// He’s dangerous MAFIA // มาเฟียร้ายพ่ายตะวัน 10 (03/09/2564)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: // He’s dangerous MAFIA // มาเฟียร้ายพ่ายตะวัน 10 (03/09/2564)  (อ่าน 1487 ครั้ง)

ออฟไลน์ AUGUSTLOVE

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-0
9

“ยังจำกันได้หรือคะ คลาสเตอร์”
หน้าสวยเหมือนนางฟ้า หากแต่แววตาที่หล่อนมองมาทางคนตัวเล็กราวกับจะฉีกร่างให้กลายเป็นชิ้นๆ
“ตามผมมาหรือไง”
คลาสเตอร์ถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ตอนนี้เขามีคิมห์ตะวันแล้ว ต่อให้มีคนที่สวยน่ารักหรือดีแค่ไหนมาอยู่ตรงหน้าก็ไม่คิดจะสนใจทั้งนั้น ตรงกันข้ามกับคนตัวเล็กที่จ้องมองผู้หญิงสวยไร้ที่ติอย่างหวาดหวั่น เริ่มกลัวใจคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ขึ้นมานิดๆ ยิ่งทั้งคู่พูดจาเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อนใจก็ยิ่งสั่น
“เดียตามคลาสมาตั้งแต่อยู่ที่ห้างแล้วล่ะค่ะ อยากจะรู้ว่าตอนนี้ชีวิตของคุณเป็นยังไงบ้าง แต่ดูเหมือนคลาสจะไม่เห็นหรือมัวแต่สนใจอย่างอื่นอยู่ก็ไม่รู้”
พูดพร้อมกับจิกตาไปที่คนตัวเล็ก คลาสเตอร์หันมามองใบหน้าหวานนิดนึง ก่อนจะหันกลับไปพูดกับนาเดียอีกครั้ง
“นี่คิมห์ตะวัน ภรรยาผม เราจะหมั้นกันเร็วๆ นี้”
คลาสเตอร์ตอบออกไปอย่างชัดเจน 
“อย่ามาโกหก เดียได้ยินนะที่คลาสเพิ่งจะขอคบกับมัน แล้วจะหมั้นกันได้ยังไง”
นาเดียตอกกลับอย่างเดือดดาล ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธเธอ แต่ดูคลาสเตอร์ทำกับเธอสิ ยิ่งเขาไม่สนใจเธอก็ยิ่งรักและต้องการเขามากขึ้น
“ผมกับตะวันอยู่กินกันมาสักพักแล้ว ผมต้องรับผิดชอบ”
เป็นคำพูดเรียบๆ แต่ยิ่งทำให้นาเดียโกรธ ส่งเสียงกรี๊ดดังลั่นจนคนที่เดินผ่านไปมามองเป็นแถบ เพราะรับผิดชอบคือคำที่เธอต้องการจากเขามากแต่เขาไม่เคยใยดี
“มันมีอะไรดีกว่าเดีย เด็กผู้ชายแบบนั้นจะมาสู้ผู้หญิงจริงๆ ได้ยังไง เดียทั้งสวยทั้งสาว เดียให้คุณได้ทุกอย่างแม้แต่ชีวิต กลับมาหาเดียเถอะนะคะ คลาส”
ประโยคสุดท้ายถูกเอ่ยออกมาอย่างตัดพ้อ น้ำตาที่ไม่เคยเสียให้ชายคนไหนเอ่อคลอขึ้น รู้สึกเจ็บปวดมากกับการกระทำของเขาที่ดูเหมือนไร้เยื่อใย
“ผมไม่ต้องการอะไรจากคุณทั้งนั้น”
เหมือนมีมีดกรีดลงกลางหัวใจของหญิงสาว ตะวันที่ไม่ได้โดนเองยังรู้สึกเจ็บแทน ถ้าสักวันหนึ่งเขาพูดแบบนี้กับผมบ้างล่ะจะเป็นยังไง เมื่อวันหนึ่งที่เขาไม่ต้องการเขาจะเฉดหัวผมทิ้งแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม
“กลับบ้านกัน”
คลาสเตอร์หันมาพูดกับคนตัวเล็ก จับจูงมือเนียนและพาให้เดินออกมาจากตรงนั้น ไม่ต้องการให้คนตัวเล็กรับรู้อะไรอีก เพราะยิ่งรู้อดีตของเขามากเท่าไรหนุ่มน้อยก็อาจจะหมดความเชื่อมั่นในตัวเขาไปเลยก็ได้
“เดียไม่ยอมปล่อยให้คลาสเสวยสุขกับมันแน่”
นาเดียตะโกนไล่หลังทั้งคู่ที่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองหล่อนเลยอย่างปวดร้าว



คิมห์ตะวันนั่งเงียบกริบอยู่บนรถคันหรู ยังไม่กล้าพูดอะไรตอนนี้เพราะร่างสูงกำลังขับรถด้วยความเร็วจนดูน่ากลัว นี่ถ้ารถเกิดอุบัติเหตุก็คงไม่ต้องตามหาสาเหตุกันแล้วล่ะ
“ตะวัน เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเงียบ”
“พี่คลาสขับรถช้าๆ ได้มั้ยครับ ตะวันกลัว”
คลาสเตอร์ชะลอความเร็วลงทันทีเมื่อได้ยินคำเอ่ยบอก คนตัวเล็กถอนหายใจเบาๆ อย่างผ่อนคลาย ทั้งคู่ยังคงเงียบกันตลอดทางที่นั่งอยู่บนรถ ต่างคนต่างไม่รู้จะพูดอะไรจึงเลือกที่จะเงียบเอาไว้ก่อน รถยนต์ขับมาได้สักพักก็เลี้ยวเข้าซอยที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ซอยทางเข้าคอนโดของชายหนุ่ม ก่อนที่รถจะเข้ามาจอดนิ่งสนิทภายในบ้านหลังหนึ่ง
“นี่บ้านใครครับ”
คนตัวเล็กเอ่ยถาม พลางมองสำรวจไปรอบๆ บริเวณ
“ลงไปเดี๋ยวก็รู้”
จบประโยคคนตัวโตก็เปิดประตูรถและก้าวออกไป ตะวันเดินตามมาติดๆ มองบ้านขนาดกลางหลังงามที่ถูกตกแต่งไว้เป็นอย่างดีด้วยความสนใจ
“เข้าบ้านเถอะ”
คนใช้ทั้งแก่และสาวต่างออกมาต้อนรับเขาราวกับคุณชาย
“คุณคลาสเตอร์ ตะวัน”
เสียงคุ้นหูทำให้ตะวันหันไปมองด้านหลังอย่างว่องไว
“พ่อ”
ดวงตากลมโตนิ่งค้างอย่างดีใจปนตกใจ ความรู้สึกตีกันไปหมดจนยุ่งเหยิง น้ำตาเอ่อคลอคิดถึงคนเป็นพ่อจับใจ ก่อนจะรีบวิ่งไปสวมกอดพ่อที่รัก
“พ่อ ฮือๆ เป็นยังไงบ้างครับ ตะวันคิดถึงพ่อ”
คิมห์ตะวันร้องไห้งอแงเป็นเด็กน้อย เช่นเดียวกับผู้เป็นพ่อที่ร้องไห้เพราะคิดถึงลูกชายสุดที่รักเหมือนกัน มือหยาบลูบหัวเล็กๆ เบาๆ อย่างอ่อนโยน
“พ่อสบายดีลูก แล้วตะวันล่ะ เป็นยังไงบ้าง”
“ตะวันสบายดีครับ ฮึก พ่อ”
หนุ่มน้อยยิ่งร้องหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าพ่อก็ร้องไห้ คลาสเตอร์ยืนมองอยู่อย่างเงียบๆ ปล่อยสองพ่อลูกคุยกันให้หายคิดถึง
“ตะวัน”
แม่ของตะวันเดินออกมาหลังจากที่เพิ่งทำอาหารเสร็จ พอเห็นลูกชายตัวน้อยก็รีบวิ่งเข้ามาสวมกอดอีกคน ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกกอดกันกลมจนดูกลายเป็นครอบครัวที่อบอุ่นไปเลย
“ตะวันคิดถึงพ่อกับแม่ที่สุดเลย”
หน้าใสแย้มยิ้มอย่างน่ารักให้พ่อกับแม่ ก่อนจะเดินเคียงข้างกันเข้าไปภายในห้องนั่งเล่น และนั่งลงที่โซฟาสีดำตัวยาว
“พี่คลาส เอ่อคุณคลาสเตอร์ไม่ได้ทำอะไรพ่อกับแม่ใช่มั้ย”
ตะวันเริ่มเปิดประเด็นเพื่อไขข้อสงสัย
“ไม่เลยลูก แถมยังยกบ้านหลังนี้ให้เราอีก”
“อะไรนะครับ”
ดวงตาโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“จริงๆ ลูก คุณคลาสเตอร์ยกบ้านหลังนี้ให้พวกเรา แล้วลูกล่ะ เขาไม่ได้ทำอะไรลูกใช่มั้ย”
คนเป็นพ่อถามลูกชายอย่างเป็นห่วงไม่ต่างกัน
“ไม่ครับ เขาดีกับตะวันมากๆ เลย”
คิมห์ตะวันไม่กล้าเอ่ยบอกเรื่องที่ตัวเองกับคนตัวโตคบหากัน กลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่สบายใจ
“ดีแล้วลูก ลูกรู้มั้ยว่าเขายกหนี้ให้เราแล้วด้วยนะ”
    “จริงเหรอครับ”
หนุ่มน้อยถามย้ำอย่างตื่นเต้นดีใจ
“จริงสิ ลูกคงไม่ได้ไปทำอะไรใช่มั้ย”
แม่เริ่มคาดคั้นและมองลูกชายตัวน้อยอย่างจับผิด ก็มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะเงินตั้งหนึ่งล้านอยู่ดีๆ ใครบ้างจะมายกให้ฟรีๆ ไหนจะบ้านหลังนี้อีก จะต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างที่เป็นเหตุเป็นผลมากกว่าการที่มาเฟียหนุ่มจะกลับกลายเป็นเทพบุตรภายในเวลาไม่กี่วันอย่างแน่นอน
“พ่อก็ว่ามันง่ายไปนะ อยู่ดีๆ ทำไมคุณคลาสเตอร์ถึงเป็นแบบนี้ไปได้”
“พ่อกับแม่เอาเงินไปใช้ทำอะไรตั้งหนึ่งล้านครับ”
ตะวันไม่ตอบ แต่ถามกลับในสิ่งที่อยากรู้มานาน
“เอ่อ พ่อ”
“พ่อไปติดหนี้พนันบอล”
เมื่อคนเป็นพ่ออึกอัก แม่จึงต้องตอบแทน
“พ่อ ไหนพ่อบอกว่าเลิกเล่นแล้วไงครับ”
“พ่อสำนึกแล้วลูก พ่อจะไม่กลับไปเล่นอีกแล้ว”
“พ่อครับ ตะวันขอร้องนะครับ พ่ออย่ากลับไปเล่นมันอีก ถ้าคนที่พ่อไปยืมเงินไม่ใช่คุณคลาสเตอร์ ป่านนี้ตะวันจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
 คิมห์ตะวันกุมมือหยาบของพ่อเอาไว้อย่างอ้อนวอน
“พ่อสัญญา แล้วเรื่องของลูกล่ะ ตกลงว่ายังไงกันแน่”
ตะวันถึงกับนิ่งเงียบไป เมื่อพ่อถามกลับอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ตะวัน เอ่อ ตะวันคบกับคุณคลาสครับ”
“อะไรนะ คบกันหมายความว่ายังไงน่ะ”
ทั้งพ่อและแม่ต่างอุทานเสียงดังด้วยความตกใจ
“ก็เอ่อ แบบเป็นแฟนกัน คบหากัน ประมาณนั้นน่ะครับ”
“ตาเถร”
คนเป็นแม่ทำไม้ทำมือเหมือนจะเป็นลม
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะลูก แล้วตะวันรู้มั๊ยว่าคุณคลาสเตอร์เป็นมาเฟีย มันไม่ปลอดภัยเลยนะ”
“ตะวันรู้ครับพ่อ แต่ว่า .. พี่คลาสดีกับตะวัน”
คิมห์ตะวันก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้พ่อกับแม่ไม่สบายใจ รู้ดีอยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้คงไม่ใช่จะมีใครสามารถทำใจยอมรับกันได้ง่ายๆ ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวและเอ่อคลอไปด้วยหยาดหยดน้ำใสที่ใกล้จะรินไหลลง
“ร้องไห้ทำไมลูก พ่อเขาไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”
แม่ดึงร่างเล็กๆ ไปสวมกอดไว้อย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลม ตั้งแต่เล็กจนโตลูกชายของเธอเป็นเด็กดีมาตลอด ไม่เคยมีสักครั้งที่จะทำให้เธอและคนเป็นพ่อต้องเสียใจ
“ลูกจะคบจะรักกับใคร พ่อไม่ว่าหรอกนะ ขอแค่ให้เขารัก ดูแล และปกป้องลูกของพ่อได้ก็พอ”
ดวงตาโตลุกวาวเมื่อได้ยินคำบอกของพ่อ รู้สึกดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“จริงเหรอครับ ตะวันคบกับพี่คลาสได้เหรอครับ”
“ได้สิ แต่เราต้องเจียมตัวไว้ด้วยนะลูก เรากับเขา มันคนละชั้นกัน”
“ครับ ตะวันจะจำไว้ ขอบคุณครับพ่อ ขอบคุณครับแม่”
หนุ่มน้อยโผเข้าไปสวมกอดผู้เป็นพ่อและแม่ด้วยความรู้สึกอุ่นใจ อย่างน้อยก็หมดอุปสรรคเรื่องพ่อกับแม่ไปหนึ่งเรื่องแล้ว
“เดี๋ยวตะวันมานะครับ”
ร่างเพรียวรีบลุกขึ้นและวิ่งหายออกมาด้านนอก เดินตามหาชายหนุ่มรอบๆ บริเวณบ้าน ก่อนจะเอ่ยถามสาวใช้ถึงได้รู้ว่าเขาอยู่ที่หลังบ้าน



คนตัวโตนอนหลับตาอยู่บนเก้าอี้ยาว ลมเย็นๆ พัดมาเอื่อยๆ คิดถึงแต่เรื่องของคิมห์ตะวัน ตลอดเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันเขามีความสุขมาก เขาชอบรอยยิ้มสดใส คำพูดที่ไม่เสแสร้ง แล้วก็เรื่องบนเตียง
เอ๊ะ .. หรือว่าเขาจะเริ่มตกหลุมรักคนตัวเล็กเข้าโดยไม่รู้ตัวกันนะ
ดวงตาคู่คมลืมขึ้นจากสัมผัสนุ่มละมุนที่ประทับลงบนผิวแก้ม มองเห็นใบหน้าหวานที่ยิ้มเขินๆ ปากบางอมชมพูอยู่ใกล้ๆ จนน่ากระชากมาจูบเสียจริงๆ
“ขโมยหอมแก้มพี่เหรอครับ หืม”
แขนแข็งแรงรวบตัวหนุ่มน้อยมานั่งบนตักกว้าง หอมแก้มใสซ้ายทีขวาทีอย่างหยอกล้อ แต่คนตัวเล็กกลับหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
“เดี๋ยวนี้กล้านักนะ กลับห้องเมื่อไรจะจัดหนักให้ดู”
รอยยิ้มร้ายเหมือนปีศาจบนหน้าหล่อเหลาแสดงให้เห็นว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริงแท้และแน่นอน
“เหรอครับ”
ตะวันลอยหน้าลอยตาถามอย่างยียวน
“มัดจำไว้ก่อนแล้วกัน”
พูดพร้อมกับจูบปากบางหนักๆ หนึ่งที
“อื้อ พี่คลาส พ่อกับแม่อยู่ในบ้านนะครับ”
มือเนียนผลักร่างสูงออกห่าง เมื่อคิดได้ว่าในสถานที่แห่งนี้ไม่ได้อยู่กันเพียงตามลำพังเท่านั้น
“ก็ดีสิ จะได้รู้ไปเลยว่าเราเป็นอะไรกัน ไหนมาจูบอีก”
คลาสเตอร์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อย่างซุกซน ในขณะที่คนตัวเล็กพยายามดันหน้าหล่อเอาไว้อย่างไม่ยินยอม
ภาพที่ทั้งสองหยอกล้อกันด้วยท่าทางสนุกสนานและรักใคร่ อยู่ในสายตาของผู้เป็นพ่อและแม่ของหนุ่มน้อยตลอด
“พ่อ พ่อคิดว่าคุณคลาสเตอร์จะรักลูกเราจริงๆ หรือเปล่า”
แม่เอ่ยถามสามีด้วยความสงสัย สีหน้าบ่งบอกว่าหนักใจไม่ใช่น้อย
“เรื่องนี้ไม่มีใครตอบได้หรอก แต่ตอนนี้ให้เขาเอ็นดูตะวัน ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง”
“มันก็ใช่ แต่ถ้ามาเฟียคนนี้หลอกลูกเราล่ะพ่อ”
“อืม พ่อก็กลัว แต่พ่อก็ไม่เคยเห็นตะวันมีความสุขขนาดนี้ อะไรที่เป็นความสุขความสบายใจของลูกก็ปล่อยไปเถอะ อย่าไปคิดมากเลย ลูกเหนื่อยกับเรามามากแล้ว”
ผู้เป็นแม่ไม่พูดอะไรต่อเพียงแต่พยักหน้ารับ ถ้าลูกของเธอมีความสุข เธอก็พลอยมีความสุขไปด้วย

He’s dangerous MAFIA

 :hao3: :hao3: :hao3: :hao3: :hao3:




ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4077
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
เริมแล้ว ..

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
กลิ่นเริ่มมาล่ะ

ออฟไลน์ AUGUSTLOVE

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-0
10

ร่างเพรียวล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างเหนื่อยล้า วันนี้คลาสเตอร์พาออกไปตะลอนทั้งวันจนปวดเมื่อยขาไปหมดแล้ว มาเฟียหนุ่มล้มตัวทาบทับอย่างจงใจ หน้าหล่อซุกไซร้ซอกคอขาวอย่างรุกราน
“พี่คลาส หนักนะ หายใจไม่ออก”
ตะวันดิ้นขลุกขลัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ร่างสูงแทบจะไม่ขยับเลยด้วยซ้ำจากแรงอันน้อยนิด
“ไปอาบน้ำกัน”
ชายหนุ่มลุกยืนเต็มความสูง ก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
“ไม่ ไม่ไป”
“ดิ้นแรงจริง แรงเยอะแบบนี้ทำอะไรดีน๊า”
คลาสเตอร์ยิ้มระบายอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาคู่คมมองร่างน้อยในอ้อมกอดอย่างโลมเลียไปทั่วเรือนร่าง จนตะวันขนลุกซู่
เสียงออดดังขัดจังหวะ คลาสเตอร์ยอมปล่อยร่างเพรียวให้ลงยืน เดินไปเปิดประตูอย่างหงุดหงิด ทำไมต้องมาตอนนี้ด้วยวะ
“เปิดเบาๆ ก็ได้ครับ ทำไมต้องใส่อารมณ์ด้วยเนี่ย ทำอะไรกันอยู่เหรอ”
วิลลี่พูดอย่างหยอกล้อ โดยไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มแทบจะกินหัวอยู่แล้ว
“มาทำไมตอนนี้วะ”
 “อ้าว โมโหเหรอครับ แสดงว่าต้องทำอะไรอยู่แน่ๆ เลย ไหนขอดูหน่อย”
ด้วยความซุกซน วิลลี่ผลักคลาสเตอร์ให้ถอยห่าง ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องนอน พอเห็นเป้าหมายก็รีบปิดประตูล็อคเอาไว้
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ ไอ้แสบ”
“มีอะไรกันเหรอวิลลี่ ทำไมไม่เปิดประตูให้พี่คลาสล่ะ”
คนตัวเล็กถามอย่างสงสัย นึกสงสารชายหนุ่มที่อยู่นอกห้องซึ่งกำลังทุบประตูดังโครมครามไม่ยอมหยุด เป็นห่วงและกลัวว่าป่านนี้มือหนาคงจะเจ็บระบมไปหมดแล้วกระมัง
“ลืมเรื่องที่คุยกับฉันไว้หรือไง เรื่องหนี้นายน่ะ”
วิลลี่เปลี่ยนเรื่อง ต้องรีบพูดก่อนที่คลาสเตอร์จะพังประตูเข้ามาได้
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะวิลลี่ ตะวันเปิดประตูให้พี่ที ไม่งั้นพี่พังเข้าไปแน่”
“ฉันไปตามที่อยู่ที่นายให้มาแล้วนะ แต่ที่นั่นเหมือนไม่มีคนอยู่เลย ลองดูอีกทีซิว่าถูกหรือเปล่า”
“ถูกแล้วล่ะ แต่ว่าพ่อกับแม่ย้ายที่อยู่แล้ว ความจริงผมเองก็เพิ่งรู้”
“อ้าวเหรอ แล้วที่ไหนกันล่ะ นายจดที่อยู่มาใหม่สิ”
“วิลลี่ ผมขอบคุณจริงๆ นะที่พยายามจะช่วย แต่ว่าไม่ต้องแล้วล่ะ พี่คลาสเขายกหนี้ให้ผมแล้ว”
คิมห์ตะวันบอกไปตามความจริง รู้สึกซาบซึ้งใจที่วิลลี่เป็นคนมีน้ำใจเหลือเกิน
“ว่าไงนะ”
เสียงที่ดังขึ้นยิ่งทำให้คนที่ยืนทุบประตูอยู่นอกห้องร้อนรนเข้าไปใหญ่ ทั้งสองกำลังคุยอะไรกันอยู่เนี่ย
“ทำอะไรกันน่ะ เปิดสิวะ เปิดๆๆๆ นะโว๊ย”
“พี่คลาสนี่ก็ไม่รู้จะหวงอะไรนายนักหนาเนี่ย ฮ่าๆๆๆ แล้วตกลงเขายกหนี้ให้นายแล้วจริงๆ เหรอ”
“อืม เขายกหนี้ให้ผมแล้ว”
“อะ นี่เบอร์ฉัน ถ้าพี่คลาสทำอะไรนาย รีบโทรมาหาฉันเลยนะ ตะวัน”
วิลลี่ยื่นนามบัตรให้กับหนุ่มน้อย
“นี่พี่เหนื่อยแล้วนะ ครั้งสุดท้าย พี่จะนับหนึ่งถึงสาม หนึ่ง”
“นายรีบไปเปิดประตูให้เขาเถอะ ท่าทางจะบ้าแล้วมั้ง”
“สอง”
เสียงนับพร้อมกับก้าวถอยหลังออกจากประตูเล็กน้อยเตรียมพังเต็มที่
“สาม”
“โอ๊ย”
“ตะวัน / ตะวัน”
จังหวะที่คนตัวเล็กเอื้อมมือไปเปิดประตู เป็นเวลาเดียวกันกับที่ชายหนุ่มกำลังตั้งท่าถีบประตูบานใหญ่ตรงหน้า แต่กลับกลายเป็นถีบคนตัวเล็กจนตัวปลิวไปกระแทกขอบเตียงอย่างแรง
“เฮ้ย ทำยังไงดีเนี่ย ตะวันสลบไปแล้ว”
“ก็นายนั่นแหละล็อคประตูไม่ให้พี่เข้ามา ตะวันๆ”
คลาสเตอร์โอบอุ้มร่างน้อยให้ขึ้นมานอนบนเตียง ส่งเสียงเรียกด้วยท่าทางร้อนรน
“วิลลี่ ไปเอารถ”
คลาสเตอร์หันไปสั่งเสียงแข็งอย่างเดือดดาล หน้าหล่อเหลาขบกรามไว้แน่นด้วยความกรุ่นโกรธเมื่อเห็นคนตัวเล็กนอนนิ่งไม่รับรู้ พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากบริเวณศีรษะ


“นายท่าน เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย”
รองยืนประจำการอยู่ด้านล่างเพื่อคอยไล่บรรดาสาวๆ ในสต็อกของเจ้านายถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นคิมห์ตะวันนอนสลบไสลไม่ได้สติแถมยังมีเลือดเลอะตามใบหน้าหวานอีกด้วย คลาสเตอร์ไม่ตอบ รีบเดินเร็วจนแทบจะวิ่งไปขึ้นรถที่วิลลี่ขับมาจอดหน้าคอนโด
“ขับเร็วๆ หน่อยสิไอ้เด็กบ้า คอยดูนะ ถ้าเมียพี่เป็นอะไรไป พี่เอาเรื่องนายแน่”
เสียงแข็งสบถอย่างขัดใจ เมื่อวิลลี่ขับรถไม่ได้ดั่งที่ใจต้องการ
“พี่ต่างหากที่เป็นคนผิด อยากได้แบบเร็วๆ ใช่มั้ย เดี๋ยวจัดให้”
วิลลี่เหยียบคันเร่งจนเกือบสุด รถหรูวิ่งแซงรถคันอื่นๆ อย่างเฉียดตาย เสียงล้อบดไปกับพื้นถนนดังสนั่นเมื่อมาถึงหน้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
คลาสเตอร์เปิดประตูรถอุ้มคนตัวเล็กที่ยังไม่ได้สติลงมา เลือดสีแดงฉานเลอะเต็มเสื้อยืดสีขาวของเขา วิลลี่จอดรถทิ้งไว้และวิ่งตามลงมาเช่นกัน ทั้งสองกึ่งเดินกึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในโรงพยาบาล มีเตียงคนไข้เข็นมารอรับโดยบุรุษพยาบาล คนตัวโตประคองวางร่างน้อยลงบนเตียง ก่อนจะเดินตามไปไม่ห่างอย่างห่วงใย


นานหลายชั่วโมงที่ต้องนั่งรอผลตรวจจากหมอ ใจอยากจะกระชากประตูให้เปิดออกแล้ววิ่งไปดูว่าคนตัวเล็กเป็นอะไรมากหรือเปล่า เป็นห่วงกังวลหวาดหวั่นจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว ยิ่งมองเห็นรอยเลือดที่เลอะเปรอะอยู่บนเสื้อและมือหนาก็ยิ่งเพิ่มอารมณ์ความร้อนรุ่มให้เกาะกุมหัวใจมากขึ้นไปอีก
“ใครเป็นญาติคนไข้ครับ”
ร่างสูงผุดลุกจากเก้าอี้ทันทีที่ได้ยินคำถามจากหมอที่เพิ่งเปิดประตูออกมา
“ผมเป็นสามีเขาครับ เมียผมไม่ได้เป็นอะไรมากใช่มั้ย”
“เอ่อ ครับ คนไข้กระดูกที่สะโพกเคลื่อน ศีรษะแตก แต่ไม่ต้องห่วงครับ หมอห้ามเลือดให้แล้ว ช่วงนี้อย่าเพิ่งให้คนไข้ออกกำลังกายหรือเดิน ให้นอนนิ่งๆ พักผ่อนเยอะๆ ส่วนคืนนี้ให้นอนพักที่โรงพยาบาล พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วครับ”
หมอหนุ่มหล่อส่งยิ้มอ่อนๆ ให้ ก่อนจะเดินจากไป
“พี่คลาส เมื่อกี้พี่บอกว่าพี่กับตะวันเป็นอะไรกันนะ”
 วิลลี่ถามด้วยดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อจากสิ่งที่ได้ยิน
“ไม่ต้องมาพูดเลย นายตายแน่วิลลี่ พี่จะสั่งให้ไอ้ลุกซ์”
“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง พี่ข่มขืนตะวันเหรอ”
“จะบ้าหรือไง เออ .. มั้ง .. ก็ไม่เชิง”
ว่าจะปฏิเสธเสียหน่อย แต่พอเห็นหน้าตาคาดคั้นจากเจ้าตัวแสบเลยจำต้องบอกความจริงไป
“แต่เรียกว่าหลอกล่อให้ยินยอมน่าจะดีกว่านะ”
“ร้ายกาจจริงๆ ก็เด็กซะขนาดนั้น จะไปรู้ทันพี่ได้ยังไงกันล่ะ”
วิลลี่พูดเสียงดัง จนคลาสเตอร์ต้องรีบตะครุบปากเอาไว้
“เบาๆ หน่อยสิ กลับบ้านไปได้แล้วไป”
“ได้ไง ตะวันเป็นเพื่อนผมนะ”
“ไปเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เมื่อไร ห๊ะ”
พูดพลางนั่งลงบนเก้าอี้ แต่วิลลี่ไม่ตอบ กลับนั่งลงข้างๆ
“พี่ต้องรับผิดชอบตะวันนะ ทั้งเรื่องที่ขืนใจ แล้วก็เรื่องนี้  ผมรู้ว่าพี่รักตะวัน”
“ประสาท พี่แค่รู้สึกดีกับเขาเฉยๆ”
มาเฟียหนุ่มรีบแย้ง ถึงจะมีความสุขมากเวลาที่ได้อยู่กับตะวัน แต่ก็คิดว่านั่นคือความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันต่างหาก
จะเป็นความรัก ได้ยังไงล่ะ
เขาเนี่ยนะที่จะรักใครสักคน .. ไม่มีทาง
“ได้เขาแล้วยังจะมาปฏิเสธอีก เอาน่า .. ผมรู้จักพี่ดีกว่าใคร”
“นายกลับบ้านเถอะวิลลี่ เดี๋ยวพี่จะเฝ้าตะวันเอง เอารถพี่กลับก็ได้นะ”
คลาสเตอร์พูดพร้อมกับส่งกุญแจรถให้ ไม่อยากตอบในเรื่องที่วิลลี่พยายามจะคาดคั้น
“ผมกลับเองได้ งั้นกลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะมาใหม่ จะให้แวะไปเอาอะไรที่ห้องให้มั้ย”
“ไม่ต้อง นอนคืนเดียวเอง”
“งั้นไปก่อนนะครับ”


ร่างสูงนั่งมองใบหน้าหวานของหนุ่มน้อยในยามหลับ ไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย มือหนากอบกุมมือบางเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ครู่ใหญ่นิ้วเรียวก็เริ่มขยับพร้อมกับใบหน้าใสที่ขมวดคิ้วมุ่น
“ตะวัน ดื่มน้ำก่อนนะ”
คนตัวเล็กทำท่าจะลุกขึ้น คลาสเตอร์จึงต้องช่วยพยุงให้นั่งเอาหลังพิงหมอน หันไปรินน้ำใส่แก้วพร้อมกับหลอดที่ใช้ดูดน้ำยื่นไปที่ปากบาง
“เป็นยังไงบ้างครับ เจ็บมากหรือเปล่า”
เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างห่วงใยหลังจากวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ มือหนาอังที่หน้าผากใสกลัวว่าหนุ่มน้อยอาจจะมีไข้
“เจ็บที่หัว .. กับเอว”
คำพูดที่ได้ยิน เล่นเอาชายหนุ่มแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากด้วยความรู้สึกผิด
“ตะวันจ๋า พี่คลาสขอโทษ พี่คลาสไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะครับ”
คลาสเตอร์จับมือบางขึ้นมาแนบที่หน้าหล่อ
“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ตะวันไม่ได้โกรธ”
“จริงเหรอครับ จริงๆ นะครับ คนดี”
ดวงตาคู่คมเป็นประกายวิบวับด้วยความดีใจที่คนตัวเล็กไม่มีท่าทางโกรธเคืองในเรื่องที่เกิดขึ้นจากฝีเท้าของเขา
“ครับ ตะวันรู้ว่าพี่คลาสไม่ได้ตั้งใจ”
“พี่ขอโทษนะ ถ้าพี่เจ็บแทนได้ พี่ก็ยอม”
“อย่าคิดมากเลยครับ แผลแค่นี้ เดี๋ยวก็หาย”
คิมห์ตะวันยิ้มนิดๆ เพื่อเป็นการยืนยันว่าสบายดี ไม่อยากให้คนตัวโตคิดกังวลอะไรให้มากมาย ทุกอย่างเป็นเพราะอุบัติเหตุที่ไม่มีใครตั้งใจเท่านั้นเอง
“ครับ ขอบคุณนะครับ เมียพี่นี่น่ารักที่สุดเลย”
หน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้และจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากเนียน เปลือกตาทั้งสองข้าง ปลายจมูกโด่งเล็ก ก่อนจะจบลงที่ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ ทุกสัมผัสช่างอ่อนโยนทะนุถนอมเอื้ออาทรและเต็มไปด้วยความห่วงใย จนคนตัวเล็กสามารถรับรู้และเข้าใจได้ถึงความรู้สึกที่ชายหนุ่มมีมอบให้ได้เป็นอย่างดี
“นอนพักเถอะนะ พี่ไม่กวนละ กู๊ดไนท์ครับ”
มือหนาประคองร่างเพรียวให้นอนลง จับผ้าห่มขึ้นคลุมร่างน้อย เดินไปปิดไฟในห้องและเปิดไฟในห้องน้ำทิ้งไว้เพื่อไม่ให้มืดสนิทจนเกินไป ก่อนจะเดินกลับมานั่งลงข้างเตียง จับมือเนียนมากอบกุมไว้ ตะวันปิดเปลือกตาลงด้วยความเหนื่อยล้า เช่นเดียวกับชายหนุ่มที่ฟุบหน้าลงข้างเตียงคนไข้ ก่อนที่ทั้งคู่จะหลับใหลไปพร้อมๆ กัน

He’s dangerous MAFIA




 :mew2: :mew2: :mew2: :mew2: :mew2:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4077
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ปวดเอว ที่ไม่ใช่ ปวดเอว ..

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด