ตอนที่ 4ครูสอนพิเศษของไอ้กวิ้นนั้น พิเศษไม่เหมือนใคร นอกจากจะสอนเรื่องในตำราเรียนแล้ว ยังสอนเรื่องในการใช้ชีวิต ทั้งสอนทั้งขู่บังคับ ดุด่าให้เสียน้ำตาก็หลายยก ลงโทษเพราะมันดื้อก็หลายหน แต่ไอ้กวิ้นกลับไม่รู้สึกเกลียดเลยสักนิด ทุกวันมันจะตั้งตารอคอยให้ถึงเวลาเลิกเรียน เพราะจะได้รีบกลับบ้านไปนั่งรอครูสอนพิเศษของมันที่มักจะแต่งชุดนายทหารมาสอนมันเสมอ
"พี่หมัย ไม่เข้าใจตรงนี้" ไอ้กวิ้นมักจะนั่งสอดขาอยู่ใต้โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก วางคางบนหนังสือ แอบมองครูสอนพิเศษของมันที่กำลังตรวจสมุดการบ้านให้อย่างตั้งใจ แต่พออีกฝ่ายรู้ตัว ไอ้กวิ้นก็มักจะหาธุระมาพูดด้วยอยู่ร่ำไป
"เพิ่งอธิบายไป ทำไมหัวมึงไม่จำบ้างวะ" โดนผลักหน้าผากแต่ไอ้นกความจำน้อยก็ไม่โกรธ กลับยิ้มอ้อนแล้วจับมือครูสอนพิเศษของมันมาวางบนหนังสือแล้วแนบแก้มลงไป "อะไรของมึง"
"ทีนี้ก็ผลักหัวไม่ได้ละ"
"กูยังมีมืออีกข้าง"
"ไม่กลัวหรอก" ไอ้กวิ้นทำหน้ายียวนจนสมัยถอนหายใจ
"นั่งดีๆ กูจะอธิบายอีกรอบ"
"ไม่เอา"
"ไอ้กวิ้น"
"พี่หมัยโกรธมากๆ หน้าแก่เร็วไม่รู้ด้วยนะ"
"ติวให้มึงนี่แหละที่ทำให้กูแก่เร็ว" สมัยบอกอย่างระอา จับเข้าที่ลำคอของไอ้กวิ้นจากด้านหลังแล้วดึงให้มันนั่งตัวตรง ไอ้นกบื้อมันก็หูแดง หน้าร้อน เพราะสัมผัสที่ลำคอนั้นทำให้หัวใจมันเต้นแรงเหลือเกิน
ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่หนี... ยิ่งมาเจอแบบนี้...จะเปลี่ยนใจคิดหนี ก็คงจะไม่ทัน
"พี่หมัย"
"อะไร"
"มาติวให้ทุกเย็นแบบนี้ เอาเวลาที่ไหนไปหาแฟนอ่ะ" ไอ้กวิ้นถามเหมือนถามเรื่องอากาศวันนี้เย็นสบายดีไหม ทว่าหัวใจของมันกลับเกร็งลุ้นรอคำตอบ
มันปลดบล็อคเฟซของพี่สมัยแล้ว แต่ก็ไม่ได้เห็นความเคลื่อนไหวในเรื่องหัวใจของอีกฝ่ายเลย นั่งอยู่ด้วยกันหลายชั่วโมง ก็ไม่เห็นว่าเขาจะมีใครโทรหานอกจากคนที่บ้าน เสาร์อาทิตย์ก็ไม่เห็นติดธุระที่ไหน ว่างพาไอ้กวิ้นไปร้านหนังสือ ไปกินข้าว ไปดูหนังด้วยตลอด
"ไม่มี" พี่สมัยตอบสั้นๆ แต่เป็นคำตอบสั้นๆ กลับทำเอาไอ้กวิ้นตาโต มันรีบเถียงเพื่อยืนยันคำตอบ เถียงเพื่ออยากจะฟังคำปฏิเสธอีกสักครั้ง
"มีดิ"
"เอ้า กูก็บอกว่าไม่มีอยู่หยกๆ"
"เฮ้ย ก็เมื่อก่อนมีอ่ะ"
"เมื่อก่อนมี แต่ตอนนี้ไม่มีไง"
"ทำไมเล่า!"
"เลิกไปแล้ว"
เลิกไปแล้ว เลิกไปแล้ว เลิกไปแล้ว!!!
ไอ้กวิ้นยิ้มกว้างอย่างซ่อนความดีใจไว้ไม่ได้ มันยิ้มกว้างจนถูกมือใหญ่โยกหัวจนตัวโอนเอนไปมา "ยิ้มอะไรของมึง"
"เปล่า...ไม่ได้ยิ้ม"
"ก็เห็นอยู่ว่ายิ้ม"
"ไม่ได้ยิ้มมมมมม โอยยยยยย" ไอ้กวิ้นถูกดึงแก้มทั้งสองข้างจนยืดออกจากกัน มันได้แต่ดิ้นขลุกขลัก ทั้งหูทั้งหน้าแดงไปหมด
"แก้มคนนะไม่ใช่ชีส จะได้ดึงแล้วมันยืดได้อ่ะ" ไอ้กวิ้นบ่น ยิ่งเห็นพี่สมัยของมันหัวเราะก็ยิ่งหมั่นไส้ "พี่หมัยชอบใช้กำลัง นิสัยเสียว่ะ"
"ก็มึงกวนตีน"
"ไม่ได้กวนตีนซะหน่อย" ไอ้กวิ้นเถียง
"เออ ช่างเถอะ ขี้เกียจเถียงด้วยละ"
ไอ้กวิ้นหัวเราะคิกคัก ขยับเข้าไปชิดแล้วเอนศีรษะพิงกับไหล่ของอีกฝ่ายอย่างเอาใจ
"หึ อะไรของมึง" สมัยหัวเราะ มองไอ้เด็กขี้อ้อนอย่างเอ็นดู
"พี่หมัย อยากถามอ่ะ"
"ว่า"
"ตอนนี้คุยกับใครอยู่ปะ"
"ก็คุยกับมึงอยู่ไง"
"ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น หมายถึงว่าพี่คบกับใครอยู่รึเปล่า" ไอ้กวิ้นหน้าบึ้ง คำตอบก็รวน ใบหน้าคนตอบก็ยังยียวนกวนประสาทมันอีก อยากจะตีให้เจ็บเสียเหลือเกิน แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ เมื่อมันได้คำตอบที่เรียกรอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้า
"จะให้คบใคร แค่มาดูแลเด็กดื้ออย่างมึงก็ปวดหัวจะแย่ กูยังไม่อยากเพิ่มภาระให้ตัวเองตอนนี้"
"โด่วว กวิ้นไม่ดื้อซะหน่อย"
"มึงน่ะโคตรดื้อ แล้วยังไม่รู้ตัว ไปนั่งดีๆ การบ้านง่ายๆ ก็ยังผิด แล้วอย่างนี้มึงจะเข้าวิศวะได้ยังไง"
ไอ้กวิ้นยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้น "พี่หมัยจำได้ด้วยเหรอว่ากวิ้นอยากเรียนวิศวะ"
"กูไม่ความจำสั้นเหมือนมึง"
"ว่ากวิ้นอีกละ" ไอ้กวิ้นมองค้อน ก่อนจะถือวิสาสะสอดมือเข้าโอบรอบเอวของสมัยไว้ "ถึงกวิ้นจะความจำสั้น แต่เรื่องของพี่หมัย กวิ้นจำได้ทุกเรื่องเลยนะ"
คำพูดของไอ้กวิ้นเรียกเสียงหัวเราะจากพี่ชายเพื่อนซี้ได้เป็นอย่างดี "มึงพูดดีก็เป็นนี่หว่า"
"แน่นอน"
"แล้วมึงมากอดกูทำไมเนี่ย"
"กอดปลอบใจที่เลิกกับแฟนไง" ไอ้กวิ้นอ้าง "ถูกเขาทิ้งล่ะสิ โอ๋ๆ นะ พี่หมัยจะร้องไห้ก็ได้ กวิ้นจะซับน้ำตาให้เอง"
"ปีนเกลียวละไอ้กวิ้น"
"กวิ้นพูดจริงนะ"
"กูไม่ได้ถูกทิ้งเว้ย"
"อ้าว แล้วเลิกกันทำไมอ่ะ"
"ไม่ใช่เรื่องของเด็ก"
ไอ้กวิ้นหน้าบึ้ง ถูกหาว่าเด็กตลอดเลย "ถึงกวิ้นจะเด็ก แต่เรื่องความรัก กวิ้นว่ากวิ้นเก่งกว่าพี่หมัยอ่ะ"
"หึ มีแฟนเข้าหน่อยแล้วอวดดีจริงๆ"
"ไม่มีเหอะ แค่คุยด้วยเฉยๆ"
"พอๆ เลิกไร้สาระ เกินเวลาสอน กูคิดตังค์เพิ่มนะ"
ไอ้กวิ้นทำหน้าเซ็ง "งกตลอด กับน้องกับนุ่งก็ยังคิดเงิน"
"แล้วไม่ใช่กับน้องกับนุ่งเหรอวะที่เดือนๆ หนึ่งบัตรเครดิตวงเงินกูเกือบเต็มเนี่ย"
ไอ้กวิ้นยิ้มเก้อ เพราะรู้ว่าบัตรเครดิตของพี่ชายไอ้เหมอนั้นถูกใช้จ่ายไปเพราะเรื่องใดบ้าง "แฮ่ๆ ก็พี่หมัยซื้อให้เองอ่ะ ไม่ได้ขอเลย"
"แต่มึงก็เนียนไม่เคยพกกระเป๋าตังค์"
"กวิ้นเป็นคนขี้ลืม ความจำสั้นไงพี่หมัย อิอิ"
แล้วไอ้นกความจำสั้นก็หัวเราะเอิ้กอ้ากสุขใจ มีมือใหญ่ของพี่สมัยโยกหัวมันเล่นไปมา
นกเพนกวิ้นบินไม่ได้ feeling Happy
มีความสุขจังเลย :-)
************************************
คะแนนปลายภาคช่วยฉุดคะแนนตอนกลางภาคได้ดีจนพ่อกับแม่ไอ้กวิ้นเอ่ยชมพี่สมัยไม่ขาดปาก ทั้งยังฝากฝังให้ช่วยสอนไอ้กวิ้นไปจนจบมอปลาย ไอ้นกบื้อมันก็ตีปีกดีใจ จากที่เคยดื้องอแงก็กลับมาเป็นเด็กน่ารัก ช่วยงานบ้าน พี่สมัยว่าอะไรก็ทำตาม ดื้อบ้าง ยียวนกวนประสาทบ้าง แต่สุดท้ายมันก็เชื่อฟัง ที่เด็ดที่สุดคือมันเริ่มทำกับข้าวง่ายๆ ประทังชีวิตตัวเองเป็นแล้ว
"เวลาพี่แต้วไม่สบาย พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน มึงก็ต้องทำกินเอง" เพราะพี่ชายไอ้เหมอบอกมาอย่างนี้แล้วลากไอ้นกบื้อเข้าครัวสอนทำไข่เจียว ไข่ดาว เมนูไข่ง่ายๆ ที่ไม่เกินกำลังนกบื้ออย่างมัน ไอ้กวิ้นจึงได้สกิลการทำอาหารมาแบบงงๆ
"ออกไปกินกับพี่หมัยก็ได้ไง ไม่เห็นต้องทำเองเลย"
"ไม่เถียงดิ" ไอ้กวิ้นจึงหุบปากฉับ ชะโงกหน้ามองข้ามไหล่กว้างของนายทหารหนุ่มที่กำลังสาธิตการสับหมูให้ไอ้กวิ้นดู
ก็เก่งไปเสียทุกเรื่องอย่างนี้...ใครจะไม่อยากได้ไปเป็นแฟนล่ะ
"พี่หมัย ถามจริงๆ นะ พี่มาบังคับให้กวิ้นทำเนี่ย ไอ้เหมอมันทำเป็นบ้างไหม" ไอ้เหมอเด็กเทวดา ชีวิตมันคงไม่เคยจับมีดเข้าครัวเลยสักครั้ง แค่นั่งกินข้าวมันยังต้องมีพี่ชายคอยป้อน ไอ้กวิ้นจึงไม่คิดว่าไอ้เหมอจะดีไปกว่ามันมากนักหรอก
"น้องเหมอมีกูอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำ"
ไอ้กวิ้นหน้าบึ้ง "แต่พี่ก็ไม่ได้อยู่กับมันตลอดนี่"
"กูแน่ใจว่ากูจะอยู่กับน้องกูตลอด"
"แล้วกวิ้นอ่ะ"
คำถามของไอ้กวิ้นไม่ได้รับคำตอบ มันแค่โดนดีดหน้าผากกลับมาเท่านั้น
"พี่หมัย"
"หืม"
"กวิ้นอยากไปเที่ยวทะเล ปิดเทอมแล้วด้วย อยู่บ้านก็เบื่ออ่ะ" ไอ้กวิ้นเกริ่น ความจริงมันก็ไม่ได้เบื่ออะไรมากมาย เพราะเจอกับพี่สมัยทุกวันอยู่แล้ว แต่มันอยากไป...ในที่ที่ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่ห้างร้าน อยากเห็นพี่สมัยในชุดสบายๆ ไม่ใช่ชุดในเครื่องแบบเต็มยศที่ใส่มาหามันทุกเย็น
"แล้วบอกกูเพื่อ?"
"พาไปหน่อย"
"ไปเองดิ"
"ไปเองจะไปสนุกอะไรอ่ะ"
"ชวนเพื่อนมึงไป"
"ไอ้เหมอมันยังไม่ปิดเทอมเลย"
"เพื่อนคนอื่นล่ะ"
"ไม่มีแล้ว"
"ไม่มีคนคบไงวะ" โดนขมวดคิ้วมอง แต่ไอ้กวิ้นมันก็แยกเขี้ยวกลับไปให้
"ไม่ใช่ไม่มีคนคบ แต่เลือกคบ เข้าใจปะ เฮ้ยยย พี่หมัยไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลย พากวิ้นไปทะเลนะ นะๆๆๆ"
สมัยถูกรบเร้า แขนข้างที่ถือมีดก็ถูกเขย่าจนต้องใช้อีกมือดึงแก้มไอ้นกบื้อ "เออๆ ไว้เสาร์หน้าละกัน"
"ค้างหนึ่งคืนนะ"
"เออ ตามใจมึงเถอะ"
"เย้!" ไอ้กวิ้นมันดีใจ เผลอกระโดดหอมพี่สมัยของมันไปอย่างลืมตัว ก่อนจะทำหน้าเก้อด้วยกันทั้งคู่
"เอ่อ...คือ...กวิ้น” ไอ้กวิ้นเอ่ยปากตะกุบตะกัก เหลือบมองแก้มที่ริมฝีปากของมันเพิ่งสัมผัสไปแล้วใบหูก็แดงก่ำ
“อะไร”
“กวิ้น...กวิ้นอยากกินไข่เจียวหมูสับอ่ะ” ไอ้กวิ้นหลับหูหลับตาบอก มันแก้เขินด้วยการแย่งมีด จะทำหน้าที่สับหมูเอง แต่โดนพี่ชายไอ้เหมอตบหัวระงับความเขินให้เป็นที่เรียบร้อย “พี่หมัยตบหัวกวิ้นทำไมเล่า!”
“เล่นไม่รู้เรื่อง เกิดมีดบาดขึ้นมาจะทำไง”
“ก็ทำแผล”
“ยังจะกวนกูอีก ไปหยิบไข่ในตู้เย็นมาให้หน่อยไป”
“จ้าๆ สั่งจริงเลย จะเป็นพ่อแล้วเนี่ย”
“มีลูกอย่างมึงกูขอเป็นหมันเสียดีกว่า ทั้งดื้อทั้งกวนตีน”
“จิ๊ ถ้ากวิ้นเป็นพ่อพี่หมัยก็อยากจะเป็นหมันเหมือนกันแหละ”
“เถียงคำไม่ตกฟาก”
ไอ้กวิ้นแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ ก่อนมันจะยอมเดินไปหยิบไข่ในตู้เย็นมาให้พ่อครัวใหญ่ได้โชว์ฝีมือ
****************************************
ทะเล ทะเล ทะเล ในที่สุดไอ้กวิ้นก็ได้มาทะเล มันได้มาเที่ยวเล่นทะเลกับพี่สมัยอย่างที่ตั้งใจไว้ มาเช้าวันเสาร์ กลับเย็นวันอาทิตย์ ค้างหนึ่งคืนที่รีสอร์ทของเพื่อนพี่สมัย ไอ้กวิ้นระริกระรี้ วิ่งล้อคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง มีผู้ปกครองเป็นนายทหารหนุ่มเดิมตามหลังอยู่ไม่ห่าง
“พี่หมัยยยยยย เดินตามมาเร็วๆ” ไอ้กวิ้นตะโกนร้องเรียก กวักมือยิกให้พี่สมัยของมันรีบเดิน แต่พออีกฝ่ายไม่ยอมทำตามมันก็รีบวิ่งกลับมากระโดดขี่หลัง
“อึก! ไอ้กวิ้น ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ ลงไปเว้ย หลังจะหัก” สมัยโวยวาย ยื่นมือข้ามไหล่ตัวเองไปตบหัวไอ้นกบื้อที่กอดคอไม่ยอมปล่อย
“ไอ้เหมอหนักกว่ากวิ้นอีก พี่หมัยยังอุ้มได้เลย”
“มึงหนักกว่า”
“พี่หมัยเข้าข้างไอ้เหมอไม่ลืมหูลืมตา”
“ก็นั่นน้องกู”
“แล้วกวิ้นล่ะ”
“น้องนอกไส้”
“แง่งงงง”
สมัยโดนไอ้นกบื้อกัดหูเข้าให้ แต่สะบัดยังไงก็ไม่หลุด จนต้องยอมให้มันเกาะอยู่บนหลัง
“พี่หมัย”
“หืม”
“กวิ้นอยากขี่บานาน่าโบ๊ท” ไอ้กวิ้นชี้มือชี้ไม้ไปที่เรือกล้วยสีสดที่กำลังแล่นไปตามแรงลากของเจ็ทสกี ดูน่าสนุกสนานจนอยากลอง เพราะมาทะเลกับครอบครัวทีไรไม่เคยได้ลองเล่น คุณแม่บอกว่าดูอันตราย ไอ้กวิ้นก็เลยไม่เคยมีวาสนา
“ก็ลงจากหลังกูไปขี่ดิวะ”
“ไม่เอา พี่หมัยไปด้วยกันนะ” ไอ้กวิ้นกอดคอสมัยแน่นขึ้นไปอีก “ยังไม่เคยเล่นเลย นะๆ”
สมัยถอนหายใจ เดินพาไอ้กวิ้นไปติดต่อขอเล่นเรือกล้วยเหมือนอย่างคนอื่นๆ ตกลงจ่ายเงินเรียบร้อยก็พามันขึ้นนั่ง ไอ้นกบื้อดูตื่นเต้นจนน่าเอ็นดู สมัยให้มันนั่งข้างหน้า ส่วนตัวเขานั่งซ้อนข้างหลัง เรื่องตกน้ำตกท่า ไม่กังวลนัก เพราะมีเสื้อชูชีพและไอ้นกบื้อมันก็เป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียน จะกลัวก็แต่มันตื่นเต้นเกินไปจนเป็นลมกลางครันเท่านั้น
“พี่หมัย บอกเขาขับช้าๆ นะ กวิ้นไม่ชอบความเร็ว...” ไอ้กวิ้นบอก มือยึดจับที่จับไว้แน่น ก่อนจะหน้าเหวอเมื่อถูกลมตีหน้าอย่างรุนแรง “พี่หมัยยยยยยยย ช้าบ้านนนนนนนย่ามึ้งงงงง โอ้ยยยยยย พี่ครับบพี่ ขับช้าๆ หน่อยโว้ยยยยย”
ไอ้กวิ้นใจหายใจคว่ำ มันนึกว่าหัวจะหลุดไปตามแรงลมเสียแล้ว ได้ยินคนข้างหลังมันหัวเราะเสียงดังลั่นก็ได้แต่เจ็บใจ ไอ้พี่หมัยมันต้องแกล้งไอ้กวิ้นเป็นแน่ หลุดมาจากการเล่นบานาน่าโบ๊ทได้ ไอ้กวิ้นก็แทบหมดแรง มันนอนกลิ้งบนทราย มองค้อนพี่สมัยของมันที่ยังคงขำไม่หยุด
“พี่หมัยอ้ะ! หยุดขำเดี๋ยวนี้เลยเว้ย”
“หึหึ ไม่ชอบเหรอวะ”
“ไม่ จะไม่เล่นอีกแล้ว หัวแทบหลุดไปตามลม จิ๊” ไอ้กวิ้นสะบัดหน้า ก่อนจะคลานไปเกาะขาพี่สมัยของมันที่นั่งลงข้างๆ กัน
“พี่หมัยๆ”
“อะไรอีกวะ”
“กวิ้นอยากกินน้ำมะพร้าวอ่ะ”
“มึงเป็นเด็กรึไง เดี๋ยวก็ร้องจะกิน เดี๋ยวก็ร้องจะเล่น”
“เป็นเด็กก็ได้ ถ้าพี่หมัยตามใจ”
สมัยใจอ่อนอีกครั้ง จำต้องพาไอ้กวิ้นไปเดินหาซื้อน้ำมะพร้าว พอมันได้กินแล้วก็เงียบปาก ตาปรือเหมือนคนง่วงนอน
“อย่าบอกกูนะว่ามึงง่วง”
ไอ้กวิ้นพยักหน้าทำซื่อ ปกติมันไม่ค่อยออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งยาวนานแบบนี้ พลังงานในร่างกายจึงหมดไวกว่าคนทั่วไป
“พี่หมัยอ่า” ไอ้กวิ้นเข้าอ้อน กอดเอวตาแทบปิด “กวิ้นอยากนอน”
“มึงนี่จริงๆ เลย” สมัยส่ายหน้าระอา ไม่ว่าส่วนสูงจะเพิ่มมากขึ้นแค่ไหนแต่ไอ้กวิ้นก็ยังเป็นเด็กไม่รู้จักโต “กูพามาเที่ยว ไม่ได้พามึงมาเปลี่ยนที่นอนนะเว้ย”
“พี่หมัยยย” เสียงไอ้กวิ้นงุ้งงิ้งเสียจนคนฟังอดใจอ่อนไม่ได้ ต่อให้เป็นน้องเหมอก็ไม่ช่างอ้อนเหมือนไอ้นกบื้อตัวนี้ “พี่หมัยพาไปนอนหน่อย”
“เออๆ เดินดีๆ กวิ้น เดี๋ยวก็ล้ม”
“พี่หมัยอุ้มหน่อย”
คำขอของไอ้กวิ้นคราวนี้คงจะตามใจมันอีกไม่ได้ ที่พักอยู่ไกล แถมตัวมันก็ใหญ่ ให้อุ้มกันไปจริงๆ สมัยคงปวดกล้ามเนื้อไปทั้งตัว
“อุ้มไม่ไหว เดินไปเองเลยมึง”
“จิ๊ ไม่ตามใจเลย”
ไอ้กวิ้นสะบัดหน้างอน แต่มันก็เดินกอดแขนพี่สมัยของมันไปจนถึงที่พัก มาถึงหน้าห้อง ไอ้นกบื้อมันก็พยศ ยืนกรานจะให้อุ้มมันเข้าห้องให้ได้ สมัยแทบจะเตะอัดมันติดประตู แต่ใบหน้าอ้อนๆ ของมันก็น่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน
“มึงนี่มันเหลือเกินจริงๆ” ในที่สุดก็ต้องยอมอุ้มไอ้นกบื้อเข้าห้อง ไอ้กวิ้นยิ้มร่า ขยับมือดันประตูปิดตามหลัง แล้วปล่อยให้พี่สมัยอุ้มไปส่งถึงเตียง ใกล้ถึงเตียงก็เตรียมจะเหวี่ยงมันลง แต่ไอ้กวิ้นมันรู้ทัน คว้าหมับเข้าที่ลำคอ รั้งให้พี่สมัยของมันล้มทับกันตามมาติดๆ จมูกโด่งของพี่สมัยจึงชนเข้ากับแก้มไอ้กวิ้นเข้าอย่างจัง หัวใจของไอ้กวิ้นจึงเต้นรัวดั่งกลองศึก สบตามองคนที่คร่อมอยู่ด้านบนด้วยดวงตาฉ่ำเยิ้ม
“พี่หมัย” ไอ้กวิ้นกระซิบเรียก ใบหน้าที่อยู่ในระยะประชิดราวกับกำลังโน้มลงต่ำ หัวใจของมันก็ยิ่งเต้นแรง สองแขนก็โอบรัดลำคอแกร่งไว้แน่น รั้งไม่ให้อีกฝ่ายผละหนีมันไปไหน
“กวิ้น...ปล่อย” ลมหายใจที่เป่ารดข้างแก้ม กับเสียงกระซิบไม่ได้ทำให้ไอ้กวิ้นเชื่อฟัง มันส่ายหน้า พร้อมกับมองอย่างเว้าวอน
“กวิ้น...ได้ยินที่พูดไหม”
“ได้ยิน...แต่ไม่อยากปล่อย” ไอ้กวิ้นตอบตามตรง ดวงตาของมันเผยความรู้สึก ริมฝีปากเผยอรอรับสัมผัส แต่สมัยก็ยังคงนิ่ง
“มันจะแย่ถ้ามึงยังดื้อ”
“แย่ยังไงกวิ้นก็ไม่สน” ไอ้กวิ้นบอกอย่างดื้อดึง “กวิ้นแค่อยากรู้ว่าพี่หมัยคิดยังไงกับกวิ้น คิดไหม...หรือไม่คิดอะไรเลย”
ไอ้กวิ้นไม่ชอบคิดอะไรซับซ้อน ไม่ชอบคิดให้ยุ่งยากใจ แต่คนตรงหน้ากลับทำให้มันคิดมาก...คิดจนรวน คิดจนสับสน คิดจนไม่แน่ใจแล้วว่า...มันควรจะตัดใจหรือสู้ต่อไปกันแน่ ไอ้กวิ้นไม่เคยมีพี่ชาย มันจึงไม่รู้ว่าสิ่งที่พี่ชายทั่วไปควรทำจะเหมือนสิ่งที่พี่สมัยทำให้มันไหม แต่อะไรบางอย่างทำให้มันค่อนข้างแน่ใจ...อะไรบางอย่างในแววตาของพี่สมัยที่มันบังเอิญเผลอมองสบด้วยบ่อยครั้งตั้งแต่ที่พี่สมัยเริ่มเป็นติวเตอร์ให้และได้อยู่กันตามลำพังนั้นค่อนข้างชัดเจน
“ไม่คิด”
ไอ้กวิ้นเลิกคิ้ว มันรับฟังคำตอบแล้วแสยะยิ้ม ก่อนริมฝีปากร้อนของมันจะแตะเบาๆ ที่ปลายคางสวยของพี่สมัย และเรื่อยขึ้นไปจรดริมฝีปาก ไอ้กวิ้นบดจูบอย่างไม่ประสา จูบแรกของมันถูกมอบให้กับคนที่มันรักด้วยความเต็มใจ พี่สมัยไม่ผลักมันออกห่าง แต่กลับตอบรับจูบของมัน เนิ่นนานหลายนาทีแต่แค่ชั่วอึดใจในห้วงคิด ไอ้กวิ้นอยากให้ยาวนานกว่านี้ แต่มันก็หายใจลำบาก หอบหนักจนหน้าแดง ริมฝีปากบวมนิดๆ เพราะถูกอีกฝ่ายดูดงับ
“นี่เหรอที่บอกว่าไม่คิด” ไอ้กวิ้นเอียงคอมอง หายใจเป็นปกติแล้วจึงเริ่มซ่า แขนมันยังโอบรอบคอของพี่สมัยไว้ไม่ยอมปล่อย “พี่หมัยโกหก อะ...อื้อออออออออออ”
ไอ้กวิ้นถูกลงโทษที่กล่าวหา ริมฝีปากของมันถูกครอบครอง ดูดงับจนระบม แต่มันกลับไม่ท้วง ไม่ขัดขืน เต็มใจให้อีกฝ่ายได้ลิ้มลอง จนท้ายสุดแล้ว...รสจูบที่แสนหวานนั้นก็จบลงโดยที่พี่สมัยไม่มีคำพูดใดๆ อธิบายให้มันเข้าใจถึงการกระทำเลยแม้แต่น้อย
“พี่หมัย”
“นอนซะ ตอนเย็นกูปลุก” สมัยเลี่ยงที่จะสบตามองกับคนใต้ร่างที่ยังกอดรอบลำคอไม่ยอมปล่อย สายตานั้นคาดคั้นเอาคำตอบ แต่เขาไม่มีคำตอบใดๆ จะให้มันทั้งนั้น
“พี่หมัยอย่าไปไหนนะ กวิ้นอยากนอนข้างๆ พี่หมัย” ไอ้กวิ้นบอกเสียงอ้อน ดึงรั้งให้อีกฝ่ายล้มทับมันทั้งตัว “พี่หมัยตัวหนัก”
“ก็ปล่อยดิวะ มึงกอดไว้อย่างนี้กูลุกไปไหนไม่ได้”
“ไม่อยากให้ไปไหนนี่”
“ไอ้เด็กดื้อ”
“กวิ้นดื้อกับพี่หมัยคนเดียว”
“มึงดื้อกับทุกคน”
“แต่กับพี่หมัยพิเศษหน่อยไง”
“เบื่อจะเถียงด้วยละ ปล่อยก่อน นอนแบบนี้จะสบายตัวได้ไง”
ไอ้กวิ้นยอมปล่อย พี่สมัยจึงขยับตัวลงนอนข้างๆ มันได้ พอเห็นแบบนั้นก็ถือวิสาสะขยับเข้ากอด ขาก็พาดไปบนเอวของพี่สมัยจนโดนตีไปสองสามที แต่ไอ้กวิ้นมันก็ยอมให้ตี
“พี่หมัย กวิ้นมีความสุข” ไอ้กวิ้นบอกเสียงเบา หัวก็หนุนนอนลงบนแขนแกร่ง ใบหน้าซุกเข้าหาลำคอของพี่สมัยที่ยกมือลูบหัวมันเล่น
“ขี้อ้อนจริงมึง” สมัยว่าเสียงกลั้วหัวเราะ กดริมฝีปากลงบนขมับของไอ้กวิ้นที่หลับตาพริ้มแต่ริมฝีปากขยับยิ้มกว้าง
“เรื่องนี้ไม่เถียง”
“ไม่เถียงสักเรื่องก็ดี” สมัยกระตุกยิ้ม หลับตาลงเช่นกัน
“ถ้านี่เป็นความฝัน กวิ้นก็ไม่อยากตื่นเลย อยากฝันดีแบบนี้ไปตลอด”
อยากให้ยาวนานไปอีกหลายๆ ปี อยากให้ที่ข้างๆ พี่สมัยคือที่ของไอ้กวิ้น อยากให้คนที่ได้กอดพี่สมัย...คือนกบื้อตัวนี้ แต่มันจะเป็นไปได้ไหม... ไอ้กวิ้นยังไม่กล้าพอที่จะถาม
สมัยยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของไอ้นกบื้อ ไล้นิ้วไปตามแก้ม เคลื่อนไปตามจมูกโด่งแล้วขยับแผ่วผ่านริมฝีปาก
“ไม่ว่าจะฝันดีแค่ไหน...ทุกคนก็ต้องตื่นจากฝัน เพราะเราอยู่กับความฝันไปตลอดไม่ได้” น้ำเสียงที่จริงจังของพี่สมัยทำให้ไอ้กวิ้นต้องขยับเข้ากอดแน่นขึ้น “รู้ใช่ไหม”
“อื้ม แต่ขอแค่สักครั้ง...ได้ฝันดีอย่างนี้ก็พอแล้ว” ไอ้กวิ้นตอบกลับ น้ำเสียงเว้าวอนของมันทำให้สมัยต้องกระชับอ้อมแขนเข้าหา “พี่หมัย...มาอยู่ในความฝันด้วยกันกับกวิ้นได้รึเปล่า”
สมัยไม่ให้คำตอบ ทั้งๆ ที่กว่าไอ้กวิ้นจะถามออกไปได้มันต้องรวบรวมความกล้าจากทุกอณูในร่างกาย
“พี่หมัย”
“ไม่ต้องพูดอะไรได้ไหม นอนเงียบๆ ไป”
“งื้อ ดุอ่ะ แต่กวิ้นชอบที่พี่หมัยดุ พี่หมัยปลุกกวิ้นด้วยน้า ตอนเย็นจะไปเล่นน้ำ”
“เออๆ นอนได้ละ”
ไอ้กวิ้นถือวิสาสะหอมแก้มพี่สมัยของมันก่อนนอนด้วย แต่อีกฝ่ายไม่ได้ว่าอะไร กลับแค่ทำหน้ารำคาญใส่แล้วโยกมันมันเล่นเท่านั้น
ทำแบบนี้...ก็อยากมาอยู่ในความฝันกับกวิ้นใช่รึเปล่าพี่หมัย..................................................................TBC................................................
ฝันดี ไม่ว่าใครก็ไม่อยากตื่น #ถ้าพี่หมัยไม่ใช่พระเอก