^
^
^
ใครหว่า??***
ROUND 10... คุณตำรวจมาตามจับไอ้ตัวร้าย...ต่อ
“เฮ้ยยยย …อึ่ก”
ไอ้มาร์ชสะดุ้งจนตัวโยน หน้าตาเลิกลั่กเมื่อหันหน้ามาเจอหน้าผม มันชะงักไปเล็กน้อยเพราะจังหวะที่หันมาอย่างรวดเร็วทำให้ปากผมชนกับปลายจมูกมันพอดี
“ม…มึงมาได้ไงวะ” มันพูดตะกุกตะกัก เมื่อผมจับทั้งตัวพลิกเข้ามาเผชิญหน้ากับผมโดยที่มือยังรวบเอวบางของมันอยู่ ไอ้มาร์ชดิ้นกุกกักหวังจะหลุดจากการจับกุม แต่แสดงออกมากไม่ได้ คาดว่าเพราะมันกลัวเพื่อนที่บางส่วนหันมามองการกระทำของเราสองคนไม่วางตา
“มาทำไม! …โอ๊ยย ปล่อยกูโว้ย” มันเริ่มดิ้นแรงขึ้นจนผมต้องล็อกเอวมันไว้แนบลำตัว
“ชู่วว…เพื่อนมองใหญ่แล้ว”
ไอ้มาร์ชรีบหันหน้าไปมองเพื่อนหญิงและชายรอบตัวที่นับๆ แล้วไม่ต่ำกว่าสิบบ้างก็กำลังมองมาทางพวกเราสองคน บ้างก็ทำหน้างง ไม่ก็ยิ้มหัวเราะคิกคัก หมอนั่นรีบผลักผมออกจากตัวแล้วหันกลับทันที หยิบแก้วเหล้าขึ้นมากระดกรวดเดียวลงคอ
“ใครน่ะมาร์ช เพื่อนเหรอ” หญิงสาวในชุดเกาะอกสีแดงสดเช่นเดียวกับริมฝีปากเธอถามขึ้น พร้อมรอยยิ้มและสายตายั่วยวนมองมาทางผม
“เปล่า” มันยังคงกระดกแก้วเหล้าต่อราวอดอยากมาจากไหน
“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับทุกคน”
ผมยิ้มกว้างโชว์ลักยิ้มโดยเฉพาะกับสาวๆ จนพวกเธอกรี๊ดออกมาแล้วเข้ามารุมทำความรู้จักกับผม เรื่องตีสนิทเนี่ยถนัดอยู่แล้วล่ะครับ ยักคิ้วหลิ่วตาแกล้งแซวพวกเธอต่างๆ นานา ด้วยเวลาเพียงไม่นานก็ผมก็โดนควงซ้ายควงขวา รายล้อมไปด้วยสาวสวยอย่างไม่ยากเย็น จนผู้ชายโต๊ะอื่นมองด้วยความหมั่นไส้
“แหวะ”
ไม่ใช่เสียงอ้วกใครอื่นหรอกครับ แต่เป็นเสียงไอ้หน้าหล่อมาร์ชที่ยืนทำหน้าสะอิดสะเอียนอยู่ขอบโต๊ะ มันเขยิบไปไกลขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ผมหันไปมองหน้ามันแต่มันเอาแต่มองนู่นมองนี่ แหล่สาวโต๊ะอื่นไปทั่วจนผมรู้สึกหงุดหงิด ห่านี่ ว่างหน่อยไม่ได้เลยนะ
สักพักผมก็สังเกตเห็นว่าไอ้มาร์ชเริ่มเดินร่อนไปทั่ว ด้วยความที่กลัวจะคลาดสายตาเลยพยายามจะปลีกตัวออกมาเดินตามมัน แต่ก็ถูกบรรดาสาวๆ รั้งไว้ หันไปอีกทีไอ้ตัวดีก็หายไปแล้ว เวรกรรม
“ซัน จะไปไหนคะ” ผู้หญิงคนหนึ่งทักขึ้นเมื่อเห็นผมเบี่ยงตัวออกจากกลุ่ม
“เอ่อ เดี๋ยวขอไปทำธุระแป๊ปนึงนะครับ”
“เอ๊ะ อะไรกัน ธุระอะไรสำคัญกว่าธุระ…ตรงนี้เหรอ” ไม่พูดเปล่า เธอเอาหน้าอกหยุ่นๆ มาแนบเข้าที่แขนผมแล้วกัดปากที่ชุ่มด้วยลิปสติกสีแดงจนน่ากลัว ส่วนมือีกข้างนึงก็ลูบวนที่ต้นขาผมบ้าง ต้นขาเจ้าหล่อนบ้าง
ผมกระตุกยิ้มมุมปาก นี่แหล่ะน้า ผู้หญิงเที่ยวคงได้แค่นี้แหล่ะ จุดประสงค์ก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่ ถ้าเป็นปกติผมคงสนองคุณเธอไปเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์อย่างว่า ผมรีบขอตัวออกมาก่อนที่จะโดนเสียงกรี๊ดฮึดฮัดขัดใจและกระทืบเท้าของหล่อน
เดินหาทั่วแล้วทั่วอีกก็ไม่เห็นวี่แววของไอ้ตัวแสบนั่น จนสุดท้ายเกือบถอดใจ สงสัยวันนี้คงพลาดอีกแหงๆ คนในคลับก็เยอะซะขนาดนี้ ผมรู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ กำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำในซอกด้านในสุดแต่แล้วก็ต้องชะงักกับเสียงที่ดังมาจากข้างใน
“มึงอยากตายใช่มั้ย!!” แล้วก็ตามมาด้วยเสียงโครมใหญ่เหมือนอะไรสักอย่างปะทะเข้ากับบานประตูห้องน้ำ
“ผู้หญิงมีเยอะแยะเสือกมายุ่งเมียชาวบ้าน!! สัตว์เอ้ย!”
ผมตกใจมากจนเผลอรีบเปิดประตูเข้าไปดูว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ภาพข้างหน้าทำให้ผมถึงกับอึ้ง เพราะไอ้มาร์ชกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ข้างๆ ถังขยะติดกับกระจกบานใหญ่ มือเช็ดเลือดที่ไหลโชกออกจากมุมปาก ส่วนอีกฝั่งเป็นผู้ชายร่างใหญ่ที่กำหมัดชี้หน้าไอ้มาร์ชอยู่ ปากกร่นด่าอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนด้านหลังไอ้ยักษ์นั่นก็เป็นผู้หญิงที่ผมกระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าเหลือปกปิดตัวอยู่ไม่กี่ชิ้น บ่งบอกได้ทันทีว่าเพิ่งผ่านกิจกามมาหมาดๆ
“ฮะๆๆ ก็มึงมันไม่มีน้ำยา นังนั่นมันเลยต้องมาอ่อยกูแทนไงล่ะ” คนพูดเอ่ยเยาะเย้ยทั้งๆ ที่ปากยังแต่งแต้มด้วยสีเลือด
“หุบปากไปเลยไอ้สัตว์!”
คนร่างใหญ่พยายามจะเข้ามากระทืบซ้ำคู่กรณีอีกรอบ ผมหมายที่จะเข้าไปห้ามแต่ผู้หญิงของฝ่ายนั้นก็ปรี่เข้ามายั้งดึงแขนไว้ก่อน
“มึงก็เหมือนกัน! ร่าน อยากผู้ชายจัดถึงต้องมาอ้า**ให้มันอย่างนี้เลยใช่มั้ย! แสบนักนะมึง อีนังโสเภณี!”
ก่อนที่ฝ่ามือหนานั่นจะประเคนลงบนแก้มขาวที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของหญิงสาว ผมรีบวิ่งเข้าไปใช้อีกมือห้ามไว้จนอีกฝ่ายจองตาถลึง
“อย่ามีเรื่องกันในนี้เลยครับ”
“มึงอย่ามายุ่งเรื่องของผัวเมีย หลีก!”
“ไม่ยุ่งไม่ได้หรอกครับ เพราะถ้าพวกคุณจะก่อความวุ่นวายในที่แห่งนี้ ผม…” ว่าแล้วผมก็หยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาแล้วเปิดออกให้ดูตราตำรวจปลอม ซึ่งความจริงเป็นบัตรประจำตำแหน่งของผมนี่แหล่ะ แค่ถ้าเรามีเทคนิกจะสามารถทำเป็นเปิดและปิดอย่างรวดเร็วโดยดูเหมือนกับว่าเป็นตราตำรวจได้
“ในฐานะตำรวจนอกเครื่องแบบก็ต้องขอจับกุมพวกคุณข้อหาทะเลาะวิวาท ทำลายข้าวของและก่อความเดือดร้อนในที่สาธารณะ”
ทุกอย่างเงียบกริบ สุดท้ายไอ้ร่างยักษ์ก็ลดหมัดลงและเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปนอกห้องน้ำโดยมีน้องผู้หญิงคนนั้นเดินตามไป ไทยมุงต่างก็ค่อยๆ แยกย้ายเมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องให้เชียร์แล้ว ส่วนผม…ก้มลงมองดูศพไอ้มาร์ชที่นอนหงายแก๋ง เกาหัวตัวเองแกรกๆ
“เอ้า ลุกขึ้น” ผมเดินเข้าไปพยุงแขนมัน แต่มันกลับสะบัดทิ้ง
“หึหึ ขำว่ะคุณตำรวจ” มันเกาะขอบอ่างล้างหน้าลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง
“ไม่เข็ดนะมึง ยังจะมาหัวเราะ เกือบโดนกระทืบตายคาตีนไปแล้ว”
“กลัวตายล่ะ ทำไมครับ คุณตำรวจจะตามมาจับไอ้มาร์ชคนนี้ไม่ใช่เหรอครับ จับไปเลยสิ อ่ะ อ่ะ” มันไม่พูดเปล่าแต่ทำท่ายืนข้อมือทั้งสองข้างติดกันมาทางผมเป็นเชิงล้อเลียน
“โดนจับจริงแล้วมึงจะรู้สึก แล้วถ้าขืนมึงยังทำตัวแบบนี้อยู่ล่ะก็ไม่แน่…อย่าคิดว่ามีเงินแล้วจะทำทุกอย่างได้นะเว้ย”
มันไม่สนใจ หัวเราะหึหึในลำคอแล้วเดินโซซัดโซเซเดินชนไหล่ผมดังปั่ก ออกไปนอกห้องน้ำ ผมเดินตามไปเงียบๆ แล้วลอบถอนหายใจ จนเราทั้งคู่ออกมาทางด้านหลังของคลับซึ่งเป็นที่จอดรถที่เปลี่ยวไร้ผู้คน
“ตามกูมาทำไม” ไอ้มาร์ชหยุดเดินกระทันหันจนผมที่เดินตามมาติดๆ เกือบชนหลังมัน
“….”
“กูถามว่ามึงตามกูมาทำไม!”
คราวนี้มันหันมาเต็มตัวแล้วกระชากคอเสื้อดันตัวผมเข้าไปติดกับกำแพง สายตาอาฆาตแค้นแต่ก็เต็มไปด้วยแววสงสัย ปากแดงช้ำนั่นกระชับแน่นจนสันกรามนูน
“มึงน่าจะขอบใจกูนะที่ช่วยมึงไว้”
ไม่ได้ตั้งใจจะทวงบุญคุณอะไรหรอกครับ แต่เพราะผมไม่รู้…ไม่รู้จะตอบคำถามของมันว่ายังไง ผมไม่รู้คำตอบจริงๆ
สายตาของอีกฝ่ายยิ่งโหมกระหน่ำด้วยไฟอย่างเห็นได้ชัด คิ้วที่ขมวดกันจนแทบเป็นเส้นเดียว ยิ่งส่งให้ใบหน้านั้นคมชัดยิ่งขึ้น มันหายใจฟึดฟัด เงื้อมหมัดขึ้นหายจะต่อยเข้าที่ใบหน้าผม แต่ไม่รู้ซะแล้วว่าใครเป็นใคร ผมฉวยโอกาสจับแขนของมันล็อกไว้ มันตกใจจึงเผลอผ่อนแรงทำให้ผมพลิกตัวกลับมาผลักมันเข้าชิดกับกำแพงแทน
“มึงจะทำอะไรกูอีก ไอ้เลว!” มันดิ้นยุกยิกจนผมต้องใช้มือข้างเดียวยึดข้อมือมันไว้เหนือหัวแน่น
“ถ้ามึงอยู่นิ่งๆ กูก็ไม่ทำอะไรหรอก…โอ๊ย อย่าดิ้นสิวะ!”
ถุย!
กรอดดดด....ผมบดฟันตัวเองจนเสียงดังลอดออกมา มือปาดน้ำลายที่เลอะข้างแก้ม เกิดมาไม่เคยถูกใครดูถูกขนาดนี้มาก่อน ยิ่งมองหน้าเย้ยหยันของอีกฝ่ายแล้วยิ่งบันดาลโทสะ
ผมลากไอ้ตัวแสบมายังรถที่จอดอยู่ท่ามกลางเสียงโวยวายของมันไม่หยุด แล้วผลักมันเข้าไปในตัวรถทันที มันเองท่าทางจะเสียหลักเพราะล้มกระแทกลงไปกับเบาะหลังอย่างเต็มแรงจนตัวงอ ไม่รอช้าผมจัดการเสือกตัวเองลงไปทับคนตรงหน้าทันทีแล้วหันมาปิดประตูรถลง
ท่ามกลางความมืดของตัวรถ และแสงสว่างริบหรี่จากไฟด้านนอกทำให้ผมมองเห็นอีกฝ่ายไม่ถนัดนัก แต่ก็พอรู้ได้ว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหนจากการทาบทับลงมา เมื่อมันเริ่มหายจุก ก็เริ่มดิ้นร้องขัดขืนอีกครั้งจนผมต้องก้มลงไปปิดปากนั่นซะด้วยความรำคาญ
“อึ่กกกกกก อื้ออออออ”
ผมดูดดึงทั้งลิ้นและริมฝีปากเย็นของมันจนเริ่มกลายเป็นร้อนและเปียกชื้น เสียงอื้ออึงในลำคอเริ่มลดลงตามลำดับ มือที่ปัดป่ายก็ยังคงปัดป้องแต่อ่อนแรงลงเปลี่ยนมาขยำที่ต้นแขนและปกเสื้อผมแทน ในขณะที่ปากและลิ้นยังคงยุ่งพลวันกันอยู่นั้นผมก็ไล้มือขึ้นเปิดเสื้อเชิ้ตสีดำของอีกฝ่ายที่เลิกขึ้นมาโชว์หน้าท้องสีขาวเนียนตั้งแต่แรกตอนล้มลงอยู่แล้ว
“อื้ออออ ทะ ทำอะไร” ไอ้มาร์ชขัดขืน พยายามเอามือข้างนึงมาดันมือผมออกจากใต้เสื้อ แต่ก็ไม่เป็นผล ผมลุกลามไล้โลมร่างขาวๆ นิ่มๆ ของมันไปเรื่อยจนถึงบริเวณหน้าอก
“โอ๊ยยยยย” ผมขยำนมมันแรงๆ ไปทีนึงด้วยความหมั่นเขี้ยวเพราะผิวมันช่างลื่นมือมาก แทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือผู้ชาย มันเองก็ดูจะโมโหขึ้นมาเล็กน้อย แต่เมื่อเจอมือสากอุ่นๆ ค่อยๆ ผ่อนลากบีบนวดเค้นไปมาก็เริ่มผ่อนคลายแล้วหันมาโอนอ่อนอีกครั้งจนผมอดแปลกใจไม่ได้ หรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์วะ…
ผมลากมือต่ำลงเรื่อยๆ จนถึงเข็มขัด มันสะดุ้งเล็กน้อยพยายามขืนมือไม่ให้ไปต่อ แต่ก็สายไปแล้วเมื่อผมสัมผัสถึงบางสิ่งที่กำลังดุนดันอย่างแข็งขันใต้กางเกงนั่น
“หึหึ ที่แท้ก็ยังไม่ทันเสร็จกับผู้หญิงคนนั้นล่ะสิ แข็งมาเชียว” ผมคลี่ยิ้มเมื่อรู้สาเหตุที่มันไม่ดิ้นขัดขืนมากเมื่อโดนเล้าโลม อยากใช่มั้ยล่ะมึง
มันทุบอกผมทีนึง คาดว่าเพราะอายที่ผมรู้ทัน พยายามจะยันตัวเองลุกขึ้นให้พ้นจากร่างที่ทาบทับอยู่
“จะไปไหนล่ะ อึดอัดไม่ใช่รึไง” ผมรีบคว้าข้อมือเล็กนั่นไว้ก่อนที่มันจะสะดีดสะดิ้งหนี
“โอ๊ยยย กูปล่อยของกูเองได้ มึงไม่ต้องมาช่วย!...อึ่กก” ทำเป็นปากดี แค่เอามือลูบเค้นตรงนั้นนิดเดียวก็หลับตาปี๋ ปากเผยอร้องออกมาแล้ว
ผมลงมือประทับจูบลงบนริมฝีปากสีแดงช้ำนั่นอีกครั้ง ก่อนจะขบกัดลงบนแผลจนอีกฝ่ายร้อง มือร้อนก็ไล่สูงไล่ต่ำวนไปมา ปฏิกิริยาอัติโนมัติจากร่างกายทำให้ผมเผลอเบียดสะโพกตัวเองลงกับอีกฝ่ายอย่างลืมตัว ไอ้มาร์ชตกใจฝืนเล็กน้อยในตอนแรก แต่พอผมปรนเปรอลามเลียทั่วโพรงปากจนเคลิบเคลิ้มก็เผลอเด้งสะโพกบดกันไปมาแทบระเบิด
“อืออออ อย่า อย่า”
มันขัดขืนอีกครั้งเมื่อผมเลื่อนมือมาปลดเข็มขัดและซิบกางเกงของมัน ถึงจะเป็นไปอย่างทุลักทุเลแต่ผมก็ทำสำเร็จ ผมดึงกางเกงของมันลงมาถึงหัวเข่าแล้วกดมือลงกับเป้าผ่านเนื้อผ้าตัวบางทันที
“อ้า อึ่กกก เอามือออกไป…” ยิ่งมันดิ้นเท่าไหร่ ส่วนนั้นก็ยิ่งเสียดสีกับมือผมเท่านั้น
“แข็งเชียว”
ให้ตายสิ สนุกชะมัด ปฏิกิริยาขัดขืน แต่ร่างกายโดยเฉพาะท่อนล่างเนี่ยท่าทางมันจะไม่ฟังเสียงเจ้านายมันแหะ ทั้งๆ ที่ปกติแค่เห็นผู้ชายด้วยกันแก้ผ้าผมก็สะอิดสะเอียนพอละ ยิ่งมีเซ็กซ์กับผู้ชายนี่ไม่ต้องพูดถึง ไม่เคยอยู่ในหัวสมองแม่แต่น้อย ….ตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกอยากมีอะไรกับไอ้มาร์ชมัน เพียงแค่รู้สึกสนุก สะใจที่เห็นมันดิ้นพล่านเพราะฝ่ามือเรา เห็นไอ้ตัวแสบที่ปากจัดยอมศิโรราบ ครางอือๆ นอนหน้าแดงตัวแดง ตาปรือ ปากเผยอ หายใจเข้าออกรุนแรง แล้วเกร็งมือเป็นบางจังหวะเพราะการพานำ…สนุก ขำๆ …แต่ทำไมตูมีอารมณ์วะ!?
***TBC
จองให้คนข้างล่าง 
V
V
V