{เรื่องสั้น} ระวังนะครับ เดี๋ยวจะหลง (รัก) 09-04-2019 RW <<75%>>+สเปฯสงกรานต์
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: {เรื่องสั้น} ระวังนะครับ เดี๋ยวจะหลง (รัก) 09-04-2019 RW <<75%>>+สเปฯสงกรานต์  (อ่าน 2904 ครั้ง)

ออฟไลน์ TheVenus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ระวัง! เปียก
Special Songkran Day

“เราอยากเล่นน้ำ ฮือออ”ผมเหลือบตามองคนตัวเล็กที่นอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะคอมแล้วบ่นด้วยประโยคเดิมที่ได้ยินมาไม่ต่ำกว่าห้าครั้งแล้ว

“แล้วงานเสร็จแล้วหรือไงครับ ถึงจะไปเล่นน้ำ”เมื่อตอบเสร็จ ตากลมๆที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์แว่นสายตาก็มองค้อนเข้ามาให้ ก่อนจะเบ้ปากออก

“ยังไม่เสร็จเลยอะ ปันมาช่วยหน่อยดิ เราขี้เกียจ”ผมเผลอขำให้ท่าทางกระเง้ากระงอดของแฟน ก่อนจะลุกไปดูหน้าจอที่มีแต่เนื้อหาการฝึกงานที่ผมไม่เข้าใจ แต่สายตาก็เหลือบไปเจอแท็กซ์บุ๊คขนาดใหญ่วางอยู่ เลยหยิบมาช่วยแปลไปพลางๆ







“เย้ เสร็จแล้ววววว”เรนเดียกระโดดขึ้นมาทับผมที่นอนเอกเขนกรอเจ้าตัวเมลล์งานให้อาจารย์อยู่ที่โซฟา ผมรีบเอามือช้อนเอวคนตัวเล็กที่ทิ้งน้ำหนักมาเต็มแรงเพราะกลัวจะกลิ้งตกจากโซฟาไปเสียก่อน

“คร้าบๆ เก่งมาก”ผมตีก้นงอนไปเบาๆสองทีก่อนจะโยกตัวไปมาเป็นเชิงหยอกล้อ

“เราขอบคุณปันมากเลยนะที่อุตส่าห์มานั่งเป็นเพื่อนตอนทำงานอะ เลยอดเล่นน้ำไปด้วยเลย”เรนเดียมองนาฬิกาแขวนผนังว่าเป็นเวลาเกือบทุ่มนึงเข้าไปแล้ว ก่อนจะทำหน้าจ๋อยจนผมต้องดึงคนแก่กว่ามากอดปลอบ

“เห้ย ไม่เป็นไรเลย แล้วอีกอย่าง ตอนนี้ก็ยังไปเล่นน้ำทันนะ”ทันทีที่ผมพูดจบ คนที่เกาะผมแน่นจนเหมือนลูกลิงก็กระเด้งตัวมามองผมตาเป็นประกาย

จริงๆก็คิดไว้ตั้งแต่ที่เรนเดียเดินมาบอกว่าอาจารย์สั่งแก้งานให้ส่งก่อนเที่ยงคืนวันที่13 แล้วล่ะว่าคนตัวเล็กหงุดหงิดแค่ไหนที่ไม่ได้เล่นน้ำอย่างที่เจ้าตัวคาดหวังไว้ แต่ส่วนตัวผมไม่ได้ชอบออกไปเล่นน้ำอยู่แล้วเลยไม่ค่อยสนใจเทศกาลเท่าไหร่ ก็ได้แต่แอบเลื่อนๆทวิตเตอร์เพื่อหาข่าวดูว่ามีที่ไหนเล่นน้ำสงกรานต์ตอนกลางคืนบ้าง ก่อนจะแจ็คพอตว่าถัดจากคอนโดของเดียไปแค่สองสถานนีBTS ก็มีเล่นอยู่

“ปันจะพาไปจริงๆเหรอ”คนน่ารักยิ้มหวานและยิ่งยิ้มกว้างไปอีกเมื่อผมพยักหน้าตอบรับ “เย้ น่ารักที่สุดอะ แฟนใครเนี่ย”

แฟนตัวเล็กไงคะ”ผมฟัดแก้มเรนเดียที่หน้าแดงเถือก เรนเดียเคยบอกว่าเวลาที่ผมเรียกเขาว่า ตัวเล็ก หรือแม้กระทั่งให้คะ/ขามันทำให้เค้ารู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้ แต่ถึงเวลาจริงๆกลับใจเต้นแรงแล้วยังมีปฏิกิริยาน่ารักๆอีก

โดยเฉพาะเวลาอยู่บนเตียง... แค่ก

นั่นแหละ อย่างงี้ไม่ให้ผมเรียกบ่อยๆได้ไง เมื่อแฟนน่ารักขนาดนี้

“ให้เวลาเปลี่ยนชุด10นาที ชุดที่ใส่เล่นน้ำเตรียมไว้ให้แล้ว ถ้าเลทปันจะไม่พาไปนะครับ”

“รับทราบบบบบบ”




“ไม่สนุกเหรอ หน้าบูดเชียว”คนที่เปียกซกแถม โดนปะแป้งเสียจนเต็มแก้มตั้งแต่สิบเมตรแรกช้อนตาถามผมขำๆ

“เออแม่ง ไม่น่าพามาเลย มีแต่คนจ้องเต็มไปหมด”ผมเหลือบตามองแฟนที่อยู่ในชุดเสื้อบอลทีมชาติไทยสีน้ำเงินเช่นเดียวกันกับผม เพราะเป็นชุดคู่ที่ผมจัดให้เขาเองกับมือ ทั้งๆที่ก็เป็นชุดทั่วไป แต่เมื่ออยู่บนเรือนร่างขาวๆเหมือนมีสปอตไลท์ส่วนตัว กับใบหน้าหล่อใสน่ารักตามสมัยนิยมแบบนี้ กลับกลายเป็นเป้าสายตาให้กับคนทั้งทาง

“ใจเย็นๆ ฮ่าฮ่า”

“เย็นไงไหววะ มีคนมาขอเบอร์5คนละเนี่ย ใส่เสื้อคู่ขนาดนี้พวกแม่งดูไม่ออกจริงๆเหรอว่าเดียมี ผัว แล้วอะ”

“โอ้ยสปัน! เสียงดังไปแล้วนะ”คนหน้าบางทุบแผ่นอกผมแรงๆทั้งที่หน้าแดงจัด เห็นแล้วโคตรน่าฟัด แต่ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เมื่อไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่คิดแบบนั้น เมื่อไอ้หนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวเองก็มองมาทางคนตัวเล็กของผมเช่นเดียวกัน

“เชี่ยเอ๊ย ต่อยฝรั่งได้ไหมวะ”

“พอแล้วหยู๊ดดด”เดียรีบดึงแขนผมไว้แล้วลากให้ไปยืนอีกฝั่งที่คนโล่งกว่า “เดี๋ยวเราไปซื้ออะไรมาให้ปันดื่มหน่อยดีกว่า เบียร์ไหม จะได้ใจเย็นลง”

“เห้ยไม่เป็นไร เดี๋ยวปันไปซื้อเอง”ผมรีบคว้าแขนคนตัวเล็กไว้

“ร้านแค่นี้เอง”เรนเดียชี้ไปที่ร้านขายเครื่องดื่มที่ไม่ได้ห่างจากตรงที่ผมยืนอยู่เท่าไหร่ “แล้วอีกอย่าง อายุปันถึงจะซื้อเบียร์แล้วหรือไงที่นี่เค้าตรวจบัตรนะ เพราะงั้นน้องปันรอพี่เดียตรงนี้นะครับ”

คนเกิดก่อนยกยิ้มซนๆ แลบลิ้นใส่เราก่อนวิ่งข้ามฝั่งไปยังร้านที่ว่า ทิ้งให้ผมมองตามไปอย่างรู้สึกอุ่นๆในอก เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาดูแลและใส่ใจความรู้สึกผม ตั้งแต่คบกันเขาทำให้ผมรู้สึกเสมอว่าสำหรับเขาแล้วผมสำคัญที่สุดและเขาก็จำเรื่องของผมได้แทบทุกเรื่องแม้เรื่องที่ผมไม่เคยบอกใครอย่างเวลาอารมณ์เสียจะชอบกินเบียร์เพื่อให้คลายความเครียดนี่ก็ด้วย

“อุ้ยสุดหล่อ มาคนเดียวเหรอจ๊ะ”เสียงที่พยายามดัดให้หวานที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ผมหันหลังแล้วเงยหน้าไปมอง ย้ำว่าเงย เพราะพี่ๆสาวสองกลุ่มนี้ตัวสูงเลยผมไปอีก แถมกล้ามแขนยังเป็นมัดๆ ถ้าไม่เห็นว่าพวกเขาแต่งหน้าทาปากสีสด ใส่เสื้อเอวลอยจนเห็นซิกส์แพคและกางเกงขาสั้นสีนีออนโชว์กล้ามขาผมก็ไม่รู้ว่าเป็นกระเทยหรอกครับ

เพราะนึกว่าเป็นนักมวย...

“อะ เอ่อ พวกพี่มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ว้ายอีส้ม น้องเค้าชวนกูไปมีอะไรด้วยว่ะ เด็กสมัยนี้ไฟแรงดีอะชอบ”

“เดี๋ยวพี่! ไม่ใช่แบบนั้น”ผมขืนแขนออกจากการจับกุมแต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน เมื่อคนหุ่นหนาๆห้าคนมารุมล้อมไว้แบบนี้

แล้วอีพี่คือมึงต้องเป็นคนแบบไหนกันวะที่แปลประโยคคำถามทั่วไปของผมให้กลายเป็นประโยคเชิญชวนน่าหวาดเสียวแบบนั้นได้

“แหม ไม่ต้องอายหรอกลูก”พี่คนที่หน้าตาดูเป็นมิตรน้อยที่สุดขยับมาล็อกแขนผมไว้อีกข้าง ก่อนจะเลิกชายเสื้อบอลของผมขึ้นจนถึงหน้าท้องแกร่ง “ว้าย มึงดูกล้ามน้องสิ น่าเลียเป็นที่สุด”

โอ้ย!ซิกส์แพคพวกพี่แน่นกว่าผมอีกคร้าบบบบ

“อีส้ม อีแตงโม จับน้องไว้นะ”พี่อีกคนขยับมายืนประจันหน้ากับผมแล้วส่งยิ้มหวานให้ “ไม่ต้องกลัวนะลูก ขอพี่เช็คของหน่อย”

“เห้ย! เหี้ย”ผมผวาดิ้นสุดแรงเมื่อพี่มันใช้มือล้วงเข้ามาทีเดียวในกางเกงผม คว้าหมับเข้าแท่งเนื้อร้อนเต็มๆ “ปล่อยไอ้สัตว์ กูไม่เล่น!”

“อีดอกกก ใหญ่เต็มมือมากแม่จ๋า”แต่เหมือนเสียงผมส่งไปไม่ถึง เมื่อมันยังคงไถมือคลึงปันน้อยไปถึงไข่ผมอย่างสนุกสนาน

นี่กูใช่ตุ๊กตายางให้พวหมึงจับเล่นไหมไอ้เหี้ยยยย!

“หยุด! หยุดนะ ทำอะไรกัน”เสียงที่คุ้นเคยวิ่งพาร่างเล็กๆมุดเข้ามากลางวงได้สำเร็จก่อนจะเดินเข้ามาผลักพี่กระเทยที่ยืนล้วงไข่ผมออกเต็มแรง

“โอ้ย อินี่มาจากไหนเนี่ย ไปหาที่นั่งไป๊ ผู้ใหญ่เค้าจะเล่นสนุกๆกัน”เรนเดียตวัดตาขวางๆไปมองกระเทยร่างยักษ์ที่ล็อกแขนผมไว้ทั้งสองข้าง ก่อนจะตวาดออกมาลั่น

บอกให้ปล่อยสปันไง อย่ามากอดแขนผัวเรานะ!!!!

เสียงของคนตัวเล็กไม่ได้ดังมาก แต่เผอิญเพลงตื้ดๆที่เปิดอยู่ตอนแรกเงียบลงเพราะเพลงจบพอดี ทำเอาคนในรัศมีรอบๆหันมามองทางนี้เป็นตาเดียว

“แล้วนี่จะยืนให้เค้าล้วงทำไมอะ มานี่เลย”เรนเดียใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังอึ้ง(รวมถึงผมด้วย) ดึงแขนผมให้เดินออกมาจากวงล้อมนั้นได้ในที่สุด





“ปีหน้านอนอยู่ห้องเลยนะ ไม่ต้องเล่นแล้วสงกรานต์ไรเนี่ย”

“ครับ”

“เราไปซื้อน้ำแป็บเดียวเอง ทำไมไม่ดูแลตัวเองอะ จะ20แล้วนะไม่ใช่เด็กๆ”

“เอ่อ ครับ”

“แล้วนี่โดนลวนลามอะไรไปบ้างเนี่ย”

“ก็โดนจับไข่ ล้วง-วย แล้วก็....”

“โอ้ยพอๆ เราไม่อยากฟัง”เรนเดียยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างแล้วส่ายหน้าไปมา ผมที่เห็นท่าทางทั้งโมโหทั้งเป็นห่วงของเขาก็ได้แต่ดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอด พลางลูบหัวคนพี่ให้ใจเย็นลง

“ขอโทษครับ”ผมกระซิบที่ข้างหูเขา “ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะ”

“อืม ขอโทษนะที่เอาแต่โทษปัน เราโมโหพวกนั้นแล้วเอามาลงที่ปันจนได้”เรนเดียสารภาพเสียงอ่อย ก่อนจะเงยหน้ามามองผม “เห็นแบบนี้เราขี้หวงมากเลยนะ ไม่น่ารักเลยใช่ไหม”

“ไม่หรอก หวงได้เยอะๆเลย ดีซะอีก ปันจะได้รู้ว่าเป็นคนสำคัญของเดียไง”

“พูดเองนะ”คนตรงหน้ายิ้มกว้างก่อนจะ ผลักผมให้นั่งลงที่เก้าอี้ด้านหลัง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นจากซองกันน้ำมาถ่ายรูปผมที่นั่งงงๆอยู่หลายรูป

“ทำอะไรครับ”ผมพยายามจะชะโงกหน้าไปดูแต่ก็โดนคนตัวเล็กตีมือแรงๆแล้วบอกให้นั่งเฉยๆ ใบหน้าผมงอง้ำ และนั่นทำให้เรนเดียแชะภาพสุดท้ายก่อนเปิดดูด้วยความพอใจ

“ตัวเล็กกกกก เล่นอะไร”

“ไม่บอกหรอก ฮ่า”

************************************************
แถม

สุขสันต์วันสงกรานต์กันนะคะทุกคนนนน

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +584/-11

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6

ออฟไลน์ TheVenus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ระวัง หวั่นไหว

   “จะอาบก่อนไหม เดี๋ยวเราต้มมาม่าไว้ให้”เรนเดียที่ก้มๆเงยๆอยู่หน้าตู้เย็นถามขึ้นโดยไม่หันมามองผมที่ยืนเด๋ออย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่กลางห้องหรูราคาเหยียบสิบล้านของเขา “ใช้ชุดน้องเราแล้วกัน วางไว้ให้ที่หน้ากระจกแล้ว ส่วนผ้าขนหนู แปรงสีฟันหยิบที่ตู้ได้เลย มีของใหม่อยู่

   “โอเค ขอบคุณครับ”





   ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่ถึงห้านาที แต่ใช้เวลาทำใจอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมง แหม ครั้งแรกที่ได้มาห้องคนที่ชอบหนิครับ แถมยังได้มาค้างอีก ตื่นเต้นจนจะกระโดดลงจากตึกอยู่แล้ว

   “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ”ผมเอ่ยทักเรนเดียที่นั่งขัดสมาธิอยู่ที่โต๊ะเตี้ยหน้าทีวี โดยมีชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางอยู่ คนตัวเล็กสวมเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่แถมยังมัดจุกทรงน้ำพุอีกต่างหาก

   น่ารักเป็นบ้า

   “อาบห้องน้ำอีกห้องอะ”เดียพยักเผยิดหน้าไปทางห้องน้ำที่อยู่ด้านนอกห้องนอน “มากินอะไรก่อนมา หิวแย่แล้ว”

   ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แค่เพียงมาม่าใส่ไข่ธรรมดาตอนจะตีสอง เคล้ากับเสียงแชทไลน์ของหนุ่มฮ็อทอย่างเรนเดีย มันถึงทำให้อบอุ่นในหัวใจแปลกๆก็ไม่รู้





Reindeer’s part

   เราแอบมองเสี้ยวหน้าของรุ่นน้องตัวโตที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียงกว้างข้างๆเรา ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลา จมูกโด่งจนน่าอิจฉา ใบหูมีห่วงสีเงินเจาะอยู่สองรูกับจิลเล็กๆอีกอันที่ใบหูด้านบน ไหนจะไหล่กว้างๆที่เราเผลอจ้องจนตาจะถลนนี่อีก

   “มองขนาดนี้จับเราแดกเลยไหมเดีย”

   “สปัน!”เราตีแขนคนตัวโตแก้เขินที่ถูกจับได้

   “จะพิงก็พิงมา ไม่ต้องมาทำดุกลบเกลื่อน”คนขี้แกล้งขยับตัวมาพิงหมอนใบเดียวกับเราทั้งๆที่ตายังไม่ละออกจากหน้าจอโทรทัศน์เครื่องใหญ่ในห้องนอนที่ถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีก้าสเปนคู่เดือดพอดี

   เราลองเอาไหล่เบียดๆดูแล้วพอเห็นสปันไม่ว่าอะไรก็เลยจัดการทิ้งหัวลงกับช่วงไหล่กว้าง พอดีกับที่อีกคนวาดแขนมาพาดคอเราเอาไว้เหมือนกัน

   เพิ่งรู้ว่าตัวของสปันจะใหญ่แล้วก็อุ่นขนาดนี้ ยิ่งแขนแข็งแรงที่พาดอยู่เล่นเอาแอบหนักไหล่ไม่น้อย แต่ก็มองเส้นเลือดจางๆที่ผุดขึ้นมาตามแขนเพลินตาดี

   “เชี่ย ปีกซ้ายแม่งลากอย่างเสือแต่จ่ายอย่างหมา ถ้าเปิดเข้าไปตรงๆคงได้ลุ้นสามสี่ลูกแล้ว”สปันบ่นออกมายกใหญ่เมื่อนักฟุตบอลทีมที่เชียร์เปิดบอลเสียเป็นรอบที่ร้อย

   “จริงๆเราว่าไม่น่าเปิดบอลโด่งเลยเนอะ กองหน้าเราตัวกระจึ๊งนึงกับกองหลังทีมเค้าทั้งแผงอะ”

   “นั่นดิ อย่างน้อยเปิดเลียดๆก็ยังพอมีลุ้นเรียกเตะมุมได้อยู่”

   เราสองคนนั่งวิจารณ์บอลกันอย่างสนุกปาก แม้จะเห็นตรงกันบ้างหรือเห็นต่างบ้างแต่ก็สนุกดี ตั้งแต่เด็กเราก็มักจะดูบอลกับน้องชายที่เป็นฝาแฝดบ่อยๆ แต่พอโตขึ้นมาหน่อยด้วยภาระหน้าที่ก็ทำให้ต้องห่างๆกันออกไป

   ได้มีอีกคนอยู่ข้างๆอย่างนี้สนุกกว่าการดูบอลคนเดียวมากๆเลย

   นาฬิกาจับเวลาที่มุมจอบ่งบอกว่าล่วงเลยเข้าสู่ช่วงนาทีท้ายๆของเกมส์ ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผ้าห่มผืนหนาถูกดันจนหล่นตุ้บไปอยู่ที่พื้นปลายเตียงเรียบร้อย ส่วนตอนนี้ร่างทั้งร่างผมก็แทบจะเกยอยู่บนตักของสปันรอมร่อ ท่อนแขนแข็งแรงโอบรอบไหล่เราไว้แน่น ส่วนมือเราก็ลูบไล้เจ้าเส้นเลือดตามแขนอย่างสนุกสนาน

   “อย่าลูบเยอะ”สปันกระซิบบอกแข่งกับเสียงทีวีที่ถูกเพิ่มขึ้นจนเกือบสุดด้วยฝีมือของเราเอง

   ดูบอลเงียบๆจะไปสนุกอะไร

   “ทำไม หวงเหรอ”เราหันไปยักคิ้วแหย่ก่อนจะโดนคนเด็กกว่าดีดหน้าผากเบาๆแต่ก็ไม่ได้พูดหรือว่าอะไร
   








   กว่าบอลคู่เมื่อคืนจะจบก็ฟ้าเกือบสว่าง แทนที่เราจะได้นอนหลับต่อสบายๆเพราะมีธุระอีกทีก็ค่ำๆ ดันต้องมานอนลืมตาโพล่งตั้งแต่ยังไม่แปดโมงเช้าเพราะ โดนจี้

   ใช่ครับ เราโดนปืนจี้

   ปืนกระบอกใหญ่ด้วย ฮืออออ

   เราเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาเพราะว่ามีอะไรกระแทกที่หน้าท้อง ก่อนจะตื่นมาพบกับ ปืน กระบอกใหญ่ของรุ่นน้องตัวโตที่แข็งตัวในตอนเช้าดันตัวผ่านบ็อกเซอร์บางๆมาทักทายเจ้าพุงกะทิน้อยของเราอยู่


   แม่จ๋า สปันแอบพกขีปณาวุธ

   
   ไอ้ความเป็นผู้ชายด้วยกันก็เข้าใจแหละเรื่องตามกลไกลธรรมชาติของมนุษย์ แต่ต้องไม่ใช่กับคนที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาความสัมพันธ์อย่างเรากับปันไหม แค่นี้ก็เขินจะตายแล้วววว

   “ปัน..ตื่นก่อนครับ”เราพยายามดันตัวน้องออกช้าๆ เพราะสองแขนแกร่งนั่นโอบรอบเอวเราไว้แน่นจนเหมือนเอากาวมาทา แล้วก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก

   “สปัน เราจะไปอาบน้ำแล้ว”ไม่นงไม่นอนต่อมันแล้วครับ งานนี้เรนเดียตาสว่างโดยไม่ต้องพึ่งกาแฟสักหยด

   เหมือนสวรรค์จะเมตตาเมื่อแขนที่โอบรอบตัวเราอยู่ค่อยๆขยับออกอย่างเชื่องช้า ลมหายใจเราสะดุดเมื่อเห็นคนตัวโตล้วงมือผ่านกางเกงตัวบางลงไปแล้ว...

   ...เกาไข่ เวรกรรม!

   กว่าจะรู้ตัวอีกทีสปันก็กลับมากอดรัดกันอีกรอบ แน่นกว่าเดิมจนรู้สึกได้เลยว่าเจ้าปืนกระบอกนั้นนาบอยู่ที่ท้องผมทั้งลำ

   “ปัน ตื่นเร็วครับ ปัน!”เรารวบรวมแรง(ใจ)เฮือกสุดท้ายเอ่ยออกมาเสียงดังที่ข้างหู ซึ่งดูแล้วได้ผลเมื่อคนตัวโตค่อยๆกระพริบตาสองสามทีก่อนจะลืมตาขึ้นมาจ้องหน้าผมพร้อมรอยยิ้มสลึมสะลือ

   “อรุณสวัสดิ์ครับเดีย ทำไมตื่นเช้าจัง”

   “ก็ปืนสปันแหละ มันทิ่มเรา...อุ๊ย!”กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอพูดในสิ่งที่คิดออกมาก็เมื่อเจ้าเด็กโข่งตรงหน้าขมวดคิ้วใส่ด้วยความงุนงง

   “ปืน??”

   “ก็...ฮืออออ”ตอบไม่ได้ก็(แกล้ง)ร้องไห้ใส่แม่งเลยครับ

   “เห้ยเดี๋ยว ใจเย็นๆ ใครทำอะไรเนี่ย”คนตรงหน้าดูลนลานเมื่อเห็นน้ำตาที่เอ่อคลอ แถมหน้าเรายังร้อนเหมือนจะระเบิด สปันรีบคว้าคอเราเข้าไปกอดปลอบทันที แต่เราไม่ทันตั้งตัวเลยยกมือหวังจะดันหน้าท้องสปันเอาไว้

   แต่ผิดคิว

   คว้าเข้าด้ามปืนเต็มๆ

   ต่างคนต่างชะงักกึก

   “ก็ ก็นี่ไง เราตื่นมามันก็มาจี้เราแล้วง่ะ”

   “ดะ เดีย”สปันหน้าแดงเถือกไปถึงหูเมื่อรู้ได้ว่าปืนที่เราหมายถึงคืออะไร ก่อนจะระเบิดเสียงขำจนน้ำตาเล็ด

   “จะขำอะไรนักอะ”เราละมือจากด้ามปืนมาตีไหล่คนตัวโตซ้ำๆ แต่แทนที่จะสำนึก สปันกลับคว้าเอวเราให้ร่างทั้งร่างขึ้นไปนั่งทับตัวเองไว้อีกต่างหาก “สปันนน เราไม่เล่น”

   “ก็ไม่ได้เล่น...”คนตัวโตยกยิ้มหื่นๆ “แต่นี่ไม่ใช่ปืนธรรมดานะ มันเป็นปืนฉีดน้ำ”

   “!!!”

   “อยากลองเล่นไหม?”

*********************************************************
ตัดฉับ ฮ่าฮ่า โปรดติดตามตอนต่อไปกันด้วยน้า
ว่าแต่...ปืนฉีดน้ำเนี่ยมันคืออะไรเหรอนุ้งปันนนนนน :o8: :-[ :pighaun: :m25:

ออฟไลน์ TheVenus

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ระวัง! ปืนฉีดน้ำ

   “แต่นี่ไม่ใช่ปืนธรรมดานะ มันเป็นปืนฉีดน้ำ”

   “!!!”

   “อยากลองเล่นไหม?”

   เราเบิกตากว้างเมื่อสปันทำในสิ่งที่เราคาดไม่ถึงด้วยการจับมือเราไปวางไว้บนกระบอกปืนช้าๆ แล้วเอนตัวนอนลงเอาสองมือหนุนนอนอย่างสบายอารมณ์

   เห้ย ปืนมันยังขยายได้อีกอะ

   “ปัน อย่าแกล้ง”เราดึงมือออกมาวางที่หน้าท้องอีกคนก่อนจะสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแข็งแรงที่อยู่ถายใต้เสื้อยืดสีขาว

   “หือ ชอบเหรอ”สปันถามเมื่อเห็นเรากดมือไปมาที่ท้องของเขา ก่อนที่คนตัวโตจะทำในสิ่งที่เราคาดไม่ถึงด้วยการลุกขึ้นถอดเสื้อออกแล้วเหวี่ยงไปให้พ้นทาง

   ผิวสีแทนกับกล้ามแน่นๆของสปันจะทำเราหัวใจวายเอา
 
    สปันเป็นคนหุ่นดีข้อนี้เรารู้ เพียงแต่ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเป็นคนที่มีเซ็กส์แอพพีลสูงมากขนาดนี้

เราเริ่มลูบไล้ฝ่ามือไปตามลอนกล้ามสวย รู้สึกอิจฉาขึ้นมานิดๆเพราะเรามีแต่พุงกับพุงล้วนๆ แอบเห็นหางตาว่าสปันหน้าแดงก่ำแถมลมหายใจยังขาดห้วงไม่เป็นจังหวะ ปลุกสัญชาตญาณการเอาชนะของผู้ชายในตัวเราพุ่งพล่าน

“สปัน”เราเรียกชื่ออีกคนนึงเบาๆพร้อมไล้มือไปที่บริเวณไวต่อสัมผัส เจ้าปืนกระบอกใหญ่มีน้ำหนืดๆซึมออกมาจนเห็นได้ชัดผ่านบ็อกเซอร์ เราใช้นิ้วชี้จิ้มๆมันเล่นอย่างหยอกล้อจนเจ้าของถึงกับกัดฟันกรอด

“เดีย ถอดได้ไหม”สปันเอื้อมมือมาตบก้นเราเบาๆหนึ่งที่เพื่อบอกตำแน่งของสิ่งที่ต้องการจะให้เรา ถอดออกไป สารภาพตามตรงว่าแอบชะงักไปเหมือนกันแต่ไม่เห็นสปันจะรอคำอนุญาตจากเราสักนิด มือใหญ่ก็เกี่ยวเอากางเกงขาสั้นที่เราใส่นอนรวมทั้งชั้นในมากองอยู่ใต้สะโพกเป็นที่เรียบร้อย “เอ้า ยกก้นขึ้นหน่อย”

เราส่ายหน้าระรัวแต่สปันก็ยังคงไม่ฟัง ฝืนดันตัวเราขึ้นจนโยนกางเกงเราลงไปกองไว้ที่พื้นได้อยู่ดี

“เชี่ย ขาวจังวะ”คนตัวโตรำพึงรำพันออกมาพลางลูบไล้ขาที่เปลือยเปล่า ก่อนจะออกแรงดึงเราให้ขยับขึ้นไปใกล้กว่าเดิม เรนเดียน้อยที่ถูกเราดึงเสื้อมาปิดไว้รู้สึกถึงท้องอุ่นๆของสปัน รวมถึงก้นของเราที่นั่งทับปืนใหญ่ไว้อย่างพอดิบพอดี “วิวดีชะมัด”

“ปันนน มันทิ่มก้น”

“เอาเสื้อปิดไว้ทำไม”คนเด็กกว่าพยายามเอามือดึงเสื้อให้เปิดขึ้นแต่เราก็พยายามยื้อไว้เต็มที่
ทำไงได้ แค่คิดว่าต้องเอาเรนเดียน้อยมาเทียบกับปืนใหญ่ของสปันแล้วก็อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด เรื่องขนาดคือเรื่องของความมั่นใจของผู้ชายจริงๆนะครับ ฮือออ

“เราอาย”

“อายทำไม ปันยังไม่อายเลย”สปันว่าพลางชี้มือไปที่บ็อกเซอร์ตัวเอง “ถ้างั้นเดียก็ถอดให้ปันด้วยสิ แค่นี้ก็แฟร์แล้ว”


เออ ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย...


มันใช่เหรอ!


“ตะ แต่ว่า”

“ไม่ต้องแต่แล้ว ปันปวดไปหมดละเนี่ย”สปันทำหน้าเศร้าเสียจนเราใจอ่อนยวบ เรารู้ดีว่าเวลาแข็งตัวแล้วไม่ได้ปลดปล่อยมันทรมาณขนาดไหน

ใจอ่อนจนต้องค่อยๆเปลี่ยนท่านั่งเป็นการหันหลังกลับไปทั้งที่ยังคร่อมตัวน้องไว้อยู่ จ้องบ็อกเซอร์ของอีกคนด้วยความอาย แล้วค่อยๆเอานิ้วสองข้างเกี่ยวลงช้าๆ

“อ๊ะ ปัน อย่ากัด”เราร้องออกมาอย่างตกใจเมื่ออยู่ดีๆสปันก็ก้มลงกัดก้นเราซะงั้น

“โอ้ยหมั่นเขี้ยวไปหมดทั้งตัวเลยว่ะ”คนเด็กกว่าว่าพลางบีบก้นเราไปมาหนักๆจนกลัวจะช้ำ

เราแกล้งทำเป็นไม่สนใจก่อนจะลงมือดึงเจ้าบ็อกเซอร์เจ้าปัญหานั้นออกที่เดียวจนลงไปกองไว้ที่เข่า ขีปนาวุธขนาดมหึมาเด้งชี้หน้าเราอย่างน่ากลัว

“สปัน” เราเรียกอีกคนนึงเสียงอ่อยเมื่อเค้าละมือจากก้นเราเพื่อมากำด้ามปืนไว้หลวมๆ แล้วขยับขึ้นลงช้าๆ


มันใช่เรื่องที่ต้องทำต่อหน้าเราไหมเนี่ยปัน!


“ไม่ไหวแล้วเดีย”ฝ่ามือใหญ่กดแผ่นหลังเราให้โน้มตัวลงไปช้าๆจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับปืนใหญ่นั่น “ช่วยปันหน่อยนะครับ”

เราไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่อีกคนต้องการคืออะไร แล้วเราก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องมีการปลดปล่อยเป็นเรื่องธรรมดา เราจึงค่อยๆแลบลิ้นออกมาสัมผัสกับส่วนหัวที่แดงก่ำ ได้ยินเสียงซี้ดปากเบาๆจากคนด้านล่าง เราไม่เคยทำให้ใครมาก่อน แต่ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นเรื่องพวกนี้จากหนังผู้ใหญ่สักหน่อย

เราเริ่มใช้ลิ้นเลียวนที่ส่วนหัวและตามความยาวของมันซักพัก ก่อนจะอ้าปากแล้วครอบลงไปแม้จะเข้าได้แค่ครึ่งแต่ก็ทำให้คนที่กำลังนอนเล่นก้นเราอยู่ร้องครางทุ้มในลำคอ และยิ่งได้ใจใหญ่เมื่อสปันลูบหัวเราเบาๆแทนคำชม

“เดียยกก้นขึ้นหน่อย เดี๋ยวปันช่วย”เราทำตามอย่างว่าง่ายก่อนจะรู้ถึงสัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ที่เข้ามากอบกุมเรนเดียน้อยไว้แล้วขยับขึ้นลงเป็นจังหวะเดียวกันกับปากเรา

“อื้อ อื้มมมม”เราครางเสียงอู้อี้เมื่อรู้สึกถึงลิ้นที่ชื้นแฉะแตะเข้าที่ช่องทางด้านหลัง แม้คนตัวโตจะเอ่ยคำปลอบประโลมกระซิบเบาๆว่าเขาจะยังไม่สอดใส่อวัยวะอื่นเข้าไปเพราะรู้ว่าเรายังไม่พร้อม แต่แค่เพียงลิ้นร้อนกับนิ้วเพียงนิ้วเดียวก็ทำเอาเราส่ายสะโพกไปมากับความเสียวที่ไม่เคยได้รับมาก่อน

“ดะ เดีย หันมานี่มา”เมื่อกิจกรรมที่ทำดำเนินมาถึงช่วงท้าย สปันก็จับเราพลิกตัวให้หันหน้ามาทางเค้า ยกสะโพกเราขึ้นเล็กน้อยก่อนจะใช้กระบอกปืนถูไถช่องทางด้านหลังเรา แม้เพียงแค่ภายนอกแต่สัมผัสนั่นก็ทำให้สปันทำหน้าเหยเกบูดเบี้ยวอย่างสุดกลั้น ก่อนที่เราจะสัมผัสได้ถึงน้ำร้อนๆที่ถูกฉีดพ่นมาจนเปียกไปทั้งร่องก้น

“แฮก ฮะ เดีย”สปันเรียกชื่อเราปนเสียงหอบกระเส่าที่แสนจะเซ็กซี่ เขาเหลือบตามองเรนเดียน้อยที่ยังค้างเติ่งยิ้มๆก่อนจะเอื้อมมือมารูดรั้งให้รัวเร็วเสียจนเราหายใจแทบไม่ทัน

“อ๊ะ ปัน เรา เรา อื้ออออออ”สิ้นเสียงครางเรนเดียน้อยก็ได้พ้นน้ำสีขาวขุ่นออกมาทุกหยาดหยดเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งอกหนั่นแน่นและใบหน้าหล่อคมของสปัน

เราตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อคนตรงหน้าแลบลิ้นสีสดมาชิมคราบที่เปื้อนอยู่ที่เหนือริมฝีปากโดยที่นัยน์ตาสวยยังคงมองตรงมาที่เรานิ่งๆแฝงไปด้วยความหยอกเย้า แล้วกระตุกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ


ตาย...



ณ จุดนี้เรนเดียได้เขินจนระเบิดตัวตายไปแล้วอย่างสงบ อาเมน...







Sponge’s


“อะไรกัน ยังไม่หายงอนอีกเหรอ”ผมใช้ไหล่กระแทกเบาๆ เย้าแหย่คนตัวเล็กที่เดินหน้านิ่ง หลังจากเก็บกวาดเศษซากอารยธรรมที่เราทำร่วมกันเมื่อเช้าไปซักแล้วตากเรียบร้อยแล้ว

น่ารักเป็นบ้า

อันที่จริงผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะยอมใช้ปากให้ เพียงแค่ลองขอร้องไปตามอารมณ์ แต่ผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาดเลยแฮะ

“สปัน!”เมื่อเห็นเดียทำท่าจะเดินหนี ผมเลยรั้งร่างเล็กๆนั่นมาไว้ในอ้อมกอดซะเลย ถือโอกาสสูดดมกลิ่นแชมพูหอมๆจนเต็มปอด
จะไม่หอมได้ไงครับ ผมแอบเช็คราคาว่าแชมพูสีสวยที่เขาใช้อยู่ราคาเกือบพัน

“งอนอะไรปันคะ หืม?”

“ไม่ต้องมาปากหวานเลยนะ ปันแหละแกล้งเรา”เรนเดียหยิกแขนผมไม่เบาแรง ก่อนจะหมุนตัวมาซุกอก “แล้วเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอะ ฮือออ”

“ฮ่าๆ ก็เอาไว้ที่เดิมแหละ อายทำไม มันเป็นเรื่องธรรมชาติค่ะ”

“ไม่ดิ มันเป็นเรื่องธรรมชาติของคนเป็นแฟนกันต่างหาก แต่เราไม่ใช่สักหน่อย”

ได้ยินอย่างนี้ผมเลยก้มลงไปมองหน้าคนในอ้อมกอดใกล้ๆ

   “พูดแบบนี้คือรอปันขอคบอยู่หรือเปล่า”

   “ก็เออ... เห้ย!ไม่ใช่ดิ”คนตรงหน้าส่ายหัวเป็นพัลวัน “หมายถึงเราเพิ่งรู้จักกันอะ การเป็นแฟนกันตอนนี้มันจะไม่เร็วไปเหรอ แล้วอีกอย่างปันเองก็ยังเด็ก...”

   “แต่เรา ได้กัน แล้วนะคะ”

   เพี๊ยะ

   “ฟังเราเงียบๆ ไม่ต้องขัดได้ไหมล่ะ”เขาบ่นงุ้งงิ้งอีกหลายประโยคหลังจากฟาดมือใส่ผมเต็มแผ่นหลัง

   ริมฝีปากสีพีชขยับขึ้นลงตามจังหวะการพูดของคนในอ้อมแขน แพขนตาหนาที่ล้อมกรอบนัยน์ตากลมโตดูชุ่มฉ่ำ แก้มขาวสองฝั่งขึ้นสีแดงเรื่อไปจนถึงแบบหู

ไอ้ท่าทางแบบนี้น่ะ แม่งโคตรน่าขย้ำเลยไม่รู้ตัวเหรอ

   “นี่สปัน ฟังเราอยู่หรือเปล่า อื้อออ”ผมจัดการปิดปากเล็กๆนั่นด้วยริมฝีปากของตัวเอง ไม่ได้ลุกล้ำมากไปกว่าการประกบเข้าหากันอย่างเชื่องช้า

ดูท่าแล้วคนที่ทนไม่ได้จะเป็นเดียมากกว่าที่เอื้อมมือมาบีบแก้มผมเพื่อให้ปากเผยอออก ก่อนจะสอดลิ้นเข้ามาสำรวจโพรงปากของผมซะเอง เมื่อตั้งตัวได้ผมจึงเริ่มจะโต้ตอบกลับไปบ้างด้วยการยึดลิ้นซนๆนั่นเข้ามาในปากของผมเอง ดูดดึงจนคนตัวเล็กกว่าส่งเสียงครางหวานในลำคอ



   //ติ๊ด//


   “พี่เดียยยย เซอร์...ไพร์ซ เหี้ย!”คนตัวเล็กดันผมออกอย่างแรง จนแทบจะถีบกันออกมา ก่อนจะหันไปทำตาโตอย่างตกใจใส่ผู้มาใหม่ทั้งสองคน ที่ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง

   “รอน! รัน!”


*******************************
ฮืออออ ใกล้แล้ว ใกล้จบแล้ว ทั้งนิยายทั้งชีวิตปี2ของเรา  :hao5:
เป็นกำลังใจให้น้องปันแล้วอย่าลืมเป็นกำลังใจให้เราในการสอบไฟนอลด้วยนะคะ
See ya

แถมอิมเมจน้องสปันในมุมมองของพี่เดีย อิอิ :z1:


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด