[เรื่องสั้น] ใดใดในโลกล้วนเกรี้ยวกราด (จบ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] ใดใดในโลกล้วนเกรี้ยวกราด (จบ)  (อ่าน 2202 ครั้ง)

ออฟไลน์ มนุษย์หลุมอากาศ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.เมื่อนิยายจบแล้วให้แก้ไขหัวกระทู้ต่อท้ายว่าจบแล้ว


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ใดใดในโลกล้วนเกรี้ยวกราด



1.3


คุณคิดว่าคนเราเกรี้ยวกราดได้มากแค่ไหน

สำหรับผมคงเป็นตอนเล่นเกมแล้วหัวร้อน หรืออาจจะเป็นตอนโดนแซงคิวซื้อแก้วสะสมจากโรงหนัง แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้เลยลองหาความหมายของคำนี้ มันแปลว่า ‘การแสดงอารมณ์ใส่อย่างรุนแรง’ แถมยังมีตัวอย่างการใช้คำด้วยประโยคที่ว่า ‘ผัวเมียเกรี้ยวกราดใส่กัน’ ให้พอเห็นภาพ

ถึงยุคนี้คนจะเกรี้ยวกราดใส่กันมากแค่ไหน แต่คงไม่เกรี้ยวกราดตลอดเวลาแบบคนที่ผมกำลังจะกล่าวถึงนักหรอกครับ นั่นไง พูดถึงก็มาพอดี เดินหน้านิ่งมาก็จริง แต่เชื่อผมเถอะ ไม่มีใครเกรี้ยวกราดเก่งเท่าคนนี้แล้วครับ เดี๋ยวสักพักคงเดินมาเตะเก้าอี้ผมแล้วเกรี้ยวกราดใส่แน่นอน

ผลัวะ!

“มองห่าไร!”

เห็นไหมล่ะครับ ผิดจากที่ผมพูดซะที่ไหน ซื้อหวยไม่เคยถูก แล้วความเกรี้ยวกราดนี้ท่านได้แต่ใดมา กูขอซื้อต่อได้ไหม

“มองไรก็เรื่องของผมครับพี่ โอ๊ยยยย ปล่อยหูผมนะ”

ผมไม่ได้บอกอีกอย่างนอกจากจะเกรี้ยวกราดแล้วยังชอบทำร้ายร่างกายด้วยครับ ตัวเท่าควายไม่พอยังกร่างไปทั่ว เรื่องนี้ผมก็ขอซื้อ

“ยังๆ ยังมองหน้ากูอีก”

“ฮึ!”

คนเกรี้ยวกราดและทำร้ายร่างกายผมคือ ‘ไอ้เชี่ยพี่บาส’ วันแรกที่เจอหน้ากันพี่มันก็เกรี้ยวกราดใส่หาว่าผมมองหน้าปีนเกลียว ทั้งที่ผมแค่มองเฉยๆ ดูปากผมนะครับ ผมมองเฉยๆ ตอนนั้นกำลังจะไหว้ถึงกับเอามือลงแทบไม่ทัน เลยเปลี่ยนเป็นยกนิ้วกลางใส่หน้าแม่ง

ใครๆ ก็บอกว่าพี่มันเป็นคนสุภาพ หล่อ พูดจาดี ฉลาดและขยัน พี่บาสเป็นคนเก่งมากผมยอมรับ นักศึกษาทุนเรียนดีพ่วงตำแหน่งประธานห่าเหวอะไรของมันอีกเยอะแยะก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องลงทุกกิจกรรม มันบ้าหรือมันโคตรบ้าวะ แค่เรียนก็ปวดหัวจะตายห่า มึงยังทำกิจกรรมอีก แม่งห้าวจัด

แต่ใครจะรู้ว่ามันเป็นคนดีเซิ้นเจิน ความจริงมันทั้งพูดหยาบ ปากหมา เกรี้ยวกราดแถมทำร้ายร่างกายคนอื่น คนที่รู้เนื้อแท้ของพี่มันมีแค่ผม ไม่อยากจะเผาหรอกครับ แต่มันด่าผมทุกวันและทุกครั้ง พอเจอหรือแค่เดินผ่านก็แกล้งผมละ แถมตอนรับน้องปีที่แล้ว มันยังสั่งซ่อมผมอีก

ยังพอนะครับ ตอนเฉลยพี่เทค (พี่เทค มันย่อมาจากคำว่า เทคแคร์ จะคล้ายๆ กับพี่รหัส แต่คณะที่ผมเรียนแตกสาขาย่อยเยอะ เลยมีพี่เทคเกิดขึ้น เป็นพี่สาขาเดียวกันที่ต้องดูแลกันไปจนชั่วกัลปาวสาน) ไอ้เชี่ยพี่เนี่ยมันอยู่คนละสาขา พวกคุณฟังไม่ผิดหรอก มันบ้า มันใช้อำนาจการเป็นสภานักเรียนเข้ามาแฝงตัวดูพฤติกรรมของรุ่นน้อง แล้วหลอกว่าเป็นพี่เทคผม จะไม่เฉลยจนกว่าผมเดินรำรอบคณะ แล้วผมก็ดังชั่วข้ามคืนในเพลงลาวดวงเดือน

อีกอย่างคนดีที่ไหนวะด่ารุ่นน้องที่ไม่สนิทว่าควายทั้งที่รู้จักกันได้แค่สามวัน

บอกเลยว่าพี่มันแกล้งผมทุกวันจนทุกคนชิน มันจะคุยดีก็ต่อเมื่อมีของมาอวดผมเท่านั้นแหละครับ หลังจากมันอวดจนพอใจก็แกล้งผมเหมือนเดิม ไม่มีใครใจดีช่วยผมสักคน พวกเพื่อนหรือแม้แต่พี่เทคผมเองยังซ้ำเติม บอกอีกว่ามึงโง่ให้มันแกล้งทำไมวะโบ๊ท ผมเพิ่งรู้ว่าความยุติธรรมแม่งไม่มีในโลก











ป๊อก!

ผมโดนดีดหู ทำเอาตกใจจนสะดุ้ง โทรศัพท์หลุดออกจากมือ ผมหันมองหน้าคนทำอย่างเอาเรื่อง แต่มันกลับอมยิ้มบ้าบอ ไม่สนห่าไรกับตาขวางๆ ของผมเลยสักนิด

“แค่นี้ตกใจเหรอวะ เมื่อไรมึงจะชินสักที”

“ชินก็เหี้ยละ อุตส่าห์ตั้งใจดู กูต้องดูใหม่เลยเนี่ย” ผมว่าอย่างหัวเสีย หันไปสนใจตัวอย่างหนังเข้าใหม่ที่ตั้งใจดูมากเพราะกะว่าจะต้องไปดูในโรงให้ได้ พี่บาสชะโงกหน้าดูด้วยก่อนจะตบหัวผมไปอีกที

“โอ๊ยยยยยย ไอ้เชี่ยพี่มึงตบหัวกูทำไมเนี่ยยยยย” ผมโวยวายเสียงดังพลางลูบหัวปอยๆ

สมองกูจะไหลรวมกับขี้หูแล้ว ตบได้ทุกวี่ทุกวัน

“งานมึงเสร็จยัง!” พี่บาสว่าผมอย่างเกรี้ยวกราด

หนอยแน่ คิดว่าตัวเองเป็นใครวะ พ่อกูก็ไม่ใช่ เรื่องงานกับเรื่องเล่นกูแยกแยะเป็นเว้ย ดูถูกกันนัก

ผมมองหน้ามันอย่างเคืองๆ แล้วเกรี้ยวกราดกลับไป

“ยัง!”

ป้าบ!

“โอ๊ยยยยย อะไรของพี่อีกเนี่ย”

ผมคิดจะสู้กลับแต่พี่มันเอามือดันหัวผมไว้ ทำให้ผมชกได้แต่ลม ซ้ำยังทำหน้าตอแหลแสร้งเอือมระอาใส่ผมอีก

“หึๆ เตี้ยเอ๊ย!” มันผลักผมออกจนผมเกือบหงายหลังแล้วคว้าโทรศัพท์ผมไป “ไหนดูสิ มึงดูอะไรนักหนา งานไม่ทำ”

“ของผม เอาคืนมา!” ผมพยายามคว้าโทรศัพท์คืนมา พี่มันก็เอาแต่หัวเราะชอบใจ

เอาที่สบายใจเลยครับพี่ ความสุขของพี่คือความทุกข์ของผม

ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของๆ ผม แต่พอรู้จักพี่มัน มันเอาของผมไปหมด ปากกา ยางลบ ดินสอ ไม้บรรทัด ไม่รู้เอาไปแดกหรือเอาไปทำอะไร เอาไปแล้วไม่คืนด้วย ตอนนี้โทรศัพท์ของผมจะเป็นเหยื่อรายต่อไปของมัน เรื่องอะไรผมจะยอมวะ

“พวกมึงทำอะไรกันวะ?” เสียงพี่ตั้มถามขึ้น

ผมกับพี่บาสหันมองตามเสียง ก่อนจะรู้ตัวว่าผมโอบคอพี่บาสอยู่ ส่วนพี่มันกอดผมไว้แน่น เราสองคนแทบจะจูบกันอยู่รอมร่อ พอเห็นแบบนั้นผมจึงรีบดีดตัวออกมา พี่บาสทำหน้าแปลกๆ แล้วเดินไปหาเพื่อนตัวเอง

เมื่อกี้มันคืออะไร แต่พี่บาสแม่งตัวใหญ่มาก โอบสองแขนยังไม่รอบเลย หรือผมตัวเล็กวะ

“เกิดไรขึ้นวะ?” พี่ไม้ที่เข้ามาทีหลังก็ถามพลางยืนน้ำโค้กแก้วใหญ่ขนาดเท่าควายให้พี่บาสแดก

พี่ตั้มเป็นพี่เทคของผมครับ ส่วนพี่ไม้เป็นเพื่อนของพี่ตั้มซึ่งเป็นพี่เทคของอาลัวเพื่อนของผมอีกที แล้วไอ้เชี่ยพี่บาสที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตรงนี้เลยก็มาด้วยเป็นปกติ ผมเคยถามแล้วว่ามาทำไม แต่พี่แกก็ตอบสั้นๆ ว่า เสือก!

รู้เรื่องเลยครับ รู้ซึ้งถึงรสพระธรรม

ทุกวันนี้ผมยังไม่รู้เลยครับ ว่าแม่งจะตามมาทำไม แต่ให้ผมเดา มันน่าจะว่างแล้วอยากแกล้งผมเฉยๆ

“พวกมันกำลังจะปล้ำกัน” พี่ตั้มว่าขำๆ ตบบ่าพี่บาสเหมือนรู้กัน ส่วนพี่ไม้มองหน้าผมแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เข้าใจเหี้ยไรล่ะครับ

“ไม่ใช่นะพี่!” ผมส่ายหัววืดแล้วฟ้องพี่สองคน “พี่บาสมันแย่งโทรศัพท์ผมต่างหาก”

ไอ้ตัวทำเรื่องไว้แค่ยักไหล่ให้เพื่อนทั้งสองโดยไม่พูดอะไร แล้วหันมายิ้มล้อเลียนใส่ผม ผมเลยถลึงตากลับ

มึงไม่คิดจะแก้ตัวบ้างหรือไง พวกพี่บ้าสองคนหาว่าเราปล้ำกันเลยนะ กูเสียหายนะเนี่ย

“มันไม่ทำงานเอาแต่เล่นโทรศัพท์” แล้วดูมันแก้ตัว เวรกรรมของกู

“มึงทำถูกแล้วบาส” พี่ตั้มว่า เห็นด้วยกับมันไปอีก ส่วนพี่ไม้ที่เป็นความหวังของผมก็....

“ยึดแม่งเลยบาส” ตอบเป็นลูกคู่กับพี่ตั้ม

กูอยากจะบ้าตาย ไม่มีใครเข้าข้างกูสักคน











“เห้ยบาส ไปแดกเหล้ากัน กูชวนไอ้ลัวกับไม้แล้ว เออมึงจะไปด้วยเปล่าโบ๊ท” พี่ตั้มพูดขึ้น

ผมเงยหน้าจากโทรศัพท์ กดหยุดตัวอย่างหนังเข้าใหม่ ก่อนจะถามย้ำอีกครั้งว่า พี่มึงพูดอะไร กูใส่หูฟังอยู่ครับ ไม่ได้ยินห่าไรหรอก

“กูถามว่ามึงจะไปแดกเหล้ากับพวกกูไหม ร้านเดิม”

“พี่ตั้มเลี้ยงใช่”

พี่แกยิ้มเย็นใส่จนผมยิ้มแหยๆ กลับไป “ผมล้อเล่นค้าบพี่ แหมเผื่อฟลุ๊กกินฟรี”

“มึงอยากแดกฟรีไปขอป๋ามึงนู้นเลยไป” พี่ตั้มโยนขี้ให้พี่บาสซะงั้น

ว่าแต่ใครป๋ากู ไอ้พี่บาสเนี่ยนะ บ้าบอ

วันนี้ไอ้พี่ตัวดีมันซึมเป็นซากหมาตาย นั่งทำหน้าอดทุกข์ยังกะคนไม่ได้แดกชาบูมาเป็นปีๆ เรื่องมีอยู่ว่า พี่แกเพิ่งโดนเมียทิ้งมาหมาดๆ ผมไม่รู้หรอกนะว่าเลิกกันเรื่องอะไร ถามพี่ตั้มกับพี่ไม้ก็ไม่ยอมบอก ถามกับเจ้าตัว ผมก็ไม่กล้า

“ไม่กล้าขอว่ะ ดูหน้าเพื่อนพี่ดิ งดรับแขกไม่พอ ผมเข้าไปจะโดนดูดวิญญาณจนหดหู่เปล่าก็ไม่รู้” ผมกระซิบกระซาบกับพี่ตั้มเกรงว่าพี่บาสจะได้ยิน โดนโบกหัวหลุดแน่

“เออกูเห็นด้วย เอาเป็นว่ามึงไปนะ กูจะได้จองโต๊ะ”

ผมตะเบ๊ะเป็นอันรับทราบ แล้วพี่แกก็บ่นให้ผมไปอ่านหนังสือหรือทำอะไรที่มีประโยชน์บ้าง ผมเลยชวนเข้าเกม พี่แกโบกหัวไปหนึ่งที ก่อนจะตอบรับเข้าเกม

กูโดนตบหัวฟรีสินะ

และด้วยความเป็นน้องที่ดี ผมจึงหันไปชวนพี่บาสที่นั่งเหม่อเหมือนผีรอญาติมารับเล่นด้วย

“พี่เล่นเกมกัน กดเลยๆ ”

ผมถือวิสาสะอย่างเคยตัว เดินไปนั่งข้างๆ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ของพี่มันแล้วกดเข้าเกมให้ พี่บาสมองหน้าผมแล้วถอนหายใจ

“กูไม่อยากเล่น”

“เอาน่าพี่ เล่นกัน ผมกดให้แล้ว”

“ไม่มีอารมณ์”

“โธ่พี่ แค่เล่นสักตาสองตาเอง นู้นพี่ตั้มลงพื้นแล้วนะ พี่กดเร็ว” ผมยัดโทรศัพท์ใส่มือพี่บาส

“กูบอกว่าไม่เล่นไง! พูดไม่รู้เรื่องเหรอ! มึงอย่ายุ่งวุ่นวายนักได้ไหมห่ะ น่ารำคาญ!”

“พี่บาส...”

ผมไม่เคยโดนพี่บาสโมโหใส่แบบนี้มาก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นเกรี้ยวกราดมากกว่า แต่มันก็ไม่เคยขึ้นเสียงใส่ ทำเอาผมที่เล่นได้ทุกสถานการณ์ถึงกับตกใจ เสียงตวาดของพี่มันดังจนพี่ตั้มรีบดึงผมออกมา ส่วนพี่ไม้ที่เพิ่งเข้ามาก็ไม่เข้าใจสถานการณ์หรอก แต่พี่ตั้มบอกให้เดินตามพี่บาสไป

ความหวังดีที่อยากให้พี่มันเลิกเป็นผีตายซากแทนที่ด้วยความเสียใจ

แม่ง แล้วกูจะเสียใจทำไมวะ

ผมผิดเองแหละที่ชวนไม่รู้จักเวล่ำเวลา แต่ทำไมต้องใส่อารมณ์กันด้วย สีหน้าติดรำคาญของพี่มันติดตาผมมาก ความน้อยใจเริ่มเข้ามา พาลทำเอาขอบตาร้อนผ่าว ผมเกือบร้องออกมาแล้วถ้าไม่ติดว่าอายคน พอตั้งสติได้ผมก็ยืนหยัดกับตัวเอง

มึงไม่ให้กูยุ่ง กูก็จะไม่ยุ่งหรอก ฮึ!






Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-06-2021 13:31:26 โดย มนุษย์หลุมอากาศ »

ออฟไลน์ มนุษย์หลุมอากาศ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
2.3




“กูขอโทษนะ แต่มึงต้องไปกับไอ้บาส” พี่ตั้มบอก สีหน้าลำบากใจ

ก็รู้อยู่ว่าเมื่อกี้ไอ้เชี่ยพี่บาส ไอ้ผีตายซากมันไล่กูยังกะหมูกะหมาแล้วยังจะยัดเยียดกูกลับไปหามันอีก

“จิตใจพวกพี่ทำด้วยอะไรวะ แม่งงงงง ผมไม่ไปแล้ว เชิญแดกกันตามสบาย”

“มึงอย่าเรื่องมากไอ้โบ๊ท กูต้องไปรับเมียอีก ไม่งั้นพวกกูจะไม่เซ็นจิตอาสาให้มึง” พี่ไม้โบกหัวผมไปทีนึง

คนนึงก็ตวาดกู อีกคนก็ตบหัวกู แล้วยังมีขู่อีก เออเอากันให้พอใจนะ ถ้าไอ้โบ๊ทคนนี้เป็นใหญ่เมื่อไร จะเฉดหัวพวกพี่ออกจากมหาลัยกลุ่มแรกเลย

ผมแจกนิ้วกลางให้รัวๆ ก่อนจะโวยลั่น

“ว้อยยยยยยย”

ผมเดินไปขึ้นรถไอ้พี่บาส ส่วนพี่มันก็ยืนทำเอ็มวี ดูนกดูฟ้าดูดิน ดูห่าดูเหวอะไรของช่างแม่งมันเถอะ คนเหี้ยอย่างมัน ผมไม่สนใจหรอก

บรรยากาศในรถโคตรอึดอัด ผมนั่งกอดอกขยับชิดติดกระจกไม่ให้ตัวเองเฉียดใกล้พี่มัน แอบเหลือบมองเสี้ยวหน้ามันก็ไม่ยักกะจะเปิดปากพูดกับผมสักคำ ยังคงทำหน้าเหมือนผีตายซาก พอมันหันมา ผมก็หันหนีทันที

ผมถือคติ มึงไม่ให้กูยุ่ง กูก็จะไม่ยุ่ง

ถ้าพี่แม่งทำผมนอยด์อีก ผมจะแช่งให้บ้านมันไฟไหม้เลยคอยดู

พอถึงร้านแล้วผมจึงรีบลงจากรถแต่พี่บาสคว้าผมไว้ ผมหันมองหน้าพี่มันแล้วสะบัดมือมันออก พี่บาสเลยคว้าตัวผมไว้แทนก่อนจะถอนหายใจเหมือนเหนื่อยใจ

เหนื่อยใจห่าไร ผมต่างหากที่ต้องเหนื่อยใจกับอารมณ์แปรปรวนของมึง

“ปล่อยผม ผมเลิกวุ่นวายกับพี่แล้วพี่จะยุ่งกับผมทำไม!”

พูดแล้วก็โมโห นึกถึงตอนมันตวาดขึ้นมาแล้วอดน้อยใจไม่ได้ ยิ่งพี่มันคว้าผมไปกอดไว้ ผมก็อยากจะร้องไห้

ไม่ได้ใจอ่อนหรอกนะครับ ฮือ มึงกอดแน่นไป กูหายใจไม่ออก

“กูขอโทษ!” พี่บาสว่าเสียงดัง คำขอโทษของมันทำให้ผมหยุดดิ้น ผมอยากเห็นหน้าคนขอโทษแต่มันกดหัวผมไว้กับอกพลางลูบหัวผมเป็นการปลอบใจ

“กูไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นกับมึงเลยนะ” เสียงมันอ่อนลง ดูนุ่มนวลขึ้น แต่ผมไม่นุ่มนวลกับใครหรอกนะ โดยเฉพาะกับมัน

“พี่บอกไม่ให้ยุ่งกับพี่”

“กูบอกว่าไม่ได้ตั้งใจไง มึงจะยุ่งกับกูได้”

“พี่บอกว่าผมน่ารำคาญ สาบานให้ไข่เหี่ยว ตอนนั้นพี่พูดมันออกมาจากใจจริงๆ ใช่ไหม”

“กูยอมรับว่าตอนนั้นกูหงุดหงิดแล้วพาลอารมณ์เสียใส่มึง แต่ต่อไปกูจะไม่ทำแบบนั้นอีก สาบานให้ไข่เหี่ยวเลย” พี่บาสยกมือสาบานแต่มันเป็นสามนิ้วของลูกเสือต่างหาก

“พี่บาสขอโทษนะครับ ยกโทษให้พี่บาสได้ไหม” พี่มันมองหน้าผม แววตาและน้ำเสียงราวกับกำลังอ้อนผมอยู่

ผมทำหน้าไม่ถูก ไม่คิดว่าพี่มันจะง้อผมแบบนี้ เป็นเพราะผมเอาลูกชิ้นให้หมากินทุกเย็น มันจึงส่งผลบุญให้ผมได้รับสิ่งนี้ก็ได้

ผมแย่แน่ ใจมันเต้นระรัวกับคำพูดของพี่มัน ผมไม่ชอบน้ำเสียงแบบนี้เลย ให้ตายดิ สายตานั้นก็ด้วย

“นะครับ”

ผมใจอ่อนจนไม่รู้จะอ่อนยังไงแล้วครับ ไม่คิดว่าพี่มันจะมีมุมแบบนี้ด้วย ผมทำตัวไม่ถูกจึงก้มหน้าหลบสายตาของมัน แล้วพยักหน้าเบาๆ

“เราดีกันนะครับ”

ผมทำได้แค่พยักหน้า ไม่กล้าเงยหน้า ฝ่ามือเปียกเหงื่อไปหมด

“กูเพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามึงขี้งอน” แล้วน้ำเสียงเดิมก็กลับมา พี่มันแกล้งยืดแก้มทั้งสองข้างของผมจนผมเจ็บไปหมด

ตีมือแม่ง เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง

“ใครงอนมึงวะ กูโกรธต่างหาก”

พี่บาสตบป้าบเข้าให้ที่ปากผมทีนึง

วันนี้ไม่ต้องแดกเหล้าละกู แดกยาม่วงเลยเหอะ ปากระบมหมดแล้ว

“กูเพิ่งดีกับมึงเนี่ย ไม่หยาบคายกับกูสักวันไม่ได้เหรอวะ”

“ไม่ทำร้ายร่างกายกันสักวันไม่ได้เหรอวะ” ผมย้อนกลับ นั่งกอดอกหันหน้าหนี

“อ่ะ” พี่มันยื่นนิ้วก้อยที่แม่งก็ไม่ได้ยาวอะไรหรอกนะครับ ออกจะคดงอไม่ได้รูป ดูแย่พอๆ กับหน้าตาพี่มันเลย แล้วมันยังกระดิกใส่หน้าผมอีก

“สัญญาไง”

“ให้ไข่เหี่ยว?”

พี่บาสถอนหายใจเสียงดัง “สัญญาว่าจะไม่พูดแบบนั้นอีก” เน้นเสียงดังฟังชัดว่า กูไม่รับมุขมึงหรอกนะ

“โห พี่เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้”

พี่มันยังคงคะยั้นคะยอ กระดิกนิ้วก้อยไปมาว่าให้สัญญากันเร็วๆ

“จะเกี่ยวไม่เกี่ยว” พี่บาสเสียงดังขึ้น

นั่นขู่อีกแล้ว พูดดีกับกูได้ไม่ถึงห้านาที

“เอานิ้วมาดิ”

แล้วเราก็เกี่ยวก้อยกัน พี่บาสยิ้มกว้าง เอามือลูบหัวผมไปมา มันบอกว่าผมเป็นเด็กดีด้วย

ผมเกลียดตัวเองที่รู้สึกดี ใจเต้นระรัวจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง หน้าร้อนผ่าว หูดับแล้วขนแขนลุกซู่ซ่า ผมสะบัดมือพี่มันออก รีบวิ่งออกจากรถตรงไปห้องน้ำ

ต้องรีบไปขี้ ผมน่าจะปวดขี้











“เห้ยไอ้บาส มึงนอนก่อนไหม เล่นอัดหนังสือยันเช้าหลายวัน ไหนจะงานตรงนี้อีก” พี่ไม้ว่า แกตบบ่าพี่บาสสองสามทีแล้วแย่งเอกสารในมือไปทำเอง

“กูทำเอง พวกมึงมีงานเหมือนกัน ไปทำเถอะ” พี่บาสแย่งกลับมา “อีกอย่างกูเอาทาสมาด้วย”

แล้วทุกคนก็มองตรงมาที่ผม

ว้อททท กูเป็นทาสมึงตอนไหนก่อนนนน

“ดูมันทำหน้าดิ เห็นกูใจดีเข้าหน่อยแล้วก้าวร้าว” พี่มันว่าแล้วปาเอกสารใส่ผมที่นั่งตัดกระดาษอยู่ด้านล่าง

สุดๆ ไปเลยกับความเกรี้ยวกราดนี้

“เลิกแกล้งมันก่อน รีบทำงานรีบกลับ กูง่วง” พี่ตั้มโวยวาย พลางช่วยเก็บกระดาษที่กระจัดกระจาย

“นิสัยชั่ว ใครแม่งเป็นทาสมึงวะ เนี่ยแล้วดูดิ ปาแล้วลำบากคนอื่นอีก ไม่มีจิตสำนึกเอาซะเลย” ผมบ่นเงียบๆ

“มึงด้วยโบ๊ท เลิกด่าไอ้บาสได้แล้ว รีบทำงาน”

“มึงด่ากูเหรอเด็กเปรต”

แม่งเอ้ย กูโดนรุมเฉย

หลังจากที่พี่บาสเลิกกับแฟนหลายเดือนก่อน สารร่างแกก็กลับมาเหมือนเดิม จากผีตายซากกลายเป็นซอมบี้กินคน ใช้งานผมเหมือนโดนสูบเลือดสูบสมอง จนผมน่าจะเป็นทาสมันจริงๆ นั่นแหละ แล้วที่พี่มันดีขึ้นคงเป็นเพราะเพื่อนชวนแดกเหล้าทุกวัน จนผมละกลัวแม่งจะเป็นตับแข็งตายเข้าสักวัน

แต่ผมไม่ได้ไปกับพวกพี่หรอกครับ ก็ไปเที่ยวกับอาลัวบ้างกับเพื่อนคนอื่นบ้าง แม้ว่าพี่บาสจะตามติดเป็นเงาก็เถอะ แล้วอาลัวก็บอกกับผมว่า พี่บาสน่าจะคิดอะไรกับผม แต่ผมรู้ดี มันก็แค่ชอบแกล้งเพราะมันเป็นคนเหี้ยไงครับ แถมพี่บาสยังบอกว่า ผมซื่อบื้อให้มันแกล้งเอง

บอกแล้วว่าไม่มีอะไร พี่มันเหี้ย

“นั่นดิพี่ ไปนอนเหอะ” ผมโบกมือไล่

รำคาญหน้าแม่ง เจอกันทุกวันยิ่งกว่าจิ้งจกในห้องซะอีก

“ทำไม! กูกลับ มึงก็แอบอู้ดิ” เกรี้ยวกราดใส่กูอีกละ

“โห่วววววว” ผมโอดครวญ ปวดกะบาลกะพี่มันจริงๆ

“กูจะอยู่ แล้วกูจะไปส่งมึงที่หอด้วย”

ผมโห่อีกรอบ มึงดูสภาพตัวเองด้วย ตาคล้ำไม่พอ หน้าแม่งก็ซีด กูจะคิดว่ามึงเป็นเลือดจางก็ไม่แปลก ถ้ากูเป็นหมอนะ จะเขียนในใบรับรองศพว่า ตายเพราะความห้าว

“ถ้าน็อคตาย กูจะเหยียบซ้ำ” ผมบ่นอุบอิบกับตัวเอง

ป้าบ!!

“ได้ยินนะไอ้เด็กเหี้ย!”

แม่งเอ้ยยยย ไอ้พี่ไอ้ชิบหาย ไอ้หูนรก ลงทุนเดินมาตบหัวกูเลยเหรอ กูเนี่ยวิ้งเลย

คืนที่ดาวเต็มฟ้า ชั้นจินตนาการเป็นหน้าเทออออ











“ตื่นๆ พ่อมึงไม่ไหวแล้ว”

พี่ตั้มตบบ่าผมที่กำลังงีบอยู่ ผมงัวเงีย บิดขี้เกียจสองสามครั้งแล้วลุกขึ้น เหลือบมองนาฬิกา

“ไหนพ่อวะ”

“พ่อมึงอยู่นู้น” ผมมองตามมือพี่ตั้มไป เห็นรถพี่บาสกับเจ้าตัวยืนอยู่

“ไอ้เราก็นึกว่าพ่อมาจริงๆ “

“ไปๆ ฝากดูไอ้บาสด้วย”

“ดูทำไม” ผมงง

“เออน่า ไปสักที กูจะปิดห้อง ไอ้ห่านี่ ให้กูพูดอยู่ได้ กูง่วง!” ก่อนที่ผมจะโดนพี่ตั้มถีบออกจากห้อง ผมคว้ากระเป๋าได้ก็วิ่งออกมา

พี่บาสเห็นผมใกล้เข้ามาเลยขึ้นไปบนรถ เห็นสภาพมันแล้วเริ่มเข้าใจสิ่งที่พี่ตั้มบอก พี่มันหน้าซีดกว่าเดิม แม่งจะช็อกตอนขับรถไหมเนี่ย ผมได้แต่สวดมนต์ในใจ ขอให้ถึงหออย่างปลอดภัย

พอถึงหอแล้ว ผมอดเป็นห่วงไม่ได้ว่ามันจะกลับไหวไหม แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร พี่มันก็ฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยรถ

“พี่ไหวไหม ผมว่าพี่นอนห้องผมก่อนก็ได้นะ”

พี่มันส่ายหัวทั้งที่ตัวเองยังฟุบหน้าอยู่

“แน่ใจนะพี่” ผมว่าแล้วจับแขนพี่มัน ตัวมันร้อนจี๋เลย “ไอ้พี่เหี้ย ป่วยทำไมไม่บอกวะ”

ผมบอกให้พี่มันขับไปจอดตรงข้างตึก แล้วลากมันลงมา ตอนแรกมันก็ไม่ยอมหรอกนะครับแต่ผมทั้งด่าทั้งขู่มันไป แม่งโคตรดื้อ จะกลับบ้านให้ได้ เลยต้องลากมันออกจากรถ

ผมพยายามโทรหาพี่ตั้มกับพี่ไม้แต่ก็ไม่ติด เลยพาพี่บาสเข้าห้อง ดีที่วันนี้เมทผมไม่อยู่ แต่เตียงของมันมีแต่ซากโม ทั้งเสร็จแล้วและไม่เสร็จ ผมไม่กล้ายุ่งเลยให้พี่บาสนอนเตียงตัวเองแทน

“ผมลงไปซื้อยาแป๊บนึงนะพี่”

“ไม่ต้อง”

“อย่าดื้อได้ป่ะ”

“กูเนี่ยนะ” พี่ชี้หน้าตัวเอง

“โคตร” ผมเน้น

ว่าแล้วก็รีบลงไปซื้อยากับของใช้ที่จำเป็น แล้วรีบกลับไปหาไอ้พี่บาส พอถึงก็ไม่เจอพี่มันแล้วครับ ไม่รู้หายไปไหน หรือว่าหนีกลับบ้านไปแล้ว กำลังจะโทรไปด่ามันแต่ดันได้ยินเสียงกุกกักในห้องน้ำซะก่อน

ผมเปิดประตูเข้าไปก็เจอพี่มันในสภาพไม่ได้ใส่เสื้อกับบ๊อกเซอร์ตัวเดียวยืนหันหลังอยู่ พอเห็นผม มันก็หันกลับมา หุ่นมันก็ปกติ แค่มีแพกนิด กล้ามแขนหน่อย แล้วก็กล้ามหน้าอก หุ่นมันก็เหมือนผมนั่นแหละครับ ไม่ได้ดูดีกว่าหุ่นผมนักหรอก

แล้วกูแอบกลืนน้ำลายทำไม

“อ้าว มาแล้วเหรอ” ผมเพิ่งเห็นคราบเลือดบนหน้าของพี่มัน

“เลือด!”

“เออเลือด มึงจะตกใจทำไมแค่เลือดกำเดา” พี่มันหันกลับไปล้างคราบเลือดออก แล้วยืนบีบจมูกเพื่อให้เลือดหยุดไหล

“ไปโรงบาลไหมพี่” ผมเดินเข้าไปช่วยเช็ดคราบเลือดออกจากหน้าพี่มัน เป็นห่วงมันจนหงุดหงิดไปหมด ว่าแล้วก็ทาบมือบนหน้าผากแล้วบ่นต่อ “ตัวแม่งก็ร้อน ป่วยแล้วแทนที่จะกลับบ้าน พี่มึงก็เสือกอยากทำงานขึ้นมา มึงเป็นคนนะไม่ใช่เครื่องจักรที่มึงจะทำทุกอย่างพร้อมกัน อดนอนไปสอบก็แล้ว งานกิจกรรมมึงก็ยังจะทำอีก มึงบ้าหรือมึงบ้าห่ะพี่บาส นี่พี่มึงยิ้มอะไร”

“เปล่า” พอผมทักมันก็หุบยิ้มทันที ไล่ผมออกมา บอกจะล้างเอง

“ไข้แม่งแดกสมองไปแล้ว”

แล้วผมก็โดนเขกหัว อะไรวะ คนอุตส่าห์เป็นห่วง แม่งยังทำร้ายกันได้ลงคอ

พี่บาสล้มตัวลงนอนบนเตียงผม เสื้อผ้าก็ไม่ใส่ บ๊อกเซอร์มันช่วยปิดไข่ตุงๆ ของมันได้ที่ไหน โคตรหน้าด้าน แล้วตัวเองก็เป็นไข้นะ มันยังห้าวจะนอนทั้งแบบนี้ ผมอนาถลูกกะตาตัวเองเลยไปหาเสื้อผ้าให้ มันดันใส่แค่กางเกงแล้วปาเสื้อกลับมาให้ผม

“ใส่ให้หน่อยดิ”

“เพื่อออออ”

เป็นไข้แล้วเป็นง่อยขึ้นมาทันที

“งั้นกูนอนละ” ว่าแล้วมันก็หลับตาเฉยเลย

“ใส่เสื้อก่อน” ผมดึงมันขึ้นมาแต่มันดันดึงผมลงนอนอยู่ข้างๆ ผมรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากตัวมัน ก็อดใจอ่อนขึ้นมา ผมไม่อยากให้ใครมาตายบนเตียงต่างหาก เลยต้องจำใจใส่เสื้อให้ แล้วผมยังต้องบังคับให้มันกินยาอีก เพิ่งรู้วันนี้ว่ามันไม่ชอบกินยา ผมเลยเอายายัดปากมันแม่งเลย

พวกเราทะเลาะกันพักใหญ่ จนพี่มันคงไม่ไหวแล้วเลยขอยอมแพ้ ก่อนมันจะหลับยังบังคับให้ผมนอนข้างมันอีก ผมได้แต่กรอกตามองบน ชิ่งไปอาบน้ำไม่ฟังที่พี่มันพูด กลับมาก็เห็นคนป่วยหลับไปแล้ว ผมทาบมือบนหน้าผากพี่มัน ไข้ไม่ได้ลดลงเลย ลดลงก็แปลกละ กว่าจะกินยา กว่าจะนอน นี่ถ้าไม่ป่วยนะ ผมจะถีบมันตกเตียงตอนนี้เลย ว่าแล้วก็ดีดหน้าผากมันสักทีสองทีดีไหมเนี่ย

ผมง้างมือจะดีด แต่เห็นพี่มันนอนขมวดคิ้ว ลมหายใจร้อนๆ โดนมือของผม ผมเลยเอาแผ่นเจลลดไข้แปะหน้าผากให้ แล้วนอนลงข้างๆ พี่มัน แต่เพราะตัวมันร้อนจนผมหงุดหงิด ทำเอานอนไม่หลับ เลยลุกขึ้นมาหาผ้าชุบน้ำ เช็ดตามหน้ากับตัวให้มัน จนตัวร้อนน้อยลง ผมจึงโล่งอกแล้วกลับไปนอนต่อ ก่อนที่ผมจะหลับ พี่บาสดึงผมไปกอด ซึ่งผมเห็นว่ามันก็อุ่นดีเลยขยับเข้าไปซุกอกมัน

“ขอบคุณนะครับ”

เสียงกะซิบเบาๆ กับแรงกอดที่มากขึ้น ทำเอาผมหลับฝันดี











“โบ๊ท”

“ครับ หื้อ?” ผมขานรับแล้วเงยหน้ามองคนเรียกก็ต้องแปลกใจจนต้องขยี้ตาตัวเองแล้วชี้หน้าตัวเอง “พี่เรียกผมอ่อ”

“มึงชื่อโบ๊ทเปล่าล่ะ ถ้าไม่ใช่…” พี่บาสนั่งลงข้างๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามา “กูคงเรียกหมามั้ง”

ด่ากูว่าสัตว์เลยก็ได้ครับ ทุกวันนี้กูไม่ใช่คนเข้าไปทุกที

ที่ผมถามย้ำเพราะแปลกใจ ร้อยวันพันปีมันไม่เคยเรียกชื่อผมเลย เรียกแต่ มึง เด็กเปรต เด็กเหี้ย สารพัดเด็กที่มันสรรหามาเรียก พี่บาสยักคิ้วใส่ เก็กหน้าหล่อ ทำผมกรอกตามองบน

หลังๆ มาเนี่ยผมรู้สึกว่าพี่มันทำตัวดีขึ้น ไม่ค่อยเกรี้ยวกราดแล้วแต่ยังกวนตีนเหมือนเดิม

“หึๆ ทำหน้าอะไรของมึง” อยู่ๆ มันก็ขำ วันนี้อารมณ์ดีเหรอวะ หรือมีของมาอวด

“ก็พี่ด่าผมว่าเป็นหมาอ่ะ จะให้ผมยิ้มหวานใส่แบบนี้เหรอ” ว่าแล้วผมก็ฉีกยิ้มหวานสุดในชีวิตเพื่อประชดมัน แต่พอเห็นสายตาวิบวับที่มองอยู่ก็หุบยิ้มฉับ

สายตาเหมือนเอ็นดูก็ไม่ใช่ อยากจะกินก็ไม่เชิง มันไม่น่าไว้ใจ ทำผมขนลุกเลย

“ทำหน้าแบบเมื่อกี้ใหม่ดิ” พี่มันไม่ได้พูดเชิงบังคับ สองมือจับหน้าผมไว้

“อะไรของพี่เนี่ย จะทำอะไร” ผมมองพี่บาสอย่างระแวง วันนี้มันมาแปลก ไม่รู้จะแกล้งอะไรกันอีก

“เอาน่า ยิ้มใหม่ดิ”

นี่ผมต้องทำตามที่มันสั่งอีกแล้วเหรอวะ แต่แปลก มันไม่เกรี้ยวกราดใส่ แถมยังทำเสียงเหมือนตอนที่ง้อ ซึ่งมันนานมาแล้ว ผมลืมไปแล้วแหละ ไม่ได้จำเลยสักนิด ไม่ได้ชอบเสียงแบบนั้นด้วย

“เชี่ยเอ้ย พี่มึงยังไม่หายไข้หรือวะ”

ผมทาบมือบนหน้าผากพี่บาส พยายามจับๆ แตะๆ ว่ามีไข้หรือเปล่า

ก็ไม่ได้ร้อนนะครับ แค่อุ่นๆ หรือต้องจับคอด้วยนะ ว่าแล้วก็ทำตามความคิด แตะไปที่คอของพี่มัน ตกลงมันร้อนหรือไม่ร้อนวะ ผมแยกไม่ออก

“ทำอะไรโบ๊ท” มันมองตามมือผมที่แปะไปทั่วหน้า

“ผมว่าพี่ไข้กลับแน่เลย ร้อยวันพันปีเคยเรียกชื่อผมซะที่ไหน เนี่ยๆ ตัวร้อนจี๊เลย โอ๊ยยยย มือผมจะพองแล้วววว” ว่าแล้วก็สะบัดมือไปมา เล่นใหญ่เหมือนว่าตัวเองจับของร้อน

“กูล่ะปวดหัว” พี่บาสกุมขมับเหมือนปวดหัว หรือว่ามันปวดหัววะ แต่เมื่อกี้อารมณ์ดี

“พี่บ่นหรือพี่ปวดหัวจริงๆ ” ผมถาม

ผมไม่ได้เป็นห่วงมันหรอกนะ แค่ถามเฉยๆ คนอย่างพี่มันตายยาก ถ้ามันโดนซอมบี้กัด มันคงกัดซอมบี้ตอบ

พี่บาสทำหน้างงๆ เหมือนไม่เข้าใจคำถาม แม่งเอ๋อไปแล้ว สงสัยไข้จะแดกสมอง ผมต้องถามซ้ำ มันถึงจะเข้าใจ

“ก็ไม่นะ...”

ทำไมคิดนานขนาดนั้นล่ะพี่ ไข้คงแดกทั้งหัวแล้วมั้ง

“หัวพี่เองนะครับ ตกลงปวดไหม ผมจะได้ไปหายาให้”

“อือ ไม่ต้องกินยาหรอก”

“แน่ใจนะ แต่ผมว่าผมไปหาเผื่อไว้ดีกว่า”

ว่าแล้วก็ลุก แต่พี่บาสดึงให้นั่งเหมือนเดิม ผมมองหน้าพี่มันงงๆ ทำไมไม่ให้ไป เนี่ยผมหวังดีนะ อุตส่าห์จะไปหายาให้

“ปวดหัวว่ะ ขอนอนตรงนี้หน่อยนะ” แล้วมันก็ทิ้งตัวลงนอนบนตักผม ขาก็พาดยาวพ้นโซฟา

“นอนตรงนี้มันจะสบายได้ไงเล่า นอนตรงโซฟาดีๆ ดิ ให้ผมออกก่อน” ผมดันพี่มันออก แต่ตัวมันใหญ่กว่าผม ดันไปก็ไม่ขยับสักเซน

“มึงช่วยอยู่นิ่งๆ หน่อยได้ไหม กูปวดหัว”

“ปวดมากไหมพี่”

“ปวดมาก เวียนหัวด้วย”

“เดี๋ยวผมโทรบอกพี่ตั้มให้”

ผมคว้าโทรศัพท์ได้ก็โดนพี่บาสยึดไป มันนอนมองหน้าผมแล้วแตะแก้มผมเบาๆ

“ไม่ต้องครับ พี่ขอนอนพักแป๊บเดียว ไม่ต้องเป็นห่วงนะ” ก่อนจะหลับตามันก็ย้ำว่าให้ผมอยู่เงียบๆ อย่าขยับไปไหน ไม่งั้นมันจะปวดมากกว่าเดิม

หน้าอกพี่บาสขยับขึ้นลงช้าๆ เป็นอันบอกว่ามันหลับไปแล้ว ผมแอบแตะหน้าผากก็ไม่ร้อน สงสัยคงจะแค่ปวดหัวนิดหน่อยแหละ ผมค่อยๆ เอนตัวพิงโซฟา พยายามขยับตัวให้เบาที่สุดเพราะกลัวพี่มันจะตื่น พอมองหน้ามันที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ มือก็เผลอไปลูบหัวให้พี่มัน จนอาลัวเข้ามาในห้อง ผมตกใจรีบเก็บมือทันที อาลัวมองมาอย่างงงๆ พลางทำมือถามว่าทำไมพี่บาสนอนตรงนี้ ผมเลยต้องกระซิบ

“พี่มันปวดหัว บอกว่าจะนอนแป๊บเดียว ว่าแต่มึงยิ้มไรวะลัว”

“ยิ้มตามพี่บาสไง”

ผมก้มลงมอง พี่มันยังคงนอนหลับปกติ ไม่ได้ยิ้มตามที่อาลัวบอก

“มึงหลอนยาเปล่า แอบดูดกัญชาไม่บอกกู”

“ไอ้สัตว์”

ออฟไลน์ มนุษย์หลุมอากาศ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
3.3




“ผมถามพี่จริงเหอะ ปกติเวลาอยู่กับแฟน พี่เกรี้ยวกราดงี้เปล่า” ผมกำลังดูหนังอยู่ หันไปมองพี่บาสด้วยสีหน้าจริงจัง

เอาจริงมะ ผมแม่งโคตรอยากรู้ คนเหี้ยอะไรเกรี้ยวกราดตลอดเวลา

พี่มันยกยิ้มมุมปากแบบที่ผมเกลียด เพราะมันทำให้ผมดูโง่ที่ถามคำถามแบบนั้นออกไป

“มึงคิดไงล่ะ”

“กูถามมึงอยู่ครับพี่ โอ๊ยยย พี่ดีดหน้าผากผมทำไมมมม” ไอ้เชี่ยพี่บาสมันดีดหน้าผากผมจนต้องลูบปอยๆ แม่งเล่นดีดไม่ยั้งมือ

“กูมึงกับใครไอ้เด็กนี่ กูพี่มึงนะ” แล้วมันก็บ่นอย่างเกรี้ยวกราดอีกรอบ

“พี่ยังไม่ตอบเลย ตกลงที่แฟนเลิกกับพี่เพราะพี่ขู่กรรโชกเขาใช่เปล่า หรือเขาทนความเกรี้ยวกราดของพี่ไม่ไหว ไม่เป็นไรนะพี่ ผมเข้าใจ หมายถึงผมเข้าใจแฟนเก่าพี่น่ะ ฮ่าๆ อุ๊บไอ่เอี่ยอี่อาดอ่อยยยย (ไอ้เชี่ยพี่บาสปล่อยยย) ” ยังไม่ทันจะขำจบเลยดันโดนมือพี่มันบีบแก้มจนปากจู๋ มือหรือคีมวะแน่นสัส ดึงไม่ออกเลย

“ปากมึงเนี่ยหุบซะบ้าง พูดเป็นนกแก้วนกขุนทอง”

ผมส่ายหัวหวืดพยายามดึงมือไอ้เชี่ยพี่บาสออก ไอ้ชิบหายจะขยับหน้าเข้ามาทำไม ผมก้มหน้างุดหลบสายตาไอ้พี่มันเพราะดันกลัวประกายวิบวับในนั้น

“ฮื่ออออ...อ๋มเอ็บ (ฮือออ ผมเจ็บ) ”

“มึงพูดว่าอะไรนะ” พี่มันเอียงเข้ามาใกล้ซ้ำยังล็อกคอด้านหลังผมให้อยู่นิ่งๆ ดูก็รู้ว่าแกล้งผม ผมส่งเสียงอื้ออึงตอบมันไปก่อนจะงับหูอย่างแรง

“โอ๊ยยย ไอ้โบ๊ททท” พี่มันเจ็บเลยปล่อยผม ผมเจ็บอ่ะ มือคนหรือมือควายวะ แม่ง

“มึงถามทำไม กูนึกว่าจะอยากรู้เรื่องเลิกกันซะอีก”

“อันนั้นผมก็อยากรู้ ถ้าพี่จะกรุณาเล่าก็ดี”

“ไม่เสือกดิ”

“อ้าวสัตว์ แล้วมึงพูดก่อนทำไม โอ๊ยยยย ผมขอโทษคร้าบบบ”

แล้วเราก็ตีกันพักนึง ส่วนใหญ่ผมจะโดนมากกว่า ก็พี่มันตัวใหญ่บ้าอำนาจชอบใช้กำลัง แต่ผมเป็นคนอ่อนแอไร้ทางสู้

“แฟนเก่ากู เขาบอกเลิกกู เขาบอกว่าใจกูไม่ได้อยู่ที่เขาแล้ว...”

ผมอยากจะถามแต่คิดว่าไม่ควรขัด เลยฟังเงียบๆ ปล่อยพี่บาสพูดต่อ

“และเขาขอโทษกูที่บอกช้าไป ว่าใจเขาก็ไม่ได้อยู่ที่กูเหมือนกัน”

“พี่กับแฟนต่างคนต่างมีชู้เหรอ!”

“ชู้พ่อมึง เด็กเหี้ย!” พี่แม่งเขกหัวผมไปหนึ่งดอก

“อ้าว ก็แฟนพี่บอกเองอ่ะ ผมผิดตรงไหน” ผมโวย พอเห็นพี่มันทำหน้าเหี้ยม เลยสงบสงบคำ แต่ดันนึกขึ้นได้ “พี่เป็นเกย์เหรอ?”

ผมลืมไปว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควรถามตรงๆ แต่ใจผมก็อยากรู้ เลยหลุดปากถามไป

“ผมถามได้ไหม รู้จากพี่ตั้มนานละ แกชอบพูดกรอกหูผมช่วงนึง ไอ้บาสน่ะมันเป็นเกย์ แฟนแม่งหล่อมาก กูรู้ตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอก แต่แม่งเป็นแฟนกันจริงๆ ” ผมบีบเสียงให้ต่ำเหมือนพี่ตั้ม “มันน่ะจับมือถือแขนกันกระหนุงหระหนิงแบบนี้เลยนะเว้ย” แล้วผมก็สอดนิ้วประสานมือกับพี่บาสเหมือนที่พี่ตั้มเคยเล่าเป๊ะ พี่บาสขำ แกส่ายหัวอย่างเอือมระอา

น่าจะเอือมเพื่อนตัวเองแหละไม่ใช่ผมหรอก

“มึงเนี่ยนะ”

อ้าว เอือมกูซะงั้น

ผมขำในใจ พอจะปล่อยมือ พี่มันก็กำแน่นไม่ยอมปล่อย

“แล้วมึงไม่กลัวกูเหรอ ตอนที่รู้ว่ากูเป็นเกย์”

“กลัวทำไมอ่ะแค่เป็นเกย์”

“เปล๊า”

“อะไรของพี่วะ กลัวผมรังเกียจเหรอ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าผมรังเกียจพี่จริงๆ ผมคงไม่ปล่อยให้พี่ทำรุ่มร่ามกับผมแบบนี้หรอก” ว่าแล้วก็ชูมือที่เราจับกันอยู่

“อ๋อ ถ้าไม่รังเกียจแสดงว่าชอบกู”

มั่นหน้าไม่พอ ยังทำหน้าเจ้าเล่ห์อีก แววตาวิบวับไม่พอยังจะยิ้มหน้าบานอีก ผมละเบื่อพี่มันจริงๆ ได้แต่กลอกตามองบน

“แล้วแต่พี่จะคิด”











“ตอนกูอยู่กับแฟน กูเหมือนแมว”

“ข่วนอะนะ เมี๊ยววว” ผมข่วนแขนเสื้อพี่มัน ร้องเสียงแมวปัญญาอ่อนไปด้วย

“ข่วนทำเหี้ยไร” พี่บาสหัวเราะชอบใจ ผมขำตาม

“ว่าแต่มึง…อยากเลี้ยงแมวเปล่าวะ”

“?”

“เงียบเลย มึงไม่ชอบแมวเหรอ? ”

“ไม่นะ”

“งั้นกูเหมือนหมา ตอนอยู่กับแฟน”

“เห่าใช่”

“ไอ้โบ๊ท!”

“ฮ่าๆ โทษคร้าบ”

พี่มันหน้าผมเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่างแต่ก็เงียบไว้ เราสองคนมองหน้ากันนานมากจนผมเป็นคนทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้

“ผมไม่ชอบหมา”

“มึง…” พี่บาสมองหน้าผม แววตาหม่นลง

“ผมไม่ชอบสัตว์”

“เห้อ เอาเป็นว่าเมื่อกี้กูไม่เคยพูด งั้นกู…ไปนะ” พี่บาสรีบลุกขึ้นจะหนีไป ผมเลยดึงไว้ให้นั่งลงเหมือนเดิม เอาขาหนีบขามันไว้ด้วย ไม่ให้หนีไปไหนหรอก

“พี่จะไปไหนอ่ะ นึกจะมาก็มา นึกจะกลับก็กลับ อะไรของพี่เนี่ย”

“ในเมื่อมึงบอกว่ามึงไม่ชอบสัตว์ กูก็ไม่มีอะไรจะคุยด้วย” พี่บาสตอบเสียงแข็ง น้ำเสียงไม่พอใจ หน้าบึ้งจนงอ งอยิ่งกว่าปลาทูอีกครับ

“เกี่ยวไรกับเรื่องนี้ด้วยอ่ะ มันขี้เหม็นนะ พี่น่าจะรู้”

“ห้ะ?!”

“มันขี้เหม็นจริงๆ นะพี่ ขี้เรี่ยราดด้วย”

อยู่ๆ พี่มันก็ขำเสียงดัง แล้วบอกว่าผมซื่อบื้อ

“ไอ้โบ๊ท กูจะพูดยังไงให้มึงเข้าใจเนี่ย!”

“แล้วพี่จะเสียงดังทำไม เกรี้ยวกราด”

“มึงตั้งใจฟังกูดีๆ นะโบ๊ท”

ผมพยักหน้า ตั้งใจฟังมากๆ

“กู...” พี่บาสมองตาผม มันสูดหายใจเข้าลึกๆ มันประหม่าจนผมรู้สึกได้ “กูชอบมึง”

“อ๋ออออ ผมรู้อยู่แล้ว”

พี่มันทำหน้างงๆ

“พี่ชอบแกล้งผม ใครๆ ก็รู้”

“ไม่ใช่โว้ย! กูหมายความว่าชอบ ที่แปลว่าชอบ ไม่ใช่ชอบแกล้ง”

“ไม่ได้ชอบแกล้ง แล้วชอบยังไง ชอบด่าชอบเกรี้ยวกราดเหรอ?”

“ทำไมมึงเข้าใจอะไรยากนักวะ!”

พี่บาสลากไปที่ห้องสภา จับผมนั่งลงแล้วทำหน้าจริงจังยิ่งกว่าตอนบอกชอบผมซะอีก

ว้า ทำไมผมซื่อบื้อจังเลยนะ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าชอบที่ว่าเนี่ยคือชอบอะไร

ไม่เข้าใจจริงๆ นะครับ เชื่อผมสิ

พี่มันล็อกหน้าผมไว้ “ถ้ากูทำอะไรให้มึงตกใจหรือไม่ชอบ มึงผลักกูได้นะ”

“พี่จะ..” ยังไม่ทันที่ผมจะถาม พี่บาสก็ทาบริมฝีปากของมันปิดปากผมไว้ ปล่อยให้ผมตกใจกับการกระทำของมันจนตัวแข็ง ผมไม่กล้าขยับหรือหายใจแรง ผมเห็นทุกอย่างชัดเจน ทั้งสีหน้าและแววตาของพี่มันที่มองมาอย่างมีความหมาย

พี่บาสถอนริมฝีปากแล้วมองหน้าผม หน้าพี่มันแดงระเรื่อรวมถึงใบหูด้วย ซึ่งของผมก็น่าจะแดงไม่ต่างกัน ผมเขินจนจิกขาตัวเองแน่นไปหมด อยากจะมุดหายออกไปจากตรงนี้ แต่พี่มันก็ขยับเข้ามาใหม่

“คราวนี้มึงเข้าใจหรือยัง ว่าชอบที่ว่ามันคือชอบแบบไหน”

เข้าใจชัดเจนแล้วครับ ผมก็ไม่ได้ซื่อบื้อขนาดนั้นสักหน่อย ผมอยากจะเถียงกลับไปแต่เสียงมันไม่ออก ผมพยายามจะก้มหน้าหนีความเขินนี้แต่ถูกพี่มันจับหน้าไว้ไม่ให้หันไปไหน

“พี่ขออีกครั้งได้ไหมครับ” พี่มันกระซิบเบามาก ผมไม่อยากจะมองหน้าพี่มันเลย แม้แต่คำร้องขอจากมัน ผมก็ไม่อยากได้ยิน แต่จะทำเป็นไม่รับรู้ทุกอย่างตรงหน้าไม่ได้อีกแล้ว ในเมื่อเรามองตากัน ผมเห็นสายตาอ้อนวอนของมัน เหมือนขอร้องผมอยู่ ผมจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากพยักหน้า

คราวนี้พี่บาสค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้ามา ผมตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ พี่มันประคองใบหน้าผมไว้แล้วประทับริมฝีปากลงมาอย่างอ่อนโยน ผมเอียงหน้าให้มันกดจูบผมได้ถนัดขึ้น ริมฝีปากของพี่มันเริ่มขบเม้มริมฝีปากของผมหนักขึ้นเรื่อยๆ ผมเริ่มจูบตอบกลับ มือโอบรอบคอมันไปเองโดยอัตโนมัติ

หน้าผมร้อนผ่าว ใจเต้นระรัวยิ่งกว่าเดิม หูผมอื้อไปหมด มันหวิวในท้องแล้วก็รู้สึกดีมากๆ มากจนผมไม่อยากปล่อยพี่มันไป มันรู้สึกดีจนหาอะไรมาเปรียบไม่ได้ พอพี่มันปล่อยผมให้เป็นอิสระ ผมก็ดึงมันกลับมาใหม่ เหมือนผมโหยหาความรู้สึกแบบนี้ พยายามตักตวงเท่าไรก็ไม่พอใจ อยากจะได้มันอีกเรื่อยๆ

พี่มันโอบเอวผมไว้พลางลูบไล้แผ่นหลังผมไปด้วย เราสองคนค่อยๆ เอนตัวนอนบนโซฟาทั้งที่ยังสลับกันจูบไปมาจนผมจำไม่ได้ว่าเราจูบกันไปแล้วกี่ครั้ง แลกลิ้นกันไปกี่รอบ ผมจำได้แค่สีหน้าของพี่บาสตอนที่เราจูบกัน ริมฝีปากของพี่มันที่ดึงดูดผม และคำพูดว่ารักผมชอบผมซ้ำไปซ้ำมา

เสียงหอบหายใจของเราสองคนดังไปทั่วห้อง ผมทิ้งร่างตัวเองลงบนตัวพี่บาส เสียงหัวใจของพี่มันดังไม่ต่างจากผม สภาพของพี่บาสที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรงบวกกับท่าทางตอนกำลังเม้มปากตัวเอง ทำเอาผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มันขยับเข้ามากดจูบที่มุมปากของผมเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาเช็ดปากให้กัน

แม่งแพ้แล้ว แพ้ราบคาบ ทั้งเขินทั้งอายที่ตัวเองก็จูบมันเหมือนกัน ผมฟุบหน้าลงกับอกมัน ไม่สนแล้วว่ามันกำลังกอดผมอยู่ก็ตาม จะหนีไปไหนได้ล่ะครับ ทำเรื่องงามหน้าไว้ซะขนาดนี้

“พี่บาสชอบโบ๊ทนะครับ”

มันยังไม่หยุดอีก พอพูดได้ก็พูดบ่อยมาก จนผมเชื่อสนิทใจแล้วว่าพี่มันคิดกับผมอย่างที่ใครหลายคนบอกจริงๆ มีแต่ผมที่รู้แก่ใจแต่ไม่ยอมรับฟังมัน ก็ใครจะอยากคิดเข้าข้างตัวเองบ้างล่ะครับ ต้องได้ยินจากปากเจ้าตัวสิถึงจะถูก

“โบ๊ทคิดยังไงกับพี่ บอกพี่ได้ไหม”

ผมเงยหน้า หน้ายังคงร้อนผ่าว ไม่กล้าสบตากับพี่มันเลยเสมองไปทางอื่น

“คือผมไม่รู้ว่าผมชอบพี่ไหม แต่ผมรู้สึกดีเหี้ยๆ ตอนที่พี่บอกชอบผม แล้วก็ตอนที่เรา....” ผมเงียบไป ตามองที่ริมฝีปากของพี่มัน ก่อนจะเม้มปากตัวเอง “จูบกัน”

“งั้นเราก็ชอบพี่”

“ผม...”

“เราจูบพี่ เราต้องรับผิดชอบพี่ดิ”

“เดี๋ยวนะ พี่จูบผมก่อนเหอะ” ผมทุบอกมันเต็มแรง จนพี่มันไอออกมาเสียงดัง ผมตกใจไม่คิดว่าตัวเองจะทุบแรงขนาดนั้น รีบลุกมาลูบตรงที่ตัวเองทุบไว้

“พี่บาสสส ผมขอโทษ เจ็บไหม”

พี่บาสไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้า น่าจะจุกจนพูดไม่ออก พี่แม่งเล่นไอไม่หยุด

“พี่หายใจไว้นะ ผมควรทำยังไงดี” ผมตกใจจนลนไปหมด

“คบกับกูดิ”

ผมชะงัก ไม่รู้ว่าหยุดเพราะประโยคนั้นหรือหยุดเพราะพี่มันเลิกไอแล้วกุมมือผมไว้

มันยักคิ้วให้ผม รอยยิ้มของพี่มันดูเจ้าเล่ห์

ผมนิ่ง ความคิดตีกันไปมาในหัว ถ้าผมตอบตกลง พี่จะเกรี้ยวกราดใส่ผมอีกไหม แล้วจะตบหัวผมอีกเปล่า ผมต้องโดนด่ามากกว่าเดิมอีกแน่เลย ต้องเจอหน้ากวนส้นตีนของพี่ยิ่งกว่าเดิม มองทางไหนมันก็มีแต่ผมที่เสียประโยชน์

“มึงไม่อยากคบกับกูเหรอ?”

“คือว่าผม...” ผมพูดไม่ทันจบ พี่บาสก็ลุกขึ้น มันตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ไม่หันมามองหน้าผมหรือฟังคำตอบกันชัดๆ

ถ้าถามว่าผมแพ้อะไร คงต้องบอกว่าผมแพ้สีหน้าแบบนี้ของพี่มันที่สุด เพราะมันทำให้ผมเจ็บจี๊ดในใจและอึดอัดทุกครั้ง มันทั้งเศร้าและน่าสงสาร เหมือนลูกหมาไม่ได้กินลูกชิ้น

ผมรวบรวมความกล้าเข้าไปกอดพี่มัน ด้วยความสูงของผมทำให้หน้าผมจมอกมันพอดี คนอะไรตัวยังกะหมีควาย ผมยังไม่พูดเลยสักคำว่าจะไม่คบ ผมเงยหน้ามองพี่มันแล้วกระชับอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้น ผมล่ะหมั่นไส้มันมากๆ อยากจะดัดสันดานความเกรี้ยวกราดของมัน แต่ใครจะรู้ว่ามันขี้นอย ด่วนสรุปทุกอย่างเอาเองแบบนี้

"ไอ้พี่บ้า ให้เวลาผมคิดหน่อยก็ไม่ได้" ว่าแล้วก็มุดหน้ากับอกมัน

พี่มันแอบมองผม อยากจะเก๊กหน้านิ่งไม่สนใจก็ทำไม่เนียน ผมเลยกะจะทำบุญทำทานให้คนขี้นอยสักนิดสักหน่อย โดยการแกล้งถูหน้ากับอกของมันไปมา เป็นการง้อและตอบคำถามของมันไปในตัว ไม้นี้ใครโดนก็แพ้ ขนาดแม่ผมยังยอมเลย พี่บาสหูแดงแจ๋ ผมได้ยินเสียงหัวใจของมันเต้นดังระรัว มันเอาหลังมือปิดรอยยิ้มของตัวเอง ก่อนจะบ่นพึมพำว่า

'ถ้ารู้ว่าน่ารักขนาดนี้ กูบอกชอบไปนานละ'

ผมเลยเขย่งขึ้นไปกระซิบข้างหูด้วยประโยคที่พี่มันเคยถามผม

“คบกับกูดิ”

จากนั้นเกิดอะไรขึ้นผมคงไม่ต้องเล่าต่อเนอะ แต่อยากให้ทุกคนรับรู้ไว้ว่า ต่อไปนี้คนอย่างไอ้โบ๊ทจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เพราะสยบคนเกรี้ยวกราดได้อยู่หมัดแล้วครับ



และอีกอย่าง




พี่บาสไม่ได้เกรี้ยวกราดแค่นิสัย....





....จบ....

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3341
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
น่ารัก...กกกกกก   :impress2:

ออฟไลน์ มนุษย์หลุมอากาศ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ mentholss

  • "เหตุผล" หรือ "ข้ออ้าง"
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1285
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1

ออฟไลน์ pomphan

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
    • sbobet
ขอบคุณคะได้ความรู้มาก ๆ เลยถ้าไม่เข้ามาดูหรือมาอ่านอะไรแบบนี้ก็ไม่มีความรู้เลย อีกอย่างเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ต้องเรียนรู้ เราคิดมาเสมอว่าต้องรู้สึกต่างๆ ให้มากขึ้น ลึกขึ้น ข้อมูลบางอื่นก้เป็นประโยชน์ ในการนำไปใช้จริงได้ดี มีความเข้าใจอย่างมาก อ่านแล้วรู้สึกซึบซับสิ่งที่ต้องการจะสื่ออกมาได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เราต้องขอบคุณมากๆ อีกครั้งที่แบ่งปันข้อมูลมาให้คะ

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 695
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
อ่านไปก็บิดตัวเขินแทน ขอบคุณนะค้า

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด