[เรื่องสั้น] 'ผู้โชคดี' จบบริบูรณ์ [03/06/62]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] 'ผู้โชคดี' จบบริบูรณ์ [03/06/62]  (อ่าน 17853 ครั้ง)

ออฟไลน์ icyyy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
นานๆจะเม้นนิยานในเล้า แต่เรื่องนี้มันต้องจริงๆ!!!! ชอบมาก สะใจ หาอ่านนิยายแบบนี้มานาน ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ ส่วนใหญ่นายเอกจะให้อภัยอิพวกพระเอกสายชั่ว เจอแบบนี้ค่อยสะใจ กราบคนแต่ง   :hao6:

ออฟไลน์ s_sisters19

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ยิ่งอ่านยิ่งหมั่นไส้นังกรีน ความจนความน่าสงสารมันใช่ข้ออ้างในการแย่งผัวเพื่อนเหรอ อิจฉาคนอื่นอยากได้อยากมีจนเกินตัว นิสัยก็ร้ายกาจ อิพี่ต้นมันเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ตาสว่างเมื่อไหร่ก็โดนเฉดหัวทิ้งเพราะเห็นอยู่ว่าพี่มันไม่รักนังกรีนเลย คนที่มันรักจริงๆคือกิ่ง แต่ต่อให้อิพี่ต้นมันรักกิ่งมากแค่ไหนก็ไม่เชียร์หรอกค่ะไม่ให้โอกาสผู้ชายใจง่ายขี้สงสารจนนอกใจเมีย อนาคตจะไปสงสารใครอีกก็ไม่รู้ สู่ไปอยู่เป็นเถ้าแก่เนี้ยร้านอาหารสวยๆดีกว่าเนอะหนูกิ่งเนอะ ชอบความยิ้มเยาะของหนูกิ่งจากบนระเบียงมากค่ะ

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
ผู้โชคดี

ตอนที่ 6 โชคดีไม่มีจริง


‘น้องคนนั้นน่ารัก’

ผมกำลังนึกถึงน้อง ม.4 ที่กำลังเดินผ่านหน้าของผมไป เขาสามารถสะกดสายตาของผมให้มองไปที่เขาคนเดียว จนกระทั่งเขาลับหายไปจากสายตา แต่หลังจากที่ได้เห็นเขาในวันนั้นแล้ว สายตาของผมก็คอยมองหาเขาตลอด พยายามสืบดูว่าน้องเขาชื่ออะไร อยู่ห้องไหน และเขามีแฟนหรือยัง

น้องเขาชื่อ ‘กิ่ง’ ชื่อยังน่ารัก เป็นผู้ชายเจ้าเนื้อเล็กน้อย ผิวพรรณดี ถ้าผมได้กอดคงนิ่มไปทั้งตัว ผมจะทำยังให้เขามาเป็นกิ่งก้านของพี่ต้นไม้คนนี้ กังวลว่าเขาจะรู้สึกตรงกันกับผมไหม ผมไม่กล้าบอกสิ่งที่อยู่ในใจออกไป กลัวว่าหากน้องเขาไม่ได้ชอบผู้ชาย มันคงมองหน้ากันไม่ติด

ผมทำได้แค่แอบมองน้องเขาอยู่เงียบๆ เพื่อนๆ ไม่มีใครรู้ว่าผมแอบมีใครเก็บไว้ในใจ หลายคนมาสารภาพรักกับผม หลายคนแสดงออกว่ามีใจให้ แต่หัวใจของผมมันมีแต่น้องคนนั้น ผมจึงไม่สามารถตอบรับใครได้ ได้แต่เฝ้ารอให้ตัวเองมีความกล้าในสักวัน ขอแค่ได้มีโอกาสได้คุยกับน้องเขาสักประโยคก็ยังดี

……

“พี่ครับ ผมเก็บกระเป๋าสตางค์ของพี่ได้”

วันที่น้องเขามายืนตรงหน้า ยื่นกระเป๋าสตางค์คืนผม ผมพูดไม่ออก ลืมที่จะขอบคุณเขาด้วยซ้ำ ผมมัวแต่ตกอยู่ใต้มนตร์สะกดของคนตรงหน้า ดวงตาที่ดูบริสุทธิ์ สีแดงระเรื่อจากเลือดฝาดป้ายเต็มวงแก้ม ริมฝีปากอิ่ม มุมปากทั้งสองข้างยกขึ้น ดูราวกับว่าเจ้าตัวยิ้มอยู่ตลอดเวลา ลักยิ้มเล็กๆ ที่แก้มข้างซ้ายยิ่งทำให้เขาดูน่ารัก ทุกอย่างบนใบหน้าของน้องกิ่งมันตรึงสายตาผมให้อยากมองเขาแต่เพียงผู้เดียว ยิ่งเวลาเขาเขิน เวลาเขาหัวเราะ ผมไม่เคยห้ามสายตาตัวเองได้เลยสักครั้ง

“แกชอบน้องกิ่งเหรอต้น”

คนที่ถามผมคือเอ๋ย ผมไม่รู้ว่าเอ๋ยดูออกได้ยังไง หรือบางทีผมอาจจะเผลอมองน้องกิ่งมากจนเกินไป แต่หากเป็นแบบนั้นทำไมเจ้าตัวถึงไม่รู้สักทีว่ามีใครแอบมองอยู่

“อืม” ผมตอบรับ

“ชอบสไตล์นี้เหรอ”

“อืม”

“แอบชอบมานานรึยัง”

“ตั้งแต่วันแรกที่น้องมาเรียนที่นี่”

“มิน่า ไม่เคยใจอ่อนให้เราเลย”

“ขอโทษนะ”

“ขอโทษทำไม เรื่องหัวใจมันบังคับกันได้ที่ไหน แล้วทำไมไม่ไปสารภาพกับน้องเขา พวกเราใกล้จะจบแล้วนะ”

“กลัวว่ะ”

“โห ไม่อยากจะเชื่อ ดาวเด่นของโรงเรียนกลัวความผิดหวัง อย่างแกไม่มีใครปฏิเสธหรอก”

“ไม่รู้ดิ กลัวน้องเขาไม่ชอบผู้ชาย เฮ้อ...เราว่าเรารักน้องเขาว่ะเอ๋ย เวลาเห็นไอ้นัทมันแกล้งน้อง เราอยากเข้าไปช่วย แต่เราก็กลัวว่าน้องจะยิ่งโดนแกล้ง เอ๋ยก็รู้ว่าไอ้นัทมันพาล”

“แล้วจะปล่อยผ่านไปอย่างนี้เหรอ”

ผมไม่ได้ตอบคำถามของเอ๋ย ได้แต่เฝ้าคิดว่าผมจะเข้าใกล้น้องเขาได้ยังไง

แต่แล้วโชคชะตาคงกำหนดมาให้เราได้คบกัน กิ่งถูกไอ้นัทมันแกล้งอีกครั้ง และครั้งนั้นทำให้ผมกล้าที่จะเข้าหาน้อง หลังจากที่เราได้พูดคุยกันในห้องพละ ผมว่าน้องเขาน่าจะมีใจให้ผมไม่ต่างกัน เราได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น  สนิทกันมากขึ้น และสุดท้ายผมก็ขอน้องเป็นแฟน ความสัมพันธ์ของเราดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ผมได้น้องทั้งตัวและหัวใจ พ่อแม่ของเราทั้งคู่รับรู้และไม่ได้ขัดขวาง ผมยอมรับว่าดีใจที่ความรักของผมกับน้องราบรื่นไปได้ด้วยดี

ไม่ว่าใครต่อใครจะพูดว่าน้องไม่เหมาะสม น้องดูไม่น่ารัก ตัวน้องเองก็มักจะตำหนิตัวเองให้ผมได้ยิน ผมไม่ชอบที่น้องไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ผมพยายามทำให้น้องเห็นว่าผมรักที่เขาเป็นเขา ผมเอาใจใส่และดูแลเขาเพราะอยากให้เขารู้ว่าเขาดีพอที่จะเป็นที่รักของใครสักคน

……

จนกระทั่งเราได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คนที่ไม่เคยโตมาด้วยกัน มันมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้ ต้องปรับ หลายสิ่งในตัวกิ่งที่ผมไม่ชอบเริ่มปรากฏขึ้นเรื่อยๆ กิ่งชอบใช้เงินเพื่อทำให้ทุกอย่างมันง่าย ไม่ค่อยพยายามทำอะไรด้วยตัวเองก่อน ของบางอย่างที่ยังใช้ได้ แต่เมื่อไม่ถูกใจกิ่งเลือกที่จะทิ้งแล้วซื้อใหม่ ไม่รักษาความสะอาด ชอบทำของรก ถึงขนาดให้เพื่อนซักกางเกงในให้ ถอดออกมาแบบไหนก็ใส่ตะกร้าไปแบบนั้น มันทำให้ผมเริ่มเอือมระอากับนิสัยของเขามากขึ้น

เวลาที่ผมกลับมาจากเรียน กิ่งไม่เคยถามว่าผมเหนื่อยไหม ไม่เคยสนใจว่าผมต้องการอะไร บางครั้งผมอยากอยู่บ้าน ใช้เวลาด้วยกันแบบง่ายๆ ทำอะไรกินกันเอง แต่กิ่งก็จะชวนไปทำในสิ่งที่กิ่งอยากทำ เมื่อผมปฏิเสธ ผมรู้ว่ากิ่งไม่พอใจ แต่กิ่งมักจะไม่พูดและหายออกไปข้างนอกนานๆ บางครั้งมันทำให้ผมไม่แน่ใจว่ากิ่งรักผมหรือเปล่า ทำไมเขาถึงได้เอาแต่ใจตัวเองเสมอ

กิ่งไม่ยอมเข้าหาเพื่อนที่คณะของผมเลย หลายครั้งที่ผมชวนเขาไปเที่ยวด้วยกันกับเพื่อนของผม เขาจะปฏิเสธ แต่ในวันที่ผมยุ่งและต้องทำกิจกรรม เขาจะพยายามให้ผมไปโน่นไปนี่ด้วย เขาไม่พยายามเข้าใจผม ได้แต่ตัดพ้อว่าผมไม่มีเวลาให้ เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น ถึงจะไม่ได้ร้ายแรง แต่พอมันบ่อย มันก็ทำให้ผมเริ่มเบื่อและเหนื่อยใจ แต่ถึงยังไงผมไม่เคยคิดจะเลิกกับกิ่ง ผมฝันเอาไว้ว่าเราจะกลับไปทำงานที่บ้านเกิด และใช้ชีวิตด้วยกันจนแก่เฒ่า

แต่เมื่อกรีนเข้ามาในชีวิตของผม ความเปลี่ยนก็ได้เกิดขึ้น ผมยอมรับว่ากรีนมีอะไรหลายอย่างที่ผมพึงพอใจ เขารุ่นราวคราวเดียวกับกิ่ง แต่รู้จักสู้ชีวิต เขาไร้โอกาสแต่ไม่เคยยอมแพ้ เขาขยันและรู้วิธีเอาใจ ผมกลับมาจากเรียนเหนื่อยๆ ก็จะมีน้ำผลไม้ที่เขาคั้นเองแช่เย็นทิ้งไว้ให้ผมเสมอ เขารู้จักเข้าหาเพื่อนๆ ของผม เขาใส่ใจและทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ต้องการ สิ่งไหนที่ผมไม่ชอบเขาจะรีบปรับปรุง เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ผมมีความสุข

ผมเริ่มเอากิ่งกับกรีนมาเปรียบเทียบกัน ยอมรับว่าหัวใจของผมเริ่มหวั่นไหวให้กับกรีน สุดท้ายผมก็ปล่อยให้ความใกล้ชิดและความพึงพอใจทำให้เรามีอะไรที่เกินเลยต่อกัน และดูเหมือนว่าผมจะถลำตัวลึกลงไปมากขึ้นทุกที สิ่งที่กรีนให้ผมมันทำให้ผมรักเขาทีละน้อย แต่ผมก็ยังรักกิ่งมากกว่า ยังอยากมีกิ่งในอนาคตแบบที่เคยฝันเอาไว้

ผมกำลังรักคนถึงสองคน และผมไม่อยากเสียใครไป


ผมเริ่มสร้างโลกขึ้นมา 2 ใบ หลอกตัวเองว่าผมยังใช้ชีวิตแบบนี้ได้ ตราบใดที่กิ่งยังไม่สงสัย ผมก็ยังจะมีกรีนต่อไป ยิ่งกรีนบอกว่าเขาจะไม่เรียกร้อง เขายอมที่จะเป็นที่สอง อยู่ในที่ของเขาเงียบๆ ผมก็ยิ่งได้ใจ ถึงจะรู้ว่าความลับไม่มีในโลก แต่หากยื้อเวลาได้มากแค่ไหน ผมก็จะยื้อมันให้ยาวที่สุด ผมเชื่อว่าหากวันนั้นมาถึง กรีนจะยอมไปแต่โดยดี และกิ่งจะต้องยินดีให้อภัยผม เพราะที่ผ่านมาผมทุ่มเทและเอาใจใส่เขาอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าเขาขาดผมไม่ได้

แล้วผมก็ได้รู้ว่าที่ผมคิดเอาไว้มันผิด ผมพลาดที่คิดว่ากิ่งขาดผมไม่ได้ เขาไม่แม้แต่จะฟังคำขอโทษจากผมด้วยซ้ำ เขาตัดผมออกไปง่ายดาย ไล่ผมออกจากคอนโดยไม่มีลังเลสักนิด ที่สำคัญเขาไปจูบกับไอ้สามได้ทั้งที่เพิ่งเลิกรากับผม เขาคงไม่ได้รักผมอย่างที่กรีนบอก

ทีแรกผมก็คิดว่าตัวอยู่ได้เพราะถึงยังไงก็ยังมีกรีนอยู่ แต่เมื่อกิ่งหายไปจากชีวิตผมนานวันขึ้นเรื่อยๆ ผมยิ่งรู้ตัวว่าผมคิดถึงเขามาก ต่อให้ขำทำของรก ต่อให้เขาเอาแต่ใจ แต่การมีเขาอยู่ด้วยมันมีความสุขมากกว่า ผมมันโง่ ไม่รู้จักรักษาเขาเอาไว้ สิ่งที่ผมเคยคิดว่าเป็นข้อเสียของเขา ผมแค่เอามาอ้างเพื่อให้ความผิดของตัวเองน้อยลง

และคนที่ผมคิดว่าเขาดี ตอนนี้กลับเป็นคนที่เริ่มทำให้ผมอึดอัดใจมากที่สุด

“แม่พี่ใจร้ายกับกรีนมาก ด่ากระทบกรีนต่อหน้าคนอื่นๆ” กรีนเอาเรื่องที่แม่ของผมต่อว่าเขามาเล่าให้ผมฟัง

“แล้วกรีนไปยืมเงินแม่กิ่งทำไม เราสองคนไม่ควรไปยุ่งกับเขาอีก” ผมย้อนถาม

“ไม่ยุ่งแล้วพี่ไปกินข้าวกับมันทำไม”

“กรีน แม่กิ่งท่านเอ็นดูพี่ ท่านมากรุงเทพพี่ก็ต้องไปหาท่าน”

“อยากได้พี่กลับไปเป็นแฟนของกิ่งมากกว่า”

“อย่าคุยเรื่องนี้เลย”

พอกรีนเห็นผมเริ่มหงุดหงิดก็รีบเปลี่ยนท่าทาง เขาเข้ามากอดผมและพยายามจะจูบ พอเห็นผมบ่ายเบี่ยงก็รีบอ้อน

“พี่ต้น ไปเที่ยวกันไหม พักนี้เราไม่ได้ไปไหนกันเลย”

“พี่ต้องประหยัด แม่จะไม่ให้เงินเดือนพี่แล้ว”

“แม่พี่กดดันเรา เพราะกรีนจนใช่ไหมครับ ถึงถูกรังเกียจ กรีนคงต้องซื้อลอตเตอรี่ทุกงวด เผื่อรวยแล้วแม่พี่จะเอ็นดูกรีนบ้าง”

“แล้วแต่กรีนจะคิด รู้ไหม กิ่งเขาไม่เคยประชดพี่เลยนะ ไม่ว่าจะโกรธกันทะเลาะกัน ใครจะผิดจะถูก แต่กิ่งเขาเลือกที่จะออกไปสงบสติ ไม่เคยประชดหรือทำให้พี่ปวดหัวเลย”

“แล้วกรีนทำให้พี่ปวดหัวเหรอครับ กรีนก็แค่ตัดพ้อว่าเพราะกรีนมีไม่เท่ากิ่ง แม่พี่ถึงไม่ชอบกรีน”

“กรีนรู้ไหม กรีนกำลังทำให้พี่รู้สึกว่าพี่พลาดมากๆ” ผมต่อว่าอีกฝ่ายเพราะเกลียดที่เขาชอบประชด

ส่วนกรีน เมื่อเห็นว่าคราวนี้ผมหงุดหงิดมากกว่าทุกครั้ง เขาก็เริ่มง้อผมด้วยเซ็กส์เหมือนเคย แต่ผมไม่ได้ต้องการมันเหมือนเดิมอีกแล้ว เมื่อกรีนง้อผมด้วยวิธีเดิมไม่ได้ผล เขาก็เริ่มร้องไห้ สุดท้ายก็ขู่ว่าจะทำร้ายตัวเอง เขาคงไม่รู้ตัวว่าเขากำลังทำตัวเองดูด้อยค่าในสายตาของผมมากขึ้นทุกที

……

วันนี้ผมไม่มีเรียนช่วงบ่าย ผมตัดสินใจชวนเอ๋ยออกมากินข้าวด้วยกัน ทั้งที่กรีนส่งข้อความมาบอกว่าจะมากินข้าวกับผม แต่ผมรีบหนีเขาออกมาก่อน ทีแรกเอ๋ยก็จะไม่ยอมมาคุยกับผม ผมเคยต่อว่าเขาอย่างหนัก แต่ผมขอโทษและอ้อนวอนอีกฝ่าย เอ๋ยถึงได้ยอมใจอ่อน ผมอยากให้เอ๋ยช่วยผมง้อกิ่งเพราะรู้ว่าทั้งสองคนสนิทกันมากในช่วงนี้

“ปล่อยน้องมันไปเถอะต้น แกทำให้มันแย่จนเกือบฆ่าตัวตายนะรู้ไหม”

ผมอึ้งไปที่ได้รู้ กิ่งเป็นคนเข้มแข็ง ผมคิดว่าเขาไม่เสียใจเท่าไหร่ถึงได้ขอเลิกกับผมง่ายๆ จนกระทั่งเอ๋ยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่าน้องเสียใจแค่ไหน น้องรู้เรื่องผมมานาน และเอาแต่ร้องไห้คนเดียว น้องอดทนเพื่อรอให้ผมกลับตัวกลับใจ ผมเองที่เอาแต่คิดว่าน้องไม่รู้และทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้องยอมแพ้

“เรารู้ตัวว่าเลว ไม่แก้ตัวอะไรเลย แต่เราอยากขอโอกาสจากกิ่ง อย่างน้อยก็ให้เราได้คุยกับน้องเขาอีกครั้งได้ไหม แกช่วยหน่อยได้ไหม น้องไม่ยอมคุยกับเราเลย”

“กลับไปก็มีแต่จะระแวง มันไม่มีความสุขเหมือนเดิมหรอกต้น”

“ก็ให้น้องบอกเราเอง นะเอ๋ย ช่วยเราหน่อยนะ”

“แกแค่อยากเอาชนะกิ่งรึเปล่า”

“ทำไมคิดแบบนั้น”

“นิสัยแกใช่ว่าเราจะไม่รู้ แกเคยคิดว่ากิ่งเป็นของตาย พอมาวันหนึ่งของตายกลับมีชีวิตใหม่ แกเลยทนไม่ได้ อยากเอาเขากลับมา”

“เราไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะเอ๋ย”

“จะไปถามให้กิ่งก็แล้วกัน ต้องแล้วแต่กิ่งนะ”

“แล้วกิ่งคบกับไอ้สามอยู่รึเปล่า”

“น้องมันไม่ได้ง่ายเหมือนแกหรอกนะต้น แล้วไอ้สามมันก็ไม่คิดฉวยโอกาสด้วย บอกตามตรงนะ ระหว่างแกกับสาม แกเทียบมันไม่ติดเลยว่ะ ฉันเคยหลงรักแก มาวันนี้ยังคิดว่าทำไมถึงไม่หลงรักไอ้สามมัน”

“พูดแบบนี้เสียใจนะเว้ย”

“ข้อเสียของแกอีกอย่างคืออะไรรู้ไหมต้น”

“อะไร”

“คำที่แกพูดมันเชื่อไม่ได้เลย ทั้งคำว่ารักและคำว่าเสียใจ ฉันไปก่อนนะ เมียแกหน้าเป็นตูดมาโน้นแล้ว”

ผมไม่ทันได้ขอบคุณเอ๋ยก็เดินหนีผมไปแล้ว และคนที่เดินเข้ามาแทนก็คือกรีน ผมได้แต่ถอนหายใจ กรีนเริ่มบีบน้ำตาและตัดพ้อผม เอาแต่พูดว่าเพราะตัวเองไม่ดี เพราะจน เพราะต่ำต้อย ผมเบื่อกับคำพูดเดิมๆ สุดท้ายเมื่อทนฟังไม่ไหวผมจึงลุกหนีเขาออกมา

……

จากวันนั้นกรีนหายหน้าไปจากผม ผมก็ยอมรับว่าคิดถึงเขาอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดจะโทรหา ผมเฝ้ารอโทรศัพท์จากเอ๋ยมากกว่า อยากรู้ว่ากิ่งยอมให้ผมไปหาหรือเปล่า แต่ก็ไร้การตอบรับ ผมโทรไปถามเอ๋ย เอ๋ยก็บอกว่ากิ่งไม่อยากคุยกับผม ผมรอจนเริ่มหมดหวัง กำลังคิดว่าจะตัดใจ เจ๋งก็โทรมาหาผมพอดีแล้วบอกว่ากรีนกินยานอนหลับเกินขนาด ตอนนี้ล้างท้องอยู่ที่โรงพยาบาล ผมจึงรีบไปที่นั่น

กรีนดูผอมลงไปกว่าเดิมมาก หน้าตาซูบซีด ผมเห็นแล้วก็อดใจอ่อนสงสารเขาไม่ได้เช่นเคย เจ๋งก็พยายามจะเล่าว่ากรีนรักผมแค่ไหน เล่าเรื่องชีวิตที่น่าสงสารของกรีนให้ผมฟัง สุดท้ายผมก็ตัดสินใจเดินหน้าต่อ ในเมื่อกิ่งใจแข็งและไม่ยอมรับคำขอโทษหรือให้โอกาส ผมก็ควรอยู่กับคนที่รักและต้องการผมมากกว่า

……

หลังจากวันนั้นผมก็ดีต่อกรีนเหมือนเดิม เขาดูดีใจและมีความสุข และเอาใจผมมากกว่าเดิม ผมให้กรีนย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน เราคบหากันเป็นแฟนอย่าเปิดเผย ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น ผมบอกตามตรง ส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจแบบนี้เพราะผมอยากทำให้กิ่งหึง มีวันหนึ่งที่ผมพากรีนไปดูหนัง เผอิญได้เจอกับกิ่งมากับเพื่อนที่คณะ ผมเห็นว่ากิ่งหน้าเสีย ถ้าตาไม่ฝาด ผมว่าเขากำลังร้องไห้ ลึกๆ ก็เสียใจที่ทำให้เขาเจ็บ แต่ลึกกว่านั้นคือผมดีใจที่เห็นว่าเขาเสียใจที่ไม่เลือกกลับมาหาผม

ในขณะที่ผมใช้ชีวิตอยู่กับกรีน ผมก็ยังคงมองหากิ่งทุกวัน กิ่งดูดีขึ้นเรื่อยๆ ผอมลง หน้าตาสดใส ลักยิ้มนั่นยังมีเสน่ห์ทำให้ผมอดที่จะยิ้มตามไม่ได้เมื่อเห็น เวลาเขายิ้มกว้างๆ ผมอยากดึงเขามากอดและให้เขาส่งยิ้มแบบนั้นมาให้ผมบ้าง แต่ก็ทำได้แค่คิด ผมพยายามตัดใจแล้ว แต่ก็ตัดใจจากกิ่งไม่ได้สักที

……

“มาคนเดียวเหรอ” ผมถามกิ่ง อีกฝ่ายแสดงอาการตกใจ แต่แล้วก็เอาแต่ก้มหน้าไม่ตอบคำถามของผม

ผมรู้มาจากเอ๋ยว่ากิ่งชอบมานั่งวาดรูปที่สวนสาธารณะแห่งนี้ ผมตามมาดูเขาอยู่หลายวัน ถ้าไม่มีเพื่อนมา ก็จะมีไอ้สามที่มานั่งอยู่เป็นเพื่อน แต่วันนี้กิ่งมาคนเดียว ผมถึงกล้าที่จะเดินเข้ามานั่งข้างๆ

“วาดรูปเก่งขึ้นนะ”

กิ่งถอนหายใจและวางสมุดภาพลง เขายอมมองหน้าผม แววตาดูเฉยชาจนผมแอบใจเสีย

“พี่เอ๋ยบอกว่าพี่มีเรื่องอยากพูดกับผม งั้นพูดมาเลยครับ”

น้องจ้องหน้าผม พอถึงเวลาจริงผมคิดคำพูดไม่ออกเลย แต่บอกตามตรงว่าดีใจที่ได้ยินเสียงน้องใกล้ๆ ได้มองหน้าใกล้ๆ อีกครั้ง กลิ่นตัวกิ่งยังหอมเหมือนเดิม แก้มกลมๆ ก็น่ากดจมูกลงไป คำถามเกิดในหัวมากมาย ทำไมผมถึงได้โง่อย่างนี้นะ ตอนมีโอกาสกลับไม่เคยรักษาเอาไว้ให้ดี

“ถ้าไม่พูดผมกลับนะครับ” น้องไม่ยอมแทนตัวเองว่ากิ่งกับผมเหมือนเดิม

“พี่คิดถึงกิ่ง” คำแรกที่นึกออกคือคำคำนี้

“แค่นี้ใช่ไหมครับ”

“ขอโทษนะครับ ขอโทษที่ทำให้กิ่งเสียใจ ขอโทษที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ”

“........”

“ให้อภัยพี่ไม่ได้จริงๆ เหรอครับ”

“จะยอมทิ้งกรีนเพื่อกลับมาหาผมเหรอ”

“พี่ยอมแลกทั้งหมดที่มี”

“โทรบอกเขาสิครับ ว่าพี่อยากเลิกกับเขาเพื่อกลับมาหาผม” ผมอึ้งไปเมื่อน้องยื่นข้อเสนอ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ต่อสายหากรีนแล้วบอกเลิกอย่างที่กิ่งต้องการ ฝั่งกรีนเงียบไป แล้วผมก็ตัดสายทิ้ง

“พี่รู้ว่ากิ่งอยากให้กรีนเจ็บ และอาจจะไม่ได้ยกโทษให้พี่จริง แต่พี่ยอมทำทุกอย่างถ้ามันชดเชยกิ่งได้” น้องฟังผมแล้วก็เงียบไป เงียบไปนานจนยอมเอ่ยออกมา

“ผมยอมรับว่ายังเสียใจอยู่ทุกครั้งที่นึกถึงพี่ ผมคิดถึงเรื่องราวของเราบ่อยๆ ผมถามตัวเองทุกวันว่าผมทำอะไรพลาดไปพี่ถึงยอมเสี่ยงไปมีอะไรกับคนใกล้ตัวผมขนาดนั้น ยอมเสี่ยงที่จะเสียผมไป ผมไม่ดีพอเรื่องไหน เรามีปัญหาอะไรกัน เรื่องส่วนตัว เรื่องเซ็กส์ เรื่องเงินๆ ทองๆ สารพัดคำถาม แต่ตอนนี้ผมเหลือคำถามเดียวในหัว”

“.........” ผมนิ่งไปและรอน้องพูดต่อ

“ผมเคยรักพี่ไปได้ยังไง”

“กิ่ง...”

“มีแต่คนเคยบอกว่าผมโชคดี แต่ตอนถูกพี่กับเพื่อนทรยศ ผมฟูมฟายว่าตัวเองโชคร้ายต่างหาก แต่มาคิดดีๆ ผมว่าตัวเองโชคดีจริงๆ นั่นแหละที่พี่แสดงธาตุแท้ออกมา ใครได้พี่ไปโคตรโชคร้ายชะมัด หน้าตาดี เรียนดี ฐานะดีก็จริง แต่ไม่รู้จักยับยั้ง ข้อดีที่ว่ามามันช่วยไม่ได้เลยครับ”

“กิ่ง พี่รู้ตัวว่าพี่มันเลว แต่พี่อยากขอโอกาสแก้ตัว ถ้ากิ่งไม่ให้โอกาสพี่แล้วจะรู้ได้ไงว่าพี่ทำได้หรือไม่ได้ นะครับ พี่อยากเป็นพี่ต้นของน้องกิ่งเหมือนเดิม”

“ถ้ากิ่งจะให้โอกาสพี่ กิ่งให้โอกาสพี่สามดีกว่า ต่อให้ต้องเจ็บอีก แต่ชีวิตมันก็มีรสชาติดี ไม่ต้องเจ็บกับคนหน้าเดิม มันไม่คุ้มครับ”

“กิ่งผอมลงนะ” ผมอ้อนน้อง ทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่น้องพูดออกมา เป็นธรรมดาของคนโกรธที่อยากพูดให้อีกฝ่ายเจ็บบ้าง ผมเอื้อมมือไปกุมมือของน้องเอาไว้ น้องไม่ได้สะบัดหนี ได้แต่มองมาทางผมแล้วยกยิ้มจนแก้มบุ๋ม ผมกำลังจะยิ้มตอบ แต่ก็ต้องหน้าม้านเมื่อรู้ว่าน้องไม่ได้ส่งยิ้มนั้นให้ผม

“พี่สาม กิ่งรอพี่ตั้งนาน” น้องชักมือกลับ แล้วยื่นมือไปให้ไอ้สามมันดึงมือของน้องขึ้นมาแทน

“ก็ใครอยากชาไข่มุกเจ้านี้ล่ะ แถวยาวโคตร มีแต่คนมอง หน้าพี่ไม่เข้ากับชาไข่มุกถูกไหม” ไอ้สามมันคุยกับน้องข้ามหัวผม

“ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์ไปต่อแถวให้” น้องยิ้มและทำเสียงอ้อนไอ้สาม ผมทนไม่ได้เลยลุกขึ้นยืนอย่างเร็วจนไหล่ไปกระแทกกับไหล่ของไอ้สามมัน

“พี่กลับก่อนนะครับ แล้วจะแวะมาคุยด้วยใหม่” ผมพูดกับน้อง แต่ดูเหมือนว่าสองคนนั้นจะไม่สนใจผมสักเท่าไหร่ มัวแต่คุยกันไปหัวเราะกันไป ผลัดกันชิมชานมไข่มุก ผมเลยจำต้องเดินออกมาเพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนส่วนเกิน

ผมกลับมาถึงห้องเพราะไม่มีอารมณ์จะไปไหนต่อ แต่มาถึงก็ไม่เห็นกรีนอยู่ที่นั่น ลองกดโทรศัพท์ไปหาแต่อีกฝ่ายตัดสายผมทิ้ง ผมได้แต่ทอดถอนใจ รู้ว่าคำบอกเลิกของผมจะทำให้กรีนเสียใจ แต่ผมคิดว่าเขาคงไม่กล้าไปจากผมอยู่ดี แล้วผมก็คิดถูก กรีนกลับมาตอนค่ำๆ พร้อมกับทำเหมือนว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้น เรายังคงใช้ชีวิตเหมือนคู่รักไปเรื่อยๆ


จนถึงที่ผมใกล้จะเรียนจบ ผมตัดสินใจจะพูดกับแม่เรื่องของกรีน ถึงผมจะไม่ได้รักกรีนมากเท่าที่เคยรักกิ่ง แต่เขาก็แสดงให้ผมรู้ว่าเขารักผมมากแค่ไหน ผมกลับบ้านในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อไปคุยกับแม่ รู้ว่าท่านคงไม่ชอบใจที่ผมเลือกที่จะท่านยอมรับในตัวกรีน แต่อยากให้ท่านให้โอกาสกรีนได้พิสูจน์ตัวเอง ในที่สุดท่านก็ตามใจผม และบอกว่าจะพยายามทำใจยอมรับให้ได้หากกรีนพิสูจน์ได้ว่าตัวเองเหมาะสม

ทีแรกผมว่าจะค้างคืนที่บ้าน แต่พ่อกับแม่ของผมท่านจะเดินทางไปต่างประเทศพอดี ผมเลยตัดสินใจกลับกรุงเทพดีกว่า คิดเอาไว้ว่าถ้าบอกข่าวนี้ให้กรีนได้รู้ ฝ่ายนั้นคงดีใจและมีกำลังใจที่จะทำดีเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

เมื่อผมขับรถกลับมาถึงห้อง แสงไฟในห้องลอดใต้ประตูออกมา บอกให้รู้ว่ากรีนคงไม่ได้ออกไปไหน ผมไขกุญแจเข้าห้องเบาๆ อยากให้กรีนประหลาดใจที่ผมกลับมาตามที่เขาอ้อน แต่กรีนไม่ได้อยู่ที่ห้องนั่งเล่น ผมเลยคิดว่าอีกฝ่ายคงอยู่ในห้องนอน เมื่อเดินไปใกล้ๆ เสียงที่ลอดออกมาทำให้ผมรู้สึกใจเต้น มันไม่ได้เต้นเพราะความดีใจ แต่มันเต้นราวกับว่าผมกำลังจะได้รู้อะไรบางอย่างที่ไม่ควรรู้

“ซี้ดดดด แรงๆ หน่อย เราจะเสร็จแล้ว”

เสียงกรีนครวญครางสลับกับเสียงครางหนักๆ ของใครอีกคน เสียงเนื้อที่กระทบกันอย่างรุนแรงทำให้หัวของผมหนักอึ้ง มันชัดมากว่าทั้งคู่กำลังทำกิจกรรมอะไรกันอยู่ แต่ผมตัดสินใจเปิดประตูห้องนอนออกเพราะอยากเห็นกับตา ภาพชายสองคนกำลังร่วมรักกันอยู่ก็ปรากฏตรงหน้า ทั้งคู่มัวแต่โถมแรงใส่กันไม่ยั้งเลยไม่รู้ว่ามีใครอีกคนเข้าในห้อง

“กรีน มาร์ช” ผมเรียกชื่อพวกเขา

กรีนสะดุ้งอย่างแรง ในขณะที่มาร์ชตกใจเพียงเล็กน้อย และมันยังคงสวนกายเข้าหากรีนอย่างไม่สะทกสะท้าน ดูท่าว่าคงกำลังจะถึงปลายทาง และแทนที่กรีนจะรีบลุกมาหาผม กลับหลับตา กัดริมฝีปาก และกระแทกบั้นท้ายใส่มาร์ชจนน้ำรักกระเซ็นออกมาเปรอะเปื้อนเต็มที่นอนของผมไปหมด


ภาพผมที่กำลังร่วมรักกับกรีนบนที่นอนของกิ่งลอยเข้ามา

ภาพที่ผมบอกกับกรีนว่าไม่ต้องกังวลเพราะกิ่งเชื่อใจผมลอยเข้ามา

ภาพกิ่งร้องไห้ เมื่อรู้ว่าผมไปมีอะไรกับเพื่อนสนิทของเขาลอยเข้ามา

ภาพต่างๆ ที่ผมเคยทำไว้ในอดีต มันลอยกลับเข้ามาในหัว


ผมถูกทรยศ ผมรู้แล้วว่ามันรู้สึกอย่างไร ผมเดินหนีทั้งสองคนออกมาที่ระเบียง ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง ผมเสียใจที่กรีนทำแบบนี้ แต่ผมกำลังเสียใจกว่าที่ครั้งหนึ่งผมทำแบบนั้นกับกิ่ง

“อยากได้ยินคำขอโทษไหมครับ” กรีนถามผมด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อย

“ไปซะ” ผมพูดสั้นๆ

“แน่ใจว่าขาดกรีนได้นะ”

“ขนาดกิ่งคนที่พี่รักพี่ยังขาดได้ ขาดคนที่ไม่ได้รักทำไมจะไม่ได้” ผมตอบกลับไป เห็นกรีนเม้มปากแน่นก็รู้ว่าคำพูดของผมยังมีผลต่อเขาอยู่

“มาร์ชเป็นแค่เพื่อน เพื่อนช่วยเพื่อนไม่ได้จริงจัง เป็นผู้ชายเหมือนกันแค่นี้ไม่เสียหายหรอกครับ จริงไหม” กรีนถามผม ผมมองอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ

“รู้ไหม วันนี้พี่ไปคุยอะไรกับแม่”

“ทำไม จะให้แม่ไปช่วยง้อไอ้กิ่งเหรอ”

“พี่ไปขอให้แม่ยอมรับกรีน พี่จะพากรีนเข้าบ้านหลังจากเรียนจบ แม่พี่ยอม”

“พี่ต้น...” กรีนหน้าเสียเมื่อได้ยิน

“กรีนทำตัวเอง กำลังจะโชคดีอย่างที่หวัง แต่มันคงไม่ได้แล้ว เพราะแม่พี่คงรับกะหรี่เข้าบ้านไม่ได้หรอก”

“พี่ต้น!”

“มึงไปซะ ไปอยู่กับเพื่อนของมึงแล้วช่วยกันให้พอ” ผมทนต่อไปไม่ได้ ยิ่งเห็นมาร์ชมายืนยิ้มเยาะให้เห็นผมยิ่งระเบิดอารมณ์ออกมา

“พี่ต้น ให้โอกาสกรีนนะ กรีนผิดไปแล้ว กรีนแค่เสียใจที่พี่ต้นทำเหมือนกรีนไม่มีค่า นึกอยากจะขอเลิกก็ทำ นึกอยากจะไม่สนก็ทิ้งขว้าง กรีนก็แค่...”

“ทำไม จะบอกว่ามึงจน มึงต่ำต้อย มึงถึงร่านไปทั่วเพื่อชดเชยปมด้อยใช่ไหม”

“พี่ต้น!” กรีนตวาดผมพร้อมกับร้องไห้ฟูมฟาย

“เราไปก่อนนะกรีน ถ้าอยากเมื่อไหร่จะโทรหา” มาร์ชพูดกับกรีน สีหน้าแววตายิ้มเยาะกรีนเหมือนที่ยิ้มเยาะผม

“มาร์ช ทำไมพูดแบบนี้” กรีนหันไปถามเมื่อได้ยินคำพูดที่เย้ยหยันจากเพื่อนที่เป็นผัวแบบทูอินวัน

“ทำไมเหรอ เพราะแกเอาเรื่องของเราไปบอกไอ้เจ๋งไง ไอ้เจ๋งมันก็โพนทะนาไปทั่ว เราก็ลืมไปว่าแกหักหลังกิ่งได้ เรื่องของเราคงไม่คิดจะรักษาเป็นความลับเหมือนกัน”

“มาร์ช...มาร์ช!” กรีนเรียกเพื่อนตัวเอง แต่อีกฝ่ายไม่ฟังแล้วเดินออกจากห้องของผมไป กรีนรีบมากอดขาผมเอาไว้

“ไปซะเถอะ น้ำตามันไม่มีประโยชน์หรอก อย่าเอามาใช้บ่อยๆ ให้หมดสภาพหนักกว่าเดิมเลยนะ นิสัยอย่างกรีน เดี๋ยวก็หาคนเกาะใหม่ได้ พี่เอากรีนไม่ลงแล้วจริงๆ”

ผมลุกขึ้นแล้วพยายามสะบัดขาออกจากการเกาะกุมของกรีน ผมเดินกลับเข้าไปอยู่ในห้องนอน มองไปรอบๆ ทุกอย่างมันว่างเปล่า สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมาเพราะรู้สึกว่าชีวิตมันแย่ไปหมด

 
ที่สำคัญ...ผมคิดถึงกิ่ง ผมรู้แล้วว่าเขาเจ็บปวดยังไง ผมคิดถึงเขาเหลือเกิน


โปรดติดตามตอนจบตอนหน้า


ขอบคุณที่ติดตามนะคะ คำผิดเดี๋ยวตามมาแก้ทีหลังน้า

ตอนหน้าจบจริงแล้วจ้า ไม่มีต่อแล้วจริงๆ



ออฟไลน์ poshbear

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 28
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
รู้สึกหน่วงใจแทนต้นจริงๆ ต้นดีนะ แต่ต้นตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตพลาดจริงๆ เรียนรู้แล้วเดินต่อนะ

ส่วนกิ่ง ไปได้สวยกับพี่สามเลย ท้ายที่สุดแล้วกิ่งคือผู้โชคดีจริงๆ ส่วนอีกรีนต้องไปพูดถึงมัน เกลียดมาก!

ออฟไลน์ Luxfern

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
คนเรามักเห็นค่าเมื่อได้สูญเสีย
ขอให้น้องกิ่งมีชีวิตรักใหม่ที่ดีกว่าเดิม

ออฟไลน์ bowtotay

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
สมน้ำหน้าต้น
แล้วอยากจะหัวเราะดังๆใส่หน้ากรีน

ออฟไลน์ s_sisters19

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อูววววว เรียกได้ว่าคาตาและคาเตียง ไม่สงสารพี่มันเลยซักนิดเดียว มีแต่สะใจล้วนๆ กิ่งทำดีมากลูก

ออฟไลน์ Pittabird

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
ต้นโดนแล้ว กรีนคิวต่อไป ขอเรื่องหวานๆ ของสามกับกิ่งก้วยนะคะ :pig4:

ออฟไลน์ aon_noaa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สงสารกรีนมาก เข้าใจชีวิตที่ต้องโดนเปรียบเทียบตลอด เป็นตัวละครที่สะท้อนสังคมได้ดีตัวหนึ่ง ทุกคนอยากจะมีไฟที่ส่องมาให้เห็นตัวเองกันทั้งนั้น อยากมีจุดยืนที่ให้เห็นตัวเองชัดๆ ซึ่งกรีนอาจจะทำผิดวิธีไปหน่อย โดยใช้การโกหกไปเรื่อยๆคล้ายว่าเป็นลูกโซ่ไป สุดท้ายก็สะท้อนกลับมาที่ตนเองอยู่ดี   

ออฟไลน์ Foggy Time

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-1
ชอบพี่สามมากค่ะ :o8:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
ผู้โชคดี


ตอนที่ 7 ฉันโชคดีที่ไม่มีเธอ ฉันโชคดีที่มีเธอ


หลังจากวันเกิดของผม ข่าวลือเรื่องพี่สามกับผมกำลังคบกันแพร่ออกไปเร็วมาก ไม่ว่าผมกับพี่สามจะไปไหนก็จะโดนคนรู้จักทั้งในและนอกคณะแซวตลอด โดยเฉพาะเรื่องที่พี่สามจูบผมในคืนวันเกิดถูกเอามาพูดปากต่อปาก คนที่เอามาเล่าคงหวังทำให้ผมดูไม่ดี แต่ผลที่ได้กลับมากลับกลายเป็นว่ามีแต่คนชงให้เราสองคนคบกันจริงๆ ผมรู้ว่าต้นตอข่าวลือมาจากไหน เพราะคนที่เห็นพี่สามจูบผมในคืนนั้น เขาเห็นเพียงภาพมุมเดียว เรื่องจริงมันไม่ได้เกิดเพราะอารมณ์หรือบรรยากาศพาไป ที่สำคัญ...เราไม่ได้จูบกันจริง

คืนนั้น...หลังจากที่พี่สามดีดกีตาร์และร้องเพลงให้ผมฟัง จู่ๆ พี่เขาก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ ผมยอมรับว่าตกใจมาก เพราะมันใกล้ชนิดสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

ปกติผมไม่ชอบกลิ่นบุหรี่และไม่ชอบคนสูบบุหรี่ เพื่อนหลายคนมีกลิ่นปากเพราะหลังจากสูบบุหรี่แล้วคงไม่หาวิธีป้องกัน แต่กลิ่นควันบุหรี่อ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นหอมจางๆ จากตัวพี่สาม ผมไม่แน่ใจว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมหรือกลิ่นครีมโกนหนวด บวกกับกลิ่นลูกอมมินต์ พอมันมาปะปนกันแล้วกลายเป็นความหอม มันออกจะเซ็กส์ซี่ในความรู้สึกของผม กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา นี่ผมสำรวจเขาแทบทุกอย่างจนนึกขำตัวเองอยู่ในใจ   

“อยู่นิ่งๆ ก่อน ต้นกับกรีนมองอยู่” พี่สามขยับปากพูดกับผมด้วยเสียงที่เบามาก “อย่ามองไป” พี่เขาสั่ง ผมกำลังจะเหลือบตาไปมองพี่ต้นพอดี พอเจอเสียงดุๆ ของพี่สามเลยรีบชักตาดำกลับมามองหน้าเขาแทบไม่ทัน

“แล้วจะให้กิ่งมองอะไรเล่า” ผมถามกลับแบบเขินๆ จะให้ผมมองหน้าเขาที่ลอยอยู่ในระยะใกล้ขนาดนี้ ตาของผมก็เหล่กันพอดี

“กลัวตาเหล่เหรอ” พี่เขาถามผม

“พี่รู้ได้ไง”

“ก็กิ่งตาเหล่อยู่จริงๆ” พอพี่เขาพูดจบก็ยิ้มนิดๆ

 ผมก็จะขยับหน้าออก แต่มือของพี่สามยกขึ้นมาล็อกที่ท้ายทอยของผม แถมยังเอียงหน้าของตัวเองทำองศาให้เหมือนเรากำลังจูบกันอีก ผมยอมรับว่าเขินมากเลยตัดสินใจหลับตา

ผมยอมรับว่าการมีพี่สามอยู่ด้วยในช่วงเวลานี้มันช่วยทำให้ผมคลายความเจ็บปวดลงได้ แต่ผมไม่อยากใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อลืมพี่ต้น ยิ่งเขาเป็นคนดี ผมไม่ต้องการเอาเปรียบเขา หากวันนี้ผมฉวยโอกาสดึงเขามาเพื่อเยียวยาตัวเอง และวันข้างหน้าผมไม่สามารถรักเขาได้ ผมก็คงไม่ต่างอะไรจากพี่ต้น นั่นคือการเห็นแก่ตัว 

“ลืมตาได้แล้ว ไปกันแล้ว”

“ทำไมพี่ถึงอยากให้เขาเห็นเราจูบกัน”

“พี่อยากให้คนทั้งโลกเห็นเราจูบกัน” พี่เขาตอบ จ้องหน้าผมแล้วยิ้มนิดๆ ตามสไตล์ จากนั้นก็หันไปสนใจกีตาร์ของเขาต่อ

ส่วนผมก็ได้แต่หยิบสร้อยคอที่พี่เขาให้เป็นของขวัญมาม้วนเล่นกับนิ้วแก้เขิน แอบลอบพิจารณาเขาอยู่เงียบๆ ที่ผ่านมาผมไม่เคยมองหน้าพี่สามได้เต็มตาเลย เขาดูดุและเงียบมากจนไม่รู้ว่าคิดอะไร ผมคิดว่าเขาไม่ชอบผมด้วยซ้ำ ตอนที่พี่ต้นมาหึงผมแล้วบอกว่าพี่สามแอบชอบผมมาตั้งนานแล้ว ผมไม่เคยเชื่อเลย ผมไม่ใช่คนหน้าตาดีที่ใครเห็นแล้วต้องมาตกหลุมรักง่ายๆ แล้วพี่สามไม่เคยมีทีท่าอะไรให้ผมรู้สึกว่าเขาคิดอะไรมากไปกว่าความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง

พี่สามไม่ใช่คนหน้าตาหล่อแบบพิมพ์นิยม แต่หน้าตาโดยรวมดูดีไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ เพราะพี่เขาไม่ค่อยยิ้มเลยไม่ได้เผยเสน่ห์ในส่วนนั้นให้ใครเห็น ด้วยความสูง โครงสร้างของรูปร่างดีมาก ไม่มีส่วนไหนที่ใหญ่หรือเล็กเกินไปให้ขัดตา มันทำให้พี่เขาดูสง่า หรือภาษาวัยรุ่นก็คงต้องบอกว่าพี่เขาเท่มาก ยิ่งตอนจับกีตาร์เล่นอยู่ในตอนนี้ ยิ่งทำให้พี่เขาดูดีมากขึ้นไปอีก จะว่าไปเพื่อนกลุ่มพี่ต้นสมัยเรียนมัธยมปลายหน้าตาดีทุกคน

“พี่สาม...ชอบกิ่งเหรอครับ” ผมถามออกไปตรงๆ

“อืม”

“นานแค่ไหนแล้วครับ”

“จำพี่ไม่ได้จริงๆ เหรอ” พี่เขาถาม ผมเลิกคิ้วขึ้นเพราะคำถามของพี่สามมันกว้างมาก

“จำตอนไหนล่ะครับ”

“พี่เคยไปเรียนพิเศษกับพี่มาลัยที่ตึกแถวใกล้ตลาด แล้ววันนั้นก็มีน้องชายตัวกลมๆ ร้องไห้มาตามพี่สาวกลับเพราะไม่อยากให้ไปสอนคนอื่น โคตรงอแงเลย ยืนเบะปาก ร้องไห้ร้องห่ม น้ำตาร่วมอาบแก้ม เอาแต่ใจที่หนึ่ง ใครมาปลอบก็ไม่ยอม จะเอาพี่สาวกลับบ้านให้ได้ สุดท้ายพอเจอซาลาเปาไส้หมูแดงสามก้อน เงียบสนิทเลย” คนเล่าเผยรอยยิ้มเมื่อนึกถึงวันวาน

พี่มาลัยคือพี่สาวของผมเอง เธออายุมากกว่าผมหลายปี จำได้แค่ว่าพี่มาลัยเรียนเก่งมากและรับสอนพิเศษตั้งแต่อยู่มัธยมปลาย ผมพยายามนึกภาพตอนที่พี่สามเล่า มันคือตอนไหนผมจำไม่ได้จริงๆ แต่มันน่าอายมากที่ผมยอมหยุดร้องไห้เพียงเพราะซาลาเปาไส้หมูแดงของโปรด

“ก็มันอร่อยนี่นา” เชื่อเรื่องที่พี่สามเล่า เพราะผมชอบกินซาลาเปาหมูแดงจริงๆ

“ถ้าตอนนี้พี่ไปซื้อซาลาเปาหมูแดงมาให้ กิ่งจะหยุดร้องไห้ให้ต้นมันได้ไหม” พี่สามถามผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าทุกที

“สามลูกคงไม่พอ” ผมถอนหายใจ

“พี่ซื้อยกเข่งให้เลย”

“เป็นสายเปย์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“ตั้งแต่คิดว่าอยากดูแลเด็กเอาแต่ใจ”

ผมอมยิ้ม ถ้าเป็นพี่ต้น...ผมคงไม่ได้ยินคำต่อว่าถึงตัวตนผมจริงๆ แบบนี้ พี่ต้นไม่เคยพูดให้ผมรู้สึกแย่กับตัวเองก็จริง แต่สิ่งที่พี่ต้นทำมันเลวร้ายจนผมคิดว่าให้พี่ต้นต่อว่าผมเสียยังดีกว่า ผมรู้ว่าไม่ควรเอาใครมาเปรียบกับใคร แต่ผมแค่ตระหนักได้ว่าคนเรามันมองกันผิวเผินไม่ได้ ปากหวานแต่ก้นเปรี้ยวแบบพี่ต้นและกรีนน่ากลัวกว่าคนพูดตรงๆ แบบพี่ต้นเยอะเลย

“พี่ก็รู้ว่ากิ่งเอาแต่ใจแล้วทำไมยังจะชอบ อีกหน่อยก็จะทนไม่ได้”

“พี่มีวิธีกำราบ”

“โห กลัวนะพูดแบบนี้”

“กลัวก็ดีจะได้ไม่ดื้อเยอะ”

“กิ่งดูดื้อเหรอ”

“ดื้อ มีอะไรก็เก็บเอาไว้คนเดียว คิดคนเดียว มันเลยทำให้คิดอะไรน้อยไป พี่ทำสร้อยให้จะได้เอาไว้เตือนใจ อย่าคิดทำแบบนี้อีก”

“กิ่งคิดน้อยไปจริงๆ โอเค ต่อไปจะไม่ดื้อแล้ว จะเชื่อฟังพี่สามกับพี่เอ๋ยทุกอย่าง”

“เอ๋ยอะ ไม่ต้องฟังมันมากหรอก”

“อ้าว”

“ไอ้ที่มันบอกว่าไปดูเทรนเนอร์หล่อๆ ที่ฟิตเนสจะช่วยเยียวยาอะไรนั่น ไร้สาระ”

ผมขำพี่สามจริงๆ คนอะไรมาดเยอะมาก แต่ไม่ปฏิเสธเลยว่ามาดเข้มๆ ของเขามันดูธรรมชาติ ไม่ได้ดูว่าพยายามจะเก๊กหล่อ มันดูน่ารักดี “คืนนี้กิ่งค้างที่นี่ได้ไหม ไม่อยากกลับห้อง”

“ไม่อยากอยู่คนเดียวเหรอ” พี่เขาถามผม ผมพยักหน้าแทนคำตอบ “ก็ดี เมาไม่ขับ” พี่เขาวางกีตาร์คืนที่เดิมก่อนจะลุกขึ้นแล้วยื่นมือมาให้ผม ผมวางมือบนมือของพี่สามเพื่อให้พี่เขาออกแรงดึงผมขึ้นมา

มือของผู้ชายคนนี้ช่วยรักษาลมหายใจของผมเอาไว้ และพยายามฉุดดึงผมขึ้นมาจากความเจ็บปวด และมือเดียวกันนี้กำลังหยิบสายสร้อยในมือของผมมาสวมให้ที่คอ

“พี่เมาด้วยเหรอ ไม่เห็นจะดื่มเลย”

“เมารัก มึนหัวไปหมดแล้ว”

ผมเริ่มมีข้อสงสัย...คนเราจะสามารถเริ่มมีใจให้ใครอีกคนได้ไหมแม้ว่าหัวใจยังไม่สามารถลืมใครอีกคนได้ หัวใจที่มันอ่อนแรงของผมเต้นแรงขึ้นแบบมีเหตุผล แต่คงเป็นเหตุผลที่ผมยังไม่กล้ายอมรับ

……

ผมกับพี่สามไม่ได้ทำตัวติดกันตลอดเวลา พี่สามเรียนหนักขึ้น ไหนจะงานที่ร้านอีก เราไม่ได้พูดถึงความสัมพันธ์ที่ก่อเกิดอยู่ในใจเงียบๆ พี่เขาคงรอให้ผมพร้อม คืนนั้นพี่เขาไม่ได้ฉวยโอกาสทำอะไรมากไปกว่าขอนอนกอดผมเอาไว้ มันไม่มีเรื่องอย่างว่าเกิดขึ้น นั่นยิ่งทำให้ผมเพิ่มแต้มในใจให้ผู้ชายคนนี้ อะไรที่เกิดขึ้นง่ายๆ ในวันที่ยังไม่ใช่ มันก็จะดำเนินไปด้วยเรื่องแบบนั้นเป็นหลัก ผมมีประสบการณ์จากพี่ต้นมาแล้ว เพียงแค่เขาสารภาพว่าชอบ ผมก็ปล่อยกายปล่อยใจไป ทุกครั้งที่เราโกรธกันก็จะจบลงที่เตียง ปัญหาไม่เคยแก้ถูกจุด ใช้แค่ความสุขชั่วคราวมาทำให้เราลืมมันไป พอสุดท้ายเขาไปหาคนที่ทำให้มีความสุขในเรื่องนั้นได้ดีกว่าผม ปัญหาที่แท้จริงก็ถูกขุดขึ้นมา

ในขณะที่ผมกำลังเริ่มเรียนรู้กับพี่สาม พี่ต้นกับกรีนก็เปิดตัวว่าคบหากันอย่างเปิดเผย กรีนมาขลุกตัวอยู่ที่มหา’ลัยของผมบ่อยจนผมสงสัยว่ากรีนไม่มีเรียนบ้างหรือไง แรกๆ ที่เห็นทั้งคู่คลอเคลียกันยอมรับว่าเจ็บมาก แอบไปนั่งร้องไห้บ่อยๆ พี่ต้นไม่แคร์จิตใจผมเลย ปากที่บอกว่ารัก แต่การกระทำที่คอยเหยียบย่ำความรู้สึกของผมมันเหมือนคนที่เกลียดกันมากกว่า สายตาที่เยาะเย้ยของกรีนจงใจส่งมาให้ผมทุกครั้งที่ได้เจอกัน

ผมทำอะไรผิดกับกรีน...กรีนถึงได้เกลียดผมขนาดนี้ คงมีใครสักคนตอบคำถามของผมได้ในสักวัน

……


ช่วงการสอบที่หนักหน่วงได้ผ่านพ้นไป ความเจ็บปวดมันก็เบาลงไปตามเวลา ผมเริ่มนึกถึงสิ่งที่พี่ต้นทำไม่ดีกับผมน้อยลง แต่เรื่องราวดีๆ ที่พี่เขาเคยทำให้ผมมันยังอยู่ ผมเลยไม่สามารถลืมเขาได้สนิทใจ ไม่ลืม...แต่ไม่ต้องการ

ในขณะเดียวกันพี่สามก็เริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อหัวใจของผมมากขึ้น ถ้าจะให้เปรียบการกระทำของพี่สาม ประโยคนี้คงเหมาะสมที่สุด

‘พูดน้อย ต่อยหนัก’

พี่เขาไม่เคยใช้คำพูดมากมายเพื่อเอาชนะใจผม ยังคงพูดน้อยมาดเยอะเหมือนเดิม แต่พูดทีหนึ่งหัวใจผมไหวเอนอย่างกับโดยพายุถล่ม พี่เขาไม่ค่อยเอาใจผม แต่ถ้าเอาใจทีหนึ่งผมก็ใจเต้นโครมครามอยู่เหมือนกัน เขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผม ผมจะใช้เงินมากน้อยแค่ไหนเขาไม่เคยบ่น เขาพูดแต่เพียงว่า ใช้เงินเก่งได้แต่ต้องหาให้เก่งเช่นกัน เพราะพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ผลิตเงินให้ผมได้ตลอดชีวิต นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมมาทำงานพิเศษในร้านของพี่สาม เป็นคนดูแลเรื่องเงินให้ครับ และต้องคอยช่วยชิมอาหาร เป็นงานหนักมากเลย พี่สามบอกอย่างนั้น

……

หลังจากสอบเสร็จก็ถึงเวลาที่พวกเราต้องเริ่มทำค่ายอาสาสร้างห้องสมุดกันเสียที ผมเสนอที่ชมรมว่ายังมีโรงเรียนหรือชุมชนในจังหวัดของผมที่ขาดแคลนห้องสมุดและหนังสือดีๆ อาจารย์ที่ปรึกษาเลยให้ผมไปเอาข้อมูลรายละเอียดมาให้เพื่อประกอบการตัดสินใจ วันนี้ผมเลยชวนพี่สามกลับบ้านด้วยกัน พี่เขาตอบตกลงและยอมปิดร้าน 2 วัน

แม่ของผมค่อนข้างประหลาดใจที่ผมพาพี่สามมาค้างที่บ้านด้วย พอคุยกันไปคุยกันมาแม่ถึงได้รู้ว่าเราไม่ใช่คนอื่นไกลกันเลย ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าครอบครัวของพี่สามคือเศรษฐีที่ดินตัวจริงของจังหวัด แม่เล่าว่าครอบครัวพี่สามเหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง มีเงินเยอะมากแต่ไม่แสดงออก ผมขำเพราะเห็นตามนั้น พี่สามไม่เคยแสดงออกจริงๆ ครับ แม่ยังบอกว่าแม่ของพี่สามเป็นที่รักของคนในจังหวัดมากเพราะใจดีใจกว้าง ชอบช่วยเหลือคนที่ลำบากกว่า และท่านก็เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทของแม่ผม แต่เพราะอยู่คนละอำเภอเลยไม่ค่อยได้นัดเจอกันเท่าไหร่

“อยากเป็นลูกสะใภ้เจ้าแม่อสังหาริมทรัพย์ไหมล่ะ” พี่สามถามผมเพราะเห็นว่าผมทำตาโตเวลาแม่เพชรเล่าเรื่องครอบครัวของเขาให้ฟัง ดีว่าพี่เขาถามตอนแม่ปลีกตัวไปรับโทรศัพท์ ไม่เช่นนั้นผมคงเลิ่กลั่กน่าดู

“ขอคำนวณค่าสินสอดก่อน” ผมแกล้งหยอกพี่เขากลับไป แม้ตอนนี้ผมกับพี่สามไม่เคยตกลงกันเรื่องสถานะ แต่ต่างก็รู้กันดีว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันพิเศษขึ้นจากเดิมมาก

“แพงมากพี่ก็พาหนีนะ”

“พาลูกทนายความหนี เดี๋ยวก็เจอฟ้องหมดตัวหรอก ไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน กิ่งหิวแล้ว” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อพี่สามเอาแต่ยิ้มน้อยๆ และจ้องตาผมไม่เลิก แม้จะเป็นภาพที่เห็นจนชินตา แต่หัวใจของผมมันไม่ค่อยชินสักเท่าไหร่ เต้นตึกตักทุกทีที่ถูกมอง “กิ่งแวะถามแม่ก่อนว่าจะเอาอะไรไหม” ผมเดินนำพี่สามลงมาที่สำนักงานของแม่ก่อนเพราะพี่เขาขอตัวเข้าห้องน้ำ แล้วผมก็ต้องชะงักเพราะได้ยินเสียงของกรีน

ผมแอบยืนฟังอยู่พักใหญ่จนรู้ว่ากรีนกำลังมาขอยืมเงินจากแม่ของผม จำนวนไม่น้อยเลย นึกทึ่งในความกล้าของอีกฝ่าย ทำกับผมขนาดนี้ยังจะกล้ามายืมเงินแม่ของผมอีก ผมตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป หน้าของกรีนดูแย่ลงทันทีที่เห็นผม ผมทำแค่ปรายตามองเขา พอพี่สามเดินตามเข้ามา สีหน้าของกรีนยิ่งเจื่อนลง แต่กรีนก็มองพี่สามไม่วางตา จนกระทั่งแม่ของพี่ต้นเดินเข้ามาในสำนักงาน คราวนี้กรีนถึงกับสะดุ้งแล้วหน้าซีดลงอย่างได้เห็นได้ชัด แม่ของพี่ต้นทักทายผมกับพี่สาม คุยกันได้นิดหน่อยผมจึงขอตัว

ระหว่างกินก๋วยเตี๋ยว ผมเล่าให้พี่สามฟังเรื่องที่กรีนมาขอยืมเงินแม่ แล้วพี่สามก็บอกในสิ่งที่ทำให้ผมทั้งอึ้งทั้งประหลาดใจ

“แม่ของกรีนเป็นลูกหนี้น้าๆ ของพี่เอง น้าๆ ของพี่ไปยืมเงินแม่ คงเอามาออกดอก แล้วแม่ของกรีนก็เป็นลูกหนี้รายใหญ่ พี่ก็เพิ่งรู้ตอนกลับบ้านครั้งที่แล้ว ตอนนี้แม่กรีนเริ่มไม่มีเงินมาจ่ายดอก น้าๆ ของพี่จะเอาเรื่อง แต่แม่พี่ห้ามเอาไว้เพราะไม่อยากให้บาปและเป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้น้าๆ เลยทิ้งภาระให้แม่พี่กลายมาเป็นเจ้าหนี้เต็มตัว”

“กิ่งก็สงสารกรีนนะพี่สาม เขาต้องสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กๆ แม่กิ่งก็ช่วยครอบครัวเขามาตลอดนะครับ แม่บอกว่าอยากให้โอกาสเขา บอกว่าคนหัวดีแบบกรีน ถ้าส่งเสริมให้ได้เรียนสูงๆ จะช่วยสังคมได้ในอนาคต แต่บางทีถ้าใช้ความฉลาดในทางที่ผิดมันก็แย่ หลายครั้งที่เขาขโมยของใช้ของกิ่ง กิ่งรู้นะพี่สาม พอหลายครั้งเข้ากิ่งก็เตือนเขาตรงๆ ไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับใคร เขาไม่เคยยอมรับ แต่สิ่งสุดท้ายที่กรีนขโมยกิ่งไป กิ่งอภัยให้ไม่ได้จริงๆ” ผมถอนหายใจ หากกรีนไม่คิดหักหลังผม เราคงยังเป็นเพื่อนที่พึ่งพากันได้ เขาเลือกที่จะทำลายมิตรภาพ ผมก็จนปัญญา เพราะนั่นเป็นหนทางที่เขาเลือกเอง แล้วผมก็ไม่ใช่พ่อพระที่จะลืมสิ่งที่เขาทำกับผมได้

“รอแป๊บหนึ่งนะ พี่ขอคุยกับแม่ก่อน” พี่สามเดินออกไปคุยโทรศัพท์อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับเข้ามา “พี่คุยกับแม่แล้ว แม่บอกว่าแม่ของกิ่งไม่ต้องเอาเงินมาคืนแทนให้ แต่ช่วยร่างสัญญา ให้ฝ่ายนั้นเซ็นยินยอมคืนเงินตอนที่เรียนจบแค่นั้นพอ ไม่ต้องคิดดอกด้วย”

ผมเพิ่มแต้มให้พี่สามอีกแล้ว เขาจะไม่ช่วยก็ได้ แต่เขาคงรู้ว่าแม่ของผมคงหนักใจหรือไม่สบายใจหากไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเด็กที่กำลังเดือดร้อน กรีนจะรู้บ้างไหมว่าเขาได้รับโอกาสที่ดีจากคนหลายคน การที่เขาพูดว่าเขาขาดโอกาสมันไม่จริงเลย ทำไมเขาจึงมองไม่เห็น และยังทำตัวเองให้เสียโอกาสที่ถูกหยิบยื่นมานั้นไปด้วยตัวเอง


เมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ผมบอกแม่เรื่องที่พี่สามเล่า รวมถึงเรื่องการใช้หนี้ที่แม่พี่สามเสนอมาให้ท่านฟัง ท่านเอารายชื่อเจ้าหนี้ที่กรีนเขียนมาดูอีกรอบ ก็เห็นว่ารายชื่อเจ้าหนี้ที่แม่ของกรีนไปกู้เงินมาเป็นน้าๆ ของพี่สามจริง ท่านจึงโทรไปคุยกับแม่ของพี่สามเองอีกที เมื่อคุยกันเสร็จแล้วท่านจึงโทรตามให้กรีนมาพบ

ผมพาพี่สามกลับมาที่ห้อง พี่สามขอตัวออกมายืนรับลมที่ระเบียง เขาไม่ได้สูบบุหรี่เมื่อมาที่บ้านของผม คงไม่อยากให้ผมลำบากใจหากแม่มาถาม แต่ผมคิดว่าคนที่เคยสูบพอไม่ได้สูบคงทรมานน่าดู

“พี่จะสูบบุหรี่ก็ได้นะ แม่ไม่ว่าหรอกเพราะกิ่งไม่ได้เป็นคนสูบ พ่อกิ่งก็สูบ”

“ทนได้”

“ทำไมต้องทนครับ”

“มันเป็นการฝึกไง ถ้าเราทนเรื่องที่ยากได้ เราจะรู้จักยับยั้งทุกเรื่องได้ดีขึ้นเรื่อยๆ”

“แล้วทำไมไม่เลิกไปเลยล่ะครับ”

“เดี๋ยวมีคนแถวนี้ยอมเป็นแฟนก่อน จะเลิกเลย”

“อืม เอาไงดีนะ” ผมแกล้งทำท่าครุ่นคิด

“เพื่อสุขภาพของปอดและช่องปากของพี่ สงสัยกิ่งต้องรีบตัดสินใจแล้วล่ะ”

ผมมองผู้ชายตรงหน้าแล้วอดยิ้มออกไปไม่ได้ ถ้าใช้คำว่าผมโชคที่ได้มาเจอกับพี่สาม มันจะเป็นความโชคดีของผมตลอดไปไหมนะ ส่วนพี่สามเมื่อเห็นผมยิ้มก็เอานิ้วมาจิ้มที่ลักยิ้มของผม จากนั้นบีบแก้มกลมๆ ของผมเบาๆ ท่าทางคงจะมันเขี้ยวผมอยู่ไม่น้อย

จังหวะนั้นสายตาของผมเหลือบมองลงไปข้างล่างพอดี กรีนกำลังเดินออกมาจากสำนักงานของแม่เพชร เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วสบตาผมเข้าพอดี ผมที่กำลังยิ้มค้างอยู่ก็แทบจะหุบยิ้มลง แต่เพราะพี่สามสอดนิ้วเข้ามาประสานมือของผมเอาไว้ บีบกระชับเบาๆ พร้อมกับพูดว่า...

‘เป็นแฟนกันได้รึยัง รอนานกว่านี้ จากเป็นพี่จะกลายเป็นปู่แล้ว’

รอยยิ้มของผมจึงยังคงฉายชัดต่อไป โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนข้างล่างที่มองขึ้นมาจะเอาไปคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มที่เกิดจากการเย้ยหยัน

……


ในที่สุดผมตกลงใจคบกับพี่สามในฐานะแฟน แต่เราสองคนไม่ได้ป่าวประกาศบอกใครแม้กระทั่งพี่เอ๋ย ยกเว้นครอบครัวของเราทั้งสองคน เพื่อนทุกคนก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะต่างก็คิดว่าผมคบกับพี่สามหลังจากที่เลิกกับพี่ต้นใหม่ๆ โน้นแล้ว คนที่เที่ยวหาวิธีป่าวประกาศบอกใครต่อใครก็คือกรีนนั่นเอง คงอยากตัดผมออกไปจากวงจรของเขาและพี่ต้น

การได้มาคบกับพี่สามมันแตกต่างจากตอนคบกับพี่ต้นมาก เราสองคนยังไม่มีอะไรกัน พี่สามไม่เคยเว้าวอนหรือพยายามจะหาทางเพื่อทำเรื่องอย่างว่ากับผม เวลาผมมีเรื่องไปปรึกษาเขา พี่สามจะให้ผมคิดและลองทำเอง ผิดถูกให้ผมได้เจอเอง แล้วถึงได้มาช่วยแก้ปัญหาให้ เขาเป็นผู้ใหญ่มากๆ ไม่ว่าใครจะพูดอะไรกับเขา หรือพูดเรื่องของคนอื่น รวมถึงผมด้วย เขาจะฟังด้วยท่าทางนิ่งๆ แต่จะไม่คล้อยตาม เขาจะตัดสินเรื่องนั้นด้วยความคิดของเขาเอง เขาค่อยๆ เปลี่ยนคนเอาแต่ใจอย่างผมไปทีละเล็กละน้อยด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง อันที่จริงผมไม่รู้ตัวเองหรอก แต่แม่เป็นคนบอกว่าตั้งแต่ผมคบกับพี่สาม ผมดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก

ระยะนี้พี่ต้นก็ส่งพี่เอ๋ยให้มาพูดกับผม อยากนัดเจอ ผมปฏิเสธทุกครั้ง มันไม่ประโยชน์ที่จะฟังคำอธิบายอะไรอีก เพราะผมเปิดใจให้พี่สามแล้ว ผมควรเลือกที่จะทำให้พี่สามสบายใจมากกว่ายอมรับนัดเพื่อให้พี่ต้นดีใจ เมื่อปฏิเสธบ่อยๆ พี่เขาก็เริ่มหายไปอีกครั้ง

แต่คนที่เริ่มเข้ามาวนเวียนในชีวิตของผมบ่อยขึ้นคือมาร์ชกับเจ๋ง ผมไม่ได้โกรธแต่ก็ไม่ได้ให้ใจเต็มร้อยกับเพื่อนกลุ่มนี้เหมือนเดิมอีก มาร์ชก็เหมือนจะรู้ตัว แม้มันยังไม่ได้ขอโทษผม แต่ก็ไม่พูดให้ร้ายกรีน ที่ผมนึกชมเพราะอย่างน้อยมันยังรู้ว่ามันก็มีส่วนผิด ไม่ใช่โทษแต่คนอื่นเหมือนกรีน ต่างจากเจ๋งที่เริ่มเอาเรื่องของแย่ๆ ของกรีนมาเล่าให้ผมฟัง ผมเพิ่งได้รู้ว่ากรีนสร้างเรื่องเป่าหูเพื่อนทั้งสองคนของผมชนิดที่ว่าผมไม่เหลือดีเลย ผมไม่เคยออกคำสั่งกับกรีนและทำเหมือนกรีนเป็นคนรับใช้ ไม่เคยใช้ให้กรีนซักกางเกงในให้ แม่ของผมก็ไม่เคยให้แม่ของกรีนซักกางเกงในให้ ผมไม่เคยเอาเรื่องของมาร์ชกับเจ๋งไปนินทาให้พี่ต้นและกลุ่มเพื่อนของเขาฟัง ผมไม่เคยใช้เงินฟาดหัวเพื่อน ผมไม่เคยใช้เงินซื้อเกรด และยังมีอีกหลายๆ เรื่องที่กรีนเอาผมไปพูดถึงในทางที่ไม่ดี

แม้กรีนจะผิดที่คอยเสี้ยม แต่หากทั้งสองคนหนักแน่นและรู้จักผมดีพอ เขาจะไม่มีทางหวั่นไหวกับคำพูดของคนอื่นเลย โดยเฉพาะมาร์ชที่อยู่บ้านติดกับผม เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก แต่มาร์ชก็เลือกจะเชื่อกรีนมากกว่า มันทำให้ผมนึกน้อยใจ แล้วมาร์ชก็ทำเหมือนว่าอยากพูดอะไรผม แต่สุดท้ายมันก็เอาแต่เงียบ สีหน้าของมาร์ชดูไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ผมก็ไม่คิดถาม

“กิ่ง เราขอโทษว่ะ รู้ว่ามันชดเชยความเสียใจของกิ่งไม่ได้ แต่เราก็อยากขอโทษ เราหูเบาไปเอง” มาร์ชยอมพูดกับผมในที่สุดเมื่อเราอยู่กันตามลำพัง

“เราอยากรู้ กรีนบอกอะไรกับแก แกถึงโกรธเราและตีตัวออกห่าง” ผมถามตรงๆ ผมไม่เชื่อว่าแค่เรื่องที่กรีนเป่าหูว่าผมเอามาร์ชไปนินทากับกลุ่มพี่ต้นจะทำให้มาร์ชมีอคติกับผม

“เราขอถามแกก่อน แกรู้เรื่องของเรากับกรีนหรือเปล่า”

“เรื่องอะไร” ผมทำหน้างง

“เอาจริงๆ ดิ”

“ก็เรื่องอะไรเล่า”

“เรื่องที่ฉัน...กับกรีน...”

“แกมีอะไรกับกรีนเหรอ” ผมถาม สีหน้าของผมคงเหลอหลามากจนมาร์ชถอนหายใจ

"อืม แปลว่าแกคงไม่รู้จริงๆ”

“แกคบกันเหรอ” ผมถามอีก บอกตามตรงว่าผมตกใจมาก

“ไม่ได้คบ แค่ช่วยกัน แบบเพื่อนช่วยเพื่อนอะ แกน่าจะเข้าใจ”

“แก...ฉันไม่เข้าใจ แกไม่ได้รักกัน...แล้วแกสองคน...แล้วมองหน้ากันติดเหรอวะ” ผมถามเพราะสงสัยจริงๆ

“กรีนมันพูดจนฉันเชื่อว่ามันเรื่องปกติ ใครๆ ก็ช่วยกัน แล้วมันก็บอกว่า มันก็เคยช่วยแกบ่อยๆ”

“อะไรนะ” ผมช็อกมากกับข้อกล่าวหานี้

“แล้วมันบอกว่าจะเก็บเป็นความลับ เพราะมันก็เก็บให้แกเหมือนกัน พอวันหนึ่งพ่อฉันรู้ว่าฉันมีอะไรกับผู้ชาย โดนตีจนน่องแตกเลย พ่อบอกว่าแกเป็นคนเขียนจดหมายมาเตือน ฉันก็งงว่าแกรู้ได้ไง แล้วกรีนมันมาสารภาพว่าหลุดปากบอกแกไป มันทำให้ฉันเชื่อว่าแกคงอิจฉาที่มันมาสนิทกับฉันมากกว่าแก ฉันเพิ่งมาได้สติว่ามันนั่นแหละเป็นคนบอกแล้วโบ้ยไปที่แก”

“เฮ้อ นี่ฉันถูกมันเอาไปพูดเสียๆ หายๆ กับใครอีกบ้างวะ แล้วทุกคนก็เลือกจะตัดสินฉันโดยไม่มาถามสักคำ กรีนมันถึงรอดมาได้จนทุกวันนี้ทั้งที่คนแบบนี้ไม่น่าอยู่รอดในสังคมได้”

“ฉันเชื่อว่าคนคนหนึ่งคงโดนปั่นหนักกว่าคนอื่น คนที่มันต้องการมากที่สุด” มาร์ชทำให้ผมนึกถึงพี่ต้น “ฉันไม่ได้จะพูดให้แกกลับไปหาพี่ต้นหรอกนะกิ่ง แต่แค่สงสารเขาเหมือนกัน จะว่าโง่ก็คงโง่กันทั้งบาง ไม่มีใครเลยที่ไม่เชื่อในเรื่องที่ไอ้กรีนพูด มันมีวิธีพูดและอ้างอิงเหตุผลนั่นนี่จนน่าเชื่อไปหมดนะแก มันคงมีพรนรกข้อนี้มาตั้งแต่เกิดจริงๆ คงเรียกพรสวรรค์ไม่ได้”

“แล้วสรุป หลังจากนั้นพ่อแกว่าไงบ้าง”

“เขาก็ถามว่าฉันเป็นเกย์เหรอ ฉันตอบก็เลยตอบไปตรงๆ ว่าได้หมดถ้าสดชื่น”

“ไอ้บ้า” ผมหัวเราะ เพราะคนที่พูดมันก็หัวเราะเหมือนกัน

“ฉันขอโอกาสเป็นเพื่อนแกอีกครั้งได้ไหมกิ่ง สัญญาว่าจะดีให้พอ จะเป็นเพื่อนที่ดีให้มากกว่าเคย”

“ก็ดูกันไป” ผมไม่คิดจะสงสาร แต่ผมจะให้โอกาส มันก็ขึ้นอยู่กับว่ามาร์ชอยากกลับมาเป็นเพื่อนกับผมจริงๆ ไหม เขาต้องพิสูจน์ด้วยตัวเขาเอง

……


ชีวิตของผมดำเนินไปเรื่อยๆ อีกปีเดียวผมก็จะจบแล้ว ผมรับรู้ข่าวเรื่องที่พี่ต้นเลิกกับกรีนมาจากเจ๋ง ทีแรกผมนึกว่าเขาจะเลิกกันตั้งแต่วันที่ผมให้พี่ต้นโทรไปบอกเลิกกับกรีนต่อหน้าผม ผมมั่นใจว่าพี่ต้นจะทำ เขายอมทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่เขาต้องการ แต่หลังจากนั้นเขากลับหวานออกสื่อมากกว่าเดิม ทำตัวติดกัน และพยายามทำให้ผมเห็นบ่อยๆ ด้วย กรีนคงเป็นคนที่ใช่ของพี่ต้นจริงๆ เขาถึงคบกันได้นานกว่าที่ผมคาดเอาไว้

แต่ผมก็ยังสงสัยเรื่องเดิมอีกว่า...ทำไมกรีนว่างขนาดที่มาอยู่เฝ้าพี่ต้นได้เป็นวันๆ แปลกใจหนักกว่าคือผมไม่รู้เลยว่าพี่ต้นชอบแบบนั้น หรือเพราะผมไม่เคยไปตามเฝ้าเขา เขาเลยนอกใจผม ดูเขาน่าจะเหมาะสมและไปกันได้ด้วยดี จนมามีข่าวเลิกกันจริงจัง และสาเหตุที่เขาเลิกกัน เพราะพี่ต้นเห็นกับตาว่ากรีนมีอะไรกับมาร์ชที่ห้องของพี่ต้นเอง ข่าวนี้ไม่ใช่ผมคนเดียวที่รู้ พี่เอ๋ยบอกว่าเขารู้กันทั้งคณะ

เวรกรรมมันตามมาไวมาก พี่ต้นคงเจ็บปวดและรู้สึกอับอาย เขาเป็นคนมั่นใจในตัวเองมาโดยตลอด เพราะเขาเป็นคนหน้าตาดี การเป็นคนที่มีแต่คนให้การยอมรับ คนที่ได้รับแต่คำชื่นชม เป็นที่ต้องการของใครต่อใคร การโดนหักหลังแบบนี้เขาคงเสียศูนย์ไม่น้อย กรีนก็ดูจะรักพี่ต้นมาก ทำไมถึงกล้าที่จะทำแบบนั้น และกับมาร์ช ผมนึกว่าเขาจะเข็ดกับกรีน แต่สุดท้ายก็กลับไปอยู่ในวังวนเดิม ทุกคนดูจะติดใจเรื่องแบบนั้นของกรีน

หลังจากได้รับข่าวจากเจ๋ง ผมไม่ค่อยได้เจอพี่ต้นเพราะอีกฝ่ายกำลังจะเรียนจบ คงเริ่มไปฝึกงานแล้ว และผมเดาว่าเขาคงรู้สึกเสียหน้าเกินกว่าจะมาเจอผม ส่วนมาร์ชผมก็ไม่ได้เจอมันเหมือนกัน มันส่งข้อความมาให้ผมครั้งสุดท้ายในช่วงที่มีข่าวว่าพี่ต้นเลิกกับกรีน มันบอกว่ามันทำในสิ่งที่มันควรทำมานานแล้ว ผมไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร แต่ก็คิดว่าสักวันมันคงมาบอกผมด้วยตัวเอง และคนสุดท้ายที่ผมไม่อยากเจอมากที่สุดก็คือกรีน รายนั้นก็หายไปจากชีวิตของผมเช่นกัน



มีต่อด้านล่าง
V
V
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-06-2019 11:51:36 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
ต่อจากด้านบน


ตอนนี้ผมกำลังจะเรียนจบ ส่วนพี่สามซึ่งจบไปก่อนหน้า เขาเซ้งร้านที่กรุงเทพให้คนอื่น ส่วนตัวเขากลับไปเปิดร้านเกี่ยวกับพวกรับทำป้ายหรือพวกเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ที่บ้านเกิดของพวกเรา ทีแรกผมก็นึกว่าพี่เขาจะเปิดร้านเล็กๆ แต่ปรากฏว่ามันใหญ่มาก แทบครบวงจรสื่อสิ่งพิมพ์เลยก็ว่าได้ ที่ร้านมีเครื่องไม้เครื่องไม้ทันสมัย โดยเฉพาะรับตัดสติ๊กเกอร์ตกแต่งรถนั้นเป็นที่นิยมมากจนเขาแทบไม่มีเวลาพัก เขายังเปิดร้านเครื่องเขียนและร้านกาแฟเล็กๆ อยู่ในอาณาเขตร้านใหญ่ด้วย พี่สามบอกว่าเขามานำร่องและรอผมกลับไป เขารู้ว่าผมชอบวาดรูปและออกแบบผลิตภัณฑ์ เขาบอกว่าสมัยนี้มีแต่คนขายของออนไลน์มากขึ้น ธุรกิจขายบรรจุภัณฑ์จึงน่าลงทุน และพี่เขาคิดว่าอาชีพนี้จะทำรายได้ให้ผมได้ไม่น้อยเลย

ผมบอกตามตรงไม่คิดว่าพี่เขาจะสร้างอนาคตของเขาโดยมีผมรวมอยู่ในนั้นด้วย เขาไม่เคยพูดให้ผมฟังว่าเขาอยากทำอะไรบ้าง มีแต่ผมที่เป็นฝ่ายพูดกับเขาบ่อยๆ ว่าอยากกลับไปทำงานที่บ้าน อยากอยู่ใกล้ๆ พ่อกับแม่ด้วย ผมเบื่อกรุงเทพ แต่ก็ไม่รู้จะทำอาชีพอะไรเพราะไม่เคยค้าขายมาก่อน ให้ไปวาดรูปอย่างเดียวก็คงไม่พอกิน ความฝันของผมจึงถูกพี่สามสร้างให้จนเป็นรูปเป็นร่าง ทำไมเขาถึงดีกับผมขนาดนี้ ดีจนผมเริ่มกังวลเพราะปมที่ผูกแน่นของผม มันทำให้ผมกลัวอยู่ตลอดเวลาว่าความโชคดีของผมมันจะมีวันหมดอายุ


ผมตั้งใจกลับบ้านหลังจากที่ไม่ได้กลับมาที่นี่ถึงสามเดือน ช่วงเทอมสุดท้ายผมต้องทำผลงานส่งอาจารย์ มันหนักมาสำหรับผม พี่สามจะเป็นฝ่ายขึ้นมาหาผมเองเพราะไม่อยากให้ผมเดินทาง แต่ตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว แม้จะยังไม่เป็นทางการแต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรอีก และวันนี้ผมไม่ได้บอกพี่สามและที่บ้านว่าจะกลับมา อยากสร้างความประหลาดใจให้พวกเขา

ผมมาถึงที่รอรถประจำทางขนาดเล็ก ยังไม่มีรถสายที่จะผ่านหน้าร้านของพี่สามจอดอยู่ ผมจึงนั่งรอไปเรื่อยๆ แล้วจู่ๆ ก็มีรถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ขับมาจอดตรงหน้าของผม เขาสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าผมเลยไม่รู้ว่าเป็นใคร จนกระทั่งเขาถอดหมวกออก แม้หน้าตาของเขาจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นมากจนจำแทบไม่ได้ แต่ผมก็จำเขาได้อยู่ดี

“ไอ้นัท” ผมเผลอเรียกชื่อเขาออกไป

“โห นั่นกลายเป็นชื่อเต็มของกูไปแล้วไง” อีกฝ่ายยักคิ้วแล้วถามผม “จะไปไหน ไปส่ง”

“ไม่เอาอะ ไม่อยากถูกฆ่าหมกป่า” ผมรีบส่ายหน้า อีกฝ่ายหัวเราะจนเห็นฟันขาว

“กูเป็นคนดีศรีสังคมแล้ว จะไปหาไอ้สามอะดิ มา...กูจะไปส่ง” อีกฝ่ายไม่พูดเปล่า ลงมาหยิบกระเป๋าของผมไปวางตรงพื้นที่วางด้านหน้ารถ ผมจึงจำใจต้องขึ้นไปนั่งซ้อนท้าย โตๆ กันแล้ว มันคงไม่มานั่งรังแกผมเหมือนเดิมหรอก ผมคิดว่าอย่างนั้นนะครับ

“จะไปไหน” ผมถาม เพราะว่าทางที่มันขี่พาผมมา มันไม่ใช่ทางไปร้านของพี่สาม

“กินเตี๋ยวกันก่อน ร้านโปรดมึงไง”

“ถามซักคำไหมเนี่ย”

“ไม่ต้องถาม ถึงมึงจะผอมลงแต่กูว่ากินเก่งเหมือนเดิม ตูดก็ยังน่าจับ”

“ไอ้บ้า” ผมด่ามันแต่ก็เดินตามมันไปนั่งในร้าน แล้วผมก็สั่งก๋วยเตี๋ยวมากินเพราะอยากกินอยู่พอดี คิดแล้วก็ขำ ตอนเรียนมอปลายเหมือนจะฆ่ากันให้ตาย เจอกันเป็นต้องมีเรื่อง ตอนนี้มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกันเฉยเลย

“เจอไอ้ต้นยัง” จู่ๆ นัทก็ถามผมขึ้นมา

“ไม่เจอ”

“มันกลับมาอยู่ที่นี่แล้วนะ เปิดร้านทองใหญ่โต”

“เหรอ” ผมรับรู้ทั้งที่ไม่ได้อยากรู้สักเท่าไหร่

“กรีนก็ด้วย มันกลับมา” คราวนี้ผมหูผึ่งเลย “แม่มันเสียแล้วนะ” ผมหยุดกินเพราะรู้สึกใจหาย ผมไม่รู้ข่าวนี้เลย เจ๋งไม่ได้บอกผม

“แล้วกลับมาทำอะไร” ผมก้มหน้ากินต่อ ก่อนจะถามเมื่อรู้สึกอิ่มขึ้นมาดื้อๆ แม้ผมจะยังอภัยให้กรีนไม่ได้ แต่ยอมรับว่าผมสงสารเขาไม่น้อย

“ไม่รู้ รู้แต่มันเรียนไม่จบ กูไม่อยากใส่ใจ”

“ขนาดไม่ใส่ใจนะ” ผมย้อน อีกฝ่ายยักคิ้วแบบกวนให้ผมอีก

“ตอนเรียนเกลียดกูมากปะ” อีกฝ่ายถามพลางรินน้ำชาใส่แก้วเพิ่มให้ผม

“มากกกกกก” ผมลากเสียงยาวจนอีกฝ่ายหัวเราะร่วน

“มึงอยากไปฟ้องครูทำไมว่ากูดูดบุหรี่”

“เราเปล่านะ” ผมรีบปฏิเสธ

“อ้าว ไอ้กรีน เล่นกูแล้วไง”

“กรีนบอกเหรอ” ผมถาม มันพยักหน้า

“แล้วมึงบอกคนอื่นปะ ว่ากูไปบีบนมมึง”

“เฮ้ย ไม่เคยพูด ไม่ได้บีบจะเอาไปพูดทำไมให้ตัวเองเสียหาย” ผมตกใจมาก ไม่คิดว่ากรีนจะเล่นแรงถึงขนาดนี้

“แม่งเอ้ย อีตอแหล นี่ถ้ากูได้บีบจริงๆ จะไม่ว่าสักคำ เอาจริงๆ ตอนนั้นก็อยากอยู่” มันพูดพลางมองหน้าอกของผม

“ปากหมาอีกแล้วไง” ผมเอาตะเกียบชี้หน้ามัน มันหัวเราะ ปกติผมไม่ค่อยหยาบใครกับใคร แต่กับนัท เหมือนมันดึงความห่ามในตัวผมออกมา ทั้งที่มันอายุเท่าพี่สาม แต่ผมกล้าที่จะปีนเกลียวมัน นี่ถ้าไม่เข้าใจผิดและได้เป็นเพื่อนกัน ชีวิตมัธยมปลายของผมคงมีสีสันน่าดู “แล้ว...นัทเคย” ผมอยากจะลองถามเรื่องนั้น แต่ก็กระดากปากที่จะพูดตรงๆ

“เคยอะไร ไอ้กรีนมันใส่ความกูว่าอะไร”

“เคยพากรีนไปที่ห้องน้ำหลังตึก แล้วบังคับ..ให้ทำงั้นรึเปล่า”

“ทำอะไร”

“ก็ทำยังงั้นอะ”

“เอามันอะเหรอ”

“ไม่ถึงขนาดนั้น”

“แล้วมันขนาดไหนวะ”

“ก็แบบนั้นไง”

“วะ มึงพูดมาเลยได้มะ” มันทำท่าหงุดหงิด

ก็ผมไม่อยากพูดนี่ มองซ้ายมองขวาเลยเอาตะเกียบขึ้นมาดูดตรงปลาย แล้วรีบเอาวางลงเหมือนเดิม “แบบนี้ไง”

“ดูกระปู๋กูอะเหรอ”

“พูดเบาๆ ได้ไหม” ผมรีบต่อว่ามัน อยากจะบ้าตาย แต่ก็พยักหน้าให้

“หมดกัน ไม่เคย กูแตะต้องร่างกายมันมากที่สุดคือชกปากมัน ที่มันเอามึงมาว่าร้าย แทนที่มึงจะขอบคุณกู เสือกมาด่ากูให้อับอาย มึงคิดซิคิด กูนี่แดงไบเล่อันธพาลครองโรงเรียน แล้วมึงมายืนชี้หน้าด่ากูไฟแลบจนเถียงไม่ทัน กูอับอายลูกกระจ๊อกแค่ไหนมึงคิดบ้างไหม ถ้าไอ้สามไม่มาขอกูเอาไว้ กูจับมึงทำเมียไปแล้ว”

“พี่สามเหรอ....” ผมเพิ่งได้รู้ “ไม่ใช่พี่ต้นเหรอ”

“ขี้ขลาดอย่างไอ้ต้นเนี่ยนะจะมาหือกับกู มันเห็นมึงถูกกูแกล้งทุกวัน ทำได้แค่มองตาละห้อย โน้น...ไอ้สามโน้น ชกกูซะปากแตกแดกข้าวไม่ได้เป็นอาทิตย์ ไม่ยอมก็ต้องยอม”

“นึกว่าเห็นแก่มิตรภาพ ที่แท้ก็ป๊อด กลัวถูกพี่สามชกหรอกเหรอ” ผมพูดแล้วก็หัวเราะ คราวนี้มันตะเกียบชี้หน้าของผมบ้าง

“กูจะทำยังไงกับไอ้กรีนดีวะ ห่าเอ้ย อดีตของกูจบกัน เลวก็ยอมรับ แต่กูไม่เคยข่มขืนหรือบังคับใจกันเรื่องแบบนั้น มันเสียชาตินักเลงที่แท้ทรู”

“มันผ่านไปแล้ว”

“แล้วมึงก็เชื่อมันเนี่ยนะ” พอนัทถามผมแบบนี้ผมก็อึ้งไป คำพูดของมาร์ชลอยเข้ามา

‘มีใครบ้างที่ไม่เชื่อคำพูดของกรีน’

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ไม่คิดถาม ฟังความข้างเดียว เราทุกคนต่างก็ผิดที่ยอมเป็นเหยื่อของกรีนง่ายๆ แล้วก็ไม่คิดจะค้นหาความจริง

“ก็ใครจะไปคิด ทำตัวเกเรทุกวัน แต่ก็ขอโทษนะ”

“ขอคิดก่อนว่ายกโทษให้ดีไหม”

“อย่าเยอะ”

“วุ้ย ให้กูเล่นตัวสักห้านาทีมันจะตายมะ” มันบ่น ผมได้แต่หัวเราะ

“อยากให้เราเรียกพี่ไหม” ผมถาม มันเป็นรุ่นพี่ของผม แต่เพราะมันแกล้งผมจนผมหมดความนับถือ นี่ถ้ามันบอกว่าอยากให้เรียก ผมก็คงฝืนใจน่าดู

“ไม่เป็นไร โทษฐานที่กูแกล้งมึงบ่อย กูให้สิทธิ์มึงปีนเกลียวได้ หรืออยากปีนเกลียว ‘ของกู’ ก็ได้”

“ไอ้ลามก” ผมว่ามันแบบทีเล่นทีจริง มันโดนผมด่าก็เอาแต่ขำ ท่าจะอาการหนัก

พิศมองคนที่มีรอยสักเต็มแขน คนที่ผมเคยบอกกับตัวเองว่าจะไม่มีวันยอมอยู่ใกล้ๆ มันเด็ดขาด คนที่ผมแอบดูถูกว่ามันคงเป็นได้แค่นักเลงหัวไม้ที่ไร้อนาคต ผมนึกขอโทษนัทในใจ แต่ตอนนี้เรากลับนั่งคุยและสร้างเสียงหัวเราะให้กันได้ สิ่งที่ผ่านไปแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ เราต่างก็ตัดสินกันจากคำพูดของคนอื่น ก็คงทำได้แค่เริ่มทำความรู้จักกันใหม่เท่านั้นเอง

……

นัทมาส่งผมที่หน้าร้านของพี่สาม แต่เขาไม่ได้กลับ เดินตามผมลงมาด้วย ‘น้องมีน’ เด็กนักเรียนที่พี่สามรับเข้ามาทำงานพิเศษในวันหยุดเห็นผมก็รีบเข้ามาช่วยถือของ คงจำผมได้เพราะก่อนหน้านี้ผมก็มาที่นี้บ่อยๆ น้องมีนไหว้ผมกับนัทและเดินนำเข้าไปด้านใน

“พี่สามไม่อยู่เหรอ” ผมถาม

“คุยกับเพื่อนอยู่ในห้องค่ะ”

“ใครวะ”

“ไม่รู้ค่ะเฮียนัท หน้าตาหล่อด้วย” เด็กสาวพูดพลางปิดปากขำ

“ใครวะ เฮียเนี่ยหล่อสุดในบรรดาเพื่อนไอ้สามแล้ว” นัทขยิบตาให้น้องมีน จนกระทั่งใครบางคนเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของพี่สาม ผมถึงกับพูดไม่ออก

“ไอ้กรีน มาทำอะไรที่นี่วะ” นัทเป็นคนร้องทัก

“ไม่เจอกันนานเลยนะ” กรีนไม่พูดกับนัท แต่เดินเข้ามาพูดกับผม สักพักพี่สามก็เดินตามออกมา กรีนยกยิ้ม สายตาของกรีนเหมือนจะบอกอะไรผม

“อ้าวกิ่ง ไม่เห็นบอกว่าจะมา” ผมมองไปที่กางเกงยีนของพี่สาม กระดุมยังติดไม่เรียบร้อยเลย

“นัท ไปส่งเราที่บ้านหน่อย” ผมพูดจบก็คว้ากระเป๋าจากมือของน้องมีนมาถือ น้องดูจะตกใจกับท่าทีของผม แต่ผมไม่ได้สนใจเพราะกำลังโกรธ รีบเดินออกจากร้านของพี่สามไปอย่างรวดเร็ว

“กิ่ง เป็นอะไร” พี่สามเดินตามมาคว้าแขนของผมก่อนจะถาม

ผมเป็นคนขี้หึง คราวที่คบกับพี่ต้นผมไม่เคยแสดงอาการอย่างเปิดเผยขนาดนี้มาก่อน ให้งอนหรือโกรธก็จะเลือกไปพูดกับพี่เขาตามลำพัง แต่คราวนี้ผมควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ ผมกลายเป็นคนขี้ระแวงไปแล้ว บาดแผลที่พี่ต้นกับกรีนสร้างให้ผมมันกลายเป็นปมใหญ่ในชีวิต แถมคนสร้างปมนั้นกลับมาวนเวียนกับแฟนของผมอีกรอบ ผมจะไม่หึงได้ยังไงกัน

“ไม่ใช่คนนี้ไม่ได้เหรอพี่สาม” ผมน้ำตาคลอ

“พูดอะไร”

“เพราะกิ่งยังไม่ให้พี่ทำแบบนั้นกับกิ่ง พี่เลยต้องหาที่ระบายใช่ไหม ทำไมต้องเป็นมัน”

“กิ่ง”

“ทำไม กิ่งพูดแทงใจดำพี่เหรอครับ”

“ไอ้นัท กูยืมกุญแจรถมึงหน่อย” พี่สามตะโกนเข้าไปในร้าน มืออีกข้างก็ยังจับแขนผมเอาไว้

กรีนรีบเดินออกมา สีหน้าแสดงว่าเป็นห่วงผม น้ำเสียงที่สั่นคลอพยายามจะอธิบาย “กิ่ง อย่าเข้าใจผิด เรากับพี่สาม...” 

“เงียบปากไปเลย” เมื่อเจอพี่สามพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดุดันก่อน อีกฝ่ายจึงเงียบปากแทบจะทันที “มันแค่เอาเงินมาใช้หนี้แม่พี่ ไป..ขึ้นรถ” พี่สามพูดกับกรีนเสร็จจึงหันมาพูดกับผม จากนั้นถึงได้เดินไปคร่อมรถ

ผมกำลังเสียใจอยู่นะ ยังจะมาดุผมอีก ถึงผมจะเริ่มน้อยใจแต่ก็รีบขึ้นนั่งซ้อนท้ายพี่สาม เพราะตอนนี้หน้าพี่สามดูเหมือนจะหงุดหงิดมาก ผมงอนเขาอยู่แต่ก็ไม่อยากให้เขาหงุดหงิด

“กอดเอวด้วย” พี่เขาสั่งผม ผมเอามือไปแตะเอวพี่สามเฉยๆ “บอกให้กอด” พี่สามหันมามองหน้าผม ผมหน้างอใส่ จนพี่เขาเอามือของเขามาจับมือของผม แล้วออกแรงดึงให้ไปกอดเอวของเขาเอาไว้

“ดุดันมาก นั่นเพื่อนเฮียเอง แต่เฮียดุกว่า เพราะฉะนั้นอย่าดื้อกับเฮียนะ” นัทมันหันไปพูดกับน้องมีน ส่วนกรีนได้แต่ยืนเม้มปากและมองดูผมกับพี่สามไม่วางตา

“คืนนี้ปิดร้านให้กูด้วยนะนัท”

“อ้าว มึงจะไม่กลับมาแล้วเหรอ แล้วมอ’ไซด์กูล่ะ”

“กูเอาไปก่อน มึงเอารถกูขับกลับไปแทน”

“จริงดิ! ให้กูขับซุปเปอร์คาร์ของมึงได้เหรอ” นัทดีใจจนออกนอกหน้า

“เออ กูไปนะ แล้วคืนนี้ไม่ต้องไปนอนบ้านกู กูอยากได้พื้นที่ส่วนตัวกับ ‘แฟน’ ของกู” พี่สามพูดจบก็สตาร์ทรถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ของนัทและบิดคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็ว

ผมกลัวว่าตัวเองจะร่วงลงไปกองกับพื้น จึงออกแรงกอดพี่สามจนแน่นโดยที่ไม่รอให้เขาสั่งอีกรอบ

ชั่วพริบตาเดียวพี่สามก็พาผมมาถึงบ้านของเขา แม่ของพี่สามยกที่ดินที่ร้านและที่นี่ให้เป็นของขวัญในวันที่พี่สามเรียนจบ บ้านชั้นเดียวและมีบริเวณโดยรอบกว้างพอสมควร แน่นอนว่าผมเป็นคนเลือกแบบ และมีส่วนร่วมในการตกแต่งทั้งหมด สไตล์แบบอินเดียนแดง ยิปซี หรือโบฮีเมียน คือสไตล์ที่ผมกับพี่สามชอบ

“ทำไมไม่ยิ้ม” พี่สามพาผมมานั่งในบ้านได้ก็เอามือมาแนบแก้มของผมและก็ออกแรงมันให้ส่ายไปส่ายมา

“ขี่ซะเร็ว ลมมันตีหน้ากิ่งจนหน้าชาไปหมดแล้วเนี่ย” ผมยังคงทำหน้างออยู่

“ก็งอนอะไรไม่เข้าท่า พี่ไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

“พี่เดินออกมากับกรีน กระดุมกางเกงก็หลุด” ผมชี้ให้เขาดู

“ก็กางตัวเนี่ยรังดุมมันขยาย อะ เนี่ยดูนะ” พี่สามลุกขึ้นยืน สองมือกลัดกระดุมเหล็กเข้าที่ แต่พอยืนเฉยๆ แล้วมันยังไม่หลุด เขาเลยส่ายเอวไปมาตรงหน้าผม ไม่นานกระดุมมันก็ค่อยๆ หลุดออกจากรังดุม

“แล้วใส่ทำไมเล่า” ผมพูดเสียงเบา ขำก็ขำ เขินก็เขิน มาส่ายเป้าตุงๆ ตรงหน้าของผมอยู่ได้

“เมื่อเช้าลูกค้าจะรีบมาเอางาน พี่คว้าอะไรได้ก่อนก็ใส่ แล้ววันนี้กรีนมันเอาเงินมาจ่ายคืนแม่พี่พอดี”

“ทำไมพี่ไม่เคยเล่าเลยว่ากรีนกลับมาอยู่นี่”

“พี่ไม่เคยใส่ใจมัน แล้วก็คิดว่ากิ่งไม่ควรใส่ใจ”

“แต่สายตามันที่มองพี่..”

“ก็มองไปดิ พี่ไม่ใช่ไอ้ต้นนะที่มันมองแล้วอยากนอนด้วย”

“ถ้ามันพยายามเข้าหาพี่อีกล่ะ” ผมยังคงระแวง ถึงยังไงพี่สามก็คือผู้ชายธรรมคนหนึ่ง หากโดนยั่วบ่อยๆ ผมจะรู้ได้ไงว่าพี่เขาจะไม่ตบะแตก ที่สำคัญผมคิดว่ากรีนคงเก่งเรื่องอย่างว่า กลัวว่าถ้าพี่สามพลาดครั้งหนึ่งแล้วจะติดใจยาวแบบพี่ต้นกับมาร์ช

“กิ่งก็แค่เชื่อใจพี่”

“กิ่งเชื่อใจมาแล้วครั้งหนึ่ง”

“แล้วครั้งนั้นใช่พี่หรือเปล่า”

“กิ่งจะทำยังไงดี กิ่งไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลย” ผมอยากจะร้องไห้ ไม่อยากกลายเป็นคนไม่มีเหตุผล แต่ผมกลัวว่าตัวเองจะถูกทรยศอีก

“หึงพี่ได้ แต่ต้องฟังพี่ด้วย คนเราถ้าไม่ฟังกันก็คือจบ ถ้าฟังแล้วไม่น่าเชื่อก็ค่อยตัดสินใจ”

“......”

“ไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวค่ำๆ ไปหาอะไรอร่อยกินกัน”


มีต่อด้านล่าง
V
V

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
ต่อจากด้านบน


ผมเข้าไปอาบน้ำเพราะอยากให้จิตใจมันสดชื่น ออกมาก็เห็นพี่สามกำลังนวดไหล่ของตัวเองอยู่ ผมเห็นแผ่นบรรเทาอาการปวดวางอยู่ใกล้ๆ เลยลงไปนั่งข้างหลังพี่สาม แล้วช่วยบีบที่ไหล่ของเขาให้

“พี่ทำงานหนักไปหรือเปล่าครับ”

“ดีกว่าไม่มีงานทำ”

“พี่ปวดตรงไหน กิ่งจะแปะแผ่นบรรเทาปวดให้”

“ไหล่ขวา มันเกร็งเวลาติดสติ๊กเกอร์รถ ถ้าพลาดคือต้องไปปริ้นมาใหม่”

ผมลอกแผ่นกาวออกก่อนจะแปะตรงตำแหน่งที่พี่สามบอก แล้วผมก็สวมกอดเขา แนบใบหน้ากับแผ่นหลัง มันกว้างและแข็งแรงเหมือนเดิม ผมกำลังตกหลุมรักพี่สามมากขึ้นทุกที รักจนไม่เหลือพื้นที่ให้ใครอีกแล้ว

“เรียนจบแล้ว กลับมาอยู่ด้วยกันนะ” พี่เขาพูดพร้อมกับลูบมือของผมที่โอบเอวเขาอยู่

“ถ้าเราอยู่ด้วยกันยี่สิบสี่ชั่วโมง กิ่งอาจจะทำตัวให้พี่เบื่อ”

“พี่จะบอกถ้ากิ่งทำอะไรให้พี่ไม่ชอบ กิ่งก็ต้องบอกพี่เหมือนกัน”

“กิ่งกลัว”

“กิ่ง มันไม่ใช่ทุกคู่หรอกนะที่ต่างพ่อต่างแม่ต่างครอบครัวต่างนิสัยแล้วไปกันไม่รอด กิ่งอย่าจำแต่ภาพของตัวเองที่ผิดหวัง ครั้งนั้นกิ่งไม่ได้ผิดอะไรเลย ลองดูพ่อแม่กิ่ง พ่อแม่พี่ ทำไมเขายังอยู่ด้วยกันได้ มันขึ้นอยู่กับว่าเราพร้อมจะปรับตัวพบกันคนละครึ่งทางไหม”

“พี่ต้องเตือนกิ่งนะ”

“ครับผม”

“แล้วพี่ไปซื้อซุปเปอร์คาร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ กิ่งไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

“ก็รถกระบะแต่งคันเดิมของพี่นั่นแหละ ไอ้นัทมันเรียกซุปเปอร์คาร์ มันอยากเอาไปซิ่งนานแล้ว”

“โธ่เอ้ย กิ่งก็นึกว่าพี่ยอมควักกระเป๋าซื้อ ยังสงสัยอยู่ว่าพี่นึกครึ้มอะไรขึ้นมา”

“กิ่งอยากได้เหรอ”

“เปล่าครับ กิ่งไม่ได้ติดรวยขนาดนั้นสักหน่อย”

“มานั่งตรงหน้าพี่มา” พี่สามบอก ผมคลายวงแขนออกแล้วขยับมานั่งตรงหน้าของพี่สาม

“พี่มีงานทำเองแล้ว กิ่งอยากได้อะไรพี่จะซื้อให้ พี่รวย”

ผมหัวเราะแทนคำตอบ ดันตัวขึ้นไปจูบพี่สาม พี่เขาจูบตอบ บรรยากาศเริ่มพาไป สุดท้ายผมถูกดันให้นอนราบกับพื้น โดยมีพี่สามคร่อมตัวผมอยู่ ผมว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน ช่วยกันทำงาน แล้วก็ช่วยกันใช้เงิน

“กิ่งอยากได้พี่สาม”

“อันนี้ไม่ต้องซื้อ”

พี่สามพูดจบก็โน้มตัวลงมาจูบผมอีก ผมเชื่อแล้วว่ากระดุมกางเกงของพี่สามหลุดง่าย ตอนนี้มันเลยไปกองอยู่ที่ปลายเท้า ส่วนเสื้อผ้าของผมไม่ได้หลุดง่าย แต่คนถอดเก่ง มันเลยหายไปจากตัวผมอย่างรวดเร็วเหมือนกัน

หนวดที่เพิ่งขึ้นเป็นไรเขียวของพี่สามสร้างความปั่นป่วนให้ผมไม่น้อยเมื่อมันถูไถบนผิวกายของผม มือใหญ่หนาก็เคล้นคลึงก้อนเนื้อบั้นท้ายของผมไปด้วย ร่างกายเปลือยเปล่าของเราบดเบียดเสียดสีกันช้าๆ ไม่มีความรีบเร่งและมันเร่าร้อนในที ไม่รู้ว่าผมห่างหายจากเรื่องนี้ไปนานหรือว่าริมฝีปากของพี่สามมีพลังวิเศษ ผมหายใจติดๆ ขัดๆ เมื่อมันมาสาละวนอยู่กับยอดอกทั้งสองข้างของผม

เขาละเลียดชิมอย่างช้าๆ ตวัดปลายลิ้นลงมาดูดดุนซ้ำๆ ก่อนจะกดริมฝีปากลงมาเม้มและบดคลึงปลายยอดอย่างช้าๆ ผมถึงกับสะท้านไปทุกอณูขุมขน

ส่วนอ่อนไหวของเราทั้งคู่ตื่นตัวและกำลังสัมผัสกันไปมา พี่สามทิ้งน้ำหนักตัวลงให้ส่วนนั้นของเราแนบสนิทยิ่งกว่าเก่า ผมพรูลมหายใจถี่ขึ้นเพื่อระบายความทรมานที่กำลังก่อตัว กล้ามท้องที่แข็งแรงเป็นลอนของพี่สามลากผ่านส่วนที่กำลังตื่นตัวของผม ผมจิกเล็บเข้าที่ไหล่หนาและเผลอยกสะโพกตัวเองขึ้นเพื่อให้ร่างกายของเราแนบชิดกันมากขึ้นไปอีก

ราวกับถูกไอแดดแผดเผาใบหน้า แต่ก็เย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ

เมื่อต่างฝ่ายต่างถูกพายุอารมณ์เข้าซัดสาด เราจึงไม่สามารถหยุดความต้องการที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ นิ้วของพี่สามเริ่มเข้าไปสำรวจด้านใน ผมเกร็งตัวเล็กน้อย แม้ผมตั้งใจที่จะมีอะไรกับพี่สาม ตอนที่อาบน้ำจึงเตรียมความพร้อมของตัวเองมาแล้ว แต่พอถูกนิ้วที่ยาวและหนากว่าของตัวเองเข้ามาสัมผัส มันทั้งตื่นเต้นทั้งทรมาน อีกฝ่ายคงรู้เลยใช้ความอ่อนโยนกับผมมากที่สุด มากจนผมเริ่มปล่อยใจคล้อยตามและตอบรับ

เจลเย็นถูกป้ายลงจนผมสะดุ้งเล็กน้อย มันบ่งบอกให้รู้ว่าถึงเวลาที่เราสองคนจะหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียว ขาทั้งสองข้างของผมถูกแยกออกจากกัน ริมฝีปากของผมถูกตรึงเอาไว้ด้วยริมฝีปากของพี่สาม จูบที่หนักหน่วงจนเลือดในกายเริ่มแล่นพล่าน แล้วบางอย่างค่อยๆ สอดเข้ามาในตัวผมช้าๆ

“ไม่ไหวบอกนะครับ” พี่สามกระซิบที่ข้างหูก่อนจะลงไปสาละวนกับยอดอกของผมอีกครั้ง

ความเนิบนาบทำให้ผมไม่รู้สึกเจ็บ แต่มันอึดอัด มีความปรารถนาให้มันเคลื่อนไหวเร็วกว่านั้น แต่ไม่กล้าบอก อีกฝ่ายยังคงไม่เร่งจังหวะ เอาแต่ค้างคาไว้ เหมือนจะแกล้งผม สุดท้ายเป็นผมเองที่เกาะไหล่ของเขาเป็นหลักยึด แล้วขยับกายเพื่อให้ส่วนที่หล่อหลอมได้เสียดสีกัน

พี่สามหัวเราะเบาๆ พอเห็นผมทำหน้างอก็รีบจูบที่หน้าผาก ดวงตามั่นคงที่จ้องมองมาทำเอาผมตกอยู่ในภวังค์ จมูกได้รูปมาคลอเคลียที่แก้มของผม สุดท้ายริมฝีปากของเขาก็บรรจงจูบผมอย่างอ้อยอิ่ง ส่วนผมยังคงขยับกายของตัวเองเพราะเริ่มทรมาน เมื่อทนไม่ไหวเลยทุบที่แขนของพี่สามแรงๆ ก็เขาอยากแกล้งผมทำไม

“อยากให้พี่...” เขาพูดไม่ทันจบประโยคผมก็พยักหน้าทันที พี่เขายิ้มน้อยๆ ตามเคย ก่อนจะชันตัวขึ้น

คำร้องขอของผมเกือบจะทำให้ผมขาดใจตาย สะโพกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงสวนเข้าหาบั้นท้ายของผม ตัวของผมสั่นคลอนไปหมดจนพี่สามต้องใช้มือยึดเอวของผมเอาไว้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ความเร็วและความหนักหน่วงแบบนี้ ถ้าไม่ใช่คนแข็งแรงคงเหนื่อยหอบและหยุดพักไปแล้ว แต่สีหน้าของพี่สามยังคงนิ่งแม้สะโพกของเขาจะทำงานอย่างกับเครื่องยนต์ สายตายังจดจ้องที่ใบหน้าของผม ยิ่งผมครางหรือหลับตาเพริดพริ้ม เขายิ่งขยับถี่และเน้นน้ำหนักมากขึ้นไปอีก จนตอนนี้เสียงเนื้อที่สัมผัสกันของเราดังกลบเสียงอื่นใดไปจนหมด

ผมไม่ไหวแล้ว...พี่สามคือเดอะเบสท์ ผมขอมอบรางวัลนี้ให้เลย

แม้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของผม แต่เป็นครั้งแรกที่ผมสุขจนอยากตะโกนออกมาว่าผมคือผู้โชคดี

สรุปว่ามื้อค่ำผมไม่ได้ออกไปกินของอร่อยอย่างที่พี่สามบอก ขาผมสั่นไปหมด ผมคงให้พี่เขาอดทนรอผมมานานเกินไป พอถึงเวลาจริงพี่เขาเลยใส่ไม่ยั้ง เราจึงปิดท้ายคืนนี้ด้วยอาหารฝีมือของพี่สาม ยังอุตส่าห์มีแรงไปทำให้ผมกิน

ที่สำคัญ...พี่เขาบอกว่ากระดุมกางเกงมันหลุดบ่อยจนน่ารำคาญ เขาเลยเดินเปลือยไปทั่วบ้าน ส่วนผมได้แต่คิดว่า...ผมจะตากุ้งยิงก่อนตะวันขึ้นในวันพรุ่งนี้หรือเปล่านะ

……

ผมย้ายข้าวของทั้งหมดมาอยู่กับพี่สามแล้ว คอนโดของผมก็ปล่อยให้เขาเช่า เราช่วยกันทำมาหากิน ผมเริ่มลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ๆ ที่มาเพราะการบอกต่อ นัทมาช่วยดูแลในส่วนของร้านกาแฟ ผมทึ่งมากเพราะไม่คิดว่าคนห่ามๆ อย่างนัท เวลาเขาจดจ่อกับการชงกาแฟจะดูสงบได้ขนาดนั้น แต่พอชงกาแฟเสร็จก็มาทำตัวทะลึ่งลามกได้เหมือนเดิม รายนั่นจีบคนไปทั่ว หยอดไปทั่ว ได้หมดทั้งชายและหญิง ไม่รู้ว่าบทสรุปจะได้ลงเอยกับใคร

ผมมีโอกาสได้เจอกับพี่ต้นเมื่อพ่อแม่เรานัดทานข้าวด้วยกัน เขาเล่าให้ผมฟังว่ากำลังคบกับเด็ก ม.5 ผมเคยเห็นเขาไปกินข้าวกับเด็กคนนั้นหลายครั้ง รูปร่างคล้ายผมสมัยเรียน อวบกว่าผมด้วยซ้ำ แต่ผิวก็ขาวมากๆ เหมือนกับพี่เอ๋ย นี่คงเป็นเรื่องเดียวที่เขาไม่ได้โกหกผมว่าเขาชอบสไตล์นี้ แต่บางครั้งผมก็ยังเห็นเขาไปกับกรีน ผมไม่รู้หรอกนะว่าเขายังสานต่อเรื่องเดิมกันอยู่รึเปล่า แต่ถ้าใช่ ผมสงสารน้องคนนั้น คงคิดว่าตัวเองเป็นผู้โชคดีเหมือนที่ผมเคยคิด

……

กรีนยังคงเอาเงินมาทยอยคืนแม่ของพี่สามทุกเดือน ผมไม่รู้ว่าเขาทำงานอะไร นัทบอกว่าเขาเรียนไม่จบ แต่การมีเงินมาใช้หนี้ได้ตรงเวลาก็แปลว่าเขาคงมีงานที่มั่นคงทำ

แล้ววันหนึ่งเขามาชวนผมให้ไปทานข้าวกับเขา ผมก็อยากจะปฏิเสธ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาต้องการอะไรจากผมกันแน่

“เราขอโทษนะเรื่องที่ผ่านมา” เขาเริ่มต้นบทสนทนาด้วยคำว่าขอโทษ ผมไม่รู้ว่าตัวเองอคติไปหรือเปล่า แต่มันดูพยายามมากไปจนไม่ธรรมชาติ

“แค่จะขอโทษไม่ต้องถึงกับนัดกินข้าวก็ได้”

“เราอยากขอโทษจริงๆ กิ่ง ที่ผ่านมาเราทะเยอทะยาน เราอยากได้อยากมีแบบกิ่งโดยไม่เจียมตัวเอง เราแค่น้อยใจในวาสนาของเรา แต่เราไม่ควรเอาปมด้อยของตัวเองมาเป็นเหตุผลในการทำร้ายคนอื่น” กรีนพรั่งพรูความในใจพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มคลอหน่วย ผมบอกตรงๆ ว่าผมเข็ด ผมไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่เห็นและที่ได้ยิน

“แล้วตอนนี้ทำงานอะไร” ผมถามไปตรงๆ

“กิ่งคงนึกสมน้ำหน้าเรา เราเป็นเด็กเลี้ยงของคนคนหนึ่งอยู่ เราเรียกเขาว่าเสี่ยแหละ แต่เขายังไม่ได้แก่หรอกนะ เขาให้เงินเราใช้แลกกับเรื่องอย่างว่า เราเรียนไม่จบ ก็คงต้องใช้ด้านนั้นหาเงิน น่าสมเพชไหม”

“ทำไมถึงคิดว่าเราอยากสมน้ำหน้า ถามจริงๆ นะ เราทำให้กรีนรู้สึกว่าเราเกลียดกรีนหรือเหยียดฐานะกรีนขนาดนั้นเลยเหรอ เราเคยเป็นเพื่อนกัน เราอยากช่วยจึงเสนองานให้ เราไม่รู้ว่ามันทำให้กรีนอายหรือดูต่ำต้อย ถ้าบอกเรา เราจะไม่ทำแบบนั้น หรือถ้าเราเผลอทำกิริยาอะไรให้กรีนคิดแบบนั้นทำไมไม่พูดกับเราตรงๆ ใช้วิธีนอนกับแฟนของเราแล้วกรีนดูสูงส่งขึ้นไหม อยากทำให้เราเสียใจ โอเคเราเสียใจ เราเจ็บ แต่สุดท้ายเรามาเจอคนที่ดีกว่าพี่ต้น แล้วยังไง กรีนยังอยากจะทำให้เราเจ็บอีกไหม”

“........”

“คิดว่าเราไม่รู้เหรอว่ากรีนพยายามเข้าหาพี่สามตลอด กรีนมาร้องไห้ขอให้พี่สามช่วยเรื่องเงินทุกเดือน เสี่ยที่กรีนบอกคือพี่สามใช่ไหม อยากทำให้เราเข้าใจแบบนั้นใช่ไหม มาพูดเกริ่น แล้วค่อยสร้างหลักฐานให้เรากับพี่สามทะเลาะกัน แบบนั้นใช่ไหม”

“.......”

“เราจะบอกให้นะ พี่สามเล่าให้เราฟังทุกครั้ง เขาไม่เคยโกหกเราเลย และเงินที่กรีนมีใช้ทุกเดือนคือเงินเราเอง ไม่ใช่เงินของพี่สาม เขาจะไม่ให้กรีน แต่เราอยากให้ เพราะตอนงานศพแม่ของกรีนเราไม่ได้ช่วย”

“.......”

“อยากได้พี่ต้นเราก็ให้ อยากได้ของใช้ของเรา เราก็ให้ อยากได้เงิน เราก็ให้ อยากได้พี่สาม..เราให้ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเราหวง แต่เพราะเขาไม่เอากรีน กี่ครั้งที่กรีนพยายาม เขาเคยหวั่นไหวไหม คิดว่ายังมีเสน่ห์พอที่จะทำสำเร็จเหรอ เหนื่อยไหมกรีน”

กรีนไม่ได้ตอบผม เอาแต่ร้องไห้ ผมรู้ว่าเขาเจ็บใจ เขาไม่เคยยอมแพ้อะไรทั้งนั้นทั้งที่เขาไม่เคยชนะอะไรเลยด้วยซ้ำ

“แต่เราเหนื่อยแล้ว ถ้ากรีนยังไม่เลิกยุ่งกับเราและแฟนของเรา นอกจากจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเราอีก เราจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องของของเราอย่างที่กรีนนึกไม่ถึงเลยล่ะ ในเมื่อเงินของเราดึงกรีนขึ้นมาจากความคิดชั่วๆ ไม่ได้ เราจะใช้เงินเราทำลายกรีนจนลมหายใจสุดท้ายบ้าง ไม่เชื่อก็ลองทำต่อไป”

ผมไม่อยู่รอฟังคำพูดใดๆ ของกรีนอีก ไม่อยากเห็นน้ำตาที่ปนไปด้วยเรื่องราวโกหกนับร้อยนับพัน

ผมกลับมาเล่าให้พี่สามฟัง เขาเอาแต่ยิ้มและยกนิ้วให้ผม ส่วนนัทมันลูบขนแขนแล้วบอกว่าผมดูโหดมากๆ มันบอกว่าไม่กล้าแกล้งผมอีกแล้ว ผมไม่ได้ดีใจหรอกนะครับที่ลุกมาทำตัวร้าย แต่กรีนเป็นคนสอนผมเองว่าชีวิตต้องสู้ ต่างกันตรงว่าผมสู้ในสิ่งที่ควร แต่คนที่สอนผม เขาสู้ในสิ่งที่ไม่ควร

แต่คนอย่างกรีนก็คงไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมไม่เข้าใจระบบความคิดของเขาจริงๆ เขาเป็นคนฉลาด ทำไมไม่เอาความฉลาดมาทำชีวิตให้ดีขึ้น ผมเชื่อว่าเขายกฐานะตัวเองได้หากเดินในเส้นทางที่ถูกที่ควร แต่เขากลับเลือกทางลัด และคิดแต่จะอยากได้ของที่ไม่ใช่ของตัว

……

วันนี้เป็นงานรวมรุ่นศิษย์เก่าของโรงเรียนที่พวกผมเคยเรียน งานถูกจัดขึ้นเพื่อระดมทุนสร้างตึกเรียนใหม่ พี่สามจองโต๊ะเอาไว้ 1 โต๊ะ สำหรับเพื่อนกลุ่มพี่สาม นั่นหมายถึงพี่ต้นด้วย ส่วนกลุ่มของผมก็นั่งโต๊ะติดกัน พวกรุ่นน้องที่ยังเรียนอยู่ในปัจจุบันก็มาช่วยงานเสิร์ฟ และเดินถือกล่องเรี่ยไรทุนเพิ่มเติม

พวกเรามากันจนครบแล้วยกเว้นกรีน ไม่มีใครพูดถึง แต่ผมเชื่อว่าทุกคนนึกถึง หลังจากวันที่ผมพูดกับเขา เขาไม่มาเอาเงินจากพี่สามอีกเลย แต่ผมก็ยังเห็นเข้าบ้างเป็นบางครั้ง นัทเล่าว่าเขาไปช่วยแม่พี่ของพี่ต้นทำงาน เขาเป็นคนเก่ง แม่พี่ต้นคงเห็นความสามารถตรงนั้น และพี่ต้นก็คงสงสาร ยังไงเขาก็เคยรักกันมา

มาร์ชพาแฟนมันมาด้วย เป็นผู้ชายครับ หน้าตาดีมาก ฐานะน่าจะดีมากเช่นกันเมื่อดูจากข้าวของเครื่องใช้ เขามีความสง่าและมีออร่าบางอย่างที่ผมบรรยายไม่ถูก ถ้าจะใช้คำสั้นๆ ให้มองภาพโดยรวมออก เขามีออร่าเป็นดั่ง ‘ควีน’ ทำนองนั้นครับ มาร์ชมันดูจะหลงและเกรงใจแฟนมากๆ มิน่ามันถึงเงียบหายไปเลย ส่วนเจ๋งก็พาแฟนมา เป็นหญิงสาวหน้าตาน่าเอ็นดู และดูเป็นคนเรียบร้อย

ในระหว่างที่พวกเรากินอาหารและพูดคุยถึงความหลังกันอย่างสนุกสนาน กรีนก็ปรากฏตัวขึ้น เขาแต่งตัวแบบจัดเต็ม เสื้อผ้าราคาแพงที่ห่อหุ้มเขา ช่วยให้ทุกสายตาจับจ้องมาด้วยความสนใจ ผมยอมรับว่าเขาหน้าตาดี และวันนี้เขาก็ดูดีมาก กรีนมองมาที่พวกผมก่อนจะเดินผ่านไปแบบไม่ไยดี ทิ้งตัวลงนั่งข้างพี่ต้น ตอนนี้โต๊ะของผมและโต๊ะของพี่สามเงียบไปสนิทใจ

“พี่ต้น ของที่พี่ฝากกรีนซื้อที่กรุงเทพกรีนเอาไปไว้ที่ห้องแล้วนะครับ” เสียงที่เอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบนั้นกำลังเผื่อแผ่มาถึงโต๊ะของผม เจ๋งส่ายหน้าอย่างระอา ส่วนมาร์ชได้แต่ถอนหายใจ

“กรีน ทำไมไมไปนั่งกับกลุ่มของกรีน” พี่ต้นกระซิบ สีหน้าดูลำบากใจมาก

“กรีนอยากนั่งกับพี่ต้น หิวจังครับ” กรีนหยิบตะเกียบของพี่ต้นมาใช้โดยไม่แคร์สายตาคนร่วมโต๊ะเลย และกรีนทำเหมือนว่าทั้งโลกมีแค่ตัวเองกับพี่ต้น คีบอาหารมาป้อนบ้าง ยกแก้วน้ำให้ดื่มบ้าง ผมไม่รู้ว่ากรีนคิดอะไรถึงทำแบบนี้ อยากให้ใครเสียใจ ผม? มาร์ช? หรือใคร

โครม!

หลังจากเสียงโครมครามสงบ เสียงหวีดร้องก็ดังตามขึ้นมา ผมรีบมองไปยังต้นตอของเสียง ผมเห็นกรีนหงายหลังลงไปนอนกับพื้นหญ้าเพราะเก้าอี้ที่กรีนนั่งถูกใครบางคนกระชากให้ล้มหงายไป คนที่ทำคือแฟนเด็กของพี่ต้นนั่นเอง

“เจต อย่าทำแบบนี้” พี่ต้นรีบเข้าไปห้าม ส่วนกรีนร้องไห้เช่นเคย รีบลุกไปยืนหลบที่หลังของพี่ต้น

“พี่นอนกับมันกี่ครั้งแล้ว พี่โกหกน้อง ไหนว่าเลิกกับมันแล้ว”

“เราเป็นแค่เพื่อนกัน” พี่ต้นรีบสลัดตัวออกมาจากกรีน แล้วมาจับมือของน้องเจตเอาไว้

“ใช่ พี่กับพี่ต้นเราเป็นแค่..แค่เพื่อนกัน” กรีนเดินเข้ามาพูดกับน้องเจตด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

“ตอแหล มึงส่งข้อความและรูปมาเย้ยกู กูอดทนมาไม่รู้กี่ครั้งเพราะกลัวพี่ต้นเลิกกับกู วันนี้กูจะแฉให้หมด” น้องเจตเปิดโทรศัพท์ของตัวเองให้พี่ต้นดู พี่ต้นอึ้งไปเมื่อเห็นภาพตัวเองกำลังนอนกับกรีนปรากฏอยู่ในโทรศัพท์ของน้องเจต

“กรีน!”

“บอกสิว่าไม่ได้ทำ” น้องเจตปาโทรศัพท์ใส่หน้ากรีน มันกระแทกเข้าที่ปากของฝ่ายนั้นจนเลือดออก

“พอก่อนน้องเจต นี่ในงาน คนเริ่มมองมากขึ้นแล้ว เรายังเรียนอยู่นะ” พี่เอ๋ยรีบเข้ามาห้าม

“พี่เอ๋ย ผมเจ็บ ผมยอมพี่ต้นทุกอย่าง เชื่อทุกคำพูด เขาบอกว่าเขารักผม” น้องเจตร้องไห้สะอึกสะอื้นจนดูน่าสงสาร

ผมเหมือนเห็นตัวเองในวันวาน ผมร้องไห้แบบนี้ ผมเจ็บแบบนี้ ผมเกือบจะทำร้ายตัวเองเพื่อคนเห็นแก่ตัวสองคน

“พี่ต้น พากรีนไปหาหมอหน่อย” กรีนหยิบทิชชูมาซับเลือดที่ไหล

“ถ้าพี่ต้นไปกับมัน เราก็เลิกกัน น้องทนไม่ไหวแล้ว”

“มึงพากรีนไปหาหมอหน่อย” พี่ต้นหันมาไหว้วานเพื่อนในกลุ่ม แต่ไม่มีใครลุก

“พี่ต้น น้องเขาไม่เลิกกับพี่หรอก เดี๋ยวกรีนจะกลับมาอธิบายกับเขา เบอร์ที่ส่งภาพไปก็ไม่ใช่เบอร์กรีน พากรีนไปหาหมอหน่อยนะครับ”

“กรีน แค่ปากแตกเอง ไปทำแผลที่ห้องพยาบาลก็ได้” พี่ต้นพูดออกมาจนกรีนอึ้งไป

“ถ้าพี่ไม่ไป กรีนจะไปบอกอาจารย์ว่าน้องคนนี้ทำร้ายกรีน”

“กรีน!”

“เอาเลยครับ ทำเลย แล้วพรุ่งนี้มาดูกันว่าใครที่เดือดร้อนกว่ากัน” น้องเจตชี้หน้ากรีนก่อนจะเดินหนีออกไป พี่ต้นรีบตามน้องเจตออกไป ไม่สนใจฟังเสียงเรียกของกรีนแม้แต่น้อย

เมื่อตกเป็นเป้าสายตา โดยเฉพาะสายตาของคนที่รู้จัก กรีนจึงเริ่มทำตัวไม่ถูก สุดท้ายก็เดินมาหามาร์ช ส่งสายตาเว้าวอนไปให้ ผมรีบมองหน้าแฟนของมาร์ช  สีหน้านั้นเรียบนิ่งเหมือนนางพญาน้ำแข็ง แค่เพียงแค่เขาปรายตามองไปที่มาร์ช มันรีบเมินกรีนทันที เมื่อไม่มีใครสนใจ กรีนจึงยอมเดินออกจากงานไปตามลำพัง เราทุกคนเห็นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

ผมเชื่อว่าเราทุกคนเห็นใจกรีน แต่ก็เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้กรีนเอาความสงสารที่พวกเรามีไปล้อเล่นอีกแล้ว

……

กรีนคงนึกว่าตัวเองมีหนทางที่จะล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นได้เสมอ สุดท้ายก็ต้องโดนสิ่งนั้นกลับมาทำร้ายตัวเอง ภาพของกรีนที่กำลังมีอะไรกับพี่ต้นถูกแพร่ลงในโซเชียลมีเดีย หน้าของพี่ต้นถูกเบลอเอาไว้ แต่หน้าของกรีนกลับเห็นเด่นชัด มีคนเอาเรื่องของกรีนที่ชอบแย่งแฟนคนอื่นไปตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดชื่อดัง เรื่องของกรีนถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว และมันก็ถูกเพิ่มเติมเกินจริงไปเรื่อยๆ หลายคนเข้ามารุมด่าและสาปแช่ง หลายคนเริ่มออกล่าแม่มดด้วยการตามหาข้อมูลจริงของกรีน มีคนมาบอกว่าเคยถูกกรีนแย่งแฟนเพิ่มมากขึ้น ผมไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง แต่มันก็ถูกส่งออกไปยังสื่อสาธารณะแล้ว

กรีนปิดเฟสบุกและปิดช่องทางการติดต่อทุกทางเพราะคนเข้ามาด่าเยอะมาก ด่าถึงบุพการี จากนั้นมาทุกคนก็ไม่รู้ว่ากรีนหายไปไหน แม้กระทั่งพ่อของเขา ไม่มีใครเห็นกรีนในจังหวัดอีกเลย

บอกตามตรง...ผมนึกห่วงและภาวนาว่าอย่าให้กรีนคิดสั้น อย่างน้อยเขาก็เป็นคนที่ผมรู้จัก ต่อให้รักหรือเกลียดผมก็ไม่อยากรับรู้ข่าวร้ายทั้งนั้น บทเรียนของกรีนในครั้งนี้มันมาจากการผลของการกระทำล้วนๆ ไม่ใช่โชค ไม่ใช่เบื้องบนลิขิต ตัวเราเองทั้งนั้นที่ทำให้โชคที่มีมันดีหรือร้าย ผมอยากให้เขาคิดได้เสียที มันไม่มีสิ่งไหนถาวร ทุกอย่างที่ไขว่คว้ามามันไม่ใช่ของเราทั้งนั้นแม้แต่ตัวเราเอง ผมเองก็ได้รับบทเรียนจากสิ่งที่เจอเช่นกัน


การที่มนุษย์ยังมีโอกาสลืมตาขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ นั่นแหละเรียกได้ว่าเป็น ‘ผู้โชคดี’ แล้วครับ       


-- จบ --


ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ขอบคุณที่เปิดใจเข้ามาอ่าน

ขอบคุณที่คอมเมนท์กันอย่างออกรส ผู้เขียนมีความสุขมากค่ะ

หลายคนไม่ชอบอ่านดราม่าก็ยังทำใจลองอ่าน

หวังว่าเรื่องนี้จะให้ความบันเทิงและมีข้อคิดดีๆ ได้บ้าง

ขอบคุณอีกครั้งจากหัวใจค่ะ *คำผิดเดี๋ยวตามาแก้ทีหลังน้า



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2019 06:25:16 โดย Loverouter »

ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 528
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ขอร้อง"เฮ้อออ"ดังๆให้กรีนสักครั้งเหลือจะบรรยาย

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4015
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
คนอย่างกรีนมันขุดไม่ขึ้นจริงๆ อ่ะ เกินเยียวยาไปแล้ว แฟนใหม่พี่ต้นคือดีอ่ะ แต่ควรเลิกไปนะ พอโดนยั่วก็ไปนอนกันอีก รับไม่ไหวอีกแล้ววว

พี่สามคือผู้โชคดีอย่างแท้จริงที่ไม่เข้าไปอยู่ในวงจรนี้ กิ่งด้วย หลุดพ้นแล้ว ส่วนนังมาร์ช หงอเชียว สมน้ำหน้า 55555555555555555

ออฟไลน์ poshbear

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 28
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
โอ้โหไอ้ต้น เอาความสงสารจากเราคืนมาเดี๋ยวนี้นะ สรุปเลวจริงๆ เสมอต้นเสมอปลาย ขนาดคบกับเจตแล้วยังไปเอากับกรีนอีกเหรอเนี่ยย หัวร้อนสุดๆ อยากได้ตอนพิเศษจังเลยครับไรท์ คุณแต่งดีมากๆ จะไปตามอ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของคุณนะครับ ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆ  :impress2:

ออฟไลน์ bowtotay

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ดีแล้วที่กิ่งเลิกกับต้นแล้วเจอคนที่ดีกว่าอย่างสาม
ต้นเป็น ผช. ที่ไม่น่าเอามาทำพ่อพันธุ์  ชอบกินของเก่าทั้งที่ของเก่าก็เคยทำตัวเองเจ็บ ใจอ่อนกับสิ่งที่ไม่น่าอ่อน ส่วนกรีนทำตัวเองทั้งนั้น นี่ตอนจบถ้าบอกว่าฆ่าตัวตาย หรือ ไปเป็นเมียน้อยเมียเก็บใครและโดนเมียหลวงมาสาดน้ำกรดนี้ก็ไม่น่าสงสารเลย ชีวิตตัวเองหาทางดีๆได้ไม่ทำ ดันมาเลือกทางที่มีแต่ริษยา อิจฉา แย่งของคนอื่น คนแบบกรีนไม่น่าสงสารเลย

ออฟไลน์ mameaw.omg

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 20
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สนุกมากเลยค่ะชอบมากกกพี่สามดุแล้วก็แซ่บมากๆเลยยย

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
สนุกมากค่ะ สนับสนุนให้เขียนนิยายดีๆ ดราม่าเข้มข้นอย่างนี้อีก ชอบที่ตัวละครมีเหตุผลมีที่มาที่ไป และมีข้อดีข้อเสีย

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1785
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5
ต้น=ถ้ายังชอบความรุนแรงในการร่วมรักและเอานิสัยเห็นแก่ตัวมาใช้แบบนี้ก็คงอยู่ในวังวนแบบนี้แหละแล้วสักวันจะไม่เหลือใคร
กรีน=ผลของการกระทำมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่เหลือใครหรืออะไรเลย
กิ่ง=ถ้าตอนนั้นความกลัวที่ว่ากลัวเขาจะไม่รักมันน้อยลงสักนิดก็คงไม่เจ็บขนาดนั้นมันคงทำให้กิ่งกล้าตัดสินใจทำอะไรได้เร็วขึ้นแต่ก็เข้าใจได้นะว่าว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกที่จะตัดใจเพื่อจะเลิกรักใครสักคนนึง
สาม=ทำไมไม่ลองจีบน้องดูล่ะหรือเพราะรู้ว่าน้องแอบรักใครอยู่เลยเอาแต่เฝ้ามองแต่ก็นับถือในวามมั่นคงของสามนะเรื่องราวของสามทำให้เราคิดได้ว่า เรื่องราวทุกอย่างมันมีเวลาของมัน หรือแม้กระทั่งเรื่องราวของคนอื่น ๆ ก็ด้วย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
ต้นแม่งเลวได้ใจจริงเชียว

ออฟไลน์ A_Narciso

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 879
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2

ออฟไลน์ Janemera

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ดีใจที่หลุดพ้นจากวังวนแบบนั้นสักที ส่วนพี่ต้นดีใจด้วยค่ะ ความไม่หนักแน่นของคุณ ทำให้อีกหลายคนโชคดี

ออฟไลน์ NormalVee

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 131
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เฮ้ออออ หลากหลายอารมณ์มาก สนุกมาก ๆ ค่ะ กรีนว่าขุดไม่ขึ้นแล้วแต่เชื่อเถอะต้นก็ไม่ต่างกัน เราไม่รับรู้ถึงความสำนึกใดใดในตัวต้นเลย ไม่ว่ากับใครต้นก็เป็นคนเดิมที่ใคร่เขว ไม่มั่นคงและไม่รู้สึกผิดต่อแฟนของตัวเองเลย มีวิธีแก้ปัญหามากมายในโลกนี้แต่ต้นก็เลือกแบบเดิม //สามคือสิ่งดีงามบนโลกใบนี้ สามคือคาแรคเตอร์คนที่เราอยากมีเขาไว้ข้างตัวมากที่สุด มั่นคง กล้าจะเตือนในสิ่งที่คนรักทำไม่ดี ไม่สปอยจับมือทำแต่ทำให้ดู พูดต่อนหนักที่แท้ ชอบการวางอนาคตที่มีน้องอยู่ในนั้น //กิ่งคือตัวละครของความเป็นวัยรุ่นจริง ๆ เลย ช่วงเวลาแอบรัก ได้มาครอบครองก็ยึดติดเป็นเสาหลักไม่ได้เผื่อใจหากเกิดอะไรขึ้น พอมันเกิดขึ้นแล้วก็ควบคุมจิตใจไม่ไหว ยังดีที่มีมาหยุดไว้ทัน และยังดีที่น้องทำใจ ยอมรับ และตั้งสติขึ้นมาได้ น้องดูจะใจดีและเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนคนนี้เกินไป ถ้าเป็นเราคงไม่ทีอะไรให้ต้องติดต่อกันอีก ใครจะเป็นจะตายเขาก็เลือกทางเดินกันเองแล้ว //สุดท้ายแล้ววว เราเข้ามาอ่านเรื่องนี้แบบไม่ได้ทำใจไว้เลยว่าจะได้กินม่าถ้วยเบ้อเริ่มเลยยย ร้องไห้หนักมาก สงสารน้อง และโกรธแค้นมันมาก ๆ อ่านแล้วอินมากเลยค่ะ ถูกจริตมาก ขอบคุณสำหรับนิยายดี ๆ เรื่องนี้ เทสตรงกันขนาดนี้ จะติดตามผลงานต่อไปนะคะ  :pig4:

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
เรื่องนี้ดร่าม่ามากกกกกกจริงๆ แต่ก็ได้หลากหลายอารมณ์ความรู้สึก พฤติกรรมของคนที่ไม่สามารถดึงตัวเองขึ้นมาจากความคิดจมดิ่งอยู่กับความต่ำต้อยของตัวเอง อยากพิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ยอมรับในทางที่ผิดๆ อย่างกรีน คนที่เกือบจะดี แต่กลับเสียเพราะความอ่อนแอใจอ่อนอย่างพี่ต้น ตัวอย่างคนแมนที่แท้ทรูอย่างพี่สาม สุดท้ายคนที่โชคดีที่มีครอบครัว และเพื่อนที่ดีก็ยังคงเป็นกิ่งอยู่ดี

ขอบคุณไรท์มากค่ะ เราจะตามไปอ่านเรื่องอื่นที่ยังไม่ได้อ่านต่อนะคะ  :กอด1:

ออฟไลน์ Jiraapp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 383
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
โอ้ยยยยยอมใจในความหน้าด้านของทั้งคู่อ่ะ ห้องก็ห้องกิ่งแต่ทั้งคู่คือไม่มีใครรู้สึกผิดกับการกระทำเลว ๆ ที่ทำกับกิ่งเลย ไหนจะเจ๋งกับมาร์ที่เลือกเข้าข้างและเห็นใจกรีนอีก เฮ้ยกิ่งยังไม่ได้เลิกกับอิพี่ต้นไง กรีนมาเอาผัวเพื่อนแต่เพื่อนอีกสองไม่สงสารกิ่งทั้งที่กิ่งไม่ได้ผิดอะไรเลย ต้นกับกรีนก็เหมาะสมกันดีจ้า "ผีเน่ากับโลงผุ" อ่ะ เห็นแก่ตัวทั้งคู่ ยิ่งมาอ่านแต่ละพาร์ทของทั้งคู่ก็ไม่ได้น่าสงสารเลย แล้วพอกิ่งเลือกที่จะตัดต้นออกแล้วไปเริ่มใหม่กับพี่สามนังก็ยังอยากมาแย่งพี่สามอีก ดีนะที่พี่สามไม่ได้เป็นอย่างต้น ในที่สุดกิ่งก็ได้เป็นผู้โชคดีจริง ๆ สักที / คุณเลิฟเขียนสนุกมากกกก มาเขียนแนวดราม่าอีกนะคะ  :3123:

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 611
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-0
สนุกสะใจมากกกกกกกก นานๆจะอ่านแล้วอินจริงจังแบบนี้ โอ้ยย นี่อ่านไปด่าไป ร้องไห้กับกิ่งไป คุณเลิฟเขียนดีมากๆค่ะ มันเรียลมันดีไปหมดทุกตรง คิดว่ากรีนจะคิดได้บ้าง สุดท้ายก็ขุดไม่ขึ้น เสียดายโอกาสที่ทุกคนหยิบยื่นให้ พอๆกับพี่ต้น น่าผิดหวังเสมอต้นเสมอปลาย น้องเจดเลิกๆไปเถอะ

แต่ที่ดีเสมอต้นเสมอปลายและอดทนรอมาตลอด คือพี่สาม ฮือออออ กิ่งโชคดีที่มีพี่สาม สามีแห่งชาตืที่แท้  :hao5:

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4994
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7

ออฟไลน์ Psycho

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 388
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
คนที่ทำมีคนแบบกรีนก็คือคนแบบต้น บทเรียนจากกิ่งไม่เคยสอนต้นเลย

ออฟไลน์ JanTi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อ่านจบสมน้ำหน้าต้นมากคนนอกใจต้องโดนแบบนี่ :katai1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด