Coin 22มื้อเย็น ผมเดินลงมากินข้าวครับ
แต่ละก้าวย่างเหมือนไปเดินลุยสนามเพลาะที่มีระเบิดฝังไปทั่ว เจ็บจนไม่อยากเดิน ไอ้พี่หมอกก็เดินอยู่ข้างหลังตามผมที่ค่อยๆเดินนั่นแหละครับ
พี่หมอกบอกให้กินข้าวเย็นข้างบน แต่ใครมันจะกล้าให้แม่บ้านยกขึ้นมาหล่ะวะ! เตียงพี่หมอกเป็นสีเทา เวลามีคราบจะเห็นชัดมากครับ เรียกได้ว่าเสร็จแล้วมายืนมองผลงานก็ต้องช็อค เหมือนพายุไต้ฝุ่นสักสิบลูกนัดกันมานอนกลิ้งที่เตียงไอ้พี่หมอก ยิ่งผมบอกกับป้าน้อยว่าจะลงมากินข้าวด้วย ยังไงก็ต้องมานี่แหละครับ
“พี่หมอก ถามจริง พี่เอาแรงมาจากไหนวะเนี่ย”
“กูออกกำลังกาย ไม่เหมือนมึง นั่งดูแต่ทีวีทั้งวัน”
“...”
เปิดเทอมกูจะเล่นบาส เล่นบอล ว่ายน้ำ ตีแบต เล่นปิงปอง ลงวิ่ง ซิทอัพ โดดเชือก ยกน้ำหนัก เทคควันโด เอาให้หมดเลย
“ลงบันไดไหวไหม?”
ลงไม่ไหวก็ต้องลง จะให้กูกลิ้งลงไปเหรอ แล้วขี่หลังไปหล่ะ? เจ็บกว่าเดิมอีกครับ!
“ไหวๆ”
เหมือนคุณแม่อุ้มท้องแก่ที่มีพ่อเดินตามไม่ห่าง กูรู้สึกแบบนั้นเลย! มันเขินนะเว้ย! “พี่ ไปบอกป้าน้อยให้หน่อยดิ ว่าผมจะกินข้าวเลย” ตอนนี้กำลังจะห้าโมงครึ่ง เร็วเกินไปสำหรับกินมื้อเย็นครับ ปกติผมกินข้าวหกโมงกว่า กลางคืนจะได้ไม่หิวมาก ไอ้พี่หมอกกินไม่เป็นเวลา แต่เวลาผมไปอยู่กับมัน มันก็กินข้าวเวลาเดียวกับผม จนกลายเป็นเวลาเดียวกัน
“ถ้ามึงกลิ้งตกบันไดไป กูจะขำให้”
“พี่หมอกใจร้ายหว่ะ”
แต่มันก็เดินไปจริงๆครับ ผมแอบเห็นมันยื่นหน้าออกมามองจากไหนครัวด้วย ให้ตายเหอะ ไอ้ที่ยืนอยู่ตรงนั้นมันใช่พี่หมอกจริงๆหรอวะ ทำไมมันน่ารักแบบนี้วะ!
ป้าน้อยเห็นหน้าผมก็หลบหน้าเลยครับ ผมเห็นป้าเขาหน้าแดงด้วย เออ ใช่ซิ ผมมันใส่เสื้อพี่หมอกตัวเดียวเดินนิหว่า ความจริงผมใส่บ็อกเซอร์(ก็ของมัน)แต่สั้นจนเสื้อไอ้พี่หมอกมันบังหมด สบายเลยไม่แคร์สื่อ ใส่เสื้อแขนยาวมันเลยนี่แหละ พี่หมอกไล่กัดมาถึงข้อมือ เห็นไปหมดทั้งตัวแบบนี้ คงต้องใส่แขนยาวเป็นอาทิตย์ เหมือนไปฟัดกับหมามาเลยครับ ส่องกระจกแล้วตกใจตัวเอง
คราวนี้ก็อาบน้ำกับพี่หมอก แต่มันน่าอายกว่าเดิมอีก พี่หมอกอาบน้ำให้ผม ไม่เหมือนคราวที่แล้วต่างคนต่างอาบ ตอนนี้ใครอยากกินหมูกระทะบอกผมนะครับ หน้าผมร้อนพอๆกับเตานั่นเลย
ผมขอนั่งกินที่โต๊ะในครัว ปกติพี่ๆคนงานเขาจะกินกันในนี้ทุกคน แต่สำหรับครอบครัวพี่หมอกจะพี่ห้องกินข้าวอะไรของมันนี่เลยครับ (ไม่รู้จะเรียกยังไง บ้านผมไม่มี) พี่หมอกไม่เคยมานั่งกินในนี้ ทุกคนเลยนั่งตัวเกร็งไปหมด ผมชวนป้าน้อยคุยตั้งนานกว่าทุกคนจะคิดออกว่าแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นพี่หมอกจะดีที่สุด
“พี่หมอก ผมมองไม่เห็นข้าวแล้ว”
มันตักกับให้ผมแหลกเลยครับ ตอนแรกๆผมก็ตักคืนให้บ้าง แต่ตอนนี้มันตักมาเยอะจนผมต้องซัดอย่างเดียวก่อนที่จะล้น
“กินๆเข้าไป เมื่อกี้บ่นหิวไม่ใช่หรอ”
“ก็กินอยู่ แต่พี่ตักเยอะเกินไป พี่ก็กินเองบ้างดิ”
“...มึงเถียงกูหรอ”
“ผมเปล่า แต่บอกให้ฟังไง อ้ะ พี่หมอก กินข้าวนะครับ เดี๋ยวข้าวเย็นแล้วไม่อร่อยนะ” มุกเดียวกับเลี้ยงน้องข้างบ้าน ลูบหัวลูบหาง กินข้าวนะครับน้องหมอก อย่าพึ่งหงุดหงิดฟางหางฟางงวงน้า
ผมเห็นว่าทั้งโต๊ะนั่งกลั้นยิ้ม คงไม่เคยเห็นไอ้พี่หมอกเวอร์ชั่นนี้กัน กินเสร็จผมขอล้างจาน แย่งกับป้าน้อยตั้งนานกว่าจะได้ทำ ไอ้พี่หมอกเขามาช่วยเลยเป็นช็อคซินิม่ารอบสอง แอบเห็นพี่คนสวนกับพี่คนขับรถ(คนอื่นที่ไม่ใช่ลุงมี ผมไม่เคยเห็น) นั่งจับกลุ่มคุยกันเลยครับ
“พี่ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวผมล้างเอง”
“อะไรของมึง ไล่กูอยู่ได้”
“ไม่ใช่แบบนั้น ผมอยากให้พี่นั่งพักไง”
“แล้วทำไมมึงไม่ไปนั่งพัก มึงเป็นแม่บ้านหรือไง งานเขาจะไปแย่งเขาทำทำไม”
“ก็เพราะป้าเขาทำให้ผมกิน ผมทำอะไรให้ป้าไม่ได้นอกจากล้างจานคืน ช่วยงานผู้ใหญ่ ไม่เป็นไรหรอกพี่” มันยืนทำหน้าบูดอยู่ข้างๆ ไม่ได้ช่วยอะไรแต่ก็ไม่ได้เดินไปไหน นั่งกับอ่างล้างจาน (ซึ่งกว้างไปไหน) พี่หมอกเห็นพี่คนงานเดินผ่านก็เรียก
“ไปเปลี่ยนผ้าปูเตียงให้หน่อย”
มันพูดดัง เหมือนต้องการให้ได้ยินทุกคน ผมนี่มือสั่นเผลอทำจานหล่นเลยครับ ป้าน้อยเห็นโอกาสเลยมารบเร้าให้ผมเลิกล้างจาน คงได้ยินที่ไอ้พี่หมอกพูดเมื่อกี้นั่นแหละ ผมเลยต้องยอมปล่อย
ตอนนี้เริ่มค่ำๆ ข้างนอกท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงิน เพราะนอกบ้านเป็นสวนเลยยุงเยอะ ผมไม่ค่อยชอบเลยอยู่ในบ้าน ไม่กล้าเข้าไปในห้องนอนพี่หมอกครับ มีคนขึ้นไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนสองคน ผมจำหน้าพี่ๆเขาไว้เลย กะว่าตลอดชาตินี้จะไม่ไปพบกับพวกพี่เขาตัวต่อตัวแน่นอนครับ ก็หลักฐานมันแยงตาขนาดนั้นใครๆก็รู้ว่าพวกผมทำอะไร อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทำนมหกเลอะบนที่นอนชัวร์
พี่หมอกออกไปคุยโทรศัพท์ เห็นพวกป้าๆจับกลุ่มเม้าท์อยู่หลังบ้าน เปิดประตูห้องครัวกว้าง ยุงน่าจะเยอะ แต่เห็นคุยกันสนุกเลยแอบเข้าไปนั่งฟัง ป้าน้อยเห็นผมก็กวักมือเรียกไปใกล้ๆ ตอนนั่งไม่ระวังครับ ผมเห็นพี่ๆหลายคนจ้องขาผมใหญ่เลย พยายามเอามือปิดๆแต่มันหลายรอยครับ ทำใจ
“น้องตี๋รู้จักกับพี่หมอกได้ยังไงเนี่ย ป้าสงสัยมาก ป้าว่าน้องตี๋ต่างจากคุณหมอกมาก...”
“ต่างกันมากเลยใช่ไหมครับ” ผมยิ้มรับ ผมยังรู้สึกเลยว่าถ้ามันเป็นสีขาวผมคงเป็นสีดำ นิสัยเราไม่เหมือนกัน ถ้าผมหันขวา มันคงเลือกหันซ้าย “แต่ผมก็ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลยนะ”
ได้ยินพี่ๆบางคนพูดน้องตี๋น่ารัก ถ้าสาวๆเขาคิดแบบนี้บ้างก็คงดีหน่ะสิ
“จะบอกอะไรให้ฟัง น้องตี๋เป็นคนแรกที่คุณหมอกพากลับบ้านเลยนะ”
“ครับ?” ผมแปลกใจ เพราะอย่างคอนโดนี่ก็มีสาวๆหมุนเวียนกันไปตลอด กลิ่นน้ำหอมไม่เคยซ้ำกัน เคยได้ยินมันบอกว่าเหตุผลที่คอนโดไม่มีของส่วนตัวมันมากเพราะมันไม่ถือว่าเป็นบ้าน “แล้วปกติพี่หมอกตอนอยู่บ้านเป็นไงบ้างครับป้า”
“คุณหมอกอยู่บ้านหรือไม่อยู่บ้านแทบจะไม่ต่างกันเลยค่ะ ในบ้านนี้คุณๆท่านๆเขาไม่ค่อยจะอยู่บ้านกัน อย่างคุณเมฆก็อยู่เมืองนอกเมืองนา คุณฝนก็เรียนโรงเรียนประจำ คุณท่านก็ทำงานอยู่ต่างประเทศตลอด คงเพราะไม่มีใครอยู่บ้านมั้งคะ คุณหมอกเลยย้ายออกไปอยู่คอนโด”
“แล้ว...เอ่อ แม่พี่หมอกหล่ะครับ?”
“เสียตั้งแต่คุณหมอกเด็กๆแล้วค่ะ” ป้าแกคงจะอยู่บ้านนี้มานานและรักแม่พี่หมอกมาก ดูรู้เลยครับว่าป้าแกก็เสียใจและคิดถึง “น่าสงสารคุณหมอก ยังเด็กอยู่แท้ๆ แต่กลับเป็นคนแรกที่เห็นภาพเลวร้ายแบบนั้น”
“.....”
ผมไม่เคยคิดว่าแผลที่มันเคยเจอจะหนักหนาขนาดนี้
เห็นแม่ของตัวเองเสียไปต่อหน้าต่อตา พี่หมอกตอนเด็กๆ..น่าสงสาร
น่าแปลกที่ผมยังรู้สึกเศร้าไปด้วย ฟังแล้วก็อยากเข้าไปกอดมันไว้เลยครับ
“แต่ตอนนี้คุณหมอกโตแล้ว ช่วงนี้ก็กลับบ้านบ่อยขึ้น อารมณ์ดี บอกกันตรงๆนะว่าพวกป้าไม่เคยเห็นคุณหมอกเป็นแบบนี้มาก่อนเลยไม่รู้จะวางตัวยังไง ไอ้ท่าทางเด็กๆนั้นป้าไม่ได้เห็นมาสิบกว่าปีแล้วล่ะมั้ง” ป้าคนอื่นๆทำท่านั่งนึกแล้วพยักหน้าตามๆกัน พูดใช่ๆเสริมกันใหญ่ “น่ารักดีนะ” ผมนึกหน้าไอ้พี่หมอกตอนได้ยินคำนี้ไม่ออกเลยครับ
“ป้าครับ แล้วป้าว่ามันไม่แปลกหรอครับ คือ....ป้าไม่คิดว่าผมมาทำให้พี่หมอกเขาเปลี่ยนไป ป้าไม่เกลียดผมหรอครับ”
“ตี๋ เราหน่ะน่าเอ็นดูจะตายไป” ป้าแกลูบหัวผมด้วย เหมือนผมเป็นลูกหลานคนนึงของป้า“ป้าไม่ว่าน้องตี๋หรอก ป้าต้องขอบคุณน้องตี๋ด้วยซ้ำที่เข้ามาเปลี่ยนคุณหมอกให้กลับมายิ้ม”
รอยยิ้ม เป็นการลงทุนที่น้อยที่สุด แต่ผลที่ได้กลับมามันมากมายเสียจนนับค่าไม่ได้
ผมชอบรอยยิ้มพี่หมอก และผมก็ชอบรอยยิ้มทุกคนที่อยู่ทีนี่ด้วย
“ตอนนี้พี่หมอกไม่ดุ ไม่กัด คุยกับพี่เขาสบายๆได้แล้วครับ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นมาเลยครับ ผมเห็นรอยยิ้มรอบๆตัวผมที่ทำให้ผมยิ้มตาม พี่หมอกที่คุยโทรศัพท์พึ่งจะเสร็จเดินเข้ามาในครัว เรียกผมให้ไปหา ผมเลยขอตัวออกจากวงสนทนา โบกมือลาตอบกลับไป ได้ยินเสียงหัวเราะพูดคุยครื้นเครงตามหลังมา ผมจ้องมองหลังพี่หมอก ที่รู้สึกว่าตอนนี้ระยะระหว่างผมกับมันน้อยลงไปเรื่อยๆ...
ได้โปรดช่วยทำให้ที่แห่งนี้เป็นบ้าน ซึ่งรอคอยพี่หมอกกลับมาด้วยความอบอุ่นด้วยนะครับ…
………………………..
………………….
ผ้าปูที่นอนผืนใหม่ ยังไม่ได้ลองใช้เพราะต้องไปแปรงฟันก่อน ไม่ครับ มันไม่มีการใช้ร่วมกันอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้ผมเอาของผมมาเอง! วางลงในแก้วเดียวกับแปรงสีฟันใหม่พี่หมอก พี่แกเลิกใช้ไอ้แปรงสีฟันดัมเบลแล้วครับ ผมไม่ได้ถามเหตุผลมาเหมือนกัน
ผมไปยืนแปรงฟันอยู่หน้าทีวี ไม่ต้องถามผมหรอกครับว่าดูอะไร เวลานี้ หลังอาหารเย็น! การ์ตูนไงหล่ะ! ผมไม่ชอบเวลาการ์ตูนมันตลกเลยพับผ่า กลั้นหัวเราะตอนแปรงฟันมันลำบากนะครับ
สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องรีบไปบ้วนปากในห้องน้ำแล้วออกมายืนหัวเราะต่อ ไอ้พี่หมอกก็เดินไปแปรงฟันสลับกับผม เห็นออกมานั่งแปรงข้างๆเหมือนกัน ปกติมันพี่เขาจะแปรงฟันในห้องน้ำ ไม่เหมือนผม
“ห...หึ..ฮ่าๆๆๆๆ”
มันหันมามองผม มองแบบนี้หมายความว่าไง ก็การ์ตูนมันตลกอ้ะ ว้าก ฮ่าๆๆๆๆ
ไอ้พี่หมอกก็เข้าไปบ้วนปาก เสร็จก็ลงมานั่งข้างๆใหม่ ไฟห้องน้ำดับไปแล้วเลยมีแต่ไฟจากทีวีที่ยังสว่างอยู่ในห้อง หันไปมองมัน ยังไม่ทันจะทำอะไร ก็ถูกจูบอีกแล้ว วันนี้สองมือสองเท้าผมก็นับไม่ไหวแล้วครับ
ได้กลิ่นยาสีฟันยี่ห้อเดียวกัน อดรู้สึกเหมือนเป็นคู่ข้าวใหม่ปลามันไม่ได้ แปลกดีครับ คนสองคนที่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ทั้งฐานะ นิสัย ความชอบ มุมมอง แต่เวลาผ่านไป อยู่ดีๆก็กลายเป็นว่าผมกับมันมานอนเล่นอยู่บนเตียงเดียวกัน จูบกันราวกับไม่มีอะไรอย่างอื่นบนโลกนี้ให้ทำ
“พี่ ถ้าจะใช้วิธีนี้ดึงความสนใจผมออกจากการ์ตูนอีก ขอบอกว่า มันไม่ได้ผล! ฮ่าๆๆ” ผมดันตัวมันไว้เลยครับ ทำหน้าแสดงชัดเจนว่าแผนนี้ใช้กับพี่ไม่ได้หรอกน้อง ไอ้พี่หมอกก็ดูนิ่งไปสักพัก ผมคิดว่ามันเบื่อเดี๋ยวก็เลือกไปเองครับ
“ตี๋”
มันมาแล้ว
สุดยอดอาวุธของพี่หมอก!!
ไอ้การกระซิบข้างหูด้วยเสียงต่ำๆแบบนี้ ต่อให้ผมสักยันเต็มหลัง มีมนต์ดีแค่ไหน ก็ไม่รอดครับ
“มึงสนใจกูน้อยกว่าการ์ตูนอีกหรอ?”
“พี่ การ์ตูนยี่สิบนาทีเอง” พยายามพูดกับมันดีๆ ตอนนี้มันมานั่งซ้อนหลังผม มือนี่ก็กอดแน่นเลย ปล่อยเถอะนะ เดี๋ยวกูซื้อหมอนข้างให้มึงนอนกอดนอนจูบทั้งวันเลย
“ยี่สิบนาที มึงให้กูไม่ได้หรอ?”
“ยี่สิบนาที พี่ให้ผมไม่ได้หรอ?”
“....”
งอนสะบัดตูดไปนู่นแล้ว มันนอนฝั่งมันเงียบๆเลยครับ ผมไม่สนครับ ดูการ์ตูนจบก่อนแล้วค่อยไปง้อ ก็นั่งหัวเราะไปเรื่อยๆจนแทบจะลืมมันไปเลยครับ พอการ์ตูนจบเลยพึ่งนึกขึ้นได้ โอ้โห ไอ้เด็กน้อยนี่มันโมโหจนหลับไปแล้วหว่ะ
“พี่หมอก หลับแล้วหรอ” ผมเดินไปปิดทีวีแล้วขึ้นมานั่งบนเตียง กระซิบเสียงเบาๆใกล้ๆมัน แต่เห็นมันยังนิ่งเลยถอดใจนึกว่าหลับไปแล้ว ผมเลยเอนตัวลงนอนบ้างครับ
เวลานอนปกติ ผมถนัดมือซ้าย ไอ้พี่หมอกถนัดมือขวา เลยนอนตะแคงไปคนละด้านกัน ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอแบบนั้น ผมเลยหลับตาลงบ้าง
แต่..นอนไม่หลับวะ
มันโกรธผมจริงๆหรือเปล่าเนี่ย? หรือแค่เบื่อเลยนอนเฉยๆ ? หรือว่าเพลียเลยง่วงหลับ? ความจริงวันนี้ผมก็เหนื่อยอยากนอนเหมือนกันครับ แต่มันค้างคาใจ ผมไม่อยากนอนหลับทั้งๆที่ยังไม่สบายใจแบบนี้
“พี่หมอก พี่หลับแล้วจริงดิ”
กระซิบเบาๆเหมือนเสียงลมหายใจจะดังกว่าด้วยซ้ำ ผมพลิกตัวหันไปทางมัน เห็นแต่หลังกว้างๆ ที่เหมือนกำแพงกั้นผมออกจากมัน โธ่ๆ น้องหมอก ขี้น้อยใจจังเลย
เอาวะ ผมยอม
ผมเลื่อนมือเข้าไปกอดมัน เอาขาก่ายเหมือนกอดหมอนข้าง ไม่นานก็รู้สึกว่ามือของมันเลื่อนมาจับมือผมที่โอบมันอยู่
มันพลิกตัวกลับมาหาผม เห็นสายตาที่จ้องมา ผมก็ยิ้มตอบ
“ไม่โกรธผมนะพี่หมอก”
“อืม ไม่ได้โกรธ”
“พี่หมอกนี่ขี้หวงเนอะ การ์ตูนยังไม่ยอมเลย”
“เออ กูหวง หวงมาก” สายตามันไม่ได้อบกว่าล้อเล่นเลยครับ แต่ผมกลับรู้สึกดีใจ “อย่าทำให้กูต้องหวงบ่อย กูไม่ชอบ”
“พี่ขังผมไว้ในห้อง ทุบทีวีทิ้งเลยดีกว่าพี่” มันยังหัวเราะเลยครับ เวลาหัวเราะมันจะเหมือนเด็กๆ แต่นานๆทีจะเห็นหัวเราะแบบนี้สักครั้ง ปกติจะแค่ยิ้มๆ
“วันนี้กูมีความสุข”
“ผมดีใจที่พี่มีความสุข”
“อยู่กับกูไปนานๆนะ”
“เออ พี่ก็อย่าหนีผมไปแล้วกัน”
“ไม่หนีไปไหนหรอก”
“ผมกินจุ เลี้ยงยาก เอาแต่ใจ น่ารำคาญ งอแง ขี้เบื่อง่ายนะ”
“มึงไม่มีข้อดีเลยหรอวะ”
ไอ้นี่ คือกูพูดแบบนี้หมายความว่าจะให้มึงพูดข้อดีของกูออกมาไงล่ะ
ไม่เป็นไรครับ ผมก็อดหัวเราะไม่ได้ เออ มันเอาใจใครไม่เป็น แต่ทุกวันนี้มันก็พยายามอยู่ ผมดีใจที่เห็นมันค่อยๆเปิดใจตัวเองออกอย่างช้าๆ
เหมือนผมกำลังเฝ้ามองพัฒนาการของเด็กตัวเล็กๆ ผมยืนอยู่ข้างๆ คอยพยุงไม่ให้ล้ม เป็นกำลังใจให้ และจะเดินไปด้วยกันจนกว่าทางนี้จะสิ้นสุดลง ทางที่ผมกับมันพบกันคนละครึ่งทาง ไม่มีใครเสียเปรียบใคร ทุกอย่างล้วนมีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“พี่ก็พอๆกับผมนี่แหละ”
“เออ ถึงทนมึงได้ไง”
“ผมต้องเป็นคนพูดมากกว่า คนที่ทนพี่หมอกได้ก็มีแต่ครอบครัวพี่ พวกป้าน้อย เพื่อนๆพี่ แล้วก็ผมนี่แหละ ผมยังสงสัยเลย ผู้หญิงพวกนั้นเขามาหลงพี่กันได้ไง”
“กูหล่อ กูมีเงิน เรื่องบนเตียงกูก็เก่ง แค่นี้มันยังไม่พออีกหรอ”
“ไอ้ข้อสุดท้ายไม่ค่อยเลยหว่ะพี่ ฮ่าๆ”
“ไม่จริงหรอไง” เห็นมันยิ้มแล้วน่ากลัว ไอ้พี่หมอกนี่มันก็หื่นใช้ได้เลยนะ
“ไม่รู้ดิ ผมไม่เคยลอง ไม่มีตัวเปรียบเทียบ”
“อย่าคิดไปลองเชียว จะตายทั้งมันและมึง”
“พี่โหดหว่ะ” แต่ผมกลับยิ้มครับ “แบบนี้ใครจะกล้าไปลองกัน”
ไอ้บรรยากาศตอนนี้มันหวานเลี่ยนจนผมยังรู้สึกแปลกๆเลยครับ ทั้งๆที่ผมกับพี่หมอกก็ไม่ได้คิดจะสร้างบรรยากาศแบบนี้ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย “นอนเถอะ” ผมพยักหน้าตอบพี่หมอก วันนี้เหนื่อยๆอย่างบอกไม่ถูก แต่ใจมันกลับรู้สึกอิ่ม บางอย่างที่มองไม่เห็น ความรู้สึก รู้สึกเหมือนถูกถักทอจนแน่นขึ้น
เราไม่ได้หมุนตัวกลับไปนอนท่าที่ถนัด ผมกับมันไม่ได้นอนกอดกัน แต่ผมรู้ว่าถ้าเกิดผมฝันร้ายจนเผลอตื่นขึ้นมากลางดึก พี่หมอกก็จะไม่หายไปไหนและพร้อมจะปลอบใจผมเสมอ เช่นเดียวกับที่ผมพร้อมจะทำสิ่งเดียวกันนี้ให้มัน..
ผมรอคอยพรุ่งนี้เช้าที่จะมาถึง
เช้าที่ผมตื่นมาแล้วจะเห็นหน้าพี่หมอกเป็นคนแรก...
..............................
.....................
พี่หมอกปลุกผมตอนเกือบเจ็ดโมงเช้า เพราะเมื่อคืนนอนเร็วเลยไม่รู้สึกง่วงเท่าไหร่ ผมไม่ได้ตื่นตีห้ากว่าเหมือนตอนอยู่บ้านมานานสุดๆ จนตอนนี้ผมกลายเป็นคนนอนตื่นสายไปเสียแล้ว
“หืม? จะไปไหนอะพี่”
ถามตอนมันหยิบเสื้อออกมาจากตู้ เห็นมันหยิบเพื่อผมด้วยอีกชุดนึง
“ไปรับฝน”
“ห้ะ?”
“วันนี้ปิดเทอม”
น้องฝน?
ผมนึกออกแต่หน้าตอนเด็กๆของน้องแกครับ รูปบนหัวเตียงน้องฝนพึ่งสองสามขวบ ทำให้นึกหน้าตอนโตไม่ออก พี่หมอกลงมานั่งข้างๆแล้วก็เปิดรูปในมือถือให้ผมดู เป็นรูปคู่ที่ใช้มือถือนี้ถ่าย พี่หมอกก็ยังหน้าบึ้งเหมือนเดิม ไม่สนใจจะมองกล้องด้วยซ้ำ ตรงข้ามกับน้องฝน
บร๊ะ! คุณพระคุณเจ้า นี่มันโคตรสวยเลยนี่หว่า!!!
พอผมเผลอยิ้มเท่านั้นหล่ะ มือถือโดนฉกออกไปเลยครับ หน้าพี่หมอกบูดตั้งแต่เช้า มันมองหน้าผมแล้วถาม “ยิ้มอะไร”
“น้องโคตรสวยเลย”
“.....”
เอ่อ กูชมน้องมึงนะ ไม่ได้ไปชกหน้าน้องมึง จะได้ทำหน้าใส่กูแบบนั้น
น้องฝนอยู่ม.6 ที่โรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งครับ โรงเรียนนี้ปกติไม่ใช่โรงเรียนประจำแต่ก็มีหอพักในให้นักเรียนอยู่ ต้องบอกว่าน้องฝนหน้าคล้ายพี่หมอกมากครับ ผิวขาว ใส่บิ๊กอายด้วย (ตาโตมาก) น้องเขาดูเหมือนพวกดาราเลยครับ แต่งตัวเก่ง มีทำผมอะไรของน้องเขาไม่รู้ แต่ผมคิดว่าสวยคนละแนวกับแม่พี่หมอก แม่พี่หมอกดูเหมือนผู้หญิงทำงาน แต่น้องเขาจะดูเป็นผู้หญิงมากกว่าแม่พี่หมอกหน่อย
“กูว่ามึงอยู่บ้านดีกว่า”
“ผมไปด้วยๆ!”
โรงเรียนหญิงล้วน แค่ได้ชื่อก็อยากไปแล้วครับ ลูกคนมีกะตังทั้งนั้น แถมยังสวยๆอีกด้วย
พี่หมอกก็หน้าบึ้งตลอดทางตั้งแต่ลงมากินข้าวยันขึ้นรถ วันนี้เอา Lexus สีบรอนซ์เงินมาขับ ไม่รู้ของใคร เห็น mini cooper สีแดงอยู่คันนึง คันนั้นพี่หมอกบอกว่าของน้องฝน
โรงเรียนนี้อยู่แถวกลางเมืองเลยครับ ใกล้ๆมีโรงเรียนชายล้วน โรงเรียนเก่าไอ้กล้วยมัน ผมไม่อยากเชื่อเลยครับว่าโรงเรียนจะหรูอะไรได้ขนาดนี้ มีร้านอาหารฟาสต์ฟูดเปิดในโรงอาหาร คิดดู! แถมหอประชุมก็ใหญ่มากๆ สร้างแยกออกมาเป็นตึกนึงเลยครับ ผมได้แต่อ้าปากหวอ โรงเรียนที่ผมเรียน หอประชุมคือโรงยิมครับ ผอ.พูดไป เด็กม.อื่นก็เตะบอลไป ได้อารมณ์ไปอีกแบบ
“ไหนน้องพี่อ้ะ?”
ผู้หญิงสวยๆลายตาเลยครับ ตั้งแต่เดินมาผมยังไม่ได้มองหน้าพี่หมอกเลย อู้ย คนนู้นน่ารักเป็นบ้า ยิ่งถักเปียแบบนี้ยิ่งรู้สึกเหมือนหลงมาต่างประเทศเลยครับ
และแล้วโลกก็มืด
“..พี่หมอก”
มันเอามือปิดตาผมแล้วดันตัวผมไปเรื่อยๆ ผมก็โวยวายสิครับ เสียวหกล้ม แล้วคนเป็นล้าน ไอ้พี่หมอกมันไปไหนก็มีแต่คนมอง มันดูเด่นครับ ถ้าผมไม่รู้จักมันคงนึกว่ามันเป็นดารา เพราะเหมือนมันมีกลิ่นอายดึงดูดสายตาผู้คนตลอดเวลา
ผมดิ้นจนหลุดออกจากมัน ดูเหมือนมันจะรับโทรศัพท์เลยยอมปล่อยผมดีๆ
“อยู่ไหน?”
ขนาดมันคุยกับน้องมัน ยังไม่ต่างจากคนอื่นเลยครับ
“ไหนบอกให้มารอตรงหอประชุม”
“.....”
พี่ใจเย็นๆ อย่าพึ่งขมวดคิ้ว
“มาหาที่รถเองแล้วกัน”
เฮ้ย! เอาอย่างนี้เลยเรอะ มันก็ดันให้ผมเดินนำไปเลยครับ สุดท้ายก็กลับมานั่งรอกันในรถ เปิดเพลงฟังรอไปเรื่อยๆ รถคันนี้ไม่มีแผ่นซีดีเพลงอยู่ เลยเปิดวิทยุฟัง
ท้องฟ้าเริ่มมืด คิดว่าไม่นานฝนคงตก มองออกไปนอกรถก็เห็นใบไม้แห้งโดนลมพัดไปมาอยู่ที่พื้น
ไม่นานผมก็เห็นน้องฝนครับ ยังอยู่ในชุดนักเรียน ลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆมาด้วย คิดว่าน่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าเธอบูดบึ้งไม่แพ้พี่เธอเลยครับ มาถึงจะเปิดประตูหน้าก็เห็นผมนั่งอยู่ เธอขมวดคิ้วก่อนจะเดินไปเปิดประตูหลัง แล้วก็เขวี้ยงกระเป๋าเดินทางนั้นขึ้นมาในรถ
ชะอุ้ย
“พี่หมอก!!”
พี่แกไม่ตอบแต่หันไปมองหน้าแทน
“ทำไมพี่เดินหนีฝน”
“ไม่ได้เดินหนี”
“แล้วทำไมไม่ยอมรอ”
“เบื่อเพื่อนฝน”
“ทำไมเบื่อ เพื่อนฝนทำอะไรผิด” เสียงเธอก็น่ารักดีอยู่หรอก แต่มีนิสัยชอบพูดกระแทกเหมือนกันเป๊ะ เอ่อ ตกลงมันคือนั่นสินะ กรรมพันธุ์สินะ
“แค่เพื่อนฝนจะขอพี่หมอกถ่ายรูปเอง”
“ยังถ่ายไปไม่พออีกหรอ?”
มันไม่ชอบถ่ายรูปครับ ผมคิดว่ามันคงจะหงุดหงิด
“พี่หมอก!!” รถคันไม่แคบมากแต่เสียงนี้อัดแน่น เธอแว้ดๆอยู่หลังเบาะผมพอดี หูจะแตกแล้วครับ แต่ผมก็นั่งนิ่ง ไม่กล้าขยับ เหลือบมองผ่านกระจกหลังเห็นตาดุๆนั้นก็กลัวแล้วครับ
“แล้วนี่ใคร”
“เมีย”
“ห๊ะ!!!!!” ไม่ใช่แค่น้องครับ ผมก็ร้องเหมือนกัน มึงคิดไงพูดออกมาวะ! ถ้าน้องเขาหัวใจวายขึ้นไปทำยังไง! แล้วใครไปเป็นเมียมึงตอนไหน กูผู้ชายนะโว้ย!
“พี่พูดบ้าอะไรของพี่วะ!” ทั้งผมทั้งฝนเลยครับ สาดใส่มันใหญ่ มันยังทำหน้านิ่งๆ ผมอยากจะเปิดประตูวิ่งออกไปเลยครับ แต่ดูเหมือนน้องฝนเร็วกว่า พอจะเปิดประตูออกไปพี่หมอกก็ออกรถเลยได้แต่นั่งทุบเบาะกระทืบพื้นไป
“พี่หมอก!! พี่ทำบ้าอะไรของพี่!! พูดแบบนี้ฝนไม่ตลกนะ”
ผมก็ขำไม่ออก
พึ่งเจอหน้ากันไม่ถึงห้านาที ก็กลายเป็นว่าน้องฝนแกเกลียดขี้หน้าผมไปโดยปริยายแล้วครับ
ผมรู้สึกอายแล้วก็รู้สึกโกรธ โกรธที่บางครั้งมันพูดอะไรออกมาไม่คิด บอกตรงๆผมไม่ชอบคำนี้เลยครับ
“พี่พูดออกมาได้ไง! ฝนไม่คิดว่าพี่ชายฝนจะเป็นแบบนี้เลยนะ! แล้วนี่มันใคร! คิดจะมาหลอกอะไรพี่หมอก! เอาเงินไหม เดี๋ยวฉันจ่ายให้แล้วออกไปซะให้พ้นๆ”
ผมเห็นน้องฝนหยิบกระเป๋าเงินใบยาวออกมา ทำท่าเหมือนจะหยิบเงินให้ผมจริงๆ
“ฝน!!”
พี่หมอกพูดดังเสียจนน้องเขาต้องปิดปากเงียบ เห็นมือพี่หมอกบีบอยู่ที่พวงมาลัยก็พอจะรู้ว่าโกรธ น้องฝนแกเลยจ้องผมผ่านกระจก ผมไม่กล้าแม้แต่จะมอง
“พี่หมอกตวาดใส่ฝนหรอ? พี่เห็นคนอื่นดีกว่าน้องพี่อีกหรอ?”
เป็นใครก็คงไม่ดีใจที่พบว่าพี่ชายตัวเองมีแฟนเป็นเพศเดียวกันหรอก
ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน มัวแต่คิดว่าแค่ผมกับมันก็พอ แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนหรือคนกลุ่มหนึ่ง เพื่อนๆเรา เท่านั้น แต่ยังมีสังคมขนาดใหญ่ที่อยู่รอบตัวเรา สังคมที่เราต้องอยู่ และบางครั้ง เขาอาจจะไม่เข้าใจเรา
ผมไม่รู้ว่าพี่หมอกจะขับไปถึงไหน แต่ดูจากทางแล้วไม่น่าจะใช่บ้าน
ฝนตก ท้องฟ้ากลายเป็นสีเทา เสียงเพลงเงียบลงไปแล้ว มีแต่เสียงหยดฝนที่ตกลงบนตัวรถดังเปาะแปะ
รถติด แทบไม่ขยับเขยื้อน ทุกคนต่างนั่งจมกับความคิดของตัวเอง
ผมได้ยินเสียงน้องฝนร้องไห้
เป็นการพบเจอกันครั้งแรกที่เลวร้ายชะมัด..
.................................
.........................
[Coin 22 : complete]
[29.11.54]
กระแสตอบรับ NC หมอกตี๋ ...คนละโลกกับของเฮียฟินเลยนะ

ตั้งใจเขียนออกมาให้คนละอารมณ์กัน แล้วก็ดูเหมือนว่าประสบความสำเร็จ ฮ่าๆ พิมพ์เสร็จแล้วก็คิดว่า เอ๋? จะโดนหาว่าไม่หวานหรือเปล่านะ ปรากฏเย็นนั้นมดบุกขึ้นคอมพ์ เล่นเอาคอมดับๆติดๆ กว่าจะพิมพ์ตอนนี้ได้ต้องอาศัยความพยายามอย่างมากในการเปิดคอม

ดับอยู่ันั่น ว้ากกกก
เอาหล่ะ ไหนๆจะสิ้นเดือนแล้ว จะเขียนตุนไว้ให้ทุกคนเท่าที่ทำได้นะคัฟ

แล้วก็จะเปิดกิจกรรมพิเศษ(ที่ไม่รู้มีใครสนอ้ะป่าว) ชื่ออีเวนท์ว่า
"อยากรู้..ได้ไหมวะ?" <--- (คิดไม่ออกจริงๆเลยได้ชื่อนี้ เหมือนชื่อเรื่อง มีหลายคนบอกไม่อ่านเพราะชื่อ ก็ตูคิดไม่ออกอ่ะ

)
ให้ทุกคนถามคำถามที่ไม่เป็นการสปอยเนื้อเรื่อง อะไรก็ได้เกี่ยวกับตัวละคร พิมพ์ "
A : " แบบนี้ไว้เพื่อให้รู้นะคัฟว่าเป็นคำถาม (จะมีใครเล่นป่าววะเนี่ย....

) แล้วจะมาทยอยตอบให้นะคัฟ

ไปช้วยแพ็คถุงยังชีพมาแล้ว เลยมาเเจกถุงยังรักให้กับคนอ่าน กร๊ากกก (

)
ปอลิง * เวลาจะตอบความคิดเห็นคนอ่านทำยังไงอ้ะ เห็นคนเขียนคนอื่นเขาทำเป็นช่องหลายๆช่องได้ในความเห็นเดียว(แถมมีบอกด้วยว่าเป็นความเห็นของใคร) สุดยอดดดด! อยากทำบ้างแต่ว่าโง่อ้ะค้าฟ ใครรู้ช่วยบอกป๋มที อยากตอบความเห็นบ้างงงงงง