วผมจะหยุดความคิดได้ยังไงล่ะครับพี่ปอนด์ ผมอุตส่าห์บอกตัวเองว่าให้เลิกชอบพี่แล้วนะครับ แต่พี่รู้มั้ยว่ามันทำยากมาก พอได้ฟังที่พี่เดชพูดมันก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้มันเกินความสามารถผมไปเลย ผมชอบพี่ต่อได้มั้ยอะครับพี่ปอนด์ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรให้พี่ต้องอึดอัดเลย ขอแค่พี่อย่าทำตัวห่างเหินผมก็พอ” น้ำเสียงพร่ำเพ้อนั้นแผ่วเบาคล้ายกับรำพึงกับตัวเอง หากแต่ในใจก็คาดหวังให้คนที่นอนหลับสนิทได้รับรู้สิ่งที่ตนกำลังสับสนอยู่ไม่น้อย

“งื้อ ร้อน” คนเมาไม่พูดเปล่า สองมือเกาะแกะกับเสื้อผ้าจนรุ่นน้องต้องรีบวลวสห้ามให้วุ่น

“พี่ปอนด์ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมเปิดแอร์ให้”

“ร้อนโว้ย ร้อน” แค่เสี้ยววินาทีที่ละสายตา เสื้อยืดตัวย้วยกับกางเกงตัวยานก็ถูกถอดกองไม่เป็นที่ คนเมาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองนั้นไม่ได้ใส่กางเกงใน ร่างเปลือยเปล่าปรับท่านอนจนสบายตัวไม่สนใจความตะลึงของคนดูแลเลยแม้แต่น้อย

แก้ผ้าขนาดนี้ ผมถือว่าพี่อ่อยผมอยู่นะ ปุลวัชรคิดในใจพร้อมกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มือไม้สั่นไปหมดเมื่อเห็นภาพยั่วยวนนอนบนเตียง เด็กหนุ่มเผลอตัวมานั่งข้างๆอย่างทำใจให้นิ่งอย่างลำบาก หุ่นที่ลีนแต่ไม่ได้ผอมโซของสมการเผยสัดส่วนที่ลงตัว อะไรต่อมิอะไรที่นอนแน่นิ่งกลับชวนให้รุ่นน้องใจสั่น มือใหญ่ไม่อาจห้ามอาการสั่นเทาได้เมื่อเขยื้อนไปใกล้ใบหน้าที่หลับไหล ลมหายใจปล่อยไอร้อนพร้อมกลิ่นสาปของสิ่งที่ซดเข้าไป

คิ้วพี่ปอนด์หนาและสวยจัง จมูกก็โด่ง พอนอนแบบนี้แล้วตาดุๆก็ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย หืม...หนวดเริ่มยาวแล้วไม่รู้จักโกนต้องให้คอยกำกับเหมือนเด็ก ปุลวชัรยกยิ้มเมื่อสัมผัสแผ่วเบาทั่วใบหน้า ลำคอหนาครางแผ่วกรีดใจให้หวีดหวิว หน้าอกกระเพื่อมเป็นจังหวะส่งไออุ่นกับฝ่ามือที่ลูบไล้อย่างใจสั่น

ไม่อยากให้ใครมาเห็นพี่ในสภาพนี้เลย เด็กหนุ่มนึกกับตัวเองอย่างเห็นแก่ตัว ถึงแม้รุ่นพี่จะเป็นผู้ชายห่ามๆ หลังจากเห็นร่างเปลือยของกันและกันไปแล้ว หลังๆจึงไม่เหลือความอาย สมการเดินตัวเปลือยเปล่าไปมาในบ้านด้วยความเคยชินหลายต่อหลายครั้งโดยไม่สนใจเลยว่าปุลวัชรจะหน้าแดงหรือแอบเขินแถมยังต้องปั้นหน้าให้เป็นปกติขนาดไหนเพื่อปกปิดความคิดอกุศลของตัวเอง

“ฮื้อ เสียว...” มือหนาของคนเมาคว้าหมับเมื่อคนที่นั่งอยู่ไล้เรื่อยไปที่กล้ามอก ปุลวัชรตกใจแทบเป็นลมเพราะกลัวว่าเขาจะลืมตาและโวยวายจนคนอื่นๆพรวดพราดเข้ามาในห้องจนต้องชักมือออก จัดแจงสวมเสื้อผ้าที่เจ้าตัวถอดทิ้งไว้ป้องกันคนอื่นมาเห็นและรีบดึงผ้าห่มมาคลุมร่างสูงไว้ แอร์ในห้องนอนที่เพิ่งติดไม่นานมานี้เริ่มส่งไอเย็นๆ เมื่อพินิจใบหน้าไร้เดียงสาของคนที่หลับสนิทไม่นานก็ปิดไฟและเดินลงไปสมทบกับคนขี้เมาที่คุยกันอย่างออกรสที่ลานหน้าบ้านอีกที

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19
 :z3:


ทำไม ทำไม และทำไม

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2346
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
ถ้าพวกขี้เมา เมาหลับกันหมดแล้วล่ะก็....นะ.... :hao3:

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 579
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
เสน่ห์ร้าย นายขี้แพ้ – The Loser
ตอนที่ 9. เพื่อนสนิท...ควรคิดให้ซื่อ

“พี่เชนรู้จักกับพี่ปอนด์มานานแล้วเหรอครับ” หลังจากความเมาที่หายไปคืนกลับมา ปุลวัชรก็เริ่มเปิดปากคุยกับรุ่นพี่ที่เพิ่งรู้จัก

“ก็ตั้งแต่ปี 1 แล้วล่ะ ตอนนั้นมันเอ๋อยังไง ตอนนี้ก็ยังเอ๋อไม่เปลี่ยน” เพื่อนสนิทเจ้าของบ้านตอบอย่างอารมณ์ดี

“จริงพี่ เอ้าชน” วรจักรที่เมามายแทบไม่ได้สติยกแก้ว

“พวกพี่สนิทกันมากเลยเหรอครับ”

“ก็มากนะ เรียนด้วยกัน เป็นรูมเมตกัน เพิ่งแยกกันตอนพี่แต่งงานไปนี่แหละ” เด็กหนุ่มดีใจอย่างเงียบเชียบที่ได้ยินประโยคนี้ ความหึงหวงในใจหายวับ

“แต่พี่ก็หย่าแล้วนะไอ้พี่เชน ตอนนี้ก็เป็นพ่อมาลัยลอยไปลอยมา” เสียงเมาๆของอัครเดชทำให้เด็กหนุ่มหน้าบึ้งอีกครั้ง ทั้งที่ข่มใจไม่ให้หึงเรี่ยราดแล้วก็ตาม

“โอ๊ย จี้ใจกูว่ะ เอ้าชน” คนชื่อเชนพูด ทั้งสี่จึงยกแก้วมาชนก่อนกระดกของเหลวลงไป

“ว่าแต่ ทำไมไอ้ปอนด์มันยอมให้มึง – พูดมึงกูได้มั้ย พอดีกูถนัดแบบนี้”

“อ่า ได้ครับพี่”

“เออ นั่นแหละ ทำไมมันยอมให้มึงมาอยู่ด้วยวะ” เชนยังถามต่อ ตอนนี้เหมือนจะเมาแล้ว

“ก็ เอิ๊ก” วรจักรคนที่รู้ข้อมูลมากที่สุดคนหนึ่งแทรกขึ้น “พี่สมน่ะสิ สะดุดล้มไปชนไอ้ปุนจนหัวแตกและตัวเองต้องเข้าเฝือก”

“สมกับเป็นมัน ซุ่มซ่ามไม่เคยเปลี่ยน” เชนยิ้ม

“สมัยนั้นพี่ปอนด์มีแฟนเยอะมั้ยพี่” ปุลวัชรเปลี่ยนประเด็น เขาอยากรู้เรื่องของสมการมากกว่าจะเล่าที่มาที่ไปของการมาอยู่ด้วยกัน

“โอ๊ย ไอ้ปอนด์น่ะนะ มันจีบเป็นร้อย แต่แห้วเป็นพัน”

“ยังไงพี่”

“ก็มันเอ๋อๆไง จีบใครก็ไม่ติด จีบสาวก็ใช้แต่มุกแป้กๆเสี่ยวๆใครจะชอบ ชื่อเสียงเลื่องลือทั้งคณะ โสดตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่”

“โห น่าสงสาร” ปุลวัชรพึมพำ

“ถึงตอนนี้ กูกล้าพนันเลยนะว่ามันก็ยังโสด”

“ผมไม่พนันด้วยนะพี่ มีแต่เสียกับเสีย” อัครเดชที่เมาจนฟุบไปแล้วเงยหน้ามาพูดก่อนจะกลับไปอยู่ท่าเดิม

“เหล้าหมดแล้ว เดี๋ยวผมไปซื้อให้นะครับ” ปุลวัชรอาสา ยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างคนมีกำลังใจ

“ม่ายต้องแล้ว แค่นี้ก็เมาแล้ว กูไปอาบน้ำนอนดีกว่า” พี่เชนตบไหล่ปุลวัชรอย่างเป็นกันเองก่อนลากร่างอัครเดชและสะกิดวรจักรที่กำลังกรนให้ลุกไปนอนในตัวบ้าน ปล่อยให้เด็กหนุ่มที่เมาไม่ต่างกันเก็บเศษซากอยู่คนเดียวเงียบๆ

             ปุลวัชรไม่เคยโมโหอะไรเท่านี้มาก่อน การถูกปล่อยให้เก็บกวาดคนเดียวยังพอให้อภัย แต่การที่ถูกพี่เชนกับอัครเดชมาแย่งที่นอนมาเบียดบนเตียงกับพี่ปอนด์แบบนี้เขาทนไม่ได้ คนเมาทั้งสามไม่มีใครได้สติ ถึงแม้จะปลุกปล้ำลากทึ้งให้ลงไปนอนรวมตรงห้องรับแขกกับวรจักรก็ตามที ปกติแล้วสมการจะนอนฝั่งติดผนัง แต่ครั้งนี้ถูกคนเมามาแย่งจนมาชิดขอบเตียงฝั่งที่ปุลวัชรนอนทุกคืน ด้วยขนาดตัวที่เหมือนยักษ์กันทั้งหมด เตียงขนาดหกฟุตดูแคบลงถนัดตา เด็กหนุ่มถอนหายใจและระงับความขุ่นเคืองและปูที่นอนปิ๊กนิกกับพื้นห้อง กระชากหมอนจากคออัครเดชจนศีรษะกระทบเตียงดังตุบแต่ก็ยังไม่รู้สึกตัว

“พี่ปอนด์ๆๆมานอนตรงนี้มา” เด็กหนุ่มไม่ละความพยายาม เมื่อเขาไม่สามารถนอนบนเตียงกับคนที่ชอบได้ก็ต้องหาทางอื่น

“นอนหนายอ่า” เสียงคนเมางัวเงียถามอย่างหงุดหงิดเพราะความง่วง แต่ก็ผุดลุกทั้งๆที่ไม่ลืมตา

“ลงมานอนตรงนี้ครับ ค่อยๆหย่อนขามา นั่นแหละครับ นอนตรงนี้นะ เอาหมอนหนุนหน่อย” ปุลวัชรยิ้มกริ่มที่ได้เห็นว่าสมการทำตามเสียงพากย์ของตนอย่างว่าง่าย ผ้าห่มผืนบางถูกนำมาคลุมกายคนขี้เซา เมื่อทุกอย่างมืดมิด เด็กหนุ่มก็คว้าร่างสูงมาอยู่ในอ้อมกอดอย่างไม่เขินอาย ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เรามีความกล้ามากกว่าปกติเสมอ...


#### ####

“ไม่ได้ บ้านกูไม่ใช่โรงแรมนะที่มึงจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป” ตอนนี้นายสมการกำลังหงุดหงิดที่ตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวเพราะเมาค้างแถมยังมาเจอหน้าเพื่อนรักที่หายไปหลายเดือนเพราะติดเมียใหม่กลับมานั่งลอยหน้าลอยตานั่งร่วมโต๊ะกินข้าวในยามนี้

“กูไม่ได้ขอความเห็นจากมึง กูแค่บอกมึงว่ากูจะมาอยู่ด้วย มึงให้อยู่ไม่ให้อยู่ก็แล้วแต่ แต่กูจะอยู่”

“โว้ย ไอ้เชน ไอ้หน้าด้าน มึงนี่แม่งเอาแต่ใจแต่เด็กยันแก่”

“แก่พ่อง กูกับมึงก็อายุเท่ากันนะไอ้ปอนด์”

“สัส ไม่เกรงใจกูก็เกรงใจน้องปุนมันด้วย มันจ่ายค่าเช่านะเว้ย ถ้ากูอยู่คนเดียวว่าไปอย่าง” เจ้าของบ้านหาข้ออ้าง

“เออ มึงว่าไงไอ้ปุน ถ้ากูขออยู่ด้วยมึงโอเคมั้ย” เด็กหนุ่มผงะที่อยู่ดีๆบทสนทนามาพาดพิงเขาเสียได้

“อ่า เอ่อ” สายตานั้นส่งไปขอความช่วยเหลือจากสมการที่นั่งหัวฟูถือแก้วกาแฟดำอยู่บนเก้าอี้ในห้องครัว

“มึงไม่ต้องถามน้อง ถามกูนี่” สมการใช้สองนิ้วชี้ไปมาระหว่างตัวเองกับเพื่อนสนิท

“ถามมึง ยังไงคำตอบก็คือโอเค”

“โอเคพ่อง กูบอกว่าไม่ได้” เจ้าของบ้านตอบอย่างเหนื่อยหน่าย

“กูเพื่อนรักมึงนะไอ้สัสปอนด์ มึงจะไล่เพื่อนมึงได้ลงคอเหรอ เอาสิถ้ามึงไล่กู กูจะปล่อยคลิปที่มึงชูวู่ลงเน็ต”

“อะ ไอ้สัส ไหนมึงบอกว่ามึงลบไปแล้วไงวะ”

“ห๊ะ พี่ปอนด์เคย...” ที่ถามเพราะอยากเห็นคลิปหรอก

“พวกมึงหยุด เอาเป็นว่าตกลงให้กูอยู่นะ” เชนยิ้มยกอย่างคนมีชัย

“อะ ไอ้สัส มัดมือชกชัดๆ เออ จะอยู่ก็อยู่ แต่รอบนี้กูให้อยู่ไม่นานนะ”

“ขอบใจว่ะเพื่อน” ใบหน้านั้นยิ้มร่า โผไปกอดคอจนปุลวัชรแอบเคือง “มาๆกูหอมที”

“ไม่ได้ แยกๆ” เสียงนี้ไม่ได้มาจากสมการ แต่หากเป็นเสียงแข็งๆของเด็กหนุ่มที่ลุกพรวดมาแยกสองคนให้ออกห่างจากกัน

“อ้าว มึงหึงเหรอวะไอ้น้อง เสียใจว่ะ พวกกูเป็นผัวเมียกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว”

“ผัวเมียพ่อมึงสิไอ้เชน กูล่ะเบื่อข่าวบ้านี่ชิบ”

“ขะ ข่าวเหรอครับ ไม่ใช่ว่าพวกพี่...” ปุลวัชรหน้าเครียดแถมยังซีดเมื่อได้ยิน

“ฮ่าๆๆๆ น้องมึงแม่งหึงเก่งชิบหาย”

“มึงก็ไปแกล้งมัน” สมการพูดจบก็นึกได้ว่าทำไมตัวเองจะต้องรีบแก้ตัวด้วย

“เออๆ กูไม่แกล้งละ พวกกูไม่มีอะไรหรอก ไอ้เรื่องนั้นเป็นแค่ข่าวลือเฉยๆ ก็กูหล่อ (ปุลวัชรทำท่าเหมือนคนจะอ้วก) แต่ไอ้ปอนด์น่ะ มึงดูสารรูปมันเอานะ พวกกูสนิทกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน กูไปเดตยังต้องลากมันไปด้วย แถมมันยังโสดซิง 4 ปีรวด คนเค้าก็เลยนึกว่ามันกับกูน่ะเป็นผัวเมียกันไง แต่พวกแม่งเสือกไม่รู้ว่าไอ้ปอนด์มันแห้วแดก จีบใครก็วืด”

“ได้ทีใส่ไฟกูใหญ่เลยนะไอ้สัส”

“สรุปว่ามึงให้กูอยู่นะ” เชนถามย้ำอีกครั้ง

“เออ แต่มึงจะอยู่กี่วัน แล้วเมียมึงจะไม่มาตามอีกใช่มั้ยวะ”

“แค่ไม่กี่วันเอง มั้ง ... กูก็ไม่แน่ใจว่ะ แต่ที่แน่ใจคือคนนี้ไม่ตามแน่นอน เพราะไม่รู้จักมึง”

“เปลี่ยนเมียอีกแล้วเหรอวะ มึงนี่ใช้งานคุ้มเนาะ” ปุลวัชรเหลือบไปจ้องเป้าของคนที่ถูกพาดพิงโดยอัตโนมัติ

“ก็กูหล่อ สาวๆที่ไหนก็อยากได้ ว่าแต่มึงเถอะ เป็นแฟนไอ้ปุนแล้วเหรอวะ” คนถูกถามตอบอย่างไร้เยื่อใยแถมทิ้งระเบิดอีก

“แค่กๆ แฟนพ่อง แค่เพื่อนร่วมบ้านเว้ย” ปุลวัชรทำเสียง จิ๊ เบาๆ

“แค่เพื่อนเชี่ยอะไร นอนเตียงเดียวกันทุกคืนน่ะนะ”

“ก็ห้องแม่กูยังไม่เสร็จนี่หว่า ถ้าเสร็จแล้ว...” สมการนึกถึงสภาพตัวเองตื่นตอนเช้าและกอดกับรุ่นน้องจนต้องสะบัดหัวไปมา

“ถ้าห้องนั้นเสร็จให้พี่เชนอยู่ก็ได้นะครับ จะได้มีคนจ่ายค่าทำพื้น” ปุลวัชรรีบโพล่ง

“เออ ไอ้เดียดีว่ะ งั้นตามนี้ เดี๋ยวกูไปถามช่างก่อนว่าจะเสร็จวันไหน ช่วงนี้มึงตอนโซฟาไปก่อนนะ ซ่อมพื้นเสร็จแล้วมึงไปนอนห้องแม่กู จบ” พอสบโอกาสแก้เก้อ เจ้าของบ้านรีบตัดบท ถ้าไม่ทำอย่างนี้คงเสียเงินอีกโข

“อะ ไอ้...” เชนจนคำพูด ส่วนปุลวัชรได้แต่ยิ้มเยาะที่หาเรื่องประหยัดค่าใช้จ่ายให้เจ้าของบ้านได้หลายพัน

“แล้วพวกมึงจะไม่ตื่นกันใช่มั้ยห๊ะ” สมการตะโกนลั่นก่อนปาน้ำตาลก้อนไปยังร่างที่นอนนิ่งบนโซฟา วรจักรขยับตัวนิดหน่อยเพราะก้อนนั้นเข้าเบ้าตาพอดี ทางด้านอัครเดชที่สะลึมสะลือเดินลงมาจากชั้นสองพร้อมกันก็ผลอยหลับไปเช่นกัน

“พี่ปอนด์จะกินอะไรมั้ยครับเช้านี้” เด็กหนุ่มยิ้มกว้างถามคนที่อารมณ์เดือดอยู่

“อะไรก็ได้ครับ ปุนอยากทำอะไรพี่ก็กินได้หมด”

“เหี้ย มึงแม่งสองมาตรฐาน คุยกับกูใช้เสียงแง่งๆอย่างกับหมา พอคุยกับน้องใช้เสียงหล่อ ไอ้สัส ถ้าไม่รู้ว่ามึงหน้าม่อกูคิดจริงๆนะว่าพวกมึงเป็นผัวเมียกัน” เชนแซวพร้อมทำหน้าล้อเลียน

“อ้าว ไหนมึงบอกว่ามึงกับกูเป็นผัวเมียกันไง โถเมียจ๋า อย่างอนผัวนะจ๊ะ”

“งอนพ่อง” เชนชูนิ้วกลางให้ ก่อนหัวเราะลั่นทั้งสองคน ปล่อยให้ปุลวัชรยืนเหวอด้วยความหงุดหงิดที่เห็นเขาหยอกล้อกัน


#### ####

             ปวรรัชดลตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่ไม่คุ้นตาและล้มตัวลงนอนแทบจะทันทีที่พยายามลุกด้วยอาการปวดหัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สาเหตุมาจากการดื่มหนักเมื่อคืนเป็นแน่ หนุ่มใหญ่ใช้นิ้วนวดตามขมับเพื่อบรรเทาอาการแต่ก็ไม่เป็นผล นึกสมน้ำหน้าตัวเองที่ไม่เจียมสังขารยกแก้วซดโฮกฮากอย่างไม่คำนึงถึงตัวเองที่ห่างหายจากการดื่มมานานแล้ว

พรึ่บ!

ผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ถูกโยนมาปิดหน้า “เฮ้ยสายแล้วมึง ตื่นๆ”

“กี่โมงแล้ววะไอ้ภัทร” เขาถามภคภัทร์ เพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของบริษัทที่ตนทำงานอยู่ด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

“จะเที่ยงแล้ว”

“หืม” ปวรรัชดลลุกพรวดจนอาการปวดหัวแล่นจี๊ดจนต้องกัดฟันแน่น

“ปวดหัวเหรอวะ พารามั้ย”

“อืม ก็ดี” เขาหันไปมองนาฬิกาเรือนหรูที่วางไว้ข้างเตียงก่อนสบถ “ไอ้สัส เพิ่งเก้าโมง”

“ถ้ากูไม่บอกแบบนั้นมึงจะลุกเหรอ เอ้านี่กินก่อนแล้วไปอาบน้ำ” เจ้าของบ้านยื่นยาเม็ดสีขาวให้พร้อมแก้วน้ำก่อนหันไปเช็ดตัวที่เปียกปอนด้วยเม็ดน้ำเกาะพราวตามตัว

“มึงตั้งใจยั่วกูเหรอวะ”

“ยั่วขึ้นด้วยเหรอวะ เห็นกันมาตั้งแต่อายุไม่ถึงยี่สิบจนตอนนี้” ภคภัทร์เพิ่งรู้ว่าเพื่อนสนิทของตนเป็นเกย์เมื่อไม่นานมานี้ เพราะตนเป็นคนคาดคั้นว่าทำไมความสัมพันธ์ของเพื่อนผู้นี้กับลูกพี่ลูกน้องจึงไม่ราบรื่นเหมือนที่คิดไว้ ตอนแรกที่ได้รับรู้ก็ตกใจไม่น้อย แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้ซีอีโอหนุ่มหล่อและโสดอย่างภคภัทร์พยายามทำความเข้าใจและกลับมาคบปวรรัชดลได้อย่างสนิทใจเหมือนเดิม

“ถ้ายั่วขึ้นกูไม่นอนเฉยๆทั้งคืนหรอก แม่ง ถ้าลูกน้องมาเห็นสภาพมึงเกาไข่แบบนี้จะยังมีคนเคารพยำเกรงอีกมั้ยวะ”

“กูก็ไม่ได้เกาไข่ให้ใครเห็นนี่หว่า ว่าแต่มึงเถอะ จะมองไข่กูอีกนานมั้ย”

“ก็มึงยืนจังก้าอ้าขาเกาต่อหน้ากูขนาดนี้ จะให้กูบิดคอสามร้อยหกสิบองศาหนีเหรอวะ หลีกไปกูปวดเยี่ยว” ปวรรัชดลด่าเพื่อนสนิทอย่างออกรสก่อนลุกพรวดเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้คนโดนด่าหัวเราะอย่างพึงพอใจที่ได้ยั่วโมโหตนเองได้สำเร็จ

แม่ง ถ้าไม่ติดว่ามึงเป็นเพื่อนกูนะ ไอ้ภัทรเอ๊ย หนุ่มใหญ่ตีแกนกลางลำตัวที่ขยายตัวไปมาอย่างขัดใจ ทั้งที่เขามีใจให้กับลูกน้องหน้าซื่อชื่อสมการ แต่การถูกเพื่อนสนิทยั่วด้วยร่างกายเปลือยเปล่าแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยนะ

             มีหลายต่อหลายครั้งที่ปวรรัชดลคิดว่าซีอีโอหนุ่มหล่อระดับภคภัทรมีรสนิยมทางเพศเดียวกับเขา แต่หากไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าความเชื่อที่ก่อตัวมาอย่างยาวนานเป็นความจริง แน่นอนว่าการครองตัวเป็นโสดของผู้ชายที่เพียบพร้อมระดับนี้ย่อมไม่ธรรมดา แต่ใช่ว่าผู้ชายอายุ 40-50 ปีทุกคนจะมีคู่ ยิ่งปัจจุบันอัตราการหย่าร้างของไทยพุ่งขึ้นเกือบ 20% ในปี 2560 จึงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่จะครองตัวเป็นโสด

“แล้วเรื่องภาวดีจะเอาไงต่อวะ” เสียงพูดดังแว่วมาจากด้านนอก คนอยู่ในห้องน้ำไม่คิดจะตอบทันทีเพราะจิตใจยังคิดวาบหวามกับภาพเรือนกายเปลือยเปล่าของเพื่อนสนิทอยู่



ปุลวัชร ในจินตนาการของผู้แต่งครับ

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2346
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
เพื่อนสนิทชวนคิดไม่ซื่อจริงๆ นะ.  :laugh:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 579
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
เพื่อนสนิทชวนคิดไม่ซื่อจริงๆ นะ.  :laugh:

เพื่อนแบบนี้น่าคบนะครับ อิอิอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 579
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
เสน่ห์ร้าย นายขี้แพ้ – The Loser

ตอนที่ 10. แผนลวงแผนร้าย

     ยามสายของวันเสาร์ปุลวัชรเพิ่งจะว่างมานั่งดูเอกสารที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จก่อนช่วงบ่าย แม้จะเพิ่งเข้ามาทำงานไม่นาน แต่สิ่งที่บริษัทคาดหวังเอาไว้ก็สูงลิบ ต่อให้งานจะเยอะมากแค่ไหนชายหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะดูแลรุ่นพี่อย่างสมการ คนที่ยังคงเมาค้างและทำหน้าบูดนอนเป็นซากบนโซฟาสีแดงหม่น วรจักรและอัครเดชกลับไปแล้วตั้งแต่จบมื้อเช้า เจ้าของบ้านผู้ขี้เซาก็ลากสังขารไปอาบน้ำแล้วลงมานอนที่ห้องรับแขกเพราะไม่อยากเปิดแอร์หลายตัว ทั้งคู่จังอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมด้วยกันอย่างเงียบเชียบ ... เหมือนโลกนี้มีแค่สองคน แต่เปล่าเลย

“คร่อกกกก ฟี้...” เสียงกรนของคนตัวสูงเริ่มทำงาน เสื้อกล้ามสีเขียวสะท้อนแสงหลุดรุ่ยจนหัวนมสีเข้มโผล่มาอวดสายตาเด็กหนุ่มจนไม่มีสมาธิทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ ร่างสูงจึงลุกไปหยิบผ้าห่มผืนบางที่เก็บไว้อย่างดีมาคลุมกายให้ อย่างน้อยถ้าอะไรๆมันตุงขึ้นมาเพราะว่าหลับลึกปุลวัชรจะได้ไม่ต้องทนเขินจนไม่เป็นอันทำงานอีก

“ไอ้ปอนด์ อย่ากรน กูนอนไม่ได้” รุ่นพี่อีกคนที่เด็กหนุ่มพยายามมองเป็นอากาศปาหมอนไปฝั่งตรงข้ามจนคนนอนสบายสะดุ้งตื่นพรวด เด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้าไปห่มผ้าให้สะดุ้งเฮือกเพราะลืมไปว่ามีคนที่สามอยู่ในนี้ด้วย

“เชี่ยๆๆๆ อะไรวะ” หน้าตาตื่นตกใจเพราะถูกปลุกแบบนั้นชวนให้ขบขันจนปุลวัชรมองต้องยิ้มแทบหุบไม่ลง

“มึงไปนอนที่อื่นไป๊ แม่งกรนลั่นบ้าน กูนอนไม่หลับ” เชนโวยวาย ไม่ได้สนใจเลยว่ามีรุ่นน้องเฝ้ามองเหตุการณ์นี้อยู่

“ไล่กูยังกะเป็นเจ้าของบ้านเลยเนาะ” คนถูกปาหมอนด่าตาถลึง มองผ้าห่มผืนบางที่คลุมกายอย่างสงสัยแต่ก็ไม่พูดอะไร

“จะไม่ไปใช่มั้ย” เชนคำราม

“เออ กูจะนอนตรงนี้ มึงนอนไม่ได้ก็ไปนอนที่อื่น” สมการตอบอย่างไม่สนใจใยดีก่อนจะล้มตัวลงไปนอนอีกครั้ง

“เรื่องอะไรกูจะไป มึงนอนได้กูก็ต้องนอนได้” ปุลวัชรมองอย่างปลงตก สองคนนี้อายุรวมกันก็หกสิบกว่าแล้วนะ 

“หิวอะ มีอะไรกินบ้างไอ้ปุน” เด็กหนุ่มจิ๊ปากใส่พี่เชน ความจริงเขาชื่อปุ่น แต่ไม่รู้ว่าจำกันท่าไหนถึงลบไม้เอกออกจากชื่อไป

“มีอยู่ที่โต๊ะกับข้าวในครัวครับ” เด็กหนุ่มตอบ ยังไม่ทันได้พูดต่อก็มีอีกเสียงแทรกขึ้น

“มึงนี่นะ ตื่นมาก็หิว อยู่นิ่งๆก็นอน ไร้ประโยชน์ชิบ รีบกลับบ้านไปเลยปะ” สมการผุดนั่งและด่าเพื่อนสนิทที่นอนบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ปุลวัชรจึงลงไปนั่งกับพื้นพลางส่ายหน้ามองอย่างระอาใจ

“คำก็ไล่สองคำก็ไล่ ถามจริง ถ้ากูมีที่ไปกูจะมาหน้าด้านอยู่บ้านมึงมั้ย” เชนยอกย้อน

“อ่า... เอ่อ ก็จริง” สมการครุ่นคิดอยู่ไม่นานก็ปลงตกอีกคน

“เห็นมั้ย ขนาดมึงยังรู้เลย แล้วจะมาหน้าด้านไล่กูอยู่ได้ ไอ้เพื่อนไม่รักดี”

“เอ่อ น้องปุนครับ พี่ผิดใช่มั้ย” สมการทำหน้าเหรอหราหันมาถามรุ่นน้องที่พยายามกลั้นหัวเราะอย่างหนัก ส่วนคนชื่อเชนที่อาศัยจังหวะงุนงงได้เดินเกาตูดไปที่ห้องครัวเพื่อหาของกินราวกับว่าเป็นผู้ชนะ


#### ####

เช้าวันอาทิตย์

             เสียงเคาะพื้นห้องนอนชั้นสองดังขึ้นมาตั้งแต่เช้าจนสมการนอนต่อไม่ได้ ต้องตื่นมาพร้อมอาการหัวเสียและผมฟูฟ่องไม่เป็นทรงทำได้แค่ร้องฮึ่มด้วยความขัดใจ วันนี้ควรเป็นวันหยุดที่ได้พักผ่อนเต็มที่ ไม่ควรมีใครรบกวนอย่างหนักเช่นนี้

“ใครมาทำอะไรแต่เช้าวะ” เสียงงัวเงียของเชนก็ดังขึ้นมาจากข้างเตียง สามหนุ่มนอนอัดกันที่ห้องเดียวมาสองคืนแล้วโดยที่เพื่อนสนิทของเขาอาสานอนพื้นเพราะเด็กหนุ่มหน้าอ่อนยืนยันหนักแน่นว่าไม่ยอมเสียสละเตียงนุ่มให้อย่างเด็ดขาด (เพราะไม่อยากพลาดโอกาสนอนกอดหรือถูกอีกคนกอดตอนดึกๆ) และเชนก็ไม่ยอมนอนที่ห้องรับแขกเพราะโซฟานอนไม่สบายตัว

“ช่างมาทำห้องให้มึงไงไอ้สัส” สมการได้สติจึงตอบไป ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมน้องปุนถึงรีบให้คนงานเข้ามาตั้งแต่เช้า มองที่นอนว่างเปล่าข้างตัวก็ถอนหายใจออกมาให้กับความขยันของรุ่นน้อง

“หิวว่ะ กูลงไปหาอะไรกินดีกว่า” ว่าแล้วเชนก็ขว้างหมอน ผ้าห่มและฟูกนอนขึ้นบนเตียงจนปิดการมองเห็นสมการจนหมด แม้จะไม่ได้ออกแรงมากนักแต่คนโดนปาใส่หน้าก็รู้สึกเจ็บ

“ไอ้เชนไอ้สัส” ชายหนุ่มโวยวายก่อนตะกุยตะกายออกจากพันธนาการแล้ววิ่งหัวฟูลงไปด้านล่างทันที

             กลิ่นหอมของอาหารเช้าทำให้ท้องร้องอย่างห้ามไม่ได้ เชนยิ้มกว้างนั่งรอที่โต๊ะอาหารแล้วอย่างอารมณ์ดี สมการได้แต่เการักแร้ไปมามองเพื่อนซี้ด้วยสายตาเบื่อหน่าย ร่างสูงของเด็กหนุ่มตัวขาวหน้าหล่อยิ้มให้เขาทันทีที่สบตา สมการขยี้ตาเป็นการด่วนเนื่องจากไม่แน่ใจว่ามีขี้ตาเกาะอยู่ไหม

“ตื่นแล้วเหรอครับพี่ปอนด์ นั่งก่อนครับ กับข้าวใกล้เสร็จแล้ว” มองภาพปุลวัชรที่คาดผ้ากันเปื้อนแล้วก็แปลกๆ ไม่ชินยังไงไม่รู้

“อื้อ” ชายหนุ่มนั่งลงอย่างว่าง่าย จังหวะนี้ขออยู่ตรงข้ามไปคนหน้าไม่อายที่รีบลงมาเกาะขอส่วนบุญก่อนแล้ว “ใจคอมึงจะไม่แปรงฟันสักหน่อยเหรอวะ”

“แปรงทำไมวะ รสชาติยาสีฟันกลบรสชาติอาหารกันพอดี” เชนตอบอย่างไม่เก้อเขิน “ว่าแต่กู แล้วมึงทำไมไม่แปรง”

“ย้อนคำกูทำเชี่ยอะไร” สมการยู่หน้า ถลึงตาแบบคนถูกขัดใจ หน้าตาเหรอหราประมาณหมาปั๊กไม่มีผิด หากคนมองอย่างปุลวัชรกลับเห็นว่ามันเป็นภาพที่ช่างแสนน่ารักน่าฟัด ซึ่งก็ได้แต่คิดในใจ

“อย่าทะเลาะกันครับพี่ๆ อาหารพร้อมแล้ว” ชายหนุ่มรีบห้ามทัพและยกต้มจืดเต้าหู้หมูสับที่ส่งกลิ่นยั่วน้ำลายลงกลางโต๊ะ สมการเพิ่งสังเกตว่ามีเมนูอื่นวางอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ถึงแม้จะดูเรียบง่ายแต่หน้าตาท่าทานแทบทั้งนั้น

“น่ากินจัง” เชนสูดกลิ่นอาหารทุกจานและทำหน้าพริ้ม คิดไม่ผิดเลยจริงๆที่มาขออาศัยอยู่กับไอ้เพื่อนคนนี้

“ลองชิมดูนะครับ มีแต่กับข้าวง่ายๆ” ปุลวัชรนั่งลงข้างๆสมการพูดอย่างถ่อมตัว มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าตั้งใจทำทุกอย่างมากแค่ไหน ช่วงแรกๆที่เข้ามาอาศัยที่นี่นั้น เจ้าของบ้านไม่ยอมแตะต้องมื้อเช้าสักเท่าไหร่เพราะไม่ชิน พอนานไปก็เริ่มทานได้เยอะขึ้นแถมยังชมไม่ขาดปากว่ารสชาติอร่อยจนคนทำให้ยิ้มแก้มปริ

“ง่ายตรงไหนเนี่ย ไข่ม้วนยัดไส้ (จริงๆคือไข่เจียวญี่ปุ่นที่วางไส้ทีหลังแล้วม้วนง่ายๆ) ผัดบล็อกโครี่กุ้ง หมูกระเทียมและแกงจืด” เชนสาธยาย

“ต้มจืด” สมการขัดเพื่อน

“แกงจืด” เชนเถียง

“ต้มจืด แกงมันต้องใส่พริกปะ” เจ้าของบ้านไม่ยอมแพ้

“แต่บ้านกูเรียกแกงจืด อะไรใส่น้ำเค้าเรียกแกงหมดแหละ” เชนใช้ช้อนส่วนตัวตักซุปมาซด ปุลวัชรได้แต่มองแล้วระงับสติ

“แล้วทำไมไข่ต้ม มึงไม่เรียก แกงไข่ล่ะ” สมการยังเถียงต่อ

“มึงจะเถียงให้ชนะกูให้ได้ใช่มั้ย” เชนทำหน้าเข้ม ท่าทางไม่ยอมกัน

“เออ” สมการก็ไม่น้อยหน้า

“หยู๊ด พอก่อนครับ อย่าเพิ่งทะเลาะกันนะครับ จะต้มหรือจะแกงก็ช่างมันเถอะ ทานกันก่อนดีกว่านะครับ” ปุลวัชรยิ้มแห้งๆมองภาพหมาปั๊กกับบูลด็อกแยกเขี้ยวใส่กันราวกับเด็กสามขวบ ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าเขาไปตักต้มจืด(หรือแกงจืด)มาเพิ่มเป็นคนละถ้วยแล้ววางข้างตัวทั้งสองคนไว้แล้ว ขี้ฟันของพี่ปอนด์ยังพอไหวคนนี้ต่อให้เหม็นทั้งตัวก็บ่ยั่น แต่ของคนมาใหม่ เด็กหนุ่มขอไม่เสี่ยงละกัน... คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิดแหละ

“วันนี้มึงจะไปไหนปะ”

“ไม่ กูจะนอน” สมการตอบคำถามเพื่อน พวกเขาจับจองโซฟาคนละตัวหลังจบมื้อเช้าที่แสนวุ่นวาย ปุลวัชรก็ได้แต่หวังว่าทั้งคู่จะไม่ทะเลาะกันเหมือนเมื่อวานอีก

“งั้นดีเลย กูจะไปขนของที่บ้าน มึงไปช่วยกูหน่อยสิ”

“ไม่ เรื่องอะไรกูจะต้องไป บ้านมึงมึงก็ไปเองสิ บ้านก็มีอยู่มึงจะหนีมาอยู่บ้านกูทำไมวะ แล้วที่มึงขนมาก็อยู่ได้เป็นปีแล้วมั้ง”

“มึงนี่ขี้บ่นยังกะคนแก่”

“แก่พ่อง ถ้ากูแก่มึงก็แก่พอกันแหละ”

“พวกพี่ๆนี่กัดกันเก่งจังเลยนะครับ” ปุลวัชรแซวพลางถือจานของว่างเข้ามา

“เดี๋ยวๆๆๆไอ้ปุน พวกกูไม่ได้เป็นหมานะ” เชนหันขวับมองร่างที่ยืนถือจานผลไม้มาเสิร์ฟ “หูย น่ากินว่ะ มึงนี่แม่งสุดยอดไอ้ปุน ถ้าไม่บอกว่าเป็นน้องที่ทำงานไอ้เหี้ยนี่นะ กูคิดว่าพวกมึงเป็นผัวเมียกันซะอีก ดูแลทุกระดับประทับใจจริงๆ”

“แค่กๆ” สมการสำลักเมื่อได้ยินเพื่อนตัวดีโพล่งออกมาแบบไม่คิด คำพูดที่ได้ยินจากปากตอนอยู่เชียงใหม่ดังก้องในหูทันที

“โหพี่ ผมไม่มีมดลูก พี่สมคงอยากได้ผมหรอก” ปุลวัชรตอบติดตลกแก้เก้อ ทั้งที่ในใจรู้สึกหน่วงอย่างบอกไม่ถูก

“กูว่าถ้าคลำแล้วไม่มีหาง ไอ้ปอนด์คงไม่ขัด” เชนจิ้มก่อนเป็นคนแรก แม้ผ่านมื้อเช้ามาแล้วยังไม่มีทีท่าจะไปแปรงฟัน

“หางพ่อง” ว่าแล้วเจ้าของบ้านก็ยกฝ่าเท้าเกือบจะแนบใบหน้าเพื่อนสนิทที่ปากไม่ดี “กูไม่ใช่มึงนะ เต๊าะไม่เลือก”

“เสือก” นั่งไง ภาษาดอกไม้มาแล้ว

“ใจเย็นๆนะพี่ๆ” เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ คิดในหัวว่าทั้งสองคนไม่เบื่อบ้างเหรอที่ทะเลาะกันแทบตลอดเวลา

“สรุปมึงไม่ไป”

“เออ จะไปขนมาเพิ่มอีกทำไม ไหนมึงบอกกูว่าอยู่ไม่นานไง” สมการอิ่มเกินจะสนใจผลไม้ที่วางอยู่ เขาหันหลังนอนบนโซฟาและเกาตูดอย่างไม่อายสายตาคนอื่น

“อ้าว ไอ้นี่ มึงให้กูจ่ายค่าซ่อมห้องตั้งหลายพัน จะให้กูอยู่สองวันได้ไงวะ” เชนเริ่มโวยวายทั้งที่ของกินเต็มปาก

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ ใช่ว่ามึงเพิ่งจะมาสิงบ้านกูครั้งแรกซะที่ไหน รวมๆแล้วตั้งแต่จำได้กูว่านับรวมได้เป็นปีแล้วนะ เงินแค่นี้มึงไม่จนลงหรอก”

“ไอ้สัส งก”

“ถามจริงเถอะ ปกติมึงลื่นชนิดปลาไหลเรียกพ่อ ทำไมรอบนี้ถึงต้องหนีหัวซุกหัวซุนขนาดนี้ด้วยวะ” สมการถามสิ่งที่ปุลวัชรคิด

“มึงอยากรู้หรือแค่หาเรื่องไล่กูวะ”

“ทั้งสองอย่าง” สมการตอบเสียงเรียบ เพราะรู้สันดานของเพื่อนสนิทคนนี้เป็นอย่างดี ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายจริงๆคงไม่มาขลุกอยู่ที่บ้านตนแบบนี้

“พูดแล้วกูอยากขี้เหร่” เชนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง คนฟังกลอกตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย

“มึง กูขอแต่เนื้อ ไม่เอาน้ำ”

“สัส ชอบขัดกูจัง” เชนวางส้อมลงเสียทีหลังจากผลไม้พร่องไปเกือบหมดจาน ปุลวัชรมองสองหนุ่มตาปริบๆอย่างไร้ตัวตน

“ก็แม่ง กูไปพลาดมีอะไรกับรุ่นน้องที่ทำงาน แล้วน้องเค้าก็หอบผ้าหอบผ่อนมาบ้านกู ป่าวประกาศว่าเป็นเมียกู ป่วนกับเพื่อนร่วมงานจนกูทนไม่ได้” ชายหนุ่มเล่าแบบย่อๆ

“สมน้ำหน้า หวังจะฟันเค้าฟรีๆแล้วชิ่งหนีสินะ”

“ก็เออสิ” ปุลวัชรเบ้ปากเมื่อได้ยินคำตอบที่น่าเกลียดออกมาจากปากง่ายดาย “ดีนะที่น้องเค้าไม่รู้จักมึง กูเลยหาทางชิ่งออกมากบดานสักพัก”

“แล้วมึงจะรอดเหรอวะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงาน ยังไงก็เจอกันอยู่ดี”

“รอดดิ กูมีงานเข้าไซต์อาทิตย์นึง พอจะหลบหน้าได้อยู่” เชนแคะซอกฟันอย่างไม่เกรงใจใบหน้าเหยๆของเด็กหนุ่มที่หยุดการจิ้มผลไม้ขึ้นมาเข้าปาก ... ซกมกเลเวลเดียวกับพี่ปอนด์เลย แต่คนนี้เขารับไม่ได้

“แล้วทำไมมึงไม่ไปที่ไซต์เลยล่ะ จะมาหากูทำซากอะไร”

“คือ...” เชนมองหน้าปุลวัชรเชิงลำบากใจ เด็กหนุ่มมองกลับอย่างหงุดหงิดเพราะท่าทางนั้นบอกว่าขอคุยเป็นการส่วนตัว จะให้หน้าด้านนั่งฟังต่อก็คงไม่ดี เมื่ออยู่กันสองคนแล้ว เชนจึงขยับจากโซฟาตัวตรงข้ามมาคุกเข่าต่อหน้าเพื่อนสนิท

“มะ มึงจะทำอะไร” สมการถาม

“มึง กูหมดหนทางแล้วว่ะ น้องเค้าแม่งติดหนึบยิ่งกว่ากาวตราช้าง กูทั้งบอกดีๆ ไล่แรงๆก็ไม่ยอมไปจากกู เกาะติดยิ่งกว่าตังเมเข้าไปอีก กูเลยต้องมาหามึงนี่แหละ หวังพึ่งมึงเลย มึงต้องช่วยกูนะ” สมการเสียวสันหลังวาบ มาไม้นี้ทีไรไม่เคยจะเป็นเรื่องดี

“สรุปน้องเค้าเป็นกาวหรือตังเม”

“ตลกมากมั้ยไอ้สัส” เชนด่า “กูซีเรียสนะเว้ย”

“มึงก็ซีเรียสตลอด แล้วนี่มึงคิดจะทำอะไร” น้ำเสียงตอนถามมันดูสั่นไปหน่อย คงเพราะจิตอกุศลที่คิดนำหน้าไปแล้ว

“มึงแกล้งเป็นแฟนกูหน่อย” นั่น ... ไง ปลุวัชรกำหมัดแน่นแทบจะพุ่งออกจากห้องครัวมาห้าม

“ไม่” สมการตอบเสียงดัง ซื้อหวยงสดหน้าคงถูกรางวัลที่ 1 ซะแล้ว เมื่อสิ่งที่คิดไว้ดันเป็นจริง

“มึง ฟังกูก่อน แค่แกล้งไง กูให้มึงเป็นผัวก็ได้” หมายถึงแค่ในนามนะ

“ผัวพ่อง มึงสิ้นคิดถึงขั้นวางแผนนี้มาเนี่ยนะ ไปหาคนอื่นสิวะที่หน้าตาหล่อๆชวนให้เชื่อได้หน่อย”

“มึงคิดว่ากูไม่ลองเหรอ กูไปถามมาสามสี่คนแล้ว ไอ้พวกนั้นมีลูกมีเมียไปแล้วไง คนที่โสดไม่มีใครเอาด้วยเหลือแต่มึงคนเดียวแล้ว”

“ไอ้สัส นี่มึงหลอกด่ากูปะวะ” ว่าไม่มีใครเอา...

“เห้ยๆ มึงอย่าคิดมากสิไอ้ปอนด์ นะๆๆๆๆ ช่วยกูด้วย กูสัญญา ถ้าจบเรื่องนี้กูจะปรับปรุงตัวใหม่”

“กูคงเชื่อมึงลงหรอกนะ สันดานอย่างมึงน่ะไม่นานก็กำเริบ ไอ้จักรไง ไอ้เดชก็ได้”

“ไอ้จักรมันมีเมียแล้ว มันไม่ยอมช่วยหรอก ส่วนไอ้เดชมันคิดรายชั่วโมง กูถามแล้วสู้ราคาไม่ไหวว่ะ”

“เงินแค่ไม่กี่บาท มึงก็จ่ายๆไปสิ หรือไม่ก็แกล้งหาสาวๆมาเป็นแฟนเอา”

“บอกแล้วว่าคนนี้ไม่เหมือนคนอื่น กูเคยวานเพื่อนไปนั่งกินข้าวด้วยเฉยๆยังตามมาอาละวาดลั่นร้าน”

“สรุปมึงไม่เหลือใคร ว่างั้น” สมการกลอกตา “มึงมันชอบหาเรื่องใส่ตัวจริงๆไอ้สัส”

“เออ กูยอมรับ แต่ช่วยกูหน่อยเถอะ คนนี้กูไม่ไหวจริงๆว่ะ ยังกะโรคจิต แอบเอามือถือกูโทรไปด่าแฟนเก่ากู เมียเก่ากูก็ไม่เว้น แถมยังส่งรูปตอนกอดกันจูบกันไปให้ใครต่อใครรู้ว่ากูเป็นของเค้า มึงช่วยกูนะๆๆๆ”

“กูจะบ้าตาย มึงหาเรื่องให้กูตั้งแต่เด็กยันแก่” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เชนสร้างเรื่องว่าเป็นเกย์เพื่อบอกเลิกสาว เมื่อสลัดใครไม่ได้ต้องรบกวนเพื่อนๆเป็นประจำ สมการเองเคยช่วยอยู่ครั้งหนึ่งสมัยอยู่ปี 3 แถมยังต้องหอมแก้มโชว์จนเกิดกระแสคู่จิ้นจนทำให้หาแฟนไม่ได้จนกระทั่งเรียนจบ แต่คนอื่นที่ช่วยกลับแคล้วคลาด จบมามีลูกมีเมียแต่งงานกันหมด ใบหน้าเชนดูหมดทางเลือกเพราะดูท่าจะหาทางเลิกจนหมดมุกแล้ว ถ้าไม่ร้ายแรงจริงๆก็ไม่ต้องสร้างเรื่องนี้ขึ้นมาหรอก

“นะ พลีสสสสสสส” ทำเสียงแบ๊วอย่างน่าหมั่นไส้

“มึงไม่ต้องทำตาแบ๊ว เสียงหวาน กูขนลุก” ใช่ๆพี่ปอนด์อย่าไปยอม ... ปุลวัชรแอบเชียร์อยู่เงียบๆ

“มึงก็ตอบตกลงซะทีสิวะ รอบนี้มึงเป็นผัวด้วยนะ”

“กูจะไม่ทำเพราะได้เป็นผัวมึงนี่แหละไอ้สัส ได้กับมึงตกนรกยังดีกว่า... เออ เอาก็เอา มีแผนอะไรว่ามา”

โครม! เสียงกระแทกดังมาจากที่ไกลๆ สองหนุ่มที่คุยกันอยู่หันรีหันขวางโดยมีสมการวิ่งไปดูในห้องครัว

“แหะๆ ไม่มีอะไรครับพี่ปอนด์ พอดีผมสะดุดขาเก้าอี้ล้มเฉยๆ” ร่างของรุ่นน้องกองกับพื้นส่งรอยยิ้มแหยๆมาให้

“ล้มได้ไงเนี่ย เจ็บมากมั้ยครับ พี่ดูหน่อย” สมการรีบนั่งลงไปจับข้อเท้าพลิกไปมาจนแทบจะบิด “ไม่เจ็บใช่ไหม”

“ไม่เลยครับพี่ ไม่เลย” ปุลวัชรพยายามทำเสียงต่ำ อันที่จริงเขาไม่ได้ล้มหรอก แต่พอฟังบทสนทนาที่ชวนโมโหเลยกระแทกเก้าอี้กับโต๊ะกับข้าว ไม่นึกไม่ฝันว่าสมการจะรีบเข้ามาดูจึงต้องแอ็คติ้งสักหน่อย จะได้ไม่มีคนจับได้ว่าแอบฟังอยู่ตั้งแต่แรก



ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด