My Valenthia #วิวาห์ในแดนฝัน (Omegaverse) : บทที่29-30 [P.10] --- 26/08/62 ---
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: My Valenthia #วิวาห์ในแดนฝัน (Omegaverse) : บทที่29-30 [P.10] --- 26/08/62 ---  (อ่าน 27461 ครั้ง)

ออฟไลน์ monrita

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************



My Valenthia #วิวาห์ในแดนฝัน




------------------------------------------------------

ลิมเบิร์กคิดว่าตนนั้นช่างเป็นราชาแสนอ่อนแอทั้งยังเป็นบิดาที่ไม่ได้ความ อีกไม่นานอำนาจของตระกูลกำลังจะสั่นคลอน
เพื่อรักษาชีวิตของบุตรชายเพียงคนเดียวที่เป็นโอเมก้าจึงได้ตัดสินใจยื่นข้อเสนอบางอย่างให้กับอัลฟ่าจากดินแดนทางเหนือ

ด้วยเหตุนั้น ขบวนวิวาห์เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าขึ้นทางเหนือ ดินแดนที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนราวกับดินแดนแห่งความฝัน

ซินเธียไม่มีทางเลือกมากนัก ชีวิตในต่างแดนมันอาจจะน่ากังวลแต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คงไม่เท่าชายผู้นั้น

แอชลีย์ คิม


------------------------------------------------------



'แอชลีย์ ?'

'...'

'นี่คุณ คุณน็อทเหรอ!?'

'...โทษทีนะ'

'...'

แอชลีย์ คิม ไหนบอกว่าเราจะต่างคนต่างอยู่ไง แล้วการที่คุณมาสร้างพันธะกับผมแบบนี้หมายความว่ายังไง!!!



Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-08-2019 21:10:32 โดย monrita »

ออฟไลน์ monrita

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0




บทนำ
[/b]




สายลมของฤดูร้อนพัดวูบ สี่เท้าของอาชาควบผ่านจนดอกไม้ริมทางลู่ไปตามลม นัยน์ตาสีเงินเปล่งประกายสดใสจดจ้องไปยังจุดหมายแน่วแน่ ควบทะยานผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจี ธารน้ำสีใสเต็มไปด้วยเหล่าสัตว์น้ำแหวกว่ายรับแสงตะวัน สูดรับกลิ่นแห่งชีวิต



กระโจมหลังโตสีขาวจำนวนมากค่อยๆ ปรากฏเข้าสู่ครรลองสายตาทีละน้อย เช่นเดียวกับความเร็วของอาชาคู่ใจกำลังลดลง จนกระทั่งหนึ่งคนหนึ่งม้าลอดผ่านต้นไม้ใหญ่ยักษ์อายุมากกว่าร้อยปีสองต้นซึ่งเอนเข้าหากันคล้ายซุ้มประตู ในแต่ละด้านของต้นไม้นั้นมีชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำสองคนยืนเฝ้าอยู่ พวกเขาโค้งตัวลงเพื่อทำความเคารพผู้ที่กำลังควบม้าผ่านทางไป



ตลอดทางนั้นยังมีผู้คนอีกมากมายส่งยิ้มทักทายและผงกหัวให้ตลอดแนวทาง อาชีร่า ม้าเร็วพันธุ์ดี ขนสีขาวงามสง่าเยื่องกายพาผู้เป็นนายเดินผ่านกระโจมแล้วกระโจมเล่าไปอย่างไม่รีบร้อน จนกระทั่งสองมือของผู้เป็นนายยื้อบังเหียนขึ้นเล็กน้อยเมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงกระโจมหลังโต ดูโออ่า ที่ด้านหน้าทางเข้านั้นมีชายวัยกลางคนกำลังยืนรออยู่ก่อนแล้วพร้อมผู้ตืดตามอีกสามถึงสี่คน



เด็กหนุ่มกระโดดลงจากหลังม้าคู่ใจ มือข้างหนึ่งรูดผ้าผูกผมออกส่งผลให้เส้นไหมสีจินเจอร์นั้นสยายเต็มแผ่นหลัง สีของมันเป็นประกายยามล้อกับแสงตะวันยามเช้า



“กลับมาแล้วหรือ”



“ท่านพ่อ” เด็กหนุ่มค้อมศีรษะลงเล็กน้อยให้แก่บิดาหลังจากส่งม้าให้กับผู้ดูแล



“สบายใจขึ้นแล้วสินะ”



ลิมเบิร์ก วาเลน ส่งยิ้มอ่อนโยนแต่ก็มีแววอ่อนล้าอยู่ในทีให้กับบุตรชายคนเดียวของตนพลางมองสบคนตรงหน้าด้วยความคิดหลากหลายภายในหัว



แก้วตาดวงใจของเขานั้นชื่นชอบการขี่ม้ามาตั้งแต่เยาว์วัย ชาวแดนใต้อย่างพวกเรานั้นใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ เชี่ยวชาญการขี่ม้าและล่าสัตว์ เด็กคนนี้ก็เป็นดังเช่นคนอื่น เรียกได้ว่าแทบจะจับธนูขึ้นหลังม้าได้ก่อนการหัดวิ่งได้เสียอีก และทุกครั้งเมื่อมีเรื่องใดในใจ การได้ออกไปขี่ม้าลัดเลาะไปตามทิวเขาทำให้เด็กคนนี้ราวกับได้รับการปลอบประโลม เพื่อคลายความรู้สึกกังวลในใจแล้วเจ้าตัวมักจะออกไปขี่ม้าคนเดียวเสมอ



ใบหน้าคมดูงดงามดั่งมารดาผู้ล่วงลับ รูปร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อแขนกุดสีน้ำเงินเข้มผูกโบเส้นเล็กตรงคอปกเสื้อเผยให้เห็นผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด ปลายขากางเกงสีเข้มถูกเก็บไว้ภายใต้รองเท้าบูทสีเดียวกันยาวขึ้นมาจนถึงหัวเข่ามองดูให้ความรู้สึกทะมัดทะแมงกว่าโอเมก้าทั่วไปตามแบบฉบับชาวแดนใต้ นิ่งพินิจอยู่ครู่หนึ่งก็หันไปพยักหน้าให้กับผู้ติดตามด้านหลัง ชายคนนั้นเดินไปส่งเสื้อคลุมตัวยาวให้แก่บุตรชาย



ซินเธียรับเสื้อคลุมตัวนั้นมาสวม ยกมือขึ้นลูบเส้นผมยาวถึงบั้นเอวของตัวเองให้เรียบร้อยกว่าเดิมก่อนจะหันไปมองขบวนรถม้าทางขวามือของบิดาซึ่งจอดรอเตรียมพร้อมเดินทางมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ นานาเองก็ถูกขนขึ้นไปจนหมด



ตัวรถม้าหลังโตถูกประดับประดางดงามสมเกียรติ ม้าที่ใช้ก็ถูกคัดเลือกตัวที่ดีที่สุด วิ่งเร็วที่สุด และแข็งแรงที่สุดในธอร์น

เสบียงสำหรับการเดินทางถูกตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อจะให้แน่ใจว่าระหว่างการเดินทางตลอดห้าวันนี้ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีและราบรื่น รวมถึงผู้ติดตามขบวนเจ้าสาวในครั้งนี้ก็ถูกคัดเลือกอย่างระมัดระวังเช่นเดียวกัน



“พร้อมหรือยังลูกรัก”



ลิมเบิร์กลูบหลังมือของบุตรชายโอเมก้าหนึ่งเดียวด้วยความรักใคร่เคล้าอาวรณ์



ปีนี้ซินเธียร์อายุได้ยี่สิบเต็มแล้ว แม้จะเติบโตมาโดยไร้มารดาสั่งสอนแต่ชายแก่ผู้นี้ก็ทุ่มให้ความรักและดูแลให้เขาเติบโตขึ้นมาได้อย่างสง่างามและเข้มแข็ง วันนี้มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะปล่อยให้อีกคนได้บินออกจากใต้ปีกนี้



ซินเธียกอดบิดาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะผละออกมา เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้ายังคงไว้ซึ่งความเรียบเฉยทว่าแววตากับเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและเข้มแข็ง



หลังจากวันนี้เป็นต้นไปซินเธียจะต้องเดินทางออกจากบ้านเกิดจากไปยังแดนแสนไกล



ดินแดนที่ได้ชื่อว่าหลับใหลอยู่ใต้เหมันต์ฤดูตลอดกาล ณ สถานที่แห่งนั้นมีอัลฟ่าผู้หนึ่งที่ได้ชื่อว่ากำลังจะเป็นคู่ชีวิตของเขากำลังรอคอยอยู่



ชายผู้มุ่งในอำนาจและมีหัวใจเหน็บหนาวดั่งดินแดนแห่งนั้น



แอชลีย์ คิม แห่งวินเทอร์ฟอล



“ครับ พร้อมแล้ว”







TBC

ฝากติดตามน้องซินเธียและคุณแอชลีย์ไว้ด้วยนะคะ /ไหว้ย่อ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
Re: My Valenthia #วิวาห์ในแดนฝัน (Omegaverse)
«ตอบ #2 เมื่อ01-06-2019 21:50:21 »

 :pig2: :pig2: :pig4:

ออฟไลน์ monrita

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0

บทที่ 1




รถหรูสีดำขลับเคลื่อนเข้าสู่คฤหาสน์กลางขุนเขา ทันทีเมื่อรถจอดเทียบประตูทางเข้าด้านใน มีพ่อบ้านสูงวัยยืนรอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว ชายชราค้อมตัวอย่างเคารพเมื่อสองเท้าก้าวลงมาจากฝั่งคนขับ


“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณชายคิม” เสียงทักทายอย่างเป็นกันเองเรียกรอยยิ้มเบาบางจากอัลฟ่าหนุ่มร่างสูงใหญ่


“สวัสดีครับ”


“คุณท่านอยู่ในสวนด้านหลังครับ”


เขาพยักหน้ารับ มือข้างหนึ่งวางกุญแจรถลงบนฝ่ามือหยาบกระด้างตามช่วงวัยภายใต้ถุงมือสีขาวสะอาด ชายชราค้อมตัวส่งแขกสูงศักดิ์ของวันนี้แล้วจึงหมุนตัวช่วยนำรถไปจอดเก็บไว้ยังที่เหมาะสมแทน


แอชลีย์ คิม ก้าวเข้าไปยังด้านใน ผ่านโถงรับแขกซึ่งถูกประดับตกแต่งอย่างเรียบง่ายทว่ายังให้กลิ่นอายของความสูงศักดิ์และหรูหราตามแบบฉบับตระกูลใหญ่อันเก่าแก่ผู้เรืองอำนาจ


ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในการมาเยือนทว่าคฤหาสน์มัวร์ในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความมีชีวิตชีวาหาใช่ความเงียบเหงาดั่งกาลก่อน อัลฟ่าหนุ่มไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงรู้สึกแบบนั้น บางทีอาจจะเป็นเพราะเสียงหัวเราะใสๆ ที่ดังลอดมาจากสวนด้านหลังก็เป็นได้


สองเท้าก้าวอย่างมั่นคงมาจนถึงสวนด้านหลัง ครรลองสายตาปรากฏเป็นพื้นหญ้าเขียวขจีและต้นไม้น้อยใหญ่ถูกประดับประดาอย่างมีรสนิยม หากจะหาสิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดก็คงเป็นแปลงดอกกุหลาบขาวช่อโตพวกนั้น แม้แต่ผู้ชายแข็งทื่ออย่างแอชลีย์เองก็ยังอดจะทิ้งสายตาไปยังพวกมันไม่ได้


ใกล้กันกับแปลงดอกกุหลาบมีโต๊ะเหล็กดัดสีขาวตั้งอยู่ ที่นั่งฝั่งหนึ่งถูกจับจองไปด้วยอัลฟ่ารูปร่างสูงสวมใส่เชิ้ตแขนสั้นสีอ่อนกับกางเกงผ้าสบายๆ สำหรับวันพักผ่อนกำลังนั่งจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ ข้างกันคือโอเมก้าคู่ชีวิตเจ้าของนัยน์ตาสีทับทิมงดงาม สายตาของทั้งคู่กำลังจับจ้องไปยังจุดเดียวกันใบหน้าประดับรอยยิ้มและเต็มไปด้วยความรักใคร่ นั่นก็คือที่มาของเสียงหัวเราะแสนสดใสที่เขาได้ยินนั่นเอง


เด็กชายตัวน้อยกำลังโยนลูกบอลทรงกลมโต้ตอบไปมากับอีกหนึ่งอัลฟ่าที่แอชลีย์คุ้นตาดี เส้นผมสีบลอนด์เป็นประกายยามกระทบกับแสงแดดพลิ้วไสวไปมายามเจ้าตัวน้อยกระโดดโหยงๆ ส่งลูกบอลให้กับชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นคุณอา พออีกฝ่ายพลาดรับไม่ได้ก็ส่งเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจ


“ครอบครัวสุขสันต์ดีจริงๆ นะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักเมื่อเดินเข้าไปใกล้ผู้ใหญ่ทั้งสองตรงโต๊ะน้ำชา คำพูดคล้ายหยอกเล่นหากแต่ใบหน้านั้นยังคงความเรียบเฉย ราวกับแค่พูดประชดไปแบบนั้น


“มาแล้วเหรอ”


คนที่นั่งดื่มกาแฟอยู่วางแก้วลงบนจานรอง คาร์ลิน ไล เชื้อเชิญให้แขกคนที่สองของวันนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพลางหันไปเรียกสาวใช้ให้นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ


“ชาหรือกาแฟดีล่ะ”


“น้ำเปล่า” คนเป็นแขกกระตุกยิ้มมุมปาก เรียกการส่ายหน้าอย่างอ่อนใจจากเจ้าบ้าน บอกกล่าวให้สาวใช้เข้าไปนำน้ำเปล่าออกมา


“แล้วนี่จะเดินทางตอนไหน”


“อีกสองชั่วโมง เลยแวะมาลาท่านจ่าฝูงก่อน”


“ไปรอรับขบวนตรงชายแดนใช่ไหม” คนที่มัวเล่นกับหลานเสียเพลินเดินมาทรุดตัวนั่ง ใบหน้าคมคายมีเหงื่อผุดตามไรผมเล็กน้อย การทำตัวเป็นพี่เลี้ยงเด็กนี่เผาผลาญพลังงานไปมากพอกับตอนฝึกเลยให้ตาย คุณชายแบล็กวู้ดยกชาขึ้นดื่มไปอึกใหญ่


“คุณแม่~”


คุณชายน้อยวิ่งเข้าหาอ้อมกอดของมารดา พอถูกยกตัวขึ้นนั่งตักก็ยกมือขึ้นกอดรอบเอวบางหมับซบใบหน้าลงกับแผ่นอกแสนอบอุ่น ส่งเสียงออดอ้อนพึมพำกันอยู่สองคนไม่ได้รบกวนบทสนทนาของผู้ใหญ่เลยแม้แต่น้อย


“อืม คิดว่าคงต้องใช้เวลาราวๆ ห้าวันกว่าขบวนจะเดินทางเข้าเขตวินเทอร์ฟอล”


“ไกลเหมือนกันนะ ดินแดนทางใต้น่ะแต่ถึงจะเป็นระยะทางประมาณนั้น ขับรถมาก็ไม่น่าจะเกินสองวันนะ”


 “ที่แห่งนั้นไม่มีรถใช้เหมือนกับพวกเราหรอก การเดินทางเลยอาจจะต้องนานมากหน่อย” คาร์ลินกล่าว “ห้าวันก็นับว่าเร็วมาก ถึงจะใช้ม้าเร็วพันธ์ดี”


“รถม้าเหรอ พึลึกชะมัด” โรเมโอลูบคางอย่างใช้ความคิด ฝ่ายแอชลีย์ผู้กำลังจะเป็นว่าที่เจ้าบ่าวเองก็ไม่ได้เอ่ยความเห็นตอบอะไรกลับไป


เจ้าบ่าว...


ใครต่างก็ไม่คาดคิดว่าหลังงานวิวาห์แสนหวานชื่นของหัวหน้าจ่าฝูงกับคุณชายตระกูลมัวร์จบลงไปแล้วผ่านไปไม่กี่ปีจะถึงคราวของที่ปรึกษาอย่างผู้นำตระกูลคิมคนใหม่ผู้นี้


หากจะย้อนไปคงต้องกล่าวไปถึงวันที่ทางวินเทอร์ฟอลได้รับจดหมายลับฉบับหนึ่ง มันถูกส่งตรงมาจากผู้ได้รับการขนานนามว่าราชาจากดินแดนทางใต้ ในเนื้อความนั้นกล่าวถึงการก่อกบฏเพื่อแย่งชิงอำนาจระหว่างผู้นำคนปัจจุบันซึ่งบัดนี้กำลังและอำนาจอ่อนแอเกินไปกับหนึ่งในที่ปรึกษาของตนเอง


ดินแดนทางเหนือและใต้นั้นเป็นพันธมิตรกันมานาน แต่กล่าวถึงระยะทางแสนห่างไกลทำให้ในทางปฏิบัตินั้นไม่ได้ไปมาหาสู่หรือติดต่อกันนัก เรื่องราวในแต่ละดินแดนเองก็ไม่มีฝ่ายใดรับรู้ชีวิตการเป็นอยู่ของกันและกัน มีเพียงสัญญาระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่มีให้แก่กันมานานว่าเราจะไม่ล่วงล้ำอาณาเขตกัน


ในจดหมายลับฉบับนั้นยังกล่าวถึงเรื่องการขอความช่วยเหลืออีกว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นการให้ประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย


ว่าด้วยเรื่องตระกูลวาเลนอันเป็นผู้นำของแดนใต้นั้นก็เป็นหนึ่งในตระกูลเก่าแก่ที่ในอดีตเคยเรืองไปด้วยอำนาจไม่แตกต่างจากสี่ตระกูลหลักของทางวินเทอร์ฟอล เพียงแต่บัดนี้ผู้นำคนปัจจุบันอ่อนแอเกินไปไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามหนึ่งในนั้นว่ากันว่าเป็นเพราะผู้นำหรือที่คนแดนใต้เรียกขานว่าราชาสูญเสียคู่ชีวิตไป และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่พวกเขากำลังจะถูกช่วงชิงอำนาจ และวาเลนจะต้องถึงคราวล่มสลาย


วาเลนซึ่งไร้สิทธิเสียงในดินแดนที่ได้ชื่อว่าบ้านเกิดเมืองนอนของตนจึงคิดว่าการเชื่อมสัมพันธ์กับผู้นำของวินเทอร์ฟอลจะทำให้การคงอยู่ของตระกูลเป็นไปได้ด้วยดี และการเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีที่สุดจะมีอะไรนอกจากงานวิวาห์ระหว่างทั้งสองตระกูลกันล่ะ แน่นอนด้วยความสัมพันธ์อันลึกซึ้งอย่างคู่ชีวิต ทางวินเทอร์ฟอลก็ถือว่ามีอำนาจในแดนใต้เช่นเดียวกัน และทันทีที่พวกเขามีทายาทออกมาแล้วล่ะก็ เด็กคนนั้นมีสิทธิและอำนาจเต็มในแดนใต้อย่างไม่ต้องสงสัย


น่าเสียดาย เมื่อคาร์ลิน ไล หัวหน้าจ่าฝูงคนปัจจุบันนั้นมีคู่ชีวิตอยู่แล้ว แน่นอนว่าเขาปฏิเสธการรับทายาทเพียงคนเดียวของวาเลนมาเป็นคู่ชีวิตคนที่สอง แม้ทางวาเลนจะยื่นข้อเสมอใดมาก็ตาม


ฝ่ายตระกูลที่เหลือนั้นก็มีท่าทางกระอักกระอวนใจไม่น้อย การแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์นับเป็นเรื่องปกติ หากการแต่งงานที่ว่านั้นเกิดจากตระกูลภายในวินเทอร์ฟอลหรือฝูงอื่นจากเขตใกล้เคียงอย่างเมืองทางตะวันออก พวกเขาต่างไปมาหาสู่และทำการค้าขายกันบ่อยครั้ง แตกต่างจากดินแดนทางใต้ ซึ่งเป็นดินแดนที่แสนห่างไกล มีเพียงเรื่องเล่าจากบรรพบุรุษในนิทานก่อนนอนเท่านั้นที่กล่าวถึงความเป็นอยู่ของพวกเขา


ได้ยินมาว่าผู้มาจากดินแดนทางใต้นั้นชอบล่าสัตว์ พวกเขามักจะชอบนอนกลางดินกินกลางทรายมากกว่าการอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังโต อากาศที่นั่นทั้งร้อนและเต็มไปด้วยแสงแดดแผดเผา ผู้คนสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นเต็มไปด้วยเหงื่อไคล ผมเผ้ารุงรัง นิสัยดุดันและน่ากลัว แม้แต่โอเมก้าหรือหญิงสาวก็ยังมีพละกำลังรุนแรง ร่างกายบึกบึนไม่น่าคบหารากับคนเถื่อน เรื่องเล่าลือเหล่านั้นฝังเป็นภาพจำของชาวแดนเหนือเสียจนชายหนุ่มเจ้าสำราญอย่างโรเมโอ แบล็กวู้ดก็ยังโบกมือปฏิเสธ


คำขอร้องนั้นเกือบจะถูกเมินเฉยไปแล้วทว่าผู้นำของตระกูลคิมคนใหม่อย่างแอชลีย์กลับยื่นมือคว้ามันเอาไว้อย่างไม่ลังเล แม้จะถูกเพื่อนพ้องยับยั้งให้คิดซ้ำอีกกี่ครั้งก็ตาม จนสุดท้ายคาร์ลินก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจและตอบรับจดหมายฉบับนั้นกลับไปจนกำลังจะเกิดเป็นงานวิวาห์ระหว่างสองดินแดนขึ้นในอีกไม่ช้านี้


เป็นอย่างที่รู้กันดีว่าผู้ชายอย่างแอชลีย์ คิมนั้นไม่สนอะไรนอกจากอำนาจ ต่อให้การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นการคลุมถุงชนเขากลับยินดีไขว่คว้าข้อเสนอนั้น


ถ้าเพื่ออำนาจแล้ว


ข้อนั้น คนที่เคยเกือบจะแตกหักฆ่ากันให้ตายไปข้างอย่างคาร์ลินรู้ดีเลยล่ะ






ขบวนรถม้าขนาดเล็กเคลื่อนเข้าสู่อาณาเขตป่าสนในช่วงบ่ายของวัน หลายคนเริ่มมีรอยยิ้มหลังจากเร่งเดินทางกันมากว่าห้าวันสี่คืน ถนนเล็กๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นสนสูงใหญ่ขนาบไปตลอดทางช่วยบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ทำให้บรรยากาศโดยรอบเย็นลงกว่าเดิม


ซินเธียแง้มผ้าม่านมองลอดออกไปยังภายนอกด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสภาพแวดล้อมอันแปลกใหม่ เสียงกระทบจากกำไลเงินเส้นเล็กบนข้อมือทั้งสองข้างดังขึ้นยามเมื่อเจ้าของร่างขยับกาย


“ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่เขตของวินเทอฟอลแล้วครับ เจ้าชาย” เสียงจากผู้ติดตามดังขึ้นใกล้ๆ กับหน้าต่างของรถม้า


“อืม”


ซินเธียตอบกลับในลำคอพลางลูบลำแขนทั้งสองข้างของตัวเองไปมา เดาจากอากาศเริ่มเย็นลงแบบนี้ก็พอจะรู้แล้วล่ะ ชายหนุ่มเอนกายพิงกับหมอนอิงใบโตแล้วหลับตาลง ถึงแม้ว่าขบวนเจ้าสาวนี้จะไม่ได้ใหญ่โตเอิกเกริกอะไร สำหรับดินแดนทางใต้อย่างธอร์นแล้วข่าวการวิวาห์ไม่ได้ถูปป่าวประกาศออกไปมากนัก และเพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนอะไรหลายๆ อย่างถึงไม่ได้ถูกจัดเตรียมได้อย่างยิ่งใหญ่ รถม้าขนาดพอดีแต่ก็มีความสะดวกสบายเพียบพร้อม การประดับตกแต่งตัวรถรวมถึงม้าพันธุ์ดีนี้ก็ถูกจัดเตรียมมาอย่างสมฐานะ มีผู้ติดตามอารักขาขบวนฝีมือดีไว้ใจได้เพียงไม่กี่คนแค่นั้นก็พอแล้ว


ขบวนเจ้าสาวครั้งนี้ไม่มีผู้ติดตามหรือสาวใช้ พวกเขาแค่ทำหน้าที่อารักขาขบวนเจ้าสาวเมื่อส่งถึงจุดหมายก็จะเดินทางกลับธอร์นทันที เมื่องานวิวาห์ถูกจัดขึ้นซินเธียจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลคิมแห่งวินเธอร์ฟอล ถึงแม้ว่าวาเลนจะล่มสลายลงแต่ซินเธียก็จะยังปลอดภัยภายใต้ปีกของผู้ชายคนนั้น แอชลีย์ คิม


พอคิดถึงตรงนั้นจิตใจที่สงบนิ่งมาตลอดห้าวันนี้ก็เริ่มหวั่นวิตกขึ้นมา โอเมก้าหนุ่มนึกย้อนไปถึงเมื่อหลายวันก่อน ช่วงเวลาก่อนตนจะออกเดินทาง ช่วงเช้ามืดภายในห้องนอนของตัวเอง เขานั่งอยู่หน้ากระจกบานโต ภาพของชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งดวงตาสีเงินสะท้อนอยู่ภายในนั้น เส้นผมสีจินเจอร์ยาวระสะโพกกำลังถูกแคลร์สาวใช้คนสนิทช่วยสางให้อย่างถะนุถนอม


“กังวลหรือคะ” หญิงสาวเอ่ยถามผู้เป็นนาย บนใบหน้าฉายรอยยิ้มบางเบา แม้คนที่กำลังนั่งให้ตนสางเส้นผมอยู่ตอนนี้จะส่ายหน้าไปมา แต่ลึกๆ แล้วเธอก็รู้ดีว่าชายหนุ่มกำลังรู้สึกทั้งกังวล และอาวรณ์บ้านเกิดเพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้จะถึงเวลาออกเดินทางแล้ว


เดินทางไปยังดินแดนแสนไกล เพียงลำพัง คิดถึงตรงนี้สองมือมันก็อดจะสั่นไม่ได้ แคลร์เองก็กังวลไม่แพ้กัน สำหรับโอเมก้าที่ทำหน้าที่ดูแลคนตรงหน้ามาตั้งแต่เยาว์วัยแล้วซินเธียเองก็ไม่แตกต่างจากน้องชายของเธอคนหนึ่ง


“…แคลร์”


“คะ?”


“จะเป็นอย่างไรนะ ที่แห่งนั้นน่ะ” หญิงสาวเก็บซ่อนอารมณ์อ่อนไหวต่างๆ เข้าไว้ส่วนลึกของจิตใจแล้วระบายรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา วางแปลงผมลงบนโต๊ะแล้วเดินมาโน้มตัวจัดริบบิ้นเส้นเล็กตรงปกคอเสื้อให้เข้าที่โดยไม่ได้ตอบอะไรในทันที เธอหันไปหยิบเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มมาสวมให้เพื่อปกปิดผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดภายใต้เสื้อแขนกุดนั้น วุ่นอยู่กับการจัดนั่นจัดนี้อยู่นานแม้ว่าทุกอย่างมันจะดีอยู่แล้ว


“ดิฉันเคยได้ยินแม่เล่าเมื่อตอนยังเด็ก” หญิงสาวสวมกำไลเงินให้ผู้เป็นนายทีละอันอย่างตั้งใจ “ดินแดนแห่งนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน โอบล้อมไปด้วยหุบเขาและป่าสนเขียวขจี”


“หิมะหรือ” นัยน์ตาสีเงินเปล่งประกายขึ้นชั่วขณะ


สำหรับธอร์นแล้ว คำๆ นั้นช่างดูแปลกใหม่ ในเมื่อบ้านเกิดของเขาไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลย ไม่ว่าจะช่วงไหนของปีก็ตาม พวกเราเติบโตอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ ถูกโอบล้อมไปด้วยสายลมและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล


“ใช่ค่ะ ที่นั่นอากาศเย็นมากๆ เจ้าชายต้องใส่เสื้อตัวหนาๆ หน่อยนะคะ”


“...”


“ต้องรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี ไปอยู่ที่นู่นคงมีอะไรหลากหลายอย่างไม่เหมือนกับที่นี้ อาหารอาจจะไม่ถูกปากไปบ้างแต่คุณก็ต้องอดทน”


แคลร์มองลึกเข้าไปภายในดวงตาสีเงินคู่นั้นซึ่งทอแววอาวรณ์ออกมาแม้จะบางเบาแต่มันก็ทำให้เธออดจะยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของบุคคลผู้เปรียบเสมือนน้องชายคนนี้ไม่ได้


“และหากวันไหนคิดถึงก็ขอให้มั่นใจว่าท่านลิมเบิร์กและท่านเซรีน่าจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”


ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมจี้สีสร้อยคอทรงหยดน้ำแผ่วเบา อความารีนชิ้นนี้เป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวจากท่านแม่ที่มอบให้แก่ซินเธีย เขามักจะหยิบมันมาสวมทุกครั้งยามต้องออกเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการล่าสัตว์ การออกลาดตระเวนหรือใดใดก็ตาม เพียงแต่ไม่มีครั้งไหนที่จะมีระยะทางห่างไกลจากดินแดนบ้านเกิดเท่าครั้งนี้


และคงเป็นการเดินทางที่แสนยาวนานจนไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะสามารถกลับมาได้อีกหรือไม่ ชายหนุ่มขยับมือกุมอความารีนในมือแน่นขึ้น


“เราจะดูแลตัวเอง”

 


“เจ้าชาย เรากำลังจะเข้าใกล้จุดนัดพบแล้วครับ”


เสียงเตือนจากผู้ติดตามคนเดิมช่วยดึงสติที่ล่องลอยไปไกลของโอเมก้าหนุ่มให้กลับมา


“ดูเหมือนพวกเขาจะมารออยู่แล้วครับ”


หัวใจของซินเธียเต้นแรงขึ้น เขาบีบมือของตัวเองแน่นเมื่อการเคลื่อนไหวของรถม้าลดความเร็วลงเรื่อยๆ จนกระทั่งมันหยุดลง


กลิ่นไม่คุ้นเคยลอยเข้ามาแตะจมูกปลุกให้สัญชาตญาณการระแวดระวังของชนเผ่าผู้ล่าอย่างธอร์นถูกปลุกขึ้นมา และซินเธียรู้สึกว่าทั้งร่างของตนนั้นเกร็งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังมาจากด้านนอก ทว่ามันใกล้... ใกล้เสียจนคล้ายกับเจ้าตัวกำลังยืนอยู่หน้าม่านทึบซึ่งเป็นทางออกของรถม้าคันนี้


“ไอ้ความรู้สึกราวกับว่ากำลังโดนแมวตั้งท่าจะขู่นี่มันอะไรกัน”


เสียงนั้นพึมพำกับตัวเองถึงแม้ว่ามันจะเบาแต่สำหรับคนที่มีเพียงผ้าม่านกั้นเอาไว้ระหว่างกันอย่างซินเธียแล้วกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน สำเนียงทางเหนืออาจจะฟังยากไปบ้างแต่เขาก็เข้าใจที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาทุกอย่าง


แมวขู่? พูดบ้าอะไรของเขากัน


“ออกมาได้แล้ว พวกเรายังมีเรื่องต้องไปจัดการอีกเยอะ”


ซินเธียดึงสติของตัวเองกลับมาอีกครั้งเมื่อน้ำเสียงจากคนตรงหน้าเริ่มเปลี่ยนไปราวกับไม่ต้องการเสียเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว ชายหนุ่มเลิกผ้าม่านขึ้นด้วยหัวใจเต้นระรัว แวบแรกซินเธียแอบช้อนสายตาขึ้นไปมองสบเข้ากับนัยน์ตาสีอำพันคู่นั้นซึ่งกำลังเหลือบลงมองตนอยู่พอดิบพอดี


ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดลง


ร่างกายสูงใหญ่ภายใต้เสื้อโค้ทสีเข้ม ผิวของขาวซีดตัดกับกลุ่มผมสีดำสร้างความรู้สึกหลากหลายให้แก่โอเมก้าน้อยจากต่างแดน หนึ่งในนั้นคือความไม่คุ้นเคย ไม่ว่าจะทั้งบรรยากาศรอบตัวของผู้ชายคนนี้ กลิ่น หรือแม้กระทั่งความวูบไหวอันแปลกประหลาดภายในใจ


หลังพาตัวเองลงมาจากรถม้าได้แล้วอัลฟ่าคนนั้นก็คลุมอะไรบางอย่างลงมาบนร่างให้จนซินเธียสะดุ้งตัวโยน


“รีบเข้าเถอะ อีกไม่นานหิมะจะตกแล้ว”


เขาคนนั้นกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ผินไปอีกด้านเพื่อสั่งให้ผู้ติดตามของตนเองไปจัดการบรรดาข้าวของของว่าที่เจ้าสาวให้เรียบร้อย ในระหว่างนั้นซินเธียก้มลงมองสิ่งที่อีกฝ่ายโยนมาบนร่าง มันคือเสื้อคลุมขนสัตว์ และมันมีขนาดใหญ่มากพอจะสามารถคลุมร่างของเขาได้ทั้งตัว


พอรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากขนสัตว์พวกนี้แล้วซินเธียก็ตระหนักได้ว่าเนื้อตัวของเขาก่อนหน้านี้มันเย็นมากจริงๆ อาจเพราะมัวแต่ตื่นเต้นรวมมึงความกังวลต่างๆ นานากำลังกัดกร่อนจิตใจจึงทำให้เขาลืมเลือนแม้กระทั่งว่าร่างกายของตนเองกำลังหนาวสั่น


ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนตัวโตกว่าที่กำลังยืนสั่งการผู้ติดตามของตนเองแวบหนึ่งแล้วกอดกระชับเสื้อคลุมบนร่างให้แน่นขึ้นอีกนิด ชายคนนี้คืออัลฟ่าผู้นำตระกูลคิมคนปัจจุบัน และกำลังจะเป็นคู่ชีวิตของเขาหลังจากนี้อีกไม่นาน

เขาเม้มปากแน่น ในใจคิดถึงชีวิตของตัวเองหลังจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

จะเป็นอย่างไรต่อกันนะ


“เอาล่ะ ไปกันได้แล้ว”


เพราะข้าวของของซินเธียมีไม่มากนักการขนย้ายจึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขาเดินตามชายผู้ชื่อว่าแอชลีย์ คิมไปโดยไม่ปริปากอะไรจนกระทั่งพวกเขาหยุดลงตรงหน้าอะไรบางอย่างซึ่งซินเธียไม่รู้จะบรรยายลักษณะของมันออกมาแบบไหน มันเหมือนเครื่องยนต์อะไรสักอย่างสีดำขลับ และมีสี่ล้อ สำหรับคนที่อยู่บนหลังม้ามาทั้งชีวิตอย่างซินเธียแล้ว เจ้าสิ่งนี้มันช่าง...


“เรา... กำลังจะนั่งเจ้านี่ไปอย่างนั้นหรือครับ” เขาถามออกไปอย่างไม่แน่ใจนัก ในใจนึกหวาดระแวงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่น้อย


“ก็ใช่น่ะสิ” แอชลีย์เลิกคิ้วราวกับว่าคำถามของคนข้างตัวช่างโง่งมสิ้นดี “ที่นี่ไม่มีรถม้าหรืออะไรก็ตามอย่างที่พวกเธอใช้กันหรอกนะ เอาล่ะเข้าไปได้แล้ว”


โอเมก้าหนุ่มถูกดันตัวให้เข้าไปด้านในของสิ่งนั้น ซินเธียเข้าไปนั่งบนเบาะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่สุดในชีวิต ร่างกายก็เกร็งไปหมด มันยิ่งกว่าความรู้สึกของการฝึกขี่ม้าครั้งแรกเสียอีก ถึงแม้การขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังม้าครั้งแรกไปจนกระทั่งการฝึกทรงตัวขณะที่พวกมันวิ่งอย่างรวดเร็วจะดูอันตรายมากกว่าการนั่งอยู่ภายในเจ้าสิ่งนี้ แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าการขี่ม้านั้นดีกว่าเป็นไหนๆ


ซินเธียมองตามคนตัวสูงเดินอ้อมเข้ามานั่งอีกฝั่ง ทันทีเมื่อเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นซินเธียร์ก็ยิ่งเกร็งเข้าไปใหญ่ และมากขึ้นไปอีกเมื่อฝ่ายนั้นขยับตัวโน้มเข้ามาจนใบหน้าแทบจะชิดกัน


“คาดเบลท์ด้วย มันจะอันตรายหากเธอไม่ยอมจัดการกับมัน” ถึงแม้จะเกร็งจนแทบเอนตัวแนบกับพนักพิงแน่นแต่ดวงตาสีเงินก็คอยจับจ้องการกระทำของคนตัวสูงทุกท่วงท่า ตั้งแต่การดึงเจ้าสายสีดำออกมาจากอีกฝั่งแล้วพาดตัวของซินเธียเอาไว้จนกระทั่งส่วนปลายของสายนั้นถูกกดเข้ากับอะไรบางอย่างจนส่งเสียงกริ๊กออกมา


แบบนี้มันออกจะขยับตัวอยากสักหน่อยนะ...


ถึงจะไม่ค่อยชินแล้วก็อึดอัดเล็กน้อยทว่าโอเมก้าหนุ่มก็ไม่ได้ปริปากบ่นอะไรออกไป เขานึกถึงพูดของแคลร์ ไม่ว่าจะให้เจอกับอะไรก็ให้อดทนเอาไว้ มันอาจจะยากแต่ว่าถ้าเขาพยายามปรับตัวทุกอย่างมันก็จะดีขึ้นเอง


“เธอ... ชื่ออะไรนะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังปล่อยให้ความเงียบปกคลุมระหว่างเราสองคนมาพักใหญ่ ทิวทัศน์รอบด้านที่เคยเป็นป่าสนขนาบสองข้างทางเริ่มบางตาลงเปลี่ยนเป็นตัวเมือง


“ซินเธีย... ซินเธีย วานเลนเธีย”


“อืม” ฝ่ายนั้นครางรับในลำคอ “ส่วนชื่อของฉันคงจะรู้แล้วสินะ”


“อื้ม คุณคือแอชลีย์สินะครับ”


แอชลีย์พยักหน้า ปล่อยให้ความเงียบคืบคลานมาอีกครั้งจนกระทั่งที่ยานพาหนะนี้พาพวกเราเคลื่อนเข้าสู่เขตป่าสนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิม มีอะไรบางอย่างกำลังตกลงมาจากฟากฟ้า


ซินเธียยกสองมือขึ้นทาบกับกระจกรถ ดวงตาสีเงินคู่สวยจับจ้องไปยังเกล็ดหิมะขาวบริสุทธิ์ด้านนอกอย่างสนอกสนใจ


สวยมาก...


สวยมากจริงๆ นี่สินะหิมะที่แคลร์พูดถึง


“หิมะแรกตกแล้วสินะ”


คนทำหน้าที่เป็นสารถีเปรยออกมาเสียงเบา นัยน์ตาสีอำพันจับจ้องไปยังถนนตรงหน้าในขณะที่ความเร็วของรถก็เริ่มลดลง คนที่กำลังจับจ้องสิ่งมหัศจรรย์จากภายนอกผินกลับมามองเสี้ยวหน้าคมคายของคนข้างตัวเมื่อรู้สึกว่าฝ่ายนั้นกำลังจะเอ่ยอะไรออกมา


อะไรบางอย่างที่ทำให้เขาระบายรอยยิ้มเป็นครั้งแรกหลังจากเดินทางออกจากบ้านเกิดมา


“ยังไงก็... ยินดีต้อนรับสู่วินเธอร์ฟอล ซินเธีย วาเลนเธีย”

 

 TBC....


-------------------------------------------
สวัสดีอย่างเป็นทางการนะคะ เราไม่ค่อยถนัดการลงในเว็บนี้สักเท่าไหร่บางทีอาจจะมีการจัดหน้าหรือตั้งหัวข้อแปลกๆไปบ้าง
ต้องขออภัยนะคะ แหะๆ ฝากติดตามเรื่องราวของคุณแอชลีย์และน้องซินเธียด้วยนะคะ

มนริต้า.

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3433
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
น่าติดตามๆ

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ชอบบรรยากาศของเรื่องจังเลยค่ะ
ติดตามค่ะ
 :pig4:

ออฟไลน์ monrita

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
บทที่ 2




ในชีวิตนี้ซินเธียไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นสิ่งปลูกสร้างใดโอ่อ่าได้ถึงเพียงนี้ ตรงหน้าของเจ้าชายน้อยจากแดนใต้คือคฤหาสน์หลังโตโอบล้อมด้วยสวนพฤกษชาติกว้างขวาง แม้ตอนนี้เหล่าต้นไม้ดอกไม้เหล่านั้นกำลังถูกเกล็ดน้ำแข็งสีขาวปกคลุมจนบดบังทัศนียภาพไปบางส่วนทว่าก็ยังไม่อาจบดบังความสวยงามของพวกมันให้ลดทอนลงได้ ซินเธียเชื่อว่าเมื่อถึงช่วงที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งพวกมันจะต้องงดงามมากแน่นอน


สติถูกเรียกกลับคืนมาอีกครั้งเมื่อถูกพาเดินเข้ามายังด้านในของคฤหาสน์หลังโตของตระกูลคิม เด็กหนุ่มอดจะรู้สึกประหม่าและกังวลไม่ได้ โดยสัญชาตญาณเขาขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังของคนตัวสูงกว่าเมื่อสังเกตเห็นว่ามีสาวใช้และพ่อบ้านยืนรอต้อนรับอยู่ในโถงรับแขกจำนวนหนึ่ง


ที่นี่... มันแปลกไปหมดสำหรับซินเธีย ทั้งบรรยากาศ ผู้คน หรือแม้แต่ความหนาวเย็นรอบกายตอนนี้ แม้ในใจจะยังไม่ได้รู้สึกไว้วางใจใครแม้กระทั่งคนที่ไปรับกันถึงชายแดน ทว่า อย่างน้อยในตอนนี้แอชลีย์ คิม ก็ยังเป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่ซินเธียคุ้นเคยมากที่สุด แม้ตอนเดินทางมายังวินเทอร์ฟอลเราจะไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากก็ตามที


“ยินดีต้อนรับกลับครับท่านแอลลีย์ ส่วนท่านนั้น...”


เป็นพ่อบ้านวัยชราท่าทางใจดีคนหนึ่งเอ่ยต้อนรับ ขยับรอยยิ้มส่งไปให้คนด้านหลังผู้เป็นนาย โอเมก้ารูปร่างสูงโปร่ง ท่าทางปราดเปรียว มองดูสง่างามไม่น้อย ในระหว่างที่คนถูกเอ่ยถึงกำลังช่างใจว่าตัวเองควรจะเอ่ยแนะนำตัวไปดีหรือไม่ คนตัวสูงตรงหน้าก็ช่วยแนะนำตัวให้เสียก่อน


“เขาคือซินเธีย วานเลนเธีย”


ไม่ต้องขยายความมากก็พอจะทราบอยู่แล้วว่าเจ้าของชื่อมีฐานะอะไรในคฤหาสน์แห่งนี้ พ่อบ้านัยชราพยักหน้ายิ้มรับ


การแนะนำนั้นเรียกเสียงพรูลมหายใจจากซินเธียไม่น้อย นอกจากความแตกต่างจากปัจจัยอื่นแล้วเรื่องภาษาเองก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งน่าหนักใจ ภาษาที่ใช้สื่อสารไม่ได้แตกต่างกันนักเพียงแต่สำเนียงทางเหนือดูจะนุ่มนวลและเชื่องช้ากว่า ส่วนทางใต้จะติดห้วนและมีความกระด้างในที ซินเธียกังวลจนไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมาเลยนอกจากทำตัวเป็นหุ่นนิ่งๆ ฟังเจ้าของคฤหาสน์สั่งการงานกับพ่อบ้าน


“ห้องของคุณซินเธียถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วครับ ผมจะให้เด็กๆ นำสัมภาระไปเก็บเดี๋ยวนี้”


“อย่างไรเสียอีกไม่นานก็จะกลายเป็นคนตระกูลคิมแล้วไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก ปฏิบัติกับเขาอย่างที่สมควรจะทำเสีย”


   เพียงคำกล่าวนั้น ทุกคนที่ยืนอยู่ในที่แห่งนี้ต่างก็เข้าใจความนัยโดยถ่องแท้ และไม่ต้องรอให้ผู้เป็นนายขยายความสัมภาระทั้งหมดของซินเธียถูกนำไปจัดเรียงไว้ในห้องนอนใหญ่อย่างเรียบร้อย และเพราะคำกล่าวนั้นของแอชลีย์ คิมในวันนั้น วันต่อมาทุกคนในคฤหาสน์ต่างก็พาเรียกขานซินเธียว่า ‘ท่านชาย’ ทันที จำได้ว่าตอนได้ยินคำเรียกนั้นในครั้งเด็กหนุ่มเกือบจะเดินสะดุดบันไดจนหน้าทิ่มอยู่แล้ว


----


   เวลาทั้งบ่ายของซินเธียหมดไปกับการเดินสำรวจรอบคฤหาสน์ ห้องต่างๆ ถูกแนะนำอย่างละเอียดโดยพ่อบ้านวัยชราคนเดิม ทั้งระเบียบกฎเกณฑ์หลากหลายอย่างของชาวแดนเหนือนั้นช่างแตกต่างจากชีวิตความเป็นอยู่ของโอเมก้าน้อยค่อนข้างมาก คุณพ่อบ้านกล่าวว่า มื้อเช้าจะตั้งโต๊ะในเวลาแปดนาฬิกา มื้อกลางวันเวลาเที่ยงตรง บ่ายสามเป็นเวลาน้ำชา และเป็นมื้อเย็นในเวลาสิบแปดนาฬิกา


   นะระหว่างฟังเรื่องราวต่างๆ นี้เขาถูกพามานั่งจิบชายามบ่ายยังห้องนั่งเล่นบริเวณปีกตะวันออก ห้องดังกล่าวมีลักษณะเป็นโถงโล่งๆ เฟอร์นิเจอร์มีเพียงโซฟาหนึ่งชุด โต๊ะขนาดเล็กจัดวางด้วยชุดชงชา อาหารว่าง และแจกันดอกลิลลี่อย่างประณีต เพดานถูกยกสูงทรงกลมคล้ายโดม ตัวผนังกรุด้วยกระจกใสทั้งหมดทำให้มองเห็นสวนด้านหลังทั้งหมด คุณพ่อบ้านกล่าวว่าขณะนี้มีหิมะทำให้ไม่สามารถออกไปด้านนอกได้ และห้องนี้เองก็ถูกจัดให้เป็นห้องดื่มชา เมื่อก่อนท่านหญิงวิเวียน หรือก็คือมารดาของของแอชลีย์มักจะมานั่งใช้เวลายามบ่ายในห้องนี้ และยังเล่าอีกว่าท่านหญิงชื่นชอบชาดอกไม้มาก คฤหาสน์หลังนี้เลยมีชาดอกไม้หลากหลายรูปแบบ ซินเธียได้ลองชิมแล้วรสชาติดีไม่น้อย


เด็กหนุ่มนั่งสนทนากับพ่อบ้านชราจนถึงช่วงเย็น จวบจนผ่านพ้นมื้อค่ำไปก็ยังไม่เห็นหน้าของคนที่พอพาเขามาส่งยังคฤหาสน์เสร็จก็หายหน้าไปจัดการธุระของตัวเองตั้งแต่บ่าย ซินเธียเดินซับเส้นผมยาวระสะโพกสีจินเจอร์ของตัวเองออกมาจากห้องน้ำแล้วทรุดตัวนั่งบนปลายเตียง ระหว่างนั้นก็สอดสายตาสำรวจไปรอบห้องนอน กลิ่นอัลฟ่าของเจ้าของห้องเจือจางอยู่ในอากาศ ในใจรู้สึกวูบวาบอย่างประหลาดราวกับว่ามีอีกคนคอยเดินวนเวียนอยู่ภายในห้อง


แม้จะเตรียมใจมาไม่น้อยสำหรับการแต่งงานครั้งนี้ ทว่า เมื่อรู้ว่าต้องมานอนร่วมเตียงกันตั้งแต่คืนแรกมันก็อดกระสับกระส่ายไม่ได้


แกร๊ก


นั่งสงบใจอยู่ได้ไม่นานบานประตูไม้สลักก็ถูกผลักเข้ามา ซินเธียเผลอยืดหลังขึ้นตรงโดยไม่รู้ตัว ร่างสูงใหญ่ของอัลฟ่าโตเต็มวัยก้าวเข้ามา


กลับมาแล้วหรือครับ”


ด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนกับบรรยากาศแปลกๆ ภายในห้อง จึงเอ่ยทักคนอายุมากกว่าออกไป นัยน์ตาสีอำพันเหลือบมองคนบนเตียงเล็กน้อยแล้วครางอืมตอยบพลางเดินไปหยุดหน้าบานกระจกใกล้ตู้เสื้อผ้า ลงมือปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ด ซินเธียมองการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติของคนตัวสูงโดยไม่ละสายตาจนกระทั่งสาบเสื้อสีดำตัวนั้นหลุดพ้นออกไปเผยเรือนกายสมส่วนเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสวยงามอย่างพอดีพลันต้องรีบเบือนหน้าออกไปทันที สองแก้มเนียนขึ้นริ้วสีจาง จู่ๆ รู้สึกร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ช่างแตกต่างจากอีกคนสิ้นเชิง แม้จะมีซินเธียเข้ามาร่วมห้องแต่ก็ไม่ได้ทำให้อัลฟ่าคนนั้นรู้สึกรู้สาหรือรู้สึกแปลกใหม่อะไรสักนิด


โอเมก้าหนุ่มนั่งตัวเกร็งอยู่บนเตียง พออีกคนก้าวออกห้องน้ำมาแต่งตัวหน้าบานกระจกก็ต้องแสร้งทำเป็นสางผมยาวๆ ของตัวเองไป ทำไมเขาถึงได้ทำตัวสบายอารมณ์ขนาดนั้นกันนะ คำกล่าวนี้ซินเธียได้แต่คิดอยู่ในใจ


และช่วงเวลาที่กระอักกระอวนที่สุดก็เดินทางมาถึง เมื่อแอชลีย์ทรุดตัวลงอีกฝั่งของเตียงนอนหลังกว้าง


“นอนเถอะ เธอเร่งเดินทางมาหลายวันคงจะเหนื่อย”


เสียงทุ้มเอ่ยออกมาราบเรียบ ซินเธียพยักหน้าแล้วสอดตัวเข้าไปในผ้านวมสีเข้ม เมื่อเห็นว่าจัดท่าทางเรียบร้อยพร้อมนอนแล้วแอชลีย์ก็เอื้อมไปปิดโคมไฟแล้วสอดตัวเข้ามาในผ้านวมเช่นเดียวกัน ทุกการกระทำล้วนสร้างความเกร็งให้กับโอเมก้าหนุ่มไม่น้อย นอนตาค้างอยู่พักใหญ่ก็แอบเหลือบตาไปมองคนด้านข้างเห็นเพียงเสี้ยวใบหน้าคมด้านข้างของคนตัวสูง แอชลีย์นอนหงาย วางสองมือไว้บนหน้าท้อง ท่าทางการนอนของเขาเรียบร้อยเอามากๆ


เมื่อแน่ใจว่าฝ่ายนั้นเข้าห้วงนิทราไปแล้วแน่นอนก็ขยับกายพลิกตัวมาพิจารณาใบหน้านั้นเงียบๆ คิ้วคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสันกับริมฝีปากบางได้รูป ผิวของแอชลีย์ขาวมากแม้แสงในห้องนอนจะมืดสลัว มีเพียงแสงเรือนรางลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามา แต่ทุกๆ อย่างตรงหน้าสำหรับซินเธียก็ยังคงชัดเจน


จะเป็นอย่างไรกันนะ ชีวิตในดินแดนแห่งนี้ ดินแดนที่ถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวบริสุทธิ์ราวกับสรวงสวรรค์ คืนนั้นซินเธียนอนมองใบหน้าหลับใหลของว่าที่คู่ชีวิตและขบคิดถึงชีวิตในวินเทอร์ฟอลของตัวเองเมื่อเริ่มวันใหม่จนผลอยหลับไป


---


เช้าวันที่สองของวินเทอร์ฟอล ซินเธียถูกพามายังคฤหาสน์หลังหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าสน สถานที่แห่งนี้ดูโออ่าและงดงามไม่ต่างไปจากคฤหาสน์ของตระกูลคิมเลยเพียงแต่ว่ามันถูกตั้งอยู่ในสถานที่ที่ค่อนข้างห่างไกล แอชลีย์เล่าในระหว่างทางว่าเคหาสน์สถานแห่งนี้เป็นของตระกูลมัวร์ หนึ่งในตระกูลใหญ่ของวินเทอร์ฟอล อีกทั้งหัวหน้าจ่าฝูงหรือราชาของชาวแดนเหนือเองปัจจุบันก็อาศัยอยู่ที่นี่


เมื่อกล่าวถึงราชาผู้ปกครองดินแดนต่างๆ สำหรับวินเทอร์ฟอลแล้วแม้ผู้นำอย่างคาร์ลินจะถูกเรียกขานว่าราชา แต่ในทางปฏิบัติเขาก็เป็นเพียงผู้นำของดินแดนทางเหนือ มีศักดิ์ฐานะเป็นเพียงผู้สูงศักดิ์เท่านั้น  แตกต่างจากดินแดนทางใต้ พวกเขาถูกปกครองด้วยกษัตริย์ และสืบทอดอำนาจทางสายเลือดไม่ใช่คัดเลือกผู้นำที่จะเป็นใครก็ได้


เพราะฉะนั้น ซินเธีย วาเลนเธีย จึงเป็นหนึ่งในเชื้อพระวงศ์คนสำคัญของแดนใต้ แต่การเดินทางมายังวินเทอร์ฟอลครั้งนี้ไม่ใช่มาด้วยฐานะอาคันตุกะทว่าเป็นการแต่งงานเข้าตระกูลใหญ่อย่างตระกูลคิม ด้วยความแตกต่างของวิถีชีวิตหรือขนบธรรมเนียมของดินแทนทั้งสองแล้วฐานะของซินเธียจึงค่อนข้างคลุมเครือ และสิ่งนี้เป็นเรื่องอ่อนไหวค่อนข้างมาก


ซินเธียถูกต้อนรับอย่างดีทั้งในฐานะของอาคันตุกะจากแดนไกลและว่าที่ท่านชายของตระกูลคิม ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีสมฐานะ ท่ามกลางโถงรับแขกอันแสนวิจิตรกับชาหอมกรุ่นทำให้คลายหนาวลงไม่น้อย สาวใช้แนะนำด้วยรอยยิ้มว่าท่านชายมัวร์โปรดปรานการดื่มชาหวังว่าท่านชายซินเธียจะพึงพอใจกับมัน และแน่นอนว่าชายหนุ่มรู้สึกดีกับรสชาติฝาดอ่อนๆ นี้ไม่น้อย


เดิมทีคนแดนใต้ไม่นิยมดื่มชาเพราะรู้สึกว่าพวกเขานั้นไม่ได้มีความเพียรมากพอจะมานั่งชงชาและจิบมันทีละนิดชมนกชมไม้ไปพลาง การกระทำเหล่านั้นชาวแดนใต้มองว่ามันน่าเบื่อและค่อนข้างไร้สาระ พวกเขามักจะใช้เวลาไปกับการฝึกฝนร่างกาย ออกล่าสัตว์ เรียนรู้การเอาตัวรอดในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ควบขี่ม้าพันธุ์ดีผ่านผืนน้ำและผืนป่า ใบน้ารับแสงแดดร่างกายอาบสายลมเสียจนชินชา


แต่สำหรับตอนนี้เด็กหนุ่มคิดว่าการจิบชาช่วยคลายความตื่นเต้นและความหนาวเย็นของอากาศภายนอกไปไม่น้อยทีเดียว


ซินเธียวางแก้วชาลงบนจานรองด้วยความเบามือ ด้วยความเกร็งของเขาจึงค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับการสร้างเสียงเล็กๆ น้อยๆ เมื่อเหลือบมองคนข้างกาย แอชลีย์กลับนั่งรออย่างสงบ เขาไม่แตะชาในแก้วด้วยซ้ำ ทำเพียงกอดอกและเอนกายลงกับพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย


ผ่านไปไม่นาน มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในโถงก่อนจะทรุดนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่ตัวตรงข้าม เจ้าตัวกล่าวต้อนรับและแนะนำตัวอย่างนุ่มนวลว่าตนคือเจย์เดน สการ์เล็ต มัวร์ อ่า คนผู้นี้คือคู่ชีวิตของคาร์ลิน ไล ราชาของวินเทอร์ฟอลสินะ ซินเธียลอบพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้า เขามีเส้นผมสีบลอนด์อ่อนจนเกือบจะกลืนกับผิวกายและดวงตาสีทับทิมที่งดงามมาก เจย์เดนตัวเล็กกว่าซินเธียราวๆ ครึ่งศีรษะ ดูเหมือนโอเมก้าจากแดนเหนือแตกต่างจากพวกเราชาวใต้มากจริงๆ


“เจ้าชายวาเลนเซีย เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยไม่น้อย มาอยู่แปลกถิ่นแบบนี้ไม่ทราบว่าเมื่อคืนนอนหลับสบายดีหรือเปล่าครับ”


น้ำเสียงนุ่มนวลทว่ากลับแฝงไปด้วยอำนาจชวนให้กริ่งเกรงอยู่ไม่น้อย


“เรียกเราว่าซินเธียก็ได้ ดูเหมือนเราจะอายุน้อยกว่าท่านชายมัวร์นะครับ” ซินเธียกล่าวด้วยรอยยิ้ม


สำหรับชาวแดนใต้แล้วไม่ได้เคร่งเรื่องฐานะบรรดาศักดิ์นัก เมื่อออกมาต่างถิ่นต่างฝูงก็ไม่ต่างจากนธรรมดาทั่วไป หากจะเทียบกันแล้วฐานะของอีกฝ่ายที่เป็นถึงราชินีแห่งวินเทอร์ฟอลก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย


“ถ้าเช่นนั้นก็เรียกเราว่าเจย์เดนเถอะ” อีกคนกล่าวอย่างเอื้ออารี “น่าเสียดาย เช้านี้คาร์ลินมีธุระสำคัญต้องไปจัดการ ออกไปตั้งแต่เช้ามืดไม่อาจอยู่รั้งรอต้อนรับ ต้องขออภัยจริงๆ” ในน้ำเสียงนั้นมีทั้งความเสียดายและอาวรณ์อยู่ไม่น้อย ซินเธียมองมือเรียวสวยของท่านชายมัวร์ซึ่งกำลังขยับลูบหน้าท้องของตัวเองแผ่วเบาในขณะเอ่ยถึงคู่ชีวิตอย่างเผลอไผล ก่อนจะลากสายตากลับมาเมื่ออีกฝ่ายลากเข้าประเด็นสำคัญของการมาพบกันในเช้าวันนี้


“การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวินเทอร์ฟอลอาจจะมีหลายสิ่งหลายอย่างต้องปรับตัว แต่ไม่เป็นไรเราจะช่วยให้คำแนะนำกับซินเธียเอง หากวันไหนมีเวลาว่างก็ขอเชิญแวะมาจิบน้ำชาด้วยกันนะครับ”


“รบกวนคุณเจย์เดนด้วยนะครับ”


“ไม่เลย” เจ้าของนัยน์ตาทับทิมส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม “อาจจะช้าไปสักนิด แต่ว่ายินดีต้อนรับสู่วินเทอร์ฟอลของเรานะครับ”


เจย์เดนส่งกล่องของขวัญขนาดฝ่ามือมาให้ด้วยมือของตัวเอง เมื่อเปิดดูก็พบว่าสิ่งของในนั้นเป็นเข็มกลัดทำจากทองคำขาว ประดับด้วยอัญมณีสีชาดเช่นเดียวกับดวงตาของผู้ให้


“ถือเป็นของขวัญต้อนรับเล็กๆ น้อยๆ จากเรา หากคุณไม่รังเกียจ”


“ไม่เลย ขอบคุณมากนะครับ มันสวยมาก” ซินเธียรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก ทั้งที่ความจริงแล้วแทบไม่จำเป็นต้องมีสิ่งของใดมาให้ก็ได้แท้ๆ


“คุณแม่~”


ยังไม่ทันจะเอ่ยสิ่งใดต่อเสียงใสดังเจื้อยแจ้วมาอีกฝั่งของโถงรับแขก เจย์เดนส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะโน้มตัวลงไปรับกอดจากเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งเข้ามาหา เส้นผมสีบลอนด์ปลิวไสวไปตามการวิ่งของเจ้าตัวแต่เมื่อเข้าถึงตัวผู้เป็นมารดาก็ลดความเร็วลงด้วยหลากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นก็คือกลัวจะโดนดุที่วิ่งเร็วจนเกินงามอันเป็นเหตุให้ต้องโดนดุอยู่บ่อยครั้ง


ซินเธียมองเด็กน้อยในอ้อมกอดของเจย์เดนอย่างสนใจ นัยน์ตาสีครามกลมโตคู่นั้นดูเปล่งประกายและสดใสจนคนมองอดจะวาดรอยยิ้มตามไม่ได้


“ต้องขอโทษแทนลูกชายของเราจริงๆ เจสเปอร์เป็นพวกพลังล้นเหลือน่ะครับ” คนกล่าวแสดงสีหน้าอ่อนใจ


“เขาน่ารักมากเลยครับ” ซินเธียหัวเราะน้อยๆ เมื่อลองโบกมือให้เป็นการทักทายเจ้าตัวน้อยที่ปีนขึ้นไปซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นมารดาก็กระพริบตาปริบแล้วโบกมือกลับมา “อายุเท่าไหร่หรือครับ”


“พึ่งจะสามขวบเต็มได้เมื่อสัปดาห์ก่อนครับ” ตอบพลางลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างรักใคร่


“เขาจะต้องโตมาเป็นอัลฟ่าที่สง่างามมากแน่นอนเลยในอนาคต” มองแค่ปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กน้อยตรงหน้านั้นต้องเป็นอัลฟ่าอย่างแน่นอน เขาเป็นเด็กที่สดใสมากแต่ยามเมื่ออยู่กับผู้เป็นมารดาก็ออดอ้อนอิงแอบเสียจนน่ามันเขี้ยว


“ดูเขาจะติดกลิ่นคุณมากเลยนะครับ”


สังเกตว่าพอถูกอุ้มไปนั่งอยู่บนตักอัลฟ่าน้อยก็ดูสงบเสงี่ยมลง สองแขนกอดเอวของผู้เป็นแม่แน่น พักแก้มย้อยๆ ไว้บนแผ่นอกซบคลอเคลียไม่ยอมห่าง นัยน์ตาสีครามหันมาแอบมองซินเธียซึ่งเป็นคนแปลกหน้าเป็นระยะ ทั้งน่ารักน่าเอ็นดู มองไปมองมาก็ชักจะรู้สึกอยากมีเป็นของตัวเองขึ้นมาเล็กๆ


“ครับ ค่อนข้างจะติดกลิ่นพ่อแม่ กับคนแปลกหน้าก็ขี้อาย อาจจะเพราะเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาด้วยเวลาดื้อหรืองอแงขึ้นมาใครก็เข้าหน้าแทบไม่ติดเลยล่ะ ต้องให้พ่อเขาจัดการคนเดียวน่าปวดหัวจริงเชียว”


คนเล่าหัวเราะอย่างอ่อนใจ แล้วก็ราวกับอ่านใจซินเธียออก หันไปหาคนที่เอาแต่นั่งเงียบเป็นรูปปั้นมาตั้งแต่ต้นบทสนทนาหยอกเย้าไปถึงคุณอาที่แวะเวียนมาช่วยกันเลี้ยงหลานเป็นบางครา


“เห็นทีอีกหน่อยแอชลีย์ก็คงต้องปวดหัวแบบนี้เสียล่ะมั้ง บอกเลยว่าฤทธิ์เดชเจ้าตัวแสบที่คุณเห็นมาจากคาร์ลินแทบไม่ได้ครึ่ง”


“ไม่ล่ะ” คนตัวสูงหัวเราะหึๆ ในลำคอ “การมีเด็กไม่ได้อยู่ในความคิดของผมเลยสักนิด”


เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาราวกับไม่แยแสสิ่งใดนั้นทำเอาคนที่กำลังเอื้อมมือไปหยอกเย้าเจ้าตัวเล็กชะงักไปในเสี้ยววินาที เช่นเดียวกับเจ้าของคฤหาสน์ที่หลังได้ฟังคำตอบอันแสนเถรตรงนั้นชะงักค้างไปไม่ต่างกัน ด้วยหนึ่งก็ไม่คาดคิดกับคำตอบของอัลฟ่าตรงหน้า ก่อนหน้านี้เวลาแวะเวียนมาคุยธุระกับคู่ชีวิตตนก็มักจะแวะเล่นกับหลานเป็นประจำ ไมได้แสดงอาการรังเกียจเด็กแต่อย่างใด


ไม่คาดคิดว่าแอชลีย์จะไม่ได้อยากสร้างครอบครัว


แม้คำว่าครอบครัวแค่คนสองคนที่ตกลงปลงใจกันแล้วก็นับเป็นครอบครัว ทว่าสำหรับพวกเขาแล้วย่อมต้องอยากจะมีลูกน่ารักๆ สักคนที่เป็นสายใยคล้องความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เจย์เดนสบตาเข้ากับซินเธียเงียบๆ อีกฝ่ายเพียงส่งรอยยิ้มจืดเจื่อนกลับมาให้





TBC
อ่านแล้วชอบอย่าลืมส่งฟีดแบคให้เค้าด้วยน้า
มนริต้า

ออฟไลน์ darinsaya

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
 :mc4: :mc4: :mc4: :mc4: ตายยยยแล้ววววววววววววว   อยากต่อแล้วววว แค่บรรยากาศเรื่องก็เขิลลล :o8: :o8: รออ่านอยู่นะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
คุณแอชลีย์เย็นชามาก
วันไหนอยากมีลูกขึ้นมา น้องซินเธียอย่ายอมง่ายๆนะครับ
 :pig4:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
พระเอกเย็นชามาก

ออฟไลน์ monrita

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0


บทที่ 3

อยู่สนทนากับเจย์เดนพักใหญ่คนทั้งสองก็ขอตัวกลับเนื่องจากช่วงบ่ายยังมีธุระให้ไปจัดการต่อ ระหว่างทางบังเอิญสวนกับหัวหน้าจ่าฝูงซึ่งพึ่งกลับจากกิจธุระของตนพอดิบพอดี คาร์ลิน ไลหยุดทักทายว่าที่บ่าวสาวอีกทั้งยังอวยพรให้ชีวิตใหม่ของซินเธียในวินเทอร์ฟอลมีแต่ความสุขปิดท้ายด้วยการกล่าวขออภัยที่ไม่สามารถอยู่ต้อนรับกันให้ดีกว่านี้คราวหน้าจะต้องไปเยือนถึงคฤหาสน์คิมอย่างแน่นอน โอเมก้าจากแดนใต้ส่ายหน้าระบายรอยยิ้มด้วยเข้าใจดีว่าภาระงานของคนเป็นผู้นำอย่างท่านชายไลนั้นมีมากหนักหนา ตอนยังอาศัยอยู่ในธอร์นคุณพ่อเองก็มีงานยุ่งอยู่ตลอดเวลา ภาพเหล่านั้นชินตาไปเสียแล้วในความคิดของเด็กหนุ่ม

นอกจากนี้อัลฟ่าจ่าฝูงยังแสดงน้ำใจของเจ้าบ้านที่ดีด้วยการเดินย้อนกลับมาส่งกันถึงหน้าคฤหาสน์


วินเทอร์ฟอลในเวลานี้ยังคงปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลนของหิมะ ซินเธียเหม่อมองทิวป่าสนเรียงรายสองข้างทางผ่านกระจกรถคันหรู แอชลีย์บอกว่าพวกเรากำลังจะเดินทางเข้าไปในตัวเมือที่นั่นคือศูนย์รวมความเจริญมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งสถานบันเทิงมากมายมีชื่อว่าจัตุรัสไวท์สแควร์ ประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในนั้นล้วนเป็นเบต้า


ในชีวิตนี้ซินเธียเจอเบต้าน้อยมาก อาจจะเพราะพวกเขามักอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เป็นสังคมขนาดใหญ่พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและก่อสร้างเป็นเมืองขนาดใหญ่อยู่อาศัยร่วมกัน แตกต่างจากพวกเขาที่มักอาศัยรวมกันเป็นกลุ่มขนาดเล็ก ฝูงของซินเธียเองก็มีจำนวนแค่ไม่กี่ร้อยคน ภายในฝูงแทบจะไม่มีเบต้าเลยสาเหตุหนึ่งคงเป็นเพราะธอร์นตั้งอยู่ในทุ่งหญ้ากว้างสุดขอบทางใต้ ยึดหลักวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไม่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างกลุ่มชนอื่นจึงไม่แปลกเลยหากจะมีข่าวลือเกี่ยวกับชาวแดนใต้ไปในทางแปลกๆ ดุดันบ้างล่ะ ไร้อารยธรรมบ้างล่ะ สกปรกบ้างล่ะ เคยมีถึงขั้นว่าพวกเราจับคนกินเป็นอาหารแล้วยังใช้วิธีการก่อกองไฟจุดคบเพลิงในการปรุงอาหารหรือให้แสงสว่าง


ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพวกเราไม่ได้เป็นแบบนั้นทั้งหมด... เรื่องจุดคบไฟหรือก่อกองไฟนั้นล้วนเป็นความจริงแต่ก็ใช่ว่าพวกเราจะไม่มีเตาใช้หรือแม้กระทั่งหลอดไฟ


ยิ่งเคลื่อนเข้าสู่ตัวเมืองเท่าไหร่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งมีให้เห็นมากขึ้นเท่านั้น สองข้างทางเปลี่ยนจากต้นไม้เป็นตึกรามบ้านช่องผู้คนเดินขวักไขว่ รถราสวนกันไปมามองดูช่างครื้นเครงชวนให้ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก


แอชลีย์จอดรถหน้าตึกขนาดสองชั้นแห่งหนึ่ง ป้ายหน้าร้านถูกสลักด้วยตัวอักษรอย่างประณีตว่าที่แห่งนี้คือห้องเสื้อแคทเธอรีน ก่อนจากกันท่านชายเจย์เดนเองก็เคยกล่าวถึงห้องเสื้อแห่งนี้เช่นเดียวกัน ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้จะเป็นที่นิยมของเหล่าชนชั้นสูงมากทีเดียว


แม้วันนี้จะไม่มีหิมะตกแล้วแต่อากาศยังคงหนาวเย็น คนที่เคยชินกับแสงแดดและอากาศร้อนอดจะกระชับเสื้อคลุมขนสัตว์ไม่ได้ ร้องเท้าบูทยาวถึงครึ่งหน้าขาตามแบบฉบับชาวแดนใต้ย่ำลงบนพื้นสีขาวโพลน พยายามสาวเท้าตามหลังคนตัวสูงส่วนดวงตาก็กวาดมองรอบกายเชิงสำรวจไปด้วย บนถนนแห่งนี้คึกคักมากแม้จะมีอากาศหนาวเย็นคิดว่าสำหรับคนแดนเหนือแล้วพวกเขาคงชินชากับสภาพอากาศแบบนี้ถึงได้ออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติ ผิดกับซินเธียที่ตอนนี้ชักอยากกลับไปนั่งจิบชาซุกตัวอยู่บนโซฟาอุ่นๆเสียแล้วสิ


ชาวเมืองทุกคนล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสดใส ไม่ว่าจะโค้ทตัวยาว ชุดเฟอร์ขนสัตว์ ยิ่งเป็นสุภาพสตรีก็มักสวมชุดกระโปรงตัวยาวเนื้อผ้าพลิ้วสะบัดไปตามจังหวะการเดิน บ้างก็ใส่หมวกหลากหลายรูปแบบ บ้างก็กางร่ม แม้กระทั่งโอเมก้าชายที่เป็นชนชั้นสูงเองก็มักจะสวมเสื้อผ้าสีอ่อนใส่เครื่องประดับรูหรามองดูงดงามไม่น้อย สิ่งเหล่านี้ก็นับว่าแตกต่างจากฝั่งทางใต้ที่นิยมสวมชุดสีทึบเน้นความกระฉับกระเฉงคล่องตัวมากกว่าเพื่อความสะดวกในการล่าสัตว์หรือต่อสู้


“อ๊ะ!”


ด้วยมัวแต่เหม่อมองนั่นมองนี่ถึงได้เดินไม่ดูทางเหยียบเกล็ดน้ำแข็งลื่นจนเกือบจะล้มหน้าทิ่มอยู่แล้ว หากว่าไม่ได้มือใหญ่กับลำแขนแข็งแรงโอบรับเอาไว้ได้ทัน


“ระวังหน่อยสิ” เสียงทุ้มเอ่ยกระชิบอยู่เหนือใบหูเรียกริ้วแดงจางๆ ขึ้นสองข้างแก้มคนไม่ระวังตัว


“ขอบคุณครับ” เขาอ้อมแอ้มตอบ “เราไม่ชินกับการเดินบนพื้นหิมะเท่าไหร่”


เกล็ดน้ำแข็งพวกนี้มันลื่นมาก


จริงๆ นะ


ซินเธียขยับตัวยืนขึ้นดีๆ แต่มือข้างหนึ่งที่จับแขนเด็กหนุ่มเอาไว้กับอีกข้างที่คอยโอบประคองเอวของตนยังไม่ผละออกไปเสียที เห็นดังนั้นคนในอ้อมแขนจึงได้แต่เหลือบตาขึ้นมองคนอายุมากกว่าเป็นระยะ ปากก็เอาแต่อ้าๆ หุบๆ รู้สึกประดักประเดิดพอสมควร


“คุณ... เอ่อ แอชลีย์”


“หืม?”


ขอล่ะ อย่าได้ทำเสียงทุ้มแบบนั้นใกล้ๆ หูกันเลย


“ต่อไปเราจะระวัง...”


“แน่นอน” อีกคนส่งเสียง หึๆ ในลำคอก่อนจะยอมละมือออกไปโดยดี “เพราะฉันยังต้องการเจ้าสาวมาเดินข้างกันในงานแต่งอยู่” 



ซินเธียเดินเงียบไม่ปริปากตามคนตัวสูงเข้ามาภายในร้าน หญิงย่างเข้าวัยกลางคนเดินเข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้ม ทุกก้าวล้วนขับให้ชายกระโปรงผ้าพลิ้วลายดอกไม้สีอ่อนสะบัดไหวไปตามทุกจังหวะ ใบหน้าใจดีดูอ่อนวัยแม้จะเริ่มมีริ้วรอยเกิดขึ้นตามธรรมชาติของมนุษย์พอให้เห็นอยู่บ้าง ทว่าความงดงามบนใบหน้านั้นของเธอก็ดูไม่เสื่อมคลายลงเลย


“นึกว่าใครที่ไหนที่แท้ก็ท่านชายคิมนั่นเอง สวัสดีค่ะ”


รอยยิ้มใจดีถูกเผื่อแผ่มาถึงคนตัวบางด้านหลังซึ่งไม่เคยพบหน้าค่าตากันมาก่อน ทว่าแคทเธอรีนเลือกจะทำเพียงส่งรอยยิ้มให้เป็นฝ่ายรอให้ฝ่ายนั้นแนะนำคนของตัวเองแทน


“นี่คือท่านชายซินเธีย วาเลนเธีย คู่หมั้นของผม”


เด็กหนุ่มเหลืบตามองคนข้างกายในขณะถูกแนะนำตัว ว่ากันตามตรงแล้วการหมั้นหมายของพวกเขาทั้งสองเป็นแค่ลมปาก มีเพียงการตกลงเรื่องงานวิวาห์ที่จะเกิดขึ้นอีกไม่นานนี้เท่านั้น เมื่อทุกอย่างลงตัวซินเธียก็ถูกส่งตัวมายังดินแดนแห่งนี้เพื่อเป็นคู่ชีวิตของแอชลีย์หัวหน้าตระกูลคิมคนปัจจุบัน อีกฝ่ายจะแนะนำเขาแค่ว่าเป็นเพียงคนจากแดนใต้ก็ได้ เพราะการหมั้นหมายอะไรนั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง ตัวเด็กหนุ่มไม่ต่างอะไรกับสิ่งของบรรณาการ ถูกใส่พานมาถวายแก่อีกฝ่ายถึงที่โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร จะรับเข้าตระกูลเงียบๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องผิดแปลก แต่ก็ไม่คิดว่าอีกคนจะให้เกียรติกันถึงเพียงนี้


“ยินดีที่ได้พบกันนะคะ”


“เช่นกันครับ”


ซินเธียยิ้มตอบอีกฝ่ายก่อนถูกเชิญไปนั่งคุยกันตรงมุมรับแขก กลิ่นหอมเจือจางจากชาชั้นดีลอยเข้ามาแตะจมูกหลังผู้ช่วยประจำร้านยกมาเสิร์ฟ


เป็นชาอีกแล้ว ดูเหมือนชาวแดนเหนือจะชื่นชอบการดื่มชาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเช้า สาย บ่าย เย็น พวกเขาล้วนมีพวกมันเป็นส่วนประกอบอยู่บนโต๊ะเสมอ แม้กระทั่งการรับแขกก็เลือกเสิร์ฟชามากกว่าน้ำเปล่าทั่วไป


“ผมพาเขามาเลือกสำหรับวันแต่งงาน”


คนไม่ชอบอ้อมค้อมเอ่ยเปิดประเด็นทันที ฝ่ายเจ้าของห้องเสื้อเลิกคิ้วเชิงประหลาดใจในคราวแรกด้วยคาดไม่ถึงกับข่าวใหม่ที่ได้รับ เธอส่งเสียงโอ้ออกมาเบาๆ ก่อนต่อมาจะเปลี่ยนเป็นระบายรอยยิ้มกว้าง


“เชิญด้านนี้เลยค่ะ”


ซินเธียถูกพามาโซนด้านในของห้องเสื้อ ที่นั่นมีชุดเสื้อผ้ามากมายเรียงรายอยู่โดยส่วนมากจะเน้นไปทางชุดสูทด้วยห้องเสื้อของคุณแคทเธอรีนนั้นเน้นการตัดเย็บชุดของสุภาพบุรุษ


“ไม่ทราบว่าท่านชายวาเลนเธียชอบรูปแบบไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ”


คนถูกถามเลิกลั่กไปพักใหญ่ ปกติไม่ค่อยได้มีโอกาสมาเลือกชุดแบบนี้บ่อยนัก เสื้อผ้าของชาวแดนเหนือนั้นค่อนข้างแตกต่างกับธอร์น ซินเธียไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกแบบไหนถึงจะเหมาะสม ปกติในเวลาแบบนี้แล้วเขานึกถึงสาวใช้คนสนิทที่เคยอยู่ข้างกายให้คำปรึกษาทุกเรื่อง ทว่าครั้งเขาเดินทางมายังวินเทอร์ฟอลแต่เพียงผู้เดียว คนที่พอจะคุ้นเคยที่สุดเห็นแต่จะมีแค่ว่าที่คู่ชีวิตคนนั้น


พลันเด็กหนุ่มหันไปขอความช่วยเหลือทางสายตากับอัลฟ่าตามสัญชาติญาณยามต้องการที่พึ่งพิงซึ่งขณะนี้ได้พาตัวเองไปนั่งรอตรงโซฟาด้านหลังเสียแล้ว


“เลือกแบบเรียบๆ มาให้เขาดูสักสามสี่แบบก็ได้”


เสียงทุ้มเอ่ยตอบแทน ได้ยินดังนั้นแคทเธอรีนจึงหยิบเชิ้ตสีขาวแบบเรียบง่ายมาจำนวนหนึ่ง ซินเธียถูกพาเข้าไปยังห้องลองชุดโดยผู้ช่วยเบต้าก่อนจะถูกจับลองชุดนั้นชุดนี้ราวกับตุ๊กตา ในแต่ละครั้งที่ถูกพาเดินออกมาโชว์ตัวให้คนบนโซฟาดูก็อดจะรู้สึกขัดเขินไม่ได้ยามนัยน์ตาสีอันอำพันคู่จ้องมองมานิ่งๆ ซินเธียรู้สึกร้อนวูบราวกับกำลังเปลือยกายต่อหน้าอีกฝ่ายก็ไม่ปาน


ทั้งที่ดวงตาคู่นั้นมีแต่ความเรียบเฉยค่อนไปทางเบื่อหน่าย แอชลีย์ทำเพียงนั่งกอดอกจ้องมองมาไม่ปริปากแสดงความเห็นอะไรมากนักมีเพียงคำแนะนำเป็นครั้งคราวราวกับเขาจะไม่พูดหากไม่จำเป็น


ซินเธียถูกจับๆ ถอดๆ หลายครั้งจนเริ่มรู้สึกเหนื่อย เห็นดังนั้นคนที่นั่งทำตัวเป็นหุ่นมานานถึงได้เอ่ยปากบอกให้หยุดแล้วเริ่มวัดตัวสักที ส่วนเสื้อผ้าพวกนั้นถูกคัดออกมาสามตัวเพื่อให้ซินเธียตัดสินใจด้วยตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย เด็กหนุ่มเลือกเชิ้ตขาวแต่งระบายตรงชายแขนมาตัวหนึ่ง ในบรรดาเสื้อมากมายเหล่านั้นเขารู้สึกว่าเสื้อตัวนี้มีรูปแบบใกล้เคียงกับชุดแบบทางการของบ้านเกิดมากที่สุด และมันเป็นเพียงแบบเท่านั้น ชุดจริงจะถูกตัดเย็บขึ้นใหม่โดยมีการปรับแก้ให้เข้ากับบุคลิกของผู้สวมใส่รวมถึงเหมาะสมกับงานพิธีการมากขึ้น


“แล้ว... คุณไม่เลือกดูสักตัวหรือครับ”


ซินเธียเห็นอีกฝ่ายหยัดตัวลุกขึ้นเตรียมไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายก็เอ่ยถามด้วยความฉงน ผ่านมาราวสองชั่วโมงแล้วมีเพียงแต่ตัวเขาเท่านั้นที่วุ่นวายลองชุดไปมาแต่กลับไม่เห็นอีกฝ่ายพูดถึงชุดของตัวเองเลยสักนิด


“คุณแคทเธอรีนคงมีข้อมูลสัดส่วนของผมแล้ว ส่วนเรื่องชุดแค่ตัดให้เข้าชุดกับเขาก็พอครับ”


ประโยคแรกคล้ายตอบคำถามของเด็กหนุ่มส่วนประโยคหลังหันไปเอ่ยกับเจ้าของห้องเสื้อมือดี


“ครั้งเมื่อได้ตัดเย็บชุดแต่งงานของท่านชายมัวร์ก็รู้สึกเป็นเกียรติมากแล้ว ไม่นึกว่าคราวนี้จะได้รับเกียรตินี้อีกครั้งทางห้องเสื้อของเราจะตัดเย็บอย่างสุดความสามารถแน่นอนค่ะ”


คุณแคทเธอรีนให้คำมั่นอย่างหนักแน่น เธอดูกระตือรือร้นอย่างมากกับงานชิ้นใหม่ พอจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายกันเรียบร้อยก็รีบขอตัวไปร่างแบบชุดแทบจะทันที


“ไปเถอะ เรายังต้องไปร้านจิวเวอรี่กันต่อ”


“ครับ”



เนื่องจากเป็นย่านการค้า ระยะทางจากห้องเสื้อของคุณแคทเธอรีนไปถึงร้านจิวเวอรี่จึงไม่ไกลจากกันมากสักเท่าใด เนื่องจากวันนี้เป็นวันว่างของชายหนุ่ม แอชลีย์แทบจะใช้เวลาทุกวินาทีของวันนี้ไปโดยไม่ให้ศูนย์เปล่าสักนิด ก่อนจะออกจากคฤหาสน์ก็ได้มีการคุยรายละเอียดเรื่องการส่งเทียบเชิญงานเลี้ยงกับคุณพ่อบ้านอยู่พักใหญ่ ส่วนเรื่องสถานที่จัดงาน อาหาร เครื่องดื่มสำหรับแขก เรื่องจุกจิกพวกนั้นเขาจัดการล่วงหน้าก่อนซินเธียจะเดินทางมาถึงวินเทอร์ฟอลด้วยซ้ำ


เมื่อทั้งคู่เข้ามาในร้านพนักงานเบต้าหญิงจำนวนหนึ่งก็หยุดงานของตัวเองเพื่อหันมากล่าวต้อนรับ หนึ่งในสองของคนที่ยืนบริเวณเคาน์เตอร์คิดเงินเดินเข้ามาโค้งในระดับครึ่งศีรษะ ซินเธียไม่คุ้นกับธรรมเนียมของคนแดนเหนือจึงได้แต่โค้งตอบกลับไปอย่างเก้ๆ กังๆ


ตอนยังอยู่ธอร์นถึงแม้จะมีศักดิ์เป็นถึงเจ้าชาย แต่เมื่อออกมาเจอกับคนภายนอกก็คงมีเพียงท่าทีเมินเฉยส่งมาให้ หนักขึ้นหน่อยก็คงเป็นประเภทมองมาด้วยสายตาหวานกลัวระคนรังเกียจ เพราะข่าวลือบ้าๆ พวกนั้น ในสายตาของคนนอกฝูงพวกเราไม่ต่างอะไรกับคนป่าไร้อารยธรรม


ส่วนคนในฝูงด้วยกันเอง ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาย่อมต้องหมายความว่าคนผู้นั้นต้องได้รับความเคารพนับถือทั้งในแง่ของความแข็งแกร่งและความสามารถในการปกครองคน


ทว่าตั้งแต่ท่านแม่เสียไปบิดาของเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ภายในเกิดการระส่ำระส่ายเมื่อผู้นำอ่อนแอลง มีตระกูลสายรองจ้องที่จะโค่นบัลลังก์ของราชาอยู่ ซินเธียถึงจะเป็นทายาทสายตรงเพียงคนเดียวแต่ก็เป็นเพียงโอเมก้าจึงไม่มีทั้งประโยชน์และและความน่ากลัวอะไรสำหรับคนเหล่านั้น ทางออกของเด็กหนุ่มมีเพียงการถูกกำจัดให้สิ้นซกเท่านั้น


หรือหากไม่ถูกฆ่าทิ้ง แต่ชีวิตหลงจากนั้นของเขาคงเป็นเรื่องที่เกินจะจิตนาการ


แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว...


แม้การถูกส่งตัวมาแต่งงานกับคนแปลกหน้า อาศัยอยู่ต่างบ้านเพียงลำพังจะเป็นเรื่องยากจะยอมรับ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้ายอมรับมัน หากยังรักชีวิตของตนเอง


ซินเธียถูกปรนนิบัติอย่างดี ทั้งของว่างรับรอง การพูดจา รอยยิ้มแสนนอบน้อม ขนาดที่ว่าพนักงานสาวเบต้าคนนั้นไม่กล้าแม้แต่จะนั่งเคียงกันด้วยซ้ำ เธอนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นพรมจัดวางกล่องบรรจุแหวนมากมายเรียงรายอยู่ตรงหน้า ระหว่างนั้นก็คอยพูดแนะนำสินค้ามีราคาเหล่านั้นไปด้วยอย่างละเอียดก่อนจะลุกขึ้นถอยไปยืนรออยู่ด้านข้างโซฟ้าเล็กน้อย


ในระหว่างนั้นมีโอเมก้าคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน เนื่องจากมุมรับรองอยู่ไม่ไกลจากประตูทางเข้ารวมถึงโซฟาจุดที่ซินเธียนั่งอยู่นั้นหันหน้าไปทางเคาน์เตอร์และตู้กระจกโชว์สินค้าพอดิบพอดีจึงเลี่ยงที่จะหันไปมองเมื่อรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างผ่านหน้าตนเองไป


พนักงานคนอื่นทำเพียงเงยหน้าขึ้นมองแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ มีเพียงผู้ประจำหน้าเคาน์เตอร์เท่านั้นที่เอ่ยต้อนรับด้วยนำเสียงเรียบเฉยเอเห็นว่าโอเมก้าคนนั้นดูธรรมดา เขาแต่งกายด้วยเสื้อสเวตเตอร์เก่าๆ กับกางเกงเข้ารูป


“เอ่อ คือผมอยากจะได้สร้อยเงินเรียบๆ สักเส้นสำหรับเป็นของขวัญสักวงน่ะครับ”


เด็กหนุ่มโอเมก้าคนนั้นดูแล้วคงอายุราวๆ ซินเธียและยังไม่ได้จับคู่ บางทีอาจจะมาเพื่อหาของขวัญสักชิ้นสำหรับคนในครอบครัวหรือไม่ก็คนรัก


“อยากได้รุ่นไหนเป็นพิเศษไหมคะ”


“ผมขอดูรุ่นที่ไม่แพงมาก็ได้ครับ”


เพราะคำตอบประโยคหลังนั้นจากทีแรกท่าทีของพนักงานสาวไม่ได้ยินดียินร้ายกับลูกค้ารายใหม่กลับแปรเปลี่ยนเป็นรำคาญใจขึ้นมาทันที ซินเธียเหม่อมองคนทั้งคู่อย่างใจลอย ไม่รู้ด้วยสาเหตุใดอาจเป็นเพราะน้ำเสียงแข็งๆ กับระดับความดังกว่าคราแรก ไร้ความนิ่มนวลอย่างที่เคยเอ่ยทักตน


“ในร้านนี้ทุกอย่างก็แพงทั้งหมดนั่นล่ะค่ะ ดิฉันจะลองหาสักชิ้นสองชิ้นที่ถูกที่สุดดูให้นะคะ แต่คงเหลือแต่สินค้าตกรุ่นใกล้นำออกจากช็อป”


“ครับ ไม่เป็นไร ผมจะซื้อมัน”


“กรุณารอสักครู่ค่ะ” พูดจบเธอก็เดินหายเข้าไปด้านหลังร้านทิ้งโอเมก้าคนนั้นให้ยืนรอโดยไม่แม้กระทั่งจะเชิญให้มานั่งยังบริเวณรับรองลูกค้า


สิ่งเหล่านี้ล้วนมีให้เห็นจนชินชาไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด พอลองย้อนกลับไปมองตัวเองแล้วที่ซินเธียได้รับการต้อนรับอย่างดีนั้นคงเพราะคนที่อยู่เคียงข้างนั้นคือ แอชลีย์ คิม ผู้นำหนึ่งในตระกูลใหญ่ของวินเทอร์ฟอล พนักงานเหล่านั้นถึงได้ไว้หน้าเขา หากเข้ามาที่เพียงลำพังด้วยรูปลักษณ์แสนแตกต่าง ผิวสีน้ำผึ้งดูแปลกแยก เส้นผมสีจินเจอร์ สวมใส่เครื่องแต่งกายของคนต่างถิ่น บางทีปฏิกิริยาที่พวกเธอมีต่อซินเธียอาจจะเลวร้ายกว่าโอเมก้าคนนั้นด้วยซ้ำ


ฐานะเจ้าชายแทบไม่มีความหมายเลยเมื่ออยู่ต่างบ้านต่างเมือง


ในโลกนี้ โอเมก้ามีจำนวนน้อยแล้วแต่โอเมก้าที่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ยิ่งมีน้อยกว่า ชาติตระกูลเหล่านั้นจึงเป็นเหมือนโชคดีในความโชคร้ายก็ไม่ปาน


“อย่ามัวแต่มองเรื่องไร้สาระ”


เสียงทุ้มต่ำจากคนข้างกายช่วยเรียกเด็กหนุ่มให้หลุดจากภวังค์หันกลับมาสนใจบรรดาแหวนหลากหลายรูปแบบตรงหน้า ทั้งการออกแบบและจำนวนอัญมณีที่ถูกประดับบนแหวนเหล่านั้นบ่งบอกว่าพวกมันเป็นสินค้าแสนประณีตราคาสูง


มันเยอะไปหมด


คงเพราะเห็นว่าที่คู่พันธะเงียบไปนานคนที่ไม่อยากเสียเวลาไปโดยสูญเปล่าจึงใช้เวลาชั่วขณะหนึ่งกวาดสายตามองคนบนโต๊ะเลือกหยิบแหวนขึ้นมาสักวงแล้วผลักตัวกล่องเข้าไปหาคนอายุน้อยกว่า


ซินเธียหยิบแหวนวงนั้นขึ้นมาพิจารณา เป็นแหวนเงินรูปทรงเรียบง่ายประดับเพชรน้ำเม็ดขนาดไม่ใหญ่จนเกินงามตรงกลาง สีของมันใสบริสุทธิ์ยามกระทบแสงไฟก็ส่องประกายแวววาวดูงดงาม ตัวเรือนถูกประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆล้อมรอบครึ่งบนของตัวแหวน เมื่อลองสวมลงบนนิ้วแล้วแม้จะดูค่อนข้างตัดกับสีผิวทว่ากับดูเข้ากันราวกับสิ่งนี้สร้างมาเพื่อตัวเด็กหนุ่มเอง


ซินเธียมองมันอย่างหลงใหล ไม่อาจทราบได้ว่าอีกฝ่ายเพียงแค่เลือกไปอย่างส่งๆ เพราะเริ่มหมดความอดทนหรือตั้งใจเลือกให้เพราะเห็นว่ามันเหมาะกับตนก็ตามที แต่เขารู้สึกชอบมันมาก ถึงแอชลีย์จะโยนมันมาให้โดยบังเอิญแต่ก็ไม่มีความรู้สึกน้อยใจหรือใดใดก็ตามเกิดขึ้นภายในใจของเด็กหนุ่มเลยสักนิด


“ชอบวงนี้หรือคะ”


พนักงานสาวที่คอยท่าอยู่นานแล้วระบายรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นคุณชายท่านนี้ไม่ยอมถอดแหวนออกเสียทีจึงรีบเอ่ยแนะนำ


“ตัวเพชรเม็ดกลางนี้มีขนาดหนึ่งกระรัตค่ะ ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไปเหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบดีไซน์เรียบง่าย ส่วนตัวเรือนประมาณ 0.26 กระรัต เป็นเพชรน้ำ 100 % เลยนะคะคุณชาย”


“เอาวงนี้ก็ได้ครับ”


ซินเธียเดิมไม่ใช่คนเรื่องมากอยู่แล้วประจวบเหมาะกับรู้สึกชอบแหวนวงนี้ตั้งแต่แรกเห็นจึงตกลงไปทันที เขาถอดแหวนส่งคืนให้พนักงานสาวเบต้า “แต่มันหลวมไปสักหน่อย”


“ช่วยวัดขนาดนิ้วนางข้างซ้ายของเขาแล้วปรับแก้ให้ทีครับ ส่วนด้านในแหวนสลักเป็นคำว่าวาเลนเธีย”


“ท่านชายคิมจะรับสักวงด้วยไหมคะ”


“เอาแบบที่เหมือนกับเขา”


“ดูเหมือนตระกูลคิมกำลังจะมีข่าวดีนะคะ ใช้เวลาสักครู่ทางเราจะรีบปรับแก้ขนาดแหวนให้ค่ะ”


ในต้นประโยคนั้นเธอส่งรอยยิ้มเลยมาถึงซินเธียที่กำลังนั่งใจระส่ำอยู่ ฝั่งอัลฟ่าผู้นำตระกูลใหญ่เมื่อสั่งการยืดยาวจบก็กอดอกนั่งพิงพนักโซฟารอโดยไม่ปริปากเอ่ยอะไรอีก


เพราะมัวแต่สนใจแหวนบนมือซินเธียจึงไม่ได้สนใจอีกว่าสรุปแล้วโอเมก้าคนนั้นได้สิ่งที่ตนเองต้องการหรือไม่ เมื่อหันไปดูอีกครั้งบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ก็ว่างเปล่าแล้ว คนทั้งสองนั่งรออยู่ชั่วขณะหนึ่งพนักงานสาวคนเดิมกลับมาพร้อมถุงสีกระดาษหรูหราน้ำเงินเข้ม บนตัวถุงมีตัวอักษรสีเงินตวัดสวยงามเป็นชื่อของร้าน เธอหยิบกล่องกำมะหยี่สีเดียวกันออกมาเปิดให้ทั้งคู่ดูอีกครั้งก่อนชำระเงินเพื่อตรวจสอบเผื่อว่าลูกค้าอยากจะปรับแก้ตรงไหนเพิ่มเติม


แอชลีย์หยิบแหวนที่เล็กกว่าขนาดนิ้วของตัวเองขึ้นมาสร้างความฉงนให้กับคนมองอย่างซินเธีย เด็กหนุ่มนึกว่าอีกคนจะหยิบแหวนของตัวเองมาตรวจสอบเพราะตั้งแต่ต้นเจ้าตัวยังไม่เคยลองสวมเลยสักครั้ง  ส่วนแหวนของแอชลีย์นั้นตัวเพชรมีขนาดใหญ่กว่า รวมถึงรูปทรงของแหวนก็มีความหนากว่า ปรับให้เข้ากับบุคลิกและอัลฟ่าผู้สวมใส่


คนตัวโตยื่นมือมาด้านหน้าไม่บอกไม่กล่าว ครั้งแรกซินเธียไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่ายจนกระทั่งเห็นนัยน์ตาสีอำพันคู่นั้นเหลือบมองมือตนเองถึงได้ยื่นมืออกไปด้วยความมึนงง มือใหญ่กุมมือของเด็กหนุ่มไว้แล้วดึงเข้าหาตัวเองเล็กน้อยก่อนจะสวมแหวนในมือลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของว่าที่คู่พันธะ


ในวินาทีนั้นคนถูกสวมแหวนเผลอเกร็งตัวไปชั่วขณะ จับจ้องทุกวินาทีที่ตัวแหวนถูกเลื่อนเข้ามาบนนิ้วเชื่องช้า พอเลื่อนสายตาไปมองคนที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองก็อดจะเม้มปากไม่ได้


แหวนวงนั้นมันพอดีกับนิ้วเรียวสวยสีน้ำผึ้ง


“เหมาะมากเลยค่ะ”


ซินเธียได้แต่ส่งยิ้มเก้อเขินกลับไปให้ รู้สึกทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ


“แล้วคุณไม่ลองสวมดูหรือครับ”


พอไม่รู้จะทำตัวอย่างไรถึงได้หันไปถามคนที่เอาแต่นั่งมองกันเงียบๆ แต่คำตอบของอีกฝ่ายกลับเป็น...


“ถ้าเขาวัดขนาดไปแล้วอย่างไรเสียมันก็ต้องใส่ได้ ไปได้แล้ว เรายังต้องไปจัดการเรื่องอื่นกันต่ออีก”





TBC..

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
แต่ละบทเราตั้งใจอ่านมากค่ะ พยายามให้จบช้าที่สุด อยากอ่านต่อไปเรื่อยๆเลย
การกระทำของท่านแอชลีย์ชวนให้ใจสั่น แต่ทำไมเปิดปากพูดแต่ละครั้งมันช่าง... น้องซินเธียรู้สึกยังไง เราไม่รู้ แต่คนอ่านอย่างเราเนี่ยหน้าชาไปแล้ว โธ่ จะบอกให้น้องช่วยสวมแหวนให้หน่อยก็ไม่ได้

 :pig4:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
หยิบแหวนใส่ให้เองเลยเหรออออ  :hao3: :hao3:

ออฟไลน์ 2pmui

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1520
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
ติดตามๆน้องซิน

ออฟไลน์ monrita

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0


บทที่ 4




ผันผ่านมาจวนครบสัปดาห์แล้วของการมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดน หลังจากหัวหมุนจัดการธุระเรื่องงานแต่งงานในคราวนั้นซินเธียก็ไม่ได้เยื้องกายออกจากคฤหาสน์อีกเลย นั่นก็เป็นเรื่องดีอย่างหนึ่ง เขายังรู้สึกแปลกกับการต้องเผชิญหน้ากับชาวแดนเหนือในจำนวนมากๆ ยิ่งต้องไปเดินอยู่ในกลุ่มฝูงชนยิ่งรู้สึกเกร็ง


โอเมก้าหนุ่มคุ้นชินกันการอยู่กับธรรมชาติ ควบม้าไปทั่วทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เพียงลำพัง ขบคิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แน่นอนว่างานวิวาห์นี้ไม่เคยอยู่ในความคิดของเด็กหนุ่มเลยสักนิด


แต่ก็ทั้งรู้และพยายามเข้าใจว่าที่ท่านพ่อส่งตนมายังสถานที่ห่างไกลเช่นนี้ก็เพื่อรักษาชีวิต


ท่านบอกว่าตนนั้นรู้ดีว่าเวลาของตระกูลวาเลนคงไม่อาจยืนยาวไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว ใจหนึ่งก็รู้สึกผิดกับตระกูล หากว่า ถ้าหากว่าเขาเกิดมาเป็นอัลฟ่าแล้วล่ะก็คนเหล่านั้นคงไม่อาจทำตัวเหิมเกริมได้ขนาดนี้ ซินเธียจะไม่ยอมให้พวกตระกูลสายรองมาข่มกันได้


เขาในเวลานี้ทำอะไรเพื่อท่านพ่อ เพื่อตระกูลไม่ได้เลย


เด็กหนุ่มนั่งพิงกับกรอบหน้าต่าง ดวงตาทอดยาวออกไปยังความมืดมิดสุดลูกหูลูกตาของทิวป่าสน ขณะนี้ดึกมากแล้วทว่าคนร่วมห้องเคียงเตียงยังไม่กลับมา มันทำให้เขา...


นอนไม่หลับ


ซินเธียจำได้ คืนแรกในวินเทอร์ฟอลเขารู้สึกทั้งเกร็งและกระอักกระอ่วนแค่ไหน ยิ่งการต้องมาร่วมเตียงกับอัลฟ่าครั้งแรกแบบนี้แล้วประสาทสัมผัสการเฝ้าระวังภัยยิ่งตื่นเป็นพิเศษ ทว่าอีกคนไม่ได้ทำสิ่งเกินเลยอะไรไปนอกจากการล้มตัวลงนอนบนพื้นที่ข้างกันเงียบเชียบทุกอย่างดูเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติจนกระทั่งเข้าสู่ห้วงนิทรา ทำราวกับว่าในห้องนี้ไม่ได้มีสมาชิกเพิ่มเข้ามา เป็นแบบนี้มาอยู่หลายวันจนซินเธียเริ่มจะชิน


แอชลีย์ คิม


ผู้ชายคนนั้น ถึงความสัมพันธ์ของเราจะค่อนข้างห่างเหิน ถึงเขาจะเย็นชาแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยปล่อยให้ซินเธียต้องลำบากใจ ช่วงกลางวันอีกฝ่ายจะออกไปทำงานตอนเย็นก็จะกลับมาทานข้าวด้วยกันและเข้านอนพร้อมกัน ยามอยู่ข้างนอกก็ไม่เคยทิ้งให้เด็กหนุ่มอยู่ลำพังแม้เพียงสักครั้ง


ยอมรับว่าคืนนี้พอคิดว่าอีกคนจะไม่กลับมานอนด้วยกันใจมันก็หวิวๆ ความรู้สึกกังวล กระสับกระส่ายดังในคืนแรกกลับมาอีกครั้ง ต่อให้เราไม่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือแตะเนื้อต้องตัวแต่การรับรู้ว่าอีกด้านหนึ่งของเตียงยังมีร่างสูงของอัลฟ่าหนุ่มนอนหลับสนิทอยู่ไม่ไกลหัวใจมันก็ยากจะปฏิเสธว่ารู้สึกปลอดภัยจนน่าประหลาด


ข่มตานอนไม่หลับจนต้องลุกมานั่งถอนใจทิ้งอยู่ริมหน้าต่าง ไอเย็นจากลมหนาวทะลุผ่านกำแพงเข้ามาต่อให้ในห้องจะมีเตาผิงก็ตาม เด็กหนุ่มกอดตัวเองเอาไว้หลวมๆ สำหรับชาวแดนใต้แล้วอากาศระดับนี้ก็นับว่าหนาวเกินไปอยู่ดี พอจิตใจไม่สงบสมองก็เริ่มคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย


คิดถึงแสงแดดยามเช้าในธอร์น


คิดถึงสายลมอุ่นพัดผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่

คิดถึงอาชีร่าเจ้าม้าแสนรู้ที่พาเขาท่องไปทั่วทุกหนแห่ง

คิดถึงแคลร์ที่คอยรับฟังทุกความกังวลใจ

คิดถึงท่านพ่อ ที่ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

และ...


แอ๊ด...


คนเหม่อลอยสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ ร่างกายตื่นตัวสุดขีดรวมถึงหัวใจที่เต้นระรัว ดวงตาจ้องเขม็งไปยังบานประตูมันถูกเลื่อนเปิดออกทีละน้อยแต่เมื่อเห็นว่าเบื้องหลังบานไม้สลักลายนั้นคือร่างสูงใหญ่เจ้าของห้องตัวจริงถึงได้พรูลมหายใจออกมาเสียยาวยืด


ฝ่ายแอชลีย์ซึ่งติดประชุมลากยาวตั้งแต่ช่วงเย็นจนกว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จก็เป็นเวลาดึกค่อนข้างมากแล้ว ไม่ทันจะได้แม้แต่ทานมื้อเย็นกัน ทั้งเหนื่อยและหิวจนแยกแยะไม่ออกว่าควรจะพักผ่อนทันทีหรือหาอะไรใส่ท้องสักหน่อย


ในระหว่างทางกลับห้องนอนก็คิดว่าอีกคนที่อยู่ร่วมห้องกันคงจะนอนหลับไปแล้ว ทว่า เมื่อเปิดประตูเข้ามากลับต้องประหลาดใจ เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเจอเจ้าโอเมก้ายังคงนั่งกอดตัวเองท้าลมหนาวอยู่ริมหน้าต่าง


“ดึกป่านนี้ ทำไมยังไม่นอน”


คนถูกถามได้แต่อึกอัก ดวงตากลมโตสีเงินคู่นั้นกลอกไปมาด้วยไม่กล้าตอบว่าพอไม่มีอีกคนอยู่ด้วยก็รู้สึกกระวนกระวายใจจนไม่สามารถข่มตาลงนอนได้


“เรา... นอนไม่ค่อยหลับ” สุดท้ายก็ได้แต่อ้อมแอ้มตอบไป ก็ดูอีกคนจ้องมาเสียคาดคั้นขนาดนั้นซินเธียรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนดุอย่างไรชอบกล


คนมีชนักติดหลังจึงพยายามหาบทสนทนาอะไรสักอย่างมาเพื่อทำลายบรรยากาศอึมครึมนี้เสีย


“แล้วทานมาอะไรมาหรือยังครับ” อันที่จริงอยากจะถามว่าเหนื่อยหรือเปล่า สังเกตจากใบหน้าอิดโรยนั้นแต่ไม่กล้าเซ้าซี้มาก ดูจากท่าทางคงจะไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เย็นซึ่งก็เป็นความจริงเมื่อเจ้าตัวส่ายหน้าเนือยๆ


“อ่า...”


“มีอะไร”


“ในครัวยังพอจะมีซุปเหลืออยู่บ้าง” คนอ่อนกว่าอ้อมแอ้มตอบ ใช้นิ้วชี้เขี่ยปลายคางอย่างคนประหม่าขณะเอ่ยประโยคถัดมา “ถ้าคุณอยากทานเราจะอุ่นให้ อย่างน้อยก็พอช่วยรองท้องได้”


ซินเธียเม้มปากขณะรอคำตอบจากคนตัวโต แอชลีย์เลิกคิ้วสูงคล้ายไม่คาดคิดในคำถามเขาเงียบไปนานมากราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง


จู่ๆ ก็รู้สึกใจแป้วขึ้นมา กลัวจะถูกต่อว่าเรื่องจุ้นจ้านมากเกินไป


แต่ที่ถามก็เพราะไม่อยากให้อีกคนปล่อยท้องว่างไปนานๆ อย่างน้อยได้ดื่มซุปสักถ้วยก็จะช่วยให้นอนหลับได้สบายมากกว่านี้


แอชลีย์ส่งเสียงอืมกลับมาคำหนึ่งหลังเงียบไปพักใหญ่ “เอาอย่างนั้นก็ได้”


เพราะชายหนุ่มรู้สึกหิวเกินจะนอนหิ้วท้องต่อไปจนถึงตอนเช้าจริงๆ นั่นแหละ


“เดี๋ยวเราลงไปอุ่นให้” เมื่อได้รับคำอนุญาตก็เผลอยิ้มตาหยีอย่างคนดีใจ รีบเร่งผละออกมาจากบานหน้าต่างมุ่งหน้าลงไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมมื้อดึกให้กับว่าที่คู่พันธะทันที ด้วยทางทางตื่นเต้นนี้ดูแปลกตาไปสักหน่อยกับเจ้าชายผู้เงียบขรึมเฉกเช่นวันแรกในสายตาของคนมองอย่างแอชลีย์


แต่ใครจะรู้ว่าความดี๊ด้าที่ออกจะเกินไปในครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากความดีใจที่อีกคนกลับบ้านมาเสียทีต่างหาก



ซินเธียลงมาอุ่นซุปในครัวให้กับคนพึ่งกลับบ้าน จำได้ว่าตอนมื้อเย็นเขาเลือกกินมันน้อยที่สุด เดิมทีอาหารของทางแดนเหนือก็ไม่ค่อยถูกปากอยู่แล้วแต่ก็ยังสามารถกินได้ ซินเธียไม่ใช่คนเรื่องมากแต่กับซุปหม้อนี้เกินทนมากจริงๆ คุณพ่อบ้านพอเห็นว่าท่านชายแทบไม่แตะซุปบนโต๊ะอาหารเลยนำมันไปเก็บไว้


ในระหว่างยกหม้อซุปออกมาอุ่นโอเมก้าหนุ่มลูบคางใช้ความคิด แอชลีย์พึ่งกลับมาท่าทางเหนื่อยอ่อนเดาว่าคงยังไม่ได้กินมื้อเย็นเลยด้วยซ้ำ แค่ซุปหนึ่งชามคงไม่พออีกทั้งซุปในหม้อเวลานี้ทั้งเย็นชืดแล้วก็ไม่ค่อยมีสารอาหารไม่ต่างอะไรกับการดื่มน้ำเปล่า คิดได้ดังนั้นจึงเริ่มค้นเอาเนื้อสัตว์ออกมาใส่เพิ่มลงไปเคี่ยวจนซุปเริ่มส่งกลิ่นหอมก็ชักหิวตามจึงจัดการใส่เครื่องเทศที่พอจะหาได้ใกล้เคียงกับทางบ้านเกิดใส่เพิ่มลงไปอีก รอจนน้ำเดือดอีกครั้งกลิ่นหอมของเครื่องเทศก็ลอยฟุ้งเรียกน้ำย่อย


ขณะกำลังง่วนอยู่ก็รู้สึกได้ถึงฝีเท้าที่กำลังเดินใกล้เข้ามา ซินเธียหันไปมองว่าที่คู่พันธะ แอชลีย์ในเวลานี้อยู่ในชุดนอนผ้านิ่มสีเทา เส้นผมสีดำมีความชื้นเล็กน้อยจากการสระผมแล้วถูกเช็ดจนหมาดน้ำ อีกฝ่ายไม่ได้เดินมาตัวเปล่าแต่กลับถืออะไรบางอย่างติดมือมาด้วย


อะไรบางอย่างที่ว่านั่นถูกคลุมลงบนลาดไหล่ทั้งสองข้างของคนที่มัวง่วนอยู่กับการเคี่ยวซุป วินาทีนั้นซินเธียพึ่งนึกออกว่าเขาหนาวมากจริงๆ


“ข้างล่างจะเย็นกว่าข้างบน”


อีกฝ่ายกล่าวเสียงเรียบ ดวงตามีความง่วงงุนอยู่ในที


ข้อนี้ซินเธียไม่เถียง ได้แต่พึมพำกล่าวคำขอบคุณเบาๆ แล้วหันไปตักซุปซึ่งเคี่ยวได้ที่แล้ว บรรยากาศในชั้นหนึ่งของคฤหาสน์ตอนนี้เงียบสงัดแสงสว่างมีเพียงบริเวณห้องครัวเท่านั้นอากาศจึงยิ่งดูหนาวเย็นขึ้นไปอีก แอชลีย์นั่งลงบนโต๊ะไม้ชุดเล็กในห้องครัวไม่ได้ออกไปกินกันในห้องอาหารอย่างทุกที


ซินเธียตักซุปที่ได้รับการปรุงใหม่ไปวางตรงหน้าของอัลฟ่าสูงศักดิ์ เจ้าตัวขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะกลิ่นเครื่องเทศดูแรงกว่าปกติ อีกทั้งหน้าตายังไม่เหมือนซุปที่ทางห้องครัวทำให้อย่างเคย


“เราใส่เนื้อเพิ่มลงไปกับใส่เครื่องเทศให้มากหน่อย คุณลองทานดูสิครับว่าถูกปากหรือเปล่า”


ซุปหม้อนี้ถูกปรุงใหม่ตามสูตรของชาวแดนใต้ซึ่งอาหารจะเน้นการปรุงด้วยเครื่องเทศกับเนื้อสัตว์เป็นหลัก แม้จะไม่ตรงตามต้นฉบับร้อยเปอร์เซ็นแต่ซินเธียก็พยายามหาวัตถุดิบที่มีความใกล้เคียงกันที่สุดจนได้รสคล้ายคลึงกัน พอได้มองแบบนี้แล้วจู่ๆ เด็กหนุ่มก็รู้สึกคิดถึงบ้านเกิดขึ้นมา


แอชลีย์ตักซุปขึ้นชิมไม่ปริปากอะไรอีก เขาจัดการซุปในชามไปเงียบๆ เห็นดังนั้นซินเธียจึงจัดการส่วนของตัวเองบ้าง คำแรกผ่านไป คำที่สอง คำที่สามจนกระทั่งคำสุดท้ายผ่านพ้นไปเมื่อชามสีขาวว่างเปล่าคนตัวสูงก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเอ่ยวิจารณ์อะไรแม้สักครึ่งคำจนคนลุ้นระทึกอย่างซินเธียรู้สึกกระสับกระส่าย


เขาดูนิ่งมาก ใบหน้าคมคร้ามนั้นไม่ปรากฏปฏิกิริยาอะไรเลยจึงไม่อาจเดาได้ว่ารสชาตินั้นถูกปากหรือไม่ จะว่าไม่ชอบ... เด็กหนุ่มเหลือบมองความว่างเปล่าในชามดวงตาฉายแววครุ่นคิด


บางทีท่านชายคิมอาจจะหิวมากก็เป็นได้


“คุณอยากจะเติมไหมครับ”


ซินเธียลองหยั่งเชิง ดูเหมือนในหม้อจะยังเหลืออีกนิดหน่อย...


“พอแล้ว”


แอชลีย์ยกผ้าเช็ดปากแล้วจิบน้ำตาม ทุกท่วงท่าล้วนสง่างามสมกับความเป็นอัลฟ่าจากตระกูลสูงศักดิ์ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เด็กหนุ่มอยากจะรับรู้


“เอ่อคือ...”


“อะไร” เจ้าตัวเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเข้มขึ้นอีกระดับราวกับรู้สึกรำคาญใจเต็มทน


“มัน... ดีไหมครับ” หมายถึงรสชาติ


“อืม”


“…”


“ดี”


หลังจากทำงานอย่างหนักหน่วงจนกลับบ้านดึกดื่น เช้าวันนี้แอชลีย์ตัดสินใจว่าจะพักผ่อนอยู่บ้านไม่ออกไปไหน ชายหนุ่มนั่งอ่านหนังสือด้วยท่าทางหย่อนอารมณ์อยู่บริเวณห้องเรือนกระจก ถัดมาไม่ไกลมีโอเมก้าจากต่างแดนกำลังศึกษาวัฒนธรรมของชาวแดนเหนืออย่างขะมักเขม้น


ซิยเธียใช้เวลาทั้งเช้าหมดไปกับการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ จากคุณพ่อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวางตัว มารยาทในงานเลี้ยง วิธีการดื่มชาอย่างถูกต้อง แม้กระทั่งการชงชาเองก็ยังไม่ละเว้น


เด็กหนุ่มก้มหน้าก้มตาจดบันทึกตามการบรรยายของคุณพ่อบ้าน ก้มหน้าก้มตามากเสียจนปอยผมสีจินเจอร์ช่อหนึ่งร่วงตกลงมาจากลาดไหล่ก็ไม่นึกสนใจปัดทิ้ง ข้อมูลมหาศาลเสียจนเขาย่อยไม่ทัน เรื่องพื้นฐานบางอย่างซินเธียรู้อยู่แล้ว ตั้งแต่บรรลุนิติภาวะอายุ 18 ปีท่านพ่อก็ให้ออกงานสังคมบ้างเป็นบางครั้ง


ทว่า งานเลี้ยงทางบ้านเกิดเขาน่ะไม่ได้มีเรื่องหยุมหยิมมากมายอย่างที่คุณพ่อบ้านบรรยายออกมา พิธีรีตองหรือก็ไม่ได้ละเอียดยิบย่อยถึงเพียงนี้ ขอแค่มีสุราชั้นดีซึ่งถูกบ่มมาแรมปีกับอาหารเครื่องเคียงรสเลิศ หญิงนักระบำเพื่อสร้างความบันเทิงก็ถือเป็นงานเลี้ยงแสนพิเศษ


ไม่ได้มีเรื่องอย่างการถือแก้วไวน์อย่างไรให้ดูสง่างาม ดื่มไวน์อย่างไรให้ได้รสชาติดีเยี่ยม การใช้มีดกับส้อม รวมไปถึงการยิ้มในเชิงธุรกิจ การสวมเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมยิบย่อยไปหมดจนเด็กหนุ่มรู้สึกปวดหัว เคี่ยวกรำกันอยู่นานจนกระทั่งสาวใช้คนหนึ่งเข้ามาแจ้งว่ามีแขกมาเยือนคฤหาสน์คิม คุณพ่อบ้านจึงหยุดบรรยายชั่วคราวแล้วขอตัวเดินออกไปต้อนรับด้วยตนเอง


ซินเธียรู้สึกตระหนกขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้แล้วมีแขกมาเยือน ในขณะกำลังชั่งน้ำหนักอยู่ว่าตนควรจะหลบฉากออกไปหรือว่านั่งอยู่ตรงนี้ต่อไปดี อัลฟ่าและโอเมก้าคู่หนึ่งก็เดินเข้ามาภายในห้องเรือนกระจกแห่งนี้เสียก่อน คนทั้งสองแต่งกายด้วยชุดสูทเรียบหรูโทนเข้มดูเข้าคู่กันท่าทางเหมือนเรียมพร้อมจะไปงานเลี้ยงสักแห่ง


พอมองไปยังแอชลีย์ฝ่ายนั้นก็พยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้เด็กหนุ่มเข้าไปนั่งข้างกัน ซินเธียลุกไปหย่อนตัวบนโซฟาตัวนั้นด้วยความรู้สึกประหม่า จะบอกว่าเป็นประเภทตื่นคนแปลกหน้าก็ไม่ค่อยผิดนัก ปกติเขามักถูกสั่งให้อยู่แต่ในที่พักของตัวเองเป็นส่วนใหญ่หรือไม่ก็ขี่ม้าออกไปหาที่เงียบสงบอยู่กับตัวเองเงียบๆ


“มาถึงนี่มีธุระอะไรล่ะ”


ฝ่ายเจ้าบ้านเปิดปากก็เข้าประเด็นทันทีโดยไม่อ้อมค้อมหลังจากพ่อบ้านช่วยเสิร์ฟชาให้กับแขกยามสายของวัน


“แค่อยากจะมาเห็นหน้าเจ้าสาวของคุณก็เท่านั้น ว่าเป็นคนแบบไหน” โอเมก้าเรือนผมสีอ่อนเอ่ยขึ้นอย่างหย่อนอารมณ์ มุมปากมีรอยยิ้มเล็กๆ ประดับ ใจความไม่มีการอ้อมค้อมเช่นเดียวกับเจ้าบ้าน “ไม่คิดจะแนะนำกันสักหน่อยหรือท่านชายคิม”


คนที่จู่ๆ ก็โดนพาดพิงผงะไปเล็กน้อย ด้วยไม่คาดคิดกับคำตอบของโอเมก้าคนนั้น พลันสายตาก็เหลือบไปมองคนข้างกาย แอชลีย์ยังคงท่าทีสงบ ใบหน้าคมคร้ามเรียบนิ่งทว่าดวงตาเจือแววรำคาญใจออกมา


ไม่รู้เพราะฝังใจกับเรื่องในอดีตที่เคยไปประกาศจะช่วงชิงเพื่อนของเจ้าตัวอย่างออกนอกหน้าหรือเปล่า ทุกวันนี้เจอหน้ากันทีไรคุณชายอิลลาเรียนถึงได้จ้องแต่จะกวนประสาทกันทุกที ดูก็รู้ว่าทั้งคู่มาหากันถึงที่ไม่ได้จะต้องการมาเพียงเพื่อจะดูหน้าว่าที่คู่ของตนจริง


“ซินเธีย นี่คือโจชัว ฮิลตันและออร์เวล อิลลาเรียน” ชายหนุ่มผายมือแนะนำตัวแขกผู้มาเยือนตามลำดับ


“สวัสดีครับ”


ซินเธียค้อมหัวให้กับคนทั้งสอง ตั้งแต่มาวินเทอร์ฟอลอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องจดจำก็คือเมืองแห่งนี้มีสี่ตระกูลใหญ่คอยปกครองและคานอำนาจ จากความทรงจำนอกจากนั้นยังมีตระกูลสำคัญอีกหลายตระกูลที่คุณพ่อบ้านเคยพูดถึง ฮิลตันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น


“คุณดูเด็กกว่าที่ผมคิดมาก” ออร์เวลกล่าวยิ้มๆ หลายวันก่อนเจย์เดนเคยพูดถึงเจ้าชายจากต่างแดนคนนี้ให้ฟังพอสมควร เพื่อนของเขากล่าวว่าคุณชายวาเลนเธียคนนี้เป็นคนที่น่ารักคนหนึ่ง และพอยิ่งได้มาประสบพบเจอกันต่อหน้าก็ยิ่งลบภาพข่าวลือบ้าบอของคนดินแดนทางใต้ออกไปโดยสิ้นเชิง


ก็ไม่เห็นจะดูน่ากลัวป่าเถื่อนอะไร ดูจะเป็นเด็กขี้อายด้วยซ้ำ!


ฝ่ายซินเธียได้แต่ยิ้มตอบกลับไปอย่างเก้อเขิน ปกติก็ไม่ใช่คนพูดมากอะไรยิ่งมาเจอคนที่ดูจะอัธยาศัยดีอย่างคุณชายอิลลาเรียนแล้วก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก


“ผมพึ่งเคยมาคฤหาสน์คิมเป็นครั้งแรก ถ้าไม่เป็นการรบกวนก็อยากจะเดินดูรอบๆสักครั้ง”


อีกฝ่ายเอ่ยปากออกมาขนาดนั้นซินเธียก็เข้าใจความนัยได้เป็นอย่างดีจึงตอบตกลงลุกขึ้นเดินนำอีกฝ่ายออกมายังสวนด้านหลัง เช่นเดียวกับคุณพ่อบ้านเองก็รู้หน้าที่จัดการเตรียมชุดน้ำชาไว้ให้พร้อมแล้ว


ลับหลังโอเมก้าทั้งสองโจชัวที่นั่งเงียบมานานก็เปิดปากขึ้น “จนวันนี้ฉันก็ยังประหลาดใจที่นายยอมรับข้อเสนอของลิมเบิร์ก วาเลน”


“ตัวคนก็มาถึงที่แล้วยังต้องสงสัยอะไรอีกล่ะ” แอชลีย์ยกกาแฟขึ้นจิบ ท่าทางไม่แยแสอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว “สรุปมาถึงนี่คงไม่ได้มาเพื่อถามคำถามไร้สาระเหมือนคู่ของนายหรอกนะ”


“แน่นอนว่าไม่” โจชัวขมวดคิ้ว เรื่องพูดจายั่วยุให้รู้สึกโมโหก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มไม่อยากเสวนากับอีกฝ่ายนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมเข้าเรื่องสักที ยังคงเอ่ยถึงโอเมก้าจากต่างแดนต่อไป “ฉันไม่คิดว่านายจะได้ประโยชน์อะไรจากการแต่งงานกับเด็กคนนั้นหรอกนะ” เขาหรี่ตา


“ลิมเบิร์กยื่นข้อเสนออะไรให้นายกันแน่”


โจชัวพูดถูก พูดกันตามทฤษฎีแล้วงานวิวาห์ครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการแต่งงานการเมืองโดยมีคำว่าเชื่อมสัมพันธ์บังหน้า ลิมเบิร์กต้องการปกป้องลูกชายเพียงคนเดียวที่เป็นโอเมก้าของตนในตอนที่เขาเห็นว่าตัวเองไม่อาจพยุงอำนาจของตระกูลสายหลักได้อีกต่อไป การส่งซินเธียมายังยังวินเทอร์ฟอลจะทำให้เด็กหนุ่มกลายเป็นคนของตระกูลคิม คนจากแดนใต้จะไม่กล้าแตะต้องซินเธียอีก


ในขณะเดียวกันเมื่อคนทั้งสองแต่งงานและจับคู่กันแอชลีย์เองก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลวาเลน เดิมดินแดนแห่งนั้นก็ส่งต่ออำนาจทางสายเลือดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นชายหนุ่มเองก็จะมีอำนาจส่วนหนึ่งในธอร์นหรือดินแดนทางใต้เช่นกัน ยิ่งเมื่อซินเธียให้กำเนิดอัลฟ่าออกมาเด็กคนนั้นก็จะได้ขึ้นเป็นผู้นำของแดนใต้ นั่นคือสิ่งที่หลายคนรับรู้


ซึ่งหากคิดไตร่ตรองให้ดีมันเป็นการค้าที่ขาดทุนชัดๆ


ดินแดนทางใต้นั้นช่างแสนห่างไกล ปลีกวิเวกไม่ได้ติดต่อกับเมืองอื่นๆ และเมืองพันธมิตรเหล่านั้นก็ไม่คิดจะเยื้องกรายเข้าไปในสถานที่สุดขอบแดนแห่งนั้นแน่นอน ต่อให้เป็นคนที่หลงใหลในอำนาจและทะเยอทะยานอย่างแอชลีย์ คิม ก็ไม่เห็นว่ามันเป็นประโยชน์อะไรกับตัวเอง ตระกูลคิม หรือแม้กระทั่งวินเทอร์ฟอล


ต่อให้มีอำนาจหรือสิทธิการปกครองแดนใต้แล้วอย่างไร


สองดินแดนอยู่ห่างกันจนแทบเหมือนคนละโลก ตัดขาดไม่เคยคิดยุ่งเกี่ยวกันมาก่อนมีเพียงสัญญาไม่รุกรานกันจากผู้นำของแต่ละฝ่ายเมื่อร้อยปีก่อนเท่านั้น ต่อให้เป็นโจชัวเองฝ่ายนั้นมาเชิญไปเป็นราชาถึงที่ตีให้ตายก็ไม่ไปหรอก


แอชลีย์เหลือบมองโอเมก้าตัวน้อยซึ่งกำลังนั่งสนทนากับคุณชายอิลลาเรียนอยู่ในสวนผ่านบานกระจกใส ภายในห้องเรือนกระจกแห่งนี้สามารถมองบรรยากาศของสวนด้านหลังคฤหาสน์ได้ชัดเจนแทบจะทุกมุม มองอยู่นานโดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมานอกจากเสียงหัวเราะในลำคอ




TBC

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
น้องซินเธียน่าเอ็นดูอีกแล้ว
คุณแอชลีย์ตั้งใจจะทำอะไรนะ

 :pig4:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
แสดงว่าคิดแล้วว่าข้อเสนอไม่ขาดทุน รึเปล่า
 :ling2:

ออฟไลน์ Funnycoco

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ติดตามเรื่องนี้จ้าา ชอบมากกกกก  :pig4:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

ออฟไลน์ monrita

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0


บทที่ 5




ออร์เวลนั่งเท้าคางอมยิ้มมองโอเมก้าสีผมแปลกตาตรงหน้า เวลานี้ไม่มีใครยอมปริปากอะไร ฝ่ายคนเป็นแขกคล้ายกับกำลังนั่งสำรวจโอเมก้าจากต่างแดนคนนี้ แววตาคู่นั้นราวกับกำลังมองทะลุเข้าไปให้ลึกสุดถึงภายใน ฝ่ายเจ้าบ้านก็ได้แต่นั่งมือทั้งสองบนหน้าตักบีบเข้าหากันด้วยความประหม่ารอคอยให้คุณชายอิลลาเรียนพูดอะไรสักอย่างออกมาเสียที


เพราะหากเจ้าให้ตนชวนคุย ก็ไม่รู้จะคุยอะไร


นานทีเดียวกว่าออร์เวลจะยอมเลิกแกล้งเด็กหนุ่มตรงหน้า เริ่มชวนคุยด้วยประโยคง่ายๆ อย่างการถามสารทุกข์สุขดิบ


“มาอยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้างครับ มีอะไรที่ทำให้รู้สึกลำบากใจหรือเปล่า”


เป็นเวลาราวหนึ่งสัปดาห์แล้วกับชีวิตในวินเทอร์ฟอล เมืองที่ถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลนและความหนาวเย็นแห่งนี้ ซินเธียหลุบสายตาลงต่ำ


“ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีครับ” ปลายนิ้วโป้งเลื่อนลงไปลูบแหวนเพชรน้ำงามบนนิ้วนางข้างซ้ายแผ่วเบาก่อนจะระบายรอยยิ้มจางๆ ออกมา “เสียแต่ผมไม่ค่อยชินกับอากาศของที่นี่สักเท่าไหร่”


“วินเทอร์ฟอลมักจะเต็มไปด้วยความหนาวเย็นเสมอ”


ออร์เวลยกชาขึ้นจิบ โครงศีรษะไปมาริมฝีปากยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม “ถึงทุกคนจะชินชากับความหนาวเย็นเหล่านี้แต่ก็ยังเฝ้ารอฤดูกาลแห่งชีวิตอยู่ดี”


“ฤดูกาลแห่งชีวิต?”


“ครับ มันคือฤดูใบไม้ผลิน่ะ เพื่อนของผม... หมายถึงเจย์เดน เมื่อตอนพวกเรายังเด็กกว่านี้เขามักชอบหนีเข้าไปวิ่งเล่นในป่าเสมอ ครั้งสุดท้ายที่เคยหนีไปเขาเจอกับอะไรรู้ไหม”


ซินเธียส่ายหน้า ไม่ปริปากเอ่ยแทรกอะไรเนื่องจากรู้ว่าอีกฝ่ายถามคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ


“เขาบอกผมว่าเจอหมาป่าตัวหนึ่ง มันตัวใหญ่และน่ากลัวมากเจย์เดนเกือบจะถูกมันขย้ำอยู่แล้ว” ออร์เวลหัวเราะออกมาด้วยท่าทางผ่อนคลายก่อนจะเล่าต่อ


“ไม่รู้เรียกว่าโชคชะตาหรือว่าอะไร มีหมาป่าตัวหนึ่งกระโจนเข้ามากัดหมาป่าดุร้ายตัวนั้นสู้จนกระทั่งมันหนีไป เจย์เดนทั้งตกใจและหวาดกลัวขยับตัวแทบไม่ได้ แต่แปลก หมาป่าตัวนั้นกลับทำแค่ยืนจ้องเขาเฉยๆ ดวงตาของมันเป็นสีครามงดงามราวกับท้องทะเลก็ไม่ปาน มันดึงดูดอย่างน่าประหลาด”


ออร์เวลไล้ปลายนิ้วไปตามขอบแก้วชาเชื่องช้าปากก็ยังขยับขานเรื่องราวต่อไป ซินเธียไม่ค่อยเข้าใจว่าอีกฝ่ายเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังทำไม บางทีอาจจะเพราะพูดถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วบังเอิญนึกถึงเรื่องราวของเพื่อนสนิทขึ้นมา


“วันนั้นที่เขามาเล่าให้ฟังฉันยังนึกขำ หยอกเขาไปว่าบางทีอาจจะเจอคู่แห่งโชคชะตาของตัวเองก็ได้แถมยังโดนด่าว่าไร้สาระอยู่เลย ใครจะรู้ว่าต่อมาเขาจะได้เจอเจ้าของดวงตาสีครามแสตราตรึงคู่นั้นจริงๆ”


“คุณหมายถึง...”


ใบหน้าของคาร์ลิน ไล วาบเข้ามาในความคิด เขามีดวงตาสีครามราวกับท้องทะเลจริงๆ การพบกันครั้งนั้นถึงจะเป็นช่วงเวลาเร่งรีบแต่ซินเธียก็จำดวงตาคู่นั้นได้ขึ้นใจ


คู่แห่งโชคชะตาอย่างนั้นหรือ


“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องโรแมนติกมากเลยนะ น่าเสียดายที่โจชัวไม่ใช่คู่แห่งโชคชะตาของผม” เจ้าตัวว่าพลางกลั้วหัวเราะ “ถึงเราจะไม่ใช่คู่ที่โชคชะตาลิขิตมาแต่ผมก็รักเขาเหมือนเดิม แต่ก็อิจฉาเจย์เดนมากจริงๆ”


“ลูกชายของท่านชายมัวร์น่ารักมากเลยครับ” ซินธียนึกไปถึงวันที่ได้ไปเยือนคฤหาสน์มัวร์ “ดวงตาเขาเหมือนคุณพ่อของเขามากจริงๆ”


นี่เป็นสาเหตุที่เด็กหนุ่มสามารถจดจำดวงตาสีท้องทะเลแสนงดงามนั้นได้ขึ้นใจแม้จะได้พบอัลฟ่าจ่าฝูงเพียงระยะเวลาสั้นๆ


“อื้ม เจ้าตัวน้อยน่ารักมาก พูดถึงก็อดมันเขี้ยวขึ้นมาไม่ได้ หากว่าผมไม่มีเจมี่คิดว่าคงเทียวไปฟัดลูกชายเพื่อนถึงคฤหาสน์ทุกวัน”


“อ้อ ผมหมายถึงลูกชายของผมน่ะครับ” รีบพูดเสริมเมื่อเห็นแววตาฉงนมาจากคู่สนทนา


“เราเองก็อยากเจอเจมี่สักครั้งเหมือนกันนะครับ”


“น่าเสียดายตอนบ่ายพวกเราต้องไปงานเลี้ยงวันนี้เลยไม่ได้พาเขาออกมาด้วย” ในน้ำเสียงนั้นมีความเสียดายด้วยใจจริง “แต่ปกติผมมักจะพาเขาไปเล่นกับเจสเปอร์ที่คฤหาสน์มัวร์บ่อยครั้ง ถ้ามีเวลาท่านชายก็แวะมาจิบชายามบ่ายกับพวกเราสิครับ ผมเชื่อว่าเจย์เดนเองก็จะดีใจเช่นกัน”


“ถ้ามีเวลาว่างเราจะต้องไปแน่นอน” ซินเธียรับปากอย่างไม่ลังเล ถึงครั้งแรกที่พบกันจะรู้สึกเกร็งและประหม่าไปบ้าง แต่พอได้นั่งคุยกัน ฟังอีกฝ่ายเล่าเรื่องราวต่างๆ ด้วยบรรยากาศสบายๆ กำแพงในใจของเด็กหนุ่มก็เริ่มลดลง ยิ่งออร์เวลเป็นโอเมก้าเหมือนกันแล้วความสนิทใจต่ออีกฝ่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


ไม่บ่อยเลยกับการจะได้เจอคนที่เป็นโอเมก้าเหมือนกัน ส่วนท่านชายเจย์เดนคนนั้นหากมีเวลาได้สนทนากันอีกสักหลายประโยคเชื่อว่าความประหม่าในคราแรกจะต้องสลายไปอย่างแน่นอน


และเพราะกลัวอีกฝ่ายจะคิดว่าคำตอบของตนเป็นไปตามมารยาทจึงรีบเสริมไปอีกคำ


“เราอยากเจอเด็กๆ อีก ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันบรรยากาศคงสดใสไม่น้อย”


ซินเธียเอ่ยพร้อมยิ้ม เขาค่อนข้างชอบเด็ก ยิ่งเด็กตัวน้อยๆ ยิ่งดูน่ารัก นึกถึงสมัยยังอยู่ธอร์นถึงจะชอบขี่ม้าออกนอกเมืองบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่ควบม้าผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ตามชายแดนเขามักจะแวะเล่นกับเหล่าเด็กน้อยแถวนั้นเป็นประจำ


เพราะเด็กน้อยเหล่านั้นไม่มีพิษภัยอะไรมีเพียงความใสซื่อบริสุทธิ์


“คุณเองพอแต่งงานแล้วก็รีบมีสักคนสิครับ จะได้ทันมาวิ่งเล่นด้วยกัน” ออร์เวลเย้าแหย่อีกฝ่ายไปอย่างไม่คิดอะไร นอกจากการได้คู่ชีวิตที่ดีแล้ว เขาเชื่อว่าอีกสิ่งหนึ่งที่โอเมก้าหลายคนต้องการก็คือลูกน่ารักๆ สักคน เพราะไม่อย่างนั้นการอยู่บ้านคนเดียวคงเงียบเหงาน่าดู


นับดูแล้วหากว่าซินเธียให้กำเนิดเด็กออกมาสักคนในช่วงเวลานี้ อายุก็ยังไม่ถือว่าห่างจากลูกของออร์เวลและเพื่อนสนิทมากเกินไป นึกภาพเด็กๆ วิ่งเล่นด้วยกันในสวนเสียงดังครึกครื้นแล้วคงปวดหัวไม่น้อยทีเดียว


คุณชายอิลลาเรียนมัวแต่จมอยู่กับความคิดตัวเองเลยไม่ทันสังเกตว่าหลังจบประโยคนั้นของตน สีหน้าของคนฟังหม่นหมองลงไปถึงหลายส่วน


และเมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้ซินเธียทำได้เพียงส่งรอยยิ้มจืดเจื่อนกลับไป ในหัวนึกไปถึงคำพูดของอัลฟ่าว่าที่คู่ชีวิตเมื่อตอนอยู่ในคฤหาสน์มัวร์หลายวันก่อน


“อ่า ดูเหมือนผมจะต้องไปแล้ว”


ออร์เวลหันไปมองทางประตูด้านหลังของคฤหาสน์เห็นคนรักของตนยืนอยู่ตรงนั้น ดูท่าอัลฟ่าทั้งสองคงจะคุยธุระกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเลื่อนสายตาไปยังห้องเรือนกระจกพบว่าแอชลีย์ คิม ยังคงพักผ่อนอยู่ตรงนั้นราวกับว่าวันนี้เจ้าตัวไม่คิดจะออกไปไหนอีก


คุณชายอิลาเรียนหยัดตัวขึ้นเต็มความสูงเช่นเดียวกับซินเธีย ฝ่ายคนเป็นแขกค้อมหัวให้เล็กน้อยถือเป็นกิริยาที่ให้เกียรติทั้งฐานะเดิมของซินเธีย และในฐานะท่านชายของตระกูลคิม เนื่องจากตระกูลอิลลาเรียนนั้นแม้จัดเป็นตระกูลชั้นสูงแต่เมื่อเทียบกับสี่ตระกูลมหาอำนาจแล้วก็ยังห่างชั้นกันอยู่หลายขั้น


“ยินดีที่ได้พบกันนะครับ ท่านชายวาเลนเธีย”


“เรียกเราว่าซินเธียก็ได้” คนอ่อนกว่ายิ้มไม่ถือสา “ยินดีที่ได้พบเช่นกันนะครับคุณชายอิลลาเรียน”


“ครับ แล้วพบกันใหม่”


ซินเธียมองส่งแขกยามส่ายของคฤหาสน์ในวันนี้ ออร์เวลเดินเจ้าไปหาคู่ชีวิตที่ยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้วพากันเดินออกไปโดยมีพ่อบ้านตามไปส่งด้วยตัวเองเช่นเดิม โดยก่อนจะไปก็ไม่ลืมเตือนผู้เป็นเจ้านายอีกท่านหนึ่งถึงคำสั่งของคุณท่านเสียก่อน


“อากาศด้านนอกหนาวเย็นไม่ควรนั่งอยู่ในสวนนานเกินไป ท่านแอชลีย์บอกให้ท่านชายรีบกลับเข้าไปในคฤหาสน์ครับ”


“...ครับ”


----


เมื่อซินเธียกลับเข้ามาในห้องเรือนกกระจกก็ใกล้ถึงเวลาตั้งโต๊ะมื้อเที่ยงแล้ว เขากลับมานั่งจัดการบรรดาโน้ตต่างๆ ที่จดบันทึกค้างเอาไว้จนกระทั่งหญิงรับใช้มาตามให้ไปห้องอาหาร


คุณพ่อบ้านยังคงทำงานได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อวานหลังสังเกตว่าท่านชายไม่แตะซุปในชามเลยเที่ยงวันนี้จึงไม่มีชามซุปอยู่บริเวณโต๊ะฝั่งซ้ายเลย การรับประทานอาหารยังคงเป็นไปอย่างเรียบง่ายไร้เสียงพูดคุยดังปกติ


“ซุปวันนี้จืดไปหรือเปล่า”


ถ้าไม่ติดว่า จู่ๆ เจ้าของตำแหน่งประธานหัวโต๊ะรำพันขึ้นมาในระหว่างมื้ออาหาร พ่อบ้านวัยชราที่ยืนคอยรับใช้อยู่ไม่ไกลรีบขยับเข้ามาหาผู้เป็นนายทันที


“เรียนคุณท่าน ซุปวันนี้ผมชิมดูแล้วปรุงด้วยวัตถุดิบในปริมาณเท่าเดิม รสชาติยังคงเป็นมาตรฐานปกติอย่างที่เคยเสิร์ฟครับ”


ทุกครั้งในห้องครัวก่อนอาหารจะถูกนำขึ้นโต๊ะมักจะต้องผ่านการชิมจากพ่อบ้านทุกครั้ง เนื่องจากเจ้านายแต่ละคนนั้นมีรสชาติที่ชื่นชอบแตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าบนโต๊ะอาหารทุกอย่างจะถูกปากผู้เป็นนายแล้วจึงต้องมีการทดสอบทุกครั้ง แม้ปัจจุบันจะเหลือแอชลีย์เพียงคนเดียวในคฤหาสน์ธรรมเนียมปฏิบัติเหล่านี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป ยิ่งมีท่านชายวาเลนเธียจากแดนใต้เพิ่มเข้ามา อาหารบนโต๊ะยิ่งต้องถูกตระเตรียมอย่างเอาใจใส่เป็นพิเศษ


ส่วนคนเป็นนายพอได้ฟังคำตอบนั้นก็ต้องขมวดคิ้ว นิ่งเงียบไป ในใจสับสนอยู่ไม่น้อยพลางคิดว่าคงเป็นจริงดังพ่อบ้านว่า ปกติซุปแบบนี้มักจะถูกเสิร์ฟมาเคียงอาหารบนโต๊ะอย่างน้อยวันละหนึ่งมื้อ


 แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ดันรู้สึกว่ามันจืดเกินจนไม่ค่อยถูกปากขึ้นมาเสียอย่างนั้น ตอนมื้อเช้าจะเป็นขนมปังกับแฮมเสิร์ฟคู่กาแฟเลยไม่มีปัญหาอะไร


แต่ตอนนี้น่ะสิ


โอเมก้าหนุ่มกระพริบตา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลองให้คำแนะนำแก่คุณพ่อบ้าน


“ลองใส่เครื่องเทศเพิ่มอีกสักหน่อยไหมครับ” เขาเอ่ยชื่อเครื่องเทศในความทรงจำไปสองสามอย่าง คุณพ่อบ้านจดจำเอาไว้ในใจก่อนจะผละเข้าไปในห้องครัวแล้วกลับมาพร้อมซุปชามใหม่


คราวนี้คุณอัลฟ่าสามารถดื่มซุปเข้าไปโดยไม่ปริปากวิจารณ์อะไรอีก ใบหน้าฉายแววพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด แม้จะแคลงใจอยู่ไม่น้อยทว่าด้วยความรู้ว่าไม่ควรยุ่งเรื่องเจ้านายมากเกินไปพ่อบ้านวัยชราจึงได้เพียงเก็บสิ่งที่ได้เห็นในวันนี้เอาไว้ในใจพลางคิดว่าคราวหลังคงต้องปรับเปลี่ยนส่วนผสมของอาหารเสียหน่อยแล้ว


ช่วงบ่ายแก่หลังเวลาน้ำชาคนทั้งสองย้ายมาใช้เวลาว่างในห้องนั่งเล่นแยกกันอยู่คนละมุม หิมะเริ่มตกลงมาอีกครั้งส่งผลให้อุณหภูมิต่ำลง ซินเธียนั่งรับไออุ่นอยู่หน้าเตาผิงบนตัวถูกคลุมด้วยผ้าคลุมขนแกะนุ่มฟู แสงสีส้มสะท้อนในดวงตาสีเงินคู่งาม สมองคิดไปถึงตอนออกไปล่าสัตว์ในป่า ท่านพ่อจับกวางตัวโตได้มาตัวหนึ่งพวกเรานำมันมาย่างไฟระหว่างรอเนื้อสุกก็พูดคุยเรื่องไร้สาระไปเรื่อยเปื่อย เป็นช่วงเวลาที่มีทั้งความสุขและอิสระ


“ท่านชายครับ”


เสียงจากพ่อบ้านชราเรียกให้เด็กหนุ่มหลุดจากภวังค์ ใบหน้าหวานผินมองเจ้าของเสียงซึ่งยืนอยู่ข้างกายในมือถือสมุดบันทึกประจำตัวเอาไว้


“มีอะไรหรือ”


“ผมมีเรื่องอยากจะสอบถามท่านชายสักเล็กน้อย” คนฟังเลิกคิ้วขึ้นขยับกายเล็กน้อยเพื่อจะได้ฟังอีกฝ่ายสะดวกมากขึ้น


“ครับ”


“ไม่ทราบว่าที่ผ่านมาท่านชายจัดการกับอาการฮีทอย่างไรครับ ขอโทษที่ต้องเสียมารยาทถามเรื่องนี้แต่ผมจำเป็นต้องรับรู้เพื่อจะได้จัดการเรื่องยาถูก”


เนื่องจากโอเมก้าในตระกูลชั้นสูงจะมีการฉีดยาระงับฮีทเป็นประจำ ตัวยามีมูลค่าสูงมากแต่ได้ประสิทธิภาพดีเยี่ยมกว่าตัวยาเม็ดที่ขายทั่วไป ยาพวกนั้นก็จำแนกออกเป็นหลากหลายชนิดและต้องจัดให้ตามสภาพร่างกายแต่ละคน บางคนอาจแพ้ยาตนเลยต้องถามให้ละเอียด ด้วยความไม่แน่ใจว่าทางแดนใต้นั้นมีวิธีรับมือกับอาการฮีทของโอเมก้าอย่างไร หากมียาก็จะได้จัดกายาแบบที่เด็กหนุ่มใช้มาให้


จากเรื่องเล่าเกี่ยวกับแดนใต้มักจะบอกว่าด้วยความด้อยของวิทยาการทางเทคโนโลยีแม้แต่ยาหรือเครื่องป้องกันการกัดของอัลฟ่าก็ไม่มี พวกเขาก็แค่ปล่อยผ่าน หากฮีทขึ้นมาก็คงไปหาอัลฟ่าสักคนเพื่อบรรเทากำหนัดหรือไม่ก็ถูกข่มเหงอย่างทารุณ


ทว่า เรื่องเล่าก็เป็นเพียงเรื่องเล่า ชายชราไม่อยากตัดสินโดยที่ตนยังไม่ได้หาคำตอบด้วยตนเอง ส่วนซินเธียเมื่อได้ยินประโยคแรกก็เกิดอาการอึ้งไปไม่น้อย


“ไม่เป็นไร เราเข้าใจ” เขาเข้าใจสาเหตุที่อีกฝ่ายถามเพียงแต่ไม่คาดคิดว่าจะถูกถามออกมาตรงๆ แบบนี้ “ในธอร์นจะมีสมุนไพรชนิดหนึ่งพวกเรานำมันมาสกัดเม็ดพกติดตัวไว้ ฤทธิ์ของมันช่วยบรรเทาอาการฮีทได้แต่อาจจะไม่ได้ผลชะงัด”


เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วอธิบายต่อ “ผลลัพธ์อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นแต่อย่างน้อยกลิ่นฟีโรโมนก็จะเบาบางลงมากขอแค่อยู่ในที่ปลอดอัลฟ่าก็ไม่มีปัญหาครับ”


ฟีโรโมนจางลงแต่ความทรมานภายในกลับไม่ค่อยบรรเทาเท่าไหร่ ตอนอายุยังน้อยกว่านี้ไม่ค่อยรู้สึกแต่จนเมื่อปีที่แล้วซินเธียรู้สึกว่าถึงจะกินยาระงับแต่ความร้อนในกายไม่ค่อยทุเลา ซ้ำช่วงเวลาฮีทยังนานกว่าเมื่อก่อน


“ยานั้นแม้จะใช้ป้องกันได้แต่ไม่ควรทานติดต่อกันเป็นเวลานานมากเกินไปนะครับ มันอาจส่งผลต่อร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น”


อาการฮีทเป็นกลไกธรรมชาติ ยาก็เป็นเพียงการป้องกันชั่วคราว หากใช้ในระยะเวลายาวนานจะส่งผลเสียต่อร่างกายแทน เป็นการฝืนธรรมชาติ สำรับโอเมก้าช่วงอายุ 15 – 18 ปี ถือเป็นช่วงวัยเจริญพันธ์ โดยเฉพาะช่วง 18 ปี นับเป็นช่วงเหมาะสมที่สุดสำหรับการจับคู่หรือสร้างครอบครัว และโอเมก้าที่ทำการจับคู่แล้วยาระงับก็หมดความจำเป็นจึงไม่ส่งผลกับร่างกายในระยะยาว


กลับกัน โอเมก้าที่อายุเกิน 18 ปีแล้วแต่ยังไม่มีการจับคู่และใช้ยาระงับต่อเนื่องมีความเสี่ยงต่อร่างกายในอนาคตเพราะตัวยาสะสมในร่างกายมากเกินไป ยิ่งร่างกายได้รับยาเป็นเวลานานเท่าใดฤทธิ์ของยาก็ยิ่งอ่อนลง หรือเรียกอีกอย่างว่า อาการดื้อยา ผลค้างเคียงระดับเลวร้ายที่สุดก็คือจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกต่อไป


พ่อบ้านชราอธิบายข้อมูลเหล่านี้ให้เด็กหนุ่มฟังโดยละเอียด


“มิน่าล่ะ เราถึงรู้สึกว่ายามันไม่ค่อยได้ผล” เด็กหนุ่มกล่าวเสียงแผ่ว


ปีนี้เขาอายุ 20 ปีแล้ว...


“หลังจากนี้เมื่อท่านชายฮีทควรจะให้คุณท่านช่วยนะครับ พวกคุณกำลังจะจับคู่กันอีกไม่นานแล้วไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาระงับอีก” คุณพ่อบ้านอธิบายด้วยใบหน้าจริงจัง


“ส่วนเรื่องยาผมจะจัดเตรียมไว้ให้เผื่อในกรณีฉุกเฉินหรือตอนที่คุณท่านไม่อยู่ให้ครับ”


ฟังถึงตรงนี้ซินเธียได้แต่เม้มปากแน่น ก้มหน้าซ่อนสีระเรื่อบนดวงแก้มเนียนทั้งสองข้าง ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงโซฟาชุดเล็กริมหน้าต่าง


ให้เขาช่วย... อย่างนั้นเหรอ






TBC



ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ติดใจรสมือเขาซะแล้วววววว

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
แทรกซึม​ทีละนิดละน้อยเดี๋ยวก็จะขาดไม่ได้เอง

ออฟไลน์ Funnycoco

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ฮีทเร็วๆนะอยากรู้ว่าพระเอกจะทำยังไง :hao6:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3409
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
รอตอนฮีทค่ะ อยากรู้ว่าแอชลีย์จะยังเย็นชาอยู่อีกได้ไหม

ออฟไลน์ darinsaya

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
เอ๋..คุณพ่อบ้านแอบชงเนียนๆรึเปล่าคะ
ถึงเวลาน้องฮีทจริงๆแล้ว ท่านแอชลีย์จะทำยังไงน้า

 :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด