[Mpreg]มัจจุราชลงทัณฑ์รัก||​ตอนพิเศษสั้นๆ [END]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [Mpreg]มัจจุราชลงทัณฑ์รัก||​ตอนพิเศษสั้นๆ [END]  (อ่าน 77953 ครั้ง)

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2635
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
หวังว่าชะนีคงไม่ไประราน เจ้าจันทร์นะ  :hao3:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
นเรศนะนเรศ ลอยชายไปมาน่าโดนเจ้าจันทร์เทจริงๆ

ออฟไลน์ mooping-7

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2536
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-4
พายุจะลงเจ้าจันทร์หรือเปล่าเนี่ยถ้ารู้ว่าอยู่ที่กระท่อมึ

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 783
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3029
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
เฮ้ออออ เข้าใจเขาผิด ทำร้ายเขา แล้วคิดจะแก้ไขหรือยังคะ? จะเก็บน้องไว้แบบนี้หรอ? ไม่เอาสิ สงสารน้อง

ทำตัวไม่น่ารักแบบนี้เราไม่ยกให้หรอกนะ

ออฟไลน์ เจี๊ยะบ่จ่าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
บทที่ 13 ที่ไม่มีความทรงจำร้ายๆ

นเรศสืบเท้าไปยังห้องข้างๆ ที่เคยสั่งป้าสุดาเตรียมไว้ให้ใครบางคน มือหนายกขึ้นเคาะสองสามทีแต่กลับไร้เสียงตอบรับ คิ้วเข้มจึงขมวดมุ่นไม่น้อย ในใจรู้สึกเป็นห่วงว่าคนที่เพิ่งหายป่วยอาจไข้กลับเพราะตากละอองน้ำ ตากลมทะเลขากลับก็ได้ เวลานี้ยังไม่ดึกมากสุดาน่าจะยังไม่นอน นเรศจึงตะโกนเรียกหาแม่บ้านร่างอวบที่มีห้องพักอยู่ชั้นล่าง

“สุดา” บ้านทั้งบ้านเงียบกริบไร้เสียงตอบรับ หรือว่าสุดาจะหลับแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นก็สืบเท้าไปหยิบกุญแจห้องสำรอง นเรศขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิมเมื่อภายในห้องมืดสนิท บนเตียงไม่มีร่างที่สมควรนอนอยู่ “สุดา! สุดา เจ้าจันทร์หายไปไหน” เขาก็ตะโกนลั่นบ้านด้วยความรู้สึกร้อนรนความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากออกไปจนโหวงเหวงไปทั้งอก

“ป้าสุดาอยู่กับคุณเจ้าในกระท่อมครับ” โอภาสวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาตอบคำถาม เจ้านายที่ได้ฟังคำตอบแล้วดวงตาคมกริบดุดันขึ้นทันควัน

นเรศรู้สึกโกรธจนหัวแทบระเบิดฝีเท้าที่เดินไปยังกระท่อมจึงเร่งเร็วยิ่งขึ้นแทบจะกลายเป็นวิ่ง เมื่อมาถึงกระท่อมมือหนาก็กระชากประตูเปิดผ่างออกทันที

ป้าสุดาที่นั่งสัปหงกอยู่สะดุ้งตื่นก่อนใบหน้าอวบจะซีดเผือดกับใบหน้าถมึงทึงของเจ้านาย ดูท่าแล้วคุณนเรศของเธอคงจะโกรธมากทีเดียว ป้าสุดาพลันรีบแก้ตัวให้เด็กหนุ่มที่นอนหลับอยู่

“คุณเจ้าเธอเหนื่อยเลยเผลอหลับไปค่ะ”

“แล้วทำไมเขามาที่นี่” น้ำเสียงฟังดูดุดันจนป้าสุดาแอบสั่นสะท้าน โอภาสที่ตามหลังเจ้านายหนุ่มมาแอบส่งสายตาเป็นห่วงให้ผู้เป็นป้า

“คะ...คือว่า...”

นเรศไม่รอฟังคำกล่าวใด เขาตรงดิ่งเข้าไปช้อนคนตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอด ทำให้คนที่นอนหลับอยู่สะดุ้งตื่น

“เอ๊ะ! ทำอะไรของคุณ” เจ้าจันทร์หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง เมื่อจู่ๆ ร่างกายก็ลอยหวือขึ้นจนต้องผวาตวัดท่อนแขนโอบรอบลำคอแกร่งเกาะเกี่ยวเอาไว้

“ชอบนักหรือไงไอ้กระท่อมเก่าๆ นี่” เขากลับเอ่ยประชดแทนเสียอย่างนั้น

เจ้าจันทร์กัดฟันกรอดไม่เข้าใจอารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของนเรศ “ก็ที่นี่มันไม่มีความทรงจำร้ายๆ เหมือนในบ้านคุณ” ใบหน้าเจ้าจันทร์ดุดันไม่แพ้กัน จนป้าสุดาและโอภาสที่อยู่ในเหตุการณ์อดที่จะหวาดเสียวไม่ได้

โธ่ คุณเจ้าไม่น่าหาเรื่อง ป้าสุดาได้แต่โอดครวญในใจเมื่อเห็นโทสะลุกโชนขึ้นในดวงตาเจ้านายหนุ่ม

“งั้นฉันทำให้ที่นี่เป็นฝันร้ายของนายอีกเป็นไง”

“อย่าทะเลาะกันเลยนะคะ” ป้าสุดารีบห้ามก่อนที่เรื่องจะเลวร้ายลงกว่านี้ และก่อนที่คุณนเรศจะทำตามที่พูดให้เจ้าจันทร์ได้เจ็บได้ป่วยหนักอีก

“ปล่อย” เจ้าจันทร์ตวาดเสียงดังขณะพยายามดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมแขนแกร่งที่โอบอุ้มอยู่

เสียงกัดฟันกรอดพร้อมกับใบหน้าที่มืดครึ้มลงทุกขณะ นเรศเลือกที่จะเงียบพยายามอุ้มร่างเล็กที่ดิ้นรนขัดขืนกลับเข้าไปในบ้าน เขาเดินผ่านหน้าห้องมืดสนิทที่จัดเตรียมไว้ให้อีกฝ่าย เสียงโวยวายดังขึ้นยิ่งกว่าเดิมเมื่อเขาเดินผ่านแล้วเลี้ยวเข้าห้องถัดไป นเรศทิ้งร่างเล็กลงบนเตียงอย่างไม่ปราณีจนอีกฝ่ายได้แต่ร้องโอดครวญ

“กินข้าวกินยาหรือยัง” เขากระชากเสียงถาม

เจ้าจันทร์เงยใบหน้างอง้ำขึ้นมามอง “ไม่หิวไม่กิน” ก่อนร้องตะโกนใส่หน้าของชายหนุ่มที่พยายามระงับอารมณ์อยู่

“สุดา” ป้าสุดาที่ยืนอยู่หน้าห้องสะดุ้งโหยงพลางรีบขานรับ “ไปหาข้าวมาฉันจะจับกรอกปากคนดื้อด้าน” ป้าสุดาเบิกตาโตด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบกุลีกุจอไปเตรียมอาหารมาให้เจ้านายหนุ่ม

“....” คนดื้อด้านมองหน้าชายหนุ่มแล้วสะบัดหน้าไปอีกทาง รู้สึกโกรธอีกฝ่ายจนแทบกระอัก แต่กลับไม่สามารถทำอะไรเขาได้ มันน่าเจ็บใจนัก

เวลานี้ยังไม่ดึกมากนักป้าสุดาอุ่นอาหารที่ทำไว้ช่วงหัวค่ำด้วยความเร่งรีบ ก่อนรีบยกขึ้นมาบนห้องเจ้านายหนุ่ม มันเป็นเมนูง่ายๆ ที่ป้าสุดาได้ทำเอาไว้ ถาดข้าวต้มปลาส่งกลิ่นหอมกรุ่นถูกส่งให้นเรศ ชายหนุ่มมองดูใบหน้าที่ไม่ยอมหันมามอง ก่อนจะตั้งท่าจับใบหน้าอีกฝ่ายมาจนป้าสุดาที่มองดูอยู่ร้องเสียงหลง

“จะกินดี ๆ หรือจะให้จับกรอกปากจริงๆ” มือหนาบีบคางเล็กแน่นจนอีกฝ่ายเบ้หน้า แต่แววตายังคงดื้อดึงชวนปวดหัวอยู่ไม่น้อย นเรศปล่อยถาดให้มือเล็กที่ยื่นออกมาแย่ง ใบหน้าหวานนั้นงอง้ำขณะตักโจ๊กปลาคำแล้วคำเล่าอย่างจำใจ “ไปเอายาเขามา” นเรศหันไปสั่งป้าสุดาที่กำลังยกมือลูบออกอย่างคนโล่งใจอยู่

“ค่ะ” ป้าสุดาขานรับขณะหายออกไปตามคำสั่งเจ้านายหนุ่ม

โจ๊กในถ้วยพร่องไปเกือบครึ่งก่อนช้อนจะถูกวางลงบ่งบอกว่าอิ่มแล้ว นเรศตั้งใจจะบอกอีกฝ่ายทานเพิ่มอีกสักหน่อยถาดโจ๊กก็ถูกยื่นให้ป้าสุดาเสียก่อน เขาส่ายหน้าช้าๆ ขณะยื่นมืออกไปรับยาจากมืออวบของป้าสุดาส่งให้เจ้าจันทร์ เด็กหนุ่มหยิบเม็ดยาจากมือเขาส่งเข้าปากแล้วคว้าแก้วน้ำจากป้าสุดาก่อนที่เขาจะหยิบยื่นให้

“ผมกินเสร็จแล้ว กลับไปได้หรือยัง” เจ้าจันทร์เงยหน้าขึ้นกระแทกเสียงถามคนตัวสูงที่ยืนตระง่านเหนือศีรษะ

“จะกลับไปไหน” นเรศย้อนถาม

“กลับกระท่อม”

“นอนอยู่นี่แหละ สุดาฉันจะเช็ดตัวให้เขา” ตะคอกใส่เจ้าจันทร์เสร็จก็หันไปออกคำสั่งกับป้าสุดา ป้าสุดารีบขานรับพลางพาร่างอวบหายเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนกลับออกมาพร้อมกะละมังใบเล็ก

เจ้าจันทร์ร้องลั่นเมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าจะถอดเสื้อตัวเอง “ผมจะอาบน้ำ” ก่อนตะโกนบอกอีกฝ่ายด้วยใบหน้าจริงจัง แต่กลับได้รับเสียงเอ็ดสองเสียงแทบผสานกันตอบกลับมา

“ไม่ได้/ไม่ได้ค่ะ” ทั้งป้าสุดาและนเรศตะโกนลั่น

“คุณเจ้ายังไม่หายดีอย่าเพิ่งอาบเลยนะคะ เช็ดตัวไปก่อนเดี๋ยวป้าเช็ดให้ค่ะ” ป้าสุดารีบอาสาก่อนจะเกิดการโต้เถียงไปมาระหว่างคนทั้งคู่ ซึ่งทำให้เจ้าจันทร์พยักหน้ารับอย่างรวดเร็วเพราะดีกว่าที่จะให้นเรศมาเช็ดตัว “คุณนเรศเถอะค่ะทานอะไรหรือยัง สุดาจะได้ให้เจ้าโอภาสไปตั้งโต๊ะให้” ขณะกำลังเลิกเสื้อเผยผิวขาวนวลของเจ้าจันทร์ ป้าสุดาก็หันไปถามเจ้านายหนุ่ม

“อืม” เขาขานรับพลางสืบเท้าออกไป

ป้าสุดาตามออกไปเรียกหลานชายมาดูแลเจ้านายหนุ่มก่อนจะกลับเข้ามาดูแลคนเพิ่งหายป่วย เพียงเวลาไม่นานป้าสุดาก็เช็ดตัวให้เจ้าจันทร์เสร็จ ขณะกำลังเก็บผ้าขนหนูปากก็เอ่ยบอกเด็กหนุ่ม

“คืนนี้คุณเจ้านอนในห้องนี้ไปก่อนนะคะ อย่าเถียงคุณนเรศเลยรายนั้นว่าอย่างไรต้องได้อย่างนั้น ดื้อดึงเป็นที่หนึ่ง” ป้าสุดาทำท่ากระซิบลดเสียงให้เบาลงในประโยคท้าย “พรุ่งนี้ค่อยลองขอย้ายห้องกับคุณนเรศนะคะ”

“แต่ว่า...ผมไม่อยากอยู่ในห้องนี้” เจ้าจันทร์ขมวดคิ้ว ภาพก่อนเข้าห้องสภาพเตียงอันยุ่งเยิง แม้ไม่มีคราบอะไรต่อมิอะไรอย่างที่กลัว แต่เจ้าจันทร์ไม่ชอบอยู่ในห้องนี้ ห้องที่อีกฝ่ายเข้ามากินของว่างกับลิสา ห้องที่พวกเขาเคยมีอะไรกัน เจ้าจันทร์ไม่อยากอยู่ในห้องที่สกปรกแบบนี้

“เดี๋ยวป้ามาเปลี่ยนผ้าปูแล้วก็ผ้าห่มให้ใหม่นะคะ” ป้าสุดาบอกอย่างเห็นใจ ขณะรีบรุดทำตามอย่างที่เอ่ยเอาไว้อย่างรวดเร็ว

ผ้าปูที่ถูกเปลี่ยนใหม่มีกลิ่นหอมกรุ่นไอแดดอยู่ไม่น้อยทำให้เจ้าจันทร์รู้สึกสบายใจขึ้น แม้จะนอนมาแทบทั้งวันแต่ยาที่กินเข้าไปก็ยังออกฤทธิ์ได้ดี นั่งคุยเล่นกับป้าสุดาเพียงไม่นานหนังตาก็หนักอึ้งจนแทบยกไม่ขึ้น ป้าสุดาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมทับหน้าอกพลางระบายรอยยิ้มอบอุ่นสายหนึ่ง เจ้าจันทร์ฝืนยกยิ้มตอบรับก่อนทิ้งสติปล่อยให้ตัวเองจ่มลงสู่ห้วงนิทราอันสงบสุข

เมื่อเจ้าจันทร์หลับไปแล้วป้าสุดาก็เก็บข้าวของก่อนจะออกไป เมื่อออกมาก็เจอเจ้านายของเธอยืนรออยู่หน้าห้อง จึงอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ “คุณนเรศไม่เข้าไปหรือคะ”

“ผมขี้เกียจเถียงกับเขา” นเรศถอนหายใจ “เขาหลับแล้วใช่ไหม?”

“เพิ่งหลับไปค่ะ” ป้าสุดาพยักหน้ายืนยันคำตอบ

“ไปพักผ่อนเถอะวันนี้รบกวนมามากแล้ว” นเรศว่าทิ้งท้ายก่อนเดินเข้าในห้อง ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างเพรียวบางที่นอนหลับใหล เสียงหายใจเข้าออกสม่ำเสมอด้วยใบหน้าสงบ นเรศเดินผ่านเตียงนอนเข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนกลับเข้ามาในห้อง ร่างสูงทิ้งกายลงข้างเจ้าจันทร์พลิกกายพยายามนอนหันหลังให้อีกคน นเรศรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่ให้อีกฝ่ายมานอนในห้อง คล้ายว่าเขากำลังทรมานตัวเอง กว่าจะข่มตานอนหลับไปได้ก็เกือบรุ่งเช้าเสียแล้ว





เสียงคลื่นทะเลที่ได้ยินจนชิ้นหูในช่วงนี้ยังคงฟังดูไพเราะคลอไปกับเสียงนกร้องเช่นเคย เจ้าจันทร์รู้สึกนอนเต็มอิ่มจนสมองปลอดโปร่ง ดวงตาโศกค่อยๆ ขยับแพขนตาหนากระพือขึ้นรับแสงอรุณ แต่แล้วคิ้วเรียวก็ต้องกดลึกเมื่อรู้สึกร่างกายคล้ายมีบางอย่างกอดรัดจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งยังใบหน้าซีกขวารู้สึกชาหนึบเพราะแนบสัมผัสอยู่บางสิ่ง บางสิ่งที่มีเสียงเต้นด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ฟังแล้วคล้ายเสียงดนตรีขับกล่อม เจ้าจันทร์สะดุ้งเมื่อสายตาปะทะเข้ากับแผ่นอกแกร่งที่กลายมาเป็นหมอนให้กับตัวเอง และยิ่งตกใจมากกว่าเดิมเมื่อร่างกายนอนอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มเจ้าของห้อง ท่อนแขนหนาตวัดกอดเอวเล็กกระชับแน่นขึ้นเมื่อเจ้าจันทร์ขยับเป็นสาเหตุให้รู้สึกอึดอัดเมื่อตอนรู้สึกตัว

ไล่สายตาขึ้นไปก็พบกับใบหน้าหล่อเข้มที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ ท่าทางดูสงบชวนให้ดูดีขึ้นกว่าตอนตะโกนต่อว่าเจ้าจันทร์เป็นไหนๆ คิ้วหนากดลึกแม้ยามหลับ รอบดวงตาดูคล้ำเล็กน้อยคล้ายคนนอนไม่พอ จมูกโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากหยักได้รูป พลันรีบเสสายตาหลบเมื่อจู่ๆ หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นกระหน่ำด้วยความเร็ว เจ้าจันทร์รีบผละกายออกจากอ้อมกอดที่กอดแน่นอยู่ ลุกพรวดขึ้นวิ่งไปยังตู้เสื้อผ้าที่ป้าสุดาบอกไว้ตั้งแต่เมื่อคืนว่าเอาของใช้ส่วนตัวของเจ้าตัวมาจัดไว้ให้แล้ว มือเล็กเลือกชุดใส่สบายแล้วรีบจ้ำอ้าวไปสงบสติในห้องน้ำ

เมื่อร่างเพรียวบางลับหายไปในห้องน้ำแล้ว ดวงตาคมกริบก็ลืมขึ้นเปล่งประกายวาววับ มุมปากยกยิ้มขึ้นจนดูมีเสน่ห์เหลือล้น นเรศส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจอยู่กับตัวเอง ขณะที่หูก็คอยฟังเสียงฝักบัวที่ดังเล็ดลอดมาจากห้องน้ำ มือหนากระชับผ้าห่มที่ยังมีกลิ่นไออุ่นจากคนที่เพิ่งวิ่งหายเข้าห้องน้ำไปด้วยความรู้สึกยากที่จะบอก

สาเหตุที่นอนไม่หลับมาค่อนคืนเพราะความคิดที่ตีรวนกันยุ่งเหยิง จากที่ต้องการจับอีกฝ่ายมาลงโทษให้สาสมกับความเจ็บปวดที่น้องสาวของเขาได้รับ แต่เมื่อทุกอย่างเปิดเผย เจ้าจันทร์ไร้ความผิด ความโกรธแค้นชิงชังกลับแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกบางอย่างค่อยๆ ก่อตัวขึ้น แม้ในตอนแรกนเรศจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายกลับต้องทรมานกับความรู้สึกของตัวเอง...

ความคิดเป็นอันต้องสะดุดเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดออกมา ดวงตาคมกริบหลับลงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งพยายามผ่อนลมหายใจให้เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ แต่มันช่างยากเย็นเมื่อกลิ่นครีมอาบน้ำหอมกรุ่นลอยปะทะจมูก ทั้งที่เป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาใช้ แต่กลับให้ความรู้สึกแตกต่าง คิ้วเข้มขมวดแน่นจนกระทั้งเจ้าของกลิ่นกายหอมกรุ่นนั้นเดินหายไปจากห้อง ดวงตาคมกริบจึงค่อยๆ ลืมขึ้นมาอีกคราพร้อมทั้งเสียงถอนหายใจอย่างอัดอั้น นเรศไม่สามารถข่มตาหลับได้อีก เขาลุกพรวดขึ้นหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำทันที


***********************************
วันนี้มาช้าหน่อยๆ เพื่อนชวนไปร้านนม กินซะเพลินเลย ฮ่าๆ
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านทุกคอมเม้น อย่าลืมเม้นติ เม้นชม เม้นให้กำลังใจเจี๊ยะบ่จ่ายกันด้วยนะออเจ้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-03-2018 21:06:08 โดย เจี๊ยะบ่จ่าย »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
นี่คือบทลงโทษของนเรศ 5555

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3029
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
ถ้ายอมรับความรู้สึกตัวเองได้แล้วก็ควรจะชัดเจนกับน้องได้แล้วนะคุณนเรศ!

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
เมื่อไหร่จะบอกความจริงเสียทีนะ  :katai1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
อัดอั้นไปเลย ฮ่าๆๆๆๆ

ออฟไลน์ kungverrycool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 294
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ fannan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2470
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-6
แหมๆๆๆรู้ความจริงแล้วยังจะพาน้องมาอีก จะทำไงต่อละค้าบแบบนี้

ออฟไลน์ เจี๊ยะบ่จ่าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
บทที่ 14 แล้วข้าวเช้าของป้าสุดาล่ะ

เช้านี้เจ้าจันทร์รู้สึกดีขึ้นหลังจากที่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอจนกระปรี่กระเป่าขึ้นมา พอจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยดีก็ลงมาโผล่หน้าที่ครัว เจ้าจันทร์อาสาเป็นลูกมือช่วยป้าสุดา เพราะนเรศไม่ได้สั่งให้ทำอะไรเช่นทุกทีแต่จะให้อยู่นิ่งรอแต่คำสั่งของเขาอย่างเดียว เจ้าจันทร์ก็คร้านที่จะต้องรอฟังคำด่าทอจากอีกฝ่าย

ร่างสูงเดินเข้ามาในครัวเงียบๆ ก่อนหยุดฝีเท้าลงด้านหลังเด็กหนุ่ม แผ่นอกหนาอยู่ใกล้จนเกือบจะชิดแผ่นหลังเล็ก นเรศยืนล่วงกระเป๋ากางเกงชมดูเจ้าจันทร์ที่กำลังขะมักเขม้นช่วยป้าสุดา ลำคอเรียวขาวนวนล่อตาล่อใจอยู่ใกล้สายตาจนเผลอกลืนน้ำลาย ก่อนที่จะต้องตัดสินใจละสายตาออกไปมองยังทิศทางอื่น

“สุดาจัดโต๊ะข้างนอกให้ฉันกับเขา”

เสียงห้าวทุ้มดังอยู่ด้านหลังทำให้เจ้าจันทร์สะดุ้งโหยง แต่ก็ไม่กล้าจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับระยะประชันชิดจนรับรู้ถึงลมหายใจที่เป่ารดต้นคออยู่

“ผมจะทานกับป้าสุ...”

“ฉันจะไปรอข้างนอก” ยังไม่ทันจบประโยคนเรศก็แทรกขึ้นมาหน้าตาเฉย ก่อนเดินออกไปยืนชมวิวอยู่นอกระเบียงบ้าน เจ้าจันทร์ได้แต่มองตาแผ่นหลังอีกฝ่ายด้วยใบหน้างอง้ำจนป้าสุดาที่ยืนชมดูส่ายหน้าระอา

เฮ้อ...พูดคุยกันดีๆ ไม่เกินสามคำก็ตั้งท่าหาเรื่องทะเลาะกันตลอด ไม่ฝ่ายนั้นก็ฝ่ายนู้น

เมื่ออาหารทุกอย่างถูกจัดใส่จาน เจ้าจันทร์ก็ยังคงอาสายกออกไปตั้งบนโต๊ะ แต่ไปได้เพียงครึ่งทางโอภาสก็ถลาเข้ามาช่วยซะก่อน

“คุณเจ้าเพิ่งหายป่วยผมช่วยนะครับ” โอภาสเข้าประชิดพลางหยิบถ้วยจากมือเล็กไป ในขณะนั้นนิ้วหยาบกร้านของคนทำงานก็แตะลงบนนิ้วเรียวสวยของเจ้าจันทร์โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ชายหนุ่มที่มองมาจากริมระเบียงสายตากลับสะดุดกึก ใบหน้าหล่อมืดครึ้มลงทันควัน เปลี่ยนอารมณ์ดีกลายเป็นร้ายแทบจะทันที

“ไอ้ภาส!” เสียงนเรศคำรามลั่นจนทุกคนต้องหันไปมอง ใบหน้าของเขาดุดันจนน่ากลัวขณะย่างสามขุมเข้าประชิดเจ้าจันทร์ ร่างสูงใหญ่ใกล้เคียงกับโอภาสยืนตระหง่านง้ำคล้ายต้องการข่มขวัญลูกน้อง มือหนาตวัดโอบรอบไหล่เล็กแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว

เจ้าจันทร์มัวแต่ตกตะลึงได้แต่ยืนมองอีกฝ่ายด้วยความฉงน จู่ๆ เขาก็เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก ถึงได้ลุกขึ้นมาคำรามซะดังลั่น

“...” โอภาสได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาเจ้านายหนุ่ม กว่าจะเข้าใจว่าตัวเองทำผิดอะไรก็เมื่อตอนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ร่างเพรียวบางของเจ้าจันทร์ก็ไปอยู่ในอ้อมแขนผู้เป็นเจ้านายเรียบร้อยแล้ว

“คุณเป็นบ้าอะไร” เจ้าจันทร์ตวาดใส่ชายหนุ่ม แต่ดูเขากลับทำหูทวนลมเสียอย่างนั้น

“อย่าเข้าใกล้ใคร และอย่าให้ใครเข้าใกล้” คำสั่งฟังดูแล้วช่างเอาแต่ใจ ไม่เข้ากับใบหน้าเคร่งเครียดจริงจังของคนที่กำลังพูดอยู่เลยสักนิด

คิ้วเรียวขมวดมุ่นขณะที่ตะโกนถามกลับไป “คุณมีสิทธิ์อะไรมาห้ามผม” จู่ๆ เขาก็มาออกคำสั่งห้ามนู่นห้ามนี่ นเรศไม่ใช่เจ้าชีวิตของเจ้าจันทร์ที่จะสั่งอะไรก็ต้องทำตามไปเสียหมด ดวงตาโศกเริ่มขุ่นเขียวจ้องกลับอย่างไม่หวาดกลัว เอาสิ! เขาหาเรื่องก่อน แล้วมันเป็นเรื่องที่ไร้สาระสิ้นดี เจ้าจันทร์เองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ความอดทนมันจะมีมากแค่ไหนกันเชียว

“สิทธิ์?” นเรศทวนคำด้วยดวงตาวาววับ ก่อนประโยคต่อมาต้องทำให้เจ้าจันทร์ถึงกับอ้าปากค้าง “สิทธิ์ของผัวไงล่ะ ฉันเป็นผัวนายมีสิทธิ์ในตัวนายทุกอย่าง แม้กระทั่งสิทธิ์ที่จะห้ามไม่ให้ใครถูกตัวนาย”

เจ้าจันทร์มองอีกฝ่ายตาเขียวปั๊ด อีกแล้วที่เขาต้องการใช้สิทธิ์ความเป็นสามี “คุณมันบ้าไปแล้ว อย่าคิดว่านอนกับผมแล้วผมจะยอมรับคุณเป็นสามี เพราะผมไม่ได้เต็มใจ คุณบังคับผมทั้งนั้น” ราวกับมีใครสักคนตอกตะปูลงกลางแสกหน้าซ้ำๆ จนนเรศหน้าม้าม ด้วยประโยคที่เจ้าจันทร์พูดมานั้นถูกทุกอย่าง แต่คนอย่างนเรศไม่มีทางยอมแพ้ ถ้าเขาบอกว่าเป็นของเขามันก็ต้องเป็นของเขา

“ถึงนายจะไม่ยอมรับ แต่ยังไงนายก็เป็นเมียฉัน หรือจะให้ฉันป่าวประกาศว่าจุดไหนในร่างกายของนาย ทำให้นายรู้สึกดีที่สุด” นเรศกระชากอีกฝ่ายเข้ามาประชันหน้า ดวงตาโศกมีแววคุกรุ่นเองก็จ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“ทุเรศที่สุด!” เจ้าจันทร์ผรุสวาทพลางยกฝ่าเท้าขึ้นกระทืบเท้าอีกฝ่ายเต็มแรง ก่อนจะออกแรงบดขยี้ปลายเท้าจนนเรศร้องลั่น

“โอ๊ย!” ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวทันที ก่อนรีบก้าวถอยหลังออกไปกระโดนเหยงๆ ด้วยขาข้างเดียว นเรศชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างคาดโทษขณะก้มลงจับเท้าของตัวเอง “ฉันน่าจะจับนายปล้ำตรงนี้ซะ”

ป้าสุดาที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ดวงตาเบิกตะลึงจนแทบถลนออกมานอกเบ้า เจ้าจันทร์รู้สึกอับอายต่อคำพูดของเขาจนใบหน้าเห่อแดง ทั้งโกรธทั้งอายผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ยืนส่งสายตาเขียวปั๊ดอย่างคนทำอะไรไม่ได้ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกไป

“เฮ้ย จะไปไหน” นเรศอุทานดังลั่นขณะยื่นมือคว้าข้อมือเล็กแล้วกระชากเข้าหาตัว

ร่างเพรียวบางปลิวหวือเข้าปะทะอกแกร่ง เจ้าจันทร์ยกมือขึ้นพยายามผลักอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่เขากลับกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิม ยิ่งเจ้าจันทร์ดิ้นนเรศก็จะยิ่งเพิ่มแรงกอดรัด

“เป็นเมียฉันจะอายอะไรนักหนา” เสียงพึมพำดังจากริมฝีปากเหนือศีรษะ ยิ่งทำให้อารมณ์เดือนปุดๆ ของเจ้าจันทร์พุ่งทะลุร้อยองศา ฝ่าเท้าเล็กยกขึ้นเตรียมจะซ้ำลงไปที่เดิมแต่ชายหนุ่มกลับหลบได้ทันอย่างนกรู้ เจ้าจันทร์หายใจเข้าออกฟึดฟัดอย่างขัดใจที่ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้

“ปล่อยนะ”

“แค่ผัวกอดทำไมถึงเล่นตัวนัก” น้ำเสียงฟังดูกระเง้ากระงอดจนคนฟังแทบอ้าปากค้าง

“คุณมัน....” เจ้าจันทร์ไม่รู้จะสรรหาคำมาต่อว่าเขาอย่างไรดีแล้ว “คุณลืมไปแล้วหรือว่าผมทำพี่ชลท้อง” หัวสมองเล่นเร็วจี๋พลางต่อประโยคที่คิดว่าจี้เข้าตรงจุดแน่นอน

“อืม ฉันลืมไปแล้ว” แต่คำตอบที่ได้กลับไม่เป็นที่น่าพอใจสักนิด

คิ้วเรียวขมวดชนกันจนแทบจะผูกเป็นโบว์ “หรือว่าคุณจะรู้แล้วว่าผมไม่ได้ทำให้พี่ชลท้อง” คราวนี้เจ้าจันทร์พยายามระงับอารมณ์ให้เย็นลง ขณะเงยหน้าขึ้นสังเกตสีหน้าชายหนุ่ม ใบหน้าแม้จะราบเรียบเช่นเคย แต่ดวงตากลับวูบไหว เพียงเท่านี้ก็ช่วยตอบคำถามให้เจ้าจันทร์ได้เป็นอย่างดี “ถ้ารู้ความจริงแล้วคุณก็ควรปล่อยผมไปสักที”

ปล่อยหรือ?

ใบหน้าเริ่มจะดูอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อยกลับไปถมึงทึงอีกครั้ง ทั้งน้ำเสียงยังฟังดูกระชากห้วนยิ่งกว่าเดิม “เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้”

“ไม่ เรื่องนี้คุณกับผมต้องมาคุยกันให้เข้าใจ” เจ้าจันทร์ปฏิเสธแทบจะทันทีพลางเดินตามร่างสูงที่เดินหนีไปอีกทาง

ป้าสุดาได้แต่มองคนทั้งคู่ที่เดินมุ่งหน้าไปยังอีกทิศ แล้วข้าวเช้าและโต๊ะที่อุตส่าห์จัดไว้เสียดิบดีพวกนี้ล่ะ พวกคุณเขาทะเลาะกันจนลืมทานข้าวอีกแล้ว ป้าสุดาได้แต่ถอนหายใจขณะเรียกหลานชายเข้ามายกอาหารกลับไปเก็บ เพราะดูเหมือนว่าคนทั้งคู่ที่เดินทะเลาะกันเสียงดังลั่นคงจะลืมหิวกันไปแล้วแน่นอน

ในที่สุดเจ้าจันทร์ก็เดินทันเจ้าคนช่วงขายาวเสียที มือเล็กจึงยื่นออกไปคว้าท่อนแขนล่ำสันนั้นให้หันกลับมาเผชิญหน้า นเรศยังไม่ยอมพูดอะไรทั้งยังพยายามหลบหน้าและเดินหนี เขาเป็นคนแบบนี้เองหรอ ทำผิดแล้วเดินหนีปัญหา  ช่างเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง งี่เง่า

“...” เจ้าจันทร์ชะงักเท้าหยุดที่จะเดินตามเขาต่อ “เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว ผมจะกลับบ้าน” ตะโกนตามแผ่นหลังแกร่งจบก็ชักเท้าเตรียมวิ่งไปยังท่าเรือ จนไม่ทันเห็นว่าอีกคนชะงักเท้าเช่นเดียวกัน ทั้งยังรีบหันกลับมาออกเท้าวิ่ง เจ้าจันทร์ยังไปไม่ถึงไหนด้วยซ้ำ เอวเล็กก็ถูกมือใหญ่คว้ากลับไปได้ “เอ๊ะ คุณนี่ยังไง ปล่อยผมนะ ผมจะกลับบ้าน” เจ้าจันทร์ตวาดใส่อีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ ในเมื่อไม่มีอะไรมาเกี่ยวข้องกันแล้วเขาก็สมควรที่จะปล่อยเจ้าจันทร์กลับ ไม่ใช่มารั้งตัวไว้แบบนี้

“ไม่! ฉันไม่ให้นายกลับ” แขนแกร่งตวัดร่างเจ้าจันทร์เข้าสู่อ้อมกอด ทั้งยังออกแรงกระชับจนร่างเจ้าจันทร์แทบจะฝังเข้าไปกับอกอุ่น “นายต้องอยู่กับฉัน” นเรศคำรามลั่นอย่างเอาแต่ใจ พลางกระชับอ้อมกอดราวกับว่าเขากำลังสูญเสียร่างที่กอดอยู่ตรงนี้ไป ทั้งที่ความจริงทั้งหมดเปิดเผย เขาสำนึกผิด และทั้งที่เพิ่งรู้ใจตัวเอง ร่างในอ้อมกอดนี้กลับพยายามที่จะจากไป

“ปล่อยนะ” เจ้าจันทร์ยังคงพยายามดิ้นรนขืนกายออกมาอย่างสุดกำลังจนเหนื่อยหอบ แต่ก็ยังไม่สามารถหลุดออกมาได้ “ฟังนะ” เจ้าจันทร์หยุดดิ้นในที่สุด เมื่อรู้ว่าต่อให้ดิ้นจนหมดแรงนเรศก็ไม่มีทางปล่อยแน่ จึงพยายามรวบรวมสติเจรจากับอีกฝ่าย “ที่คุณทำอยู่ในตอนนี้มันผิด คุณกักขังหน่วงเหนี่ยวผมมันผิดกฎหมาย ตั้งแต่คุณจับผมมาผมยังไม่เคยติดต่อครอบครัวสักครั้ง ป่านนี้พวกเขาคงแจ้งตำรวจแล้ว” ขณะพูดเจ้าจันทร์ไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของชายหนุ่มได้ “เอาล่ะแค่คุณปล่อยผมกลับ ผมจะบอกทุกคนว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แล้วเรื่องทุกอย่างก็จะจบ” เจ้าจันทร์พยายามพูดอย่างใจเย็น แม้ใบหน้าตอนนี้จะบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกอึดอัดกับอ้อมกอดของชายหนุ่มก็ตาม

“ไม่”

นเรศดูเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่แต่ตัว และไม่เคยมีท่าทีดื้อด้านมาก่อน แต่ตอนนี้เขากำลังดื้อด้านและงี่เง่า

“ที่ผมพูดคุณเข้าใจไหม” เจ้าจันทร์ยังพยายามเจรจากับเขาอย่างใจเย็น พลันคิ้วเรียวขมวดฉับกับแรงส่ายหน้าปฏิเสธจนปลายคายสะบัดไปมาเหนือศีรษะ “คุณมันพูดไม่รู้เรื่อง ผมเกลียดคุณ!” อารมณ์ที่ควบคุมไว้แตกกระเจิง เจ้าจันทร์ตะคอกใส่เขาอย่างเหลืออด ดวงตาโศกคุกรุ่นโกรธอีกฝ่ายที่ไม่ยอมฟัง ทั้งที่เจ้าจันทร์พยายามพูดด้วยเหตุผล

ผมเกลียดคุณ... เพียงแค่ประโยคเดียวที่กำลังดังสะท้อนก้องไปมาในหัว จนนเรศไม่สามารถคิดสิ่งใดได้ เจ้าจันทร์เกลียดเขา

ร่างสูงเงียบขรึมจนน่าตกใจ นเรศไม่พูดสิ่งใดเขาเอาแต่ยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเข้มก้มลงจนคางแทบจรดอก เจ้าจันทร์เองก็คร้านที่จะพูดกับคนที่ต่อให้พูดจนตายก็ดูเหมือนจะพูดไม่รู้เรื่องอย่างนเรศ ตัดสินใจแยกตัวออกไปหวังสงบสติอารมณ์ตัวเองแล้วค่อยกลับมาเจรจากันใหม่ แต่ยังไม่ทันก้าวจากไปฝ่ามือหนาก็คว้าร่างเข้าไปกอดอีกครั้ง “ไม่ อย่าไปนะ” น้ำเสียงฟังดูเบาหวิวคล้ายเด็กน้อยที่กำลังหวาดผวา เขาดึงรั้งเจ้าจันทร์ด้วยอ้อมกอดที่รัดแน่นจนเริ่มหายใจไม่ออก แผ่นอกที่ทาบทับอยู่เบื้องหลังแนบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัวของเขา เจ้าจันทร์พยายามดิ้นรนขัดขืนหวังให้หลุดจากอ้อมกอด แต่ยิ่งดิ้นเขากลับยิ่งเพิ่มแรงกระชับอ้อมแขนจนแทบจะรวมร่างกับเขา



********************************************
แทบคลานมาลงนิยายกันเลยทีเดียวค่ะ เพราะว่าวันนี้มีงานยืนถ่ายวีดีโอครึ่งวันล้อเอาซะปวดเอว ปวดขา ฮือๆ คนแก่โดนรังแก ดีนะในงานมีการประกวดด้วยเลยมีทั้งหนุ่มหล่อสาวสวยให้ดู
อย่าลืมเม้นติ เม้นชม เม้นเป็นกำลังใจให้เจี๊ยะกันด้วยนะคะ และสุดท้ายขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านทุกคอมเม้น เจอกันตอนหน้าจ้า

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
หึๆๆ ขาดเจ้าจันทร์ไม่ได้แล้วสินะ

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
นี่คือง้อแล้วชิมิ  :jul3:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
เจ้าจันทร์อย่าใจอ่อนง่ายๆนะ

ออฟไลน์ เจี๊ยะบ่จ่าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
บทที่ 15 คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

กว่าเจ้าจันทร์จะสามารถพูดคุยกับนเรศจนตกลงกันได้ เจ้าจันทร์ถึงกับต้องปาดเหงื่อแล้วปาดเหงื่ออีก เจรจากันนับร่วมชั่วโมงก็จบลงด้วยการวกกลับมาที่เดิมทุกที นั้นคือเขาไม่ยอม สุดท้ายต้องอาศัยคนกลางอย่างป้าสุดาที่ต้องมาคอยไกล่เกลี่ยให้ นเรศถึงยอมตกลงให้เจ้าจันทร์ติดต่อทางบ้านได้

เจ้าจันทร์ให้คำนิยามกับนเรศ นิสัยที่นเรศแสดงออกมันทั้งดื้อด้านและงี่เง่า ไม่ต่างจากเด็กอนุบาล หางตาพลอยเหลือบหันไปมองใบหน้าถมึงทึงของนเรศที่ยืนขนาบข้างอยู่ เจ้าจันทร์ไม่เข้าใจเขากับแค่การมาขอใช้โทรศัพท์เขาถึงกลับต้องมายืนเฝ้าขนาดนี้เลยหรือ เขาไม่ต้องทำงานการแล้วใช่ไหม

“สวัสดีครับ ชญตว์พูดครับ” ปลายสายตอบรับด้วยน้ำเสียงเจือกระแสความอ่อนแรง

จู่ๆ น้ำตาก็ไหล ความคิดถึงมากมายถาโถมเข้าใส่ เจ้าจันทร์คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ คิดถึงทุกคน ฝ่ามือถูกยกขึ้นปิดริมฝากเพื่อกลั่นเสียงสะอื้น

“สวัสดีครับ” ชญตว์แปลกใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบสิ่งใด จนเกือบจะวางสายไปแล้วจึงได้ยินเสียงสั่นๆ อันคุ้นหู

“พ่อ...” ร่างเจ้าจันทร์ถูกดึงเข้าไปกอดเสียงทุ้มนุ่มหูกระซิบคำปลอบประโลมให้เจ้าจันทร์รู้สึกสงบ “พ่อเจ้าเองนะ” จบประโยคคล้ายได้ยินเสียงโครมครามสลับกับเสียงร้องเรียกหาภรรยา เสียงวิ่งทัก ๆ เงียบหายไปแทนที่ด้วยเสียงหวานของสตรี

“นั่นเจ้าใช่ไหมลูก” น้ำเสียงที่เอ่ยถามสั่นพร่า ไม่รอให้เจ้าจันทร์ได้ตอบกลับปลายสายก็รัวคำถามใส่ “เจ้าตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน? เกิดอะไรขึ้นทำไมไม่ติดต่อมา? ปลอดภัยดีใช่ไหม?” ประโยคสุดท้ายเสียงเบาหวิวแทบกลายเป็นกระซิบ แม่กำลังร้องไห้

“แม่...เจ้าขอโทษ” เจ้าจันทร์พูดได้แค่นั้นก็เอนร่างที่อ่อนแรงซบกับแผ่นอกอีกคนให้ช่วยพยุง

“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร แค่ลูกปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้ว” พูดไปก็ได้ยินเสียงสูดน้ำมูก คาดว่าคงเป็นคุณชญตว์ที่กำลังร้องไห้ “ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นหรือลูก” น้ำเสียงเจือกระแสความอบอุ่นช่วยปลอบประโลมหัวใจของเจ้าจันทร์ให้มีแรงกำลังขึ้นมา

“...” เจ้าจันทร์เงียบกริบไม่รู้จะบอกมารดาและอธิบายให้ฟังยังไง จะให้บอกความจริงหรือ... เจ้าจันทร์หันใบหน้าไปมองคนที่ยืนประคองด้านหลัง เจ้าจันทร์ก็ไม่ต้องการให้พ่อแม่เป็นห่วง “ขอโทษครับแม่ เจ้ามาทำงานช่วยเพื่อนอยู่บนเกาะ ไม่มีคลื่นเลยติดต่อใครไม่ได้ เจ้าขอโทษจริงๆ ครับ” ในใจรู้สึกผิดกับคำโกหกที่เจ้าจันทร์ทำเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางบอกความจริง ได้ยินปลายสายตอบกลับมาเพียงไม่เป็นไรๆ แล้วน้ำตาซึมยิ่งกว่าเดิม

“ตอนนี้เจ้าสุขสบายดีไหม เล่าให้แม่ฟังหน่อยว่าเรื่องไปยังไงมายังไง แล้วเจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่ลูก” เสียงสูดน้ำมูกสลับกับคำถามช่วยให้เจ้าจันทร์ยิ้มทั้งน้ำตา

“เจ้าสบายดีอีกสองสามวันก็กลับแล้วครับ” อีกคนที่ได้ยินคำตอบยื่นมือออกมากำข้อมือเล็กแน่น แต่เจ้าจันทร์ไม่ต้องการใส่ใจ จึงทำเพียงแค่ขยับให้หลุดจากอุ้งมือแกร่งเท่านั้น “พอดีวันที่เจ้าจันทร์กำลังเลิกงาน มีเพื่อนมาหาบอกขาดคนมาช่วยงาน ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เจ้าจันทร์เลยอาสาเพราะเห็นว่าทำไม่นาน...”

“ดีลูกถือว่าช่วยๆ กันไป แต่น่าจะติดต่อกลับมาบ้างรู้ไหมเราทำให้ทุกคนเป็นห่วง” ผู้เป็นว่าเอ่ยอย่างเข้าใจแต่ก็ไม่วายตำหนิ

เจ้าจันทร์ได้แต่ร้องบอกขอโทษเสียงอ่อน “ขอโทษครับ เจ้าไม่คิดว่าที่เกาะจะไม่มีสัญญาณ นี่ก็เข้าเมืองมาถึงโทรกลับบ้านได้” เจ้าจันทร์ได้แต่ขอขมาพ่อแม่ในใจที่โกหกคำโต

หลังจากนั้นก็พูดคุยถามไถ่กันอีกหลายเรื่องก่อนจะวางสายไปด้วยความโหยหาย

“พี่ไม่ให้เจ้ากลับ” โทรศัพท์วางลงได้เพียงครึ่งลมหายใจคนด้านหลังก็แทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดื้อดึง

พี่? เจ้าจันทร์เงยหน้าขึ้นมองนเรศแล้วถอนหายใจ “คุณไม่สามารถกักขังผมได้” ว่าจบก็เดินเลี่ยงไปอีกทางแต่ต้นแขนก็ถูกนเรศคว้าเอาไว้

“พี่ทำได้ เจ้าจันทร์ก็รู้” พอได้ฟังเจ้าจันทร์ถึงกับขมวดคิ้วแล้วสะบัดแขนให้หลุดจากอุ้งมือใหญ่ก่อนจะเดินจากไป




ป้าสุดาถอดหายใจเฮือกใหญ่กับบรรยากาศอันน่าอึดอัดในบ้าน สายตาของเธอจับจ้องมองเจ้านายหนุ่มที่ไม่ยอมละสายตาจากเจ้าจันทร์เลยสักเสี้ยว เห็นคุณเจ้าอยู่ที่ไหนเป็นอันต้องพบเจ้านายที่นั้น ดูใบหน้าคุณเจ้าเธอตอนนี้สิ แทบจะจับเจ้านายของเธอกินได้แล้วกระมัง

“คุณจะเลิกจ้องผมได้หรือยัง” เจ้าจันทร์ตัดสินใจวางหนังสือที่นั่งอ่านอยู่ เงยหน้าไม่สบอารมณ์ขึ้นมามองคนที่เสสายตาหลบ

“...” นเรศไม่ตอบเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน

ดี! มาแกล้งหูทวนลม

“เอ๊ะ! มีเรือมาเทียบท่าใครมากัน” และก่อนที่ทั้งคู่จะได้ทะเลาะกันอีก ป้าสุดาก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับวางงานในมือเพื่อออกไปดูว่าใครมา “คุณนเรศคะ...” ป้าสุดาที่เดินออกไปข้างนอกรีบพาร่างอวบของเธอวิ่งกลับเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตูม เธอเกือบจะพลั้งปากรายงานแต่แล้วเหมือนนึกขึ้นได้จึงเงียบลง

“ใครมาสุดา” นเรศหันกลับมาสนใจเมื่อจู่ๆ ป้าสุดาก็เงียบไป

คุณชลค่ะ ป้าสุดาไม่กล้าออกเสียงทำปากพะงาบๆ บอกเจ้านายหนุ่มที่รีบลุกพรวดทันที

นเรศลุกขึ้นรีบออกคำสั่งแล้วสืบเท้าเข้าไปหาเจ้าจันทร์ที่นั่งอ่านหนังสือบนโซฟา “สุดาออกไปรับแขกได้เลย เจ้าจันทร์มานี่สิ” เจ้าจันทร์ที่เงยหน้ามองดูด้วยความงุนงงช่างไม่ทันใจนเรศ เขาไม่รอช้าช้อนคนตัวเล็กขึ้นอุ้มแล้วพาไปยังห้องนอนทันที

“อะไรของคุณ ปล่อยนะ” เจ้าจันทร์โวยวายไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่าย

นเรศค่อยๆ วางร่างเจ้าจันทร์ลงบนเตียง เมื่ออีกฝ่ายเป็นอิสระก็รีบถอยห่างจากเขาทันที “รอพี่อยู่บนนี้นะ” ไม่ว่าเปล่าแต่นเรศยังโน้มตัวเข้าใกล้ใบหน้าเนียน แล้วประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเล็กทิ้งท้ายก่อนจะรีบเดินหายไป และยังไม่วายล็อคประตูจากข้างนอก

แกร็ก!

เจ้าจันทร์รีบถลาลงทันทีแล้วรัวมือทุบประตูดังลั่น พร้อมตะโกนอย่างหัวเสีย “นี่คุณจะมาขังผมแบบนี้ไม่ได้นะ! คุณนเรศ” เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงกลับมาเป็นแบบนี้อีกแล้ว แขกที่มาเป็นใครกัน...แฟนหรือ? ถึงต้องพาเจ้าจันทร์มาขังไว้แบบนี้

“พี่นเรศ!” ชลธารตะโกนลั่นบ้านด้วยอารมณ์ค่อนข้างเดือด และยิ่งบ้านไร้เงาของพี่ชายเธอยิ่งมีใบหน้าถมึงทึงจนคนที่กำลังวิ่งตามอย่างณัฐธัญรู้สึกกลัวแทนนเรศ สองพี่น้องคู่นี้อารมณ์ร้อนพอกัน ถึงชลธารมองดูแล้วจะดูใจเย็นกว่าผู้เป็นพี่ชาย แต่ความจริงเธอคือคนที่อารมณ์ร้อนเสียยิ่งกว่านเรศซะอีก แล้วเมื่อรวมอารมณ์แปรปรวนของคนท้องเข้าไปด้วย บอกได้เลยว่างานนี้นเรศมีเละ

“ชลเดินช้าๆ สิคะ” ณัฐธัญรีบห้ามภรรยาที่ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไร ตั้งแต่เข้าไปขอดูกล้องวงจรปิดร้านที่เจ้าจันทร์เป็นพนักงานวันนั้น เธอก็รีบลากเขาข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาพี่ชายทันที

“คุณชลคะเดี๋ยวคุณนเรศลงมาค่ะ” ป้าสุดาเองก็รีบห้ามปรามคนที่ตั้งท่าจะเดินขึ้นบันได

และก่อนที่ชลธารจะได้ขึ้นไปตามพี่ชายถึงห้อง พี่ชายที่กำลังตามหาตัวก็โผล่หน้าออกมาพอดี “มีอะไรหรือชล” นเรศเอ่ยถามน้องสาวที่กำลังตั้งท่าก้าวขึ้นบันได มองดูท่าทางอารมณ์ไม่สู้ดีของคนรอบข้างแล้วเขาพอจะเดาได้ลางๆ ชลธารคงรู้แล้วว่าเจ้าจันทร์อยู่ที่นี่ แต่ถ้าเขายืนกรานใครจะพาเจ้าจันทร์หนีไปจากเขาได้

“เจ้าจันทร์อยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ” ชลธารตรงเข้าประเด็นทันที

“ใช่” นเรศเองก็ตอบอย่างไม่อ้อมค้อมเช่นกัน ในเมื่อรู้แล้วเขาก็ไม่อยากปิดบัง

“พี่นเรศ!” คราวนี้เธอตวาดเสียงดังลั่นบ้านถ้ากระทืบเท้าได้คงทำไปแล้ว “พี่จับตัวเจ้าจันทร์มาขังไว้ที่นี่ใช่ไหม” คราวนี้เธอร้องถามเสียงแหลมด้วยความโมโห และเมื่อผู้เป็นพี่ชายพยักหน้ายอมรับฝ่ามือบางก็ยกขึ้นสะบัดใส่หน้านเรศทันที

เพียะ!

“...” ป้าสุดาอุทานไม่มีเสียงพร้อมยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ปกติทั้งสองพี่น้องรักกันมาจนแทบไม่เคยทะเลาะให้เห็น แต่วันนี้คุณชลเธอถึงกับตบหน้าพี่ชาย เห็นทีว่าเธอจะต้องโกรธมาก

ณัฐธัญอยากจะหัวเราะคู่อริอยู่หรอกถ้าไม่ติดว่าตอนนี้เมียกำลังเลือดขึ้นหน้า เดี๋ยวได้เป็นลมเป็นแล้ง “ใจเย็นๆ นะคะชล มาไปนั่งพักที่โซฟาก่อนนะคะธัญเป็นห่วง” เขารีบเข้าห้ามพยายามดึงตัวชลธารออกมาสงบสติอารมณ์ที่โซฟา ซึ่งชลธารก็ทำตามอย่างว่าง่ายด้วยรู้ดีว่าตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียว

“เจ้าจันทร์อยู่ไหน ชลอยากเจอเจ้าจันทร์” เมื่อพี่ชายตามมานั่งตรงข้ามเธอก็รีบถามทันที

“อยู่บนห้อง”

“พี่นเรศขังเจ้าจันทร์ไว้?”

“...”

ความเงียบของพี่ชายเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดี ชลธารอยากจะลุกขึ้นตบหน้าพี่ชายอีกครั้ง แต่พอเห็นใบหน้าคมคายนั้นขึ้นรอยนิ้วแดงเป็นแถบก็ต้องสงบอารมณ์ แต่อารมณ์ดุเดือนของคนท้องอย่างเธอต้องหาที่ระบาย สุดท้ายคนที่เดือนร้อนไม่พ้นสามีที่นั่งอยู่ข้างกาย

“โอ๊ย! ชลมาข่วนธัญทำไมคะ” ณัฐธัญร้องลั่นเจ็บจี๊ดไปทั้งแขนเมื่อภรรยาหันมาข่วนเสียเต็มเล็บ

“อยากตีพี่นเรศ” ชลธารว่างั้น ทำให้คนฟังอย่างณัฐธัญแสดงสีหน้าไม่ถูก ส่วนเจ้าคนที่ถูกน้องสาวคาดโทษกลับเลิกคิ้วแล้วยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ไม่ต้องมายิ้มเยาะคนอื่น” ว่าจบก็ตีท่อนแขนล่ำสันของพี่ชายอีกเพียะ “บอกมาทำไมถึงไปจับเจ้าจันทร์มาแบบนั้น” แขนเรียวทั้งสองยกขึ้นกอดอก ชลธารมอดูพี่ชายเหมือนมองดูนักโทษที่รอสอบสวน

“พี่เข้าใจผิด” คำตอบเรียกเสียงกรี๊ดดังลั่นจากชลธารจนยกมือขึ้นอุดหูแทบไม่ทัน

“พี่เข้าใจผิดคิดว่าเจ้าจันทร์ทำชลท้องหรือไง” คราวนี้ทั้งสองหนุ่มต่างสะดุ้งทั้งคู่ “แล้วอย่าบอกนะว่าพี่นเรศทำแบบนั้นกับเจ้าจันทร์” ยิ่งได้ฟังน้องสาวคาดเดานเรศยิ่งหน้าหมองลง เพราะชลธารเดาได้ถูกทุกข้อ “ชลจะเป็นลม” จบประโยครอบด้านพลันวุ่นวาย ณัฐธัญรีบคว้าเอายาดมมาให้ภรรยาทั้งยังทำหน้าที่บีบนวดให้อย่างไร้ที่ติ

ชลธารหยุดสอบสวนพี่ชายแต่เรียกป้าสุดาและโอภาสมาสอบถามแทน เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดคราวนี้ชลธารอยากจะเป็นลมจริงๆ พี่นเรศทำอะไรลงไป! พี่ชายของเธอทำลายชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่มีความผิดอะไรเลย แต่พอลองหันกลับมามองท่าทางหงอๆ ของพี่ชายตัวเอง ชลธารก็พอคาดเดาบางอย่างได้ ให้ตายเถอะพี่ชายของเธองี่เง่า คิดว่ากำลังเล่นละครจำเลยรักอยู่หรือไง

“ไม่ว่ายังไงพี่นเรศก็ต้องปล่อยเจ้าจันทร์กลับบ้าน...ห้ามเถียง” เธอชี้หน้าพี่ชายที่ตั้งท่าจะค้านทันที “ชลจะขึ้นไปหาเจ้าจันทร์ ป้าสุดาพาไปทีคะ” ชลธารหันไปหาป้าสุดาให้ช่วยพยุงขึ้นไปพบเจ้าจันทร์บนนห้อง ภายในห้องรับแขกจึงเหลือเพียงสองหนุ่มเท่านั้น

“ฉันเข้าใจแกวะ” ณัฐธัญเอ่ยขึ้นมาในที่สุด

“...” นเรศยังคงนั่งนิ่งคล้ายคนที่ไม่มีสติอยู่กับตัว

“เฮ้อ...” เสียถอนหายใจครั้งนี้เรียกคนที่ไม่มีสติให้เงยหน้าขึ้นมามอง ณัฐธัญจึงตัดสินใจเดินอ้อมโซฟาไปนั่งลงที่พนักพิงข้างๆ นเรศ “นเรศ ฉันทำให้แกเห็นเป็นตัวอย่างแล้วทำไมแกถึงเลือกทำตามฉันวะ” ณัฐธัญยังจำวันที่ชลธารหายไปได้ วันนั้นเขาเหมือนถูกควักหัวใจ ถอดวิญญาณออกจากร่าง แทบจะคลั่งตายเพียงเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอเธออีก เขากลัวที่จะไม่ได้เธอคืน คิดแล้วยังหลงเหลือความรู้สึกที่แสนน่ากลัวนั้นอยู่ภายในจิตใจ

“...” นเรศยังคงนั่งนิ่งเพราะในหัวตอนนี้มีความคิดตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด

“แกน่าจะรู้จักน้องสาวแกดี เธอจะต้องพาเจ้าจันทร์กลับบ้าน...”

“ไม่” นเรศแทรกขึ้นมาพร้อมลุกพรวดเตรียมจะพุ่งถลาไปข้างบน แต่มีมือหนาของณัฐธัญคว้าเอาไว้พลางส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม

“ถ้าไปตอนนี้ฉันเชื่อว่าแกจะต้องโดนชลกระทืบแน่...ฉันเป็นห่วงลูกฉันว่ะ”

นเรศเดินกลับมานั่งบนโซฟาตัวเดิมพร้อมทั้งยกมือขึ้นกุมขมับ “ฉันจะทำยังไงดีวะ” ในที่สุดก็ตัดสินใจถามคู่อริที่เคยประสบปัญหามาก่อน อย่างน้อยมันก็คงรู้วิธีจัดการมากกว่าเขาที่ตอนนี้สมองขาวโพลนไปหมด

“ถามจริงเจ้าจันทร์โกรธแกมากไหม”

“ไม่รู้ เจ้าจันทร์บอกแค่อยากกลับบ้าน ฉันไม่รู้ว่าเขาโกรธฉันไหม เพราะเรามักเถียงกันแค่เรื่องกลับบ้าน”

“จากที่ฟังที่แกว่ามา...ฉันว่าเจ้าจันทร์ดูเหมือนไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดแกเลยวะ” จบประโยคนเรศที่นั่งก้มหน้ามาตลอดจึงเงยขึ้นมาสบตากับณัฐธัญ คิ้วเข้มขมวดจนแทบผูกเป็นปม “เอ๊ามองหน้า ฉันพูดตามเนื้อผ้าโว้ย” พูดไปณัฐธัญก็จิ๊ปากทำท่าเป็นผู้รู้ขึ้นมา “ลองคิดดูนะโว้ย ขนาดชลเป็นผู้หญิงยังโกรธฉันหัวฟัดหัวเหวี่ยงโดนตบโดนเอาคืนมาขนาดไหน ที่แกเคยเห็นน่ะจิ๊บๆ โฮย...อย่าให้นึกถึงกรงเล็บแม่เจ้าประคูณข่วนแต่ละที หน้าฉันนี่ลายเป็นแถบ ๆ แล้วนี่เจ้าจันทร์เป็นผู้ชายเท่าที่สังเกตแกดูก็ไม่มีช้ำเสียหายตรงไหน ถ้าลองเป็นฉันโดนทำแบบนี้บ้างรับรองได้เลยไม่ฉันก็แกที่เป็นศพกันไปข้าง ดังนั้นสรุปเลยว่าทางสายกลาง เจ้าจันทร์เป็นทางสายกลางแน่นอน” จบประโยคก็ตบพนักพิงโซฟาดังป๊าบ

“ยังไงวะ” นเรศขมวดคิ้วงุนงงยิ่งกว่าเดิม

ณัฐธัญทำวางท่าเป็นผู้รู้ขึ้นมาอีกรอบ “แกจำเอาไว้ว่าคนที่ไม่โกรธ ไม่เกลียด แบบนี้เป็นพวกเดินทางสายกลาง เมื่อไม่โกรธ ไม่เกลียด ก็ไม่รักเช่นเดียวกัน อย่างเดียวที่ฉันบอกแกได้ในตอนนี้ ทำใจเถอะวะ เจ้าจันทร์เป็นคนประเภทนั้น” ท่าทางยักไหล่ราวกับบอกให้นเรศตัดใจทำเอาคนฟังกำหมัดแน่น ถ้าไม่ติกว่ากำลังขอคำปรึกษาเขาก็อยากจะลุกขึ้นซัดปากเจ้าคนพูดสักทีสองที “แกน่าสงสารกว่าฉันเยอะ” ว่าจบก็หัวเราะหึหึน่าถีบเข้าไปอีก “กว่าจะตามง้อชลได้ฉันต้องผ่านอะไรมาเยอะ ทั้งโดนตีนแกยำโดนชลโขกสับ...อะแฮ่ม แต่ฉันก็เต็มใจ ฉันรู้ว่าที่ฉันโดนน่ะน้อยกว่าที่ชลเคยได้รับด้วยซ้ำ ดังนั้นฉันเลยไม่ย่อท้อ และฉันคิดเสมอว่าเพื่อครอบครัวฉันเลยผ่านมันมาได้ แต่แกนี่สิน่าสงสารกว่าฉันเยอะ เพราะแกน่ะเจองานช้าง ไม่ใช่ช้างธรรมดานะช้างแมมมอธเลยโว้ย เห็นทีต้องเอาสารพัดวิธีง้อออกมาใช้ ไม่งั้นแกก็อย่าหวังว่าจะง้อเมียสำเร็จ” ผู้เชี่ยวชาญด้านประสบการณ์พูดไปพร้อมทำท่าทางประกอบ จากที่ดูเหมือนจะซีเรียสกลับทำให้น่าขันขึ้นมาแทน

“แล้วต้องทำยังไง” นเรศตัดสินใจพึ่งอดีตคู่อริอย่างเสียไม่ได้ ก็นะมันมีประสบการณ์เขาก็ขอคำแนะนำนิดๆ หน่อยๆ ไว้ใช้บ้างจะเป็นไร แต่นเรศรู้ดีว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความพยายามของเขาเองทั้งหมด

“สำหรับเจ้าจันทร์ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก…ใช้ไม่ได้ พาลจะทำให้เจ้าตัวรำคาญแกมากกว่าเดิมซะอีก แต่ให้ใช้หลักจิตวิทยา และขั้นแรกที่ต้องทำคือปล่อยเจ้าจันทร์กลับบ้าน”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-04-2018 19:52:58 โดย เจี๊ยะบ่จ่าย »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ธัญแนะนำได้สุดยอดมากๆ  o13

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
ติดตามตอนต่อไปๆๆๆ

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
คู่หูคู่นี้ศีลเสมอกันเนอะ5555 :z2:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
ทีมพ่อบ้านง้อเมีย 55555

ออฟไลน์ mooping-7

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2536
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-4
ทำผิดก็ขอโทษสิ ทำหรือยังละ เฮ้อออ

ออฟไลน์ เจี๊ยะบ่จ่าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
บทที่ 16 ตกลงเจ้าเป็นโรคอะไรกันแน่?

ในที่สุดนเรศก็เลิกทำตัวดื้อด้าน เขายอมปล่อยเจ้าจันทร์กลับบ้านตามคำแนะนำของณัฐธัญ ชลธารมองดูหน้าตาเศร้าซึมของผู้เป็นพี่ชายที่กำลังหิ้วกระเป๋าลงเรือมาส่งเจ้าจันทร์ด้วยตัวเอง ส่วนเจ้าจันทร์ก็ตัวติดชลธารแจเพราะเธอคือที่พึงหนึ่งเดียวของเจ้าจันทร์ในตอนนี้ หากปล่อยมือจากชลธารเจ้าจันทร์ก็นึกกลัวราวกับเด็กๆ ว่านเรศอาจไม่ปล่อยตัวเองไป

“พี่ฝากส่งเจ้าจันทร์ให้ถึงบ้านด้วยนะ” นเรศสั่งความน้องสาวทั้งที่ใจจริงเขาอยากจะไปส่งเจ้าจันทร์ให้ถึงบ้าน แต่เขากลัวตัดใจปล่อยเจ้าจันทร์ไม่ได้ จึงยอมตัดใจส่งเจ้าจันทร์ที่ตรงนี้เสีย

“ปะเจ้าจันทร์” ชลธารพยักหน้ารับคำพี่ชายแล้วหันไปชวนเจ้าจันทร์ลงเรือ

ณัฐธัญทำหน้าที่ประคองชลธารลงเรือด้วยความระมัดระวังที่สุด เจ้าจันทร์จึงหันไปหาอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง “ขอบคุณป้าสุดาที่ดูและมาตลอดครับ” เจ้าจันทร์หันไปยกมือไหว้ป้าสุดก่อนจะหันมาทางคนตัวโต “ขอบคุณที่ยอมปล่อย” อดไม่ได้ที่จะกล่าวขอบคุณนเรศแม้ว่าอีกฝ่ายจะทำร้ายตนก็ตาม เจ้าจันทร์คิดเพียงว่าตนนั้นได้ชดใช้บาปกรรมที่อาจเคยทำกับนเรศมาก่อนเลยไม่คิดแค้นเคือง จึงอยากให้จบลงตรงนี้ไปเสียจะได้ไม่ต้องมีเวรกรรมต่อกันอีก

เมื่อกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายจบแล้วก็หันหลังเตรียมจะก้าวลงเรือ แต่แล้วแขนกลับถูกมือหนาคว้าเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัว ริมฝีปากร้อนแนบสัมผัสลงมาแผ่วเบาอ่อนโยนราวกับต้องการอ้อนวอน เจ้าจันทร์คราแรกตกใจยืนตัวแข็งทื่อก่อนจะค่อยผ่อนแรงตอบรับจุมพิตที่ค่อยๆ ทวีความหวานละมุนขึ้นจนแทบละลาย จูบนี้ของนเรศทำให้หัวใจของเจ้าจันทร์สั่นไหวนัก เนิ่นนานกว่าริมฝีปากหยักจะค่อย ๆ ถอยห่างอย่างอ้อยอิ่ง เจ้าจันทร์เม้มริมฝากที่แดงก่ำแล้วรีบหันหลังให้นเรศด้วยหัวใจเต้นตึกตัก

นเรศยังไม่ยอมตัดใจเดินเข้าประชิดแผ่นหลังเล็กสอดแขนเข้ากอดเอวบาง “ไม่ไปได้ไหม อยู่กับพี่นะเจ้าจันทร์ ทุกอย่างที่พี่ทำไปพี่ขอโทษ เจ้าจันทร์อภัยให้พี่…อย่าไปเลยนะ” เขาเอ่ยข้างแก้มขาวแรงกอดรัดยิ่งเพิ่มขึ้นราวกับว่านี้คือวันสุดท้ายของพวกเขา นเรศกลัว กลัวว่าเจ้าจันทร์จะลืมเขา กลัวว่าเจ้าจันทร์จะเกลียดเขา กลัวไปสารพัดจนต้องส่งความรู้สึกทั้งมวลผ่านอ้อมกอดที่พยายามรั้งอีกฝ่ายไว้

“ผมไม่เคยโกรธคุณและขอโทษ...” เจ้าจันทร์เอ่ยด้วยนำเสียงแผ่วเบา แล้วจึงค่อยๆ แกะท่อนแขนแกร่งออกจากเอว ตัดสินใจก้าวลงเรือที่จอดรออยู่ จากนั้นก็ไม่หันกลับไปมองอีกจนกระทั้งเรือแล่นหายลับตาไป

นเรศยืนนิ่งมองคลื่นน้ำอันว่างเปล่าเช่นเดียวกับหัวใจที่โบยบินตามใครอีกคนไปแล้ว โอภาสที่มองดูอยู่สงสารเจ้านายหนุ่มนัก แต่เรื่องของหัวใจควรปล่อยเวลาให้เยียวยารักษาพวกเขาเอาไว้

“เอ๊ะ...เรือ” ป้าสุดาอุทานเมื่อมองเห็นเรือแล่นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

นเรศที่ยืนวิญญาณหลุดออกจากร่างเงยหน้าขึ้นฉับพลัน แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อเรือที่คิดว่าแล่นจากไปแล้วจะกลับมา เพราะเรือที่แล่นเข้ามานั้นหาใช่เรือที่เจ้าจันทร์นั่ง แต่เป็นเรือของคนงานของเขาเอง

“นายหัว” สำเนียงเรียกขานดังชาวใต้ไม่อาจทำให้เจ้านายหนุ่มหันกลับมาสนใจ “มีเอกสารมาจากโรงพยาบาลครับ” ว่าจบชายผิวคล้ำก็ยื่นสองเอกสารให้กับนเรศ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะหูหนวกไปซะแล้ว “นายหัว” ชายหนุ่มลองเรียกอีกครั้งทั้งเพิ่มน้ำเสียงขึ้นอีกเล็กน้อย คราวนี้นเรศจึงได้หันกลับมาสนใจ เขายื่นมือออกมารับเอกสารด้วยใบหน้าคิ้วขมวด “ผมไม่แน่ใจว่าเป็นคนของเราไหมเพราะชื่อไม่เคยเห็น แต่หมอบูมบอกส่งให้ป้าสุดาครับ ป้าๆ รู้จักคนชื่อปักษาธร ศศิพัฒนาเมธี ด้วยหรือป้า” พอส่งเอกสารให้เจ้านายหนุ่มแล้วชายผิวคล้ำก็ชะโงกหน้าไปถามป้าสุดา

“เจ้าจันทร์” นเรศจดจำชื่อนี้ได้ขึ้นใจ แล้วจึงรีบแกะซองเอกสารออกก่อนจะยืนตะลึงกับรายละเอียดบนเอกสารในมือ “สุดา! เจ้าจันทร์ท้องได้” นเรศตะโกนลั่นแสดงสีหน้าไม่ถูกทั้งดีใจทั้งตกใจไปในคราวเดียวกัน ข่าวที่ผู้ชายท้องได้ก็มีให้เห็นอยู่แต่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเจ้าจันทร์ “ผมจะไปตามเมียผมกลับ” พูดได้แค่นั้นเขาก็รีบจำอ้าวเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อที่จะสะสางงานทั้งหมดและมอบหมายให้หัวหน้าคนงานแต่ละส่วนเอาไว้ ในอกมีเสียงเต้นตึกตักอย่างคนที่ได้หัวใจคืนกลับมา นเรศหุบยิ้มไม่ลงยิ่งคิดว่าเจ้าจันทร์อาจกำลังตั้งท้องลูกของเขาก็ได้ เพราะเขาปล่อยในเกือบทุกครั้งที่มีอะไรกัน ไม่ท้องก็เรียกเขาว่าผู้ชายไร้น้ำยาไปได้เลย



“อุก...อ้วก” ใบหน้าหวานซีดเผือดก่อนจะวิ่งออกไปยังท้ายเรือเพื่อโก่งคออาเจียน ชลธารสะกิดเรียกให้ณัฐธัญรีบเข้าไปดูเจ้าจันทร์ด้วยความเป็นห่วง หากเธอสามารถเดินเหินได้อย่างปกติคงจะวิ่งไปดูแล้ว

“เจ้าเป็นอะไรเมาเรือหรอ” ชลธารถามเจ้าจันทร์ด้วยความเป็นห่วง

“คงจะใช่ครับ ครั้งที่แล้วก็เป็นแบบครั้งนี้” ความคิดของเจ้าจันทร์นึกไปถึงครั้งที่ตัวเองนั่งเรือไปกับนเรศแล้วพาให้เห็นภาพตัวเองนั่งซบอกอุ่นของเขาในยามไม่สบาย อา...ทำไมหัวใจเต้นผิดจังหวะอีกแล้ว

“ไหวไหม” ณัฐธัญเข้ามาพยุงเด็กหนุ่มตัวเล็กเพราะกลัวว่าจะเซตกเรือไปซะก่อน

“วะ...” ยังตอบไม่ทันจบก็เหมือนมีคนมาสับสวิตช์ไฟลง ร่างทั้งร่างทรุดลงเป็นโชคดีที่ณัฐธัญคว้าเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นเจ้าจันทร์คงได้ตกเรือเป็นแน่

“ว้ายตายแล้ว” ชลธารอุทานด้วยความตกใจก่อนจะรีบค้นหายาดมมาปฐมพยาบาลคนที่จู่ๆ ก็หมดสติไป

พอเกือบจะขึ้นฝั่งเจ้าจันทร์ก็ได้สติกลับมา ชลธารพยายามที่จะพาเจ้าจันทร์ไปหาหมอก่อนแต่เจ้าตัวกลับส่ายหน้าปฏิเสธ จู่ๆ เจ้าจันทร์ก็อยากเจอพ่อกับแม่ อยากเจอจนเผลอน้ำตาซึมต่อหน้าชลธาร หลังจากนั้นชลธารก็หันไปเร่งณัฐธัญให้รีบไปส่งเจ้าจันทร์ให้ไวที่สุด

รถยนต์สีดับขลับยี่ห้อหรูค่อยๆ จอดตรงหน้าบ้านศศิพัฒนเมธี เพียงเปิดประตูก้าวลงจากรถเจ้าจันทร์ก็พบกับทุกคนที่มายืนรออยู่หน้าบ้าน รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหวาน เจ้าจันทร์วิ่งเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ด้วยความคิดถึง เด็กหนุ่มต้องพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้จนจมูกแดงก่ำ

“แม่เจ้าจันทร์คิดถึงแม่” เสียงที่เอ่ยออกมาสั่นเทาเล็กน้อย

“แม่ก็คิดถึงเจ้า รู้ตัวไหมว่าทำเอาทุกคนเป็นห่วงแค่ไหน” พิมลรัตน์ผู้เป็นแม่กอดลูกชายตัวโตด้วยความคิดถึง ขณะที่พยายามกลั้นน้ำตาเช่นเดียวกัน เมื่อทักทายกันพอสมควรคุณพิมลรัตน์ก็ชวนลูกชายและแขกเข้าบ้าน “ปะเข้าไปข้างในกัน ชลกับธัญก็อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนนะลูก แม่ทำเผื่อเอาไว้เยอะเลยของโปรดเจ้าจันทร์ทั้งนั้น” ชักชวนเพื่อนรุ่นพี่ของลูกชายแล้วก็หันมาร่ายรายการอาหารโปรดของเจ้าจันทร์

คุณพิมลรัตน์เดินนำหน้าไปพร้อมกับชลธารและณัฐธัญ เจ้าจันทร์เดินรั้งท้ายไปกับคนเป็นพ่อ เจ้าตัวสวมกอดบิดาด้วยความคิดถึง แล้วสองพ่อลูกจึงเดินตามเข้าบ้านไป

บนโต๊ะทานข้าวมีอาหารทั้งคาวทั้งหวานวางเรียงแทบเต็มโต๊ะ คุณพิมลรัตน์แนะนำเมนูแต่ละอย่างด้วยรอยยิ้ม จนกระทั่งถึงหมูทอดกระเทียมชลธารส่ายหน้าหวือ เป็นอันเข้าใจว่าเธอคงทนกลิ่นกระเทียมทอดไม่ไหว ณัฐธัญรีบหยิบหมูทอดกระเทียมออกให้ห่างภรรยามากที่สุด ซึ่งคุณพิมลรัตน์เข้าใจเป็นอย่างดีจึงยกต้มยำกุ้งเข้ามาแทน

“หมูทอดกระเทียมนี่ของโปรดของเจ้า” คุณพิมลรัตน์รับหมูทอดกระเทียมจากณัฐธัญมาวางตรงหน้าลูกชาย ทั้งที่เคยเป็นของโปรด ทุกครั้งที่คุณพิมลรัตน์ทำหมูทอดกระเทียมเจ้าจันทร์มักชอบกลิ่นหอมๆ ของมัน แต่มาวันนี้กลับแปลกกลิ่นที่ชอบมันไม่เหมือนเดิม แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าจันทร์ก็พยามยามฝืนทนตักหมูทอดกระเทียมเข้าปาก สัมผัสที่ได้รับคล้ายกับกินเนื้อเน่า เจ้าจันทร์ลุกพรวดวิ่งออกจากโต๊ะอาหารเข้าไปในห้องครัวเพื่อนโก่งคออาเจียนอยู่อ่างน้ำ “ตายแล้วเจ้า” เสียงคุณพิมลรัตน์อุทานด้วยความตกใจก่อนจะลุกขึ้นเดินแกมวิ่งเข้าไปดูลูกชาย

“เจ้าเป็นอะไรลูก” คุณชญตว์วางช้อนที่กำลังตักข้าวเข้าปากเงยหน้าขึ้นถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง

สักพักเมื่อเสียงอาเจียนเงียบหายไปจึงได้ยินเสียงลูกชายตอบกลับมา “ไม่เป็นไรครับพ่อ”

“เจ้าจันทร์ยังคงเมาเรือค้างอยู่หรือเปล่าคะ” ชลธารเปรยขึ้น

ณัฐธัญพยักหน้าสนับสนุนความคิดของภรรยา “เดินทางไม่ได้หยุดพักเจ้าจันทร์คงเหนื่อย”

เสียงโอกอากดังอีกรอบก่อนที่สองแม่ลูกจะเดินประคองกันออกมา คุณชญตว์มองสีหน้าลูกชายด้วยความเป็นห่วง “ไหวไหมเจ้า พ่อว่าไปหาหมอดีไหม”

เจ้าจันทร์ส่ายหน้าหวือ “สงสัยจะยังเมาเรือไม่หายครับพ่อ” ว่าจบก็นั่งลงที่เดิม ซึ่งคราวนี้คุณพิมลรัตน์หยิบหมูทอดกระเทียมออกห่างมือลูกชายทันที

“หมูทอดกระเทียมเป็นมันเลยทำให้ไม่สบายท้อง งั้นก็กินอะไรที่ไม่ค่อยมันก็แล้วกัน” ว่าจบก็หยิบแกงจืดหมูสับมาวางแทนจานหมูทอดกระเทียม

“ขอบคุณครับแม่” เจ้าจันทร์ยิ้มแห้งอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง แต่พอแกงจืดหมูสับกลับได้กลิ่นโชยเหมือนมีเนื้อเน่า หน้าหวานซีดเผือดทำท่าผะอืดผะอมอีกรอบ คราวนี้คุณพิมลรัตน์สังเกตลูกชายตาไม่กะพริบรีบยกแกงจืดหมูสับเปลี่ยนเป็นต้มยำกุ้งทันที

“ลองกินต้มยำดูลูก เปรี้ยวๆ คราวนี้คงไม่เป็นไร”

เจ้าจันทร์ลองตักต้มยำกุ้งคราวนี้ได้กลิ่นหอมของมะนาวทำเอาน้ำลายสอ ยิ่งเมื่อได้ลิ้มรสเผ็ดเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดยิ่งถูกใจ ตักกินไม่ยอมหยุดมือจนคุณพิมลรัตน์ต้องเอ็ดให้ทานข้าวเสียบ้างเจ้าตัวถึงยอมตักข้าวสลับกับต้มยำกุ้ง

“เมื่อก่อนก็ทำให้กินออกบ่อยไม่ยักทำท่าทางชอบแบบนี้” คุณพิมลรัตน์เอ่ยด้วยความแปลกใจ “นี่ถ้าได้ลูกผู้หญิงก็คงคิดว่าท้อง...”

เครง!

ซ้อมหลุดจากมือคุณพิมลรัตน์หลังจากที่พูดจบ เธอเงยหน้าขึ้นจ้องลูกชายที่กำลังเอร็ดอร่อยกับต้มยำกุ้งด้วยสีหน้ากังวล ก่อนจะหันไปทางสามีที่มองมาเช่นเดียวกัน “เจ้าทานข้าวเสร็จแล้วแม่มีเรื่องจะคุยด้วยนะ” น้ำเสียงของคุณพิมลรัตน์จริงจังจนเจ้าจันทร์แปลกใจ

“ครับแม่”

ท่าทางเคร่งเครียดของผู้ใหญ่ทั้งสองทำเอาชลธารรู้สึกเสียวสันหลังแทนพี่ชายของเธอจริงๆ หรือว่าท่านทั้งสองจะสงสัย แต่ถ้าให้ท่านรู้เลยก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่เป็นหารวิ่งหนีปัญหา ให้คุณแม่ของเจ้าจันทร์จับพี่ชายเธอมานั่งคุยเลยยิ่งดี คิดแล้วเห็นทีกลับไปต้องไปลองเลียบๆ เคียงๆ ถามมารดาดูเสียแล้ว



ชลธารและณัฐธัญกลับไปแล้วหลังจากทานข้าวเสร็จและพูดคุยกันอีกเล็กน้อย เมื่อเหลือเพียงครอบครัวศศิพัฒนเมธีคุณพิมลรัตน์ก็ไล่ลูกชายไปอาบน้ำอาบท่า ก่อนจะมานั่งคุยกันในห้องนอนของเจ้าจันทร์เอง

หลังจากอาบน้ำเสร็จเจ้าจันทร์จึงอยู่ในชุดนอนเสื้อสีขาวลายหมีแพนด้าแขนสั้นสีเทา กางเกงขาสั้นสีดำใส่สบาย เจ้าตัวเดินเช็ดผมออกมาก็เจอะเจอกับพ่อและแม่ที่นั่งรออยู่บนเตียง

“พ่อ แม่ ยังไม่นอนอีกหรือครับ” เจ้าจันทร์อดที่จะเอ่ยถามด้วยความแปลกใจไม่ได้ เพราะนี่ก็ถึงเวลานอนของท่านทั้งสองแล้ว
เป็นคุณพิมลรัตน์ที่ขยับเล็กน้อย “พ่อกับแม่มีเรื่องต้องคุยกับเจ้าก่อน สำคัญมาก” ท้ายประโยคเน้นหนักบ่งบอกว่าสำคัญมากจริงๆ อีกทั้งผู้มากวัยยังแสดงสีหน้าวิตกกังวลจนน่าเป็นห่วง

“มีอะไรหรือครับ ท่าทางคุณพ่อกับคุณแม่กังวลมาก” เจ้าจันทร์ตัดสินใจหยุดเช็ดผมคล้องผ้าขนหนูบนคอแล้วเดินมานั่งปลายเตียงตรงข้ามกับมารดา

คุณพิมลรัตน์หยิบผ้าขนหนูมาเช็ดผมที่ยังไม่แห้งดีของลูกชายต่อขณะที่ปากก็เอ่ยเรื่องสำคัญไปด้วย “เจ้าเดือนนี้ลูกมีเลือดออกมาหรือยัง” เป็นคำถามที่คนในครอบครัวศศิพัฒนเมธีเท่านั้นที่เข้าใจกันดี

เจ้าจันทร์ทำท่าครุ่นคิดเพราะไม่ได้สังเกตตัวเองเท่าไหร่ เวลาส่วนมากก็ยุ่งอยู่กับปัญหาระหว่างนเรศตลอด “เดือนที่แล้วเจ้ามีนะครับ แต่...เดือนนี้ยังไม่มีครับ” เจ้าจันทร์ตอบ “คุณพ่อคุณแม่ครับ เจ้าสงสัยมานานแล้วว่าตกลงเจ้า เป็นโรคอะไรกันแน่ ทำไมเจ้าต้องมีเลือดไหลเหมือน...ประจำเดือนของผู้หญิง หรือว่าเจ้าเป็นโรคร้ายแรงจนพ่อกับแม่ไม่กล้าบอกกันครับ” คำถามของลูกชายครั้งนี้ทำเอาคุณพิมลรัตน์และคุณชญตว์คิดหนัก แต่ถ้าไม่บอกความจริง ลูกชายก็จะกังวลพลอยจะทำให้เจ้าจันทร์เครียดไปอีก และทั้งคู่คิดว่าเจ้าจันทร์โตพอที่จะรับรู้ถึงความผิดปกติในร่างกายของตัวเองได้แล้ว วันนี้จึงตัดสินใจบอกเล่าความจริงเสีย

“เจ้าลูกตั้งใจฟังให้ดีๆ นะ”

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2635
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7

ออฟไลน์ mooping-7

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2536
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-4
เจ้าท้องแล้วนะคุณพี่

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
ถ้าเจ้าจันทร์รู้ว่าตัวเองท้องได้จะรู้สึกยังไงเนี่ย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด