The right time.. รักถูกเวลา [ ตอนที่ 21 ] --- [จบแล้ว]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: The right time.. รักถูกเวลา [ ตอนที่ 21 ] --- [จบแล้ว]  (อ่าน 12174 ครั้ง)

ออฟไลน์ LittlePrince90

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: The right time.. รักถูกเวลา [ ตอนที่ 16 ]
«ตอบ #30 เมื่อ21-05-2020 15:28:02 »

ตอนที่ 17


               ที่ร้านอาหารร้านประจำร้านเดิมที่จัดงานวันเกิดของแก้ว พอคิดๆดูแล้วนี่ชีวิตผมจะวนครบอีกรอบแล้วสิ เรื่องราวของปีก่อนๆแอบผุดขึ้นมาให้คิดถึง แต่มันก็คนเป็นอดีตไปแล้วจริงๆ ทันที่ผมก้าวเข้ามาในงานก่อนจะมองไปทั่วร้าน ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเพื่อนของผมและแก้วมากันเยอะกว่าปกติมาก เพราะตั้งแต่ที่ผมขับรถมาจอดที่หน้าร้านและลงจากรถมา สายตาทุกคนมองจ้องมาที่ผมจนน่าอึดอัด


"วี!"
"คนเยอะเหมือนกันนะ"
               ผมตอบกลับเพื่อนสนิทของผมที่รีบเดินเข้ามาหาผมทันทีที่เจอหน้ากัน


"ก็...เหมือนทุกคนมาเพื่อจะเจอว่าที่เมียแกทั้งนั้นแหล่ะ แล้วไหนล่ะ แม่คนนั้น"
"เติมหน้าอยู่มั้ง เลยไม่ได้รอ"
               ผมตอบกลับไปแบบเรียบๆพร้อมจัดแต่งเสื้อผ้าที่ยับจากการขับรถมาให้เข้าที่


"เอ้า นางท้องอยู่นะ"
"แล้ว?"
"นี่ ถึงฉันจะไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นมั้ย? อีกอย่างวันนี้วันเกิดฉัน จะยอมใจดีให้วันนึง"
               แก้วตอบสวนกลับมาพร้อมตีแขนผมเบาๆ


"มานู้นละ"
"จ้าาา เปิดตัวเด่นสุด ที่คาดผมมงกุฏนี่ซื้อจากร้านไหนเนี่ย"
               ผมหันมองคนข้างๆแบบงงๆ เมื่อกี้ยังดูห่วงเค้าอยู่เลย พอเจอก็แขวะซะละ รึผมมีเพื่อนเป็นไบโพล่าวะเนี่ย


"พี่วีไม่รออิงเลย ดีค่ะพี่แก้ว"
"จ่ะ เอ่อ ตามสบายนะวี"
"อื้อ"
               แก้วตอบแล้วก็เดินหายไปกับเพื่อนๆ


"ไงวี"
"เออไงมึง"
"คนนี้ ว่าที่เจ้าสาวมึงเหรอ?"
"เออ"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
"อิงค่ะ"
               ตลอดทางผมเจอคนถามเยอะมากจนผมไม่อยากอยู่ตรงนี้ ต่างจากอิงมากที่ดูมีความสุขที่ได้เจอเพื่อนๆของผม ยิ่งกับหนุ่มๆด้วยแล้ว สายตาแบบนั้นที่มองใครต่อใคร ผมไม่อยากจะคิดไปในทางไม่ดีเลยจริงๆ


"ไอ้วีโว้ย!"
               ไอ้บอยตะโดนทักผม ทำให้ผมผละตัวจากอิงเดินเข้ามาหา


"อ้าวมึง นึกว่าจะไม่มาละ"
               ผมถามกลับคนตรงหน้า


"มาดิ ไม่มาไอ้แก้วคงฆ่ากูอ่ะ"
               ไอ้บอยตอบก่อนเจ้าตัวจะตักผลไม้จากจานในมือเข้าปาก


"เออ แล้วไหนวะว่าที่เมียมึง ถามแก้ว ถามพี่ใหญ่ก็พากับปิดเงียบ ความลับอะไรนักหนา"
"ก็อิงนั้นแหล่ะ แล้วไม่ใช่ไม่อยากบอกเว้ย แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง"
"เดี๋ยวนะ กูนึกว่าคนอื่น"
"ทำไมอ่ะ?"
"ไม่มีไรหรอก แค่สงสัยว่าทำไมแม่มึงถึงยอมง่ายๆเลย"
"ก็.. รู้ละเงียบไว้นะ.. อิงเค้าท้องว่ะ"
"เอ้า!! มึงไปทำอีท่าไหนวะเนี่ย?! แล้วมึงแน่ใจเหรอว่าท้องจริง อาทิตย์ก่อนยังไปทะเลกันอยู่เลย"
"กูไปตรวจมาแล้ว"
"แล้วกี่เดือนละวะ"
"3"
"เดี๋ยวนะ 3เดือนเลยเหรอ? งั้นมันก็ช่วงหลังปีใหม่ที่มึงขึ้นมากรุงเทพป่ะ? ตอนนั้นมึงคบกันแล้วเหรอ?"
"ก็คืนนั้นแหล่ะ คืนที่กูชวนมึงมากินเหล้าแล้วมึงก็ชวนไปทะเลอ่ะ ตื่นมากูก็จำอะไรไม่ได้แล้ว มีแค่อิงที่นอนอยู่กับกู!"
               เพื่อนผมทำหน้าคิดตามก่อนจะนิ่งและเงียบไป


"แล้วที่หนักคืออะไรรู้มั้ย? แม่กูดันมาหากูวันนั้นพอดี!"
"ห้ะ?!"
"เออ ซวยปะล่ะ! กูเลยยอมคบกับอิงนั้นแหล่ะ นี่กูไม่เคยเล่าให้ฟังเหรอ? ช่างเถอะ พูดละปวดหัว... งั้นเดี๋ยวกูไปดูอิงแปป ทิ้งไว้นานเดี๋ยวก็โวยวายอีก"
"เออๆ..."


"แก้ว เห็นอิงมะ?"
               ผมถามเพื่อนของผมหลังจากผมเดินหาไปทั่วงานแล้วไม่เจอ


"หน้าร้านป่าว เห็นบ่นๆว่าคนเยอะกับหายใจไม่ออก"
"อือๆ ขอบใจนะ"
               ผมตอบกลับไปก่อนจะเดินออกมาทางหน้าร้าน


"อ้าวไอ้วี!"
               ไอ้กายทักผมก่อนที่ผมจะเดินถึงหน้าร้าน


"ไอ้กาย น้ำ.."
               ผมทักกลับคนทั้งสองที่เดินคู่กันมา


"ไงมึง ว่าที่เจ้าบ่าว"
"ก็... อย่างที่รู้ๆ"
"ยินดีด้วยนะครับ"
               น้ำพูดออกมาเบาๆ


"อื้อ..."
"งั้นน้ำขอไปหาพี่แก้วก่อนนะ พี่สองคนคุยกันเถอะ"
               ผมตอบกลับน้ำไป แล้วน้ำก็พูดต่อทันทีก่อนจะเดินออกไป ทำเอาผมมองตามร่างบางนั้นไปจบลับตา ทันทีที่ได้เห็นหน้าเขาและสายตาคู่นั้น ในใจผมตอนนี้กลับรู้สึกผิดขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล ทำไมผมปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปได้ ทำไมมันจะมาจบแบบเจ็บๆแบบนี้อีกแล้ว ผมคิดกับตัวเองอยู่ในใจซ้ำๆ แต่ถึงผมจะกลับไปแก้อะไรไม่ได้แล้ว ผมก็ยังอยากบอกความจริงที่ผมมีให้เขาได้ฟังกับตัวเอง ต่อให้ทุกอย่างมันจะไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมก็ตาม ซึ่งผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าผมจะเริ่มยังไง


"ไอ้วี! เป็นไรป่าวเนี่ย?"
"ห้ะ... เปล่าๆ แล้วมึงอ่ะ เป็นไงมั่ง"
               ไอ้กายสะกิดผมออกจากห้วงความคิด ก่อนผมจะหันกลับมาตอบคำถามเพื่อนตรงหน้า


"ก็ดี ช่วงนี้รถสปอร์ตกำลังขายดี"
"กูหมายถึงมึงกับน้ำ"
"ถ้าเรื่องนั้น ก็ดีนะ น้ำน่ารักมาก นิสัยดี เรียบร้อยด้วย"
"เออ อันนั้นกูรู้แล้ว"
               ผมตอบไปแบบไม่สบอารมณ์นักแต่ก็พยายามทำหน้าให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้


"ว่าที่เมียมึงไปไหนละ"
"เดินอยู่แถวๆนี้ล่ะมั้ง นี่กูก็หาอยู่เนี่ย"
"รีบชิงแต่งก่อนพวกกูอีกนะมึง"
"เออ มึงก็รีบมีดิ"
"งั้นเดี๋ยวกูต้องรีบจีบรีบขอน้ำแต่งงานเลยดีมะ?"
               คำพูดนี้ทำเอาผมไปต่อไม่ถูก ผมถึงกับเงียบกินในทันที


"นึกถึงหน้าน้ำตอนเขิน คงน่ารักน่าดูเลยว่ะ"
               ไอ้กายพูดต่ออย่างร่าเริง ต่างจากผมในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง เพราะผมที่ฟังไอ้กายพูดถึงน้ำตอนนี้ ทำเอาผมต้องเผลอกำหมัดไปด้วย แต่ก่อนที่ผมจะทนไม่ไหวนั้น ไอ้บอยได้เดินเข้ามาพอดี


"ไอ้กาย"
"เออ ไอ้บอยมาพอดี งั้นมึงอยู่คุยกับไอ้กายไปนะ กูไปหาอิงแปป.."
"เออกูมีเรื่องจะคุยกับมันพอดี"
               ไอ้บอยตอบรับคำผม ก่อนผมจะเบียดตัวผ่านคนออกมาจากงาน แล้วออกไปนั่งหลบคนอยู่ในรถตัวเอง นี่ผมทำอะไรอยู่เนี่ย น้ำเค้าตัดใจได้แล้ว มันก็ถึงตาผมแล้ว ไอ้กายก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ผมจะไปโมโหมันเพื่ออะไร แต่ก่อนที่ผมจะคิดอย่างอื่นออกมา ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นไม่ไกลจากตัวรถมากนัก


"มีอะไรเหรอครับ?"
"เลิกยุ่งวุ่นวายกับวีสักที"
               นี่มันเสียงน้ำกับอิงนี่ ผมหันไปมองด้านหลังรถ เพื่อมองต้นเสียง ก่อนจะกดเลื่อนกระจกประตูรถลงเพื่อจะฟังคนทั้งสองคุยกันให้ถนัดขึ้น


"หะ?"
"ก็อย่างที่ได้ยิน"
"ผมไปยุ่งตอนไหนไม่ทราบ"
"ก็โผล่หน้ามาให้เค้าเจอนี่ไง"
               อิงเริ่มขึ้นเสียงจนคนในงานเริ่มออกมามุงดู แล้วแก้วก็เดินออกมาเช่นกัน


"มีอะไรเหรอน้ำ"
"พี่แก้ว น้ำว่าน้ำกลับดีกว่า"
"อ๋อ รู้จักกันดีด้วย ที่แท้ก็เข้าข้างกัน มิน่า..."
"นี่หล่อน! พูดดีๆนะ!"
"รึไม่จริง อยากให้เพื่อนมีเมียเป็นผู้ชายนี่เอง"
"อินี่!!!"
               แก้วที่ทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่องคนตรงหน้าแต่น้ำดึงตัวห้ามเอาไว้


"พี่แก้ว อย่า!!"
"ที่บ้านหล่อนสอนมาได้แค่นี้เองเหรอ?"
               แก้วที่ยังไม่ยอมหยุด พูดสวนคืนไป


"สูงส่งจังนะ ระวังเถอะ ตกสวรรค์เมื่อไหร่จะเหยียบให้จมดินเลย"
"แกสิที่จะจมดิน รอให้ถึงเวลาก่อนเถอะ วีจะได้รู้ว่าแกเป็นคนยังไง!!"
"กลัวจัง คนอย่างวี สำออยนิดสำออยหน่อยก็สงสารละ"
               ผมที่นั่งฟังอยู่ ทำได้แค่กำพวงมาลัยแน่น ผมรู้นะว่าอิงเค้าไม่ใช่คนเรียบร้อยอะไร แต่วันนี้มันคงชัดเจนมากขึ้นแล้ว


"นี่แกว่าเพื่อนฉันเหรอ! รู้ไว้ซะว่าวีไม่มีทางรักคนอย่างแกหรอก"
               แก้วยังเถียงต่อพร้อมชี้คนตรงหน้า


"ถึงเค้าไม่รักฉัน แต่ฉันก็มี..."
               อิงพูดพร้อมทำท่ายื่นท้องออกมาเล็กน้อยแล้วยักคิ้วใส่แก้ว


"เหรอ? แน่ใจเหรอ? กล้าพูดเนอะ!!"
"จะใช่รึจะไม่ใช่แล้วยังไง? แต่วีเค้าเชื่อว่าใช่"
               คนตรงหน้ายักไหล่พร้อมพูดจายียวนแก้วอีกครั้ง จนแก้วเองจะพุ่งตัวเข้าไปอีกรอบ


"พี่แก้วอย่า!"
"แหม ไม่ต้องแอ๊บก็ได้ ทำเป็นใสๆ ไร้พิษภัย แต่ข้างใน..."
               อิงเปลี่ยนจากการพูดใส่แก้วมาพูดใส่น้ำแทน


"จะพูดอะไร?!"
               เสียงน้ำถามขึ้น


"ฉันดูออกนะว่าแกกำลังจะทำอะไร"
"ผมทำอะไรเหรอ?"
"ก็ปั่นหัวพี่วีที แล้วก็ไปปั่นหัวพี่กายที อ่อยพี่บอยที จะจับปลาหลายมือรึไง"
"นี่! ไม่มีใครคิดอะไรแบบนั้นหรอกนะ"
               น้ำตอบกลับคนตรงหน้าด้วยเสียงเรียบๆ


"เอ๊ะ รึว่าพี่กายลีลาไม่ดีพอ เลยจะกลับมาหาพี่วี คงยากหน่อยนะ พอดีวีเค้าคงไม่กลับไปหาข้างหลังแล้วล่ะ"
               อิงพูดจบพร้อมมองลงไปที่เอวของน้ำ


"ในสมองนี่คิดได้แต่เรื่องต่ำๆแบบนี้เหรอ?"
               น้ำสวนคืน


"นี่แกว่าใคร?"
"หมามั้ง เห็นเห่าเก่ง สงสัยกระดูกแถวนี้มันเยอะ ถึงมาเห่าแถวนี้"
"นี่! พวกผิดเพศอย่างแก ไม่มีใครเค้าเอาหรอก!"
               คำพูดของอิงในตอนนี้ทำเอาเพื่อนๆของผมหลายคนถึงกับหัวร้อนขึ้น


"แต่ปากหมาแบบนี้ ก็คงไม่มีใครอยากเอาไปทำพันธุ์เหมือนกัน นี่ถ้าตั้งใจทำงานได้เท่าเห่าคนนั้นคนนี้ ฉันคิดว่าบ้านแกอาจจะรวยไปแล้ว"
               แก้วที่ทนไม่ไหวกับการดูถูกคนของอิงสวนคืนกลับในทันที


"อีแก้ว นี่มึงว่ากูเป็นหมาเหรอ?!"
"อ้าว ก็ไม่โง่นี่!!"
"หุบปากไปเลย อย่าเสือก!!"
"ทำไมกูจะเสือกไม่ได้ เรื่องของวีก็เรื่องของกู แล้วมึงดูตัวเองก่อน มึงเป็นใคร กูเป็นใคร!"
               แก้วพูดใส่คนตรงหน้าเสียงดัง นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่ผมได้ยินเพื่อนสนิทของผมพูดคำหยาบ มันคงแปลว่าถึงจุดที่แก้วทนไม่ไหวแล้ว


"กูไม่กลัวมึงหรอกนะอีแก้ว"
"งั้นมึงมาสิ เข้ามาเลย แล้วมึงคิดเหรอว่าวีจะเข้าข้างมึง!"
"พี่แก้วไม่เอา อย่า!"
               น้ำที่พยายามดึงตัวแก้วเอาไว้แน่นกว่าเดิม แต่คำพูดของอิงก็ทำให้แก้วโมโหถึงขั้นสุด ส่วนอิงก็มีคนคอยห้ามอยู่เช่นกัน


"โถ... นึกว่าจะกล้า"
               อิงพูดพร้อมลอยหน้าลอยตายั่วโมโหแก้วขึ้นไปอีก


"กูไม่ไหวละ ค่าปรับเท่าไหร่กูก็ยอมจ่าย ขอแค่ได้ตบอิปากปีจอเนี่ย!"
               แก้วดิ้นจนหลุดจากน้ำแล้วเข้าไปตบอิงไปหนึ่งฉาดใหญ่จนอิงล้มลงกับพื้นเพราะตั้งตัวไม่ทัน ทำเอาคนที่มุงดูอยู่ถึงกับผงะเพราะเพื่อนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นแก้วฟิวส์ขาดได้ขนาดนี้ ผมที่ปล่อยไว้นานกว่านี้คงจะแย่เอาเลยต้องรีบลงไปห้ามในทันที


"หยุดได้แล้ว"
               ผมตะโกนออกไปพร้อมพยายามดึงตัวแก้วที่ค่อมอิงอยู่ให้หยุด ไอ้กายกับไอ้บอยที่เพิ่งโผล่มาก็เข้ามาช่วยอีกแรง


"ปล่อยนะวี แก้วจะตบหมาออกจากปากอินี่!"
               แก้วที่ยังไม่หยุดดิ้นตะโกนใส่อิงที่พยายามจะเข้ามาตบตีกับแก้วเช่นกัน


"แก้ว! หยุด!!"
               ผมตะโกนรอบสองถึงทำให้ทั้งสองหยุดลงได้


"พี่วี... อิงเจ็บ อยู่ๆพี่แก้วกับพี่น้ำก็มารุมด่าอิง แล้วยังตบอิงอีกค่ะ"
               อิงรีบเข้ามาเกาะแขนผมไว้พร้อมทำท่าจะร้องไห้ และคงคิดว่าผมไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น


"อิเด็กดอก ตอแหล!"
               แก้วตะโกนใส่อิง


"อี.."
"หยุดนะอิง!!"
               ผมสั่งคนที่เกาะแขนผมให้หยุดคำพูดของตัวเองไว้


"น้ำ! มาคุยกับพี่"
"หะ?"
               ผมสะบัดแขนที่เกาะผมอยู่ แล้วลากแขนเจ้าของชื่อออกมาแบบไม่สนใจใคร ทำเอาทุกคนงงกับภาพตอนนี้


"พี่วี แล้วอิงล่ะ? อีแก้วจะมาขวางทำไม?"
"หึหึ ก็มึงมันหมาหัวเน่าไง ถ้ามึงตามไป กูจะตบซ้ำจนหมอไม่รับเย็บเลย"
               เสียงแก้วกับอิงยังทะเลาะกันไล่หลัง แต่ผมไม่ได้สนใจแล้ว



ผมพาน้ำมาหลบคุยอยู่ข้างถนนไม่ห่างจากร้านมาก


"เมื่อกี้..."
"พี่ไม่ใช่คนโง่ไม่ต้องพูดหรอก"
               ผมตอบน้ำไปก่อนที่เจ้าตัวจะอธิบายอะไร


"ยังไงเค้าก็ท้องลูกของพี่ ไว้พี่จะเตือนเค้าเอง"
               น้ำที่เงียบฟังไม่ได้พูดอะไรต่อ


"แล้วพี่วีมีอะไรรึเปล่า?"
"พี่ลองคิดดูแล้ว... พี่อยากจะบอกน้ำว่าพี่ขอโทษ เรื่องพี่กับอิง..."
"ถ้าเรื่องนี้พี่วีไม่ต้องขอโทษหรอก ไม่มีอะไรต้องขอโทษด้วย น้ำเข้าใจ น้ำดีใจกับพี่ซะอีก พี่ทำถูกแล้วล่ะ"
"แต่พี่กับอิง เราสองคน..."
"ไม่ต้องพูดอะไรหรอก น้ำไม่อยากจะฟังแล้วอ่ะ พี่กายบอกน้ำมาหมดแล้ว..."
"ไอ้กาย?"
               ผมที่อยากจะบอกความจริงและความรู้สึกที่มีให้คนตรงหน้าฟัง แต่เหมือนเขาจะเข้าใจผมผิดขึ้นไปอีก แล้วทำไมต้องพูดชื่อไอ้กาย นี่ผมกำลังพยายามคุยเรื่องของเรา จะพูดออกมาทำไม แค่ได้ยินน้ำพูดถึงมัน มันก็ทำให้ผมโมโหได้แล้ว


"จะพูดถึงมันทำไม? ชอบมันมากขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ห้ะ?! ใคร?"
"ไอ้กายไง พี่พยายามจะอธิบาย แต่น้ำก็ไม่คิดจะฟัง แล้วยังจะพูดถึงมันขึ้นมาอีก"
"เดี๋ยวนะพี่วี! พี่กายมาเกี่ยวอะไร?"
"เออ เข้าใจละ"
               ผมไม่สนใจว่าคนตรงหน้าจะแก้ตัวอะไรพร้อมกระชากแขนเขาขึ้นมาอย่างแรง


"ดีจัง เกิดเป็นน้ำนี่ดีเนอะ ใครก็รัก ใครก็หลง"
"พี่วี! ปล่อยนะ"
"อะไร รึไม่จริง สรุปที่ผ่านมาก็แค่ปั่นหัวพี่เล่นแบบที่อิงพูดสินะ"
               แม้ในใจผมรู้ว่าน้ำไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงพูดออกไปแบบนั้น ผมแค่อยากให้น้ำรู้สึกแบบที่ผมรู้สึก ว่าที่ผ่านมาผมเจ็บแค่ไหน เลยประชดออกไปเท่านั้นเอง


"หยุดนะ!"
"ทำไม รับไม่ได้เหรอ กับมันนี่ไปถึงไหนแล้วล่ะ? งั้นลองกับพี่หน่อยจะเป็นไรไป ไหนๆก็เคยจูบกันมาก่อนละ"
               ยิ่งเห็นคนตรงหน้าโกรธมันยิ่งทำให้ผมได้ใจ จนเผลอดึงเขาเข้ามาจูบ


"พี่วี ปล่อยน้ำ...นะ..."
               คนตรงหน้าพยายามใช้กำปั้นทุบลงที่ตัวผม แต่ผมก็ไม่ฟังแม้เสียงค้านพร้อมกดริมฝีปากลงหนักขึ้นไปอีก ยิ่งเจ้าตัวดิ้นมากเท่าไหร่ผมยิ่งจูบและบดริมฝีปากเล็กๆนั้นยิ่งกว่าเดิม


"ฮึก! อื้อ... ปล่อย!!"
"โอ้ยย!!"
               ความเจ็บที่มุมปากทำให้ผมต้องคลายจูบและอ้อมกอดนี้ กลิ่นคาวเลือดจากแผลที่คนตรงหน้ากัดเริ่มคลุ้งไปทั่วปากของผม


'เพี๊ยะ!!!'
               หน้าผมชาจากแรงตบซ้ำเข้ามาอีก มันเป็นการเรียกสติของผมกลับคืนมาที่ได้ผลทีเดียว ผมที่คิดถึงสิ่งที่ผมเพิ่งทำลงไป ก่อนมองคนตรงหน้าที่ยืนน้ำตาอาบสองแก้มนั้นอยู่ นี่... นี่ผมทำอะไรลงไปอีกแล้วเนี่ย คนตรงหน้ายืนนิ่งเงียบจ้องผมอยู่ ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งออกไป ผมรีบคว้าแขนของน้ำไว้


"พี่วีปล่อยนะ!"
"ไม่!!"
               เจ้าตัวพยายามที่จะสะบัดแขนเล็กๆนั้น ผมเองก็พยายามฉุดคนตรงหน้าเอาไว้ แต่อยู่ๆเจ้าตัวก็หยุดนิ่ง ผมที่เห็นแบบนั้นเลยปล่อยแขนน้ำออก เจ้าตัวนิ่งเงียบก่อนจะหันหน้าลงไปมองที่แขนของตัวเอง รอยแดงช้ำจากของที่เคยอยู่บนข้อมือนั้นรัด มันเด่นชัดจนเห็นได้ ผมรู้ได้ในทันทีก่อนจะมองหาสิ่งที่เพิ่งหลุดออกจากแขนนั้น สร้อยข้อมือที่ผมให้น้ำถูกกระชากจนขาด มันวางแน่นิ่งอยู่บนพื้น น้ำมองสร้อยที่อยู่บนพื้นพร้อมหันมามองหน้าผม ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากที่สั่นอยู่เบาๆนั้น มีเพียงความเงียบและสายตาที่ยากเกินที่ผมจะเข้าใจ ผมค่อยๆเก็บสร้อยนั้นขึ้นมาพร้อมยื่นส่งคืนเจ้าของมัน น้ำที่ยังมองมันไม่วางตาส่ายหน้ากลับมาช้าๆเป็นคำตอบ ก่อนจะหันหลังเดินออกไป ส่วนผมทำได้แค่ยืนมองแผ่นหลังนั้นค่อยๆห่างออกไปช้าๆ พร้อมคิดถึงสิ่งที่ผมได้ทำลงไป



"เกิดอะไรขึ้น?"
               แก้ววิ่งเข้ามาหาผมทันทีที่ผมเดินกลับมาถึงหน้าร้านอาหาร


"วี!! เกิดอะไรขึ้น? แล้วทำไมน้ำร้องไห้กลับมาแบบนั้น แล้วแก้มไปโดนอะไรมา นี่แกทำอะไรมาอีกเนี่ย?!"
               ผมที่ไม่อยากพูดอะไรตอบได้แค่ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ยาว


"น้ำเป็นไงบ้าง?"
               ผมไม่ตอบคำถามของเพื่อนแต่เลือกถามถึงเค้าคนนั้นก่อนทันที


"ไม่รู้สิ พอเค้าเดินกลับมาแล้วก็ขอตัวกลับ กายก็เลยพากลับไปแล้ว ไม่เล่ารึบอกอะไรเลย"
"อื้อ..."
"นี่สรุปแกไปทำอะไรมา?"
"ไว้ขอเล่าทีหลังได้มั้ย?"
"อือๆ"
"พี่วี!!"
               เสียงอิงดังมาไม่ไกลก่อนเจ้าตัวจะวิ่งเข้ามานั่งลงข้างๆผมพร้อมเกาะแขนผมไว้แน่น แก้วเองที่ยืนอยู่ก็ถอนหายใจใส่เบาๆก่อนจะขยับหลบมายืนอีกฝั่งนึงของเก้าอี้


"พี่วีเป็นอะไรอ่ะ? แล้วแก้มไปโดนอะไรมา?"
"เงียบก่อนได้มั้ย?"
               ผมหันมาตอบอิงเสียงเรียบ ทำเอาอิงทำหน้างอพร้อมถอนหายใจใส่ผมก่อนจะลุกเดินกลับเข้าไปในงาน ทิ้งผมไว้กับแก้วตามเดิม ผมหันมองเพื่อนของผมที่ยืนอยู่ตรงหน้า แก้วพยักหน้าเหมือนเข้าใจก่อนจะเอื้อมมือจับลงที่ไหลผมเบาๆแล้วกลับเข้าไปในงาน ทิ้งให้ผมนั่งเงียบๆเพื่อใช้ความคิดคนเดียว

ออฟไลน์ LittlePrince90

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: The right time.. รักถูกเวลา [ ตอนที่ 16 ]
«ตอบ #31 เมื่อ21-05-2020 15:34:41 »

ตอนที่ 18


               ผ่านมาจะสองอาทิตย์แล้วหลังจากวันเกิดแก้ว ผมพยายามไปหาน้ำที่ทำงานก็ได้รู้ว่าน้ำลาป่วยยาวรึไม่ก็ออกไปทำงานข้างนอก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเหตุผลรึข้ออ้างที่คนที่นั้นบอกมา ผมก็เข้าใจเหตุผลได้ในทันทีว่าเพราะอะไร แต่ผมก็ยังพยายามโทรหาน้ำอยู่ตลอด แต่น้ำก็กดตัดสายอยู่ทุกครั้งไป นี่ผมทำอะไรลงไปอีกแล้วเนี่ย ผมรักเค้า แต่ผมก็ยังทำร้ายเค้าไปด้วย ผมได้แต่โทษตัวเองอยู่คนเดียว โทษในความโง่ของตัวเอง แล้วยังเรื่องของอิงอีก ผมกำสร้อยข้อมือของน้ำที่ขาดเมื่อคืนนั้นไว้แน่น นี่ผมควรจะทำยังไงต่อไปดี ในตอนนั้น น้ำคงจะรู้สึกแบบผมในตอนนี้สินะ ไอ้วีนะไอ้วี ผมด่าตัวเองในใจซ้ำๆ ผมตอนนี้เหมือนกลับไปจุดเดิมอีกครั้งที่เอาแต่ทิ้งตัว ไม่ยอมเจอใคร ไม่กลับลงไปที่บ้านเลย นี่ก็จะเข้าอาทิตย์ที่สองแล้วที่ผมอยู่กรุงเทพ อิงที่คงเบื่อห้องรึเบื่อผมก็ไม่รู้ ที่ไม่ยอมพูดรึบอกอะไรเธอเลย เจ้าตัวเลยขอกลับไปอยู่ที่บ้านกับแม่สักพัก แต่การที่ไม่มีอิงอยู่มันก็ไม่ได้ทำให้ความคิดรึสมองผมโล่งขึ้นเลย ผมยังนั่งเฝ้าคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่วนซ้ำไปซ้ำมาพร้อมกับสร้อยข้อมือของน้ำในมือของผม


[เสียงกริ่ง]

               เสียงกริ่งหน้าห้องผมดังขึ้น ปลุกให้ผมหลุดจากความคิดฟุ้งซ่านได้ชั่วขณะ ผมต้องลากร่างที่ไม่มีแรงนี้ไปเปิดประตูคอนโด


"แห่กันมาทำไร"
"ยังจะมาถามอีก งานก็ไม่ไปทำ บ้านก็ไม่กลับ ฉันขี้เกียจรับหน้าให้แล้วนะ"
"เออ ขอโทษๆ ว่าแต่มึงสองคนมาทำไร รึจะมาด่าช่วยแก้วเฉยๆ"
               ผมทักสามคนตรงหน้าผม นั้นคือบอย แก้ว และคนที่ผมไม่อยากเจอที่สุดคือไอ้กาย


"ว่าที่เมียมึงไม่อยู่ใช่มะ?"
               ไอ้บอยถามขึ้นทันทีแบบไม่สนใจคำถามของผม


"อือ ไปหาแม่เค้าอ่ะ"
"โอเค งั้นมึงนั่งลง"
"อะไรกันวะ"
               ไอ้บอยผลักผมออกจากประตูพร้อมดึงแขนผมมาที่โซฟา ทำเอาผมงงในท่าทางของสามคนตรงหน้าแล้วทิ้งตัวลงนั่งพร้อมกันหมด


"กูขอถามอะไรตรงๆกับมึงเลยนะ แล้วมึงต้องตอบให้หมด ห้ามโกหกด้วย!"
"อะไรวะมึง"
"เออน่า ฟังก่อนเถอะแก"
               แก้วเสริมขึ้นต่อจากไอ้บอย


"วันที่มึงตื่นมาแล้วนอนอยู่กับอิง มึงจำอะไรไม่ได้เลยใช่มะ?"
"เออ"
"แล้วพ่อแม่มึงก็ดันมาเจอมึงพอดี เลยคิดว่ามึง..."
"อ่าหะ"
               ผมที่นึกภาพตามเหตุการณ์ที่ไอ้บอยมันเล่าพร้อมตอบคำถามไป


"ถามอะไรของมึงเนี่ย?"
"เออ ตอบมาก็พอ... แล้วมึงเลยทำใจรับอิงเป็นแฟนไปเพราะไม่อยากทะเลาะกันกับแม่มึง"
"เออ"
"แล้วอิงมันขู่จะเอาไปแฉว่ามึงได้มันแล้วทิ้ง"
"เออ"
"โอเค กูเริ่มเข้าใจแล้ว"
"เข้าใจอะไรวะ กูไม่เห็นเข้าใจเลย?"
               ผมถามไอ้บอยกลับไปแบบงงๆ


"ฟังก่อนๆ งั้นกูขอเล่าเรื่องคืนนั้นที่มึงเมาในมุมมองของกูมั่งนะ"
"อ่าหะ..."
"มึงกับกูกินเหล้าด้วยกันจำได้ใช่มะ?"
"ได้"
"แล้วกูก็เป็นคนแบกมึงเนี่ยกลับมาห้องมึง อันนี้จำได้มะ?"
"อันนี้คุ้นๆว่ามีคนแบกกูมา"
               ผมทำท่านึกภาพตามไปด้วย


"แล้วมันเกี่ยวยังไงวะ?"
"กูบอกให้ฟังก่อน อย่าเพิ่งถาม"
"เออๆ แล้วไงอีก"
"เออ กูก็แบกมึงกลับมา ส่วนอิงก็เกาะมึงเป็นปลิงเลย"
"เดี๋ยวนะ อิงมาตอนไหน?"
               ผมถามออกไปแบบงงๆ ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผมรู้จักเค้า


"ก็พอมึงเริ่มเมา มึงก็ลุกไปห้องน้ำ ขากลับมาก็มีอิงเกาะแขนมาด้วยละ! กูก็คิดว่ามึงไปดีลมา"
"เดี๋ยว!! กูจำอะไรไม่ได้เลย"
"อ้าว! งั้นขอกูเล่าต่อให้จบก่อน จะจบละๆ..."

["ร้อน!!!"
               ผมที่รำคาญตัวบ่นออกมาเสียงดังขณะที่ไอ้บอยค่อยๆหามผมที่เมาจนเดินไม่ไหวผ่านห้องนั่งเล่นเพื่อเข้ามาในห้องนอน

"ไอ้ห่า ร้อนมึงก็ถอดเสื้อดิวะ เมาแล้วโวยวายนะมึงเนี่ย"
"อือออ..."
"มา! กูถอดให้เอง ลำบากจริงนะมึง"
"เออ..."
"ตัวหนักชิบหายเลย"
               ไอ้บอยเข้ามาถอดเสื้อเชิตผมออกหลังจากทิ้งตัวผมลงบนเตียงก่อนจะหันไปมองร่างของคนแปลกหน้าอีกคนที่เมาไม่รู้เรื่องเช่นกัน


"นี่ก็อีกคน น้อง น้อง! บ้านอยู่ไหนอ่ะเรา?"
               ไอ้บอยพยายามปลุกผู้หญิงที่นอนอยู่ข้างๆผม

"อือออ คนจะนอนเงียบๆดิวะ"
"เอ้า จะได้ไปส่งบ้าน... เห้ยๆจะถอดเสื้อเพื่อ!!"
               ไอ้บอยที่ยังถามไม่ได้ความอะไรต้องตกใจกับภาพตรงหน้าเพราะอยู่ๆผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยๆปลดเสื้อนักศึกษาตัวเล็กของตัวเองออกและเสื้อชั้นในก็ถูกโยนตามออกมาติดๆ

"อื้อหือ เต็มตากูเลย เฮ้อออ... เมาขนาดนี้ งั้นก็นอนไปแบบนี้เลยละกัน"
               สภาพพวกผมสามคนตอนนี้เมาหนักมาก ส่วนไอ้บอยที่ก็เมาจนไม่มีแรงจะทำอะไรแล้วเช่นกันเลยทิ้งตัวลงมานอนแทรกกลางระหว่างผมกับอิงแล้วหลับไป...]


               "นั้นแหล่ะกูเห็นมึงหลับกันแบบนั้น กูเลยนอนด้วยเลย จน..."


["เวรละ 9โมงแล้ว ไอ้วี วี!! ตื่นเว้ย!!"
"หือออ..."
"ยังไม่ตายใช่มะ? งั้นกูไปก่อนนะ กูมีประชุมงานตอน10โมง ตื่นแล้วโทรหากูด้วย"
"อื้ออออ"
"มึงโอเคนะ"
"อืออออออ"
"ทิ้งไว้แบบนี้คงไม่เป็นไรมั้ง"
               ไอ้บอยที่มีงานด่วนเลยต้องรีบออกจากห้องไป ส่วนผมที่นอนอยู่ก็ไม่ได้สนใจรึรู้ตัวเลยว่ามีคนแปลกหน้านอนอยู่บนเตียงข้างๆตัวผม...]


"ไอ้เหี้ยบอย ทำไมมึงเพิ่งมาเล่า!"
               ผมรีบว่าไอ้คนเล่าเรื่องทันทีที่มันเล่าจบ


"อ้าว กูก็นึกว่ามึงรู้จักกันแล้ว แล้วตื่นมาก็คง... เข้ากันได้ดี... อีกอย่าง ตอนไปทะเลก็ดูมึงปกติดี กูเลยไม่สนใจอะไร"
"ไม่ใช่โว้ย พ่อแม่กูเป็นคนมาปลุก ไม่งั้นก็นอนไม่รู้เรื่องแบบนั้นนั่นแหล่ะ"
"จะว่าไปวันนั้นกูก็คุ้นๆว่าตอนประตูลิฟท์ที่กูจะเข้ากำลังจะปิดกูเหมือนเห็นแม่มึงเดินออกจากลิฟท์ตัวข้างๆ กูก็คิดว่าจำคนผิด ตอนมึงเล่าให้ฟังกูก็ลืมถาม"
"เสื้อขาวมั้ย?"
"เออ ใช่เลย เสื้อขาว อันนี้จำได้"
"เออ นั้นแหล่ะ คุณหญิงละมัยเลยล่ะ"
"งั้นบอยออกไปคุณป้าก็เข้ามาพอดี งั้นแปลว่าคืนนั้นแกสองคนก็ไม่ได้..."
               แก้วถามย้ำขึ้นมา


"ไม่ได้แน่นอน กูนอนกั้นมันไว้เลย ถ้าได้เนี่ยต้องได้กับกูก่อน แล้วเรื่องมันแก้ผ้านี่กูจำได้ดีเพราะกูเห็น... รึถ้าได้หลังจากกูออกไป ก็แค่ไม่ถึง5นาทีเลยนะ"
               ไอ้บอยพูดย้ำพร้อมทำท่านึก


"งั้น... แล้วใครถอดกางเกงกูวะ?"
"มึงถอดของมึงเอง กูไม่ได้ถอดเลยนะ บ่นว่าร้อนปุ๊บก็ลุกขึ้นถอดเฉยเลย"
"งั้นมึงก็เห็น..."
"วีน้อยอ่ะเหรอ? เห็น!"
"ไอ้ห่าบอย!!!"
               ผมที่นึกขึ้นมาได้ถึงสภาพผมในวันนั้นว่าเป็นยังไงบ้างรีบถามออกไป ไอ้บอยพอได้ยินคำถามก็ก้มมองต่ำไปที่กลางลำตัวผมและพยักหน้ารัวๆ ทำเอาผมรีบเอามือกุมเป้าของตัวเองทันที


"อายไมวะ ผู้ชายเหมือนกัน แต่พ่อมึงให้มาเยอะเหมือนกันนะ!"
"ไอ้เหี้ยยยยย"
"พอเลยทั้งสองคน!"
               ไอ้กายที่นั่งเงียบฟังพูดแทรกขึ้นบ้าง


"ทำไมฉันต้องมาฟังอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย?"
               แก้วพูดพร้อมทำหน้าเซงแบบสุดๆ


"เออ แก้วอยู่ มึงจะพูดทำไมเนี่ย?"
"เออ งั้นกูถามอีกเลยละกัน แล้วตั้งแต่คืนนั้น มึงได้..."
               ไอ้บอยรีบถามต่อทันที


"ไม่เลย ไม่เคยเลย"
               ผมที่เข้าใจในความหมายของไอ้บอยและมั่นใจในตัวเองมากๆรีบตอบกลับ


"อ้าว อิงมันไม่อ่อยมึงเหรอ?"
"ก็อ่อย แต่กูก็ไม่ได้มีอารมณ์ด้วยเลย"
"เหรออออ หน้าแบบมึงเนี่ยนะ?"
               ไอ้บอยตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อมากนัก


"เออดิ ก็กูคิดถึงแต่..."
               ผมหยุดคำพูดไว้ก่อนจะหันไปมองหน้าคนที่ผมนับเป็นมารหัวใจที่นั่งอยู่ตรงข้ามผม


"มองหน้ากูทำไม มึงคิดถึงหน้ากูเหรอ? กูบอกเลยนะเว้ยว่ากูชอบแบบตัวเล็กๆ"
"ตลกละไอ้กาย!"
               ผมตวาดใส่คนตรงหน้า


"มึงสองคนนี่จะเถียงกันเพื่อ?!"
"เออ คนสวยลำใยอ่ะ"
"งั้น... ถ้าไม่ใช่มึง แล้วลูกในท้องนี่ลูกใครวะ?"
"นั้นดิ แกก็แน่ใจว่าแกไม่ได้ทำ และในเมื่อมันก็ไม่ใช่ท้องลมด้วย..."
               แก้วกับบอยถามแทรกขึ้นมา


"ถึงคิวกูแล้วสินะ งั้นคำตอบคือ!! ลูกของผู้ชายคนนี้ไง"
               ไอ้กายไม่พูดเปล่าพร้อมหยิบรูปของผู้ชายคนหนึ่งออกมาจากซองน้ำตาลแล้ววางลงบนโต๊ะ


"เดี๋ยวๆนี่พี่ชายอิงไม่ใช่เหรอ วันที่คุยเรื่องงานแต่งก็มานะ ผิดคนรึเปล่ากาย"
"เออ มึงมั่วป่าวไอ้กาย"
               ผมและแก้วรีบสวนขึ้น


"ฟังก่อน คือกูให้คนไปตามดูแฟนมึงมาตั้งแต่วันเกิดแก้ว เพราะไอ้บอยมาบอกว่ามันแปลกๆ"
"ห้ะ?"
"เออ กูลืมบอกมึงน่ะไอ้วี ว่ากูสงสัยตรงมึงบอกเมียมึงท้อง3เดือน กูว่ามันเร็วไป ถ้าคบ3เดือนกว่าแล้วจะท้อง3เดือนเลย วันนั้นกูเลยเล่าเรื่องมึงให้ไอ้กายฟังว่ามันเป็นไปได้เหรอวะที่มึงจะปล่อยตัวขนาดนั้น แค่นั้น"
"ตอนแรกกูก็นึกว่ามึงคบกันมานานแล้วเลยไม่ได้คิดอะไร แต่พอฟังเรื่องทั้งหมด กูก็ว่าเรื่องมันน่าสงสัยจริงๆ แล้วก็เรื่องที่แก้วเล่าให้ฟังถึงเรื่องอารมณ์รึบรรยากาศที่คุยกันตอนอยู่ภูเก็ตวันที่มาคุยเรื่องงานแต่งอีก"
"แล้ว?"
"กูเลยให้คนไปตามดูเพื่อมึงเลยนะ ไม่คิดตัง"
               ไอ้กายอธิบายขึ้น


"ตอนแรกกูก็ได้รูปพวกนี้มาก่อน ทีแรกกูก็คิดว่าพี่ชายแบบที่บอกอ่ะแหล่ะ เพราะเห็นเรียกพี่ชายๆตลอดแถมอยู่บ้านเดียวกันอีก แต่พอตามจริงๆ... พี่น้องเค้าทำแบบนี้กันด้วยเหรอวะ?"
               ไอ้กายไม่พูดเปล่าพร้อมหยิบรูปของอิงและคนที่อิงเรียกว่าพี่ชายที่กำลังจูบปากกันขึ้นมาวางบนโต๊ะอีกรูป


"เหี้ย!!!"
               ผมกับไอ้บอยอุทานออกมาพร้อมกันทันทีที่ได้เห็นรูปที่กายหยิบขึ้นมา ส่วนแก้วไม่ส่งเสียงใดออกมายกเว้นสีหน้าที่ช๊อกพอๆกัน


"มึงยังไม่เห็นเหรอไอ้บอย?"
"ยังดิ กูแค่เล่าให้มันฟังเฉยๆ"
"ไม่มีใครเห็นหรอกไอ้วี กูยังไม่ได้ให้ใครดูทั้งนั้นแหล่ะ เมียมึง กูก็อยากให้มึงจัดการเอง นี่กูให้ตามแค่ไม่กี่วันเองนะ"
"นี่มันยิ่งกว่าพี่น้องแล้วนะเว้ย"
"เห็นมะ?! ตอนแรกก็คิดว่า เค้าอาจจะทำกันเป็นปกติตั้งแต่เด็กแล้วมั้ง แบบพี่น้องหอมแก้มกันอะไรแบบนี้ นี่กูยังโลกสวยอยู่นะ กูเลยให้คนไปถามมาหมดละ คนแถวนั้นเค้าก็นินทากันอยู่ว่าสองคนนี้มันเป็นมากกว่าพี่น้องนานแล้ว ผู้ชายเป็นลูกติดผัวใหม่แม่ของอิง แต่เหมือนเค้าจะเลิกกันไปแล้ว ผัวใหม่ก็หายไปไหนไม่รู้ แต่ถึงเลิกกันแล้ว สองแม่ลูกนี่ก็ยังอยู่บ้านนี้เหมือนเดิมเพราะไม่มีที่จะไป ลูกเลี้ยงคงสงสารเลยให้อยู่ด้วยกันไป แล้วตั้งแต่อิงคบกับมึง อิงจะนัดเจอผู้ชายคนนี้อาทิตย์ละครั้งสองครั้งที่ม่านรูดตอนไม่ได้อยู่กับมึง รึตอนมึงกลับลงไปทำงานที่บ้าน มันเลยเข้าทางเลย และยังมีของที่กูได้มาอีกอย่าง มันทำให้กูแน่ใจเลยว่าไอ้คนที่อิงเรียกพี่ชายๆมันน่าจะเป็นพ่อของเด็กในท้องแน่ๆ"
"ของอะไรอีกวะ?"
               ไอ้บอยถามขึ้นอย่างสงสัย ทำให้ไอ้กายเหลือบตาไปมองที่แก้วแล้วส่ายหน้าทันที


"เออน่า เอาเป็นว่ามีละกัน"
"งั้นแปลว่าท้องแล้วมาหลอกกูเหรอ?"
               ผมที่ไม่ได้สนใจอะไรแล้วถามย้ำกับไอ้กาย


"กูก็ไม่แน่ใจนะ แต่คนที่กูให้ไปสืบเค้าไปไปสืบที่คลินิกแถวนั้นมา เค้าว่าอิงเข้ามาถามเรื่องนับวันไข่ตกอะไรสักอย่างรึพวกวิธีท้องแบบเร่งด่วนแนวๆนั้น เออ... พอพูดเองละก็รู้สึกว่าคำถามแปลกดีแหะ แต่มันก็ช่วงปลายๆมกราอ่ะ ถ้าตามที่ไอ้บอยเล่าให้ฟังก็หลังเจอมึงแล้วมั้ง แล้วถ้าคิดๆแล้ว ตอนมาเจอมึงก็น่าจะยังไม่ท้อง แต่พอรู้ว่ามึงรวย เลยคิดแผนจะจับมึงจากเรื่องที่เมาคืนนั้นมากกว่า คงจะตามติดมึง อ่อยมึง แต่มึงดันไม่เล่นด้วยไง เลยให้ไอ้คนนี้ ซึ่งก็ไม่ใช่พี่แท้ๆอยู่แล้ว... Boom!!"
               ไอ้กายอธิบายเพิ่มพร้อมพยักหน้าในความคิดสร้างสรรค์ของแผนการ


"เหี้ยยย งั้นที่บอกว่ากลับบ้านไปหาแม่รึไปหาพี่ชาย นี่คือไปหาผัว?"
"น่าจะแบบนั้น!"
"นี่มันอาชญากรข้ามชาติเลยนะ"
               แก้วที่เงียบฟังพูดแทรกขึ้นมา


"งั้นขอฉันมั่ง"
               แก้วพูดพร้อมทำท่าปรบมือเรียกความสนใจ


"ยังมีอีกเหรอ"
               ผมที่ไม่อยากฟังต่อพูดขึ้น แค่นี้ก็ไมเกรนจะพุ่งแล้ว


"ฉันง่ายๆ แค่ให้คนเช็คประวัติที่บ้านนางดู สรุปชีวิตนางก็น่าสงสารอยู่แหล่ะ ถ้านางไม่ร้ายขนาดนี้ พ่อนางตัวจริงยังอยู่ในคุกเพราะไปขโมยของ แม่นางก็มีประวัติฉ้อโกง ลักเล็กขโมยน้อยอยู่ และคนที่นางเรียกว่าพี่ รึตามจริงไม่ใช่พี่ ก็ขาย-ส่งยาให้วัยรุ่นแถวๆบ้านด้วย ตอนนี้น่าจะมีรูปพี่เอ้ยสามีนางกับแม่ของนางติดอยู่หลายสถานีอยู่นะ"
               แก้วพูดมาง่ายๆสั้นๆ แต่ทำเอาผมพูดอะไรไม่ออก


"ไงล่ะ ว่าที่เมียมึง"
"กู..."
"มึงจะเอายังไงต่อ จะเล่นบทคนดีต่อมั้ย?"
"อีกไม่ถึงสามอาทิตย์ก็จะถึงวันแต่งแล้วนะเว้ย จะทำไรก็รีบทำ"
               ทั้งสามคนพูดดึงสติผม แต่บอกตรงๆว่าผมงงไปหมดแล้ว ตอนแรกที่ผมคิดว่ามันแย่แล้ว ตอนนี้กลับแย่ยิ่งกว่า เวลาที่จะให้ผมจัดการกับทุกอย่างก็เหลือน้อยลงทุกที ไม่รู้เลยจริงว่าผมควรจะทำยังไงดี

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5946
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-16
Re: The right time.. รักถูกเวลา [ ตอนที่ 18 ]
«ตอบ #32 เมื่อ22-05-2020 01:50:17 »

จะด่าว่า.....ควายยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ก็สงสารควาย

น่าจะเป็นพระเอกที่โง่ที่สุดตั้งแต่อ่านในเล้านี้มา
อ่านมานานหลายปี..มากด้วย
ฮ่าฮ่า

นับถือคนแต่ง สนุกมากกกกกกกกกก
อ่านรวดเดียว 18 ตอนเลย

ติดใจอยู่นิดสสสสสสสส
อ่านตอนแรกๆ ทำไมคุณวี..ดูฉล๊าดฉลาด
มาหลังๆ นี่โง๊โง่ ยิ่งกว่าควายยยยยยยอิ๊ก

อุ๊บสสสส..ไม่เอาๆ สงสารควายมัน
กร๊ากกกกกกกกกก

+1 ให้คนแต่ง อยากอ่านต่อ เร็วๆนะ
ติดใจเรื่องนี้งอมแงมเลย เห็นใจคนอ่านเต๊อะ
อิอิ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2034
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1
Re: The right time.. รักถูกเวลา [ ตอนที่ 18 ]
«ตอบ #33 เมื่อ22-05-2020 09:16:10 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
Re: The right time.. รักถูกเวลา [ ตอนที่ 18 ]
«ตอบ #34 เมื่อ22-05-2020 18:32:16 »

จะไปคิดมากอะไรอยู่อีกละวี มีหลักฐานทนโท่ รู้ความจริงก็แล้ว ไม่เกี่ยวอะไรกับนายเลย หรืออยากได้คนแบบนี้มาเป็นเมียหรอ เหอะๆ นาทีนี้ต้องพูดความจริงเท่านั้น ถึงจะจบ ไม่ยืดเยื้อ ไปเคลียร์กันนะ เอาเงินฟาดหัวไป จะเอาก็เอา หรือจะไม่ได้อะไรเลย เพราะตามจริงนายไม่จ่ายหรือรับผิดชอบอะไรก็ได้ นายไม่เกี่ยว เถียงมาก็สู้ด้วยหลักฐาน จบด้วยตรวจDNA คิดยากทำไมว่ะ  เออ!สนุกดี อ่านเล่นๆขำๆก็เพลินดีนะ 5555 อะรอตอนหน้าจะทำไงบ้าง  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
Re: The right time.. รักถูกเวลา [ ตอนที่ 18 ]
«ตอบ #35 เมื่อ25-05-2020 18:38:22 »

โอ้ยย จะได้ชอบกันไหมมม

ออฟไลน์ LittlePrince90

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: The right time.. รักถูกเวลา [ ตอนที่ 19 ]
«ตอบ #36 เมื่อ25-03-2022 19:49:26 »

ตอนที่ 19


               เวลาผ่านเลยไปอย่างช้าๆผ่านความสับสนวุ่นวายในชีวิตของผม ผมพยายามหาทางออกของเรื่องที่เกิดขึ้นและตัดปัญหาที่มีให้มันจบไป ซึ่งผมเองก็ไม่ได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับใครอีกแม้กระทั่งคุณพ่อคุณแม่ คงมีแค่เพื่อนผมอีกสามคนเท่านั้นที่รู้เรื่อง จนอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว แต่ก่อนจะถึงวันนั้น มันก็ยังมีธรรมเนียมของผมทุกปีที่ยังต้องมีเช่นเดิม นั้นคืองานพรีเบิร์ดเดย์ของผมเอง ที่ร้านอาหารร้านเดิมที่จัดงานวันเกิดของผมและแก้ว ในปีนี้มีทั้งเพื่อนๆและคนรู้จักหลายคนที่ผมเชิญมาเพิ่มในวันนี้ แม้กระทั่งคุณพ่อและคุณแม่ของผมก็บินขึ้นมาด้วยเช่นกัน ยกเว้นพี่ใหญ่ที่เสียสละตัวเองทำงานอยู่ที่บ้านแทนพ่อและผม ส่วนน้ำเอง ผมแน่ใจได้ว่าไอ้กายต้องพามาด้วยแน่นอน


"วี แน่ใจนะจะปล่อยไว้แบบนี้ แล้วทำไมมีเวทีด้วยปีนี้?"
               แก้วเข้ามาถามผมที่ยืนหลบมุมมองดูบรรยากาศและผู้คนในงานอย่างเงียบๆที่ข้างๆเวทีก่อนจะมองสามคนตรงหน้าเวทีที่ผมเชิญมาเช่นกันนั้นคือ อิง แม่ของอิง และคนที่อิงเรียกว่าพี่ชาย


“ในเมื่อคุยแล้วไม่ได้ผล งั้นก็คงต้องใช้ยาแรง”
“แกไปคุยมาแล้วเหรอ? เป็นไงบ้าง? เหลามา”
"เดี๋ยวก็รู้.. และเวทีนี้มีไว้ให้เรื่องสำคัญไง"
               ผมตอบไปก่อนจะกระโดดขึ้นเวทีเล็กๆที่ผมจัดเสริมขึ้นมาทันทีปล่อยให้แก้วยืนทำหน้างงต่อไปคนเดียว


"สวัสดีครับทุกคนนนน!"
               ผมหยิบไมค์ขึ้นพูดทักทาย ทันทีที่พูดจบเสียงปรบมือก็ดังรับจากคนในงาน


"วันนี้นะครับ เป็นวันสำคัญอีกวันของผม ปกติพรีเบิร์ดเดย์จะมีแค่เพื่อนๆ แต่เพราะปีนี้จะมีงานแต่งของผมเข้ามาตรงกับวันเกิดผมพอดี นั้นคืออีก2วันข้างหน้า ผมเลยชวนพ่อแม่และคนสำคัญทุกคนมาฉลองวันเกิดกันก่อน แหน่ะ! จะได้กิน2งานเลยใช่มั่ยล่ะ? ฮ่าๆๆๆ"
               ผมปล่อยมุกเบาๆแต่ก็ทำให้แขกในงานหัวเราะกันได้


"แต่ก่อนอื่นเลยนะครับ ผมอยากจะแนะนำแขกคนใหม่ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักนะครับ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องอยากรู้จักเป็นแน่ และคนๆนั้นคือว่าที่เจ้าสาวผมเอง อิงครับ!!"
               ผมพูดพร้อมผายมือไปที่คนที่ยืนอยู่หน้าเวทีและแขกก็ปรบมือขึ้นอีกครั้ง


"และอีกคนสำคัญที่อยู่ข้างๆเธอไม่ใช่ใครอื่น คือพี่ชายและแม่ของเธอ"
               เสียงปรบมือดังขึ้นอีกรอบ


"แต่เดี๋ยวก่อนนนน ผมยังมีเรื่องที่จะประกาศเพิ่มนะครับ อยากรู้กันรึเปล่าเอ่ย?!"
"อยาก!!!!"
               คนในงานพร้อมใจกันตะโกนกลับมา


"งั้นก็... ตอนนี้อิงท้องได้จะสี่เดือนแล้วครับ"
               ทันทีที่ผมพูดจบ ไม่มีเสียงปรบมือเหมือนเช่นเคย แต่เปลี่ยนเป็นสีหน้าตกใจและเสียงซุบซิบกัน


"พี่วี!!"
               อิงตะโกนเรียกผมเสียงดัง เจ้าตัวคงไม่คิดว่าผมจะประกาศออกไปแบบนั้น แต่ผมเลือกที่จะยิ้มกลับให้อิงไปพร้อมหันไปมองสีหน้าของทุกคนในงานที่ต่างตกใจและงงกันถ้วนหน้า


"วีจะทำอะไรอ่ะบอย?!"
               แก้วเดินเข้าไปถามกลุ่มเพื่อนซึ่งคือบอย กาย และน้ำที่เพิ่งเข้ามายืนอยู่ข้างๆเวที


"รอดูเองดีกว่า"
"เออ สนุกแน่ๆล่ะ!"
               กายที่ตอบออกมาก่อนที่บอยจะพูดเสริม ผมที่ได้ยินเลยหันไปยักคิ้วใส่หนึ่งที


"น้ำว่ามันดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้!"
"ไอ้นี่! ตัวขัดความสุขกูเลยมึงเนี่ย!"
               เสียงน้ำที่พูดแทรกขึ้นมาทำเอาบอยดุออกไป


"แต่ไม่เป็นไรครับ กล้าทำก็ต้องกล้ายอมรับใช่มั้ยครับ?"
               ผมหันกลับมาพูดต่อ ทำให้คนเริ่มส่งเสียเชียร์และปรบมือกันอีกครั้ง


"และตอนนี้ผมมีรูปอัลตราซาวด์ของลูกของผมอยากให้ทุกคนชมพร้อมกัน อยากดูมั้ย?!
"อยาก!!!!"
               คนในงานเริ่มเชียร์ตามเดิม อิงที่เริ่มกระวนกระวายใจจนเห็นได้ชัดจากสีหน้าและท่าทาง


"น่ารักใช่มั้ยครับ ตรงจุดเล็กๆนั้นคือตานะครับ"
               ผมที่กดเปิดภาพสไลด์บนจอด้านหลังเป็นภาพฟิล์มสีดำ


"ไม่ชัดเลยเนอะ งั้นดูภาพต่อไปดีกว่า..."
               ผมกดภาพต่อไปในทันที


"เห้ย!! ผิดรูปแล้วสิ"
               ภาพที่ฉายขึ้นจอเป็นรูปของพี่ชายของอิงที่ไอ้กายได้มา


"พี่วี!!"
               อิงตะโกนใส่ผมแต่ผมไม่ได้สนใจ


"เอ่อ ไม่ต้องสนใจครับ คนทำสไลด์คงใส่รูปผิดน่ะครับ เมื่อกี้รูปพี่ชายของอิงเค้า ไม่มีอะไรครับ เรามาดูรูปต่อไปดีกว่า"
               ผมทำท่าขอโทษทุกคน


"บอย!! อย่าบอกนะว่าวีจะ..."
"เออ"
"พี่วีจะทำอะไรเหรอพี่บอย?"
"มึงก็รอดูเองดิวะ"
"บอกหน่อยก็ไม่ได้"
               เสียงของคนข้างๆเวทีเถียงกันขึ้นมาเบาๆแต่ผมก็ไม่ได้สนใจก่อนจะกดภาพถัดไป


"เอ้า!! ผิดอีกละ"
               คราวนี้เป็นภาพของอิงกับคนที่เรียกว่าพี่กำลังจูบกัน ผู้คนในงานเริ่มพูดคุยกันออกมาเสียงดังกับภาพตรงหน้า อิง แม่ของอิงและพี่ชาย(?)ดูตกใจมากที่สุด


"เห้ย!! นั้นมันอิงกับพี่ชายเค้าไม่ใช่เหรอพี่บอย"
"ก็ใช่ไง! อย่าเรียกพี่ ต้องเรียกผัว"
"ฉันว่าวีทำแบบนี้ไม่ดีเลย"
"ไปอยู่กับไอ้น้ำเลยแก้ว ขัดความสุขเก่ง"
"เดี๋ยวแม่ตบให้ซะหรอก!!"
               สามคนด้านข้างเวทีเถียงกันทันทีที่เห็นภาพบนจอ ซึ่งผมรู้ว่าแก้วคงจะไม่เห็นด้วยแน่ถ้าผมบอกแก้วไปว่าผมจะทำแบบนี้ ผมเลยเลือกที่จะไม่บอกแก้วดีกว่า แล้วแผนนี้เลยมีแค่บอยและกายเท่านั้นที่รู้


"พี่วี!!!"
               อิงที่รีบวิ่งก้าวขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับพยายามแย่งไมค์เพื่อจะให้ผมหยุดพูด


"ใช่ครับ คนในรูปคืออิงและพี่ชายของเค้า แต่เค้าคงรักกันมากไปหน่อย ถึงมีรูปคู่แบบนี้ออกมา"
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!"
"ทำไมล่ะอิง?"
               ผมถามคนตรงหน้าที่พยายามแย่งไมค์จากมือผมอยู่กลับไป


"ไม่งั้นอิงจะให้พี่ชาย..."
"พี่ชาย? อิงยังกล้าบอกใครต่อใครอีกเหรอว่าคนๆนี้เป็นพี่ชาย ทั้งที่ความจริงแล้วมันเป็นมากกว่าพี่ชายของอิง!"
"มันไม่จริงนะพี่วี!!"
“ไม่กี่วันก่อน พี่ให้โอกาสอิงสารภาพแล้ว พี่ถามอิงดีๆแล้วว่าเด็กในท้องนี่ลูกใคร ในเมื่ออิงยังเลือกที่จะโกหกและไม่สำนึกถึงเรื่องที่ตัวเองทำ งั้นพี่ก็ต้องใช้วิธีนี้แหล่ะ”
“ใครมันมาเป่าหูพี่วี อิแก้วเหรอ? พี่วีอย่าไปเชื่อนะ”
“หยุดใส่ร้ายคนอื่นสักที พี่อาจจะโง่เชื่อในครั้งแรกเพราะพี่สงสาร แต่ตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว พี่เช็คมาหมดแล้ว เรื่องของอิงกับคนที่อิงเรียกว่าพี่ชาย ว่าเค้าก็แค่ลูกเลี้ยงของแม่อิง ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของอิงเลย”
“ก็จริงที่พี่เค้าเป็นแค่ลูกเลี้ยงของแม่อิง และรูปที่พี่เห็นมันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ พี่วีไม่มีหลักฐานอย่างอื่นสักหน่อย จะมาหาเรื่องอิงจากแค่รูปนั้นรึจะบอกว่าอิงท้องกับคนอื่นอิงไม่ยอมด้วยหรอก”
“พี่ไม่เคยแม้แต่จะทำอะไรอิงสักครั้ง จะมาบอกว่าเป็นลูกของพี่ ตลกไปมั้ง”
“ก็คืนนั้น..”
“พี่จำได้หมดแล้ว แถมพยานในคืนนั้นก็ยืนอยู่ไม่ไกลจากนี้ด้วย แต่ถ้าอิงยังจะปากแข็ง เราก็ตรวจดีเอ็นเอกัน”
“มะ.. ไม่จริง.. ไม่จริงนะพี่วี อิงไม่ได้โกหก พี่วีต้องเชื่ออิงสิ!"
“หมดเวลาสารภาพแล้ว”
               ผมยังพูดต่อแบบไม่สนใจอิงที่โวยวายอยู่ ก่อนอิงจะแย่งไมค์ไปจากมือผมได้ แม้เราจะคุยกันอยู่บนเวทีกันสองคน แต่ด้วยไมค์ในมือก็ทำให้คนทั้งงานได้ยินทั่วกันหมด นั้นทำให้คนในงานเริ่มส่งเสียงนินทาหนักมากขึ้น


"รึอิงจะเอาคลิปนี้เพื่อยืนยันด้วย?!"
               ผมหยิบมือถือออกจากกระเป๋า พร้อมยื่นจอมือถือที่มีวิดีโอคลิปกำลังเล่นอยู่ให้อิงดู มันเป็นคลิปของทั้งคู่กำลังพลอดรักกันในม่านรูด ทำเอาอิงถึงกับช๊อกไปในทันที


"ตอนแรกพี่กะว่าจะฉายสด แต่คิดแล้วมันคงจะไม่ดีเพราะพ่อแม่พี่ก็มาด้วย นี่อิงไม่รู้เหรอว่าเด็กในม่านรูดมันชอบแอบถ่ายคลิปเอามาขาย"
"กรี๊ดดดดดดดด ไม่จริง ฉัน... ฉันจะแจ้งตำรวจ!"
"ข้อหาอะไรเหรอ?"
               ผมถามเจ้าของเสียงกลับ


"พวกแกรังแกฉัน หมิ่นประมาทฉัน"
"เหรอ แต่ก่อนจะแจ้งความ เธอกับแม่และพี่ชายจอมปลอมของเธอต้องไปสถานีตำรวจก่อนนะ เพราะฉันให้เพื่อนที่เป็นตำรวจมารอรับแล้ว จากข้อหาที่มีอยู่แล้ว ทั้งหลบหนีอีก และถ้าไปค้นบ้านเธอ คงจะเจอของดีๆอีกเยอะเลย... คุณตำรวจครับ!"
               ผมคว้าไมค์คืนมาจากมือของอิงแล้วเรียกตำรวจนอกเครื่องแบบที่มารออยู่แล้วให้ออกมาจากหลังร้าน

“ขอเชิญไปกับเราด้วยครับ”
"ไม่นะ ฉันไม่ผิดนะ แม่!!! ช่วยหนูด้วย!"
               อิงยังโวยวายขณะที่ถูกคุมตัวเธออกไป


"เห้ย!! หยุดนะ!!"
               ชั่วขณะที่ความวุ่นวายกำลังก่อตัวขึ้นทางด้านหน้าเวลา มันทำให้ไม่มีใครได้ทันระวังตัว พี่ชายของอิงได้คว้าเอามีดหันสเต็กขึ้นมาจี้คอคนตรงหน้าไว้


"น้ำ!!!"
               ผม แก้ว ไอ้กายและไอ้บอยตะโกนออกมาพร้อมกันในทันที คนในงานกรูกันออกเป็นวงใหญ่เพราะกลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย ผม กาย แก้ว และไอ้บอยรีบวิ่งแทรกคนไปด้านหน้าสุด และตำรวจก็มายืนล้อมไว้เช่นกัน


"โอ้โห! โครตนิยายเลย นางเอกต้องโดนจับเป็นตัวประกัน"
               แก้วพูดออกมาหลังเห็นภาพตรงนี้ ผมหันมามองค้อนเจ้าของเสียงทันที


"อย่าทำไรบ้าๆนะเว้ย!"
               ไอ้กายที่พยายามห้ามคนตรงหน้าตะโกนบอกออกไป


"ถ้าเข้ามา กูแทงมันแน่"
               พี่ชายของอิงยังขู่อยู่พร้อมกดมีดลงไปที่คอของน้ำจนเป็นรอยแดง


"วี... กาย... ทำไรสักอย่างสิลูก"
                แม่ของผมร้องบอกผมสองคนที่ยืนอยู่หน้าสุด


"พี่อย่าทำอะไรผมเลยนะ มันไม่คุ้มหรอก!"
"หุบปาก! กูวางแผนกันมาตั้งหลายเดือน เหลือแค่ให้พ้นงานแต่งไป แต่จะให้มันพังลงแบบนี้กูไม่ยอมหรอกเว้ย!"
                น้ำพยายามคุยกับคนที่เอามีดจี้คอตัวเองไว้แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ทุกคนพยายามพูดห้ามและกล่อมให้เขาวางมีดลง แต่มันกลับเหมือนยิ่งทำให้แรงกดที่คอนั้นแรงมากขึ้นไปอีก เมื่อเห็นว่าไม่มีประโยชน์ผมเลยต้องรีบหาทางอื่น


"งั้นแกอยากได้อะไร?"
"เออ อยากได้อะไรว่ามา"
"บอกเพื่อนมึงกับตำรวจหลบไปให้หมดก่อน แล้วกูจะบอก"
                ผมกับกายพยายามต่อรองกับคนตรงหน้า แต่ไม่ทันที่จะได้ฟังคำตอบอะไรต่อก็มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา


"เห้ยๆ ไอ้เวร!!"
"เห้ยยยย...!!"
               ผมที่หันมาหาต้นเสียงข้างๆ แต่ภาพที่ได้เห็นคือของเหลวสีใสลอยเคลื่อนผ่านผมไปอย่างรวดเร็ว อธิบายง่ายๆคือไอ้บอยที่ถือแก้วน้ำอยู่เรียกคนที่ใช้มีดจี้คอคนอีกคนอยู่ให้หันมามอง ไม่รู้ว่ามันคิดยังไงถึงเลือกที่จะสาดน้ำในแก้วใส่คนที่ถือมีดจี้คอคนอื่นอยู่ แต่มันก็ทำให้คนที่ถือมีดอยู่ตกใจพร้อมยกมือขวาที่ถือมีดอยู่ให้ยกขึ้นปกป้องตัวเองแบบอัตโนมัติตามสัญชาติญาณจนตัวเซแล้วล้มลง ไอ้กายและผมที่เห็นแบบนั้นเลยพุ่งเข้าไปเพื่อดึงตัวน้ำออกมา พร้อมตำรวจนอกเครื่องแบบที่กระโจนเข้าไปรวบตัวพี่ชายของอิงไว้เช่นกัน


"น้ำ! เป็นอะไรมั้ย?!"
               ผมที่ดึงแขนน้ำออกมาถามคนตรงหน้าด้วยความตกใจ


"ไม่เป็นไรแล้วนะ"
               ไอ้กายที่ยังจับแขนน้ำอยู่อีกข้างนึงเพราะมันกับผมคว้าแขนน้ำไว้คนละข้างพูดขึ้น


"โห ไอ้คุณบอยโครตเท่เลย เอาน้ำเปล่าสาดผู้ร้ายเพื่อช่วยตัวประกัน"
"ก็นี่พี่บอยไง... พอดีจำมาจากลูกน้องพ่อมาอีกที"
"เออจ่ะพ่อลูกนายพล... เห้ย!!... นั่นเลือดนี่!!"
               แก้วกับบอยที่คุยกันอยู่ไม่ไกลก่อนที่แก้วจะตะโกนออกมาเสียงดังทำเอาผมกับกายรีบหันมามองร่างคนตรงหน้าทันทีว่าบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า


"ไม่ใช่เลือดน้ำ!! เลือดที่แขนกายอ่ะ!!"
               แก้วที่ยังร้องอยู่พร้อมชี้ไปที่แขนของไอ้กายที่มีเลือดไหลเป็นทางอยู่ เวร ไอ้กายดันโดนมีดบาดเข้าที่แขนซะได้


"พี่กาย!!! เจ็บมั้ย?"
               คนในอ้อมแขนผมรีบหันไปคว้าแขนคนเจ็บในทันที ส่วนผมเองก็ทำได้แค่ยืนมองอยู่ข้างๆ


"คดีพลิกว่ะ พระรองถูกแทงซะงั้นรึนั่นพระเอกวะ?!"
               แก้วขยับตัวเข้ามาที่ผมก่อนกระซิบใส่ผมเบาๆที่ยืนมองเค้าสองคนประคองกันอยู่ ยิ่งได้เห็นก็ยิ่งเจ็บที่ใจ เขาจะรู้มั้ยว่าคนที่เจ็บกว่าคือคนที่ยืนมองอยู่ตรงนี้ต่างหาก


**********

 
ที่โรงพยาบาล


"น้ำไม่เจ็บใช่มั้ย?"
"น้ำไม่เป็นไร"
"แล้วที่คอล่ะ เจ็บมั้ย?"
"ไม่เจ็บเลย แค่บาดนิดเดียว ไม่กี่วันก็หาย"
"คอขาวๆเป็นแผลหมด"
"พี่กายนี่ก็พูดเกินไป!"
“ไอ้แฝดรู้มันจะฆ่าพี่มั้ยเนี่ย”
               ผมยืนฟังไอ้กายถามคนข้างๆอยู่หน้าห้องฉุกเฉินแบบเป็นห่วงเป็นใย ทั้งที่ตัวเองเป็นคนที่ดูเจ็บกว่าอีก รองจากผมน่ะนะ นี่ผมตามมาเพื่อเห็นอะไรเนี่ย?


"แล้วพี่กายเจ็บมากมั้ย?
"ไม่เท่าไหร่ พี่กลัวน้ำเจ็บมากกว่า"
"แหว่ะ!"
               เสียงน้ำถามคนเจ็บที่นั่งอยู่บนเตียงทำแผลแต่ไอ้กายยังปล่อยคำหวานๆออกมาได้ ฟังแล้วอยากเข้าไปแทงเพิ่มอีกสักแผลสองแผล


"แล้วหมอว่าไงมั่งอ่ะ"
"หมอบอกไม่เป็นไรมาก ไม่ได้เข้าลึกอะไร"
"หล่อเลย!"
"แน่นอน!! เออ... ว่าแต่น้ำจะบอกไอ้วีตอนไหนอ่ะ?"
"ไม่รู้สิ..."
"ไม่กล้าสินะ.. แต่เรื่องมันก็มาขนาดนี้แล้ว บอกไปตรงๆจะได้จบเรื่องนี้สักที"
               น้ำไม่ตอบอะไร เพียงแค่นิ่งเงียบลง ไอ้กายที่เห็นแบบนั้นเลยยกแขนขึ้นยีผมของน้ำเล่น จนเจ้าตัวทำหน้างอแล้วยิ้มออกมา ผมที่ไม่อยากเห็นภาพบาดตานี้นานเลยเลือกที่จะเดินเข้าไป


"อ้าววี!"
"ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะ"
               ไอ้กายที่หันขึ้นมาเห็นผมพอดีเรียกผมเสียงดัง ผมเลยพูดตอบกลับไปเรียบๆ


"ไม่เป็นไรมึง"
"เอ่อ... งั้นน้ำไปคุยเรื่องเอกสารกับยาให้นะ"
               ร่างบางไม่รอคำตอบใดก่อนจะรีบเดินสวนผมออกไป ไอ้กายที่ทำท่าจะรั้งไว้ แต่ก็เรียกไม่ทัน


"ไม่ได้เย็บใช่มั้ย?"
"ไม่ว่ะ มันเข้าไม่ลึก ช่วงสะบัดแขนเลยโดนบาดเฉยๆ"
"เออ ดีละ กูแค่ตามมาดูเฉยๆ ไม่เป็นไรมากก็ดี"
               ผมตอบสั้นๆก่อนหันหลังจะเดินกลับออกมา


"เดี๋ยวดิมึง"
               ผมหยุดฟังโดยไม่ได้หันกลับไป


"กูว่ากูมีเรื่องต้องบอกมึง เรื่องกูกับน้ำ..."
               ไอ้กายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง


"ไม่ต้องหรอก กูรู้อยู่แล้ว"
"มึงรู้แล้วเหรอ? ใครบอกมึง"
"เอาเป็นว่ากูรู้แล้ว"
"ใครบอกวะ? แต่เออ.. รู้แล้วก็ดีแล้ว จะได้เข้าใจตรงกันสักที"
"เออ งั้นกูไปนะ"
               ผมตอบไปแบบนั้นก่อนจะเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินเงียบๆ เออ เรื่องมึงสองคนกูรู้แล้ว มึงก็คงรักน้ำไม่ต่างจากกูถึงกล้าเข้าไปช่วยน้ำจนมึงต้องเจ็บตัวแบบนั้น แล้วน้ำก็ห่วงมึงมาก แค่นี้ก็พอเข้าใจแล้วว่ากูแพ้แล้วจริงๆ


"พี่วี..."
               เสียงที่คุ้นเคยทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมามอง


"น้ำ"
"เมื่อกี้... ขอบคุณนะ"
"อื้อ..."
"พี่วี น้ำมีอะไรอยากจะบอก..."
               เจ้าตัวก้มหน้าเล็กน้อยก่อนจะสูดลมหายใจนิดหน่อยเหมือนกำลังรวมความกล้าที่จะบอกอะไรสักอย่าง แต่ก่อนที่จะพูดอะไรออกมา..

[เสียงมือถือดังขึ้น]

“แป็บนึงนะ”
               น้ำหยิบมือถือขึ้นมามองเบอร์ที่โทรเข้ามา ส่วนผมทำได้แค่ยืนมองเงียบๆ

“น้ำต้องรับสายนี้อ่ะ พี่วีอย่าพึ่งไปไหนนะ”
               ผมไม่ตอบอะไร ทำแค่เพียงยืนนิ่งๆ

“อื้อ ว่าไงพี่นะ..
อยู่โรงบาล..
ไม่เป็นไรๆ..
พี่กายต่างหากที่เจ็บตัว
เดี๋ยวค่อยคุยได้มั้ยอ่ะ
อื้อรู้แล้ว
โอเคๆ เดี๋ยวโทรไป..
ฝากบอกแม่ด้วยว่ายังอยู่ครบ”
               น้ำรีบกดวางสายก่อนจะหันมามองหน้าผม

“คือ..”
"เรื่องที่น้ำจะบอกพี่รู้แล้ว น้ำไม่ต้องพูดหรอก..."
“แต่..”
“มันไม่สำคัญแล้วล่ะ”

               ผมตอบกลับคำพูดนั้นแบบเรียบๆก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วเดินหลบออกมาในทันที ผมไม่อยากจะฟัง ไม่อยากเห็นหน้าเค้าในตอนนี้ มันเจ็บ เจ็บมากกว่าครั้งก่อนๆ แต่ถึงยังไง ผมก็อยากอวยพรให้น้ำและไอ้กายรักกันให้นานๆ ส่วนผมคงต้องขอหลบไปให้ห่างจากคนอื่นสักพัก...




.
.
.



ดึงดราม่าเก่งมากเลยพี่วีอ่ะ
คิดเองเก่ง เออเองเก่ง!!
อย่าพึ่งด่าพี่วีเลยนะ บทคนจะรู้สึกแพ้ คิดอะไรก็แพ้หมด
.
แต่จะช่วยตัวประกันไม่ต้องยุ่งยากเลยจริงๆ สาดน้ำก็จบ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เชื่อเขาเลย

ขอบคุณครับที่ยังกดเข้ามาอ่านถึงตอนนี้
และขอโทษที่หายไปนานเลย
สารภาพตามตรงเลยว่า ฮาร์ดดิสตัวที่เก็บไฟล์พัง
กู้คืนมาได้แค่บางไฟล์ จากที่มันจะได้ลงให้จบเลย
ต้องมาพิมพ์อีกไม่กี่ตอนนี้ใหม่ทั้งหมด
แต่ก็อีกไม่กี่ตอนแล้ว จะขอลงรวดเลยทีเดียว
อีกนิดเดียวก็จบแล้วจริงๆ
อยู่ด้วยกันก่อนเด้อ :)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-03-2022 09:05:05 โดย LittlePrince90 »

ออฟไลน์ LittlePrince90

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: The right time.. รักถูกเวลา [ ตอนที่ 20 ]
«ตอบ #37 เมื่อ25-03-2022 19:52:26 »

ตอนที่ 20


"วี"
"ไง แก้ว"
"ไม่ขึ้นไปกรุงเทพมั่งเลยเหรอ แกอยู่บ้านมาจะเดือนนึงแล้วนะ"
               ผมที่นั่งกดรีโมททีวีไปเรื่อยๆหันไปทักเจ้าของเสียงที่ถามเสียงดังมาแต่ไกลขณะเดินเข้ามายืนข้างๆโซฟา แล้วก็หันกลับมากดรีโมทต่อ ตั้งแต่งานวันเกิดล่ม งานแต่งก็ไม่มี ผมก็เลือกจะขังตัวเองอยู่บ้าน ไม่ออกไปไหนอีกเลยแม้กระทั่งไปทำงานยังเลือกที่จะWFH จนผ่านมาเป็นเดือนแล้วผมก็ยังไม่อยากเจอใคร ไม่อยากตอบคำถามอะไร ไม่อยากคุยกับใคร นอกจากคุณพ่อคุณแม่ พี่ใหญ่ ก็มีแต่แก้วที่คอยอยู่เป็นเพื่อนผม คลิปจากงานวันเกิดผมกลายเป็นไวรัลอยู่ชั่วเวลานึง หลายคนที่ได้ดูคงรู้สึกสะใจกับเหตุการณ์นั้น แต่กับผมเองกลับรู้สึกแย่ทุกครั้งที่เลื่อนมาเจอคลิปรึข่าวนี้ ทุกคนคงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอิง อิงไม่ได้โดนจับหรอกครับ ต่างจากพี่ชายกับแม่ของอิงที่คงติดอยู่หลายปี พ่อกับแม่ผมยังเลือกที่จะยื่นมือไปช่วยอิง โดยการจ่ายเงินไปนิดหน่อยเพราะสงสารเด็กที่จะเกิดมา ผมก็ไม่ได้ขัดอะไร ส่วนจะเท่าไหร่นั้นผมไม่อยากรู้ไม่อยากเห็น

“ฉันถามก็ตอบหน่อยสิพ่อคุณ”
"ไม่อยากไปอ่ะ"
               ผมตอบคำถามที่เพื่อนสนิทที่พูดย้ำแบบไม่หันไปมองหน้า

"ทำไมล่ะ? แกรู้มั้ยว่าเพื่อนทุกคนเป็นห่วงแกนะ"
"ก็... แค่ไม่อยากไป ถ้าเจอคราวหน้าฝากบอกด้วยแล้วกันว่ายังไม่ตาย"
"เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่ต้องคิดมากแล้ว พาเพื่อนฉันกลับมาสักที ฉันอยากได้เพื่อนฉันกลับมา!!”
"แล้วเพื่อนที่กรุงเทพเป็นไงมั่ง?"
"ก็ไม่อะไรนะ ทุกคนเป็นห่วงแกมากเลย ถามถึงแกตลอด เออนี่... ฉันไปเจอน้ำมาด้วย"
               แก้วผลักผมให้ขยับไปด้านข้างเพื่อจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผม พร้อมเอ่ยชื่อคนคนนั้นออกมา แต่ผมกลับไม่อยากได้ยินได้ฟังเพราะแค่คิดถึงเค้าผมก็เจ็บขึ้นมาแล้ว จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่คืนนั้นมา ผมก็ไม่พูดถึงน้ำให้แก้วฟังอีกเลย เพราะผมเองพยายามที่จะตัดความรู้สึกที่มีนั้นออกไป และผมคิดว่ามันคงง่ายขึ้นถ้าผมจะไม่พูดถึงเค้าอีก


"อือ"
"แกไม่สนใจเลยเหรอ?"
"ไม่แล้วล่ะ"
               ผมตอบกลับไปแบบไม่สนใจ


"อ้าว สร้อยข้อมือแกหายไปไหนอ่ะ รึถอดออกเหรอ?"
"อือ"
               แก้วทักขึ้นเมื่อสังเกตุที่ข้อมือผมแล้วเห็นว่าสร้อยข้อมือที่ผมใส่มาเป็นปีได้ถูกถอดออกไปแล้ว


"แกไหวปะเนี่ย?!"
"ไหว"
"น้ำเค้าถามหาแกด้วยนะ"
"เหรอ..."
               ถ้าเค้าจะถามถึงบ้างคงไม่แปลกอะไรนี่เนอะ เพราะยังไงก็คนเคยรู้จักกัน

"ในเมื่อรู้เรื่องหมดแล้ว แล้วทำไมแกไม่ไปหาน้ำเลยล่ะ"
               แก้วถามผมด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ

"ไปหาทำไม? เค้าคงมีความสุขอยู่"
"ความสุข? ความสุขอะไร?"
"กับไอ้กายไง"
"กับกาย?"
"อือ"
"เดี๋ยวนะ!! ฉันงงนิดหน่อย แต่ไม่เข้ามากๆ”
“มีอะไรให้งง คนเขารักกันมีอะไรให้งง”
“Wait! นี่แก.. คิดว่าน้ำ.. กับกาย.. คบกันอยู่เหรอ?"
               แก้วทำเสียงตกใจขั้นสุด พร้อมถามทั้งประโยคแบบเว้นวรรคเพื่อให้ผมเข้าใจง่ายๆ

"แล้วไม่ใช่เหรอ?"
"โอ้ย หัวจะปวด ถ้าน้ำคบกับกาย... แล้วตอนนี้ฉันกับกายจะคุยกันได้ไงวะ?"
"ห้ะ?!"
               ผมหันกลับไปหาคนข้างๆในทันทีที่ได้ยินแก้วพูดออกมา


"เออ ตอนนี้ฉันกับกายกำลังคุยๆกันอยู่! แต่เดี๋ยวนะ ที่แกหลบหน้าอยู่นี่... นี่แก คิดว่าน้ำกับกาย...?!"
"เออดิ"
               ผมตอบกลับไปเสียงดัง

"โอ้ยยยยยย จะบ้าตาย!! ฉลาดมาตลอด บทจะบื้อก็บื้อซะ...!!"
"อะไร?"
"ไอ้ฉันก็คิดว่าแกยังเบื่อโลกเฉยๆเลยไม่อยากเจอใคร"
"ห้ะ? เปล่า... ไม่เกี่ยวกับเรื่องวันงานแล้ว แล้วเรื่องกายกับน้ำนี่มันยังไงเล่ามาดิ!"
"คือ... น้ำกับกายเค้าไม่ได้เป็นอะไรกัน!"
"จริงดิ?!"
"ก็ตามที่ได้ยินอ่ะ"
"แล้วที่ผ่านมาล่ะ ที่ดูแล ไปไหนมาไหนด้วยกัน"
               ผมที่ยังงงอยู่รีบถามกลับไป


"กายบอกฉันหมดแล้วว่าทำประชดให้แกรู้ใจตัวเองเฉยๆว่าแกรู้สึกยังไง เพราะกายรู้เรื่องตั้งแต่กลับจากระยองแล้ว”
“…”
“แล้วแกจำตอนที่แกมาถามฉันได้มั้ยว่ากายถามอะไรแปลกๆอ่ะ นั่นแหล่ะ...กายมาลองเชิงแก ซึ่งมันก็ทำให้แกหึงได้จริงๆนั่นแหล่ะ เพราะกายคิดว่าแกคบกับอิงเล่นๆ”
“…”
“แต่ดันมีเรื่องแม่นั่นท้องเข้ามา แผนเลยล่มซะก่อน”
“…”
“แล้ววันเกิดฉันที่มีเรื่องกันอีก ฉัน บอย กายเลยจับเข่าคุยกันตรงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พอเข้าใจเรื่องแล้ว หลังจากนั้นพวกฉันก็บุกไปหาแกและแฉละเอียดที่คอนโดแกนั้นแหล่ะ”
               ผมเงียบฟังแก้วอธิบายเรื่องทั้งหมดแล้วคิดตาม

“และ... เอ่อ... แกอย่าโกรธฉันนะ... คือพอฉันรู้ว่าน้ำรู้สึกยังไงกับแก ฉันก็เลยบอกน้ำไปตรงๆเลยว่าแกก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม... แฮ่ๆ มันอดไม่ไหวอ่ะแก พวกแกจะได้เข้าใจกันสักที..."
               ผมที่ยังนิ่งเงียบฟัง นี่ผมเข้าใจผิดมาตลอดเลยเหรอ? แล้วตอนนี้น้ำก็รู้แล้วว่าผมยังรู้สึกเหมือนเดิมและน้ำเองก็เป็นเหมือนกันมาตลอด หัวใจผมเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างรู้สึกได้ นี่ผมทำอะไรลงอีกแล้ว ผมมันจะโง่ไปถึงตอนสุดท้ายเลยรึยังไงเนี่ย ทั้งโง่แล้วยังบ้าอีก คิดถึงแต่ตัวเอง คิดเองเออเองจนลืมคิดถึงคนอื่น ไอ้วีนะไอ้วี!!!


"นี่มีใครรู้อีก?"
"ตอนนี้ก็น่าจะรู้กันหมดแล้วนะ พี่ใหญ่ยังรู้เลย"
"พี่ใหญ่ก็รู้?!"
"อื้อ... ก็พี่ใหญ่ถามถึงเรื่องคืนวันงานไง ฉันก็เล่าหมดเปลือกตั้งแต่ต้นเลยจ้า แต่ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่บอกคุณป้ารึเปล่านะ"
"แล้วมีอะไรอีกที่รู้กันหมดแต่ฉันยังไม่รู้?!"
"นึกก่อนนะ... อ๋อ ฉันกับกายบอกน้ำให้ลองบอกแกไปตรงๆเลยตอนหลังงานวันเกิดแก แต่ใครจะไปคิดว่าแกก็เล่นใหญ่ แล้วกายก็ดันมาเจ็บตัวไปด้วยแบบนั้น...
“…”
“แต่ถ้าแกพูดมาแบบนี้... แปลว่าน้ำคงไม่ได้คุยอะไรกับแกสินะ ที่เค้ามางานวันนั้นเพราะเค้าอยากคุยกับแกนั่นแหล่ะ"
               ผมนิ่งเงียบไปอีกรอบเพื่อคิดถึงเรื่องหลังจากวันงาน

"เดี๋ยวนะ! งั้นที่โรงบาล... ที่น้ำเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง..."
"นั้นไง!! ฉันล่ะปวดหัวกับพวกแก ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนกันเหลือเกิน ปิดเก่ง มีความลับกันเก่ง!!"
"เออน่า ไว้ค่อยด่า แล้วแกทำไมไม่บอกตรงๆกันตั้งแต่แรก"
               ผมที่ยังสับสนแต่ก็เริ่มประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดได้แล้วถามคนตรงหน้าเสียงดัง


"ก็กายบอกว่าบอกแกแล้วนะ ตั้งแต่คืนวันเกิดแกแล้ว!"
"บอกตอนไหนวะ?"
"ที่โรงบาล... เออใช่ ที่โรงบาลอ่ะ ก็พอหลังจากวันนั้นฉันก็ถามกายว่า "บอกความจริงแกไปรึยัง" เพราะฉันเห็นแกซึมๆ แล้วกายก็บอกมาว่า "แกบอกว่าแกรู้แล้ว!" ฉันเลยเหมาไปว่าแกคงเหนื่อยจากเรื่องอิงก็เลยไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เดี๋ยวนะ นี่แกก็เข้าใจผิดไปเป็นอีกอย่างเลยสินะ!!"
"แม่งเอ้ยยยย"
"อย่าหยาบคายสิ! อ้าว แล้วแกจะไปไหน?! วี?!!"
               ทันทีที่ผมฟังจบก็รีบลุกจากโซฟาวิ่งขึ้นห้องทันที ส่วนแก้วที่ตะโกนไล่หลังผมมาแบบงงๆก่อนหันไปกดปิดทีวีแล้วลุกเดินตามผมขึ้นมา
               นี่เหมือนคำตอบของทุกอย่างอยู่ตรงหน้ามาตั้งนานแล้ว แต่ผมกลับเลือกที่จะไม่ฟังเอง สมควรแล้วที่จะโดนด่า ไอ้วีเอ้ย ผมรื้อเสื้อผ้าลงกระเป๋าอย่างรีบร้อนส่วนแก้วก็ยังตะโกนถามผมจากที่บันใดขึ้นมาเรื่อยๆ


"จะรีบไปไหน?!"
"ไปตามหัวใจคืนมาดิ!!"
"งั้นไฟท์ก็หมดแล้วโว้ย ต้องพรุ่งนี้เช้าแล้ว!"
"เก็บกระเป๋ารอก็ได้!"
"ต้องไปด้วยมั้ย?!"
"ไม่ต้องเลย อยู่ทำงานไปเลย!"
"โอเค งั้นฉันจะไปด้วย!"
               แก้วตะโกนตอบเสียงดังฟังชัดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะมายืนกอดอกมองผมอยู่หน้าประตูห้อง
 

"เอ่ะอ่ะเสียงดังอะไรกันสองคนนี้ คนอื่นเค้าตกอกตกใจกันหมด"
               แม่ของผมเดินออกมาจากห้องพระที่อยู่ไม่ไกลจากห้องผมถามขึ้นพร้อมเดินเข้ามายืนมองผมที่ง่วนอยู่กับการคว้าเสื้อลงกระเป๋าข้างๆกับแก้ว


"แล้วนั่นจะรีบไปไหนอีกน่ะ?"
"ตามลูกสะใภ้มาให้คุณป้าค่ะ ถ้าเค้ายังอยากเป็นอยู่นะ บื้อเป็นลาอยู่ตั้งนานเลย"
"ลูกสะใภ้? พูดอะไรน่ะแก้ว คนไหนอีกล่ะ ป้าไม่เห็นเข้าใจเลย!!"
"งั้นแปลว่าพี่ใหญ่ยังไม่เล่าให้คุณป้าฟังสินะ มาค่ะ! หนูจะเล่าให้ฟังในความบื้อของลูกชายคนเล็กของคุณป้า"
               แล้วแก้วก็ประคองแม่ผมให้เข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ด้านในห้องผมก่อนจะเผาผมให้คุณแม่ฟังแบบละเอียดยิบทั้งที่ผมก็ยังอยู่ไม่ไกลจากเจ้าตัวเลย นี่สิถึงเรียกนินทาระยะเผาขนเลย ส่วนผมเองไม่ได้สนใจอะไรนักเพราะตอนนี้ใจผมมันกลับไปอยู่ที่กรุงเทพรอแล้ว

**********


"ช้าๆก็ได้มั้ย น้ำคงไม่ลงทุนลาออกหนีแกหรอกมั้ง"
               แก้วที่ว่าผมขณะที่ผมรีบวิ่งลงจากรถเข้าไปที่บริษัทที่ผมคุ้นเคยดี


"น้ำอยู่มั้ย?"
"อยู่ค่ะคุณว..."
               ทันที่ได้ยินว่าน้ำอยู่ในห้อง ผมรีบเปิดประตูเข้าไปทันทีไม่รอฟังคำตอบใดอีก


"น้ำ!!"
"พี่วี..."
               ผมไม่สนใจอะไรแล้วในตอนนี้ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปกอดคนตรงหน้าในทันที


"พี่ขอโทษ พี่มันโง่เอง"
               ผมรีบพูดขอโทษออกไป


"อ่ะแฮ่มๆ"
"ไอ้กาย ไอ้ตัวดี!"
               ไอ้กายที่ยืนอยู่เงียบๆที่มุมห้องกระแอมใส่ผมก่อนแสดงตัวออกมายืนข้างๆตัวแก้วที่เดินตามผมเข้ามาไม่นานนัก ทำให้ผมผละออกจากการกอดคนตรงหน้า


"มึงมาทำไรไอ้กาย?"
"มาดูคนบื้อ"
"งั้นแปลว่า..."
"แก้วโทรมาเล่าให้ฟังแล้ว"
"มึงนั้นแหล่ะไม่บอกกูตรงๆ"
"อะไร? กูถามมึงแล้วนะ แล้วมึงยังบอกว่ารู้แล้ว ถ้ามึงจะเลิกคิดเองเออเองยืนเสียเวลาฟังกูเล่าสัก3นาที ป่านนี้เรื่องมันจบไปเป็นเดือนละ"
"แล้วแทนที่มึงจะรีบๆพูดให้ชัดๆ"
"อ้าว กูผิดซะงั้น"
"น้ำ... พูดอะไรหน่อยสิ"
               ผมเบือนหน้าจากไอ้กายมาถามคนตรงหน้าที่ยืนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา


"ออกไปจากห้องทำงานน้ำ"
"เอ๋า..."
"กาย ฉันว่าเราหลบฉากก่อนดีกว่า เดี๋ยวเราจะโดนระเบิดไปด้วย"
"เออ มาแบบนี้เราอาจจะตายไปด้วย โชคดีเว้ยเพื่อน!!"
               ทันที่น้ำตอบ ทำเอาผมสามคนถึงกับไปต่อไม่ถูก คนที่ตกใจมากที่สุดคงจะเป็นผมเอง ส่วนไอ้กายและแก้วก็รีบชิ่งเดินหนีออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ


"พี่ขอโทษนะ พี่ผิดไปแล้วจริงๆ"
"น้ำบอกให้ออกไปไง"
               ครั้งนี้น้ำดูโกรธมากจริงๆ คงทั้งจากเรื่องคืนวันเกิดแก้ว แล้วเรื่องที่ผมหลบหน้าหลังงานวันเกิดผมเองอีก


"น้ำอยากให้พี่ทำไรน้ำบอกมาเลยนะถ้าพี่ทำได้พี่จะทำเลย"
"อะไรก็ได้เหรอ?"
"ใช่!"
"งั้นไม่ต้องมาให้น้ำเจออีก"
               เออ เวรกรรม พูดเองนะเรา


"ไม่เอา อันนี้ทำไม่ได้!"
"ถ้าพี่ไม่ออกไป น้ำจะให้คนมาไล่ออกไป"
"โถน้ำ พี่รู้แล้วว่าพี่ผิด"
               ผมยังพยายามง้อคนตรงหน้า


"จะไปดีๆรึเปล่า"
               น้ำยังเน้นเสียงเข้ม นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นน้ำในโหมดนี้ มันทำเอาผมไม่กล้าที่จะยื้อต่อ


"ถ้าน้ำไม่อยากเจอพี่ขนาดนี้ พี่ไปก็ได้"
"..."
"ไปจริงแล้วนะ"
"..."
"ไปจริงนะ"
"..."
               ผมค่อยๆก้าวช้าๆพร้อมทวนคำพูดเผื่อว่าเค้าจะใจอ่อน แต่เหมือนจะไม่เป็นผล ทันที่ผมพ้นหน้าประตู น้ำก็เดินมาปิดประตูใส่ผมพร้อมล๊อกประตูทันที


"สงสัยครั้งนี้โกรธจริงว่ะ"
               ไอ้กายพูดก่อนมองหน้าแก้วกันไปมา


"ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย"
"อ้าวไอ้นี่ เค้าก็คิดว่ามึงรู้ว่าเค้ายังรักมึง แต่มึงก็ยังไปว่าเค้า เรื่องคืนวันเกิดแก้ว รึที่โรงบาลเค้าจะคุยกับมึง แต่มึงยังไม่สนใจเค้าอีก เป็นกูกูก็คงตัดใจไปละ ถูกเมินใส่ขนาดนั้น"
"ก็กูไม่รู้นี่ไง"
"เออ มึงมันโง่จริงๆแหล่ะที่ดูไม่ออกว่าเค้ายังรักมึง กูมองจากดาวพลูโตยังเห็นเลย แล้วแทนที่มึงจะบอกเค้าไปตรงๆก็เสือกหนีหน้าไปอีก เป็นกูก็เสียใจเหมือนกัน โทษมึงเลยหนักกว่าเดิมอีก"
"อือ..."
"กูก็ไม่รู้จะพูดอะไรอ่ะ รักกันมาตลอด แต่ก็ทำเหมือนไม่รู้สึก คนนึงรักแต่กำลังจะมีเมีย อีกคนรักแต่ก็ไม่อยากให้เขาเลิกกับเมีย วุ่นวายชิบหาย"
"เฮ้อ... ทำไงล่ะทีนี้"
"เอาน่า ง้อๆไป เดี๋ยวก็หายแหล่ะ"
               ไอ้กายพูดจบทำเอาผมถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองคนที่ยืนอยู่รอบๆตัวผม ทั้งกาย แก้ว ปาล์ม อ๊อฟ ซี


"ไม่ต้องมามองกู ความผิดติดตัวกูก็มี กูไม่กล้าช่วยหรอก"
               ไอ้กายรีบบอกปัด

"ไม่ต้องมามองฉันเลย"
               แก้วก็รีบปฏิเสธทันที
               ส่วนสามคนที่เหลือก็รีบส่ายหน้าเช่นกัน

"เฮ้ออออออ"
               ผมถอนหายใจหนักขึ้นกว่าเดิม


"มีอะไรให้ช่วยมั้ย?"
               เสียงคนแปลกหน้าดังขึ้นข้างหลังผม


"อาภพ!!!"

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-03-2022 09:04:31 โดย LittlePrince90 »

ออฟไลน์ LittlePrince90

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ตอนที่ 21



               หลายวันผ่านไป พี่วีแวะมาที่บริษัทแทบทุกวันเพราะบอสของผมอนุญาตแล้ว เจ้าตัวก็ยังพยายามง้อผมอยู่ตลอดแม้ผมจะไม่คุยด้วยเลยก็ตาม ผมอยากจะลายาวๆเพื่อหลบหน้า แต่ก็ต้องมานั่งทำงานที่อยู่ๆก็ได้มาแบบงงๆแถมสั่งผมว่างดลางดหยุดอีก บอสนะบอส แบบนี้มันเรียกว่าโกงชัดๆ แล้วพอนึกย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนที่อยู่โรงพยาบาล ความเฉยชาจากใครคนนึงที่ให้ผมมาในวันนั้น มันช่างตรงกันข้ามกับคนที่วิ่งเข้าวิ่งออกห้องทำงานผมเพื่ออยากให้ผมสนใจเค้าเสียเหลือเกิน ความรู้สึกเจ็บและจุกที่หน้าอกในทุกทีที่คิดถึงเค้าในช่วงที่ผ่านมามันได้หายไปตั้งแต่ที่ได้รู้ว่าที่ผ่านมาต่างคนต่างเข้าใจผิดกันมาตลอด และในตอนนี้ ไม่ใช่ว่าความรู้สึกดีๆของผมมันได้หมดไปแล้ว แต่เพราะผมยังโกรธเขาอยู่เท่านั้น ที่ไม่เคยคิดจะถามรึให้เวลากันอธิบายเลยสักนิด มันก็สมควรแล้วจริงๆนั่นแหล่ะ ถ้าฟังกันบ้าง ผมก็คงจะไม่ต้องทรมานที่เอาแต่คิดว่าเค้าไม่ได้รู้สึกเหมือนที่ผมรู้แล้ว ซึ่งนั้นอาจจะรวมถึงตัวเค้าเองด้วย

"ไงทุกคน วันนี้พี่ซื้อขนมมาฝากด้วยนะ"
"ขอบคุณค่ะคุณ.. เอ้ยพี่วี"
"ไม่เป็นไรจ้า"
"พี่วีน่ารักจัง ใครได้ไปเป็นแฟนนี่โชคดีมากเลยนะคะ"
               ปาล์มชมคนที่เข้ามาใหม่ออกมาแบบเสียงดังฟังชัดเลย 'แหมมม สนิทกันจังนะ'


"นั่นน่ะสิ แต่มันจะมีใครยอมมาเป็นแฟนรึป่าวนะ? แต่ได้ข่าวว่าแอบนอกใจพี่ไปชอบพี่กายไม่ใช่เหรอเรา"
               พี่วียังแซวปาล์มต่อแต่ผมไม่ได้หันไปมอง


"หนูผิดไปแล้ว ให้อภัยหนูนะ"
"ได้เลย พี่ให้อภัยคนที่รู้ตัวว่าผิด ไม่ได้ใจดำเหมือนคนแถวนี้"
               'เออ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย'
 

"คนอะไร หน้างอแล้วยังน่ารักอีก"
               พี่วีเล่นมาแซวผมใกล้ๆที่พยายามทำหน้านิ่งเพราะรู้ว่าผมจะไม่ตอบอะไรแน่ๆ


"ปากน่าจุ๊บจังเลย ขอจูบได้ป่าว? แต่เคยจูบแล้วนะ นิ่มมากเลย แต่ทำไมตอนนี้มันแข๊งแข็ง"
               พี่วีพูดออกมาแบบไม่อายใคร แต่ผมในตอนนี้ที่เริ่มอายแต่ยังต้องเก็กโหดอยู่เลยเอามือตบโต๊ะ


"เขินวุ้ย!! งั้นเรามาเล่นเกมส์กันมั้ย?"
"เล่นค่ะ/ครับ"
               พี่วีถามคนในห้องก่อนสามคนจะเฮตาม


"เกมส์มีชื่อว่า... ใครเงียบ...!!"
               ผมที่ได้ยินได้แค่คิดในใจ 'เกมส์อะไรวะ?! จะมาไม้ไหนอี๊ก!!'


"เล่นยังไงเหรอพี่วี!"
"นั้นสิ!"
"ก็ถ้าพี่บอกว่าใครเงียบเป็นแมว! ทุกคนต้องส่งเสียงไง พูดรึร้องจนกว่าคนสั่งจะบอกให้หยุด รึถ้าพี่บอกว่าใครเงียบเป็นคน! คนที่ส่งเสียงก็ไม่ใช่คนไง ก็เงียบไปจนกว่าคนสั่งจะบอกให้หยุดอีกอ่ะแหล่ะ! แต่แค่ต้องฟังคำสั่งดีๆ"
               พี่วีอธิบายกติกาพร้อมมองมาที่ผม "นี่มุกสดเลยสินะ ดูออกเลยนะไอ้พี่วี!!"


"อ๋อออ เข้าใจแล้ว!!"
"สลับกันพูดนะ!"
"งั้นปาล์มขอเริ่มก่อนนะ... ใครเงียบเป็นคนโง่!!"
               ทันทีที่พูดจบสามคนที่เหลือก็ส่งเสียงออกมาทันทีแล้วหันมามองที่ผม


"เล่นไรกันเสียงดัง!"
               ผมพูดออกไปแบบนั้น แต่ก็ทำให้พี่วีและคนที่เหลือยิ้มออกมาได้


"ต่อไปตาซีนะ... ใครเงียบ เป็น คนหน้าตาดี!!"
               พอซีพูดจบทุกคนก็เงียบกันหมด พร้อมมองหน้ากันไปมา แม้กระทั่งผมเองก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมา 'เอ้อ... ไม่ได้เล่นแต่แรกอยู่แล้วนี่'


"งั้นตาอ๊อฟบ้าง... ใครเงียบเป็น คนขี้งอน!!"
               พอพูดจบทุกคนก็ร้องกันออกมาพร้อมหันมามองที่ผมอีกเหมือนเดิม 'เอ้ออออ จะเล่นกันแบบนี้ใช่มั้ย?!!'

"ซี หยิบแฟ้มนั้นมาหน่อยดิ!"
               ผมพูดพร้อมยื่นมือรอรับแฟ้ม


"นี่เหรอคนที่ว่าตัวเองไม่ขี้งอน"
               พี่วีพูดขึ้นมาพร้อมเอานิ้วมจิ้มที่แก้มของผม ทำเอาผมต้องเอนหน้าหลบ และผมก็ยังทำเมินและทำเป็นไม่สนใจคนตรงหน้าต่อ


"งั้นถึงตาพี่แล้วนะ..."
               พี่วีพูดพร้อมมองหน้าผมแบบเจ้าเล่ห์ ทำให้ผมหันไปมองด้วยหางตาแว๊บนึง


"ใครเงียบ เป็น.. "
               พี่วีพูดทั้งที่ยังมองหน้าผมอยู่ 'หึ จะมาเล่นสั่งว่า ใครเงียบเป็นแฟนพี่สินะ ไม่ได้กินเราหรอก' ผมคิดถึงความน่าจะเป็นของคำสั่งของพี่วีก่อนที่พี่วีจะบอกคำสั่ง พร้อมแอบหัวเราะในใจ


"ใครไม่เงียบ เป็นแฟนพี่...!!"
               พี่วีพูดรวบคำแบบเร็วๆอีกรอบ

"ปาล์มพี่ขอชีทใบนั้นที"
               พอพี่วีพูดจบผมก็รีบพูดออกไปในทันที ปาล์มเองที่ได้ยินก็ส่งชีทกลับคืนมาให้ผมแบบไม่ส่งเสียงอะไรพร้อมอมยิ้มให้ผม ทำให้ผมเอ่ะใจขึ้นมาว่าทำไมทุกคนในห้องเงียบกันหมด จนผมคิดถึงคำสั่งที่พี่วีพูดใหม่อีกครั้ง "ใครไม่เงียบเป็นแฟนพี่" เดี๋ยวนะ เมื่อกี้มีคำว่า ไม่ งั้นคนที่ส่งเสียงก็เป็นแฟนงั้นสิ' พอคิดได้ ผมรีบหันไปมองค้อนใส่คนข้างๆทันที


"ไอ้พี่วี!"
               พี่วีที่ได้ยินผมเรียกชื่อก็หันกลับมายิ้มพร้อมทำตาโตก่อนจะชี้นิ้วใส่ผมเพราะยังไม่สั่งให้ส่งเสียงได้ เวรกรรม นี่ผมออกเสียงซ้ำไปถึงสองทีเลยนี่ พอรู้ตัวผมก็เก็บปากไม่ให้ตัวเองส่งเสียงอีก ครั้นพอมองคนที่เหลือก็เอาแต่นั่งอมยิ้มและกลั้นหัวเราะกัน โอ้ยยยย หลงกลง่ายๆแบบนี้ได้ไงเนี่ยไอ้น้ำ!!



              พี่วีคอยป่วนผมทั้งวันแถมมีลูกคู่ลูกขาอีกสามคนคอยผลัดกันเล่นมุกตลกโยนกันไปโยนกันมา นี่มันรวมตัวกันหักหลังกันชัดๆเลย จำไว้เลยนะ!! ผมนั่งฟังมุกทั้งหยอดทั้งจีบทั้งง้อตั้งแต่เช้าจนเวลาล่วงมาถึงเวลาเลิกงาน จะได้หนีกลับบ้านสัก!!


"วันนี้เราไปกินข้าวกันนะ"
               พี่วีพูดขึ้นมาขณะที่ผมกำลังเก็บเอกสารบนโต๊ะประชุมเข้าแฟ้ม


"ไปค่ะ!!"
"วันนี้พี่ต้องรีบกลับนะซี"
               ผมเลือกที่จะตอบกลับไปแต่ใช้วิธีตอบผ่านคนอื่นแทน


"เอ่อ... ครับ"
"ว้าาา ให้ผู้ใหญ่รอมันก็แย่นะ"
               ซีตอบกลับคำผมแต่พี่วีก็รีบพูดขึ้นต่อในทันที ทำเอาผมขมวดคิ้วตาม และเจ้าตัวคงรู้ว่ายั่วสงสัยผมได้เลยรีบพูดต่อ


"พี่บอกน้องๆรึยังว่าวันนี้พ่อแม่พี่ขึ้นมาด้วยนะ! แล้วก็ตั้งใจจะมาทานข้าวด้วยกัน จะบอกพวกท่านว่าไงดีนะถ้าไม่มีใครไปกินข้าวด้วย..."
               พี่วีพูดพร้อมทำหน้าลำบากใจ พร้อมมองมาที่ผม ‘ไอ้พี่วีจะเล่นแบบนี้ใช่มะ?!’


"เออ... ไปก็ได้"
               ผมที่ทนการกดดันแบบนี้ไม่ได้ ต้องเอ่ยปากยอมไปด้วย


"น่ารักมาก!!"
               ทันทีที่ได้ยินคำตอบพี่วีก็เดินเข้ามาหยิกแก้มผม ทำให้ผมต้องปัดมือเค้าออก


**********


ที่ร้านอาหารร้านเดิมที่อยู่ใกล้ๆออฟฟิศ...


"สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า"
               ผมยกมือไหว้คนทั้งสองที่นั่งรออยู่แล้ว ส่วนคนที่เหลือก็ไหว้ตาม


"ดีจ้ะ นั่งกันก่อนๆ เป็นไง สบายดีนะเรา"
"สบายดีครับ"
"คุณลุงคุณป้าสบายดีนะครับ"
"ยังแข็งแรงดี แต่เจ้าเล็กนี่สิ ทิ้งงานทิ้งการบ่อยจริง พาลให้ลุงต้องไปทำงานแทน"
               'นั้นไง อย่างที่คิดไว้เลย ใช้คุณลุงคุณป้ามาช่วยง้อ'


"คุณพ่ออ่ะ ขายผมทำไมเนี่ย... อ่า เดี๋ยวผมมานะ"
               คนตัวสูงทำเป็นน้อยใจก่อนจะลุกออกจากโต๊ะไป 'แผนสูงจังนะ ให้ผู้ใหญ่ช่วย'


"งั้นคุณลุงต้องรีบหาคนช่วยคุมพี่วีแล้วล่ะ"
"น้ำล่ะว่างรึเปล่า รึพอจะมีใครแนะนำมั้ยล่ะ?"
               อุส่าห์จะชงให้ห่างตัวเอง ดันเข้าตัวเองซะงั้น


พรึ๊บ!!!


"ไฟดับเหรอ?
               อยู่ดีๆไปในร้านก็ดับลง ทำให้ผมหันไปถามซีที่นั่งอยู่ข้างๆ


"แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู ยูว..."

               พี่วีถือเค้กวันเกิดออกมา พร้อมคนอื่นๆที่เดินล้อมมาด้วย มาครบกันทั้งทีมเลยก็ว่าได้ ทั้งพี่แก้ว พี่กาย พี่บอย พี่ใหญ่ บอสผมด้วยอีกคน 'นี่ทำกันเป็นขบวนการเลยใช่มั้ยเนี่ย!' ทุกคนยืนขึ้นร้องเพลงพร้อมกัน ทำเอาผมอดยิ้มออกมาไม่ได้


"อ่ะๆอย่าลืมขอพรก่อนเป่าเค็กนะ"
               พี่แก้วบอกผมหลังจากร้องเพลงจบ ผมก็ยกมือขึ้นพร้อมหลับตาขอพรในใจแล้วก็เป่าเค้กทันที ตอนนี้เทียนหลากสีได้ดับลง และเมื่อไฟในร้านเปิดสว่างขึ้นผมเลยรีบหันไปหาพี่แก้วและบอกออกไปทันที


"วันเกิดน้ำมันอีกตั้งสองวันนะ"
"พี่รู้แล้ว แต่คุณลุงคุณป้าจะกลับพรุ่งนี้ตอนเช้าไง พอเค้ารู้เลยอยากฉลองด้วยกันก่อน"
"อ๋อ...ครับ ขอบคุณมากนะครับ"
               ทันทีที่พี่แก้วก็ตอบกลับมาทันที ทำเอาผมยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง รวมถึงบอสและพี่ๆน้องๆในวันนี้แทบทันที


"ว่าแต่ขอพรอะไรเหรอ?"
"ไม่บอก!!"
               พี่บอยถามขึ้นมาแล้วผมก็ตอบกลับไปพร้อมแลบลิ้นใส่


"ขอพรให้มีแฟนเป็นผมแน่เลย งั้นดีใจด้วยครับ พรของคุณเป็นจริงแล้ว!!
               ไอ้พี่วีพูดขึ้นเพื่อชงตัวเอง ทำเอาคนอื่นโห่ใส่ก่อนจะพากันนั่งลงประจำที่ เมื่อพอรู้ตัวแล้วว่าเริ่มไม่มีคนเข้าข้างแล้ว เจ้าตัวก็นั่งคุกเข่าที่ข้างๆผม จากที่เผลอแอบยิ้มอยู่ ตอนนี้ผมต้องตกใจแทน


"เห้ย! ทำไรเนี่ย?!"
"หายโกรธแล้วใช่ป่าว?"
               คนตรงหน้าถามพร้อมยิ้มให้ ทำเอาผมรู้สึกร้อนขึ้นมาที่หน้าในทันที


"ไม่!"
"แน่ใจเหรอ?"
"อือ"
               ผมตอบกลับไปแบบนิ่งๆพร้อมหันหน้าไปทางอื่น


"แล้วเขินทำไม"
"เปล่าสักหน่อย"
"ก็เห็นอยู่ว่าหน้าแดง"
"เปล่า"
"ปากแข็งจัง"
               พี่วีทำหน้างอใส่ผมที่ยังปฏิเสธเสียงแข็งอยู่ แต่เป็นใครก็ต้องเขินแหล่ะ ถ้ามีคนที่ตัวรักมาคุกเข่าง้อแบบนี้


"น้ำ... พี่ไม่รู้ว่าพี่จะทำยังไงให้น้ำหายงอนพี่แล้วเนี่ย..."
               คนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าลง ทำเอาผมต้องหันกลับมามอง ก่อนที่พี่วีจะคว้ามือทั้งสองข้างผมมาจับไว้แน่น และผมเองก็ยอมให้จับแต่โดยดี พี่วีค่อยๆเอาสร้อยข้อมือเส้นเก่าของผมที่พี่วีดึงมันขาดใส่คืนให้ผม ผมมองสร้อยข้อมือเส้นเดิมที่ผมคิดว่าคงจะไม่มีวันได้มันคืนกลับมา แล้วเหลือบไปเห็นว่าที่แขนของพี่วีเองก็ใส่อยู่เช่นกัน


"แต่พี่อยากให้น้ำรู้นะ ว่าพี่รักน้ำมาก มากจนไม่รู้จะอธิบายมันออกมายังไง พี่อยากได้น้ำมาเป็นเมีย เอ้ย! เป็นแฟน พี่จะพูดว่าเป็นแฟน... นี่พี่ยอมพูดคำเลี่ยนๆพวกนี้ต่อหน้าคนอื่น แล้วพี่ไม่อายด้วยเพราะพี่อยากให้น้ำหายโกรธพี่มากกว่า"
               เป็นการง้อที่ตรงไปตรงมามาก จนผมคิดตามเลยว่าถ้าเป็นผมจะกล้าพูดคำพวกนี้ต่อหน้าคนอื่นรึป่าว ยิ่งไปกว่านั้นคือต่อหน้าพ่อกับแม่ตัวเองด้วย


"น้ำจะงอนพี่ต่อก็ได้นะ แต่อย่างน้อยก็ช่วยบอกให้พี่รู้หน่อยว่ายังอยากให้พี่ง้อต่อ"
               คนตรงหน้ายังพูดต่อ โดยมีทุกคนนั่งลุ้นและอมยิ้มฟังเลี่ยนๆจากพี่วีอยู่เงียบๆ ผมที่ไม่รู้จะทำยังไงก็หันไปมองคนที่นั่งลุ้นอยู่ ทุกคนพยักหน้าให้ผมใจอ่อนสักที ซึ่งเอาตามจริง ผมหายโกรธตั้งแต่ถือเค้กเข้ามาแล้ว แต่ต้องวางฟอร์มหน่อย เดี๋ยวไอ้พี่วีจะได้ใจ


"อือ..."
               ผมถอนหายใจแล้วตอบกลับไปสั้นๆ


"อือคือ? ให้ง้อต่อใช่มะ?"
"ก็... เออ!"
               คนตรงหน้าถามซ้ำก่อนจะยิ้มออกมาหลังจากได้ยินคำตอบผม


"แปลว่าน้ำไม่ได้เกลียดพี่แล้วนะ!"
"ก็ไม่ได้เกลียดแต่แรกอยู่แล้วมั้ย?!"
"งั้นเป็นแฟนกันได้ยัง?"
"ไม่! ยังโกรธอยู่"
               พี่วีที่ยังจับมือผมแน่นถามผมเสียงดังก่อนที่ผมตอบกลับพร้อมทำเป็นไม่สนใจคนตรงหน้า


"คนไม่ใช่แฟนเค้าไม่งอนกันหรอกนะ"
"เออ... ใช่ๆๆ!!"
               คุณแม่ของพี่วีพูดขึ้นมา ทำเอาทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยไปหมด ทำเอาผมไปต่อไม่ถูก


"อือ... เป็นแฟนก็ได้"
               ผมที่พูดขึ้นมาเบาๆ


"อะไรนะ? ไม่ได้ยินเลย เจ้าเล็กถามย้ำอีกทีดิ๊"
               พี่ใหญ่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เพื่อให้คนตรงหน้าผมถามซ้ำอีกครั้ง


"เป็นแฟนกันนะ!"
               พี่วีที่รู้งานก็รีบถามขึ้นเสียงดังฟังชัด


"โว้ย! จะตะโกนทำไมเนี่ย!"
"แล้วสรุปเป็นมั้ย?!"
"อื้อ!"
"เยส!!!"
"โอ้ยยยย อายผู้ใหญ่ด้วย"
               พี่วีที่พอได้ยินคำตอบก็กระโดดขึ้นมากอดผมแน่นแล้วก็หอมแก้มผมทันที ทำเอาผมต้องรีบผลักเขาออกไป


"ไม่อาย! จะหอมอีกให้ดู"
"พอเลยยยย!!"
               พี่วีที่ยังไม่ปล่อยผมพยายามจะหอมผมอีก ส่วนคนอื่นๆก็ได้แค่นั่งหัวเราะให้กับผมสองคน


               แล้วเส้นทางความรักของผมที่มันดูวุ่นวายเป็นปีๆก็ได้เริ่มต้นใหม่จากตรงนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงต่อ ผมกับพี่วีเราจะรักกันนานแค่ไหน ผมเองคงไม่สามารถตอบได้ และพี่วีเองก็คงตอบไม่ได้เช่นกัน แต่ที่ผมบอกได้เลยตอนนี้ คือผมจะรักและดูแลพี่วีไปให้นานที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ และพี่วีเองก็คงจะทำแบบนั้นด้วยเช่นกันเพราะลองไม่ทำดิ จะฟาดให้หนักเลย สุดท้ายท้ายสุด ผมอยากจะบอกว่า ไม่ว่าความรักมันจะเริ่มต้นสวยงามรึไม่สวยงาม แต่ยังไงซะมันก็คือความรัก เมื่อรักแล้วก็ดูแลมันให้ดีเท่าที่เราจะทำไหว อย่าไปคาดหวังอะไรจากใครสักคนมากมายจนลืมไปว่าเขาก็คนธรรมดาเหมือนกันกับเรา และเราไม่จำเป็นต้องคอยแบกความรักนี้ไปทั่วทุกที่ แต่ให้ดูแลมันให้ดีตามที่เรารู้สึก หลายครั้งที่ผมเห็นความรักที่หลายคนปลูกได้ตายลง ไม่ใช่แค่จากการไม่ดูแล แต่ทั้งจากการดูแลมันมากเกินไป ใส่ปุ๋ยบ่อยเกินไป รดน้ำมันมากเกินไป เพราะบางครั้งความรักจริงๆมันไม่ใช่แค่การเอาใจใส่กันรึดูแลกันให้มากๆ แต่มันคือการที่เราต้องทำความเข้าใจกับความรักนั้นด้วย ว่ามันต้องการการดูแลแบบไหน รึเราต้องเข้าใจเค้าแค่ไหนต่างหาก รักแต่พอดี รักในแบบที่เข้าใจ ค่อยๆดูแลกันไปในทุกวัน แล้วรักครั้งนี้มันจะอยู่กับเราไปนานแสนนาน


คิดถึงเรื่อยๆ...




[จบ]







แล้วก็จบจนได้


ขอบคุณที่ยังอยู่ตามกันนะครับ
มีข้อติชมยังไงเม้นได้เลยนะครับ จะได้เอาไปปรับปรุง
และผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
เป็นเรื่องแรกที่ผมแต่งทิ้งไว้เมื่อนานมาแล้ว
ความยาวในช่วงหลังๆมันถึงยาวขึ้นเรื่อยๆ
อย่างที่บอกว่ากะจะให้จบแค่ 10กว่าตอน
แต่ผมเองดันพิมพ์แยกไปเรื่อยๆซะงั้น
ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่อยู่กันมาถึงตอนสุดท้าย

:)



ออฟไลน์ Koyokid16

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 20
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :L2: :pig4: น่ารัก+ลุ้น / ขอบคุณค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ airicha

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 848
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
พระเอกเรื่องนี้ดูโง่จัง

ออฟไลน์ ● MaYa~Boy ●

  • ฉันมันคนขี้อิจฉา
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-2
น่ารักมากๆๆๆ

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
เรื่องราวน่ารักมากค่ะ ถูกที่ถูกเวลาสักทีเนอะ
ขอบคุณคนเขียนนะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด