❤Cafe to be loved รอคุณ...มารักกัน❤ บทที่ 23 [09-01-22]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ❤Cafe to be loved รอคุณ...มารักกัน❤ บทที่ 23 [09-01-22]  (อ่าน 8237 ครั้ง)

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6319
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
สงสารพี่บูมหรือคุณเชฟดีละ ฮ่าาาาา

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
สงสารใครก่อนดี :m20: :m20:

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
จุดนี้เราเชียร์พี่เซนเต็มที่เลย ^^

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 13


เช้าวันต่อมา ด้วยความกังวลว่ารุ่นพี่ของตนจะสร้างปัญหาให้คุณเชฟ ซีลจึงตื่นเร็วกว่าปกติ เขารีบอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันแล้วพุ่งตัวออกจากห้องไปเคาะประตูห้องข้างๆ ทันที

“พี่เซน ตื่นหรือยังครับ”

เซนที่กำลังทำอาหารเช้าอยู่ในครัวได้ยินเสียงเคาะประตูก็ปิดเตาแล้วเดินไปเปิดประตูให้ซีลเข้ามาในห้อง

“ทานข้าวมาหรือยังครับ พี่กำลังทำอาหารเลย ทานด้วยกันไหม”

ซีลได้กลิ่นหอมอร่อยของอาหารเช้าแบบอเมริกันเบรคฟาสท์ ก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที จึงพยักด้วยความยินดี แต่พอเดินตามคุณเชฟเข้ามาเรื่อยๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นรุ่นพี่ของตนนอนขดอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“ไปดูแลเขาเถอะ” เซนพูดเสียงเบาแล้วเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารต่อ

ซีลเดินไปยังโซฟาแล้วนั่งลงข้างๆ จากนั้นก็เขย่าแขนปลุกคนเมา “พี่บูมครับ เป็นยังไงบ้างครับ”

“อือ...” บูมค่อยลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย ก่อนหน้านี้เขาฝันไม่ค่อยดีนัก ฝันว่าซีลค่อยๆ เดินจากเขาไป ไม่ว่าจะเรียกเท่าไรก็ไม่หันกลับมา แต่พอได้ยินเสียงเรียกใกล้ๆ เขาก็เลือกที่จะหยุดวิ่งตามแล้วตื่นจากความฝัน “ซีล...เหรอ”

“ครับ ผมเอง” ซีลพยุงรุ่นพี่ลุกขึ้นนั่งบนโซฟา จากนั้นก็หยิบยาแก้แฮงค์ที่เริ่มหายเย็นบนโต๊ะส่งให้พี่บูม คงเป็นคุณเชฟที่เตรียมไว้ก่อนจะเข้าไปทำอาหารในครัว

ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย แต่พี่เซนก็ดูแลรุ่นพี่ของเขาเป็นอย่างดี แค่ความใส่ใจเล็กน้อยนี้ก็ทำเอาซีลยิ้มไม่หุบ

ซีลหันกลับไปมองร่างสูงที่กำลังทำอาหารอย่างตั้งใจ พี่เซนหันมายิ้มให้เขาพลางตอกไข่ด้วยมือเดียว

“มองอะไรน่ะ” บูมหันไปมองตามแล้วชะงักไป “คุณ...”

เขาจำได้ว่าคนคนนั้นอยู่กับซีลในงานเทศกาลเมื่อวันก่อน คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกันอีกครั้งในสถานการณ์แบบนี้

“ตื่นแล้วเหรอ งั้นก็มาทานอาหารเช้ากันครับ” เซนวางไข่ดาวลงในจานที่สามแล้วหยิบช้อนส้อมวางบนจานแต่ละใบ ซีลเห็นแบบนั้นก็รีบพยุงรุ่นพี่ไปที่โต๊ะอาหารทันที จากนั้นก็ไปช่วยคุณเชฟถือจานมาวางที่โต๊ะ เขาจำได้ว่าพี่บูมชอบไข่ดาวสุกจึงวางจานนั้นลงตรงหน้ารุ่นพี่

“ซีล พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เขาจำได้ว่าห้องซีลไม่ได้ตกแต่งแบบนี้ แม้ของตกแต่งในห้องจะคล้ายกันแต่ไม่ใช่ห้องซีลแน่นอน

“คือว่า...”

“เมื่อคืนคุณเมาหนักมาก ผมเห็นซีลเขาดูแลคุณไม่ไหวก็เลยให้คุณมานอนที่ห้องผมเอง” เซนตอบแล้วส่งซอสมะเขือเทศให้ซีล เขาจำได้ว่าเมื่อวานซีลบีบซอสใส่ไข่ดาว น่าจะชอบทานแบบนี้

ส่วนซีลที่อยู่ใกล้ซอสแมกกี้ก็ส่งขวดให้คุณเชฟทันที

บูมเห็นท่าทางรู้ใจอย่างเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ก็นิ่งไป ทานไปได้สักพักก็กล่าวคำขอบคุณคนแปลกหน้าที่ช่วยดูแลเขาอย่างดี “ขอบคุณที่ช่วยดูแลผมนะครับ”

“เรื่องแค่นี้เอง” เซนพูดยิ้มๆ จากนั้นก็ส่งทิชชู่ให้ซีลเช็ดปาก “กินเลอะเทอะอีกแล้ว”

“แหะๆ” ซีลรีบรับมาเช็ดปากทันที จากนั้นก็ก้มดูนาฬิกาข้อมือ เมื่อเห็นว่าใกล้แปดโมงเช้าก็เอ่ยถามคุณเชฟทันที “พี่เซนต้องรีบไปเปิดร้านหรือเปล่าครับ”

เซนตั้งใจจะเอ้อระเหยไปอีกสักพัก ไล่แขกแปลกหน้าไปจากห้องแล้วเดินไปร้านขนมพร้อมกับซีล แต่เขาก็รู้ดีว่าจะทำทุกอย่างตามที่คิดนั้นไม่ได้

ข้อแรกเขาต้องรีบไปเปิดร้าน ข้อที่สองซีลยังทานอาหารได้ไม่ถึงครึ่ง และข้อสามสภาพของรุ่นพี่ซีลจำเป็นต้องพักฟื้นอีกครู่ใหญ่กว่าจะไสหัวไปจากห้องของเขาได้ และเขาก็ไม่ใจร้ายพอที่จะออกปากไล่ด้วยตัวเอง

“อืม...พี่ต้องไปเปิดร้านแล้วจริงๆ งั้นฝากห้องพี่ด้วยนะครับ” เซนวางกุญแจห้องไว้ข้างมือซีล อย่างน้อยก็หาข้ออ้างให้อีกฝ่ายเอากุญแจมาคืนเขาได้ “ค่อยๆ ทานกันไปนะครับ”

“ผมรบกวนหรือเปล่า” บูมมองออกว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรจึงวางช้อนลง “อาการผมดีขึ้นแล้ว เราออกไปพร้อมกันเลยก็ได้”

“เอ่อ...” ซีลเองก็รู้สึกเกรงใจที่ต้องอยู่ในห้องต่อทั้งที่เจ้าของห้องออกไปทำงานจึงรีบกล่าว “ผมก็อิ่มแล้วครับ เดี๋ยวขอล้างจานแป๊บเดียว”

พูดจบร่างโปร่งก็รีบลุกขึ้นแล้วรวบจานของทุกคนเตรียมนำไปเก็บล้าง

“พี่ช่วยครับ” เซนไม่ปฏิเสธท่าทีของทั้งคู่ เขายิ้มบางแล้วช่วยซีลนำจานไปไว้ที่ครัว ส่วนคนที่เรี่ยวแรงไม่ค่อยจะมีนั้น แค่เอ่ยปากก็ถูกซีลดุทันที

“พี่บูมต้องนั่งพักครับ เดี๋ยวผมจัดการที่เหลือเอง”

“อืม...” บูมรับคำ เขารู้สภาพของตัวเองดีจึงได้แต่มองคนทั้งสองช่วยกันล้างจานอยู่ในครัวพร้อมกับความรู้สึกชาๆ ในอก

เมื่อวานเขานัดฟางออกมาเจอกัน และบอกเธอถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อซีล แม้ฟางจะไม่ร้องไห้ออกมา แต่บูมก็รู้ว่าเธอเสียใจที่ต้องเลิกกับเขา เขาเองก็รู้สึกไม่ดีที่ต้องทำร้ายผู้หญิงดีๆ อย่างฟาง

ก่อนหน้านี้อาจเพราะไม่รู้ใจตัวเอง เขาจึงทำทุกอย่างไปเพราะคิดว่าแฟนที่ดีต้องเป็นแบบนั้น แต่เมื่อรู้แล้วว่าคนที่เขาชอบคือซีล เขาก็ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของเธอได้อีก

เขาดื่มหนักเพียงเพราะต้องการลงโทษตัวเอง และเยียวยาความเสียใจที่ไม่อาจไขว้คว้าคนที่ชอบกลับมาได้ เขาขี้ขลาดเกินกว่าจะแย่งชิงมา เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาตอนที่ซีลชอบเขา เขาลำพองใจเกินไป คิดว่าสุดท้ายซีลก็ไม่มีวันไปจากเขา คิดไม่ถึงว่าวันที่รู้ใจตัวเอง สายตาที่เคยมองเขาจะกลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว

“กลับดีๆ นะครับพี่บูม”

บูมหันกลับมาหารุ่นน้องที่ยืนรอส่งเขาขึ้นแท็กซี่ จากนั้นก็มองเลยไปยังร่างสูงที่อยู่ด้านข้าง แม้ใบหน้าจะมีรอยยิ้มแต่แววตาคู่นั้นกลับมองเขาอย่างเย็นชา

ผู้ชายคนนี้ไม่ชอบเขา แต่เพื่อซีล คนคนนี้ถึงกับยอมดูแลคนแปลกหน้าเพียงเพื่อไม่อยากให้ซีลต้องเหนื่อยมากขึ้น

นับเป็นความใจกว้างที่เขาไม่มีวันมี หากเป็นเขาก็คงหาเรื่องทะเลาะกับซีลเพราะความหึงหวงไปแล้ว

“ฝากดูแลน้องผมด้วยนะ” บูมกล่าวคำพูดจากใจ จึงเห็นแววตาเปลี่ยนแปลงไปของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ทั้งอึ้งและแปลกใจ แต่ถึงอย่างนั้นคำพูดที่ตอบกลับมาก็หนักแน่นและจริงใจอย่างมาก

“วางใจได้ครับ ผมจะดูแลเขาให้ดีที่สุด”

“อืม” บูมรับคำแล้วก็ก้าวขึ้นแท็กซี่ไป เขาบอกคนขับถึงจุดหมายปลายทาง เมื่อรถเคลื่อนตัวออกมาเขาก็หันกลับไปมองด้านหลัง สองคนนั้นเดินเคียงข้างกันไปอีกทางอย่างมั่นคง เขาหวังว่าอนาคตของทั้งคู่จะไม่มีอุปสรรคใดๆ



.........................

เดินมาด้วยกันสักพักแต่ไม่เห็นท่าทีว่าซีลจะปลีกตัวออกไปหรือกลับห้องไปอย่างที่คิด เซนก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย

“พี่จะไปทำงาน นายน่ะจะไปไหน”

“ก็ไปช่วยทำงานสิครับ เมื่อวานรบกวนพี่เซนตั้งเยอะ วันนี้จะเป็นพนักงานให้พี่ใช้งานฟรีหนึ่งวัน” ซีลกล่าวอย่างภาคภูมิใจ เขาไม่รู้จะตอบแทนความใจดีของคุณเชฟอย่างไร อาหารเขาก็ทำไม่ได้เรื่อง จะให้เงินพี่เซนก็คงไม่รับ มอบของขวัญให้ ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชอบอะไร ดังนั้นเอาพลังงานอันล้นเหลือของตัวเองตอบแทนอีกฝ่ายก็แล้วกัน

“พี่ไม่ได้ช่วยเพราะอยากได้เรามาเป็นแรงงานสักหน่อย”

“ผมรู้ครับว่าพี่เซนใจดี เห็นคนทุกข์ยากย่อมไม่มีทางนิ่งดูดาย” ซีลยิ้มกว้างพลางพูดกับแมวน้อยในอ้อมแขน “ใช่ไหม ลูเซียก็คิดเหมือนกันโน๊ะ”

“เมี๊ยว ~ ”

เห็นหนึ่งคนหนึ่งแมวตอบรับกัน เซนก็อยากจะกล่าวเพิ่มอีกสักประโยค หากไม่ใช่เพราะซีล เขาคงโยนคนเมาทิ้งไว้ข้างทางไปแล้ว โชคดีที่ไม่ได้ทำแบบนั้น อย่างน้อยการดูแลคนรุ่นพี่ของซีลในครั้งนี้ก็ช่วยลดศัตรูลงหนึ่งคน

เขามองออกว่าอีกฝ่ายมีใจคิดไม่ซื่อกับซีล หากไม่ใช่เพราะคนข้างๆ เขาซื่อๆ อย่างนี้ ก็คงลงเอยกันไปนานแล้ว ไม่เหลือมาถึงเขาหรอก

ทั้งคู่เดินคุยกันไปถึงร้าน จากนั้นต่างคนก็แยกกันไปทำงานตัวเอง เซนเข้าครัวไปจัดเตรียมวัตถุดิบ ส่วนซีลก็เดินตามไลท์และแจนไปช่วยจัดเตรียมร้าน ยกเก้าอี้ เช็ดโต๊ะ รอต้อนรับลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

ตอนที่ซีลบอกว่าจะตอบแทน เซนคิดว่าคงมาแค่วันเดียว คิดไม่ถึงว่าซีลจะมาทุกวันจนแทบเป็นส่วนหนึ่งของร้านไปแล้ว โดยให้เหตุผลว่าอยู่หอเฉยๆ ก็ไม่ได้ทำอะไร ดังนั้นจึงมาช่วยงานที่ร้านถือว่าตอบแทนที่เขาช่วยสอนทำขนมไปด้วยเลย

“ให้ผมช่วยนะ นะครับ”

“ผมไม่เอาเงินหรอก ผมว่างมากนะ”

นานวันเข้าเซนก็เลิกปฏิเสธความช่วยเหลือนั้น เขาอนุญาตให้ซีลช่วยได้ และต้องรับเงินจากเขาเหมือนพนักงานพาร์ทไทม์ เพราะเขาไม่อยากเอาเปรียบอีกฝ่ายด้วยการทำงานฟรี

แต่นอกเหนือจากเรื่องงานเขาถือว่าเป็นอีกเรื่อง

“บะหมี่เกี๊ยวร้านนี้เปิดใหม่เราไปลองกินกันไหม”

เซนใช้โอกาสทุกวันหลังเลิกงานพาซีลไปทานของอร่อย บางวันก็ให้ซีลพาไป หรือไม่ก็ออกไปซื้อวัตถุดิบแล้วกลับมาทำอาหารทานกันเองที่ห้องของเขา

อย่างวันนี้ แค่ซีลยืนจ้องโฆษณาแกงส้มในโทรทัศน์ไม่วางตา เซนก็เดาความคิดของอีกฝ่ายได้ทันที ดังนั้นมื้อเย็นวันนี้ของพวกเขาจึงเป็นแกงส้มกุ้ง กับผัดผักแสนอร่อย

“อื้ม~ อร่อยมากเลยครับ” ดวงตาซีลเป็นประกาย เขาคิดถึงรสมือแม่ที่ทำเมนูนี้ให้เขาทานบ่อยๆ คิดไม่ถึงว่าคุณเชฟจะทำได้อร่อยเหมือนกันเลย

“อร่อยก็ทานเยอะๆ” เซนตักกุ้งใส่จานให้ซีล จากนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้บอกซีลถึงเรื่องที่เขาจะไปงานสัมมนาที่ต่างประเทศ เนื่องจากวันงานเลื่อนจากเดือนที่แล้วมาเป็นสัปดาห์นี้พอดี

แต่เรื่องนั้น ไว้ค่อยบอกหลังจากเรื่องสำคัญดีกว่า

“เดี๋ยวผมมานะครับ”

หลังทานอาหารเสร็จเรียบร้อยซีลก็ขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้อง แล้วจะกลับมานั่งดูฝนดาวตกด้วยกันที่ระเบียงพร้อมกับทานเค้กรูปฝนดาวตกที่คุณเชฟเตรียมไว้ให้

เซนก็เพิ่งรู้เมื่อช่วงบ่ายว่าวันนี้จะมีฝนดาวตก เพราะซีลนั่งอ่านข่าวช่วงเที่ยงแล้วเห็นข่าวนี้พอดี จึงหันมาถามเขาว่าเคยทำเค้กรูปดาวตกไหม

แน่นอนว่าปกติคนทั่วไปไม่มีใครนึกถึงเค้กรูปดาวตกหรอก อย่างไรก็เป็นแค่เส้นขีดแนวเฉียงหลายๆ เส้นเท่านั้น แต่เพื่อให้จินตนาการของซีลเป็นจริงเขาจึงใช้น้ำตาลไอซิ่งรูปดาวตกแต่งหน้าเค้กให้ดูเป็นดาวตกแบบการ์ตูน ทั้งน่ารักและน่าทาน

เซนอาบน้ำเสร็จก็มายืนรอซีลที่ระเบียง เขามองท้องฟ้าอย่างเฝ้ารอ พยากรณ์อากาศบอกว่าช่วงห้าทุ่มฝนดาวตกในรอบปีจะมาเยือน เซนเตรียมคำอธิษฐานไว้แล้ว รอเพียงคนในคำอธิษฐานมาถึงก็เท่านั้น

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับคนที่เขานึกถึงปรากฏตัวที่หน้าห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ฝนดาวตกมายังครับ”

“ยังเลย แต่เค้กพร้อมแล้วนะ”

“เยี่ยมเลยครับ!” รอยยิ้มของซีลกว้างขึ้น รีบเดินไปที่ระเบียงแล้วมองดูสถานที่โดยรอบที่ถูกตกแต่งไว้อย่างดี ทั้งเก้าอี้หวายน่านั่ง รวมไปถึงเค้กดาวตกน่าทานที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ

“เมี๊ยว”

ซีลก็สัมผัสได้ถึงเส้นขนอ่อนนุ่มถูไถออดอ้อนอยู่ที่เรียวขาของเขา จึงนั่งลงแล้วอุ้มแมวน้อยมาวางไว้บนตักพลางลูบขนนุ่มลื่นอย่างมีความสุข “ฮ้า~ สบายดีจัง”

เซนมองตามด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็อุ่นนมร้อนสำหรับซีลและกาแฟหนึ่งแก้วสำหรับตัวเอง คืนนี้เขาต้องการสติอย่างมากในการทำเรื่องสำคัญ ต่อให้ไม่นอนเลยก็ได้ แต่ต้องได้คำตอบที่แน่ชัดสำหรับความสัมพันธ์ของพวกเขา

เซนยื่นแก้วนมให้ซีลแล้วนั่งลงข้างๆ เฝ้ามองท้องฟ้าและรอคอยปรากฏการณ์ธรรมชาติไปพร้อมกัน

“พี่เซนเชื่อเรื่องคำอธิษฐานขอพรดาวตกไหมครับ”

เซนนึกถึงคราวก่อนที่ขึ้นชิงช้าสวรรค์ไปด้วยกันกับซีลก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ อีกฝ่ายก็พูดถึงตำนานเกี่ยวกับการส่งข้อความถึงคนบนฟ้า ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยถามเขาในลักษณะนี้

“พี่เชื่อ” เซนจิบกาแฟร้อนแล้ววางแก้วลง “และหวังว่าคำอธิษฐานในวันนี้จะเป็นจริง”

“ผมก็เหมือนกัน!” ซีลพูดยิ้มๆ จากนั้นก็หันไปมองท้องฟ้าด้วยดวงตาเป็นประกาย “อ๊ะ! มาแล้ว”

ซีลรีบประสานมือแล้วหลับตาอธิษฐานขอพรสามข้อ ข้อแรกขอให้พ่อกับแม่สุขภาพแข็งแรง จากนั้นก็ขอให้เพื่อนที่กำลังนั่งเครื่องบินเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย และข้อสุดท้ายอธิษฐานขอให้ร้านคุณเชฟขายขนมได้กำไรมากๆ ให้สมกับคุณภาพขนมทุกชิ้นที่พี่เซนตั้งใจทำ

ซีลลืมตาขึ้น หันไปหาร่างสูงที่ยังคงหลับตาอธิษฐานอยู่ ใบหน้านั้นยังคงดูดีเหมือนทุกครั้ง เพียงแต่ซีลไม่กล้ามองตรงๆ เท่าไรนัก โดยเฉพาะตอนที่อีกฝ่ายลืมตาและมองตรงมาที่เขาด้วยความอบอุ่น แต่ตอนนี้พี่เซนหลับตาอยู่ ดังนั้นเขาจึงเพลิดเพลินกับการเฝ้ามองอีกฝ่ายได้อย่างเต็มที่

พรึบ

เซนลืมตาขึ้นพร้อมกับหัวใจที่เตรียมพร้อมมาอย่างดี แม้ไม่แน่ใจนักว่าหัวใจที่กำลังเต้นแรงอยู่นี้เป็นเพราะตื่นเต้นหรือฤทธิ์กาแฟ แต่เขาก็พร้อมแล้วที่จะเอ่ยถามเรื่องสำคัญ

“พี่เซนขออะไรเหรอครับ” ซีลถามอย่างสนใจ เห็นร่างสูงตั้งใจอธิษฐานจะต้องเป็นเรื่องสำคัญมากแน่ๆ

เซนหันมาหาคนข้างๆ ที่มองเขาอย่างเฝ้ารอ ดวงตาคู่นั้นเพิ่มความกล้าในใจเขาให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก

“ซีลครับ”

“ครับ” ซีลยิ้มรับรอฟังคำตอบ

“พี่...” เซนจับจ้องแววตาคู่นั้นด้วยความคาดหวัง

“พี่ชอบซีลครับ”

“เรามา...คบกันไหม”





.....................................

ตอนหน้ามาลุ้นกับคำตอบของน้องซีลกันต่อค่ะ  :-[

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
รีบมาต่อน้าาา

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 14



ซีลชะงักไป คิดไม่ถึงว่าฉากสารภาพรักแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง และยังเป็นคนที่เขาคาดไม่ถึงอย่างพี่เซนอีกด้วย

หัวใจของซีลเต้นแรงขึ้น ตรงกันข้ามกับสมองที่ขาวโพลน ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปเลยด้วยซ้ำ ท่ามกลางประโยคนับล้าน คำถามนี้ของพี่เซนไม่เคยอยู่ในความคิดของเขาเลย

ซีลเพิ่งจะหายจากอาการอกหัก ดังนั้นเขาคิดว่ายังเร็วเกินไปที่จะเปิดใจในตอนนี้ โดยเฉพาะคนแสนดีอย่างพี่เซน

หากวันหนึ่งเขาตั้งสติได้แล้วเข้าใจว่าความรู้สึกที่มีให้พี่เซนไม่ใช่ความชอบ แต่เป็นความอ่อนไหวในช่วงเวลาที่อ่อนแอ ถึงตอนนั้นไม่ใช่ว่าเขาต้องพูดประโยคทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายหรอกเหรอ

ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเขาไม่ควรเริ่มต้นความสัมพันธ์เชิงนั้นเลย...จะดีกว่าไหมนะ

“พี่เซน ขอบคุณที่ชอบผมนะครับ แต่ว่า...” ซีลลำบากใจที่จะพูดปฏิเสธจึงได้แต่ก้มหน้าแล้วลูบหัวลูเซียเพื่อขอความกล้าให้ตัวเอง

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จากสิบนาทีเป็นครึ่งชั่วโมง สุดท้ายเซนก็ยอมถอยกลับไปก้าวหนึ่ง

“พี่เข้าใจครับ”

แค่เห็นสีหน้าอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความลำบากใจเซนก็รู้คำตอบแล้ว “พี่อาจไม่ใช่คนที่ซีลต้องการในตอนนี้ แต่พี่หวังว่าสักวันหนึ่งซีลจะให้โอกาสพี่ได้เป็นคนคนนั้นของซีล”

“พี่เซน...”

“ไม่ต้องลำบากใจครับ” เซนยิ้มให้คนตรงหน้า เขาไม่ได้ยอมแพ้ แค่ยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง

การกระทำของเขาในวันนี้อาจหุนหันพลันแล่นเกินไปเพราะคิดว่าอีกฝ่ายใจตรงกัน แต่ถึงแม้ตอนนี้จะยังใจไม่ตรงกัน แค่ซีลได้รับรู้ความรู้สึกเขาแล้วไม่รังเกียจก็ถือเป็นสัญญาณดีที่จะพัฒนาความรู้สึกให้เติบโตต่อไปได้

“ผมขอโทษครับ”

เห็นรอยยิ้มนั้นซีลก็ยิ่งรู้สึกผิด เขามองเค้กดาวตกที่อีกฝ่ายตั้งใจทำเพียงเพราะเขาอยากกินยิ่งรู้สึกแย่ไปใหญ่ เหมือนเขาหลอกให้คุณเชฟมอบความรู้สึกดีๆ ให้ แต่ไม่อาจตอบรับความรู้สึกกลับไปได้

“ไม่เป็นไรครับ” เซนลูบหัวปลอบใจซีล แต่พอเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของอีกฝ่ายก็ดึงตัวมากอดไว้หลวมๆ แล้วลูบหลังปลอบประโลม “เรื่องความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ พี่ชอบซีลก็เป็นความรู้สึกของพี่เอง ซีลยังไม่ชอบพี่ก็ไม่ใช่ความผิดของซีลนะครับ อย่าโทษตัวเองนะ”

“ผม...” ซีลกำเสื้อของอีกฝ่ายแน่น เขาอยากมั่นใจว่าชอบพี่เซนจริงๆ แต่ตอนนี้เขาไม่มั่นใจเลย และไม่อยากให้พี่เซนต้องเสียใจกับคำตอบของเขา



คืนนั้นซีลผละออกจากอ้อมแขนของเซนแล้วขอตัวกลับห้องไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปที่คาเฟ่ทูบีเลิฟอีกเลย

ลูกค้าหลายคนเห็นแมวน้อยนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูร้านพลางมองไปด้านนอกอย่างใจจดใจจ่อก็ถ่ายภาพส่งต่อความประทับใจลงไอจี พร้อมติดแฮชแท็กร้าน ช่วงนี้จึงเต็มไปด้วยรูปลูเซียพร้อมกับแคปชั่นน่ารัก

‘ที่รัก...ฉันจะรอคุณอยู่ที่หน้าประตูร้านกาแฟตลอดไป’

แต่ถึงแม้รูปลูเซียจะเป็นที่พูดถึงมากแค่ไหนก็ไม่เท่าปาติซิเย่หนุ่มหล่อที่โผล่หน้าออกมาจากครัว แล้วกวาดตามองไปรอบๆ ราวกับมองหาอะไรบางอย่าง พอไม่พบแววตาคู่นั้นก็หลุบลง ดูเศร้ามากจนหลายคนที่แอบถ่ายภาพไว้อดสงสัยไม่ได้ว่าเชฟหนุ่มมองหาอะไร และตอนนี้เจอสิ่งนั้นหรือยัง

มีเพียงเซนเท่านั้นที่รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าสิ่งที่เขามองหาคือร่างสูงโปร่งที่มักจะเดินไปโต๊ะโน้นโต๊ะนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ตลอดหลายวันมานี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงา ทั้งที่รู้ว่าซีลหลบหน้าแต่เขาก็ยังคาดหวังว่าจะมีโอกาสได้พบอีกฝ่ายก่อนเดินทางไปต่างประเทศ

ไลท์สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามเจ้านายว่าทำไมพนักงานพาร์ทไทม์ดีเด่นอย่างซีลถึงหายหน้าหายตาไปสองวัน คิดว่าอีกฝ่ายคงมีธุระถึงไม่มา แต่ที่ผิดปกติคือเจ้านายของเขา ในเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มาแล้วจะมองหาไปทำไม

“วันนี้ฝากปิดร้านด้วยนะ” เซนบอกไลท์เพราะเขาต้องเดินทางไปขึ้นเครื่องตอนสองทุ่ม กระเป๋าก็ถือมาแล้ว ดังนั้นแค่นั่งแท็กซี่ไปสนามบินก็น่าจะทันเวลาก่อนปิดเกต “แล้วก็ขอบใจมากที่รับดูแลลูเซีย”

“เรื่องเล็กน้อยครับบอส ที่บ้านผมก็เลี้ยงแมวเหมือนกัน ลูเซียไปอยู่ด้วยแมวผมจะได้ไม่เหงา”

เซนลูบหัวแมวน้อยแล้ววางลงในกระเป๋าใส่แมว ป้องกันไม่ให้ลูเซียวิ่งตามเขาไป “เป็นเด็กดีนะลูเซีย เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”

“เมี๊ยว ~” แมวน้อยร้องเสียงเบาอย่างเชื่อฟังจากนั้นก็ขยับตัวนอนลงแต่ดวงตายังมองส่งร่างสูงที่เดินลากกระเป๋าเดินจากไป



..................

“เฮ้...นายไหวไม่เนี่ย” ชัทโบกมือไปตรงหน้าเพื่อนสนิทที่ขอบตาคล้ำราวกับคนไม่ได้หลับไม่ได้นอน “รู้งี้ไม่เรียกออกมาดีกว่า กลับไปนอนเถอะเดี๋ยวฉันไปส่งเอง”

“ไม่เป็นไร ได้ออกมาข้างนอกบ้างก็ดีเหมือนกัน"

ซีลอยู่กับตัวเองมาสองวันเต็ม เขาไม่กล้าไปหาคุณเชฟที่ร้าน แต่ก็อดคิดถึงอีกฝ่ายไม่ได้ จึงกดเข้าแฮชแท็กไอจีของร้านที่ลูกค้าถ่ายภาพบรรยากาศไว้ เผื่อว่าจะมีภาพของคุณเชฟโผล่มาให้เห็นบ้าง

บางภาพเป็นลูเซียนั่งมองถนนด้านนอกหลากหลายมุม แม้หลายคนจะเข้าไปเล่นกับเจ้าแมวน้อย แต่ลูเซียก็ยังยืนหยัดนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตู และบางภาพก็เป็นคุณเชฟโผล่มาจากมู่ลี่กั้นห้องแล้วมองออกไปด้านนอกราวกับเฝ้ารอใครบางคน

ซีลได้แต่ลูบภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกบีบรัดในอก

คิดถึง...แต่ก็ต้องหักห้ามใจไม่ไปพบ

เห็นเพื่อนจ้องหน้าจอด้วยท่าทางเหม่อลอย ชัทก็มองหาคนขับรถของที่บ้าน จะได้รีบพาเพื่อนรักกลับไปพักผ่อนเพราะดูแล้วท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไร เขากวาดตามองไปรอบๆ จนกระทั่งเห็นคนคุ้นเดินไปยังอาคารฝั่งตรงข้ามก็เอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ

“คุณเชฟ?”

“อืม...เรื่องคุณเชฟ” ซีลคิดว่าเพื่อนเดาออกจากสีหน้าของตัวเองก็บอกเล่าเรื่องหนักใจออกมา “เขาบอกชอบฉัน...แต่นายก็รู้ ฉันเพิ่งตัดใจจากพี่บูมได้ จู่ๆ ไปคบกับเขาก็ไม่ได้ไหม มันเหมือนฉันใจง่ายมากเลย ใครดีด้วยก็ชอบเขาไปหมด”

“เดี๋ยวๆ นายพูดถึงเรื่องอะไรเนี่ย”

“ก็...”

“คุณชายครับ!!” พนักงานขับรถของบ้านชัทวิ่งมาหาหน้าด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “ขอโทษด้วยครับที่ผมมาช้า”

“ไม่เป็นไร” ชัทส่งกระเป๋าให้คนขับรถจากนั้นยกแขนคล้องคอเพื่อนแล้วถามต่อ “เขาบอกชอบนาย ส่วนนายก็ปฏิเสธเขาเพราะยังไม่กล้าเริ่มต้นใหม่ และคิดว่าตัวเองตกหลุมรักง่ายเกินไป ฉันเข้าใจถูกไหม”

“อืม...”

“แล้วท่าทีของเขาเป็นยังไงตอนฟังคำตอบของนาย พยายามให้นายรับรัก หรือว่า...หดหู่ไปเลย”

“เขา...ปลอบใจฉัน” ซีลถอนหายใจ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ที่ปล่อยคนดีๆ อย่างพี่เซนไป “เขาบอกว่าความรู้สึกห้ามกันไม่ได้ ฉันยังไม่ชอบเขาก็ไม่ใช่ความผิดของฉัน”

“อืม...เป็นคนดีกว่าที่คิด” ได้ฟังแบบนั้นชัทก็รู้สึกสบายใจ ก่อนจะเอะใจกับภาพที่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ “แล้วทำไมเขาต้องบินไปต่างประเทศด้วยล่ะ หรือว่า...เขายอมแพ้เรื่องนายแล้ว”

“ต่างประเทศ?”

“อื้ม เมื่อกี้ฉันเพิ่งเห็นเขาถือกระเป๋าเดินไปทางเที่ยวบินขาออกนอกประเทศ”

ฟังจบซีลก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วกดโทรหาคุณเชฟทันที

(บริการฝากหมายเลขโทรกลับ...)

นิ้วเรียวกดโทรออกซ้ำ ขณะเดียวกันก็วิ่งไปยังอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศเผื่อว่าพี่เซนจะเดินเข้าไปไม่ไกลมากนัก

“พี่เซน!” ซีลตะโกนเรียกพลางมองหาร่างสูงท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่เห็นคุณเชฟแม้แต่เงา

“ไอ้ซีลอย่าแหกปากเสียงดัง!” ชัทเอามืออุดปากเพื่อนไว้แล้วลากตัวออกมาสงบสติอารมณ์ด้านนอก “ใจเย็นๆ หน่อย ฉันอาจมองคนผิดก็ได้ ตอนนี้เขาอาจจะอยู่ที่ร้านไม่ว่างรับโทรศัพท์นาย”

“แต่...พี่เซนไม่เคยปิดโทรศัพท์”

เห็นท่าทางเพื่อนเหมือนคนสติแตก ชัทก็รีบกดเข้าดูไอจีร้านทันทีว่ามีประกาศอะไรหรือไม่ ถ้าไม่มีแสดงว่าร้านเปิดปกติ และคุณเชฟนั่นก็ไม่ได้ลากกระเป๋าเดินทางไปไหน

แต่โชคร้ายที่คาเฟ่ทูบีเลิฟเพิ่งโพสต์ประกาศหยุดปิดร้านสามวัน

ชัทตบไหล่เพื่อนก่อนจะยื่นโทรศัพท์ของตนให้ “ดูเหมือนเขาจะเดินทางไปแล้วจริงๆ”

ซีลรับโทรศัพท์ของเพื่อนมาอ่านข้อความใต้ภาพ พออ่านจบก็ได้แต่นิ่งไป

จะมีเหตุผลอะไรทำให้คุณเชฟต้องปิดร้านและเดินทางออกนอกประเทศในช่วงเวลานี้...นอกจากเรื่องของเขา

“วันนี้ไปอยู่บ้านฉันดีกว่า ถ้าอยากดื่มอะไรก็บอก จะไวน์หรือวอดก้าก็มีให้นายเลือกทั้งนั้น”

“ฉันไม่ดื่ม...” ซีลคืนโทรศัพท์เพื่อน จากนั้นก็ผละไปอีกทาง กวาดตาดูเที่ยวเวลาขาออกของเที่ยวบินระหว่างประเทศ ช่วงเวลาห่างกันแค่ไม่กี่นาที มีเที่ยวบินออกเดินทางไปแล้วสามประเทศ ไม่ว่าจะประเทศไหนเขาก็ตามไปไม่ทันอยู่ดี

“ร้านหยุดแค่สามวัน คุณเชฟคงมีธุระสำคัญเดี๋ยวก็กลับมา อย่าคิดมาก ดูจากวันหยุดก็คงแค่เดินทางไปร่วมงานอะไรสักงาน แล้วก็กลับมานั่นแหละ นายก็รู้เดินทางข้ามประเทศใช้เวลาตั้งหลายชั่วโมง”

“ฉันรู้...” ซีลรู้ว่าเดี๋ยวคุณเชฟก็กลับมา เพียงแต่ไม่รู้ว่าช่วงเวลาเหล่านั้น...เขาจะทนไหวหรือเปล่า “และรู้ว่าตัวเองโง่มากจริงๆ”

“เลิกโทษตัวเองได้แล้วเพื่อน! ฉันว่านายลองใช้เวลาช่วงนี้คิดดูว่าจะเอายังไงต่อดีกว่า อยากไปต่อกับเขา หรือถอยออกมาเป็นแค่คนรู้จัก”

“อืม”

“ไปเถอะฉันหิวแล้ว!” ชัทลากคอเพื่อนกลับบ้านไปด้วยกัน อย่างน้อยกว่าดีกว่าปล่อยให้เพื่อนจอมคิดมากของเขาอยู่คนเดียวจนฟุ้งซ่านไม่ได้หลับไม่ได้นอน ข้าวปลาไม่กินแบบนี้

“แต่ฉันไม่หิว”

“ไม่หิวก็ต้องกิน นายอยากให้เขารู้สึกแย่เหรอ เวลาแค่สามวันนายก็โทรมเหมือนศพเดินได้ ถ้าเขาเห็นสภาพนายแล้วชอบไม่ลงล่ะ จะมาร้องไห้ฟูมฟายทีหลังฉันไม่ช่วยปลอบหรอกนะ”

“ปากคอเราะร้าย นายเป็นเพื่อนฉันจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันแน่”

ชัทยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจคำเหน็บแนมนั้น “เป็นเพื่อนที่ห่วงนายนี่ล่ะ อะไรดีๆ ก็อยากมอบให้ อะไรร้ายๆ ก็อยากช่วยขับไล่ไป ฉันพอจะดูออกว่าเขาเป็นคนดี ถ้านายพอจะรู้สึกดีกับเขาอยู่บ้างฉันก็สนับสนุนนะ ลองคบกันดูก็ไม่เห็นเสียหาย”

“ตอนฉันชอบพี่บูมไม่เห็นนายพูดแบบนี้เลย”

“ก็รุ่นพี่ของนายไม่ชัดเจนสักอย่าง ไม่ได้มองนายด้วยสายตาหวานเชื่อม ไม่ได้ใส่ใจว่านายชอบกระเพาะปลา ไปดูหนังก็ต้องสั่งมากินก่อนเข้าโรง ที่ผ่านมาฉันเห็นแค่นายที่ใส่ใจเขาอยู่ฝ่ายเดียว พยายามอยู่คนเดียว ถ้าวันหนึ่งคบกันจริงๆ ฉันกลัวว่านายจะเหนื่อยกับความรักจนสุดท้ายก็ไม่อยากมีอีก”

“...”

“แต่คุณเชฟของนายไม่เหมือนกัน ถึงนายจะไม่รู้ว่าเขาชอบ แต่คนรอบข้างมองเห็นท่าทีทั้งหมดที่เขามีต่อนาย ทั้งให้เกียรติ สุภาพ และใส่ใจทุกรายละเอียด จำตอนที่นายบอกว่าลืมกินข้าวกลางวันได้ไหม แล้วเขายกอาหารอุ่นร้อนมาเสิร์ฟพร้อมกับบราวนี่น่ะ พูดเลยว่าฉันประทับใจมาก คนธรรมดาทั่วไปแค่เอากล่องข้าวมาวางให้ฉันก็ขอบคุณมากแล้ว แต่เขาทำขนมให้นายเป็นพิเศษด้วย เพื่อนยาก เขาเห็นนายสำคัญมากนะ คนแบบนี้ไม่คว้าไว้ก็น่าเสียดาย”

เห็นเพื่อนนิ่งเงียบ ชัทก็ได้แต่พูดประโยคปิดท้ายด้วยความหวังดี “ฉันก็แค่พูดตามสิ่งที่เห็น สุดท้ายคนตัดสินใจก็คือนายนะซีล”

“อืม” ซีลพยักหน้ารับ พลางมองภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ที่เขากับพี่เซนถ่ายภาพร่วมกันบนชิงช้าสวรรค์ จากนั้นก็เลื่อนไปอีกภาพ เป็นภาพที่พวกเขาถ่ายด้วยกันก่อนหนังฉาย

แม้จะแสงในภาพจะสลัว แต่มืออุ่นที่กุมมือเขาไว้ไม่ยอมปล่อยก็ยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ

“พี่ชอบหนังเรื่องนี้ไหมครับ” ซีลจำได้ว่าเขาถามประโยคนั้นกับพี่เซน

“ชอบสิ” พี่เซนหันมามองเขา ทำให้ระยะห่างของพวกเขาใกล้เพียงแค่ฝ่ามือกั้น “ได้ดูกับซีล เรื่องอะไรก็ชอบทั้งนั้น”

ซีลจำสายตาคู่นั้นได้ พี่เซนพยายามบอกเขาอยู่ตลอดว่ารู้สึกดีกับเขา แต่ทุกครั้งก็มักเป็นเขาเองที่เลือกมองข้ามไป

“ซีลครับ”

“พี่ชอบซีลครับ”

“เรามา...คบกันไหม”

แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง และเป็นเขาเองที่ทำลายความคาดหวังนั้นด้วยคำขอโทษ



“เฮ้ยซีล! นายร้องไห้ทำไมเนี่ย!” เห็นเพื่อนนั่งเงียบน้ำตาไหล ชัทก็รีบหยิบทิชชู่ในรถเช็ดน้ำตาให้เพื่อนทันที “พวกนายยังไม่ทันคบกันก็ดราม่าอย่างกับเลิกกันแล้วเนี่ยนะ! ให้ตายสิ!”

“ฮึก ฉัน...ชอบเขามากเลย”

“บอกเขา ไม่ต้องมาบอกฉัน” ชัทพูดยิ้มๆ แล้วดึงเพื่อนขี้แงมากอดไว้แล้วลูบหัวเบาๆ

“อือ...ถ้าเขากลับมาฉันจะรีบบอกเขาเลย”

“ดีมาก รู้ใจตัวเองแล้วก็ก้าวเดินต่อไปนะ ฉันอยู่ข้างนายเสมอ”

“ขอบคุณนะ” ซีลกอดตอบเพื่อนด้วยความรู้สึกขอบคุณ ขอบคุณที่ชัทพูดเตือนสติ ไม่อย่างนั้นเขาคงจมอยู่กับความสับสนว่าความชอบของตนดูง่ายเกินไป จนสุดท้ายต้องยอมปล่อยมือจากคนที่ชอบมากๆ อย่างพี่เซนไป

ทั้งที่การตกหลุมรักใครสักคน ก็ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีไม่ใช่เหรอ

การที่เขามูฟออนจากพี่บูมเร็ว ไม่ได้แปลว่าความชอบของเขาไม่จริง แต่เป็นเพราะความชอบนั้นจบไปแล้ว ดังนั้นการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่กับอีกคนก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ขอแค่ชัดเจนกับความชอบนั้นอย่ากลับไปสับสนกับความรู้สึกที่ผ่านไปแล้วก็พอ

‘พี่เซนครับ รอผมก่อนนะ’






...............................

มาต่อแล้วค่าาาาาา บทนี้หลายอารมณ์หน่อยนะ เพราะซีลเองก็ยังใหม่กับความรัก เลยไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วคิดอย่างไรกับพี่เซนกันแน่ หากแค่หวั่นไหวเขาก็ไม่กล้าก้าวต่อไป เพราะกลัวว่านานเข้าความรู้สึกตัวเองคงจางลง และคนที่เสียใจก็คงเป็นพี่เซน

แต่ตอนนี้น้องมูฟออนได้แล้ว มาเอาใจช่วยน้องซีลกันน้าาาาา~

ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่ะ :กอด1: :pig4:

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 15


เพื่อไม่ให้ซีลต้องฟุ้งซ่าน ชัทจึงพาเพื่อนกลับบ้านของตน พลางคิดหาวิธีดึงความสนใจอีกฝ่ายไม่ให้จมอยู่กับความเศร้ามากเกินไป

ถึงซีลจะดูร่าเริงและไม่คิดอะไรมากนัก แต่เรื่องความรักเพื่อนของเขายังอ่อนประสบการณ์ ไม่รู้ในหัวคิดอะไรอยู่ ระหว่างทางถึงได้นั่งเงียบ เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างแบบนั้น

“คุณเชฟก็ไม่อยู่ตั้งสามวัน ฉันว่านายทำเซอร์ไพร์ซให้เขาดีไหม แล้วก็ถวายตัวเองให้เขาไปเลย”

“ห้ะ?” ซีลที่เพิ่งหลุดจากอาการเหม่อฟังทันแค่คำว่าถวายตัวก็รู้สึกขนลุกไปทั้งร่าง “ถวายตัวบ้าอะไร”

“ผูกโบว์ไว้บนหัวแล้วยืนรออยู่หน้าห้องเซอร์ไพร์ซเขา ก็ไม่เลวนะ” ชัทนึกถึงเรื่องน่าอายของตนที่ลงทุนบินข้ามประเทศไปง้อคนรักก็หลอกล่อให้เพื่อนทำบ้างจะได้แบ่งปันความอายนี้ด้วยกัน

“ไม่เอา” ซีลปฏิเสธเสียงแข็งก่อนจะคิดบางอย่างขึ้นมาได้ “แต่จัดเซอร์ไพร์ซก็น่าสนใจ...”

“นายอยากทำอะไรบ้างล่ะ”

“อืม...”

ขณะที่ซีลกำลังคิดอยู่นั้น รถคันหรูก็จอดลงที่หน้าประตูคฤหาสน์ โดยมีพ่อบ้านวัยกลางคนค้อมตัวลงเปิดประตูแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

“ยินดีต้อนรับกลับครับคุณชาย...” คนพูดชะงักไปเมื่อเห็นว่าคนที่ตนเอ่ยต้อนรับไม่ใช่นายน้อย

“สวัสดีโรเบิร์ต” ซีลเห็นคุณพ่อบ้านเป็นดั่งเทพเจ้าด้านอาหาร ดวงตาก็เป็นประกายปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที “ผมอยากเจอคุณพอดีเลยครับ”

“แต่ดูเหมือนเขาไม่อยากเห็นหน้านายนะ” ชัทเหน็บใส่เพื่อนแล้วก้าวลงจากประตูอีกฝั่ง “เตรียมใจไว้เลยโรเบิร์ต ฉันว่าเราต้องซื้อเครื่องครัวชุดใหม่อีกแล้วแน่นอน”

พ่อบ้านวัยกลางคนได้ยินดังนั้นก็อึ้งไปพลางลอบมองเพื่อนสนิทคุณชายที่เก่งไปหมดทุกเรื่อง ยกเว้นเพียงเรื่องเดียว...

“คุณอย่าไปฟังเขา ผมพัฒนาฝีมือแล้ว รับรองไม่ต้องซื้อเครื่องครัวใหม่” ซีลกล่าวอย่างมั่นใจ “อย่างน้อยผมก็หยิบจับสิ่งของในครัวพอใช้ได้ ขาดแค่วิธีทำออกมาให้เป็นอาหารเท่านั้นเอง”

‘แต่นั่นคือทักษะที่คุณขาดอย่างรุนแรงนะครับคุณซีล’

โรเบิร์ตยิ้มเจื่อนพลางลอบถอนหายใจอย่างปลงๆ เขามองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เดินตามคุณชายของเขาเข้าไปในบ้าน แล้วกดโทรศัพท์โทรหาเพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของบริษัทผลิตเครื่องครัว เพื่อสั่งซื้อชุดอุปกรณ์ทำอาหารรุ่นใหม่สองชุด

“ไม่สิ...ฉันขอสามชุดเลย” เขาต้องเตรียมสำรองไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าคุณซีลจะต้องใช้กี่ชุด

“เดี๋ยวๆ นั่นนายจะไปไหน” ชัทคว้าแขนเพื่อนที่มุ่งตรงไปที่ห้องครัวอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ส่งสายตาให้พ่อบ้านรีบไปล็อกประตูห้องครัวเดี๋ยวนี้

ถึงแม้ว่าเขาจะยินยอมให้เพื่อนใช้ห้องครัว แต่ต้องไม่ใช่ตอนที่เขาเพิ่งลงจากเครื่องและยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยแบบนี้

“นายอนุญาตแล้วไม่ใช่เหรอ”

“กินข้าวก่อน!!”

“โรเบิร์ตทำอาหารให้นายเต็มโต๊ะแล้ว ยังไม่พออีกเหรอ” ซีลปรายตามองโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารนานาชาติดวงตาก็ลุกวาว เขาอยากรีบทำอาหารเป็น ขอแค่ทำได้สักหนึ่งในสิบของอาหารบนโต๊ะนี้ก็พอแล้ว

ซีลส่งสายตาไปให้คุณพ่อบ้านแล้วเอ่ยอย่างมีความหวัง “โรเบิร์ต...”

“ถ้านายไม่กินข้าวกับฉัน ก็เลิกหวังให้เขาสอนทำอาหารได้เลย นี่ค่ำแล้วนะซีล นาย-ต้อง-กิน-ข้าว”

เหตุผลที่ชัทขวางซีล เพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทของตนเป็นพวกเต็มที่กับทุกอย่าง จำได้ว่าซีลเคยทำโจทย์ข้อหนึ่งไม่ได้ ข้าวปลาไม่ยอมกิน กระทั่งนอนก็ไม่ยอมนอนเพราะหาคำตอบไม่ได้ พวกที่ทำไม่ได้ก็ไม่ทำกันอยู่แล้ว มีแต่เพื่อนเขาที่เอาโจทย์ไปถกกับอาจารย์แต่เช้าจนรู้ว่าโจทย์มีปัญหาจริงๆ

ถ้าปล่อยให้เพื่อนเริ่มเรียนทำอาหารตอนนี้ ซีลก็คงไม่ยอมกินข้าวจนกว่าจะทำอาหารออกมาได้สักอย่าง

อีกเหตุผลคืออยากให้พ่อบ้านของเขามีเวลาเตรียมใจหน่อย เพราะลูกศิษย์คนนี้สอนไม่ง่ายเลยสักนิด สอนทอดไข่ให้ไม่ไหม้อาจจะยากเกินไปด้วยซ้ำ

“ก็ได้” ขัดแย้งกับเพื่อนไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ซีลจึงนั่งลงอย่างเรียบร้อย รอเพื่อนเริ่มตักอาหาร เขาก็ตักเมนูน่าทานมาลองชิม เมนูไหนอร่อยเขาก็จำชื่อไว้ ตั้งใจจะเรียนกับโรเบิร์ตหลังทานอาหารเสร็จทันที

ชัทรู้ว่าเพื่อนคิดจะทำอะไร แต่เขาจะไม่ยอมให้เพื่อนสมหวังวันนี้แน่นอน เขาเดินทางมาไกล ยังเจ็ทเลคอยู่ ไม่อยากให้ช่วงเวลาที่หลับอยู่ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเตือนไฟไหม้ ดังนั้นจึงลอบส่งสายตากับพ่อบ้าน ให้อีกฝ่ายเตรียมขนมที่ออกฤทธิ์ง่วงนอนมาสักอย่าง ไว้พรุ่งนี้เขาจะยกครัวชดเชยให้เพื่อนทั้งวันเอง

ซีลไม่รู้ตัวเลยว่าถูกซ้อนแผน เขายังคงเอร็ดอร่อยกับมื้ออาหารและเพลิดเพลินกับขนมหน้าตาน่าทานที่ไม่รู้จัก จนกระทั่งความง่วงเริ่มจู่โจมทีละนิด ยังไม่ทันได้เอะใจ ก็ฟุบหลับคาโต๊ะไปทันที

กว่าเขาจะตื่นขึ้นมา แสงแดดที่แยงตาบอกให้รู้ว่าเวลาล่วงเลยมาอีกวันแล้ว

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูมาพร้อมกับเสียงของเพื่อนสนิทที่อยู่ด้านนอก “ซีล ตื่นยัง โรเบิร์ตเตรียมครัวไว้ให้แล้วนะ”

แค่ได้ยินคำว่าเตรียมครัวซีลก็ลุกจากเตียงแล้วพุ่งไปเปิดประตูห้องด้วยดวงตาแจ่มใส “ฉันพร้อมแล้ว!!”

ชัทกวาดสายตามองเพื่อนจากบนลงล่าง จากนั้นก็เบ้หน้าด้วยความรังเกียจ “ไปแปรงฟันอาบน้ำก่อน ไม่งั้นฉันไม่ให้นายเข้าห้องครัว”

“อื้อ” ซีลรับคำแล้วรีบเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เลือกชุดจากในตู้ที่เพื่อนซื้อให้ไว้สำรองใส่แล้วรีบลงบันไดตรงไปห้องครัวทันที

ชัทนั่งทานข้าวต้มอยู่ที่โต๊ะเห็นหลังเพื่อนวิ่งผ่านไปไวๆ ก็พยักหน้าอย่างพอใจ อย่างน้อยก็ดีกว่าสภาพเมื่อเช้าที่เห็นมากทีเดียว

แต่ถึงจะรีบมากแค่ไหน ตลอดช่วงเช้า ซีลก็ไม่ได้แตะเครื่องครัวเลยแม้แต่อย่างเดียว เพราะโรเบิร์ตอยากให้ลูกศิษย์รู้จักวัตถุดิบและขั้นตอนการปรุงอาหารที่อยากเรียนก่อนจึงให้ซีลลิสต์รายการอาหารที่อยากทำเป็น แล้วประเมินว่าในสามวันนี้เมนูไหนที่พอจะมีโอกาสทำสำเร็จบ้าง

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ่อครัวและลูกศิษย์ก็ออกไปซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบ ส่วนชัทที่อยู่ว่างไม่มีอะไรทำก็ตามทั้งคู่ไปด้วย จากนั้นก็ลอบถ่ายภาพซีลที่ยืนคิ้วขมวดอยู่บริเวณโซนผัก มองมะเขือเทศสองลูกในมืออย่างคนไม่รู้จะเลือกแบบไหน จากนั้นก็โพสต์ลงอินสตาแกรมติดแท็กเจ้าตัว ด้วยหวังว่าคนที่เพื่อนตั้งใจทำอาหารให้จะเห็นความทุ่มเทนี้

‘ทำอาหารไม่เป็นก็ยังจะทำ’ ชัทตั้งแคปชั่นไว้เพียงเท่านั้นก็กดปิดหน้าจอแล้วเดินไปก่อกวนเพื่อนด้วยการเลือกมะเขือเทศช้ำๆ ใส่ตะกร้าอีกฝ่าย โต้เถียงกับซีลอย่างสนุกสนาน และลืมเลือนโพสต์นั้นไปอย่างรวดเร็ว

แต่กลับกลายเป็นว่าสายจิ้นเอาไปคิดเป็นตุเป็นตะว่าพวกเขาอยู่กินด้วยกัน พวกบรรดาแฟนคลับที่รู้อยู่แล้วว่าซีลทำอาหารไม่ได้เรื่อง ก็คิดว่าเพื่อนสนิทของเขาพยายามอย่างมากที่จะทำอาหารให้เขาทาน เป็นพลังความรักที่มอบให้เขาเพียงผู้เดียว

ชัทอ่านแล้วก็ได้แต่เกาหัวให้กับความคิดไปเองของแฟนคลับเหล่านั้น ไม่ได้คิดจะไปโต้แย้งอะไรกับพวกเธอ เพราะกระทั่งแฟนสาวที่อยู่ไกลถึงนิวยอร์กยังแซวเขาเลย

(ห่างกันแค่วันเดียว นายก็แอบไปเดทกับเขาแล้ว? เฮ้อ ฉันคงเป็นหมาหัวเน่าแล้วสินะ)

“ที่รัก คุณก็เป็นไปกับเขาด้วยเหรอ”

(ซีลทำอาหารอร่อยไหม คุณลองชิมแล้วมาบอกฉันหน่อยสิ)

“อย่าเลย ผมยังอยากอยู่กับคุณไปนานๆ”

(แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ)

“ครั้งเดียวก็เกินพอ จำที่ผมเคยเล่าให้คุณฟังได้ไหม...” จากนั้นชัทก็พูดถึงปีก่อนที่ซีลมาเรียนทำอาหารให้คนรักฟัง ขณะเดียวกันซีลที่เพิ่งเดินถือจานอาหารออกมาจากในครัว ตั้งใจจะให้เพื่อนลองชิม ก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องครัวด้วยใบหน้าเศร้าๆ

ต่อให้ฝีมือของเขาพัฒนาแล้ว เพื่อนของเขาก็ดูฝังใจกับอาหารมื้อนั้นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

คุณพ่อบ้านที่กำลังเก็บล้างอยู่ในครัวเพื่อเตรียมทำอาหารมื้อเย็นให้คุณชาย เห็นเด็กหนุ่มเดินกลับเข้ามาโดยที่อาหารในจานไม่พร่องเลยแม้แต่น้อยก็เอ่ยถามอย่างแปลกใจ

“คุณชายไม่อยู่เหรอครับ”

“ชัทไม่กล้ากินอาหารของผมหรอกครับ” ซีลมองจานอาหารน่าทานของตนแล้วถอนหายใจออกมา แม้จะได้รับการยืนยันจากโรเบิร์ตว่าอาหารจานนี้รสชาติเป็นไปตามมาตรฐาน แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี

“คุณว่าเมนูนี้ของผมพอจะเอาไปให้คนอื่นกินได้ไหม”

โรเบิร์ตมองนิ้วมือที่เต็มไปด้วยพลาสเตอร์ปิดแผลอย่างเห็นใจ ตลอดหลายชั่วโมงในห้องครัวนี้ เด็กหนุ่มไม่เคยยอมแพ้ล้มเลิกการทำอาหารเลยสักครั้ง ทั้งหั่นมะเขือเทศบาดมือ โดนน้ำมันกระเด็นใส่ ทั้งแสบร้อนและได้แผล แต่ก็ยังฝืนทำต่อไปอย่างตั้งใจ

แม้จะเงอะงะไปบ้างเพราะไม่คุ้นเคยกับการทำอาหาร แต่ก็ดูเหมือนว่าคุณซีลจะไม่ได้ไม่รู้อะไรเลยเหมือนเมื่อก่อน เขามีท่าทางที่เหมาะสมกับการทำครัวอยู่บ้างเล็กน้อย เหมือนเห็นคนทำอาหารจนชินตาและปรับให้เข้ากับตัวเองได้

“คนคนนั้นของคุณซีลคงทำอาหารเก่งมากเลยใช่ไหมครับ” โรเบิร์ตเอ่ยยิ้มๆ จากที่ลอบสังเกตมาหลายชั่วโมงก็พอจะเข้าใจเหตุผลของการมาเรียนทำอาหารในครั้งนี้

“เอ่อ...ไม่ใช่คนของผมหรอกครับ” ซีลเม้มปาก หลบตาอีกฝ่ายที่มองมาอย่างรู้ทัน จากนั้นก็วางจานลงบนโต๊ะแล้วรีบเดินหนีออกไปทันที

“นายจะไปไหนน่ะ” ชัทถามเพื่อนที่เดินสวนเขาออกไป

“ไปอาบน้ำ ใกล้มื้อค่ำแล้วเดี๋ยวคุณลุงคุณป้ากลับมาเจอฉันสภาพนี้ก็ตกใจกันพอดี”

“ก็จริง นายเละเทะมาก” ชัทส่ายหน้าให้กับเสื้อผ้าที่เปื้อนคราบน้ำมัน และเส้นผมที่ไม่รู้ว่าคราบเหนียวๆ ไปอยู่บนนั้นได้ยังไง

ซีลไม่สนใจเพื่อนรีบกลับขึ้นห้องตัวเองไปทันที

“ฉันหิวจัง นายทำของกินเล่นรองท้องให้หน่อยสิ...” ชัทกล่าวกับพ่อบ้านพลางลูบท้องด้วยความหิวโหย ก่อนจะเหลือบไปเห็นมะเขือเทศผัดไข่วางอยู่บนโต๊ะ จึงไม่รอช้ารีบหยิบช้อนมาตักกินทันที แต่ด้วยรสชาติที่แปลกไปเขาจึงอดวิจารณ์ออกมาไม่ได้

“มะเขือเทศผัดเละไปหน่อย...แต่รสชาติเข้าเนื้อดีนะ อร่อยไปอีกแบบ”

“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ให้ผมเปลี่ยนมาผัดแบบนี้ดีไหมครับ”

“อืม...” ชัทพยักหน้ารับ จากนั้นก็ชะงักไป “เดี๋ยวนะ นายไม่ได้ทำจานนี้เหรอ”

“คุณซีลทำเองตั้งแต่ต้นจนจบครับ”

“ซีลเนี่ยนะ! ฉันฝันอยู่เหรอ” ชัทเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อ จากนั้นก็ตักมะเขือเทศผัดไข่มากินอีกคำ “เพื่อนฉันทำของอร่อยๆ แบบนี้ออกมาได้ด้วยเหรอ แล้วที่ผ่านมานั่นตัวหายนะอะไรกัน”

“เขาเก่งขึ้นมากครับคุณชาย บางทีอาจเพราะไม่รู้พื้นฐานและไม่มีประสบการณ์ก็เลยเป็นแบบนั้น แต่คุณซีลตอนนี้แค่สอนวิธีการทำอาหาร ผมคิดว่าอีกไม่นานก็คงทำได้แบบผมเลยครับ”

“มีเครื่องครัวชิ้นไหนต้องซื้อใหม่ไหม” ทำอาหารได้ระดับนี้ ชัทคิดว่าของใช้ในบ้านเขาคงพังไปหลายชิ้น แต่กลับได้รับรอยยิ้มประทับใจจากพ่อบ้านแทน

“เป็นครั้งแรกที่คุณซีลไม่ทำเครื่องครัวพังเลยสักชิ้นครับ และยังระมัดระวังเป็นอย่างมากครับ”

“ขนาดนั้นเลย” ชัทมองไปรอบๆ แต่ไม่พบความเสียหายใดก็พยักหน้ากับตัวเองเบา “ก้าวหน้าแล้วจริงๆ”

มือเรียวหยิบโทรศัพท์มาถ่ายสภาพห้องครัวที่ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วจากนั้นก็โพสต์ลงอินสตาแกรมพร้อมแคปชั่น

‘เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เพื่อนของผมไม่ทำลายห้องครัว’

เขาปรายตามองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ไม่คิดจะถ่ายภาพนี้ให้คนอื่นเห็น

ไม่อย่างนั้นคนๆ นั้นก็รู้หมดสิว่าเพื่อนของเขาทำเมนูอะไรเตรียมไว้ให้อีกฝ่าย

...........................

เวลาเดียวกันในอีกประเทศหนึ่ง

ร่างสูงจ้องโพสต์ล่าสุดบนไทม์ด้วยใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ ตั้งแต่เห็นโพสต์ก่อนหน้านี้ของชัทเขาก็รู้แล้วว่าซีลกำลังเลือกวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร ทั้งที่เจ้าตัวก็ทำอาหารไม่เป็น

แต่ไม่ว่าจะอร่อยหรือไม่...คนที่มีโอกาสได้ชิมอาหารจานนั้นกลับไม่ใช่เขา

เซนรู้สึกเศร้าลึกๆ ในใจ คิดถึงใบหน้าที่มีความสุขของอีกฝ่ายตอนกินอาหารของเขา ไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่ไม่ได้พบกัน อีกฝ่ายได้กินของอร่อยๆ บ้างไหม หรือต้องทนทำอาหารกินเองแบบนั้นเพียงลำพัง

“เซนคะ...”

เสียงเรียกจากข้างๆ ดึงเขาให้กลับมาสนใจงานสัมมนาที่พิธีกรเพิ่งกล่าวจบพอดี เขาเก็บโทรศัพท์แล้วหันไปหาคนข้างๆ เป็นเชิงถามว่ามีอะไร

“พรุ่งนี้ต้องจับคู่กันไปเลือกขนมหวาน เราคู่กันไหมคะ”

“ครับ” เซนตอบรับสั้นๆ เขามีแนวคิดสำหรับโปรเจ็กต์นี้อยู่แล้ว และตั้งใจจะนำขนมที่ดีไซน์ใหม่นี้ไว้เซอร์ไพร์ซคนที่อยู่อีกประเทศได้ลองชิม ดังนั้นสำหรับเขาจับคู่กับใครก็เหมือนกัน

หญิงสาวยิ้มดีใจที่เอ่ยชวนสำเร็จจึงรีบเขียนชื่อตนเองและชายหนุ่มใส่กล่องไปด้วยกัน




ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 16


เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซีลทำอาหารได้คล่องมือมากขึ้น เขาใช้เวลาทั้งวันขลุกอยู่แต่ในครัวเพื่อทดลองทำอาหารเมนูใหม่เตรียมไว้เซอร์ไพร์ซพี่เซน โดยมีคุณพ่อบ้านคอยช่วยแนะนำอยู่ข้างๆ อะไรควรเพิ่มอะไรควรลด ซีลล้วนจดจำไว้อย่างดี

ดังนั้นเมื่อถึงวันที่พี่เซนกลับมา เขาจึงเข้าครัวตั้งแต่เช้าเพื่อทบทวนขั้นตอนการทำอาหาร รวมถึงจัดวางเครื่องปรุงและวัตถุดิบไว้ตามลำดับเพื่อหยิบใช้ได้ทันที จากนั้นก็เริ่มทำอาหารที่ละอย่างพลางเหลือบมองนาฬิกาเป็นระยะเพื่อไม่ให้เลยเวลา

เมื่อวานซีลส่งข้อความไปถามพี่ไลท์ว่าเที่ยวบินขากลับของพี่เซนจะถึงกี่โมง โชคดีที่ชายหนุ่มเป็นเพิ่งวางสายจากเจ้านายพอดี เขาจึงได้รู้กำหนดการว่าพรุ่งนี้พี่เซนจะตรงไปที่ร้านเลย ไม่ได้เข้ามาเก็บของก่อน

ติ๊ง!

เสียงเตาอบเล็กดังขั้นขัดความคิด ซีลรีบสวมถุงมือกันความร้อน แล้วหยิบถาดคุกกี้ออกมาจากเตา เขารอให้คุกกี้เย็นสักพักจึงหยิบหัวบีบครีมมาเขียนข้อความลงบนคุกกี้ แม้จะดูบูดๆ เบี้ยวๆ ไปบ้างแต่ซีลก็ตั้งใจ เขายังทำในส่วนของพี่ไลท์และพี่แจนเป็นของขวัญให้ทั้งคู่อีกด้วย

หลังจัดการทำความสะอาดครัวเรียบร้อยซีลก็รีบเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาเลือกชุดที่ดูดีกว่าปกติ สวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนสีฟ้า จากนั้นก็หิ้วปิ่นโตเก็บความร้อนพร้อมด้วยถุงกระดาษใส่คุกกี้มุ่งหน้าไปยังคาเฟ่ทูบีเลิฟ

โชคดีที่ตอนเขาไปถึงพี่เซนยังไม่มา ซีลเอ่ยทักทายทั้งคู่ จากนั้นก็มอบคุกกี้ทำเองให้คนละถุง

“น่ารักมากเลยน้องซีล” แจนได้คุกกี้รูปกระต่ายน้อยกับผักหลากสีปลื้มของขวัญชิ้นนี้มาก น่ารักจนเธอไม่กล้าทานเลย

“รสชาติไม่เลวนะ” ไลท์หยิบคุกกี้มาลองชิมอีกชิ้น พลางเหลือบไปเห็นนิ้วมือคนทำที่เต็มไปด้วยพลาสเตอร์ แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ไปทำคุกกี้ยังไงให้มือเจ็บแบบนั้นน่ะ”

“เอ๊ะ! น้องซีล มือไปโดนอะไรมาเนี่ย” แจนจับมือซีลมาดูด้วยความเป็นห่วง ถึงเธอจะขอบคุณในน้ำใจของน้องแต่ก็ไม่อยากให้ต้องลำบากถึงขั้นเจ็บตัวแบบนี้ “ทายาหรือยังคะ”

“แหะๆ นิดหน่อยเองครับ” ซีลดึงมือออกแล้วซ่อนไว้ข้างหลัง “แผลเก่าน่ะครับ”

ไลท์มองไปยังปิ่นโตบนโต๊ะ เขาพอจะคาดเดาบางอย่างได้แต่ไม่ได้เอ่ยถามออกไปให้อีกฝ่ายลำบากใจ

“นายช่วยแจนจัดของที่เคาน์เตอร์ไปก็แล้วกัน พี่ไปจัดโต๊ะด้านนอกก่อน”

“ครับ” ซีลพยักหน้ารับ จากนั้นก็หอบถุงขนมและปิ่นโตเข้าไปวางไว้ในห้องครัว หยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมแล้วเดินออกมาช่วยพี่แจนจัดเตรียมของที่เคาน์เตอร์

“พี่แจนครับ” ซีลยกโหลแก้วว่างเปล่าขึ้นถาม “เมล็ดกาแฟอันนี้อยู่ไหนเหรอครับ”

“อยู่ในครัวน่ะ ตู้ด้านบนริมซ้าย”

“โอเคครับ” ซีลเดินเข้าไปในครัว จากนั้นก็เขย่งเท้าเปิดตู้พลางมองหาเมล็ดกาแฟ “เอ...อยู่ไหนนะ”

ตึกๆ

เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาจากด้านนอก ซีลนึกว่าเป็นพนักงานคนใดคนหนึ่งจึงเอ่ยถาม “เมล็ดกาแฟอยู่ตู้ไหนเหรอครับ”

“ตู้ซ้ายสุด”

มือที่กำลังเลื่อนไปที่ตู้ทางซ้ายชะงักไป เสียงคุ้นหูทำให้ซีลต้องหันกลับไปมองว่าใช่คนที่เขาคิดหรือไม่

และใช่ เป็นคนที่เขาคิดไว้จริงๆ

“นึกว่าซีลจะไม่มาให้พี่เห็นหน้าซะแล้ว” พูดจบเซนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย จ้องมองใบหน้าที่คิดถึงมาโดยตลอดแต่ไม่อาจพบ

ซีลรีบก้มหน้าหลบตาทันที ทั้งที่เตรียมตอบรับความรู้สึกอีกฝ่าย แต่พอถึงเวลาจริงเขากลับตื่นเต้นจนไม่กล้าสบตา

“ยินดีต้อนรับกลับมานะครับ” เขาเอ่ยเสียงเบา แล้วขยับออกด้านข้างเตรียมเพ่นออกไปหาที่ทำใจให้สงบก่อน แล้ว...แล้วค่อยกลับมาอีกที

แต่เพียงก้าวขาออกไปข้างหนึ่ง คนตรงหน้าก็ก้าวเข้ามาชิดแล้วโอบกอดเขาไว้ทั้งตัวไม่ยอมปล่อยออก

ซีลเลิ่กลั่กไม่กล้าขยับตัว เขาเหลือบมองประตูเป็นระยะด้วยกลัวว่าจะมีคนเข้ามาเห็นพวกเขาในสภาพนี้

“พี่เซนครับ...ปล่อยก่อนครับ เดี๋ยวมีคนเข้ามาเห็น”

“ให้พวกเขาเห็นไป” เซนตอบทันควันพลางกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น เขาคิดถึงอีกฝ่ายมาก แต่ก็อดทนไม่ยอมติดต่อไป เพราะอยากให้เวลาซีลอย่างเต็มที่ แม้ไม่กดดันเรียกร้องขอความรักตอบ แต่ก็แอบหวังเล็กๆ ไม่ได้ว่าซีลจะตัดสินใจเร็วขึ้นอีกสักนิด

“คำตอบของพี่ล่ะ” เซนเอ่ยถามเสียงเบา จงใจพูดข้างหูพลางเฝ้ามองท่าทีของคนในอ้อมแขนที่ใบหูเริ่มแดงเรื่อ

“พี่เซนปล่อยผมก่อนครับ” ซีลเอ่ยขอ พลางเงยหน้าสบตาร่างสูงอย่างดื้อรั้น “ถ้าพี่ไม่ปล่อยผมก็ไม่ตอบ”

“ไม่ตอบพี่ก็จะกอดซีลไว้แบบนี้แหละ” เซนไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ต่อรอง ไม่อย่างนั้นซีลอาจวิ่งหนีเขาไปอีก แม้ใบหน้าแดงก่ำของคนตรงหน้าจะเผยความรู้สึกออกมาบ้างแล้ว แต่เขาก็อยากฟังคำตอบนั้นจากปากซีลอยู่ดี

อยากได้รับคำยืนยันว่าเราทั้งคู่รู้สึกเหมือนกัน

“ผม...” ซีลเม้มปาก แล้วพูดเสียงเบาลง “...เหมือนกัน”

“อะไรนะ พี่ไม่ค่อยได้ยิน” เซนขยับหูเข้าไปใกล้ริมฝีปากอีกฝ่าย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม อยากฟังคำนั้นให้ชัดๆ ยิ่งกว่าเดิม

“ผม...ชอบพี่เหมือนกันครับ” พูดจบซีลก็หลับตาปี๋ไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย

เซนยิ้มอย่างพอใจ ตั้งใจจะแกล้งให้อีกฝ่ายพูดซ้ำอีกครั้งแบบมองหน้ากัน แต่พอเห็นท่าทีนั้นเขาก็เปลี่ยนวิธีใหม่

“คำตอบถูกใจแบบนี้ ต้องให้รางวัลซะแล้ว”

“รางวัล?” ซีลลืมตาขึ้นอย่างงุนงง ยังไม่ทันได้ถามว่ารางวัลอะไร สัมผัสอุ่นร้อนก็แตะลงเบาๆ ที่ริมฝีปาก

“ประทับตราเรียบร้อยแล้ว” เซนพูดยิ้มๆ “ต่อไปนี้ซีลเป็นคนของพี่อย่างเป็นทางการ”

คนถูกจูบตัวแข็งทื่อ จ้องคนฉวยโอกาสตรงหน้าที่ขโมยจูบแรกของเขาไปโดยไม่บอกกล่าว แถมยังยิ้มกว้างอย่างมีความสุขมากอีกด้วย

แล้ว...เขาควรทำอย่างไรต่อไปในสถานการณ์นี้

“บอสครับ แขกของบอส...” ไลท์เดินเข้ามาชะงักเท้าเล็กน้อยเมื่อเห็นทั้งคู่อยู่ใกล้ชิดกัน “เอ่อ...รออยู่นะครับ”

“อ้อ” เซนตอบรับ แต่ไม่มีท่าทีจะขยับออกห่างจากคนตรงหน้า ดวงตายังคงจับจ้องคุณแฟนที่มองหาช่องทางหลีกหนีจากเขาด้วยดวงตาขบขัน “บอกเขาว่าฉันมีธุระสำคัญ ว่างแล้วจะติดต่อไป ให้เขากลับไปก่อน”

“ครับ...” ไลท์รับคำแล้วรีบเดินออกไปทันที ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะลงเอยด้วยดี รู้อย่างนี้เขาก็ร่วมยินดีไปกับทั้งคู่



หญิงสาวที่นั่งรออยู่ด้านนอกเห็นพนักงานหนุ่มเดินออกมาจากในครัว ก็วางแก้วน้ำลงพลางมองไปที่ประตูห้องครัว รอว่าเมื่อไหร่ร่างสูงที่บอกว่าจะไปเปลี่ยนชุดเชฟจะออกมา

“เซนล่ะคะ”

“บอสบอกว่าเขามีธุระครับ ให้คุณกลับไปก่อน ถ้าว่างแล้วเขาจะติดต่อกลับไปอีกที”

“เขาเข้าไปทำขนมเลยเหรอคะเนี่ย” หญิงสาวพอจะเข้าใจได้ จากที่เวิร์คช้อปกับอีกฝ่ายมาก็พอจะเห็นว่าปาติซิเย่หนุ่มมีความตั้งใจในการทำขนมอย่างมาก เมื่อลงมือแล้วก็จะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะทำเสร็จ คาดว่าตอนเข้าไปเปลี่ยนชุดคงเริ่มทำขนมจนลืมเธอ ดังนั้นพอพนักงานเข้าไปถามให้ เขาจึงเลือกที่จะทำขนมและให้เธอกลับไปก่อน

“เอ่อ...ครับ” ไลท์ที่รู้ว่าบอสไม่ได้ทำขนมได้จึงยิ้มให้เธออย่างจนใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันมาใหม่” เธอไม่ได้น้อยใจอะไร อาจเพราะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน เขาอาจจะมีธุระสำคัญจริงๆ อย่างไรเสียเธอก็รู้จักร้านนี้แล้ว มาให้เขาเห็นหน้าทุกวันจะไปยากอะไร

ไลท์เห็นเธอลุกจากเก้าอี้ ก็รีบเดินตามไปส่งเธอ รถหรูของเธอจอดอยู่หน้าร้านและเป็นคันเดียวกับที่ขับมาส่งเจ้านายตน

“ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะ” เธอยิ้มให้เขาแล้วก้าวขึ้นรถไป ไลท์มองส่งจะกระทั่งรถคันนั้นเลี้ยวไปอีกทางพลางลอบถอนหายใจออกมา

“บอสนะบอส เสน่ห์แรงไปไหนเนี่ย” เขารู้ว่าเจ้านายไม่ใช่พวกเจ้าชู้ชอบหว่านเสน่ห์ แต่ด้วยใบหน้าหล่อเหล่า รูปร่างเซ็กส์แอพพีล และฝีมือทำขนมเป็นเลิศ ใครเห็นก็ต้องชอบเป็นธรรมดา ไม่เว้นแม้กระทั่งหญิงสาวที่เพิ่งจากไป แค่เห็นสายตาคู่นั้นก็รู้แล้วว่าเธอคิดอย่างไรกับเจ้านายเขา เฮ้อ อันตรายมากจริงๆ

ไม่รู้ว่าซีลจะรับมือไหวหรือเปล่านะ



…………………….

ซีลที่ได้รับความสงสารอยู่นั้นถูกกักตัวอยู่ในห้องครัวนานหลายนาทีแล้ว สาเหตุคือคุณเชฟไม่ยอมปล่อยเขาไปสักที แม้จะได้รับคำตอบแล้ว และถูกพนักงานของตนเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันก็ไม่มีท่าทีสะทกสะเทือนอะไร

“พี่เซนครับ ผมต้องเอาเมล็ดกาแฟไปให้พี่แจน...” ซีลเอ่ยขึ้นอย่างมีเหตุผล เขาหายเข้ามานานแล้ว อีกไม่กี่นาทีจะเปิดร้านถ้ายังไม่ได้เมล็ดกาแฟไปพี่แจนต้องเข้ามาตามแน่ แค่พี่ไลท์เห็นเขาก็กังวลจะแย่ อย่าให้พี่แจนเข้ามาเห็นอีกคนเลย

เซนยกมือลูบหัวซีลเบาๆ เขารู้ว่าอีกฝ่ายเขินจนอยากหนีไปจะแย่แล้ว แต่เขาก็ไม่อยากให้ซีลไปอยู่ดี

ถ้ามัดติดกับตัวไว้ได้ก็คงดี จะได้เห็นคนคนนี้อยู่ในสายตาตลอดเวลา

“ก็ได้ครับ” เซนยอมถอยหนึ่งก้าว ยื่นมือข้าหนึ่งขั้นไปเปิดตู้ด้านบนแล้วหยิบถุงใส่เมล็ดกาแฟให้ซีล “ขอรางวัลที่หยิบกาแฟให้ด้วยครับ”

“...รางวัลอะไรครับ” ซีลกอดถุงกาแฟรีบมองหาทางหนีทันที ล่าสุดที่พูดเรื่องรางวัลเขาถูกจูบไม่ใช่หรือไงกัน!

ทันใดนั้นซีลเหลือบไปเห็นปิ่นโตที่วางอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายยื่นขอรางวัลแปลกๆ เขารีบโพล่งแทรกขึ้นมาทันที

“ผมมีรางวัล ผมมีรางวัล!!”

“หืม...มีรางวัลอะไรที่น่าสนใจกว่า...” เซนหลุบตาลง จ้องริมฝีปากตรงหน้าอย่างสนใจพลางขยับใบหน้าเข้าใกล้ อีกนิดเดียวก็จะได้สัมผัสแล้ว

“อาหารที่ผมทำเอง!” ซีลพูดพร้อมกับยกถุงกาแฟขึ้นขวางใบหน้าของอีกฝ่าย “ของโปรดพี่เซนทั้งนั้น...หรือพี่จะไม่เอา”

เชฟหนุ่มชะงักไป สิ่งที่ติดใจเขามาตั้งแต่วันแรกที่ถึงต่างประเทศคืออาหารฝีมือซีล เขาหวังอย่างมากที่จะได้ลองกินสักครั้ง ทั้งที่ตอนนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาอยู่ในช่วงเปราะบาง มีโอกาสสูงมากที่ซีลจะปฏิเสธเขา และหากเป็นเช่นนั้นก็คงไม่มีวันได้กินอาหารของซีลตลอดชีวิต

ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถึงสิ่งที่เขาคาดหวัง อ้อมแขนที่กักตัวอีกฝ่ายไว้จึงคลายลงอย่างง่ายดาย

ซีลเห็นเป็นจังหวะดีก็รีบวางถุงกาแฟไว้ที่โต๊ะแล้วเดินไปที่มุมหนึ่งของห้อง จากนั้นก็เดินกลับมาพร้อมปิ่นโตและถึงคุกกี้ถุงใหญ่

“ให้พี่เซนครับ” เขายื่นของทั้งสองอย่างให้อีกฝ่าย เมื่อคุณเชฟรับไปจนไม่มีมือว่างมายุ่มย่ามเขา ซีลก็รีบคว้าถุงกาแฟวิ่งออกจากห้องครัวไปทันที

ต่อให้เซนมือไวแค่ไหนก็คว้าซีลไว้ไม่ทันอยู่ดี เขาวางแผนจัดการอีกฝ่ายไว้ภายหลัง จากนั้นก็หันมาสนใจของคาวและของหวานที่ได้รับ สำหรับคุกกี้ในถุงกระดาษเขาตั้งใจเก็บไว้ทานทีหลัง ส่วนปิ่นโตอุ่นร้อนก็ไม่รอช้ารีบแกะออกมาดูทันที

ภายในมีอาหารที่เขาชอบอยู่จริงๆ มีทั้งเมนูที่ทำง่ายและทำยาก แต่ไม่ว่าจะเมนูไหนเขาก็เห็นถึงความตั้งใจของอีกฝ่ายอย่างเต็มเปี่ยม แม้แต่ผักยังหั่นเท่ากันทุกชิ้น น้ำซุปก็หอมหวาน ถ้าไม่ใช้เวลาต้มกระดูกหมูนานคงไม่หอมขนาดนี้

เซนละเมียดละไมทานอาหารทีละอย่างอย่างลึกซึ้ง สำหรับเขาอาหารเหล่านี้แทนความรู้สึกของคนทำ มีค่าเกินกว่าคำว่าอร่อยไปแล้ว เขาอยากแช่ช่องฟรีสเก็บไว้เหมือนคัพเค้กแรกที่ซีลทำ แต่พอคิดว่าอนาคตพวกเขาต้องอยู่ด้วยกัน ผลัดกันทำอาหาร จะให้เก็บทุกเมนูของซีลไปตลอดชีวิตก็ต้องต้องซื้อตู้เย็นเพิ่มอีกหลายตู้ และอีกฝ่ายคงไม่ยินดีเห็นเขาทำแบบนั้นแน่

ดังนั้นเซนจึงทานอาหารทั้งหมด กักเก็บความชอบของซีลไว้เป็นของเขาแค่คนเดียว จากนั้นก็หยิบคุกกี้มาแกะออกดู เนื่องจากคุกกี้เป็นขนมทำง่าย เขาจึงไม่คาดหวังอะไรนอกจากรสชาติ แต่พอหยิบชิ้นแรกขึ้นมาและเห็นข้อความที่ถูกเขียนอยู่บนนั้น ใบหน้าพลันแดงระเรื่อ อ่านทวนซ้ำข้อความนั้นด้วยความอบอุ่นในหัวใจ

‘ผมชอบพี่เซนครับ’

คำสารภาพรักเรียบง่าย หากเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะกดดันให้ซีลพูด บางทีคนที่ต้องเขินอายจนต้องหลบตาอาจเป็นเขาก็ได้

“น่ารักเกินไปแล้ว...”

เซนยกมือขึ้นปิดหน้าร้อนๆ ของตัวเอง คิดไม่ถึงว่าแค่ประโยคเดียว หัวใจเขาก็ตกอยู่ในกำมือซีลอย่างง่ายดายแบบนี้

“บอสคะ...” แจนก้าวเข้ามาในครัวพร้อมใบออเดอร์ขนมพลางมองไปรอบๆ อย่างงงงวย เพราะเจ้านายของตนยังไม่เริ่มทำขนมขายเลยสักอย่าง “...มีลูกค้าสั่งทาร์ตไข่ค่ะ”

“อืม” เซนตอบรับเสียงเบาแล้ววางคุกกี้กลับไปในถุง จากนั้นก็หันกลับมารับใบออเดอร์จากพนักงานสาว

แจนขมวดคิ้ว เห็นใบหน้าแดงๆ เจ้านายก็เอ่ยถามอย่างกังวล “บอส...ไม่สบายหรือเปล่าคะ”

“ฉันไม่เป็นไร เธอออกไปรับลูกค้าเถอะ” เซนก็รีบหันจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำขนม และด้วยความเป็นมืออาชีพ แม้ลึกๆ ในใจอยากฟัดคนที่มาทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงแบบนี้ แต่ก็ต้องข่มใจไว้ เพราะยังมีงานต้องทำอีกมากมาย

แจนเห็นสีหน้าอีกฝ่ายกลับไปเรียบนิ่งดังเดิมก็พยักหน้ารับแล้วเดินออกมา

“แปลกจริงๆ”

ซีลรับเงินลูกค้าได้ยินพนักงานสาวพึมพำก็เอ่ยถาม “แปลกอะไรเหรอครับพี่แจน”

“ก็บอสน่ะสิ ดูเหมือนจะไม่สบาย”

“เอ๊ะ” ซีลชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะรีบทอนเงินให้ลูกค้าแล้วหันกลับมาด้วยใบหน้ากังวล ทั้งที่อยู่ใกล้กันขนาดนั้นเขากลับไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าพี่เซนไม่สบาย

ไลท์ที่แอบฟังอยู่ข้างๆ เทกาแฟใส่แก้วแล้วยื่นให้แจน “เธอกับฉันวิ่งวุ่นทั้งวันคงดูแลเขาไม่ได้ด้วยสิ”

“งั้นทำไงดีล่ะ ปิดรับออเดอร์ขนมไหม ให้บอสกลับไปพัก”

“เธอก็รู้ว่าบอสไม่ยอมหรอก” ไลท์พูดต่อพลางหยิบใบออเดอร์เตรียมชงกาแฟเมนูถัดไป “คงต้องมีใครสักคนช่วงสอดส่องดูแลบอส เผื่อเป็นลมไปในครัว”

สิ้นคำพูดนั้น พนักงานหนุ่มสาวทั้งสองก็หันมามอง ‘ใครสักคน’ ที่พอจะฝากฝังเจ้านายไว้ได้

“เอ่อ...”

“น้องซีล~ พี่ฝากบอสด้วยนะ” แจนยิ้มอย่างมีความหวัง เพราะต่อให้เธอเป็นห่วงแค่ไหนเจ้านายก็คงไม่สนใจหรอก แต่กับลูกศิษย์คนโปรดอย่างซีล เธอเชื่อว่าเขาจะต้องหยุดฟังบ้าง ส่วนจะตอบรับความหวังดีนั้นหรือไม่ก็อีกเรื่อง

“งั้นซีลเป็นคนส่งออเดอร์เลยก็แล้วกัน คอยดูว่าบอสโอเคไหม ถ้ามีอาการไม่ค่อยดีนายก็ห้ามเลย” ไลท์ค่อนข้างแน่ใจว่าเจ้านายต้องยอมฟังซีล ดังนั้นให้อีกฝ่ายคอยดูแลไปเลยน่าจะดีกว่า

“ผม...ผมจะไปห้ามพี่เซนได้ยังไง”

“ซีลทำได้/นายทำได้” ทั้งคู่พูดพร้อมกัน จากนั้นก็แยกย้ายไปทำงานของตนทันที หากมีออเดอร์ใบไหนต้องการขนมอบใหม่ ทั้งคู่ก็จะหันไปมองซีล ยัดออเดอร์ใบนั้นใส่มือ แล้วดันแผ่นหลังกว้างไปทางห้องครัวทันที

ร่างสูงโปร่งได้แต่มองห้องครัวพลางกัดริมฝีปากตัวเอง พี่ๆ ทั้งสองไม่รู้หรอกว่าพอเขาเข้าไปแล้ว จะต้องเจอกับอะไร

“พี่เซน...ใบออเดอร์ครับ” ซีลวางใบออเดอร์ไว้ข้างๆ คุณเชฟแล้วรีบหันหลังเตรียมออกจากครัวทันที

หมับ

ซีลถูกจับแขนไว้แล้วดึงกลับไปเผชิญหน้ากับแฟนหนุ่มหมาดๆ ที่แย้มยิ้มอย่างมีเลศนัย

เซนรู้จากซีลก่อนหน้านี้ว่าพนักงานในร้านเป็นห่วงว่าเขาจะป่วย เลยส่งซีลเข้ามาสอบถามอาการ แต่ความจริงเจ้าตัวไม่ได้ป่วยเลยสักนิด แต่ก็ยังคงหาข้ออ้างรักตัวคนรักไว้ด้วยสารพัดวิธี

“รีบไปไหนครับ ซีลยังไม่ได้วัดไข้พี่เลยนะ” เซนแนบหน้าผากตนบนหน้าผากอีกฝ่ายพลางสบดวงตาคู่สวยที่อยู่ใกล้ในระยะประชิด “เป็นไง ร้อนไหม”

“พี่ไม่ได้ป่วยสักหน่อย...”

จุ๊บ

ริมฝีปากนุ่มหยุดคำพูดต่อไปของซีล จากนั้นก็หยอกล้อด้วยการขบริมฝีปากทั้งบนและล่างเบาๆ แล้วผละออกเพื่อมองใบหน้าแดงก่ำของอีกฝ่าย

“พี่ป่วยจริงๆ นะ”

“...”

“อยากเห็นหน้าซีลทั้งวัน ถ้าไม่ป่วย แล้วจะเรียกอาการนี้ว่าอะไรล่ะ”





............................

หุหุ คนอ่านคะ เราเรียกอาการของพี่เซนตอนนี้ว่าอะไรดีน้า~

:pig4:
 :3123:

ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่าาา  :mew1: :กอด1:

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
เรียกอาการพี่เซนว่าตกหลุมรักครับ ^^

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 17

ซีลเม้มปาก ไม่กล้าตอบคำถามนั้น ได้แต่ส่งสายตาให้อีกฝ่ายรีบปล่อยตัวเขาได้แล้ว

“ไม่แกล้งแล้วก็ได้” เซนยิ้มพลางลูบหัวคนในอ้อมแขนอย่างโยน เป็นไปได้ก็ไม่อยากปล่อยซีลไปเลย แต่ด้วยหน้าที่ เขาจึงยอมผละออกแต่โดยดี “ไว้ค่อยมองใหม่หลังเลิกงานก็ได้”

“พี่เซนนนนนนน”

“หึๆ อ้อ! เกือบลืม พี่มีของขวัญให้ซีลด้วย” เซนเดินไปหยิบถุงที่แขวนอยู่บนกระเป๋าเดินทางส่งให้ซีล

ซีลรับถุงช้อปปิ้งหรูหรามาถือไว้อย่างเป็นกังวล เขาไม่อยากให้อีกพี่เซนต้องเสียเงินซื้อของแพงๆ แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจที่อีกฝ่ายมอบให้เช่นกัน

“พี่เซนซื้ออะไรมาครับเนี่ย” เขาหยิบกล่องที่อยู่ข้างในออกมา พอเห็นว่าเป็นกล่องสีดำเรียบๆ ไม่มีโลโก้ประดับก็ใจชื้นรีบเปิดออกดูทันที

ภายในกล่องเต็มไปด้วยไวท์ช็อกโกแล็ตหน้าแมวในอิริยาบทต่างๆ ดูน่ารักและเหมือนจริงมาก เขาหยิบขึ้นมาดูใกล้ๆ ก็ยิ่งเห็นรายละเอียดเล็กๆ อย่างเส้นหนวดแมว ขนแมว รวมถึงดวงตาใสที่นูนออกมา

“ชอบไหมครับ” เซนถามยิ้มๆ พลางหยิบผลไม้มาหั่นเพื่อจัดวางบนแพนเค้ก

“พี่เซนซื้อที่ไหนเหรอครับ สวย...สวยมากเลย” ซีลดีใจที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้ ขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียดายหากต้องกินลงไป แค่ดูก็รู้ว่าพี่เซนสั่งทำให้เขาโดยเฉพาะ แต่ของดีๆ แบบนี้เขาจะกล้ากินได้ยังไง

“พี่ทำเองครับ กินได้เลยไม่ต้องเสียดาย”

“ห้ะ!” ซีลชะงักไป หันไปมองปาติซิเย่หนุ่มที่กำลังจดจ่ออยู่การตกแต่งจานขนมและราดน้ำผึ้งตบท้าย ราวกับว่าสิ่งที่มอบให้เขาก็เหมือนกับขนมทั่วไปไม่ได้ทำยากแต่อย่างใด ทำให้ใหม่เมื่อไหร่ก็ได้

“ฝีมือพี่เทพเกินไปแล้วนะครับ...”

“หืม” เซนหันไปหาคนรัก พอเห็นสายตาตกตะลึงคู่นั้นก็หลุดยิ้ม แล้วกล่าวต่อด้วยประโยคที่มาจากใจ “พี่ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอกครับ ที่ทำออกมาได้ดีก็เพราะอยากมอบให้ซีล”

“...”

“ตั้งใจจะใช้เป็นของบรรณาการ ขอให้ซีลเปิดใจรับพี่ไว้พิจารณา” เซนนึกถึงตอนที่เขาทำขนมกล่องนี้ด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ทุกขั้นตอนคิดเพียงว่าคนรับจะรู้สึกอย่างไร จะใจอ่อนให้กับความพยายามของเขาไหม ใบหน้าของซีลตอนยิ้มให้เขาแล้วตอบตกลงคือกำลังใจสำคัญที่ทำให้เขายอมอดทนทำจนสำเร็จจริงๆ

“...”

“โชคดีที่เราใจตรงกันแล้ว ไม่อย่างนั้นพี่ไม่กล้าคิดเลยว่าจะทำขนมชิ้นนี้ได้อีก”

“พี่เซน...” ซีลเอื้อมมือไปจับมืออีกฝ่ายไว้แล้วบีบกระชับเบาๆ ถ้าเขารู้ใจตัวเองช้า คงเผลอสร้างบาดแผลทางใจให้พี่เซนมากขึ้นแน่ๆ “ขอบคุณนะครับที่ไม่ยอมแพ้”

เซนเปลี่ยนมากุมมือสอดประสานนิ้วเข้าด้วยกันพลางยิ้มด้วยความยินดี



........................

เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงเย็น ปาติซิเย่หนุ่มจัดการเก็บกวาดภายในครัวจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ลากกระเป๋าเดินออกมา พลางกวาดตามองไปรอบๆ ร้านเพื่อหาตัวคนรัก ก่อนสายตาจะหยุดลงเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งนั่งเล่นกับลูกแมวอยู่บนพื้นหญ้าด้านนอก ส่วนไลท์ที่ถือกระเป๋าแมวเดินกลับเข้ามาพอดี

“ตอนแรกว่าจะไปรับลูเซียที่บ้านนาย ไม่เห็นต้องลำบากกลับไปกลับมาเลย”

“เรื่องแค่นี้เองครับ ผมจะพามาตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว แต่แม่ผมพาบรรดาแมวๆ ไปอาบน้ำเสียก่อน”

“ขอบใจที่ช่วยดูแลลูเซีย ฝากขอบคุณคุณแม่ด้วยนะ” พูดจบเซนก็รับกระเป๋าแมวมาถือไว้พลางลากกระเป๋าไปหาเด็กหนุ่มกับแมวน้อย

“ซีล กลับบ้านกัน”

“เก็บของเสร็จแล้วเหรอครับ” มือเรียวคว้าลูเซียมาอุ้มไว้จากนั้นก็หันไปหาคนข้างๆ แล้วยกแขนแมวข้างหนึ่งขยับขึ้นลงเบาๆ “คิดถึงลูเซียไหมครับ ลูเซียคิดถึงปะป๊ามากเลย”

“คิดถึงมากครับ” เซนก้มหน้าลงไปหอมหัวแมวน้อย จากนั้นก็ขยับไปด้านข้างแล้วจูบบนหลังมือคนอุ้มแมว “คนนี้ก็คิดถึงเหมือนกัน”

กึก

ซีลชะงัก รีบหันหลังกลับแล้วเดินนำออกไปทันที ยิ่งนึกถึงสัมผัสอุ่นชื้นที่หลังมือ ใบหน้าของเขายิ่งร้อนผ่าว รู้สึกเขินอายเกินกว่าจะชะลอฝีเท้ารอคนข้างหลังที่ลากกระเป๋าเดินตามมา

“รอพี่ด้วยสิครับ” เซนพูดยิ้มๆ เฝ้ามองแผ่นหลังของคนข้างหน้าที่ทิ้งระยะห่างมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข อยากหนีไปไกลแค่ไหนก็หนีไป อย่างไรเขาก็จะตามไปจับตัวอีกฝ่ายกลับมาได้อยู่ดี

ชายหนุ่มเดินลากกระเป๋าไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ คนที่เดินนำก็หยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมาหาเขาอย่างรอคอย ช่วงเวลานั้น เซนไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างไร รู้เพียงแค่ว่าการที่มีใครสักคนหยุดรอเขาอยู่ที่ปลายทาง ทำให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จนอดไม่ได้ต้องวิ่งเต็มฝีเท้า เพื่อก้าวไปให้ถึงคนที่ยืนรอเขาอยู่

“วิ่งทำไมครับ!” ซีลยื่นมือข้างหนึ่งไปจับแขนคนที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ยังไงผมก็รอพี่อยู่ละ...”

ไม่ทันให้อีกฝ่ายได้พูดจบประโยค ร่างสูงก็ปล่อยมือจากกระเป๋า จับใบหน้าของคนตรงหน้าไว้แล้วก้มลงจูบทันที ครั้งนี้ไม่เพียงแค่แตะเท่านั้นแต่สอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดลิ้นของอีกฝ่ายอย่างเร่าร้อน

คนที่ถูกจู่โจมกะทันหันก็ได้แต่ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาในระยะประชิด จนกระทั่งต้นคอถูกรั้งเข้าไปแนบชิดมากขึ้น ซีลก็หลับตาลง แม้จะยังไม่เคยถูกจูบแบบดูดดื่ม แต่กับคนหัวไวอย่างเขาไม่นานก็ขยับลิ้นเกี่ยวกระหวัดสอดรับอีกฝ่ายในจังหวะเดียวกัน

“แฮ่กๆ”

เซนขยับออกห่างจากซีลเล็กน้อย พอให้อีกฝ่ายได้หายใจพลางแนบหน้าผากตนลงบนหน้าผากมน รู้สึกถึงอุณหภูมิร้อนผ่าวของคนตรงหน้า

“ซีลทำให้พี่รู้สึกบ้ามากๆ เลย”

“ผม...อยู่ของผมเฉยๆ นะ” ซีลหลุบตาลง พยายามสงบหัวใจที่เต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก แต่ยิ่งห้ามยิ่งทำไม่ได้

“ไม่เคยได้ยินเหรอ ยืนเฉยๆ เขาก็รักน่ะ”

“พี่เซน...” ซีลคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ จะได้ยินคำนี้จากอีกฝ่าย แม้จะเป็นเพียงชื่อเพลง แต่แววตาคู่นั้นราวกับว่าต้องการบอกใบ้ความรู้สึกของตนออกมาทั้งหมด

“พี่คงปล่อยซีลไปง่ายๆ ไม่ได้แล้ว เรามาอยู่ด้วยกันไปแบบนี้อีกนานแสนนานเลยนะ”

“ไม่เร็วไปเหรอครับ”

“พี่คิดว่าช้าไปด้วยซ้ำ” เซนจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากอีกฝ่าย “ทำไมเราไม่เจอกันเร็วกว่านี้นะ จะได้รู้จักกันไวๆ ชอบกันไวๆ”

ซีลก้มหน้างุด ไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่ายที่เปิดเผยตรงไปตรงมาขนาดนี้ วันนี้เพิ่งตกลงคบกันเองนะ พี่เซนกะจะกินเขาเลยหรือไง

เซนเห็นอีกฝ่ายหน้าแดงไม่ยอมพูดอะไรก็ไม่บังคับ เพียงแต่กุมมือคนรักไว้แล้วพาก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

“พี่ไม่มองให้เราเขินหรอก เงยหน้าขึ้นเถอะครับ เดี๋ยวสะดุดล้มนะ”

‘พี่ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าอะไรนะครับ!’

ซีลได้แต่คิดในใจ ยังคงก้มหน้าเดินอยู่แบบนั้น

“แต่ถ้าสะดุดล้มก็ไม่เป็นไร พี่อุ้มซีลเดินต่อได้...”

“เงยหน้าแล้วครับ! เงยหน้าแล้ว” ซีลรีบพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้น ดวงตามองตรงไปข้างหน้า ไม่สนใจคนข้างๆ ที่ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างพึงพอใจ



....................

ณ คอนโดหรูแห่งหนึ่ง

หญิงสาวร่างสูงระหงไล่สายตาอ่านบทความเกี่ยวกับปาติซิเย่หนุ่มเจ้าของรางวัลเชฟทำขนมระดับโลกที่หายหน้าไปจากวงการเมื่อหลายเดือนก่อน จากนั้นโผล่มาในบทความย่อยของเว็บไซต์ไร้ชื่อแห่งหนึ่ง ว่าชายหนุ่มกลายเป็นเจ้าของร้านขนมเล็กๆ บรรยากาศอบอุ่น

เธออดเสียดายความสามารถอีกฝ่ายไม่ได้ คนระดับเซน ควรได้รับเงินเดือนสูงๆ อยู่ในโรงแรมไฮเอนด์มากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้จะชักจูงคนเก่งกาจระดับนั้นกลับมาทำงานที่โรงแรมของเธอได้อย่างไร

ครืดๆ

เธอกดรับสายด้วยน้ำเสียงสุภาพ “สวัสดีค่ะผู้จัดการ”

(ได้ยินว่าได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันที่ต่างประเทศ เก่งไม่เบาเลยนะครับคุณไอริน แบบนี้ผมก็ฝากความหวังเรื่องขนมหวานไว้ที่คุณได้แล้วนะ)

“รินยังต้องพัฒนาอีกมากค่ะ ที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ ครึ่งหนึ่งก็เป็นเพราะเพื่อนร่วมทีมที่มีไอเดียสร้างสรรค์ ของที่เขาทำเก็บไว้เองประณีตกว่าที่ประกวดมากเลยค่ะ” เธอนึกถึงช็อกโกแลตที่อีกฝ่ายตกแต่งอย่างพิถีพิถันทุกชิ้นแต่กลับไม่ยอมส่งเข้าประกวด

หลังจบงาน เธอลองเอ่ยขอเขาเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักชิ้น แต่เขากลับยกช็อกโกแลตทั้งหมดที่ชนะการแข่งขันให้เธอแทน กระทั่งถ้วยรางวัลก็ไม่รับไป ราวกับว่าช็อกโกแลตในกล่องนั้นสำคัญกว่า

เธออยากรู้นักว่าเขาเก็บช็อกโกแลตกล่องนั้นไว้ให้ใคร

วันนี้ตอนที่เขาบอกว่าจะเข้าไปทำงานที่ร้าน เธอก็อุตส่าห์อาสาไปส่งเพราะคิดว่าคนที่เขาอยากมอบของให้ต้องทำงานที่ร้านนั้นอย่างแน่นอน แต่พอไปถึง นอกจากทักทายพนักงานชายหญิงในร้านพอเป็นพิธี เธอก็ไม่เห็นใครโดดเด่นมากพอจะเป็นคนสำคัญของเขาได้ ถึงกระทั่งคิดว่าชายหนุ่มไม่ได้มีคนสำคัญจริงๆ ที่เก็บไว้กับตัวอาจเป็นแค่ความหลงใหลในขนม เหมือนกับที่ศิลปินหลงใหลในภาพวาด จนไม่อาจยอมให้ใครได้แตะต้องได้

(หืม แสดงว่าคู่หูเธอเป็นคนมีความสามารถสินะ เขาทำงานอยู่ที่ไหนล่ะ เชิญมาเป็นเชฟที่โรงแรมเราได้นะ ท่านประธานชอบคนมีความคิดใหม่ๆ)

“เอ่อ เรื่องนั้น...” เธอลังเล หากบอกว่าเป็นปาติซิเย่คนเก่าของโรงแรมที่ลาออกไป ไม่รู้ว่าผู้จัดการจะคิดยังไงกับเรื่องนี้

(พรุ่งนี้ผมว่าง ให้ผมไปคุยให้ก็ได้นะ เชฟคนเก่าดังๆ ที่ลาออกไปนั่นน่ะ ผมก็เป็นคนไปชวนมาทำงานที่โรงแรมเอง)

“จริงเหรอคะ!” เธอดีใจมาก หากเป็นคนที่เคยชวนเซนมาทำงานเป็นคนเชิญด้วยตนเองอีกครั้ง น่าจะช่วยให้อีกฝ่ายตัดสินใจง่ายขึ้น อีกอย่างเพื่อนร่วมงานของเธอก็ชื่นชอบเชฟหนุ่มมาก ตอนที่เธอเข้ามาทำงานใหม่ๆ ก็ได้ยินทุกคนพูดถึงเป็นเสียงเดียวกันว่าเชฟหนุ่มทำขนมเก่ง อัธยาศัยดี ขยันทำงาน ที่สำคัญคือหล่อมาก

ตอนแรกเธอไม่รู้ว่าเชฟคนนั้นเป็นใคร เพิ่งจะมารู้ว่าคนที่เพื่อนร่วมงานกล่าวถึงนั้น เป็นคนเดียวกับที่เธอชื่นชอบ ดังนั้นในเมื่อทุกคนยังคิดถึงเขาอยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานก็ดี ดังนั้นการชวนเขากลับทำงานที่นี่คงไม่ใช่เรื่องยาก



.................
เรียกอาการพี่เซนว่าตกหลุมรักครับ ^^

 :-[  :ling1:

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
เหม็นคนมีความรัก :hao3: :hao3:

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
หึหึ จะมีเรื่องวุ่นวายมั้ย

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 18

ไอรินสวมชุดเดรสชีฟองสีครีม พร้อมด้วยกระเป๋าคลัทช์ขนาดพอดีมือ แต่งหน้าเพียงเล็กน้อยดูอ่อนหวาน เธอไปถึงคาเฟ่ทูบีเลิฟช่วงสาย จึงไม่เหลือโต๊ะว่างสำหรับเธอ

เธอมองไปยังทางเข้าประตูห้องครัว จากนั้นก็ยืนรออยู่บริเวณด้านนอก เผื่อเชฟหนุ่มเหลือบมาเห็นจะได้ให้พนักงานช่วยจัดแจงที่นั่งให้

“อ้ะ” ซีลชะงัก รีบไหวถาดหลบไม่ให้โดนแขนลูกค้าสาวที่ยืนขวางทางอยู่ พลางส่งยิ้มให้ “คุณลูกค้าครับ ขออภัยด้วยนะครับ ตรงนี้เป็นทางเข้าออกครัว เดี๋ยวผมพาไปหาที่นั่งว่างให้นะครับ”

“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มให้เด็กหนุ่ม พลางสังเกตสีหน้าแดงก่ำราวกับเขินอาย ก้าวตามเขาออกมาบริเวณหน้าตู้วางขนม โชคดีที่ขณะนั้นลูกค้าคนหนึ่งเพิ่งลุกจากโต๊ะไป เขาจึงรีบผายมือเชิญเธอนั่งทันที

“เชิญนั่งก่อนครับ เดี๋ยวผมรีบมาเก็บโต๊ะให้นะครับ”

เธอพยักหน้ารับ พลางมองตามหลังเด็กหนุ่มแปลกหน้าที่ไม่เห็นเมื่อวาน ร่างสูงโปร่งทำงานคล่องแคล่ว ใบหน้ายิ้มแย้ม อัธยาศัยดี ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร้านขนมแห่งนี้

เช่นเดียวกับพนักงานอีกสองคนในร้าน หนุ่มแว่นคนนั้น แม้จะไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่แต่ก็เหมาะกับกาแฟรสเข้มที่เจ้าตัวทำอยู่ ท่าทางตั้งใจมุ่งมั่นจริงจังก็เป็นส่วนประกอบสำคัญของร้าน ส่วนพนักงานสาวร่างเล็ก ท่าทางร่าเริง สดใส ราวกับการทำงานในร้านเหมือนกำลังทำเรื่องสนุก เหมือนเลม่อนเค้กและสมูทตี้โยเกิร์ตที่เจ้าตัวถืออยู่ หากขาดไปคงไร้สีสัน

“เซนเลือกพนักงานเก่งจริงๆ”

“ขออภัยที่ให้รอนานนะครับ” ซีลรีบเก็บแก้วกาแฟใส่ถาดพลางสอบถามเมนูที่เธอต้องการ “ปกติลูกค้าจะไปสั่งที่เคาน์เตอร์ก่อนครับ แต่วันนี้เป็นวันพิเศษ เดี๋ยวผมสั่งให้คุณลูกค้าเองครับ”

“งั้นขอชาเอิร์ลเกรย์กับชิฟฟ่อนเค้กค่ะ เดี๋ยวเพื่อนมาแล้วให้เขาสั่งเพิ่มอีกทีนะคะ” เธอยิ้มให้กับทักษะเอาใจลูกค้าของเด็กหนุ่ม หากเป็นร้านทั่วไปคงปล่อยให้เธอลุกไปสั่งออเดอร์เอง ไม่มายืนรับออเดอร์ให้เธอแบบนี้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นโต๊ะที่เธออุตส่าห์ได้นั่งคงเสียให้กับลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่มากันหลายคน เพราะหนึ่งในนั้นคงมานั่งจองที่นั่งให้ได้

“รับทราบครับ” เด็กหนุ่มเดินไปส่งออเดอร์ที่เคาน์เตอร์ก่อน จากนั้นก็เดินไปเก็บแก้วในครัว แล้วก็หายไปอีกพักใหญ่ค่อยออกมาพร้อมใบหน้าแดงเรื่อ

ดูเหมือนในครัวจะมีเรื่องให้ทำมากมายจริงๆ

ครืดๆ

ไอรินหยิบโทรศัพท์มากดรับสายพลางกวาดตามองหาร่างสูงสวมสูทที่ยืนอยู่ท่ามกลางคนมายมาย จากนั้นก็โบกมือบอกเขาว่าเธออยู่ตรงนี้ เมื่ออีกฝ่ายหันมาเห็นใบหน้าบูดบึงก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มรีบสาวเท้าเข้ามาหาเธอทันที

“สวัสดีค่ะผู้จัดการ”

“สวัสดีคุณไอริน เฮ้อ ร้านเล็กแค่นี้แต่คนเยอะมาก ผมเกือบหาคุณไม่เจอแล้ว” เขาพูดพลางปัดเสื้อสูทของตน แม้วันนี้จะเป็นวันหยุดงานของพวกเขา ชายหนุ่มก็ยังคงสวมสูทเหมือนวันทำงาน

“รินเพิ่งเคยมาช่วงสายๆ เหมือนกันค่ะ คิดไม่ถึงว่าวันธรรมดาลูกค้าก็ยังเยอะอยู่”

“แสดงว่าเชฟคนนี้มีฝีมือ ไม่อย่างนั้นลูกค้าที่ไหนจะมาอุดหนุนบ่อยๆ ล่ะ นี่ๆ คุณเรียกเขาออกมาเลยไหม จะได้คุยงานกันไปเลย”

“อย่าเพิ่งเลยค่ะผู้จัดการ ลูกค้าในร้านเยอะ อีกอย่างเขาทำขนมคนเดียว ดึงตัวเขามานั่งคุยกับเราแล้วใครจะทำขนมให้ลูกค้าละคะ เรามาสังเกตการกันก่อนดีกว่าค่ะ” เธอเสนอไอเดีย เพราะจากที่ได้รู้จักเชฟหนุ่มเพียงไม่กี่วัน ก็พอจะรู้ว่าหากต้องเลือก อีกฝ่ายจะเลือกอะไรมากกว่า

หากผู้จัดการเธอได้ยินว่าเขาเลือกจะทำขนมแทนที่จะคุยกัน คงโมโหเดินออกจากร้านไปเลยแน่ๆ

“เด็กเสิร์ฟ!!” ชายหนุ่มตะโกนเรียกพนักงานสาวที่เดินสวนมาพอดี

“ขออภัยด้วยค่ะลูกค้า ทางร้านเราเป็นระบบชำระเงินก่อนจ่าย รบกวนสั่งอาหารที่เคาน์เตอร์นะคะ”

“แล้วทำไมจะสั่งแบบนี้ไม่ได้” เขากล่าวอย่างหัวเสีย จากนั้นก็หยิบบัตรเครดิตสีดำยื่นให้เธอ “หยิบเค้กทุกแบบในตู้ของเธอมาแล้วก็ขออเมริกาโน่หนึ่งแก้ว”

“คุณลูกค้าคะ...” แจนพูดยังไม่ทันจบประโยคก็มีมืออุ่นแตะศอกเธอเบาๆ

“พี่แจนครับ ผมเองครับ” ซีลส่งยิ้มให้เธอ “เดี๋ยววาฟเฟิลเย็นแล้วไม่อร่อยนะครับ”

แจนสบตาเด็กหนุ่มเพียงเล็กน้อยก็พยักหน้ารับยอมเดินจากไป ลูกค้าแบบนี้ใช่ว่าไม่เคยมี บอสเองก็เคยย้ำว่าอย่าใจอ่อน ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาพวกชักดาบไม่ยอมจ่าย หรือไม่ก็สั่งอาหารทีหลัง แต่เรียกร้องจะเอาของเลย ส่วนลูกค้าที่ทำตามระเบียบร้านกลับต้องมานั่งรอนานกว่าเดิม แบบนั้นก็ไม่ยุติธรรม

“ขออนุญาตรับบัตรเครดิตไว้นะครับ ไม่ทราบลูกค้าต้องการเมนูอะไรเพิ่มเติมไหมครับ”

“พนักงานคนนี้ตามีแวว ท่าทางคล่องแคล่ว ร้านเธอมีขนมอะไรก็เอามาเสิร์ฟ ฉันอยากลองทุกอย่าง”

ซีลยิ้มรับ “ได้ครับ ผมจะรีบนำมาเสิร์ฟให้ทันทีครับ”

“ไม่ต้องรีบมากก็ได้นะคะ พวกเรารอได้” เธอมองเลยไปด้านหลังเด็กหนุ่ม เห็นแถวที่ต่อคิวยาวออกไปด้านนอก หลายคนกำลังรอสั่งขนมอยู่ พวกเธอมาลัดคิวแบบนี้ไม่รู้คนอื่นๆ จะได้ขนมที่ต้องการไหม

“ไม่ต้องกังวลครับ ได้ตามที่ต้องการแน่นอนครับ”

“หึๆ เด็กนี่รู้ความดีจริงๆ เสิร์ฟขนมครบอย่าลืมมารับทิปที่ฉันล่ะ”

“ขอบคุณครับคุณลูกค้า” ซีลยิ้มส่งท้ายจากนั้นก็รีบไปจัดเตรียมขนมสำหรับเสิร์ฟ ส่วนบัตรเครดิตใบนั้นเขาส่งให้พี่ไลท์คิดเงิน

“มีอะไรบ้าง” ไลท์ไม่ถามให้มากความเพราะแจนเพิ่งมาบ่นให้เขาฟังเมื่อสักครู่ คำนวณราคาเมนูขนมคร่าวๆ ก็แค่พันกว่าๆ เท่านั้น

“ขนมทุกอย่างที่พี่เซนทำเป็นครับ” ซีลกล่าวเรียบๆ ราวกับพูดถึงดินฟ้าอากาศ ไม่มีอะไรสลักสำคัญ แค่คนคีย์ยอดเงินอย่างไลท์ถึงกับชะงักไป

“นายว่าอะไรนะ”

“คุณลูกค้าบอกร้านเรามีขนมอะไรก็เอาไปเสิร์ฟให้หมดครับ พี่เซนทำเป็นตั้งหลายร้อยอย่างพี่ไลท์ก็รวมยอดไปให้หมดเลยครับ”

“ซีล...” ไลท์ยกมือกุมขมับพลางจัดการชำระเงินให้ลูกค้าที่ยืนรอตรงหน้า จากนั้นก็ขยับไปชงกาแฟตามสูตรแล้วกล่าวต่อ “นายก็กวนโอ๊ยไม่ต่างจากบอสเลย”

“ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” ซีลทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้พลางตักเค้กออกจากตู้วางบนจานไม้

“ถามบอสก่อนไหมว่าเขาทำไอ้หลายร้อยอย่างที่นายว่าทันหรือเปล่า แค่นี้มือก็เป็นระวิงแล้ว”

“อ่า...ลืมถามพี่เซนเลย” ซีลวางมือจากที่ตักเค้กแล้วรีบเดินไปยังห้องครัวเพื่อถามปาติซิเย่หนุ่มว่าในเวลาจำกัดแค่นี้อีกฝ่ายพอจะทำเมนูอะไรออกมาได้บ้าง

“ซีลอยากกินอะไรล่ะ” เซนถามยิ้มๆ พลางปาดครีมสดบนเค้กวันเกิดที่สั่งทำล่วงหน้า

“ไม่ใช่ผมครับ ลูกค้าสั่งน่ะ พี่เซนพอจะทำขนมอะไรได้บ้างครับ ผมจะจดไว้เอาไปคิดราคา”

“จู่ๆ ลูกค้าก็สั่งทุกอย่างที่พี่ทำได้เหรอ” เซนหรี่ตาลงพลางนึกถึงเหตุการณ์ช่วงที่เขาเพิ่งกลับจากต่างประเทศและไปสมัครตำแหน่งปาติซิเย่ของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ตอนนั้นโจทย์ที่ได้รับก็ไม่ต่างจากนี้

“ตอนแรกเขาสั่งเฉพาะเค้กหน้าตู้ครับ แต่ผมถามว่าอยากรับอะไรเพิ่มเติมไหม เขาเลยขอทุกอย่างที่เรามี”

เซนลอบถอนหายใจ สะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระ คนคนนั้นไม่มีทางมาเหยียบร้านเล็กๆ แห่งนี้หรอก

“ซีลอยากกินอะไรพี่ก็จะทำตามนั้นครับ”

“พี่เซน...” ซีลโอดครวญ ทำไมกลายเป็นเขาเลือกเมนูแล้วล่ะ “ถ้าผมอยากกินช็อกโกแลตหน้าลูเซียพี่จะวาดให้ผมเหรอครับ”

“ถ้าซีลอยากกิน...”

“ไม่ทันหรอกครับ ลูกค้าคนนี้ดูหัวเสียหงุดหงิดง่าย คงอยากได้ขนมอะไรที่ทำไวๆ ไว้ลองชิมเล่นมากกว่า”

“เอาใจยากหน้าดู” เห็นสีหน้าลำบากใจของคนรัก เซนก็ยอมลงแต่โดยดี เขาพูดถึงขนมสี่ห้าอย่างที่ใช้เวลาทำไม่นาน เพราะมีลูกค้าสั่งมาแล้ว ทำพร้อมกันได้เลย

ได้ยินเช่นนั้นดวงตาซีลก็เป็นประกาย ยื่นจมูกไปหอมแก้มคนรักแล้วรีบวิ่งออกจากห้องครัวไปทันที

“ร้ายกาจจริงๆ” เซนพูดยิ้มๆ เสียดายที่เขาคว้าตัวอีกฝ่ายไม่ทัน ไม่อยากนั้น...คงไม่จบแค่หอมแก้มหรอก



“รายการที่สั่งได้แล้วครับ” ซีลรีบนำขนมมาเสิร์ฟพร้อมกับอเมริกาโน่ร้อน จากนั้นก็ยื่นบัตรเครดิตพร้อมใบเสร็จคืนกลับให้ชายหนุ่ม

“หน้าตาน่าทานมากจริงๆ คุณดูสิ การจัดองค์ประกอบบนหน้าเค้กพอดีกันทุกส่วน ไม่รู้รสชาติจะเป็นยังไง”

ไอรินยิ้ม รออีกฝ่ายชิมขนมก่อนแล้วค่อยลองบ้าง เพราะนอกจากช็อกโกแลตประกวดชิ้นนั้นเธอก็ยังไม่เคยลองขนมฝีมือเขามาก่อนเช่นกัน

“อืม...สัมผัสนุ่มละมุนลิ้น สตรอเบอรี่สดหั่นชิ้นพอดีคำ เคี้ยวแล้วได้รสชาติเปรี้ยวซ่อนหวาน คุณไอริน ขนมนี้ได้มาตรฐานพอดี คุณจำรสสัมผัสนี้ไว้เป็นความรู้นะ”

ไอรินเพียงยิ้ม ไม่ได้ตอบรับอะไร สำหรับเธอรสชาตินี้กำลังดีสำหรับคนไม่ชอบทานหวาน แต่ลูกค้าที่โรงแรมส่วนใหญ่เป็นเหล่าคุณหนูๆ ที่รักขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ รสชาตินี้จึงถือว่าจืดเกินไป

“เค้กชิ้นนี้ใช้ช็อกโกแลตเกรดถูกไปหน่อย ถ้าได้ช็อกโกแลตเบลเยี่ยมนำเข้าของโรงแรมเรา เค้กน่าจะอร่อยมากกว่านี้...”

เสียงวิจารณ์นั้นไม่เบานัก แต่ก็ทำให้ลูกค้าที่ยืนต่อแถวรอสั่งขนมถึงกับต้องใช้เวลาตัดสินใจมากขึ้น ทั้งที่ตอนแรกอาจมีเค้กที่ตั้งใจมาซื้ออยู่แล้ว หรือบางคนที่เพิ่งเอ่ยสั่งเค้กไปได้ครึ่งคำจู่ๆ ก็ยกเลิกไม่สั่งเสียอย่างนั้น ทำเอาไลท์ที่กำลังคิดเงินหัวเสียอยู่เหมือนกัน

ซีลยื่นน้ำเปล่าให้พลางตบไหล่ปลอบใจพนักงานหนุ่ม “พี่ไลท์ใจเย็นๆ นะครับ ลูกค้าเปลี่ยนใจก็เป็นเรื่องปกติ”

“พี่ไม่ได้โมโหลูกค้าหน้าเคาน์เตอร์” สายตาคมกริบจับจ้องใบหน้าที่กินขนมร้านเขาอย่างมีความสุข แต่ปากกลับวิจารณ์ตรงกันข้าม อันนี้ก็ใส่น้อยไป อันนั้นก็ใส่มากไป ถ้าไม่อร่อยก็วางช้อนแล้วหยุดกินสิ

“ลูกค้าวิจารณ์ขนมก็เป็นเรื่องปกติเหมือนกันนะครับ คนเรามีความชอบไม่เหมือนกัน เขาเองก็ดูเอ่อ...เหมือนจะชอบขนมของเรามั้งนะ แต่อาจจะอยากให้หวานกว่านี้ ขมกว่านี้สักนิดก็ได้”

“มองโลกในแง่ดีเกินไปนะซีล คนแบบนั้นน่ะ จงใจทำลายชื่อเสียงร้านเรามากกว่า” ไลท์เบนสายตากลับมาพลางชงกาแฟด้วยใบหน้าเย็นชา

“อาจจะฟังดูเหมือนคำบ่นทั่วไป แต่นายก็ได้ยินใช่ไหม ทุกประโยคของเขาลงท้ายด้วยคำว่า ‘ของโรงแรมเราน่ะ’ หึ การตลาดชัดๆ”

“คงไม่ขนาดนั้นมั้งครับ” ซีลพยายามไม่คิดมาก แต่ก็อดเหลือบมองลูกค้าคนนั้นไม่ได้ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายยกโทรศัพท์มาถ่ายรูป เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าขนมของร้านจะถูกนำไปวิจารณ์ในแง่ร้าย

ซีลนำเรื่องนั้นมาปรึกษาคนรักในช่วงพักเบรกช่วงบ่าย ซึ่งชายหนุ่มฟังแล้วไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนอะไร ยังคงตั้งใจทำขนมตามใบออเดอร์พิเศษนั้นอย่างดี รอยยิ้มผุดขึ้นมุมปากพลางยกมือลูบหัวเด็กหนุ่มด้วยความอ่อนโยน

เซนเข้าใจความเป็นห่วงของซีล แต่สำหรับเขาแล้วคำวิจารณ์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกวงการ แทนที่จะคิดมากเพราะพวกคนไม่ประสงค์ดี สู้พัฒนาขนมให้ดียิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าเหล่านี้ของเขายังจะดีเสียกว่า อีกอย่างลูกค้าในร้านของเขาก็มาซื้อขนมเพราะชอบรสชาติ ชอบรสสัมผัสที่เขาทำทั้งนั้น ส่วนคนไม่ชอบก็คงไปตั้งแต่ลองชิมครั้งแรกแล้ว

“ผมหงุดหงิดแทนพี่ แต่ก็รู้ว่าตอบโต้ไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรอยู่ดี” ซีลถอนหายใจ เขาอยากแกล้งใส่น้ำปลาลงในขนม แต่ทำแบบนั้นไปก็ไม่เป็นผลดีต่อพี่เซน ทั้งยังทำลายชื่อเสียงของร้านอีกต่างหาก

เซนยิ้มพลางส่งทาร์ตไข่ให้ซีล “ไปเสิร์ฟขนมได้แล้วครับ เดี๋ยวพี่จะพาไปหาอะไรอร่อยๆ ทาน จะได้หายหงุดหงิด”

“พี่เซนไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดสักหน่อย”

“แต่หน้าที่ของพี่คือทำให้คุณแฟนหายหงุดหงิดไงครับ” เซนโอบเอวคนรักก่อนจะก้มลงจูบไวๆ แล้วขยับไปกระซิบข้างหู “รีบกลับมาไวๆ นะ พี่จะเก็บของรอ”

“ครับ~” ซีลยิ้ม เดินออกจากครัวด้วยอารมณ์แจ่มใสพลางคิดว่าจะไปร้านไหนบ้าง เพราะเขาเองก็เป็นสาวกร้านอร่อยเหมือนกัน

มือเรียววางจานทาร์ตไข่บนโต๊ะ จากนั้นก็ยื่นมือไปเก็บจานเปล่ามาซ้อนกันไว้เตรียมนำไปเก็บล้างในครัว

“อะแฮ่ม เธอเรียกปาติซิเย่มาหาฉันหน่อยสิ ฉันเป็นผู้จัดการโรงแรม XXX ต้องการจะคุยกับเขา” ชายหนุ่มวางมาด มั่นใจว่าเพียงแค่เอ่ยชื่อโรงแรม เชฟหนุ่มที่ขลุกอยู่ในห้องครัวทั้งวันจะต้องรีบออกมาต้อนรับเขาแน่ๆ

ซีลไม่รู้จักชื่อเสียงของโรงแรมนั้นจึงมองอีกฝ่ายด้วยความระแวง เกรงว่าพี่เซนจะถูกเรียกออกมาต่อว่าอย่างไม่มีเหตุผลจึงรีบปฏิเสธทันที “คุณเชฟยุ่งมากครับ คงไม่สะดวกออกมาพบ”

“นั่นสิคะผู้จัดการ คนในร้านตั้งเยอะ ไว้รอช่วงเลิกงานดีกว่าไหมคะ” ไอรินหาเหตุผลมาช่วยเสริม ด้วยรู้ว่าเชฟหนุ่มไม่มีทางตอบรับทันที แต่หากเป็นช่วงเย็นน่าจะยังพอมีโอกาสเชิญมาพูดคุยด้วยได้

ชายหนุ่มไม่สนใจหญิงสาว แต่หันไปตำหนิเด็กหนุ่มที่ไม่ยอมนำคำพูดของเขาไปส่งต่อเจ้านาย “ยังไม่ทันไปบอกเขาเธอก็สรุปเองแล้ว ตกลงเขาหรือเธอที่เป็นเจ้าของร้าน เป็นแค่พนักงานอย่าสอดเรื่องเจ้านาย เสียมารยาท!”

ซีลได้ฟังก็อึ้งไป ที่อีกฝ่ายพูดมาก็ใช่ว่าไม่มีเหตุผล ในฐานะเจ้าของร้าน พี่เซนมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะออกมาพบลูกค้าคนนี้หรือไม่ แต่เขากลับเสนอหน้าแทน ดูอย่างไรก็ไม่เหมาะสม

แต่ในฐานะคนรัก เขาเองก็มีสิทธิ์ปกป้องจิตใจพี่เซนจากคนแปลกหน้าคนนี้ คนของเขาทุ่มเทความรักให้ขนมทุกชิ้น เรื่องอะไรจะยอมให้อีกฝ่ายมาต่อว่าง่ายๆ

ซีลกำหมัด ตั้งใจจะโต้สวนกลับไป แต่ยังไม่ทันได้พูด เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับเสียงพูดที่เอ่ยถามอย่างเย็นชา

“ไม่ทราบว่าคุณผู้จัดการผู้สูงส่งจะคุยกับผมเรื่องอะไร”

เซนก้าวเข้ามายืนข้างซีลพร้อมกับยกแขนขึ้นโอบไหล่คนรักราวกับต้องการปกป้อง ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าอดีตหัวหน้าที่ไม่ได้พบกันมานาน

“!!”

เซนเหลือบมองจานเปล่าซ้อนทับกันบนโต๊ะพลางกล่าวต่อ “คุณบอกว่าขนมของผมมันเกรดต่ำ...แต่กระเพาะคุณก็รับไว้อย่างไม่เสียดายเลยนิ”

“แก...”

“อร่อยไหมล่ะครับ”






...........................
พี่เซนเราจะมาแบบรว้ายๆๆ  :angry2:

เหม็นคนมีความรัก :hao3: :hao3:
ข้าวใหม่ปลามันก็งี้แหละ  :hao3:

หึหึ จะมีเรื่องวุ่นวายมั้ย
เรื่องวุ่นวายมาแล้วววววว  :hao7:

:pig4: :pig4:

:L2:  :pig4:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
พี่เซนจัดการเลย ตอกกลับให้หน้าแหกไปเลย55555

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
จัดการมัน พวกปากดี

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 19


เซนเดินมาหยุดอยู่ข้างซีลพลางลูบแขนปลอบโยนคนรัก

“พี่เซน...รู้จักเขาเหรอครับ” ซีลกระซิบถามเสียงเบา คุณเชฟให้ความสำคัญกับลูกค้ามาโดยตลอด ต่อให้ไม่พอใจมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางพูดจาแดกดันหักหน้าอีกฝ่ายท่ามกลางผู้คนในร้านแบบนี้

คนคนนี้ถึงขั้นทำให้คนใจดีอย่างพี่เซนเย็นชาใส่ได้ ซีลคิดว่าคงไม่ใช่คนดีอะไร

“แค่คนเคยรู้จักน่ะ ไม่ต้องใส่ใจหรอก”

“เซน...” ไอรินลุกขึ้นส่งยิ้มทักทายชายหนุ่ม หวังคลายบรรยากาศอึมครึม อีกฝ่ายหันมามองเธอเล็กน้อยสลับกับคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามที่ยังคงมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นอดีตปาติซิเย่ของโรงแรมปรากฏตัวที่ร้านขนมแห่งนี้

“ว่ายังไงครับคุณผู้จัดการโรงแรมระดับสูง ขนมที่ผมทำอร่อยไหม”

ได้ยินคำพูดนั้นชายหนุ่มก็ตั้งสติได้ เขาพยายามข่มกลั้นอารมณ์ไม่ให้ปะทุจนเสียเรื่อง แล้วกลับมามีท่าทีสุขุมดังเดิม

“รสชาติไม่ได้มาตรฐานสักอย่าง...” เขากล่าวติขนมทุกชิ้น ไม่ตกหล่นขนมชิ้นไหนเลยแม้แต่อย่างเดียว นับเป็นจุดเด่นของเขาในการจดจำลักษณะสำคัญของขนมแต่ละชิ้น เพื่อควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานของโรงแรม

เซนฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่เก็บมาใส่ใจ เพราะอย่างไรเขาก็ไม่เคยปฏิบัติตามมาตรฐานที่อีกฝ่ายพร่ำบอกนั้นเลยสักครั้ง ตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปทำหน้าที่ปาติซิเย่ประจำโรงแรม จนถึงวันสุดท้าย รสชาติขนมทุกชิ้นก็ยังคงเป็นแบบเดียวกับที่เสิร์ฟในร้าน

เซนตั้งมาตรฐานตามสากล เพราะขนมบางประเภทไม่สามารถอาศัยความอร่อยอย่างเดียวได้ กระบวนการทำตั้งแต่นวดแป้ง ตีครีม อบขนม ทุกขั้นตอนล้วนสำคัญ ขนมบางชนิดอาศัยโครงสร้างในการเซตติ้งเป็นสำคัญ หากใส่วัตถุดิบบางอย่างน้อยเกินไปอาจส่งผลให้ขนมนิ่มไม่อยู่ตัวได้

เซนเคยพูดเหตุผลทั้งหมดให้อดีตหัวหน้าฟังแล้ว แต่ไม่เคยได้รับความเห็นชอบใดๆ เคยกระทั่งพิสูจน์ให้เห็นด้วยการทำตามรสชาติที่อีกฝ่ายต้องการทุกอย่าง แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นเหมือนที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด

ตอนนั้นเซนได้รับโอกาสให้ทดสอบฝีมือให้เจ้าของโรงแรมลองชิม ฝั่งหนึ่งคือขนมที่เขาทำตามสูตรที่เขาเรียนรู้และปรับใช้ในแบบของตน อีกฝั่งคือขนมที่ทำตามความต้องการของผู้ควบคุมการทดสอบ ซึ่งกำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการโรงแรม

โชคร้ายที่ขนมจากการแนะนำนั้นไม่ประสบความสำเร็จ บรรดาผู้สมัครที่ทดสอบฝีมือพร้อมกับเซนแล้วเลือกทำตามที่ผู้ควบคุมการทดสอบแนะนำจึงตกรอบไปทันที และเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น ตำแหน่งผู้จัดการที่กำลังจะได้มาง่ายๆ ของอีกฝ่ายจึงถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ไม่รู้ว่าหลังจากเซนลาออกมาแล้ว ชายหนุ่มไปทำอย่างไรถึงได้ตำแหน่งนี้มา

“แล้วมาตรฐานที่คุณว่ามีคนทำสำเร็จหรือยังครับ ผมอยากลองชิมดูว่ามาตรฐานที่คุณว่ามารสชาติเป็นยังไง”

“คุณไอริน สักหน่อยไหม โชว์ฝีมือให้คนแถวนี้ได้รู้ว่ามาตรฐานโรงแรมเราเป็นยังไง”

“ผู้จัดการคะ...” ไอรินพูดเสียงเบาพลางส่ายหน้า เธอไม่กล้าเทียบชั้นกับเชฟหนุ่มหรอก เพราะแม้แต่ผลงานประกวดยังต้องอาศัยเซนคว้ารางวัลชนะเลิศมาเลย เธอจะมีหน้าจะไปอวดว่าตัวเองเก่งกว่าได้อย่างไร

“เอาสิครับ แต่วันนี้คงไม่ได้เพราะผมใช้วัตถุดิบที่เหลืออยู่ทำขนมให้คุณหมดแล้ว ไว้พรุ่งนี้พวกคุณค่อยมาใหม่ก็แล้วกัน” เซนไม่คิดมาก อีกฝ่ายอยากโชว์เขาก็พร้อมจัดเวทีแสดงให้ จะได้รู้ว่าของที่กินได้กับกินไม่ได้ต่างกันอย่างไร

“หึ ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้หรอก มาที่โรงแรมสิ พาพวกพนักงานมาด้วยก็ได้ ฉันจะเสิร์ฟคอร์สขนมพรีเมี่ยมให้ชิมเป็นบุญลิ้น จะได้รู้ว่าของดีๆ รสชาติเป็นยังไง”

“เป็นความคิดที่ดีครับ” ไลท์ก้าวออกมายืนข้างเจ้านาย ดันแว่นขึ้นเพื่อสบตาเจ้าคนที่บังอาจมาเหยียดหยามพวกเขา “ไม่ทราบว่าฟรีหมดไหมครับ”

“แน่นอนสิ” ชายหนุ่มได้ทีรีบกล่าว “ฉันเข้าใจว่าร้านเล็กๆ นี่คงให้เงินได้ไม่มาก ถือว่าฉันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงขนมก็แล้วกัน”

“เยี่ยมเลยค่ะ อยากทานขนมของโรงแรมหรูมานานแล้ว” แจนรีบเสริม เธอสบตาไลท์อย่างรู้ทันกันจากนั้นก็กอดแขนซีลที่ยืนอยู่ข้างๆ “น้องซีล~ ไปด้วยกันนะคะ”

“แต่ว่า...” ซีลไม่เข้าใจความคิดพี่ๆ จึงลอบส่งสายตาสอบถามความเห็นคุณเชฟ ซึ่งอีกฝ่ายก็เห็นดีเห็นงามด้วยพยักหน้ารับเบาๆ

ซีลขมวดคิ้วไม่รู้ว่าเขาพลาดอะไรไป ทำไมทุกคนถึงยอมตามคนประสงค์ร้ายไปง่ายๆ

“งั้นพวกคุณก็กลับไปเตรียมขนมได้เลยครับ พวกเราเสร็จงานแล้วจะรีบไป” เซนกล่าวพลางลูบหัวปลอบโยนคนรักที่ยังคงมีสีหน้าไม่ยินยอม

“นายเองก็ไม่มีวัตถุดิบทำขนมแล้วนี่ ทำไมไม่ไปด้วยกันเลยล่ะ”

“ผมไม่รีบ” เซนตอบเท่านั้นก็เดินกลับไปที่เคาน์เตอร์เพื่อรับออเดอร์จากลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้ามา ปล่อยให้คนถามยืนโมโหหมายมาดว่าจะจัดการเจ้าคนไร้มารยาทให้หลาบจำ

“เตรียมวัตถุดิบสำหรับขนมเซ็ตพรีเมี่ยมสี่ที่ ฉันกับคุณไอรินจะเข้าไปที่โรงแรม”

(เอ่อ แต่ว่าวันนี้...)

“ไม่มีคำว่าแต่ รีบจัดการซะ!” ชายหนุ่มกดวางสายจากนั้นก็หันไปหาไอริน “ไปครับคุณไอริน มีหลายอย่างที่ต้องเตรียมเลย”

“ค่ะ...” ไอรินรับคำเสียงอ่อย เธอรู้ว่าผู้จัดการโหมดไม่ยอมแพ้นั้นน่ากลัวยิ่งกว่าอะไร และขนมในคอร์สพรีเมี่ยมนั้นก็ทำยากเพราะต้องพิถีพิถันทุกขั้นตอน เธอเพิ่งเข้ามาทำงานที่โรงแรมก็ได้รับมอบหมายให้ทำขนมเซ็ตนี้แล้ว ทุกวันนี้เธอยังไม่ค่อยเข้าใจเลยด้วยซ้ำว่าขนมบางชนิดนั้นทำอย่างไร เพราะดูเหมือนเจ้าของสูตรคิดขึ้นมาเอง และเจ้าของที่ว่านั้นก็เสียชีวิตไปแล้ว

ตอนที่ขนมคอร์สพิเศษนั้นถูกวางจำหน่ายครั้งแรกได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โชคดีที่จัดทำแค่ช่วงคริสมาสต์เท่านั้น จึงช่วยให้เธอที่เพิ่งเข้ามาใหม่ได้ทดลองทำจากว่าหน้าตาและรสชาติจะเหมือนเจ้าของสูตร ถึงแม้ตอนนี้จะก้าวหน้าจนหน้าตาขนมเหมือนในภาพถ่ายแล้ว แต่รสชาติก็ยังไม่ถูกใจผู้จัดการหนุ่มอยู่ดี

“คุณไม่ต้องกังวล แค่หน้าตาออกมาเหมือนก็ดีมากแล้ว คนที่ได้ลองชิมในตอนนั้นมีแค่ผมและลูกค้าระดับสูงเท่านั้น พวกเขาไม่เคยลองชิม ไม่รู้หรอกว่าเป็นยังไง ที่คุณทำก็อร่อยแล้ว ดังนั้นมั่นใจในตัวเองหน่อย”

“ค่ะผู้จัดการ ฉันจะไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังค่ะ” ได้ฟังคำพูดของอีกฝ่ายไอรินก็ตั้งสติได้ สิ่งที่เธอเหนือกว่าเซนมีเพียงแค่ขนมคอร์สพิเศษนั้น หากทำให้เขาตะลึงในความเก่งกาจของเธอได้คงดีไม่น้อย

ส่วนความบาดหมางระหว่างเชฟหนุ่มกับผู้จัดการของเธอ ไว้ได้เป็นคนรักของเซนเมื่อไหร่ค่อยกระชับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้ดีขึ้นภายหลังก็ยังไม่สาย ยังไงเธอก็ยังอยากทำงานที่โรงแรมนั้น ให้ลาออกมาอยู่ร้านเล็กๆ แบบนี้คงไม่เหมาะกับเธอเท่าไหร่ ไว้อยากเกษียณค่อยกลับมาอยู่กับเซนก็แล้วกัน

ซีลเก็บจานบนโต๊ะหลังจากลูกค้าทั้งสองก้าวออกจากร้านไป พลางถามพนักงานสาวที่ยืนถูพื้นอยู่ข้างๆ

“พี่แจนไม่คิดว่าพวกเขาวางกับดักพวกเราเหรอครับ” เขาเป็นกังวลกับข้อเสนอนั้นมากจริงๆ ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นตั้งใจเชิญพวกเขาไปเพื่ออะไร

“ฮ่าๆ พวกเขาไม่กล้าวางยาเราหรอกซีล เสียชื่อโรงแรม ที่พวกเขาทำได้มีเพียงทำขนมให้อร่อยจนได้รับคำชมจากเราเท่านั้นแหละ”

“แล้วพวกเขาจะได้อะไรจากเราล่ะครับ”

ไลท์ถือถาดใส่แก้วเปล่ากลับมาจากด้านนอกได้ยินคำถามนั้นพอดี “หยามเหยียดพวกเราไง”

“ใช้คำแรงเกินไปนะไลท์ เขาเรียกว่าโอ้อวดตัวเองให้ดูสูงกว่าคนอื่นทั้งที่ความจริงก็คนเหมือนกัน”

“เธอพูดยาวไป ฉันรวบคำนั่นแหละชัดเจนดี”

“แล้วเราจะไปทำไมล่ะครับ ผมไม่เห็นว่าดีตรงไหนเลย” ไปให้คนอื่นดูถูกในที่ของเขา ซีลไม่เข้าใจว่าทำแล้วได้อะไร

“ไปกินฟรี” ไลท์ตอบหน้าตาย จากนั้นก็เดินเข้าไปในครัวพร้อมกับถาดใส่แก้ว ทิ้งให้แจนหัวเราะจนตัวงอกับคำตอบสั้นๆ แต่จริงจังนั้น

“จริงๆ เรื่องมันก็แค่นั้นแหละซีล พวกพี่แค่อยากไปกินขนมฟรี โอกาสมาถึงที่ไม่คว้าไว้ได้ไง”

“ห้ะ” ซีลยังคงมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ แต่พอเห็นสีหน้าแจนไม่ทุกข์ร้อนอะไร ดูสนุกด้วยซ้ำที่จะได้ออกไปทานบุฟเฟ่ต์ขนมมื้อเย็นซีลก็ถอนหายใจคลายความไม่สบายใจลงได้บ้าง

“ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น เขาอยากจะทำอะไรก็ปล่อยไปเถอะ ยังไงเรื่องขนมเขาก็สู้บอสเราไม่ได้หรอก หรือต่อให้สู้ไม่ได้แล้วจะคิดเงินเราภายหลัง ยังไงบอสก็มีปัญญาจ่ายน่า”

“พี่แจนมั่นใจจังเลยนะครับ” ซีลยิ้มเมื่อเห็นสายตาของแจนจับจ้องคุณเชฟที่ยืนคิดเงินอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายราวกับคนตรงหน้าคือเทพเจ้าที่เธอบูชา

“แล้วซีลไม่คิดอย่างนั้นเหรอ บอสน่ะทำขนมอร่อยมากนะ!”

ซีลมองไปยังคนรักที่ยังคงทำงานคล่องแคล่วไม่สั่นไหวแม้จะถูกท้าทายจากคนที่มีฐานะสูงกว่า เขาเอ่ยตอบคำถามนั้นด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ผมเชื่อว่าพี่เซนชนะขาดลอยเลยครับ”

“ใช่มะ บอสเราทั้งสูงทั้งหน้าตาดี ทำขนมก็เลิศ ทำอาหารก็อร่อย เฮ้อ ขาดอยู่อย่างเดียวเท่านั้น”

“อะไรเหรอครับ” คุณเชฟดีถึงขนาดนี้แล้ว ยังมีอะไรขาดอยู่อีกเหรอ

ซีลจับจ้องไปที่คนรักที่กำลังหันมาพอดี เซนเห็นคนทั้งสองมองตนไม่วางตาก็ให้ไลท์มาแทนที่แล้วผละจากเคาน์เตอร์เดินเข้าไปหาซีล

“คุยอะไรกัน”

“ขาดคนรักน่ะสิ” แจนกระซิบตอบซีล จากนั้นก็ส่งยิ้มให้เจ้านาย “บอสคะ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ เมื่อไหร่ก็หาแฟนได้สักทีละคะ ลูกค้าสาวๆ สวยๆ ก็มาจีบทุกวัน ไม่ตรงสเปคเลยเหรอ”

เซนเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ ซีลแล้วตอบยิ้มๆ “ใครบอกว่าหาไม่ได้”

เชฟหนุ่มเมินสายตาที่พยายามห้ามไม่ให้เขาพูดอย่างแนบเนียน

“คนไหนเหรอคะ เคยมาร้านเราหรือเปล่า เอ๊ะ! คงไม่ใช่คนที่เพิ่งออกไปกับผู้ชายปากเสียนั่นหรอกนะคะ”

“ไม่ใช่...แต่เธอเคยเจอเขาแล้ว เขามาที่นี่ทุกวัน”

“ทุกวัน!! เป็นไปได้ยังไงกัน” แจนรีบมองออกไปนอกร้านมองหาลูกค้าสาวสวยที่ยังคงเหลืออยู่ประปราย แต่กลับไม่เห็นคนไหนคุ้นตาราวกับเป็นลูกค้าประจำเลยสักคน

หรือว่ากลับไปแล้ว...

ระหว่างที่แจนมองออกไปข้างนอก ซีลรีบส่ายหัวยิกๆ ไม่ให้คุณเชฟพูดออกมาว่าตนคือคนรัก เพราะเกรงว่าพนักงานสาวจะรับไม่ได้พาลส่งผลเสียต่อการทำงานในร้านและความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายลูกน้องของพี่เซน

“ซีลไง”

เจ้าของชื่อชะงัก คนที่พูดไม่ใช่คุณเชฟที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่เป็นคนที่โผล่มาจากด้านหลัง

“ห้ะ” แจนชะงักค้าง มองเจ้านายกับรุ่นน้องสลับกับไปมา ถึงเธอจะรู้สึกว่าทั้งคู่ดูมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปแต่ก็คิดเพียงว่าศิษย์อาจารย์สนิทกันผ่านการทำขนมเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจะกลายเป็นคนรักกันไปได้

“เอ่อ ผมพูดถูกไหมครับบอส” ไลท์ถามเจ้านายที่ยืนยิ้มอย่างพึงพอใจ ส่วนซีลที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้างด้วยความตกใจที่ถูกรู้ความลับเข้าแล้ว

แต่สำหรับไลท์นั่นไม่ใช่ความลับเลยสักนิด เขาถึงขั้นรู้ก่อนที่สองคนนี้จะคบกันด้วยซ้ำ เพราะเจ้านายเขาไม่เคยปกปิดความรู้สึกชอบนั้นเลยสักนิด แค่สังเกตดูหน่อยก็มองหมดออกแล้ว ไหนจะข้ออ้างสารพัดที่หลอกล่อให้ซีลตายใจ ทั้งหนังสยองขวัญที่ชอบสะสมจนเต็มบ้านแต่กลับบอกว่ากลัวไม่กล้าดูคนเดียว เหอะๆ

อีกทั้งเมื่อวานก็ตัวติดกันขนาดนั้น...เขาไม่เชื่อว่าถ้าแจนเห็นภาพเดียวกันจะไม่คิดเหมือนกัน



หลังจากผ่านความช็อกไปแจนก็กลับมาอารมณ์ดีเหมือนปกติพลางลอบสังเกตคู่รักที่เดินสวนกันไปมา คนหนึ่งเก็บโต๊ะ อีกคนเสิร์ฟขนม บางจังหวะสองคนนั้นหันไปสบตากันพอดีจู่ๆ ก็หลุดยิ้มกันออกมา ส่วนเธอที่ยืนมองอยู่ก็ได้แต่จิกเคาน์เตอร์กัดริมฝีปากกลั้นยิ้มไม่ให้เผยท่าทีออกไปจนทั้งคู่ต้องกระอักกระอ่วน

ส่วนไลท์ที่ยืนชงกาแฟอยู่ก็ขยับออกห่างอย่างระมัดระวัง เพราะไม่รู้ว่าวินาทีต่อมาเพื่อนร่วมงานจะเปลี่ยนจากจิกโต๊ะมาจิกแขนเขาเมื่อไหร่

“นายว่าพวกเขาเคยจูบกันยัง”

ไลท์ชะงักมือ รีบทำสีหน้าให้เป็นปกติ “เรื่องส่วนตัวของพวกเขาอย่าเอามาพูดดีกว่า มันไม่ดี”

“ก็แค่ถามความเห็น นายรู้ก่อนฉันก็น่าจะสังเกตเห็นอะไรบ้างแหละใช่มะ”

“...”

ไลท์ไม่กล้าตอบ แม้ว่าที่แจนกล่าวมาจะจริงก็ตาม เขามักจะโชคร้ายบังเอิญเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นอยู่ตลอด ทั้งแบบที่จู่ๆ ซีลก็วิ่งออกมาจากในครัวด้วยใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากช้ำๆ และแบบที่เพิ่งก้าวขาเข้าไปในครัวก็เห็นคนสองคนแนบชิดกันอยู่

แต่เพียงได้สบสายตาคบกริบของเจ้านายที่มองมา ไลท์ก็รีบหันหลังเผ่นแน่บแล้ว ไม่กล้าส่งเสียงให้ซีลรู้ว่าเขาเข้ามา

“ถ้าเธอเห็นก็ทำเป็นไม่เห็นไปนั่นแหละ”

“ทำไมล่ะ ฉันว่าน่ารักดีออก ตั้งแต่น้องซีลมาที่นี่บอสอ่อนโยนลงตั้งเยอะ นี่สินะผลของความรัก~” แจนยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งเดินเข้ามา รีบเอ่ยแซวทันที “ถ้าไม่ใช่น้องซีลใครจะเอาบอสอยู่หมัด ใช่ไหมคะ”

“ครับ?”

“อย่าไปสนใจเลยซีล บางคนก็กู่ไม่กลับแล้วจริงๆ” ไลท์ส่ายหน้าพลางหันไปหาเจ้านายที่เดินตามหลังเข้ามา “บอสครับ ผมกับแจนเก็บของในร้านเสร็จแล้วเราจะไปที่โรงแรมกันเลยไหม”

“ไปเลยก็ได้ ซีลคงหิวแย่แล้ว” พูดจบก็ลูบหัวคนรักด้วยความเอ็นดู ก่อนหน้านี้ซีลค้นหาชื่อโรงแรมในเว็บไซต์เพื่อดูมีขนมอะไรขายบ้างจะได้เตรียมพร้อมไว้ก่อน แต่ข้อมูลที่เว็บไซต์เผยแพร่กลับมีเพียงแค่บุฟเฟ่ต์ขนมทั่วไป ไม่มีคอร์สขนมพรีเมี่ยมที่ผู้จัดการคนนั้นกล่าวถึงเลย

แม้เซนจะเคยทำงานที่โรงแรมนั้นมาก่อน แต่เขาก็ไม่เคยทำขนมคอร์สพรีเมี่ยมที่ว่านั้น จึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายวางแผนอะไรไว้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าท้ามา ก็แสดงว่าพวกเขาต้องมั่นใจในขนมเซ็ตนั้นมากทีเดียว

“ผมไม่ได้หิวสักหน่อย ก็แค่อยากรู้ว่าขนมมีอะไรบ้าง”

“ครับ ไม่หิวก็ไม่หิว” เซนพูดยิ้มๆ จากนั้นก็บอกให้พนักงานทั้งสองเก็บของและเตรียมตัวเพราะเขาจะกดเรียกรถแท็กซี่มารับที่ร้าน

“เฮ้อ” ซีลขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องไปเผชิญหน้าโดยไม่รู้อะไรแบบนี้เลย อีกทั้งกังวลว่าคุณเชฟกับพวกพี่ๆ จะถูกโจมตีจากคนคนนั้นอีกด้วย

เห็นท่าทางคิดไม่ตกนั้นเซนสอดประสานมือคนรัก

“พี่เซน...”

“เมื่อก่อนพี่ก็ไม่เคยสนใจอะไรนอกจากทำขนม แต่ตอนนี้พี่มีซีลแล้ว” เซนบีบกระชับมือเบาๆ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่จะปกป้องซีลให้ถึงที่สุดเอง ดูแลความรู้สึกซีลไม่ให้ใครมาทำร้ายได้ แม้แต่ตัวพี่เองก็ตาม”

“ผมไม่ได้กังวลเพื่อตัวเองสักหน่อย” ซีลบ่นอุบ แต่ก็อดยิ้มไม่ได้ที่อีกฝ่ายใส่ใจกันมากถึงขนาดนี้

“งั้นก็หยุดขมวดคิ้วได้แล้วครับ” เซนจิ้มหว่างคิ้วซีลแล้วนวดคลึงเบาๆ จนกระทั่งอีกฝ่ายมีสีหน้าผ่อนคลายลง “เราก็แค่ไปกินขนมฟรี ทำไมต้องคิดมากขนาดนั้น”

“เพราะเจ้าของขนมเจตนาไม่ดีไงครับ เลยอยากให้ทุกคนระวังตัวไว้บ้าง แต่ดูเหมือนไม่มีใครสนใจเลย”

“คนที่ต้องกังวลน่ะไม่ใช่พวกเราหรอกนะ สูงต่ำอย่างไรเราก็ไปเป็นแขกของโรงแรมเขา คนระดับสูงของโรงแรมก็อยู่ที่นั่น ลูกค้าของโรงแรมก็อยู่ที่นั่น” เซนยิ้มพลางสบตาคนข้างๆ พยายามบอกความหมายที่เขาต้องการจะสื่อ

“...”

“ถ้าพวกเขาทำขนมออกมาได้ไม่ดี...” เซนยิ้มแล้วกล่าวต่อ “พวกเขาต่างหากที่ต้องเตรียมรับมือตอนที่พี่เอ่ยปากวิจารณ์”





…………………………….
ศึกครั้งนี้ฝ่ายไหนจะวินกันแน่น้าาาาาา โปรดติดตามตอนต่อไปจ้าา ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ  :mew1:

:pig4:
 o13
ขอบคุณค่าาาา ติดตามกันมาตลอดเลยยยย  :กอด1: :L2:

พี่เซนจัดการเลย ตอกกลับให้หน้าแหกไปเลย55555

หูยยยยยยยย ถ้าทำไม่ดีพี่เซนจัดการแน่  :angry2:

จัดการมัน พวกปากดี

 รอจัดการเลยจ้าาา :m16: :m31:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-01-2022 17:08:50 โดย janeta »

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
รอดูคนหน้าแหกจร้าาาาาาาาา  แหกแล้วจะให้พี่เซนทุบซ้ำเลย :laugh:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-09-2021 19:49:53 โดย kong6336 »

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
หูยยย อยากอ่านต่อล้าวว ทุบเลยพ่อ

ทุบให้แหลก

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 20


ณ ห้องครัวของโรงแรม ไอรินมองไปรอบห้องครัวที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เหล่าปาติซิเย่ของโรงแรมกำลังวุ่นวายกับการทำขนมสำหรับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ ด้วยความที่เธอเข้ามาได้ไม่นาน ท่านประธานจึงส่งเธอไปแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านงานสัมมนาที่ต่างประเทศ ส่วนงานเลี้ยงในวันนี้ ปาติซิเย่อีกคนเป็นคนรับผิดชอบ

“ผมไม่มีเวลามาช่วยคุณทำขนมคอร์สนั่นหรอกนะ แค่งานเลี้ยงคืนนี้ก็ล้นมือแล้ว”

“ขอแค่ส่วนผสมก็พอค่ะ คุณพอจะเจียดให้ฉันสักหน่อยได้ไหม ฉันทำแค่เซ็ตเดียวเอง”

เชฟหนุ่มถอนหายใจ “ปกติเราเตรียมวัตถุดิบสำรองไว้มากพออยู่แล้ว แต่เพราะวันนี้เด็กฝึกงานที่ผู้จัดการฝากมาทำขนมเสียไปหนึ่งเซ็ต ดังนั้นผมเสี่ยงให้คุณเจียดไปอีกไม่ได้ ส่วนผสมของเราก็เป็นของนำเข้าทั้งนั้น ถ้าไม่พอจะไปหาซื้อมาจากไหน ผมให้คุณไม่ได้”

เขาถอนหายใจพลางเหลือบมองเด็กฝึกงานที่ยืนตัวลีบหน้าเสียอยู่มุมหนึ่งของห้องครัว โดยมีผู้จัดการหนุ่มกล่าวตำหนิด้วยเสียงไม่เบานัก

“ทำไมถึงไม่รอบคอบแบบนี้! ฉันไม่น่ารับปากคุณน้าแล้วให้เธอมาฝึกงานที่นี่เลย!”

“ขอโทษค่ะ...”

“รู้ไหมว่าของที่เธอทำเสียไปมูลค่าตั้งเท่าไหร่ นั่นเป็นของพรีเมี่ยมที่ฉันสั่งจากเมืองนอกมาทั้งนั้นเลยนะ!”

“ฮึก หนูผิดไปแล้ว...อย่าไล่หนูออกเลยนะคะ”

ชายหนุ่มหรี่ตามองเธออย่างไม่สบอารมณ์ อยากจะไล่ออกไปจากโรงแรมของเขา แต่เพราะอีกสัปดาห์เดียวอีกฝ่ายก็จะจบการฝึกงานแล้ว อีกทั้งแม่ของเด็กสาวก็มีบุญคุณกับเขา สุดท้ายก็ได้แต่กัดฟันไล่ออกจากห้องครัวไป

“ไปทำความสะอาดข้างนอกซะ อาทิตย์นี้ไม่ต้องเสนอหน้าเข้ามาในครัว”

“ค่ะ!” เธอรีบออกไปทันทีด้วยเกรงว่าคุณผู้จัดการจะเปลี่ยนใจไล่เธอออกแทน

“ผู้จัดการคะ ทำยังไงดีคะ” ไอรินกัดริมฝีปากด้วยความกังวล

แม้ปาติซิเย่ผู้รับผิดชอบงานในวันนี้จะไม่ให้ส่วนผสมเธอก็ไม่ถือว่าผิดอะไร เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่และได้วางแผนกันล่วงหน้ากันมาหลายเดือนแล้ว จู่ๆ ขนมด้อยคุณภาพไป หรือไม่ครบคอร์สตามที่เจ้าของงานบรีฟมาคงทำให้โรงแรมเสียชื่อเสียงแน่

“ยังไงคนพวกนั้นก็ไม่เคยกินขนมคอร์สพิเศษ ไม่มีทางจับได้หรอกว่าส่วนผสมเป็นเกรดมาตรฐานหรือพรีเมี่ยม เธอแค่ต้องทำออกมาให้สวยงามตามแบบก็พอ”

“จะดีเหรอคะผู้จัดการ รินว่าเราบอกพวกเขาไปตามตรงก็ได้นะคะว่าส่วนผสมไม่พอ เพราะถ้าไม่เป็นไปตามสูตร รินไม่แน่ใจเลยว่าขนมจะออกมาดี”

“พวกนั้นจะคิดว่าเราทำไม่ได้มากกว่า ฉันจะไม่ยอมให้คนพวกนั้นมาดูถูกโรงแรมเราเด็ดขาด ไปทำงานได้แล้วคุณไอริน ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำออกมาให้ได้”

ไอรินถอนหายใจ เธอเป็นแต่ปาติซิเย่ตัวเล็กๆ จะไปกล้าเถียงผู้จัดการได้อย่างไร เขาว่าอย่างไรเธอก็ต้องทำตามนั้น

“ค่ะผู้จัดการ” เธอรับคำแล้วรีบเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อมองหาส่วนผสมทั่วไปที่พอจะนำมาใช้ได้ แล้วรีบลงมือทำขนมทันที เพื่อให้เสร็จทันก่อนที่เซนและพนักงานในร้านจะมาถึง แม้ขนมบางอย่างจะต้องลดขั้นตอนการทำลงบ้าง แต่อย่างน้อยแค่คงรูปร่างเดิมได้ รสชาติจะด้อยไปบ้างก็คงไม่เป็นไร

อย่างไรเซนก็ไม่เคยทานขนมพวกนี้ บอกว่าเป็นสูตรใหม่พวกเขาก็คงไม่เอะใจอะไร



…………………………..

พนักงานของคาเฟ่ทูบีเลิฟเดินทางมาถึงโรงแรมช่วงสองทุ่มครึ่ง ด้วยลักษณะการแต่งตัวของพวกเขาดูอย่างไรก็ไม่เข้ากับพรมแดงที่ปูต้อนรับอยู่หน้าประตู ทั้งสี่ได้แต่มองหน้ากัน จากนั้นเซนก็ถามพนักงานที่เปิดประตูให้พวกเขา

“วันนี้มีงานสำคัญอะไรหรือเปล่าครับ”

“เอ่อ ทั้งสี่ท่านไม่ใช่แขกของงานกาล่าดินเนอร์คืนนี้เหรอครับ”

แค่ได้ยินคำว่ากาล่าดินเนอร์เซนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมบริเวณหน้าโรงแรมถึงมีการตกแต่งดอกไม้หรูหรา รวมถึงไฟประดับส่องสว่างไปทั่วแบบนี้ ดูเหมือนคุณผู้จัดการคนนั้นคงลืมไปแล้วว่าช่วงเวลานี้ของทุกปี พาร์ทเนอร์คนสำคัญของโรงแรมมักจะจัดงานเลี้ยงสำหรับดีไซน์เนอร์และเหล่านางแบบนายแบบ

ที่สำคัญคืองานครัวจะยุ่งมากเป็นพิเศษตั้งแต่ช่วงบ่ายโมง คิดว่าคงไม่มีปาติซิเย่คนไหนปลีกตัวมาช่วยไอรินทำขนมให้พวกเขาแน่

“พวกเรามาตามคำเชิญของคุณผู้จัดการโรงแรมค่ะ” แจนตอบกลับไปยิ้มๆ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเชิญพวกเธอมางานกาล่าดินเนอร์ ถ้ารู้อย่างนี้เธอจะไปเช่าชุดหรูพร้อมแต่งหน้าจัดเต็มแน่นอน

“คิดไปไกลแล้วแจน ฉันว่าเขาคงจัดที่นั่งว่างๆ แถวล็อบบี้โรงแรมหรือไม่ก็มุมเล็กๆ ในห้องอาหารให้เรากินแบบง่ายๆ มากกว่า งานหรูระดับปูพรมแดงจากหน้าประตูเขาไม่มีทางเชิญเรามาหรอก”

“นายก็ให้ฉันฝันหน่อยไม่ได้หรือยังไง” แจนบ่นจากนั้นก็ควงแขนซีล “น้องซีลคิดว่าไงคะ เขาเชิญเรามาแบบนี้จะให้เราไปกินที่ไหนกันแน่”

“เอ่อ...ไม่รู้สิครับ” ซีลไม่เคยมาที่นี่ก็เลยไม่รู้ว่าควรจะไปทางไหนต่อ

ระหว่างที่พวกเขากำลังยืนอยู่หน้าประตู ลีมูซีนคันหนึ่งก็ขับมาจอดพอดี ร่างสูงในชุดสูทขาวก้าวลงมาจากรถก่อนจะเงยหน้ามองทั้งสี่คนด้วยใบหน้าแปลกใจ

“มาทำอะไรที่นี่กันน่ะ” เขาหันไปมองหนึ่งในนั้นที่คุ้นเคยกันดี “ไม่เห็นนายบอกเลยว่าจะมา ไม่งั้นฉันจะได้ไปรับที่ร้าน”

ซีลมีสีหน้าดีขึ้น อย่างน้อยท่ามกลางคนมากมายก็ยังมีคนหนึ่งที่พาพวกเขาเข้าไปข้างในได้

“มีคนเชิญพวกเรามาทานขนมน่ะ นายล่ะ มางานเลี้ยงเหรอ”

“อือ มาแทนแม่น่ะ แม่กำลังยุ่งกับการออกแบบชุด แต่คุณลุงเจ้าของงานก็สนิทกับแม่จะไม่มาก็ดูเสียมารยาท แม่เลยส่งฉันมาแทน” ชัทยื่นบัตรเชิญให้คนเฝ้าประตู “มองหน้าฉันด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไง จะให้ฉันพาเข้าเหรอ”

ซีลพยักหน้ารับก่อนดวงตาจะถูกปิดกั้นด้วยฝ่ามือมืออุ่นจากคนที่อยู่ข้างหลัง

“ไม่อนุญาตให้มองเพื่อนแบบนั้นครับ พี่เองก็พาซีลกับทุกคนเข้าไปข้างในได้เหมือนกันนะ” เสียงกระซิบแผ่วเบาทำเอาใบหูซีลแดงเรื่อ จนต้องรีบดึงมืออีกฝ่ายออก

“พี่เซน...ทำอะไรครับเนี่ย” ซีลกระซิบถามพลางปรายตามองเพื่อนสนิทที่เลิกคิ้วสูงอย่างคนที่พอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว

“พี่หวง ไม่อยากให้ซีลมองคนอื่น” เซนพูดยิ้มๆ แล้วผละออกจากซีล จากนั้นก็หันไปพยักหน้าให้ชัทเป็นการทักทาย เขารู้ว่าชายหนุ่มมีแฟนสาวอยู่แล้วจึงไม่ได้ติดใจอะไรกับความสนิทของสองเพื่อนซี้ เขาเพียงแค่หวงทุกสิ่งที่เป็นซีล เป็นนิสัยเสียของตัวเองที่แก้ไม่ได้สักที

เซนกดโทรศัพท์โทรหาเพื่อนสนิทที่ทำงานเป็นเชฟอาหารฝรั่งของโรงแรม ไม่นานนักฝรั่งร่างท้วมก็รีบวิ่งออกมาจากด้านในด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเซน!” น้ำเสียงแปร่งๆ ของอีกฝ่ายยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่คุ้นเคย เซนกอดทักทายเพื่อนจากนั้นก็แนะนำให้รู้จักพนักงานร้าน รวมถึงซีลคนรักของเขา

“โอ้...นายมีเลิฟแล้ว ยินดีด้วยนะ ยินดีที่ได้รู้จักนะแมวน้ำน้อย”

“เอ่อ...” ซีลอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะแก้ไขชื่อตัวเองอย่างไร เห็นอีกฝ่ายดูสนุกสนานทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเองก็ได้แต่ยิ้มๆ จากนั้นก็หันไปกระตุกเสื้อพี่เซนที่ยังคงมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า “พี่ยิ้มอะไรของพี่น่ะ”

“แมวน้ำน้อย...ชื่อน่ารักดีนะ ถึงพี่จะรู้ว่าชื่อซีลไม่ได้แปลว่าแบบนั้น แต่เรียกแบบนี้ก็เหมาะดีนะ...แมวน้อย”

เดี๋ยวสิ...ทำไมชื่อเขาโดนตัดให้สั้นลงล่ะ

ซีลหรี่ตามองคุณเชฟที่หันไปพูดคุยกับเพื่อนอย่างออกรส จากแรกๆ พูดภาษาไทย สักพักก็เปลี่ยนไปพูดภาษาฝรั่งเศสกันอย่างคล่องแคล่ว

“แมวน้อย...ชื่อไม่เลวนะ” ชัทได้ทีหยอกเพื่อนไปอีกหนึ่งประโยค จากนั้นก็คล้องคอซีลเดินตามคนทั้งกลุ่มไปด้านใน เพราะอย่างไรห้องจัดเลี้ยงก็ไปทางเดียวกัน “ว่าแต่ ไปคบกันตอนไหน ทำไมไม่อัพเดตฉันเลย นึกว่านายแห้วไปแล้วนะเนี่ย”

“ก็ไม่ได้จะปิดบังหรอก...”

“ก็แค่สวีทกันแล้วลืมเพื่อนแค่นั้นเอง” ชัทพูดยิ้มๆ พลางตบไหล่เพื่อน “นายมีความสุขก็พอแล้วซีล ความรักน่ะ ถ้ามาถึงแล้วรีบคว้าไว้ก็พอ อย่าไปคิดอะไรมากให้วุ่นวายเลย”

ซีลมองตามแผ่นหลังของคุณเชฟที่อยู่ด้านหน้าแล้วยิ้มออกมา “ขอบใจมากนะชัท ถ้าไม่ได้นายเตือนสติ ฉันอาจจะเสียเขาไปแล้วก็ได้”

“เรื่องเล็กน้อย เพื่อนกันอะไรที่ช่วยได้ก็ช่วยหมดนั่นแหละ ฉันโง่นายยังช่วยติวให้จนสอบผ่านได้เลย ระหว่างเราไม่ต้องขอบคุณอะไรกันมากมายนักหรอก นายเต็มใจช่วยโดยที่ฉันไม่ร้องขอ ฉันก็เต็มใจที่จะช่วยนายทุกช่วงเวลาเหมือนกัน”

“อื้ม” ซีลยิ้มกว้าง การมีเพื่อนดีๆ สักคนอยู่ข้างๆ คอยช่วยเหลือและเตือนสติให้กันอย่างจริงใจเพียงแค่นี้ก็พอแล้ว

“แหะๆ” ชัทค่อยๆ ลดแขนจากคอเพื่อนเมื่อเห็นสายตาของคนด้านหน้าที่มองมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก

“หืม” ซีลมองตามสายตาเพื่อนไปก็เห็นเพียงสายตาอ่อนโยนของพี่เซนก่อนที่อีกฝ่ายจะหันกลับไปตอบคำถามเพื่อน

“คนของนายนี่ขี้หวงจริงๆ แตะนิดแตะหน่อยก็มองตาขวางแล้ว” ชัทกล่าวเพียงเท่านั้นก็เห็นว่าด้านหน้าเป็นซุ้มประตูทางเข้างานกาล่าดินเนอร์ “ฉันต้องไปทักทายคุณลุงก่อน ให้เขาเห็นหน้าสักหน่อยว่ามาร่วมงานแล้ว ถ้าหาเวลาปลีกตัวได้เดี๋ยวโทรหานายอีกที”

“นายไม่จำเป็นต้องตามฉันออกมาจากงานสักหน่อย ไปสนุกกับงานเลี้ยงดีกว่า”

ชัทถอนหายใจ “พวกดีไซน์เนอร์ที่พอจะรู้จักกันก็อยากตีสนิทฉันเพื่อจะได้นัดพบแม่ ส่วนบรรดานางแบบนายแบบถ้ารู้ว่าฉันเป็นลูกแม่ก็คงอยากตีสนิทฉันเพื่อที่จะได้ใส่ชุดที่แม่ฉันออกแบบ จะหาคนจริงใจในงานนี้สู้ฉันหนีไปกินขนมชิลๆ กับพวกนายยังจะดีซะกว่า”

“ทางฉันก็ไม่ได้ดีสักเท่าไรนักหรอก” ซีลยังไม่รู้เลยว่าขนมที่พวกเขาจะต้องไปเผชิญหน้าจะเป็นอะไร แต่อย่างน้อยความมั่นใจของคนคนเชิญก็พอจะทำให้เขาวางใจในรสชาติได้

ทั้งคู่แยกกันตรงหน้าประตูงานเลี้ยง ซีลเดินตามพี่ๆ ไปจนถึงห้องอาหารที่มีแขกโรงแรมนั่งรับประทานอาหารค่ำกันประปราย

“พวกคุณนั่งเล่นกันที่นี่ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมบอกผู้จัดการให้ว่ามาถึงแล้ว”

“ขอบใจนะอเล็กซ์”

เชฟหนุ่มพยักหน้ารับจากนั้นก็เดินไปทางห้องครัว ส่วนพวกเขาทั้งสี่ก็แบ่งกันนั่ง ซีลนั่งเก้าอี้ริมหน้าต่าง ส่วนแจนที่นั่งโซฟาติดผนังฝั่งตรงข้ามดูตื่นเต้นกับวิวริมแม่น้ำ แม้จะมองผ่านกระจกใสก็ยังดูงดงาม ข้างเธอคือไลท์ที่กำลังรับสมุดเมนูจากพนักงานสาว

เซนนั่งลงข้างซีลจากนั้นก็รับสมุดเล่มหนึ่งมาจากไลท์พลางเปิดดูรายการอาหารที่คุ้นเคย จนไปถึงเมนูของหวานที่อยู่ท้ายเล่ม แต่กวาดตามองอย่างละเอียดอย่างไรก็ไม่เห็นขนมคอร์สพิเศษที่อีกฝ่ายกล่าวถึงเลย

คริสต์มาสปีก่อนเขาโหมงานหนักจนป่วยกะทันหัน หมดสติไปสองวัน สองวันนั้นไม่รู้ว่าท่านประธานไปเชิญเชฟชื่อดังที่ไหนมาทำขนมแทน เพื่อนร่วมงานก็พูดกันเพียงว่าเธอสวยมาก เขาก็เลยไม่ได้สนใจอะไร มุ่งหน้าทำงานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเพื่อจะได้ลาออกไปดูแลน้องสาว

“มากันแล้วเหรอคะ” เสียงหวานใสดังขึ้นพร้อมกับไอรินในชุดเชฟเดินมาพร้อมพนักงานรุนรถเข็นสองคัน คันแรกมีจานขนมครอบฝาปิดไว้สี่ใบ ส่วนอีกคันเป็นชั้นวางขนมสามชั้น มีขนมชิ้นเล็กที่แตกต่างกันวางประดับอยู่ “ขนมพร้อมเสิร์ฟพอดีเลยค่ะ”

เธอให้พนักงานจัดการวางชั้นวางขนมไว้กลางโต๊ะ ส่วนจานที่มีฝาครอบวางล้อมไว้รอบๆ

“ว้าว สวยจัง” แจนตื่นเต้นกับชั้นขนมที่เต็มไปด้วยขนมน่ารักๆ ส่วนไลท์และซีลเพียงแค่สนใจจานที่ถูกฝาครอบไว้เท่านั้น

ขณะที่สองหนุ่มกำลังจะยกมือเปิดฝาครอบ น้ำเสียงเย็นชาจากปาติซิเย่หนุ่มก็เอ่ยขัดขึ้นก่อน

“คุณไปได้สูตรขนมเซ็ตนี้มาจากไหน”

“คะ?” ไอรินที่กำลังยิ้มดีใจที่ทำขนมได้ครบถึงกับชะงักไป

“ผมถามว่าคุณไปขโมยสูตรขนมนี้มาจากไหน!” เซนลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวไปหาหญิงสาวด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ จากนั้นก็ปรายตามองผู้จัดการหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับชายวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของโรงแรม

“เชฟเซน!” ท่านประธานรีบเดินเข้ามาหาอดีตเชฟขนมของโรงแรมด้วยใบหน้ายินดี “ไม่เจอกันนานเลยนะ เธอสบายดีไหม”

เซนรีบปรับอารมณ์ให้เย็นลงก่อนจะเอ่ยทักทายอีกฝ่ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“สวัสดีครับท่านประธาน ผมสบายดีครับ”

“ทุกวันนี้ฉันยังเสียดายอยู่เลยที่เธอขอลาออกไป” ท่านประธานมองไปยังขนมที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ “โอ้ ขนมพวกนี้...”

“เชฟไอรินเป็นคนทำครับ” ผู้จัดการหนุ่มรีบพูดขึ้นมาทันที ดันหลังหญิงสาวไปข้างหน้าเพื่อหวังจะได้รับคำชมจากเจ้านาย เพราะเขาจำได้ดีว่าตอนที่ขนมเซตนี้ขายดีนั้นท่านประธานกล่าวชมไม่ขาดปาก ถึงกับเป็นผลงานสำคัญที่ทำให้เขามีโอกาสเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วแบบนี้

“เธอยอมยกสูตรขนมให้โรงแรมเราแล้วเหรอเชฟเซน” ท่านประธานหันไปหาอดีตเชฟขนมที่ตนภาคภูมิใจอย่างมาก จำได้ว่าตอนที่อีกฝ่ายมาขอลาออกไปดูแลน้องสาวที่ป่วยระยะสุดท้ายนั้น ใบหน้าซูบเซียวไร้ชีวิตมากแค่ไหน ตอนนี้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ดีแล้วเขาก็ยินดีอย่างมาก

คิดไม่ถึงว่าสูตรขนมที่น้องสาวอีกฝ่ายออกแบบไว้ ก็ยอมยกให้โรงแรมของเขา

“เข้าใจผิดแล้วครับ” เซนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ผมไม่เคยคิดจะยกสูตรขนมของน้องสาวผมให้ใครทั้งนั้น กระทั่งทำขายเองก็ไม่เคยทำเลย”

“เอ่อ...” ท่านประธานหันกลับไปหาผู้จัดการและเชฟสาวที่ยืนอึ้งอยู่ด้านหลังเพื่อขอคำอธิบาย “นี่มัน...หมายความว่ายังไงกัน พวกคุณแอบทำขนมโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของสูตรเหรอ”

“ผมทราบมาว่าเธอเสียชีวิตไปแล้ว...” ผู้จัดการหนุ่มกล่าวเพียงเท่านั้นก็เงียบไป คิดไม่ถึงว่าหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในห้องครัววันนั้นเพื่อมาทำขนมคริสต์มาสแทนเซนจะเป็นน้องสาวของเขา คิดเพียงว่าเจ้านายไปเชิญปาติซิเย่ชื่อดังมาทำขนมแก้ขัดไปก่อน ภายหลังเขาถามเจ้านายเพื่อจะเชิญมาเป็นเชฟขนมประจำโรงแรม กลายเป็นว่าเธอเสียชีวิตไปแล้ว เลยถือโอกาสเอาสูตรขนมนั้นมาให้ไอรินฝึกเพื่อที่จะปั้นเธอเป็นเชฟขนมชื่อดัง

“ขะ...ขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่ทราบเลย” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ไม่กล้าจินตนาการถึงความรู้สึกอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงถามเธอว่าไปขโมยสูตรขนมนี้มาจากไหน

“พวกคุณ...” ท่านประธานกล่าวเพียงเท่านั้นก็หันไปขอโทษเชฟหนุ่ม “ขอโทษแทนพวกเขาด้วยนะเชฟเซน ฉันจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกเด็ดขาด คุณวางใจได้เลย ส่วนขนมพวกนี้...”

“ท่านประธานไม่ผิดหรอกครับ ถ้าจะผิดก็แค่คนขโมยสูตรกับคนที่ยอมทำทั้งที่รู้ว่าสูตรนี้เป็นของคนอื่น” เซนปรายตามองทั้งคู่ที่รีบหลบตาทันที

“แต่ไหนๆ พวกเขาก็ทำออกมาแล้ว ท่านประธานลองชิมด้วยกันไหมครับ พวกเขาเชิญผมมาเพื่อบอกว่าขนมของผมสู้พวกเขาไม่ได้ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าขนมสูตรเฉพาะของน้องสาวผม พวกเขาเลียนแบบได้ดีพอหรือเปล่า”




.........................................

มาต่อแล้วค่า >.< หายไปทำงานประจำมาค่ะ งานเยอะจนแทบไม่ได้นอนเลย 5555
ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านและเป็นกำลังใจให้กันด้วยน้าาาา

รอดูคนหน้าแหกจร้าาาาาาาาา  แหกแล้วจะให้พี่เซนทุบซ้ำเลย :laugh:

พี่เซนไม่ปล่อยไว้แน่นอนค่าาาาาาา  :m31:


หูยยย อยากอ่านต่อล้าวว ทุบเลยพ่อ

ทุบให้แหลก

หึหึ ตอนหน้าพี่เซนจะอาละวาดอย่างไรบ้าง มาตามอ่านกันน้าาาาา  :hao3:

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
พี่เซนจัดหนักๆ เอาให้น็อคไปเลยนะ โดยเฉพาะผจก.ปากเก่ง หมั่นไส้55555//อินไปไหมเรา o18

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
พ่อบอกว่า ไอจะขยี้ยู้วให้แหลค!

อย่าให้มันมีชีวิตรอดนะพ่อ รีบมาต่อน้าา

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 21


ซีลหันไปมองคนรัก แม้จะกล่าวด้วยน้ำเสียงท้าทาย แต่แววตาของพี่เซนกลับเศร้าอยู่ลึกๆ คงเป็นเพราะขนมเหล่านี้เป็นสูตรลับของพี่ซี กระทั่งพี่เซนเองยังไม่กล้าที่จะทำขึ้นมาอีกครั้ง แต่กลับถูกคนอื่นขโมยไปหาผลประโยชน์ หากเป็นเขาก็คงไม่ชอบใจเช่นเดียวกัน

“เชิญครับ พวกคุณเริ่มแนะนำเมนูได้เลย” เซนกล่าวพลางผายมือไปยังขนมหลากชนิดบนโต๊ะ เขากวาดตามองเพียงเล็กน้อยก็พบข้อบกพร่องมากมายที่ไม่สมควรมี

“เอ่อ...” ไอรินรู้สึกแย่ กล่าวต่อไม่ออกแม้แต่คำเดียว จะให้เธอพูดแนะนำได้อย่างไร ในเมื่อคนที่รู้จักขนมเซ็ตนี้ดีที่สุดก็คือเชฟหนุ่ม อีกทั้งขนมบางอย่างเธอก็ทำออกมาอย่างลวกๆ พอให้หน้าตาถูไถไปได้เพราะคิดว่าอย่างไรพวกเขาก็ไม่เคยทาน พอมาถึงตอนนี้กลับเป็นเธอเสียเองที่ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร

ไอรินหันไปหาผู้จัดการ หวังให้เขาช่วยออกหน้าให้ ซึ่งอีกฝ่ายก็เพียงถลึงตาใส่เธอแล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยท่าทางสุขุม

“คุณไอรินเพียงทำตามสูตรที่ผมได้นำมาให้เธอเท่านั้น ไม่อาจอธิบายได้ดีเท่าตัวผมที่เคยทาน”

เขากล่าว จากนั้นก็เปิดฝาครอบจานขนม “เค้กนี้ชื่อ Aimer มาจากภาษาฝรั่งเศสแปลว่ารัก เค้กนี้ได้แรงบันดาลใจจากท้องทะเลที่โอบอุ้มเหล่าสรรพสัตว์ และเป็นดั่งครรภ์มารดาที่คอยปกป้องทุกชีวิต”

ซีลชะงักเมื่อเห็นว่าเค้กตรงหน้าคือเค้กแบบเดียวกับที่พี่เซนเคยมอบให้เขาเป็นของขวัญวันเปิดร้าน มีทั้งปลาดาว ม้าน้ำ ไข่มุก ปะการัง และฝูงโลมาแหวกว่ายอยู่บนหน้าเค้กท่ามกลางเกลียวคลื่น หากเขาไม่เคยเห็นเค้กนี้มาก่อนก็คงยอมรับในฝีมือคุณไอรินไปแล้ว

แต่เพราะเคยเห็น ดังนั้นการมองของเขาจึงแตกต่างกับพี่แจนและพี่ไลท์อย่างสิ้นเชิง

ซีลเม้มปากพลางหันไปหาพี่เซน ใบหน้าของคนรักยังคงเรียบเฉย เพียงแค่ยื่นมีดไปตัดเค้กแล้วแบ่งให้ทุกคนลองทาน

“ไม่ต้องกังวล” เซนพูดยิ้มๆ เมื่อเห็นสีหน้าของซีล คงเพราะเป็นห่วงความรู้สึกของเขา ซีลถึงคอยหันมามองอยู่ตลอด รวมถึงแอบยื่นมืออุ่นมากุมมือเขาไว้ ราวกับว่าหากเกิดอะไรขึ้นจะรีบปกป้องเขาทันที

ซีลใช้มือข้างที่ว่างอยู่ตักเค้กมาลองชิม แน่นอนรสชาติของวนิลายังคงเป็นจุดเด่นของเค้ก ทานแล้วไม่ต่างจากเค้กวนิลาทั่วไปไม่มีข้อบกพร่องใดๆ ให้ติ

“รสชาติดี” ท่านประธานกล่าวชม หากไม่ใช่เพราะพนักงานโรงแรมตนทำเรื่องไม่สมควรให้อภัย เขาคงกล่าวชมได้มากกว่านี้

ซีลลอบมองสีหน้าพี่ไลท์กับพี่แจน ซึ่งสองคนนั้นก็ได้แต่มองเขากลับมาอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไร ทั้งคู่ไม่ใช่นักวิจารณ์ขนมและเค้กชิ้นนี้ก็ทำได้ดี ทั้งในส่วนของรูปลักษณ์และรสชาติ คงเพราะส่วนผสมนำเข้าจึงทำให้รสสัมผัสของเนื้อเค้กออกมาดีเกินคาด

แต่สำหรับซีล หากเทียบกับเค้กของพี่เซน กลับห่างชั้นเกินไป

“ยังดีไม่พอครับ” ซีลกล่าวพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดภาพที่เคยถ่ายไว้ “เค้กนี้ยังประณีตไม่พอ คุณดูสิ โลมาน่ะ ตัวที่อ้าปากต้องมีฟันนะ แต่ที่คุณไอรินทำไม่มีฟันเลย”

“ห้ะ” แจนหันมาหาไลท์ จากนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปดูภาพบนหน้าจอ ปลาโลมาบนเค้กตัวหนึ่งอ้าปากและมีฟันซี่เล็กๆ อยู่ในนั้น แจนรู้ว่าเจ้านายเป็นคนละเอียด แต่คิดไม่ถึงว่าจะถึงกับถอดลักษณะทางกายภาพของสิ่งมีชีวิตมาประดับหน้าเค้กทั้งหมดแบบนี้

“จะหาเรื่องกันหรือไง กะอีแค่ปลาตัวหนึ่งจะมีฟันหรือไม่มีฟันแล้วมันต่างกันตรงไหน รสชาติล่ะ อร่อยจนวิจารณ์ไม่เป็นล่ะสิ!”

ผู้จัดการหนุ่มตอกกลับไปอย่างไม่ไว้หน้า เพราะได้รับคำชมจากเจ้านายจึงยิ่งได้ใจ และมั่นใจว่าคนพวกนี้ก็หาข้อบกพร่องจากเค้กชิ้นนี้ไม่ได้จึงหาเรื่องอื่นมาวิจารณ์แทน

“ไม่ใช่การหาเรื่อง เค้กทุกชิ้นที่น้องสาวผมทำก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น” เซนปรายตามองผู้จัดการหนุ่มจากนั้นก็เอ่ยถาม “คุณมีอะไรจะพรีเซนต์เค้กชิ้นนี้อีกไหมครับ”

“...”

“ถ้าไม่มีผมจะได้เริ่มวิจารณ์ขนมของพวกคุณสักที” เซนกล่าว “เค้กชิ้นนี้ไม่ผ่านครับ”

“ใช้ไฟอบแรงเกินไป คงเพราะอยากให้เค้กรีบสุก พอด้านนอกดูได้ก็รีบเอามาปาดครีม แต่กลับลืมเช็คตรงกลางว่าเนื้อเค้กสุกหรือเปล่า”

เซนใช้ส้อมจิ้มเนื้อขนมแล้วตักส่วนที่ยังไม่สุกให้ทุกคนเห็นด้วยกัน “ผมไม่รู้ว่าตอนคุณทำขนมให้ลูกค้าคนอื่นๆ สะเพร่าแบบนี้หรือเปล่า แต่ในฐานะคนทำขนม เค้กชิ้นนี้ผมไม่ให้ผ่านครับ”

“ครีมที่ปาดเค้กก็ไม่ถูกต้อง เทคนิคนี้น้องสาวของผมคิดขึ้นมาเอง เป็นงานศิลปะที่ใช้สีมาทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น แม้จะดูเหมือนว่าครีมเยอะ แต่ทานแล้วกลับไม่เลี่ยน ซึ่งแน่นอนว่าคนไม่รู้ย่อมปาดครีมเต็มที่ให้ออกมาเหมือนภาพถ่ายมากที่สุด และรสสัมผัสที่ได้ก็เลี่ยนเกินเยียวยา”

“คุณผู้จัดการคงคิดไม่ถึงสินะครับ เพราะคุณเคยชิมและถ่ายภาพเก็บไว้ แต่ไม่ได้ไปดูว่าตอนที่น้องสาวผมทำ เขาทำอย่างไร”

“ไม่รู้จักเค้ก แต่กล้าวางขาย ผมไม่รู้จะพูดยังไงกับพวกคุณเลย”

เซนกล่าวเพียงเท่านั้นก็ยื่นมือไปเปิดฝาจานขนมที่เหลือจากนั้นก็ผายมือให้ทุกคนลองทาน แต่กลับไม่มีใครยื่นมือไปหยิบขนมเลย

ท่านประธานหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อ แค่กล่าววิจารณ์เค้กจานเดียวยังทำให้พนักงานของเขาพ่ายแพ้ราบคาบแบบนี้ หากกล่าวต่อไป ไม่รู้ว่าบรรดาแขกโรงแรมที่แอบมองมาอยู่ไกลๆ จะเก็บเอาคำวิจารณ์เหล่านั้นไปเผยแพร่ที่ไหนบ้าง

“พอเท่านี้เถอะเชฟเซน ถือว่าเห็นแก่หน้าฉัน ความผิดของพวกเขาฉันจะจัดการให้เธอเอง”

ได้ฟังประโยคนั้น เซนก็ลอบถอนหายใจ เขาเองก็เหนื่อยจะวิจารณ์แล้วเช่นกัน ไม่อยากพูดถึงขนมที่น้องสาวพยายามทดลองทำมาตลอดหลายปีในแง่ร้ายอีก เพราะนอกจากตอกหน้าคนพวกนั้นแล้ว ก็มีเพียงเขาที่ต้องเจ็บปวดเพราะไม่อาจชิมรสมือของน้องสาวที่รักได้อีก

“ขอบคุณครับ” กล่าวจบเซนก็ลุกขึ้น “ดึกมากแล้ว พวกเราขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็ให้บอกนะ อย่างไรเธอก็เคยทำงานที่นี่” ท่านประธานกล่าวด้วยความใจดี อย่างไรตลอดหลายปีที่เซนทำงานเป็นปิติซิเย่ที่นี่ก็ไม่เคยมีข้อบกพร่องใดๆ ทั้งยังสร้างชื่อให้โรงแรมของเขาอีกด้วย หากไม่มีอีกฝ่ายก็คงกวาดรางวัลมากมายมาได้

“ถ้าอย่างนั้น...” เซนสบตาผู้จัดการหนุ่มด้วยแววตาเย็นชา “อย่าขโมยสูตรขนมของผมและน้องสาวอีกก็พอ” จากนั้นก็หันไปหาท่านประธาน “หวังว่าขอแค่นี้จะไม่มากเกินไปนะครับ”

“แน่นอน ฉันจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกเด็ดขาด” แม้จะเสียดายในความสามารถแต่ท่านประธานก็ไม่กล้ารั้งอีกฝ่ายไว้ ได้แต่มองคนกลุ่มนั้นเดินออกจากห้องอาหารไป

“ท่านประธานครับ...”

“กลับไปเป็นหัวหน้าแผนกเถอะ ตำแหน่งผู้จัดการคงไม่เหมาะกับคุณ” ท่านประธานกล่าวเสียงเย็นชา จากนั้นก็หันไปหาหญิงสาวที่ยืนหน้าซีด “ส่วนคุณเองก็มีความผิด แต่เพราะผิดครั้งแรกผมจะให้โอกาสอีกครั้ง”

“ขอบคุณค่ะท่านประธาน”

“คิดว่าโชคดีเถอะที่เชฟเซนเขาไม่เอาเรื่อง เห็นเขาไม่ใส่ใจเป็นแบบนั้นแต่เครือข่ายของเขาไม่น้อยเลยนะ ถ้าเขาคิดจะเปิดโปงพวกคุณ แค่พริบตาเดียวก็อย่าหวังจะมีที่ยืนในวงการปาติซิเย่”

“...ถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“แล้วคุณคิดว่าจู่ๆ ผมเดินมาที่ห้องอาหารทำไมล่ะ”

เชฟสาวและผู้จัดการหนุ่มหันมามองหน้ากัน จะว่าไปพวกเขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าท่านประธานจะผ่านมาทางนี้ เพราะท่านประธานเป็นแขกในงานกาล่าดินเนอร์ หากไม่ใช่เพราะความอยากเอาชนะครอบงำก็คงฉุกคิดได้ก่อน ผลลัพธ์ก็คงไม่กลายเป็นแบบนี้

“ต่อไปนี้ก็อย่าทำผิดอีก การขโมยสูตรขนมก็เหมือนขโมยความทุ่มเทของปาติซิเย่ แม้เจ้าของสูตรจะจากไปแล้วแต่ครอบครัวของเขายังอยู่ การที่ต้องมาเห็นขนมที่คนในครอบครัวทุ่มเทกลายเป็นอะไรไปไม่รู้ก็เป็นความเจ็บปวดอย่างหนึ่ง แม้ผมจะอยากได้สูตรนี้มากแค่ไหน แต่ก็ต้องได้มาด้วยความเต็มใจไม่ใช่การขโมย หวังว่าพวกคุณทั้งคู่จะจำใส่ใจ”

“เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ”



.................................

หลังจากก้าวออกจากห้องอาหาร ทั้งสี่คนไม่พูดจากันเลยสักคำ แจนกับไลท์เดินรั้งท้าย พยายามอยู่ห่างเจ้านายของตนมากที่สุด ส่วนซีลที่เดินตามหลังคุณเชฟก็ละล้าลังไม่รู้ว่าควรพูดอะไร

ขณะที่กำลังก้มหน้าคิดอยู่นั้น คนข้างหน้าก็หยุดเดินแล้วหันกลับมา หัวซีลเลยปะทะอกอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง

“คิดอะไรอยู่ครับ” เซนเชยคางอีกฝ่ายขึ้นพลางยื่นนิ้วชี้ไปคลายหว่างคิ้วที่กำลังขมวดอยู่ของซีล “ถ้าคิดเรื่องของพี่อยู่ก็ไม่ต้องคิดแล้วครับ พี่ไม่เป็นไร”

“พี่เซน...”

“ก็ซีลอุตส่าห์กุมมือไว้ตลอดเลยไม่ใช่เหรอครับ มีซีลอยู่ข้างๆ แบบนี้พี่จะเป็นอะไรไปได้ล่ะ” พูดจบก็ดึงคนรักมากอดไว้โดยไม่สนใจพนักงานทั้งสองที่ชะงักฝีเท้ายืนอยู่ไม่ไกล เขาใช้สายตาไล่กลายๆ จนทั้งคู่ต้องเดินเลี้ยวแยกไปอีกทาง

“ปล่อยครับ...พี่แจนกับพี่ไลท์มองอยู่นะครับ”

“สองคนนั้นหายไปไหนก็ไม่รู้แล้ว”

“ห้ะ” ซีลเอี้ยวคอกลับไปมองข้างหลังแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาทั้งคู่ “พวกเขาไปไหนกัน”

“ไม่รู้สิ กลับไปแล้วมั้ง” เซนกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น แล้ววางคางบนไหล่ซีล “ขออยู่แบบนี้สักพักนะครับ”

“แน่ใจนะครับว่าไม่เป็นอะไร”

“อืม ก็แค่...คิดถึงซีนิดหน่อย” ไม่สิ คิดถึงมากเลยต่างหาก เซนคิดถึงใบหน้าร่าเริงของน้องสาวตอนที่คิดสูตรใหม่ๆ ได้ พอทำสำเร็จก็จะรีบเอามาให้เขาลองชิมทันที แน่นอนว่าช่วงแรกๆ ขนมสูตรที่เจ้าตัวเขียนนั้นไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง ถ้าเนื้อเค้กไม่ไหม้เกินไป ครีมก็เหลวจนเอามาปาดหน้าเค้กไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นขนมชนิดไหนเซนก็เต็มใจกินอยู่ดี

ดังนั้นกว่าจะมาเป็นสูตรขนมเซ็ตนี้ได้ ซีฝึกฝนอย่างหนักมากจริงๆ



..............................
กอดพี่เซนกันนะคะ (แม้ว่าน้องซีลจะกอดให้แล้วก็ตาม5555) :กอด1:

พี่เซนจัดหนักๆ เอาให้น็อคไปเลยนะ โดยเฉพาะผจก.ปากเก่ง หมั่นไส้55555//อินไปไหมเรา o18
พี่เซนจัดให้แล้ว อิอิ ต่อไปนี้คงไม่กล้ามาแหยมกับพี่เซนแล้ววววววว  :hao3:

พ่อบอกว่า ไอจะขยี้ยู้วให้แหลค!
อย่าให้มันมีชีวิตรอดนะพ่อ รีบมาต่อน้าา
โดนไปแล้วจ้า ระดับพี่เซนท่านประธานถึงกลับปาดเหงื่ออย่าได้วิจารณ์อีกเลย 5555  :fire:

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
สะใจ5555555

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
หึหึ เดะมันต้องมาหาเรื่องอีกแน่ อีหัวหน้าแผนก 5555

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 22


“คืนนี้...ให้ผมไปอยู่ด้วยไหม” ซีลเอ่ยถามเสียงเบาพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น “ผมไม่อยากให้พี่เซนอยู่คนเดียว”

เชฟหนุ่มได้ฟังก็นิ่งไป ก้มลงมองคนในอ้อมแขนด้วยแววตาลึกซึ้งแล้วผละออกจากอีกฝ่าย “ซีลครับ ซีลพูดแบบนี้มันทำให้พี่คิดไปอีกแบบนะ”

“หืม?” คนตรงหน้าสบตาเขาด้วยความไม่เข้าใจ “คิดแบบไหนเหรอครับ”

“ว่าแล้วว่าซีลไม่เข้าใจ” เซนยิ้มแล้วลูบหัวคนรักด้วยความเอ็นดู “คำพูดแบบนั้น...มันเชิญชวนน่ะ คงไม่ต้องให้พี่อธิบายใช่ไหมว่าหมายความว่ายังไง”

“...” แก้มของซีลค่อยๆ แดงระเรื่อ แม้จะไม่ได้ตอบคำถามก็แสดงออกให้เห็นแล้วว่าเจ้าตัวเข้าใจทุกอย่าง

“ขอบคุณความห่วงใยที่ซีลมีให้พี่นะครับ” เซนประคองใบหน้าซีลแล้วค่อยๆ โน้มลงไปแตะหน้าผากอีกฝ่าย “แต่พี่ไม่คิดจะอาศัยความอ่อนแอของตัวเองมาบังคับให้ซีลทำแบบนั้นเพื่อปลอบโยน”

“พี่เซน...”

“ไว้ซีลพร้อม เราค่อยก้าวไปด้วยกันนะครับ” เซนกล่าวเพียงเท่านั้นก็แนบริมฝีปากลงไป ปิดกั้นไม่ให้ประโยคถัดไปของซีลข้ามขีดจำกัดความอดทนของเขา

เซนรู้ว่าซีลพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่เพราะแบบนั้นเขาจึงไม่อยากให้ความรู้สึกด้านลบของตัวเองต้องทำลายความใจดีที่ซีลมอบให้ พวกเขายังมีโอกาสอีกมากที่จะผ่านครั้งแรกไปด้วยกัน แบบที่ทั้งสองฝ่ายเต็มใจ ไม่ใช่เพียงเพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นทุกข์และต้องใช้สถานการณ์นี้เพื่อปลอบประโลม

หลังจากจูบนั้น ทั้งคู่ก็เพียงแค่จับมือกันแล้วนั่งแท็กซี่กลับคอนโด จนกระทั่งถึงหน้าห้องซีล เซนก็เป็นฝ่ายผละมือออก ทั้งที่ใจอยากฉุดรั้งอีกฝ่ายให้เข้าห้องตนไปด้วยกัน

หมับ

ซีลคว้ามือเขาไปกุมแน่น ขณะที่มืออีกข้างก็สแกนคีย์การ์ดเข้าห้องตัวเอง

“ซีล...”

“ผมไม่ได้บังคับให้พี่มีอะไรกับผมสักหน่อย” ซีลเม้มปากจากนั้นก็หันไปมองคนข้างๆ “ผมแค่ไม่อยากปล่อยให้พี่อยู่คนเดียว ในเมื่อพี่ไม่ยอมให้ผมเข้าห้องโน้น งั้นผมฉุดพี่เข้าห้องตัวเองก็ได้”

จากนั้นคนพูดก็ดึงเขาเข้าห้องตัวเองในที่สุด

เซนปล่อยให้คนรักดึงเขาไปยังส่วนกลางของห้อง แล้วยอมนั่งลงดีๆ บนโซฟา ขณะที่อีกฝ่ายจัดแจงเปิดทีวีและแอร์ให้ จากนั้นก็เดินหายเข้าไปครัว

“น้ำครับ”





ซีลยื่นแก้วน้ำให้แล้วนั่งลงข้างๆ เฝ้ามองอีกฝ่ายดื่มน้ำจนหมดแก้วแล้ววางลงบนโต๊ะ

“พี่ดื่มน้ำหมดแล้ว กลับห้องได้หรือยังครับ”

ซีลไม่ตอบอะไร แต่อ้าแขนออกกว้างแล้วกอดอีกฝ่ายไว้ทั้งตัว

“ซีล...”

“ไว้ผมหลับพี่ค่อยกลับ ผมปล่อยพี่ไว้คนเดียวไม่ได้จริงๆ”

“นี่ก็ดึกมากแล้ว ซีลจะไม่นอนทั้งคืนเพื่อกอดปลอบพี่เหรอ หืม...”

“ครับ” ซีลรับคำเสียงหนักแน่น เขามีแต่ตัวเปล่าๆ ทำอาหารก็ไม่เก่ง จะทำขนมให้ได้รสชาติแบบพี่ซีเพื่อปลอบใจคนรักก็ทำไม่ได้ จะปลอบประโลมอีกฝ่ายด้วยวิธีนั้นพี่เซนก็ไม่ยอม





เขาจึงทำสิ่งที่ครอบครัวมอบให้เขามาโดยตลอด นั่นก็คืออ้อมกอดจากใจ เวลาที่เขาเศร้า ได้เกรดน้อย พ่อกับแม่จะกอดเขาไว้แบบนี้ พวกท่านรู้ว่าช่วยเรื่องเรียนเขาไม่ได้ แต่ก็คอยอยู่ข้างๆ คอยปลอบใจเขาเสมอ ซีลเองก็อยากกอดปลอบใจพี่เซน ไม่ให้อีกฝ่ายต้องเศร้าอย่างเดียวดาย

“งั้นเราควรนอนกอดกันแบบไม่เสียสุขภาพนะ” เซนยิ้มขำจากนั้นก็กอดอีกฝ่ายไว้แล้วอุ้มขึ้นจากโซฟา

“พี่เซน!” ซีลตกใจรีบกอดคออีกฝ่ายไว้ทันที “ทำอะไรครับเนี่ย เดี๋ยวผมก็ตกลงไปหรอก”

เซนปล่อยซีลลงที่หน้าประตูห้องน้ำ

“อาบน้ำก่อนนะครับ พี่จะกลับไปอาบห้องพี่ ตัวหอมแล้วจะกลับมาให้ซีลนอนกอดทั้งคืน แบบนี้ดีไหม”

เซนยอมลงให้กับความแน่วแน่ของซีล ความเศร้าลึกๆ ในใจยังคงอยู่ แต่ไม่มากเท่าความสุขที่ได้อยู่กับคนตรงหน้า แม้จะไม่มีอะไรเกินเลยกันไปมากกว่านั้น แต่ก็นับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาทั้งคู่จะได้นอนร่วมเตียงเดียวกันแบบคู่รักทั่วไป

จู่ๆ เซนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแปลกๆ อาจเพราะไม่เคยมีความรักในเชิงนี้ พอได้พัฒนาความสัมพันธ์ ได้พัฒนาความรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งปรารถนาในตัวอีกฝ่าย

แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

“อย่างนั้นก็ได้ครับ” ซีลยอมตอบตกลง พี่เซนไม่เคยผิดสัญญา ดังนั้นอีกฝ่ายบอกว่าจะมาก็ไม่มีทางผิดคำพูดแน่

ทั้งคู่แยกย้ายกันไปอาบน้ำ จากนั้นเซนก็อุ้มลูเซียมาอยู่ห้องซีลด้วยกัน

“ลูเซีย~” พอเจอแมวน้อยซีลก็แทบจะลืมคนรักอย่างเขาไปในทันที เมื่อเห็นภาพนั้นเซนก็ส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วยกลูกแมวให้อีกฝ่ายไปเล่นอย่างสนุกสนาน ส่วนตัวเองก็เดินไปนั่งที่โซฟาดูภาพยนตร์ที่อีกฝ่ายเปิดทิ้งไว้

ซีลอุ้มลูเซียตามมานั่งข้างๆ แล้วเอนพิงไหล่คนรักดูภาพยนตร์ไปด้วยกัน มือเรียวลูบหลังแมวน้อยที่ปรือตานอนหลับไปบนตักเงียบๆ

ชั่วขณะนั้นซีลรู้สึกมีความสุขและสงบมาก ราวกับว่าความรักที่เขาปรารถนาก็มีเพียงเท่านี้

ไม่ใช่ความรักที่ต้องดิ้นรนให้ได้มา ไม่ต้องพยายามเพื่อให้อยู่ในสายตาใคร แต่คือความสบายใจที่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ

“ขอบคุณนะครับ” ซีลเอ่ยเสียงเบา “ขอบคุณที่ชอบผม และให้ผมได้ชอบพี่”

“I was made to be loved by you and to be loved by you” เซนกอดซีลไว้แล้วตัดสินใจพูดประโยคที่เก็บไว้มานาน “Je t'aime mon amour”

แม้จะฟังภาษาฝรั่งเศสไม่ออก แต่ซีลก็พอจะรู้จักบางคำในประโยคนั้น เขายิ้มแล้วกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นกว่าเดิม

“ดีแล้วเหรอครับที่เป็นผม”

เซนตอบโดยไม่ต้องคิด “ซีลดีที่สุดแล้วครับ”

สำหรับเขา นอกจากน้องสาวแล้ว ก็มีเพียงซีลที่ตนยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายมีความสุขไม่ว่าจะแลกกับอะไรก็ตาม



หลังจากพาซีลเข้านอนพร้อมลูเซียแล้ว เซนก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินย่องออกไปนอกห้องนอน มุ่งตรงไปยังโซฟาแล้วเปิดโน๊ตบุ๊กส่วนตัวที่พกติดตัวมาด้วยเพื่อทำความเข้าใจกับเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์

‘วิธีทำให้คู่รักมีความสุขบนเตียง’

ดวงตาคมกริบกวาดสายตาอ่านบทความแนะนำวิธีการต่างๆ ที่จะสร้างความสุขให้คนรัก ทั้งการสร้างบรรยากาศ การสัมผัส และท่วงท่า ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเขา

เซนไม่เคยมีความรัก ไม่ว่าจะกับเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกัน ยิ่งกับความสัมพันธ์ในเชิงนั้นยิ่งไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง แม้จะพอรู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่เพราะไม่เคยทำเลยสักครั้งจึงก็ไม่รู้ว่าต้องควบคุมตัวเองอย่างไรไม่ให้ซีลต้องเจ็บปวด

สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือสะสมทฤษฎีให้แน่นเข้าไว้ ลองสร้างบรรยากาศผ่อนคลายเพื่อสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่ายว่าแบบไหนถึงจะดี ถ้าซีลมีท่าทีต่อต้านเขาก็ต้องระงับตัวเองไว้ไม่ให้ทำเกินเลยไปมากกว่านั้น

ยิ่งอ่านเซนก็ยิ่งดำดิ่ง เขาถึงกับจินตนาการถึงช่วงเวลาที่ได้ดูดดึงริมฝีปากหวานฉ่ำ ขบเม้มไปตามร่างกายขาวเนียนแล้วแทรกกายไปในร่างของอีกฝ่าย ความรู้สึกนั้นทำให้เขาแทบคลั่งจนควบคุมลมหายใจตัวเองไม่ได้

เซนพับหน้าจอลงแล้วลุกขึ้น ตั้งใจจะกลับไปดับความร้อนที่ห้องตัวเอง เพราะขืนอยู่ที่ห้องนี้ต่อไปจิตใจคงเตลิดเพราะคนที่นอนอยู่ในห้องแน่ๆ

คิดได้อย่างนั้นสองขาก็ก้าวฉับๆ เปิดประตูออกไปจากห้องทันที

“เฮ้อ...หนีไปซะแล้ว”

ซีลโผล่หน้าขึ้นจากหลังโซฟา มองประตูที่ปิดลงด้วยความรู้สึกเสียดาย เขาอุตส่าห์แอบอ่านเนื้อหาเงียบๆ จนเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดแล้ว อันที่จริงก็ไม่ติดอะไรถ้าจะเริ่มความสัมพันธ์กันในคืนนี้ ไม่ว่าจะโพซิชั่นไหนเขาก็เต็มใจ

แต่ดูเหมือนพี่เซนจะยังไม่พร้อม...เอาเถอะ ไว้คราวหน้าก็ได้

“อืม...แล้วจะทำยังไงกับเจ้านี่ดีล่ะ” ซีลมองส่วนกลางลำตัวที่ตั้งขึ้นมานิดๆ เขาเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์โชกโชน ส่วนใหญ่ก็ปล่อยให้ฝันเปียกช่วยบรรเทาไป ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยก็ยุ่งกับเรื่องเรียนเกินกว่าจะมาสนใจเรื่องแบบนี้

ดังนั้นตามประสาเด็กเรียน จึงทำได้เพียงเข้าเว็บไซต์แล้วหาวิธีผ่อนคลายตัวเอง

“แบบนี้...หรือเปล่านะ”

ซีลวางสองมือบนพื้น กางขาเล็กน้อย ปลายเท้าเหยียดตรง จากนั้นก็ค่อยๆ ย่อตัวลงแล้วยืดตัวขึ้นเป็นจังหวะ

เซ็ตแรกผ่านไป ต่อด้วยเซ็ตสอง สาม สี่ จนกระทั่งส่วนกลางลำตัวกลับเป็นปกติ ซีลจึงหยุดลง

ในเว็บไซต์บอกว่าการออกกำลังกายแล้วจะช่วยลดความฟุ้งซ่าน ดูเหมือนจะจริงแฮะ

พอเหงื่อออก ซีลก็เข้าไปอาบน้ำอีกรอบแล้วกลับเข้าห้องนอน แต่เพราะเพิ่งออกกำลังกายจึงนอนไม่ค่อยหลับเท่าไรนัก เขาลูบแมวน้อยพลางคิดถึงคนรักที่กลับห้องไป

พี่เซนจะเป็นยังไงบ้างนะ...









ด้านเซนนั้นไม่ได้ดับความต้องการของตนด้วยการวิดพื้นเหมือนซีล เขาเลือกที่จะเปิดน้ำไล่ความร้อนให้ตัวเอง แต่ผ่านไปกว่าสิบนาที ส่วนนั้นของเขากลับไม่ได้ลดขนาดลงเลย

สุดท้ายเซนก็ได้แต่ยอมแพ้ ปล่อยให้จินตนาการเข้ามาเติมเต็มในห้วงความคิด พลางรูดรั้งส่วนนั้นด้วยความกระหาย





เขาสัมผัสกับภาพมายาที่สร้างขึ้น พลางขยับไปตามบทรักที่ค่อยๆ ปรากฎทีละฉาก เวลาผ่านไปเท่าไรไม่อาจรู้ จนกระทั่งความต้องการหลั่งรินเซนถึงหยุดมือลง

“แฮ่กๆ”

เซนพิงพนังห้องน้ำแล้วหลับตาลง ภาพในจินตนาการยังคงหลงเหลืออยู่เล็กน้อย แต่เพียงเสี้ยวเดียวก็ทำให้เขาเกิดความรู้สึกขึ้นมาอีก

แค่นึกถึงก็ทำให้เป็นได้ถึงขนาดนี้ เขาไม่อยากคิดเลยว่าวันที่ได้ครอบครองซีลขึ้นมาจริงๆ เขาจะควบคุมตัวเองได้หรือเปล่า

เซนกัดฟันข่มใจ แล้วรีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ ก่อนนอนก็เริ่มท่องรายการขนมที่ต้องทำวันพรุ่งนี้ วนไปจนครบแล้วเริ่มท่องใหม่

จากนั้นก็หลับไปพร้อมกับภาพสุดท้ายที่ซีลกินเค้กจนเลอะมุมปาก และเขาก็ไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้โน้มตัวลงไปลิ้มรสครีมสดที่ทั้งหวานและนุ่มนั้นได้เลย







Tbc.

............

แอบมาอัพตอนใหม่ต้อนรับปีใหม่จ้า หายไปนานเพราะติดงาน ปีใหม่ก็ยังต้องทำงาน TT

หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ อีกไม่กี่ตอนก็จะจบแย้ววววววว ติดตามกันไปจนจบเลยน้าาาา

และฝากถึงคนอ่านทุกคน Happy New Year 2022 ค่ะ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขมากๆ

ร่ำรวยเงินทอง และอยู่เป็นกำลังใจให้เราตลอดไปเลยนะคะ จุ๊บๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด