Top Secret : ความลับ [เรื่องสั้นสองตอนจบ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Top Secret : ความลับ [เรื่องสั้นสองตอนจบ]  (อ่าน 1351 ครั้ง)

ออฟไลน์ -Piagpun-

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 130
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.เมื่อนิยายจบแล้วให้แก้ไขหัวกระทู้ต่อท้ายว่าจบแล้ว


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
Share This Topic To FaceBook
Share This Topic To FaceBook

ออฟไลน์ -Piagpun-

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 130
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0
Re: Top Secret : ความลับ 1
«ตอบ #1 เมื่อ14-10-2021 23:44:49 »

Top Secret

ความลับ



“คุณท่านครับมีจดหมาย”

จดหมายสีแดงสดถูกส่งไปยังชายหนุ่มดูมีอายุ ปีนี้เขาอายุสี่สิบเก้าแล้ว แต่ทว่ากาลเวลาไม่อาจพรากความเยาว์ไปจากเขาได้เลยจริง ๆ

เสียงลมปากพรูดออกหลังจากจดหมายสีแดงสดถูกเปิดผนึกอ่าน

“ถึงเวลาแล้วสินะ...”

“ราเชนทร์ ไปเรียกเด็ก ๆ มาพบฉัน”

“ครับนายท่าน”

ตระกูลลามัวร์เอลเป็นตระกูลติดอันดับรวยที่สุดในประเทศ อีกทั้งยังเป็นที่นับหน้าถือตา ไม่ว่าจะหยิบจับอะไร ทุกวงการสำนักข่าวต่างก็ให้ความสนใจเป็นพิเศษ

หลายบริษัทขนานนามว่าลามัวร์เอลเปรียบเสมือนราชสีห์ตัวแรกของวงการธุรกิจ แต่หารู้ไม่ ทุกความสำเร็จมีความลับซ่อนอยู่...

...

..

.

“นายน้อยถึงแล้วครับ”

“ขอบคุณครับ” ว่าจบผมก็เปิดประตูรถลงมา

ผมหยุดยืนมองปราสาทหลังใหญ่ ใครจะไปคิดกันว่าในป่าลึกขนาดนี้จะมีคนอาศัยอยู่

“คุณนาธานสินะครับ เชิญทางนี้” หลังลงจากรถได้ไม่นาน พ่อบ้านก็เดินออกมาต้อนรับ ปราสาทหลังใหญ่มาก แต่ทว่ามันกลับวังเวงอย่างบอกไม่ถูก

เพียงเท้าก้าวเข้ามาในตัวปราสาทความรู้สึกเย็นวาบก็ปะทะร่างกายให้รู้สึกหนาวสั่น ผมคิดว่าในนี้จะมีคนอยู่เยอะเสียอีก แต่เปล่าเลย ทุกอย่างดูสงบเงียบราวกับปราสาทร้าง

“นี่เป็นห้องของคุณ”

ผมยืนตะลึงกับห้องนอนของตัวเอง มันใหญ่ราว ๆ ห้องนอนที่บ้านผมสองห้องนอนเห็นจะได้ ทุกอย่างถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์อังกฤษ กลางห้องมีเตียงนอนกว้างขวางผ้าปูสีแดงเข้มเข้ากับม่านสีครีมที่ย้อยลงมาอย่างสวยงาม บนหัวนอนมีหน้าต่างบานใหญ่ และมีผ้าม่านสีทึบขนาบอยู่ ในนี้มีของอำนวยความสะดวกครบแทบทุกอย่าง ต่อให้ต้องติดอยู่ในห้องเป็นเดือน ๆ ก็ไม่รู้สึกเบื่อ

“ขอบคุณครับ”

“รายละเอียดและข้อปฏิบัติอยู่ที่แฟ้มบนหัวนอน รบกวนคุณช่วยอ่านให้ครบด้วยนะครับ”

“ครับ”

“ส่วนกฎที่นี่มีเพียงข้อเดียว...”

“...?”

“ห้ามออกนอกห้องหลังพระอาทิตย์ตกดิน กฎเพียงข้อเดียวผมหวังว่าคุณจะทำได้”

“ทราบครับ” พ่อบ้านโค้งตัวลงหนึ่งครั้งก่อนจะเดินหายออกไปจากห้อง เหลือเพียงผมคนเดียว

ว่าแต่ผมคือใคร เหตุใดถึงต้องมาอยู่ที่นี่ล่ะ?

‘นาธาน’ มันคือชื่อที่ผมถูกเรียกตั้งแต่ที่ผมตัดสินใจมาที่นี่ แต่ความจริงแล้วนั่นไม่ใช่ชื่อผมหรอก เพราะผมชื่อ ‘นิโคลัส’

ตระกูลลามัวร์เอลเป็นตระกูลใหญ่ที่มีสิ่งที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น สำหรับพ่อกับแม่ผมเรียกมันว่าความสำเร็จ แต่ผมเรียกมันว่าคำสาป

เมื่อถึงเวลาที่ลูกของคนในตระกูลอายุครบสิบเก้าปี จะมีจดหมายส่งมาเพื่อให้ทางตระกูลส่งลูกชายมาที่ปราสาทแห่งนี้ เพื่อแลกกับความสำเร็จที่คนรุ่นแรกทำพันธสัญญาไว้

หากว่ารุ่นไหนมีลูกมากกว่าหนึ่งคน คนเป็นน้องจะต้องถูกส่งมาแต่กรณีผมกับนาธาน เราเป็นฝาแฝดกันจะถูกเลือกโดยใครบางคนที่ผมเองก็ไม่รู้จัก และเขาเลือกนาธาน

นาธานเป็นคนฉลาด เขามีความฝันและสิ่งที่อยากทำ ต่างจากผมที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร หรืออยากทำอะไรด้วยซ้ำ ผมจึงเสียสละที่จะมาอยู่ที่นี่เสียเอง ยังไงซะก็คงไม่มีใครแยกเราสองคนออกอยู่แล้ว คนที่ถูกส่งมาที่นี่จะถูกเรียกว่า อาหาร...

ผมเองก็ไม่เข้าใจคำนี่เหมือนกัน เขาจะกินผมงั้นเหรอ?

แฟ้มสีน้ำเงินวางอยู่บนหัวเตียงถูกกางออกเพื่ออ่านเอกสารข้างใน นั่งพิจารณาอยู่นานก็รู้สึกแปลกใจบางข้ออยู่บ้าง อย่างเช่นข้อสาม ทุก ๆ อาทิตย์ จะมีหมอเข้ามาเก็บเลือดของผม

ผมจะไม่ตายก่อนใช่ไหม ว่าแต่เขาจะเอาเลือดผมไปทำอะไรกัน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

“ขออนุญาตเข้าไปนะคะ”

“ครับ”

ประตูเปิดออกเพียงเล็กน้อย สาวใช้เดินเข้ามาสามคน ในมือของแต่ละคนถือของเข้ามาด้วย มันเป็นเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยน

สาวใช้สองคนเดินแยกตัวไปยังอ่างอาบน้ำ เขาเปิดน้ำเสียงดังไปทั้งห้อง ที่เป็นอย่างนั้นเพราะอ่างแช่ของที่นี่อยู่กลางห้องน่ะสิ ดีที่ยังมีฉากกั้นเอาไว้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยขึ้นมาแตะจมูก มันถูกผสมลงในอ่างอาบน้ำ

“ได้เวลาทานยาแล้วค่ะ” นี่ก็เป็นอีกข้อที่ผมไม่เข้าใจ ทำไมผมต้องทานยาแปลก ๆ นี่ทุกวัน

“ยาอะไรเหรอครับ” ผมว่า

“มันคือยาบำรุงเลือดค่ะ คุณท่านต้องทานทุกวัน พรุ่งนี้จะมีคุณหมอเข้ามารับเลือด”

“อ๋อ ครับ” ผมพยักหน้ารับ แล้วจัดการเอายาเม็ดสีแปลก ๆ กลืนลงคอพร้อมกับดื่มน้ำ “ดะ...เดี๋ยวว” ผมร้องเสียงหลงเมื่อจู่ ๆ เธอก็เดินเข้ามาจัดการกับเสื้อผ้าที่ผมสวมอยู่

“ดิฉันเพียงจะช่วยเท่านั้นค่ะ ไม่มีอะไร”

“คือผมทำเองได้ พวกคุณออกไปเถอะ”

“ไม่ได้ค่ะ นายท่านสั่งเอาไว้พวกเราขัดคำสั่งไม่ได้”

ให้ตาย ที่นี่อยู่กันโดยระบบเผด็จการหรือไง คนมีอำนาจสูงสุดจะทำอะไรก็ได้งี้เหรอ

“ผม...ผมถอดเองก็ได้ แต่พวกพี่ช่วยหลับตาก่อนได้ไหม ผมขอลงไปในน้ำก่อน” เธอยิ้มกลับมาก่อนจะเดินไปบอกให้สาวใช้อีกสองคนยืนหันหลัง

ผมจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกทีละชิ้นจนร่างกายเปลือยเปล่า ปลายเท้าค่อย ๆ สัมผัสกับผิวน้ำสีขาวนม แล้วจึงทิ้งตัวลงนั่ง กลีบดอกไม่สีสวยลอยอยู่ในน้ำให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ สดชื่น

“ผมลงน้ำแล้วครับ” สาวใช้ทั้งสามหันหน้ากลับมา และเริ่มลงมือปรนนิบัติผิวอย่างเบามือ

ก็ถือว่าการมาที่นี่ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้แฮะ...

...

..

.

“อ๊ะ!”

“ยังไม่ชินอีกเหรอครับ”

“เอ่อ คือผมแค่ตกใจน่ะ” ผมว่า

นี่เป็นอาทิตย์ที่สี่แล้วที่ผมอยู่ที่นี่ และนี้ก็เป็นครั้งที่สี่เช่นกันที่ผมต้องให้เลือด มันน่าแปลกมากที่ผมให้เลือดทุกอาทิตย์ แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่าร่างกายผิดปกติ ตรงกันข้ามผิวพรรณกลับดูสดใสกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำ มันจะเป็นไปได้ไหม ที่ผมไม่รู้สึกว่าร่างกายตัวเองแย่ลงจะเป็นเพราะยาบำรุงที่ทานอยู่ทุกวัน...

ทั้งหมดที่ว่ามามันเป็นเพียงการสันนิษฐานของผมเท่านั้น

เย็นวันนี้หลังจากทำกิจวัตรเช่นทุกวันเสร็จ ผมจึงหยิบหนังสือที่เอามาจากห้องสมุดเมื่อสองวันก่อนขึ้นมาอ่าน เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นจนไม่อาจวางมันลงได้ แต่ทว่ามันดันจบลงด้วยความค้างคาใจ ในวันนี้ทำให้ผมรู้ว่า ผมตัดสินใจผิด...

ผมแง้มประตูออกเล็กน้อยก่อนจะชะโงกหน้าออกไป “เอ่อ มีใครอยู่หรือเปล่าครับ”

เงียบกริบ...

สายตาพยายามปรับโฟกัสให้เข้ากับความมืด มันทั้งเงียบ ทั้งมืดราวกับว่าในที่แห่งนี้มีผมอยู่คนเดียว ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าข้างนอกห้องในยามที่ไร้แสงของดวงอาทิตย์จะมืดถึงเพียงนี้

ผมดึงตัวเองกลับเข้ามา ปิดประตูห้องอย่างเบามือ เอาอย่างไรต่อดี...เราจะเดินออกไป หรือว่าจะรอพรุ่งนี้เช้า

ในใจเขาคิดวกไปวนมาจนในที่สุดความต้องการมันมีมากกว่าความกลัว เขาตัดสินใจก้าวเท้าออกนอกประตูห้องของตัวเอง มีเพียงตะเกียงอันเล็กเท่านั้นที่พอให้แสงสว่างแก่เขา

ผมทำผิดกฎ แต่มันจะแค่ไหนกันเชียว เดินมาได้สักพัก เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คนแก่พวกนั้นคงกลัวผมจะขโมยของในบ้านแล้วหนีไปล่ะมั้ง ถึงได้สั่งห้ามไม่ให้ออกจากห้องหลังพระอาทิตย์ตก น่าแปลกหากพวกเขากลัวจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น ทำไมในตอนกลางคืนแบบนี้กลับไม่มีใครอยู่สักคนเดียว

ไม่นานผมก็พาตัวเองมาถึงห้องสมุดในตัวปราสาท เมื่อเปิดประตูเข้าไปด้านในกลับมีแสงเทียน มันไม่ได้มืดสนิท หรือสว่างจ้ามากนัก

ซวยแล้วนิโคลัสนายถูกพ่อบ้านจับได้...

ตึง!

เสียงจากมุมมืดดังขึ้นทำเอาคนที่ยืนอยู่หน้าประตูตัวเกร็ง

“ฉันได้กลิ่น...” เสียงทุ้มนิ่งเรียบเอ่ยออกมา ผมไม่คุ้นหูเลย แต่ทว่าร่างกายกลับมีปฏิกิริยาแปลก ๆ

มันรู้สึกหนาว ใจมันหวิว ร่างกายเหมือนกำลังสั่นอยู่หน่อย ๆ ผมรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

“คุณ...คุณเป็นใครครับ” นิโคลัสทำใจดีสู้เสือถามออกไปตรง ๆ ไหน ๆ ก็ถูกจับได้แล้วนี่

“ฉันได้ยินเสียงหัวใจ...”

“คุณพูดอะไรผมไม่เข้าใจ”

พรึ่บ! เพียงชั่วพริบตา ผมก็ถูกอะไรบางอย่างเข้าจู่โจม จนล้มลงนั่งกับพื้น นิโคลัสกอดหนังสือที่ถือติดมาแน่นด้วยความกลัว

ตะเกียงที่ถือมาด้วยร่วงลงพื้นโชคยังดีที่มันยังไม่ดับ แต่นิโคลัสกลับคิดว่าหากมันดับลงแล้วรีบวิ่งหนียังจะดีเสียกว่า เงาของใครบางคนตรงหน้ากำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ เขาพยายามกระถดตัวหนี หัวใจก็พลันเต้นเร็วไม่เป็นจังหวะ

“เจ้าเป็นใคร”

“ผม...ผมชื่อนาธาน” เขาตอบเสียงสั่นเครือ

“โกหก คิดว่าข้าโง่งั้นเหรอ”

“ผมเปล่านะ” เขารู้ดีว่าเขาโกหก ก็ในเมื่อนาธานคือชื่อของน้องชายฝาแฝดของเขา

ร่างสูงหยุดลงตรงหน้า เขาคุกเข่าลงกับพื้นก่อนจะถูกฝ่ามือหนาช้อนปลายคางของคนที่กำลังหวาดกลัวจนตัวสั่น

ฝ่ามือนั่นเย็นราวกับร่างไร้วิญญาณ แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อสัมผัสถึงน้ำตาอุ่นที่ไหลลงมากระทบฝ่ามือ

“เจ้าร้องไห้ทำไม นิโคลัส”

คนตัวเล็กเบิกตาโพลง เขารู้ได้อย่างไรว่าผมไม่ใช่นาธาน ทั้งที่พ่อแม่แท้ ๆ ของเขายังเรียกชื่อลูกผิดในบางคราวเลยด้วยซ้ำ

“คุณทำให้ผมกลัว”

“หึ กลัวงั้นเหรอ” นั่นเป็นครั้งแรกที่นิโคลัสเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัด เพราะเขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้

ดวงตาสีน้ำเงินครามของเขาเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่าง นิโคลัสถึงกับจ้องอย่างไม่ลดละ เขารู้สึกว่ามันคล้ายกับห้วงทะเลลึก ภายใต้ดวงตาสีครามแอบซ่อนบางอย่าง ผมสีแดงเพลิงยาวสลวยราวกับผมของสตรี มันช่างขัดรับกับดวงตาคู่นี้เหลือเกิน “กลัวแล้วไยเจ้าถึงได้แหกกฎออกมาจากห้องของตัวเอง”

“ผมแค่ต้องการมาเอาหนังสือ” นิโคลัสยื่นหนังสือส่งไป เป็นการยืนยันว่าตนไม่ได้เข้ามาเพื่อขโมยอะไร

“เจ้าอ่านมัน?”

“ใช่ มันจบแล้วผมต้องการเล่มสุดท้าย แต่ผมรอให้พระอาทิตย์ขึ้นไม่ไหว จึงยอมแหกกฎออกมา แต่ผมยืนยันได้นะครับ ผมไม่ได้มาขโมยอะไรในปราสาทหลังนี้แน่นอน”

“เจ้าจะเอาอะไรมายืนยันความบริสุทธิ์ แล้วทำไมข้าต้องเชื่อเช่นนั้น”

“ด้วยชีวิตของผม หากผมต้องการจะทำแบบนั้นจริง ผมคงไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ที่นี่มาร่วมเดือน”

“ชีวิตงั้นเหรอ ช่างเป็นอาหารที่น่าขำเสียจริง...เอาเป็นว่าข้าถูกใจเจ้า" เขาว่าพลางยกยิ้มชวนสยอง เขาบอกว่าผมเป็นอาหารงั้นเหรอ "พรุ่งนี้เวลาเดิมออกมาพบข้าที่นี่อีกสิ ในห้องนี้ยังมีหนังสือที่เจ้าอาจจะชอบอยู่”

“คุณพูดว่าผมเป็นอาหาร คุณจะไม่กินผมใช่ไหม”

“คงต้องขุนให้อ้วนกว่านี้อีกสักหน่อย กินเจ้าตอนนี้ก็คงมีแต่กระดูก” ได้ยินดังนั้นนิโคลัสถึงกับหน้าซีดเผือด นี่เขาเป็นอาหารจริง ๆ งั้นเหรอ หรือว่ายาบำรุงนั่นจะทำให้ผมอ้วนขึ้น “อะไรกัน เจ้าเชื่อแบบนั้นจริง ๆ เหรอ ฮ่า ๆ ๆ” ชายแปลกหน้าหัวเราะรวนหลังจากเห็นสีหน้าของนิโคลัสเปลี่ยนไป

“ผมง่วงแล้ว ผมขอตัว...” ว่าจบนิโคลัสก็ลุกพรวดออกมาจากห้องสมุดทันที

เขาสาวเท้าตรงมายังห้องของตัวเองโดยไม่สนใจว่าตนเองจะเดินชนอะไรจนล้มลงในความมืด เมื่อเขาพาตัวเองมาถึงจุดหมาย กลอนประตูหน้าต่างทุกบานก็ถูกล็อกแทบจะในทันที ม่านหนาถูกรูดรั้งปิดสนิทจนมองไม่เห็นด้านนอก เขาทิ้งตัวนอนลงบนเตียงนุ่ม เปิดไฟบนหัวเตียงให้สว่างอยู่ตลอดเวลา

นิโคลัสพยายามข่มตาให้หลับลง ในหูยังได้ยินเสียงแววดังอยู่ เขาเป็นอาหารอีกไม่นานเขาต้องถูกกินแน่

คืนนี้ช่างเป็นคืนที่ยาวนานเหลือเกินสำหรับนิโคลัส แต่ในท้ายที่สุดก็ไม่มีอะไรหยุดธรรมชาติของมนุษย์ได้ ไม่นานเขาก็จมลงสู่ห้วงนิทรา...




อาเชอร์รู้สึกถูกใจอาหารคนใหม่ของเขาเป็นอย่างมาก แม้ประตูหน้าต่างจะถูกล็อกอย่างแน่นหนาก็ไม่สามารถปิดกั้นให้เขาเข้าไปได้ อาเชอร์เดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็กที่กำลังหลับสนิท เขาเผลอหลุดยิ้มออกมาเพราะนิโคลัสเอาผ้านวมพันตัวเองจนม้วนกลม

เขารู้ว่านี่ไม่ใช่นาธาน คนที่ถูกเลือกให้เป็นอาหาร เขารู้ได้อย่างไรน่ะเหรอ

หึ! ไม่มีอะไรในปราสาทแห่งนี้ที่อาเชอร์จะไม่รู้

“เจ้าไม่ร้อนหรือไงกันนะ” เขาพูดออกมาในลำคอ ก่อนจะใช่ฝ่ามือเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนก่อนจะใช้หลังมือคลอเคลียพวงแก้มใส

นิโคลัสสัมผัสได้ถึงความเย็นจึงยิ่งขยับใบหน้าตัวเองเข้าหา เมื่อหัวค่ำยังกลัวเขาจนร้องไห้อยู่แท้ ๆ ดูตอนนี้สิเจ้ามันเป็นอาหารที่โง่สิ้นดี แต่กลับถูกใจข้าอย่างบอกไม่ถูก

อาเชอร์ยังจำกลิ่นแรกที่เขาสัมผัสได้ กลิ่นผิวเนื้อที่ไม่ได้กลิ่นมาเนิ่นนาน เสียงหัวใจที่เต้นระส่ำด้วยความกลัว นี่สินะที่เรียกว่ามนุษย์ มีหัวใจ และวิญญาณ

เขายังคงรู้สึกได้ถึงหยดน้ำตาอุ่นที่ไหลลงมากระทบฝ่ามือ ทั้งที่ร่างกายเขาเย็นยะเยือก แต่อาเชอร์กลับรู้สึกราวกับว่าน้ำตาอุ่น ๆ นั่นมันยังไหลสัมผัสอยู่

ตระกูลอาเชอร์ วินเทอร์เป็นกลุ่มแวมไพร์กลุ่มสุดท้าย แต่ก็เป็นกลุ่มใหญ่ เราเลิกล่ามนุษย์ด้วยการฆ่า แต่หันมาใช้ประโยชน์จากความโลภของพวกเขา

ในโลกนี้ยังมีพวกเราแฝงตัวอยู่อีกจำนวนมาก และมีมนุษย์ที่ไม่รู้จักพอยอมขายวิญญาณของพวกเขา เราเรียกพวกเขาเหล่านั้นว่าอาหาร

เอาเชอร์เป็นคนเดียวที่เลือกอยู่ที่นี่ เพียงเพราะเขาเบื่อความมักมากของมนุษย์ เบื่อที่ต้องค่อยตอบสนองเมื่อพวกเขาเหล่านั้นต้องการมากขึ้นไปอีก ตระกูลที่เป็นอาหารให้แก่เขาจึงเหลือเพียงตระกูลลามัวร์เอลตระกูลเดียว เขาปลีกตัวจากพี่น้องทั้งหมดมาใช้ชีวิตเรียบง่ายในที่แห่งนี้

จนกระทั่งเมื่อประมาณสามสิบปีก่อนเคยมีมนุษย์ถูกส่งมาเป็นอาหาร เขาและอาเชอร์ตกหลุมรักกันโดยบังเอิญผ่านหนังสือในห้องสมุด คิดดูแล้วเขาก็เหมือนกับนิโคลัส มันก็ไม่แปลกนี่ก็เขาเป็นคนของตระกูลลามัวร์เอล...

จู่ ๆ มุมปากของเขาก็กระตุกยิ้มเย็นเหยียบ ความรู้สึกโกรธแค้นที่เคยถูกฝั่งลึกภายในใจเหมือนถูกขุดออกมาจนเขาเองอยากจะหักคอเล็ก ๆ นั่นให้แหลกคามือ

ดวงตาที่เคยเป็นสีครามดุจมหาสมุทรก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง นัยน์ตาดำกลมถูกความทรงจำกระตุ้นบีบเล็กเรียวราวกับสัตว์ป่าดุร้าย อาเชอร์ลุกพรวดพราดออกจากห้องนอนของนิโคลัสทันที ก่อนที่ตนเองจะขาดสติพลั้งมือหักคอเขาจริง ๆ อย่างที่คิด

“เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วแท้ ๆ ทำไมถึงได้...”









ฝาก #นิยายสั้นของเปียกปูน ในทวิตเตอร์ด้วยนะฮับ

#อาเชอร์นิโคลัส

ตั้งใจว่าจะให้จบภายในตอนเดียว แต่คิดว่าสองตอนน่าจะกำลังพอดี

จะรีบมาอัปต่อนะครับ

>///<

ปล.นิยายสั้นแน่นแฟนตาซี


ออฟไลน์ Pawana

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 134
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
มาส่งกำลังใจให้อาหาร (นิโคลัส)ของอาเชอร์ค่ะ  ขอยาบำรุงเลือดสักเม็ดค่ะ  จะได้ผ่องเหมือนนิโคลัส
รอตอนใหม่นะคะ  ส่งกำลังใจ ให้เปียกปูนค่า

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด