[เรื่องสั้น] The One That Got Away -จบ-
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] The One That Got Away -จบ-  (อ่าน 573 ครั้ง)

ออฟไลน์ สักวัน

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
[เรื่องสั้น] The One That Got Away -จบ-
« เมื่อ11-03-2018 21:13:07 »

***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************
Share This Topic To FaceBook

ออฟไลน์ สักวัน

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
Re: [เรื่องสั้น] The One That Got Away -จบ-
«ตอบ #1 เมื่อ11-03-2018 21:21:10 »

The One That Got Away




แม่ชอบกอดเขาแล้วร้องไห้

ส่วนเขาก็ชอบอ้อมกอดอุ่นๆของแม่เหนือสิ่งอื่นใด เขาสัมผัสได้ถึงไออุ่น ได้กลิ่นแป้งฝุ่นหอมๆเฉพาะตัวของแม่ มันเป็นอ้อมกอดที่นิ่มมาก แม่กอดเขาแน่น รัดด้วยสองแขน แล้วร่ำไห้โดยไร้ซุ่มเสียง เขารองรับหยาดน้ำตาอุ่นๆ ด้วยสองบ่าและแผ่นหลังเสมอๆ ไม่มีอะไรที่เขาทำได้มากกว่านั้น เขาเด็กเกินกว่าจะปลอบประโลมใครให้คลายเศร้า ทำได้แค่ร้องไห้เป็นเพื่อนในบางครั้งเมื่อความโศกเศร้าของแม่ถ่ายทอดจากอ้อมกอดมากระทบจิตใจของเขา

“ช่วยพี่เขาด้วยนะน้ำ” แม่กล่าวกับเขา น้ำเสียงแผ่วเบาชวนให้ใจหวิว น้ำพยักหน้า เขารักแม่ อยากให้แม่ยิ้ม ไม่เคยอยากเห็นแม่ร้องไห้
“ผมไม่เจ็บหรอก” แม่จูบแก้มเขา น้ำยิ้มเพื่อความสบายใจของอีกฝ่าย แม้ว่าเขาจะกลัว

น้ำส่งมือน้อยๆ ของตัวเองให้นางพยาบาล เดินไปตามทางเดินเงียบสงัดที่ทอดยาว นี่ไม่ใช่ทางที่เขาอยากเดินไปแต่เขาก็ก้าวย่างอย่างมั่นคง หัวใจดวงเล็กๆ ของเขาเข้มแข็งกว่าที่ใครจะนึกจินตนาการได้



เด็กชายนอนอยู่บนเตียง สายตาทอดมองพ่อกับแม่ที่นั่งอยู่ข้างเตียงอีกเตียงที่พี่ชายของเขานอนอยู่ เขามองดูแม่จูบมือพี่ ส่วนพ่อก็ลูบเส้นผมเบาๆ ย้ำๆ ด้วยสัมผัสรักใคร่ทะนุถนอม ไม่มีใครรู้ว่าเขาตื่นแล้ว และกำลังเฝ้ามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนเป็นคนนอก

น้ำ เด็กน้อยในวัยเจ็ดปีเข้าใจทุกอย่าง เข้าใจความกังวลของพ่อกับแม่ เข้าใจว่าพวกเขารักลูกชายคนแรกมากมายแค่ไหน คอยเฝ้าดูจังหวะการหายใจ สังเกตการกะพริบของเปลือกตา จับมือกันและกันเอาไว้ แล้วในท้ายที่สุดพวกเขาก็จะยิ้มด้วยรอยยิ้มสว่างไสวเมื่อพี่ชายของเขาลืมตาขึ้น

“นนท์…” แม่ของเขาร้องไห้อีกแล้ว ทว่านั่นเป็นน้ำตาของความดีใจอย่างสุดซึ้ง
“แม่…” พี่ชายฟื้นแล้ว เมื่อเห็นอย่างนั้นน้ำจึงหลับตาลง เขาดีใจที่ช่วยพี่ชายได้ ดีใจที่แม่ยิ้ม แต่บางส่วนลึกๆ ในใจของน้ำกลับเจ็บปวดอย่างอธิบายไม่ได้

มีบางส่วนภายในใจของน้ำเว้าแหว่งหายไป มันจะหายก็ต่อเมื่อแม่กอดเขาเอาไว้ หรือพ่อลูบเส้นผมเขาซ้ำๆ ซึ่งนานๆ ครั้งเท่านั้นที่เขาจะได้รับสัมผัสเหล่านั้น เขาไม่เคยกล้าร้องขอ ไม่กล้าเรียกร้องอะไรเพราะไม่อยากให้พ่อแม่หนักใจ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ น้ำก็ไม่กล้า เขาขลาดกลัว ในใจส่วนหนึ่งนึกกลัวอยู่เสมอว่าจะได้รับการปฏิเสธจากสิ่งที่ร้องขอ



“พี่นนท์ทำอะไร” น้ำถามเมื่อเห็นพี่ชายทำท่าทางลับๆ ล่อๆ นนท์เอานิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเองน้ำจึงเงียบ แต่ก็ยังคงมองด้วยแววตาสงสัย
“จะแอบออกไปข้างนอก” นนท์ก้าวขาข้างหนึ่งออกนอกหน้าต่างห้องนอนชั้นสอง
“ไปด้วย” น้ำเดินไปเกาะขอบหน้าต่าง นนท์ส่ายหัวปฏิเสธ
“อย่าบอกแม่นะ” พี่ชายยีหัวเขาเบาๆ ก่อนจะไต่ลงตามเสากระโดดลงไปบนสนามหญ้า เขาได้แต่มองพี่ชายวิ่งจนหายลับไป

น้ำห่างกับพี่ชายห้าปี ปีนี้พี่ชายของเขาอายุสิบสอง ร่างกายที่อ่อนแอไม่เคยเป็นอุปสรรคสำหรับพี่ หากมีแรงลุกขึ้นไปไหนมาไหนได้เมื่อไหร่พี่ชายก็จะแอบออกไปหาเพื่อน ออกไปจนมืดค่ำไม่เคยเกรงกลัวแม้รู้ว่ากลับมาจะโดนพ่อกับแม่ดุ น้ำอยากออกไปเที่ยวเล่นบ้างแต่พี่ไม่เคยอนุญาตให้เขาติดสอยห้อยตามไป บางครั้งก็ให้เหตุผลว่าไม่อยากให้เขาโดนดุไปด้วย แต่น้ำคิดว่ามันมีเหตุผลอื่น เช่นว่าเขาอาจจะเด็กเกินไป เล่นด้วยแล้วไม่สนุก พี่นนท์ถึงไม่ชอบเล่นกับเขา

น้ำนั่งเกาะขอบหน้าต่างเฉยๆ ตอนนี้พ่อแม่ไม่อยู่บ้านแต่อีกเดี๋ยวก็คงกลับ พี่เลี้ยงของพวกเขาสองพี่น้องอยู่ข้างล่าง ทำงานบ้านทั้งวัน นานๆ ครั้งถึงจะขึ้นมาดูความสงบเรียบร้อยหรือไม่ก็เรียกไปทานอาหาร น้ำใช้เวลาหงอยเหงาอยู่คนเดียว เขาไม่อยากเล่นของเล่น แต่อยากออกไปข้างนอกบ้าง อยากมีเพื่อนอยู่ใกล้ๆ ให้แอบไปหาเหมือนพี่ เขาได้แต่คิด แล้วสายตาก็จับจ้องไปที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ขี่จักรยานผ่านหน้าบ้านไป

ผ่านไปพักหนึ่งดวงตาของน้ำเป็นประกายแวววาวขึ้นมา เขานึกอยากได้จักรยานเหมือนเด็กผู้ชายคนนั้นบ้าง หากมีมัน เขาก็คงไม่ต้องแกร่วอยู่แต่ในบ้านในช่วงปิดเทอมอย่างนี้

ด้วยเหตุการณ์ไม่กี่วินาทีนั้น น้ำจึงเฝ้าฝันถึงจักรยานอยู่หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ถึงรวบรวมความกล้าเอ่ยปากขอแม่ แล้วแม่ก็หันไปมองพ่อที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ขณะที่พี่ชายของเขาก็เฝ้ารอลุ้นอยู่เป็นเพื่อน

“ได้สิครับ” แม่ยิ้มบางๆ ลูบหัวเขาหนึ่งครั้งแล้วสัญญาว่าจะซื้อจักรยานให้ น้ำยิ้มกว้าง โผเข้ากอดอ้อมกอดอุ่นๆ ที่เขาชอบ เขามีความสุขเมื่อทุกอย่างสุขสงบ เมื่อทั้งพ่อและแม่ปราศจากความกังวลในแววตา ซึ่งทั้งหมดที่เป็นอยู่นี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของพี่ชายยามปกติแข็งแรงดี

น้ำได้จักรยานคันแรกของเขาสองวันถัดมา เป็นจักรยานคันใหญ่กว่าตัวเขานิดหน่อย ต้องเขย่งสุดปลายเท้าถึงจะทรงตัวได้แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เขาตื่นเต้นดีใจ ไม่กลัวแม้ว่าจะขี่ไม่เป็น ไม่กลัวจะล้ม ไม่กลัวจะเจ็บ ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

“อย่าไปไกลนัก” พ่อกำชับแล้วเดินเข้าบ้านไป ทั้งพ่อและแม่ไม่ได้อยู่ดูเขาขี่จักรยานครั้งแรก แต่เข้าไปดูพี่ชายที่อาการไม่ค่อยดี ปล่อยให้พี่เลี้ยงเฝ้าเขาเอาไว้แค่นั้น

น้ำหัดขี่จักรยานด้วยตัวเอง ล้มลุกคลุกคลานบ้างเป็นธรรมดา บาดแผลถลอกตามร่างกายเปรียบเสมือนที่ระลึกของความกล้าหาญ เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บมากมาย ซ้ำความเจ็บแสบทำให้มีชีวิตชีวามากกว่าเก่า เป็นธรรมดาของเด็กๆ ที่มีความสุขเวลาได้เที่ยวเล่นนอกบ้าน ภายในวันเดียวเขาก็สามารถทรงตัวบนจักรยานสองล้อจนได้ เขาเรียกให้พี่เลี้ยงดูด้วยความตื่นเต้น พี่เลี้ยงก็แค่ยิ้มให้ น้ำไม่ได้สนใจใบหน้าเบื่อหน่ายนั้นเลย เอาแต่พูดว่าเขาขี่ได้แล้ว พอหักเลี้ยวก็ล้มอีกครั้งหนึ่ง แต่แทนที่จะร้องไห้เหมือนคนอื่นเขากลับหัวเราะ จับจักรยานขึ้นตั้งแล้วถีบใหม่อย่างไม่ลังเล

เย็นนั้นเขาเล่นของเล่นใหม่จนมืดค่ำ กลับเข้าบ้านด้วยรอยยิ้ม แต่เมื่อพ่อกับแม่เห็นสภาพของเขาในบ้านก็เหมือนเกิดพายุ

“ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ได้ยังไง!” แม่ตวาดลั่นไปที่พี่เลี้ยง จับดูตามร่างกายเขาที่เป็นแผล
“ฉันให้ดูแลเขาให้ดี แล้วนี่อะไร! รู้ไหมว่าเขาสำคัญแค่ไหน!” พี่เลี้ยงก้มหน้ายืนบื้อใบ้ ไม่รู้ว่าสำนึกผิดอยู่หรือขี้เกียจจะฟังเหมือนๆ กับที่ขี้เกียจดูแลเขา

น้อยครั้งที่แม่จะระเบิดอารมณ์ และเรื่องที่แม่ระเบิดอารมณ์มักเป็นเรื่องเดิมๆ ของพี่ชาย ซึ่งครั้งนี้แม้จะดูเป็นเรื่องของเขา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องของเขา นับว่ามีความเกี่ยวพันกับพี่ชายอยู่ดี

“ผมขี่จักรยานได้แล้ว” น้ำบอก อยากให้อารมณ์แม่เย็นลง ส่วนพ่อก็มองเขาด้วยสายตาเคร่งเครียด ไม่ลูบหัวชื่นชมเขาอย่างที่นึกหวัง
“แม่ไม่ให้ขี่แล้ว”
“ผมไม่เป็นอะไร…”
“ไม่เป็น? นี่ก็เห็นอยู่ ไม่เจ็บหรือไง ทำไมถึงเป็นแผลขนาดนี้”
“ขี่จักรยานสนุกมากเลย…ผมชอบ อยากขี่อีก”
“เอาไว้ก่อน มาทำแผลก่อน” แม่บอกปัด พาเขามานั่งทำแผล แสบยุบยิบไปหมด แต่ลมเบาๆ ที่แม่เป่าช่วยให้ดีขึ้น
“ห้ามปล่อยให้ตัวเองเป็นแผลอีก นิดหน่อยก็ไม่ได้ คราวหน้าถ้าแม่เห็นอีกแม่จะตี”

น้ำไม่ได้กลัวคำแม่ แต่รู้สึกน้อยใจอย่างช่วยไม่ได้ อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าแม่รักเขาบ้างหรือเปล่า นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาคิด และหลังจากนั้นคำถามนี้ก็ติดอยู่ในใจเขาเรื่อยมา



น้ำได้รับอิทธิพลหัวขบถมาจากพี่ชาย เมื่อมีอะไรสักอย่างที่นึกอยากทำ เขาเอาพี่เป็นแบบอย่าง นั่นคือการลงมือทำอย่างไม่ลังเล

คราวนี้พี่ชายของเขาที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเป็นผู้เฝ้ามองน้ำจากทางหน้าต่าง ดูเขาแอบเอาจักรยานไปขี่รอบๆ ละแวกบ้านด้วยดวงตาเศร้าสร้อย

หลังจากวันนั้นพวกเขาก็ได้พี่เลี้ยงคนใหม่มาดูแล ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแอบย่องหนีให้พ้นสายตา แต่พอจังหวะประจวบเหมาะ น้ำก็แอบออกจากบ้าน วิ่งไปที่จักรยาน แล้วปั่นไปให้ไกลเท่าที่เขาจะสามารถทำได้ เขาเข้าใจความรู้สึกของพี่ชายแล้วว่ามันคุ้มค่าแม้สุดท้ายจะโดนดุ เขาเลือกที่จะทำเพราะมันคือความสุขเล็กๆ ของเขา

น้ำขี่รถไปไกล แต่ไม่ไกลจนเกินไป เขาขี่วนเวียนอยู่ละแวกบ้านกลางแดดจ้า เป็นเส้นทางเงียบสงบที่คุ้นเคย เขาขี่จักรยานคล่องแล้ว หลังจากวันแรกก็ไม่เคยล้มสักครั้ง แต่แล้ววันนี้กลับเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ได้แผลถลอกที่หัวเข่าแผลใหญ่ เมื่อแมวตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถ น้ำหักหลบกะทันหัน เสียการทรงตัวจนล้มลงในที่สุด

เขานั่งมองแผลที่หัวเข่า เลือดสีแดงสดไหลซึม วันนี้นอกจากจะโดนดุที่แอบออกมาแล้ว เขาก็คงจะโดนดุที่ทำให้ตัวเองเป็นแผลอีกด้วย น้ำอดหวาดหวั่นไม่ได้

“เป็นอะไรรึเปล่า” น้ำสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงที่ได้ยิน เขาเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ก้มลงมาถามด้วยแววตาฉงนสงสัย สายตามองบาดแผลสีแดงสดที่หัวเข่า
“รถล้ม แต่เราไม่เจ็บ”
“เลือดไหลเต็มเลย ไม่เจ็บเหรอ” เด็กผู้ชายถาม น้ำอยากจะยืนยันหนักแน่น แต่พอนึกได้ว่านี่ไม่ใช่แม่ เขาไม่จำเป็นต้องทำตัวเข้มแข็ง เขาจึงพูดความจริง
“ก็เจ็บ…”
“ถ้าเป็นแผลต้องล้างก่อนแล้วทายา” เด็กผู้ชายคนนั้นพูดเหมือนท่องจำมา
“อืม…” น้ำพยักหน้า แต่เขายังไม่อยากกลับบ้าน ยังไม่อยากเผชิญหน้ากับพี่เลี้ยงที่ต้องเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแม่แน่ๆ
“ลุกขึ้นไหวไหม เดี๋ยวทำเราแผลให้” น้ำเอียงคอมองพิจารณาคนตรงหน้าที่ส่งรอยยิ้มเป็นมิตรมาให้ เห็นอย่างนั้นน้ำก็ยิ้มตาหยีตอบกลับไป

น้ำจับมือที่ยื่นมาช่วยพยุงลุกขึ้น ช่วยกันจับจักรยานของเขาพิงกำแพงเอาไว้ แล้วเด็กผู้ชายแปลกหน้าก็พาเขาเข้าบ้าน น้ำคิดว่าตัวเองโชคดีที่รถล้มหน้าบ้านเด็กผู้ชายใจดีคนนี้ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงนั่งเศร้ากับบาดแผลตรงหัวเข่าโดยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

“นายอยู่แถวนี้รึเปล่า” หลังจากพาไปล้างแผลในห้องน้ำเสร็จอีกฝ่ายก็ถามขึ้นระหว่างเขย่งเอากล่องพยาบาลที่หลังตู้ น้ำนั่งลงบนโซฝารับแขกแล้วมองรอบๆ ตอนนี้คงไม่มีใครอยู่บ้าน
“เราอยู่อีกซอยตรงนู้น” น้ำชี้ไปในทิศทางหนึ่ง ดูเหมือนว่าอีกคนจะเข้าใจว่าน้ำหมายถึงตรงไหนจึงพยักหน้า
“มาไกลจัง”
“ไม่ไกลมากหรอก ขี่แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว” น้ำบอก ในใจนึกถึงความแสบยุบยิบตอนใส่ยา เขาหดขาเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ
“ไม่ต้องกลัวหรอก แสบนิดเดียวเอง”
“อื้ม” เขากล้าๆ กลัวๆ แต่ความกล้ามีมากกว่าจึงยอมยื่นขาออกไปให้ใส่ยา
“นายชื่ออะไร”
“น้ำ”
“อายุเท่าไหร่”
“เจ็ดขวบ!” น้ำพูดเสียงดังเมื่อสำลีชุ่มยาแตะโดนแผล
“งั้นเราก็เป็นพี่ พี่ชื่อเก้า แก่กว่าน้ำสองปี” แนะนำตัวจบเก้าก็ก้มลงเป่าแผลให้เมื่อเห็นว่าน้ำนั่งไม่ติดเพราะความเจ็บ
“พี่เก้า…” น้ำทวนชื่อ
“ยังเจ็บอยู่เหรอ”
“ไม่แล้วครับ” เก้ายิ้ม ลูบหัวอีกคนด้วยความเอ็นดูที่อยู่ๆ ก็พูดจาสุภาพกับเขา

น้ำนั่งมองกระทั่งพี่ชายคนใหม่ปิดแผลให้เรียบร้อย เขาภาวนาไม่ให้แม่เห็นแผลนี้ กลัวว่าจะโดนห้ามเด็ดขาด กลัวว่าแม่จะยึดจักรยานเขาไป

เก้าเหมือนจะรู้ว่าน้ำยังไม่อยากกลับบ้านจึงชวนเล่นเกมด้วยกัน น้ำตื่นเต้นดีใจกับเกมใหม่ๆ และเพื่อนใหม่ อะไรๆ ก็ดูสนุกไปหมด เขาเล่นอย่างเพลิดเพลิน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนนึกเสียดายเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน เขายื้อเวลามาจนสุด ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องกลับ

“ไว้มาเล่นด้วยกันอีกนะ” เก้าปั่นจักรยานมาเป็นเพื่อนน้ำจนถึงหน้าบ้าน เขาถูกชะตากับเพื่อนใหม่ตัวน้อย พอต้องแยกจากไม่ใช่แค่น้ำที่รู้สึกเสียดาย แต่เก้าก็มองน้ำด้วยแววตาหม่นเศร้า
“อื้อ” น้ำพยักหน้ารับปาก ถ้าไปได้ เขาก็อยากไปเล่นกับพี่เก้าอีก ในที่สุดเขาก็มีเพื่อนให้แอบไปหาเหมือนพี่นนท์แล้ว

เก้ายืนส่งจนเด็กน้อยเดินเข้าบ้านไป จากนั้นก็หักเลี้ยวรถจักรยานปั่นกลับบ้านด้วยรอยยิ้มบางๆ

และนับจากวันแรกที่พบกันวันนั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองจึงเริ่มต้นขึ้น


   

ออฟไลน์ สักวัน

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
Re: [เรื่องสั้น] The One That Got Away -จบ-
«ตอบ #2 เมื่อ11-03-2018 21:22:33 »

นอกจากพ่อ แม่ และพี่ชาย เก้าก็นับว่าเป็นคนที่มีความสำคัญในชีวิตของน้ำอีกคนหนึ่ง แม้ไม่ใช่คนในครอบครัว แต่น้ำก็รู้สึกผูกพัน เป็นคนที่เขาขาดไม่ได้ เก้าเป็นที่พึ่งทางใจ เป็นที่หลบภัยให้เขาพักพิงยามมีเรื่องรบกวนจิตใจ ไม่ว่ายามเหงา เศร้า หรือยามที่จิตใจว่างโหวงเว้าแหว่งหายไป เพียงแค่ได้เจอหน้า จิตใจน้ำก็จะสงบลง และนอกจากอ้อมกอดของแม่ที่เขาชอบแล้ว เขาก็ชอบฝ่ามือที่มักกุมมือเขาเอาไว้ ชอบอย่างไร้เหตุผล ชอบอย่างที่ไม่สามารถบรรยายมันออกมาได้

“อาทิตย์หน้าสอบ ผมต้องอยู่บ้านอ่านหนังสือ คงไม่ได้ออกมาหา” น้ำบอก ค่อยๆ หย่อนอาหารในโหลปลาทองสองตัวของเก้าทีละเม็ด มองดูมันแหวกว่ายไปมา ไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาที่นอนมองเขาอยู่บนเตียงของตัวเอง
“งั้นพี่จะไปหาที่บ้าน” น้ำถอนหายใจแล้วส่ายหน้า
“ไม่ได้”
“ใครห้าม พ่อแม่น้ำไม่ได้ห้ามสักหน่อย”
“ถ้าพี่มาผมคงไม่ได้อ่านหนังสือสอบ”
“พี่นั่งเงียบๆ ไม่กวนน้ำสักหน่อย”
“อย่าเลย เดี๋ยวผมสอบเสร็จก็มาหาพี่เองแหละ ไม่กี่วัน”

เก้าในวัยสิบเจ็ดปีไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหงุดหงิดจึงเลือกที่จะเงียบ เขากับน้ำแทบไม่เคยทะเลาะอะไรกันสักครั้ง เป็นเขาที่ยอมให้น้องชายคนสนิทของเขาคนนี้ทุกครั้งไป เขากับน้ำรู้จักกันมาหลายปี ความสนิทสนมอยู่ในขั้นรู้จักทุกอย่างของกันและกัน สนิทสนมเป็นพิเศษ จากแรกเริ่มที่รู้สึกถูกชะตา ถึงตอนนี้น้ำเปรียบเสมือนของขวัญ ของขวัญที่พระเจ้าหรือใครสักคนส่งมาให้ เขาเชื่อว่าไม่ใช่เหตุบังเอิญที่น้ำรถล้มที่หน้าบ้านเขาในวันนั้น น้ำถูกส่งมาให้คนเหงาๆ อย่างเขา มาทำให้ชีวิตเขาสดใส ทำให้เขายิ้มได้   

“ไม่กี่วันก็หลายวันอยู่ดี” เก้ารำพึงรำพันกับตัวเอง น้ำมองปลาทองแล้วยิ้มบางๆ
“เหงาเหรอ” น้ำถาม ใจจริงก็รู้ว่าพี่ชายของเขาคนนี้แสนจะขี้เหงา
“ก็รู้นี่” แม้เก้าจะเข้าใจเหตุผลของน้ำแต่เขาก็มีเหตุผลของตัวเองที่อยากไปหา ซึ่งไม่มีอะไรซับซ้อน เขาก็แค่เป็นคนเอาแต่ใจและไร้เหตุผล เขารู้ตัว

ตั้งแต่ระยะแรกที่รู้จักกัน พวกเขาเจอกันอย่างสม่ำเสมอ อยู่ด้วยกันทุกวันตอนปิดเทอม หากโรงเรียนเปิดก็เจอกันตอนเย็นหลังเลิกเรียน เล่นเกมด้วยกันบ้าง ขี่จักรยาน เดินเล่น หรือไม่ก็อยู่เฉยๆ ใช้ช่วงเวลาว่างเปล่าให้ผ่านไปด้วยกัน ยิ่งได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้นเท่าไหร่ เก้าก็ยิ่งสังเกตเห็นอะไรบางอย่างของน้ำที่ทำให้เขานึกเป็นห่วง เขาสัมผัสมันได้ทางความรู้สึก จากแววตาเหงาๆ เศร้าๆ เขาพยายามหาเหตุผล สรรหาคำถามสัพเพเหระเกี่ยวกับครอบครัว พ่อ แม่ และพี่ชาย จนกระทั่งเขาได้คำตอบ

น้ำเล่าให้เขาฟังว่าความจริงแล้วตัวเองเกิดมาเพื่อพี่ชาย เพื่อช่วยเหลือ เพื่อเป็นผู้ให้ เพื่อถ่ายโอนชีวิต

นนท์เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลิวคีเมีย ตรวจพบว่าเป็นตั้งแต่อายุห้าปี รักษาด้วยเคมีบำบัดเพื่อยื้อชีวิตเอาไว้ แต่ทางรอดเดียวที่มีก็คือการปลูกถ่ายเซลล์จากไขสันหลังที่มีลักษณะทางพันธุกรรมตรงกัน พ่อกับแม่ของน้ำจึงไม่ลังเลใจเลยในการให้กำเนิดลูกชายอีกคน

น้ำเกิดมาเพื่อนนท์ เขาเกิดขึ้นมาโดยมีเงื่อนไข มีเหตุมีผล ร่างกายของเขาเหมือนไม่ใช่ของเขา แม้ว่าพี่ชายจะหายดีแล้ว แต่เหตุผลที่เกิดมาก็ยังติดอยู่ในใจ เขามักคิดว่าพ่อกับแม่รักพี่มากกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้ บางครั้งเขาเหมือนโดนทิ้งขว้าง ไม่ได้รับการดูแลใส่ใจเหมือนกับที่พ่อแม่ทำกับพี่ชาย แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดจนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

เก้าอยากปลอบใจน้ำด้วยประโยคที่ว่า ‘พ่อแม่ก็รักลูกทั้งนั้น’ แต่ก็พูดออกมาไม่ได้ เขารู้ว่ามันไม่จริง ไม่งั้นเขาคงไม่ได้ถูกส่งมาให้น้าเลี้ยงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างนี้ เก้าจึงปลอบใจน้ำด้วยการเปรียบเทียบกับครอบครัวเขา อย่างน้อยๆ ก็ดีที่มีพ่อแม่เลี้ยงดู พวกเขาอาจจะรักลูกไม่เท่ากัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่รัก น้ำยิ้มรับคำพูดนั้น น้ำตาเอ่อคลอกลบนัยน์ตาแต่ไม่ได้ปล่อยให้มันไหลออกมา เขาเอนศีรษะซบลงตรงบ่าของเก้าแล้วหลับตา ขณะที่ฝ่ามืออบอุ่นนั้นลูบเส้นผมเขาเบาๆ

พวกเขาแบ่งปันช่วงเวลาอ่อนไหวร่วมกัน แบ่งปันทุกช่วงจังหวะของชีวิต ทั้งสุข ทั้งเศร้า แต่ช่วงเวลาอ่อนไหวไม่ใช่จะเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่ใครทุกคนจะเข้าใจความรู้สึก เพราะอย่างนั้นเก้ากับน้ำจึงมีความผูกพันที่พิเศษกว่าใคร ค่อยๆ ซึมลึกลงในใจ ใช้เวลาหลายปี กระทั่งความรู้สึกเหล่านั้นมันเต็มล้น เมื่อนั้นพวกเขาถึงรู้สึกตัว

เป็นเก้าที่พบความรู้สึกนั้นของตัวเองก่อน ในบ่ายวันหนึ่งที่ร้อนอบอ้าวกลางฤดูร้อน เมื่อน้ำถอดเสื้อเหลือเพียงกางเกงตัวเดียวนอนหลับอยู่บนเตียงของเขา จากแค่จ้องมองธรรมดา จู่ๆ ร่างกายเก้าก็เกิดปฏิกิริยา เลือดร้อนวัยหนุ่มเดือดพล่านจนเหงื่อผุดซึมไหลย้อยลงมาตามลำคอ เขาตกใจที่ตัวเองมีปฏิกิริยาทางร่างกายขนาดนั้น ตื่นตัวที่สุดในชีวิต ใช้เวลาในห้องน้ำเพียงไม่นานก็ปลดปล่อยออกมาเมื่อเขานึกถึงภาพน้ำในขณะนั้น เก้าถึงเข้าใจ

ร่างกายบางครั้งทำงานประสานกับจิตใจ และความรักบางครั้งก็ต้องมีสิ่งที่กระตุ้นเตือนให้รู้ตัว

เมื่อเขารู้ ตั้งแต่นั้น ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของน้ำต่างก็มีผลกระทบต่อเขาทั้งสิ้น เก้าจมอยู่ในห้วงนั้นอย่างทรมาน ห้วงรักลึกซึ้งซึ่งเป็นรักแรก มีทั้งความอิ่มเอมสุขใจ คิดถึงคะนึงหา กระวนกระวายด้วยความเป็นห่วง มีความใคร่ที่เขาต้องควบคุมมันเอาไว้ การอยู่กับน้ำไม่ได้ทำให้เย็นใจเหมือนกับเมื่อก่อน แต่ทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่ม 

“พี่เก้า ผมถามพี่หน่อยสิ”
“อะไร”
“ทำไมผมถึงเข้าห้องนอนของพี่ไม่ได้ พี่มีความลับอะไรรึเปล่า”

น้ำตัดสินใจถามในสิ่งที่ค้างคาใจระหว่างเดินจากโรงเรียนกลับบ้านด้วยกัน หลายเดือนมาแล้วที่เก้าบ่ายเบี่ยง หาข้ออ้างต่างๆ นานาไม่ให้เขาเข้าไปในห้องนอนเหมือนเมื่อก่อน ทำตัวเหมือนกำลังมีความลับอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้น้ำขัดเคืองใจ     

“ไม่มี คิดมากน่า”
“โกหกทำไม ไม่ไว้ใจผม?” น้ำถามหน้าตาเคร่งเครียด เก้าชอบสีหน้าของน้ำในตอนนี้เขาจึงยิ้ม ทำให้อีกคนไม่พอใจมากกว่าเก่า
“ไว้ใจ…ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็จะบอกแล้วกัน”
“ตอนนี้ไม่ได้เหรอ” เก้ามองน้ำที่สบตากับเขา แววตาสงสัยใคร่รู้อย่างเปิดเผย ในใจของเขาตะโกนก้องบอกรัก สวนทางกับริมฝีปากที่ปิดสนิท ไม่เอื้อนเอ่ยแม้สักคำ นี่เป็นช่วงเวลาอ่อนไหวที่เขารู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว เขาคิดอย่างนั้น แต่เขาคิดผิด

ความจริงแล้วพวกเขาทั้งคู่ต่างก็อ่อนไหวกับความรัก

ระยะหลังสายตาของเก้าทำให้น้ำหวั่นไหว ที่เก้าคิดว่าตัวเองเก็บมิดชิด อันที่จริงเขาแสดงความรู้สึกออกมาทางแววตาทั้งหมด ยามโดนสายตาคู่นั้นจ้องนานๆ เข้าน้ำจะขัดเขินจนใบหน้าร้อนผ่าว ได้แต่หลบสายตา และหาความหมายของความรู้สึกเหล่านั้นว่าเพราะอะไรมันถึงเกิดขึ้น

พวกเขาสัมผัสกันน้อยลง ไม่มีการซบไหล่ กอดคอ หรือจับมือ  ไม่แม้กระทั่งการลูบหัวธรรมดาๆ กระทำทุกอย่างตรงข้ามกับในจินตนาการอย่างสุดขั้ว

เก้าไม่ได้ตอบคำขอร้องของน้ำ ไม่ยอมสบตาคู่นั้นที่เขาชอบนักหนา เขาจึงไม่เห็นว่าแววตาที่เขาชอบสลดวูบลง

น้ำไม่อยากให้พวกเขามีความลับต่อกัน มันเหมือนกับว่าเก้าไม่ไว้ใจเขา และมันอาจทำให้ระหว่างพวกเขาเกิดระยะห่าง น้ำคิดมาก คิดไปไกลกว่าสิ่งที่มันกำลังเป็น

ระหว่างที่คนหนึ่งจมอยู่ในความคิด อีกคนหนึ่งก็ทนไม่ไหวกับความรู้สึกของตัวเอง เก้าค่อยๆ สอดมือเข้ากอบกุมอีกมือที่เล็กกว่า ประสานนิ้วเข้าด้วยกัน ใจเต้นโครมคราม กลัวว่าน้ำจะล่วงรู้ความรู้สึกของเขาแล้วสะบัดมือออก หากเป็นเมื่อก่อนคงไม่ใช่เรื่องแปลกกับการจับมือ พวกเขาเดินจับมือกันตั้งแต่เด็กๆ มันให้ความรู้สึกอุ่นใจที่มีคนอยู่ข้างๆ ซึ่งต่างจากตอนนี้ พวกเขาไม่ได้รู้สึกอุ่นใจ แต่เป็นความรู้สึกสุขใจ ผสมปนเปกับความรู้สึกอีกนับไม่ถ้วน

แน่นอนว่าน้ำไม่ได้สะบัดมือของเก้าออก แต่กลับกอบกุมแนบแน่นจนฝ่ามือของพวกเขาเปียกชื้น ใบหน้าที่เคยสลดวูบอมยิ้มน่ามอง เขาเดินตามเก้าที่เดินออกนอกเส้นทางกลับบ้าน น้ำเดินตามไปเรื่อยๆ อยากให้ช่วงเวลานี้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ เขาไม่สนใจสายตาใครๆ ที่มองมา ไม่ได้ยินเสียงรถราหรือสิ่งรอบข้าง

ในใจของเขาก็กำลังตะโกนก้องบอกรัก

น้ำไม่รู้ความหมายของมันหรอก เขายังไม่โตพอที่จะรู้จักอะไรลึกซึ้ง มันจึงเป็นรักที่บริสุทธิ์ ไม่มีเงื่อนไขใดๆ อย่างความรักของผู้ใหญ่ เป็นรักของวัยหนุ่มสาวที่หากมองย้อนกลับมาจะติดตรึงอยู่ในความทรงจำเพราะความสวยงามของมัน ยามแรกรักและรักแรก

ทั้งสองคนจูงมือกันไป เก้าพาน้ำมาเดินเล่นเลียบแม่น้ำ พวกเขาไม่ได้สนทนากันแต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด ปล่อยทิ้งช่องว่างระหว่างความเงียบเอาไว้อีกครั้ง เพียงแค่สื่อสารกันผ่านรอยยิ้ม ทุกสิ่งที่ผ่านสายตาสวยงามไปหมด ระลอกคลื่นเล็กๆ ในแม่น้ำส่องประกาย สูดอากาศสดชื่นยาวๆ เข้าปอด เดินช้าๆ ไม่สนใจเวลาที่ค่อยๆ เคลื่อนคล้อยผ่านไป

ต่างคนต่างก็เก็บงำความรู้สึก แม้ว่าการแอบรักจะทำให้หัวใจทำงานหนักมันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่เลวร้าย ไม่มีใครรู้ตัวว่าระยะหลังใช้การจ้องตามากกว่าการพูดคุย หรือไม่อย่างนั้นก็คุยกันทางสัมผัสจากฝ่ามือ เก้าจะจับมือน้ำไว้ เกลี่ยนิ้วโป้งไปมาบนหลังมือ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ลูบสัมผัสทีละนิ้ว เริ่มจากนิ้วก้อย จากโคนนิ้วจนถึงปลายเล็บ…ไล่มาที่นิ้วนาง…ทีละนิ้วจนถึงนิ้วโป้งแบบนั้น ไม่ได้พูดกันสักคำ แต่การกระทำที่ลึกซึ้งขึ้นทีละนิดกำลังเป็นตัวบอก พวกเขาเริ่มรับรู้มันด้วยใจ ค่อยๆ มั่นใจว่าไม่ได้รู้สึกไปเองฝ่ายเดียว

น้ำใช้เวลาอยู่กับเก้ามากขึ้น กลับบ้านดึกดื่นทุกวัน แม่ไม่ค่อยชอบใจนัก เขาบอกตามความจริงว่าอยู่กับพี่เก้า เมื่อก่อนพ่อกับแม่ไม่เคยว่าอะไร แต่เดี๋ยวนี้กลับไม่ค่อยชอบใจที่เขาเอาแต่ไปขลุกอยู่ที่บ้านพี่ชายอีกคน ส่วนพี่ชายเขาที่บางวันไม่กลับบ้านด้วยซ้ำกลับไม่ว่าอะไร พ่อกับแม่เอาแต่ซักเขาว่าอยู่ทำอะไรค่ำมืดในแต่ละวัน ราวกับกลัวว่าพี่เก้าจะชวนเขาทำอะไรแย่ๆ อย่างนั้น

“กลับบ้านมืดๆ ค่ำๆ ทุกวัน จะไม่ให้พ่อแม่ห่วงได้ยังไง” นี่คือคำถามของคนเป็นแม่ สีหน้าฉุนเฉียวเมื่อเห็นลูกชายคนเล็กเพิ่งโผล่หน้ากลับบ้าน
“แม่ก็รู้ว่าบ้านพี่เก้าอยู่ตรงไหน ไม่เห็นต้องห่วง ผมไม่ได้เหลวไหลที่ไหนสักหน่อย”
“แล้วทำไมต้องไปทุกวัน”
“กลับมาบ้านก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี” น้ำเบื่อจะต่อคำกับแม่ เขาเดินหนี พอเริ่มเข้าวัยรุ่นเขาก็เริ่มห่างเหินกับพ่อแม่ ไม่ใช่ด้วยความตั้งใจ เพียงแต่มันเป็นไปเองที่จะเลือกเข้าหาคนที่เข้าใจตัวเขามากกว่า
“น้ำ ตั้งแต่พรุ่งนี้ห้ามกลับหลังหกโมงเข้าใจไหม”

เสียงแม่บอกไล่หลังเขาที่เดินหนี น้ำไม่ได้ตอบรับ และไม่คิดที่จะปฏิบัติตาม

คำสั่งของแม่เหมือนผลักไสเขาออกไปไกลขึ้น น้ำอึดอัดเวลาที่แม่สั่งให้เขาทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เพื่อนๆ เขาต่างก็เป็น ชอบใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนฝูงมากกว่าใช้เวลาอยู่กับครอบครัว น้ำจึงไม่เห็นว่าสิ่งที่ตัวเองทำแปลกประประหลาดอะไรที่ขัดคำสั่งแม่ แม้จะรู้ว่าเรื่องบางเรื่องที่เขาทำจะผิดจริงๆ ก็ตาม

ช่วงปีสุดท้ายชั้นมัธยมปลายของเก้าเป็นช่วงคึกคะนองตามวัย เก้าเริ่มสูบบุหรี่ เที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆ ไปดูคอนเสิร์ต ฟังเพลงร็อคโหวกเหวกโวยวายตามประสาเด็กผู้ชาย ซึ่งน้ำที่อยู่กับเก้าแทบจะตลอดเวลาก็ได้รับอิทธิพลพวกนั้นมาด้วย น้ำลองบุหรี่ ฟังเพลง แต่งเนื้อแต่งตัวตามนักดนตรีที่พวกเขาชื่นชอบ กางเกงยีนส์ขาดๆ ซีดๆ เสื้อยืด แจ็คเก็ตหนัง กับรองเท้าผ้าใบคู่เก่ง

เก้ามองน้ำด้วยสายตาหลงใหลและร้อนแรงขึ้นทุกขณะจังหวะชีวิตที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป มีทั้งความรัก ความปรารถนา ร้อนรุ่มในหัวใจเมื่อสัมผัสจากฝ่ามือไม่เพียงพออีกต่อไป ริมฝีปากน้ำเป็นสิ่งที่เก้าต้องการลิ้มลองสักครั้ง เขาคิดอย่างประมาณตนว่าขอแค่สักครั้งเท่านั้น แค่ได้สัมผัสด้วยริมฝีปากของเขาเอง มันคงจะให้ความรู้สึกยอดเยี่ยม ริมฝีปากนั้นจะต้องนุ่ม อาจจะหวาน หรือรสชาติอาจจะพิเศษกว่านั้น เขาเฝ้าถามตัวเองว่ามันจะเป็นอย่างไร กระทั่งได้จูบกันครั้งแรก เขาก็ถึงกับเพ้อ

น้ำเคยคิดภาพว่าพวกเขาจูบกันที่ริมแม่น้ำ มีแสงยามเย็นของพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน ไม่มีที่ไหนจะดีกว่าที่นั่น มันเป็นสถานที่ของพวกเขา แต่ความจริงกลับผิดไปจากจินตนาการ พวกเขาไม่ได้จูบกันใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น แต่จูบกันอย่างเร่าร้อนท่ามกลางความมืดและแสงไฟจากเวทีที่สาดส่องมาเป็นระยะ ท่ามกลางคนแปลกหน้านับพัน

วันนั้นในคอนเสิร์ตซึ่งเป็นวงโปรดของเก้า อะดรีนาลีนท่วมท้นหลั่งล้นไปทั่วร่าง บนเวทีนักดนตรีกำลังเล่นเพลงที่เก้าชอบที่สุด จังหวะหนึ่งเขาหันไปมองน้ำที่อยู่ข้างๆ เมื่อรู้สึกถึงสายตาของเขาน้ำก็หันมาสบตาและยิ้มให้ ไม่ทันได้คิดอะไรมือของเขาก็ดึงน้ำเข้าหาตัว กอดเอวไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งจับใบหน้าให้เงยขึ้นรับจูบ

น้ำตกใจในทีแรก ยืนตัวแข็งด้วยความงุนงงกับหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ริมฝีปากของเขาโดนรุกล้ำอย่างร้อนแรงและหิวโหย เก้าดูดดึงเหมือนกับปากเขาเป็นขนม เหมือนกับว่ามันหวานจนต้องดูดแล้วดูดอีกเพื่อซึมซับรสชาติ ปลายลิ้นล่วงล้ำเข้ามาไล่ต้อนกับลิ้นของเขา กวาดต้อนไปทั่วจนน้ำหน้ามืดไปพักหนึ่ง แต่พอเก้าถอนจูบออกเพื่อพักหายใจ กลับเป็นเขาเองที่ต้องการสัมผัสเหล่านั้นอีกครั้ง โน้มคอพี่ชายคนพิเศษลงมาแล้วประกบปากตัวเองเข้าไปใหม่ ทำทุกอย่างที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ และเมื่อทั้งสองฝ่ายตอบสนองด้วยความรักที่เก็บกดเอาไว้มาเนิ่นนานมันก็ระเบิดมันออกมาทั้งหมด นั่นจึงเป็นจูบแรกที่ยากจะลืมได้ลง คนรอบข้างนับพันเหมือนอยู่คนละโลกกับพวกเขา มันดำเนินไปยาวนานหลายนาทีจนเพลงโปรดของเก้าจบลง หลังจากนั้นเก้าก็รั้งน้ำเข้ามากอด

ณ ขณะนั้น ในที่สุดน้ำคิดว่าเขาเจอแล้ว…เจอที่ที่เป็นของเขา อ้อมกอดที่เป็นของเขา ได้รับความรักที่เป็นของเขา ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งในใจที่เว้าแหว่งหายไป มันเต็มตื้น เขาไม่ต้องการอะไรอีกแล้วในชีวิต

…     

ออฟไลน์ สักวัน

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
Re: [เรื่องสั้น] The One That Got Away -จบ-
«ตอบ #3 เมื่อ11-03-2018 21:27:23 »

วันหนึ่งน้ำถามกับนนท์ว่า “พี่กลัวว่าตัวเองจะตายรึเปล่า”
“กลัวตายเหรอ…” นนท์ทวนคำถาม
“อืม” น้ำนั่งรอคำตอบอยู่ที่พื้นในห้องนอนพี่ชาย นนท์เปิดหน้าต่างห้องเพื่อให้อากาศถ่ายเท สายตาเหมือนจะมองออกไปที่ก้อนเมฆ
“กลัวสิ ถึงได้ใช้ชีวิตแบบนี้ แบบที่คิดว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้าย”
“แต่พี่ก็หายมานานปีแล้ว ไม่เห็นต้องกลัวเลย”
“หายจากโรคนั้น แต่สักวันก็ต้องตายอยู่ดี”
“ผมไม่เคยคิดว่าความตายมันใกล้กับเราขนาดนั้น แต่มีอยู่วันหนึ่งที่ผมรู้สึกมีความสุขมาก…มากจนอยากให้มันเป็นวันสุดท้ายของชีวิตด้วยซ้ำ”
“นายแค่กำลังมีความรัก”
“พี่เคยรู้สึกแบบนี้ไหม” นนท์หันไปมองน้ำที่ถาม ยิ้มบางให้น้องชาย

อีกครั้งที่น้ำรอคำตอบ เขาสนิทกับพี่ชายไม่เท่าพี่เก้า ยิ่งโตขึ้นพี่ชายเขาก็ชอบหายออกจากบ้านไปหลายๆ วัน น้ำไม่รู้ว่านนท์ไปใช้ชีวิตอิสระที่ไหน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่พี่ชายอยู่บ้านเขาจะต้องมาหาที่ห้อง บางครั้งก็อยู่เงียบๆ บางครั้งก็คุยกัน ไม่ได้สนิทกันมากมาย แต่ก็มีสายใยระหว่างกันที่พิเศษ

“ใครก็คงเคยทั้งนั้น” นนท์ตอบ ละสายตาที่มองน้องชายหันมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนเดิม แล้วต่างคนก็ต่างเงียบ ตกอยู่ในห้วงภวังค์ร่วมกัน

เป็นความจริง ไม่ใช่แค่คำเปรียบเปรยที่ว่าน้ำมีความสุขมากจนอยากให้มันเป็นวันสุดท้าย เขากับเก้าไม่เคยบอกรักกัน ไม่เคยพูดคุยถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรทั้งนั้นต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่าพวกเขาสำคัญต่อกันแค่ไหน

ในที่สุดเก้าก็อนุญาตให้น้ำเข้าห้องนอนของเขาอีกครั้ง มันเริ่มต้นจากการจูบกันในห้องครัวและบรรยากาศเงียบสงบที่แสนจะเป็นใจ เมื่อจูบถึงในระดับที่ทนไม่ไหว เก้าก็ช้อนตัวน้ำอุ้มพาดบ่าเดินขึ้นชั้นบน เขาได้ยินเสียงน้ำหัวเราะในบางทีที่เกือบเสียการทรงตัว พอถึงหน้าห้องเขาก็เตะประตูเปิดออกอย่างรีบร้อน จับน้ำทุ่มลงบนเตียง และใช้เวลายาวนานอยู่ในนั้นเท่าที่กำลังของเขาจะสามารถทำได้   
 
ครั้งแรกของน้ำเจ็บมากแต่เขาก็ยินยอมพร้อมใจ ค่อยๆ เรียนรู้ไปจนสามารถมีความสุขกับมัน เขาเห็นอีกด้านหนึ่งของเก้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อนและเป็นด้านที่เขาไม่เคยจินตนาการถึง มีความเอาแต่ใจ เร่าร้อนดุดัน แต่บางครั้งก็อ่อนโยน ออดอ้อน และอบอุ่น ซึ่งทั้งหมดนั้นยิ่งทำให้เขารักเก้า รักทุกสิ่ง รักทุกๆ อย่างที่เป็นคนๆ นี้

พวกเขาสัมผัสกันครั้งแล้วครั้งเล่า รู้จักพื้นที่ทุกส่วนบนร่างกายอีกฝ่าย เก้าแน่ใจว่าริมฝีปากของเขาลากไล้ทั่วทุกพื้นที่บนร่างกายของน้ำแล้ว ไม่มีตรงไหนที่เล็ดรอดไปได้ ใช้เวลาโรมรันกันบนเตียงครึ่งค่อนวันในสุดสัปดาห์ จูบดูดดื่มยาวนานก่อนจะแยกจาก และโผเข้าหากันประหนึ่งไม่เจอกันมานานแสนนานเวลาพบเจอกันใหม่ในแต่ละครั้ง ทั้งๆ ที่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งวันเต็มด้วยซ้ำ

“น้ำ…ย้ายมาอยู่ด้วยกันเถอะนะ”

เก้าเกลี่ยนิ้วไปบนไหล่สีน้ำผึ้ง จูบลงบนไหล่นั้นอย่างออดอ้อนแล้วสบตารอให้น้ำตอบ หากใจจริงก็รู้อยู่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ น้ำเพิ่งจะอายุสิบเจ็ด ยังไม่จบมัธยมปลาย ส่วนเก้าก็ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ซ้ำยังต้องทำงานพิเศษส่งตัวเองเรียน น้าของเขาเสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน ทิ้งบ้านหลังนี้เอาไว้ให้ เก้าชอบเวลาที่มีน้ำอยู่ด้วย เขาอยากให้น้ำมาอยู่ด้วยกัน ก็แค่หวังลมๆ แล้งๆ

“ไม่ได้หรอก…” น้ำตอบแบบเดิมๆ เหมือนทุกครั้ง แม้จะอยากอยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้
“ถ้าเข้ามหาลัยแล้วลองขอแม่ดูได้ไหม”
“ผมอาจจะบอกแม่ว่าขออยู่หอ อย่างนั้นคงเป็นไปได้มากกว่า” น้ำแนบใบหน้าลงกับท่อนแขนอีกคน ถูไถไปมา เนื้อตัวเปล่าเปลือยของพวกเขาแนบสัมผัสกัน เดี๋ยวนี้มีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยลง ยามอยู่ด้วยกันจึงแทบไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นนอกจากนอนอยู่บนเตียง เล่าเรื่องของกันและกันให้ฟัง จูบกัน สัมผัสกัน หลับด้วยกันสักหนึ่งตื่น หลังจากนั้นก็ต้องแยกย้าย
“ถ้าอยู่ด้วยกันได้ก็คงดี”
“กลัวจะเบื่อน่ะสิ” น้ำว่า
“เบื่อที่ไหน อยู่ด้วยกันจนกว่าโลกแตกก็ไม่เบื่อ เรารู้จักกันมาตั้งกี่ปีเคยนับรึเปล่า สิบปีแล้วนะ”
“เร็วจัง”
“เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ไม่เท่าไหร่เอง”
“อืม…ผมอยากอยู่กับพี่แบบนี้ไปนานๆ จนกว่าโลกจะแตก” พูดจบน้ำก็หัวเราะในลำคอ เก้าจูบเบาๆ บนริมฝีปากที่กำลังยิ้ม เขาถือว่ามันเป็นคำสัญญา ที่ว่าอยู่ด้วยกันจนกว่าโลกจะแตก…มันก็คือคำสัญญาว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันตลอดไป



การเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเป็นเรื่องเหนื่อย ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ลำบากเกินไปจนทนไม่ได้

เวลาที่เก้าเจอน้ำแต่ละครั้งเขาจะลืมความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งหมด เป็นเรื่องน่าแปลกของจิตใจกับร่างกายที่ทำงานผสานกัน เขาเคยได้ยินมาบ้างเหมือนกันว่าความรักบางทีมันก็หมดรักกันได้เมื่ออยู่ๆ กันไป อยู่มาวันหนึ่งความรู้สึกก็เหือดหายเหมือนไม่เคยเกิด เขาฟังแล้วก็คิดว่ามันห่างไกลจากความรักของเขา กับน้ำยิ่งอยู่ด้วยกันก็เหมือนเขาจะขาดคนๆ นี้ไม่ได้ ไม่มีทางจะรักน้อยลง ไม่มีทางที่ความรู้สึกเหล่านี้จะเหือดหายไป

ทันทีที่น้ำเรียนจบชั้นมัธยมปลายเก้าก็พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้น้ำย้ายมาอยู่กับเขา แม้น้ำจะดูเหมือนไม่ค่อยเชื่อฟังแม่แต่เขารู้ว่าน้ำรักครอบครัวมาก ดูเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ก็รู้สึกผิดทุกทีที่ขัดคำสั่งและทำให้แม่เสียใจ

แต่ด้วยความต้องการอยากอยู่กับคนรักของเก้าที่มีมากมายทำให้เขาทะเลาะกับน้ำในที่สุด น้ำต้องการรอให้แม่อนุญาตก่อนแต่เขาก็เอาแต่ใจเอ่ยเร่งเร้า กล่าวหาว่าน้ำไม่ต้องการเขาแล้ว ไม่ได้รักเขาอย่างที่เขารัก ไม่ได้อยากอยู่ด้วยกันเหมือนที่เขาอยากให้น้ำอยู่ กล่าวตัดพ้อต่อว่าจนน้ำสะบัดแขนออกจากฝ่ามือเขาวิ่งหนีกลับบ้านไป
   
เขาเพิ่งลิ้มรสความรู้สึกทรมานอย่างมากเมื่อน้ำหนีเขาไปอย่างนั้น เหมือนกับว่าจะทิ้งกันไป เก้านั่งลงกับพื้น ไม่ขยับเคลื่อนไหวยาวนานครึ่งค่อนคืน เขาอยากจะตามน้ำไป แต่ก็อยากนั่งรออยู่ตรงนี้เพราะอยากให้น้ำกลับมาหา

แล้วน้ำก็กลับมา

ใบหน้าของคนที่เขารักเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา น้ำหอบกระเป๋าใบใหญ่สองใบมาหาเขากลางดึก ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนเขาปวดใจ ซบหน้าร้องไห้กับอกเขาจนเสื้อเปียกชื้น เก้าปาดเช็ดน้ำตาให้ครั้งแล้วครั้งเล่า จูบศีรษะอย่างปลอบประโลม อยากจะแบกรับความทุกข์ของน้ำเอาไว้เอง เจ็บยิ่งกว่าการทะเลาะกันก็คือการเห็นน้ำร้องไห้อยู่แบบนี้

“ผมรักพี่นะ…อึก…ไม่เคยไม่รักพี่เลย อย่าพูดว่าผมไม่รักอีก…”
“ไม่พูดแล้ว…สัญญา…”
“ผมกลับไปขอแม่…แล้วผมก็ทะเลาะกับแม่ พ่อกับแม่ไม่เคยเข้าใจผม…แต่เข้าใจพี่นนท์ทุกอย่าง ทำไมเขาถึงให้อิสระกับพี่นนท์ได้แต่ให้ผมไม่ได้ ยังไงผมก็ต้องอยู่เป็นตัวแทนพี่ พวกเขาคิดแบบนั้นใช่ไหม…พวกเขาไม่เคยรักผมหรอก”
“อย่าคิดแบบนั้นเลยนะ…ไม่จริงหรอก ใครๆ ก็รักน้ำ พี่ก็รักน้ำ”
“แม่ไล่ผม…บอกว่าอยากไปไหนก็ไป…” น้ำบอกเล่าประโยคนั้นพร้อมๆ กับน้ำตาที่หลั่งไหลลงมาไม่ขาดสาย ดูเจ็บปวดมากกับคำพูดประโยคนั้นของแม่
“เขาพูดเพราะโมโห…เพราะอารมณ์ชั่ววูบ จริงๆ ที่เขาไม่อนุญาตเพราะเขาเป็นห่วงน้ำนะ”
“ผมไม่รู้หรอก…”
“พี่ขอโทษที่ก่อนหน้านี้บังคับอยากให้น้ำมาอยู่ด้วยกัน ทำให้ทะเลาะกับแม่…ขอโทษ”
“ผมไม่ชอบทะเลาะกับพี่เลย…กับแม่ก็ไม่อยาก”
“วันหลังค่อยเข้าไปคุยกับแม่ใหม่ให้เข้าใจ…พี่จะไปช่วยพูด”
“อย่าเลย…เรื่องของเรา แม่ไม่รู้…ถ้ารู้ แม่อาจจะห้ามผมเจอกับพี่ก็ได้”

เก้าไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น เขาต้องรับไม่ได้แน่ๆ ถ้ามันเป็นแบบนั้น เขากอดน้ำเอาไว้แนบแน่น เหมือนกลัวว่าใครจะมากระชากน้ำไปจากเขา

“อยู่กับพี่นะ”

ในที่สุดน้ำก็พยักหน้าตกลง ค่อยๆ หลับตาลงด้วยความอ่อนล้า เก้ายิ้มน้อยๆ ก่อนจะอุ้มน้ำขึ้นห้องนอนของพวกเขา



มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขอย่างที่เขานึกฝัน เก้าเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครก้าวเข้ามาในชีวิต มีแค่น้ำที่เขายินดีให้ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่พิเศษที่เขาหวงแหน

น้ำเองก็รู้สึกมีความสุข ทุกๆ ครั้งที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของเก้าเขาก็ยังคงรู้สึกเต็มตื้นทุกครั้ง ชีวิตถูกเติมเต็ม ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วทั้งนั้น

พวกเขาขาดกันและกันไม่ได้ เพราะต่างก็เป็นชีวิตของกันและกัน จวบจนเวลาผ่านไปหนึ่งปี ถึงแม้จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่โชคชะตาและชีวิตไม่เคยแน่นอน

วันหนึ่ง…สิ่งที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดก็มาถึง เมื่อครึ่งชีวิตของเก้าล้มป่วย

น้ำไข้ขึ้นสูง ไม่ได้ไปเรียนเป็นสัปดาห์ เขาพักอยู่บ้านกินยาและพักผ่อน มีเก้าคอยดูแล แต่แทนที่อาการจะดีขึ้น น้ำกลับไม่หายสักที เก้าพยายามบังคับให้น้ำไปโรงพยาบาล แต่คนป่วยคิดว่าตัวเองไม่เป็นอะไรมากจึงดื้อดึง เก้ารอให้อาการดีขึ้น รอจนเขาทนไม่ไหวจึงจับน้ำส่งโรงพยาบาลกลางดึกคืนหนึ่ง

แม้จะเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาเก้าก็ยังร้อนใจ รอน้ำออกจากห้องตรวจด้วยความพะวักพะวงเหมือนมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง เขารู้สึกได้

น้ำไม่ได้ออกมาจากห้องตรวจ แต่เป็นคุณหมอที่เดินมาบอกให้เขาติดต่อครอบครัวของน้ำ ทั้งที่เขาอยากรู้แทบตายแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับรู้ในตอนนั้น เก้าไม่มีทางเลือกนอกจากเป็นคนบอกพ่อแม่ของน้ำรู้ว่าลูกชายของพวกเขากำลังป่วย

จนเมื่อครอบครัวน้ำอยู่พร้อมหน้า เขาถึงรู้ว่าน้ำไม่ได้เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา น้ำเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว นนท์เป็นคนบอกกับเก้า เป็นข่าวร้ายที่ทำให้เก้าแทบทรงตัวยืนไม่อยู่

ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเกิดซ้ำกับน้ำอีกคน คราวนี้อาการเลวร้ายกว่าพี่ชาย เป็นในระยะเฉียบพลันที่การรักษาต่างๆ อาจไม่สามารถรักษาได้

ทำไมมันต้องเกิดขึ้นกับน้ำของเขา

เก้าอยากหาเหตุผลที่มันเกิด อยากจะรู้ต้นตอที่เขาจะสามารถกล่าวโทษได้นอกจากโชคชะตา เมื่อเขาเห็นน้ำนอนบนเตียงในสภาพอ่อนแรงยิ้มเศร้าๆ ให้เขาจึงไม่อาจรับได้ เขาหันหลังกลับออกมา วิ่งออกมาจากตรงนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนจะตาย เขาก็กำลังจะตายเหมือนกัน โลกของเขากำลังจะแตก

เก้าไม่กล้ากลับบ้าน ไม่อยากอยู่ห่างจากน้ำจึงนั่งร้องไห้อยู่ในสวนของโรงพยาบาล ตอนที่เจอครอบครัวของน้ำ แม่น้ำตวาดด่าว่าเป็นความผิดของเขาที่เอาลูกชายเธอไป โทษว่าเขาดูแลน้ำไม่ดีถึงเป็นแบบนี้ เก้ายืนนิ่งไม่โต้ตอบ เขาอยากให้น้ำเห็นแม่ของตัวเองในตอนนั้นว่าเธอรักน้ำมากแค่ไหน น้ำไม่เคยรู้ น้ำไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้วตัวเองสามารถทำให้หัวใจของใครต่อใครแหลกสลายได้เพียงแค่รู้ว่ากำลังจะจากไป

น้ำร้องไห้โฮเมื่อเห็นหน้าเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้เก้าไม่ได้วิ่งหนี เขาวิ่งเข้าไปหาน้ำและกอดเอาไว้อย่างที่เคยทำมาตลอด น้ำทุบตีเขาก่อนจะกอดรัดแผ่นหลังเขาไว้แน่นจนหายใจแทบไม่ออก

“วิ่งหนีผมทำไม…” น้ำไม่ได้เจ็บปวดที่ร่างกายเลย แต่เขาเจ็บที่เก้าทำแบบนั้น
“น้ำ…” เก้าเรียกอย่างอ่อนแรง “ไม่ไปได้ไหม…อย่าไปเลยนะ…”
“ฮืออ..”

เก้าได้ยินแต่เสียงร้องไห้ของพวกเขา สำหรับเขาความตายไม่ได้น่ากลัว แต่การต้องจากกันต่างหากที่น่ากลัวกว่าอะไรทั้งหมด

“อยู่กับพี่นะ”



ช่วงเดือนแรกเป็นช่วงที่เก้าสติหลุดอยู่บ่อยๆ เขาระบายอารมณ์กับข้าวของที่บ้านตัวเองโดยที่น้ำไม่เคยรับรู้หรือรู้เห็น ต่อหน้าน้ำเขาพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด อยู่ดูแลและใช้เวลาอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา พ่อกับแม่น้ำอาจจะรู้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกับเขา ทั้งไม่ได้ห้ามหรือไล่เขาให้ออกห่างจากน้ำ เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาเหนื่อยจนเผลอหลับอยู่ที่บ้าน กลับมาที่โรงพยาบาลอีกทีก็พบว่าน้ำกำลังร้องเรียกหาเขากับแม่ ถามว่าเขาไปไหน และทำท่าว่าจะออกไปตามหา

น้ำกลัวว่าเขาจะหนีหายไปเพราะทนตัวเองในสภาพแบบนี้ไม่ได้ กลัวอยู่ตลอดเวลาแม้เก้าจะพร่ำบอกว่าไม่มีทางจะทิ้งไป

ช่วงเดือนที่สองและเดือนที่สามทุกอย่างค่อยๆ ดีขึ้นทางด้านสภาพจิตใจ น้ำมั่นใจแล้วว่าเก้าจะอยู่กับเขาจนวาระสุดท้าย แต่เป็นตัวเขาเองที่จะทิ้งเก้าไป แววตาน้ำเศร้าจนน่าใจหาย แต่เขาก็พยายามยิ้มให้คนรัก บางทีก็ยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเก้ามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายใน

ยิ่งไปกว่านั้น แม่ของเขาก็ใช้สายตาในแบบที่เคยมองพี่ชายจ้องมองเขา มันคือสายตาของความห่วงใย เสียใจ และความรัก คำถามที่เขาเคยสงสัยได้คำตอบในสถานการณ์แบบนี้ ทั้งที่เขาน่าจะรู้มาตั้งนานแล้ว แต่เขาก็เพิ่งรู้ว่าแม่รักเขามากแค่ไหน รักเขาไม่ต่างจากพี่ชาย แม้เขาจะเกิดมาอย่างมีเหตุผล

น้ำหลับตาเมื่อพ่อลูบผมเขาเบาๆ พี่ชายของเขาที่หายไปจากบ้านนานๆ ก็มาเฝ้าเขาทุกวันเวลาที่พี่เก้าต้องไปเรียนหรือทำงานพิเศษ เขารับรู้ความเป็นห่วงของทุกคนได้ มันทำให้เขาเศร้า บางครั้งก็สะเทือนใจจนต้องเก็บกลั้นน้ำตา เจ็บจุกที่ลำคอจากการสกัดกั้นอารมณ์ทุกอย่างเอาไว้ ไม่อยากให้ใครเป็นห่วงไปมากกว่านี้

“พี่นนท์…” น้ำเรียก พี่ชายที่นั่งอยู่ข้างเตียงหันมามองเขาอย่างพิจารณา
“เจ็บตรงไหนรึเปล่า”
“เปล่า…แค่อยากคุยด้วย” นนท์มีสีหน้าไม่สบายใจ เขาไม่อยากได้ยินน้องชายพูดอะไรที่เป็นการสั่งเสีย
“คุยอะไรล่ะ”
“คุยเรื่องที่เราไม่เคยคุยกันมาก่อน”
“เราก็คุยกันทุกเรื่อง…”
“พี่ไม่โทษตัวเองใช่ไหมที่ผมเป็นแบบนี้…พี่ช่วยผมเหมือนที่ผมช่วยพี่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ” นนท์ลูบหัวน้องชาย จริงๆ แล้วเขาโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลา เขาไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ แต่คิดว่าอย่างไรมันก็ต้องเกี่ยวข้องกับเขา เขามีส่วนทำให้น้ำมีชีวิตเกิดมา และอาจจะมีส่วนทำให้น้ำจากไป เขาคิดอย่างนั้น
“ขอโทษนะ”
“อย่าขอโทษ…ถึงชีวิตผมจะสั้น ผมก็ดีใจที่ได้เกิดมานะ ผมมีความสุขแทบจะทั้งชีวิต แค่นี้ก็พอแล้ว”
“น้ำโชคดีที่เจอคนที่ทำให้มีความสุขได้”
“ใช่…ผมโชคดีที่สุดในโลก” น้ำยิ้ม นนท์ก็ยิ้ม นนท์มองเห็นความสุขจากแววตาของน้องชาย เห็นความรักของน้ำกับเก้ามาตั้งแต่มันเริ่มต้น เป็นความรักยิ่งใหญ่ของคนธรรมดาๆ สองคน ลึกซึ้งมากกว่าที่คนมองภายนอกจะเข้าใจ จริงๆ นนท์ไม่เคยรู้ว่าความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร แต่เขาคิดว่ารักของเก้ากับน้ำใกล้เคียงกับคำนิยามว่ารักแท้
“พี่นนท์…พี่ใช้ชีวิตแทนผมด้วยนะ ดูแลตัวเองดีๆ อย่าลืมแม่กับพ่อด้วย”
“อย่าเพิ่งพูดอะไรแบบนี้ได้ไหม” นนท์ลุกขึ้นยืน เขาไม่อยากฟัง แต่น้ำจับมือยื้อเอาไว้
“อย่าโกรธนะ…ยังไงผมก็ต้องพูดอยู่ดี” น้ำพูดเสียงสั่น นนท์จึงนั่งลงอีกครั้งกุมมือน้องชาย ก้มหน้าซบลงกับเตียง แอบร้องไห้คนเดียวไม่ให้น้ำเห็น

วันเวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆ ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ความกลัวก็ยิ่งเข้าเกาะกุมหัวใจของเก้า เขายังคงมองน้ำที่ผอมซูบด้วยแววตารักใคร่เช่นเดิม ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปเลย เขาพยายามทำให้น้ำมีความสุข พาไปลงไปข้างล่างในสวนบ่อยๆ เพราะรู้ว่าน้ำเบื่อที่ต้องอยู่แต่ในห้อง พวกเขาจับมือกัน ยิ้มให้กัน และพูดคุยถึงเรื่องเก่าๆ สถานที่ในความทรงจำของพวกเขา เล่าว่าเริ่มรักอีกฝ่ายตอนไหน รู้สึกอย่างไรในตอนนั้น

“ถ้าผมไม่อยู่…พี่จะรักใครคนใหม่รึเปล่า” เก้าคุกเข่านั่งลงหน้ารถเข็น จัดเสื้อคลุมของน้ำรูดซิปขึ้น จากนั้นก็จับมือน้ำมาจูบ ยิ้มให้บางๆ ก่อนจะตอบ
“ไม่มีทาง”
“ถ้าพี่รู้สึกรัก แล้วเขาทำให้พี่มีความสุข ผมก็ไม่ว่าหรอก”
“พี่รักน้ำคนเดียว”
“ผมก็รักพี่ รักคนเดียวตลอดชีวิตของผมเลย” น้ำลูบใบหน้าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเขา เก้าหลับตาเพื่อจดจำความอบอุ่นนี้
“พี่ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ยังไง…”
“อยู่เพื่อผมไง…อยู่เพื่อผมนะ”
“อืม…” เก้ากัดริมฝีปาก ซ้อนจับมือน้ำที่แนบอยู่ที่ใบหน้าของเขา พวกเขารู้ว่าเวลานั้นมันใกล้เข้ามาทุกขณะ แม้ไม่อยากพูดถึงแต่ก็ต้องพูด
“ความทรงจำของเรามีแต่เรื่องที่มันสวยงาม…พี่ว่าไหม”
“อืม…”
“ไม่มีตอนไหนเลยที่พี่ทำให้ผมเสียใจ พี่รู้รึเปล่า พี่เก้า พี่เติมเต็มทุกอย่างในชีวิตผมนะ ผมเคยคิดว่ามันแปลกที่ต้องมีใครอีกคนหนึ่งถึงจะรู้สึกว่าชีวิตมันสมบูรณ์ หากเราอยู่ตัวคนเดียวจะรู้สึกขาดๆ หายๆ โหวงๆ ข้างในจนต้องวิ่งหาอะไรสักอย่าง ไม่มีใครรู้ว่าอะไรที่จะทำให้เราหยุดได้จนกว่าจะได้เจอสิ่งนั้นด้วยตัวเอง…ผมโชคดีที่หามันเจอก่อนใคร ถึงจะต้องไปก่อน ผมก็ไม่เสียดายหรอก”

เก้าเก็บกลั้นมันไว้ไม่อยู่ เขาปล่อยให้น้ำตาไหลลงบนมือของน้ำ

“พี่ก็หามันเจอก่อนใคร…เจอน้ำก่อนใคร”
“อย่าโกรธผมนะ…ถ้าผมอยู่กับพี่ไม่ได้”

เก้าส่ายหน้า น้ำส่งรอยยิ้มเพื่อสื่อความรู้สึกของตัวเองทั้งหมดไปให้ ทั้งขอโทษ เสียใจ เศร้าใจ ดีใจ สุขใจ…และความรักที่เขามีให้สุดขั้วหัวใจ



หลังน้ำจากไป เก้าจวนเจียนจะเอาตัวไม่รอด เขาต้องการกำลังใจในการใช้ชีวิตอยู่ต่อไป แต่ชีวิตของเขาเหี่ยวเฉา ความโศกเศร้ากัดกินหัวใจเขาจนเกินจะทานทน เขาพยายามและพยายาม ยึดเหนี่ยวคำพูดของน้ำเอาไว้ ใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่แตกเป็นเสี่ยงๆ

เก้าไม่ต้องการสร้างโลกใบใหม่ เขาค่อยๆ เก็บเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่แตกกระจัดกระจายให้กลับคืนมา นึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุข มีน้ำอยู่ในความทรงจำที่สวยงาม ค่อยๆ ดำเนินชีวิตต่อไปบนเส้นทางที่แม้จะโดดเดี่ยวแต่เขาก็ยินดีที่จะเดินต่อไป เขาไม่ต้องการจะวิ่งหาใครหรือหารักครั้งใหม่ รักของเขาในชีวิตจะมีแค่หนึ่งครั้ง รักแท้ในชีวิตคนเราไม่มีทางเกินขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

เขามองแสงพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินริมแม่น้ำ ลมพัดเส้นผมปลิวลู่ไปด้านหลัง ซึมซับภาพวิวเดิมๆ เขาเดินมาที่นี่ทุกวันเพื่อระลึกถึงคนรักของเขา นึกถึงยามที่จับมือกันเดินมาที่นี่หลังเลิกเรียน มือชื้นเหงื่อกุมกันไม่มีใครยอมปล่อย

เก้ามองฝ่ามือของตัวเอง เขารู้สึกถึงความอบอุ่นของน้ำ นึกถึงรอยยิ้มสดใส และเสียงกระซิบอ่อนหวานในความทรงจำ


‘พี่เก้า…ผมรักพี่’





-จบ-

***************************************************************



ลิวคิเมียไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เราเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มนึงที่เล่าเกี่ยวกับครอบครัวที่ต้องมีลูกชายอีกหนึ่งคนเพื่อช่วยลูกชายคนแรก อ่านแล้วมันติดอยู่ในใจจนอยากลองเขียนดูสักครั้งแม้ว่ามันจะเป็นพล็อตเก่ามากจนไม่มีใครเขาเขียนกันแล้ว

เรื่องนี้เราดัดแปลงมาจากฟิกชั่นเรื่องหนึ่งของเราเองนะคะ ถ้าเคยผ่านตาก็ไม่ต้องแปลกใจนะคะ  :man1:


 :pig4:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
Re: [เรื่องสั้น] The One That Got Away -จบ-
«ตอบ #4 เมื่อ11-03-2018 23:29:11 »

 :m15:

ออนไลน์ yunnutjae

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 578
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: [เรื่องสั้น] The One That Got Away -จบ-
«ตอบ #5 เมื่อ11-03-2018 23:42:09 »

เราเคยดูซีรี่ย์ฝรั่งเรื่องนึง ประมาณนี้เลยพ่อแม่ต้องมีลูกอีกคนเพื่อช่วยชีวิตลูกที่ป่วยในขณะที่มีลูกอีกคนที่พ่อแม่มองข้ามไปเหมือนกัน. แต่ตอนจบของเรื่องคื อ หมอต้องช่วยชีวิตแม่ไว้เพราะมีอาการแทรกซ้อน แล้วน้องก็บอกให้พ่อแม่สนใจน้องอีกคนที่ถูกมองข้ามด้วย เศร้ามากๆๆ.....เรื่องสั้นเรื่องนี้ ดีเลย ภาษา. การดำเนินเรื่อง o13 คิดไว้แล้วว่าจบเศร้าแน่ แบบพอโตขึ้นใครซักคนต้อง ความรักจืดจางไรงิ แต่จบแบบนี้ก็อาจจะดีกว่า แงงงงงงงงง ชีวิตก็ต้องเดินต่อเนอะ สงสารเก้ามากๆๆอะ  :hao5:

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-9
Re: [เรื่องสั้น] The One That Got Away -จบ-
«ตอบ #6 เมื่อ14-03-2018 04:45:24 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 473
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: [เรื่องสั้น] The One That Got Away -จบ-
«ตอบ #7 เมื่อ06-03-2019 01:09:20 »

หน่วงค่ะ พูดไม่ออกเลย

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7528
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +620/-7
Re: [เรื่องสั้น] The One That Got Away -จบ-
«ตอบ #8 เมื่อ26-03-2019 20:46:46 »

พึ่งได้อ่าน เศร้านะ แต่ก็เป็นความรักความสุขที่ดีมาก ๆ เลย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด