คำทำนาย ทายว่าต้องรัก > ตอนพิเศษ ความสุข < [P.21] // [02/10/60]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: คำทำนาย ทายว่าต้องรัก > ตอนพิเศษ ความสุข < [P.21] // [02/10/60]  (อ่าน 183758 ครั้ง)

ออฟไลน์ bluerose

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 112
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
คุณใหญ่อารมณ์ร้ายจัง ใจเย็นๆนะค

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L1: :L2: :pig4:

เลิฟๆ คุณใหญ่จะฮาาาาาไปไหน

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
แหม่ แต่งไม่ทันจะข้ามวันข้ามคืน อาการก็ออกแล้วนะคุณหย่ายยยยย 555

ออฟไลน์ Coffeeblack

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
คุณใหญ่ตลกจัง 555

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ไม่ทันไรหึงน้องแล้วเรอะคุณใหญ่

ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1568
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-8
คุณใหญ่ขี้หวงขี้หึง

ออฟไลน์ โอ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
หึงก็บอกมาคุณใหญ่555 :hao7:

ออฟไลน์ PIMJOO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
น่อวววววววว หึงน้องอัดละซิคุณใหญ่ ทำเป็นปากแข็ง :hao6:

ออฟไลน์ yuwa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
มีอาการนะคุณใหญ่ น้องมันน่ารักละซิ 555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5058
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
หวงแล้วไม่รู้ตัวเหรอคุณใหญ่ :hao3: :hao3:

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ angelnan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-5
อยากให้ลงทุกวันอะ ได้มั้ย ชอบแนวบ้านไร่ อิอิ

ออฟไลน์ boonpa

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-9
 :hao7: คุณใหญ่หึงจนออกอาการเลย

ออฟไลน์ leemmm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 285
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-6
อั้ยยะ ลุงหึงว่าทีเมียแล้วเว้ย หึงโดยไม่รู้ตัวสินะ ลุง :katai5: :katai5: :katai5: :katai5: :katai5:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7620
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
คุณใหญ่ อัด  :ling1: :ling1: :ling1:
ทะเลาะกันไป ทะเลาะกันมา
เดี๋ยวก็รักกัน
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2928
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5
โธ่ เฮีย...ยังไม่ทันแต่งความหวง ความหึงก็พุ่งขึ้นสูงปรี๊ดดดดซะและ 555555 :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ aiaea83

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 676
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +494/-5
6



        บนเรือนชานของไร่พิกุลจันทร์หอมคลาคล่ำไปด้วยผู้เฒ่าผู้แก่ที่นับถือ ทุกคนพูดคุยสังสรรค์อย่างสนุกสนาน มือไม้ก็ขวักไขว่ในการจัดพานบายศรีสู่ขวัญที่จะใช้สำหรับการแต่งงานของเจ้าของไร่ในวันพรุ่งนี้ โดยมีคุณพิกุลกับนมอิ่มเดินเข้าออกกลุ่มนั้นทีกลุ่มนี้ทีเพื่อดูความเรียบร้อย

   กลีบใบตองสีเขียวแต่ละชั้นบนพานบายศรีมีดอกดาวเรืองของไร่ประดับอยู่ดูสวยงาม พานดอกไม้อีกสองพานก็จัดแยกไว้สำหรับพิธีผูกข้อมือ สายสิญจน์สีขาวเป็นมัดๆ วางตั้งอยู่ไม่ไกล ยังมีหมอนที่สวมปลอกไหมพรมรูปหัวใจที่เตรียมไว้พร้อม

   “คุณยายขา ข้าวมื้อเที่ยงเสร็จแล้วค่า” ลูกเจี๊ยบเดินขึ้นมาบอก เด็กสาวมองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม แม้จะดูแปลกประหลาดไปสักหน่อยที่ผู้ชายแต่งงานกับผู้ชาย แต่สำหรับคุณใหญ่แล้วก็อัษฎานั้นช่างดูเหมาะสมอย่างน่าเหลือเชื่อ ขนาดพ่อกับแม่ยังพูดออกมาว่าหน้าตาช่างคล้ายกัน

   “ขอเชิญคุณป้าทุกท่านที่ชานด้านนอกเลยนะคะ ดิฉันจัดเตรียมอาหารไว้แล้ว” คุณพิกุลยิ้มแย้มเชิญชวน วันนี้เป็นวันที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เกิดขึ้น วันที่เกิดจากการทำนายทายทักในสมัยก่อนที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง

   “คุณนายก็ควรทานข้าวบ้างนะคะ” นมอิ่มบอกปนขำ เจ้านายใจดีดูตื่นเต้นจนไม่ยอมกินอะไร

   “ก็ฉันลืมนี่นา ไปกินข้าวกันเถอะ” คุณพิกุลจูงมือคนสนิทไปร่วมวงทานอาหารด้วยพร้อมพูดคุยกันอย่างออกรส ส่วนใหญ่เรื่องราวก็เป็นเรื่องนมนานสมัยยังสาว จะมีเด็กสมัยใหม่อย่างลูกเจี๊ยบที่มุ่ยหน้าไม่เข้าใจ

   กว่าการจัดเตรียมงานทุกอย่างจะเสร็จสิ้นก็บ่ายคล้อย วันนี้ใหญ่คลุกอยู่แต่ในไร่ตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนอัษฎาก็เข้าเมืองไปกับเล็กและลูกชายเพื่อซื้อของที่จำเป็น คุณพิกุลยืนมองข้าวของที่จัดแจงเตรียมการในวันรุ่งขึ้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย จะดีใจก็คงไม่ถูก หรือเสียใจก็คงไม่ใช่อีก

   “แม่ทำอะไรอยู่ครับ” เสียงทุ้มของลูกชายคนโตดังจากด้านหลัง คุณพิกุลมองหน้าลูกชายด้วยรอยยิ้มจนใหญ่ต้องยิ้มตาม “หน้าผมเลอะหรือครับ”

   “แม่ขอบใจใหญ่นะ ที่ทำเพื่อน้อง” ใหญ่เลิกคิ้วมองแม่ที่เอ่ยน้ำตาคลอ “แม่ไม่รู้ว่าหากเราทำแบบนี้แล้ว เล็กจะดีขึ้นหรือเปล่า”

   “อย่ากังวลเลยครับ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเราขัดไม่ได้อยู่แล้ว” ใหญ่โอบกอดร่างนุ่มของแม่ ความหอมเย็นจากไออุ่นของแม่ยังเหมือนเดิม “แล้วนี่น้องหายไปไหนหรือครับ” เพราะตั้งแต่ขึ้นมา ยังไม่เห็นแม้แต่เงา ไม่ว่าจะน้องชาย หลานชาย หรือเจ้าตัวป่วนคนนั้น

   “ไปซื้อของในเมือง เย็นป่านนี้ทำไมยังไม่กลับก็ไม่รู้” น้ำเสียงกังวลทำให้ใหญ่รีบล้วงโทรศัพท์จากกางเกง นิ้วยาวกดเลื่อนหาชื่อน้องชาย

   “อยู่ไหนไอ้เล็ก” กรอกเสียงเมื่อปลายสายกดรับ

   (ยังอยู่ที่ตลาดอยู่เลยครับ) เล็กตอบกลับมา

   “ไปตั้งแต่เช้า จะซื้ออะไรนักหนาวะ รีบๆ กลับได้แล้ว แม่เป็นห่วง” คุณพิกุลมองใบหน้าลูกชายคนโตแล้วชวนขำ ดูจากน้ำเสียงคงเป็นห่วงมากกว่าแม่ซะอีก

   (ครับๆ เดี๋ยวจะกลับแล้ว ไปต้น ไปตามหาพี่อัดกัน) เสียงชักชวนปลายสายเรียกปมขมวดคิ้วของใหญ่ออกมาอย่างลืมตัว
 
   “ไม่ได้เดินด้วยกันเหรอ” ถามออกไปก่อนจะกระแอมเมื่อเห็นแม่จ้องสายตาวับวาวอยู่ข้างๆ ใหญ่รีบเปลี่ยนประเด็นโดยไม่รอคำตอบ “เออๆ รีบกลับ แค่นี้นะ”

   “เป็นไง” คุณพิกุลถามลูกชายคนโต น้ำเสียงเจือเสียงหัวเราะ

   “เดี๋ยวมันกลับมาครับ เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ” ใหญ่รีบแยกตัวเข้าห้องไป ท่าทางอึกอักสร้างเสียงหัวเราะให้คุณพิกุลได้เป็นอย่างดี ความกังวลค่อยๆ เลือนหายไป แต่ความเป็นห่วงลูกชายคนเล็กก็ยังคงมีมากพอควร หวังว่าทุกอย่างจะลงตัวตามที่หมอดูเคยบอก




   ด้านอัษฎาที่เดินหาซื้อของใช้จำเป็น เนื่องจากของบางอย่างขายแยกที่กัน ทำให้ต้องเดินหาจนหัวแทบหมุน ที่ต้องออกมาหาซื้อเพราะเขาต้องย้ายขึ้นไปนอนบนเรือนไม้ตามที่คุณพิกุลบอก คราแรกอยากจะขอนอนกับแม่ตามเดิมแต่ถูกคุณพิกุลขัดเลยจำเป็นต้องทำตาม ไปนอนห้องเดียวกับคุณใหญ่มีหวังได้ฆ่ากันตายเข้าสักวัน

   จังหวะที่แขนขาวยื่นไปหยิบครีมทาผิวเผอิญดันไปชนกับมืออีกคู่ที่ต้องการขวดนี้เช่นกัน อัษฎารีบหันไปขอโทษ หญิงสาวใบหน้าสวยเอ่ยคำขอโทษเช่นกัน

   “เชิญคุณก่อนครับ” อัษฎาขยับถอยนิดๆ ให้หญิงสาวหยิบถนัด อีกฝ่ายหยิบของตัวเองแล้วก็หยิบให้อีกฝ่ายด้วย  “อ่า ขอบคุณครับ”

   “ครีมยี่ห้อนี้ดีมากนะคะ หอมด้วย” หญิงสาวแปลกหน้าเอ่ยขึ้น อัษฎาพยักหน้าเห็นด้วย แม้ไม่ใช่ครีมที่ออกโฆษณาทางทีวี แต่เขากลับชอบเพราะมันทั้งหอมและติดทนนาน

   “ครับ หอมมาก” อัษฎาเดินตามหญิงสาวที่หาซื้อของคล้ายๆ เขา อันที่จริงก็ไม่ได้ดูแลประทินผิวเหมือนผู้หญิง แต่เพราะการทำงานครั้งก่อนหากไม่มีการบำรุงผิวหรือหน้า สภาพคงจะดูไม่ได้
 
   “คุณเป็นคนเชียงใหม่หรือคะ” หญิงสาวถามหลังจากออกมาจากร้านขายเครื่องประทินผิว

   “ครับ แต่ไปโตที่กรุงเทพฯ คุณก็เป็นคนเชียงใหม่หรือครับ” คล้ายกับถูกชะตา ทั้งการพูดจาและท่าทางที่เป็นมิตร

   “เปล่าค่ะ ฉันมาเที่ยว” ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่อัษฎารู้สึกแปลกใจในน้ำเสียงของคู่สนทนา ดวงตารีมองเหม่อดูไร้จุดหมาย “ที่จริงฉันก็อยากเป็นคนเชียงใหม่เหมือนกันนะคะ อากาศที่นี่ดีกว่าในเมืองหลวงเยอะ”

   “อันนี้ผมเห็นด้วยครับ ยิ่งที่ๆ ผมอยู่อากาศตอนเช้ายิ่งดีที่สุด” รอยยิ้มผุดขึ้นเมื่อนึกถึงบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่นภายในไร่

   “เมื่อก่อนฉันก็เคยอยู่ในที่ๆ อากาศดีมากเช่นกันค่ะ แต่...” ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีชมพูอ่อนเม้มเข้าหากันแน่นยามหวนนึกถึงวันเก่าๆ “เพราะนิสัยเสียของฉัน ทุกอย่างถึงได้พังทลาย”

   “ไม่มีใครนิสัยดีหมดหรอกครับ ขนาดเหรียญยังมีสองด้านเลย” แม้จะไม่รู้ปัญหาที่หญิงสาวพบอยู่จะหนักหนาเพียงใด แต่การอภัยย่อมเกิดขึ้นหากคนทำผิดยอมรับออกมา “ลองค่อยๆ ปรับนิสัยดู ไม่แน่ คนๆ นั้นอาจจะยังรอคุณอยู่ก็ได้นะครับ”

   “ทุกอย่างแก้ไขไม่ได้แล้วค่ะ”

   “อ่าครับ...” ปัญหาคงจะหนักหนาน่าดู “แต่ถ้าเป็นผม ผมจะลองพยายามทำดูสักตั้ง หากยังเหมือนเดิมก็ถอยยังทัน” คล้ายกับปัญหาที่เคยเจอ อัษฎาเคยลองพยายามมาแล้วแต่ก็ไปไม่รอด สุดท้ายเขาเลยต้องหนีช้ำมาอยู่กับแม่ “ถ้าคนๆ นั้นสมควรให้เรารักจริงก็อย่าเพิ่งยอมแพ้นะครับ ผมเป็นกำลังใจให้” 

   “ขอบคุณนะคะ คุณ...”

   “อัดครับ”

   “ค่ะ ฉันแคทค่ะ”

   เมื่อแยกจากเพื่อนใหม่ ร่างผอมเดินข้ามถนนเพื่อไปรอคนที่มาด้วยที่รถ บังเอิญเจอระหว่างทางซะก่อน เล็กอาสาจะช่วยถือของให้ แต่ในมือคนน้ำใจงามก็มากจนคิดว่าคงถืออีกไม่ไหว

   “ของคุณเล็กก็เยอะมาก ผมช่วยถือน่าจะดีกว่านะครับ” อัษฎายื่นมือไปช่วยถือของ “แล้วน้องต้นละครับ ถืออะไรมา หนักหรือเปล่า” ลูกชายตัวจ้อยของเล็กก็ถือถุงอยู่ ใบหน้าน่ารักส่ายเป็นพัลวัน

   “พ่อเล็กซื้อขนมให้ฮะ น้องต้นอยากกิน” ดูท่าจะอยากกินจริง เพราะเห็นถือไว้ซะแน่น

   “กลับกันดีกว่าครับ เมื่อกี้พี่ใหญ่โทรมาเรียกแล้ว” อัษฎายู่หน้าเล็กๆ ก่อนจะเดินตามไปขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านหลังตลาด “ได้ของครบไหมครับ”

   “อ่า ครับ” ก่อนบทสนทนาจะเป็นไปอย่างเรียบๆ ตั้งแต่ตลาดจนถึงไร่ ทั้งสามต่างแยกย้ายกลับห้องของตัวเอง 




   ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วพื้นที่ขับให้แสงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้าเปล่งประกาย ความสวยงามเรียกให้เด็กหนุ่มโตต่างบ้านออกมาชื่นชม แม้กลางคืนจะดูน่ากลัว แต่ความงามยั่วเย้าทำให้คลายความมืด แสงดาวระยิบระยับส่องแสงสวยเต็มผืน หากเป็นเมืองหลวง แสงของตึกรามบ้านช่องคงบดบังแสงธรรมชาติเช่นนี้ไปหมด

   ยามค่ำคืนลมเย็นโชยมาทำให้ร่างที่ไร้ผ้าคลุมกันหนาวสั่นสะท้าน ฝ่ามือนุ่มลูบแขนตัวเองไปมาเพื่อคลายความหนาว

   “บ้านไม่มีดาวให้ดูหรือไง” น้ำเสียงกวนโมโหเช่นนี้คงจะเป็นใครไปไม่ได้ แต่คนนั่งดูดาวก่อนทำเป็นไม่สน “พูดด้วยไม่พูด” ใหญ่เดินมายืนข้างคนที่นั่งบนพื้นหญ้า

   “พูดกับผมหรือครับ” ถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

   “แล้วมีใครอยู่แถวนี้อีกหรือเปล่าล่ะ” ตอนอยู่บนเรือนชานเพราะนอนไม่หลับ สายตาเหลือบเห็นคนทำตัวลับๆ ล่อๆ พอตามมาก็เห็นร่างผอมนั่งกับพื้นหญ้าที่ชื้นแฉะแล้วแหงนหน้ามองดูดาวเต็มฟ้าอย่างหลงใหล ดวงตาคมจ้องมองภาพตรงหน้า รอยยิ้มสวยดูน่ามองจนมิอาจละสายตา หากลมเย็นไม่พัดมาเรียกสติ ใหญ่คงยืนมองคนยิ้มไปอีกหลายนาที

   “ผมอิจฉาคนที่นี่ที่ได้อยู่ท่ามกลางความสวยงาม ทั้งขุนเขา หรือดวงดาวบนท้องฟ้า”

   “แล้วนายไปกรุงเทพทำไมล่ะ อยากจะสบายก็ต้องแลกแบบนี้แหละ” อัษฎาเบ้ปากหลังจากถูกเหน็บเบาๆ

   “ถ้าตอนนั้นพ่อผมไม่ด่วนจากไปเสียก่อน ผมคงไม่ต้องจากบ้านไปหรอก แล้วอยู่ที่นู้นผมก็ไม่ได้สบายอย่างที่คุณใหญ่ว่า ตอนเช้าไปเรียน พอตกค่ำก็ต้องไปทำงาน” แม้ป้าจะดูแลดี แต่ก็ไม่อยากเป็นภาระเพิ่ม “คุณใหญ่ยังไม่ชอบหน้าผมอยู่หรือครับ” ถามออกไปทั้งที่ไม่มองหน้า

   “มั้ง” น้ำเสียงตอบกลับดูไม่มั่นใจ อัษฎาเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่มองหน้าอยู่ก่อนแล้ว

   “ลดลงบ้างไหม” นัยน์ตาระยิบระยับคงเพราะสะท้อนแสงดาวจับจ้องทำให้เผลอจ้องตอบ “คุณใหญ่”

   “หา เอ่อ มั้ง” หากไม่ถูกเรียกซ้ำ ใหญ่คงเผลอจ้องตาอีกนาน “รีบๆ ไปนอน พรุ่งนี้ตื่นสายจะขายหน้าคนอื่น” พูดจบร่างสูงเดินลิ่วๆ ขึ้นเรือนไป

   “ปากเสียตลอด” อัษฎาเบ้ปากตามหลังคนปากร้าย แล้วที่ถามแบบนั้นก็เพราะผ่านคืนนี้ไป เขาต้องใช้ครึ่งชีวิตที่เหลืออยู่กับคนที่ไม่ชอบขี้หน้า แล้วเช่นนี้จะมีความสุขได้ยังไง หนีช้ำจากเมืองกรุงคงจะไม่ต้องช้ำรอบสองที่นี่อีก “จะไหวไหมเนี่ย”



   “ต้องเช้าขนาดนี้เลยหรือแม่” อัษฎาอ้าปากหาวเป็นรอบที่ห้าแล้วนับจากยืนให้แม่แต่งตัว ถูกปลุกยังไม่ตีสี่เลยด้วยซ้ำ รู้เช่นนี้เข้านอนตั้งแต่ทุ่มสองทุ่มน่าจะดี

   “ก็ต้องเช้าแบบนี้นี่แหละ เดี๋ยวพระคุณท่านจะมาแล้ว” นมอิ่มตีแขนลูกชายเบาๆ เมื่อทำท่าโอนเอนจะล้ม “ใครให้นอนดึกขนาดนั้นล่ะ”

   “แม่ก็...แล้วทำไมพระท่านถึงมาเช้าละแม่” จากการที่ได้ไปงานของเพื่อนยังไม่ต้องตื่นเช้าขนาดนี้

   “พระคุณท่านว่างเวลานี้เวลาเดียว ดีแค่ไหนแล้วที่ท่านว่างน่ะ”

   อัษฎาสวมเสื้อและกางเกงผ้าฝ้ายสีขาว มีผ้าแถบลายสวยพาดบ่า ใบหน้าขาวถูกผัดแป้งให้ดูผ่องใสขึ้น ครั้นพอถึงเวลา ลูกเจี๊ยบก็เดินมาเคาะประตูเรียก แม้จะเช้าเพียงใด แต่เรื่องตื่นเต้นเช่นนี้กลบความง่วงให้หายเป็นปลิดทิ้ง นมอิ่มจ้องหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เธอมั่นใจว่าลูกชายจะต้องมีความสุข

   ประตูห้องเปิดออกพร้อมกันทั้งสองฝั่ง อัษฎาก้าวออกมาเผชิญหน้ากับใหญ่ที่แต่งกายคล้ายๆ กัน ใบหน้าหล่อเข้มไม่ได้บึ้งตึงสักเท่าใด แต่ก็ดูนิ่งไม่แสดงออก

   “รีบเถอะจ้ะ พระคุณท่านมาแล้ว”

   ใหญ่เดินตามหลังนมอิ่มและลูกชายไป วันนี้แล้วที่ชีวิตเขาจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง แม้ครั้งนี้จะไม่ได้จัดงานยิ่งใหญ่เช่นคราแรก แต่ก็เป็นการแต่งงาน นี่เขาต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายที่จะได้เลื่อนขั้นเป็นภรรยาจริงๆ หรือนี่ ผู้ชายนี่นะ

   ความสับสนยังคงเกิดขึ้นในใจจวบจนวินาทีสุดท้าย น้ำมนต์เย็นๆ พรมจนชุ่ม ทั้งใหญ่และอัษฎาต่างก็ก้มหน้าไม่ยอมมองกัน พอสิ้นพิธีสั้นๆ ในช่วงเช้าตรู่ทั้งคู่ก็ยังต้องอยู่ดูแลผู้มาร่วมงานที่มีแต่คนกันเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนๆ ที่สนิทและผู้เฒ่าผู้แก่ที่นับถือ

   “ถึงเวลาผูกข้อมือแล้วลูก” คุณพิกุลที่แต่งตัวชุดไทยสวยออกมาเรียกใหญ่ที่นั่งคุยกับน้องชาย เล็กยังรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องเห็นพี่ชายแต่งงานกับผู้ชายด้วยกันเอง

   “ครับ” ใหญ่รับคำแล้วเรียกน้องให้เข้าไปด้านใน

   หน้าโต๊ะพิธี ใหญ่ถูกจับให้นั่งหันหน้าเข้าหาอัษฎาที่นั่งก้มหน้ารออยู่ก่อน ตรงหน้าคือพานสินสอดทองหมั้นสำหรับให้อีกฝ่าย นมอิ่มเห็นลูกชายไม่ยอมเงยหน้าก็สะกิด

   “อัด ไหว้พี่เขาสิลูก” อัษฎายอมเงยหน้าตามที่แม่ว่า พอสบตากับคนตรงหน้าก็รู้สึกแปลกๆ “ตาอัด” เพราะยังนั่งเฉย นมอิ่มจึงต้องร้องเรียกอีกรอบ

   มือขาวยกไหว้คนตรงหน้า พร้อมๆ กับใหญ่รับไหว้ พิธีการมอบสินสอดและสวมแหวนผ่านพ้นไปแบบเรียบง่าย แต่ตอนที่อัษฎาต้องสวมแหวนให้ มือขาวสั่นจนเกือบทำแหวนหล่น ยังดีที่ใหญ่ใช้มืออีกข้างมากุมมือไว้ให้หยุดสั่น แบบนั้นถึงได้สวมแหวนได้

   ทั้งอัษฎาและใหญ่เปลี่ยนไปนั่งหลังโต๊ะ มีหมอนรูปหัวใจวางอยู่ และตรงหน้ามีพานดอกไม้และบายศรี หมอทำขวัญเดินมาหาทั้งคู่พร้อมกับทำพิธีเรียกขวัญ ตลอดการทำพิธี อัษฎารู้สึกขนลุกทุกครั้ง ไม่เคยคิดว่าจะได้จัดงานเช่นนี้

   “ทำไมทำหน้าแบบนั้น” ใหญ่ยื่นหน้ามากระซิบเมื่อเห็นคนข้างๆ มีเหงื่อผุดที่ไรผม

   “ผมปวดฉี่” เพราะมันตื่นเต้นเลยรู้สึกปวดแบบกะทันหัน ใหญ่เบิกตาโตเมื่อรู้ถึงสาเหตุ หากจะลุกออกไปก็คงไม่ได้เพราะพิธียังไม่เสร็จ “คุณใหญ่”

   “ทนๆ เอาหน่อย เดี๋ยวก็เสร็จ”

   หากชาวบ้านที่มาต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อเห็นคู่แต่งงานคุยกับกระหนุงกระหนิง ดูท่าแล้วคงจะรักกันน่าดู จะมีก็แต่คนสนิทที่จะรู้ว่า คู่เหมือนรักแท้จริงแทบปะทะฝีปากกันทุกเมื่อที่เจอ ไม่รู้ตอนนี้กำลังทะเลาะอะไรกันอยู่อัษฎาถึงมีแต่เหงื่อเต็มหน้าแบบนั้น

   เมื่อพิธีเรียกขวัญเสร็จสิ้นก็ถึงช่วงที่ผู้เฒ่าผู้แก่จะผูกข้อมือให้ สายสิญจน์ม้วนใหญ่ถูกตัดแบ่งเป็นเส้นๆ เพื่อให้สะดวกแก่การผูกข้อมือ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสิบยี่สิบวนไปจวบจนครบ ตอนนี้ข้อมือของหนุ่มทั้งสองเต็มไปด้วยเชือกสีขาว

   “เอาล่ะ เสร็จพิธีแล้วก็ถึงเวลาเข้าห้องหอ” เข้าหออะไรไม่สำคัญเท่าห้องน้ำ อัษฎาทำท่าลุกลี้ลุกลนแทบทนไม่ไหวกระซิบขอเข้าห้องน้ำก่อน พอนมอิ่มได้ยินก็ตกใจรีบบอกให้รีบไปรีบกลับอีกประเดี๋ยวจะเสียฤกษ์

   ลูกเจี๊ยบยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ พอเห็นอัษฎาออกมาก็รีบดึงแขนวิ่งไปหน้าห้องหอที่มีผู้คนยืนรอกันอยู่ เมื่อคนที่รอมา ผู้ใหญ่ก็พาทุกคนเข้าห้อง

   ห้องนอนของใหญ่ถูกตกแต่งเป็นเรือนหอ บนเตียงคิงไซส์มีกลีบดอกกุหลาบโปรยอยู่รอบๆ ก่อนคู่รักที่รักกันมานานจะลงไปนอนบนเตียงก่อนเพื่อเป็นเคล็ดให้รักกันยาวนานดังเช่นคู่ตน ใหญ่มองภาพตรงหน้าคล้ายกับมีการกรอเหตุการณ์ซ้ำเก่า ที่ห้องนี้ เตียงนี้ และภาพของเขากับภรรยาที่รักกันมานานตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย

   เมื่อการถือเอาเคล็ดจบลง ใหญ่และอัษฎาได้นั่งลงที่พื้นเพื่อรับคำอวยพรสุดท้าย คุณพิกุลยื่นมือสองข้างลูบศีรษะชายหนุ่มทั้งสอง ดวงตามีน้ำใสๆ เอ่อขึ้นมาด้วยความปลาบปลื้มปนสงสาร เพราะอยากช่วยน้องทำให้ต้องมาแต่งงานแบบนี้

   “แม่ขอโทษนะใหญ่ แล้วก็ขอบใจจริงๆ” มือที่ลูบศีรษะรีบยกกลับไปเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมา “แม้มันจะดูแปลกไปสักหน่อย แต่แม่ก็ขอให้ลูกรักกันนานๆ นะ” เมื่อคุณพิกุลอวยพรเสร็จ ต่อไปก็เป็นนมอิ่มที่น้ำตาไหลตั้งแต่เห็นลูกชายเพียงคนเดียวนั่งก้มหน้า

   “ตาอัดแกเป็นเด็กดีนะคะ หากแกดื้อคุณใหญ่โปรดให้อภัยแกด้วย แล้วก็อัด ต่อไปต้องเชื่อฟังคุณใหญ่ เพราะท่านแก่กว่า เราเป็นเด็กไม่ควรต่อล้อต่อเถียงเช่นดังที่แล้วๆ มา เข้าใจไหมลูก” แม้ไม่มีเสียงตอบกลับ แต่ก็มีการพยักหน้าตอบรับ “มีความสุขมากๆ นะคะ”

   สิ้นคำอวยพร ทุกคนก็ก้าวออกจากห้อง เหลือเพียงสองหนุ่มที่ต่างคนต่างนั่งเงียบ คนหนึ่งยังนึกถึงเรื่องวันวาน อีกคนนึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งชีวิตและการดำรงอยู่จะเปลี่ยนแปลงไปยังไง แล้วความเงียบก็ถูกทำลายเมื่อใหญ่ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ควรออกจากห้องหอ แม้จะเป็นเวลาบ่าย หากเขาต้องทนจนข้ามวันถึงออกไปได้ แต่จะให้ทนนั่งเฉยๆ หรือนั่งมองหน้าคนที่ต่อไปนี้ต้องมานอนร่วมห้องด้วยก็คงไม่สบอารมณ์ ร่างสูงเดินวนไปวนมาก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียง ทิ้งให้อีกคนนั่งเคว้งอยู่ที่พื้นเพราะไม่กล้าลุกไปไหน

   อัษฎาเลือกจะพับเสื้อผ้าที่ถูกขนขึ้นมาอยู่บนห้อง ความเงียบทำให้ดวงตาเริ่มเบลอจนต้องเอนตัวลงนอนกับพรมสีเทาข้างเตียง คนบนเตียงดูท่าจะหลับไปแล้ว อัษฎาจึงขอหลับบ้าง แม้จะได้ยินเสียงแว่วๆ ว่ามีคนเดินเข้ามาแต่เปลือกตาช่างหนักลืมไม่ขึ้นเลยปล่อยเลยตามเลย

   นาฬิกาโบราณตีตามจำนวนเวลา อัษฎาสะดุ้งตื่นขึ้นก่อนจะลุกนั่ง บนเตียงยังมีคนที่นอนอยู่และดูท่าจะยังไม่ตื่น หน้าต่างด้านนอกเริ่มมืดมิด บวกกับท้องเริ่มร้องเพราะความหิว ดวงตากลมมองไปทั่วห้องกว้างที่มีเครื่องใช้เป็นไม้ทั้งสิ้น กรอบรูปบานใหญ่ข้างตู้เสื้อผ้าคือรูปของเจ้าของห้องกับภรรยาคนเก่า อัษฎายกมือไหว้และพูดในใจว่าไม่ได้คิดจะแย่ง เพียงแค่อยากช่วยเหลือลูกชายคนเล็กของบ้าน ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าเห็นรูปผู้หญิงสวยในรูปยกยิ้มให้ 

   ความหิวทำให้ต้องมองหาอะไรรองท้อง คราแรกคิดจะเปิดประตู แต่ไปสะดุดกับขันโตกที่ถูกวางข้างประตูซะก่อน พอสัมผัสแล้วอาหารเย็นชืดคงจะวางไว้นานพอดู แต่ความหิวอะไรที่แก้ได้ก็กินได้หมด ทั้งแกงฮังเล ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม สิ่งที่อยากกินทั้งนั้น อัษฎาปั้นข้าวเหนียวจิ้มน้ำพริกหนุ่มกินอย่างสบายใจ ความอร่อยทำให้ไม่ทันสังเกตคนที่อยู่บนเตียงที่กำลังนั่งมองคนกินข้าวอย่างหิวโหย

   ที่จริงแล้ว ใหญ่ตื่นก่อนนานพอดู และกินข้าวก่อนนานแล้ว ส่วนกับข้าวที่อัษฎากินนั่น เป็นสิ่งที่สั่งให้แม่ครัวทำให้อีกที เนื่องจากตอนขากลับจากเมืองคราวนั้น คนอยากกินคิดจะแวะซื้อ แต่เขาดันอารมณ์เสียซะก่อนเลยไม่ได้แวะให้ คนกินอร่อยยัดข้าวคำโตจนแก้มตุ่ยเรียกเสียงหัวเราะได้บางๆ อัษฎาตาโตหันไปมอง

   “คุณใหญ่” แปลกใจที่ทำไมไม่สังเกตว่าอีกคนตื่น

   “อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ” ได้รับการพยักหน้าตอบกลับ ใหญ่ลงจากเตียงมานั่งข้างๆ มือใหญ่หยิบแตงกวาจิ้มน้ำพริกหนุ่มเข้าปาก “ก็งั้นๆ”

   “คุณใหญ่กินบ่อยก็เลยบอกงั้นๆ แต่ผมนานๆ ทีได้กินมันก็ต้องอร่อยสิ” พูดไปเคี้ยวไปดูแล้วขัดใจนิดๆ เพราะน่าจะเคี้ยวให้หมดก่อนพูด “คุณใหญ่ไม่กินหรือครับ”

   “ฉันกินแล้ว” กระแอมออกมาพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ฉันจะไปอาบน้ำ” ว่าแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้คนกินข้าวมองตามหลังอย่างงงงวย

   ไม่นานคนอาบน้ำก็ออกมาด้วยสภาพผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเดียวพันที่เอวอย่างหมิ่นเหม่ อัษฎากระพริบตาปริบๆ แล้วรีบเดินสวนเข้าไปพร้อมเสื้อผ้าและเครื่องใช้ ถึงแม้จะไม่ได้ชอบคุณใหญ่ แต่เล่นมาในสภาพแบบนั้นมันน่าตกใจจริงๆ กล้ามแขน กล้ามหน้าอก กล้ามหน้าท้อง ทุกอย่างดูเพอเฟกเหมือนคนเข้าฟิตเนสประจำ หากใหญ่คงทำงานในไร่ที่ใช้แรงมากกว่า ทำให้หุ่นกำยำขนาดนี้

   อัษฎาเดินตัวหอมฉุยออกมาจากห้องน้ำ เห็นใหญ่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง ดวงตากลมโตมิงซ้ายมองขวารู้สึกประหม่า คืนนี้จะให้นอนที่ไหนเนี่ย บนเตียงกับใหญ่งั้นหรือ

   “ให้ผมนอนตรงไหน” ถามออกไป

   “พื้น” ใหญ่ตอบแล้วลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเตียงสีขาว “ฉันไม่ชอบนอนร่วมเตียงกับคนอื่น”

   “อ่อครับ” ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือโมโห เพราะอัษฎาก็คิดเอาไว้ล่วงหน้าอยู่เหมือนกัน ทั้งหมอนและผ้าห่มถูกวางบนพรมอุ่น ถึงจะไม่ได้นอนเตียง แต่ขอนอนบนพรมก็ยังดี ขืนให้นอนบนพื้นไม้แข็งๆ มีหวังเจ็บหลังพอดี

   เมื่อไฟในห้องปิดสนิท ทั้งสองคนกลับตาสว่างโร่ หนึ่งเพราะนอนมาตอนกลางวันอย่างเต็มอิ่ม สองเพราะความกังวล ใหญ่ใช้แขนก่ายหน้าผาก ร่างสมส่วนขยับพลิกตะแคงมองดูที่ว่างข้างๆ ก่อนจะยื่นมือไปลูบช้าๆ สมัยก่อนที่ว่างตรงนี้เคยเป็นที่ของภรรยาที่รัก ครั้นจะให้คนอื่นมานอนทับที่เขารู้สึกไม่ดี ใจจริงก็สงสารคนนอนพื้น แต่ก็นั่นแหละ มันทำใจไม่ได้

   ส่วนอัษฎาที่นอนพลิกไปมาเพราะไม่คุ้นชิน เมื่อบ่ายหลับสนิทเพราะเหนื่อยมาก มาตอนนี้ทุกอย่างมันดูแปลกที่แปลกทางไปหมด และคงอีกนานกว่าจะชิน

   เสียงอึ่งอ่างร้องระงมเพราะฝนใกล้ตก อากาศก็เริ่มเย็น ยิ่งลมที่พัดมาทำให้ร่างที่นอนบนพื้นขดตัวเป็นก้อนกลมๆ ไม่นานเสียงฝนเทลงมาเรียกให้คนนอนบนเตียงสะดุ้งตื่น ใหญ่ชะโงกหน้ามองอีกคนบนพื้น พอเห็นแล้วก็แทบทนไม่ไหวต้องลุกเอาผ้าห่มไปคลุมให้อีกชั้นและเดินไปปิดหน้าต่างเพื่อให้คลายความหนาวเย็น

   พอใหญ่ล้มตัวนอนลง ดวงตากลมโตก็ค่อยๆ เปิดขึ้น อัษฎาก้มมองผ้าห่มหนาที่เพิ่งถูกนำมาคลุมร่างไว้ รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นมาทันที ปากร้ายแต่ใจดีคงเป็นเช่นใหญ่นี่แหละนะ แล้วทั้งคู่ก็ผล็อยหลับไปจวบจนแสงแรกของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่คาดเดาอะไรไม่ได้ นอกจากใช้ชีวิตในวันนี้ให้ดีที่สุด


...TBC


มาแบบตะต่อนยอนค่าา  :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5058
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
ปั๊ดโธ่ ไอ้เราก็นึกว่าตื่นมาเห็นอัดนอนขดเพราะความหนาวแล้วจะอุ้มขึ้นไปนอนบนเตียง :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ yuwa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :L2: รอค่ะ

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2928
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5
ความซึนนี้ท่านได้แต่ใดมา ทำไมซึนเกิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :L1: :pig4:

ช่องว่างค่อยๆแคบลงเนาะ

ออฟไลน์ PIMJOO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
คุณใหญ่จะใจแข็งนานแค่ไหนกันเชียว :hao6:

ออฟไลน์ leemmm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 285
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-6
คุณใหญ่ดูแลเมียดีๆหน่อย มีคนจ้องจะเอาเมียคุณใหญ่อยู่นะ :katai2-1:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7620
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ตอนนี้คุณใหญ่ให้อัด นอนบนพื้นห้อง
จะคอยดูว่าใครจะเป็นคนพาอัด ไปนอนบนเตียง
แคท คิดได้ละมั้ง ว่าที่อากาศดี คนก็ดี น่ะอยู่ที่ไหน
คิดได้แล้วก็กลับมาเป็นเมียที่ดีของคุณเล็ก
 และแม่ที่ดีของลูกได้ละ :mew1: :mew1: :mew1:
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1568
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-8
ให้นอนพื้นเนี่ยนะ ถ่อววส

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
ไม่ทันจะได้เเต่งเมียคุณเล็กก็มีแววกลับมาดีซะละ

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5610
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9

ออฟไลน์ aiaea83

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 676
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +494/-5
7



      “หลับสบายดีไหมเรา” คุณพิกุลเอ่ยทักทายลูกชายคนสนิท ที่ตอนนี้ต้องเป็นของลูกชายของเธออีกคน อัษฎาเดินออกจากห้องด้วยความเบลอนิดๆ พอเจอหน้าเจ้านายของแม่ก็รีบยกมือไหว้ตามความคุ้นชิน “ไม่ต้องไหว้หรอก อัดเป็นลูกของฉันอีกคนแล้วนี่นะ คิดซะว่า ฉันเป็นแม่อีกคนแล้วกัน”

   “ครับคุณนาย”

   “แน่ะ เรียกว่าแม่สิ เรียกคุณนายอะไรกันหืม เราน่ะ”

   “ครับ คุณแม่” ไม่คุ้นปากซะจริง อัษฎาเม้มริมฝีปากแน่น ปกติเคยแต่เรียกแม่ตัวเอง หรือมีบ้างที่เรียกแม่ของเพื่อนสนิทว่าแม่

   “แล้วพี่เขาล่ะ ยังไม่ตื่นอีกหรือ” คุณพิกุลเอ่ยถามหลังจากจิบกาแฟหอมกรุ่นแล้ว

   “เข้าไปในไร่ตั้งแต่เช้ามืดแล้วครับ” นาฬิกายังไม่ทันบอกเวลาตีสี่ซะด้วยซ้ำที่ใหญ่ออกไปจากห้อง

   “ช่วงนี้คงรีบทำงาน มานั่งนี่สิอัด” แม่คนที่สองเอ่ยขึ้น ทำให้ต้องเดินไปนั่งข้างๆ “พี่เขาน่ะนะ เมื่อก่อนไม่ได้ปากร้ายขนาดนี้ ตั้งแต่หนูพิณ เอ่อ ภรรยาพี่เขาเสีย เลยกลายเป็นคนเก็บตัว อารมณ์ก็ร้อน ขี้โมโหอีก ถ้าพี่เขาพูดหรือทำอะไรให้ขัดเคืองใจละก็ ให้อภัยพี่เขาด้วยนะลูก” คุณพิกุลคงกลัวอัษฎาจะขัดเคืองในสิ่งที่ลูกชายคนโตทำ

   “ครับ” แม้จะตอบรับแต่ก็ยากที่จะปฏิเสธว่าไม่ได้โกรธหรือโมโห บางทีการกระทำก็เกินเหตุ จะไม่ให้ฉุนเฉียวเลยก็คงไม่ได้
 
   “ทานข้าวเช้านะ แม่ให้เขาเตรียมไว้แล้ว” บอกด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเดียวกับแม่แท้ๆ

   ระหว่างมื้อเช้ากำลังจะเริ่ม เล็กเดินสะโหลสะเหลออกมา ดูท่าคงจะนอนไม่เต็มอิ่ม หากไม่ได้กลิ่นละมุดที่ติดตัวออกมาด้วยคงจะคิดว่าทำงานจนดึกแน่แท้ คุณพิกุลจ้องหน้าลูกชายคนเล็กอย่างเคืองขุ่น

   “เมื่อวานดื่มหนักล่ะสิ” เสียงเข้มจากมารดาทำเอาคนดื่มหนักยิ้มแหยๆ
 
   “นิดหน่อยครับ ก็งานแต่งพี่ใหญ่ทั้งที” เล็กว่า สายตาเหลือบมองพี่สะใภ้ตัวเองที่เป็นผู้ชาย “คุณพี่สะใภ้หลับสบายหรือเปล่าครับ หรือว่าจ้ำจี้...”

   “เล็ก! ไปพูดแบบนั้นได้ยังไง” คุณพิกุลรีบพูดขัดเมื่อเล็กพูดล้ำเส้นเรื่องส่วนตัวเกินไป

   “ไม่เป็นไรครับ ผมนอนหลับสบายดีครับคุณเล็ก” อัษฎายิ้มให้คุณพิกุลก่อนตอบน้องชายของใหญ่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “คุณเล็กนั่นแหละครับ ดื่มมากหากเป็นอะไรขึ้นมา ไม่สงสารน้องต้นหรือครับ” คำพูดของพี่สะใภ้เล่นเอาคนเอ่ยแซวหยุดกึก มือที่เอื้อมไปหยิบพริกไทยป่นถึงกับค้างเติ่ง

   “นั่นสิ ดื่มเยอะๆ จะตายเร็ว ลูกแกก็จะขาดทั้งพ่อ ขาดทั้งแม่” อดไม่ได้ที่จะว่าให้ลูกชายคนเล็ก คุณพิกุลหน้านิ่งเมื่อเห็นลูกชายเอาแต่ก้มหน้า

   “ผมขอโทษครับ” น้ำเสียงเสียใจปนอยู่จนคนที่มองทั้งสองรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

   “กินๆ ข้าวต้มจะเย็นแล้วนั่น”

   การพูดคุยเริ่มกลับเป็นปกติ เล็กยังเอ่ยแซวพี่สะใภ้อยู่เนืองๆ แม้แม่จะปรามบ้างเมื่อพูดเกินไป แต่อัษฎาก็ยิ้ม จนมีคนเดินหน้าง้ำงอเข้ามานั่งด้วย การสนทนาทุกอย่างเลยชะงัก ใหญ่นั่งกอดอกเอนหลังพิงพนัก ดวงตาดุจ้องหน้าน้องชาย แม่และภรรยามาดๆ ของตัวเอง โดยเฉพาะคนสุดท้ายที่มีขมวดคิ้วร่วมอยู่

   “กินข้าวไหมครับ” อัษฎารู้สึกกดดันขึ้นมาเมื่อถูกจ้องเลยเอ่ยถาม

   “เออ หิวจะตายอยู่แล้ว” น้ำเสียงดุดันแต่แฝงความน้อยใจอัษฎารู้สึกได้ คนถูกดุยิ้มนิดๆ ก่อนลุกไปเตรียมชามพร้อมตักข้าวต้มให้ ทุกอย่างที่อัษฎาทำ ใหญ่จะจ้องมองอยู่ตลอด ขนาดที่ว่า ถูกแม่และน้องจ้องกลับยังไม่สังเกต หากเล็กไม่เอ่ยออกมา ใหญ่ก็ยังคงจ้องภรรยาคนใหม่ไม่วางตาแน่

   “นี่พี่ใหญ่กะจ้องพี่สะใภ้ให้พรุนเลยหรือไง” เอ่ยหยอกพร้อมเสียงล้อ ยังมีคุณพิกุลที่ขำไปด้วยจนใหญ่ต้องรีบปั้นหน้านิ่ง

   “ใครจ้อง” ยังมีหน้ามาปฏิเสธ เล็กขำพรืดให้กับท่าทางฟอร์มจัดของพี่ชาย

   “ไม่มีใครจ้องหรอก ผมกับแม่คงตาฝาด เนอะแม่” เล็กหันไปพยักพเยิดกับแม่เลยได้เสียงหัวเราะร่วนกลับมา

   “ไร้สาระ” ใหญ่ว่า มือก็เริ่มจ้วงกินข้าวต้มจนลืมว่ามันร้อนจัด แค่เข้าปากก็ต้องรีบคายออกมา “ร้อนๆ”

   “คุณใหญ่ไม่เป่าก่อนเล่า” อัษฎารีบหยิบทิชชู่ส่งให้ พร้อมช่วยเช็ดตามโต๊ะเมื่อบางส่วนถูกพ่นออกมา

   “ทำไมไม่บอกว่ามันร้อน” ยังมีหน้ามาโทษคนอื่น อัษฎาคิด

         ใหญ่ท่าทางฉุนเฉียวแต่ก็ดูไม่ได้จริงจัง คงอยากเรียกร้องความสนใจมากกว่า คุณพิกุลจ้องลูกชายคนโตกับสะใภ้อย่างพิจารณา แม้จะดูไม่เข้ากันเท่าไหร่ แต่มีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า อีกไม่นานพวกเขาจะรักกัน...แม้ไม่รู้เมื่อไหร่ก็ตาม

   “ผมขอโทษ” อัษฎาเอ่ยออกมา คนถูกข้าวต้มลวกปากทำหน้าบึ้ง คงรู้ตัวว่าคนขอโทษไม่ได้ผิดเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ฟอร์มจัด

   “พี่ใหญ่นี่นะ ทำตัวเหมือนลูกชายผมเลย” เล็กที่มองดูอยู่แล้วรีบขัดขึ้น

   “เหมือนยังไง” ถามกลับเสียงเขียว

   “ก็เอาแต่ใจแถมเรียกร้องความสนใจไง” ใหญ่หน้าหุบเมื่อได้ยิน แต่จะลุกออกจากโต๊ะก็รู้สึกแปลกๆ เมื่ออัษฎากำลังใช้ช้อนคนข้าวต้มพร้อมเป่าคลายร้อนชามของเขา “นั่นแน่ะ ไม่เถียงด้วย”

   “เงียบไปเลย”

   “นี่ครับ น่าจะคลายร้อนแล้ว” ใหญ่จ้องชามข้ามต้มก่อนจะเริ่มกิน มันไม่ค่อยร้อนอย่างตอนแรกแล้วจริงๆ พอคำแรกผ่านไป คำต่อๆ ไปก็ตามมาติดๆ พอรู้สึกตัวอีกทีข้าวต้มชามใหญ่ก็หมด

   “คงอร่อยมากสินะ” คุณพิกุลมองดูลูกชายจัดการข้าวต้มอย่างเอร็ดอร่อย แต่ข้าวต้มก็เหมือนกับทุกวัน ใหญ่แทบกินแค่ครึ่งชามด้วยซ้ำหากเป็นทุกที แต่ข้าวต้มมื้อนี้ตักเต็มชามถูกจัดการไม่เหลือ แบบนี้คงไม่ใช่ข้าวต้มอร่อยแล้วล่ะ คงเพราะคนนั่งข้างๆ ทำให้เจริญอาหาร

   “งั้นๆ แหละครับ” เหมือนจะรู้สึกตัวว่าถูกจ้อง ใหญ่รีบวางช้อนแล้วทำหน้านิ่งกลบเกลื่อนความเขิน จะว่าไป นี่เขากินเรียบไม่เหลือสักเม็ดแบบนี้ได้ยังไง ไม่อยากจะเชื่อตัวเอง คงเพราะเข้าไร่เช้าเลยหิวแน่ๆ น่าจะเป็นเหตุผลนี้แหละ



   มื้อเช้าจบลง คุณพิกุลก็ขอตัวกลับรีสอร์ทในตัวเมืองพร้อมหลานชายที่เพิ่งตื่นนอน คงจะนอนดึกพร้อมพ่อตัวเองแน่ๆ พอคิดแล้วก็อยากหยิกลูกชายคนเล็กให้เนื้อเขียว

   อัษฎาเข้าไปในไร่ก่อนเพราะไม่อยากถูกบ่น เพราะตอนลุกจากโต๊ะกินข้าวก็ถูกบ่นว่านอนกรนไปที นี่เขาไม่ได้นอนกรนสักนิด หากอัดเสียงได้จะเอาให้ฟังเลยว่าเป็นเสียงใครกันแน่ที่กรนจนคนอื่นนอนไม่ได้

   ขายาวก้าวเข้าไปเหยียบในโรงคัดแยกดอกดาวเรือง พวกสาวๆ ที่นั่งคุยกันอยู่ก็เงียบลงถนัดตาจนบรรยากาศเริ่มแปลกๆ อัษฎาเดินยิ้มแย้มเข้าไปทักทายเช่นเดิม หากทุกคนกลับเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมพูดคุย

   “เป็นอะไรหรือครับ” ทนไม่ได้ที่จะไม่ถาม

   “เอ่อ คุณนาย คือ...” แค่เริ่มต้นก็รู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียแล้ว อัษฎาขมวดคิ้วแล้วจ้องหน้าทุกคน

   “ผมคือน้องอัด ไอ้อัด พี่อัดของทุกคนเหมือนเดิมนั่นแหละครับ ไม่ใช่คุณนงคุณนายอะไรเลย คุยกับผมแบบเดิมเถอะครับ” น้ำเสียงอ้อนวอนตามหลังทำเอาสาวๆ ที่นั่งก้มหน้าต่างสบตากันเป็นแถวๆ

   “แต่ถ้าคุณนายใหญ่รู้ พวกเราจะถูกตัดเงินเดือน...”

   “คุณนายใหญ่ไม่ว่าอยู่แล้วครับ ไม่มีใครว่าอะไรเลย ผมก็ยังเป็นผม” บอกพร้อมรอยยิ้ม

   “ได้ค่ะ แต่คุณนาย เอ้ย น้องอัดจะไม่ว่าพวกพี่ทีหลังใช่ไหมคะ”

   “ไม่อย่างแน่นอนครับ”

   คนงานสาวๆ พากันถอนหายใจออกมาคนละเฮือกสองเฮือก เพราะตอนเจอหน้ากัน ทุกคนต่างก็พูดคุยเรื่องที่ต้องเจอหน้าภรรยาคนใหม่ของเจ้านาย ต่างก็ไม่รู้จะวางตัว วางท่าทีอย่างไรด้วย หากพูดธรรมดาด้วยก็กลัวถูกกล่าวหาว่าเล่นหัว เลยพากันนิ่งเงียบใส่อย่างเช่นคราวแรกที่อัษฎาเดินเข้ามา

   “พวกเราขอถามหน่อยได้หรือเปล่าคะ” แม้จะพูดคุยเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็คงไม่สมควรพูดห้วนๆ เลยต้องสุภาพสักหน่อย ป้าจันยื่นหน้าไปถามภรรยาของเจ้านายด้วยความใคร่รู้ ดูเหมือนทุกคนก็คงอยากจะรู้เช่นกัน อัษฎายิ้มพร้อมพยักหน้าทำให้ป้าจันหันซ้ายหันขวาก่อนจะถาม “ทำไมคุณถึงแต่งงานกับคุณใหญ่หรือคะ”

   “ไม่ต้องเรียกคุณหรอกครับ เรียกอัดเหมือนเดิมดีกว่า” รู้สึกขัดๆ กับการถูกคนสนิทเรียกว่าคุณ

   “ก็ได้ๆ ทำไมอัดถึงแต่งงานกับคุณใหญ่ล่ะ” ป้าจันถามด้วยดวงตาเป็นประกาย

   “ที่เคยได้ยินมาเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า” คำถามอีกแบบจากป้าน้อมที่แทรกเข้ามา อัษฎาและทุกคนหันไปมอง “ก็ที่เขาบอกว่า ตอนสมัยไร่ยังเล็กๆ คุณนายใหญ่เชิญหมอดูมาทำนาย แล้วเขาก็บอกว่า ทั้งคุณใหญ่คุณเล็กต้องมีคนใดคนหนึ่งมีคู่ผิดปกติ”

   “ผิดปกติยังไงป้าน้อม” แก้วเอ่ยถามอย่างสงสัย “หรือว่าต้องพิการ?”

   “พิการอะไรของเอ็งนังแก้ว คู่ผิดปกติก็แบบ ชายกับชาย เหมือนที่คุณใหญ่แต่งงานกับตาอัดนี่ไง” คำพูดของป้าน้อมทำเอาคนงานสาวๆ ตาโต ก่อนหันไปจ้องอัษฎา “ใช่ไหม”

   “ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ” ตอบแบบนี้คงจะดีที่สุด อัษฎายิ้มให้กับทุกคนที่ทำหน้าเบ้เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการ

   การทำงานที่ยังสนุกสนานจากการพูดคุยทำลายความตึงเครียดไปได้จนหมด ทุกคนดูจะลืมด้วยซ้ำว่าชายหนึ่งเดียวของที่นี่เป็นสะใภ้ของไร่ บางคนยังพูดจาเล่นหัวราวกับอัษฎาเป็นคนงานคนหนึ่งไ แต่ชายหนุ่มไม่มีท่าทีโกรธเคือง เขารู้สึกชอบที่นี่ แม้งานจะหนักกว่าที่เก่ามากโข แต่ทำแล้วมีความสุข จะทำให้รู้สึกคลายเหนื่อย

   อย่างที่เขาบอก คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก คงจะคล้ายๆ เช่นนี้

   เวลาเดินเร็วราวกับติดปีก มองนาฬิกาข้างผนังอีกทีก็เที่ยงซะแล้ว ทุกทีอัษฎาจะเดินไปกินกับแม่ที่ครัว แต่วันนี้ ทุกคนทำกับข้าวมาน่ากินทุกอย่าง อย่างน้ำพริกอ่อง น้ำพริกปลาทู หรือแม้แต่ยอดฟักทองผัดไข่ก็ยังดูน่าทาน สาวๆ ทั้งหมดชวนอัษฎากินด้วยกัน เด็กหนุ่มจึงขอฝากท้องมื้ออร่อย

        ความอร่อยมาพร้อมกับความสุข บรรยากาศทำให้ยิ่งเจริญอาหาร ข้าวในจานพร่องจนเกือบหมดหากประตูโรงงานไม่ถูกกระชากออก คนเปิดตีหน้ายุ่ง ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ จนเจอคนที่ตามหา อัษฎาที่รู้สึกถึงความเกร็งของเพื่อนร่วมงานจึงเอ่ยขอตัวพร้อมกับดึงแขนเจ้าของไร่หน้าดุให้พ้นเขตโรงงาน พอเดินออกมาหน่อย ใหญ่ก็เริ่มโวยวาย

   “นี่มันกี่โมงแล้ว ฉันกับไอ้เล็กรอกินข้าวอยู่” น้ำเสียงไม่พอใจจากคนรอกินข้าวจนต้องออกมาตามหาซะเอง

   “ผมต้องไปกินข้าวกับคุณใหญ่ด้วยหรือครับ” ถามออกไปด้วยความไม่รู้ กลับได้เสียงจิ๊จ๊ะตอบกลับมา

   “เออ ก็นายเป็นเมียฉะ...เมียเจ้าของไร่ ก็ต้องไปกินที่ออฟฟิตสิ” คนตาดุรีบเสหน้ามองไปทางอื่น อัษฎาเลยโค้งศีรษะขอโทษนิดๆ

   “ขอโทษครับ ต่อไปผมจะรีบไป”

   “รู้แล้วก็รีบไป ฉันหิว” คนหิวกำลังจะเดิน หากคนถูกตามหากลับยังยืนอยู่ที่เดิม

   “แต่ผมอิ่มแล้ว...” อัษฎาบอก ดวงตากลมกระพริบปริบๆ

   “แต่ฉันยังไม่ได้กิน” แม้ที่ได้ยินจะฟังดูแปลกๆ แต่อัษฎาก็เลือกที่จะเดินตามในที่สุด ท้องไม่ติดกันสักหน่อย

   ประตูออฟฟิตเปิดออก เล็กเงยหน้าจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมองพี่ชายที่เดินหน้าบึ้ง มีพี่สะใภ้เดินตามหลังด้วยใบหน้าแปลกๆ คล้ายกับสงสัยหรือสับสนบางอย่าง

   “มาแล้วเหรอ” เล็กรีบทักทายเพราะดูพี่ชายจะอารมณ์บ่จอย

   “ครับ ขอโทษที่ปล่อยให้คุณเล็กรอ” อัษฎาเลื่อนเก้าอี้นั่งข้างคนหน้าบึ้ง เล็กเดินยิ้มออกมานั่งฝั่งตรงข้ามดวงตาจ้องพี่ชายที่เก๊กขรึมอย่างน่าหมั่นไส้

   “ผมก็ยังไม่ค่อยหิวหรอกครับ ปกติก็กินช้าตลอด แต่ไม่รู้ทำไมมื้อนี้คนกินช้ากว่าถึงอยากกินตรงเวลาก็ไม่รู้” น้ำเสียงเชิงล้อทำเอาใหญ่ถลึงตาใส่ อัษฎาขำเบาๆ มือก็คอยตักข้าวใส่จานแจกจ่าย “ทำไมตักน้อยจังครับ” ถามเมื่อข้าวในจานอัษฎามีแค่นิดหน่อย

   “พอดีผมทานมาบ้างแล้วครับ”

   “พูดมาก กินๆ หิวจะตายอยู่แล้ว” ใหญ่พูดแทรกออกมาทำให้คนคุยกันอยู่ส่งเสียงจิ๊จ๊ะ

   ท่าทางคนหิวจัดกินไม่เร่งรีบสักนิด หรือกับข้าวไม่อร่อย มื้อนี้เป็นต้มยำไก่แล้วก็ผัดผักรวม ดูแล้วก็น่าอร่อยจะตาย อัษฎาชิมทุกอย่างรสชาติไม่มีที่ติเช่นทุกครั้ง ขนาดเล็กยังทานไวกว่าคนบ่นหิวซะด้วยซ้ำ

   “คุณใหญ่ไม่ชอบกินเหรอ” ถามออกมา แต่ได้สายตาเหล่มองเป็นคำตอบ “ลองนี่สิ ผมว่าอร่อย” นี่ของอัษฎาคือถั่วลันเตา พอถูกวางในจาน ใหญ่ใช้ช้อนเขี่ยไว้ด้านข้างทำให้คนตักให้ยักไหล่และสนใจจานตัวเองแทน พอเห็นว่าไม่มีใครมอง ช้อนข้าวก็ถูกยกขึ้นอย่างไวพร้อมถั่วลันเตา

   เพราะไม่สังเกตว่าถูกจับตามองจากคนตรงข้าม ใหญ่เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว คนเป็นน้องเมื่อเห็นก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวพี่ชายจะเก๊กหน้าทำฟอร์มจัดอีก เลยปล่อยเลยตามเลย พยายามก้มหน้าแต่แท้จริงยังจับท่าทางของพี่ชายอยู่

   “อัดไม่ตักต้มยำไก่ให้พี่ใหญ่บ้างล่ะ ขานี้เขาชอบกินตับไก่มากเลยนะ ไม่รู้แม่ครัวเขาจะตักมาให้หรือเปล่า” เล็กรีบเสนอ ไม่สนพี่ชายจะถลึงตาใส่

   “ตับไก่เหรอ เมื่อกี้ผมเห็นนะ” คนถูกบอกไม่รู้อะไร มือก็รีบหยิบช้อนกลางแล้วคนหาจนเจอ ตับไก่ชิ้นโตถูกตักใส่จานที่เคยปฏิเสธถั่วลันเตา อัษฎามองหาผักอร่อยที่ตักให้แต่ไม่ยักจะมี หรืออาจถูกเขี่ยทิ้งไปแล้ว

   “ยุ่งจริง” ใหญ่แขวะน้องชาย มือก็ใช้ส้อมจิ้มตับไก่กิน ท่ามกลางเสียงขำของเล็ก และอัษฎาที่มองสองพี่น้องแบบสงสัยปนงงงวย



   มื้อเที่ยงจบเอาจวบบ่าย อัษฎาเก็บปิ่นโตและจานข้าวไปวางไว้ที่อ่างล้างเพื่อรอแม่บ้านมาเก็บ ตอนแรกเสนอตัวล้างให้ แต่เล็กรีบห้ามและบอกว่าอีกเดี๋ยวบ้านบ้านจะมาเก็บไปล้างเอง อัษฎาเลยเปลี่ยนใจขอตัวกลับไปทำงาน เล็กหัวเราะนิดๆ แล้วอนุญาตเมื่อเห็นพี่ชายยังนั่งก้มหน้าอ่านเอกสารในแฟ้ม มันคงจะไม่น่าขำถ้าหากแฟ้มนั้นถูกเซ็นแล้วเรียบร้อย

   เมื่ออัษฎาไปแล้ว เล็กก็ลุกจากหน้าคอมพิวเตอร์มานั่งเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพี่ชาย ที่เห็นอยู่ว่าแอบมองตามหลังภรรยาคนใหม่ไป และเมื่อเห็นน้องชายมานั่ง ใหญ่ก็กระแอมแล้ววางแฟ้มลง

   “อะไร” ถามด้วยน้ำเสียงที่ห้วน

   “พี่ใหญ่นี่นะ”

   “อะไรของแก”

   “ลดลงซะบ้างไอ้ฟอร์มจัดเนี่ย” อดไม่ได้ที่จะว่า เล็กเริ่มรู้สึกเห็นใจพี่สะใภ้ซะจริง

   “ฉันฟอร์มจัดที่ไหน” ใหญ่ไม่ยอมรับ แถมยังยกแฟ้มขึ้นมาทำเหมือนว่ายุ่ง

   “แฟ้มนั่นไม่ต้องอ่านแล้วละมั้งครับ” คนถูกรู้ทันรีบวางแฟ้มลงพลางกระแอมกลบเกลื่อน “พี่ไม่เห็นใจอัดเขาเหรอ ถูกพี่บ่นบ้าง ด่าบ้าง ที่จริงมื้อเที่ยงนี้เราแทบจะกินตอนบ่ายด้วยซ้ำ” เล็กว่า เพราะใกล้เที่ยงพี่ชายเปิดประตูเข้ามาแล้วก็นั่งจ้องนาฬิกา พอถึงเที่ยงตรงก็เอาแต่มองประตู ครั้นพอผ่านไปไม่กี่นาทีก็เริ่มกระวนกระวายเดินไปเดินมา ยิ่งพอเที่ยงครึ่งยิ่งทำหน้าเหมือนไม่พอใจหนัก ปากก็บ่นทำไมยังไม่มา สุดท้ายคงทนไม่ไหวเลยออกไปตาม แบบนี้ไม่เรียกฟอร์มจัดแล้วจะให้เรียกว่าอะไรกัน

   “เห็นใจ? ทำไมต้องเห็นใจ ฉันไม่ได้ไปกินหัวเขาสักหน่อย”

   “เฮ้อ ตามใจพี่ละกัน แต่ผมขอเตือนไว้นะ ขืนพี่ทำแบบนี้มากๆ เข้า เขาทนไม่ได้หนีไปพี่จะรู้สึก” เล็กบอกทิ้งท้ายแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง จากตายว่าทรมานแล้ว จากเป็นเช่นเขาทรมานยิ่งกว่า เล็กไม่อยากให้พี่ชายต้องมานั่งเสียใจแบบตัวเอง

   หลังจากน้องชายเดินไปแล้ว ใหญ่ขมวดคิ้วคิดถึงคำพูด แม้เขาจะปากร้าย อารมณ์ร้อน แต่มันก็ไม่ได้หนักหนาอะไรสักหน่อย แล้วเด็กนั่นก็ไม่ได้มีท่าทีจะโวยวาย ก็ที่บ่นมันเรื่องจริงทั้งนั้น...มั้ง

   ใหญ่ยกมือขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิง ความคิดกำลังสับสนจนนั่งต่อไม่ได้ ขายาวรีบก้าวออกจากออฟฟิต จุดหมายคือในไร่ พอไปถึงก็รีบทำงานนั่นนี่ ทำตัวให้ดูยุ่ง แต่สมองกลับมีแต่คำพูดน้องชายเต็มไปหมดจนน่าหงุดหงิด

   “เออคุณใหญ่ครับ” ลุงเหมือนรีบขัดขึ้นมาจนคนที่ขยันทำงานหันมามองตาดุ

   “อะไร” ถามกลับเสียงดัง ทำให้คนงานแถวนั้นตกใจ

   “องุ่นพวงนั้นยังตัดไม่ได้นะครับ” ลุงเหมือนชี้ไปที่พวงองุ่นที่อยู่ในมือใหญ่ข้างหนึ่ง อีกข้างกำลังจะลงน้ำหนักมือเพื่อตัด พอเห็นว่าองุ่นยังเล็กและเขียวก็รีบปล่อย

   “ทำไมยังไม่สุกวะ” คล้ายกับพาลลงองุ่น ใหญ่ยื่นกรรไกรคืนหัวหน้าคนงานแล้วเดินออกจากไร่ทันที สร้างความสงสัยให้แก่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เพราะไม่รู้เจ้าของไร่ไปอารมณ์เสียจากที่ไหนมาจนทำให้ไม่มีสมาธิ

   อารมณ์ร้อนเช่นนี้ต้องหาวิธีดับ ใหญ่เลือกจะขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่เข้าไปในป่า น้ำตกเย็นๆ คงจะดับความร้อนในใจลงได้บ้าง นี่เขาเป็นบ้าอะไรอยู่ ไม่เคยร้อนขนาดนี้มาก่อน เพราะอัษฎากับคำพูดของน้องชายนั่นทีเดียว

   “โมโหโว้ย” พูดจบ ร่างกำยำก็พุ่งลงน้ำทันที ผืนน้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง ร่างสูงดำอยู่ในน้ำนานสองนานจนเริ่มสงบลงถึงโผล่พ้นน้ำขึ้นมา หากความสงบกลับถูกรบกวนจากคนที่ทำให้ต้องมาหาความเย็น “มาทำไม” เสียงตะคอกถามคนที่ยืนอยู่บนฝั่ง

   “แม่ให้มาถามว่า คุณใหญ่จะกินต้มส้มปลา หรือปลาเผาดี” อัษฎาเอ่ยถามออกมา ที่ตามมาทันเพราะเห็นใหญ่ขับมอเตอร์ไซค์พุ่งมา เขาก็รีบขอยืมอีกคันจากคนงานที่เพิ่งขับมาจอด แม้จะไม่ใช่คันที่ไต่ตามเขาได้ เลยต้องจอดทิ้งไว้ชายป่าแล้ววิ่งเข้ามา เหงื่อจึงท่วมกายทำให้เสื้อสีขาวเปียกชุ่มจนเห็นรูปร่างชัดเจน คนที่สงบแล้วเผลอมองรูปร่างบอบบาง แม้ไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งเช่นผู้หญิง แต่ดวงตาก็มิอาจหันหนี “คุณใหญ่”

   “มานี่” ใหญ่กวักมือเรียกอัษฎาไปใกล้ฝั่ง มือกร้านยื่นมาตรงหน้า คงจะให้ช่วยฉุด แต่พอมือนิ่มยื่นไปจับไม่ทันไรก็ถูกแรงมหาศาลดึงจนต้องพุ่งลงไปในน้ำ

   คนที่ลงน้ำไม่ทันตั้งตัวรีบตะกายจนพ้นผิวน้ำ ปากแดงไอคอกแค่กเมื่อสำลักน้ำไปมาก อัษฎาตวัดสายตามองอย่างขุ่นเคือง คนที่ทำยังลอยหน้าลอยตาหัวเราะ จนต้องวักน้ำใส่

   “นี่” น้ำที่พุ่งเข้ามาขณะอ้าปากเลยพลอยกลืนเข้าไป

   “สม” ไม่มีการขอโทษจนคนต้องกลืนน้ำตกโผเข้าไปหา แม้อัษฎาจะหลบได้แต่ก็ไม่รอดพ้น แขนยาวยื่นไปล็อกคอจากด้านหลังแล้วลากไปมา “คุณใหญ่ผมเจ็บ” อัษฎาพยายามดิ้นแต่คนที่ล็อกคอไม่มีท่าทีว่าจะปล่อย เสียงหัวเราะยังดังอยู่ชิดใบหู

   “ไม่” คนปฏิเสธยังคงรู้สึกสนุกที่ได้แกล้ง กว่าจะรู้ตัวว่ากำลังกอดอัษฎาอยู่ก็ตอนที่คนตรงหน้าเอียงแก้มมาชนกับปาก

   คล้ายกับเวลาหยุดเดิน ดวงตาสองคู่สบกันอยู่เนินนาน แก้มขาวเนียนและหอมเมื่อได้อยู่ใกล้ ปากแดงที่เจ้าตัวเผลอแลบลิ้นเลียยิ่งดูน่าหลงใหล เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วกับเสียงน้ำตกที่กระเซนแทบถูกลบเลือน ทุกอย่างดูหยุดนิ่ง แต่มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว ดวงตาดุจ้องริมฝีปากแดงอิ่มเนิ่นนานและคงไม่รู้ตัวว่ากำลังยื่นหน้าเข้าไปใกล้

       ...ริมฝีปากแดงถูกประกบชิด ดวงตากลมค่อยๆ หลับตาลง ความนุ่มนวลอ่อนโยนยามปากหนาขยับจูบ ท่าทางที่เอี้ยวผิดธรรมชาติหมุนกลับมา มือขาวจับบ่าหนาไว้แน่น พอๆ กับมือกร้านที่โอบรอบเอวบางไว้แล้วออกแรงดึงเข้ามาแนบชิด

   บรรยากาศเป็นใจทำให้เผลอใจไป กว่าจะรู้ตัวใหญ่ก็รีบผลักคนในอ้อมกอดออก หน้าคมก้มงุดแล้วรีบว่ายกลับขึ้นฝั่ง หัวที่ปียกน้ำสะบัดไปมาหาเหตุผลที่เผลอจูบไป เพราะปากแดงนั่นยั่วเขาเอง กะจะมาหาอะไรเย็นๆ ดับ แต่นี่กลับยิ่งร้อนใจมากขึ้นไปอีก

   อัษฎาที่ถูกทิ้งเคว้งอยู่ท่ามกลางน้ำตกยังยืนนิ่ง ตกใจ ใช่ เขาตกใจ ไม่คิดว่าจะถูกจูบ สติสตังเริ่มกลับมาเต็ม ชายหนุ่มรีบว่ายขึ้นฝั่ง เสื้อผ้าเปียกโชกนั่นไม่น่าห่วงเท่าโทรศัพท์มือถือที่เปียกน้ำไปด้วย อัษฎาเดินย้อนกลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ตอนนี้รู้สึกไม่กล้ามองหน้าใหญ่เลย ไม่รู้จะทำหน้ายังไง แต่ที่แน่ๆ


        ...เจ้าของไร่ตาดุช่างจูบเก่งมากจริงๆ   


...TBC 

ขอโทษที่หายไปนานค่า พอดีกำลังคลานเป็นหอยทากปั่นตอนพิเศษกลอยประเกรียนลงเล่มอยู่ เลยอาจหายไปบ้าง โปรดให้อภัยด้วยค่าาา  :กอด1:

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ angelhani

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด