❤Cafe to be loved รอคุณ...มารักกัน❤ บทที่ 14 [21-06-21]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ❤Cafe to be loved รอคุณ...มารักกัน❤ บทที่ 14 [21-06-21]  (อ่าน 2471 ครั้ง)

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6403
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
สงสารพี่บูมหรือคุณเชฟดีละ ฮ่าาาาา

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0
สงสารใครก่อนดี :m20: :m20:

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • Easy Shop 4289
จุดนี้เราเชียร์พี่เซนเต็มที่เลย ^^

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
บทที่ 13


เช้าวันต่อมา ด้วยความกังวลว่ารุ่นพี่ของตนจะสร้างปัญหาให้คุณเชฟ ซีลจึงตื่นเร็วกว่าปกติ เขารีบอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันแล้วพุ่งตัวออกจากห้องไปเคาะประตูห้องข้างๆ ทันที

“พี่เซน ตื่นหรือยังครับ”

เซนที่กำลังทำอาหารเช้าอยู่ในครัวได้ยินเสียงเคาะประตูก็ปิดเตาแล้วเดินไปเปิดประตูให้ซีลเข้ามาในห้อง

“ทานข้าวมาหรือยังครับ พี่กำลังทำอาหารเลย ทานด้วยกันไหม”

ซีลได้กลิ่นหอมอร่อยของอาหารเช้าแบบอเมริกันเบรคฟาสท์ ก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที จึงพยักด้วยความยินดี แต่พอเดินตามคุณเชฟเข้ามาเรื่อยๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นรุ่นพี่ของตนนอนขดอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“ไปดูแลเขาเถอะ” เซนพูดเสียงเบาแล้วเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารต่อ

ซีลเดินไปยังโซฟาแล้วนั่งลงข้างๆ จากนั้นก็เขย่าแขนปลุกคนเมา “พี่บูมครับ เป็นยังไงบ้างครับ”

“อือ...” บูมค่อยลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย ก่อนหน้านี้เขาฝันไม่ค่อยดีนัก ฝันว่าซีลค่อยๆ เดินจากเขาไป ไม่ว่าจะเรียกเท่าไรก็ไม่หันกลับมา แต่พอได้ยินเสียงเรียกใกล้ๆ เขาก็เลือกที่จะหยุดวิ่งตามแล้วตื่นจากความฝัน “ซีล...เหรอ”

“ครับ ผมเอง” ซีลพยุงรุ่นพี่ลุกขึ้นนั่งบนโซฟา จากนั้นก็หยิบยาแก้แฮงค์ที่เริ่มหายเย็นบนโต๊ะส่งให้พี่บูม คงเป็นคุณเชฟที่เตรียมไว้ก่อนจะเข้าไปทำอาหารในครัว

ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย แต่พี่เซนก็ดูแลรุ่นพี่ของเขาเป็นอย่างดี แค่ความใส่ใจเล็กน้อยนี้ก็ทำเอาซีลยิ้มไม่หุบ

ซีลหันกลับไปมองร่างสูงที่กำลังทำอาหารอย่างตั้งใจ พี่เซนหันมายิ้มให้เขาพลางตอกไข่ด้วยมือเดียว

“มองอะไรน่ะ” บูมหันไปมองตามแล้วชะงักไป “คุณ...”

เขาจำได้ว่าคนคนนั้นอยู่กับซีลในงานเทศกาลเมื่อวันก่อน คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกันอีกครั้งในสถานการณ์แบบนี้

“ตื่นแล้วเหรอ งั้นก็มาทานอาหารเช้ากันครับ” เซนวางไข่ดาวลงในจานที่สามแล้วหยิบช้อนส้อมวางบนจานแต่ละใบ ซีลเห็นแบบนั้นก็รีบพยุงรุ่นพี่ไปที่โต๊ะอาหารทันที จากนั้นก็ไปช่วยคุณเชฟถือจานมาวางที่โต๊ะ เขาจำได้ว่าพี่บูมชอบไข่ดาวสุกจึงวางจานนั้นลงตรงหน้ารุ่นพี่

“ซีล พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เขาจำได้ว่าห้องซีลไม่ได้ตกแต่งแบบนี้ แม้ของตกแต่งในห้องจะคล้ายกันแต่ไม่ใช่ห้องซีลแน่นอน

“คือว่า...”

“เมื่อคืนคุณเมาหนักมาก ผมเห็นซีลเขาดูแลคุณไม่ไหวก็เลยให้คุณมานอนที่ห้องผมเอง” เซนตอบแล้วส่งซอสมะเขือเทศให้ซีล เขาจำได้ว่าเมื่อวานซีลบีบซอสใส่ไข่ดาว น่าจะชอบทานแบบนี้

ส่วนซีลที่อยู่ใกล้ซอสแมกกี้ก็ส่งขวดให้คุณเชฟทันที

บูมเห็นท่าทางรู้ใจอย่างเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ก็นิ่งไป ทานไปได้สักพักก็กล่าวคำขอบคุณคนแปลกหน้าที่ช่วยดูแลเขาอย่างดี “ขอบคุณที่ช่วยดูแลผมนะครับ”

“เรื่องแค่นี้เอง” เซนพูดยิ้มๆ จากนั้นก็ส่งทิชชู่ให้ซีลเช็ดปาก “กินเลอะเทอะอีกแล้ว”

“แหะๆ” ซีลรีบรับมาเช็ดปากทันที จากนั้นก็ก้มดูนาฬิกาข้อมือ เมื่อเห็นว่าใกล้แปดโมงเช้าก็เอ่ยถามคุณเชฟทันที “พี่เซนต้องรีบไปเปิดร้านหรือเปล่าครับ”

เซนตั้งใจจะเอ้อระเหยไปอีกสักพัก ไล่แขกแปลกหน้าไปจากห้องแล้วเดินไปร้านขนมพร้อมกับซีล แต่เขาก็รู้ดีว่าจะทำทุกอย่างตามที่คิดนั้นไม่ได้

ข้อแรกเขาต้องรีบไปเปิดร้าน ข้อที่สองซีลยังทานอาหารได้ไม่ถึงครึ่ง และข้อสามสภาพของรุ่นพี่ซีลจำเป็นต้องพักฟื้นอีกครู่ใหญ่กว่าจะไสหัวไปจากห้องของเขาได้ และเขาก็ไม่ใจร้ายพอที่จะออกปากไล่ด้วยตัวเอง

“อืม...พี่ต้องไปเปิดร้านแล้วจริงๆ งั้นฝากห้องพี่ด้วยนะครับ” เซนวางกุญแจห้องไว้ข้างมือซีล อย่างน้อยก็หาข้ออ้างให้อีกฝ่ายเอากุญแจมาคืนเขาได้ “ค่อยๆ ทานกันไปนะครับ”

“ผมรบกวนหรือเปล่า” บูมมองออกว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรจึงวางช้อนลง “อาการผมดีขึ้นแล้ว เราออกไปพร้อมกันเลยก็ได้”

“เอ่อ...” ซีลเองก็รู้สึกเกรงใจที่ต้องอยู่ในห้องต่อทั้งที่เจ้าของห้องออกไปทำงานจึงรีบกล่าว “ผมก็อิ่มแล้วครับ เดี๋ยวขอล้างจานแป๊บเดียว”

พูดจบร่างโปร่งก็รีบลุกขึ้นแล้วรวบจานของทุกคนเตรียมนำไปเก็บล้าง

“พี่ช่วยครับ” เซนไม่ปฏิเสธท่าทีของทั้งคู่ เขายิ้มบางแล้วช่วยซีลนำจานไปไว้ที่ครัว ส่วนคนที่เรี่ยวแรงไม่ค่อยจะมีนั้น แค่เอ่ยปากก็ถูกซีลดุทันที

“พี่บูมต้องนั่งพักครับ เดี๋ยวผมจัดการที่เหลือเอง”

“อืม...” บูมรับคำ เขารู้สภาพของตัวเองดีจึงได้แต่มองคนทั้งสองช่วยกันล้างจานอยู่ในครัวพร้อมกับความรู้สึกชาๆ ในอก

เมื่อวานเขานัดฟางออกมาเจอกัน และบอกเธอถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อซีล แม้ฟางจะไม่ร้องไห้ออกมา แต่บูมก็รู้ว่าเธอเสียใจที่ต้องเลิกกับเขา เขาเองก็รู้สึกไม่ดีที่ต้องทำร้ายผู้หญิงดีๆ อย่างฟาง

ก่อนหน้านี้อาจเพราะไม่รู้ใจตัวเอง เขาจึงทำทุกอย่างไปเพราะคิดว่าแฟนที่ดีต้องเป็นแบบนั้น แต่เมื่อรู้แล้วว่าคนที่เขาชอบคือซีล เขาก็ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของเธอได้อีก

เขาดื่มหนักเพียงเพราะต้องการลงโทษตัวเอง และเยียวยาความเสียใจที่ไม่อาจไขว้คว้าคนที่ชอบกลับมาได้ เขาขี้ขลาดเกินกว่าจะแย่งชิงมา เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาตอนที่ซีลชอบเขา เขาลำพองใจเกินไป คิดว่าสุดท้ายซีลก็ไม่มีวันไปจากเขา คิดไม่ถึงว่าวันที่รู้ใจตัวเอง สายตาที่เคยมองเขาจะกลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว

“กลับดีๆ นะครับพี่บูม”

บูมหันกลับมาหารุ่นน้องที่ยืนรอส่งเขาขึ้นแท็กซี่ จากนั้นก็มองเลยไปยังร่างสูงที่อยู่ด้านข้าง แม้ใบหน้าจะมีรอยยิ้มแต่แววตาคู่นั้นกลับมองเขาอย่างเย็นชา

ผู้ชายคนนี้ไม่ชอบเขา แต่เพื่อซีล คนคนนี้ถึงกับยอมดูแลคนแปลกหน้าเพียงเพื่อไม่อยากให้ซีลต้องเหนื่อยมากขึ้น

นับเป็นความใจกว้างที่เขาไม่มีวันมี หากเป็นเขาก็คงหาเรื่องทะเลาะกับซีลเพราะความหึงหวงไปแล้ว

“ฝากดูแลน้องผมด้วยนะ” บูมกล่าวคำพูดจากใจ จึงเห็นแววตาเปลี่ยนแปลงไปของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ทั้งอึ้งและแปลกใจ แต่ถึงอย่างนั้นคำพูดที่ตอบกลับมาก็หนักแน่นและจริงใจอย่างมาก

“วางใจได้ครับ ผมจะดูแลเขาให้ดีที่สุด”

“อืม” บูมรับคำแล้วก็ก้าวขึ้นแท็กซี่ไป เขาบอกคนขับถึงจุดหมายปลายทาง เมื่อรถเคลื่อนตัวออกมาเขาก็หันกลับไปมองด้านหลัง สองคนนั้นเดินเคียงข้างกันไปอีกทางอย่างมั่นคง เขาหวังว่าอนาคตของทั้งคู่จะไม่มีอุปสรรคใดๆ



.........................

เดินมาด้วยกันสักพักแต่ไม่เห็นท่าทีว่าซีลจะปลีกตัวออกไปหรือกลับห้องไปอย่างที่คิด เซนก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย

“พี่จะไปทำงาน นายน่ะจะไปไหน”

“ก็ไปช่วยทำงานสิครับ เมื่อวานรบกวนพี่เซนตั้งเยอะ วันนี้จะเป็นพนักงานให้พี่ใช้งานฟรีหนึ่งวัน” ซีลกล่าวอย่างภาคภูมิใจ เขาไม่รู้จะตอบแทนความใจดีของคุณเชฟอย่างไร อาหารเขาก็ทำไม่ได้เรื่อง จะให้เงินพี่เซนก็คงไม่รับ มอบของขวัญให้ ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชอบอะไร ดังนั้นเอาพลังงานอันล้นเหลือของตัวเองตอบแทนอีกฝ่ายก็แล้วกัน

“พี่ไม่ได้ช่วยเพราะอยากได้เรามาเป็นแรงงานสักหน่อย”

“ผมรู้ครับว่าพี่เซนใจดี เห็นคนทุกข์ยากย่อมไม่มีทางนิ่งดูดาย” ซีลยิ้มกว้างพลางพูดกับแมวน้อยในอ้อมแขน “ใช่ไหม ลูเซียก็คิดเหมือนกันโน๊ะ”

“เมี๊ยว ~ ”

เห็นหนึ่งคนหนึ่งแมวตอบรับกัน เซนก็อยากจะกล่าวเพิ่มอีกสักประโยค หากไม่ใช่เพราะซีล เขาคงโยนคนเมาทิ้งไว้ข้างทางไปแล้ว โชคดีที่ไม่ได้ทำแบบนั้น อย่างน้อยการดูแลคนรุ่นพี่ของซีลในครั้งนี้ก็ช่วยลดศัตรูลงหนึ่งคน

เขามองออกว่าอีกฝ่ายมีใจคิดไม่ซื่อกับซีล หากไม่ใช่เพราะคนข้างๆ เขาซื่อๆ อย่างนี้ ก็คงลงเอยกันไปนานแล้ว ไม่เหลือมาถึงเขาหรอก

ทั้งคู่เดินคุยกันไปถึงร้าน จากนั้นต่างคนก็แยกกันไปทำงานตัวเอง เซนเข้าครัวไปจัดเตรียมวัตถุดิบ ส่วนซีลก็เดินตามไลท์และแจนไปช่วยจัดเตรียมร้าน ยกเก้าอี้ เช็ดโต๊ะ รอต้อนรับลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

ตอนที่ซีลบอกว่าจะตอบแทน เซนคิดว่าคงมาแค่วันเดียว คิดไม่ถึงว่าซีลจะมาทุกวันจนแทบเป็นส่วนหนึ่งของร้านไปแล้ว โดยให้เหตุผลว่าอยู่หอเฉยๆ ก็ไม่ได้ทำอะไร ดังนั้นจึงมาช่วยงานที่ร้านถือว่าตอบแทนที่เขาช่วยสอนทำขนมไปด้วยเลย

“ให้ผมช่วยนะ นะครับ”

“ผมไม่เอาเงินหรอก ผมว่างมากนะ”

นานวันเข้าเซนก็เลิกปฏิเสธความช่วยเหลือนั้น เขาอนุญาตให้ซีลช่วยได้ และต้องรับเงินจากเขาเหมือนพนักงานพาร์ทไทม์ เพราะเขาไม่อยากเอาเปรียบอีกฝ่ายด้วยการทำงานฟรี

แต่นอกเหนือจากเรื่องงานเขาถือว่าเป็นอีกเรื่อง

“บะหมี่เกี๊ยวร้านนี้เปิดใหม่เราไปลองกินกันไหม”

เซนใช้โอกาสทุกวันหลังเลิกงานพาซีลไปทานของอร่อย บางวันก็ให้ซีลพาไป หรือไม่ก็ออกไปซื้อวัตถุดิบแล้วกลับมาทำอาหารทานกันเองที่ห้องของเขา

อย่างวันนี้ แค่ซีลยืนจ้องโฆษณาแกงส้มในโทรทัศน์ไม่วางตา เซนก็เดาความคิดของอีกฝ่ายได้ทันที ดังนั้นมื้อเย็นวันนี้ของพวกเขาจึงเป็นแกงส้มกุ้ง กับผัดผักแสนอร่อย

“อื้ม~ อร่อยมากเลยครับ” ดวงตาซีลเป็นประกาย เขาคิดถึงรสมือแม่ที่ทำเมนูนี้ให้เขาทานบ่อยๆ คิดไม่ถึงว่าคุณเชฟจะทำได้อร่อยเหมือนกันเลย

“อร่อยก็ทานเยอะๆ” เซนตักกุ้งใส่จานให้ซีล จากนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้บอกซีลถึงเรื่องที่เขาจะไปงานสัมมนาที่ต่างประเทศ เนื่องจากวันงานเลื่อนจากเดือนที่แล้วมาเป็นสัปดาห์นี้พอดี

แต่เรื่องนั้น ไว้ค่อยบอกหลังจากเรื่องสำคัญดีกว่า

“เดี๋ยวผมมานะครับ”

หลังทานอาหารเสร็จเรียบร้อยซีลก็ขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้อง แล้วจะกลับมานั่งดูฝนดาวตกด้วยกันที่ระเบียงพร้อมกับทานเค้กรูปฝนดาวตกที่คุณเชฟเตรียมไว้ให้

เซนก็เพิ่งรู้เมื่อช่วงบ่ายว่าวันนี้จะมีฝนดาวตก เพราะซีลนั่งอ่านข่าวช่วงเที่ยงแล้วเห็นข่าวนี้พอดี จึงหันมาถามเขาว่าเคยทำเค้กรูปดาวตกไหม

แน่นอนว่าปกติคนทั่วไปไม่มีใครนึกถึงเค้กรูปดาวตกหรอก อย่างไรก็เป็นแค่เส้นขีดแนวเฉียงหลายๆ เส้นเท่านั้น แต่เพื่อให้จินตนาการของซีลเป็นจริงเขาจึงใช้น้ำตาลไอซิ่งรูปดาวตกแต่งหน้าเค้กให้ดูเป็นดาวตกแบบการ์ตูน ทั้งน่ารักและน่าทาน

เซนอาบน้ำเสร็จก็มายืนรอซีลที่ระเบียง เขามองท้องฟ้าอย่างเฝ้ารอ พยากรณ์อากาศบอกว่าช่วงห้าทุ่มฝนดาวตกในรอบปีจะมาเยือน เซนเตรียมคำอธิษฐานไว้แล้ว รอเพียงคนในคำอธิษฐานมาถึงก็เท่านั้น

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับคนที่เขานึกถึงปรากฏตัวที่หน้าห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ฝนดาวตกมายังครับ”

“ยังเลย แต่เค้กพร้อมแล้วนะ”

“เยี่ยมเลยครับ!” รอยยิ้มของซีลกว้างขึ้น รีบเดินไปที่ระเบียงแล้วมองดูสถานที่โดยรอบที่ถูกตกแต่งไว้อย่างดี ทั้งเก้าอี้หวายน่านั่ง รวมไปถึงเค้กดาวตกน่าทานที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ

“เมี๊ยว”

ซีลก็สัมผัสได้ถึงเส้นขนอ่อนนุ่มถูไถออดอ้อนอยู่ที่เรียวขาของเขา จึงนั่งลงแล้วอุ้มแมวน้อยมาวางไว้บนตักพลางลูบขนนุ่มลื่นอย่างมีความสุข “ฮ้า~ สบายดีจัง”

เซนมองตามด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็อุ่นนมร้อนสำหรับซีลและกาแฟหนึ่งแก้วสำหรับตัวเอง คืนนี้เขาต้องการสติอย่างมากในการทำเรื่องสำคัญ ต่อให้ไม่นอนเลยก็ได้ แต่ต้องได้คำตอบที่แน่ชัดสำหรับความสัมพันธ์ของพวกเขา

เซนยื่นแก้วนมให้ซีลแล้วนั่งลงข้างๆ เฝ้ามองท้องฟ้าและรอคอยปรากฏการณ์ธรรมชาติไปพร้อมกัน

“พี่เซนเชื่อเรื่องคำอธิษฐานขอพรดาวตกไหมครับ”

เซนนึกถึงคราวก่อนที่ขึ้นชิงช้าสวรรค์ไปด้วยกันกับซีลก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ อีกฝ่ายก็พูดถึงตำนานเกี่ยวกับการส่งข้อความถึงคนบนฟ้า ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยถามเขาในลักษณะนี้

“พี่เชื่อ” เซนจิบกาแฟร้อนแล้ววางแก้วลง “และหวังว่าคำอธิษฐานในวันนี้จะเป็นจริง”

“ผมก็เหมือนกัน!” ซีลพูดยิ้มๆ จากนั้นก็หันไปมองท้องฟ้าด้วยดวงตาเป็นประกาย “อ๊ะ! มาแล้ว”

ซีลรีบประสานมือแล้วหลับตาอธิษฐานขอพรสามข้อ ข้อแรกขอให้พ่อกับแม่สุขภาพแข็งแรง จากนั้นก็ขอให้เพื่อนที่กำลังนั่งเครื่องบินเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย และข้อสุดท้ายอธิษฐานขอให้ร้านคุณเชฟขายขนมได้กำไรมากๆ ให้สมกับคุณภาพขนมทุกชิ้นที่พี่เซนตั้งใจทำ

ซีลลืมตาขึ้น หันไปหาร่างสูงที่ยังคงหลับตาอธิษฐานอยู่ ใบหน้านั้นยังคงดูดีเหมือนทุกครั้ง เพียงแต่ซีลไม่กล้ามองตรงๆ เท่าไรนัก โดยเฉพาะตอนที่อีกฝ่ายลืมตาและมองตรงมาที่เขาด้วยความอบอุ่น แต่ตอนนี้พี่เซนหลับตาอยู่ ดังนั้นเขาจึงเพลิดเพลินกับการเฝ้ามองอีกฝ่ายได้อย่างเต็มที่

พรึบ

เซนลืมตาขึ้นพร้อมกับหัวใจที่เตรียมพร้อมมาอย่างดี แม้ไม่แน่ใจนักว่าหัวใจที่กำลังเต้นแรงอยู่นี้เป็นเพราะตื่นเต้นหรือฤทธิ์กาแฟ แต่เขาก็พร้อมแล้วที่จะเอ่ยถามเรื่องสำคัญ

“พี่เซนขออะไรเหรอครับ” ซีลถามอย่างสนใจ เห็นร่างสูงตั้งใจอธิษฐานจะต้องเป็นเรื่องสำคัญมากแน่ๆ

เซนหันมาหาคนข้างๆ ที่มองเขาอย่างเฝ้ารอ ดวงตาคู่นั้นเพิ่มความกล้าในใจเขาให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก

“ซีลครับ”

“ครับ” ซีลยิ้มรับรอฟังคำตอบ

“พี่...” เซนจับจ้องแววตาคู่นั้นด้วยความคาดหวัง

“พี่ชอบซีลครับ”

“เรามา...คบกันไหม”





.....................................

ตอนหน้ามาลุ้นกับคำตอบของน้องซีลกันต่อค่ะ  :-[

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-8
รีบมาต่อน้าาา

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +71/-2
บทที่ 14



ซีลชะงักไป คิดไม่ถึงว่าฉากสารภาพรักแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง และยังเป็นคนที่เขาคาดไม่ถึงอย่างพี่เซนอีกด้วย

หัวใจของซีลเต้นแรงขึ้น ตรงกันข้ามกับสมองที่ขาวโพลน ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปเลยด้วยซ้ำ ท่ามกลางประโยคนับล้าน คำถามนี้ของพี่เซนไม่เคยอยู่ในความคิดของเขาเลย

ซีลเพิ่งจะหายจากอาการอกหัก ดังนั้นเขาคิดว่ายังเร็วเกินไปที่จะเปิดใจในตอนนี้ โดยเฉพาะคนแสนดีอย่างพี่เซน

หากวันหนึ่งเขาตั้งสติได้แล้วเข้าใจว่าความรู้สึกที่มีให้พี่เซนไม่ใช่ความชอบ แต่เป็นความอ่อนไหวในช่วงเวลาที่อ่อนแอ ถึงตอนนั้นไม่ใช่ว่าเขาต้องพูดประโยคทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายหรอกเหรอ

ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเขาไม่ควรเริ่มต้นความสัมพันธ์เชิงนั้นเลย...จะดีกว่าไหมนะ

“พี่เซน ขอบคุณที่ชอบผมนะครับ แต่ว่า...” ซีลลำบากใจที่จะพูดปฏิเสธจึงได้แต่ก้มหน้าแล้วลูบหัวลูเซียเพื่อขอความกล้าให้ตัวเอง

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จากสิบนาทีเป็นครึ่งชั่วโมง สุดท้ายเซนก็ยอมถอยกลับไปก้าวหนึ่ง

“พี่เข้าใจครับ”

แค่เห็นสีหน้าอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความลำบากใจเซนก็รู้คำตอบแล้ว “พี่อาจไม่ใช่คนที่ซีลต้องการในตอนนี้ แต่พี่หวังว่าสักวันหนึ่งซีลจะให้โอกาสพี่ได้เป็นคนคนนั้นของซีล”

“พี่เซน...”

“ไม่ต้องลำบากใจครับ” เซนยิ้มให้คนตรงหน้า เขาไม่ได้ยอมแพ้ แค่ยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง

การกระทำของเขาในวันนี้อาจหุนหันพลันแล่นเกินไปเพราะคิดว่าอีกฝ่ายใจตรงกัน แต่ถึงแม้ตอนนี้จะยังใจไม่ตรงกัน แค่ซีลได้รับรู้ความรู้สึกเขาแล้วไม่รังเกียจก็ถือเป็นสัญญาณดีที่จะพัฒนาความรู้สึกให้เติบโตต่อไปได้

“ผมขอโทษครับ”

เห็นรอยยิ้มนั้นซีลก็ยิ่งรู้สึกผิด เขามองเค้กดาวตกที่อีกฝ่ายตั้งใจทำเพียงเพราะเขาอยากกินยิ่งรู้สึกแย่ไปใหญ่ เหมือนเขาหลอกให้คุณเชฟมอบความรู้สึกดีๆ ให้ แต่ไม่อาจตอบรับความรู้สึกกลับไปได้

“ไม่เป็นไรครับ” เซนลูบหัวปลอบใจซีล แต่พอเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของอีกฝ่ายก็ดึงตัวมากอดไว้หลวมๆ แล้วลูบหลังปลอบประโลม “เรื่องความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ พี่ชอบซีลก็เป็นความรู้สึกของพี่เอง ซีลยังไม่ชอบพี่ก็ไม่ใช่ความผิดของซีลนะครับ อย่าโทษตัวเองนะ”

“ผม...” ซีลกำเสื้อของอีกฝ่ายแน่น เขาอยากมั่นใจว่าชอบพี่เซนจริงๆ แต่ตอนนี้เขาไม่มั่นใจเลย และไม่อยากให้พี่เซนต้องเสียใจกับคำตอบของเขา



คืนนั้นซีลผละออกจากอ้อมแขนของเซนแล้วขอตัวกลับห้องไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปที่คาเฟ่ทูบีเลิฟอีกเลย

ลูกค้าหลายคนเห็นแมวน้อยนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูร้านพลางมองไปด้านนอกอย่างใจจดใจจ่อก็ถ่ายภาพส่งต่อความประทับใจลงไอจี พร้อมติดแฮชแท็กร้าน ช่วงนี้จึงเต็มไปด้วยรูปลูเซียพร้อมกับแคปชั่นน่ารัก

‘ที่รัก...ฉันจะรอคุณอยู่ที่หน้าประตูร้านกาแฟตลอดไป’

แต่ถึงแม้รูปลูเซียจะเป็นที่พูดถึงมากแค่ไหนก็ไม่เท่าปาติซิเย่หนุ่มหล่อที่โผล่หน้าออกมาจากครัว แล้วกวาดตามองไปรอบๆ ราวกับมองหาอะไรบางอย่าง พอไม่พบแววตาคู่นั้นก็หลุบลง ดูเศร้ามากจนหลายคนที่แอบถ่ายภาพไว้อดสงสัยไม่ได้ว่าเชฟหนุ่มมองหาอะไร และตอนนี้เจอสิ่งนั้นหรือยัง

มีเพียงเซนเท่านั้นที่รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าสิ่งที่เขามองหาคือร่างสูงโปร่งที่มักจะเดินไปโต๊ะโน้นโต๊ะนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ตลอดหลายวันมานี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงา ทั้งที่รู้ว่าซีลหลบหน้าแต่เขาก็ยังคาดหวังว่าจะมีโอกาสได้พบอีกฝ่ายก่อนเดินทางไปต่างประเทศ

ไลท์สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามเจ้านายว่าทำไมพนักงานพาร์ทไทม์ดีเด่นอย่างซีลถึงหายหน้าหายตาไปสองวัน คิดว่าอีกฝ่ายคงมีธุระถึงไม่มา แต่ที่ผิดปกติคือเจ้านายของเขา ในเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มาแล้วจะมองหาไปทำไม

“วันนี้ฝากปิดร้านด้วยนะ” เซนบอกไลท์เพราะเขาต้องเดินทางไปขึ้นเครื่องตอนสองทุ่ม กระเป๋าก็ถือมาแล้ว ดังนั้นแค่นั่งแท็กซี่ไปสนามบินก็น่าจะทันเวลาก่อนปิดเกต “แล้วก็ขอบใจมากที่รับดูแลลูเซีย”

“เรื่องเล็กน้อยครับบอส ที่บ้านผมก็เลี้ยงแมวเหมือนกัน ลูเซียไปอยู่ด้วยแมวผมจะได้ไม่เหงา”

เซนลูบหัวแมวน้อยแล้ววางลงในกระเป๋าใส่แมว ป้องกันไม่ให้ลูเซียวิ่งตามเขาไป “เป็นเด็กดีนะลูเซีย เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”

“เมี๊ยว ~” แมวน้อยร้องเสียงเบาอย่างเชื่อฟังจากนั้นก็ขยับตัวนอนลงแต่ดวงตายังมองส่งร่างสูงที่เดินลากกระเป๋าเดินจากไป



..................

“เฮ้...นายไหวไม่เนี่ย” ชัทโบกมือไปตรงหน้าเพื่อนสนิทที่ขอบตาคล้ำราวกับคนไม่ได้หลับไม่ได้นอน “รู้งี้ไม่เรียกออกมาดีกว่า กลับไปนอนเถอะเดี๋ยวฉันไปส่งเอง”

“ไม่เป็นไร ได้ออกมาข้างนอกบ้างก็ดีเหมือนกัน"

ซีลอยู่กับตัวเองมาสองวันเต็ม เขาไม่กล้าไปหาคุณเชฟที่ร้าน แต่ก็อดคิดถึงอีกฝ่ายไม่ได้ จึงกดเข้าแฮชแท็กไอจีของร้านที่ลูกค้าถ่ายภาพบรรยากาศไว้ เผื่อว่าจะมีภาพของคุณเชฟโผล่มาให้เห็นบ้าง

บางภาพเป็นลูเซียนั่งมองถนนด้านนอกหลากหลายมุม แม้หลายคนจะเข้าไปเล่นกับเจ้าแมวน้อย แต่ลูเซียก็ยังยืนหยัดนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตู และบางภาพก็เป็นคุณเชฟโผล่มาจากมู่ลี่กั้นห้องแล้วมองออกไปด้านนอกราวกับเฝ้ารอใครบางคน

ซีลได้แต่ลูบภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกบีบรัดในอก

คิดถึง...แต่ก็ต้องหักห้ามใจไม่ไปพบ

เห็นเพื่อนจ้องหน้าจอด้วยท่าทางเหม่อลอย ชัทก็มองหาคนขับรถของที่บ้าน จะได้รีบพาเพื่อนรักกลับไปพักผ่อนเพราะดูแล้วท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไร เขากวาดตามองไปรอบๆ จนกระทั่งเห็นคนคุ้นเดินไปยังอาคารฝั่งตรงข้ามก็เอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ

“คุณเชฟ?”

“อืม...เรื่องคุณเชฟ” ซีลคิดว่าเพื่อนเดาออกจากสีหน้าของตัวเองก็บอกเล่าเรื่องหนักใจออกมา “เขาบอกชอบฉัน...แต่นายก็รู้ ฉันเพิ่งตัดใจจากพี่บูมได้ จู่ๆ ไปคบกับเขาก็ไม่ได้ไหม มันเหมือนฉันใจง่ายมากเลย ใครดีด้วยก็ชอบเขาไปหมด”

“เดี๋ยวๆ นายพูดถึงเรื่องอะไรเนี่ย”

“ก็...”

“คุณชายครับ!!” พนักงานขับรถของบ้านชัทวิ่งมาหาหน้าด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “ขอโทษด้วยครับที่ผมมาช้า”

“ไม่เป็นไร” ชัทส่งกระเป๋าให้คนขับรถจากนั้นยกแขนคล้องคอเพื่อนแล้วถามต่อ “เขาบอกชอบนาย ส่วนนายก็ปฏิเสธเขาเพราะยังไม่กล้าเริ่มต้นใหม่ และคิดว่าตัวเองตกหลุมรักง่ายเกินไป ฉันเข้าใจถูกไหม”

“อืม...”

“แล้วท่าทีของเขาเป็นยังไงตอนฟังคำตอบของนาย พยายามให้นายรับรัก หรือว่า...หดหู่ไปเลย”

“เขา...ปลอบใจฉัน” ซีลถอนหายใจ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ที่ปล่อยคนดีๆ อย่างพี่เซนไป “เขาบอกว่าความรู้สึกห้ามกันไม่ได้ ฉันยังไม่ชอบเขาก็ไม่ใช่ความผิดของฉัน”

“อืม...เป็นคนดีกว่าที่คิด” ได้ฟังแบบนั้นชัทก็รู้สึกสบายใจ ก่อนจะเอะใจกับภาพที่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ “แล้วทำไมเขาต้องบินไปต่างประเทศด้วยล่ะ หรือว่า...เขายอมแพ้เรื่องนายแล้ว”

“ต่างประเทศ?”

“อื้ม เมื่อกี้ฉันเพิ่งเห็นเขาถือกระเป๋าเดินไปทางเที่ยวบินขาออกนอกประเทศ”

ฟังจบซีลก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วกดโทรหาคุณเชฟทันที

(บริการฝากหมายเลขโทรกลับ...)

นิ้วเรียวกดโทรออกซ้ำ ขณะเดียวกันก็วิ่งไปยังอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศเผื่อว่าพี่เซนจะเดินเข้าไปไม่ไกลมากนัก

“พี่เซน!” ซีลตะโกนเรียกพลางมองหาร่างสูงท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่เห็นคุณเชฟแม้แต่เงา

“ไอ้ซีลอย่าแหกปากเสียงดัง!” ชัทเอามืออุดปากเพื่อนไว้แล้วลากตัวออกมาสงบสติอารมณ์ด้านนอก “ใจเย็นๆ หน่อย ฉันอาจมองคนผิดก็ได้ ตอนนี้เขาอาจจะอยู่ที่ร้านไม่ว่างรับโทรศัพท์นาย”

“แต่...พี่เซนไม่เคยปิดโทรศัพท์”

เห็นท่าทางเพื่อนเหมือนคนสติแตก ชัทก็รีบกดเข้าดูไอจีร้านทันทีว่ามีประกาศอะไรหรือไม่ ถ้าไม่มีแสดงว่าร้านเปิดปกติ และคุณเชฟนั่นก็ไม่ได้ลากกระเป๋าเดินทางไปไหน

แต่โชคร้ายที่คาเฟ่ทูบีเลิฟเพิ่งโพสต์ประกาศหยุดปิดร้านสามวัน

ชัทตบไหล่เพื่อนก่อนจะยื่นโทรศัพท์ของตนให้ “ดูเหมือนเขาจะเดินทางไปแล้วจริงๆ”

ซีลรับโทรศัพท์ของเพื่อนมาอ่านข้อความใต้ภาพ พออ่านจบก็ได้แต่นิ่งไป

จะมีเหตุผลอะไรทำให้คุณเชฟต้องปิดร้านและเดินทางออกนอกประเทศในช่วงเวลานี้...นอกจากเรื่องของเขา

“วันนี้ไปอยู่บ้านฉันดีกว่า ถ้าอยากดื่มอะไรก็บอก จะไวน์หรือวอดก้าก็มีให้นายเลือกทั้งนั้น”

“ฉันไม่ดื่ม...” ซีลคืนโทรศัพท์เพื่อน จากนั้นก็ผละไปอีกทาง กวาดตาดูเที่ยวเวลาขาออกของเที่ยวบินระหว่างประเทศ ช่วงเวลาห่างกันแค่ไม่กี่นาที มีเที่ยวบินออกเดินทางไปแล้วสามประเทศ ไม่ว่าจะประเทศไหนเขาก็ตามไปไม่ทันอยู่ดี

“ร้านหยุดแค่สามวัน คุณเชฟคงมีธุระสำคัญเดี๋ยวก็กลับมา อย่าคิดมาก ดูจากวันหยุดก็คงแค่เดินทางไปร่วมงานอะไรสักงาน แล้วก็กลับมานั่นแหละ นายก็รู้เดินทางข้ามประเทศใช้เวลาตั้งหลายชั่วโมง”

“ฉันรู้...” ซีลรู้ว่าเดี๋ยวคุณเชฟก็กลับมา เพียงแต่ไม่รู้ว่าช่วงเวลาเหล่านั้น...เขาจะทนไหวหรือเปล่า “และรู้ว่าตัวเองโง่มากจริงๆ”

“เลิกโทษตัวเองได้แล้วเพื่อน! ฉันว่านายลองใช้เวลาช่วงนี้คิดดูว่าจะเอายังไงต่อดีกว่า อยากไปต่อกับเขา หรือถอยออกมาเป็นแค่คนรู้จัก”

“อืม”

“ไปเถอะฉันหิวแล้ว!” ชัทลากคอเพื่อนกลับบ้านไปด้วยกัน อย่างน้อยกว่าดีกว่าปล่อยให้เพื่อนจอมคิดมากของเขาอยู่คนเดียวจนฟุ้งซ่านไม่ได้หลับไม่ได้นอน ข้าวปลาไม่กินแบบนี้

“แต่ฉันไม่หิว”

“ไม่หิวก็ต้องกิน นายอยากให้เขารู้สึกแย่เหรอ เวลาแค่สามวันนายก็โทรมเหมือนศพเดินได้ ถ้าเขาเห็นสภาพนายแล้วชอบไม่ลงล่ะ จะมาร้องไห้ฟูมฟายทีหลังฉันไม่ช่วยปลอบหรอกนะ”

“ปากคอเราะร้าย นายเป็นเพื่อนฉันจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันแน่”

ชัทยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจคำเหน็บแนมนั้น “เป็นเพื่อนที่ห่วงนายนี่ล่ะ อะไรดีๆ ก็อยากมอบให้ อะไรร้ายๆ ก็อยากช่วยขับไล่ไป ฉันพอจะดูออกว่าเขาเป็นคนดี ถ้านายพอจะรู้สึกดีกับเขาอยู่บ้างฉันก็สนับสนุนนะ ลองคบกันดูก็ไม่เห็นเสียหาย”

“ตอนฉันชอบพี่บูมไม่เห็นนายพูดแบบนี้เลย”

“ก็รุ่นพี่ของนายไม่ชัดเจนสักอย่าง ไม่ได้มองนายด้วยสายตาหวานเชื่อม ไม่ได้ใส่ใจว่านายชอบกระเพาะปลา ไปดูหนังก็ต้องสั่งมากินก่อนเข้าโรง ที่ผ่านมาฉันเห็นแค่นายที่ใส่ใจเขาอยู่ฝ่ายเดียว พยายามอยู่คนเดียว ถ้าวันหนึ่งคบกันจริงๆ ฉันกลัวว่านายจะเหนื่อยกับความรักจนสุดท้ายก็ไม่อยากมีอีก”

“...”

“แต่คุณเชฟของนายไม่เหมือนกัน ถึงนายจะไม่รู้ว่าเขาชอบ แต่คนรอบข้างมองเห็นท่าทีทั้งหมดที่เขามีต่อนาย ทั้งให้เกียรติ สุภาพ และใส่ใจทุกรายละเอียด จำตอนที่นายบอกว่าลืมกินข้าวกลางวันได้ไหม แล้วเขายกอาหารอุ่นร้อนมาเสิร์ฟพร้อมกับบราวนี่น่ะ พูดเลยว่าฉันประทับใจมาก คนธรรมดาทั่วไปแค่เอากล่องข้าวมาวางให้ฉันก็ขอบคุณมากแล้ว แต่เขาทำขนมให้นายเป็นพิเศษด้วย เพื่อนยาก เขาเห็นนายสำคัญมากนะ คนแบบนี้ไม่คว้าไว้ก็น่าเสียดาย”

เห็นเพื่อนนิ่งเงียบ ชัทก็ได้แต่พูดประโยคปิดท้ายด้วยความหวังดี “ฉันก็แค่พูดตามสิ่งที่เห็น สุดท้ายคนตัดสินใจก็คือนายนะซีล”

“อืม” ซีลพยักหน้ารับ พลางมองภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ที่เขากับพี่เซนถ่ายภาพร่วมกันบนชิงช้าสวรรค์ จากนั้นก็เลื่อนไปอีกภาพ เป็นภาพที่พวกเขาถ่ายด้วยกันก่อนหนังฉาย

แม้จะแสงในภาพจะสลัว แต่มืออุ่นที่กุมมือเขาไว้ไม่ยอมปล่อยก็ยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ

“พี่ชอบหนังเรื่องนี้ไหมครับ” ซีลจำได้ว่าเขาถามประโยคนั้นกับพี่เซน

“ชอบสิ” พี่เซนหันมามองเขา ทำให้ระยะห่างของพวกเขาใกล้เพียงแค่ฝ่ามือกั้น “ได้ดูกับซีล เรื่องอะไรก็ชอบทั้งนั้น”

ซีลจำสายตาคู่นั้นได้ พี่เซนพยายามบอกเขาอยู่ตลอดว่ารู้สึกดีกับเขา แต่ทุกครั้งก็มักเป็นเขาเองที่เลือกมองข้ามไป

“ซีลครับ”

“พี่ชอบซีลครับ”

“เรามา...คบกันไหม”

แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง และเป็นเขาเองที่ทำลายความคาดหวังนั้นด้วยคำขอโทษ



“เฮ้ยซีล! นายร้องไห้ทำไมเนี่ย!” เห็นเพื่อนนั่งเงียบน้ำตาไหล ชัทก็รีบหยิบทิชชู่ในรถเช็ดน้ำตาให้เพื่อนทันที “พวกนายยังไม่ทันคบกันก็ดราม่าอย่างกับเลิกกันแล้วเนี่ยนะ! ให้ตายสิ!”

“ฮึก ฉัน...ชอบเขามากเลย”

“บอกเขา ไม่ต้องมาบอกฉัน” ชัทพูดยิ้มๆ แล้วดึงเพื่อนขี้แงมากอดไว้แล้วลูบหัวเบาๆ

“อือ...ถ้าเขากลับมาฉันจะรีบบอกเขาเลย”

“ดีมาก รู้ใจตัวเองแล้วก็ก้าวเดินต่อไปนะ ฉันอยู่ข้างนายเสมอ”

“ขอบคุณนะ” ซีลกอดตอบเพื่อนด้วยความรู้สึกขอบคุณ ขอบคุณที่ชัทพูดเตือนสติ ไม่อย่างนั้นเขาคงจมอยู่กับความสับสนว่าความชอบของตนดูง่ายเกินไป จนสุดท้ายต้องยอมปล่อยมือจากคนที่ชอบมากๆ อย่างพี่เซนไป

ทั้งที่การตกหลุมรักใครสักคน ก็ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีไม่ใช่เหรอ

การที่เขามูฟออนจากพี่บูมเร็ว ไม่ได้แปลว่าความชอบของเขาไม่จริง แต่เป็นเพราะความชอบนั้นจบไปแล้ว ดังนั้นการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่กับอีกคนก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ขอแค่ชัดเจนกับความชอบนั้นอย่ากลับไปสับสนกับความรู้สึกที่ผ่านไปแล้วก็พอ

‘พี่เซนครับ รอผมก่อนนะ’






...............................

มาต่อแล้วค่าาาาาา บทนี้หลายอารมณ์หน่อยนะ เพราะซีลเองก็ยังใหม่กับความรัก เลยไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วคิดอย่างไรกับพี่เซนกันแน่ หากแค่หวั่นไหวเขาก็ไม่กล้าก้าวต่อไป เพราะกลัวว่านานเข้าความรู้สึกตัวเองคงจางลง และคนที่เสียใจก็คงเป็นพี่เซน

แต่ตอนนี้น้องมูฟออนได้แล้ว มาเอาใจช่วยน้องซีลกันน้าาาาา~

ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่ะ :กอด1: :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด