(เรื่องสั้น) Thanks a lot for 365 days again. ❤ Special 1 [25/Feb/19]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (เรื่องสั้น) Thanks a lot for 365 days again. ❤ Special 1 [25/Feb/19]  (อ่าน 2901 ครั้ง)

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-2
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่


1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม




***********************************************************************


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-02-2019 23:26:18 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-2
ขอบคุณวันปีใหม่ที่ทำให้ผมกล้าบอก Happy new year เขา

ขอบคุณสามร้อยหกสิบห้าวันที่เวียนมาบรรจบกันจนทำให้มีวันนี้



.


.


.


.


.



     "เฮ้ยไอ้เฉิน เอาขยะไปทิ้งให้หน่อยดิ ไหนๆ มึงก็ว่างอยู่แล้ว"


     ผมมองถุงขยะที่อยู่ในมือเพื่อนก่อนจะเบ้หน้าใส่มันเบาๆ ผมเป็นเพื่อนมันนะไม่ใช่เบ๊ ทำไมต้องฟังคำสั่งมันด้วยล่ะ


     "ขี้เกียจ"

     "ไอ้เฉิน อย่ามางอแง"

     "กูไม่ได้งอแง กูแค่ขี้เกียจเอาขยะลงไปทิ้ง" ห้องมันอยู่ตั้งชั้นเจ็ด แล้วลิฟต์ในคอนโดฯ ก็ดันมาเสียช่วงนี้อีก ขืนผมทำตามมันมีหวังกล้ามขาขึ้นเป็นลูกกันพอดี

     "ยังจะมีหน้ามาพูดว่าขี้เกียจอีกเหรอ งานกลุ่มที่ส่งไปเมื่อวานมึงได้ช่วยอะไรบ้างไหมนอกจากซื้อขนมมาแจกพวกกู"

     "ก็ตอนนั้นกูป่วยอยู่อ่ะเลยมาช่วยพวกมึงไม่ได้"

     "ตอนนี้ก็หายป่วยแล้วไง เอาขยะลงไปทิ้งแค่นี้ไม่ตายหรอก"


     ไม่ตายบ้าอะไร! มึงย้อนกลับไปอ่านบรรทัดบนดิ๊ ห้อง มึง อยู่ ชั้น เจ็ด แล้ว กู ต้อง เดิน บันได ลง ไป!


     "ไว้ค่อยทิ้งพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ เอาไว้ตอนจะกลับกูจะได้เดินลงไปทิ้งให้ทีเดียวเลยไง"

     "ถังขยะเต็มแล้ว กูไม่ชอบให้มีถุงขยะในห้องตัวเอง อย่าเรื่องมากน่ะมึง กูให้เอาขยะไปทิ้งไม่ได้ให้ไปรบ"


     แล้วที่มึงทำอยู่มันต่างกับการรบตรงไหน มึงกำลังส่งกูไปรบกับบันไดตั้งสิบสี่ชั้น (รวมขาขึ้นขาลง) เลยนะ!


     "เวย์ ช่วยกูหน่อยยยยย" ในเมื่อคนตรงหน้ายืนยันที่จะใช้งานผมให้ได้ผมเลยหันไปหาตัวช่วยที่กำลังนอนเล่นโทรศัพท์บนโซฟา

     "ให้ช่วยอะไร"

     "ช่วยเอาขยะไปทิ้งแทน"

     "ได้ข่าวว่าเราไม่สนิทกันนะ"

     "ใครบอก มึงสนิทกับกูมากลืมแล้วเหรอ"

     "ใช่ลืมแล้ว เพราะงั้นโชคดีนะครับตี๋น้อย"


     ตี๋น้อยพ่อง...


     ผมทำหน้าหงิกใส่คนที่เอาหน้าตี๋ๆ เชื้อสายจีนของผมมาล้อ คือผมก็หน้าตี๋จริงๆ นั่นแหละ แต่ผมไม่ชอบให้มันเรียกตี๋น้อยอ่ะ มันดูเหมือนลูกมาเฟียที่เป็นลูกแหง่ทำอะไรไม่เป็นนอกจากขอเงินพ่อไปวันๆ


     "มึงก็เอาขยะลงไปทิ้งให้หน่อยเถอะ จัมพ์มันอุตส่าห์ให้พวกเรามาเคาท์ดาวน์ห้องมันเชียวนะ" ไอ้ริวที่กำลังนอนเล่นเกมอยู่บนเตียงส่งเสียงมาเกลี้ยกล่อมผมอีกคน ปากมันพูดกับผมแต่ตามองจอมือถือไม่กะพริบ "เยส! ได้แต้มเพิ่มแล้วโว้ยยย"

     "สรุปคือกูต้องเดินขึ้นลงบันไดสิบสี่ชั้นจริงๆ เหรอ"

     "ถือเป็นการออกกำลังกายต้อนรับปีใหม่"

     "ทีไอ้เวย์ไอ้ริวไม่เห็นมึงใช้บ้างเลย ทำไมต้องเป็นกูวะ"

     "ก็เพราะเมื่อวานไอ้เวย์ไอ้ริวรวมถึงกูหัวปั่นกับงานกลุ่มมาทั้งวันแล้วไง เพราะงั้นวันนี้มึงที่สบายมาตลอดต้องเสียสละให้เพื่อนบ้าง"


     ใครบอกมึงว่าที่ผ่านมากูอยู่สบาย การนอนโรงพยาบาลดมกลิ่นยาทั้งวันแถมยังมีสายระโยงระยางทั่วแขนมันไม่ได้สบายสักนิดเลยนะ


     "ไอ้พวกเพื่อนชั่ว ชอบใช้คนป่วย"

     "ตอนนี้มึงไม่ใช่คนป่วยแล้ว อย่ามาง้องแง้งรีบไปได้แล้ว"


     ไอ้จัมพ์ยัดถุงขยะใส่มือผมก่อนจะรุนหลังจนมาอยู่หน้าประตูห้อง หลังจากให้คีย์การ์ดมาอีกหนึ่งอย่างมันก็ออกคำสั่งกับผมอีก


     "ถ้าเจอไอ้แทนก็พามันขึ้นมาเลยนะ กูขี้เกียจลุกมาเปิดประตูให้มัน"


     ชื่อของเพื่อนต่างคณะของคนพูดทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะไปนิดนึง ผมตอบรับมันแบบส่งๆ ก่อนจะเดินหิ้วถุงขยะไปยังบันได ขาลงน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ขาขึ้นนี่สิน่าจะหนักเอาการอยู่ เดินขึ้นบันไดจากชั้นหนึ่งไปยังชั้นเจ็ด...ไม่ใช่เรื่องตลกนะครับบอกเลย


     ระหว่างที่กำลังเดินลงบันไดในหัวก็คิดถึงใครอีกคนที่ยังมาไม่ถึง และมันก็เหมือนเป็นระบบอัตโนมัติที่พอคิดถึงเขาคนนั้นแล้วหัวใจผมต้องเต้นแรงทุกครั้ง


     อันที่จริงผมไม่ควรจะมาทำอะไรแบบนี้เลย พูดให้ถูกคือผมไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ วันนี้คือวันที่ 31 ธันวาคม เป็นวันที่ผมกะจะใช้ชีวิตวันสุดท้ายของปีด้วยการนอนดูการ์ตูนอยู่ในบ้านตัวเอง แต่ไอ้จัมพ์ผู้ติดเพื่อนยิ่งกว่าผู้หญิงก็เอ่ยปากชวนแกมบังคับให้ผมมาเคาท์ดาวน์ห้องมันด้วยการขู่ว่าถ้าไม่มาจะไม่เขียนชื่อผมลงในรายงานกลุ่ม


     ...ผมที่ไม่มีทางเลือกเลยจำต้องมาค้างห้องมันอย่างเสียไม่ได้


     ก่อนหน้านี้ผมเป็นไข้หวัดใหญ่เลยต้องนอนโรงพยาบาลยาวถึงหนึ่งสัปดาห์เต็ม พอได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วแทนที่จะได้กลับบ้านอันแสนคิดถึงกลับต้องโดนเพื่อนลากให้มาทำอะไรแบบนี้อีก


     โว้ยยยย ไอ้เฉินล่ะหงุดหงิด!


     ในที่สุดหลังจากเดินบ่นเพื่อนในใจมาตั้งนานผมก็ลงมาถึงชั้นหนึ่ง บริเวณล็อบบี้ตรงนี้ถูกประดับประดาให้เข้ากับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ถึงชั่วโมงข้างหน้านี้ ผมเดินเอาถุงขยะไปทิ้งลงในถังหน้าคอนโดฯ ในตอนที่กำลังจะหันหลังกลับเดินขึ้นห้องเสียงของใครบางคนก็เรียกชื่อผมไว้ซะก่อน


     "เฉิน"


     ผมหันไปมองตามเสียงเรียกชื่อ ทันใดนั้นเองหัวใจเจ้ากรรมก็เต้นแรงขึ้นมาอีก คนที่เรียกชื่อผมเดินมายังจุดที่ผมยืนอยู่ด้วยท่าทางไม่รีบร้อน เสื้อยืดกางเกงยีนส์กับเป้สะพายข้างธรรมดาแต่กลับเสริมความหล่อของเขาจนผมที่เป็นผู้ชายด้วยกันยังต้องอาย


     "ลงมาทำอะไร"

     "ทิ้งขยะน่ะ"

     "ลงมายังไง ลิฟต์เสียอยู่ไม่ใช่เหรอ"

     "เราลงบันไดมา"

     "จากชั้นเจ็ดเนี่ยนะ?"

     "อือ"


     แทนขมวดคิ้วเข้าหากันหลังผมพูดจบ ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นอะไร แต่ผมไม่อยากยืนคุยกับเขาสองต่อสองตรงนี้นานๆ เลยถือโอกาสชวนเขาขึ้นห้องเลย


     ไม่ได้กลัวคนอื่นเข้าใจผิดหรืออะไรทำนองนั้น ก็แค่เขินที่ต้องยืนคุยกับคนที่ตัวเองชอบสองต่อสอง เห็นนิ่งๆ แบบนี้แต่ในใจผมนี่โครมครามสุดๆ เลยนะ ตอนแรกก็อยากเจอแหละแต่ไม่นึกว่าจะได้เจอจริงๆ


     "คีย์การ์ดห้องจัมพ์อยู่ที่เรา จัมพ์บอกว่าถ้าเจอแทนให้ขึ้นห้องพร้อมเราเลย ป่ะ ขึ้นห้องกัน"


     อย่าสงสัยครับว่าทำไมกับพวกแม่งบนห้องผมถึงพูดหยาบแต่กับผู้ชายคนนี้กลับพูดเพราะจนน่าหมั่นไส้ แทนเป็นเพื่อนสมัยมัธยมของจัมพ์ที่ย้ายไปเรียนคนละคณะตอนขึ้นมหา'ลัย เพราะเป็นเพื่อนของเพื่อนสนิทอีกทีความสนิทสนมกับสรรพนามที่ใช้เรียกจึงไม่เหมือนกัน แต่ไอ้ริวกับไอ้เวย์อาจจะไม่ได้คิดเหมือนผมมันเลยพูดมึงกูกับแทนเหมือนตอนปกติ


     ผมอาจจะไม่สนิทกับแทนเท่าเพื่อนๆ อีกสามคน แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากสนิทกับเขา เพียงแต่ความหมายของคำว่า 'สนิท' ของผมมันต่างออกไปจากคนอื่นเท่านั้นเอง


     "เฉิน"


     มือหนาที่แตะลงบนไหล่เบาๆ ทำให้ผมหยุดเดินแล้วหันไปมองคนข้างหลัง คนที่เอามือมาแตะไหล่ผมเอ่ยปากชวนด้วยสไตล์เนิบๆ แต่กลับทำให้หัวใจผมเต้นแรง...อีกครั้ง


     "อย่าเพิ่งขึ้นดิ ไปเดินเล่นด้วยกันก่อน ไหนๆ ก็ลงมาเจอกันแล้วทั้งที"

     "เดินเล่น...ที่ไหนอ่ะ?"

     "หน้าคอนโดฯ มีงานปีใหม่เล็กๆ จัดอยู่ เห็นมันน่าเดินดีเราเลยกะว่าจะชวนพวกไอ้จัมพ์ลงมา แต่ไหนๆ เราก็บังเอิญมาเจอเฉินแล้ว เดินกันสองคนนี่แหละ ขี้เกียจรอพวกนั้น"

     "อ่า...เอางั้นก็ได้" ผมตอบกลับไปพลางเก็บคีย์การ์ดลงกระเป๋า พยายามทำหน้าตายเพื่อไม่ให้อีกคนรู้ว่าข้างในผมกำลังดีใจสุดฤทธิ์ แทนพาผมมายังงานปีใหม่ที่อยู่ห่างจากคอนโดฯ ไปไม่กี่กิโลฯ มันเป็นงานเล็กๆ ที่จัดโดยคนในระแวกนี้ บรรยากาศคล้ายงานวัดแต่ดูนิวเทรนด์กว่า


     ตอนแรกก็กะจะมาเดินเฉยๆ แต่พอเดินไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีในมือก็เต็มไปด้วยของกินซะแล้ว แทนให้ผมเลือกว่าจะหิ้วของกินขึ้นไปฝากเพื่อนๆ หรือจะหาที่นั่งกินกันข้างล่างนี้ดี และแน่นอน ผมเลือกอย่างหลังครับ


     หนึ่ง พวกมันบังอาจใช้งานผม เพราะงั้นอย่าหวังว่าจะได้กินขนมที่มาจากเงินผมเลย


     สอง แทนอุตส่าห์ชวนผมมาเดินเล่นกันสองคน เรื่องอะไรผมจะยอมปล่อยให้นาทีทองแบบนี้หลุดลอยไปล่ะ


     แทนพาผมมายังม้านั่งที่อยู่ถัดจากตัวงานมาหน่อย บรรยากาศรอบตัวค่อนข้างเงียบเพราะแถวนี้ไม่ค่อยมีคนแต่ก็ไม่วังเวงเกินไปเพราะมีสายไฟกับต้นคริสต์มาสน่ารักๆ เป็นพร็อพ


     "ใครใช้ให้ลงมาทิ้งขยะ ไอ้จัมพ์เหรอ" จู่ๆ แทนก็ถามขึ้นมาระหว่างที่ผมกำลังจิ้มลูกชิ้นเข้าปาก ผมรอให้ตัวเองเคี้ยวให้หมดก่อนจึงค่อยตอบเขากลับไป

     "อืม"

     "ทีหลังไม่ต้องทำตามนะ เดินขึ้นลงบันไดตั้งขนาดนั้นเดี๋ยวก็กลับไปเป็นไข้หวัดอีกหรอก ถ้ามีลิฟต์ก็ว่าไปอย่าง"

     "เราไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นซะหน่อย แล้วอีกอย่าง แค่เหนื่อยมันไม่ทำให้เป็นไข้หวัดได้หรอก"

     "ทำตามที่เราบอกเถอะน่ะ ทีหลังมันใช้อะไรไม่ต้องไปฟัง ถ้ามันมีปัญหาก็บอกให้มาเคลียร์กับเรานี่"

     "เป็นห่วงเหรอ" ผมหันไปถามยิ้มๆ แทนเหลือบสายตามามองก่อนจะยิ้มมุมปากนิดนึง

     "ไม่ห่วงมั้ง พูดยืดยาวซะขนาดนี้"


     เพราะแบบนี้ไง...เพราะแทนเป็นคนแบบนี้ จากที่ไม่คิดอะไรก็กลายเป็นคิด จากที่ไม่รู้สึกอะไรก็กลายเป็นรู้สึก เพราะแทนใจดีกับผมมาตลอด...ผมถึงได้แอบชอบเขาอย่างเงียบๆ มาตลอด


     ถ้าจะให้สาธยายความใจดีของเขาผมว่าเวลาหนึ่งสัปดาห์ยังน้อยไป เอาเป็นว่าเขามักจะทักมาชวนผมคุยทุกวันจนมันกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว เวลาไปเที่ยวที่ไหนก็ซื้อขนมมาฝากผมกับเพื่อนๆ ตลอด พอผมหรือคนอื่นมีปัญหาอะไรเขาก็จะคอยให้คำแนะนำ คอยเอาใจใส่เพื่อนทุกๆ คน แถมยังสอนการบ้านผมอยู่บ่อยครั้งทั้งที่เราเรียนคนละคณะ


     ผมรู้ว่าเขาใจดีแบบนี้กับเพื่อนทุกคน แต่ก็เพราะความใจดีนั่นแหละที่ทำให้ผมไม่อยากเป็นแค่เพื่อนกับเขา บางครั้งผมก็เหมือนเป็นเด็กเอาแต่ใจที่ชอบหวงความใจดีของเขาแบบไม่มีเหตุผล แต่พอคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์จะไปหวงอะไรเขาสิ่งที่ทำได้ก็มีแต่ถอนหายใจด้วยความปลง


     ผมไม่เคยคิดจะบอกชอบเขา เพราะเขาไม่เคยมีท่าทีว่าจะหันไปชอบผู้หญิงคนอื่นเลย ตราบใดที่เขายังไม่มีใครในใจรวมถึงยังคอยใจดีกับผมแบบนี้อยู่ผมก็โอเคกับมันที่สุดแล้ว จนกระทั่งเมื่อเดือนก่อนที่ไอ้เวย์มาบอกว่าเห็นแทนไปไหนมาไหนกับรุ่นน้องที่เป็นดาวคณะบ่อยๆ ณ ตอนนั้นแหละที่ทำให้ผมหวนกลับมาถามตัวเองใหม่อีกรอบว่าจะเงียบแบบนี้ต่อไปหรือจะบอกออกไปดี


     จะอยู่กับปัจจุบันที่มั่นคง ไม่มีอะไรเพิ่มและลดนอกเหนือจากนี้ หรือจะลองเสี่ยงกับอนาคตที่ไม่แน่นอน เดิมพันกับคำว่าชอบที่ผมตั้งใจจะบอกเขา


     ผมแอบลอบมองคนข้างตัวที่กำลังกินเครปอยู่เงียบๆ สักพักคนโดนมองก็เหมือนจะรู้ตัวเลยหันมามองผมบ้างพร้อมกับยักคิ้วให้


     "มองทำไม เราหล่อเหรอ"

     "ถ้าบอกว่ามองคนขี้เหร่จะโกรธไหม"

     "ไม่โกรธ เพราะเรารู้ว่าเฉินโกหก"

     "ไม่หลงตัวเองไปใช่ป่ะเนี่ย"

     "บ้านเรามีกระจกนะ และเราก็ฮอตพอตัวอยู่เหมือนกัน"


     ถึงแม้ผมจะแอบชอบเขาอยู่ แต่พอได้ยินแบบนี้แล้วมันก็อดหมั่นไส้ไม่ได้เหมือนกันแฮะ


     อยากจะเอาไม้ลูกชิ้นจิ้มแก้มสักที เอาให้ขี้เหร่จริงๆ ซะเลยจะได้ชมตัวเองไม่ได้อีก


     "เห้ย! เวรละไง นี่จะเที่ยงคืนแล้ว" พอเหลือบไปเห็นนาฬิกาแขวนในร้านขายตุ๊กตาผมก็เผลออุทานออกมาเสียงดัง รีบยัดของกินกลืนลงท้องแบบลวกๆ แล้วดึงมืออีกคนให้ลุกตาม "ไปเร็วแทน ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว เดี๋ยวไปเคาท์ดาวน์ไม่ทันนะ"

     "จะเคาท์ดาวน์ในห้องไอ้จัมพ์เหรอ"

     "อ้าว ก็ที่มานี่ก็เพราะจะทำแบบนั้นไม่ใช่เหรอ"

     "ไม่ต้องขึ้นหรอก นั่งลงตรงนี้แหละ" แทนที่จะลุกขึ้นตามแรงดึงของผม คนที่ยังนั่งอยู่กลับดึงมือผมให้นั่งลงตามเดิม "ขึ้นไปก็ไม่มีไรทำนอกจากนั่งดูพวกมันเล่นเกมข้ามปี เรานั่งชิลๆ ข้ามปีตรงนี้ดีกว่า อากาศดีแถมโรแมนติกกว่าเยอะ"


     คำว่าโรแมนติกทำเอาผมหน้าร้อนขึ้นมาหน่อยๆ ลืมไปสนิทว่าเมื่อกี้จะเถียงกลับไปว่าไง ก็รู้อยู่หรอกว่าพูดตามสถานการณ์เพราะบรรยากาศตอนนี้มันก็โรแมนติกจริงๆ แต่แทนมาพูดกับผมแบบนี้มันทำให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองนะ...


     เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้น ผมหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นไอ้จัมพ์ที่โทรมา กำลังจะกดรับสายแต่คนข้างตัวก็แย่งไปซะก่อน พอหันไปมองก็พบว่าโทรศัพท์ของผมถูกปิดเครื่องไปแล้วเรียบร้อย


     "ไม่ต้องรับหรอก" แทนพูดพร้อมกับยัดโทรศัพท์ผมลงไปในกระเป๋าเป้ตัวเอง

     "ไม่ให้รับจริงๆ เหรอ เผื่อพวกนั้นเป็นห่วงอยู่นะ"

     "เราไลน์ไปบอกพวกมันแล้วว่าเฉินอยู่กับเรา มันแค่โทรมาเช็กความแน่ใจเท่านั้นแหละเชื่อดิ"

     "แต่..."

     "อยู่กับเรายังต้องห่วงอะไรอีกเหรอ"

     "..."

     "เฉินอยู่กับเรานะไม่ได้อยู่คนเดียว ไม่ต้องกังวลหรอก"

     "..."

     "นั่งด้วยกันนี่แหละ เคาท์ดาวน์กับพวกนั้นมาหลายปีแล้ว ปีนี้อยากเปลี่ยนคนเคาท์ดาวน์บ้าง"


     แทนยิ้มให้ผม มันเป็นยิ้มที่ดูดีซะจนผมอดใจเต้นแรงไม่ได้ หลังจากคิดสะระตะกับตัวเองอยู่สักพักในที่สุดผมก็ยอมเออออตามอีกฝ่าย แต่ถึงกระนั้นแทนก็ยังไม่คืนโทรศัพท์ผมอยู่ดี


     เอาเถอะ ถึงจะอยู่กับผมก็คงไม่ต่างกันหรอก นาทีนี้ผมไม่มีอารมณ์จะเล่นโทรศัพท์เลยสักนิด


     อีกห้านาทีก็จะสิ้นสุดปีแล้ว ปีนี้จะกลายเป็นปีเก่าก่อนจะเข้าสู่ปีใหม่ ทุกๆ ปีผมจะนอนอยู่บ้าน ดูการ์ตูนข้ามปีไม่ก็นอนข้ามปี เป็นแบบนี้ทุกปีจนความตื่นเต้นในวันที่ 31 ธันวาคมค่อยๆ ลดลง ลดลง และลดลง


     ...จนในที่สุดก็ไม่มีเหลือเลย


     ตั้งแต่ขึ้นมหา'ลัยมาวันปีใหม่สำหรับผมก็ไม่ต่างกับวันธรรมดาเลย มันคือหนึ่งวันที่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกแล้วลงทางทิศตะวันตกไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ผมไม่เคยเหงาและผมไม่เคยเก็บเรื่องนี้มาคิดมากเพราะผมเลือกที่จะทำให้มัน 'ธรรมดา' เอง


     แต่ไม่รู้ทำไมพอมาถึงวันนี้ซึ่งก็เป็นวันปีใหม่แบบเดิมเหมือนกับปีก่อนๆ แต่ผมกลับรู้สึกว่ามัน 'พิเศษ' และ 'น่าตื่นเต้น' ขึ้นมาซะงั้น


     บางทีอาจจะเป็นเพราะคนข้างตัวผมในตอนนี้...


     แทนในตอนนี้กำลังมองนาฬิกาข้อมือ ท่าทางจดจ่อกับการนับถอยหลังนั่นทำเอาผมหลุดขำออกมาเบาๆ เขาหันมามองแล้วเลิกคิ้วนิดนึง แต่ผมก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรแล้วยักคิ้วกลับไปแบบที่เขาทำกับผมเมื่อครู่


     ทุกปีที่ผ่านมาผมไม่เคยบอกแฮปปี้นิวเยียร์ใครเลย ไม่ใช่ว่าไม่มีมนุษยสัมพันธ์ แต่ผมมองว่ามันเป็นวันธรรมดาเลยไม่จำเป็นต้องทำตัวให้พิเศษกว่าวันอื่นๆ ตอนแรกพวกไอ้จัมพ์มันก็บ่นที่ผมไม่มีอารมณ์สุนทรีย์เลย แต่พอนานเข้าพวกมันก็ทำใจยอมรับความน่าเบื่อของผมได้ จะมีก็แต่ปีนี้แหละที่ไม่รู้มันนึกครึ้มอะไรถึงได้ลากผมผู้ซึ่งไม่มีความเอ็นจอยอะไรใดๆ ในวันปีใหม่ให้มาร่วมเคาท์ดาวน์ด้วย


     "จริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ?" ผมถามคนที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เลิกจ้องนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้ห้าทุ่มห้าสิบเจ็ดนาทีแล้ว เหลืออีกสามนาทีสำหรับช่วงเวลาในปีนี้ แทนละสายตาจากนาฬิกามามองผม ก่อนจะยิ้มให้เล็กน้อยตามแบบฉบับของเขา

     "จริงจังสิ ตื่นเต้นด้วย"

     "เป็นแบบนี้ทุกปีเลยเหรอ"

     "อืม สำหรับเรามันน่าตื่นเต้นมากเลยนะ มันไม่ใช่แค่บอกลาปีเก่าแล้วเริ่มต้นปีใหม่ แต่มันคือการเริ่มทำสิ่งที่ไม่เคยทำในปีก่อนๆ พอคิดแบบนี้แล้วมันก็เลยตื่นเต้นขึ้นมาน่ะ"

     "ความคิดน่ารักดีนะ"

     "โห ใช้คำว่าหล่อดีกว่า น่ารักมันแบ๊วไป" แทนหัวเราะ ผมเลยหัวเราะตามเขาไปด้วย "แล้วเฉินล่ะ ตื่นเต้นบ้างหรือเปล่า"

     "ไม่เลย ปกติเราก็ไม่อะไรกับปีใหม่อยู่แล้วล่ะ"

     "มิน่าล่ะถึงได้นั่งนิ่งเชียว เมื่อกี้เรายังคิดอยู่เลยว่ากำลังเคาท์ดาวน์กับคนหรือหุ่นยนต์กันแน่"

     "เว่อร์ ไม่ถึงขนาดนั้นซะหน่อย" ผมถลึงตาใส่เขาที่จู่ๆ ก็มากล่าวหาว่าผมเป็นหุ่นยนต์

     "เหลืออีกหนึ่งนาที" แทนพูดพลางก้มดูนาฬิกาอีกครั้ง แล้วจู่ๆ เขาก็เงยหน้ามาเรียกชื่อผม "เฉิน"

     "หือ"

     "จัมพ์บอกเราว่าเฉินไม่เคยบอกแฮปปี้นิวเยียร์ใครเลย"

     "ใช่"

     "ทำไมล่ะ"

     "ไม่มีความจำเป็น"

     "ต้องจำเป็นด้วยเหรอถึงบอกได้"

     "จะบอกหรือไม่บอกมันก็ไม่ต่างกันหรอก ยังไงพวกนั้นมันก็เป็นเพื่อนเราเหมือนเดิม แล้วถึงเราจะอวยพรอะไรไปยังไงมันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้หรอก"

     "เราไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น เราหมายถึงอีกเรื่องนึง" ถ้าผมไม่ได้คิดไปเอง...ในแววตาของแทนเหมือนจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ "ถึงจะยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมแต่เราว่าพวกนั้นเองก็คงอยากให้เฉินบอกแฮปปี้นิวเยียร์บ้างแหละ และเฉินเองก็เข้าใจผิดไปอย่างนึงนะ"

     "อะไรอ่ะ"

     "แฮปปี้นิวเยียร์ไม่ใช่คำอวยพร แต่เป็นคำสัญญาว่าปีใหม่ต่อจากนี้เราจะมีความสุขไปด้วยกัน"

     "..."

     "ถึงจะเป็นแค่สี่พยางค์สั้นๆ แต่เราว่ามันมีพลังมากเลยนะ เพราะเราเชื่อว่ามันทำให้คนฟังยิ้มได้ทุกคนแน่นอน"

     "..."

     "ถ้าเฉินไม่เชื่อก็ลองพูดกับเราสิ แล้วเราจะยิ้มให้เฉินดู"


     เหลืออีกหนึ่งนาทีก่อนจะเข้าสู่ช่วงปีใหม่ ถึงจะยังไม่ถึงเวลาแต่ตอนนี้บางที่ก็จุดพลุฉลองแล้ว ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของอีกคน พยายามค้นหาเหตุผลที่เขาพูดแบบนี้กับผม


     แค่อยากให้ผมเปลี่ยนความคิดเฉยๆ เหรอ หรือมีอะไรมากกว่านั้นแอบแฝงอยู่...


     "ทำไมคำพูดดูยิ่งใหญ่จัง นี่กะจะเอาซึ้งใช่ไหมเนี่ย"


     เมื่อเห็นว่าผมไม่อินตามแทนเลยยกมือเกาท้ายทอยแล้วหัวเราะแก้เก้อ แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีระเรื่อหน่อยๆ แบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน


     "อย่าขำดิ เราก็เขินเป็นเหมือนกันนะ"

     "เราต่างหากที่ต้องเขิน เราเป็นคนฟังนะ"


     เหลืออีกสิบวินาที


     เอาวะ พูดก็พูด


     "แทน"

     "หืม"

     
     เก้า


     "นายเป็นคนแรกเลยนะที่เราจะพูดคำนี้ด้วย"


     แปด


     "แฮปปี้นิวเยียร์น่ะเหรอ"


     เจ็ด


     "ใช่"

     "ดีใจจัง"


     หก


     "ดีใจก็ต้องยิ้มสิ ทำหน้านิ่งทำไม"


     ห้า


     "ไม่อยากยิ้มเยอะ กลัวแก้มปริ"


     สี่


     "จะพูดล่ะนะ"


     สาม


     "พูดพร้อมกันนะ"


     สอง


     "อืม"


     หนึ่ง


     "แทน/เฉิน"


     ศูนย์


     "แฮปปี้นิวเยียร์/เป็นแฟนกับเรานะ"


     เดี๋ยวนะ ผมว่ามันไม่ใช่ละ


     "เมื่อกี้นาย...พูดว่าไงนะ?" ผมถามแทนอย่างไม่เชื่อหูตัวเองท่ามกลางสีสันของพลุที่ลอยอยู่บนฟ้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหน้าผมตอนนี้เหวอไปแล้วเรียบร้อย

     "ต้องพูดอีกจริงเหรอ มันเขินนะเว้ย"

     "เร็วๆ เผื่อเมื่อกี้เราหูฝาด"

     "เฉินได้ยินว่ายังไง"

     "ได้ยินว่านายขอเราเป็นแฟน"

     "งั้นก็ได้ยินไม่ผิดหรอก"

     "เฮ้ย!!"

     "ไม่อยากได้เฮ้ย อยากได้คำตอบ" แทนไม่ปล่อยให้ผมสตันนาน เขาขยับเข้ามาใกล้ผมก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาถาม


     เดี๋ยวก่อนนนนน ขอตั้งสติแป๊บบบบบบบ


     "ไหนบอกว่าจะพูดแฮปปี้นิวเยียร์พร้อมกันไง"

     "เพิ่งมาเปลี่ยนใจวินาทีสุดท้าย แฮปปี้นิวเยียร์เก็บไว้พูดปีหน้าก็ได้ ปีนี้ขอเป็นแฟนก่อน"

     "นายชอบเราเหรอ"

     "อ้าว นี่ไม่รู้เหรอ เรานึกว่ารู้แล้ว"

     "จะไปรู้ได้ไงล่ะ! ก็นายเล่นไม่ทำอะไรให้เรารู้เลยอ่ะ"

     "อย่ามามั่ว เราทำไปตั้งเยอะเหอะ ทำทุกอย่างจนจะเหลือแค่กอดกับจูบแล้วมั้งที่ยังไม่ได้ทำเนี่ย"

     "เห้ย! ยังจูบไม่ได้!" ผมร้องห้ามเมื่อเขาทำท่าจะพุ่งเข้ามาจูบจริงๆ เกือบยกมือขึ้นมาบังไม่ทันแล้วไหมล่ะ โอยยยย หัวใจไอ้เฉินจะวาย เกิดมาเพิ่งเคยหัวใจเต้นแรงขนาดนี้ก็คราวนี้เนี่ยแหละ "คุยให้รู้เรื่องก่อน ที่บอกว่าทำนั่นทำอะไร"

     "ก็ทักไปชวนคุยทุกวัน ซื้อขนมให้ทุกวัน มาหาถึงคณะทุกวัน เราทำขนาดนี้ไม่รู้จริงๆ เลยเหรอว่าโดนเราจีบอยู่"

     "อันนั้นแทนทำให้เพื่อนทุกคนเป็นปกติอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

     "จะบ้าเหรอ เราไม่เคยบอกฝันดีไอ้จัมพ์เลยนะ ไม่เคยป้อนขนมด้วย อย่าว่าแต่ทำเลย แค่คิดก็ขนลุกแล้ว"


     เรื่องพลิกล็อกครับท่านผู้ชม ไม่ใช่พลิกธรรมดา พลิกแบบตะแคงข้างด้วย!


     "แล้วนี่เราต้องทำยังไงอ่ะ" ผมถามออกไปอย่างโง่ๆ บอกตามตรงว่าตอนนี้ทำตัวไม่ถูกแล้ว

     "ก็แค่ยิ้มให้เราแล้วตอบว่าโอเคครับ"

     "ไม่ดูเป็นการบังคับไปหน่อยเหรอ"

     "ไม่หรอก เพราะเรารู้ว่าเฉินก็ชอบเราเหมือนกัน"


     เรื่องเก่ายังไม่หายตกใจ มีเรื่องใหม่มาให้ตกใจเพิ่มอีกแล้ว สีหน้าผมตอนนี้คงตลกน่าดูคนตรงหน้าถึงได้หลุดขำออกมา


     "ตกใจเหรอที่เรารู้"

     "เออดิ รู้ได้ไงว่าเราชอบ"

     "เฉินเล่นถามถึงเรากับไอ้จัมพ์ทุกวัน แถมยังชอบแอบมองตอนเราเผลออีก ไม่รู้ก็บ้าแล้ว"


     แล้วที่ผมคิดมากมาเป็นเดือนว่าจะบอกชอบหรือไม่บอกดีผมทำไปเพื่ออะไรวะ อยากจะบ้า!


     "ตกลงว่าไง เรารอคำตอบอยู่นะ"

     "ยังต้องถามอีกเหรอ! รู้ละเอียดซะขนาดนี้"

     "งั้นถือว่าปีนี้เราไม่ใช่เพื่อนกันแล้วนะ" แทนดึงมือผมไปกุม มุมปากทั้งสองข้างยิ้มกว้างแบบที่ผมก็เพิ่งจะเคยเห็น "เห็นไหม เราบอกแล้วว่าถ้าเฉินบอกแฮปปี้นิวเยียร์เราจะยิ้ม"

     "ยิ้มกว้างเกินไปแล้ว"

     "ก็คนมันดีใจอ่ะ"

     "..."

     "เฉิน"

     "หือ"

     "เรามีเรื่องจะบอก"

     "เรื่องอะไร"

     "จัมพ์เคยบอกว่าที่เฉินไม่ยอมบอกแฮปปี้นิวเยียร์ใครเลยอาจจะเพราะอยากเก็บไว้บอกแฟนคนเดียว พอได้ยินมันพูดเราเลยรีบมาเกลี้ยกล่อมให้เฉินบอกแฮปปี้นิวเยียร์เรานี่ไง เฉินจะได้ไม่ไปเป็นแฟนคนอื่น"

     "เชื่อที่ไอ้จัมพ์พูดด้วย?"

     "ก็ไม่เชิงว่าเชื่อหรอก แต่อยากกันเหนียวไว้ก่อน"


     ผมหลุดขำกับคำพูดของเขา ความสุขในอกค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนตอนนี้มันแน่นอกไปหมดแล้ว


     "เฉิน"

     "จะเรียกทำไมหลายรอบ"

     "เรียกให้รู้ตัวไงว่าตอนนี้เราไม่ใช่เพื่อนกันแล้ว"

     "..."

     "แฮปปี้นิวเยียร์นะครับ ขอบคุณที่ชอบเรา ขอบคุณที่ใจตรงกับเรา ขอบคุณที่ให้เราเป็นคนแรกที่ได้ยินคำว่าแฮปปี้นิวเยียร์"

     "..."

     "ปีนี้เพื่อนเฉินหายไปคนนึงแล้วนะ แต่ไม่ต้องห่วง แฟนคนนี้จะมาแทนที่เพื่อนคนนั้นเอง"

     "..."

     "มาเริ่มต้นสถานะใหม่ไปด้วยกันนะ"

     "..."

     "มีความสุขในปีใหม่นี้ไปด้วยกันนะครับ"


     ตัวของผมถูกคนตรงหน้ารวบเข้าไปกอด ผมยกมือขึ้นกอดอีกคนตอบเพื่อซึมซับไออุ่นแห่งวันปีใหม่ที่ผมไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้สัมผัส หลังจากนี้ไปความหมายของวันปีใหม่สำหรับผมคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันพิเศษขึ้น มันน่าตื่นเต้นขึ้น และมันอบอุ่นขึ้น...เพราะผมไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว


     ใครจะคิดว่าคำสี่พยางค์มันจะมีพลังมากมายขนาดนี้ มันทำให้คนฟังยิ้มออกอย่างที่แทนพูดไว้ก็จริง แต่นอกเหนือจากนั้นมันยังทำให้ผมได้สิ่งที่ผมปราถนามาตลอด...เพียงแค่พูดคำๆ นี้ออกไป


     ผมสัญญาว่าอีกสามร้อยหกสิบห้าวันหลังจากนี้ผมจะกลับมาบอกแฮปปี้นิวเยียร์ผู้ชายคนนี้อีกครั้ง ถึงตอนนั้นผมจะเป็นฝ่ายกอดเขาก่อนบ้าง และไม่ใช่แค่นั้น อะไรที่ผมไม่เคยทำในวันปีใหม่ผมจะเริ่มทำมันตั้งแต่ตอนนี้เลย เหมือนกับสถานะของเราสองคนที่อาจจะเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน แต่มันจะเริ่มต้นอย่างมั่นคงนับต่อจากนี้...และตลอดไป


     ขอบคุณวันปีใหม่ที่ทำให้ผมกล้าบอก Happy new year เขา


     ขอบคุณสามร้อยหกสิบห้าวันที่เวียนมาบรรจบกันจนทำให้มีวันนี้






     THE END

     อาจจะไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่ก็อยากให้ทุกคนมีความสุขกับมันนะครับ HNY ย้อนหลังครับผม ขอให้ปี 2019 รวมถึงปีต่อๆไปเป็นปีที่ดีสำหรับทุกคนนะ (:


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-01-2019 23:22:30 โดย Cloverberry »

ออฟไลน์ pklinmonta

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ชอบบ


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออนไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2901
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
น่ารัก..กกกกกก   :pig4:

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
นี่ก็เป็นอีกคนที่ไม่อินกับวันที่31 แต่แบบขออิจฉาเฉินได้ไหม.... ในฐานะคนที่ไม่มีใครให้พูดคำ4พยางค์ในคืนวันปีใหม่ก็ได้  :really2: 55555555
สวัสดีปีใหม่ไรท์ด้วยนะคะ อ่านไปอิจฉาไป เขินไปเรยยยยค่ะ 55555555555

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 898
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
งู้ยยยยยน่ารักกก เขินไปหมดแล้ว แอบเดาไว้ว่างแอบชอบกันแน่ๆ :hao7:

ออฟไลน์ LOVEJUICE

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +199/-17
น่ารักมากๆเลยอ่ะโอ๊ยแทนโรแมนติกมากๆเลยอยากอ่านตอนที่มาจีบทุกวันขึ้นมาเลย

ออฟไลน์ Ujeen

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
น่ารักมากเลยค่ะ :-[
อ่านแล้วยิ่งทำให้อินกับคำว่าhappy new yearมากกว่าเดิม เป็นช่วงเทศกาลที่อบอุ่นจริงๆค่ะ
Happy New yearย้อนหลังเหมือนกันนะคะ :L2:

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 716
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ฮื่ออ น่ารักมากเลย เราว่ามันก็จริงนะที่บอกว่า "แฮปปี้นิวเยียร์ไม่ใช่คำอวยพร แต่เป็นคำสัญญาว่าปีใหม่ต่อจากนี้เราจะมีความสุขไปด้วยกัน"  ไม่อินกับเทศกาลแต่เราอินกับคำนี้อยู่แล้วก็คืออินเข้าไปอีก

แฮปปี้นิวเยียร์ย้อนหลังเช่นกันนะคะคนเขียน☀

ออฟไลน์ Mookku_ps

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น่ารักมากเลย  :o8:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Aumy8059yaoi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 457
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
เรื่องน่ารักมากค่ะ ที่จริงแอบอยากให้มีอีกสักตอน  :impress2:
 :L1: :pig4: :mew1:

ออฟไลน์ blugar

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
หูย แทนดูgentleมากๆเลย

ออฟไลน์ ป่ามป๊ามป่ามปาม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 529
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
อ่านแล้วเขินเลย แทนเฉินน่ารักกกกก

ออฟไลน์ คุณพระ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ชอบบบบ
 :o8:

ออฟไลน์ TrebleBass

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
น่ารัก มีแฮบปี้นิวเยียร์ ให้คนที่ใช่แล้วอ่ะ

ออฟไลน์ Cloverberry

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-2
Special 1 : อยากเป็นแฟนใจจะขาดแล้วนะเว้ย!




     "ไอ้แทนโว้ย ไอ้เฉินมันถามหามึงอ่ะ เหมือนมันอยากเจอมึง"


     ผมละสายตาจากจอโทรศัพท์ที่กำลังโชว์แอพพลิเคชั่นยอดฮิตอย่างอินสตาแกรม หันไปมองทางต้นเสียงที่เดินมานั่งข้างกันด้วยใบหน้าถมึงทึง มันถอนหายใจยาวเหยียดเหมือนเก็บกดอะไรสักอย่างมานาน ผมเลยอดถามมันด้วยความอยากเสือกไม่ได้


     "เป็นไรวะมึง ทำหน้าเหมือนขวิดกับควายมา"

     "นาทีนี้ควายยังน่าอิจฉากว่ากูเลย ห่า รายงานก็ไม่ต้องทำ แถมไม่ต้องแหกขี้ตามาเรียนแปดโมง วันๆ เอาแต่ไถนาไม่ก็เคี้ยวหญ้าเพลินๆ"

     "ทำไมวะ จารย์ไม่ให้ผ่านอีกแล้วอ่อ"

     "เออ! นี่พวกกูแก้จนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมแล้วจารย์ยังไม่ให้ผ่านเลย บอกว่าเนื้อหาน้อยไปมั่ง ขาดตกหล่นไปมั่ง นี่ไอ้เวย์กับไอ้เฉินก็กำลังนั่งคีย์งานอยู่ใต้ตึก เห็นมันบอกจะทำให้เสร็จวันนี้ไปเลยจะได้จบๆ ไป"

     "แล้วไอ้ริวอ่ะ"

     "ไปรับพ่อที่สนามบิน กว่าจะกลับก็พรุ่งนี้ พ่อมันนี่ก็เหลือเกินจริงๆ นะ กลับตอนไหนไม่กลับดันกลับตอนลูกต้องทำรายงาน กูล่ะอยากจะบ้า"


     เขาก็คิดถึงลูกป่ะวะเลยบินกลับมา มึงนี่ก็บ่นไม่ดูไรเลยนะไอ้เหี้ยจัมพ์


     "มีไรให้กูช่วยเปล่า"

     "ถามอย่างกับมึงทำเป็น ได้ข่าวเรียนคนละคณะ"

     "ก็สอนกูดิ"

     "เอาเวลาสอนมึงมาทำเองดีกว่า"

     ตามใจ คนจะช่วยกลับไม่ให้ช่วย "แล้วที่บอกว่าเฉินอยากเจอกูนี่คือยังไง"

     "ก็เมื่อกี้กูไปช่วยมันทำงาน จู่ๆ มันก็ถามหามึง พอกูบอกไม่รู้มันก็ทำหน้าหงอย กูเลยออกมาตามหามึงให้มันนี่ไง"

     "..."

     "ถามจริงเหอะ ทำไมเฉินมันติดมึงจังวะ เจอหน้ากูทีก็ถามถึงมึงที ไปทำคุณไสยใส่มันไว้เหรอ"

     "คุณไสยพ่อง"


     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฉินเป็นแบบนี้หรอกครับ เกือบทุกวันไอ้จัมพ์จะต้องมารายงานผมว่าเฉินถามหาผมตลอด ผมไม่ได้โง่พอที่จะดูไม่ออกว่าเฉินทำแบบนั้นทำไม แต่ผมไม่เข้าใจว่าถ้าชอบผมขนาดนั้นทำไมไม่ทำอะไรให้มันชัดเจนเลยสักอย่าง เอาแต่เลียบๆ เคียงๆ ถามเพื่อนผมแล้วเมื่อไหร่มันจะสมหวังล่ะ


     เห้อ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ เตี้ยไม่พอแถมยังป๊อดอีก ผมไม่รู้จะสงสารหรือจะขำก่อนดี


     "เฉินกับไอ้เวย์อยู่ใต้ตึกใช่มะ"

     "ใช่" ไอ้จัมพ์ตอบพลางหรี่ตามอง "แหม ทีไอ้เวย์นี่เรียกไอ้เต็มปากเต็มคำ ทีไอ้เฉินไม่เห็นเรียกเลย"

     "เรื่องของกูน่ะ"

     "ลำเอียง"

     "อยากแดกตีนมะ"

     "จ้ะๆ ไม่เถียงแล้วก็ได้จ้ะพ่อรูปหล่อ แล้วนี่จะไปหามันเหรอ"

     "เออ" ผมตอบพลางเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปถามมันหน้านิ่ง "มึงจะไปด้วยมะ"

     "ไม่อ่ะ ที่ออกมานี่กูจะไปห้องน้ำแต่มาหามึงให้ไอ้เฉินก่อน ฝากบอกมันด้วยละกัน"

     "เออๆ"


     คณะผมกับไอ้จัมพ์อยู่ใกล้กัน เรียกว่าอยู่ติดกันเลยก็ได้ จึงไม่แปลกที่มันจะชอบมาเข้าห้องน้ำคณะผมบ่อยๆ ห้องน้ำคณะมันน่ะแย่สุดในมอแล้ว นานๆ ทีถึงจะมีคนเข้าไปทำความสะอาด ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนในคณะเขาอยู่กันเข้าไปได้ยังไง


     ระหว่างทางที่เดินผ่านร้านน้ำปั่นสองเท้าผมมันก็หยุดโดยอัตโนมัติ จริงสิ ไอ้จัมพ์บอกว่าเฉินปั่นรายงานอยู่ ถ้าให้ผมเดาสภาพคงไม่ต่างกับซอมบี้เท่าไรนัก เพราะเห็นว่ารายงานนี้พวกมันทำมาเกือบเดือนแล้วแต่ยังไม่ผ่านเลย ผมตัดสินใจอยู่สักพักก่อนจะตรงเข้าไปในร้าน สั่งเมนูที่ทึกทักเอาเองว่าอีกคนน่าจะชอบ


     "ชาเขียวแก้วนึงครับป้า"


     ผมจ่ายเงินให้ป้าแล้วรับแก้วชาเขียวมา เดินดุ่มๆ เข้าไปในคณะที่ไม่ใช่ของตัวเองแต่เป็นเพราะมาหลายครั้งแล้วจึงรู้จักเส้นทางเป็นอย่างดี เฉินกับเวย์นั่งอยู่ใต้ตึกตามที่ไอ้จัมพ์บอก ทั้งคู่นั่งหันหลังจึงไม่เห็นผมที่กำลังเดินเข้าไปหา แต่จู่ๆ ไอ้เวย์ก็ลุกเดินออกมามันเลยเห็นผมซะก่อน


     "อ้าว! มาทำไรวะมึง"

     "มาหาพวกมึงไง เผื่อมีไรให้ช่วย"

     "มึงว่างอ่อ"

     "เออ เพิ่งสอบย่อยไป ว่างทั้งวันเลยวันนี้"

     "ดีๆ งั้นไปช่วยงานไอ้เฉินหน่อย เดี๋ยวกูว่าจะแวบไปห้องน้ำ"

     ไปห้องน้ำอีกละ ทำไมเพื่อนผมแต่ละตัวมันขยันท่อรั่วกันจังวะ "ให้ช่วยไรอ่ะ"

     "ช่วยมันเรียงหน้ารายงานหน่อย มันคีย์งานในโน้ตบุ๊กอยู่ ให้ทำสองอย่างพร้อมกันมีหวังเป็นบ้าก่อนพอดี มึงทำได้ใช่มะ"

     "ได้ดิ"

     "เออๆ งั้นฝากด้วย แป๊บเดียวเดี๋ยวกูมา" มันตบไหล่ผมเบาๆ สองที ก่อนจะเลื่อนสายตามาเห็นชาเขียวในมือผม มันทำท่าจะแย่งไปดูดเหมือนทุกครั้งที่มันทำแล้วผมไม่ว่าอะไร แต่ครั้งนี้ผมเบี่ยงมือหลบทำให้มันวืด "ขี้งกว่ะ"

     "ของเฉิน"

     "แล้วไง กูแดกไม่ได้?"

     "เออ"

     "หึ ลำเอียงนะมึงน่ะ" มันว่าก่อนจะรุนหลังผมให้เข้าไปหาคนตัวเล็กที่กำลังรัวนิ้วบนคีย์บอร์ดอย่างเอาเป็นเอาตาย ผมยังไม่เข้าไปหาในทันที แต่ยืนกวาดสายตาไปยังของบนโต๊ะทั้งหลายแหล่ก่อน โห...ตอนแรกผมก็งงว่าแค่เรียงหน้ารายงาน ทำไมไอ้เวย์ต้องพูดเหมือนงานยาก พอได้มาเห็นกับตาผมถึงรู้ว่ามันไม่ได้ยากแต่มันเยอะ กองชีทบนโต๊ะนั่น...อีกนิดจะเทียบเท่ากับยอดเขาหิมาลัยแล้วนะ

     "ไง" ผมเดินเข้าไปทักคนตัวเล็ก วางชาเขียวลงข้างๆ พลางยิ้มให้ คนโดนทักหันมามองผมแล้วทำหน้าตกใจ นิ้วที่วางอยู่บนคีย์บอร์ดหยุดค้างเติ่งกลางอากาศ


     น่ารักว่ะ...


     "แทน! มาได้ไงอ่ะ"

     "เดินมา" ผมยักคิ้วให้อย่างกวนๆ "เห็นไอ้จัมพ์บอกว่าคิดถึงเรา"

     "เห้ย! จัมพ์มันพูดแบบนั้นเหรอ"

     "แล้วจริงป่ะล่ะ"

     "ไม่...จริง"

     "โห่ เสียใจนะเนี่ย คนอุตส่าห์ซื้อชาเขียวมาฝาก" ผมเท้าแขนข้างนึงไว้บนโต๊ะ พยักเพยิดหน้าไปยังแก้วน้ำที่ตัวเองวางไว้เมื่อครู่

     "ซื้อมาให้เราเหรอ"

     "อือ ชอบไม่ใช่เหรอ"

     "รู้ได้ไง"

     "สังเกตเอา เห็นกินบ่อยๆ"


     แก้มของคนฟังเริ่มเปลี่ยนสี พอพูดขอบคุณเสร็จก็ยกชาเขียวไปดูด ผมหันไปมองกองชีทบนโต๊ะ รู้สึกเห็นใจคนทำขึ้นมาก็ตอนเห็นปริมาณของมันนี่ล่ะ


     "เวย์ให้เรามาช่วยเรียงหน้ารายงาน หมายถึงกองนี้ใช่มะ"

     "อือ"

     "เรียงยังไงอ่ะ สอนหน่อยดิ"

     "แทนจะช่วยเหรอ"

     "ถ้าไม่ช่วยแล้วจะมานั่งอยู่ตรงนี้ไหม" ผมเคาะหัวคนตัวเล็กไปหนึ่งที อีกฝ่ายยิ้มแหะๆ วางแก้วไว้บนโต๊ะก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อสอนเรียงหน้าชีท

     "อันไหนที่เป็นเนื้อหาให้ไว้ข้างหน้า แต่ถ้าเป็นกราฟให้ไว้ข้างหลัง ส่วนรูปภาพนี่ยังไม่ต้องทำอะไร มันต้องรอพรินต์ผลสำรวจออกมาก่อนถึงจะใส่เข้าไปในรายงานได้"

     "กะจะให้เสร็จวันนี้เลยเหรอ"

     คนถูกถามชะงักไปนิดนึง ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะตอบ "ตอนนี้บ่ายสอง อาจารย์อยู่ถึงห้าโมงเย็น ถ้าเสร็จทันก็ส่งอ่ะ"

     "แล้วถ้าไม่ทันอ่ะ"

     "ทันเถอะ ไม่อยากให้มันคาราคาซังมากไปกว่านี้แล้ว"


     ผมบอกให้เขาไปทำงานเหมือนเดิม ส่วนตัวเองก็เรียงหน้ารายงานตามที่คนตัวเล็กสอนไปเรื่อยๆ สักพักไอ้เวย์กับไอ้จัมพ์ก็กลับมา แต่ไม่ทันไรก็โดนใช้งานให้ไปเอารายงานที่ร้านถ่ายเอกสารอีก


     ผมเหลือบมองใบหน้าคนที่นั่งข้างกัน ก่อนจะเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะตอนปกติ ตอนยิ้ม หรือตอนตั้งใจทำอะไรสักอย่างเหมือนในตอนนี้ เฉินก็มักจะแผ่ความน่ารักออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยสักนิด แล้วผมก็ดันหลงความน่ารักนั่นเข้าเต็มเปา รู้ตัวอีกทีก็ชอบมาป้วนเปี้ยนรอบตัวเขาซะแล้ว และพอคิดว่าอีกฝ่ายจะทำยังไงเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบซึ่งก็คือผมมันก็ยิ่งน่าสนุกเข้าไปใหญ่


     แอบชอบมาตั้งนาน แต่ไม่ยักจะบอกสักที ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคนโดนชอบเขารู้ตัวนานแล้ว


     เห้อ...รีบบอกชอบเราซะทีสิเฉิน เรารอตอบตกลงเป็นแฟนอยู่นะเว้ย


.


.


.


.


.


     ภายในมหาวิทยาลัยจะมีร้านกาแฟที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่ นั่นก็เพื่อให้นักศึกษาที่อยากจะอ่านหนังสือสอบแต่เบื่อบรรยากาศเดิมๆ ในหอหรือในบ้านตัวเองได้เปลี่ยนที่อ่านหนังสือบ้าง ผมเป็นคนนึงที่ชอบมานั่งชิลๆ ในร้านแห่งนี้ หนึ่งคือกาแฟร้านนี้ทั้งถูกและอร่อย สองคือบรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และสาม...


     "หวัดดี ขอนั่งด้วยคนนะ"


     ผมเอ่ยทักสี่หนุ่มที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงข้างคนที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มโดยไม่รอคำตอบ พวกแม่งสามตัวหันมามองผมแวบนึงก่อนจะหันไปทำงานของตัวเองต่อเหมือนทุกครั้งที่ผมมาขอร่วมวงด้วย แต่คนข้างๆ ผมนี่สิเอาแต่มองผมพลางกะพริบตาปริบๆ เหมือนเห็นผีอยู่ได้


     "มองอะไร ไม่อยากให้เรานั่งด้วยเหรอ"

     "เปล่า...ไม่ใช่แบบนั้น" เฉินว่าเสียงอ่อย

     "ถ้าเปล่าก็ทำงานไปดิ มองหน้าเราทำไม มองมากๆ เดี๋ยวเราท้องนะ"

     "แทนจะมานั่งข้างเราทำไม ที่อื่นมันก็มีไม่ใช่เหรอ"

     "ทำไม ไม่อยากให้นั่ง?"

     "ไม่ใช่แบบนั้น แค่กลัวเบียด กลัวนั่งไม่สบาย"

     "ไม่เบียดหรอก อีกอย่างเราอยากนั่งตรงนี้ด้วย"


     เฉินไม่เถียงกับผมต่อ เจ้าตัวหันกลับไปทำงานของตัวเองในขณะที่แก้มเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ ผมอมยิ้ม มองท่าทางน่ารักๆ นั่นสักพักก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กโซเชียลไปเรื่อย วันนี้ผมไม่มีเรียน แต่จะให้อยู่ในห้องคนเดียวเหงาๆ มันก็ไม่ใช่แนวเลยมาอยู่กับพวกนี้ดีกว่า


     จริงๆ ผมไม่ได้จะมาร้านนี้ตั้งแต่แรกหรอก เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนผมโทรไปชวนไอ้จัมพ์ไปดูหนังโดยกะจะให้มันหนีบเฉินมาด้วย แต่มันกลับบอกว่าไปไม่ได้เพราะต้องทำงานที่ค้างอยู่ คุยไปคุยมามันก็หลุดปากออกมาว่าจะมาทำงานที่ร้านกาแฟในมอ ผมเลยลองแย็บๆ มันดูว่าเฉินมาด้วยไหม แล้วพอได้คำตอบที่น่าพอใจผมก็เลยมาปรากฏตัวที่ร้านแห่งนี้ตอนนี้ไง


     "จริงสิ เมื่อวันก่อนเรายังไม่ได้ขอบคุณแทนเลย" จู่ๆ เฉินก็พูดขึ้นมา พลางหันมายิ้มให้ผม "ขอบคุณนะที่อยู่ช่วยทำรายงานจนถึงเย็น เราผ่านมาได้เพราะแทนเลยนะ"


     วันก่อนที่ผมไปช่วยเฉินทำรายงาน นอกจากเรียงหน้ารายงานแล้วผมยังช่วยแนะนำบางจุดที่ขาดตกบกพร่องไปด้วย เป็นเพราะโดนให้ทำรายงานเป็นประจำผมเลยพอจะมีประสบการณ์อยู่บ้างว่าต้องทำยังไงอาจารย์ถึงจะให้ผ่าน และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ พอเฉินทำตามผมแล้วอาจารย์ก็ให้ผ่านในเย็นวันนั้นเลย พวกไอ้จัมพ์นี่แทบจะโห่ร้องปิดซอยเลี้ยงฉลอง พวกมันคงดีใจที่ในที่สุดรายงานของมันก็ผ่านซะที


     "ไม่เป็นไร นิดหน่อยน่ะ"

     "อยากกินไรไหม เดี๋ยวเลี้ยง"

     "ไอ้ห่าเฉิน กูบ่นอยากแดกมาการองตั้งนานสองนานเสือกไม่สนใจ พอไอ้แทนมาแป๊บเดียวมึงรีบถามเลยนะ"

     "ก็แทนเขาช่วยพวกเราป่ะวะ จะเลี้ยงขนมตอบแทนแล้วมันผิดตรงไหน"

     "ผิดตรงที่มึงแคร์มันมากกว่ากูไง"

     "ไอ้คนลำเอียง รักเพื่อนไม่เท่ากัน"

     "ขอให้เงินมึงหายจะได้เลี้ยงไอ้แทนไม่ได้"


     คนที่โดนเพื่อนรุมอ้าปากพะงาบๆ เพราะเถียงไม่ทัน ผมขำอยู่สักพักก่อนจะบอกให้พวกมันหยุดแล้วหันไปถามคนข้างตัว


     "อยากเลี้ยงขนมเราเหรอ"

     "ตอนแรกก็อยาก แต่ตอนนี้ไม่ละ เดี๋ยวไอ้พวกนี้ว่าแดกดันอีก"

     "อย่าไปสนเลย พวกมันก็ปากพล่อยแบบนี้ล่ะ"

     "อ้าวไอ้แทน กูเพื่อนมึงนะ"

     "จริงๆ ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้นะ เรื่องมันเล็กน้อยแค่นี้เอง" ผมไม่สนใจเสียงนกเสียงกา ยังคงพูดกับเฉินต่อไป "เฉินอยากกินไร"

     "หือ? เราเหรอ"

     "อือ"

     "ถามทำไม"

     "เดี๋ยวไปซื้อให้"

     "บ้าเหรอ! เราต้องเลี้ยงสิไม่ใช่แทน"

     "เหอะน่า อยากอวดรวย เอ้า บอกมาได้แล้วว่าอยากกินไร"


     เฉินทำปากบึน แต่ก็ยอมบอกขนมที่ตัวเองอยากกินมา ผมบอกให้เขาทำงานรอไปพลางก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อสั่งขนมให้คนตัวเล็กรวมถึงสั่งกาแฟให้ตัวเองด้วย ระหว่างยืนรอเมนูก็หันไปมองโต๊ะที่เพิ่งเดินจากมา ทันใดนั้นมุมปากมันก็ยกยิ้มขึ้นเองโดยอัตโนมัติ


     ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรู้ตัวหรือยัง แต่ผมมักจะทำเนียนเลี้ยงน้ำเลี้ยงขนมอยู่บ่อยครั้ง ที่ทำนี่ไม่ได้หวังอะไรหรอก แค่อยากบอกอ้อมๆ ว่าไม่ใช่เขาคนเดียวที่ชอบ...ผมเองก็ชอบเขาเหมือนกัน


     แต่สงสัยการกระทำของผมมันจะอ้อมมากไปหน่อย เฉินไม่เคยรู้ตัวเลยว่ากำลังโดนผมจีบในขณะที่พวกแม่งเริ่มระแคะระคายกันแล้ว ผมเองก็ไม่อยากว่าเฉินบื้อหรอกนะ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ อ่ะ เจ้าตัวเล็กของผมนี่จะบื้อไปถึงไหนวะ


     รู้ตัวได้แล้วว่าใจตรงกัน อยากเป็นแฟนใจจะขาดแล้วนะเว้ย!


     "มาแล้ว" ผมวางขนมลงตรงหน้าเฉิน ทันทีที่ก้นจานสัมผัสกับโต๊ะไอ้พวกเวรก็ยื่นมือมาหมายจะหยิบขนมเข้าปาก แต่ผมมือไวกว่าเลยตีมือพวกมันห้ามไว้ได้ทัน "ของเฉิน พวกมึงอย่าเสือก"

     "แล้วไงอ่ะ พวกกูแดกไม่ได้อ่อ"

     "เออ"

     "ไรวะ มีงี้ด้วย นี่มึงหัดแบ่งชนชั้นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ"

     "ตั้งแต่พวกมึงปากหมา"

     "ไอ้เหี้ยแทนลำเอียงอีกคนแล้วไง"

     "ไอ้แทนแม่งขี้งก วันก่อนก็ไม่ให้กูแดกชาเขียว เอาแต่บอกว่าของเฉิน ไม่รู้จะหวงไรนักหนา" ไอ้เวย์โพล่งขึ้นมา พาเอาคนข้างตัวผมตาโตเพราะตกใจ

     "ถ้าหวงมากนักพวกมึงย้ายโต๊ะไปแดกกันสองคนเลยสัด ไม่ต้องมานั่งรวมกับพวกกูก็ได้"

     "เดี๋ยวนี้พวกกูมันหมาหัวเน่าแล้วนี่ อะไรๆ ก็ไอ้เฉินอย่างเดียว"

     "พวกมึงพูดบ้าอะไรกัน! กลับไปทำงานของตัวเองเลยไป!" คนตัวเล็กชี้หน้าเพื่อนเรียงตัว ใบหน้าแดงซ่านนั่นทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเจ้าตัวกำลังเขินอยู่ พอพายุสงบลงแล้วผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นต่อ มีหันไปแย่งขนมคนข้างๆ กินบ้างซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ว่าอะไร


     ผ่านไปสักพักพวกแม่งก็เริ่มสัปหงกไปทีละคน จนสุดท้ายก็เหลือแค่ผมกับเฉินสองคนเท่านั้น ผมหันไปมองคนตัวเล็กที่ขมวดคิ้วมุ่ยมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว ตาปรือแบบนั้นคงกำลังง่วงอยู่ชัวร์


     "ถ้าง่วงก็อย่าฝืน งีบสักตื่นแล้วค่อยตื่นมาทำต่อก็ได้" ผมเอ่ยเสียงทุ้ม อีกฝ่ายหันมายิ้มให้กัน

     "อื้อ เดี๋ยวว่าทำข้อนี้เสร็จจะพักแล้วล่ะ"

     "ข้อนี้ทำมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ"

     "มันยากอ่ะ นี่ก็กำลังทวนอยู่ว่าทำผิดตรงไหนหรือเปล่า"

     "ไหน" ผมหยิบชีทอีกฝ่ายมาดู ไล่สายตาอ่านทีละบรรทัด "ตรงนี้ไง" ผมยื่นชีทไปตรงกลางระหว่างเราสองคน ให้อีกคนได้ดูด้วย "มันต้องเอาวายไปแทนค่าก่อน พอได้คำตอบแล้วค่อยเอาสองร้อยมาลบ"

     "อ้าว ต้องลบเหรอ เราก็นึกว่าหาร"

     "แล้วตรงนี้ก็ไม่ใช่สามด้วย แต่ต้องเป็นเจ็ดต่างหาก"


     คนที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองแก้โจทย์ผิดทำปากเบะ รับชีทจากมือผมไปแก้อย่างเซ็งๆ


     "รู้งี้ให้แทนสอนตั้งแต่แรกดีกว่า ไม่น่าดันทุรังทำเองเลย"

     "เดี๋ยวตรวจย้อนหลังให้ทุกข้อ เผื่อมีตรงไหนผิดอีกจะบอกให้"

     "จริงเหรอ!" ใบหน้าที่งัวเงียในตอนแรกดูกะตือรือร้นขึ้นมาทันที ผมกระตุกยิ้ม เอื้อมมือไปยีหัวอีกฝ่ายด้วยความหมั่นเขี้ยว

     "พอบอกจะตรวจคำตอบให้นี่ตื่นเลยนะ"

     "ก็คนมันดีใจอ่ะ เมื่อกี้เราก็ให้ไอ้ริวช่วยสอนแล้วนะแต่มันเล่นตัว เอาแต่บอกว่าหมั่นไส้เลยไม่อยากสอน"

     "ทีหลังก็มาให้เราสอนสิ ไม่เห็นยาก" ผมว่าพลางหยิบชีทมาดูเมื่ออีกฝ่ายแก้เสร็จแล้ว "ตรงนี้ก็ผิดนะ มันต้องเอา..."


     ผมสอนการบ้านเฉินอย่างเพลิดเพลินแบบไม่ได้สนเวลาเลยสักนิด เฉินตั้งใจฟังผมมาก เจ้าตัวไม่พูดแทรกอะไรเลยนอกจากพยักหน้ารับอย่างเดียว นั่นยิ่งทำให้ผมมองเขาน่ารักมากขึ้นไปอีก ผมอาศัยจังหวะที่เฉินไม่รู้ตัวค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ทีละนิด จนกระทั่งแก้มของเราสัมผัสกัน นั่นล่ะเจ้าตัวเล็กถึงได้รู้สึกตัว


     "เอ่อ แทน"

     "หืม"

     "ไม่ต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ก็ได้ เราได้ยิน"

     "ใกล้นี่ใกล้ขนาดไหน" ผมวางชีทลง หันไปสบตาคนตัวเล็กตรงๆ "แบบนี้" ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ "หรือแบบนี้" เข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิม

     "มะ ไม่แบบไหนทั้งนั้นแหละ เอาหน้าออกไปได้แล้ว เราร้อน" น้ำเสียงสั่นๆ นั่นไม่ได้ทำให้ผมเขยิบห่างออกเลยสักนิด โชคดีที่ตอนนี้ในร้านลูกค้าน้อยเลยไม่มีใครมองเราสองคน

     "เฉิน"

     "...อะไร"

     "แก้มแดงแล้ว"

     "กะ ก็บอกว่าร้อนไง!"

     "เหรอ แต่ร้านเขาเปิดแอร์เย็นเฉียบเลยนะ"

     "เรา... เราเป็นคนขี้ร้อน แทนเอาหน้าออกไปสักที เราขอ"


     ผมอมยิ้ม ยอมเขยิบออกมาตามที่อีกฝ่ายขอ เฉินท่าทางเลิ่กลั่กเหมือนทำตัวไม่ถูก มองซ้ายที มองขวาที ก่อนจะหยิบชีทมาทำต่อแก้เก้อ


     ผมขยับเข้าไปใกล้อีกครั้ง แต่คราวนี้คนตัวเล็กเบี่ยงตัวหลบ นั่นทำให้ผมหลุดขำ "จะสอนต่อไง ไม่เอาเหรอ"

     "มะ ไม่ต้อง! เรา...เราพอจะทำเองได้แล้ว"

     "ตามใจ" ผมลอยหน้าลอยตาพูด หันกลับมาเล่นโทรศัพท์ตามเดิม ส่วนอีกคนทำการบ้านต่อด้วยท่าทีขะมักเขม้น อาการงัวเงียก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้ง


     เห้อ...นี่ผมทำเฉินหายง่วงเหรอ กะว่าถ้าหลับแล้วจะขโมยหอมแก้มสักหน่อย สงสัยคงต้องอดซะแล้วสิ




******



เห็นมีคนบอกอยากอ่านตอนน้องเฉินโดนจีบ อ่ะ เอามาให้อ่านแล้วนะครับ ส่วนตอนสเปตอนต่อไปก็อาจจะมีตามมาเหมือนกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเวลาว่างของคนเขียนเป็นหลัก แต่จะพยายามหาเวลามาแต่งให้ ยังไงก็ฝากเอ็นดูเด็กสองคนนี้ด้วยน้า~


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-02-2019 15:26:33 โดย Cloverberry »

ออนไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2901
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
น่ารักที่สุด   :L2: :L2: :L2:

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
แทนนี่ขี้แกล้งอะ นึกว่าจะหล่อๆ จีบแบบเนียนๆ  :laugh:

ออฟไลน์ คุณบี๋

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 113
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เขินนนน จีบได้น่ารักมากๆค่า งุ้ยๆ  :hao7: :-[ :-[

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-2
น่ารักกกกก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด