★ เรท18+...◤บันทึก(ลับ)รัก◥ Drama Secret..จบแล้ว... ตอน20 ➧ ➧ [Up 21-07-62]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ★ เรท18+...◤บันทึก(ลับ)รัก◥ Drama Secret..จบแล้ว... ตอน20 ➧ ➧ [Up 21-07-62]  (อ่าน 10970 ครั้ง)

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้ ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้ มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย ทำได้ แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute ได้ ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
7.1 นิยาย 1 ตอน จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
- 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
(กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-07-2019 18:18:22 โดย PrayTime »

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
เกริ่น*

   
สารบัญ
[/b]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-06-2019 23:19:43 โดย PrayTime »

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่1 เหตุเกิดเพราะความอยากรู้

***

     ลมพัดปะทะผิวกายทำให้รู้สึกเย็นสบายในคืนเดือนหงาย ที่มีดาวอยู่ระยิบระยับ นั่งมองดูดาวภายใต้แสงจันทร์ในวันที่มืดสงัด ราวสามทุ่มกว่ากองไฟถูกสุมรอบทิศทางเอาไว้ เพื่อไล่ยุงไม่ให้มารบกวนมีบ้านอยู่สองหลังเป็นบ้านปูนและบ้านไม้หลังใหญ่แยกออกห่างกันประมาณสามสิบเมตร บริเวณระหว่างกึ่งกลางบ้านทั้งสอง

มีเพิงห้างไม้สำหรับพักผ่อน ใต้ร่มมะม่วงมันต้นใหญ่ทำจากไม้กระดานผืนใหญ่ต่อติดกัน ขนาดกว้างพอสมควร มีเสาถึงหกต้นแต่หลังคามุงด้วยหญ้าแฝกแค่ครึ่งหนึ่ง แคร่พักร้อนนี้ทำให้สองครอบครัวใหญ่ๆ สามารถนอนเล่นพร้อมหน้าพร้อมตากันได้ในยามเย็นเวลากินข้าวเย็นหรือสนทนากันเพราะบ้านสองหลังสนิทสนมกันพื้นกระดานที่ถูกปูด้วยเสื่อทับอีกทีหนึ่ง

สถานที่นี้มีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกล้วยไม้พันธุ์ช้างกระ ที่ถูกเก็บมาจากป่า แล้วเอามาเกาะมัดไว้ กับกาบมะพร้าวบนง่ามต้นมะม่วง กล้วยไม้กำลังออกดอก ส่งกลิ่นหอมในยามมืดใต้แสงดวงจันทร์และดวงดาว

มีหนุ่มน้อยสองคน อีกคน ยังอยู่ในวัย ม.ต้น  ซึ่งยังถือว่าเป็นเด็กตัวเล็กขาวรูปร่างผอมแต่ไม่บางเท่าไรนัก เพราะมีเสี้ยวเชื้อคนจีนจากผู้เป็นย่าอีกคนหนึ่งอยู่ในวัย ม.ปลาย ผิวดำแดงรูปร่างสูงหน้าตาเรียวยาวเกลี้ยงเกลาคิ้วดกในตาสวยเจียนจะเข้ามหาวิทยาลัยพวกเขาได้นอนเล่นคุยกันตามประสาของเด็กที่คุ้นเคยกัน

แต่บ้านปูนหลังนี้เพิ่งจะย้ายมาได้ปีกว่าเพราะบ้านของหนุ่ม ม.ต้น พ่อเขาได้ขายที่นาและสวนของตัวเองในตัวอำเภอเพื่อย้ายมาอยู่ที่นี่ถาวรด้วยความที่เป็นที่ต่างจังหวัด ไม่ได้มีอะไรที่อำนวย ความสะดวกมากนักจึงอยู่กันอย่างวิถีชาวบ้าน

"พี่ไผ่ วันนี้ พี่ทำไม ไม่รอกลับบ้านพร้อมกันอ่ะ"

"ไอ้ชาติมันรีบกลับ มึงแหละซ้อมบอลกลับก็เย็นใครจะไปรอไหว"

"แน่ๆ พี่ไม่ได้ไปเที่ยวหาสาวๆกันใช่ไหม?"

"สาวเสิวอะไรของมึงห๊ะนุ่นมั่วละ" หนุ่มม.ปลาย ด้วยความที่เป็นคน พูดน้อยไม่ค่อยพูดมาก จึงตอบเพียงเท่านี้

"จริงเหรอ" หนุ่มม.ต้น หยอกล้อตามนิสัยขี้เล่นของตัวเองก่อนเอ่ยชวนหนุ่มรุ่นพี่คุยอีกเรื่อง

"เออพี่ไผ่วันนี้เราสองคนนอนกันที่นี่ดีมั้ยอากาศเย็นสบาย น่านอนดูดาวมากเลย" หนุ่มม.ต้น เสนอ

"แต่ดึกๆมันหนาวนะนุ่น"

"นอนเหอะนะๆเดี๋ยวพี่ไปเอามุ้งมากางก็นอนได้ล่ะ หมอนที่นี่ก็มีแล้ว" หนุ่มม.ต้นพูดขึ้นพลางยิ้มใสแก้มขาวๆดูจริงใจบอกถึงความใสซื่อไร้เดียงสา

"มึงไปบอกน้าหญิงก่อนเหอะว่าจะนอนที่นี่"

"เออเดี๋ยวผมไปบอกแม่ก่อนนะ จะได้เอาผ้าห่มมาด้วย" ว่าแล้วหนุ่มน้อยก็รีบใส่รองเท้าวิ่งตรงไปที่บ้านปูนของตัวเองทันที

"เอองั้นกูไปเอามุ้งที่ห้องก่อน" หนุ่มม.ปลายพอพูดจบก็ใส่รองเท้าเดินตรงไปที่บ้านของตัวเองในทันที

***

"พี่ไผ่ดาวกับดวงจันทร์สวยดีเนอะ"

"อืม" หนุ่ม ม.ปลายพูดพร้อมกับนอนดูดวงจันทร์กับดวงดาวพร้อมกับหนุ่ม ม.ต้น

ด้วยความเงียบหนุ่มม.ต้นอย่างนุ่นดันนึกคำถามพิเรนทร์ขึ้นมาถามหนุ่มม.ปลายในทันที เพราะด้วยความไร้เดียงสากับเรื่องพวกนี้เพราะส่วนใหญ่จะฟังจากเพื่อนหรือผู้ใหญ่คุยกันเท่านั้นและด้วยความอยากรู้อยากเห็นของตัวนุ่นเอง

"พี่ไผ่ พี่เคยมีอะไรกับผู้หญิงหรือยัง"

"ทำไม!?!"

"ก็ถามว่าเคยหรือยัง?"

หนุ่ม ม.ต้นพูดพลางหันหน้าไปมองหน้าหนุ่ม ม.ปลายอย่างชื่นชมเพราะดูจากรูปร่างหน้าตา ของไผ่แล้วน่าจะมีแฟนแล้วบ้างแหละแล้วคงปิดบังไม่ให้ที่บ้านรู้ หรือไม่ก็น่าจะมีประสบการณ์กับหญิงบ้าง หล่อคมเข้มขนาดนี้

"หึ ไม่เคย"

"ก็แค่เนี๊ยะ!นึกว่าเคย" หนุ่ม ม.ต้นเอ่ยขึ้นมา

"ทำไมมึงเคยงั้นเหรอ"

คราวนี้ หนุ่ม ม.ปลายขยับใบหน้าตัวเองหันมาจ้องมองที่หน้าของหนุ่ม ม.ต้นบ้าง ในแก้มใสๆปนรอยยิ้มนี้ ทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดในใจตัวเองขึ้นมาทันที ทำไมเขารู้สึกอะไรแบบนี้เขาคงไม่ได้คิดไปเองแต่เขารู้สึกมานานแล้ว ตั้งแต่เจอเด็กคนนี้วันแรก ในวันที่ย้ายบ้านมาอยู่ติดกัน ไผ่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนนุ่นเอ่ยขึ้นมาอีก

"ไม่เคยไง ก็เลยถามไง"

"อืม"

คราวนี้หนุ่ม ม.ปลายเขยิบตัวเข้ามานอนใกล้ๆพร้อมกับตะแคงหันหน้าเข้าหา หนุ่ม ม.ต้นมองด้วยแววตาที่สนใจ ใบหน้าใสซื่อของนุ่นคำพูดจาน้ำเสียงดูกังวานสดใสชวนฟังของเด็กน้อยคนนี้ ไผ่เขาคงรู้สึกชอบเด็กรุ่นน้องนี้แล้วจริงๆ

"มีอะไรเหรอ? พี่ไผ่จะนอนแล้วไง? " หนุ่ม ม.ต้นคุยด้วยแล้วมองหน้าหนุ่ม ม.ปลายที่หันมามองตนแล้วก็หันไปมองที่ท้องฟ้าตามเดิม

***

ภายใต้ความเงียบระหว่างที่นอนดูดาวกันหนุ่มรุ่นพี่ก็คิดอะไรที่ไม่ควรจะคิดขึ้นมาแต่ไผ่เองก็เหมือนพยายามจะห้ามใจของตัวเองแต่มันห้ามไม่ได้ หนุ่มรุ่นพี่อย่างเขาเลยตกอยู่ในอำนาจฝ่ายเลวจึงได้เอ่ยประโยคที่ไม่ควรพูดออกไป

"นุ่น..มึงอยากลองจับอะไรดูเปล่า" หนุ่ม ม.ปลายก็เอ่ยขึ้นมาด้วยใจเต้นระทึก

"อะไรอ่ะ?"

นุ่นทำหน้าใสซื่อใบหน้าที่ผิวขาวเหมือนกับนุ่น ตอนนี้นุ่นได้ละสายตาจากท้องฟ้าแล้วจ้องมองไปที่ใบหน้าของไผ่ทันที [ชื่อนุ่นของเขาผู้เป็นย่าเป็นคนตั้งให้เพราะเกิดมาเขาก็ผิวขาวใสอ่อนนุ่มเหมือนปุยนุ่น ย่าจึงตั้งชื่อนี้ให้แต่ผู้เป็นพ่อดูไม่ค่อยพอใจกับชื่อเขาเท่าไรนักเพราะเด็กผู้ชายมันไม่ควรจะใช้ชื่อนี้ แต่ก็ขัดแม่ของตัวเองไม่ได้ แต่ด้วยความซนและดื้อของเขาซึ่งไม่ได้นุ่มนิ่มใสซื่อเหมือนกับชื่อเลยสักนิด]

**

ขณะนี้เหมือนทุกอย่างเป็นใจด้วยความเงียบสงัดของพื้นที่เพราะเป็นบ้านที่อยู่ ในเขตต่างจังหวัดซึ่งมีบ้านเรือน อยู่ห่างไกลกันมากหนุ่ม ม.ปลายได้จับมือเล็กๆของนุ่นไปเกาะกุมไว้ตรงจุดแกนกึ่งกลางลำตัวของเขาในที่ขณะนี้มันกำลังตื่นตัวอยู่

"!?!.. อ๊ะ! "

เสียงของหนุ่ม ม.ต้นร่างบางร้องออกมาเบาๆด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับตกใจในขณะเดียวกันไผ่เองก็ใจเต้นไม่แพ้กันเพราะความรู้สึกมันแปลกๆ แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนกับว่าโดนสะกดหรือเป็นเพราะความบ้าดิบถ่อยของตัณหาฝ่ายเลวที่บงการให้เขาทำอะไร แบบนี้ไปโดยไม่รู้สึกละอายใจไผ่นึกในใจ ซึ่งนุ่นเองก็รู้สึกสนใจ เพราะมันแปลกใหม่สำหรับเขาส่วนความตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ในมือดูน่าสนใจมากกว่า ขณะนี้เด็กหนุ่มทั้งสองได้หยุดสนใจสิ่งรอบตัวไปหมดแล้วเพราะเขาได้หันไปสนใจสิ่งอื่นที่ดูตื่นเต้นมากกว่า นุ่นเองก็ยังไม่ละมือที่เกาะกุมอยู่เพราะเจ้าแกนลำนั้นมันกำลังสู้มือของหนุ่ม ม.ต้นจนเด็กหนุ่มรู้สึกได้

หนุ่ม ม.ต้นจับคลึงด้วยความสนใจและตื่นเต้นส่วนไผ่เองเขาก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้กลับรุกหนักกว่าเดิมโดยการจับมือน้อยๆยัดเยียดให้มือของนุ่นผ่านด่านกางเกงด้านนอกโดยที่เขาเป็นคนชักนำมือนี้เข้าไป ซึ่งนุ่นเองเขาก็พอจะรู้ว่าอะไรคืออะไรและเขาก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจแต่กลับมีความสนใจมากกว่า ว่าสิ่งที่มือเขากุมจับอยู่นี้ที่ขนาดดูจะใหญ่กว่าของเขาและมีขนอ่อนนุ่มๆนั้นมันช่างน่าสนใจจริง

"ใหญ่จัง!"

หนุ่มตัวน้อยร่างบางพูดขึ้นมาระหว่างเขาจับสัมผัสลูบคลำไปทั่วทั้งบริเวณส่วนหัวและลำแกนกลางของหนุ่ม ม.ปลายจึงได้รู้ว่ามีความเหนียวหนืดจากของเหลวลื่นๆ บางอย่างตรงส่วนบนของหัวแกนลำไผ่หนุ่ม ม.ปลาย จนหนุ่มไผ่เองรู้สึกเสียวแปลบ กระสันซ่านขึ้นมาทันที

"อึกอืม.....อ้าา..อ่ะ.เอา.นิ้ว วนๆ ..ตรงหัว...น่ะ..นานๆ สิ "

เสียงครางในลำคอของหนุ่ม ม.ปลายดูเหมือนจะพอใจอยู่ไม่น้อยร้องบอกให้หนุ่ม ม.ต้นร่างบางทำตามที่เขาสั่งดูเหมือนหนุ่มน้อย ม.ต้นคนนี้จะไม่เป็นงานเอาซะเลย

"เคยทำหรือเปล่า?" เสียงของไผ่หันหน้ามามองหนุ่มรุ่นน้องด้วยแววตาฉ่ำเยิ้ม ชวนให้คิดไปไกล

"หึ...มะ.. ไม่เคย" เสียงตอบเหมือนกับเสียงกระซิบแต่ใบหน้าแดงก่ำใจเต้นโครมครามของนุ่นยังคงไม่ได้จางหายไป

นุ่นเองด้วยความใสซื่อตอบไปตามตรงเพราะตนเองไม่เคยสนใจทำอะไรแบบนี้จริง ๆ นอกจากฟังจากเพื่อนและพวกรุ่นพี่คุยกันเท่านั้น และเขาก็ไม่ได้สนใจเท่าไรนัก จนมาวันนี้ตอนนี้ นุ่นเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาทันทีเพราะแกนกลางลำตัวของนุ่นเองก็กำลังจะตื่นตัวอยู่เช่นกัน

หนุ่ม ม.ปลายดูเหมือนเขาจะรู้งานของตัวเองดีจึงนำมือของเขาไปเกาะกุมส่วนแกนกลางลำตัวของ หนุ่มน้อยร่างบางทันทีนุ่นเองก็เหมือนจะปล่อยตัวปล่อยใจตามใจ หนุ่มรุ่นพี่อย่างไม่มีข้อแม้ท่อนล่างของเขาเปลือยเปล่าทันทีที่มือของหนุ่มรุ่นพี่กำลังยกขึ้นลงเป็นจังหวะทำให้เกิดเสียงลอดออกมาจากปากของหนุ่มรุ่นน้อง ม.ต้น

"อึก.... อืมมม...อ้าาาา อึ๋ยย...ส่ะ...เสียวจัง!"

เสียงในลำคอ ของหนุ่มน้อยดู พึงพอใจในอารมณ์ของตัวเองขณะนี้ มันเป็นความรู้สึกเสียวแปลกๆ ในแบบที่ตัวเองไม่เคยเจอแต่ก็เป็นสิ่งที่เขารู้สึกพึงพอใจ

"ทำให้พี่แบบนี้บ้างสิ"

เสียงกระเส่าของหนุ่มรุ่นพี่กระซิบร้องบอกข้างหูให้หนุ่มรุ่นน้องกระทำกับแกนกึ่งกลางลำตัวเขาโดยการเล่นจังหวะขึ้นลงเหมือนกับที่เขาทำให้หนุ่มรุ่นน้อง เด็กน้อยพยักหน้าตอบแก้มแดงก่ำในตาหวานพริ้มเยิ้มเพราะสิ่งที่เขาได้สัมผัสเมื่อครู่ทำให้พึงพอใจอย่างมาก

หนุ่มรุ่นพี่ยังคงนำมือของเขายกขึ้นลงตามจังหวะหนุ่มรุ่นน้องก็เรียนรู้จากการกระทำของหนุ่มรุ่นพี่ทำให้เขาสองคนสอดรับกันและกันเป็นอย่างดี เหมือนหนุ่มรุ่นพี่จะยังไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวเองสัมผัสอยู่เขาได้ยื่นใบหน้าของเขาไปประกบพร้อมกับสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากอันน้อยนิดนี้ เพื่อลิ้มลอง ความหอมหวานในโพรงปากแดงๆ น้อยๆ ของหนุ่มรุ่นน้อง แต่ด้วยความไม่เป็นงานของเด็กน้อยจึงได้แต่เพียงอ้าปากของตัวเอง และรู้สึกแขยงกับการสอดสัมผัสลิ้นของอีกฝ่ายจึงหยุด ชะงักสิ่งที่ตัวได้กระทำไว้

"ไม่มีอะไรหรอกแค่จูบกันเองทำใจให้สบายๆดิ.."

"..อื้มมม"

หนุ่มน้อยหน้าแดงก่ำพยักหน้าทำตามแต่โดยดีโดยการจูบครั้งที่สองนี้อาจจะแข็งขืนแต่มันย่อมดีกว่ารอบแรกและเหมือนนุ่นจะเริ่มรู้สึกชินจน เริ่มสนุกกับการต่อสู้กันระหว่างลิ้นตนกับอีกฝ่ายที่กำลังเกี่ยวรัดกันในโพรงปากของทั้งสองดูดดุนพัวพันกันเป็นจังหวะ

ลิ้นของทั้งสองเกี่ยวตวัดกันจนอารมณ์เตลิดไปไกลเวลานี้ตอนนี้มันช่างแสนวิเศษจริงๆเหมือนทั้งสองจะพึงพอใจกันและกันไม่น้อย

"ระ...เร็ว อ่ะ....อีกนิด.."

เสียงกระเส่าของไผ่เอ่ยขึ้น หนุ่มรุ่นพี่เริ่มขยับคร่อมร่างหนุ่มน้อยรวบหนีบโคนขาเรียวเล็กให้เข้าหากันแล้วกดปากลงจูบลิ้นของสองหนุ่มเริ่มคุ้นเคยกันไผ่นำมือของตนจัดการส่วนแกนกลางของตัวเอง ตอนนี้เหมือนไผ่จะทนไม่ไหวแล้วเขาได้กดแกนลำของตัวเองลงแช่ระหว่างขาทั้งสองของนุ่นพร้อมกับกระตุกเบาๆ

อึก...อืมม...อื้อ....อ้าาาาา"

จนโคนขาระหว่างแก่นกายหนุ่มน้อยเปรอะไปด้วยน้ำเมือกขาวขุ่นอย่างมากมาย ด้วยความงุนงงของนุ่นเกิดขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่เปรอะและเหนียวเหนอะอยู่ที่โคนขาของตน ว่ามันคืออะไรขณะนี้ริมฝีปากและลิ้นของทั้งสองยังไม่ผละออกจากกัน เหมือนกับกำลัง ซึมซับความซาบซ่านของอารมณ์อยู่

"นุ่นอยู่ เฉยๆนะเดี๋ยวทำให้" เสียงกระซิบเบาๆ ข้างหู

ไผ่ยังกดแกนกลางของตัวเองแช่ และจูบแลกลิ้นที่มีรสสัมผัสซาบซ่านได้ครู่หนึ่งเขาก็คิดได้ว่าคงต้องช่วยอะไรสักอย่างกับหนุ่มน้อยที่ใสซื่อคนนี้เพราะยังไม่รู้งาน

เสียงไผ่เอ่ยขึ้นพร้อมกับนำของเหลวที่เปรอะหน้าขานุ่นมาชโลมทั่วแก่นลำของหนุ่มน้อยแล้วยกกระหน่ำขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะดูเหมือนหนุ่มน้อยจะลอยเอวขึ้นตามแรงจังหวะของมือหนุ่มรุ่นพี่ ไผ่ได้มองเห็นใบหน้าหลับตาพริ้มของนุ่นแบบนี้มันช่างยั่วยวนความรู้สึกเขาเสียจริงๆ

หนุ่มม.ปลายไม่รีรอจึงกดปากลงจูบอีกครั้งคราวนี้ เด็กหนุ่มเหมือนผ่านประสบการณ์มาแล้วจึงทำให้ทุกอย่างลื่นไหลดูง่ายดายมือของไผ่ยังเกาะกุมส่วนแกนกลางของนุ่นอยู่จนนุ่นรู้สึกวูบวาบบริเวณแกนลำท่อนล่างของตนเอง จนในที่สุดของเหลวจากกายนุ่นก็พุ่งเป็นสายขึ้นมา

"อ๊ะ...อื้อ...อ้าาาาา"

ดูเหมือนเขาจะผ่อนคลายลง หนุ่มรุ่นน้องม.ต้นที่เพิ่งจะได้ลิ้มรสการสุขสมครั้งนี้เป็นครั้งแรกดูแล้วเด็กหนุ่มน่าจะพึงพอใจเป็นอย่างมากเพราะรอยยิ้มในใบหน้าที่แดงก่ำเผยออกมา รสสัมผัสจากสิ่งที่กระทำกันของพวกเขาเมื่อครู่ทำให้เกิดรอยยิ้มและพอใจกันและเป็นอย่างมาก

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่2 ความรู้สึกลึกๆที่หลบซ่อนอยู่

พอตกดึกอากาศเริ่มหนาวเย็นร่างบางของหนุ่มน้อยสั่นเทาเพราะผ้าห่มที่เขานำมานั้นเป็นเพียงผ้าแพรบางๆ สองผืน เท่านั้นอาการสั่นเบาๆจากความเย็นร่างน้อยทำให้คนที่นอนอยู่ข้างๆ รู้สึกได้ไผ่จำต้องพลิกตัวหันไปดูร่างของนุ่น

“นุ่น หนาวเหรอ”

เสียงของไผ่ถามเบาๆ แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับมานอกจากเสียงร้องครางอือๆ .. แล้วก็เอามือป่ายเหมือนกำลังควานหาผ้าอีกผืนอย่างเคยตัว

ไผ่ได้แต่ยิ้มพร้อมกับเขยิบกายของเขาเข้าไปใกล้หนุ่มน้อยร่างบางทันทีเพื่อให้นุ่นได้รับความอุ่นจากตัวเขาบรรเทาความหนาวเย็น

สักพักหนุ่มน้อยรุ่นน้องก็หันมานอนคุดคู้ตัวงอดูเหมือนจะยังไม่คลายความหนาว ไผ่ได้สอดแขนใต้ลำตัวนุ่นแล้วขยับย้ายร่างน้อยๆ ของนุ่นเข้ามาใกล้ตัวเขา คราวนี้นุ่นยกขาตัวเองก่ายอีกฝ่ายอย่างลืมตัวไผ่จึงนำมือน้อยๆวางแปะตรงอกหนาพร้อมกับใช้มือประคองเอาหน้าของนุ่นมาซุกไว้ระหว่างอกของตน

“ตึกๆ ตึกๆ ตึก ๆ ...” ความเงียบของสถานที่ทำให้เขาได้ยินเสียงเต้นของหัวใจตนเองชัดเจน

ตอนนี้ไผ่คงได้แต่คิดไปไกลมากกว่าเดิมเขาเหลือบมองร่างน้อยๆ ที่สั่นด้วยความเย็นจนรู้สึกเอ็นอูด้วยท่านอนที่น่ารัก เหมือนลูกแมวตัวน้อยหาที่อุ่นๆ เพื่อนอนหลับจนเขายิ้มออกมา

“นุ่น ...นุ่น..ไอ้นุ่น!”

“อืมมมม... มีอะไรเหรอพี่ไผ่” เสียงของหนุ่มน้อยร้องขึ้นเพราะตอนนี้เขาต้องการนอนเนื่องจากอาการเหนื่อยเพลียเพราะกิจกรรมช่วงหัวค่ำ แต่อากาศที่หนาวเย็นนี้มันช่างรบกวนการนอนของเขาจริงๆ

“นอนท่าใหม่นอนหันหลังมาทางพี่จะได้ไม่หนาว”

“...อืมมม”

หนุ่มน้อยตอบพร้อมกับขยับตัวพลิกตะแคงนอนหันหลังให้กับหนุ่มรุ่นพี่อย่างว่าง่ายแต่เหมือนไม่ทันใจไผ่จึงจัดแจงท่านอนให้เขา

“อ๊ะ..” เสียงร้องเบาๆ ของหนุ่มน้อยเพราะถูกรั้งเอวไปกอด

เขาเอาหมอนของหนุ่มรุ่นน้องยกสูงขึ้นก่อนสอดแขนของตัวเองแทนหมอนเพื่อให้ร่างน้อย ได้นอนถนัดๆ มืออีกข้างก็โอบรั้งเอวหนุ่มน้อยให้ชิดใกล้ตัวเขามากขึ้นเพื่อให้หนุ่มรุ่นน้องได้ไออุ่น

“หอมจัง”

ความหอมจากแชมพูอ่อนๆ จากผมของหนุ่มน้อยร่างบางมันส่งกลิ่นหอมออกมา เตะจมูกหนุ่มรุ่นพี่ จนไผ่เผลอพูดออกมาแต่ร่างน้อยของหนุ่มรุ่นน้องยังคงหลับสนิท

ตอนนี้ไผ่รู้สึกมีความสุขจนประหลาดใจ เพราะเขาไม่เคยรู้สึกสุขใจแบบนี้มาก่อนเขายิ้มออกมาแล้วโอบกอดรัดร่างหนุ่มน้อยแน่นขึ้นกว่าเดิมเหมือนกับว่าเขาจะไม่ปล่อยให้ร่างน้อยๆ นี้ห่างไกลจากตัวเขาไปง่ายๆ คืนนี้พวกเขาคงนอนหลับสบายผ่านคืนอันหนาวเย็นนี้ได้สบายอย่างแน่นอน

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่3. ความรู้สึกนี่คืออะไร?

ช่วงบ่ายหลังเลิกเรียนวันนี้นุ่นเรียนคาบบ่ายแค่ 1 คาบ ทำให้ช่วงบ่ายมีเวลาว่างค่อนข้างเยอะเพราะอาจารย์ติดสัมมนา และอาจารย์อื่นก็ไม่ว่างกันพวกเขาเลยว่างแสงแดดด้านนอกยังแผ่รังสีแรงกล้า

“เฮ้ยไอ้นุ่น กูจะไปซื้อน้ำมึงเอาปล่าวร้อนฉิบหายเลย” เพื่อนเขา 4-5คนเดินนำหน้าไปซื้อของแต่หินกลับหันมาถามด้วยความห่วงเพื่อน

“เออกูเอาเป๊บซี่ กระป๋องนึง!!”

“เออ เอาแค่เป๊บซี่ กระป๋องนึงนะ” หิน ทวน อีกครั้ง

“เออ ด่วนเลยกูร้อน”

“มึงไปเอาบอล ที่ห้องพละมาด้วยนะ”

“เออๆ” หนุ่มน้อยตะโกนบอกเพื่อนที่เดินออกไปด้วยความขี้เกียจเดินไกลถ้าจะตามเพื่อนๆ ไปซื้อของกินหนุ่มตี๋คนนี้เลยเอาเวลานี้ไปเอาลูกฟุตบอลที่ห้องพละแล้วนั่งพักรอเพื่อนๆ ในโรงยิม

ช่วงบ่ายของวันนี้แดดแรงมากทำให้พวกเขาไปเล่นฟุตบอลกลางสนามไม่ไหว พวกเด็กหนุ่มม. ต้นที่มีเวลาว่างอันแสนมีค่าเมื่อมีเวลาว่าง เขาจึงหาพื้นที่สำหรับเล่นกันสนุกกันทันที แดดแรงแบบนี้นอกจากโรงยิมสนามบาสก็คงไม่มีที่ไหนเหมาะอีกแล้วในเวลานี้ ส่วนผู้หญิงหรือเด็กเรียนคนอื่นก็ไปห้องสมุด หรืออ่านการ์ตูนทำการบ้านกันส่วนพวกหนุ่มวัยคะนอง ย่อมต้องปลดปล่อยพลังด้วยการเล่นกีฬาเช่นฟุตบอล

บาส, นาท, อิน, หิน, ไข่, ยศ, และ ไอ้น้อง, ร่วมถึงนุ่น, อีกคน เมื่อมีเวลาว่างพวกเขามักมาเล่นฟุตบอลเพื่อเดิมพันเงินรางวัลกัน

“ไอ้นาท ไอ้บาสพวกมึง...กว่าจะมา เร็วๆ..ดิวะ...เมื่อวานกูเสียวันนี้ขอเอาคืนหน่อยเหอะ เดี๋ยวตอนเย็นกูต้องไปซ้อมอีกกูมีเวลาเล่นกับพวกมึงไม่นานนะเว้ย” หนุ่มนุ่นตะโกนบอกเพื่อน

“เหอะ! ไอ้เหี้ยตี๋ ร้อนฉิบหายหิวก็หิว ขอหาไรแดกก่อนเหอะ นี่มึงไม่หิวรึไง..”

“กูฝากไอ้หินซื้อเป๊บซี่ให้แล้ว ไหนไอ้หินเป๊บซี่กู” นุ่นเห็นหินเดินรั้งท้ายเพื่อนๆจึงเอ่ยทวง

“นี่ไง! แต่ตังไม่ต้องจ่ายนะ”

“ทำไมมึงเลี้ยงกูหรอ โห่ยเพื่อนรักขอบใจวะ เมื่อวานกูเสียตังให้พวกไอ้นาทมึงสงสารกูใช่มะ ขอบใจวะเพื่อน” หนุ่มตี๋ขอบใจเพื่อนทันที

“ไม่ใช่ ...กูจะเลี้ยงมึงทำไมเมื่อวานกูก็เสียเงินเหมือนกัน นี่มึงเป็นนักกีฬาโรงเรียนประสาอะไรวะพาพวกกูแพ้พวกมันได้ไง"

"อ้าวไอ้สัส!นั่นปากมึงหรอ ก็มึงเล่นห่วยไงเป็นตัวถ่วงกูเลยแพ้พวกไอ้นาท ไม่ต้องมาปากดีเลยเอาแป๊บซี่มา แล้วใครซื้อแป๊บซี่ให้กูวะ"

"มินจ่ายเงินให้ เอานี่อมยิ้มของมึงด้วย มินมันซื้อให้ เอาไปรีบๆแดกซะไอ้สัส หมั่นไส้!”

หินพูดจบยื่นของที่มินฝากมาให้นุ่นแล้วชี้ไปทางมินหนุ่มน้อยหันตามไปเป็นเวลาที่มินมองมาพอดีนุ่นเลยยิ้มให้เป็นการตอบแทน คำขอบคุณ

“อืม” แต่ของฟรีนี่นาเมื่อได้มานุ่นก็ต้องรับไว้ตามมารยาทเพราะเมื่อวานเขาเสียเงินไปจากการเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆพอสมควร

ชีวิตของหนุ่มน้อยในช่วงวัยมัธยมต้นยังคงวนเวียนอยู่เพียงเท่านี้เล่นกับเพื่อนเรียนพอช่วงเย็นก็จะต้องซ้อมกีฬาทุกเย็น เพราะนุ่นมีทักษะทางกีฬาดีกว่ารุ่นเดียวกันเนื่องจากตอนเขาเรียนอยู่ในตัวอำเภอก็ได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนลงแข่งขันจนพาทีมได้เหรียญทองขณะนี้ใกล้จะถึงเวลาจัดการแข่งขันชิงถ้วยรางวัลประจำจังหวัดนุ่นจึงต้องซ้อมกับรุ่นพี่ ม.2 และ ม.3

ด้วยความที่เขาเป็นเด็กน่ารัก ขาวตี๋ ยิ้มง่ายอัธยาศัยดีเป็นมิตรกับทุกคนเลยมีคนชอบมากมายและมีเด็กสาวตามจีบค่อนข้างเยอะ แต่นุ่นเองเลือกที่จะไม่ได้สนใจอะไรทุกวันมีทั้งจดหมายโพสอิทของกิน ขนมน้ำมาให้เรื่อยๆ ทั้งจากรุ่นพี่และ รุ่นเดียวกัน บางทีก็จะมีโน๊ตสารภาพรักเล็กๆ ใส่เข้ามาอยู่ในเป๋าเขาเป็นประจำแต่นุ่นเองก็ไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษเลย ซึ่งมินก็คือเด็กสาวคนหนึ่งที่แอบชอบนายนุ่นคนนี้ตั้งแต่เมื่อเข้ามาโรงเรียนวันแรก

"นุ่น วันนี้ซ้อมเลิกกี่โมง" เสียงคุ้นเคยทักดังมาไกลๆ ไม่ใช่เสียงใครคือหนุ่มรุ่นพี่ที่มีบ้านติดกัน

"6 โมงไม่ก็ทุ่มนึงแหละ พี่ไผ่กลับไปก่อนเลยก็ได้นะเดี๋ยวผมให้พี่โม่ไปส่ง"

"งั้นเหรอ..ไม่เป็นไรเดี๋ยวกูรอก็ได้ "

"แล้วนั่นพี่ไผ่จะไปไหน ..อ่ะ.."

"ไปซื้อของกิน มึงเอาไรป่าว"

"เอา ....สไปรท์กระป๋องนึงขอแบบเย็นเจี๊ยบ!! " ทำหน้าทำตาล้อเลียนหนุ่มรุ่นพี่แต่ใบหน้ากลับแดงก่ำเพราะความร้อนในร่างกายเพราะเขากำลังซ้อมฟุตบอลกับทีมของโรงเรียน

หนุ่มตี๋น้อยก็ซ้อมฟุตบอลต่อกับเด็กม.ต้นด้วยกันซึ่งเป็นทีมผสมระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง สักพักไผ่ก็เดินมาซื้อของกินและขนมนิดหน่อยมาหาเขาข้างสนามบอล แต่ไผ่ไม่ได้เดินกลับมาคนเดียวคนที่เดินมากลับเขาคือก้อย สาวม.6 ห้องเดียวกันกับไผ่ ดูเขาเดินมาด้วยกันท่าทางพูดคุยสนุกสนานหยอกล้อหัวเราะกันคิกคักทุบไหล่วิ่งไล่ผลักหัวกัน ทำให้หนุ่มตี๋ชะงักมองดูแต่ในใจเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่แค่อยากมองเฉยๆ และไม่รู้สาเหตุว่าทำไมตัวเขาจะต้องไปสนใจไผ่กับหญิงสาวที่ชื่อก้อยด้วย ในใจกลับรู้สึกอึดอัดที่บรรยายออกมาไม่ถูกว่าความรู้สึกนี่มันอะไรกันแน่

ตุ๊บ!!

"โอ้ยย!! " หนุ่มน้อยไม่ทันระวังตัวจึงโดนลูกฟุตบอลเตะอัดเข้าที่ไหล่พอดี จึงทำให้เขาร้องออกมา

"ไอ้นุ่น มึงเหม่ออะไรทำไมไม่ดูลูกบอลวะ.."

รุ่นพี่ทีมเดียวกับหนุ่มน้อยตะโกนด่าอย่างหัวเสียเพราะเขาส่งบอลไปให้นุ่นแต่ดันพลาดเพราะเขามัวไปมอง ไผ่กับก้อย จนทำให้พลาดโอกาส ที่จะทำประตูอีกฝ่าย

"โทษๆ พี่"

"ถ้ากูแพ้วันนี้กูเสียให้ไอ้ม้ง 100 หนึงเลยนะ ไอ้สัด.." เสียงนายโม่โวยวาย เพราะเขาได้แอบเล่นพนันกันกับเพื่อนของเขาไว้ ซึ่งแข่งกันและอยู่คนละฝ่ายซึ่งเป็นเรื่องปรกติของเกมกีฬาของเด็กนักเรียนผู้ชาย

"พี่โม่แป๊บนะ"

"ไปไหนของมึงวะไอ้นุ่น"

"พี่ไผ่ไหนสไปรท์ผม.." เขาตะโกน เรียกหนุ่มรุ่นพี่ เพื่อทวงถามหาน้ำที่เขาสั่งไปพร้อมกับวิ่งไปหาเพื่อจะกินน้ำ

"นี่ " หนุ่มรุ่นพี่ยื่นน้ำมาให้นุ่นเปิดฝาก่อนยกขึ้นดื่มอย่างกระหาย

"ฝากไว้เอาไปวางให้ด้วยนะกระเป๋าอยู่ทางนั้น" นุ่นยื่นกระป๋องสไปรท์ให้ไผ่ก่อนหันหลังกลับไป

หนุ่มน้อยกินน้ำไปไม่ถึงครึ่งกระป๋องก่อนพรางชี้นิ้วบอกให้ หนุ่มไผ่ไปนั่งรอตรงที่กระเป๋าเป้เขาวางอยู่หนุ่มไผ่เดินไป ตรงนั้นโดยมีก้อยตามมาด้วย ระหว่างเดินไผ่เลยถือโอกาส ยกน้ำสไปร์ทขึ้นดื่มโดยเอาปากกดซ้ำรอยของหนุ่มรุ่นน้อง

ไผ่เห็นกระเป๋าของนุ่นจึงได้นั่งคุยกับก้อยพักนึงก่อนก้อยจะกลับไปก่อนเพราะเย็นมากแล้ว ส่วนตัวไผ่เองรอหนุ่มน้อยไผ่ไม่ค่อยถนัดเล่นกีฬาแต่พอเล่นได้เขาไม่ค่อยชอบนักจึงทำให้เขาไม่ค่อยโดดเด่นในเรื่องนี้ด้วยความสูงและเก้งก้างของเขาทำให้การเคลื่อนตัวสำหรับกีฬาฟุตบอลนั้นด้อยกว่าคนอื่นๆ แต่ส่วนการเรียนก็ดีแต่ไม่ถึงกับดีมาก

ผิดนุ่นหนุ่มน้อยร่างบางที่วิ่งเตะฟุตบอลในสนามคนนั้นที่ค่อนข้างมีไหวพริบเรียนเก่งในระดับที่ดีและเล่นกีฬาเก่งด้วย ไผ่นั่งมองดูเขาเล่นฟุตบอลอย่างชื่นชม จนไผ่หนุ่มรุ่นพี่หันมาสนใจมองไปที่กระเป๋าเป้ที่อยู่ตรงหน้าเลยถือวิสาสะเปิดดู ....

วันนี้ตั้งแต่บ่ายถึงเย็นนุ่นวางกระเป๋าเป้ไว้ตรงนี้โดยไม่ได้สนใจอะไรจะมีคนมาวนเวียนมานั่งดูพวกเขาเล่นฟุตบอลแล้วเอาโน๊ตบอกรักเล็กๆ หรือขนมลูกอมเขียนคำสารภาพรักให้กับบรรดาหนุ่มๆนักกีฬาอยู่บ่อยๆ เย็นนี้ก็เหมือนๆ กับทุกวัน

"มด ไหนวะ" เสียงไผ่พูดมาออกมาเบาๆ

มดที่ไผ่พูดถึงน่าจะเป็นมด ม.4 แน่นอนเพราะโรงเรียนเขามีนักเรียนไม่ได้เยอะมากเขานึกหน้าตาของมดออกน่าจะเป็นลูกของผู้ใหญ่บ้าน ที่บ้านติดกับโรงเรียนไผ่นึกขุ่นในใจพาลหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ต้องระงับไว้จนตอนนี้ได้เวลาเลิกซ้อมของหนุ่มน้อยแล้วนุ่นวิ่งมาหาหนุ่มรุ่นพี่ด้วยเหงื่อโชกเต็มตัว ผมของนุ่นเปียกไปด้วยน้ำที่เขาเอามาลูบหน้ากับก๊อกน้ำด้านข้างสนามปากสีชมพูอ่อนๆ รอยยิ้มสดใสน่าดูของเขาวิ่งมาจนถึงตัวหนุ่มรุ่นพี่

"ป่ะ เลิกซ้อมล่ะกลับบ้านกัน พี่ขี่นะผมไม่ไหวแล้วขาจะลากแล้ว"

หนุ่มน้อยร้องบ่นให้รุ่นพี่ ขี่รถมอเตอร์ไซค์พาเขากลับบ้าน 3-4วันนี้ รถของเขาพ่อเอาไปใช้เพราะรถของพ่อเสียช่วงเช้าเลยมาพร้อมกับไผ่หนุ่มรุ่นพี่พอเลิกซ้อมก็จะให้เพื่อนๆที่ซ้อมด้วยกลับทางเดียวกันไปส่ง

"นุ่น คนชื่อมดนั่นแฟนมึงเหรอ"

"หืม..มดไหน... พี่มด ม.4 น่ะเหรอทำไมอ่ะ" หนุ่มน้อยย้อนถามเพราะเขาชินซะแล้วที่มีคนเข้ามาจีบหรือบอกว่าชอบ

"ป่าว ถามเฉยๆ "

เขาขับรถไปพรางถามหนุ่มรุ่นน้องไปด้วยแต่หัวใจของเขาก็กลัวคำตอบจากปากชมพูนี้จะตอบมาไม่ตรงกับใจ

"เฮ้ย!! พี่ไผ่ แวะร้านเตี๋ยวแป๊บผมหิวอยากกินเตี๋ยว"

เพราะนี่ก็ได้เวลาจนเย็นแล้วพลังงานเริ่มจะหมดเขาเริ่มหิวเลยลืมไม่ได้ตอบคำถามของหนุ่มรุ่นพี่เสียสนิทเพราะเขาคิดว่ามันแค่เรื่องธรรมดาไม่ได้สำคัญอะไร

"เส้นเล็กต้มยำลูกชิ้นเยอะๆ ครับป้า" นุ่นสั่งตามสิ่งที่เขาชอบโดยไม่ได้สนใจหนุ่มรุ่นพี่ว่ามีสีหน้าเป็นอย่างไร

"พี่ไผ่ เอาไรสั่งดิ" เขาหันมาถามพร้อมกับก้มหน้าลงแล้วยกหลอดดูดน้ำเก๊กฮวยจากแก้ว

"เส้นใหญ่เยนตาโฟ ครับป้า"

"นุ่น พรุ่งนี้วันเสาร์จารย์อั๋นให้มึงไปซ้อมอีกป่าว"

หนุ่มรุ่นพี่จ้องหน้าถามด้วยความสนใจและกังวลกลัวว่ามดลูกสาวผู้ใหญ่บ้านจะมาเกาะแกะหนุ่มตี๋ร่างบางคนนี้ไม่นานก๋วยเตี๋ยวคนละชามก็มาวางตรงหน้า

"ไม่นะจารย์อั๋นแกไม่ว่างเลยได้พักมีไรอ่ะ" หนุ่มน้อยพูดไปด้วยกินไปด้วยตอบในขณะที่เส้นก๋วยเตี๋ยวยังอยู่ในปาก

"วันนี้ มึงจะนอนที่บ้านกูอีกรึป่าว"

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
4.เพราะความอยากเห็น

ไผ่เอ่ยถามพร้อมกับมองหน้าของนุ่นเหมือนกับรอคำตอบแต่ตอนนี้นุ่นเหมือนจะไม่ได้สนใจสิ่งที่ไผ่เอ่ยถามออกมา เพราะว่าห่วงกินมากกว่า ท่าทางเอร็ดอร่อยกับก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่อยู่ตรงหน้า

"มึงได้ยินที่กูถามป่าว?"

"ว่าไงนะ" เขาย้อนถามไผ่อีกครั้ง

"ไปนอนบ้านกูปล่าววันนี้"

"ไปดิ!แต่ผมต้องไปขอแม่ก่อนนะ"

"เออรีบๆ กินเข้าจะมืดล่ะ"

"อื้อๆ ๆ รีบอยู่" หนุ่มน้อยรีบกินอย่างรวดเร็วถึงแม้ไผ่ไม่บอกเขาก็ต้องรีบอยู่แล้ว

เมื่อทั้งสองกินก๋วยเตี๋ยวที่หน้าตลาดเรียบร้อยแล้ว ไผ่ก็นุ่นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์นุ่นอาจจะกินจนอิ่มเกินไป เลยทำให้รู้สึกอึดอัดยิ่งพอเวลาซ้อนท้ายรถแล้วเขาเลยจึงได้นั่งห่างออกมาหน่อยจนไผ่รู้สึกสงสัย

"ทำไมมึงนั่งห่างจัง"

"ห๊ะว่าไรนะ"

"เขยิบมาใกล้ๆเดี๋ยวตกรถ"

ไผ่เอ่ยเสียงเข้มเพราะเป็นห่วงเด็กหนุ่มพร้อมกับเอามือของตัวเองอีกข้างไปจับมือนุ่นมาเกาะไว้ที่เอวของตัวเอง เลยทำให้นุ่นที่นั่งอยู่ด้านหลังต้องเขยิบตัวตามมา

"กินอิ่มจัดมันอึดอัดท้อง" นุ่นร้องบ่น

"เออ แป๊บเดียวจะถึงบ้านแล้ว"

สักพักทั้งสองก็ถึงบ้านต่างฝ่ายก็เข้าบ้านของตัวเองทันทีวันนี้ นุ่นไม่ลืมที่จะบอกกับแม่ของตนว่าคืนนี้เขาจะไปนอนค้าง ที่บ้านไผ่ชายหนุ่มซึ่งมีบ้านใกล้กันและรับปากไผ่เอาไว้

"แม่หวัดดีครับ"

"อือ"

"วันนี้นุ่นไปนอนบ้านพี่ไผ่นะ"

"บ้านเราก็มี จะไปนอนบ้านเค้าทำไม"

"นุ่นจะให้พี่ไผ่สอนการบ้านและเล่นเกมด้วย"

"อืม งั้นไปกินข้าวก่อนสิ แม่ทำต้มจืดตำลึงใส่หมูสับไว้ในตู้"

"นุ่นกินเตี๋ยวมาแล้ว.. เดี๋ยวนุ่นไปอาบน้ำก่อนนะ"

"อืม ไปเหอะ"

เมื่อนุ่นได้บอกกับแม่เรียบร้อยแล้วสำหรับเรื่องคืนนี้ว่าจะไปนอนบ้านไผ่ด้วยความที่เป็นเด็กไร้เดียงสาความรู้สึกบางอย่าง ในหัวของเขาดันเกิดภาพของวันคืนนั้นทำให้นุ่นรู้สึกอยากทำอะไรแบบวันนั้นอีก จนตอนนี้เจ้านุ่นตัวน้อยมันตื่นตัว

"อาบน้ำเสร็จหรือยัง นุ่น!!"

"เสร็จแล้วว!!"

"เสร็จแล้วก็ยกถาด แกงส้มกับต้มจืดตำลึงไปบ้านป้าอรด้วย"

"ครับ แล้วพ่อยังไม่กลับมาอีกเหรอ"

"มาแล้ว ออกไปหาปลากับลุงน้อย"

"งั้นนุ่นไปแล้วนะ"

"อืม อย่าลืมยกถาดกับข้าวไปให้ป้าอรด้วยล่ะ"

"ครับ!" "

แม่เขาพยักหน้ารับแล้วโบกมือไล่ให้ลูกชายรีบๆไปเพราะจะได้เอาแกงส้มกับต้มจืดไปให้ป้าอรสำหรับทานข้าวมื้อเย็น

"หวัดดีครับ ป้าอร "

"จ้า"

"แม่ให้เอาแกงส้มกับต้มจืดตำลึงมาให้ครับ"

"นุ่นเอาไปวางไว้ในตู้กับข้าวเลยแล้วกินข้าวมารึยัง "

"กินเตี๋ยวที่ตลาดกับพี่ไผ่มาแล้วครับ"

"ที่บ้านก็มีของกินชอบเสียเงินเหรอ" ป้าอร พูดแล้วหันมายิ้ม

"ก็ตอนนั้นมันหิวนี่ครับป้า มันทนไม่ไหวหรอก"

"ทนอีกแป๊บเดียวก็ถึงบ้าน พอถึงบ้านก็ได้กินข้าวแถมยังเหลือเงินในกระเป๋าอีกนะ"

ป้าอรเขาเป็นคนประหยัดมักจะสอนไผ่เป็นประจำเกี่ยวกับเรื่องการใช้เงินซึ่งหนุ่มน้อยอย่างนุ่นนี้ก็พลอยโดนสอนไปด้วย แต่ก็ถือว่าเป็นผลดีเพราะในเวลาหนึ่งปีพี่ไผ่ก็เก็บเงินไว้ได้หลายพันจนสามารถไปซื้อสลากออมสินมาเก็บไว้ซึ่งป้าอรเป็นคนแนะนำ

"มะกอกน้ำจิ้มเกลือเอามั้ย"

ป้าอรพูดแล้วยกถาดมะกอกน้ำกับพริกเกลือมาวางไว้ให้หน้าทีวี นุ่นเองเห็นถาดมะกอกน้ำก็น้ำลายสอขึ้นมาเพราะเขาชอบกินจึงหยิบกินไปสองสามคำแต่เพราะว่าอิ่มแล้วเลยกินได้เท่านี้

"ไผ่มันลงไปอาบน้ำข้างล่าง เปิดโทรทัศน์ดูรอมันก่อนก็ได้"

"ครับ" [อาบน้ำนานจังเราอาบเสร็จจนเป็นชาติล่ะ] นุ่นนั่งบ่นในใจ

จริงๆ บ้านหลังนี้นุ่นเองก็คุ้นเคยเป็นอย่างดีทั้งห้องของไผ่และบ้านใหญ่นี้ แต่เพราะแม่นุ่นสอนมาว่าถ้าเจ้าของเขาไม่อยู่ อย่าถือวิสาสะเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเขาเพราะมันจะดูไม่ดี

บ้านป้าอรหลังนี้เป็นบ้านไม้ปลูกแบบโบราณมีเรือนชานด้านหน้า ตรงบันไดทางขึ้นมีต้นจันอินพอเดินตรงเข้ามาจะเจอครัวด้านในสุด แต่ด้านข้างครัวจะเป็นตัวบ้านแยกเป็นสองฝั่งใกล้กัน และมีชานบ้านตรงกลางเป็นตัวประสาน เพราะหลังคาได้แยกออกจากกันชัดเจน สุดชานเรือนอีกด้านเป็นบันไดทางเดินไปสระน้ำข้างหลังบ้านทำให้มองดูเป็นสัดส่วนเรือนหลังเล็กอีกฝั่งเป็นห้อง ของไผ่ แต่ก็ใหญ่พอที่จะอยู่ได้หลายคน เรือนที่ติดกับครัวเป็นห้องของลุงน้อยกับป้าอรถัดไปอีกห้องก็จะเป็นห้องพระมีตู้ไม้สักเก็บถ้วยชามกับหีบผ้าใบใหญ่ ครอบครัวนี้มีกันแค่สามคนพ่อแม่ลูก เพราะไผ่คือลูกชายคนเดียวของป้าอรกับลุงน้อย

"มานานหรือยัง"

"นานแล้ว" หนุ่มน้อยบุ้ยหน้าเบื่อหน่ายที่อีกฝ่ายอาบน้ำนาน

"ไผ่เอ็งรีบไปแต่งตัวแล้วมากินข้าว" เสียงป้าอรบอก

"ครับ!แม่..ป่ะนุ่น " ไผ่สะกิดให้นุ่นลุกขึ้นแล้วตามเขาไปในบ้าน

"นุ่นจะกินข้าวอีกหรือปล่าว"

"หึ ไม่ไหวแล้วอิ่ม" นุ่นพูดพลางเดินตามไผ่เข้าไปในห้องพร้อมตรงดิ่งไปที่เตียงใหญ่

"อือ นั่งดูโทรทัศน์รอก่อนเดี๋ยวกินข้าวกับแม่ก่อน" [โห กระเพาะคนหรือนี่ ยังกินไหวอีก]

"หิวน้ำ น้ำอยู่ไหน" นุ่นเริ่มรู้สึกหิวน้ำ เพราะก่อนเดินเข้ามาเขากินมะกอกน้ำไปอีกเลยรู้สึกกระหายน้ำ

"เดินไปเอาที่ตู้เย็น"

ไผ่เอ่ยบอกหนุ่มน้อยเดินตามไผ่ออกมานอกเรือนอีกครั้งเพราะต้องไปเอาน้ำในตู้เย็นที่ห้องครัว ไผ่เองก็ต้องมากินข้าวกับแม่ที่ครัวเช่นกัน

"มาสินุ่น มากินข้าวเร็ว" เสียงป้าอรยังคงเรียกนุ่นอีกรอบ

"นุ่นอิ่มแล้วป้ากินไม่ไหวแล้ว"

"กินแค่นั้นจะไปอิ่มอะไร กินน้อยๆแบบนั้นจะมีแรงเหรอนุ่น ผอมไปไม่ดีนะ"

"ไม่แล้วครับป้า นุ่นอิ่มจริงๆกินไม่ไหวแล้วครับ"หนุ่มน้อยพูดกับป้าอรพร้อมกับยิ้มให้พร้อมหยิบแก้วกับขวดน้ำในตู้เย็นแล้วเดินกลับเข้าไปในเรือน

หนุ่มน้อยนอนเล่นบนเตียงกลิ้งไปกลิ้งมาหาหนังสือการ์ตูนบนหัวเตียงอ่านไปเรื่อยแต่สายตาของเขาดันไปสะดุดกับชายปกหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกซ่อนเอาไว้แต่ไม่มิดชิด จึงได้ถือวิสาสะหยิบมาอ่านดูในหนังสือนี้มีรูปภาพเป็นชายหนุ่มสองคนกำลังกอดจูบและร่วมรักกันอย่างชัดเจน

นุ่นเปิดดูไปได้ครู่เดียวก็รู้สึกใจของตัวเองมันสั่นๆตื่นเต้นกับภาพที่ได้เห็นเพราะความรู้สึกกระสันแปลกประหลาดของเขา ความคิดความรู้สึกก็ดันพุ่งพล่านขึ้นมาในใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนภาพในคืนวันก่อน มันเหมือน Replay ขึ้นมาให้หัวของนุ่นอีกรอบ น้องตัวน้อยตอนนี้ดันตื่นตัวและมันคงจะไม่สงบลงง่ายๆ เหมือนครั้งที่เขาอาบน้ำก่อนมาที่นี่

เด็กน้อยเปิดหนังสือดูไปเรื่อยๆ อย่างสนใจ ยิ่งเปิดยิ่งอยากรู้นี่คือสิ่งที่ผู้ชายกับผู้ชายเขาทำกันเหรอความเข้าใจของเด็กหนุ่มในขณะนี้มองดูความคิดในใจก็พุ่งเข้ามาไม่หยุด แก้มเนียนบนใบหน้านุ่นรู้สึกว่ามีชาเล็กๆ ความรู้สึกรสสัมผัสในคืนนั้นยังรู้สึกดี ถ้าทำแบบในหนังสือจะเป็นยังไงนะ

"อ๊ะ..อืม"

หนุ่มน้อยเปิดหนังสือ แต่มือของเขาก็ยังเกาะกุมคลึงนวดให้กับนุ่นน้อยของตัวเองลมหายใจเหมือนจะติดขัดกับสิ่งที่เขาทำนี้ เหมือนหนุ่มน้อยจะทนทานอารมณ์อยากของตัวเองไม่ไหว

แอ๊ดดดดด! เสียงเปิดประตู

"ทำไร?..." เสียงของหนุ่มไผ่เรียกหนุ่มน้อยดังขึ้น

"อ่..อ่านหนังสือ" หนุ่มน้อยตอบไปแต่ใบหน้าของเขานั้นแดงระเรื่อแววตาตื่นตระหนกเล็กน้อยจนอีกฝ่ายมองออก

"อ่านหนังสืออะไร?"

ไผ่หนุ่มรุ่นพี่ร่างหนาเดินเข้ามานั่งข้างๆ ขณะที่หนุ่มน้อยร่างบางนอนคว่ำหน้าอยู่ไผ่เขามองออกแล้วเพราะว่าหนังสือเล่มนั้นของเขาไม่ได้อยู่ที่เดิม

"นี่ไง.."

นุ่นยกหนังสืออีกเล่มมาเพื่อกลบเกลื่อนแต่ในใจตอนนี้ของเขามันอยู่ไม่สุขแล้วเพราะภาพในหนังสือเล่มนั้นมันวนเวียน อยู่ในหัวของเขา

"หนังสือเล่มนี้มันไม่ได้อยู่ที่เดิม...แสดงว่าอ่านเล่มนี้ด้วยดิ" เสียงของไผ่พูดขึ้นมาทำให้นุ่นหน้าแดงระเรื่อ หูก็แดงอย่างเห็นได้ชัด

"อ่..อืม"

"หึ.. แค่อ่านหนังสือโป๊ยังหน้าแดงขนาดนี้ อายเหรอ"

ไผ่ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับแซวกลายๆ ไผ่ยิ้มขำในความไม่ประสาของเด็กน้อยซึ่งตอนนี้เด็กน้อยคนนี้ก็ดันคิดเตลิดไปไหนต่อไหนเรียบร้อยแล้ว แต่ความสงสัยที่ติดค้างอยู่ในหัวกลับทำให้นุ่นเอ่ยถาม

"เอ่อ..พี่ไผ่ผู้ชายกับผู้ชายเขาทำแบบนั้นกันได้ด้วยเหรอ" คำถามแรกที่อยู่ในหัวของหนุ่มน้อยเอ่ยถามไผ่ทันที

"อืม ทำไม คืนก่อนเราก็ทำกันไง"

"ไม่ใช่ เนี่ยแบบเนี๊ยะ! " นุ่นยังคงเอ่ยถามอีกพร้อมกับเปิดรูปภาพของชายหนุ่มคู่นั้นที่กำลังร่วมรักกันแบบสอดใส่เห็นชัดเจน

"อืม " เสียงหนุ่มรุ่นพี่ตอบโดยที่ไม่ได้รู้สึกเขินอายเลยสักนิด

"แล้ว พี่เคยทำแบบนี้กับใครหรือปล่าว"

"หึ ไม่เคย"

"แล้วแบบวันนั้นล่ะที่เราทำกันเคยกับใครป่ะ"

"ไม่เคย... ก็ทำกับมึงคนเดียววันนั้นนั่นแหละ"

"แล้ววันนี้ อ่ะ-เอ่อเรา..ลองทำกันอีกมั้ย" เพราะความอยากรู้ของเด็กน้อยดันพูดออกเพราะอ่อนต่อโลก

"...ได้สิ" ไผ่อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
“ได้สิ”

แววตาของเด็กหนุ่มดูใสซื่อเมื่อได้มองแววตานี้จนไผ่โน้มคอของตนลงมาจูบ เพื่อค้นหารสสัมผัสของลิ้นที่คุ้นเคยเช่นเมื่อวันก่อน ซึ่งมันทำให้นุ่นเองก็รู้สึกสนุกที่ได้สัมผัสกันและกันแบบนี้ ซึ่งไผ่เองก็ยังไม่เก่งนักแต่ด้วยหัวใจของทั้งสองมันร้องหาจึงหยุดไม่ได้ที่จะเลือกเปิดฉากด้วยการจูบ

“อ๊ะ!... อื้มมม”

เสียงของหนุ่มน้อยครางในลำคอเพราะมือใหญ่หนาได้เข้าล่วงล้ำไปถึงหน้าอกหนุ่มน้อย หนุ่มรุ่นพี่ไม่รีรอจัดการกับเสื้อกีฬาตัวบางของหนุ่มน้อยที่มันขัดขวางตาเขาออกไปอย่างรวดเร็วและเหมือนนุ่นเองก็ยินยอมโดยดีไม่ได้ขัดขืนเลย



“อื้มมม ....นุ่น ถ..ถอดเสื้อให้...พี่ที” หนุ่มรุ่นพี่พูดด้วยความกระสันระคนตื่นเต้น



มือเรียวน้อยๆจัดการทำตามคำสั่งของหนุ่มรุ่นพี่อย่างไม่อีดออด ครั้งนี้นุ่นได้เห็นร่างของไผ่ที่ท่อนบนเปลือยเปล่าแบบเต็มตา เพราะในคืนนั้นมันเป็นเพียงแค่สัมผัสกันแค่จูบกับล่วงล้ำสิ่งสงวนเพียงเท่านั้นด้วยความมืดสลัวเพราะมีแต่แสงของดวงจันทร์ที่ส่องลงมาทำให้มองไม่ชัด เพราะจริงๆแล้วนุ่นอยากเห็นมากกว่านั้น ครั้งนี้พอเขาได้เห็นรูปร่างที่ได้สัดส่วนของหนุ่มรุ่นพี่ก็รู้สึกใจเต้นหวั่นไหวอย่างแปลกประหลาดความกระสันอยากเกิดขึ้นมาในหัวจนความรู้สึกเตลิดไปไกล



"อ๊ะ! "

มือใหญ่หนาอีกข้างของไผ่กดบี้กับตุ่มน้อยๆ บนเนินอกของหนุ่มรุ่นน้องจนร้องครางมืออีกข้างของหนุ่มรุ่นพี่ไม่รออีกแล้ว ได้จัดการกับนุ่นน้อยทันที แต่ทว่ามันมีกางเกงบอลตัวจิ๋วเป็นสิ่งขัดขวางซึ่งมันไม่ถนัดไผ่จึงจำเป็นต้องจัดการมันออกไป เพื่อเขาจะได้ทำอะไรได้สะดวกขึ้น



หนุ่มน้อยได้แต่ผ่อนปรนตามแรงความต้องการของหนุ่มรุ่นพี่เพราะเขาก็เพิ่งจะมีประสบการณ์แบบนี้เป็นครั้งที่สอง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เป็นงาน แต่เขาก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ มือน้อยๆทั้งสองข้างลูบคลำประคองใบหน้าของหนุ่มรุ่นพี่อย่างลืมตัวเพราะตอนนี้ ใบหน้าของไผ่ได้เคล้าคลอเคลียตรงส่วนของซอกลำคอขาวเนื้อเนียนสันจมูกและริมฝีปากเรียวบางที่ว่องไวของไผ่สูดกลิ่นกายพร้อมกัดแม้มมาที่ติ่งหู ทำให้นุ่นรู้สึกเสียวซาบซ่านจนหัวใจแทบจะเต้นทะลุ ออกมาด้านนอก

"อึ๋ยยย..อื้มมมม..."

เสียงของหนุ่มน้อยร้องเบาๆ กับความรู้สึกที่ตัวเองสัมผัสจากลิ้นของหนุ่มรุ่นพี่ที่เลียวนเนินตุ่มน้อยๆ ตรงแผงอกถึงแม้ว่าหนุ่มรุ่นพี่จะไม่เคยทำกับใครมาก่อน แต่เขาก็พอจะเข้าใจอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้และมันอาจจะเป็นสัญชาตญาณส่วนตัว ว่าต้องทำอะไรมือใหญ่หนาอีกข้างของไผ่ยังคงทำหน้าที่ไม่หยุดเขาได้กำรอบแก่นของตัวเองแล้วนำไปเบียดบดคลึงทับกับนุ่นน้อยที่ตื่นตัวรออยู่เพื่อให้พี่ไผ่น้องนุ่นได้คุ้นเคยและรู้จักกันมากขึ้น

"ฮ้าาาา.."

เสียงหนุ่มรุ่นน้องร้องเหนื่อยหอบแต่มีความอยากอยู่ในตัวเหมือนกับว่าตอนนี้เขาได้วิ่งในสนามหญ้าเพื่อเข้าหาลูกฟุตบอลแม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความต้องการอยากที่จะทำเพราะแรงเบียดทับระหว่างไผ่กับนุ่นนั้นมันทำให้เขากระสันจนต้องแอ่นเอวขึ้นรับรู้สึกได้ว่าหน้าท้องของตัวเองมีน้ำหนืดเหลวสีใสเปรอะอยู่ริมฝีปากของสองคนประกบกันอีกครั้งลิ้นได้พัวพันรึงรัดกันแบบไม่มีใครยอมใคร

"อ๊ะ!! "

"อ้าาาาอืมมม...เก่งนะ..เนี่ย"

หนุ่มรุ่นพี่พูดแล้วยิ้มออกมาหลังผละออกจากปากชมพูน้อยๆแต่นุ่นเหมือนจะยังไม่พอใจได้ยกใบหน้าของตัวเองตามติดปากเรียวคมของหนุ่มไผ่ที่ยิ้มอยู่หนุ่มน้อยเว้าวอนให้หนุ่มรุ่นพี่ก้มลงมาจูบกับเขาอีกครั้งเพราะเขาเริ่มจะติดใจและเพลิดเพลินตกอยู่ในห้วงของรสจูบที่แสนหวานนี้ซะแล้ว

แต่ทำไมหนุ่มรุ่นพี่ถึงลุกหนีหนุ่มน้อยถอนใจพร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดแบบเต็มที่เพราะที่ผ่านมาเหมือนเขาหายใจไม่สะดวกแต่ก็ยินดีและพอใจในรสสัมผัสที่เขาได้รับเมื่อครู่

"พี่..ไผ่จะไปไหนอ่ะ"

หนุ่มน้อยทำหน้างง ถามหนุ่มรุ่นพี่ ลุกหนีเขาไปทำไม เพราะอารมณ์เขา ตอนนี้เหมือนลอยละล่อง เหมือนนกน้อยที่กำลังบิน เล่นล้อลมพัดเย็นๆ แต่ดันพลาด ถูกนายพลานยิงร่วงลงมา

"เอาครีมทาผิว"

ไผ่ตอบเบาๆพร้อมกับเดินเปลือยกายไปที่โต๊ะแป้งพร้อมกับหยิบครีมทาผิวขวดใหญ่มาถือแล้วหันเดินกลับมา สายตาของนุ่นมองเรือนร่างของหนุ่มรุ่นพี่อย่างชื่นชมแม้ไผ่จะไม่ค่อยได้เล่นกีฬาแต่ก็มีมัดกล้ามด้วยรูปร่างผอมสูงกว่าเด็กรุ่นเดียวกันทำให้ขนาดของเขาไม่ได้น้อยเลยกลับดูสวยงามสมกับความเป็นชายดูมีเสน่ห์

[พี่ไผ่เอาครีมทาผิวมาทำไมหรือเขาจะทาผิวตอนนี้?] นุ่นนึกคิดแปลกใจ

"กลัวรึปล่าว? " ไผ่ก้มหน้าสบตาแล้วกระซิบถาม

"ฮึ...." หนุ่มน้อยสั่นหัวพร้อมกับคำตอบออกไปเบาๆ

เด็กหนุ่มส่งสายตาพร้อมใบหน้ายั่วยวนโดยเฉพาะริมฝีปากสีชมพูใสมันวาวนั้นอาจจะเพราะอารมณ์ที่ค้างเมื่อสักครู่ แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มคนนี้ได้ทำให้อารมณ์ของหนุ่มรุ่นพี่คุกรุ่นริมฝีปากกับใบหน้าเขามันยั่วยวนอารมณ์ไผ่เสียจริง



"อ๊ะ!! "

ปากชมพูใสนี้โดนประกบจูบอีกครั้งครั้งนี้ดูเหมือนไผ่จะรุกหนักขึ้นทั้งกวาดต้อนฉวัดลิ้นล่อหลอกพันเกี่ยวลิ้นๆน้อยๆ ในโพรงปากเหมือนกับเด็กที่โตกว่ากำลังแกล้งพร้อมกับวิ่งหนีเด็กน้อยให้วิ่งตามอย่างไม่ลดละ ความกระสันอยากของเด็กหนุ่มเหมือนจะทนไม่ไหวเพราะมือของหนุ่มรุ่นพี่ก็ไม่ยอมวางมือไปจากตุ่มน้อยๆตรงเนินอกของเขาไผ่น้อยนุ่นน้อยคงเบียดแน่นกันมากกว่าเดิมจนอารมณ์ทั้งคู่เตลิดไปไกล



"อื้อออ... อื้มมมม"

เสียงร้องของหนุ่มรุ่นน้องเหมือนทนไม่ไหวเขาเอามือน้อยๆรั้งประคองใบหน้าไผ่ให้กดจูบลงมาย้ำๆ ที่ปากน้อยๆของเขาอีกครั้งเพื่อแลกเปลี่ยนลมหายใจและไม่ยอมให้ริมฝีปากเรียวของไผ่หนีไปอีกนุ่นยังคงหลงใหลกับการจูบแบบนี้เป็นอย่างมาก

"อืมมม..ชอบมั้ย" เสียงกระซิบถาม

".."

หนุ่มน้อยไม่พูดอะไรนอกจากพยักหน้าตอบแต่สายตาของเขาคงจ้องมองปากเรียวของหนุ่มรุ่นพี่ด้วยความโหยหาเขาไม่รู้เลยว่าใบหน้าของตัวเองนั้นมันยั่วยวนอารมณ์หนุ่มรุ่นพี่จนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วไผ่จัดการปั้มครีมทาผิวมาไว้ในมือคราวนี้เขาเอาใบหน้าของตนกดสันจมูกเคล้าคลอเคลียที่คอขาวของหนุ่มน้อยลิ้นที่แสนว่องไวก็ดูดดุน วนตวัดจนหนุ่มน้อยหลังไม่ติดเตียงมือน้อยๆของเขาก็เกาะกุมแผ่นหลังของหนุ่มรุ่นพี่ไว้พร้อมกับปล่อยกายตามความรู้สึกในอารมปรารถนา

ไผ่นำนิ้วมือที่มีครีมทาผิวค่อยๆกดคลึงเคล้าเว้าวนอยู่บริเวณปากถ้ำของเด็กหนุ่มแต่ยังไม่ได้ลุกล้ำเข้ามานุ่นได้แต่ร้องครางเพราะมันรู้สึกกระสันอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อนจนร่อนเอวตามในใจก็อยากรู้ว่าถ้านิ้วนี้ถูกกดเข้ามาจะเป็นอย่างไรเพราะตอนนี้หนุ่มน้อย เหมือนกับได้รับศึกหลายด้านเหลือเกินจนแทบทำตัวไม่ถูก เพราะลำคอใบหูก็ถูกรุ่นพี่ยึดครองไปเรียบร้อยตรงส่วนอกก็มีมือของหนุ่มรุ่นพี่บดบี้เขี่ยวนระวิงจนใจเขาแตกกระเจิง

"อ๊ะ!! "

คราวนี้นิ้วของหนุ่มรุ่นพี่ถูกสอดลุกล้ำเข้ามาภายในกายหนุ่มน้อยมันค่อยๆเข้ามาช้าๆ จนส่วนเอวของหนุ่มน้อยเต้นเร่าเพราะความกระหายอยากรู้และความรู้สึกแปลกใหม่ที่ตัวเองได้รับ

"หายใจลึกๆนะนุ่นถ้าเจ็บ...บ่ะ..บอกพี่นะ..ซี๊ดดด" เสียงไผ่ครางกระเส่าบอกหนุ่มน้อยข้างหู

"อ๊ะ...อืมมมม"

หนุ่มรุ่นน้องร้องครางกระเส่าเพราะคราวนี้นิ้วของไผ่ได้เพิ่มเข้ามาจากสองเป็นสามทำให้เขารู้สึกตึงแน่นขัดอึดอัดแต่ไม่ได้รู้สึกเจ็บมากอะไรเพราะน่าจะมาจากครีมทาผิวช่วยให้ทำอะไรๆง่ายขึ้น นอกจากครางในลำคอแล้วอ้อมแขนน้อยๆก็เกี่ยวรั้งคอหนุ่มรุ่นพี่ไว้ ไผ่ยิ้มเหมือนจะพึงพอใจเพราะร่างน้อยๆตอนนี้เหมือนตอบสนองยั่วยวนเขาอย่างหนักร่างนี้กำลังจะตกเป็นของเขาและให้เขาได้ยึดครอบครองในไม่ช้า

"นุ่นครับบบบ" เสียงเรียกของไผ่ลากยาว

"อื้มมม" เสียงสอดรับของอีกฝ่าย แอ่นเอวครางเหมือนจะยั่วยวนด้วยท่าทีร้อนแรง

"นุ่น...จะ เป็นของพี่แล้วนะรู้มั้ย.."

เสียงกระเส่าเขาได้บอกหนุ่มน้อยข้างหูพร้อมปากเรียวบรรจงกัดงับเลียวนบริเวณติ่งหูตอนนี้หนุ่มรุ่นพี่เองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันเพราะมันคือครั้งแรกของเขาพี่ไผ่น้อยก็ผงกหัวขึ้นจนเป็นจังหวะของเหลวหนืดสีใสไหลเป็นทางตรงส่วนหัวเขาได้นำครีมทาผิวที่เตรียมไว้ชโลมทั่วแก่นกายตัวเอง

"..."

หนุ่มน้อยได้แต่พยักหน้าตอบแววตาเยิ้มปรือเพราะในหัวของเขามันโหวงแหวงเหมือนเคว้งลอยละลิ่วในอากาศจนต้องปล่อยกายปล่อยใจไปตามอารมณ์ของตัวเอง

หนุ่มรุ่นพี่ยกขาสองข้างหนุ่มน้อยแหวกกางออกก่อนสอดแทรกตัวเองเขาไปตรงกึ่งกลางแทนที่ ใบหน้าของหนุ่มน้อยมันยั่วอารมณ์เขาเสียจริงระหว่างนี้ไผ่ก็ยื่นใบหน้าของเขาลงไปกดไซร้คลอเคลียเลียวนบริเวณต้นคอของหนุ่มน้อยต่อเพื่อให้หนุ่มน้อยผ่อนคลาย

"อึ๋ยยย ...อ๊ะ! "

เสียงร้องเล็กๆ ของนุ่นร้องขึ้นขณะที่ถูกไผ่น้อยกดลุกล้ำเข้าไปตรงปากถ้ำช้าๆ ความรู้สึกแสบขัดจุกและอึดอัดได้เข้ามาแทนที่และเหมือนการหายใจของเขาจะติดขัดไปด้วยแต่ก็พอทนได้จนหนุ่มรุ่นพี่พยายามกดลำไผ่ไปหมดลำก่อนแช่นิ่งไว้อย่างนั้น

"เจ็บมั้ย!! ..อืมมมมซี้ดดด " เสียงอ่อนโยนของไผ่กระซิบถามด้วยความกังวลกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บปวด

"นิดนึง พะ...พี่ค่อยๆ ก่อนนะ ม่ะ-มัน..จุกอืมมมม...ฮ้ายยย."

ปากน้อยในตาพริ้มปรือเอ่ยขึ้นมาเบาๆเวลาไผ่เขามองดูมันช่างยั่วยวนเสียจริงๆ ความใสความซื่อสะอาดหมดจดนี้มันน่าหลงใหลจริงๆ หนุ่มรุ่นพี่พึงพอใจในร่างกายหนุ่มน้อยเป็นอย่างมากเพราะทั้งน่าทะนุถนอมและหวงแหน

"ซี๊ดดด...อื้มมมม...."

หนุ่มรุ่นพี่ซี๊ดในคอเพราะการตอดรัดภายในมันทำให้เขาอดครางออกมาไม่ได้จนเขาอยากจะกดย้ำเอวลงไปหนักๆ แต่ก็ต้องห้ามใจเพราะกลัวเด็กหนุ่มจะไม่ประทับใจและเจ็บทรมานมากกว่ามีความสุขและอาจจะไม่ยอมเขาในครั้งต่อไป ไผ่ต้องหักห้ามใจและทำด้วยความระมัดระวังทั้งที่ความคิดมันตรงกันข้าม

"นุ่นครับซี๊ดดดด..พ่ะ-พี่..ทนไม่ได้แล้วพี่จะค่อยๆ ทำนะ"

เหมือนสัญชาตญาณความดิบในตัวตนของหนุ่มรุ่นพี่มันพลุ่งพล่านจนห้ามไม่อยู่เขาได้ขยับเอวของตัวเองเบาๆเนิบๆ ช้าๆ ไปเรื่อยๆแต่ในใจเขาก็วาบหวามตื่นเต้นมากมาย

"ฮ้ายยย... อ้าาาา....อ๊อยยย อึกอืมมม...อื้มมมม พี่..ร..เร็วๆ ก็ได้.."

เสียงอ้อนวอนเบาๆ ปนเสียงหอบเหนื่อยของนุ่นร้องบอกเพราะพี่ไผ่น้อยลำยาวนั้นได้เข้าไปกดอยู่ตรงกับจุดกำหนัดประโยคเมื่อครู่เหมือนดั่งเสียงสวรรค์ผ่ไได้ยินก็อดยิ้มไม่ได้ เขาพึงพอใจและไม่รีรอจึงประกบปากลงกดแลกจูบพัวพันลิ้มรสความหวานฉ่ำในโพรงปากชมพูนี้อีกครั้ง จึงกดเอวย้ำๆทั้งเร็วและรุนแรงตามคำขอในทันทีเพราะเขาก็อดกลั้นความรู้สึกมานานมันน่าจะสมควรกับเวลาแล้วที่เขาจะต้องบรรเลงเพลงรักนี้ให้เด็กหนุ่มประทับใจ

"อ๊ะ!อู้ยย...อืมมมมอู้ยยยย..."

เด็กหนุ่มครางเสียงหลงหอบเหนื่อยลมหายใจติดขัดพร้อมแอ่นอกขึ้นสุดตัว ร่างน้อยถูกซ้อนไว้ในอ้อมแขนของไผ่ที่ยกเขาขึ้นมาถูกสันจมูกและใบหน้าของหนุ่มรุ่นพี่เลียวนซอกคอใบหู มือน้อยๆเกาะรั้งเกี่ยวคอไผ่ไว้แต่ที่เอวของหนุ่มน้อยก็ร่อนรับเป็นจังหวะตามแรงกดย้ำของหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสองสอดรับเข้ากันได้ดี ไม่นานหนุ่มรุ่นพี่ก็ใช้มือทั้งสองจับยกเอวน้อยๆขึ้นลงตามจังหวะเด็กหนุ่มโยกร่อนไปตามความกระสันของอารมณ์โดยสัญชาตญาณจนรู้สึกเสียวสุดตัว

"อ่ะ...อูยยย พ่ะ-พี่.ไผ่... นุ่น อึก....อึก.... อื้มมมม.." น้ำเมือกสีขาวขุ่นของเขาได้พุ่งรุนแรงออกมาเปรอะเปื้อนแผงอกทั้งสอง

หนุ่มรุ่นพี่เห็นเด็กหนุ่มสุขสมใบหน้าเปื้อนอารมณ์เย้ายวนเสน่หาอารมณ์ของตัวเขาก็แตกกระเจิงเพราะตอนนี้ไผ่ทนไม่ไหวแล้วจากการตอดรัดที่ได้รับจากร่างกายที่ยั่วยวนตรงหน้าไผ่จับร่างหนุ่มน้อยวางลงแล้วยกขาของนุ่นขึ้นหนึ่งข้างพร้อมกดปากประกบแลกความหวานกันอีกครั้งก่อนกดเอวขึ้นลงเป็นจังหวะย้ำหนักๆตามอารมณ์ปรารถนาของตนอย่างมัวเมา

"อู้ยยย...นุ่น ..พ่ะ-พี่จะไม่ไหวแล้วววว....... อ๊อยยยยยยย"

เสียงสูดปากลากยาวของไผ่ในที่สุดเขาก็ถึงจุดหมายปล่อยของเหลวฝากไว้ภายในกายของเด็กหนุ่มไผ่กดปากประกบกับปากชมพูด้านล่างอีกครั้งอย่างดูดดื่มซาบซ่านมันเป็นสุขที่เหลือล้นของเขาในเวลานี้ที่ไม่เคยมีมาก่อน จนไผ่คิดว่าเขาคงหลงชอบเด็กคนนี้ไปแล้วจริงๆทั้งความสดใสร่าเริงแววตาไร้เดียงสานี้มันเป็นความมีชีวิตชีวาเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆ เหมือนลมอ่อนๆ ที่คอยพัดพาให้เขารู้สึกเย็นสบายสดชื่นใจเมื่อได้เจอ

"นุ่น.... เราสองคนเป็นแฟนกันมั้ย "

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2033
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอน5 ไม่เข้าใจกัน
พาร์ท (นุ่น)

ตอนแรกที่ผมได้ยินประโยคที่ว่า "นุ่น...มา เรามาเป็นแฟนกันมั้ย" ตอนนั้น ผมไม่เข้าใจหรอกนะครับว่าความรักในแบบนี้มันเป็นยังไงเพราะผมอาจจะเด็กเกินไป และไม่ประสาอะไรนัก ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าผมจะชอบใครหรือสนใจกับความรักแบบนี้ จะชอบผู้หญิงหรือผู้ชายแต่ถ้าผมคิดจะชอบหรือรัก มันก็คือผมชอบและรู้สึกรักมันก็บอกความรู้สึกได้เท่านี้

แต่ที่พี่ไผ่เขาพูดมาว่า อยากเป็นแฟนกับผม คือผมเองก็รู้สึกดีเลยไม่ได้ปฏิเสธ ตกลงว่าเราสองคนจะเป็นแฟนกันและจะคบกันแบบเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครรู้มีเพียงแค่เราสองคนเท่านั้นที่รับรู้ เพราะส่วนตัวก็รู้ว่าความรักแบบนี้มันอาจจะไม่ถูกต้อง ถ้าผู้ชายคนหนึ่งกับผู้ชายอีกคนหนึ่งจะมาเป็นแฟนกัน ความเข้าใจของตัวเองที่มีมาตั้งแต่จำความได้ว่าผู้ชายต้องคู่กับผู้หญิงนั่นคือสิ่งที่โลกใบนี้สร้างมาและทุกคนบนโลกเข้าใจ ว่ามันเป็นความรักที่สังคมทั่วไปยอมรับ แต่ที่ผมตัดสินใจคบกับพี่ไผ่เพราะว่าก็ไม่น่าจะมีอะไร เราแค่คบกัน รักกัน มันคือเรื่องของเราแค่สองคน ผมอาจจะคิดง่าย ตัดสินใจง่าย ในแบบเด็กๆ

หลังจากที่ตัดสินใจคบกับพี่ไผ่ ทุกอย่างมันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเพราะผมกับพี่เขาก็คบกันอยู่แบบเงียบๆ ไม่ได้หวือหวา ออกจะเหมือนเป็นพี่น้องกันด้วยซ้ำและคนทั่วไปเขาก็มองว่าเป็นอย่างนั้น หลังจากผมเลิกซ้อมฟุตบอล ผมก็กลับพร้อมพี่ไผ่บางวันแทบจะไม่ต้องเอารถของตัวเองไปเลย เพราะไปกลับด้วยกันตลอดอยู่ด้วยกันตลอด ยกเว้นเวลาเรียน

โดยปรกติพี่ไผ่ต่อหน้าคนอื่น เขาจะเงียบๆไม่พูดมาก มีเฮฮาบ้าง และเขาเป็นคนค่อนข้างเดาความรู้สึกลำบาก แต่ก็เข้าใจนะ เพราะเขาก็เหมือนผู้ชายเงียบๆ ที่ดูจริงจังไปกับทุกเรื่องคนหนึ่ง ส่วนกิจกรรมส่วนตัวเราสองคนก็มีบ้าง อาทิตย์นึงจะนอนด้วยกันประมาณสองสามวัน บางอาทิตย์ ก็วันเดียวอาจจะมีพ่วงรอบเย็น ช่วงพ่อกับแม่ของพวกเราไม่อยู่โดยที่ผมจะเป็นฝ่ายไปหาเขาก่อนอาจจะดูใจง่ายแต่ความรู้สึกของผมมันเริ่มต้นจากความอยากรู้และใจง่ายของตัวเองนี่แหละจนกลายเป็นผูกพันโดยไม่รู้ตัว...สาเหตุหนึ่งที่เราไม่ได้นอนด้วยกันทุกวัน เพราะไม่อยากติดกันแจกลัวที่บ้านเราสองคนเขาจะสงสัย

หลังจากโรงเรียนเลิก ก็กลับมาบ้านพร้อมกันม.ปลายอย่างพี่ไผ่ เขาอาจจะดูว่างมีเวลาเยอะ ผิดกับเด็ก ม.ต้นอย่างผม ที่ต้องวิ่งวุ่นทั้งกีฬาที่ต้องซ้อม เรื่องเรียนเรื่องรายงานการบ้านที่ต้องส่งอาจารย์ ...แต่เย็นวันหนึ่งปัญหามันก็มาจนได้เพราะเหมือนเราจะมีปัญหากัน คุยอะไรกับพี่ไผ่ก็ไม่พูดไม่ตอบ ถามคำตอบคำ เป็นอาการที่แสดงออกว่าเขาไม่พอใจ แต่ผมก็เคยชินรู้ว่าเขากำลังไม่พอใจดูเหมือนจะหงุดหงิดแต่พี่เขาก็ไม่ได้โวยวายกลับมีแต่ความเงียบจนผมรู้สึกกังวล..ผมก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เพราะส่วนใหญ่ถ้าผมง้อไม่นานก็หาย พี่เขาอาจจะเงียบขรึมไปอย่างนั้นเอง..อย่างนี้แหละครับทุกอย่างมันก็เหมือนจะดี ถ้าพี่เขาไม่ชวนผมทะเลาะจนผมเองเริ่มรู้สึกอึดอัด

*****

"วันนี้ ที่โรงอาหาร ทำไม ไม่มากินข้าวกับกูห๊ะ! นุ่น"

เสียงตะคอกหลังกลับมาถึงบ้านและผมยังไม่ได้ไปที่บ้านของตัวเอง เพราะพ่อกับแม่ป้าอรกับลุงน้อยไปช่วยงานศพ อีกตำบลดึกๆ คงกลับผมเลยโดนรั้งตัวมาอยู่ในห้องของพี่ไผ่

"ก็เหลือผมกับมินแค่สองคนจะให้มินกินกับใคร " ผมตอบไปด้วยน้ำเสียงธรรมดา

"ก็กูนี่ไง..เพื่อนมินคนอื่นมันไม่มีหรือไง ผู้หญิงผู้ชายในห้องมึงเยอะแยะทำไม ต้องมึงวะนุ่น"

"คนอื่นมันออกมากันก่อนก็เหลือแค่สองคน แล้วจะให้ไปกินกับใคร มีเหตุผลหน่อยเหอะ "

ใช่ครับเพราะผมยังต้องทำงานส่งตอนบ่ายงานนี้มีคะแนนให้ด้วยมันค่อนข้างจะสำคัญ อาจารย์ที่สั่งทำยังไม่เสร็จและค้างไว้ ผมมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องอื่นจำได้ว่าต้องส่งบ่ายวันนี้เพราะเพื่อนคุยกันและมินรู้ว่าผมยังทำไม่เสร็จเขาเลยมาช่วยจนทำให้มิน มากินข้าวกลางวันช้าก็เพราะช่วยผม

ส่วนบรรดาเพื่อนของผมมันช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะนอกจากช่วยให้ทุกอย่างแย่ลง ผมเลยไม่ได้ขอร้องให้ช่วยส่วนมิน เขาอุตส่าห์ช่วยผมก็ต้องดูแลเขา ก็แค่กินข้าวกันเองไม่เห็นจะเป็นอะไร เรื่องแค่นี้พี่ไผ่ก็โวยวาย บางทีผมก็รู้สึกหงุดหงิดกับพี่ไผ่

"เออ กูมันไม่มีเหตุผลหรอก" อะไรของเขากันผมนี่สับสนงงกับอารมณ์ของเขาในตอนนี้เหลือเกิน จนผมก็รู้สึกโมโหเหมือนกัน

"แล้วทีพี่ล่ะ กับพี่ก้อยเดินไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเหมือนแฟนกันจะตาย นี่ผมยังไม่คิดอะไรเลย.."

ความรู้สึกน้อยใจของผมมันเริ่มมีความรู้สึกลึกๆ เหมือนกันเลยพูดออกมาบ้างเพียงเท่านั้นทั้งๆ ที่ก็บอกตัวเองอยู่ตลอดว่าเขาคือเพื่อนกันแต่ในเมื่อพี่ไผ่หยิบเอา มิน มาเป็นประเด็น ผมเลยจำเป็นต้องหยิบเรื่องนี้ที่ตัวเองรู้สึกอึดอัดโพล่งออกมาบ้าง

"ก็ก้อยมันเป็นเพื่อน มึงเข้าใจป่ะ"

"เพื่อนตรงไหนวะ เพื่อนแอบชอบเพื่อนหรือเปล่า เหอะ"

ใช่ความรู้สึกที่เห็นมันไม่ได้เหมือนเพื่อนกันสักนิด มันเหมือนคนที่เขาชอบกันต่างหาก ผมซะอีกเป็นใครอยู่ตรงไหนของพี่ไผ่ ยังไม่เคยคิดอยากจะเรียกร้องอะไรเลยด้วยซ้ำ ผมยังคิดคนเดียวด้วยซ้ำว่าถ้าพี่เขาอาจจะคบผู้หญิงบังหน้า แต่สำหรับผมคงไม่คิดจะคบกับใครแน่นอน และผมคงจะทำตัวไม่สนใจผู้หญิงคนไหน เป็นแบบนี้ต่อไป ที่เชื่อใจพี่ไผ่เขาเพราะเรามีบ้านที่อยู่ใกล้กัน เจอกันทุกเช้า ถึงจะไม่ได้นอนข้างกันหรือกอดกันทุกคืนแต่เราก็แทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา

"มิน นั่นแหละที่มันชอบมึงหรือว่ามึงไม่เคยรู้เลยก็รู้ ....มึงก็รู้แต่ยังไปกินข้าวกับเขาทำไม มึงเริ่มชอบมินแล้วใช่ไหม?"

เฮ้ย!ไอ้พี่ไผ่จากคนที่ไม่เคยพูดเยอะ แต่ครั้งนี้ทำไม มันรุนแรงและจริงจังมากกว่าเดิมดูน่ารำคาญ และยิ่งทำให้ผมรู้สึกโมโหหงุดหงิดอย่างมากที่จะคุยกันแบบนี้ เพราะผมไม่ชินกับการมานั่งทะเลาะแล้วเถียงกัน

ความรักของเด็กๆ อย่างเรา มันมักจะมีอารมณ์นำหน้าเหตุผลเสมอ ที่เราโต้เถียงกันถึงมันจะเป็นเรื่องไร้สาระแต่มันก็เป็นเรื่องที่คั่งค้างคาใจกันและกัน

"พี่เข้าใจป่ะ ว่าผมไม่ได้ชอบมินเราเป็นแค่เพื่อน ทำไมวะ นี่เราสองคนอยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลานะเว้ย แค่ไปกินข้าวเที่ยงกับมินมื้อเดียว พี่โวยวายขนาดนี้เลยหรอ น่ารำคาญว่ะ"

"ก็กู นั่งรอมึงไง" 

เดิมทีตอนกลับมาผมเองอารมณ์ดีๆ ในเวลานี้พอได้เถียงกันด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้ จนรู้สึกไม่อยากจะสนใจพี่ไผ่แล้ว เลยคว้าเป้ของตัวเอง เพื่อจะหยิบออกจากห้องแล้วลงจากเรือนพี่ไผ่ไปซะ มันเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเถียงกันแบบนี้

หงุดหงิดที่ทะเลาะกันแบบไร้เหตุผลซึ่งบางทีก็รำคาญ เพราะโดยส่วนตัวผมชอบอะไรสบายๆ ไม่ต้องมาจุกจิกตอบคำถามอะไรแบบนี้

"ไปไหน! " เสียงพี่ไผ่ ตะคอกถามมาทางด้านหลัง

"จะไปบ้าน"

"ไม่ต้องไปยังคุยกันไม่รู้เรื่อง"

"อะไรวะ ก็พูดไปหมดแล้วจะคุยอะไรอีก"

พี่ไผ่ไม่ได้พูดเพียงแค่นั้นเขาเดินเอาตัวมาขวางประตูไว้พร้อมลงกลอนประตู แล้วเอามือมาจับไหล่ของผมแต่ผมขืนไว้ เพราะต้องการไปจากตรงนี้ มันอึดอัดอยู่ไม่ไหวแล้วความรู้สึกในตอนนี้

"ถอยซิ ...จะกลับบ้าน"

"ไม่ให้ไป"

เขาถือวิสาสะ ในความเป็นพี่ และตัวสูงใหญ่กว่า จับตรงเอวของผม รั้งเหวี่ยงลงไปบนเตียง อย่างแรง มันทั้งเจ็บ และหงุดหงิด เป็นอย่างมาก แต่ผมไม่อยากจะสู้ หรืออยากจะทะเลาะด้วย เพราะมันอึดอัดในอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่น

"นุ่นมึงก็รู้ว่ามึงเป็นอะไรกับกู"

"เป็นอะไร?"

"เป็นเมียกูไง"

"หึ...เอองั้น ... ถ้าเป็นแบบนี้ก็เลิกกันเหอะ..... ถอยดี๊ จะกลับบ้าน ...ปล่อย!!! "

ผมพลั้งปากตอนนี้ที่บอกว่าเลิกกัน มันเป็นแค่คำที่พูดไปด้วยความอารมณ์โมโหของเด็กคนนึงในเวลานั้น เพราะรู้สึกอึดอัด และหงุดหงิด ด้วยความไร้เหตุผลของคนที่โตกว่า แต่หาเรื่องมาทะเลาะกัน

"มึงจะเอาแบบนี้ใช่มั้ย นุ่น"

เหมือนพี่ไผ่จะโกรธจัด หน้าเขาจ้องผมตาแข็งกร้าว แล้วดึงกระชากเป้ของผมออกโยนลงไปข้างเตียง มือเขากอดร่างล็อกแขนดึงไปที่เตียงคร่อมขาไว้ ไม่ให้ผมได้กระดิกตัว สิ่งที่จะทำงานได้ของตัวผมก็คือปากอย่างเดียวที่จะแหกปากร้อง

"โอ้ย!! ปล่อย เจ็บ"

พี่ไผ่ก้มหน้าลงมากดจูบผมแต่มันก็คงเป็นเพียงแค่เอาปากชนกัน เขาพยายามที่จะเอาลิ้นที่คุ้นเคยลุกล้ำมา แต่ผมไม่ยอม เพราะอารมณ์โมโหและหงุดหงิด ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เราจะมาทำอะไรแบบนี้ พี่ไผ่ไม่รีรอที่จะจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองและของผมซึ่งของผมน่าจะถอดง่ายกว่าของเขา เพราะเป็นเสื้อและกางเกงกีฬาส่วนพี่ไผ่ ก่อนที่เราทะเลาะกันเขาถอดเสื้อนักเรียนออกแล้วเลยเหลือแต่ท่อนล่างเท่านั้น

"มึงคงจะลืม ว่ากูเป็นใคร"

"เจ็บ!! โอ้ยยย..ปล่อยดิว๊ะ!! "

ผมเองพยายามดิ้นสุดแรงแต่ก็คงไม่เป็นผลเพราะกำลังและตัวของผมซึ่งเล็กกว่าพอสมควร ยังไงก็สู้ไม่ไหว เพราะทั้งตัวโดนล็อคไว้เหมือนกับถูกครีมล็อคตัวใหญ่หนีบไว้

พี่ไผ่จับแขนสองข้างของผมกางออก มือใหญ่ยาวกดทับมือทั้งสองของผม เขาจ้องมองลงมาด้วยหน้าที่ดูก็รู้ว่าเขาไม่พอใจ ตัวเขาขึ้นคร่อมช่วงต้นขาผม หนีบกดไว้ไม่ให้ผมกระดิกตัวความรู้สึกในตอนนั้นมันอึดอัดทรมานและ ไม่มีอารมณ์นอกจาก อยากจะออกไปจากห้องนี้ซะ ตอนนี้มีทั้งความน้อยใจที่เขาไม่มีเหตุผลและคนตัวโตกว่าข่มเหงเราแบบนี้ จู่ๆ น้ำตาผมมันก็ไหลออกมาซะงั้น

"กูเป็นผัวมึงและเป็นเจ้าของตัวมึง จำไว้"

"โอ้ยย..อึก....อึก...กูบอกให้ปล่อย!! "

พี่ไผ่กดใบหน้าของเขาลงมาไซร้ตรงซอกคอ แต่ความรู้สึกของผมตอนนี้ มันไม่มีความสุข จู่ๆ น้ำตาของความอัดอั้นมันก็ไหลออกมาแล้วเป็นทาง พี่เขาไม่เคยจะสนใจหรือใส่ใจ เขาทำแต่ตามอารมณ์ของตัวเขาเองเท่านั้น

"..อึก..อึก..ปล่อย!! "

เขาจับผมนอนคว่ำหน้า โดยมีหมอนหนุนไว้ตรงช่วงท้อง ก่อนจะสอดใส่เข้ามา และนำมือยาวหนาของเขา รวบรัดแขนผมแล้วสอดมือ ขยำบี้ตรงส่วนอกใบหน้าของเขาซุกไซร้ตรงส่วนลำคอและใบหู เขาทำอยู่สักพักจนถึงจุดหมายของเขาในตัวผม ยกเว้นผมที่รู้สึกเจ็บเหมือนเวลาเมื่อครู่มันเนิ่นนานและทรมาณตัวเองเหลือเกินจนตอนนี้รู้สึกระบมไปทั้งตัว

หลังจบกิจกรรมที่เขาคงจะพึงพอใจ เขาก็ยังคงดึงตัวผมมากอด ผมพยายามจะขยับตัวหนีแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย เลยนอนกอดกันอยู่แบบนี้ ต่างคนต่างไม่พูดจาอะไรต่อกัน แต่ตอนนี้ผมรู้สึกขุ่นในใจและรู้สึกน้อยใจกับสิ่งที่เขาทำเป็นอย่างมากจนผ่านไปพักใหญ่ได้ยินเสียงรถ ของพ่อกับแม่คงกลับกันมาแล้ว

**

"ไผ่ ...ไผ่" เสียงป้าอร แม่พี่ไผ่

"ครับ!! "

"นุ่น อยู่ในห้อง แกหรือเปล่า"

"ครับ นุ่นมันหลับไปแล้ว"

"หญิง นุ่น มันหลับไปแล้ว" เสียงป้าอร ตะโกนบอกแม่ผม

****************************************************

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
7.

ในความมืดมีความเงียบปกคลุมมีแต่เสียงลมหายใจของสองคน ไผ่ได้แต่คิดกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เขาคงทำเกินไป แต่เขาก็รู้สึกหวง หวงเหลือเกินจนหน้ามืดเพราะต่อจากนี้เขาจะไม่ได้อยู่กับนุ่นอีกแล้ว กลัวว่าวันหนึ่งตอนเขาไม่อยู่ ถ้าเด็กหนุ่มที่ไม่ประสาคนนี้โตขึ้น จับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองได้ว่าเขาชอบผู้หญิง นุ่นก็คงต้องจากเขาไปอยู่ดีไผ่ไม่อยากให้มีวันนั้น

"นุ่น " เขากระซิบตรงข้างหูหนุ่มน้อย

ไผ่เอ่ยเรียกเบาๆแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย นอกจากความเงียบตอบกลับมาเพราะว่าอีกฝ่ายที่นอนหันหลังให้เขา กำลังครุ่นคิดอะไรอยู่เช่นกันจนไผ่รู้สึกกังวล

"นุ่น "

เสียงของไผ่เรียกหนุ่มน้อยที่นอนหันหลังให้เขากอดอยู่ แต่อีกฝ่ายยังคงไม่ตอบกลับมาอีกเหมือนเดิมมีแต่ความเงียบเพียงเท่านั้นแต่ไผ่ก็ไม่ยอมลดละ ทีนี้เขาจับร่างหนุ่มน้อยพลิกนอนตะแคงหันหน้ามาเจอกับใบหน้าของเขาและอีกฝ่ายก็หันมาแต่โดยดี

ไผ่นำมือของนุ่นมาจับไว้ที่เอวของตัวเขาแล้วเขาก็เอามือของเขาจับไว้ที่ใบหน้าของหนุ่มน้อยในความมืดจ้องไปที่ดวงตาใสแป๋วมันฉาบเปื้อนคราบน้ำตาบางๆ เพราะเห็นได้จากแสงไฟด้านนอกลอดเข้ามา

"นุ่น "เสียงหนุ่มรุ่นพี่เรียกอีกครั้งพร้อมกับนำมือไปลูบคลำหน้าของหนุ่มน้อยอย่างเบามือ

"พี่มันคิดมากไปเองขอโทษนะ ที่ทำแบบนี้ เพราะพี่ต้องไปเรียนต่อในตัวจังหวัด ไปอยู่หอเราสองคนจะไม่ค่อยได้เจอกัน พี่เลยกลัวว่าวันหนึ่งเราจะไปชอบกับคนอื่น"

ไผ่พูดจบก็รั้งดึงตัวร่างของหนุ่มน้อยไปกอดแนบอกเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เหมือนหนุ่มน้อยจะกอดตอบและแน่นขึ้นกว่าเดิม

"มีอะไรบอกดีๆก็ได้.." น้ำเสียงขุ่นของเด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นมา

"ขอโทษ" เสียงอ่อยของไผ่พูดออกมาเบาๆ

"หายโกรธหรือยัง"

"โกรธ" นุ่นในตอนนี้ไม่มีความโกรธหลงเหลือแล้วแต่ยังคงเคืองเล็กๆ

"เมื่อกี้เจ็บมั้ย ขอโทษนะ"

[ถ้าไม่ได้เป็นนักกีฬา ที่ชินกับการโดนเตะโดนปะทะในสนามฟุตบอล คงตายห่าไปนานแล้ว] หนุ่มน้อยคิดในใจ

"เจ็บใจมากกว่า." 

"เข้าใจหน่อยสิ ว่าคนมันหงุดหงิด เนี่ยตั้งแต่เที่ยงยังไม่ได้กินข้าวเลยรอกินกับแกอ่ะหวงจนหน้ามืด"

"เออ ตายไปซะก็ดี"

"พี่ตายใครจะนอนกอดแก...หืม หายโกรธแล้วดิ " หนุ่ม ม.ปลายเอามือมาจิ้มแก้มขาวใส พร้อมหยิกดึงปากสีชมพู

"แล้วไม่หิวหรือไง ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงข้าวเย็นก็ยังไม่ได้กิน"

"ไม่อ่ะ เมื่อกี้อิ่มแล้วแต่อยากกินอีกได้ป่ะ! " แววตาไผ่ดูเจ้าเล่ห์

"โอ้ยยยย!! .. พี่ไผ่ พอเลยๆ"

นุ่นมีอาการเขินเข้าขั้นวิกฤติและมีการตอบโต้ของหนุ่มน้อยด้วยการทุบหมัดเบาๆ ดังอึก! เข้ากลางหลังเพราะหนุ่มรุ่นพี่ ที่เบี่ยงตัวหลบไม่พ้น

"โอ้ย! เจ็บ"

"เออดี.. จะได้รู้ว่าเจ็บเป็นไง"

"ยังไม่ได้ตอบเลยถ้าอยากกิน.....อีกจะได้หรือเปล่า!! " หนุ่มม.ปลายยังไม่หยุดความคิดพอจบประโยคก็มองไปที่ร่างหนุ่มน้อยอย่างหื่นกาม



นุ่นเองก็เขินหน้าชาไม่ได้พูดอะไรแต่จะลุกลงจากเตียงไปหยิบเสื้อกางเกงของตัวเองมาใส่ แต่โดนฉุดจากหนุ่มรุ่นพี่ ลงมานั่งที่เตียงอีกรอบตรงระหว่างขาของหนุ่มรุ่นพี่ที่อ้ารออยู่ ไผ่นั่งกอดคลอเคลียอีกครั้งที่ต้นคอหนุ่มน้อยรุ่นน้องได้แต่ดิ้นขลุกขลิกในอ้อมกอดของรุ่นพี่

"ไม่เอาจะใส่เสื้อนอนเหอะ ง่วง"

"เดี๋ยวค่อยนอนนนน เร็วไม่ไหวแล้ววว น้า นุ่น น้าาา"

"พอแล้ววว..อย่า...ไอ้...พี่ไผ่.."

คืนนี้มีหรือที่หนุ่มน้อยจะรอดจากน้ำมือคนหื่นกามอย่างหนุ่มม.ปลายรุ่นพี่ที่ชื่อไผ่ หลังจากปรับปัญหาคาใจกันได้แล้ว เขาก็ลงเอยจบกันที่บนเตียงอีกสองรอบ แต่พอจบกิจกรรมหนุ่มรุ่นพี่ที่บอกว่าอิ่มนั้นเริ่มจะทนหิวโหยไม่ไหวเพราะใช้พลังงานไปเยอะ จึงจำเป็นต้องไปออกไปเปิดตู้เย็น เพื่อหาของกินมารองท้องเพราะไม่ได้กินข้าวเที่ยงและมื้อเย็น

..

" นุ่นถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน สัญญากับพี่นะว่าทุกอย่าง เราจะยังเป็นเหมือนเดิม" เสียงพูดกระซิบบอกข้างหูหนุ่มน้อย






CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
8.กลิ่นหอมของดอกแก้ว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2021 06:55:40 โดย PrayTime »

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
9.สร้างความทรงจำของเรา 25+

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2021 06:55:52 โดย PrayTime »

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
10.ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ชอบกับสิ่งที่รัก
พาร์ท (นุ่น)

หลังจากที่พี่ไผ่เขาไปเรียนที่ตัวจังหวัดในวันรุ่งขึ้นผมเองก็แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงไปโรงเรียน ต้องให้เพื่อนมารับไปเรียน เพราะแขนขามันดันอ่อนแรงลงไปซะเฉยๆ จิตใจที่เคยเข้มแข็งเบิกบานพลันห่อเหี่ยวลงไปซะดื้อๆ มีแต่ความรู้สึกอยากจะนอนนอนมันเฉยๆ แบบนั้นมันทรมานแปลกๆ ไม่อยากแม้แต่จะทำอะไรที่เคยทำเลย จากที่เคยกินได้มันก็กลืนแทบจะไม่ลงเหมือนลำคอและลิ้นผมมันไม่ยอมทำงานซะอย่างนั้น แม้จะพยายามฝืนเท่าไรก็ตามรอคอยตลอดว่าวันไหนจะถึงวันศุกร์ จากที่เคยพูดคุยจ้อก็ดันไม่รู้สึกอยากพูดอะไรซะอย่างนั้นจนแม่ผมสังเกตเห็นก็ถาม จนนึกว่าผมไม่สบาย จะพาไปหาหมอ

[ความรักมันทำลายตัวเราและคนที่คอยเป็นห่วงเราจริงๆแค่ห่างกันไม่กี่วันยังรู้สึกได้มากมายขนาดนี้]

จนเวลาผ่านไปเกือบเทอมผลสะท้อนที่เห็นได้ชัดคือเกรดของผมในเทอมนั้น เหลือเพียง 2.76 จากเคยได้ 3.6+ มาตลอด ซึ่งมันไม่เป็นผลดีกับตัวเองเท่าไรจนผมเกือบทะเลาะกับพ่อ เขาหาว่าผมซ้อมกีฬาสนใจฟุตบอลมากเกินไป จนไม่สนใจเรื่องเรียน เพราะผมอยู่บ้านก็แทบไม่ต้องทำอะไรมีหน้าที่เรียนอย่างเดียว ซึ่งสาเหตุผมรู้ดีว่ามันไม่ใช่แต่ยังดีครับที่พี่ไผ่ เขากลับมาทุกวันศุกร์ มันเริ่มทำให้ความรู้สึกต่างๆ ดีขึ้นถ้าไม่มาเขาก็จะบอกเสมอเมื่อวันเวลาผ่านไป มันช่วยประคองความรู้สึกต่างๆ ของผมจนดีขึ้น กลับมาเป็นนุ่น เด็กม.ต้นคนเดิมอีกครั้ง

ความรักของผมกับพี่ไผ่ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมทุกวันศุกร์มืดๆ พี่เขาก็ยังคงกลับบ้านมาอย่างสม่ำเสมอ บางทีกลับมาเขาไม่ได้ไปที่บ้านของเขาแต่เข้ามาหาผมที่บ้านมานอนในห้องของผมแทน

"นุ่น หลับยัง" เสียงของพี่ไผ่เขาเข้ามาให้ห้องนอนผม

"พี่ไผ่! ....อื้ม ทำไมวันนี้มาดึกจัง? "

"พี่ติดธุระ นิดหน่อยหน่ะ? "

"รอพี่ไม่ไหวอ่ะ ง่วงเลยหลับก่อน....กินอะไรมายังอ่ะ มีขนมกับของกินในครัวเอาปล่าว? ...ซื้อมาไว้ให้เมื่อเย็น อ่ะ.."

[นี่มันเกือบสี่ทุ่มแล้วบ้านผมนอนหลับกันเร็ว แบบฉบับของคนต่างจังหวัดครับ]

"อือ เดี๋ยวพี่ไปหากินเองนอนเหอะ.."

"ไม่เป็นไรเดี๋ยวไปเอามาให้ จะกินในนี้หรือว่าจะไปกินที่ครัว"

"ไปที่ครัว ก็ได้"

"ไปดิ เดี๋ยวไปด้วย" [แค่นี้เองผมยินดีทำ ผมรอตั้งหลายวันกว่าเราจะได้เจอกัน]

[นี่แหละมั้ง...ความดีใจของคนที่รอคอย]

มีบางช่วงที่พี่ไผ่ติดงานติดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย เขาก็จะโทรมาบอกส่วนตัวผมก็ยังวุ่นวายเหมือนเดิม กีฬาก็ยังเล่นยังซ้อมเป็นปรกติ ชีวิตทุกอย่างก็ดีไม่มีอะไรแปลกใหม่ ก็มีบางช่วงที่อาจจะดูเหงาบ้าง ส่วนคนที่เข้ามาชอบผมก็ยังพอมีอยู่ถ้าผู้หญิงมาจีบ ผมก็กล้าบอกไปว่า [ไม่ชอบ] ทันที ปฏิเสธตอนนี้เขาจะได้ไม่มาเสียใจเพราะผมตอนนี้เวลาก็ผ่านมาจนผม ใกล้จะจบ มอต้นแล้ว ผมจะไม่ได้เป็นเด็กน้อย ม.ต้นอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ผมก็เริ่มสูงขึ้นกว่าเดิมมากถึงจะผอมไปหน่อยก็เหอะตัวโตจนเกือบจะเท่าๆ กับพี่ไผ่แล้ว

[ผมจะไม่ใช่เด็กมอต้น อีกแล้วนะครับ ^๐^"]

ตอนนี้ผมเองเริ่มจะสับสนตัวเองว่าตัวเองควรจะเลือกเรียนอะไรดีเพราะจะได้ใช้โค้วต้า ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.46 นี้ ที่อุตส่าห์ตั้งใจเรียนตลอด3 ปีนี้

[แต่มันพลาดไป 1 เทอม ที่เป็นตัวฉุดให้เกรดผมต่ำลงไปนิดหน่อย]

อยากเพิ่มทางเลือกให้กับชีวิตตัวเอง จะไปเรียนโรงเรียนกีฬาตามที่ตัวเองใฝ่ฝันดีหรือเปล่า หรือจะเรียนต่อที่เดิมแต่มันเหมือนไม่มีอะไรดีขึ้น หรือว่าจะเข้าไปในตัวจังหวัดเรียนอาชีวะ ในระดับ ปวช.ซึ่งเป็นช้อยส์สุดท้ายผมเองก็ไม่อยากเลือกสายอาชีวะเท่าไร เพราะยังรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ตัวเราแต่ช้อยส์นี้น่าสนใจคือมันได้อยู่ใกล้ [กับคนที่เรารัก]

สุดท้ายผมก็ตัดสินใจตามความรู้สึกของตัวเอง คือ การได้ไปอยู่ใกล้กับคนที่ตัวเองรักมากกว่าสิ่งที่ตัวเองชอบ โดยการใช้โควต้าในการเข้าเรียนในระดับ ปวช. ในตัวจังหวัด สาขาที่เลือกคือ ช่างกล ด่านแรกต้องไปบอกกับแม่ก่อนว่าผมตัดสินใจแบบนี้

[ขอโทษนะครับพ่อ-แม่ ที่นุ่นไม่ได้เลือกตามที่ตัวเองฝัน ตามที่เคยบอกไว้แต่ผมเลือกทำตามสิ่งที่ใจผมต้องการ ขอโทษครับ]

..

"แม่... นุ่นจบมอต้น นุ่นจะต่อ อาชีวะช่างกลในตัวจังหวัดนะ นุ่นได้โค้วต้า.."

"แกชอบเหรอนุ่น มันจะลำบากหรือเปล่า"

"อื้ม นุ่นชอบ..ไม่ลำบากหรอกแม่ถ้าเรียนจบ ปวส. ก็ต่อป.ตรี อีก 2ปี เองอีกอย่างถ้านุ่นไม่อยากเรียนต่อก็มีงานให้ทำ มันดีกว่าเรียนสายสามัญ จบม.6 นะ"

[ผมบอกกับแม่เกี่ยวกับข้อดีของการเรียนสายอาชีพ ที่ตัวเองหาความรู้มา เพื่อปูทางอนาคตของตัวเราเองในอนาคต]

"แล้วแกจะไปต่อยตีกัน เหมือนในข่าวหรือเปล่า ฮึ..นุ่น"

แม่ผมมีแววตาเป็นห่วงซ่อนอยู่ผมรู้ดี แต่สำหรับผมคิดว่าช่างกลน่าจะเหมาะกับตัวเองแล้ว น่าจะไม่ง่ายและไม่ยากสำหรับตัวเอง ถ้าเรียนด้านอิเล็คทรอนิกผมคงจะไม่ชอบความจุกจิก น่ารำคาญ น่าจะเรียนหนักเพราะมันจะมาบั่นทอนสิ่งที่ผมชอบได้ นั่นคือฟุตบอลกีฬาที่ผมชอบ

"ถ้าชอบก็ไป" แม่ผมอนุญาตแล้วครับ

[นุ่นขอโทษครับรู้นะว่าแม่เป็นห่วงแต่นุ่นเลือกแล้ว นุ่นขอสัญญาว่านุ่นจะตั้งใจเรียน]

"แต่นุ่น ต้องไปอยู่หอนะแม่"

"อืม ไผ่มันก็เรียนอยู่ในตัวจังหวัดนี่ แล้วไผ่มันอยู่ใกล้ๆ โรงเรียนแกหรือเปล่า"

"ไม่รู้ อ่ะแม่"

"งั้นตอนแรกแกก็ไปอยู่กับไผ่ก่อนก็ได้ "

"ครับ"

ความดีใจอย่างแรกของผมนี้น่าจะผ่านไปด้วยดีเพราะแม่เขาไม่ได้ว่าอะไรมาก นอกจากความเป็นห่วงที่ผมจะไม่ได้อยู่ใกล้ๆ กับแม่ วันต่อมาพ่อก็มาถามเรื่องผมจะไปเรียนช่างกล พ่อเขาก็ไม่อยากให้ผมไปเท่าไรเพราะเป็นห่วงเรื่องการทะเลาะต่อยตีกัน ของเด็กช่าง พ่อบอกว่าเขายอมให้ผมไปเรียนโรงเรียนพละยังดีกว่าไปเรียนอาชีวะเพราะเขาเป็นห่วง

[ขอบคุณนะครับพ่อ นุ่นขอโทษนะแต่นุ่นเลือกแล้ว]

หลังจากพี่ไผ่รู้ว่าผมตัดสินใจ ว่าจะไปเรียนเทคนิคที่ตัวจังหวัดก็ดีใจจนออกนอกหน้าเกินจำเป็น ผมเองก็ดีใจนะครับ ที่ต่อไปนี้ผมจะได้เรียนอยู่ในตัวจังหวัดและได้อยู่ใกล้ๆกัน สามารถเจอกันได้ทุกวันเหมือนตอนมอต้นนั่นเอง

[มันโคตรดีใจดีใจที่สุด พี่รู้บ้างหรือเปล่า ผมเองดีใจมากกว่าพี่เป็นร้อยๆเท่า แต่ผมจะไม่ยอมพูดมันออกมาหรอก]



[[เพราะที่ผมแสดงออกมัน ก็มากพอแล้ว] ]


ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
11.
หลังจากที่ผมได้ไปเรียนที่โรงเรียนอาชีวะที่ตัวจังหวัดตอนนี้มันช่างเป็นเวลาแสนวิเศษจริงๆ พี่ไผ่มาช่วยจัดการขนของต่างๆ ของผมไปอยู่ที่หอด้วยกันผมคิดว่าจะรอให้ทุกอย่างลงตัว ผมจะเอารถมอเตอร์ไซค์ของผมไปไว้ใช้ที่นั่นอีกคน แต่พี่ไผ่ห้ามไว้ เพราะให้นั่งรถไปเมล์ หอที่อยู่มีรถผ่านตลอดเวลาผมจึงยอมเชื่อไม่อยากขัดใจเพราะพี่ไผ่บอกว่าปลอดภัยกว่าหรือเขากลัวว่าผมจะเที่ยวกันแน่ แต่ช่างเถอะผมไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้วยังไงก็ได้ขอแค่ผมได้อยู่ใกล้ๆเขาก็พอ

“เป็นไง ไอ้หนุ่มช่างกล... เรียนยากป่ะ”

พี่ไผ่ เอ่ยถามตอนออกมาจากห้องน้ำเมื่อเจอหน้ากัน หลังจากผมกลับมาโดยที่หัวผมยังเปียกอยู่ เขาเดินมาคว้าผ้าขนหนูที่แขวนไว้มาขยี้เช็ดผมให้ตัวเขาเอง

“ไม่น่าจะยากนะ.... น่าจะง่ายกว่ามอต้นอีกมั้ง” ตอบตามความรู้สึก



ใช่มันไม่ยากเลยน่าจะเรียนง่ายกว่ามอต้นซะอีก อ่านเอากับฟังอาจารย์สอนก็พอรู้เรื่อง ก็มีวิชาหลัก วิชาพื้นฐาน ง่ายๆ สำหรับเด็กชั้นปีที่1 ที่ยังไม่ได้ลงลึกในเนื้อหามากมายนัก

"เป็นไงมั่งเพื่อนใหม่.." พี่ไผ่ถามอีกครั้งแล้วนั่งลงข้างๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆของสบู่โชยมา [หอมจังอิอิ]

"ก็ผู้ชายเยอะดีนะมีเพื่อนผู้หญิงสองคน"

"หึ หึ" พี่ไผ่มองเหล่ตาขวาง [ทำไมมองแรงขนาดนี้จะฆ่ากูหรอ!!]

"มีไร?!? " ผมยักคิ้วถามเห็นเลย์วางอยู่เลยอยากกินจึงยกมาฉีกเตรียมจะกินเพราะความหิว

"แล้วมีคนมาจีบมั่งป่ลาว? "

[ถามทำไมวะ เพิ่งจะเริ่มเปิดเรียนมันจะเปิดเรด้าจ้องหาผัว หาเมียกันเร็วขนาดนั้นเลยหรือไง]

"งุมๆ ก็มีนะ" ผมคงตอบเขาไม่ถนัดนักเพราะในปากยังคงเคี้ยวขนมอยู่

"หึ... กูว่าละ"

"นี่อย่ามาไร้สาระกี่ปีล่ะที่คบกันมา ถ้าคิดจะชอบคนอื่นคงชอบไปนานละ สมองมีก็คิด! ด้วย" ผมเอาแก้วชามะนาวที่เหลือแต่น้ำแข็งไปกดเน้นๆ ที่แก้มพี่ไผ่ ที่กำลังขยี้เช็ดหัวที่เปียกอยู่

"หึ... เดี๋ยวนี้กล้าหือเหรอ..วะ นุ่น" ยักคิ้วท้าทายอย่างไม่กลัวเรื่องไร้สาระแค่นี้ก็จับมาเป็นประเด็นถ้าคนคิดเล็กคิดน้อยคงทะเลาะกันไม่ได้มีวันสงบสุขแน่ พี่ไผ่ยังคงไม่หยุดวางผ้าขนหนูเสร็จก็โถมตัวเข้ามาหาผมทันที

ไอ้พี่ไผ่มันลากตัวผมไป ดึงรั้งกันพักหนึ่งเพราะตอนนี้ตัวเราเท่าๆ กันแล้วแต่พี่ไผ่มันขี้โกงรู้ว่าดึงตัวผมไปไม่ได้ก็โถมตัวใส่มันมาทั้งๆ ที่ผมกำลังกินขนมอยู่จนขนมตกกระจายทั่วพื้นห้อง

"เฮ้ยยย ปล่อยดิ๊ มันเปื้อนเห็นป่ะเนี่ย!!! .."

"ไม่ปล่อยเว้ย!! "

"แต่เสื้อช็อปมันจะเปื้อนนน...ไอ้ผ่ายยยยยย..."

ผมโดนเค้นคอพี่ไผ่ทำหน้าจะจูบลงมาแต่ผมพยายามหนีและเริ่มจะโมโหกับคนพูดไม่รู้เรื่องทั้งเหนื่อยทั้งหิว เพราะมันดันเอาแขนสองข้างมันกดที่แขนของผมให้ผมนอนหงาย ภาพตอนที่มันข่มขืนผมตอนมอต้นผุดขึ้นมาในหัว ตอนนี้ถ้าไอ้พี่ไผ่ไม่เล่นขี้โกงและผมไม่ห่วงกินขนมผมคงไม่ได้โดนไอ้คนขี้โกงนี้ กดลงได้ง่ายๆหรอกนะเลยลองดิ้นขืนแรงมันอีกครั้งแต่มันดันกดย้ำไว้ยิ้มเย้ย อย่างผู้เหนือกว่า

"เดี๋ยวนี้ คิดสู้เหรอวะนุ่น บอกยอม พูดดีๆ ก่อนซิ.." เสียงต่อรองจากพี่ไผ่

"เออ ยอม! "

"ยอมแล้วคร๊าบบบพี่ไผ่ พูดดิ๊! " [ปัญญาอ่อนชะมัด]

"ยอมแล้วครับ" ง่ายๆไม่อ่อนหวานอะไรทั้งนั้น [หงุดหงิด]

"ถ้ายอมแล้วลุก..มาจูบปากหน่อยสิจะถึงรึปล่าว"

"ใครมันจะไปทำได้วะ.."

"ลองดูดิ" [จะให้กูจูบมึงยังต้องทรมานกูอีกเหรอเนี่ย..]

โดนแกล้งจนได้ผมจะไปยกหน้าไปจูบปากไอ้พี่ไผ่ได้ยังไงก็มันกดแขนผมไว้ซะขนาดนี้ ไม่ได้เป็นกินผลปีศาจโกมุโกมุ เหมือนลูฟี่นะจะได้เป็นมนุษย์ยางยืดหดได้ตามใจ

"โอ้ยยย!! ไม่ได้เว้ยย ไม่จงไม่จูบละเลิกเล่นเหอะจะอาบน้ำปล่อยดิ๊" ผมดิ้นรนอีกครั้ง

"อุ๊บบบ!! "

กำลังดิ้นโวยวายอยู่จู่ๆพี่ไผ่เขาก็เอาปากมากดจูบไว้ไม่คิดบ้างหรอ ปากผมมันยังกลิ่นเลย์อยู่แต่ ไอ้พี่ไผ่ก็ยังเอาลิ้นเข้ามา ป้วนเปี้ยนในโพรงปาก [อื้อ] จะทำไรก็ทำ....กูยอมมึงแล้วตามสบาย

"ถ้าจูบไม่ถึงก็บอกพี่ให้ก้มไปจูบดิ ขอร้องอ่ะเป็นป่ะ.." มึงยังมายิ้มยักคิ้ว [หึ หึ...บีบบังคับหรอ]

[หึ ทำหน้าตาแบบนี้คือหื่นยั่วกูใช่ไหม]

"ไปปิดห้องก่อนเมื่อกี้เข้ามาประตูไม่ได้ล็อก" [หึหึ]

"เฮ้ย!! ทำไมไม่ล็อกวะ บอกกี่ครั้งล่ะเข้าห้องมาให้ล็อกห้องเลย" [หึหลงกลกูละ!] พี่ไผ่ลุกไปที่ประตูห้องอย่างเร็ว เพื่อไปล็อคลูกปิดแต่ก็สายไปเสียแล้วฮ่ะฮ่ะ มันหันกลับมาก็รู้ตัวว่าพลาดเสียแล้ว

"หึ..เดี๋ยวนี้มีแผนการณ์เยอะนะจะกดให้ร้องไม่ออก" [ชี้หน้าคาดโทษเหรอคิดว่าจะกลัวหรือไง หุหุ..]

"ไม่เล่นนน..แล้ว..จะอาบน้ำ..... กวาดห้องเก็บขนมด้วย "

ผมพูดพร้อมกับดึงเอาผ้าขนหนูเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำก่อน ถ้าจะปล้ำจะทำอะไรกูขอจัดการธุระส่วนตัวหน่อยได้ไหม ขอหลังจากอาบน้ำละกันขนาดผมยังรุ้สึกเหม็นเหงื่อตัวเองเลยเพราะตอนนี้ไม่พร้อมจริงๆ

*****

ผมเรียนปี.1 เราก็ยังคงปรกติเหมือนกับคู่รักที่รักกันใหม่ๆทั่วไป แต่พอเทอม2 ตอนผมอยู่ปี 2 พักหลังผมกับพี่ไผ่ มักจะกลับกันคนละเวลาเพราะพี่เขาฝึกงานแต่ที่เขาเลือกฝึกงาน อยู่ในตัวจังหวัดไม่ได้ไปจังหวัดอื่นเพราะเราจะได้อยู่ด้วยกัน

ยังไงพี่ไผ่เรียนจบเขาก็คงไม่ได้สนใจอะไรมากนอกจากจบเอาใบปริญญาให้ที่บ้านพอใจเท่านั้น คงไปช่วยพ่อทำสวน ทำไร่ อยู่ดี แต่ที่เขากลับห้องผิดปรกติแบบนี้ผมก็ไม่อยากสงสัยอะไร เพราะที่ผ่านมาเราอยู่ไกลกัน มันก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรเพราะทุกวันนี้ เราก็นอนด้วยกันเกือบทุกคืนเลยพยายามคิดแต่เรื่องดีๆ

ผมรู้นะว่าผิดปรกติเพราะบางทีกลับดึกมาก บางวันก็ไม่กลับ มันคืออะไรโทรไปบางทีก็ไม่ติด พอรับสายก็บอกว่ายุ่งกับงาน ส่วนใหญ่ผมจะกลับมาห้องก่อนทุกวัน อาบน้ำกินข้าวคนเดียว นอนหลับไปจนเกือบเที่ยงคืนพี่ไผ่ถึงกลับมา มาถึงก็นอนกอดกันปรกติ ผมอยากถามนะเห็นดูเหนื่อยๆ เลยไม่พูดดีกว่าและไม่มีเวลาได้คุยกันเท่าไร ผมเรียนภาคเช้า ตื่นเช้ามาก็ต้องรีบไปเรียน กลับมาก็ต้องมาอยู่คนเดียวเป็นแบบนี้อยู่เป็นเดือน

ติ๊ดดดดด ติ๊ดดดดด

ผมโทรหาพี่ไผ่เขาก็ไม่รับสายไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน รู้สึกไม่ค่อยสบายใจโทรไปก็ไม่รับบางทีก็ตัดสาย

[เกิดอะไรขึ้น?!?!]

ติ๊ดดดดดดติ๊ดดดดดด

"อยู่ไหนอ่ะ กินไรมั้ยเย็นนี้จะซื้อไปให้" เพราะตอนนี้พี่ไผ่เป็นฝ่ายโทรกลับมาหาผม เลยถามด้วยความเป็นห่วง

"พี่อยู่ บ้าน"

"วันนี้วันพฤหัสพี่ไปทำอะไรที่บ้าน" อีกวันก็จะกลับบ้านกันแล้ว พี่ไปทำอะไรที่บ้าน

"มาเอาเอกสารพี่กลับพรุ่งนี้เช้า" [เอกสารอะไรทำไมไปเอาด่วนจัง??]

"ไผ่ คุยกับใครหรอ?? " [เสียงผู้หญิงที่ปลายสาย เขาคือใครกันไม่ใช่ป้าอร และไม่ใช่แม่ผมแน่นอนเพราะผมย่อมคุ้นเคยเสียงของแม่ดี]

"เสียงใครเหรอ" ผมถามพี่ไผ่ว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ คือใคร?

"เพื่อนพี่ เอง"

"อืม กลับพรุ่งนี้หรอ" ผมทวนคำพูดเขาอีกครั้ง ในใจคิดอยากให้เขาตอบว่าจะกลับวันนี้ เพราะผมอยากจะคุยกับเขา

"อืม" เสียงปลายสายตอบเบาๆ

"งั้นแค่นี้นะ"

วันนี้ผมก็คงต้องอยู่ห้องคนเดียวอีกตามเคยสินะ นุ่นเอ้ยกินข้าวกินเดียวมากี่วันแล้วล่ะเราน่ะ นี่ขนาดนอนห้องเดียวกันนะ แต่คงไม่เป็นไรหรอก เพราะพรุ่งนี้เขาก็กลับมาแล้ว ความคิดที่ปรุงแต่งปลอบใจตัวเองในตอนนี้แม้ในใจของผมจะรู้สึกแปลกๆก็ตาม

เช้าแล้วเตรียมของกลับบ้านเย็นวันนี้ไว้พร้อม วันนี้เรียนเสร็จก็จะได้กลับบ้านเจอหน้าแม่ซักที [คิดถึงจัง] ว่าแต่ตอนนี้พี่ไผ่ มันจะเข้ามาที่ห้องหรือเปล่า ผมคิดในใจเขาคงไม่กลับมาหรอกมั้งโทรหาดีกว่า

ติ๊ดดดดดดดดด ติ๊ดดดดดดดดดด (กดตัดสาย)

"ทำไมไม่รับสายวะ แม่งจะคุยธุระด้วยซะหน่อย ยุ่งอะไรนักหนา"

ตอนนี้ผมไม่อยากจะคิดอะไรมากให้ปวดหัวหรอกครับเพราะเดี๋ยวจะเรียนสาย ผมจัดการทุกอย่างไปเรียนตามปรกติ เพราะตอนเย็นก็เจอกันกลับบ้านด้วยกันอยู่ดีพอถึงเวลาเลิกเรียนประมาณ บ่าย2 ผมก็กลับมาถึงห้องพอดี

[เอ๊าประตูไม่ได้ล็อก หรือว่าเมื่อเช้าเรารีบจนลืมล็อกประตู]

เปิดประตูเข้าไปเห็นพี่ไผ่นอนหลับบนเตียง ทั้งชุดนักศึกษาดูท่าทางเหมือนอดหลับอดนอนมาขนาดผมเปิดห้องมา ยังไม่ได้ยินไม่อยากจะกวนคนตอนหลับ มองดูเห็นว่ายังไม่ได้จัดกระเป๋าจะกลับบ้านเลยเก็บของเล็กๆน้อยๆ ของเขาที่ต้องเอาไปที่บ้านเตรียมไว้ให้ แล้วผมก็อาบน้ำแต่งตัวนอนเล่นอยู่ข้างๆ รอเขาตื่น

"อืมมมมม อ้าวนุ่นมาแล้วหรอ" เสียงพี่ไผ่งัวเงียตื่นมา

"ไม่ได้นอนมาหรือไง หลับซะขนาดนี้" ผมหันหน้าไปคุยกับเขา

"ง่วงน่ะ เลยนอนรอเลยเผลอหลับยาวเลย"

"จะกลับบ้านกันยังอ่ะ" ชวนกลับบ้าน [ตอนนี้ผมคิดถึงแม่]

"นุ่นมาใกล้ๆพี่หน่อยสิ" พี่ไผ่พูดแล้วเอาแขนดึงรั้งผมไปนอนข้างๆ

"อืมมีไรเหรอ" ผมลุกนั่งแล้วถาม จริงๆก็มีปัญหาคาใจผมอยู่เหมือนกันแต่ก็รอให้เขาพูดมาก่อน

"ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดถึง"

"บ้าละ นอนด้วยกันเกือบทุกวันมาคิดถึง" [หึ]

"มานอนให้พี่กอดหน่อยสิเร็ว!" [อารมณ์ไหนวะ มาอ้อนตอนนี้]

มาอ้อนตอนนี้คืออะไรจู่ๆ ก็ให้ผมหันหน้าแล้วจับมือผมไปโอบกอดเขา คราวนี้เขากอดผมแน่นกว่าเดิม หืม? ..เอาหน้ามาซบหอมที่ซอกคอเห็นกูเป็นอีตัวหรือไงเนี่ยะบ้านก็จะกลับยังจะมาทำอะไรแบบนี้อีก ทำทีท่าเหมือนกับคนจากกันมาเป็นปีแล้วเจอหน้ากัน ชอบทำอะไรแปลกๆนะไอ้บ้านี่ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าการกลับบ้านสำคัญกว่า [คิดถึงหน้าแม่แล้ว]

"กลับบ้านเหอะพี่ไผ่ เร็วดิเตรียมของไว้ให้แล้วป่ะ" ผมจะผลักตัวเขาออก เขากลับยื้อเอาไว้แบบนั้น

"พี่ไม่อยากกลับเลยขอกอดอีกแป๊บหนึงได้มั้ย.." เห็นพี่ไผ่ถอนหายใจยาวๆ

"กลับไปกอดที่บ้านเถอะเดี๋ยวมันจะเย็นนะ"

"อืมไปมืดๆ ก็ได้ เดี๋ยวเราแวะกินอะไรก่อนเข้าไปที่บ้าน"

"อืมมมม ก็ได้ "

****

จนมาถึงบ้านเกือบสามทุ่มกว่า ทุกคนในบ้านนอนกันหมดแล้วเพราะพี่ไผ่ กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวออกมาแล้ว มัวแต่พาผมโอ้เอ้ ดูโน่นดูนี่ตลอดไม่ยอมพาเข้าบ้านซักทีจนถึงบ้านดึก ผมจะเดินเข้าไปในบ้านเขาก็ยังฉุดเอาไว้อีก

"มีอะไรอ่ะจะเข้าบ้าน" จากบ้านมาเป็นอาทิตย์อย่างแรกก็อยากจะเข้าไปในบ้านของตัวเองก่อนนั่นคือความรู้สึกของผม

"น้าหญิงเขานอนแล้ว รอพรุ่งนี้เหอะคืนนี้ไปนอนห้องพี่ก่อน" [ก็ได้วะ]

"อื้อ " ผมตอบ พี่ไผ่จูงมือผมขึ้นไปบนเรือน



เห็นป้าอรนั่งกินข้าวอยู่จู่ๆ ป้าอรพอเห็นพวกเราก็ก็นั่งหันหลังให้ผมกับพี่ไผ่ทันทีไม่ได้พูดอะไร ผมเลยต้องเป็นฝ่ายทักทายป้าอรก่อนเพราะเป็นมารยาทของเด็กที่ต้องเคารพผู้ใหญ่กว่าและเราอยู่ในบ้านของเขา

"หวัดดีครับ ป้าอร"

"มากินข้าวกับป้ามั้ยนุ่น" ป้าอรพูดแล้วก็ยังหันหลังให้ผมแบบนั้นปรกติป้าอรจะยิ้มแย้มแต่ทำไมวันนี้ป้าเขาดูแปลกจัง ผมหันไปมองหน้าพี่ไผ่แว็บหนึ่งก่อนตอบป้าอรไป

"ไม่หรอกครับ นุ่นกินมาแล้วครับ"

"ป้าอรครับ นุ่นซื้อเค้กมาฝาก" ผมหยิบเค้กจากมือพี่ไผ่ เดินเอาไปให้ป้าอรเห็นป้าอรก้มหน้าอยู่แต่สังเกตเห็นตาป้าอรแดงๆ เหมือนป้าอรกำลังร้องไห้แต่ผมไม่กล้าถามหรอกครับ มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่

"นุ่นวางไว้ ตรงนี้นะครับป้าอร" ผมวางเค้กไว้ข้างๆ ป้าอร

"ขอบใจ....อึก... นะ...นุ่น" เหมือนป้าอรพยายามกลืนข้าวลงคอแล้วบอกขอบใจผม



เริ่มเข้าโหมดดราม่าล่ะ อิอิ ขอบนะค้าบที่ติดตาม

^^"หยกน้ำแข็ง

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
12.

คำถามเกิดขึ้นในใจผมทันทีเพราะปรกติป้าอรไม่เคยเป็นแบบนี้ทำไมป้าอรต้องตาแดงเหมือนคนกำลังร้องไห้ แบบนั้นด้วยล่ะเพราะอะไรกันแน่? พี่ไผ่ดึงมือผมไป ..แต่ผมยังคงห่วงป้าอรเลยหันมองป้าอร ว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่าแต่ ผมโดนคนด้านข้าง ดึงจนถลาไปซะกอ่น

"ไปห้องเถอะ" พี่ไผ่ดึงรั้งแขนให้ผมเดินตามไปในเรือน

"แต่..... ป้าอร"

ผมพูดกับพี่ไผ่เบาๆแต่พี่ไผ่กลับเงียบไม่ได้พูดจาอะไรกับผมจนเราสองคนเข้ามาในห้อง

ผมก็จัดแจงกับของใช้และเอาเป้ไปวางไว้บนโต๊ะหนังสือ พี่ไผ่ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนเอามือก่ายหน้าผากบนเตียง ถอนหายใจเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง [อยากรู้เหมือนกันนะ จะถามดีมั้ย??!]

"พี่...ป้าอรเขาเป็นไร"

ความสงสัยมันเกาะกุมในความคิดของผมทันทีจนอยากรู้ เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยเห็นแม่ของพี่ไผ่เป็นแบบนี้ ปรกติป้าอรจะยิ้มแย้มแจ่มใสตลอด แบบนี้ป้าอรน่าจะมีเรื่องไม่สบายใจแน่นอน

"นี่ พี่ไผ่ได้ยินหรือเปล่า...." ผมลงนั่งข้างๆ ที่เตียงเอามือเขย่าอีกฝ่าย ที่เหมือนจะใจลอยคิดอะไรอยู่

"ห๊ะ มีไรนุ่น.."

"อะไร... ฟังเปล่าเนี่ยะถามว่า ป้าอรเป็นไรหรือเปล่าพี่ไม่ไปดูหน่อยเหรอ" [มันเป็นเรื่องที่ลูกควรจะต้องทำ]

ฟู่!! .... [เสียงถอนหายใจของพี่ไผ่] ไร้คำตอบเขากลับถอนหายใจยาว

"นุ่น.."

"หืมมมม มีไร?!? .." ผมมองหน้าพี่ไผ่อย่างสงสัย

พี่ไผ่เรียกผมจนผมต้องลุกขึ้นมาหันหน้าไปหาแล้วตอบกลับเพื่อคุยกับเขา พี่ไผ่เขาเอามือข้างหนึงมาลูบที่หัวกับจับที่หน้าตามด้วยแก้มของผม ความรู้สึกหน่วงๆในอารมณ์แบบนี้มันคืออะไรกัน? ..ทำไมเขาต้องมองเราด้วยแววตาแบบนี้ผมได้แต่ขมวดคิ้วทันที เพราะในหัวผมตอนนี้มันมีแต่คำถามแต่คนข้างๆ..ไม่ให้ตอบอะไรมาเลยค้างคาใจชะมัด อารมณ์ที่กดดันความรู้สึกแบบนี้มันเป็นอะไรกันแน่พวกเขาเป็นอะไรกันเหรอ??

จุ๊บ! ..

"หืม! " จู่ๆ มาจูบหน้าผากเราหึ เล่นเป็นเด็กหรือไงผมมองหน้า [กูโตแล้วนะไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อก่อน]

"นุ่น..." คราวนี้พี่ไผ่เขยิบเอาระหว่างขาคร่อมตัวผม ส่วนตัวพี่ไผ่เข้ามาโอบกอดผมจากด้านหลัง ขณะที่ผมนั่งอยู่ตรงขอบเตียง

"อือ มีไร? ." [จะสร้างบรรยากาศหื่นอีกหรือไง ป้าอรยังไม่นอนเลยนะ]

"ก็บอกไม่ใช่เหรอ ว่ากลับมาบ้านจะให้พี่กอดไง.. "

"อืมมม" [จะทำมากกว่านี้ก็ได้นะ]

เขาเอาใบหน้ามาซุกไว้ที่บ่าผมคลอเคลียอยู่แบบนั้น ลมหายใจแผ่วๆ ที่ราดลดลงบนต้นคอมันทำให้รู้สึกเสียวซู่ ผมเริ่มมีอาการตื่นตัวแอบคิดไปไกล.... ตอนนี้อย่ายั่วนะบอกเลย...หึหึ ผมพร้อมมากเลยแหละเตรียมตัวมาตั้งแต่อยู่ที่หอแล้ว มันหลายวันแล้วด้วยที่เราสองคนแทบจะไม่ได้ทำอะไรกันเลย หึ... บกพร่องต่อหน้าที่นะ..ไอ้พี่ไผ่ ..

"พี่เห็นต้นแก้วออกดอกขาวเต็มต้นเลยนะ นุ่นไปเปิดหน้าต่างสิ.." เสียงนุ่มเบาๆ ของพี่ไผ่เอ่ยขึ้น

"อืม ขนาดยังไม่ได้เปิดหน้าต่างยังได้กลิ่นเลย...ไปเปิดหน้าต่างแป๊บ" ผมคล้อยตามความคิดนี้ทันที เพราะผมก็ชอบกลิ่นดอกแก้ว เขาอาจจะอยากสร้างบรรยากาศหรือเปล่า?

[หึ หึ จะสร้างบรรยากาศสินะ วันนี้รอบเดียวไม่จบแน่ ผมจะคิดทบต้นทบดอก คอยดูเถอะ..]

..

ก๊อกๆ ก๊อกๆ ก๊อกๆ [เสียงเคาะประตู จากด้านนอก]

"ไผ่ ออกมาข้างนอกหน่อย"

เสียงป้าอรเรียกพี่ไผ่ผมหันไปมองหน้าพี่ไผ่ แต่สายตาพี่ไผ่ก็หันมามองที่ผมแทนที่จะหันลุกเดินไปเปิดประตูหรือไม่ก็ขานตอบกับป้าอรไปซะ แต่เขามามองที่ผมทำไม?

"ไผ่ มาข้างนอกหน่อย"

"ไปเปิดประตูสิ ป้าอรเขามีอะไรหรือเปล่า? ." ผมต้องรีบบอกพี่ไผ่ ให้ลุกออกจากเตียงไปที่ประตูออกไปหาป้าอร จะมัวนั่งเงียบทำไม

..

"แกจะเอา ยังไง ฮึ! " เสียงของป้าอรโพร่งออกมาชัดเจน "แม่เบาๆหน่อย!!" เหมือนเขาเดินไปคุยไปอีกด้านของเรือน

ได้ยินแว่วๆจากในครัว ป้าอรกับพี่ไผ่คุยกันเหมือนจะเสียงดังแต่ก็ไม่ได้ดังมาก แต่เหมือนเขาสองคนจะมีเรื่องไม่สบอารมณ์และความไม่พอใจระหว่างการสนทนากัน

"แกจะมาทำตามที่แกคิดไม่ได้ นะแกต้องรับผิดชอบ" จู่ๆ คำนี้ก็เป็นเสียงที่ดังขึ้นอีกครั้ง [ประโยคนี้ผมได้ยินชัดเจนครับ]

"แม่เบาๆ " เสียงพี่ไผ่แว่วมาแต่พอจับประโยคได้ สักพักเสียงของเขาสองคนก็สงบลง

"ปล่อยให้ลูกมันนอนก่อนเหอะ ...ดึกแล้วแม่มึง พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน" เสียงของลุงน้อย ดังออกมาจากเรือน ร้องบอกป้าอร สักพักพี่ไผ่ก็เดินเข้ามาในห้อง [ทิ้งความสงสัยไว้ให้ผมอีกแล้ว พวกเขาเป็นอะไรกัน?]

"มีอะไรเหรอ? " ผมถามพี่ไผ่ระหว่างเข้ามา

"เปล่าแค่ทะเลาะกับแม่นิดหน่อย.."

"อืมมม" เห็นหน้าอีกฝ่ายกลับเข้ามาในห้องด้วยสายตาวิตกกังวลก็พาให้ผมรู้สึกไม่สบายใจไปด้วย

[เหมือนเสียบรรยากาศเลยแฮะ! จากตอนแรกตื่นเต้นที่วันนี้เราสองคนจะได้...แต่ตอนนี้ความอยากลดลงไปเกือบระดับศูนย์]

เหมือนพี่ไผ่จะมีปัญหาของเขากับป้าอรจริงๆ ผมเองก็ไม่อยากจะถามอะไรเห็นเขานอนก่ายหน้าผากบนเตียง เหมือนคนคิดอะไรไม่ตก พี่ไผ่เขาคงต้องการใช้ความคิด ถ้าเขาอยากจะปรึกษากับผมเขาคงพูดแล้ว แต่เขาเลือกจะเก็บปัญหาไว้แสดงว่าเขาไม่ต้องการให้ผมเข้าไปยุ่ง.. ผมเองก็ไม่อยากกวนอากาศตอนนี้ก็เหมือนฝนจะตก แต่ลมจากหน้าต่างยังคงพัดเย็นหอบเอาความหอมจากดอกแก้วเข้ามาในห้อง ให้รู้สึกสดชื่นคลายความกังวลของผมลงได้บ้าง



อีกไม่กี่ตอน นิยายก็จะจบแล้วค้าบ

หยกน้ำแข็ง ^^"

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
13.กลิ่นดอกแก้วในคืนฝนพรำ

[ผมเองก็ไม่อยากจะถามอะไรเห็นพี่ไผ่ เห็นเขาเอามือก่ายหน้าผากบนเตียงเหมือนคนคิดไม่ตก พี่ไผ่เขาคงต้องการใช้ความคิด ผมเองก็ไม่อยากกวนถ้าเขาไม่เอ่ยมาเราก็ไม่ควรจะเข้าไปยุ่ง เขาคงอยากจะใช้ความคิด]

ผมเลยเอาเก้าอี้ที่โต๊ะหนังสือมานั่งที่หน้าต่าง มองดอกแก้วที่กำลังโดนลมพัดใส่เบาๆ ลมโชยอ่อนๆ กลิ่นหอมของดอกแก้วทำให้รู้สึกสดชื่น แต่กลีบดอกแก้วมันหลุดร่วงง่ายจังเลยเนอะ.. โดนลมพัดแค่นิดเดียวกลีบก็ปลิวลอยตามลมเป็นสายลงสู่โคนต้น จนกลีบสีขาวของดอกแก้วมันขาวเกือบเต็มพื้นดิน พอมองลงไปตามแสงไฟไปดูที่พื้นขาวสวยดีเหมือนกัน

จากลมพัดเบาๆ เหมือนลมจะพัดแรงขึ้นกว่าเดิมวันนี้ท่าทางฝนคงใกล้จะตกแล้ว อืมอากาศดีจังเพียงครู่เดียวฝนก็ตกลงมา ผมมองเม็ดฝนที่ตกมาทางหน้าต่าง โดยมีแสงไฟเล็ดลอดจากเงาของผมตรงหน้าต่าง เห็นเม็ดฝนหล่นลงมาปะทะกลีบดอกแก้ว แตกกระจายหล่นร่วงทีละกลีบๆ ถึงมันจะเป็นภาพที่สวยงามแต่ก็น่าเศร้าใจที่ธรรมชาติทำลายกันเอง ถ้าดอกแก้วแข็งแรงกว่านี้ ไม่บอบบางเกินไป ก็น่าจะสู้กับเม็ดฝนได้ [เข้มแข็งนะดอกแก้ว] ผมแค่นึกให้กำลังใจดอกแก้วให้ต่อสู้กับเม็ดฝนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย



ผมนั่งอยู่ตรงริมหน้าต่างนานเท่าไรไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็มี มือคู่หนึ่งที่คุ้นเคยดีมาโอบกอดจากด้านหลังแล้ว ซบใบหน้าลงมา บรรยากาศคงจะเป็นใจสินะ กอดนี่มันอบอุ่นและทำให้ผมรู้สึกดี เรามองไปที่หน้าต่างฝนตกลงมาเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย ดอกแก้วถึงแม้จะโดนลมฝนกลีบดอกหล่นเหลือเพียงแต่ก้าน ทว่าก้านดอกแก้วมันก็มีความทรงจำว่าครั้งหนึ่งก้านของมันนี้ เคยผลิดอกแก้ว ดอกหนึ่งที่สวยงามแต่มันก็สู้ธรรมชาติและกาลเวลาไม่ได้ ที่จะต้องร่วงโรยตามเวลาหรือโดนเม็ดฝนปะทะจนร่วงหล่นไป แต่ถึงยังไงกลิ่นของมันก็ยังไม่จางหายไปในอากาศ ยังคงหอมอบอวลอยู่ในห้องของพี่ไผ่ คนที่กอดผมอยู่ในตอนนี้และเขาคือคนที่ผมรัก

ผมหันไปมองใบหน้าของพี่ไผ่เขาค่อยๆ ยื่นหน้าเข้ามากดริมฝีปากประกบลงที่ปากของผมอย่างแผ่วเบา สองลิ้นเราคุ้นเคยกันและกัน ถึงแม้พักหลังจะห่างจากกันเกือบเดือนแต่ลิ้นเราทั้งสองยังคงสอดรับ เกี่ยวพันกันอย่างดูดดื่มหอมหวานมันลึกซึ้ง นุ่ม หอมหวานลมหายใจอ่อนๆ ของเราเกือบจะเป็นลมหายใจเดียวกัน ผมจูบปากกับเขาแลกลมหายใจกันและกัน มันอุ่นในใจของผมจริงๆ แม้ฝนจะตกอากาศจะเย็นแต่ผมกลับไม่รู้สึกว่ามันเย็นเลย วันนี้คงจะเป็นวันที่แสนวิเศษของผมที่น่าจดจำอีกวันหนึ่ง รู้สึกขอบคุณวันเวลาที่ทำให้เรารู้จักกันและทำให้เราได้รักกันสัมผัสกันและกันแบบนี้ ดีจัง..

พี่ไผ่เริ่มกดจูบร้อนแรง ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนพยายามปลดปล่อยอารมณ์บางอย่าง นำมือของเขาสอดเข้ามาใต้เสื้อของผมลูบไล้แผ่นอกของผมอย่างเบามือ มันทำให้ผมรู้สึกวาบหวิวกระสันซ่านในใจจนแทบจะทนไม่ไหว พี่เขาไม่รีรอจัดการกับเสื้อที่อยู่บนตัวของผมและของเขาเอง ตอนนี้ร่างกายผมเหลือแค่บ๊อกเซอร์ เพียงตัวเดียวที่ปกปิดเจ้านุ่นน้อย [แต่ตอนนี้ไม่น้อยแล้วนะครับผมโตแล้ว]

"อื้มมม อ้าาาา" เขายังใช้จมูกริมฝีปากและลมหายใจของเขา ยึดครองซอกคอของผมไว้จนผมต้องร้องออกมา

"อืมมมม พี่ไผ่ครับ"

พี่ไผ่ยังคงก้มกดบดริมฝีปากอยู่กับปากของผมอย่างร้อนแรง ผมเองก็เหมือนกันมันร้อนซ่านซ่ากระสันอย่างมาก เพราะเราห่างหายจากเรื่องนี้กันไปนานพอสมควร ผมเองก็โหยหาเหลือเกินพอนึกถึงใบหน้าของเขากายสัมผัสกันและกันของเราก็ทำให้ผมคิดเตลิดหลับตาตัวเองลงยอมปล่อยกายให้เป็นไป ตามที่ใจตัวเองต้องการก่อนหน้านี้ถึงจะนอนด้วยกันเกือบตลอดทุกคืน แต่เราไม่ได้มีกิจกรรมแบบนี้ร่วมกันเท่าไรนัก ครั้งนี้เลยไม่มีคำว่ายอมหรือออมมือให้ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าผมเด็ดขาด เขาทำให้ผมโหยหา เขามาตลอดหลายวัน

"อื้มมมม นุ่น" เสียงพี่ไผ่ร้องเรียกชื่อผม

"ค๊าบบบ อื้มมม"

พี่ไผ่ซอกไซร้ที่ร่องคอจนผมโอนอ่อนตามแรงอารมณ์ เขาช้อนร่างผมอุ้มขึ้นทั้งที่ปากและลมหายใจเรายังประสานกันอยู่ เดินไปแล้ววางร่างผมลงบนเตียง แรงกายของผมมันคงไม่มีแรงต่อต้านใดๆ นอกจากปล่อยไปตามใจปรารถนาเหมือนบนเตียงกว้างนี้ มันจะเหมาะกับคนสองคนอย่างเรา ให้ได้ทำกิจกรรมกันได้อย่างเต็มที่ ผมโอนอ่อนผ่อนลิ้นตามแรงอารมณ์ของพี่ไผ่ แต่ภายในอารมณ์ของตัวเอง กลับเร่าร้อนกราดเกรี้ยวเต็มที่ ผมไม่ยอมที่จะให้พี่ไผ่เป็นฝ่ายควบคุมเกมเพียงผู้เดียว ยังไงวันนี้ผมขอมีส่วนร่วมกับกิจกรรมนี้ให้ถึงที่สุด ผมจะทำให้เขาได้รู้ว่าการที่เขาทำให้ผมต้องรอ และโหยหาร่างกายเขามาหลายวัน มันทำให้ผมเป็นยังไง ให้เขาเห็นว่าผมต้องการเขามากแค่ไหน

ฮืมมมม... ฮ้าาาาาา...

เสียงเหนื่อยหอบจากลมหายใจ ของผมสองคนที่พ่นออกมาเพราะมันเหมือนคนขาดอากาศ ตอนนี้รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดของกันและกันมากขึ้น เพียงแค่มองกันที่ตากัน เราก็รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไปเราคบกันมานานปีนี้คงจะเข้าปีที่ 5 แล้วแต่ทุกอย่าง ยังคงเหมือนเดิมตรึงใจโหยหาร่างกายของกันและกันอยู่เสมอ ผมดันแผ่นอกพี่ไผ่นอนลง จัดการที่จะใช้ปากของตัวเองกดครอบลำไผ่น้อยที่ชูคอรอให้ผมจัดการ

"อูยยยย นุ่น ตรงนั้น อื้อ เสียวววววว พี่เสียวววววมากเลย ฮูยยย" เสียงร้องครางของคนที่นอนอยู่

"พี่..ชะ...ชอบ หรือเปล่า? "

"อื้มมมมม ช....ชอบ"

ผมยังคงคุมเชิงอยู่ด้านบนยังคงร้อนแรง เกรี้ยวกราด ดุดัน ปากและลิ้นผมต้องจัดการเจ้าไผ่น้อยให้อยู่หมัด แต่มือของพี่ไผ่ ก็ไวใช่เล่น คว้าหมับเข้าที่นุ่นน้อยที่ขนาดเหมาะมือ แม้นุ่นน้อยจะไม่ได้ลำสวยงามมันขวับ สีเข้มเหมือนกับลำไผ่แต่ก็มีความอวบอ้วนและมีสีสันที่เข้ากับผิวขาวๆ ของผมพี่ไผ่จัดการ กดจังหวะให้กับนุ่นน้อยอวบอ้วนอย่างชำนาญ แต่นุ่นน้อยด้ามนี้ก็พร้อมจะสู้มือพี่ไผ่ตลอดเวลาเหมือนกัน ผมจะไม่มีทางยอมแพ้แน่ๆ เพราะเขาทำให้ผมรอและกระหายมาหลายวัน

[เพราะว่านุ่นน้อยมันรอการสัมผัสแบบนี้มาเกือบเดือน พี่น่าจะรู้ดี]

"อื้มมมมม อ้าาาา"

ผมเองก็ไม่รอที่จะพิชิตกำชัยให้เหนือกว่าเจ้าไผ่น้อยที่ผงาดบังอาจสู้ลิ้นและริมฝีปากของผม แม้มันอาจจะคุ้นชินกันดี ไผ่น้อยกับลิ้นผมสู้รบกันหลายร้อยรอบแล้วก็ตามที่ต่างฝ่ายต่างไม่ลดละ พี่ไผ่ก็ยังคงดันเอวสวนขึ้นมาเป็นจังหวะทำให้ พี่ไผ่กระทุ้งลำไผ่เขา เข้ามาในโพรงปากของผมเป็นความรู้สึกดิบสะใจเสียจริงๆ

"อ๊อก!! อึก......"

"อูยยย นุ่น ...พี่เสียววววว"

ผมไม่ลดละยังใช้ลิ้นเลียวน หมายเผด็จศึกเพื่อกำชัยให้ได้ในเกมแรกนี้ ใช้มือที่ไม่ได้เรียวเล็กเหมือนสมัยมอต้น ตอนนี้มือใหญ่ยาวของผมได้รวบรัดกำรอบลำไผ่ อย่างคุ้นเคยและไม่มีทางจะยอมแพ้ ทั้งมือและลิ้นของผมประสานงานกันเป็นอย่างดี ในการจัดการไผ่ลำยาว ดูเหมือนพี่ไผ่จะพึงพอใจเป็นอย่างมาก ถึงกับร้องโอดครวญเสียงดังขึ้น ท่ามกลางพายุฝนที่โปรยปราย ลงมากระทบหลังคาบ้าน

"อู้ยยยย นุ่น พอ กะ.....ก่อน...พี่..ส..เสียววววว ว่ะ"

"อื้มมมมม....ปล่อยออกมาดิกำลังรออยู่" ผมละปากหันหน้าไปบอกคนที่มีใบหน้าบูดเบี้ยวด้านล่างที่ชำเลืองตามองมาที่ผม

"อู้ย..พี่ ม..ไม่ .อยาก...ปล่อยตอนนี้ นุ่นให้พี่..อะ..อาวเหอะ มัน จะทนไม่...ไหวแล้ววววว"

ตอนนี้ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ครั้งนี้ผมต้องจัดการให้ได้เพราะที่ผ่านมาเขาปล่อยให้ผมต้องนอนหดหู่เกือบเดือน ก้มปากตัวเองกดลงอีกครั้งใช้ลิ้นที่ชำนาญ ดุนเคล้ากับไผ่ลำนี้ในโพรงปาก คนข้างล่างก็ซูดปากเด้งสวนมาเป็นจังหวะ หึ.. ร้องอีก ร้องดังๆ

"น..นุ่น พี่เสียวววว จัง ย..นุ่นอย่า..ไปทำ บ..แบบ นี้กับใคร นะ นุ่น อูยยย เสียววว" เสียวพี่ไผ่ขบกราม กรอดด..

"นุ่นพี่ไม่ไหวววว แล้วววว....อู้ยยยยยย"

พี่ไผ่ลุกขึ้นและประครองหน้าผมกดคาไว้ที่ลำไผ่น้อยจับใบหน้าของผมโยกสอดรับกับจังหวะเอวเขาได้เพียงไม่นาน พี่ไผ่ก็พรั่งพรูออกมาในโพรงปากของผมมากมายจนของเหลวเล็ดลอดลงลำคอผม พี่ไผ่นำลำไผ่ออกมาตอนนี้เมือกขาวนั้น มันเล็ดลอดออกมาตรงมุมปากเปอะใบหน้าของผมจนรู้สึกได้

ผมกำลังจะคายน้ำเมือกนี้ออกจู่ๆ พี่ไผ่นำริมฝีปากเขามาบดกับปากผมทำให้ลิ้นเราสองคนได้รัดรึง พัวพันกันอีกครั้งๆ ทั้งที่ปากผมมีเมือกกลิ่นคาวจางๆ และเขาแบ่งปันของเหลวที่เต็มปากผมคราวนี้พี่ไผ่เป็นฝ่ายรุกไล่และควบคุมเกมส์เองเหมือนเขาจะยังไม่สมใจ จากการสุขสมเมื่อครู่ ครั้งนี้เขาจัดการใช้ปากของเขากับนุ่นน้อยบ้างทำให้ผมได้รู้สึกหวาบหวามใจ เหมือนตกอยู่ในห้วงเหวลึกที่หล่นลงไปยังไงก็ยังไม่ถึงก้นเหวซักที

"อู้ยยย พ...พี่....ผมจะ...ไม่ไหว..แล้ววววว อ๊อยยยยยยย"



ครั้งนี้ผมก็ได้พรั่งพรูเต็มปากพี่ไผ่เช่นกัน ตอนนี้เราสองคนกอดรัดประกบปากสู้รบกันด้วยลิ้นอีกพักใหญ่ทั้งๆ ที่มีกลิ่นคาวจางๆ ในโพรงปากเราทั้งสองจากของเหลวที่หลั่งรินของนุ่นน้อยและลำไผ่ ตอนนี้พวกเราเหมือนกินอาหารที่ถูกรสชาติแล้วหยุดไม่ได้ เหมือนกับโดนสะกดจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ถูกอำนาจใฝ่ต่ำถือครองจิตวิญญาณเราได้เสพสมเกมส์คาวราคะกันจนเกือบเช้า จนเราสองฝ่ายพึงพอใจ

"นุ่นรักพี่มั้ย....รักหรือเปล่า? หืม! " ผมโดนพี่ไผ่กดจูบที่กลางหน้าผาก

"อืมมมม รักสิถ้าผมไม่รัก คงเลิกสนใจพี่ไปนานแล้ว"

"พี่ก็รัก แกนะ นุ่น"

เราสองคนนอนกอดกันอยู่ภายใต้ผ้าห่ม โดยที่ไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายผมยอมที่จะซุกอยู่ในอกภายใต้อ้อมกอดของพี่ไผ่ อย่างไม่กลัวอะไรมันอุ่นใจ มันสุขใจ มันเหมือนเกาะป้องกันไม่ว่าผมจะเผชิญหน้ากับอะไรผมเชื่อว่า ถ้ามีเขาอยู่ข้างๆผมจะผ่านเรื่องราวต่างๆไปได้แน่นอน พี่ไผ่คือทุกสิ่งทุกอย่างของผม คนที่ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา เพราะตอนนี้ในใจผมมีแต่เขาเพียงเท่านั้น

เรื่องเมื่อคืนสำหรับผมมันคือเรื่องที่น่าจดจำ แม้มันจะเป็นความต่ำตมเป็นความโสมมของราคะ เป็นความเถื่อนดิบของสัณชาตญาณ แต่ผมกลับรู้สึกพึงพอใจและยินดีเพราะเรื่องเมื่อคืนมันมีคุณค่าให้รู้สึกจดจำ เพราะเราไม่ได้สัมผัสกันเพียงแค่รสกายเพียงเท่านั้น แต่เราสองคนใช้ใจของพวกเราสัมผัสกันและกันมันเป็นความรู้สึกที่เราสองคนเท่านั้นที่จะเข้าใจ

[พี่ว่าจริงไหม?? .. มีแต่เราสองคนเท่านั้นที่จะเข้าใจเรื่องราวต่างๆระหว่างเราอย่างที่ผมเข้าใจและผมคิดว่าพี่ก็คิดเหมือนกันกับผม]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-07-2019 06:59:44 โดย PrayTime »

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ติดตามจ้า  :L2:
ขอบคุณนะครับสำหรับการติดตาม อิอิ

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2021 06:56:34 โดย PrayTime »

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
15.
"น้าหญิง!! /แม่!! "

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2021 06:56:59 โดย PrayTime »

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
16.
ตอนนี้ก็ดึกแล้วเกือบตีหนึ่งแล้วทุกคนเขาหลับกันหมดแล้ว มันเงียบ มันเหงา วังเวงจัง ผมออกมานั่งดูดาวใต้ต้นมะม่วงต้นเดิม แต่มันไม่มีกลิ่นกล้วยไม้เหมือนวันนั้นแล้ว เรื่องเมื่อคืนก่อนกับคืนวันนี้มันชั่งต่างกันลิบลับ คืนก่อนฝนตกผมอยู่กับเขาคนนั้น ...แต่คืนนี้ท้องฟ้าใสมองไปเห็นดวงดาวเต็มฟ้าแต่ผมกลับมานั่งเหงาเพียงคนเดียว

พอเห็นแล้วก็ทำผมให้คิดอะไรได้หลายอย่างในแสงสว่างของดาวมีความมืดปกคลุมอยู่รอบๆ ดวงจันทร์ ที่เว้าแหว่งไม่สมบูรณ์ ไม่เหมือนคืนตอนผมอยู่มอต้นที่นอนใต้ต้นมะม่วงต้นนี้ เรานอนอยู่กันสองคนที่มีดวงจันทร์เต็มดวง ดาวเต็มฟ้า มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกล้วยไม้ แต่วันนี้ไม่มีกลิ่นของกล้วยไม้ ทุกอย่างในชีวิตของเราไม่สามารถอยู่เหนือกฎเกณฑ์ของกาลเวลาได้ มันคงเสื่อมและสลายหายไปตามวิถีของมัน ทุกอย่างมันก็เหมือนชีวิตของคนเรา ที่มันก็ต้องมีบางวันที่สุขใจ บางวันที่ทุกข์ใจ แล้วก็มีวันลาจาก..มันคงมาได้เท่านี้จริงๆ ผมกับเขาคงจบกันแค่นี้

ดวงจันทร์ดวงเดิมดวงนี้คราวนี้มันมีแสงแค่เพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งมันหลบอยู่ในความมืดมิด แต่ยังไงดวงจันทร์ มันก็ยังมีวัน กลับมาส่องสว่างให้ได้เห็นเต็มดวงเหมือนเดิม แต่สำหรับผมคงไม่มีใครมาเติมเต็มความเว้าแหว่งนี้ได้ และผมขอเก็บพื้นที่นี้ เป็นซอกหลืบของความมืดมิดในใจแทนก็แล้วกัน

แกร๊บบบบ!

[เสียงกิ่งไม้หัก เหมือนคนกำลังเดินมาผมมองไปไกลๆ ที่บ้านของคนคนนั้นร่างสูงโย่งนั้น ผมรู้ทันทีว่าคือใคร]

[ผมไม่รอให้เจ้าของฝีเท้า ใกล้เข้ามาถึงตัวจึงรีบเดินเลี่ยงหลบไปอยู่ในบ้านตรงในครัว]

"นุ่น นุ่น! "

"นุ่น อยู่ไหนพี่เห็นนะ"

"ออกมาคุยกันก่อนได้มั้ย! " [ยังจะต้องคุยกันอีก ทุกสิ่งทุกอย่างมันชัดเจนขนาดนี้]

"พี่ผิดเองแหละเพราะพี่พลาด แต่...พี่รัก แกนะ.." [ผมเหนื่อย ผมทรมาน]

"พี่ขอโทษ มาคุยกันหน่อยได้หรือปล่าว? "

..

[ฟังเขาพูดทำไมนุ่น...เดินไปได้แล้ว] ....จิตใจของนักสู้ในร่างกายของผมมันบอกมาอย่างนั้น.

[ตอนนี้ผมจะไม่ขอฟังเหตุผล อะไรกับใครทั้งนั้นในเวลานี้ ทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากนี้ ผมจะขอเลือกเอง ผมเลือกเดินจากมาโดยไม่สนใจว่าคนคนนั้นจะพูดอะไรต่อ]

ตลอดเวลาผมปิดกั้นตัวเองมาตลอด ผมไม่เคยสนใจใคร เพราะทั้งชีวิตและหัวใจผมให้แค่เขาคนนั้นเพียงคนเดียวเท่านั้นและตอนนี้เขาคนนั้นกำลังจะแต่งงานแล้วต่อไปนี้ผมจะต้องเดินเพียงลำพัง โดยที่ไม่มีเขา ถึงแม้ว่าผมจะอึดอัดเจ็บปวดท้อแท้ แต่ผมก็จำเป็นจะต้องอดทนกับมัน เริ่มคิดทุกอย่างเริ่มเข้าใจทุกสิ่งและรู้ใจตัวเองว่าตอนนี้ผมเองบอบช้ำมาขนาดไหนเราต้องรีบปิดผนึกก่อนที่มันจะช้ำไปมากกว่านี้

พอเจอเหตุการณ์แบบนี้ผมคงจะต้องไป [แล้วไปไหน?? นี่คือสิ่งที่ผมต้องจัดการ] และสมควรจะรู้ตัวว่าจะทำอย่างไรต่อไป [ถึงแม้จะยังไม่มีคำตอบ แต่ผมก็ต้องจัดการให้เร็วที่สุด] คำขอโทษของเขาที่ให้มาผมก็คงได้แค่รับไว้ แต่ไม่ให้อภัย เพราะความเจ็บที่เขาทิ้งไว้ให้มันรักษาไม่หายและคงจะจำมันไปตลอดไม่มีวันลืม ทุกคนย่อมมีเหตุผลของตัวเอง ต่อไปนี้ผมจะขอทำตามเหตุผลของตัวผมเองโดยที่เขาจะไม่มีสิทธิ์และมีอิทธิพลเหนือตัวของผมอีก เมื่อเราแพ้....เราก็ควรจะมีน้ำใจนักกีฬา รีบจากออกมาเสียดีกว่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความทรมาน

..

"นุ่นจะไปอยู่กับย่าจริงๆ เหรอ"

"ครับแม่"

"นุ่นจะไปอยู่กับย่า"

"แม่คิดถึงนุ่น แม่ไปหานุ่นที่บ้านย่านะ"

"อืม ถ้าสบายใจแล้วก็ค่อยกลับมาละกัน"

"นุ่นคงจะไม่กลับ มาแล้วละแม่" ผมตอบแม่แบบไม่กล้าสบตาแต่นั่นคือสิ่งที่ผมคิด

[ขอโทษนะแม่ แต่นุ่นยังทำใจไม่ได้]

"ตามใจล่ะกัน ...แล้วเราจะไปยังไง ให้พ่อไปส่งไหม"

"ไม่เป็นไรแม่ นุ่น โทรหาไอ้หินให้มารับแล้ว"

"แล้วเรื่องหอพักล่ะ นุ่นจะทำไง"

"วันนี้นุ่นจะรีบไปเก็บของที่นั่น แล้วก็ไปอยู่กับเพื่อน"

"อืม มีอะไร ก็โทร หาแม่รู้หรือไหม"

"ครับ แม่"

ผมคุยกับแม่ในเช้าวันรุ่งขึ้นว่าต่อไปนี้ ผมจะไปอยู่บ้านอาม่าที่อีกอำเภอนึงและมันก็น่าจะเดินทางใกล้ตอนไปเรียน และดีกว่าอยู่ที่นี่และที่่นั่นก็สะดวกกว่าที่นี่มาก.. เช้าวันนี้ผมไม่ได้ออกไปจากชายคาบ้านตัวเองเลย คนคนนั้นเขาเดินมาสองรอบ ผมก็หลบอยู่แต่ในห้องเป็นแบบนี้ตลอด ตอนนี้ผมไม่อยากเจอ ดีที่มีแม่อยู่ที่บ้านด้วยพี่เขาคงเกรงใจแม่เลยไม่กล้าเข้ามาข้างใน

..

เสียงรถยนต์ขับมาถึงหน้าบ้าน เป็นฮอนด้าแจ๊สสีแดง มาจอดหน้าบ้าน

"นุ่น.. นุ่น..ไอ้ตี๋! " หินตะโกนเรียกผม

"เออ อยู่นี่"

"หวัดดีครับแม่"

"หวัดดีจ๊ะ"

"แม่นุ่นไปก่อนนะ ขอกอดหน่อย รักแม่ที่สุดบอกพ่อด้วยนะว่าคิดถึง"

"อืม ไปเถอะขับรถกันดีๆ ละ"

"นุ่นไปก่อนนะ แม่อย่าลืมนะ"

"อื้มมม"

"ป่ะ หิน"

ผมนั่งรถไปกับไอ้หินได้สักพักก็มี มอเตอร์ไซด์ดักขวางทางอยู่คงไม่ใช่ใครหรอกครับ นอกจากเขาคนนั้นไอ้หินหยุดรถ แล้วมองหน้าผมเพราะมันไม่รู้ว่าผมมีปัญหาอะไรกัน เพราะไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังนอกจากบอกให้มารับเฉยๆ

..

"พี่ไผ่ เขามาจอดรถขวางทำไม วะ"

"ไม่รู้ แม่งมัน.."

ก๊อกๆ ๆ [เขามาเคาะประตูด้านข้างฝั่งผม]

"ลงมาคุยกันก่อน"

"มีไรอ่ะ" [ผมลดกระจกลงแค่ครึ่งบานไม่ได้มองหน้าเขา ผมมองไปที่ทางด้านหน้า]

"จะไปไหนกัน..หินดับเครื่องก่อน.."

"พี่...ผมไม่ขอคุยอะไรตอนนี้ได้มั้ย ไม่สบายใจขอไปเที่ยวกับเพื่อนก่อน" ผมพยายามสะกดอารมณ์ ของตัวเองไม่เตลิดไปไกลกว่านี้ และไม่อยากจะใจอ่อน

"แล้วเมื่อไหร่ล่ะ..."

"คืนนี้ แต่โทรมานะ" [ไม่อยากเจอหน้าพี่..ตอนนี้...]

"แล้วจะกลับไปที่ห้องเลยหรือเปล่า วันนี้.. "

"ไม่กลับ... ป่ะ ไอ้หิน.."

มันยังคงหน่วงในอารมณ์และความรู้สึกที่เวลาเจอเขา ใจนึงผมอยากจะต่อยมันไปหลายๆ หมัดถีบเตะให้สมใจ อาละวาดให้สุดๆ แต่ก็ทำไม่ลงผมต้องพยายามใช้สติ และควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้มากขึ้น และผมต้องค่อยๆ จัดการกับปัญหานี้ แม้ว่ามันจะยากก็ตาม รักเขาไหมผมก็ยังรัก ยังห่วงทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่สถานะของผมที่มันไม่เหมือนเดิม คำพูดต่างๆ ของเขามันยังก้องอยู่ในใจผมตลอด

"นุ่น.... มาเรามาเป็นแฟนกันมั้ย"

"ถ้าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน สัญญากับพี่นะว่าทุกอย่าง เราจะยังเหมือนเดิม"

"รักพี่ไหม....รักหรือปล่าว???? หืม! "

"พี่ รัก แกนะ นุ่น"

[คำพวกนี้มันวนเวียนอยู่ก้องในใจผมตลอดเวลา ผมจะทำยังไง ถึงจะลบคำพวกนี้ออกไปจากใจได้]



การกระทำมักสำคัญกว่าคำพูด แต่ทำไมผมเลือกจำคำพูดเขามากกว่าการกระทำ คำพูดพวกนี้มันก็คือหอกมีดที่คอยทิ่มแทงทำลายความรู้สึกในใจของผมตลอดเวลา ตอนนี้เพียงเพราะพี่ไม่รักษาคำพูดคำสัญญาของตัวเองพี่คงรู้ตัวใช่ไหม..ว่าผมเจ็บปวดมากมายขนาดไหน ทำไมนะ ทำไมความสุขของเราสองคนมันสั้นเหลือเกินเหมือนกับว่า เรื่องต่างๆทุกอย่างที่ผ่านมามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง....ถึงพี่จะเสียใจมากแค่ไหนเราสองคนก็คงจะย้อนกลับไปไม่ได้อีกแล้ว....ไม่อยู่ในชีวิตแต่อยู่ในหัวใจ


ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
17.
ผมมาอยู่กับเพื่อนที่เรียนด้วยกันคือ ไอ้เล้งมันเป็ฯเพื่อนใหม่ เรียนห้องเดียวกันนิสัยดีแต่ชอบสังสรรค์กินเหล้า และชอบคบพวกรุ่นพี่มากกว่าคบรุ่นเดียวกัน มันเลยมีเพื่อนเยอะเห็นมันเป็นแบบนี้แต่มันสนใจการเรียนดีนะ ไอ้เล้งมันเลือกและชอบความสนุกมากกว่า ที่ผมมาอาศัยอยู่กับมันได้เพราะผมสองคนทำงานกลุ่มตอนเรียนก็ช่วยงานกัน มันเป็นคนไม่เอาเปรียบเพื่อนจนสนิทจนเป็นเพื่อนซี้กัน ผมเองก็รู้สึกดีเพราะด้วยนิสัยง่ายๆสบายๆชิลๆของมัน ทำให้เราสองคนไม่ต่างกันไม่เรื่องมากไม่อึดอัดใจเข้ากันง่ายสบายใจดี

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2021 06:57:23 โดย PrayTime »

ออฟไลน์ PrayTime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2021 06:57:39 โดย PrayTime »

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
ติดตามค่ะ

ออฟไลน์ JanTi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
สงสารนุ่น :o12:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2033
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ M_Y MILD

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ไม่ใช่ไผ่แน่เลย หลัวใหม่ของน้องแน่ๆ แซ่บๆ

ออฟไลน์ Funnycoco

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
สงสารนุ่นนนนนนน :serius2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด