- 3 -
ดอกการะเวก
ขิ่นเดินเข้ามาในห้อง ถอดรองเท้า และรีบจัดดอกไม้ในแจกันหน้าห้องให้เป็นพุ่ม
"ขิ่นเข้ามาเตรียมห้องให้อาจารย์ตามคำสั่งของคุณท่านค่ะ อาจารย์ชอบไหมคะ?"
ไม่มีคำตอบจากคนเป็นครู ขิ่นจึงหันมอง ดิษฐ์กำลังดูภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ เคลือบกระจกใส มันถูกแขวนติดผนังฝั่งที่ติดกับห้องด้านข้าง ขิ่นจึงเดินเข้าไปใกล้ "สวยมากเลยนะคะ"
ดิษฐ์ยืนมองภาพนั้นอยู่นาน
"... ใช่ สวยมากเลย" เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรภาพนี้ถึงทำเขายืนนิ่ง มันอาจเป็นเพราะแสงไฟจากดาวน์ไลท์ที่กระทบภาพ จนสีทองบนผืนผ้าใบจึงดูสว่างระยิบระยับ หรือไม่มันก็เป็นเพราะฝีมือของผู้วาดที่บรรจงสะบัดลวดลายทุกปลายแปรง ทำให้เทวดาในนั้นสวยเด่นจนเขาละสายตาไม่ได้
"... ขิ่นชอบภาพวาดนี้มากค่ะ ไม่รู้ว่าคุณพ่อของคุณท่าน หรือคุณท่านกันแน่ที่วาด" ขิ่นพูด
ดิษฐ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถาม "น้าลินวาดภาพเป็นด้วยเหรอ?"
แต่ไม่มีคำตอบของขิ่น ดิษฐ์จึงหันมอง ที่แท้สาวเจ้าเดินไปจัดดอกไม้ในแจกันอีกฝั่งของห้อง ดิษฐ์ยิ้มให้กับความเอื้อเฟื้อนั้น เขาหันดูรูปภาพอีกครั้ง ภาพนี้ขนาดใหญ่กว่าภาพที่อยู่หลังเคาน์เตอร์รับแขก แต่น่าจะเป็นเทวดาองค์เดียวกัน โครงหน้าของท่านเมื่อเงยมองบางสิ่งที่สูงกว่าตนนั้นงดงามราวกับประติมากรรมชั้นเอก สองมือกำลังกอบกำช่อดอกไม้หลากสี คล้ายกำลังจะมอบให้ผู้ที่ตนเงยมอง สร้อยสังวาลระบายสีทองคำสวยเด่น ประกายละอองทองคำฟุ้งทั่วแผ่นภาพ ท่านั่งพับเพียบโอบล้อมด้วยดอกไม้ '… กำลังนั่งอยู่บนน้ำเหรอ?' ดิษฐ์จะเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ แต่ขิ่นกลับทักขึ้น
"อาจารย์จะให้ขิ่นยกกระเป๋าไปที่ห้องชั้นสองไหมคะ?"
สาวน้อยทำท่าจะยกกระเป๋าแต่ดิษฐ์รีบปฏิเสธ
"ไม่เป็นไรขิ่น เดี๋ยวครูยกเอง ขิ่นเดินนำได้เลย"
ดิษฐ์เดินตามขิ่น ไฟสีส้มจากเพดานติดขึ้นเองอัตโนมัติ ดิษฐ์คิดว่าที่นี่หรูหรากว่าที่คาดไว้มาก จนในที่สุดขิ่นก็เปิดประตูฝั่งขวาให้กับเขา
"เชิญค่ะอาจารย์ ห้องนี่เป็นของอาจารย์ค่ะ"
ดิษฐ์มองประตูทางฝั่งซ้ายทันที "แล้วนี่คือห้องนอนอีกห้องเหรอขิ่น?"
"ใช่ค่ะ"
"ห้องของใครเหรอ?"
"... คุณท่านบอกว่าห้องของอาจารย์คือห้องฝั่งนี้ค่ะ"
ดิษฐ์เริ่มสงสัย "แล้วห้องนี้ใครนอนเหรอ?" เขาไม่รู้ว่าต้องร่วมใช้ห้องกับใคร และไม่ชินเสียด้วย
"ขิ่นไม่ทราบค่ะ แต่คุณท่านบอกว่า อาจารย์อยู่ห้องนี้ค่ะ"
"ไม่มีใครแปลกหน้าอยู่ห้องนี้กับครูที่นี่ใช่ไหมขิ่น?"
ขิ่นยิ้ม "เท่าที่ขิ่นรู้ ไม่นะคะ ถ้าอาจารย์มีคำถามอะไร ถามกับคุณลินดีไหมคะ?"
ดิษฐ์โล่งอก "ขอบคุณนะขิ่น ส่งครูแค่นี้ก็พอ ขิ่นพักผ่อนเถอะ"
"ค่ะอาจารย์" ขิ่นตอบแล้วยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ดิษฐ์ยิ่งเอ็นดูเด็กคนนี้มากขึ้น เขายกมือไหว้ตอบ เสียงปิดประตูของขิ่นเบามาก ดิษฐ์ก้าวเข้ามาในห้องก็ตกตะลึงอีกครั้ง เขาเห็นเตียงสี่เสาหลังใหญ่ตั้งตรงกลาง ฟูกนอนดูสะอาดและหนานุ่ม หมอนหนุนยังอยู่ในหีบห่อบรรจุภัณฑ์พร้อมผ้าห่มขนเป็ดผืนใหม่ด้วยยี่ห้อราคาแพง ดิษฐ์วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะหน้าโทรทัศน์จอกว้าง เขาเดินไปปิดผ้าม่านและกดเปิดโทรทัศน์ไว้เป็นเพื่อน รีโมทแอร์ฝังผนังมีทั้งแบบด้ามกดและคอนโซลข้างเตียง เขาเพิ่มอุณหภูมิขึ้นและหยิบของใช้ส่วนตัวเข้าไปในห้องน้ำ
‘... หอพักนักศึกษาแน่เหรอนี่?’ ดิษฐ์ถาม แต่เขาดูจะชินกับความหรูหราของสถานที่แห่งนี้ ห้องน้ำสีขาวสะอาดสะอ้าน แบ่งเป็นพื้นที่เปียกและแห้ง ส่วนเปียกมีอ่างอาบน้ำและฝักบัวเรนชาวเวอร์ขนาดใหญ่ ดิษฐ์กวาดมองทุกข้าวของเครื่องใช้ ทุกอย่างล้วนเป็นของพรีเมียม แม้แต่กระจกประกอบด้วยขอบทำจากไม้ฉลุลายไทย ดิษฐ์วางของใช้ที่จำเป็นแค่สองอย่างลงบนโต๊ะหน้ากระจก แปรงสีฟันกับครีมทาผิว นอกเหนือจากนี้ที่นี้มีหมด
‘ตื๊ด ตื๊ด’ เสียงรอโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นห้วง ๆ ดิษฐ์อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาเดินลงบันไดมาที่ชั้นล่าง หน้าติดแผ่นมากส์เอาไว้ กำลังรอปลายสายรับโทรศัพท์ “เป็นไงบ้างเพื่อน? ทำอะไรอยู่กว่าจะโทรหาเราได้”
มนัส เพื่อนของดิษฐ์ทำเสียงติดดุ
“เพิ่งอาบน้ำเสร็จนะ ว่าแต่ที่ร้านเป็นยังไงบ้าง?”
“คนเยอะมาก สงสัยพรุ่งนี้ต้องไปตุนเหล้ากับไวน์นอกมาเพิ่ม”
“งั้นฝากซื้อ บาโรโล่ คานนูบี ได้ไหม?” ดิษฐ์ถาม
“ได้ดิ ที่ร้านตอนนี้ไวน์รุ่นนี้ก็ใกล้จะหมด เออดิษฐ์ คุณราฟานเขามาหาดิษฐ์นะ แต่พอเราบอกว่านายไม่ได้มา เขาบอกจะมาพรุ่งนี้แทน เธอเข้าร้านหรือเปล่าพรุ่งนี้?”
“ราฟานมาอีกแล้วเหรอ?” ดิษฐ์นึกถึงภาพชายวัยประมาณสามสิบต้น ๆ เป็นชาวแขกขาวที่โดดเด่นมาก จำได้ว่าการเจอกันครั้งแรกทำเอาทุกคนในร้านตื่นเต้น เขาทั้งหล่อสไตล์ลูกครึ่งไทยกับชาวแขกขาว หล่ออย่างกับหลุดมาจากภาพยนตร์ ตัวสูง หุ่นกำยำเพราะน่าจะออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ที่ทุกคนในร้านจำเขาได้ดีคือเขามาพร้อมกับบอดี้การ์ดหลายคน แถมนั่งรถสปอร์ตราคาแพงระยับ น่าจะเป็น Aston Martin รุ่น Valkyrie ทุกคนในร้านต่างลงความเห็นว่า ‘เขาชอบดิษฐ์’
“ใช่ราฟานมา ดูท่าทางเขาเสียใจที่เธอไม่มาทำงานที่ร้านวันนี้ แต่เราก็อธิบายเขานะว่าเธอย้ายที่พัก เขาถามเรานะว่าเธอพักที่ไหน แต่เธอก็ไม่ได้บอกเราไง สรุปแล้วอยู่ไหนเนี่ย?”
“ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยหรอก”
“หอพักสินะ ดีไหมละ? พออยู่ได้หรือเปล่า?”
“... อืม ดีนะ อยู่ได้สิ”
“ไม่เชื่อหรอก เธอต้องพาเราไปดู”
ดิษฐ์ยอมรับว่ามนัสเป็นห่วง ก็เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ม.ปลาย เขามองไปที่ห้องว่างชั้นบนฝั่งซ้าย คงไปเป็นไรถ้าจะเพื่อนมาเที่ยวเล่น ดิษฐ์เดินออกไปนอกระเบียง ตรงนี้สวยมาก กลิ่นหอมจากดอกไม้มาจากที่ไหนไม่รู้แต่เขาชอบ “อืม ไว้เราจัดการอะไรเสร็จแล้วจะพามานะ”
“ดีเลย เออดิษฐ์แค่นี้ก่อนนะ ลูกค้ามา ... ราฟานมา”
“ได้ดิ ไม่ต้องบอกเขานะว่าคุยกับเรา เดี๋ยวเขาจะผิดหวังที่เราไม่ได้เข้าร้าน”
“เออ รู้แล้ว เธอก็คุยกับเขาละกันวันหลัง”
‘ติ๊ด’ เสียงปลายสายดับไป ดิษฐ์ยืนมองวิวเมืองหลวงอีกสักหน่อยแล้วเดินไปดื่มน้ำจากตู้เย็นไซส์มหึมา เขาเลือกไม่ถูกด้วยซ้ำว่าจะเอาน้ำดื่มยี่ห้อไหน แต่ก็หยิบขวดที่น่าจะราคาถูกมาดื่มและกลับมาที่โซฟา โทรศัพท์แสดงตารางงานที่มหาวิทยาลัย เขาภูมิใจที่จะได้เริ่มต้นสอนหนังสือในวิชาที่ตัวเองรัก ความเงียบและสายลมอ่อนจากเครื่องปรับอากาศทำเอาเขาเริ่มเคลิ้ม จนในที่สุดก็หลับไป
‘ตึก ตึก’ เสียงย่ำฝีเท้าเบา ๆ ก้าวลงมากจากชั้นบน เงาของชายหนุ่มร่างสูง หุ่นหนา ก้าวลงมาอย่างเชื่องช้า เขาหยุดมองดิษฐ์ที่กำลังหลับใหล ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ได้แสงไฟไม่ไกลจากดิษฐ์ หน้าตาของเขาหล่อเหลาเหมือนหลุดมากจากภาพวาด ดวงตาคล้ายเหยี่ยว จมูกเป็นสันคมตอบรับกับปากกระจับได้รูป คิ้วเข้ม มีหนวดเคราบาง ๆ แต่ฟุ้งด้วยไอละอองที่ให้ความรู้สึกน่ายำเกรง ฝ่ามือหนาลูบเปิดเส้นผมของดิษฐ์ที่ปิดหน้าเอาไว้อย่างเบามือ สายตามองชายวัยกลางคนตรงหน้าที่ดูยังไงก็ยังเด็กมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะอายุสี่สิบ ผิวพรรณขาวสะอาดหมดจด ส่วนสูงไม่น่าถึง 173 เซนติเมตร ริ้วรอยตามวัยมีน้อยจนแทบมองไม่เห็น ใบหน้าและลำตัวเกลี้ยงเกลาไร้ขน ผิวกายเต่งตึงมีน้ำมีนวลอย่างประหลาด กางเกงขาสั้นนั้นเผยทรวดทรงองค์เอว ชายหนุ่มมองดิษฐ์อย่างไม่ละสายตา เขาวางดอกการะเวกไว้บนโต๊ะ ในใจนึกถึงถ้อยวลีที่ร่ำเรียนมา ‘ไม่มีดอกไม้ใด โดดเด่นเทียบเทียมดอกไม้สักการะ’ ชายหนุ่มจ้องใบหน้าของดิษฐ์เนิ่นนาน ‘ได้พบกันใกล้ ๆ สักทีนะ . . . ดิษฐ์’
- - จบบทที่ 3 - -