"The Story Of Me and You ... เรื่องเล่าของเราสอง
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: "The Story Of Me and You ... เรื่องเล่าของเราสอง  (อ่าน 35072 ครั้ง)

4life

  • บุคคลทั่วไป

duckhero

  • บุคคลทั่วไป
ต้องขอโทษนักอ่านหลายคนที่รออ่านนะครับ
duckhero เรียบเรียงหลายรอบมาก
ไม่รู้จะบอกคนอ่านว่ายังไงดี
เพราะเห็นหลายคนเป็นกำลังใจให้เก่งกัน
แต่ duckhero ต้องซื่อสัตย์กับคนอ่านครับ
จึงได้บทส่งท้ายออกมาแบบนี้ครับ
ฝากติดตามด้วยนะครับ
ขอบคุณที่ติดตามกันมาจนจบครับ
 :L1:  :L2:
เปิดปาก (บทสรุปส่งท้าย)
   หลังจากออกจากโรงพยาบาล เราไม่ได้กลับไปพักฟื้นอยู่ที่บ้าน เพราะอาการเราดีขึ้นมาก เราพักฟื้นอยู่ที่บ้านของน้าที่หาดใหญ่ บ้านที่เราพักอยู่ด้วยในตอนนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้าน เรารีบเปิดโทรศัพท์และโทรไปหาตุ่นในทันที
   “เก่งหายไปไหนมา โทรศัพท์เป็นอะไรทำไมโทรไม่ติดเลย” ตุ่นพูด
   “เก่งไม่สบายนะ อยู่โรงพยาบาล” เราตอบ
   “แล้วเป็นอะไรมากรึเปล่า” ตุ่นถาม
   “ไม่เป็นอะไรแล้วละ” เราตอบ
   “แล้วนี่อยู่ไหน” ตุ่นถามเราต่อ
   “อยู่ที่บ้านแล้วละ” เราตอบ
   “งั้นเดี๋ยวตุ่นไปเยี่ยมนะ” ตุ่นพูด
   “ไม่เป็นไรหรอก เก่งสบายดีขึ้นมากแล้วครับ” เราตอบ
   เราพักฟื้นอยู่ที่บ้านโดยที่ไม่ต้องไปทำงาน เพราะทางเจ้านายอนุญาตให้เราได้ลางานได้ยาวตามที่ต้องการ หรือจนกว่าเราจะแข็งแรงโดยที่เรายังคงได้รับเงินเดือนครบทุกบาท ทุกสตางค์ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราเป็นปลื้มมากในหลาย ๆ อย่างตั้งแต่เราได้ทำงานอยู่ที่นี่ เรารู้สึกดีขึ้นทั้งร่างกายและสภาพจิตใจ แต่สิ่งที่ยังคงรบกวนใจของเราอยู่ไม่เป็นเพียงเรื่องของตุ่น แต่กลับเป็นเรื่องที่เราคุยกับจิตแพทย์ เรารู้ดีว่าตอนนั้นหมอเขาไม่ได้พูดรายละเอียดอะไรมากนัก แต่สังเกตว่าหมอจะพูดวนอยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เราฟังแล้วรู้สึกว่าเราเป็นกังวลยิ่งนัก แต่เรายังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรมากนัก เหมือนกับเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เราต้องเข้าโรงพยาบาลไปอีกครั้ง ด้วยอาการปวดท้องอย่างกะทันหัน เราปวดท้องมาก จนต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง เมื่อไปถึงโรงพยาบาลหมอตรวจดูอาการ และบอกเราว่าเราอาจจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ ซึ่งถ้ารุนแรงก็ต้องทำการผ่าตัด แต่ในขณะนั้นเราเป็น ๆ หาย ๆ หมอเลยตรวจปัสสาวะ และเจาะเลือดไปตรวจ แต่หมอบอกว่าผลที่ได้ไม่บ่งบอกว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ จึงต้องเป็นอีกครั้งที่เราต้องนอนเฝ้าสังเกตอาการอยู่ในโรงพยาบาล และเป็นอีกครั้งที่แม่และพี่สะใภ้ของเราต้องมาเฝ้าเราที่โรงพยาบาลเดิมอีกครั้ง ในระยะเวลาที่ห่างกันไม่เกินสองอาทิตย์  เรานอนปวดท้องอยู่ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงเที่ยงคืน หมอตรวจเราไปหลายรอบ แต่ยังคงพูดเป็นประโยคเดิมว่า ผลที่ได้ไม่ได้บอกว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ แต่ในตอนนั้นเราปวดมากจนแทบจะทนไม่ได้ ปวดจนแทบจะขาดใจ เราจึงบอกหมอให้ทำอะไรสักอย่าง จะผ่าตัดก็ผ่า หมอหายไปจากเตียงของเราพักใหญ่ จึงมีนางพยาบาลเดินมาแจ้งให้เรารู้ว่าหมอสรุปว่าให้เราผ่าตัดทันที เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงที่เราเข้าไปสลบอยู่ในห้องผ่าตัด แม่ของเรายังคงนั่งเฝ้าเราอยู่ที่หน้าห้องโดยที่ไม่ได้ลุกไปไหน ที่เรารู้เพราะมีนางพยาบาลมากล่าวชมแม่ของเราให้เราฟังหลังจากที่เราผ่าตัดเสร็จแล้ว เราผ่าตัดไส้ติ่งไปโดยที่หมอเองยังไม่ได้สรุปว่าเราเป็นไส้ติ่งด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายในขณะที่ผ่าตัดอยู่นั้นไส้ติ่งเราแตกพอดี หลังจากที่เราพักฟื้นจากการผ่าตัดไปได้เพียงสองวัน เราได้คุยกับคุณหมอคนเดิมอีกครั้ง และในการได้เจอกันในครั้งนี้เป็นการเจอที่ทำให้ชีวิตของเราจบสิ้นลงในทันที
   เราไม่ได้พูดคุยกับตุ่นมากนักหลังจากออกมาพักฟื้นหลังจากผ่าตัด ไม่เพียงแต่กับตุ่น แทบกับทุกคนที่เราไม่ได้คุยด้วย เพราะเรามีสิ่งที่เราจะต้องคิด น้าของเราที่เราอยู่ด้วยเป็นคนที่สังเกตเห็นสิ่งเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเรา น้าพยายามที่จะซักถาม พูดคุยกับเรา แต่เรายังคงไม่ปริปากบอกในสิ่งที่เราคิดและเป็นกังวลอยู่ให้น้าของเราได้รับรู้ เพราะเกรงว่าน้าของเราจะต้องเป็นทุกข์ไปด้วยอีกคน แต่สุดท้ายน้าของเราได้โทรไปคุยกับพี่ชายของเราเพราะเป็นกังวลเกี่ยวกับเรามากในตอนนั้น พี่ชายของเราที่เราแทบจะไม่สนิทกันเลย จึงเป็นคนที่ทำให้เราได้เปิดปากพูดคุยออกมา เรารู้ว่าพี่ชายของเราตกใจและเจ็บปวดไม่แพ้เรา แต่สิ่งที่พี่ชายของเราทำให้เราในตอนนั้นคือให้กำลังใจเรา และทำให้พ่อ แม่ และน้าของเราได้เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกคนเข้าใจเราเป็นอย่างดี ไม่มีใครรังเกียจเรา มีแต่ให้กำลังใจเรา
   ในตอนนั้นเรารู้ดีว่าเราแย่ทั้งสุขภาพจิต และสุขภาพกาย เราทำได้ดีที่สุดก็คือการหลีกเลี่ยงผู้คน ไม่ยอมเจอหน้าใคร เราได้แต่นอนร้องไห้ให้เวลาหมดไปวัน ๆ จนเรามีโอกาสได้เห็นน้ำตาของน้าของเราที่เป็นทุกข์ไปกับเราด้วย น้ำตาของน้าทำให้เราคิดได้ว่าถ้าเรายังคงเป็นแบบนี้อยู่ เราอยู่ในสภาพที่เหมือนคนตาย ไม่มีรอยยิ้ม มีแต่คราบน้ำตา คนรอบข้างของเราก็จะเป็นอย่างเราเช่นกัน แต่ถ้าเราทำให้พวกเขาเห็นว่าเราสู้ พวกเขาก็จะได้สบายใจและสู้ไปกับเราด้วย ดังนั้นเราจึงเลิกที่จะร้องไห้ หลบหลีกสายตาผู้คน เลิกที่จะนอนอยู่แต่ในห้อง ก้าวเท้าออกมาสู้ และเรื่องแรกที่เราอยากจะทำในตอนนั้นคือสิ่งที่เราได้ทำค้างเอาไว้ตั้งแต่การเข้าโรงพยาบาลครั้งก่อน
   เราขับรถมอเตอร์ไซค์ของเราไปหาตุ่นในตอนเย็นวันหนึ่ง เราไปเจอตุ่นตามที่เราคาดหมายเอาไว้ว่าเขาจะต้องมานั่งอยู่ที่บ้านที่อยู่ใจกลางเมืองของเขาแน่ เราเห็นตุ่นนั่งดื่มเบียร์อยู่เพียงคนเดียวที่หน้าบ้านของเขา
   “ไม่เหงาเหรอ นั่งดื่มคนเดียวนะ” เราทักทาย
   “อ้าวเก่ง เป็นไงบ้าง ทำไมหายไปเลยละ เงียบไม่ส่งข่าวกันเลย” ตุ่นพูดออกมายาวเหยียด
   “จะให้เก่งตอบคำถามไหนก่อนละ” เราแหย่ไป
   “ไม่ต้องตอบแล้ว เจอตัวแล้วนี่” ตุ่นพูดพร้อมกับยกแก้วเบียร์ชูขึ้นเหมือนกับต้องการชวนเราให้ดื่ม
   “เก่งไม่ดื่มแล้วละ” เราตอบ
   “เออ ว่าแต่ทำไมเก่งผอมอย่างนี้ละ ผอมมากเลยนะ” ตุ่นเอ่ยถาม เรายังไม่ได้ตอบอะไรออกไป แต่ตุ่นกลับพูดขึ้นมาอีกว่า
   “หรือกินยาลดความอ้วนรึเปล่าเนี่ย”
   “จะบ้าเหรอ เก่งไม่ได้อ้วนซักหน่อย แล้วจะกินยาลดความอ้วนให้ผอมทำไมกันละ” เราตอบ
   “มา มา มานั่งกินอะไรกันตรงนี้ดีกว่า” ตุ่นพูดพร้อมกับชี้ไปยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ให้เรานั่ง เรานั่งลงมองหน้าและแอบมองสายตาของตุ่น ทันใดนั้นน้ำตาของเราเอ่อออกมา เราจึงต้องหลบสายตามองไปทางด้านอื่นก่อนที่ตุ่นจะสังเกตเห็น
   “แล้วนี่ไม่สบายมากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ขอโทษที่ตุ่นไม่เคยได้ไปเยี่ยมนะ” ตุ่นพูด
   “ไม่เป็นไรหรอก จะไปทำไมโรงพยาบาล ไม่มีอะไรน่ารื่นรมย์สักหน่อย” เราตอบ
   เราพูดคุยกับตุ่นอีกไม่นาน มันทำให้เราได้กำลังใจกลับมาไม่น้อย แต่เราต้องตัดใจเพื่อที่จะขอตัวกลับบ้าน เพราะถ้าเราอยู่ต่อไป เราคงต้องร้องไห้ออกมาต่อหน้าตุ่นแน่ และที่สำคัญเรารู้ว่าสิ่งที่เราตั้งใจจะมาบอกตุ่นนั้น เราพูดมันออกไปไม่ได้ โดยที่เราไม่ลืมที่จะบอกตุ่นว่าช่วงนี้เราอาจจะไม่ได้ออกไปไหนกับเขาบ่อยนัก เพราะว่าเราต้องพักรักษาตัวเราให้ดีขึ้นก่อน ตุ่นเองไม่ได้ว่าอะไร แค่เพียงบอกว่า ถ้าอยากได้อะไรให้บอก ถ้าไม่หนักหนาจนเกินไปเขาจะหาไปให้ที่บ้านของเรา
   เราขาดการติดต่อกับเพื่อน กับตุ่น แต่เราไม่ได้หายไปจากชีวิตของพวกเขา ไม่พวกเขาก็จะเป็นเราที่คอยโทรฯ พูดคุยกัน แต่เราจะออกไปพบพวกเขานั้นน้อยนัก เพราะเราอยากที่จะพักผ่อน ดูแลสุขภาพของตัวเราเองให้ดีขึ้นให้ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วความรู้สึกที่เรามีต่อตุ่นมาหลายปีนัก กับกระตุ้นให้เราอยากจะออกไปหาเขา ออกไปบอกกับเขา ก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสที่จะได้ทำมัน เพราะฉะนั้น จึงเป็นอีกครั้งที่เรานัดกับตุ่น คราวนี้เราโทรไปชวนตุ่นให้ออกไปกินข้าวด้วยกันที่ร้านอาหารที่เราไปด้วยกันบ่อย ๆ ตุ่นเองตอบตกลงในทันใด เราไปพบกับตุ่นที่หน้าร้านที่เรานัดกันเอาไว้ ตุ่นเดินเข้ามาทักทายเราด้วยการเอามือมาขยี้ผมของเรา เราไม่รู้ว่าตุ่นจะเอะใจบ้างหรือไม่ว่าวันนี้จะเป็นวันที่เราจะสารภาพทุกอย่างกับเขา แต่เมื่อดูจากอาการที่เขามาทักทายเรา อีกทั้งเดินกอดไหล่เราเข้าไปหาโต๊ะนั่งในร้านอาหาร เราคิดว่าเขาคงไม่เอะใจอะไรอย่างแน่นอน
   “ไหนบอกมีเรื่องสำคัญอะไรเหรอ” ตุ่นถามเมื่อเราสั่งอาหารกันเสร็จ
   “จะรีบไปไหนละ คุยกันไปเรื่อย ๆ ก็ได้” เราตอบ
   “อ้าว ก็เห็นว่าเรื่องสำคัญ” ตุ่นแย้ง
   “เรื่องสำคัญ เดี๋ยวเอาไว้คุยตอนหลัง” เราตอบ
   เราพูดคุยกับตุ่นไปเรื่อย ๆ โดยจะเลี่ยงเรื่องสำคัญที่เราอยากเก็บเอาไว้พูดตอนหลังสุด เพราะเราเกรงว่าถ้าเราพูดออกไป เราอาจจะหมดโอกาสที่จะได้เก็บเอาความสุขในวันนี้กลับไปมีความสุขต่อได้ เพราะฉะนั้นเราจึงอยากเก็บเกี่ยวเอาความสุขตรงหน้าให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ จนถึงเวลาสำคัญ เวลาที่เราต้องเปิดปากพูดสิ่งที่เราอยากพูดออกมา
   “ตุ่น” เราเรียกในขณะที่ตุ่นยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม
   “อะไรเหรอ” ตุ่นถาม
   “ไม่เจอกันนาน มีแฟนแล้วยังละ” เราถาม
   “ไม่มี ก็บอกแล้วว่าไม่หาแล้ว” ตุ่นตอบ
   “ไม่คิดจะแต่งงานแล้วเหรอ” เราถาม
   “ไม่แล้วละ อยู่อย่างนี้ดีกว่า” ตุ่นตอบ
   “แล้วแก่ตัวไปใครจะดูแลละ” เราถาม
   “ยังไม่ถึงเวลา ยังไม่คิด” ตุ่นตอบ
   “ตุ่น” เราเรียกแล้วก็เงียบ
   “ว่ามา” ตุ่นพูด
   “ถึงเรื่องสำคัญแล้วละ” เราบอก
   “อ้าว คิดว่าจะไม่พูดซะแล้ว” ตุ่นพูด
   “พูดสิ ว่าแต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง เก่งขอให้ตุ่นฟังเก่งให้จบได้ไหม” เราเอ่ย
   “เก่งจะพูดอะไรกันแน่” ตุ่นถาม
   “รับปากเก่งไหมละ” เราถามย้ำ
   “ได้สิ ทำไมตุ่นถึงจะฟังให้จบไม่ได้” ตุ่นตอบมีสีหน้าจริงจังมากขึ้น เราเงียบไปนานเพราะเรากำลังรวบรวมเอาความกล้าที่เรามี เราคิดว่าในตอนนั้นเราคงรวบรวมเอาความกล้าที่เรามีทั้งหมดในชีวิตมาใช้ก็ว่าได้
   “ตุ่นรู้ใช่ไหมว่าที่ผ่านมาเก่งคิดยังไงกับตุ่น” นี่คือประโยคที่เราเริ่มพูดออกไปได้ เราทำได้ดีที่สุดแค่เพียงนี้
   “อืมม รู้สิ” ตุ่นตอบหน้าตาเฉย
   “รู้ว่าอะไร” เราถาม
   “เก่งก็พูดมาสิ” ตุ่นพูด เรารู้สึกใจหายนิดหน่อย แต่เรายังคงพูดต่อ
   “เก่งยอมรับว่าที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกัน เก่งชอบตุ่น เก่งรักตุ่นมาตลอด” ทันทีที่เราพูดประโยคนี้จบเรารู้สึกว่าเราโล่งมาก รู้สึกว่าตัวของเราเบาหวิวเหมือนกับไม่มีมวลใด ๆ ในร่างกายของเรา เราพร้อมที่จะฟังคำตอบของตุ่น ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ขอแค่ตุ่นอย่าเงียบ ขอให้เขาได้พูดออกมา
   “แต่เก่งไม่ได้หวังว่าตุ่นจะคิดแบบเดียวกับเก่งหรอกนะ” เรารีบออกตัว ในตอนนั้นไม่เพียงตุ่นจะเงียบแต่กลับมองหน้าของเรา ทำให้เรารู้สึกใจหายเพิ่มมากขึ้น เริ่มชั่งใจที่จะกล้าพูดออกไปต่อไปหรือไม่ แต่ในเมื่อเราเริ่มแล้ว เราควรจะต่อให้มันจบ ถึงแม้ว่ามันจะจบไม่สวยก็ตาม
   “เก่งไม่ถามนะว่าตุ่นคิดยังไง แต่ขอให้เก่งได้บอกตุ่นก็พอแล้ว” เรายังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ขาด ๆ หาย ๆ
   “หลังจากเก่งไม่สบาย เก่งคิดหนักว่าถ้าเกิดเก่งไม่มีโอกาสได้พูด เก่งคงจะไม่มีความสุข เก่งเลยขอที่จะได้พูดออกไป ตุ่นคงไม่ว่าอะไรเก่งนะ” เราพูดเป็นการปิดท้ายพร้อมกับก้มลงมองมือของเราเองที่ตอนนั้นมือทั้งสองข้างบิดกันไปบิดกันมาจนมือของเราเริ่มจะแดง
   “ในตอนแรกเก่งไม่ได้คิดที่จะบอกกับตุ่นหรอก เพราะเก่งพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เก่งกับตุ่นยังคงได้เจอกัน กินข้าวด้วยกัน ดื่มด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน แค่นี้เก่งก็มีความสุขมากแล้ว แต่เก่งกลัวว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะไม่มีอีกหลังจากที่เก่งไม่สบาย เก่งจึงตัดสินใจที่จะบอกกับตุ่น” เราพูดยาว แต่ตุ่นยังคงเงียบเฉย ความเงียบเข้าปกคลุมที่โต๊ะของเราทั้งสองคน ทั้ง ๆ ที่ทางร้านดีเจยังคงเปิดเพลงดังกระหึ่ม ในสมองของเรากำลังคิดว่าเราจะนั่งต่อไปอย่างเงียบ ๆ หรือชวนตุ่นคุยเรื่องอื่นดี หรือเราควรจะลุกออกไปจากตรงนั้น แต่ในขณะที่เรากำลังคิด ตุ่นกลับพูดออกมาว่า
   “ตุ่นเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกของตุ่นมันคืออะไรนะเก่ง ตุ่นรู้สึกได้ว่าตุ่นมีความรู้สึกอะไรบางอย่างกับเก่ง ความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน แต่จะใช่ความรู้สึกรักแบบที่หนุ่มสาวรักกันหรือไม่ ตุ่นไม่รู้ แต่ตุ่นรู้แค่เพียงว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกเหมือนที่ตุ่นรู้สึกกับไอ้โต ไอ้สมเกียรติ ไอ้สมคิด กับเก่งมันพิเศษกว่านั้น” ตุ่นหยุดพูดและเงียบ เราเองจากที่นั่งก้มหน้าถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองหน้าตุ่นด้วยน้ำตาที่เอ่อท้น
   “เก่งคงจำได้ว่าตุ่นเคยมีแฟนสมัยเรียน และตุ่นเคยแต่งงาน ตุ่นคิดว่ามันจะทำให้ตุ่นลบเอาความรู้สึกของตุ่นไปได้ แต่สุดท้ายเก่งก็เห็นผลของมันแล้วว่าตุ่นทำไม่ได้ และกับเก่งเองก็เช่นกัน เก่งจำได้ไหม คืนที่เราเมาด้วยกันตุ่นลองดูว่าถ้าให้เก่งทำอย่างนั้น ตุ่นจะรู้สึกอะไรรึเปล่า แต่ตุ่นก็ไม่รู้สึกอะไรไปมากกว่าที่รู้สึกอยู่คือเป็นห่วงเก่ง รักเก่ง แต่ความรู้สึกแบบนั้น เรื่องพวกนั้นมันไม่มี ตุ่นเองไม่รู้ว่าตุ่นเป็นอะไรกันแน่” ตุ่นพูดด้วยสีหน้าที่สลดลงไป เราเองยังคงเงียบต่อไป หลังจากที่ตุ่นยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มแบบรวดเดียวหมด ตุ่นจึงได้พูดต่อว่า
   “คืนนั้นที่ตุ่นตบหน้าเก่ง ตุ่นหวังอะไรเก่งรู้ไหม ตุ่นหวังให้เก่งเกลียดตุ่น เลิกรักตุ่นเสียที เพราะตุ่นคิดว่าหลังจากที่ตุ่นลองให้เก่งทำแบบนั้นแล้วนั้น ตุ่นคงจะมีความรู้สึกกับเก่งอย่างแฟนไม่ได้ ถ้าตุ่นทำให้เก่งโกรธ เกลียด เก่งอาจจะเลิกรักตุ่นไปได้ แต่ท้ายที่สุดเก่งไม่เคยที่จะโกรธตุ่นเลย” ตุ่นพูดจบโดยที่เราไม่รู้ตัวว่าน้ำตาของเราได้ไหลออกมาตั้งแต่ตอนไหน
   “แต่เก่งรู้ไหม ตุ่นว่าเราอยู่อย่างทุกวันนี้ก็ดีนะ ถ้าแก่ตัวกันไปแล้วเรายังคบกันเหมือนทุกวันนี้ ตุ่นว่าเราคงจะดูแลกันและกันได้นะ” ตุ่นพูดประโยคนี้ทำให้เราถึงกับน้ำตาที่ไหลออกมาอยู่แล้วนั้นกลับไหลออกมาเพิ่มอีกอย่างไม่ขาดสาย
   ถ้าเราได้รับฟังสิ่งที่ตุ่นพูดออกมานี้ก่อนที่เราจะไม่สบาย เราคงจะดีใจเป็นอย่างมาก และมันคงจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขได้มากที่สุด ถึงแม้เรากับตุ่นจะไม่ได้คอยดูแลกันเหมือนคู่ชีวิตอื่น แต่มีโอกาสได้ดูแลกันและกัน ไปมาหาสู่กัน มันเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดแล้ว แต่เรากลับมาได้รับฟังคำตอบนี้จากตุ่นในตอนนี้ เราดีใจมากก็จริงอยู่แต่มันกลับทำให้เราเศร้ามากด้วยเหมือนกัน
   “ถ้ามันเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิตุ่น” เราพูดและเริ่มร้องโดยที่ไม่อายสายตาผู้คน
   “เก่ง อย่าร้องไห้สิ ทำไมมันจะไม่ได้ละ” ตุ่นพูด
   “เก่งกลัวเก่งจะอยู่ดูแลตุ่นไม่ได้นานอย่างนั้นนะสิ” เราพูด
   “ทำไมละเก่ง เกิดอะไรขึ้น” ตุ่นถาม
   เราทำได้แค่นั่งร้องไห้เงียบ ๆ เราไม่สามารถที่จะพูดออกมาได้ง่ายนัก คราวนี้เราต้องเค้นเอาความกล้าที่เรามีมากกว่าตอนที่จะบอกรักตุ่นออกไป
   “ตุ่นรู้ไหมว่าเก่งเข้าโรงพยาบาลบ่อยเพราะอะไร” เราพูดพร้อมกับยังคงร้องไห้
   “เก่ง เก่งเป็นอะไร เก่งอย่าทำให้ตุ่นใจเสียสิ” ตุ่นพูด
   “เก่งเป็นเอดส์นะตุ่น” เราพูดสิ่งที่เราอยากพูดออกไปอย่างยากเย็น แต่สุดท้ายมันก็หลุดออกมาจากปากของเราจนได้ ในตอนนั้นเรากลัวมาก กลัวว่าตุ่นจะรังเกียจเราแต่เรากลับได้รับการสวมกอดจากตุ่นอย่างแนบแน่น ตุ่นเดินมาหาเราและกอดเราโดยที่ไม่อายสายตาผู้คน เรายังคงร้องไห้แต่เมื่อตุ่นกอดเราเรากลับร้องไห้หนักขึ้นไปอีก ทั้งเราและตุ่นไม่พูดอะไรกันอีก เราต่างฝ่ายต่างเงียบ สิ่งที่เราได้รับมันมีทั้งความสุขและความเจ็บปวด หัวใจของเราในตอนนั้นมันแทบจะระเบิด อกของเราแทบจะแตก เรามีความสุขเป็นอย่างมากแต่ความสุขของเรากลับมาพร้อมความทุกข์ ความเจ็บปวดเป็นที่สุด
หลังจากวันนั้นรู้สึกว่าตุ่นจะเอาใจใส่เรามากขึ้น แต่เรากลับรู้สึกว่าแทนที่เราจะมีความสุข เรากลับรู้สึกเจ็บปวด ทุกครั้งที่เราได้เห็นหน้าตุ่น ได้ยินเสียงตุ่น เรารู้สึกว่าเราผิดต่อตุ่นมากนัก เราจึงได้ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะก้าวออกมาจากชีวิตของตุ่น
“ตุ่นเก่งลาออกจากงานแล้วนะ” เราพูดกับตุ่นในวันหนึ่ง
“ลาออก ทำไมเหรอที่ทำงานมีปัญหากับสิ่งที่เก่งเป็นอยู่เหรอ” ตุ่นพูด
“เปล่า ไม่มีหรอก เจ้านายของเก่งใจดีมาก ให้โอกาสเก่งด้วยดีมาตลอด” เราตอบ
“แล้วเก่งลาออกทำไม” ตุ่นถาม
“เก่งอยากที่จะเปลี่ยนอะไร ๆ ในชีวิตของเก่ง เปลี่ยนไปจากจุดนี้ จุดที่เป็นอยู่” เราตอบ
“แล้วเก่งจะทำอะไร” ตุ่นถามต่อ
“เก่งว่าเก่งจะไปหางานทำที่กรุงเทพฯ” เราตอบ
“เก่งจะไปได้ยังไง เก่งไม่สบายนะ” ตุ่นพูด
“เก่งไปได้ เก่งสบายดีแล้ว” เราตอบ
“ตอนที่ตุ่นไม่ได้อยู่หาดใหญ่ เก่งกลับมาอยู่หาดใหญ่ พอตอนนี้ตุ่นอยู่หาดใหญ่แล้ว ทำไมเก่งต้องไปอยู่ที่อื่นด้วยละ” ตุ่นพูด
“เก่งต้องไปนะตุ่น ตุ่นเข้าใจเก่งนะ” เราพูด
และแล้วในท้ายที่สุดเราได้จากมา จากหัวใจของเรามา แต่เรากลับรู้สึกมีความสุข เราดีใจที่เราได้นำเอาคำว่า รัก ของเราออกมาใช้ ถึงแม้ว่าคำว่ารักของเราจะไม่ได้จบอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็ดีใจที่เราได้ใช้และได้ให้กับตุ่นไป เราดีใจในสิ่งที่เราได้รับกลับมาจากตุ่น ถึงแม้เราและตุ่นจะไม่ได้อยู่ดูแลกันและกันในบั้นปลายของชีวิต แต่แค่ประโยคที่ตุ่นพูดออกมาก็ทำให้เรามีความสุขแล้ว และนอกจากความรู้สึกที่เราได้รับกลับมาจากตุ่นแล้วนั้น ตอนนี้เราได้รู้จักค่าของคำว่ารักจากคนในครอบครัว สองสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเราเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดให้เราได้ต่อสู้กับชะตาชีวิตของเราได้อย่างง่ายดาย

mumoo

  • บุคคลทั่วไป
แหงะ เพิ่งเข้ามาตามอ่านก้อจบซะแระ แถมจบแบบนี้อีก ฆ่ารันเรยดีกว่ามะ สงสารเก่งงงงงงงงงงงงงงงง
ทำไมนะ คนดีๆอย่างเก่งถึงต้องเจอกับอะไรอย่างนี้
เชื่อแล้วว่า ความประมาทในชีวิตเพียงไม่กี่คราว อาจเปลี่ยนชีวิตคนเราได้จริงๆ
แต่ในความโชคร้าย ก้อยังพอจะมีสิ่งดีๆให้เห็น
ความรัก ความห่วงใยของคนในครอบครัวตลอดจน"เขาคนนั้น"
ยังทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของเก่งมีกำลังใจพอที่จะยืนหยัด และเผชิญหน้ากับอนาคตที่กำลังจะมาถึงได้
สำหรับเก่ง นั่นคงเป็นความสวยงามของ"ความรัก"
ที่แม้หลายครั้งจะนำความผิดหวัง เจ็บปวด ทุกข์ใจมาให้
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในความปวดร้าวขมขื่น ยังคงแทรกซึมไปด้วยความสุข ความหวัง
ความรักจึงมีคุณค่าอยู่ในตัวมันเองเสมอ

เราเองในฐานะคนที่ได้รับการถ่ายทอดถึงเรื่องราวนี้ก็เช่นกัน
แม้จะปวดใจไปกับชะตาชีวิตของเก่ง แต่ก็ยังมีความอบอุ่นที่รับรู้ได้ในยามที่ได้อ่าน
ขอขอบคุณ คุณ DUCKHERO ที่ช่วยทำให้ได้รับรู้ถึงอีกหนึ่งความสวยงามของความรัก
ขอบคุณจริงๆ

subaru

  • บุคคลทั่วไป
ดูแลรักษาสุขภาพ...ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับเก่งค่ะ...นับถือในความรักของเก่งที่มีให้ตุ่นจริง ๆ  o13

mecon

  • บุคคลทั่วไป
ใ้ห้กำลังใจนะคะ ไม่ว่าเราจะอยู่ณ จุดสูงสุดของชีวิตหรือจุดตกต่ำที่สุดในชีิวิต
คนที่รักเรามากที่สุดและยอมรับทุกสิ่งที่เราเป็นก็คือ ครอบครัว เก่งโชคดีมากๆนะคะ
ที่มีครอบครัวที่อบอุ่นขนาดนี้ เป็นกำลังใจเป็นทุกสิ่งที่อย่างยามที่เก่งท้อใจ
ถึงจะไม่สบายแต่ยังไงเราก็ต้องมีกำลังใจในการรักษาตัวนะคะอย่าพึ่งท้อนะคะ

สู้ๆคะ :กอด1: :L2:

ออฟไลน์ wan_sugi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 590
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-2
เหงาๆ เศร้าๆ กับเรื่องรักที่รอคอยของเก่ง
รู้ว่าบทสรุปคงออกมาแบบเศร้า  แต่ก็ตามอ่านมาตลอด
มากกว่าเพื่อน  แต่ไม่ใช่คนรัก และไม่ใช่กิ๊ก
เป็นคนที่ผูกพันลึกซึ้งมากกว่านั้น  คือคำนิยามของตุ่นมั้ง

อีกหนึ่งเรื่องรัก ที่อ่านแล้วรู้สึกอินได้กับมันคะ


ออฟไลน์ ordkrub

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +341/-12
ขอบคุณสำหรับเรื่องสวยงามที่มอบให้ แม้จะจบแบบรัญทดแต่ก็ไม่สิ้นหวัง มาเยี่ยมเยือนบ่อยๆนะครับ

ออฟไลน์ patee

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3739
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-3
บทสรุปของเรื่องทำเราอึ้งเลย

 :pig4:

yayee2

  • บุคคลทั่วไป
ถึงแม้จะจบลงด้วยความเศร้า แต่ก็ยังดีที่เก่งและตุ่นต่างมีโอกาสได้บอกความในใจให้กันและกันได้รับรู้
และจะอย่างไรก็ตาม ความรักก็เป็นสิ่งสวยงาม และทรงคุณค่าอยู่ในตัวเองเสมอ
และต้องโทษว่าสมัยโน้นยังไม่มีการตระหนักเรื่อง safe sex จึงทำให้เก่งโชคร้ายอ่ะนะ

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3488
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
อ่านรวดเดียวจบ
และก็เจ็บปวดไปกับเก่ง
ตุ่น.............เห็นแก่ตัววะ
ไม่รู้ว่าเก่งทนรัก ไปได้ไง รักด้วยน้ำตาโดยแท้

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-15
ตุ่นก็ยังไม่รู้ใจตัวเองอยู่ดีน่าจะบอกกันตั้งนานแล้วเก่งจะได้ตัดใจ สงสารเก่งเพราะมาเสียเวลากับคนที่ตัวเองรักและรักเขาข้างเดียวเจ็บอยู่คนเดียว

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16

 :L1:

รักที่บริสุทธิ์

มีความสวยงาม

อยู่ในตัวเอง..เสมอ


 :กอด1: ขอบคุณครับ +1 duckhero

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
สุดท้าย คนที่เข้มแข็งกว่าใครๆ ก็คือ เก่ง
เก่งสมชื่อจริงๆ

อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกเหงาแล้วก็เศร้าจริงๆ

ขอบคุณคนแต่งมากค่ะ  :pig4:

duckhero

  • บุคคลทั่วไป
 :sad11:

 :monkeysad:

 :m15:

ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ duckhero ที่เป็นไรเตอร์
ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กับเก่งครับ
แหะ แหะ duckhero เห็นแล้วอดเป็นปลื้มแทนเก่งไม่ได้เลยนะครับ
ขอบคุณทุกคนครับ

teen001

  • บุคคลทั่วไป

duckhero

  • บุคคลทั่วไป
จบแล้วนะครับ
คิดเห็นยังไง
มาเม้นต์กันนะครับ
อยากทราบความคิดเห็นครับ
ขอบคุณที่ติดตามกันตลอดครับ

moonoi_sert

  • บุคคลทั่วไป
 :sad4:อ่านตอนจบแล้วหดหู่อะ สงสารเก่งที่ต้องโชคร้ายแบบนี้ แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีที่ตุ่นรักเก่งจากใจจริงๆ โดยที่เป็นรักที่ไม่มีเรื่อง Sex มาเกี่ยวข้อง :sad4:

 :L2:มอบช่อดอกไม้ให้คนแต่ง ที่เขียนเรื่องได้โดนใจมากๆ เพราะการที่เราจะรักใครสักคนไม่จำเป็นที่ต้องได้รับรักตอบแทนหรือว่าต้องได้ครอบครองคนที่เรารัก:L2:

duckhero

  • บุคคลทั่วไป
ไม่อยากให้หลุดโผครับ
ผู้อ่านถึง 2 พันเมื่อไหร่
duckhero จะนำตอนพิเศษมาให้อ่านกันครับ
แต่ตอนนี้ขออุบไว้ก่อนนะครับ

ออฟไลน์ StillLoveThem

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +295/-10
...อยากอ่านตอนพิเศษษษษษษ
...จริงๆถ้าปั้นปลายชีวิตได้อยู่ด้วยกันดูแลกันมันก็เป็น ความสุข ที่ทั้งสองคนได้รับ
...แต่เก่งก็เลือกที่จะ..หนี..แล้วไม่รู้ว่าเก่งมีความสุขหรือเปล่า
..ตุ่นก็รักเก่งนะ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้รักแบบคนรัก แต่รักแบบเพื่อนมันก็นิรันดรได้นะ
:L2:

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
ห๊าาาาาาาาาาาา 2 พันเลยเหรอ  :z3:
แล้วอีกกี่วันละเนี่ย อยากอ่านตอนพิเศษด้วยคน  :monkeysad:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ คุณหนูไฉไล

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 289
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
อ่านเพลิน ๆ จนจบเลย

... เฮ้อ ความรักมันก็คือความรักล่ะเนอะ ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปแต่ความรักมันจะยังคงอยู่หากจิตใจของคน ๆ นั้นยังคงรับรู้ รู้สึก และสัมผัสได้

ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ความรักยังมีอีกหลายรูปแบบ ร่างกายที่ครบ 32 กับสิ่งมีชีวิตอีกหลายสิบล้านตัวที่มาขออาศัยร่างกายอยู่ก็ช่าง ๆ มันเหอะ กินยาอย่าได้ขาดยังไงก็ตายยากกว่ามะเร็งอีกนะ

/ คิด +

taem2love

  • บุคคลทั่วไป
เศร้า...............คนดีๆอย่างหนูเก่งไม่น่าจะเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้เลย

ทามมายหนูไม่ป้องกันค่ะเนี่ย เฮ้อ........เจ้สงสารหนูจิงๆ

รักเขามาตั้งหลายปี เขาก็รู้สึกดีด้วย แต่ก็มาเจอเรื่องร้ายๆอีก

เป็นกำลังใจให้หนูเก่งค่ะ

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43

อ๊าาากกกสสสสส์


ชอบมาก~


ทำไมเรื่องนี้ไม่ติดโผเรื่องดังบ้าง


ตุ่นคิดเหมือนเราเลย "รัก แต่ไม่ได้อยากมีเซ็กส์"


ใช่เลย เราอยากมีเพื่อนที่จะอยู่กับเราตลอดไป แต่ไม่อยากมีเซ็กส์อ่ะ


แต่ตอนจบมันไม่เคลียนะ


จะจบแบบออทั่มอินมายฮาร์ทก็ไม่ใช่




เหมือนมันยังหักมุมได้อยู่ หรือมันจบแล้ว หรือมันยังไม่จบ 


โอ้ยยยยยย~~~~


หักมุมกลับมาให้ดำได้ยิ้มทีจิ นะ นะ นะ นะ


---------------------------------------------------------------


ผมอ่านออฟไลน์นะ,  แต่นึกว่าจะมีอะไรมาหักมุมเพิ่มเติม เลยมาตามดู


แต่ก็ไม่มีอ่ะ... แงๆ :o12:




มันเกิน 2000 มาจะ 4 เท่าแล้วนะเฟ้ยยยยย ครับ~~~
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-06-2012 00:27:57 โดย ดำดีสีไม่ตก »

duckhero

  • บุคคลทั่วไป
ต้องขอโทษที่ผิดคำสัญญาครับ ตอนนี้ว่างแล้ว ตอนพิเศษเสร็จแล้วคับ ขอกำลังใจด้วยครับ คงยังไม่ลืมเรื่องราวของเก่งนะคับ

ตอนพิเศษ ความรัก ความหวัง ความจริง

     "เก่ง มากินข้าวได้แล้ว" เสียงของชายหนุ่มร้องเรียกให้เก่งเดินตรงไปยังห้องครัวเล็กๆ สีขาว ที่ใจกลางของห้องมีโต๊ะเล็กๆ และเก้าอี้ 2 ตัววางอยู่ตรงกันข้ามกัน บนโต๊ะมีกับข้าวเพียง 2 อย่างที่กำลังส่งกลิ่นหอมและไอร้อนกำลังลอยขึ้นสู่เบื้องบน
     "คิดยังไงถึงทำกับข้าวให้เก่งทานละวันนี้" เก่งถามชายหนุ่มที่กำลังวุ่นอยู่กับการเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องครัวให้เข้าที่เข้าทาง
     "นั่งลง ไม่ต้องถามอะไรมากเลย" ชายหนุ่มวางทุกอย่างและเดินมานั่งตรงข้ามกับเก่ง
     "อยากไปไหนมั้ยวันนี้" ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับตักกับข้าวใส่จานให้เก่ง
     "ไปสวนสาธารณะกันมั้ย เก่งอยากไปนั่งสูดอากาศบริสุทธิ์ใต้เงาไม้" เก่งตอบ
     "ได้สิครับ แต่ก่อนอื่น เก่งจะต้องทานข้าวเยอะๆ นะครับ ไม่งั้นจะไม่พาไป" ชายหนุ่มยื่นข้อแม้ในการตอบรับคำขอของเก่ง
     "กับข้าวอร่อยอย่างนี้ เก่งจะทานให้หมดเลยครับ" เก่งตอบพร้อมกับตักอาหารทานอย่างฝืดคอเต็มที่ แต่ด้วยไม่อยากให้อีกฝ่ายหมดกำลังใจที่ลุกขึ้นมาทำกับข้าวให้ทาน เก่งจึงต้องฝืนทานต่อไปเรื่อยๆ ถึงแม้ในการกลืนแต่ละครั้งมันทำให้เก่งแทบจะสำลักเอาอาหารออกมาก็ตาม

     อากาศยามสายในสวนสาธารณะเป็นอากาศที่ช่างสดใส สดชื่น ความโปร่ง โล่ง ทำให้เก่งหายใจได้อย่างเต็มปอด เก่งนั่งมองอีกฝ่ายกำลังจัดแจงปูผ้าใต้ต้นไม้ จัดแจงของกินเล่นที่จัดเตรียมกันมา เก่งมองภาพตรงหน้าด้วยน้ำตาที่เอ่อออกมาเพราะเป็นปลื้มกับสิ่งต่างๆ ที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวคอยจัดเตรียม คอยดูแล ซึ่งเป็นสิ่งที่เก่งไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับ
     "เอ้า เรียบร้อยแล้วเก่ง เก่งมานั่งได้เลย" ชายหนุ่มร้องเรียกหลังจากจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
     "ขอบคุณคับ" เก่งเอ่ยในขณะที่นั่งลงข้างชายหนุ่มคนดังกล่าว
     "อยากทานอะไรมั้ย เดี๋ยวจัดให้" ชายหนุ่มเอ่ยถาม
     "ขอแค่น้ำเปล่าดีกว่าครับ" เก่งตอบในขณะที่หันมองบรรยากาศโดยรอบ
     "เหนื่อยไหม" เก่งเอ่ยถามอีกฝ่ายขณะที่รับเอาแก้วน้ำมา
     "ไม่เหนื่อยหรอกครับ" ชายหนุ่มตอบ
     "เก่งเหนื่อยรึเปล่า ถ้าเหนื่อยมานั่งพิงตุ่นดีกว่านะ"
     "เก่งขอนอนได้ไหม" เก่งถามออกไปสั้นๆ
     "มาสิ มานอนหนุนตักของตุ่นมา จะได้ไม่เมื่อย" ตุ่นตอบ
     "เดี๋ยวตุ่นก็เมื่อยหรอก" เก่งย้อน
     "แค่นี้เอง ตุ่นไม่เมื่อยหรอกครับ" ตุ่นตอบพร้อมกับเคาะเบาๆ ตรงตักตัวเอง
     เก่งค่อยๆ ล้มตัวลงนอนบนตักอันแสนจะอบอุ่น โดยที่เอามือมาวางไว้บนขาอีกข้างของตุ่น ตุ่นเองก็เอามือลูบผมของเก่งเบาๆ เก่งเงยหน้าขึ้นมองตุ่นที่กำลังมองมาที่เก่งเช่นกัน ความสุขใจทำให้เก่งหลับไปโดยไม่รู้ตัว


     "เก่ง เย็นนี้มากินข้าวด้วยกันนะ"
     "เก่ง เตรียมตัวพร้อมแล้วยัง เดี๋ยวไปเที่ยวกัน"
     "เก่ง อย่าดื่มมากสิ เดี๋ยวก็เมาแย่"
     "เก่ง กอดเอวไว้แน่นๆ นะ ถ้าไม่ไหวก็เอาหัวพิงไว้บนหลัง"
     "เก่ง สุขสันต์วันเกิดนะ เอ้า นี่ของขวัญ"
     เสียงที่ก้องดังอยู่ในจิตสำนึกของเก่ง เก่งรู้ดีว่าเป็นเสียงของใคร ทุกครั้งที่เก่งรับรู้ถึงเสียงนี้มันทำให้ใจของเก่งสดชื่นขึ้นมาได้เสมอ แต่เก่งกลับมองไม่เห็นเจ้าของของเสียง ไม่ว่าเก่งจะพยายามมองไปทุกที่ ทุกที่ที่เก่งมองไปกลับเห็นแต่ความมืดมิด อ้างว้าง และว่างเปล่า จะมีก็เพียงสัมผัสจากมือสองมือที่กุมมือของเก่งเอาไว้ ถึงแม้เก่งจะสัมผัสได้ว่ามือนั้นเป็นมือที่หยาบ แข็งและเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แต่ทุกครั้งที่มือนี้จับมามันทำให้เก่งรู้สึกอบอุ่น มีหวังและกำลังใจ
     เก่งไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเก่ง เก่งรู้แต่เพียงว่าเก่งไม่มีแรงที่จะขยับตัว ไม่มีเสียงที่จะพูด ไม่มีแรงแม้จะลืมตาขึ้นมา ทุกส่วนของร่างกายมันรู้สึกอ่อนแรง เจ็บปวดและแสนจะทรมาน เก่งรับรู้แต่เพียงว่าเก่งนอนอยู่บนเตียงเล็กๆ โดยที่มีแม่ พ่อ คนในครอบครัว รายร้อมอยู่
     "ที่นี่ที่ไหน เก่งมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง" เก่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่มีเล็ดลอดออกมาจากปาก
     "โรงพยาบาลลูก ไม่ต้องกลัวนะ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแล้ว เดี๋ยวเก่งก็จะดีขึ้นแล้ว" เสียงอันสั่นเครือของแม่ที่เอ่ยปลอบใจเก่ง ทำให้เก่งรู้สึกงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
     "เก่งมาอยู่ที่นี่ได้ไง แล้วตุ่นหายไปไหน" เก่งถามแม่
     "ตุ่นไหนละลูก ใครคือตุ่น เก่งจำไม่ได้เหรอว่าเก่งไม่สบายมาก เก่งถึงกลับมาบ้าน" แม่ตอบ
     คำตอบของแม่ทำให้เก่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังดิ่งวูบเหมือนตกลงเหว แล้วความรู้สึกก่อนหน้านี้ ความสุข ความอบอุ่นที่ได้รับจากตุ่น มันคืออะไร เก่งยิ่งงงและสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เก่งเริ่มย้อนคิดถึงสิ่งที่ผ่านมา ความจริงต่างๆ ค่อยปรากฏขึ้น ยิ่งความจริงยิ่งปรากฏขึ้นมันยิ่งเหมือนตัวเก่งกำลังลอยคว้างอยู่ในห้วงอวกาศที่แสนจะหนาวเหน็บ ความหนาวเหน็บรอบกายมันคอยกรีดรอยแผลที่แสนเจ็บปวดให้เก่ง เก่งถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เมื่อรับรู้ว่า ความสุข ความอบอุ่น ที่ได้รับจากตุ่น มันไม่ใช่ความจริง ร่างกายเก่งแทบจะไม่มีแรงที่จะขยับ สิ่งเดียวที่เก่งทำได้คือปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมา เพื่อยอมรับกับความเป็นจริง ถึงแม้คนรอบข้างจะคอยกล่าวปลอบโยน แต่เก่งไม่สามารถรับรู้ได้ ความจริงที่เก่งรับรู้ว่ามันคงเป็นเพียงความฝัน มันทำให้เก่งเจ็บปวดมากกว่าความจริงที่ว่าเก่งกำลังจะตายหลายเท่านัก
     ถึงตอนนี้เก่งรับรู้ความจริงที่เกิดขึ้น เก่งพร้อมที่จะสู้ แต่ร่างกายของเก่งเองเหมือนกำลังต่อต้าน เก่งไม่คาดหวังสิ่งใดอีกต่อไป เก่งพร้อมแล้วสำหรับทุกสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เก่งยังคงชั่งใจว่าสิ่งสุดท้ายที่หวังไว้ว่าจะได้เจอหน้าตุ่นอีกครั้งนั้น เก่งควรจะเจอกับตุ่นอีกรึเปล่า เพราะในการเจอกันมันจะทำให้มีแต่ความเจ็บปวด ซึ่งไม่เพียงแค่ตัวเก่งเอง เก่งเชื่อว่าตุ่นเองก็จะต้องพบกับความเจ็บปวดเช่นกัน เพราะมันเป็นการพบกันที่ต้องจากกันไปตลอดกาล แต่ครั้นจะให้เก่งจากไปตลอดกาลโดยที่ไม่ได้เจอหน้าตุ่น เก่งเองก็คงจะเสียใจมากที่สุดในชีวิต ดังนั้นเก่งจึงขอให้พี่ชายของเก่งเป็นคนติดต่อไปหาตุ่นเพื่อแจ้งข่าวที่เกิดขึ้น ส่วนตุ่นจะมาหรือไม่มานั้นเก่งเองก็ต้องทำใจเผื่อเอาไว้
     "ติดต่อไม่ได้" คำตอบของพี่ชายทำให้เก่งอยากจะจากไปในตอนนั้นเลย
     "เดี๋ยวพี่จะลองโทรเรื่อยๆ แล้วกัน" พี่ชายให้กำลังใจเก่งด้วยการรับปากว่าจะทำให้ฝันของเก่งเป็นจริง
     นานวันร่างกายของเก่งแทบจะไม่มีแรงต่อสู้ ตอนนี้มีเพียงกำลังใจที่จะได้พบเจอหน้าตุ่นเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้นที่ทำให้เก่งยังมีลมหายใจอยู่ต่อได้ แต่คำตอบที่เก่งได้จากพี่ชายคือยังติดต่อไม่ได้ เก่งจึงลองเอาเบอร์บ้านของตุ่นที่ทำให้เก่งได้เจอกับตุ่นอีกครั้งหลังจากเรียนจบ ซึ่งเก่งหวังว่าเบอร์นี้จะทำให้เก่งได้เจอกับตุ่นครั้งสุดท้ายของชีวิต

     เก่งเริ่มหมดหวัง หมดกำลังใจ ร่างกายก็หมดแรงสู้ เก่งโคม่าต้องเข้าไอซียูด้วยอาการปอดไม่ทำงาน จนถึงกับจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ญาติทุกคนทำใจยอมรับได้แล้ว มีเพียงเก่งที่ยังรอความฝันอันสุดท้าย หลังจากที่เก่งหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ เก่งรู้สึกถึงสัมผัสที่มาเกาะกุมมือของเก่ง ไม่ใช่มือที่หยาบและเหี่ยวย่นของแม่ เก่งพยายามที่จะลืมตาขึ้นมาดู แต่เหมือนดวงตามันหนักมาก มากจนเก่งเปิดตาไม่ได้ ทันใดนั้น เสียงที่เก่งได้ยิน ทำให้เก่งมีแรงเฮือกสุดท้าย เสียงของตุ่นทำให้เก่งลืมตาขึ้น ใบหน้ากลมๆ ของตุ่น มีรอยเหี่ยวย่นไม่เหมือนเมื่อก่อน สีหน้าอมทุกข์ กับผมทรงเดิมที่ไม่เปลี่ยน ภายใต้กรอบของแว่นตาทรงเดิมที่ตุ่นใส่มาตลอด มีน้ำตาไหล ปากก็เรียกชื่อเก่งอยู่ตลอด เก่งบีบมือตุ่นเบาๆ เท่าที่จะมีแรงทำได้ พร้อมกับรอยยิ้มแรกบนใบหน้า ตุ่นโน้มตัวลงไปกอดเก่งในทันใด ต่างฝ่ายต่างสวมกอดกัน ไม่มีใครพูดอะไร มีแต่เสียงร้องไห้
     "ลูกป้อนข้าวให้เก่งด้วยนะ เดี๋ยวแม่ออกไปข้างนอกก่อน" แม่พูดกับตุ่น ตุ่นรับข้าวมาจากแม่พร้อมกับหันมองมาทางเก่ง
     "เก่งทานข้าวนะ" ตุ่นพูด
     หลังจากทานข้าวเก่ง เก่งรู้สึกได้ถึงความอิ่ม แต่เป็นความอิ่มเอิบ ความฝันที่เก่งรอคอย ตุ่นจัดแจงให้เก่งนอน ตุ่นกอดเก่งอีกครั้ง พร้อมทั้งจูบเบาๆ ที่หน้าผากของเก่ง
     "หลับซะนะครับ" นั่นคือเสียงสุดท้ายที่เก่งได้ยินและทำให้เก่งมีความสุข สิ่งสุดท้ายที่เก่งรอได้เกิดขึ้นจริงแล้ว หลังจากนั้น เก่งไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว ไม่สามารถรับรู้ถึงน้ำตา เสียงร้องไห้ ความทุกข์ของทุกคนที่อยู่เบื้องหลัง พ่อ แม่ พี่ น้อง ของเก่งจะเป็นเช่นไร ตุ่นเองจะเป็นยังไง แต่เก่งเองได้จากไปพร้อมกับความหวังที่รอคอย จากไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43
ฮว๊าก... ฮากกกก.... ฮั้กกกก....ฮัก...ฮึกกกก...ฮึก.....

อึก...งึกกกกก...งึก~


กาซิก...กาซิก~


ไม่ยอมหักให้...เค้าเลยอ่ะ...

----------------------

ป.ล. ผ่านไป 2 ปีเต็มๆ นะฮับ !!!

duckhero

  • บุคคลทั่วไป
ตอนพิเศษที่ค้างคาไว้นาน (มาก) มาแล้วนะครับ มาให้กำลังใจเก่งกันต่อนะครับ

duckhero

  • บุคคลทั่วไป
สงสัยผู้อ่านเลิกรอตอนพิเศษกันซะแล้ว ถ้ายังไม่ลืมกันมาเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะค้าบ

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43
^

โหยพี่เกือบ 2 ปีเลยอ่ะ

ไม่ลืมก็แย่แล้ว

แจ้งในบอร์ดสนทนาดิฮับ

duckhero

  • บุคคลทั่วไป
5555 ขอบคุณที่แนะนำครับ เดี๋ยวไปโพสต์เลยครับ 2 ปีที่ห่างหายไป เครียดเรื่องงานครับ เปลี่ยนงานด้วย เลยไม่สามารถขีดเขียนได้ครับ ตอนนี้ลงตัวหน่อยแล้ว น่าจะมีเรื่องสั้นออกมาให้ได้อ่านกันครับ

duckhero

  • บุคคลทั่วไป
ขอกำลังใจกันด้วยนะครับ ถ้ายังไม่ลืมกัน เม้นต์ ติ ชม ให้ด้วยนะครับ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด