Violet K!ss II : In My Dream~* << แอบรัก >> มาลงบทสุดท้ายคร้าฟฟฟฟ ^^
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Violet K!ss II : In My Dream~* << แอบรัก >> มาลงบทสุดท้ายคร้าฟฟฟฟ ^^  (อ่าน 18469 ครั้ง)

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5908
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +827/-16

ยังตามหาพระเอกไม่เจอเลย..มิก

ตกลงเค้าคือ ครายยยยยยย

บอกหน่อยดิ อ่ะ กระซิบๆข้างหูก็ได้



 :กอด1:มิก +1 คับ

MachiKo

  • บุคคลทั่วไป
บทที่ 50 : Rapunzel~*
   
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสามี ภรรยาชาวไร่คู่หนึ่ง ปลูกผักเลี้ยงชีพอยู่อย่างพอมีพอกิน ทุกๆวัน สามีจะเก็บผักที่ตนปลูกไว้ไปขายในตลาด เพื่อนำเงินมาซื้อข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน
ฝ่ายภรรยา ก้อจะมีหน้าที่ทำกับข้าว เก็บกวาด และดูแลบ้าน เพื่อรอสามีกลับมาจากการไปขายของ...
" กลับมาแล้วเหรอคะที่รัก ? " เสียงวีวี่พูดขึ้น ขณะที่เธอกำลังถือตะกร้าใส่ผลไม้ ยืนรอ อยู่หน้าบ้าน
" ใช่จ้ะ!! วันนี้ผมเอาผักไปขายที่ตลาด ได้เงินกลับมาพอที่จะใช้จ่ายได้ทั้งเดือนเลยนะ " เซฟพูดขึ้นพลางทำท่าปาดเหงื่อไปมา
วี่วี่ยิ้ม แล้วเดินเข้าไปจับแขนเซฟไว้ " ที่รักคะ..วันนี้ฉันไปหาหมอในเมืองมา หมอบอกว่า สาเหตุที่ฉันป่วยน่ะ เพราะว่า..ฉันท้องแล้วค่ะ!! " เค้าพูด
เซฟมองวี่ แล้วทำท่าดีใจ " จริงเหรอจ๊ะ!! นี่ผม..ได้เป็นพ่อคนแล้วใช่มั้ย ?.. ไชโย!! " เซฟร้องขึ้น
   สามีดีใจอย่างมาก คอยประคับประคอง และเอาอกเอาใจภรรยาเป็นอย่างดี แต่ที่น่าแปลกก้อคือ..ห้าเดือนต่อมา ภรรยาก้อเริ่มรู้สึกไม่อยากทานอาหาร ไม่ว่าจะอะไรก้อแล้วแต่ ที่สามีพยายามสรรหามาให้ เพื่อหวังว่า จะบำรุงลูกในครรภ์ ภรรยาก้อไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ หรืออยากทานอะไรเลย จนสามีเริ่มท้อ และเป็นห่วงภรรยา รวมถึงลูกในครรภ์ด้วย..
   ฝ่ายภรรยาเองนั้น ก้อได้แต่นั่งมองแปลงหัวผักกาดของบ้านข้างๆที่อยู่ใกล้กัน บ้านนั้น..ไม่ใช่บ้านของคนทั่วไป แต่เป็นบ้านของมาดามมิมม์ ผู้เป็นแม่มดเฒ่า ซึ่งไม่มีใครที่จะกล้าเข้าไป หรือเข้าใกล้ก้อตาม…
" ที่รักจ๊ะ!! ทำไม..คุณถึงไม่ยอมทานอะไรเลยล่ะ ? " เสียงเซฟถามวี่อย่างอ่อนใจ
" ไม่ค่ะ!! ฉันไม่รู้สึกหิว ไม่..ไม่เลย เว้นแต่.. " วีวี่เงียบไป
" เว้นแต่..เว้นแต่อะไรจ๊ะ ? คุณต้องการอะไร เดี๋ยวผมจะหามาให้!! " เซฟถาม
" สิ่งที่ฉันต้องการ..คือหัวผักกาดนั่นค่ะ " วีวี่พูดขึ้นพลางชี้ไปที่แปลงหัวผักกาดของบ้านข้างๆ...
" โธ่!! แค่หัวผักกาด..ที่ไร่เราก้อปลูกไว้เยอะ เดี๋ยวผมไปเก็บมาให้ " เซฟพูด แล้วกำลังเดินออกจากบ้าน
" ไม่ค่ะ!!! ฉันไม่ต้องการหัวผักกาดของไร่เรา แต่ที่ฉันต้องการคือ หัวผักกาดของบ้านนั้นต่างหาก คุณไปเอามาให้ฉันได้มั้ยคะ ? " วี่พูด แล้วจับแขนเซฟไว้ ( อีนี่แลเยอะ!! )
เซฟมองวี่อย่างกังวลใจ แล้วค่อยๆมองออกไปนอกหน้าต่าง " แต่..แต่นั่น..เป็นบ้านของมาดามมิมม์นะจ๊ะ ผม..ผมไม่กล้าเข้าไปหรอก!! " เซฟพูดอย่างกลัวๆ
" หรือคุณอยากให้ลูกของเราเป็นอะไรไปเหรอคะ ?!!.. " วี่ตะโกน " ..นะคะ..เพื่อลูกของเรา " วี่พูดอย่างอ้อนวอนพลางกุมมือเซฟไว้แน่น
เซฟมองวี่อย่างสงสาร " ได้..ได้จ้ะ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะไปขโมยมาให้!! " เซฟบอก แล้วตบไหล่วีวี่เบาๆ
   และแล้ว..ในคืนนั้น สามีก้อได้แอบเข้าไปขโมยหัวผักกาดในบ้านของมาดามมิมม์ เค้ารีบเก็บหัวผักกาดนั้นอย่างรวดเร็ว และรีบออกมาจากที่นั่น แล้วนำมาประกอบอาหาร เพื่อให้ภรรยาทาน ซึ่งภรรยาก้อติดใจ และชื่นชอบในรสชาติของหัวผักกาดนั้น
เธอจึงได้ขอร้องให้สามี เข้าไปขโมยหัวผักกาดนั้นมาอีก..
   ฝ่ายสามีก้อต้องยอมจำใจ ด้วยความเป็นห่วงลูก และภรรยา เค้าจึงได้แอบเข้าไปขโมยหัวผักกาดในนั้นอีก แต่ทว่า ครั้งนี้...
" หยุดนะเจ้าหัวขโมย!!! " ชาช่าทำเสียงแหลมใส่ ทำให้เซฟหยุดชะงัก และคุกเข่าลง
" เจ้าบังอาจเข้ามาขโมยหัวผักกาดของข้างั้นเหรอ ? หน็อยแน่!! ไม่รู้จักฤทธิ์ข้าซะแล้ว..อย่างนี้ต้องเจอดี " ช่าพูด แล้วหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา เพื่อจะสาป..
" โอ้!!! ได้โปรดเถิดมาดามมิมม์ ได้โปรดเห็นแก่ภรรยาของข้าสักครั้งเถอะ..ภรรยาของข้าท้องแก่ ใกล้คลอดเต็มทีแล้ว นางอยากทานหัวผักกาดของท่านมาก..ได้โปรดเถอะ!!! " เซฟอ้อนวอน
" ท้องงั้นเหรอ ? " ช่าพูดเบาๆ แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มไปในทันที
" งั้นก้อได้!!! ข้าจะให้หัวผักกาดแก่เจ้า เจ้าสามารถเก็บหัวผักกาดได้ตามใจต้องการ..แต่!!! หากลูกของเจ้าที่เกิดมาเป็นผู้หญิง เจ้าจะต้องนำมาให้ข้า หากเป็นผู้ชาย ข้าจะปล่อยไป.. " ช่าบอก แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัยน์
ด้วยความกลัว เซฟจึงยอมตอบตกลงแก่ชาช่า
   เมื่อครบกำหนดคลอด ทันทีที่ภรรยาคลอดลูกออกมา ปรากฎว่า เป็นลูกสาว ทันใดนั้นมาดามมิมม์ก้อปรากฎตัวขึ้นทันที
นางนำเด็กทารกเพศหญิง หน้าตาน่ารักน่าชังนั้นไปเลี้ยง ( ด้วยเหตุผลประการใดไม่ทราบ ) ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของสามี และภรรยาผู้นั้น...
   วันเวลาผ่านไป..จากเด็กทารกหน้าตาน่ารัก น่าชัง ก้อเติบโตขึ้นกลายเป็นสาวสะพรั่ง อายุได้ราว สิบแปดปี เธอมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง นั่นคือ ผมสีทองของเธอ ที่ยาวมาก ยาวเกินเด็กสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันทั่วไป มาดามมิมม์นำเธอไปขังไว้อยู่บนหอคอยกลางป่า ซึ่งไร้ทางออก มีเพียงแต่หน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่ชั้นบนสุดของหอคอยเท่านั้น หญิงสาวแรกรุ่นที่อาศัยอยู่ในนั้น มีนามว่า ราพันเซล ( ฉากนี้ ฉายสไลด์ )...
" ฉากต่อไป พร้อมหรือยัง ? " ปอตะโกนถามนักแสดงอยู่หลังเวที
" พร้อมแล้ว!! " พวกเค้าตะโกน
" โอเค!! แอ๊คชั่น!! " ปอร้อง
   ห่างออกจากป่าลึกไป มุ่งหน้าเข้าสู่ในเมือง วันนี้พระราชา และพระราชินี ได้มีพระประสงค์ที่จะจัดพิธีเลือกคู่แก่เจ้าชาย ซึ่งมีพระชนมายุครบ สิบแปดชันษา   
ภายในงาน มีแขกเหรื่อจากต่างเมืองเข้าร่วมมากมาย เมืองไหนที่มีพระธิดา ก้อได้นำพระธิดามางานนี้ด้วย เพื่อหวังจะเป็นที่ต้องตาต้องใจของเจ้าชาย และนำไปสู่การอภิเษกสมรส
" เจ้าชายเสด็จแล้ว!!! " เสียงนักแสดงที่แสดงเป็นทหารตะโกนขึ้นมาจากหลังห้องแสดงละคร ทำให้ผู้ชมต่างหันไปมอง ( นักแสดงประกอบ และทีมงานบางคนเป็น สมาชิกชมรมดนตรีคับ )
คิกเดินมาตามทางเดินที่ปูพรมแดง ตามที่ได้ซักซ้อมไว้ ผู้ชมต่างปรบมือกันเกรียวกราว เวลาที่เค้าสวมชุดที่แสดงนั้น เค้าเหมือนเจ้าชายมากๆเลย ไม่ว่าจะเป็นมงกุฎสีทองอร่าม ตลอดจนชุด และผ้าคลุม เรียกได้ว่า ดูดีไร้ที่ติจริงๆ..
เค้าเดินมาถึงหน้าเวที ซึ่งมีเก้าอี้วางเตรียมไว้ เค้านั่งลงไป แล้ววางมาด
" เริส!! ผู้ชมมองคิกเป็นตาเดียวเลย " ปอพูดขึ้น แล้วยื่นหน้ากลับเข้ามายังหลังเวที
" เฟรช!! เธอเตรียมตัวออกได้แล้ว " ปอหันมาพูดกับเฟรชต่อ ซึ่งตอนนี้เค้าอยู่ในชุดกิโมโนสีฟ้าอ่อน และวิกผมสีดำยาวสลวย ภายใต้หน้าที่ขาวราวหิมะ
" ฉันพร้อมเสมอน่ะ!! " เฟรชพูดด้วยท่าทางหยิ่งๆ " แล้วอั๋น กับมิกล่ะ ? " เฟรชถาม แล้วหยิบพัดขึ้นมาไว้กับตัวพลางหันไปมา
" เธอไม่ต้องสนใจใครหรอก ถึงคิวเธอแล้ว...ไปได้แล้ว!! " ปอบอก
เฟรชกระฟัดกระเฟียดนิดๆ แล้วเดินออกมายืนรออยู่ข้างๆเวที
" ตึง!!!...ตึง!!!...ตึง!!!..ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง ต... " เสียงกลองค่อยๆเริ่มรัวเป็นจังหวะ ทำให้ผู้ชมหยุดสนใจคิกไปชั่วขณะ แล้วหันมามองบนเวที
   เฟรชค่อยๆกรีดกรายเดินออกมา แล้วกางพัดออก สายตาผู้ชมทุกคนต่างจดจ้องมาที่เค้า ทันทีที่เสียงขลุ่ย และพิณบีวะดังขึ้น เค้าก้อเริ่มร่ายรำ เฟรชสะกดผู้ชมไว้อย่างจังงัง เค้าร่ายรำได้อย่างสวยงาม และมีชีวิตชีวา ราวกับเป็นภาพจิตรกรรมที่เคลื่อน ไหวได้อย่างอ่อนช้อย และนุ่มนวล แม้แต่คิกเอง ยังจ้องเค้าอย่างตาไม่กระพริบ..
" ตึง ตึง ตึง ต.. " เสียงกลองค่อยๆรัวดังขึ้นในตอนท้าย เฟรชสะบัดพัด แล้วหมุนรอบตัวเองไปมา แล้วล้มลงตามเสียงจังหวะที่กลองหยุด
เค้าค่อยๆลุก แล้วนั่งคุกเข่า หลังจากนั้นจึงยื่นมืออกไปทางผู้ชม แล้วค่อยๆวาดมือออกไป หลังจากนั้นก้อค่อยๆลุกขึ้น แล้วเดินกลับหลังเข้าฉากไป ตามด้วยเสียงปรบมือของผู้ชมปิดท้าย
   เฟรชแสดงได้เยี่ยมมาก เค้าสะกดผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด แม้แต่ผมเองยังต้องทึ่งกับการแสดงของเค้า ผมจะทำได้อย่างเค้ามั้ยนะ
" เจ้าหญิงแขก!! " ปอยื่นหน้าเข้ามาพูดในห้องที่ผม กับอั๋นนั่งอยู่.. ใช่!! ฉากของเจ้าหญิงแขกแล้ว ได้เวลาที่ต้องไปแสดงแล้วล่ะสิ
" ติ๊ง...ติ๊ง..ติ๊ง " เสียงสายจินตวาณีดังขึ้นเกริ่นนำก่อนเข้าสู่เพลง หลังจากนั้นก้อค่อยๆเป็นทำนองอย่างช้าๆ ผมหลับตา แล้วนึกถึงภาพเจ้าหญิงแขกที่มีผ้าปิดอยู่ที่ใบหน้า แล้วเผยให้เห็นแค่ดวงตาคู่งามทั้งสองข้าง
“ ♪ Re Dola…Re Dola!!!… ♫ ” ผู้ชมต่างมองที่เวที แล้วพบว่า เจ้าหญิงแขกเดินออกมา แล้วโพสท่าหันหลังให้ผู้ชมอยู่ตรงกลางเวที รอเสียงจังหวะฉาบ
" ผ่าง!!! " ทันทีที่เสียงฉาบดังขึ้น การร่ายรำก้อเกิดขึ้นตามทันที เสียงเครื่องดนตรีค่อยๆดังขึ้นทีละชิ้น ทั้งปี่แขก และบัณเฑาะว์ เสียงกลองก้อเริ่มดังขึ้นตามจังหวะ และทำนองเพลง ตลอดจนเสียงร้องของนักร้องเพลงนั้น
เมื่อเพลงเร็วขึ้น การร่ายรำก้อยิ่งเร็วขึ้น ทำให้ผู้ชมต่างเงียบไปชั่วขณะ และมองดูอย่างเพลิดเพลิน บางคนทำท่าส่ายหัวไปมาตามเสียงเพลง ส่วนบางคน หากเป็นไปได้ เค้าก้อคงจะลุกขึ้นมาเต้นด้วยเป็นแน่..
   พอเข้าถึงช่วงกลางเพลง ซึ่งเป็นช่วงที่เจ้าหญิงต้องชวนเจ้าชายขึ้นมาเต้นด้วย ต่างก้อรู้หน้าที่ของตนเอง คิกรีบลุกขึ้นทันทีที่ได้ยื่นมือมาจับ
เมื่อลุกขึ้นมา คิกเค้าก้อทำท่างงๆเพื่อให้สมบทบาท ซึ่งบทบาทของเจ้าหญิงเอง ก้อมีหน้าที่ยั่ว และยั่วเจ้าชาย เพื่อให้เจ้าชายหลงใหล เจ้าชายทำทีเอื้อมมือมาเพื่อจะสัมผัส และจะเปิดผ้าคลุมหน้าออก ( อย่านะเว้ย..เดี๋ยวเค้าก้อรู้กันหมดหรอกว่า ใครเล่น!! )
แต่ยังไม่ทันที่จะได้เปิด เพลงก้อค่อยๆ เริ่มเบาลง..เบาลง ตัวเจ้าหญิงเองก้อค่อยๆเต้นหลบมาข้างหลัง ทำให้เจ้าชายไม่สามารถเปิดผ้านั้นออกได้ จนกระทั่งจบเพลงไป เจ้าชายก้อยังไม่ได้เปิดผ้าคลุมหน้า ( เฮ่อ..!! )..
   ในงานเลือกคู่นี้ ไม่มีหญิงงามคนใดที่จะเป็นที่พึงพอพระทัยเจ้าชายได้ รวมทั้งตัวพระองค์เองนั้น ก้อยังไม่พร้อมที่จะอภิเษกสมรส พระองค์จึงตัดสินใจเสด็จประพาสป่าเพื่อเที่ยวเล่น ตามพระทัยพระองค์
   เจ้าชายเสด็จเข้าไปในป่าลึก พร้อมม้าคู่ใจ ตามความเกษมสำราญ จนกระทั่งพระองค์ได้ยินเสียงคนร้องเพลงดังมาจากทางป่าอีกด้านหนึ่ง ( นักร้องจากชมรมดนตรีช่วยกันร้องประสานเสียงเพลง ก้อนหินละเมอ )
“♪ มองไปไกล..ที่ดวงดาวสุดขอบฟ้าไกล
อยากจะไป..ไปให้ถึงครึ่งทางแสงเธอ
ดวงดาราเหมือนไม่มีวันจะพบเจอ
อยากให้เธอ..ส่องแสงลงมาผืนดิน... ♫ ”
พระองค์ดั้นด้นตามหาเสียงนั้นโดยเสด็จเข้าไปในป่าเพียงลำพัง โดยพระองค์ผูกม้าไว้กับต้นไม้ยังป่าด้านนอก
พระองค์เสด็จพระราชดำเนินตามหาที่มาของเสียงนั้น จนลึก...ลึกเข้าไป จนกระทั่งพบกับ หอคอยสูงตระหง่านไร้ซึ่งทางเข้าออก ตั้งอยู่ลำพังกลางป่าลึก..
“ ♪…อยากให้ความทรงจำที่เธอให้ไว้
ช่วยทอแสงประกายทุกวัน
เพราะเพียงความอบอุ่นจากเธอไม่นาน
จะต่อเติมความสำคัญ...ฉันได้ ♫ ”
" เสียงใครนะ ? ช่างไพเราะจับใจข้านัก!! " คิกพึมพำ...


MachiKo

  • บุคคลทั่วไป
" ราพันเซล..ราพันเซล ปล่อยผมสีทองของเจ้าลงมา " เสียงแหลมของชาช่าตะโกนขึ้น ทำให้คิกต้องทำเป็นหลบอยู่หลังพุ่มไม้
   ถึงตอนนี้ ก้อได้ทีที่ราพันเซลจะต้องออกโรงแล้ว ผมค่อยๆก้าวเดินขึ้นบันไดที่ข้างหลังฉาก เพื่อไปโผล่อยู่ตรงหน้าต่างของหอคอย
ผู้ชมทุกคนต่างมองที่ผมเป็นตาเดียว ทั้งคนที่ผมไม่รู้จัก และรู้จักอย่าง พี่เมย์ แม่ พ่อ และท็อป ( มาได้ไง ?!! ) รวมถึง ยอด และเหลียงด้วย พวกเค้าสองคนก้อมา
แม้กระทั่งชาช่า และคิก ที่เป็นนักแสดงเค้าทั้งสองคนมองดูผมอย่างตะลึง และงงๆ...ใช่คับ!! ผมนี่แล่ะ..ราพันเซล!!
ชาช่ายืนจ้องมองผม และอ้าปากค้าง เค้ายังคงงงไม่หายแน่นอนว่า ทำไม ผมถึงรับบทนี้..
" THE SHOW MUST GO ON. " ปอพูดขึ้นเบาๆข้างเวที
" เอ่อ...ราพันเซล ปล่อยผมสีทองของเจ้าลงมา " ช่าเงียบไปสักพัก แล้วจึงพูดต่อ
" ได้ค่ะ..ท่านแม่ " ผมพูดจบ แล้วค่อยๆจับหางเปียที่ยาว และรุ่มร่ามขึ้น พลางโยนลงไปข้างล่าง เพื่อให้ช่ารับ และปีนขึ้นมา ( เดินขึ้นบันไดหลังฉาก )...
   เจ้าชายเฝ้าสังเกตมาดามมิมม์ ถึงวิธีการที่จะขึ้นไปบนหอคอย จนกระทั่งเค้าเฝ้ารอโอกาสให้มาดามมิมม์ไป เค้าถึงค่อยปรากฏตัว ออกมาจากที่ซ่อนนั่น และทำเสียงเลียนแบบมาดามมิมม์ " ราพันเซล ราพันเซล..ปล่อยผมสีทองของเจ้าลงมา " คิกตะโกน
   เมื่อราพันเซลได้ยินดังนั้น ก้อไม่ได้เอะใจอะไร หนำซ้ำเธอยังปล่อยผมเปีย เพื่อให้ปีนขึ้นมา จนกระทั่ง ราพันเซล ก้อได้พบกับเจ้าชาย..
ถึงตอนนี้ ก้อจะต้องเป็นบทที่จะต้องพูดโต้ตอบกันระหว่างราพันเซล และเจ้าชาย หรืออีกนัยหนึ่งก้อคือ ผม และคิก
ผมมองเค้า แล้วเงียบไป พลางเม้มปากไปมา แต่เค้าไม่ค่อยมองผมเท่าไร เบือนหน้าหนีเสียด้วยซ้ำ อย่างที่ปอบอกในตอนต้น หากมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างแสดง การแสดงจะยังคงต้อง..ดำเนินต่อไป!!
   และนี่ ก้อจะเป็นครั้งแรก ครั้งแรกในหลายอาทิตย์ที่ผมจะได้พูดกับเค้า ไม่ว่าอย่างไรก้อตาม ผมต้อง..พูด…
" ท..ท่านเป็นใคร ? ท่านไม่ใช่แม่ของข้านี่!! " ผมพูดตามบท แล้วคอยดูปฏิกริยาโต้ตอบจากเค้า
" ไม่หรอก!! ข้าไม่ใช่แม่ของเจ้า ข้าคือเจ้าชายของอาณาจักรแห่งนี้ แล้วเจ้าล่ะ เจ้าคือใครโปรดบอกนามของเจ้าให้ข้ารู้ด้วยเถิด ?? " เค้าถาม
ผมมองหน้าเค้า แล้วยิ้ม ก่อนที่จะพูดบทต่อ " ข้ามีนามว่า ราพันเซล!! " ผมบอก
" ราพันเซล..นามเจ้าช่างไพเราะนัก เจ้าอาศัยอยู่บนหอคอยแห่งนี้แต่เพียงผู้เดียวหรือ ? " คิกถามอีก
" ใช่!! ข้าอยู่ที่นี่ อยู่ตั้งแต่ข้าลืมตาขึ้นมาบนโลกนี้ ข้าไม่เคยพบผู้ใดเลยนอกจากแม่..นอกจากนี้ ก้อยังมีเพียงตะวัน จันทรา และสัตว์ป่าในพงไพรเท่านั้นที่ยังเป็นเพื่อนพูดคุยกับข้า แต่กับ..อย่างท่าน..ข้าไม่เคย " ผมพูดเสร็จ แล้วเดินหลบไป
" ท่านจงกลับไปซะเถอะ ถ้าหากท่านแม่มาพบเข้า นางคงไม่พอใจเป็นแน่!! " ผมหันไปพูดกับเค้า
" ได้โปรด..เจ้าอย่าได้ขับไล่ข้า ราพันเซล..เพียงครั้งแรกที่ข้าพบกับเจ้า ดั่งกามเทพแผลงศรให้ข้า ได้พบกับรัก..รักแท้ที่ข้าตามหามานาน " เค้าพูด แล้วค่อยๆเอื้อมมือ เพื่อจับมือผมไว้..ตอนนี้ นัยน์ตาเค้า ดูออดอ้อน และจริงใจ ราวกับว่า เหมือนเค้าเผยความในใจของเค้าออกมา
" ความรัก..ความรักคืออะไร ? ทำไมข้าถึงไม่เคยรู้จัก ? " ผมดึงมือของผมออกมาจากมือของเค้า แล้วถาม
" เจ้าไม่รู้จักกับความรักเหรอ ?...ความรัก เป็นสิ่งที่ทำให้เราทุกคนอยู่ได้บนโลกนี้ หากไม่มีความรัก โลกนี้ก้อไม่มีวันที่จะสวยงาม ความรัก คือ การที่เราได้ให้ ได้เสียสละ ด้วยไมตรี และเป็นมิตร ไม่มีผู้ใดที่มอบความรักแล้วหวังผลตอบแทน เค้าผู้นั้นยินดีที่จะสละทุกอย่างเพื่อความรัก เหมือนกับที่ข้า..ยอมสละให้เจ้า..ราพันเซล!! " เค้าพูด
ผมมองเค้า แล้วเงียบไป ในหัวผมตอนนี้แทบจะลืมบทหมดทุกอย่าง ถ้าหากคำที่เค้าพูดเป็นความจริง ไม่ได้เป็นแค่ละคร ผมก้อคงจะดีใจ..
" ...ที่ท่าน..มอบให้ข้าเหรอ ? ข้าไม่เคยมีความรักมาก่อน..ข้าไม่รู้หรอก ท่านแม่ไม่เคยบอกกับข้า!! " ผมพูด
" ไม่มีแม่คนไหนที่ไม่รักลูกหรอก..ราพันเซล ถ้าหากว่า เจ้าไม่เคยพบกับความรัก ข้านี่แล่ะ..จะเป็นคนมอบให้เจ้าเอง มากับข้าสิ!! " คิกพูด แล้วยื่นมือให้ผม
ผมมองอย่างงงๆ แล้วก้อค่อยๆส่งมือให้เค้า...
   ในคืนนั้น คืนแห่งความสุข ไม่มีผู้ใดในหอคอยนั้นนอกจาก ราพันเซล และเจ้าชาย เค้าทั้งคู่ได้เต้นรำร่วมกันอย่างมีความสุข ท่ามกลางแสงจันทรา และดาราราย ทั้งคู่..ไม่รู้ว่า เวลาแห่งความสุขนั้นได้ล่วงเลยไปถึงเมื่อไร และไม่รู้ว่า มันจะจบลงเมื่อไร นี่หรือที่เรียกว่า..ความรัก เหตุใด มันช่างสุขใจเช่นนี้ มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราลืมทุกสิ่ง ยอมเสียสละทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิตของเรา เพื่อแลกมาซึ่งความสุข อันเกิดจากความรัก
โอ้...อานุภาพของมัน มากมายเพียงนี้เชียวหรือ ( ฉากนี้บรรเลงเพลง So This Is Love )
   ทั้งคู่ มีความสุขอยู่ด้วยกันจนถึงรุ่งเช้า เจ้าชายได้ปีนกลับลงไปจากหอคอย และสัญญากับราพันเซลว่า เย็นนี้จะกลับมาหา ซึ่งราพันเซลก้อรับคำ และสัญญาว่า จะรอคอยเจ้าชายเช่นกัน..
   แต่ดูเหมือนความรักของทั้งคู่จะอยู่ร่วมกันได้ไม่นาน มาดามมิมม์ก้อทราบเรื่องทุกอย่าง ( จากพรายกระซิบ ) นางรีบตรงไปยังหอคอยด้วยความแค้น และตะโกนเรียก ราพันเซล " ราพันเซล ราพันเซล..ปล่อยผมสีทองของเจ้าลงมา "
" ค่ะ..แม่!! " ราพันเซลตอบรับ แล้วปล่อยผมเปียของนางลงไป
มาดามมิมม์รีบปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว พอขึ้นไปถึง นางก้อต่อว่า ราพันเซลอย่างโมโห โกรธา " หน็อยแน่ะ นังตัวดี!! บังอาจนักนะ ข้าอุตส่าห์พาเจ้ามาอยู่บนหอคอย เพื่อไม่ให้พบเจอใคร แต่เจ้ากลับกล้าลองดีกับข้า ดีล่ะ!! ข้าจะส่งเจ้าไปอยู่ที่อื่น ไปยังที่ๆเจ้าจะไม่ได้พบกับมันอีก!! " ช่าตะคอกใส่ผม
" ไม่นะแม่..อย่านะ!! " ผมร้อง ( ใส่อารมณ์สุดฤทธิ์ )
ช่าหยิบกรรไกรขึ้นมา แล้วจับผมไว้ไม่ให้หนีไปไหน แล้วเค้าก้อใช้กรรไกรตัด
( วิก ) ผมเปียของผมขาดออก แล้วเค้าก้อใช้ไม้กายสิทธิ์ เสกผมให้หายไป ( ตรงนี้ใช้ ดรายไอซ์... )
   หลังจากที่มาดามมิมม์เสกราพันเซลให้หายไป นางก้อนำผมเปียของเธอมาผูกติดกับขอบหน้าต่าง แล้วรอเวลาให้เจ้าชายขึ้นมาตามแผนของนาง แล้วนางจะได้กำจัดพระองค์..
" มิกมานี่!! " ปอเรียกผม ผมจึงเดินไปหาเค้า
" เตรียมตัวเข้าฉากต่อไปนะ!! " เค้าพูดพลางเอาขี้เถ้าป้ายหน้า และเสื้อของผมให้เลอะๆ แล้วฉีกผ้าบางส่วนให้ขาดออก ( เช่าเค้ามาไม่ใช่เหรอ ?? )
" วิกมัน..คันอ่ะ!! " ผมพูดพลางเกาหัว
" เออน่า..ไม่เป็นไร วันนี้แสดงดีแล้ว อดทนหน่อย..ทำดีก้อต้องดีให้จบล่ะ!! " ปอบอก
" แล้วอั๋นล่ะ ? " ผมหันไปถามปอ ซึ่งกำลังจัดวิกให้ผมอยู่
" ไปเปลี่ยนชุดกลับน่ะ..เราว่า อั๋นเต้นระบำแขกสวยออกนะ..ว่ามะ ? " ปอถาม
" ใช่!! ดีกว่าเราอีก " ผมพูด
" ไม่หรอก!! เธอก้อทำดีในแบบของเธอ.. " ปอบอก แล้วยิ้มให้ผม
ผมก้อยิ้มให้เค้าเช่นกัน
" ...เอาน่า เตรียมตัวแสดงได้แล้ว ทำหน้าให้น่าสงสารเข้าไว้ อ่ะนี่!! ไว้ใช้ตอนถึงฉากนั้น เผื่อเธอร้องไห้ไม่ออก " ปอพูด พร้อมยื่นยาหม่องให้ผม ( ไว้ป้ายตา )
"...ที่เวทีตอนนี้ ช่าผลักคิกตกหอคอยแล้ว..เตรียมตัว!! " ปอพูด แล้วผลักผมออกไปข้างๆเวที
   หลังจากที่มาดามมิมม์ ผลักเจ้าชายตกหอคอย เพื่อลงไปที่ดงหนามแล้วนั้น อนิจจา..ดงหนามนั้น ได้ทิ่มแทงดวงตาของเจ้าชายให้บอดทั้งสองข้าง บัดนี้ พระเนตรทั้งสองของเจ้าชาย ได้มืดสนิทลง..
   ฝ่ายราพันเซลนั้น หลังจากที่ถูกมาดามมิมม์เสกหายไป นางได้มาอยู่ที่ดินแดนทะเลทรายแห่งหนึ่ง เป็นดินแดนอันไกลโพ้น ไร้ซึ่งผู้คน ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ นอกจากทราย และสายลม เธอระหกระเหินเดินไปตามทาง ตอนนี้ ภายในจิตใจของเธอได้แต่ภาวนา และรอคอย เธอรอคอยเพียงแต่เจ้าชาย และหวังว่า สักวันหนึ่งเค้าต้องหาเธอพบ
( นักดนตรีบรรเลงเพลง แค่รู้ว่ารักกัน เพื่อให้ผมร้อง )…
“ ♪ คงเป็นที่โชคชะตา คงเป็นบนฟ้าบันดาล
ให้เราได้มาพบกัน และพราก...เราจากกัน
มันคงจะเป็นที่สุดของการทรมาน
ที่เธอและฉัน ต้องพบเจอ... ♫  ”
ช่วงเวลานี้ มันเหมือนกับ ตอนที่ ผม และคิกไม่คุยกัน สำหรับผม มันเป็นอะไรที่นานมาก ความรู้สึกนี้ มันไม่ใช่แค่ละคร แต่มันคือ เรื่องจริง..เรื่องจริงที่มันยังคงจดจำในความรู้สึกของผมอยู่...
“♪ จะอยู่...ที่ไหนก้อตาม ความทรงจำที่ดี
จะมีแต่เธอผู้เดียวเท่านั้น
ไม่ว่าจะนาน...แค่ไหน จะรอแต่เธอเท่านั้น
จะไม่มีวันรักใครเหมือนเธอ... ♫ ”
   ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ และสายลมที่พัดทรายให้ฟุ้งปลิวไปนั้น ค่อยๆปรากฏให้เห็นเป็นรูปคนที่กำลังคลำหาทางเดินมา แล้วเมื่อฝุ่นทรายนั้นจางลง มันก้อปรากฎให้เห็นเป็นคนผู้นั้น ซึ่งได้มีผ้าผูกปิดตาไว้.." คิ.. เจ้าชาย!! " ผมตะโกนขึ้น ( อุ๊บ!!เกือบ - -' )
" ราพันเซล...ราพันเซล..เจ้าอยู่ที่ไหน ? " คิกทำท่าควานหาผม ท่าทางของเค้าตอนนี้ดูน่าสงสารมาก ถึงแม้มันจะเป็นแค่บทบาทสมมติก้อเถอะ…
" ข้าอยู่นี่เจ้าชาย..ข้าอยู่นี่!! " ผมพูด แล้วรีบคว้าเค้าไว้
เค้าจับมือผมไว้แน่น แล้วล้มลง ผมจึงค่อยๆลงไปนั่งกับเค้า และให้เค้านอนหนุนตักผมไว้..
" เจ้าชาย..ทำไมท่านถึงเป็นอย่างนี้ล่ะ ทำไมตาท่านถึงบอด ?!! " ผมถามอย่างกระวนกระวาย ตอนนี้ ผมอินกับบทมาก มากจนถึงขั้นกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
ผมจับมือเค้าไว้แน่น แน่นเสียจนไม่ให้เค้าไปไหน พลางก้มลงมองดูเค้า ด้วยความเวทนา…
" ..เพราะความรักไงล่ะ..ราพันเซล ที่ถึงทำให้ข้าเป็นแบบนี้ ข้ารักเจ้ามาก..ดวงตาของเจ้า ใบหน้าของเจ้า หรือแม้แต่เส้นผมของเจ้า มันก้อยังติดตรึงใจข้าอยู่ทุกวัน ข้ารักเจ้ามากนะ..เจ้ารู้มั้ย ? " คิกพูด น้ำเสียงของเค้าดูสะอึกสะอื้นเล็กน้อย
ผมค่อยๆจับมือของเค้าขึ้นมานาบกับแก้มของผม " ..ความรัก..มันเป็นอย่างนี้เองเหรอ ? ที่ทำให้คนเรา มีความสุขได้ เศร้าได้ หัวเราะ และร้องไห้ได้ ก้อเพราะอย่างนี้เองเหรอ ? " ผมพูด
" ข้า...รักท่านมากเลย..เจ้าชาย!! " ผมร้องบอก..ความรู้สึกนี้ ที่ผมพูดออกไป มันอาจจะมาจากส่วนหนึ่งของจิตใจผมจริงๆก้อได้
พลันน้ำตาของผม มันก้อไหลออกมาเองโดยธรรมชาติ แล้วไหลลงสู่ดวงตาทั้งสองข้างของเค้า..
   ทันทีที่น้ำตาของราพันเซล..ไหลลงสู่ดวงตาทั้งสองข้างของเจ้าชาย ก้อทำให้ ได้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น น้ำตาที่มาจากความบริสุทธิ์ใจ และความรักที่แท้จริง ทำให้ดวงตาที่มืดบอดของเจ้าชายทั้งสองข้าง กลับหายเป็นปกติทันที..
" ราพันเซล..ข้ามองเห็นแล้ว " คิกพูดขึ้น พลางมองหน้าผม แล้วยิ้มให้
ผมก้อยิ้มตอบให้เค้า ถึงแม้..จะรู้ว่า สิ่งนี้คือการแสดง แต่ผมก้อรู้สึกเหมือนว่า มันคือเรื่องจริง..ถ้าน้ำตาของผมทำได้อย่างนี้ก้อดีสิ!!
" เจ้าทำให้ข้าพบกับความสุขอีกครั้ง ได้พบกับโลกที่สวยงาม..และเจ้า..ที่สวยงาม เจ้าทำให้ข้ารู้จักกับคำว่า ความรักอย่างแท้จริง!! " คิกพูด แล้วค่อยๆเขยิบหน้า
เข้ามาเพื่อที่จะ..จูบ!! ( ที่จริงฉากนี้ ต้องจูบหลอกๆนะ ) แต่ดูเหมือนกับว่า ทั้งผม และเค้าก้อจงใจด้วยแล่ะ..นี่เป็นจูบแรกของเค้า ที่ผมไม่ขัดขืน..
ผมมองหน้าเค้า แล้วยิ้ม ( อายเว่อ!! )
" แต่งงานกับข้านะ ข้าจะรับเจ้าเข้าวัง!! " เค้าพูด
ผมไม่ได้พูดอะไร ได้แต่พยักหน้า ( ลืมบทด้วย!! )
    เค้าจึงค่อยๆลุกขึ้น แล้วยื่นมือให้ผม ผมส่งมือให้เค้า แล้วเค้าก้อเดินจูงมือ พาผมไปด้วยกัน...
   หลังจากนั้น เจ้าชาย และราพันเซลก้ออยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ตลอดไป... ตราบนานเท่านาน!!....
เสียงปรบมือดังกึกก้องกับการแสดงนี้ ถึงแม้ สำหรับผม มันจะเป็นเพียงแค่การแสดง แต่ในชีวิตจริง ผมไม่รู้ว่า ตอนจบของชีวิตคนเรา มันจะสวยหรูเหมือนอย่างนิยายหรือเปล่า สิ่งนี้แล่ะคับ..ที่ผมยังไม่รู้คำตอบ
" แสดงดีมากจ้ะมิก!! ไปเปลี่ยนชุดเถอะ!! " ปอบอกผม แล้วพาผมไปเปลี่ยนชุดยังห้องเดิม
" นายว่า..คิกเค้าหายโกรธเรายังอ่ะ ? " ผมถามปอ
" แน่นอน!! เค้าหายโกรธเธออยู่แล้วล่ะ..เห็นตั้งใจเล่นกันจะตาย!! " ปอพูด แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำท่าภูมิใจกับละครของตัวเอง
" มันก้อแค่ละครน่ะ..ชีวิตจริง เค้าก้อ..ไม่สนใจเธอแล้วอยู่ดี " เฟรชพูดอย่างประชดประชัน
" นี่เฟรช..ขอร้องอย่ามายุ่ง!! " ปอหันไปว่า   
" ไม่ยุ่งก้อได้!! ไว้คอยดูละกัน " เฟรชบอก
" มิก!! เย็นนี้ไปกินข้าวกับเรามั้ย ? เหลียงกับยอดก้อไปด้วย!! " คิกพูดขึ้น แล้วยิ้มให้ผม
ทำให้ผมหันไปมองเค้า เค้าเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วจับแขนผมไว้ พร้อมกับชวนผมอีกครั้ง
เฟรชหันไปมองคิกอย่างหัวเสีย แล้วเดินจากไป…
ผมมองเค้า แล้วยิ้มให้อย่างอายๆ " บ้า!! พ่อกับแม่เรามานะ เราก้อต้องกลับพร้อมเค้าดิ!! " ผมบอก
เค้ามอง แล้วพยักหน้าเชิงเข้าใจ " งั้น...ไว้เดี๋ยวเราโทร.หานะ!! " เค้าพูด
" ได้!! " ผมบอก แล้วหันกลับไปหาปอ
" เออมิก!! เรื่องวันนั้น..เราขอโทษนะ!! " คิกพูดขึ้น
ผมหันกลับไปมองเค้าอีกครั้ง " อืม.." ผมพยักหน้า " เรา..ไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ " ผมบอกเค้า แล้วเดินไปกับปอ
" เห็นมั้ย ? เค้าไม่โกรธเธอหรอก!! " ปอกระซิบผมเบาๆ
" อ่านะ " ผมพูดขึ้น...
   เย็นวันนั้น หลังจากที่ผมเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว ผมก้อเดินลงไปหาพ่อ แม่ พี่เมย์ และท็อปที่ยืนรอผมอยู่ข้างล่าง
" แหม!! ละครสนุกนะจ๊ะ " พี่เมย์พูดขึ้น
" อ่ะนะ..ก้อผมป็นผู้ช่วยผู้กำกับนี่ " ผมบอก
" จริงเหรอ ? " พี่เมย์พูด แล้วแอบยิ้มเพราะเค้าก้อรู้แล่ะว่า ผมอ่ะแสดงเอง
" ‘หนุกมากเลยคับพี่มิก ผมอ้ะ..ช้อบชอบ!! " ท็อปพูดขึ้น
" ชอบใครล่ะ ? พระเอกเหรอ ? " ผมถาม
" อ่าคับ..คงงั้น!! " ท็อปพูด แล้วแอบยิ้ม
" พ่อ!! ไม่มีอะไรจะคุยกับมิกมันหน่อยเหรอคะ ? เรื่องนี้ มันอุตส่าห์ช่วยกำกับเลยนะ " พี่เมย์หันมาพูดกับพ่อ
" ก้อ...’หนุกดี นางเอกหน้าตาก้อดี ไม่น่ามาเป็นอย่างนี้เลย..เอาล่ะๆ กลับบ้านได้แล้ว!! " พ่อผมพูด แล้วเรียกพวกเรากลับบ้าน ( หุๆ )
   อ่านะคับ..ผมก้อไม่รู้เหมือนกันว่า พ่อผมเค้ารู้หรือเปล่าที่ผมได้เล่นละคร แถมเล่นเป็นนางเอกด้วย..
" นี่พี่..พ่อรู้มั้ย ? " ผมหันไปกระซิบถามพี่เมย์
เค้าไม่พูดอะไร แต่กลับพยักหน้า
" จริงเหรอ ? " ผมถามอย่างตกใจ ( 00" )
" ล้อเล่น.. " เค้าบอก ( - -' )
โชคดีนะคับ..ถึงยังไง พ่อผมเค้าก้อไม่รู้ แต่ถึงรู้ ผมว่า เค้าก้อคงไม่ว่าอะไรหรอก ( มั้ง ) แต่เสียดายนะคับ วันนี้ หลังจากแสดงละครเสร็จ ผมน่าจะเจอเหลียงบ้าง เพื่อคุยกับเค้า..แต่ไม่เป็นไร เปิดเทอมก้อได้เจอคับ ^ ^
“ ตี๊ด..ตี๊ด ” จู่ๆเสียงเรียกเข้า sms ของมือถือผมก้อดังขึ้น
" อ๊ะ!!..พี่มิก มือถือดัง!! " ท็อปพูดขึ้น
" อ๋อ sms น่ะ!! " ผมพูด พร้อมกับหยิบมือถือออกมา
" ละครหนุกจังตาโต..ตีบทแตกนะวันนี้!! " นี่คือข้อความที่ส่งให้ ผมรู้ได้ทันทีเลยว่า เป็นใคร..เค้าเป็นคนพูดกับผมเองนะคับว่า เค้าจะคอยดูแล และเป็นกำลังใจให้ผมเสมอ กับก้าวต่อไป ที่ผมไม่รู้ว่า จะต้องเจอกับอะไรบ้าง..เอาไว้คอยดูตอนเปิดเทอมละกัน ผมจะรอเค้ามาอยู่ข้างๆ ให้เค้าได้เป็นกำลังใจ อย่างที่เค้าเคยได้พูดไว้…รักนะ...นายหูกาง ^ o ^

The End~*


จบแร้วนะคัฟ สำหรับภาคนี้...ไว้พบกันใหม่กับภาคหน้าคับ...เร็วๆนี้ :bye2:

ออฟไลน์ Still_14OC

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +180/-7
พระเอก เป็น ใครไม่สน ที่อ่าน เพราะ อยากรู้ ว่า บ๋อมมันจะได้รับบบทเรียน ยังไง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2011 19:38:43 โดย Still_14OC »

ออฟไลน์ sinyou

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ตกลงใครคือพระเอกอ่ะ เรา
เชียร์คิกอ่า

ออฟไลน์ kamikame

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 733
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ตกลงใครเป็นพระเอกกันเนี่ย
แอบเชียร์ึคิกนะ อิอิ
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวสนุก ๆ นะฮ๊าฟฟฟ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด