ตะวันสีรุ้ง
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ตะวันสีรุ้ง  (อ่าน 256 ครั้ง)

ออฟไลน์ molal

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ตะวันสีรุ้ง
« เมื่อ18-06-2021 01:01:36 »


ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.เมื่อนิยายจบแล้วให้แก้ไขหัวกระทู้ต่อท้ายว่าจบแล้ว


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
 Talk:
สวัสดีค่ะ เพิ่งเคยเขียนนิยายครั้งแรกหากขาดตกบกพร่องต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยนะคะ
มันเกิดจากช่วงนี้ว่างๆไม่มีอะไรทำเลยหันมาเขียนนิยายที่เคยอยากเขียนเมื่อนานมาแล้วค่ะ
บรรยากาศในเรื่องอิงจากมหาวิทยาลัยชื่อดังทางภาคเหนือแห่งหนึ่ง                                                                               
เนื่องจากไรท์เตอร์ไม่เคยเรียนที่นี่จึงอาศัยอ่านตามกระทู้กับวิดีโอแนะนำเป็นส่วนมากค่ะ                                             
หากมีข้อผิดพลาดใดๆสามารถติชมได้เลยนะคะ ตัวละครเอกไรท์เตอร์ให้ชื่อพอวากับตะวัน
ในเรื่องไม่คิดให้มีดราม่าหนักๆแต่อยากให้เกิดการที่นิสัยของตัวละครทั้งสองตรงข้ามกันสุดๆ
กว่าจะสนิทใจต้องอาศัยเหตุการณ์และบุคคลรอบตัวเข้าช่วยค่ะ                                                                     
หวังว่าถ้าทุกคนได้อ่านจะสนุกสนานและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครนะคะ

Share This Topic To FaceBook

ออฟไลน์ molal

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ตะวันสีรุ้ง
«ตอบ #1 เมื่อ18-06-2021 01:36:46 »

บทที่หนึ่ง: คนน่ารำคาญ

ซ่าๆแปะ ๆ ๆ                                                                                       
เสียงสายฝนกระทบหน้าต่างสม่ำเสมอส่งผลให้ร่างบนเตียงเปิดเปลือกตาหนักอึ้งขึ้นช้าๆ
ดวงตาพร่าเลือนจับจ้องเพดานขาวครีมคุ้นเคยแสงสลัวลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนเกิดเป็นเงาประหลาด
เมื่อสายตาคุ้นชินความมืดจึงลุกนั่งวางเท้าบนพื้นห้องเย็นฉียบก่อนตรงหาผ้าม่านเอื้อมเปิดออก           
ภาพวิวภายนอกมีเพียงท้องฟ้าสีเทามืดครึ้มกับสายฝนสาดกระหน่ำหนักหน่วงชวนให้รู้สึกหดหู่
ร่างสูงทอดสายตามองบานหน้าต่างด้วยแววตาเหม่อลอย ใต้ตาคล้ำดำอย่างคนอดหลับอดนอนเป็นเวลาหลายวัน
ผมสีดำยาวประบ่ากระเซิงยุ่งเหยิง เสื้อยืดที่สวมอยู่หลวมโคร่ง กางเกงยางยืดย้วยแทบไม่เกาะขอบเอว
โครกกกกกกกกก ~
เสียงท้องร้องดังสนั่นเรียกให้เจ้าตัวละสายตาจากหน้าต่างเพื่อหาของกินประทังชีวิตแทน
มือหนาเอื้อมเปิดตู้เย็นพลางพิจารณาของข้างใน
“ก๋วยเตี๋ยวซื้ออาทิตย์ก่อน คงไม่เสียมั้ง” ร่างสูงคิดเองเออเอง
ขณะแกะถุงก๋วยเตี๋ยว มือถือส่งเสียงดังขึ้นเขาจึงละมือไปกดรับ
“ฮัลโหลครับ”
“เสียงอู้อี้อย่างนี้เพิ่งตื่นใช่มั้ย นี่บ่ายสองแล้วนะตะวัน”
“วันนี้วันอาทิตย์ครับ”
“ก็ไม่ควรตื่นสายขนาดนี้มั้ยล่ะ”
“ผมปั่นงานส่ง ไม่ได้นอนตั้งสามวัน”
“นั่นแค่ข้ออ้าง ลูกคิดว่าแม่ไม่รู้เหรอ”
นั่นคือความจริง....ตอนหลังสอบเข้าเขานอนตั้งแต่หนึ่งทุ่มลากยาวถึงสี่โมงเย็นของอีกวัน             
พอตื่นกินข้าวแม่จึงบ่นเป็นประโยคยาวยืดในทีแรกเขากับแม่ตั้งใจไปเลี้ยงฉลองกับเหล่าญาติๆกลายเป็นเขานอนไม่ยอมตื่น
แม่ต้องโทรบอกว่าติดธุระกะทันหันทำให้ไม่ได้ไปแทน
มันช่วยไม่ได้นี่…ช่วงเตรียมสอบเขาเรียนพิเศษเลิกดึกดื่นทุกวันหลังจากนั้นพอมีโอกาสเขาจะนอนตุนให้มากที่สุด
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยตื่นเกินเที่ยงวันปัจจุบันต่อให้ตื่นมาตอนฟ้ามืดของอีกวันเขาก็ไม่แปลกใจ
แม่พูดขัดขึ้นตอนความคิดล่องลอยไปไกล
“แล้วพวกกับข้าวน่ะ อย่าเก็บเกินอาทิตย์นึงมันจะเสีย”                                                             
อ้อ…งั้นถ้าอาทิตย์นึงยังกินได้
“ครบอาทิตย์นึงห้ามกิน เข้าใจมั้ย”
“ครับ” เขาตอบกลับเสียงเซ็งๆ
“ปีก่อนเข้ารพ. เพราะอาหารเป็นพิษจำได้ใช่มั้ย”
“ครับ” จำได้สิ…แค่เงาะกระป๋องหมดอายุห้าปี เขานอนรพ. ตั้งสองเดือน
“อยู่นู่นดูแลตัวเองดีๆ อย่าเหม่อชนนู่นนี่หัวแตก”
“ครับ”
“เวลาคบเพื่อนเลือกคบด้วย อย่าไปคบพวกกินเหล้าเมายา”
“ครับ”
“เอ๊ะ แม่พูดนี่ฟังบ้างรึเปล่า ตอบแต่ครับๆอย่างเดียว”
“ฟังครับบบบ”
โครกกกกกกก ครากกกกกกก~
“ไปๆหาข้าวหาปลากิน เจ้าลูกคนนี้จริงๆเลยไม่รู้โตมาเหมือนใคร”
แม่เลี้ยงเขาคนเดียว งั้นเขาต้องเหมือนแม่สิ
 เขาคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป
“ดูสิ เลือกมหาลัยไกลบ้านทำเอาแม่ห่วงนี่พะวงนู่นไปหมด”
“ผมโตแล้วครับ”
“ถ้าโตแล้วต้องดูแลตัวเองได้สิ”
ติ๊งง ~  เสียงไมโครเวฟดังขึ้นขัดจังหวะ
“แค่นี้ก่อนนะครับ กับข้าวอุ่นเสร็จแล้ว”
“ใช่สิ แม่คนนี้คงสำคัญน้อยกว่าข้าว”
“…….” เปล่าเลย จริงๆสำคัญพอกันนั่นแหละ
“แม่คิดถึงลูกนะ รีบเรียนจบกลับบ้านเร็วๆล่ะ”
“มหาลัยเพิ่งเปิดหนึ่งเดือนครับ”
“เจ้าลูกคนนี้ชอบพูดขัดแม่ตลอดเลย”
“ผมคิดถึงแม่เหมือนกันครับ”
“ถ้าคิดถึงก็กลับมาอยู่ด้วยกันสิ”
“ผมวางก่อนนะครับ”
เจ้าตัวรีบตัดบทก่อนกดวางสาย ถ้าคุยต่อแม่ต้องบ่นที่เขาเลือกมหาลัยชื่อดังทางเหนือแทนที่กรุงเทพอีกอย่างแน่นอน
แต่ทำไงได้คะแนนเขาติดที่นี่แม้แม่ให้รอสอบปีหน้าแต่เขาไม่อยากเตรียมสอบใหม่ติดที่ไหนตอนจบต้องแข่งกันอยู่ดี
ร่างสูงคิดหยิบชามก๋วยเตี๋ยวดมกลิ่นดู                                               
ปกติก๋วยเตี๋ยวกลิ่นเปรี้ยวอยู่แล้วใช่มั้ย ? ใช่สิ มันใส่น้ำส้มสายชูนี่แต่ถ้ากินแล้วเข้ารพ.อีกแม่ต้องโวยวายสวดเขาหูชาแน่
คิดได้ดังนั้นเขาตัดใจเทก๋วยเตี๋ยวทิ้งอย่างเสียดาย แล้วทีนี้ทำไงต่อดี…..ถ้าสั่งมาต้องรอนานหรือจะออกไปซื้อ
เขาคิดพลางมองหน้าต่างสายฝนเริ่มเบาบางเผยให้เห็นท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนพระอาทิตย์เคลื่อนพ้นจากกลีบเมฆ   
เขาตัดสินใจเลือกร้านตามสั่งตรงข้ามหอคว้าหยิบเงินล็อกห้องแล้วเดินลงบันไดไป   
หลังสั่งข้าวเขานั่งรอที่โต๊ะได้ยินเสียงทะเลาะแว่วๆเลยเงยหน้ามอง                                       
“เฮียผมไม่ได้จะกินฟรีนะ”
“งั้นลื้อจ่ายค่าข้าวมาสิวะ”
“ผมลืมเงินไว้ที่ห้องแล้วจะเอาที่ไหนจ่าย”
“ถ้าลื้อรู้ว่าไม่มีเงินอย่ากินแต่แรกสิวะ”
“หอผมอยู่แถวนี้เองเดี๋ยวผมรีบไปรีบมาเลย”
“คิดว่าอั๊วะโง่นักเรอะ”
การโต้เถียงดูไม่น่าจบเร็วๆนี้ หวังว่าคงไม่ถึงขั้นใช้กำลังสิ่งแย่สุดที่เขานึกได้คือเฮียหยิบปังตอไล่ฟันผู้ชายคนนั้น
แต่แค่นั้นไม่ถึงตายเพราะงั้นเขาไม่ไปยุ่งแล้วนั่งรอข้าวอย่างสงบตรงนี้ดีกว่า
ไม่สิ….ถ้าสองคนนั้นยังทะเลาะกันเขาจะได้กินข้าวเมื่อไหร่ เพราะเป็นตอนบ่ายในร้านจึงมีแค่เขากับผู้ชายคนนั้น
เขาผุดลุกเดินไปหน้าร้าน
“คิดเงินผมกับเขารวมกันเลยครับ”
“ลื้อจะจ่ายแทนงั้นเรอะ”
“ครับ” พูดจบก็ควักแบงก์ร้อยส่งให้
“ถือว่าลื้อโชคดีไป ขอบคุณอาตี๋เขาด้วยละ”
ผู้ชายคนนั้นพ่นลมหายใจหงุดหงิด หันมามองผมแล้วพูด
“ขอบคุณนะที่จ่ายแทนให้ ไม่งั้นเราแย่แน่”
“ไม่เป็นไร” พูดจบหันหลังเดินไปนั่งที่เดิม ผู้ชายคนนั้นตามเขามานั่งด้วย
 “เราชื่อพอวาเรียกวาเฉยๆก็ได้ นายล่ะ”
“ตะวัน”
“นายนี่เป็นคนพูดน้อยสินะ”
“อือ”
“นายอายุเท่าไรแล้ว เป็นเด็กมหาลัยรึเปล่า”
“19 เรียนม.xx” คำถามนั้นทำเอาคิ้วกระตุก เขาหน้าแก่เหรอ
“ที่เดียวกันเลย คณะถาปัตย์ด้วยรึเปล่า” ตาที่โตอยู่แล้วของอีกฝ่ายเบิกกว้างกว่าเดิม
“อือ”
“เราว่าละ ดูสภาพแล้วเพิ่งปั่นงานส่งแน่เลย”
“แต่นายดูสดชื่นดีนะ”
“เราไม่ได้ดองงานไว้แต่ทยอยทำเอาเลยไม่แย่เท่าไร” อีกฝ่ายตอบกลับอย่างอารมณ์ดี
พวกเด็กเรียนดีขยันตรงกันข้ามกับเขาที่ดองงานไว้ตอนใกล้ส่งนี่ขนาดทำตั้งสองอาทิตย์สุดท้ายยังไม่ได้นอนตั้งสามวัน
คณะสถาปัตย์นี่โหดสมคำร่ำลือจริงๆกลิ่นหอมลอยเตะจมูกของข้าวผัดร้อนๆทำให้ท้องเขาส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมา
ฝ่ายตรงข้ามหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ นี่นายอดข้าวกี่วันเนี่ยท้องร้องดังมาก”
“สามวัน”
“ห๊ะ!!!!!” พอวาตะโกนเสียงดัง พอรู้ตัวเขาเลยเบาเสียงลง
“งั้นนายไม่กินไม่ดื่มสามวันเลยเหรอ”
“กินแค่กาแฟ” ตะวันตอบกลับเสียงเรียบ ๆ
พอวานิ่งไปสักพักจึงถามขึ้น
“อย่าบอกนะว่านี่ข้าวมื้อแรกของวัน”
“…..”
“ทำไมเงียบไปละ”
“ก็นายไม่ให้บอก”
พอวาเหวออ้าปากค้างก่อนหัวเราะอีกรอบ
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นายนี่ฮ่าๆๆแปลกคนดี”
ตะวันขมวดคิ้วใส่อีกฝ่าย
“โอ๋ๆไม่งอนนะ”
“ไม่ได้งอน”
“งั้นหายโกรธนะ”
“ไม่ได้โกรธด้วย” ตะวันถอนหายใจเหนื่อยหน่าย คนคนนี้น่ารำคาญชะมัด
“โอเคๆไม่โกรธเนอะ”
ใช่ ไม่โกรธแต่รำคาญ!!!!! ตะวันอ้าปากเตรียมเอ่ยไล่แต่พอวาพูดแทรกขึ้นก่อน
“ขอไอจีหน่อยดิ”
“เอาไปทำไม”
“รู้จักกันแล้วอย่างน้อยต้องฟอลกันสิ หรือให้ไลน์ไอดีก็ได้นะ”
“ไม่ให้”
“อย่าขี้เหนียวสิ มาสนิทกันดีกว่านะๆเราจะได้เอาค่าข้าวมาคืนด้วย”
“ไม่ต้องคืนหรอก”
พอวาได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้าเศร้าหลุบตามองพื้นหูลู่หางตกเหมือนหมาโดนเจ้าของทิ้ง
นี่เขาหิวตาลายจนเห็นหางกับหูงอกออกมาเลยเรอะ ไอ้หมอนี่เป็นคนหรือหมากันแน่                       
ถ้าไม่ให้หมอนี่คงตื๊อจนรำคาญใจให้ๆไปก่อนค่อยบล็อกทิ้งทีหลังคงไม่สาย
“ไลน์ไอดี”
“อะไรนะ”
“ให้แค่ไลน์ไอดี”
ได้ยินอย่างนั้นพอวาจึงส่งยิ้มปากกว้างเผยลักยิ้มบุ๋มๆข้างเดียวของเขามา ตาส่องประกายวิบวับ หูตั้งหางกระดิกรัวๆ
แน่นอนว่าเป็นเพียงจินตนาการของตะวันคนเดียว
พวกเฟรนด์ลี่น่ารำคาญทุกคนเลยมั้ยหมอนี่ไม่เห็นสีหน้าลำบากใจของเขาจริงๆหรือแค่ซื่อบื้อ                       
หลังแลกไลน์ไอดี พอวาบอกจะกดรับเพื่อนทีหลังเพราะลืมมือถือไว้และตอนทักมาให้ตอบข้อความเขาด้วย
ตะวันรับคำส่งๆก่อนจัดการตักข้าวเข้าปากเอร็ดอร่อยบทสนทนาจบลงรอบข้างเงียบสนิท
เหลือเพียงเสียงล้างกระทะของเฮียร้านตามสั่งเท่านั้น พอวาขอตัวกลับปล่อยเขากินข้าวต่อแบบสบายหูสบายตาและสบายใจ
กินเสร็จเขาแวะเซเว่นซื้อขนมกรุบกรอบกับข้าวกล่องไว้ตอนมื้อดึก
ซ่าาาาา
เสียงน้ำฝักบัวไหลกระทบร่างข้างใต้เผยหน้าท้องเป็นลอนนิดๆกับผิวสีน้ำตาลอ่อนใสดวงตาคมหรี่ปรือง่วงงุนแทบลืมไม่ขึ้น
ร่างสูงโงนเงนเซซ้ายขวาน่าหวาดเสียวเมื่อวานเขานั่งดูซีรีส์ตอนพอวาทักไลน์มาเลยตอบกลับสั้นๆแค่ ‘อือ’
ฝ่ายนั้นส่งสติกเกอร์ให้ แต่เขาจดจ่อกับซีรีส์มากเกินจึงอ่านไม่ตอบ
อีกฝ่ายสแปมสติกเกอร์รัวๆจนเขาทนไม่ไหวกดปิดเสียงไปในที่สุด เช้านี้ไลน์เข้ามา 20 กว่าข้อความ                                                                                             
แกร๊ก  ตะวันหมุนปิดฝักบัวหยดน้ำเกาะพราวตามเนื้อตัว มือหนาคว้าผ้าเช็ดตัวมานุ่ง เดินตรงไปเปิดตู้หยิบเสื้อผ้ามาเปลี่ยน
คว้ากระเป๋าสะพาย สวมรองเท้าผ้าใบเก่าๆจัดการล็อกห้องแล้วอ้อมหลังหอเข้าหามอไซค์ที่จอดทิ้งไว้กะว่าเช้านี้ได้ไปฝากท้องที่โรงอาหารมหาลัย                               
เขาขี่รถเลียบตามถนนอย่างช้าๆไม่เร่งรีบสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงเรียงรายเป็นระเบียบสายลมพัดผ่านต้องหน้าแผ่วเบาอากาศกลิ่นสะอาดสดชื่นให้ความรู้สึกชื้นนิดๆชวนให้รู้สึกผ่อนคลายภาพวิวภูเขาเบื้องหน้าปกคลุมด้วยม่านหมอกหนาเมฆสีขาวนุ่มนวลลอยเอื่อย
บดบังแสงจากดวงอาทิตย์เมื่อผ่านป้ายชื่อมหาลัยภายในพบซุ้มทางเดินหลังคาสีส้มอิฐทอดยาวฝั่งตรงข้ามมองเห็นต้นไม้สีเขียวร่มรื่นเลี้ยวซ้ายขวา
ตามเส้นทางคดเคี้ยวสักพักเขาจึงถึงที่หมายเมื่อจัดการจอดรถข้างตึกเรียบร้อยเขาก้าวเท้าเข้าในโรงอาหารบรรยากาศยามเช้าเงียบสงบ
นักศึกษาบ้างนั่งจับกลุ่มบ้างนั่งคนเดียวกระจายตัวตามมุมต่างๆ หัวเราะ พูดคุยเรื่องสัพเพเหระหรือนั่งกินข้าวนิ่งๆไม่โต้ตอบกัน
เขาเลือกนั่งตรงมุมไกลทางเดินกวาดตามองร้านอาหารก่อนตัดสินใจเลือกก๋วยเตี๋ยวเนื่องจากเมื่อวานเขาอดกินซื้อเสร็จเดินกลับมานั่ง
มือนึงถือตะเกียบอีกข้างกดเข้าไลน์อ่านข้อความที่เจ้าคนน่ารำคาญส่งมาฝ่ายนั้นส่งสติกเกอร์เกินครึ่งเขาเลื่อนผ่านเร็วๆลงข้างล่าง
‘ตะวันนอนแล้วเหรอToT’
‘ทำไมนอนเร็วจัง อ่านไม่ตอบเราด้วย’
‘นายไม่ได้ตั้งใจเมินเราหรอกใช่มั้ย’
‘คอยดูนะถ้าเจอที่คณะเราไม่ทักนายแน่’
‘ติกเกอร์ร้องไห้ขี้มูกย้อย’
“ปัญญาอ่อน” ตะวันพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ใจร้ายอ่านไม่ตอบแล้วว่าเราอีก” เสียงบ่นงอนๆดังขึ้นข้างหลัง
“เชี่ยยยย” ตะวันตกใจอุทานเสียงดัง หันหลังขวับไปทางต้นเสียง
“ทำไมต้องตกใจเหมือนเห็นผีด้วย” พอวาบ่นอุบอิบ ทำหน้ามุ่ยใส่
เขามีแต่พูดถึงผีผีก็มาแต่นี่พูดถึงหมาก็มาเหรอวะ
“โผล่เงียบๆเลยตกใจ” เขาตอบกลับเรียบๆ
“เก๊กขรึมไม่ทันละมั้งครับ” พอวาแซว
ตะวันได้ยินก็หงุดหงิด
“ไม่ได้เก๊ก”
“คร้าบบ ไม่เก๊กเล๊ย” ตะวันหรี่ตาใส่ส่งสัญญาณให้หุบปาก อีกฝ่ายทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนนั่งลงข้างกัน
“หล่อขนาดนี้ตกใจก็ไม่แปลกหรอก สาวๆนี่กรี๊ดเราตรึม”
“ไม่ได้ชอบผช.”
“ฮ่าๆๆๆๆๆเรารู้แค่แซวเล่นเฉยๆ”
“เช้านี้นายเรียนอิ๊งใช่ปะ เซคอะไรอะ” พอวาถามเขา
“เซค 8”
“เฮ้ย เซคเดียวกันเลยงี้ตารางเรียนเราเหมือนกันดิ”
“เหรอ”
“เราไม่ทันสังเกตเลยเนี่ย”
ช่วยไม่สังเกตต่อไป ปล่อยเขาใช้ชีวิตสงบสุขอย่างเดิมน่ะดีแล้วแต่ไม่แปลกที่พอวาไม่เคยรู้สึกถึงการมีตัวตนของตะวันเพราะที่ผ่านมาหนึ่งเดือน
เขาใช้ชีวิตสันโดษเฉกเช่นตอนมัธยมตอนโซลองวันจบที่ทุกคนสวมมงกุฎดอกไม้คาดสายสะพาย ถือดอกไม้ ตุ๊กตา ลูกโป่งเต็มสองไม้สองมือ
ถ่ายรูปแก๊งตามซุ้มต่างๆเขาแค่รับใบเรียนจบนัดเจอสายรหัสแลกของนิดๆหน่อยๆแล้วถ่ายรูปรวมห้องพอเป็นพิธีตอนเพื่อนในห้องมาตาม
ยังเรียกชื่อผิดจากตะวันเป็นตะเคียนด้วยซ้ำ ดีนะแม่งไม่ขูดขอหวยกู
พอวาเห็นตะวันเงียบเลยอ้าปากจะเรียกแต่ถูกของบางอย่างกระแทกหัวก่อน
“ไอ้วาาาาา มึงจ่ายค่าข้าวมาเลยสัส” ผู้ชายที่เอาจานข้าวทุบหัวพูดเสียงแจ๋น
“กูเห็นมึงวิ่งแรดๆออกมา นึกว่าซุกหญิงไว้นี่ซุกผช. หรอกเหรอวะ”
อีกคนที่เดินตามหลังพูดเสียงห้าวๆแต่ไกลทั้งสองนั่งลงตรงข้ามพวกเขาตะวันถอนหายใจกับตัวเองเงียบๆ
ตัวน่ารำคาญงอกเพิ่มอีกสองคนตอนนี้เขารู้สึกเหมือนเห็นเด็กอนุบาลทะเลาะตบตีกัน
คนเสียงแจ๋นพยายามแย่งจานข้าวคืนจากพอวาแต่ติดที่แขนสั้นเอื้อมไม่ถึงส่วนอีกคนช่วยกดหัวคนตัวเล็กเอาไว้ไม่ให้ลุก
ส่งเสียงเอะอะโวยวายเรียกคนในโรงอาหารหันมองเป็นตาเดียวหลังแกล้งคนตัวเล็กหน้าบูดหน้าบึ้ง
คนเสียงห้าวเปลี่ยนมาให้ความสนใจเขาแทน
“กูชื่อB1นะ” อีกฝ่ายพูดเสียงห้วนจัด
“ส่วนกูชื่อB2” คนตัวเล็กพูดเสียงใส
ฝาแฝดเหรอ? หน้าไม่เห็นเหมือน แต่ถ้าใช่คือแม่มึงคงชอบกล้วยหอมจอมซนมาก
ตะวันคิดแต่ขี้เกียจถามต่อให้เปลืองน้ำลาย
“ตะวัน”
“กูเพิ่งรู้ว่าตะวันใช้ตารางเรียนเดียวกับเรา” พอวาพูดพร้อมตักข้าวเคี้ยวตุ้ยๆ
“จริงเดะ ไมไม่คุ้นหน้าวะ”
“นั่นเดะ เปิดมาตั้งเดือนนึง”
“ตะวันพูดน้อยเลยไม่เคยคุยกันมั้ง”
“งึ้มึงมีเพื่อนยัง”
“ถ้าไม่มีเข้ากลุ่มพวกกูได้นะ”
“ไม่เป็นไร” ตะวันตอบรวบตะเกียบเตรียมลุกหนีแต่ถูกข้อมือแข็งแรงคว้าไว้ก่อน
“ไม่ต้องอายน่า พวกเราตั้งสองอาทิตย์แน่ะกว่าจะซี้กัน”
“ชอบอยู่คนเดียว”
“ใครมันจะชอบอยู่คนเดียววะ” เสียงห้าวพูดแทรก
“เออ เหี่ยวตายห่า”
“…….” กูไงชอบอยู่คนเดียว ยังสดชื่นแจ่มใสไม่เหี่ยวแห้งตายแต่อย่างใด
“งั้นตกลงมึงอยู่กลุ่มพวกกูละนะ” อีกฝ่ายมัดมือชก สองคนที่เหลือพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย
แล้วกูเลือกอะไรได้ไหมล่ะ…..ตะวันตัดสินใจเออออตามน้ำกะค่อยๆตีตัวออกห่างทีหลัง                     
พวกเขาเอาจานเก็บแล้วเดินตัดผ่านโรงอาหารเข้าอาคารเรียนรวม
เพื่อนร่วมเซคยืนออรอลิฟต์เนืองแน่นเนื่องจากวิชานี้เป็นวิชากลางเรียนร่วมกับเพื่อนคณะอื่นอีกร่วมร้อยชีวิต
พวกเขายืนรอจนได้ขึ้นในรอบที่สามคนเบียดเสียดอัดกันเต็มพื้นที่ภายในหลังเขาแนบชิดติดกับแผ่นอกกว้างของใครบางคน
เมื่อหันดูเห็นว่าเป็นเจ้าหมา…เอ๊ย พอวา เจ้าตัวโอบไหล่พยุงช่วยไม่ให้เขาโดนเบียดติดผนังทันเฉียดฉิว
ถัดจากคนข้างๆด้านหน้าเริ่มเบียดเขาพอวาเปลี่ยนจากโอบไหล่เป็นคล้องรอบลำตัวเแทน
สภาพตอนนี้คือเขาโดนกอดด้านหลังส่วนด้านหน้าโดนผญ.เอาผมทิ่มรูจมูกเต็มๆ
กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังผสมกลิ่นเหงื่อภายในลิฟต์ทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้วิงเวียนเป็นพักๆ
เมื่อถึงชั้นห้าเขาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
“เป็นไรรึเปล่า ทำไมหน้าซีดจัง” พอวาถามห่วงๆ
“เปล่า” เขาตอบกลับเสียงเบา
“สงสัยเมากลิ่นเต่าแน่ๆ กูเห็นขนแม่งยาวเฟื้อย” B2 ตะโกนแทรก
“มึงคนเดียวมั้งที่เมา ความสูงซุกเต่าพอดีเลย” B1 แซว
“ช่วยเลิกบูลลี่ส่วนสูงกูดิ๊ ไอ้โย่ง”
“เอ้า กูแค่พูดความจริง”
ตะวันเมินสองคนนั้นก่อนผลักเปิดประตูห้องข้างในพบพื้นยกสูงไล่ระดับแบบห้องบรรยายทั่วไป
เขาเล็งที่ว่างหลังสุดไว้แต่ถูกลากมานั่งแถวหน้าๆแทน บ้าเอ๊ย...อย่างนี้เขาก็แอบหลับไม่ได้สิ
สิบนาทีต่อมาเสียงฝีเท้าเร่งรีบของอ.เกริกเกียรติดังขึ้นก่อนก้าวเข้าห้องเรียน เสียงพูดคุยพลันเงียบลง
“ผมติดประชุมด่วนคาบนี้จึงขอยกคลาส อย่างที่ทราบเทอมนี้ไม่มีการสอบกลางภาคแต่มีงานกลุ่ม
ผมส่งรายละเอียดกับรายชื่อเข้าไลน์แล้วขอทุกคนเช็คส่งหัวข้อรายงานก่อนหกโมงเย็นวันนี้ด้วย” พูดจบอาจารย์ขอตัวเดินกลับออกไป ทุกคนในห้องแยกย้ายหากลุ่มตัวเองส่วนตัวเขานั่งนิ่งไม่ทุกข์ร้อนใดๆคนเยอะขนาดนี้คงหาเจอ
นั่งรอคนซาแล้วค่อยตามหาดีกว่า
“เราสามคนอยู่กลุ่มเดียวกันเลยนี่หว่า”
“อยู่กลุ่มเดียวกับไอ้วาแม่งโคตรดวงดี”
“พวกมึงอะดีแต่กูซวย”
“แล้วมึงอยู่กลุ่มไหน” B2 ถามเขา
“กลุ่ม 5”
“เฮ้ย พวกเราดวงสมพงษ์กันจัง” สมพงษ์พ่อมึงดิ เลขรหัสมันต่อกัน
“พวกนายอยู่กลุ่ม5เหรอ” เสียงวีนๆดังขึ้นข้างตัว
“ใช่ๆเราชื่อพอวา นี่B1 B2 แล้วก็ตะวัน”
“คนบ้าอะไรชื่อB1 B2 คิดว่าตัวเองเป็นวิตามินบีรวมเหรอ” สาวเจ้าส่งสายตางุนงนปนรำคาญใจใส่
ว่าแต่กลิ่นน้ำหอมเหมือนผญ.ในลิฟต์เลย ที่ก็เหลือเบียดเขาหาซากมะพร้าวเผาอะไรวะ
ตะวันจิ๊ปากหงุดหงิดรู้สึกไม่ถูกชะตาเจ้าหล่อนอย่างแรง พอวาหันมามองงงๆ
 “มันคือชื่อเล่นโว้ย พวกกูชื่อบีเหมือนกันเลยตั้งเป็นB1 B2”
“เซนส์การตั้งชื่อห่วยมากกกกกอะขอบอก”
“ห่วยตรงไหนวะ ตอนเด็กๆไม่เคยดูกล้วยหอมจอมซนไง”
“หา อะไรกล้วยๆนะ” แล้วB1 B2ก็ต้องมานั่งอธิบายให้เจ้าหล่อนฟัง
ซึ่งเขาเริ่มเห็นแววรุ่งร่วงของงานกลุ่มครั้งนี้ได้อย่างชัดเจน
พอวาเงียบไปเขาหันมองพบเจ้าตัวขะมักเขม้นกดมือถือพลางจดนู่นนี่ลงสมุดยุกยิกเลยเอ่ยถาม
“ทำไร”
“อ๋อ หาหัวข้องานกลุ่มน่ะกำลังคิดว่าเอาหัวข้อYหรือZดีแต่Aก็น่าสนใจเหมือนกัน”
อืมมมมม บางทีมันอาจไม่ล่มอย่างที่คิด
“พวกนายกลุ่ม5ใช่มั้ย” ผช.ตัวสูงเบ้าหน้าสะดุดตาถาม
“ต้องใช่แหละ นี่กลุ่มสุดท้ายแล้ว” คนที่ตามหลังแย้ง
“นี่นายอยู่กลุ่มนี้เหรอ” เสียงแหลมหวีดสูงปรี๊ด
“เออดิ มึงไม่เห็นชื่อกูไง” ทั้งสองจ้องตาดุเดือดก่อนเปิดศึกเต็มรูปแบบ
“ตามหลอกหลอนที่บ้านไม่พอรึไงยะ”
“หุบปากดิ๊ รำคาญ”
“ชั้นก็เบื่อหน้าเน่าๆของแกเหมือนกันแหละย่ะ”
“หน้ามึงก็เหมือนกูปะวะ”
“ไอ้ ไอ้...”
“ไม่ดิ เดี๋ยวนี้หน้ามึงเหี่ยวกว่ากูแล้ว”
“พวกมึงทะเลาะกันไกลๆไป กูรำคาญ” คนที่ตามมาทีหลังพูดเสียงเข้มๆ
ตะวันปวดหัวตุบๆคิ้วขมวดผูกปมแน่น นี่เขาทำกรรมอะไรไว้ถึงต้องเจอคนพวกนี้
ชาติก่อนแอบไปขุดเผือกขุดมันในสวนหรือสอยมะม่วงมากินวะ เดี๋ยวสิ….เขาคงไม่เห็นแก่กินข้ามชาติหรอก
เพิ่งสังเกตสองคนนี้หน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ อย่าบอกว่าเป็นฝาแฝดนะ
เขาอะเมซิ่งมากที่ไม่ได้เอาขวดนมฟาดกันตายก่อนโต ตอนเลี้ยงพ่อแม่คงนั่งกุมขมับเช้าเย็นแน่
เขาเริ่มรู้สึกซาบซึ้งใจที่ตัวเองเป็นลูกคนเดียว
“พอๆหยุดๆเดี๋ยวหมดคาบ งานแม่งไม่เดินพอดี”B2 พูดแทนความในใจทุกคน
ฝาแฝดหุบปากฉับแต่ยังจิกกัดทางสายตา
“กูชื่อต้นหนาว ยัยนี่ปลายฝน นี่คิณ” ร่างสูงพูดรัวๆ
“แล้วมึงคณะไรกัน พวกกูถาปัตย์หมด”
“กูกับต้นดุริยางค์ ฝนอยู่มนุษย์” คราวนี้คนหน้าเชื้อจีนพูดขึ้น
หลังแนะนำตัวตอนคุยเรื่องหัวข้อพวกเขาเถียงกันเพราะหัวข้อไม่ตรงใจจึงตัดสินด้วยการจับฉลาก
เหตุการณ์สงบสักพัก เกิดการเถียงรอบที่สองเพราะนัดวันทำงานไม่ได้
ต่างคนต่างคณะตารางเรียนไม่ตรงกัน คราวนี้ทั้งกลุ่มลุกเป็นไฟหาข้ออ้างสารพัดเพื่อให้ได้วันที่ตารางตัวเองว่างสุด
ตะวันลอบถอนหายใจอย่างคนปลงตก
ในตอนนั้นเขายังไม่ทันเอะใจว่าชีวิตสงบสุขได้เกิดความฉิบหายขึ้นแล้ว….
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-07-2021 17:32:12 โดย molal »

ออฟไลน์ molal

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ตะวันสีรุ้ง
«ตอบ #2 เมื่อ18-07-2021 16:14:02 »

บทที่สอง:ครอบครัว
“ตะวันอย่าหนีสิ” เรื่องอะไรจะอยู่ให้โง่เล่า!!!!!
ด้านหลังพอวาวิ่งหูตั้งใกล้เข้าเรื่อยๆเขาสับเท้าหลบมุมตึกรอเสียงอีกฝ่ายไกลออกค่อยชะโงกมองเมื่อไม่เห็นจึงย้อนกลับทางเดิม
ในวันนั้นหลังหมดคาบอิ๊งเขาเอ่ยลาทันทีไม่เปิดโอกาสให้พอวาตอบโต้ถึงจะโดนเรียกชื่อเขาก็แกล้งทำหูทวนลมมันดื้อๆ
จนตอนนี้หลบหน้าพวกนั้นได้สามวันแล้วสองคู่หูที่เห็นตีตัวห่างไม่ได้เซ้าซี้ต่อแต่ไอ้เจ้าหมาตัวโตวอแวเขากว่าเดิม
อุตส่าห์นั่งตรงที่ตามไม่ได้ดันดื้อดึงแยกมากับเขาสองคนคาบบ่ายนั่งชิดริมทางเดินหมอนั่นยังนั่งซ้อนหลังอีก
อย่างเมื่อกี้ชวนเขากินหมูกระทะพอรีบปฏิเสธไร้เยื่อใยเจ้าตัวก็ทำหน้าเหมือนเด็กเอาแต่ใจก่อนเขย่าแขนรัวๆ                               
‘ไปด้วยกันเถอะ นะๆ’
เขาไม่ใจอ่อนดึงแขนออกปล่อยอีกฝ่ายหว่านล้อมอยู่สิบนาทีสุดท้ายต้องวิ่งหนีพอวาก็วิ่งไล่หลังสร้างความงุนงงให้ผู้พบเห็น
แน่สิ…..ตัวโตเท่าควายเล่นไล่จับกันในมหาลัยเนี่ยนะ
“ไอ้เจ้าหมาโง่” ตะวันบ่นปนหอบแฮ่ก เห็นเงาตะคุ่มแวบๆทางหางตาพอหันมองกลับไม่มีคน
แปลก…ปกติเซนส์เขาไม่เคยพลาดหรือว่า ไม่น่า คงไม่ใช่หรอกฟ้ายังไม่มืดเลย
ตะวันสั่นหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านก่อนก้าวขาลงบันไดประตูห้องถูกเปิดออกหลังเสียงภายนอกเงียบ
หญิงสาวคลี่ยิ้มเพียงคนเดียวในความมืด ตื๊ดๆๆเสียงมือถือในกระเป๋าเจ้าหล่อนดัง
“โหลแก”
“คุณมึงหาเป๋าตังเจอยังวะคะ อีลี่รอจนเป็นฟอสซิลไปละ”
“เจอแล้วค่าาา แกชั้นเจออย่างอื่นด้วย”
“เจอไรวะ อย่าบอกนะว่าผะผะผี”
“ไม่ใช่ค่า เจอคนนั้นต่างหาก”
“อุ๊ย หนุ่มหน้าหยิ่งอะเหรอ”
“ใช่ๆๆคนนั้นแหละ”
“งี้ฟินตัวลอยเลยดิ”
“มากกกอะบอกเลย”
“แหมๆไม่ค่อยเลยนะ” ปลายสายหยอก
“ตายละ แค่นี้นะอีลี่โทรตามแล้ว”
“ไวๆเลยนะยะ”
“ค่าเจ๊ได้ตามสั่ง” หญิงสาววางสายเดินเร็วๆลงตึกไป
…………………………………………………………………………………
“ไอ้วา ไอ้วาาาาาา ไอ้วาโว้ย!!!!!!!” พอวาสะดุ้งโหยงเงยหน้าจากเตาถ่านตาเบิกโพลง
“ห๊ะๆๆอะไรๆ”
“มึงย่างทิชชูทำเหี้ยไร พวกกูไม่ใช่ปลวกนะ” พอวาได้สติคีบทิชชูที่ติดออก
“พอๆมึงเรียกพี่เขาเปลี่ยนเตาดิ๊” B1 ยกมือเรียกพี่พนักงาน พี่เขาทำหน้างงแต่ไม่ได้ว่าอะไร
“ไหนเหลามา เหม่อไรของมึง”
“จะเป็นเรื่องไรได้นอกจากไอ้ตะวัน” B1 แทรก
“เฮ้ย กูดูออกง่ายขนาดนั้นเลย” พอวาอุทาน
“แปะแสกหน้ามึงขนาดนี้ใครดูไม่ออกโคตรง่าว”
“มึงด่ากูเหรอวะ!!!” B2โวยวาย
“เอ้า ฉลาดขึ้นแล้วนี่” สองคนนั้นเลิกสนใจแล้วทะเลาะกันเอง
แย่ชะมัด….เขานึกว่านิสัยเสียเก่าๆนั่นหายไปแล้วซะอีก


ฮัดชิ่ว!!!!คนถูกนินทาจามเสียงดังลั่นเช็ดจมูกทำเสียงฟึดฟัด
อย่าบอกว่าเขาเป็นหวัดนะอย่างนี้ไม่ดีแน่ป่วยทีไรหนักจนนอนซมทุกที
‘แนกา ยอบเพ อิดนึนดา มอกา มูซอวอ’
(อยู่ข้างฉันแล้ว นายจะกลัวอะไรอีก)
เสียงซีรีส์ในทีวีลอยมาเขาเอนหลังพิงหมอนตัวซุกผ้านวมหนาอุ่นสบายถึงคอรอบข้างเกลื่อนกลาดด้วยถุงขนมขบเคี้ยวกับน้ำอัดลม
แอร์ถูกปรับไว้กำลังดีที่อุณหภูมิห้อง
ติ๊ด เขาปิดทีวีลุกบิดขี้เกียจจัดการเก็บซากอารยธรรมแล้วเข้าห้องน้ำแปรงฟัน สงสัยวันนี้ต้องนอนเร็วกับกินยาแก้แพ้ดักซะแล้ว
ติ๊ง ติ๊งงง ติ๊งงงงงงงงง ~
โห เสียงไลน์เข้าอะไรขนาดนั้น เขาบ้วนปากเดินไปอ่านไลน์กลุ่ม
หืมมม มีคนแท็กชื่อเขาด้วย
‘@tawan_ @anyone @p.
@Sunflower @cutie @มาม่าหมู’
‘รหัส58 64 32 09 67 10พี่รหัสฝากบอกให้ตามหาด้วย’
‘จะรับน้องขึ้นดอยละยังมีคนหาพี่ไม่เจออีกอ่อ’
‘เราเองแหละ ทักหาหลายคนแล้วยังไม่เจอเลยToT’
‘ติกเกอร์ร้องไห้’
‘555555สู้ๆนะ’ตามด้วยสแปมสติกเกอร์ยาวเหยียด
ตัวเขาลืมเรื่องสายรหัสนานแล้วยังไงมันก็ไม่ได้สำคัญคิดว่าวุ่นวายด้วยซ้ำขอให้ได้พี่รหัสเงียบๆหรือซิ่วออกสักคนสองคนละกัน
ติ๊ง ~
‘เกือบลืม พี่บอกรหัส09กับ10พี่เดียวกันนะ’
‘งี้สองคนเป็นสายโคอะดิ’
‘อห. มีสายนึงพี่ซิ่วหมดเลยอ่อ’
‘สถาปัตย์สุดปังจริง’
เดี๋ยวนะ ถ้าจำไม่ผิดเขารหัส09แล้ว10คือ….พอวานี่หว่า!!!!!
เขาช็อคปล่อยมือถือหล่นทับนิ้วโป้งเท้า
“โอ๊ย เจ็บโว้ย” เขาสบถ
ถ้าเจ็บแสดงว่าไม่ได้ฝันทำไมถึงอยู่สายเดียวกับคนที่อยากเลี่ยงสุดวะตะวันคิดทึ้งหัวหงุดหงิดเต็มแก่ยิ่งหนียิ่งตามยิ่งผลักไสยิ่งพยายามเข้าหา
ชัดเลยเจ้ากรรมนายเวรชัวร์พรุ่งนี้ต้องเข้าวัดทำบุญสักหน่อยเผื่ออะไรๆดีกว่าเดิม

“พอวาเอ๊ย ยะหยั๊งอยู่”
(พอวาเอ๊ย ทำอะไรอยู่)
“จ่วยแม่ยะแกงฮังเลกำ” แม่พอวาตะโกนเจากข้างล่าง
(ช่วยแม่ทำแกงฮังเลหน่อย)
“ท่าสักกำเน้ออี่แม่”
(คอยแปปนึงนะแม่)
พอวาเปลี่ยนเสื้ออยู่ตอนโดนเรียกเมื่อเข้าครัวพบแม่กำลังโขลกน้ำพริกอ่องเสียงดังจังหวะสม่ำเสมอเขาหันตั้งกระทะบนเตา
หยิบหมูหมักเครื่องแกง ผงฮังเล สับปะรดเทใส่เติมน้ำเล็กน้อยผัดต่อคอยเติมต่อเรื่อยๆพอหมูนิ่มได้ที่ค่อยเพิ่มน้ำอ้อยป่น น้ำมะขามเปียก
กระเทียมและขิงซอยรอจนเดือดจึงโรยถั่วลิสงคั่วตกแต่งระหว่างนั้นแม่เขานำจิ้นส้มใบตองกลัดไม้ขึ้นย่างส่งกลิ่นหอม
ในขั้นสุดท้ายพอวาตักอาหารลงถุงแกงมัดหนังยางพร้อมด้วยดอกกล้วยไม้สีม่วงสวยสดลงตะกร้า
“ฮ้องอี่ป้อกับปี่สาวลุกได้แล้วเน้อ”
(เรียกพ่อกับพี่สาวตื่นได้แล้วนะ)
“ได้เจ้า” พอวาเดินขึ้นชั้นสองเคาะเรียกพ่อก่อนเลยผลักประตูห้องพี่สาวออก
(ได้ครับ)
“ปี่ซอมพอขะใจ๋ลุกไปอาบหน้ามโวยๆเดวไปวัดบ่าตัน”
(พี่ซอมพอรีบๆตื่นไปอาบน้ำไวๆเดี๋ยวไปวัดไม่ทัน)
“ลุกแล้วๆเจ้าขนาดนี้ยะไดมันจะบ่าตัน”
(ตื่นแล้วๆเช้าขนาดนี้ทำไมมันจะไม่ทัน)
“จะไปอู้หื้ออี่แม่ฟังเน้อเดวโดนจ่ม”
(อย่าพูดให้แม่ฟังนะเดี๋ยวโดนบ่น)
“ล้ำไปกา ลูกสาวแม่งามจะอี้จ่มบ่าลงหรอก”
(เกินไปละ ลูกสาวแม่สวยขนาดนี้บ่นไม่ลงหรอก)
“หลงตั๋วเก่า”
 (หลงตัวเอง)
พอวาย่นจมูก พี่สาวปาหมอนใส่แต่เขาเอี้ยวตัวหลบหัวเราะเยาะเย้ยวิ่งตึงตังลงข้างล่าง
“พอวาจะไปล่นเดวผะแล่ดผะเลิ่ดปักขวิด” แม่โวยวายส่วนพ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะ
(พอวาอย่าวิ่งเดี๋ยวพลาดลื่นล้มหัวทิ่ม)
“สุมาเต๊อะเจ้า”
(ขอโทษครับ)
“ซอบมองๆ” พี่สาวแขวะหลังตามเขาทัน
(สมน้ำหน้า)
“แบร่!!!!” พอวาแลบลิ้นใส่
“เล่นตวยกั๋นดีๆได้กำเดวก่อเควกั๋นติ๊กๆห่อ” พ่อที่เงียบมานานพูดขึ้น
(เล่นด้วยกันดีๆได้แปปเดียวก็ทะเลาะกันอีกละ)
“เกาไปก่อเกามา” แม่เสริม
(วุ่นวายไปวุ่นวายมา)
“ไหนปี่อู้ว่าอี่แม่บ่าจ่มไง”
(ไหนพี่พูดว่าแม่ไม่บ่นไง)
“อี่แม่จ่มตั๋วคนเดียวบ่าได้จ่มเปิ้นด้วย”
(แม่บ่นนายคนเดียวไม่ได้บ่นฉันด้วย)
“แม่จ่มกุ๊คนนั้นละ”
(แม่บ่นทุกคนนั้นละ)
“ฮั้นลอ อี่แม่บ่าป้องปี่หรอก”
(นั่นไง แม่ไม่เข้าข้างพี่หรอก)
“ยั่งเควกั๋นได้แล้วเดวตุ๊เจ้าฉันเพลก่อน” สองพี่น้องเงียบปากทันที
(หยุดทะเลาะกันได้แล้วเดี๋ยวหลวงพ่อฉันเพลก่อน)
พอวานำหน้าสุดแม่และพี่สาวหิ้วตะกร้าสานตามหลังพ่อจัดการล็อกประตูบ้านแล้วเดินขึ้นรถตัวเขาขึ้นนั่งตรงพวงมาลัยขับออกพ้นรั้ว
ก่อนวิ่งกลับมาปิดนั่งที่ตามเดิมคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จจึงขับรถผ่านถนนเส้นเล็กในหมู่บ้านเห็นเด็กน้อยวิ่งเล่นไล่จับประปรายตามรายทาง
บางส่วนขี่จักรยานแข่งกันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากสนุกสนานเขาผ่อนความเร็วเล็กน้อย
“จะไปขับรถโวยซอยนี้ละอ่อนนักเดวจะจน” พ่อทักเขา
(อย่าขับรถเร็วซอยนี้เด็กเยอะเดี๋ยวจะชน)
“ได้เจ้า” พอวารับคำ เขาไม่ได้ขับรถเร็วนักแต่ตามประสาคนแก่อดเป็นห่วงไม่ได้
(ได้ครับ)
 เขาเปิดเพลงฟังสบายคลอเบาๆ
(กริ๊งๆๆ~ เสียงจักรยานก่อนเริ่มเพลงดังขึ้น)
พอหักรถเลี้ยวพ้นหมู่บ้านสายตาก็เห็นภูเขาใหญ่ตระหง่านเบื้องหน้าซึ่งคือจุดหมายปลายทางครั้งนี้
เสียงหวานใสของนักร้องสาวดังขึ้นในรถ
( แต่ก่อนแต่ไร ไปแอ่วต่างได๋กัน เฮาก็ไปโตยกัน ตึงวันแสนม่วนใจ๋                                                           
 พอพบฮู้จักสาวชาวกรุงบ่เต้าใด อ้ายก็ไปเอาอกเอาใจ๋แต่เขา ~ )
เมื่อผ่านตลาดข้างทางเท้าร้านต่างๆเริ่มตั้งแผงขายอาหารครึกครื้นทั้งโจ๊กหมู ข้าวเหนียวหมูปิ้ง น้ำเต้าหู้ร้อนๆรวมถึงก๋วยเตี๋ยวที่มีสาขาทั่วประเทศ
ผู้คนโดยรอบยืนรออาหารใจจดใจจ่อบรรยากาศวุ่นวายยามเช้าดำเนินเฉกเช่นทุกวันบางส่วนถือตะกร้าสานยืนเลือกพวงมาลัยกับดอกไม้สดใหม่
เตรียมถวายพระที่วัดบ้างแวะพูดคุยทักทายคนรู้จักสนิทสนม
(เคยกิ๋นผักกาดจอ บ่เคยกิ๋นพิซซ่า หากว่าลงต๊องจะยะจะได
เปิ้นบ่ไจ้คนเมืองบ่เมินหากเปิ้นลาไกล อ้ายจะอู้จะได้บ่ออก ~ )
ขับสักพักมาถึงท้ายภูเขาพอวาเคลื่อนรถขึ้นตามเส้นทางลดเลี้ยวด้วยท่าทางคล่องแคล่วมือหมุนจับพวงมาลัยชำนิชำนาญ
พอใกล้ถึงการจราจรเริ่มติดขัดรถค่อยๆไหลเชื่องช้าจนหยุดในที่สุดพอวาหันหน้ามองกระจกด้านข้างพบเมฆฟูฟ่องเกาะกลุ่มเรียงชั้นสวยงาม
บ่งบอกถึงวันฟ้าใสชวนให้ผ่อนคลายเหมาะสำหรับการทำบุญในวันนี้
( ปากแดงๆจะไว้ใจได้กา หน้าสวยๆจะไว้ใจได้กา
แก้มขาวๆจะไว้ใจได้กา ตาหวานๆจะไว้ใจได้กา
ใส่เอวลอยจะไว้ใจได้กา นุ่งสั้นๆจะไว้ใจได้กา
อยู่เมืองไกลจะไว้ใจได้กา บ่ไจ้ข้าเจ้าจะไว้ใจได้กา ~)
พอถึงยอดดอยคนอื่นๆลงรถก่อนส่วนเขาวนหาที่จอดจัดการล็อกรถเสร็จค่อยหันหลังกลับเพื่อเดินตามหาครอบครัวแต่สายตาสะดุดร่างคุ้นเคยก่อนเจ้าตัวใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนสีซีดยืนข้างมอไซค์สีดำผมหางม้ามัดต่ำใบหน้าเรียวเห็นสันกรามชัดเจนดวงตาคมส่อแววเฉยชาจมูกโด่ง
รับกับริมฝีปากเล็กบางผิวสีน้ำตาลอ่อนสะท้อนรับแสงแดด
“ตะวัน!!!!” พอวาตะโกนเสียงดัง เจ้าของชื่อตกใจเผลอปล่อยหมวกกันน็อกหลุดมือ                             
คนรอบๆหันมองแตกตื่น
………………………………………………………………………………………
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ตะวันกรีดร้องเดือดดาลในใจ
ไอ้โกลเด้นนั่นทำบ้าไรของมันวะครับ!!!! จากตกใจตอนแรกพอสายตาทุกคู่จ้องเขม็งเขาเปลี่ยนเป็นอายแทบขุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด
ผู้คนบางส่วนกระซิบกระซาบคาดว่าพวกเขาคือคู่อริบังเอิญเจอกันสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดของที่สุดคือการเป็นจุด!!!สน!!!ใจ!!!
ไอ้หมาโง่แกทำให้ชั้นดูแย่!!!!
ถ้ายืนกับคนเยอะๆเขาโอเคแต่นี่เขายืนคนเดียวไงคนเดียวโดดเดี่ยวเปลี่ยวเอกา
“ขอโทษครับๆ” เจ้าหมาโง่ก้มหัวขอโทษขอโพยหน้าแดงลามถึงหู                                                   
นี่ต่อมรับความรู้สึกทำงานอยู่เรอะนึกว่าด้านทนกว่าปูนซีเมนต์                                                       
เขาถอนหายใจเบื่อหน่ายเต็มทนถ้าหนีไม่รู้หมอนี่คิดทำอะไรอีก
“ตะวันมาทำบุญเหมือนกันเหรอ” พอวาดี๊ด๊าออกอาการน่าหมั่นไส้
“อือ”
“นายเห็นยังเราเป็นสายโคกันแหละ”
“อือ”
“รู้มั้ยเราเสียใจนะที่นายไม่ยอมกินหมูทะกับเรา”
“อือ”
“ครั้งหน้าต้องไปด้วยกันนะ” พอวาออกคำสั่ง
เหอะ…คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงสั่งขนาดแม่เขายังไม่ยอมเลย
“อือ” ตะวันรับคำจำยอม ค่อยบ่ายเบี่ยงเอาแล้วกัน
“สัญญาแล้วนะ” พอวาคลี่ยิ้มจนลักยิ้มบุ๋มลง คนเหี้ยไรมีลักยิ้มข้างเดียวเห็นแล้วขัดลูกตา
“อือ” ตะวันอือเป็นรอบที่ห้า
“พอวาอี่แม่หื้อปี่มาตวยหันตั๋วจ้าขนาด”
(พอวาแม่ให้พี่มาตามเห็นนายช้ามาก)
“นั่นไผกั๋น” ตะวันนิ่งอึ้งตัวแข็งค้าง
(นั่นใครกัน)
“เปื้อนตั๋วเอง” ตะวันช็อกรอบที่สอง หมอนี่คนเหนือเรอะถึงว่าผิวขาวจั๊วะ
(เพิ่อนผมเอง)
“ตั๋วจื้ออะหยังปี่จื้อซอมพอ” พอเห็นตะวันไม่ตอบเลยถามต่อ
(นายชื่ออะไรพี่ชื่อซอมพอ)
“อู้กำเมืองได้ก๊ะ”
(พูดคำเมืองได้มั้ย)
“บ่าได้ตั๋วบ่าไจ้คนเหนือ” อะไรเหนือๆไม่รู้ละแต่ภาษานี่อยู่เหนือการรับรู้เขาแล้ว
(ไม่ได้เขาไม่ใช่คนเหนือ)
“อ้อ ถึงว่าช็อกหน้าซีดเชียว”
“พูดกลางได้เหรอครับ”
“พูดได้สิพี่เรียนต่อม. ที่กรุงเทพน่ะ” ตะวันเหลือบมองพอวาสลับกับพี่คนนี้
“เป็นพี่สาวสินะครับ”
“ใช่ๆห่างกัน6ปีน่ะ พี่ชื่อซอมพอเน้อ” พี่ซอมพอลืมตัวหลุดภาษาเหนือ
“ตะวันครับ”
“เรานี่พูดน้อยเหมือนกันนะ” พี่สาวอดทักไม่ได้
“ใช่มะๆผมพูดตั้งเยอะตะวันตอบกลับผมแค่ ‘อือ’ เอง”
“เราน่ะพูดมากเกิ๊น”
“ไม่เท่าพี่ละกัน”
“สักกำบ๋อ”
(สักทีไหม)
“ว้ายๆกลัวแล้ว” พอวาสะดีดสะดิ้ง ตะวันกับซอมพอย่นหน้ารังเกียจใส่
“อะอะไรเล่า ทำหน้างั้นคือไร”
“เปล่า/เปล๊า” ทั้งสองตอบพร้อมกัน
“ซอมพอ พอวาเควอะหยังอยู่บ่าไจ้ละอ่อนละเน้อ” คุณลุงสูงอายุท่านนึงเอ่ยตามมาด้วยคุณป้าอีกคน
(ซอมพอ พอวาทะเลาะอะไรอยู่ไม่ใช่เด็กละนะ)
“สุมาเต๊อะเจ้า/สุมาเต๊อะเจ้า”
(ขอโทษครับ/ค่ะ)
“แล้วนั่นไผล่ะ” คุณป้าถามขึ้นบ้าง
(แล้วนั่นใครล่ะ)
“เปื้อนพอวาจื้อตะวันอู้กำเมืองบ่าได้เจ้า”
(เพื่อนพอวาชื่อตะวันพูดคำเมืองไม่ได้ค่ะ)
“สวัสดีครับ” ตะวันงงๆแต่ยกมือไหว้ผู้ใหญ่สองท่านที่เข้ามาใหม่
“ไหว้พระเถอะลูก” คุณป้าพูด
“คุณป้าก็พูดกลางได้เหรอครับ”
“ตอนแรกก่อบ่าได้หรอก แต่ลูกป้าสอนให้”
“แม่บอกว่าตอนแรกก็ไม่ได้หรอก” พอวาเสริม
“แล้วนี่เรามาทำบุญเหมือนกันเหรอ” คุณลุงถาม
“พ่อพี่เคยลงไปดูงานที่กรุงเทพ” พี่ซอมพอช่วยคลายความสงสัย
“ใช่ครับ”
“นี่ลูกรั้งเพื่อนไว้รึเปล่า” คุณลุงถาม
“เปล่านะครับ!!” พอวาปฏิเสธ
เขาถูกรั้งไว้จริงๆนั่นละ อุตส่าห์มาทำบุญแก้ซวยเจ้ากรรมนายเวรดันขวางซะนี่
“แล้วนี่ไม่เห็นเตรียมของใส่บาตรเลย”
“ผมตั้งใจถวายสังฆทานครับ” ตะวันยกถังที่หิ้วอยู่ขึ้น
“อย่างนี้เอง งั้นใส่บาตรกับเราก่อนไหมลูก”
“แล้วค่อยขึ้นหาหลวงพ่อด้วยกัน” คุณลุงพูดบ้าง ตะวันเหล่มองหน้าพอวาแต่ก็ตอบตกลง
พวกเขายืนรวมกลุ่มผู้คนตรงบริเวณบันไดนาคส่วนใหญ่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ลูกหลานพามาบางคนหน้าตาท่าทางอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
เดาเอาว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเหมือนกันส่วนใหญ่สะพายกล้องเตรียมถ่ายรูปเก็บความประทับใจระหว่างทางเดินจากลานจอดรถ
เขาเห็นรถสองแถวสีแดงสดแล่นเข้าจอดข้างทางเท้าถัดไปพบร้านรวงตั้งเรียงรายเนืองแน่นทั้งของกินเล่นเสื้อผ้าพื้นเมืองต่างๆให้ซื้อกลับ
เพื่อฝากแก่เพื่อนฝูงมิตรสหายรวมถึงญาติผู้ใหญ่ตะวันขยับตัวด้วยความอึดอัดเขาไม่ค่อยชอบสถานที่คนเยอะสักเท่าใดนัก
“เขยิบมานี่สิ” พอวากระซิบ
ตะวันยืนซ้อนหน้าพอวาปล่อยคนตัวโตกันฝูงชนจากรัศมีรอบตัวถือว่าเจ้าโกลเด้นยังพอมีประโยชน์
สายลมอ่อนพัดกลิ่นหอมบางเบาลอยต้องจมูกกลิ่นนั้นแปลกและไม่คุ้นเคยแต่ชวนให้ผ่อนคลาย ถ้าถามว่าใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มอะไรเขาจะดูโรคจิตมั้ย?
ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้กลิ่นเพราะถูกเหงื่อกับน้ำหอมกลบหมดแต่ตอนนี้สถานที่ตักบาตรเปิดโล่งเขาเริ่มได้กลิ่นจางๆไม่คลื่นไส้เวียนหัว
เหมือนเมื่ออยู่ในลิฟต์พอวาดึงแขนเบาๆให้เขยิบหลบด้านข้างพออ้าปากจะถามชายตาก็สะดุดกับจีวรสีส้มเดินเรียงแถวลงบันไดนาค
ฝูงชนแยกตัวหลบสองฝั่งเว้นทางเดินตรงกลางแก่พระสงฆ์คนที่มาเพื่อถ่ายรูปขยับถอยด้านหลังไม่ให้เกะกะทุกคนในครอบครัวพอวา
รวมถึงเขายกของทำบุญทูนเหนือหัวกล่าวอุทิศส่วนกุศลวางใส่บาตรพระรูปด้านหน้าก่อนเข้าต่อแถวรถรางขึ้นด้านบนเตรียมถวายสังฆทาน
รอสักพักจึงถึงคิวพวกเขาสิ่งสะดุดตาแรกเมื่อก้าวเท้าลงยอดดอยคือวัดพระบรมธาตุตั้งสูงเด่นสง่าสีเหลืองทองอร่ามงามตา
ด้านหลังผู้คนขวักไขว่ส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจบางส่วนถือดอกไม้ธูปเทียนเข้าไหว้พระประธานบางส่วนหยอดเหรียญทำบุญตามวันเกิด
บ้างเข้าไหว้หลวงพ่อทันใจเขย่าเซียมซีเสียงดังแกร๊กๆ 
แก๊งๆๆ~ เสียงใสกังวานของระฆังดังชวนให้จิตใจสงบข้างนอกอากาศค่อนข้างเย็นด้วยสายลมแรง
พวกเขาตัดผ่านสู่บริเวณถวายสังฆทานแตะข้อศอกเป็นทอดๆจัดวางของถวายลงผ้าจีวรสีส้มเจ้าอาวาสให้ศีลให้พรประพรมน้ำมนต์อย่างทั่วถึง
เขาพนมมือรับด้วยความรู้สึกอิ่มเอมธุระวันนี้ถือว่าเสร็จสิ้นพวกเขากราบพระภายในอุโบสถก่อนเข้าไหว้หลวงพ่อทันใจ
“งวดนี้ขอสามตัวตรงๆด้วยเถอะค่ะ” เสียงพี่ซอมพอดังขึ้น
“อย่าหวังพึ่งแต่โชคลาภนัก รู้จักทำงานหาเงินด้วย” คุณลุงพูดเรียบๆ
“จ้าพ่อ ~” พี่ซอมพอตอบไม่จริงจังนัก
ขอให้หมดซึ่งเวรกรรมต่อกันกรรมใดที่ข้าพเจ้าก่อขอใช้บุญกุศลส่วนนี้ทดแทน
ส่วนที่เจ้ากรรมนายเวรก่อข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้อย่าได้ตามอาฆาตแค้นต่อกันเลย
กระบอกบรรจุไม้เสี่ยงทายถูกยื่นส่งตรงหน้าเขาหลังก้มกราบสามที
“อะนี่ เซียมซี” เขารับมาเขย่าสองสามทีไม้จึงหล่นลง
“ได้เบอร์ไรอะ ของเรา26”
“27” พวกเขามีดวงเลขต่อกันรึไงนะ
“นี่จ๊ะ” คุณป้าฉีกคำทำนายออกยื่นให้ เขากล่าวขอบคุณสายตากวาดอ่านใบเซียมซีเร็วๆ

‘ใบที่ยี่สิบเจ็ดสำเร็จความตามคำเปรียบเหมือนเรือเพียบฝ่าคลื่นทะมึนหลาย                                       
นายท้ายนายหัวช่วยกันพายประคองกายนาวาให้ฝ่าไปพ้นแล้วจะราบรื่นคลื่นชีวิต                                         
จะหายเหน็ดหายเหนื่อยด้วยเบื้องหลังไม่ต้องระวังมันแล่นไปได้การ                                                         
ผู้ใดเสี่ยงได้ใบนี้บอกให้นบนอบผู้เฒ่าเผ่าพันธุ์สงฆ์ บิดามารดรธะผู้ทรง ครูอาจารย์ก่นวิชา                           
จะจำเริญพูนทวีมีความสุขทางแก้ทุกข์รสุมกลุ้มวิถี ถ้าทำได้ผ่านได้ไร้ราคีทางวิถีราบรื่นชื่นสบายฯ’

“เลขต่อกันความหมายเลยคล้ายรึเปล่านะ” พอวาชะโงกหน้าอ่าน เขาแบมือขอเซียมซีอีกฝ่าย

‘ใบที่ยี่สิบหกนี้หนาชาตาบอกจะขัดข้องนิดหน่อยลมพลอยฝน                                                                 
เมื่อลมหยุดฝนห่างกระจ่างบนทุกแห่งหนจะชื่นบานปานใดมี กิจการงานดีหมด                                       
ไม่พบภัยพิบัติขัดหมองศรีได้ผู้อุปถัมภ์ค้ำจุนหนุนชีวีความรักพันทวีที่มีมาแม้ยังสดไร้คู่ก็ไม่เหงา             
จะมีเขาทอดสะพานผ่านมาหาจะเป็นคู่แท้สมสร้างปางหลังมาจะพบพาไม่นานจะหวานใจ
โรคาพยาธิก็ปราศร้ายที่ป่วยอยู่ก็จะหายในเร็วหนาที่ชอกช้ำระกำแรมปีมา                                                             
ก็เหมือนนภาครื้มฝนพ้นไปเอยฯ’

ของเขาลำบากกว่าชัดๆแถมไม่มีเนื้อคู่จีบด้วย
“อ๊าาาาาา เขาบอกไม่มีดวงด้านโชคลาภ” พี่ซอมพอโอดครวญ
“ไม่มีใครได้ดั่งใจหรอก” คุณลุงพูดส่วนคุณป้าส่ายหัวเบาๆ
สิ่งที่คุณลุงพูดนั้นถูกต้องแม้ฝ่าคลื่นลมแรงแต่ผู้คนรอบข้างพร้อมช่วยเหลือเขาอยู่ตลอด                               
ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนนั้นแม่ก็เป็นแรงผลักดันยิ่งใหญ่เสมอ…ขอแค่มีแม่เขาไม่ต้องการอะไรแล้ว
“ตะวันกินข้าวรึยังจ๊ะ” คุณป้าถามส่งยิ้มอ่อนโยนให้
“ไปกินข้าวบ้านลุงไหม ฝีมือแม่แกอร่อยนะ” คุณลุงเอ่ยชวน
“วันนี้แม่ยะแกงฮังเล น้ำพริกอ่อง จิ้นส้ม ของหวานเป็นขนมกนน้ำอ้อย” พี่ซอมพอสาธยาย
“ไปไหม” พอวาถามสั้นๆด้วยแววตาคาดหวัง
ตะวันเกรงใจด้วยรบกวนครอบครัวพอวาเป็นเวลานานเขาคิดจะปฏิเสธแต่ทว่า
จ๊อกกกกกก ~ เสียงท้องร้องดังแทนคำตอบซะก่อน
“ขอรบกวนด้วยครับ” ตะวันพูดด้วยหูแดงๆ
“ได้เลยจ๊ะ” แม่พอวากล่าวเสียงเอ็นดู
“แล้วเรามานี่ยังไง” คุณลุงถาม
“มอไซค์ครับ”
“งั้นให้พอวาขี่ตามมาส่วนตะวันย้ายมานั่งรถแทนไหม” พี่ซอมพอเสนอ
“เอางั้นไหม” พอวาหันถาม
“ผมขี่ตามได้ครับ”
“บ้านพี่อยู่ไกลนะขี่มอไซค์เมื่อยแย่” งั้นพอวาก็เมื่อยแทนเขาสิ
“เราขี่ขาขึ้นแล้วขาลงให้พอวาขี่นั่นแหละ” คุณลุงพูด
“ได้ครับ” ตะวันตกลง
ทั้ง ๆที่ตั้งใจหลบหน้าแต่กลับได้ไปถึงบ้านเจ้าตัว ยิ่งหนียิ่งเจอจริงๆนั่นละ……
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-07-2021 19:07:48 โดย molal »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
Re: ตะวันสีรุ้ง
«ตอบ #3 เมื่อ19-07-2021 08:42:56 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 945
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +549/-0
Re: ตะวันสีรุ้ง
«ตอบ #4 เมื่อ19-07-2021 10:11:05 »

+1 ครับ  :hao3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด