รักวุ่นวายของนายตัวขาวสุดซ่า ตอนอวสาน (THE END) Up 11/5/62
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: รักวุ่นวายของนายตัวขาวสุดซ่า ตอนอวสาน (THE END) Up 11/5/62  (อ่าน 514578 ครั้ง)

่นทยนส

  • บุคคลทั่วไป

tawan

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ GeTOuTNoW

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

ออฟไลน์ jonathan2624

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-1
w1234 : ฮ่าๆๆ น่าจะตอนที่แปดหรือเก้าพาเข้าบ้านแล้วครับ ติดตามอ่านนะคร้าบบ

่นทยนส : ขอบคุณสำหรับอ๊ดมดอกไม้สวยๆ คร้าบบบ

tawan : ผมหน้าแดงกว่าอีกอะ คิงคองชอบทำให้เขินตลอดเวลา ขาดทุนๆๆ

GeTOuTNoW : สงสัยคิงคองจะชนะแล้วละครับ ฮิฮิ


ขอบคุณมากครับที่เข้ามาให้กำลังใจ ขอบคุณทุกคนคร้าบบบ


โจ้ :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ jonathan2624

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-1
Chapter 7 คำสารภาพรักของคิงคอง

   ผมลืมตาตื่นราวๆ ตีห้า หลังจากที่เมื่อวานน้องชายสุดที่รักเข้ามาแซวแล้ว ก็มีเรื่องต้องให้คิดวนเวียนไปทั้งวันเลย พยายามข่มตาหลับ ก็หลับไม่สนิท เช้าวันนี้เป็นวันเปิดเรียนของจริงแล้ว ให้ตายเถอะ ผมไม่อยากไปเจอไอ้เป๊บเอาซะเลย มันทำตัวไม่ถูกนะครับ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเรื่องเมื่อวันก่อนไอ้เป๊บต่างหากที่ผิด ไม่ใช่ผมสักกะหน่อย เฮ้อ เอาวะ ไปเรียนไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องไร้สาระ
   หลังจากสลัดความคิดเรื่องไอ้เป๊บออกไปได้ ผมก็อาบน้ำ แต่พิเศษตรงที่ ลองครีมอาบน้ำตัวใหม่ดีกว่า ซื้อมาจากร้านบูท Sanctuary (ครีมอาบน้ำยี่ห้อนี้หอมมากๆ เลยนะครับ ปัจจุบันก็ยังใช้อยู่นะ ใช้จนคล้ายๆจะเป็นกลิ่นตัวผมไปแล้วละ ฮิฮิ) อาบไปเรื่อยๆ หอมดีจัง ขัดนั่น ขัดนี่ ขัดนู้น ฮ่าๆๆ ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่งตัวสุภาพนิดนึงป้องกันกันอาจารย์ตกใจในความทันสมัยอินเทร็นด์

“โจ้ ตื่นหรือยังลูก ลงมาทานข้าวได้แล้ว เดี๋ยวไปมหา’ลัยไม่ทัน” แม่ตะโกนเรียก
“คร้าบบบบแม่ๆ กำลังจะลงไปคร้าบ” ผมตะโกนตอบแม่ไป
   แต่งตัวเสร็จฉีดน้ำหอม เซ็ทผม หมุนหน้ากระจกสองรอบ โอเคดูน่ารักละ เรทติ้งมีมากกว่าเดิมชัวร์ ฮิฮิ ไปกินข้าวเช้าดีกว่า
“แม่ครับ แล้วพ่อกับน้องละ”ผมถามแม่ไปพลางตักข้าวเข้าปากแบบความเร็วสูงไป
“อ๋อ พ่อไปทำงานแล้วลูก เห็นว่ามีประชุมกรรมการบริหาร ส่วนน้องออกไปหาเพื่อน”
“อ๋อ ครับๆ”
“ค่อยๆ กิน เดี๋ยวลำสัก”
“รีบครับแม่ วันนี้มีเรียนตอน 9 โมงครับ”
“นี่มัน 7 โมงเอง จะรีบไปไหนลูก หรือว่านัดแฟนใหม่ไว้ละ”
“แค๊กๆๆ” ผมสำลักข้าวเช้าเลยครับ ตกใจที่แม่ถามนะซิ แฟนมงแฟนใหม่อะไรกัน หนอยไอ้น้องตัวดี มันต้องมาเล่าพ่อกับแม่แน่ อ๊ากกกก
“อะ น้ำลูก บอกแล้วอย่ากินเร็วมันสำลัก” ผมเหลือบตามอง เห็นแม่อมยิ้ม
“แม่อะ ไม่ได้สำลักเพราะรีบ แต่ตกใจต่างหากที่แม่พูดเรื่องแฟนใหม่อะไรกันอะ”
“แหมลูก แม่เลี้ยงลูกมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนตอนนี้หอยเท่าฝ่าตีนแล้ว”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มั่วแล้วแม่ผมไม่มีหอยคร้าบบบบ” แม่ก็ขำด้วย
“เอาเป็นว่าเลี้ยงลูกมาตั้งแต่เด็กๆ นะแหละ แม่ไม่ห้ามนะเรื่องจะมีแฟนใหม่นะ แต่ลูกต้องคิดถึงตัวเอง รักตัวเอง ดูแลตัวเอง พ่อ แม่ และน้อง รักลูกมากนะ และจะคอยดูอยู่เบื้องหลังเป็นกำลังใจให้นะ” แม่ยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก
   ผมน้ำตาไหลครับ “ครับแม่ ผมก็รักพ่อ แม่ และน้อง มากเหมือนกัน ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะคิดอย่างรอบคอบ และจะดูแลตัวเองนะครับแม่” กอดแม่แน่นๆ ทีนึง
   แม่ลูบหัว “จ๊ะ อย่าขี้แยมาก เอาละๆ ไปเรียนได้แล้ว เดี๋ยวสายและแฟนใหม่จะรอนาน ว่างๆ ก็พามาให้พ่อกับแม่และน้องมาดูตัวบ้างละ” แม่ยิ้มๆ
“แม่อะ บอกแล้วว่าไม่ใช่ๆๆ” เขินหน้าแดงอีกตามเคย ชิ
“จ้าๆๆ ไปเรียนได้แล้ว” แม่ขำส่งท้าย
   ผมออกจากบ้านเดินไปที่โรงรถ....หือ...แว๊ก.... “แม่คร้าบบบ รถโจ้หายไปไหนอะ”
“อ๋อๆ พอดีน้องยืมไปขับนะ ลูกเอารถน้องไปละกัน” โหยไอ้น้องบ้า เอารถคันโปรดเราไปขับ ชิ แล้วให้ไปขับรถมันอะนะ เก่าจะแย่
   จริงๆ มันก็ไม่เก่าหรอกครับ พ่อเพิ่งซื้อให้มันเมื่อสองปีก่อนเอง BMW Series 3 รุ่น323i  ไม่ถนัดเอาซะเล้ยขับแล้วดูแนวๆ วัยรุ่นฮาร์ดคอร์นะครับ มัวแต่เลือกเดี๋ยวไปสายอีก ขับรถมาหน้าปากซอย ขึ้นถนนหลัก อ๊ะ ไปทางด่วนดีกว่ารวดเดียวถึง
   ลงทางด่วนเปิดไฟเลี้ยวซ้ายเข้ามหา’ลัย ระแวงคนแซงซ้ายอีกครับ ฮ่าๆๆ รถก็เยอะเหมือนเดิมเลย ลูกคนรวยๆ เยอะจริงเลยน่อ ผมขับรถขึ้นไปลานจอดชั้น 3 ข้างหน้า เบนซ์ E240 จอดเปิดไฟฉุกเฉิน เฮ้ย รถของไอ้เป๊บนี่หว่า ไอ้เป๊บมันยืนรอใครหันซ้ายหันขวาแบบนั้น ดีนะที่เอารถน้องมาไม่งั้นมันรู้แน่ว่าเรามา เชอะ ยังงอนโว้ย ผมก็ขับผ่านไอ้เป๊บไปจอดชั้น 5
   หลังจากจอดเสร็จผมก็เดินลงบันไดหนีไฟ ข้ามทางเชื่อมระหว่างอาคาร และขึ้นห้องเรียนชั้น 9 ห้อง 902
“โจ้ๆ สวัสดีครับ เป็นไงบ้างไม่ได้เจอกันหลายวัน” ตั๋มเดินเข้ามาทักทายครับ
“สบายดีครับ ตั๋มละ”
“ปกติครับ แล้วนี่เพิ่งมาหรือ”
“เพิ่งขึ้นมาถึงห้องเลยละ ตื่นเต้นกับเพื่อนใหม่ๆ นะตั๋ม”
“ใช่ๆ โจ้ปะ เข้าห้องดีกว่าหาที่นั่ง”
   ผมก็เดินเข้าห้องเรียน ระหว่างนั้นมือถือในกระเป๋าก็สั่น ผมล้วงออกมาดู ไอ้เป๊บโทรมา ฝันเถอะว่าจะรับ เชอะ ผมกดสายทิ้งและตั้งเสียงเงียบไว้ ทราย ฉัตร ก็เข้ามาทักทาย มีเพื่อนที่ยังไม่รู้จักเยอะเลย แอบมองๆ เราเหมือนกันแหะ ตื่นเต้นจัง ประมาณสักสิบนาที อาจารย์ก็เข้ามาสอน
“สวัสดีครับนักศึกษาทุกคน ผม ศ..ดร.XXX รับผิดชอบในรายวิชา XXXX อาจารย์ก็อธิบายไปเรื่อยครับ ผมก็ตั้งใจเรียนตามปกติ แอบคิดในใจ ยากจังเลย แต่ก็ต้องพยายามละ เรียนไปได้สักแป๊บนึง รู้สึกว่ามีสายตาเพ่งเล็งมาจากด้านหลัง ผมเหลือบหันไปมอง
   ไอ้เป๊บมันมองผมอยู่ พอผมสบตามัน มันยิ้มให้ แต่ผมทำสีหน้าเย็นชาตอบกลับไป ดูมันจ๋อยๆ เหมือนกัน ผมหันกลับมาเรียนต่อไม่ไปมองมันอีก
   “เอาละ วันนี้พอแค่นี้ สัปดาห์หน้างานที่มอบหมายให้ไปค้นคว้าเพิ่มเติม ออกมานำเสนอหน้าชั้นด้วยนะ ไว้เจอกันครับ” หลังจากอาจารย์ประกาศเลิกคลาส ผมก็ยังทำเป็นไม่สนใจไอ้เป๊บ
“โจ้ ไปทานข้าวเที่ยงกันที่ไหนดี” ตั๋มถาม
“เราว่าไปกินฟูจิที่มอลปิมั้ย” ทรายชวน
“ดีๆ ไม่ได้กินมานานแล้ววววว”ฉัตรเสริม
“เบิดดดดดด ไปกินฟูจิด้วยกันมั้ย”ฉัตรตะโกนเรียกเบิดซึ่งยืนอยู่หน้าห้อง
“ได้ๆๆ รอแปบๆ เก็บของก่อนๆ” เบิดตอบกลับมา
“เบิด นี่โจ้ รู้จักกันไว้” ฉัตรแนะนำเบิดให้รู้จัก
“ดีๆ โจ้” เบิดทักทาย
“ดีครับเบิด” ผมยิ้มกลับ
   ลักษณะของเบิดหรือครับ อวบๆ ผิวขาวแดง มีเชื่อสายจีนครับ ไม่ได้หน้าตาดีอะไรมากมาย แต่ขอบอกว่า เป็นคนที่มีจิตใจดีมากๆ เรียนเก่งได้โล่ห์รางวัลเรียนดี ผมยังยืม Lecture ไปลอกเลยครับ ฮิฮิ ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนรักของผมเลยนะ
“เป๊บๆ ไปกินฟูจิด้วยกันมั้ย” ทรายตะโกนชวนเป๊บ
“ได้ครับ แต่ไม่รู้บางคนอยากให้เราไปด้วยมั้ย” เป๊บตอบกลับมาสบตากับผม
   ทุกคนก็ทำหน้างงๆ ประมาณว่าใครหรือที่ไม่อยากให้ไป ส่วนผมนะหรือครับ ทำหน้านิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอาการอะไร เป๊บหน้าจ๋อยไปพอสมควร
“แล้วนี่ตกลงไปรถใครละ นับดูแล้วมี 1,2,3….ทั้งหมด 6 คน” เบิดนับ
“เอาไปสองคันก็ได้ รถเราคันนึงแล้วก็รถไอ้ตั๋มคันนึง” เป๊บเสนอความเห็น
“งั้น เบิด ฉัตร ไปคันเดียวกับเป๊บ โจ้ ทราย ไปคันเดียวกับเรา” ตั๋มพูด
“ตกลงตามนี้ ไปหิวแล้ว เดินทางกัน”ผมตอบรวบรัดตัดความ เพราะไอ้เป๊บทำท่าจะพูดขัดอีก
   เมื่อมาถึงห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ เราทั้ง 6 คนก็ไปที่ร้านฟูจิ ได้โต๊ะใหญ่ นั่งฝั่งละสามคนพอดี เหมือนชะตากลั่นแกล้งหรือวางแผนมาก็ไม่รู้ ผมนั่งตรงข้ามเป๊บด้านในสุด ตรงกลางเป็นตั๋มนั่งตรงข้ามฉัตร และเบิดนั่งตรงข้ามทราย ระหว่างที่สั่งอาหารไปเรื่อยๆ เป๊บพยายามสบตาผมตลอด แต่ผมเฉยอย่างเดียว เพื่อนคนอื่นๆ นั่งเม้ากันแทบร้านแตก
“โจ้ไม่สบายหรือเปล่าทำไมดูเงี๊ยบเงียบ” ฉัตรถาม
“อ่อเปล่า เราสบายดีนะ แค่หิวเท่านั้นเอง”
“อยากกินอะไรรองท้องก่อนมั้ย เดี๋ยวออกไปซื้อให้” เป๊บถามผม แต่คำตอบที่ได้รับ เงียบสนิทครับ
   เป๊บมันก็หน้าจ๋อยอีกรอบ ที่ผมไม่มอง ไม่คุยกะมัน ประมาณสักพักอาหารก็มาครบ พวกเราก็เริ่มทานกัน เป๊บก็คอยเติมน้ำให้ หยิบนั่นหยิบนี่ให้
“ไม่เป็นไรหรอกเป๊บ เราหยิบเองได้ นายกินไปเถอะ” ผมบอกเป๊บด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เย็นชา จนเพื่อนคนอื่นๆ หันมาสังเกต
   เป๊บเลยเงียบๆ ไป เพื่อนสี่คนกินไปเม้าไป ผมกับเป๊บต่างคนต่างเงียบ ใจแข็งมั้ยละ ฮิฮิ เช็คบิลเรียบร้อย ทรายเอ่ยถามมาว่า
“ดูหนังกันมั้ย”
“ดีๆ ตอนนี้เรื่องอะไรเข้ามั่ง” ฉัตรเห็นดีเห็นงามด้วย
“น่าจะเรื่องชัตเตอร์นะ” เบิดเปรยออกมา
“หนังผีหรือเบิด” ตั๋มถาม
“ใช่ๆ เค้าว่าสนุก ดูเรื่องนี้แหละ” เบิดตอบ
   เคยถามกรูมั่งมะ ว่ากรูชอบหนังผีหรือเปล่า อ๊ากกกก ไม่อยากดูง่าๆๆๆๆ
“งั้น เดี๋ยวเราเลี้ยงเองนะ ไปเจอหน้าโรงหนังเลย เดี๋ยวเราวิ่งไปซื้อตั๋วก่อน” เป๊บพูดเสร็จมันก็วิ่งไปทันที
“คือ .....เรา....”ผมหาทางปฏิเสธไม่ดู
“เอาน่าโจ้... ใช่ว่าพวกเราจะว่างมาด้วยกันบ่อยๆ ไปดูกันเห้อ” เบิดกล่อมผม ผมคิดทบทวนลังเลพักนึง เอาก็เอาวะ เพื่อมิตรภาพ ยอมปอดแหกวันนึง
   เดินมาถึงหน้าโรงหนัง เป๊บยืนรออยู่แล้ว พร้อมกับป๊อบคอร์นคอมโบเซ็ทสามชุด ผมคิดในใจ จะซื้อทำไมเยอะแยะ เป๊บแจกตั๋วหนังให้คนละใบ แจกคอมโบให้คนละชุด ผมเองก็รับมาโดยไม่ได้ฉุกคิด จนเข้ามาในโรงหนัง พนักงานก็พาเดินไปที่นั่งของแต่ละคน
   ปกติเราต้องเดินเองไม่ใช่หรือ ทำไมวันนี้พนักงานบริการดีจัง ผมมารู้เอาตอนไปถึงที่นั่ง เฮ้ย นี่มันที่นั่งเฟิสคลาสโซฟานี่หว่า ใช่ครับ ผมนั่งคู่เป๊บ หนอยมันวางแผนไว้ตั้งแต่แรก มิน่าอาสาไปซื้อตั๋ว ผมหันไปดูเพื่อนแต่ละคนก็ทำหน้าตางงๆ เหมือนกัน ทรายนั่งคู่ตั๋ม ฉัตรนั่งคู่เบิด อะไรกันเนี่ย ผมทำท่าจะลุกแต่ไอ้เป๊บมันรั้งเอวไว้
“จะหนีไปไหนอีก” เป๊บถาม
“ไม่อยากอยู่กับคนนิสัยไม่ดี” ผมตอบปนงอนผสมผสานน้ำเสียงเย็นชา  ฮิฮิ
“ขอโทษ...อย่าหนีอีกเลย กรูทรมาน” เป๊บตอบเสียงเครือๆ
   ผมได้ยินเลยนั่งนิ่งๆ เริ่มใจอ่อนกับมันแล้ว สงสารมันเหมือนกันนะ หนังเริ่มฉายแล้วครับ น่ากลัวอะ ว๊าก เหวย อ๊าก กริ๊ดดด แว๊กๆ ผมเอามือปิดหน้าตลอดเลย มารู้ตัวอีกที อ้าวไหง มาซุกอกไอ้เป๊ปมันเนี่ย พอรู้ตัวก็ผลักตัวเองออกมาเลย เป๊บมันก็ทำหน้างงๆ ใส่
“ซุกอกตั้งนาน ทำไมผลักออกไปดื้อๆ ละ”เป๊บถาม
“เปล่า ไม่มีอะไร” แต่หน้างี้แดงแปร็ด ร้อนผ่าว เขินโคตร ดีที่โรงหนังมืดไม่งั้นเห็นหน้าแดงแปร๊ดอีกแน่ ชิ
   สำหรับคนที่เคยดูหนังเรื่องนี้ น่าจะจำฉากที่ผีขี่คอพระเอกในตอนท้ายๆ ได้นะครับ ผมละกริ๊ดแตกๆๆ ฮ่าๆๆ พอฉากนั้นมาผมหลับตาปี๋เลย สุดท้ายไปอยู่ที่อก ของไอ้เป๊บอีกเหมือนเดิม โว้วววว เซ็งโว้ยยย
   เมื่อหนังจบเราหกคนก็เดินมาด้วยกัน แวะกันเข้าห้องน้ำ หลังจากถ่ายเทของเหลวเสร็จ ผมก็มาที่หน้ากระจก เช็คเรทติ้งนิดนึง เดี๋ยวหน้ามันเรทติ้งตกซวยตาย ฮิฮิ
“หน้าเนียนจัง” เป๊บเอ่ยขึ้นมา
“แน่นอน บำรุงรักษาดี มีปัญหามั้ย” ผมตอบไปแบบกวนๆ จริงๆไม่ได้บำรุงอะไรมากหรอกครับ มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่วัยรุ่นโน่น ไม่ได้ทาคงทาครีมอะไรมากนักหรอก หลังจากที่ตอบไอ้เป๊บเสร็จ ผมก็เดินออกมาคอยบริเวณด้านนอก รอเพื่อนๆ ออกมาให้ครบคน where ever you go what ever you do ใครโทรมาหว่า อ๊ะ น้องสุดเลิฟนี่
“ว่าไงน้อง”
“เฮีย อยู่ไหนนั่น”
“มอลปิ มาดูหนัง...”
“กับพี่เขยผมใช่ม่า”น้องผมมันตอบต่อท้ายประโยคให้เลย
“ไอ้บ้า มันไปเป็นพี่เขยแกตอนไหนเนี่ย” ผมด่าน้องไปแบบเขินๆ หน้าร้อนผ่าวอีกละ
“แหมเฮีย อย่าใจแข็งนักเด่ ผมรู้นะว่าเค้ามาง้อๆ แหละ เฮียให้อภัยเถอะ”
“เออรู้แหละ แต่มันยังเจ็บใจนี่หว่า”
“พี่ เชื่อผมเถอะ คนเราอะนะบางครั้งมันทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลนอกจากคำว่า “รัก” นะ เค้าอาจจะชอบพี่ไง เลยเผลอตัวทำไปแบบนั้น พี่เองก็ไม่มีใครมานานมากแล้วและก็ไม่เคยเห็นพี่จะสนใจใครอีกเลย น้องอยากเห็นพี่มีความสุขนะ ทำเพื่อตัวเองบ้างพี่” น้องผมเข้าโหมดจริงจัง เทศน์ยาวจนผมสะอึก
“เออๆ ไว้จะพิจารณา แล้วนั่นอยู่ไหน กลับบ้านกี่โมง”
“พากิ๊กมาเที่ยวนะเฮีย เย็นนี้กลับไปกินข้าวเย็นด้วยแน่นอน เจอกันที่บ้านเฮีย ถ้าว่างก็ชวนพี่เขยไปทานด้วยเลย ฮ่าๆๆ”
“ไอ้.....ตู๊ดๆๆ” ยังไม่ทันจะด่ามันวางสายไปละ ชิ ใครจะชวนไปบ้านละ เดี๋ยวมันรู้ว่าบ้านอยู่แถวไหนแล้วไปดักฆ่าทำไงเนี่ย ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือ โอ้วว ห้าโมงเย็น ต้องรีบกลับแล้ว เดี๋ยวไม่ทันทานข้าวเย็นอะ
   ประมาณห้านาทีเพื่อนๆ ก็เดินออกมากันครบ 6 คน ผมเอ่ยปากก่อนว่า
“กลับมหา’ลัยกันเถอะ เย็นแล้วจะได้กลับบ้านไม่ทันค่ำ กลัวรถติด”
“เออดีๆ ปะๆ กลับๆ”ทรายพยักหน้าเห็นด้วย
“ตั๋ม เมิงนั่งไปกับเบิด , ทราย ส่วนกรูจะพาโจ้กับฉัตรไปเอง” เป๊บบงการสั่งซะ
   ไม่ทันให้ตั๋มตอบคำถาม เป๊บมันดึงมือผมเดินจ้ำๆๆ ฉัตรก็เดินตามทันที ไอ้นี่ เคยถามกรูมั่งมั้ยว่ากรูจะไปกะใคร ชิ
   มาถึงลานจอดรถชั้น 4B ของห้าง โห ไอ้นี่มีอภิสิทธิ์(ไม่ใช่นายกนะคร้าบบบบ) เนอะ จอดที่วีไอพีซะด้วย ผมนั่งหน้า ฉัตรนั่งหลัง เป๊บก็ถามฉัตรว่ารถจอดแถวๆ ไหน ฉัตรตอบไปว่า ระหว่างอาคารXXX เป๊บมันก็วนไปส่งฉัตร ก่อนฉัตรจะลง ก็พูดว่า
“เป๊บ เมิงมีอะไรก็พูดกันดีๆ ไอ้โจ้มันบอบบาง เข้าใจปะ” ผมงงฉัตรพูดแปลก ยังไม่ทันจะอ้าปากถามฉัตร
“กรูไปละโจ้ เจอกันวันมะรืน ฮ่าๆๆๆ” ฉัตรหัวเราะแบบสะใจ(จะหัวเราะเพื่อ ไอ้เพื่อนนรกแตก)ก็ลงจากรถไปทันที ปิดประตู..ปัง...อ้าว เดี๋ยวๆ กรูยังไม่ทันถาม
   
***อาจจะสงสัยนะครับว่า คำพูดที่ผมใช้กับฉัตรดูสนิทสนม จริงๆ แล้วนับจากวันแรกที่พวกเราเรียนด้วยกัน ก็แลกเบอร์มือถือกันแล้วครับ ในช่วงที่ระหว่างรอเปิดเรียนจริง ฉัตรก็โทรมาถามข้อมูลการเรียนเลยทำให้ผมกับฉัตรค่อนข้างสนิทกัน หน้าตาของฉัตรนะหรือครับ โครงหน้าของฉัตรสวยมาก คล้ายกับสาวๆ อาหรับนะครับ นั่นก็คือเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวอวบอั๋นเหมือนกับสาวอาหรับไปด้วย ที่บ้านของฉัตรทำธุรกิจหลายอย่างในเครือที่ชื่อว่า Bim Group รวยมากครับ ปัจจุบันนี้เป็นเพื่อนสาวที่ผมซี้ปึ๊ก รักมากเลยละครับ***

“รถจอดชั้นไหน” เป๊บถาม
“จอดหน้าอาคารนะแหละ เดี๋ยวเราขึ้นลิฟท์ไปเอง”
“ไม่ เดี๋ยวขับวนขึ้นไปส่ง” เป๊บยืนยันเสียงแข็ง
   ผมรำคาญที่ต้องเถียงมันบ่อยๆ เลยตอบไปว่า
“ ชั้น 5” ไอ้เป๊บก็ขับวนไปถึงชั้นห้า
“ไหนละรถ”
“นั่นไง คันสีบรอนซ์เงิน”
“ไม่ได้เอารถเองมาหรือ”
“อื้อ พอดีน้องเอารถไปเลยขับรถของน้องมาแทน”
“มิน่าละตอนเช้าดักคอยแต่ไม่เห็น” หือ ตกลงที่ผมเห็นมันชะเง้อหันซ้ายหันขวา มันคอยผมหรือนี่ ใจพองโตนิดๆ
   ผมเปิดประตูลงจากรถมัน มันก็ลงจากรถด้วย เดินมาส่งที่รถผม ผมกดรีโมทเปิดประตู ไอ้เป๊บมันก็เอ่ยว่า
“ยังโกรธเราอยู่มั้ย” เป๊บถามด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ
“เรื่องอะไร” รู้แหละแต่เก๊กโว้ย คิคิ
“เอ่อ...คือ...เอ่อ..เรื่องที่เราจูบนะ” ผมไม่ตอบ ยังทำหน้าเรียบเฉย กำลังจะก้าวขึ้นรถ เป๊บเอามือมาจับประตูรถผมไว้ ผมเงยหน้าขึ้นมอง
“โจ้ เราขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ที่เราทำแบบนั้น เราทำไปเพราะ....”เป๊บมันพูดน้ำตาเครือๆ เสียงสั่นๆ
   ผมรอฟังคำตอบว่าเพราะอะไร....
“เพราะ.....เราชอบโจ้นะ...” ผมอึ้งกับคำตอบที่ไม่คาดคิดว่าคิงคองจะกล้าบอก
“เรารู้ว่ามันอาจจะผิดไปจากการยอมรับของสังคม เรากลับไปทบทวนดูแล้ว ว่าเราชอบโจ้จริงๆ จนตอนนี้มันกลายเป็นคำว่า...รัก...ไปแล้ว” ห๊า....อึ้งรอบสอง...รักเลยเรอะ
“จริงหรือ เป๊บชอบและรักเราตอนไหน” ผมถามด้วยเสียงเรียบๆ แต่ขอบอกเหอะ หัวใจเต้นโครมๆ แทบจะแอ็ดมิดเข้าศิริราช สะกดกลั้นความเขินหน้าแดงไว้ ฮิฮิ
   เป๊บทำท่าเขิน อาย นิดๆ เอามือจับท้ายทอย ก้มหน้ายิ้มนิดๆ  ตายละเวลาเขิน น่ารัก Chip หาย ฮ่าๆๆ
“ชอบตั้งแต่แรกเห็นที่ด่ากันตรงลานจอดชั้น 3 และมามั่นใจว่ารักวันที่มีกิจกรรมน้องรหัส”            เป๊บตอบแบบเขินๆ

   เวรกรรม ชอบกรูตอนนั้นอะนะ แต่กรูด่ามันซะเต็มที่ ฮ่าๆๆ

“โจ้ เราขอโทษนะ ยกโทษให้เราเถอะ” เป๊บน้ำตาเครือๆ ตาแดงเหมือนจะร้องไห้ ผมเงียบไปแป๊บนึง
“เป๊บกลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวรถติดนะ” ผมตอบ ไอ้เป๊บหน้าจ๋อยกว่าเดิมอีก
“ตกลง... โจ้.... ไม่ยกโทษให้เราใช่มั้ย” เสียงเป๊บดูแย่มาก
“ยังไม่เคยพูดว่าโกรธนี่ แล้วจะให้ยกโทษได้ไง” ผมยิ้มตอบเป๊บไป
   เป๊บเงยหน้าขึ้นมามอง แล้วค่อยๆ ยิ้ม
“หมะ..หมายความว่า..โจ้ยกโทษให้ไม่โกรธเป๊บแล้วใช่มั้ย” เป๊บยิ้มร่าเลย
“ใช่มั้ยๆๆ” ย้ำแล้วยังเขย่าไหล่ผมอีก
“อื้อ ถ้าไม่ปล่อยจะโกรธเดี๋ยวนี้แหละ” เป๊บปล่อยทันที พร้อมกับเข้ามากอดผม
“ขอบคุณมากนะ ขอบคุณๆ จริงๆ ที่ไม่โกรธเป๊บ” ผมรู้สึกหัวใจพองโต ผมรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เค้ารัก ผม ผมรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ดูแลผมได้ ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้ผมคิดคำถามขึ้นมาว่า เป็นของจริงหรือหลอกลวงกันแน่นะ คงต้องใช้เวลาศึกษาก่อนนะโว้ย ไอ้เป๊บ ฮ่าๆๆ
   หลังจากที่เป๊บคลายผมจากอ้อมกอดแล้ว
“เป๊บรักโจ้นะครับ รักตั้งแต่แรกเห็น เป๊บไม่ได้หลอกโจ้เลยนะ มันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอะไรบางอย่างจิ๊ดเข้ามาที่หัวใจ แต่เป๊บไม่เคยคบกับผู้ชาย ดังนั้น ให้โอกาสเป๊บได้ดูแลโจ้นะครับ” สารภาพธรรมดาก็ได้จ้าคิงคอง ไม่ต้องทำฟิลลิ่งขนาดนั้น เดี๋ยวกรูหัวใจวายก่อนจะได้รักเมิงอะ
“ขอคิดดูก่อนละกันเป๊บ รู้จักกันแค่เดือนนิดๆ เอง เป๊บอาจจะคิดผิดหรือคิดไปเองก็ได้นะ” หยิ่งโว้ยหยิ่ง ฮ่าๆๆ
“เป๊บมั่นใจนะ ไม่เป็นไร เป๊บจะทำให้โจ้เห็นเอง ว่าเป๊บรักโจ้ขนาดไหน” เป๊บตอบด้วยสีหน้ามั่นใจมาก ทำยังกะแบร๊ด พิท ชิ
   ผมยืนยิ้มสบตากับเป๊บ “ตกลงเป๊บ เราให้โอกาส ทำตัวดีๆ ละ” ผมยิ้มจากใจ ยิ้มที่พ่อ แม่ น้อง บอกเสมอว่า ดูดีมากๆ
“ขอบคุณมากครับ” เป๊บยิ้มตอบ น้ำตาเครือๆ (เสียงยั่วจริงโว้ย)
   ในช่วงเสี้ยววินาทีนั้น ผมตัดสินใจ
ผมกอดและเอามือโน้มท้ายทอยเป๊บ มาประกบปากผม จุ๊ฟฟฟฟฟฟ...  เราสองคนจูบกันไม่นาน แต่ความรู้สึกมันเหมือนนานมาก เป็นจูบที่ไม่เหมือนวันนั้น มันผสมความรู้สึกพิเศษที่ยากในการอธิบาย
“เป๊บเข้าใจความหมายของเรายัง” ผมถามเป๊บ ขอบอกเหอะ หน้าแดงวายวอด :-[ :-[ เลือดแทบทะลักออกจากเส้นเลือด ชิ
“ครับ” เป๊บตอบสั้นๆ แต่แววตาแฝงความหมายมากมาย
“กลับบ้านกันเถอะเป๊บ เดี๋ยวรถติดจะถึงบ้านดึก” ผมบอกตัดความเขิน
“ได้ครับ โจ้ขับรถดีๆ นะ อย่าซิ่งมากนะ เป๊บเป็นห่วง”

ผมพยักหน้า หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ขับรถออกจากมหา’ลัยได้ครู่นึง ก็.....

“ปิ๊บๆ” หือ ใครส่งเมสเซสมานะ ผมกดอ่านข้อความ
“ขับรถกลับบ้านดีๆ ครับที่รัก ตัวนิ่มและหอมเหมือนเดิมเลย จูบหวานมากครับ คิดถึงนะครับ ถึงบ้านแล้วเมสเซสมาบอกด้วยนะ จากเป๊บ” อ่านข้อความจบ กรูจะรถคว่ำเพราะเมิงเนี่ย หน้าแดงแปร๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด  :-[ :-[

ต่อตอนหน้าคร้าบบบบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2011 17:20:51 โดย jonathan2624 »

โจ๊กกุ้ง

  • บุคคลทั่วไป
คิงคองป่ากลายเป็นคิงคองบ้านไปแล้ว หวานมาก :o8: :-[ :impress2:

m_pop91

  • บุคคลทั่วไป
คิงคองจะกลายพันธ์ น่ารักที่สุด อิอิอิ

ออฟไลน์ w1234

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 626
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1

ออฟไลน์ jonathan2624

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-1
มาเม้นๆ ก่อนนอนคร้าบบบ

โจ๊กกุ้ง : ฮ่าๆๆๆ ตอนนี้กลายเป็นคิงคองเรียบร้อยไปแล้วละครับ เชื่อฟังดีมากเลยละครับ

m_pop91 : กลายพันธ์แน่นอนเลยครับ หล่อขึ้นกว่าเดิมทุกวัน  :-[

w1234 : เปลี่ยนจากแข็งกร้าว มาหวานมากขึ้นเลยละคร้าบบบ

ปล.ติดตามอ่านกันเรื่อยๆ นะครับ เรื่องราวของผมมาจากเรื่องเล่าชีวิตจริง ดัดแปลง 20% เพื่อป้องกันบุคคลจริงนะครับ อาจจะใช้ภาษาที่ไม่หยาบคายมากนัก แต่ก็ถ่ายทอดจากใจนะครับ

ขอบคุณครับ

โจ้ :pig4:

m_pop91

  • บุคคลทั่วไป
เมื่อไหร่จะมาต่อ จะลงแดงตายแล้วนะ  ฮ่าาาาาาาาาาาาาา

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ jonathan2624

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-1
Chapter 8 โดนลวนลาม
   หลังจากวันนั้นที่คิงคองสารภาพว่าชอบและรักผม เป๊บ มันดูแลผมดีมากๆ ครับ เหมือนที่เค้าพูดๆ กันว่าข้าวใหม่ปลามัน ผมเองก็รู้สึกเขินๆ นิดๆ ที่มีคนคอยมาดูแลเอาใจ แต่โดยนิสัยส่วนตัวไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบหรือไม่ชอบทำให้ใครเสียเปรียบครับ ผมก็เลยดูแลเป๊บ ในเรื่องที่ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะนึกถึงกันซักเท่าไหร่ เช่น พวกครีมล้างหน้า โลชั่นบำรุงผิว ประมาณนี้นะครับ ไม่ใช่ว่าจะให้เป๊บหล่อขึ้นน้า เพราะทุกวันนี้ เป็บก็หล่อโคตรในสายตาผมแล้วละครับ เวลาเป๊บมันทำหน้าอ้อนๆ เห็นทีไรใจสั่นทุกที ฮ่าๆๆ
   วันนี้เรียนวิชาเกี่ยวกับการบริหารสมัยใหม่ ยากแน่เลย ผมก็นั่งเรียนคู่กับเป๊บครับ ช่วยกันจดๆ ในสิ่งที่จำได้ เวลาเลิกเรียนก็เอามาอ่านๆ กัน บาวครั้งเป๊บก็ไปกระชาก Lecture ของเบิดมาอ่านด้วย ฮ่าๆๆ หลังจากเรียนทั้งวัน ในช่วงเย็น เราทั้ง 6 คนก็วางแผนไปทานข้าวด้วยกัน
“ฮัลโหล เพื่อนๆ ไม่ทราบว่าวันนี้แก้งเราจะเสวยแถวไหนยะ” ฉัตรถามขึ้นมา
“นั่นดิ กินอะไรดี ข้าวแกงก็เบื่อ อาหารตามสั่งก็เบื่อ เดินตลาดนัดตรงข้ามมหา’ลัยก็เบื่อ” เบิดบ่น
“แล้วจะบ่นเพื่ออะไรยะ” ทรายแหกปากขึ้นมา พวกเราก็เลยฮากัน
“ลองไปกินร้าน XXX แถวๆ หมู่บ้านสัมมากรมั้ย สุขาภิบาล เคยไปกินรสชาติโอเคเลยนะ” ตั๋มชวนขึ้นมา
“แจ่มมากเพื่อน ที่นั่นคือร้านที่เราต้องไปถล่มแดรก เชิญเสด็จเดินทางเพคะ” ฉัตรตอบมาพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย
   ผมกับเป๊บก็มองหน้า พยักหน้ากัน ผมขำในความตลกของฉัตร อยู่กับมันแล้วสนุกดี ฮ่าๆๆๆ
“ แล้วจะไปรถใครยังไง อย่างไร” ทรายถามขึ้นมา
“ทรายกรูว่า ต่างคนต่างขับไปดีมะ ตอนนี้หกโมงเย็นแล้ว เวลายัดเสร็จจะได้แยกกันกลับบ้าน” ฉัตรเสนอความเห็น
“ก็ดีนะ เวลากิจเสร็จจะได้ไม่ต้องขับกลับมาส่งกันไปๆ มาๆ งั้นไปเจอกันหน้าร้าน” ตั๋มสรุป
“เป๊บขับไปถูกมั้ย ร้านนี้โจ้ไม่เคยไปอะ” ผมถามเป๊บ
“ถูกครับ เคยแวะไปทานข้าวกับที่บ้านมา เอางี้ โจ้จอดรถทิ้งไว้ ไปกับเป๊บ เดี๋ยวมาส่ง” เป๊บตอบ ทำตาหวานๆ ใส่ ไม่ต้องก็ได้โว้ย เดี๋ยวกรูเขินช๊อกตาย
   หลังจากที่ตกลงกัน ต่างคนก็เดินไปรถของตัวเอง ผมกับเป๊บเดินขึ้นอาคารจอดรถชั้น 3 เป็นชั้นที่เราเจอกันครั้งแรก (หวานโคตร กิ๊กิ๊) นับตั้งแต่ที่เป๊บสารภาพรัก ทุกเช้าถ้ามีเรียนก็จะมาจอดใกล้ๆ กันนะครับแต่วันนี้จอดห่างพอสมควรแต่ก็ยังอยู่ชั้นเดียวกัน ผมกดรีโมทเปิดประตู สตาทรถ แอะ อ้าวไฟอะไรโชว์ที่หน้าปัดอะ
“เป๊บๆๆ ไม่รู้ไฟอะไรโชว์ที่หน้าปัดอะ” ผมตะโกนบอกเป๊บที่กำลังจะเปิดประตูรถพอดี
   เป๊บรีบเดินกึ่งวิ่งมาดูครับ พร้อมกับดึงตัวผมให้ห่างจากรถก่อน
“โจ้ ไปนั่งในรถเป๊บก่อนนะ เดี๋ยวรถโจ้เป๊บดูให้” เป๊บบอกผมเสร็จก็มุดหน้าเข้าไปดู ผมเองก็ทำตามที่บอกเดินไปคอยที่รถเป๊บครับ
   ประมาณ 1 นาที เป๊บกดรีโมทล๊อคประตูรถผม แล้วเดินกลับมาที่รถ พร้อมกับบอกว่า
“ไฟเครื่องยนต์โชว์ขึ้นมานะโจ้ อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์ เป๊บว่าพรุ่งนี้คงต้องตามช่างฮอนด้ามาลากไปศูนย์แหละ” เป๊บบอกผม
“หา แล้วมันขับไม่ได้หรือเป๊บ จะเสียได้ไงอะ ขับได้ไม่ถึงสี่เดือน รถใหม่นะเนี่ย”ผมบ่น
“อย่าขับเลย เดี๋ยวถ้าเกิดอะไรขึ้นจะแย่เอา เป๊บเป็นห่วงนะ เอางี้เดี๋ยวกินข้าวเสร็จเป๊บพาไปส่งที่บ้าน” เป๊บตอบมาผมก็พยักหน้าเออ ออ ไปด้วยตามนั้นครับ
   เป๊บกับผมเดินทางออกจากมหา’ลัยได้ครึ่งทาง ผมสงสัยเรื่องนึงเลยถามเป๊บไปว่า
“เป๊บ ตอนที่เรียกเป๊บมาดูรถ ทำไมต้องให้โจ้ไปนั่งในรถเป๊บด้วยอะ” ผมถามด้วยความสงสัย
“อ๋อ คือเป๊บกลัวว่าถ้ารถมีปัญหา โจ้จะอันตรายนะครับ เป๊บเลยให้ไปนั่งในรถ ถ้าเกิดอะไรขึ้น จะปลอดภัยมากกว่าอยู่กับเป๊บครับ”
“อ้าวเป๊บ แล้วถ้ารถมันระเบิดละ เป๊บทำไงอะ” ผมถามกลับแบบค่อนข้างกังวลผสมตกใจ
“ก็...อาจจะเละ เลือดสาดดด แฮ่ๆๆ...”เป๊บแหย่มาทำท่าตลกๆ แต่ผมไม่ตลกด้วยละนะ
   เป๊บเหมือนจะรู้ใจเลยตอบมาอีกว่า
“โจ้ ถ้ารถมันระเบิดจริงๆ จนโจ้บาดเจ็บหรือเป็นอะไรไป เป๊บคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ สู้ให้เป๊บบาดเจ็บหรือตายแทนดีกว่า” เป๊บตอบมาแล้วหันมามองด้วยสายตาเป็นห่วง
   ส่วนผมนะหรือครับ ยิ้มให้กับเป๊บพร้อมกับซึ้งจนน้ำตาร่วง ฮ่าๆๆ เป๊บส่งทิชชู่มาให้
“อะ เช็ดซะ เจ้าโจ้ขี้แย แฮ่ๆๆ” พูดเสร็จพร้อมเอามือขยี้หัวผมเนี่ย ฮิฮิ
   ประมาณครึ่งชั่วโมง เราสองคนก็เดินทางมาถึงร้าน เป๊บกดโทรศัพท์ไปหาตั๋ม ถามว่าถึงไหนแล้ว ตั๋ม , ทราย , เบิด นั่งรอด้านในแล้ว เหลือฉัตรคนเดียวที่ยังมาไม่ถึง ด้วยความเป็นห่วงผมเลยโทรหาฉัตร
“ฉัตร ถึงไหนแล้วเมิง” ผมถาม
“กรูหลงวะโจ้ หมู่บ้านนี่แม่ม ซับซ้อนจริง เดี๋ยวกรูจ้างคนมาเผาซะนี่” ฉัตรบ่น
“ฮ่าๆๆ เมิงแหละผิด ไม่ใช่หมู่บ้านผิด งั้นเมิงคุยกะเป๊บนะ ให้เป๊บบอกทาง” ส่งโทรศัพท์ เป๊บก็บอกทาง ซ้ายมั่ง ขวามั่ง ผมก็เข้ามาไม่ถูกหรอกนะ อาศัยเป๊บพามาแหละ จนสักห้านาที ฉัตรก็ขับรถมาถึงร้าน โหวววว... เจ๊นี่รวยจริง ขับซีรี่ส์ 7 มาเนี่ยนะ ฉัตรจอดรถหน้าร้านเสร็จ ก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ
“มาแล้วๆๆ หลงวะ ขอโทษที รอนานมั้ย”ฉัตรรัวถามขึ้นมา
“ไม่นานหรอกเมิง สามพันปีเอง” ทรายแซว เราทั้งหกคนก็หัวเราะครืนนน
   พวกเราก็เริ่มสั่งอาหารกัน คือ อยากจะบอกว่า มากัน 6 คนแต่สั่งยังกะมาเลี้ยงรุ่น กรูละเครียด พออาหารมาเราก็เริ่มทานกันไป เม้ากันไป จนมาถึงเรื่อง……………………………..
“กรูมีเรื่องถามๆ” เบิด เปิดประเด็นขึ้นมาก่อน
“ว่ามาเพื่อน” ตั๋มชง
“กรูสงสัยอะ ว่า โจ้กับเป๊บ มี Something wrong อะไรกันหรือเปล่า” เบิดถามไปขำไป
“โอ้วววว แร้งงงงงง” ฉัตรเสริม ส่วนทรายก็ทำหน้าตาแบบสนใจมากกกกก
   ผมแทบจะสำลักอาหาร ตกใจกับคำถาม ทำไงดีอะ จะให้บอกเพื่อนว่า จุ๊ฟๆ กันแล้วหรือ หรือยังไงอะ แว๊กๆๆๆ หรือบอกว่าคบกัน..เอาไงดีอะ.... แว๊กๆๆ...ในช่วงที่สมองกำลังค้นหาคำตอบ

“กรูกับโจ้กำลังศึกษาและคบกันอยู่ได้ประมาณเดือนกว่าๆ มานี่เอง” เป๊บตอบแบบเขินๆ ท่าเดิมครับเอามือลูบท้ายทอย ก้มหน้ายิ้มนิดๆ ท่าพิฆาตใจผมนะนั่น ตายละน่ารัก
“โห่ววววว ฮ่าๆๆๆๆ” ฉัตรกับทรายแหกปากพร้อมกัน
“วิ้วๆๆๆ” เบิดผิวปากแซว ส่วนตั๋มทำสีหน้านิ่งๆ เงียบๆ
   ผมเขินหน้าแดงแปร๊ด ทุบไหล่เป๊บไปทีนึง ชิ อายโว้ยยย
 :-[“เดี๋ยวๆ รอให้ไอ้โจ้มันคอนเฟิมก่อน” ฉัตรแซว
“พูดมาเลยยะโจ้” ทรายจิก
“ก็...ตามที่เป๊บบอกนะแหละ” วิ้วๆๆ โห่ววว กริ๊ดๆๆ บรรดาเพื่อนๆ ส่งเสียงแซว
   หลังจากแซวเสร็จ เราก็ทานอาหารกันต่อไปเรื่อยๆ ครับ คุยเรื่องเรียนบ้าง เรื่องส่วนตัวบ้าง เรื่องที่บ้านบ้าง เพิ่งรู้นะเนี่ยว่า ทรายเป็นลูกสาวเจ้าของเหมืองแร่ทางใต้นะ รวยน่อ ส่วนเบิดก็อยู่ทางใต้เหมือนกัน ทำธุรกิจเกี่ยวกับเบเกอรี่ มิน่าละ เวลาพักเบรกชอบวิจารณ์ขนมบ่อยๆ คุยกันไปได้สักพัก ผมเริ่มสังเกตตั๋มที่ดูเงียบๆ ไป เพื่อนๆ ชวนคุยก็ถามคำตอบคำ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากครับ คิดว่าอาจจะเครียดเรื่องส่วนตัวมั้ง
“เป๊บไปห้องน้ำนะ เดี๋ยวมาครับ” ผมบอกเป๊บเสร็จก็ลุกขึ้นไปห้องน้ำ เป๊บพยักหน้าตอบรับ
   มาถึงห้องน้ำก็เข้าไปที่โถฉี่ครับ ฉี่เสร็จก็เดินมาที่อ่างล้างมือ มองไปในกระจก เห็นตั๋มยืนอยู่ด้านหลัง
“อ้าวตั๋ม มาห้องน้ำเหมือนกันหรือ ถ้ารู้ว่าปวดเหมือนกันชวนตั๋มมาตั้งแต่แรกแล้ว” ผมถามตั๋มผสมยิ้มๆ
“โจ้กับเป๊บไปชอบและคบกันตอนไหน” ตั๋มถามเสียงเครียด สายตาดุๆ ดูสถานการณ์ไม่ดีแฮะ
“ก็..เอ่อ.. คือตั๋มเป็นอะไรหรือเปล่า ดูเหมือนเครียดๆ” เริ่มกลัว
“ตอบกรูมาซิ” เสียงเริ่มโหด จนทำให้ผมนึกได้ว่า เวรกรรมละตั๋มกับเบิดดื่มเหล้า ตั๋มคงกึ่งๆ เมาแน่
“ก็..เดือนครึ่ง..นะตั๋ม คือ..”ผมกำลังจะอธิบายให้ตั๋มคลายความเครียด
“ทำไม...มันดีกว่าเราตรงไหนห๊ะ..เราก็รวยเหมือนกัน..หน้าตาดีเหมือนกัน...ทำไมเมิงไม่ให้โอกาสกรูบ้างห๊ะ...”ตั๋มเริ่มตะคอก จนแขกคนอื่นๆ ในบริเวณห้องน้ำหันมามอง บางคนก็เดินหนีแล้วครับ คงกลัวลูกหลง
“ตั๋ม..ใจเย็นๆ ก่อนนะ คือ...” ผมพูดไม่ทันจบ ตั๋มก็เดินปรี่เข้ามา จับไหล่แล้วผลักผมไปชนกำแพงในห้องน้ำ หลังกระแทกกำแพงเจ็บจนจุกเลยครับ
“ดูซิ แม่ง มันจะลีลาดีกว่ากรูมากมั้ย” เอาละกรู ลีลา HA อะไรมิทราบ กรูกับเป๊บยังไม่เคยมีอะไรกันโว้ยยย
   ตั๋มพูดเสร็จก็พยายามจูบและไซร้ซอกคอ ตอนนั้นผมตกใจมาก เอามือผลักออก ทั้งตบ ทั้งทุบ ทั้งต่อยแบบแรงมาก(แรงของผมอะนะ ฮือๆๆ) ผมเริ่มน้ำตาไหล จนกระทั่ง
   หมับ...ผลั๊ก....ผั๊วะ โครม.... ตัวของตั๋มหลุดจากผมไป ลอยไปกระแทกพื้นอีกฝั่งนึงมุมปากของตั๋มมีรอยช้ำ เลือดออก  หูยใครมาช่วยอะ แรงเยอะโคตร
“โจ้ๆๆ เป็นอะไรมากมั้ย” เป๊บวิ่งเข้ามาพยุงและกอด พร้อมกับประคองหน้าขึ้นมาดูครับ
“เมิงทำอะไรโจ้ ห๊ะ ไอ้เชี่ยตั๋ม” เป๊บชี้หน้าตะคอกถามตั๋ม
   ตั๋มไม่ตอบ เหมือนกับมึนๆ เมาๆ ยังไงไม่รู้
“เฮ้ย เกิดไรขึ้นวะ” เบิดมาถึงที่เกิดเหตุ เดินเข้าไปพยุงตั๋ม
“อ้าวพวกเมิงเป็นไรกันเนี่ย เอ้าแล้วอีโจ้เป็นอะไร” ฉัตรดูตกใจมาก วิ่งเข้ามาที่ผม
   ทรายเดินตามมาทีหลัง ก็ยังตกใจ พร้อมกับทำหน้างงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น
“กรูเห็นว่าโจ้ไปห้องน้ำนาน เลยเดินตามมาดูเพราะเป็นห่วง มาเจอไอ้เชี่ยตั๋มเนี่ย กำลังลวนลามทำร้ายโจ้อยู่” เป๊บพูดพลางพร้อมชี้หน้าด้วยอารมณ์โกรธมาก
   ตั๋มเงียบไม่พูดอะไร ส่วนเบิด ฉัตร ทราย ก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงวินาทีนั้น ตั๋มก็ลุกขึ้น เดินไปที่จอดรถแล้วก็ขับออกไปโดยไม่ได้แก้ตัวอะไรทั้งสิ้น
“อ้าว ไอ้เวรนี่ ไม่อธิบายสักกะคำอยู่ดีๆ ก็ไปซะงั้น” เบิดบ่น
“เป๊บพาโจ้กลับบ้านเหอะ ดูสีหน้าโจ้มันไม่ดีละ” ทรายบอกเป๊บ
“เออๆ ได้ๆ เฮ้ย ฝากเรื่องค่าอาหารด้วยนะ เดี๋ยวกรูพาโจ้กลับบ้านก่อน วันมะรืนเจอกันกรูค่อยเคลียร์ค่าข้าวให้”เป๊บบอกกับเพื่อนๆ
“ เออๆๆ เดี๋ยวจัดการเอง” เบิดตอบ
   เบิด ฉัตร ทราย เดินมาส่งผมกับเป๊บที่รถ เบิดกับทรายก็ขับรถตามหลังกันมา (ส่วนฉัตรอันนี้มารู้ทีหลังนะครับ ฮามาก คือพอผมกับเป๊บขับรถกลับออกมาแล้ว เบิดกับทรายก็ขับออกตามหลังกันมาด้วย ส่วนฉัตรเดินกลับไปที่โต๊ะ ลืมกระเป๋าสะพายไว้ พอไปถึงโต๊ะเจ้าของร้านยืนคอย กลัวพวกเราไม่จ่ายเงินเนื่องจากเห็นทะเลาะมีเรื่องกัน ฉัตรมันบ่นครับว่า อีรากห่านี่ ทะเลาะกันแล้วหนีหมด แม่มมมม ค่าอาหารทั้งหมด 5,800 บาท ฉัตรมันหงุดหงิดที่พวกเรามีเรื่องกันบวกกับเจ้าของร้านทำหน้ายังกะพวกเราจะไม่จ่าย ฉัตรเลยเหน็บแนมกระแทกเจ้าของร้านไปว่า ต้ายตายถูกมากค่าคุณขา อย่าได้กลัวนะคะว่าเดี๊ยนจะเบี้ยวค่าอาหาร รวยมากคะขอบอกพูดเสร็จก็ทิ้งเงินไว้ปึกนึง  แล้วฉัตรก็สะบัดหน้าเดินขึ้นซีรี่เจ็ดกลับบ้าน เจ้าของร้านหน้าเสียกันเลยทีเดียว ผมก็ถามมันนะไอ้เงินปึกนั้นกี่บาท มันบอกว่าน่าจะประมาณ 1 หมื่น เพราะมันชอบแบ่งเงินไว้ในกระเป๋า ปึกละหมื่น น่าอิจฉาน่อ ฮามากๆๆ)
   
ต่อตอนหน้าคร้าบบบบบบบ

yayee2

  • บุคคลทั่วไป
 :mc4: :L2: :pig2:
ตั๋มอารมณ์ร้อนจัง รึเพราะว่าเมาด้วย
เพื่อนกัน ค่อยๆคุยกัน ให้เข้าใจกันน้า

ออฟไลน์ monoo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1957
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-4
โถเห็นตั๋มดูเงียบๆ นะเนี้ยยย  o22
อ๊ายยย ลูกเขยจะได้เข้าบ้านแล้วใช่ไหมมม อิอิ  :-[

ออฟไลน์ GeTOuTNoW

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
สงสารตั๋มนะ :เฮ้อ:

แต่ทำไงได้ แล้วจะมองหน้าเพื่อนติดไหม :serius2:

แต่ตั๋มก็ทำไม่ถูก ไม่น่าแล้วตั๋มๆ :m16:

คุณโจ้ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมครับ :sad4:

หรือติดใจชอบความรุนแรง  :beat: :z3: :z3:

เอาใจช่วยทุกคนนะครับ :L2:

m_pop91

  • บุคคลทั่วไป
ตั้มใจร้อนไปนิดนะครับ
เดี๋ยวก็เสียเพื่อนหรอก

ออฟไลน์ jonathan2624

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-1
Chapter 9 คิงคองเข้าบ้าน นอนกันครั้งแรก
ฮือ...ฮึก...  :m15:ผมร้องไห้ครับ ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดเลยว่า เพื่อนที่เราสนิทสนมกลับมาทำแบบนี้ เป๊บจับมือผมไปตลอดทางครับ พยายามหันมามองผมบ่อยๆ ขับรถไป มองผมไป ปลอบผมไป จนผมกลัวเป๊บจะเสียสมาธิเลยเลิกร้องไห้
“เป๊บ โอเคแล้วละ ตั้งใจขับรถเถอะ” ผมบอกเป๊บ
“โอเคแล้วนะโจ้ เล่าเป๊บได้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้นครับ” เป๊บถามด้วยความเป็นห่วงมาก
“ไม่รู้ซิเป๊บ ตั๋มคงเมามั้ง มาถึงก็พูดๆ ว่า ทำไมไม่ให้โอกาสมันบ้าง มันลีลาดีกว่าหรือ ประมาณนี้อะแล้วก็คุยไม่รู้เรื่อง เดินมาลวนลามเลยอะ” ผมเล่าเป๊บ
“ยังไม่เคยลองกันเลย ตั๋มมันรู้ได้ไงว่าเป๊บลีลาดีอะ” เป๊บตอบเชิงถาม
   ผมหันไปมองหน้าเป๊บที่กำลังอมยิ้มอยู่ แอะ...หา... เดี๋ยวๆๆ หมายความว่าไงอะ ผมคิดได้สักสามวินาทีก็เขินหน้าแดง ทุบไหล่เป๊บไปดัง.....พลั๊ก...
“โอ้ยยย เจ็บนะที่รัก... ทุบมาได้ไงเนี่ย ขับรถอยู่นะ” เป๊บครวญแต่อมยิ้ม
“ก็ใครใช้ให้ทะลึ่งละ ...มาลงลอง ลีลาดีอะไรกัน ทะลึ่ง...ชิ” ตอนนั้นขอบอก หน้าแดงมากกกกก
“ฮ่าๆๆ.. แล้วนี่จะให้เป๊บขับไปเส้นไหนครับ” เป๊บถามทางกลับบ้านผม
“เป๊บขึ้นทางด่วนก็ได้ แล้วไปลงตรง XXX ลงทางด่วนเลี้ยวซ้ายเข้าซอย XXX ก็จะถึงบ้านแล้วครับ” ผมตอบเป๊บไป
“โอเค ครับ โจ้นอนก่อนก็ได้นะ แล้วนี่ไม่สบายหรือเปล่า ดูเหนื่อยๆ” เป๊บเอามือมาอังที่หน้าผาก
“ไม่เป็นไรเป๊บ แค่มึนๆ ง่วงๆนะ”
“ดูเหมือนจะตัวร้อนๆ สงสัยเป็นไข้แน่ ไอ้เชี่ยตั๋ม ส้นตีนนัก รู้งี้กระทืบมันก็ดี”
“ไม่เกี่ยวกับตั๋มหรอก วันนี้โจ้มึนๆ ตั้งแต่เช้าแล้วเป๊บ” ผมตอบเป็บไป สักพักผมก็เผลอหลับไป...

“โจ้..โจ้..” เป๊บเขย่าตัวผมครับ
“อื้อ”
“เลี้ยวเข้ามาในซอยแล้ว ไปทางไหนต่ออะ” เป๊บถาม
“อื้อ...ก็ ตรงไปทางในซอยนี่แหละ พอเจอป้ายสีขาวตรงสี่แยกย่อยกลางซอย เป๊บก็เลี้ยวซ้าย จะเห็นบ้านหลังสีขาวขวามืออะ” เป๊บตอบรับคำ ผมก็สะบัดๆ หน้า เพื่อให้มีสติ แต่มึนๆ แฮะ
   ผมรู้สึกตัวว่า เป๊บขับรถมาได้สักระยะนึง ก็จอดที่หน้าบ้าน เป็นช่วงจังหวะดีที่ พ่อ แม่ น้องกำลังทานข้าวประตูหน้าบ้านเลยเปิดไว้ เป๊บก็เลี้ยวเข้าไปจอดพอดี เป๊บรีบเปิดประตูลงไปจากรถ อ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่ผมนั่ง แล้วค่อยๆ พยุงผมลงมาจากรถ
“ตายแล้ว ลูก เป็นอะไรเนี่ย” แม่ผมร้องตกใจ รีบวิ่งเข้ามาดู เสียงที่แม่ตกใจ ทำให้พ่อกับน้องวิ่งลงมาดูด้วย
“เฮียๆ เป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย” น้องผมเข้ามาพยุงแทนเป๊บ
“ไม่มีอะไรครับ แค่มึนๆ นิดหน่อยครับแม่”
“จิม ลูกพาพี่ไปพักที่ห้องก่อนไป แล้วบอกป้าศรีหายาให้พี่ทานด้วย” พ่อผมสั่งน้อง มองผมด้วยสายตาเป็นห่วง
“ครับพ่อ พี่ๆ ค่อยๆ เดินขึ้นไปนอนบนห้องนะ” ผมรู้สึกมึนมากขึ้นเรื่อยๆ ได้ยินเสียงอื้ออึงไปหมด
“ป้าศรีคร้าบๆ ขอยาพาราไปห้องพี่โจ้ชั้นบนด้วย” น้องผมตะโกนเรียกป้าศรี
“ได้คะๆ คุณหนูเล็ก” ป้าศรีตอบมา
   ผมมึนมาก พยายามค่อยๆ เดินขึ้นห้องนอน ในชั่วแวบนึงผมหันมามองเป๊บ เราสองคนสบตากัน เป๊บยืนคุยกับพ่อ แม่ แต่สายตาก็จับจ้องผมตลอด ดูเป๊บเป็นห่วงผมมาก เดินจนมาถึงห้องนอน
“ พี่ค่อยๆ ล้มตัวลงนอนนะ โอเค เดี๋ยวห่มผ้าให้”
“ยาได้แล้วคะคุณหนูเล็ก” ป้าศรีส่งยากับน้ำมาให้แก้วใหญ่
“พี่อ้าปาก ทานยาด่วน อ้าปากๆ อ้าม อ้ามมมม” เดี๋ยวๆ น้องเลิฟคือกรูแค่เป็นมึนๆ คล้ายจะเป็นหวัดไม่ได้เป็นอัมพาต ทำยังกะเด็กสามขวบ ชิ แต่ผมก็ทำตามน้องโดยดีนะ นานๆ ทีมีคนมาเอาใจ ฮิฮิ
   ผมก็ทานยาพาราไปสองเม็ด มึนมากจนทนไม่ไหว เลยผล็อยหลับไป.......

   อึ๊..อื้อ... แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องหน้า จนทำให้ผมรู้สึกตัว “โหย แสบตาอะ กี่โมงแล้วเนี่ย” ผมตื่นมาแบบเบลอๆ พยายามเรียกสติกลับมา อาการมึนๆ หายไปเกือบหมดแล้วละครับ....แอะ..หือ..... มือใคร??? ผมตกใจที่เห็นมือมากอด ค่อยๆ หันหลังไปมอง...
“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกก...” ผมตะโกนลั่นบ้าน จนเป๊บสะดุ้งตื่นเด้งตัวขึ้นมา
“อะไร อะไร โจ้ๆ เป็นอะไร” เป๊บถามด้วยความตกใจ
   คือ ไอ้ที่ร้องแหกปาก เพราะว่า ไอ้เป๊บมันมานอนข้างผมบนเตียงเดียวกันนะซิ แล้วทำไมมันไม่ไปนอนบ้านมันเนี่ย เวรเอ้ยยยย
“ไอ้เป๊บ มานอนเตียงเดียวกันได้ยังไงอะ” ผมถามแนวเชิงตะคอก
“อ๋อ ก็เมื่อคืนน้องจิมเค้าบอกว่า ดึกแล้วให้นอนค้างที่นี่ จะได้ดูแลโจ้ไปด้วย” โห...ไอ้น้องปีศาจ ตกลงมันเคยห่วงพี่มันมั้ยเนี่ย แล้วถ้าพี่มันโดนขืนใจจะทำยังไง โอ้ววว ม่ายยยย......
“แถมคุณพ่อกับคุณแม่ของโจ้ก็ชวน จะให้ปฏิเสธผู้ใหญ่ได้ยังไงละ น่าเกลียดแย่” เรอะ เมิงตอบกรูเนี่ย แต่หน้าตาเมิงระรื่นมากเลยนะ ชิ
“แล้วทำไมไม่ไปนอนที่ห้องรับรองที่มันว่างละไอ้เป๊บ” ผมยังไม่ยอม จะด่ามันนนนน
“ถ้าเป๊บไปนอนห้องรับรองใครจะเฝ้าไข้โจ้ละคร้าบบ” เป๊บตอบแบบยิ้มๆ กวนๆ แถมยังพูดเสริมว่า
“นี่เป๊บก็ยังไม่ได้นอนเลยนะ เฝ้าไข้จนเกือบถึงเช้า เอามือมาอังตัวโจ้ เห็นตัวไม่ร้อน เป๊บก็เลยแอบงีบไปอะครับ พอโจ้ตื่นมาก็โวยวายใส่เป๊บ มันน่าน้อยใจมั้ยละ” เป๊บอธิบายทำเสียงเศร้าๆ
   ชิ หมั่นไส้ไอเป๊บจริงๆ เล้ย กะล่อนนัก
   หลังจากฟังมันแก้ตัวเสร็จ ผมก็เริ่มสังเกตกับร่างกายตัวเอง แอะ แล้วชุดนอนที่ใส่ กรูไปเปลี่ยนตอนไหน เงยหน้าถามเป๊บ
“เป๊บ แล้วชุดนอนที่เราใส่ เปลี่ยนตอนไหน” ผมถามด้วยความงงๆ
“อ๋อ น้องจิมเค้าค้นจากตู้เสื้อผ้าของโจ้นะแหละ แล้วก็ส่งมาให้เป๊บเปลี่ยนนะครับ”
“อื้อ..แบบนั้นนั่นเอง...เฮ้ยยยยยยยยยยยยย” ผมแหกปากตะโกนออกมา
“นายว่าไงนะเป๊บ นายเปลี่ยนชุดให้เนี่ยนะ” ผมถามด้วยความตกใจ
เป๊บพยักหน้า แล้วตอบว่า “ใช่ ทำไมหรือโจ้ ตกใจอะไรเนี่ย ก็มีเหมือนๆ กัน ทำยังกะเป็นกระบอกข้าวหลามงั้นนะ” เป๊บทำหน้าตาอมยิ้ม
“อ๊ากกกกก หมดกันๆๆ แว๊กๆๆ” ผมโวยวาย
“ฮ่าๆๆๆๆๆ ล้อเล่นน่าโจ้ เป๊บไม่ได้แก้ผ้าโจ้หมดทั้งตัวนี่ เหลือไว้แค่ชุดชั้นใน แล้วเป๊บก็ไม่ได้แตะส่วนอื่นอีก ถึงแม้อยากจะแตะมากก็เหอะ ว่าไป โจ้ตัวขาวเนียนจัง หัวนมสีชมพูด้วย แหะๆ” เป๊บมันพูดยาวยืดแถมทำท่าน้ำลายไหลยังกะหมาป่าจะเขมือบกวางงั้นอะ เขินนนนโว้ยยยย ชิ เชอะ แชะ

อยู่ดีๆ เป๊บก็จับมือผม ทำให้ผมเงียบและหันมามอง
“เป๊บรักโจ้นะครับ สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเด็ดขาดถ้าเราสองคนไม่ยินยอมพร้อมใจกัน ไว้ใจเป๊บนะ” พูดจบเป๊บก็เอามือผมไปทาบกับหน้าอกอันแข็งแรงของเป๊บ พร้อมกับจุ๊บๆ ปากผม 1 ที เขิน chip หาย :-[ :-[ ทำยังกะซี่รี่ส์เกาหลีงั้นอะ

   เหอะๆ จะให้ผมตอบอะไรละครับ นอกจากเหมือนเดิม หน้าแดงแปร๊ดดดดดด
   ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูสองทีได้มั้ง ไม่ทันจะได้ตอบอะไร ประตูเปิดทันที
“พ่อกับแม่ให้มาตามเฮียกับพี่....โหวว” น้องผมทำหน้าตาตะลึง
   เฮอะๆ จะไม่ตะลึงได้ไงละครับ ไอ้เป๊บเปลือยท่อนบน ผ้าห่มคลุมท่อนล่าง ไอ้โจ้เปลือยท่อนบน ผ้าห่มคลุมท่อนล่าง นั่งหน้าแดง เป๊บจับมือไอ้โจ้ทาบที่หน้าอก ใครที่มาเห็นคงคิดว่านั่งคุยงานวิจัยอะเนอะ
“แฮ่มๆ ก็ เอาเป็นว่าเสร็จแล้วพี่ทั้งสองลงไปทานข้าวละกันนะครับ” ปัง ประตูปิดด้วยความเร็วสูงมาก ผมกันมาทำตาดุใส่เป๊บ ส่งสัญญานบอกว่า เป็นไงละเมิง จะลงไปแก้ตัวกับพ่อแม่ยังไงห๊ะ เป๊บทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ หึ๋ยยย น่าจับไปยิงทิ้งซะจริงๆ ชิ โว้ยยยยยย เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตกรูเนี่ยยยยยยย :serius2: :serius2:
ต่อตอนหน้าคร้าบบบบ

yayee2

  • บุคคลทั่วไป
ว้าย..ได้นอนเตียงเดียวกันแล้ว(ชั่วคราวก็ยังดีเนอะเป๊บ)
ชอบครอบครัวโจ้จัง ดูอบอุ่นมาก พี่น้องบ้านนี้ก็รักกันดีจัง
น้องจิมน่ารักมาก  แถมเชียร์เป๊บสุดๆเลยมั้ง

ออฟไลน์ GeTOuTNoW

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
คุณเป๊บจะทำตัวน่ารักเกินไปล่ะ :-[

หลงเลย :L1:

jaejoong22

  • บุคคลทั่วไป
น่ารักมากเลยค่ะ  :L2:

ถูกใจอย่างแรง  :impress2: :-[


จะติดตามอ่านนะค่ะ   :pig4:

โจ๊กกุ้ง

  • บุคคลทั่วไป
คิงคองทำตัวน่ารักขึ้นเรื่อยๆนะนี่  พาลูกเขยเข้าบ้านแล้วพ่อแม่จะว่าไงบ้างอ่ะ อิอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ monoo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1957
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-4

ออฟไลน์ tegonata

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
    • ~~เมื่อผมหลงเข้ามาใน...ร้านนั่งเล่นของสาววาย~~
หน้าจะทำตอนพิเศษของน้องจิมด้วยนะคะ
น้องจิมนิสัยประมาณนี้เมะชัวร์เลยอ่ะ

ต่อเร็วๆนะคะ

m_pop91

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ ao16

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +253/-4

ออฟไลน์ jonathan2624

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-1
yayee2 : คร้าบ ตอนแรกนอนชั่วคราว หลังๆนอนของจริงเลยครับ โชคดีที่ครอบครัวเข้าใจผมอะครับ ส่วนเจ้าจิมซี้กับเป๊บเรียบร้อย ชิ

GeTOuTNoW : น่ารักมากๆ เลยครับ ผมเขินตลอดอะ

jaejoong22 : ขอบคุณมากคร้าบที่ติดตามอ่าน จะพยายามลงต่อเนื่องเลยครับ

โจ๊กกุ้ง : พ่อกับแม่ไม่ว่าอะไรเลยครับ แค่กำชับๆ อย่าให้มันเกินขอบเขตมากครับ

monoo : ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณครับ

tegonata : ตอนพิเศษของจิมมีแน่นอนครับ เคยๆไปถามจิมมา เอาไว้จะเขียนเล่าเรื่องแทรกนะครับ

m_pop91 : แมนมากๆ เลยครับ เดินสวนกันคนมองตลอด เป๊บหล่อมากครับ

ao16 : ขอบคุณคร้าบบบบ

โจ้
 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ jonathan2624

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-1
Chapter 10 คิงคองโรแมนติก ความทะลึ่งที่ซ่อนเร้น

   หลังจากที่น้องไปตามให้ลงมาทานข้าว ผมกับเป๊บก็อาบน้ำแต่งตัวกัน เสื้อผ้าของผมเป๊บมันใส่ไม่ได้นะซิ ผมตัวเล็กกว่านี่น่า เลยเดินไปที่ห้องของจิม เสื้อผ้าน่าจะขนาดเดียวกัน ได้มาชุดนึงเป็นกางเกงยีนส์ กับเสื้อสีโอโรส เป๊บใส่ได้พอดี แถมหล่อซะด้วย ว้าวๆ ส่วนผมก็ใส่เสื้อสีฟ้ากับกางเกงขายาวสีขาวครับ เป๊บก็ชมว่าสีตัดกับผิวที่ขาวเนียนน่ารักมาก เหอะๆ ชมกันเองสองคนนี่แหละ ฮ่าๆๆ อัพเกรดตัวเองเสร็จ ก็เดินลงมาทานข้าวกัน
“ เป็นไงบ้างลูก หายดีหรือยัง” แม่ผมถามพร้อมเดินมาจับตัว เอามืออังหน้าผาก จับนั่นนี่ สงสัยคงเป็นห่วงมาก
“ดีขึ้นแล้วครับแม่ หายเกือบปกติแล้วครับ” ผมตอบยิ้มกว้าง
“ดีแล้วๆ งั้นทานข้าวต้มละกันนะ เป๊บมาทานข้าวลูก” แม่ผมชวน
“ ครับแม่” เป๊บตอบ
   หูยย อะไรกันอะ นอนคืนเดียวแม่ผมเรียกว่า ลูก ซะละ เซ็ง ชิ ไอ้เป๊บก็ฉลาดเนอะ เรียกแม่กรูว่าแม่อีก ชิ ระหว่างที่ผมทานข้าวต้มไป
“ แม่ครับ พ่อกับน้องละ”
“น้องไปมหาวิทยาลัย พ่อไปทำงานแล้วลูก ตื่นสายขนาดนี้ใครจะรอลูกละ” แม่ตอบแบบยิ้มๆ
“เป๊บ เติมข้าวต้มอีกมั้ย เดี๋ยวแม่ตักให้”
“ไม่เป็นไรครับแม่ อิ่มแล้วครับ” เป๊บตอบแม่เสร็จ ก็หันมาถามผมว่า “โจ้ จะเอาข้าวต้มเพิ่มมั้ย เดี๋ยวเป๊บไปตักให้”
“ไม่เอาแล้วละเป๊บ อิ่มแล้วอะ” ผมตอบไปเคี้ยวไป
“แล้วนี่ทานข้าวเสร็จจะไปไหนกันหรือลูก” แม่ผมถาม
“อ๋อ ครับแม่ นัดโจ้ไว้ว่าจะไปดูหนังกันนะครับ” เป๊บชิงตอบเร็วมาก
   ผมทำหน้างง มองหน้าเป๊บ เป๊บทำหน้าทะเล้น เอ่อ กรูไปนัดเมิงตอนไหนไม่ทราบ รวบรัดตัดความคนเดียว ชิ
“ ก็ดีนะลูก พาโจ้ไปผ่อนคลายบ้างเผื่อว่าจะหายจากป่วยนะ” โหแม่ ห้ามซิคร้าบ อย่าส่งเสริม
“ครับๆ แม่ไม่ต้องห่วงผมดูแลเองครับ” เป๊บตอบแม่ยิ้มกว้าง
“ แล้วตอนค่ำเป๊บมาทานข้าวด้วยกันมั้ยลูก” แม่ชวนเป๊บ ผมทำตาโตเลยอะ
“มาครับๆ ถ้าแม่ไม่รังเกียจผม”
“ไม่รังเกียจจ๊ะๆ คนกันเองทั้งนั้น จะได้มาทานข้าวคุยกับพ่อกับจิมด้วยไงลูก” หือ แล้วพ่อกับจิมมาเกี่ยวอะไรด้วยอะ ผมงง
“ครับแม่ เดี๋ยวพาโจ้ออกไปดูหนังเสร็จจะรีบกลับมาทานข้าวนะครับ” เป๊บตอบเสร็จเรียบร้อย
   ประทานโทษเคยถามกรูมั้ยว่า เต็มใจหรือเปล่า อ๊ากกกกกกกก

“เรื่องรถคนของคุณพ่อเป๊บจัดการให้แล้วนะครับ” เป๊บบอกผมขณะที่เราสองคนกำลังขับรถไปดูหนังที่ห้างดิเอ็มโพเรี่ยม
“โอ้ว จริงด้วยๆ โจ้ลืมเรื่องรถสนิทเลยอะเป๊บ ตกลงมันเสียเพราะอะไรอะ”
“เห็นช่างแจ้งคนของพ่อว่า กล่อง ECU มันรวนนะ ตอนนี้เค้ากำลังเคลมกล่องใหม่ให้อยู่ครับ รถน่าจะเสร็จอีกสองสามวันนะ”
“โหยย แล้วแบบนี้จะเอารถคันไหนขับไปเรียนอะ จะไปยืมจิมก็ไม่ได้ มันต้องขับรถไปเรียนทุกวันนิ” ผมบ่นออดแอด
“ก็ในระหว่างที่รถซ่อม เป๊บมารับมาส่งโจ้ทุกวันละกัน พ่อกะแม่คงเห็นด้วยนะแหละ” มั่นใจเกินไปละไอ้เป๊บ ชิ
   ผมนั่งคิด ว่าไปก็ดีน่ามีคนมารับมาส่ง ฮิฮิ เอาเป็นว่าตามที่เป๊บเสนอละกัน ขับมาได้สักพักรถก็เลี้ยวขึ้นลานจอดรถ เราสองคนเดินเข้ามาภายในตัวห้าง ตั้งใจว่าจะพุ่งตรงไปที่โรงหนังเลย..
“โจ้ๆ แวะดูแผนกเสื้อก่อน เป๊บไม่ได้ซื้อเสื้อใหม่นานแล้ว จะได้ซื้อฝากจิมตอบแทนที่ให้ยืมเสื้อด้วย” เป๊บชวน
“ได้ๆ เป๊บนำเลย” เป๊บก็จับมือผมเดินจูงไปเรื่อยๆ ครับ ระหว่างทางคนมองเต็มเลย เขินมาก พยายามไม่สบตาคนที่มองอะ แหะๆ
“สวัสดีคะ มีอะไรก็สอบถามได้นะคะ” พนักงานขายต้อนรับด้วยความยิ้มแย้ม
“ครับ ขอบคุณครับ” เป๊บขอบคุณยิ้มตอบไป
“โจ้ ตัวนี้ดูดีหรือเปล่า สีเขียวอ่อนเนี่ย” เป๊บถามพลางเอาเสื้อไปทาบกับตัว
“ใครเค้าวัดกันแบบนั้นละเป๊บ ต้องเอาไปทาบไหล่ด้านหลัง ดูว่าพอดีตัวมั้ย” ผมบอกเสร็จผมก็คว้าเสื้อเอาไปทาบที่หลังเป๊บ
“พอดีไหล่เลย ตัวนี้ก็โอเคนะ เป๊บเอาสีลายๆ นี่ก็สวยนะ สีฟ้าก็ดี สีดำก็เท่ห์” ผมแนะนำรวดดดด
“ฮ่าๆๆ ซื้อเยอะเกินจะใส่ทันหรือโจ้” เป๊บทำตาหวานใส่
“งั้นผมขอลองเสื้อได้มั้ยครับ” เป๊บหันไปถามพนักงาน
“ได้คะๆ เชิญทางนี้คะ” พนักงานเดินนำไปที่ห้องลองเสื้อ
“ถ้าลองเสร็จแล้ว ชอบตัวไหนก็เรียกนะคะ”
   ผมก็ช่วยเป๊บลองเสื้อครับ ตัวสีเขียวดูดี ก็ซื้อ ตัวสีลายดูดี ก็ซื้อ ตัวสีส้มอ่อนดูดี ก็ซื้อ ลองไปลองมาสมองดันไปคิด เป๊บนี่หุ่นดีจัง มีซิคแพคด้วยนะ มีขนไรอ่อนๆ จากหน้าอกลงไปหน้าท้อง สายตาผมก็มองตามไปเรื่อย ลงไปในกางเกง ว๊ากกกกกกก หน้าแดงแปร๊ดดดด
 :-[ :-[“โจ้ มองอะไรอะ แล้วทำไมหน้าแดง” เป๊บถามแบบยิ้มๆ
“ปะ....เปล่า.. ไม่มีอะไร” ผมตอบเป๊บแล้วหันหน้ากลับ บ้าจริง คิดไปได้ไงอะ ฮือๆๆ เป๊บมันต้องคิดว่าเราหื่นแน่เลย
“อยากดูน้องชายเป๊บในกางเกงหรือ งั้นเดี๋ยวเป๊บจะถอดให้ดูละกัน” เป๊บพูดจบทำท่าจะถอดกางเกง
“เฮ้ยๆๆ ไม่ต้องๆ” ผมโวยวายพร้อมกับหันหลัง บ้าชะมัด เขินโว้ยยย ทะลึ่งจริงๆ ไอ้เป๊บเนี่ย
“ฮ่าๆๆ ตกลงไม่เอาตัวสีเทาละกันนะ ที่เหลือเอาหมด”
   ผมหันมาพยักหน้าเห็นด้วย แต่หน้ายังแดง ชิ หลังจากซื้อเสื้อผ้าเสร็จ เราสองคนก็เดินออกมาจากบู๊ทขายเสื้อ ผ่านไปซักสองล๊อค
“ แวะซื้อชุดชั้นในก่อนนะโจ้” เป๊บบอก
“ ได้ๆ” แอะ คงไม่ถึงขั้นต้องไปลองมั้ง สมองผมคิดเร็วมาก แล้วถ้าลองละ ต้องเห็น...................... บ้าแล้วๆๆๆ ว๊ากกกกก หน้าแดงกว่าเดิม ฮือๆๆ เป๊บหันมามองหน้า
“อ้าวเป็นอะไรอีกเนี่ย หน้าแดงอีกแล้ว ไม่สบายหรือเปล่า” ผมเข้าใจอะนะไอ้ที่เป๊บถามอะ เพราะคงคิดว่าไม่มีอะไรทะลึ่งๆ แล้ว ไอ้ที่หน้าแดงอาจจะเป็นเพราะไม่สบาย แต่หารู้ไม่ กรูคิดไปแล้ว ฮ่าๆๆๆ
“สวัสดีคะ ดูยี่ห้อไหนอยู่คะ”
“ยี่ห้อ Jocky นะครับ”
“ไซด์อะไรคะ ชอบสีแบบไหนคะ”
   เป๊บทำท่าลังเล “ทำไมต้องลังเลด้วยเป๊บ ก็แค่ซื้อไซด์กับสีเดิมนี่น่า” ผมถามแบบงงๆ
เป๊บหันมายิ้มแล้วตอบว่า “กำลังคิดว่า ไซด์ที่จะซื้อขนาดเป้าจะรองรับน้องชายของเป๊บได้มั้ย มันใหญ่นะ” เป๊บตอบกระซิบผสมยิ้มทะเล้น
“บ้าแล้ววว ใครเค้าคิดกันแบบนั้น ทะลึ่งงงงง” ผมเผลอตะโกนซะดัง หน้าแดงมาก  :o8:จนพนักงานขายแถวๆ นั้นหันมามองเลยอะ ไอ้เป๊บบ้า ชิ
“ฮ่าๆๆ” เป๊บขำในความตกใจของผมอะ แล้วหันไปบอกหนักงานว่า “ไซด์ M สีขาว 6 ตัวครับ”
“คะ ทั้งหมด 1,320 บาท ลด 20% เหลือ 1,056 บาท คะ” เป๊บส่งบัตรเครดิตให้กับพนักงาน พร้อมกับก้มมองดูนาฬิกาข้อมือ
“ใกล้เที่ยงแล้ว หิวยังโจ้” เป๊บถาม
“ก็นิดนึงนะเป๊บ ไม่ได้หิวมากมายอะไรอะ”
“งั้นกินอะไรดีอะ ฟูจิมั้ย”
“เบื่อตายอะ อะไรๆ ก็ฟูจิ”
“งั้นกินอะไรดีละ โจ้เลือกๆ เป๊บตามใจหมด” เป๊บยิ้มกว้าง
   อืม เอาไงดีอะ กำลังคิดไปเรื่อยๆ
“หรือว่าจะกินเป๊บ”
“กินในห้างนี้หรือ เฮ้ยยยยยยยย บ้าแล้ววววววววววว ใครจะไปกินเป๊บอะ ทะลึ่ง” หน้าแดงโคตร
“ฮ่าๆๆๆๆ ก็ทำท่าคิดนาน นึกว่าอยากจะกินเป๊บ” เป๊บขำกลิ้ง ผมหน้าแดงอีกกกกกก ชิ
   เลือกกันไปเลือกกันมา สุดท้ายไปกิน Sizzler สั่งสเต็กและเดินไปตักสลัดเสร็จ ก็มานั่งทานกันที่โต๊ะ
“เป๊บ วันพรุ่งนี้ไปเรียนถ้าเจอตั๋มทำไงอะ” ผมถาม
“ต่อยมันให้ตาย มายุ่งกับเมียเป๊บ”    ผมตกใจทำตาโต
“บ้าแล้ววว โจ้ไปเป็นเมียของเป๊บตอนไหนเนี่ยยย” ผมเผลอตอบดังไปนิด โต๊ะข้างๆ หันมามองแล้วอมยิ้ม อายอะ
“ฮ่าๆๆๆ แล้วจะพูดดังทำไมละโจ้ เป๊บแหย่เล่น” เป๊บตอบแบบขำๆ ชิ ทะลึ่งใต้สะดือตลอดอะ
“แต่ถ้าโจ้ยอมเป็นเมียเป๊บก็ดีนะ เป๊บจะดูแลอย่างดีเลย” เป๊บบอกพร้อมเอื้อมมือมากุมมือผม เขินนน แต่เมิงช่วยแหกตาดูด้วยว่านี่มันร้านกระจกใสโล่งโจ่งแจ้ง โต๊ะข้างๆ เค้ามองตาจะถลนแล้วววว
“แบร่” ผมแลบลิ้นใส่เป๊บ “ทำตัวให้โจ้มั่นใจก่อนเหอะ แล้วค่อยมาคุย” ผมตอบยิ้มๆ
“ได้แล้วเป๊บจะทำให้โจ้เห็นเอง สำหรับเรื่องของตั๋ม ถ้าไปเจอตั๋มนะหรือ โจ้ก็ทำตัวปกติ ไม่ต้องไปทักทายอะไรมาก พยายามเดินห่างๆ มัน เป๊บว่าน่าจะปลอดภัยนะ”
“จะดีหรือเป๊บ นั่นก็เพื่อนสนิทนะ ถ้าทำแบบนั้นกลัวเสียเพื่อนไปนะ”
“มันทำกับโจ้ขนาดนั้น ยังคิดจะไปสนิทกับมันอีกหรือ”
“ตั๋มอาจจะเมาก็ได้น่า แต่โจ้ก็กลัวนี่ ถ้าเกิดตั๋มจะมาทำอะไรอีก จะสู้ยังไงเนี่ย”
“โจ้ไม่ต้องสู้ เป๊บโดดทืบมันเอง เอางี้นะ เป๊บจะอยู่ใกล้ๆ โจ้ละกัน สบายใจได้นะ คนที่เป๊บรักเป๊บดูแลปกป้องได้อยู่แล้ว แลกด้วยชีวิตของเป๊บเองเลย”
   ผมหยิบกระดาษทิชชู่บนโต๊ะ ไม่ได้มาเช็ดปากนะครับ แต่เอามาซับน้ำตาที่มันเอ่อออกมานิดๆ ซึ้งใจกับคำพูดเป๊บนะ
“เอาอีกละ เจ้าโจ้ขี้แย อย่าร้องซิ” เป๊บแซว
“ก็ซึ้งนี่ ดีใจที่ได้รักเป๊บนี่น่า” ผมตอบ เป๊บยิ้ม
   หลังจากนั้นเราสองคนก็ทานกันไปเรื่อยๆ ครับ คุยเรื่องเรียนบ้าง เรื่องส่วนตัวบ้าง ผมก็เริ่มที่จะอยากทำความรู้จักเป๊บมากขึ้นนะ เลยถามเรื่องครอบครัวเป๊บครับ พอจะสรุปได้ว่า ครอบครัวของเป๊บทำธุรกิจเกี่ยวกับเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ภายใต้ชื่อ Kirin Group (ขอสมมติชื่อนะคร้าบ) ฐานะก็รวยมากๆๆ เลยครับ แอบตกใจเหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่ของเป๊บท่านจะเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมากเพื่อดูแลธุรกิจไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับลูกๆ สักเท่าไหร่ เป๊บเป็นลูกชายคนที่สาม คนสุดท้องครับ มีพี่ชายคนโตชื่อปริม พี่ชายคนรองชื่อ ปัน และก็เป๊บนี่แหละครับ พี่ชายทั้งสองคนอายุห่างจากเป๊บเฉลี่ย 5 -6 ปี จึงทำให้เป๊บโดนตามใจพอสมควรนะครับ พี่ชายทั้งสองเค้าก็รักเป๊บมาก ไม่ว่าน้องชายอยากได้อะไร ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ยอมตามใจ พี่ชายทั้งสองก็จะช่วยกล่อมจนได้แหละครับ มิน่าละ เจอกันครั้งแรกกวนตีนมากๆ แต่ตอนนี้กลายเป็นคิงคองเชื่องไปแล้ว ฮิฮิ เพราะอะไรคงจะรู้นะคร้าบบบบ


ต่อตอนหน้าคร้าบบบบบ

ออฟไลน์ oilzaza001

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1

ออฟไลน์ GeTOuTNoW

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
เด๋วไปดูหนัง เป๊บต้องมีถึงเนื้อถึงตัวแน่ :laugh: :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ jonathan2624

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-1
oilzaza001 : ผมก็รักคิงคองด้วยคร้าบบบ อิอิ

GeTOuTNoW : ใช่คร้าบ ไปดูหนังทีไร ขาดทุนทุกทีเลยอะครับ แหะๆ


ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านคร้าบบบ


โจ้ :pig4:

ออฟไลน์ jonathan2624

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-1
Chapter 11 การฝากตัวที่ร้อนแรงของคิงคอง

   หลังจากทานและจ่ายค่าอาหารเสร็จ เราสองคนก็เดินดูของมาเรื่อยๆ จะว่าไปของที่ขายในห้างนี่ดูสวยนะครับ บางชิ้นก็แพงมากมายแต่ก็ยังขายได้ คนไทยบางกลุ่มนี่ก็รวยจริงๆ นะครับ เดินมาสักพัก where ever you go what ever you do ใครโทรมาอะ อ๋อ แม่
“ครับแม่”
“โจ้ อยู่ไหนลูก”
“ดิ เอ็มโพเรี่ยมครับ”
“ดีๆ แวะซุปเปอร์ซื้อเนื้อหมู.......ฯลฯ จะเอามาทำกับข้าวเย็นนี้นะ”
“ได้ครับๆ เดี๋ยวโจ้จัดการให้นะ” ผมตอบแม่พลางรีบๆจดของที่แม่สั่งลงในกระดาษใบเล็กๆ กันลืม
“คุณแม่โทรมาสั่งซื้อของหรือครับ” เป๊บถาม
“ใช่อะเป๊บ พาไปซุปเปอร์ทีซิ” เป๊บพยักหน้ายิ้ม คว้ามือผมเดินจูงไปซุปเปอร์ คือ เมิงไม่ต้องจูงกรูก็ได้ กรูไม่ได้ตาบอด คนมองตามเต็มห้างแล้วเมิงงงง

   ซื้อของประมาณ 2 ชั่วโมงก็ได้ครบตามที่ท่านแม่ต้องการ หูย เยอะอะ แต่ที่สำคัญเป๊บจ่ายตังค์แทนหมดเลย เกรงใจจัง ให้คืนก็ไม่เอา ผมคิดในใจว่าถ้ากลับถึงบ้านจะให้แม่เอาเงินคืนเป๊บให้ได้เลยยยย คอยดูเซ่ คิคิ
“โจ้จะแวะที่ไหนอีกปะครับ” เป๊บถามขึ้นระหว่างที่เราสองคนกำลังเดินทางออกจากห้าง
“ตรงไปบ้านดีกว่าเป๊บ นี่ก็ห้าโมงเย็นแล้ว เผื่อแม่จะทำกับข้าว”
“ได้ครับๆ”  เป๊บหันมายิ้ม ว่านอนสอนง่ายดีแท้ แต่เมิงอย่ามายิ้มหวานใส่กรูมาก ใจสั่นโว้ยยยย
   สักพักก็กลับมาถึงบ้าน ผมมองไปที่โรงรถ อ๊ะ รถเจ้าจิมจอดอยู่ ทำไมมันกลับบ้านเร็วหว่า ปกติวันที่มีเรียนมาก็ตอนสองสามทุ่มโน่น เราสองคนช่วยกันหิ้วของลงจากรถ ป้าศรีก็เดินมาช่วยถือด้วย ผมกับป้าศรีเดินเข้ามาในครัว แม่ผมก็กำลังเตรียมทำกับข้าวจริงๆ แหละครับ ผมวางของแล้วบอกกับแม่ว่า
“แม่ครับๆ ของหมดนี่เป๊บจ่ายอะ แม่เอาตังค์ไปคืนด่วนๆ โจ้เกรงใจอะ”
“อ้าว แล้วลูกไม่ได้เอาเงินคืนเป๊บหรือ”
“ส่งคืนแล้วครับแม่ แต่เป๊บไม่เอาอะ จะให้ทำไงละแม่”
“ได้ๆ เดี๋ยวแม่เอาเงินไปคืนเอง” แม่พูดเสร็จก็เดินไปที่ห้องรับแขกซึ่งเป๊บนั่งอยู่ แอะ ผมกับแม่เดินมาถึง หูย เจ้าจิมนั่งคุยกะเป๊บหัวเราะก๊ากๆ อยู่ อะไรเนี่ย ทำไมเข้าขากันเร็วจังวะ

“เป๊บ แม่คืนเงินค่าซื้อของให้ลูกนะ” แม่ผมพูดพร้อมส่งเงินให้เป๊บ
“ไม่เป็นไรครับแม่ ผมเต็มใจครับ”
“แต่มันน่าเกลียดลูก เอาไปเถอะ”
 “ไม่เป็นไรครับแม่ เอาแบบนี้ดีกว่า ถ้าแม่ไม่สบายใจเป๊บขอเป็นการทานข้าวเย็นอร่อยๆ ฝีมือของแม่แทนเงินค่าของที่เป๊บซื้อมานะครับ” เป๊บตอบพลางยิ้มกว้าง
   โอ้โห ไอ้คิงคองงงงง เมิงนี่ฉลาดมากกกกก จะอยู่กินข้าวเย็นเลยเรอะ บ้านเบิ้นไม่มีให้กลับไปหรือไงวะ ฮ่าๆๆๆ แต่เสียใจโว้ย คนอย่างแม่กรูอะ ไม่มีทางรับข้อเสนอเมิงแน่ ตอบไปชัดๆเลยแม่ ว่า ........ :angry2:






“ได้เลยจ้าลูกเป๊บ งั้นรออยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันนะ” แม่ตอบยิ้มเต็มที่
   เหอะๆๆ แม่กรู เต็มๆ หน้าแหกเลยกรู ผมมองเป๊บตาเขียว แต่เป๊บเหมือนรู้ทัน ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้หันไปคุยกะจิมก่อนซะงั้น โว้ยยยย เซ็งงงง
“โจ้ๆๆ มาช่วยแม่ทำกับข้าวนี่ เร็วๆ” แม่ตะโกนเรียก
“คร้าบบบบ” เซ็งๆๆ

   ประมาณ 1 ทุ่ม ได้ยินเสียงรถของพ่อเข้าบ้าน เป็นจังหวะพอดีที่แม่กับป้าศรีช่วยกันตั้งโต๊ะเสร็จ พ่อเดินเข้ามาในบ้าน เป๊บมันก็ทำหน้าที่ทันที
“สวัสดีครับพ่อ” เป๊บพูดพร้อมยกมือไหว้พ่อ
“สวัสดีลูกเป๊บ” พ่อรับไหว้ ว่าแต่พ่อไปไข่ทิ้งลูกชายเพิ่มขึ้นอีกคนหรือไง ชิ เรียกลงลูกซะสนิทสนม เป๊บมันฉลาด มันพูดต่ออีกว่า
“ค่ำนี้ขอเป๊บฝากท้องด้วยคนนะครับ อาหารคุณแม่น่าทานมากๆ” เป๊บอ้อนพ่อ
“ได้เลยลูก คนในบ้านเราเต็มใจต้อนรับ จริงมั้ยแม่”
“จริงคะคุณ เริ่มทานกันเลยดีกว่านะคะ” แม่ชวนทุกคนทานข้าว…..เร้อออ เคยถามกรูมะว่าเต็มใจต้อนรับหรือเปล่า ชิ

   กับข้าวมื้อนี้นะหรือครับ มันก็มีหลายอย่างนะ แต่ของโปรดที่ผมกับจิมชอบทาน ก็มี หมูกระจก ไข่เจียวหมูสับ แกงเหลืองสูตรปักษ์ใต้ ผัดผักรวม พะแนงหมู ของโปรดสองพี่น้องละคร้าบ ส่วนไอ้เป๊บก็ฉลาดเนอะ กินไปชมแม่ไป อันนี้อร่อยคร้าบ อันนั้นดีคร้าบบบ พ่อก็ยิ้มแย้มไปด้วย แถมตักให้อีก ผมละหมั่นไส้ไอ้เป๊บจริงๆ คุยไปคุยมาจนถึงเรื่อง........

“เออนี่เป๊บศึกษาเรียนรู้ดูใจโจ้มานานเท่าไหร่แล้วลูก” พ่อถามขึ้นมาระหว่างทานข้าว
“แค๊กกๆๆ” ผมตกใจจนสำลักข้าวเลยอะ
“ฮ่าๆๆ เฮียเป็นอะไรอะ เอานี่น้ำๆ” จิมมันแซวพร้อมส่งน้ำให้ ส่วนแม่ก็ขำๆ
“บ้าแล้ววว พ่ออะไปถามอะไรเป๊บแบบนั้น” ผมต่อว่าพ่อทำว่าโกรธๆ แต่จริงๆ หน้าแดงแปร๊ดไปเรียบร้อยแล้ว
“ฮ่าๆๆ พ่ออยากรู้นี่ลูก แล้วตกลงยังไงหรือลูกเป๊บ” พ่อตอบผมแล้วก็หันหน้าไปถามเป๊บอีกที
“ก็..ครับ พ่อครับแม่ครับ ผมกำลังศึกษาดูใจกับโจ้อยู่ ถ้าพ่อกับแม่ไม่รังเกียจผมขออนุญาต....”        เป๊บตอบพ่อแบบเขินๆ ท่าเดิมแหละครับ เอามือจับท้ายทอย ก้มหน้ายิ้มนิดๆ  น่ารัก chip หาย ท่าพิฆาตผมเลยนะนั่น
   พ่อกับแม่หันไปสบตากัน เจ้าจิมก็นั่งยิ้มๆ ไม่ถึงสิบวินาที พ่อหันมาตอบว่า
“ลูกเป๊บ พ่อกับแม่รักเจ้าโจ้มากนะ พ่อกับแม่ฝากโจ้ไว้กับลูกเป๊บช่วยดูแลด้วย รักให้เท่ากับที่พ่อกับแม่รักนะ” พ่อผมพูดไปยิ้มไป
“ครับ คุณพ่อคุณแม่ ผมจะดูแลด้วยชีวิตของผมเลยครับ” เป๊บตอบพ่อกับแม่ด้วยน้ำเสียงเครือๆ พร้อมกับยกมือไหว้
   ส่วนผมนะหรือครับบบบบ........เหอะๆๆๆๆ
“อะ เฮีย ทิชชู่ เช็ดน้ำตา” เป็นเจ้าโจ้ขี้แยไปเรียบร้อย ฮ่าๆๆๆๆๆ เจ้าจิมนี่มันรู้งานเจงๆ

   หลังคุยจบเรื่องนี้ พวกเราสี่คน ไม่ใช่ซิ ห้าคนดีมั้ยน้า ฮิฮิ ก็นั่งทานข้าวต่อไปเรื่อยๆ ครับ พ่อกับแม่ก็ถามข้อมูลส่วนตัวจากเป๊บบ้าง คุยกันไปเรื่องนั้นเรื่องนี้ จนพวกเราทั้งหมดทานข้าวเสร็จ ผมกับแม่และป้าศรีช่วยกันเก็บจาน ทำความสะอาด เจ้าจิมไปเดินเล่นสวนหน้าบ้าน เป๊บทำท่าจะมาช่วยแต่คงไม่ไหว ก็อยู่บ้านมีคนใช้ทำให้นี่น่า ผมเลยไล่เป๊บไปนั่งเฉยๆ แล้วเดินกลับเข้ามาในครัวช่วยแม่ล้างจาน
“โจ้ ลูกก็ดูแลเป๊บด้วยนะ อย่าปล่อยให้เค้าดูแลฝ่ายเดียว” แม่ผมพูดขึ้นมา
“โหยแม่ เป๊บมันเก่งดูแลตัวเองได้อยู่แล้ววว” ผมตอบแม่ไป
“ไม่นะลูก เป๊บเค้าแข็งแกร่งแต่ภายในใจเค้าดูเหงามากนะ แม่อาบน้ำร้อนมาก่อนแม่ดูแววตาออก ในยามที่เป๊บอ่อนแอ เค้าอาจจะไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวเป็นที่พึ่งเลย ลูกนั่นแหละต้องทำหน้าที่นั้นในบางโอกาส เข้าใจที่แม่บอกใช่มั้ย”
“ครับแม่ ผมจะทำตามที่แม่บอก” แม่ใช้น้ำเสียงจริงจัง จนผมไม่กล้าเล่นด้วยเลย แม่คงคิดแบบนั้นจริงๆ ไม่งั้นคงไม่จริงจังขนาดนี้
“คุณหนูใหญ่ไปนั่งหน้าบ้านเถอะคะ เดี๋ยวทางนี้ป้ากับคุณท่านจัดการเอง” ป้าศรีบอกพร้อมยิ้มให้ผม
“ขอบคุณครับป้าศรี” ผมกอดป้าศรีทีนึง ป้าศรีก็กอดผมแล้วก็ยิ้ม
   ผมเดินมาหน้าบ้าน สายตาก็มองสอดส่องหาไอ้เป๊บ เผื่อมันไปตกท่อละซวย แม่ด่าอีกอะ ต้องดูแลตามที่แม่บอก หือ... ไอ้เป๊บนั่งคุยกับเจ้าจิม คุยอะไรอะ อยากรู้ ผมเลยเดินเข้าไปห้องพระด้านหน้าบ้าน มันจะใกล้ๆ กับเก้าอี้ที่เป๊บกับเจ้าจิมนั่งพอดี

“เจอครั้งแรกแล้วปิ๊งเลยหรือพี่” เจ้าจิมกำลังถามเป๊บ คุยเรื่องอะไรอะ สงสัยจัง
“ฮ่าๆ ใช่เลยน้องจิม พี่รีบไงแซงซ้ายปาดหน้าเลี้ยวเข้ามหา’ลัย ตอนแรกนึกว่าสาวๆ ขับ คิดว่าถ้าจะมีเรื่องคงไม่กล้าตามหรอก”
“แล้วตกลงขับตามเลยหรือพี่”
“ใช่ๆ ขึ้นไปถึงลานจอดรถชั้นสามโน่น”
   คุยอะไรกัน...คุ้น....อ๋ออออออ เรื่องของกรูนี่หว่า ชิ อย่าให้เสียหาย ไม่งั้นจะลงไปกระทืบบบบบ ตบจูบซะให้เข็ด ฮิฮิ

“แล้วไงต่ออะพี่”
“ขับรถมาดักหน้ารถพี่เลยไง พี่ก็กำลังจะลงจากรถพอได้ยินเสียงก็หันไปมอง”
“แล้วไงอะๆ” เจ้าจิมทำหน้าตาอยากรู้มาก
“ตกใจไง เพราะตอนแซงซ้ายพี่เหลือบมอง เห็นผิวขาวๆ นึกว่าผู้หญิง พอโจ้เดินลงมาด่า เอ้าผู้ชายเรอะ ตอนนั้นมันเหมือนมีไฟฟ้าช๊อตแปล๊บมาที่หัวใจเลย ชอบตั้งแต่แรกเห็น พี่คิดในใจเลยนะว่า เฮ้ย ใครวะน่ารักฉิบหาย ผิวขาวๆ ปากแดงๆ ฮ่าๆๆ”
“ฮ่าๆๆ จริงอะพี่ เห็นภาพๆ” เจ้าจิมหัวเราะตามเป๊บ สองคนนั้นก็นั่งนิ่งๆ ไปแป๊บนึง

“พี่เป๊บ ผมฝากพี่โจ้ไว้ด้วยนะ” จิมหันมามองหน้าเป๊บ
“ตั้งแต่เด็กๆ เราสองคนโตมาด้วยกัน พี่โจ้เค้าก็ดูแลมาตลอดแหละ จำได้ว่าช่วงนั้นพ่อกับแม่งานเยอะมาก มารู้เอาตอนโตว่าพ่อกำลังจะสร้างฐานะให้มั่นคง แต่ก็อย่างว่านะพี่ตอนเด็กๆ ก็คิดไปเรื่อย พ่อแม่ไม่สนใจบ้าง ไม่รักบ้าง ผมก็มีพี่โจ้นี่แหละที่คอยดูแลตลอด”
“พี่เป๊บ รักพี่โจ้ให้มากๆ เท่ากับที่ผมรักนะ” เจ้าจิมพูดจบ เป๊บพยักหน้าพร้อมเอามือตบที่ไหล่จิม
“พี่จะรักโจ้ให้ยิ่งกว่าชีวิตของพี่ พี่สัญญา” สองหนุ่มเอามือกำหมัดแล้วชนกันอะ อย่างเท่ห์ขอบอกกกก
   ส่วนผมนะหรือ วะ ฮ่าๆๆ นั่งเอาทิชชู่ซับน้ำตาอยู่อะ เลยได้ฉายาเจ้าโจ้ขี้แยไง
   ผมเดินขึ้นมาบนห้องด้วยอารมณ์ที่เบิกบาน มีความรู้สึกว่า ผมเองโชคดีที่ได้มาเจอเป๊บ และโชคดีที่สุดที่มี พ่อ แม่ และจิม รักผมมากมาย แต่ก็ยังกลัวๆ บ้างนะครับว่า รักของเราจะราบรื่นหรือไม่ แล้วจะเป็นยังไงอย่างไร กำลังคิดเพลินๆ.....ก๊อกๆๆ เสียงคนเคาะประตูเบาๆ
“โจ้ครับ เป๊บเอง”
“ประตูไม่ได้ล๊อค เข้ามาได้เลยเป๊บ” แกร๊ก เป๊บเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนผม
“เฮ้ยๆๆ เป๊บกลับไปนอนบ้านเลยไป๊ ชิ่วๆๆ” ผมไล่เป๊บพลางดึงตัวเป๊บให้ลุกจากเตียงนอน คนอะไรตัวใหญ่ หนักมากมาย ชิ
“โหยยยยโจ้ ดึกแล้วนะจะไล่เป๊บกลับบ้านได้ยังไงอะ เป๊บขอนอนนี่นะ” เป๊บตอบเสร็จก็ล้มตัวลงนอนต่อ
“ไม่ให้นอน ถ้านอนนี้แล้วเสื้อผ้าละ จะทำยังไง เป๊บมีแค่ชุดเดียวเองงงง” ผมตอบ
“ก็เสื้อผ้าที่ซื้อวันนี้ไง ใส่ได้ตั้งเป็นอาทิตย์”
   ว๊ากกกกก มิน่าไอ้คิงคองมันเหมาหลายตัว ที่แท้วางแผนนอนบ้านเรา อ๊ากกกกก
“ตามใจจจจ ชิ” ผมตะคอกไปเบาๆ พลางจะหันหลังกลับไปอาบน้ำ
   หมับ.......เป๊บคว้ามือผมไว้ พร้อมกับกระชากลงไปบนเตียงนอน อ๊ากกกก พอล้มลงไปบนเตียงนอน ผมก็นอนแนบเนื้อกับเป๊บพอดี สายตาเราสองคนประสานกัน ผมมองไปในแววตาของเป๊บ รู้สึกถึงความรักที่เป๊บมีให้
“จะไปไหนละโจ้ ขอเป๊บนอนกอดก่อนซิ” เป๊บพูดข้างหูเบาๆ
“ไม่เอาน่าเป๊บ ตัวเหม็นนะ จะไปอาบน้ำก่อนนน” ผมตอบเป๊บพลางดิ้นตัวให้พ้นจากวงกอด
“ไหนๆ เหม็นตรงไหน ตัวโจ้ทั้งนิ่มและหอม ไม่เหม็นหรอกครับ” เป๊บพูดไปพลางเอาจมูกดมไปทั่วตัวเลย บ้าแล้วววว เขินนนนอะ
“ฮ่าๆๆ อย่าๆๆ เป๊บ จั๊กกะจี้อะ” เป๊บหยุดดมแล้ว แต่หันมาสบสายตาแทน…………

   จุ๊ฟฟฟ...... :o8:เราสองคนจูบกันเนิ่นนาน ราวกับว่า จูบนั้นเป็นพยานที่จะบอกให้เราทั้งสองรักกันตลอดไป......

ต่อตอนหน้าคร้าบบบบบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-06-2011 23:20:23 โดย jonathan2624 »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด