45 วันพนัน(ไม่)รัก.........วันแห่งความสุข(จบแล้วย้ายได้เลย)[18-05-2016]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: 45 วันพนัน(ไม่)รัก.........วันแห่งความสุข(จบแล้วย้ายได้เลย)[18-05-2016]  (อ่าน 108611 ครั้ง)

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
เชษฐ์น่ารัก ห่วงใย ดูแลด้วยอ่ะ

ออฟไลน์ IsDeer

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2519
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-8
เชษฐ์อาจจะชอบมานานแล้วก็เป็นไปได้

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่ 10


“กูไปเรียนก่อนนะ อย่าลืมกินยาละ วันนี้มีเรียนถึงแค่ 10 โมงเดี๋ยวกูรีบกลับ”ไอ้เชษฐ์เข้ามาสั่งเสียผมตั้งแต่เช้า จริงๆ วันนี้ผมก็ดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังขี้เกียจอยู่เลยขอขาดเรียนอีกสักวันแล้วกัน

“ไปไหนก็ไปเหอะกูไม่ได้เป็นไรมากแล้ว”ผมบอกไปอย่างไม่ได้ใส่ใจมันนัก แต่ในใจก็นึกขอบคุณมันนะที่ดูแลผมอย่างดี ดีมากเลยละ ในฐานะแค่เพื่อนคนนึง หลายวันที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่กับมันมานี่มันทำให้ผมมองไอ้เชษฐ์เปลี่ยนไปเยอะ ได้เห็นมันในอีกหลายๆ มุมที่คิดว่ามันไม่น่าจะเป็น

หลังจากไอ้เชษฐ์ออกไปได้สักพัก ผมก็ล้างหน้าล้างตา ลุกออกจากห้องนอนเสียหน่อย นอนมาเยอะแล้วยืดเส้นยืดสายหน่อยดีกว่า พลันได้ยินเสียงออดดังอยู่หน้าห้อง ใครหว่ามาแต่เช้า หรือไอ้เชษฐ์ลืมอะไรไว้ แต่ถ้าไอ้เชษฐ์ทำไมไม่เปิดเข้ามาละ คีย์การ์ดมันก็มี แล้วถ้าไม่ใช่เชษฐ์ ใครมันจะมาหาผม พวกเพื่อนๆ ก็ไม่น่าจะใช่ แล้วนี่ผมจะมัวคิดทำไมก็เปิดดูก็สิ้นเรื่อง

“มาบ”บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมทำเอาผมแปลกใจมากเลยทีเดียว เค้าไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ เค้าคือคนที่ทำให้ผมต้องไปดื่มเบียร์กับเพื่อนๆ และต้องมาเล่นเกมที่ไอ้การ์ดตั้งขึ้นมา ใช่แล้วละครับเค้าคือคนที่บอกเลิกผมไปเมื่อหลายวันก่อน

“มีธุระอะไรหรือเปล่า”ผมยังมองไม่เห็นความจำเป็นที่เค้าจะมาเจอผมเลย เพราะเค้าเป็นคนบอกเลิกผมเอง ถ้าถามว่าผมรู้สึกยังไงที่โดนบอกเลิก ผมก็เคยบอกไปแล้วว่ามันชินเสียแล้ว ส่วนเรื่องการมาเจอกันอีกแบบนี้ผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรหรอกครับ แต่แค่แปลกใจว่าเค้าเป็นคนอยากจะตัดขาดจากผม แล้วเค้าไม่น่าจะเป็นคนมาหาผมแบบนี้

“ได้ข่าวว่าไม่สบาย เลยแวะมาเยี่ยม แล้วนี่เป็นไงบ้าง”เค้าพูดจาถามไถ่เหมือนกับว่าเราสองคนยังดีต่อกันอยู่ มันก็ใช่ที่เราไม่ได้โกรธเกลียดกัน แต่มันก็แปลกๆ ที่จะมาห่วงใยกันเหมือนเดิม เหมือนว่าระหว่างเรามันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปอย่างนี้

“ก็ดีขึ้นเยอะแล้วแหละ”ผมตอบอย่างเสียไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่าตัวผมเองรู้สึกยังไงที่ได้เจอกับเค้าอีกแบบนี้

“แล้วจะให้ยืนคุยตรงนี้เหรอ”เมื่อผมทำตัวเป็นเจ้าของบ้านที่ไม่ได้เรื่อง เลยโดนแขกผู้มาเยือนเตือนสติครับ

“เอ่อ...โทษที เข้ามาข้างในก่อนก็ได้”เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้แค่มาทักทายแล้วจะกลับ ผมก็เลยต้องต้อนรับขับสู้แหละครับ อย่างน้อยระหว่างผมกับเค้าก็เคยมีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันมา

“แล้วนี่รู้ได้ไงว่าเราไม่สบาย”ผมวางแก้วน้ำที่หามาให้ผู้มาเยือน ลงตรงหน้าเค้าก่อนจะนั่งลงที่โซฟาข้างๆ นั้น

“ก็พอดีเมื่อวานไปหาตี๊ฟที่คณะแล้ว เค้าบอกว่าไม่สบาย กะว่าจะมาเยี่ยมตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่ ไม่รู้ว่าตี๊ฟย้ายห้อง กว่าจะสืบมาได้ว่าอยู่ที่นี่ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะ”ชายหนุ่มตรงหน้าผมพูดทีเล่นทีจริง  เค้ายิ้มให้ผมอย่างจริงใจ รอยยิ้มที่ผมเคยเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว แต่ตอนนี้คนๆนี้ไม่ได้เป็นของผมแล้ว จะว่าไปเค้าก็ไม่ได้บอกผมว่าทำไมถึงอยากจะเลิกกับผม และผมเองก็ไม่ได้ถามเพราะผมคิดว่าในเมื่อเค้าอยากจะเลิกไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมก็ต้องยอมรับอยู่แล้วเลยไม่ได้ซักไซ้เค้า

“พอดีย้ายมาอยู่กับเพื่อนนะ”ผมบอกออกไปตามความจริง แต่ไม่ได้ทั้งหมดว่าที่ต้องมาอยู่กับเพื่อนนี่เป็นการพนันกันอยู่

“คนที่เป็นที่ซุบซิบคู่กับตี๊ฟ ไปจนทั่วมหาวิทยาลัยนั่นใช่ไหม”นั่นสินะ ผมก็ลืมไปเลยว่าเรื่องผมกับไอ้เชษฐ์มันเป็นที่กล่าวขานกันไปแล้ว มาบเองก็คงได้ยินข่าวลือเรื่องผมกับไอ้เชษฐ์มาอย่างผิดๆ นั่นด้วย

“คนเค้าก็พูดไปทั่วแหละ เรากับไอ้เชษฐ์ก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานแล้ว ไม่มีอะไรหรอก”ผมกล่าวปฏิเสธอย่างรู้สึกแปลกๆ ว่าทำไมผมต้องมาอธิบายให้เค้าฟังด้วย

“ไม่มีอะไรแล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วย”อะไรผมนี่อ่ะนะหน้าแดง หมายความว่าไง

“สงสัยจะยังไม่หายไข้นะ”ผมรีบเอามือจับหน้าตัวเองดูก็รู้สึก อุ่นๆ อยู่เหมือนกัน เป็นอันว่าหน้าผมคงแดงจริงๆ แต่ตามอาการที่ไม่สบาย ไม่ได้เกิดอาการเขิน อย่างที่มาบกำลังเข้าใจแน่ๆ ว่าแต่มาบบอกแล้วเหรอว่าเค้าคิดว่าผมเขิน ยังไม่ได้บอกนี่นา แต่ก็นั่นแหละไอ้สายตานั่นบ่งบอกว่าเค้ากำลังแซวผมอยู่

“อืม...จริงๆ ด้วยตัวยังรุมๆ อยู่เลย”มาบเอื้อมือมาสัมผัสที่หน้าผากผม ก่อนจะลูบไล้มาที่แก้ม สายตาจับจ้องที่ใบหน้าของผม

“ตี๊ฟ...กู...”เสียงหนึ่งตะโกนเรียกผม พร้อมกับประตูห้องที่เปิดออก เสียงตะโกนหยุดชะงักไม่พูดต่อ พร้อมกับสายตาของผมกับมาบที่หันไปมองประตูที่เปิดเข้ามา สายตาผมก็เห็นไอ้เชษฐ์ ที่ถือถุงอะไรบางอย่าง น่าจะเป็นโจ๊ก ไอ้เชษฐ์จ้องมองมาที่ผมกับมาบ ด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะพอใจเท่าใดนัก ผมไม่รู้หรอกว่ามันไม่พอใจอะไร แต่เห็นมันจ้องนานผิดสังเกตจะพูดอะไรก็ไม่พูด ผมเลยค่อยๆ จับมือของมาบที่วางอยู่บนหน้าออก ก่อนจะเอ่ยถามไอ้เชษฐ์

“ทำไมย้อนกลับมาอีก...ไม่ไปเรียนเหรอ”มันเพิ่งจะออกไปไม่กี่นาที แต่ย้อนกลับมาอีก ทั้งที่ควรจะไปเรียนได้แล้ว

“กูไม่น่าย้อนกลับมาใช่ไหม”ไอ้เชษฐ์ตอบกลับผมมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ อะไรของมันเนี่ย

“กูถามดีๆ”ผมถามย้ำเพราะเห็นว่ามีเรียนแค่แป๊บเดียวแล้วนี่มันก็ออกไปแล้วจะเกิดเปลี่ยนใจไม่ไปเรียนหรือไงกัน

“พอดีอาจารย์เค้ายกเลิกไม่สอน ไอ้การ์ดเพิ่งโทรมาบอก กูเลยแวะซื้อโจ๊กมาให้มึง แต่มึงคงไม่อยากทานแล้วมั้ง”อะไรของมันอีกละเนี่ย ทำไมมันทำเหมือนจะเขม่นๆ มาบแบบนี้

“เดี๋ยววันนี้เรากลับก่อนแล้วกัน ตี๊ฟจะได้พักผ่อน”มาบลุกขึ้นก่อนจะบอกลาผม เหมือนมาบมีอะไรจะพูดกับผม แต่ก็ไม่ยอมพูด ก็แล้วแต่เค้าละกันถ้าอยากพูดจริงเค้าคงพูดออกมาแล้ว

“ก็รู้ว่าคนเค้าป่วยยังจะมารบกวนอีก”ไอ้เชษฐ์พูดขึ้นลอยๆ แต่จงใจให้ผมกับมาบไอ้ยิน ผมได้แต่มองไอ้เชษฐ์อย่างตำหนิด้วยสายตา ก่อนจะหันมายิ้มแห้งๆให้กับมาบ ซึ่งก็ดูเหมือนจะไม่ได้ถือสาในคำพูดของไอ้เชษฐ์

“ยังไงก็หายเร็วๆ นะ ไว้เจอกัน”มาบบอกก่อนจะขอตัวกลับไป

“เจ็บแล้วไม่รู้จักจำใช่ไหม”หลังจากที่มาบกลับออกไป ไอ้เชษฐ์ก็พูดขึ้นมาลอยๆ อีกแล้ว แต่ครั้งนี้ผมคิดว่ามันคงจะคุยกับผมนั่นแหละ

“อะไร”แม้พอจะเข้าใจในความหมาย แต่ความจริงถามว่าผมเสียใจไหม เจ็บไหม ตอนที่โดนบอกเลิก ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน

“ก็ไอ้มาบตาพุดนั่นไง ทั้งที่มันเป็นคนทิ้งมึง แต่มึงก็ยังยอมพูดดีกับมันอยู่อีก หรือยังรออยากให้มันมาง้อขอคืนดี”ผมพอจะเข้าใจเจตนาของไอ้เชษฐ์แล้วละครับ ถ้าให้คิดในทางที่ดีก็คือว่ามันกลัวว่ามาบจะมาทำให้ผมเจ็บช้ำน้ำใจอีก มันในฐานะเพื่อนผมเลยมีอาการเขม่นมาบอย่างที่เห็น

“เค้าชื่อมาบเฉยๆ ไม่ใช่มาบตาพุดอะไรของมึงสักหน่อย”ผมย้อนมันอย่างอารมณ์ดี นี่ถ้าผมกับมันไม่ได้อยู่ในฐานะเพื่อนผมคงเข้าใจว่ามันกำลังหึงผมอยู่นะเนี่ย หรือผมอยากให้มันหึงจริงๆ กันนะ เฮ้ยไม่ใช่ล่ะ ผมจะไปอยากให้มันหึงผมทำไมกัน

“เหมือนกันละน่า ก็กูอยากเรียกมาบตาพุด ใครจะทำไม ว่าแต่มึงนั่นแหละ คงอยากกลับไปคืนดีกับมันจนเนื้อเต้นสิท่า”แล้วทำไมมันต้องมาพูดประชดประชันผมแบบนี้ด้วย

“แล้วมึงทำไมต้องมาขึ้นเสียงใส่กูด้วย”เมื่อเห็นว่ามันทำตัวไม่ค่อยจะมีเหตุผลสักเท่าไหร่ผมเลยต้องเสียงแข็งใส่มันบ้าง

“ก็กูไม่อยากให้มึงกลับไปหลงคารมคนที่เคยทิ้งมึงไป”ไอ้เชษฐ์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหม่นๆ นี่มันห่วงผมขนาดนั้นเลยเหรอ

“แล้วใครบอกมึงว่ากูกับมาบจะกลับไปคบกัน”ผมพยายามจะอธิบายให้มันเข้าใจ เพราะอะไรไม่รู้แต่ผมก็ไม่อยากให้มันเข้าใจผิดไป

“มึงไม่ได้จะกลับไปคบกับไอ้มาบตาพุดนั่นจริงๆนะ”ไอ้เชษฐ์ยิ้มกว้างจนผมแปลกใจว่าทำไมมันปรับอารมณ์เร็วจังเมื่อสักครู่ยังดูหงุดหงิดอยู่เลย แต่ทีนี้ดูร่าเริงเกินไปไหม

“ก็เค้าไม่ได้มาขอคืนดีกับกู แล้วจะให้กลับไปคบกันได้ไง”ใช่แล้วละครับมาบไม่ได้มาขอคืนดีกับผม แล้วผมจะไปคืนดีด้วยได้ไง

“แล้วถ้ามันมาขอให้มึงกลับไปคบกันเหมือนเดิมล่ะ”เอาอีกแล้ว รู้สึกไอ้เชษฐ์นี่ปรับโหมดเร็วเหลือเกินคราวนี้มาเหมือนจะซีเรียสเลย

“ไม่รู้สิ”นั่นสินะ ถ้าเกิดเค้ามาขอให้เรื่องระหว่างผมกับเค้าเป็นเหมือนเดิม ผมจะตอบว่ายังไง






แวะมาต่อคร๊าบบบ

วันนี้มีอีกหนึ่งตัวละครเพิ่มเข้ามา  o13
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2014 06:26:21 โดย norita_boyV2 »

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
อ๊ะ ตัวเร่งปฏิกิริยามาแล้ง(หรือเปล่า?) :hao3:

ออฟไลน์ สายลมที่หวังดี

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 508
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
เชษฐ์หึงล่ะเซ่  (แฟนเก่าชื่อมาบ ชื่อตลกแท้555)

ออฟไลน์ 4559

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3978
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-8
อย่าใจอ่อนนะต้ิฟ

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
เริ่มจะสงสารเชษฐ์แล้วนะ

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ออกอาการมากเชษ แต้บไม่อยู่ละสิ ครึครึ :laugh:

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7
สั้นจุง

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10

มีมาบตาพุดมาเนี่ยทำให้ เชดแสดงอาการได้ด้วย หึง อิอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่ 11


“จำตอนที่เราสองคนจะตกลงเป็นแฟนกันได้ไหม”นั่นคือคำถามแรกที่ คนรักเก่าของผมถาม

วันนี้ผมกลับมาเรียนตามปกติแล้ว แต่ตอนนี้เป็นช่วงพักกลางวัน แล้วมาบก็เข้ามาหาผม และบอกว่ามีเรื่องจะขอคุยด้วย ซึ่งผมก็ยอมปลีกตัวออกมากับเค้าแต่โดยดี แม้จะได้รับการคัดค้าน ทัดทานจากบรรดาเพื่อนๆ โดยเฉพาะไอ้เชษฐ์ กับไอ้การ์ด แต่ผมว่ามันไม่ได้มีอะไรจำเป็นที่ต้องเลี่ยงไม่มาคุยกับมาบ แต่พวกเพื่อนๆ ผมก็บอกว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องคุยกันอีกนี่นาในเมื่อจบกันไปแล้ว  ไอ้ผมมันเชื่อความคิดตัวเองมากกว่าก็เลยออกมากับมาบ                 

“จำได้สิ”ผมนึกย้อนไปเมื่อครั้งแรกเริ่มที่เราต่างมีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน

“ตี๊ฟบอกว่า...ถ้าวันนึงเราสองคน คนใดคนนึงเกิดไปเจอคนใหม่และต้องการจะจากไป อีกคนจะไม่เหนี่ยวรั้งหรือทำตัวงี่เง่าหาเรื่องอีกคนให้ลำบากใจ”มันก็ใช่เพราะผมคิดว่าคนเราไม่ว่าจะรักกันมากมายขนาดไหน แต่วันนึงมันต้องหมดรักเข้าสักวัน หรือเกิดไปพบคนใหม่ที่ใช่กว่า ถ้าเป็นแบบนั้นเราจะคบกันต่อไปเพื่ออะไร อาจจะเพราะที่ผมคิดแบบนี้ ผมเลยคบกับใครไม่ยืด การที่ถ้ามีใครมาบอกเลิกผม ผมก็จะไม่เหนี่ยวรั้งเค้าไว้เลย มันเลยกลายเป็นว่าคนอื่นก็มองว่าผมเองก็หมดรักเค้าแล้วเหมือนกัน ซึ่งมันก็มีส่วนจริงอยู่ด้วย ก็ตรงที่ว่าผมไม่เจอคนที่ผมรักจนคิดว่าอยากจะร่วมชีวิตด้วย และไม่รู้ว่าผมจะได้เจอหรือเปล่า

“ตอนนี้เราก็ทำแบบนั้นอยู่นี่ไง”ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าเค้ามาคุยเรื่องนี้กับผม ทำไม ในเมื่อเค้าเป็นคนขอเลิกกับผมและผมก็ทำตามข้อตกลงนั่นให้เค้าแล้ว เค้าจะยังติดใจอะไรอยู่อีก

“เรายังไม่ได้บอกเลยว่าต้องการแบบนี้”ผมเริ่มงงกับคำพูดของมาบ ว่าเค้าต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

“หมายความว่าไง”มาบทำเพียงยิ้มบางๆ ให้ผม แต่ไม่ยอมพูดตอบในสิ่งที่ผมถาม เค้าเหม่อมองออกไปบนท้องฟ้าก่อนจะหันกลับมามองหน้าผมที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม รอคำอธิบายจากเค้า เพราะตอนนี้ผมไม่เข้าใจเลยว่ามาบเรียกผมมาคุยเรื่องอะไรกันแน่

“ถ้าตี๊ฟเป็นฝ่ายบอกเลิกเรา เราขอสารภาพเลยว่าเราคงทำอย่างที่เคยตกลงกันไว้ไม่ได้หรอก เราจะทำทุกวิถีทางที่จะให้ตี๊ฟกลับมาเหมือนเดิม”ก็ในเมื่อตอนนี้เหตุการณ์มันไม่ได้เป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ จะมาพูดแบบนี้ทำไมอีกล่ะ

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกันยังไงตรงไหนเหรอมาบ เรายังไม่ค่อยเข้าใจว่ามาบต้องการจะบอกอะไรเรา”ยิ่งฟังเค้าพูดผมก็ยิ่งงงเข้าไปอีก

“ตี๊ฟรู้ไหมว่าทำไมเราขอเลิกกับตี๊ฟ”
 
“ไม่รู้หรอก”เค้าลืมไปหรือเปล่าว่าเค้าเองไม่ได้บอกผมถึงเหตุผลที่จะเลิกคบกัน แล้วผมจะไปรู้เองได้ยังไงกัน

“แล้วอยากรู้ไหม”

“ไม่รู้สิ”ถ้าอยากจะเล่าก็เล่ามาเถอะหรือถ้าไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก

“งั้นเราขอเหตุผลของตี๊ฟหน่อยว่าทำไมวันที่เราบอกเลิกตี๊ฟ ตี๊ฟถึงไม่ถามเราเลยสักคำว่าเพราะอะไร”ทำไมเค้าพูดเหมือนผมเป็นคนที่ผิดอย่างนั้นแหละ ทั้งที่เค้าเป็นฝ่ายขอจากไปไม่ใช่เหรอ

“ก็ถ้ามาบอยากจะบอก คงบอกไปแล้วเราเองก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของมาบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดมันไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือเรารู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายมันจะเป็นยังไงแค่นั้นก็พอแล้ว”ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าไม่ว่าจะยังไงก็ต้องถูกทิ้ง จะไปอยากรู้เหตุผลทำไมว่าเค้าทิ้งเราเพราะอะไร เพราะมีคนใหม่ เพราะเราไม่ดีพอ รู้แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรขึ้นมากันล่ะ

“ตี๊ฟฟังเรานะ...ที่เราบอกเลิกตี๊ฟ เพราะเราอยากรู้ว่าตี๊ฟจะคิดเหมือนอย่างที่เราคิดหรือเปล่า ที่จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เราทั้งสองคบกันต่อไปได้”อะไรนะนี่คือเหตุผลที่เค้าบอกเลิกผมงั้นเหรอ

“เพราะเรื่องแค่นี้มาบถึงกับเอามาเล่นกับความรู้สึกเราเลยงั้นเหรอ”ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจะพอใจนัก แม้ว่าในความเป็นจริงผมก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรมากมายกับการที่โดนบอกเลิก แต่การที่เค้าคิดจะเอาความรู้สึกของผมมาทดลองทำอะไรแบบนี้เพียงเพราะต้องการหาคำตอบนี้เท่านั้นหรือ

“มันไม่ใช่เรื่องแค่นี้นะตี๊ฟ”น้ำเสียงเค้าเองก็แฝงไปด้วยความไม่พอใจพอๆ กับผม ออกจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

“ตี๊ฟไม่รู้หรอกว่าเราเสียใจกับเรื่องครั้งนี้ขนาดไหน เราแค่อยากจะลองใจตี๊ฟดู ขอแค่ตี๊ฟพูดอะไรสักคำเราก็จะบอกความจริงว่าเราแค่ล้อเล่น แต่นี่เปล่าเลย ตี๊ฟไม่คิดจะยิ้อเราไว้แม้แต่นิดเดียว ตี๊ฟยังไปสนุกสนานกับเพื่อนๆ เหมือนเดิม แต่เรา...เราตั้งตารอว่าจะมีสักวันไหมที่ตี๊ฟจะนึกถึงเราบ้าง ได้แต่หวังลมๆ แล้งๆ ว่าตี๊ฟอาจจะคิดหรือมาพูดอะไรในเชิงว่าเราไม่ควรเลิกกันบ้าง และเราก็ต้องรอเก้อ ต้องมาคิดดูใหม่ว่าหรือตี๊ฟไม่ได้รักเราเลย จนเราลองไปหาตี๊ฟอีกครั้งเมื่อวาน ซึ่งตี๊ฟเองก็ไม่ได้ยินดี ยินร้ายอะไรเลยที่เจอเรา เราต้องปั้นหน้ายิ้มแย้มทั้งที่ในใจมันรู้สึกเสียใจจนเกินจะบรรยาย แถมซ้ำยังต้องไปรับรู้ว่าตี๊ฟมีคนอื่นแล้ว”ตกลงว่านี่ผมผิดหรือไงกัน ที่เรื่องราวมันเป็นอยู่แบบนี้

“เรากับไอ้เชษฐ์เป็นแค่เพื่อนกัน”ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้อ่อนลง เพราะผมยังไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้ผมเป็นคนผิด เรื่องนี้ผมไม่ได้เป็นคนเริ่ม

“เราก็อยากจะคิดอย่างนั้นนะ ถ้าไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันมานี่ ทั้งรูปที่ติดอยู่บนบอร์ดนั่น ไหนจะที่ตี๊ฟกับไอ้นั่นไปไหนมาไหนกัน อย่างสนิทสนม แถมอยู่คอนโดด้วยกันอีก”เอาเข้าไป ตกลงว่าที่เรียกผมมาวันนี้ก็เพื่อจะมาชวนผมทะเลาะว่างั้น

“มันไม่ใช่อย่างนั้น มันเป็นเรื่องที่...”จะให้ผมบอกยังไงล่ะว่ามันเป็นเกมของผมกับเพื่อนๆ

“สรุปว่ามันคือเรื่องจริงอย่างที่คนอื่นเค้าลือกันใช่ไหม”นี่ขนาดว่ามาบเองน่าจะรู้จักผมดีพอ ยังคิดว่าเกมบ้าๆ ที่ไอ้การ์ดสร้างขึ้นมาคือเรื่องจริง แล้วแบบนี้คนอื่นๆ ทั่วมหาวิทยาลัย ไม่คิดไปถึงไหนแล้วเหรอ

“มาบ...เราสองคนเลิกกันแค่ 10 วัน จะให้เราไปมีคนอื่นได้เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ”ตอนนี้ผมกำลังสับสนว่าตกลงตอนนี้เรื่องระหว่างผมกับมาบมันจะเป็นยังไงต่อ

“ถ้างั้นเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันได้ไหม”น้ำเสียงที่อ่อนลง ฟังดูอบอุ่นเหมือนคนที่ผมเคยคุ้นเคย เค้าเอื้อมมือมาจับที่มือผม สายตาจับจ้องมาที่ผมอย่างเว้าวอน และแฝงความนัย










“มาแล้วเหรอมึง ตีหน้าเศร้ามาเชียว ไอ้มลพิษนั่นทำอะไรมึง บอกกูมาเดี๋ยวกูจัดการให้”ไอ้การ์ดทักทายกวนๆ ตามประสา ในตอนที่ผมเดินกลับเข้ากลุ่มหลังจากคุยกับมาบจบลง สายตาผมมองไปยังอีกคนที่นิ่งเงียบ ไอ้เชษฐ์ซึ่งมองผมอยู่แล้ว แต่มันไม่ได้พูดอะไรหรือทักทายผมเหมือนคนอื่นๆ

“อะไรของมึงว่ะการ์ด ไอ้มลพิษคืออะไรว่ะ”เสียงจากเพื่อนในกลุ่มคนนึงถามขึ้น ผมก็สงสัยเหมือนกันแหละว่าทำไมเรียกมาบว่าไอ้มลพิษ ไอ้การ์ดคงไม่ได้หมายถึงคนอื่นแน่ๆ เพราะทุกคนก็รู้ว่าผมไปคุยกับมาบมา

“อ้าว ไอ้คนที่เรียกเพื่อนเราไปคุยเมื่อกี้ชื่ออะไร”ไอ้การ์ดเก๊กเสียงหล่อพร้อมกับผายมือมาทางผม ว่าคนที่ผมไปคุยด้วยก็คือมาบนั่นเอง

“อ๋อไอ้มาบตาพุด”ตอนนี้เพื่อนผมทุกคนพร้อมใจกันเรียกชื่อมาบอย่างนี้ไปแล้วครับ

“ใช่แล้ว มันคือไอ้มาบตาพุด ซึ่งทุกคนก็รู้ดีว่า มาบตาพุดเป็นแหล่งที่มีมลพิษสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศเรา”ไอ้การ์ดพูดจาอย่างมีหลักการ แต่ที่พูดมาจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตัวมันเองก็แค่ฟังคนอื่นเค้ามาว่า มาบตาพุดที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรม นั้นมีมลพิษค่อนข้างเยอะ แต่ความจริงมันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าเราก็ไม่รู้เพราะ ไม่ใช่คนแถวนั้นและก็ไม่เคยติดตามข่าวคราวเรื่องนี้เท่าไหร่ อีกอย่างมาบเค้าก็ไม่ได้ชื่อมาบตาพุด พวกนี้ก็เอามาเรียกเสียสนุกปาก

“สรุปพวกเราก็จะเปลี่ยนชื่อให้มันใหม่จากไอ้มาบตาพุดเป็นไอ้มลพิษแทน”แล้วมติเห็นชอบก็เป็นเอกฉันท์ ตามความเห็นของไอ้การ์ด

“บ่ายนี้กูไม่เรียนนะ...ไม่มีอารมณ์ ขอกลับก่อนแล้วกัน”ผมพูดแทรกขึ้นบอกกับเพื่อนๆ เพราะวันนี้รู้สึกอยากคิดทบทวนอะไรหน่อย เข้าเรียนไปก็คงไม่ได้อะไร อีกอย่างวิชาที่จะเรียนช่วงบ่ายนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรมา ส่วนใหญ่ก็ต้องอ่านเองอยู่แล้ว

“อีกแล้วเหรอมึง”ไอ้การ์ดหันมาส่ายหัวอย่างปลงๆ กับผม

“งั้นกูกลับด้วย”ไอ้เชษฐ์ที่นั่งเงียบอยู่นาน พูดขึ้นพร้อมกับหันมองผม

“เคลียร์กันดีๆ ล่ะ”ไอ้การ์ดตะโกนไล่หลังผมกับไอ้เชษฐ์ที่เดินออกจากกลุ่มเพื่อนๆ มา แล้วมันจะให้ผมสองคนเคลียร์อะไรกันเล่า ไม่ได้มีอะไรต้องเคลียร์กันนี่นา

“ไปคุยอะไรกันตั้งนาน”ไอ้เชษฐ์เอ่ยทำลายความเงียบในขณะที่เราสองคนกลับคอนโด

“เค้าขอกูคืนดี”ผมตอบออกไปตามตรง

“แล้วมึงตอบไปว่าไง”ไอ้เชษฐ์หันมาถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง




แวะมาต่อคร๊าบบบ

ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านเช่นเคยนะคร๊าบบบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2014 06:27:01 โดย norita_boyV2 »

ออฟไลน์ สายลมที่หวังดี

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 508
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
ยอมตกลงหรือเปล่าาาาาา  มาบตาพุดทำไมบอกเลิกด้วยเรื่องแค่นี้ สมน้ำหน้า

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7
ตอบตกลงไปเลย ซะใจเชษ 5555555

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
มาบเอ้ยมาบ มาลองใจอะไรด้วยวิธีนี้
ถ้าติ๊ฟทบทวนแล้วตอบตกลง
เชษฐ์เราไม่แย่เหรอ
คงรอมานานแล้ว

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7

ออฟไลน์ 4559

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3978
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-8
คบกะเชษฐ์เลย

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
อะไรยังไง ค้างนะคะ มากถึงมากที่สวดดด :katai1:

ออฟไลน์ ReiSei

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-5
โอ๊ยยยย บอกเลิกซะสมจริงแถมหายไปเป็นอาทิตย์ นายมลพิษนี่คือการทำให้ติ๊ฟรู้ตัวนะว่าขาดเธอไปก็ไม่เป็นไร แล้วจะคบต่อทำไมล่ะติ๊ฟฟฟ  ทำตัวเองแท้ ๆ เลย สมน้ำหน้าทีได้มั้ย

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
ลองใจไม่เข้าเรื่อง
สมน้ำหน้า

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
ตี๊ฟจะตอบอะไรไป ทบทวนดีๆๆๆน่ะ เชษฐ์รออยู่น่ะ
มลพิษอัตรายต่อสุขภาพสั่งเก็บด่วน การ์ดจัดเลย อิอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
โห    บอกเลิกด้วยเหตุผลที่น่าเงิบมาก  ลองใจเหรอ? แล้วช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมากับการเสียความรู้สึกดีๆนี่มันเอาคึนไม่ได้นะ จากนี้ไปใครมันจะวางใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าไอ้คุณแฟนจะไม่มาลองใจอีก   เอาง่ายๆนะมาบตาพุตเอ๊ย คนที่เขารักกันจริงๆเขาไม่ทำกันหรอกแบบนี้ โดยเฉพาะคู่ที่เขามีข้อตกลงกันแบบนี้   EQ ต่ำไปนิดหรือเปล่า? เหมือนเด็กเล่นพ่อแม่ลูกกันเลย

ออฟไลน์ milkshake✰

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 817
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
ยังไม่เชียร์เชษฐ์ 100% ยังไงก็ไม่รู้อ่ะ
ยังไม่มีโมเม้นท์พีค
(คนแต่งตบ เพิ่งผ่านไป 10 วัน หล่อนจะเอาพีคอะไร 55555555)

ติดตามค่าาา ชอบ

ออฟไลน์ ::UsslaJlwaJ::

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1018
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-4
เชษฐ์ นายน่่ะจะำอะไรก็ให้ชัดเจนไปเลยยย ระวังอิมาบจะคาบกลับไปแดก กรีดดดคือทำไมรู้สึกวาจามาบดูตอแหล เรื่องจริงมั้ยไม่รู้ แอนตี้ไปละ 555

ออฟไลน์ cher7343

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1686
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-4
เดินหน้าอย่างเดียวจ้าติ้ฟ :katai4:

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่ 12


“ตกลงว่ามึงตัดสินใจได้หรือยังว่าจะเอายังไง”ไอ้เชษฐ์ถามผมเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ตั้งแต่เมื่อวานที่ผมบอกกับมันไปว่า มาบมาขอกลับไปคบกับผมเหมือนเดิม แต่ผมยังไม่ได้ตอบปฏิเสธหรือตอบตกลง คือผมบอกกับมาบว่า ขอเวลาผมทบทวนดูอีกหน่อย ว่าผมจะตัดสินใจอย่างไรในเรื่องนี้ แต่ไอ้คุณเพื่อนของผมนี่สิ ทำไมมันจะอยากรู้การตัดสินใจผมนักหนา

“ขอเวลากูคิดอีกหน่อยว่ะ”ผมตอบอย่างเสียไม่ได้ สายตาก็มองหาเพื่อนคนอื่นๆ เพราะตั้งแต่มาถึงมหาวิทยาลัย ก็ยังไม่เจอพวกไอ้การ์ดเลย หรือวันนี้ผมกับไอ้เชษฐ์จะมาเช้ากันเกินไป

“เมื่อคืนมึงยังคิดไม่พออีกเหรอว่ะ เห็นเมื่อวานมึงก็บอกจะคิดทบทวน วันนี้ก็ยังจะทบทวนอยู่อีก ถ้ามึงจนปัญญาจนถึงขนาดตัดสินใจไม่ได้แบบนี้ ให้กูช่วยคิดให้เอาไหม”เอาอีกแล้ว เมื่อวานไอ้เชษฐ์ก็บอกผมไปแล้วละครับว่าให้ปฏิเสธมาบไป เพราะในเมื่อเหมือนเลิกกันไปแล้วจะ กลับไปคบกันอีกทำไม

“แล้วมึงทำไมเร่งให้กูตัดสินใจนักว่ะ”ผมถามอย่างไม่เข้าใจว่า มันจะอะไรกับผมนักหนา

“มึงจะว่ากูยุ่งไม่เข้าเรื่องใช่ไหม”ไอ้เชษฐ์พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะตัดพ้ออยู่ในที แล้วผมไปว่ามันแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“กูไม่ได้หมายความแบบนั้น”ไอ้นี่ก็เข้าใจยากเหมือนกันนะเนี่ย

“ใช่สิกูมันก็แค่เพื่อน...จะไปเหมือนคนเคยเป็นแฟนได้ยังไง”เอาเข้าไป ตกลงมันเป็นอะไรของมันเนี่ย แต่ผมก็ไม่ชอบที่มันเป็นแบบนี้เลย ผมว่ามันว่าผมต่อปากต่อคำเหมือนเดิมยังจะดีกว่า มาพูดจากับผมด้วยน้ำเสียงอย่างที่เป็นตอนนี้

“อ้าวๆๆ ว่าไงพวกมึง มาจู๋จี๋อะไรกันแต่เช้า”ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรต่อไอ้การ์ดก็โผล่เข้ามา

“มึงเอาตาไหนดูว่าพวกกูจู๋จี๋กันอยู่”ผมหันไปว่าไอ้การ์ดอย่างเคืองๆ ไม่ใช่ว่าจะโกรธอะไรไอ้การ์ดหรอกนะครับ แต่หมั่นไส้ไอ้เชษฐ์มากกว่า ทำเหมือนมีอะไรบางอย่าง แต่ไม่ยอมพูด มันทำเหมือนผมทำอะไรผิดสักอย่างงั้นแหละ แต่ไม่ยอมพูดออกมา

“แหมกูก็เอาตาสองข้างกูนี่แหละดู ว่าแต่กูบอกให้พวกมึงสองคนไปเคลียร์กันตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมยังไม่หวานชื่นกันอีก”ไอ้การ์ดพูดอย่างอารมณ์ดีโดยไม่ได้ใส่ใจว่า สีหน้าของผมกับไอ้เชษฐ์ไม่ได้รู้สึกดีกับคำพูดมันเท่าใดนัก ไอ้ผมนะไม่เท่าไหร่หรอกที่ ปั้นหน้าดูขรึมๆ นี่เพราะปั้นหน้าแข่งไอ้เชษฐ์มันนั่นแหละ แมร่งเก๊กเหลือเกิน

“มึงจะให้เคลียร์อะไรของมึง บ้าป่ะเนี่ย”ผมตอบไอ้การ์ดไปก่อนจะหยิบปาท่องโก๋ที่ไอ้การ์ดติดมาด้วยเข้าปากอย่างถือวิสาสะ

“อ้าว กูก็ว่าอุตส่าห์จะรออุ้มหลาน”เล่นกับมันสิครับ ว่าไปนั่น แต่ช่วงนี้ผมเริ่มชินชากับคำพูดพวกนี้แล้วละครับ จะพูดอะไรกันก็พูดไปเหอะ ตามสบาย

“เดี๋ยวมึงก็ได้อุ้มเองแหละ”ไอ้เชษฐ์พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน จนผมกับไอ้การ์ดต้องหันไปมอง ไอ้การ์ดเองก็คงไม่ค่อยเข้าใจที่ไอ้เชษฐ์พูดสักเท่าไหร่ เพราะฟังจากน้ำเสียงแล้วมันไม่ใช่การแซวเล่น แต่มันคืออาการที่แสดงออกว่าไม่พอใจนั่นเอง

“ตกลงพวกมึงจั๊ด จ๊า ดา ดั๊ด กันแล้วเหรอ”ไอ้การ์ดหันมาถามผม พร้อมทำหน้าล้อเลียนอย่างกวน บาทา ผมเลยตบกะโหลกเข้าให้

“กูไปทำแบบนั้นเมื่อไหร่กันล่ะ”เมื่อรู้ว่าไอ้การ์ดหมายความถึงอะไร ผมเลยต้องรีบปฏิเสธ

“อ้าว มึงกับไอ้เชษฐ์ยังไม่ได้ จั๊ด จ๊า ดา ดั๊ด กันแล้วกูจะได้อุ้มหลานได้ไงว่ะ”เมื่อเห็นว่าไอ้เชษฐ์ไม่ได้อยู่ในอารมณ์จะเล่นกับมันเท่าใดนัก ไอ้การ์ดเลยหันกลับมากระซิบกระซาบกับผมแทน แต่ก็ดังพอที่ไอ้เชษฐ์จะได้ยิน แต่ไอ้เรื่องลูกเรื่องหลานนี่ไอ้การ์ดมันก็ยังจะกล้าเล่นเนอะ ทั้งที่ผมกับไอ้เชษฐ์ก็ผู้ชายแล้วมันจะไปมีลูกกันได้ยังไง ถึงผมกับไอ้เชษฐ์จะมีอะไรกันก็เหอะ มีอะไรกันงั้นเหรอ ถ้าผมกับไอ้เชษฐ์มีอะไรกัน เฮ้ยแล้วทำไมผมต้องคิดตามขนาดนี้ด้วย

“มึงอาจจะได้อุ้มหลาน แต่หลานมึงคงพิการว่ะการ์ด เพราะไอ้ตี๊ฟมันชอบอยู่กับมลพิษ”ไอ้เชษฐ์พูดเน้นเสียงคำว่ามลพิษ พร้อมกับจ้องมองมาที่ผม ไอ้การ์ดก็มองหน้าผมกับไอ้เชษฐ์กลับไปกลับมาอย่างงงๆ

“หมายความว่าไงว่ะไอ้เชษฐ์”ไอ้การ์ดที่ยังไม่รู้ว่า มาบมาขอให้ผมกลับไปคบกันเหมือนเดิม ถามอย่างไม่เข้าใจ ทั้งที่มันเองนั่นแหละเป็นคนไปตั้งชื่อมาบว่ามลพิษ

“แล้วมึงว่ามีมลพิษที่ไหนบ้างล่ะที่ไอ้ตี๊ฟมันอยากจะวิ่งเข้าหา”ไอ้เชษฐ์ยังคงจ้องมองหน้าผมอยู่เหมือนเดิม ผมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่าทำไมกะอีกแค่แฟนเก่าผมมาขอคืนดี ไอ้เชษฐ์มันต้องทำเหมือนไม่พอใจขนาดนี้

“นี่อย่าบอกนะไอ้ตี๊ฟว่ามึงจะกลับไปคบกับไอ้มลพิษนั่น”ไอ้นี่เข้าใจอะไรง่ายเหลือเกิน ทั้งที่ไอ้เชษฐ์พูดจาชวนไม่รู้เรื่องขนาดนั้นแต่ไอ้การ์ดยังตีออกว่าสื่อความหมายอะไร

“กูก็กำลังคิดทบทวนอยู่”ผมตอบออกไปตามตรง เพราะผมเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะยังไงดี เพราะถ้าผมกลับไปคบกับมาบ ข้อดีก็คือผมจะมีคนคอยดูแลเอาใจใส่ หรือมีคนที่ให้เราแลกเปลี่ยนความห่วงใย ในฐานะแฟน แต่ข้อเสียที่สุดแสนจะเป็นเรื่องใหญ่ก็คือ เวลาของการอยู่กับเพื่อนๆ ของผมจะหายไป เพราะตอนที่ผมเคยคบกับมาบ มาบก็ไม่ได้เข้ามาสนิทกับเพื่อนๆ ผม มันเลยเป็นการยากที่มาบจะเข้ามาในกลุ่มเพื่อนๆ ผมได้ พูดง่ายๆ ก็คือเพื่อนๆ ผมก็ไม่ได้มีใครชอบมาบนั่นแหละครับ ด้วยเหตุใดผมก็ไม่ทราบ ความจริงก็ทุกคนที่ผมเคยคบเลยก็ว่าได้

ไม่มีใครที่เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ ผมได้เลย แต่เพื่อนทุกคนก็ไม่ได้มาห้ามว่าไม่ให้ผมคบ แต่แค่ไม่ต้องพาไปเจอพวกมันแค่นั้นแหละ เพราะเพื่อนๆ ผมมันกลุ่มหนุ่มโสดกันทั้งนั้น เลยไม่ค่อยชอบให้ใครพาแฟนไปรวมกับกลุ่มเพื่อนๆ นี่คือความคิดของผมนะครับ แต่ผมว่าที่ไม่ควรพาแฟนไปรวมกับกลุ่มเพื่อน คงเพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนจะกล้าไปรวมกับกลุ่มผู้ชายอย่างพวกผมต่างหาก แต่ในกรณีของผม แฟนผมไม่ได้เป็นผู้หญิง เพราะงั้นแฟนผมน่าจะเข้ากันได้กับเพื่อนผมมากที่สุดแล้ว แต่มันกลับกลายเป็นว่า เวลาใครก็ตามในกลุ่มมีแฟน แฟนคนที่จะถูกเพื่อนๆ ไม่ค่อยชอบขี้หน้ามากที่สุดก็คือแฟนผมนี่แหละครับ

“ไม่ได้นะโว้ย”ไอ้การ์ด เปลี่ยนท่าทีหลังจากได้รับคำตอบจากผมว่ากำลังคิดทบทวนเรื่องที่จะกลับไปคบกับมาบ

“ทำไมว่ะ”ปกติเพื่อนๆ ก็ไม่มีใครห้ามผมเรื่องการคบกับใครนี่นา เพราะว่าพวกเราต่างก็เคารพในการตัดสินใจของเพื่อนอยู่แล้ว

“ก็...ก็...เอ่อ”ไอ้การ์ดเหมือนคิดเหตุผลไม่ออก ก็แน่ละมันจะมีเหตุผลอะไรมาห้ามผมกัน ถ้าผมจะกลับไปคบกับมาบ แล้วตกลงผมจะเอายังไงดีนะ

“ยังไงมึงก็กลับไปคบกับไอ้มลพิษนั่นไม่ได้ เพราะว่าตอนนี้มึงกำลังอยู่ในช่วงพนันเกมกับกูอยู่”ไอ้การ์ดพูดขึ้นมาอีกพร้อมกับมองหน้าไอ้เชษฐ์อย่างมีลับลมคมใน พวกนี้มันต้องมีอะไรปิดบังผมอยู่แน่ๆ ว่าแต่แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกันยังไงหว่า

“กูกับไอ้เชษฐ์กำลังพนันกับมึงอยู่ แล้วมันยังไงเหรอ”

“อ้าวก็การมีแฟนมันจะทำให้เกิดเป็นตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ เข้ามาเกี่ยวข้องในการพนันครั้งนี้ อาจทำให้เกิดความผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนจากการที่กูคำนวณเอาไว้ เพราะงั้นมึงจึงไม่ควรมีแฟนจนกว่าเกมนี้จะสิ้นสุดลง”ไม่เห็นจะเข้าใจที่มันพูดเลย ไอ้นี่สงสัยจะเพี้ยนไปแล้วครับเพื่อนผม

“ทีตอนแรกไอ้เชษฐ์มันก็มีแฟน มึงไม่เห็นเอามาคิดเลย”ผมเริ่มจะหาเรื่องแย้งเพราะรู้สึกว่าสิ่งที่ไอ้การ์ดพูดมามันจะขัดๆ อยู่

“อ้าวก็ตอนนี้เห็นไหมล่ะ ไอ้เชษฐ์มันยังอุตส่าห์เลิกกะแฟน เพื่อทุ่มสุดตัวในการเล่นเกมครั้งนี้เลย มึงดูมันไว้เป็นตัวอย่างเลย”ไอ้การ์ดพูดอย่างฟังไม่ค่อยจะขึ้นสักเท่าไหร่ต่อไป

“ไอ้เชษฐ์มันโดนเค้าทิ้งต่างหากล่ะ เกี่ยวกันที่ไหน”ยิ่งพูดไอ้การ์ดจะยิ่งพาผมออกทะเลไปเรื่อยแล้วละมั้งครับเนี่ย

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงมึงก็ห้ามกลับไปคบกับไอ้มลพิษนั่นอีกเด็ดขาด”น้ำเสียงที่ดูจะจริงจังของไอ้การ์ดอดที่จะทำให้ผมแปลกใจไม่ได้ ว่าเพราะเหตุผลอะไรกันแน่ที่มันไม่อยากให้ผมคืนดีกับมาบ

“แล้วพวกมึงจะอะไรกับกูนักหนา...กูว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวที่กูสามารถตัดสินใจเองได้นะ”ผมบอกอย่างไม่ได้จริงจังเท่าไหร่นักหรอกครับ แต่ก็ยังแฝงด้วยความคลางแคลงว่าทั้งไอ้เชษฐ์ ทั้งไอ้การ์ดจะอะไรกันขนาดนี้กับเรื่องของผมกับมาบ

“คงอยากวิ่งเข้าหามลพิษจนตัวสั่น”หลังจากปล่อยให้ผมพูดกันอยู่สองคนกับไอ้การ์ดเสียเยอะ ไอ้เชษฐ์ก็แทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหมือนเดิม ไม่รู้มันจะประชดอะไรผมนัก

“วันนี้มึงเป็นอะไรเหรอเชษฐ์ มีอะไรมึงพูดมาตรงๆ ดีกว่า”ผมไม่ชอบเลยเวลามีคนมาพูดเหมือนเราทำอะไรสักอย่างผิด แต่ไม่พูดออกมาตรงๆ ทำเป็นมาว่าประชดประชันเราจะให้เรารู้เอง แบบนี้มันน่าหงุดหงิดชะมัดเลยสิ

“มึงอยากรู้เหรอว่ากูเป็นอะไร”แววตามุ่งมั่นกับท่าทีจริงจังนั้นทำเอาผมรู้สึกแปลกๆ แถมไอ้เชษฐ์ก็พูดเสียดัง แล้วยังมานั่งจ้องผมแบบนี้อีก ทำเอาผมใจเต้นไม่เป็นจังหว่ะเลย ไอ้นี่เล่นอะไรของมันนี่เพราะผมตกใจในเสียงมันหรือเปล่าเลยใจเต้นไม่เป็นจังหว่ะแบบนี้

“มีอะไรก็ว่ามาเลย”ผมจ้องมองไอ้เชษฐ์คืนก่อนจะบอกออกไป

“กู...”





“ตี๊ฟ”คำพูดของไอ้เชษฐ์ถูกขัดจังหว่ะด้วยเสียงของอีกคนที่เรียกชื่อผม สายตาของทั้งผมไอ้เชษฐ์และไอ้การ์ดต่างหันไปตามเสียงนั้น

“สมชื่อมลพิษจริงๆ มาทีเสียบรรยากาศหมด”ไอ้การ์ดบ่นเบาๆ ซึ่งมาบเองก็คงไม่ได้ยินหรอก

“มาบมีอะไรเหรอ”เมื่อคิดว่าเค้าคงไม่ได้มีธุระกับไอ้เชษฐ์หรือไอ้การ์ดเป็นแน่ ผมเลยต้องสอบถามไปว่าเค้ามีเรื่องอะไรถึงมานี่ได้

“เรามาฟังคำตอบจากตี๊ฟเรื่องที่คุยกันเมื่อวาน”



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2014 06:27:49 โดย norita_boyV2 »

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่ 13

“เรามาฟังคำตอบจากตี๊ฟเรื่องที่คุยกันเมื่อวาน”แววตาเว้าวอนจากเจ้าของคำพูดส่งผ่านมายังผม แต่ผมกลับรู้สึกเฉยๆ ที่ได้รับ ตกลงนี่ผมยังรู้สึกกับเค้าเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า เวลาแค่ไม่กี่วันที่เราห่างกัน มันทำให้ผมเปลี่ยนไปได้หรือ

สายตาสามคู่จากไอ้เชษฐ์ ไอ้การ์ด และมาบ ต่างจ้องมองมาที่ผม เหมือนทุกคนกำลังรอว่าผมจะตัดสินใจยังไง ทำไมเรื่องนี้ถึงได้ดูสำคัญนักนะ ถ้าผมตอบตกลงกลับไปคบกับมาบ คนที่จะสมหวังมีอยู่ 1 คน คือมาบ แต่คนที่คงไม่สบอารมณ์ตอนนี้อย่างน้อยๆ มี 2 คือไอ้เชษฐ์และไอ้การ์ด ซึ่งยังต้องพ่วงกลุ่มเพื่อนๆ ผมเข้าไปอีก แต่ในทางกลับกันถ้าผมปฏิเสธ คนที่จะผิดหวังในเรื่องนี้ก็มีแค่มาบเพียงคนเดียว ดูจากอัตราส่วนแล้วถ้าให้เลือก ผมก็ต้องเลือกที่จะปฏิเสธ แต่ว่าเรื่องแบบนี้คงเอาอัตราส่วนนี้มาใช้ไม่ได้หรอก มันต้องขึ้นอยู่กับว่าเราจะแคร์ความรู้สึกใครมากกว่ากัน

สายตาจากทั้งสามคนยังไม่ละจากผม ผมมองตอบทีละคน ที่มาบยังคงมีแววตาเว้าวอนรอคอยให้ผมกลับไปเหมือนเดิม ผมมองเคลื่อนผ่านมาที่ไอ้การ์ด ไอ้นี่สีหน้าแววตาชัดเจน แม้ไม่พูดออกมาผมก็พอได้ยินออกมาเป็นคำพูด

“ถ้ามึงเลือกไอ้มลพิษนี่ ไม่ได้ตายดีแน่”นี่คือสิ่งที่ผมอ่านได้จากสายตาไอ้การ์ด ผมรู้สึกว่ามันกำลังพูดอย่างนั้นจริงๆ นะแต่มันคงไม่ถึงกับฆ่าแกงผมจริงๆ หรอกมั้ง

ส่วนไอ้เชษฐ์ มันมีแววตาที่ดูขัดแย้งกันอยู่ในที มันเหมือนกับมีความผิดหวัง และรอคอยความหวังอยู่ในที

“ใจมึงไม่มีใครบังคับได้หรอก”มันบอกผมออกมาเบาๆ

“มาบคือเราว่า”ผมหันมาบอกกับมาบอย่างเป็นจริงเป็นจัง ผมว่าผมตัดสินใจในเรื่องนี้ได้ดีที่สุดแล้ว ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอด เตรียมจะพูดออกไป ส่วนทั้งสามคนก็ลุ้นผมยังกะผมจะประกาศล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 งั้นแหละ

“ตอนนี้เราสองคนก็ถอยห่างกันออกมาแล้ว....เพราะงั้นเราสองคนก็น่าจะลองเว้นระยะห่างระหว่างเราไว้แบบนี้สักพักดีกว่าไหม ให้แต่ละคนได้ใช้เวลาทบทวนดูว่าแท้จริงเราจะยังอยากเหมือนเดิมอีกไหม ลองเปิดโอกาสตัวเองดูอีกที แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ต่างฝ่ายต่างหาคนใหม่นะ วันนึงเราอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมกันได้ ซึ่งมันคือเรื่องในอนาคต แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้บอกตรงๆ ว่าเราอยากอยู่กับเพื่อนๆ มากกว่า เรากับมาบก็ยังเจอกันได้ โทรหา พูดคุย หรือไปเที่ยวไปไหนมาไหนกันได้เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าตอนนี้เราขอลดความสัมพันธ์ให้มาบเป็นเพื่อนเราคนนึงแล้วกันนะ”ผมว่านี่น่าจะเป็นการรักษาน้ำใจทั้งสองฝ่ายได้ดีที่สุดแล้ว ผมไม่ได้กลับไปคบกับมาบตามความต้องการของเพื่อนๆ แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธมาบจนไม่เหลือเยื่อใย วันข้างหน้ามันจะเป็นไงผมเองก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ผมขออยู่แบบนี้ไปก่อนดีกว่า

“ตี๊ฟพูดเหมือนกำลังมองคนอื่นเผื่อไว้เลยนะ”น้ำเสียงบ่งบอกได้ชัดเจนว่าผิดหวัง และเหมือนจะประชดผมนิดๆ ออกมาจากปากของมาบ

“ตอนนี้เราไม่ได้มีใครหรอก เราก็อยู่แต่กับเพื่อนๆ”ผมพยายามอธิบายให้มาบเข้าใจ ว่าที่ผมไม่ยอมกลับไปคบเค้าไม่ใช่ว่าผมมีใครใหม่ในใจแล้ว ตามที่เค้าเข้าใจ มาบเองหันไปมองเพื่อนๆ ที่ผมพูดถึงซึ่งตอนนี้ก็มีแค่ไอ้การ์ดกับไอ้เชษฐ์ แล้วมาบก็หัวเราะขื่นๆ ในลำคอ

“ไม่เป็นไร ก็ถือซะว่าให้เราเริ่มจีบตี๊ฟใหม่ แค่นั้นเอง มารอดูแล้วกันว่าเราจะจีบตี๊ฟติดก่อนคนอื่นแถวนี้หรือเปล่า”มาบพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินจากไป


นั่นคือเรื่องจากเมื่อวานที่ยังวนเวียนให้ผมขบคิดมาจนถึงวันนี้ ว่าที่มาบพูดนี่หมายถึงมีใครอื่นจะมาจีบผมอีกงั้นเหรอ เรื่องนี้เรื่องเดียวยังรบกวนความคิดผมไม่พอนะครับ เพราะมีอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่ทำเอาผมจะประสาทแดรกอยู่แล้ว จะเรื่องอะไรละครับถ้าไม่ใช่

“กูไม่เข้าใจมึงจริงๆ ว่ะไอ้ตี๊ฟ ว่าทำไมไม่ปฏิเสธไอ้มลพิษนั่นไปให้เด็ดขาด”วันนี้ทั้งวันพวกเพื่อนๆ พูดประโยคนี้กันคนละร้อยรอบได้แล้วมั้งครับ โดยเฉพาะไอ้การ์ด ไอ้นี่บทจะเกรียนก็ไม่ฟังอะไรเลย

“กูว่าจริงๆ ไอ้มลพิษนั่นไม่ได้แค่ลองใจมึงหรอก แต่มันต้องแอบไปมีคนอื่น ก็เลยมาบอกเลิกมึง ทีนี้พอมันไปคบคนอื่นแล้วโดนเค้าสลัดทิ้ง เลยคิดจะกลับมาหาของตายอย่างมึง”แล้วคนอย่างผมนี่มันเป็นของตายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“เค้าจะโดนสลัดทิ้งได้เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ”ผมตอบกลับไปเพราะคิดว่าเรื่องนี้คงไม่จริงหรอกมั้ง แม้ผมเองจะไม่ได้ตามติดมาบตลอด 24 ชั่วโมง สมัยที่คบกัน แต่ผมก็ว่าเค้าเป็นแฟนที่ดีคนนึงเหมือนกันนะ ตอนนี้พวกเพื่อนๆ ผมคงมีอคติกันอยู่เลยมองมาบในมุมที่ไม่ดีเพียงฝ่ายเดียว

“ไม่รู้แหละ บางทีตอนมึงไม่อยู่มันอาจจะไปลั้ลลากับคนอื่นลับหลังมึงก็ได้ ใครจะรู้”นี่แหละครับที่ผมว่าไอ้การ์ดมันออกอาการเกรียนกำเริบ เพราะมันไม่ลองเอาเหตุผลคิดดีๆ เลย

“เอาเหอะน่า ยังไงตอนนี้กูก็ไม่ได้กลับไปเป็นแฟนกับเค้า สมใจพวกมึงแล้วนิ ยังจะอะไรกับกูอีก”ผมตัดบทเพราะพูดเรื่องนี้ไปก็ไม่จบหรอก มีแต่จะพาลเป็นเรื่องราวใหญ่โตเข้าไปอีก

“ก็ยังดีที่มึงอุตส่าห์ครองตัวเป็นโสดไว้เหมือนเดิม ไม่งั้นคนแถวนี้คงเหงาแย่”ไอ้การ์ดพูดอะไรมีลับลมคมในอีกแล้ว

“ใครจะเหงาว่ะ”ผมหันไปถามอย่างสงสัย

“อ้าวก็พวกกูไง เพื่อนๆ มึงนี่แหละ ถ้ามึงไปกับไอ้มลพิษนั่น พวกกูก็คงไม่ค่อยได้เจอมึงสิ”อ๋อนึกว่าจะมีความนัยอะไรแฝง เพราะมันทำให้ผมนึกถึงคำพูดของมาบที่บอกว่าจะมีคนจีบผมแข่งกับเค้า

“เหรอ...”ผมลากเสียงยาวล้อเลียน เพราะไอ้การ์ดทำหน้าตาบ๊องแบ๊วใส่ผมเหลือเกิน

“เออมึงได้ยินที่มาบเค้าพูดเมื่อวานไหมว่ะ ที่บอกว่าให้รอดูว่าใครจะจีบกูติดก่อน ที่เค้าพูดเป็นนัยๆ นั่นมึงว่าใครว่ะ มีใครจะมาสนใจกูด้วยเหรอช่วงนี้”ผมพยายามคิดว่าช่วงนี้มีใครมาทำทีสนใจในตัวผมบ้างหรือเปล่า แต่เท่าที่นึกออกมันก็ไม่มีเพราะช่วงนี้ใครๆ ก็คิดว่าผมเป็นแฟนกับไอ้เชษฐ์หมดแล้วมั้ง ใครมันจะกล้าเข้ามาหาผมอีกล่ะ อนาคตผมก็โดนตัดไปเพราะพวกเพื่อนๆ ตัวดีนี่แหละ

“นี่มึงไม่รู้เหรอ”ไอ้การ์ดพูดเหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยที่ผมไม่รู้ ยังกะตัวมันเองจะรู้งั้นแหละ แหมมาว่าเหมือนผมผิดที่ไม่รู้ ตัวเองรู้หรือเปล่าเหอะ

“ยังกะมึงรู้”

“รู้สิ”ผมหันกลับไปมองหน้าไอ้การ์ดอย่างสงสัย ไม่ค่อยจะเชื่อที่มันพูดสักเท่าไหร่ แต่มันพยักหน้าแถมยืนยันว่ามันรู้จริงๆ

“ใครล่ะบอกมาดิ”อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้การ์ดมันคิดว่าใครคือคนที่มาบอ้างถึง จะดูซิว่าผมควรรับไว้พิจารณาหรือเปล่า ไม่ได้หลงตัวเองนะครับแค่จะได้ตั้งมือรับทัน ไม่ใช่มาแบบไม่ให้ตั้งเนื้อตั้งตัว เดี๋ยวจะรับไม่ไหว

“อยากรู้เหรอ”ไอ้การ์ดทำท่าครุ่นคิด เหมือนกำลังชั่งใจว่าจะบอกผมดีไหม แต่ผมว่ามันคงไม่รู้มากกว่าแต่มาทำเป็นฟอร์มหลอกผมไปงั้น

“ถ้ารู้ก็บอกมา”

“เย็นนี้เลี้ยงเบียร์กูซิ มึงจะได้รู้รายละเอียดหมดเลย”ว่าแล้วเชียว ที่แท้จะหลอกแดรกเบียร์นี่เอง ยิ่งวันนี้วันศุกร์ด้วยแล้ว ทำเป็นมาฟอร์มนะไอ้การ์ด ตลกบริโภคชัด

“ฝันไปเถอะ”เรื่องอะไรผมจะยอมเลี้ยงมัน ในเมื่อผมคิดว่ามันคงไม่รู้หรอก เกิดผมเลี้ยงมันไปแล้วผมไม่ได้อะไรจากมันเลยผมก็ขาดทุนสิ ถึงผมจะอยากดื่มเบียร์เหมือนกัน  แต่วันนี้วันศุกร์ยังไงเสียก็แชร์กันไปเมาอยู่แล้ว เรื่องไรผมต้องจ่ายคนเดียว

“มึงไม่อยากรู้เหรอ”เมื่อเห็นว่าผมไม่เล่นด้วยก็มาตามงอนง้อ นี่ยิ่งชัดเจนว่ามันต้องมาหลอกแดรกฟรีจริงๆ

“กูรู้จริงๆนะ”ไม่เลิกครับ แม้ผมจะปฏิเสธอย่างไร

“เชษฐ์เมื่อวานก่อนที่มาบจะมา มึงมีอะไรจะบอกกูนะ”เพื่อเป็นการตัดรำคาญไอ้การ์ดผมเลยต้องหาคู่สนทนาใหม่ พอดีกับที่นึกขึ้นได้ว่าไอ้เชษฐ์เหมือนมีอะไรจะบอกผมนี่นา แต่วันนี้ดูมันเงียบผิดปกตินะ ไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ เอาแต่เก๊กอยู่นั้นแหละ แล้วก็แอบมองผมบ่อยๆ ด้วย มันต้องมีอะไรกับผมสักอย่างแน่ๆ เลย

“มึงยังอยากรู้อยู่เหรอ”อ้าวไอ้นี่มาแนวประชดประชันอีกแล้ว ทำเป็นน้อยใจเหมือนเด็กๆ ไปได้ ผมไม่ได้ลืมเรื่องของมันนะแต่เพิ่งนึกขึ้นได้

“อยากรู้มากๆ เลยเนี่ยพร้อมจะฟังแล้วด้วย พูดมาเถอะ”ผมแกล้งพูดเหมือนสนใจเรื่องที่มันจะพูดเสียเต็มประดา พูดดีๆ กับมันหน่อยครับ เพราะผมกำลังคิดว่ามันคงต้องไม่พอใจอะไรผมบางอย่างแน่ๆ

“เลี้ยงเบียร์กูซิเดี๋ยวพูดให้ฟัง”ไอ้เชษฐ์พูดยิ้มๆ พร้อมกับหันมามองผมแปลกๆ ไอ้พวกตลกบริโภคมันไม่ได้มีคนเดียวในโลกครับ

“งั้นกูจ่ายส่วนของมึงสองคนด้วยก็ได้ แต่คนอื่น หารนะโว้ย”ด้วยความอยากจะรู้ว่าไอ้การ์ดมันรู้จริงๆ หรือเปล่า และก็ไอ้เชษฐ์อีกคนว่ามีปัญหาอะไรกับผมอยู่หรือเปล่า


“บอกได้หรือยังไอ้การ์ดว่าที่มาบพูดหมายถึงใคร”ทันทีที่ถึงร้านเบียร์สด ร้านประจำ ผมก็ต้องถามไถ่เสียก่อน เพราะถ้าปล่อยให้มันดื่มแล้วค่อยถามอาจจะไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเสียเปล่าๆ

“ขอแก้วนี้ก่อนนะ”ไอ้การ์ดทำลีลา ยกเบียร์ขึ้นดื่มโดยไม่ได้สนใจว่าผมกำลังรอฟังอยู่แม้แต่น้อย

“กูไม่อยากรู้ล่ะ มึงจ่ายส่วนของมึงเองแล้วกันนะ”แหมเล่นตัวจริงๆ เดี๋ยวปัดไม่เลี้ยงเลยนิ อันนี้ไม่ได้ขู่มันนะครับ เอาจริง แบบชักทำตัวน่าหมั่นไส้มากไปแล้ว ทำมาเป็นตลกบริโภคแล้วยังกวนประสาทอีก

“แหมๆ เพื่อนตี๊ฟก็ใจเย็นๆ หน่อย เพื่อนกำลังจะบอกอยู่นี่ไง”ทำมาเป็นพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน นะกลัวต้องจ่ายตังค์เองละสิท่า

“ไม่อยากรู้แล้ว”ผมทำเป็นไม่สนใจ ก่อนจะยกเบียร์ขึ้นดื่ม

“ไม่อยากรู้กูก็จะบอก เดี๋ยวกูอดกินฟรี”ว่าแล้วเชียวไอ้นี่นิ เอาเถอะจะบอกก็บอกมา

“ตกลงว่าคือใคร”ผมถามย้ำอีกครั้งพร้อมส่งสายตาคาดคั้นให้มันรู้ว่า ถ้ายังไม่บอกอีก ก็ไม่ต้องบอก แล้ววันนี้ก็จ่ายเองด้วย ผมไม่จ่ายให้แล้ว

“หันซ้ายซิ”อะไรของมันอีก ผมหันมองไปตามที่ไอ้การ์ดบอก แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าให้ผมหันมองทางซ้ายทำไม

“แล้วไงต่อ”ผมหันกลับมาถามอีกครั้งเมื่อไอ้การ์ดไม่อธิบายหรือพูดอะไรต่อ ส่วนไอ้การ์ดก็อมยิ้มอย่างอารมณ์ดี ทำเป็นลับลมคมในเหลือเกิน ตกลงว่าวันนี้มันอยากจะจ่ายตังค์เองจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย

“ไอ้ตี๊ฟ มึงนี่มันซื่อหรือบื้อกันแน่ว่ะ มึงลองมองซ้ายมืออีกทีนะ แล้วบอกกูซิว่ามึงเห็นอะไร”ไอ้การ์ดส่ายหน้าอย่างระอาเหมือนผมไม่รู้อะไรเอาเสียเลย ผมหันมองตามที่ไอ้การ์ดบอกอีกครั้ง

“ไอ้เชษฐ์”ผมหันกลับมาบอกกับไอ้การ์ดก็ผมจะเห็นอะไรได้นอกจากไอ้เชษฐ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ สมองน้อยๆ ผมเริ่มประมวลผล ก่อนระบบความคิดผมจะตอบกลับมาว่าผมโดนไอ้การ์ดหลอกกินฟรีอีกแล้ว

“ไม่ต้องมามั่วเลยไอ้การ์ด สรุปคือมึงไม่รู้ใช่ไหมเนี่ย”ผมนี่โง่หรือเซ่อกันแน่ที่ยอมให้ไอ้การ์ดหลอกเอาได้ ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าไอ้การ์ดจะไปรู้เรื่องที่มาบพูดได้ยังไง ยิ่งไอ้การ์ดมาบอกว่าคนที่จะจีบผมอีกคนคือไอ้เชษฐ์นี่ยิ่งแล้วใหญ่ ก็มันพนันเรื่องผมกับไอ้เชษฐ์ อยู่แล้ว พูดแบบนี้ก็เหมือนสนันสนุนทฤษฎีของมันเองนั่นแหละ

“มึงอะแหละไม่รู้อะไรเลย ไอ้เชษฐ์นี่แหละคู่แข่งตัวฉกาจ ที่จะสามารถต่อกรกับไอ้มลพิษนั่น”ว่าแล้วปะไร ทำเนียนจริงๆ แค่ยุแยงส่งเสริม แซวให้ผมกับไอ้เชษฐ์รักกันอยู่ทุกวัน มันยังไม่พอ ต้องโยงเอามาบมาเป็นตัวกระตุ้นอีกคน ไอ้นี่มันช่างคิดอะไรได้น่าตบกะโหลกจริงๆ

“เลิกพล่าม...แล้วดื่มเบียร์ดีกว่า เอาเป็นว่าวันนี้กูเสียค่าโง่เลี้ยงเบียร์มึงแล้วกัน”ผมเลิกสนใจที่จะคุยเรื่องนี้กับไอ้การ์ดต่อเพราะมันไม่มีประเด็นอะไรแล้ว เพราะถ้าจะพูดเข้าทำนองว่าผมกับไอ้เชษฐ์จะรักกันแบบนี้ ไม่ต้องรอมาบมาเปิดประเด็นหรอก ไอ้การ์ดเองพล่ามมันทุกวันอยู่แล้ว

“อ้าวไอ้นี่กูพูดความจริงก็ไม่เชื่อกูอีก ถามไอ้เชษฐ์ดูก็ได้ว่ามันจะจีบมึงแข่งกับไอ้มลพิษนั่นหรือเปล่า”ไอ้การ์ดยังคงไม่เลิกครับ แถมคราวนี้ลากไอ้เชษฐ์มามีส่วนร่วมด้วย ผมหันมองไอ้เชษฐ์ ที่โดนไอ้การ์ดลากเข้ามาเอี่ยวในบทสนทนาอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ไอ้เชษฐ์เองกลับทำเพียงยักไหล่อย่างไม่ได้ใส่ใจ ประมาณไม่รู้ไม่ชี้ในสิ่งที่ไอ้การ์ดพูดมา แทนที่จะช่วยกันปฏิเสธแต่มันกลับทำเป็นไม่ใส่ใจเสียนี่ ตกลงว่าการพนันครั้งนี้ไอ้เชษฐ์มันอยู่ข้างไหนกันแน่ ก็ไหนว่าผมกับมันอยู่ข้างเดียวกัน และเราจะช่วยกันแสดงให้เห็นว่าทฤษฎีของไอ้การ์ดนั้นผิด แต่นี่ดูไอ้เชษฐ์ไม่ได้ช่วยกันทำมาหากินเลย

“ว่าไงละมึงทำไมไม่พูดอะไรบ้าง หรือตกลงมึงจะจีบกูจริงๆ หรือไง”ผมถามไอ้เชษฐ์ออกไปอย่างนึกสนุกกะจะแกล้งแซวมันเสียหน่อย เห็นเงียบๆ

“งั้นมั้ง”คำตอบไอ้เชษฐ์ทำเอาผมเกือบสำลักเบียร์ ผมหันมองหน้าไอ้เชษฐ์ว่ามันพูดจริงหรือพูดเล่น แต่พอเห็นพวกไอ้การ์ดโห่แซว ผมก็เลยคิดว่ามันคงตอบรับมุขของไอ้การ์ดไปอย่างนั้นเอง เพราะไอ้เชษฐ์เองก็ยิ้มแปลกๆ ด้วย สงสัยจะรวมหัวกันอำผมแน่ๆ แต่อำแบบนี้เล่นเอาใจหายใจคว่ำเหมือนกันนะ เพราะถ้าเกิดมันพูดจริงขึ้นมาจะเป็นยังไงกันนะ ไม่อยากจะคิดเลย

“มึงพูดเล่นใช่ไหมไอ้เชษฐ์”เพื่อไม่ให้คาใจผมเลยต้องถามย้ำกับไอ้เชษฐ์อีกครั้งว่าตกลงที่มันพูดมานั้น พูดเล่นขำๆ หรือหมายความอย่างอื่นกันแน่

“แล้วมึงว่าคนอย่างกูจะชอบมึงได้ไหมละ”ไอ้เชษฐ์หันกลับมาตอบผมพร้อมจ้องมองผมด้วยสายตาที่แปลกออกไป แถมที่แปลกไปกว่านั้น ผมดันใจสั่นเสียด้วยนี่สิ

“มึงเมาป่ะเนี่ย”เป็นผมเองที่ต้องหลบสายตาของไอ้เชษฐ์ เพราะมันรู้สึกอึดอัดยังไงบอกไม่ถูกที่ต้องมาจ้องตากันแบบนี้ แถมไอ้พวกเพื่อนๆ ก็ดันเงียบตั้งใจฟังผมกับไอ้เชษฐ์คุยกันอีก มันจะช่วยกันบิ๊วอะไรขนาดนั้น

“อยากให้กูเมาไหมล่ะ”น้ำเสียงที่ฟังดูเจ้าแล่ห์ของไอ้เชษฐ์ที่พูดประโยคนี้มันทำให้ผม นึกถึงครั้งก่อนที่มันพูดเรื่องถ้ามันเมาแล้วจะปล้ำผมขึ้นมาซะงั้น

“ไอ้บ้า”ผมรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาแบบเหมือนจะไม่รู้ตัว ทั้งที่มันไม่ได้พูดออกมาว่าหมายความเช่นไร แต่ผมรู้ว่ามันต้องการจะสื่อแบบนั้นแน่ๆ ผมว่าไอ้เชษฐ์เองก็แปลกๆไปนะเนี่ย หรือว่าผมเองก็แปลกไปด้วยกันแน่ ไอ้เชษฐ์ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่อมยิ้มเหมือนจะกวนประสาทผม

“ไอ้ตี๊ฟแล้วมึงไม่อยากรู้เหรอว่าวันก่อนไอ้เชษฐ์มันจะบอกอะไรมึง”เมื่อเห็นว่าทั้งผมและไอ้เชษฐ์เงียบกันทั้งคู่ไอ้การ์ดเลยเป็นฝ่ายที่ทำลายความเงียบของโต๊ะพวกผม เพราะบรรดาเพื่อนคนอื่นๆ ก็พร้อมใจกันเงียบเหลือเกิน

“เบียร์กูก็เลี้ยงแล้ว ก็น่าจะคิดได้นะ ว่าสมควรจะบอกกูเองหรือต้องให้กูถามอีก”ด้วยยังรู้สึกเขินๆ ยังไงบอกไม่ถูกผมเลยพูดเหมือนไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าไหร่ แล้วนี่ตกลงผมเขินใครหรือเขินอะไรอยู่กันละนี่

“มันเป็นเรื่องที่กูต้องพูดกับมึงแค่ลำพัง ไว้ตอนกลับกูค่อยบอกได้ไหม”แล้วเสียงโห่แซวชอบอกชอบใจจากเพื่อนๆ ก็ดังสนั่นหวั่นไหวอีกรอบ


“ให้ถึงบ้านละพวกมึง เจอกันวันจันทร์”ผมบอกลาพวกเพื่อนๆ ที่สภาพเมายังกะตัวอะไร ก่อนจะแยกย้ายกลับ วันนี้ผมไม่ค่อยเมามากเท่าไหร่ แค่ตึงๆ หน่อยๆ เพราะโดนพวกไอ้การ์ดแซวผมกับไอ้เชษฐ์มากไปหน่อยเลยไม่ค่อยได้ดื่มมากเพราะต้องต่อปากต่อคำกับพวกมัน ที่ยกมาเป็นทีมมีการพลัดเปลี่ยนกันแซวผม พวกมันมีหลายคนเลยมีช่วงพักยกยกแก้วดื่มได้ แต่ผมตัวคนเดียวต้องลับฝีปาก ต่อสุ้พวกมันอยู่เพียงลำพังเลยไม่ค่อยมีเวลาได้ดื่มเท่าพวกมัน

“ตี๊ฟ กูเดินไม่ไหวว่ะ ช่วยประคองหน่อยดิว่ะ”อ้าวไอ้นี่ตอนออกมาจากร้านก็ยังดีๆ อยู่พอถึงคอนโดดันเพิ่งจะมาเมาหรือไงกันละเนี่ย ก็อยากจะปฏิเสธที่จะช่วยเหลือมันหรอกนะ แต่ตอนนี้ผมเองก็เริ่มง่วงแล้วรีบๆ พากันให้ถึงห้องเร็วๆ น่าจะดีกว่า ผมจึงช่วยประคองไอ้เชษฐ์เพื่อจะกลับห้อง แต่มันก็ทำตัวยังกะไม่มีเรี่ยวมีแรงเหลือเกินเพราะเล่นให้ผมลากมันจนถึงห้องเลย มือก็เกาะผมยังกะตุ๊กแก

“เรื่องที่กูจะพูดกับมึง....”ไอ้เชษฐ์ที่ยืนพิงผนังห้องรอผมเปิดประตูพูดขึ้นมา แต่ตอนนี้ผมไม่อยากฟังแล้วละครับ เพราะง่วงแล้วไว้วันหลังค่อยคุยกันน่าจะดีกว่า

“ไว้วันหลังนะ ตอนนี้กูง่วงแล้ว”ผมพูดพร้อมกับประคองมันผ่านประตูเข้าห้อง พามันส่งให้ถึงห้องนอน

“กูเมา”หลังจากที่ผมประคองมันมาจนถึงห้องนอน มันก็เหมือนจะยืนเองได้อยู่นี่นา แต่ไอ้ที่ว่ามันเมานี่ผมรู้แล้วแหละ แล้วมันจะบอกผมอีกทำไมของมันละ

“เมาก็นอนไปสิ”ผมบอกพร้อมกับจะหันหลังกลับเพื่อออกไปเข้าห้องนอนตัวเอง แต่ผมกลับถูกแรงผลักอย่างแรงจนเซไปหลังชิดผนังห้อง ผมไม่ทันได้พูดอะไรเพราะกำลังงงว่าเกิดอะไรขึ้น ไอ้เชษฐ์เข้ามายืนตรงหน้าผมวางมือสองข้างที่ผนังกั้นตัวผมไว้

“มึงไม่เข้าใจจริงๆเหรอว่ากูหมายความว่าไง”สีหน้าและแววตาที่ไอ้เชษฐ์มองผมทำไมมันดูเหมือนจะหื่นๆ แบบนี้กันละ แต่ไอ้การกระทำนี้เล่นเอาผมรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาทันที

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2014 06:29:07 โดย norita_boyV2 »

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันนี้คนแต่งอารมณ์ดี ลงให้ 2 ตอนละกันนะคร๊าบบบบบ

 o13 o13

วันนี้มาช้า พอดีเพิ่งไปดู Hobbit มา  :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ ::UsslaJlwaJ::

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1018
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-4
ปล้ำเลยยยยยยยย #ผิด

ออฟไลน์ 4559

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3978
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-8
ติ๊ฟอย่ามึน

ออฟไลน์ cher7343

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1686
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-4
เมื่อไหร่จะลงเอยกัน
รักกันสักทีเซ่ :angry2:
555แพ้พนันกันพอดี

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด