{เรื่องสั้น} Oh my god!!! ผัวผมมันเห้ 21/06/60
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: {เรื่องสั้น} Oh my god!!! ผัวผมมันเห้ 21/06/60  (อ่าน 2024 ครั้ง)

ออฟไลน์ Tonay

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 46
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะ ครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรัก ชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้าม แจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะ ปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของ แต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้าม จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิด เดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การ พูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอม ให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้าม ลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อ ขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ด นิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยาย ที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยาย เรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วน หรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้าม แจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใคร จะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-06-2017 11:34:27 โดย Tonay »

ออฟไลน์ Tonay

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 46
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
Re: Oh my god!!! ผัวผมมันเห้ 21/06/60
«ตอบ #1 เมื่อ21-06-2017 15:32:06 »

*คำเตือน เรื่องนี้มีคำหยาบอยู่ประปราย เหตุการณ์และชื่อตัวละครไม่มีอยู่จริงนะคะ


Oh my god!!! ผัวผมมันเห้

ผมรู้สึกเหมือนตัวโยกโงนเงน หัวโคลงเคลงเด้งหน้าเด้งหลัง หน้าก็สั่นเป็นจังหวะงึกๆงักๆ หัวใจเต้นตึกตักเหมือนมันจะทะลุและทะลักออกจากอก น้ำลายเหนียวหนืดเหมือนยางคางคก ตัวไม่สกปรกแต่เหงื่อเริ่มไหลซกเปียกทั้งตัว

โอยยย พอๆครับ ยิ่งบรรยายก็ยิ่งจะงงไปกันใหญ่ เอาเป็นว่าตอนนี้ผมนั่งอยู่บนเรือไม้ลำน้อยด้วยสภาพที่อยากจะอ้วกเต็มแก่ หน้าขาวๆของผมมันซีดเผือดแล้วครับ

เรือลำนี้เป็นเรือที่ไว้ใช้เป็นพาหนะหาปลาของไอ้เปรี้ยวครับ มันตื๊อซื้อจากพ่อค้าประมงรายหนึ่งมาน่ะครับ เปรี้ยวเป็นหนุ่มนักเรียนนอกที่เพิ่งจบกลับมาแล้วมีจุดมุ่งหมายที่จะหาปลาเลี้ยงชีพตน ใบปะรงปริญญาไม่มีความหมายเลย เมื่อมันทำให้เห็นเป็นแค่กระดาษแผ่นหนึ่ง ทั้งที่คนอื่นเขาเรียนจนเลือดตาแทบกระเด็นเพื่อให้ได้แผ่นนั้นมารวมถึงผมด้วย

แล้วที่มันสู้อดทนเรียนจบโทมาเพื่อ?

ผมก็ได้แต่ไม่เข้าใจ ทั้งเค้นถาม ทั้งบังคับมันก็ไม่ยอมบอกท่าเดียว แต่เรื่องนั้นยังไม่น่าหงุดหงิดใจมากเท่ากับการที่มันมาหาปลาที่นี่! คลองที่เต็มไปด้วยบรรดาตัวเงินตัวทองทั้งหลาย!

ความพิเศษของวันนี้ก็คือ ปลาไม่ได้เป็นจุดหมายเดียวของมันครับ แต่มันมาล่าเห้หรือไอ้ตัวเหี้ยที่พวกคุณรู้จักกันนั่นแหล่ะ ผมจะประสาทแดกเพราะความบ้าของมัน วันหยุดของผมแท้ๆแม่งต้องมาเป็นเพื่อนมันจับเหี้ยถ้ารู้ว่าต้องมาเจอไอ้พวกกิ้งก่าตัวใหญ่ที่ชอบลากไก่ไปกินในน้ำผมไม่ยอมมาแน่ ก็ผมโคตรกลัวไอ้เห้พวกนี้จะตายชัก แล้วที่นี่ไม่ใช่แค่คลองที่มีตัวเห้อาศัยอยู่แค่ตัวสองตัวนะ

 
มันมีเป็นฝูง!


โอยตาย! ผมกลัวฉี่จะราดแล้ว แม่งถ้ามันจะมาจับเห้อย่างที่บอก ทำไมไม่รอจังหวะจับบนบกวะ นี่เล่นพายเรือลงมาล่ากันในน้ำเลย

 
มึงแม่งเจ๋งว่ะ

 
ถุย!!!


กูจะเป็นล้มมมมมม


แล้วไอ้เปรี้ยวนะพายเรือเหมือนพวกบ้าพลัง มีเท่าไหร่ใส่ไม่ยั้ง จ้ำเอาๆเหมือนแข่งเรือยาวระดับโลก ผมเลยเกิดอาการอย่างข้างต้นที่กล่าวไปไง


มึงออมแรงบ้างก็ได้ กูจะตกน้ำอยู่แล้วไอ้อาโนว์นัมเบอร์ทู้ววว


"เปรี้ยวกูเวียนหัวว่ะ มึงพายช้าๆหน่อยดิ" มันมองหน้า แล้วจิ๊ปากใส่ทีนึงก่อนจะผ่อนแรงลงตามคำขอของผม

"มึงอ่อนว่ะ แค่นี้ก็จะตายแล้ว นี่กูยังพายไม่เต็มแม็กเลยนะ ถ้ามึงเห็นความเร็วขั้นเทพของกูมึงไม่ช็อคตายเลยเหรอวะไอ้แร้ง!"

"ไอ้เชี่ยกูชื่อเหยี่ยวโว้ย! ไอ้ห่านจิกนี่"ผมโคตรเกลียดเวลามันล้อผมด้วยชื่อนั้น บอกไปกี่หนแต่ก็ยังชอบแหย่กันอยู่ได้ ตั้งแต่เด็กยันโต มันก็ยังชอบแกล้งผมเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

“ทำไมมึงไม่หามอเตอร์มาติดวะ จะมานั่งพายให้เมื่อยแขนทำซากอะไร” มันมองผมประมาณว่า ถามอะไรโง่ๆ ก่อนจะหยุดพาย เอาไม้พายวางพาดกับขอบเรือ จ้องตาผมแล้วอ้าปากพูด

“มึงนี่มันพวกไร้ความรู้สึกใช่ป่ะ กูจะบอกให้ว่าไอ้การพายเรือด้วยไม้พายเนี่ยมันมีประโยชน์หลายอย่างเลยนะ ทั้งได้ฟีลมากกว่าติดมอเตอร์ มันเหมือนเราออกกำลังกายไปในตัว ทำให้สมองปลอดโปร่งคิดอะไรออกง่ายขึ้น...” มันชำเลืองมองด้วยหางตา “แถมยังแข็งแรงไม่ขี้โรคเหมือนใครบางคนด้วย”

เหมือนมันด่าผมยังไงก็ไม่รู้นะ หรือผมคิดไปเอง? แต่ไอ้ประโยคที่สองมันตั้งใจกระแนะกระแหนผมแน่ๆ ก็ผมมันเป็นพวกกินเก่งแต่ไม่ชอบออกกำลังกาย โรคภัยไข้เจ็บถึงได้ถามหาอยู่เรื่อย แต่ถึงจะสวาปามของกินเก่ง ผมก็ไม่ได้อ้วนลงพุงหรอกนะครับ แค่อวบนิดๆหน่อยๆ แบบว่าน่ารักอ่ะ กร๊ากกก

“เออ! ใครจะเหมือนมึงล่ะ เก่ง หล่อ รวย เพอร์เฟค กูไม่เข้าใจมึงจริงๆ ว่าแค่หาปลาก็น่าจะพอแล้ว มึงยังจะจับไอ้เห้ไปทำอะไรวะ” มาอีกแล้วสายตาด่าทอแกมดูถูก มันกระแอมไอนิดนึง เกาหัวแบบเก้อเขินแปลกๆ ก่อนจะพูดเสียงจริงจัง

“มึงคงไม่รู้ว่านอกจากพวกจระเข้ที่เขาเอาหนังของมันมาทำเป็นกระเป๋าแล้ว ก็ยังมีตัวเห้นี่แหล่ะที่คนบางกลุ่มนิยมเอามากินแล้วก็เอาหนังของมันมาทำเครื่องหนังด้วยนะเว้ย เรื่องคุณภาพเนี่ยไม่ต่างกันเลย”

“แสดงว่ามึงเคยกินเนื้อเห้ด้วยอ่ะดิ” ผมกลืนน้ำลายดังอึก ไม่ใช่ว่าอยากกินนะ ถึงผมจะกินจุแต่ก็เลือกของกินนะครับ

“มึงจะบ้าเหรอไอ้เหยี่ยว กูไม่กินสัตว์นำโชคของกูหรอกโว้ย!” มันปฎิเสธหน้าดำหน้าแดงเชียวครับ

“อ้อ! งั้นก็แปลว่ามึงจะจับเห้ไปขาย? มึงไม่รู้เหรอว่ามันผิดกฎหมายอ่ะ เห้มันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายเลยนะเว้ย ทั้งจำทั้งปรับ หมดอนาคตเลยนะกูจะบอกให้” แล้วเห้มันเป็นสัตว์นำโชคเหรอ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย รู้แค่ว่ามันเป็นสัตว์ที่คนเขาเอาชื่อของมันมาด่ากันให้เจ็บใจเล่น

“ก็กูไม่ได้จะจับไปขายไหมวะ แค่อยากมาอยู่ในที่ๆมีเหี้ยเยอะๆแค่นั้นเอง” มันปฏิเสธ แล้วใครวะที่บอกผมเมื่อเช้าว่าให้มาเป็นเพื่อนหน่อย เดี๋ยวมันจัดการเองทุกอย่าง พอมาถึงมันก็บอกจะจับเหี้ยด้วย ไอ้เพื่อนเวรเอ้ย!

“เออๆ กูยอมบอกมึงก็ได้วะ พอดีว่าหมอดูที่นิวยอร์กบอกกูว่าเนื้อคู่ของกูจะอยู่ใกล้ๆกับพวกเห้น่ะ” เปรี้ยวมันพูดหน้าตาเฉยมาก แถมพูดเสร็จยังยิ้มเขิน มองไปรอบสารทิศอีก

“หา!”

“เออ! กูกำลังหาอยู่เนี่ย แต่ยังไม่เจอสักทีเลยว่ะ” มันทำหน้าเศร้า

“เปรี้ยว กูถามมึงหน่อยดิ ที่มึงบอกกูว่าหาปลาไปขายเนี่ย ไม่ใช่ความจริงใช่ป่ะ มึงจะบอกว่ามึงกำลังตามหาเนื้อคู่อยู่?” แม่งปัญญาอ่อนชิบถ้ามันตอบว่าใช่
“เออดิ” มันตอบด้วยทำท่ากระมิดกระเมี้ยนจนน่าถีบ มันแม่งปัญญาอ่อนชัดๆ ผมไม่คิดเลยว่ามันจะงมงายแบบนี้  ไม่น่าเชื่อว่ามันจะจบจากเมืองนอกจริงๆ

ให้ตายสิ พับผ่า!!!

“มึงพากูขึ้นฝั่งเลย กูอยากกลับบ้านแล้ว” ผมชักเซ็งมันขึ้นมาแล้วครับ อะไรมันจะงมงายขนาดนั้น

“เห้ย ไม่ได้ว่ะ กูเพิ่งโทรไปหาหมอดูเมื่อวานเขาบอกว่าเพื่อนสนิทจะเป็นคนช่วยให้กูเจอเนื้อคู่ไวขึ้น”

“มึงเชื่อหมอดูขนาดนั้นเลยเหรอวะ ไม่เคยได้ยินหรือไงหมอดูคู่หมอเดาอ่ะ แล้วเนื้อคู่มึงเนี่ยเป็นญาติกับเห้หรือไงถึงต้องมาอยู่ใกล้ชิดกับเห้ มึงลองคิดทบทวนดีๆนะเปรี้ยว” อยากยุให้มันไปทวงตังค์คืนจากหมอดูคนนั้นจริงๆ มาหลอกเพื่อนผมได้ มันยิ่งเป็นพวกเชื่อคนง่ายซะด้วยสิ

เปรี้ยวส่ายหน้าดิก

“กูรอเนื้อคู่มานานแล้วนะโว้ย นี่เป็นโอกาสเดียวที่กูจะได้มีเมียสักที” มันทำหน้าอ้อน

“มึงช่วยอยู่จนกว่ากูจะเจอเหอะนะ พลีส”

ถ้ามึงไม่ใช่เพื่อน กูถีบตกน้ำไปแล้วนะเนี่ย แม่งอยากได้อะไร อ้อนเอาตลอด แล้วผมมันเป็นพวกใจอ่อนซะด้วยสิ

“เออ! ตามใจมึง แล้วมึงรู้เหรอว่าใครคือเนื้อคู่ของมึง”

เปรี้ยวส่ายหน้าเชื่องช้า หน้าหล่อๆของมันเปล่งประกายเพ้อฝัน มึงจะอินเกินไปหรือเปล่าวะ

“กูคิดว่าถ้าเจอปุ๊บ มันก็ใช่เองนั่นแหล่ะ”

“มึงแม่งมั่ว เชื่อเข้าไปได้ยังไงกับคำพูดคนหาแดกกับพวกชอบฝันลมๆแล้งๆ”

    
กึก

 
มันจ้องตาผมแทบถลนเลยครับ ผมพูดอะไรผิดหรือเปล่าวะ

“ไม่ใช่ฝันลมๆแล้งๆ แต่มันคือความหวังเว้ย!”

“เออๆ โทษทีที่ดูถูกความหวังของมึง ว่าแต่มึงออกจะหล่อขนาดนี้ทำไมไม่รับรักหญิงที่มาติดพันมึงไปเลยวะ ง่ายดีออก”

มาอีกแล้วครับ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความระอาใจ

“ผู้หญิงพวกนั้นน่ะ หวังแต่หลอกแดกตังค์กู ไม่เคยจริงใจกับกูเลยสักคน ลับหลังนะควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้า กูรับไม่ได้ว่ะ” เออ ก็จริงของมันนะครับ มันคบกับใครไม่เคยเกินสามเดือนสักที ถ้ามันไม่เบื่อ ผู้หญิงเขาก็มีคนใหม่ เพราะทนความขี้งกของมันไม่ไหวน่ะครับ

 
ก็ไอ้เปรี้ยวน่ะ เค็มยิ่งกว่าน้ำปลาที่หมักมานานนับร้อยปีซะอีก มันไม่ป๋านะครับจะบอกให้

 
“เหยี่ยว มึงว่าเขาจะสวยมากไหมวะ” มันชวนคุยอีกรอบ หลังจากเริ่มใช้ไม้พายแหวกน้ำต่อ ผมกรอกตาเล็กน้อย สงสัยวันนี้คงจะมีแต่เรื่องผู้หญิงที่ไม่รู้ว่าจะมีตัวตนหรือเปล่าสินะ

“สวยมั้ง หรือไม่ก็ขี้เหร่ไปเลย” ผมว่าขำๆนะครับ แต่ไอ้เปรี้ยวมองมาตาคว่ำเลย ยกมือชี้หน้าอย่างคาดโทษด้วยแหน่ะ

    “ปากมึงน่ะเหมาะกับเห้จริงๆ” แล้วจู่ๆแววตามันก็เป็นประกาย “กลับมาพบญาติแล้วไม่ทักทายสักหน่อยล่ะ” ปากว่าพร้อมกับยักคิ้วไปทางด้านหลังผม

สองตาของผมแทบถลนด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเห้ตัวนึงตัวเป็นๆกำลังว่ายน้ำมาทางเรือของเรา และมันก็เข้ามาใกล้เรื่อยๆ

    “อะ ไอ้เปรี้ยวช่วยกูด้วย” เมื่อถึงจุดหมายที่ใจเห้ฝัน มันก็พยายามตะกายจะขึ้นมาบนเรือ นั่นทำให้ผมสติแตกลุกขึ้นจากที่นั่งฝั่งตรงข้าม ผวาเข้าหาไอ้เปรี้ยวที่หัวเราะอย่างเห็นตลก มันอ้าปากเหวอ เมื่อผมลุกกะทันหันแล้วมันก็ไม่ทันได้เตรียมตัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 
ตูม!!!

 
พากันตกน้ำทั้งคู่

 
ฉะนั้นแล...

แต่มันแย่ตรงไหนอีกรู้ไหมครับคุณผู้อ่าน เพราะนอกจากว่าผมจะตกน้ำเพราะเห้ตัวเป็นๆแล้ว แต่เพื่อนเห้ๆของผมมันดัน....


ว่ายน้ำไม่เป็น!!!!

 
ใช่ครับ มันว่ายน้ำไม่เป็น แล้วดันสอใส่เกือกจะมาพายเรือ แถมยังเกาะติดหลังผมเป็นปลิงอีกซะด้วย

 
เวรเอ้ย!!!

 
เวรกรรมของผมเนี่ย!

    
ผมได้แต่เกาะเรือที่คว่ำลงเรียบร้อยแล้วด้วยขวัญที่กระเจิดกระเจิง พยายามเรียกขวัญที่หายไปให้กลับมาโดยเร็วที่สุดก่อนที่ผมกับไอ้เปรี้ยวจะจมน้ำตายด้วยกันซะก่อน แต่คิดดูอีกทีหรือผมจะว่ายน้ำขึ้นฝั่งแล้วปล่อยทิ้งไอ้เพื่อนบ้านี่ไว้กับเห้จริงๆ เผื่อมันจะเจอเนื้อคู่ที่มันหวังไว้

“เหยี่ยว ช่วยกูด้วย กูจะตายอยู่แล้ว” มันกอดคอผมแน่น ทำหน้าอย่างกับใกล้ตายเต็มที่ แล้วกูล่ะถึงว่ายน้ำเป็น แต่เห้มันว่ายมาทางเราอีกแล้วนะ ผมรวบรวมสติพยายามคิดว่ามันก็แค่กิ้งก่าตัวใหญ่เท่านั้น มองมันแล้วจินตนาการว่ามันน่ารัก

    
โอยๆ อยากให้นี่เป็นแค่ความฝันจริงๆนะครับ ผมสูดลมหายใจลึกๆ แล้วหันมาบอกไอ้เพื่อนตัวดีที่สมองกลวงด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ แต่จริงจัง

    
“ถ้าขึ้นฝั่งได้มึงต้องเลิกพายเรือ แล้วก็เลิกมาหาเห้ด้วยนะ” เปรี้ยวมันร่อแร่เต็มที่แล้วครับ หน้าซีดปากสั่น ตอบรับผมด้วยเสียงบางเบา

“กู สะ..สัญญา” แล้วมันก็หลับตา

“เปรี้ยว! เฮ้ย เปรี้ยว” มันปิดรับทุกการรับรู้กูไม่สน  ภาระทุกอย่างจึงตกเป็นของผมคนเดียวเลยครับ

เวรเอ้ย!!!

เวรกรรมผมจริ๊งจริง

ผมกระเสือกกระสนว่ายให้ไวเท่าที่คนอย่างผมจะทำได้ กินเนสบงกินเนสบุ๊คส์ต้องคาราวะในความเร็วของผมจนแทบจะจดบันทึกให้ไม่ทันแน่ กร้ากกก

กว่าผมจะพาเปรี้ยวขึ้นฝั่งมาได้ก็ทุลักทุเลไม่น้อย เกือบได้เป็นผีเฝ้าคลอง อยู่กับเหล่าตัวเห้เป็นเพื่อนไอ้เปรี้ยวแล้ว

 “น้องๆ เป็นไงบ้าง ให้พี่เรียกรถพยาบาลให้ไหม” พี่ผู้ชายตัวอ้วนที่เดินมากับผู้หญิงสวยๆคนนึงเดินเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง ดูจากชุดแล้วคงมาเดินเล่นแถวนี้แน่ๆ

“ขอบคุณครับพี่...พวกผมไม่เป็นอะไรแล้วครับ” ผมคิดว่าไม่เป็นอะไรไง แต่พอมองดูไอ้เปรี้ยวแล้ว ทำไมมันดูนิ่งเหลือเกิน หลับตาเหมือนคนหลับเลย

“เปรี้ยวลุกได้แล้ว มึงจะนอนอยู่ตรงนี้รึไง งั้นกูกลับก่อนนะ” ผมทำท่าจะลุกขึ้นยืน แต่ไอ้เปรี้ยวกลับคว้ามือผมเอาไว้ มันปรือตามองผมด้วยสายตาแปลกๆ จนผมขนลุกซู่ แล้วมันก็หลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นมาอีกรอบ คราวนี้มันไม่ยอมสบตาผม กลับลุกขึ้นแล้วดึงผมให้ยืนขึ้นด้วยกัน

“กลับกันเถอะ” มันฉุดมือผมให้เดินไปทางที่จอดรถ แต่มึงลืมอะไรไปหรือเปล่าวะ

“เดี๋ยวก่อน” ผมรั้งแขนตัวเองไว้ มองมันอย่างหนักใจเล็กน้อย

“แล้วมึงจะเอาไงกับเรือที่ลอยคว้างอยู่ในคลองวะ”

มันทำท่าคิดเล็กน้อยก่อนจะบอก”เดี๋ยวกูจ้างคนมาลากขึ้นมาก็ได้”

เหอๆ เป็นความคิดที่ดี แต่จะไปจ้างใครได้วะ ไม่รู้จักใครแถวนี้เลยด้วย มองไปมองมาก็เห็นพี่ผู้ชายคนเดิมที่อยู่กับสาวสวยและยังคงมองมาทางพวกผมอยู่อย่างสนใจ ผมเลยดึงแขนตัวเองออกจากการจับกุมของไอ้เปรี้ยวแล้วตรงดิ่งไปยังทั้งสองทันที

“คือพี่ครับ พี่พอจะรู้จักใครที่สามารถเอาเรือขึ้นมาจากน้ำได้บ้างไหมครับ” พี่ผู้ชายทำหน้านึกนิดนึงก่อนตอบ

“พอจะรู้จักอยู่สองสามคนน่ะ เอ่อ...แล้วเพื่อนน้องโอเคแล้วเหรอ พี่เห็นเขาหน้าซีดอยู่เลย พาเพื่อนไปหาหมอก่อนดีไหม เดี๋ยวพี่จัดการเรื่องเรือให้”

ผมยกมือไว้แล้วมองพี่เขาด้วยความซาบซึ้งในความมีน้ำใจ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่กลับอยากช่วยเหลือเรา ถ้ามีคนแบบนี้เยอะๆคงดี จะเป็นสังคมที่น่าอยู่มากขึ้นเชียวล่ะ

“ขอบคุณมากนะครับพี่ ผมรบกวนพี่ด้วยนะครับ” คุยกันสักพัก แลกเบอร์ติดต่อกันเรียบร้อย ผมจึงรู้ว่าพี่เขาชื่อม้งและสาวสวยอีกคนที่ยิ้มอย่างเดียวนั้นชื่อน้ำผึ้งซึ่งเป็นพี่น้องกัน

หลังจากนั้นผมก็มุ่งหน้าขับรถไปคอนโดไอ้เปรี้ยวเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจะได้กลับไปจัดการธุระที่ให้พี่ม้งจัดการให้

ไอ้เปรี้ยวนั่งเงียบมาตลอดทาง พอถึงห้อง ผมก็ไล่ให้มันไปอาบน้ำในส่วนของห้องนอนมัน แล้วตัวผมก็มาอาบอีกห้องนึงที่อยู่ในห้องรับแขก เสื้อผ้าก็ไม่ได้เตรียมมาเปลี่ยน เสื้อผ้าที่ใหญ่เหมาะขนาดตัวของไอ้เปรี้ยวจึงมาอยู่บนเรือนร่างที่อวบนิดๆอย่างผมแบบพอดิบพอดี

เดินเข้ามาในห้องนอนก็เห็นเปรี้ยวนั่งอยู่ปลายเตียง นั่งก้มหน้ามองเท้าของตัวเองเป็นพักๆ จนผมแกล้งไอ มันถึงได้เงยหน้าขึ้นมามอง แล้วทำเป็นมองไปทางอื่นแบบไม่สนใจ

ผมส่ายหัวเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปหามัน ใช้ผ้าที่ใช้เช็ดผมของผมนี่ล่ะ เช็ดไปบนผมนุ่มของมันที่น้ำยังหยดติ๋งๆ จนเปียกเป็นวงบนเสื้อสีเทาของมันอย่างแกล้งๆ

“ไอ้เหยี่ยวเบาๆหน่อยดิวะ หัวคนนะเว้ย” มันหน้าหงิก ปากยื่น

“ฮ่าๆๆ นี่หัวคนเหรอ นึกว่าหัวเห้  ฮ่าๆๆๆ” ผมขำครับ มันค้อนผมใหญ่เลย


“จุ๊บ”


เพียงสัมผัสเบาๆที่มันแตะลงบนริมฝีปากของผม พร้อมกับเสียงที่มันจงใจให้เกิด ผมได้แต่อึ้ง หยุดมือที่แกล้งเช็ดผมมันแรงๆไปได้ในบัดดล

มันจ้องหน้าด้วยสายตาแปลกๆอีกแล้ว เปรี้ยวพูดพึมพำเบาๆว่าขอบคุณที่ช่วยมันไว้ ถ้าไม่ได้ผม มันอาจจะตายไปแล้ว

สติเหมือนจะกลับมาแล้ว หลังจากที่โดนจุ๊บแบบไม่ตั้งตัวจากไอ้เปรี้ยว ฝ่ามืออรหันต์ของผมจึงปะทะเข้าไปบนหน้าผากเกลี้ยงๆของมันแบบหนักๆทันที

“เพี๊ยะ!”

“มึงตีกูทำไมวะเหยี่ยว” มันทำหน้างง มือกุมหน้าผาก

“แล้วมึงจูบกูทำไมล่ะ  ไอ้เห้”

“ก็กูลืมตัว ที่เมืองนอกเขาทำกันแบบนี้เวลาขอบคุณ มึงอย่าเข้าใจผิดนะเว้ย” มันแบะปาก ทำหน้าสมเพชผม

ไอ้ห่า มึงมันแถหน้าด้านๆ

“กูไม่เชื่อมึงหรอก ปากกูมันน่าจุ๊บอ่ะดิ๊ มึงเลยอดใจไม่ไหวใช่ป่ะ”

ไอ้ห่า ว่าแต่มัน กูนี่มันมั่นหน้าจริงๆ

มันอึ้งครับ หรือว่าที่ผมพูดจะเป็นความจริง

“ม..มึง จะไปธุระต่อไม่ใช่เหรอ ไปดิ กูนอนก่อนนะ”

แล้วมันก็ล้มตัวนอนหันหลังให้ผมเป็นที่เรียบร้อย

“เออ ลุกขึ้นมากินยาก่อนแล้วค่อยนอนนะมึง” ผมบอกมันก่อนจะออกไปเคลียร์ธุระที่ไอ้เปรี้ยวเป็นต้นเหตุ

พี่ม้งเป็นคนที่โคตรใจดีอ่ะ ผมปลื้มเขามาก เขาจ้างคนให้มาช่วยลากเรือขึ้นฝั่ง แถมยังออกตังค์ค่าจ้างให้อีก ผมบอกว่าผมจะจ่ายเอง แต่เขาไม่ยอมรับ ผมจึงนัดเลี้ยงข้าวเพื่อตอบแทนความมีน้ำใจของเขาที่ทำให้คนที่ไม่รู้จักอย่างผม

เมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้ว เรือก็อยู่บนรถกระบะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เลยแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง แต่ผมต้องขับรถไปคืนไอ้เปรี้ยวก่อน อาการมันจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้

กลับมาถึงก็เห็นมันนั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขก หน้ามันแดงนิดๆ เบื้องหน้ามีเบียร์หลายกระป๋อง

“อ้าว น้องแร้งกลับมาแล้วเหรอจ๊ะ มาๆ มาจิบเบียร์เย็นๆให้ชื่นใจเร้ววว”

เปรี้ยวยิ้มปากกว้างเดินมาลากผมไปนั่งบนโซฟาข้างๆมัน  พร้อมเปิดเบียร์บริการ  ผมรับมาอย่างงงๆในอาการแปลกๆ ที่มันดูกระดี๊กระด๊าจนน่าสงสัย

“นึกครึ้มอะไรวะ ถึงนั่งกินเบียร์ซะเยอะเลยมึง” เบียร์หลายกระป๋องถูกเปิด แสดงว่ามันคงกินมานานแล้วด้วย

“กูอยากฉลองให้ตัวเองไม่ได้หรือไง กูมีความสุขอ่ะ” อะไรของมันวะ วันนี้เกือบตายทั้งคู่นะ มันยังมีอารมณ์มาฉลองอีก มันเพี้ยนหรือเปล่าวะ

“เออๆ งั้นเดี๋ยวหมดกระป๋องนี้กูกลับนะ” ผมบอก  มันหน้าหงิกทันที

“มึงจะอยู่กับกูสักคืนไม่ได้หรือไง เราเพิ่งมีเวลาอยู่ด้วยกันแป๊บเดียวเอง มึงจะทิ้งกูไปอีกแล้วเหรอ” มันทำหน้าเศร้า จนผมอดสงสารไม่ได้

มันไปอยู่ไกลจากพ่อแม่พี่น้องมาตั้งนาน คงเหงาน่าดู แต่มันก็มีเพื่อนที่นู่นเยอะนะครับ แต่ผมเนี่ยสนิทกับมันที่สุดแล้วล่ะ

“เออๆ อยู่ก็ได้”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-06-2017 15:39:07 โดย Tonay »

ออฟไลน์ Tonay

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 46
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
Re: Oh my god!!! ผัวผมมันเห้ 21/06/60
«ตอบ #2 เมื่อ21-06-2017 15:36:18 »

หลังจากนั้น เบียร์ที่มีอยู่ก็โดนจัดการเรียบโดยพวกผมทั้งสองคน นั่นยังไม่หนำใจมัน ไอ้เปรี้ยวลงไปซื้อที่มินิมาร์ทใต้ตึกมาเพิ่มอีกหกกระป๋อง มันไปอยู่ลอนดอนมา คอแข็งขึ้นเยอะเลย แต่ผมเนี่ยร่อแร่เต็มทีแล้ว

“เปรี้ยว กูพอแล้วนะ อยากนอน” ผมบอกมันพร้อมกับเลื้อยนอนลงบนพื้นหน้าโซฟา แล้วสติผมก็ปลิวไป พร้อมเสียงโวยวายของไอ้เปรี้ยวที่ลอยมา

“ไอ้เหยี่ยวอย่านอนนะ ถ้ามึงนอน กูไม่รับผิดชอบนะเว้ย”

รับผิดชงรับผิดชอบห่าไร กูง่วง



เสียงพลิกตัวไปมาของอะไรสักอย่างข้างหลังผม ที่ผมคาดว่าน่าจะเป็นไอ้เปรี้ยว ทำให้ผมปรือตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพลิกตัวตะแคงไปทางมัน จึงเห็นแผ่นหลังกว้างอยู่ข้างหน้า ผมนอนอยู่บนเตียงมีผ้าห่มเรียบร้อย สงสัยไอ้เปรี้ยวมันลากผมมานอนด้วย

ดีที่มันไม่ทิ้งให้ผมนอนอยู่บนพื้นเย็นๆ ไม่งั้นคงปวดเมื่อยไปทั้งตัวแล้ว

ผมหลับตาลงอีกครั้ง พร้อมกับเสียงพลิกตัวของคนตรงหน้าอีกรอบ ผมกำลังจะลืมตาขึ้นถามมันว่านอนไม่หลับหรือไง แต่ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อได้ยินเสียงมันพูด

“กูไม่ทนแล้วโว้ย”

 แล้วตามมาด้วยสัมผัสที่ทำผมอึ้งจนได้แต่นอนนิ่ง

มันเป็นความรู้สึกที่ผมอธิบายไม่ถูก อยากจะผลักไสมันให้ออกไปจากตัวผม แต่ผมไม่ก็ทำ กลับปล่อยให้มันบดเบียนริมฝีปากของผมอย่างหิวกระหายอยู่อย่างนั้น สองมือมันกุมหน้าของผมไว้ มันพยายามเปิดปากผม ด้วยลิ้นของมัน ไอ้ผมมันก็ไม่เคยได้จูบแบบกระชากวิญญาณนี้จากใคร เลยทำได้แค่เพียงปล่อยให้ไอ้เปรี้ยวดูดกลืนทั้งปากของผมอย่างเมามันอยู่อย่างนั้น

กูจะตายอยู่แล้วไอ้เพื่อนเวร หยุดสักทีเถ๊อะ

เหมือนมันจะรู้ใจผม มันหยุดทุกการซอกซอนริมฝีปากผม แล้วผมก็ได้ยินเสียงมันลุกออกจากห้องไป

ผมลืมตาโพลง ใจเต้นตูมตาม ดีที่ผมยังไม่ตายไปกับจูบร้อนแรงของมัน

ไอ้เพื่อนบ้า มึงเล่นกูซะหมดแรงเลย

แล้วผมก็นอนไม่หลับอีกเลย พร้อมกับไอ้เปรี้ยวที่หายหัวจากห้องไปเลยเช่นกัน...


เปรี้ยวมันหายหัวไปเป็นอาทิตย์เลยครับ ห้องก็ไม่กลับ ติดต่อไม่ได้เลย ผมคิดจะแจ้งคนหายแล้ว แต่โทรไปหาแม่มัน น้าหวานเลยบอกว่ามันไปเที่ยวต่างจังหวัด เดี๋ยวก็กลับ

ปกติมันมีอะไรก็บอกผมตลอด ไม่เคยขาดการติดต่อแบบครั้งนี้เลย จนผมรู้สึกแปลกๆ มันดูเหมือนว่าชีวิตขาดอะไรไปสักอย่าง

ไม่สิ

ไม่ใช่แค่ขาดสักอย่างหรอก แต่ก่อนก็ไม่ได้มากมายอะไรขนาดนี้

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้คิดถึงมากขนาดนี้นะ


หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปช้ากว่าที่ผมเคยรู้สึก แต่ผมว่ามันยังดีกว่าตอนที่ผมเป็นตอนนี้ซะอีก ผมไม่รู้ว่ามันแปลกไหมนะกับการที่เราคิดถึงใครสักคนมากกว่าที่เคยเป็น แล้วจู่ๆเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเราแล้ว แต่ทำไมเรากลับยินดีได้ไม่เต็มที่ให้สมกับความคิดถึงเลยล่ะ

ผมรู้สึกหน่วงในอก ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บแบบนี้นะ

“อ้าวเหยี่ยว มึงมาทำอะไรที่นี่วะ” เสียงทักที่คุ้นเคย แต่ผมทำได้แค่มองมือที่มันจับกุมใครอีกคนไว้ โดยที่มันยังประคองไหล่ของเขาไว้อย่างอ่อนโยน

น้ำผึ้ง ทำไมถึงได้มาอยู่กับมันที่นี่ได้

แต่ก็นั่นแหล่ะ ห้างออกจะกว้าง ผมยังเจอกับไอ้เปรี้ยวได้เลย แล้วทำไมพวกเขาจะเจอกันไม่ได้ล่ะ นั่นทำให้ผมคิดว่าช่วงเวลาที่มันหายไป มันคงไปทำความรู้จักกับน้ำผึ้ง

ซึ่งไม่ว่ามันจะไปเจอเขาได้อย่างไร ก็ไม่สำคัญแล้วล่ะ ในเมื่อวันนั้น มันบอกผมเองว่า เนื้อคู่ของมัน จะเจอก็ต้องมีเพื่อนสนิทช่วย ซึ่งวันนั้นพวกเขาก็เจอกัน จึงมีวันนี้ที่พวกเขาได้ยืนเคียงข้างกัน

มันอาจจะจริงที่หมอดูโคตรแม่นตามที่ไอ้เปรี้ยวเชื่อหรือมันอาจจะเป็นเพราะพรหมลิขิตก็ตาม ผมควรจะดีใจนะ ผมควรจะรู้สึกแบบนั้น

ผมย้ำกับตัวเองซ้ำๆ แต่แม่งก็ไม่สามารถสัมผัสถึงความยินดีเลยว่ะ

ผมไม่ได้ตอบอะไร แต่เดินย้อนกลับมาทางเดิม กลับบ้านแม้เพิ่งจะก้าวเข้าไปที่นั่นได้ไม่ถึงสิบนาทีก็ตาม




“สวัสดีครับพี่ม้ง ผมขอโทษนะครับที่ไม่ได้ติดต่อไปเลย ถ้าพี่ไม่โทรมาเนี่ยผมคงลืมไปเลย” ผมยกมือไหว้ผู้ชายตัวอ้วนที่นั่งอยู่โต๊ะมุมสุดของร้านติ่มซำชื่อดัง ผมนั่งลงตรงข้าม โดยมีพี่ม้งยิ้มขำๆกับท่าทางทุกข์ร้อนของผม

“คิดมากน่าเหยี่ยว พอดีพี่ยุ่งเรื่องงานแต่งอยู่ ก็เลยเพิ่งได้ติดต่อไปเหมือนกัน” พี่ม้งบอกแบบอารมณ์ดี

“พี่ม้งจะแต่งงานแล้วเหรอครับ” ผมตาโต มองพี่ม้งอย่างยินดี

พี่ม้งโบกมือปฏิเสธ

“ไม่ใช่พี่หรอก เจ้าน้ำผึ้งน่ะ”

ชื่อนั้นทำให้ผมพูดไม่ออก ผมไม่ต้องเดาอะไรต่อก็รู้ได้อย่างชัดเจนว่าแต่งกับใคร เพราะภาพต่อมาก็คือ ชายหญิงคู่หนึ่งเดินเคียงกันมาที่โต๊ะผม

“สวัสดีค่ะคุณเหยี่ยว”หญิงสาวทักทายด้วยน้ำเสียงหวานๆปานชื่อของเธอเอง

ส่วนไอ้ผู้ชายที่มาด้วยมันไม่ได้ทักอะไรผมเลย แต่มันมานั่งข้างผม ส่วนน้ำผึ้งนั่งข้างพี่ม้ง ผมทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ฟังพี่น้องคุยกัน ตอบบ้างเวลาพวกเขาชวนคุย

อาหารมื้อนี้มีแต่ของอร่อย แต่ทำไมผมกลืนไม่ค่อยลงเลยนะ

 
“เชิญคุณเหยี่ยวด้วยนะคะ” น้ำผึ้งยื่นซองสีชมพูหวานแหววให้ผมก่อนจะแยกกันกลับพร้อมพี่ม้ง

ขึ้นรถได้ผมก็โยนซองลงบนที่นั่งข้างตัว เหมือนน้ำตาจะไหลนะ

แต่มันไม่เหมือนหรอก ผมร้องไห้โหยหวนอยู่ในรถเก๋งคันเก่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม่ง! ไอ้เพื่อนเวร มึงมันเลวจริงๆ

ผมเช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆ เพื่อลบสัมผัสบ้าๆที่เพื่อนเห้ๆอย่างไอ้เปรี้ยวทิ้งไว้ มันทำแบบนั้นทำไมวะ เมาแค่ไหนก็ตาม มันก็ไม่ควรจูบผมหรือเปล่าวะ ทำไมต้องมาทำให้ผมหวั่นไหวเพราะสัมผัสของมันด้วย

เหมือนมันมากระตุ้นความรู้สึกที่ผมเก็บไว้นาน ทั้งกระทุ้ง กะเทาะจนมันแตกออกมาแทบจะหมดอยู่แล้ว ความเป็นเพื่อนตลอดยี่สิบห้าปีจะต้องมาจบลงเพราะการกระทำไร้ซึ่งเหตุผลของมัน และความหวั่นไหวของผมเองน่ะเหรอ

บ้า! บ้าชิบเลย!!!



รู้ตัวอีกทีผมก็มานั่งดื่มอยู่ร้านเหล้าที่อยู่ห่างจากคอนโดไม่มาก ทั้งที่คิดว่าดื่มน้อยกว่าทุกครั้ง แต่ทำไมผมเมาง่ายจังวะ หัวจะทิ่มโต๊ะอยู่แล้วถ้าไม่มีมือใครบางคนมาจับไหล่ผมไว้

“เหยี่ยว กูหามึงตั้งนาน ทำไมมานั่งเมาอยู่คนเดียววะ อยากมากิน ทำไมไม่ชวนกู รู้ไหมว่ากูเป็นห่วง แล้วเจอกันแม่งก็ไม่คุยกับกู มึงเป็นไรมากป่ะ มึงมีอะไรก็บอกกูดิ กูจะ..”

“มึงเงียบก่อนได้ป่ะ ถามเป็นชุดแบบนี้ กูจะตอบทันไหม” ผมเบรกมันไว้ก่อนที่สารพัดคำถามจะพุ่งมาหาผมที่กรึ่มๆอยู่ยิ่งให้เมาไปกันใหญ่

มันหุบปากฉับ นั่งลงตรงเคาน์เตอร์ข้างๆผม โดยไม่ได้สั่งอะไร แต่มันจะต้องจ้องหน้าผมเขม็งแบบนั้นไหมวะ

“มองไร หน้ากูมีอะไรติดหรือไง”

มันไม่ตอบได้แต่มองอยู่แบบนั้น

“เฮ้ยเหยี่ยวไม่เจอกันซะนาน หายไปเลยนะมึง เป็นไงบ้างวะสุขสบายดีนะมึง สมบูรณ์เชียว” ผมหันไปมองไอ้คนที่พล่ามยาวๆ โดยที่มือมันยังแตะไหล่อย่างสนิทสนมก่อนจะจำหน้ามันได้

“ไอ้ภพ ไอ้เพื่อนร้ากกก มึงก็หายหน้าไปเลยนะ งานวันเกิดกูก็ไม่มา”ผมลุกขึ้นตบไหล่มันแล้วมองมันอย่างคาดโทษ ตัวโงนเงนจนไอ้เปรี้ยวลุกมาประคองไว้ ผมขืนตัวออกเพราะรู้สึกแปลกๆ

“ปล่อยกู กูยืนเองได้”ผมพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ แต่มันก็ไม่สนใจ เปลี่ยนเป็นกอดผมแทนซะงั้น

“เหี้ยเปรี้ยวปล่อยกู คนมองกันเต็มแล้ว” คนมองกันแทบทั้งร้านอ่ะ ส่งเสียงแซวอย่างสนุกสนาน ไอ้ภพยกมือปิดปาก มองผมกับไอ้เปรี้ยวด้วยสายตาล้อเลียน

“กูไม่เจอมึงนาน ไม่คิดว่ามึงจะมีผัวเป็นตัวเป็นตนแล้ว” ไอ้ภพ ไอ้เพื่อนปากหมา!

“ผัวเผอที่ไหน มันเพื่อนกูโว้ย  เพื่อนโว้ยเพื่อน”

“ผัวอะไร เหยี่ยวมันเคยมีผัวด้วยเหรอ” ไอ้ห่าเปรี้ยวก็จริงจังไปได้ มึงเชื่อมันได้ออกลูกเป็นควายแน่

“คุณก็ถามมันดูสิครับ ใช่ไหมครับคุณเหยี่ยว ฮ่าๆๆ” ไอ้ภพ กูไม่น่ามาเจอมึงเลย มึงพูดอะไรของมึ้งงง

ผมไม่รู้ว่าไอ้เปรี้ยวทำหน้ายังไง แต่แรงกอดรัดที่เอวเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ในขณะที่สีหน้าไอ้ภพในแสงสลัวๆ นั้นเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด มันกลืนน้ำลายก่อนบอกผมด้วยประโยคน่าถีบแล้ววิ่งจากไปท่ามกลางผู้คนทั้งหลายที่กินและเต้นกันอย่างเมามัน

“เคลียร์กันดีๆนะมึง ไม่คางเหลืองก็ฟ้าเหลืองอ่ะ”


ความจริงไม่เฉียดใกล้กับคำเตือนของไอ้ภพมันเลยด้วยซ้ำ ไอ้เปรี้ยวได้แต่ทำหน้านิ่งๆ ขับรถเลยคอนโดผมมาสักพักแล้ว จะโวยวายก็ไม่กล้า กลัวมันหักคอเอา มันพาผมมาคอนโดของมันทำไมวะ ผมไม่อยากอยู่กับมันสองต่อสองนะ กลัวเกิดเหตุการณ์แบบวันนั้นอีก แต่อีกใจก็อยากเคลียร์กับมันให้รู้เรื่องไปเลยเหมือนกัน

ผมเดินตามมันเข้าห้องมาอย่างเชื่องๆ แม้จะเวียนหัวอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากเท่าตอนที่อยู่ร้านเหล้าแล้ว

“ไปอาบน้ำ มีเรื่องจะคุยด้วย”มันบอกพร้อมปลดกระดุมเสื้อตัวเองอย่างไม่เร่งรีบ

“มีไรก็คุยมาเลย เดี๋ยวกูกลับไปนอนคอนโดกู”

“ให้ทำอะไรก็ทำ อย่าขัด” ทำไมหน้ามันดุจังวะ กูเพื่อนมึงนะเว้ย

“เออ” ผมคว้าผ้าขนหนูแล้วเข้าไปอาบน้ำอย่างไม่พอใจเล็กน้อยที่มันกล้าออกคำสั่งกับผมทั้งที่มันไม่เคยทำ


อาบน้ำเสร็จ รู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะเลย ผมมองไอ้เปรี้ยวที่นั่งอยู่ปลายเตียงแบบวันนั้น ก่อนจะเลือกเดินไปนั่งเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้งแทน

“มึงมีไรก็ว่ามา กูง่วงแล้ว” ผมมองนาฬิกาที่เข็มสั้นและเข็มยาวชี้เลขสิบสองพร้อมกัน แล้วได้แต่ถอนหายใจ พรุ่งนี้วันศุกร์ด้วย จะไปทำงานสายไหมวะ

“มึงมานั่งตรงนี้มา” มันตบที่ข้างๆตัว แววตายังดูนิ่งเฉยอยู่ แต่น้ำเสียงดีขึ้นเล็กน้อยแล้ว

ผมเดินไปนั่งข้างๆมันปุ๊บ มันทิ้งหัวลงบนไหล่ผมปั๊บ งงสิครับ มันไม่ค่อยทำแบบนี้ซะด้วยสิ นอกจากตอนที่มันเครียดมากๆเท่านั้น

นั่นทำให้ผมยกมือลูบไปบนผมนุ่มของมันเบาๆ แล้วถาม

“มึงเป็นอะไรวะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

มันพยักหน้า แล้วเลื่อนแขนมากอดเอวผมไม่แน่นมาก แต่มันดูสั่นไหวจนผมรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก

“เหยี่ยว กูเหมือนจะขาดใจตายเลยว่ะ” มันบอกด้วยเสียงแผ่ว ผมรอมันพูดต่อ มือของมันถูกผมกุมไว้และบีบอย่างให้กำลังใจ

“กูไม่รู้จะทำยังไงแล้ว กูกลัว..กลัวแม่งทุกอย่าง”

“มึงกลัวอะไร บอกกูได้ไหม” ผมถามมองมันด้วยรอยยิ้มที่ความหวังดี

เปรี้ยวสบตาผมก่อนตอบ

“กูกลัวมึง...ไม่รักกู แฮร่!” มันแฮร่ใส่หน้าผมเต็มๆเลย ไอ้เพื่อนเวร มาดราม่าใส่กันแล้วมาเล่นแบบนี้นะมึง เดี๋ยวมึงเจอกู

“เหรอครับ เปรี้ยวกลัวเหยี่ยวไม่รักเหรอ มามะให้เหยี่ยวโอ๋นะ” ผมคว้าไอ้เปรี้ยวที่ทำท่าจะหนีไว้ กอดแล้วขยี้ผมมันแรงๆอย่างหมั่นไส้

“อ..ไอ้เปรี้ยวอย่าจี้กู๊ววว”มันใช้นิ้วจี้เอวผม จนผมต้องปล่อยมันเป็นอิสระ หลังจากนั้นก็เกิดเหตุให้ผมต้องหงายหลังนอนลงเตียง เพราะไอ้เปรี้ยวแม่งโถมคล่อมผมไว้ทั้งตัวด้วยท่าทางโคตรล่อแหลม

“เหยี่ยว...กูเป็นเพื่อนกับมึงต่อไปไม่ได้อีกแล้วว่ะ” มันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาไม่มีแววล้อเล่นเลยสักนิด ผมอ้าปากพะงาบ รู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก

“ร..เรื่องวันนั้นเหรอ ที่ทำให้มึงเป็นเพื่อนกับกูไม่ได้ มึงเป็นคนเริ่มก่อนไม่ใช่หรือไง มึงจูบกูเองนะ กูหลับอยู่มึงยังแอบจูบกูเลย มึงจะมาตัดเพื่อนกันเพราะ..อื้อ!” ทำไมถึงไม่ปล่อยให้ผมพูดจบก่อนวะ คนมันอัดอั้นนะเว้ย!

เปรี้ยวประกบริมฝีปากของมันลงบนปากของผม แล้วบดเบียดจนปากของผมบู้บี้ไปตามแรงของมัน จูบที่แทบหาความอ่อนโยนไม่เจอ แต่ผมกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกห่วงหา ต้องการแสดงความเป็นเจ้าของได้จากรสจูบนี้

ผมหลับตาลง เมื่อจูบเริ่มเปลี่ยนเป็นรสหวาน เปรี้ยวไม่ได้จูบตะกุมตะกามแล้ว มันค่อยๆละเลียดชิมริมฝีปากของผมอย่างเชื่องช้า ก่อนจะแทรกลิ้นเข้ามาควานหาความหวานจากผมที่ยินยอมอย่างง่ายๆ

ผมตอบรับจูบของมันอย่างเต็มใจตอนไหนไม่อาจรู้ได้ รู้สึกตัวอีกทีกางเกงนอนของผมกำลังถูกรั้งลง จนผมคว้าไว้แทบไม่ทัน

“เปรี้ยว หยุดก่อน ไอ้เปรี้ยวหยู้ดดด” มันหยุดมือแต่โดยดี ฟุบหน้าลงบนไหล่ผมอย่างอ่อนแรง ลมหายใจที่ไม่มั่นคงของเราทั้งสองดังประสานกันในห้องกลบเสียงแอร์ซะแทบไม่ได้ยิน

“กูบอกมึงแล้วว่าเป็นเพื่อนกันไม่ได้” มันบอกอย่างหอบๆ

ผมอึ้งกับคำพูดที่เหมือนโดนมันตบหน้า นอนไร้เรี่ยวแรงกว่าตอนที่มันจู่โจมผมซะอีก

“โอเค กูเข้าใจแล้วว่ามึงไม่อยากเป็นเพื่อนกับกู แต่ยังไงกูก็คิดว่ามึงเป็นเพื่อนอยู่ดี..ลุกดิ กูจะกลับบ้านแล้ว” ผมดันอกมันให้ออกห่างจากตัว มันยอมลุกออกจากผมแต่โดยดี

ผมลุกขึ้นกะว่าจะไปร้องไห้ให้ไกลๆมัน แต่ไอ้เปรี้ยวมันคว้ามือผมไว้พร้อมกับดึงเข้าไปกอดไว้ซะแน่นเลย น้ำตาที่กลั้นไว้ก็จะแตกอยู่แล้ว ห่าเอ้ย ปล่อยกู๊ววว

“มึงฟังไม่เข้าใจหรือไง ว่ากูเป็นเพื่อนกับมึงไม่ได้อีกแล้ว พูดไม่รู้จักฟังเลยนะมึงน่ะ ใครเขาอยากเป็นเพื่อนกับมึงกัน”

ผมหดคอหนีเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่แนบลงบนหลังคอ มันจูบคอของผม ไอ้เพื่อนเวร มันจะเอายังไงกันแน่วะ

“ถ้ามึงไม่อยากเป็นเพื่อนกับกูขนาดนี้ เลิกคบกันก็ได้! แล้วมึงก็หยุดทำแบบนี้สักทีได้ไหมวะ!” ผมตะโกนออกมาอย่างเหลืออด ในเมื่อมันอยากเลิกคบ ผมก็จะยอม เพราะผมคงทนไม่ได้อีกแล้วที่จะปล่อยให้มันมาเล่นกับความรู้สึกของผมอย่างนี้

“มึงพูดเองนะว่าจะเลิกเป็นเพื่อนกับกู”

แม้จะงงและตั้งรับไม่ค่อยไหวผมก็ต้องตอบออกไปเพื่อยุติทุกอย่างตามที่มันต้องการให้เป็นแบบนั้น

“เออ!”

“โอเค มึงพูดรู้เรื่องสักที” มันตอบก่อนจะจับผมหันไปหามัน รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าคมเข้มอย่างชายไทยนั้นสว่างไสว จนผมอดคิดไม่ได้ว่าการที่มันจะเลิกเป็นเพื่อนกับผม ทำไมมันถึงได้ดีใจขนาดนี้วะ

“มึงจำไว้ว่าต่อไปนี้มึงกับกูไม่ใช่เพื่อนกัน แต่...” มันลากเสียงยาว นิ้วเรียวยาวของมันค่อยๆเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าของผม แววตามันหวานเชื่อมจนผมทนมองไม่ไหวจึงต้องหลบตาไป

“จำไว้ว่าต่อจากนี้และตลอดไปว่า...มึง” มันหยุดพูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“เป็น-เมีย-กู”

“หา!!!” ผมอ้าปากค้าง ตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า

“ไม่หาแล้ว เจอแล้ว พอแล้ว เข้าใจไหม” พูดพร้อมกับก้มหน้ามาหอมแก้มผมหนักๆทีนึง

ผมได้แต่เอ๋อ ปรับอารมณ์ตามมันไม่ทัน ไอ้เปรี้ยวมันเลยรุกหนัก หอมแก้มหอมคอไม่หยุดจนผมต้องดันหน้ามันออกอย่างแรง

“เดี๋ยวๆ มึงพูดเรื่องอะไรของมึงวะ กูงงไปหมดแล้ว ไหนมึงบอกจะเลิกคบกู แล้ว กูไปเป็นเมียมึงตอนไหน มันอะไรกันแน่วะ ล..แล้ว มึงจะแต่งงานกับน้ำผึ้งไม่ใช่เหรอ”

มันถอนหายใจ ยกมือกุมหน้าของผมไว้ แล้วบอก

“เหยี่ยวฟังกูนะ กูกับน้ำผึ้งเพิ่งไปเจอกันที่ห้างวันเดียวกับวันที่เจอมึงนั่นแหล่ะ เขาเดินหลบรถเข็นแล้วมาชนกูจนล้ม กูเลยต้องช่วยเขา และอีกอย่างนะ เขามีแฟนอยู่แล้ว ถ้าไม่รู้ ก็รู้ไว้ซะด้วย”

ผมก็ไม่ได้ดูชื่อบ่าวสาวในบัตรเชิญซะด้วยสิ พูดไม่ออกเลยครับ แต่มันโล่งใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ก..กู มึนหัวว่ะ กลับบ้านก่อนนะ” ผมทำเฉไฉ จะเดินหลบมัน แต่ไอ้เปรี้ยวดันขวางหน้าไว้ ดึงผมเข้าไปกอดทั้งตัว

“กูไม่อยากปล่อยให้มันค้างคาแล้วว่ะ เรื่องหมอดู กูก็แค่กุขึ้นมาเอง ความจริงแล้ว วันนั้นกูอยากพามึงไปทำอะไรสักอย่างที่น่าจดจำ ก่อนที่กูจะขอมึงเป็นเมียแค่นั้นเอง”

“หา!!” น่าจดจำชิบหายเลยไอ้ฟายยย

“กูอยากได้มึงเป็นเมียมานานแล้ว แต่แค่ยังไม่มีโอกาส”

“หา!!”

“กูรับรองว่าเป็นเมียเสี่ยเปรี้ยวจะไม่มีคำว่าลำบากแน่นอน”

“ม..มึง บ้ารึเปล่าไอ้เปรี้ยว กูเพื่อนมึงนะ” ผมละล่ำละลักพูดอย่างตกใจในคำพูดของมัน

“จุ๊ๆ ที่รักครับ เราไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วนะ เหยี่ยวเป็นเมียเปรี้ยวตั้งแต่ตอนจูบกันครั้งแรกแล้วนะครับ” อย่าๆ มึงอย่ามาทำสายตากรุ้มกริ่มใส่กูแบบนี้  เดี๋ยวกูหวั่นไหว

“กูไม่รู้อะไรทั้งนั้น จู่ๆมึงมากล่าวหาว่ากูเป็นเมีย มึงแกล้งกูอยู่ใช่ป่ะ ไอ้ห่านี่ บอกกูมาเลยนะ”

“กู-รัก-มึง  แค่นี้พอไหมที่มึงจะมาเป็นเมียของกู”

คำว่ารักกระแทกเข้าใจอย่างจัง หน้าของผมเห่อร้อนวาบๆ พูดตะกุกตะกักติดอ่าง

“ก..กู..ไม่รู้แล้วเว้ย ป..ปล่อยกู๊ววว”

ไอ้เปรี้ยวมันต้องหูตึงแน่ๆ มันไม่ฟังที่ผมพูดเลย กลับลากผมไปที่เตียง แล้วขึ้นคล่อมผมไว้ด้วยท่าทางคุกคาม มือสองข้างของผมถูกมันตรึงไว้เหนือศีรษะ ผมพยามยามดิ้น แต่ไอ้เวรนี่แรงเยอะชะมัด

“เหยี่ยวรู้ไหม ว่าเปรี้ยวรักเหยี่ยวมานานแค่ไหนแล้ว”

พอเปรี้ยวเกริ่นด้วยประโยคนี้ ทำให้ผมหยุดดิ้นเพื่อฟังมันพูดต่อด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม

“ตอนมอห้าเปรี้ยวอยากกินมะพร้าวน้ำหอมที่หลังบ้านของเหยี่ยวมาก พอเปรี้ยวบอกเหยี่ยวว่าอยากกิน เหยี่ยวก็ปีนขึ้นไปเก็บให้ นั่นเป็นความประทับใจแรก ที่ทำให้เปรี้ยวตกหลุมรักเหยี่ยวจนถอนตัวไม่ได้เลย”

โอ้โห น่าประทับใจมากกก มันรักผมเพราะเรื่องนั้นน่ะนะ

“คิก จริงเหรอ  ฮ่าๆๆๆ” ผมอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ เปรี้ยวมันหน้าบึ้งเลยครับ

“กูรักมึงจากตอนนั้นจริงๆ ยิ่งหลังจากนั้นที่กูเฝ้ามองมึงในฐานะเพื่อนที่แอบรักมึง กูก็ยิ่งรักมึงมากขึ้นจนอยากได้มึงมาเป็นเมีย มันไม่ค่อยยุติธรรมกับมึงที่กูคอยแต่จ้องจะจับมึงทำเมีย กูเลยต้องไปให้ห่างมึงที่สุด แต่ตอนนี้กูไม่สนอะไรทั้งนั้นแล้ว กูรักมึงจนไม่อยากปล่อยมึงไปอีกแล้ว”


“มึงจะให้กูเป็นเมีย โดยที่มึงจะไม่สนใจว่ากูจะรักมึงหรือเปล่าเลยน่ะเหรอ”

มันนิ่งคิด ก่อนตอบอย่างลังเล

“ความจริง กูก็ปวดใจที่แอบรักมึงอยู่ข้างเดียวนะ แต่ถ้ามึงไม่เคยคิดแบบเดียวกันกับกูเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วต้องมาเจ็บปวดเพราะความดื้อดึงดันของกู กู..ก็คงต้องปล่อยมึงไป”

ตามันคลอด้วยน้ำใสๆ จนผมอดสงสารไม่ได้

“แล้วถ้ากูยอม ป..เป็นเมียมึงล่ะ แต่ว่ากูไม่ได้รักมึง..มึงจะทนได้เหรอ”

ตกใจกับคำถามของตัวเองเหมือนกัน แต่กล้าหาญเยี่ยงชายชาตรีอย่างผม ทำไมถึงจะต้องยอมเป็นเมียของมันด้วยวะ ฮือๆ

ไอ้เปรี้ยวจากที่มันน้ำตาคลออยู่ เปลี่ยนสีหน้าทันควัน ทำไมรู้สึกว่าชะตาตูดจะขาดแปลกๆเลยวะ

“จะรักหรือไม่รัก มันอยู่ที่การกระทำว่ะ กูเชื่ออย่างนั้น”

“หา!”

จากนั้นภาพใบหน้าของไอ้เปรี้ยวที่ห่างกันสักคืบได้ก็โน้มลงมาติดกับใบหน้าผม โดยมีริมฝีปากของเราทั้งสองคนเชื่อมกันอยู่ ฝ่ามือร้อนของเปรี้ยวลูบไล้ไปทั่วผิวกายของผมอย่างมีอารมณ์ ผมที่ไม่ค่อยเจอเหตุการณ์ระทึกขวัญแบบนี้ ได้แต่ปล่อยตัวอ่อนระทวย ใต้ร่างกำยำของไอ้เปรี้ยวอย่างไม่ขัดขืน เมื่อเจอจูบที่รีดวิญญาณของไอ้เปรี้ยว

มันรุกไล่ต้อนผมต้องจนมุม รู้ตัวอีกทีเสื้อผ้าหลุดออกจากตัวหมดแล้ว ไม่เหลือแม้กระทั่งกางเกงชั้นใน

ไอ้เพื่อนเวรที่อยากเลื่อนสถานะเป็นผัว มันกะจะไม่ปล่อยให้ผมได้สติเลย เอาแต่จ้องหน้ายิ้มๆแล้วหัวเราะหึๆอย่างโรคจิต แล้วผมก็รู้สึกว่าก้นสัมผัสอะไรเย็นๆสักอย่าง พร้อมมีอะไรทิ่มเข้ามาในตัวผมแบบไม่ตั้งตัว

“เปรี้ยว เจ็บ กูเจ็บ” ผมน้ำตาเล็ด ร้องบอกไอ้เพื่อนเวรที่ตั้งหน้าตั้งตาแหกขาของผมออกซะกว้าง มันก้มหน้า ทิ่มนิ้วเข้ามาในก้นของผมอย่างตั้งอกตั้งใจ

“ทนหน่อยนะที่รัก อีกนิดเดียวก็พร้อมแล้ว” เสียงมันแหบพร่า เซ็กซี่สุดๆ

“พร้อมอะไร กูยังไม่พร้อม” ผมตะโกนบอก มือจิกที่นอนแน่น เมื่อรู้สึกเสียววาบเมื่อเปรี้ยวหมุนควงไปโดนจุดสัมผัสเข้า

“พร้อมเถอะนะ เมียจ๋า ผัวจะอดทนไม่ไหวแล้วนะ”

ความจุกและเจ็บต่อมามันมหาศาลมาก รู้สึกเหมือนตัวจะแตกเป็นเสี่ยงๆซะให้ได้ เมื่อไอ้เปรี้ยวดันน้องชายของมันเข้ามาในตัวผม ของมันใหญ่แค่ไหน ผมรู้สึกได้ ผมกลั้นน้ำตาด้วยความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต

เวรเอ้ย! มันไม่ให้เวลาผมทำใจเลย

เปรี้ยวจูบซับน้ำตาให้ผมอย่างอ่อนโยน ผมเลยดึงมันมาจูบเพื่อกลั้นเสียงครางด้วยความเจ็บปวดของตัวเอง และเพื่อทำให้ตัวเองมีอารมณ์ร่วมกับมันให้มากที่สุด

ไม่นานเราสองคนก็สอดประสานร่างเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ เปรี้ยวปรนเปรอผมด้วยความร้อนแรงที่ทั้งมีความนุ่มนวลและหอมหวานให้อยู่ในบทรักของเราอย่างลงตัว

แม้ตอนแรกเจ็บแทบตาย แต่มันเทียบไม่ได้กับตอนนี้ที่มันทั้งมีความสุข จนผมไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้หยุดลงเลย รวมทั้งความหื่นบังตาไอ้เปรี้ยว ผมเลยโดนจัดหนักซะเกือบเช้า ตื่นขึ้นมาก็เห็นไอ้เปรี้ยวแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอกแล้ว

ผมขยับตัวมากไม่ได้ มันปวดระบมไปหมดเลย หันไปมองนาฬิกา มันบ่ายสองกว่าแล้ว

ตายห่า ผมยังไม่ได้โทรไปลางานเลย โดนหักเบี้ยขยันแน่งวดนี้ ฮือ

“อ้าวตื่นแล้วเหรอจ๊ะ เมียจ๋า” เมื่อเปรี้ยวหันมาเห็นผมว่าตื่นแล้ว มันก็รีบเดินมานั่งข้างเตียงแล้วกุมมือผมไว้อย่างเป็นห่วง

“เป็นไงบ้างเมียจ๋า ลุกขึ้นไหวไหม” มันจะประคองให้ผมลุกขึ้น แต่ผมส่ายหัวปฏิเสธ มันเลยก้มลงหอมหน้าผากผมแทน

“ตัวรุมๆนะ เดี๋ยวผัวจ๋า ออกไปซื้อข้าวต้มมาให้กินนะครับ”

“อือ” ผมตอบได้แค่นั้นทำท่าจะหลับตาต่อ พยายามไม่สนใจคำที่มันเรียกแทนตัวเองกับผมที่โคตรน่าขนลุกนั่น แต่ต้องกระเด้งตัวลุกนั่งแทบทันที เมื่อไอ้เปรี้ยวมันพูดประโยคต่อมาที่ทำผมลืมเจ็บไปชั่วขณะ แล้วอยากกระโดดถีบมันให้หน้าหงายจริงๆ


“เมื่อเช้ามีคนโทรหาเมียจ๋าด้วยแหล่ะ ถามว่าทำไมเมียจ๋าไม่ไปทำงานสักที” ผมหูผึ่ง รีบถามมันต่อด้วยน้ำเสียงแหบๆ

“มึงบอกเขาว่าไง”

ไอ้เปรี้ยวยิ้ม ขยิบตาใส่ ดูน่าขนลุกชะมัด ทำไมผมรูสึกตงิดในรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจของมันเลยวะ

“อ๋ออออ...ผัวจ๋าบอกว่าเมียจ๋าคงยังไปทำงานไม่ได้ เพราะ..พวกเราเพิ่งเข้าหอกันคืนแรกที่มันก็หนักหน่วงพอดู ผัวจ๋าเลยบอกลางานให้เมียจ๋าเรียบร้อยแล้วนะ”

“หา!! มึงว่าไงนะไอ้เปรี้ยว” ผมตะโกนพูดเท่าที่พลังเสียงของผมจะทำได้ หัวคิ้วข้างขวากระตุกยิกๆ ไอ้บ้า มึงพูดอะไรของมึ้งงง

เปรี้ยวหน้าเหวอในท่าทางที่ตกใจของผม แต่แล้วมันก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“แล้วอีกอย่างนะ..เขาโทรมาตอนที่เรากำลัง...” มันทำยกมือทำนิ้วชี้ชนกัน พร้อมด้วยใบหน้าเขินๆ”ตอนที่เราจะเสร็จรอบสุดท้ายน่ะจ่ะเมียจ๋า ”

“หา!”

“ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะที่ล่องลอยมาจากปากไอ้เปรี้ยว ผ่านหูผมไปอย่างบางเบา ก่อนมันจะหายออกจากห้องไป พร้อมกับสติของผมที่คืนกลับมาว่าถ้าเลือกได้ ผมอยากได้เห้อย่างมันมาเป็นผัวจริงๆเหรอ?

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันคงเป็นกรรมของผมเองที่เป็นคนอยู่ดีๆ ดันไปหลงรักเห้อย่างมัน คงได้แต่ทำใจล่ะครับ ฮือๆๆ




         FIN


สวัสดีค่ะ หายไปนานมากกก ขอฝากตัวอีกครั้งนะคะ กับการกลับมาอย่างไม่เป็นทางการ เรื่องนี้คนเขียนแต่งค้างไว้นานตั้งแต่ปีที่แล้ว เพิ่งได้มีโอกาสกลับมาแต่งอีกครั้ง ฝากด้วยนะคะ :pig4: :pig4: :pig2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-06-2017 11:21:04 โดย Tonay »

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3347
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
Re: Oh my god!!! ผัวผมมันเห้ 21/06/60
«ตอบ #3 เมื่อ21-06-2017 20:56:25 »

มันก็ออกจะขำๆ...ขอตอนพิเศษได้ไหม น่ารักดี  :a1:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
Re: Oh my god!!! ผัวผมมันเห้ 21/06/60
«ตอบ #4 เมื่อ21-06-2017 21:00:28 »

 :z1: :pighaun: :haun4:
เปรี้ยว เหยี่ยว  :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ที่แท้เปรี้ยว แอบรักเหยี่ยวมาตั้งนาน
เก็บความลับ ซ่อนไว้ได้นานเหลือเชื่อ
เหยี่ยวเองก็ ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

ฟิน อยากอ่านตอนพิเศษอีกนะไรท์  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ aoihimeko

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-9

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ย้อนมาอ่านซ้ำ  ทั้งฮา ทั้งถูกใจ  :ling1: :z3: :katai2-1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด