<<เพลิงพ่าย>>
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: <<เพลิงพ่าย>>  (อ่าน 379452 ครั้ง)

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 1 ( 02 / 09 /57 )
«ตอบ #30 เมื่อ06-09-2014 10:11:42 »

 :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #31 เมื่อ07-09-2014 00:12:23 »



                          เพลิงพ่าย

                           ภาคต้น

                           บทที่ 2



ผมเดินขาสั่นออกมาจากห้องเรียนจนมาถึงสนามกว้างหน้าเสาธงถึงจะเริ่มกลับเป็นปกติ

เป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นในช่วงวัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนั่นแหละ ทำให้ไอ้พวกเพื่อนๆ

ห่ามจัดกวักมือเรียกให้ผมเข้าไปร่วมกลุ่มดูคลิปโป๊

“ไม่เอา ไม่ดู กูรีบ”

ผมปฏิเสธเพราะใจนึกถึงแต่น้องป้อง อยากเจอ อยากกอด และที่สำคัญอยากจะจูบปากจิ้มลิ้มใจแทบขาด

แค่ 24 ชั่วโมงก็ดูจะนานเกินไปที่ไม่ได้เห็นหน้าเด็กน้อยน่ารักคนนั้น

“ไอ้อ่อนเดี่ยว ถ้ามึงไม่ดู อีกหน่อยจะมีเมียได้ไงวะ ทำเป็นหรือมึงอ่ะ”

เสียงเพื่อนบริภาษแถมดูแคลนลอยตามลมมามันเลยทำให้ผมยอมเสียเวลาก้าวกลับเข้าไปร่วมกลุ่มดูคลิป

เรทเอ๊กซ์

อวู้

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังผับๆ เมื่อตัวแสดงนำชายกระแทกกระทั้นไอ้จ้อนเข้าไปทำทางสวรรค์ของสาวยุ่นที่

ครวญเสียงเล็กเสียงน้อยเปิดโลกทัศน์ของผมจนโจ่งแจ้ง

ผมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเมื่อคลิปยาวกว่าสิบนาทีจบลงท่ามกลางเสียงโห่ฮาป่าของเพื่อนๆดังขึ้น

และวงแตกตัวใครตัวมัน

นี่แหละ สาเหตุที่ทำให้ผมเดินขาสั่น

ปวดหนึบตรงท้องน้อยไปหมด

ไอ้นั่นของผมมันแข็งดึงดันผ่านกางเกงนักเรียนสีน้ำเงินอย่างผิดสังเกต ผมอายแทบแทรกแผ่นดินหนีจนต้อง

ถือกระเป๋านักเรียนไว้ทางด้านหน้าเพื่อบดบังไว้

ก้มหัวเดินงุดๆ จนมาถึงสนามหน้าโรงเรียนโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่จะชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียก

“พี่เด่ววววว”

เมื่อผมหันไปมอง น้องป้องก็โผมาหาผมเสียแล้ว

คว้ามือรับไม่ทัน เจ้าตัวน้อยพุ่งชนตัวผม หน้าผากมนกระแทกตรงนั้นเข้าอย่างจัง

“อุ๊บ!

ผมนิ่วหน้า น้องป้องก็ไม่ได้ชนแรงหรอก ถ้าเป็นเวลาปกติอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่ต้องไม่ใช่เวลาที่ร่างกาย

ของผมมันผิดปกติอย่างตอนนี้

“พี่เด่วมาช้า ป้องรอตั้งนาน”

ปากเล็กต่อว่า ผมรีบจูงน้องป้องไปตรงโต๊ะประจำของเรา อุ้มขึ้นมานั่งบนตักหันหน้าเข้าหาตัวผม

“พี่เดี่ยวขอโทษ รอนานไหมครับคนเก่ง”

ผมจ้องหน้าหวาน ยกมือประคองแก้มใส

“รอนานครับ พี่เด่วก็ไม่มา”

“น่าสงสารจริงๆเด็กน้อย งั้นขอพี่เดี่ยวจูบขอโทษก่อนนะ”

ผมกดปากลงไปบนปากสวย อาจเป็นเพราะผมจูบป้องหลายวันติดกัน ตอนนี้เด็กฉลาดอย่างป้องเริ่มเรียนรู้

ที่จะจูบตอบ ปากแดงอ้าออกให้ผมสอดลิ้นชื้น เมื่อผมตวัดลิ้นเล็กป้องก็เริ่มที่จะทำแบบเดียวกับผม

“อื้มม”

ผมเผลอครางออกมา ตกใจกับเสียงตัวเองที่มันแหบพร่า ทั้งที่เสียงผมแตกมาได้พักใหญ่แล้วแต่วันนี้มัน

ทำไมยิ่งฟังแปลกๆ

“เก่งมากเลยครับป้อง อีกหน่อยพี่เดี่ยวคงจูบไม่เก่งเท่าป้องแล้ว”

หน้าป้อมยิ้มดีใจ

“จริงเหยอ ป้องจูบเก่งกว่าพี่เด่ว เย้ๆ”

เพราะความดีใจเป็นเหตุ น้องป้องที่นั่งคร่อมอยู่บนตักโยกตัวไปมา จนก้นนุ่มๆ ถูไถอยู่กับตรงนั้นของผมจน

ต้องกัดฟันแน่น

“ป้อง เบาหน่อยครับ พี่เดี่ยวจะแย่ซะก่อน”

ป้องมองผมงงๆ

“ทำไมถึงจะแย่ละครับ อ๊ะ…อะไรตรงขาพี่เด่วมันทิ่มก้นน้องป้องล่ะ”

มือป้อมวางแหมะแล้วขยำลงมา ผมเงยหน้าสูดปากลั่น ตอนนี้มันปวดจนลามขึ้นมาถึงเอวแล้วครับ

“อยากจับไหมล่ะ”

ปากผมแห้งไปหมดแล้ว คอแห้งเป็นผงเลยทีเดียว

ผมคว้ามือป้อมไว้แล้วจับให้ล้วงลึกเข้ามาในขากางเกง ปลายนิ้วของผมล้วงไอ้จ้อนออกมาจนพ้นขอบ

กางเกงในแล้ววางมือน้อยแนบลงไป

อา

ขนลุกเกรียวทั้งตัวเมื่อบังคับมือป้อมให้รูดรั้ง ส่วนมืออีกข้างก็วางแนบไปที่ท้ายทอยเพื่อให้น้องป้องเงยหน้า

แล้วผมจะได้จูบน้องป้องถนัด ผมสอดลิ้นลึกกว่าเคยจนแทบถึงลำคอ จับมือน้องให้บี้ส่วนหัวพร้อมกับที่ผม

ขยับต้นขาขึ้นลง

“ดีครับป้อง อา… พี่เดี่ยวเสียวมาก”

ผมครางแผ่วอยู่ในช่องปากเล็ก กล้ามเนื้อหน้าท้องบิดพล่านจนแทบขาดใจ

RRRRRRRRR

เสียงที่ผมไม่อยากจะได้ยินเลยในตอนนี้คือเสียงริงโทนโทรศัพท์ของน้องป้อง แม่ให้น้องติดตัวไว้เพื่อที่จะโทร

บอกว่ามารับแล้ว

“พะพี่เด่ว”

น้องพยายามพูดออกมาเมื่อผมยังรัวลิ้นอยู่ในช่องปาก มือน้อยข้างที่ว่างแตะที่หน้าอกของผมเป็นการเตือน

“แม่โทรมาแล้วครับ”

เชี่ยเอ๊ย

ผมสบถในใจกับความอึดอัดที่เกิดขึ้น มันเป็นครั้งแรกที่ผมเป็นแบบนี้

“อ่า…ครับ”

ผมถอนปลายลิ้น ดึงมือน้อยออกจากไอ้จ้อนของผม หอบหายใจเสียงกระเส่า พลางล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมา

เช็ดคราบน้ำลายที่เปรอะอยู่รอบปากของน้อง ทั้งที่หัวใจยังเต้นรัว

“พรุ่งนี้เราทำแบบนี้กันอีกนะ”

ผมชักชวน ป้องเอียงคอมอง

“แล้วพี่เด่วจะเอาอันนั้นมาทิ่มก้นป้องอีกป่าว”

“ทำไมครับ ป้องไม่ชอบเหรอ”

“มันจั๊กจี้อ่ะ”

ป้องหัวเราะอย่างน่ารักก่อนที่จะหอมแก้มผมซ้ายขวาเพื่อร่ำลาเหมือนทุกวัน

ร่างป้อมวิ่งตื๋อจากไปแล้ว ก่อนจากยังหันมาโบกมือบ๊ายบายทิ้งให้ผมนั่งเครียดอยู่คนเดียว ผมเดินบีบขาไป

ที่รถ ลุงสมติดเครื่องรออยู่แล้วเพราะเรานัดเวลากันไว้ จนกระทั่งถึงบ้านผมก็ยังไม่ดีขึ้น

แม่ไม่อยู่บ้าน ป้าแม่บ้านบอกว่าแม่ไปหาเพื่อนสนิทอาจจะกลับดึกหน่อย ผมนึกดีใจเพราะเวลานี้ผมยังไม่

อยากเผชิญหน้ากับใครทั้งสิ้น

รีบกินอาหารเย็นที่แม่บ้านจัดไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะวิ่งเข้าห้อง ผมแก้ผ้าวิ่งไปอาบน้ำเย็นให้มันรดตั้งแต่

หัวลงมา อาการดีขึ้นมาบ้างจนกระทั่งสามารถทำการอ่านและอ่านหนังสือได้อีกนิดหน่อย ก่อนที่ผมจะ

กระโดดขึ้นเตียงแล้วคิดถึงน้องป้อง

ทำไมเด็กคนนี้ถึงมีอิทธิพลกับผมขนาดนี้นะ











ร่างป้อมหัวเราะอยู่ตรงหน้าผม หน้าหวานยิ้มสดใส มันทำให้ผมอ้าปากค้าง ผมค่อยๆถอดเสื้อผ้าน้องป้อง

ออกจนเหลือแต่ตัวเปลือยเปล่า ผมกลืนน้ำลายเมื่อมองร่างเล็กอย่างกระหาย

ผมผลักป้องลงไปนอนบนเตียง เหมือนที่เห็นพระเอกหนังโป๊กระทำกับนางเอก รอยยิ้มของป้องช่างยั่วเย้าให้

ผมถาโถมกำลังลงไปละเลงลิ้นจนเปียกชุ่มเนื้อตัว ป้องบิดตัวไปมาเรียกร้องให้ผมจับขาเล็กให้แยกออกแล้ว

ลงลิ้นตรงนั้น

ตอนนี้ผมคือพระเอกในคลิปที่ดูผ่านตา ไอ้จ้อนของผมแข็งขืนชูชี้หน้า ผมก้มลงมองอย่างตกใจเพราะผมไม่

เคยเห็นมันใหญ่โตอย่างนี้มาก่อน

มันรั้งไม่อยู่เมื่อผมค่อยๆสอดเข้าไปในก้นของป้อง เสียงเล็กอืออาเมื่อผมส่งลิ้นเข้าไปในโพรงปาก ผมสะบัด

เอวโยกหน้าหลังจนท้องน้อยบีบรัดไปหมด

“อ๊า….”

ผมร้องลั่นเมื่อกล้ามเนื้อกระตุกถี่ๆ ก่อนที่ไอ้จ้อนของผมจะฉีดน้ำเมือกกลิ่นคาวสีขาวขุ่นออกมา

ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกตัว พลางรวบรวมสติจนกระทั่งรู้ว่าตนเองเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

และตอนนี้ผมกำลังอยู่ในท่าที่น่าอับอายสุดๆ เมื่อผมกำลังขึ้นขี่อยู่บนหมอนข้าง แถมยังรู้สึกชื้นแฉะอยู่ใน

ร่มผ้า

รีบลุกพรวดขึ้นมาสำรวจก็เห็นคราบเมือกสีขาวเปรอะไปทั่วชุดนอน แถมยังเปื้อนอยู่ที่หมอนข้างและผ้าปู

ที่นอนด้วยซ้ำ

สัสเอ๊ย!!

ผมฝันเปียก

และผมฝันถึงป้อง เด็กผู้ชายอายุ 5 ขวบ

รีบวิ่งพรวดเข้าไปในห้องน้ำ ชำระร่างกายจนสะอาดแล้วจึงมายืนมองที่นอนตัวเองว่าจะทำอย่างไรกับไอ้

สภาพเปรอะเปื้อน

แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ความสนใจของผมก็ต้องเบี่ยงเบนเมื่อได้ยินเสียงพ่อกับแม่ทะเลาะกัน

มองนาฬิกาแล้วเพิ่งรู้ว่าหลับไปจนถึงเที่ยงคืน เสียงพ่อกับแม่เถียงกันดังขึ้นเรื่อยๆ จนผมทนไม่ไหวต้องเดิน

ออกไปดู

ช่วงนี้พ่อกับแม่ดูจะเถียงกันบ่อยขึ้น ผมเองก็ไม่รู้สาเหตุ พอถามแม่ แม่ก็จะบอกว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่

ตลอด

ผู้ใหญ่จะรู้ไหมนะว่าเด็กน่ะสะเทือนใจกับเรื่องของผู้ใหญ่เหมือนกัน

ประตูห้องของพ่อกับแม่ไม่ได้ปิด ผมเห็นแม่กำลังใช้มือทุบหน้าอกของพ่อจนพ่อต้องคว้าแขนของแม่ไว้

แล้วผลักแม่จนล้มลงบนที่นอนก่อนที่พ่อจะคว้ากระเป๋าแล้วจ้ำอ้าวออกมา

ผมรีบหลบอยู่ตรงหลังตู้ใบใหญ่ พ่อจึงไม่เห็น พ่อเดินลิ่วลงไปชั้นล่าง ไม่นานนักผมก็ได้ยินเสียงรถของพ่อ

ขับออกไปจากบ้าน

ผมเห็นแม่ยกมือปิดหน้าแล้วร้องไห้ มันทำให้ผมต้องทรุดตัวลงนั่งแล้วชันเข่าขึ้นมาร้องไห้ตาม ผมไม่ชอบ

เลยที่เห็นแม่ร้องไห้ แม่ของผมควรจะยิ้มอย่างสดใสไม่ใช่ต้องมาอยู่ในสภาพนี้

ยกหลังมือเช็ดน้ำตาก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเดินไปหาร่างอันบอบบางที่สะอื้นตัวโยน แม่หันมามองผมและยิ่ง

ร้องไห้ ผมไม่ได้เอ่ยถามสาเหตุสิ่งที่ทำได้อย่างเดียวในตอนนี้คือโอบกอดแม่ไว้

แม่หันมากอดผมแล้วร้องไห้ ผมประคองให้แม่เอนกายลงบนที่นอน ยกมือเช็ดน้ำตาที่อาบเต็มใบหน้า

เสียงสะอื้นของแม่แผ่วลง ลมหายใจของแม่สม่ำเสมอ

แม่หลับไปแล้ว หลับไปทั้งน้ำตาที่ผมยังไม่รู้สาเหตุ ผมกอดแม่ไว้แล้วหลับตาลงเคียงข้างแม่










ผมลืมตาตื่นเมื่อรุ่งเช้า แสงอาทิตย์เพิ่งเริ่มแตะขอบฟ้าเมื่อผมงัวเงียขึ้นมาขยี้ตา

มองไปรอบๆ ก็นึกขึ้นได้ว่ามานอนกับแม่ ผมเลยหันไปมองคนที่ยังหลับอยู่ข้างๆ

“แม่ครับ เช้าแล้ว”

ผมส่งเสียงเรียก แต่แม่กลับเงียบ ผมหันไปมองอย่างเอะใจเพราะปกติแม่จะเป็นคนตื่นเร็ว

“แม่ครับ”

ผมเรียกอีกครั้งพลางใช้มือแตะไปที่ไหล่ของแม่

ผมสะดุ้งเมื่อผิวกายของแม่ร้อนผ่าว ผมย้ายมือไปวางที่หน้าผากก็ยิ่งตกใจที่มันร้อนราวกับไฟ ใบหน้าที่

สวยงามซีดจนแทบเป็นกระดาษ

“แม่!

ผมตะโกนลั่น พลางวิ่งไปที่หน้าห้องเพื่อส่งเสียงเรียกขอความช่วยเหลือจากคนในบ้าน

ไม่นานนักผมก็นั่งรถพยาบาลไปพร้อมกับร่างที่ยังไม่ได้สติ จนถึงเวลานี้ ผมยังไม่เห็นพ่อเลยแม้แต่เงา







ผมมองหน้าที่ยังหลับใหลเพราะพิษไข้ ในห้องพักคนไข้ของโรงพยาบาลเอกชนที่แม่มาใช้บริการเป็นประจำ

คุณหมอประจำของแม่สั่งเจาะเลือดไปไซริงค์ใหญ่ แขนเล็กของแม่มีสายน้ำเกลือเป็นเครื่องประดับ

ไม่มีญาติคนอื่นนอกจากผม เด็กชายวัย 13 ปีกว่าๆ ที่ต้องฟังคำพูดยากๆ ของลุงหมอ ประมาณว่าร่างกาย

ของแม่อ่อนเพลียมาก และลุงหมอจะต้องหาสาเหตุให้ได้ แต่ตอนนี้ต้องให้แม่พักผ่อนและรักษาตามอาการ

ไปก่อน

สายแล้ว ผมโทรไปลาเรียนกับอาจารย์ และผมโทรไปหาคนสำคัญ

“พ่อหรือครับ พ่ออยู่ไหน”

“มีอะไรกับพ่อหรือเดี่ยว พ่อทำงานยุ่งอยู่”

เสียงห้วนจนเกือบกระชากตอบกลับ เล่นเอาผมน้ำตาซึม

“แม่ไม่สบาย ตัวร้อนมาก ผมพาแม่มาแอดมิทที่โรงพยาบาล… พ่อมาหน่อยได้ไหม”

“ก็บอกแล้วไงว่าพ่อทำงาน แม่เราก็เป็นแบบนี้แหละ สามวันดีสี่วันไข้ เดี๋ยวถ้าพ่อว่างพ่อจะไป

แค่นี้ก่อนนะ พ่อมีประชุม”

“พ่อ..”

โทรศัพท์ตัดสายไปแล้ว ผมหายใจขัด นึกสงสารแม่ขึ้นมาจับใจ

ดีแล้วที่แม่หลับ แม่จะได้ไม่ต้องรู้ว่าพ่อจะไม่มาหาแม่








คนงานที่บ้านมาเปลี่ยนเฝ้าแม่เมื่อเกือบเที่ยง ให้ผมกลับไปอาบน้ำและเตรียมของมาเฝ้าแม่เพราะผมมากับ

แม่ทั้งชุดนอน ผมขึ้นรถไปกับลุงสมอย่างอ่อนระโหย

ผมใช้หัวพิงกับกระจกรถเหม่อมองยานพาหนะเบื้องนอกอย่างใจลอย ก่อนที่จะชะงักเมื่อเหลือบไปเห็น

รถยนต์คุ้นตาในช่องจราจรถัดไปสองช่อง

นั่นรถพ่อ!

“ลุงสมดูรถคันโน้นสิครับ ใช่รถพ่อหรือเปล่า”

คนขับรถของผมเพ่งสายตามอง แล้วจึงตอบว่าใช่ ผมถึงกับงงเพราะพ่อบอกว่ามีประชุม แต่เส้นทางนี้ไม่ใช่

เส้นทางที่มาจากบริษัท

อาจเป็นเพราะจอดรถเยื้องกันในตำแหน่งเหมาะที่มีรถคันอื่นบังสายตา ผมจึงมองเห็นรถพ่อ ในขณะที่พ่อ

ไม่น่าจะมองเห็นรถที่ผมนั่ง  และเป็นเพราะกระจกรถพ่อติดฟิล์มไม่ดำนัก มันจึงทำให้ผมได้เห็นในสิ่งที่

ทำร้ายจิตใจสุดๆ

พ่อไม่ได้มาคนเดียว มีคนนั่งมาด้านข้าง และในขณะที่รถติดไฟแดงผมเห็นด้านหลังของผู้หญิงที่นั่งมากับ

พ่อ

ผู้หญิงผมยาวนั่งหันหลังมาทางผม ผมจึงไม่เห็นหน้า แต่ผมเห็นผู้หญิงคนนั้นเอียงไปซบไหล่พ่อ

และพ่อก็เอียงหน้ามาจูบ

ผมจ้องภาพนั้น กัดฟันกลั้นสะอื้นในขณะที่น้ำตาของเด็กผู้ชายคนหนึ่งไหลอาบแก้ม

ในขณะที่แม่ไม่สบาย แต่พ่อกลับมาจูบอยู่กับผู้หญิงคนอื่นทั้งที่บอกกับผมว่าทำงาน

ผมโกรธพ่อจับใจ







---------------------------------- TBC --------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-09-2014 00:50:45 โดย Belove »

ออฟไลน์ Pam_ban

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1092
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #32 เมื่อ07-09-2014 00:39:41 »

 :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1:


มาต่อแล้ว   :mc4:  ชีวิตพี่เดี่ยวช่างดราม่าจริง ๆ เจออะไรมาเยอะตั้งแต่เด็ก  ตอนโตมาถึงได้แกร่งมากเลยสินะ  น่าสงสารพี่เดี่ยวกับคุณแม่อ่ะ คงจะเจ็บปวดน่าดู   :o12:



ตอนแรกกำลังเคลิ้มตอนพี่เดี่ยวกำลังเดินมาหลังดูหนังเอ็กซ์เสร็จ  พอมาเจอคำเรียก  "พี่เด่ว" ปุ๊บรู้สึกว่าไอ้ที่เคลิ้ม ๆ อยู่...หายไปทันที  กลายเป็นตลกแทน  :jul3:  แต่ก็น่าสงสารนะอารมณ์ค้างซะงั้น  เห็นใจอยู่เหมือนกัน ไม่คิดว่าจะเป็นคนที่มีความอดทนได้มากขนาดนั้น  ที่สำคัญ....ยังชอบกินเด็กมาตั้งแต่เด็ก(!?)อีกต่างหาก    :a5:


รอตอนต่อไปนะคะ


 :katai3:


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-09-2014 01:01:45 โดย Pam_ban »

ออฟไลน์ Maytbb

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1885
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #33 เมื่อ07-09-2014 01:04:24 »

 o22  ทำไมพ่อทำแบบนี้  คาตาลูกเลย   :z6:

ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #34 เมื่อ07-09-2014 01:50:19 »

เกลียดดดดดดดพ่อ ตกถังข้าวสารชัดๆ นี่ไม่แปลกใจเลยที่ป้องจะโดนปราบเกลียดอะนะ

ออฟไลน์ liza sarin

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2769
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-14
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #35 เมื่อ07-09-2014 03:10:16 »

พ่อใจดำอะ

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3658
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #36 เมื่อ07-09-2014 06:34:39 »

สงสารพี่เด่ว (เลียนเสียงป้อง)

ออฟไลน์ mapreaw

  • เคยคิดว่า "รักแท้มีอยู่จริง"
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-1
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #37 เมื่อ07-09-2014 06:50:02 »

ความผิดของผู้ใหญ่ส่งผลกระทบมาถึงเด็กที่ไม่รู้เรื่องด้วย :เฮ้อ:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #38 เมื่อ07-09-2014 09:26:50 »

พ่อเดี่ยวแย่จริงๆ แบบนี้สงสารเด็กๆ นะ

ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3983
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-7
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #39 เมื่อ07-09-2014 11:42:11 »

ไม่เคยรักกันเลยใช่ไหมมม ที่ผ่านมา~

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
« ตอบ #39 เมื่อ: 07-09-2014 11:42:11 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ~ ฤดูใบไม้ผลิ ~

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #40 เมื่อ07-09-2014 13:14:34 »

เกลียดพ่อพี่ปราบ  :z6: :z6:


ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #41 เมื่อ08-09-2014 08:51:18 »

 :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ four4

  • รักนี้ชั่วนิรันด์
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #42 เมื่อ08-09-2014 13:40:32 »

พล๊อตเรื่องดราม่า แก้แค้น เอาล่ะสิ
 ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

ออฟไลน์ question09

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-10
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #43 เมื่อ08-09-2014 14:47:19 »

 :katai5: :katai5: :katai5: :katai5:

ออฟไลน์ iammz

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +292/-6
Re: เพลิงพ่าย บทที่ 2 ( 07 / 09 /57 ) ภาคต้น
«ตอบ #44 เมื่อ08-09-2014 16:44:31 »

ตามมาอ่านต่อจากเรื่องโน้นนค่าา ~^^

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove


                            เพลิงพ่าย

                             ภาคต้น

                             บทที่ 3


Aplastic Anemia”

นั่นคือคำพูดยากๆ จากลุงหมอเมื่อเข้ามาแจ้งสาเหตุการป่วยของแม่

ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วยิ่งเผือดหนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดของลุงหมอแม้ว่าแม่จะยังนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง

คนไข้ มีเพียงดวงตาแห้งผากเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่าแม่ยังมีสติรับฟังอยู่ ในขณะที่ผมตั้งใจฟังอยู่บนโซฟา

สำหรับญาติ

“มันคือมะเร็งเม็ดเลือดชนิดหนึ่งที่รักษาโดยเคมีบำบัด และสำหรับคุณผมคิดว่าต้องรีบรักษาโดยด่วน”

แม่ยังคงเงียบก่อนที่จะช้อนสายตาอันอ่อนระโหยมองลุงหมอ

“ฉันยังไม่พร้อมเลย รออีกสักหน่อยได้ไหมคะ”

“หมอน่ะรอได้ แต่โรคน่ะไม่ได้รอนะครับ”

ลุงหมอพูดทิ้งท้ายก่อนเดินออกไปจากห้อง ผมจึงได้เดินไปกุมมือเย็นเฉียบของแม่ไว้

แม้กระทั่งวันนี้พ่อก็ยังไม่ได้มาเยี่ยมแม่ในวันที่แม่ต้องนอนตรวจร่างกายอย่างละเอียดเป็นวันที่สาม

ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์แม้แต่ครั้งเดียวที่พ่อโทรมา

“เดี่ยว”

แม่เรียกชื่อผม สายตาคู่นั้นทอดยาวออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดยังแผดกล้าจนแสบตาเมื่อผมจ้องมันตาม

แม่ ไม่นานนักผมก็ต้องยกหลังมือเช็ดน้ำตา

ผมไม่รู้ว่าร้องไห้เพราะแสงแดดหรือเพราะสงสารแม่กันแน่

“เดี่ยวจะอยู่คนเดียวได้ไหมถ้าไม่มีแม่”

“แล้วทำไมเดี่ยวถึงจะไม่มีแม่ล่ะครับ”

ผมไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาจนไม่เข้าใจนัยยะของแม่ เพียงแต่ผมยังยอมรับมันไม่ได้

“แม่ต้องสู้นะ”

ผมโน้มตัวไปกอดแม่ไว้

“บางทีแม่ก็รู้สึกเหนื่อยเกินกว่าที่จะมีชีวิตอยู่”

ดวงตาแห้งผากในตอนนี้กลับเจือไปด้วยหยาดน้ำก่อนที่มันจะไหลกลิ้งจากหางตาของแม่

“ทำไมแม่ไม่กลัวเดี่ยวจะเหนื่อยหากอยู่คนเดียวบ้าง”

ผมถามแม่กลับไป น่าแปลกที่คำพูดของเราสองคนไม่มีพ่อเข้ามาเกี่ยวข้องเลยสักนิด

เสียงประตูเปิดผลัวะ เราสองคนแม่ลูกหันหน้าไปดูพร้อมกันจึงได้เห็นว่าคนที่ก้าวเข้ามานั้นคือพ่อ

พ่อเดินมายืนข้างเตียง สบตากับแม่ คิ้วของพ่อขมวดเป็นวงท่ามกลางบรรยากาศเงียบงัน

“เป็นไงบ้าง”

นั่นคือคำพูดแรกของพ่อ

“ยังดีค่ะ ยังอยู่เป็นกว้างขวางคอคุณได้อีกพักใหญ่”

“พูดบ้าอะไรของคุณอีก”

เสียงพ่อฟังดูเหนื่อยหน่ายกับแม่ ภาพที่พ่อจูบกับผู้หญิงคนอื่นยังวนเวียนอยู่ในหัวจนผมต้องเบนสายตาไป

ที่อื่น

“เพิ่งจะมาถึงก็พูดชวนทะเลาะ น่าเบื่อ”

พ่อกระแทกเท้าเดินกลับออกไปทั้งที่เพิ่งมาได้ไม่กี่นาที เสียงประตูที่ปิดตามหลังกระแทกใจของผมอย่างแรง

แรงจนผมสะเทือนไปทั้งตัว

“ผมเกลียดพ่อ”

“เดี่ยว”

แม่ลูบหัวของผม

“อย่าให้ความเกลียดชังมาทำให้จิตใจที่สดใสของเดี่ยวต้องหดหู่”

แม่หลับตาลงอย่างอ่อนเพลียผมดึงผ้าห่มให้แม่นอนพัก ผมมองผู้หญิงที่บอบบางราวแก้วใสที่พร้อมจะ

ปริแตกได้ทุกเวลาอย่างปวดร้าว

ผมรักแม่ และผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้แม่เสียใจ










“พี่เด่ว”

เทวดาตัวน้อยวิ่งเข้ามาหา ผมรับร่างนั้นขึ้นมาอุ้มและจูบแก้มใสอย่างคิดถึง

เพราะต้องไปดูแลแม่ที่โรงพยาบาลทำให้ผมต้องหยุดเรียนจึงไม่ได้พบหน้าป้อง ผมอุ้มร่างกลมป้อมไปที่

โต๊ะของเรา

“คิดถึงพี่เดี่ยวไหมครับ”

ผมถามป้องที่นั่งอยู่บนตักป้องยกสองมือโอบรอบคอผมไว้

“คิดถึงที่สุด พี่เด่วไปไหน”

“แม่พี่เดี่ยวไม่สบาย ก็เลยมาหาป้องไม่ได้”

ผมเห็นหน้าป้องแล้วสิ่งที่เก็บกักอยู่ในใจมันทะลักออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“โอ๋ๆ พี่เด่วอย่าร้องนะ”

มือเล็กเช็ดน้ำตาให้ผม

“เจ็บตรงไหน ให้ป้องจูบให้หายเจ็บไหม”

เด็กน้อยไร้เดียงสาใช้มือป้อมแนบไปกับแก้มของผมแล้วดึงให้ผมก้มลงมา ป้องจูบที่ปากเหมือนอย่างที่ผม

สอนทุกวัน ปากเล็กแนบอยู่กับปากของผมแล้วแลบลิ้นเข้ามาเหมือนกำลังเลียไอศกรีม จนผมต้องเป็นฝ่าย

สอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากเล็กแทน

ผมโอบกอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงได้รักป้องนัก ทั้งรักและหวงแหนราวกับป้อง

เป็นสมบัติล้ำค่า หากไม่นับแม่ ป้องก็คงเป็นอีกคนหนึ่งที่ผมจะรักษาไว้เท่าชีวิต

ผมสั่นไปทั้งตัวเมื่อถอนปลายลิ้นออกมาจากเทวดาตัวน้อย กดให้ร่างเล็กจมไปกับลำตัว กอดไว้ด้วยแขน

ทั้งสองข้าง

“ป้องรักพี่เดี่ยวไหม”

“รักครับ”

“สัญญากับพี่เดี่ยวได้ไหมว่าเราจะรักกันตลอดไป”

ร่างเล็กฝืนตัวออกจากอ้อมกอดเพื่อยิ้มกว้างให้กับผม มือน้อยชูนิ้วก้อยขึ้นมา

“สัญญา ป้องจะรักพี่เด่วไม่รักใครอีกแล้ว”

ผมยกนิ้วเกี่ยวก้อยทั้งน้ำตา ก่อนที่จะกอดป้องอีกครั้ง

ผมสัญญา ผมจะรักป้องตลอดไป










เย็นวันนั้นลุงหมอให้แม่ออกจากโรงพยาบาลได้ ลุงสมมารับผมที่โรงเรียนแล้วจึงเลยไปรับแม่ที่โรงพยาบาล

แม่นัดกับลุงหมอว่าจะเข้ารับเคมีบำบัดในสัปดาห์หน้า

สีหน้าของแม่เริ่มมีสีเลือดมาบ้าง เรานั่งมาในตอนหลังของรถคุยกันกระหนุงกระหนิงจนกระทั่งถึงทางแยกที่

จะเลี้ยงเข้าซอยบ้านของเรา

รถคันหนึ่งแล่นสวนออกมา เราสองแม่ลูกชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นรถของพ่อ แม่จ้องไปที่รถคันนั้นก่อนที่จะกัด

ริมฝีปากตัวเอง ผมมองตามแม่จึงได้เห็นว่าพ่อไม่ได้มาคนเดียว

พ่อนั่งคู่มากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมมองไม่ชัดนัก เพราะเมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นแม่เจ้าหล่อนก็เบือนหน้าหนี ทิ้ง

ให้พ่อเป็นฝ่ายสบตากับแม่ผ่านกระจกรถอยู่เพียงผู้เดียว สีหน้าของพ่อดูจะอึ้งไปเหมือนกันเมื่อเห็นเรา

แต่แล้วพ่อก็เหยียบคันเร่งจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม่ทิ้งตัวไปกับเบาะรถหลับตาลงน้ำตาไหลอาบ

แก้ม

ผมเงียบ กัดฟันด้วยความโกรธ ในขณะที่แม่ไปอยู่โรงพยาบาล นอกจากพ่อจะไม่สนใจใยดีแล้ว พ่อยังกล้า

พาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในบ้าน บ้านที่เป็นของแม่ บ้านที่เป็นของคุณตา

ความเคารพในตัวผู้ชายคนหนึ่งที่แม้จะเป็นผู้ให้กำเนิดลดน้อยถอยลงจนแทบไม่มีเหลือ มือสั่นๆของผม

เอื้อมไปกุมมือแม่ไว้ แม้จะไร้ซึ่งบทสนทนาแต่ผมรู้ว่าแม่ก็รู้ว่าผมเองเสียใจแค่ไหน

แม่ใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ที่เหลือก่อนไปรับเคมีบำบัดด้วยการนัดเพื่อนสนิทมาทานข้าวที่บ้าน รวมทั้งนัด

คุณลุงที่ผมจำได้ว่าเป็นทนายความของคุณตามาพบในตอนกลางวันโดยที่พ่อไม่รู้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าแม่จะทำ

อะไร แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมจำเป็นต้องรู้ ตอนนี้ผมแค่อยู่กับแม่ให้มากที่สุด พ่อไม่กลับมาที่บ้านด้วยซ้ำจนผม

แทบจะลืมพ่อไปแล้ว

พ่อกลับเข้ามาในวันที่แม่เตรียมตัวจะไปโรงพยาบาลในวันรุ่งขึ้น เสียงเอะอะเอ็ดตะโรดังลั่นจนผมที่กำลัง

นอนหลับต้องสะดุ้งตื่นแล้ววิ่งมาที่ห้องแม่

“หมายความว่าคุณมีผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว แถมยังไปมีลูกด้วยกันอีก”

เสียงแม่ร้องไห้ต่อว่าพ่อ

“ตั้งแต่ที่พ่อของฉันตายสินะ คุณหลอกพ่อว่าเป็นคนดีแต่สุดท้ายคุณมันก็เป็นแค่คนหลอกลวง”

ผมเห็นพ่อยักไหล่เบ้ปาก

“คุณจะพูดว่างั้นก็ได้ ใครจะไปทนอยู่กับผู้หญิงจืดชืดอย่างคุณได้ ดูตัวเองบ้างสิว่านอกจากมีเงินแล้ว

คุณมีอะไรดีบ้าง”

สายตาของพ่อดูแคลนแม่จนผมต้องกำหมัดแน่น

“ปล่อยตัวจนโทรม ลีลาบนเตียงก็ไม่ได้เรื่อง งานการก็ไม่เก่ง นี่ถ้าไม่ใช่ลูกสาวเจ้าของบริษัทล่ะก็ คิดว่าผม

จะเอาคุณเป็นเมียหรือไง”

“กรี๊ดดด!!”

“แม่!!!”

ผมถลาเข้าไปกอดแม่ที่ส่งเสียงกรีดร้องก่อนที่จะล้มลงไปร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับพื้นห้อง

“พ่อ หยุดพูดเดี๋ยวนี้ แม่ป่วยอยู่นะ”

ผมหันไปตวาดใส่พ่ออย่างลืมตัว

“มึงกล้าสั่งกูเหรอ ไอ้เดี่ยว กูเป็นพ่อมึงนะ”

ผมอ้าปากค้างเมื่อพ่อขึ้นมึงขึ้นกูกับผม

“บอกฉันมาซิ ว่าตลอดเวลาเกือบยี่สิบปีที่เราอยู่ด้วยกัน คุณเคยรักฉันบ้างไหม”

แม่ร้องไห้ฟูมฟายจนผมเวทนา

“หึ ผมรักคุณนะ แต่ผมรักเงินของคุณ บริษัทของคุณมากกว่า”

“พ่อ!!”

“กรี๊ดดดด….”

แม่กรีดร้องจนตาค้าง ผมเขย่าตัวแม่แรงๆ จนดวงตาคู่นั้นกลับมามีโฟกัสอย่างอ่อนแรง ผมกอดแม่ไว้พลาง

หันไปมองพ่อด้วยสายตาเกลียดชัง

“ออกไป”

“มึงกล้าไล่กูหรือไอ้เดี่ยว”

“ผมบอกให้ออกไป จะไปหาอีผู้หญิงหน้าด้านเมียน้อยของพ่อก็ไป”

พ่อฮึดฮัดอยู่ครู่หนึ่งจึงกระแทกเท้าออกไปจากห้อง ผมตะโกนลั่นให้คนรับใช้ที่แอบดูเหตุการณ์รีบนำรถออก

เพื่อพาแม่ไปโรงพยาบาลก่อนกำหนด











ผมไปโรงเรียนในตอนเช้าอย่างไม่มีกระจิตกระใจเมื่อแม่ยังนอนอยู่ในโรงพยาบาลและเตรียมจะให้ยาคีโม

อยากจะหยุดเรียนอยู่เป็นเพื่อนแม่ แต่แม่ที่แม้จะอ่อนเพลียก็ยังเป็นห่วงการเรียนเพราะผมขาดเรียนมาเฝ้า

แม่หลายวันแล้ว

“แม่ไม่เป็นไร เดี่ยวไปเรียนเถอะ”

แม่บอกในตอนเช้าตรู่ ผมลังเลแต่ก็ยอมทำตามที่แม่บอก

“เดี่ยว”

แม่เรียกผมไว้อีกครั้ง

“แม่รักลูกนะ”

ผมกอดแม่ ใจหายกับคำพูดของแม่อย่างไม่มีสาเหตุ แต่ก็ต้องตัดใจมาโรงเรียน

จนกระทั่งในตอนบ่าย โทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้นจากเพื่อนสนิทคนหนึ่งของแม่

“เดี่ยว รีบมาโรงพยาบาลเถอะ แม่แพ้ยาคีโมจนช็อคแล้ว”

ผมอ้าปากค้าง หัวใจแทบจะหยุดเต้น วิ่งไปบอกกล่าวกับอาจารย์ที่กำลังสอนแล้วรีบขึ้นแท็กซี่มาที่

โรงพยาบาล

สายระโยงระยางตรงหน้าเรียกน้ำตาของผมจนอาบใบหน้า หัวใจของผมบอบช้ำ

แม่ที่แสนสวยตอนนี้ทอดกายอยู่ในห้องผู้ป่วยหนัก ริมฝีปากที่เคยจูบเคยหอมผมถูกคาไว้ด้วยท่อช่วยหายใจ

แขนที่เคยโอบกอดเต็มไปด้วยสายน้ำเกลือไม่รู้กี่ขวด เมื่อผมก้าวไปหาแม่

ดวงตาสวยค่อยๆ ลืมตามามองอย่างยากเย็น กราฟชีวิตที่เต้นอยู่ในจอมอร์นิเตอร์ข้างเตียงแสดงถึงความ

อ่อนล้าเต็มที

เพื่อนสนิทไม่กี่คนของแม่กอดผมไว้เมื่อเรายืนรายล้อมเตียง ผมก้าวเข้าไปกอดแม่ ร้องไห้จนหมดแรง

มือบางซีดยกขึ้นอย่างยากลำบากเพื่อลูบหัวของผม สายตาของแม่บอกผมให้รู้ว่าแม่รักผมแค่ไหน

แล้วฝ่ามือของแม่ก็ร่วงหล่นจากหัว แม่หลับตาลงน้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงมา

ผมร้องลั่น ดิ้นพล่าน เมื่อทั้งหมอทั้งพยาบาลกรูกันเข้ามาปั๊มหัวใจ เพื่อนของแม่เหนี่ยวรั้งผมไว้จนกระทั่งผม

หมดแรงต้องกอดเพื่อนแม่ไว้เป็นหลักยึด

ไม่นานหลังจากนั้น ลุงหมอก็เดินมาหาเพื่อบอกกับผมว่า แม่หลับไปแล้วและจะไม่ตื่นมาชั่วนิรันดร์








ผมกลายเป็นเด็กเงียบขรึมตลอดงานศพทั้งเจ็ดวันของแม่ พ่อมาเป็นประธานในงานแต่ผมไม่เคยเห็นความ

เศร้าจากพ่อ งานศพของแม่กลายเป็นเวทีที่เปิดตัวว่าพ่อเป็นเจ้าของธุรกิจของแม่โดยสมบูรณ์ ตลอด


ช่วงเวลานั้นผมไม่ได้พูดกับพ่อแม้แต่คำเดียว

วันนี้เป็นวันเผาศพแม่ ผมน้ำตาไหลเมื่อเห็นควันที่ล่องลอยจากปล่องไฟของเมรุ

ไปดีนะครับแม่ เดี่ยวจะรักแม่ตลอดไป

เด็กที่กำลังจะล่วงเข้าสู่วัยรุ่น ผมไม่นึกว่าชีวิตของผมจะสูญเสียใหญ่หลวงด้วยอายุแค่นี้

ผมกอดรูปแม่ก้าวเดินเข้าบ้าน บ้านของแม่

ก่อนที่เท้าของผมจะสะดุดและต้องนิ่งอยู่กับที่เมื่อเห็นพ่อยืนอยู่ที่ห้องรับแขก

ยืนอยู่คู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นลูกครึ่งแต่งตัวสวย หน้าเข้มจัด

“มานี่ซิ”

พ่อกวักมือเรียก

“นี่คือน้ารัศมี เขาจะมาอยู่กับพ่อตั้งแต่วันนี้”

ผมอ้าปากค้าง

พ่อพาผู้หญิงของพ่อเข้ามาในบ้านในวันที่เผาศพแม่

ได้ยินเสียงเด็กเจื้อยแจ้ว เสียงช่างคุ้นเหลือเกิน

“แม่คร้าบ บ้านใหม่กว้างจัง”

ร่างป้อมวิ่งมากอดขาผู้หญิงคนนั้น พ่อก้มมองพร้อมรอยยิ้ม

“และนี่ น้องชายของแกไงเดี่ยว น้องของแกชื่อป้อง ปมุต อนันตกุล”

ผมจ้องมองร่างเล็กที่หันมาสบตากับผมอย่างไร้เดียงสา

โลกของผมถล่มทลายลงนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา



---------------------------------- TBC ----------------------------------




ดราม่าเกินไปหรือเปล่า

นี่คนแต่ง แต่งไปน้ำตาไหลไปนะ

 :m15: :m15: :m15:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-09-2014 19:58:16 โดย Belove »

ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3983
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-7
น้ำตาไหล
มันเจ็บเกินไป

ออฟไลน์ Pam_ban

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1092
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
ม่ายยยยยยยยยย  น้องป้องของพี่  มันต้องไม่เป็นแบบนี้   :serius2:   :z3: :ling3:  ใจร้ายที่สุด   :sad2:   ตอนนี้สงสารพี่เดี่ยวมาก ๆ นอกจากจะเสียแม่ไปแล้วยังต้องมารับรู้ความใจร้ายของพ่อตัวเองอีก   :o12:  บีบคั้นอารมณ์สุด ๆ


รอตอนต่อไปค่ะ  ขอแบบยาว ๆ   :z6:


 :katai1:


ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
พ่อเลวมาก สงสารเดี่ยวกับป้อง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ jj_girl

  • รูปโปรไฟล์ขำๆ นะคะ / Cr.สาววายในตำนาน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
โอ้โห  มาม่าชามโต  รสต้มยำซุปเปอร์แซ่บเลยนะคะเนี่ย    :katai1:


สงสารเดี่ยวและแม่มาก     สงสารป้องด้วย


ตบพ่อเดี่ยว กับเมียใหม่   :beat:   :z6:   :beat:    :z6:

ออฟไลน์ iammz

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +292/-6
กำลังสนุกเบย~

 :katai5:

ออฟไลน์ maru

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3611
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-6
เดี่ยวน่าสงสารนะ แต่ป้องเกี่ยวอะไรด้วย ทำไมต้องทำร้ายป้องด้วย

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3658
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
สงสารพี่เดี่ยวน้องป้อง

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
พี่เดี่ยว น้องไม่รู้เรื่องอะไรด้วย อย่ารังแกน้องเลยนะ :o12:
พ่อก็แย่เกินไปนะ ทำแบบนี้กับลูกได้ไง :katai1:

ออฟไลน์ ~ ฤดูใบไม้ผลิ ~

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
สงสารพี่เดี่ยวจังแม่มาเสียพ่อก็พาเมียน้อยเข้าบ้าน

แล้วยังต้องมารู้ว่าน้องป้องที่ตัวเองรักเป็นน้องชายอีก

ขอให้วันเปิดพินัยกรรมทุกอย่างเป็นของพี่เดี่ยวทั้งหมดเลยเถอะ อยากเห็นคุณพ่อเงิบค่า  :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ bulldog17

  • ❤GOT7
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3763
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +265/-12
ทำไมพ่อและแม่ของป้องถึงใจร้ายใจดำได้ขนาดนี้ :'(

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove

                                                                    เพลิงพ่าย

                                                                      ภาคต้น

                                                                      บทที่ 4


ผมกลายเป็นเด็กวัยรุ่นที่เกิดอาการซึมเศร้าเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อต้องรับรู้ความเป็นจริงทั้งหมด

ตั้งแต่คุณตาเสียชีวิตเมื่อเจ็ดปีก่อนพ่อก็เริ่มดีแตก

พ่อเที่ยวกลางคืนและบอกแม่ว่าไปทำงาน มีประชุม สัมมนาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะสรรหามาโกหก

และแม่ก็เชื่อ

แม่ไม่เคยระแคะระคายว่าพ่อไปติดนักร้องวัยเด็กกว่าพ่อเกือบยี่สิบปี นักร้องลูกครึ่งสาวในผับจนกระทั่ง

รับมาเลี้ยงดูอย่างจริงจัง

รัศมีคือนักร้องคนนั้น

ลูกครึ่งที่ไม่รู้ว่าใครคือพ่อ เพราะแม่ของรัศมีทำงานเป็นเมียเช่าให้กับฝรั่งและท้องโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นลูก

ของใคร รัศมีเติบโตมาด้วยความยากจน พยายามที่จะกระเสือกกระสนเพื่อหนีความคับแค้นของชีวิต

และเธอก็ทำสำเร็จเมื่อได้พบกับพ่อในวัยเพียงสิบแปดปีที่ก้าวไปเป็นนักร้องในผับ

พ่อหลงเสน่ห์หน้าตาสะสวยของหล่อน บวกกับความกล้าได้กล้าเสีย รัศมียอมนอนกับพ่อแลกเงินและไม่

นานนักพ่อก็ถึงกับยอมรับเลี้ยงหาบ้านหลังเล็กให้อยู่ ให้เลิกเป็นนักร้อง และในปีถัดมารัศมีก็มีป้องมาเป็น

หลักประกันความสุขในชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีกขั้น

ในตอนที่รัศมีก้าวเข้ามาเป็นคุณนายคนใหม่ในบ้านของคุณตาผม หล่อนเพิ่งจะครบเบญจเพสเองมั้ง

ในขณะที่พ่อของผมล่วงเข้าวัย 40 ไปนิดหน่อยแล้ว

พ่อให้ป้องนอนในห้องเล็กที่อยู่ติดกับห้องของผม ส่วนรัศมีพ่อให้หล่อนเข้าไปนอนในห้องใหญ่ ห้องที่พ่อ

และแม่ที่เพิ่งเสียชีวิตไปแค่สัปดาห์เดียวเคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาสิบกว่าปี

ผมแค้นจนต้องนอนตัวงออยู่บนเตียงเพียงลำพัง

ไม่มีน้ำตาอีกแล้ว เพราะมันหมดไปตั้งแต่กองไฟเผาร่างของแม่ ผมกัดฟันด้วยความปวดร้าว มือกำผ้าปู

ที่นอนจนยับยู่ยี่

ทั้งที่มีเด็กชายที่ผมรักนอนอยู่ในห้องติดกัน เพียงแค่ผนังกั้น แต่ในวันนี้ผมกลับสบตากับดวงตาอันแสน

บริสุทธิ์ได้อย่างไม่เต็มตา

ดวงตาบริสุทธิ์ที่มีแม่เป็นคนทำลายครอบครัวของผม

ผมนอนไม่หลับทั้งคืนจนกระทั่งตอนเช้าที่ต้องไปวัดเพื่อเก็บกระดูกของแม่

แน่นอนว่าพ่อไม่ได้ไปด้วย ผมเห็นประตูห้องของพ่อไม่ได้เปิดออกมา และผมก็ไม่ได้คิดจะชวน

ผมเก็บกระดูกของแม่ส่วนหนึ่งใส่โกศเล็กเพื่อนำไปเก็บไว้ในวัดเคียงคู่กับคุณตาคุณยาย และอีกส่วนหนึ่ง

นำไปลอยอังคาร

น้ำตาของผมไหลออกมาอีกครั้ง

ผมยกมือปาดมันออกไป และสัญญากับตัวเองว่าผมจะเข้มแข็ง

ผมจะต้องอยู่ให้ได้โดยไม่มีแม่

แม้ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไรก็ตาม

เมื่อกลับไปถึงบ้านก็บ่ายจัดแล้ว เพื่อไปพบกับคุณลุงทนายที่นั่งอยู่กับพ่อและเมียคนใหม่

คุณลุงทนายมองผมอย่างเห็นใจในขณะที่พ่อของผมมองมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง

“ชักช้า ยืดยาด แค่เก็บกระดูกทำอย่างกับจะไปเสียข้ามวัน”

ผมทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับพ่อ มองสบตาผู้ชายคนนั้นด้วยแววตาเรียบเฉย

“ขอโทษครับที่ช้าไปหน่อย เชิญคุณลุงได้เลยครับ”

คุณลุงทนายรับคำก่อนที่จะขยับตัวเพิ่มความกระฉับกระเฉง เปิดกระเป๋าหนังใบหนาเปิดออกหยิบเอกสาร

ออกมา


“พินัยกรรมฉบับนี้ ดิฉัน นางวาดดาว อนันตกุล ได้เขียนขึ้นในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน หากดิฉันถึง

แก่กรรมลงไปไม่ว่าจากเหตุอันใด ทรัพย์สินทั้งหมดขอให้จัดการดังต่อไปนี้…

บ้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบันซึ่งเป็นบ้านที่ตกทอดมาจากบิดาของดิฉัน ยกให้กับเด็กชายปราบดา อนันตกุล

หุ้นส่วนของบริษัทในเครือในส่วนที่ถือกรรมสิทธ์มาจากบิดาของดิฉัน ยกให้กับเด็กชายปราบดา อนันตกุล

สำหรับสินสมรสที่เกิดขึ้นในระหว่างการแต่งงานอยู่กินกับนายปัญญา อนันตกุล ครึ่งหนึ่งในส่วนของดิฉัน

ยกให้กับเด็กชายปราบดา อนันตกุล

ทรัพย์สินทั้งหมดที่เป็นของเด็กชายปราบดา อนันตกุล ห้ามโยกย้ายเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์จนกว่าเด็กชาย

ปราบดา อนันตกุลจะอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ โดยให้อยู่ในการดูแลของทีมทนายความที่ดิฉันได้มอบสิทธิ์

ให้…”

“ไม่จริง!”

พ่อของผมตะโกนแทบลั่นบ้านในขณะที่ผุดลุกขึ้นยืนด้วยโทสะ

“ป่วยอยู่ตลอดปีตลอดชาติแบบนั้นจะไปมีเวลาทำพินัยกรรมตอนไหน ลื้อทำปลอมขึ้นมาหรือเปล่าไอ้พิชัย”

พ่อชี้หน้าด่าคุณลุงทนายที่ยังนั่งนิ่งด้วยความสำรวม

ผมตกใจกับสภาพของพ่อ ผมเพิ่งเคยเห็นกิริยาที่เต็มไปด้วยความหยาบคายเมื่อรู้ว่าทรัพย์สินแทบทุกอย่าง

ตกเป็นของผม มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่พ่อจะได้ไป รัศมีที่ทำท่าไม่สนใจในคราวแรกถึงกับตั้งใจฟังเมื่อรู้ว่า

พ่อจะไม่ได้สมบัติทั้งหมด

“ลายมือชื่อที่เซ็นเป็นของคุณวาดดาวอย่างชัดเจนนะครับคุณปัญญา และยังมีพยานเซ็นรับรองไว้อีก

หลายคนถ้าคุณต้องการตรวจสอบ”

คุณลุงทนายโต้ตอบอย่างใจเย็น

“แต่จากสินสมรสที่คุณได้รับไป คุณก็ยังถือว่าเป็นประธานบริษัทอยู่จนกว่าคุณเดี่ยวจะบรรลุนิติภาวะ

คุณน่าจะพอใจตรงจุดนั้น”

“กูไม่เอาแค่นั้น กูอยากได้ทั้งหมด ถ้าได้แค่นั้นกูจะลงทุนไปครึ่งชีวิตเพื่ออะไร”

ผมเป็นฝ่ายผุดลุกขึ้นยืนบ้าง ผู้ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าช่างดูเหมือนคนแปลกหน้าเสียเหลือเกิน

“ผมเพิ่งรู้ว่าแม่และผมคือเครื่องมือแสวงหาผลกำไรของพ่อ”

แม้จะเจ็บแค่ไหนแต่ผมก็ทำเพียงแค่ส่งวาจาเชือดเฉือนจนพ่อมองด้วยแววตากร้าว

“อย่าโอหังให้มากไอ้เดี่ยว ยังไงกูก็เป็นพ่อมึง”

ขอบตาร้อนผ่าวจนต้องรีบยกมือทำความเคารพคุณลุงทนายก่อนเดินลิ่วเข้าห้องตัวเองแล้วทิ้งร่างลงกับ

เตียงอย่างหมดแรง

“เดี่ยวจะอยู่คนเดียวได้ไหมถ้าไม่มีแม่”

แม่จ๋า

แค่เริ่มต้นเดี่ยวก็แทบหมดแรงแล้ว

เดี่ยวจะอยู่ได้นานแค่ไหนนะแม่

ผมฟุบหน้าลงกับที่นอนนุ่มราวกับมันคืออกของแม่ เนิ่นนาน








ไม่ได้หลับ แต่ก็ไม่พร้อมที่จะลุกขึ้นเดินเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมอาจจะอ่อนแอเกินไป

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ผมจมอยู่ในท่านั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงบานพับประตูเปิดออก แล้วร่างเล็กป้อมก็วิ่งเข้า

มาในห้อง กระโดดขึ้นมานั่งทับอยู่บนหลังของผม

“พี่เด่วววว ทำไมไม่ไปโรงเรียน”

เสียงคุ้นเคยดังอยู่ใกล้หู เสียงที่แสนบริสุทธิ์ไร้เดียงสา

“ดีนะ ที่อยู่บ้านเดียวกัน ป้องคิดถึงจะได้มาหาพี่เด่วได้บ่อยๆ”

ผมพลิกตัวอุ้มร่างป้อมให้ออกจากตัวแล้ววางลงให้นั่งจุมปุ๊กอยู่กลางเตียงในขณะที่ผมลุกขึ้นนั่งอยู่ข้างๆ

ผมรู้แล้วว่าทำไมป้องถึงหน้าตาดีนัก ก็แม่ของป้องเป็นลูกครึ่ง และพ่อก็มีเชื้อสายจีน ข้อดีทั้งหมดมารวมกัน

จนเกิดเด็กผู้ชายหน้าตาหวานอย่างนี้

ใช่ป้องไม่ได้ทำอะไรผิด

แต่ป้องเป็นผลผลิตของคนที่ร่วมมือกันสร้างความทุกข์และรอยร้าวในครอบครัวของผม

แม้จะยอมรับว่าใบหน้าของป้องยังวนเวียนอยู่ในความฝัน แต่เมื่อผมตื่นขึ้นมาอยู่กับความเป็นจริง ทุกครั้ง

ที่มองป้อง ผมก็จะเห็นใบหน้าของรัศมีลอยขึ้นมา ภาพที่พ่อกอดรัดและแสดงความกระหายในเรือนร่างนั่น

และที่สำคัญ ใบหน้าอันเต็มไปด้วยน้ำตาของแม่ผม

“ออกไป”

ผมชี้มือไปที่ประตู ส่งเสียงดุจนคนตัวเล็กตกใจเบะปากน้ำตาคลอพยายามจะส่งมือป้อมมาหาผม

“พี่เด่ว เป็นอะไรครับ โกรธป้องเหรอ”

ผมปัดมือเล็กออกอย่างใจร้าย

“พี่บอกให้ออกไปไง ไม่ได้ยินหรือ”

เสียงตวาดทำให้ป้องหน้าเหวอก่อนที่จะปล่อยโฮออกมา ภาพหน้าใสที่เปรอะไปด้วยน้ำตาทำให้หัวใจของ

ผมอ่อนยวบ

“ไม่เอาครับ หยุดร้อง พี่เดี่ยวขอโทษ”

ผมถอนหายใจด้วยความรู้สึกผิดเมื่ออุ้มร่างเล็กขึ้นมานั่งบนตัก

“พี่เดี่ยวอารมณ์ไม่ดี”

“ฮือป้องทำอะไรให้พี่เด่วอารมณ์ไม่ดีหรือครับ”

ผ้าขาวที่แสนสะอาด

ผมยกมือลูบหน้านุ่มอย่างสะท้อนใจ นี่ผมควรจะเอาความโกรธแค้นมาลงกับป้องหรือเปล่า

“เปล่าครับ พี่เดี่ยวอารมณ์ไม่ดีเรื่องอื่น”

“งั้นให้ป้องทำให้พี่เด่วอารมณ์ดีนะ”

ผมหรี่ตามองหน้าป้อมนั้น

“ป้องจะทำไงเหรอ”

คนที่เพิ่งจะร้องไห้เมื่อกี้ตอนนี้ยิ้มหวานใส่ มือน้อยสองมือตบปุมาที่ใบหน้าของผมแล้วดึงลงมา

ป้องประกบปากเล็กเข้ากับปากผม ผมอึ้งไปชั่วครู่ก่อนที่จะกอดร่างเล็กนั้นไว้แล้วเป็นฝ่ายบดจูบใส่ปากเล็ก

นั่นเสียเอง

นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้จูบป้อง รสชาติหวานกลิ่นนมและขนมหลอกเด็กทั้งหลายยังกรุ่นอยู่ในความคิด

จนอดไม่ได้ที่จะสอดลิ้นเข้าไปความรับรสในช่องปากเล็ก ลิ้นอุ่นน้อยๆ ถูกผมตวัดม้วนจนมือน้อยต้องเกี่ยว

ไปรอบคอของผม

กว่าที่ผมจะถอนปลายลิ้นและปากออกมา ใบหน้าของผมก็เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและน้ำลายจาก

เด็กน้อยเต็มวงหน้า

“พี่เด่วจูบแร้ง แรง”

หน้าขาวใสอาบด้วยสีแดงเรื่อจนผมต้องฝังจมูกลงไปอย่างมันเขี้ยวอีกรอบ

“แรงมากหรือครับ ก็พี่เดี่ยวคิดถึงป้อง”

“แรงจนหัวใจป้องเต้นตุ๊บๆ ไปหมด ลองฟังดิ”

ป้องลุกขึ้นยืนให้หน้าของผมอยู่ตรงกับระดับหัวใจ แล้วดึงให้ผมแนบหูลงไป

เสียงหัวใจป้องเต้นแรงแทบจะทะลุออกมา กลิ่นเหงื่อปะปนกับกลิ่นแป้งเด็กจากเนื้อตัวมอมแมมเย้ายวน

จมูกจนอดไม่ได้ที่จะเอียงไปจูบตรงซอกคอขาว

อา

ผมกำลังตื่นตัว

ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีประเดประดังเข้ามาจนผมต้องดันตัวป้องออก ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าไปยาวๆ

“ป้องครับ ป้องกลับไปห้องก่อนนะ”

เสียงสั่นเมื่อเอ่ยกับเนื้อตัวนิ่มๆ เบื้องหน้าที่เอียงคอมอง

“ไม่เล่นกับป้องแล้วเหรอ”

“พี่เดี่ยวต้องอ่านหนังสือ ขาดเรียนหลายวันเดี๋ยวครูตีถ้าพี่เดี่ยวตอบคำถามไม่ได้”

ผมหาข้ออ้าง แล้วอุ้มป้องลงจากเตียงให้ยืนที่พื้น หน้าหวานยิ้มให้ผมอีกครั้งแล้ววิ่งตื๋อออกไป ผมรีบตามไป

ปิดประตูล็อคห้อง หันหลังพิงกับประตูพลางหายใจถี่

ขนลุกเกรียวไปหมดทั้งตัว ปวดบิดตรงท้องน้อยไปหมด ผมแก้ผ้าล่อนจ้อนแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำเปิดฝักบัวให้

มันรินรดจนเปียกปอน สำรวจตัวเองก็เห็นไอ้นั่นโด่ขึ้นมาอย่างน่าตกใจ

ไม่รู้จะทำอย่างไรให้มันคืนสภาพเดิม ผมเลยใช้มือจับมันไว้แล้วบีบเบาๆ

อืมมมม

เสียวท้องน้อยไปหมดเมื่อมือตัวเองกำมันไว้ ผมลองยกมันขึ้น บิดมันลง ความเสียวแล่นวูบจากตรงนั้นขึ้น

ไปถึงสมอง ผมเริ่มเรียนรู้ที่จะโยกมันไปมา

“อาฮู้”

เผลอครางออกมาเมื่อกล้ามเนื้อเขม็งเกลียว ผมพิงหลังไปกับผนังปล่อยให้สายน้ำจากฝักบัวปล่อยละออง

จนฉ่ำพื้นแล้วเร่งมือที่โยกรั้งจนกระทั่งน้ำเมือกสีขาวฉีดพุ่งออกจากตรงนั้นกระเด็นลงพื้นแล้วไหลไปกับ

สายน้ำ

ผมหอบหายใจถี่ ขาสั่นจนต้องทิ้งตัวไปนั่งกับพื้น

นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกกันว่าชักว่าว

การชักว่าวครั้งแรกที่มีแต่ใบหน้าของป้องลอยเต็มไปหมด

ให้ตายเถอะ

จะทำอย่างไรผมถึงจะทำใจว่าป้องคือน้องชายของผมได้

ผมยังมองไม่เห็นทางสักนิด









ตั้งแต่วันนั้นร่างกายของผมมันก็เปลี่ยนไป

ผมเสียงแตก รู้สึกถึงความยาวของ เอ่อเส้นขนในบางส่วนมันจะเยอะขึ้น ตัวที่สูงอยู่แล้วเริ่มมีกล้ามเนื้อ

คางของผมมีไรหนวดสีเขียวขึ้นเป็นปื้น กลิ่นตัวของผมแรงขึ้น และผมก็ต้องจัดการตัวเองในห้องน้ำบ่อยขึ้น

เวลาที่ป้องแอบมาหาผมในห้อง

ป้องต้องแอบเข้ามาเพราะรัศมีห้ามไว้ หล่อนไม่อยากให้ป้องมาสุงสิงกับผมที่หล่อนมองว่าเป็นคนทำให้พ่อ

ได้สมบัติน้อยลง ป้องเลยย่องมาหาผมนานๆ ครั้ง ซึ่งก็เป็นผลดีกับการที่ร่างกายของผมกำลังอยู่ในช่วง

เปลี่ยนแปลง

ความแปลกใจจะมีก็แต่แววตาของรัศมีที่มองมายังผมในช่วงหลังๆนี่แหละ ผมว่ามันดูแพรวพราวเกินเหตุ

“เรียนหนักไหมคุณเดี่ยว”

เป็นครั้งแรกที่แม่เลี้ยงยังสาวของผมกล้าเข้ามาทัก อาจเป็นเพราะวันนี้พ่อไม่อยู่

ใบหน้างามที่ป้องถอดแบบมาเคลื่อนเข้ามาใกล้เกินเหตุ ใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำหอมจากร่างกายของเธอ

“ไม่จำเป็นต้องมาสนใจผม”

“ทำงั้นไม่ได้หรอก ยังไงฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงคุณเดี่ยวนะ”

ในวัย 13 ปีกว่าๆ ตัวของผมสูงเลยเพื่อนรุ่นเดียวกันมานานแล้ว ในตอนนี้ผมสูงเกือบเท่ารัศมีนั่นแหละ

และด้วยความที่ฝั่งแม่ของผมคมเข้มและพ่อที่มีเชื้อสายจีน ทำให้ผมได้ส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัว

ผมขาวเหมือนพ่อ แต่เครื่องหน้าคมเหมือนแม่ คิ้วดกพันกันยุ่ง ดวงตาเรียวดุ จมูกโด่งที่คนอื่นมองว่าช่างดู

ดื้อรั้น ยะโส และปากได้รูป ทั้งหมดรวมกันทำให้เป็นที่สะดุดตาอยู่เหมือนกันถ้าไม่เข้าข้างตัวเองเกินไป

อาจเป็นเพราะเหตุนี้ที่ทำให้แม่เลี้ยงของผมใช้มือที่เคลือบเล็บสีสดเกลี่ยไปทั่วใบหน้าผม

“แม่เลี้ยงจะแสดงความรักกับลูกเลี้ยงบ้างจะเป็นไรไป”

ผมนึกตกใจที่รัศมีเคลื่อนกายเข้าหา แล้วเบียดตัวอุ่นกับหน้าอกอิ่มเข้ากับตัวผม





------------------------------------------ TBC -------------------------------------------------


นานๆ มาที ห้ามว่าเค้านะ

งานเยอะก็ส่วนหนึ่ง

แต่ดันเปิดทั้งฟิคทั้งนิยายหลายเรื่องเกินเหตุ

กระซิกๆๆๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-09-2014 01:07:44 โดย Belove »

meili run

  • บุคคลทั่วไป
รออ่านตอนต่อไป ติดตามค่ะ :mew1: :pig4:

ออฟไลน์ Maytbb

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1885
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
จะเล่นลูกด้วยเหรอขุ่นแม่   :hao7:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด