☁▧☀▧☁ คิด(ไม่)ถึง .. คะนึง(ไม่)หา ☁▨☀▨☁ ๒๔/๙/๖๓ ‡ บทที่ ๑๘ {ครึ่งแรก} หน้า ๗
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ☁▧☀▧☁ คิด(ไม่)ถึง .. คะนึง(ไม่)หา ☁▨☀▨☁ ๒๔/๙/๖๓ ‡ บทที่ ๑๘ {ครึ่งแรก} หน้า ๗  (อ่าน 5603 ครั้ง)

ออฟไลน์ :นางสาวผอบ:

  • ความเคลื่อนไหวในเงามืด
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +637/-3
บทที่ ๑๒ ครึ่งแรก


ภาพของไอ้หาญที่มีบาดแผลเลือดอาบ และรอยฟกช้ำที่บวมปูดหาส่วนดีไม่ได้ตามตัวคือภาพติดตา ความรู้สึกผิดถาโถมเกาะกุมใจจนทำให้นอนไม่หลับ จวบจนดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาที่ผ่านการร่ำไห้มาอย่างหนักยังคงนั่งมองตนเองผ่านกระจก

คุณปราณยังคงนั่งอยู่ในอิริยาบถเดิมตั้งแต่กลับมาจากดูไอ้หาญ เฝ้าโทษตัวเองซ้ำๆ เพราะไม่มีทางไหนที่เขาจะไม่ผิดเลย แต่ถึงอย่างนั้นแม้แต่ตอนที่มันเจ็บหนัก ไอ้บ่าวซื่อก็ยังไม่โกรธหรือโทษเขา เสียงสั่นเครือของมันมีแต่ความห่วงใย ร่างกายที่เจ็บปวดเจียนตายฝืนขยับเพื่อให้ได้สัมผัสกัน

วันเวลาผันผ่านไปหลายวันแล้ว ไอ้มั่นไม่ค่อยได้มารายงานข่าวเพราะเจ้าคุณพ่อสั่งให้มันไปขูดลอกคลองเสียก่อน ข่าวล่าสุดของไอ้หาญคือมันยังมีชีวิต แต่สภาพร่างกายเป็นอย่างไรนั้นเขาไม่อาจรู้ได้ อยากจะไปหาแต่เพราะต้นไม้ใหญ่ที่เคยแผ่กิ่งก้านมาจนถึงหน้าต่างห้อง ถูกตัดจนเหี้ยนเสียแล้ว กว่ามันจะงอกขึ้นใหม่คงใช้เวลาเป็นปี

หลังจากที่เขาไปพบไอ้หาญในครานั้นจนเวลาล่วงเข้าวันที่ 5 เจ้าคุณพ่อก็ยกเลิกการกักบริเวณเขาเสียที แต่ก็ยังต้องอยู่ในสายตาของพวกบ่าวที่เจ้าคุณพ่อสั่งความไว้ คุณปราณไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดกับมารดาที่รอต้อนรับอยู่ที่เรือนกลางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ข้าวปลาอาหารที่จัดวางเรียงไว้บนโต๊ะเตี้ยอย่างสวยงามไม่ได้ดูน่าทานสำหรับคุณปราณเลยสักนิด เพราะตอนนี้ใจเขาคิดไปถึงเรื่องอื่น

เมื่อกินมื้อเช้าเสร็จเขาก็เรียกไอ้มั่นให้มาหาที่ท่าน้ำ โดยมีไอ้คมคอยดูอยู่ห่างๆ ตามคำสั่งเจ้าคุณพ่อ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้เขาทุกข์ใจ เพราะเจ้าคุณพ่อยังไม่รู้ว่าไอ้มั่นคือหมากตัวสำคัญที่กุมเรื่องราวทั้งหมดไว้ ซึ่งต้องเอ่ยชมไอ้บ่าวคนนี้ว่ามันเล่นละครและตบตาผู้คนได้เก่งจริงๆ

“ไอ้มั่น เอ็งอยากช่วยไอ้หาญหรือไม่” คุณปราณเอ่ยถามหลังจากนั่งอยู่ที่ศาลา ปล่อยให้ลมโกรกพัดเอาความร้อนออกไปบ้าง

“อยากขอรับ” ไอ้มั่นกระซิบตอบ

“ถ้าเช่นนั้นคืนนี้เอ็งไปหาเรือมาสักลำจอดรอท่าที่ท้ายสวน วันพรุ่งในช่วงพลบค่ำจงพาไอ้หาญหนีไปเสีย”

“คุณปราณ!” ไอ้มั่นหลุดเรียกชื่อนายเสียงดังจนคุณปราณต้องถลึงตาใส่

ฝ่ายคนเป็นนายทำทีเป็นเปลี่ยนอิริยาบถเป็นมาเดินชมดอกไม้ของคุณหญิงราตรีแทน บางดอกส่งกลิ่นหอมอย่างดอกแก้วที่ขึ้นเป็นพุ่มสวยงาม

“เงียบแล้วฟังข้า อย่าได้พูดตอบอันใดแค่พยักหน้ารับไปอย่างเดียวเป็นพอ” คุณปราณพูดเสียงเข้ม ไอ้มั่นพยักหน้ารับ รอฟังว่าสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดคืออะไร แม้ใจจะคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องดีก็ตาม

“ข้าจะฝังของทั้งหมดไว้ในห่อผ้า มีสมุดบันทึกและจดหมายที่ข้าจะฝากถึงไอ้หาญ เอ็งต้องเอาไปให้ถึงมือมัน ห้ามลืมเด็ดขาด ส่วนเงินทองที่ข้าใส่ไว้ให้มันพอให้เอ็งกับไอ้หาญหนีไปจากเมืองนี้ และมีชีวิตที่ไม่ลำบากต้องตกเป็นทาสเรือนไหนอีก”

“ข้าจะใช้ตัวเองเป็นตัวล่อให้คนของเจ้าคุณพ่อออกจากเรือน พวกเอ็งจะได้หนีได้ แต่จงจำไว้ เมื่อจากไปแล้วอย่างได้ห่วงอันใดอีก ไม่ต้องหันกลับมา ไม่ต้องสนใจเรือนนี้อีก พวกเอ็งหลุดพ้นจากที่นี่ไปแล้ว”

ไอ้มั่นมองด้านข้างของเจ้านายด้วยน้ำตาเอ่อคลอ คุณปราณช่างดีกับมันเสมอ รูปร่างบอบบางของอีกฝ่ายน่าถนอม จิตใจนี้ก็มีแต่ความเมตตาให้มันกับไอ้หาญที่อย่างไรก็ทดแทนไม่หมด

“แต่ไอ้หาญมันอ่านหนังสือไม่ออกนะขอรับ ฝากสมุดบันทึกกับจดหมายให้มันจะดีหรือขอรับ” ไอ้มั่นแย้งถึงสิ่งที่มันเห็นว่าไม่เข้าใจนัก

คุณปราณเงียบไป ใบหน้าที่เรียบนิ่งไม่ปรากฏอารมณ์ใด หากแต่ในใจกลับร้าวรานยากจะลืมความเจ็บนี้ เพราะไอ้หาญอ่านหนังสือไม่ออก เขาจึงอยากฝากของสำคัญนี้ไว้ให้มัน เผื่อวันใดที่มันอ่านได้ มันจะไม่ถือโทษโกรธเขาที่ได้กระทำบางสิ่งลงไป หรือไม่...วันเวลาจะช่วยให้มันลืมสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ้าง

“ข้าเชื่อว่าสักวันไอ้หาญมันต้องหาทางอ่านหนังสือออกจนได้”

คุณปราณตอบด้วยไม่ได้ละสายตาไปจากดอกพุดน้ำบุษย์ตรงหน้า ต้นของมันสูงท่วมหัว ออกดอกเต็มต้น กลิ่นหอมยังไม่อวลมากนักเพราะยังบานไม่เต็มที่ เขาเด็ดดอกมันมาดอกหนึ่ง ยางที่ก้านดอกเหนียวติดมือแต่เขาไม่นึกรำคาญ พิศมองดอกไม้งามในมือแล้วยิ้มอ่อนยามที่นึกถึงวันเวลาก่อนหน้านี้ที่ตนกับไอ้หาญได้อยู่ด้วยกัน

“แล้วถ้าไอ้หาญถามถึงคุณปราณล่ะขอรับ”

“บอกมันว่าข้าจะล่วงหน้าไปก่อน หากบุญวาสนาที่ทำมาร่วมกันส่งผลแล้วไซร้ ข้ากับมันคงได้พบกันอีกครั้งในวันหนึ่ง”

::::::::::::

วันนี้หากถือเป็นฤกษ์งามของเขาได้หรือไม่ ฟ้าสางใกล้รุ่งแสงแรกของวันค่อยๆ ฉาบฉายบนนภากว้างดูสวยงามราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน เขามองความงดงามของแสงแรกของวันพร้อมใจที่ชาหนึบ ความหน่วงในอกแทบทำให้หายใจไม่ออก

ก่อนนี้เขาเพิ่งฝังของที่ตั้งใจมอบให้ไอ้หาญไว้ตามที่บอกไอ้มั่นไว้แล้ว อำพรางทุกอย่างจนแน่ใจว่าซ่อนมันไว้อย่างแนบเนียน ก่อนจะมานั่งที่ศาลาริมน้ำดูความสดใสในยามเช้าตรู่ เห็นพวกบ่าวหลายคนกำลังหิ้วน้ำไปใส่ตุ่ม กิจวัตรประจำวันของพวกมันก็ไม่ต่างจากเดิม ทำเช่นนั้นวนซ้ำๆ จนเขาเห็นแล้วเบื่อแทน

“คุณปราณตื่นเช้านะเจ้าคะ นอนไม่หลับหรือเจ้าคะ” ยายอาบเข้ามาถาม ก่อนจะจุดสมุนไพรไล่ยุงให้ ตอนนี้ฟ้ายังไม่สว่างดียุงจึงยังบินชุมอยู่

“ข้าแค่อยากตื่นไวเพื่อจะได้ทำอะไรได้มากขึ้นก็เท่านั้น ยายอาบเถิด ไม่รีบไปตลาดรึ” ชายหนุ่มหันไปถามบ่าวคนสนิทของคุณหญิงแม่ ยายอาบยิ้มโชว์ฟันดำก่อนจะหยิบผ้าเช็ดน้ำหมากที่มักพกติดกายขึ้นซับมุมปาก

“ประเดี๋ยวก็จะไปแล้วเจ้าค่ะ คุณปราณต้องการสิ่งใดหรือไม่เจ้าคะ บ่าวจะได้หามาให้ อ้อ! วันนี้บ่าวว่าจะบวชกล้วยไข่หรือคุณปราณอยากรับของหวานเป็นอย่างอื่นไหมเจ้าคะ”

“ไม่ล่ะ เอาตามที่ยายอาบว่าเถิด”

บ่าวหญิงสูงวัยยอบกายลงเล็กน้อยเป็นการบอกลา ก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้คนเป็นนายมองตาม หากได้กินกล้วยไข่บวชชีก่อนไปก็คงดีไม่น้อย

คุณหญิงราตรีตื่นมาใส่บาตรตั้งแต่เช้าตรู่ ตระเตรียมของกับพวกบ่าวไพร่อยู่นานก็เสร็จ เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนั่งอยู่ที่ท่าน้ำจึงชวนให้ไปใส่บาตรด้วยกัน คุณปราณนั่งพับเพียบลงข้างมารดา ท่าทางอ่อนน้อมนี้ยังคงมิเปลี่ยน คุณหญิงราตรีหน้าชื่นขึ้นสักหน่อยที่เห็นบุตรชายออกมาใส่บาตรกับตน เนื่องจากหลายวันมานี้เธอเห็นแค่เพียงใบหน้าเศร้าซึมของลูกเพียงเท่านั้น

“นานๆ ทีจะเห็นลูกมาใส่บาตรกับแม่ ดูท่าวันนี้จะเป็นวันดีของลูกกระมัง” มารดาเอ่ยเย้าด้วยใจเป็นสุข ฝ่ายลูกชายทำเพียงยิ้มตอบก่อนจะเสหน้าไปทางอื่นเสีย เพื่อหลบซ่อนความคิดที่อยู่ในจิตใจ

กลายเป็นวันนั้นทั้งวันคุณปราณแทบไม่ออกห่างจากมารดาเลย เพราะคุณหญิงราตรีคอยแต่จะให้ลูกชายคอยปรนนิบัติพัดวีให้ เห็นคุณปราณกลับมายิ้มแย้มได้ปกติเธอก็ดีใจจนมีแต่รอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า

“เย็นนี้ลูกอยากกินแกงอะไร แม่จะทำให้ลูกกินเอง” หญิงสูงวัยที่เอนกายอยู่กับหมอนอิงแบบสามเหลี่ยม มีพัดสานในมือคอยพัดคลายความร้อนให้ตนเอง

“เอาอกเอาใจกันเหลือเกินนะ” เสียงเข้มของประมุขในเรือนทำแม่ลูกหันไปมอง ท่านออกญาฯ ออกไปทำงานแต่เช้า แต่พอตกบ่ายก็กลับมาเสียแล้ว

“ได้หรือคุณพี่ ลูกทั้งคนจะไม่สนใจได้เยี่ยงไร”

“หึ” น้ำเสียงกึ่งดูถูกดูแคลนของบิดา ทำคุณปราณก้มหน้าไม่กล้าสบตา และบีบนวดคุณหญิงราตรีต่อไป

คุณปราณเข้ามาในห้องอีกครั้งในยามบ่ายคล้อย คุณหญิงราตรีพักผ่อนเพื่อหลับสักงีบค่อยตื่นไปคุมบ่าวในเรือนทำอาหาร เขาเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นใส่ผ้าแล้วห่อมัดให้เรียบร้อย กระดาษเปล่าหนึ่งแผ่นถูกคลี่ออกให้เรียบ ก่อนปลายปากกาขนนกจะจรดเขียนตัวอักษรลงไป



ถึงเจ้าคุณพ่อกับคุณหญิงแม่

ตั้งแต่ลูกจำความได้ สิ่งเดียวที่ลูกรู้คือความรักที่เจ้าคุณพ่อและคุณหญิงแม่มอบให้ลูกเสมอมา หากแต่ใจไม่รักดีนี้ก็ยังไปรู้สึกกับบ่าวผู้ต่ำต้อยเสียได้ ลูกมิอาจหักห้ามใจไม่ให้รักเหมือนที่ลูกมิอาจขัดความตั้งใจของเจ้าคุณพ่อได้ ตั้งแต่เล็กไม่ว่าเจ้าคุณพ่อประสงค์สิ่งใด ลูกยอมทำตามอย่างไม่มีข้อกังขาใดให้ระคายหู แต่รักครั้งนี้หากจะให้ลูกบั่นใจห้ามให้ความรู้สึกแล้วไซร้ ลูกก็ทำมิได้เช่นเดียวกัน

ลูกรู้ผิดในครานี้ว่าคงทำให้ท่านทั้งสองผิดหวังในตัวลูกมาก หากเจ้าคุณพ่อและคุณหญิงแม่ให้อภัย ลูกอยากขอชดใช้ทุกสิ่งที่ลูกกระทำในแบบที่เห็นสมควร ขอให้เจ้าคุณพ่อโปรดอย่างโกรธเคืองลูกหรือไอ้หาญอีกเลย เพราะกรรมที่ลูกก่อทำให้บุพการีทั้งสองต้องอับอาย และเสียใจอย่างที่สุด ไม่อาจลบล้างด้วยความดีอื่นใดได้อีกแล้ว ลูกจึงขอทดแทนคุณครั้งสุดท้าย ด้วยการจากไปเสียยังดีกว่าอยู่ให้เจ้าคุณพ่อและคุณหญิงแม่ต้องทุกข์ไปมากกว่านี้

ลูกขอขมาในสิ่งที่ลูกได้ล่วงเกินต่อท่านทั้งสอง ความรักที่ลูกมีให้มิเคยแปรเปลี่ยนเป็นอื่นใด และความรัก ความหวังดีของเจ้าคุณพ่อและคุณหญิงแม่ก็จะอยู่ในใจลูกจนลมหายใจสุดท้ายเช่นเดียวกัน


รัก

ปราณ



เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้จนเจ็บไปทั้งอกนี้มิอาจให้ใครได้ยินได้ จดหมายปิดผนึกด้วยครั่งที่มีตราประทับเป็นชื่อเขา ซึ่งมันคือของขวัญที่เจ้าคุณพ่อมอบให้ตอนกลับมาอยู่ที่เรือน คุณปราณยกจดหมายที่ถ่ายทอดทุกความรู้สึกใส่ไว้ขึ้นจรดริมฝีปาก ฝากจูบนี้ให้บิดาและมารดาก่อนจะเตรียมตัวออกเดินทาง

เขาใช้ผ้ามัดต่อกันใช้แทนบันไดในการปีนลงจากเรือน เพราะหน้าต่างคือทางเดียวที่เขาจะหลบหนีออกไปได้ เจ้าคุณพ่อคงอยู่ที่เรือนโถงกลางกำลังนั่งขัดดาบอยู่เป็นแน่ เพราะมันคืองานอดิเรกของท่านที่มักทำเป็นประจำ หากเขาจะหนีไปก็ไม่ควรให้เจ้าคุณพ่อเห็น

เมื่อปีนลงมาได้แล้วคุณปราณจึงกระชับหอบผ้าที่เอามาด้วย เขาเห็นเรือจอดอยู่ที่ท่า มันประจวบเหมาะเสียจริงในเวลานี้ ร่างบอบบางของบุตรชายท่านออกญาฯ ก้าวลงเรือไปในทันที พยายามทำท่าทีลับๆ ล่อๆ จงใจให้คนอื่นเห็นตน ก่อนจะพายออกไปในช่วงเย็น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่นัดหมายกับไอ้มั่นให้ดำเนินตามแผนการไว้

“นั่นคุณปราณจะไปที่ใดวะ มีห่อผ้าไปด้วย” บ่าวชายคนหนึ่งเอ่ยถาม เมื่อเห็นท่าที่ของคุณปราณที่ไม่ปกตินัก

“คงไปทำธุระกระมัง มึงก็รู้ว่าช่วงนี้คุณปราณเก็บตัวอยู่เนืองๆ วันนี้คงได้ทีจึงออกไป”

“ในเวลาเย็นแบบนี้น่ะรึ ไม่มีไอ้มั่นหรือบ่าวคนใดตามไปด้วยน่ะรึ”

“ก็เออสิวะ มึงจะถามกระไรให้มากความ เรื่องของเจ้าของนายอย่าได้ยุ่ง มึงไม่เห็นไอ้หาญรึ ขนาดมันอยู่เงียบๆ เช่นนั้นยังโดนท่านออกญาฯ ไล่ตะเพิด เพราะดันไปพูดจาไม่เข้าหู ทำตัวไม่เข้าตา”

“มึงรู้หรือว่าที่ไอ้หาญโดนตะเพิดออกจากเรือนเพราะเหตุใด”

“ไม่รู้ แต่ได้ยินยายอาบตอบอีผ่องว่าเพราะทำตัวไม่เหมาะสม อันนี้กูก็ไม่รู้ว่าไม่เหมาะสมตรงไหน แต่ในเมื่อท่านออกญาฯ มิประสงค์จะให้อยู่เรือน มีหรือทาสอย่างมันจะอยู่ได้”

:::::::::::

“ลูกข้ายังไม่ออกมาจากห้องอีกรึ แม่อาบไปตามพ่อปราณมาสิ” คุณหญิงราตรีเดินขึ้นเรือนมา เห็นบ่าวกำลังจะจัดตั้งสำรับเย็นแล้วแต่ลูกชายยังไม่ออกจากห้อง เธอไม่เห็นหน้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนสามีนั้นสั่งให้ไอ้ขำเอาดาบไปเก็บ เตรียมตัวทานมื้อเย็นกันแล้ว

ยายอาบไปตามให้ แต่เคาะประตูเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ไม่ขานรับ มันจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป เพราะประตูไม่ได้ขัดไม้ไว้ แต่เมื่อเข้าไปกลับพบแต่ความเงียบงัน ไม่มีใครอื่นอยู่ในห้องแห่งนี้

“ว้าย! ตายแล้ว! คุณหญิงเจ้าคะ!”

ยายอาบหวีดร้องเมื่อพบว่ามีผ้าปูที่นอนผูกติดกับขาเตียงปล่อยยาวไปที่หน้าต่าง เมื่อมองลงไปเห็นว่าชายผ้ายาวเกือบถึงพื้น พร้อมกันนั้นยังมีจดหมายปิดผนึกอยู่บนโต๊ะ ลายมือคุ้นตาคาดว่าเป็นลายมือของคุณปราณ แม้มันจะอ่านไม่ออกแต่ก็จำลายมือเขียนหนังสือของคนที่มันเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กได้

ยายอาบรีบเอาไปให้เจ้านายของมันในทันที เพราะดูจากรูปการณ์แล้วคงไม่ดีนัก คุณหญิงราตรีได้ยินเสียงโหวกเหวกของบ่าวคนสนิทก็สะดุ้ง เห็นยายอาบรีบวิ่งหน้าตื่นเอากระดาษปิดผนึกมาให้ตน

“คุณปราณไม่อยู่ในห้องเจ้าค่ะ คาดว่าคงไปแล้วเจ้าค่ะ”

“ไปที่ใด ไปได้เยี่ยงไร ข้าอยู่ตรงนี้ตลอดไม่ยักเห็น”

“มีผ้าผูกติดกับขาเตียงเจ้าค่ะ พาดไปถึงขอบหน้าต่างยาวลงเกือบถึงพื้นเลยเจ้าค่ะ” ยายอาบตอบท่านออกญาฯ ตามสัตย์จริง

ท่านออกญาฯ ถึงกับเดือดจัดกับการกระทำของบุตรชาย รับจดหมายจากคุณหญิงราตรีมาเพื่อเปิดอ่านก่อนจะตัวชาวาบเมื่อได้อ่านจบ ตนจึงรีบรุดเขาไปดูในห้องนอนก็เห็นเป็นจริงดังยายอาบว่า

คุณหญิงราตรีเป็นลมทันทีเมื่อรู้ว่าบุตรชายของเธอหายออกจากเรือน โดยใช้การหลบหนีเป็นการนำผ้ามาผูกต่อกัน และไต่ลงทางหน้าต่างหนีออกจากเรือนไป โดยเอาเสื้อผ้าไปด้วยไม่กี่ชุด

ยายอาบถามไถ่บ่าวคนอื่นๆ ว่าใครเห็นคุณปราณบ้าง มีบ่าวชายสองคนที่เห็นคุณปราณก่อนหน้านี้ว่าทำตัวลับๆ ล่อๆ หอบผ้าลงเรือไป พวกมันคิดว่าไปธุระที่ไหนสักแห่งจึงไม่ได้ถาม

“ไอ้คม! มึงเฝ้าที่นี่ไว้ หากเจอลูกกูก็จงจับตัวไว้ ระหว่างนี้กูจะออกไปหาที่แถวละแวกนี้ก่อน” ท่านออกญาฯ ร้อนใจอยู่ไม่ติด สั่งความกับไอ้คมไว้ ไอ้บ่าวกายกำยำรับคำหนักแน่น

เรือของท่านออกญาฯ พายออกไปแล้วพร้อมตะวันที่ลับขอบฟ้า มีเพียงแสงของมันที่ยังคงโพล้เพล้ ไอ้คมตรวจตราดูรอบอาณาบริเวณเรือนอีกครั้ง ก่อนจะฉุกคิดขึ้นได้ว่า เมื่อวานเห็นไอ้มั่นกับคุณปราณอยู่ด้วยกันนานสองนาน บทสนทนาของคนทั้งคู่มันได้ยินไม่ชัด ตอนแรกคิดว่าพูดคุยกันตามประสานายกับบ่าวคนสนิท แต่บัดนี้มันคงต้องหยิบยกเรื่องนี้มาขบคิดเสียแล้ว เพราะไอ้มั่นหายหน้าหายตาไปเลย ทั้งที่เจ้านายของมันหายตัวออกไปจากเรือน

::::::::::::

ไอ้มั่นไม่รู้เลยว่าสิ่งที่นายมันเอ่ยเมื่อวานนั้นเป็นคำลาสุดท้าย มันไปเตรียมเรือเก่าแต่ยังใช้การได้ดีไว้หนึ่งลำอย่างที่คุณปราณบอก ขโมยมาได้จากเรือนคนอื่นก็รีบจ้ำพายมาจอดไว้ที่ท้ายสวนไม่ให้คนอื่นเห็นตั้งแต่เมื่อคืน พอรุ่งสางก็แอบมาบอกไอ้หาญถึงแผนการที่คุณปราณได้วางไว้ อีกทั้งยังส่งของในห่อผ้าให้ไอ้หาญไปด้วย ซึ่งคุณปราณฝังไว้ในกอต้นแก้วที่ปลูกขึ้นหนาแน่นเพราะคุณหญิงราตรีชอบเสียมิดชิด มันหาอยู่นานกว่าจะเจอ

“คุณปราณจะไปรออยู่ที่ใด คุณเขาได้บอกมึงหรือไม่” ไอ้หาญถามเมื่อใกล้พลบค่ำแล้ว ไอ้มั่นส่ายหัวเป็นคำตอบเพราะคุณปราณสั่งมันมาเพียงแค่นี้

“เดี๋ยวกูไปดูลาดเลาก่อน มึงเตรียมตัวไว้เลย” ไอ้มั่นพูดจบก็ออกจากกระท่อมร้าง ซึ่งกลายเป็นที่อยู่ของไอ้หาญมาหลายวันแล้ว

เสียงอึกทึกของบ่าวชายในเรือนที่วิ่งวุ่น อีกทั้งคนของท่านออกญาฯ กรูกันลงเรือทำให้มันรู้ทันทีว่าแผนของคุณปราณได้ผล คุณปราณคงหลอกล่อคนของท่านออกญาฯ ได้สำเร็จ เพราะมันเห็นว่าท่านออกญาฯ ลงเรือไปพร้อมกับลุงขำแล้ว

“ไอ้หาญ! ไปเว้ย!” ไอ้มั่นวิ่งกลับมาบอก ไอ้หาญที่ร่างกายแข็งแรงกว่าก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังเจ็บปวดเนื้อตัวเดินไม่คล่องดีนัก ย่องออกไปทางด้านหลังกระท่อมที่มีเรือจอดอยู่ ไอ้มั่นจอดมันหลบไว้อยู่ที่พงหญ้าเพื่อพรางไว้อีกชั้นหนึ่ง





โปรดติดตามส่วนต่อไป

ขอโทษที่มาช้าค่ะ

ออฟไลน์ anterosz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 781
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1
ลุ้นมาก ลุ้นทุกตอน

รอส่วนที่เหลือครับ

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43

ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0

ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ขอให้ หาญ กับมั่น หนีไปได้

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2956
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
สงสาร สงสารทั้งคู่เลยค่ะ
ถึงปราณจะยอมรับความจริงช้าไปหน่อย
แต่ปราณก็รักหาญด้วยหัวใจมากจริงๆ นะ
ดูจากที่เตรียมการทุกอย่างให้ขนาดนี้ กลับมาจะเจออะไรก็ไม่รู้

มั่นกับหาญ จะหนีไปอยู่ที่ไหนกันนะ
และใช้ชีวิตกันต่อยังไง มั่นถึงได้ไม่ไปเกิดสักที

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
ต่างคนก็ต่างทำเพื่อกันและกัน รักมั่นแต่มิอาจอยู่ด้วยกันได้ มันเศร้าจริง  T__T

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2346
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
อยากรู้ว่าใครเป็นคนสาปหาญ :katai1: สงสารคุณปราณ เหมือนจะฆ่าตัวตายเลย :hao5:

ออฟไลน์ :นางสาวผอบ:

  • ความเคลื่อนไหวในเงามืด
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +637/-3
บทที่ ๑๒ {ครึ่งหลัง}



ทางด้านไอ้คมเรียกบ่าวไป 3 คนเพื่อช่วยมันออกตามหาไอ้มั่น มันไม่ไว้ใจไอ้บ่าวคนนี้เพราะท่าทีลับๆ ล่อๆ ของมันที่สังเกตุได้ มันตามหาไปเรื่อยก็ไม่พบจนมาถึงกระท่อมท้ายสวน แต่สิ่งที่ทำมันตกใจคือไอ้หาญหายไป มันเห็นหลังคนกำลังเดินไปทางริมคลองไวๆ ซึ่งตรงข้ามคลองเป็นป่าไร้บ้านเรือนผู้คน

ไอ้หาญกำลังหนีโดยมีไอ้มั่นเป็นคนช่วย!!

“เห้ย!! หยุดนะเว้ย! พวกมึง! ไปจับพวกมัน!” ไอ้คมตวาดสั่งพร้อมเท้าที่วิ่งไปข้างหน้า ทันเห็นไอ้มั่นช่วยให้ไอ้หาญลงเรือไปก่อนแล้ว

“ไอ้หาญ! มึงรีบไปเสีย ไม่ต้องห่วงกู” ไอ้มั่นรีบดันเรือให้เพื่อนรัก ไอ้คมกำลังวิ่งมาหาใกล้จะถึงตัวพวกมันแล้ว

“มึงก็รีบขึ้นเรือมาสิวะ”

“ไม่! ถ้ากูไปพร้อมมึงมันต้องตามเราทันแน่ๆ กูจะรั้งมันไว้ก่อน ตอนนี้ขอแค่มึงหนีไปได้ทุกอย่างก็จะดีขึ้น ไปสิวะ! ไปเลย! ถ้ากูหนีได้จะตามไป ไปเจอกันที่หลังบ่อนชนไก่” ไอ้มั่นว่าจบก็กลับขึ้นฝั่ง วิ่งไปอีกทางเผื่อล่อไอ้คมไป ไอ้หาญไม่รอช้ารีบจ้วงไม้พายลงน้ำ พายออกไปก่อนที่พวกของไอ้คมจะตามมาทัน

“ไอ้มั่น!! มึงคิดว่าจะหนีกูพ้นรึ! ไอ้เนรคุณ! มึงไปช่วยไอ้ทาสชั่วหนีได้เยี่ยงไร ท่านออกญาฯ กุดหัวมึงแน่!” ไอ้คมตะโกนไล่หลังวิ่งตามไอ้มั่นไปติดๆ มีบ่าวคนหนึ่งตามมันมาด้วย

“มึงไม่เห็นใจมันบ้างรึ! ไอ้หาญไปทำอะไรให้มึงถึงได้ไม่ปรานีมันบ้าง โอ๊ย!!”

ไอ้มั่นโดนกิ่งไม้ข่วนต้นแขนขณะวิ่งผ่านจนเป็นแผล เลือดไหลเป็นทางยาว ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วแขนจนต้องกัดฟันทน แต่นั่นเหมือนจะทำให้ไอ้คมที่ร่างกายแข็งแรงวิ่งตามมาทัน มันกระโดดถีบไอ้มั่นจนล้มกลิ้ง จากนั้นก็หักกิ่งไม้ที่มีอยู่แถวนั้นหวดไปบนร่างไอ้มั่นเต็มแรง

ทางด้านไอ้หาญโดนชายร่างกำยำที่เห็นหน้ากันอยู่เนืองๆ ตอนอยู่ที่เรือนตามมาสองคน พวกมันรีบว่ายน้ำข้ามคลองมาเพื่อให้ทันเรือ ไอ้หาญรีบจ้วงพายไม่รอช้า แม้ร่างกายจะปวดแปลบไปทั่วร่างจนต้องกัดฟันฝืนทน ไม่งั้นมันคงหนีไม่พ้นเป็นแน่ จนไอ้บ่าวสองคนมันหยุดเพราะตามไม่ทัน ไอ้หาญแทบทิ้งไม้พายเพราะมันเจ็บเสียดที่สีข้างแทบทนไม่ไหว

เพราะเหตุนี้มันจึงทันเห็นไอ้มั่นโดนไอ้คมตะครุบจับตัวไว้ได้ พวกมันสองคนต่างต่อสู้กัน บ่าวชายที่ไอ้คมพามาด้วยก็เคยเรียนการต่อสู้กับครูปลั่ง เพราะฉะนั้นไอ้มั่นจึงเสียท่าโดนสอยจนร่วงไปกองกับพื้น และโดนตีนไปอีกหลายครั้งจนลุกไม่ขึ้น ไอ้บ่าวซื่อกัดฟันกรอด น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นว่าไอ้เกลอมันโดนไม่ต่างจากที่มันเคยโดน ก่อนมันจะไม่เห็นอันใดอีกเพราะโค้งน้ำที่หักศอก และต้นไทรใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านบดบังเสียจนมิด

พวกไอ้คมหิ้วปีกไอ้มั่นกลับไปที่เรือนเพื่อให้ท่านออกญาฯ สำเร็จโทษ ส่วนไอ้บ่าวชั่วที่หนีไปได้ก็ค่อยให้คนออกตามหา ถึงอย่างไรเสียมันก็คงไปได้ไม่ไกล

:::::::::::

คุณปราณนั่งทอดกายอยู่บนเรือมองแสงยามสนธยาที่กำลังจะมืดดับ บึงบัวแห่งนี้คือที่แรกที่ตนกับไอ้หาญมาพลอดรักกัน เป็นครั้งแรกที่ตนกับไอ้หาญได้เสพสมความสุข และเติมเต็มหัวใจสองดวงเชื่อมเข้าหากัน

เวลาผันผ่านนานนับเดือนที่เขากับมันได้เป็นความสุขของกันและกัน แม้บัดนี้จะมีความขมขื่นเข้ามาแทนที่ แต่กลิ่นกรุ่นความรักยังอบอวลในวันวานไม่จางหาย รอยยิ้มน้อยแตะแต้มบนใบหน้า ดวงตาเศร้าสร้อยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสมองดอกบัวที่กำลังเบ่งบานอวดความสวยงาม นึกไปถึงตอนที่ตนแกล้งไอ้บ่าวซื่อตอนเก็บสายบัวแล้วก็คิดถึง หากย้อนเวลากลับไปได้ ตอนนั้นเขาน่าจะใช้เวลาอยู่กับมันให้นานกว่านี้ และไม่ควรทำอะไรตามใจตนจนไอ้หาญต้องโดนเจ้าคุณพ่อเพ่งเล็ง

เสียงนกการ้องอยู่ไกลๆ ให้ได้ยิน ธรรมชาติยังคงเป็นไปตามวิถีชีวิตของมัน แสงตะวันค่อยๆ ลับลงเรื่อยๆ ผืนน้ำที่เต็มไปด้วยกอบัวดูมืดหม่นน่ากลัว เพราะไม่อาจมองเห็นข้างใต้น้ำได้ว่าเป็นอย่างไร

หยาดน้ำใสไหลลงอาบแก้มนวล ไร้เสียงสะอื้นให้ได้ยินแม้จะอยู่เพียงลำพัง ความเศร้านี้มิอาจมีคำใดบรรยายได้ ในตอนนี้เขาขอเพียงให้ไอ้หาญกับไอ้มั่นหนีรอดไป มีชีวิตที่ดีกว่านี้ ใช้เงินทองที่เขาทิ้งไว้ให้ เพื่อให้เขาได้ไถ่โทษในความขี้ขลาดของตนเอง ขอเพียงแค่นี้เขาก็ดีใจแล้ว

เวลาผ่านไปเนิ่นนานหลายนาทีก่อนที่ร่างบางตัดสินใจลุกขึ้นยืนบนเรือ คงถึงเวลาแล้วที่ต้องทำสิ่งที่ต้องการให้สำเร็จ และเพราะอยู่บนผืนน้ำที่ไม่มั่นคงเหมือนพื้นดินทำให้เรือโคลง หัวใจเต้นกระหน่ำในอกแทบหลุดจากอก ความกลัวแทรกซึมเข้ามาทีละน้อย แต่กระนั้นความโศกเศร้าก็ทำให้เขาก็ไม่มีใจคิดถึงความกลัวอื่นใดอีกแล้ว ความกล้าหาญสุดท้ายที่มีทำให้เขาตัดสินใจทำแบบนี้

เจ้าลมเอ๋ย ที่เคยพัด ที่เคยผ่อน

แลเจ้าแสง ทินกร ที่อ่อนไหว

ฝากคำรัก สุดท้ายนี้ ถึงคนไกล

ก่อนจากไป ไกลลับ นิจนิรันดร์

ดวงตาสวยหลับพริ้มพร้อมน้ำตาหยดสุดท้ายที่ไหลลงเช่นเดียวกัน ร่างบอบบางของชายหนุ่มค่อยๆ ทิ้งตัวลงน้ำที่หยั่งเท้าไม่ถึง และไม่รู้ว่าลึกมากเพียงใด สองแขนที่แหวกว่ายได้กอดตัวเองแน่น ไม่มีการตะเกียกตะกายใดเพื่อช่วยให้ตัวเองได้โผล่พ้นผืนน้ำขึ้นมา เพราะมันคือสิ่งเดียวที่เขาคิดไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้ว

:::::::::::::

ทางด้านออกญาศรีรัตนกรที่ออกตามหาบุตรชายนั้นร้อนใจเป็นยิ่งนัก เพราะจดหมายที่เจอบนโต๊ะเขียนหนังสือในห้องนั้นเป็นคำสั่งเสียมากกว่าจะตีความเป็นอื่น ตอนนี้ขอแค่เพียงตนเจอลูกเท่านั้น ความโกรธที่มีมาจะยอมยกออกไปให้หมดสิ้น

“ไม่เจอเลยขอรับ”

ไอ้ขำส่องตะเกียงไปตามทาง ยิ่งแสงตะวันเริ่มหมดยิ่งหายากขึ้น พวกมันพายเรือออกมาไกลจากเรือนพอสมควร ไอ้บ่าวสองคนที่บอกว่าเห็นคุณปราณชี้มาว่าคุณเขาพายเรือมาทางนี้ แต่มันไม่ยักเห็นแม้แต่เงาเรือ

“ไอ้เข้ม! เอ็งเห็นว่าลูกข้ามาทางนี้จริงรึ!” ชายสูงวัยที่กุมอำนาจใหญ่ในเรือนหันไปถามบ่าวชายอีกคนที่พายเรืออยู่ข้างหน้า

“ขอรับ บ่าวเห็นคุณปราณมาทางนี้ขอรับ” ไอ้เข้มตอบรับคำเสียงหนักแน่น มันมั่นใจว่าคุณปราณมาทางนี้แน่ๆ

ท่านออกญาฯ ใช้ความคิด มาทางนี้พ่อปราณจะไปที่ใดได้ ที่ที่พ่อปราณชอบที่สุดคือที่ใด แต่หาใช่กอเฟื่องฟ้ากอนั้นไม่เพราะตนสั่งให้บ่าวเอาพร้ามาฟันเสียเตียนโล่ง เป็นไปไม่ได้ที่พายเรือผ่านแล้วจะไม่เห็น

“บึงบัวไหมขอรับ ที่นั่นเป็นที่ที่คุณปราณชอบไปนะขอรับ” ไอ้ขำเสนอเมื่อลองตรองดูแล้วน่าจะมีไม่กี่ที่ที่คุณปราณจะไปได้

“ถ้าเช่นนั้นเอ็งจงเร่งพายไป!” สั่งจบ พวกบ่าวที่ติดตามมาด้วยก็รีบจ้วงพายไม่ยั้งแรง

จนมาถึงบึงบัวที่คุณปราณชอบมา เห็นเรือลำน้อยของเรือนออกญาศรีรัตนกรจอดอยู่กลางบึง มีห่อผ้าที่ไอ้เข้มจำได้ว่าเห็นคุณปราณเอาลงเรือมาด้วย แรงกระเพื่อมของน้ำสั่นไหวเป็นระลอกคลื่นอยู่กลางบึง ออกญาศรีรัตนกรไม่รอช้ารีบสั่งคนให้กระโดดลงไปทันที ท่านออกญาฯ รออยู่ริมฝั่ง ปล่อยให้พวกบ่าวพายออกไปที่เรือลำนั้น เผื่อว่ามีบุตรชายตนอยู่จะได้พากลับมาได้ทันที แต่เพราะแสงสว่างที่โรยรา ทำให้การมองเห็นที่ไม่ชัดอยู่แล้วยิ่งมืดมนมองเห็นลำบากมากกว่าเดิม

“เป็นเยี่ยงไรบ้างวะไอ้ขำ! พบลูกข้าหรือไม่!”

“ไม่เจอเลยขอรับ!”

“พวกเอ็งเล่า! เจอลูกข้าหรือไม่!”

“ไม่เจอเช่นกันของรับท่านออกญาฯ”

ใจคนเป็นพ่อร้อนแทบอยู่ไม่ติดราวกับจะลงไปดำผุดดำว่ายหาลูกชายของตนเสียให้ได้ เวลาผ่านไปเพียงเสี้ยวควันธูปลอย แต่กลับรู้สึกนานนับปีราวชั่วกัปชั่วกัลป์ ก่อนจะได้ยินเสียงบ่าวคนหนึ่งรอบอก

“เจอแล้วขอรับ! พวกมึงมาช่วยกูด้วยโว้ย” ไอ้บ่าวชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นจากฝั่งมืดๆ ที่แสงตะเกียงส่องไม่ถึง มันกำลังดึงลากอะไรสักอย่างขึ้นมาจากน้ำ คนอื่นๆ จึงไปช่วยกันจับปรากฏว่าเป็นร่างของชายผู้หนึ่ง เมื่อมาอยู่ใกล้แสงตะเกียงจึงเห็นได้ว่าเป็นบุตรชายของท่านออกญาฯ ที่ตอนนี้หน้าตาซีดจนน่าใจหาย

“พ่อปราณ!! เร็วเข้าๆ พวกมึงรีบพาลูกกูขึ้นมาเร็วเข้า!” มือใหญ่ที่เคยกุมดาบจับโจรบัดนี้สั่นคุมไม่ได้ ใจหวั่นระรัวกลัวสิ่งที่คิดใจจะขาด สีหน้าที่เคยดุดันมีแต่ความหวาดกลัวแสดงออกมา ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย

“พ่อปราณ! พ่อปราณ ตื่นสิ เจ้าจงตื่นบัดเดี๋ยวนี้! ข้าสั่งให้เจ้าตื่น!” แรงเขย่าตัวไม่เบานักพร้อมฝ่ามือตบกระทบใบหน้าหวาน แต่แรงเหล่านั้นไม่ได้ทำให้คุณปราณฟื้นแต่อย่างใด กลับกันร่างซีดเซียวที่ไร้แรงกระเพื่อมตรงอกบ่งบอกถึงสิ่งที่เป็นไป ราวกับนี่คือสิ่งสุดท้ายที่จะตอบโต้ผู้เป็นบิดาได้

“คุณปราณตายแล้วขอรับ”

สิ้นคำของไอ้ขำ ท่านออกญาฯ แทบล้มทั้งยืน หัวใจร้าวรานเหลือคณานับ บุตรชายเพียงคนเดียวมาทิ้งไปทั้งที่ยังไม่ถึงวัย เขามองร่างของลูกที่ไร้ลมหายใจอย่างไม่เชื่อสายตา ลูกเพียงคนเดียวที่เฝ้าถนอมมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก กลับมาจบชีวิตตนลงด้วยเรื่องความรักที่ไม่คู่ควร

ความเงียบงันเกิดขึ้นจนได้ยินเสียงหรีดหริ่งเรไรร้องระงม ไอ้ขำมองเจ้านายของมันที่บัดนี้หาได้มีคำใดเอื้อนเอ่ยออกมาไม่ ไม่มีบ่าวคนใดขยับกายเพราะรับรู้ถึงความโศกสลดของเจ้านายในเวลานี้ พวกมันสงสารท่านออกญาฯ จับใจที่ต้องมาเสียลูกรักไป หัวอกคนเป็นพ่อหรือจะทานทนได้ที่ต้องมาเห็นร่างไร้วิญญาณของลูกเช่นนี้

ออกญาศรีรัตนกรทรุดกายลงคุกเข่าข้างคุณปราณ เอานิ้วอังจมูกดูให้แน่ชัดว่าสิ่งที่ไอ้ขำพูดนั้นจริงหรือ เมื่อนิ้วไม่สัมผัสถึงลมหายใจ ความจริงที่ปรากฏตรงหน้าจึงเหมือนค้อนทุบเข้าหัว ไร้เรี่ยวแรงที่จะยืนได้อีก

“หากเจ้าจะหนีพ่อไป... ไยไม่เอาลมหายใจของเจ้าไปด้วย”

บิดาเอ่ยถามลูกชายที่นอนแน่นิ่ง ดวงตาของชายสูงวัยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งความเสียใจ มือที่เคยตระกองกอดลูกชายไว้ยามอีกฝ่ายลืมตาดูโลก ลูบไล้แผ่วเบาตามแก้มเนียนที่ตอนนี้ไร้สีเลือด เนื้อตัวนุ่มอุ่นที่เคยสัมผัสบัดนี้เย็นชืดเพราะไร้ชีวิต

ไฉนพ่อปราณจึงคิดตัดสินใจเช่นนี้ ความโกรธที่ตนได้รู้สึกยังไม่จางหายดี อีกฝ่ายก็มาทิ้งไปทั้งที่ตั้งแต่วันนั้นแทบคุยกันนับคำได้ ความเสียใจสุ่มแน่นเต็มอกแทบระเบิด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเคืองและความแค้น

“พาร่างลูกกูขึ้นเรือ กูจะไปชำระความกับไอ้ตัวต้นเหตุที่ทำให้ลูกกูต้องมาจบชีวิตตัวเองเยี่ยงนี้!!”

ออกญาศรีรัตนกรกลับมาถึงเรือนพร้อมร่างคุณปราณ ไอ้ขำกับไอ้เข้มช่วยกันแบกร่างคุณปราณไปวางบนแคร่ บ่าวชายหญิงต่างกรูกันเข้ามาดูก่อนจะตกใจกันไปตามๆ กัน คุณหญิงราตรีที่รอท่าอยู่แล้วรีบรุดลงจากเรือนเพื่อมาดูบุตรชาย การรอคอยของเธอสิ้นสุดลงพร้อมความดีใจที่ได้พบหน้าลูกชายอีกครั้ง แต่เมื่อพบว่ามีเพียงร่างที่ไร้ลมหายใจเสียงกรีดร้องของผู้เป็นแม่จึงดังไปทั่วเรือน

“กรี๊ดดดด พ่อปราณ!! พ่อปราณลูกแม่! พ่อปราณ!!”

เสียงเรียกชื่อบุตรชายของคุณหญิงราตรีขาดห้วง เธอกอดพลางเขย่าราวกับการกระทำนี้จะปลุกให้ลูกชายเธอฟื้นได้ แรงหอบหายใจเพราะแรงสะอื้นที่มีอยู่เต็มอกแทบทำให้หายใจไม่ออก หญิงสูงวัยทรุดร่วงลงไปข้างแคร่กอดร่างลูกชายพร้อมเสียงร่ำไห้ที่ฟังแล้วโหยหวนบาดลึกความรู้สึก ไม่ต้องเอ่ยคำใดก็รู้ได้ว่าอกมารดาได้ขาดลงเดี๋ยวนั้นแล้ว

“เกิดอันใดขึ้นลุงขำ เหตุใดคุณปราณ...” ไอ้คมถามสีหน้าตื่นตระหนก ไยคุณปราณถึงตายได้

“คุณปราณจมน้ำ กว่าพวกข้าจะพบก็สายเสียแล้ว” ไอ้ขำบอกเสียงเศร้า

ไอ้มั่นที่ถูกจับมัดกับเสาที่ตอกลงดินเป็นหลักยึดตัวชาวาบเมื่อเห็นร่างเจ้านายของมันนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง หัวใจของบ่าวคนสนิทเต้นรัวในอกเพราะความเสียใจอย่างสุดซึ้ง หรือนี่จะเป็นสิ่งที่คุณปราณต้องการ แต่เหตุใดถึงได้ทิ้งไอ้หาญไปเยี่ยงนี้ หากไอ้หาญรู้เรื่องเข้ามันจะมีชีวิตอยู่อย่างไร

มันคิดว่าคุณปราณให้พวกมันหนีเพื่อที่ไอ้หาญกับมันจะได้เอาเงินไปตั้งตัว จากนั้นจะได้มาหาคุณปราณได้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทาสในเรือนอีกแต่อย่างใด ไม่คิดเลยว่าคุณปราณจะคิดจบชีวิตตนแทน

“คุ...คุณปราณ...ตะ...ตายจริงรึลุงขำ” ไอ้มั่นถามเสียงสั่น หากมันจะคิดว่าเรื่องนี้คือเรื่องปดเล่าจะเป็นเช่นไร ความสูญเสียในครั้งนี้ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นดอก

“ฮึก...ฮืออ พ่อปราณ ลืมตาขึ้นมาดูแม่สิลูก ไยถึงเป็นเช่นนี้ อึก...ฮือ พ่อปราณ ไยเจ้าทิ้งแม่ไปเช่นนี้”

คุณหญิงราตรียังคงกอดร่างบุตรชายของตนไม่ปล่อย เสียงพร่ำเพ้อของหญิงสูงวัยดังเคล้าเสียงสะอื้น ยายอาบที่ร้องไห้ตามนายตนได้แค่ประคองร่างคุณหญิงราตรีไว้ เพราะกลัวว่าจะทรุดลงในนาทีใดนาทีหนึ่ง

“ไอ้คม! มึงไปเอาตัวไอ้หาญมา!”

ท่านออกญาฯ ประกาศเสียงกร้าว ทำบ่าวที่นั่งอยู่บริเวณนั้นสะดุ้งเฮือก เพราะยังจมอยู่กับความเสียใจ แต่ความโกรธเกรี้ยวของประมุขของบ้านกลับดึงอารมณ์กลับมา ไม่เข้าใจว่าให้ไอ้คมไปตามไอ้หาญทำไม ก็ในเมื่อไอ้หาญไม่อยู่ที่เรือนนี่แล้วมิใช่หรือ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยถาม ด้วยเพราะไม่ได้อยู่ในสถานะที่ถามได้

ดวงตาแดงก่ำของออกญาศรีรัตนกรดูน่ากลัวเหลือจะกล่าว ไม่มีใครกล้าเงยหน้าสบตา ส่วนไอ้คมที่โดนเรียกค่อยๆ ยอบกายและคลานเข่าเข้ามาหา

“ไอ้หาญหนีไปแล้วขอรับ ไอ้มั่นพามันหนีขอรับ แต่บ่าวจับไอ้มั่นไว้ได้จึงมัดมันไว้แล้วขอรับ” ไอ้คมชี้ไปที่ไอ้มั่นที่มันผูกไว้กับเสาไม้ตอกลึกไปเกือบสองศอกกันมันหนี

ท่านออกญาฯ ขบฟันกรอด โทสะในครั้งนนี้ยากจะยับยั้ง ไม่ว่าใครหน้าไหนก็มิอาจทำให้มันเย็นลงได้ ร่างของชายที่เป็นใหญ่สุดในเรือนนี้เดินมาหยุดตรงหน้า ไอ้มั่นน้ำตาอาบแก้ม มันเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกที่เสียเจ้านายไป แต่มีหรือที่ความโกรธแค้นในใจจะปรานีมันได้ ออกญาศรีรัตนกรยกเท้าขึ้นเตะไอ้มั่นจนหน้าหันเลือดกบปาก

“มึงช่วยไอ้เพื่อนชั่วของมึงกระนั้นรึ!! มึงกล้าดีเยี่ยงไรไยจึงกล้าขัดคำสั่งกูไอ้มั่น!!”

ออกญาศรีรัตนกรตวาดถามเสียงดังลั่น ไอ้มั่นที่มึนและเจ็บเพราะโดนเตะไปเต็มๆ ได้แค่เงียบ กรามปวดไปหมดจนแทบขยับไม่ได้

“ไอ้ขำ! ขึ้นไปหยิบดาบมาให้กู! กูจะบั่นคอมันเสียให้สิ้นที่กล้าขัดคำสั่งกูเยี่ยงนี้!”

ไอ้ขำอึกอัก ท่าทีของมันไม่กล้าที่จะทำตามคำสั่งของคนเป็นนาย เพราะถึงอย่างไรมันก็ไม่อยากให้ต้องมีใครมาตายอีกแล้ว แต่เพราะโดนสายตากดดันจากท่านออกญาฯ มันจึงรีบขึ้นเรือนไปหยิบของดังกล่าวมา มันคือดาบคู่กายของท่านออกญาฯ ที่ได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษ

“บ่ะ...บ่าว...ขออภัยในความผิดขอรับ แต่ความผิดไอ้หาญมันชดใช้พอแล้ว ปล่อยมันไปเถิดขอรับ”

“ชดใช้สมควรรึ! มึงดูลูกกูสิไอ้มั่น ลูกกูต้องมาตายเพราะไอ้ชาติชั่วนั่น เพราะการล่อลวงของไอ้หาญทำให้ลูกกูต้องเป็นเยี่ยงนี้” มือใหญ่บีบกรามไอ้มั่นไว้ ท่านออกญาฯ ก้มลงกระซิบท้ายประโยคพอให้ได้ยินกันแค่สองคน

ใครจะอยากกล่าวถึงความอัปยศอดสูของบุตรชายตนที่ไปหลงรักกับไอ้ทาสต่ำต้อย พูดไปก็มีแต่ประจานตนเองว่าเลี้ยงลูกมาได้ใฝ่ต่ำยิ่งนัก หนังสงหนังสือที่ร่ำเรียนมาไม่ได้ขัดเกลาความคิด ให้รู้จักผิดชอบชั่วดี แม้จะเสียใจเพียงใดที่ลูกตาย แต่ตนก็หักใจไม่ให้โกรธมิได้

ความแค้นมันสุมอกเหมือนแผลกลัดหนองจนยากระบายออก ยิ่งมารู้ว่าไอ้มั่นช่วยให้ไอ้หาญหนีไปไร้คนรับโทษและความโกรธที่มี ไฟโทสะจึงยิ่งทวีคูณ ไม่อยากมองหน้าไอ้บ่าวไม่รักดีคนนีอีก

“ไอ้...ไอ้หาญกับคุณปราณรักกันนะขอรับ เหตุใดท่านออกญาฯ จึงไม่เห็นใจ คุณปราณกับไอ้หาญมิเคยแสดงออกให้ใครรู้ หรือพูดอะไรไปให้ท่านเสื่อมเสียเลยนะขอรับ” ไอ้มั่นพูดเสียงแผ่ว มันสงสารไอ้เกลอจับใจ ยังจำได้ถึงตอนที่ไอ้หาญจับไข้พูดเพ้อหาคุณปราณตลอดเวลา ในห้วงคำนึงของมันมีแต่คุณปราณทุกลมหายใจ

“ถ้าพวกมันรักกันเช่นนั้น กูนี่แหละจะเป็นคนขวางทางรักของพวกมันทุกชาติไป”

แววตาเหี้ยมโหดจากคนใจแข็งทำไอ้มั่นตัวชาวาบ ก่อนความกลัวจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ เสียแรงที่เถิดทูนและเคารพ แม้แต่การอภัยให้ลูกในนาทีที่ลูกเหลือเพียงร่างไร้ลมหายใจก็ไม่มีให้ เมื่อความแค้นเข้าครอบงำ ออกญาศรีรัตนกรที่เคยเถรตรงไยจึงได้มีความคิดน่าสมเพชเยี่ยงนี้

ภาพไอ้หาญที่โดนกระทำจนทรมานทุรนทุราย บาดแผลที่ไอ้เกลอได้รับเหลือจะนับได้ แต่กลับไม่ถือโทษท่านออกญาฯ แม้แต่นิด ไอ้หาญเข้าใจว่าฐานะของมันแตกต่างกับคุณปราณเช่นไร มิเคยอยากตีตนเสมอนายแม้แต่น้อย ความจงรักภักดีมากกว่าความผิดครั้งนี้เสียด้วยซ้ำ แต่ท่านออกญาฯ กลับไม่เห็นสิ่งเหล่านั้นเลย แล้วคนอย่างไอ้มั่นหรือจะอยู่เฉยได้ ความโกรธแทนไอ้เกลอรักนี้ต้องได้ชำระความ

“หากท่านออกญาฯ ลั่นวาจาว่าจะขัดขวางคนทั้งคู่แล้วไซร้ บ่าวขอสาบานให้ฟ้าดินเป็นพยานไว้ตรงนี้ว่า...บ่าวจะขอทำทุกทางให้คนทั้งสองสมหวังกันให้จงได้ มิว่าชาติใดก็ตาม!”

สิ้นคำยั่วโทสะดาบคมกริบถูกชักออกจากฝัก ชายผู้มีศักดิ์เงื้อมันขึ้นสุดแขน ก่อนจะบั่นคอไอ้ทาสถือดีที่กล้าลั่นวาจาเป็นศัตรูกัน จนศีรษะขาดกระเด็นเสียตรงนั้นพร้อมโลหิตสีแดงเข้มนองพื้น เปรอะเปื้อนเสื้อผ้าและปลายเท้า







โปรดติดตามตอนต่อไป


ไม่รู้คนอ่านจะเศร้าเหมือนผอบมั้ย แต่แต่งตอนนี้ทำเอาดิ่งไปเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2641
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ไอ้มั่นสาบานไว้นี่เอง เลยต้องอยู่ช่วย  :o8: สงสารทุกคนเลย

ออฟไลน์ anterosz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 781
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1
ปราณกับมั่นจากไปแล้ววว อยากรู้ว่าทำไมหาญถึงยังมีชีวิตอยู่ได้จนถึงช่วงเวลานี้

แล้วชาตินี้ของปราณ จะเป็นชาติที่ตรีสมหวังกับณิชรึยัง หรือต้องรอต่อไปอีก 1 ชาติ

รออ่านตอนต่อไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-08-2020 22:39:46 โดย anterosz »

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-1
เศร้ามาก คิดว่าปราณจะตามหาญไปอยู่ด้วยกันซะอีก

ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เศร้ามาก

สงสารทั้งมั่น และหาญ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
ตามทุกชาติไป ในชาตินี้ท่านออกญาจะเป็นใครมาขัดขวางณิชกับคุณตรี สมหวังเมื่อไหร่ เมื่อนั้นไอ้มั่นคงหลุดพ้นคำสาบานแล้วไปเกิดใหม่ได้ซะที รักกันชอบกัน  :oo1: เร็วๆเถอะ ทุกคนจะได้หลุดพ้นเจ้ากรรมนายเวรกัน สงสารคุณปราณกับไอ้มั่นมาก ไอ้หาญคงใจสลายถ้ารู้ว่าเกิดไรขึ้น  :sad4: รอตอนต่อไป :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2346
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
มันเศร้ามาก ความโกรธความแค้นของพ่อทำให้ลูกต้องทนทรมานมาหลายชาติเลยได้แต่หวังชาตินี้จะจบลงด้วยความสุข
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-08-2020 19:12:42 โดย Ginny Jinny »

ออฟไลน์ :นางสาวผอบ:

  • ความเคลื่อนไหวในเงามืด
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +637/-3
บทที่ ๑๓ (ครึ่งแรก)

“ค่ะพี่โอ๋ พี่ณิชยังหลับอยู่เลยค่ะ” มิ้งตอบปลายสายที่ช่วงนี้โทรคุยกันบ่อยขึ้น เพราะเธอได้บอกเรื่องอุบัติเหตุของณิชไป

[จะหลับนานอะไรขนาดนั้นวะ นี่วันนึงแล้วนะเว้ย] รุ่นพี่ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“หนูก็ไม่รู้ หมอเขาก็บอกไม่ได้ว่าทำไม คุณตรีให้หมอตรวจอาการทางสมองซ้ำอีกครั้งแล้วแต่ไม่พบความผิดปกตินะพี่”

[ถ้างั้นมีความคืบหน้าอะไรยังไงก็บอกด้วยนะ ไปที่นั่นไอ้ณิชมีแต่เจ็บตัว รีบๆ เคลียร์งาน เร่งมือช่างแล้วรีบกลับมาเลย]

“ค่ะพี่”

หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะทิ้งตัวเอนไปบนโซฟาในห้องพักผู้ป่วยห้องพิเศษ ซึ่งค่าใช้จ่ายในครั้งนี้จีรัชญ์ออกให้ทั้งหมด

อาการของณิชในตอนแรกจีรัชญ์เป็นห่วงเรื่องทางสมองและการแตกหักของกระดูก มิ้งตกใจทำอะไรไม่ถูกเพราะเลือดที่ไหลอาบของณิชทำเธอกลัว ร่ำๆ แต่จะให้เรียกรถพยาบาล แต่นาทีนั้นถ้าจีรัชญ์ไม่ตัดสินใจปฐมพยาบาลก่อนณิชคงอาการหนักกว่านี้ จีรัชญ์ทำทุกอย่างราวกับเห็นเรื่องเล่านี้เป็นปกติ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นของจีรัชญ์ทำให้พยาบาลเอ่ยชมเปาะ ที่รุ่นพี่เธอไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เพิ่มเติมนอกจากหัวแตก

ความสงสัยยังอยู่ในใจไม่จางหาย จีรัชญ์ไปเอาความรู้เกี่ยวกับทางการแพทย์มาจากไหน ไม่ว่าจะเป็นการจับชีพจร การตรวจดูร่างกายหรือร่องรอยของกระดูกว่าหักหรือไม่ การประเมินอาการเบื้องต้นทำดูคล่องเหลือเกิน จนเผลอคิดไปขณะหนึ่งว่า อีกฝ่ายอาจเคยเป็นอาสาสมัครกู้ภัยมาก่อนที่จะเป็นอาจารย์มหา’ ลัยก็ได้

“คุณมิ้งลงไปหาอาหารทานเถอะครับ เดี๋ยวผมอยู่เฝ้าคุณณิชเอง” จีรัชญ์เปิดประตูเข้ามาบอก หลังจากเขาคุยโทรศัพท์กับรัศมีเสร็จแล้ว ช่วงนี้ใกล้สอบจึงยุ่งไปสักหน่อย มีประชุมอยู่เรื่อยๆ ด้วย แต่เพราะใจเป็นห่วงคนที่นอนไม่ได้สติอยู่จึงไม่อยากทิ้งไป

“งั้นหนูฝากด้วยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกก่อนจะออกจากห้องไป

จีรัชญ์นั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง มองคนเจ็บที่นอนไปได้ราว 7 ชั่วโมงแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมา ศอกสองข้างค้ำบนเตียงคนป่วย มือทั้งสองกุมหัวอย่างคนใช้ความคิด ณิชไม่มีอาการทางสมองใดๆ ไม่มีเลือดออกในสมอง หรือการกระทบกระเทือนที่ร้ายแรงและบ่งบอกอาการสาหัส แต่เจ้าตัวหลับไปนานแบบนี้ทำให้เขารู้สึกหวั่นใจ

ความกลัวเข้าเกาะกุมใจอีกครั้ง ความสูญเสียที่เลี่ยงการเผชิญมาตลอดตั้งแต่เจออีกฝ่าย บัดนี้กำลังเล่นงานเขา ความห่วงใยที่กักเก็บไว้ในใจ กดไว้ไม่ให้มันเผยออกมากำลังแสดงออกจนปิดไม่มิด

‘คุณเขาจะฟื้นขึ้นมา อย่าได้ห่วงเลย’

‘เขาไม่ควรหลับไปนานแบบนี้ มันเหมือนกับว่า...’

‘ชาตินี้มึงจะไม่เสียคุณเขาไปเหมือนที่ผ่านมา’

‘โชคชะตาไม่ปรานีกูขนาดนั้นหรอก กูกำลังจะเสียเขาไปอีกครั้ง’

ไอ้มั่นได้แค่ยืนมองใบหน้าเศร้าสร้อยของไอ้เกลอที่ทอดสายตามองคนเจ็บ มันช่วยเหลือได้เพียงเท่าที่ช่วยได้ หากแต่นอกเหนือจากนี้ก็คงแล้วแต่เวรแต่กรรมของใครที่ทำมา



--##--##--##--##--##--##--



ความโหดเหี้ยมของบิดาผู้ใจสลายทำบ่าวในเรือนกลัวจนตัวสั่น หัวไอ้มั่นขาดกระเด็นตกลงไม่ทันได้หลับตาเสียด้วยซ้ำ สายฟ้าฟาดเปรี้ยงสว่างวาบบนท้องฟ้าอันมืดมิด ส่งสัญญาณว่าคำสัตย์ที่ให้ไว้ของไอ้มั่นฟ้าดินรับรู้แล้ว

ออกญาศรีรัตนกรเดินขึ้นเรือนด้วยท่าทีขึงขัง ไม่มีบ่าวคนใดกล้าขัดหรือถามอะไรอีก คุณหญิงราตรีที่อยู่ในอารมณ์โศกเศร้าก็ไร้สติเกินกว่าจะสนใจเรื่องใดได้ ยังคงนั่งคร่ำครวญกอดลูกชายของตนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

อารมณ์ราวพายุพัดบัดนี้ทำให้ตนตัดสินใจหยิบตำราจากหีบเหล็กที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษรุ่นสู่รุ่น ไสยศาสตร์ที่กักเก็บไว้คิดถ่ายทอดให้ลูกชายยามถึงวัยอันควร บัเนี้มันถูกนำออกมาใช้แล้ว ชายสูงวัยจุดธูป 13 ดอกปักไว้กลางกระถางธูป แผ่นหนังสัตว์ที่เต็มไปด้วยมนต์คาถาที่สลักไว้ใช้ยามจำเป็นถูกเปิดออก กลิ่นธูปลอยโขมงในห้องไปทั่วห้องนอน ออกญาศรีรัตนกรมายืนตรงหน้าต่างห้องนอน ตรงนี้เห็นพื้นที่หน้าเรือนอย่างชัดเจน อีกทั้งยังเห็นร่างของบุตรชายที่ภรรยาตนยังคงกอดร่ำไห้อยู่ด้วย

เสียงพึมพำคาถาตามบทที่เปิดหน้าไว้ดังขึ้น ภาษาที่สลักยากที่ใครจะอ่านออก มีแต่ผู้ที่ได้รับของสืบทอดเท่านั้นจึงจะอ่านได้ ฟ้าร้องครืนๆ แสงสว่างวูบวาบราวฟ้ากำลังจะถล่ม ทั้งที่ตอนนี้หาใช้ฤดูฝนไม่ ดวงตาคมกล้าจับจ้องไปยังร่างของลูกชาย อีกใจก็ผูกจิตคิดแค้นไอ้บ่าวชั่วที่บังอาจหนีไปก่อนได้รับกรรม ดาบคมที่เคยตัดหัวไอ้มั่นมาแล้วยังคงมีเลือดติด ตนจึงใช้ดาบเล่มเดียวกันกรีดแขนเป็นอักขระโบราณจนเลือดสีแดงฉานหยดลงบนแผ่นหนัง

“กู! ออกญาศรีรัตนกร! ขอสาปแช่งไอ้หาญ ไอ้ทาสอัปรีย์ที่ย่ำยีหัวใจ พรากลูกกู ทำลูกกูต้องตาย ขอให้มนต์นี้จงบันดาลให้มันอยู่กับความทุกข์ตราบนิรันดร์ หาได้มีอันเป็นไปดังเช่นคนไม่! หาได้มีความเจ็บป่วยในกายไม่! หาได้พบกับความสุขที่พึงมีไม่! จงอยู่กับความทุกข์ทรมานใจที่ต้องเห็นความสูญเสียในทุกภพทุกชาติไป”

ดวงตาแดงก่ำราวผีร้ายฉายความเคียดแค้น โทสะในใจลุกฮือไม่แม้แต่จะมอดลงแม้แต่นิด บทบริกรรมคาถายังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ก่อนคำกล่าวสุดท้ายจะมาพร้อมกับแสงสว่างวาบและลมที่พัดมาหอบใหญ่ราวพายุ

“หากแต่โชคชะตาที่นำพาแข็งแกร่งกว่าคำแช่งกูแล้วไซร้ ก็ขอให้มนต์คลายสลายไป นี่คือคำสาปแช่งที่กูขอประกาศไว้นับแต่บัดนี้!!”

เปรี้ยง!!

สายฟ้าฟาดผ่านฟ้าพร้อมฝนที่เทกระหน่ำลงมา เลือดหยดแล้วหยดเล่าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นของออกญาศรีรัตนกรซึมเข้าแผ่นหนังสัตว์ มนต์คาถาและคำสาปแช่งที่ร่ายออกไปผูกไว้กับโชคชะตาของคนทั้งสอง รวมไปถึงคำสัตย์สาบานที่ไอ้มั่นได้ให้ไว้ ทำให้ชะตาชีวิตของคนทั้งสามต้องร่วมกรรมไปด้วยกัน

“กูจะไม่ตามหามึงให้กลับมาเอาเลือดล้างตีนกูดอกไอ้หาญ เพราะสิ่งที่มึงจะได้รับจากนี้ มันทรมานยิ่งกว่ากูเป็นสิบเท่า!”

::::::::::::

วันนี้เข้าสู่วันที่สี่แล้วที่ไอ้หาญซ่อนตัวอยู่ในกระท่อมร้างหลังบ่อนชนไก่ ไอ้มั่นยังไม่มาตามที่นัดหมายกันไว้จนมันร้อนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นเช่นไร จะโดนไอ้คมซ้อมจนบาดเจ็บเดินไม่ได้แล้วหรือไม่

ไอ้หาญเก็บของทุกอย่างที่คุณปราณให้ไว้ใต้ตุ่มน้ำที่ตอนนี้ไม่มีน้ำเหลือแม้แต่หยดเดียว มันขุดดินใต้ตุ่มให้เป็นหลุมเพื่อฝังของมีค่าไว้ มันเดินเท้าเปล่าออกมาจากป่าทึบ ได้ยินเสียงเขาแข่งชนไก่อยู่ไม่ไกล พวกมันมาที่นี่ไม่บ่อยนักในเรือนท่านออกญาฯ จึงไม่มีใครรู้ว่ามันกับไอ้มั่นนัดหมายกันไว้ที่นี่

ไอ้หาญออกมาดูลาดเลารอไอ้เกลอรักทุกวัน จนวันนี้มันตัดสินใจที่จะออกไปหาของกินสักหน่อย เพราะกล้วยที่ขโมยมาหนึ่งเครือหมดแล้ว แม้มันจะกินอย่างประหยัดเพื่อหลบซ่อนตัวอย่างไรมันก็ไม่พอต่อการประทังชีวิตในยามนี้อยู่ดี

“มึงได้ยินรึไม่ ท่านออกญาฯ ฟันคอทาสในเรือนจนตอนนี้ไม่มีใครกล้าสู้หน้าแล้ว จะออกจากเรือนก็มิได้เพราะไม่มีอัฐมาไถ่ตัว กูได้ข่าวมาว่ามีบ่าวบางคนแอบหนีออกมาก็ยังโดนลากกลับไปเฆี่ยนตีซ้ำ” เสียงพูดคุยของคนในบ่อนชนไก่ทำไอ้หาญหยุดฟัง คนที่โดนฟันคอคือใคร

มันเอาขี้เถ้าที่หาได้จากกองฟืนละแวกนั้นมาทาเนื้อตัวให้ดูมอมแมมเข้าไว้ จะได้ไม่เป็นจุดสนใจและคนอื่นจะได้จำหน้ามันไม่ได้ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปถามคนพูดว่าท่านออกญาฯ ที่ว่านั่นคือใคร

“ท่านออกญาฯ ไหนรึ ข้าไปส่งของในตลาดมาเห็นเขาก็ลือกันอยู่บ้าง” พูดปดคำโตไปหวังจะเข้าร่วมวงสนทนา อีกฝ่ายหันมองก่อนจะพูดโดยไม่คิดสงสัยในตัวมันแม้แต่น้อย

“มึงอย่าอื้ออึงไป ก็ท่านออกญาศรีรัตนกรที่เรือนอยู่พ้นท้ายคุ้งน้ำโน่นไงละวะ ใช้ดาบฟันคอทาสในเรือน ไอ้ปั่น...ไอ้บ่าวคนนั้นชื่อกระไรแล้ววะ ที่น้องมึงเอามาร้องห่มร้องไห้อยู่หลายวันน่ะ”

“ชื่อไอ้มั่น ไอ้เข้มเล่าให้มันฟังว่าคอขาดกระเด็นเลือดสาดเต็มพื้นไปหมด ดีที่คืนนั้นฝนตกจึงชะล้างคราบเลือดไปได้บ้าง”

สิ้นคำของคนเล่าไอ้หาญแทบล้มทั้งยืน ความเสียใจถาโถมเข้าเล่นงานเต็มที่จนแทบหายใจไม่ออก ไอ้หาญเดินจากคนกลุ่มนั้นมาด้วยท่าทางไร้สติ ตอนนี้หูมันอื้อไปหมดจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่น นอกจากคำพูดที่ว่า ‘ไอ้มั่นโดนฟันคอตายเสียแล้ว’

เพราะเกินกว่าจะเชื่อได้ไอ้หาญจึงตัดสินใจลอบเดินเท้าจากที่ที่มันอยู่ตอนนี้ เพื่อไปให้ถึงเรือนท่านออกญาฯ แม้จะใช้เวลาตั้งแต่ตะวันอยู่กลางหัว จนบ่ายคล้อยถึงจะเห็นกระท่อมที่มันเคยอยู่อาศัยเป็นที่สุดท้ายก็ตาม

มันว่ายน้ำข้ามคลองไปขึ้นฝั่งเรือนท่านออกญาฯ เดินลัดเลาะมาตามป่ากล้วยที่ปลูกชุม ก่อนจะถึงกระท่อมที่มันเคยอยู่ มีเนินดินเตี้ยๆ อยู่หลังกระท่อมซึ่งมันไม่เคยเห็น เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็พบว่าเป็นกองดินอะไรสักอย่าง

ขณะที่ไอ้หาญกำลังจะเดินไปข้างหน้า มันได้ยินเสียงคนกำลังเดินมา เสียงเท้าเหยียบใบตองแห้งดังมาตลอดทางที่เดินจนมันต้องหลบเข้ากระท่อม ที่แห่งนี้ไม่น่าจะมีใครมาอีกตั้งแต่มันหนีไป เพราะข้าวของก็ยังอยู่เหมือนเดิม

“ประเดี๋ยวพวกมึงเอาเปลือกลูกตาลพวกนี้ไปเทที่หลุมศพไอ้มั่น ผ่านมาหลายวันแล้วคงอืดได้ที่ กูกลัวไอ้เข้มมันขุดหลุมไม่ลึกพอประเดี๋ยวศพจะโผล่”

เสียงไอ้คมสั่งบ่าวในเรือน แต่คำพูดของมันทำไอ้หาญตัวชาวาบ มันแอบดูตรงช่องไม้แตก เห็นบ่าวในเรือนสองคนช่วยกันขนเปลือกผลไม้มาเทกองไว้ที่เนินดินที่มันเพิ่งเดินผ่านมา จากนั้นพวกมันก็เดินกลับไป ทิ้งไว้แค่ความจริงว่าที่มันได้ยินมานั้นไม่ผิดแน่

ไอ้หาญกลั้นใจรอให้พวกไอ้คมเดินกลับไปไกลแล้วจึงปีนออกจากกระท่อมมา น้ำตานองหน้าเมื่อรู้ว่าเนินดินนี้คือที่ฝังร่างของไอ้เกลอรัก มันใช้สองมือขุดดิน ไม่สนใจเปลือกผลไม้สกปรกที่คนในเรือนทำราวกับตรงนี้คือกองของเสีย

“ไอ้มั่น! ไหนมึงบอกกูว่าจะตามมาอย่างไรเล่า ไยมึงถึงได้เป็นเยี่ยงนี้” มือที่ใช้ตะกุยกองดินเริ่มถลอก ซอกเล็บมีดินเข้าไปเกาะอยู่เต็มแต่ไอ้หาญไม่คิดสนใจ แม้มันจะได้เลือดเพราะขุดหลุมศพของเพื่อนมันก็ไม่สน

จวบจนตะวันตกดิน เกือบจะมองไม่ให้สิ่งอื่นใดแล้วมันจึงสัมผัสถึงร่างที่กำลังบวมพองเต็มที่ ผ้านุ่งของไอ้มั่นที่มันจำได้ดี ไอ้หาญร่ำไห้อย่างสุดฝืนทน ไม่สามารถอดกลั้นความเสียใจนี้ได้อีกต่อไป ร่างกายกำยำที่ไหล่ลู่ลงพร้อมเสียงสะอื้น ครอบครัวคนเดียวของมันได้จากไปแล้ว ไอ้มั่นต้องมาตายเพราะช่วยมันหนี ความผิดครั้งนี้มิได้ยิ่งใหญ่อันใดเลย เหตุใดท่านออกญาฯ จึงได้ลงโทษได้โหดเหี้ยมเช่นนี้

ภาพวันวานที่พวกมันเคยแก้ผ้ากระโดดน้ำเล่นด้วยกันราวกับเพิ่งเกิดขึ้น ไหนเล่าที่บอกว่าจะมาเจอกันหลังบ่อนชนไก่ ไยจึงได้มาเจอกันเพียงร่างไร้วิญญาณแบบนี้ เสียงหัวเราะของมัน คำพูดที่คอยหยอกล้อและคอยชวนคุยไม่มีอีกแล้ว นับจากนี้ไปเพื่อนรักที่เคยมีเหลือเพียงชื่อและความทรงจำ

ไอ้หาญนั่งกอดเข่ามองหลุมศพของไอ้เกลอรักที่โดนมันขุดขึ้นมาด้วยสองมือ หาได้ใช้ของสิ่งใดทุ่นแรงไม่ น้ำตาที่เคยไหลรินบัดนี้แห้งเหือดไปหมดแล้ว ทิ้งไว้เพียงคราบน้ำตาแห่งความเสียใจเพียงเท่านั้น

“กูจะเผามึง ให้มึงได้รอดพ้นคงามทุกข์โศกจากชาตินี้ หากชาติหน้ามีจริงฉันใด ขอเราได้เป็นเกลอกัน อย่าได้จากกันดังเช่นในชาตินี้เลย”

ไอ้หาญลากร่างที่เต็มไปด้วยเลือดและหนอง หนอนและแมลงชอนไช อีกทั้งกลิ่นเน่าที่ชวนคลื่นเหียนอย่างไม่นึกรังเกียจ ศีรษะที่ถูกโยนไว้ในหลุมอย่างไม่ไยดีถูกนำมาวางบนคอ มันหากิ่งไม้และใบตองแห้งเท่าที่มันจะหาได้ โชคยังดีที่คืนนี้ดวงจันทร์เต็มดวงจึงไม่ลำบากในการหาเชื้อเพลิงนัก

เมื่อได้คบไฟที่แอบไปขโมยมาจากหลังครัว ไอ้หาญก็จุดเผาเพื่อนรักของมันทันที มันไม่มีเวลาได้ร่ำลาไอ้มั่นอีกเพราะกองไฟจะเรียกคนในเรือนมา มันรีบว่ายน้ำกลับไปอีกฝั่ง และเร้นกายหายจากเรือนไปเพราะคนในเรือนแตกตื่นกับกองไฟกองใหญ่แล้ว ไม่มีเวลาแม้แต่จะได้หันกลับมามองร่างไอ้เกลอครั้งสุดท้าย

::::::::::

ไอ้หาญใช้เวลาที่เหลือในการเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย มันไม่ปักหลักที่ใดนาน ด้วยเพราะไม่รู้ว่าท่านออกญาฯ จะส่งคนออกตามหามันหรือไม่ จากวันเป็นเดือนที่มันยังรอคอยคุณปราณ ตอนนี้เหลือเพียงคนเดียวที่มันเฝ้ารอได้ มันหาคุณปราณไม่พบ และมิได้กลับไปเหยียบที่เรือนท่านออกญาฯ อีกเลย จึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเช่นไรบ้าง

เบี้ยอัฐเงินทองที่คุณปราณให้มันมามากล้นเหลือจะนับ ไอ้หาญไม่กล้านำออกมาใช้เพราะเกรงว่าหากมันเจอคุณปราณ จะไม่มีของคืนให้คุณเขา และจะทำให้คุณปราณลำบากไปด้วยหากมันใช้ในส่วนนี้

ในตอนแรกมันขโมยเสื้อผ้าคนอื่นมาก่อนเพื่อปกปิดแผลที่หลัง แต่มาตอนหลังมันจึงลอบใช้อัฐไปซื้อพอให้มีเสื้อผ้าใส่ผลัดเปลี่ยนสักสองสามตัว ตอนนี้มันมาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง มาขอข้าวก้นบาตรกินประทังชีวิตซึ่งหลวงตาก็ทำทานให้ ที่นี่เป็นวัดป่าหาได้มีคนพลุกพล่านไม่ เมื่อวันก่อนมีพระมาธุดงค์ปักกลดใกล้บริเวณวัด มันจึงเอาอาหารที่พอจะหาได้ไปถวายพระเพื่อทำบุญให้ไอ้เกลอที่ป่านนี้ไปอยู่ภพภูมิอื่นแล้ว

ไอ้หาญไปตักบาตรทุกวันจนหลวงพ่อคุ้นหน้าคุ้นตา ไอ้หาญนิมนต์ให้เข้าไปทำวัดที่ในวัดป่าหลวงพ่อก็ไม่เอา บอกว่าที่ตรงนี้มันดีกว่าหาได้ลำบากอันใดไม่

“คิดถึงเขามากหรือ” คำถามจากคนที่อยู่ในผ้าเหลืองเอ่ยถาม ความเงียบสงบในป่าแห่งนี้ทำให้ตัดทางโลกได้ อีกทั้งความร่มเย็นของต้นไม้ก็ให้ความสบายทำสมาธิได้ดีขึ้น

“ขอรับหลวงพ่อ มันเป็นเพื่อนของข้าเองขอรับ”

“บ่วงกรรมที่ตั้งใจผูกพันกันไว้ยังไม่พ้นกรรมกันดอก” คำพูดของหลวงพ่อมันไม่เข้าใจเท่าใดนัก แต่ก็ยังพนมมือไหว้รับพรเมื่ออีกฝ่ายสวดให้

วันรุ่งขึ้นหลวงพ่อจากไปแล้วเพราะตั้งใจจะเดินไปให้ถึงวัดอีกแห่งก่อนเย็นย่ำ ไอ้หาญไปยืนส่งที่ชายป่าก่อนจะกลับไปที่วัดป่าเช่นเดิม ที่แห่งนี้มีเด็กวัดอีกสองคนที่มันไม่ได้สนิทด้วยนัก เหตุเพราะความพูดน้อยของมันทำให้พวกเด็กๆ ไม่อยากเล่นด้วย ซึ่งมันถือว่าเป็นเรื่องดีไป

ตกกลางคืนไอ้หาญหยิบสมุดบันทึกของคุณปราณออกมาดู ภายในสมุดมีดอกพุดน้ำบุษย์ที่โดนทับจนแห้งอยู่ด้วย คุณปราณให้ดอกไม้มาในห่อของนี้มันจึงเอามาใส่ในสมุด เพราะเคยเห็นคุณปราณทำแบบนี้และบอกว่ามันทำให้ดอกไม้แห้งแต่ยังคงความสวยงามไว้

ป่านนี้ไม่รู้คุณปราณจะเป็นอย่างไรบ้าง จะหนีรอดได้หรือไม่หรือโดนจับกลับไปแต่งงานกับคุณนวลจันทร์เสียแล้วก็ไม่รู้ ยอดดวงใจของมันจะอยู่ได้หรือไม่เมื่อไม่มีมันอยู่ข้างกายเช่นนี้

“รอบ่าวก่อนนะขอรับ บ่าวจะถอดความในจดหมายให้จงได้ หากนี่คือจดหมายที่คุณปราณบอกถึงปลายทางให้เราเจอกันแล้วไซร้ บ่าวจะขอไปรับยอดดวงใจให้กลับมาอยู่เคียงกันเช่นเดิม”

ชายหนุ่มหลับตาพริ้ม กอดจูบสมุดบันทึกของคุณปราณที่ไว้ดูต่างหน้า กอดทั้งที่มันไม่มีชีวิตแต่มีร่องรอยของคุณปราณอยู่ อย่างน้อยๆ ความคิดถึงของมันก็คลายลงไปได้บ้าง





โปรดติดตามส่วนต่อไป

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 744
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
แง เศร้าเลย รู้ว่าเพื่อนตายแล้ว ไม่อยากนึกถึงตอนอ่านจดหมายออกเลย :sad4:

ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เศร้า จากบทที่ ๑๒ มาบทที่ ๑๓

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2346
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
 :mew5: :mew5: :mew5: แช่งไม่ให้ตายกันเลยหรอ

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
เฮ้ออมันเศร้าาาาา  :hao5: :hao5: ชาตินี้ชาติสุดท้าย โชคชะตาแข็งแกร่งกว่าคำสาปแช่ง จะได้หลุดพ้นกันสักที

ออฟไลน์ anterosz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 781
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1

ออฟไลน์ mister

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 170
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
    • https://www.facebook.com/JJSonkFanclub
อานรวดเดียวเลย สนุกมาก  :mew1: o13

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ :นางสาวผอบ:

  • ความเคลื่อนไหวในเงามืด
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +637/-3
บทที่ ๑๓ (ครึ่งหลัง)



9 เดือนผ่านไป

ชายหนุ่มร่างกำยำรับจ้างทำงานแบกข้าวสารที่ท่าเรือ เหงื่อไคลไหลย้อยแต่ไม่ทำให้มันสนใจไปกว่างานที่ทำแล้วได้อัฐ วันนี้ก็อย่างเช่นทุกวันที่มันทำงานเช้าจรดเย็น มันเก็บหอมรอมริบเอาอัฐชดใช้ส่วนที่หยิบยืมของคุณปราณออกมาใช้ก่อนจนหมด จนตอนนี้เงินของมันเองก็พอจะมีซื้อของใช้บ้างแล้ว มันจะรอวันที่ตนเองมีเบี้ยมีอัฐมากกว่านี้ เพื่อจะได้พร้อมไปพบกับคุณปราณและดูแลอีกฝ่ายได้อีกครั้ง ถึงวันนั้นต่อให้มันไม่ได้เป็นถึงคุณหาญ ขอแค่เป็นหาญที่ไร้คำว่าไอ้และความเป็นทาสติดกาย ก็คงมีค่าพอจะรักกับคุณปราณได้บ้างแล้ว

ตอนนี้ไอ้หาญได้สร้างกระท่อมเล็กๆ ของมันไว้หลังวัด หลวงตาที่เป็นเจ้าอาวาสท่านใจดีให้มันได้ใช้ที่ดินตรงนั้นปลูกที่อยู่อาศัย เพราะเห็นว่ามันเป็นคนดี มิเคยมีเรื่องกับใคร หรือทำให้เดือดร้อนตั้งแต่มาอยู่ที่วัดแห่งนี้

“ไอ้หาญ ไอ้หาญโว้ย” เสียงหลวงตาตะโกนเรียกไอ้บ่าวซื่อ มันอาบน้ำอยู่ข้างกระท่อมรีบผลัดเปลี่ยนผ้านุ่งก่อนจะโผล่หน้าออกมา

“ขอรับหลวงตา”

“ประเดี๋ยวข้าจะไปทำธุระสักหน่อย วานให้เอ็งพายเรือไปให้ข้าได้หรือไม่ ไอ้พวกเด็กวัดไม่อยู่สักคนข้าไม่รู้จะไปขอให้ใครช่วยแล้ว”

“ได้ขอรับ ขอข้าใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนนะขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะตามไป”

หลวงตาพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินจากไป ไอ้หาญรีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า นุ่งโจงกระเบนและเอาผ้าขาวม้ามาโพกหัวให้เรียบร้อย ก่อนจะรีบไปหาหลวงตาที่รอท่าอยู่ตรงท่าน้ำอีกฝั่งหนึ่งของวัดแล้ว

“เอ็งรออยู่แถวนี้แหละ” หลวงตาบอก เมื่อมันพายเรือมาเทียบท่าของวัดที่คุณปราณเคยมาก่อกองทรายกับมัน ไม่คิดเลยว่าหลวงตาจะมาทำธุระที่นี่ ทำให้ไอ้หาญต้องระวังตัวเป็นยิ่งยวด เพราะกลัวจะเจอเข้ากับคนที่รู้จักท่านออกญาฯ

ไอ้หาญหลบไปอยู่หลังโบสถ์ ประตูหลังถูกเปิดอยู่และมันได้ยินเสียงที่คุ้นเคย จึงแอบลอบเข้าไปในโบสถ์ซ่อนตัวอยู่หลังพระประธานองค์ใหญ่ พอเยี่ยมหน้าออกไปดูก็พบว่ามีลูกเจ้าขุนมูลนายทั้งหลายกำลังร่ำเรียนตำรากันอยู่ พระครูที่สอนก็ไม่ใช่ใครอื่น หลวงพ่อที่มันเคยเจอเมื่อปีก่อนนั่นเอง

ก่อนหน้านี้มันเคยคิดจะเรียนหนังสือ แต่เพราะหลวงตาไม่ได้สอนมันจึงไม่รู้จะหาที่เรียนอย่างไร และไม่คิดว่าจะให้ใครมาถอดความในสมุดบันทึกและจดหมายของคุณปราณด้วย เพราะมันไม่รู้ว่าคุณปราณเขียนความลับอะไรไว้มากแค่ไหน อาจจะเป็นการนัดหมายกับมันให้ไปเจอกันที่ใดที่หนึ่งก็ได้ หากมันจะอ่านก็ต้องอ่านได้ด้วยตัวมันเองเท่านั้น

เพราะเหตุนี้ตั้งแต่วันนั้นไอ้หาญจึงแอบมาที่วัดแห่งนี้บ่อยๆ เพื่อที่มันจะได้อ่านหนังสือออก มันไม่กล้าที่จะเข้าไปเสนอหน้าทักทายหลวงพ่อเพราะเกรงว่าจะไปรบกวน และทำให้ลูกศิษย์ของหลวงพ่อจะไม่พอใจ ที่คนต่ำต้อยอย่างมันอยากรู้อยากเห็นเรื่องหนังสือ

ไอ้หาญใช้กิ่งไม้แทนดินสอและใช้พื้นดินแทนกระดานชนวนในการขีดเขียน มันมีอัฐจากการทำงานมาก็จริง แต่หากจะไปซื้อก็คงมากอยู่จึงอยากเก็บไว้เสียดีกว่า เผื่อว่าวันใดมันถอดข้อความจนไปหาคุณปราณได้ มันจะได้มีเบี้ยไว้เลี้ยงคุณเขาไม่ให้ลำบาก

ไอ้บ่าวซื่อหัดอ่านหัดเขียนตามที่ตนจะพอทำได้ แต่กระนั้นมันก็ยังต้องทำงานจึงใช้วิธีท่องจำไปด้วย เจอสิ่งใดก็ลองอ่านดู หากสงสัยว่าใช่หรือไม่ก็ถามพ่อค้าแถวนั้นจนโดนแซว

“มึงจะอยากรู้หนังสือไปไยวะ รู้ไปก็ไม่ทำให้มึงมีชีวิตดีกว่านี้ดอกโว้ย หนังสือเขาให้พวกขุนน้ำขุนนางเขาเรียนกัน นี่ที่กูรู้ก็เพราะพ่อกูสอนมาดอก อย่าได้หวังเลยว่าจะได้ร่ำเรียนวิชาอย่างลูกพระยา” เถ้าแก่พูดพร้อมกับรอยยิ้มหยัน ไอ้หาญไม่ปริปากอันใดสักคำ ไม่มีใครรู้ดีไปกว่ามัน ว่าสิ่งที่มันทำอยู่นั้นเพราะเหตุใด

ไอ้หาญแบกกระสอบข้าวสารขึ้นบ่ารอบสุดท้ายลงจากเรือ ที่ตรงข้ามกันมีเรือมาจอดเทียบท่ารอขนของอยู่แล้ว มีพวกขุนนางที่จะไปเมืองฝรั่งต่อแถวเตรียมขึ้นเรือ ผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งมียศและไม่มียืนออกันอยู่เต็มท่าเรือ จนดูคับแคบไปถนัดตา

แต่ระหว่างที่มันกำลังจะแบกกระสอบไปขึ้นเกวียนก็พบหญิงสาวคุ้นตาผู้หนึ่ง เธอเดินเคียงคู่มากับชายหนุ่มที่ดูมียศและฐานะ คุณนวลจันทร์ส่งยิ้มหวานให้ชายข้างกาย ท่าทางสนิทสนมนั่นสื่อให้รู้ว่าบุคคลทั้งสองหาใช่คนรู้จักกันธรรมดาไม่

“มึงจะยืนดูอะไรนักวะ รีบๆ ขนของไปลงเกวียนได้แล้ว” เถ้าแก่เร่งเมื่อเห็นว่าไอ้หาญยังคงอ้อยอิ่งไม่ยอมไปเสียที ไอ้หาญยอมตัดใจจากความสงสัยเพื่อทำงานต่อให้เสร็จ ก่อนจะลอบมองหนุ่มสาวที่กำลังเดินไปขึ้นเรือ

“เถ้าแก่รู้จักหญิงคนนั้นหรือไม่” คนถูกถามหันมองด้วยความสงสัย เพราะไม่บ่อยนักที่ไอ้บ่าวคนนี้มันจะพูดออกมา

“นั่นคุณนวลจันทร์ บุตรตรีท่านออกญาณรงค์ภักดี ผู้ดูแลท่าเรือแห่งนี้เช่นไรเล่า ส่วนข้างกันนั้นก็หลวงศักดิ์เป็นสามีของคุณนวลจันทร์”

สามีของคุณนวลจันทร์กระนั้นหรือ ไอ้หาญใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อได้ยินข่าวดีครั้งแรกในรอบเกือบปี รอยยิ้มกดไว้เกือบไม่มิด ทำให้มันต้องก้มหน้าซ่อนแววตาและสีหน้าแห่งความดีใจไว้ แสดงว่าคุณปราณหาได้แต่งงานกับคุณนวลจันทร์ไม่ แต่คงหนีไปรอมันที่ไหนสักแห่งตามที่บอกไว้ในจดหมายเป็นแน่ เช่นนี้แล้วค่ำนี้มันจะกลับไปลองอ่านจดหมายให้จงได้

“ข้าคิดว่าคุณนวลจันทร์จะออกเรือนไปกับบุตรท่านออกญาศรีรัตนกรเสียอีก เห็นเขาลือกันมาเสียนานว่าจะดองกัน” ลูกน้องคนหนึ่งร่วมวงสนทนาด้วยเมื่อได้ยินเถ้าแก่พูดถึงบุตรสาวของท่านออกญาณรงค์ภักดี

“มึงอย่าเอ็ดไป เขาพูดกันทั้งบางว่าลูกท่านออกญาศรีรัตนกรน่ะสิ้นเสียแล้ว ก่อนวันออกเรือนไม่กี่วันนี่เอง เขาว่าจมน้ำตาย!”

มีความสุขได้เพียงเสี้ยวนาทีไอ้หาญก็ต้องได้ยินข่าวร้ายที่สุดในวันนี้ มันตัวชาวาบ ขนบนกายลุกชันทุกเส้นจนรู้สึกได้

“ท่านออกญาศรีรัตนกรจัดงานศพให้ลูกชายเสร็จก็ได้ข่าวร้ายอีก เมื่อคุณหญิงราตรีศรีภรรยาก็มาด่วนจากไปเพราะตรอมใจเรื่องลูกชาย กลายเป็นว่าไม่เป็นอันทำอันใด ในเรือนมีบ่าวอยู่เพียงไม่กี่คน นอกนั้นก็หนีออกกันหมดเพราะเขาว่าท่านออกญาฯ สติฟั่นเฟือนเสียแล้ว”

คำบอกเล่าถึงความเป็นไปในระยะเวลาที่มันเฝ้ารอคุณปราณ ทำไอ้หาญทรุดลงไปกองกับพื้น คนอื่นคิดว่ามันเป็นลมเพราะทำงานหนัก แต่แท้จริงแล้วหัวใจมันต่างหากที่กำลังจะตาย หากสิ่งที่เถ้าแก่กล่าวมาเป็นจริง นี่คงเป็นเรื่องที่ทำให้มันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว

ไอ้หาญรีบวิ่งกลับกระท่อมที่หลังวัดป่า มันรีบรื้อหาสมุดบันทึกและจดหมายของคุณปราณที่ทิ้งไว้ให้ ในคราแรกตั้งใจว่าจะให้ตนเองอ่านได้คล่องก่อนจึงจะเริ่มถอดความ เพราะมันไม่อยากให้ใครอ่านให้จริงๆ

แต่เมื่อได้ฟังคำของเถ้าแก่ก็ทำเอามันเริ่มร้อนใจ มันยังไม่เชื่อว่าสิ่งที่เถ้าแก่พูดนั้นเป็นความจริง คุณนวลจันทร์เธออาจมีเหตุผลอื่นก็ได้ที่ต้องแต่งงานกับชายอื่น และคุณปราณไม่มีทางอายุสั้น อาจเป็นข่าวลวงเพื่อหลบหนีดั่งเช่นมันก็เป็นได้

ไอ้บ่าวซื่อไม่มีทางเลือกมากนัก มันพออ่านออกเขียนได้ก็จริง แต่ก็ไม่เก่งดั่งคนที่มีครูสอน มันจึงขออนุญาตหลวงตาพายเรือไปยังวัดที่หลวงพ่ออยู่ มันจะเอาไปให้หลวงพ่อช่วยดูให้ว่าสิ่งที่มันอ่านนั้นถูกหรือไม่ ในตอนนี้ต่อให้คนของท่านออกญาฯ จับมันได้ มันก็ไม่สนแล้ว

“หลวงพ่อขอรับ” ไอ้บ่าวใจร้อนรนดั่งไฟสุมรีบวิ่งเข้าไปในวัด โชคยังเข้าข้างมันอยู่บ้างที่เจอหลวงพ่อกำลังเอาข้าวให้หมาแม่ลูกอ่อนกินอยู่ หลวงพ่อหันมาเจอมันจึงยิ้มให้

“เอ็งนั่นเอง ไปไงมาไงล่ะ”

“ข้ามีเรื่องจะขอให้หลวงพ่อช่วยขอรับ”

ท่าทางร้อนรนของมันทำให้หลวงพ่อถึงกับแปลกใจ เพราะเท่าที่จำได้ไอ้ทาสคนนี้หาใช่คนใจร้อนดั่งไฟไม่ ท่าทีของมันสงบเรียบนิ่งราวสายน้ำไหล นี่หากไม่ใช่เรื่องทุกข์ใจจริงๆ คงไม่มีทางแสดงออกแบบนี้เป็นแน่

“ถ้าเช่นนั้นไปกุฏิข้าก็แล้วกัน” หลวงพ่อเดินนำไปที่กุฏิของตน ตักน้ำจากโอ่งล้างเท้าให้สะอาดเสียก่อนจะขึ้นกุฏิไป ไอ้หาญทำตามก่อนจะรีบเดินตามแล้วไปหมอบอยู่ข้างแคร่เตี้ยๆ ที่หลวงพ่อนั่งอยู่

“มีกระไรก็ว่ามา”

“ก่อนนี้ข้าแอบมาเรียนหนังสือที่นี่...”

“เรื่องนั้นข้ารู้” หลวงพ่อยิ้มเอ็นดูในความซื่อของมัน เมื่อเดือนก่อนหางตาตนเห็นอยู่บ้างว่ามีคนแอบอยู่หลังองค์พระตอนที่กำลังสอนอยู่ อีกทั้งเมื่อเดินไปดูหลังจากมันไปแล้วก็พบดินที่มันขีดเขียนตัวอักษร ดูมันพยายามไม่เลวเลยทีเดียว

“ขอรับ ข้าขออภัยหากทำให้หลวงพ่อครูต้องโกรธ”

“ข้าจะไปโกรธได้เยี่ยงไร ข้าหาใช่คนที่จะมาบังคับกฎเกณฑ์ใดได้ เอ็งใคร่เรียนก็เรียนไปเถิด ข้าเป็นเพียงแค่ผู้มอบความรู้เพียงเท่านั้น” หลวงพ่อกล่าวอย่างคนใจดี ไอ้หาญกราบแนบพื้นเพื่อขอบคุณความกรุณานี้ ก่อนมันจะเข้าเรื่องที่ทำให้มันมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้แทน

“ข้าอยากลองอ่านจดหมายของคนผู้หนึ่งขอรับ แต่ไม่รู้ว่าข้าจะอ่านถูกต้องหรือไม่”

“ถ้าเช่นนั้นเอ็งจงอ่านให้ข้าฟัง ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามข้าได้ ผิดถูกอย่างไรข้าจะได้ชี้แนะให้” หลวงพ่อครูกล่าว ก่อนยิ้มอ่อนๆ จะระบายบนใบหน้า

ไอ้หาญสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผ่อนออกแล้วค่อยๆ คลี่กระดาษออก ใจมันเต้นแทบทะลุอก นาทีต่อจากนี้มันจะรู้แล้วว่าคุณปราณแสร้งตายและไปอยู่ที่ใด คำของเถ้าแก่นั้นทำให้มันหวั่นใจจนไม่กล้าที่จะเริ่มอ่านสิ่งที่อยู่ในมือ มันเงยหน้ามองหลวงพ่อครูด้วยใจที่สั่นไหว หลวงพ่อทำเพียงยิ้มให้อย่างคนใจเย็น

“อ่านเถิด จะได้ไม่ค้างคาสิ่งใดอีก”

“ถะ...ถึงหัวใจของปราณ” ไอ้หาญเริ่มอ่านด้วยใจที่เต้นกระหน่ำ ใบหน้าไอ้บ่าวซื่อยิ้มอ่อนๆ ด้วยเพราะดีใจว่าในที่สุดมันก็ได้อ่านจดหมายของคุณปราณเสียที หลวงพ่อโบกมือให้มันเชิงว่าอ่านต่อไปได้เลย

ไอ้หาญอ่านข้อความบนจดหมายที่เขียนไว้อย่างเรียบง่ายและเข้าใจได้ คุณปราณกล่าวว่าจดหมายคือสิ่งที่ตั้งใจฝากมากับไอ้มั่น เพราะมันคือทางเดียวที่คุณปราณจะสื่อสารกับมันได้ คุณปราณกล่าวขอโทษมันจนไอ้บ่าวซื่อปวดหน่วงในอกเป็นที่สุด ยอดดวงใจจะขอโทษมันไปไย ทั้งที่หาได้ผิดอันใดเลย

“เพราะความกลัวทำให้ข้าขละ...” ไอ้หาญเริ่มอ่านติดขัดเพราะไม่เข้าใจคำนัก มันยื่นจดหมายให้หลวงพ่อดู

“ขลาดเขลา” หลวงพ่ออ่านให้ฟัง จากนั้นไอ้บ่าวซื่อจึงเริ่มอ่านอีกครั้ง

“เพราะความกลัวทำให้ข้าขลาดเขลา และความรู้ผิดทำให้ข้ามิอาจมีชีวิตอยู่ได้ ข้าขอชดใช้ความรู้สึกผิดนี้ด้วยชีวิตที่มี ขอเอ็งจงอย่าถือโทษว่าเป็นความผิดของตน”

อ่านมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่คอ ใจที่เคยเต้นระรัวเพราะความตื่นเต้นและรอคอยจะได้รู้ความจริงถึงการนัดหมาย บัดนี้เต้นหนักอยู่ในอกและเจ็บปวดเจียนจะขาดใจ แต่เพราะต้องอ่านให้จบมันจึงฝืนอ่านต่อ

“อย่าคิดว่าเพราะเราต่างชนชั้นกันจึงทำให้คู่กันไม่ได้ เพราะไม่ว่าอย่างไรหัวใจของข้ามันเป็นของเอ็งเสมอ ต่อให้เอ็งต้อ...”

“ต้อยต่ำ” หลวงพ่อเสริมให้เมื่อไอ้หาญอ่านติดขัด สีหน้าโศกสลดของมันดูหม่นมอง ต่างจากคราแรกที่เริ่มอ่าน

“ต่อให้เอ็งต้อยต่ำเท่าชั้นดินก็ยังเป็นที่รักของข้า ข้าหวังว่า หากวันใดที่เอ็งอ่านสิ่งที่ข้าเขียนได้ วันนั้นเอ็งจะให้อภัยในสิ่งที่ข้าทำกับเอ็งไว้ รัก จากสายลมของหาญ”

สิ้นคำสุดท้ายไอ้หาญยังนั่งนิ่งอยู่เช่นเดิม มันไม่เข้าใจนักว่าสิ่งที่คุณปราณต้องการบอกคือสิ่งใด แต่ที่แน่ใจคือการสั่งลาโดยที่อีกฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าตนกับมันไม่มีทางได้พบเจอกัน

“หลวงพ่อขอรับ ถ้อยความที่ข้าได้อ่านไป โปรดไขความกระจ่างให้ข้าได้หรือไม่ ข้าโง่เขลานักเกินกว่าจะเข้าใจได้”

หลวงพ่อมองหนุ่มกำยำผิวเนื้อดำกร้านหมอบอยู่บนพื้น สายตาของมันมีแต่ความเศร้าโศก ซึ่งตนพอรู้แล้วว่ามันหาได้โง่เขลาอย่างปากพูดไม่ เพียงแต่มันยังไม่อยากยอมรับสิ่งที่ตนคิดก็เท่านั้น

“เอ็งได้เจอเขาบ้างหรือไม่” หลวงพ่อไม่ได้ขยายความเรื่องจดหมายในทันทีแต่อย่างใด แต่ถามกลับไปเพื่อให้อีกฝ่ายได้คิดให้ถี่ถ้วน

“ไม่เลยขอรับ นานเกือบนับปีแล้วกระมัง”

“หากเอ็งมิได้เจอคนของเอ็ง ถ้าเช่นนั้นถ้อยความที่ว่า ความรู้ผิดทำให้ข้ามิอาจมีชีวิตอยู่ได้ ข้าขอชดใช้ความรู้สึกผิดนี้ด้วยชีวิตที่มี มันคือสิ่งบ่งบอกแล้วว่าเขาเลือกไปในทางใด จากเป็นวันใดก็ได้เจอกัน แต่จากตายมีเพียงใจที่ยังอยู่”

ความจริงที่ตอกย้ำมันในตอนนี้ทำไอ้หาญนิ่งไปหลายอึดใจ สิ่งเดียวที่มันปฏิเสธคือการไม่ได้อยู่ด้วยกันของมันกับคุณปราณ แต่มาบัดนี้คุณปราณกลับจากมันไปไกลเสียแล้ว น้ำตาที่เอ่อคลอไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่ได้

“มะ...ไม่ใช่ว่าหนีหายไปหรอกหรือขอรับ” หลวงพ่อไม่ตอบอันใด เพราะคำตอบมันมีให้เห็นอยู่แล้ว เพียงแต่อีกฝ่ายจะรับหรือไม่ก็เท่านั้น

แต่กระนั้นมันก็ยังไม่ยอมแพ้ กราบลาหลวงพ่อเสร็จก็รีบวิ่งลงกุฏิไป มันจะไปเรือนท่านออกญาฯ เพื่อไปสืบหาความจริงว่าเป็นเช่นไร

หลวงพ่อครูที่ไอ้หาญเรียกมองตามแผ่นหลังกว้างของไอ้บ่าวซื่อที่หายไปไกลลับ มีเพียงดวงวิญญาณตนหนึ่งที่คอยอยู่ใกล้ไม่ห่าง หากแต่เพราะอยู่กับคนละโลกแล้ว ทำให้คนเป็นไม่สามารถมองเห็นได้

“หัวใจที่สลายยากจะกลับคืน กรรมของมันครั้งนี้หนักนัก คนอื่นอาจจากไปหลายภพหลายชาติ แต่มันจะมีเพียงชาติเดียวที่ต้องอยู่กับความทรมาน”

ดวงวิญญาณของไอ้มั่นหมอบลงเพื่อก้มกราบ น้ำตาของวิญญาณที่ล่องลอยอาบแก้มด้วยเพราะสงสารไอ้เกลอใจจะขาด ก่อนมันจะหายตัวไปเพื่อไปพบกับไอ้หาญที่กำลังบุกเรือนท่านออกญาฯ

ไอ้หาญพายเรือมาถึงท่าน้ำที่ที่มันเคยนอนเล่นเป็นประจำ ภายในเรือนเงียบเชียบราวไร้คนอยู่ บ่าวไพร่ที่เคยทำงานอยู่ทุกพื้นที่ในบริเวณเรือน บัดนี้ไม่มีให้เห็นแม้แต่คนเดียว เศษใบไม้ใบหญ้าปลิวว่อนยามสายลมโบกพัดเข้ามาในช่วงเย็นย่ำ ตีนกระไดที่เคยถูกขัดถูเสียจนแววเกลี้ยงมีคราบดินติดอยู่เต็ม ราวกับไม่ได้เช็ดถูมานานมากแล้ว ไอ้หาญมองไปรอบๆ เพื่อหาสิ่งมีชีวิตอื่นที่มันพอจะพูดคุยได้แต่ก็ไม่พบใคร

เมื่อขึ้นไปบนเรือนที่แทบจะรกร้าง มันเห็นเพียงแค่ลุงขำที่นอนหลับอยู่กลางเรือนเพียงเท่านั้น ไอ้หาญย่องไปทางห้องคุณปราณ แต่ก็ไม่รอดพ้นจากลุงขำได้

“ไอ้หาญ!! นั่นไอ้หาญใช่หรือไม่ นี่มึงกล้ากลับมาที่นี่อีกรึ!” ลุงขำร้องถามอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ไม่คิดว่าจะเห็นไอ้ทาสที่ทำให้เรือนที่เคยสงบสุขแห่งนี้ต้องมีมลทิน ไอ้หาญตั้งท่าจะสู้แต่ลุงขำกลับโบกมือไปมา ก่อนจะนั่งลงที่เดิม

“ข้าไม่มีแรงจะสู้กับเอ็งดอกไอ้หาญ หมดเรี่ยวหมดแรงที่จะสู้เอ็งแล้ว และถึงสู้อย่างไรก็คงไม่ชนะเอ็ง” ลุงขำพูดอย่างคนยอมแพ้ตั้งแต่เห็นหน้าของอีกฝ่าย มนต์ดำที่สาปแช่งไอ้หาญมันศักดิ์สิทธิ์ เพราะคนสาปแช่งเต็มไปด้วยความแค้นเหลือคณานับ

“แล้วเอ็งมาที่นี่ทำกระไร ไยไม่หนีไปอย่างที่เอ็งทำในคราแรกเล่า” ชายสูงวัยที่บัดนี้ท่าทางไม่ได้แข็งแรงดังแต่ก่อนเอ่ยถาม ร่างกายที่เคยมีน้ำมีเนื้อดูซูบผอมลงกว่าครั้งหลังสุดที่ไอ้หาญเจอเมื่อปีก่อน

“ลุงก็รู้ว่าข้ากลับมาทำไม” ไอ้หาญบอกไปด้วยท่าทีที่ยังระวังตัว มันถอยห่างอีกฝ่ายมาอีกสักหน่อย เพราะมันไม่รู้ว่าภายในเรือนนี้มีพวกไอ้คมหรือใครซ่อนตัวอยู่หรือไม่

“ข้าไม่รู้ดอก เพราะที่นี่ไม่มีสิ่งใดที่เอ็งถวิลหาอีกแล้ว คุณปราณไม่อยู่ให้เอ็งมาเจอดอก”

“แสดงว่าคุณปราณหนีไปได้หรือ” ไอ้บ่าวซื่อโพล่งถามไปทันที พร้อมกับใจที่ยังมีหวัง

“หึ หนีรึ? จะว่าไปมันก็คล้ายกับการหนีนั่นแหละ คุณเขาจากไปไกลลับไม่กลับมาแล้ว” ลุงขำพูดเหมือนคนเพ้อหน่อยๆ ยามคิดไปถึงเรื่องราวเลวร้ายที่เกิดขึ้น

“ลุงหมายความว่าเยี่ยงไร ข้าไม่ใคร่เข้าใจนัก”

ลุงขำมองหน้าไอ้บ่าวซื่อที่บัดนี้มีแต่ความสับสนแสดงออกมา ตอนอยู่ที่เรือนนี้ไอ้หาญเป็นคนพูดน้อย ทำงานเก่ง ไม่เคยมีเรื่องชกต่อยกับใครให้ได้เคืองใจกัน มันมักจะอยู่คู่กับไอ้มั่นที่ชวนกันไปไหนมาไหนตลอด วันหนึ่งๆ มันพูดแทบนับคำได้ ท่าทางกิริยาของมันก็นิ่งขรึม เชื่อฟังคำสั่งเป็นอย่างดี จนไม่คิดว่ามันจะกล้าลักลอบสมสู่กับคุณปราณได้

แต่ความรักย่อมเป็นความรัก ยากจะหักห้ามใจไม่ให้รักได้ มันยังคิดเลยว่าหากไอ้หาญยังไม่หนีไป มันก็คงโดนสำเร็จโทษให้ตายตกไปตามๆ กัน ซึ่งนั่นคงดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

“เอ็งไม่เคยรู้สิ่งใดเลย ข้าจะบอกให้และจงฟังให้ดี คุณปราณตายแล้ว ตายไปตั้งกะปีก่อนโน้น ต่อมาคุณหญิงก็มาสิ้นบุญตามไปอีกคน ส่วนท่านออกญาฯ หรือก็สติไม่ดีเสียแล้ว ขังตัวเองอยู่ในห้องมิเห็นเดือนเห็นตะวัน พวกบ่าวไพร่ทั้งหลายก็หนีหายไปกันหมด หาได้มีใครอยากอยู่กับเจ้านายที่สติฟั่นเฟือนไม่ ตอนนี้ที่เรือนจึงมีแค่ข้าเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ แต่ก็แก่เต็มทน ไม่รู้จะอยู่ไปอีกนานแค่ไหน ห่วงก็แต่ท่านออกญาฯ ว่าจะอยู่เช่นไรหากไม่มีข้า”

ไอ้หาญไม่รับรู้สิ่งอื่นใดอีกเลยนอกจากคำว่าคุณปราณตายแล้ว ไม่จริง! คุณปราณจะทิ้งมันไปได้เยี่ยงไร

“มะ...ไม่...ไม่จริงใช่หรือไม่ ที่ลุงพูดเป็นคำปด เพื่อให้ข้าถอดใจจากคุณปราณใช่หรือไม่” ไอ้หาญขยับเข้าไปใกล้คนสูงวัย เสียงของมันสั่นไม่สามารถควบคุมได้ ความกลัวเกาะกุมใจจนมิอาจปัดออกไป

“หากเอ็งไม่เชื่อก็จงตามข้ามา” ลุงขำเดินนำไปทางห้องคุณปราณ ในห้องนั้นมีฝุ่นเกาะหนาเพราะไม่มีใครเข้ามาทำความสะอาดนานแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ไอ้หาญปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้นคือโกศเก็บกระดูกที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ข้างกันมีดอกพุดน้ำบุษย์ที่แห้งกรอบช่อหนึ่งวางอยู่ เป็นตัวบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าที่เก็บกระดูกนี้เป็นของใคร

“ดอกไม้นั่นคุณหญิงราตรีท่านมักจะนำมาให้คุณปราณเสมอ แต่เมื่อคุณหญิงจากไปก็ไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้อีก”

ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยความใดก็รับรู้ถึงความเสียใจของไอ้บ่าวซื่อได้ ตอนนี้แม้แต่แรงจะยืนแทบไม่มี หุ่นกำยำของไอ้หาญทรุดลงตรงหน้าโกศกระดูกของคุณปราณ ยอดดวงใจของมันที่ตอนนี้มีเพียงเถ้ากระดูกทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

“คุณปราณบอกว่าจะล่วงหน้าไปก่อน หากมีบุญวาสนาต่อกันคงได้พบกับเอ็งในวันหนึ่ง” ไอ้มั่นบอกกับมันถึงสิ่งที่คุณปราณฝากมา แต่ไม่คิดเลยว่าคุณปราณจะล่วงหน้าไปก่อนมันไกลเสียแล้ว

“คุณปราณเจ็บปวดหรือไม่” ไอ้หาญร้องไห้สะอื้นอยู่นานก่อนจะเก็บก้อนความเสียใจไว้ มันหันมาถามลุงขำที่ยังคงอยู่กับมันไม่ไปไหน มันเพียงแค่อยากรู้ว่านาทีสุดท้ายของคุณปราณนั้นเจ็บปวดหรือไม่ ทรมานหรือไม่

“ตอนตายน่ะรึ คงไม่ดอก คุณเขาตกบ่อบัวที่ชอบไปเป็นประจำนั่นแหละ พวกข้าไปพบก็สายไปเสียแล้ว”

ยิ่งได้ฟังเรื่องราวของอีกฝ่ายผ่านจากปากของคนอื่น ยิ่งทำให้ไอ้หาญจมดิ่งอยู่กับความเสียใจ ความสูญเสียที่ไม่อาจเอาสิ่งใดมาแลกได้ทำให้มันคิดอยากจะตายตามไปเสีย ในเมื่อชีวิตนี้ไร้คุณปราณ ไอ้หาญหรือจะอยู่ได้ อย่างน้อยหากมันตายลงไป ก็อาจจะได้เกิดใหม่ในชาติภพหน้า และได้เจอคุณปราณอีกครั้งก็เป็นได้

มันลุกขึ้นก่อนจะค้นหาของมีคมที่พอจะหาได้ในห้องนี้ พบเจอกรรไกรเล่มหนึ่งก็จับจ้วงแทงตัวเองซ้ำๆ แต่แล้วไม่เป็นผล รอยแผลเหวอะหวะที่มันคิดว่าควรจะมีไม่ปรากฏให้เห็น ไอ้บ่าวซื่อตกใจเป็นอย่างมาก แต่คิดว่าคงเพราะกรรไกรไม่มีความคมแล้ว มันจึงเดินออกจากห้องไปเพื่อหาของสิ่งอื่นมาปลดปล่อยความเสียใจของมันในชาตินี้

แต่แล้วเหมือนฟ้ากลั่นแกล้งมันอีกครั้ง เมื่อความจริงอีกข้อหนึ่งถูกเปิดเผยว่ามันโดนคำสาปแช่งของท่านออกญาฯ เข้าเสียแล้ว ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะมีชีวิตไม่ใช่คนแต่ก็ไม่ใช่ผี ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตปกติเหมือนดั่งเช่นคนอื่นได้ หากมันมีแผลก็เป็นเพียงแค่รอยแดง หาใช้รอยแผลดั่งเช่นคนเป็นเป็นไม่ ที่ท่านออกญาฯ ทำกับมันเช่นนี้ ทรมานเสียยิ่งกว่าตอนรับรู้ว่ามันสูญเสียคนที่มันรักไปแล้วตลอดกาลเสียอีก

แต่คำสาปแช่งนี้จะมลายหายไปก็ต่อเมื่อมันเจอคุณปราณอีกครั้ง ในภพภูมิที่ตรงกัน ในเวลาที่เหมาะสม ในที่ที่ถูกที่ควร เพียงเท่านั้นชะตาจะทำหน้าที่สลายมนต์ตราบทนี้เอง

ไอ้หาญที่ใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้นบุกเข้าห้องท่านออกญาฯ พังประตูเข้าไปก็เห็นชายแก่ที่เคยมีศักดิ์มีศรีแบกอยู่บนบ่านั่งอยู่บนเก้าอี้โยก แต่บัดนี้กลับเนื้อตัวซูบผอมดูราวยาจก ดวงตาเหม่อลอยดูไร้จุดหมายจับจ้อง ที่แขนมีผ้าขาวพันไว้ดูสกปรก คาดว่านั่นคงเป็นรอยแผลเป็นที่ทิ้งไว้หลังจากสาปแช่งเขา

หมดสิ้นแล้วความศรัทธาในตัวของคนที่เคยให้ที่ซุกหัวนอน เหตุใดจิตใจโหดเหี้ยมราวผีห่าครอบงำถึงเพียงนี้ ความเถรตรงและการให้อภัยไปอยู่ที่ใดในซอกหลืบของจิตสำนึก ลุงขำรีบตามเข้ามาในห้อง แต่ไม่ว่าจะห้ามอย่างไรคนที่มีชีวิตนิรันดร์อย่างไอ้หาญหรือจะล้มลงได้

ไอ้หาญคว้าดาบของท่านออกญาฯ ขึ้นมา ดาบที่เคยใช้บั่นคอเพื่อนรักของมันเสียขาดสะบั้นอย่างไม่ไยดี ท่าทางโกรธเกรี้ยวไม่ต่างกับท่านออกญาฯ ตอนที่ทำกับไอ้มั่น ดวงตาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความโกรธที่อีกฝ่ายทำกับยอดดวงใจและเกลอของมัน

จะย่ำยีใจมันสักเท่าไหร่ไอ้หาญไม่เคยนึกเอามาเป็นความแค้น แต่นี่แม้แต่ไอ้มั่นยังต้องมาตายเพียงเพราะต้องการหาคนมารับโทษทัณฑ์ อีกทั้งลูกชายของตนต้องมาฆ่าตัวตายเพราะบิดาไม่ยอมรับและให้อภัย

“ยะ...อย่า...อย่า!! กูกลัวแล้ว กลัวแล้ว อย่าทำร้ายกู” ท่านออกญาฯ ยกมือพนมขึ้นไว้ ตั่วสั่นงันงกเมื่อเห็นไอ้หาญกลายเป็นผีไปเสียแล้ว ผีที่มีเงาดำทะมึนสูงใหญ่ หน้าตาน่ากลัวเสียจนไม่กล้ามอง ร่างของชายสูงวัยล้มลงจากเก้าอี้ หมอบคลานราวหมาบาดเจ็บเบียดชิดริมผนัง ยกมือปัดป้องพัลวันเมื่ออีกฝ่ายย่างสามขุมเข้าหา

“นี่นะหรือออกญาศรีรัตนกรคนที่กูเคยรู้จัก!! ที่กูเห็นตอนนี้มึงก็มิต่างกับผีห่าสักตัวหนึ่งที่ไร้ชาติภพให้ไปอยู่!! โกรธกูหรือ ไยไม่เข่นฆ่ากูเสีย ไยต้องมาพรากเพื่อนกู พรากหัวใจของกูด้วย!!”

ดวงตาที่แดงก่ำหลั่งน้ำใสออกมาจนไหลอาบแก้ม หาใช่เพราะความเสียใจอย่างเดียวที่มี มันเต็มไปด้วยความทุกข์ระทมสุดจะกลืนกับสิ่งที่มันต้องเจอ มือที่กำดาบไว้แน่นเสียจนถ้าด้ามดาบไม่แข็งแรงพอ ก็คงจะหักในนาทีใดนาทีหนึ่ง ลุงขำไม่กล้าเข้ามาใกล้เพราะไอ้หาญในตอนนี้ขาดสติราวกับคนที่ตนไม่เคยรู้จัก หากเข้าไปไม่ระวังคงโดนฟันคอขาดเป็นแน่

ดาบคมกริบแวววาวถูกเงื้อขึ้นสุดแขน ไอ้หาญมองคนตรงหน้าที่ท่าทางราวหมาจนตรอก พร่ำเพ้อแต่ว่ามันคือผี ในคราแรกอยากฟันคอเสียให้สิ้นตายตามกันไป แต่หากทำอย่างนั้นมันก็คงต้องผูกกรรมกับชายผู้นี้ไปอีกหลายชาติ จึงขอสิ้นสุดไว้แต่เพียงชาตินี้คงดีเสียกว่า 

ไอ้หาญตัดสินใจฟันลงมาเพื่อตัดแขนท่านออกญาฯ ข้างที่เคยกรีดเพื่อใช้เลือดสาปแช่งมัน จนแขนข้างนั้นขาดกระเด็นไม่ต่างจากหัวของไอ้มั่น เลือดสีแดงฉานเจิงนองไปทั่วพื้น พร้อมเสียงร้องโหยหวนของออกญาศรีรัตนกรที่เจ็บปวดเจียนตาย

“กู! ไอ้หาญ! ทาสชั่วที่มึงเคยกล่าวหา ขออโหสิสิ่งที่มึงทำกับกูไว้นับแต่บัดนี้! แต่หากวันใดที่ฟ้าประจักษ์เป็นใจว่าสิ่งที่กูทำนั้นหาใช่ความผิดร้ายแรงไม่ ก็ขอให้มึงตายอย่างทรมาน แม้ในวันสุดท้ายของชีวิตก็ขอให้มึงจมอยู่กับบาปกรรมที่มึงก่อไว้ ให้สาสมกับที่มึงพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากกู!!”

เคร้ง!!

ดาบสูงศักดิ์ที่ผ่านมือนักรบบรรพบุรุษของออกญาศรีรัตนกรมามากถูกทิ้งไว้ไม่ไยดี ลุงขำแทบจะตกใจตายกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ก่อนจะรับเข้าไปดูอาการของเจ้านายตนที่ดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้นห้อง จากนั้นไอ้หาญก็เดินจากไปไม่เหลียวกลับมามองอีก

นับแต่นี้ไป...ชีวิตที่เหมือนไร้ชีวิตของมันกำลังเริ่มขึ้น

“ไอ้หาญคนนี้จะรอคุณปราณนะขอรับ ไม่ว่านานแค่ไหนบ่าวก็จะรอ” ไอ้หาญเงยหน้าขึ้นบอกฟ้า ฝากไปกับสายลมและแสงจันทร์เผื่อว่ามันจะถึงหูของยอดดวงใจของมันเข้าสักวัน



--##--##--##--##--##--##--



“พี่ณิชหิวไหม หนูซื้อกล้วยปิ้งมากินด้วยกันนะพี่” มิ้งบอกคนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยน้ำเสียงสดใส ณิชฟื้นแล้วตั้งแต่เที่ยง ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 3 ที่ณิชอยู่โรงพยาบาล ตอนแรกคิดว่าไม่มีหวังเรื่องที่ณิชจะฟื้น แต่อีกฝ่ายกลับตื่นลืมตาขึ้นมาซะงั้น ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เธออยากฉลองทันทีที่ณิชออกจากโรงพยาบาล

ณิชเงียบไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่ยิ้มให้รุ่นน้องตนเพียงเท่านั้น ก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วห้องพักผู้ป่วยพิเศษเพื่อมองหา ‘ไอ้หาญ’ คนที่รอคอยเขามานานจนเกินจะนับเวลาได้







โปรดติดตามตอนต่อไป


ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-08-2020 20:21:48 โดย :นางสาวผอบ: »

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2641
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด