...เวรกรรมตามทันในภพนี้..ตอนพิเศษ ผ้ากันเปื้อน...=> หน้าที่ 17 (26/09/2020)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ...เวรกรรมตามทันในภพนี้..ตอนพิเศษ ผ้ากันเปื้อน...=> หน้าที่ 17 (26/09/2020)  (อ่าน 51311 ครั้ง)

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
นี่มันป๋อจ้านนี่นา

ออฟไลน์ Pithchayoot

  • พิชญ์ชยุตม์
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2

ออฟไลน์ BitterCucumber

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
ผีที่โผล่มาเตือนนี่มาดีหรือร้ายกันแน่อ่ะ เพราะตอนแรกดูโกรธๆ แต่ก็สงบอารมณ์เองได้ ดูไม่ออก :serius2: ใช่ตัวที่ตาแดงๆมองท้ายรถแวนมั้ย

ครองภพคือแผนป่ะ

ออฟไลน์ c4jeab

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
รออ่านนะคะ ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
พ่อพระเอกดังนี่...คือคุณความมืดมนดีๆนี่เอง  :ruready

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1695
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
ไอ้แผนคือครองภพ

ไอ้ตาแดงคือไอ้คนมาเตือนใช่ใหม

และเดาว่า ไอ้คนนี้แหละ

ที่ใส่ร้ายไอ้แผน

จนไอ้แผนโดนฆ่าตายไปพร้อมความแค้น

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1729
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-1
ไอ้แผน = ครอง ?
บ่าวตาโปนสีแดง = ?
พี่รุ่งโรจน์รู้อะไรมา ทำไมถึงอยากให้ร่มออกจากวงการ?

เนี่ยยย เรามันอ่านเฉยๆไม่ได้ไง ต้องคิดตาม เดาไปเรื่อยเลย ไม่เครียดมาก เน้นสุขนิยมจริงๆใช่ไหมคะ? 555 เราอยากถามเพื่อให้มั่นใจอีกที  o18

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
ใช่คนเดียวกันกับในฝันร่มมั้ยนะ?

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ตอนอ่านก็ไม่ได้เอะใจอะไรพี่หนุ่ยแต่พอมาเห็นว่าอยู่ในผังตัวละครด้วยแล้วก็คิดว่าจะมองข้ามพนักงานส่งเอกสารคนนี้ไม่ได้แล้วสิ :m26:

น้องครองดุจริงแต่โชคดี(หรือฟ้าลิขิตมาแล้วกันนะ?)ถึงได้มาเจอพี่ร่ม จะมีวันที่น้องครองเปลี่ยนจากเสือดุๆมาเป็นโกลเด้นขี้อ้อนพี่ร่มไหมน้อ

 :pig4:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
ทำไมพี่รุ่งโรจน์ถึงไม่อยากให้ร่มเข้าวงการล่ะ มันต้องมีเหตุผลซิ แล้วไอ้พี่ตาแดงนั้นมันใครกัน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Rumraisin

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 698
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ขอบคุณนะคะคุณบัว จะรอติดตามทุกวันพฤหัสเลยค่ะ พี่ร่มใจเย็นมาก น้องครองอยากเข้าใกล้พี่แล้ว  :hao3:

ออฟไลน์ WilpeR

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-2
ชอบมากค่ะ รออ่าตอนต่อไป อยากรู้ว่าใครคือคนที่จะปองร้ายร่ม

ดูเหมือนรุ่งโรจน์จะรู้เรื่องอะไรจึงพยายามปกป้องร่มธรรมเลย

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7705
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
ต้องตามมมม ต้องมีคนปั่นให้เขัาใจกันผิดแน่ในอดีต

ตามด้วยคนนนน

ออฟไลน์ Peterpanmama

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 พี่ร่ม ดีเหลือเกินพ่อเอ๊ย

ออฟไลน์ Rateesiri

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 144
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ปักหมุดรอจ้า

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 516
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1525/-8
เวรกรรมตามทันในภพนี้
By: Dezair
………………………
ตอนที่ 2


   บ้านทรงโคโลเนียลตั้งตระหง่านอยู่กลางอาณาเขตกว้างใหญ่


เจ้าของคือหลวงสุนทรวิจักษ์ผู้ปกครองคนหมู่มากด้วยพระเดชพระคุณ ภรรยาหลวงและน้อยแม้จะมากมายตามค่านิยม ต่อหน้ารักใคร่นับถืออาวุโสและฐานะกันอย่างใด ลับหลังก็เป็นเช่นนั้น บุตรธิดาไม่ว่าจะเกิดจากภรรยาคนใดก็ล้วนได้รับการเลี้ยงดูอย่างไม่น้อยหน้ากัน ไม่มีลูกไพร่ลูกบ่าว เพราะล้วนถือว่าร่วมเชื้อสาย เมื่อผู้เป็นใหญ่ในบ้านทำตัวเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ คนในบ้านก็ย่อมอยู่อย่างสงบ


   ทว่า...วันหนึ่งความสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเรื่องโกลาหล


หนังสือฝรั่งของคุณเทพบุตรชายคนหนึ่งของหลวงสุนทรวิจักษ์ถูกขโมย


หลังจากไต่สวนกันไปมา ได้ความว่าวันที่คุณเทพทำการบ้านที่ศาลาริมน้ำ เผลอวางทิ้งเอาไว้ คนที่อยู่ละแวกนั้นในช่วงเวลาใกล้เคียงคือเด็กชายผู้ถูกพ่อแม่นำมาขายแทนค่าเช่าที่นา


   แม้จะเป็นใหญ่ที่สุดในบ้าน แต่เรื่องภายในล้วนเป็นกิจการของภรรยาหลวง หลวงสุนทรวิจักษ์จึงไม่อาจรู้จักบ่าวไพร่และข้าทาสในเรือนได้ทั้งหมด ทว่าเรื่องคราวนี้เกิดกับ ‘คุณเทพ’ บุตรชายคนโปรดของตน อีกทั้งมูลเหตุยังเป็น ‘การขโมยหนังสือฝรั่ง’ จึงฉุกใจเรียกมาสอบสวนด้วยตนเอง


   “คุณหลวงจะให้โบยมันสักกี่ทีขอรับ”


   “เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ นายช่วง” เอ่ยกับบ่าวคนสนิท แล้วจึงหันมองเด็กชายอายุคราวลูกร่างผอมแกร็นที่นั่งตัวสั่นเทาเพราะมีความผิด ส่วนหนังสือฝรั่งต้นเหตุนั้นวางอยู่บนโต๊ะข้างกายท่าน เพียงปรายสายตามองก็พบว่าหนังสือไม่ได้มีร่องรอยเสียหายแต่ประการใด อีกทั้งยังไม่ถูกนำไปขาย พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ได้กระทำโดยไม่รู้ความว่าเป็นหนังสือ และไม่ได้กระทำเพื่อเงินทอง


   “มึงขโมยหนังสือลูกกูทำไม” น้ำเสียงของหลวงสุนทรวิจักษ์ทั้งองอาจ และดุดัน ทว่าไม่ได้ข่มเหง เด็กชายประนมมือเงยหน้ามอง หน้าตาหวาดหวั่นและน้ำตาคลอ


   “ก...กระผม...กระผมเห็นมันวางอยู่ ไม่มีเจ้าของ เลยหยิบไปอ่าน”


   “มึงอย่าริโกหกต่อหน้าคุณหลวง! น้ำหน้าอย่างมึงจะอ่านออกได้อย่างไร!” ไม่ใช่เจ้าของบ้านที่ตวาดเสียงก้องจนเด็กชายตัวสั่นเทา ทว่ากลับเป็นนายช่วงผู้เป็นบ่าวใกล้ชิดคุณหลวงที่สุด


   “นายช่วง” ชายอาวุโสปราม ก่อนจะหันมาทางคนทำผิด


   “มึงอ่านออกหรือ”


   เด็กชายส่ายหน้า


   “คุณหลวงถาม! มึงต้องตอบ!” นายช่วงตวาดก้อง ทำตัวเป็นผู้อารักขาได้อย่างดี แต่หลายครั้งก็พลอยให้ผู้เป็นนายอิดหนาระอาใจ ทว่าก็ไม่อยากขัดให้เสียปกครอง จึงได้แต่ทอดสายตามองเด็กชายที่นั่งประนมมือตัวสั่น สายตาของท่านเอื้ออาทรจนคนกระทำผิดยังรู้สึกละอายจนไม่อาจปิดบังความจริง


   “อ...อ่านไม่ออกขอรับ...” เด็กชายผู้ถูกขายมาใช้แรงงานทดแทนค่าเช่าที่นาได้แต่ก้มหน้าตอบเสียงแผ่ว สำนึกผิดที่หยิบหนังสือไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เพราะใฝ่รู้ใฝ่เรียน ทั้งๆที่ชาติกำเนิดไม่เกื้อหนุน


   “แล้วมึงอยากอ่านออกไหม” ทว่าคำถามประโยคถัดมาของคุณหลวงกลับทำให้เด็กชายนิ่งงัน เงยมองด้วยดวงตาตื่นตะลึง รีบร้องบอก


   “ย...อยากขอรับ!”


   “คุณหลวงจะให้มันเรียนหนังสือหรือขอรับ” อย่าว่าแต่เจ้าหัวขโมยจะตะลึงเลย กระทั่งนายช่วงผู้รอรับคำสั่งให้จัดการลงโทษคนกระทำผิดยังพลอยงุนงงไปด้วย


   สายตาของหลวงสุนทรวิจักษ์ยังมุ่งตรงไปยังเด็กชายที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น


   “ถ้ามึงอยากเรียน กูจะส่งไปเรียน แต่ภาษาฝรั่งคงต้องไว้ทีหลัง มึงต้องเรียนอ่านเขียนก่อน”


   “กระผม...กระผมอ่านเขียนได้ขอรับ” เด็กชายเอ่ยเสียงแผ่ว ทำเอาทั้งคุณหลวงและนายช่วงพากันชะงัก


   “มึงพูดอะไร! น้ำหน้าอย่างมึงจะอ่านเขียนได้อย่างไร!” นายช่วงตกตะลึงเป็นครั้งที่เท่าไรก็คร้านจะนับ


   “กระผม...ให้หลวงพี่ที่วัดสอนขอรับ...เอ่อ...แต่...แต่กระผมไปเรียนตอนที่ทำงานเสร็จแล้วนะขอรับ...” ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกผิด นอกจากจะขโมยหนังสือแล้ว ยังแอบไปเรียนเขียนอ่านอีกด้วย ทว่าเด็กชายผู้เอาแต่ก้มหน้าย่อมไม่เห็นสายตาอาทรของชายผู้เป็นใหญ่ในเรือนที่ทอดมองมา


   ลูกนกลูกกา ยังให้ข้าวให้น้ำ นับประสาอะไรกับลูกคน


   “เอาเถอะ กูจะให้มึงไปเรียนหนังสือ ถ้าเรียนได้ดี กูจะให้มึงเรียนภาษาฝรั่ง”



เด็กชายได้ยินก็ถึงกับทำตาโตด้วยความคาดไม่ถึง ดวงตาเป็นประกายพราว เห็นท่าทางกระตือรือร้นของมันแล้ว คุณหลวงก็นึกเอ็นดูอย่างประหลาด


   ทายาทใช่มีน้อย อีกทั้งยังไม่เคยรับลูกบ่าวลูกไพร่คนใดมาส่งเสีย แต่ครั้นจะปล่อยให้คนใฝ่สูงต้องติดในตมเพราะฐานันดรต่ำต้อย ก็อดยอกใจไม่ได้


   “แต่มึงต้องสาบานว่าจะตั้งใจเรียน แล้วไปเป็นเสมียนหรือข้าราชการ อย่าได้กลับมาเป็นลูกหนี้ใครอีก”


   “ขอรับ สาบานขอรับ!”


   หลวงสุนทรวิจักษ์พยักหน้ารับก่อนจะโบกมือไล่เด็กชายออกไป เมื่อเหลือเพียงท่านและนายช่วง บ่าววัยฉกรรจ์ผู้จงรักภักดีก็รีบทักท้วง


   “จะดีหรือขอรับ”


   “ทำไมจะไม่ดี คนอยากเรียนก็ให้มันเรียน”


   “แต่พ่อแม่มันเอามันมาขายก็เพื่อให้ใช้งาน...”


   “กูมีบ่าวไพร่แยะขนาดนี้ ปล่อยเด็กสักคนให้มันไปเติบใหญ่ก็คงไม่เป็นไรกระมัง” นายช่วงไม่เห็นด้วย แต่ความภักดีทำให้ไม่กล้าขัด ยิ่งเห็นคุณหลวงหันไปสนใจหนังสือในมือแทนแล้ว ก็พลอยเป็นต้องเลิกพูดไปโดยปริยาย ทว่าจู่ๆ ชายผู้เป็นใหญ่ในเรือนที่นั่งอยู่บนตั่งก็เอ่ยขึ้นมา


   “ว่าแต่...มันชื่ออะไร”


   มันที่ว่าคงจะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เด็กชายที่เพิ่งพ้นโทษอีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนให้เรียนหนังสือ


   “ไอ้แผนขอรับ”


   หลวงสุนทรวิจักษ์พยักหน้ารับรู้ แล้วหันกลับไปจดจ่อกับหนังสือในมือตามเดิม


........................


   ครองภพเป็นลูกชายคนเล็กที่เกิดหลังพี่ชายคนโตถึง 10 ปี ความเป็นลูกหลงของเขาทำให้คนทั้งครอบครัวต่างพะเน้าพะนอเอาใจ แค่เพียงปรายสายตาโดยไม่ต้องพูดอะไร ทุกคนก็พร้อมจะหามาให้ ส่วนที่หนึ่งเพราะเขาเป็นลูกคนเล็ก หลานคนเล็ก ส่วนที่สองเพราะหน้าตาของเขาน่าเอ็นดูและน่าเอาอกเอาใจตั้งแต่เด็ก ส่วนที่สามเพราะเขาเสียบิดาไปตั้งแต่อายุยังไม่เต็มสิบขวบดี และส่วนสุดท้าย...คนในครอบครัวล้วนรับรู้ว่าเขาเกิดมาพร้อมกับบางอย่างติดตัว


   ครองภพมักฝันร้าย


   ตั้งแต่เล็ก เขามักละเมอราวกับหวาดกลัว พูดแต่ว่าไม่ได้ทำ หากแต่เมื่อตื่น เจ้าตัวก็กลับจำอะไรไม่ได้เลย


   เมื่อเริ่มโต เขาไม่ละเมออีก แต่แสดงออกให้รู้ว่าไม่ชอบอยู่ในที่แคบเพียงลำพัง กระทั่งใช้ลิฟต์ยังต้องมีคนอยู่ด้วย แต่น่าแปลกที่หากมีคนอยู่ด้วย เขากลับไม่มีท่าทีต่อที่แคบเลย หากคิดว่าครองภพต้องการเรียกร้องความสนใจก็ไม่ใช่ เพราะโดยพื้นฐานแล้ว เขาชอบอยู่คนเดียวมากกว่าจะอยู่กับคนอื่น


   แต่พอชายหนุ่มเข้าวงการ งานมะรุมมะตุ้มจนแทบไม่มีเวลาว่าง ทุกอย่างก็เหมือนจะลืมเลือนราวกับไม่เคยเกิดขึ้น


   “น่าจะนอนอยู่คอนโด เมื่อคืนกลับดึกไม่ใช่หรือ” เสียงของมารดาดังขึ้น เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในห้องนั่งเล่นของบ้านแล้วพบว่าลูกชายคนเล็กนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาในห้องปรับอากาศเย็นฉ่ำ เขาผงกศีรษะขึ้นมามองด้วยดวงตาหรี่ปรือเหมือนเพิ่งตื่น


   “พี่ธานัดกินข้าว...”


ยามอยู่ต่อหน้าสาธารณชน ครองภพคือสิงโตหนุ่มที่ยืนผงาด ทั้งสง่างามและทรงพลัง ทว่ายามอยู่กับครอบครัวหรือคนสนิท เขากลับไม่ต่างจากแมวขี้เซา นอนได้ทั้งวี่ทั้งวันและไม่ออกไปไหนเลย เจ้าตัวรักความสงบเงียบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเลือกที่จะเข้าวงการ มีแฟนคลับมีคนติดตาม ไปไหนมาไหนถ้าไม่ระวังตัวปิดหน้าปิดตา ก็แทบจะต้องพบพานกับสายตาจับจ้องของคนรอบข้างเสมอ

   

ทว่า...แม้ครองภพจะประสบความสำเร็จในอาชีพนักแสดง มีแฟนคลับนับล้าน มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่สำหรับอัจฉรา อีกฝ่ายก็เป็นเพียงเด็กชายตัวน้อยๆที่แสนน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ดี
   

“ปากบอกว่ามาที่นี่เพราะพี่นัดกินข้าว แต่อะไรคือนอนเหยียดเป็นงูแบบนี้” ชายหนุ่มอีกคนโผล่หน้ามาเหนือศีรษะคนนอนด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส



ครองภพเอาแต่นอนเลยไม่ทันเห็นว่านอกจากมารดาแล้ว ธาดาผู้เป็นพี่ก็อยู่ในห้องด้วย คนกำลังนอนสบายทำเสียงจิ๊จ๊ะ แต่เมื่อมารดาหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาตัวที่เขาเอกเขนกอยู่ ลูกชายคนเล็กผู้ไม่ค่อยสนใจโลกกลับชันขาขึ้นเพื่อให้หล่อนนั่งเอนได้สบาย


   การกระทำเล็กๆน้อยๆแต่ใส่ใจคนในครอบครัวแบบนี้ เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากผู้เป็นพี่ชายที่อายุมากกว่า 10 ปีได้อย่างดี


   “แม่ บอกไอ้ครองสิ ว่าที่ให้ธานัดมากินข้าววันนี้ เพราะแม่อยากได้อะไร” เขาหันไปกระเซ้ามารดาที่นั่งร่วมโซฟาตัวเดียวกับที่ครองภพนอนอยู่ ทั้งๆที่บ้านหลังใหญ่ ห้องนั่งเล่นกว้างขวาง มีที่นั่งอีกมาก แต่พวกเขาสามแม่ลูกใกล้ชิดสนิทสนม


   เพราะเสียหนึ่งในสมาชิกครอบครัวไป แม้จะมีญาติอีกมายมายห้อมล้อม แต่ครอบครัวเล็กๆที่ขาดสามี ขาดบิดาก็มีแต่จะต้องใกล้ชิดกันให้มากที่สุด เพื่อเป็นความรักและกำลังใจให้กันทดแทนคนที่จากไป


   คนที่นอนหลับตายอมปรือตาขึ้นมาข้างหนึ่งเพื่อมองหญิงผู้เป็นแม่โดยเฉพาะ


   “แม่อยากได้อะไร” 


อัจฉราหันไปค้อนลูกชายคนโตจอมปากโป้งทีหนึ่ง ก่อนจะหันมามองลูกชายคนเล็ก


   “เห็นลุงอู๊ดบอกว่า ครองเล่นละครเรื่องเดียวกัน”


   “ถ้ารู้ว่าลุงอู๊ดเล่น จะไม่รับ” 


ธาดาหัวเราะร่วน ไม่รู้หัวเราะให้กับคำตอบแสนตรงเผงของน้องชายหรือคำถามอ้อมค้อมของมารดาดี แต่เอาเป็นว่าอัจฉราเลี้ยงลูกสองคนมานับจากอายุของเขาแล้วก็สามสิบสองปี คงรู้ว่ากับลูกคนไหนจะเข้าหาอย่างไร ชายหนุ่มจึงไม่ขัด แถมเป็นฝ่ายถามแทรก


   “แล้วเป็นไง เล่นกับลุงอู๊ด”


   “ก็ดี”


   อัจฉรายิ้ม ต่อให้คำตอบของลูกชายจะสั้นเรียบ แต่ไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกของเขาจะเป็นเส้นตรง ครองภพไม่ใช่คนเปิดเผย แต่ความจริงใจของเขาไม่แพ้ใคร เมื่อออกปากว่า ‘ก็ดี’ ย่อมไม่ได้หมายความไปในทิศทางเลวร้ายแน่นอน


   “แล้วสรุปแม่อยากได้อะไร” ชายหนุ่มถามซ้ำ ดวงตาเรียวจดจ้อง ทั้งๆที่ไม่ใช่คนช่างพูด  ไม่ใช่คนช่างแสดงออก แต่เมื่ออีกฝ่ายเป็นมารดา ความใส่ใจของเขาย่อมมาเป็นอันดับต้นๆ


   “ตอนแรกแม่ก็ว่าจะขอทางลุงอู๊ด แต่แม่เห็นว่าครองก็เล่นกับเขาเยอะ มาขอให้ครองช่วยน่าจะดีกว่า...”


   “ก็บอกไปสิแม่ ว่าอยากได้ลายเซ็นร่มธรรม” ธาดาแทรก คราวนี้คนนอนเหยียดตามสบายถึงกับชะงักกึก แล้วทวนถาม


   “ลายเซ็น?”


ไม่มีคำตอบเป็นคำ นอกจากการพยักหน้ารับของมารดา ธาดาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเป็นฝ่ายอธิบายเพิ่ม


   “แม่เป็นแฟนคลับของร่มธรรมน่ะ ชอบตั้งแต่ก่อนที่เขาจะออกจากวงการซะอีก”


   “ก็...ตอนนั้นเขาเป็นพระเอกแห่งชาติเลยนะ เรื่องสุดท้ายที่เล่นเป็นท่านชายน่ะ แล้วบริษัทเราก็เคยให้เขาเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วย ทำงานเก่ง สุภาพอ่อนน้อม เสียดาย เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เราได้แค่แปบเดียวก็ออกจากวงการ”


   “ธาจำได้ ตอนเขาออกจากวงการ แม่บ่นเสียดายใหญ่เลย” ธาดาเสริม เพราะอายุมากกว่าน้องชายถึง 10 ปี ย่อมมีส่วนร่วมในชีวิตของมารดาเมื่อ 6 ปีก่อน มากกว่าครองภพที่เวลานั้นเพิ่งแตกเนื้อหนุ่มและกำลังมุ่งมั่นจะเข้าวงการบันเทิง


   “เรื่องนี้ครองเล่นเป็นน้องของร่มธรรมใช่ไหม ขอลายเซ็นเขาให้แม่หน่อยสิ”


   “ทำไมแม่ไม่ติดต่อเขาให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของบริษัทไปเลยล่ะ”


   “แกคิดว่าแม่ไม่ทำเหรอ ทำแล้วแต่ทางนั้นปฏิเสธ” คนเป็นพี่ขยายความ คราวนี้ครองภพเลิกคิ้วหันมอง


   “เห็นบอกว่ารับเล่นเรื่องนี้เรื่องเดียว ก็เลยขอไม่รับพรีเซ็นเตอร์ จะว่าไปก็แปลก กลับเข้าวงการทั้งที ทำไมจะเล่นแค่เรื่องเดียว แกถามเขาให้หน่อยสิ” ธาดาตั้งคำถามกับตนเองแต่ไม่วายสั่งน้องชาย อัจฉราเลยรีบพยักหน้าสนับสนุนอย่างเห็นดีเห็นงาม


   “ใช่ๆ ครองถามให้แม่หน่อยว่าทำไมไม่รับงานอื่นอีก แล้วขอลายเซ็นให้แม่เลยทีเดียวไง”


ครองภพไม่เคยปฏิเสธมารดา แต่คราวนี้เขากลับรู้สึกถึงความแปลกประหลาดของโชคชะตาตนเอง


   ระหว่างเขากับร่มธรรมดูราวกับไม่ควรจะได้พบเจอกัน



ตอนที่ร่มธรรมกำลังดัง ตอนนั้นเขากำลังหมกมุ่นกับการเรียนร้องเพลง เรียนเต้น เรียนการแสดงเพื่อเข้าสู่วงการ ตอนที่ร่มธรรมประกาศออกจากวงการ ครองภพก็เพิ่งเซ็นสัญญากับต้นสังกัดเพื่อเข้าวงการ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เขาอยู่ในวงการบันเทิง ในขณะที่ร่มธรรมออกไปอยู่ในวงธุรกิจ นอกจากบริษัทแล้ว เจ้าตัวมีกิจการร้านกาแฟร่วมกับพี่สาวพี่ชาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคอนโดของครองภพ เขาเคยแวะร้านนั้นหลายครั้ง แต่...เราไม่เคยเจอกัน



จนกระทั่ง...วันนี้ จู่ๆ โชคชะตาก็ดึงเขาและร่มธรรมให้ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ


   ทั้งๆที่คลาดกันมาตลอด แต่บทจะได้พบ...ก็ได้พบ


   “เงียบแบบนี้ แสดงว่ามันไม่กล้าแน่เลยแม่” เสียงของธาดาดังขึ้น ปลุกสติครองภพออกมาจากภวังค์ ทั้งๆที่เขาไม่เชื่อเรื่องความบังเอิญใดๆ แต่เรื่องของเขาและร่มธรรมกลับไม่อาจมองข้ามคำว่าโชคชะตาได้เลย


   “ไม่ใช่ไม่กล้า...” เพราะเป็นหนึ่งคนที่รักการแข่งขัน การที่ถูกพูดว่าไม่กล้า ย่อมทำให้ครองภพรู้สึกหึกเหิม


   “...แต่ไม่สนิท” ทว่าแม้จะรักการแข่งขัน แต่ชายหนุ่มวัย 22 ก็เป็นคนยอมรับความจริง ไม่สนิทก็คือไม่สนิท แล้วคนที่ไม่สนิทจะไปขอให้มาเป็นพรีซ็นเตอร์ให้ธุรกิจของที่บ้านแถมขอลายเซ็นด้วยอย่างนั้นหรือ


   “ไม่สนิท?! ไหนลุงอู๊ดว่าเขาเล่นเป็นพี่ของครอง?!” อัจฉราร้องเสียงหลง


   “ก็...ใช่...” คราวนี้คนยอมรับความจริงกลายเป็นพูดเสียงเบา แม้จะเข้าฉากด้วยกันหลายครั้งแล้ว แต่...ไม่สนิทก็คือไม่สนิท


   “ครอง...” มารดาถึงกับครางอย่างอ่อนใจเมื่อตระหนักได้ว่านิสัยของลูกชายคนเล็กนั้นไม่ช่างพูด แม้ว่าร่มธรรมที่หล่อนเคยรู้จักเมื่อ 6 ปีก่อน จะเป็นคนอัธยาศัยดี และเวลานี้ก็น่าจะยังเหมือนเดิม แต่ถ้ามาเจอคนกำแพงสูงอย่างครองภพ ต่อให้จะอัธยาศัยดีมากแค่ไหนก็คงไม่รอด


“เราต้องรู้จักคุยกับคนอื่นบ้างนะลูก”


“ผมก็คุยกับคนอื่น...” ครองภพแย้งเสียงเบา ทำเอาคนเป็นพี่ได้โอกาสทันที


“คนอื่นหมายถึง เพื่อนที่เล่นเวคบอร์ด สโนว์บอร์ด สเก็ตบอร์ด ปีนเขาไต่หน้าผา เพื่อนแข่งรถ แข่งมอ’ไซค์ แข่งเจ็ตสกี เพื่อนต่อกันดั้ม เพื่อนอะไรอีกนะ ที่แกคุยกับเขาเป็นวรรคเป็นเวรน่ะ อ้อ เพื่อนเล่นเดอะซิมส์” ครองภพเหลือบมองหน้าตาเอาเรื่อง แล้วเถียงเสียงเบา


“เล่นเดอะซิมส์ไม่ต้องมีเพื่อน”


“ไม่มีเพื่อนอะไร พี่เห็นมีแอคเค้าท์บอร์ดเดอะซิมส์คอมมูนิตี้”


อัจฉรามองลูกชายคนเล็กแล้วก็พลอยถอนหายใจอีกเฮือก สัตว์สังคมนั้นจะให้พูดคุยแต่เรื่องที่ชอบก็เห็นจะไม่ใช่ แต่ต้องรู้จักเปิดใจคบหาผู้คนที่แตกต่างจากตนเองบ้าง จึงจะไม่คับแคบ


“ลุงอู๊ดเองก็บอกว่าร่มธรรมนิสัยดี ถ้าครองเปิดใจให้เขาสักนิด แม่ว่าครองจะชอบเขานะ”



พูดไปก็เท่านั้น เพราะครองภพเบือนสายตาหนีไปทางอื่นราวกับไม่รับรู้ ธาดาเห็นท่าทางของน้องชายแล้ว หมั่นเขี้ยวชกไหล่ไปที


   “ช่างมันเถอะแม่ ไอ้ครองมันไม่อยากมีเพื่อน สงสัยจะได้ครองตัวโสดไปจนตาย สมชื่อจริงๆ”


   “พ่อกับแม่ตั้งชื่อครองภพจ้ะ ไม่ใช่ครองตัวโสด” อัจฉรารีบหันมาแจง


   “สม” ครองภพเยาะเย้ยซ้ำ เลยถูกผู้เป็นพี่ล็อคคอลากขึ้นจากโซฟามายีหัวอย่างมันเขี้ยว


   “โอ๊ย! แม่! พี่ธาแกล้งผม!”


   “ขี้ฟ้อง! ไอ้เด็กขี้ฟ้อง!”


   “ไม่ใช่เด็ก!”


   “แต่ไม่โต!”


แล้วสองพี่น้องก็ลุกขึ้นไล่เตะกันรอบห้อง อัจฉรามองแล้วแม้จะอ่อนใจแต่ก็อดยิ้มจางไม่ได้ ลูกชายคนเล็กของหล่อนที่ใครต่อใครพากันบอกว่าเขาช่างไร้อารมณ์ ไร้มนุษยสัมพันธ์ และคงจะไร้แม้กระทั่งคู่ครอง แต่อย่างน้อยการที่เขายังเล่นกับพี่ชายราวกับเด็กๆแบบนี้ ก็พอจะทำให้สบายใจได้บ้างว่าเขาไม่ได้ไร้อารมณ์หรือมนุษยสัมพันธ์เสียทีเดียว แต่เป็นเพราะกำแพงสูงจนมีคนน้อยนักที่จะปีนข้ามเข้าไปเรียนรู้นิสัยใจคอที่แท้จริงของเขาได้ต่างหาก


   แล้วถ้ากำแพงสูงแบบนี้...จะไร้คู่ครองไหม?


   ประเด็นนี้คนเป็นแม่ชักไม่สบายใจ เห็นทีหล่อนอาจจะต้องช่วยเฟ้นหาคนที่จะสามารถก้าวข้ามกำแพงของครองภพเสียแล้ว


……………………….


   แม้จะได้รับภารกิจจากมารดาให้ติดต่อร่มธรรมมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้บริษัทของครอบครัว และขอลายเซ็น หนำซ้ำผู้เป็นพี่ชายก็แจกแจงแล้วว่าเคยติดต่อไปหน แต่ทางเจ้าตัวปฏิเสธ คนที่ควรจะถูกส่งมาเจรจารอบสอง ต้องเป็นคนที่มีชั้นเชิงในการโน้มน้าว หรืออย่างน้อยๆก็ไม่ใช่คนพูดไม่เก่ง แถมพูดแต่ละทียังตรงเผงเป็นที่สุด


   “ทำไมไม่รับงานอื่น”


   ไม่ต้องทักทาย ไม่ต้องส่งยิ้ม แค่เพียงเจอหน้ากันในห้องแต่งตัว พอทรุดตัวลงนั่งข้างกายนักแสดงหนุ่มรุ่นพี่ได้ ก็เอ่ยปากถามชนิดไม่มีเกริ่นสักนิด เป็นฝ่ายคนถูกถามที่ต้องมีหน้าที่ประมวลผลโดยไวแม้สีหน้าจะงุนงงและยุ่งเหยิงก็ตามที


   “ไม่รับงานอื่น? หมายถึง...ทำไมพี่ไม่รับงานในวงการงานอื่นงั้นหรือ”


   “อือ” เมื่อถามให้ตอบใช่หรือไม่ คนอย่างครองภพก็ไม่คิดจะอธิบายเสริมสักนิด ร่มธรรมกะพริบตาปริบๆ พยายามตั้งสติหาเหตุผลว่าทำไมจู่ๆวันนี้นักแสดงผู้พูดน้อยเน้นแต่ปฏิบัติถึงชวนคุยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


   แต่...คิดไปก็เท่านั้น หากเข้าใจความคิดความอ่านของครองภพด้วยการสื่อสารประโยคสั้นๆแบบนี้ โลกนี้คงไม่ต้องมีคำว่ายาวแล้ว


   “เอ่อ...ก็...ไหนจะงานบริษัท ไหนจะร้านกาแฟ มันก็ค่อนข้างยุ่ง ที่รับงานนี้เพราะผู้จัดเป็นรุ่นพี่ของพี่ริน...ผู้จัดการพี่น่ะ เอ่อ...จริงๆพี่รินก็ไม่ใช่ผู้จัดการจริงๆ เป็นพี่สาวของพี่เอง แต่พอพี่รับงานนี้ เขาก็มาช่วยดูแลคิวงานให้”


   แล้วคนถามก็เงียบ ร่มธรรมพลอยพูดต่อไม่ออก จะย้อนถามว่าอยากรู้ไปทำไม อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีทีท่าจะอยากคุยกับเขาต่อเลยสักนิด เจ้าตัวก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้มีปฏิกริยากับคำตอบด้วยซ้ำ ร่มธรรมต้องเป็นฝ่ายหันกลับไปสนใจตนเองในกระจกอย่างเก้อๆ ราวกับเมื่อครู่นี้เขาพูดคนเดียว


   ...จู่ๆก็ถาม แล้วจู่ๆก็เงียบ…


   ...คนอะไรเอาใจยาก ทำความเข้าใจก็ยาก…


   เพราะไม่ได้มีนิสัยค่อนขอด ความคิดของเขาจึงเป็นเพียงการบ่นกับตนเองแล้วได้แต่เหม่อมองเพดาน ทว่าจู่ๆหูก็ได้ยินเสียงคนข้างกายหันไปถามหาของจากผู้จัดการส่วนตัว แล้วอึดใจต่อมา กระดาษและปากกาก็ถูกยื่นมาตรงหน้า


   พอไล่สายตามองไปยังคนยื่น ก็เห็นเป็นครองภพที่ยังนั่งนิ่ง แต่เอี้ยวมามองเขาเล็กน้อย


   “แม่ผมฝากมาขอลายเซ็น”


   ร่มธรรมอ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆ แน่นอนว่าครองภพเห็นท่าทางตะลึงงันของคนอายุมากกว่า แต่คนอย่างเขาไม่ได้มีเวลาให้ใครนานนัก หนุ่มรุ่นน้องกระดกข้อมือเป็นสัญญานให้อีกฝ่ายรับไปเสียที


   “ด...ได้...ได้...” ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ร่มธรรมรีบรับกระดาษฉีกขนาดเล็กและปากกาน้ำเงินไปเซ็น แต่เพราะออกจากวงการไปตั้ง 6 ปี พอจรดปากกาลงบนกระดาษ เขาก็ค้างอยู่อย่างนั้นอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเขียนชื่อตนเองแทน ตอนที่ครองภพรับกลับไป นักแสดงหนุ่มชื่อดังถึงกับเลิกคิ้ว ตัวอักษรเป็นระเบียบบนกระดาษ อ่านง่าย ไม่ถึงกับคัดตัวบรรจง แต่ก็ไม่ฉวัดเฉวียน แค่ลายมือก็บอกให้รู้แล้วว่าคนอย่างร่มธรรมนั้นเป็นคนเข้าใจง่าย และไม่ซับซ้อน


   “เอ่อ...พี่ไม่รู้จะเซ็นยังไง เขียนชื่อเอาแล้วกันนะ”


   “แล้วเมื่อ 6 ปีก่อนเซ็นยังไง” จู่ๆก็ถูกยิงคำถามขึ้นมาอีก ทั้งๆที่ควรจะเข็ดกับเมื่อครู่ที่พอตอบไปแล้วอีกฝ่ายเอาแต่เงียบจนเหมือนพูดคนเดียว แต่พอเป็นคำถามที่ย้อนหลังไปเมื่อ 6 ปีที่แล้วซึ่งคนอย่างครองภพไม่น่าจะรู้ว่าเขาเคยอยู่ในวงการ ก็ทำเอาร่มธรรมหลากใจจนกลายเป็นย้อนถาม


   “รู้ด้วยหรือว่าพี่เคยเป็นนักแสดง”


   “เขาพูดกันทั้งนั้น”


   “อ้อ...”


   “สมัยก่อนไม่มีคนมาขอลายเซ็นเหรอ”


ไม่รู้จะชอกช้ำกับท่อนไหนดี ระหว่างคำว่า ‘สมัยก่อน’ กับ ‘ไม่มีคนมาขอลายเซ็นหรือ’ ฟังดูแล้วนอกจากจะแก่ ยังรู้สึกไม่โด่งดังพอด้วย ทั้งๆที่ร่มธรรมคิดมาตลอดว่าเขาประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงระดับหนึ่งเลยทีเดียว ก่อนจะออกไป


   แต่...เรื่องอายุที่มากกว่าอย่างไรก็เป็นความจริง ส่วนเรื่องความโด่งดัง ถ้าวัดระหว่างเขาในอดีต กับครองภพในปัจจุบัน ก็เป็นความจริงอีกนั่นล่ะว่าต่อให้สูสีกัน แต่ครองภพมีโอกาสจะดังได้มากกว่านี้อีก ในเมื่อเจ้าตัวอายุยังน้อยแต่ความสามารถรอบด้านขนาดนี้


   “ก็...ไม่ได้เซ็นนานแล้ว พอไปทำงานที่บริษัทก็ไม่ได้เซ็นแบบนั้นด้วย ก็เลย...ลืมไปเลย”


   “แล้วถ้าหลังจากนี้มีคนมาขอลายเซ็นจะทำยังไง ไม่ต้องนั่งเขียนชื่อจริงให้ทุกครั้งเหรอ”


   “แต่ชื่อจริงของพี่ก็ไม่ยาวเท่าไรนะ อ่านง่ายด้วย...”



ดวงตาของคนพูดนั้นใสซื่อราวกับจะย้อนถามว่าอ่านง่ายอย่างนี้ไม่ดีหรือ แน่นอนว่าไม่มีคำตอบจากครองภพ แต่ยังดีที่คราวนี้เขาไม่เงียบไปเฉยๆ ตอนลุกขึ้นจะหมุนตัวออกจากเก้าอี้ไป ประโยคหนึ่งของครองภพก็ดังขึ้น


“ขอบคุณ”



ทั้งๆที่เป็นประโยคสนทนาพื้นฐานที่สั้นง่ายและได้ยินเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ร่มธรรมก็อดรู้สึกบางอย่างกับคำนี้จากปากของอีกฝ่ายไม่ได้



อาจจะเพราะครองภพเป็นคนไม่ค่อยพูด ส่วนเขาเองก็ไม่ใช่คนคาดหวัง พอได้ยินคำพูดตามมารยาท แต่น้ำเสียงทุ้มและเจือด้วยอารมณ์บางอย่างที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยน กลับทำให้ร่มธรรมนิ่งงัน กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่เสียงของคนรอบกายดังขึ้นเบาๆอย่างเกรงอกเกรงใจ แล้วเรื่องที่ทำให้ต้องตะลึงมากกว่าเดิมก็คือช่างแต่งหน้า ช่างทำผมพากันขอลายเซ็นเขาบ้าง


ครองภพที่กำลังจะเดินพ้นออกจากห้องแต่งตัว หันมาเห็นคนเริ่มรุมล้อมขอลายเซ็นร่มธรรม คนถูกขอลายเซ็นทำหน้าตะลึงพรึงเพริศอย่างคาดไม่ถึง แต่ก็รับกระดาษทุกใบมาเซ็นให้อย่างตั้งอกตั้งใจ


   คนอายุน้อยกว่าถอนหายใจเบาอย่างนึกฉุน เมื่อเห็นนักแสดงหนุ่มรุ่นพี่ก้มหน้าก้มตาเขียนชื่อทีละแผ่นอย่างใจเย็น


   ...อยากรู้นักว่าจะทนเขียนชื่อจริงที่ ‘ไม่ยาวเท่าไร และอ่านง่ายด้วย’ ไปได้สักกี่น้ำ...


   ทว่าแม้จะคิดเช่นนั้น แต่ชายหนุ่มกลับเพิ่งรู้ตัวว่าเขาเผลอถือกระดาษติดมาด้วย แค่ปรายสายตามองก็เห็นชื่อจริงที่อ่านง่ายเป็นระเบียบจึงส่งให้ผู้จัดการส่วนตัวที่เดินขนาบข้าง


   “ฝากเก็บที ผมต้องเอาไปให้แม่”


   กระดาษถูกส่งต่อไปแล้ว แต่ลายมือบนกระดาษซึ่งเขาเห็นครั้งหนึ่งตอนเจ้าตัวส่งให้ กับอีกครั้งที่ปรายสายตามองเมื่อครู่นี้ กลับเป็นภาพจำลงในใจอย่างรวดเร็วและชัดเจน


   ‘ร่มธรรม’


ครองภพไม่รู้ตัว เขาถูกความไม่ซับซ้อนของอีกฝ่ายรุกคืบอย่างช้าๆเสียแล้ว


   ……………………….

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 516
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1525/-8
ภารกิจที่อัจฉรามอบหมายลูกชายคนเล็กมีสองข้อ


ข้อแรกคือขอลายเซ็นร่มธรรม


ข้อสองคือตื้อให้ร่มธรรมรับงานพรีเซ็นเตอร์ของบริษัทครอบครัว


แต่...ภารกิจที่สองนั้นอย่าคาดหวังความสำเร็จหรือต้องเรียกว่าไม่ได้พยายามจนสำเร็จ องอาจเลยถูกไหว้วานให้ต้องรับไม้ต่อ


อันที่จริง พอคนเป็นลุงรู้ว่าครองภพมาเจรจารอบสองให้ร่มธรรมรับงานพรีเซ็นเตอร์ เขาก็ถึงกับเบ้ปาก กล้าลงพนันว่าไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน


   แล้วก็ไม่สำเร็จจริงๆ นอกจากจะได้ลายเซ็นร่มธรรมที่ไม่รู้ไปบีบคอบังคับขู่เข็ญมาอย่างไร ก็ไม่ได้อย่างอื่นอีก


   ‘โอ๊ย คนอย่างไอ้ครองมันจะไปเจรจาอะไรกับใครเขาได้ ให้มันยืนเฉยๆเถอะ’


   ‘พี่อู๊ดช่วยหน่อยสิ อัจอยากให้ร่มธรรมมารับงานของบริษัทเรา’


   ‘แล้วทำไมต้องเจาะจงเป็นร่ม ในวงการมีดาราอีกเพียบ หรือจะเอาไอ้ครองก็ได้’


   ‘ครองทำอาหารเป็นที่ไหน แค่หยิบตะหลิวยังผิดท่าเลย แล้วอัจก็ถูกชะตากับร่มธรรมด้วย อยากให้เขามาทำงานให้ ภาพลักษณ์เขาก็เหมาะกับสินค้า แล้วเขาก็เพิ่งกลับมารับงานในวงการอีกครั้ง คิดดูสิ เราจะได้เป็นเจ้าแรกที่เขาร่วมงานด้วย ถ้าเขากลับมาดัง บริษัทเราจะยิ่งได้กำไร’


   ‘เอาเรื่องบริษัทมาอ้างตามหลังเพียบ แต่ใจความสำคัญคือถูกสเป็คสินะ’


   ‘ถูกสเป็คอะไร เขาเรียกถูกชะตา’


   พอน้องสาวว่าอย่างนั้น องอาจก็ไม่อยากทักท้วงอะไรอีก บริษัทของครอบครัวที่แม้เขาจะไม่ได้เข้าไปมีส่วนในการบริหารแต่ก็เป็นผู้รับผลประโยชน์ผ่านทางการถือหุ้น หลังน้องเขยล่วงลับ น้องสาวกุมบังเหียน สายตาของหล่อนคมกริบในทุกเรื่องของธุรกิจ ไม่เว้นแม้กระทั่งการชี้เป้าว่าใครควรจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ของบริษัท


   และคราวนี้หวยมาออกที่ร่มธรรม นักแสดงหนุ่มวัย 28 ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนจะออกจากวงการไป


   องอาจรับงานจากน้องสาวมาแล้วก็ลงมือทันทีในวันที่เขาและร่มธรรมมีฉากที่ต้องแสดงร่วมกัน คนรับบทเป็นพ่อนั่งลงข้างชายหนุ่มที่กำลังดื่มกาแฟและทานอาหารเช้าง่ายๆอยู่ในห้องแต่งตัว หน้าตาผมเผ้าของเขาถูกแต่งเติมเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเปลี่ยนเสื้อผ้าเท่านั้น



“ร่ม ลุงมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย...ได้ยินว่าร่มจะไม่รับงานอื่นในวงการแล้วหรือ”


   “อ่า...ใช่ครับ งานผมเยอะ ก็เลยคิดว่าหลังจากจบเรื่องนี้แล้วก็คงไม่มีเวลารับงานอีกแล้ว” ร่มธรรมตอบเพียงเหตุผลเดียว อีกเหตุผลหนึ่งที่เขาตัดสินใจจะไม่อยู่ในวงการต่อคือไม่อยากขัดใจพี่ชายอย่างรุ่งโรจน์


   “ลุงพูดตรงๆนะ ร่มมีทักษะด้านการแสดง ถ้าจะทิ้งไปอีก ลุงก็เสียดาย”


องอาจเป็นนักแสดงมาตั้งแต่ยังหนุ่ม ต่อให้ไม่มีสคริปต์เขาก็สามารถพูดสดได้เลย ยิ่งเป็นเรื่องจริงที่เห็นได้ชัดอย่างทักษะการแสดงของร่มธรรม ต่อให้ต้องพูด 3 วัน 3 คืน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก


   “ร่มจำผู้กำกับฉายได้ไหม เขาเป็นเพื่อนลุงเอง ตอนนี้ตาฉายมีโปรเจ็คใหม่ เห็นว่าจะหันมาทำซีรี่ส์ลงแพล็ตฟอร์มอื่น กำลังหาคนมารับบทนำ ลุงน่ะซี้ปึ้กตาฉาย รายนั้นเลยมาเล่าให้ฟังคร่าวๆ ลุงว่าบทนั้นเหมาะกับร่มนะ จะลองไปแคสดูหน่อยมั้ย ลุงจะคุยให้” 


ผู้กำกับฉายเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง สร้างชื่อจากภาพยนตร์ไทยที่กวาดทั้งเงินและรางวัล แน่นอนว่าในเมื่อเป็นผู้กำกับมือทอง นักแสดงทั้งวงการล้วนอยากปรากฏตัวในงานของเขา เพราะรับประกันได้ว่าจะถูกพูดถึงไปอีกนาน แต่...ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับโอกาส


   ร่มธรรมได้ยินชื่อผู้กำกับฉายมาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งเข้าวงการเมื่อตอนอายุ 20 ก็วาดฝันว่าสักวันหนึ่งจะประสบความสำเร็จในอาชีพนักแสดงด้วยการได้มีส่วนร่วมในงานของผู้กำกับคนนี้ แต่นึกไม่ถึง เพียง 2 ปีหลังจากเข้าวงการและเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง พี่ชายคนรองกลับขอให้เขาละทิ้งเส้นทางบันเทิงกลับไปสานต่อธุรกิจแทนบิดาผู้ล่วงลับ ความฝันที่วาดหวังไว้กลายเป็นอากาศ จนกระทั่ง...วันนี้ ที่ได้ยินจากปากขององอาจอีกครั้ง


   ผู้กำกับฉายกำลังจะสร้างซีรี่ส์


   ต่อให้ไม่ใช่งานภาพยนตร์อย่างที่เคยสร้างมาโดยตลอด แต่คนฟังก็เนื้อเต้นแล้ว


ขอแค่เป็นงานของผู้กำกับฉาย ขอแค่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับฉาย ถึงเป็นเพียงบทเดินผ่าน เห็นแค่ขา ก็ยินดี


   แต่...พอคิดถึงสีหน้าพี่ชายคนรองตอนที่ได้ยินเขาบอกว่าจะกลับมาแสดงละคร ก็พาลให้หนักใจ หากคราวนี้เขาดิ้นรนจะอยู่ในวงการต่อไป รุ่งโรจน์จะรู้สึกอย่างไร


   เรามีกันแค่ 3 คนพี่น้อง ไม่ใช่แค่สายเลือด ไม่ใช่แค่สายสัมพันธ์ แต่เราคือครอบครัวเดียวกัน ร่มธรรมทำใจไม่ได้หากจะตัดสินใจทำอะไรลงไปโดยไม่แม้แต่จะสนใจความรู้สึกของคนในครอบครัว


   “ร่มเอากลับไปคิดให้ดีๆ ตั้งคำถามกับตัวเองว่าร่มอยากทำอะไร ร่มอยากเป็นอะไร ชีวิตร่มเป็นของร่ม บั้นปลายชีวิตของร่มจะมีความทรงจำแบบไหน มันขึ้นอยู่กับการเลือกของร่มในวันนี้” 


องอาจอยู่ในวงการมาค่อนชีวิต ทำมาหากินกับภาษาพูดและภาษากาย มีหรือจะไม่รู้ว่าคำพูดไม่ทรงอำนาจเท่าการกระทำ ดังนั้นเมื่อเขาพูดคำว่า ‘ชีวิตร่มเป็นของร่ม’ ชายอาวุโสจึงกดนิ้วลงกับอกของชายหนุ่มวัย 28 ราวกับต้องการให้อีกฝ่ายตระหนักถึงสิ่งที่อยู่ในใจ


   ตัวตน พรสวรรค์ ทักษะ ความปรารถนา และความใฝ่ฝัน



ทั้งหมดนี้ขมวดรวมเป็นสิ่งเดียวที่แจ่มชัด


   ...นักแสดง…


……………..


   แม้จะมีคิวถ่ายละคร แต่ร่มธรรมยังมีร้านกาแฟที่ต้องรับผิดชอบ



ทันทีที่เจ้าของร้านซึ่งพ่วงตำแหน่งนักแสดงนำของซีรี่ส์เลิกงาน เลยต้องตรงดิ่งมารับจ็อบที่ร้านกาแฟของตนเอง


   ร้านกาแฟ ร.รอ เปิดให้บริการตั้งแต่หกโมงเช้าและปิดตอนสองทุ่ม วันนี้ พนักงานค่อนข้างเหนื่อยล้าเป็นพิเศษ เพราะพนักงานร้านคนหนึ่งขอลาและหาคนแทนไม่ได้ แถมกว่าที่ร่มธรรมจะกลับมาช่วย ก็เย็นเข้าไปแล้ว ก่อนปิดร้านหนึ่งชั่วโมง ลูกค้าบางตา ชายหนุ่มจึงอนุญาตให้ปิดบริการบางพื้นที่ของร้าน และเก็บอุปกรณ์ของใช้ได้เลย ก่อนจะปล่อยให้พนักงานกลับก่อนโดยไม่หักค่าจ้าง ส่วนเขาจะเป็นคนดูแลหลังจากนี้เอง


   เมื่อเหลือเพียงลำพัง และไม่มีลูกค้าสั่งเครื่องดื่มหรือของว่าง ร่มธรรมจึงมีโอกาสจมจ่อมกับสิ่งที่ถูกกระตุ้นมา


   ‘ชีวิตร่มเป็นของร่ม’


   ตอนที่องอาจกดลงมาตรงตำแหน่งหัวใจ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ภาพในสมองเวียนกลับไปยังวันที่เขาได้รับเลือกให้เป็นนักแสดงครั้งแรก วันที่ได้อ่านบทประพันธ์ที่ตนเองต้องถ่ายทอดอารมณ์ผ่านตัวละครที่รับผิดชอบ วันที่ได้ลองเวิร์กช็อปงานแสดง วันที่มุ่งมั่นอยู่กับการเข้าฉากที่ท้าทายต่อสภาพร่างกายและจิตใจ วันที่งานแสดงออกอากาศ วันที่ได้รับรู้ว่ามีผู้คนมากมายจดจำเขาได้ วันที่ได้รับรางวัลในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมและยอดนิยม วันที่ผู้คนห้อมล้อมและเรียกชื่อเขา ทั้งหมดยังคงอยู่ในความทรงจำ


   และมัน...เป็นความทรงจำ...ที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต


   เสียงกระดิ่งจากประตูร้านทำเอาร่มธรรมรู้สึกตัว แต่กว่าจะตั้งสติได้ก็ตอนที่ลูกค้าคนท้ายๆของวันนี้ก้าวมาถึงเคาท์เตอร์สั่งอาหารแล้ว


   เจ้าของร้านรีบเงยหน้าเพื่อรับออเดอร์ แต่แล้วก็กลายเป็นชะงักเมื่อพบว่าลูกค้าคนนี้ของร้านเป็นคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาที่สุดช่วงนี้


   ครองภพ


   “น้องครอง!”


ทั้งที่วันนี้ไม่พบกันที่กอง แต่ครองภพก็มาให้เจอหน้าถึงร้าน นักแสดงหนุ่มรุ่นน้องไม่ได้มีท่าทีตกใจ แม้จะสวมผ้าปิดปากบดบังใบหน้าไปมากกว่าครึ่ง แต่ดวงตาเรียวของเขาก็ยังคงไม่มีวี่แววจะแสดงความรู้สึกหรืออารมณ์แต่อย่างใด


   “อเมริกาโน่เย็น” ชื่อเครื่องดื่มดังลอดออกมาจากผ้าปิดปากปิดจมูก ร่มธรรมกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะตั้งสติได้


   “อ้อ ครับ อเมริกาโน่เย็น รับขนมเพิ่มไหม” เจ้าของร้านทวนแล้วหันไปทางตู้แช่เบเกอร์รี่ที่อยู่ด้านข้าง


   “ไม่” คำตอบของครองภพยังคงสั้นห้วนเสมอต้นเสมอปลาย ร่มธรรมรับคำ ก่อนจะกดรายการเครื่องดื่มแล้วหยิบแก้วพลาสติกขึ้นมาเขียนออเดอร์


   “วันนี้มีถ่ายไม่ใช่หรือ” เพราะต้องรับหน้าที่ทั้งกดแคชเชียร์และชงเครื่องดื่ม ร่มธรรมจึงใช้เวลามากกว่าเดิมเล็กน้อย กลายเป็นเปิดโอกาสให้ฝ่ายลูกค้าตั้งคำถาม


   “ใช่ แต่เลิกเร็วน่ะเลยกลับมาช่วยงานที่ร้าน”


   “แล้วพนักงานไปไหนหมด”



แม้จะจับจ้องแค่เพียงนักแสดงหนุ่มรุ่นพี่ที่วันนี้ผันตัวมาเป็นบาริสต้า แต่เขากลับมองเห็นความเปลี่ยนแปลงในร้านที่ไม่เหลือพนักงานเลยสักคน นอกจากร่มธรรม


   ชายหนุ่มวัย 28 เงยหน้าจากเครื่องทำกาแฟขึ้นมาส่งยิ้มให้


   “พี่ให้กลับไปหมดแล้ว พอดีวันนี้น้องคนนึงลาแล้วหาคนแทนไม่ได้ แล้วลูกค้าเยอะด้วย พอคนซา พี่เลยปล่อยพวกเขากลับกันไปก่อน”



ร่มธรรมกดเครื่องทำกาแฟแล้วก็กลับมาที่แคชเชียร์เพื่อคิดเงิน เขารับธนบัตรจากครองภพ ทว่าตอนที่ยื่นเงินทอน เจ้าของร้านใจดีกลับแถมคุ้กกี้ชิ้นหนึ่งให้ด้วย


   “ผมไม่ได้สั่ง” นักแสดงหนุ่มหน้าเดียวปรายสายตาลงมองสิ่งที่อยู่ในมือที่ยื่นข้ามเคาน์เตอร์มา ทว่าร่มธรรมยังยิ้มแย้มมีไมตรี


   “พี่ให้”


   “ผมไม่รับ” น้ำเสียงทุ้มย้ำกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะรับเฉพาะเงินทอนแล้วเดินไปรอที่เคาน์เตอร์รับเครื่องดื่มทันที ทิ้งร่มธรรมให้นิ่งงันอยู่อย่างนั้นโดยที่ยังมีซองคุ้กกี้ค้างอยู่ในมือ


เพราะคิดเอาเองว่าการให้ด้วยใจ อย่างน้อยก็ช่วยให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น แต่ร่มธรรมคาดไม่ถึงว่าใครบางคนจะปฏิเสธด้วยใจเช่นกัน


   น้ำใจที่ยื่นออกไป ยังค้างอยู่บนมือ ครองภพไม่แม้แต่จะแตะมันสักน้อย


   ร่มธรรมเอ๋ยร่มธรรม น้ำใจของเขาไม่ใช่ทุกคนจะต้องการ คิดว่าครั้งหนึ่งเคยให้แล้วอีกฝ่ายรับ แล้วครั้งนี้ครองภพจะรับอีกครั้งอย่างนั้นหรือ


   เสียงเครื่องทำกาแฟปลุกสติคนที่ชะงักค้างให้รีบก้าวเท้าไปทำหน้าที่บาริสต้า ทว่าสีหน้าของร่มธรรม...ไม่ได้ดีขึ้นเลย


หากวันนี้ มีเพียงเรื่องถูกปฏิเสธน้ำใจจากครองภพ ก็ยังพอจะอะลุ้มอะล่วยกับโชคชะตาประจำวันได้อยู่บ้าง แต่เพราะเมื่อกลางวันก็เพิ่งถูกตั้งคำถามให้ต้องคิดซ้ำๆจนกลายเป็นหมกมุ่น 


‘ชีวิตร่มเป็นของร่ม’


เสียงขององอาจยังดังวนอยู่ในใจจนอยากจะหาเพื่อนสักคนมาพูดคุยชวนหัวเราะให้บรรเทาความรู้สึกอื้ออึง แต่เพราะความขี้เกรงใจทำให้เขาไม่อยากรบกวนใคร ตอนที่เห็นครองภพปรากฏตัวขึ้นในร้าน จึงราวกับเห็นแสงสว่าง


แต่...แสงนั้นไม่ได้ทอดมาที่เขา


...คล้ายคนผิดหวัง ได้แต่ยืนเงียบในหลุมลึกที่ดำมืด ทั้งๆที่เห็นแสงแล้วแท้ๆ…


เจ้าของร้านหนุ่มเก็บก้อนสากระคายลงคอ สูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความรู้สึกโดดเดี่ยวในอก ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นเพื่อส่งกาแฟให้ลูกค้าคนท้ายๆของวัน เขากลับพบว่าคนที่เดินหนีไปจากน้ำใจของเขาเมื่อครู่นี้ เดินกลับมาพร้อมกับสีหน้าหงุดหงิดใจ


   “ผมอยากได้ขนม”


   เจ้าของร้านหน้าสลดกะพริบตาปริบๆอย่างงุนงง


   “ขนม?”


   “ที่คุณให้คราวก่อน”


   “อ...อ้อ...ด...ได้...”



ร่มธรรมงุนงง เมื่อครู่เขายื่นคุ้กกี้ให้ แต่ไม่รับ ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายสั่งขนมเพิ่มเสียเอง


   “ได้ก็อุ่นให้ผมด้วย แล้วเอากาแฟมา”


   ร่มธรรมเหมือนถูกจับทุ่มลงพื้นซ้ำๆ เขางุนงงจนหยิบฝาปิดแก้วผิดๆถูกๆ พอส่งแก้วอเมริกาโน่เย็นให้ คราวนี้ครองภพก็ปล่อยหมัดฮุกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ


   “แล้วก็เลิกทำหน้าเศร้าสักที ผมแค่ไม่ชอบของฟรี ไม่ได้...ไม่ได้รังเกียจอะไรคุณ”


   ร่มธรรมเอ๋ย ร่มธรรม ใจหวังแค่รอยยิ้มเล็กน้อยจากผู้ชายคนนี้ในเวลาที่กำลังจนตรอก แต่คาดไม่ถึง...สิ่งที่ได้กลับมาคือคำพูดที่ทำให้หัวใจรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด


   ‘ไม่ได้รังเกียจอะไรคุณ’


   บางที...วันนี้ เราอาจจะเป็น ‘เพื่อน’ กันมากกว่าเมื่อวานก็ได้





ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)



แผนผังความสัมพันธ์สำหรับตอนที่ 2




   น้องครองไม่ใช่คนไม่พูดนะคะ น้องพูด แต่กับพี่ร่ม...น้องไม่อยากพูด (เราจะไม่โทษน้องครอง ฮ่าฮ่า)


   มีหลายคนทักว่า พี่ร่มน้องครองเหมือนป๋อจ้าน ฮ่าฮ่า บัวติ่งจริงค่ะ แต่เวลาเขียนก็มักจะใช้แต่อินเนอร์มาสร้างเป็นตัวละคร แลยมักจะพูดเสมอว่าอยากให้คนอ่านมีอิมเมจตัวละครในแบบที่คนอ่านแต่ละคนอยากให้เป็น เพราะฉะนั้นอ่านแล้วคิดถึงใคร ตามสบายเลยค่ะ


ส่วนเรื่องอายุของพี่ร่มกับน้องครอง มันมีนัยอยู่หน่อยนึงค่ะ ลองนับนิ้วแล้วมันเป็นอายุนี้พอดีเลย ก็เลยเซ็ตให้เป็น 28 กับ 22 แต่บอกมากกว่านี้ไม่ได้ละ บอกมากกว่านี้ก็คือแผ่ทั้งเรื่องแล้ว ฮ่าฮ่า


   อ้อ...แล้วก็มีบางคนเดาเรื่องถูก และบางคนก็เดาเรื่องถูกค่ะ คือมีหลายคนเดาถูก แต่เดาถูกกันคนละเรื่อง ฮ่าฮ่า เวลาอ่านคอมเม้นท์ที่คาดเดากันมาแล้วบัวแฮปปี้มากเลยค่ะ ใครเดาถูกก็จะแอบตบมือให้ด้วย ดีใจมากเลยที่ตัวเองเขียนแล้วสื่อไปถึง เพราะฉะนั้น เดากันเข้ามาได้อีกค่ะ ฮ่าฮ่า


   ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม กำลังใจและพื้นที่บอร์ดนะคะ


   เจอกันพฤหัสหน้าค่ะ


ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
น้องครองแอบน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย ตอนปฏิเสธคุกกี้นี่อ่านแล้วสงสารพี่ร่มเลย ดีนะยังกลับมาเอา  :pig4:
อยากให้ทุกวันเป็นวันพฤหัสจัง รู้สึกอ่านเท่าไหร่ก็ไม่พอ 5555

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1011
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1729
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-1
ครอง  > แผน > ป๋อ
ร่ม  >  พ่อเทพ  >  จ้าน

ส่งการบ้านค่ะ เดาออกเท่านี้ 5555

ออฟไลน์ c4jeab

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เรื่มมีพาร์ทอดีตแล้ว

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
ดุกว่า..ก้อน้องครองนี่แหละ  :hao3:

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 822
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +79/-0
 ยังไม่อิ่มเลยยยยย :ling3: :ling3:
น้องครองก็ชอบทำให้พี่เศร้าแล้วก็มาปลอบทีหลัง  :ruready

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ยังเดาอะไรไม่ออก แต่ขออยู่ทีมคุณแม่ค่ะ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5238
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ ppwct

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 16
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เดาอะไรไม่ออกเลยค่ะ555555555555 :katai1:

ออฟไลน์ BitterCucumber

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
หนุกจังเลยค่า อยากให้ลงทุกวัน :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
รอเหตุผลของพี่รองว่าทำไมไม่อยากให้ร่มรับงานแสดงแต่คงอีกนาน ตอนนี้ก็เดาต่อไปว่าเพราะอะไรน้าาาาา

ออฟไลน์ Kfc_Pizza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2201
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด