Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ END
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ END  (อ่าน 1363 ครั้ง)

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++






เมื่อผมมีโอกาสย้อนกลับมา เลยอยากจะใช้ชีวิตวัยรุ่นให้เต็มที่อย่างมีความสุข คงไม่ต้องถึงกับไปกู้โลก แค่ทำตัวดีๆก็พอ แต่ใครช่วยบอกผมที สัมภเวสีหน้าตายที่คอยตามผมอยู่ เค้าต้องการอะไรจากผม!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วลีที่ว่า ชีวิตไม่แน่นอน คงไม่มีใครรู้ซึ้งไปมากเท่าผม

ผมคือเด็กวัยรุ่นเกเรคนหนึ่งที่ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตให้คุ้มอะไร ก็ต้องมาตายเพราะช่วยคนอื่นก่อน ชีวิตอันแสนสั้นของผมจึงจบลงแค่นั้น แต่สวรรค์กลับให้โอกาสย้อนกลับมาเมื่อ 1 ปี ตอนที่เข้าเรียนปี 1พอดี

ถ้าคุณได้สิทธ์แบบนี้พวกคุณจะทำอะไร? สำหรับผม ผมบอกตัวตัวเองว่าจะเป็นคน ผมคงไม่กล้าถึงขนาดจะไปกอบกู้โลก แต่ผมจะใช้ชีวิตให้ดี อย่างมีความสุข ใช้ให้เต็มที่จะได้ไม่ต้องมานั่งรู้สึกเสียดายทีหลัง

แต่ใครก็ได้ช่วยบอกผมที เจ้ากรรมนายเวรตัวสูง หน้าตายด้าน นี่มันตามผมทำไม?
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ฝากนิยายเรื่องแรกด้วยน้า
 :mew1: :mew2:

Prologue
สายลมแสงแดดยามเย็นริมทะเลยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวเสมอ รอบตัวเต็มไปด้วยกลุ่มคนที่บ้างก็มากันเป็นคู่ เป็นกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว แต่ไม่ใช่กับผมเพราะผมไม่ใช่นักท่องเที่ยว ที่มานั่งริมหาดวันนี้ด้วยความเบื่อ ความเซ็งในชีวิตล้วนๆ คงมีแต่ผมนี่แหละที่มานั่งมองทะเลคนเดียวเหมือนคนอกหัก

แต่ผมไม่ได้อกหัก ผมแค่รู้สึกว่าชีวิตมันช่างว่างเปล่า มีคนรอบข้างก็เหมือนไม่มี มีบ้านกลับรู้สึกว่าไม่ใช่ที่ของตัวเองเท่าไหร่ ผมก็ไม่รู้ว่าผมกำลังหาอะไร และต้องหาไปถึงเมื่อไหร่ถึงจะเจอและสามารถเติมเต็มความว่างเปล่าในจิตใจได้

“ช่วยด้วย เด็กจมน้ำ!!”

ผมคงได้นั่งทอดถอนใจไปอีกนานถ้าไม่ได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วย ชิบหายแล้วคนจมน้ำ ผมรีบถอดรองทอดรองเท้า วิ่งลงน้ำไปพลางสบถในใจไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าหาดแถวนี้เกิดน้ำวนบ่อย ก็ยังกล้าลงเล่นน้ำโดยที่ไม่ดูให้ดีอีก หางตาเห็นว่ามีคนวิ่งลงเหมือนผมอีก2-3 คน คงเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากผมนัก

ผมรีบกระโจนลงน้ำ พยายามพยุงตัวเองให้ลอยตัวไว้ ไม่ไปต้านแรงของมวลน้ำที่ม้วนวนดูดทุกสิ่งลงสู่ใต้ทะเล พยายามว่ายเข้าไปใกล้จนคว้าหลังคอเด็กประถมได้จากทางด้านหลังแล้วลากน้องว่ายออกมาทางด้านข้างจนพ้นแนวน้ำค่อยส่งเด็กให้คนที่วิ่งเข้ามารับ แล้วหันกลับว่ายไปช่วยเด็กอีกคน

ผมเป็นคนในพื้นที่ พอจะมีความรู้เรื่องน้ำวนพวกนี้อยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ใจกล้าบ้าบิ่นเอาชีวิตมาเสี่ยงกับอันตรายแบบนี้ถ้าไม่จำเป็น พอคว้าได้คนที่สองผมก็พยายามจะทำเหมือนเดิมคือว่ายออกทางด้านข้าง แต่แล้วอยู่ๆขาก็เกิดเป็นตะคริวขึ้นมา แม่งเอ้ย! จำเพาะเจาะจงต้องมาเป็นตอนนี้ด้วย ผมกัดฟันพยายามพาเด็กออกมา พอเห็นว่ามีคนอยู่ไม่ไกลเลยพยายามส่งเด็กให้คนที่ว่ายเข้ามาหา

“พาเด็กไปก่อน”

คนที่เข้ามาก็ลากเด็กไป ผมมองหน้าไม่ชัดหรอกครับ นาทีนี้ขาผมขยับไม่ได้แล้ว กล้ามเนื้อตรงน่องหกเกร็งจนปวด ผมพยุงตัวเองไม่อยู่ ตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอดแต่ดูเหมือนทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างที่ผมหวัง ค่อยๆจมลงตามแรงดูดของน้ำ หูอื้อ ตายลายเพราะอาการสำลักน้ำ ผมจะตายสินะ สำนึกสุดท้าย ใบหน้าของใครป๊าก็ลอยเข้ามา ป๊าจะเสียใจหรือเปล่าถ้ารู้ว่าลูกชายตาย ความเสียใจและเสียดาย คือสองสิ่งสุดท้ายที่ผมรับรู้ก่อนสติจะค่อยๆดับไปพร้อมกับลมหายใจของผม........


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ 1 กลับมาเริ่มใหม่

อ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ ล่องอยู่ในทะเล........

เสียงร้องเพลงผสมเสียงกลองที่ดังทำให้ผมค่อยข้างมึนงง ผมว่าผมตายแล้วนะ ตอนแรกยังคิดว่านรกนี่ยังมีเพลงของคนด้วยเหรอ หรือว่าเพราะผมตายอยู่ในทะเล เลยกลายเป็นผีทะเลไป

แต่ผมจำได้ว่าผมจมน้ำตายเพราะช่วยเด็กจมน้ำหลายคน แล้วตอนที่ช่วยเด็กคนสุดท้ายนี่ละ ขาแม่งดันมาเป็นตะคริว ขยับแทบไม่ได้ เมาก็เมา ต้องรีบส่งเด็กต่อให้ใครซักคนที่เข้ามาช่วย แล้วหลังจากนั้นผมก็ค่อยๆจมลง สติก็ค่อยๆหายไป

แล้วตอนนี้คืออะไร ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ตรงนี้ได้

“น้อง ดีขึ้นมั้ยคะ”

“คะ ครับ ดีขึ้นมากแล้วครับ ขอบคุณครับ”

ตอนนี้ผมนั่งดมยาดมที่ได้จากพี่ๆคนสวยซักคน เค้าบอกว่าผมเป็นลมครับ

“ถ้าดีขึ้นก็กลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ตรงโน้นได้เลยนะ”

อันนี้เสียงพี่พยาบาลเฉพาะกิจคนนึงฮะ ผมอึ้งมาก ก็นี่มันคือวันสัมภาษณ์ของผมในมหาลัยที่ผมสอบติด เมื่อปีที่แล้วไม่ใช่เหรอ ผมมองไปรอบๆ อาคารที่คุ้นเคย รุ่นพี่หลายคนที่คุ้นหน้า หลังจากนั่งทำใจมา 10 นาที หยิกตัวเองไปหลายรอบ (นี่ถ้าไม่กลัวคนหาว่าบ้าก็อยากจะตบหน้าตัวเองอยู่เหมือนกัน) ตอนนี้ผมก็มั่นใจละ ว่าผมย้อนเวลากลับมาจริงๆ

ผมไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำผมได้ย้อนกลับมาเมื่อ 1 ปีก่อน แต่ผมก็อยากจะขอบคุณอะไรก็ตามแต่ที่ทำให้ผมได้กลับมา เริ่มต้นใหม่ บอกตัวเองเลย ต่อไปนี้ผมจะต้องแก้ไขสิ่งที่เคยผิดพลาดในอดีตให้ได้ แล้วก็เริ่มจากวันนี้เลย ว่าแล้วก็รีบเดิมก้มหน้างุดๆ ไปนั่งรวมกันคนอื่น ในแถวสุดท้าย

ผม นายพารา ธนะปรีดากุล และที่นี้คือมหาลัยB ที่ผมสอบติด และวันนี้ก็คือวันสัมภาษณ์ของคณะบริหาร พอสัมภาษณ์เสร็จ รุ่นพี่ได้เรียกรวมตัวเด็กใหม่ทุกคนให้มารู้จักกัน แต่ผมดันหน้ามืดเป็นลมซะก่อน อ่อนชิปหายอ่ะ

ตอนนี้รวมตัวกันอยู่หน้าคณะ ที่จริงๆแล้วมันคือลานจอดรถในร่ม เป็นลานจอดที่ใหญ่โคตรๆ เพราะต้องใช้ร่วมกันกับคณะวิดวะ แบ่งกันคนละครึ่ง อีกฝั่งนึงตอนนี้ก็เต็มไปด้วยกลับกลุ่มเสื้อช็อบสีน้ำเงิน กับเด็กใหม่เหมือนคณะผมนี่แหละ

“หวัดดีเว่ย กูชื่อพารา พวกมึงชื่ออะไรกันอ่ะ”

ผมหันทักให้คนข้างๆที่นั่งทำหน้าเอ๋อๆ

“เออหวัดดี กูชื่ออาร์ต นี่ จันทร์ ส่วนนั้น ปีย์” ใอ้คนแรกมันแนะนำที่เหลือให้พร้อมเสร็จสรรพ

“พวกมึงเอก บริหารธุรกิจเอกอะไรวะ กูเอกอินเตอร์อ่ะ” ผมหมายถึงบริหาธุรกิจระหว่างประเทศนะครับ

ที่จริงผมก็ทำเป็นถามไปงั้นละครับ ผมพอจำพวกมันได้ทุกคนแหละ แต่เมื่อก่อนผมไม่ได้สุงสิงกับพวกมันเท่านั้นเอง

“เออ เอกเดียวกันวะ ดีๆ”

ผมหันไปคุยกับพวกมันเบาๆ แล้วพวกเรา4คนก็แลกเปลี่ยนเบอร์โทรกัน พร้อมแอดสาระพัด แอพริเคชั่น เฟสบุ๊ค ไลน์ ทวิตเตอร์ อินสตารแกรม (ก็ไม่รู้ว่าจะเชี่ยอะไรเยอะนักหนา ) ในขนะที่ รุ่นพี่ก็ยังตีกลองร้องเพลงไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งน้องๆออกไปแนะนำตัวและเต้นไปด้วย

“เอ้าน้องแถวหลังสุดลุกเลยค่า”

รุ่นพี่ตัวเล็ก หน้าโคตรสวย ยกโทรโข่งมาทางพวกผม 4 คน เรามองหน้ากัน ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืน

“แนะนำตัวเลยค่าน้องๆ ชื่อเล่นพร้อมเอกนะ”

นั่นละครับพวกเราเลยได้แนะนำตัวพร้อมกัน ประหนึ่งบอยด์แบนด์

“สวัสดีครับ ผม อาร์ต จันทร์ ปีย์ พารา พวกเราเอก บริหารธุรกิจอินเตอร์ คราบบบบบบบบบบบ”

เท่านั้นละฮะ เสียงกรี๊ด เสียงกลอง เสียงหัวเราะดังกระหึ่มเลยอ่ะ ทำไง ก็พวกผมหล่ออ่ะ ไม่ยอตัวเองนะเว่ย ผมนี่น้องๆ นิชคุณ2PM (แต่หล่อกว่านิดหน่อยเอ้งงงงงง) เลยนะเว่ย อย่าๆ อย่าเพิ่งอ้วก 55555 ส่วนให้อาร์ตมันก็ขาวตี๋อ่ะ ใอ้จันทร์ ใอ้ปีย์ นี่ก็ สูงยาว สรุปแล้ว พวกผมมีแววเป็นเกาหลีแบนด์เลยอ่ะ อิอิ

“โอโห บริการธุรกิจปีนี้งานดีวะเฮ่ย อิจฉาวะ”

“ไหนๆ ขอถ่ายรูปเอาไปลงเพจคณะหน่อยดิ”

“ว้ายยยยยย น่าตาดีมั้กๆ คุณน้องขา”

“ว้ายยยยย น้องคนสุดท้ายน่ารักสุดติ่งกระดิ่งแมวววว” พี่แกหมายถึงผมฮะ ฮิฮิ

รุ่นพี่แซวพวกเราใหญ่เลยฮะ บอกแล้วพวกผม ของดีของคณะ????

“เอาไหนๆ น้องๆบอยแบนด์ มาเต้นตามธรรมเนียมซะดีๆ”

แล้วเสียงกลองก็ดังขึ้น พร้อมเสียงเพลง ไก่ย่างลอยมา พวกผมมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เอาวะ ในเมื่อผมมีโอกาศได้กลับมา ก็สมควรใช้ชีวิตให้เต็มที่ เต้นก็เต้นสิ จัดมา ///////

ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา มันจะถูกไม้เสียบ มันจะถูกไม้เสียบ.เสียบตูดซ้าย......

แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึก........

ทำไมทีคนอื่นมันได้เต้นเพลงเดียว แต่พวกผมมาสอง ว้อททททททททททท!!

ตลอดการเต้นครั้งนี้เรียกเสียงกรี๊ด เสียงฮาจนคณะตรงข้ามพากันหันมามองมอง แต่ถามว่าสนมั้ย โนววววววววว ผมเต้นอย่างเมามันส์ ชักกระเด่วๆ ไม่สนหินสนแดด ใดๆในโลก เป็นไก่ย่างโด๊ปยาบ้า แจวเรือไปถึงขั้วโลกใต้ คุยกับเพนกวิ้นแล้วมั้ง เพลงจบพร้อมเสียงตรบมือสนั่นหวั่นไหว เรา 4 คนหันมายิ้มให้กัน ก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม .....เพิ่มเติมคือ ผมโคตรดีใจ โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย[
/size][/font]
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-03-2021 03:56:20 โดย BaoBao »

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
บทที่ 2 กลับบ้าน

ตอนนี้ผมขับรถกลับบ้านซึ่งอีกจังหวัด หลังเสร็จกิจกรรม นัดแนะกับเพื่อนๆของผมเรื่องการย้ายเข้าหอในเรียบร้อย ผมก็ตัดสินใจกลับบ้าน สิ่งสำคัญที่สุด ในตอนนี้คือ ต้องพยายามเปิดใจคุยกับป๊า เพราะคงไม่มีใครรู้ซึ้งไปได้ดีกว่าผมอีกแล้ว ว่าชีวิตคนเรามันสั้นแค่ไหน จะมีชีวิตได้อีกกี่วัน แล้วไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีได้กลับมาเหมือนผม ทำเสียตั้งแต่ตอนมีโอกาส ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลังในวันที่มันสายไปแล้ว

ผมกับป๊า เราไม่ค่อยได้คุยกันนัก หรือจะเรียกให้ถูกคือผมนี่แหละที่ไม่คุยกับท่าน ป๊ากับแม่ผมหย่ากันตอนผมยังเด็ก น่าจะราวๆ 11ปี ผมต้องสลับอยู่กับป๊าและแม่ ตอนนั้นเหมือนจะได้ยินว่าท่านทำแบบพ่อแม่ฝรั่งอ่ะ มาจนตอนหลังที่ผมเข้ามอปลายแล้วถึงได้กลับมาอยู่กับป๊าถาวร

ด้วยความที่เป็นเด็ก ผมไม่เข้าใจว่าทำไม ครอบครัวผมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมไม่เหมือนครอบครัวคนอื่นที่สมาชิกอยู่ด้วยกันครับ ผมเคยถามแต่ไม่มีใครบอกผม ความเสียใจ เศร้าใจมันมีเยอะแต่ผมก็ได้แต่เก็บไว้ในใจ ผมกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดเวลาอยู่บ้าน ทั้งๆที่เวลาอยู่กับเพื่อนที่โรงเรียน ผมค่อยข้างพูดเก่ง

เอาเข้าจริงๆ ผมก็ไม่รู้หรอกว่า ว่าตัวผมนั้นที่จริงเป็นคนพูดเก่งแต่ไม่พูดกับป๊า หรือเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่อยากจะพูดกับเพื่อนเยอะๆกันแน่

หลังจากนั้นคุณคงเข้าใจได้ใช่มั้ยครับ ผมกลายเป็นเด็กมีปัญหา ที่ชอบเรียกร้องความสนใจด้วยการประชดชีวิต ประชดคนรอบข้าง กินเหล้า ดูดบุหรี่ บ้านไม่กลับ ผมโหยหาความรัก ความอบอุ่น เมื่อหาในบ้าน ผมก็เอาการกระทำแย่ๆพวกนี้เข้ามาถมหลุมในใจซึ่งมันก็ไม่เคยเต็ม ผมเกเรสารพัด เรียนจบ สอบติดได้นี่ก็ไม่รู้เอาบุญจากชาติไหนมาใช้ก่อน

ขับรถมาถึงบ้านในเวลา 6โมงเย็นพอดี พ่อน่าจะอยู่ในบ้านแล้ว เพราะรถพ่ออยู่ในช่องจอดเรียบร้อย ผมถอยรถเข้าจอด เปิดประตูรถ ก้าวลงรถ ด้วยอาการมือสั่นเทาเล็กน้อย มันตื่นเต้น กระวนกระวายใจไปหมด เห็นป๊านั่งดูข่าวอยู่หน้าทีวี อยู่ๆผมก็แสบจมูก ปวดกระบอกตาขึ้นมาซะอย่างนั้น

ป๊าครับ ผมกลับมาแล้ว......กลับมาในทุกความหมาย

“สวัสดีครับป๊า” ผมยกมือขึ้นสวัสดี ป๊าดูจะอึ้งหน่อยๆกับการกระทำของผม

“กลับมาแล้วเหรอลพารา มานั่นนี่สิ มหาลัยเป็นไงมั่ง”

ผมนั่งลงตรงโซฟาเดียวกัน เว้นระยะห่างกับป๊านิดนึง

“เป็นอะไรไป ทำไมตาแดง มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

“ป๊าครับ.... พอมีเวลามั้ย ผม...มีเรื่องอยากด้วย”

ผมพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น พยายามหายใจเข้าลึกๆ ป๊าเงียบไป แล้วก็ดูแปลกใจมาก ท่านยกรีโมทขึ้นมาปิดทีวี แล้วก็หันมาทางผม ส่งสัญญาณว่าท่านรอฟังอยู่

“ป๊าครับ ผมอยากขอโทษ กับการกระทำแย่ๆทุกอย่าง ที่ผมเคยทำมา”

“...”

ผมยกมือขึ้นไหว้ แล้วมองป๊า ท่านมองผมตอบเหมือนกันด้วยสีหน้าอึ้งๆ ผมเห็นว่าท่านตาแดงๆ ป๊าคงเหมือนผมตอนนี้

“ป๊าไม่เคยโกรธลูก ลูกเป็นลูกของป๊า”

“แต่ผมทำให้ป๊าเสียใจ”

“ป๊าดีใจมากที่ลูกเดินเข้ามาคุยกับป๊า ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป เรามาเริ่มกันใหม่ ป๊าขอแค่เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็พอ”

ป๊ายกมือมาตบบ่าผมเบาๆ พร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ผมเห็นรอยยิ้มของป๊าครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กันนะ

“ผมสัญญาครับป๊า ผมจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ทำให้ป๊าทุกข์ใจอีก”

“ดีแล้วละ แล้วกับแม่เราละ”

“เดียวผมจะคุยกับแม่ทีหลังครับ” แม่ผมย้ายไปอยู่เยอรมันกับครอบครัวหลายปีแล้ว คงต้องโทรคุยทีหลัง

“ป๊าถามได้มั้ย อะไรทำให้ลูกคิดแบบนี้”

“ผม..คือ ..ผมคิดว่ามันถึงเวลาที่ผมสมควรต้องเติบโตแล้วครับ...”

หลังจากนั้นเราก็นั่งคุยกันหลายชั่วโมงจนดึก แรกๆเราต่างก็รู้สึกขัดเขินแหละครับ เราไม่เคยคุยกันดีแบบนี้มาก่อน แต่ซักพักก็เหมือนทั้งผมและป๊าปรับตัวได้ เราคุยกันหลายเรื่อง ส่วนใหญ่ป๊าจะถามเรื่องผมซะมากกว่า เรื่องเรียน เพื่อนใหม่ การไปอยู่หอ

รู้สึกสบายใจมากครับที่ได้คุยกับป๊า ท่านเองก็ดูมีความสุขมาก ชาติก่อนผมมันโง่มาก ที่คิดว่าไม่มีใครรัก คิดว่าการที่พวกท่านเลิกกัน หมายถึงไม่มีรักผมแล้ว โทษทุกอย่างรอบตัว ยกเว้นตัวเอง ทั้งๆที่ผมสามารถทำความเข้าใจกับมันได้ พยายามเข้าใจได้ แต่ผมก็ไม่ได้ทำ

สามี-ภรรยา มีวันเลิกกันได้ แต่ความเป็นพ่อ-แม่ ไม่มีวันเลิกกัน แน่นอนว่ามันมีพ่อแม่ บางคนที่ทำร้ายลูก ทอดทิ้งลูก แต่ไม่ใช่กับป๊ากับแม่ของผม ถึงแม้จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าท่านเลิกกันด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ท่านรักผมเหมือนอย่างที่ท่านเคยรัก ผมแค่ต้องเคารพการตัดสินใจของท่าน และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็พอ



ไลน์กรุ๊ปF4- เวอร์ชั่น2018 ไลน์กลุ่มใหม่สดๆร้อนๆ ตั้งโดยใอ้จันทร์

ห่า เห็นชื่อไลน์ละอยากจะหัวเราะ เอาตามชื่อนี้กูก็ หวัง เหอตี้ ละวะ^_^ ( บทแรกมึงบอกเป็น นิชคุณ2PM ห่านนน )

Chanใงจะใครละ: พวกมึงเข้าหอวันไหนวะ

Peeโป้: กูเข้าพรุ่งนี้

Artist: กูคงถึงพรุ่งนี้เช้าอ่ะ

Para_nasi: กูด้วยๆ

Chanใงจะใครละ: ใอ้พารา ชื่อไลน์ห่าอะไรของมึง พารานะสิ

Para_nasi: พารานะสิ บ้านมึงสิชื่อมึงก็ห่วยเหมือนกันละว้า

Peeโป้: อาร์ตๆ ศิลปินใหญ่ มึงเข้าผิดคณะป่าววะ 5555

Artist: เออ ช่างกูเถอะ ว่าแต่พวกมึงอย่าลืมเก็บของมาให้ครบนะเว่ย กูแวบไปดูที่หอแล้ว ไม่มีเหี้ยไรเลย นอกจาก โต๊ะ ตู้เตียง

ใอ้อาร์ตมันเป็นงานเป็นการที่สุดแล้วครับท่านผู้ชม ที่เหลือ คอยกวนตีนกันไปมา ทั้งๆที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ผมรู้จักพวกมันมาก่อน รู้ว่าพวกมันกวนตีนแต่รักเพื่อนชิบหาย

Para_nasi: เออๆ ขอบใจที่เตือนเว่ย เดี๋ยวกูไปเก็บของก่อน เจอกันที่มอ พรุ่งนี้ นะครับ คนหล่อทุกท่าน^^

Peeโป้: เออ เจอกันๆ

Chanใงจะใครละ: ไปๆsee you??‘?¨

Artist: *สติ๊กเกอร์หมีโบกมือ*



ผมเก็บของเสร็จเรียบร้อย มีกระเป๋า 1 ใบใหญ่ กับกีตาร์ตัวนึง ผมเล่นเป็นนะเว่ย แต่ไม่ได้เก่งอะไรหรอก ที่หัดเอาไว้อวดสาวม. ต้นเล่น มันเท่ดี! ที่จริงผมมีเพื่อนที่จบม. ปลายแล้วมาเรียนต่อที่เดียวกันหลายคนนะครับ แต่ไม่มีคนดีซักคน มีแต่พากันเหี้ย ผมเลยคิดจะตัดปัญหาด้วยการไม่ติดต่อพวกมันดีกว่า ผมรู้ครับว่าจะไปโทษพวกนั้นทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะตัวผมเองที่เลือกที่ทำแบบนั้นเอง แต่เพื่อเป็นการตัดปัญหาที่อาจจะตามทีหลัง ติดต่อกันให้น้อยลงจะดีกว่า

 :bye2:
[/font][/size][/font][/size][/font][/size][/size][/font]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2020 15:48:40 โดย kiriyakl »

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
บทที่ 3 พบเจอ

“เสร็จยังวะ กูหิวจนจะกินหัวใอ้จันทร์ได้แล้วเนี่ย”

“เสร็จแล้วๆ เร่งจริง ห่านี่”

ผมหันไปบ่นใอ้เพื่อนเวรที่โผล่หัวมาเร่งยิกๆ ตอนนี้พวกเราอยู่ในหอในครับ จัดของกันอยู่ ผมอยู่กับใอ้อาร์ต ส่วนให้ห่าจันทร์ก็อยู่ห้องข้างๆนี่ละ มันอยู่กับใอ้ปีย์ ส่วนคนนี้มันเป็นเพื่อนกันมาก่อนด้วย

“มึงจะแดกอะไร”

“อะไรก็ได้ ที่มันได้กินเร็วๆ กูหิว”

“งั้นมึงก็แดกหัวให้จันทร์ไปสิ ปีย์ กินได้ทันที”

“หัวกูไม่ได้มีไว้ให้มันแดกครับ ขอโทษ”

สรุปพวกเรา 4 คนก็ลงมากินข้าว ข้างๆหอนี่ละหอ ใกล้ดี ซึ่งผมก็ว่ามันดีมาก

“นี่ๆ มึงเห็นโต๊ะนั้นมั้ย นั่นวิดวะ ปี 1 ที่อยู่ห้องตรงข้ามเราวะ” ใอ้อาร์ตมันหันมากระซิบกับเพื่อนๆ

“คนที่มันอยู่ตรงข้ามเรากูไม่สน กูสนใอ้คนที่นั่นตรงข้ามนั่นมากกว่า มันแม่งโคตรหล่อ หล่อไม่ใว้หน้ากูเลย ใครวะ ”

ใอ้จันทร์รีบผสมโรง จนผมอดไม่ได้ต้องหันไปมอง โอ้โห กูตกใจ ใบยานใหญ่ ตัวเท่าบ้าน!! คนห่าอะไรวะ โคตรหล่อ หล่อเถื่อนๆ หล่อสลัดรัสเซียไปอีกมึงเอ้ยยยยยยยยย

“เชี่ย มันเป็นดาราป่าววะแม่ง รัศมีกูหมองเลย”

“เมื่อกี้ตอนเก็บของ กูเห็นมันยืนอยู่กับใอ้คนที่ห้องอยู่ห้องตรงข้ามเราว่ะ”

หอเรามี 5 ชั้น พวกผมอยู่ชั้น 2 ห้องผมกับใอ้อาร์ต คือ 206 ใอ้จันทร์ ใอ้ปีย์อยู่ 208 แสดงว่ามันอยู่ 207 เพราะห้องในแบ่งเลขคู่/คี่ เด็กปี 1 คณะพวกผมอยู่รวมกับพวกปี 1 วิดวะ ที่จริงวิดวะมันอยู่ชั้น 1 ทั้งชั้นนั่นแหละ แต่ไม่พอ เลยต้องมาอยู่ชั้นสองด้วยไง แล้วคณะพวกผมเนี่ยมันสัดส่วนคละๆกันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย แค่ชั้นเดียวก็พอ

ผมหันไปมองหน้าใอ้หล่อด้านข้างอีกครั้ง ไม่รู้ทำไม รู้สึกคุ้นหน้ามัน หรือว่าชาติที่แล้วผมเคยรู้จักกัน อยู่ดีๆ มันก็หันขวับมาทางผม ใอ้ห่า กูตกใจ หน้าบูดๆมึง ผมหลบตามัน ทำทีเสไปมองทางอื่นแทน แม่ง มองด้านข้างว่าหล่อแล้ว ด้านหน้ายิ่งโคตร ของโคตรหล่อ กูอิจฉา!

“พรุ่งนี้ เรียน 9 โมง นะ อย่าลืม เสื้อผ้าถูกระเบียบด้วย หลังเลิกเรียน รุ่นพี่นัดที่คณะ” ใอ้อาร์ตเข้าโหมดเอางานเอาการละครับ

“ครับๆ รับทราบครับท่านประธาน” ใอ้ปีย์ตั้งตำแหน่งให้รูมเมทผมเรียบร้อย

“เราเรียนวิชาอะไรวะ พรุ่งนี้”

“โอ้ยยยย ใอ้จันทร์ มึงไม่รอถามพรุ่งนี้ไปเลยเล่า ห่าน” ตบหัวมันไป 1ที เบาๆ

“คาบแรกวิชาภาษาอังกฤษวะ” ใอ้อาร์ตตอบ

“งี้เราก็ต้องเรียนรวมกับคณะอื่นดิ เยี่ยมเลย กูจะได้ส่องสาว” ใอ้ปีย์ดูจะอยากเรียนขึ้นมาทันที

ปี 1 ก็แบบนี้แหละครับ เราจะเรียนวิชาที่เป็นพื้นฐานที่ต้องเรียนรวมกับคณะอื่น เพราะกิจกรรมเราเยอะ วิชาคณะเลยยังมีไม่กี่ตัว เราคุยๆ กินๆ ไป จนรู้ตัวอีกที ใอ้วิดวะหน้าหล่อกับเพื่อนมันหายไปแล้วครับ อยากจะบอกเออ มึงรีบไปเลย กูหมั่นไส้

***************************** ******************************* *********************

เวลา 08.50 ห้องเรียนรวม

ตอนนี้พวกเราอยู่ในห้องเรียนฮะ มาเร็วนิดนึง ไม่ได้จะตั้งใจเรียนหรอก ดูจากที่นั่นของพวกเราที่เลือกมานั่งตรงกลางค่อนมาด้านหลังก็รู้แล้ว ตั้งใจเรียนมากแค่ไหน ถุยยยยยยยย

เราเรียนรวมกับคณะอื่นด้วย สมกับที่ใอ้ปีย์มันตั้งแต่แต่งตัวด้วยชุดนิสิตถูกระเบียบเป๊ะ ( มันก็ใส่เหมือนกันหมดปะวะ) เท่าที่มองๆดู สาวๆคณะศึกษาเอกใดเอกหนึ่งนั่งอยู่ด้านหน้า ถัดมาน่าจะเป็นมนุษศาตร์ เอกไหนก็ไม่รู้ละ รู้แต่ว่าเป็นสองคณะนี้ ถามว่าผมรู้ได้ไงเหรอ .....ก็ป้ายที่คล้องคออยู่นี่ละครับ ทั้งชื่อ ทั้งคณะเลย พวกผมก็เหมือนกันนี่แหละ

“เฮ่ย มึงดูแถวหน้า อย่างขาวอ่ะมึง”

“กูว่าสู้คนฝั่งซ้ายไม่ได้ โคตรน่ารัก หัวใจกูจะละลาย” ใอ้จันทร์ทำท่าใจละลายได้น่าเตะมากกกกก

ใอ้จันทร์กับใอ้ปีย์ มองหญิงเข้ากันเป็นปี่ เป็นกระดี่ได้น้ำ( สำนวนนี้มันมีด้วยเหรอวะ?) พลอยทำให้ผมมองไปมองมาตามพวกมันด้วย เออ วะ หน้าตามันน่ารัก น่าเลี้ยงจริงๆ ใอ้พาราสายเปย์ก็มา^^

พรึบ “เฮ่ย”

อยู่ๆก็มีคนมานั่งข้างๆผม ตกใจสิครับ ห่าอะไรวะ ทำไมเป็นอะไรใอ้หล่อคนเมื่อวาน มากับเพื่อนมันอีก 2 คน

“มองไร” อ้าววววว ใอ้นี่

“ไม่ได้มองเหอะ” ใครอยากมองมึงครับ กูแค่ตกใจ

“พูดดีๆ กูพี่มึง” กูลูกคนเดียว

“ได้ครับ ใอ้พี่” กูจะกวนตีนมึง มีไรมะ ผมไม่ได้อยากเรียกมันว่าพี่หรอก ไม่รู้สิ เห็นคนหล่อแล้วหมั่นไส้

มันเอาหน้าบูดๆ ไร้อารมณ์ มองผมแป๊บนึงก่อนนะหันไปสนใจโทรศัพท์มันต่อ จากช็อปที่พี่ใส่ มันเด็กวิดวะครับ แต่ไม่ใช่ปี 1 นะ ไม่รู้ทำไมถึงได้ลงเรียนวิชานี้กับเด็กปี 1 สงสัยใอ้พี่ 3คนนี้ ติดF วิชานี้เลยต้องมาลงเรียนใหม่ กระจอกครับมึง

ผมก็เดาของผมไปเรื่อยแหละครับ อาจารย์มาถึง และเริ่มการสอนแล้วครับ วันแรกก็ไม่มีอะไรมากครับ แจกเอกสารนิดหน่อย ชีทการสอนก็ไปซีร็อกเอา นอกนั้นก็ตรวจสอบความถูกต้อง พวกชื่อ- นามสกุล รหัสนักศึกษาอะไรเทือกนั้น เนื่องจากคลาสมันคละกัน อาจารย์เลยยื่นเอกสารให้ตรวจจากข้างหน้า ส่งต่อๆกันมาจนถึงข้างหลัง ผมดูความเรียบร้อยก่อนจะส่งต่อให้ใอ้คนข้างๆ

“อะ” มันก็รับไปด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ของมันนั้นแหละ ถามจริงๆ มึงเป็นญาติกับศาสตราจารย์สเนป ในแฮรี่ พอตเตอร์ปะครับ หน้าแม่ง ไร้อารมณ์ได้อี๊ก

“ นี่ กูยืมปากกาหน่อย”

เอาศอกมาสะกิดกูทำไม ครับ นี่มึงแน่ใจนะว่ามาเรียน ปากกาก็ไม่มี

“เอ้า นี่”

ผมยื่นปากกาให้มันด้วยความหมั่นไส้ จะไม่ให้ยืม ก็ไม่ได้ ใอ้ผมมันก็คนหล่อ ใหญ่ ใจดีไง อะไรใหญ่ ก็ไปคิดเอาเอง หุยยยยยยย ชมตัวเองก็ได้วะ^____^ ใอ้หล่อข้างๆมันยังไม่คืนปากกาอ่ะ ผมก็ไม่เดือดร้อนหรอก พอดีมีหลายด้าม บ้านรวยเว่ย_

หลังจากนั้นผมก็หันมาตั้งใจฟังอาจารย์บ้าง ใจลอยบ้าง คิดนู่นนี่ โน่น นั่น(คิดเยอะนะมึงเนี่ย) เงียบ รู้ตัวอีกที ใอ้อาร์ตมันสะกิดนี่ละ

“เหม่ออะไรมึง ไปๆ คลาสเลิกแล้ว”

“เออ ไปเถอะ หาอะไรแดก กูหิว” อันนี้ใอ้จันทร์เจ้าเก่า

“เออ ไปเถอะ... อ้าว เฮ่ย ปากกากู!” หันซ้ายหันขวา ใอ้หล่อกับเพื่อนมันหายไปแล้วครับ ปากกาผมก็หายไปพร้อมกันมันด้วย T___T

“ใคร พี่วิดวะที่นั่นข้างมึงนะเหรอ มันลุกออกไปคนแรกแล้ว ฟาย”

“มันยืมปากกากูอ่ะ ไม่คืนกูเฉยเลย ห่าน”

“มึงก็รอเอาคืนคาบสิครับ ใอ้พารา แค่นี้ทำไมโง่” เดี๋ยวกูถีบมึงเลยใอ้ปีย์

“มันใช่คนที่เราเจอเมื่อวานปะ โคตรหล่อเชี่ยๆ” อันนี้ให้อาร์ต

“ใช่ ใอ้หล่ออ สูง เถื่อน สถุน (อันนี้ผมเติมเองด้วยความหมั่นไส้) คนนั้นแหละ”

“แหม ความจำนี้มึง ใอ้คุณพารา ความหล่อสู้ไม่ได้ แล้วฝังใจเหรอ”

“เดี๋ยวกูจะฝังมึงก่อนเลยใอ้จันทร์ ไปๆ หาไรแดก”



จบครับ เลิกเถียง พวกเราออกไปหาข้าวกิน ก่อนจะเข้าเรียนรายวิชาต่อไป ซึ่งมันก็คลายกับวิชาแรก ที่ไม่ค่อยมีอะไร เรียนๆไป รู้ตัวอีกทีคือ 4โมง กว่า พวกเรามีนัดกับรุ่นพี่ ตอน 5 โมงเย็นที่คณะ ทุกคนเลยย้ายตูดกันกลับไปที่คณะแทน



 :bye2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2020 15:48:06 โดย kiriyakl »

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-0
Re: Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ
«ตอบ #3 เมื่อ20-06-2020 00:19:40 »

 :pig4:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1
Re: Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ
«ตอบ #4 เมื่อ20-06-2020 12:59:42 »

 :pig2:
 :3123:

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ตอนที่ 4  เจ้ากรรมนายเวรที่ชื่อกราฟ

Special #Graph

FB : Kantitat G.

เก็บปากกาได้ **//แนบรูป

Kin: เก็บได้หรือจิ๊กมา? กากกกกกก

Once upon a time: ปากกาใครครับใอ้กราฟ คุ้นๆ

Kantitat: ตอนนี้เป็นของกูครับ

น้ำหนึ่งยืนเก็บตำลึงที่ริมระเบียง: ปากกาสวย ว่าแต่ใครให้อ่ะ

กระเทยอวกาศ: อ้ายยยยยยยยย น้องกราฟมาแล้วววววววววว

ชะนีหลบไป แม่จะเดิน: ปากกาเดี้ยนเองค่าทุกคนนนนนนนนนน

nana: น้องกราฟ เซลฟี่โน้ยยยยยยยยยยยยยยยยย

MinD: สรุปปากกา ครายยยยยยยย

และอื่นๆอีกมากมายที่ถามหาเจ้าของปากกา



********************************

ผมไม่ค่อยโพสน์อะไรในเฟสเท่าไหร่หรอกนะครับ บางครั้งก็ตั้งโพสน์เป็นสาธารณบ้าง เป็น ไพรเวทมั้ง แล้วแต่อารมณ์ ยิ่งคอมเม้นท์ ถ้าไม่ใช่เพื่อนผมก็ไม่ค่อยอยากตอบ ดังนั้นเลยปล่อยให้ทุกคนถามหาเจ้าของปากกากันต่อไป^_^

คุณเคยถูกใจใครตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอมั้ยครับ หลายคนคงเคยเป็นและผมก็คือ 1ในนั้น ผมชื่อกราฟ กันติทัต ปี 2 วิดวะ ไฟฟ้า มอB นี่ละ ส่วนคนที่ผมถูกใจตั้งแต่แรกคือใครนะเหรอครับ ก็คือคนที่นั่นข้างผมในคลาสแรก วิชาแรกของเทอม เจ้าของปากกาที่ผมกำลังใช้อยู่นี่ไง ผมจำมันได้ เมื่อวานไปช่วยใอ้รบ ลูกพี่ลูกน้อง ย้ายของเข้าหอใน เก็บของเสร็จ เพื่อนมันพาลงมากินข้าวร้านข้างหอ แล้วผมก็เจอมัน



ใอ้เสื้อขาว ตัวขาวๆนั่น ที่จริงผมจำมันได้ตั้งแต่วันสัมภาษณ์ มันคือปีเด็ก 1 คณะตรงข้ามคณะผม ทำไมผมจำมันได้นะเหรอ ก็ท่าชักกะเด่วเป็นไก่ย่างถูกเผาของมันกับเพื่อนๆมันนั่นไง มันเต้นได้เหมือนวิญญาณไก่เข้าสิงมันจริงๆ จนคณะผมยังหันไปมอง ผมดูจนมันเต้นจบเพลงวะ เออ ตลกโคตรๆ ไม่รู้มันฝังใจอะไรกับไก่นักหน้า เต้นซะลืมตายเลยขนาดนั้น

ผมแกล้งหันไปมองมันแบบปุบปับ จนใอ้ท่าตาโตๆนั่น ต้องรีบเสไปมองทางอื่น ตลก *__*



เออ โลกแม่งกลมหรือพรหมลิขิต วันนี้เจอมันในคลาสเมื่อเช้าเลยลากใอ้ไทม์ ใอ้คิน ไปนั่งข้างมันแม่งเลย มันดูตกใจที่อยู่ๆก็มีคนมานั่งข้างๆ ผมแอบดูชื่อจากป้ายที่ห้อยอยู่บนคอมันอ่ะ มันชื่อพารา เออ คนบ้าอะไรชื่อพารา แล้วพาราอะไรวะ พาราเซตามอล แบบนี้เหรอ บ้านมันเปิดร้ายขายยาหรือไง เด็กมันดูตั้งใจเรียนดี ผมเลยไม่อยากกวนตีนมัน แต่ยืมปากกามันมาใช้ ทั้งๆที่ปากกาผมก็มีครับ แต่ไม่ใช้

มันคงแอบบ่นผมอยู่ในใจแหละ ดูหน้าก็รู้ ตลกดีเวลามันทำหน้าไม่พอใจแล้วคิดว่า คนอื่นเขาดูไม่ออก แต่ขอโทษมันออกมาทั้งหน้าเลยครับ ดังนั้นผมเลยตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต ........ จิ๊กปากกาเลยแล้วชิ่งทันทีที่หมดคลาส^^


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 :hao3: :hao4:

เปิดเทอมมาได้ 2 อาทิตย์ ชีวิตให้พาราคนนี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วละครับ พยายามทำตัวให้สมกับที่เป็นเด็กปี 1 ไปเรียน เข้ากิจกรรม เล่นกีฬากับมีเพื่อนๆบ้าง ชาติก่อนผมเกเรมาก มาเรียนก็งั้นๆ กิจกรรมไม่เคยเข้า จนสายรหัสมันจะตัดผมออกจากสาย ผมก็ไม่สนใจ แต่ตอนนี้ไม่แล้วครับ พอได้มีโอกาสกลับมา อันไหนที่ผมไม่เคยทำ ผมก็อยากทำ ชดเชยการใช้ชีวิตวัยรุ่นห่วยๆ ซึ่งผมว่ามันก็สนุกดี ได้เจอเพื่อน รุ่นพี่ ได้รู้จักคนอีกเยอะแยะ ถ้าจะมีใครซักคนที่ผมไม่อยากเจอก็คงเป็นใอ้หล่อ ที่นั่งข้างผมตอนเรียนทุกครั้ง พี่มันชื่อ กราฟ เรียน วิดวะ ปี 2 ที่ต้องมาลงเรียนกับปี 1 นี่แหละ

ทำไมผมไม่อยากเจอมันนะเหรอ เป็นต้นว่า

ในคลาสเรียน.....

“นี่เอาชีทมึงมาดูดิ๊” แม่งมาเรียนยังไง ไม่มีการเตรียมตัวเล้ยยย

“นี่ มึงขยับเข้ามาใกล้ๆดิ กูมองไม่ชัด” ฟายนี่ มึงมาสิงกูเลยมั้ย

“นี่ กูยืมยางลบหน่อย” ได้ข่าวมึงยังไม่คือปากกากูเลย

“นี่ กูยืมโทรศัพท์ โทรศัพท์กูไม่รู้อยู่ไหน” โอ้ยอะไรของมึงงงงงงงงงงงงง

และอีกสารพัด นี่ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ !!

ประสาทจะแดกกับใอ้หล่อเจ้ากรรมนายเวรผม แล้วอย่าคิดว่ามันจะเจอผมเฉพาะในห้องคลาสเท่านั้นนะครับ ลานจอดรถก็เจอมัน ไปเซเว่น ตึกกลาง ใอ้หล่อนี่ก็ยังโผล่มา ไปนั่งชิลร้านกาแฟ รอเรียน ผมก็ยังเจอ และวันนี้ก็เช่นกัน

ในตึกคณะผม .......

“นี่ กูนั่งด้วย” อยู่ๆ ใอ้พี่ปี 2 นี่ก็เข้ามานั่งข้าง พร้อมๆเพื่อนมันอ่ะ แถมเบียดกูอีกต่างหาก ที่นั่นมีเยอะแยะ มึงไม่ไปนั่งวะครับ

“หวัดดีครับพี่กราฟ หวัดดีพี่ๆ” ไม่รู้ ใอ้อาร์ต เพื่อนผมจะกลัวอะไรมันหนา

“มึงมาทำอะไรครับพี่ นี่มันคณะบริหารนะ ตึกคณะมึงอยู่ตรงข้ามโน่น”

“เสือก”

“....” @___@ เอ้าใอ้ห่านี่

“ขนมเยอะนี่หว่า เอามาแดกมั่งดิ๊” นอกจากมันจะไม่ตอบ แม่งยังมาแย่งของพวกผมกินอี๊ก

“เอ้า แดกไป” โยนให้เหมือนหมาแม่งเลย ซึ่งมันก็เอาไปกินเฉย

ช่วงนี่อุดมสมบูรณ์ครับ เพราะของเทคเยอะ ไหนจะได้จากสาวๆคณะอื่นอีกบาน เดินๆไป แก็งค์ผมกวาดของกินมาเพียบ

“พวกมึงนั่งทำไรกันตรงนี้” พี่คนที่ชื่อคิน หันมาถาม

“รอเรียกเข้าห้องประชุมคณะครับพี่คิน” ใอ้ปีย์ตอบ

“พวกกูก็รอไปดูน้องเหมือนกัน เจอพวกมึงเลยแวะมาทัก” อันนี้พี่คนเท่ๆที่ชื่อไทม์ตอบ

“โอ้โห ใอ้พารา มึงดังแล้วเนี่ย เพจเฟรชชี่หล่อบอกต่อด้วย เอารู้มึงไปลงด้วยวะ สาวๆ คอมเม้นท์เพียบ”

“ไหนๆ เอามาดูดิ”

ใอ้จันทร์ที่ยุ่งกับโทรศัพท์มาซักพัก ยื่นโทรศัพท์เครื่องบางมาให้ผม ยังไม่ทันที่กูจะได้ดูชัดๆเลย ใอ้หล่อดันแย่งโทรศัพท์ไปดูซะเอง อะไรของมึงอีกครับ กูเห็นแค่ยอดกดไลค์T______T

“เพจปีนี้ มาตรฐานต่ำว่ะ” เอ้า ใอ้เชี่ยนี่ ว่ากูเฉย

“อิจฉากูเหรอพี่ แหม”

“มึงดูหน้ากูก่อนครับ ใอ้น้อง”

“....” เออ มึงแม่งโคตรหล่อ กูยอม

“กูบอกพวกมึงยังวะ ใอ้กราฟนี่เดือนวิดวะ ปีที่แล้วนะเว้ย” แล้วพี่คินก็ควักโทรศัพท์ออกมาโชว์ เป็นเพจของมหาลัย สมาชิกหลายหมื่น รูปที่ลง ใอ้หล่อมันอยู่ในชุดนิสิตถูกระเบียบ แต่โคตรหล่อคมวะ หล่อวัวตาย ความล้มมาก คนกดไลค์เป็นหมื่น คอมเม้นท์เป็นพัน

“โห พี่แม่งเจ๋ง”

เออมันก็หล่อสมกับตำแหน่งนั่นแหละ แต่กูไม่ชมมึงหรอกครับ ให้คนอื่นชมไปเถอะ

“ได้เวลาแล้ว ไปเถอะวะ เบื่อหน้าคนบ้างคน” สู้ไม่ได้ กูหนีไงครับ

“เออ พวกผมไปก่อนะนะพี่”

“เดี๋ยว” เอานี่ไป”

“เอาไปทำไมวะ” ใอ้หล่อมันยื่นนมกล่องให้ มันเอามาจากไหน ในถุงเทคนั่นมีแต่ขนมนะ ผมจำได้

“เอาไว้อาบมั้งมึง” กวนตีนกูตัลลอดดดดดดดด

“เออ ขอบใจครับใอ้พี่เดือนเถื่อน” กวนตีนมา กวนตีนกลับ ผมเท่าเทียม

พวกเราแยกย้ายกันกับ ใอ้หล่อกับเพื่อนๆ ไปตึกวิดวะ ฝั่งตรงข้าม ผมกับเดอะแก๊งค์เข้าตึก ตรงไปนั่งในห้องประชุมใหญ่ของคณะกับเอกผม ตอนนี้คนครบ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง

***************************************



“น้องๆ รู้มั้ยคะ วันนี้พวกเราจะมาทำอะไร”

อยากจะตอบเหลือเกิน มาซักผ้ามั้งครับพี่ แต่ก็เกรงตีนเจ๊แก___

“วันนี้เราจะต้องเลือกดาว-เดือนคณะเพื่อที่จะไปประกวด ดาว-เดือนมหาลัย เดือนหน้า ในงาน เฟรชชี่ ไนท์”

“ เอา พี่ให้เวลาแต่ละเอก ส่งตัวแทนชาย-หญิงมาคะ ขอ 10 นาทีนะคะ พี่รีบ จะไปดูหนังกับกิ๊ก” ยอมใจในความมั่นหน้าของพี่เชียร์ปี 2

คณะผมไม่ได้เคร่งครัดเรื่องรับน้องอะไรมากมายนะครับ กิจกรรมก็ไม่ได้มีทุกวัน พี่ว้าก ก็ไม่มีแล้ว เหลือแต่พี่ระเบียบ พี่เชียร์ ซึ่งก็ชิลๆ บรรยากาศค่อยข้างสบาย ในคณะเรานอกจากเอก การตลาด การบัญชี การจัดการ เรายังมีเอกอื่น อย่างเช่นเอกบริการธุรกิจระหว่างประเทศของพวกผม กับ การเงินการธนาคารอีกด้วย ซึ่งนิสิตมันก็คละๆกันระหว่าง ชาย หญิง แต่บอกเลย คณะเราคนน่าตาดีเป็นศรีแก่คณะเยอะมากกกกกกกกกกกก

“เอกเราส่งใครไปดีวะ” ใอ้อาร์ต ประธานเอกและประธานรุ่น (เราบังคับมันเป็นตั้งแต่อาทิตย์แรก????)

“มีไรให้ตัดสินใจยาก ใอ้พารา คนหล่อนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ ส่งมันไป” ใอ้จันทร์ ถามกูก่อนมั้ยมึง

“ผมเห็นด้วยวะ” ใอ้เนิร์ด มึงก็เอากับเค้าด้วยหรา

“ผู้หญิงละ เนย มึงรับไปมั้ย”

เอกเรามี 15 คน ผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชายหน่อยๆ

“ถามคนอื่นก่อนสิ ถ้าไม่มีใคร เราไปก็ได้” เนย เพื่อนเอกผู้น่ารัก ที่ใอ้ปีย์มันพยายามเต๊าะอยู่ (เห็นแม่งเต๊าะไปทั่ว) แล้วมหกรรมหันไปถามกันเสียงดังก็เกิดขึ้น เพราะมันเป็นแบบนี้กันทุกเอกอ่ะ 10 นาทีผ่านไป ไวเหมือนตด สรุป งานมาตกที่หัวผมและเนยจริงๆ

“เอ้าๆ หยุดๆ ได้แล้วใช่มั้ยคะ งั้นเชิญตัวแทนออกมาด้านค่ะ”

ขบวนชายงาม หญิงสวยทั้ง10 คนก็ยืนเรียงแถวหน้าห้องประชุม รายการต่อไปก็คือการรายงานตัว จากหัวแถวมาเรื่อยๆ จนมาถึงผมกับเนย ผมให้เนยออกไปแนะนำตัวก่อนlady first ไงคุณ ไม่เคยได้ยินเหรอ

“เอาละ คนสุดท้ายละ แนะนำตัวหน่อยค่ะ”

“สวัสดีครับ ผมพารา เอกบริหารธุรกิจระหว่างประเทศครับ

“เดี๋ยวๆ พี่สงสัย ชื่อน้องนี่พารา เฉยๆหรือที่จริงมียาวกว่านี้อ่ะ พาราเซตามอลงี้ปะ?”

“ป่าวคับ”

“พาราก้อน” นั่นห้างมั้ยพี่

“ป่าวคับ”

“งั้น พาราโบร่าเหรอ”

“ก็ป่าวคับ”

“งั้นพาราอะไรอ่ะ น้อง”

ผมยิ้มให้พี่คนถาม ดึงจังวะนิดนึง^__^

“พาราณาสี...ครับ” พี่แม่งหงายหลังไปแล้วววววววววววว^^

5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555

เสียงฮา เสียงโห่ เสียงกลองมาทั้งห้อง ผมคนจริงคับ กวนมากวนกลับ ไม่โกง@________@



เราพักเบรคกัน 15 นาที ค่อยกลับมาโหวตหาคนชนะ ผมนั่งดูดนมที่ใอ้หล่อมันให้มาไปด้วย คุยกันคนอื่นไปด้วยจนหมดเวลาพัก (แม่งเพิ่งรู้ตัวว่าหิว)

สุดท้าย พวกเราก็เริ่มโหวตกัน สรุป พราะมุข 5 บาท 10 บาทของผม หรือเพราะความน่าตาดีก็ไม่รู้ แต่ผมได้ตำแหน่งเดือนคณะมาเฉยวะ ส่วนดาวคณะคือ กวาง สาวสวยจากเอกการจัดการ ซึ่งเธอสวยจริงๆ จนผมอยากให้เธอมาจัดการหัวใจผมจังเล้ยยยยยย



พอกิจกรรมเสร็จ สายรหัสก็เริ่มเอาข้าว ขนม และอะไรก็ตามแต่ที่ทุกคนจะสรรหามา มาให้น้องปี 1 สายเทคผม ผู้หญิงทั้งบ้านวะ ตัวเล็กน่ารักกันทุกคน แต่เสียดาย มีแฟนกันหมดแล้ว แม่งไม่รู้จะรีบมีไปไหน ที่แปลกประหลาดคือ แฟนพี่ทุกคนเรียนอยู่วิดวะ แล้วยังมีหน้ามาบอกให้ผมหาแฟนวิดวะอีก พี่มึงช่วยกูมองที ผู้หญิงในคณะนั้นหายากยิ่งกว่าปีนต้นมะพร้าว (มอต้นมะพร้าวเยอะ) ใอ้ที่สวยๆ เค้าก็มีแฟนไปหมดแล้วมั้ยวะ ผมละเซ็ง

“ใอ้พาราณสี มึงดังอีกแล้ววะ มีคนเอาคลิปที่มึงแนะนำตัวเองไปลงเพจคณะ แล้ว เพจเฟรชชี่ก็มาแชร์ต่อ”

“.....” กูจะต้องดีใจมั้ย กูอยากหล่อแบบเท่ๆ ไม่ใช่หล่อแบบตลก เดี๋ยวนกตลอด

“ไหน เอามาดูซิ” ใอ้ปีย์ เอาโทรศัพท์ใอ้จันทร์ไปไล่อ่านคอมเม้นท์



เพจเฟรชชี่หล่อบอกต่อด้วย

สวัสดีค่ะทุกโค้นนนนนนน วันนี้แอดมินได้คลิปการแนะนำ ที่ไม่เหมือนใครของเดือนหมาดๆ คณะบริหารมาฝากจ้า บอกเลยว่างานดีมั้กกกกกกกก

**คลิป****

ได้ยินชื่อกูแล้วจะหนาว กูชื่อแอร์:5555555555 แม่งน่ารักวะ

เด็กหญิงเติ้ล:โอ้ยยยยยยย น้องพารา หล่อตลกๆแบบนี้ก็เลยเหรอ

PK vs KP: อยากได้พาราแบบนี้กลับบ้าน อาจจะปวดหัวน้อยลง ขอพิกัดเฟสน้องด้วยค่า

Mindnset:@PKvsKP น้องพารา น่ารักมากกกกกกก นี่ค่ะเฟสน้อง@Para Thanapridakun

กระเทยอวกาศ:ค่าเทอมพอมั้ยน้องพารา พี่พร้อมเปย์มากกกกกกกกก

ยืนใจลอย รอสอยมะม่วง: แม่คะ หนูอยากได้เขา

Kantitat G.: หน้าตาไม่ดี สติยังด้อยอีก

Kin@Kantitat G.:เข้าใจเปรียบเปรยนะมึง 55555



ผมอ่านถึงตรงนี้ละแทบจะกรอกตา ให้หล่อตัวขัดลาภไง ผมจำชื่อเฟสมันได้ ถึงจะไม่ได้แอดมันก็เถอะ คนอื่นเขาก็มาดีๆ มันมาที กูละเบื่อ@___@
[/size]
 :bye2: o13
[/font][/size][/font]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2020 15:45:56 โดย kiriyakl »

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ตอนที่ 5 เรือผี? คู่จิ้น 2020
[/b]

Special คินขอแถลง

คินขอแถลง

ดีคับ ผมชื่อคินมากับนุ่นแล้วก็มากับโบว์ เดี๋ยวๆ ผิดงานแล้วลูกพี่ เอาใหม่ๆ ผมชื่อคิน อคินณ์ วิดวะ ปี2 มีเพื่อนสนิทกับเขาอยู่ 2 คนคือให้หล่อ 1ที่ชอบทำหน้าเหมือนคนทั้งโลกติดเงินมัน ส่วนใอ้หล่อ2 ก็คือคนที่ชอบคิดว่าคนทั้งโลกชอบมัน

หล่อที่หนึ่งมันชื่อ กราฟ กันติทัต ส่วนให้หล่อ 2 คือใอ้ไทม์ ธีรดนย์ พวกเราเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาตั้งนานแล้วครับ ผมกับใอ้หล่อ 1นี่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ ม.ต้น ส่วนใอ้หล่อ 2 นี่มาตอนม. ปลาย เรียนด้วยกันจนเข้ามหาลัย รู้ใจกันชนิดที่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ผมไม่ได้โม้นะ เพราะผมเก่ง ฮิฮิ



นอกเรื่องไปไกล ขออนุญาติกลับเข้าสู้ประเด็น คืออย่างที่บอก เรารู้ใจกัน ผมเลยสังเกตได้ทันทีว่าใอ้หล่อ 1 มันเหมือนจะสนใจใอ้เด็กตัวขาวๆที่นั่งข้างมัน(พูดให้ถูกคือใอ้หล่อ1มันวิ่งมานั่งข้างเขาครับ)ในคลาสแรกที่พวกเรามาลงเรียนกับเด็กปี 1ใอ้เด็กนี้ก็เอาเรื่อง ยิ้มทีโลกโคตรสดใส สงสัยใอ้หล่อ 1 มันคงโดนมนต์ขาวๆรอยยิ้มกว้างนี้ดูดซะแล้วละผมว่ามีอย่างที่ไหน ทำเป็นไปยืมปากกาเขา มึงครับปากกาก็อยู่ในกระเป๋าสะพายมึง กูเห็นนะครับ แหมมมมมมมมมมมมมมม



แต่ผมก็ไม่ได้ล้อมันหรอก (เดี๋ยวไก่ตื่น) แถมยังทำดีเกินหน้าที่ด้วยการเปรยๆ กับใอ้หล่อ 2 ถึงวิธีจีบสาวว่า ใอ้หล่อ 2 ก็ให้ความร่วมอย่างดี มันสาธยายออกมายิ่งกว่างานวิจัย ชอบใครให้หมั่นเอาหน้าไปเสนอเค้างั้ ให้เขาเห็นบ่อยๆไรงี้



ใอ้หล่อ 1 ก็ทำเป็นนั่งหน้านิ่ง แต่ผมรู้หรอกครับว่ามันฟังหูกระดิกอยู่นี่ละ ใอ้หล่อ 1 มันเคยมีแฟนนะครับ แต่เป็นผู้หญิง มอ4 ป๊อปปี้เลิฟ แต่มันชอบหน้าเหม็นขี้ ไม่สนใจหญิงเท่าไหร่ น้องเค้าเลยเบื่อมันหนีไปควงรุ่นพี่มอ 5 แทน ฮ่าๆๆๆ

ตั้งแต่นั้นนั้นก็ไม่เคยเห็นมันมองใคร แหมนึกว่ามันจะทำใจจะบวชเป็นพระ ที่ไหนได้ดันมาถูกใจเด็กปี1 ตัวขาวหน้าตาก็ดีโคตรยังกับไอด้อลเกาหลี แบบนี้คิน คนดีอยู่เฉยไม่ได้ครับ ต้องช่วย ต้องช่วยถึงจะชนะ (ใจน้องพารา)^_^



หลังจากนั้นเหรอครับ ใอ้หล่อ 1ก็ตามน้องเค้าเป็นสัมภเวสีส่วนตัว มันไปส่องเฟสน้องประจำ ในห้องเรียนที่นั่งประจำของหล่อ 1 ต้องข้างน้องพาราเท่านั้น มีเนียนยืมโทรศัพท์มั้งละ เนียนขอดูชีทกับน้องมั้งละ แหมผมละหมั่นไส้ อยากจะหยิบชีทที่มันซุกไว้ในกระเป๋ามาโยนใส่หน้ามันชิบหาย



มันชอบทำหน้าเหมือนอยากจะกัดคอใครก็ตามที่เข้าไปใกล้เด็กพารา โดยเฉพาะผู้หญิง ทำใจนะมึงงงง น้องมันสาวชอบเยอะ มันเนียนแย่งของกินของน้อง แล้วเอาของที่ตัวเองซื้อมาให้น้องแทน โอ้ยอย่าให้ผมบรรยายไปมากกว่านี้เลยครับ กลัวอดใจถีบเพื่อนตัวเองไม่ไหว ...ขอลาไป ณ โอกาสนี้ ไว้เจอกันใหม่เมื่อคนแต่งเค้าคิดถึงผมT^T

:mew3: :katai2-1:


Part พารา
ตอนนี้ผมเอาหน้าฟุบลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนข้างตึกเรียนในสภาพหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ใอ้จันทร์กับไอ้ปีหายหัวไปไหนไม่รู้ สงสัยไปหาของกิน ส่วนใอ้อาร์ตเดินไปถ่ายเอกสารให้เพื่อนๆ หมดคลาสวิชาภาษาอังกฤษ เรียนอีกทีก็บ่ายโมง ผมกะว่าจะนอนรอพวกมันอยู่ตรงนี้แหละ

หลังจากวันนั้น ชีวิตผมก็เริ่มยุ่ง วุ่นวายมากขึ้น ต้องไปซ้อมเชียร์ด้วย ซ้อมประกวด ดาว-เดือนด้วยแทบทุกวันเพราะมันใกล้แล้ว เหนื่อยโคตรๆ แต่ละคนก็รับหน้าที่ไปกันคนละอย่าง สองอย่าง ใอ้จันทร์โดนดึงไปเป็นเชียร์ลีดเด้อ ส่วนผมกับใอ้ปีย์เราแอบไปขอหน้าที่ในขบวนพาเหรด ใอ้อาร์ตผู้ไม่อยากทำอะไร ได้ขึ้นแสตนด์เชียร์

มอเราก็มีนะฮะ ใอ้กีฬามหาลัยเนี่ย

“หมอบเป็นหมาเหงาเลยนะมึง”

“หมาบ้านพี่ หน้าตาขนาดนี้เหรอวะพี่”

“ก็ดูดีกว่ามึงอะ”

“....” กวนตีนนนนนนนนนนนนน

“เป็นเหี้ยไรของมึง กูเห็นตั้งแต่ในห้องเรียนละ” ถามเฉยๆก็ได้ มึงจะมาแย่งที่นั่งกูทำมายยยย วายยยยยยย?

“ง่วงวะพี่ เมื่อคืนนอนดึก แล้วทำไมมึงยังอยู่นี่วะพี่ ไม่มีเรียนเหรอ”

“....” ถามไม่ตอบ ยังมามองหน้ากูอี๊ก

“ง่วงก็นอนไป เอามือถือมึงมาเล่นเกมส์ดิ๊” เอ้าใอ้ห่า มือถือมึงมี ทำไมไม่ใช้

“ของกูอยู่ที่ใอ้คิน” มึงเป็นริว จิตสัมผัสเหรอวะ รู้อีกว่ากูคิดอะไร

“....” เออ กูนอนก็ได้

ผมเบื่อขี้หน้าใอ้หล่อ หลังมันเอามือถือผมไปเล่น ผมเลยนอนหันไปหน้าไปอีกทางแม่งเลย ไม่รู้ว่านอนไปนานแค่ไหน ตื่นมาอีกทีก็เห็นมาสมาชิกเดอะแก๊งค์มากันครบ พ่วงด้วยใอ้หล่อที่ยังคงเล่นเกมส์อยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือพี่คิน พี่ไทม์โผล่มาอีกคน แต่ทุกคนคือนั่งเงียบๆ ยุ่งกับมือถือ ชีทเรียน ของกิน ว้าววววว อเมสซิ่ง!

“อ้าวตื่นแล้วเหรอมึง”

“เออ กี่โมงแล้ววะ” ผมหยิบกาแฟยี่ห้อดังที่วางอยู่ตรงหน้า ขึ้นมาดื่ม เพื่อนมันคงไปซื้อมาให้ โหยยยย วันนี้มันเกิดใจดี ซื้อของแพงให้แดกด้วยยยยย

“ 11โมงครึ่ง” แสดงว่าผมหลับไปราวๆ 15 นาที

“ไปหาข้าวกินเถอะ หิว เออ ขอบใจนะ ที่ซื้อกาแฟมาฝาก”

“ กาแฟเชี่ยไร กูไม่ได้ซื้อ ” อ้าว แล้วของใคร?_?

“ของกู” ชิปหาย กาแฟใอ้หล่อมัน แต่กูแดกไปแล้ว

“โทษๆ กูไม่รู้ เดี๋ยวกูซื้อคืนวันหลังนะพี่ ตอนนี้ขอกูแดกก่อน”

“เออ”

หน้ามึงเต็มใจมากกกก คงเสียดายกาแฟละสิ ดี กูซัดให้หมดแก้ว ^^

“เออ กูก็หิววะ พี่กราฟ พี่คิน ไทม์ไปกินข้าวด้วยกันมั้ยครับ” ใอ้นี่ก็ช่างมารยาทดี ไปถามพวกมันทำไม

“ไปสิ กูก็หิวเหมือนกัน” พี่คินตอบง่ายๆ

แล้วพวกมันก็หันไปถกกันว่าจะกินอะไร ที่ไหน ยังกะ วาระแห่งชาติ ถุยยยยยยย!!

“พี่ เอามือถือกูมาดิ๊”

กระดิกมือเรียกรัวๆเลยครับ ใอ้หล่อมันก็คืนมือถือด้วยใบหน้าอันไร้ซึ่งอารม์ ผมละอยากถามมันจริงๆ กล้ามเนื้อบนใบ้หน้ามึงตายเหรอวะ นี่โทรศัพท์กูมั้ย ทำเหมือนก็แย่งของรักของหวงมึงเฉย แสรดดดดดดดดดดดดดดด

ผมเอามือถือมาเล่นรอพวกมันสรุปว่าจะไปกินร้านไหน เข้าเฟสก่อนเลยครับ ช่วงนี้มีคนแอดมาเยอะมาก สงสัยเพราะใอ้คลิปตลกแดกของผมนั่นละ แจ้งเตือนเด้งขึ้นมารัวๆ ผมไล่อ่านไปเรื่อยๆ จนไปสะดุดกับแจ้งเตือน เมื่อ 10 กว่านาทีที่ผ่านมา

Kantitat G. has excepted your friend request

หะ กูไปแอดมันตอนไหนวะ????

“พี่ นี่ผลงานมึงใช่ปะ?”

“.....”

“ถามกูยัง ว่าอยากเป็นเพื่อนมึงป่าว”

“ดูหน้าก็รู้แล้ว” หมั่นใจสาดดดดดดดดด

ผมดูมือถือ เห็นแอพริเคชั่นไลน์ นึกเอะใจ จึงกดเข้าไปเช็ค นั่นไง ซื้อหวยทำไมไม่ถูก ในรายชื่อเพื่อนของผม มีชื่อใอ้หล่อเพิ่มขึ้นมาด้วยเฉย เออ ช่างห่ามันเถอะ

สรุปแล้วพวกเรา 7 คนไปร้านอาหารสัญชาติญี่ปุ่นด้วยเหตุผลที่ว่า พนักงานเสิร์ฟน่ารัก เออ พาราชอบบบ

ผม ใอ้พี่กราฟ พี่คิน นั่งฝั่งเดียวกัน อีก 4 คนนั่งอีกฝั่ง ใอ้ปีย์ส่องเด็กเสิร์ฟ ใอ้จันทร์ผู้ติดโซเชียวก็ก้มหน้า ส่องอยู่นั่นแหละ ใอ้อาร์ตคุยกับพี่คิน พี่ไทม์ ขอบอกครับ วิชาการล้วนๆ กูละยอมใจ ใอ้หล่อมันนั่งเล่นเกมส์ ส่วนผมเหรอ นั่งตาบรืออยู่นี่ไง

“เชี่ย พารา ดีใจกับมึงด้วย มึงดังอีกแล้ว พี่กราฟด้วยครับ ” ใอ้จันทร์โพล่งขึ้นมา ใอ้นี่มันเจ้าพ่อข่าวสารครับ

“อะไรอีกวะ เอามาดูดิ๊” แล้วมันก็ส่งมือถือมา



เพจหนุ่มหล่อบอกต่อด้วย

แอดมินก็ได้ภาพนี้มาจากลูกเพจ อดีตเดือนคณะวิดวะ กับเดือนคณะบริหาร อยู่ด้วยกัน มีคนฝากถามว่าไปรู้จักกันได้ยังไงคะ น้องกราฟ น้องพารา อ๊ะๆๆ อะไร ยังไงคะ@kantita G.t @para Thanapridakun

แนบรูป**

คอมแม้นก็ไหลมายังกับเขื่อนแตก !!!!

กระเทยอวกาศ: อ๊ายยยยยยย สามี อยู่ตรงไหน เมียจะไปหา

เกิดมาเป็นสาววายไม่ต้องเสียดายอะไรอีก: ฉันได้กลิ่นโมเม้น

พลังสาววาย สะท้านโลกันต์: อะไรคะ คู่จิ้นคู่ใหม่ชิมิ

เด็กหญิงน้ำมนต์ เป็นคนเซ็กซี่: ผัวขา หล่อมากกกกกกกกกก รักกกกกกก

สาววายที่แท้ทรู: จิ้นไม่จิ้นไม่รู้ แต่กูเตรียมพายเรือ
[
*****************************************

พายพ่องงงงงงงง!!!!!!!

มันเป็นรูปที่ผมหลับอยู่โต๊ะหินอ่อน แล้วให้หล่อมันก็นั่งเอามือเท้าคาง อีกมึงนึงอยู่บนหัวผม

“พี่ ทำอะไรบนหัวกูคับ”

“หาเขาให้มึง” เหาบ้านมึงสิ กูไม่ใช่หมา กูจะฟ้องป๊ากูY__Y

“เลิกทำหน้าเหม็นขี้ได้แล้ว กินข้าวไป”

แล้วมึงมาผลักหัวกูทำไมวะ ฟายยยยยยยยยย

“เออ กินก็ได้” แล้วพาราคนหล่อก็หยิบตะเกียบมาคีบซูชิเข้าแบบปากเอาเป็นเอาตาย จินตนาการว่ากินเหา เอ้ย! กินหัวใอ้หล่ออยู่

“เย็นนี้พวกมึงไปเตะฟุตซอลกับพวกกูปะ”

“ไปครับพี่ไทม์ ไปๆ”

เดี๋ยวถามกูก่อนมั้ยว่ากูอยากไปหรือเปล่า ผมละไม่เข้าใจใอ้พวกนี้ แต่ถามว่าไปมั้ย..ไปครับ แฮร่!!! ก็มันไปกันทุกคน แล้วผมจะเหลือตัวเองไว้ทำซากอะไร วันนี้พวกเราไม่มีกิจกรรมด้วยไง ไปสิครับ



 :hao7: :hao3:



สนามฟุตซอล

หลังจากกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พวกผมก็มาเจอพวกพี่มันในสนามที่จองไว้ เห็นว่าพี่ไทม์มันจองไว้1ชั่วโมงพอดี

“เออ มีแค่ 7 คน งั้นพวกกูต่อให้พวกมึง 4ต่อ 3 แล้วกัน”

พี่ไทม์มันแจกแจงมาแบบนี้ก็ดีเหมือนกันครับ พอถูไถ ก็ดูพวกผมกับหุ่นพี่มันสิ ใครจะไปสู้ไหว พวกพี่แม่งถอดเสื้อออก หุ่นแม่งอย่างดี โคตรอิจฉา พอเริ่มแข่ง ผมนี่แทบอยากจะร้องเชี่ยดังๆ ทำไมมันเล่นเก่งกันแบบนี้ ผมครองบอลยังไม่ถึงครึ่งนาทีเลยโดยพวกแม่งแย่งตลอด เพื่อนๆไม่ได้ต่างเลย เอาจริงๆผมไม่คอยได้เล่นหรอกกีฬาอ่ะ ใอ้อาร์ตนี่ยิ่งเด็กเรียน ใอ้จันทร์ ใอ้ปีย์พอไหว ผ่านไป10 นาที โดยเจาะตาข่ายไป7 ลูก ประตูแม่งก็เล็กนิดเดียว ยิงเข้าได้ไง ผมงง พวกเราต้องขอพักไม่ไหวอ่ะ ผมจะตายแล้นนนนนนน

“เฮ่ย พวกเราต้องเปลี่ยนแผน”

“ยังไงวะ” ผมที่ยังนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นสนามหันมาถามใอ้อาร์ต

“เรามีกัน 4 คน พี่แม่งมีแค่ 3 เวลาที่พี่มันจะส่งบอลให้ใคร เราต้องไปกันคนนั้นไว้แล้วให้หนึ่งในพวกเราไปแย่งบอล แบบนี้ถึงจะได้” เออ ความคิดมันดี

“เออ งั้นเอาตามนี้ ใอ้พารามึงระวังพี่กราฟไว้ละกัน”

“เออ ได้” ผมบอกให้จันทร์ง่ายๆ ก่อนที่ลงไปเล่นต่อ



หลังจากนั้นก็ตามนั้นเลยครับ พอพี่ไทม์จะส่งบอลไปให้กราฟ ผมรีบวิ่งเข้าไป ไม่ได้จะไปแย่งบอล ไปกันคนมากกว่า^^

“เฮ่ย อะไรวะ?”

ผมเอามือยันหน้าอกที่มีแต่เหงื่อของพี่มันไว้ (อกโคตรแน่นอ่ะ) พยายามกันมันไว้จนใอ้ปีย์มาแย่งบอลไปได้ แล้วส่งให้จันทร์ยิงเข้าประตูอีกฝ่ายไป ผมถึงได้ปล่อย

“ขี้โกงนะมึง” พี่มันหันมาว่า แต่มันก้ไม่ได้ดูโกรธอะไรหรอกนะครับ ดูเหมือนจะอารมณ์ดีด้วยซ้ำ

“เปล๊า” โกงกันซึ่งๆหน้าแต่ผมยังกล้าใช้เสียงสูงปฏิเสธพี่มันอ่ะ กร๊ากกกกกกกกก

หลังจากนั้น มหกรรมการโกงระดับชาติก็เกิดขึ้น ผมทั้งดึงแขน รั้งเอว เอาหลังดันอกพี่มัน พอเห็นว่าจะรั้งไว้ไม่อยู่ผมก็พลิกตัวไปกอดพี่มันไว้ ดันมันจนถอยหลัง มันสู้แรงผมไม่ได้ด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า

“หึหึ” หัวเราะไปเถอะใอ้หล่อ บอลก็โดนแย่ง คะแนนกระเตื้องขึ้นมาหน่อย เป็น 7-4 ยังจะหัวเราะได้อีก หลังจากนั้นก็วุ่นวายแบบนี้เลยครับ ไม่ว่าจะพี่ไทม์ พี่คิน โดนแย่งหมด ไปๆมาๆ ใอ้จันทร์มันเลิกเอาเท้าเตะ อุ้มลูกบอลโยนเข้าประตูไปเฉย มิติใหม่แห่งการเล่นฟุตซอล!!

55555555555555555555555555555555555555555555555555555555
 :laugh: :laugh: :pigha2: :m20:



จบเกมส์ สกอร์เท่าไหร่ไม่มีใครสนใจนับ พี่ไทม์แม่งส่ายหัวไปมา คงเพลียใจกับการเล่นอันเละเทะของพวกเรา พวกผมมานอนตายกันที่พื้นสนาม พี่ๆก็นั่งข้างๆกันนี้แหละ

“เอ้า น้ำ” อยู่ๆก็มีน้ำเย็นๆมาแตะที่แก้ม ผมแทบสะดุ้ง เป็นใอ้หล่อนี่เอง มันหายไปซื้อน้ำมาตอนไหนวะ

“ขอบใจวะพี่” ผมรับน้ำ ลุกขึ้นมาดื่มข้างมัน เห็นเพื่อนผมและเพื่อนพี่มันก็ได้น้ำเปล่ากันคนละขวด

“วันหลังมาเตะอีกนะ”

“....” มึงยังอยากจะเล่นอีกเหรอวะ เละขนาดนี้

“สนุกดี...หึหึ” อะไรของพี่มัน

เราคงยังงงๆ กับการใช้ตั้งกรูทู้อยู่นะ ขอโทษด้วยนาจา
 :bye2: o13

[/size]][/size][/size]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2020 15:58:56 โดย kiriyakl »

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ
«ตอบ #7 เมื่อ20-06-2020 16:00:16 »

:pig2:
 :3123:
ขอบคุณน๊าาาาาาาาาาาา

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ
«ตอบ #8 เมื่อ20-06-2020 16:01:11 »

:pig4:
ขอบคึณน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา  :mew1:

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ไทม์ขอบรรยาย

สวัสดีชาวโลก ผมไทม์ วิดวะ ไฟฟ้า ปี 2 มอB พี่ทุกสถาบัน แค็กๆ ไม่ใช่ครับ ผิดๆ ผมชวนเพื่อนมาเล่นฟุตซอล ตอนแรกก็กะจะมีแต่วิดวะนี่แหละครับ แต่พวกแม่งไม่ว่าง สนามก็ดันจองไว้แล้วเลยต้องลากใอ้เด็กปี 1 นี่มาด้วย พวกเรานัดเจอกันที่สนามของมอหลังเลิกเรียน

“เออ มีแค่ 7 คน งั้นพวกกูต่อให้พวกมึง 4ต่อ 3 แล้วกัน”


ก็มันมีแค่ 7 คนยังไงก็ไม่พอ แถมหุ่นแต่ละคนผมละถึงว่าคุณชายมาจากเกาหลี ไม่รู้พวกแม่งจะแตะบอลรอดถึง 10นาทีหรือเปล่า พวกผมตกลงกันว่าทีมพวกผมจะถอดเสื้อ พอเริ่มแตะ ก็อย่างที่ผมบอกไปแหละ พวกแม่งอ่อน! เลี้ยงบอลยังไม่ถึงครึ่งวิก็โดนพวกผมแย่งไปแล้ว ผ่านไป 10นาที พวกผมยิงไปแล้ว 7 ลูก นี่ผมแข่งกับเด็กอนุบาลอยู่หรือเปล่า??



หลังจากพวกมันขอพักแป๊บนึงแล้วกลับมาแข่งต่อ ผมก็สังเกตุใอ้พวกนี้มันโกงครับ ด้วยความที่พวกมันมีกัน 4คน มันเลยง่ายต่อการแย่งบอล ในระหว่างที่พวกผมกำลังส่งบอลกันอยู่ ใอ้น้องพาราแม่งก็วิ่งเอาตัวไปขวางใอ้กราฟ เอามือของมันยันอกที่เพื่อนผมไว้ กราฟมันเสียจังหวะ บอลก็โดนใอ้เพื่อนพวกมันที่ตาตี๋ๆแย่งไปแล้ว พอพวกแม่งเห็นว่าวิธีนี้ได้ผลก็พากันเล่นใหญ่รัชดาลัย กันเลย



ใอ้น้องพารามันวิ่งไปรั้งเอว กอดแขนมัน ไม่ก็เอาหลังดันใอ้กราฟ บางครั้งก็แทบจะกอดเพื่อนผม ใอ้น้องพาราตัวขาวแม่งก็ช่างไม่ได้สำเหนียกเลยว่าตัวเองโดนใอ้หล่อกอดไว้เต็มๆ ผมเห็นหรอกน่า ใอ้กราฟแม่งแอบยิ้ม ปล่อยให้น้องมันประชิดวงในตลอด ฮั่นแน่ ใอ้นี้มันมีแผน


ผมกับใอ้คินก็ไม่ได้ดีกว่ากันหรอกนะครับ ไม่ว่าใครจะส่งบอล ก็ต้องเสียจังหวะเพราะโดนพวกแม่งแย่งบอลอยู่ดี หลังๆมันเลยกลายเละเทะไปหมด นี่มันฟุตซอลตรงไหนวะ นี่มันลิงชิงบอลชัด !!!
จบพาร์ท ไทม์
 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 :katai5: :katai5:


พาร์ท พารา

ชีวิตผมก็ดำเนินไปแบบนี้แหละครับ มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นมากมาย มีเพื่อนดีๆ รุ่นพี่ที่ใส่ใจ มีคนสนใจเยอะ(ประหนึ่งว่าผมเป็นดาราไอดอล) ถึงกิจกรรมช่วงนี้จะยุ่งจนเหนื่อยหน่อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่ามันมีความสุขอยู่ในนั้นด้วย เรียกได้ว่า ต่างกับชีวิตในอดีตโคตรๆ ตลอดหนึ่งปี เรียนก็เข้าๆ โดดๆ กิจกรรมนี่ ไม่เคยมีโมเมน์เลย เลิกเรียนเสร็จ ที่สิงสถิตย์คือผับ บาร์ ซะส่วนใหญ่ หน้าตาพี่สายรหัสเป็นยังไง อย่าไปถามถึง

ผมถึงได้บอกว่า ผมชอบชีวิตที่เป็นแบบนี้มากๆ แล้วก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ สิ่งดีๆของผมมาสะดุด เพราะโทรศัพท์สายนึง

Rrrrrrrrrrrrrrrrrr

หน้าจอโชว์ใอ้แมท แก๊งสมัยมอปลาย

“โหล ใอ้แมท”

(มึงเป็นเหี้ยไร หายหัวไปเลย เพื่อนๆอยากเจอ แม่งก็ไม่เคยว่าง)

“โทษทีมึง กูยุ่งมากช่วงนี้ แล้วนี่มึงมีไรป่าววะ”

(วันนี้มีแข่งรถ มึงไปกับกู)

“เอ่อ... กูไปไม่ได้ว่ะ คณะมีกิจกรรมเก็บขยะที่ชายหาดพรุ่งนี้”

(พารา กูถามจริงๆ มึงเป็นเหี้ยอะไรช่วงนี้? ไม่อยากคบพวกกูแล้ว?)

“....ไม่ใช่แบบนั้น แต่กูยุ่งจริงๆ”

(เออ งั้นวันนี้มึงมาแดกเหล้ากับพวกกูที่ผับXXXX)

“เอางั้นก็ได้ แล้วเจอกันเว่ย”

(เออ แค่นี้แหละ บาย)

มันวางสายไปแล้ว ผมได้แต่นั่งถอนใจ นี่คือหนึ่งในเพื่อน ม. ปลายของผม พวกมันเรียนที่เดียวกันนี่แหละ แต่คนละคณะ ผมไม่ค่อยโทรหาพวกมัน เพราะไม่อยากเข้าไปอยู่ในวงจรเดิมๆ เหล้า เที่ยว ผู้หญิง การพนัน บางคนยังมีเรื่อง ยา เข้ามาเกี่ยวอีก พวกคุณคงรู้ว่าผมไม่ได้ถึง ยาแก้ปวดหัว ปวดท้อง อะไรแบบใช่มั้ย บางที ผมสมควรจัดการกับปัญหานี้ซักที ควรจะบอกพวกมันไปตรงๆดีกว่า

ผมไลน์บอกให้อาร์ตว่าวันนี้คงไม่ได้กลับมานอนหอ ให้มันไปหาข้าวกินกับ ใอ้จันทร์ ใอ้ปีย์ได้เลย ไม่ต้องรอผม



***********************************************



เวลา 24.00

ผมนั่งอยู่ในผับชื่อดังมา3 ชั่วโมงละ บนชั้นลอยนี้เป็นแบบ VIP ที่สามารถมองเห็นเวทีด้านล่างชัดเจน รอบตัวรายล้อมไปเพื่อนและสาวสวย ไม่เว้นแม้แต่ผม ดื่มไปนิดหน่อย แก้วเหล้าไม่เคยพร่องเพราะน้องสุดสวยคนข้างๆ คอยเติมเหล้าไม่เคยหยุด แถมนั่งเบียดจนแทบเกยอยู่บนตักผม ซึ่งมันก็โอเค้ นุ่มดี๊

“พอก่อนครับน้อง”

“แหม พี่พาราแค่นี้เองค่ะ กินเยอะๆจะได้สนุก” แต่ตอนนี้กูเริ่มไม่สนุกละ

สรุปผมก็แทบไม่ค่อยได้คุยอะไรกับใอ้แมท เพราะแม่งเล่นกินเหล้า สีหญิง ไปทั่ว ผมรู้ว่าอีกเดี๋ยวพวกมันต้องไปต่อกัน แข่งรถไงครับ แต่บางทีพวกมันก็ไม่ได้ลงแข่งหรอกนะ ไปพนันเงินกันอย่างเดียว ผมคงไม่ไปกับพวกมันหรอก ต้องหาข้ออ้างกลับก่อนที่พวกมันจะออกจากที่นี่ วันนี้ผมคงต้องหาที่นอนข้างนอก เพราะหอในปิดไปแล้ว เปิดอีกทีตี 5 สงสัยได้นอนโรงแรม ไม่ก็ห้องน้องสุดสวยข้างๆนี่ละ ผมรู้หรอกว่าเธอต้องการอะไร แหม ผีเห็นผี (มันใช้แบบนี้หรือเปล่า)

“พี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

พูดเสร็จก็ลุกหนีเลย เดินลงบันไดมา เบียดเสียดผู้คนออกมาจนถึงนอกร้าน กะจะออกมาสูดอากาศข้างนอก อีก1 ชั่วโมงผับปิดเอาไงดีว่ะกู

“มาเที่ยวเหรอมึงอ่ะ” คำถามมาพร้อมกับการผลักหัว ใครวะ

“อ้าว.. ใอ้พี่กราฟ มาเที่ยวเหรอ มากับใครวะ พี่คินเหรอ” กูจะเจอพี่มันทุกที่จริงๆเหรอวะ?มองไปมาหาคนอื่นๆ

“ไม่”

“......” คืออะไร?___?

“ไม่เสือก” อ้าวใอ้ห่านี่ เอาอีกแล้ว

“เออ ขอโทษที่เสือก กูไปละ” กูหัวร้อน แม่งไม่เคยพูดดีกับกูเลย เป็นเชี่ยไร

“เดี๋ยว..... กลับยัง” ถามดีๆก็ได้ ไม่ต้องดึงคอเสื้อกูครับ

“ยัง.... เอ้ย จะกลับแล้ว พี่ละ” อยู่ดีๆ ความคิดก็แวบเข้ามา เออ กลับกับใอ้หล่อก็ได้นี่หว่า ไปกับมันก็ยังดีกว่าไปกับพวกนั้นละวะ

“ไปสิ”

“เดี๋ยว ขอไปเอาเสื้อก่อน พี่ มึงขึ้นไปกับกูได้ปะ นะๆ”

“.....” มันมองมาที่มือผมที่กำลังจับแขนมันอยู่ จนผมต้องเอามือออก หวงตัวชิบหาย

“ไปสิ”

แล้วก็เดินนำผมขึ้นมายังชั้นลอยเฉย เพื่อเอาเสื้อคลุมที่ผมถอดวางไว้ ผมบอกพวกมันว่าจะกลับกับรุ่นพี่ ซึ่งยืนหัวโด่ ทำหน้าเหม็นขี้ตามสไตล์มันนั่นแหละครับ เพื่อนผมแม่งไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ดังนั้นผมจึงได้พาตัวเองมานั่งอยู่ในรถใอ้พี่กราฟ ข้างหลังยังมีพี่คิน พี่ไทม์ พี่แก๊งค์มันอยู่ด้วย

“นั่นเพื่อนมึงเหรอวะ กูไม่เคยเห็นหน้า”

“เพื่อนสมัยม.ปลายอ่ะ พี่คิน”

“แล้วทำไมมึงรีบกลับละกูเห็นพวกมันยังมันส์กันอยู่เลย”

“พรุ่งนี้มีกิจกรรมเก็บขยะที่หาดนะสิพี่ แล้วผมก็ไม่อยากไปต่อกับพวกมันเท่าไหร่ กิจกรรมมันค่อยข้างไม่ดีเท่าไหร่ แฮะๆ”

“ไม่ดียังไงวะ”

แล้วผมก็เล่าคร่าวถึงสิ่งที่พวกมันชอบทำ วีรกรรมสมัยม. ปลาย ซึ่งแต่ก่อนผมก็เป็น1ในแก๊งค์นั้นด้วย

“มึงนี้ก็แสบใช้ได้นะ แล้วทำไมถึงอยากออกมาละ”

“.... ไม่รู้สิพี่ อาจจะถึบจุดอิ่มตัวละมั้ง”

ที่จริงไม่ใช่หรอกครับ ผมแค่ได้รับโอกาสอีกครั้ง เลยไม่อยากให้ทุกอย่างมันย้อนกลับไปจุดเดิมเท่านั้นเอง

“เออ พี่ๆ คืนนี้ผมนอนห้องใครได้มั่งอ่ะ หอในมันปิดแล้ววะ” ผมเอี้ยวตัวไปถาม คนข้างหลังก่อน อย่าถามหาคนขับครับ มันเงียบยิ่งกว่าหุ่นยนต์อีก

“นอนห้องใอ้กราฟไง มันอยู่ใกล้มอสุด”

“พี่ กูนอนห้องมึงนะ” อาศัยลูกไม้เก่า ดึงแขนมันอีกครับ

“เออ”

ถึงมันจะมองผมด้วยสายตาเหมือนไม่ค่อยเต็มใจ แต่ก็ผมไม่สนครับ


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ :hao4: :hao3:



Part : กราฟ

“กูว่า กูเห็นใอ้พารา”

ใอ้คินชี้ไปทางมุมนึงของชั้นลอย ตรงนั้นผมเห็นพารานั่งตัวติดกับสาวสวย เหมือนกับคนอื่นๆในโต๊ะ มันคงมากับเพื่อน แต่ไม่ใช่กลุ่มที่เรียนด้วยกันเพราะผมไม่รู้จักซักคน วันนี้วันศุกร์ เป็นวันปล่อยฝีของเด็กมอผม ไม่แปลกที่จะเจอคนรู้จักที่นี่ข้างบนมันค่อยข้างมืด ผมเลยไม่เห็นมันแต่แรก และมันก็คงไม่รู้ว่าพวกผมนั่งอยู่ฝั่งนี้

ผมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มเงียบๆ สลับกับมองใอ้ขาวฝั่งตรงข้าม มองมันยิ้มอ่อนยิ้มหวานกับผู้หญิงที่แทบจะสิงมันอยู่แล้ว ใอ้นี่มันขี้อ่อย (อยากจะถามมันเหมือนกัน ที่บ้านมึงขายอ้อยเหรอ) ยิ้มให้คนไปทั่วโดยเฉพาะสาวๆ

ช่วงนี้ช่วงแทคของ พี่รหัสแม่งคงมีทั้งมอ เห็นไปไหนก็มีของกินเต็มไปหมด บางครั้งผมเห็นแล้วก็หงุดหงิด เลยแย่งมันกินเฉยๆ กวนประสาทมันแล้วหลับสบาย พาราเป็นคนที่น่าตาดีมากออกแนวเกาหลีไปโน่น ตาโตๆ จมูกรั้นๆ ปากแดงๆ ตัวขาวๆ เรียกได้พิมพ์นิยมของสาวๆตอนนี้

“กูไปห้องน้ำก่อนนะ”

ไม่รู้ผมมองมันนานแค่ไหนแล้ว ตอนที่มันลุกไปออกไปจากโต๊ะ ผมก็หาเรื่องเดินตามหลังมันไป จนมันหยุดอยู่นอกร้าน แถวๆโซนสูบบุหรี่ ตอนแรกคิดว่ามันคงมาดูดบุหรี่(ถึงจะไม่เคยเห็นมันสูบก็เถอะ) แต่มันกลับยืนเหม่อ หายใจทิ้งอยู่แบบนั้น จนผมอดใจไม่ได้ต้องเข้าไปทักมัน

“มาเที่ยวเหมือนกันเหรอมึงอ่ะ” ผลักหัวมันไปทีด้วย

“อ้าว.. ใอ้พี่กราฟ มาเที่ยวเหรอ มากลับใครวะ พี่คินเหรอ”

กูยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ ดันถามหาคนอื่น กวนตีนแม่งเลย ไม่รู้สิ ผมไม่ค่อยชอบใอ้พาราเวอร์ชั่นเท่าไหร่ เหมือนมันมีเรื่องในใจ วันนี้มันหงุดหงิดกว่าปกติด้วย อาจจะเพราะแอลกอฮอร์ด้วยละมั้ง ปกติเวลาผมกวนตีนมัน มันไม่ค่อยอะไรกับผมเท่าไหร่ นอกจากทำตาขวางๆ กรอกตาใส่ผม แต่วันนี้มันกลับจะเดินหนีผม แปลก

“เดี๋ยว..... กลับยัง” ผมรีบดึงคอเสื้อมันไว้ อยู่ดีๆ ก็อยากจะง้อมันขึ้นมา

ตอนแรกก็เหมือนมันไม่ได้ตั้งใจจะกลับ แต่อยู่ๆก็จะกลับเฉย แถมขอให้ผมพาไปเอาเสื้ออีก ด้วยการจับแขนผมแกว่งเบาๆ อยากจะบอกมันเหลือเกินนนนนนน อย่าอ่อยกู!

ผมขับรถเงียบๆไป ฟังใอ้พวกในรถคุยกันไป สรุป พาราดูเหมือนไม่ได้อยากจะมากับเพื่อนกลุ่มนี้ ที่มันบอกว่าเป็นเพื่อน ม.ปลาย มันเล่าวีรกรรมสมัยให้นั้นให้เพื่อนผมฟัง ซึ่งผมก็ค่อยข้างเห็นด้วยกับเพื่อนผม มันและแสบใช่ย่อย โดดเรียนนะกระจอก ให้ห่านี่ จ้างคนตีกัน พนันบอล จ้างเด็กแว้นซ์แข่งรถตอนกลางคืน กินเหล้าทั้งที่เข้าผับไม่ได้ แต่บ้านรวยไง เปิดบ้านใครซักคน จัดปาร์ตี้ก็ได้ บลาๆๆๆ

แล้วอะไรที่ทำให้มันไม่อยากทำแล้ว? มันบอกว่า เพราะมันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว แต่ผมว่าไม่น่าจะใช่เหตุผลทั้งหมด

“พี่ มึงให้กูนอนไหน” มันถามผมงงๆ ตอนนี้เราอยู่ในคอนโดขนาด 1 ห้องของผม ใกล้มอ

“เตียงกู หรือโซฟา แล้วแต่มึงเลย”

“ตามใจกู งั้นกูนอนเตียง” มันตอบแล้วเดินลิ่วเข้าห้องนอนไป อ้าว ใครเป็นเจ้าของห้อง?

“มึงไปอาบน้ำก่อนไป ผ้าเช็ดตัว แปรงสีอยู่ในห้องน้ำนั่นแหละ หาเอา”

“เออ ของยืมเสื้อผ้าด้วยนะพี่”

“เออ”

ผมอาบน้ำต่อจากมัน ออกมา พารามันนั่งเล่นมือถืออยู่บนเตียง รู้สึกแปลกๆที่อยู่ๆ ก็มีคนมานอนบนเตียงตัวเอง แต่ก็ไม่ได้อึดอัดอะไร ดีว่าเตียงผมนี่คิงไซด์ไง นอน 2-3 คนสบาย ใอ้พารามันก็ตัวเล็กกว่าผม เตี้ยกว่าหลายเซ็น ผมจัดการปิดไฟหัวเตียง เตรียมตัวนอน น้องมันก็นอนไม่ไกลจากผมนี่แหละ ผ้าผมมีผืนเดียว (แล้วตอนแรกให้มันเลือกทำไม)

“วันนี้ มึงเป็นอะไร” อยู่ๆก็อยากรู้ขึ้นมา พอมันไม่ยิ้ม ไม่กวนตีนเหมือนเดิมแล้วรู้สึกไม่ชิน

“.....” มันไม่ตอบ แต่ผมก็ยังเงียบรอฟัง

“พี่ ถ้ามึงได้รับโอกาสให้กลับแก้ไขอดีต มึงจะทำอะไรวะ” อยู่มันตะแคงตัวมาถามผม

“....” ไม่เคยมีคำถามนี่อยู่ในหัวเลย

“พี่ อย่าเพิ่งหลับสิวะ” กูยังไม่หลับ กูคิดอยู่

“ก็คงดูว่า กูเคยทำอะไรให้ตัวกู หรือคนที่กูรักเสียใจ ทุกข์ใจละมั้ง จากนั้นก็ เลิกซะ ถ้าเรารู้ว่ามันไม่ดี ก็อย่าทำ”

นี่น่าจะเป็นประโยคยาวที่สุดที่ผมเคยพูดกับมัน

“จริงวะ กูก็ว่างั้นแหละ”

ผมเห็นมันยิ้มน้อยๆ น่าจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วมั้ง

“แล้วทำไมถึงถาม”

“ไม่มีอะไร ...แค่อยากถามวะ”

“.....” เอากับมันสิ

“นอนเถอะ พรุ่งนี้เดี๋ยวกูไปส่ง”

“....” มันมองหน้าผม ไม่พูดอะไร แล้วมันก็พลิกตัวหันหน้าไปอีกฝั่ง ปิดการสนทนาไปซะอย่างงั้น เออ กูต้องนอนสินะ




 :bye2: :bye2:





CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
คุณเคยเห็นแมงกะพรุนเกยตื้นมั้ย? ไม่เคยเห็นละสิ งั้นเชิญครับ มาทางนี้ แทน แท่น แท้นนนนนนน ผมนี่ไง

นั่งหมดสถาพอยู่บนชายหาด เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตี1 ต้องมาตื่น ตี 5 เพื่อกลับห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รุ่นพี่นัดตอน 6 โมง มาถึงก็ลุยเก็บขยะทั่งหาด เดินเป็นกิโล เพราะเป็นช่วงน้ำลง ขยะอื้อเลยพี่น้องเอ้ยยยยย

พอตอนจะเสร็จยังมีการบูมทะเล คือบูมในทะเลนั่นแหละ เดินลงไปตรงที่น้ำลึกไม่ถึงเข่า(ใครเตี้ยก็ลึกกว่านี้อ่ะนะ พอดีผมสูง_) ล้อมกันเป็นวงกลม ยกแขนกอดคอคนข้างๆ แต่ก็ ตระโกน(ครับ ผมไม่ได้ล้อเล่นนะโว้ย) ก้มๆเงย ตระโกนร้องเพลงมอ เพลงคณะอยู่ไม่รู้กี่รอบ จนผมแทบหมดแรง ใอ้ปีย์ต้องลากขึ้นมาเกยตื้นบนฝั่งนี่ละ

ที่จริงก็ไม่ได้แค่คณะผมนะ หลายคณะเลยละที่มาวันนี้ มันเลยดูเป็นอะไรที่อลังการ เพราะนิสิตเต็มหาดไปหมด

“ไงมึง หมดสภาพเลยสิ”

“เออ ใกล้ตายละกู ทั้งเหนื่อย ทั้งง่วง แม่ง”

“ได้ข่าวว่าไม่นอนห้องเหรอครับ ใอ้คุณพารา มึงไปนอนกับสาวที่ไหน ตอบ” ใอ้จันทร์มาพร้อมกับกาแฟและน้ำ

“สาวเชี่ยไร เมื่อคืนกูน้องห้องใอ้พี่กราฟ พอดีเจอกันเมื่อคืน”

แล้วผมก็ร่ายยาวให้ใอ้ 3 ตัวนี้ฟัง ตั้งแต่เรื่องเพื่อนชวนเที่ยวผับ จนได้กลับมานอนที่ห้องให้หล่อมัน ที่จริงมันก็มีน้ำใจนะ ถึงปากจะชอบกวนตีนไปซักหน่อยก็เถอะ เมื่อเช้ามันยังตื่นมาส่งผมกับหอด้วยสภาพเน่าๆของมัน ไม่รู้มันขับรถถึงที่หรือเปล่า กลัวมันจะไปหลับใน แถวไหนซะก่อน

“พี่กราฟ นิสัยโอเคเหมือนกันนะเว่ย” ใอ้อาร์ตคือคนที่รู้ตั้งแต่เมื่อคืน

“ก็โอเคนะ หล่อน้อยกว่ากูนิดนึง”

ผม ใอ้อาร์ต ใอ้จันทร์---------- มึงช่างมีความมั่นหน้าอะไรเยี่ยงนี้ใอ้ปีย์ สาดดดดดดดดด

“เออ แล้วเรื่องประกวดเดือนมึงเป็นไง วันศุกร์นี่แล้วนาจา”

“ก็ดีนะ ตื่นเต้นนิดหน่อย กูกับกวางซ้อมกันเกือบทุกวัน มีไปซ้อมเดินที่สภานักศึกษาบางวัน ดีขึ้นเยอะ”

ผมกับกวาง พวกเราเล่นกีตาร์ด้วยและร้องเพลงด้วยครับ เรียกได้ว่าเป็นคู่หูดูโอ้เฉพาะกิจ ฉะนั้นพวกครับคุณ เตรียมตัวกรี๊ดกันได้เลย ไอดอลคนใหม่มาแว้ววววววววววววว^^

“ที่กูตื่นเต้นอ่ะ คือจะได้ดู ตูน ไลฟ์มากกว่าวะ”

“เออๆ พี่ตูนนะเว่ย พี่ตูน เชี่ยแม่ง กูจะขอลายเซ็นให้ได้”

“มึงจะไปขอลายเซ็นใคร พี่ตูน หรือแฟนพี่ตูน โด่ นึกว่ากูไม่รู้เหรอ”

“สัด แล้วมึงจะเอามั้ย”

“เอา!!!” เออ จบประโยค

ผมนั่งฟังให้จันทร์กับใอ้ปีย์เถียงกันไปมาแล้วตาจะปิดจริงๆ กูคิดถึงเตียงT_______T

“นี่ แล้วมึงจะเอาไงเรื่องเพื่อนโรงเรียนมึงอ่ะ กูว่ามึงควรบอกพวกมันตรงๆ” ใอ้อาร์ตคงเบื่อฟังใอ้ 2 ตัวนั่นเถียงกัน

“อาร์ต มึงเป็นคนเดียวที่มีสาระจริง ซึ้งวะ” น้ำตาจิไหล

“เออ กูก็คิดเหมือนมึงวะ”

“อย่าไปนัดเจอกันในผับ เดี๋ยวแม่งก็เป็นเหมือนเมื่อคืน นัดตอนกลางวันที่ไหนซักที่นะ”

“เออ ขอบใจเว่ย ไว้จบงานเฟรชชี่ไนท์ กูจะนัดพวกมันในมอนี่แหละ”

หลังจากนั้นพวกเราก็ย้ายตูดกลับหอ นาทีนี้เตียงเท่านั้นที่พาราต้องการ ........



******************************



บ่ายวันวันเสาร์ของผมหมดไปกับการนอน นอนจนอืด นอนจนหิว! ตื่นมาอีกที 5โมงเย็นแล้ว หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็ชวนเดอะแก๊งค์ไปหาข้าวกินใกล้ๆมอ มอผมของกินมันอยู่รอบมอ ไม่ว่าคุณจะไปทางไหนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเจอของกิน วันนี้พวกเราเลยเลือกข้างมอฝั่งตะวันออกเป็นที่ฝากท้องแทน หลังจากนั้นก็แยกย้ายกัน ใอ้อาร์ต กลับห้องไปอ่านนิยาย ใอ้นี่มันติดนิยายกำลังภายในครับ ส่วนใอ้จันทร์กับใอ้ปีย์ไปดูบอลที่ไหนซักที่ ส่วนผมตั้งใจจะไปคุยกับใอ้แมท จากทีแรกว่าจะรอให้ผ่านงานเฟรชชี่ไปก่อนแต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วครับ พูดเร็วก็จบเร็วจะได้ไม่ยืดเยื้อกันไปนานกว่านี้

“โหลแมท มึงว่างปะ กูมีเรื่องจะคุยด้วย”

(ว่าง มึงอยู่หอใช้ปะ เดี๋ยวกูไปรับ)

“ไม่เป็นไรก็ขับรถไปดีกว่า”

(ไม่ต้องกูอยู่แถวหอมึงนี่แหละ แป๊บนึง)

แล้วมันก็ตัดสายไป กรรม กูยังพูดไม่ทันจบเลย แต่ผมก็รอมันไม่นาน รถสปอร์ตคันงามของใอ้แมทก็มาถึง ทำไรไม่ได้ผมเลยเดินไปขึ้นรถมัน

“หาข้าวแดกก่อน”

มันว่ามาแบบนั้น ผมเลยไม่ได้ตอบอะไร ตอนแรกนึกว่ามันจะพาไปหาข้าวกินแถวๆนี้ แต่เปล่าเลยแม่งมาผมมาไกลเกือบถึงบ้าน ผมคุ้นเคยกับเส้นทางที่มันมุ่งไปดี ก็นี่มันทางไปสนามแข่งรถ ที่ไม่ได้มีแค่การแข่งรถ การพนัน เหล้า ยา หญิง เรียกได้ว่าอยากได้อะไรคุณก็สามารถหาได้หมดจากที่นี่ ผมได้แต่ถอนหายใจกับสถานการณ์ตอนนี้ รถก็ไม่ได้เอามาด้วยถ้าจะกลับก็ต้องรอใอ้แมทไปส่งเท่านั้น

“มึงกินไร”

“ข้าวผัดปูแล้วกัน” ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็คงต้องเลยตามเลย ดีหน่อยว่ามันพาแวะร้านข้าวก่อน อย่างน้อยจะได้คุยกันได้

“มึงเป็นเชี่ยไรว่ามา” ใอ้แมททันก็เป็นคนตรงคนนึงครับ

“คือกูอยากจะเลิกทำตัวแบบเดิมวะ”

“ยังไง”

แล้วเราก็เข้าสู่บทสนทนาที่ค่อนข้างอึดอัด ผมค่อยๆเรียบเรียงคำพูดออกมา ผมไม่อยากทำตัวเกเรเหมือนเมื่อก่อน ไม่ว่าจะแข่งรถ การพนันบอล การเที่ยวแบบหัวราน้ำ ไม่อยากเรียกร้องความสนใจจากป๊าด้วยวิธีพวกนี้อีกแล้ว เพราะมันไม่เคยได้ผล แมทมันเป็นเพื่อนผมมานาน มันเป็นคนเดียวที่รู้สาเหตุว่าทำไมผมถึงทำแบบนี้

อธิบายให้แมทมันฟัง แต่ละเรื่องเหลือเชื่ออย่างตายแล้วย้อนเวลากลับมาไว้ คงไม่มีใครเชื่อผมหรอก คงจะคิดว่าเป็นข้ออ้างของผมมากกว่า

“แต่เรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะเว่ยแมท”

“เออ..กูเข้าใจแล้ว แต่วันนี้ยังไงคงต้องอยู่ที่นี่กับกูไปก่อน ถือเป็นครั้งสุดท้ายแล้วกัน วันนี้กูมีแข่ง”

“อืม” ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละครับ ผมจะทำอะไรได้

หลังจากนั้นพวกผมก็ไปถึงสนามแข่งรถ ไปนั่งอยู่ในโซน VIP กับเพื่อนม.ปลายหลายคน จากตรงนี้คือมองเห็นสนามแข่งได้สบายๆ ใอ้แมทลงสนามไปแล้ว เหลือแต่ใอ้ต่อ ใอ้โอม ที่ยังดื่มเหล้าและลงพนันกันอยู่ ดึกคนก็ยิ่งเยอะ เครื่องดื่มของมึนเมาก็เต็มไปหมด

“เอ้าแดก” โอมยื่นแก้วเหล้าที่ชงค่อนข้างเข้มมาให้ ผมพยายามดื่มให้น้อยที่สุด ตอนนี้คือไม่อยากเมาเลย

ตึ่ง!

ผมเปิดดูข้อความเด้งเข้ามาทางไลน์ หือ? ใอ้หล่อ มันส่งมาทำไม?

Gantitat 10:45PM: ทำไรอยู่? ว่างปะ

Para_nasi 10:45PM: ไม่ว่างวะพี่ กูอยู่ข้างนอก

Gantitat 10:46PM แล้วมึงกลับกี่โมง?

Para_nasi 10:46PM: ไม่รู้ว่ะ ไม่ได้เอารถมาด้วย คงต้องรอเพื่อนไปส่ง อยากกลับหอชิบหายเนี่ย ง่วง

ผมก็บ่นขิงบ่นข่า ตระไคร้ ใบมะกรูดใส่ไลน์ไปเรื่อย

Gantitat 10:48PM: แชร์โลเคชั่นมา กูไปรับ

Para_nasi 10:48PM: เฮ่ยเอาจริงดิ

Gantitat 10:48PM: เออ ให้ไว

แล้วพี่มันก็เงียบไปเลย ผมเลยได้แต่แชร์โลเคชั่นให้พี่มันไป ก็ไม่รู้ว่าพี่มันจะมาถึงเมื่อไหร่ ผมได้แต่ดื่มเหล้าไปเงียบๆพลางเหลือบมองเวลาด้วย โคตรเกรงใจพี่มันเหมือนกัน ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมพี่มันถึงจะมารับ ทั้งที่พวกเราก็เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่อะไรซักอย่างในตัวพี่มันบอกผมว่ามันเป็นคนเชื่อถือได้ ถ้ามันบอกจะมา เดี๋ยวมันก็คงมาแหละ

ใอ้แมทกลับมาที่โต๊ะแล้ว วันนี้มันนแพ้เสียเงินไปไม่น้อย แต่มันก็ดูไม่ได้แคร์ซักเท่าไหร่กับเงินที่เสียไป พวกเราคุยกันนิดหน่อย ที่จริงคงมีแต่มันนี่แหละที่ยังคุยด้วย เพื่อนคนอื่นดูเหมือนไม่ค่อยอยากจะคุยกับผมเท่าไหร่ ที่ยังคงนั่งอยู่นี่เพราะคงจะเกรงใจใอ้แมทมัน

ตึ่ง! และแล้วข้อความที่ผมรอคอยก็มาถึง

Gantitat 11:50PM: อยู่ลานจอดรถ

ผมอ่านข้อความอย่างรวดรวดด้วยความโล่งใจ ตอนนี้ก็เกือบจะ 5ทุ่มแล้ว กลับตอนนี้ยังทันหอปิด

“แมท กูกลับก่อนนะ พี่มารับ”

“ใครวะ ใช่คนเดียวกับวันนั้นหรือเปล่า”

“เออ คนนั้นแหละ ไปนะ ไว้คุยกันมึง” ผมบอกมันง่ายๆ มันก็ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะเดินฝ่าความมืดสลัวลงบันได้ ฝ่าฝูงวัยรุ่นที่ยังคงเมามันส์กับเสียงเพลงจนออกมาถึงลานจอดรถ ก่อนจะเห็นใอ้หล่อยืนเด่นเป็นสง่า เป็นอาหารตาให้น้องชะนีที่อยู่ด้านนอก อยากหมั่นไส้มันอยู่หรอกครับ แต่วันนี้จะยอมพี่มันหนึ่งวัน เพราะมันอุตส่าห์มารับตั้งไกล ผมทักพี่มันง่ายๆก่อนเราจะขึ้นรถแล้วพี่มันก็ขับกลับมอ

“ไงมึง มาซะไกลเลย”

“โดนลากมาอ่ะดิ” ผมตอบเนือยๆ เริ่มมึนๆหน่อยๆด้วย

“ง่วงก็นอนไป”

“ ไม่เป็นไร นั่งคุยเป็นเพื่อนมึงดีกว่า”

พวกเราเลยคุยกันไปตลอดทางกลับมอ ผมบอกให้พี่มันไปส่งในหอเพราะดูเวลาแล้ว น่าจะทันก่อนเที่ยงคืน ไม่อยากไปรบกวนใอ้หล่อ เมื่อคืนก็ก็เพิ่งกวนพี่มันมา ก่อนจะลงรถผมก็นึกได้

“เออ สรุปมึงมีไรหรือเปล่าวันนี้พี่ ถึงได้ไลน์มาอ่ะ”

“ไม่มีอะไร ไปได้แล้วเดี๋ยวหอแม่งก็ปิดก่อนหรอก”

“เออ.... ขอบใจนะพี่ อุตส่าห์ไปรับกูตั้งไกล โคตรซึ้ง...โอ้ย เคาะหน้าฝากกูไมวะ?” คนกำลังซึ้งๆ ห่านี่

“ไปได้แล้ว” เหมือนผมจะเห็นมันยิ้ม แต่ชั่วพริบตาหน้าพี่มันก็กลับไปตายด้านเหมือนเดิม ผมเลยสรุปเอาเองว่า มึงตาฝาด ไม่ก็เมาครับใอ้พารา ผมเลยลงรถเดินกลับเข้าหอใน โดยไม่ลืมโบกมือให้พี่มันด้วย ไม่น่าเชื่อคนที่แค่รู้จักกันเพราะเรียนคลาสเดียวกันจะมีน้ำใจกับผมขนาดนี้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


 :bye2: :bye2:

Frihet

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1
Re: Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ
«ตอบ #11 เมื่อ22-06-2020 13:35:32 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
(อัป)ปีย์ จันทร์(ไร) Live

สวัสดีครับ ท่านผู้ชมมมมมมมมมมมม วันนี้พวกผม หนุ่มหล่อ2 หน่อ จากคณะบริหาร จะมา ไลฟ์สดๆ ยิ่งกว่าส้มบางมดในตลาดผลไม้ (เหรอ?)

วันนี้เราอยู่ที่ไหนB1 ?

วันนี้เราอยู่ใน ในงาน เฟรชชี่ไนท์ ครับB2

พวกเราอยู่ในอาคารอะไรซักอย่าง (จำชื่อไม่ได้) ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานคืนนี้ งานนี้พวกเราบอกเลย คนเพียบ คนสวยอยู่ทางซ้าย คนน่ารักอยู่ทางขวา คนเซ็กซี่อยู่ข้างหน้า คนหล่ออยู่ตรงเน้ๆๆๆๆๆๆๆ^^

ตอนนี้กำลังประกวด ดาว-เดือน มหาลัย เป็นกิจกรรมหลักของคืนนี้ ส่วนกิจกรรมรอง คือ แทน แทน แท้นนนนนนนนliveคอนเสิร์ตครับท่านผู้โช้มมมมมมม แล้วรู้มั้ยใครมาBodyslam คับพี่น้องงงงงงงง พี่ตูนของโผ้มมมมมมมม ถูกใจจนอยากจะกราบตีนคนจัดงานนี้ได้โยกกันหัวหลุดแน่นอน แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น พวกเราก็อยากจะนำเสนอ ผู้เข้าประดวดเดือนมหาลัย จากคณะพวกเราก่อน นั่นคือออออออ ใอ้คุณพาราณาสี (วันนี้มันอาจจะใช้ชื่ออื่น @_@) ส่งเข้าประกวดโดย จักรยาน 5 สี ปั่นอยู่ดีๆ อานหลุด!!!!และ ยาดมตราลิงถือลูกมะพร้าว นั่งหาวใต้ต้นกล้วย!!!!!!!

วันนี้มีระบบการโหวตผ่านมือถือ ฉะนั้นอย่าลืมนะครับ พารา เบอร์ 5 คนเดิม เพิ่มเติมคือเพื่อนมันหล่อ

วันนี้ เพื่อนผมมาพร้อมกับสโลแกน **ถึงไม่ใช่เป๊ปซี่ ก็เต็มที่กับชีวิตเหมียนกัน** ส่วนมันจะเอาอะไรมาโชว์นั้น กรุณารอติดตาม จากใอ้คนบรรยายคนต่อไป เพราะตอนนี้ พวกผมเห็นพี่กราฟ กดมือถือยิกๆ สงสัยพี่มันซื้อคิวรอพูดอยู่

แล้วเจอกันใหม่ สวัสดีชาวโลก^______^

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พาร์ท พารา
งานเฟชชี่ไนท์

เวลาผ่านไปไวเหมือนลมพัด ตอนนี้ผมอยู่หลังเวที พร้อมกับ ดาวเดือนจากคณะอื่นๆ อือหือ ดาวคณะมนุษย์คืองานดีมากแม่ พาราอยากได้^^ เดือนวิดวะปีนี้มันก็หล่อเข้มมาเลยเห็นแล้วคิดถึงใอ้หล่อ สงสัยคณะนี้มันเลือกดาวจากความเข้ม 555 เดือนคณะแพทย์นี่ก็หล่อมาก ผู้ดีทุกระเบียบนี้ เล่นเอาใอ้พาราคนนี้เทียบรัศมีไม่ติดเบยยย

เพื่อเบี่ยงเบนความตื่นเต้น ผมเลยมองชาวบ้านเค้าไปทั่ว วิจารย์คนอื่นในใจถือว่าไม่ผิดนะฮะ แฮะๆ กวางก็ยืนอยู่อยู่ข้างผมนี่แหละครับ วันนี้พวกอยู่ในชุดนิสิตถูกระเบียบ ผมใช่เสื้อนิสิตสีขาวแขนยาว กางเกงสแลคที่เทา ผูกไทด์เรียบร้อย เสริมหล่อด้วยการเซ็ทผมนิดหน่อย ส่วนกวางก็ใส่กระโปรงทรงพรีท ยาวเลยเข่า เสื้อนิสิตสีขาวแขนสั้น มีติ้ง กระดุมแล้วเข็มขัดของคณะเหมือนผม

ข้างนอกเสียงดังน่าดู เสียงกรี้ด เสียงปรบมือ แทบจะกลบเสียพิธีกร เพราะตอนนี้การประกวดเริ่มแล้ว ผมกับกวางอยู่ลำดับที่ 5 ซึ้งก็คืออันดับที่จะถึง ต่อจากคณะแพทย์ ที่มีเดือนหล่อแบบผู้ดีนี่แหละ

เอาละคะที่จบลงไปคือการแสดงจากคณะแพทย์ เป็นไงบ้าง ชอบกันมั้ยเอ่ย อย่าลืมนะคะ ชอบคนไหน น้องๆ พี่ๆ โหวตให้ได้ มอเราไฮเทคมาก เปิดโหวตเอาทางโทรศัพท์เลยค่า เอาละเพื่อให้ไม่เป็นการเสียเสียเวลา ขอเชิญ ดาวเดือนจากคณะ บริหารธุรกิจเลยค่า

“พร้อมนะ” กวางหันมาถามผม

“อืม”

แล้วพวกเราก็จับกีตาร์คนละตัวขึ้นไปบนเวที วันนี้พวกเราจะใช้เพลง แค่ยิ้มก็พอ เพลงรักพลังบวกของพี่โต๋ ฟิชเชอริ่งกับWONDERFRAME

อืม ขอพลังของพี่โต๋ จงมาสู่ร่างใอ้พาราด้วยเทอญ กราบบบบบบบบบบบบบบบ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 o22 o22



Part กราฟ

ผมเดินเข้ามาทันตอนที่ใอ้พารากำลังอยู่บนเวที มันกำลังแนะนำตัวร่วมกับดาวคณะมัน พร้อมกับแจกยิ้มหวานให้ จนสาวๆในฮอลกรี้ดแทบแตก เออใอ้หล่อ ใอ้ขี้อ่อย

“สวัสดีครับ ผมพารา คณะบริหารครับ”

“เดี๋ยวๆ พี่จำได้ว่าคลิบนั้นน้องชื่อ พาราณสี วันนี้ชื่อ พาราเฉยๆเหรอคะ” พิธีกรนี้ก็ขยันส่งมุขให้มัน

“ป่าวครับ วันนี้ผม พาราเม้าท์พิคเจ้ออออออ” เออ ค่ายหนังก็มา!!!!

คำตอบมันก็ตามสเตป เรียกเสียงหัวเราะ เสียงกรี้ดได้ตามเคย เก่งขนาดี้มันควรไปเป็นตลกคาเฟ่ต์

“วันนี้พวกเราจะcover เพลงของพี่โต๋ ใครร้องได้ร้องตามด้วยนะครับ”

ทั้งดาวทั้งเดือน ถือกีตาร์กันคนละตัว ก่อนจะค่อยๆถ่ายทอดเสียงออกเป็นทำนองที่น่าฟัง คลอด้วยเสียงร้องของทั้งสอง

แค่ยิ้มก็พอ เพียงเท่านั้น อย่าต่อรองได้ไหมรับมันไปความใส่ใจที่เอามาให้กันไม่ขออะไรตอบฉันไม่เคยต้องการ ฮื้มฮืม

เหมือนเป็นเหตุผล ที่ง่ายเกินไปเหมือนจะแอบแฝงต้องการอะไร

แต่ถ้าเธอเป็นฉัน (แต่ถ้าเธอเป็นฉัน)มองจากมุมนี้ไป เธอจะรู้ว่ามันสุขใจ

จริงๆ แค่ยิ้มก็พอ จริงนั่นแหละครับ ผมเห็นหลายๆคน ยิ้มและร้องคลอไปด้วยกับเจ้าตัวที่ยิ้มกว้างอยู่บนเวที แบบนี้ถึงจะดูสมกับที่เป็นมัน

แค่ยิ้มก็พอเพียงเท่านั้น อย่าต่อรองได้ไหมรับมันไปความใส่ใจที่เอามาให้กันไม่ขออะไรตอบ ฉันไม่เคยต้องการ

เอ อาฉันยินดีให้เธอ

ถ้ามันจะยินดี ผมก็เต็มใจ

มอง มอง มองดูเธอมาตั้งแต่อนุบาลแอบส่งยิ้มให้เธอในทุกสถานการณ์ต่อให้เธอจะต้องแต่งงานแต่ตัวฉันขึ้นคานความรักของฉันจะเป็นLegend เป็นระดับตำนานก็ขอแค่เพียงได้มอง ไม่หวังที่จะครอบครอง…

เอเฮ ยิ้มเบาเบาก็พอ เอ เธออย่าทำหน้างอดิรอยยิ้มของเธอน่ะทำให้โลกนี้มีชีวิตดูสดใสอู้ อูBaby ฉันไม่เคยหวังให้เธอต้องมารักไม่ว่าวันไหนฉันพร้อมจะเป็นที่พัก......



รอยยิ้มของมันทำให้ทุกสิ่งรอบตัวมันสดใสตามจริงๆนั่นแหละ ผมเองยืนยิ้มตามไปตอนไหนก็ไม่รู้

“ไง เคลิ้มเลยสิมึง” ใอ้คินเอาศอกมาสะกิดเบาๆ

“ก็ดี” เดี๋ยวกูศอกกลับนะครับ

“อะไรดี เพลงหรือคน” ใอ้นี่ก็แสนรู้

“เสือกเก่ง” นอกจากมันไม่โกรธ มันยังหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง กูไม่ใช่แก๊งค์ 3 ช่านะครับ

เพลงจบพร้อมเสียงกรี้ด(อีกแล้ว) เสียงตบมือ พารามันลงไปหลังเวที ผู้เข้าประกวดคนต่อไปขึ้นมา
 :hao3: :hao3: :hao3:



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



Part พารา

โอ้ย มันส์ครับ พี่ตูน ไอดอลของผมมาแล้วววว ตอนนี้ผมเต้นลืมตาย กระโดดกระโยกหัวชนิดที่หัวแทบหลุด อยู่กับเดอะแก๊งค์ ที่บางทีก็ครบ 4 คน บางทีก็เหลือ 3 เหลือ 2 บ้าง มันหายไปไหนนะเหรอครับ มันหายหัวไปเต้นหลีสาวในฮอลนี่แหละ แล้วทำไมผมไม่ทำบ้างเหรอ เพราะผมต้องรักษาพิกเจอร์นิดนึงงงงง ทำนะเหรอครับ เพราใอ้พาราคนรูปหล่อ พ่อรวยคนนี้ ได้ตำแหน่งเดือนมหาลัยครับท่านผู้โช้มมมมมมมมม!!!!!

ได้มาเพราะอะไรผมก็ไม่รู้ แฮร่!

ผมถึงกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไอด้อลโดยเฉพาะนะเว่ย ตอนนี้ เสื้อยืดสีดำ ยืนดำขาดเข่าเท่ห์ๆ คอนเวิสคู่ใจ ถึงหน้าไม่เหมือนพี่ตูน แต่ผมใจรักนะเออ^___^

เสียงกลองทุ้มๆ เบสหนักๆ ในเพลงคิดฮอด คือพลังทำลายความเป็นคนของผม ตอนนี้ผมเป็นคนป่วง เป็นคนบ้า พอมาถึงเพลง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง ใอ้พาราคนนี้ก็ อยากจะออกไปแตะขอบฟ้า เจงๆ.............

พี่ตูนยังคงสร้างความมันส์ให้เด็กมอผมด้วยเพลงที่ทุกคนแม่งร้องตามได้หมด งมงายเหรอ อกหักเหรอ ครามเหรอ วิชาตัวเบางี้ มาเถอะเพ่ พวกผมได้โม้ดดดดดดดด มันส์แค่ไหน ขนาดใอ้จันทร์ยังร้องออกมาดังๆ

“โอ้ยยยยยยยยยยยยย”

“สนุกใช่มั้ยมึง”

“ไม่ๆ มึงเหยียบตีนกู” อ้าววววว ขอโทษที ฮ่าฮ่าฮ่า

ผมเต้นจนเหงื่อซกทั้งตัว ไหลจนถึงกางเกงในเลยมั้ง อยู่ๆก็เห็นไอ้หล่อ พี่คิน พี่ไทม์เต้นอยู่ไม่ไกล เลยกวักมือเรียก เออพวกพี่มาจริงๆด้วย

“ว่าไงใอ้ดาวหมาลัย” มหาลัยโว่ย

“อันนั้นเอาไว้ก่อนพี่ นาทีนี้คือโดดอย่างเดียว”

ผมกะจะยกมือคล้องคอให้หล่อ แต่มันสูงกว่า จนเป็นมันที่ต้องเอามือพาดคอผม แล้วพวกเราก็โยกกันสุดชีวิต

“สนุกนะมึง” ใอ้หล่อหันมากระซิบกับหูผม จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของมัน

“สุดๆ โคตรมันส์อ่ะ”

“เหมือนกัน”

“งั้นรออะไร เต้นสิครับลูกเพ่” แล้วมันก็หันมายิ้มให้ผม ผมก็ยิ้มให้มัน อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศ อาจเป็นเพราะมันไม่ได้กวนตีนผม พวกเราเลย..... เต้นลืมตายครับ!

จวบจนเพลงสุดท้าย แสงสุดท้ายดังขึ้น ผมนี่อยากจะบอกพี่ตูนเลย .......ใอ้พาราอยากบินด้ายยยยยยยยยยย.



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 :bye2: :bye2:


จากตอนนี้ไป ส่วนใหญ่จะเป็นการสลับพาร์ทกันระหว่างน้องพาราคนโก้ กับพี่กราฟคนหน้ามึนนะ

Firhet :)

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
[b]
บทที่ 9 กราฟสายเต๊าะ 1
[/b]

อาร์ตขอเหลา

งานเฟรชชี่ไนท์เพิ่งจบไป พร้อมตำแหน่งเดือนมหาลัยที่หล่นใส่หัวใอ้พารา ทำให้เพื่อนผม กลายเป็นดังของมอขึ้นไปอีก พวกผมเลยกลายเป็นกลุ่มที่ใครๆก็อยากรู้จักไปด้วย ถุยยยยยยยยยยยยยยยย

เวลาเดินไปไหนก็มีคนทัก ประหนึ่งคนมาเดินเก็บเงินค่าเช่าแผง แค็กๆ ไม่ใช่ ผิดงาน ประหนึ่ง หวัง อี้ป๋อ ในงานแฟนมิตติ้งในไทยต่างหากเล่า ใอ้นี่ก็นิสัยดีไง ใครทักก็คุยกับเค้าไปทั่ว แต่คนที่มันคุยบ่อยสุดน่าจะเป็น... พี่กราฟ

ช่วงนี้ผมเห็นมันคุยกันกับพี่กราฟ พี่วิดวะปี 2 บ่อย น่าจะตั้งแต่วันที่มันไปนอนคอนโดพี่มัน พารามันก็ดูเหม็นหน้าพี่กราฟน้อยลง

อย่างเช่นวันก่อนโน่น .... ... “พวกมึงพี่กราฟชวนกินหมูกะทะ”

อย่างเช่นเมื่อวานนี้ .............. “พี่กราฟชวนเตะบอล”

แล้วอย่างเช่นวันนี้ ..............

“ว่าไงใอ้พี่กราฟ กินเหล้าเหรอไปๆ ที่ไหนวะ”

“กี่โมง พี่ มึงมารับพวกกูด้วยดิ”
“เออ รอหน้าหอนะ” มันวางโทรศัพท์ หันมากอดคอผม

“คืนนี้ไปดูบอลกันปะ ใอ้พี่กราฟมันชวน” มันหันมาชวนผมกับ ใอ้จันทร์ ใอ้ปีย์
“ปายยยยยยยยย”


ซึ่งใอ้พวกนี้ก็ไม่มีทางเซย์โน วันนี้วันศุกร์ด้วยไง

ผมเคยถามมันนะ ว่าเลิกเหม็นขี้หน้าพี่มันแล้วเหรอ มันว่าไงรู้มั้ยครับ? ไม่ได้แค่เหม็นขี้หน้า หมั่นไส้ด้วย ....หมั่นไส้ แต่เค้าชวนไปไหนก็ไป เออ! เรื่องของมึงละครับ

[/font][/size]
 :hao3: :hao3:
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

[b]พาร์ท พารา[/b]

พวกเราก็มากองกันอยู่ในบาร์ริมทะเล บรรยากาศดีโคตรๆ แต่พวกผมอยู่นั่งอยู่ในห้องแอร์ เพราะมันมีทีวีจอยักษ์ถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกส์อยู่ไง ที่นั่งกันอยู่ตอนนี้เป็นโซฟาแบบครั้งวงกลมหันหน้าเข้าหาจอ พี่ไทม์มันบอกว่ามันรู้จักกับเจ้าของ เลยได้อภิสิทธิ์นี้



ใอ้หล่อนั่งริมสุดติดกับผมทางซ้าย ที่เหลือคือ ใอ้อาร์ต พี่คิน พี่ไทม์ ส่วนให้จันทร์กับใอ้ปีของนั่งริมสุดฝั่งขวา งานต่อการไปหาเต๊าะสาว มันว่างั้นนะ


เหล้าพร้อมมิกเซอร์ และของมึนเมาอีกหลายชนิดถูกวางจนเต็มโต๊ะ พวกเรานั่งดื่มกันไป คุยกันไป หัวข้อก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ หัวข้อล่าสุดก็มาจบที่ตำแหน่ง ดาวเดือนของมอ ใอ้จันทร์เจ้าพ่อข่าวสารคนเดิม เอารูปดาวเดือน และผู้เข้าประกวดคนอื่นๆมาดู ส่วนใหญ่มันก็ดูแต่ผู้หญิงนั่นแหละครับ


“พี่ มึงดู น่ารักปะ” ที่ดูตอนนี้คือรูปคู่ดาวเดือนมหาลัยคนล่าสุด จากคณะมนุษย์ฯกับผม

“อืม น่ารัก”

“ใช่ปะ สมกับตำแหน่งดาวมหาลัยเลยวะ”

“ไม่ใช่ผู้หญิง”

“หือ????” แล้วใครวะ

“ที่น่ารักน่ะ ...มึง” เอ้า กูเขินนนนนนนนนนนนนนนน ^__________^

“กูต้องหล่อสิพี่” แล้งกูจะยิ้มทำไม

“แล้วแต่มึง” เอ้า ห่านนี่ สรุปมึงจะชมหรือด่ากูครับ


พวกเรานั่งชิวๆกันแบบนี้ ที่ดูบอลก็ดูไป ที่ลุกไปเต๊าะสาวก็เต๊าะไป (ใอ้จันท์กับใอ้ปี แถมพ่วงพี่ไทม์ไปด้วย)

บางคนก็ไปโทรศัพท์ เข้าห้องน้ำบ้าง มีแต่ใอ้หล่อนี่ที่ไม่ไปไหน มันนั่งดื่มอย่างเดียว คอทองแดงชิบ

“เอ้าๆ มาฉลองให้เดือนมอหน่อย หมดแก้วเว่ย”

“หมดแก้วววววววว”

ยกสิครับ ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ เสียงเพลงก็เปลี่ยนจากสบายๆมาเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น แต่ที่นี่ไม่ใช่ผับไง เลยไม่มีการเต้นเบียดเสียดกัน

“พารา สาวโต๊ะโน้นมองมึงอ่ะครับ” อันนี้นี้เสียงใอ้อาร์ต ที่เริ่มยาน สงสัยเริ่มเมาแล้ว

ผมหันไปมองโต๊ะที่มันบอก โอ้ สาวๆทั้งโต๊ะ งานดีกันทั้งนั้น ผมเห็น 1 ในนั้นส่งยิ้มให้ผมด้วยว่ะ แบบนี้ต้องรีบสิครับ แหม่ แต่ !! ยังไม่ทันจะได้ลุกไปไหน มือให้หล่อก็จับหัวผมหันกลับมามองมัน คอแทบเคล็ด

“มองไร”

“มองสาวไง เค้ายิ้มให้อ่ะ ไปจีบสาวก่อนเว่ยพี่”

“ไม่ต้องไป นั่งเป็นเพื่อนกูอยู่นี่แหละ”

ไม่พูดป่าว มันเอาแขนพาดไหล่ผม ไม่ให้ผมลุกไปไหนอีก อะไรของมึงครับ

“แดกเหล้าไป”

ไม่พูดป่าว แก้วเหล้ามาจ่อปากกูเลย สาดดดดดด ไปไหนก็ไม่ได้ ชีวิตช่างเหี่ยวแห้งY_Y



ไม่รู้ว่าผมกินไปเยอะแค่ไหน ไม่รู้ว่ากี่โมง ไม่รู้ว่าบอลทีมไหนชนะ เพราะใอ้พาราคน เมา!!!! ครับผมเมา ก็ใอ้หล่อมันเล่นชงเหล้าไม่หยุด แต่คิดว่าไม่ใช่แค่ผมหรอกนะ ใอ้อาร์ต ใอ้จันทร์ ใอ้ปีย์ พวกมันไปก่อนผมอีก ฮ่าๆๆๆ สมองเริ่มจะไม่ทำงานละ บางครั้งผมเห็นใอ้จันทร์มีสองคน ใอ้ปีย์มี 2 หัว ตาลายชิปหาย

“พี่ กูเมาว่ะ” เมาก็บอกเมาครับ ผมคนจริง

“นั่งดีๆดิ เอนไปเอนมาทำไม”

ใอ้คนข้างๆมันรีบดึงผมเข้าไปใกล้มัน จนหัวผมกระทบไหล่แข็งๆ มึนหนักกว่าเดิมอีกกูT__T

ผมพยายามจะขยับตัว ใอ้แขนแข็งแรงนี้ก็โอบผมกลับไปอีก โอยหัวกู

“อยู่นิ่งๆสิวะ” เออ กูนิ่งก็ได้ ฟายยย

สรุปผมหลับพิงไหล่ให้หล่อ (ผมคิดว่ามันนะ)มันอยู่แบบนั้นแหละ มีคนสางผมตรงท้ายทอยให้ อืมสบายจริงๆ


“พารา กินน้ำ จะได้กลับ” ใอ้หล่อมันเขย่าตัวผมเบาๆ

ผมรับน้ำมาดื่มจนหมด รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย

“ไป กลับ” แล้วใอ้หล่อมันก็พาผมออกมาก ผมเดินมึนๆ งงๆ ให้มันจับหันซ้ายหันขวาตามสบาย นาทีนี้ถ้าใอ้หล่อมันพาไปขาย ผมก็คงไม่รู้ พาราไม่รู้ พารามาวววววววววว
[/size]

 o13 o13 o13
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



กราฟ พาร์ท

ครั้งที่ 2 แล้วที่ผมพาให้พารามาที่ห้อง แต่อย่าเรียกว่าพาเลย เรียกว่าหิ้วมาซะยังดีกว่า เพื่อนๆมันก็ไม่ต่างกัน เพื่อนผมต้องช่วยกัน “เก็บศพ” พวกมัน แม่งคออ่อนกันชิปหาย

วันนี้ผมชวนพวกน้องมันไปดูบอล แต่เอาจริงๆ ผมได้ดูหรอกบอลอ่ะ ดูใอ้ข้างๆนี่แทน หงุดหงิดเวลามีคนมองมันเยอะแยะ ใอ้นี่ก็ยิ้มให้ชาวบ้านเค้าไปทั่ว เห็นแล้วอยากจะซื้อมาทิ้งจริงๆ รอยยิ้มมันเนี่ย แม่งเอ้ยยยย



ผมเห็นมันหันไปส่งยิ้มให้ผู้หญิงโต๊ะนึง แถมมันยังทำท่าทำทางจะลุกไปหาเค้าอีก หงุดหงิดจนแทบจะล็อคหน้ามันไว้

“ไม่ต้องไป นั่งเป็นเพื่อนกูอยู่นี่แหละ”

ดีที่มันก็ยังฟังผม นั่งซัดเหล้าที่ผมชงให้ ดื่มไปดื่มมา ให้ห่านี่ดันเมา ดีว่ามันเป็นไทป์เมาแล้วเงียบ ไม่โวยวาย ผมจัดท่าให้มันพิงไหล่ผม ปล่อยให้มันหลับตื่นๆ อยู่บนใหล่ผมนั่นแหละ น้องผู้หญิงคนนั้นตอนแรกก็ยังมองมันอยู่หรอก แต่พอผมจ้องเธอกลับ เธอทำหน้าเจื่อนๆแล้วก็หันไป เลิกมองทางพวกเราอีก เออ รู้ซะบ้าง นี่ของใคร

“พาราไปอาบน้ำ” ผมพามันเข้ามาในห้องนอนก่อนจะเตรียมหาเสื้อให้มันใส่

“พี่ กูแปรงฟันพอ ได้มั้ยอ่ะ ไม่ไหวแล้ววะ”

“เออๆ งั้นก็ไปแปรงฟัน”



แล้วมันก็นอนโงนเงนเข้าห้องหน้าไป ผมแอบเข้าไปส่อง ดีว่ามันยังใช้แปรงสีฟันถูกอัน แสดงว่าก็คงไม่เมาขนาดนั้น ผมอาบน้ำหลังจากมันออกมา คิดว่าคงเปลี่ยนเสื้อผ้า นอนไปแล้ว ที่ไหนได้ ใอ้พารามันนอนด้วยเสื้อผ้าครบชุดเลย กางเกงยืนฟิตๆ นี่แม่งไม่อึดอัดหรือไงว่ะ

“พารา มึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

“อืม” แต่ก็ไม่ลุกครับ

“พารา”

“....” ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่คุณเรียก .....@____@

สุดท้าย ผมตัดสินใจเปลี่ยนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มัน ผมถอดเสื้อผ้าน้องมันออกจนเหลือแต่บ๊อกเซอร์ พาราขาวมาก หุ่นมันก็ดีมาก ถึงจะไม่ได้มีกล้ามแน่นๆเหมือนผมก็เถอะ ผมใช้ผ้าเช็ดตัวชุปน้ำ เช็ดตัวให้มันด้วย เพราะกลัวน้องมันจะนอนไม่สบายตัว



“อืม....” ใอ้นี่ก็ให้ความร่วมมือดีมาก จับมันไปทางไหน มันก็ไม่สนใจ

“พี่ เร็วๆ กูหนาว” สั่งกูอีก

นั่นแหละ ผมรีบหาเสื้อบอลมาใส่ให้ จัดท่าให้มันนอนสบายๆ ก่อนจะปิดไฟหัวเตียง ล้มตัวลงนอนข้างมัน



ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน ในขณะที่สะลึมสะลือ แขนข้างนึงก็ฟาดลงมาบนท้องผม จนผมสะดุ้ง ตกใจหมดใอ้ห่านนนนนน พารามันพลิกตัวมาทางผม แล้วก็หลับต่อเฉย



ผมจับแขนมันออกจาก วางไว้ข้างตัว หลับตาลงนอนต่อ แต่ยังไม่ทันจะได้หลับดี คราวนี้ขามันมาครับ ใอ้นี่ มันจะไม่ให้ผมนอนใช่มั้ย ผมต้องยกขาขาวๆของมันออกอีกรอบ คราวนี้ผมยังไม่หลับนะ จะรอดูว่าขามันจะหาเรื่องผมอีกมั้ย

และ .........นั่นแหละครับ พวกคุณคิดถูกแล้ว คราวนี้มาทั้งแขนทั้งขา มึงเห็นกูเป็นหมอนข้างสินะ



น้องมันเอาหน้ามาซุกไว้แถวๆซอกคอผม ขยับตัวเบียดไปมา จนตัวผมแข็งทื่อไปหมด แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม คราวนี้ผมไม่ได้จับมันออก แถมยังรู้สึกอยากจะก้มไปหอมหัวทุยๆของน้องมันจริงๆ

 :o8: :o8: :o8:

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


พารา พาร์ท

Rrrrrrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrrrrrrr

เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ทำให้ผมอยากจะลืมตาขึ้นมาเท่าไหร่ คิดว่าซักพักใอ้อาร์ตมันคงปิดเสียงเอง ปกติอยู่ในหอ ใอ้อาร์ตจะเป็นตั้งเวลาปลุกไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ผมไม่เคยตื่นตามมันหรอก



เสียงเงียบไปตามที่คิด ผมเริ่มคว้าเอาหมอนข้างใบโปรดมาใกล้ แต่ทำไมวันนี้หมอนมันแข็งๆ ผมลูบๆ คลำๆ ไปทั่ว หมอนข้างหมูพูห์กลายเป็นไอรอนแมนไปละ

“ลูบพอหรือยัง”

“...” เสียงใคร

“พารา”

เออ วันนี้หมอนข้างกูพูดได้ด้วย

พูดได้!

เฮ่ย!!!!!

ผมรีบลืมตาขึ้น ก่อนจะพบว่า ผมนอนกอดใอ้หล่ออยู่ ใบหน้าอยู่ระหว่างอกแกร่ง แขนโอบเอวสอบแบบเนื้อแนบ แถมขาผมอีกข้างยังสอดอยู่ระหว่างขาที่เต็มไปด้วยกล้ามพี่มันอีก ท่ามันล่อแหลมไปแล้นนนนนน สมองกูError T___T



ก่อนที่จะได้หัวใจวายตายไปก่อน อีกฝ่ายก็ขยับออกเล็กน้อย ดึงแขนที่รองคอผมอยู่ออกมานวดๆ นี่ผมมานอนห้องพี่มันอีกแล้วเหรอ?

“เลิกอ๊อง แล้วลุกไปอาบน้ำ 10 โมงแล้ว”

“พี่ ทำไมมึงไม่ใส่เสื้อนอน” ผมว่าผมโฟกัสผิดจุดนะ

“มันชิน”

“.....”

ผมรีบลุกขึ้นมานั่ง รู้สึกหน้ามันร้อนๆยังไงรู้ มีอย่างที่ไหนมานอนกอดผู้ชายด้วยกัน แถมแม่งยังหุ่นดีกว่ากูอีก ผมตัดสินใจไปตั้งหลักในห้องน้ำ อาบน้ำก่อนค่อยว่ากันเถอะ ถึงประตูห้องน้ำ ผมหันกลับมามองใอ้หล่อที่ยังคงนั่งนวดแขนอยู่บนเตียง

“เออ พี่”

“อะไร” รอพี่มันเงยหน้ามามองผม

“หุ่นแม่งโคตรดี”

แล้วผมก็วิ่งเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้พี่มันนั่งทำหน้ามึนๆอยู่บนเตียงนั่นแหละ เหมือนหูมันจะแดงด้วย ฮ่าฮ่า ฮ่า



หลังจากนั้นพี่มันก็พาผมไปหาข้าวกินก่อนจะขับรถมาส่งผม ระหว่างนี้มันก็เล่า เรื่องเก็บศพ เพื่อนๆผมยังไง ผมส่งข้อความไปบอกพวกมันทางไลน์กลุ่ม ว่ากำลังจะกลับ เจอกันที่ห้อง ผมค้นพบมาซักพัก ให้หล่อมันชอบทำหน้าเหม็นขี้ก็จริง แต่มันเป็นคนมีน้ำใจ มันช่วยผมมาหลายครั้งละ อยู่กับพี่มันแล้วก็สนุกดี^^



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 :bye2: :bye2: :bye2:
Frihet[/font][/size][/font][/size][/size]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-06-2020 15:21:09 โดย kiriyakl »

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-0
Re: Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ
«ตอบ #14 เมื่อ22-06-2020 15:17:17 »

 :pig4:

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
พาร์ท พารา

หลังงานเฟรชชี่ไนท์ ชีวิตเด็กปี 1 อย่างพวกผมก็ยังวนเวียนอยู่กับการเข้าห้องเชียร์ และการแข่งกีฬามออยู่นะครับ การแข่งมันจะจัดกันหลังเลิกเรียนกันส่วนใหญ่ คณะไหนแข่งรุ่นพี่มันก็จะเกณฑ์คนไปเชียร์ ยิ่งเป็นกีฬายอดฮิตอย่างฟุตบอล หรือบาส คนที่ไปดูมันก็ยิ่งเยอะ พวกผมก็ไปนะแต่ส่วนใหญ่ไปดูสาวๆ@__@

“เฮ่ย ไปดูบอลรอบชิงกัน”

บอลรอบชิงนี่ไม่ใช่คณะพวกผมหรอกนะครับ คณะผมนั้นมันผู้ดีไง เล่นอะไรที่ใช้แรงเยอะๆ นั่นมันไม่ใช่แนว อย่างพวกเราคือ แปตองงี้ ปิงปองงี้ ตีแบตงี้ นี่ปีหน้ากะว่าจะเสนอกีฬาพื้นบ้านอย่าง หมากเก็บให้ท่านอธิการบดีอยู่ __

“เออ ไปดิ ใครแข่งกับใครวะ”

“วิดวะเจอวิทย์กีฬา”

“โอ้ยมันส์เลยมึง พวกเถื่อนเจอะพวกบ้าพลัง”



อันนี้ผมเห็นด้วยกันเดอะแก็งค์ เมื่อ 2 คณะที่เต็มไปด้วยผู้ชายเถื่อนๆมาเจอกัน งานนี้แม่งซัดกันเละ ผมหมายเตะบอลอ่ะนะ หรือถ้าพวกแม่งจะซัดกันนอกเหนือจากนี้ก็ไม่รู้ใครมันจะชนะ พวกเราย้ายตูดจากคณะไปสนามกีฬากลาง ผมยังคงเป็นสารถีที่ดีเช่นเคย มาถึงก็ให้พวกมันไปจองที่ก่อน ระหว่างรอผมเอารถไปหาที่จอด

เดินกลับเข้ามาในสนามทางฝั่งตูใหญ่ ผมก็เห็นนักแข่งจากทั้งสองคณะก็กำลังวอร์มร่างกายกันอยู่ในสนาม ตามก็มองไป ขาก็ก้าวเดิน สอดส่ายสายตาหาเดอะแก๊งค์ ก่อนจะเห็นว่าพวกแม่งนั่งแถวหน้าเลย มีแค่ลู่วิ่งกั้นระหว่างคนดูกับสนามฟุตบอลเท่านั้น เลยพาตัวเองเข้าไปหาที่ว่างที่พวกจองไว้ให้



ตรงนี้พวกผมนั่งคือเป็นโซนเดียวที่มีคนหลายคณะมานั่งปะปนกันอยู่ ส่วนกองเชียร์วิดวะ กับวิทย์กีฬานั่งเลยออกไปอีก ซึ่งก็ดีแม่งมีแต่ผู้ชาย ไม่ค่อยเจริญหูเจริญตาเท่าตรงนี้ สาวเยอะ!

“โน่น มึงดูใครอยู่ในสนาม”

“เออ ครบองค์เลยวะ ฮ่าๆ”


ใอ้จันทร์ชี้ไม้ชี้มือไปที่นักฟุตบอลของฝั่งวิดวะที่กำลังวอร์มร่างกายด้วยการออกวิ่งไปกลับ สลับกับวิ่งสลับฟันปลาอยู่อย่างเป็นระเบียบ โห นึกว่านักเตะทีมชาติ! ผมถึงได้เห็น พี่กราฟ พี่คิน พี่ไทม์มากันครบเลย ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ จำตอนพวกผมไปเตะฟุตซอลกับพวกพี่มันได้ปะละ พวกแม่งเก่งกันจะตาย ขนาดเจอวิชามารของพวกผม พี่ยังชนะอยู่ดี

พอผ่านไป10กว่านาที นักเตะตัวจริงทั้ง 11 คนจากทั้งสองฝั่งก็ลงสนาม ยืนประจำตำแหน่ง พร้อมกับที่กรรมการเป่านกหวีด

เอาละครับท่านผู้ชม ฟุตบอลรอบชิงของกีฬามหาลัยครั้ง XX ก็ได้เริ่มขึ้น โดยทางวิทย์กีฬาเป็นฝ่ายได้เขี่ยบอลก่อน......

อ๊ายยยยยยยยย กรี๊ดดดดดดดดดดดดด พี่กราฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ พี่คินนนนนนนนนนนนน



เริ่มการแข่งขัน เท่านั้นแหละครับนรกมีจริง เสียงคนพากย์ก็ใส่อย่างเมามันส์ แต่ก็ยังไม่เท่าสาวๆที่อยู่ข้างหลังผม ที่หวีดร้อง กรี๊ดกร๊าดเวลาเห็นคนหล่อในสนามได้บอล โอ้ยยยยย แม่ให้กินนกหวีดเป็นอาหารตอนเด็กหรือวะครับ สงสารหูตัวเองชิบหาย

แต่จะว่าไปก็เข้าใจได้นะ ผู้ชายทั้ง 22 คนในสนามอ่ะ หน้าตาอาจจะไม่ได้หล่อเหลากันอย่าง ณเดชน์ แต่ของโทษ หุ่นพวกแม่งแซบ(อันนี้ยืมคำพูดผู้หญิงข้างหลังมา) เวลาพวกยกเสื้อขึ้นเช็ดหน้า โอ้โห กล้ามท้อง! ขนาดผมเป็นผู้ชายยังต้องอิจฉาเลย

“แก๊ วิดวะเบอร์ 11 อย่างหล่อ” ใครวะ

ด้วยความเสือกที่อยู่ในสายเลือด ผมเลยมองตามเจ๊แกไปดูว่าใคร ก่อนจะพบว่า อ้อ ใอ้หล่อนี่เอง วันนี้เล่นตำแหน่งปีกขวา ส่วนพี่คินเบอร์ 9 ตำแหน่งปีกซ้าย (พี่ไทม์ยังนั่งอยู่ม้านั่งตัวสำรอง) ซึ่งผมว่าไม่เหมาะ อย่างพี่มันนี่ต้องไปเล่นเป็นกองหลัง ฝ่ายตรงข้ามบุกมาที มันเอาตัวชนตูมเดียวรับรองอีกฝ่ายเดี้ยง ฮ่าฮ่าฮ่า

ผมก็เอาแต่คิดอะไรไปเรื่อยมองการแข่งกันที่ดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ของทั้งสองทีม มันไม่เกลียดขี้หน้ากันมาแต่ชาติไหนวะ

“ทำไมเกมส์มันหนักขึ้นเรื่อยๆวะ”

“เออ คิดเหมือนกูเลย” ผมก็นึกว่าผมคิดไปคนเดียว

“พวกมึงไม่รู้อะไร วิดวะแม่งซิวแชมป์ของปีที่แล้วมาจากวิทย์กีฬาที่เป็นแชมป์มา3 สมัย ปีนี้คงกะมาเอาแชมป์คืนแหละกูว่า” ใอ้เจ้าพ่อข่าวสารจันทร์แม่งรู้ดีจริงๆ

“มึงรู้ได้ไงใอ้จันทร์?”

“กูชอบเสือก” เออ แม่งรู้ผู้ชายตัวจริง กล้าทำกล้ารับ กูยอม!

เกมส์ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด บอกไม่ได้ว่าฝ่ายไหนครองบอลเยอะกว่ากัน เรียกได้ผลัดกันรับ ผลัดกันรุกจนนาที ที่ 40 วิดวะก็เจาะประตูแรกได้สำเร็จ หลายเป็นฝ่ายขึ้นน้ำ 1-0

วิดวะยิงนำวิทย์กีฬาไปแล้วครับ 1-0 โดย เบอร์ 11 กันติทัต

กรี๊ดดดดดดดดดด เฮ อ๊ายยยยยยยย น้องกราฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ สุดยอดดดดดดดด

เสียงกองเชียร์ฝั่งวิดวะดังกระหึ่มขึ้นมาทันที ครับใอ้หล่อนั่นเองที่ยิงนำให้วิดวะ หลังจากนั้นแกมส์ก็ยิ่งมันส์เข้าไปใหญ่ ขนาดพวกผมไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชาวบ้านเขา ยังพากันลุ้นตัวโก่งเลย

ปี๊ดดดดดดดดดดด

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ว้ายยยยยยยยยยยยยยยย

ก่อนหมดแรกไม่กี่นาทีเสียงนกหวีดจากกรรมการดังยาวๆหลังจากผู้เล่นจากวิทย์กีฬาเข้าเสียบผู้เล่นฝั่งวิดวะทางด้านหลัง จนอีกฝ่ายเสียการทรงตัวล้มกลิ้งไปหลายรอบ กรรมการแจกใบเหลืองทันทีครับ เสียงเจ๊ๆข้างหลังนี่ก็เอาอีกแล้ว กว่าเกมส์จะจบ หูผมคงดับก่อน



จนคนที่ล้มลุกขึ้นมาผมถึงได้เห็นว่าเป็นใอ้หล่อ ซวยแล้วนั่น ไม่รู้แม่งเป็นไรมากหรือเปล่า มองไกลเหมือนผมจะเห็นเลือดไหลตรงเข่าด้วย เห็นแบบนี้ละรู้สึกเจ็บแทน แล้วกูจะมานั่งเป็นห่วงมันทำไมวะเนี่ย?



ปี๊ดดดดดดดดดดดดด กรรมการเป่าหมดเวลาครึ่งแรก โดยวิดวะยังนำอยู่ 1-0 ทั้งสองทีมก็แยกกันไปพักคนละฝั่ง ของวิดวะดันอยู่ไม่ไกลจากตรงที่พวกผมนั่ง พอให้หล่อมันเดินมาถึงข้างสนามแล้วมองมาทางนี้พวกผมเลยพากันยกมือให้พี่มันไป ผมเห็นมันหันไปคุยกันพี่คินและโค้ช พยักหน้าง่ายๆ ก่อนจะเดินผ่านลู่วิ่งมาทางผม พร้อมกับเจ๊ๆนกแก้วหวัดร้องขึ้นมาอีกแล้ว

“พี่กราฟ โคตรเทพ” เพื่อนผมพร้อมใจกันยกนิ้วให้เลย

“เออ ...ไงมึง มาด้วยเหรอ” ไม่ได้มามั้งมึงงงงงงงง ฮ่าๆ

“เจ็บปะ ทำไมมึงไม่ทำแผลวะพี่” ผมไม่ตอบแต่ถามถึงสิ่งที่เป็นกังวลอยู่

“แค่ถลอก ไม่เป็นไรหรอก พวกมึงขยับไปดิ๊” แล้วพี่มันก็พาตัวเองเข้ามานั่งข้างผม อวดเข่าข้างซ้ายที่เลือดเต็มเปรอะไม่น้อย เห็นแล้วกูอยากกินน้ำตก!!แค็กๆ! ถึงพี่มันจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่ผมก็ยังเป็นกังวล ไม่รู้จะไปห่วงแทนเจ้าของเข่ามันทำไมเหมือนกัน



“มา กูดูให้” พูดจบผมก็เอาน้ำมาค่อยราดเข่าใอ้หล่อจนหมด ก่อนจะเห็นว่าแผลมันไม่ได้แย่อย่างที่พี่มันบอกจริงๆ ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย

“เอาพลาสเตอร์ปิดแผลมั้ยพี่”

“ไม่ต้องหรอก ปล่อยไว้แบบนี้แหละ แผลมันจะได้แห้งเร็ว”

พี่มันว่ามาแบบนี้ผมก็เลยได้แต่ปล่อยไป ก่อนจะหันไปเอาน้ำขวดใหม่มาเปิดดื่ม

“เอาน้ำมากินหน่อย” พูดเสร็จยังแย่งน้ำจากมือผมไปกินอีก นั่นน้ำกูครับ

“แล้วมึงไม่ลงครึ่งหลังเหรอพี่”

“ให้ใอ้ไทม์ลงแทน” อ้อ



แล้วครึ่งหลัง พี่ไทม์เบอร์13 ก็ลงสนามไปแทนใอ้หล่อ เกมส์ก็ตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวิทย์กีฬาพากันบุกอย่างบ้าคลั่งแต่ก็ยังเจาะไข่แดงฝั่งวิดวะไม่ได้ กลับกลายเป็นนาที ที่ 80 พี่ไทม์ปั่นฟรีคิ้กเข้ามุมซ้ายของประตูไปอย่างสวยงาม โห นึกว่าเดวิด เบคแฮมมาเอง!

เฮ! โห กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

“พี่ไทม์แม่งสุดยอด”

“กูไม่สุดยอด?” ใอ้หล่อหันมาถามด้วยใบหน้าตายด้าน พร้อมเสียงกรี๊ดกร๊าดเบาๆจากเจ๊ๆด้านหลัง กรี้ดเพื่อ?!

“มึงก็สุดยอดครับ โคตรเก่ง โคตรเทพ โคตรเจ๋ง พอใจปะ”

“ขอบใจ”

“.....” กูประชดมั้ยมึง

แต่พี่มันก็เก่งจริงๆแหละ ตอนอยู่ในนี่อย่างเท่ห์ ถึงจะออกมานอกสนามแล้วจะกวนประสาทหน่อยก็เถอะ สุดท้ายแล้ว วิดวะก็ยังรักษาแชมป์สมัยที่ 2 ไว้ได้ ด้วยสกอร์ 2-0 แต่กว่าจะจบเกมส์ก็แทบรากเลือดเหมือนกันทั้งสองทีม คนเจ็บตัวบานเลยนี่ละทำไมผมถึงไม่อยากเตะบอล กลัวเจ็บอ่ะ คิคิ



จบเกมส์ต่างคนก็ต่างแยกย้ายใอ้หล่อก็กลับไปรวมกล่ม คงไปฉลองแชมป์กันแน่ๆ ส่วนพวกผมมนุษย์ปี 1 ตาดำๆ อย่างพวกผมก็ต้องกลับหอ กินข้าว อาบน้ำแล้วรีบเข้านอน พรุ่งนี้งานช้างรอเราอยู่T__T



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++




“โคตรพ่อโคตรแม่ร้อน แม่งเอ้ยยยยยยย”

เสียงใอ้ปีย์บ่นเรื่องแดดมาเป็น 10นาที ซึ่งผมก็โคตรเห็นด้วย

คุณเคยตากแดดตอนบ่ายโมงปะละ? ยิ่งเป็นแดดตอนบ่ายโมง ในจังหวัดติดชายทะเลแบบนี้ โอ้ คุณพระ! คุณอาจตายได้เลยวะ ร้อนเชี่ยๆ ตอนนี้เราสองคนอยู่ใต้ตึกคณะ ช่วยรุ่นพี่เก็บมือตบและอุปกรณ์ที่ในการเชียร์ แยกเป็นลำดับการใช้ก่อนหลังอยู่ วันนี้ไม่มีเรียนครับ ทางมอปล่อยให้แต่ละคณะเตรียมตัวในพิธีเปิดงานกีฬามหาลัยที่จัดขึ้นบ่ายนี้



ที่จะจริงจะบอกว่าพิธีเปิดก็ไม่ค่อยจะตรงนัก เพราะจริงๆแล้วคือกีฬาอ่ะ มันแข่งกันมาก่อนหน้านั้นแล้วไง บางคณะแม่งตกรอบไปแล้วก็มี หรือว่าอย่างกีฬายอดฮิตอย่างฟุตบอลก็แข่งรอบชิงไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้คือวันขิงใส่กันของแต่ละคณะ ว่าด้วยประกวดพาเหรด แสตนด์เชียร์ และเชียร์ลีดเด้อต่างหาก

“อีเคธี่ มีใครเอาตะไคร้ไปยัง? กูกลัวฝันตก”

“แหม ให้กูไปปัก พายุอาจจะเข้าก็ได้นะมึ้งงงงงง” เออ ยอมรับแบบแมนๆ

เสียงพี่ปี 2 ที่ช่วยกันเก็บอุปกรณ์กับพวกผมนี่แหละครับ พี่แกก็ตลกชิบหาย ไปสมัครงานกับเวิร์คพ้อยท์ ตุ๊กตี้อาจตกงานเออ!

นอกเหนือจากคนที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ ปี 1 ทุกคนก็ต้องขึ้นแสตนด์เชียร์ ไม่งั้นจะซ้อมกันทำไมตั้งนานละครับ

“จะว่าไปเราแม่งโชคดีวะ ไม่ต้องไปนั่งเอาหน้าท้าทายรังสียูวี”

จริงของมันที่สุดครับ จากประสบการณ์ ผมรู้อยู่แล้วไงว่ามันต้องขึ้นแสตนด์เชียร์ เลยรีบชิ่งขอรุ่นพี่ถือป้ายคณะในขบวนมาแทน คนมันหล่อ เข้าใจกันนะยู ^_____^

ใอ้ปีย์มันถือธงคณะ แต่หลังพาเหรดเสร็จ พวกผมก็ต้องไปช่วยฝ่ายสวัสการอยู่นะครับ ใอ้อาร์ตสมัครใจขึ้นแสตนด์เชียร์ ส่วนใอ้จันทร์นั้น...... เชียร์ลีดเด้อครับพี่น้อง ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมน้ำหน้ามันปะ?

“สมน้ำหน้าใอ้จันทร์”

“ใอ้อาร์ตหน้าแม่งแดง มันเขินอะไร”

“เขินบ้านมึงสิ ตากแดดขนาดนั้น ไม่แดงได้เหรอวะ”

ตอนนี้คือซ้อมรอบสุดท้าย ซ้อมแบบเงียบๆ เป็นยังไงนะเหรอครับ ก็แบบมีแต่การใช้สัญญานมือ ตรวจลำดับก่อนหลังของโชว์ที่จะใช้ โดยไม่ต้องร้องเพลง สงสัยกลัวคณะอื่นมันจะได้ยินก่อน เดี๋ยวความลับจะแตกไรงี้



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



สถานกีฬากลางมอ B

ขบวนพาเหรดเคลื่อนตัวเข้าสู่สนามกีฬาอย่างช้าๆ ผ่านปะรำพิธีตรงจุดที่ประธานของงานอยู่นั่นแหละครับ แล้วค่อยๆเดินวนทวนเข็มนาฬิกาเข้าสนามฟุตบอล แต่ละคณะก็มีความโดดเด่น แตกต่างกันไป คณะแรกที่ได้เดินก็ต้องยกให้พี่ศึกษาเค้าเพราะเป็นคณะเก่าเก๋ากึ๊กของมอ ที่เหลือก็ค่อยๆทะยอยเข้ามา

ผมถือป้ายคณะที่ไม่ได้เบาเลย (ให้ตายเถอะ) อยู่ด้านหน้าสุด ตามด้วยใอ้ปีย์ที่ถือธงคณะ คนอื่นๆไล่ลงไปเรื่อยๆ บอกตามตรง เหนื่อยขั้นแอดวานซ์! แดดตอนบ่าย 4 ไม่ได้ปราณีคนหล่อ ผมบอกเลย ร้อนก็ร้อน หิวก็หิว วันนี้ทั้งวันแทบจะไม่ได้กินข้าวเลย คือพวกผมเนี่ยต้องมาเตรียมตัวตั้งแต่เช้า ถึงเสื้อผ้าที่ใส่จะยังเป็นชุดนิสิต แต่มันต้องแต่หน้าไง พอแต่หน้าเสร็จก็ไม่กล้ากินเยอะ กลัวเลอะแล้วไม่หล่อ__

ตอนนี้เกือบทุกคณะได้เข้าสู่สนาม รอให้ครบแล้วประธานกล่าวเปิดงานเสร็จ จากนั้นก็แยกย้ายไปประจำที่แสตนด์ได้

“ไง กินน้ำมั้ย”

“กินๆ สวรรค์มาโปรดเลย”

พี่กราพที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาโผล่ตรงนี้ได้ ยื่นน้ำที่เสียบหลอดมาให้เรียบร้อย ดูดสิครับ รออะไร พี่มันมายืนใกล้ๆผม เป็นที่บังแดดให้อีกต่างหาก รักพี่มันจังเลย

“ทำไมพี่อยู่แถวนี้ละ”

“พี่สตาฟในขบวน”

ผมเพิ่งเห็นว่าวิดวะมันอยู่ติดกับพวกผม เห็นรุ่นพี่หลายคนเดินแจกน้ำให้น้องๆอยู่ ดูแลน้องๆอยู่

“พี่มึงไม่ไปช่วยเค้าละ เค้าไม่ว่าเอาเหรอ”

“ไม่เป็นไร มันไม่ค่อยมีไรให้ทำ”

พี่คินที่ถือขวดน้ำแจกน้องอยู่ไม่ใกล้ -------หะ!

วิดวะที่รอน้ำอยู่------- หือ?

วิดวะที่ถือป้ายคณะเหมือนผม -------โห!

เออ เอากับพี่มันสิ มึงก็ไม่ดูหน้าน้องๆคณะมึงเลยเนอะ โว้ยยยยยยยยยยย

“เสร็จแล้วมึงไปไหนต่อ”

“ไปช่วยแสตนก์เชียร์สิ พี่ละ”

“อยู่แถวๆนี่แหละไปนะ”

แล้วพี่มันก็เดินหนีไปเลย อะไรของมันวะ

หลังจากนั้นทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอน เปิดพีธีเสร็จ นิสิตแค่ละคณะขึ้นแสตนด์เชียร์ การประกวดก็เริ่มขึ้น คือการประกวดเนี่ย มันได้เรียงคณะจากที่นั่งนะครับ พอประกาศถึงคราวคณะไหน คนมันก็จะเฮโลไปรวมอยู่หน้าคณะนั้น คณะที่ยังไม่ถึงคราวก็นั่งหน้าเหี่ยวกันต่อไป

พอมาถึงคณะผม มันก็เกือบค่ำ ต้องเปิดสปอตไลท์ พี่ๆเอาเชื่อกมากั้นพื้นที่ด้านหน้าไว้ให้เชียร์หลีดเด้อ ก่อนจะให้สัญญานเริ่มประกวด ผมกับใอ้ปีย์ที่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นเสื้อยืดคณะและกางเกงยีนเรียบร้อย กำลังยืนอยู่ข้างแสตนด์ คอยเก็บอุปกรณ์ มือตบมั้ง พัดมั้งหมวกกระดาษมั่ง เก็บไปก็คอยมองใอ้จันทร์ทำท่าขึ้นมืออยู่ด้านหน้าไปด้วย วันนี้ยกให้มันวันนึงกับความฮอตของมัน พอคณะพวกเราแสดงเสร็จ คนส่วนใหญ่ก็แห่ไปดูคณะอื่น เราถึงได้เริ่มแจกข้าวแจกน้ำให้

พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย คนอื่นเริ่มทะยอยลงมาจากแสตนด์ แล้วแห่ไปดูคณะอื่น ใอ้จันทร์ไปกับพวกพี่เชียร์ ส่วนผมกับใอ้ปีย์ ใอ้อาร์ต แทบจะนอนแผ่อยู่บนสนามหญ้า แต่ด้วยความที่ห่วงหล่อ เลยต้องรักษาภาพพจน์ตัวเองนิดนึง เหนื่อยโฮกๆ คนมาขอถ่ายรูปตรึมเลยครับ แหม่

“ตายหรือยัง”

“...” นี่เป็นการทักทายใช่ปะ

พี่กราฟมานั่งข้างๆผม แม่งยังเอามือมาโยกหัวผม ผมกูเสียทรงผมครับ ห่าน

“หิวข้าว ไปกินข้าวกันเถอะ”

“เลี้ยงปะละ ถ้าเลี้ยงก็ไป” โอกาสทองของการกินฟรีมาถึงแล้ว

“เออ” โอ๊ะ หล่อ สปอร์ต ใจดี

แล้วพวกเราก็ย้ายตูดกันไปกินข้างร้านหลังมอ พวกเราได้กินอะไรหรูหราหมาเห่าหรอกนะครับ ข้าวแกงนี่ไวดี กินเสร็จจะได้เอาหัวไปซุกที่นอน

“เพจมอเอารูปลงแล้ววะ ไวยิ่งกว่า 5G อีกมั้งเนี่ย”

“เออ มีรูปพวกมึงด้วยวะ”

ผมวางช้อนลง ควักโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเข้าเพจมอง ก่อนจะกดไล่ดูรูปที่ลงวันนี้ไปเรื่อยๆ รูปสวยจริงๆ ตากล้องแม่งเทพ นั่นไง เจอรูปตัวเองละ อย่างหล่ออ่ะ 2-3 รูปแรกเป็นรูปตอนผมถือป้ายคณะ รูปอื่นๆ เป็นรูปผมกับคนอื่นๆที่เข้ามาขอถ่าย แต่ปัญหามันดันเป็นรูปท้ายๆนี่สิ

“โอ้โห มุ้งมิ้งกันหน้าดูนะครับใอ้พารา พี่กราฟ”

ใอ้ปีย์โชว์รูปที่ผมกำลังดูเหมือนกัน รูปแรกมันเป็นรูปที่ ผมก้มหน้าลงไปดื่มน้ำจากขวดที่อยู่ในมือใอ้พี่กราฟ ส่วนอีกรูป ก็คือรูปที่พี่มันโยกหัวผมไป ตอนพวกเรานั่งอยู่ข้างกัน แล้วตอนนี้เพจเฟรชชี่ เพจหนุ่มหล่อ แชร์ไปหน้าเพจตัวเองเรียบร้อย ภายในไม่กี่นาที ยอดไลค์ ยอดแชร์ทะลุไปหลายพัน กูต้องดีใจมั้ยพวกมึ้งงงงงง

เพจหลุ่มหล่อ

เดือนมอปัจจุบันVS อดีตเดือนวิดวะ

อ๊ายยยยยยยยย ฉันเห็นอะไร ฉันเห็นอะไร มันคืออะไร ยังไง เมื่อไหร่คะ น้องกราฟ@kantitat G.น้องพารา @para Thainapridakun

แนบรูป/**

เม้นท์อื่นยังไม่เท่าไหร่ แต่ใอ้ท้อปคอมเม้นท์นี่สิ กูปวดตับ!!!

พลังสาววายสะท้านโลกันตร์ :จีบกัน จีบกัน จีบกัน

คู่จิ้น 2020 :เรือชั้นมาแล้ววววววววววว

เด็กหญิงเติ้ล : เขาเรียนคลาสเดียวค่า แต่นั่งติดกันทุกครั้งเลยน้า^^

Truth or dare: เม้นบน ขอรูปๆๆๆๆๆๆๆๆ

Y energy :มาย Para-Graph CP

T____T

อะไรของพวกมึงงงงงงงงงงง กูละปวดหัวกับความมะโน ผมยื่นมือถือให้พี่มันดู

“พี่ มึงไม่คิดจะว่าอะไรเลยเหรอวะ”

“ไม่อ่ะ”

“ไม่กลัวคนเข้าใจผิดเหรอไง”

“ไม่”

“....” แล้วทำไมต้องมองกูด้วยสายแบบนั้นครับมึงงงงงงงง @_@

แล้วพี่มันก็ลุกออกจากโต๊ะไปซื้อน้ำเฉย ปล่อยให้ผมนั่งเอ๋อแดก ก่อนจะได้สติกลับมาเพราะเสียงหัวเราของใอ้ปีย์กับใอ้อาร์ต

“หัวเราะพ่องมึงเหรอ”

“โอ๊ะ เขินเหรอครับใอ้เดือนมอ ฮ่าฮ่าฮ่า” เออ กูก็เขินอยู่ แต่กูจะไม่บอกมึงหรอก

นอกจากมันจะไม่หยุด แม่งยังหัวเราะจนตัวงอ

“พี่มันหมายความว่าไงวะ”

“มาๆ กูแปลให้ ความหมายของกี่กราฟอาจจะหมายถึง ไม่สนใจ ไม่กลัวคนเข้าใจผิด หรือ....... ไม่ได้เข้าใจผิด ซึ่งกูว่าอันหลังแหละ แล้วใอ้อาร์ตมัน็ส่งยิ้มแปลกๆมาให้ผม

“ใอ้...”

ยังไม่ทันได้ด่ามันต่อ พี่กราฟแม่งเดินกลับมาพร้อมยื่นน้ำให้ ตายละกูอยู่ดีๆก็หน้าร้อนวาบขึ้นมาซะงั้น

ไม่กล้าถามมันต่อแล้ว กูกลัวคำตอบจะทำให้ตัวเองหัวใจวายตาย

“กินเสร็จ พวกมึงกลับเลยมั้ย”

“ทำไม มึงจะรีบไปจีบสาวเหรอพี่” ทำไมเอนเนอจี้กูเหมือนเมียหึงผัว T_T

“จีบทำไม สาวก็นั่งอยู่นี่ไม่ใช่รึ ฮ่าฮ่าฮ่า” เสือกจังเลยนะใอ้ปีย์

พี่แม่งดันหัวเราะไปกับใอ้สองตัวนั้น ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาอ่านไม่ออก กับจะผลักหัวผมทีนึง มึงมีแค้นอะไรกับหัวกูนักหน้าวะ

“ไปกลับ”

แล้วก็ดึงมือ ลากผมกลับไปที่รถ ท่ามกลางสายตาประชาชี และเสียงหัวเราะคิดคักของใอ้เพื่อนเวรของผม ...เอวังละชีวิตกู



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 :bye2: :bye2:
 /Frihet

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
บทที่ 11 กราฟสายรุก 1
ร้านหมูกะทะXXX

วันนี้ผมนัดเลี้ยงสายรหัส ครับ ไม่ใช่แค่สายเดียวด้วยนะ มากันครึ่งคณะเลยมั้ง คือแบบนี้ครับ พี่รหัสผมก็ชวนเพื่อนๆมาเลี้ยงสายพร้อมกัน จากที่สายเดียวมี 4 คน ตอนนี้บอกเลย ครึ่งร้านคือพวกผม กร่างได้ โฮะๆ

ผ่านมาอาทิตย์แล้วหลังจากงานกีฬามอเรา และตั้งแต่วันที่ผมไปกินข้าวกับพี่กราฟ ผมยังไม่เจอมันเลย ใช่ผมหลบหน้ามันแหละ ทำไมนะเหรอ?



ย้อนกลับไปคืนวันงานกีฬา ใอ้หล่อมันแชร์รูปจากเพจ หนุ่มหล่อ ก็รูปที่ชาวบ้านเค้ามะโนกันนั่นแหละครับ แชร์ไม่แชร์เปล่า แต่แคปชั่นมันนี่สิ ใอ้พาราแทบไปไม่เป็น



FB Gantitat G. share music from Youtube

แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร ใจพี่จมแทบพสุธา

ดวงฤทัยหรือดวงแก้วตา ดุจดวงดาราดวงดาวดวงไหน

วอนให้ชายทุกคนเดินผ่าน วอนให้ใจน้องไม่มีใคร

วอนให้ลมพัดพาหัวใจพี่ไปถึง ..........

**เพลง แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร-เขียนใขและวานิช

แล้วเฟสบุ๊คก็ระเบิดทันที กูว่าแล้นนนนนนนนนนน

คู่จิ้น 2020: กัปตันเรือมาเอง ไม้พงไม้พายไม่ต้องละม้างงงงงง

Y Energy: ชงเอง เล่นเอง ไม่ต้องใช้ตัวแทน ฮิ้วววววววววว

สาววาย: อ๊ายยยยยยย ได้กันๆๆๆๆๆๆๆ

*+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



หลังจากโพสต์สติแตกของพี่มัน ชีวิตผมก็กลายเป็นเซเลปของมอที่แท้ทรูอีกครั้ง เดินไปทางซ้ายมีคนมอง ไปทางขวามีคนขอถ่ายรูป ข้อความหลายร้อยส่งเข้ามาถาม ผมได้แต่พยายามตอบไป หลังๆ เลิกตอบเลย เหนื่อยครับ ส่วนใอ้ตัวการนะเหรอ หายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว

และเพราะโพสต์นี้แหละ ผมไม่กล้าคุยกับพี่มันเลย มันทักมาทางไลน์ ผมก็ไม่ตอบ ผมไม่ได้รังเกียจ หรืออึดอัดกับสิ่งที่เป็นอยู่หรอกครับ กลับกัน ผมเขินแปลกๆอ่ะ ทำตัวไม่ค่อยถูก แค่คิดถึงแคปชั่นมัน หัวใจก็คันเหมือนโดยแมวข่วน หน้าก็ร้อนวูบวาบแปลกๆ แต่พี่มันก็ไม่ได้พูดอะไรกับผมโดยตรงอ่ะ บางทีก็คิดว่าพี่มันคงแกล้งผมเล่น ผมเลยยังไม่ได้เจอกันตอนนี้ กลัวทำหน้าไม่ถูก

ทีแรกยังคิดอยู่เลยว่าจะทำหน้ายังไงตอนเจอกันในคลาส แต่อาจารย์ดันยกเลิกคลาสวันนั้นพอดี รอดตัวไป


“เฮ่ย น้องๆเล่นทายปัญหากันเถอะ มาๆ”

หลังจากกินกันได้ครึ่งท้อง พี่ไอซ์ พี่รหัสใอ้ปีย์ก็เสนอกิจกรรมขึ้นมากลางวง อย่างที่บอกแหละครับ พวกเรามากันเยอะ นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันนี่ก็ 4 บ้าน 16คน โต๊ะยาวหลายเมตรเลย แก๊งค์ผมก็นั่งเรียงกันอยู่ฝั่งนึง

พี่ๆ (ปี2) ลุง ป้า(ปี3) ตา ยาย (ปี4) นั่งฝอยกันอยู่รอบโต๊ะ

“มาพี่เริ่มก่อน มดอะไรกันเจ็บที่สุด?” อันนี้พี่แพง พี่รหัสสุดสวยของผมเอง

“มดตะนอย”

“ผิด”

“มดคันไฟ”

“ผิด”

“มดดำ”

“ผิด”

โอ้ยยยย เฉลยเถอะ ป้าๆโวยวายกันใหญ่

“คำตอบก็คือ... มดทอระยิด------- มิตรทรยศ”

โอ้ยยยยย เจ๊ .....เจ็บชิปหาย

“ผมขอเล่นมั้ง” ใอ้จันทร์เสนอตัวก่อนใครเพื่อน

“ชมรมดนตรีกลัวชมรมอะไร”

“กลัวชมรมมวยไทย แข้งใหญ่ดี” ได้อยู่นะ

“ผิด”

“กลัวชมรมภาษาต่างประเทศ พูดกันไม่รู้เรื่อง” เออ เข้าท่า

“ผิด”

“งั้นกลัวอะไรอ่ะวะจันทร์” พี่วิน ปู่รหัสใอ้จันทร์ถามเองเลย

“กลัวชมรมจิ๊กซอ”

สิ่งมีชีวิตที่นั่งรายล้อมรอบโต๊ะ ............... ?___?

“ก็ถ้าโดนจิ๊กซอไป เครื่องดนตรีมันก็ไม่ครบ เล่นต่อไม่ได้ไงครับ^^ ”

5555555555555555555555 มึงก็กล้าเล่น

หลังจากนั้น ทุกคนก็งัดสาระพัดคำถามสุดกวนขึ้นมาสู้ จนเสียงหัวเราะจากโต๊ะเราดังแข่งกับเสียงเพลงในร้านได้เลย จนถึงเวลาแยกย้ายตอน 3 ทุ่ม ผมยังปวดท้องกับคำถามบ้าๆ บวมๆ พวกนี้ไม่หยุด

หลังจากแยกย้ายกับพี่ๆ เราเดินกลับไปที่รถของผมที่จอดอยู่หลังร้าน

Rrrrrrrrr rrrrrrrrrr rrrrrrr

“หวัดดีครับพี่คิน”

*พารา มึงว่างปะ มาช่วยกูหน่อย ที่ร้านXXXหลังมอ”

“ช่วยอะไรวะพี่”

*เออน่า มาก่อน*

แล้วพี่มันก็วางสายไปซะงั้น ผมมีลางสังหรณ์ว่าน่าจะเกี่ยวกับใอ้พี่กราฟ ยังไงไม่รู้ว่า

“เดี๋ยวมึงพากูไปส่งร้านXXX หลังมอที”

“เออ เดี๋ยวกูขับเอง”

สุดท้ายใอ้อาร์ตมันก็ขับรถพาผมมาส่งที่ร้าน ผมให้พวกมันกลับไปได้เลย เพราะไม่รู้ว่าจะต้องอยู่นานแค่ไหน ผมเดินเข้าประตูมาพลางมองหาพี่คิน สุดท้ายเจอพี่มันนั่งอยู่มุมโซฟาเดิมที่พวกผมเคยมาดูบอลนั่นแหละครับ

พี่คินนั่งอยู่ข้างพี่ไทม์ที่ตอนนี้น่าจะไปเฝ้าพระอินทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนคนที่กำลังคิดถึงมันก็นั่งหลับตาพิงเบาะ ไม่รู้ว่าตายไปหรือยัง

“มาแล้วเหรอมึง เอาช่วยหน่อย เอาใอ้กราฟไปส่งห้องที เดี๋ยวกูต้องเอาใอ้นี่ไปเก็บ”

พี่คินหมายถึงพี่ไทม์ที่ “ตาย”อยู่ข้างๆอ่ะครับ

“ทำไมเป็นงี้ละพี่”

“มันแข่งดวลเหล้ากับพี่รหัสมันนะสิ สรุปตายกันหมด แฟนพี่รหัสมันเพิ่งมาเก็บกลับไปก่อนมึงมาเนี่ย”

ไม่มีไรแข่งกัน เลยแข่งดวลเหล้า แถมมันเมาเป็นหมาตั้งแต่ก่อน 3 ทุ่ม เออดี!!! ผมเข้าไปนั่งข้างๆพี่กราฟ เขย่ามันไปหลายที

“พี่โว่ย ตื่นๆๆ”

“อืม”

“อืมแล้วก็ไป ลุกๆ”

แล้วมันก็ลุกจริงๆอ่ะ ลุกแบบตาเปิดครึ่งเดียว นี่มึงรู้มั้ยว่าใครมาเก็บศพมึงเนี่ยพี่ กูละเพลีย ผมจับแขนพี่มันพาเดินออกมาพร้อมพี่คินที่แทบจะหิ้วพี่ไทม์ออกมาเหมือนกัน

“เอานี่กุญแจรถมัน ฝากดูแลมันหน่อย ใอ้นี่เวลาแล้วมันไม่ค่อยเต็มเท่าไหร่”

“...” ยังไงวะ ไม่ค่อยเต็ม

“เออ ถ้าอยากรู้อะไร มึงถามเลย เวลามันเมา ใครถามอะไร มันตอบหมด”

พี่คินยิ้มแปลกๆก็จะหิ้วไปพี่ที่รถ จนพี่มันขับรถออกไปแล้วผมถึงได้จับใอ้หล่อมันยัดเข้าเยาะข้างคนขับได้ ตัวใหญ่ชิบหาย พี่กราฟมันสูงกว่าผม เกือบ 10เซนฯเลยมั้ง ลำบากกูจริงๆ

ขับมาถึงคอนโดพี่ พามันเข้าลิฟท์มา จนมาถึงห้องด้วยความทุลักทุเลพอสมควร ก็พี่มันเล่นยืนเอียงไปเอียงมาจนผมต้องคว้าเอวมันเอาถึงได้หยุด ผมทรุดตัวลงบนโซฟาพร้อมพี่มันเลย บอกตรงๆ เห็นตาพี่มันแทบจะปิดแบบนี้ ผมก็อยากพาในไปนอนบนเตียงอยู่ แต่ตอนนี้หมดแรง!

“นี่”

“..” มันไม่ตอบครับ พี่รู้หรือเปล่าว่าใครพามันกลับมา แล้วอยู่ๆ คำพูดพี่คินก็แวบเข้า

มา อยากรู้อะไรให้ถามเหรอ? งั้นก็ถามเถอะ

“นี่ กี่นิ้ว” ผมโชว์นิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้น

“สอง” เอ้าถูก

“แล้วมึงรู้มั้ย นี่ใคร?” ผมชี้ตัวเองนี่แหละ

“พารา” อะโอเคผ่าน

“พี่ ...มึง..มีคนที่ชอบปะ” อยู่ดีๆผมก็อยากถามคำถามนี่ขึ้นมา

“......” มันพงกหัวหงึกๆ

“ใคร”

พอสิ้นคำถามพี่มันก็เงียบไปนานเลย ไม่รู้แม่งหลับไปแล้วหรือเปล่า จนผมเลิกสนใจมัน

“พารา พารา พารา”

“เรียกทำไม” จะเรียกอะไรหลายครั้งวะ

“มึงถามอะไรกูละ”

ผมใช้เวลาครึ่งนาทีค่อยๆย่อยข้อมูล ผมถามมันว่าชอบใคร แล้วมันเรียกชื่อผม ....... นั่นคือคำตอบเหรอ??????

ใช่เหรอ????????

ใช่เหรอ????????????

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ใอ้พาราได้ระเบิดตัวตายไปแล้ว



แล้วอยู่ๆใอ้หล่อมันล้มตัวลงมาเอาหัวมาซบไหล่ แถมสองมือยังยื่นมากอดผมไว้อีก ทำเอาผมแข็งทื่อไปหมด

“พี่ ปล่อยกูก่อน”

“ไม่ปล่อย ปล่อยเดี๋ยวมึงก็หนีอีก”

หนีอะไรของมัน ผมพยายามจะขยับออกจากอ้อมแขนแข็งแรง แต่พี่มันกลับรัดแน่นกว่าเดิมอีก

“โทรไปไม่รับ ไลน์ไปมึงก็ไม่ตอบ”

มันบ่นงึมงัมอยู่ตรงซอกคอผมไม่พอ ยังเป่าลมหายใจร้อนผ่าวใส่คอผมอีก ทำเอาผมร้อนจนเหงื่อออกเต็มหลัง

“ก็มันความผิดใครวะ ....กูก็เขินเป็น” ประโยคหลังผมพูดเบามาก

อยู่ดีๆ พี่ก็ยืดตัวขึ้นมา หน้ามันแทบจะชิดใบหน้าจนผมต้องเอนไปด้านหลัง แต่ก็ไปไหนไม่ได้เพราะพี่มันยังรัดผมไว้อยู่

“กูชอบมึง”

พูดจบ พี่มันก็โน้มตัวมาจูบที่หน้าผากผม แล้วกลับไปซุกที่ไหล่ผม ด้วยความเร็วไวกว่าแสง

อย่าถามว่าพาราตอนนี้เป็นไง แข็งเป็นก้อนหินไปแล้ว ใบหน้าผมมันร้อนลามไปถึงหู หูใจก็เต้นรัวๆจนผมคิดว่าผมอาจจะตายเพราะหัวใจวายก็ได้

ผมไม่เคยมีความรัก เมื่อก่อนอาจจะเคยมีหญิงในแก๊งค์ แต่ผมก็ไม่เคยรักใคร พออยู่ดีๆ มีคนมาทำเหมือนจีบ เลยไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวแบบไหน ยิ่งในเวลานี้ที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายมาบอกว่าชอบ ผมยิ่งไปไม่เป็น

“มึงรังเกียจกูป่าว”

“...” ก็ไม่นะ

“มึงรังเกียจกูสินะ”

“ป่าวๆ”

“ถ้ามึงไม่ได้รังเกียจ กูจีบมึงได้ใช่มั้ย”

“....”ทำไมต้องจี้กูด้วย กูละอยากกลับบ้านไปฟ้องป๊ากูจริงๆ

เอาจริงๆ ผมก็ไม่รู้ว่าใอ้สิ่งที่เป็นอยู่ตอนผมรู้สึกยังไง ไม่ได้รังเกียจพี่มัน แต่มันก็แปลกๆ ผมไม่เคยคิดว่าชีวิตที่ได้กลับมานี้จะมีผู้ชายมาชอบ แต่ยอมรับตามตรง อยู่กับพี่มันผมสบายใจ มันดูแลผมดีมาก อันนี้ไม่ใช่แค่ทุกคนรู้นะ ผมก็รู้ คนๆนี้คอยใส่ใจผม บางทีมันแค่มองหน้าผม มันก็รู้แล้วว่าผมคิดยังไง

“ไม่ตอบ คือจีบได้” โอ้ยจะรีบไปไหนนนนนนนนน

“….”

“สรุปมึงก็รังเกียจกู” กูป่าวววววววว

“พี่ มึงฟังกูนะ กูไม่ได้รังเกียจ กูแค่ตกใจนิดหน่อย”

ผมเริ่มหัวร้อนกับความกวนตีนของพี่มัน จนลืมเรื่องที่มันจูบหน้าผากไปละ แล้วพี่มันก็เงียบไปเลย ได้ยินแต่เสียงลมหายใจ

“หลับแล้วเหรอ”

“....” ไม่ตอบ

“พี่”

บทจะหลับหลับไปแบบนี้เหรอ เมื่อกี้ละจี้กูจัง กูยอมจริงมึงจริงๆ สุดท้ายก็ต้องค่อยๆพาพี่มันเข้าไปนอนบนเตียง ทีแรกตั้งใจว่าจะให้พี่มันนอนแบบนี้แหละ แต่คิดถึงครั้งก่อนที่พี่มันช่วยดูแลผม เออ เอาวะ ช่วยๆมันก่อน เรื่องอื่นเอาไว้คิดทีหลัง

“พี่ ยกแขนขนหน่อย”

“อืม” อืออะไรละ

ผมจัดการถอดเสื้อผ้าพี่มันออกจนเหลือแต่บ๊อกเซอร์ เดินเข้าห้องครัวหากะละมังเล็กๆมารองน้ำ ก่อนจะคว้าเอาผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุปน้ำแล้วค่อยเช็ดใบหน้าอันหล่อเหลาแบบชายไทยของพี่มัน ตอนที่เช็ดใบหน้าไรหนวดก็ทิ่มมือจนจั๊กจี้ไปหมด ผมค่อยๆเช็ดไล่ลงมาที่ลำคอ แผงอกแกร่ง หน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเรียงตัวกันอย่างสวยงาม จนมาถึงวีไลน์ตรงขอบกางเกงถึงได้หยุด แม่งโคตรเซ็กซี่

ผมกลืนน้ำลาย ตัดสินใจข้ามช่วงกลางลำตัวไปไปเช็ดที่ขาทั้งสองแทน พี่มึงตื่นมาเช็ดเองแล้วกันนะ ไม่อยากล้วงคองูเห่า

ผมนั่งลงมองมันอยู่ข้างเตียง พี่มันเป็นที่หล่อแบบเท่ห์ ถึงจะไม่ได้ขาวเท่าผม แต่เสน่ห์ที่พุ่งออกมาจากตัวมันนี่ผมยังสู้ไม่ได้ ขนาดมันชอบทำหน้าตายด้าน สาวๆยังชอบมันเพียบ ไม่รู้มันไปกินอะไรผิดสำแดงถึงได้มาบอกชอบผม

“กลับดีป่าววะกู”

ผมลังเลสองจิตสองใจว่าจะทิ้งพี่มันคนเดียวดีหรือเปล่า แต่ก็จำได้ว่าพี่คิดฝากดูแล สุดท้ายเลยตัดสินใจนอนที่นี่ เผื่อพี่มันเป็นอะไร ถือวิสาสะค้นตู้เสื้อผ้าพี่มัน ค้นได้เสื้อบอลกับบ็อกเซอร์แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป แปรงสีฟันที่ผมใช้มันยังอยู่ที่เดิมเลยว่ะ เออดี

ใช้เวลาอาบน้ำสระผมที่เหม็นหมูกะทะอยู่สิบกว่านาที ทำทุกอย่างเรียบร้อยค่อยปิดไฟแล้วทางมานอนอีกฝั่งนึงของเตียง ผมพยายามนอนหันหลังให้ห่างพี่มันที่สุดเท่าที่ผ้าห่มฝืนจะห่างได้ ซึ่งแม่งมันโคตรใกล้

ยังไม่ทันได้หลับ ใอ้คนข้างหลังดันขยับมาซบคอด้านหลัง แถมยังโอบผมเข้าไปชิดมัน ตัวผมแข็งเป็นท่อนไม้เพราะลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่บนต้นคอ พร้อมริมฝีปากนุ่มแตะลงมาเบาๆ

“พี่ ปล่อยกู”

“...” เงียบครับ

หลังจากพยายามขยับตัวอยู่หลายครั้งก็ยังออกจากแขนพี่มันไม่ได้ ได้แต่นอนอยู่อย่างจนผลอยหลับไปเอง จนทำให้ผมไม่ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาจากคนที่กอดผมอยู่

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 :bye2: :bye2:


ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
บทที่ 12 กราฟสายรุก 2
[/b]

Part กราฟ

ผมมองหน้าคนที่ซุกอยู่ซอกคอผม มือซุกอยู่ระหว่างอกผม นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ผมได้เห็นพารามันนอนท่านี้ ..... ชอบวะ

@Kantitat G.แผนเมื่อคืนเวิร์กมาก ไว้เลี้ยงข้าว

กดส่งข้อความให้ใอ้คิน วางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียงก่อนจะหันมาสนใจคนที่ยังหลับอยู่ต่อ ใช่ครับมันเป็นแผนของใอ้คินที่ปรึกษากิติมศักดิ์ คิดขึ้นมาหลังจากที่มันทนเห็นผมทำหน้าเหม็นขี้มาเป็นอาทิตย์

ตั้งแต่วันที่ผมเผลอแชร์รูปนั้นพร้อมแคปชั่นแบบที่มองมาจากดาวอังคารก็รู้ว่าผมชอบพาราอยู่ น้องมันก็ไม่คุยกับผมเลย โทรไปก็ไม่รับ ทักไลน์ไปก็ไม่ตอบ ให้ใอ้คินโทรถามเพื่อนๆมันก็บอกว่ามันไม่ว่าง ทีแรกคิดว่าจะคุยกับน้องมันหลังเลิกคลาส แต่เวรกรรมผมเยอะ อาจารย์ดันมายกเลิกคลาสซะอย่างนั้น

ใอ้คินจึงได้คิดแผนนี้ขึ้นมา แกล้งเมา ใช่ครับ ผมไม่เมาจริงๆหรอกแค่มึนๆ แล้วน้องมันก็มาจริงๆ ตอนที่มันพยายามพะยุงผมออกจากร้านจนมาถึงห้อง บอกตรงๆ ผมแทบจะหลุดอาการ เพราะกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากตัวมันก่อกวนจมูกผมจนแทบอยากจะซุกหน้าลงสูดดมที่ซอกขาวๆนั่น

ตอนที่นั่งอยู่บนโซฟาผมอดใจไม่ไหวเข้าไปซุกหน้าตรงบ่ามัน แถมกอดน้องมันอีกด้วย หอมจังเลย

“พี่ ...มึง..มีคนที่ชอบปะ” มึงไง

ผมเงียบไปพักใหญ่เลยกับคำถามนี้ของน้องมัน เป็นไงเป็นกัน เอาวะ!!

“พารา พารา พารา”

นั่นคือคำตอบที่ผมให้น้องมัน แล้วหลังจากเข้าใจว่านี่คือคำตอบของผม พารานอกจากจะตัวแข็งเป็นหินไปแล้ว ตอนนี้หน้ามันยังแดงเทือกไปหมด แดงแม้กระทั่งใบหูลามลงมาที่คอขาวผ่อง แบบนี้ผมมีโอกาสใช่มั้ย?

“มึงรังเกียจกูป่าว”

“ป่าว”

“พี่ มึงฟังกูนะ กูไม่ได้รังเกียจ แค่ตกใจนิดหน่อย”



นี่เป็นคำถามวัดดวงของผม ถ้าน้องมันตอบว่าไม่ ถึงมันจะยังไม่ได้ชอบผม ก็จะเดินหน้าเต็มสปีด แล้วคำตอบที่ผมได้ก็ทำให้ผมแทบจะกระโดดรอบห้อง ไม่รู้ละ พารา มึงเสียสิทธิ์ในการถอยหนีแล้ว^___^

แล้วผมก็แกล้งตายต่อไปให้น้องมันพามานอนที่เตียง ไม่รู้ละ ใครบอกว่ามีแต่ผู้หญิงที่ใช่มารยาเป็น ผู้ชายก็หลายร้อยเล่มเกวียนเหมียนกันครับ ฮ่าฮ่าฮ่า

น้องมันเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผม ตอนมันเช็คตัวมาถึงแถวๆขอบกางเกง ผมนี่แทบแย่ ทางนึงคือกลัวเผยพิรุจให้น้องมันเห็น ทางนึงก็กลัวลูกชายจะตื่นขึ้นมาทักทายว่าที่แม่มัน ถึงกับโล่งใจที่น้องมันข้ามไปเช็ดที่ขาแทน คราวหน้านะลูกรัก จะให้แม่ไปทักทาย

ผมแกล้งหลับจนน้องมันมานอนที่เตียง รอจนมันนอนตะแคงหันหลังให้ผมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ผมถึงได้แกล้งหันไปโอบน้องมันเข้า เอาหน้าซุกต้นคอด้านหลังพร้อมสูดดมกลิ่นครีมอาบน้ำจากน้องมัน แม่ง ครีมยี่ห้อเดียวกัน ทำไมมันหอมกว่าตอนผมใช้

การรำลึกความหลังของผมสะดุดทันทีที่คนในอ้อมกอด ค่อยๆลืมตาขึ้นมา พอเห็นว่าตัวเองนอนท่าไหน มันก็พยายามผละออก แต่มีเหรอผมจะยอม

“อยู่นิ่งๆก่อนดิ”

“ไม่เอา” มันก้มหน้างุด ไม่ยอมมองหน้าผม

“จำเรื่องเมื่อคืนได้มั้ย”

“....” เงียบ

มันต้องจำได้อยู่แล้ว พาราไม่ได้เมานี่ แค่น้องมันเงียบไง จนผมต้องถามย้ำอีกรอบ มันถึงพยักหน้า

“งั้น ....จีบนะ”

“.....” หูแดงอีกแล้ว

อดใจไม่ไหว ผมก้มลงไปจูบเบาๆที่ขมับน้องมัน อืม หอม

ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร ผมบอกแล้ว มันหมดสิทธิ์หนีแล้ว

“พี่ ปล่อยกูก่อน จะไปเข้าห้องน้ำ”

“อืม ไปสิ” นั่นแหละครับผมถึงได้ปล่อยตัวน้องมันออกจากอ้อมแขน แล้วพารามันก็วิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำไปแบบไวแสง แม่งเอ้ย น่ารักโคตรๆ



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



อาร์ตขอเหลา#2

หวัดดีครับ อาร์ตคนเดิมอีกแล้ว ดีใจได้คิวใหม่ก่อนคนอื่น ^^ ยังไม่ทันได้พล่าม ไลน์กลุ่มก็เด้งขึ้นมาซะก่อน ห่านนนนนน

Para_nasi : งานเข้าแล้ว ประชุมด่วนนนนเจอกันที่ห้อง

นี่คือข้อความของใอ้คนมันหายไปนอนที่อื่นมาครับ ตัวมันยังไม่มาไม่ถึงเลย ผมเลยต้องวางนิยายแปลสุดมันส์ไว้ก่อน ซักพักใอ้จันทร์กับใอ้ปีย์ก็เข้าห้องมาด้วยสภาพหัวฟู มานั่งหมกอยู่บนเดียงพารา แม่งตื่นกันแล้ว หรือว่าละเมอเดินเข้ามา กูยอมใจ

รอไม่นานใอ้เจ้าของข้อความก็พรวดพราดเข้ามาในห้อง ทำหน้ามันคนกลั้นตด เป็นเชี่ยไรของมัน

“งานไรเข้ามึงห่าพารา” ใอ้หัวฟูคนที่ 1ชิงถามก่อน

“....คือ....มีคนชอบกูว่ะ บอกจะจีบกู ทำไงดีวะ”

“ใครวะ” ใอ้หล่อคนที่2 เข้าร่วมด้วย

“คือ...พวกมึงไม่รู้จักหรอก”

มะแหงกกูนิ พวกกูไม่รู้อะไร มีมันคนเดียวนั่นแหละครับที่ไม่รู้ว่าใครชอบมัน ใครกำลังเต๊าะมันอยู่ เรื่องอื่นละรู้ดี พอเรื่องตัวเองละโง่ชิบหาย ควายเรียกพ่อ

“พนันมั้ยละ 100 นึงกูเอาบาทเดียว คนที่ชอบมึงอ่ะพี่กราฟ” ทะลุกลางป้องแม่งเลย โทษฐานมาขัดจังหวะกูอ่านนิยาย

“หะ! มึงรู้ได้ไง ....โอ้ย มึงตบหัวกูทำไมวะ?”

“เผื่อมึงจะฉลาดขึ้นไง พวกกูเนี่ยรู้กันตั้งนานแล้วว่าพี่มันเต๊าะมึงอยู่ มีมึงแหละโง่อยู่คนเดียว แล้วมึงละ” อย่าบอกพารามันนะครับว่าผมได้รับสินบนจากคนที่กำลังเต๊าะมันเป็น เลี้ยงข้าวมื้อใหญ่ 1 มื้อ อิอิ

“กู...ไม่รู้วะ กูไม่เคยคิดมาก่อน”

“เอางี้ มึงอึดอึดมั้ยเวลาพี่กราฟมันมาอยู่ไกล้?”

“เออ มึงรู้สึกยังไงเวลาอยู่กับพี่มันอ่ะ กูก็เห็นมึงหัวเราะ มีความสุขดีนี่”

ผมว่าไม่ใช่แค่ผมแล้วละที่ได้สินบน ใอ้สองตัวนี่ก็ไม่น่าจะต่างกัน ผมหันไปรอฟังคำตอบจากใอ้เดือนมอ ดูซิมันจะว่ายังไง

“แต่พี่มันเป็นผู้ชาย แล้วกูก็เป็นผู้ชายนะเว่ย พวกมึงไม่รังเกียจเหรอวะ”

แสดงว่ามันก็ไม่ได้ไม่ชอบพี่กราฟละวะ โหยยยยยภาพมื้อใหญ่กูมา ผมหันไปสบตากับใอ้จันทร์ ใอ้ปีย์ แล้วพร้อมใจกันให้รางวัลให้พารามันด้วยการ....ตบหัว! ครับตบหัวจริงๆ คนละทีเผื่อจะหายโง่

“นี่มันสมัยไหนแล้วมึง ปี2020 แล้ว ชอบก็คือชอบ จะเพศไหนก็ไม่ต่างกันหรอก แล้วพวกกูเนี่ย เพื่อนมึงไง มึงคบใคร พวกกูก็ยินดีกลับมึงทั้งนั้นแหละ ยกเว้นว่าให้นั่นมันจะเหี้ย พวกกูถึงจะห้าม”

“พี่มันก็ไม่เหี้ยซะหน่อย...อุ๊ปส์”

ปิดปากก็ไม่ทันแล้วมึงงงงงงงงงง ได้ยินกัน 6หูเลย มื้อใหญ่ของโผ้มมมมมมมมม

“เออ ตามนี้แหละ เดินหน้าเลย”

“เออ จบเรื่องละนะ กูจะกลับไปนอน”

แล้วใอ้หัวฟูทั้ง2 มันก็เดินกลับไปห้องมันจริงๆ ผมละยอมใจกับความง่วงของพวกมันจริงๆ

“ใช้ใจคิดนะ ชอบก็คือชอบ ไม่ต้องคิดไรมาก”

ผมตบไหล่มันเบาๆก่อนจะกลับไปจับนิยายเล่มโปรดมาอ่านต่อ เออ ผมต่างจากใอ้หัวฟู2ตัวนั่นตรงไหน ถุย

จบครับ สวัสดีชาวโลกผู้น่ารัก^__^

 :o8: :o8: :o8:

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



พารา พาร์ท

คุณจะถามว่าผมเป็นยังไงหลังจากเหตุการณ์วันนั้นนะเหรอ อายสิครับ! เกิดมาไม่เคยโดยจีบ แถมเป็นผู้ชายอีก ผมนี่แกร็งแล้วแกร็งอีกตลอดทางที่พี่มันมาส่งที่หอ พอมาเล่าให้เดอะแก๊งค์กลับกลายเป็นว่ามันแม่งรู้กันก่อนผมอีก หาว่าผมโง่ หรือผมจะโง่จริง?

หลังจากวันนั้นพี่แม่งก็เดินทาง “จีบ” แบบจริงจังมาก มารับไปกินข้าว หมูกะทะร้านหน้ามอก็ไป จกส้มส้มตำข้างมอ หรือร้านนมหลังมอ พี่มันพาไปหมด พี่มันโทรมาก่อนนอนทุกวัน ใอ้อาร์ตมันล้อผมไม่หยุด เผื่อแผ่ไปบอกใอ้สองตัวห้องข้างๆด้วย นี่ถ้าผมเป็นนกกระจอกเทศคงได้เอาหน้ามุดดินหนีพวกมันละ

แต่ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างกินข้าว ผมกลับรู้สึกดีมากๆ ที่มีคนมาใส่ใจ มาคอยดูแล โทรหา แค่คำถามว่า กินข้าวหรือยัง อย่าลืมกินข้าวนะ ฝันดีนะ ทำให้ผมรู้สึกดี ที่ผ่านผมมีเพื่อนเยอะก็จริงแต่ผมกลับหาสิ่งเหล่านี้ไม่ได้จากพวกนั้นเลย

ลึกๆแล้วผมรู้ว่าผมโหยหาความรัก ความอบอุ่น ความใส่ใจ อยากเป็นที่ต้องการของคนรอบข้าง ซึ่งเมื่อก่อนผมหาไม่เจอ แต่ตอนนี้ผมว่าผมเจอแล้ว ผมไม่ได้หมายถึงแค่พี่กราฟนะครับ เพื่อนๆผมอย่างใอ้อาร์ต ใอ้จันทร์ ใอ้ปี อ้อ รวมพี่คิน พี่ไทม์เข้าไปด้วยผมโชคดีมากๆที่มีโอกาสแบบนี้ มีโอกาสมาเจอคนดีๆพวกนี้

“ไปเว่ย แล้วเจอกันที่หอ”

“อย่าลืมซื้อเค้กมาฝากพวกกูด้วยละ”

“เออ จะกินอะไรก็ไลน์มาแล้วกัน”

ผมโยนกุญแจรถตัวเองให้ใอ้อาร์ต วันนี้ก็ไม่ใด้ใช้(อีกแล้ว) เพราะ พี่กราฟมันมารับ เห็นบอกว่าจะไปซื้อของทำโปรเจค แต่ก็มาลากผมไปเป็นเพื่อน แล้วจะพาผมไปกินข้าวต่อ ขยันจีบจริงๆ พูดถึงผี ผีก็มา ท่าจะตายยาก

ลานจอดรถหน้าคณะ มีใอ้คนหล่อมันก็ยืนรอเท่ห์ๆอยู่ข้างรถโดยไม่เกรงใจอากาศประเทศไทศ นั่งในรถดีๆไม่ได้ไง ต้องมายืนให้สาวมอง พูดยังไม่ทันจบความ สาวสวยคนนึงก็เดินเข้าไปหามันละ

“พี่กราฟ ว่างมั้ยคะ? ไปดื่มกาแฟร้านFor You Guys กันค่ะ” เอ่อ เค้าหมายถึงร้านคาเฟ่น่ารักๆข้างมอนี่แหละ รู้สึกจะเป็นร้านรุ่นพี่คณะผมด้วย พวกผมไปบ่อย กาแฟ เค้ก อร่อย เจ้าของยังหน้าตาดีมาก ^_^

“ไม่”

“ทำไมละคะ แป๊บเดียวเองค่ะ”

“ไม่ว่าง ต้องพาแฟนไปกินข้าว” บูม!!!!!!!!!! ”

แล้วพี่มันก็ชี้มาที่ผมที่อยู่ไม่ไกล ผู้หญิงคนนั้นก็หันตามการชี้นิ้วของพี่มันแล้วทำหน้าเจื่อนๆ ก่อนจะขอตัวจากไป

“ฮิ้วววววววววววววววววววว” อาร์ต จันทร์ ปีย์ 3 หนุ่มสามัคคีชุมนุมเลยนะพวกมึง

“.......” ใอ้บ้า กูเขินนนนนนนนนนนนนนนนนนน

ผมว่าตอนนี้หน้าผมมันคงแดงมากแน่ๆ นี่ถ้าเอาไข่มาทอดบนหน้าผม มันอาจจะสุกก็ได้

“เจ๋งโคตร”

“ชัดเจน”

“เด็ดขาด”

ใอ้ 3 ตัวนี้มันจำเป็นมาสามัคคีกันตอนนี้มั้ย แล้วพี่มึงจะยักคิ้วให้พวกมันอีก งือออออออ พักก่อนนนนนนนนนนนนน

“ไปยัง”

“อืม”

“see you later” ผมหันไปบอกเพื่อนๆก็จะเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถ ต่อบลูทูธรถมันกับมือถือผม กดหาเพลงที่ถูกใจยูทูป อืมแอร์เย็นก็เย็น เพลงก็เพราะ คนขับรถยังดูหล่อผิดปกติ ___

“อารมณ์ดีมึง” หืม

“กูดูอารมณ์ดีเหรอพี่”

“ยิ้มกว้างขนาดนี้ เสียใจอยู่มั้ง” กวนตีน ตลอดเวลา

“ชิ” เออ กูอารมณ์ดี แต่ทานโทษ ไม่บอกมึงหรอกครับ ผมหันไปสนใจกับรายชื่อเพลงโปรด เวอร์ชั่นcover ด้วยกีตาร์ ที่ผมโคตรชอบ ปล่อยให้พี่มันขับรถไป ยังไม่ทันได้กดเพลงที่ตั้งใจจะฟังมือดันไปกดโดนเพลงที่คนแถวนี้เคยแชร์ไว้หน้าเฟสซะก่อน เออ ผมฟังตามพี่มันนะแหละ งือออออออออ อย่าล้อเค้านะ (ทำไมเอนเนอจี้แรดแบบนี้?)

พอเพลงมันเริ่มเล่น ผมงี้ไม่กล้าหันไปทางคนขับเลย อายงะ

แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร ใจพี่จมแทบพสุธา

ดวงฤทัยหรือดวงแก้วตา ดุจดวงดาราดวงดาวดวงไหน

วอนให้ชายทุกคนเดินผ่าน วอนให้ใจน้องไม่มีใคร

วอนให้ลมพัดพาหัวใจพี่ไปถึง ..........


**เพลง แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร-เขียนใขและวานิช



ผมจมไปกับความซึ้งของบทเพลง มารู้ตอนอีกทีตอนที่มือโดนจับไปวางที่หน้าขาพี่มัน แล้วคลึงนิ้วผมเล่น โดยที่ก็ยังขับรถอยู่ ผมเห็นมันอมยิ้ม หันมามองผมแวบนึงตอนจะหันไปมองถนน

“ขับรถดีๆดิ” ทำไมใจสั่น

“เพลงเพราะดี”

“เออ” กูไม่ถามเรื่องเพลงเลยT^T

ผมนั่งเงียบๆไปตลอดทาง ปล่อยให้เพลงมันเล่นต่อไป ไม่ได้ดึงมือกลับ บอกตามตรงมันก็ ......รู้สึกดีงะ วุ้ยยยยยยยยเขินนนนนนนนน

พี่มันพามาถึงห้างหลักใจกลางเมือง ซื้ออุปกรณ์สำหรับทำโปรเจคเสร็จก็ลากผมไปหาข้าวกินในห้างซึ่งก็ดีครับ ไม่เสียเวลาดี

“ดูหนังกันมั้ย”

“อืม เอาสิ จะดูเรื่องอะไรอ่ะพี่” มาเดทชัดๆ พระเจ้า!

“ไปดูรายชื่อหนังที่ชั้น 6 กัน”

แล้วก็ไปซื้อตั๋วหนังแอกชั่น ไซไฟ ที่เพิ่งเข้าโรง แต่รอบที่เร็วที่สุดมันอีกเกือบ 45นาที ผมเลยชวนพี่มันลงไปซื้อของใช้ที่ซุปเปอร์มาเก็ตชั้น B ถือโอกาสซื้อเค้กเพื่อนๆ ที่ไลน์มายิกๆ เสร็จแล้วก็เอาไปเก็บที่รถก่อนค่อยขึ้นไปรอเวลาที่หน้าโรงหนัง

“กินป๊อปคอร์นปะ”

“กินๆ เอาโค้กด้วยนะ” ได้โอกาส ผมก็สั่งพี่มันยิกๆ ฮ่าๆๆๆ

พอได้ของกินมาพวกเราก็เดินเข้าโรงหนังพร้อมคนอื่นๆ พี่มันเดินหน้าหาที่นั่ง แล้วผมก็เห็นที่นั่งตัวเองที่อยู่หลังสุด! มันไม่ใช่ที่ที่ดีสุดเลยอ่ะ มันเลือกที่นั่งอะไรของม้านนนนนน

“ที่นั่งดีกว่านี้ไม่เหรอวะพี่ พากูมานั่งซะไกล”

“นั่งนี่แหละดีแล้ว” ดีตรงไหน

บ่นไปก็เท่านั้นพอหนังเริ่มฉาย ผมก็เอาป๊อปคอร์นมากินเล่น กินตอนไหนก็ไม่อร่อยเท่ากินในโรงหนัง ไม่รู้มันเป็นเพราะอะไร อยู่ๆ ที่พักมือที่กั้นระหว่างผมกับพี่มันก็โดนยกขึ้น ก็พี่มันนั่นแหละ ผมเลยต้องย้ายโค้กมาไว้ฝั่งผม

“เป็นอะไร อึดอัดเหรอ” ผมหันไปกระซิบถามมันเบา ไม่อยากรบกวนคนอื่นเวลาดูหนัง

“รำคาญนิดหน่อย”

แล้วมันก็ขยับมาทางผม กลายเป็นว่าพวกเราแทบจะเอาหัวมาติดกันเพราะต้องกระซิบกระซาบกัน ใกล้ซะจนบางทีผมรู้ว่าจมูกโด่งๆของพี่มันโดนแก้มผม .......... ใจเต้นผิดจังหวะเลยกู T^T

ผมต้องพยายามหันมาสนใจหนังในขณะที่มือก็จกกินป๊อบคอร์นจนมันหมดไปตอนไหนก็ไม่รู้ เลยวางกล่องมันไว้ที่พื้น รอเอาไปทิ้งตอนหนังจบ ปุบปับ มือซ้ายผมก็โดนคว้าไปกุมไว้ พร้อมกับที่ใอ้พี่มันเอนมาพิงไหล่ผม

ตึก ตึก ตึก ผมใจสั่นอีกแล้ว รู้สึกในอกมันร้อนแปลกๆ ร้อนขึ้นมาถึงหน้า ดีว่าโรงหนังมันมืด เลยไม่มีใครเห็น

“นั่งดีๆดิ”

“ง่วง” เออดี มานอนในโรงหนัง

มันบอกแค่นั้นแล้วก็เงียบไป ไม่รู้ว่าหลับไปจริงๆหรือแกล้ง ผมไม่กล้าหันไปมอง ได้แต่พยายามโฟกัสกับเรื่องราวสุดมันส์ของหนังแทน ซึ่งในระหว่างเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงที่หนังฉาย ใอ้พาราดูไม่รู้เรื่องเลยT____T ใจมันคอยแต่จะคิดถึงคนที่กุมมือพิงไหล่ผมอยู่เนี่ย

“พี่ ตื่นๆ หนังจบแล้ว”

“อืม จบแล้วเหรอ”

ผมผลักพี่มันออก ซึ่งมันก็ยอมกลับไปนั่งดีๆ แต่ไม่ยอมปล่อยมือซ้ายผม ไหล่ชาจนไม่มีความรู้สึกไปแล้ว ห่าน ตัวก็สูงกว่า พิงลงมาได้ มันต้องเป็นกูมั้ยที่ต้องพิงไหล่มึงเนี่ย_

“ที่หลังถ้าง่วงก็นอนอยู่ห้อง ไม่ต้องมาดูหรอกหนังอ่ะ เสียดายเงิน”

“กูอยากมากับมึง”

“....” งือออออออออออออออออออออออ กูยอมแล้วจ้า

จบครับ ปิดจ๊อบ เลิกๆ แยกย้าย แล้วผมก็ลุกหนีมันออกมาก่อน แต่มันก็ตามมาทันอยู่ดี ตอนอยู่บนรถผมก็เปิดเพลง ทำเป็นยุ่งๆอยู่กับมือถือดูความเป็นไปในโลกโซเซียล จนมาถึงหน้าหอถึงได้เก็บของที่ซื้อมาเตรียมจะลงรถ

“ไปนะพี่” ยังไม่ทันจะได้เปิดประตูมือก็โคนคว้าไปอีก จนผมต้องหันไปเลิกคิ้วถามมันว่ามีอะไร

“พารา”

“หือ?”

“ฝันดีนะ ...จุ๊บ!

ฮือออออออออออออออ พี่มันหอมแก้มผมอ่ะ หน้าผมระเบิดไปแล้วมั่ง โหวันนี้มึงลวนลามกูไปแล้วกี่รอบครับ สกินชีฟโหดมาก ผมเรียกสติกลับมาเข้าร่าง

“พี่ วันนี้มึงรุกหนักมากเลยนะ แม่ง”

“ชอบมั้ยละ”

“....” ชอบบบบบบบ แฮ่!

แทนที่ผมจะตอบว่าชอบไม่ชอบ ผมกลับโน้มตัวเข้าหาพี่มันความเร็วยิ่งกว่าจรวดที่สหรัฐปล่อยขึ้นสู่อวกาศ

“ฝันดีนะ....จุ๊บ”

แล้วอาศัยช่วงที่พี่มันยังอึ้งอยู่เปิดประตูรถแล้ววิ่งหนีไปเข้าประตูหอเลย พาราเป็นคนที่ไม่ยอมเสียเปรียบคนครับ จุ๊บมา จุ๊บกลับ ไม่โกง!^_________________^



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 :bye2: :bye2:








ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ตอนที่ 13

สิ่งที่สามารถให้เด็กมหาลัยสติแตกได้มีไม่อยู่กี่อย่างหรอกครับ อันดับต้นๆ ก็คือหายนะน้อยที่ชื่อมิทเทอมนี่ไงหลังจากเข้ามาเป็นนิสิตน้องใหม่ ผ่านกิจกรรมหลายอย่างมา มิทเทอมคือสิ่งที่กำลังอ้าแขนรอกินหัวพวกเราอยู่

“เอาละค่ะนิสิต ข้อสอบก็จะออกประมาณนี้ อย่าลืมตั้งใจอ่านหนังสือ วันนี้พอแค่นี้ เจอกันวันสอบอาทิตย์หน้าค่ะ”

พูดเสร็จอาจารย์คนสวยก็เดินออกจากห้องไป เหลือไว้แค่นิสิตตาดำๆ ที่มือยังจดยิกๆ แนวข้อสอบลงสมุดเลกเช่อร์

 

อาทิตย์ก็แทบจะผ่านไปในลักษณะนี้เลยครับ ในห้องเรียนส่วนใหญ่อาจารย์จะทบทวนบทเรียน แอบชี้แนะแนวทางข้อสอบบ้าง ให้ลองทำควิชก่อนสอบบ้าง เลิกเรียน พวกผมก็จะไปสุมหัวกันอ่านหนังสืออยู่มุมใดมุมนึงของมหาลัย บางครังก็ห้องสมุดคณะ ห้องสมุดมหาลัย หรือไม่ก็โต๊ะหินอ่อนใต้คณะ

วันนี้พวกเราตกลงกันว่าจะกลับไปอ่านทบทวนบทเรียนกันที่ห้อง เพราะตอนนี้ที่ไหนคนก็เยอะ นิสิตประสาทแดกกันทั้งมอ หาที่นั่งยาก

ติ่ง! ข้อความแจ้งเตือนทางไลน์ พอเปิดออกดู ก็จากคนนั้นแหละครับ

Kantitat 3:15PM: วันนี้ไปอ่านหนังสือแถวไหน?

Para_nasi 3:15PM: ที่หอวะพี่

Kantitat 3:16PM: พรุ่งนี้อย่าลืมมาติววิชาอังกฤษให้ด้วยละ

Para_nasi 3:16PM: ที่ไหนอ่ะ? *สติ๊กเก้อหมีทำหน้าสงสัย

Kantitat 3:16PM: .... เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปรับ ตั้งใจอ่านหนังสือละ

Kantitat 3:17PM: คิดถึง.........*สติ๊กเกอร์ รูปหัวใจ

Para_nasi 3:17PM: *สติ๊กเกอร์หมีอาย

 

ทุกวันนี้พี่มันขยันอ่อย ตัวคนไม่มาให้เห็นแต่ข้อความมาทุกวัน อย่างที่บอกช่วงนี้ใกล้สอบ นอกจากวิชาที่เรียนด้วยกันแล้ว ผมก็ไม่ได้เจอพี่เกือบทั้งอาทิตย์ คงไม่อ่านหนังสือกับเพื่อนๆ ที่ไหนซักที่เหมือนพวกผมนี่แหละ ผมอ่านข้อความซ้ำอีกรอบก่อนจะเก็บมือถือ พอเงยหน้ามาก็จ๊ะเอ๋กับรอยยิ้มเลี่ยนๆ ของใอ้ 3 ตัวที่เหลือ พวกแม่งล้อผมมาทั้งอาทิตย์ เพลียใจ

“ยิ้มหวานเชียวนะมึง”

“คนมีความรักก็งี้”

“ทุกอย่างกลายเป็นสีชมพู”

พวกมึ้งงงงงงงงงงงง นี่เพื่อนพวกมึงเองงงงงง ไม่ต้องขยี้ก็ด้ายยยยยย

“พอๆ กลับได้แล้ว ใครช้าแม่งเดินกลับเองนะ”

“เขินเหรอ สาดดดดดดด” โอ้ยยยยย นี่เพื่อนพวกมึงเองงงงง

 

สุดท้ายโดยผมฟาดกะบาลไปคนละทีพวกเราก็กลับมาที่หอ พวกเราตกลงใช้ห้องผมกับใอ้อาร์ต เป็นสถานที่ติววิชา หลังลากโต๊ะญี่ปุ่นมากางไว้กลางห้อง บนโต๊ะเต็มไปด้วยสะเบียงอาหาร ขนมนมเนย ไม่รู้มาติวหรือมากิน

พวกเรา 4 คนก็กระจายตัวกันรอบโต๊ะ ต่างคนต่างอ่านกันไปเงียบๆ มีบ้างที่เงยหน้าขึ้นมาถามกัน วันนี้เป็นคิววิชาพื้นฐานในคณะ ผมก้มอ่านชีทที่อาจารย์เคยแจกซึ่งถูกไฮไลท์ด้วยสาระพัดสี สรุปแม่งบรรทัดไหนมันสำคัญ ผมก็ไม่รู้แล้ว แฮะๆ

 

“เฮ่อ ทำไมโลกนี้แม่งไม่มีนาฬิกาย้อนเวลาที่เฮอไมโอนี่ใช้มั่งวะ กูจะได้ย้อนเวลากลับไปอ่านหลายรอบๆ”

“ถ้าจะมีขนาดนั้น กูว่าเอาคาถาที่ย้ายหนังสือมาไว้ในหัวไม่ดีกว่าเหรอ ฟาย”

“เออ จริงของมึงว่ะจันทร์”

ผมโคตรเห็นด้วยกับความคิดใอ้จันทร์ ถ้าเอาหนังสือยัดเข้าหัวได้แม่งคงดี คงได้A ทุกวิชา^__^

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเงยหน้าขึ้นมาจากชีทสีรุ้ง เพราะได้ยินเสียงประตูที่ถูกเคาะ

“ใครวะ พารา มึงไปเปิดซิ”

“ใช้กูตลอดละมึง” ว่ามันเสร็จผมก็เดินไปเปิดประตู พอเห็นคนที่ยืนอยู่หน้ประตูก็ตกใจเล็กน้อย ทำไมใอ้เด็กวิดวะที่อยู่ห้องตรงข้ามมายืนอยู่ตรงนี้?

“เอา มีคนเค้าฝากมาให้” มันยืนถุงขนาดใหญ่ให้ผม ข้างในมีกล่องโฟมสีขาวหลายใบซ้อนกันอยู่ น่าจะเป็นอาหาร

“ใครวะ” ผมว่าผมไม่ได้รู้จักใครนะ

“คนที่จีบมึงอยู่ไง หรือมีหลายคน”

เอ้าใอ้นี่กวนตีนเหมือนใอ้หล่อเลย หะ ใอ้หล่อเหรอ?

“พี่กราฟเหรอ?”

“เออ เอาไป”

“เออ ขอบใจเว่ย” แล้วมันก็เดินกลับไปที่ห้องฝั่งตรงข้าม เออกวนตีน วิดวะแม่งกวนตีนทุกคนเลยหรือไงวะ กูละเพลียใจ

สุดท้ายผมก็เอาของกินมาแจกเพื่อนๆ ซึ่งมันก็ล้อผมอีกรอบ พวกมันนี่ไม่คิดจะเลิกเลย คิดถึงคนสั่งข้าวมาให้ละก็อดไม่ได้ต้องส่งข้อความไปขอบคุณ พี่แม่งน่ารักจริงๆ ไม่รู้วันนี้มันไปอ่านหนังสือที่ไหน จะว่าไปก็อยากเจอหน้าพี่มันเหมือนกัน ไม่ได้เจอกันมาเกือบอาทิตย์แล้ว แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นก็ได้เจอ

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

และแล้ววันศุกร์แห่งชาติก็กำลังหมดไป ผมแยกกับเดอะแก๊งค์ที่ไปหาของกิน กลับมาที่ห้องเพื่อเอาชีทวิชาอังกฤษใส่กระเป๋า เดินลงถึงประตูก็เห็นว่าพี่มันมารอเรียบร้อย จึงเดินไปขึ้นรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับ พี่มันทำหน้ากวนตีนให้ ประจำละครับ

“หวัดดี”

“ไปหาข้าวกินก่อนแล้วค่อยไปห้องกูนะ”

“อืม ก็ได้”

ถึงจะไม่ได้เขินเท่าตอนแรกๆ แล้วแต่ผมก็ยังประหม่าอยู่นะครับแหม่ กินข้าวเสร็จกว่าพวกเรากลับมาถึงห้องของพี่มันก็ทุ่มกว่าๆ แล้ว

“นึกว่าเพื่อนพี่จะมาด้วย ไหงมีแต่เราละ”

“ใครมันจะกล้ามาเป็นกองขี้ควายละ” เปรียบซะเห็นภาพเลยแม่ง

พี่มันเลือกนั่งบนโซฟา ส่วนผมเลือกที่จะนั่งบนพรม หลังพิงโซฟา ให้โต๊ะเป็นที่วางชีท ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาอ่านไปเงียบๆ ในห้องคือมีแค่เสียงแอร์เท่านั้น จนพี่มันขยับเข้ามาทำหน้างง พร้อมชีทในมือ

“ใอ้สองตัวนี่มันต่างกันตรงไหนวะ”

ผมชะโงกเข้าไปดูชีทที่อยู่ในมือมันที่ยื่นลงมา “อ้อ passive voice ก็ประโยคที่ประธานโดนกระทำ โดยคำกริยาจะ........”

แล้วผมก็ร่ายยาวเรื่องแกรมม่าตรงที่พี่มันถามไป มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่โดนโอบกอด ใอ้คนถามมันลงมานั่งซ้อนหลัง เอาคางวางบนไหล่ผมเรียบร้อย ความร้อนจากคนข้างหลังส่งผ่านมาถึง จนผมรู้ว่าตัวอุ่นไปด้วย

“นี่ นั่งดีๆ สิ ไม่อ่านแล้วเหรอนั่งสืออ่ะ”

“นี่ก็นั่งดีๆ แล้ว” ไม่พูดเฉยพี่มันยังกระชับอ้อมกอดเข้าอีกจนตัวผมแบบชิดไปกับแผ่นอกแกร่ง ผมถึงกับไปไม่เป็น ความรู้ในหัวแตกกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้วT_T

“พารา”

“อะไร” ผมถามทั้งยังก้มหน้าดูชีทที่อยู่ในมือ ไม่กล้าหันไปหน้าไปมา พี่มันอยู่ใกล้เหลือเกิน การที่มันเอาคางมาวางบนบ่าแบบนี้ ใบหน้าอันหล่อเหลาของพี่มันเลยอยู่ระดับเดียวกันกับหน้าผม ซึ่งมันเป็นระยะที่โคตรอันตรายเลย ฮือออออ

“เป็นแฟนกันนะ”

“..... ทุกวันนี้ยังไม่เป็นอีกเหรอ”

“ก็อยากได้ยินอ่ะ....นะ”

“ก็....อืม” ผมพูดเบามาก ไม่รู้พี่มันจะได้ยินหรือเปล่า สงสัยว่าพี่มันคงไม่ได้ยิน มันถึงได้จับผมหมุนตัวไปเผชิญหน้าด้วย ผมแทบจะขึ้นไปนั่งเกยพี่มันอยู่แล้ว กูเขินนนน

“ไหน พูดอีกทีซิ เมื่อกี้ไม่ได้ยิน”

“.....ก็ เออไง” ผมว่าพี่แม่งแกล้ง อยากจะด่ามันแต่ก็ขัดเขินเกินกว่าจะมองหน้า ได้แต่เสมองรอบห้องแทน อกด้านซ้ายรู้สึกจะเต้นแรงขึ้นทุกที ความหวามไหวแปลกแทรกอยู่ในทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ใจจะวาย อยู่ๆ มือใหญ่ก็เชยปลายคางของผมให้หันมาสบสายตาของพี่มัน เรามองสบตากัน ผมแทบจะละลายกับสายตาที่มองมา

จะหันหน้าหนีแต่ก็โดนสายตาคมสะกดไว้ จนไปไม่เป็น พี่มันค่อยโน้มตัวเข้ามาใกล้ ตึก ตึก ตึก หัวใจค่อยๆ เต้นแรงขึ้นตามระยะห่างที่หดน้อยลงเรื่อยๆ ระหว่างเรา

“เดี๋ยว..อื้อออ” ริมฝีปากอ่อนนุ่มบดเบียดกับริมฝีปากของผมที่ยังพูดไม่ทันจบ พี่มันค่อยๆ เอียงหน้าหาองศาที่เหมาะสม บรรจงจูบ ขบเม้น ดูดดึงริมฝีปากล่างก่อนจะค่อยๆ ส่งลิ้นร้อนเข้ามาทักทาย หยอกเย้า กวาดชิมความหวานจากข้างในจนผมตั้งตัวแทบไม่ทัน

“อื้อ..”

สัมผัสหวาบหวามที่มากับรสจูบทำให้ผมลืมหมดทุกสิ่ง ได้แต่ตอบสนองไปตามสัญชาติญาณและการชักจูงของอีกคน รู้ตัวอีกทีผมก็นั่งอยู่บนตักหันหน้าเข้าหาพี่มัน สองมือเกาะอยู่ที่ลำคอแกร่ง เรามองสบตากัน ก่อนที่พี่มันจะเริ่มจูบผมอีกรอบ อีกรอบ และอีกรอบ แล้วหยุดผละออกตอนผมใกล้จะหายใจไม่ทันเท่านั้น เสียงหอบหายใจดังแข่งกับเสียงการทำงานของแอร์ ไม่รู้เราจูบกันนานเท่าไหร่ มารู้ตัวอีกทีคือจูบแผ่วเบาที่ซอกคอ จนขนลุกไปหมด ก่อนพี่มันจะเงยหน้าขึ้นมาถาม

“เราเป็นแฟนกันแล้วนะ”

“...” ยังจะมาถามกูอี๊กกกกกก

ผมไม่ตอบ ได้แต่พยักหน้าในขณะที่ยังซุกอยู่ไหล่อีกฝ่าย

“น่ารัก น่าฟัดโคตรๆ”

น่ารัก น่าฟัดอะไรของมึงงงงงง พูดออกมาได้ กูก็อายเป็นนะเฮ่ย จากตอนแรกที่คิดจะขยับหนี ตอนนี้ผมซุกหน้าเข้าซอกคอ หนักกว่าเดิมจนได้ยินเสียหัวเราะของคนที่จับผมจูบ อย่าให้ถึงคิวผมเอาคืนละกันแม่ง

“ปากเจ่อหมดแล้ว”

“ความผิดใครละวะ พอเลย กลับไปอ่านหนังสือ” จับจูบซะขนาดนั้นแม่ง

ผมดิ้นจนหลุดออกจากคนตัวสูง ซึ่งพี่มันก็ยอมปล่อยแต่โดยดี เราต่างคนต่างกลับมาอ่านหนังสือเงียบๆ บอกเลยกว่าจะเอาตากลับมาโฟกัสบนตัวหนังสือได้ ผมใช้เวลาไปหลายนาที สายตาไม่รักดีมันคอยแต่จะมองไปที่ใอ้หล่อ มองใบหน้าหล่อเหลาแบบชายไทย มองคิ้วเข้มๆ ดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนานุ่มที่เพิ่งได้สัมผัสไป จนใจสั่นขึ้นมาอีกรอบ ต้องบอกตัวเองในใจหลายๆ รอบกว่าสมาธิจะกลับมา โอ้ยยยยย พาราใจบ่ดี อีกแล้ว

“ไปอาบเถอะ ดึกแล้ว”

“หือ?” ใครบอกว่ากูนอนกับมึงครับพี่

ผมหันไปมองนาฬิกา อ้าว เกือบเที่ยงคืน! ชิบหาย อ่านจนลืมเวลา ใอ้หล่อก็ไม่ยอมเตือน

“แผนมึงปะพี่ ไม่บอกเวลากูเนี่ย”

“เออ”

“....” เอ้า รับเฉย คนกำลังจะอ้าปากด่า ถึงกับไปต่อไม่เป็น สุดท้ายจำใจต้องลุกไปอาบน้ำ ด้วยความที่มาบ่อยจนไม่ต้องถามแล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหน หยิบๆ ของเสร็จก็เดินเข้าห้องน้ำไปเลย พอทำธุระเสร็จ พี่มันก็เดินสวนเข้าห้องน้ำต่อ ผมเลยนอนเล่นมือถือส่องชาวบ้านในเฟสอยู่บนเตียง

“พารา เช็ดผมให้หน่อย”

“ไม่มีไดร์เป่าผมเหรอวะพี่” ใช้กูอีกละ

“ไม่มี”

ผมยื่นมือไปรับผ้าเช็ดตัวที่พี่มันยื่นมาให้ ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าเตรียมเช็ดผมให้คนขี้เกียจ พี่มันเดินมานั่งบนเตียงฝั่งเดียวกันกับผม

“นั่งหันหลังดิ เช็ดผมบ้านไหนเค้านั่งหันหน้ามาทางนี้วะ มันเช็ดลำบากโว่ย”

“ไม่อ่ะ ชอบทางนี้”

พูดไม่พูดเปล่ามันยังรั้งเอวผมเข้าไปใกล้ๆ ตัวพี่มัน งืออออ ท่านี้มันไม่ค่อยดีต่อใจT^T

“กะลวนลามกูละสิพี่ กูรู้หรอก วันหลังก็รู้จักซื้อไดร์เป่าผมมาไว้มั่ง มันจะได้แห้งเร็วๆ เสียเวลานอน”

ผมเช็ดไป บ่นไป ใอ้คนโดนบ่นมันก็เอาแต่ทำหน้ากวนอวัยวะที่ใช้เดิน เห็นหรอกว่าแม่งว่ามันแอบยิ้ม นิสัย!

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

กราฟ พาร์ท

ผมเอาซุกที่อกพนักงานเช็ดผมส่วนตัวที่เอาแต่บ่นไปเรื่อย แต่มือก็ไม่หยุดเช็ด ไม่อยากจะยอมรับที่น้องมันพูดมาถูกทั้งหมดนั่นแหละครับ มาถึงห้องแล้วใครมันจะปล่อยให้กลับ ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วการนั่งท่านี้มันออกจะดีต่อใจและตับไตไส้พุง ได้กอดใอ้คนตัวหอมไว้ ฟังน้ำเสียงใสๆ บ่น นี่มันเพราะกว่าฟังเพลงโปรดเสียอีก^_^

“เอ้า แห้งแล้ว ปล่อยๆ”

นั่นละผมถึงได้ปล่อยมัน ให้เจ้าตัวเอาผ้าไปแขวนไว้ก่อนจะกลับมานอนเล่นมือถือบนเตียง

“มานอนได้แล้ว”

“รู้แล้วน่า...เฮ่ย”

ผมดึงพารามากอดทันทีที่น้องมันล้มตัวลงนอน ดูเหมือนน้องมันจะตกใจพอสมควร

“กอดทำไมวะ นอนดีๆ ดิ”

“ก็นี่ไง นอนโคตรดี” ไม่พูดเปล่า ผมยังกระชับอ้อมกอดจนน้องมันมาเกยบนอกผม

“นอนท่านี้ใครมันจะไปนอนหลับวะพี่...อื้อออออ” ผมนอนมองปากแดงๆ ที่อยู่ไม่ไกล อดใจไม่ได้จนต้องยกตัวขึ้นมาจูบหนักๆ บนริมฝีปากนุ่นที่ผมรู้ว่าหวานแค่ไหน

“พอเลยใอ้หื่น”

“หึๆ จะนอนท่าไหนละ” ทันทีที่ผมยอมปล่อยมือ พารามันก็นอนหันหลังใอ้ผมทันที ท่านี้มันก็ยิ่งดีนะสิ^_^

“อย่าลักหลักกูละพี่” ความคิดดี ฮ่าๆ

ผมกอดน้องมันจากข้างหลังแนบแน่น จนแผ่นหลังของน้องมันแนบไปกับอกอุ่นๆ ของผม อดใจไม่ไหวต้องก้มไปหอมหัวทุยๆ ก่อนจะซุกหน้าลงกับหลังคอขาวสูดดมกลิ่นหอมของครีมอาบน้ำจากตัวน้องมัน กอดจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวพวกเราทั้งสองคน

“นอนเถอะ ไม่ทำอะไรหรอก”

“อือ....พี่”

“หือ?”

“ทำไมมึงชอบกูวะ ชอบตรงไหนอ่ะ กูไม่เห็นมีอะไรดีเลย เรียนก็งั้นๆ นิสัยก็อย่างที่เห็น โอเคน่าตาอาจจะดี แต่คนหน้าตาดีกว่ากูมีอีกเยอะแยะ”

“...ไม่รู้เหมือนกัน ตอนแรกก็แค่ถูกใจว่ามึงตลกดี ชอบทำหน้ากวนตีนแต่ก็น่ารัก ชอบบ่นแต่ก็ช่วยเหลือคนอื่น ก็ไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่กูอยากเห็นหน้า อยากอยู่ใกล้ อยากแกล้ง รู้ตัวอีกที...ก็อย่างที่เห็น ติดยาพาราซะแล้ว”

แล้วน้องมันก็เงียบไป ปล่อยให้ผมจมอยู่กับความคิด คิดถึงความน่ารัก น่าฟัด คิดถึงปากแดงๆ ที่บวมเจ่อเพราะจูบมาราธอนของผม คิดถึงหน้าขาวๆ ที่แต่งแต้มไปด้วยสีแดงเพราะความอาย มันแดงจัดจนลามใบถึงใบหู ลำคอก็แดงเทือกไปหมด คิดถึงมาถึงตรงนี้ ลำคำก็แห้งผาก ใจก็เหมือนจะเร็วขึ้นอีกแล้ว พอก่อนๆ เดี๋ยวก็ไม่หลับไม่ได้นอนกันพอ ผมนอนหลับไปพร้อมกับความจริงที่ว่า ....... เราเป็นแฟนกันแล้ว โคตรมีความสุข^______^


NC

ร่างที่ขยับยุกยิกไปมาในอ้อมกอด กับสองแขนที่กอดกระชับ พลางลูบสีข้างไปมา ขาที่เสียดสีไปมาอยู่ระหว่าขา มาค่อยๆ ปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้น ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่ ก่อนจะค่อยๆ ก้มมองคนที่ยังหลับไหลซุกตัวในอ้อมแขน อาจเป็นเพราะความเย็น พาราเลยพยายาหาท่าที่สบายให้ตัวไม่เอง ไม่ก็คงคิดว่าผมเป็นหมอนข้างอีกเช่นเคยถึงได้เบียดเข้ามาแบบนี้

ลำตัวเบียดกันอยู่แนบชิด ท่อนล่างเบียดเข้ามาจนผมเริ่มรู้สึกร้อนรุ่ม ความร้อนค่อยๆ แผ่ขยายลุกลาม จนอะไรๆ ของผมค่อยตื่นขึ้นมา สัมผัสหน้าหน้าขาที่ถูไถไปมากับกลางลำตัวทำให้ผมทรมาน จนต้องระบายความรู้สึกด้วยการหายใจหนักๆ ร่างกายเหมือนจะเคลื่อนไปเองโดยไม่ได้สั่ง ใบหน้าค่อยๆ โน้มลงไปขบเม้มที่ติ่งหูขาวใส ขบกันเบาจนได้ยินเสียงของคนในอ้อมกอด

“อื้ออ”

ผมค่อยขยับลงจากติ่งหูบาง พรมจูบลงมาตามลำคอขาวกอดจะมาซุกไซร้ที่ซอกคอหอม ตามด้วยไหกระดูกปลาร้าที่ช่างดึงดูด ในขณะที่มือผมก็ค่อยสอดเข้าไปใต้เสื้อนอนตัวใหญ่ ลูปไล้แผ่นอกจนสัมผัสกับติ่งเนื้อ ใช้ท้องนิ้วกระกิดเบาๆ จนน้องมันสะดุ้ง

“อื้ออ พี่มึงทำไร?”

นอกจากจะไม่ตอบคำถามแล้วผมยังพลิกตัวขึ้นมาคร่อมอยู่ด้านบน ก่อนจะกดจูบกับริมฝีปากของคนถาม ดูดดึงแรงๆ จนคนใต้ร่างมันตื่นเต็มตา น้องมันพยายามจะผลักผมออกแต่ตัวเท่ามันหรือจะผลักผมได้ ผมจับสองมือของน้องไปกดไว้เหนือศรีษะด้วยมือเดียว อีกมือเลิกเสื้อนอนขึ้นไปกองที่คอ ก่อนจะค่อยๆ ก้มคงมาจูบซับยอดอกเบาๆ ใช้ลิ้นโรมเลีย ดูดดุนจนติ่งเนื้อน่ารักแข็งตัว

“อ๊ะ...อา”

เสียงครางของคนใต้ร่างเป็นยิ่งกว่ายากระตุ้นชั้นดี ผมปล่อยมือที่จับน้องอยู่ เลื่อนมานิ้วมาเขี่ยยอดอกอีกข้าง จนรับรู้ได้ถึงสั่นสะท้านของพารา

“พี่...มันเสียว พอก่อน”

พูดแบบนี้ใครมันจะไปพอ!

นอกจากประท้วงแล้ว พารามันก็ไม่ได้ผลักไสผม นอกจากยกมือมาเกาะไว้ที่ไหล่ ปล่อยให้ผมได้สำรวจเรือนร่างขาวผ่องของน้องมันต่อ ผมยกตัวขึ้นกลับไปประกบริมฝีปากนุ่ม ครอบครองความหวานฝ่านเรียวลิ้นที่แทรกเข้าไป เกาะเกี่ยว รัดรึง กวาดความหวานจากภายในโพรงปากคนตัวเล็กกว่า ในขณะที่มืออีกข้างก็ค่อยๆ ไล้ลงจนมาถึงขอบการเกง ก่อนจะดึงลงไปกองอยู่ต้นขา สอดเข้าไปกอบกุมตัวตนของอีกคน บีบกระชับเบาๆ จนพาราน้อยที่ตื่นขึ้นนิดๆ ตื่นขึ้นมาเต็มตัว

“ชอบมั้ย?” ถามไปไม่ได้ต้องการคำตอบหรอกนะครับ

“อา...”

เสียงครางยั่วยวน กับตัวตนอุ่นจัดในมือทำให้ผมแทบทนไม่ไหว ต้องตระโบมจูมอีกคนอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกันมือที่กอบกุมพาราน้อยก็ค่อยๆ รูดขึ้นลงจากช้าไปเร็ว จากเร็วไปช้า ทั้งห้องนอนปกคลุมไปเสียงครางหวานใสของพารากับเสียงหอบหายใจหนักของผม

“พี่..กะ..กู.จะถึงแล้ว..อึก..”

พาราพยายามจะยื่นมือตัวเองไปกุมแก่นกายตังเองแต่ผมปัดมือน้องมันออกก่อนจะเร่งความเร็วมือ ขึ้นลง อยู่ไม่นาน น้องแก่นกายก็พ่นน้ำออกมาจนเลอะมือผม

“อ๊ะ ...อา....”

หลังจากเช็ดมือตังเองกับกางเกงนอนง่ายๆ ผมก็พลิกลงมานอนด้านข้าง แล้ว จับพาราให้นอนตะแคงมาทางผม ก่อนจะจูบริมฝีปาก ดูดริมฝีปากล่างจนคิดว่ามันคงบวมเจ่อไปแล้ว มือก็ดึงการเกงนอนน้องขึ้นมาที่เดิม ลูบไล้ไปมาแถวหน้าท้องจนน้องมันสะดุ้งอีกรอบ

“ชอบมั้ย? ..รู้สึกดีมั้ย?”

“...อืม...” เสียงตอบเบาๆ เพราะยังคงติดอยู่ที่ริมฝีผากของเราทั้งคู่ ผมผละออกครู่นึง

“งั้น ทำให้กูมั่งสิ”

ไม่พูดเปล่า ผมจับมือน้องมันไปวางลงบนตัวตนของผมที่แข็งตั้งแต่แรก แค่เพียงมือน้องมันสัมผัสผ่านเสื้อผ้า ร่างกายผมก็สั่นสะท้านแล้ว

“พารา...”

เสียงแหบพร่าของผมดังอยู่เหนือศรีษะหอมๆ ของน้องมัน ตอนที่พาราใช้มือสอดเข้าไปในกางเกงผมแทนการสัมผัสผ่านเนื้อผ้า กางเกงนอนถูกดึงลงไป ที่หน้าขา พร้อมกับที่มือนุ่มค่อยๆ กอบกุมตัวตนที่แข็งขืนของผม มือนั้นนวดเบาๆ ไปมา ก่อนจะลูบวนบนส่วนหัวแล้วรูดขึ้นลง จนผมเสียวสะท้านไปทั้งแก่นกาย

ความสุขจากมือนุ่มที่ชักขึ้นลงอยู่นั้นแทบทำให้ผมทนไม่ได้ ต้องโน้มตัวลงไปจูบคนตรงหน้าอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง กลีบปากถูกแยกออกอีกครั้งพร้อมกับที่ผมส่งลิ้นเข้าไปกวาดล้างทุกสิ่งที่อยู่ในโพรงปาก มือเลื่อนลงไปเกาะกุมน้องชายของพาราอีกครั้ง ลูบไล้จนส่วนนั้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง จนได้ยินครางของน้องมันอีกรอบ

“อืมมมม...

“อา”

ในห้องตอนนี้ไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร ปากเราจูบกัน ในขณะที่มือก็ให้ความสุขแก่กัน ความเสียวซ่านพัดพาให้เราสองคนตกอยู่ในวงวนกามารมณ์จนคิดอะไรไม่ได้ ได้แต่ทำตามสัญชาตญาณดิบเท่านั้น จวบจนความสุขมาจ่อถึงปลายทาง ผมรู้สึกตัวตนใกล้จะระเบิดเต็มที จึงได้เร่งมือรูดแก่นกายน้องมันจนพาราครางเสียงหลง

“พี่...จะถึงแล้ว....ฮึก”

“พร้อมกันนะ”

พอได้สัญญาณ มือของเราสองคนก็เร่งจังหวะ จนสุดท้ายก็ระเบิดความสุขออกมา ทุกอย่างแตกกระจาย ร่างกายสั่นสะท้านจนต้องกอดกันไว้แน่น ทำให้สิ่งที่พ่นออกมาเลอะหน้าท้องพวกเราไปหมด

เสียงหอบหายใจยังคงดังก้องอยู่ในห้องที่เงียบสงบนี้ ผมก้มลงไปจูบหนักๆ อีกหลายที ก่อนจะลุกไปหาผ้ามาเช็ดทำความสะอาคนให้คนที่นอนหายใจแรงอยู่บนเตียง ดึงกางเกงกลับมาอยู่ในที่ที่มันควรอยู่ แล้วค่อยกลับมาจัดการกับตัวเอง แล้วล้มตัวลงนอนแล้วดึงคนน่ารักมากอดอีกรอบ

“พี่ มึงลักหลับกูอ่ะ”

ผมได้แต่หัวเราะกับคำกล่าวหาของน้องมัน เพราะครั้งนี้ผมก็ทำจริงๆ ถึงจะยังไม่ถึงที่สุดก็เถอะ

“แล้วชอบมั้ยละ”

“.....เออ...ชอบ”

แล้วคนในอ้อมกอดก็ตอบกลับมาด้วยคำตอบที่โคตรถูกใจ ผมชอบใอ้พาราตรงนี้แหละ ชอบที่มันพูดตรงๆ ชอบก็บอกชอบ คิดยังไงก็บอกแบบนั้น ซึ่งผมว่ามันดี ไม่ต้องมาคาดเดาเอาเอง

“แม่งน่ารัก...” จูบเบาๆ ที่หน้าผากบน แล้วปล่อยให้คนขี้อ่อยนอนไป ฝันดีครับ

ล้วคนในอ้อมกอดก็ตอบกลับมาด้วยคำตอบที่โคตรถูกใจ ผมชอบใอ้พาราตรงนี้แหละ ชอบที่มันพูดตรงๆ ชอบก็บอกชอบ คิดยังไงก็บอกแบบนั้น ซึ่งผมว่ามันดี ไม่ต้องมาคาดเดาเอาเอง

“แม่งน่ารัก...” จูบเบาๆ ที่หน้าผากบน แล้วปล่อยให้คนขี้อ่อยนอนไป ฝันดีครับ

 


 :bye2: :bye2: :bye2:
 



ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ตอนที่ 14 มีคนนอยล์
[/b][/size]


9 โมงเช้าไม่ถือว่าเช้า ไม่ถือว่าสาย แต่ตลาดวายแน่นอน (บ่นอะไร) ผมก้มหน้าก้มตาแทะปาท่องโก๋บนโต๊ะอาหาร สลับกันดื่มน้ำเต้าหูไปหลายอึก ไม่รู้ว่าใอ้หล่อมันลงไปซื้อตอนไหน ไม่ได้หิวหรอกนะครับ กินแก้เขิน! @__@

อายเพราะเรื่องหืดหาดเมื่อเช้ามืดนี่ไง ผมจะไม่แกล้งโง่บอกว่าตัวเองจำไม่ได้หรอกนะ และเพราะผมจำได้ขึ้นใจเลยไง ทั้งภาพ ทั้งเสียงคมชัดยิ่งกว่า4D งืออออ อย่าคิดดดดดดดดดดด

ถึงได้มานั่งกินแบบไม่พูดไม่จาอยู่นี่แหละ

“อร่อยมั้ย?”

ถามดีๆโดยที่ไม่ต้องเอาคางมาเกยกูได้ครับเพ่ หืออออออ ด้วยความที่โต๊ะกินข้าวบ้านพี่มันเป็นแบบยกสูง เก้าอีกก็เป็นแบบทรงสูงที่สามารถนั่งห้อยขาแล้วหมุนได้รอบตัว พอพี่มันมานั่งซ้อนหลังผมเลยสามารถเอาคางแข็งๆมาเกยไหล่ผมได้ไง อยากรู้ว่ามันเป็นไหน ที่ไอเกียมีขายครับ(ผมไม่ได้ค่าโฆษณานะ)

“อืมอร่อย....กินมั้ย?”

“กิน ป้อนหน่อย”

แฟนผมกลายเป็นง่อยไปซะละครับท่านผู้ชม ที่จริงกะจะให้ผีที่เกาะหลังอยู่ไปนั่งกินดีๆ แต่พี่แม่งไม่หลงกลผมงะ กินธรรมดาก็ไม่ได้นะ ต้องกินไปหอมไป โอ้ยยยยย

“วันนี้มึงไปไหน?”

“กลับบ้านอ่ะพี่ กลับมาอีกทีก็วันที่มีเรียนเลย”

อาทิตย์นี้มันอยู่ 3 วัน ผมเลยคิดว่ากลับบ้านเอาหน้าไปให้ป๊าเห็นก่อน เดี๋ยวป๊าลืมหน้าลูกชายขึ้นมาละแย่ ก็ตั้งแต่เปิดเทอมมา ผมยังไม่ได้กลับบ้านซักอาทิตย์เพราะกิจกรรมค่อยข้างเยอะ

“ไปด้วยดิ”

“ไปทำไม มึงก็กลับบ้านตัวเองไปดิพี่” ว่าแต่บ้านพี่มันอยู่ไหนวะฮ่าๆ

“ล้อเล่นหรอก กูกลับบ้านเหมือนกัน ต้องพาลูกพี่ลูกน้องกลับกรุงเทพด้วย” อ้อ เป็นเด็กเตบนี่เอง

พวกเราคุยไปด้วย กินไปด้วย หรือจะพูดให้ถูกคือผมเนี่ย ป้อน พี่มันกิน จน 10 โมงกว่าพี่มันเลยขับรถมาส่งที่หอในอีกครั้ง เพราะผมต้องกลับมาเอารถ

“ไปนะพี่ เดี๋ยวซื้อเค้กแถวบ้านมาฝาก หรืออยากได้กะปิ?” แถวบ้านกระปิเยอะ__

“กวนตีน ไปได้แล้ว อย่าลืมรับโทรศัพท์ด้วยละ แล้วเจอกันวันอังคาร”

และเพราะความกวนตีนน้อยๆของผมเลยได้มะเหงกมาแทนพร้อมรายการบ่นยืดยาว พี่มันช่างเป็นแฟนที่ดีจริงๆ (ประชด) ตอนแรกทำไมเหมือนใอ้หล่อมันไม่ค่อยพูดวะ ตอนนี้ละบ่นเก่ง มันติดจากใครมา สงสัย?

คนแต่งขอตอบแทนคนอ่าน ติดมาจากแกนั่นแหละ



ผมคิดนั่น โน่น นี่จนกลับมาถึงห้อง แล้วเจอเดอะแก๊งมันล้อมวงโซ้ยโจ๊กกันอยู่ แม่งตั้งวง(โจ๊ก)แต่เช้าเลย ฮ่าๆ

“ไงมึง ได้กันยัง?” ได้พ่องงงงงงงงง

“ผัวมาส่งเหรอ?” ผัวมึงสิ

“กินข้าวมายัง?” ใช่ครับ ยังคงเป็นรูมเมทของผมที่มีสาระที่สุด ไม่เหมือนใอ้สองตัวจากห้อง 208 แม่งกวนตีน

“กินแล้ว แต่ยังอยากจะกินหัวใอ้จันทร์กับใอ้ปีย์อีกวะ” พูดไม่พูดเปล่า ผมถีบแม่งไปเบาๆคนทีละ

“กูเก็บของก่อนแป๊บ”

วันนี้ทุกคนกลับบ้านหมดเลย ใอ้คู่หูจันทร์-ปีย์ บ้านมันอยู่แถวนี้เลยไม่รีบ ส่วนใอ้อาร์ตบ้านอยู่จันทบุรี ผมเลยจะไปส่งมันเอง หลังจากเก็บของเสร็จ พวกผมก็แยกย้ายกันไป ใอ้คู่หูมหาปะลัยกลับห้องนอน ส่วนผมกับอาร์ตก็ขับรถกลับบ้าน กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็บ่าย 3 กว่า แดดแม่งแรงโคตรๆ จอดรถเสร็จต้องรีบวิ่งเข้าบ้าน กลัวตัวเองละลาย

วันนี้ป๊าไม่อยู่บ้าน สงสัยยังอยู่ที่โรงงาน บ้านผมทำธุรกิจส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งครับ เป็นธุรกิจไม่เล็กไม่ใหญ่ไม่ถึงกับเป็นมหาชน แต่ก็เป็นไปได้สวย (ป๊าบอกมาอ่ะนะ) ลูกค้าหลักๆก็ฝั่งยุโรป นี่จึงเป็นเหตุผมว่าทำไมผมเลือกเรียนคณะและเอกนี้

ผมเอาของขึ้นไปเก็บแล้วแอบหลับไปหลายชั่วโมง จนเย็นได้ได้ออกมา เห็นป๊านั่งดูทีวีพอดี

“อ้าวพารา กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ลูก?”

“ตอนบ่ายอ่ะป๊า” ผมเดินมานั่งที่โซฟาเดี๋ยวใกล้ๆป๊า

“มหาลัยเป็นไงมั่ง เดือนมหาลัย?” นี่มีแซวลูกตัวเอง เออ

ผมเลยต้องนั่งสาธยายการเรียน กิจกรรม เพื่อนฝูง ให้ป๊าฟัง ซึ่งผมเองก็ชอบมาก ชอบที่ชีวิตตอนนี้มันดูไม่ว่างเปล่าอีกแล้ว มีเพื่อนที่ดี มีรุ่นพี่ที่คอยใส่ใจ กลับบ้านมาก็มีป๊า มีป้าอิ่ม คนดูบ้าน มีลุงสน คนขับรถของป๊า ที่คอยห่วงใย ไม่เหมือนตอนนั้นที่ถึงแม้จะมีคนอยู่รอบตัวเยอะแยะแต่กลับรู้สึกว่าตัวเองไม่มีใคร

ผมกับป๊าเราคุยกันยาวจนถึงเวลากินข้าว ก่อนจะแยกย้ายกัน ผมกลับห้องไปคุยกับใอ้หล่อมัน มันโทรมาจริงๆครับ บอกว่าตอนนี้อยู่กรุงเทพ ถามว่าผมอยากได้อะไรจากกรุงเทพมั้ย ผมเลยบอกว่า เอาอนุเสาวรีย์ชัยมาฝากหน่อย มันเลยวางสายไปแล้ว ฮ่าๆๆ นิสัยกวนตีนนี้ พี่ได้แต่ใดมา ถามใอ้พาราสิจะบอกให้^___^



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



วันหยุดไม่กี่วันก็ผ่านไปโดยที่ผมเอาแต่นั่งๆนอนอยู่ในบ้านนั่นแหละ ก็มันแม่งโคตรร้อนจนไม่อยากออกไปไหนเลย หลังรถตอนนี้มีกล่องเค้กอยู่หลายกล่อง ก็เอาไปฝากเพื่อนๆกับใอ้หล่อนั่นแหละครับ ผมออกจากบ้านมาเช้าหน่อย เพราะแถวนี้รถติดมาก ขนาดว่าออกมาเช้าหน่อย ผมยังมาถึงมอ 9 โมงกว่าเลย วันนี้เรียนวิชาคณะตอน 10โมง มาถึงก็ตรงไปเข้าห้องเรียนพร้อมกล่องเค้ก



"วันนี้กินข้าวใต้ตึกนะ ขี้เกียจเดินไปเดินมา” ใอ้จันทร์กระซิบในระหว่างที่อาจารย์ยังพูดปาวๆอยู่หน้าชั้น พวกเรายังมีเรียนอีกตัวที่ตึกนี้ตอนบ่ายโมง

“พวกมึงไปกินเลย เดี๋ยวกูเอาเค้กไปให้พี่มันก่อน”

ตั้งแต่เช้าได้แค่คุยกันทางโทรศัพท์นิดนึงตอนผมขับรถกลับ ยังไม่เจอหน้าพี่มันเลย ผมเลยกะว่าจะเอาเค้กไปให้พี่มันระหว่างพักเที่ยง พี่มันคงกินข้าวอยู่ในโรงอาหารคณะมันนั่นแหละ

เรียนเสร็จผมก็แยกกับเดอะแก๊งพร้อมกล่องเค้กขึ้นชื่อ เดินผ่านลานจอดรถที่สองคณะใช้ร่วมกันไปคณะที่ขึ้นชื่อผู้ชายเถื่อนอยู่เยอะที่สุด ผมเดินตรงไปโรงอาหารของคณะที่อยู่ชั้นหนึ่ง ค่อนไปทางด้านหลังตึก ตอนนี้นิสิตที่พักเที่ยงก็เหมือนกับมด เยอะแยะไปหมด มีที่ใส่ชุดนิสิตเหมือนผมบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะใส่ช็อปกัน ผมเลยรู้สึกว่าตัวเองเดินหลุดเข้ามาในดงอะไรซักอย่าง ไม่กล้าเดินหาไปทั่วละ

ผมเดินไปหลบมุมกะว่าจะโทรถามพี่มันว่าอยู่แถวไหน แต่ยังไม่ทันได้ยกมือถือขึ้นมากด สายตาก็เหลือบไปเห็นพี่มันซะก่อน พี่มันนั่งอยู่ม้าหินอ่อนด้านข้างของโรงอาหาร ด้านข้างมีผู้หญิงใส่ช็อปสีเดียวกันนั่งอยู่ด้วย ส่วนพี่คินนั่งอยู่ตรงข้าม

ผู้หญิงคนนั้นหันไปคุยกันอะไรซักอย่างกับพี่มัน แล้วทั้งสองก็หัวเราะเสียดัง พี่มันดูมีความสุขมาก ผมไม่เคยเห็นพี่มันหัวเราะเสียงดัง ยิ้มปากกว้างขนาดนี้มาก่อนเลย อยู่ๆพี่มันก็โอบรอบคอผู้หญิงคนนั้น ดึงเข้าหาตัวก่อนจะใช้อีกมือขยี้ผมอีกฝ่าย แล้วทั้งสองก็หยอกล้อกันโดยมีพี่คินนั่งหังเราะอยู่ใกล้ๆ

ตกใจ นั่นคือความรู้สึกของผมที่เห็นภาพนั้นอยู่ต่อหน้า มือที่ถือกล่องเค้กอยู่สั่นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ผมรู้สึกหายใจติดขัดเหมือนกับว่าแถวนี้ไม่มีอากาศให้หายใจ จนต้องรีบเก็บมือถือแล้วหันหลังเดินออกมาทางเดิม เพื่อออกมาตั้งหลัก ตาสงสัยผมจะออกมาตั้งหลักไกลไปซักหน่อย เดินจนถึงทางออกหน้าคณะ ผมถึงได้เห็นพี่ไทม์ที่เดินเข้ามา

“อ้าว พารา มาทำไรวะ หาใอ้กราฟเหรอ?”

“อ่ะ..เอ่อ ครับ กะว่าจะเอาเค้กมาให้ งั้นผมฝากพี่แล้วกัน พอดีผมมีเรียนต่อ ไปก่อนนะเว่ยพี่”

ผมรีบยื่นเค้กให้พี่มัน รู้สึกว่ามือตัวเองเย็นเฉียบไปหมดตอนนี้แตะโดนมือพี่มัน ผมรีบวิ่งออกมาจนกลับมาถึงใต้ตึกคณะถึงได้หยุด ก้มลงมองมือตัวเองที่ยังคงสั่นน้อยๆ และพยายามบอกตัวเองว่า มันคงไม่มีอะไรหรอก คงเป็นเพื่อนกันนั่นแหละ ก็ผู้หญิงคณะนี้มันมีไม่เยอะ คงจะสนิทกันเป็นธรรมดา

“พวกมึงอยู่ตรงไหนวะ”

โทรถามให้อาร์ตเสร็จก็กลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ตอนบ่ายก็เข้าเรียนแบบใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันคอยแต่จะคิดไปถึงภาพความสนิทสนมนั่น สลัดยังไงก็สลัดไม่หลุด เป็นไงละ กะจะไปเซอร์ไพรส์เค้า เจอเซอร์ไพรส์ซะเองถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยผม



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



เลิกเรียนจนกลับมานอนแผ่หลาบนเตียงที่หอแล้วผมก็ยังมีอาการเหงาเป็นหมาหงอยอยู่ ภาพที่พี่มันหยอกล้อกับผู้หญิงคนนั้นก็แวบเข้ามาเป็นพักๆ พยายามสะกดจิตตัวให้ลืมๆมันไปซะ

“เป็นไรมึง เอ๋อแดกหรือ กูเห็นตั้งแต่บ่ายละ”

“ไม่มีไร ก็แค่เหนื่อยๆ สงสัยเพราะเมื่อเช้าตื่นวะ” ผมไม่ได้เล่าให้ใครฟังหรอกนะครับ เพราะผมเองก็ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เกิดมันไม่มีอะไรขึ้นละ ผมหน้าแตกพอดี

“งั้นมึงจะออกไปกินข้าวกับพวกกูป่าว หรือจะนอน?”

“กูนอนดีกว่า ฝากมึงซื้อข้าวมาให้ด้วยละกัน เอารถกูไปดิ กุญแจอยู่บนโต๊ะอ่ะ”

ใอ้อาร์ตออกไปพร้อมกุญแจ ผมเลยกะว่าจะนอนซักชั่วโมง แต่อาจจะเป็นเพราะผมจะเหนื่อยจริงๆ เลยหลับยาวไปหลายชั่วโมง ตื่นมาฟ้าก็มืดแล้ว หยิบมือถือมาดู ก่อนจะเห็นสายไม่ได้รับอยู่ กับข้อความที่ส่งมาจากพี่มัน

Gantitatt 1PM: เค้กอร่อย ขอบใจนะ

Gantitat 3PM: เลิกเรียนยัง?

Gantitat 4:32PM:ทำไมไม่รับโทรศัพท์?

Gantitat5:05 PM :อยู่ไหน?

Gantitatt 6:10PM: ไม่ตอบ?

ผมค่อยๆไล่อ่านข้อความที่พี่มันส่งมา ตั้งแต่เมื่อตอนกลางวัน ผมปิดการแจ้งเตือนไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน แล้วก็ลืมเปิดจนมาถึงตอนนี้ เห็นข้อความที่พี่มันส่งมาก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย พี่มันก็ยังห่วงอยู่นี่นา

Para­_nasi 7:35PM: โทษที หลับอยู่วะพี่

Rrrrrrrrrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

ส่งข้อความไปไม่นาน พี่มันก็โทรกลับมาทันที คงอยู่ที่บาร์ไหนซักที่ เสียงเพลงค่อยข้างดังจนลอดเข้าในโทรศัพท์

(เป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า)”

“เปล่าหรอก เหนื่อย เลยนอนเฉยๆ พี่ มึงทำไรอยู่อ่ะ กินข้าวกันปะ?”

(วันนี้ไม่ว่างวะ ตอนนี้อยู่ที่งานวันเกิดเพื่อน พรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วจะพาไปนะ)

“เออ ก็ได้” หงอยหนักกว่าเดิม

(แค่นี้ก่อนนะ เสียงมันดัง)”

“อืม บายเว่ย” เฮ่อออออออ

ทำไมมันรู้สึกผิดหวัง น้อยใจวะ? แค่เพราะว่าพี่มันไม่ว่าง หรือมันสาเหตุมันมีมากกว่านั้น ผมก็ไม่อยากจะคิดให้ลึกกว่านี้ ได้แต่พยายามหาเรื่องอื่นมาคิดแทน วันนี้คงได้ฝากท้องกลับข้างกล่องจริงๆ ใอ้พวกนั้นก็ยังไม่กลับมา สงสัยจะไปหาเต๊าะสาว ผมเลยลุกไปอาบน้ำ กะว่าจะทำรายงานที่อาจารย์วันนี้ฆ่าเวลารอพวกนั้น

สรุปแล้วผมได้กินข้าวตอน 2 ทุ่ม พวกแม่งโคตรรักเพื่อนเลย กินเสร็จทุกคนก็เข้ามากองรวมกันในห้องผม ทำรายงานกลุ่มที่อาจารย์ให้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แล้วต้องพรีเซนต์พรุ่งนี้ เป็นไงครับพวกผมขยันมั้ยละ งานส่งพรุ่งนี้ ทำวันนี้ เผางานกันสุดตีน*_* กลุ่มผมที่จริงมีเนย เพื่อนที่ประกวดดาวคณะกับผมด้วย แต่ด้วยความที่พวกเรามีแต่ผู้ชาย เลยเอางานมาทำเอง เนยเลยสบายไป

กว่าจะทำเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่า ทุกคนแยกย้ายกันไปนอน ผมเช็คมือถือดูอีกรอบก่อนจะนอน เงียบ ไม่มีข้อความใดๆจากพี่มันเลย ผมเลยส่งข้อความไปว่าจะนอนแล้ว

Para_nasi 00:32 AM นอนละนะgood night

มันขึ้นว่าอ่านแล้ว แต่ไม่มีคำตอบ มันคืออะไร? ผมนอนจ้องโทรศัพท์อยู่ 10 กว่านาที ก็ยังไม่มีข้อความข้อเลยตัดสินใจปิดการแจ้งเตือน แล้วพยายามหลับตานอน ทำไมมันรู้สึกหน่วงๆที่ใจจัง

 :bye2: :bye2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1
Re: Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ
«ตอบ #20 เมื่อ26-06-2020 00:13:34 »

 :กอด1:
 :pig4:

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ตอนที่ 15 กฎของคนแพ้คือต้องดูแลตัว



ตื่นเช้ามาด้วยอาการสะลืมสะลือ เพราะแทบไม่นอน ถ้าไปส่งกระจกตอนนี้ ผมอาจจะได้เห็นหมีแพนด้าก็เป็นได้ เมื่อคืนกว่าจะข่มตานอนได้ปาเข้าไปตี 3

“ไหวมั้ยมึง ใอ้ห่า ยังกับศพ” นี่คือคำทักทายตอนเช้าวันพุธของมึงเหรออาร์ต

“เชี่ย โคตรง่วง มึงขับนะ”

ผมโยนกุญแจรถให้อาร์ตมันขับ ก่อนจะเก็บกระเป๋า หอบเอารายงานที่เผากันร้อนๆเมื่อคืนเดินไปขึ้นรถ พร้อมใอ้จันทร์กับใอ้ปีย์ที่รออยู่หน้าห้อง วันนี้ดันมีเรียนเช้า โอย ชีวิตใอ้พาราจะดับแหล่มิดับแหล่

“กูหาไรแดกก่อนนะ”

มาถึงคณะ สิ่งแรกที่เดอะแก็งทำคือรีบเดินไปหาของกิน ส่วนผมนี่กินไม่ลง ร่างกายตอนนี้ต้องการตาเฟอีนมากกว่าเลยเดินไปซื้อกาแฟมากิน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าตังค์ไว้ในรถ ที่จริงก็ลืมทั้งกระเป๋าสะพายนั่นแหละครับ เลยต้องเดินกบัยไปที่รถอีกรอบ ดีว่ากุญแจอยู่เอามาจากใอ้อาร์ตแล้ว

เดินมาถึงรถ ยังไม่ทันได้กดรีโมทคอนโทรลก็ดันไปเห็น ชาย-หญิงคู่นึงที่ยืนหันหลังให้ผมอยู่ไม่ไกล ผู้หญิงเกาะแขนข้างขวา ส่วนผู้ชายก็เอามือผลักหัวเธอไปมา หยอกล้อกันก่อนจะเดินไปถึงคณะ ผู้ชายนะผู้รู้จักดี ก็พี่มันไง ส่วนผู้หญิงผมไม่รู้ แต่น่าจะเป็นคนที่ผมเห็นเมื่อวาน เพราะใส่ช็อปด้วย



อย่าถามเลยว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไง ชา มันชาไปหมดทั้งตัว เหมือนอากาศปะเทศไทยอยู่ๆ ก็ติดลบขึ้นมาจนมือเท้าผมเย็นเฉียบ ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งใจว่าจะโทรหามัน แต่พอเห็นมือถือที่ไม่มีทั้งสายโทรเข้า ไม่มีทั้งข้อความ เลยเปลี่ยนใจยัดมันเข้าไปในกางเกงเหมือนเดิม ก่อนจะเปิดรถ หยิบกระเป๋าและเอกสารเดินขึ้นตึกแทนร้านกาแฟ นาทีนี้ไม่ได้มีความรู้อยากจะกินอะไรแล้ว

“พารา หน้ามึงดูซีดๆนะ ไม่สบายหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไรเนย เราแค่นอนน้อย ตอนนี้เลยง่วงมาก”

ตอนนี้เรานั่งกันเป็นกลุ่มเพื่อพรีเซ้นต์งานกลุ่มครับ กลุ่มพวกรายงานไปแล้ว โดย เนยกับใอ้อาร์ต ส่วนผมกับ ใอ้จันทร์ ใอ้ปีย์ ไปยืนเป็นไม้ประดับก่อนจะเดินกลับมานั่งฟังกลุ่มอื่นพรีเซ้นต์บ้าง

“แต่กูว่าเหมือนวิญญาณมึงออกจากร่างมากกว่า” อันนี้ใอ้ปัย์หันมากระซิบกับผม เดี๋ยวกูถีบซักทีดีมั้ย



แล้วอยู่ๆใอ้จันทร์เจ้าพ่อโซเชียลก็ยื่นโทรศัพท์มันที่เปิดเฟซบุ๊กใอ้หล่อให้ผมดู มันไม่ได้โพสน์เองหรอกนะครับ ดูเหมือนจะเป็นการแทคกันมาจากเฟสคนอื่น มีครบทั้งพี่คิน พี่ไทม์เลย

@Gantitat G. @Kin @Onec upon a timeปาร์ตี้เมื่อคืนสนุกมากThanks you all! Heart /Heart /Heart

**//แนบรูป**

Chan Jirakorn: พี่แม่งไม่ชวน เจ้าของวันเกิดสวยง่า อยากจีบ

Kin: @Chan Jirakorn:ข้ามศพพวกกูไปก่อนใอ้น้อง

Gantitat G: จีบเจอตีน

Piyaphat : @kantitat G นอกใจเพื่อนผมเหรอวะพี่?



เป็นรูปที่พวกพี่แม่งนั่งอยู่ในบาร์ที่พวกเราเคยไปนั่นแหละครับ แต่คราวนี้มีคนอยู่เฟรมเยอะพอสมควร พี่ทั้งสามคือนั่งติดกัน แต่ละคนหน้าตาแต่งแต้มไปด้วยเค้ก แต่ปัญหาคือผู้หญิงที่นั่งกอดคอพี่มัน อีกมือเอาเค้กเตรียมป้อนใอ้หล่อ แล้วพี่มันก็ใช้แขนกอดคอ มือนึงจับจับแขนที่อีกฝ่าย เล่นกันสนุกทีเดียว



อีกแล้ว! ผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว แล้วดูเหมือนเธอจะเป็นเจ้าของวันเกิดที่พี่มันว่าด้วย ผมกดตามเข้าไปดูเฟสเธอ (ผมเสือก ผมยอมรับ) แต่ก็เห็นไม่เยอะนักเพราะเธอคงตั้งเป็น ไพรเวทไว้ เห็นแค่รูปโปรไฟลก็ชัดเจนดี



อ้อ ที่ไม่ว่างเพราะต้องไปงานวันเกิดเธอคนนี้นี่เอง ที่ไม่ตอบไลน์ผมก็เพราะมัวแต่เล่นกันอยู่สินะ แถมเมื่อเช้านี้ก็ยังมา ด้วยกันอีก อยู่ๆก้อนอะไรซักอย่างก็แล่นขึ้นจุกอยู่ที่คอ ทำเอาผมแทบหายใจไม่ออก ได้แต่พยายามกล้ำกลืนก้อนแข็งๆลงไป



จุก จน เจ็บในใจ ผมคืนมือถือให้ใอ้จันทร์ก่อน เพื่อนๆก็มองผมด้วยความเป็นห่วงระคนสงสัย ผมรู้หรอกที่ใอ้จันทร์ กับใอ้ปีย์มันไปคอมแม้นท์เพราะอยากจะถามให้ผม แต่พอเห็นคอมเมนท์ตอบกลับแล้วบอกเลยโคตรเจ็บ



“ออกไปค่อยคุย” บอกพวกมันแค่นั้น ผมก็พยายามหันไปจนการเรียน จนหมดคลาส พวกเราเลยออกมาหาข้าวกิน ทีแรกกะวะจะไปหาข้าวกินในมอเพราะมีเรียนต่อ แต่อาจารย์ดันมายกเลิกคลาสเพราะติดประชุมวิชาการ พวกเราเลยออกไปหาข้าวกินนอกมอ ระหว่างนี้โทรศัพท์ผมสั่นอยู่หลายรอบแต่ผมไม่มีกระจิตกระใจจะไปดูหรอกว่าใครโทรมา ได้นั่งเงียบๆ จมอยู่กับความคิดในโลกของตัวเองไป

“ไม่รับหน่อยเหรอมึง?”

“ไม่ละ ยังไม่อยากคุย”

ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ไม่ได้ประชด มันเหนื่อย มันล้าไปหมด จากตอนแรกตั้งใจว่าจะถามพี่มันตอนเจอกันเย็นนี้ แต่ตอนนี้ ไม่ต้องแล้วละ ผมจัดการเอาโทรศัพท์ออกมา กดไปที่เฟสบุ๊ค โพสน์สเตตัส ก่อนจะปิดเครื่องไปเลย ผมรู้ครับว่ามันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดี แต่ขอผมหลับไปตั้งหลักก่อนซักพัก



Para Thanapridakun : share music from Youtube

แหงนมองไปบนฟ้า เห็นเป็นหมอกขาวไม่รู้ว่าหมอกอะไร ทั้งที่ไม่ใช่หน้าหนาว

เหมือนกับเธอและฉัน ความรักที่ผ่านมานั้นไม่รู้ทำไมเจ็บช้ำ ทั้งที่เราบอกรักกัน

**เพลง หมอก-Colorpitch





+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



เช้าวันศุกร์ที่ไม่ได้มีความสุขสดใสเหมือนชื่อวัน อากาศที่อึมครึมเหมือนอารมณ์ของผม ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวกลายเป็นความหม่นหมองไปหมด ผมยังไม่ได้เปิดโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้พอเปิด ระบบแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมารัวๆแดงเถือกไปหมด ทั้งเฟส ทั้งไลน์ ข้อคามหรือแม้แต่สายเรียกเข้า

ในเฟสคนส่วนใหญ่จะถามว่าผมเป็นอะไรซะมากกว่า ผมก็ขอบคุณทุกคนที่ห่วงผมอยู่ในใจ ไม่ได้ไปตอบใครเป็นพิเศษ ผมโทรกลับหาเฉพาะคน ส่วนไลน์กับข้อความ ผมไม่เช็ค เรียกว่าไม่อยากอ่านดีกว่า กลัวว่าจะเจอข้อความที่บอกว่า พี่มันแค่เข้าใจผิดว่าชอบผม ที่จริงแล้ว คนที่พี่มันชอบคือเธอคนนั้นต่างหาก

ถึงที่สุดแล้ว ผมก็ยังอยากจะหลอกตัวเองต่อไป

วันนี้เรามีเรียนทั้งวันถือเป็นความโชคดีของผมไป ที่ไม่ต้องมีเวลาว่างมานั่งคิดฟุ้งซ่านอะไรมากมาย อาร์ตมันบอกว่าใอ้หล่อโทรหามันเหมือนกัน แต่มันไม่รับ เพื่อนผมแม่งโคตรดี พวกมันพร้อมที่จะชอบคนที่ผมชอบ แล้วก็ไม่ชอบคนที่ทำให้ผมเสียใจ ดีใจจริงๆที่มีเพื่อนแบบพวกมัน

“เย็นนี้กินเหล้ากันเถอะ กูเลี้ยง”

“จัดปาย แต่ไม่เอาร้านนั้นนะ เหม็นขี้หน้า”

ปีย์มันหมายถึงบาร์ริมทะเลที่พวกเราไปมาหลายรอบ ตอนนี้มันพาลแม้กระทั่งร้าน ดังนั้นพอเรียนเสร็จกลับหอไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พวกเราเลยย้ายไปบาร์ริมทะเลอีกร้าน ซึ่งบรรยากาศไม่ได้ด้อยไปกว่าร้านเดิมเลย แถมมีโซนที่สามารถนั่งติดหาด ได้สัมผัสกับสายลมยามเย็น ช่วยให้จิตใจคนผ่อนคลายไม่น้อย

“ที่นี่แม่งดีอ่ะ กูชอบ”

“เออ กูด้วยเพลงโคตรเพราะ นักร้องก็โคตรสวย” ใอ้ปีย์เจ้าเก่า

ผมก็เห็นด้วยกับพวกมันอยู่นะครับเรื่องเพลงเพราะ คือเป็นแนวที่ผมชอบด้วยแหละ เพลงสดมีแต่เสียงกีตาร์กับเสียงใสๆของคนร้อง แต่นี้พอแล้ว ถึงเพลงมันจะโดนหน่อยก็เถอะ

**กฏของคนแพ้ คือต้องดูแลตัวเองให้ไหว

และต้องห้ามร้องไห้ ไม่ให้ใครเขาเห็นน้ำตา

เพราะคนที่แพ้ ไม่คู่ควรดูแลใครเขา

คนแพ้ต้องยอมทนปวดร้าว ห้ามอ่อนแอ (ถึงแม้จะเจ็บสักเท่าไร)

**กฎของคนแพ้ -LEGENDBOY**



ใช่สินะ คนแพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Part ไทม์

ไทม์กลับมาอีกแล้ว

ผมว่าตอนนี้มีคน “งานเข้า”! ผมนั่งดูให้หล่อกราฟกดมือถือยิกๆ คิ้วนี่แทบจะชนกันอยู่แล้ว หันไปถามจากใอ้คินก็ได้ใจความว่า ใอ้พาราตัวขาวไม่รับโทรศัพท์ ไม่ตอบไลน์ ไม่หือไม่อืออะไรทั้งสิ้น ไรวะ? เมื่อวันก่อนก็ยังดีๆอยู่ไม่ใช่เหรอ ยังเอาเค้กมาฝากกันอยู่แล้ว ผมนี่รับเค้กกับมือ พูดเรื่องเค้ก ผมก็แปลกใจอยู่อย่าง เพราะตอนที่เจอใอ้พาราคนขาว ท่าทางมันเหมือนคนที่เดินออกมาจากคณะ ไม่ใช่คนที่เพิ่งจะก้าวเข้าคณะ ผมว่าผมได้กลิ่นมาม่า

ผมเลยเหลาให้สองตัวนี่ฟัง ใอ้หล่อกราฟมันยังคงทำหน้าหนิ่วคิ้วขมวดอยู่เหมือนเดิม ส่วนใอ้คินนั่งเคาะโต๊ะ ท่าประจำเวลามันใช้ความคิด

“เป็นไปไม่ได้มั้ยว่า ใอ้พารามันเดินเข้ามาแล้ว แต่เดินออกไปอีก แต่ถ้าเดินเข้ามาแล้ว ทำไมมันไม่เข้ามาทักวะ กูไม่เข้าใจ”

“วันนั้นก่อนกูมามีใครหรืออะไรพิเศษป่าววะ?”

“ใอ้รัน”

ผมว่าผมพอรู้แล้ว แหม่ ภูมิใจในความเชี่ยวของตัวเอง!

“กราฟ ใอ้พารามันรู้จักรันมั้ย?”

“ไม่ ยังไม่เคยรู้จักกัน” นั่นไง งานเข้า

“แล้วเมียมึงนี่ไม่คุยกันมึงตั้งแต่เมื่อไหร่?”

ซึ่งคำตอบก็คือตั้งแต่เช้าวัน พฤหัส หลังจากโพสน์ในเฟสนั่นเอง

ผมเลยเปิดคอร์สบรรยายพิเศษว่าด้วยเรื่อง ความเข้าใจผิด หึงหวงของและมือที่ 3 ซึ่งใอ้สองตัวนี่ก็ฟังด้วยใบหน้าเหลอหลา งง ทำไมครับ? นี่มันเรื่องโคตรปกติของการมีความรัก ถามโผม ใอ้ไทม์เชี่ยวนักแล

เมื่อรู้ถึงสาเหตุก็หาทางแก้ไข โอ้ อริยสัจ 4 ก็มา (ตอนประถมผมได้เต็มวิชาพระพุทธศานา) และการแก้ไขที่ดีที่สุดคือไปหาน้องมันเลย ว่าแต่ใอ้พาราตัวขาวอยู่ไหนวะ? ทักหาแก็งมันทั้งแก็ง เงียบครับ

“ได้เรื่องแล้วมึง น้องกูบอกเห็นพวกมันอยู่บาร์ริมเล”

“รออะไรละ สัด ไปๆ”

แล้วพวกเราก็เฮโลไปบาร์ริมเล เพื่อให้ผัวเมียเขาคืนดีกัน เห็นมั้ย ผมมันเชี่ยว!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 :bye2: :bye2:


ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
บทที่ 16 มีคนเงิบ
[/b]

สามทุ่มกว่า อาหารถูกกวาดลงท้องพวกผมไปหมด เหลือแต่กับแกล้มที่สั่งมาใหม่พร้อมเหล้ากรมที่ 2 คนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ดีว่าโซนที่พวกเรานั่งอยู่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว เป็นโซฟาตัวยาว หันหน้าเข้าหากัน โดยมีโต๊ะไม้คั่นกลาง ซึ่งที่จริงมันนั่งกันได้เป็น 10 แต่เผอิญพวกผมมาเร็วเลยได้ตรงนี้

นั่งติดหาด รับลมทะเลที่อาจทำให้เหนียวตัวไปบ้าง แต่นี่ก็คือเสน่ห์ของทะเล ที่คุณจะไปหาจากที่อื่นไม่ได้

ผมนั่งฟังเพลงสลับกับฟังใอ้ 3 ตัวฝอยไปด้วย ไม่รู้มันมาปลอบเพื่อนหรือมาคุยกันเอง ห่า แดกเหล้าเข้าปากแล้วลืมเพื่อนเลย ตอนนี้เปลี่ยนวงเป็นวงผู้ชายล้วน แต่ดนตรียังคงสไตล์เดิม คนร้องแม่งโคตรหล่อ แถมเสียงก็โคตรดี สาวๆ ที่นั่งแถวเวทีคงอิ่มอกอิ่มใจกันน่าดู แต่พอฟังเพลงที่ 2 ที่วงมันเล่นละผมอยากจะถอดเกิบโยนใส่หน้ามัน มึงต้องเล่นเพลงกระแทกใจกูขนาดนี้ด้วยเหรอ เศร้า สาดดดดดดดดดดดดดดด

** เมาทุกขวดเจ็บปวดทุกเพลง อยู่ดีๆ น้ำตาก็ไหลมาเองได้

ยิ่งดื่มยิ่งเหงา ยิ่งฟังยิ่งเศร้า คิดถึงคนที่เขาทิ้งเราไป

เมาทุกขวดเจ็บปวดทั้งคืน คนเข้ามาทักทายก็ได้แต่ฝืนยิ้มให้

ยิ่งเพลงมันช้ำ มันก็ยิ่งซ้ำเติมเข้าไป ก็ยิ่งทำใจไม่ได้.......

**เมาทุกขวดเจ็บปวดทุกเพลง – ดูโอเมย์

https://www.youtube.com/watch?v=4gVTsvW605g&list=PLnUiTbdRBqOwHuvpVi1o6k8diy9GEGpIu&index=7

 

ฟังยังไม่ทันจบเพลงก็ต้องตกใจที่มีคนมายืนค้ำหัวผม มาได้ไงวะ? ผมชะงักเมื่อหันไปเห็นว่าเป็นใคร ที่จริงก็ไม่ใช่แค่ผมหรอก ใอ้อาร์ตวางแก้วเหล้า ใอ้คู่หูดูโอ้วางโทรศัพท์ที่ส่องชาวบ้านลง เกิดเป็นความเงียบชั่วขณะ

“นั่งด้วยคนสิ”

จะถามทำไมถ้ามึงจะนั่งอยู่แล้ววะ ผมไม่ได้พูดออกไปหรอก ปล่อยให้พี่มันนั่งไป พี่คินกับพี่ไทม์ก็นั่งเบียดกับใอ้จันทร์ ใอ้ปีย์ ก่อนร้องเรียกเอาแก้วเพิ่มจากพนักงานแถมสั่งทั้งของกิน ทั้งเหล้ามาเพิ่มอีก

“รู้จักเลือกร้านนะพวกมึง”

“แน่นอน”

ผมยกแก้วขึ้นมาดื่มเงียบๆ หูฟังคนอื่นคุยกันไป ตาก็มองไปรอบๆ แต่ไม่มองใอ้คนนั่งข้างๆ ไม่รู้สิอยากถาม แต่ยังไม่พร้อมจะรู้คำตอบ อุตส่าห์จะมีความรักกับเขาทั้งที ดันมาล่มตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม ความรู้แบบนี้ไม่โอเคซักกะติ๊ด

“มึงเป็นไร? ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ไลน์ก็ไม่ตอบ”

“.....” ไม่ตอบครับ กูไม่อยากตอบ จะให้ตอบได้ยังไงว่ากูน้อยใจ หึง พี่มัน

“พารา มึงเป็นอะไร ทำแบบนี้ไม่ดีเลย กูเครียด มึงรู้มั้ย?

“มึงมีไรต้องเครียดวะพี่ กูก็เห็นชีวิตมึงออกจะมีความสุข” อดไม่ได้สิน่า

“.....” เงียบทำไม ไม่ต้องมามองหน้า

“เราไปคุยกันเถอะ ไปกับกู”

แล้วมันดึงมือผมให้ลุกขึ้นเตรียมลากกก็จากร้าน จนผมต้องหยุดมันไว้

“เฮ่ยๆ พี่จะพาเพื่อนผมไปไหนวะ?” ใอ้จันทร์ทำท่าจะลุกตามแต่โดนพี่คินกดไหล่ไว้กับโต๊ะ

“ปล่อยให้พวกไปเคลียร์กันเถอะ พวกมึงก็แดกเหล้ากับพวกกูอยู่นี่แหละ”

“เดี๋ยวๆ .. เอ้านี่”

แล้วใอ้หล่อก็ทำท่าจะลากผมออกไป จนผมต้องรีบโยนกุญแจรถกับกระเป๋าตังค์ให้ใอ้อาร์ต คงยังไม่ลืมนะครับว่าผมรับปากจะเลี้ยงพวกมัน ผิดคำพูดไม่ใช่ลูกผู้ชายวะ

ผมเงียบตั้งแต่พี่มันลากผมออกมาจากร้าน จับยัดใส่รถ จนกลับมาถึงหอมัน จนมันพามานั่งบนโซฟาหน้าทีวี ผมก็ยังเงียบอยู่

“โกรธอะไรกู?”

“ไม่ได้โกรธ”

“ไม่ได้โกรธแล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์ ไลน์ก็ไม่ตอบ”

“โทรไปทำไม? มึงคงไม่ว่างรับหรอก เห็นยุ่งขนาดนั้น แล้วใครที่มันไม่ตอบไลน์กูก่อน ไม่ใช่มึงเหรอวะพี่? แล้วมึงจะมาสนใจอะไรกูอีกวะพี่? ไปสนคนของมึงโน่น”

พอได้พูดแล้ว ทุกอย่างมันก็ง่ายครับ ทีนี้ก็ไหลออกมาตามความรู้สึกเลย ความผิดหวัง น้อยใจ สะสมตั้งแต่วันพุธได้โอกาสระเบิดก็ตอนนี้

“คนของกูก็มีแต่มึง จะมีใครที่ไหนอีก เรื่องรันใช่มั้ย มึงเข้าใจผิดอยู่นะ”

อ้อ ผู้หญิงคนนั้นชื่อรัน นี่เอง

“เข้าใจผิดตรงไหน ก็เห็นกอดคอ กอดแขน โอบกันขนาดนั้น มาเรียนก็ยังมาด้วยกันเลย มันมีตรงไหนที่กูเข้าใจไม่ถูกอีกวะพี่?”

“เฮ่อ... ไปกันใหญ่แล้ว ใอ้รันมันเป็นพี่สาวใอ้รบ วิดวะที่อยู่ห้องตรงข้ามมึงอ่ะ แล้วใอ้รบนี่ลูกพี่ลูกน้องกู”

“...”

ใอ้รบเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพี่มัน............

รันเป็นพี่สาวใอ้รบ.....................................

งั้นมันก็ญาติกันสิ...............................................

เงิบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบแดก!!

อ้าวววววว หน้าแตก สิกู! @ ___@!!!!

“เข้าใจแล้วใช่มั้ย? ขอโทษที่วันนั้นไม่ได้ตอบไลน์ พอดีเมา แล้วใอ้รันมันยืมโทรศัพท์ไปเล่น มันคงเห็นแต่ไม่กล้าตอบเอง แล้วก็ลืมบอกกู”

“.......” กูเงียบครับ เก็บเศษหน้าตัวเองอยู่

“ขอโทษ กูไม่ได้บอกตั้งแต่แรก ดีกันนะ” อยู่ๆ พี่มันก็ยกผมขึ้นไปนั่งบนตักหันหน้าเข้ามัน กอดผมไว้ ท่านี้ไม่ค่อยดีต่อใจเท่าไหร่นะมึงงงงงงงง

“....ไม่ต้องขอโทษหรอก กูผิดเองที่ไม่ถามไปตรงๆ ขอโทษนะพี่”

ผมใช้สองแขนกอดคอพี่มันไว้ สบตาคมในสายคือเงาสะท้อนของผม.... ผมคนเดียว

เรื่องนี้คนผิดคือผมแหละ ที่ไม่ถามให้ชัดเจน แล้วเอาไปคิดเป็นตุเป็นตะ สุดท้ายก็มานั่งเสียใจเอง เฮ่อ จะว่าไป ผมก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพี่มันเลย นอกจากรู้ว่าเรียนวิดวะ ไฟฟ้า ปี 2 มีเพื่อนสนิทอยู่สองคนคือพี่คินกับพี่ไทม์แล้ว ผมก็ไม่รู้อ่ะอีกเลย เป็นแฟนที่โคตรแย่

“พี่ เรามาเล่มเกมส์ 20 คำถามกันเถอะ จะได้รู้จักกันมาขึ้น”

“ทีหลังนะ ตอนนี้มึงต้องปลอบใจกูก่อน ช่วงที่มึงหายไป โคตรเครียด”

“ดะ...”

“..อื้ออออ”

พูดยังไม่ทันจบ ผมก็โดนปิดปาก พี่มันรั้งท้ายทอยผมเข้าไปใกล้ก่อนเอียงคอหาองศา ประกบริมฝีปากแนบแน่น จูบเป็นเบาในตอนแรกกลายเป็นร้อนแรงมากขึ้นในตอนหลัง ถูกตะโบมจูบอย่างบ้าคลั่ง ดูดดึงริมฝีปากล่างจนผมเจ็บจี๊ด จนต้องร้องครางออกมาก เพื่อระบายความเจ็บปนเสียวซ่าน เราสองคนแลกลิ้นกันจนแทบจะแยกไม่ออกว่าลิ้นใครเป็นลิ้นใคร กองไฟแห่งความปรารถนาถูกจุดขึ้นทันที จนแทบจะเผาไหม้ทุกสิ่งรอบตัว

ผมจมสู่ทะเลแห่งอารมณ์ ลืมเลือนทุกสิ่งรอบตัว สติที่อยู่อยู่น้อยนิดจดจ่ออยู่แต่กับสัมผัสหวานๆ จากคนตรงข้าม รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังแตะกับความเย็นของโซฟาหนัง เสื้อยืดตัวเก่งโดนถอดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พี่มันตามมาประกบจูบ บดขยี้ริมฝีปากไม่ยอมปล่อย ในขณะที่ลำตัวท่อนล่างก็แนบชิด เสียดสีไปมาจนรู้สึกได้ถึงความแข็งขืนภายใต้กางเกงยืนทั้งผมและพี่มัน

อารมณ์จุดติดแล้ว ก็ไม่ใช่จะดับกันได้ง่ายๆ พี่มันผละออกมาจ้องหน้าผม เราจ้องตากัน ผมเห็นถึงความต้องการที่แทบจะเอ่อล้นออกมาจากสองตาของพี่มัน ราวกับเสือที่จ้องเหยื่อและพร้อมที่จะกระโจนเข้างับคอทุกเมื่อ

“พะ..พี่”

ตกใจเล็กน้อย เมื่ออยู่ๆ ก็โดยพี่มันจับยกขึ้นมา ก่อนเดินเข้าไปวางไว้บนเตียงนอน พร้อมร่างหนาหนักที่ทับลงมา

“หนั....อื้ออออ” กูจะแบนแล้ว

จูบมาราธอนครั้งที่2เริ่มขึ้นเร็วยิ่งความพายุ คราวนี้หนักหนายิ่งกว่าทอร์นาโด พี่มันกลืนกินริมฝีปากผมราวกับคนที่เดินทางอยู่ในทะเลยทรายแล้วเจอโอเอซิสไม่ผิด สติอันน้อยนิดของผมที่ได้กลับมาก็อันตรธานไปทันทีเมื่อพี่มันเริ่มจู่โจมที่ติ่งหูขาว ทั้งดูดทั้งขบเม้น จนผมสั่นไปหมด

“อ๊ะ....”

“อืม”

แล้วพี่มันก็ไล่พรมจูบลงมาจนถึงลำคอของผมก่อนจะงับเบาๆ เข้าที่ลูกกระเดือกจนผมต้องแหงนหน้าเริด ซอกคอคือสถานที่ต่อไปที่โดยลุกรานด้วยการดูดเม้น เจ็บจี๊ดขึ้นเมื่อโดยพี่มันกัดที่คอ

“พี่ มึงเป็นหมาเหรอวะ?”

“ก็มึงมันน่าฟัด”

เสียงตอบแหบพร่าเพราะแรงอารมณ์ทำให้ใจผมเต้นแรง และต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อพี่มันใช้ปากดูดดุนหน้าอก ลิ้นร้อนตวัดไปมาจนติ่งเนื้อแข่งเป็นไต

“โคตรเสียว....อา”

มืออีกข้างที่ปัดป่ายไปทั่งร่าง ทำให้ผมสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม รับรู้ได้รางๆ ว่ามือพี่มันไปอยู่ที่ขอบกางเกงยืนส์ ก่อนจะปลดออกด้วยความไว ถอดทีเดียวทั้งชิ้นนอก ชินใน ผมจึงอยู่ในสถาพแรกเกิดทันที โดยที่เสื้อผ้าพี่มันยังอยู่ครบ แม่งไม่ยุติธรรม ผมผลักพี่มันออกทั้งๆ ที่ยังคงหอบหนักเพราะแรงอารมณ์

“กูถอดให้” พูดจบผมก็จัดการถอดเสื้อพี่มันออกทางหัว กางเกงยืนส์คือสิ่งต่อมาที่โดนกระชากออกแล้วโยนไปส่งๆ ในห้องนอน บ๊อกเซอร์คือสิ่งสุดท้ายที่ปลิวติดมือผมก่อนที่เราสองคนจะกระโจนเข้าหากัน ต่างคนต่างตรึงอีกฝ่ายไว้ด้วยจูบอันเราเร่าร้อน ร่างเปลือยเปล่าสองร่างแนบชิดบดเบียดเสียดสีกัน

“อืม”

“อา”

อารมณ์เสียวซ่านรัณจวนถูกส่งตรงถึงแก่นกาย จนมันตั้งชูชันแข่งกันหาผู้ชนะ พี่มันผลักผมลงไปอยู่ใต้ร่าง ใช้สายตาที่เหมือนอยากจะกลืนกินผมมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ถูกมองแบบนี้ผมกลับเกิดอารมณ์หวามไหวแปลกๆ จนสิ่งที่ชูชันอยู่แล้ว ยิ่งแข็งจนปวดไปหมด

“วันนี้จะกินมึงทั้งตัวเลย”

“อ๊ะ...อา” พอพี่มันพูดจบก็ก้มลงไปใช้ปาก กิน ผมจริงๆ กินเข้าไปทั้งปากจนผมแทบละลาย ความอ่อนนุ่มของลิ้นร้อนๆ ค่อยไล้เลียสลับกับการดูดดูนเบาๆ ในขณะที่มือใหญ่ก็หยอกล้อกับลูกบอลกลมๆ อย่างยุติธรรม จนผมแทบตายคาปาก

“รู้สึกดีมั้ย? ชอบมั้ย?”

“.....อึก..โคตรดี..”

ผมจมอยู่กับความรู้สึกยั่วยวนที่พี่มันมอบให้ ลืมทุกสิ่งรอบตัว จดจ่ออยู่กับสัมผัสที่ปากกับมือของพี่มัน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีสัมผัสเย็นๆ จากปลายนิ้วหมุนวนก่อนจะค่อยๆ แทรกเข้ามาทางด้านหลัง มึงไปหาเจลหล่อลื่นมาจากหนายยยยยย?

“ฮะ..เฮ่ย เอาจริงเหรอ?” ผมไม่ได้เด็กสามขวบที่จะไม่รู้ว่าพี่มันจะทำอะไร ถึงไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายมาก่อน แต่ก็พอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“บอกแล้ว วันนี้จะกินมึง.....กินได้มั้ย...หืม?

ถ้าจะถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวนแบบนี้ เชิญมึงกินตามสบายเลยครับ กูยอม แอร้ยยยยยยยย ทำไมแอบแรด

ผมไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ใช้ภาษากายบอกพี่มันถึงความต้องการของตัวเอง ดูแล้วพี่มันก็ไม่ได้สนใจจะเอาคำตอบจริงหรอก เพราะตอนนี้มันสอดนิ้วเข้ามาจนสุด ก้อนจะค่อยๆ งอนิ้ว ชักเข้าออกจนชนกับผนังอ่อนนุ่ม

“อ๊ะ...เจ็บ....อื้มมมมม” มันแปลกๆ ตอนแรกมันอึดอัดเพราะสิ่งแปลกปลอมที่ถูกส่งเข้ามา แต่พอพี่มันเริ่มขยับนิ้ว ความเจ็บก็ค่อยๆ จางไปมีความเสียวซ่านเข้ามาแทนที่

ในขณะเดียวกันปากพี่มันก็ยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง ผมที่โดนโจมตีทั้งสองด้านแทบจะหลอมละลายเพราะสัมผัสของพี่มัน

“โอ้ยยย..” ไม่รู้เมื่อไหร่ที่พี่มันเพิ่มนิ้วเข้าไปเป็นสามนิ้ว มันเจ็บจนผมเกร็งไปหมด

“ผ่อนคลาย อย่าเกร็ง” มึงก็พุดได้สิ มึงไม่ได้ถูกเสียบนิ

ผมพยายามผ่อนคลายอย่างเต็มที่ จนเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งที่อยู่ในตัว พี่มันก็เริ่มขยับนิ้วในตัวผมและเริ่มเร่งจังหวะขึ้น

“อ๊ะ.. ตรงนั้น อ๊า.” อยู่ๆ ก็รู้สึกเสียวสะท้านจนตัวสั่นเมื่อนิ้วพี่มันชนโดนจุดๆ นึงข้างใน เสียวมาก เสียวจนหน้าท้องหดเกร็ง ลูกชายก็แข็งขึ้นมาสู้ปากพี่มันอีกครั้ง

“ตรงนี้เหรอ” แล้วใอ้หล่อก็เร่งจังหวะจนผมจะขาดใจตาย อยู่ๆ นิ้วก็โดนดึงออกไปจนผมเสียววาบกับสัมผัสจนต้องปรือตามอง ก่อนจะต้องตกใจกับขนาดอลังการของพี่มันที่พร้อมรบอยู่ตรงหน้า ฮือ กูจะตายมั้ย

“พะ..พี่ มันจะเข้าได้เหรอวะ”

“ลองดู” มึงไม่ได้ให้กำลังใจกูเลย T^T

พี่มันฉีกซองถุงยางด้วยปากก่อนจะสวมใส่เข้าไปช้าๆ ในขณะที่สายตาก็ยังจับจ้องผมอยู่ โคตรเซ็กซี่ แม่ง

“จะกินมึงละนะ”

“...” ไม่ต้องบอกก็ได้มั้ย

พี่มันค่อยๆ จ่อความเป็นชายที่แข็งขืนเข้ามาช่องทางด้านหลัง ค่อยแทรกเข้ามาช้าๆ โคตรเจ็บ

“...พี่ เจ็บมาก”

“ผ่อนคลายนะ เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว” พูดไปก็ก้มลงมาดูดเลียติ่งเนื้อสีแดงก่ำ ดูดดุนมันมันแข็ง มืออีกข้างก็รูดพาราน้อยขึ้นลง หลอกล่อผมจากความเจ็บปวดด้านหลัง จนมันเข้ามาได้ทั้งหมด

“อืมมม”

“อ๊ะ”

เราประสานเสียงกันด้วยความรู้สึกปั่นป่วนเพราะความเสียวซ่านที่แผ่ออกมา พี่มันแช่ตัวอยู่ซักพักเพื่อให้ผมเปรับตัวก่อนจะค่อยขยับเข้า-ออกช้าๆ ผมเริ่มรู้สึกเจ็บน้อยลง แต่รู้สึกเสียดเสียวเพิ่มขึ้นตามการขยับตัวตนของพี่มัน เราจูบกัน ร่างกายเราแนบชิดรวมเป็นหนึ่งเดียว รู้สึกดีจนต้องกักเก็บเสียงครางเอาไว้ไม่ได้

“อา.....”

“โคตรแน่น...อืม”

เราสองคนตกอยู่ในห้วงแห่งกามารณ์ ไม่มีใครคิดหยุดใคร เราต่างก็ต้องการกันและกัน ต้องการสัมผัสเร้าร้อนที่บอกว่าพี่มันเป็นของผมและผมก็เป็นของพี่มันเหมือนกัน การได้เป็นที่รักของใครซักคนมันดีจริงๆ

เนิ่นนานแค่ไหนไม่รู้ พี่มันจับผมพลิกให้อยู่ในท่าคลานเข่า ก่อนจะสอดตัวตนที่แข็งขึ้นเข้ามาครั้งเดียวจนสุด

“อืมมมมม”

“อะ...อ๊า พี่มันลึก”

ในขณะที่ตัวตนของพี่มันยังเข้าออกช่องทางด้านหลังของผมไม่หยุด มันก็โน้มตัวลงพร้อมพรหมจูบไปทั่วแผ่นหลัง ..รู้สึกดีจริงๆ

“..พ..พี่ จะถึงแล้ว”

ผมได้แต่บอกเสียงสั่น คลื่นความรัญจวนนั้นพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดจนแทบจะทนไม่ไหว พี่มันเลยจับผมพลิกอีกรอบโดยที่มันไม่ได้ถอดพอนตัวตนออกจากตัวผม

“พร้อมกันนะ”

“อืมมมมมม”

“อา”

พี่กราฟเร่งการสอดใส่ กระแทกกระทั้นเข้าออกอย่างหนักหน่วงอยู่ไม่นาน พวกเราก็พุ่งขึ้นสู่สวรรค์ ความต้องการแตกกระจาย ตัวสั่นระริกเพราะความสุขที่ได้รับ ได้แต่กอดพี่มันได้

“รักมึงนะ” ยาพาราของกู

พูดจบยังกดจูบหนักๆ ลงมาอีก นั่นคือเสียงแว่วๆ ที่ผมได้ยินก่อนที่จะหลับไป

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กูโดนรถบดถนนทับ! นั่นคือความคิดแรกของผมตอนที่ตื่นขึ้นมา อะไรคือตื่นขึ้นมาแล้วปวดไปหมด ยิ่งช่วงกลางลำตัวลงไปนี่แทบขยับไม่ได้ คอก็เจ็บ ฮือกูจะตายมั้ย นอนนิ่งๆ ตั้งสติทบทวนถึงเรื่องเมื่อคืนหน้าก็แทบไหม้ ฮือทำไมกูเป็นไทป์เมีย ทำไมไม่ได้เป็นผัว กูจะฟ้องป๊า T^T

ผมมองรอบตัวก่อนจะเห็นว่าตัวเองนอนอยู่อ้อมกอดใอ้หล่อมันอยู่นี่เอง เวลาหลับพี่มันก็ดูเหมือนเด็กน้อยดีเหมือนกัน แต่อย่าให้ตื่นนะ ศาตราจารย์สเนป ณ แฮรี่ พอตเตอร์ดีๆ นี่เอง เงยหน้ามองพี่มันได้ไม่นานก็อดใจไม่ได้อยู่ต้องยกมือขึ้นลูบตามสันกราม จนถึงมาปากน่าจูบนั่น เฮ่อ จูบซักทีดีมั้ย? นั่นก็แค่คิดครับ เพราะสิ่งที่ผมทำคำ...บีบจมูก! ใช่บีบจมูกจนพี่มันตื่น โทษฐานทำผมเจ็บ สม!

“อืมมม ตื่นแล้วเหรอ?” ยังมั้ง

“เออ อยากเข้าห้องน้ำ...อื้มมมมม”

นอกจากจะไม่พาผมลุกแล้ว พี่มันยังรัดผมแน่น กดจูบแรงๆ ลงมาอีก จนผมดิ้นไปมานั่นแหละพี่มันถึงหยุด ก่อนจะค่อยๆ พาผมลุกจากเตียง ประคองไปยังห้องน้ำ

“ให้ช่วยมั้ย?”

“ไม่ต้องๆ ไปเองได้”

ผมรีบบอกมันก่อนจะค่อยๆ พาสังขารอันใกล้แหลกรานเข้าห้องน้ำไป แหมขืนให้พี่มันมาช่วย ผมคงไม่ได้ออกจากห้องน้ำ

กว่าผมจะออกจากห้องน้ำได้ก็ปาไปเกือบครึ่งชั่วโมง ทีแรกกะจะแค่ทำธุระส่วนตัวแต่เกิดเปลี่ยนใจอาบน้ำไปเลยจะได้ไม่ต้องลุกหลายรอบ เดินออกมาก็เห็นพี่มันยืนรออยู่หน้าประตูห้องน้ำพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ แหมมีผัวนี่มันดีจริงๆ

แรดอีกแล้วครับพารา

พี่มันช่วยใส่เสื้อผ้าให้อย่างเบามือ แล้วพาไปนอนที่เตียงเหมือนเดิม ก่อนจะกลับออกแล้วกลับมาใหม่พร้อมข้าวต้มร้อนๆ

“เดี๋ยวกินข้าวต้มนะจะได้กินยากันไว้” โคตรดีอ่ะ แฟนใครวะ

“อืม.....” ผมก็ไม่ถึงกับจับไข้หรอกนะแต่ก็สมควรกินกันไว้ก่อน โดยเฉพาะยาแก้ปวด อยากจะกินซักโหล ฮือออออ

“อยู่ที่นี่จนถึงวันจันทร์นะ ค่อยไปเรียนพร้อมกัน”

“ก็ได้... มึงไปอาบน้ำสิพี่” แหงละ เจ็บตูดขนาดนี้จะให้ออกไปยังไง หลังจากพี่มันเดินเข้าห้องน้ำแล้ว ผมก็มองหาโทรศัพท์ตัวเองก่อนจะเห็นมันชาร์จอยู่คู่กับโทรศัพท์พี่มันข้างหัวเตียง ต้องไลน์บอกรูมเมทซักหน่อยมันจะได้ไม่เป็นห่วง

วันจันทร์มีหวังโดนแซวอีกกู เฮ่อ! อยู่ๆ ที่นอนอีกฝั่งก็ยวบลงเพราะใอ้หล่อมันมานั่งข้างๆ พร้อมถ้วยข้าว นี่จะป้อนกันเลยเหรอ อะไรมันจะบริการดีขนาดเน้

“กินเองได้น่า”

“ไม่เอาอยากป้อน” เออเรื่องของมึงครับ แล้วทำไมกูต้องยอมด้วยวะครับ ^_____^

พี่มันป้อนผมไปด้วย กินไปด้วยจนข้าวหมดถ้วยถึงได้วาง ก่อนจะให้ผมกินยาพาราไปสองเม็ด เออ พารากินพารา เยี่ยม!

“เอาละ มีอะไรจะถามมั้ย?”

คงยังไม่ลืมนะครับว่าก่อนที่พวกผมจะ บะจั้มบะกัน ผมบอกว่าอยากจะเล่นเกมส์ 20 คำถามกัน เพื่อที่พวกเราจะได้รู้จักกันมากขึ้น ตอนนี้ก็เหมาะละ ถามเลย ผมให้พี่มันตอบก่อน

เกิดวันที่เท่าไหร่?

20 กันยา / 15 ธันวา

มีพี่น้องมั้ย?

มีพี่ชายหนึ่งคน/ไม่มี

สีที่ชอบ?

สีดำ/สีน้ำเงิน เออใกล้เคียง

กรุ๊บเลือดละ?

B/B กรุ๊บเดียวกันด้วย

อาหารที่ชอบ

กินได้หมด/ ไม่มี อุ้ยเนื้อคู่

กินเผ็ดได้มั้ย?

กินได้/นิดหน่อย

เคยมีแฟนมั้ย?

เคย/เคย

แล้วเราก็ถามกันไปแบบนี้ไม่รู้กี่คำถามจนผมแทบหลับอีกรอบ ถึงได้หยุด การเรียนรู้กันและกันเป็นเรื่องดีนะครับ เราจะได้รู้จักคนที่เรารักมากขึ้น เพราะถ้าเรารักใคร ชอบใคร เราก็อยากจะใส่ใจคนนั้น อยากรู้เรื่องของเขาไปหมดทั้งดีและไม่ดีนั่นแหละ ที่สำคัญ ถามเถอะ ถ้าสงสัยหรือไม่แน่ใจ ให้ถาม ดีกว่ามานั่งคิดไปเองเหมือนผม

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 :bye2: :bye2[/font][/size][/size]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-06-2020 16:49:55 โดย kiriyakl »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1
Re: Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ
«ตอบ #23 เมื่อ27-06-2020 16:45:22 »

 :pig4:
 :3123:
อย่าลืมลงกฏเล้าด้วยนะตะเอง

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ
«ตอบ #24 เมื่อ27-06-2020 16:49:07 »

:pig4:
 :3123:
อย่าลืมลงกฏเล้าด้วยนะตะเอง
ขอบคุณค่า
มันต้องลงทุกตอนมั้ยคะ หรือว่าลงแค่ครั้งเดียว พอดีกฎลงแทรกไประหว่างตอนแล้วค่ะ
เรามือใหม่มาก แนะนำด้วยน้าาาาาาา

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
บทที่ 17  แพลงก์ตอนบลู (ตอนจบ)
[/b]



วันเสาร์ก็หมดไปแบบนั้นแหละครับ แบบที่ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนเตียง ไม่ทำอะไรนะ อย่าคิดลึก แหม่

ส่วนวันอาทิตย์ เจ้ากรรมนายเวรของผม ผมหมายถึงพี่กราฟนั่นแหละ มันก็วนเวียนอยู่รอบตัวผมนี่ละ เดี๋ยวแตะหน้าผาก เดี๋ยววัดไข้ เดี๋ยวกอด เดี๋ยวหอม อยากจะแต๊ะอั๋งกูก็บอกดีๆเซ่

อาทิตย์เย็นคือมีเซอร์ไพรส์วะ อยู่ๆก็มีคนมาเคาะห้อง ตอนที่พี่มันไปเปิดประตู ผมพาสังขารอันไม่เที่ยง หมายถึงกูเดินไม่เที่ยงอ่ะนะ ห้องนั่งเล่นพอเห็นว่าใคร ผมนี่อยากจะเข้าไปสิงตามผนัง ก็พี่ที่ชื่อรันนั่นไง เธอมาพร้อมกับคนชื่อรบที่อยู่ห้องตรงข้ามผมพร้อมของกินถุงเบ้อเร่อ

ฮือออออออ นาทีนี้ พารามี 5 คำในดวงใจที่อยากจะบอก

อับ!

อาย!!

ขาย!!!

ขี้หน้า!!!!

“ไงน้องพารา เจอกันซักทีนะ” สาวสวยทักมาก่อนเลย

“เอ่อ ..หวัดดีครับ”

“ส่วนกูคงไม่ต้องแนะนำตัวนะ”

“...” ทำหน้าตาตายด้านเหมือนกันไม่มีผิด ชิ

สองคนนี้ซื้อเสบียงมาให้เพราะถือโอกาสมาทำความรู้จักผมด้วย พี่เขาว่างั้นนะ ตลอดการสนทนาผมนี่เงียบเป็นเป่าสาก ไม่รู้จะพูดอะไร คนมันอาย แฮร่

พี่รันค่อยข้างเท่ ออกแมนๆด้วย อย่างว่าละนะ มาเรียนวิศวะ คงยากที่จะทำตัวนิ่มๆ ก่อนกลับพี่รันคนสวยยังส่งยิ้มให้อีก

“ไปก่อนนะพารา ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะจับตาให้หน้ามึนนี้ให้ รับรองไม่มีใครมาตอมแน่นอน”

“..”นั่นมันขี้มั้ยพี่

แล้วพี่คนสวยเขาก็ลากน้องชายหน้าตายด้านออกไปด้วยประการละเช่นนี้ ส่วนผมก็ต้องอยู่ในห้องให้พี่มันจ้องมองด้วยสายน่าถีบ อยากจะล้อ ก็พูดออกมาเล้ยยยย พาราคนบ่ยั่น หึ



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



เช้าวันจันทร์อันสดใสด้วยไอแดดและลมทะเลก็มาถึง เมื่อวานใอ้อาร์ตเอาชุดนิสิตมาให้แล้วก็กลับไป ผมเลยได้ออกมาเรียนพร้อมพี่มันเลย วันนี้ไม่รู้จะโดนล้ออะไรอีก แค่คิดก็เพลีย

รถจอดสนิท ผมก็คว้ากระเป๋าเปิดประตูก้าวออกจากรถพี่มัน ก่อนจะสตั้นท์ไปหลายวิ เชี้ยยยยยยยย เหม็นมากกกกกก เหม็นเชี่ยไรเนี่ย

“พี่ มีคนฆ่ากันแล้วหมกศพในท่อน้ำเหรอวะ เหม็นชิบ”

“อย่าปัญญาอ่อนสิ”

“...”เอ้า แฟนกูจริงปะนี่

“เคยได้ยินปรากฎการณ์ขี้ปลาวาฬ หรือแพลงก์ตอนบลูมั้ย?

“เหมือนจะเคยได้ยินวะ” คุ้นๆอยู่นะ แต่แถวบ้านไม่มีไง

“นั่นแหละ มันเป็นแบบนี้เกือบทุกปี เป็นที 2-3วัน เหม็นชิบหายวายป่วง มาถึงในมอ”

“...” นี่ซิกเนเจอร์ของมอB ^_____^



**ปรากฎการณ์ขี้ปลาวาฬหรือแพลงก์ตอนบลูม คือการที่แพลก์ตอนพีชที่มีเยอะเกินไป ตายแล้วน้ำทะเลซัดซากเข้าฝั่งแล้วเกิดเป็นของเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น น้ำทะเลกลายเป็นสีเขียว ปรากฎการณ์นี้จะเกิดในอ่าวไทย ฝั่งจ.ชลบุรี ช่วงหน้าฝน ตอนกลางคืนเราจะเห็นว่าน้ำทะเลกลายเป็นสีเขียวเรืองแสงหรือสีฟ้า ที่ผู้แต่งเคยเห็นคือสีเขียวเรืองแสง**




+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



เดินยังไม่ทันได้เข้าห้องเรียนก็ต้องปะทะเข้ากับสายตากรุ้มกริ่มของเดอะแก๊ง แทบจะเดินหยุดเดิน จนพี่มันรุนหลังให้ห้อง

“ใครล้อพ่องตาย บอกก่อน”

“ฮ่าฮ่าฮ่า” การประเสียงหัวเราะอย่างดังทำให้เหล่าเพื่อนร่วมคลาสหันมามองกันเป็นแถวด้วยสายตา...... อยากเสือก

พอเถ้อะ กูขออออออออ ดีว่าไม่นาน อาจารย์ก็เข้ามา ผมเลยรอดตัว.....หรือเปล่า?

“ไงมึง อิ่มมั้ย? อิ่มพ่องดิปีย์

“เมียใอ้กราฟ หวัดดี” หุบปากได้มั้ยครับใอ้พี่ไทม์

“โดนมั้ยมึง?” โอ้ยนี่คำถามเหรอใอ้อาร์ตตตตตตตตตต

“ยังเจ็บอยู่มั้ย?” แล้วมึงจะมากระซิบถามทำไมอีกวะพี่ ฮืออออออ

ผมโดนล้อแบบเงียบๆตั้งแต่ต้นคลาส ยันเลิก แถมลากยาวไปถึงตอนกินข้าว วันนี้พวกเราทั้งหมดมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะกินข้าวที่โรงอาหารตึกกลางนี่แหละ ไม่อยากออกไปปะทะอากาศที่ทั้งร้อนทั้งเหม็นข้างนอก

“เย็นนี้ทำตัวให้ว่างนะ พวกกูจะพาไปดูของดี”

“ของดีอะไรวะพี่คิน”

“ไม่บอก เอาเป็นว่าขอดี สิทธิพิเศษสำหรับเด็กมอเท่านั้น

ลึกลับดีแท้

กินเสร็จพวกเราก็แยกย้ายกันไปคนละทางเพราะมีเรียนกันคนละที่ แต่พวกเรามีนัดกันตอนสองทุ่ม

ผมกับเดอะแก๊งขับรถออกจากหอพักตามรถพี่มันไปติดๆ มันพาขับลงหาด ทีแรกก็นึกว่ามันจะพามานั่งหาดเปล่าเลย พวกพี่มันยังขับไปเรื่อยๆ ระหว่างทางผมกับเดอะแก๊งก็เริ่มอะไรแปลกๆ

“เฮ่ย นั่นมันอะไรวะ ยังกะดาวเรืองแสง”

ใอ้อาร์ตชี้ชวนให้คนอื่นดู ละลอกคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง มันส่องแสงเป็นสีเขียวเรืองแสงเป็นจุดๆ ดูแล้วโคตรแปลก

“เฮ่ย กูรู้ๆ นี่จะเพราะ แพลงก์ตอนบูมไง ที่มอมันเหม็นๆวันนี้อ่ะ”

“มึงก็เป็นคนแถวนนี้ มึงไม่เคยเห็นเหรอ จันทร์ ปีย์?” ผมอดถามใอ้คนพื้นที่ไม่ได้

“เคยได้ยินแต่ไม่เคยเห็นของจริง บุญตาแล้วกู”

ผมขับรถตามพี่มันจนถึงสะพานปลาท้ายหาด น่าจะเป็นสะพานที่ชาวประมงแถวนี้ใช้ พวกเราก้าวออกจากรถก็ปะทะเข้ากับกลิ่นคาวเค็มของทะเลผสมกินเหม็นของแพลงก์ตอนพืชที่ตาย แต่ผมโยนความเหม็นทิ้งไปทันทีที่ได้เห็น ดาวเรืองแสง ในน้ำ! อาจะฟังดูเว่อร์ แต่มันคือเรื่องจริง

เชือกเส้นใหญ่ที่ผูกโยงเรือลำเล็กไว้ตอนนี้กลางเป็นสีเขียวสะท้อนแสงไปทุกเส้น คลื่นที่ซักเข้าฝั่งก็เต็มไปด้วยจุดเล็กๆสะท้อนแสงระยิบระยับ สวยมากกกกกก

“ยังกะอยู่ในหนังอนิเมชั่น”

“เออ จริงงงงง”

ผมว่าตอนนี้ทุกคนคงรู้สึกไม่ต่างจากผม มันสวยมากๆ อยู่ผมก็เห็นพี่ไทม์เดินลงบันไดสะพานไปพร้อมร่มสีดำ พี่แกกลางร่มแล้วจ้วงตักน้ำทะเลขึ้นมาหาพวกผม

“โอ้โห!” เดอะแก๊งอุทานแทบจะพร้อมกัน

ในร่มนั่นเต็มไปด้วยจุดสีเขียวเรืองแสงเล็กๆเต็มไปหมด ผมอดใจไม่ได้ จ่มมือลงไปในนั้นทั้งมือ แล้วมือผมก็เรืองแสงตามไปด้วย คุณพระ! สวยมาก คนอื่นพอเห็นผมทำ ก็เริ่มเอามือมาจุ่มมั้ง ใอ้จันทร์ถึงกับจุ่มลงไปมั้งสองมือ แล้วดีดน้ำใส่คนอื่นไปทั่ว พวกพี่มันทั้ง 3 คนไปยืนดูอยู่ไกลโน่น สงสัยจะชินแล้ว

เลยปล่อยให้พวกผมทั้ง 4 เล่นกันเป็นเด็ก แต่แม่งน้ำมันเหม็นคาวเหมือนกันนะ พวกเราย้ายกันมาอยู่ตรงชายหาดเล็กๆข้างสะพานปลาที่ไม่ค่อยมีคน ผมยืนดูละลอกคลื่นเรื่องแสงระยิบระยับที่ซัดเข้าหาด ก่อนจะค่อยๆหายไป เป็นอยู่แบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ธรรมชาตินี่ช่างสร้างสรรค์สิ่งสวยงามได้ตลอดเวลาจริงๆ

“ชอบมั้ย?”

“โคตรชอบ ..ขอบใจที่พามานะพี่” ผมหันไปยิ้มกว้างให้ใอ้หล่อ ที่มายืนซ้อนหลังผมอยู่

“ดูต่อดิ”

พี่มันจับผมหันกลับไปมองทะเล ปล่อยให้แผ่นหลังของผมสัมผัสเข้ากับอกแกร่งจนรู้สึกได้ถึงความร้อนของอีกฝ่าย นอกจากเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าฝั่งแล้ว ก็มีแต่ความเงียบ เป็นความเงียบที่แฝงไปด้วยความสงบ พวกเรายืนซ้อนกันอยู่แบบนั้นไม่มีใครพูดอะไร จู่โลหะเย็นๆก็แตะเข้าที่คอของผมจนต้องก้มดู แต่พี่มันก็จับหน้าผมไว้ก่อน

“อย่าดู”

“อะ..เอ้อ”

พี่มันขยับไปมาอยู่ไม่กี่ที โลหะเย็นๆนั่นก็มาห้อยอยู่ที่คอผมแล้ว ผมไม่ได้หันกลับไป แต่ใช้มือจับสิ่งนั้น ลูบไปมา ผมรู้ว่ามันคืออะไร

“ให้กูเหรอพี่?”

“อืม....เพราะมึงคือคนสำคัญ..”

“กูเลยยกขอสำคัญให้คนสำคัญดูแล”

“รักษาไว้ให้ดีๆนะ ทั้งเกียร์ ทั้งเจ้าของเกียร์”

“อะ..อืม”

พูดจบ อ้อมกอดอันอบอุ่นก็โอบล้อมเข้ามาจากด้านหลัง ความร้อนสายนึงแล่นจากแผ่นหลังทะลุเข้าที่หัวใจ จนมันเต้นแทบเป็นจังหวะ ผมยกมือขึ้นมากอดตอบพี่มัน

“กูไม่รู้ว่าอนาคตพวกเราจะเป็นยังไงนะพี่ กูรู้แค่ว่าเราจะมีความสุขในทุกๆวันแบบนี้ไปเรื่อยๆ เราอาจจะทะเลาะกันบ้าง แต่กูจะพยายาม จะถาม จะไม่คิดเองเออเองอีก มีอะไรกูจะบอก”

“รัก มึงนะพี่” สิ่งที่ได้แทนคำตอบคืออ้อมกอดที่กระชับคิดพร้อมรอยจูบแนบแน่นบนหลังคอ

“อืม กูก็เหมือนกัน รักมึงว่ะ”

ผมไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ หรืออนาคตมันจะเป็นยังไง ชีวิตมันไม่แน่นอน ไม่มีบอกเราได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะตายวันไหน สิ่งเดียวที่เราทำได้คือการอยู่กับปัจจุบัน มีความสุขในวันนี้ ใช้ชีวิตให้ดี อย่างเต็มที่ เพื่อที่วันนึงเรามองย้อนกลับไป เราจะมาได้รู้ว่าเสียดาย รู้สึกว่าทำไมเราไม่ทำอย่างนั้น อย่างนี้......ขอให้ทุกคนมีความสุขในทุกๆวันครับ



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบแล้วเด้อ ( มีตอนพิเศษอยู่นะ)กับนิยายเรื่องแรก ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน และทุกคอมเม้นท์ที่ชื่นชอบ น้องพารากับกราฟ ขอให้ทุกคนมีความสุขในทุกๆวัน

ออฟไลน์ kiriyakl

  • Frihet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ตอนพิเศษ 1


ผมติดต่อน้องไม่ได้! ความจริงข้อนี้กระแทกหน้าจนผมเครียดไปหมด พาราไม่รับโทรศัพท์ โทรหนักเข้ากลายเป็นเครื่องไปเลย ไลน์ก็เงียบ ข้อความก็ไม่ตอบ เกิดอะไรขึ้น?

เมื่อเย็นวันพุธเรายังคุยกันอยู่ดีเลย ถึงแม้น้ำเสียงน้องมันออกจะเหงาหงอยบ้าง จนผมแทบอยากจะวิ่งออกจากงานวันเกิดใอ้รัน ไปมันซะตอนนั้น แต่ก็ทำไม่ได้เพราะรับปากใอ้รบไว้ว่าจะดูแลพี่สาวมันให้ ใอ้รันคือพี่สาวรบ เป็นน้องสาวแม่ผมเอง พวกเราสามคนเรียกได้ว่าโตมาด้วยกัน ขนาดเรียนยังตามกันมากเลย ทั้งพี่ ทั้งน้อง

วันนั้นรันมันยืมโทรศัพท์ไปเล่นเกมส์ แล้วในเห็นข้อความที่ส่งเข้ามา ไม่ได้ตั้งใจเปิดอ่าน แล้วมันก็ลืมบอกผมมาเห็นอีกทีก็ตอนเช้าตอนที่ไปเรียน กะว่าจะโทรหาน้องมันหลังเรียนเสร็จ ก็ดันเกิดเรื่องขึ้นซะก่อน

ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ วันนั้นผมพาน้องมันไปด้วยแล้ว ไทม์บอกว่า พารามันน่าจะหึง หึงผมกับรันเนี่ยนะ? แต่ผมกับรันเป็นญาติกัน แต่ผก็ลืมไปว่า พารายัไม่รู้จักรัน มันเคยเห็นใอ้รบ ผมได้แต่ตบหัวเองที่ไม่คิดให้ดี น่าจะบอกน้องมันไปตั้งนาน

พวกผมตามไปเจอน้องที่บาร์ริมเรย์ แต่น้องไม่คุยกับผมเลย ยิ่งเห็นก็ยิ่งเครียด

“พารา มึงเป็นอะไร ทำแบบนี้ไม่ดีเลย กูเครียด มึงรู้มั้ย?“มึงมีไรต้องเครียดวะพี่ กูก็เห็นชีวิตมึงออกจะมีความสุข”

มีความสุขมากกกกกก..........กูประชด

ผมทนไม่ไหวลากน้องมันกลับห้อง ไปเคลียร์กันแค่สองคนดีกว่า ปล่อยเพื่อนตัวเองกับเพื่อนน้องไว้แม่ง ตั้งแต่บนรถไปจนถึงห้องมีแต่ความเงียบ ไม่ชอบเลยที่น้องมันเป็นแบบนี้ พารามันเหมาะกับการยิ้ม หัวเราะอย่างมีความสุขมากกว่า

ผมบอกว่ามันเข้าใจผิดแต่น้องมันก็ใส่มาเป็นชุดด้วยความเสียใจ

“เข้าใจผิดตรงไหน ก็เห็นกอดคอ กอดแขน โอบกันขนาดนั้น มาเรียนก็ยังมาด้วยกันเลย มันมีตรงไหนที่กูเข้าใจไม่ถูกอีกวะพี่?”

พอรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด พารามันก็ขอโทษ แต่ผมไม่โกรธมันหรอก ผมสงสารน้องมากกว่า ตลอดเวลา 3 วันนี้มันคงเสียใจมาก จมอยู่กับความไม่รู้ เป็นคุณ คุณจะเสียใจมั้ยละ

สุดท้ายผมเลยได้ปลอบน้อง(และปลอบตัวเอง)มันไปชุดใหญ่ ชุดใหญ่จริงๆ แฮะๆ ก็ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดจนไปจบที่เตียงหรอกนะ แต่มันหยุดไม่ได้แล้วไง

ไม่เอาอีกแล้ว คราวหน้ามีอะไรต้องพูดกันให้หมด การที่เราเข้าใจผิดเพียงเพราะไม่สื่อสารกันแบบนี้ไม่ดี มีแต่ปั่นทอนกันและกันเท่านั้นความรักแค่การกระทำมันสำคัญ แต่การสื่อสาร การพูดมันก็สำคัญไม่ต่างเลย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ตอนพิเศษ 2 คนจมน้ำ
[/b]


ชายหาดยามเย็นดึงดูดนักท่องเที่ยวแค่ไหน แค่ใช้สายตากวาดดูก็รู้ รอบตัวเต็มไปด้วยกลุ่มคนที่มาพักผ่อน ผู้ใหญ่นักพักผ่อนกันในร่มขณะที่เด็กๆ จะโดดลงไปเล่นกันตรงชายหาด เพื่อนในเอกของพวกผมคนนึงบ้านอยู่แถวนี้ ผมกับเพื่อนในเอกมาฉลองปิดเทอมที่นี่ เพราะอยู่ไม่ใกล้จากมอ ขับรถแค่ ชั่วโมงเดียวก็ถึง

“ใอ้ดิน หาดแถวนี้แม่งคนเยอะ แต่ไม่ค่อยมีคนเล่นน้ำ เลยวะ”

“หาดแถวนี้มันค่อยข้างอันตราย ยิ่งน่าฝนยิ่งน่ากลัว น้ำวนน่ะ มึงไม่เคยได้ยินไง?”

หูผมก็ฟังเพื่อนพูดในขณะที่สายตาก็มองไปรอบๆ คลื่นค่อนข้างแรงจริงๆนั่นแหละ

“ช่วยด้วย เด็กจมน้ำ!!”

“ชิบหายแล้วแม่ง พวกมึงไม่ต้องลงมา ”

ใอ้ดินรีบตะโกนห้ามเพื่อนในขณะที่มันก็รีบวิ่งลงน้ำ ผมไม่ฟังที่มันพูด วิ่งตามมันลงไป มีวัยรุ่นคนนึงกระโจนลงน้ำพร้อมๆกับเพื่อนผม พวกเรารีบเขาไปช่วยเด็กที่ถูกน้ำดูดเกือบจะจมหายไปกับสายน้ำขึ้นมา ผมเคยอ่านเจอเรื่องน้ำวนแถวนี้ดี เลยไม่กล้าพาตัวเองไปลึกมาก ได้แต่คอยรับเด็กที่ใอ้ดินลากขึ้นมา

มีเด็กถูกช่วยขึ้นมาแล้ว 3 คน ผมเห็นคนสุดท้ายกำลังถูกลากคอมาทางผม ผมเลยพยายามขับเข้าไปหา เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง

“พาเด็กไปก่อน”

ผู้ชายตัวขาวนั่นพอเห็นว่าผมอยู่ไม่ไกลก็พยายามส่งเด็กให้ผม ผมจึงยื่นมือไปรับตัวเด็ก ก่อนจะขึ้นมาบนฝั่ง พอหันกลับไปเพื่อจะพูดกับคนที่ช่วยเด็ก ผมกลับไม่เห็นเขาแล้ว

“เชี่ยแล้ว ใอ้ดิน มีคนจมน้ำ”

ผมแทบจะถลาลงน้ำไปหาคนเมื่อกี้ แต่ใอ้ดินกับเพื่อนอีก 2-3 คนพยายามรั้งตัวผมไว้ ความรู้สึกที่มีคนหายไปต่อหน้ามันยากที่จะบรรยายจริงๆ ผมได้แต่ยืนตัวเปียก ทำอะไรไม่ถูก หูได้ยินไอ้ดินโทรตามร่วมกตัญญู โทรแจ้งตำรวจ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่ได้ดึงให้ผมกลับมาสู่ความเป็นจริงเลย

ภาพที่หนุ่มคนนั้นส่งเด็กให้ผมยังคงติดตา ดูเหมือนเขาจะทำหน้าเจ็บปวด แม่งเอ้ย ทำไมผมไม่สังเกตุเห็นความผิดปกติ ตั้งแต่แรก

“ใอ้กราฟ มึงโอเคมั้ย?”

ใอ้คินกับไทม์เข้ามาตบไหล่ผมด้วยความเป็นห่วง

“กูทำคนหายต่อหน้าต่อตากู ... เขาดูมีปัญหาตั้งแต่ตอนส่งเด็กให้กู แม่งเอ้ย ทำไมกูไม่พาเขาขึ้นมาด้วย”

“กราฟ มันไม่ใช่ความผิดของมึง มันเป็นอุบัติเหตุ”

ผมได้แต่กุมหัวพูดอะไรไม่ออก เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนฟ้ามืด คลื่นลมเริ่มสงบ เจ้าหน้าก็ประสบความสัมเร็จในค้นหา ร่างที่ปกคลุมไปด้วยผ้าขาวถูกหามผ่านหน้าผมไป อยากจะเข้าไปขอดูหน้าแต่ผมก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ตาย .......ถ้าหากย้อนเวลาได้ก็คงดี .........



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พิเศษ 3 บายเนียร์สุขสันต์

หลังมิทเทอมมาไม่นาน พวกเรามีสังสรรค์กันอีกแล้วครับ เซเลปก็ประมาณนี้เนอะ ^_^

แต่งานนี้  พระเอกของงานน่ะพี่ปี 4 ครับเพราะมันคืองานบายเนียร์  (Goodbye senior) งานเลี้ยงฉลองให้พี่ปี 4  ที่กำลังจะจบ ที่ต้องจัดเทอมนี้ เพราะเทอม2 พี่ๆบางเอกต้องไปฝึกงาน  ดังนั้นพวกเราชาวปี 1 แค่นั่งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม ทำหน้าเอ๋อแดกไปก็พอ ห้ามแย่งซีน ถึงจะทำยากแค่ไหนก็ตาม ถุยยยยยยยยยย

ธีมของงานง่ายมาก พี่ๆปี 3 ให้คียเวิร์ดมาสองคำ “แฟนซี” กับ “การ์ตูน”  ใครใคร่ใส่ใส่ ตัวอะไรก็จัดมา พวกผมนี่ใอ้จันทร์ลงทุนมาก มันอาสาไปซื้อมาจากกรุงเทพเลยให้เพื่อนๆ มันทุ่มเทสุดๆ แต่.......

เมื่อพวกผมเห็นชุด....

“มึงแน่ใจว่าพวกเรา 4 คน จะไปทั้งอย่างนี้นะ ใอ้จันทร์?

“เออไง ดีออก เป็นทีมด้วย”

“มึงเอาส่วนไหนของร่างกายคิดใอ้จันนนนนนน?” ขนาดใอ้ปีย์คู่ซี้ยังโวยวายเหอะ

“ห่าจันทร์ มันคงยัดเข้าไปในรถได้หรอกแม่ง”

คุณรู้ไหมครับว่าใอ้จันทร์มันจะให้พวกเราใส่อะไร? .

แท่น แทน แท้น แท้นนนนนนนน

...............ชุดมาสคอทไดโนเสาร์เป่าลม!!!

 แฟนซีมากพ่อ!  ครบเลย 4 คน 4 สี  ทำอะไร ไม่ปรึกษาหนังหน้าอันหล่อเหลาของกูเลย กูจิร้องงงงงง

ท้ายที่สุดก็ทำใจ เพราะทำอะไรไม่ได้ ต้องจำใจใส่  แต่ต้องเก็บชุดก่อน เพราะมันยัดเข้ารถไม่ได้

“โอโห้ จันทร์ กลุ่มแม่งโคตรสร้างสรรค์ ฮ่าฮ่าฮ่า”

“อร้ายยยยยยย คุณไดโนส่งตรงมาจากภูกุ้มข้าวหรือเปล่าวะ 5555”

หน้าห้องจัดเลี้ยงโรงแรมมอ ผมนี่อยากจะเอาหน้ามุดเข้าไปในชุด เพราะหันไปทางไหน แม่งคนก็หัวเราะ ใอ้จันทร์ ใอ้เพื่อนเวร มึงให้เดือนมหาลัยมาทำแบบนี้ได้ไง  ยังดีว่ามันได้มีแต่กลุ่มพวกผมหรอกที่บ้า เมื่อกี้เห็นพี่ปี 4เอกบริหาร แม่งมาเป็นเทเลทับบี้เลย เออกับพวกพี่มันสิ

ผมพาสารร่างไปหามุมนั่ง แม่งเดินก็ลำบาก นั่งก็ก็กลัวล้ม หันทีหางก็จะไปฟาดชาวบ้านเค้า

  ไหนจะต้องระวัง เดี๋ยวคนจะเหยี.....

“โอ้ยยยยยยย ใครเหยียบหางโผ้มมมมมมมมมมม”





หางไดโนเสาร์ จงเจริญ   อาเมน



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนพิเศษ 4  ลอยกระทง[/center

วันนี้พาราลั่นลาเป็นพิเศษ  เลิกเรียนแล้วรีบดิ่งกลับคอนโด คุณฟังกันไม่ผิดหรอกครับ เพราะผม ใอ้พารารูปหล่อคนนี้ ได้ยึดพื้นที่คอนโดพี่มันเรียบร้อยแล้ว อิอิ

ตั่งแต่ปิดเทอม 1 ผมก็แทบจะขนเสื้อผ้าหนีตามผู้ชายมา อร้ายยยยยยยยย แรดน้อยเรียกแม่

ไม่ใช่หรอกครับ ก็ไปๆกลับๆระหว่างหอในกับห้องพี่มันนั่นแหละ มาอยู่กับพี่มันตลอดได้ยังไง เดี๋ยวป๊าตีตาย (เหรอ?)

 นอกเรื่องไปไกล กลับมาๆ วันนี้ที่บอกลั่นล้าเพราะมันคือวันลอยกระทง ในมอจัดงานด้วยนะ แต่ละคณะออกบูธหาเงินเข้าคณะกันใหญ่ ธีมปีนี้คืองานวัดไง ได้ข่าวว่าสาวศึกษาจะทำสาวน้อยตกน้ำ หรือหนุ่มน้อยตกน้ำนี่แหละ พาราอยากเห็นนนนนนน

แต่ปี 1 อย่างพวกผมไม่มีที่ยืนในจุดนี้หรอกครับ พี่ปี 2 โน่น ที่รับงานไปทำ คณะผมขายกระทงแถมกอดจากพี่ปี 4 โหยยยยยยยยยยยย พารานี่อยากจะเจ๋อไปอยู่หน้าซุ้มตั้งแต่ บ่าย 2

 ก็พี่ปี 4 หน้าตาดีมากกกกกก หล่อเว่อร์ๆ อย่างพี่วิน ปู่ใอ้จันทร์ หรือ พี่กันต์เอก บริหารการจัดการ เจ้าของคาร์เฟ่ต์ For you guys หรือพี่ปูนเดือนคณะที่หล่อแบบเถือนเร้าใจจน ผู้หญิงในเอกผมมันกรี๊ดกร๊าดกันไม่หยุด  แต่พี่ปี 4 หาตัวยากไปซักหน่อย ตอนประชุมเชียร์ ผมเห็นอยู่ไม่กี่ทีเอง ดังนั้นโอกาสนี้จะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเหอะ

“พี่มึงทำไรอ่ะ เสร็จยัง”

วันนี้พี่มันโดดจากซุ้มตัวเองครับ ใอ้คนขี้เกียจ

“มานี่มา” กวักมือเรียกเหมือนหมาเลย แล้วกูยังเดินเข้าไปอีก ฮือ

พี่มันดึงผมไปนั่งตักหันหน้าเข้าคอมพิวเตอร์ ก่อนจะคลิ๊กเค้าเว็บไซด์มอ ที่มีรูปกระทงอยู่

“ทำไรวะพี่?”

“ลอยกระทงไง”

“..?__?” คืออัลไล

“ก็มึงอยากลอยกระทงไม่ใช่เหรอ นี่ไง”

ลอยกระทงออนไลน์!!! พ่องงงงงงงงงงงงงงง

“มึงจะบ้าเหรอวะพี่ กูอยากไปลอยกระทง ที่ลอยกระลงจริงๆ ไม่ใช่มาลอยออนไลน์ โอ้ย”

“ไม่ต้องไปหรอกคนเยอะ มันเบียด ไม่ชอบ”

“มันลอยกระทงมั้ยพี่ กิจกรรมหลักมันก็ต้องออกไปลอยกระทงสิวะ”

“จริงๆแล้ว กิจกรรมหลักของวันลอยกระทงไม่ใช่การลอยกระทงนะ”

“มั่วแล้วมึงอ่ะ ไม่ลอยกระทงแล้วจะไปทำอะไร”

“....เสียตัวไง”

“....” ตึงโป๊ะ!

“เดี๋ยวๆ มึงจะพากูไปหนายยยยยย”

สุดท้ายผมโดนจับทำกิจกรรม “หลัก” ไปหนึ่งรอบก่อนพี่มันถึงได้พาออกมา

กูละปวดเฮดดดดดดดด ขอยาพาราหน่อยเซ่



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบแล้วเด้อ ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ ทุกคน เจอกันใหม่เรื่องหน้า/Frihet :bye2: :bye2: :bye2:

[/font][/size]

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1
Re: Para-graph บทความชีวิต ติดหัวใจ
«ตอบ #27 เมื่อ04-07-2020 18:58:27 »

 :pig2:
 :3123:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด