คำทำนาย ทายว่าต้องรัก > ตอนพิเศษ ความสุข < [P.21] // [02/10/60]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: คำทำนาย ทายว่าต้องรัก > ตอนพิเศษ ความสุข < [P.21] // [02/10/60]  (อ่าน 183755 ครั้ง)

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :pig4:

ดีใจจจจจจ

ออฟไลน์ โอ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
สมกับที่รอคอยขอบคุณค่ะ o13

ออฟไลน์ leemmm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 285
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-6
โอ้ยมันดีกับใจที่สุด. คุณใหญ่น้องอัดมาแล้ว แค่อ่านสองตอนก็ติดแล้วมาอับทุกวันนะ :katai2-1:

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5

ออฟไลน์ boonpa

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-9
 :pig4: คุณใหญ่ออกอาการมากจริงๆ แระ

ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1568
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-8
น่าสนุกๆ ต่ออีก

ออฟไลน์ PIMJOO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
สองตอนก็ติดแล้วววว :hao7:

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2928
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5
เสียงดังมากระวังคออักเสบนะคะ คุณใหญ่ หุๆๆๆๆ :haun5: :haun5:

ออฟไลน์ aiaea83

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 676
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +494/-5
3




      “เขาเจาะจงอยากคุยรายละเอียดกับพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ก็ต้องไปสิ จะให้ผมไปได้ยังไง” เล็กบอกเหตุผลให้พี่ชายตัวเองในการไปเจอลูกค้ารายใหญ่ที่กำลังจะตกลงรับซื้อดอกไม้นานาพันธุ์ภายในไร่เพื่อไปประดับโรงแรมและตกแต่งสวน

   “จะแกหรือว่าฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ” ที่ไม่อยากไปใช่จะเกี่ยงงอนอะไร แต่เพราะเบื่อความยุ่งยากของเจ้าของโรงแรมคนสวยนั่นเอง หลายครั้งที่ได้พบเจอและพูดคุย เจ้าหล่อนก็จะแสดงอาการว่าชอบเขาซะเต็มประดา ไม่ได้รังเกียจแต่มันดูไม่เหมาะสมก็เท่านั้น

   “พี่ใหญ่กลัวคุณอรล่ะสิ” เล็กเอ่ยแซวพี่ชายที่ทำท่าทางนิ่งเฉยแต่ดวงตากรอกไปมาเมื่อมีคนรู้ทัน

   “ไม่ได้กลัว แต่มันไม่เหมาะ เขาเป็นผู้หญิงแถมยังพี่ยังเป็นหม้ายอีก ใครเห็นจะได้เอาไปพูดเสียๆ หายๆ” แม้จะพูดให้สวยหรู แต่ความหมายจริงๆ คือไม่ชอบนั่นเอง

   “ผมจะพยายามเชื่อนะ” เสียงขำในลำคอของน้องชายทำให้คนเป็นพี่ทิ้งตัวนั่งที่เก้าอี้อย่างอารมณ์เสีย เอกสารที่วางกองๆ อยู่บนโต๊ะดูรกระเกะระกะไปหมด “นั่นๆ เอกสารพวกนั้นผมอุตส่าห์เรียงเป็นอย่างดีแล้วแท้ๆ พี่ทำวุ่นวายอีกแล้ว”

   “ยุ่งน่า” ใหญ่ปัดมือน้องชายที่ยื่นมาแตะแฟ้มเอกสาร และถึงแม้เล็กจะถูกปัดมือ แต่ก็ยังคงขำท่าทางของพี่ชายอยู่ดี ก่อนเสียงเคาะประตูจะดังขัด สองพี่น้องจึงหันไปสนใจคนที่ยืนอยู่หน้าประตู

   “นมมารบกวนหรือเปล่าคะ” ผู้มาใหม่เอ่ยถามอย่างเกรงใจ เพราะกลัวว่า เจ้าของไร่ทั้งสองจะคุยกันเรื่องงานสำคัญอยู่

   “ไม่เลยครับ นมมีอะไรหรือเปล่า” เล็กเดินยิ้มไปหานมอิ่มที่เป็นคนสนิทของแม่และคอยเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก เรียกได้ว่าเป็นแม่คนที่สองเลยก็ว่าได้

   “พอดีนมอยากจะฝากตาอัดเข้าเมืองไปพร้อมกับคุณเล็กได้ไหมคะ แกจะออกไปส่งของที่ไปรษณีย์น่ะค่ะ” คนที่ถูกฝากเข้าเมืองยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง ในมือถือกล่องขนาดกลางไว้คงจะเป็นพัสดุที่จะเอาไปส่ง

   “น่าเสียดายจังครับนม ผมไม่ได้ไปแล้ว” น้ำเสียงเสียดายของเล็กทำให้คนอยากจะเข้าเมืองด้วยมีท่าทางผิดหวังเล็กๆ ก่อนจะรีบหันหลังเมื่อได้ยินประโยคถัดมา “นมต้องไปขอพี่ใหญ่แล้วล่ะ เพราะขานั้นจะเข้าเมือง”
 
   “ไอ้เล็ก” ใหญ่ปรามน้องชายที่ทำท่าทางทะเล้น

   “คุณใหญ่จะเข้าเมืองเหรอคะ งั้นนมขอฝากลูกชายไปด้วยได้หรือเปล่าคะ” คำขอที่ส่งมายากที่ใหญ่จะปฏิเสธ เลยพยักหน้ารับแบบส่งๆ ไป “ดีจริง ตาอัดไปกับคุณใหญ่นะลูก”

   “ผมไปวันอื่นก็ได้ครับ” อัษฎารีบบอกปัดทันที ขืนให้ไปกับคุณใหญ่ของไร่มีหวังได้ทะเลาะกันตลอดทางพอดี

   “ทำไมล่ะ ไม่ใช่จะมีใครไปบ่อยๆ นะลูก อีกอย่างลูกก็รีบส่งไม่ใช่หรือไงกัน”

   “ผมกลัวคุณใหญ่จะรีบไปทำธุระแล้วผมจะไปเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ” พูดจบดวงตากลมก็เหล่มองไปยังคนที่จ้องมาทางเขาเช่นกัน ดวงตานั่นจะดุไปไหนนะผู้ชายคนนี้

   “จริงด้วย แม่ก็ลืมนึกไป”

   “ไม่เป็นไรหรอกครับนม ผมไม่ได้รีบอะไร” คราแรกก็อยากจะดีใจที่อีกฝ่ายบอกปัด แต่พอคิดอีกทีการมีคนอื่นไปด้วยก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีไม่น้อยกับการไปเจออินทิอร “ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะกลับค่ำ” ว่าแล้วก็รีบเดินออกจากห้องไปทิ้งให้สายตาสามคู่มองอย่างมึนงง

   “ผมว่า นมต้องทำน้ำเต้าหู้ให้พี่ใหญ่ดื่มบ้างแล้วล่ะ” เล็กพูดไปขำไปเลยถูกนมอิ่มตีที่แขนเบาๆ “นมก็ ผมพูดจริงๆ นี่นา พี่ใหญ่ต้องเริ่มเข้าโหมดวัยทองแน่ๆ”

   “คุณเล็กไปว่าพี่ชายแบบนั้นไม่ดีนะคะ” แม้จะตักเตือนแต่มุมปากก็ยังติดรอยยิ้ม “รีบไปได้แล้วตาอัด ปล่อยให้คุณใหญ่รอนานไม่ดีนะ” พอเห็นลูกชายที่ยืนข้างๆ ยังลังเล ขายาวจะก้าวก็ไม่ก้าวเลยต้องเร่งซะหน่อย

   “ครับๆ งั้นเดี๋ยวผมมานะ” อัษฎาโค้งให้เล็กก่อนจะรีบวิ่งออกไป คนตัวใหญ่สมชื่อเดินไวเป็นบ้า ออกมาก่อนไม่กี่นาทีก็ขึ้นไปนั่งบนรถรอก่อนแล้ว “ขอโทษครับ”

   “เดินหาเต่าหรือไง ช้าจริง” แม้จะไม่โกรธแต่ปากก็พูดออกไปก่อนสมองคิด ยิ่งเห็นอีกคนหน้าบึ้งก็ยิ่งอยากพูด แต่ถ้าพูดออกไปก็ไม่มีเหตุผลรองรับว่าเพราะอะไรถึงอยากบ่นอยากว่า

   ใหญ่ขับรถจากไร่เข้ามาในเมือง เมื่อก่อนหากมาคนเดียวเขาแทบจะเหยียบจนเกือบชนหลายครั้ง แต่มาคราวนี้กลับขับรถด้วยความใจเย็น ขนาดเจ้าตัวยังรู้สึกแปลกใจ

   “คุณใหญ่ไม่ขับให้ไวกว่านี้หน่อยหรือครับ” อัษฎาเอ่ยถามเมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์โบราณขี่แซงขึ้นไป

   “ขับไวก็เปลืองน้ำมัน อีกอย่าง ฉันไม่รีบ” คนไม่รีบผิวปากอารมณ์ดี แต่อีกคนกลับส่งเสียงฮึดฮัด หากคำนวณเวลาคร่าวๆ แล้ว จากไร่ไปที่ไปรษณีย์ใช้เวลาเกือบชั่วโมงแต่ต้องแวะทำธุระ ฉะนั้นต้องบวกเวลาเพิ่มไปอีกหนึ่งถึงสองชั่วโมง แต่ตอนนี้คนขับเหยียบคันเร่งไม่ถึงแปดสิบดีด้วยซ้ำ ทำไมต้องเพิ่มเวลาไปอีกหลายสิบนาที แล้วแบบนี้จะไปทันเวลาเปิดทำการหรือเปล่า

   “ขับแบบนี้ก็เปลืองน้ำมันครับ” อัษฎาแย้งเลยถูกดวงตาดุตวัดมามอง

   “เออๆ เรื่องมากจริง” ใหญ่เพิ่มความเร็วจนคนนั่งมาด้วยตกใจรีบคว้าที่จับไว้แน่น “ไวพอหรือยัง”

   “มันเร็วเกินไปต่างหากคุณใหญ่” อัษฎาว่าก่อนจะจ้องคนกวนประสาทเขานิ่ง เสียงหัวเราะและรอยยิ้มน่ามองช่างดูอบอุ่น ดูเจ้าตัวจะไม่รู้ว่ากำลังยิ้มอยู่ พอหันมาสบตากัน รอยยิ้มนั่นก็หุบลง “ยิ้มบ้างก็ดีนะครับ”

   “ยุ่ง”

   จากความเร็วที่เพิ่มขึ้นทำให้ถึงที่หมายไวกว่าที่คิด ที่แรกที่ต้องมาคือโรงแรมของลูกค้าที่นัดไว้ อัษฎาหรี่ตามองตึกที่สูงลิ่ว ก่อนจะรีบเดินตามใหญ่ที่ยืนรอเขาอยู่หน้าประตูทางเข้า ตอนแรกกะจะอยู่รอด้านนอก แต่อากาศที่ร้อนจัดทำให้เด็กหนุ่มยอมตามเข้ามาด้านใน

   ความเย็นภายในโรงแรมทำให้รู้สึกหนาวเหน็บ แขกเหรื่อที่พักส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ อาจเพราะระดับห้าดาวที่ดูหรูหรากับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมล้านนาดูไม่น่าจะเข้ากันแต่กลับสวยแปลกตา อัษฎาเหล่ตามองกลุ่มนักท่องเที่ยวฝรั่งกลุ่มใหญ่ที่พากันถ่ายรูปกับช้างปั้นที่ทาสีซะสวย

   “รีบๆ เดิน มัวแต่มองอะไรอยู่ได้” เสียงเร่งด้านหน้าทำให้ต้องรีบก้าวเร็วไปหา ถ้ารีบนักทำไมไม่เข้าไปคนเดียว
 
   “ผมรออยู่ที่ล็อบบี้ก็ได้นะครับ” อัษฎาบอก เพราะไม่อยากเข้าไปรบกวนการคุยงานสำคัญของไร่ทั้งที่ตัวเองก็เป็นแค่ลูกของแม่บ้านเท่านั้น

   “อย่าเรื่องมาก ลูกค้ารออยู่” ใหญ่บอกเสียงเข้มพร้อมกับเดินนำเข้าไปในลิฟท์

   ห้องรับรองแขกที่ถูกจัดรอไว้ก่อนหน้า ใหญ่นั่งที่โซฟาอย่างสบายๆ ต่างจากอีกคนที่นั่งเกร็ง บรรยากาศดูน่าอึดอัดนั่นเพราะมีผู้หญิงสวมแว่นหนานั่งจ้องหน้าอยู่ จนมีสาวสวยเดินเฉิดฉายเข้ามา ทั้งใหญ่และผู้หญิงสวมแว่นก็รีบยืน อัษฎาทำท่าเหลอหลาและรีบลุกตาม

   “ยืนต้อนรับเลยหรือคะเนี่ย น่ารักจริง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นหน้าไปหอมแก้มเจ้าของไร่ดังฟอด อัษฎาเบิกตากว้างมองดูหญิงสาวที่กล้าหอมแก้มผู้ชายก่อน แม้จะเป็นธรรมเนียมฝรั่ง แต่ถ้าคนถูกหอมแก้มยิ้มแย้มสักหน่อยก็คงจะไม่ขัดตาเช่นนี้ ใหญ่ทำหน้านิ่งไม่กล้ายกมือเช็ดรอยลิปสติกที่เปื้อนแก้มตัวเองออก ดวงตาคมตวัดมองคนที่พามาด้วยที่แอบขำ

   “เข้าเรื่องเลยดีกว่า คุณอรอยากได้ดอกไม้แบบไหนหรือครับ แล้วอยากตกแต่งแบบไหน” ใหญ่รีบเข้าเรื่องทันทีเพราะไม่อยากเสียเวลา จนคนสวยทำใบหน้าง้ำงอด้วยความงอน

   “คุณใหญ่ละก็ นานๆ จะมาเจออรทีทำไมรีบนักละคะ” เสียงหวานติดน้อยใจของหญิงสาวไม่ได้ทำให้ใหญ่เปลี่ยนใจแต่กลับบอกเหตุผลที่ทำให้รีบจนคนถูกอ้างตกใจอ้าปากค้าง

   “พอดีผมพาคนงานในไร่มาด้วย เขารีบน่ะครับ” ทันทีที่ใหญ่พูดจบ นัยน์ตาหวานเชื่อมตวัดมองคนงานในไร่ที่มาด้วยอย่างไม่พอใจ อัษฎาอยากจะเถียงใจแทบขาดแต่ติดตรงที่ว่า ถูกดวงตาดุขยิบตาให้อยู่เฉย “คุณอรอยากได้แบบไหนหรือครับ”

   “อรอยากได้แบบ....” ความต้องการของเจ้าของโรงแรมคนสวยถูกเล่าออกมาเป็นฉากๆ โดยมีผู้หญิงสวมแว่นแทรกมาเป็นระยะ

   อัษฎามองใหญ่ที่นั่งฟังเฉยๆ อย่างขัดใจ ความต้องการมากมายแถมยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเช่นนั้น หากไม่มีการบันทึกแล้วจะจำหมดได้ยังไง ชายหนุ่มรีบหยิบสมุดบันทึกประจำตัวออกมาแล้วจดรายละเอียดที่ได้ยินลงไป เพราะเคยทำแบบนี้ประจำจากที่ทำงานเก่า ทำให้อัษฎาสามารถสรุปเรื่องราวทั้งหมดให้เข้าใจง่ายมากขึ้น

   “คุณใหญ่ว่ายังไงบ้างคะ” อินทิอรเอ่ยถามความเห็นจากชายที่ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น แต่ดูชายหนุ่มจะไม่สนใจในสิ่งที่เธอถามแม้แต่น้อย เพราะดวงตาคมเอาแต่จ้องหน้าเด็กหนุ่มข้างๆ จนต้องเรียกชื่อย้ำอีกหลายที “คุณใหญ่คะ คุณใหญ่”

   “อ่าครับ”

   “ไม่ฟังอรเลย งอนแล้วนะเนี่ย”

   “ขอโทษครับ คุณอรว่ายังไงนะครับ” คำขอโทษของใหญ่เรียกสายตาอัษฎาให้เงยหน้าขึ้นมอง เจอใบหน้าง้ำงอมองมาทางเขาพอดีทั้งที่หญิงสาวกำลังพูดกับใหญ่อยู่แท้ๆ “คุณอรครับ”

   “ไม่มีอะไรแล้วค่ะ เอาแบบที่อรว่านั่นแหละ”

   “ได้ครับ เดี๋ยวผมจะให้ช่างเขียนรายละเอียดและร่างแบบจัดสวนคร่าวๆ มาให้ดูก่อน เผื่อคุณอรจะแก้ไขตรงไหน”
 
   “ค่ะ แต่คุณใหญ่ต้องมาเองนะคะ แล้วก็...มาคนเดียวด้วย” ความต้องการนั่นเรียกให้อัษฎาเกือบสำลักน้ำลาย ถึงแม้จะไม่ได้เห็นหน้าแต่ก็พอรู้ว่าตอนนี้เขากำลังถูกจ้องมองด้วยสายตาไม่พอใจอยู่แน่นอน “อรอุตส่าห์เตรียมอาหารไว้ คุณใหญ่ไม่เคยตามใจอรเลยสักครั้ง น่าน้อยใจจริงๆ”

   “ขอโทษครับ”

   “เปลี่ยนคำขอโทษเป็นอย่างอื่นแทนน่าจะดีกว่านะคะ วันนี้คุณใหญ่ขอโทษอรบ่อยมากเลย”

   “ขอโทษ...”

   “ไม่ต้องขอโทษแล้วค่ะ”

   “อ่าครับ งั้นหากไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ เด็กมันรีบ” ข้ออ้างที่ถูกพูดขึ้นทำให้หญิงสาวอึกอักก่อนพยักหน้าลง

   “คุณใหญ่ใจดีจริงนะคะ แค่คนงานในไร่ยังตามใจขนาดนี้ แต่อรขอเตือนนะคะ ว่าเด็กมันอาจจะเหลิงได้” ถูกแขวะจนคนถูกยกมาอ้างเม้มปากแน่น ทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลยแท้ๆ ยังโดนว่าอีกจนได้

   กว่าจะออกจากห้องรับรอง อัษฎาก็แทบจะก้มหน้าคางชิดอก สายตาที่คอยทิ่มแทงอยู่ตลอดทำให้ไม่อยากเงยหน้าขึ้นไปสบตา ไม่ใช่ว่ากลัว แต่ไม่อยากมีปัญหาตามมาภายหลัง

   “ไว้เจอกันใหม่นะคะคุณใหญ่” ก่อนจากลา อินทิอรยังฝากรอยลิปสติกไว้อีกข้าง คนถูกฝากปั้นหน้าแทบไม่ถูกเมื่อถูกหอมแก้มในที่สาธารณะที่ๆ มีคนมากมายหันมาสนใจ

   “ครับ” ใหญ่โค้งศีรษะให้นิดๆ ก่อนสาวเท้ารีบเดินออกมาจากที่นั่น พอขึ้นไปนั่งในรถได้ ใหญ่ก็มองหากระดาษทิชชู่เป็นอย่างแรก แต่ยิ่งถูก็ยิ่งเลอะ ดูท่าแล้วลิปสติกจะติดทนเกินไปจนน่าโมโห

   “เช็ดแบบนั้นมันไม่ออกหรอกนะครับ” อัษฎาขำในลำคอเมื่อเห็นท่าทางหงุดหงิดของคนที่พยายามเช็ดแก้มตัวเองทั้งสองข้าง “มานี่ครับ” อัษฎาล้วงผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าแล้วหยิบขวดน้ำด้านข้างประตูมาเทพอให้ชุ่มแล้วยื่นไปให้

   “อะไร” ใหญ่มองผ้าเช็ดหน้าชุ่มน้ำอย่างสงสัย

   “ใช้นี่เช็ดน่าจะออกไวกว่านะครับ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมรับผ้า อัษฎาจึงถือวิสาสะยื่นมือไปเช็ดให้เอง ใหญ่เบี่ยงหน้าหนีแต่คนตั้งใจดีจิ๊ปากทำให้คนเบี่ยงหน้าหันกลับมาตามเดิม “เช็ดจนแดงหมดแล้ว”

   “เงียบไปเลย” พอถูกสั่งให้เงียบ อัษฎาก็เงยหน้าสบตากับใหญ่ ดวงตาดุที่เคยจับจ้องดูอ่อนลงจนรู้สึกได้ “อะไร”
 
   “คุณใหญ่ถามว่าอะไรมาสองครั้งแล้วนะครับ” อัษฎาว่า

   “แล้วจะทำไม ฉันอยากพูดอยากถามว่าอะไรแล้วมันทำไม” โดนตีรวนจนอัษฎาหัวเราะออกมาเสียงดัง “หัวเราะทำไม น่าขำตรงไหน”

   “ไม่มีครับ ไม่มี” แม้พยายามกลั้นขำแต่ก็ยังเล็ดลอดเสียงหัวเราะออกมา “ออกหมดแล้วครับ”

   “เออ” ใบหน้าเข้มตีนิ่งก่อนจะออกรถเพื่อพาคนที่ทำให้ต้องโมโหไปทำธุระ “ไปส่งอะไร” ใหญ่เหล่ตามองกล่องสีขาวที่ถูกมัดเป็นอย่างดีด้านหลังรถ

   “สมุดน่ะครับ รายละเอียดงานเก่าๆ” พอนึกถึงงานเก่าๆ ก็พาลทำให้นึกถึงคนใจร้ายที่ทำให้ต้องหนีความช้ำมาหาแม่ และต้องมาพบเจอเจ้าของไร่อารมณ์ร้อนและขี้โมโหคอยแต่จ้องจะดุด่า

   “แล้วเมื่อกี้จดอะไรบ้างล่ะ เห็นก้มหน้าเขียนยิกๆ” ใหญ่หันมามองคนข้างๆ ประจวบกับอีกคนมองอยู่ก่อนแล้วทำให้สบตากันนิ่ง

   “คุณใหญ่ไม่มองถนนหรือครับ” คล้ายกับสติที่ลอยชั่วครู่กลับมาอัษฎาก็รีบชี้ไปที่ถนน ยังดีที่ไม่มีรถขับสวนมา “ผมจดรายละเอียดคร่าวๆ เพราะคุณใหญ่ไม่ยอมจดอะไรเลย”

   “ฉันจำเอา” คล้ายกับอวดอ้างความจำดีเลิศ

   “เก่งขนาดจำหมดเชียวหรือครับ ดีจริง” คนยืดอวดความจำหันขวับทันที

   “ประชดฉันใช่ไหม”

   “เปล่านะครับ” อัษฎาทำตาใสปฏิเสธ “ผมชมต่างหาก”

   “น้ำเสียงโคตรไม่เต็มใจ”

   ไปรษณีย์ใหญ่ในตัวจังหวัดยังเปิดอยู่ อัษฎาถอนหายใจออกมาเพราะนี่ก็ใกล้เวลาจะปิดทำการ ยังดีที่มาทัน ไม่อย่างนั้นเขาคงมาเสียเที่ยว

   ใหญ่นั่งรออยู่ในรถ ร่างหนาเอนตัวพิงเบาะปิดเปลือกตาลงเพื่อพักสายตา ดูจากคนมาใช้บริการคงจะนานเอาการ และมันก็เป็นเช่นนั้น ผ่านมาแล้วเกือบครึ่งชั่วโมงแต่อัษฎาก็ยังไม่ออกมาสักที คนขี้โมโหเปิดประตูรถลงไปตามหา เห็นคนที่ทำให้ต้องรอนั่งอยู่ที่ม้านั่ง ขายาวก็รีบสาวเข้าไปหาทันที

   “ยังไม่เสร็จอีกเหรอ” น้ำเสียงติดหงุดหงิดจนคนที่นั่งข้างๆ หันมามอง

   “อีกคิวเดียวครับ อ๊ะ เขาเรียกแล้ว คุณใหญ่รอแป๊บหนึ่งนะครับ” ร่างผอมบางกว่ารีบเดินไปที่เคาน์เตอร์ ปล่อยให้คนมาตามยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางสายตาสาวๆ ที่มองอย่างสนใจ

   เพราะไม่ชอบถูกมองมากนัก ใหญ่เลือกจะเดินกลับไปที่รถแทน คล้อยหลังแค่ไม่กี่นาทีอัษฎาก็เดินออกมา ใบหน้าบึ้งตึงของคนที่ยืนพิงรถทำให้คนช้าต้องโค้งศีรษะขอโทษ

   “รีบขึ้นรถ เดี๋ยวฉันต้องไปหาแม่อีก”

   “ครับ”

   รถของไร่ออกจากที่ทำการไปรษณีย์มุ่งหน้าสู่รีสอร์ทพิกุลจันทร์หอมชื่อเดียวกับไร่ดอกไม้ บ้านพักสร้างจากไม้หลังขนาดพอดีอยู่ท่ามกลางต้นไม้และดอกไม้สวย บรรยากาศร่มรื่นน่าพักอาศัย

   “ที่นี่สวยมากเลย” อัษฎามองอย่างหลงใหล เคยได้ยินชื่อรีสอร์ทนี้แต่ก็ไม่เคยได้มาพักสักครั้ง หลายครั้งที่มาทำงานที่เชียงใหม่ แต่ไม่เคยได้มาพักที่แบบนี้ มีแต่จะพักที่โรงแรมในเมืองเพราะสะดวกกับงานที่ต้องทำ

   “ฉันเป็นคนออกแบบและจัดสวนเองมันก็ต้องสวยอยู่แล้ว” ลูกชายคนโตของเจ้าของยืดอกอวดฝีมือจนคนที่ยืนอยู่ด้วยขำ แต่ก็ทึ่งกับความสวยจริงๆ

   “ก็สมกับเป็นเจ้าของไร่ดอกไม้แล้วนี่ครับ” ใหญ่ขมวดคิ้วนิดๆ ฟังประโยคที่ได้ยินคล้ายกับจะชมหรือจะด่าจากคนตรงหน้า

   “เออๆ ถือว่าชม”

   “ลุงใหญ่” เสียงเล็กตะโกนเรียกจนเจ้าของชื่อหันไปมอง ร่างเล็กวิ่งลุนๆ เข้ามาหาจนต้องย่อตัวช้อนร่างขึ้นอุ้ม “ลุงใหญ่มาช้า”

   “นี่ลุงก็รีบสุดๆ แล้ว” สองลุงหลานคุยกันหนุงหนิงจนลืมคนที่มาด้วย อัษฎามองคนขี้โมโหกลายเป็นคุณลุงที่แสนดีเมื่ออยู่กับหลาน “คุณย่าล่ะ”

   “คุณย่าอยู่ในนู้น” นิ้วป้อมชี้ไปทางด้านใน พอดีกับคุณนายเจ้าของรีสอร์ทเดินยิ้มแย้มออกมา “นั่นไง คุณย่า”

   “ทำไมมาช้าล่ะ โทรบอกแม่ว่าออกมานานแล้วนี่นา” คุณพิกุลเอ่ยถามลูกชายก่อนจะหันไปมองคนที่มาพร้อมกับใหญ่ “ไปส่งของมาแล้วเหรอ”

   “ครับ เรียบร้อยแล้ว” อัษฎาตอบพร้อมรอยยิ้ม

   “ไม่ทะเลาะกันใช่ไหม เห็นตาเล็กบอกตาใหญ่ชอบดุ” คุณพิกุลปรายตามองลูกชายที่เพิ่งจะกล่าวถึงที่ทำหน้าบึ้ง “เอาล่ะๆ เข้าไปด้านในก่อน ไปตาใหญ่พาน้องเข้ามา” อัษฎายิ้มนิดๆ ก่อนจะเดินตามแม่ลูกเข้าไปด้านใน พอเข้ามาบรรยากาศยิ่งน่าพักอาศัย ทั้งข้าวของเครื่องใช้ทำจากไม้ทั้งสิ้น

   “ที่นี่นะ ตาใหญ่เขาออกแบบตกแต่งเองทั้งหมด” คุณพิกุลบอกรายละเอียดให้คนที่ดูตื่นตาตื่นใจได้รู้ อัษฎาเหลือบมองคนที่เพิ่งอวดความเก่งไปเมื่อครู่ “เสียอยู่อย่างเดียว ตอนทำกว่าจะเสร็จ ต้องเปลี่ยนผู้รับเหมาหลายราย”

   “แม่ครับ” ใหญ่เรียกแม่เสียงอ่อย ใช่อยากจะเปลี่ยนผู้รับเหมาบ่อย แต่เพราะบางรายเกียจคร้าน บ้างก็โกงงาน ยังดีที่ใหญ่คอยตามงานทุกอย่างทุกรายละเอียด รีสอร์ทเลยออกมาดีแบบที่ตั้งใจไว้

   ทั้งคุณพิกุลและอัษฎาพากันขำท่าทางของใหญ่ พอทั้งหมดเดินไปถึงหน้าห้องทำงานของเจ้าของ อัษฎากำลังเอ่ยขอแยกตัวแต่ใหญ่กลับเรียกเข้าไปด้วย

   “บอกรายละเอียดงานไปสิ จดมาไม่ใช่หรือไง” ถูกโยนงานให้ทันที แม้จะขัดใจแต่อัษฎาก็บอกรายละเอียดได้อย่างถี่ถ้วน ขนาดใหญ่ยังนึกชมอยู่ในใจถึงความรอบคอบ

   “นี่เราโยนงานให้น้องเขาทำได้ยังไง” หลังฟังจบก็ถูกแม่เล่นงานทันทีจนใหญ่ต้องถลึงตาให้คนที่หัวเราะเขา

   “ผมไม่ได้โยนให้สักหน่อย” คำแก้ตัวค่อนข้างฟังไม่ขึ้น แต่คุณพิกุลก็ทำท่าเข้าใจ “ว่าแต่ แม่เรียกผมมามีอะไรหรือเปล่า”

   “อ๋อ พอดีคุณทัศนัยเขามาพักที่นี่แล้วได้ชิมไวน์องุ่นจากไร่เรา เขาติดใจและชอบมาก เลยอยากจะขอรายละเอียดเกี่ยวกับไวน์น่ะ เพราะเขาจะเอาไปลงที่ร้านอาหารของเขา แม่ว่าก็ดีนะ ร้านเขาใหญ่ที่สุดในตัวเมืองด้วย”

   “เอกสารอยู่ที่ไร่ ผมไม่ได้เอาติดมาด้วย” ใหญ่ว่า สายตาดุไม่ได้สนใจแม่เพราะกำลังมองคนที่ตื่นเต้นกับเทียนหอมรูปดอกไม้

   “งั้นพอแกกลับไปแล้วก็ส่งแฟ็กซ์มาให้แม่แล้วกัน” คุณพิกุลพูดไปก็มองท่าทางของลูกชายไป ดวงตาที่เริ่มฝ้าฟางมองเด็กหนุ่มหน้าสวยคล้ายแม่ตัวเองสลับกับหน้าลูกชายพาลทำให้นึกถึงคำทำนายเมื่อสมัยก่อนนั้น

         หนึ่งในสอง ต้องมีคู่ ที่ผิดแปลก หากจำแนก คงจะแยก นั้นลำบาก แต่หากหนึ่ง ในสอง ครองกาย ด้วยใจงาม ความสุข จะพบพาน กันด้วยดี

   คู่ผิดแปลกที่ว่าจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า หากหนึ่งในสองมีคู่ผิดแปลก อีกคนที่เหลือจะกลับมามีความสุข แต่ทั้งใหญ่และเล็กไม่มีท่าทีจะรักหรือชอบเพศเดียวกันเลยด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้จะทำยังไง

   “ใหญ่ ตาใหญ่” คุณพิกุลเรียกซ้ำจนคนเหม่อสะดุ้งและหันมามอง “อย่าลืมส่งเอกสารมาให้แม่ล่ะ”

   “เอกสาร...อ๋อครับ” ท่าทางแปลกๆ ของลูกชายทำให้คุณพิกุลอยากจะไปคุยกับคนสนิทอย่างนมอิ่มมากที่สุด “ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมกลับก่อนนะครับ เดี๋ยวจะถึงไร่ค่ำ”

   “จ้ะ” คุณพิกุลยิ้มให้ลูกชายเผื่อแผ่ไปทางลูกชายของคนสนิท “ไว้มาเที่ยวนะ ให้ตาใหญ่พามา” คำชวนทำเอาอัษฎาเลิกคิ้วมอง

   “ครับ” แม้จะขัดแย้งว่าคงไม่ได้มาหรอกแต่ก็ตอบรับไป “ผมกลับก่อนนะครับคุณนาย” ยกมือไหว้ร่ำลาก่อนจะเดินออกจากห้องมาก่อน

   “ขับรถดีๆ ล่ะตาใหญ่ อย่าขับรถเร็วมันอันตราย อ่อ อย่าชวนเขาทะเลาะด้วย”

   “แม่เห็นผมเป็นคนแบบนั้นหรือไง โธ่”

   “ไม่ต้องมาโธ่เลย กลับดีๆ นะลูก” ใหญ่ยกมือไหว้ลาพร้อมกับยื่นมือยีผมหลานตัวเล็ก ขายาวกำลังจะก้าวเดินชะงักหยุดเมื่อแม่เรียกไว้ “ตาใหญ่ ถ้าเกิดลูกต้องทำอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบ แต่มันอาจทำให้น้องดีขึ้น เราจะทำไหม” ไม่รู้อะไรดลใจให้คุณพิกุลถามออกไป แม้จะดูไม่น่าเชื่อถือ แต่คำทำนายที่ว่ามันค่อยๆ เกิดขึ้นจริงตามนั้น

   “ไม่รู้สิครับ ต้องดูก่อนว่าทำอะไร” ตอบเสร็จก็เดินออกมาจากห้องเพราะแม่ไม่พูดอะไรอีก ระหว่างทางกลับไปที่รถ คำพูดของแม่ยังคอยรบกวนจิตใจ จะให้เขาทำอะไรที่ไม่ชอบเพื่อน้อง...เพื่อเล็กน่ะเหรอ เขาต้องทำอะไรกัน

   “คุณใหญ่ยังไม่ได้ปลดล็อกรถครับ” เพราะความเหม่อทำให้เจ้าของรถพยายามดึงประตูรถออก ทั้งๆ ที่เปิดไม่ออก พอมีเสียงบอกคนเหม่อก็รีบกระแอมกลบเกลื่อน

   “รู้แล้วน่า”

   “ครับๆ”

   รถประจำไร่ขับออกไปแล้ว แต่เจ้าของรีสอร์ทอย่างคุณพิกุลยังยืนนิ่งมองจนท้ายรถลับตา หากเป็นตาใหญ่ และหากเป็นลูกชายของคนสนิท หากเป็นแบบนั้นได้ ชีวิตอีกชีวิตจะดีขึ้นไหมนะ ยิ่งตอนนี้ลูกชายคนเล็กกลับมาดื่มเหล้าอีกครั้งตามคำบอกของนมอิ่มคนสนิทยิ่งสร้างความเป็นห่วง เพราะกลัวจะติดเหล้าอย่างแต่ก่อน ตาเล็กนะตาเล็ก ทำให้แม่คนนี้เป็นห่วงอีกแล้ว


...TBC



ออฟไลน์ โอ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
ชอบเรื่องนี้มากๆเลยมาต่ออีกไวๆนะจะรออ่านไรท์สู้ๆ :mc4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5058
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2928
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5

ออฟไลน์ leemmm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 285
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-6
คุณใหญ่เอ๊ยเริ่มมีใจให้อัฎโดยไม่รู้ตัวแล้วสินะ :katai5:ชอบเรื่องนี้สุดๆๆ

ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1568
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-8
แม่เริ่มคิดอะไรได้แล้วสินะ

ออฟไลน์ PIMJOO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
 :katai2-1: เอาอีกกกกกก เอาอีกกกกกกก

ออฟไลน์ boonpa

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-9
 :impress2: เราลุ้นคู่นี้นะ อยากให้คุณใหญ่คู่กับอัต

ออฟไลน์ aiaea83

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 676
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +494/-5
4




       “ใส่ปุ๋ยเพิ่มหน่อยก็ดีนะ” น้ำเสียงเรียบบอกคนงานที่กำลังจัดแจงตารางใส่ปุ๋ยในไร่ ใหญ่กลับมาเร่งทำงานเพราะเริ่มมีออร์เดอร์เข้ามาไม่ขาดสาย ดังนั้นช่วงนี้ต้องดูแลดอกไม้ให้ดีเพื่อให้ออกดอกและสวยที่สุด “แล้วก็นะ ช่วยดูตรงท้ายๆ หน่อย ดอกมันดูเล็กกว่าที่ควรจะเป็น” เมื่อสั่งงานเสร็จ ร่างสูงก็เดินข้ามแปลงมาเรื่อยๆ ก่อนจะได้ยินเสียงคนเรียกทำให้ต้องหันหลังไปมอง

   “คุณใหญ่ครับ”

   “มีอะไร”

   “คือคุณเล็ก...” ชื่อของน้องชายหลุดออกมาจากปากคนงานทำให้พี่ชายต้องขมวดคิ้ว “ท้ายไร่นะครับ” ไม่ต้องบอกรายละเอียดก็รู้ดีว่าคนงานหมายถึงอะไร

   เกือบสองวันมาแล้วที่เล็กดื่มเหล้าหนัก นั่นเพราะถูกภรรยาเก่าโทรมาเร่งเร้าจะเอาลูกชายไปเลี้ยงเอง ขายาวรีบเดินย้อนกลับไปยังท้ายไร่ กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาจนครึ่งทางคนรีบหยุดหอบหนักเพราะความเหนื่อย ก่อนจะมีเสียงบางอย่างดังจากด้านข้าง อัษฎาที่กำลังปั่นจักรยานผ่านมาพอดีเหล่หางตามองเจ้าของไร่หน้าดุ ขาเรียวรีบปั่นให้ผ่านไปโดยไว แต่กลับถูกมือยาวยื่นมาดึงท้ายจักรยานไว้จนรถที่เร่งสปีดเกือบล้ม ยังดีที่คนปั่นใช้ขาค้ำยันไว้ทัน ใบหน้าขาวมุ่ยลงอย่างไม่พอใจ

   “คุณใหญ่ทำอะไรเนี่ย ผมเกือบจะล้มแล้ว เดี๋ยวๆ” อัษฎาเบิกตากว้างเมื่อคนที่อุกอาจดึงท้ายรถขึ้นมาซ้อน “คุณใหญ่ทำอะไรเนี่ย”

   “รีบๆ ปั่นไปท้ายไร่ อย่าพูดมาก” คำสั่งนิ่งๆ ออกจากปากทำให้คนอ้าปากจะว่าต้องงับลงและออกแรงปั่นพาคนซ้อนท้ายไปท้ายไร่ แต่เพราะคนตัวโตซ้อนด้านหลังทำให้แรงปั่นหดหาย “แรงมีแค่นี้เหรอวะ ลงๆ” ใหญ่ใช้ขายันที่พื้นเพื่อหยุดรถก่อนดึงแขนคนปั่นให้ลงแล้วตัวเองก็ขึ้นมาประจำที่คนปั่นเอง อัษฎารีบกระโดดซ้อนท้ายเมื่อเห็นว่าจะถูกทิ้ง แขนขาวรีบรวบกอดเอวคนปั่นไว้แน่นเมื่อรถออกตัวอย่างเร็ว

   “คุณใหญ่จะรีบไปไหนเนี่ย เหวอ” ทางลงลาดชันอัษฎายิ่งเพิ่มแรงกอดรัด หน้าขาวซบกับแผ่นหลังกว้างจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เตะจมูก

   คนปั่นที่ไม่สนใจคนซ้อนเท่าไหร่ ปั่นได้ก็เร่งความเร็วจนมาถึงสถานที่ๆ คนงานบอกไว้ อัษฎาทำหน้างงงวยเมื่อใหญ่รีบลุกออกไปและตรงไปที่เพิงพักสำหรับคนงานเฝ้าไร่ หน้าบึ้งตึงคล้ายกับโมโหยามเปิดประตูไปเห็นน้องชายกำลังนอนกอดขวดเหล้าเอาไว้ ท่าทางเหม่อลอยจนต้องตบแก้มเรียกสติ

   “ไอ้เล็ก มีสติหน่อย”

   “พี่ใหญ่” เล็กละเมอเรียกพี่ชายออกมา ดวงตายังล่องลอยเพราะความเมา “ผมไม่ดีตรงไหนแคทถึงทิ้งผมไป”

   “มีสติหน่อย” ใหญ่พยายามเรียกน้องชายตัวเองที่พร่ำเพ้อพรรณนาถึงภรรยาเก่า แม้ตัวเขาเองจะเคยเป็นแบบนี้สมัยภรรยาเสียแต่ไม่นานก็กลับมาตั้งตัวใหม่ได้

   “คุณใหญ่ ผมว่าพาคุณเล็กกลับก่อนเถอะครับ ขืนปล่อยไว้มีหวังยุงหามพอดี” อัษฎาที่เดินตามมาออกความคิดเห็น

   “ไอ้เล็กกลับบ้าน ลุกขึ้น” ใหญ่หิ้วปีกน้องชายให้ยืน แต่คนเมาไม่ให้ความร่วมมือทำให้คนดึงแทบเซล้ม ยังดีที่อัษฎารีบเข้าไปพยุงช่วย จากนั้นสองแรงแข็งขันก็หิ้วแขนคนเมาคนละข้าง กว่าจะถึงเรือนก็ทำล้าไปทั้งตัว ทันทีที่เท้าเหยียบขึ้นเรือน นมอิ่มรีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับสาวใช้อีกสองคนด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพคนที่ถูกหิ้วกลับมา

   พอพาคนเมาไปนอนในห้องได้ ใหญ่ก็จัดการเอาผ้าที่นมอิ่มยื่นให้เช็ดตัวน้องชายที่ไร้สติ มือคนเมาปัดป่ายจนคนเป็นพี่โมโห นมอิ่มเห็นท่าทางแล้วนึกกลัวเลยอาสาทำให้

   “นมว่า คุณเล็กเธอชักจะหนักขึ้นทุกวันแล้วนะคะ” เป็นอย่างที่นมอิ่มว่าจริงๆ ใหญ่ถอนหายใจเฮือก ครั้งแรกที่น้องชายเคยติดเหล้า เขาสติหลุดเผลอต่อยหน้าจนคว่ำ ครานั้นถูกแม่โกรธหนักกว่าจะยอมพูดดีด้วยก็กินเวลาหลายวัน มาคราวนี้เขาละกลัวจะยั้งความโกรธไว้ไม่อยู่ซะจริง

   “ผมก็เบื่อสภาพของมันเต็มทน” พูดจบก็เดินออกไป อัษฎายืนอยู่ที่กรอบประตูมองตามร่างสูงออกจากห้องไป ตอนขากลับจากท้ายไร่ สายตาของใหญ่ที่มองน้องชายเต็มไปด้วยความห่วงใย แม้จะทำตัวแข็งกร้าวดูไม่สนใจ แต่ที่จริงแล้วคงเป็นห่วงมากทีเดียว พวกปากแข็งแต่ใจอ่อน

   “อัด ดูคุณเล็กให้แม่หน่อยนะ เดี๋ยวแม่ไปข้างนอกแป๊บหนึ่ง” นมอิ่มปรายตามองร่างที่นอนนิ่งบนเตียงก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อัษฎานั่งลงข้างเตียงแทนที่

   “คุณเล็กกำลังทำให้พี่ชายและคนอื่นๆ เป็นห่วงอยู่นะครับ”

   “แคท ผมไม่ยอมให้คุณไป” เสียงละเมอดังออกจากปากคนเมา มือยาวปัดป่ายไปทั่วจนคนนั่งเฝ้าสะดุ้งเมื่อถูกดึงแขน อัษฎาพยายามดึงแขนตัวเองให้ออกจากการจับ “แคท”

   “ผมไม่ใช่ครับ ผมอัด คุณเล็ก” 

   “แคท”

   อัษฎาพยายามยื้อยุดจนเกือบหมดแรง โชคยังดีที่ใหญ่ย้อนกลับมาเอาหมวกที่วางทิ้งไว้ พอเห็นคนตัวผอมทำท่าจะเซไปทับร่างน้องชาย มือใหญ่ก็รีบดึงแขนอีกข้างไว้แล้วออกแรงดึงให้กลับมา ร่างที่หลุดออกมาปะทะกับอกแกร่งจนหน้าผากมนกระแทกเข้าที่คางแหลมเสียงดัง คนเจ็บสองคนยกมือคนลูบในส่วนของตัวเองป้อยๆ

   “เจ็บ” อัษฎาพูดหน้านิ่ว มือลูบหน้าผากตัวเองไปมา

   “ฉันเจ็บกว่าอีก อูย คางแตกหรือเปล่าเนี่ย” คนที่เจ็บน้อยตวัดสายตามอง “จ้องแบบนั้นจะหาเรื่องหรือไง คนมาช่วยแท้ๆ กลับเจ็บตัวฟรี”

   “ผมไม่ได้ขอให้ช่วยสักหน่อย” บอกพลางเชิดหน้าขึ้นสร้างความหมั่นไส้ให้คนที่เห็น

   “หาว่าฉันยุ่งเองหรือไง”

   “ใช่”

   “นี่นาย...” กำลังจะตอบกลับ พอดีกับนมอิ่มเดินเข้ามาพอดี ใหญ่เลยได้แต่ชี้หน้าคาดโทษไว้
 
   หลังจากใหญ่ออกไปแล้ว นมอิ่มมองท่าทางของลูกชายที่ทำปากขมุบขมิบตามหลัง เมื่อตะกี้เธอได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ลูกชายถูกเล็กดึงแขนและใหญ่มาช่วย ยิ่งได้ฟังคำบอกเล่าจากคุณพิกุลเกี่ยวกับอาการของสองคนนี้ที่รีสอร์ทยิ่งทำให้คิดหนัก

   “อัดไปทำงานก่อนนะครับ เดี๋ยวมีคนกล่าวหาว่าอู้อีก”
 
   “จ้ะ”

   เมื่อไม่มีใครอยู่แล้ว นมอิ่มรีบต่อโทรศัพท์ถึงคุณพิกุลทันที รายละเอียดเกี่ยวกับลูกชายคนเล็กถูกรายงานตามที่เห็น ส่วนลูกชายคนโต นมอิ่มต้องขอให้คุณพิกุลมาพูดเอง

   “คุณนายว่า คุณใหญ่จะยอมหรือคะ” นมอิ่มถามปลายสายอย่างไม่มั่นใจ

   (ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องลองดู) คุณพิกุลตอบกลับ (เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะเข้าไปพูดเอง)

   วางสายไปแล้วแต่นมอิ่มยังถือหูโทรศัพท์ค้างไว้ ดวงตามองไปที่ร่างไร้สติกำลังละเมอเพ้อพกถึงภรรยาเก่าไม่ขาดสาย ช่างน่าสงสารซะจริงคุณเล็กของนมอิ่ม



   
   “คางไปโดนอะไรมาน่ะ” คุณพิกุลเลิกคิ้วมองใบหน้าลูกชายคนโตที่ปลายคางดูแดงเด่นชัด

   “อุบัติเหตุนิดหน่อย ว่าแต่น้องสร่างเมาแล้วเหรอครับ” ใหญ่เอ่ยถามแม่ที่เข้ามาดูอาการเล็กตั้งแต่บ่ายคล้อย วันนี้มีงานเร่งทำให้ต้องกลับค่ำกว่าปกติ

   “ยัง แม่เห็นเล็กเป็นแบบนี้ล่ะกลุ้มใจจริงๆ”

   “ให้เวลามันหน่อยก็คงดีขึ้นเองผมว่า”

   “แม่ก็หวังให้มันเป็นแบบนั้น”

   ผ่านพ้นมื้อค่ำไปแบบเรียบๆ คุณพิกุลเรียกลูกชายคนโตไปที่ชานเรือน วันนี้ตั้งใจจะพูดในสิ่งที่คิดไว้ แม้ไม่รู้ว่าลูกชายจะตอบรับหรือปฏิเสธ แต่สภาพลูกชายคนเล็กนั้นจะปล่อยทิ้งไว้ก็คงไม่ได้ ทันทีที่สองแม่ลูกนั่งลงที่เก้าอี้ คุณพิกุลถึงกับถอนหายใจออกมา

   “แม่มีอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่าเรื่องเจ้าเล็ก” เพราะท่าทางของแม่ดูกังวลหนักเลยเดาเรื่องที่หนักใจได้ไม่ยาก “เรื่องที่แม่คุยกับผม คือเรื่องที่แม่พูดค้างไว้เมื่อวันนั้นใช่หรือเปล่าครับ”

   “ใหญ่ แม่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี” ความสับสนจนยากจะพูดออกมา “เรื่องคำทำนาย”

   “ผมว่ามันไร้สาระนะครับ” คิ้วดำขมวดจนเป็นปมเมื่อนึกถึงคำทำนายที่แม่เคยเล่าให้ฟัง ไม่ใช่จะไม่เชื่อ แต่มันดูไร้สาระจริงๆ นั่นแหละ “คำพูดของหมอดูหมอเดา ผมว่ามันไม่ค่อยน่าเชื่อถือนะครับ”

   “แต่ใหญ่ก็เห็น ว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นจริง ทั้งใหญ่หรือว่าเล็ก” คำแย้งของแม่ทำให้ใหญ่เถียงไม่ออก “จะมีทั้งจากเป็นและจากตาย ใหญ่...แม่ไม่ได้จะงมงายเชื่อหรอกนะ แต่มันเกิดขึ้นจริงอย่างที่ลูกเห็น”
 
   “แล้วมีทางแก้ไขไหมครับ”

   “ใหญ่ทำเพื่อน้องได้ไหมลูก แม่ไม่รู้ว่า ถ้าทำไปแล้วจะเกิดผลอะไรตามมา แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรแล้วปล่อยให้มันเป็นแบบนี้” คุณพิกุลพูดน้ำเสียงเครือสะอื้น “ยิ่งตอนนี้เล็กกลับมาดื่มเหล้าหนักอีก แม่แทบจะทนไม่ไหว”

   “แม่ครับ” ใหญ่ยื่นมือโอบร่างบอบบางของแม่ “ผมต้องทำยังไงครับ” ยิ่งเห็นแม่ทุกข์ใจเขาก็ยิ่งทนไม่ไหว จนต้องถามออกไป

   “เรื่องคู่”

   “คู่?”

   “หมอดูทำนายว่า หนึ่งในสองต้องมีคู่ที่ผิดแปลก”

   “ผิดแปลกที่ว่า คือให้ผมแต่งงานกับเพศที่สามน่ะหรือครับ ผมทำไมได้หรอก” พอได้ยินก็รีบปฏิเสธเสียงแข็งทันที เพราะเป็นชายแท้และชอบผู้หญิง อยู่ๆ จะให้ไปแต่งงานกับเพศที่สามแบบนั้นคงทำไม่ได้

   เมื่อลูกชายคนโตยืนยันเสียงหนักแน่นว่าทำไมไม่ได้ คุณพิกุลก็ปล่อยโฮออกมา หากไม่ทำตามคำที่ว่า เธออาจจะเสียลูกชายคนเล็กไปจริงๆ

   “แม่เข้าใจแล้ว ใหญ่ไม่ต้องฝืนใจ เรื่องตาเล็ก เดี๋ยวแม่จะลองปรึกษาจิตแพทย์ดูว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง” ความทุกข์ใจที่ได้เห็นไม่สามารถทำให้ใหญ่คลายปมขมวดของคิ้วได้ “ไปนอนเถอะจ้ะ แม่อยากนอนเต็มแก่แล้ว”

   “เดี๋ยวครับแม่” ใหญ่รีบรั้งแม่ไว้ทันก่อนที่จะลุกออกไป ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างสับสน แต่พอเห็นน้ำตาของแม่กับความทุกข์ใจของน้องแล้ว ใหญ่ก็ปล่อยผ่านไม่ได้ “ผมต้องทำยังไง” ในที่สุดก็กลั้นใจถามแม่ของออกไป ครั้นพอได้ยินใหญ่ถาม คุณพิกุลถึงกับผุดรอยยิ้มบางๆ ออกมา

   “ใหญ่ นี่ลูก”

   “ครับ แต่ที่ผมทำก็เพราะแม่ ต่อไปอย่าร้องไห้อีกนะครับ” มือกร้านเพราะทำงานหนักยื่นไปเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มของแม่ “แม่จะให้ผมไปหาคู่จากที่ไหน ผับหรือบาร์อย่างงั้นหรือ” เรื่องคู่นั้นช่างมืดมนซะจริงๆ ไม่รู้ว่าจะถูกใจไปได้ยังไง

   “ก็ตาอัด ลูกชายนมอิ่ม” พอได้ยินคนที่แม่บอก ใหญ่ถึงกับสำลักน้ำลายจนต้องหาน้ำดื่มแทบไม่ทัน พออาการสำลักดีขึ้น ร่างกำยำก็กลับมาทิ้งตัวนั่งข้างแม่ตามเดิม

   “แม่พูดล้อเล่นใช่ไหมครับ เด็กนั่นกับผมเนี่ยนะ” ช่างน่าขันซะจริง เกลียดขี้หน้าตั้งแต่แรกเห็น แล้วอยู่ๆ จะให้มากินนอนฉันสามีภรรยา

   “ไม่ได้ล้อเล่น ลูกชายนมอิ่มเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง”

   “แม่รู้ได้ยังไงว่าเด็กนั่นไม่ชอบผู้หญิง” แม้รูปร่างจะดูบอบบางเฉกเช่นผู้หญิง ที่ท่าทางยังดูเป็นผู้ชายที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนเพศที่สาม

   “นมอิ่มเป็นคนบอกกับแม่เอง อีกอย่าง ที่เขามาที่นี่เพราะถูกแฟนที่เป็นผู้ชายหลอก”

   “เหอะ เห็นไร่ของผมเป็นสถานสงเคราะห์คนอกหักหรืออย่างไรกัน” อดที่จะแขวะไม่ได้ “แล้วเขาจะยอมเหรอครับ”

   “นมอิ่มน่าจะคุยอยู่ ถ้าเราจัดการไว เผื่ออะไรๆ มันจะดีทันตา”

   “ผมก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี”





   “แม่กำลังล้อเล่นอยู่ใช่ไหม ให้อัดเนี่ยนะ แต่งงานกับคุณใหญ่” ครั้งแรกที่ได้ยินก็เกือบทำจานหลุดร่วง ยังดีที่ประคองสติได้
 
   “แม่ไม่ได้ล้อเล่น อัด คุณพิกุลเป็นผู้มีพระคุณต่อครอบครัวของเรา ถ้าไม่มีท่าน ทั้งแม่หรืออัดคงไม่ได้มาอยู่สุขสบายเช่นตอนนี้”

   “แม่บอกอัดมาตลอดจนจำขึ้นใจแล้ว” ว่าเสร็จก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อถูกหยิก

   “เรานี่นะ”

   “คุณใหญ่เขาจะยอมเหรอ เขาเกลียดขี้หน้าอัดจะตาย” อัษฎาเบ้ปากเมื่อนึกถึงใบหน้าเรียบเฉยของเจ้าของไร่คนโต

   “แม่ก็ไม่รู้ ว่าแต่อัดเถอะ”

   “ผม...ทำไมเหรอครับ”

   “ก็เรื่องที่แม่เล่า อัดคิดว่าไงละลูก”

   เรื่องคำทำนายเมื่อนานมาแล้วมันช่างไร้สาระและไม่น่าเชื่อถือสักนิด แต่จะไม่เชื่อเลยก็คงไม่ได้เพราะเหตุการณ์กลับเกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องภรรยาของใหญ่เสียชีวิตและการพลัดพรากจากเป็นของคู่ชีวิตคู่ของเล็ก

   “แรกๆ ที่ได้ยินผมไม่เชื่อ แต่พอคิดๆ ดู มันก็...” เริ่มอธิบายความรู้สึกไม่ได้ จะบอกว่าเชื่อสนิทใจก็ไม่ได้ ไม่เชื่อก็คงไม่ได้อีก งั้นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งคงดีที่สุด

   “คุณใหญ่แกเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ที่จริงแกใจดีมากนะ เป็นที่รักของคนงานที่นี่ทุกคน” อัษฎายู่ปากเมื่อได้ยินคำเยินยอออกจากปากแม่ “อัดของแม่ก็เป็นคนน่ารัก ร่าเริง”

   “ชมอีกหน่อยผมจะลอยแล้วนะครับ” เสียงหัวเราะของลูกชายทำให้นมอิ่มเหยียดยิ้มบางๆ “คุณใหญ่ของแม่เป็นคนดีอัดก็พอรู้ แต่ปากเขาเสียอันนี้แหละที่อัดไม่ชอบ ถ้าต้องให้อัดแต่งงานด้วย มีหวัง ฆ่ากันตายพอดี”

   “ไม่หรอกน่า” น้ำเสียงไม่ได้จริงจังของลูกชายเริ่มคลายกังวลว่าจะปฏิเสธ “อัดตกลงใช่ไหมลูก”

   “คุณใหญ่เขาไม่ตกลงหรอก อัดพนันได้เลย”

   “เรื่องนั้นต้องรอคุณนายเขาอีกที ตอนนี้คงกำลังคุยอยู่” นมอิ่มเหม่อมองออกไปด้านนอก ป่านนี้ไม่รู้จะคุยกันไปถึงไหน ไม่แน่ อาจจะเป็นอย่างที่ลูกชายเธอว่า คุณใหญ่อาจไม่ยอมและปฏิเสธหัวชนฝาไปแล้ว




   เช้าวันรุ่งขึ้น อัษฎาปรือตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาว ร่างบางลุกขึ้นนั่งแล้วบิดขี้เกียจอย่างเช่นทุกวัน หากแต่วันนี้มีบางอย่างที่ต่างออกไป เมื่อเก้าอี้หน้ากระจกมีคนนั่งหน้าบึ้งอยู่ คนเพิ่งตื่นนอนตกใจจนแทบหล่นจากเตียงนอน

   “คะ คุณใหญ่” ยิ่งกว่าเห็นผีซะอีก

   “ตื่นสาย” น้ำเสียงเรียบเฉยกับดวงตานิ่งที่มองตรงมายังคนที่ยังนั่งจุมปุ้กอยู่บนเตียง “รีบไปอาบน้ำแปรงฟันสิ แล้วขึ้นไปข้างบน เขารอนายอยู่แค่คนเดียว” คำสั่งกลายๆ ทิ้งท้าย ก่อนคนสั่งจะเดินออกจากห้องไป อัษฎารีบลุกออกมาเกาะกรอบบานประตูที่เปิดทิ้งไว้แล้วต้องสะดุ้งเมื่อคนที่เพิ่งเดินออกไปหันกลับมามอง

   ใช้เวลาอาบน้ำแปรงฟันทำธุระแบบเร่งรีบจนลืมเช็ดผมให้แห้ง อัษฎาวิ่งขึ้นไปบนเรือนเจอกับแม่ที่ยืนอยู่ข้างคุณพิกุล ทุกสายตามองตรงไปยังคนมาสายที่ผมยังเปียกโชก

   “รีบมากใช่ไหมเราน่ะ ผมเผ้าไม่เช็ดให้แห้ง” คุณพิกุลเอ็ดเบาๆ คนถูกเอ็ดโค้งศีรษะเชิงขอโทษ “นั่งสิ”

   “ครับ” อัษฎามองหน้าแม่แป๊บหนึ่ง เมื่อได้รับการพยักหน้าจึงยอมนั่งลงตรงข้ามกับใหญ่

   “นมอิ่มมานั่งข้างฉันมา” คุณพิกุลยังตบที่นั่งข้างๆ ให้คนสนิทมานั่งด้วย เมื่อถึงเวลา เจ้าของบ้านก็เริ่มเปิดประเด็นทันที “สรุปว่า ตกลงกันทั้งสองฝ่ายสินะ” ไม่มีเสียงตอบรับให้ได้ยิน แต่ก็ไม่มีคำปฏิเสธให้เห็นเช่นกัน “นมอิ่มก็ไม่ขัดใช่ไหมที่ฉันจะสู่ขอตาอัดให้กับตาใหญ่”

   “ค่ะ” รอยยิ้มอบอุ่นอย่างที่อัดเห็นเช่นทุกวันฉายขึ้นบนใบหน้า อัษฎาลอบสังเกตคนที่นั่งตรงกันข้ามซึ่งไร้ท่าทางขัดข้องอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่กล้าถามออกมา “คุณใหญ่คงไม่รังเกียจลูกชายของดิฉันใช่ไหมคะ ตาอัดแกเป็นเด็กเอาแต่ใจเพราะดิฉันตามใจเกินไปหน่อย หากคุณใหญ่จะช่วยปรามแก...”

   “แม่...” พอได้ยินแม่พูดออกมา อัษฎาก็ต้องรีบขัดขึ้น

   “ตาใหญ่ยิ่งกว่าเอาแต่ใจอีกนะนมอิ่ม” คุณพิกุลพูดบ้าง คราวนี้พากันหัวเราะเกือบหมด ยกเว้นคนที่ถูกยกว่าเอาแต่ใจมากกว่า “งั้น พรุ่งนี้ก็พาน้องไปเลือกแหวนที่ร้านในตัวเมือง เลือกเสร็จก็แวะไปพบคุณทัศนัยด้วย แม่ส่งรายละเอียดให้เขาแล้ว” คำสั่งกลายๆ ทำให้เห็นท่าทางขัดใจบ้างจากคนตรงหน้า อัษฎาเลือกที่จะจ้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัว

   “แล้วฤกษ์ล่ะคะคุณ”

   “ฉันให้พระดูฤกษ์ไว้แล้ว ฤกษ์ดีใกล้ๆ นี้ก็อาทิตย์หน้า” กำหนดการที่กะทันหันทำเอาใหญ่และอัษฎาเบิกตากว้าง ทำไมฤกษ์มันถึงกระชั้นชิดเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ควรจะให้เวลาทำใจอีกสักหน่อย

   “ไม่เร็วไปหรือครับแม่” ใหญ่ทักท้วงขึ้นมา “อาทิตย์หน้าเราจะไปเตรียมงานทันได้ยังไง” เพราะเคยผ่านการแต่งงานมาก่อน อีกทั้งงานที่ผ่านมายังใช้เวลาตระเตรียมร่วมหลายเดือน

   “ไม่เร็วไปหรอก เราจะจัดงานเล็กๆ ผูกข้อไม้ข้อมือ แล้วก็ทำบุญพระก็เท่านั้น” นมอิ่มลอบมองเจ้านายที่บอกรายละเอียดได้อย่างถี่ถ้วน คงคิดเรื่องงานก่อนหน้ามาหลายวันแล้วกระมัง อย่างฤกษ์งามยามดีก็ด้วย ไปดูไม่บอกไม่กล่าว

   “เอ่อ...” คราวนี้เป็นอัษฎาที่ขัดขึ้น

   “มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” พอถูกสายตาสามคู่มองมา คนที่จะพูดก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธ ก็ใครจะไปกล้าท้วงอยากขอเวลาทำใจกัน         “งั้นตกลงตามนี้นะ พรุ่งนี้พาน้องเข้าเมืองแต่เช้าด้วยล่ะ” เมื่อถูกชี้นิ้วสั่ง ใหญ่จึงต้องพยักหน้าลงอย่างช่วยไม่ได้ ก็ออกตัวจะยอมแต่งงานเพื่อให้น้องชายสมหวัง หากคำทำนายบ้านั่นไม่ทำให้ชีวิตของเล็กดีขึ้นละก็ จะไปเผาบ้านหมอดูให้วอดเลยทีเดียว




   “คุณเล็กขา ตื่นได้แล้วค่า ลูกเจี๊ยบจะไม่มีเสียงอยู่แล้ว คุณเล็กขา” เสียงแหลมเล็กดังจนแสบแก้วหู แต่คนที่ยังนอนอยู่กลับไม่มีท่าทีว่าจะตื่นแต่อย่างใด “คุณเล็กขา” คราวนี้ไม่ได้มาแค่เสียง แต่ลูกเจี๊ยบยังเปิดผ้าม่านให้แสงแดดส่องเข้ามา อีกทั้งยังเพิ่มเสียงตะโกนให้ดังขึ้นไปอีก

   “หนวกหู” สุดท้ายคนที่นอนหลับก็ต้องลุกขึ้นมานั่ง สภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงจนแทบดูไม่ได้ เสื้อผ้าที่สวมใส่หลุดลุ่ยโดยที่เจ้าตัวไม่ใส่ใจ “เอะอะทำไมตั้งแต่เช้าเนี่ย คนจะหลับจะนอน”

   “เช้าที่ไหนกันคะ นี่มันจะเที่ยงแล้ว คุณเล็กเมาแล้วชอบตื่นสายตลอด” เมื่อถูกเสียงแหลมบ่น คนเพิ่งตื่นถึงกับยกมือขยี้ผมตัวเองไปมา “แล้วก็ เพราะคุณเล็กตื่นสายแบบนี้เลยพลาดข่าวดีไปอย่างน่าเสียดาย” ลูกเจี๊ยบพูดไปยิ้มไปสร้างความสงสัยให้คนตกข่าว

   “ข่าวดีอะไร” หรือจะเรื่องส่งออก นั่นเขาก็รู้แล้วไม่น่าจะใช่ข่าวดี หรือว่าม้าที่เลี้ยงไว้ในคอกท้ายไร่ออกลูก แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ก็ในเมื่อตัวเมียเพิ่งออกลูกไปได้ไม่นาน

   “ข่าวดีที่ว่าคือ...คุณใหญ่กำลังจะแต่งงานกับพี่อัดน่ะสิคะ”

   “ก็แค่...หา พี่ใหญ่จะแต่งงาน กับใครนะ”

   “กับพี่อัดค่ะ พี่อัดลูกของนมอิ่ม”

   คล้ายกับถูกตีด้วยไม้หน้าสามจนมึน เล็กนั่งอยู่บนเตียงด้วยความเหม่อ นี่เขาได้ยินได้ฟังไม่ผิดใช่ไหม พี่ใหญ่พี่ชายของเขากำลังจะแต่งงานอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นคือแต่งงานกับลูกของนมอิ่มซึ่งเป็นผู้ชาย ไม่น่าเชื่อ ต้องล้อเล่นอยู่แน่ๆ ไม่มีทางเชื่อ

   “อย่ามาพูดเล่นแบบนี้นะลูกเจี๊ยบ ฉันไม่ชอบ” เล็กบอกเสียงเข้ม แต่เด็กสาวยังยืนกรานว่าคือเรื่องจริง “ฉันไม่เชื่อ” ว่าแล้วก็รีบลุกจากเตียงไปที่ประตู หากไม่มีแรงที่ดึงชายเสื้อไว้คงพุ่งออกนอกประตูไปแล้ว “ดึงทำไมเนี่ยลูกเจี๊ยบ”

   “คุณเล็กยังออกไปแบบนี้ไม่ได้ค่า” แรงที่น้อยนิดเมื่อเทียบกับผู้ชายตัวใหญ่เกือบทำให้ลูกเจี๊ยบล้ม

   “ฉันจะไปหาพี่ใหญ่ ปล่อย”

   “คุณเล็กยังไม่ได้อาบน้ำแปรงฟันเลย ตอนนี้ตัวเหม็นสุดๆ”

   “จริงด้วย ฉันลืมไป”

   ร่างสูงใหญ่ย้อนกลับเข้าห้อง ข้าวของถูกรวบขึ้นแล้วตรงเข้าห้องน้ำทันที ทิ้งให้คนปลุกส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ คนขี้เมายังไงก็คือคนขี้เมา

   ใช้เวลาไม่นานเล็กก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาพี่ชายตัวเองในไร่ ร่างคุ้นเคยยืนคุยอยู่กับลุงเหมือนหัวหน้าคนงาน เมื่อใหญ่หันมาเจอน้องชายตัวเองในสภาพที่ดูดีกว่าตอนนอนก็นึกชมลูกเจี๊ยบที่ทำงานได้ดี

   “ออกมาได้แล้วหรือแกน่ะ” ใหญ่พูดแขวะทันทีหลังจากลุงเหมือนเดินแยกตัวไป เป็นจังหวะดีที่เล็กจะถามพี่ชายเรื่องที่ได้ยินมาจากลูกเจี๊ยบ

   “พี่ใหญ่จะแต่งงานจริงๆ เหรอ กับลูกนมอิ่มน่ะ” คำถามที่ได้รับคำตอบคือการพยักหน้า เล็กแทบเซเมื่อเห็นพี่ชายไม่โวยวายอะไรอย่างที่ควรจะเป็น “นี่พี่ใหญ่จะแต่งงานกับผู้ชายด้วยกันเองเหรอครับ”

   “มันเรื่องของฉัน แกควรสนใจเรื่องของแกมากกว่า ไปทำงานซะ” คำสั่งเฉียบขาดพร้อมสายตาดุทำให้คนที่มีความสงสัยเต็มหัวต้องหยุด เล็กมองตามหลังพี่ชายที่เดินห่างออกไป หรือว่าที่แต่งงานเพราะเขา

   ความสงสัยที่มีมากทำให้ลืมมองทางจนเผลอเดินชนกับคนที่เดินสวนมา เล็กรีบเอ่ยคำขอโทษแต่พอเห็นว่าชนใครเข้าก็รีบคว้าแขนทั้งสองข้างคนนั้นแล้วเขย่า

   “นายจะแต่งงานกับพี่ใหญ่เป็นเรื่องจริงเหรอ ล้อเล่นฉันอยู่ใช่ไหม”

   “คุณเล็กผมเจ็บ” อัษฎานิ่วหน้าพยายามงัดแงะมือหนาให้ออกจากแขน พอคนจับได้สติก็รีบปล่อยและเอ่ยคำขอโทษ “ที่ผมแต่งงานกับคุณใหญ่คือเรื่องจริง”

   “ทำไมต้องแต่ง”

   “คุณเล็กต้องไปถามคุณนายเอาเองครับ แล้วก็ คุณเล็กต้องเซ็นต์เอกสารด้วย ผมเอาไว้บนโต๊ะ เอกสารต้องใช้ด่วนนะครับ” อัษฎาย้ำจนคนเกเรไม่ยอมเข้างานต้องเบือนหน้าหนี

   “รู้แล้วน่า” เล็กว่าแล้วก็เดินไปทางออฟฟิต อัษฎายืนมองคนที่เดินไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทุกคนต่างก็หาทางทำให้เล็กมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่จะให้ดีกว่านี้ถ้าเจ้าตัวทำตัวเองให้ดีตาม

   “มายืนอู้อะไรแถวนี้ ไม่ไปทำงานของตัวเอง” เสียงเรียบๆ ดังในระยะใกล้ พอหันไปมองก็เจอคนปั้นหน้ายักษ์ยืนอยู่ข้างๆ
 
   “ผมไม่ได้ยืนอู้นะครับ” อัษฎาเถียง

   “ก็ฉันเห็นนายยืนเฉยๆ ไม่ไปทำงาน นี่แหละคืออู้”

   “ผมไม่ได้ยืนเฉยๆ ผมกำลังหายใจอยู่นี่ไง ไปดีกว่า”

   “นี่นาย...”

   อยากจะด่าใจแทบขาด แต่ตัวต้นเหตุเดินไปไกลแล้ว ใหญ่ได้แต่เตะเศษหญ้าเพื่อระบายความโมโหที่ถูกกวนอารมณ์ แล้วแบบนี้การแต่งงานที่จะเกิดขึ้นเขาจะทนได้นานสักแค่ไหน ยิ่งเห็นคนที่เดินจากไปหันหน้ามาแลบลิ้นใส่ยิ่งอยากจะวิ่งไปตบกะโหลกแรงๆ สักทีสองที นี่เขาไม่น่ากลัวอีกแล้วหรืออย่างไรกัน เด็กนั่นถึงกล้ากวนโมโหขนาดนี้ เอาเถอะ ผ่านช่วงเวลานี้ไปก่อน เด็กนั่นจะได้รับรู้ถึงความน่ากลัวของเขาที่แท้จริง


...TBC

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
คุณใหญ่ชอบขู่จังนะ

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2928
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5
ดุจริงๆ อยากรู้แต่งแล้วจะดุไปได้นานแค่ไหนกันนนนนนนน :hao7: :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ PIMJOO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
งิออออออออออออออออออ คุณใหญ่เอาโหดๆโฉดๆเลย ตบจูบๆๆๆ :o8: :katai2-1:

ออฟไลน์ leemmm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 285
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-6
อยากรู้จังคุณใหญ่แต่งงานแล้วจะดุแบบนี้หรือจะหงอเพราะกลัวเมีย :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
ตลก กวนกันไปกวนกันมา

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :-[ :3123: :pig4:

มวยเหมาะคู่จริงๆ

ออฟไลน์ boonpa

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-9
 :pig4: เราชอบเรื่องนี้อ่ะ ลุ้นตลอด มาลงบ่อยๆน้า อย่าหายไป

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9

ออฟไลน์ y_dao

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ตามมาจากเรื่องน้องกลอยปะเกรียน5555. ชอบผลงานคุณมากคร้า จะตามต่อนะคะ
ชอบคุณใหญ่จังปากร้ายสุดๆ

ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1568
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-8
กวนกันน่ารักดี

ออฟไลน์ PIMJOO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
เข้ามาปูเสื่อรอคนเขียน :hao5:

ออฟไลน์ aiaea83

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 676
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +494/-5
5



       “คุณใหญ่เอาเอกสารมาครบแน่หรือครับ” อัษฎาถามย้ำเมื่อคนข้างๆ ต้องวิ่งกลับเข้าไปเอาของที่ลืมไว้มาสองหนแล้ว คนขี้ลืมพยักหน้าส่งๆ มือก็สตาร์ทเครื่องเตรียมออกรถ ก่อนรถจะเคลื่อน ลูกเจี๊ยบวิ่งกระหืดกระหอบมาหา ในมือถือซองสีน้ำตาลคล้ายๆ ซองที่วางอยู่เบาะด้านหลัง

   “อะไรน่ะ” ใหญ่เอ่ยถามเมื่อเด็กสาวมายืนเกาะขอบกระจกรถ

   “ซะ ซอง ซอง” เพราะความเหนื่อยทำให้พูดไม่เป็นคำจนอัษฎาต้องใช้มือโบกให้คลายร้อน “ซองเอกสารค่า คุณเล็กบอกคุณใหญ่หยิบซองผิดมา” คนหยิบผิดรีบถลึงตาใส่เมื่อถูกหัวเราะเยาะ

   “เออๆ” อัษฎาหยิบซองผิดคืนและเก็บซองที่ถูกต้องวางไว้ด้านหลังตามเดิม “หยุดขำได้แล้ว จะขำอะไรหนักหนา”

   “ก็มันน่าขำนี่นา” แม้พยายามจะหยุด แต่ความน่าขันก็กลบเกลื่อนไม่ได้ คนสั่งห้ามเลยออกรถแบบกระชาก เล่นเอาคนขำอยู่หัวโขกกับหน้ารถจนหน้าผากแดง “มันเจ็บนะคุณใหญ่” อัษฎามุ่ยหน้ายกมือคลำหน้าผากป้อยๆ

   “ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ลอยหน้าลอยตาพูดอย่างไม่สำนึกผิด ก่อนจะออกเดินทางสู่ตัวเมืองตามคำสั่งของแม่

   ถนนเส้นมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองยังคงคลาคล่ำไปด้วยรถรา นั่นเพราะตอนนี้ยังเช้าอยู่มากผู้คนกำลังเริ่มทยอยเข้าไปทำงานในตัวเมือง หากรู้ว่ารถจะติดหนักขนาดนี้น่าจะออกจากไร่สายสักหน่อย จะได้ไม่ต้องมาทนให้รถติดแหง็กขยับทีละคืบสองคืบแบบนี้

   “รถติดจัง” อัษฎาบ่นเบาๆ นี่ขนาดหนีจากเมืองกรุงมาต่างจังหวัดก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องรถติด

   “สงสัยรถจะชน” ใหญ่ออกความคิดเห็น ใบหน้าเข้มมองสภาพการจราจรอย่างเบื่อหน่ายไม่แพ้กัน นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมใหญ่ถึงชอบอยู่ในที่ๆ ห่างไกลจากตัวเมือง หากเป็นที่ไร่ ป่านนี้คงทำงานอะไรได้หลายอย่างไปแล้ว ไม่ต้องมาเสียเวลาทำแค่เพียงนั่งเฉยๆ รอรถขยับแบบนี้ ในระหว่างที่นั่งรอเฉยๆ อัษฎาก็นึกเบื่อเลยคิดจะถามหลายๆ เรื่องกับใหญ่ที่นั่งหน้าเซ็งไม่แพ้กัน

   “เอ่อ...” พอคนข้างๆ เอ่ยขึ้น ใหญ่ก็หันไปมอง “คุณใหญ่ทำไมถึงยอมแต่งงานกับผมล่ะครับ” ข้อสงสัยถูกถามออกไป แม้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบหรือเปล่าแต่ก็ยังอยากจะถาม

   “มันไม่ใช่เรื่องของนาย” น้ำเสียงเรียบๆ ตอบกลับ ดวงตาคมมองออกไปยังท้องถนนที่รถเริ่มเคลื่อนตัวไปได้บ้าง “ว่าแล้ว รถต้องชน” ภาพด้านซ้ายคือสภาพรถสามคันชนท้ายกัน

   “ต่างคนก็ต่างรีบเกินไป” อัษฎาพูดขึ้นขณะขับผ่าน

   “ขับไม่เก่งกันต่างหาก” ใหญ่ว่า มุมปากยกยิ้มเหมือนเย้ยหยัน

   “คุณใหญ่ขับเก่งกว่าพวกเขาสินะครับ” อดที่จะเหน็บแหนมคนมั่นใจเกินเหตุไม่ได้

   “แน่นอน” ยืนยันหนักแน่นแถมยังยืดจนดูน่าหมั่นไส้

   “งั้นสมมติว่า คุณใหญ่ขับรถไวมาก การจราจรค่อนข้างโล่ง แต่พอขับเข้าตัวเมืองปุ๊บรถกลับติดมากมายจนน่าปวดหัว แล้วอยู่ๆ คันหน้าเกิดเบรกกระทะหัน คุณใหญ่ก็เบรกตาม...แล้วคันหลังจะทำยังไง” คล้ายกับปัญหาเชาน์ถูกยกมาถาม อัษฎาเผลอยิ้มออกมาเมื่อคนที่มีชื่ออยู่ในเรื่องสมมติทำหน้าเคร่งเครียด ที่จริงแล้ว มันเป็นคำถามบ้านๆ แทบไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ “คุณใหญ่” เรียกซ้ำไปอีกรอบ

   “คันหลังก็ต้องเบรกตามสิ จะพุ่งมาชนหรือไง” คำตอบที่ได้ทำเอาคนถามหัวเราะลั่นรถ ใหญ่ชักสีหน้าที่ถูกหัวเราะใส่ “หัวเราะอะไรวะ”

   “ก็คันหลังไม่เกาหรือครับ” คำเฉลยไม่ได้ทำให้ใหญ่คิดได้ในทันควัน แต่กลับนั่งคิดอยู่ชั่วครู่ถึงร้องอ๋อออกมา “เข้าใจที่ผมถามหรือยังครับ”

   “เออ ถามมาได้” คนตอบไม่ได้หน้าคว่ำคล้ายกับโมโห หากแท้จริงแล้วรู้สึกเขินมากกว่าที่ตอบคำถามง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ ทั้งที่ไม่ต้องคิดอะไรเลยด้วยซ้ำ

   ความตึงเครียดที่เคยมีมาแต่ก่อนดูน้อยลงไปมาก แต่ก็ยังไม่หมดเลยซะทีเดียว อัษฎาเริ่มกล้าที่จะถามเรื่องส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งใหญ่ก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้างตามอารมณ์ตัวเอง มีบ้างที่ถามกลับด้วยความอยากรู้ จนรถส่วนตัวเลี้ยวเข้าจอดที่หน้าร้านขายจิวเวอรี่ที่แม่บอก

   อัษฎาเดินตามใหญ่เข้าไปในร้าน ภายในมีเครื่องประดับเต็มไปหมด ทั้งแหวนเพชร สร้อยอัญมณีสีต่างๆ ตั้งโชว์อยู่ในตู้กระจก พอเห็นแบบนี้แล้วทำไมเขานึกไปถึงตอนที่คบกับแฟนที่เพิ่งเลิกลากันไป อัษฎาเคยชวนแฟนหนุ่มไปซื้อแหวนคู่ที่ร้านจิวเวอรี่ แต่กลับถูกปฏิเสธทุกครั้งด้วยข้ออ้างว่ายุ่งจากงาน ไม่คิดว่าตอนนี้จะได้เข้ามายืนในนี้ อีกทั้งยังซื้อมากกว่าแหวนคู่ซะอีก

   ใหญ่มองไปรอบๆ ร้านเพื่อหาเพื่อนของแม่ ร้านนี้ไม่เคยมา ตอนที่แต่งงานคราวนั้น ภรรยาที่เสียชีวิตไปเป็นคนเลือกร้านและเลือกแบบให้ทุกอย่าง

   ทั้งคู่มัวแต่มองเครื่องประดับจนเพลิน รู้ตัวอีกทีเจ้าของร้านก็มายืนอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์กระจก ใหญ่รีบยกมือไหว้เมื่อรู้ว่าเป็นเพื่อนของแม่

   “แม่เธอบอกน้าไว้แล้ว ลองเลือกๆ ดูนะจ๊ะว่าชอบแบบไหน น้าจะคิดราคาให้แบบพิเศษเลยล่ะจ้ะ” เจ้าของร้านอัญมณีจิวเวอรี่ฉีกยิ้มหวาน ดวงตารีคอยสังเกตลูกชายคนโตของเพื่อนและว่าที่คู่หมั่นซึ่งเป็นผู้ชาย คราแรกที่รู้ก็ตกใจจนนึกขึ้นได้ว่าคุณพิกุลเคยเล่าเรื่องคำทำนายให้ฟัง คุณมณีเลยเข้าใจว่าเพื่อนอยากจะช่วยลูกชาย

   อัษฎาก้มมองแหวนเพชรที่วางอยู่ในตู้กระจก แต่ละวงมีเพชรเม็ดโตประดับอยู่ บางวงก็เม็ดเดียว บางวงก็เกินสามเม็ด หากดูราคาแล้วคงแพงน่าดูจนไม่กล้าชี้เลือก

   “เอ่อ...” เสียงของคนข้างๆ ทำให้ใหญ่หันไปมอง “พอมีแหวนที่ไม่มีเพชรแล้วถูกๆ บ้างหรือเปล่าครับ” คำถามที่ได้ยินทำเอาคุณมณีหัวเราะ ต่างจากใหญ่ที่เบิกตาโตอย่างตกใจ

   “นี่นายไปถามอะไรแบบนั้น” ใหญ่เอ็ด

   “แหม หนูจะแต่งงานกับเจ้าของไร่ดอกไม้รายใหญ่ขนาดนี้ ราคาแหวนในตู้ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงหรอกจ้ะ” คุณมณีหัวเราะร่วนจนใหญ่ปั้นหน้าไม่ถูก รู้สึกอายกลายๆ

   “คือผม...”

   “ขอดูวงนี้ครับ” ใหญ่พูดขัดขึ้นมา นิ้วยาวชี้ไปที่แหวนเรียบมีเพชรเม็ดเล็กๆ ฝังอยู่ ดูเหมาะกับนิ้วผู้ชาย ไม่หวือหวาแต่ดูสวย
 
   แหวนวงสวยถูกวางอยู่บนเคาน์เตอร์ ใหญ่ใช้ให้อัษฎาลองแหวนดู แต่คนเห็นราคาแล้วตาโตทำอ้อยอิ่ง จนทนไม่ไหวต้องลองให้เองโดยการจับมือแล้วสวมเข้านิ้วนาง อัษฎาพยายามขืนไว้แต่แรงสู้ไม่ได้เลยต้องปล่อยให้แหวนวงนั้นเลื่อนเข้านิ้วนางจนสุด

   “พอดีเลยนะจ๊ะเนี่ย” คุณมณีฉีกยิ้มให้ สายตาวัยกลางคนจ้องมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มทั้งสองที่ดูๆ ไปก็เหมาะสมกันดี อีกทั้งว่าที่คู่หมั่นของลูกชายเพื่อนก็ดูหน้าตาหวาน นัยน์ตาสวย

   “เอาสองวงนี้ครับ” หลังจากใหญ่ลองสวมของตัวเองพอดีก็ถอดออก อัษฎาก็รีบถอดวางข้างๆ กัน รู้สึกไม่กล้าสวมสักนิด ราคาเฉียดครึ่งแสนแบบนั้น

   “คุณใหญ่ ผมว่าเอาวงที่เรียบๆ ไม่ดีกว่าหรือครับ” พอเจ้าของร้านเข้าไปด้านหลังอัษฎาก็รีบท้วงออกมา

   “เงียบๆ เถอะน่า ไม่ได้ยินเหรอว่าขนหน้าแข้งฉันไม่ร่วงน่ะ” ใหญ่เหล่ตามองก่อนตอบ ก็รู้สึกดีที่เด็กข้างๆ ไม่เห็นแก่ได้ หากเป็นคนอื่นอาจจะเลือกวงแพงๆ ไปแล้ว แต่นี่กลับอยากได้ที่มันถูกๆ เอาซะแทบขายหน้า

   “งั้นแว๊กดูครับ ออกหมดแน่” คนยั่วโมโหรีบหลบเมื่อคนขี้โมโหถลึงตาดุใส่ อัษฎาเดินเลือกดูเครื่องประดับอย่างอื่นเพื่อรอเวลาที่เจ้าของร้านคิดเงิน ดวงตากลมสะดุดกับสร้อยคอเส้นสวยมีจี้รูปดาวเล็กๆ

   “อยากได้เหรอ” มัวแต่เหม่อจนไม่เห็นว่ามีคนมายืนอยู่ข้างๆ ใหญ่มองคนที่พามาจ้องมองสร้อยในตู้จึงลองเดินมาดู พอเห็นว่าจ้องจริงก็เลยเอ่ยถามออกไป

   “เปล่าครับ เห็นมันสวยดีเฉยๆ” หันหน้ามาตอบพร้อมรอยยิ้ม แล้วเดินไปนั่งรอที่เก้าอี้ตามเดิม

   “เชี่ยเอ้ย” คำหยาบคายสบถให้ได้ยินแค่ตัวเอง หลังจากถูกรอยยิ้มหวานพุ่งเข้าใส่จนรู้สึกแปลกในอก ใหญ่พยายามทำให้หัวใจเต้นช้าลงจนมีเสียงเรียกให้ไปเซ็นต์ในใบท้ายสลิปบัตรเครดิต พอได้ของมาแล้ว สองหนุ่มก็ยกมือไหว้คุณมณีที่อวยพรงานแต่งก่อนจะออกจากร้าน คำอวยพรที่ได้ทำเอาสองคนแทบไม่มองหน้ากันจนถึงรถ


   ‘รักกันนานๆ นะจ๊ะ’



   ออกจากร้านมาด้วยความผิดสังเกต ใหญ่เหลือบมองคนข้างๆ ที่ดูสงบปากสงบคำจนเกินไป สาเหตุคงจะมาจากขนมกล่องใหญ่ที่เพิ่งได้จากคุณมณีมา ใหญ่มองอัษฎาที่กินเหมือนเด็กตัวเล็ก อย่างหลานของเขาก็มักจะชอบดมขนมแล้วยู่ปาก กว่าจะกินได้ก็นานพอดู

   “กินเหมือนเด็ก” ใหญ่พูด มีเสียงขำในลำคอเล็ดลอดออกมา

   “ตรงไหน” อัษฎายังเคี้ยวขนมมาการองเนื้อนุ่มถาม

   “ก็ตรงมันเลอะ” นิ้วยาวชี้ริมฝีปากตัวเองบอกตำแหน่งเลอะ แต่อีกคนกลับดูเงอะงะเช็ดไม่ถูกสักทีจนเริ่มโมโหเลยยื่นมือไปเช็ดให้เอง “ก็แค่นี้”

   ฉับพลันที่นิ้วแตะริมฝีปากผสานกับดวงตาที่สบกัน สายฟ้าแล่นปราดจนต้องรีบผละออกจากกันคล้ายถูกช็อต ใหญ่รีบกระแอมออกมาและทำเป็นไม่สนใจแต่ตาก็ยังคอยแอบมองคนที่ยังกินขนมเป็นเด็ก ทั้งที่ขอบปากแดงนั่นเลอะขนมอีกแล้วแต่เจ้าตัวยังไม่คิดจะสนใจอีก เห็นแล้วมันหงุดหงิด

   “เลิกกินสักที” เมื่อทนเห็นไม่ได้ ใหญ่ก็ต้องพูดออกไป แม้จะเป็นคำสั่งที่แปลกไปสักหน่อย

   “ทำไมล่ะ หรือคุณใหญ่ก็อยากกิน” อัษฎายื่นกล่องขนมไปตรงหน้า แต่อีกฝ่ายเบือนหน้าหนี เลยเอากลับมาปิดฝากล่องและเก็บลงถุง ไม่รู้เสียงเคี้ยวไปกวนสมาธิขับรถหรือเปล่าถึงถูกสั่งให้หยุดกิน

   แม้อีกคนจะหยุดกินไปแล้ว แต่รอยเลอะข้างริมฝีปากยังคงอยู่ พยายามจะไม่สนใจไม่มองแต่ก็อดไม่ได้ ใหญ่ใช้จังหวะที่รถติดไฟแดงจับหน้าขาวให้หันมาแล้วหยิบทิชชู่มาเช็ด อาจลงน้ำหนักมือมาไปหน่อยเลยถูกมือเล็กตีแขนดังเพี๊ยะ

   “ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ” อัษฎามองค้อนคนทำคุณ แรงควายขนาดนี้จะถือว่าทำคุณได้ไง นี่มันจะฆ่ากันชัดๆ

   “คุณใหญ่ไม่ลองโทรหาคุณทัศนัยก่อนหรือครับ” นัดไว้แต่ไม่ระบุเวลาแบบนี้อาจคลาดเคลื่อนกันจนเสียเวลาทั้งสองฝ่าย
 
   ใหญ่กดมือที่แนบกับกระดาษตาก็มองถนน บ่อยครั้งที่รถสวนทางมาทำให้ต้องวางมือถือเพื่อไปจับพวงมาลัย พอเห็นเช่นนั้นอัษฎาจึงอาสานัดแนะให้ เมื่อได้รับคำอนุญาต นิ้มเรียวก็รีบกดหมายเลขตามที่เห็น แนบโทรศัพท์เครื่องเก่าข้างหูรอฟังสัญญาณชั่วครู่ปลายสายก็ตอบรับ

   “สวัสดีครับ ผมโทรจากไร่พิกุลจันทร์หอมนะครับ”

   (อ๋อครับ ผมทัศนัยเอง มิทราบว่าผมกำลังคุยอยู่กับคุณใหญ่ใช่หรือไม่ครับ) ปลายสายถามกลับมา ดวงตากลมโตจ้องมองเจ้าของเครื่องที่หันมามองอยู่บ่อยครั้ง

   “ไม่ใช่ครับ ผมชื่ออัษฎาเป็นตัวแทนคุณใหญ่ มิทราบว่าคุณทัศนัยอยู่ที่ร้านอาหารหรือเปล่าครับ” เจ้าของเครื่องทำหน้าขัดใจที่คนถามไม่เข้าเรื่องสักที จะพร่ำพรรณนาอะไรมากมาย

   (ครับ คุณใหญ่จะเข้ามาแล้วหรือครับ)

   “ครับ ใกล้จะถึงแล้ว”

   (ผมทราบแล้วครับ ประเดี๋ยวหากคุณมาถึงบอกกับเด็กๆ ได้เลย แล้วพวกเขาจะพาคุณมาหาผมเอง)

   ปลายสายตัดไปแล้ว อัษฎาคืนโทรศัพท์รุ่นโบราณให้เจ้าของ พร้อมกับถ่ายทอดทุกคำที่ได้ยินให้ฟัง ใหญ่พยักหน้าตอบรับ ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้าจอดหน้าร้านอาหารที่สนใจผลิตภัณฑ์จากไร่ ใหญ่พอเปิดประตูได้ก็เดินลิ่วๆ ไม่สนใจเอกสารหลายอย่างที่วางกองอยู่ด้านหลังเบาะ คนลงช้ากว่าจึงต้องรีบรวบรวมแล้ววิ่งตามหลังไป

   “คุณใหญ่ลืมของตลอด แก่แล้วหรือครับ” คำยั่วเย้าจนเกือบยั้งขาไม่อยู่ โชคดีที่มีบริกรเดินเข้ามาหาพร้อมเอ่ยบอกว่าคุณทัศนัยรออยู่แล้ว

   แม้จะเตะไม่ได้ แต่ใหญ่ก็ใช้หัวเข่าดันข้อพับด้านหลังของอีกฝ่ายจนอัษฎาแข้งขาอ่อนล้มพับลงไปนั่ง เสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดียามเดินผ่านไปสร้างความแค้นเคืองจนคิดอยากจะเอาคืนบ้าง

   “เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” บริกรหนุ่มที่เพิ่งเดินออกมารีบเข้ามาช่วยพยุง อัษฎายิ้มขอบคุณไปแล้วเดินตามหลังไวๆ ที่หายเข้าห้องรับรอง

   คนมาสายรีบโค้งศีรษะขอโทษ ดวงตากลมส่งสายตาคาดโทษไปยังคนที่ทำให้ต้องมาช้า

   “งั้นเรามาคุยธุระกันก่อนแล้วค่อยรับประทานอาหารกลางวันกันดีไหมครับ” ทัศนัยเอ่ยถามความเห็น นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องคนมาสายด้วยความขำ เนื่องจากใบหน้าขาวติดง้ำงอเหมือนเด็กๆ

   “ยังไงก็ได้ครับ” ใหญ่ตอบรับแบบสุภาพก่อนจะเดินตามเจ้าของร้านไปนั่ง

   การตกลงพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่น ทางฝ่ายร้านอาหารก็ชื่นชอบรสชาติและกลิ่นจึงติดใจ ยิ่งวันนี้ยังมีของฝากเป็นแบบที่ชอบมาให้ชิมอีก

   “ผมชอบรสชาติไวน์ที่ไร่คุณใหญ่จริงๆ ครับ กลมกล่อมจริงๆ” หลังจากละเลียดดื่มไวน์ทัศนัยก็ชมออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

   “ขอบคุณครับ ผมพยายามปรับลดส่วนลงผลที่ได้ก็น่าพอใจทีเดียวครับ”

   “จริงครับ รสชาติต่างจากที่เคยได้ชิม” การพูดคุยดูผ่อนคลายอย่างน่าแปลกใจ ขนาดอัษฎายังยิ้มออกมาเมื่อทุกอย่างราบรื่น ก่อนมือขาวจะชะงักก่อนถึงแก้วชากลิ่นหอม “แล้วนี่...ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”

   “ผมชื่ออัษฎา เรียกว่าอัดก็ได้ครับ” คนแนะนำตัวยิ้มแป้นเรียกเสียงขำจากทัศนัยได้อีกรอบ

   “อ๋อ งั้นเมื่อสักครู่ก็เป็นคุณใช่ไหมครับที่โทรมา” คำพูดดูไม่คิดอะไร แต่สายตาช่างวาววับ แม้นคนที่โต้ตอบจะไม่สังเกตอะไร แต่ไม่รอดพ้นสายตาของคนที่นั่งจิบไวน์เงียบๆ ที่จับจ้องอยู่

   “ครับ”

   “งั้นหรือครับ เออใช่ นี่ผมคงชวนคุยนานจนเลยเวลาอาหารซะแล้ว คุณอัดคงหิวแย่” ใหญ่ขมวดคิ้วที่อยู่ๆ ทัศนัยเรียกอัษฎาว่าอัดเฉยๆ ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ ขนาดเขายังไม่เคยจะเรียกเลย

   “ก็นิดหน่อยครับ แต่ก่อนมาผมรองท้องไว้แล้วนิดหน่อย” อัษฎาตอบด้วยท่าทีเริงร่ายิ่งเพิ่มความขัดข้องใจให้คนที่ถูกตัดออกจากวงสนทนา

   “งั้นรอสักครู่”

   ทัศนัยเดินออกไปนอกห้องก็ถึงเวลาที่ใหญ่จะค่อนแคะบ้าง ท่าทางดูน่าหมั่นไส้จนเกินจะอยู่เฉยได้

   “ร่าเริงจริงนะ”

   “ผมก็เป็นแบบนี้ตลอดนั่นแหละ”

   “ทีกับฉันทำไมชอบนักไอ้ยั่วโมโหเนี่ย”

   “ก็คุณใหญ่ยั่วโมโหผมก่อน อย่างเมื่อกี้ที่นอกร้าน ทำผมล้มลงไปไม่คิดจะช่วย” คนงอนทำหน้าคว่ำ

   “ขอโทษ” น้ำเสียงแม้จะแข็งไปสักหน่อยแต่ก็ยังดีที่รู้จักคำนี้ แต่อัษฎายังทำหน้าคว่ำไม่พอใจ “อะไรอีก ก็ขอโทษแล้วไง”

   “แค่นี้เหรอครับ”

   “จะเอาแค่ไหน”

   อัษฎาทำหน้านึกจนรอยยิ้มมุมปากผุดขึ้น

   “ขากลับคุณใหญ่แวะตลาดหน่อยได้หรือเปล่าครับ”

   “แวะทำไม จะซื้ออะไร” ใหญ่มองรอยยิ้มแปลกๆ จากคนตรงหน้าด้วยความไม่ไว้ใจ เพราะไม่รู้จะเล่นอะไรแผลงๆ อีกหรือเปล่า นี่ถ้าไม่รู้ว่าเรียนจบทำงานเป็นละก็ คงคิดว่ายังเป็นเด็กน้อยอยู่แน่ๆ

   บทการสนทนาหยุดลงเมื่อทัศนัยเชิญทั้งคู่ออกไปด้านนอกเพราะอาหารจัดเตรียมไว้หมดแล้ว ร้านอาหารก็เริ่มมีลูกค้าเข้ามาบ้างส่วนใหญ่จะสวมสูทสวมชุดเดรสทั้งนั้น

   มื้อเที่ยงที่แสนอร่อยจนไม่อยากอิ่มจบลง อัษฎายกมือไหว้เพื่อบอกลาโดยมีใหญ่คอยเร่งให้รีบขึ้นรถ แม้จะดูเสียมารยาทไปบ้างแต่อัษฎาก็ต้องรีบไป

   “เดี๋ยวครับคุณอัด” ขณะกำลังจะก้าวขาเสียงร้องทักก็ทำให้ต้องหยุด “สะดวกไหมถ้าผมจะขอเบอร์คุณอัดไว้”

   “ครับ?” เพราะแปลกใจเลยอ้ำอึ้งไม่กล้าให้

   “อย่าเข้าใจผิดนะครับ คือถ้าเกิดผมติดต่อคุณใหญ่ไม่ได้จะได้ติดต่อคุณแทน” ข้ออ้างที่ฟังดูขึ้นทำให้อัษฎาไม่สามารถปฏิเสธที่จะให้เบอร์โทรกลับไปได้ “ขอบคุณนะครับ”



   รถส่วนตัวของใหญ่มุ่งตรงกลับไร่ทันที อารมณ์คนขับขามากับขากลับนั้นต่างจากลิบลิ่ว หากตอนนี้รถราติดแน่นเหมือนขามาละก็ มีหวังรถคันหน้าถูกชนจนยับไม่มีเวลามากังวัลเรื่องคันหลังอีกแล้ว

   “คุณใหญ่จะรีบไปไหนครับเนี่ย” อัษฎาโวยวายลั่นรถ มือขาวยึดกับที่จับแน่น ด้วยความเร็วเกือบท้านรกจนหลับตาตลอดการเดินทาง แม้ตัวจะเอนซ้ายเอนขวาตามการขับที่ไม่ปราณีกับผู้ร่วมเดินทาง “คุณใหญ่ผมยังไม่ได้ตายนะครับ รถครับรถ”

   หมดกันความคิดที่จะแวะตลาดเพื่อซื้อไส้อั่วกับน้ำพริกหนุ่มที่อยากกิน จะขัดตอนนี้ก็กลัวถูกเตะลงรถ ไม่กินก็ได้ โธ่ ที่แน่ๆ ตอนนี้ขอภาวนาให้ตัวเองรอดพ้นกลับไร่ไปหาแม่ด้วยความปลอดภัยก่อน ส่วนเรื่องปากท้องค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน 


...TBC     


ขอบพระคุณทุกท่านที่ชื่นชอบและเป็นกำลังใจให้ค่า จะพยายามพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ ให้มันดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก (สไลด์ตัวนอนราบกับพื้นแล้วไหว้)

 :mew1: :mew1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด