❤️:::: ลูกพลับสีหม่น(Mpreg)::::❤️#10 ต้องหาทางเอาชนะ [Up : 8-9-2022]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ❤️:::: ลูกพลับสีหม่น(Mpreg)::::❤️#10 ต้องหาทางเอาชนะ [Up : 8-9-2022]  (อ่าน 2963 ครั้ง)

ออฟไลน์ ไมเลอร์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-6
= 10 =

ต้องหาทางเอาชนะ



“ค่ำ ๆ มืด ๆ เอ็งจะไปไหนพลับ”

“ไปหาพี่โตครับป้า กะว่าจะเอาข้าวเย็นไปฝาก”

“อ้อ ถ้างั้นก็เดินระวังล่ะเดี๋ยวจะหกล้มเอา”

“ครับป้า”

สนทนากับป้าปิ่นแล้วลูกพลับก็เดินถือปิ่นโตมุ่งหน้าไปบ้านหลังติดกัน ในช่วงค่ำมืดอากาศเย็นสบายกำลังดี แถมวันนี้พระจันทร์ยังเต็มดวงอีกด้วย เห็นแล้วก็ทำให้ใบหน้าหวานมีรอยยิ้มประดับ ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ไม่มีวันไหนที่เขาไม่รู้สึกมีความสุข อยากจะให้มันเป็นอย่างนี้ตลอดไป

มาถึงหน้าประตูแล้วร่างเล็กก็คิดอะไรสนุก ๆ นั่นคือการเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยไม่ให้รู้ตัว ประจวบเหมาะที่ประตูไม่ได้ล็อก ลูกพลับยิ้มพลางแง้มประตูอย่างช้า ๆ ส่องสายตามองเข้าไปด้านในก็พบเพียงความว่างเปล่า เจ้าตัวขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัย แทรกตัวเข้าไปอย่างระแวดระวังก่อนจะทำการปิดประตูอย่างเบาเสียงที่สุด เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาในบ้านหลังนี้และก็ได้รู้ว่ามันรกมาก แต่ก็ไม่ได้แปลกใจนักเพราะเป็นบ้านของหนุ่มโสดนี่นา เขาเดินไปวางปิ่นโตไว้บนโต๊ะหน้าทีวีก่อนจะได้ยินเสียงเจ้าของบ้านดังจากด้านหลัง

“เออ ๆ เดี๋ยวกูเข้าไปหาพวกมึงละกัน อยากดื่มจะแย่แล้วว่ะ”

แทนไทคุยสายกับเพื่อนในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อนเพราะเพิ่งจะอาบน้ำมา เมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เอามือข้างหนึ่งมากุมที่กลางกายอย่างลนลาน ตัดสายเพื่อนแล้วหันหลังกลับทันที

“เฮ้ย! พี่โต”

เมื่อเห็นว่าเขายืนหันหลังในสภาพเปลือยเปล่าก็รีบปิดเปลือกตาหันหลังให้เช่นเดียวกัน หัวใจเต้นตึกเพราะรูปร่างของโตนั้นช่างกำยำล่ำสันเหลือเกิน ด้วยความตกใจจึงไม่ได้นึกเอะใจอะไร

“ทำไมจะเข้ามาไม่บอกก่อนล่ะ”

“เอ่อ ผมขอโทษครับ ผมตั้งใจจะเอาข้าวเย็นมาฝากพี่โต ผมวางไว้บนโต๊แล้วนะครับ งั้นผมกลับก่อน”

“อย่าเพิ่งสิ เดี๋ยวพี่เข้าไปใส่เสื้อผ้าก่อนละกัน เดี๋ยวออกมาคุยด้วย”

“ก็ได้ครับ”

แทนไทรีบเดินเข้าไปในห้องนอนโดยเร็ว เมื่ออยู่ในห้องเพียงลำพังแล้วก็ทิ้งตัวลงบนเตียง พรูลมออกมาเบา ๆ อย่างรู้สึกโล่งใจ เรื่องอายไม่ได้อายหรอกเพราะเขาและลูกพลับเคยนอนร่วมเตียงกันหลายครั้ง แต่กลัวความลับจะแตกน่ะสิ หน้าก็ไม่ได้พันผ้าเอาไว้ด้วย โชคดีที่ลูกพลับไม่เห็นไม่งั้นคงจะโกรธมากแน่ ๆ

แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินลากขาออกมาจากห้อง เดินตรงมานั่งลงบนเก้าอี้ข้างแขกผู้มาเยือน ลูกพลับเงยขึ้นมองแวบหนึ่งแล้วหลบตาเพราะยังนึกถึงเรื่องเมื่อครู่

“ขอโทษนะที่ทำให้ตกใจ”

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษที่เข้ามาโดยพลการ เมื่อครู่พี่โตคุยสายกับใครเหรอครับ”

“อ๋อ เพื่อนน่ะ เพื่อนสมัยเรียนประถม มันชวนไปเที่ยวบ้านมัน”

“ออครับ นี่ปิ่นโตผมทำมาเผื่อ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“เดี๋ยวสิ”

แทนไทรีบรั้งข้อมือน้อย ๆ ไว้ให้อยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ลูกพลับเงยขึ้นสบตาก่อนเปลี่ยนมามองที่มือของตนเอง แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ยังคงจับข้อมือเอาไว้แน่นเหมือนเดิม รอยยิ้มที่อ่อนโยนฉายขึ้นบนใบหน้าอันอัปลักษณ์ ทว่ามันทำให้คนที่เห็นใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก

“ขอบใจนะที่ไม่รังเกียจคนอย่างพี่”

“ทำไมผมต้องรังเกียจพี่ด้วยล่ะครับ”

“ก็พี่พิการและอัปลักษณ์อย่างนี้ไง”

“ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ผมเคยบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้มองคนที่ภายนอก”

“พี่โคตรดีใจเลยที่ได้รู้จักกับลูกพลับ ทำไมผู้ชายคนนั้นมันถึงได้มองข้ามคนดี ๆ อย่างนี้ไปได้นะ จะว่าอะไรไหมหากพี่จะขอจีบลูกพลับ”

“พี่โตพูดจริงหรือครับ” แม้จะรู้สึกอึ้งไม่น้อยแต่ก็ยังคงตีสีหน้าเป็นปกติ โตไม่ได้เลวร้ายอะไร แถมยังเป็นผู้ชายที่นิสัยดีคอยช่วยเหลือต่าง ๆ นานา ถึงจะเป็นหนุ่มที่มีใบหน้าอัปลักษณ์และพิการนั่นไม่เป็นอุปสรรคหากเขาจะมอบโอกาสให้

“พี่พูดจริง ๆ พี่อยากดูแลลูกพลับ”

“ผมว่าเราเป็นพี่น้องกันไปก่อนดีกว่าไหมครับ ตอนนี้ผมกำลังท้องอยู่ รอให้ผมคลอดลูกไปสักระยะแล้วค่อยว่ากันนะ ถ้าพี่รอได้ผมก็พร้อมจะให้โอกาสพี่”

“พี่รอได้ นานแค่ไหนก็จะรอ แต่พี่ขออย่างหนึ่งได้ไหม”

“ว่ามาสิครับ ถ้าผมให้ได้ผมก็จะให้”

“ถ้าวันหนึ่งพี่ทำผิดกับลูกพลับอย่างไม่น่าให้อภัย ถึงจะโกรธจะเกลียดกันมากแค่ไหน ต่อให้ลูกพลับจะไม่เอาพี่แล้ว แต่ขอให้พี่ได้ดูแลลูกของเราต่อไปได้ไหม ขอให้พี่ได้อยู่ใกล้ ๆ ลูก ได้กอดลูกได้ไหม” เขารู้ว่าหากวันหนึ่งความลับเกิดแดงขึ้นมา ลูกพลับจะต้องโกรธมากแน่ ๆ และจะต้องกีดกันเขากับลูกอย่างที่เคยลั่นวาจาเอาไว้ เขาไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย อย่างน้อยได้มาอยู่ใกล้ลูกได้ดูแลลูกบ้างก็ยังดี

“ได้สิครับ แต่ผมคิดว่าคงไม่มีวันนั้นหรอกก็พี่โตออกจะนิสัยดีขนาดนี้ แต่ผมรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินพี่บอกว่าลูกของเรา ผมรู้สึกว่าพี่คือพ่อของลูกจริง ๆ ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ”

“ก็พี่เป็นพ่อของลูกจริง ๆ ไง นับจากนี้พี่จะดูแลลูกพลับและลูกของเราเองนะ”

“พูดแล้วก็ต้องทำให้ได้นะ”

“แน่นอนครับ ถ้าลูกพลับให้พี่ได้รับสิทธิ์นั้นพี่ก็จะทำให้ดีที่สุด”

“ผมเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาป้าปิ่นแล้ว ป้าเหมือนไม่เห็นด้วยที่เรา...”

“ไม่เป็นไรสักวันป้าปิ่นจะเข้าใจเราเอง พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“ถามอะไรครับ ดูเหมือนพี่โตจะจริงน่าดู” ลูกพลับคลี่ยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของอีกฝ่ายผ่านแววตาคมคู่นั้น

“ลูกพลับรู้สึกดีกับพี่เพราะความสงสารหรือเปล่า”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ”

“แล้วกับพ่อของลูกล่ะเคยรักเขาบ้างไหม”

“ไม่มีทางครับ ผมไม่มีวันรักคนอย่างนั้น หากจะให้เลือกยังไงก็เป็นพี่โตอยู่แล้ว คนที่จะดูแลปกป้องผมได้ก็มีเพียงพี่โตคนเดียวเท่านั้น”

“ได้ยินอย่างนี้พี่ก็ดีใจแล้วล่ะ วันนี้ทำอะไรมาให้พี่กินบ้าง ขอเปิดดูหน่อยนะ”

เมื่อได้รับคำตอบที่ชัดเจนแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ เขาไม่สนใจแล้วว่าลูกพลับจะเกลียดตัวตนที่แท้จริงมากแค่ไหน ขอแค่ได้ทำคะแนนในรูปลักษณ์ของโตไปเรื่อย ๆ สักวันลูกพลับจะเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ เจ้าตัวเชื่อว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้น



เช้าวันต่อมา...

เสียงรถยนต์ดังมาจากข้างบ้าน ทำให้คนที่เพิ่งจะตื่นนอนต้องเดินไปที่หน้าต่างเพื่อใช้กล้องส่องทางไกลสังเกตการณ์เหมือนเช่นทุกวัน พบว่าตอนนี้มีรถยนต์สีขาวคันหนึ่งจอดอยู่ลานหน้าบ้านเรือนไทย ชายหนุ่มสามคนทยอยลงมาจากรถ เขาไม่รู้จักคนพวกนั้นแม้แต่คนเดียว เข้าใจว่าคงเป็นเพื่อนลูกพลับ ทว่าพอได้เห็นใบหน้าหนึ่งในนั้นชัด ๆ ก็รู้สึกคุ้นเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ภาพที่เกิดขึ้นในโรงแรมฉายขึ้นในหัวทำให้แทนไทกำหมัดแน่น ไอ้คนนั้นมันคือผู้ชายที่เคยเจอในโรงแรมกับลูกพลับนั่นเอง

“นี่มึงกล้ามาหยามกูถึงที่นี่เลยเหรอวะ มึงได้เจอกูแน่”

ด้วยความโมโหจึงลืมตัวว่าตอนนี้ยังไม่ได้พันผ้าที่ใบหน้า เดินดุ่ม ๆ ตรงไปยังประตู เมื่อนึกขึ้นได้ก็ชะงักฝีเท้าแล้วเดินวกกลับเข้ามาทำการใช้ผ้าพันรอบใบหน้าเหมือนเช่นทุกวัน แต่ด้วยความเร่งรีบทำให้เขาไม่สามารถทำมันสำเร็จสักที จึงเกิดความหงุดหงิด

“เชี่ยเอ๊ย! ทำไมวันนี้มันพันยากนักวะ หรือจะไปแม่งทั้งอย่างนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ให้มันรู้ไปเลยว่าอย่ามายุ่งกับเมียกู”

แทนไทคลุ้มคลั่งราวกับคนเสียสติ โยนผ้าพันหน้าทิ้งไปอย่างไม่ไยดี นั่งหายใจฟึดฟัดอย่างรู้สึกหงุดหงิด รู้สึกทรมานเจียนจะขาดใจเมื่อคิดว่าตอนนี้ไอ้คนนั้นคงจะยิ้มและหัวเราะไปพร้อมกับลูกพลับ มาหากันถึงที่คงหวังจะง้อให้ลูกพลับกลับไปคบด้วยสินะ เขาไม่มีทางยอมให้มันเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด เมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นกดโทรหา

“ฮัลโหล มึงอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่กับใคร”

(ผมอยู่บ้านกับป้าปิ่น โทรมาทำไมมิทราบ)

“ไม่จริงมึงไม่ได้อยู่กับป้าปิ่นแค่สองคน มีคนอื่นอยู่ด้วยใช่ไหม ถ้ามีห้ามมึงเข้าใกล้มันเด็ดขาด ไม่งั้นกูจัดการมึงแน่”

(คุณรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่กับใครบ้าง คุณนั่นล่ะอยู่ที่ไหนกันแน่) ตอนนี้ลูกพลับเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้ว อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้โทรมาในวันที่ฮ่องเต้และกายรวมถึงเจตน์มาที่บ้าน เขาไม่สามารถคิดอย่างอื่นได้นอกเสียจากว่าแทนไทรู้ที่อยู่เขาแล้ว และตอนนี้ก็น่าจะอยู่แถวบ้านด้วย

“เอ่อ...มึงไม่ต้องรู้หรอกว่ากูอยู่ที่ไหน แต่ขอเตือนไว้ว่าห้ามอยู่ใกล้ ห้ามใจอ่อนให้มัน ห้ามทำตัวสนิทสนมกับมันเป็นอันขาด”

(แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งผม ในเมื่อคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าเฮียเจตน์เป็นพ่อของลูกในท้องผม คุณอยู่แถวนี้ใช่ไหมบอกผมมา ผมจะได้ออกไปหาคุณตอนนี้ เราจะได้เจรจาสงบศึกกันวันนี้ให้มันจบ ผมอยากรู้ว่าคุณต้องการอะไรกันแน่)

“นั่นลูกกูไม่ใช่ลูกมัน มึงท้องกับกู! ได้ยินไหมว่ามึงท้องกับกู!”

(มาเรียกร้องอะไรตอนนี้มันไม่มีประโยชน์แล้วล่ะครับ เพราะพ่อของลูกผมก็คือเฮียเจตน์ ความจริงนี้มันไม่มีทางปฏิเสธได้ ถ้าไม่มีสาระก็แค่นี้นะครับ)

“กูจะไปจัดการพี่สาวมึง”

(ผมนึกอยู่แล้วว่าคุณจะต้องเอาเรื่องนี้มาขู่ แต่ขอโทษด้วยผมได้โทรไปกำชับพี่ดาวให้ระวังตัวแล้ว แถมยังบอกเรื่องนี้กับคุณไททันทราบแล้วด้วย ตอนนี้คุณคือคนเลวในสายตาทุกคนแล้วสมน้ำหน้า ถ้าคิดว่าตัวเองยังเป็นคนอยู่ก็เลิกใช้วิธีสกปรกข่มขู่ผมซะ แล้วกลับไปใช้ชีวิตเสเพลของคุณต่อ ผมไม่มีอะไรจะพูดแล้ว แค่นี้นะ ไปตายที่ไหนก็ไป)

แทนไทอึ้งพูดอะไรไม่ออก หูแทบชาเมื่อได้ยินคำด่าจากปลายสาย สงสัยวันนี้ลูกพลับจะโกรธหนักจริง ๆ ใส่มาเป็นชุดและไม่ได้กลัวคำขู่แล้ว เขาคงไม่มีทางเอาไอ้เด็กนั่นอยู่แน่แล้ว มีเพียงโตเท่านั้นที่ลูกพลับไว้วางใจ เขาจะต้องเข้าไปขัดขวางไอ้นั่นไม่ให้มายุ่งกับเมีย

ข้ามมารั้วบ้านอีกหลัง ในตอนนี้แขกทั้งสามได้มาเยือนที่บ้านเรือนไทยเป็นครั้งแรก ฮ่องเต้และกายคือแขกที่ได้รับเชิญ ทว่าเจตน์คือคนเดียวที่เป็นส่วนเกินของวันนี้ ลูกพลับแทบไม่มองหน้า ไม่ทักทาย ไม่ยิ้มแย้มให้เหมือนแต่ก่อนเพราะยังโกรธเรื่องวันนั้นอยู่ เขาต่อว่าเพื่อนรักเล็กน้อยที่ยอมให้เจตน์ตามมาด้วย แต่ก็ไม่ได้จริงจังถึงขนาดนั้น

ฮ่องเต้เล่าให้ฟังว่าเจตน์ตั้งใจจะมาขอโทษอีกครั้ง และอยากจะมาขอรับผิดชอบโดยการรับเป็นพ่อของลูกในท้อง เพราะรู้ว่าคนที่เป็นพ่อแท้ ๆ อย่างแทนไทไม่รับผิดชอบ เพื่อเป็นการไถ่โทษสิ่งที่เคยทำกับลูกพลับไว้ในวันนั้น ทั้งสองจึงออกมายืนสนทนากันอยู่ที่ข้างบ้าน และแน่นอนว่าแทนไทที่อยู่บ้านอีกหลังถือโอกาสนี้ส่องกล้องมองมาสังเกตการณ์ด้วย

“ผมไม่นึกว่าเฮียจะกล้ามาถึงที่นี่ ผมคิดว่าเราไม่ควรจะต้องได้เจอหน้ากันอีก” ลูกพลับยืนกอดอกหันหลังให้ ไม่แม้จะมองหน้าหรือให้ความสนใจอีกฝ่ายเลย

เจตน์รู้ตัวว่ามาเร็วเกินไป แต่หากไม่มาเขาเองก็คงจะอกแตกตายที่ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้มาอธิบายความรู้สึกให้ลูกพลับฟังว่าเขาสำนึกผิดแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาเองก็เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่ากัน กรรมได้ตามสนองเขาแล้ว

“เฮียขอโทษนะครับน้องพลับ เฮียผิดไปแล้ว ให้โอกาสเฮียได้มาหาน้องพลับอีกได้ไหม เฮียอยากจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เคยทำผิดพลาดเอาไว้จริง ๆ”

“เฮียไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบเพราะเราไม่ได้มีอะไรกัน ผมยังไม่พร้อมจะเจอหน้าเฮียในช่วงเวลานี้ ปล่อยให้ผมอยู่ในพื้นที่ของตัวเองสักระยะเถอะครับ ผมขอร้อง ผมยังไม่พร้อมจะเจอหน้าใครทั้งนั้น ผมกำลังมีความสุขมากไม่อยากจะให้อดีตมาทำลายความสุขนี้ไปอีกครั้ง”

“เฮียคิดเอาไว้แล้วว่าน้องพลับคงไม่มีทางยกโทษให้ แต่อยากให้รู้ว่าเฮียเองก็ไม่มีความสุขเลย วันๆ เอาแต่คิดถึงน้องพลับตลอดเวลา หัวใจดวงนี้มันเจ็บปวดมากนะครับ ขอแค่ได้มาเยี่ยมบ้างก็ไม่ได้เหรอ นะครับน้องพลับเฮียสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ไม่ว่าน้องพลับจะคิดกับเฮียยังไง ไม่ว่าจะสมหวังไหม แต่เฮียก็อยากจะเป็นพี่ชายที่ช่วยเหลือน้องชายคนนี้ตลอดไป” ว่าแล้วเจตน์ก็ทิ้งตัวนั่งคุกเข่าลง ก้มหน้าสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง ยังไงวันนี้เขาจะต้องทำให้ลูกพลับยอมใจอ่อนให้ได้

“เฮียเจตน์ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย”

“ไม่ลุกจนกว่าน้องพลับจะยอมให้เฮียมาเยี่ยมบ้าง เฮียขอแค่นี้จริง ๆ นะ”

“เฮ้อ! ทำไมถึงได้ดื้อด้านขนาดนี้นะ ถึงผมจะยอมแต่ยังไงก็ไม่มีทางรัก เฮียจะรับได้ไหมล่ะ”

“เฮียยอมทุกอย่างขอแค่ได้มา ขอแค่ได้เห็นว่าน้องพลับมีความสุข”

“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่เฮีย จะมาก็มาแต่ห้ามบ่อยเด็ดขาด”

“เย้! น้องพลับใจดีสุด ๆ เลย”

เมื่อได้สิ่งที่ต้องการก็ยิ้มกว้าง ลุกขึ้นโผเข้ากอดคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างลืมตัว คนที่แอบดูอยู่อย่างแทนไทได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความโมโห อยากจะเข้าไปกระชากคอเสื้อเจตน์มาต่อยให้หายอยาก บังอาจมากอดเมียเขาได้อย่างไรกัน

“เฮียปล่อย!”

“โทษทีเฮียดีใจไปหน่อย อย่าโกรธเฮียเลยนะ”

“ถ้านานกว่านี้จะโกรธแน่ ได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็รีบกลับไปซะ”

“จะกลับยังไงล่ะในเมื่อมารถคันเดียวกับฮ่องเต้และกาย เฮียไม่เดินกลับหรอกนะ”

“งั้นผมจะเข้าไปบอกให้สองคนนั้นพากลับเดี๋ยวนี้ล่ะ ไม่ต้องกินแล้วข้าวเย็นทำโทษในข้อหาชักศึกเข้าบ้าน”

ลูกพลับทำหน้างอใส่อีกฝ่ายแล้วเดินนำหน้าเข้าไปในบ้าน เจตน์ยิ้มแล้วรีบเดินตามหลังไปอย่างอารมณ์ดีผิดจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง ขอแค่ได้รับอนุญาตให้มาที่นี่เขาก็พอใจแล้ว ถึงอย่างไรก็จะทำให้ลูกพลับยอมใจอ่อนให้ได้ น้ำหยดลงหินทุกวันมันยังกร่อนนับประสาอะไรกับใจคนเล่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก

อีกฟากหนึ่ง แทนไทได้แต่เดินวนไปมาภายในบ้าน โกรธจนแทบจะเป็นบ้าที่เห็นเจตน์สวมกอดลูกพลับต่อหน้าต่อตา เขากลัวเหลือเกินว่าลูกพลับจะยอมใจอ่อนไปคบกันไอ้นั่น หากเป็นอย่างนั้นความหวังที่จะได้เป็นพ่อของลูกก็ต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน ระหว่างผู้ชายอัปลักษณ์และพิการอย่างโตกับหนุ่มไฮโซที่หล่อและมีเสน่ห์ กล้ามเป็นมัด ๆ อย่างนั้นมันช่างแตกต่างกันอย่างชัดเจน ถึงลูกพลับจะเคยบอกว่าไม่ได้มองคนที่ภายนอกแต่เขาก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี จะต้องหาทางเอาชนะไอ้นั่นให้ได้

ออฟไลน์ HamsteR

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
ทำกับน้องไว้เสียขนาดนั้น ... เป็นเรานะ ไม่เอาหรอก ถึงจะเป็นพ่อของลูกก็เถอะ  :m16:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด