45 วันพนัน(ไม่)รัก.........วันแห่งความสุข(จบแล้วย้ายได้เลย)[18-05-2016]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: 45 วันพนัน(ไม่)รัก.........วันแห่งความสุข(จบแล้วย้ายได้เลย)[18-05-2016]  (อ่าน 108616 ครั้ง)

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เชตเริ่มแปลกๆนะ คริคริ :hao3:

ออฟไลน์ สายลมที่หวังดี

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 508
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
ปากก็บอกไม่ชอบเค้า แต่การกระทำแปลกๆนะเชษฐ์นะ

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
เชดมีใจให้ก่อนแน่ๆๆๆ
ลุ้นๆๆๆๆๆ
ไม่ไปไหน รออ่านจร้า อิอิ

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่ 6



“มึงทำได้ไหมว่ะตี๊ฟ”ไอ้การ์ดเอ่ยถามผมเสียงอ่อยๆ หลังจากสอบเสร็จ วันนี้พวกเรามีแค่สอบในตอนเช้า ส่วนช่วงบ่ายไม่มีเรียนต่อ เพราะวิชาที่เรียนตอนบ่ายอาจารย์ มอบหมายงานให้ทำแล้วไม่จำเป็นต้องเข้าเรียน ฟังจากน้ำเสียงของเพื่อนผมแล้วนี่ สงสัยจะทำข้อสอบไม่ได้ ส่วนผมงานนี้ต้องขอบคุณไอ้เชษฐ์มันเสียหน่อยเพราะข้อสอบออกตรงกับที่มันให้ผมอ่านเลย เพราะงั้นสำหรับผมคงไม่มีปัญหาอะไรกับการสอบครั้งนี้

“ก็น่าจะพอผ่าน”ไม่อยากจะบอกว่าทำได้หมดเพราะเดี๋ยวจะเป็นการตอกย้ำเพื่อนที่ทำไม่ได้

“แต่กูไม่มั่นใจเลยว่ะ”ไอ้การ์ดบอกอย่างเซ็งๆ อะไรกันปกติมันก็ทำได้ทุกทีนี่นา แล้วทำไมคราวนี้มากังวลอะไรนักหนา

“ไม่เป็นไรงั้นเย็นนี้เดี๋ยวกูเลี้ยงเบียร์ปลอบใจเอาไหม”จริงๆ ก็อยากดื่มเองนั่นแหละครับเพราะวันนี้วันศุกร์พรุ่งนี้ก็วันหยุด มันต้องไปสังสรรค์กันหน่อย อีกอย่างที่ผมจะเลี้ยงเพราะจะได้ถือเป็นการขอบคุณไอ้เชษฐ์มันด้วย แต่ที่ต้องเอาไอ้การ์ดมาอ้างแบบนี้ก่อนเพราะเดี๋ยวพวกมันจะแซวผมอีก พวกนี้ยิ่งไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่

“เหล้ามันไม่ใช่ทางออกนะมึง”เอ้าทำมาเป็นพูดจามีหลักการ

“เหล้าที่ไหนกูจะเลี้ยงเบียร์”ผมยังคงพูด้วยความอารมณ์ดี หวังให้ไอ้การ์ดรู้สึกดีขึ้น

“เหมือนกันนั่นแหละ...เหล้ามันไม่ใช่คำตอบหรือทางออกของปัญหานะมึง”วันนี้มาแปลกแหะเพื่อนผม หรือมันจะซีเรียสจริงๆว่ะเนี่ย ปกติมันไม่น่าจะเป็นแบบนี้นี่นามีแต่พอชวนก็ระริกระรี้รีบอยากจะไปยิ่งของฟรีแบบนี้ด้วยแล้ว

“เหล้ามันไม่ใช่คำตอบก็จริง...แต่มันช่วยให้ลืมคำถามนะมึง ตกลงจะไปไหม กูเลี้ยงไม่อั้นดื่มได้เท่าไหร่ดื่มไป”กะว่าจะเลิกสนใจมันแล้วครับ อยากเล่นตัวนักผมไปชวนคนอื่นก็ได้หรอก ไม่ง้อมันแล้ว (ไม่ได้นึกห่วงเลยว่าเพื่อนจะเครียดจริงๆ)

“คำไหนคำนั้นนะมึง กูตกลงเจอกันเย็นนี้ ไปแล้วไม่อยากอยู่เป็นก้างพวกมึง”ว่าแล้วเชียวว่าคนอย่างไอ้การ์ดมีหรือจะปฏิเสธ ว่าแต่ที่บอกว่าไม่อยากอยู่เป็นก้างนี่หมายความว่ายังไงกัน

“ทำข้อสอบได้ไหม”เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังผม อย่างนี้นี่เองที่ไอ้การ์ดว่าไม่อยากอยู่เป็นก้าง ผมหันมามองไอ้เชษฐ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

“ก็พอทำได้”ผมตอบออกไปอย่างถ่อมตัว เพราะเดี๋ยวเกิดมีตรงไหนทำพลาดไปจะได้ไม่อายไอ้เชษฐ์มัน แต่ผมว่าผมก็มั่นใจนะกับการสอบเก็บคะแนนคราวนี้

“ได้คนติวดีอย่างกูก็งี้แหละ”ถ้าเป็นครั้งก่อนๆ ผมอาจจะหาเรื่องเถียงมัน แต่คราวนี้ไม่ดีกว่าเพราะว่าคราวนี้ผมเห็นว่าไอ้เชษฐ์มันดีกับผมอยู่เหมือนกัน

“ขอบใจนะ”ผมบอกพร้อมยิ้มให้มัน ไอ้เชษฐ์ดูจะแปลกใจไม่น้อย

“เมื่อวานมึงว่ากูเพี้ยน...แต่วันนี้สงสัยมึงจะเพี้ยนซะเอง ปกติไม่มีทางที่คนอย่างตี๊ฟจะมาพูดขอบอกขอบใจแบบนี้ ไหนตัวร้อนมีไข้หรือเปล่า”ไอ้เชษฐ์ทำเป็นมาเอามือแตะหน้าผากผม แหมกูแกล้งแย่เมื่อวาน วันนี้เอามุขเดิมกูมาเล่นเลยนะ

“กูไม่ได้เพี้ยนหรอก ก็มึงช่วยติวให้จริงๆ กูก็ต้องขอบใจจริงไหม”ผมกล่าวพร้อมกับปัดมือของไอ้เชษฐ์ออก

“เปลี่ยนจากคำขอบใจเป็นอย่างอื่นได้ไหม”แหมไม่ได้แตกต่างกันเลยเพื่อนๆ แต่ละคน นี่ก็คงจะหาเรื่องดื่มฟรีอีกละสิ แต่อันนี้กระผมจัดไว้แล้ว

“ก็เดี๋ยวกูเลี้ยงเบียร์...นี่ก็นัดกับไอ้การ์ดไว้แล้ว มันคงชวนคนอื่นๆ ไปด้วยแหละ”ผมชี้แจงไปตามที่ได้คุยกับไอ้การ์ดไปแล้ว แต่ดูไอ้เชษฐ์จะไม่ได้รู้สึกยินดีเท่าไหร่ ตกลงมันอยากได้อย่างอื่นจากผมหรือไง อย่ามาเรียกร้องอะไรมากนะ อันนี้แค่สอบเก็บคะแนนไม่ใช่สอบใหญ่เสียหน่อย ผมเลี้ยงเบียร์นี่ก็ถือว่าดีมากแล้วนะ

“เบียร์อีกแล้วเหรอ...เป็นอย่างอื่นได้ไหม”เรื่องมากจังนะมึง จะมาเอาอะไรจากกู เมื่อคืนกูก็เลี้ยงโจ๊กไปแล้วนะ ตังค์มึงก็มีอยากได้อะไรก็หาเองแล้วกัน

“จะไปก็ไป...ไม่ไปก็แล้วแต่ อย่างอื่นกูไม่มีให้หรอก”แหมเห็นผมพูดดีด้วยหน่อยชักจะเอาใหญ่นะ

“ไปก็ไป...เอะว่าแต่นั่นแน่เลี้ยงเบียร์นี่มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงหรือเปล่า”ไอ้เชษฐ์ทำหน้าทะเล้น ผมนึกถึงคำพูดที่มันบอกว่าถ้ามันเมาแล้วจะปล้ำผมทันที สงสัยมันจะแซวผมเรื่องนี้แน่ๆ

“กูไม่ได้จะมอมให้มึงเมาแล้วปล้ำกูแล้วกันน่า”ผมดักทางมันอย่างรู้ทัน

“กูยังไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อย...อย่างนี้เค้าเรียกร้อนตัวนะเนี่ย”เอาเข้าไป แค่ไอ้การ์ดผมก็เกินจะทนแล้วนะ นี่ไอ้เชษฐ์ตกลงมันมีจุดประสงค์เดียวกับผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย ก็ไหนเราทั้งสองต่างยืนยันว่าจะไม่รักกัน แล้วมันจะมาแซวผมแบบนี้หาพระแสงอะไร

“กลับเหอะ อย่ามามัวพูดจาบ้าๆ บอๆ แบบนี้อยู่เลย เดี๋ยวต้องรีบกลับไปนอนตุนไว้เผื่อคืนนี้”ผมรีบตัดบทไม่อยากต่อปากต่อคำกับไอ้เชษฐ์อีก

“ทำเป็นตัดบทหนี นี่อย่าบอกนะว่ามึงเขินกูอีกแล้ว”ดูมันเถอะครับ พอผมทำเป็นไม่สนใจก็หาว่าผมเขินมันอีก เอาเข้าไป ผมได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาส่วนตัวคนพูดเองก็เดินผิวปากตามมาอย่างอารมณ์ดี




“เอ้าเฮ้ยพวกเรา...คู่หวานคู่ใหม่มาแล้ว”ทันทีที่ผมและไอ้เชษฐ์ก้าวเข้าร้าน เสียงไอ้การ์ดก็นำตามด้วยเพื่อนๆ คนอื่นช่วยกันโห่ ต้อนรับพวกผมสองคน ถึงจะหน้าหนาอยู่บ้าง แต่สายตาคนอื่นๆในร้านที่มองมาก็เล่นเอาผมทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะ

“ไม่คิดว่าพวกกูจะอายคนอื่นเค้าบ้างเลยใช่ไหม”ผมนั่งลงที่โต๊ะก่อนจะหันไปปรามพวกมันให้หยุดเห่าได้แล้ว เด็กเสริฟสาวสวย เอาแก้วมาเพิ่มให้ผมกับไอ้เชษฐ์พร้อมกับรินเบียร์ส่งให้

“รักกันนานๆ นะคะ ดูพี่สองคนเหมาะกันดี”คำพูดของสาวเสิร์ฟเล่นเอาผมแทบสำลักเบียร์ เพราะไอ้พวกเพื่อนๆ ตัวดีโดยแท้ ตอนนี้สงสัยคนทั้งร้านคงเข้าใจแบบนี้ไปแล้ว และยังไม่ทันที่ผมจะได้แก้ต่างให้ตัวเอง สาวสวยคนที่รินเบียร์ให้ผมก็เพียงยิ้มให้แล้วเดินจากไป ซุบซิบกับเพื่อนๆ เด็กเสิร์ฟคนอื่นๆ

“เอ้า...เพื่อนเรารักกันมันต้องฉลอง”ไอ้การ์ดนำทีมอีกแล้วครับท่าน ชูแก้วชนคนอื่นๆ แถมยังมาบอกว่าฉลองที่เพื่อนรักกัน คงไม่ได้หมายถึงใครอื่นแต่มันคือผมกับไอ้เชษฐ์นั่นเอง ไอ้เชษฐ์นี่ก็แทนที่จะช่วยกันขัดพวกนี้บ้างแต่ไม่เลย

“ผิดงานแล้วพวกมึง”ผมเอาแก้วกระแทกเข้ากลางวงก่อนจะยกดื่มหมดแก้ว แล้วชูให้คนอื่นๆ ยกตาม ไม่ใช่ชนแล้วแช่แก้วไว้แบบนี้

“แหมไม่ผิดงานหรอกไอ้ตี๊ฟ เพราะอีกไม่กี่วันข้างหน้า พวกมึงก็คงร่วมหอลงโรงกันแล้ว”แล้วพวกเพื่อนๆ ก็พากันหัวเราะอย่างสนุกสนานอีกตามเคย สนุกกันจริงๆ กับเรื่องนี้ อยากให้พวกมันมาลองเล่นเกมนี้ดูบ้างจังว่ามันจะสนุกกันไหม แต่เมื่อเห็นว่าหนึ่งเสียงของผมคงจะทัดทานอะไรพวกมันทั้งกลุ่มไม่ได้ ผมเลยเลิกสนใจ หันมาดื่มต่อดีกว่า วันนี้คนค่อนข้างเยอะเพราะเป็นคืนวันศุกร์ เลยดูคึกคักเป็นพิเศษ ร้านที่ผมและเพื่อนๆมานั่งวันนี้เป็นร้านออกแนวเพื่อชีวิตหน่อยๆ ตามประสาพวกเพื่อนๆ มันชอบนั่นแหละ ส่วนผมแม้จะไม่ชอบแนวนี้เท่าไหร่ แต่ก็มากับเพื่อนๆ ได้อยู่ไม่มีปัญหาอะไร

“เฮ้ยๆ วันนี้ดื่มหนักทั้งไอ้เชษฐ์ทั้งไอ้ตี๊ฟเลยวุ้ย”ไอ้การ์ดเรียกให้คนอื่นๆ หันมาสนใจผมกับไอ้เชษฐ์อีกแล้ว มันแปลกตรงไหนเนี่ย ทุกทีผมก็ดื่มของผมแบบนี้อยู่แล้ว

“กูว่าวันนี้ไม่ใครก็ใครต้องเข้านอนห้องผิดแน่ๆ เลยว่ะ”แน่นอนว่ามันต้องตามมาด้วยเสียงหัวเราะเป่าปากวี๊ดวิ๊วอีกตามเคย

“ไม่ใช่กูแน่ๆ”ผมปฏิเสธอย่างทันควัน แต่ไอ้เชษฐ์ทำเพียงยิ้มตอบเพื่อนๆ เฉยๆ เมาแล้วหรือไงว่ะเนี่ยไอ้นี่ แต่วันนี้ผมไม่กลัวเรื่องเมาแล้วขับเพราะผมกับไอ้เชษฐ์ เตรียมตัวมาพร้อมเมาโดยการมาแทกซี่

“อย่าเพิ่งมั่นใจไปนะไอ้ตี๊ฟ”ไอ้การ์ดชะโงกหน้ามาพูดกับผมอย่างโงนเงน สงสัยจะเริ่มมึนแล้วละมั้งนั่น พวกเราดื่มกันจนเกือบร้านปิดก็มึนๆ ตึงๆ กันทุกคน เลยได้ฤกษ์ยามงามดีแยกย้ายกันกลับ

“ปาย...เถิดท้าง...คู่...ปายสู่...ปราตู สา...หวัน...”เสียงอ้อแอ้ ของเพื่อนๆ ส่งเสียงยานคางพร้อมกับโบกไม้โบกมือ ส่งผมกับไอ้เชษฐ์ขึ้นแทกซี่กลับ

“มันจะไหวกันหรือเปล่าว่ะนั่น”ผมหันมาพูดกับอีกคนแต่ดูท่าทางแล้ว...

“อ้าวตกลงมึงเองใช่ไหมที่จะไม่ไหวเนี่ย”ผมสะกิดไอ้เชษฐ์ที่ดูเหมือนจะหลับแหล่มิหลับแหล่

“ทำไม...เสียดายหรือไง”ไอ้เชษฐ์ปรือตาขึ้นมาพูดกับผม ว่าแต่เสียดายเรื่องอะไรกันละเนี่ย ผมทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถามให้มันเห็นว่าผมไม่เข้าใจที่มันพูด

“ก็เสียดายที่กูจะไม่มีแรงปล้ำมึงไง”เมาจะตายอยู่แล้วยังจะมาปากดีอีก ผมเลยถีบมันเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้

“อย่าเพิ่งหลับแล้วกัน กูไม่มีแรงแบกมึงหรอกนะ”แต่เหมือนจะไม่ทันเสียแล้วเพราะไอ้เชษฐ์ชิงหลับตาไปแล้ว ไม่เป็นไรไว้ถึงคอนโดค่อยปลุกมันอีกที




“ไอ้เชี่ยเชษฐ์ตื่นๆๆ”สรุปว่าผมคิดผิดที่ปล่อยให้มันหลับเพราะกว่าจะปลุกมันได้นี่แทบจะหลับไปกับมัน เพราะผมเองก็ใช่ว่าสติจะยังดี เท่าไหร่ เมาเหมือนกันนั่นแหละ

“เดินดีๆ สิว่ะ”คนเมาอย่างผมต้องมาพยุงคนเมากว่า อย่างตอนนี้มันเลยดูทุกลักทุกเลไม่น้อย กว่าจะประคองกันถึงห้องได้นี่แทบกระอักอ๊วกเลยทีเดียว ผมต้องลากไอ้เชษฐ์มาส่งจนถึงห้องนอนมัน แต่พอจะทิ้งมันลงที่เตียงนอน มันดันไม่ยอมปล่อยมือที่คล้องคอผมไว้ ด้วยความที่เมาเหมือนกันทำให้ผมล้มตามมันลงไปนอนที่เตียงด้วย








มาต่อคร๊าบบบ

ให้ได้ลุ้นกะเชษฐ์และตี๊ฟ o13
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2014 06:22:43 โดย norita_boyV2 »

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
คืนนี้หรือเปล่า?  :hao6:  รอคอยอย่างคาดหวัง

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
อุ้ยๆ รอตอนต่อไปไม่ไหวแระ  :hao6:

ออฟไลน์ eveniing

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-1
เอาอีกๆ  :z1:  :hao6:

ออฟไลน์ สายลมที่หวังดี

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 508
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
ไม่ต้องเลย มาทำให้อยากแล้วก็จากไป  :ling2:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
อ่านทันแล้ว
 แลและจะตามลุ้นต่อไป

ออฟไลน์ IsDeer

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2519
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-8
คืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น  :ling1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่  7


ทำไมรู้สึกปวดหัวแบบนี้นะ นี่เมื่อคืนผมคงดื่มหนักมากไปอีกแล้วใช่ไหม ว่าแต่เมื่อคืนนี้ผมไปดื่มกับเพื่อนๆ แล้วก็ลากไอ้เชษฐ์กลับมาที่ห้อง

“เฮ้ย”ผมหลุดอุทานออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ผมน่าจะอยู่ที่ไหน สมองน้อยๆ ของผมเริ่มทบทวนถึงเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา ว่าผมเป็นมายังไงหลังจากลากไอ้เชษฐ์มาถึงห้องนอนได้



“ไอ้เชษฐ์ปล่อยกู”ผมพยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากการกอดของไอ้เชษฐ์ไอ้นี่เมาแล้วนึกว่าผมเป็นหมอนข้างหรือเปล่า แต่เหมือนคำพูดของผมจะไม่ได้กระทบโสตประสาทของมันหรืออย่างไร เพราะเหมือนมันจะยิ่งกอดผมแน่นเข้าไปอีกจนผมอึดอัด ลมหายใจอุ่นๆ ที่กระทบต้นคอผม ทำเอารู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก กลิ่นแอลกอฮอล์ถูกส่งผ่านมายังจมูกผม

ด้วยความที่ผมชอบกลิ่นนี้เป็นชีวิตจิตใจ ผมคิดว่าคนที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ มันเซ็กซี่ดี แถมช่วยกระตุ้นอารมณ์บางอย่างอีกด้วย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าไอ้คนที่กอดผมอยู่คือเพื่อน และมันก็กำลังเมา ทำให้ผมต้องนิ่งไว้ดีกว่า เพราะถ้ายิ่งดิ้นแล้วไอ้เชษฐ์ยังกอดผมอยู่แบบนี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะตอนที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเต็มที่แบบนี้ อะไรมันก็อาจจะเกิดขึ้นได้

เมื่อคิดว่าการดิ้นรนคงไม่สามารถหลุดรอดจากอ้อมกอดของอีกคน เพราะคงเมาจนไม่ได้สติแล้ว ผมเลยคิดว่าผมเองก็เมามากควรจะสงบจิตสงบใจ นอนมันตรงนี้แหละ คิดได้ดังนั้นก็ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง จากความรู้สึกอึดอัดในตอนแรก แต่ก่อนที่ผมจะหลับกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

นั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์ของผมเพราะตอนนี้ ในตอนที่สติสตังผมกลับมาแล้ว มันทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนกับสภาพที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ แน่นอนผมยังอยู่ในอ้อมกอดของไอ้เชษฐ์ ซึ่งยังหลับอยู่ แต่บางอย่างของมันได้ตื่นตามธรรมชาติในตอนเช้าเหมือนผู้ชายทั่วๆ ไป และผมก็สัมผัสได้เสียด้วย

“โอ๊ย”ไม่ใช่เสียงใครหรอกครับ ก็ไอ้คนที่มันกอดผมไว้นั่นแหละ ที่ตอนนี้ตกเตียงไปแล้ว ถึงจะเป็นฝีมือผมแต่ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะครับ ตอนแรกกะว่าจะผลักมันออกเฉยๆ แต่คงแรงไปนิดไอ้เชษฐ์เลยกลิ้งลงไปกองกับพื้นเรียบร้อย

“อะไรของมึงเนี่ย”ไอ้เชษฐ์เงยหน้าขึ้นมามองผมที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ สมน้ำหน้า อยากมากอดผมไว้ทำไมล่ะ เลยไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องเลย

“นี่โกรธที่กูไม่ปล้ำมึงรึไง”พอลืมตาขึ้นมาได้นี่ก็เอาอีกแล้ว ผมกำลังจะอ้าปากเถียงแต่ไอ้เชษฐ์ลุกขึ้นมา เอานิ้วจิ้มที่ปากผมไว้เหมือนยังไม่ให้พูด

“อุตส่าห์เข้ามาอ่อยกูถึงนี่ แต่เสียใจด้วยนะ พอดีเมื่อคืนกูเมาจนไม่มีแรงปล้ำมึง แต่เช้าๆ แบบนี้หรือกูจะเมาดิบปล้ำมึงดีล่ะไอ้ตี๊ฟ”คำพูดพร้อมสายตาหื่นๆ ที่ผมไม่คิดว่าจะมาจากไอ้เชษฐ์ส่งมาหาผม มันทำเอาผมรู้สึกแปลกๆ อีกแล้ว

“กูไม่ได้อยากมานอนห้องมึงนักหรอกนะ ถ้าไม่ใช่ว่ามึงกะ...”ผมหยุดคำพูดไว้แค่นั้น ก่อนจะผลักให้ไอ้เชษฐ์ถอยห่างออกไป

“กูทำไม พูดต่อสิ”ไอ้เชษฐ์ขยับเข้ามาใกล้ๆผมอีกครั้งพร้อมกับทำหน้าตายียวนใส่ผม น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด

“ไม่ทำไมหรอก ก็แค่มึงเมามากกูเลยลากมา แล้วกูเองก็กลับห้องไม่ไหวก็แค่นั้น”ผมไม่อยากจะพูดว่าเพราะมันกอดผมไว้เลยกลับห้องไม่ได้ เพราะเหมือนมันเองก็คงไม่รู้สึกตัวหรอกมั้ง เดี๋ยวมันจะเอามาแซวหาว่าผมอ่อยมันอีก

“แค่นั้นเหรอ”ไอ้เชษฐ์อมยิ้มแปลกๆ เหมือนไม่เชื่อที่ผมพูด

“เออ...กูกลับห้องก่อนแล้วกัน”

“เดี๋ยวก่อน”ในจังหวะที่ผมกำลังจะลุกขึ้น ไอ้เชษฐ์ก็เรียกผมไว้ มันเลยทำให้ผมเสียจังหวะล้มลงบนพื้น และตามสัญชาตญาตเมื่อจะล้มผมก็ต้องไขว่าคว้าหาที่ยึดเหนี่ยว มือผมเลยดึงไอ้เชษฐ์ล้มตามลงมาด้วย

เลยกลายเป็นว่าไอ้เชษฐ์นอนทับอยู่บนตัวผม หน้าเราห่างกันแค่ไม่กี่เซน ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้ว จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน สายตาของเราทั้งสองประสานกันนิ่ง ผมรู้สึกว่าแววตาที่มองมายังผมมันแปลกไป แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แม้จะแค่เสี้ยวนาที แต่เหมือนเวลามันหยุดไปนาน

“ลุกสักทีสิ กูหนัก”เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมขยับเสียที เลยต้องเรียกสติให้มันหน่อย ความจริงก็เรียกสติผมเองด้วยนั่นแหละ เพราะเหมือนจะแปลกๆไปเหมือนกัน ไอ้เชษฐ์ลุกขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆ เหมือนจะทำตัวไม่ถูก อะไรของมันทำยังกะเขินผมงั้นแหละ สงสัยมันต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ

“ไปละ”ผมขยับตัวลุกก่อนจะเดินไปเปิดประตู

“ตี๊ฟ”เสียงเรียกทำให้ผมต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง

“อะไรอีก”เริ่มจะเซ็งๆกับมันแล้วครับจะอะไรกันหนักหนา จะกลับห้องไปอาบน้ำแล้วมีอะไรก็ว่ามา

ไอ้เชษฐ์ยิ้มอย่างกวนๆ ก่อนจะพูดออกมา

“คราวหน้ากูจะไม่เมาจนหมดเรี่ยวหมดแรง แต่จะเหลือไว้ปล้ำมึงแล้วกัน”

“ไอ้....”ผมนึกไม่ออกว่าจะเรียกมันว่าอะไรดี ก็ทั้งที่จุดประสงค์ของเราทั้งสองคือการทำให้เพื่อนๆเห็นว่าเราจะไม่หวั่นไหวไปกับอีกฝ่ายเด็ดขาด แต่ดูมันทำเข้าสิ ผมเลยปิดปรูตะใส่มันเสียเลย




“ตี๊ฟไปหาอะไรกินไหม”หลังจากผมกลับเข้าห้องตัวเองและอาบน้ำอะไรเสร็จสักพักใหญ่ๆ ไอ้เชษฐ์ก็มาเคาะห้องเรียกผม แต่เวลาแฮงค์ๆ แบบนี้ผมไม่ค่อยอยากทานอะไรเพราะเดี๋ยวมันจะกลับออกมาทางเดิม

“ไม่หิว เชิญมึงตามสบายเลย”ผมตอบปฏิเสธก่อนจะล้มตัวลงนอน วันหยุดแบบนี้ต้องรีบนอนไว้เยอะๆ ไว้ตอนเย็นๆ ค่อยกินเยอะๆเอาแล้วกันตอนนี้ขอนอนต่ออีกหน่อยดีกว่า

“ตี๊ฟไปเดินห้างกันไหม”หลังจากผ่านไปอีกสักพัก ผมก็ถูกปลุกด้วยเสียงตะโกนของไอ้เชษฐ์อีกครั้ง แต่คำตอบของผมก็ยังเหมือนเดิม

“ไม่ไป ขี้เกียจ กูจะนอน”ผมตอบออกไปเสียงงัวเงียพร้อมกับยกหมอนขึ้นปิดหู

“ไปดูหนังไหม”เสียงเริ่มแว่วๆมาอีก

“ไม่”

“ไปหาพวกไอ้การ์ดไหม”

“ไม่”

“ไปร้องคาราโอเกะไหม”

“ไม่”

“ไปกินเบียร์กันไหม”

“อะไรของมึงเนี่ยไอ้เชษฐ์ กูบอกว่าจะนอน”ในที่สุดผมก็หมดความอดทนต้องลุกมาเปิดประตูเผชิญหน้ากับไอ้คนกวนประสาทนี่

“ก็กูไม่มีอะไรทำ นอนก็นอนไม่หลับ มึงมาทำอะไรเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ”จะมาไม้ไหนของมันอีกละเนี่ย

“อยากทำอะไรก็ทำไปคนเดียวเซ่ มายุ่งกะกูทำไมกูจะนอน ช่วยตัวเองเป็นไหม...โตจนป่านนี้แล้ว”ผมบ่นอย่างหัวเสียที่โดนขัดจังหวะการนอน ว่าแต่ทำไมไอ้นี่ยังมายิ้มอยู่อีกทั้งที่ผมกำลังจะด่ามันอยู่นะเนี่ย

“ช่วยตัวเองนะกูทำเป็นมานานแล้ว...แต่ตอนนี้อยากให้คนอื่นช่วยมากกว่า”ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าคำพูดของผมมันคิดสองแง่สองง่ามได้ด้วย แต่คิดได้มันก็ช้าไปแล้ว เพราะไอ้เชษฐ์มาทำหน้าตากวนประสาทผมอยู่นี่แล้ว จากตอนแรกที่คิดว่าจะไปเป็นเพื่อนมันทำอะไรสักอย่างที่มันเอ่ยชวนมา แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว

“กูจะนอน”ผมปิดประตูใส่หน้ามันอีกครั้ง

“อ้าวมาช่วยกูก่อนสิ กูเบื่อช่วยตัวเองแล้ว ตอนนี้แฟนกูก็ไม่มี”เสียงจากประตูอีกฝั่งยังคงส่งเสียงล้อเลียนผมอยู่

“จะไปไหนก็ไปกูจะนอน ถ้าไม่เลิกแหกปากอีก กูจะออกไปฆ่ามึงหมกโถส้วม”ตะโกนกลับไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ไอ้เชษฐ์เองก็คงรู้ว่าผมพูดไปงั้น แต่ผมจะไม่สนใจเสียงมันอีกต่อไป ผมหยิบเอาทิชชู่ยัดเข้าที่หูทั้งสองข้างก่อนจะหลับตาลงพักผ่อนอีกครั้ง




เสียใจด้วยที่กับคนที่ลุ้นกัน 555

ยังไม่สำเร็จเน้อ

ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านเช่นเคยนะคร๊าบบบบ o13
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2014 06:23:37 โดย norita_boyV2 »

ออฟไลน์ สายลมที่หวังดี

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 508
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
ลุ้นทุกวัน ว่าจะได้กันเมื่อไหร่ :mew2:

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7
คงไม่ใช่ว่า ได้กันวันที่ 45 หรอกนะ  :really2:

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
แค่นี้ก็ฟินแระ เริ่มมีพัฒนาการ คริคริ :hao6:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
เชษกอดติ๊ฟแน่นไปป่าว 555

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่ 8

“นี่อ่ะนะที่ดั้นด้นพากูมา”ผมหันไปแขวะอีกคนที่ขับรถมาถึงที่แห่งหนึ่ง หลังจากที่เมื่อวานไอ้เชษฐ์ไม่ประสบความสำเร็จในการชวนผมออกจากห้องได้ วันนี้มันเลยลากผมออกมาแต่เช้า ด้วยความรำคาญ ผมเลยบอกว่าอยากจะไปไหนก็ไป และผมก็หลับตลอดการเดินทาง ตอนแรกคิดว่ามันคงจะไปดูหนังหรือหาอะไรกิน แต่พอผมตื่นขึ้นมา ซึ่งไอ้นี่ก็ไม่ยอมปลุกกันเลย ปล่อยผมหลับอยู่ได้ตั้งนาน แถมนี่คงถึงที่หมายได้พักใหญ่แล้ว ผมมองไปรอบๆ แสงแดดยามที่เริ่มสายเริ่มทำหน้าที่ให้แถวนี้ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ลมทะเลพัดมาเป็นระยะ ใช่แล้วครับตอนนี้ผมกับไอ้เชษฐ์อยู่ที่ชายหาดบางแสน

“ก็มึงบอกเองว่าไปไหนก็ได้”ไอ้เชษฐ์บอกผมก่อนจะเดินนำหน้ามุ่งตรงไปยังชายหาด

“แล้วทำไมไม่ชวนพวกไอ้การ์ดมาด้วย หลายๆ คนจะได้สนุก”ผมเดินตามไอ้เชษฐ์ไปนั่งที่ริมชายหาด นึกถึงเพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่น่าจะมาเที่ยวแบบนี้ด้วยกันบ้าง เพราะปกติมีแต่พากันไปดื่ม นานๆ มาพักผ่อนแบบนี้บ้างก็น่าจะดี แต่ผมว่าถ้ามากันครบก็คงไม่พ้นหาเรื่องดื่มกันอยู่ดีนั่นแหละ

“พวกมันไม่มาหรอก”ไอ้เชษฐ์ตอบกลับมาพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้เปล ที่วางอยู่บริเวณชายหาด พนักงานที่เป็นเจ้าของเก้าอี้รีบทำหน้าที่มาตอนรับพวกผม และเสนอรายการอาหารให้พวกผมสั่ง

“เอากุ้งเผา หมึกย่าง หมึกนึ่งมะนาว แล้วก็ข้าวผัดทะเลจานกลางครับ”ไอ้เชษฐ์สั่งโดยไม่ได้ปรึกษาผมเลย แต่จริงๆ ที่มันสั่งไปผมก็โอเคนะเพราะผมชอบทานหมึก ซึ่งเพื่อนๆทุกคนก็รู้ดี รวมถึงไอ้เชษฐ์ด้วย นี่มันคงสั่งเผื่อผมแล้วนั่นแหละ ที่สั่งมาก็แค่ทานเล่นกันแหละครับ มาทะเลทั้งทีก็ต้องทานอาหารทะเลบ้าง

“เอาอะไรเพิ่มอีกไหม เดี๋ยววันนี้กูเลี้ยงเอง”วันนี้มาแปลกแหะ ไปรวยมาจากไหนของมัน ผมมองมันอย่างไม่ค่อยจะเชื่อหูตัวเอง ก่อนจะส่ายหน้าเพราะไม่รู้จะสั่งอะไรดี อีกอย่างก็ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ด้วย

“ก็เลี้ยงที่มึงมาเป็นเพื่อนกูนี่ไง อีกอย่างวันก่อนมึงยังเลี้ยงข้าว เลี้ยงเบียร์กูเลย ครั้งนี้ก็ถือว่ากูเลี้ยงคืนแล้วกัน”ทั้งที่ผมไม่ได้ถามอะไรเสียหน่อย ตอบมาเสียยืดยาวเลย อยากจะเลี้ยงก็เลี้ยงไปสิ ของฟรีผมก็ชอบเหมือนกัน

“รับเครื่องดื่มอะไรดีค่ะ”พนักงาน ส่งเสียงขึ้นเตือนเป็นสัญญาณว่าอยากจะรีบรับออเดอร์ แล้วรีบไปจัดการมาให้พวกผม

“เบียร์ครับ”ไอ้เชษฐ์สั่งโดยไม่ได้ถามความเห็นของผมอีกแล้ว

“เฮ้ย ไหวเหรอ มึงต้องขับรถกลับนะ”ผมทักท้วงเพราะว่าเราสองคนยังต้องขับรถกลับเข้ากรุงเทพฯ อีก

“ไหวๆ ไม่ดื่มมากหรอกไม่ต้องกลัวว่ากูจะ...”ไอ้เชษฐ์หยุดพูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะหันไปบอกพนักงานว่าให้เอาเบียร์มาเหมือนเดิม

“ไม่ต้องกลัวว่าอะไร”หลังจากพนักงานออกไปแล้วผมก็เอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะไม่เข้าใจว่ามันบอกว่าไม่ต้องกลัวอะไร หรือมันจะหมายถึงว่าไม่ต้องกลัวว่ามันจะขับรถกลับไม่ไหว แล้วนี่ถามไปแล้วยังจะมาคิดเองอีกทำไมละผม

“ก็ไม่ต้องกลัวว่ากูจะขับรถกลับไม่ไหวไง...หรือมึงคิดว่ากูหมายถึงเรื่องอะไร”ไอ้เชษฐ์มองผมอย่างเจ้าเล่ห์นี่มันคงจะแซวอะไรผมอีกแน่ๆ

“ไม่มีอะไร...ถ้ามึงหมายถึงแค่นั้นก็แค่นั้น”ผมรีบตัดบทก่อนที่อะไรมันจะวนมาให้ไอ้เชษฐ์แซวผมอีก พักนี้เหมือนผมจะเถียงหรือหาอะไรมาต่อปากต่อคำกับมันไม่ค่อยได้เท่าไหร่

“นั่นแน่หรือมึงกำลังคิดว่าจะให้กูเมาแล้วปล้ำมึง แล้วกลัวกูจะเมาจนปล้ำมึงไม่ไหวอีก”นั่นไงล่ะ ว่าแล้วเชียว ผมได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา ในคำพูดของมัน หันสายตามองออกไปในทะเล  เลยเห็นเค้าเล่น banana boat กัน ผมก็ชอบเล่นเหมือนกัน แต่เสื้อผ้าก็ไม่มีมาเปลี่ยน แถมถ้าจะเล่นมันต้องมีเพื่อนเล่น 4-5 คน แต่นี่มากันแค่สองคนจะเล่นยังไงล่ะ ผมเลยกดโทรศัพท์หาไอ้การ์ดกะจะให้พวกมันตามมาสบทบ เพราะนี่มันเพิ่งแค่จะสายๆ ถ้าพวกมันตามมาก็ยังทัน

“พวกมึงนี่ทำเหมือนไป ฮันนีมูนเลยเนอะ”แทนที่มันจะสนใจที่ผมชวนให้มันตามมาด้วย หลายๆ คนจะได้สนุก แต่มันดันเอาแต่แซวกวนประสาทผม

“ตกลงจะมาไหม”ผมถามย้ำอย่างจริงจังอีกครั้ง

“ไม่ไปหรอก ปล่อยให้คู่ข้าวใหม่ปลามันอย่างพวกมึงสวีทกันสองคนดีกว่า ไม่อยากไปเป็น ก้างพวกมึง”หัวโจกอย่างไอ้การ์ดไม่มาก็ไม่ต้องตามคนอื่นหรอกครับ ไม่มีใครมาแน่ๆ เพราะคงจะมาแนวเดียวกับที่ไอ้การ์ดพูดนี่แหละ

“เล่นน้ำกันไหม”ไอ้เชษฐ์หันมาชวนผม แต่ผมส่ายหน้าปฏิเสธเพราะ ไม่มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยน แต่จริงๆ ก็อยากเล่นน้ำเหมือนกันนะ ได้แต่มองคนอื่นเล่นน้ำแบบนี้น่าอิจฉาชะมัดเลย แม้น้ำที่นี่จะไม่ใสสะอาดเท่าไหร่ แต่ก็พอเล่นได้อยู่ คนอื่นเค้าก็เล่นกันเยอะแยะไป

“อย่าดื่มเยอะนักละ”ผมปรามไอ้เชษฐ์ที่ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม ตอนนี้อาหารพร้อมเครื่องดื่มมาตั้งที่โต๊ะให้เราเรียบร้อยแล้ว ก็ทานไปดื่มไป ไอ้ผมนะไม่เท่าไหร่แต่ไอ้คนที่จะขับรถพาผมกลับนี่สิ

“ยังกลัวกูไม่มีแรงปล้ำมึงอยู่เหรอ”มันยังตอบกลับผมมาอย่างกวนๆ

“ไม่ตลกนะ..อันนี้ซีเรียส”เรื่องเมาแล้วขับผมว่ามันเป็นเรื่องที่เราควรตระหนักเอาไว้ เพราะพวกผมดื่มกันบ่อย แม้จะยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุอะไร แต่จากที่เคยเห็นมา ผมเลยต้องคอยเตือนเพื่อนๆ เสมอว่าเวลาจะดื่มก็อย่าขับ

“ครับคุณชาย ยังไงผมก็จะพาคุณชายกลับอย่างปลอดภัยแน่นอนคร้าบ”ไอ้เชษฐ์ยังพูดทีเล่นทีจริงอยู่เหมือนเดิม

“รอแป๊บนะเดี๋ยวกูมา”ไอ้เชษฐ์บอกผมก่อนจะเดินจากไป ผมก็มองตามว่ามันจะไปไหน ไอ้เชษฐ์เดินกลับไปที่รถ ก่อนจะกลับมาพร้อมเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นอย่างละ สองตัว

“กูเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนมาแล้วล่ะ เล่นน้ำกันนะ”อ้าวแล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก

เราทั้งสองคนเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเก็บพวกของมีค่าไปไว้ในรถ จากนั้นก็มุ่งลงน้ำทะเลทันที ไม่ได้เล่นน้ำแบบนี้มานานแล้ว ผมว่ายเล่นอย่างสนุกสนาน แต่ไอ้เชษฐ์ทำไมอยู่แค่ตรงใกล้ๆ ฝั่งหว่า

“ทำไมเล่นอยู่แค่ตรงนี้”ผมกลับเข้ามาถามไอ้เชษฐ์ มันยิ้มอย่างอายๆ ก่อนจะบอกผม

“มึงอย่าขำนะถ้ากูจะบอกว่ากูว่ายน้ำไม่เป็น”แค่นั้นแหละครับ ผมก็หลุดขำออกมาเลย ก็มันเป็นคนชวนมาทะเล และมันก็เป็นคนชวนผม เล่นน้ำ แต่นี่มันดันว่ายน้ำไม่เป็น

“มันตลกมากหรือไงกะแค่ว่ายน้ำไม่เป็นเนี่ย”มันถามผมอย่างเคืองๆ ผมได้แต่พยายามกลั้นหัวเราะ ผมก็ไม่ได้ขำที่มันว่ายน้ำไม่เป็นหรอกแต่ขำที่มันชวนมายังกะมันอยากเล่นน้ำเต็มที่ แต่ดันว่ายน้ำไม่เป็นนี่แหละ

“มึงสอนกูว่ายน้ำหน่อยได้ไหม”ไอ้เชษฐ์พูดกับผมอย่างอายๆ ดูทำท่าทางเข้า น่าเอ็นดูเชียว ทุกทีทุกเรื่องเห็นปากเก่งแต่ทีแบบนี้ดันมาซะเชื่องเชียว ผมทำท่าคิดนิดนึง ก่อนจะตอบรับคำขอของมัน

“เอ้าตามมานี่สิ”ผมเดินไปตรงที่น้ำมันลึกหน่อย แต่ไม่ถึงกับท่วมหัว ยังยืนพ้นน้ำได้ แค่นี้คงไม่จมน้ำหรอก

“สอนตรงนี้ไม่ได้เหรอ”อะไรของมันโตจนป่านนี้ ว่ายน้ำก็ไม่เป็น แถมยังมาทำกล้าๆกลัวๆ แบบนี้อีก

“จะมาไม่มา”ผมทำเสียงดุพร้อมกับยืนให้มันเห็นว่าน้ำตรงที่ผมยืนมันไม่ได้ลึกมาก ขนาดผมตัวเตี้ยกว่ามันยังยืนพ้นน้ำเลย ไอ้เชษฐ์เดินตามผมมาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก

“ว่ายน้ำมันไม่ยากหรอก ก็แค่ทำตัวเบาๆให้ลอยน้ำได้แค่นั้นเอง”ผมบอกพร้อมกับสาธิต ความจริงคือผมไม่รู้จะสอนมันยังไง ไอ้ผมก็ว่ายเป็นมาตั้งแต่เด็กถูกจับไปเรียนว่ายน้ำมาแต่เล็กแต่น้อย เลยเห็นเป็นเรื่องง่ายๆ แต่จะมาสอนคนอื่นก็ไม่รู้จะสอนมันยังไงเหมือนกัน

“พูดเหมือนมันง่ายมากเลยนะ”ไอ้เชษฐ์เริ่มบ่นเมื่อเห็นว่าผมไม่น่าจะถ่ายถอดวิชาการว่ายน้ำให้มันได้ ผมเลยต้องรื้อฟื้นถึงครั้งที่ผมเคยถูกสอน

ผมให้ไอ้เชษฐ์ใช้ผมเป็นที่เกาะแล้วให้มันฝึกลอยตัว จนมันเริ่มทำได้ ก็เปลี่ยนให้มันลองว่ายในระยะสั้น โดยการที่ผมทำเป็นตัวอย่าง เหมือนมันก็เรียนรู้ได้เร็ว จนผมนึกว่าตกลงมันว่ายไม่เป็นจริงๆ หรือเปล่า

“อะไรของมึงเนี่ย ทำไมต้องพุ่งมากอดกูไว้แบบนี้”ผมพยามผลักไอ้เชษฐ์ออก ผมให้มันลองว่ายเข้าหาผมในระยะใกล้ๆ แต่มันเล่นพุ่งเข้ามาแล้วเกาะผมไว้เสียแน่น

“ก็กูกลัวจมน้ำนี่นา”มันบอกผมยิ้มๆ จะกลัวจมอะไรน้ำไม่ได้ลึกขนาดนั้นเสียหน่อย ผมเลยถีบเข้าให้ ไอ้เชษฐ์ที่ไม่ได้ตั้งตัวเลยล้มลงไปในน้ำ ก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาเพราะสำลักน้ำ ผมหัวเราะมันอย่างสะใจ

“แกล้งกูเหรอ”ไอ้เชษฐ์หันมาหาผมเสียงแข็งพร้อมกับจะกระโจนเข้าใส่ผม ผมเลย ว่ายน้ำหนีมัน โดยที่ไม่รู้ตัว ไอ้เชษฐ์ตามผมออกมาถึงตรงที่น้ำมันลึก ยืนไม่ถึงพื้น

“เชษฐ์...มึงว่ายน้ำเป็นแล้ว”ผมตะโกนบอกให้มันรู้ตัว แต่เหมือนเจ้าตัวจะเพิ่งรู้ตัวว่าออกมาลึกเกินไป แถมดันจมน้ำลงไปอีกต่างหาก

“ช่วยด้วย”ไอ้เชษฐ์ผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนคนจะจมน้ำ  โชคดีที่มันไม่ได้ออกมาลึกมาก ผมเลยอ้อมไปด้านหลังลากมันไปถึงตรงที่สามารถยืนพ้นน้ำได้ แต่ไอ้เชษฐ์ยังทำตะเกียกตะกายเหมือนจะจมน้ำอยู่อีก แถมหันมากอดผมไว้เสียแน่น นี่ถ้าอยู่ในน้ำลึกจริงๆ คงได้จมหายไปทั้งคู่แน่

“แหกตาดูหน่อย”ผมเข็กกะโหลกมันให้ได้สติ

“อ้าว...ตรงนี้ไม่ลึกแล้วเหรอ”

“เออ...แล้วก็ปล่อยกูเสียที คนมองใหญ่แล้ว”ตอนนี้สายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาที่เราสองคน เพราะไอ้เชษฐ์ยังเกาะผมอยู่ภาพมันเลยดู ส่ออยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

“แหะๆ”ไอ้เชษฐ์ปล่อยผมก่อนจะยิ้มแห้งๆ กลับมา เราสองคนคงเล่นน้ำและสอนกันจนลืมเวลาเพราะนี่ดูตะวันก็บ่ายคล้อยมากแล้ว อีกอย่างตอนนี้เหมือนฝนจะตกเสียด้วย

“กลับเถอะเดี๋ยวฝนจะตกก่อน”ผมบอกกับไอ้เชษฐ์พร้อมกับเดินขึ้นฝั่ง แต่ดูเหมือนจะช้าไปเสียแล้ว เพราะฝนที่ดูเหมือนเพิ่งจะตั้งเค้าดันตกลงมาอย่างรวดเร็ว แบบไม่ทันให้ได้ตั้งตัวกันเลย คนที่เล่นน้ำกันอยู่รีบขึ้นฝั่งเพราะคลื่นเริ่มแรงขึ้น

“รอด้วยสิ”ไอ้เชษฐ์วิ่งตามมาคว้าข้อมือผมให้หยุดรอมัน

“ก็เร็วๆ สิ ฝนตกแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดกันพอดี”แม้เราจะเปียกกันอยู่แล้วจากการเล่นน้ำแต่การตากฝนซ้ำเข้าไปอีก มันก็ไม่ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่นักหรอกนะครับ

“แค่นี้เองกูไม่เป็นไรหรอก กูออกจะแข็งแรงจะตายไม่ป่วยง่ายๆ หรอก”เราสองคนยังเดินตากฝนคุยกันต่อไป

“อย่างว่าแหละเค้าบอกว่าคนบ้ามักจะไม่ป่วย”ผมตอบกลับไปอย่างติดตลก

“นี่มึงหาว่ากูบ้าเหรอ”ดูไอ้เชษฐ์เองก็ไม่ได้ถือสาคำพูดผม เท่าใดนัก



“กูอาบก่อนแล้วกันนะ”ผมบอกไอ้เชษฐ์เมื่อมาถึงห้องอาบน้ำที่ตอนนี้คนใช้บริการค่อนข้างเยอะและก็เหลือว่างอยู่แค่ห้องเดียว

“อาบพร้อมกันก็ได้จะได้รีบกลับ เดี๋ยวจะถึงดึก”ที่พูดมานี่มันคิดหรือเปล่า มันลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าผมเป็นเกย์ เห็นตอนนั้นทำรังเกียจรังงอนเกย์นักหนา

“ไม่เอาแค่ล้างตัวแป๊บเดียวไม่ได้จะอาบพิถีพิถัน ไม่กี่นาทีหรอกนะ อาบทีละคนก็ได้”ผมรีบผลักไอ้เชษฐ์ออกจากห้องอาบน้ำแคบๆ ที่มันเบียดเข้ามา

“ไม่เห็นเป็นไรเลย อาบด้วยกันแหละเร็วดี ผู้ชายเหมือนกันไม่เป็นไรหรอกน่า”

“ผู้ชายไม่เหมือนกัน”ผมย้ำเตือนให้มันรู้ว่า ผมกับมันไม่เหมือนกัน ถึงผมจะเห็นมันเป็นเพื่อนและคงไม่คิดอะไรเกินเลยกับมัน แต่ผมก็คงไม่ควรจะอาบน้ำด้วยกันในห้องแคบๆแบบนี้

“ไม่เป็นไรกูไม่ถือ”แต่ดูไอ้นี่จะยังดื้อดึง นี่มันจะอะไรนักหนาของมันนะ

“แต่กูถือ”ผมรีบผลักมันออกก่อนจะปิดประตูห้องน้ำ และรีบชำระร่างกาย





สวัสดีเช้าวันเสาร์คร๊าบบบ

แวะมาส่งเชษฐ์กะตี๊ฟเช่นเคย o13 o13
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2014 06:24:27 โดย norita_boyV2 »

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
เชษนายหื่นไปนะ 555

ออฟไลน์ สายลมที่หวังดี

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 508
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
เชษฐ์มีแผนชัวร์

ออฟไลน์ 4559

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3978
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-8
เชษ์ชอบติ๊กชัวร์

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เชษ แอ้บวางแผนรึปะ?  :hao3:

ออฟไลน์ IsDeer

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2519
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-8
อิเชษฐ์แลดูมีเลศนัยนะเธอ  :hao3:

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
เชษฏ์เดินหน้าแล้วนะเนี่ย  :hao6:

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่  9

“ตี๊ฟ...ตื่นหรือยังสายแล้วนะ”เสียงของใครบางคนแว่วๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตู ผมพยายามลืมตาที่ปิดอยู่ รู้สึกเปลือกตามันหนักเหลือเกิน เหมือนเรี่ยวแรงแทบจะไม่มี แม้แต่เสียงจะตอบกลับไปยังไม่มี นี่คงถึงเวลาไปเรียนแล้วกระมั้ง ไอ้เชษฐ์น่าจะแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ผมยังขยับลุกจากเตียงไม่ได้เลย เมื่อวานหลังจากที่กลับมาจากบางแสน ผมก็อาบน้ำอีกรอบ แล้วก็เข้านอนเลย ผมเองเริ่มรู้สึกตัวตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าน่าจะเป็นไข้ แต่ไม่คิดว่าจะหนักขนาดลุกไม่ขึ้นแบบนี้

ผมพยายามพาร่างอันไร้เรี่ยวแรงตะเกียกตะกายไปเปิดประตูบอกไอ้เชษฐ์ที่ยังทุบประตูเหมือนจะพังเข้ามาเสียให้ได้ กว่าผมจะถึงประตูนี่ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบ แถมประตูเหมือนจะต้านแรงไอ้เชษฐ์ไว้ไม่อยู่แล้ว ถ้าผมช้าอีกนิดประตูคงพังพอดี

“เฮ้ย...เป็นอะไร”ร่างผมทรุดแทบจะกองลงกับพื้นหลังจากเปิดประตูได้ ไอ้เชษฐ์รีบเค้ามาช้อนร่างผมกลับไปที่เตียง

“ไหวไหม”คนที่อุ้มผมมาที่เตียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นห่วงเป็นใย ผมทำได้เพียงส่ายหน้าเล็กน้อย ไอ้นี่ก็น่าจะรู้เห็นอยู่ว่าผมเป็นหนักขนาดนี้ยังจะมาถามอีก ผมพยายามตั้งสติเพื่อประคองร่างตัวเอง เพราะเมื่อกี้เพิ่งตื่นเลยเหมือนยังเบลอๆ แต่พอตั้งสติดีๆ หน่อยผมก็ยังพอขยับตัวได้อยู่

“มึงไปซื้อยามาให้กูที”ผมบอกอีกคนด้วยเสียงที่แหบแห้ง

“ไปหาหมอดีกว่าไหม เป็นหนักขนาดนี้”ไอ้เชษฐ์ทำท่าจะมาอุ้มผมอีกครั้ง นี่กะจะพาผมไปหาหมอทั้งชุดนี้เลยหรือไง นี่มันชุดนอนนะ  ผมบ่ายเบี่ยงว่าขอเปลี่ยนชุดก่อน

“ออกไปเซ่”ผมไล่ไอ้เชษฐ์ที่เอาเสื้อผ้ามาให้แล้วแต่ยังมายืนจ้องผม ว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือไม่เปลี่ยน

“กูเปลี่ยนให้ดีกว่าจะได้เร็ว”ไวเท่าคำพูด เสื้อท่อนบนผมถูกถอดออกอย่างรวดเร็วก่อนจะสวมตัวใหม่เข้ามาให้แทน แต่ท่อนล่างผมไหวตัวทัน  เลยดึงกางเกงมาบอกจะเปลี่ยนเอง

“หันไปสิว่ะ”ขนาดบอกจะเปลี่ยนเองไอ้นี่ยังมามองอยู่ได้ ไอ้ผมก็อายเป็นเหมือนกันนะ จะให้มาแก้ผ้าต่อหน้ามันได้ไง ก็อย่างที่บอกว่าผมกับมันผู้ชายไม่เหมือนกัน ผมเปลี่ยนกางเกงด้วยความทุลักทุเล เพราะตอนนี้เริ่มรู้สึกมีอาการเวียนหัวหน่อยๆ ด้วย

“จริงๆ แค่มึงไปซื้อยามาให้กูก็ได้ไม่ต้องไปหาหมอ”ผมเริ่มบ่นระหว่างทางที่จะไปหาหมอเพราะ มันรู้สึกเพลียๆ ไม่อยากออกมาข้างนอก

“ทำไมไม่อยากไปหาหมอหือ...หรือเป็นโรคกลัวหมอ”น้ำเสียงเหมือนจะล้อเลียนหน่อยๆ ตอบกลับผมมา  ผมเบ๊ปากอย่างไม่ชอบใจ ไอ้ผมนะไม่ได้กลัวหมอหรอก แต่ผมรู้แล้วต่างหากว่าหมอจะจัดยาอะไรให้ผมบ้าง

“ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ ยาแก้เจ็บคอ ยาละลายเสมหะ”ผมพูดออกไปลอยๆ จนไอ้เชษฐ์หันมามองว่าผมพูดอะไร ตอนนี้ผมรู้สึกอาการตัวเองไม่ค่อยหนักเท่าตอนตื่นนอนเท่าไหร่ คงเพราะตอนตื่นร่างกายยังเพลียอยู่เลยมีอาการแบบนั้น

“ที่นี่แล้วกัน”ไอ้เชษฐ์เลี้ยวรถเข้าคลินิกแห่งหนี่ง เพราะเห็นว่าใกล้ดี และก็เปิดทำการแล้ว ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก็อยู่อีกไกลพอควร

เหมือนผมจะเป็นคนไข้รายแรกของที่นี่ในเช้าวันนี้ คุณหมอสอบถามอาการก่อนจะวินิจฉัยว่าผมเป็นอะไร ผมต้องฉีดยาหนึ่งเข็มซึ่งผมเป็นคนร้องขอเองเพราะจะได้หายเร็วๆ

“ตกลงหมอเค้าบอกว่าเป็นไร”ไอ้เชษฐ์ถามขณะพาผมไปรับยากับทางพยาบาลผู้ช่วย ผมยังไม่ได้ทันตอบไอ้เชษฐ์เพราะต้องฟังคำสั่งการทานยาจากพี่พยาบาลก่อน

“อันนี้ยาลดไข้ ทุก 4-6 ชั่วโมง ยาแก้อักเสบครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหาร 3 เวลานะคะ ยาละลายเสมหะก็เหมือนกัน ส่วนยาอมแก้เจ็บคอ อมให้ละลายช้าๆ ทุก 1-2 ชั่วโมง งดน้ำเย็นแล้วก็จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ นะคะ”คุณพี่พยาบาลบอกรายละเอียดก่อนจะให้ผมรับยาและจ่ายเงิน

“ทำไมรายการยาเหมือนที่มึงบอกเลย ตกลงมึงเป็นหวัดเป็นไข้บ่อยจนจำรายการยาได้แล้วเหรอ”ไอ้เชษฐ์เอ่ยถามอย่างสงสัยระหว่างทางกลับ

“กูเป็นทอนซิลอักเสบ”ผมตอบออกไปถึงโรคที่คุณหมอวินิจฉัยมา

“เป็นบ่อยเหรอ”ตกลงมันเห็นไหมเนี่ยว่าผมป่วยอยู่ ยังจะมาซักไซ้กันอีก

“มันเป็นโรคที่ไม่หายขาดนะ เวลาอากาศเปลี่ยนหรือโดนฝนก็มีโอกาสเป็นได้ตลอด”ผมกล่าวออกไป ถึงโรคที่ผมเป็นบ่อยๆ โรคนี้เป็นมานานตั้งแต่เด็กแล้ว ตอนเด็กๆ จะอาการหนักหน่อยเพราะจะเวียนหัวคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยตลอด ทานอะไรเข้าไปจะออกมาหมดเลย แม้กระทั่งน้ำเปล่า จำได้ว่าเคยมีครั้งนึงผมได้แต่นอนทั้งวันเลย เพราะกินอะไรก็ไม่ได้ ไม่มีเรี่ยวแรงแถมเพลียกับการอาเจียนอีก ดีที่พอโตมาอาการจะไม่ค่อยรุ่นแรงมาก และส่วนใหญ่ผมก็จะเริ่มรู้สึกตัวเองก่อนว่าจะเป็น ก็จะหาซื้อยามาทานกันไว้ก่อน เมื่อวานนี้ผมก็เริ่มรู้สึกเหมือนกันแหละว่า จะเจ็บคอ แต่ด้วยความเพลียมากเลยไม่ได้แวะซื้อยา คิดว่านอนพักอาจจะดีขึ้น

“นี่แสดงว่าเพราะโดนฝนเมื่อวานใช่ไหม”ผมพยักหน้าตอบ เพราะคงไม่ใช่เหตุผลอื่น แต่ที่จริงคงเพราะช่วงนี้ผมพักผ่อนน้อยด้วย อีกอย่างเมื่อวานก็เล่นน้ำทะเลตอนแดดร้อนๆอีก คงจะหลายๆ อย่างรวมกันนั่นแหละมั้งครับ ไม่อยากจะคิดมากคิดไปก็ปวดหัว

“บอบบางจังนะ ดูอย่างกูนี่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่ายๆ หรอก”ไอ้เชษฐ์พูดขำๆ พร้อมทำท่ายกแขนเบ่งกล้ามให้ผมดู ถ้าเป็นปกติผมคงนึกหมั่นไส้มันแต่นี่ผมกลับมองว่ามันกำลังห่วงผมอยู่หรือเปล่า คำพูดไม่ได้ชวนทะเลาะเหมือนทุกวัน พักนี้ผมว่าไอ้เชษฐ์เริ่มแปลกๆ ไปเหมือนกัน

“ก็อย่างที่เค้าว่าแหละ คนบ้ามักจะไม่ป่วย”ผมพูดลอยๆ ก่อนจะหลับตาเพื่อพักสายตาเพราะเหมือนจะรู้สึกเพลียหน่อยๆ



“ตี๊ฟ ๆ”ผมลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เพราะรู้สึกมึนๆ หัว ผมมองหาต้นเสียงที่เรียกผมก็เจอหน้าของไอ้เชษฐ์ที่จ้องมองผมอยู่ ผมมองไปรอบๆ นี่มันห้องนอนผมนี่นา แล้วผมกลับมาอยู่นี่ได้ไง ผมจำได้ว่าไปหาหมอกับไอ้เชษฐ์แล้วตอนกลับผมหลับตาพักสายตา อย่าบอกนะว่าผมหลับไป

“กูมาอยู่นี่ได้ไง”เสียงที่ออกจากปากผมมันฟังดูแหบแห้งเหลือเกิน แถมตอนนี้รู้สึกเจ็บคออยู่มากเลยทีเดียว

“พอดีเห็นว่ามึงหลับเลยไม่อยากปลุก กะว่าจะปลุกทีเดียวตอนจะให้กินโจ๊กนี่แหละ”คำตอบที่ไม่ค่อยจะตรงคำถามออกมาพร้อมกับถ้วยโจ๊กยื่นมาให้ผมดู

“แล้วตกลงว่ากูหลับแล้วหายตัวขึ้นมานอนที่เตียงนี่เองได้เหรอ”ถึงจะเจ็บคอแต่ก็อดไม่ได้ที่จะแขวะมันครับ

“กูอุ้มขึ้นมาเองแหละ มานี่ทานนี่ก่อนจะได้ทานยาแล้วค่อยนอนพักต่อ”หา ตกลงว่ามันอุ้มผมขึ้นมานี่นะ แล้วทำไมไม่ปลุกกันเล่าจะอุ้มขึ้นมาทำไม ผมมองไอ้เชษฐ์ด้วยความสงสัยกับคำถามที่ผุดขึ้นในหัว แต่ไอ้เชษฐ์กลับทำไม่สนใจ ขยับนั่งลงที่เตียงตรงข้างผมนอน โดยในมือยังคงถือถ้วยโจ๊กอยู่

“กูกินเองได้”เมื่อเห็นว่ามันทำเหมือนผมช่วยเหลืออะไรตัวเองไม่ได้เลย ผมจึงต้องแย้งเพราะไม่ได้เป็นหนักถึงขนาดต้องให้ใครมาป้อนข้าวป้อนน้ำขนาดนี้

“เฉยๆ เหอะน่า”ไอ้เชษฐ์ยกถ้วยหลบไม่ให้ผมแย่งมาได้ ก่อนจะใช้ช้อนตักมาจ่อที่ปากผม ด้วยความหมั่นไส้และคิดว่าผมทานเองได้ ผมเลยไม่ยอมอ้าปาก

“ไม่สบายแล้วยังจะเล่นตัวอีก...หรือว่าอยากให้ป้อนด้วยปาก”ไม่พูดเปล่าไอ้เชษฐ์ตักโจ๊กเข้าปากตัวเองก่อนจะก้มหน้ามาหาผม

“จะบ้าเหรอ”ผมรีบผลักตัวไอ้เชษฐ์ออก ตกใจหมดเลยนึกว่ามันจะทำจริงๆ เสียอีก ดีที่แค่ล้อผมเล่น แต่ทำเอาใจหายใจคว่ำหมดเลย ใจผมเต้นแทบไม่เป็นจังหว่ะ เพราะอะไรกันนะทำไมถึงได้ใจเต้นแบบนี้ แถมยังรู้สึกอึดอัดที่ต้องมาอยู่ใกล้ๆกันแบบนี้

“เอ้า...ว่าง่ายๆ จะได้หายเร็วๆ”ไอ้เชษฐ์ป้อนโจ๊กด้วยช้อนเข้ามาในปากผมคำแล้วคำเล่า บอกตรงๆ ว่าแต่ละคำมันช่างกลืนลงไปอย่างยากลำบาก เพราะคอที่มันมีอาการอักเสบอยู่นั่นแหละครับ

“มันไม่อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ”ไอ้เชษฐ์เอ่ยถามเมื่อเห็นการกลืนของผมอย่างพะอืดพะอม

“ซื้อมาจากไหนเนี่ย...ไม่อร่อยเลย”จริงๆ รสชาติมันก็ใช้ได้อยู่หรอกครับ แต่เพราะเจ็บคอผมเลยกลืนลำบากอย่างที่เห็น ส่วนมันจะซื้อมาที่ไหนก็ไม่ได้อยากรู้จริงๆจังๆหรอกแค่จะหาเรื่องว่ามันหน่อยแค่นั้นแหละ

“นี่ฝีมือกูไม่ได้เรื่องขนาดนั้นเลยเหรอ”ไอ้เชษฐ์พูดพร้อมกับเปลี่ยนจากตักป้อนผมเป็นตักใส่ปากตัวเอง

“ทำอะไรนะเดี๋ยวก็ติดไข้ติดหวัดจากกูหรอก”ผมรีบทักเพราะมันใช้ช้อนที่ป้อนผม ซึ่งอาจจะมีเชื้อไข้หวัดอะไรติดอยู่ตักใส่ปากตัวเองแบบนั้น

“ไม่เป็นไรหรอก กูไม่ถือ”แต่เจ้าตัวกลับตอบอย่างไม่ได้ใส่ใจ ว่าแต่เมื่อกี๊มันว่าอะไรนะ

“เดี๋ยวนะเมื่อกี๊เรื่องโจ๊กมึงว่าซื้อมาจากไหนนะ”

“กูทำเองแหละ แต่รสชาติไม่ถูกปากมึงเหรอ เพราะกูก็ว่ามันก็พอใช้ได้อยู่นะ”ไอ้เชษฐ์ทำเองงั้นเหรอ มันทำอะไรแบบนี้เป็นด้วยเหรอ ว่าแต่ทำไมมันต้องมาทำดีกับผมขนาดนี้กันละ

ผมไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะการพูดสำหรับผมตอนนี้มันลำบากอยู่ไม่น้อย ไอ้เชษฐ์จัดการบังคับผมทานโจ๊กฝีมือมันจนหมด จากนั้นก็จัดแจงยาให้ผมจนเรียบร้อย

“อ่อนแอแบบนี้ คงต้องรีบหาคนดูแลแล้วมั้ง”หลังจากจัดยาให้ผมทานไอ้เชษฐ์ก็พูดขึ้น

“กูไม่ได้อ่อนแอขนาดต้องให้ใครมาดูแลทุกฝีก้าวหรอก...แล้วนี่ไม่ไปเรียนเหรอ”จากตอนแรกที่มันพาผมไปหาหมอไอ้เชษฐ์ใส่ชุดนักศึกษาเรียบร้อยแต่ตอนนี้เปลี่ยนใส่ชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ทั้งๆ ที่นี่ก็เพิ่งจะสายๆ เองถ้าจะไปเรียนก็ยังทัน

“ไม่ไปแล้ว...วันนี้ขี้เกียจเรียน”แม้จะพูดอย่างนั้น แต่ความจริงผมว่ามันคงเป็นห่วงผมละมั้ง จะว่าไปมันก็เป็นเพื่อนที่ดีนะเนี่ย

“เชษฐ์”ผมเอ่ยเสียงแผ่วเรียกไอ้เชษฐ์ที่กำลังจะเดินออกนอกห้องไป คนถูกเรียกหันกลับมามองผมพร้อมกับรอฟังว่าผมจะพูดอะไร

“ขอบใจนะ”ผมพูดพร้อมกับยิ้มให้มันอย่างจริงใจ ซึ่งผมก็ได้รับรอยยิ้มนั้นกลับมาเช่นกัน แถมด้วยสายตาที่เหมือนจะแฝงด้วยความนัยบางอย่าง แต่ผมไม่รู้ว่าไอ้เชษฐ์มันจะสื่ออะไรมาถึงผม











“กูจะอาบน้ำแล้วมึงมาห้ามกูทำไม”ตอนนี้ผมเริ่มมีแรงต่อล้อต่อเถียงกับไอ้เชษฐ์แล้ว เพราะนอนมาทั้งวันจนนี่ 4 โมงเย็นแล้ว ด้วยความที่ไม่ได้อาบน้ำมาทั้งวันมันเลยรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อยากจะอาบน้ำให้สดชื่นหน่อย แล้วอีกอย่างพวกไอ้การ์ดก็กำลังจะมาเยี่ยมผมด้วย ไอ้ผมก็ไม่อยากให้เพื่อนๆ มาได้กลิ่นตุๆ จากตัวผมสักเท่าไหร่หรอกนะ

“ก็มึงไม่สบายอยู่ ไปอาบน้ำเดี๋ยวก็ได้เป็นหนักกว่าเดิมอีกหรอก กูว่าเช็ดตัวเฉยๆก็พอมั้ง รอนี่แหละเดี๋ยวกูไปเอาน้ำมาให้”ไอ้เชษฐ์ชี้นิ้วสั่งให้ผมนอนลงเหมือนเดิมก่อนจะเดินออกไป ผมไม่ได้ดึงดันจะเถียงต่อเพราะเริ่มเห็นด้วยกับความคิดของมัน แค่เช็ดตัวก็คงพอช่วยได้อยู่มั้ง

ไม่นานนักไอ้เชษฐ์ก็กลับเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์เช็ดตัว

“ทำอะไร”ผมถามอย่างสงสัยเมื่อไอ้เชษฐ์เริ่มเช็ดแขนให้ผม

“ก็เช็ดตัวให้มึงไง”มือยังคงทำต่อไปโดยไม่ได้หันมามองหน้าคู่สนทนาอย่างผม

“กูทำเองได้”ผมพยายามขืนตัว เพราะรู้สึกแปลกๆ ที่จะให้คนอื่นมาเช็ดตัวให้แบบนี้

“ไม่ต้องกลัว...กูไม่ปล้ำมึงตอนนี้หรอกน่า”แล้วผมไปพูดตั้งกะเมื่อไหร่ว่ากลัวมันปล้ำ

“กูไม่ได้กลัวมึงปล้ำ...แต่กู...”ผมอ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดยังไง จะเอาตรงๆ บอกมันว่าอายก็แปลกๆ อีกนั่นแหละ

“อะไร กลัวอะไรหรือกลัวกูไม่ปล้ำ”ไอ้นี่รู้สึกว่าช่วงนี้พูดจาแนวนี้บ่อยนะ ถ้าไม่ติดว่ามันบอกเองว่าไม่ชอบเกย์ แล้วเราก็เป็นเพื่อนกันรู้เช่นเห็นชาติกันมานาน ถ้าไม่ใช่แบบนั้นผมคงคิดว่ามันต้องคิดอะไรกับผมเกินเลยแน่ๆ

“กู...อายว่ะ เดี๋ยวขอเช็ดเองดีกว่า”ผมบอกออกไปเสียงอ่อยๆ ตามความจริง ก็เกิดมาไม่เคยให้คนคื่นมาเช็ดตัวให้แบบนี้ เวลาไม่สบายไม่พี่ชายก็แม่ผมที่เป็นคนเช็ดตัวให้ แต่ให้มาอยู่ในสถาณการณ์แบบนี้คงไม่ดีเท่าไหร่ ดูมันจะล่อแหลมอยู่ไม่น้อย อีกอย่างถึงเราสองคนจะเป็นเพื่อนกันยังไง ผมก็ไม่กล้ารับปากสักเท่าไหร่ว่าตัวผมเองนี่แหละ จะไม่หวั่นไหวไปกับไอ้เชษฐ์นี่

“ไม่ต้องอายหรอก...กูไม่ล้วงลึกไปเช็ดมึงทุกซอกมุมหรอกน่า”คำพูดมันนะพูดอย่างนั้นแต่มือนี่ตอนนี้ปลดกระดุมชุดนอนผมแล้ว จนผมต้องขยับตัวถอยหนี

“กูเช็ดเองดีกว่านะเชษฐ์ มึงออกไปก่อนเหอะ”ผมพยายามแย่งผ้ามาจากไอ้เชษฐ์แต่เหมือนจะไม่เป็นผล

“ผิวมึงนี่เนียนสวยดีนะ”เมื่อเห็นว่าแรงคนป่วยอย่างผมคงสู้ไอ้เชษฐ์ไม่ได้ผมเลยต้องปล่อยให้มันเชษฐ์ไป ส่วนผมก็ต้องพยายามทำตัวหน้าด้านให้มันมองไป แต่คงไม่เป็นไรมากเพราะมันก็เช็ดแค่หน้าตา คอ ไล่ลงมาตามเนื้อตัวแค่นั้นไม่ได้ลงไปต่ำมากกว่านั้น เพราะถ้าลงไปมากกว่านั้นผมเองก็คงไม่ยอมเหมือนกัน

“เสร็จหรือยัง”ผมเร่งเพราะรู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูกที่มีคนมาถูกเนื้อต้องตัวแบบนี้

“ไม่ให้เช็ดข้างล่างให้จริงๆ เหรอ”ไอ้เชษฐ์ยังถามผมด้วยท่าทางกวนประสาท ผมจึงต้องไล่มันออกจากห้องก่อนจะจัดแจงตัวเองให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ก่อนจะออกมานั่งรอเพื่อนๆ ด้านนอก ไม่นานนักพวกเพื่อนตัวดีทั้งหลายของผมก็แห่กันมาเยี่ยม แต่ไม่รู้จะมาให้กำลังใจให้หายเร็วขึ้นหรือจะมาให้ผมปวดหัวมากกว่าเดิม

“ได้พยาบาลดีแบบนี้คงไม่น่าห่วงแล้วมั้ง”คนที่หนึ่งมาแล้วครับ

“พยาบาลกันอย่างเดียวนะ อย่ามัวแต่จู๋จี๋กัน ไว้ให้หายดีก่อนค่อยจู๋จี๋กัน”คนที่สองก็ตามมา

“หรือว่านี่วันก่อนไปบางแสน หักโหมกันเกินไปจนมึงป่วยแบบนี้ว่ะไอ้ตี๊ฟ”แต่ละคนครับ เพื่อนผม

“ไอ้เชษฐ์มึงก็อย่าใช้งานมันหนักนักล่ะ”สนุกกันใหญ่ ตกลงพวกมันพูดยังกะว่าผมกับไอ้เชษฐ์นี่เป็นแฟนกันแล้วจริงๆ งั้นแหละ พวกมันคิดว่าการพนันครั้งนี้ผมจะแพ้อย่างแน่นอนหรือไงกัน ไม่มีทางซะหรอก




แวะมาต่อให้คร๊าบบ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านเช่นเคย o13
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2014 06:25:22 โดย norita_boyV2 »

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
รอแค่ติ๊ฟหวั่นไหวซินะ
เพราะเชษฐคงไหวมานานแระ

ออฟไลน์ สายลมที่หวังดี

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 508
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
ยังไงเชษฐ์ยังไง ถ้าไม่มีใจคงไม่ทำใ้ห้ขนาดนี้ แล้วตี๊ฟเองก็เริ่มจะหวั่นไหว

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
ชอบใจประโยคนี้ค่ะ ผ
อ้างถึง
มกับมันผู้ชายไม่เหมือนกัน

เราว่าท่าทางการ์ดจะรู้ว่าเพึ่อนรักเพึ่อนเสียแล้วถึงได้จัดการจนเป็นแบบนี้

ขอบคุณมากค่ะ อัพได้สม่ำเสมอตลอด  :pig4:

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ยังคิดอยู่ว่า เชษไปแอบวางแผนกะเพื่อนหรือเปล่า
เชษน่ารักกกกกกกกกกกกกก :-[ :-[

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด