เรื่องสั้นธีม bookfair [MRT #สถานีดีต่อใจ] : สถานีพิเศษ:สถานีอยุธยา UP 3/5/2562
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องสั้นธีม bookfair [MRT #สถานีดีต่อใจ] : สถานีพิเศษ:สถานีอยุธยา UP 3/5/2562  (อ่าน 8121 ครั้ง)

ออฟไลน์ Pittabird

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 863
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
ไม่ไหวแล้ว ใจละลาย น่ารักทั้งพี่ทั้งน้อง ขอตอนพิเศษเพิ่มอีกค่ะ ต่ออีกยาว ๆ เลย  :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-04-2019 21:52:09 โดย Pittabird »

ออฟไลน์ Inomeki

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
'จากที่เผลอลอบมองเขาบน MRT  จนตอนนี้กลายเป็นว่าผมโดนมนุษย์พี่เข้ามาวอแวในไอจีแทนแล้วครับ งื้อออ'


 อุปสรรคตอนนี้ของพวกเขาคือระยะทาง ต่างคนก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ
ถึงจะไม่ได้เจอหน้ากัน แต่ถ้าใจเราอยากคุยซะอย่าง...
อ่อยทางไกลบ้างก็ได้เนอะ :)

ป.ล. จะจีบแล้วนะ อย่าหาว่าไม่เตือน   



ค้นหาใน JOY>>> MRT | สถานีดีต่อใจ : After story


_________________________________________________________

  เรื่องราวหลักจบลงแล้ว.... แต่เรื่องของพวกเขาเพิ่งเริ่มต้นอีกครั้งหลังจากที่(อิ)พี่อินน์ฟอลไอจีบุ๊คไป

จอยอันนี้เป็นกิมมิคเล็ก ๆ ที่เราอยากขอบคุณที่มีคนชอบเรื่องราวของบุ๊คกับพี่เมะ ดีใจมาก ๆ เลยยย
แอบอยากบอกว่าเราอ่านของทุกคอมเม้นต์เลย อ่านไปยิ้มไป อ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ 55555
ดีใจที่มีคนชอบน้า เป็นกำลังใจได้เยอะเลย >< 
"สถานีดีต่อใจ"   เป็นนิยายวายคอมเมดี้เรื่องแรกที่แต่ง (แล้วจบ) แฮปปี้มากค่า
ตอนนี้กำลังเรียบเรียงพล็อตคู่อื่น ๆ อยู่ แต่แอบรู้สึกกดดันเพราะพี่อินน์ดันทำมาตรฐานพระเอก(ในใจ)สูงเกินไปแล้ว แง 
อยากได้บ้างอะไรบ้าง!!!! ความรู้สึกส่วนตัวล้วน ๆ แฮ่

ขอพื้นที่โฆษณาอีกรอบ ใครเล่นทวิตมาคุยเล่นกันได้ที่ @Inomekii   
หรือใครอยากจะปาหนังสือ หวีดพี่ โอ๋น้อง  ก็สามารถติด #สถานีดีต่อใจ (ของน้องบุ๊ค) ได้เลยค่ะ  ^^

ออฟไลน์ 15magnitude

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 71
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ร้ายมากกกกกกก

ออฟไลน์ boobee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ไม่ใช่แค่ สถานีดีต่อใจ แต่เรื่องสั้นเรื่องนี้ ดีต่อใจเรามากมาย คือน้องน่าร๊ากมากกกกก อยากจะจับมาฟัดแก้มซ้ายขวา เอ็นดูว์ อิพี่ก็ร้ายยยยยยย ทำไมเป็นคนแบบเน้ค่ะ หูยยย อยากอ่านต่อเป็นตอนพิเศษก็ได้น๊าาา อยากอ่านตอนน้องเข้ามหาลัยอะ งุ๊ยๆๆ  :hao6: // ชอบการบรรยายที่รู้สึกประหนึ่งไปเดินลากกระเป๋าในงานตามหาหนังสือ มีหมื่นหมดหมื่น มีแสนหมดแสน มีความขายไตเปย์หนังสือ มันใช่เลยยยยยยยย 

ออฟไลน์ Spoypopoy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-1
งุ้ยยยยย ตามไปอ่านน้าาาา น่ารักมากๆเลย MRT จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เหม็นความรักกกกกกกกกกกกก

ออฟไลน์ mintmink03

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :-[ มีความนว้องงงงแรงมากก น่ารักตะมุตะมิ มากเลยค่า หุบยิ้มไม่ได้เลยอ่ะ งืออออออ นั้ลล้าคคคคค

ออนไลน์ PoppyPrince

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
น่ารักมากเลยค่ะ น้องบุ๊คสอบให้ติดครุที่มอเดียวกับพี่อินนะคะ เผื่อพี่จะได้เจอน้องบุ๊คในคณะ อิอิ

ออฟไลน์ mhaparn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
กรีดร้องหนักมาก เขิล >//<

ออฟไลน์ Sevenyour

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :pig4: พี่อินดีงามมากค่าา

ออฟไลน์ NoteZapZa

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-4
#เรื่องนี้ดีต่อใจ   ขอเป็นเรื่องยาวเลยได้ไหมคะ อยากตามติดชีวิตน้อง ดูมีความบันเทิง   ส่วนพี่อินน์โว้ยยยยยยย จีบเก่ง อ่อยเก่ง กุมใจ เขินไปหมดแล้ว ต่อไปเวลาขึ้น MRT จะต้องคิดถึงน้องแน่ๆๆ เอ็นดู

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ momonuke

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 945
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
กี้ดดดดด ฮือออ ไม่ไหวค่าาา น่ารักมากๆเลยยย กรี๊ดอัดหมอนแร้ว แงงงง

ออฟไลน์ ปานกลาง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 9
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
คือดีต่อใจจริงๆค่ะ อยากมีแบบนี้บ้างงงงง พี่ไปงานหนังสือทำไมไม่เจอแบบนี้บ้างงงง ถ้าไปช่วงเดือนเมษาวันธรรมดาแสดงว่าน้องบุ๊คต้องมาเลือกซื้อนิยายวายกับพี่ซักบูธแล้วอ่ะ 555
ขอบคุณที่แต่งนิยายน่ารักๆมาให้อ่านนะคะ   :o8: :o8:

ออฟไลน์ lalilali

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ mrsnikiforov

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-1
อรุ่มมม ชื่อแท็กน่ารักมากเลยค่ะ แงง สถานีดีต่อใจ ฮือออ
เอ็นดูวน้อนนโดนวางแผนตกโดยอิพี่มาแบบเนียนๆ ขอบคุณสำหรับเรื่องน่ารักๆค่ะ

ออฟไลน์ ktyama

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
พออ่านจบแล้วมัน ‘ดีต่อใจ’ จริงๆ //กุมมือถือในมือแน่นพร้อมก้มหน้าหวีดดด
น่ารักอ่ะ น้องงงงง  :-[
ขอบคุณนะคะผู้แต่ง^^

ออฟไลน์ Jiraapp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้องบุ๊คน่ารักมาก ๆ เอ็นดูการจะเป็นเมะสายหล่อ5555 ตาพี่นี่ก็เนียนเกิ๊น เดี๋ยวไปโหลดจอยอ่านเรื่องนี้นะคะ  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ayano

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :a5: จบแล้ว !!! Nooooooo  :serius2: เอาอีก ๆๆๆๆ อยากได้เรื่องยาวอ่ะไรท์  :katai1: #สถานีดีต่อใจ (แต่ไม่ดีต่อไตเรา) แงงงง  :ling1: ลงแดง

ออนไลน์ mellowshroom

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1043
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
ดีมากๆเลย น่ารักมากก ดีที่อิพี่มันขี้เสือกนิดๆ จำชื่อไอจีน้องได้

ไม่งั้นไม่ได้รู้จักกันแน่ๆ ดีต่อใจคนอ่านจริงๆ  :-[

ออฟไลน์ megatef4

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
ฟินมากเลยค่ะ น่ารัก อิพี่ล่อลวงน้องเรอะ 555 อ่านแล้วอยากไปงานหนังสือเลยค่ะ แต่รอบนี้ไม่มีตังค์ อดไปเลย  ขอบคุณสำหรับเรื่องสั้นดีๆนะคะ สนุกมากเลย  o13

ออฟไลน์ Inomeki

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
สถานีพิเศษ : สถานีอยุธยา

    ตุ้บ!
            โอ๊ยย ไอ้บ้า! เจ็บ!
            ผมลูบหน้าที่โดนโทรศัพท์ร่วงมาใส่ เจ็บจนน้ำตาซึมเลยเพราะไอ้ข้อความล่าสุดในไลน์ที่ส่งมาจากมนุษย์(เคย)แปลกหน้าจอมวอแวนั่นแหละ 
            ‘จุ๊บเหม่งน้องต่ายยยย จุ๊บ ๆ ’
            พออ่านข้อความที่พี่อินน์มันส่งมาจบปุ๊บนี่มือไม้อ่อนไม่มีแรงทันที แต่รู้ตัวอีกทีก็ดันเผลอเอาหน้าซุกหมอนกลิ้งไปมาแล้ว
            ให้ตาย ทำไมต้องหูร้อนด้วย อ๊ากก!!!
            สติ๊กเกอร์กระต่ายจุ๊บนี่มันอะไรเนี่ย! โว้ยยย ไม่น่าส่งสติ๊กเกอร์กู้ดไนท์ไปให้เลย พี่แกนี่ก็ขยันหาเรื่องมาแซวกวนประสาทผมได้ทุกวัน 
            เผลอแป๊บ ๆ ก็เกือบเดือนนึงแล้ว นับจากวันที่ผมไปงานหนังสือมา ดันมีเจ้ากรรมนายเวร...ที่ เอ่อ ก็หน้าตาดีในระดับนึงนั่นแหละ เขาดันแอบมาฟอลไอจีผม!
            ไม่พอยังทักมาชวนคุยไปเรื่อย ขยันหาเรื่องมาวอแวอยู่ได้ทุกวัน หลัง ๆ ตั้งแต่ได้ไลน์ผมไปนี่พี่แกเล่นคอลไลน์มาหาอีก
            จะว่าน่ารำคาญมันก็ไม่เชิง...มั้งนะ
            มันก็ดีแหละที่มีเพื่อนมาคุยด้วย ยิ่งช่วงนี้ปิดเทอมผมก็ไม่ได้คุยกับเพื่อนฝูงอะไรเท่าไร ส่วนใหญ่หลายคนก็มีเรียนพิเศษยุ่ง ๆ กัน ต่างจากผมที่เลือกจะอยู่บ้าน อ่านหนังสือนิยายบ้าง หรือไม่ก็อ่านหนังสือเรียนบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ
            แต่มันก็อดปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่เขาส่งข้อความมาผมจะเผลอยิ้มขำไปด้วยทุกที นึกภาพผู้ชายอย่างเท่ส่งข้อความตะมุตะมิงุ้งงิ้งปัญญาอ่อ--
            เอ่อ เอาเป็นว่ามันขัดกับลุคพี่แกมากจริง ๆ นะ ใครจะไปคิดว่าตัวจริงอย่างเท่เหมือนเดือนมหาลัย
แต่พอมาในแช็ตนี่ดันเหมือนเด็กประถม ฮ่า ๆ 
            แปลก ๆ ตรงพี่แกขยันหยอดได้หยอดดี หยอดถี่ หยอดได้ทุกวัน
            ถึงบางวันจะมาโหมดจริงจังยอมแนะนำพวกเทคนิคเตรียมตัวสอบอะไรแบบนี้บ้างก็เหอะ แต่ก็ถือว่าน้อยถ้าเทียบกับที่คุยเรื่องไร้สาระต่าง ๆ นานา
            ตั้งแต่วันนั้นที่เจอพี่อินน์ผมก็รู้สึกดีนิด ๆ ที่เขามาช่วยอะไรหลาย ๆ อย่างนั่นแหละ แต่พอได้เริ่มคุยมันก็อดคิดเข้าข้างตัวเองแปลก ๆ ไม่ได้ รู้สึกว่ามันชักจะเกินเส้นแบ่งของพี่น้องขึ้นไปเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยคุยกับใครแบบนี้มาก่อนเลยก็เถอะ
            มันก็อดคิดไม่ได้อยู่ดีว่าที่เขาทำแบบนี้เพราะอะไร... 
            ผมยังจำเมนต์แรกที่เขาพิมพ์ตอบมาในไอจีได้จนถึงตอนนี้เลย
            ‘ถ้าพี่เป็นเมะแล้วเราจะยอมมาเป็นเคะของพี่มั้ยล่ะ’
            สารภาพตรง ๆ ว่าตอนนั้นพออ่านจบผมก็ตกใจอยู่เหมือนกันนะ เขาแกล้งแหย่เล่นหรือเปล่า
            ทำไมพี่ถึงพิมพ์แบบนี้ ไม่ดีต่อใจผมเลยนะเว้ย!!
            แต่ผมก็ไม่กล้าถามออกมาตรง ๆ ทุก ๆ ครั้งที่เขาพิมพ์ข้อความหยอด ๆ ส่งมา ใจผมมันก็แกว่ง ๆ บ้างแหละ เอ่อ แค่นิดเดียว...ใจแกว่งนิดเดียว ได้แต่พยายามฮึบไว้ไม่ให้หัวใจมันเต้นเร็วมากนัก
            ยิ่งเหมือนจะอดทนไว้มากเท่าไร เหมือนยิ่งจะมีความรู้สึกแปลก ๆ ก่อตัวมามากขึ้นเท่านั้น
            กลัวก็แต่จะติดเขาจนเผลอถลำตัวถลำใจเข้าไปเยอะจนหนีออกมาไม่ได้นี่แหละ
            เฮ้อ มีนิยายวายเรื่องไหนที่มีพล็อตประมาณนี้มั้ยนะ ผมจะได้อ่านเอาไว้ศึกษาบ้าง
            ตกลงพี่บ้านั่น...คิดยังไงกับผมกันแน่นะ

           
            ผมตื่นเช้าตามปกติด้วยความเคยชิน สิ่งแรกที่ทำคือควานหาโทรศัพท์ข้างตัวเข้ามาเลื่อนดูนั่นนี่เล่น ไล่เช๊คทวิตและเปิดดูข้อความค้างจากเพื่อน...และพี่อินน์ เมื่อคืนผมรีบกดออกตั้งแต่เห็นจุ๊บ ๆ แล้ว!
            IN.me : ‘......อ้าว’
            IN.me : ‘เขินจนหนีเลยหรอครับ กิ๊ว ๆ’
            IN.me : ‘ป.ล. พรุ่งนี้อย่าเพิ่งหนีไปไหนนะครับ : P’
            เนี่ย ชอบพิมพ์แบบนี้อีกละ.... คือกะจะทำให้ผมหัวใจจะวายแต่เช้าเลยว่างั้น
            ติดใจก็ตรง ป.ล. พี่แกนี่แหละ หมายความว่ายังไง?
            เลื่อนดูข้อความต่อมาที่เพิ่งส่งมาเมื่อสามสิบนาทีก่อน
            IN.me : ‘สะใภ้คร้าบบบ เอ๊ย เซอร์ไพรส์!!! ตื่นแล้วทักพี่มาหน่อยน้า อิอิ’
            แทบกุมขมับ... สาบานมั้ยพี่ว่าไม่ได้ตั้งใจ?
            Book’worm : ตื่นแล้ว พี่มีปัญหาอะไรแต่เช้าเนี่ย
            IN.me : รอพี่เขาจอดรถแป๊บนะจ๊ะ
            Book’worm : ..... (สติ๊กเกอร์แมวงง)
            IN.me : มาแล้วจ้า คืองี้.... เอาแบบสั้นหรือแบบยาวอะ
            Book’worm : ขอสรุป ๆ ผมเพิ่งตื่น ขี้เกียจประมวลผลอะ
            IN.me : พี่กำลังจะขับรถไปยุดยาจ้า
            Book’worm : .....ฮะ!!!! มาทำไมเนี่ย
            IN.me : หึหึ เรื่องมันยาวอะ ขี้เกียจพิมพ์ คอลไปนะครับ รับด้วยเด้อออออ
            Book’worm : เดี๋ยวสิ!
            ตื้ด ๆ

            ไม่ทันขาดคำพี่อินน์ก็คอลมาหาผมทันที

            [พี่กำลังขับรถไปยุดยาจ้า เซอร์ไพรส์พอมั้ยล่ะ หึหึ]
            “มาเที่ยวหรอครับ แล้วบอกผมทำไมอะ เกี่ยวไรด้วยเนี่ย”
            [อ้าว คุณไกด์ครับ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดหน่อยได้มั้ยครับเนี่ย เที่ยวไทยเท่อะ เคยได้ยินโฆษณามั้ย มาเป็นไกด์ให้พี่หน่อยน้า นะ ๆ น้องบุ๊คครับ พี่ทำตาปิ๊ง ๆ อยู่นะ]
            “เอ่อ... วันนี้ผมคงไม่สะดวกเท่าไร จู่ ๆ พี่ก็มาไม่บอกอะ”
            จริง ๆ ว่างทั้งวันแหละ แต่ให้ตายสิ แบบนี้ผมรับไม่ทันมั้ยล่ะ ไม่ให้ตั้งตัวเลยอะ!!
            [ทำไมใจร้ายเนี่ย เมื่อคืนใครบอกว่าว่างน้า พี่มีหลักฐาน แคปไว้ด้วยนะ]
            “นั่นมันเมื่อคืนไงครับ”
            [จริง ๆ แล้ว...แม่พี่มาด้วยแหละ จู่ ๆ คุณนายเขาก็นึกอยากไหว้พระ 9 วัดที่อยุธยาขึ้นมาน่ะสิ พอดีวันนี้พี่ไม่มีเรียนด้วย อาจารย์งดคลาส เลยอาสาขับรถมาให้เนี่ย]
            “เอ่อ...” หมายความว่า...แม่พี่อินน์มาด้วย ยิ่งเกร็งเข้าไปใหญ่มั้ยล่ะ! ฮือ
            [นะ ๆ แม่พี่ใจดี๊ใจดี มาให้แม่พี่เห็นหน้าด้วยไงจะได้ฝากเนื้อฝากตัวไว้แต่เนิ่น ๆ ไงจ๊ะ โอ๊ย! แม่ตีผมทำไมอ่า
เจ็บน้า]
            “...”
            [สวัสดีจ้ะหนูบุ๊ค แม่พี่อินน์เองนะ หนูไม่ต้องไปสนใจพี่เขาก็ได้ แม่อยากมาไหว้พระจริง ๆ ถ้าหนูสะดวกแม่ก็อยากจะขอรบกวนให้มาช่วยแนะนำหน่อยน่ะจ้ะ ถือว่าแม่ขอร้องนะ]
            “เอ่อ..."           
            [นะจ๊ะ คงไม่รบกวนหนูนานเท่าไรนะ แม่กับอินน์ไม่เคยมาอยุธยามาก่อนด้วย ถ้าหนูบุ๊คมาด้วยคงจะช่วยได้เยอะเลยจ้ะ]

            "ก็ได้ครับ”

            [แล้วเจอกันจ้ะ ตอนนี้กำลังออกจากกรุงเทพมาสักพักแล้วจ้ะ เดี๋ยวคุยกับอินน์ต่อนะ...]
            คิดถูกมั้ยเนี่ย... แต่ผมไม่ชอบปฏิเสธผู้ใหญ่ซะด้วย
            [เย่ ต้องแบบนี้สิ ตอนนี้ออกมาเกือบถึงปทุมละ เดี๋ยวพี่ไปรับเราที่บ้านนะ]
            “หืม ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่ถึงแล้วบอกก็ได้ ให้ไปเจอกันที่ไหนก่อน”
            [ไม่ได้สิ เดี๋ยวคุณนายเขาตีพี่ง่า แชร์โลฯมาให้พี่หน่อยนะ อ้อ ไม่เอารูปโลมานะ!]
            “ครับ ๆ ถ้าจะมัดมือชกกันขนาดนี้ เดีี๋ยวผมส่งให้ งั้นแค่นี้นะครับ”
            [แล้วเจอกันครับ หึหึ]
            พี่อินน์วางสายไป...ปล่อยให้ผมนั่งสตั๊นอยู่สักพัก สรุปว่าเขากำลังมาที่นี่...
            อ๊ากกกก ไอ้พี่อินน์ไม่ให้ผมได้ตั้งตัวสักนิด พี่มึงนึกจะมาก็มาแบบนี้ได้ไงฮะ!
            พอตั้งสติได้ผมก็รีบเตรียมชุดคว้าผ้าเช็ดตัววิ่งเข้าไปอาบน้ำแปรงฟัน ออกจากห้องนอนมาก็หากับข้าวกินรองท้องทันที กว่าจะถึงอยุธยาก็คงจะใช้เวลาขับรถอีกประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ถ้าเขาไม่ได้เหยียบซิ่งมากนะ
            เสร็จแล้วผมก็เปิดคอมเตรียมแพลนลิสต์รายชื่อสถานที่น่าสนใจเตรียมตัวเป็นไกด์แนะนำให้แม่พี่อินน์ จดไฮไลท์ ดูเส้นทางให้ไปง่ายที่สุด อ้อ แล้วก็หาร้านอาหารแนะนำไว้ด้วย ปกตินักท่องเที่ยวจะชอบกินก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาหรือไม่ก็หาร้านอาหารกินกุ้งเผา  จริงๆผมก็มีร้านประจำที่ชอบไปอยู่แต่ไม่รู้ว่าเขาจะชอบมั้ย ว่าแล้วก็อยากกินกุ้งเผาบ้างอะ ฮือ
            เอาเป็นว่าตอนนี้ข้อมูลพร้อมแล้ว บอกเลยว่าแน่นเหมือนตอนลิสต์นิยายวายนั่นแหละ!
            อย่างน้อยจะได้ไม่เสียชื่อว่าเป็นคนอยุธยาไง ขืนตอบไม่ได้นี่แย่เลยเด้อ 

            จะว่าไปขนาดเป็นคนอยุธยาแท้ ๆ ผมก็ยังไม่เคยไปไหว้พระ 9 วัดในวันเดียวเลยนะเนี่ย พอหาข้อมูลก็เหมือนจะสนุกไปโดยที่ไม่รู้ตัว บางวัดนี่ไปเป็นประจำตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยหอยสังข์ บางวัดก็ไม่เคยไปเลยด้วยซ้ำได้แต่ผ่าน ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ได้โอกาสไปเที่ยวด้วย
            ...เอ่อ ถึงจะร้อนนรกแตกไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่าพอรับไหว แค่อุณหภูมิแค่สามสิบกว่า ๆ ก่อนอื่นต้องเตรียมพกร่มกับหมวกด้วยสินะ
            อ้อ โบกครีมกันแดดด้วย โบก ๆ อย่าดูถูกรังสียูวีที่นี่เด็ดขาด
            เมื่อก่อนนี่ก็เคยอยากลองมาปั่นจักรยานเที่ยวถ่ายรูปเล่น เนียน ๆ เป็นนักท่องเที่ยวบ้างอะไรบ้าง
แต่พอเห็นแดดประเทศอยุธยาทีไร ใจมันก็พลอยจะฝ่อทุกที นอนตากแอร์อยู่บ้านดีกว่า ฮือ

            ตากแดดนาน ๆ นี่ไข้ขึ้นได้เลยนะ อย่าดูถูก!



            ติ๊ง
            IN.me : ถึงอยุธยาแล้วน้า ><
            ผมเลื่อนดูข้อความที่เพิ่งส่งมาจากพี่อินน์ ให้ตายเถอะ อยู่ ๆ ก็ตื่นเต้นตัวเย็นขึ้นมาเลย
            พ่อฮะ แม่ฮะ บุ๊คไม่ได้จะหนีตามผู้ชายไปไหนนะ!
            ฮือ วันนี้พ่อกับแม่ผมออกไปทำงานข้างนอกที่บ้านเลยไม่มีคนอยู่ด้วย หวังว่าผมคงจะไม่โดนหลอกไปขายใช่มั้ยเนี่ยยยยย!


            ปี๊น ๆ
            IN.me : อยู่หน้าบ้านเราแล้วครับ ^^
            ผมแง้มม่านหน้าตาชะโงกหน้าแอบดูรถสีดำคันหรูที่จอดอยู่หน้าบ้าน ไม่นานนักคนขับก็เปิดประตูลงจากรถมายืนโบกไม้โบกมือเข้ามา

           ร่างสูงคุ้นตามาในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำ สวมเสื้อคลุมแขนสั้นสีดำ ยิ่งดูเท่เหมือนพวกนักท่องเที่ยวเกาหลี เขาค่อย ๆ ถอดแว่นกันแดดออกพร้อมกับส่งยิ้มเข้ามาจนผมตาพร่า

            ...พี่อินน์ ตัวจริงเสียงจริง
            มือสั่นทำไมเนี่ย ประหม่าสุด ๆ ไปเลย ฮือ
            ถึงจะเคยเจอกันเมื่อตอนที่ไปงานหนังสือก็เถอะ แต่ก็แค่ครั้งเดียว... ไม่นับที่เราแช็ตกันทุกวัน
            มันก็เหมือนกับยังไม่คุ้นเคยกันเท่าไรอยู่ดี
            ฮึบ เอาวะ ไหน ๆ ผมก็รับปากแม่เขาไว้แล้วด้วยว่าจะเป็นไกด์ให้ คงไม่แย่หรอกมั้ง อย่างน้อยแม่พี่อินน์ก็อยู่ด้วย เขาคงไม่ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้ามาแกล้งผมหรอก
            ผมสูดหายใจฮึบเรียกความกล้า ก่อนจะคว้ากระเป๋าและล็อกประตูบ้านเดินออกมาหาพี่อินน์ที่ยืนยิ้มแป้นอยู่
            “เซอร์ไพรส์จ้า”
            มีการทำไม้ทำมืออีก เชื่อแล้วว่าเซอร์ไพรส์จริง ๆ ไม่ทันให้ผมได้ตั้งตัวเลยนะ
            “เอ่อ... หวัดดีครับ” ผมเผลอยกมือขึ้นไหว้เขา
            ... พี่อินน์ชะงักไปนิด ๆ แต่ก็ยังยิ้มขำ ๆ ให้ตาย ผมทำอะไรไม่ถูกนี่นา!
            “คิดถึงจังเลยยย น่ารักขึ้นปะเนี่ยเรา"
            "...." ผมไม่รู้จะตอบยังไงเลยเลิกลั่กมองไปที่อื่น ทำเป็นสำรวจข้าวของในกระเป๋า
            "ฮ่า ๆ ไม่เขินน้าตัวเล็ก ขึ้นรถดีกว่า ไปครับ เรากินข้าวเช้าแล้วใช่มั้ย” เขาว่าพลางคว้าข้อมือผมเดินนำมาที่รถ เปิดประตูหน้าด้านข้างคนขับให้
            “เอ่อ.. แล้วแม่พี่ล่ะครับ”
            “รายนั้นเขาอยากนั่งเบาะหลังสบาย ๆ มากกว่าน่ะ อีกอย่างเราเป็นไกด์ด้วยไง ต้องคอยช่วยบอกทางให้พี่สิ”
            ผมพยักหน้าตอบนิด ๆ แล้วรีบมุดตัวเข้าไปนั่งที่เบาะตามที่เขาบอกทันที ไม่ลืมหันไปยกมือไหว้คุณแม่พี่อินน์ที่นั่งอยู่เบาะด้านหลัง
            “สวัสดีครับ”
            “สวัสดีจ้ะหนูบุ๊ค ตาอินน์เขาเล่าเรื่องเราให้แม่ฟังเยอะเลย ถ้ายังไงวันนี้ขอรบกวนเราหน่อยนะจ้ะ”
            “ครับ ไม่เป็นไรครับ เอ่อ...อากาศค่อนข้างร้อนนะครับ ไม่ทราบว่าคุณป้าได้พกร่มมาด้วยมั้ยครับ
ถ้าไม่มีผมจะได้หยิบจากในบ้านมาให้”
            “โอ๊ย เรียกแม่ก็ได้จ้ะ เราคนกันเอง แม่เตรียมมาพร้อมเรียบร้อยหายห่วง ยาดงยาดมแม่มีพร้อม”
            “เรียบร้อยแล้วเนอะ งั้นเราไปกันเลยมั้ยครับ” พี่อินน์เตรียมสตาร์ทรถแล้วหันมาถาม “ที่แรกไปที่ไหนดีครับไกด์”
            “ออกไปตามถนนเส้นนี้ก่อนครับ อ้อ..พี่อินน์อย่าลืมคาดเบลท์ด้วยสิ!”
            “ครับ ๆ คาดแล้วครับคุณ ดุพี่ง่า” 
            “ตาอินน์นี่ก็อย่าแซวน้องสิ น้องเขาอุตส่าห์เป็นห่วง”
            “อ้าว เหมือนผมโดนรุมเลยอะ”
            “พอเลยพี่อินน์ ตั้งใจขับรถไปเลย เดี๋ยวแยกหน้าเลี้ยวขวานะครับ เราจะไปที่วัดพนัญเชิงกันก่อน”
            “ได้เลยจ้า รับทราบครับกัปตัน” เขาว่าแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี มีการฮัมเพลงเบา ๆ ตามที่เปิดไว้ด้วย
            “แหม ลั้นลาเชียวนะ ทีเมื่อก่อนแม่อยากมาทำไมเราไม่เห็นกระตือรือร้นแบบนี้เลยฮะ”
            “โถ่คุณนายครับ ผมก็อยากมาเที่ยวยุดยาบ้างเหมือนกันนะ ไหน ๆ ก็พาแม่มาไหว้พระด้วยไง”
            “จ้า ๆ นี่อาสาขับรถมาให้เลยด้วย แม่นึกว่าเราผีเข้าซะแล้ว”
            “ผมก็มีโมเม้นต์อยากมาไหว้พระบ้างนะ มาดูของดีอยุธยาไรงี้ หึหึ”
            “ถึงวัดแล้วจะรอในรถก็ได้นะ เดี๋ยวแม่เข้าไปกับหนูบุ๊คเอง”
            “ได้ไงอ่า คนเขาอุตส่าห์ขับรถมาให้พร้อมหาไกด์ให้อีก จะทิ้งผมไว้ไม่ได้นะแม่”
            “เข้าวัดได้ไม่ร้อนใช่มั้ย”
            “แม๊! นี่ลูกไง ไม่ใช่วิญญาณเร่ร่อนนะ”
            “อย่าถือสาตาอินน์เลยนะจ้ะ”
            “ครับ ผมเริ่มชินแล้วครับ” ผมบอกอย่างปลง ๆ นี่ถือว่าเบามาก ถ้าคุณแม่เจอพี่อินน์ในไลน์นี่จะต้องตกใจแน่นอน
            “บุ๊คอ่า!” พี่อินน์ทำเสียงงอแงโวยวาย ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไปโดยไม่บ่นอะไร ผมลอบมองเขายิ้ม ๆ พอได้มาลองคุยแบบนี้ค่อยยังชั่วขึ้นหน่อย หายเกร็งไปเยอะเลย คุณแม่พี่อินน์ก็ดูเหมือนจะเอ็นดูผมด้วยอีกต่างหาก
            หลังจากที่เราเข้ามาในวัดพนัญเชิงกันเรียบร้อยแล้ว ผมก็พาพี่อินน์กับแม่เดินเข้ามาในพระวิหาร
วันนี้เป็นวันธรรมดา ยังมีนักท่องเที่ยวไม่มากเท่าเสาร์อาทิตย์แต่วัดพนัญเชิงก็ยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ากราบไหว้และถ่ายรูปพอสมควร
            “พระพุทธไตรรัตนนายกหรือหลวงพ่อโตองค์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดอยุธยาเลยครับ ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างก็นับถือ บ้างก็เรียกว่าซำปอกง ว่ากันว่าวัดนี้สร้างก่อนที่พระเจ้าอู่ทองจะสถาปนากรุงศรีอยุธยาด้วย คือถ้ามาที่อยุธยาต้องไม่พลาดวัดนี้เลยนะครับ”
            ผมสวมวิญญาณไกด์ท้องถิ่นแนะนำข้อมูลพื้นฐานของวัดที่พอจะรู้มาบ้างให้นักท่องเที่ยวสองคนที่กำลังยืนชื่นชมหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ หลังจากที่พากันไปไหว้พระเรียบร้อยแล้ว
            “สนใจไปไหว้เจ้าแม่สร้อยดอกหมากกันมั้ยครับ”
            “คืออะไรหรอจ้ะ”
            “ในวัดมีเจ้าแม่ด้วยเหรอ” พี่อินน์หันมาถามผมด้วยสีหน้างง ๆ

            “ที่นี่มีตำนานรักระหว่างพระนางสร้อยดอกหมากกับพระเจ้าสายน้ำผึ้งน่ะครับ” ผมบอกพลางนึกถึงตำนานที่พวกผู้ใหญ่เคยเล่าให้ฟังตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก ๆ พร้อมกับพาทั้งสองคนเดินมาด้านหลังวิหาร ชมตำหนักพระนางสร้อยดอกหมากที่เป็นสถาปัตยกรรมจีน

            “ตามตำนานเขาว่ากันว่าพระนางสร้อยดอกหมากพระธิดาของพระเจ้ากรุงจีนได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าสายน้ำผึ้งแห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อขบวนเรือของพระนางสร้อยดอกหมากมาถึงแม่น้ำบริเวณนี้ พระนางพบว่าพระเจ้าสายน้ำผึ้งไม่ได้เสด็จมารับพระนางด้วยพระองค์เองก็เลยน้อยพระทัยไม่ยอมเสด็จลงจากเรือ ด้วยความเข้าพระทัยผิดเลยเสียพระทัยหนักจนทิวงคตบนเรือสำเภาพระที่นั่งนั้นเอง เท่าที่ผมพอจะจำได้ก็ประมาณนี้น่ะครับ”

            “น่าสงสารพระนางเนอะ” คุณแม่พี่อินน์พูดขึ้นมาเบา ๆ ระหว่างที่มองดูภายในตำหนัก
            “ครับ บางตำนานก็ว่ากันไปคล้าย ๆ กัน เลยมีการสร้างศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมากไว้ที่นี่ เห็นว่าจะขอเรื่องความรักก็จะประสบความสำเร็จสมหวังด้วยนะครับ”
            “โอ้ งั้นเดี๋ยวพี่ขอไหว้เจ้าแม่ก่อนนะ” พี่อินน์ว่าแล้วรีบนั่งลงพนมมือตั้งใจไหว้เจ้าแม่ทันที
            “เห็นแบบนี้เจ้าแม่ไม่น่าช่วยนะ”
            “โถ่ แม่ครับ ขอที่พึ่งนิดนึงนะ”
            ผมยิ้มขำ ๆ เมื่อได้ยินแม่ลูกเขาแซวกัน แต่ในใจก็แอบหวิว ๆ อยากรู้เหมือนกันว่าพี่อินน์จะขอพรจากเจ้าแม่ว่าอะไรนะ
            “โอ๊ะ ข้างล่างริมแม่น้ำนั่นเป็นแพไว้ให้อาหารปลาหรอ ไปให้อาหารปลากัน”
            ไม่ว่าเปล่าคุณพี่เขาก็เดินนำลงไปในแพริมแม่น้ำด้านล่างทันที ผมเลยได้แต่ช่วยประคองคุณแม่พี่อินน์ให้ค่อย ๆ ก้าวลงบันไดมาแล้วจึงเดินตามเขาไป
            ทันทีที่ถึงแพด้านล่าง ผมก็เห็นเด็กชายอินน์กำลังยืนหน้าเครียดหน้าตู้ให้อาหารปลา ตู้นี้มันต้องหยอดเหรียญใส่ไป ถึงจะมีอาหารปลาหล่นออกมาในถึง
            “บุ๊คครับ พอจะมีสักหนึ่งร้อยไหม” พอเขาเห็นผมก็เดินปรี่เข้ามาเกาะชายเสื้อผมทำตาปริบ ๆ
            “หืม?” ผมมองหน้าเขางง ๆ 
            “ขอยืมหน่อย ที่ตัวพี่ไม่มีแบงค์ย่อยเลยง่า ที่นี่รับบัตรมั้ยล่ะ”
            “เว่อร์ไปแล้วครับ ไม่ลองขอยืมคุณแม่พี่ล่ะ”
            “เดี๋ยวคุณนายได้ล้อพี่ตายเลย นะ ๆ ขอยืมหน่อยนะ”
            “ครับ ๆ ขูดรีดเด็กตาดำ ๆ จังเลย” ผมแกล้งถอนหายใจนิด ๆ แต่ก็ยอมยื่นแบงค์ยี่สิบให้ห้าใบ ให้พี่เขาไปแลกซื้ออาหารเม็ดมาให้ปลา
            “เย่ ขอบคุณครับผม เอาไว้พี่คืนให้คราวหน้าเนอะ แฮ่” พี่อินน์ยิ้มกว้างพร้อมกับหิ้วถังใส่อาหารปลามาส่งให้ผมกับแม่
            “คราวหน้านี่ตอนไหนเนี่ย”
            “ตอนที่เราเจอกันคราวหน้าไง”
            “ยังจะมีคราวหน้าอีกหรอครับ!”
            “ไหงพูดงั้นอ่า พี่เสียใจนะเนี่ย” เขาว่าแล้วแกล้งทำท่าหงอยคอตก ผมหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับหันไปให้อาหารปลาแทน
            “โอ๊ะ ตัวนั้นทำหน้าเหมือนลูกแม่ตอนนี้เลยนะเนี่ย” คุณแม่พี่อินน์ชี้ไปที่ปลาบึกหน้าทู่ตัวโตที่กำลังอ้าปากกว้างว่ายเข้ามาแย่งอาหาร
            “แม๊! ผมลูกแม่นะครับ”
            “ฉันรู้ทันหรอกย่ะ ไม่ต้องแผนสูงใส่น้องเลย”
            “ผมเปล่าน้า งื้อ”
            พี่อินน์โหมดขี้อ้อนคุณแม่นี่เห็นทีไรก็อดยิ้มไม่ได้ทุกที ผู้ชายตัวโตทำท่างุ้งงิ้งงอแง แถมยังเอาก้มหน้าไปถูไหล่แม่เขาอีก นี่พี่อายุเท่าไรกันแน่เนี่ย
            ตู้ม!! ฝูงปลาบึกปัดป่ายไปมาตีน้ำจนสะบัดกระเด็นขึ้นมาอย่างแรง ผมรู้ทันเลยย้ายไปหลบหลังพี่อินน์ เป็นอันว่างานนี้พี่เขาอินน์รับน้ำไปเต็ม ๆ
            “เฮ้ย!”
            “ขนาดปลามันยังรำคาญพี่เลยอะคิดดูแล้วกันครับ” ผมแซวขำ ๆ ระหว่างที่หันไปโยนอาหารเม็ดให้ปลาต่อ   
            “ทำไมใจร้ายอ๊า!”
            “ฮ่า ๆ”

            สุดท้ายก็จบลงตรงที่ว่าพวกเราให้อาหารน้องปลาบึกจนพวกมันคงจุกไปเป็นแถบ ๆ ซัดไปห้ากระป๋อง ผมโยนเล่นแข่งกันกับพี่อินน์ว่าใครขว้างไปได้ไกลกว่ากันหมดไปสองกระป๋อง พี่อินน์เผลอสะดุดจนเทหกไปพรวดเดียวหนึ่งกระป๋อง เล่นเอาปลาแตกตื่นว่ายมารุมแย่งกันกินจนตีน้ำกระเด็นแรงมาก อีกสองกระป๋องเป็นของคุณแม่ที่ค่อย ๆ ให้ทีละนิดแบบผู้ดี
            ทั้งแม่ทั้งพี่อินน์ต่างก็ดูอิ่มอกอิ่มใจที่ได้ทำบุญไปตาม ๆ กัน สาธุ
            เอ๊ะ ตังค์ผมนี่นา...

 หลังจากนั้นเราออกมาไม่ไกลจากวัดพนัญเชิงเท่าไร ย้อนกลับมาทางเดิมก่อนจะเข้าเมืองทางด้านขวามือมีพระเจดีย์องค์ใหญ่ ตั้งอยู่ในวัดใหญ่ชัยมงคลสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของจังหวัดที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมเข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และถ่ายภาพ พิเศษก็ตรงที่สามารถขึ้นบันไดไปบนเจดีย์เพื่อชมวิวอยุธยาจากมุมสูงได้ด้วย
            “วัดนี้เดิมชื่อว่าวัดป่าแก้วครับ ปัจจุบันนิยมเรียกว่าวัดใหญ่ชัยมงคล จุดเด่นก็จะมีพระนอนด้านหน้า พระตำหนักพระนเรศวรด้านหลัง แล้วก็พระเจดีย์องค์ใหญ่ที่เห็นนี่คือพระเจดีย์ชัยมงคล เชื่อกันว่าสร้างขึ้นหลังจากที่พระนเรศวรมีชัยชนะแก่พระมหาอุปราชาของฝั่งพม่าครับ สามารถเดินขึ้นบันไดไปด้านบนเจดีย์ได้ด้วยนะครับ”
            พอเราไหว้พระกันเรียบร้อยแล้ว แม่พี่อินน์บอกว่าอยากนั่งรอข้างล่างมากกว่าขึ้นเจดีย์ไม่ไหว
ผมเลยโดนลากให้มาเป็นเพื่อนพี่อินน์ที่ดูระริกระรี้เป็นพิเศษ ปัญหาไม่ใช่อะไรครับ
            ...นี่กลัวความสูงไง!
            แต่จะไม่ขึ้นไปเดี๋ยวพี่อินน์มันแซวนั่นนี่อีก ผมเลยฮึบแล้วพาเขาขึ้นบันไดไปบนเจดีย์
            แบบแข้งขาสั่นอะ คือสำหรับผมนี่บันไดมันชันอะครับ ต้องค่อย ๆ ไต่ก้าวไปทีละขั้น มือก็เกาะขอบแน่น
            “ไหวมั้ยครับน้อง” พี่อินน์ที่เดินนำอยู่ด้านบนหันมามองผมที่ยืนขาสั่นอยู่ แถมขำผมอีกน้ำตาจะไหลเนี่ย
            “พี่ไหวก็ไปก่อนเลยไป” ผมพยายามไม่ใส่ใจน้ำเสียงกวนประสาท ค่อย ๆ ใช้สมาธิในการก้าวขึ้นบันไดชัน ๆ นี่ทีละขั้น
            ห้ามหันลงไป ห้ามหันลงไป ฮือ
            “กลัวหันมาอีกทีมีคนตกลงไปข้างล่างน่ะสิ ไม่ร้องไห้นะ เอ่เอ๊”
            “ใครตก! ผมไม่ได้กลัวสักหน่อย มั่วเปล่า”
            “ครับ ๆ มือเกาะแน่นขนาดนั้นอะ ฮ่า ๆ”
            “ขึ้นไปเลย เดี๋ยวตกลงมาจะขำให้ ไม่เก็บซากด้วยนะ”
            “น่ากลัวจังง่า” เขาว่าขำ ๆ แต่ก็ยอมหันกลับไป ถึงจะคอยมองกลับมาดูผมตลอดก็เถอะ
            กดดันนะเนี่ย!
            ในที่สุดผมก็รอดถึงขั้นบนสุด เราเข้ามาดูด้านในตัวเจดีย์ที่มีการค้นพบชัยมงคลคาถา จริง ๆ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้ขึ้นมาบนนี้จากนั้นเราก็เดินออกไปดูวิวริมระเบียง ผมยังคงคอนเซปเกาะระเบียงแน่นระหว่างที่มองลงมาชมวิวตัวเมืองอยุธยาด้านล่าง โชคยังดีที่แดดเช้ายังไม่ร้อนมากเท่าไรนักท่องเที่ยวก็ยังไม่เยอะมาก
            “แฮ่ ร่วงแล้ว” จู่ ๆ พี่อินน์ก็เดินเข้ามาด้านหลังแล้วแกล้งจิ้มไหล่ผม
            “จิ๊ เล่นเป็นเด็ก ๆ ไปได้”
            “ง่า ไม่กลัวแหะ บนนี้สวยดีเนอะ เราเคยขึ้นมาก่อนมั้ย”
            “ไม่เคยครับ นี่ขึ้นมาครั้งแรก”
            “ดีจังเลยน้า” เขาพูดยิ้ม ๆ หันมามองผมสักพักแล้วก็มองออกไปดูวิวด้านนอกต่อ
            “หืม?”
            “ก็ถ้าเราผ่านมาเห็นเจดีย์นี่ทีไรเราก็ต้องคิดถึงพี่แน่นอนเลย ...เนอะ”
            “...คงงั้นมั้งครับ” ผมตอบเบา ๆ พยายามกลั้นใจไม่ให้หัวใจตื่นเต้นไปมากกว่านี้
            ผมอยากถามคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจมาเกือบหนึ่งเดือน...
            แต่ก็ ยังไม่กล้าพอที่จะถามว่าพี่คิดยังไงกับผม

           

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Inomeki

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
   หลังจากที่ชมวิวแล้วก็ถ่ายรูปกันไม่นานพี่อินน์ก็ชวนผมลงกลับไปข้างล่าง

            ผมสูดหายใจลึกอีกรอบ พยายามไม่สนใจความสูงที่ดูด้วยสายตาแล้วมันช่าง....น่าหวาดเสียว
            ขาขึ้นว่าวัดใจแล้ว ขาลงนี่โคตรวัดใจ
            ขานี่สั่นพั่บ ๆ อะ! กลัวเป็นลมร่วงวูบลงไปจังโว้ย ฮือ
            “ลงมาสิ พี่อยู่ข้างหน้าเราไม่เป็นไรหรอก”
            ผมเกาะราวสั่น ๆ มองพี่อินน์ที่ดูด้านล่างถัดไป รายนั้นนี่เดินชิว ๆ เลย น่าหมั่นไส้ไปอีก
            “ผมลงเองได้น่า”
            “จะจับมือพี่ไว้มั้ยล่ะ ก้าวพลาดตกลงมาจะได้คว้าทัน หึหึ” ไม่พูดเปล่ายังยื่นมือขาว ๆ นั่นส่งมาด้วย
            “ไม่ต้องครับ”
            “นี่คือ...เห็นราวบันไดนั่นดีกว่ามือพี่?”
            “ใช่ครับ” ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ยึดราวไว้นี่อุ่นใจกว่าเยอะ ถ้าเกิดจับมือเขานี่อาจจะหัวทิ่มลงไปข้างล่างทั้งคู่ก็ได้ จริงมั้ยล่ะ
            ผมเลิกสนใจคนตัวสูงข้างหน้าที่ทำเป็นคอตกเดินลงไปหงอย ๆ แล้วกลับมาเพ่งสมาธิก้าวลงบันไดต่อ คือถ้าไม่กลัวเสียฟอร์มนี่จะนั่งลงแล้วค่อย ๆ ถัดก้นลงมาทีละขั้นแล้วนะ บอกเลย! ฮือ
            เมื่อเดินลงมาถึงข้างล่างได้ผมก็รีบเดินกลับไปหาแม่พี่อินน์ที่นั่งรออยู่ใต้ต้นไม้ทันที ทิ้งให้พี่อินน์เดินตามหลังมา
            “ร้อนไหมครับ”
            “แม่ยังไหว้จ้ะ ยังดีมีร่มกับพัดช่วยไว้ เป็นยังไงข้างบนสวยไหม”
            “สวยมากครับแม่ ร้อนแสบ ๆ ดีด้วยครับ ฮ่า ๆ แต่กว่าจะขึ้นไปถึงมีคนขาสั่นพั่บ ๆ เลย แถมตอนลงก็เกาะราวแน่นอีกต่างหาก” พี่อินน์ชิงตอบก่อนแล้วยิ้มขำ ๆ ผมเลยหันไปมองค้อนเบา ๆ อย่าให้ถึงทีมั่งนะ เดี๋ยวก่อน ๆ
            “เอ่อ...ไปที่อื่นกันต่อเถอะครับ”
            “แหนะ ๆ เปลี่ยนเรื่องเก่ง ฮ่า ๆ”
            “ตาอินน์จะแกล้งน้องทำไมเนี่ย เดี๋ยวแม่บอกหนูบุ๊คให้หมดเลยว่าเรากลัวอะไรบ้าง”
            โอ๊ะ พอได้ยินคุณแม่พี่อินน์พูดแบบนี้ผมนี่ตาลุกวาวเลย ฮ่า ๆ
            “ง่า ใจเย็นนะครับคุณนาย ผมว่าเราไปที่อื่นต่อกันเลยดีกว่าเนอะ แหะ ๆ”
            “ทั้งสองคนหิวหรือยังลูก” คุณแม่พี่อินน์ถามขึ้นเมื่อพวกเราขึ้นมานั่งในรถเรียบร้อย
            “ใกล้จะเที่ยงแล้วนี่นา คุณแม่อยากกินอะไรหรอครับ ผมอยากกินกุ้งอะ” พี่อินน์หันไปถาม ไม่พอยังหันไปทำตาแป๋วอ้อนแม่ตัวเองอีกต่างหาก
            “อายน้องบ้างไหมเนี่ย เฮ้อ แถวนี้มีร้านอาหารที่เราแนะนำบ้างไหมจ๊ะหนูบุ๊ค มีเด็กอยากกินกุ้งด้วยเนี่ย”
            “กุ้ง กุ้ง กินกุ้ง กุ้งตัวใหญ่ ๆ”
            “ครับ ๆ ได้ครับ เดี๋ยวผมพาไป” ผมบอกก่อนจะยิ้มขำ ๆ เมื่อเห็นเด็กตัวโตทำท่าดีอกดีใจตาเป็นประกายวิ้ง ๆ พอบอกทางให้ก็ขับรถออกไปอย่างอารมณ์ดี 
            “ขอบคุณนะจ๊ะที่ช่วยแม่เลี้ยงน้องอินน์” คุณแม่พูดขึ้นมาทำให้ผมอดหัวเราะไม่ได้ คุณแม่พี่อินน์ก็ดูขำที่สามารถแหย่ลูกชายตัวเองได้เหมือนกันจนคนขับรถหน้ามุ่ย
            เฮ้อ บอกเลยว่าพี่เมะคนเท่นั่นมันคือมายา เจ้าเด็กน้อยข้างหน้านี่คือตัวจริง!!!

 

           "หิวน้ำจังครับ บุ๊คส่งขวดน้ำข้างเรามาให้พี่หน่อยสิ" ระหว่างทางที่จะไปร้านอาหาร จู่ ๆ พี่อินน์ก็หันมาบอกผม ผมเลยหยิบขวดน้ำในช่องข้าง ๆ มาเปิดฝาแล้วให้จากนั้นก็ยื่นขวดน้ำให้เขา
          แต่พี่อินน์ก็ไม่ยอมรับไปสักที
          "พี่ขับรถอยู่นะเนี่ย สองมือต้องจับพวงมาลัยหยิบขวดไม่ได้หรอก เดี๋ยวรถเสียหลักไง ป้อนหน่อยสิ"
          "แล้วปกติพี่กินน้ำยังไงล่ะ"
          "เมื่อเช้าแม่พี่ก็หยิบหลอดมาป้อนให้ที่ปากอ่าน้า"
          "..."
          "เร็ว ๆ สำหรับ คนขับรถคอแห้งหมดแล้วเนี่ย"
          "ฮึ่ย" ว่าไม่ได้ ผมเลยหยิบหลอดน้ำไปจ่อที่ปากพี่เขา เจ้าตัวถึงยอมก้มลงมาดูดน้ำแต่โดยดี
          "ฮ่า ชื่นใจจัง น้ำหว๊านหวาน" พี่อินน์พูดขึ้นหลังจากที่ดื่มน้ำเสร็จ แถมยังยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีด้วย
          "นี่น้ำเปล่านะครับ"
          "ก็ลองชิมดูสิ"
          "พี่ดูดหลอดนี้ไปแล้ว ผมกลัวติดเชื้อ"
          "พี่ฉีดยาแล้วครับ ไม่เชื่อถามแม่พี่ได้เลย"
          พอเห็นว่าผมไม่ว่าอะไรต่อพี่อินน์ ก็ขับรถตามพี่ผมบอกไปเงียบ ๆ ไม่กวนผมต่อ....ไม่สิ เขากวนผมโดยการร้องเพลงคลอไปกับที่เปิดในรถด้วย ถึงเสียงพี่เขาจะดีก็เถอะ แต่อะไรก็ต้องร้องไปยิ้มไปใส่อินเนอร์ไปเบอร์นั้นเนี่ย

         "อยากมีคนรัก คนมีรักมันเป็นแบบไหน คนอย่างฉันมันยังไม่เคยเข้าใจ บอกก็คงไม่รู้ ดีแค่ไหนก็คงไม่รู้ คงต้องหาซักคนมาเป็นเนื้อคู่"

         "...."

         "ฉันจะพาเธอลอยล่องไปในอวกาศที่มีแต่เธอมีแต่เธอแต่ไม่ต้องกลัว ฉันจะพาเธอลอยล่องไปในอันตรายจะมีแต่เธอมีแต่เธอแต่ไม่ต้องกลัว”

         "....."

         "แต่ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน ไม่ต้องมาเขิน ฉันพูดจริงๆ เธอมีเสน่ห์มากมาย จะน่ารักไปไหน อยากจะได้แอบอิง ยิ่งดูยิ่งมีเสน่ห์"

          ".........เหนื่อยมั้ยเนี่ย"

         "แค่ฉันมีเธอ ข้าง ๆ กัน อย่างวันนี้ Just You And Me ฉันก็ Finn ไปได้ทุกวัน”

         "..........ไม่น่าให้พี่ดื่มน้ำเลยแหะ"

          หลังจากทนฟังพี่อินน์ร้องจบไปหกเจ็ดเพลง เราก็มาถึงร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าประจำที่ผมชอบมากับที่บ้าน เราเลือกนั่งโต๊ะริมระเบียงที่สามารถมองออกไปชมวิวริมแม่น้ำได้ โชคดีที่กลางร้านมีต้นก้ามปูต้นใหญ่ให้ร่มเงาอยู่

            ที่นี่บรรยากาศดีมากโดยร้านออกแบบเป็นบ้านโบราณใต้ถุนสูงด้านในตกแต่งด้วยภาพและข้าวของเครื่องใช้แบบโบราณ แถมภายนอกยังร่มรื่นไปด้วยต้นไม้หลายชนิดทำให้บรรยากาศในร้านไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนกับด้านนอก และที่สำคัญอาหารยังราคาเหมาะสมไม่แพงมาก
            “พี่อินน์กับคุณแม่แพ้อาหารอะไรหรือเปล่าครับ”
            “แม่แพ้ปูแค่นั้นจ้ะ อย่างอื่นทานได้หมด เราอยากกินอะไรเลือกได้เลยนะ” คุณแม่พี่อินน์บอกแล้วก็เลือกเปิดดูเมนูอาหาร
            “พี่ ๆ พี่แพ้บุ๊คนะ” จู่ ๆ พี่อินที่นั่งข้าง ๆ ผมก็ชะโงกตัวมากระซิบเสียงเบา
            “ฮะ!!! แพ้อะไรนะ” ...หรือผมฟังไม่ชัด
            “อ๋อ แบบแพ้...บุก...ไง เส้นบุกอะ สีขาว ๆ แฮ่”
            “ที่ร้านนี้ไม่มีเส้นบุกหรอกครับ พี่อยากกินอะไรนอกจากกุ้งบ้างมั้ย”
            “ไม่เป็นไร เราเลือกเมนูได้เลย อยากกินอะไรสั่งเอาเลย ไม่ต้องเกรงใจ”
            “เอ่อ...แล้วแต่แขกสิครับ ถ้าเมนูขึ้นชื่อของร้านที่ผมเคยกินก็มี กุ้งเผา ปลากะพงทอดน้ำปลา ต้มยำกุ้ง รสชาติอร่อยใช้ได้เลยครับ” ผมบอกเมนูแนะนำของร้านคร่าว ๆ ไม่รู้ว่าพี่อินน์กับคุณแม่ชอบทานอะไร
            “เอาตามนี้เลยครับ” พี่เขาหันไปบอกพนักงานทันที
            “ไม่คิดจะหันมาถามแม่หน่อยเหรอฮะตาอินน์! อ้อ แม่ไม่ได้ดุหนูบุ๊คนะจ้ะ”
            “ครับ ๆ คุณนายเชิญสั่งเพิ่มตามที่อยากทานได้เลยครับ”
            “แม่ขอเป็นทอดมันปลากรายกับปลาดุกฟูแล้วกัน รวมแล้วน่าจะพอเนอะ”
            ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟคุณแม่พี่อินน์ก็ชวนคุยเรื่องวัดที่จะไปต่อ ผมเลยเสนอชื่อวัดตามที่คิดไว้ก็จะมีวัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะที่กะว่าจะได้เข้าไปเดินชมพระปรางค์ แล้วก็มีวัดหน้าพระเมรุ วัดท่าการ้อง วัดเชิงท่า วัดธรรมิกราช และวิหารพระมงคลบพิตรที่เป็นสถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวอยุธยา ส่วนพี่อินน์ก็ได้แต่นั่งพยักหน้าฟังเงียบ ๆ ไม่ออกความคิดเห็นบอกว่าขับรถไปให้ได้หมด อยากไปที่ไหนก็บัญชามาได้เลย
            ตอนนี้ผมกังวลอยู่อย่างเดียวคือสภาพอากาศตอนนี้ดูจะแปลก ๆ น่ะสิ อย่างเมื่อสองสามวันก่อนจู่ ๆ ก็มีฝนตกลงมาเพราะพายุฤดูร้อน
            “ว้า อดเลยแหะ” พออาหารเมนูแรกมาเสิร์ฟ พี่อินน์ก็มองจานใส่กุ้งแม่น้ำเผาตัวโตเนื้อแน่นสามตัวที่ผ่ามาแล้วจนเห็นเนื้อสีขาวและมันกุ้งสีส้มเยิ้ม ๆ อย่างตาละห้อย จนผมอดแปลกใจไม่ได้
            “เป็นอะไรไปอะพี่อินน์”
            “ตอนแรกกะว่าจะอ้อนให้บุ๊คแกะกุ้งให้สักหน่อย มาแบบนี้อดเลย เฮ้อ”
            “คิดจะอ้อนน้องเป็นเด็ก ๆ ไปได้ สมควรแล้วแหละ หึ”
            “เอ่อ...จะมาอ้อนอะไรผมล่ะ กินไปเลย” ผมบ่นอุบแล้วไม่สนใจเขาต่อ ส่วนตัวการก็นั่งขำ ๆ เหมือนจะภูมิใจที่แหย่ผมสำเร็จ
            “ขำน้องเข้าไป ถ้ากุ้งติดคอแม่จะขำให้ ไม่ช่วยด้วยนะ”
            “รสชาติถูกปากมั้ยครับ” ผมปล่อยพี่อินน์ไว้แล้วคุยกับคุณแม่พี่อินน์แทน
            “อร่อยมากจ้ะ รสกำลังดีเลย น้ำจิ้มก็ใช้ได้ด้วย”
            “ไว้วันหลังเรามากินอีกนะครับแม่” พี่อินน์รีบพูดขึ้นมายิ้ม ๆ
            “เราจะขับรถพาพ่อกับแม่มากินถึงนี่เลยใช่มั้ยล่ะ”
            “ได้เสมอครับคุณนาย ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง!”
            “จ้า ๆ ติดใช้รสชาติอาหารหรือติดใจอย่างอื่นกันแน่ฮึ”
            “แหม แม่ก็ ไม่เอาไม่พูดสิ” ...เอ่อ ไม่ว่าเปล่า มีท่าบิดผ้าเช็ดปากแบบเขิน ๆ ด้วย สะดีดสะดิ้งสุด ๆ
            “จะพูดอะไร จะทำอะไรก็ช่วยเกรงใจหน้าหล่อ ๆ เหมือนพ่อแกด้วย ฉันล่ะกลุ้มจริง ๆ”
            อุ๊บ ผมแอบก้มหน้าขำเบา ๆ แกล้งทำเป็นไอกลบเกลื่อน มองพี่อินน์ที่ทำหน้างอนหลังจากโดนคุณแม่ดุ
            ก็สมควรมั้ยล่ะ ดูพี่แกเล่น น่าหมั่นไส้จริง ๆ เลย
            พออาหารเมนูอื่น ๆ มาเสิร์ฟจนครบ พี่อินน์ก็ดูสนุกสนานที่ได้ตักกับข้าวจากแต่ละจานมาใส่ทั้งในจานผมแล้วก็จานคุณแม่ จนต้องเอ่ยปากบอกถึงจะยอมหยุด
            ยังไม่พอตอนที่เราสั่งของหวาน พี่เขายังมาแย่งชิมลอดช่องน้ำกะทิของผมไปอีก ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเลือกสั่งเฉาก๊วยมาเองแท้ ๆ จนผมต้องขู่ฟ่อปกป้องลอดช่องน้ำกะทิของตัวเองไว้สุดชีวิต!
            นี่ของโปรดผมเลยนะเว้ย!
            พอถึงตอนจ่ายเงินกลายเป็นว่าเสี่ยพี่อินน์เขาเป็นคนออกค่าอาหารให้ทั้งหมด จริง ๆ ผมก็เกรงใจอยู่นิด ๆ นะ แต่เขาก็บอกว่าตอบแทนที่มาช่วยเป็นไกด์ให้ด้วยเลยไม่ได้ปฏิเสธไป
            ลัคกี้! สรุปว่ามื้อนี้ อิ่มจัง ตังค์อยู่ครบ เย่

            หลังจากที่เราออกมาจากร้านอาหาร ผมก็บอกทางให้พี่อินน์ขับรถเข้ามาในเกาะเมือง ระหว่างทางดูท่าเหมือนกับเมฆฝนจะตั้งเค้า ท้องฟ้าเริ่มปกคลุมไปด้วยสีเทา ลมพัดแรงขึ้น ในที่สุดฝนก็ตกเทลงมาพอดีกับตอนที่รถเรามาถึงแถวหน้าวัดมหาธาตุ
            ผมเลยเสนอว่าให้ไปนั่งเล่นที่ร้านคาเฟ่แถวนี้ก่อนระหว่างที่รอฝนซา ทุกคนก็ตกลงด้วยตามนี้ ซึ่งที่คาเฟ่ก็อยู่ตรงข้ามกับตัววัดเลยพอมองออกมานอกร้านก็จะเห็นพระปรางค์ของวัดด้วยเหมือนกัน
            พี่อินน์ขับรถมาจอดชะลอที่หน้าร้าน ลงมากางร่มแล้วเดินไปส่งให้คุณแม่ได้เข้าไปในร้านก่อน ตอนแรกเขาก็จะให้ผมลงมาด้วย แต่ผมคิดว่าคงต้องบอกทางไปหาที่จอดรถใกล้ ๆ นี้เลยไม่ได้ลงไปพร้อมกัน
            พอพี่อินน์กลับขึ้นมาเราก็ไปหาที่จอดรถได้อยู่ฝั่งตรงข้ามร้าน ต้องข้ามถนนแล้วเดินต่อสักพัก โชคดีที่วันนี้ผมพกร่มมาด้วยอีกคัน
            ...แต่ พี่อินน์ดันไม่มีร่มอีกนี่สิ
            “ทำไมเมื่อกี้พี่ไม่เอาร่มที่คุณแม่กลับมาด้วยเนี่ย” ผมบ่นอุบเบา ๆ ตอนนี้กลายเป็นว่ามนุษย์เพศชายสองคนต้องมาเบียดกันอยู่ใต้ร่มคันเล็กเดินกลางสายฝนนี่สิ ลำบากชะมัด
            ค่อยยังชั่วที่ผมไม่ต้องถือร่มเองให้เมื่อย หึ
            “แฮ่ ก็...อยากอยู่ใต้ร่มคันเดียวกับเราไงครับ”
            “เดี๋ยวนะ.. มันใช่เรื่องมั้ยเนี่ย พี่อินน์!” ผมหันไปมองค้อนร่างสูงข้าง ๆ แต่รายนั้นดูไม่สำนึกผิดสักนิด รู้แบบนี้ผมน่าจะลงที่ร้านไปพร้อมกับคุณแม่พี่อินน์เลย ฮึ่ย
            “น่า เขยิบเข้ามาใกล้หน่อยก็ได้ เดี๋ยวเปียกฝนแล้วเป็นหวัดขึ้นมาจะทำยังไง”
            “ไม่เอา อึดอัด”
            “ครับ ๆ เดี๋ยวกระผมจะกางร่มให้เองขอรับ” ผมเดินกอดกระเป๋าแนบอกกันไม่ให้มันเปียกฝน โดยที่ไม่หันไปมองคนข้าง ๆ เว้นระยะห่างเล็กน้อย แต่พอรู้สึกว่าฝั่งนี้ไม่โดยละอองฝนสาดเข้ามาเลยสักนิดทำให้แปลกใจจนต้องเงยหน้าขึ้นไปดู
            พอเห็นแบบนี้แล้วเท้าสองข้างชะงักทันที...พี่อินน์เขาเล่นบทพระเอกมิวสิคชูร่มมาทางผมอะ ไหล่ซ้ายของเขาเลยเปียกฝนไปเต็ม ๆ
            “ถ้าเปียกฝนจนเป็นหวัดขึ้นมาจะทำไง” ผมหยุดมองเขานิ่ง ๆ แต่พี่เขายังคงทำหน้าระรื่นได้เหมือนเดิม
            “เป็นห่วงพี่ใช่มั้ยล่า หึหึ”
            “...”
            “ตากฝนแค่นี้สบายมาก ไม่ต้องเป็นห่วงครับ”
            “เขยิบเข้ามาแล้วกางร่มให้ตัวเองด้วย” ผมว่าแล้วค่อย ๆ เดินต่อ
            “เราก็อย่าเดินห่างขนาดนั้นสิ” ไม่ว่าเปล่าเขาเหมือนจะคว้าตัวผมเข้าไปหา ผมรู้สึกได้ว่ามือข้างนึงของพี่อินน์ยื่นเข้ามาโอบเอวผมไว้หลวม ๆ จนผมเผลอกลั้นหายใจตัวเกร็ง ส่วนรายนั้นก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินต่อไปเงียบ ๆ 
            ให้ตายสิ จะมาทรมานกันขนาดนี้ไม่ได้นะ!
            หัวใจจะระเบิดอยู่แล้วเนี่ย!!
            ผมจะดิ้นนิด ๆ ให้เจ้าตัวรู้ แต่ยิ่งดิ้นมันยิ่งเหมือนจะยิ่งใกล้ชิดกันเข้าไปอีกนี่สิ   
            “ถ้าดื้อมากไม่ยอมเดินดี ๆ เดี๋ยวพี่สปอยล์ End game เลยนะ!”
            “ขี้โกงอะ”
            “พอต่อจากภาคก่อนใช่มั้ยพวกอเวนเจอร์ที่เหลือก็--อุ๊บ”
            “เดี๋ยว!!! หยุดเลยนะ!!!” พอเห็นว่าเขายังพูดต่อผมเลยเผลอยกมือนึงไปปิดปากคนถือร่มข้าง ๆ ทำหน้าดุขู่ให้พี่อินน์หยุดพูดแต่รายนั้นกลับยังทำหน้ายิ้มระรื่นเหมือนเดิม
            ฮึ่ย นี่เลยได้แต่ชักมือกลับมาแล้วสาวเท้ารีบเดินไปที่ร้านแบบไม่สนใจคนข้าง ๆ ทันที
            “นิ้มนิ่ม”
            ไม่สนใจเสียงนกเสียงกาตัวโตด้วย!
            “ตายแล้ว เปียกไปหมดเลย เช็ดตัวก่อนลูก” พอเข้ามาในร้านปุ๊บคุณแม่พี่อินน์ก็รีบกุลีกุจอช่วยหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับหน้าให้...เอ่อ ผม
            ปล่อยให้ลูกชายตัวเองยืนหน้าเหวอข้าง ๆ ตลกชะมัด
            “ขอประทานโทษนะครับคุณนาย..ลูกอยู่นี่นะครับ” พี่อินน์บ่นออกมาเบา ๆ ทำท่าเหมือนน้อยใจระหว่างที่ดึงทิชชู่เข้ามาซับหน้าตัวเอง
            “นี่ก็ลูกแม่อีกคนไม่ใช่เหรอไง หรือเราจะเถียง!” คุณแม่พี่อินน์ดูท่าจะสนุกใหญ่ที่แกล้งพี่เขาได้ แต่ผมก็บอกขอบคุณก่อนจะหยิบผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาเอง
            “ครับ ๆ ไม่เถียงครับ ตามสบายเลยครับ หึหึ”
            “ผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะครับ” ผมบอกทั้งสองคนแล้วเดินไปที่ห้องน้ำ กะว่าจะได้ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นด้วยปล่อยให้สองแม่ลูกเขาได้คุยกัน


            _____________________
            “ตาอินน์ นี่ติดใจอยุธยาละซิท่า รู้นะว่าเรามีแผนอะไรเนี่ย”
            “น่ารักมั้ยล่ะครับ”
            “น่ารักกว่าเราเยอะแล้วกัน”
            “เอ่อ...นี่ลูกเอง เหมือนแม่จะลืมนะครับ”
            “มิน่าพอแม่บอกว่าอยากมาไหว้พระที่อยุธยาปุ๊บ เรารีบอาสาขับรถพามาให้ทันทีเลย ร้อยวันพันปีไม่เคย พอแม่จะชวนมาเราก็บอกว่ายุ่งตลอด”
            “ยิงนกนัดเดียวได้ปืนสองตัวไงครับ”
            “...อย่าบอกใครเขานะว่าแม่เคยสอนภาษาไทยแกสมัยมัธยม เฮ้อ”
            “ล้อเล่นหรอกครับคุณครู ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวไง”
            “สงสารหนูบุ๊คขึ้นมาเลย น้องเขายังเด็กนะ เราไปล่อลวงเขาอีท่าไหนฮึ”
            “ยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักท่าครับแม่”
            เพี๊ยะ!
            “โอ๊ย ผมแหย่เล่นน่ะแม่”
            “พูดอะไรเนี่ยฮะ มันน่านัก!”
            “ตอนนี้ก็ชวนคุยเฉย ๆ เอง เอาให้สนิทใจก่อน กลัวเขาวิ่งหนี”
            “ก็สมควรอยู่หรอก ชอบแกล้งชอบแหย่เขาจัง ถ้าน้องเขารำคาญจนทนไม่ไหว แม่จะขำให้”
            “ง่า ไม่หรอกครับ”
            พอดีกับที่บุ๊คเดินกลับมาที่โต๊ะ ผมเลยให้น้องเขาได้ดูเมนูว่าจะสั่งขนมกับเครื่องดื่มอะไร  ระหว่างที่เจ้าตัวกำลังก้มไล่ดูเมนูอยู่ ผมก็แกล้งบอกเหมือนที่ตอนพนักงานที่งานหนังสือเคยทำ
            “ตอนนี้มีโปรโมชันนะครับ ถ้าบอกเบอร์โทรศัพท์มือถือก็จะได้เครื่องดื่มฟรีเลย”
            “...” น้องเงยหน้าอึ้ง ๆ ขึ้นมามองผม อ้าปากเหมือนจะพูดอะไร คงจะตกใจน่าดูที่ได้ยินผมแกล้งบอกแบบนี้
            “ตกลงจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ นมเย็นมั้ย”
            “เอาชาไทยปั่นกับเครปเค้กวนิลาครับ” น้องเดินผ่านผมไปแบบไม่สนใจแล้วบอกกับพนักงานเอง เหวอเลยครับ ..
            พอเขากลับมานั่งหน้ามุ่ยที่โต๊ะผมจึงพยายามรวบรวมความกล้า “เอ่อ... บุ๊คครับ โกรธเหรอ”
            “วันนั้นพี่หลอกผม?” เจ้าตัวพูดมานิ่ง ๆ ตากลมดูเหมือนจะมองมาแบบดุ ๆ ...แต่เอ่อ มันก็ดูไม่ดุอ่านะ
            “เปล่า จริง ๆ นะ พี่พนักงานเขาคิดเองต่างหาก พี่แค่อยากเลี้ยงน้ำปั่นเราเฉย ๆ”
            “แล้วขอแลกกับเบอร์ผม?”
            “...ง่า พี่ไม่เกี่ยว เขาพูดเองนะ คงแค่อยากช่วยมั้ง”
            “พี่ไม่ได้เมมมันไว้ใช่มั้ย”
            “พี่เมมไว้เรียบร้อย” ผมยอมรับตรง ๆ
            “ผมเปลี่ยนเบอร์ทันมั้ยเนี่ย” เขาบ่นออกมาเบา ๆ จนผมใจไม่ดี
            “ไม่น้า พี่ขอโทษจริง ๆ พี่อยากขอจากเราเองด้วยแต่ไม่มีโอกาส”
            “....เฮ้อ ผมผิดเอง ไม่น่าลืมตัวบอกเบอร์กับคนแปลกหน้าแบบนี้เลย”
            “ขอโทษนะครับ” นี่พูดออกมาจากใจจริง ๆ นะ ในใจรู้สึกโล่งขึ้นมาเมื่อไม่ต้องแอบเก็บความลับนี้ไว้แล้ว พอมองหน้าน้องก็เห็นว่าเขายอมยกโทษให้เหมือนกัน อย่างน้อยผมก็ไม่ใช่มิจฉาชีพนะ ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีด้วย
            เฮ้อ ค่อยยังชั่ว
            “ห้ามทำแบบนี้อีกแล้วนะครับ ห้ามโทรมาโดยที่ผมไม่ได้อนุญาตก่อนด้วย”
            “ครับ กลัวแล้วจ้า” ผมยกสองมือขึ้นยอมแพ้แล้วก้มหน้าเศร้า “อะ แต่เราก็อย่าให้เบอร์คนแปลกหน้าไปง่าย ๆ สิ”
            “จัดการได้เต็มที่เลยนะหนูบุ๊ค แม่อนุญาตจ้ะ มีอะไรมาฟ้องแม่ได้ตลอดเวลาเลย” จู่ ๆ แม่ที่นั่งฟังเก็บข้อมูลมาก็หันไปยิ้มให้ท้ายกับน้องเต็มที่
            รู้สึกโดดเดี่ยวยังไงชอบกลแฮะ
            พอเค้กกับน้ำปั่นมาเสิร์ฟน้องเขาก็นั่งก้มหน้าก้มตากิน เคี้ยวตุ้ย ๆ เหมือนเมื่อกลางวันจนผมลอบอมยิ้มไม่ได้ น่ารักชะมัด แก้มขาว ๆ นั่นน่าบีบจริง ๆ เลย
            ผมสั่งเค้กช็อกโกแลตกับลาเต้ไป พอพนักงานมาวางที่โต๊ะนี่ก็เหมือนจะรับรู้ทันทีเลยว่ามีสายตาเป็นประกายแอบเล็งอยากจะตักจ้วงเค้กผมอยู่
            “หึหึ อยากกินก็ตักไป หรือจะให้พี่ป้อนครับ” ผมเงยหน้าไปแซวน้องที่กำลังจ้องเค้กผมตาเป็นมัน ดูท่าว่าอยากลองกินมาก พอผมอนุญาตเจ้าตัวก็คว้าช้อนมาตักเค้กผมไปชิมทันที แถมเขายังเผลอทำหน้าฟินอีก งื้อ น่ารัก!!!!!!
            “...อ้อ ขอแลกกับชาไทยนะ” พอพูดผมผมก็แกล้งคว้าแก้วชาไทยของเขาขึ้นมาจับหลอดเตรียมจะดูด
            คนตรงหน้ามองมาแบบตกใจจนชะงักนิ่งไป ผมเลยแกล้งแอบดูดจากหลอดเขาเบา ๆ พอไม่เห็นเขาว่าอะไร
            “อา ชื่นใจจัง”
            กินน้ำหลอดเดียวกับน้องด้วย อ๊ากกกก
            นะ..นี่มัน จุ๊บทางอ้อม!!!!
            “ขี้โกงอะ” ผมลอบขำที่เจ้าตัวเล็กคว้าแก้วไปกำแน่นเหมือนกลัวว่าผมจะแย่งอีก แถมยังจ้องมาที่ผมแบบดุ ๆ
            ดุเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อ ๆ จะน่ารักไปไหนเนี่ย
            “แลกกับเค้กไงครับ พี่จ่ายเงินให้ด้วยก็แสดงว่าพี่เป็นเจ้าของใช่มั้ยล่ะ”
            “อย่าแกล้งน้อง! แม่ก็นั่งหัวโด่อยู่นี่นะ ลืมหรือไงฮะ” 
            “โอ๊ย ยอมแล้วครับ เจ็บน้า” คุณนายเขาเล่นเอื้อมมือมาบิดหูผมด้วยเนี่ย นี่ตกลงว่าจะเข้าข้างลูกใหม่จริง ๆ ใช่มั้ย
            ยังไม่ทันไรก็เห็นลูกสะใภ้ดีกว่าลูกในไส้แล้วหรอครับ!
            แต่... ขืนพูดประโยคที่นึกในใจเมื่อกี้ออกไป มีหวังผมโดนรุมคอมโบจัดชุดใหญ่จากว่าที่ลูกสะใภ้คุณแม่แน่นอน

 ________________________

   

ออฟไลน์ Inomeki

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
หลังจากเรานั่งเล่นในร้านคาเฟ่รอให้ฝนซาอยู่พักใหญ่ จนเกือบจะบ่ายสองผมก็พาพี่อินน์และคุณแม่เข้าไปเดินชมข้างในวัดราชบูรณะที่เป็นโบราณสถานเก่าแก่และทรงคุณค่าแห่งหนึ่งจังหวัด
            “ด้านในพระปรางค์ประธานเคยมีกรุเก็บทรัพย์สมบัติเครื่องทองและอัญมณีมีค่ามากมายครับ แต่หลังจากที่มีข่าวว่าค้นพบกรุที่วัดราชบูรณะนี้ก็มีพวกขโมยลักลอบเข้ามาขุดหาสมบัติจำนวนมากมายมหาศาลนี้ไปขาย บางส่วนก็ตามกลับมาได้ส่วนสมบัติอื่น ๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตอนนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยาครับ” 
            “น่าสนใจจังเลยนะจ๊ะ แม่ชักอยากเข้าไปดูพวกของที่ขุดพบนี่ด้วย เอาไว้วันหลังเรามาใหม่เนอะ”
            “ได้เลยครับ ผมขับรถพาคุณนายมาเอง จะว่าไปบุ๊ครู้พวกข้อมูลวัดต่าง ๆ เยอะเหมือนกันนะเนี่ย เก่งจังเลย”
            “ผมหาเพิ่มเติมบางส่วนก่อนจะมานี่ด้วยน่ะครับ แต่อย่างวัดพวกนี้ก็เป็นที่โด่งดังอยู่แล้วเลยพอรู้มาบ้างครับ”
            “สมเป็นไกด์จริง ๆ เลยน้า”
            “เราเดินไปวัดมหาธาตุข้าง ๆ นี้กันเลยดีกว่าครับ เดี๋ยวจะเย็นซะก่อน”
            “นำเลยครับไกด์”
            “ไฮไลท์ของวัดนี้ถ้าไม่มาดูนี่เหมือนกับเห็นแสดงว่ายังมาไม่ถึงอยุธยานะครับ”

            ผมพาทั้งสองคนมาเดินชมภายในวัดมหาธาตุ ตัวพระปรางค์ประธานขนาดใหญ่พังทลายไปหมดแล้ว แต่ด้านหน้า
ยังมีร่องรอยปรากฏให้เห็นบ้าง สิ่งสำคัญที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาชมก็คือเศียรพระพุทธรูปที่ถูกล้อมรอบไปด้วยรากของต้นโพธิ์ซึ่งจุดนี้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกจำนวนมาก 

            เมื่อเรากลับมาที่รถต่อผมดูเวลาก็ใกล้จะบ่ายสามแล้ว เลยพาไปไหว้พระต่อ ขับรถตรงต่อออกมาไม่ไกลโดยระหว่างทางก็แวะสักการะไหว้พระที่วัดธรรมิกราชที่เป็นทางผ่านด้วย
            เราเดินเข้ามาด้านในวิหารพระมงคลบพิตร ผมก็แนะนำประวัติคร่าว ๆ ว่าจุดเด่นคือพระพุทธรูปขนาดใหญ่ด้านในวิหารที่สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา ครั้งกรุงแตกองค์พระประธานและวิหารถูกเผาทำลายจนชำรุดทรุดโทรมหนักและได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
            “บุ๊ค ๆ ดูเซียมซีที่พี่ได้นี่สิ เขินอ่า เนื้อคู่อยู่ไม่ไกลด้วย” พี่อินน์เดินเข้ามายื่นเซียมซีของตัวเองให้ผมดู ยังไม่พอมาคว้าใบเซียมซีของผมไปดูด้วย
            “โอ๊ะ ....ถามเนื้อคู่ชู้ชื่นจะเชยชิด คงสมจิตสมรักสมศักดิ์ศรี ความรักดีเหมือนกันเลยเนอะ หึหึ”
            คนข้าง ๆ เหมือนยิ่งอารมณ์ดีขึ้นไปอีก ผมทำอะไรไม่ได้ก็เลย...เดินหนี แอบหน้าร้อนนิด ๆ เหมือนกัน
            “ฮั่นแน่ หน้าแดงจังเลยน้า แหนะ ๆ เขินหรอครับ” 
            “เปล่าสักหน่อย อากาศมันร้อนต่างหาก ...ไปต่อกันเถอะครับ” ผมว่าแล้วเดินนำออกมาด้านนอกวิหาร ทิ้งให้ผู้ชายตัวโตแบบพี่อินน์ยืนยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว
            จากนั้นเราก็ออกมาเดินชมวัดพระศรีสรรเพชญ์ที่ซึ่งเคยเป็นวัดหลวงประจำพระราชวังโบราณ จุดเด่นของโบราณสถานแห่งนี้คือมีเจดีย์ทรงลังกาขนาดใหญ่ (ผมเพิ่งค้นมาจากกูเกิ้ล) วางเรียงกันสามองค์สร้างไว้สำหรับบรรจุพระบรมอัฐิของกษัตริย์สามพระองค์ในสมัยอยุธยา
            หลังจากที่ฝนตกก็แดดออกจ้า บ่ายวันนี้อากาศจึงร้อนพอสมควร ผมเข้าไปถามคุณแม่พี่อินน์ระหว่างที่เราไปพักในศาลาไม่ไกลจากวัด พลางหยิบยาดมกับพัดมาช่วยพัดให้สดชื่นขึ้น
            “คุณแม่เหนื่อยหรือยังครับ” 
            “ก็เริ่มเหนื่อยบ้างแล้วจ้ะ คนแก่ก็อย่างนี้แหละ ขอบใจนะจ๊ะ”
            “แหม เรียกแม่พี่จนคล่องปากเลยน้า หึหึ” พี่อินน์กระซิบเบา ๆ แถมหัวเราะเจ้าเล่ห์อีก ผมเลยตีเขาเบา ๆ ไปทีนึงด้วยความหมั่นไส้ล้วน ๆ
            “แซวเฉย ๆ เอง ซ้อมไว้ไม่เสียหายนี่นา เนอะ ๆ”
            “ไปต่อไหวไหมครับ” ผมทำเป็นไม่สนใจพี่อินน์ หันไปถามคุณแม่พี่อินน์ที่นั่งข้าง ๆ
            “เดี๋ยวนั่งพักสักหน่อยก็ดีขึ้นจ้ะ”
            “ตอนนี้ก็ 4 วัดแล้วนะครับคุณนาย เหลืออีกตั้ง 5 วัด วันนี้จะครบมั้ยเนี่ย”
            “ไม่ครบก็มาวันอื่นก็ได้ ใกล้แค่นี้เอง ไหนเราบอกว่าจะขับรถมาให้แม่ไงล่ะ หรือไม่อยากมาแล้วฮึ”
            “โถ่ ผมอยากมาอยู่แล้วสิครับ มาได้เสมอตามที่คุณนายจะบัญชาครับ”
            “แล้วไป ไม่งั้นไว้แม่จะให้คนขับรถพามาเที่ยวเองก็ได้ พาหนูบุ๊คไปกินข้าวกันสองคน เชอะ”
            “กอดน้าอย่างอนสิครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อนมั้ยล่ะครับ นี่ก็บ่ายสามกว่าแล้วจะไปกลับถึงบ้านไม่ค่ำเท่าไร”
            “ตามใจคนรับรถก็ได้ จริง ๆ แม่ก็เหมือนจะเริ่มปวดแข้งปวดขานิด ๆ เอาไว้คราวหน้าแม่มารบกวนเราให้เป็นไกด์อีกได้ไหมจ๊ะ”
            “ได้ครับ ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ผมมาด้วยได้เสมอครับ” ผมยิ้มแล้วบอกอย่างยินดี คุณแม่พี่อินน์ใจดีแถมน่ารักกว่าพี่อินน์ตั้งเยอะ
            “หนูบุ๊คคงใกล้จะเปิดเทอมแล้วนี่เนอะ งั้นเดี๋ยวเราไปซื้อของฝากก่อนกลับหน่อยแล้วกัน ดีมั้ยจ๊ะ”
            “ได้เลยครับ เดี๋ยวผมพาไป”
            "งั้นเดี๋ยวผมมานะครับ" พี่อินน์บอกแล้ววิ่งออกไปทางร้านขายโปสการ์ดและของที่ระลึก ผมไม่ได้เดินตามไปดู แต่พอจะมองเห็นว่าเขาเลือกซื้อโปสการ์ดมา แล้วยืนเขียนอยู่ไม่นานก่อนจะเดินกลับมา

            พอออกมาจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ผมก็บอกทางให้พี่อินน์แวะไปซื้อโรตีสายไหมที่ร้านประจำที่ผมชอบ ผมมาซื้อตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนคนขายจำหน้าได้ เขาก็ใจดีม้วนโรตีสายไหมมาให้พี่อินน์กับคุณแม่ได้ลองชิมดูก่อนด้วย ซึ่งทั้งคู่ก็ซื้อกลับไปคนละกิโล คือ... แทบจะแจกได้เป็นสิบ ๆ คนเลยนะครับนั่น
            อ้อ พี่อินน์งอแงจะให้ผมป้อนโรตีให้ด้วยนะ เขาอ้างว่าจับพวงมาลัยแล้วมือเปื้อนแต่ดันโดนคุณแม่ตีเข้าให้ซะก่อนเลยหงอยไปตามระเบียบ สมควร ฮ่า ๆ
            ก่อนจะกลับผมก็พามาที่ร้านเค้กบ้านสวนเจ้าโปรด ซึ่งทั้งพี่อินน์ทั้งคุณแม่พอได้ลองชิมก็ติดใจซื้อกลับกรุงเทพฯ จนหิ้วกันแทบไม่ไหว พี่อินน์ก็บอกว่าจะเอาไปขายต่อเพื่อนด้วย ...เอ่อ ช่างเขาเถอะครับ
            เอาเป็นว่างานนี้การท่องเที่ยวอยุธยาควรจะต้องขอบคุณผมนะเนี่ย
            “เดี๋ยวพี่ส่งผมหน้าปากซอยก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมเดินต่อเข้าบ้านเองจะได้ไม่ลำบาก” ผมหันไปบอกระหว่างทางที่ใกล้จะถึงบ้าน
            “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่เข้าไปส่งเราหน้าบ้านนั่นแหละ จะได้ไม่ต้องเดินตากแดดด้วย เกรียมหมด”   
            ผมขำนิด ๆ แต่ก็จริงอย่างที่เขาบอกนะ แดดตอนเย็นนี่โหดร้ายน่าดูเหมือนกัน เจิดจ้าซะเหลือเกิน ตาพร่าไปหมด
            “คุณพ่อกับคุณแม่ยังไม่กลับมาหรือจ๊ะ” คุณแม่พี่อินน์ถามขึ้นเมื่อรถมาจอดที่หน้าประตูบ้าน สงสัยเห็นว่าด้านในที่จอดรถไม่มีรถอยู่
            “ยังเลยครับ คงจะยังไม่กลับจากที่ทำงาน”
            “ไว้คราวหน้าเดี๋ยวแม่กับพ่อจะมาเยี่ยมแล้วกันนะจ๊ะ วันนี้ขอบคุณเรามากเลยนะที่ช่วยพาแม่เที่ยว”
            “ยินดีครับ”
            “โชคดีนะจ๊ะ อ้อ ถ้าพี่เขาแกล้งอะไรมาฟ้องแม่ได้ตลอดเลยนะ
            “งั้นผมลานะครับ สวัสดีครับ” ผมยกมือขึ้นไหว้คุณแม่พี่อินน์แล้วลงจากรถ พอดีกับที่เห็นว่าพี่อินน์เดินลงจากรถมายืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยเหมือนกัน           

            " พี่ให้เรา ขอบคุณสำหรับวันนี้ด้วยนะครับ" พี่อินน์พูดพร้อมกับยื่นโปสการ์ดใบนึงส่งมาให้ผม

            นึกว่าจะส่งให้ตัวเองซะอีก...

            “วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภานี้เราว่างมั้ย” 
            “เอ่อ...ผมมีธุระที่กรุงเทพฯ”
            ยังไงก็พลาดไม่ได้เด็ดขาด!
            “หึหึ ธุระที่ว่าใช่งาน.....วาย ๆ หลิก ๆ อะไรนี่หรือเปล่าน้า”
            “พี่รู้หรอ!” ผมตกใจจนเผลอพูดเสียงดัง
            “ก็เห็นในสตอรี่ไอจีเราไง หึหึ พอดีพี่ซื้อบัตรไว้แล้วด้วยสองใบ ขอไปกับเราด้วยคนได้มั้ยครับ”
            “ผมก็ซื้อมาแล้วใบนึง...”
            “ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่ซื้อต่อเราเอง ขอคำตอบด้วยครับ”
            “ก็ได้ครับ แต่...”
            " ...ไปกับพี่นะ นะๆ"
            "ถ้าจบงานแล้วผมขอเก็บบัตรทั้งหมดไว้นะ" ไม่ได้เห็นแก่ลายบนบัตรเข้างานเลยสักนิด สาบานได้!
            “แค่นี้หรอ... ได้เลยจ้า อ้อ แล้ววันนั้นเราจะไปยังไงอะเนี่ย”
            “ก็คงขึ้นรถตู้ไปลงหมอชิตแล้วต่อ BTS ไปสนามเป้าอ่าครับ”
            “โอเค งั้นเจอกันนะ”
            “ขับรถดี ๆ นะครับ”

            พี่อินน์ยิ้มร่าเมื่อได้ยินที่ผมบอกก่อนจะกลับขึ้นไปบนรถ ผมยืนส่งอยู่หน้าบ้าน จังหวะที่เขากลับรถย้อนมา จู่ ๆ พี่อินน์ก็เปิดกระจกฝั่งคนขับพร้อมกับชะโงกหน้าออกมา

            “อ้อ อย่าไปเผลอส่องใครบน BTS ล่ะ พี่หึง!”     
            .... เดี๋ยวนะ!!
            “พี่อินน์!!!!”
            รู้ตัวอีกทีเขาก็ขับรถออกไปไกลแล้ว ฮึ่ย ฝากไว้ก่อน ขอให้โรตีติดคอเลย!!!
                 

 

            พอเข้ามาในบ้านผมก็ก้มดูโปสการ์ดภาพถ่ายซิลลูเอตวัดพระศรีสรรเพชญ์ยามเย็นที่ท้องฟ้าถูกย้อมไปด้วยสีสันต่าง ๆ ก่อนจะพลิกอ่านข้อความที่เขาเขียนเอาไว้ด้านหลัง...

             ‘ขอบคุณอาหารปลา ขอบคุณเจดีย์วัดใหญ่ ขอบคุณฝน ขอบคุณร่ม ขอบคุณชาเย็นที่ทำให้รู้สึกว่าหวานชื่นใจกว่ากาแฟ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวทุกอย่างในวันนี้ที่ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น ขอบคุณนะครับคุณไกด์ อ้อ หวังว่าเจ้าแม่สร้อยดอกหมากจะเป็นกำลังใจให้พี่บ้างนะ

           ป.ล. แล้วจะมาอีกแน่นอนครับ'

       

            เอ่อ... เหมือนอยุธยามันร้อนขึ้นอีกสิบองศาหรือเปล่านะ หน้าผมร้อนจนแทบไหม้ไปหมดแล้วเนี่ยยยย
     

 

              ช่วงหัวค่ำ มีเบอร์แปลกที่ผมไม่ได้เมมไว้โทรเข้ามา ถึงใจนึงจะไม่อยากรับแต่ผมก็จำใจกดรับเผื่อเป็นเพื่อนคนไหนโทรมา

             "สวัสดีครับ"

             "พี่อินน์เองน้า ถึงบ้านแล้วนะครับ นี่เบอร์พี่เอง เมมไว้ด้วยนะครับ"

             .....!!!!!!

             ผมรีบกดวางสายทันทีด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะโทรเข้ามาปุบปับแบบไม่ทันได้ตั้ง อีกมือนึงก็เผลอกุมหัวใจที่เต้นรัวอย่างไม่หยุด

             ตึ๊ง!

             เสียงแจ้งเตือนในมือถือดังขึ้นเรียกให้ผมสะดุ้งก่อนจะหยิบมาเลื่อนเปิดดู

            ......ให้ตายเถอะ อาการหนักกว่าเดิมอีกเนี่ย!!!!!

           พี่เขาลงภาพที่ดูเหมือนว่าจะแอบถ่ายจากด้านหลังโดยฝีมือคุณแม่พี่อินน์ในระหว่างที่ผมกับพี่อินน์กำลังจุดธูปไหว้พระที่วิหารพระมงคลบพิตร 
     

          IN.me ได้มาทำบุญร่วมชาติแล้ว...เหลือตักบาตรร่วมขันเนอะ แบร่ : P

          คือ......

           นี่กะจะหยอดคอมโบคิลให้ผมชุบไม่ทันเลยใช่มั้ยฮะพี่อินน์!!!!!!

         

 ========================================

สำนักงานท่องเที่ยวอยุธยาจะต้องให้รางวัลเราแล้วล่ะ >< จะมีใครมาลองของเที่ยวตามรอยมั้ยน้า 555555
ตอนแรกกะว่าจะเป็นตอนสั้น ๆ ให้พี่อินน์มาหาน้อง...กลายเป็นว่ายาวไปอีก ที่ขับรถมาให้คุณแม่นี่ข้ออ้างทั้งนั้นแหละ

ดีใจมาก ๆ ที่เห็นหลายคนชอบ อยากบอกว่าทั้งคู่ยังวนเวียนอยู่กับเราตลอดค่ะ
หลังจากนี้เราก็คงจะมีตอนต่อออกมา (คงจะไม่บ่อยมาก) แนว ๆ Slice of life
ที่เป็นเรื่องของพวกเขาทำค่อย ๆ ทำความรู้จักศึกษากันไปก่อน ..และที่ตั้งใจไว้ก็คือจะเป็นเรื่องราวตามไทม์ไลน์จริง ๆ ค่ะ :)


ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่เอ็นดูน้องบุ๊ค และ(อิ)พี่อินน์ของเรา

#สถานีดีต่อใจ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
ได้ไปเที่ยวอยุธยากับพี่อินน์ด้วย....ได้ความรู้คู่บันเทิง   o13 o13 o13

ออฟไลน์ tuuili

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ดีต่อใจจจจ อยากจะไปนั่งเอ็มอาร์ทีเก็บโมเมนต์จังเลยค่ะ 555555

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6

ออฟไลน์ Stmmltww

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-6
พี่อินน์ดูก๊องมากกว่าที่คิด ตลก น้องอย่ายอมเป็นแฟนง่ายๆนะคะ

ปล. น่าไปเที่ยวมาก แต่สู้แดดไม่ไหวค่ะ  :serius2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด