[Mpreg]มัจจุราชลงทัณฑ์รัก||​ตอนพิเศษสั้นๆ [END]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [Mpreg]มัจจุราชลงทัณฑ์รัก||​ตอนพิเศษสั้นๆ [END]  (อ่าน 77952 ครั้ง)

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
โอ้ยยยยยอยากอ่านตอนต่อไปปปป

ออฟไลน์ m_ilk_y

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :serius2:กรี๊ดดด น้ำยาพี่เค้าออกฤทธิ์แล้วววว
ขอบคุณมากค่ะ อยากอ่านต่อแล้วค่าาาา

ออฟไลน์ เจี๊ยะบ่จ่าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
​บทที่ 17 เจ้าคือผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก

“เจ้าลูกตั้งใจฟังให้ดีๆ นะ” น้ำเสียงของมารดาที่ไม่ค่อยมั่นใจเรียกคิ้วสวยให้ขมวดแทบชนกัน แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าจันทร์ก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี “เจ้าเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกรู้ไหม?” เจ้าจันทร์ส่ายศีรษะ “ที่เจ้ามีเลือดไหลทุกเดือนนั้นก็เพราะเจ้ามีประจำเดือน...”

“เป็นไปไม่ได้! เจ้าเป็นผู้ชายนะครับแม่” คราวนี้เจ้าจันทร์อดที่จะแทรกขึ้นมาไม่ได้ เจ้าตัวส่ายหน้าปฏิเสธแม้รู้อยู่เต็มอกเรื่องสำคัญแบบนี้มารดาไม่มีทางเอามาล้อเล่นแน่

คุณชญตว์ถอนหายใจแล้วยกมือขึ้นลูบศีรษะลูกชาย “แม่ถึงได้บอกว่าเจ้าเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกยังไงล่ะ”

ริมฝีปากสวยเม้มแน่นรู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้ฟัง ดังนั้นคำตอบจึงดื้อดึงราวกับไม่ต้องการรับรู้ถึงความเป็นจริง “พ่อกับแม่อย่าล้อเล่นแบบนี้สิครับ เจ้าไม่เชื่อหรอกนะมันพิสดารเกินไปแล้ว”

“เจ้าแม่รู้ว่าลูกตกใจ แต่เจ้าต้องเชื่อพ่อกับแม่” คุณพิมลรัตน์กุมมือที่สั่นเทาของลูกชายอย่างให้กำลังใจ ทั่วทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบเมื่อทั้งพ่อและแม่ต้องการให้ลูกชายเรียบเรียงความคิด จนกระทั่งเจ้าจันทร์เงยหน้าด้วยดวงตาเอ่อคลอน้ำตาขึ้นมา

“เจ้าท้องได้จริงๆ ใช่ไหมครับแม่” เจ้าจันทร์ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความชัดเจน แต่ในใจตอนนี้กลับคิดไปถึงตอนที่อยู่บนเกาะ คิดถึงความสัมพันธ์ของตัวเองและนเรศ เจ้าจันทร์หวังว่ามันคงไม่เป็นอย่างที่กลัว เพราะระหว่างนเรศทั้งคู่ไม่ได้มีความรักต่อกัน ยิ่งคิดมือยิ่งสั่นจนมารดาต้องกระชับอุ้งมือให้แน่นขึ้น

“...” เพียงมารดาพยักหน้ายืนยันหน้าของเจ้าจันทร์ยิ่งซีดเผือด “เจ้าแม่มีอีกเรื่อง” คราวนี้เจ้าจันทร์ก้มหน้างุด “อาการของลูกวันนี้...เจ้าเคยมีอะไรกับผู้ชายไหม” เหมือนมีคนยิ่งลูกศรปักลึกเข้ากลางอก น้ำตาที่อดกลั้นมานานหยดแหมะลง เจ้าจันทร์ถลาเข้ากอดมารดาแล้วร้องไห้โฮราวกับเด็กน้อย แค่นี้ก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วสำหรับคนเป็นแม่

คุณชญตว์กัดฟันกรอดตัดสินใจถามลูกชายที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นในอ้อมกอดภรรยา “ระหว่างที่เจ้าหายไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่ บอกพ่อมา” เสียงนั้นหนักแน่นบีบบังคับจนภรรยาต้องบีบมือคุณชญตว์เบาๆ พลางส่ายหน้าห้ามปราม แต่เรื่องนี้คนเป็นพ่อไม่ยอมแน่นอน ถ้าลูกชายยินยอมจะต้องไม่ร้องไห้แบบนี้ ดังนั้นสรุปได้เพียงอย่างเดียวลูกชายของเขาต้องไม่ได้ยินยอม ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกโกรธอยากจะคว้าเอาปืนไปยิงไอ้คนใจทรามนั่นให้ตายทันที แต่ขั้นแรกคุณชญตว์ต้องเค้นถามความจริงจากลูกชายให้ได้เสียก่อน

“เข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรเจ้า เขาแค่เข้าใจผิด...”

“เข้าใจผิด? ได้ยังไงพ่อไม่ยอมให้มันมาตั้งศาลเตี้ยกับลูกหรอกนะ มันเข้าใจผิดเรื่องอะไร แล้วมันเป็นใครบอกพ่อมา พ่อจะไปเอาเลือดหัวมันมาล้างเท้า!” เจ้าจันทร์สะดุ้งโหยงทั้งที่ตั้งใจว่าให้เรื่องมันจบๆ ไป แต่ดูเหมือนบิดาจะโกรธมากคนที่สุขุมและใจเย็นอยู่เสมอถึงได้ออกปากจะเอาเลือดนเรศมาล้างเท้าแบบนี้

“...” เจ้าจันทร์ส่ายหน้าทั้งน้ำตาพลางส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากมารดา “เจ้ากับเขาจบไปแล้ว เจ้าไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับคนแบบนั้น”

“ไม่...”

“ใจเย็นๆ ค่ะคุณ” คุณพิมลรัตน์แตะท่อนแขนของสามีเบา ๆ แล้วหันมาถามลูกชาย “แล้วเขาเข้าใจผิดเรื่องอะไรลูก ทำไมเขาถึงได้ทำแบบนั้น” คุณชญตว์เองก็เงียบรอฟังแม้ว่าจะรู้สึกโกรธมากแค่ไหน

“เขาเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าทำน้องสาวเขาท้อง”

“เขาเลยทำแบบนั้นกับเจ้า บัดซบ! บอกมามันชื่ออะไรเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ถ้าเจอพ่อจะเอาลูกปืนกรอกปากมัน” จากที่ร้องไห้อยู่เจ้าจันทร์ก็สะดุ้งหน้าซีดเผือดชักหวั่นๆ ใจขึ้นมา กลัวว่าถ้าผู้เป็นพ่อรู้ว่าใครทำ นเรศคงจะได้กินลูกปืนของคุณชญตว์เข้าจริงๆ สักวัน ดีไม่ดีพ่อเจ้าจันทร์อาจตามไปหาเรื่องถึงเกาะ

“แม่” เจ้าจันทร์ร้องเรียกมารดาเสียงอ่อนกลัวว่าบิดาจะทำจริง ๆ เพราะแบบนั้นรั้งแต่จะทำให้บิดาเสียมากกว่าดี ความแค้นไม่ได้ทำให้คนเราดีขึ้นรั้งแต่จะทำให้เลวร้ายลง ดังนั้นเจ้าจันทร์ถึงไม่เคยโกรธนเรศ

“คุณกลับห้องไปสงบสติอารมณ์ก่อนเถอะ คุณทำให้ลูกกังวล” คุณพิมลรัตน์ไล่สามีทำให้อีกฝ่ายเดินหน้างอง้ำจากไป “เฮ้อ...ทำตัวอย่างกับเด็กวัยรุ่นใจร้อนไปได้” เธอถอนหายใจก่อนจะหันกลับมาคุยกับลูกชาย “เจ้าพรุ่งนี้ไปหาอาหมอกันนะ ไปตรวจร่างกายหน่อย” เจ้าจันทร์พยักหน้าพร้อมพยายามเช็ดน้ำตา

“เจ้าจันทร์จะท้องไหมครับแม่” อดที่จะถามด้วยความกลัวไม่ได้

“แม่เองก็ไม่แน่ใจ อาจจะเป็นเพราะเจ้าเครียดก็ได้ลูก รอตรวจกับอาหมอให้แน่ใจก่อน” ฟังคำที่มารดาพูดแล้วเจ้าจันทร์ก็พยักหน้าเข้าใจ “แล้วเรื่องของเขาล่ะเจ้าจะทำยังไง ถ้าเกิดว่าท้องจริงๆ”

“เจ้ากับเขาไม่เกี่ยวอะไรกันแล้ว” เจ้าจันทร์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบมารดา

“ลูกตัดสินใจยังไงพ่อกับแม่พร้อมจะเข้าใจเสมอ ถ้าท้องจริง ๆ หลานคนเดียวพ่อกับแม่ก็เลี้ยงได้” จากนั้นคุณพิมลรัตน์ก็คุยกับลูกชายหลายเรื่องทีเดียว เพื่อให้เจ้าตัวสบายใจ กว่าจะกลับห้องก็ดึกพอสมควร



“โอก...อ้วก” เช้านี้เจ้าจันทร์ต้องตื่นขึ้นมาด้วยอาการพะอืดพะอมจนต้องวิ่งเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ กว่าจะรู้สึกดีขึ้นก็อาเจียนจนหมดแรง ร่างโปร่งเดินซวนเซออกจากห้องน้ำแล้วล้มตัวลงนอนด้วยอาการเมื่อยล้า กว่าจะตื่นอีกครั้งก็เมื่อได้ยินเสียงของมารดาปลุกเบาๆ ที่ข้างหู

“เจ้า...เจ้าตื่นได้แล้วลูก” น้ำเสียงนุ่มหูและแรงเขย่าๆ เบาทำให้ต้องลืมตาตื่นขึ้นมา “หน้าเจ้าซีดมากเลยไหวไหม” ผู้เป็นมารดายังคงถามไถ่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เรียกเจ้าพจน์มาตรวจที่บ้านดีไหมแม่” คุณชญตว์ถามความเห็นภรรยาเมื่อมองดูสีหน้าไม่ใคร่สู้ดีนักของลูกชาย

คุณพิมลรัตน์ส่ายศีรษะ “ที่โรงพยาบาลเครื่องไม้เครื่องมือครบครันกว่า และจะได้ไม่ต้องรบกวนพจน์ อีกสักหน่อยค่อยขึ้นมาปลุกลูกแล้วกัน เจ้านอนต่ออีกหน่อยเถอะลูกดีขึ้นแล้วค่อยไปหาอาหมอก็ได้” บอกผู้เป็นสามีแล้วคุณพิมลรัตน์ก็หันมาเอ่ยกับลูกชายที่ดูท่าแล้วคงจะลุกไม่ไหว “คุณก็ไปทำงานเถอะเดี๋ยวจะสาย” เธอไล่สามีไปทำงานซึ่งเป็นคลินิกขายยาไม่ไกลจากบ้านนัก

“พ่อสั่งงานลูกน้องไว้แล้ว วันนี้จะพาเจ้าไปโรงพยาบาล พ่อเองก็อยากจะลุ้นว่าเราจะมีหลานกันไหม ป้าราตรีบ้านข้าง ๆ อุ้มหลานมาอวดทุกวัน พ่อเองก็อยากจะอวดป้าแกบ้าง” คุณชญตว์พูดถึงป้าราตรีที่มีหลานสาวเพิ่งคลอด ป้าท่านก็อุ้มมาอวดอยู่ทุกวันพาลให้ชญตว์อิจฉาจนตาแทบร้อน งานนี้ถ้าลูกชายท้องจะได้เอาไปอวดคืนบ้าง

“คุณนี่ทำเหมือนเด็ก” พิมลรัตน์ตีแขนสามีเบาๆ ก่อนจะพากันลงไปข้างล่าง

สายหน่อยเจ้าจันทร์ถึงได้งัวเงียตื่นขึ้นมา อาการเบลอๆ อยากจะอ้วกอยู่ตลอดเวลายังคงเป็นอยู่ แต่ดีขึ้นกว่าเมื่อเช้ามากทีเดียว เมื่อจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จเจ้าจันทร์จึงอยู่ในเสื้อคอกลมแขนยาวลายทางสีขาวดำ สวมด้วยกางเกงสีดำ เมื่อลงมาข้างล่างก็เจอมารดาที่กำลังจัดโต๊ะรออยู่ เจ้าจันทร์ปรี่เข้าไปแต่ถูกห้ามเสียก่อน

“ไม่ต้องเข้ามาลูกเดี๋ยวเวียนหัว” แม้จะไม่แน่ใจว่าเจ้าจันทร์ท้องหรือเปล่าแต่อาการที่เห็นก็ทำให้พิมลรัตน์และชญตว์เชื่อไปมากกว่าครึ่งเสียแล้ว “นั่งรอแม่อยู่ตรงนั้นเลย ข้างในมีแต่กลิ่นกระเทียม” เมื่อดูท่าลูกชายจะเดินเข้ามาก็สำทับไปอีกรอบ ครั้งนี้เจ้าจันทร์ถึงยอมนั่งรออยู่โต๊ะทานอาหารกับบิดา “มาแล้วๆ นี่ผัดผักสี่สหาย อันนี้ไข่ตุ๋นนมสดผักโขม แล้วนี่แกงจืดตำลึง เมื่อวานแม่เห็นเจ้าทานหมูไม่ได้วันนี้เลยใส่แค่เต้าหู้ไข่ และอย่างสุดท้ายก็เป็นน้ำส้มคั้น” คุณพิมลรัตน์วางอาหารด้วยท่าทางกระตือรือร้น

“แม่เขาตั้งใจทำให้เจ้าเลยเห็นเปิดดูสูตรทำอาหารด้วยนะ” ชญตว์รีบชมภรรยาให้ลูกชายฟัง “เห็นบอกอาหารเพื่อคนท้องโดยเฉพาะ” คราวนี้เจ้าจันทร์ที่นั่งฟังหน้าซับสีเลือด

“พ่อ แม่ ยังไม่ได้ตรวจให้แน่ชัดสักหน่อยว่าเจ้าจะท้องได้จริง ๆ” เจ้าจันทร์ตอบเสียงแทบกระซิบจนว่าที่ยายและตาหัวเราะเบาๆ

“แม่ท้องเจ้ามาก่อนนะทำไมจะไม่รู้ว่าคนท้องมีอาการแบบไหน พ่ออยากได้หลานผู้ชายหรือผู้หญิง” ตอบกลับลูกชายด้วยรอยยิ้มแล้วก็หันไปถามสามี

“จะผู้ชายผู้หญิงพ่อเลี้ยงได้หมดแหละ ถ้าเป็นผู้ชายพ่อจะสอนแบบทหารเลยคอยดูสิ” ว่าที่ตาหมายมั่นปั้นมือ เขาจะต้องเลี้ยงหลานออกมาให้มาดแมนจนผู้ชายด้วยกันยังต้องอายเลยคอยดูเถอะ

“แล้วถ้าเป็นผู้หญิงละพ่อ”

“พ่อก็จะเลี้ยงแบบยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยนะสิ จะว่าไปถ้าได้หลานผู้หญิงต้องเลี้ยงหมาซะแล้ว อืมๆ ให้ไอ้สารวัตรหาปืนมาให้อีกสักกระบอกก็ดี”ท้ายประโยคเจ้าจันทร์ได้แต่ยิ้มแหย่ หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

“ถามแม่เขาหรือยังคะคุณตา” คุณพิมลรัตน์แซวสามีเสร็จก็หัวเราะร่าอารมณ์ดี

“คุณแม่...” เจ้าจันทร์รู้สึกเขินไม่น้อยที่ถูกเปลี่ยนสรรพนามใหม่



ครอบครัวศศิพัฒนาเมธีกำลังรอลุ้นผลตรวจของลูกชายเพียงคนเดียว หมอรามน้องชายของคุณชญตว์เปิดประตูออกมาแล้วต้องผงะด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ พี่ชายก็พุ่งเข้ามาเขย่าแขนจนหัวคลอนมึนไปทั้งศีรษะ

“รามว่าไงท้องไหม?” หมอรามที่เพิ่งหลุดออกมาจากการเขย่าของพี่ชายได้ต้องรีบยกมือห้าม

หมอรามยกยิ้มทำให้ชญตว์เบิกตารอฟังอย่างตั้งใจ “ยินดีด้วยนะครับพี่ยศ พี่พิมล หลานท้องได้หนึ่งเดือนแล้วครับ” จบประโยคเสียงร้องดีใจดังลั่นพร้อมท่าราวกับนักฟุตบอลยิงเข้าประตูของชญตว์ ส่วนพิมลรัตน์ยกมือขึ้นปิดริมฝีปากด้วยความยินดียิ่ง

“แม่ดูผิดที่ไหน” คุณพิมลรัตน์หันไปพูดกับลูกชายก่อนจะดึงเจ้าจันทร์เข้าไปกอด

เจ้าจันทร์แม้จะรู้สึกดีใจแต่อีกใจก็ยังกังวลจึงได้แต่ยิ้มน้อยๆ ส่งให้บิดาและมารดา ในใจเฝ้าพร่ำบอกตัวเองต่อไปนี้เจ้าจันทร์ไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ

หลังจากออกจากโรงพยาบาลกว่าจะวกรถกลับเข้าบ้านได้ของกินบำรุงครรภ์ก็เต็มไม้เต็มมือคุณชญตว์และคุณพิมลรัตน์ ขนาดเจ้าจันทร์พยายามขอแบ่งมาช่วยถือทั้งคุณปู่คุณย่ามือใหม่ต่างช่วยกันรีบปฏิเสธ เห็นแบบนี้แล้วเจ้าจันทร์ก็ต้องแอบหัวเราะเบา ๆ ท่าทางบิดาและมารดาคงจะเห่อหลานคนแรกมาก และช่างเป็นโชคดีที่พวกท่านไม่ใส่ใจว่าใครจะเป็นพ่อขอแค่เป็นหลานพวกท่านก็จะเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด เจ้าจันทร์นึกถึงคำพูดพวกท่านทีไรน้ำตาต้องไหลด้วยความปลื้มใจทุกที

ช่วงหลายวันมานี้เพื่อนบ้านหลายคนต้องแปลกใจเมื่อบ้านศศิพัฒนเมธีดูไม่เงียบเหงาเช่นทุกที บางวันได้ยินเสียงเอ็ดตะโรตื่นตกใจ บางวันได้ยินเสียงกระทะกับตะหลิวที่มาพร้อมเสียงหัวเราะ ผู้คนเดินผ่านก็พลอยแย้มยิ้มไปด้วย บ่ายวันนี้อากาศดีใต้ต้นมะม่วงข้างกำแพงบ้านมีโต๊ะม้าหินอ่อนตั้งอยู่ จึงปรากฏร่างของคนสองวัยนั่งหัวเราะพูดคุยกัน จนกระทั่งได้ยินเสียงกริ่งหน้าบ้าน

เจ้าจันทร์วางมือจากมะม่วงน้ำปลาหวานที่อร่อยถูกปากตั้งท่าเตรียมจะเดินไปเปิดประตู แต่ก็ต้องชะงักกับเสียงห้ามปรามของมารดา

“เจ้าเดี๋ยวแม่ไปเองลูก” ไม่ว่าเปล่าแต่ยังลุกขึ้นด้วยท่าทางกระชับกระเฉง

“ไม่เป็นไรครับแม่ เดี๋ยวเจ้าไปเอง...แค่นี้เองครับ” เจ้าจันทร์รีบแทรกก่อนที่มารดาจะทันได้ปฏิเสธ คุณพิมลรัตน์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนยอมพยักหน้าอนุญาต เจ้าจันทร์เผยยิ้มกว้างลุกขึ้นเดินออกไปเปิดประตู “รอสักครู่นะครับ” เสียงนุ่มตะโกนบอกอีกฝั่งก่อนพยายามเร่งความเร็ว

“เป็นไงบ้างเจ้า ชลคิดถึงเจ้าจังเลย” เมื่อประตูเปิดออกร่างอวบเล็กน้อยของหญิงตั้งครรภ์ก็โผเข้ามากอดเจ้าจันทร์แน่น

“สวัสดีครับพี่ชล พี่ธัญ เจ้าสบายดีครับ...” เจ้าจันทร์ยิ้มกว้างยกมือไหว้คนทั้งคู่ก่อนจะหุบยิ้มฉับทันทีเมื่อมองเห็นใครอีกคนเดินลงจากรถมาสมทบ


********************************
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านทุกคอมเม้นนะคะ :mew1:

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
อยากอ่านตอนต่อไปแล้งวววว

ออฟไลน์ mooping-7

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2536
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-4
คุณพ่อมาแล้ว เจ้าอย่าใจแข็งนักนะ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
รอดูศึกช้างชนช้าง เขยกับพ่อตา  :laugh:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
จะรอดูว่านเรศจะมาง้อยังไง

ออฟไลน์ Readyaoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
ก็ว่าพล็อตเรื่องคุ้นๆ เคยอ่านตอนก่อนลบมา
มาตามต่อน้าาา
ขอลูกชายเถอะ พลีสสสส

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ KARMI

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 921
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2

ออฟไลน์ เจี๊ยะบ่จ่าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
​บทที่ 18 พ่อของเด็กในท้อง

หลายวันแล้วนับตั้งแต่นเรศยอมให้เจ้าจันทร์จากไป เขาทุ่มเทสะสางงานและมอบหมายงานต่างๆ ให้คนงานบนเกาะ นเรศใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์ก่อนจะขึ้นกรุงเทพ เมื่อมาถึงกระเป๋าในมือยังไม่ทันได้เก็บเรียบร้อยดีก็มองเห็นน้องสาวและณัฐธัญที่เหมือนจะออกไปที่ไหนสักที่

“อ้าว พี่นเรศมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมไม่โทรบอกก่อนนี่ถ้าชลไม่ออกมาคงไม่รู้” ชลธารเอ่ยถามพี่ชายด้วยความแปลกใจ
“เพิ่งมาถึง แล้วชลกับไอ้ธัญ...” ชายหนุ่มลากเสียงยาวในท้ายประโยค

“จะไปบ้านเจ้าจันทร์ค่ะ” ดวงตาคมกริบมีประกายพาดผ่านเมื่อได้ฟังคำตอบของน้องสาว

นเรศรีบส่งกระเป๋าให้แม่บ้านแทบกลายเป็นโยน “พี่ไปด้วย” เขารีบเสนอ

ชลธารได้ฟังคำขอของพี่ชายแล้วถอนหายใจ เธอรู้ว่าพี่ชายของเธอทำผิดกับเจ้าจันทร์เอาไว้มาก แต่ว่าตอนนี้พี่ชายของเธอรักรุ่นน้องคนนี้จนเรียกได้ว่าหลงหัวปักหัวปำ จึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แม้ว่าจะเป็นการไม่ยุติธรรมสำหรับเจ้าจันทร์ แต่เธอที่เป็นน้องสาวได้สัมผัสพี่ชายมาตั้งแต่เด็ก ๆ ย่อมรู้ว่าพี่ชายของเธอเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง ดังนั้นเธอก็อยากให้เจ้าจันทร์เจอผู้ชายที่ดี และให้ลองเปิดใจสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของพี่ชายของเธอสักครั้ง

“แหม มาถึงก็รีบร้อนจะไปหาแต่เจ้าจันทร์ไม่คิดจะไปไหว้คุณแม่ก่อนหรอคะ เดี๋ยวท่านได้มาบ่นน้อยใจลูกชายคนเดียวไม่สนใจ และอีกอย่าง...” เธอใช้สายตากวาดมองพี่ชายขึ้นลงหัวจรดเท้า “ไม่คิดจะอาบน้ำอาบท่าแต่ตัวให้ดูดีกว่านี้หน่อยหรอคะ” ชลธารรู้ว่าพี่ชายของเธอแม้ใส่เสื้อยืดกับกางเกงเลก็ยังดูดี แต่นี่คิดจะพาสภาพหัวฟูไม่เป็นทรง หน้าโทรมๆ มีหนวดเคราอย่างกับโจรไปง้อเจ้าจันทร์หรอ “นี่ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนชลนึกว่าพี่นเรศจะไปปล้นซะอีกนะ”

“อุ๊บ...ฮาๆ” ณัฐธัญที่ยืนข้างภรรยาในที่สุดก็กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ เขาปล่อยเสียงหัวเราะฮาๆ พร้อมทำท่ากุมท้อง

“อยากโดนเตะหรือไง” ไม่ว่าเปล่าแต่ยังยกเท้าขู่เจ้าน้องเขยตัวแสบอีกด้วย ณัฐธัญที่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็รีบหุบปากแล้วเสหน้าหลบไปทางอื่นแต่ตัวก็ยังสั่นเทิ้มเมื่อต้องพยายามกลั้นหัวเราะอย่างหนัก “งั้นรอพี่ก่อนนะ” จบประโยคนเรศก็รีบวิ่งผลุนผลันหายเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงแว่วๆ ร้องทักทายมารดา เพียงไม่นานก็วิ่งออกมาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่และกลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆ แม้กระทั่งเส้นผมก็ยังคงยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเช่นเคย

“เฮ้ย พี่เขยที่นี่ไม่ใช่ค่าย รด. ไม่ต้อบอาบน้ำทำเวลาขนาดนั้นก็ได้” ณัฐธัญที่นั่งนวดให้ภรรยาอยู่โต๊ะหน้าบ้านเงยหน้าขึ้นมาทัก
นเรศไม่ใส่ใจณัฐธัญปรี่เข้าไปพยุงน้องสาวขึ้น “พี่พร้อมแล้วไปกันเถอะ” ว่าจบก็รีบจับจูงชลธารไปขึ้นรถ

ช่วงเวลาที่รถแล่นอยู่บนถนนช่างยาวนานสำหรับนเรศ ชายหนุ่มมักแสดงท่าทางร้อนรนจนคนมองได้แต่ส่ายหน้า “ใกล้ถึงหรือยัง” นี่ก็คือคำถามครั้งที่ร้อยแปดที่นเรศมักถามขึ้นทุกๆ สิบนาที

“เมื่อสิบนาทีก่อนชลได้บอกไปแล้ว แกก็ลองลบอีกสิบนาทีสิวะ” ณัฐธัญอดไม่ได้ที่จะแหย่

นเรศพอได้ฟังก็ตวัดนัยน์ตาคมกริบจ้องน้องเขยอย่างดุดัน และก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะได้ก่อสงครามกันชลธารก็แทรกขึ้นมา “ถึงแล้วค่ะ” จบประโยคพร้อมกับที่ณัฐธัญค่อยๆ ชะลอรถอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง

แต่พอถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้าจริงๆ นเรศกลับรู้สึกกลัว จนได้แต่นั่งหน้าซีดมองดูชลธารและณัฐธัญลงไปกดกริ่งหน้าบนรถ ดวงตาคมฉายแววยินดีเมื่อมองเห็นร่างโปร่งค่อยๆ เปิดประตูออกมา เขากวาดสายตาสำรวจเจ้าจันทร์ว่ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า เจ้าจันทร์จะท้องแล้วหรือยัง อีกทั้งยังรู้สึกอิจฉาน้องสาวตัวเองที่ได้โผเข้ากอดร่างเล็กนั่น เขาเองก็ต้องการที่จะได้ทำกับเจ้าจันทร์แบบนั้น

“สวัสดีครับพี่ชล พี่ธัญ เจ้าสบายดีครับ...” เจ้าจันทร์ยิ้มกว้างยกมือไหว้คนทั้งคู่ก่อนจะหุบยิ้มฉับทันทีเมื่อมองเห็นใครอีกคนเดินลงจากรถเข้ามาสมทบ เพียงแค่เห็นท่าทางไม่ต้อนรับนเรศก็มีสีหน้าสลดลง ท่าทางมองดูแล้วคล้ายเจ้าตูบถูกเจ้านายทอดทิ้ง แต่เมื่อนึกถึงเป้าหมายนเรศจำต้องสลัดท่าทางหงอยเหงาทิ้งไป เงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มกว้างเปล่งแสงอบอุ่นส่งตรงไปให้เจ้าจันทร์

“เจ้า...”

“เข้าไปข้างในกันเถอะครับ” ประโยคเชิญเข้าบ้านแทรกขึ้นก่อนที่นเรศจะกล่าวทักทาย เจ้าจันทร์ไม่เหลือบแลอีกฝ่ายแม้กระทั่งหางตาเดินนำชลธารและณัฐธัญกลับเข้าไปในบ้าน

ณัฐธัญที่เดินนำไปก่อนเอี้ยวตัวกลับมาป้องปากทำท่ากระซิบ “แค่นี้ยังน้อยไปโว้ย” ว่าจบก็หัวเราะคิกคักก่อนจะหันไปประจบภรรยา

นเรศยืนมองเบื้องหลังคนทั้งสามแล้วได้แต่ถอนหายใจ เอาล่ะคนอย่างนเรศกล้าทำกล้ารับ แค่ง้อเมียนั้นไม่ยากณัฐธัญก็บอกแล้วว่าแค่ต้องทนมือทนเท้าสักหน่อย แต่นเรศยังไม่รู้เลยว่าจะรับมือกับเจ้าจันทร์และครอบครัวอีกฝ่ายยังไง คิดมาถึงตรงนี้ก็ขอถอนหายใจอีกสักเฮือก ดูท่าต้องสั่งงานลูกน้องผ่านโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตอีกนาน

คนทั้งหมดเดินหลบเข้าไปใต้ต้นมะม่วงซึ่งมีคุณพิมลรัตน์นั่งยิ้มรับอยู่

“สวัสดีค่ะคุณน้า” เธอยกมือไหว้ด้วยความอ่อนน้อมตามด้วยณัฐธัญ

คุณพิมลรัตน์รับไหว้ผู้อ่อนวัยทั้งสองก่อนจะเอ่ยถาม “แล้วพ่อหนุ่มด้านหลังนั่นใครกัน” เธอมองไปยังพ่อหนุ่มร่างโตเต็มไปด้วยหมัดกล้าม รูปร่างหน้าตาคมคายเข้ากับผิวสีเข้มชมดูแล้วน่ามองทีเดียว

“นี่พี่ชายชลเองค่ะ พี่นเรศ...และสาวสวยท่านนี้คือแม่ของเจ้าจันทร์” ชลธารแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน

นเรศพยามสบตาเจ้าจันทร์แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าจะสนใจ แต่เมื่อได้รับคำถามจากคุณพิมลรัตน์จึงแน่ใจแล้วว่าท่านคงไม่รู้ว่าตนเคยทำสิ่งใดกับเจ้าจันทร์บ้าง คงเป็นเจ้าตัวที่ปิดปากเงียบไม่บอก จากตอนแรกที่รอรับชะตากรรมในเวลานี้กลับไปไม่ถูก จะเดินหน้าหรือถอยหลังเลือกไม่ได้สักทาง จนสายตาสะดุดเข้ากับมะม่วงน้ำปลาหวานบนโต๊ะ บัดนั้นนเรศจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งจนเจ้าจันทร์ต้องหันมา ดวงตาโศกเกิดประกายไหวระริกเมื่อโดนร่วงรู้ก่อนจะรีบเสหน้าหลบ ท่าทางนั่งสบายก่อนหน้าพลันเกร็งขึ้นมา หัวใจภายในอกของนเรศเต้นกระหน่ำขึ้นมาพร้อมๆ กับมุมปากที่ค่อยๆ ยกขึ้น ดวงตาทอแววประกายยินดีสายหนึ่ง นเรศตัดสินใจได้ทันทีเข่าทั้งสองข้างกระแทกกับพื้นดังตึงพร้อมกับมือพนมไหว้กราบลงตรงเท้าคุณพิมลรัตน์

“ว้าย! ตายแล้วพ่อนเรศทำอะไรลูก” คุณพิมลรัตน์รู้สึกตกใจไม่น้อยกับการกระทำของชายหนุ่มจนต้องเบี่ยงเท้าหลบพลางก้มลงประคองร่างแกร่งขึ้นจากพื้น

สองสามีภรรยาที่มองเหตุการณ์เลือกที่จะเงียบ เมื่อนเรศเป็นคนสร้างปมบนเชือกขึ้นมาดังนั้นเขาจะต้องเป็นคนแก้

สองมือน้อยที่กอบกุมกันอยู่ของเจ้าจันทร์บีบแน่นขณะที่ดวงตาโศกจับจ้องมองการกระทำของนเรศ

“ผมเป็นพ่อของเด็กในท้องเจ้าจันทร์ครับ” จบระโยคก็มีเสียงสำลักแค่กๆ มาจากฝั่งณัฐธัญ ส่วนพิมลรัตน์ยกมือทาบอก ปากอ้ากว้างพะงาบๆ อยู่เช่นนั้นก่อนจะร้องหายาดม ณัฐธัญรีบควานหายาดมส่งให้ท่านแล้วหากระดาษมาพัดให้

“เจ้า...บอกแม่สิเขาคือพ่อของน้อง” ขณะพูดไปก็คว้าเอามือลูกชายมาบีบแน่น

เจ้าจันทร์รู้สึกโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว เมื่อตั้งใจว่าจะให้เรื่องนี้จบๆ ไปแล้วต่างคนต่างอยู่ไปซะ แบบนั้นมันคงดีกับทั้งสองฝ่าย แต่นเรศนี่อย่างไรกลับมาบอกคุณแม่ว่าเขาเป็นพ่อของเด็กในท้อง “ไม่ใช่” แม้จะปฏิเสธแต่กลับไม่เต็มเสียงนัก นเรศที่ได้ฟังคำตอบของเจ้าจันทร์เงยหน้ามาส่งสายตาตัดพ้อเสียใจ “ผมไม่รู้จักคุณ” ดวงตากลมโตนั้นหันกลับมามองช่างว่างเปล่าจนร่างตั้งตรงเมื่อครู่อ่อนยวบแทบทรงตัวไม่อยู่ นเรศรู้สึกหมดแรงเสียดื้อๆ

แม้ลูกชายของท่านจะปฏิเสธชายหนุ่มตรงหน้า แต่ผู้มากวัยที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมายาวนานกลับมองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง คุณพิมลรัตน์ค่อยๆ ปรับลมหายใจจนกลับมาสม่ำเสมอได้ในที่สุด ท่านหันกลับไปมองลูกชายที่เอาแต่เสหน้าหลบ พอหันกลับมามองชายหนุ่มอีกคนดวงตาคมกริบนั้นก็เอาแต่มองตามลูกชายท่าน

“ลูกชายของฉันไปทำอะไรให้คุณ...คุณถึงได้รังแกกันขนาดนี้” น้ำตาของคนเป็นแม่ร่วงหล่นพร้อมกับตัดพ้อต่อว่าและสรรพนามที่ห่างเหินไม่เป็นกันเองเช่นก่อนหน้า คนเป็นแม่เมื่อเห็นลูกเจ็บท่านย่อมรู้สึกเจ็บมากยิ่งกว่า

เมื่อเห็นมารดาหลังน้ำตาเจ้าจันทร์ก็โผเข้ากอดเอวมารดาเอาไว้แน่น ซุกใบหน้าหลบหลีกสายตาผู้คนที่จ้องมาหวังหลบซ่อนหยดน้ำตาที่กำลังร่วงหล่น

นเรศก้มกราบคุณพิมลรัตน์อีกครั้ง “ขอโทษครับ” เขาคงมีเพียงคำกล่าวเท่านี้ที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ “ผมขอโทษและผมอยากจะแก้ไขทุกสิ่ง” คำกล่าวครั้งนี้น้ำเสียงของนเรศเต็มไปด้วยความหนักแน่นมั่นคง ราวกับต้องการสลักลึกลงไปในใจคนฟังให้รู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ

“แน่ใจหรือว่าคุณต้องการแบบนั้น คุณเคยทำร้ายลูกของฉันแล้วกลับจะมาขอแก้ตัวง่ายๆ แค่นี้หรือ” คราวนี้คุณพิมลรัตน์ลุกขึ้นตวาดก่อนจะฟาดฝ่ามือเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาด้วยความโกรธเกรี้ยว

เพียะ!

“แม่” เจ้าจันทร์รีบวิ่งเข้าไปหามารดาด้วยเกรงว่าท่านอาจโกรธจนหน้ามืด

“พี่นเรศ” ชลธารลุกขึ้นหน้าตื่นหวังเข้าหาพี่ชายแต่มือหนาของณัฐธัญแตะที่ข้อศอกของเธอเบาๆ เมื่อหันกลับมามองหน้าเขาก็เพียงส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม ชลธารจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของณัฐธัญแล้วจึงเลือกที่จะยืนมองดูอยู่ห่างๆ เช่นเคย

“คุณเคยเห็นแก้วน้ำที่แตกไหม? เมื่อมันแตกไปแล้วก็ไม่มีทางที่จะระกอบขึ้นมาเป็นแก้วใบเดิมได้ แล้วนี่ลูกของฉันคือคน คุณคิดว่าหัวใจที่เจ็บจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ไปแล้วจะสามารถเรียกคืนกลับมาได้หรือ” ใบหน้าของท่านแดงก่ำจนเจ้าจันทร์กลัวว่าท่านจะเป็นลม

“ผมรู้ครับ” นเรศตอบรับเสียงอ่อน

“รู้แล้วยังมาที่นี่ทำไม หรือที่แล้วมาเยียบย่ำหัวใจลูกของฉันไม่พอ!”

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ก้มสำนึกผิดเงยขึ้นมา ดวงตาทอประกายความมุ่งมั่นพร้อมกับน้ำเสียงมั่นคนเอ่ยออกมา “เพราะผมรู้ว่าแก้วที่แตกไปแล้วไม่มีทางเหมือนเดิม แต่ผมจะหลอมแก้วใบนั้นขึ้นมาใหม่ให้แข็งแกร่งและงดงามยิ่งกว่าเดิม ในตอนนี้ผมขาดเพียงแค่โอกาส ดังนั้นผมอยากจะขอโอกาสแก้ไขทุกอย่าง ได้โปรดให้โอกาสผมด้วยครับ” จบประโยคความเงียบพลันบังเกิด

คุณพิมลรัตน์หรี่นัยน์ตามองดูชายตรงหน้าราวกับจะมองลึกลงไปในจิตใจของอีกฝ่าย ท่านเป็นแม่แม้โกรธจนไม่อยากให้อีกฝ่ายมายุ่งเกี่ยว แต่เมื่อมองกลับมาที่ลูกชายและหน้าท้องที่ยังคงแบนราบอยู่ แล้วกลับมาถามตัวท่านเอง หากตัดโอกาสตัดความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ทิ้งไป ตัดเส้นใยอันบอบบางระหว่างพวกเขา อนาคตของหลานชายท่านคงไม่มีทางได้พบหน้าพ่อ คงกลายเป็นลูกที่กำพร้าพ่อ ท่านไม่ต้องการแบบนั้น ไม่ต้องการให้หลานชายกำพร้าพ่อ ไม่ต้องการเห็นใครต่อใครนินทาว่าร้ายลูกชายของท่านว่าท้องไม่มีพ่อ คำว่าโอกาสเพียงคำเดียวที่จะกลายเป็นกาวประสานรอยร้าวทั้งหมด แม้สุดท้ายจะลงเอยเช่นไรแต่อย่างน้อยท่านก็ทำดีที่สุดแล้ว ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเองแล้ว

“เอาล่ะๆ” ท่านถอนหายใจก่อนจะนั่งลงสงบใจในที่สุด “โกรธคุณไปก็ไม่ได้อะไรในเมื่อสุดท้ายแล้วฉันก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้” ได้ยินท่านกล่าวเช่นนั้นนเรศก็แอบยิ้มยินดี “คำว่าโอกาสฉันให้คุณไม่ได้” แต่ประโยคต่อมากลับทำให้เขาห่อเหี่ยวยิ่งกว่าต้นไม้กำลังจะตาย “เว้นแต่....” ท่านลากเสียงยาวราวกับต้องการพรากลมหายใจคนฟังที่กำลังกลั้นหายใจรอฟังอยู่ “เว้นแต่คุณจะสร้างมันขึ้นมาเอง”



*********************************
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านทุกคอมเม้นจ้า :katai2-1:

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2635
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
โดนตบไปฉาดก็คุ้มนะ นเรศ :beat:

ออฟไลน์ Readyaoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
ตามง้อสัก10ตอนไปเลยเป็นไง เอาลูกคลอดเลย

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
คุณพ่อตาเจ้าขา อยู่ไหนคะ อีตาลูกเขยมาเหยียบถึงบ้านท่านแล้วนะคะ  :katai1:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
อย่ายอมใจอ่อนง่ายๆนะ ให้นเรศง้อไปยาวๆ

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7

ออฟไลน์ เจี๊ยะบ่จ่าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
บทที่ 19 พบหน้า

เสียงก้อนน้ำแข็งดังแกรกเมื่อถูกคีบใส่แก้วตามด้วยน้ำหวานสีแดงเทลงจนเกือบเต็ม สายตาคมกริบจ้องมองแผ่นหลังเล็กที่กำลังเคลื่อนไหวไปมา ความดุดันที่เคยปรากฏแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นอ่อนโยน เมื่อเห็นร่างเล็กตั้งท่าจะยกถาดน้ำหวานนเรศก็รีบถลาเข้าไปฉวยเอามาถือไว้อย่างหน้าด้านๆ แต่มือยังไม่ทันแตะก็ถูกตีเพียะเข้าให้

“โอ๊ย เจ้าตีพี่ทำไม” เสียงสูดปากพร้อมกับมือหนาลูบหลังมือที่เพิ่งถูกอีกฝ่ายตีเข้าเต็มแรง

เจ้าจันทร์ถลึงดวงตาโศกใส่คนตัวโต “ไม่ต้องมายุ่ง” นึกแล้วยังรู้สึกเคืองไม่หายเมื่อผู้เป็นมารดายอมหลีกทางให้ชายหนุ่มง่ายๆ แม้ว่าท่านจะบอกว่าโอกาสไม่ได้มาจากท่าน แต่ก็ยังถือว่าท่านช่วยเหลือนเรศอยู่ส่วนหนึ่ง

นเรศอาศัยความหน้าด้านยกถาดขึ้นมาถือเองแล้วลอยหน้าลอยตาเดินนำออกมา ด้านหลังรับรู้ถึงสายตาพิฆาตที่จ้องมองมาให้เสียวสันหลังจนต้องรีบเร่งฝีเท้าไปให้ถึงโต๊ะหินอ่อนข้างกำแพงบ้าน เขายกแก้วน้ำหวานวางลงตรงหน้าคุณพิมลรัตน์พร้อมยิ้มประจบอย่างเอาใจพลางเหลือบหางตามองเจ้าจันทร์ที่เดินบ่นอุบอิบตามมา ใบหน้าหวานหงิกงอแต่ในสายตานเรศกลับมองดูแล้วต้องยอมรับว่าเจ้าจันทร์น่ารัก น่ารักกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก

เมียใครหว่าน่ารักจัง คิดแล้วก็ต้องหัวเราะเบาๆ กับตัวเอง

“มันบ้าไปแล้ว” เสียงค่อนขอดดังมาจากชายหนุ่มอีกคน แต่นเรศไม่สนใจคิดเสียว่าเป็นเสียงนกเสียงกา

ชลธารหัวเราะสามีตัวเอง “ทำไม? อิจฉาหรือยังไง” เธอถามก่อนยกน้ำหวานขึ้นจิบ

“ชลอ่ะ” ณัฐธัญหันมาทำท่ากระเง้ากระงอดกับภรรยา จนคนที่มองดูอยู่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับท่าทางปัญญาอ่อนของชายหนุ่ม
อีกเพียงก้าวเดียวก็จะถึงโต๊ะนั่งแต่เท้าเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับรากต้นมะม่วงที่โผล่พ้นดินขึ้นมา “โอ๊ะ!” เจ้าจันทร์อุทานได้เพียงเท่านั้นก็รับตาปี๋รอรับความเจ็บ ภายในใจหวาดหวั่นกลัวว่าอุบัติเหตุไม่คาดฝันนี้จะทำให้เจ้าจันทร์สูญเสีย

นเรศดึงขอมือเล็กที่กำลังหงายหลังเข้ามาซบอกแล้วกอดแน่นด้วยความใจหาย อายุครรภ์ที่ไม่แข็งแรงถ้าได้รับการกระทบกระเทือนไม่แคล้วเขาและเจ้าจันทร์อาจต้องสูญเสียลูกคนนี้ไป “เป็นอะไรไหมเจ้า” เสียงทุ้มอ่อนโยนกระซิบข้างหู ฝ่ามืออบอุ่นลูบใบหน้าซีดขาวที่ยังไม่ได้สติ

คุณพิมลรัตน์ ชลธารและณัฐธัญที่มองดูอยู่ถอนหายใจโล่งอกที่นเรศสามารถเข้าไปรับร่างเจ้าจันทร์ได้ทันที

“ไม่...เจ้าไม่เป็นไร” น้ำเสียงสั่นเทาจนนเรศต้องกระชับอ้อมกอด ศีรษะโน้มเข้าใกล้ใบหน้าหวานก่อนจรดริมฝีปากเข้ากับหน้าผากมนเป็นการปลอบประโลมเรียกขวัญ

“แกเป็นใคร!” เสียงตวาดอันน่ากลัวดังก้องเรียกสติคนทั้งหมดให้กลับมา คุณชญตว์มองดูไอ้หนุ่มหน้าหล่อด้วยสายตาพิฆาต ก่อนก้าวฉับไปประจันหน้าอีกฝ่ายแล้วใช้สายตาดุดันจับจ้องมองมือที่โอบประคองลูกชายตัวเองราวกับต้องการให้มือคู่นี้หายไปซะเดี๋ยวนี้

“สะ...สวัสดีค่ะคุณอา” ชลธารรีบยกมือไหว้พลางสะกิดสามี

แม้ว่าท่านจะรับไหว้แต่สายตาคมดุนั้นยังคงเอาแต่จับจ้องไอ้หนุ่มหน้าหล่ออย่างเอาเป็นเอาตาย

“สวัสดีครับคุณอา” นเรศจำใจผละออกจากร่างนุ่มนิ่มก่อนยกมือไหว้ทักทายผู้มาใหม่ ในใจคาดเดาว่านี่คงเป็นพ่อของเจ้าจันทร์ เขาเริ่มมองเห็นเค้าลางความวุ่นวายอยู่ไม่ไกลเมื่อท่านมองด้วยท่าทางเอาเรื่องแบบนี้

ภาพที่เห็นก่อนหน้ายังติดตา อีกทั้งคุณชญตว์รู้สึกไม่ถูกชะตากับไอ้หนุ่มตรงหน้า ประโยคต่อมาจึงเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้าใคร “ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าอา ฉันไม่ใช่ญาติฝ่ายไหนของแก” ชลธารและณัฐธัญที่ฟังแล้วไอคุกคักก่อนจะหหันไปส่งยิ้มแหยกับคุณพิมลรัตน์

“ดูท่านเรศจะเจอของจริง...อุ๊บ!” ณัฐธัญแอบกระซิบข้างหูภรรยาก่อนจะโดนศอกกระทุ้งกลับมาเป็นคำเตือนว่าควรอยู่นิ่งๆ

นเรศก้มหน้านิ่งอย่างรู้เวลา เมื่อเจอพ่อตาสายโหดว่าที่ลูกเขยอย่างเขาต้องเจี๋ยมเจี้ยมเอาใจพ่อตาเสียหน่อย และยิ่งคุณชญตว์เห็นท่าทางไม่ต่อความก็คิดว่าอีกฝ่ายหงอ ใบหน้าผู้อาวุโสจึงยิ่งดำถมึนข่มขวัญอย่างได้ใจ “สรุปว่ามันเป็นใครกันแม่” ก่อนท่านจะหันไปถามภรรยาแล้วเดินเข้าแทรกกลางระหว่างลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกันไอ้หน้าหล่อ

“นเรศพี่ชายชลและเป็น...ว่าที่ลูกเขย” ท้ายประโยคทำเอาทุกคนตกตะลึงไม่คิดว่าคุณพิมลรัตน์ที่ตบว่าที่ลูกเขยไม่ยั้งแรงก่อนหน้าจะเข้าข้างอีกฝ่าย ส่วนนเรศที่มีแม่ยายออกหน้าช่วยก็ยิ้มแก้มแทบปริ

“ว่าที่ลูกเขย?” คุณชญตว์ร้องเสียงหลงจ้องมองหน้านเรศเขม็ง ประโยคต่อมาของคนหวงลูกจึงเอ่ยอย่างเป็นต่อ “ถ้ามันไม่ใช่พ่อของเด็กในท้องเจ้า ฉันไม่ยอมรับ” จบระโยคก็เกิดความเงียบ คุณชญตว์ต้องมองดูสายตาแต่ละคนที่ส่งมาให้ราวกับต้องการบอกบางอย่าง ก่อนที่ผู้เป็นภรรยาจะตัดสินใจบอกบางสิ่ง

“ก็เขาเป็นพ่อของเด็กในท้อง”

“...ว่าไงนะ!” ท่านต้องร้องเสียงหลงอีกครั้งด้วยดวงตาที่เบิกโพลง ก่อนจะหันไปจับจ้องนเรศดวงตาดาดำดิ่งลงทุกขณะ ยิ่งได้รับการพยักหน้ายืนยันจากภรรยาท่านยิ่งโมโหจนทำอะไรไม่ถูก ดีมาก ที่ไม่ต้องไปตามหาตัวการก็มาให้จัดการถึงที่ “รออยู่ตรงนี้นะ” คุณชญตว์ชี้หน้าว่าที่ลูกเขยก่อนหายเข้าไปในบ้าน

“แม่ว่า...ไม่ดีแล้ว กลับก่อนเร็วเข้า” คุณพิมลรัตน์รีบไล่คนทั้งสามกลับเมื่อรู้ว่าสามีที่รีบวิ่งเข้าไปในบ้านจะต้องก่อเรื่องแน่

“ลาก่อนค่ะ/ครับ” ชลธารและณัฐธัญรีบประคองกันออกไปเหลือทิ้งไว้เพียงพี่ชายที่กำลังทำสายตาละห้อย

นเรศตัดสินใจดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอด อีกฝ่ายดิ้นขัดขืนเล็กน้อยก่อนจะหยุดนิ่งไป “แล้วพี่จะมาใหม่” เขากระซิบข้างแก้มที่ขึ้นสีระเรื่อ ก่อนผละออกก็ไม่ลืมที่จะจรดริมฝีปากเข้ากับหน้าผากเนียน “ผมลาละครับคุณแม่” เขาเรียกมารดาของเจ้าจันทร์ว่าคุณแม่อย่างเต็มปากเต็มคำ ก่อนจะต้องวิ่งตาลีตาเลือกเมื่อมองเห็นคุณชญตว์วิ่งออกมาพร้อมกระบอกปืน

“แกจะหนีไปไหน” คุณชญตว์ร้องตามเมื่อเห็นหลังไวๆ ของไอ้หน้าหล่อ แล้วตามมาด้วยเสียงรถกระชากออกตัวด้วยความเร็ว ผู้มากวัยหอบแฮกหลังจากที่ต้องวิ่งด้วยความเร็ว “คราวหลังอย่าให้มันมาเหยียบบ้านเราอีก” ท่านหันมาบอกภรรยาและลูกชายด้วยใบหน้าถมึงทึง

“ได้ยังไงค่ะ เขาเป็นพ่อของหลานเราทำแบบนั้นได้ที่ไหน” คุณพิมลรัตน์ว่าจบก็หัวเราะคิกกับท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงของสามี

“พ่อไม่ยอมรับ ไม่ยอมให้ไอ้หน้าหล่อ...หน้าปลาดุกนั้นมาเป็นลูกเขยเด็ดขาด” ท่านค้านหัวชนฝาจนคุณพิมลรัตน์ต้องส่ายหน้าระอา

“ดูท่าทีแล้วเขาก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายเท่าไหร่” ทั้งคุณชญตว์และเจ้าจันทร์หันมามองหน้าคนพูดทันควัน “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเขาเข้าใจผิด และอีกอย่างคุณอยากให้ลูกเราโดนนินทาว่าท้องไม่มีพ่อหรอ แค่ลูกเป็นผู้ชายท้องได้ก็ถูกมองว่าประหลาดมากพอแล้ว คุณอย่าทำให้ลูกลำบากใจสิ” ท่านกล่อมสามีด้วยน้ำเสียงนุ่มเย็นขณะที่มือเองก็คอยลูบแขนปลอบ

“...” ผู้เป็นสามีเงียบไปก่อนจะพูดอย่างดื้อดึง “ยังไงพ่อก็ไม่ยอม มันจะต้องชดใช้กับสิ่งที่ทำกับลูกของเรา” ว่าจบท่านก็สะบัดหน้าออกอาการแง่งอนเดินหนีภรรยาเข้าไปในบ้าน

“แล้วเราล่ะเจ้า” ท่านหันมาทางลูกชายบ้าง

“อะไรครับแม่” เจ้าจันทร์เฉไฉตอบกลับเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่มารดาเอ่ย

“จะลองให้โอกาสเขาไหม?” แล้วคุณพิมลรัตน์ก็ต้องหัวเราะเบาๆ กับท่าทีเดินหนีของลูกชาย ท่านเลี้ยงมาเองกับมือทำไมจะไม่เข้าใจว่าลูกชายท่านไม่ได้โกรธอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้มีใจเช่นเดียวกัน คงต้องลุ้นว่านเรศจะสามารถเอาชนะใจลูกชายของท่านได้ไหม ถ้าทั้งสองรักกันแล้วต่อให้มีคุณชญตว์อีกสิบคนก็ขวางพวกเขาทั้งสองคนไม่ได้

บนรถที่กำลังแล่นออกจากซอยสารถีจำเป็นอย่างณัฐธัญอยากจะเหยียบให้มิดไมล์ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ไม่ได้มีแค่เขาที่เป็นผู้โดยสาร สีหน้าชายหนุ่มดูตื่นๆ “พ่อตาแกสายโหดว่ะ” ณัฐธัญเอ่ยพลางรู้สึกขนลุกไม่หาย ก่อนจะรู้สึกหมั่นไส้ไอ้คนที่ได้เห็นหน้าเมียก็หน้าบานเป็นกระด้ง “แหม ได้กอดได้หอมเมียนิดหน่อยจากหมายหงอยดูร่าเริงขึ้นมาทันทีเลยนะ” ณัฐธัญอดที่ค่อนขอดอีกฝ่ายไม่ได้ และดูเหมือนนเรศที่กำลังคิดถึงร่างนิ่มที่ได้กอดจะไม่สนใจคนพูด

ชลธารที่มองดูพี่ชายที่ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากว่าเดิมอดที่จะดีใจไม่ได้ นี่แหละความรักมักสามารถเปลี่ยนคนได้เสม

“ปล่อยให้พี่นเรศมีความสุขไปเถอะ เผื่อจะได้เป็นกำลังใจในการเอาชนะใจพ่อตา” จบประโยคณัฐธัญก็หัวเราะร่ากับคำกล่าวของภรรยา แต่นเรศที่ได้ยินแล้วถึงกับหุบยิ้มหน้าเคร่งทันที



*********************************************
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านทุกคอมเม้นนะคะ :hao5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ashbyipcet

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 243
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-2
พ่อตาก็แทงค์ลูกเขยก็แทงค์ฮีลเลอร์ฮีลไหวกันไหมคะ?  :really2:
ไม่ไหวดิฉันว่ารอชุบสวยๆดีกว่าค่ะ  :laugh:

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ต้องอย่างนี้ซิเจ้าคะคุณพ่อตา กดขี่ข่มเห่งเยี่ยงทาสให้หนัก ๆ กระทืบให้จมดิน เตะให้กระเด็น ต่อยให้หน้าแหก ตอบแทนที่ทำกับเจ้าจันทร์ไว้ที่เกาะ  :z2:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
คุณพ่อจัดไปหนักๆเลยค่ะ

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
นเรศเจอของจริงเข้าให้แล้วสิ :laugh:

ออฟไลน์ mooping-7

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2536
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-4
5555คุณพ่อตาขาโหด 

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
เริ่มสนุกแล้วสิ

ออฟไลน์ KARMI

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 921
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2635
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ เจี๊ยะบ่จ่าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
บทที่ 20 ขอโอกาส

ช่วงนี้คุณหญิงดาหลารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เมื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนหน้าตาสดชื่นดูอารมณ์อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะหลังจากที่กลับมาพร้อมน้องสาวที่ไปบ้านรุ่นน้อง ในที่สุดท่านก็เก็บความสงสัยไม่ไหวจึงเอ่ยถามขึ้นขณะที่ทุกคนกำลังรับประทานอาหารเช้า

“ช่วงนี้เราเป็นอะไรฮึ หน้าระรื่นเชียวหรือว่ามีเรื่องน่ายินดีอะไรกัน”

ชลธารและณัฐธัญต่างหัวเราะคิกคัก “ไอ้...แค่กๆ พี่นเรศกำลังจะได้เมียก็ต้องอารมณ์ดีเป็นธรรมดาครับ” ณัฐธัญไอคอกแค่กหลังจากที่โดนดวงตาดุดันของภรรยาจ้อง

คุณหญิงดาหลาอ้าปากค้างหันไปทางลูกชายที่นั่งเป็นทองไม่รู้ร้อน “จริงหรือตานเรศ” ท่านถามย้ำ

“ครับแม่ ตอนนี้กำลังง้อเมียอยู่” นเรศตอบรับเต็มปากเต็มคำจนผู้เป็นมารดายกมือทาบอก

“ตายแล้วไปแอบมีตอนไหนกัน ละ...แล้วเป็นลูกเต้าเหล่าใคร” ท่านรู้สึกตกใจไม่น้อยเมื่อลูกชายที่เอาแต่ทำงาน ถึงแม้จะมีผู้หญิงมาติดบ้างแต่ก็ไม่เคยมีท่าทีจริงจังด้วย แล้วจู่ๆ ก็มีเมียโผล่มาแบบนี้จะไม่ได้คุณหญิงดาหลาตกใจได้ยังไง

“แล้วไม่ได้มีแค่เมียนะครับ” ประโยคต่อมาของณัฐธัญเรียกให้คุณหญิงดาหลาหันไปมองทันที “ตอนนี้คุณแม่ก็กำลังมีหลานเพิ่มอีกคน” จบประโยคท่านก็หันพรึบไปจ้องลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความตกตะลึง

“ลูกสาวบ้านไหน?”

“ไม่ใช่ลูกสาวค่ะคุณแม่” ชลธารแทรก

“ไม่ใช่ลูกสาว?”

“เป็นลูกชายบ้านศศิพัฒนาเมธีรุ่นน้องชลเองค่ะ เจ้าจันทร์คนที่ชลเคยพูดถึงบ่อยๆ” จบประโยคคุณหญิงดาหลาแทบเป็นลม ลูกชายมีทั้งเมียทั้งลูกโผล่มาในคราวเดียวกันว่าน่าตกใจพอแล้ว นี่ลูกชายของท่านฉุดลูกชายของเขามาทำเมียนี่สิน่าตกใจยิ่งกว่า พ่อแม่อีกฝ่ายไม่เอาปืนไล่ยิงก็ถือว่าบุญหัวแล้ว

“จริงหรือตานเรศ”

นเรศพยักหน้ายืนยัน “จริงครับแม่” ในใจเองเขาก็อดเป็นกังวลกลัวว่ามารดาจะรับไม่ได้กับการที่เจ้าจันทร์มาเป็นเมียเขา แล้วยังเป็นผู้ชายที่ท้องอีก

“ไป...รีบพาแม่ไปคุยกับทางฝ่ายนั้น ตายแล้วบ้านนั้นเขาจะว่ายังไงที่ลูกชายแม่ไปทำลูกชายเขาท้องแบบนั้น” ท่านบ่นงึมงำด้วยความกังวล

“จะว่ายังไงละครับว่าที่พ่อตาก็ไล่ยิงเอาน่ะสิครับ” ว่าจบณัฐธัญก็หัวเราะร่วนภาพนเรศวิ่งหนีกระสุนปืนแวบเข้ามาในความคิดยิ่งกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

“สมควรน่ะสิไปทำลูกชายเขาท้องซะขนาดนั้น แล้วทางนั้นเขาว่ายังไงบ้าง” ท่านถามเป็นจริงเป็นจัง

“ยังไม่ได้คุยเป็นเรื่องเป็นราวเลยค่ะก็ต้องเพ่นป่าราบกันออกมาก่อน”

“ตานเรศพรุ่งนี้พาแม่ไปคุยกับทางนั้นด้วย ว่าแต่เรื่องมันเป็นยังไงมายังไง” นเรศตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้มารดาฟัง โดยมีทั้งชลธารและณัฐธัญคอยแทรกพูดเกินจริงเป็นระยะจนโดนคุณหญิงดาหลาฟาดไปตั้งหลายหน “มันน่านักไปทำแบบนั้นกับน้องได้ยังไง ไม่โดนพ่อเขาสั่งตามล่าก็ดีเท่าไหร่ มันน่านัก...” ว่าจบก็ยกมือทำท่าจะตีลูกชายอีกครั้งจนลูกชายตัวโตต้องกระเถิบห่าง “เรานี่ยังไงเห็นน้องโดนมาแล้วทำไมไม่รู้จักจำ โตแต่ตัวจริงๆ” ว่าจบท่านก็เดินหนีไปรู้สึกไม่อยากอาหารตั้งแต่ที่รู้ว่าลูกชายท่านไปทำลูกชายคนอื่นท้องแล้ว ส่วนคนที่ถูกกระทบอย่างณัฐธัญก็ยิ้มแหะไม่กล้าล้อนเรศต่อ

“ไปทำว่าที่สะใภ้ท่านเสียใจสมน้ำหน้าที่โดนคุณแม่โกรธ” ครั้งนี้เป็นชลธารที่ค่อนขอดพี่ชายแล้วเดินรวบช้อนตามมารดาไปอีกคน ปล่อยให้สองหนุ่มที่ทำความผิดทั้งหลายนั่งหน้าซีดกันเพียงลำพัง

“เพราะแกฉันเลยพลอยโดนหางเลขไปด้วย คืนนี้ชลต้องไล่ตะเพิดฉันมานอนหน้าห้องแน่ๆ” ณัฐธัญว่าเสียงเศร้าก่อนจะจ้วงข้าวในจานกินตุนกำลังเพื่อใช้ต่อกรกับภรรยาคืนนี้



เช้านี้เป็นอีกวันที่เจ้าจันทร์ต้องลุกขึ้นมาโก่งคออาเจียนตั้งแต่เช้าตรู่ แม้อาการจะไม่หนักเช่นหลายวันก่อนที่ยังไม่ได้รับยา แต่เจ้าจันทร์ก็ยังอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่ยังแบนราบก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเมื่อยล้า

“เด็กดีอย่าแกล้งม๊าสิลูก” แม้คำแทนตัวจะทำให้รู้กระดากอายไปบ้าง แต่ถ้านับจากการที่เจ้าจันทร์เป็นคนอุ้มท้องแล้ว เจ้าจันทร์ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเจ้าจันทร์ไม่ใช่แม่ เมื่ออ้วกจนหมดไส้หมดพุงเจ้าจันทร์ก็เดินโซซัดโซเซไปนอนต่อ โดยหวังว่าลูกตัวน้อยจะไม่ดื้ออีก หลับได้สักพักก็รู้สึกถึงมือนุ่มอบอุ่นทาบลงบนหน้าผาก กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวทำให้เจ้าจันทร์รับรู้ได้ทันที “แม่” เสียงครางึมงำพลางดึงมือนุ่มเข้ามาซบ

คุณพิมลรัตน์หัวเราะเบาๆ กับท่าทางออดอ้อนของลูกชาย “แม่ได้ยินเสียงอ้วกเลยขึ้นมาดู ดีขึ้นแล้วหรือยัง” ท่านถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“ดีขึ้นมากแล้วครับ” เจ้าจันทร์ยังคงตอบด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

ดวงตาคนเป็นแม่ทอแววอ่อนแสงแล้วยกมืออีกข้างขึ้นลูบศีรษะเล็ก คุณพิมลรัตน์มองไปนอกหน้าต่างเวลานี้ยังเช้าอยู่มากท่านจึงไม่คิดปลุกลูกชายขึ้นมาทานอาหาร “นอนต่อเถอะลูก เดี๋ยวสายๆ แม่ขึ้นมาปลุก” ท่านกระซิบก่อนจะปล่อยให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนอนต่อ

ช่วงสายคุณชญตว์ออกทำงานแล้วในบ้านจึงเหลือเพียงคุณพิมลรัตน์และลูกชาย ทั้งคู่กำลังช่วยกันล้างจานพลางคุยกันไปตามประสาสองแม่ลูก

“เรื่องเรียนจะทำยังไงต่อลูก มหาวิทยาลัยนี่ก็เปิดแล้วหนึ่งอาทิตย์” ผู้เป็นแม่พูดด้วยสีหน้ากังวล คุณพิมลรัตน์ท่านห่วงลูกชายเมื่อเป็นแบบนี้แล้วคงต้องดรอปเรียนเอาไว้ก่อน “ป่านนี้เพื่อนๆ คงเป็นห่วงที่เราหายมาแบบนี้”

“เจ้าคุยกับเพื่อนไว้แล้วครับว่าจะดรอปเรียนไปก่อน รอคลอดแล้วเลี้ยงลูกอีกสักปีสองปีค่อยกลับไปเรียนต่อ”

“ดีแล้วลูก การเรียนมันไม่มีคำว่าสายเกินไป ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจเราก็กลับไปเรียนใหม่ได้” เจ้าจันทร์คิดตามคำแม่บอกเสมอ แม้กระทั่งตอนนี้จึงอดที่น้ำตาจะซึมไม่ได้ ทำให้นึกถึงประโยคหนึ่งที่ว่าคนที่รักเราที่สุดคือพ่อกับแม่ ถึงแม้ว่าเราจะทำผิดจะทำพลาดท่านก็พร้อมที่จะยืนเคียงข้างเราเสมอ “อะไร ซึ้งคำที่แม่พูดจนน้ำตาไหลเลยหรือไง” ท่านอดที่จะแซวลูกชายที่ทำตาแดงๆ ก้มหน้างุดไม่ได้ ก็ดูทำเข้าน่ารักซะไม่มี

“เจ้ารักแม่นะครับ” เจ้าจันทร์คงมีคำพูดได้เพียงเท่านี้

“จ้า รู้แล้วๆ แต่ถ้าเจ้าคลอดเมื่อไหร่ระวังแม่จะรักหลานมากกว่านะ ฮาๆ อะไรแม่พูดแค่นั้นทำเป็นหน้างอซะแล้ว ดูซิจวักยังอาย”

“แม่...” ก่อนที่เจ้าจันทร์จะโดนผู้เป็นแม่ล้อไปมากกว่านี้หน้าบ้านก็มีเสียงกดกริ่งแทรกขึ้นมา “เดี๋ยวเจ้าไปดูเองครับ” เจ้าจันทร์รีบล้างมือก่อนจะเดินออกไปดูว่าใครมา มือเรียวดึงประตูบานเล็กให้เปิดออกก่อนจะผงะตกใจเมื่อจู่ๆ ก็มีมือใหญ่ยื่นถุงสารพัดมาให้ “...” เจ้าจันทร์มองถุงพลาสติกในมือใหญ่แล้วเงยหน้าขึ้นมอง

นเรศในชุดลำลองสบายแต่กลับดูดีได้ทุกเวลายกมือที่ว่างขึ้นเกาศีรษะตัวเองด้วยท่าทางกระดากอาย “แม่พี่บอกว่าคนท้องจะชอบทานอะไรเปรี้ยวๆ” เขาเกริ่น “พี่ไม่รู้ว่าเจ้าชอบทานอะไรบ้าง พี่ก็เลยซื้อมาหลายอย่าง”

“ขอบคุณครับ” เจ้าจันทร์กล่าวแค่นั้นก็ไม่สนใชชายหนุ่มอีก

“แหะๆ พ่อเจ้าอยู่ไหม” เขาทำท่าทางชะโงกหน้ามองหาคุณชญตว์ที่พร้อมจะแจกลูกปืนทุกเวลา

“ไม่อยู่ พ่อไปคลินิก หมดธุระคุณก็กลับไปได้แล้ว” เจ้าจันทร์ออกปากไล่ทันทีถ้าไม่กลัวว่าสิ่งที่กระทำอาจจะกระทบกระเทือนถึงลูก เจ้าจันทร์คงจะใช้แรงทั้งหมดผลักเขาออกแล้วปิดประตูใส่หน้าเขาซะ แต่พอตั้งท่าจะปิดประตูคนตัวโตก็รีบแทรกกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“พี่ขอเข้าไปในบ้านด้วยสิ” เขาขออย่างหน้าด้านๆ จนคนฟังต้องขมวดคิ้ว การจะง้อเมียสกิลหน้าด้านต้องจัดมาให้เต็ม เจ้าจันทร์มองนเรศเมื่อเห็นท่าทางดื้อรั้นก็ถอนหายใจแล้วเดินนำเข้าไปในบ้านปล่อยให้อีกฝ่ายปิดประตูแล้วตามเข้ามา นเรศวิ่งตามร่างโปร่งคว้ามือนุ่มนิ่มไว้แล้วถือโอกาสแย่งถุงผลไม้ไปถืออีกครั้ง ไม่วายแอบแต๊ะอั๋งเมียด้วยการจับมือนิ่มไม่ปล่อย

“ปล่อย” เจ้าจันทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบและใบหน้านิ่งๆ แค่นี้ก็เพียงพอให้คนหน้าด้านกลัวเมียจนต้องรีบปล่อยมือเล็กด้วยความเสียดาย และทันทีที่เป็นอิสระเจ้าจันทร์ก็เดินเข้าบ้านไม่สนใจแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีก

“ใครมาหรือลูก” คุณพิมลรัตน์โผล่หน้าออกจากครัวมาถาม “อ้าว ตานเรศเองหรอ” ท่านเลิกคิ้วมองก่อนจะเลิกสนใจปล่อยให้ลูกชายอยู่กับว่าที่ลูกเขย

“...” นเรศยืนกลางห้องรับแขกอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อเจ้าจันทร์เดินเข้าครัวไปอย่างไม่สนใจเขา สุดท้ายเขาต้องงัดเอาความหน้าหนามาใช้อีกครั้ง เอาวะเป็นไงเป็นกัน คิดได้ดังนั้นก็เดินตามเข้าไปในครัวเบียดร่างเล็กฉวยเอาถุงผลไม้มาจัดใส่จานให้
เจ้าจันทร์ชะงักมือถอนหายใจเฮือกใหญ่สองมือยกขึ้นกอดอกแล้วหันไปเผชิญหน้าชายหนุ่ม

“ตกลงคุณจะเอายังไงว่ามาสิ” ดวงตาโศกจ้องมองเสี้ยวหน้าคมที่พยายามหลบตา คุณพิมลรัตน์ฉวยโอกาสตอนที่ลูกชายของท่านหันไปสนใจว่าที่ลูกเขยหลบออกไปอย่างเงียบเฉียบ

นเรศพยายามทำเป็นสนใจจานผลไม้ที่จัดอยู่เพียงเพราะต้องการรวบรวมความกล้า ความจริงแล้วเขาเป็นคนไม่เคยกลัวใครแต่พอมีเมียเขาต้องยอมรับอย่างไม่อายเลยว่า นเรศกลัวเมีย

“พี่แค่อยากขอโอกาส” เขาผละจากการจัดผลไม้หันมาเอื้อมมือจับมือเล็กด้วยอาการสั่นเทา “เจ้าจะทำอะไรกับพี่ก็ได้ แต่พี่ขอแค่โอกาสได้อยู่กับเจ้าจันทร์ โอกาสที่พี่จะได้แก้ไขตัวเองใหม่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ขณะที่ดวงตาฉายแววหม่นแสงสบดวงตาโศก

เจ้าจันทร์ไม่ได้สะบัดมือออกจากอุ้งมืออุ่น “ไหนลองบอกเหตุผลสักข้อ ว่าทำไมผมต้องให้โอกาสคนที่ทำร้ายผมอย่างคุณ” ประโยคต่อมาทำให้นเรศสะอึกเหมือนโดนลูกธนูปักกลางอก

“...” เขาเม้มปาก “เพื่อทำให้เจ้าเปลี่ยนใจ” คำตอบกลับทำให้คนฟังเองที่ต้องชะงัก นเรศไม่ได้มีคำพูดสวยหรูเพียงเพื่อขอโอกาส เขามีเพียงประโยคสั้นๆ ที่เอ่ยมาจากใจที่แท้จริง เขาต้องการให้เจ้าจันทร์เปลี่ยนใจ นเรศสัญญากับตัวเองเขาจะไม่ปล่อยโอกาสครั้งนี้หลุดลอยไป เขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อลูกเพื่อเจ้าจันทร์

เจ้าจันทร์เสสายตาหลบเมื่อรู้สึกใจสั่นไหวกับคำกล่าวหนักแน่นของนเรศ “แล้วที่บอกจะยอมทำทุกอย่างทำได้ใช่ไหม” ก่อนจะหันกลับมาถามด้วยสายตาคมกริบ

“จะให้พี่ทำอะไรหรือเจ้าอยากจะทำอะไรกับพี่ก็ได้”

เจ้าจันทร์พยัก “งั้นกราบสิ...กราบผม” จู่ๆ เจ้าจันทร์ก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างที่ไม่เคยเป็นกว่าจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปก็ไม่สามารถหยุดได้แล้ว ริมฝีปากบางจึงเม้มแน่นแม้ว่าเกิดจากความไม่ตั้งใจ แต่เจ้าจันทร์เป็นคนหนึ่งที่มีนิสัยดื้อเงียบเมื่อกล่าวไปแล้วเจ้าตัวก็อยากจะรู้ว่านเรศจะทำเช่นไรต่อ คนอย่างนเรศจะกล้ากราบเจ้าจันทร์หรือ...เจ้าจันทร์คิดได้ทันทีว่าไม่มีทาง ไม่มีทางที่คนอย่างนเรศจะยอมก้มหัวให้ใคร

สายตาของนเรศที่ควรจะส่อแววความไม่พอใจกลับถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น นเรศไม่รีรอให้เสียเวลาเข่าลูกผู้ชายกระแทกตึงลงต่อหน้าเจ้าจันทร์ สองมือประนมค่อยๆ กราบลงแทบปลายเท้า เจ้าจันทร์ตื่นตะลึงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมทำตามคำสั่งจนต้องผงะถอยไปหลายก้าว

นเรศค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาทั้งที่ยังนั่งทับส้นเท้าตัวเองอยู่ตรงหน้าเจ้าจันทร์ “เจ้าให้โอกาสพี่ได้ไหม” นเรศไม่มีความรู้สึกอายสักนิดที่ต้องก้มกราบเจ้าจันทร์ เขายอมทำทุกสิ่งทุกอย่างขอแค่เพียงเจ้าจันทร์ให้โอกาสเขาได้แก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดไว้
“...” เจ้าจันทร์พูดไม่ออกได้แต่ยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น

ดวงตาทั้งสองคู่ต่างสบมองซึ่งกันและกันในระดับที่ต่างกัน คล้ายช่วงเวลาหยุดชะงักเหลือเพียงความคิดที่กำลังตีกันยุ่งเยิง
“คุณมันบ้า” จู่ๆ น้ำตากร่วงผล็อยจนต้องยกมือขึ้นมาเช็ดลวกๆ เจ้าจันทร์เอาแต่โทษอีกฝ่ายที่ทำตัวโง่งมยอมก้มกราบตัวเอง ยอมทิ้งแม้กระทั่งศักดิ์ศรีละทิ้งความหยิ่งยโสที่เคยมี

นเรศมองดูท่าทางเหมือนเด็กร้องไห้แล้วก็รีบลุกขึ้น เขาจับมือเล็กทั้งสองข้างเอาไว้หยุดการกระทำที่กำลังจะทำให้ดวงตาโศกคู่สวยแดงช้ำ นิ้วมือแกร่งค่อยๆ ปาดเอาน้ำสีใสออกจากใบหน้าหวานแทนด้วยความถนุถนอมที่สุดในชีวิตนี้ เขามองดูดวงตาโศกฉ่ำน้ำแล้วสุดท้ายตัดสินใจดึงร่างโปร่งเข้ามากอด

“ใช่พี่มันบ้าเอง แต่พี่เต็มใจทำเจ้าอย่าคิดว่าเจ้าผิด” เขาพึมพำข้างศีรษะเล็ก ฝ่ามือก็คอยลูบหลังปลอบประโลมอีกฝ่ายที่ยอมยืนนิ่งให้เขากอด แค่นี้หัวใจนเรศก็เหมือนได้รับการรดน้ำหล่อเลี้ยง ตื่นเต้นจนหัวใจแทบกระเด็นกระดอนออกจากอกแล้ว
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่คนที่ร้องไห้ซบอกเหมือนเพิ่งจะรู้ตัว รีบผละออกจนนเรศแทบปล่อยไม่ทัน สองมือยกขึ้นเหนือศีรษะอย่างว่องไวเมื่อเจอสายตาดุ นเรศรู้สึกเสียดายไม่น้อยกับร่างนุ่มนิ่มที่ผละออกไป กว่าจะได้กอดแต่ละทีอยากเย็นจนแทบกระอักเลือด แต่เท่านี้ก็ชื่นใจสำหรับเขาแล้ว

“ถึงผมจะให้โอกาสคุณ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะแตะต้องผมได้” คำประกาศต่อมาฟังแล้วนเรศเหมือนโดนค้อนทุบ หัวใจที่ฟองฟูเมื่อครู่เหี่ยวแฟบทันใด

ดวงตาคมกริบค่อยๆ ช้อนมองด้วยท่าทางน่าสงสาร “สักนิดก็ไม่ได้หรอ” น้ำเสียงเขาเจือแววเศร้าเพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากเมียตัวเอง

“ไม่!” ว่าจบก็เดินสะบัดหน้าหนีออกไปปล่อยให้นเรศถือจานผลไม้ตามต้อยๆ

เจ้าจันทร์เดินมานั่งบนโซฟาหน้าทีวีหยิบรีโมทเปิดรายการที่ชอบ หูก็แว่วได้ยืนเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินตามมา นเรศวางจานผลไม้ตรงหน้าเจ้าจันทร์แล้วเดินมานั่งที่โซฟา แต่ยังไม่ทันหย่อนตูดนั่งข้างๆ ร่างโปร่งอย่างที่ใจหวัง ดวงตาโศกก็ทอแววดุดันจนต้องขยับออกห่างเปลี่ยนไปนั่งอีกฝั่งของโซฟาตัวเดียวกันแทน จากนั้นระหว่างคนทั้งคู่ก็มีเพียงเสียงจากรายการโทรทัศน์ หลังจากที่นเรศพยายามชวนเจ้าจันทร์คุยแล้วโดนดุจึงต้องยอมเงียบไป

วันทั้งวันนเรศเอาแต่เดินตามเจ้าจันทร์จนแทบเป็นเงา จะยกเว้นก็แต่เขตหวงห้ามอย่างห้องนอนที่นเรศไม่สามารถเดินตามเข้าไปได้ ดังนั้นในตอนบ่ายเขาจึงได้แต่นั่งเฝ้าหน้าห้องนอนหลังจากเจ้าจันทร์เข้าไปนอนกลางวัน คิดว่าอีกฝ่ายหลับดีแล้วก็ลงมาช่วยคุณพิมลรัตน์ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ จนกระทั่งขอตัวกลับก่อนที่คุณชญตว์จะกลับมาเอาปืนไล่ยิง



*********************************
นี่เปิดโอกาสให้พ่อพระเอกสุดๆ เลยนะ รีบๆ ทำคะแนนล่ะตานเรศ ไม่งั้นแม่จะกระทืบ :z6:ให้หลงลุมไม่ถูกเลยล่ะ
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านทุกคอมเม้นนะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด