(เรื่องสั้น) วันวาน...ยังหวานอยู่ (29/05/54)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (เรื่องสั้น) วันวาน...ยังหวานอยู่ (29/05/54)  (อ่าน 5334 ครั้ง)

LadyOneStar

  • บุคคลทั่วไป
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2. ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์  และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

***********************************
          สวัสดีค่ะ อ่านของคนอื่นก็เยอะ...เลยเกิดอารมณ์อยากจะลงบ้าง แต่สังขาร...เอ๊ย เจียมตัวเองดี ไม่อาจมาลงเรื่องยาวได้ เลยเอาเรื่องสั้นมาแซมเบิ้ลก่อน ^_^
         แต่ที่จริง...เรื่องนี้ก็มาจากเรื่องยาวเรื่องหนึ่งค่ะ แต่ตัวเองยังแต่งไม่จบ เลยเอาเรื่องสั้นที่จบมาลง...คิดว่าคงจะดีกว่า และก็สามารถอ่านแล้วเข้าใจเนื้อเรื่องได้ ยังไงก็ขอฝากตัวด้วยนะค่ะ ติ ชม กันตามสบายนะค่ะ เคยแต่ Reply ถ้าทำอะไรไม่ถูกกฎบอกได้นะค่ะ ไม่เก่งอังกฤษซะเลย แม่เจ้า อิอิ (ยอมรับก็ได้ว่าลงไม่ค่อยเป็น)

         เชิญติดตามได้ค่ะ !!!


เรื่องสั้น...วันวานยังหวานอยู่ (ขอแบ่งลงนะค่ะ มันลงไม่พอ) Part 1



“ลัลล้า ลั้ลล่า ลัลล่า” ร่างๆ หนึ่งในชุดสูทสีขาวขลิบขอบทองกำลังนอนบนเตียงเล็กๆของผม ในมือมีหนังสือภาพที่ผมเป็นคนวาด ปากสวยๆเปิดปิดตามทำนองเพลงที่ฮัมออกมาอย่างอารมณ์ดี อ่า ใจผมมันเต้นแรงชะมัด

“ริน แม่ให้มาถามว่าจะกินอะไรไหม แม่จะไปซื้อของ” รินดันตัวเองขึ้นเงยหน้ามองก่อนจะส่ายหัว

“ไม่อ่ะ ไม่หิว” แล้วเด็กผู้ชายหน้าสวยแต่ดูคมจนผมต้องเกรงใจเค้าก็นอนลงไปกับเตียงอีกครั้ง รินเป็นคนที่ขาวมากๆ เวลามีแสงส่องมาก็จะดูเลื่อนหายไปกับแสง ตาสีฟ้าสดใสที่บางครั้งจะดูร่าเริงหรือบางครั้งที่ดูจริงจังจนหัวใจผมต้องเต้นตาม ผมสีน้ำตาลของรินในบางครั้งก็ทำให้รินดูเด็กแต่บางครั้งเท่านั้นที่ดูเท่ห์อย่างบอกไม่ถูก

...นี่ผมคงหลงรักรินไปแล้วใช่ไหม...

“แม่ฮะ รินบอกว่าไม่เอาอะไรแล้ว” ผมลงไปบอกแม่ข้างล่าง แม่เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน

“งั้นฮิคารุก็อยู่เป็นเพื่อนคุณหนูนะ เดี๋ยวแม่ไปซื้อของแป็บนึงจ้ะ” แม่ผมนั่งยองๆจับเสื้อผมให้เข้าทีเข้าทาง “อยู่กันดีๆนะ” แม่ลูบหัวผมช้าๆ “รินคุงเป็นเด็กที่ใจดีใช่ไหมล่ะ”

ผมพยักหน้า แม่ยิ้มแล้วจึงเดินออกจากครัวไป “เดี๋ยวฮิคารุกับรินจะอยู่บ้านให้ฮะ” ผมบอกแม่เมื่อท่านกดล็อกบ้านแล้วปิดประตู

“อ้าว รินอยากได้อะไรเหรอ” รินเดินหน้ามุ่ยลงมา
 
“ฉันไม่ได้ใจดีขนาดนั้นหรอกนะ” รินยืนเกาะราวบันได สีหน้าเรียบเฉย...ซึ่ง...คนอื่นคงไม่เคยเห็น...ยกเว้นแต่ผมเพียงผู้เดียว

“ไม่หรอก...จริงๆนะ” ผมเดินเข้าไปใกล้

“ถ้านาย.../ชูว์” ผมเดินเข้าไปใกล้ ยืนอยู่ใต้คาง

“จูบหน่อยสิ” ผมขอแต่รินทำสีหน้าแปลกใจ “นะ จูบฉันหน่อย จูบตอนนี้เลยนะ” ผมเอื้อมมือไปที่คอของริน รินทำสีหน้าลำบากใจก่อนจะโน้มหน้าลงมาประทับริมฝีปากของเค้ากับผม อืม ถึงมันจะเป็นเพียงสัมผัสอันแผ่วเบา แต่มันเป็นสิ่งที่เลี้ยงให้ผมมีชีวิตจนถึงทุกวันนี้

“ฮิฮิ ถ้าไม่ใจดีคงไม่จูบเค้าหรอก ใช่ม่ะ” สีหน้ารินดูยุ่งยากใจมากๆแต่ก็เพียงแค่ผลักหัวผมเบาๆเท่านั้น “แล้วรินมีอะไรรึเปล่า”

“อ้อ ใช่ จะขอใช้โทรศัพท์หน่อยนะ”

“เอาเลยสิ ใช้เลย” ผมหลีกทางให้รินลงไปโทรศัพท์ข้างล่าง ส่วนตัวเองก็นั่งลงตรงนั้น ผมรู้ว่าการแอบฟังคนอื่นคุยกันมันไม่ดี แต่รินคือข้อยกเว้นเท่านั้น ผมจะรอรินตรงนี้

“แม่ฮะ ผมอยู่บ้านฮิคารุนะ อือ อือ อือ เข้าใจแล้วฮะ แล้วไรกลับบ้านรึยังล่ะฮะ ยังอีกเหรอ อะไรอ่ะ วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านเลยเหรอ มันไม่ใช่เรื่องของผมแล้วล่ะ ตามใจ งั้นวันนี้ผมจะค้างกับฮิคารุนะ ไม่ ไม่ต้องนะ ไม่ต้องมารับเลย ผมจะอยู่ที่นี่แหละ แค่นี่นะฮะ ไม่ ไม่ต้องฮะ แค่นี้นะฮะ ฮะ ฮะ เข้าใจแล้วฮะ ฮะ” เสียงพูดคุยเงียบหายไปพร้อมๆกับเสียงถอนหายใจ

“ฮิคารุ” รินเรียกผมที่นั่งตรงราวบันได

“ขึ้นห้องกันเถอะ” ผมชวนรินที่ยืนอยู่นิ่ง รินแค่ส่งสายตาตำหนิผมแต่ก็ไม่พูดอะไร “ไม่มีใครอยู่บ้านเลยเหรอ” ผมถามหลังจากที่เรามานั่งกันอยู่ในห้องนอนของผมที่กว้างพอประมาณ เพราะบ้านผมอยู่กันแค่สองคน เราจึงไม่จำเป็นต้องทำห้องหลายๆห้อง

รินเงียบเป็นอันรู้กันว่าจะไม่มีใครกลับบ้าน ไรก็ไปอยู่โรงเรียนประจำ ทางพี่ๆของรินก็ติดกิจกรรม ตอนนี้พวกผมก็อายุ 14 แล้วฮะ เรียนอยู่มอต้นปีสอง

ผมรู้จักกับรินตอนอายุ 11 ตอนนี้ก็สามปีแล้วที่ผมมีรินอยู่ข้างๆ มานับๆแล้วผมก็รู้สึกภูมิใจอยู่บ้างเวลาไปเปรียบเทียบกับคนในครอบครัวของริน พวกพี่ๆของรินก็เคยเห็นรินตอน 7 ขวบเองนี่เนอะ รู้จักรินก่อนผมแค่ไม่กี่ปีเอง อ่ะ นี่ผมคิดอะไรเนี่ย ผมอิจฉาพวกพี่ๆรินเค้าเหรอ...

“ฮิคารุ ฮิคารุ” รินเรียกผมเสียงหวานเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ วันนี้แม่ทำเนื้อย่างให้กิน เพราะคุณแม่ของรินโทรมาบอกว่ารินบ่นอยากกิน แต่เพราะวันนี้พี่ฝาแฝดของรินไม่ยอมกลับบ้าน พี่คนอื่นๆก็ติดกิจกรรม รินเลยน้อยใจไม่กลับบ้านซะงั้น แม่ผมเลยทำให้แทน

“คิดอะไรอยู่” รินขยับนั่งลงข้างๆผม

“ตอนนี้ฮิคารุยังคงเป็นตัวแทนของครอบครัวรินอยู่ไหม” ผมถาม...รินนิ่งแล้วหลบสายตาก่อนที่จะมองหน้าด้วยสายตาจริงจัง

“อย่าถามถ้านายรู้คำตอบดี” อึก! รินยังคงเป็นริน ตอบได้แทงใจผมเหมือนเดิม รู้สึกเจ็บแปล็บๆเลย ผมคงเป็นได้แค่ตัวแทน...ที่เมื่อรินไม่มีใคร...รินก็จะมีผม “ถ้าทนไม่ได้...ก็บอก...เข้าใจไหม ฉันไม่อยากให้นายยึดติดกับฉันหรอกนะ ฉันมันอันตรายเกินกว่านายจะรับ” รินล้มตัวลงนอนอีกฟากของเตียงทิ้งให้ผมนั่งมองแผ่นหลังที่อยู่ๆก็ดูห่างไกลออกไป
...ผม...ไม่อยากเป็นแค่ตัวแทน...ผม...จะเป็นมากกว่านั้นให้ได้






ในห้องเรียนกว้างใหญ่ที่มีเด็กเพียงไม่กี่คนเท่านั้นนั่งอยู่ บนกระดานอาจารย์ได้เขียนข้อความทิ้งไว้ว่าให้อ่านหนังสือด้วยตัวเอง ผมก็ไม่รู้ว่าจะอ่านหนังสือตามที่อาจารย์บอกดีไหม ในเมื่ออ่านไปมันก็ไม่ออกสอบอยู่ดี ตอนนี้โรงเรียนผมกำลังจัดกีฬาซึ่งทุกชั้นปีจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมยกเว้นชั้นเรียนผม

“ฮิคารุ รินหายไปไหนแล้วล่ะ” ผู้ชายตัวเล็กพอๆกับผมเดินเข้ามาหา เขาชื่อว่า อาซึมุ เป็นคนน่ารักแต่นิสัยนี่สิที่เป็นปัญหา เขาจะคบกับพวกที่อยู่ในระดับเดียวกับเค้า ซึ่งผมก็ไม่สนใจและหวังไว้ว่าจะไม่ยุ่งกับคนประเภทนี้ ผมไม่เข้าใจจริงๆที่เด็กตัวเท่าผมกลับสามารถแยกแยะฐานะทางสังคมออก

“ไม่รู้” อาซึมุชักสีหน้าใส่ผมเมื่อคำตอบมันสั้นเกินไป ผมเดินหนีออกมา

“ชิ เป็นแค่คนรับใช้แท้ๆ”

เสียงเห่าหอนตามสายลม ผมชินซะแล้ว ผมไม่ใช้คนรับใช้ ผมไม่ใช่ผู้ติดตาม ผม...ไม่ใช่...นั่นสิ ไม่ใช่อะไรดี ในเมื่อผมก็เป็นแค่ตัวแทนเท่านั้น จะเป็นเพื่อนก็ไม่ขอรับไว้หรอก...ถ้าเป็นได้แค่นั้น ผมขอมากไปไหม...

..........

.....

..

..

“ปล่อยนะ ฮือออ ปล่อยนะ ไอ้คนชั่ว ปล่อย ผมบอกให้ปล่อย ฮืออ ริน ริน รินช่วยผมด้วย”

“หุบปาก ไอ้ตัวดี เพราะแม่แกยังไงล่ะ ฉันถึงเป็นแบบนี้ เพราะงั้นแกต้องรับผิดชอบ รับผิดชอบกับสิ่งที่แม่แกทำลงไป”  

.....

...

ตอนเด็กๆ ผมจำหน้าพ่อแท้ๆของผมไม่ได้ เพราะเกิดมาก็อยู่กับคุณแม่มาสองคนตั้งนานแล้ว จนวันนึงคุณตาคุณยายก็ออกตามหาผมกับแม่ ชีวิตของผมจะว่าไปก็เหมือนนิยายน้ำเน่า เราสองแม่ลูกตกระกำลำบากมานานจนสุดท้ายคุณตาคุณยายก็ออกตามหาและผมจึงค้นพบความจริงที่ว่า บ้านของคุณแม่ทั้งสวยและหรูหราน่าอยู่มากๆ

คุณแม่ผมเป็นลูกคุณหนูมาแต่กำเนิดจนพบรักกับครูสอนพิเศษและหนีไปด้วยกันจนมีผม คุณตาคุณยายที่เตรียมว่าที่สามีที่ดีพร้อมให้คุณแม่โกรธจนคลั่งถึงกับออกปากตัดพ่อตัดลูกกับลูกสาวเพียงคนเดียว ตอนที่คุณตามารับผมกับแม่กลับไปอยู่บ้านก็เพราะท่านรู้สึกผิดที่ทำแบบนั้น ทั้งที่คุณแม่เป็นลูกสาวแท้ๆของท่าน ผมในตอนนั้นก็ไม่รู้อะไรมากหรอก แค่ดีใจไปกับคำพูดของผู้ใหญ่และดีใจ...ที่ผมมีตา มียาย มีบ้านหลังใหญ่ไม่ใช่อพาตเม้นจะพังแหล่มิพังแหล่ มีคนรับใช้ที่คอยตามใจทุกคำพูดไม่ใช่คำว่าคำดูถูก เนื่องจากแม่มีผมตั้งแต่เด็กท่านจึงทำอะไรไม่ค่อยเก่ง แต่ท่านยอดเยี่ยมสำหรับผมเสมอ

ผมมีชีวิตที่สุดสบายขึ้น คุณตาคุณยายทั้งรักและหลงผม...ผมคิดว่างั้น จนวันหนึ่งทุกคนในบ้านก็เรียกให้ผมไปพบผู้ชายคนหนึ่งที่ห้องรับแขก คุณตาคุณยายถามผมว่าผมอยากมีพ่อไหม...แล้วทุกคนในบ้านก็หันมามองผมอย่างคาดหวังคำตอบ ผมมองคุณแม่ที่นั่งนิ่งหันหน้าหนีผม ผู้ชายตรงหน้าเป็นคนสูงใหญ่ ในความคิดแรกที่แวบเข้ามาคือไม่ชอบ ผมไม่ชอบเค้า ไม่อยากได้เป็นพ่อถ้าเป็นคนๆนี้...ผมหวังอย่างนั้น เค้ามองหน้าผมแล้วยิ้มให้ แต่ผมกลับอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก ถึงผมจะไม่เคยเห็นหน้าคุณพ่อ...แต่แค่ได้มองรูปท่าน ผมก็จะรู้สึกดีแล้ว แต่ไม่ใช่กับคนๆนี้ที่แม้แต่รอยยิ้ม...ผมก็ดูว่าจอมปลอม

“ฮะ ผมอยากมีคุณพ่อ...” ...แต่ไม่ใช่คุณฮะ ผมต่อคำๆนี้ในใจ เมื่อคุณตาคุณยายยิ้มแก้มปริพลางเรียกผมเดินเข้าไปหา พวกท่านกอดผมและเอ่ยกับผู้ชายคนนั้นอย่างยินดี ผมหันไปสบตากับคุณแม่อย่างขอโทษขอโพย ท่านก็เพียงแต่อมยิ้มน้อยๆให้ผมเท่านั้น

...ผมเกลียดผู้ชายคนนี้...

.....

...

..

.

“ไม่เอาฮะพ่อ ผมไม่ไป ผมไม่อยากทำอย่างนั้น”

“ทำซะแล้วฉันจะไม่ทำอะไรแม่แก” ผู้ชายที่บังคับให้ผมเรียกเค้าว่าพ่อหลังจากที่เค้าได้แต่งงานกับคุณแม่ เอ่ยเสียงไม่ปราณี รู้ทั้งรู้ว่าผมต้องโดนอะไรเมื่อเข้าไปในห้องเด็กห้องใหญ่

.....

...

...

..

.


คืนวันแต่งงานคุณแม่กับผมกอดคอกันร้องไห้ คุณแม่ขอร้องให้ผมอดทน สักวันหนึ่งเราจะมีความสุข ท่านเอาแต่พูดคำๆนี้และผมก็รอคอย

ผมมารู้ทีหลังจากการจับเข่าคุยกันของพวกสาวใช้จึงได้เข้าใจ...ว่าที่จริงแล้ว ตระกูลของคุณแม่กำลังตกต่ำ เพราะคุณตาอายุมากเกินไป เงินในบ้านกำลังหรอยหรอและเรื่องนี้สังคมต้องไม่รับรู้ คุณตาคุณยายจึงอยากได้ลูกสาวคืนมารวมทั้งหลานชายคนเดียวในการสืบตระกูล

การแต่งงานของคุณแม่จึงเกิดขึ้น เพื่อกู้ชื่อเสียงของตระกูล...เพราะผู้ชายคนนั้นมีแหล่งการค้าสำคัญ...เค้าจะช่วยคุณตาคุณยายได้ ส่วนเค้าก็จะได้ชื่อเสียงของตระกูลคุณแม่...ในการหาประโยชน์...ทางการเมือง

ผมมาอยู่ในห้องนั่งเล่นของลูกหลานนักการเมืองคนใดผมก็จำชื่อไม่ได้ ผมรู้แต่ว่าทุกครั้งที่พ่อพาผมมา ผมจะต้องถูกแกล้งและไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อเด็กๆ พวกนั้นแกล้งผมจนพอใจเค้าก็จะไปบอกพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือลุงๆป้าๆของเค้าถึงความอ่อนแอของผม ผู้ใหญ่ก็จะดุเป็นพิธีแต่สายตาของเค้าก็สนุกไปด้วย พ่อ...ก็สนุก

..........

.....

...

.

“อยู่ในนี้ ห้ามไปไหนเข้าใจไหม” พ่อปิดตาผมแล้วพามาในที่แห่งหนึ่ง ผมรู้สึกกลัวจับใจแต่ไม่ได้ถามหรืออ้อนขออะไรอีก ภาพแม่ร้องไห้เกาะขาผู้ชายคนนั้นไม่ให้ผมไป เค้ากลับด่าทอแม่และตบตีจนผมทนไม่ไหว เค้าไม่ทำอะไรผม...ไม่เลย...แต่ลงไม้ลงมือกับแม่ เค้าบอกว่าถ้าไม่อยากให้แม่เจ็บตัวก็ไปกับเค้าดีๆแล้วแม่จะไม่เป็นอะไร...ผมจึงยอม...มาอยู่ในห้องมืดๆที่ไม่รู้ทิศรู้ทาง นั่งหนาวสั่นด้วยความกลัว

แกร๊ก!

“อ๊ะ!” ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อรับรู้ถึงลมเล็กๆที่พัดผ่านตัว ความเงียบเริ่มกลับมาอีกครั้ง ผมกลัวแสนกลัวเมื่อรอบข้างไม่มีการเคลื่อนไหว พ่อผมพาผมมาทำอะไรที่นี้ แม่ครับ ช่วยด้วย ช่วยผมที

“ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่” เสียงเล็กๆบ่งบอกว่าคนพูดคงเป็นเด็กเหมือนผม พ่อเอาผมมาให้เค้าแกล้งอย่างนั้นเหรอ เอามาให้พวกนั่นพอใจเหรอ

“ทำไม...นายถึงมาอยู่ที่นี่” เสียงนั่นเข้มขึ้นเมื่อผมไม่ตอบคำถาม เค้าคงไม่พอใจที่ผมไม่ตอบสินะ

“พะ พ่อ พ่อ คุน คุณพ่อ...พา...มา” ผมกลัวเพราะผ้าปิดตาจนมืดไปหมด

“นายอายุเท่าไหร่” เสียงดังใกล้ๆ ผมถอยหนีทันทีเมื่อคิดได้ว่าเค้ากำลังอยู่ใกล้ผม

“อ๊ะ” มือนุ่มนิ่มจับแขนผมเอาไว้ ผมกลัว

“อย่านะ!” ผมชะงักเป็นหินทันทีเมื่อเค้าตวาด “เฮ้อ ถ้าขยับก็จะตกเตียงนะ”

เอ๊ะ เตียง! ผมไม่ได้อยู่บนเก้าอี้หรอกเหรอ ทำไมผมถึงมาอยู่บนเตียงได้ล่ะ ผ้าปิดตาค่อยๆคลายตัวออกก่อนจะหลุดลงบนตักผม ตาสีฟ้าสดใสกำลังจ้องมองผมอยู่...เมื่อกี้คือเค้าเหรอ...ไม่เหมาะกับเสียงเข้มๆแบบนั้นเลย เค้าเป็นเด็กผู้ชายที่หน้าสวยมาก...สวยขนาดที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย

“คราวนี้ก็ตอบมาได้แล้วว่านายอายุเท่าไหร่”

“สิบเอ็ด” ผมตอบเหมือนโดนชักจูงทั้งที่เมื่อครู่ผมกำลังหวาดกลัวกับสิ่งที่มองไม่เห็น

“ทำไมนายถึงแต่งตัวแบบนี้ล่ะ” ผมมองดูเด็กตรงหน้าในชุดคนไข้สีฟ้าตัดกับห้องสีดำทะมึนนี้ ผมมองดูตัวเองเมื่อเค้าเอาแต่จ้องผม

“อ่า” ผมอุทานอย่างตกใจ เมื่อผมใส่ชุดสีขาวเบาบางที่แทบจะเห็นเนื้อใน ตอนมาผมกำลังหลับ...แม้จะ...สงสัยว่าผมหลับไปตอนไหนในเมื่อผมกำลังร้องไห้ในอกของแม่

“ไม่รู้ คุณพ่อพามา” ผมคว้าผ้าห่มตรงเท้ามาห่มตัว

“คุณหนูครับ นายโคกาว่ากำลังมา เราคงต้องไปได้แล้วล่ะครับ” เสียงผู้ชายรายงานนอบน้อมจนผมยังแปลกใจ เด็กตัวเท่าผมแต่สามารถทำให้ใครมายกย่องเชิดชูได้ด้วยเหรอ ผมไม่เคยเห็นหรอกนะ...ขนาดที่บ้านยังว่าลับหลังเลยก็มี

เด็กตาฟ้าเดินออกไปแล้ว ผมมองแผ่นหลังที่เลือนหายไป ความรู้สึกกลัวเริ่มจู่โจมผมอีกแล้ว เด็กคนนั้นไปแล้ว ไม่ใช่เค้าเหรอ ไม่ใช่เค้าที่ผมต้องอยู่เป็นเพื่อนเล่นเหรอ แล้วโคกาว่าคือใครกัน นั่นคือคนที่พ่อต้องการให้ผมพบเหรอ คิดได้อย่างนั้นผมก็ผวาไปหาประตู ผมจะหนี หนีออกไปจากที่นี่

“ขายตัว!” น้ำเสียงตกใจของคนข้างนอกทำให้ผมแข็งทื่อ “แต่เด็กคนนั้นเพิ่งจะสิบเอ็ดเองนะ”

“คุณหนูก็อายุสิบเอ็ดครับและยังสามารถสั่งการพวกผู้ใหญ่ข้างล่างนี้ได้ ทำไมเด็กคนนั้นถึงจะขายตัวบ้างไม่ได้”

“นั่นแหละ เค้ายังเด็กเกินที่จะขายตัวนะ...แล้วเค้าก็ดู...จะไม่เต็มใจด้วย ผู้ใหญ่นั่นแหละที่ชั่วใช้ให้เด็กมาทำเรื่องแบบนี้” ผมกลั้นความรู้สึกพะอืดพะอมที่แล่นในช่องท้อง พ่อพาผมมาขายตัว

“ครับ ครับ ผมว่าเรากลับกันได้แล้วล่ะครับ เดี๋ยวคุณท่านจะตกใจถ้าหาคุณหนูไม่เจอ”

“ไม่” เด็กคนนั้นปฏิเสธเสียงหนักแน่น

“คุณหนู กลับห้องเถอะครับ ถ้าเจ้าของห้องมามันคงไม่ดี”

“งั้นรินจะพาเค้าไปด้วย รินถูกชะตา ถ้าอยากให้รินกลับห้องก็ต้องพาเค้าไปด้วย” เด็กคนนั้นพูดแต่ก็ถูกชายอีกคนคัดค้าน

ครืดดดดด

“อึก หึ อึก ฮึ” ผมกลั้นสะอื้นเอาไว้เมื่อคนที่ชื่อรินเปิดประตูมาเจอผม เค้ามองผมก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้อย่างใจดี

“มาเถอะ มากับฉัน แล้วนายจะปลอดภัย” มือขาวยื่นมาตรงหน้า ผมกลั้นสะอื้นก่อนจะวางมือลงไป ผมไม่อยากขายตัว

..........

.....

...

..



Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-05-2011 17:41:16 โดย LadyOneStar »

LadyOneStar

  • บุคคลทั่วไป
เรื่องสั้น...วันวานยังหวานอยู่  Part 2 (อาจจะมี nc เพิ่งลองแต่งครั้งแรกนะค่ะ)


“โทรุ นายเห็นรินบ้างไหม” ผมเดินเข้าไปถามเพื่อนรุ่นเดียวกัน...จะบอกว่าเพื่อนก็คงไม่ใช่ เอาเป็นคนรู้จักกันดีกว่า เรารู้จักกันเพราะรินช่วยเค้าไว้ โทรุยกมือเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก “นายลงแข่งอะไรล่ะ”

“แข่งวิ่งเก็บของน่ะ น่าเสียดายที่ห้องพิเศษอย่างนายโดนห้าม” โทรุพูดยิ้มแย้มแม้ตามตัวจะเต็มไปด้วยฝุ่นและเหงื่อไคล

“รินล่ะ เห็นไหม”

“เห็นแว๊บๆตรงอาคารบาสนะ เค้าเพิ่งแข่งเสร็จกันไปเมื่อเช้านี่เอง”

“อือ ขอบใจนะ” ผมโบกมือให้โทรุ เค้าก็เป็นคนน่าคบ...แต่ถ้ามาคบเป็นเพื่อนกันโทรุคงโดนไม่ใช่น้อย เพราะพวกผมเป็นห้องพิเศษ...เด็กพิเศษเท่านั้นถึงจะเรียนได้...เด็กมีตังค์ โทรุเป็นเด็กสามัญ นั่งเรียนตามปกติ ไม่เหมือนพวกผมที่พิเศษจริงๆ นั่งเรียนห้องแอร์ เบาะกำมะหยี่ มีเสิร์ฟอาหารว่างตามเวลาที่กำหนด มีห้องพักระหว่างคาบถ้าใครต้องการ มีการเขียนร้องขอเหตุจำเป็น...อย่างงานกีฬาคราวนี้ แค่เขียนว่าไม่อยากเข้าร่วม...เพราะมันร้อน อาจารย์ก็จะออกกฎทันที สั่งห้ามไม่ให้เด็กชั้นเรียนพิเศษเข้าร่วมกิจกรรม ไม่ใช่ว่าอาจารย์จะสั่งจริงๆ แต่เพราะเด็กมีอำนาจสั่งให้อาจารย์ทำงานต่างหาก...อำนาจเงินของพ่อแม่เด็ก ฝ่ายเด็กสายสามัญก็รู้เรื่องนี้ดี เด็กสองสายจึงไม่ถูกกัน

สายพิเศษไม่ชอบสายสามัญเพราะสายสามัญไม่เท่าเทียมกับตัวเอง ส่วนสายสามัญก็ไม่ชอบที่เด็กสายพิเศษทำตัวสูงส่ง

ผมอยู่กับรินตั้งแต่ตอนนั้น ผู้ชายที่อยู่กับริน เค้าบอกว่าเค้าเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของรินชื่อ คาโน่ เค้าบอกว่าที่ๆผมอยู่เป็นส่วนลึกของสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีแต่คนมีอำนาจเท่านั้นที่จะเดินเผ่นพล่านในนี้ได้ และเพื่อการมีอำนาจพ่อจึงต้องนำผมมาขายให้กับนักการเมืองคนหนึ่งเพื่อปูทาง...เพราะพ่อไม่มีตังค์แล้ว บริษัทคุณตาล้มแล้ว

คุณคาโน่ บอกว่าพ่อผมเป็นคู่หมั้นคุณแม่ตั้งแต่เค้าเป็นเศรษฐีใหม่ ตอนนั้นคุณตากำลังเฟื่องฟู เมื่อคุณแม่หนีการแต่งงาน คุณตาจึงไม่มีหุ้นส่วนและคุณพ่อก็ไม่มีผู้สนับสนุน เพราะคุณพ่อเป็นเศรษฐีใหม่ที่คนในสังคมยังไม่ค่อยยอมรับ

ตอนนี้คุณพ่อสนับสนุนพรรคตัวเองไปมาก...แต่กลับไม่ได้นั่งในเก้าอี้สภา...คุณพ่อหมดหวังแล้ว...และคุณตาคุณยายก็หมดตัวแล้ว...คุณพ่อเอาเงินไปปรนเปรอพวกนักการเมืองหมดแล้ว...หึ...สมน้ำหน้า...คนชั่ว...คนเลว...หน้าโง่

ผมถูกรินซื้อตัวมาตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ผมไม่เสียใจเลยที่รู้แบบนั้น ถ้าจะต้องอยู่กับคนที่พ่อจัดหาให้ก็ขออยู่กับรินดีกว่า ผมคิดแบบนั้น ผมมีหน้าที่แค่เป็นเพื่อนเล่นให้รินเท่านั้นเอง แม้จะเคยทำมาก่อนแต่ก็ไม่เคยรู้สึกสนุกมากเท่านี้ ผมกับรินไม่เคยออกจากห้องใต้ดินมาก่อน แต่รินก็พาผมซอกแซกไปตามสถานที่แห่งนี้ได้ ผมรู้แค่ว่า คนในนี้เรียกมันว่าทางใต้ดิน แต่มันกลับเป็นเหมือนเมืองเล็กๆที่มีห้องหับมากมายซะมากกว่า

‘ทางใต้ดิน’ จะไม่มีวันได้เห็นแสงสว่าง รินบอกแบบนั้น รินจึงต้องรีบหายเพื่อออกไปหาแสงสว่าง รินบอกว่า รินมีแสงสว่างรอคอยอยู่ แล้วผมล่ะมีไหม...

....

.



“ยินดีด้วยครับ คุณหนูหายแล้ว” เสียงคาโน่ดังขึ้นในห้อง

“พ่อฮะ รินหายแล้วล่ะฮะ” เสียงอ้อนของรินทำให้ผมตัดสินใจที่จะหยุดฝีเท้าไว้หน้าห้อง เวลารินอยู่กับผมรินจะเป็นเหมือนคนนำทางผมเสมอ ผมไม่เคยได้ยินรินพูดแบบนี้กับผมเลย

“อือ เป็นไงหะ เจ้าตัวเล็กแค่ปีครึ่งเองนะ เก่งไม่ใช่เล่น ไม่นานเลยใช่ไหมล่ะ อดทนได้ดีมากเลยนะ” เสียงอันอบอุ่นที่ผมฟังแล้วยังรู้สึกได้ถึงความรักที่ท่วมท้น ถ้าเป็นพ่อผมบ้างจะเป็นยังไงนะ

“แล้วไรล่ะฮะ เป็นอย่างไงบ้าง ยังโทษตัวเองอยู่รึเปล่าฮะ ที่จริงรินไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้นะฮะ พ่อเข้าใจใช่ไหม พ่ออย่าว่าไรนะ”

...ไร คือ ใครกัน...

“อือ อือ พ่อเข้าใจแล้วจ้ะ เจ้าหญิงน้อยของพ่อ งั้นเดี๋ยวเตรียมตัวกลับกันได้แล้วล่ะ พวกพี่ๆกับคุณแม่กำลังรอเจ้าหญิงน้อยอยู่นะ งั้นเรากลับบ้านเรากันเถอะ”

“เย้ เย้ กลับบ้าน กลับบ้าน กลับบ้าน คาโน่เก็บของเร็ว” เสียงรินตื่นเต้น...แล้วผมล่ะ...ทำไมรินถึงไม่พูดถึงผมเลย ผมยืนอยู่นานแต่ข้างในก็ไม่มีเสียงคนคุยถึงผมเลยสักคน รินจะยังจำได้อยู่ไหมว่ามีผมอยู่ด้วย...ที่เมื่อขาดรินแล้วก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไงในที่แบบนี้

ผมเดินเรื่อยเปื่อยตามทางเพื่อกลับห้องผม รินกำลังจะจากที่แห่งนี้ไป และผมล่ะ...จะอยู่อย่างไง

หมับ!

“อ๊ะ คุณพ่อ” ผมเรียกคนตรงหน้าอย่างตกใจ คุณพ่อที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเหมือนถูกทำร้าย หน้าตาดูโกรธแค้น ยิ่งมาเห็นผมก็ยิ่งหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“มา มา เจอแกก็ดีแล้ว ได้ยินว่าคนคุ้มหัวกะลาแกเป็นไอ้เด็กของคนที่ใหญ่กว่าเจ้าโคกาว่าใช่ไหม ไหน มันอยู่ไหน พาฉันไปหามันเดี๋ยวนี้ บอกมันไปว่าฉันเป็นพ่อแก” คุณพ่อเขย่าตัวผมอย่างแรง ผมกลัว ไม่เอานะ คุณพ่อปล่อยผม

“ปล่อยนะ ฮือออ ปล่อยนะ ไอ้คนชั่ว ปล่อย ผมบอกให้ปล่อย ฮืออ ริน ริน รินช่วยผมด้วย”

“หุบปาก ไอ้ตัวดี เพราะแม่แกยังไงล่ะ ฉันถึงเป็นแบบนี้ เพราะงั้นแกต้องรับผิดชอบ รับผิดชอบกับสิ่งที่แม่แกทำลงไป” 

ผมทั้งข่วนและผลักแต่คุณพ่อก็ยังคงหัวเราะเหมือนคนบ้าทั้งยังเขย่าตัวผม

“ปล่อยผม”

“พาฉันไปหาพ่อแม่ไอ้เด็กนั่นก่อนแล้วฉันจะปล่อยแกไป”

“ไม่ ผมไม่ไป”

เพี้ยะ! “พาฉันไปเดี๋ยวนี้” คุณพ่อตวาดลั่น ฮือฮือ ริน

“ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ฮือ รินกลับไปแล้ว รินไปแล้ว ผมถูกทิ้งแล้ว” ผมร้องไห้คร่ำครวญ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่เป็นไร งั้นแกก็ไปขายตัวให้ฉัน โตได้ที่เลยนิ ไป”

“อ๊าก! ไม่นะ ไม่ม่ม่ม่ม่ รินนน ช่วยด้วย ฮืออออ” ผมทั้งผลักและข่วนแต่คุณพ่อก็ยังคงลากผม รินนนช่วยฮิคารุด้วย ช่วยฮิคารุด้วย

 ป๊อก!

“อ๊ะ ริน” ลูกปิงปองที่ผมเคยใช้เล่นกับรินกระดอนไปโดนหัวคุณพ่อ ผมหันไปตามทางรินกำลังอุ้มลูกปิงปองหลายลูกในอ้อมแขน

“ปล่อยฮิคารุนะ” รินง้างแขนเตรียมขว้างลูกปิงปองลูกต่อไป คุณพ่อจับหัวของตัวเองก่อนจะเงยหน้ามองรินอย่างไม่พอใจ

“หลบไป!”คุณพ่อตวาด “อย่ามายุ่งเรื่องของพ่อลูก”

“แต่คุณขายเค้าไปแล้ว ผมมีสิทธิ์ในตัวเค้าแต่เพียงผู้เดียว คุณมันไม่มีสิทธิ์” ใจผมชื้นขึ้นมาเมื่อได้ยินในคำพูดนี้ คุณพ่อตาโตก่อนจะแสยะยิ้มอย่างแปลกๆ

“อ่า อย่างนั้นเหรอ งั้นก็พาฉันไปรู้จักกับคุณพ่อเธอหน่อยสิ เค้ามาอยู่ที่นี่ได้ก็ต้องมีอิทธิพลอะไรล่ะสินะ งั้นพาฉันไปหาหน่อย บอกว่าฉันเป็นพ่อเจ้าเด็กนี้” คุณพ่อปล่อยมือผมแล้วเดินเข้าไปหาริน ใบหน้าแสยะยิ้มกว้าง

“หยุดนะ ห้ามยุ่งกับรินนะ” รินยังคงยืนจังก้าแต่ไม่ได้นะ คุณพ่อบ้าไปแล้ว ผมพยายามดึงเสื้อคุณพ่อแต่ก็ถูกสะบัดทิ้งจนกระแทกพื้น

“โอ๊ย! ไม่นะ ห้ามยุ่งกับรินนะ” อย่านะ อย่ายุ่งกับรินนะ

รินปาลูกปิงปองใส่คุณพ่อที่เดินงุ่มง่ามช่วงระยะที่คุณพ่อกำลังจะแตะต้องริน ผู้ชายคนหนึ่งก็จัดการเตะคางของคุณพ่อทีเดียวสลบไปเลย ชายคนนั้นมองคุณพ่ออย่างเรียบเฉย เค้ามองคุณพ่อเหมือนมองสิ่งของที่ไม่มีค่าก่อนจะมามองผม

เฮือก สายตาของเค้ามีแต่ความว่างเปล่า ตาสีรัตติกาลที่น่าหวาดกลัว ถ้าตกลงไปในหลุมดำ...ก็คงจะไม่มีชีวิตรอดกลับมา

“คุณพ่อ” รินเรียกชายคนนั้นเสียงดัง “มาช้า ถ้าฮิคารุเป็นอะไรไปล่ะรินจะโกรธคุณพ่อ” รินปล่อยลูกปิงปองตกพื้น “อ่า นั้นฮิคารุ รินเป็นคนขอให้คุณปู่ซื้อให้เอง เค้าเป็นเพื่อนเล่นกับรินตอนรินอยู่ที่นี่ล่ะฮะ” รินพูดถึงผมเมื่อชายคนนั้นยังคงจับจ้องผมอยู่ เค้าเดินเข้ามาใกล้

“เจ็บไหม” น้ำเสียงเข้มๆที่ฟังดูใส่ใจแม้จะไม่อ่อนโยนเท่าที่พูดกับริน แต่ผมก็ดีใจที่ยังคงมีคนสนใจผมอยู่

“มะ ไม่ฮะ”

“แล้วนั่นพ่อเธอ...”   

“ไม่ฮะ เค้าไม่เคยเป็นพ่อของผม ผมกับแม่แค่ต้องตอบแทนกับสิ่งที่เราเคยทำไว้เท่านั้น แต่เค้าไม่ใช่พ่อผมจริงๆหรอกฮะ” ผมไม่อยากให้รินทิ้งผมไป ไม่เอา

“เข้าใจแล้ว งั้นขอบใจนะที่คอยเป็นเพื่อนเล่นให้รินมาตลอด ขอบใจจริงๆ” คุณพ่อของรินมองผมด้วยสายตาเอื้ออาทร ท่านลูบหัวผม “ไม่เป็นไรแล้ว เราจะพาเธอออกไปจากที่นี่แล้วจากนี้ไปเธอก็จะเป็นอิสระจากทุกๆสิ่งทุกๆอย่างแล้ว ไม่เป็นไร”

“อิสระ” ผมทวนคำ หมายความว่าไง

“ใช่ ฮิคารุจะเป็นอิสระ” รินยิ้มตาหยี “ขอบใจนะที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาตลอด แต่รินจะกลับบ้านแล้วล่ะ ฮิคารุก็คงอยากจะไปอยู่กับแม่ใช่ไหม ไม่เป็นไรหรอกนะ ไม่ต้องคิดมากเรื่องเงินด้วย แค่การที่นายจะต้องมาติดในห้องใต้ดินเป็นปีๆกับริน ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันก็เป็นคุณค่าสำหรับรินมากๆแล้ว เพราะงั้นขอบคุณนะ นายเป็นอิสระแล้วล่ะ ขอบใจมากๆเลย”
..........

....

..

โรงยิมถูกปิดประตูแน่นทั้งที่เพิ่งจะแข่งกีฬาเสร็จ ผมเดินเข้าไปในโรงยิมอันทันสมัยที่กว้างใหญ่ มันเงียบมากจนเสียงรองเท้ากระทบพื้นของผมดังก้อง ต่างจากตอนแข่งกีฬาลิบลับ นั่นสินะ โลกเราย่อมมีสองด้านเสมอ ขนาดเหรียญยังมีหัวกับก้อยเลย ลูกบอลสองสามลูกวางนิ่งอยู่บนพื้น ผมไม่คิดว่าหลังแข่งกีฬาเสร็จก่อนปิดโรงยิมจะไม่มีคนเก็บลูกบาสหรอกนะ คงเป็นรินที่แอบมาเล่นแน่เลย รินชอบเรื่องสนุกสนานเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว

ผมเดินเข้าออกห้องเก็บอุปกรณ์บ้าง ห้องน้ำห้องอาบน้ำบ้างแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของรินเลย ผมเข้าห้องพักนักกีฬาฝั่งหนึ่ง ข้างในมีตู้ล็อกเกอร์วางเรียงกันติดกำแพงรอบด้าน เว้นแต่ตรงกลางที่มีม้านั่งตัวยาวเรียวกันสามแถว ที่นี่ก็ไม่มี

ผมไม่ท้อเดินหารินต่อไป วันนี้รินบอกว่าจะกลับไปนอนบ้านผม แม่เลยบอกให้รีบกลับหน่อยก็ดี เพราะแม่ผมไม่มั่นใจว่าจะติดงานอะไรรึเปล่า ตอนนี้บ้านเราสุขสบายขึ้นมากแม้จะไม่รวยแต่ก็มีความสุขกว่าตอนเด็กๆเยอะ แม่ผมปัจจุบันเป็นผู้ช่วยพยาบาล

แกร๊ก!

ผมเดินมาอีกฝั่งหนึ่งพอเปิดประตูเข้าไป เด็กผู้ชายคนหนึ่งก็กำลังก้มๆเงยๆอยู่อยู่หน้าตู้ล็อกเกอร์ตู้หนึ่ง

“ริน!”

เจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมามองผม

“อ่ะ อ้าว ฮิคารุเองเหรอ” รินทักผมแล้วจึงหันไปไขล็อกเกอร์ต่อไป

“ทำอะไรอ่ะ รินไม่เคยมีล็อกเกอร์นี่”

“ป่าว อันนี้ของคนอื่น”

“แล้วทำไปทำไมล่ะ” รินหันมามองผมเมื่อปลดล็อตได้แล้ว

“ก็...ใครไม่รู้สักคนแหละ วางแผนจะแกล้งโทรุเพราะเห็นว่าสนิทกับพวกเรามากเกินไป ต้องสั่งสอนซะหน่อยแล้ว”

รินว่าพลางรื้อของในตู้ล็อกเกอร์นั่น ผมก็นั่งลงและมองดูรินต่อไป จะให้ห้าม...ไม่ล่ะ เจ้าตัวเค้าไม่ได้คิดจะจริงจังกับเรื่องนี้สักหน่อย อย่างมากก็แค่แกล้งให้หัวหมุนนั่นแหละ ผมเลยมองดูรินที่รื้อๆแล้วก็หยิบออกมาใส่ถุง

“นี่ ถ้ามีคนมาเห็นล่ะ”

เสียงคุยหน้าประตูทำให้ผมต้องหันไปหารินว่าจะเอาไงดี ผมล็อกกลอนไว้แล้วล่ะ รินยัดของใส่ตู้ทันที

“ไม่หรอก เราล็อกกลอนได้ อีกอย่างกุญแจก็มี วางใจเถอะ กว่าจะแข่งกีฬาเสร็จ” คนพูดหน้าห้องบ่งบอกเลยว่าเตรียมพร้อมมาห้องพักนักกีฬาอย่างดี รินดึงผมเข้าตู้ที่เปิดคาไว้ก่อนจะดึงปิดจนดังแกร็ก ตอนนี้รินเลยกำลังยืนคร่อมผมเอาไว้ในตู้ล็อกเกอร์แคบๆอับๆใบนี้ ดีนะที่มีแต่เสื้อผ้านักกีฬากับของที่รินจับใส่ถุง พวกผมเลยไม่ทำเสียงอะไรดังจนข้างนอกเค้าได้ยิน

ประตูถูกเปิดออก ผู้ชายสองคนที่คาดว่าจะเป็นเด็กปีสามเดินเข้ามา คนแรกตัวสูงหน่อยมองข้างนอกสองสามครั้งอย่างมีพิรุธก่อนจะผลุบเข้ามาในห้องแล้วล็อกกลอน

“ทาเคะ แน่ใจนะว่าที่นี่น่ะ...ได้” ผู้ชายอีกคนที่ตัว ผอมบางกว่าเอ่ยอย่างไม่มั่นใจ ทาเคะหันมายิ้ม

“ได้ชัวร์ เก็บเสียงอีกตะหาก มาเหอะ” ทาเคะเดินเข้ามาหาหนุ่มผอมบางที่ค่อยๆนั่งลงบนเก้าอี้ช้าๆ “วากะ นายมาดึงเก้าอี้มาชนกันหน่อย” ทาเคะดึงเก้ามาชิดกัน ผมกับรินมองการกระทำของทั้งสองด้วยความสนใจ ลมหายใจของรินรวยรดใบหน้าผม รู้สึกดีจังแหะแล้วอยู่ๆรินก็ตาโตขึ้นทันที

“ริน/ชู่ว” รินสั่งให้ผมเงียบเบาๆ เมื่อหันไปมองจึงเห็นว่า...อ่า ทาเคะกำลังจูบวากะ ทาเคะค่อยๆดันวากะให้เข้าไปกึ่งกลางบนเก้าอี้ทั้งที่ปากยังคงแนบชิดกันอยู่ พวกเค้าคงไม่ได้จูบธรรมดาๆแบบผมกับรินแน่ๆ เพราะเราแค่อยากจูบแบบฝรั่งคือให้รู้ว่าใกล้ชิดเท่านั้น...ไม่ได้ดูดดื่มแบบนี้!

ทาเคะที่ยืนอยู่รีบถอดเข็มขัดตัวเองออกแล้วจึงขึ้นไปบนเก้าอี้ วากะก็กำลังแกะกระดุมเสื้อของตัวเองด้วยความเร่งรีบและดูท่าจะช้าเกินไป ทาเคะจึงช่วยปลดให้แทน ปากของทั้งสองยังคงแลกลิ้นกันดูดดื่มมีเสียงดังจ๊วบจ๊าบเป็นระยะ ผมไม่รู้จะมองทางไหนดี เพราะหัวใจกำลังสูบฉีดอย่างแรงและเต้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในอกผม นั่นผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันนะ พอเงยหน้ามองรินที่กำลังมองมาทางผมเช่นเดียวกัน ผมก็รู้สึกว่าใบหน้ามันจะยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ มันต้องแดงมากๆแน่เลย รินอมยิ้มแล้วใช้นิ้วชี้แตะปากเป็นเชิงเงียบๆ

พอหันออกไปมองตอนนี้วากะเหลือแต่กางเกงในตัวจิ๋วที่มีล่ำยาวๆกำลังนูนดันกางเกงในอยู่ วากะครางอย่างอื้ออึง ทาเคะค่อยๆละเลียดชิมไปตามซอกคอ ปุ่มนูนสีชมพูจ๋า ไล่ลงมาตามหน้าท้องเนียนก่อนจะงับเข้าที่ต้นขาด้านใน

“อ๊ะ อ่า ทา ทา.ทา..เคะ” วากะเกาะไหล่ทาเคะแน่นเมื่อทาเคะเริ่มใช้ลิ้นเลียและดุนลำนอกผ้าบางจนมันแข็งและโผล่พ้นกางเกงบางจ้อย ผมได้ยินเสียงกลืนน้ำลายจากคนใกล้ๆ ผมหันไปมองช้าๆ รินกำลังดูและไม่พยายามสบตาผม

“ทาเคะ” วากะมองทาเคะอย่างงงๆเมื่อจู่ๆเค้าก็หยุด ชายหนุ่มยิ้มอย่างมาดร้าย

“นายทำให้ก่อน” วากะอ้าปากค้างก่อนจะหน้าแดงแล้วทำท่าจะลุกขึ้น ทาเคะจึงจับมือไว้ “มันตุงไปหมดแล้วนะ” วากะหันมามองค้อน “น่านะ ทำให้หน่อยสิ เดี๋ยวนายเสร็จนายก็ไม่สนใจฉัน” ทาเคะก้มลงจูบที่ริมฝีปากวากะอีกครั้ง วากะมองทาเคะที่เหลือแต่กางเกงนักเรียนที่ถูกปลดเข็มขัด วากะถอยหลังแล้วคลานเข้ามาหา ริมฝีปากเผยอใช้ฟันกัดซิปแล้วรูดลงมา ใช้ลิ้นตัวเองเลียลำแท่งของทาเคะที่นูนพองใหญ่โต

“อ๊ะ” ทาเคะครางเมื่อวากะจับท่อนใหญ่ของเค้าออกมาสูดอากาศก่อนที่จะถูกเคลือบด้วยน้ำลายที่วากะเป็นคนป้อน “อ๊าาา” ทาเคะค่อยๆลูบไล้แผ่นหลังขาวขณะที่วากะดูดอมลำท่อนยาวของเค้าเหมือนเป็นไอติม ผมซึ่งกำลังมองอะไรๆตาค้างก็ต้องตกใจบ้างเมื่ออะไรสักอย่างมันดุนหน้าท้องผมอยู่

“อ๊ะ!” วากะอุทานทั้งที่ท่อนยาวกำลังคาปากเมื่อนิ้วซุกซนของทาเคะสอดเข้าไปใต้กางเกงบางจนถึงประตูหลัง ทาเคะเริ่มดันลำตัวของตัวเองเมื่อเห็นว่าวากะชะงักไปเพราะเค้ากำลังดันนิ้วทางด้านหลังอยู่ วากะเลียลำแท่งยาวจนไม่มีช่องว่างให้หายใจ เป็นบางครั้งที่จะละออกมาเพื่อสูดอากาศหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะอมเข้าไปใหม่อีกครั้ง ทาเคะเปลี่ยนใช้นิ้วจากประตูหลังมาเป็นปุ่มนูนๆทั้งสองข้างบนอกแอ่น

“เปลี่ยนเถอะ” ทาเคะสั่งแล้วผลักวากะออกทันที ตัวเองรีบไถลลงนอนพื้นส่วนวากะก็มุ่งมั่นที่จะนอนคว่ำบนตัวคาเคะ หันหน้าไปทางท่อนยาวที่ชี้ขึ้นฟ้าแล้วจัดการใช้ปากครอบทันที ส่วนคาเคะก็ดึงกางเกงของวากะลงมาจัดการใช้ปากของตัวเองชิมน้ำขาวขุ่นที่ปลายยอดนั่นสลับกับมือที่ทำหน้าที่อย่างรู้ดี นิ้วหนึ่งนิ้วก็ค่อยๆนวดปากทางประตูหลังไปเบาๆพร้อมกันด้วย

“อือ อือ อื่อ อือ” วากะคราง

“ทนหน่อย เราไม่มีโลชั่น” ทาเคะว่าแล้วก็อมลำท่อนยาวของวากะที่ดันสู้มือเค้าทันที

“อ่ะ วากะ อีกนิด อ่ะ เร็ว” ทาเคะผละจากท่อนน่ารักเมื่อตัวเองกำลังจะถึงฝั่ง เค้ากระดกสะโพกตัวเองเข้าปากวากะเร็วขึ้น ลิ้นก็เลียไข่น้อยเลยไปถึงประตูหลังจนมันชุ่ม

“อ๊ะ”

“วา วา กะ” เสียงกระเซ้าดังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆยิ่งทาเคะยกสะโพกเร็วเท่าไหร่เขาก็เริ่มที่จะใช้นิ้วดันเข้าไปในโพรงชมพูเร็วขึ้นเท่านั้น

“อ่ะ อ่ะ อ่ะอ่ะอ่ะอ่ะอ่ะอ่ะอ่ะอ่ะะ  อ่า อ๊า!” ทาเคะปล่อยเสียงร้องออกมาอย่างมีความสุข วากะหันมาทันที

“ทา...ทา ทาเคะ” วากะเอ่ยปากอย่างยากลำบากเหมือนเค้าอมอะไรเอาไว้ ชายหนุ่มนั่งลงบนลำตัวพลางถูไถส่วนล่างกับลำตัวของทาเคะที่นอนหงาย หนอนน้อยกำลังเบ่งเพราะไม่ได้ปลดปล่อย สีหน้าวากะแดงระเรื่อ ตาเยิ้มและต้องการเป็นอย่างมาก

“ครับ เก่งมาก เอามันมาให้ทาเคะนะ ทาเคะรักวากะนะ ถ้าทำแบบนี้วากะจะได้ไม่ต้องเจ็บไง” ทาเคะดึงวากะให้ก้มลงมาจูบตนเองแล้วทาเคะจึงผลักวากะนอนลงกับเก้าอี้ที่เรียงต่อกัน ชายหนุ่มยกขาวากะขึ้นชี้ฟ้าทั้งสองข้างก่อนจะปุ้ยน้ำขาวขุ่นในปากตัวเองลงทางช่องด้านหลัง มือหนึ่งบีบนวดและสอดนิ้ว ส่วนอีกมือก็มาจับหนอนน้อยและรูดขึ้นลงเพื่อช่วยคนใต้ร่าง

“อ่ะ ทาเคะ ทาเคะ รัก รัก”

“ครับ จุ๊บ รักครับ”

ทั้งสองจูบกันพลางแลกเปลี่ยนความในใจ

“วากะ...รัก...ทา...เคะนะ วา...กะ..ยอม.ทา.เคะ..แค่.คน..เดียว..นะ” ชายหนุ่มใต้ร่างเอ่ยเสียงกระเซ้า ลำแท่งของทาเคะที่เคยสงบก็กลับมาชูชันขึ้นอีกครั้ง

“อือ จุ๊บ ฮะ ครับ เข้าใจแล้ว” ทาเคะตอบเสียงพร่า

“อือ มะ ไม่ ไม่ ไหว ทา...เคะ” วากะร้องอ้อนขอ ทาเคะไม่รีรอดันตัวเองที่กำลังพองเต็มที่เข้าประตูหลังทันที “อ๊ะ” วากะเกร็งขาจนนิ้วเท้าบดเบียดเข้าหากัน ก่อนที่ทั้งสองจะขวบกันจากช้าๆแล้วเร็วขึ้น

“อ๊ะ”

“อ่ะ อ่ะ อ่ะ”

“อ๊ะ” คราวนี้เสียงครวญกับเป็นของผมเองครับ เมื่อลำน้อยของรินมาถูกหน้าท้องของผมอีกแล้ว ผมกับรินเริ่มหายใจหอบกันมาได้สักพักนึงแล้ว ถึงแม้จะไม่มีส่วนรวมใดๆกับพวกเค้าก็ตาม แต่ว่าผมรู้สึกว่าร่างกายกำลังร้อนรุ่มแปลกๆ ยิ่งมาฟังเสียงและเห็นภาพสดๆแบบนี้ ยิ่งกว่าดูหนังAV พวกนั้นซะอีก พอมองหน้ารินก็คงจะเป็นเหมือนกัน รินมองหน้าผมแต่ก็หลบสายตาเอาไว้ เห็นตอนแรกก็ดูอยู่แท้ๆ

“วากะ วากะ สุด สุดยอดเลย ร่างกาย...ของนาย ที่...ตอบ สนอง...ฉะ ฉัน”

“อ่ะ อือ อืม อ่ะอ่ะอ่ะอ่ะ ทา ทา เคะ รัก รัก นะ”

“วา กะ”

“ร่าง ร่าง ร่าง..กาย ฉัน...เป็น เป็น ของ ทาเคะนะ” เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังในห้องและตู้ล็อกเกอร์ที่อุณหภูมิรั้งแต่จะเพิ่มสูงขึ้น เสียงหายใจในล็อกเกอร์เริ่มหายใจเป็นจังหวะเดียวกันแล้ว แต่คนข้างนอกอาจไม่ได้ยินเพราะพวกเค้ากำลังรักกันอยู่ นี่สินะ รักของผู้ชาย รักของคนที่ยอมทุกอย่าง รินขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็คงเป็นรินที่ต้องอึดอัดอยู่ดี เพราะรินสูงกว่าผม...ก็ผมมันเล็กและบอบบางนี่นา

...รินหน้าแดงมากๆเลย ผมชอบจัง ถ้าร่างกายของผมเป็นของรินบ้าง...มันคงจะรู้สึกดีไม่น้อยเลยล่ะ...

“อ๊า/อ๊า” สองเสียงประสานกันอย่างสุขสม เราคงจะได้ออกไปจากตู้นี่กันสักที ผมเอนไปหารินเอาหัวซบลงกับอกรินช้าๆ ไม่เป็นไร ถึงจะแค่ตัวแทน ถึงจะไม่ได้รัก แต่ขอแค่ให้ผมได้เป็นของริน...จะเสียสักกี่อย่างก็ยอม

*************************************

LadyOneStar

  • บุคคลทั่วไป
เรื่องสั้น...วันวานยังหวานอยู่  Part 3 (nc นะ)


คืนนี้ช่างเป็นคืนที่ร้อนอบอ้าวจริงๆ ผมเดินออกมาจากห้องน้ำ

“ฮิคารุ อยู่กับรินสองคนได้ไหมลูก วันนี้แม่ต้องไปเฝ้าคนไข้” แม่ชะโงกหน้ามาถาม ในมือมีโทรศัพท์เครื่องเล็กแนบหู “อ่ะ ค่ะ จะรีบไปค่ะ คุณยูริมีอาการเจ็บเตือนบ่อยไมไหมค่ะ ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ” ผมพยักหน้าให้แม่ คงจะเป็นคนไข้ที่แม่รับจ๊อบไปดูแลนอกเวลาแน่เลย

“แต่ตอนนี้มันเลยเวลางานแม่แล้วนี่ครับ”

“อ้อ พอดีแม่สัญญากับยูริจังเอาไว้น่ะลูก ท้องแรกด้วย คงกำลังเจ็บเตือนน่ะจ้ะ พ่อแม่มือใหม่เดี๋ยวแม่จะไปอยู่เป็นเพื่อนจนกกว่าจะคลอดนะ ถ้าไม่คลอดหรือมีอะไรแม่จะโทรมาหาลูกในตอนเช้า” แม่ก้มหอมแก้มผมแล้วเดินออกไป

“บายฮะแม่” ประตูปิดลงพร้อมกับคำพูดของผม รีบจริงๆเลยน้า ผมล็อกบ้านแล้วเดินขึ้นห้อง ถึงจะอยู่กันสองคนแต่ผมก็ไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว เพราะเวลารินมาค้างบ้านผมหรือเราสองคนอยู่กันข้างนอก รอบๆข้างของรินก็จะต้องมีบอดี้การ์ดอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนเราสองคนพยายามทำเป็นมองไม่เห็นแม้จะซ่อนตัวเป็นเงาได้ห่วยก็ตาม ผมปิดม่านเมื่อมีแสงไฟส่องมาเป็นอันรู้กันว่า ‘อย่ามาทำเป็นรู้ ไอ้หนู’

“ริน คืนนี้แม่จะไม่อยู่นะ แล้วข้างนอกวันนี้เป็นใครเหรอ”

รินหันมามอง “คาโน่ คนอื่นไม่ได้เรื่อง ให้ความรู้สึกเหมือนว่าตัวเองทำผิดยังไงไม่รู้ คาโน่ดีที่สุดแล้ว สงสัยป่านนี้ไปหาเบียร์ดื่มแล้วมั่ง”

“แล้วรินจะทำไร” ผมนั่งลงข้างๆคนจอมป่วนที่กำลังเอาซีดีลงเครื่องเล่น นี่มันเป็นถุงที่รินไปบุกตู้ล็อกเกอร์คนอื่นเค้านี่นา เอากลับมาตอนไหนนะทำไมผมถึงไม่เห็นเลยล่ะ ไวจริงๆ

หนังกำลังเล่น มีชายหญิงสองคนเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วก็พูดคุยกัน หนังอะไรอ่ะ รินก็จ้องตาเป็นมันเลย พอหยิบแผ่นอื่นดูก็มีแต่หน้าปกชายหญิงเป็นคู่ บ้างก็เป็นคู่เด็กนักเรียน บ้างก็เป็นคู่ทำงาน แล้วแผ่นหนึ่งก็สะดุดตาผมเมื่อมันเป็นปกของหนุ่มหน้าคมที่หล่อมากๆกับ...เด็กประถม เอ่อ มันชักจะทะแม่งๆแล้วนะ

“อ่ะ~ อย่าสิค่ะ คุณครู” แล้วมันจะมีครูอยู่ที่นี่ตอนนี้รึไงเนี่ย ผมหันไปทางจอทีวีนักเรียนสาวที่ปากก็บอกว่าอย่าค่ะ อย่าค่ะ กำลังเอียงคอ ตามองกล้องอย่างหวานช้ำ ส่วนมือชีก็จับกระดุมเสื้อนักเรียนเอาไว้เป็นพิธี พอมีครูหนุ่มเดินเข้าไปถอด เธอก็ยกมือชูขึ้นเหนือหัวทันที แล้วจะร้องทำเพื่อ

“รินนน ดูอะไรอ่ะ”

“ก็...ดูอย่างที่เห็นแหละ” รินตอบได้กำกวมมาก เค้านั่งพิงเตียงจ้องมองตาไม่กระพริบ รินชอบแบบนั้นเหรอ ชอบผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ ยิ่งถึงฉากถอดฉากกอดจูบลูบปล้ำ รินยิ่งมองอ่ะ ใจผมยิ่งปวดร้าวและร้องไห้ ก็จริงสินะ รินเป็นผู้ชาย...อย่างไงก็ต้องชอบผู้หญิงอยู่แล้ว

ริน...ริน ฟังฮิคารุอยู่รึเปล่า รินหันมามองผมสิ รินมองภาพในทีวีแล้วรินเห็นอะไรเหรอ ริน

“ริน...ชอบในทีวีเหรอ” 

“ก็...มันเป็นเรื่องของร่างกายไม่ใช่เหรอ” รินตอบผมโดยไม่หันมามองหน้า เค้านั่งดูหลังพิงเตียงเงียบๆไม่มีทีท่าอะไรก็จริง แต่รินดู...ดูมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว...แถม...ดูรินจะมีอารมณ์ด้วย

“ริน” ในที่สุดคนที่ผมรักก็หันมา ใช่ ผมว่าผมรักรินล่ะ

“ริน...เอ่อ มีอารมณ์...เหรอ”

รินถอนหายใจเอามือมาขยี้หัวผมอย่างเอ็นดูเหมือนว่าผมเป็นเด็กชายที่ไม่รู้เรื่องคนหนึ่งทั้งที่เราก็อายุเท่ากัน “เฮ้อ อย่าพูดสิ ก๊ะว่าจะดูให้จบแผ่นก่อน เดี๋ยวรินมานะ” แล้วรินก็เดินออกไป ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ารินไปห้องน้ำ ผมก็พอจะรู้เรื่องร่างกายของคนเราบ้าง เมื่อมานั่งดูวีดีโอโป๊แบบนี้เป็นใครก็ต้องเกิด ยิ่งวัยรุ่นแบบผมยิ่งแล้วใหญ่ แต่ทำไมผมถึงเฉยกับเรื่องแบบนี้นะ ผมน่ะ...จะรู้สึก...ก็กับรินเพียงคนเดียวเท่านั้นนะ

..........

.....

...

.

.

“เอาล่ะ รินไปส่งเพื่อนเถอะลูกเดี๋ยวพ่อจะรออยู่ตรงนี้แหละ” รถลีมูซีนคันใหญ่จอดข้างทางตรงทางเข้าห้างสรรพสินค้า “คุณแม่ฮิคารุคุงก็คงจะรออยู่ที่แม็คแล้วล่ะ”

“เข้าใจแล้วฮะคุณพ่อ มาเหอะฮิคารุ เดี๋ยวนายก็จะได้เจอแม่แล้วนะ” รินเปิดประตูอิสรภาพให้กับผม มือของเค้ายื่นออกมาเพื่อส่งผมให้กับท้องฟ้า ผมจับมือเค้าแล้วเราก็เดินไปด้วยกัน...เดิน...เดินไปไหน

“ริน รินจะปล่อยฮิคารุอย่างนั้นเหรอ”

“ก็มันถึงเวลาแล้ว รินต้องกลับบ้านแล้วฮิคารุก็ต้องกลับไปหาแม่ไง ไม่ดีใจเหรอ” รินหันมาถามผมสีหน้ายิ้มแย้ม อ้อ มือนี้กำลังจะปล่อยผมลงในอุ้งมืออีกคู่ที่รักและดูแลผมมาตลอด...แต่ทำไมใจผมมันถึงเศร้าและอยากร้องไห้ รินจะจับมือผมแบบนี้ตลอดไปไม่ได้เหรอ ทำไมผมถึงไม่อยากออกจากกรงของรินเลยล่ะ ทำไมกันนะ

“ฮิคารุไม่ต้องกลัวนะ คุณพ่อบอกว่า ฮิคารุกับคุณแม่เป็นอิสระแล้วล่ะ ตอนนี้ฮิคารุกับคุณแม่ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามเดิมแถมยังสามารถใช้นามสกุลเดิมของคุณพ่อฮิคารุได้ด้วย ไม่ต้องห่วง คุณพ่อรินจัดการให้แล้ว เพราะฮิคารุเป็นคนสำคัญของรินคนหนึ่งเหมือนกัน”

คนสำคัญคนหนึ่งเหรอ...รินมี...หลายคนเหรอ

“แล้วเราจะได้เจอกันอีกไหม” ผมถามอย่างมีความหวัง เราจะเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม เราจะยังคงอยู่ด้วยกันได้ใช่ไหม

“ไม่ได้หรอก” รินส่ายหน้า “เราไม่ควรเจอกันอีก เพราะรินเป็นตัวอันตราย...ไม่ว่าใครก็ไม่สมควร” รินหันมายิ้มให้ผมน้อยๆ ผมบีบมือรินแน่น ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ

“ต่อให้อันตรายแค่ไหนฮิคารุก็อยู่กับรินได้นะ”

“ไม่ได้” รินปฏิเสธอีกครั้ง

“ทำไมล่ะ ฮิคารุน่ะ ฮิคารุ...อยากอยู่กับรินตลอดไปเลยนะ” ผมมองรินอีกครั้ง ขอร้อง ขอร้องล่ะ ขอให้เราอยู่ด้วยกันเถอะนะ

รินลูบหัวผมเบาๆ “ไม่ได้หรอก ฮิคารุก็มีคนสำคัญของฮิคารุ รินก็มีคนสำคัญของรินและรินก็มีคนที่ต้องปกป้อง เพราะรินเกิดมาในครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ คนนิสัยไม่ดีที่คอยหวังให้เราล่มจมก็มีอีกบาน สำหรับรินแล้วคนที่บ้านคือคนสำคัญและคนที่ต้องช่วยกันปกป้องต่อให้รินเป็นลูกคนเล็กของบ้านเหอะนะ ฮะฮะ” รินมองผมอย่างอ่อนโยน มองอย่างที่เคยมองมาตลอดหนึ่งปี “เพราะงั้นถ้ารินให้ฮิคารุมาอยู่ด้วย...รินก็ไม่มั่นใจว่ารินจะดูแลฮิคารุได้หรอกนะ เพราะริน...ก็ผิดที่เห็นฮิคารุเป็นตัวแทนของครอบครัว”

อึก ตัวแทน...ของครอบครัวเหรอ อึก

“ไม่เป็นไรเลยริน จะเป็นอีกกี่ตัวแทน...แต่ขอแค่ได้อยู่ข้างๆจะได้ไหม รินซื้อฮิคารุมานะรินก็ต้องดูแลฮิคารุตลอดไปไม่ใช่เหรอ” รินตาโตที่ผมใช้มุขนี้ย้อนเค้า

“รินก็กำลังจะปล่อยฮิคารุไง”

“ไม่เอา อึก ไม่เอานะ ฮือ นะ ริน นะ ขอให้ฮิคารุได้อยู่ข้างๆรินเถอะนะ อย่าปล่อยมือของฮิคารุเลยนะ”

“แต่ฮิคารุมีคุณแม่นะ ฮิคารุจะมาอยู่กับรินไม่ได้หรอก”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวรินไปไหน ฮิคารุจะไปด้วย ขอแค่ตอนรินไม่มีใครรินก็จะมีฮิคารุนะ ขอแค่นี้ก็พอแล้ว ต่อให้รินจะต้องอยู่กับคนสำคัญของรินกี่คน ขอแค่ให้ฮิคารุได้เห็นริน อยู่ข้างๆรินเวลาที่รินไม่มีใครเถอะนะ” รินมองผมอย่างลำบากใจ

“ฮิคารุ” เสียงอ่อนใจถูกเอ่ยออกมา “ถ้ารินทิ้งฮิคารุล่ะ”

ผมรีบส่ายหน้า “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ขอแค่ให้ฮิคารุได้อยู่ข้างๆริน แค่มองริน...ต่อให้ต้องถูกทิ้งก็ไม่เป็นไร แต่อย่า...อย่าให้ไม่ได้พบไม่ได้เจอกันอีกเลย” ผมพูดไปร้องไห้ไปโดยไม่รู้เลยว่าเรายืนคุยกันอยู่กลางห้าง รินมองซ้ายมองขวาแล้วจึงรีบกอดคอผมเดินออกมา

“ครับ ครับ เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว หยุดร้องไห้ได้แล้ว”

.........

.....

...

.

ผมมารู้ทีหลังว่ารินมีพี่ชายฝาแฝดและพี่ชายอีกสองคน รินเพิ่งจะอยู่กับพวกเค้าได้ไม่นานรินจึงติดและรักพวกเค้ามาก รินจะให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นที่หนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าผมถูกอนุญาตให้อยู่ข้างๆรินได้

คุณพ่อของรินก็ดูจะดีใจที่รินได้มีเพื่อน เพราะท่านก็กลัวรินจะเหงาและไม่ไว้ใจเด็กคนอื่น ท่านจึงมาคุยกับแม่ผมหวังอุปการะให้ผมได้เรียนที่เดียวกับริน ซึ่งตอนแรกแม่ก็ไม่ยอมเพราะไม่อยากรบกวนไปมากกว่านี้ แต่เพราะผมเป็นคนขอท่าน คุณแม่จึงยอมในที่สุดแต่ท่านก็บอกออกไปว่าจะใช้แค่ค่าการศึกษาเท่านั้น นอกเหนือจากเรื่องนี้ท่านจะเป็นคนทำงานหาเงินเลี้ยงผมเอง

ผมจึงได้เรียนที่เดียวกับริน ตอนแรกๆรินก็ทำท่าห่างเหินกับผม ผมจึงพยายามตื้อ พยายามคุยต่อให้โดนเด็กคนอื่นแกล้งแค่ไหนผมก็ทน ผมขอแค่ได้อยู่ข้างๆรินก็พอแล้ว ขอได้เป็นของริน...ก็พอแล้ว ไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว

“ฮิคารุ ดูอะไรน่ะ” รินกลับมาจากห้องน้ำหัวเปียกไปหมด นี่ถึงกับอาบน้ำใหม่เชียวเหรอ ผมเผลอขยำปกซีดีในมือแน่น “ไหนดูสิ” รินฉกหน้าปกไปดู “ผู้ชายกับผู้ชายนิ” เค้าเงยหน้ามองผมอย่างแปลกใจ

   ผมกัดริมฝีปากตัวเองแน่น “เรา...เรามาลองกันไหม”

   “หือ”

   “เรามาทำเหมือนในหนังกันไง” รินมองไปตามนิ้วที่ผมชี้ทางทีวี ผู้ชายคนหนึ่งกำลังเล้าโลมเด็กผู้ชายบนโต๊ะเขียนหนังสือ

   “ไม่ได้หรอกนะ ต่อให้ดูแล้วมีอารมณ์แค่ไหนแต่เรื่องแบบนี้เค้าเอาไว้ทำกับคนที่รัก”

   “ก็ฮิคารุรักรินนี่” รินมองผมอย่างตกใจเล็กน้อย ทำไมล่ะ “รินไม่รักฮิคารุก็ไม่เป็นไร ขอแค่ให้ฮิคารุได้รักรินก็พอ” รินหันหน้าหนี ริน...ไม่ได้รักผมสินะ ผมเขยิบเข้าไปหา รินเงยหน้ามองผมจริงจัง

   “ไม่ได้นะฮิคารุ ถ้าสักวันฮิคารุมีคนที่ฮิคารุรักล่ะ” ผมจับใบหน้าของคนที่ผมติดตามเค้ามาเป็นปีๆ ใบหน้าของคนที่สามารถทำให้เจ็บช้ำและมีความสุข ผมก็จะประทับจุมพิตของผมลงไป

   “คนแรกของฮิคารุก็จะต้องเป็นรินไง” ผมเขยิบขึ้นมานั่งบนตักรินเอาขาเกี่ยวเอวของรินเอาไว้ “เรามาทำกันเถอะนะ ฮิคารุคิดดีแล้ว ให้ฮิคารุเป็นของรินนี้แหละ แค่นี้ฮิคารุก็พอใจแล้ว จะไม่เรียกร้องอะไรอีกขอแค่ได้เป็นของริน” รินปลดกระดุมเม็ดแรกของผมมือสั่นเล็กน้อย ผมรู้ว่าเราต่างก็เป็นครั้งแรกของกันและกัน เพราะผมอยู่กับรินตลอดเวลายกเว้นตอนรินอยู่ที่บ้าน

   “ฮิคารุอาจจะต้องเสียใจ” เสื้อผมหลุดออกจากไหล่เลื่อนลงกับพื้น

   ผมเขยื้อนไปมาเมื่อรู้สึกถึงความแข็งใต้ก้นผม “ไม่มีทาง” ผมเปิดปากอ้าเล็กน้อยเมื่อรินสอดลิ้นเข้ามาในปาก ผมเองก็ทำไม่เป็นหรอกนะ แต่ตอนกลางวันเห็นคู่นั่นเค้าทำกัน รินกวาดลิ้นในปากของผมเบาๆ เราไม่เคยจูบกันแบบนี้ เราเพียงแต่เคยเอาปากแตะกันแบบฝรั่งเท่านั่น

   “อือ อืออ” ผมครางออกมาอย่างไม่รู้สึกตัวเมื่อคิดได้ว่าทำไมรู้สึกดีจัง

   รินเลื่อนมือมาจับที่ปุ่มสีชมพูบนอกผม กดบ้าง ขยี้บ้าง แต่กลับทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลังจนเผลอกดตัวลงไปบนตักของริน เจ้าจ้อนน้อยของรินกลับดูโมโหมากดันข้างล่างของผมอยู่นั่น ผมตื่นและไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว ผมเผลอหายใจสะดุดจนต้องทุบบ่าของรินเมื่อเค้าเริ่มที่จะกวาดและดูดลิ้นผมอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น...คือ ไม่ต้องมีใครสอนไง

   “อ่า แฮกก ไหวไหม” รินหอบน้อยๆแต่สีหน้ากลับดูอมยิ้ม ผมชอบจังที่รินยิ้มแบบนี้ ผมพยักหน้า

   “เดี๋ยวฮิคารุลองบ้างนะ” รินเลิกคิ้ว “ฮิคารุอยากลองเลียรินอ่ะ”

   “ฮะ” รินหัวเราะแต่ก็พยักหน้า “เอาสิ รินก็อยากลองเหมือนกัน...ว่าฮิคารุจะทำให้รินมีอารมณ์ได้ไหม” รินพูดยั่วผมเล็กน้อย แม้จะเขินอายแต่ผมก็อยากลองจริงๆ เมื่อรินไม่คัดค้านต่อให้ต้องเจ็บปวด ผมก็จะทำ

   ผมแกะกระดุมเสื้อช้าๆ เปิดให้เห็นอกกว้างขาวๆที่น่าหลงใหล มือผมหยุดชะงักใจเต้นแรง มือของรินมาเกี่ยวเอวของผมเอาไหวหลวมๆ ตาสีฟ้าจับจ้องที่ผมตลอดเวลา ผมมองซอกคอและหัวไหล่มน มือของผมค่อยๆลูบใบหน้าของริน รินก้มจูบที่ฝ่ามือของผม

   อ่า ใจเต้นแรงจัง

   ผมลูบไล้ลงมาจนถึงหัวไหล่ดึงเสื้อลงมาช้าๆ รินยกแขนออกจากเสื้อ ผมวางมือลงบนอกรินเลื่อนไปทางอกซ้ายที่เต้นแรงไม่แพ้กับผม “หัวใจรินเต้นแรงมากๆเลย” ผมดีใจนะ

   “นั่นสิ คิดว่างั้นเหมือนกัน” รินยิ้ม ผมถอดกระดุมที่เหลือให้หมด ผมอยากเลียริน อยู่ๆความคิดนี้ก็ผลุดขึ้นมา เอ๊ะ นี่ผมคิดแบบนี้ได้ไงเนี่ย ผมมองรินที่ก็มองผมอยู่เช่นกัน ผมอมยิ้ม เอาล่ะ

   ผมยกตัวสูงขึ้นเล็กน้อยแล้วจูบลงไปบนริมฝีปาก  ผมกอดคอรินเอาไว้ รินตอบสนองผม มือของผมก็ลูบไล้รินเหมือนรินเป็นสิ่งต้องห้ามที่รอวันจับต้องมานาน ผมกดริมฝีปากลงบนซอกคอริน บ่าริน เลียหัวไหล่ริน ยิ่งเลียยิ่งหอมมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกอยากใกล้ชิดมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นอีกเท่านั้น

   “อ่าาา” รินครางออกมา ผมผละออกจากรินด้วยความตกใจ เมื่อกี้เสียงรินใช่ไหม รินมองผมอย่างอ่อนใจเล็กน้อย “ไปจำมาจากไหนเนี่ย”

   “ฮะฮะ” ผมตอบอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว อย่างน้อยรินก็เต็มใจที่จะมีอะไรกับผม “ฮิคารุแค่อยากลองทำแบบนี้เท่านั้นเอง แค่อยากใกล้ชิดมากขึ้นอีก” ผมเลียที่หัวนมของริน

   “อ่ะ ไม่ได้นะตรงนั้น” ผมมองรินอย่างไม่เข้าใจ “เดี๋ยวรินทำให้เถอะนะ” รินมองผ่านหลังผมไปที่ทีวีที่เล่นไปจนจบแผ่นแล้ว เอ๊ะ เมื่อไหร่กัน

   “รินจะทำตามแผ่นเหรอ”

   รินผลักผมพิงกับเตียงแล้วส่ายหน้า “ไม่อ่ะ ทำตามที่คิดที่อยากทำ” รินเลียที่ใบหน้าผม “ตอนนี้อยากเลียฮิคารุบ้าง เห็นติดใจจังเลยนะ”

   ผมหลับตาพริ้ม อืม รินเลียผมทุกๆพื้นที่เลยล่ะ ผมรู้สึกดีและภูมิใจมากๆ มือของรินขย้ำก้นผมจนผมสะดุ้ง รินเริ่มถอดกางเกงผมจนเหลือแค่กางเกงในตัวเดียวเท่านั้น เจ้าตัวเล็กของผมกำลังขยายออกยิ่งรินไล้มือขึ้นลงเหนือผ้า...มันก็ยิ่งพองตัวขึ้นแม้ขนาดจะสู้ของรินไม่ได้ก็ตาม แต่อยู่ๆก็อยากให้รินล้วงเข้าไปข้างในซะที

   “อืม อืม” ผมอยากให้รินทำอะไรกับน้องชายของผมบ้าง แม้จะไม่พูดออกไปแต่เม็ดสีชมพูของผมก็กำลังดันสู้กับลิ้นและมือของรินอยู่ รินคงรู้ว่าผมกำลังตื่นตัวแค่ไหน มือของผมทำอะไรไม่ถูกแล้วจึงเลือกที่จะล้วงเข้าไปในกางเกงของรินบ้าง

   “อ่ะ วัยรุ่นใจร้อนจริงๆเลยนะ นายเนี่ย” ผมยิ้มให้กับคำแซวของริน พวกเราผลัดกันเล้าโลมกันนานแสนนานเพราะเราไม่เคยที่จะได้เรียนรู้ร่างกายของใครมาก่อน รินดึงตัวผมขึ้นไปบนที่นอนแต่ตัวเค้ากลับนั่งคุกเข่ากับพื้นเพื่อจะได้ให้หน้าตัวเองได้อยู่ในระดับเดียวกับส่วนล่างของผม

   “ไม่ได้นะ อย่าทำแบบนั้น” ผมอยากจะดึงรินขึ้นมาด้วย ทำแบบนั้นก็เห็นหมดสิ แต่รินกลับยิ้มกว้างเข้าไปอีกและใช้มือจับน้องน้อยของผม เขาลูบไล้ บดขยี้ส่วนปลายให้น่าดูและเยิ้มไปด้วยน้ำตาของมัน เขาชิมมันเล็กน้อย

   “อ่ะ” ผมแอ่นหลังทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเซียวซ่าน ขาของผมแทบจะยันอยู่บนพื้นเตียงไม่ไหวแล้ว

   “นายเกร็งมากเลยนะ”

   “ยะ อย่า อย่าพูด อย่า...พูด ขึ้น...มา...นะ” เสียงผมแหบพร่าไปหมดแล้ว น้ำขาวขุ่นถูกบีบให้โผล่พ้นยอดออกมาทีละน้อย

   “สีสวยจริงๆเลยนะ ของของฮิคารุเนี่ย” รินป้ายมันออกไปและแต้มลงบนปากทางเข้าของผม โอ๊ย อายจะแย่อยู่แล้ว ผมรู้สึกพร่าพลางจนไม่รู้จะซุกหน้าที่ไหนแล้ว “ตัวแดงไปหมดเลยฮิคารุอ่ะ” ผมไม่ค่อยได้ยินอะไรแล้ว ผมเริ่มจะพูดโต้อะไรรินไม่ออกแล้ว

   เพดานห้องเริ่มพร่าเลือนในหัวผมซะแล้ว...แล้วอะไรที่ชื้นๆก็แตะที่ปากทางด้านหลังของผม ผมคิดว่ามันคือน้ำของผมเอง “อ่ะ อ่า” แต่ทำไมมันถึงหยุบหยิบไปมาบนปากทางนั่นได้ล่ะ อ๊ะ

   “รินอย่าเลียนะ!” ผมผงกตัวขึ้นเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าอะไรที่กำลังปาดไปปาดมาตรงทางนั้น รินมองตาผมแล้ว...”อ่าาาา” ผมทอดตัวลงกับเตียงมือกำผ้าปูที่นอนแน่นจนยับยู่ยี่เมื่อรินดุนลิ้นเข้ามาข้างใน รินหมุนลิ้นและดุนดันจนผมทำอะไรไม่ถูก

   “ทางตรงนี้มันต้องยืดหยุ่นซะก่อน มันถึงจะเข้าไปได้นะ” รินบอกแบบนั้นพลางส่งนิ้วเข้าไปเป็นใบเบิกทางเมื่อมันมีความหยุ่นตามที่เค้าต้องการ เค้าก็จะเพิ่มมันไปอีกนิ้วและอีกนิ้ว

   “อ่ะ อ่ะ” ผมกระดกก้นขึ้นเพื่อตอบรับนิ้วที่ถูกส่งเข้ามาอัตโนมัติ โอ๊ย มันเจ็บมากจนน้ำตาเล็ดแต่ผมก็ต้องฝืนมันเอาไว้ ไม่งั้นรินไม่ทำต่อแน่ๆ

   “ฮิคารุ ไหวไหม” รินถามผมเสียงอ่อนโยน แต่ผมก็ฝืนใจที่จะโยกไปตามนิ้วของรินไม่รอช้า แม้จะเจ็บแสนเจ็บจนเหมือนมีอะไรจะมาแยกทางของผมออกเป็นสองส่วน รินกดผนังบ้าง วนนิ้วบ้างจนมันเริ่มปรับตัวและดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้นจนอยากจะให้มันรู้สึกดีกว่านั้น

   “ระ ริน” ผมเรียกรินด้วยเสียงที่เบามาก ผมแทบจะหายใจไม่ทันกับจังหวะหัวใจ

   “ครับ อยากได้อะไรอีกไหมครับ” ผมคิดว่าผมได้ยินเสียงรินหอบสลับกับเสียงกระทบเนื้อ รินกำลังทำอะไรอยู่น่ะ ผมพยายามดันตัวเองขึ้นแม้จะไร้เรี่ยวแรง

   “ริน แฮ่ก ริน รินทำ อะไร...อยู่น่ะ” รินถอดมือตัวเองออกแล้วยืนขึ้น อ่า รินกำลังช่วยตัวเองอยู่หรอกเหรอ

   “ให้ ให้ฮิคารุ...ทำให้ไหม” แม้ตอนนี้ผมจะรู้สึกสั่นและต้องการอะไรสักอย่างมาเติมเต็มแต่ผมก็อยากทำอะไรก็ได้ให้ริน ตอนนี้รินมีเหงื่อไหล่ตั้งแต่หน้าผากลงมาตามร่างกายพอๆกับผม

   รินดันสะโพกของผมให้ไถลไปกับเตียงเพื่อที่เขาจะได้มานั่ง “ไม่ต้องหรอกนะ เดี๋ยวเราก็จะได้ปลดปล่อยกันแล้วล่ะ” รินหอบน้อยๆ พอๆกับผมที่ตอนนี้มือของตัวเองไปอยู่ตรงหว่างขาเรียบร้อย เพราะมือของรินหายไป ผมเลยรู้สึกขาดๆหายๆจนต้องใส่นิ้วตัวเองเข้าช่องทางหลัง

   “เค้าบอกว่าท่านี้เป็นท่าพื้นฐานล่ะ” รินช้อนสะโพกของผมขึ้น ผมหลับตาปี๋แม้ใจจะรู้สึกหวั่นและกลัวเจ็บแค่ไหน แต่ผมก็เตรียมใจมาเรียบร้อยแล้ว ร่างกายของผมไม่สามารถรออะไรได้อีกแล้ว รินจ่อเจ้ายักษ์ของรินตรงทางเข้า มันดุนอยู่ตรงทางเข้าก่อนที่รินจะค่อยๆเลื่อนตัวเองเข้ามา เจ้ายักษ์ของรินกำลังครูดกับผนังทางเข้าของผมจนเสียดสีกันไปหมด

   “อ่ะ อ่ะ อ๊า อาาาาา” ผมเผลอร้องออกมาแม้จะเตือนตัวเองว่าห้ามร้อง ห้ามร้อง

   “ฮิ ฮิ คา รุ ริน ริน ริน” เสียงขาดหายเป็นช่วงๆ ผมรู้สึกดีใจนะแม้ผมจะร้องลั่นห้องแต่รินก็ยังคงเลื่อนตัวเข้ามาในตัวผม “อึก ฮะ ฮะ แฮก แฮก” รินยันตัวเองคร่อมผมเอาไว้ น้ำตาของผมไหล่เป็นทาง...ด้วยความตื้นตัน...แม้ว่าตอนนี้ร่างกายของตัวเองจะเจ็บมาก เจ็บจนตัวเองยังไม่กล้าขยับ...แต่รินก็ยังคงเข้ามาในตัวผม

   “เก่งมากครับ” รินก้มลงจูบหน้าผากผม “เจ็บมากไหม” ผมพยักหน้า รินค้างตัวเองเอาไว้อย่างนั้น “รินจะทำให้หายเจ็บนะ” รินก้มจูบผม จับหน้าอกผม จับน้องน้อยผม เรียกได้ว่าทำทุกอย่างให้ผมตื่นตัวและรู้สึกดี ซึ่งไม่ต้องใช้ความพยายามมากผมก็เริ่มที่จะพร่ามัวอีกครั้ง “อย่าเกร็งนะ”

   รินขยับตัวช้าๆ  “อ๊าาา ริน” ผมเกี่ยวเอวรินเอาไว้ มันแปลกจริงๆ มัน...บอกอะไรไม่ถูกแล้ว

   “นายแน่นมากเลย อึก”

   รินใส่ ใส่ ใส่เข้ามา...แต่มันยังไม่พออ่ะ “ระ ริน ริน ริน ริน ริน!”

   “อะ อะ อือ อะ” รินไม่ได้ช้าอีกต่อไปแล้ว “นายขมิบ...เหรอ” รินดึงให้ผมขึ้นไปนั่งบนตัวเค้า “นาย นายนั่งเอง...เลยนะ” ทำยังไงอ่ะ ผมทำอะไรไปอ่ะเมื่อกี้ ผมไม่รู้ตัวเลยนะ แค่รู้ว่า พอรินจะดึงของๆรินออกไป ผมกลับต้องการมันมากจนเผลอขมิบทางของตัวเองเพื่อดึงรินเอาไว้

   “อ่ะ” รินดันตัวเองขึ้น มือกอดผมเอาไว้กับอก ผมกอดกุมหัวของรินเอาไว้อย่างเหนี่ยวแน่นเมื่อผมกระเด้งตัวบนตักรินพอดีกับที่รินกระเด้งสวนเข้ามา “อ๊า”

   ผมรู้สึกว่าท่านี้มันจะยิ่งทำให้ผมเจ็บ...และยิ่งที่จะนั่งลงให้ไวขึ้นมากไปอีก 

   “อ่ะ อ่า อ่า อ่ะ อ่ะ”

   “อา แฮก อ่ะ อ่ะ”

   พวกเราต่างหอบหายใจและครวญครางจนลั่นห้อง ผมถูกรินนำทางไปโดยที่ตัวเองไม่รู้สึกตัวแต่ผมกลับมีความสุขมากมายนับครั้งไม่ถ้วน รินให้ผมนั่งบนตักข้างหน้าโดยที่รินกระทุ้งเจ้ายักษ์จากข้างหลัง ผมยันตัวเองกับเตียงอย่างเหนื่อยหอบเมื่อรินโยกเข้าโยกออก แต่รินก็เหนื่อยไม่แพ้กับผม...และสร้างความสุขให้กับผมอีกด้วย

   มือของรินกอบกุมน้องน้อยของผมเอาไว้ ส่วนผมก็ยันเตียงและทรงตัวแม้มันจะยากลำบากเต็มทนจนผมแทบจะนอนคว่ำราบไปกับเตียงนี้

   “แฮก อ่ะ ริน ริน” ผมพยายามพูดแม้จะต้องกลั่นเสียงครางเพราะผมอยากจะพูดอะไรบางอย่าง รินยังคงกระแทกกระทั้นจนเนื้อกระทบเนื้อ “ฮิ คา รุ เป็น ของ ริน แล้ว นะ” ผมก่ำผ้าปูเตียงแน่น

   รินเลียหลังผม “อะ อ่ะ”

   “แฮก อ่ะ อ่า”

   “ระ ริน ริน รินน จะ จะ มะ ไม่”

   “อืม เรา...ไป...ด้วยกันเถอะนะ/อ๊าาาาา” ผมนอนพับไปข้างหน้ากับผ้าปูเตียงแม้ว่าผมจะยังคงนั่งทับรินอยู่น้ำขาวขุ่นของผมเปรอะเปื้อนที่ปลายคางและผมก็ไร้เรี่ยวแรงจนไม่คิดที่จะทำอะไรอีกแล้ว ทางเข้าของผมก็เหนอะน่ะจนรู้สึกได้ เหลื่อไคลไหลย้อยจนเหมือนคนวิ่งมาราธอนมาสักสิบรอบ

   รินรวบผมไปพิงกับอกเค้าก่อนจะจูบที่แก้มเบาๆ ใจของผมมันพองโตจนคับแน่นไปหมด มันสบายใจและรู้สึกดีจริงๆที่ได้รับความอ่อนโยนแบบนี้ ผมชัก...จะสบายตัวจนอยากจะหลับไปทั้งอย่างนี้เลยจริงๆ

   “อืม เราจะไปด้วยกันนะ” ผมครางอย่างทวนสัญญา

   อ้อมกอดถูกกระชับแน่นอีกครั้ง “อืม ไปด้วยกัน”



{End}



 

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1520
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
มาแนวญี่ปุ่น



Nc  :pighaun:

ออฟไลน์ yunjae123

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 984
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-1
สนุกๆๆๆๆๆ ชอบๆๆๆๆๆ อ่ะ
รินกับฮิคารุ อิอิ
ชอบตอนในล็อกเกอร์สุดๆๆ
ชวนจิ้น+เคลิ้ม ถึงจะไม่ไม่อะไรกันก็เถอะ ><~~~~
แต่พอมา NC เลือดกระฉูด  :pighaun:
ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกก
อยากให้มีตอนพิเศษจังเลย *.*

ออฟไลน์ Tun_Bow

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-1
เอ่อ...รินเป็นรุกเร๊อะ??

ออฟไลน์ MimicClub

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 323
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-3
[q :oo1:  สนุกๆชอบๆ :-[

ออฟไลน์ qq_oo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1886
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +143/-4
จบแล้วหรอ

มีตอนพิเศษไหมอ่ะ อยากอ่าน

ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2984
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +224/-2
นึกว่ารินเป็นเคะ :L2:

ออฟไลน์ heaven13

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 581
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-1
ชอบคะ ^^
มีตอนพิเศษต่ออีกไหมอะคะ
อยากอ่านอีก อิอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






July_Moon

  • บุคคลทั่วไป
ไม่คิดเลยว่ารินจะเป็นรุก =w=
เหะๆ~~ ฉากเรียกเลือดน่ารักดีค่ะ ฉากล็อกเกอร์ก็ชวนคิด ><~~ :impress2:

LadyOneStar

  • บุคคลทั่วไป
ขอบคุนสำหรับคอมเม้น ทุกๆคอมเม้นนะค่ะ
ที่จริงแล้ว เรื่องนี้ก็มาจากเรื่องยาวอีกเรื่องหนึ่งค่ะ
แต่เนื่องจากยังแต่งต่อไม่จบ
เลยไม่รู้ว่าจะลงดีหรือเปล่า บางที...เรื่องที่เพื่อนๆคอมเม้น?...ก็อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดในเรื่องยาวก็ได้ค่ะ อิอิ
เพราะงั้น...ขอพิจารณาก่อนนะค่ะ
ส่วนตอนพิเศษ...ก็คิดอยู่ค่ะ (^_^) เพราะโดยส่วนตัวชอบฮิคารุมาก
เลยอยากตอบแทนเค้าซะหน่อย ถ้าสนใจ...ติดตามได้ค่ะ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-12-2011 20:44:37 โดย LadyOneStar »

fahsai

  • บุคคลทั่วไป
 :z1: :pighaun: :haun4:   จะรอตอนพิเศษนะค่ะ :pig4: :L1: :3123: :L2:

ออฟไลน์ sang som

  • เจ็บจิต!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1671
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-6
จะรอนะ อิอิ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด