BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 11.1 [19/04/62] -
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 11.1 [19/04/62] -  (อ่าน 2532 ครั้ง)

ออฟไลน์ KJH177

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 92
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
บทที่ 8.1
ห่างไกล



Cee’s talk


   ผมไม่สามารถหันหลังกลับไปได้เพราะว่าน้ำตาของผมมันไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ วันนี้เป็นวันแรกที่ผมต้องห่างจากพี่คินและพี่เซน.....ผมจะต้องเข้มแข็งให้มากกว่านี้ ผมฟังคำบอกรักของพี่คินซึ่งมันเป็นเหมือนมีดที่กรีดลงมากลางหัวใจผม ยิ่งผมได้ฟังคำว่ารักที่ออกมาจากปากของคนที่ผมรัก มันโคตรที่จะเจ็บปวด มันบีบหัวใจผมเป็นอย่างมาก...พี่เขาบอกว่ารักผมทั้งๆที่ผมก็รักพี่เขาอยู่เหมือนกัน แต่มันแตกต่างกันที่มันเป็นความรักคนละรูปแบบ ผมรักพี่คินแบบคนรักแต่พี่คินรักผมในฐานะน้องชาย


   ผมกลั้นใจเดินเข้าไปในหอตามหลังอาจารย์ที่มารอรับโดยไม่ตอบหรือหันกลับไปมองพี่คินอีกเลย และใช้มือข้างหนึ่งปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของผมออก ทุกอย่างนับต่อจากนี้ไปผมจะขอเรียกมันว่า ชีวิตใหม่ ของผม ชีวิตที่ไม่มีพี่คินอีกต่อไป



   “ อันนี้ล็อกเกอร์ของเธอนะ ห้องน้ำรวม เสร็จก็เปลี่ยนชุดไปทานข้าวต้องไปเข้าแถวด้านหน้าไม่เกินห้าโมงเย็น ถ้าช้าโดนทำโทษ”


   “ ครับ” ผมก้มหน้าตอบรับอาจารย์หน้าโหดที่พาผมเข้ามาในห้องที่คาดว่าน่าจะเป็นห้องอาบน้ำและห้องแต่งตัว ผมมองไปรอบๆ และเห็นว่ามีเด็กผู้ชายมากมายที่เข้ามาในวันและเวลาเดียวกับผม เพราะที่โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนประจำชายล้วนที่เปิดรับแค่มอปลายเท่านั้น ดังนั้นมันจะมีแค่เด็กมอสี่เข้ามาใหม่เหมือนอย่างผม


   “ เด็กใหม่หรอมึง” ทันทีที่ผมเปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินออกมาเข้าแถวตามที่อาจารย์ได้บอกไปตั้งแต่พาผมเข้ามาในหอ


   “ ครับ” ผมไม่รู้ว่าการที่เจอคนใหม่ๆต้องทำความรู้จักอย่างไร แต่ที่แน่ๆผมไม่กล้าที่จะสบตาเขาเพราะกลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาทและหาเรื่อง


   “ คุยก็มองหน้าซิวะ”


   “ มองได้หรอครับ?” ผมเองก็กล้าๆกลัวเคยแอบเหล่มองไปทีเพื่อดูสีหน้าของเขา


   “ มองอย่างนี้กวนส้นตีนหนักกว่าเดิมอีกนะมึง” เป็นอันว่าผมต้องหลบตาเขาไปก่อน “ แค่มองหน้ากูตรงๆ แบบนี้ไม่เห็นจะยากเลย” คนตรงหน้าใช้นิ้วมือของเขาดันหน้าของผมให้เงยขึ้นเพื่อให้สบตากับเขาตรงๆ และจังหวะนั้นเองที่ทำให้ผมเห็นว่าคนตรงหน้ามีหน้าตาที่เป็นมิตรเลยทีเดียวแต่ไม่เท่าที่ผมรู้จักกับกันต์วันแรก


   “ ผมชื่อซีนะ”


   “ พูดกูมึงก็ได้จะได้สนิทกันไวๆ เอาจริงๆนะไอ้ซีลักษณะอย่างมึงนี่โคตรน่าแกล้ง แต่แกล้งไม่ใช่เอ็นดูนะแต่แกล้งเอาสนุกอะ เหมือนเครื่องระบายอารมณ์”


   “ ระบายอารมณ์ กับผม..เอ่อ กูเนี่ยนะครับ?” ผมชี้มาที่ตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีคนบอกผมเรื่องนี้นะครับ เพราะพี่คินกับกันต์ชอบบอกผมเหมือนที่คนตรงหน้าบอก หรือนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่พี่คินคอยปกป้องผมเพราะเหตุนี้


   “ อืม กูชื่อภัทรนะ เป็นเพื่อนกับกูก็ได้นะไอ้ซี กูสงสารมึง อีกอย่างกูไม่ชอบเห็นคนอื่นโดนรังแกด้วย ปรับตัวยากหน่อยนะมึง” ผมได้แต่พยักหน้าให้กับคนตรงหน้า ผมยอมรับเลยว่าผมเข้าสังคมไม่เก่ง โดยเฉพาะสังคมที่ผมไม่เคยรู้จักแบบวันนี้ ผมว่าผมคงต้องปรับตัวยกใหญ่เลยครับ อย่างแรกเลยผมว่าผมต้องเปิดใจ


   “ ฝากตัวด้วยนะภัทร” ผมไม่รู้ว่าผมควรพูดแบบนี้ออกไปหรือเปล่าหลังจากที่เราตกลงเป็นเพื่อนกัน


   “ ฝากตัวเหี้ยไร เป็นเพื่อนมึงไม่ได้มาสมัครงานไอ้ซี” และผมได้เรียนรู้อีกอย่างหนึ่งว่าการเป็นผู้ชายต้องพูดคำหยาบจะได้คุยกับคนอื่นได้อย่างสนิทใจเหมือนอย่างภัทร เท่าที่ผ่านมาผมพูดหยาบสุดก็แค่กูมึงถ้าไม่รวมเหตุการณ์ที่ร้านเกมวันนั้น


   “ ได้เลย..เอ่อ..ไอ้เหี้ยภัทร”


   “ โฮะ! สุดจริงไอ้ซี” ผมไม่รู้ว่าผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าเพราะดูภัทรมีสีหน้าประหลาดใจอย่างมากเมื่อผมพูดคำว่าเหี้ยตามด้วยชื่อของภัทร


   “ หวัดดีๆ” ไม่นานก็มีเพื่อนมาใหม่อีกคนที่เข้ามาหาผมกับภัทร เพื่อนคนนี้แนะนำตัวอย่างเป็นมิตรว่าตัวเองชื่อธนา ธนาแตกต่างจากภัทรครับเพราะภัทรเองก็ออกแนวห่ามๆ ผมเรียกว่าห่ามได้มั้ง ส่วนธนาออกแนวกวนๆ ทุกคนล้วนมีคาเรคเตอร์เป็นของตัวเอง และผมควรมีคาเรคเตอร์อย่างไรให้ดูชัดและมีมิติเหมือนเพื่อนใหม่ทั้งสองดี


   ถ้าเป็นเวลาปกติผมคงต้องโทรไปปรึกษาพี่คินว่าผมสามารถเป็นเพื่อนกับภัทรและธนาได้ไหม แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ ผมต้องตัดสินใจเอาเอง ผมไม่อยากโดดเดี่ยวในนี้ ดังนั้นผมจะเป็นเพื่อนกับภัทรและธนา หวังว่าทั้งคู่จะน่ารักและดีกับผมเหมือนอย่างกันต์นะครับ


   “ ทุกคนพนมมือขึ้น!” เสียงเข้มที่แฝงไปด้วยความน่ากลัวหลังจากรับถาดอาหารและเดินเข้ามาในห้องอาหารที่ปราศจากเสียงพูดคุย ตอนนี้ผมได้มานั่งกับเพื่อนใหม่อีกสามสี่คนเพื่อให้ครบตามจำนวนเก้าอี้


   “ ต้องท่องบทสวดก่อนทานอาหารครั้งนี้ท่องตามพี่นะครับ..” ผมพยายามจดจำบทสวดให้ได้มากที่สุดเพราะไม่อยากโดนพี่ๆว่าทีหลังว่าจำไม่ได้ ผมค่อนข้างที่จะเกร็งอยู่เหมือนกันนะครับ


   “ พี่ว่าน้องคนนี้น่าจะท่องได้ ไหนท่องนำเพื่อนซิครับ” ผมสะดุ้งทันทีที่อยู่ๆรุ่นพี่เดินมาทางผมพร้อมกับดันหลังให้ผมลุกขึ้นเพื่อนเป็นผู้นำสวดมนต์ ผมมองตามเพื่อนใหม่ของผมคือภัทรกับธนาเพื่อขอความช่วยเหลือเพราะตอนนี้ผมรับมือไม่ได้จริงๆครับ ผมควรที่จะทำอย่างไรดี..


   “ นิ่งทำไมครับน้อง พี่เห็นน้องท่องได้” ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกสติและความมั่นใจกลับคืนมา ก่อนที่จะเอ่ยปากท่องตามที่ผมจำได้จากที่รุ่นพี่สอนก่อนหน้านี้


   “ เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต อาแมน ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานพรแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย และแก่อาหารที่จะรับประทานนี้ เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตรับใช้พระองค์และเพื่อนมนุษย์ อาแมน” ผมค่อยๆเงยหน้ามองทุกคนหลังจากที่ผมหลับตาและตั้งใจสวดก่อนทานอาหารจนเสร็จ


   “ เก่งมากครับ พี่หวังว่าน้องๆทุกคนจะท่องกันได้นะครับ” ผมเดินไปนั่งที่เดิมก่อนจะเห็นสายตาของใครหลายๆคนที่มองมาทางผมอย่างไม่พอใจสักเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะไม่พอใจอะไรผม เพราะผมตามที่รุ่นพี่บอกทุกอย่าง


   “ เก่งมากไอ้ซี” ภัทรเอาไหล่มาชนไหล่ผมเบาๆก่อนจะชมผมเล็กน้อยและนั่งหลังตรงรับประทานอาหารต่อไปจนกระทั่งทานเสร็จ ก็ต้องล้างจานและช้อนเองเพราะไม่มีใครล้างให้เรา และช้อนซ้อมถ้าหายก็ไม่มีให้ใหม่ดังนั้นต้องรักษาให้ดี น่าจะเป็นการฝึกให้ผมรู้จักการเก็บรักษาของอย่างนั้นมั้งครับ


   “ ต่อไปนะครับเราจะต้องอาบน้ำโดยใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก่อนจะออกมาเจอกันที่ลานบริเวณนี้เหมือนเดิม ถ้ามาสายทำโทษครับ ถึงจะวันแรกก็ตาม” สิ้นเสียงของรุ่นพี่พวกผมต่างวิ่งเข้าไปจัดการตัวเองกันด้วยความรวดเร็วเพราะดูท่าแล้วพวกพี่เหล่านี้มีท่าทีที่เอาจริง ถ้าเกิดว่าใครคนใดคนหนึ่งสายละก็มีหวังโดนทำโทษแน่ๆ


   “ ไอ้ซีทำไมยังไม่ถอดชุดวะ” ภัทรเดินเข้ามาถามผมด้วยผ้าเช็ดตัวพาดบ่าหนึ่งผืนเท่านั้น ส่วนด้านล่างของเขามีเพียงแค่กางเกงในเท่านั้น..เอ่อ ผมต้องทำอย่างนี้ใช่ไหมครับทุกคน ผมไม่เคยอาบน้ำกับคนอื่นมาก่อน โดยเฉพาะคนที่เยอะๆอย่างนี้ด้วย


   “ มันมีห้องน้ำเดี่ยวไหม”


   “ ไม่นะ มีแต่ห้องส้วมอะ อย่าบอกว่ามึงอาย?” ไอ้ภัทรมองผมด้วยสีหน้าที่เหมือาจะไม่เชื่อเท่าไหร่ “ เอาดีๆ เดี๋ยวก็ชินมึง มันไม่แย่ผู้ชายเหมือนกัน ตามกันเข้าไปหละเดี๋ยวโดนทำโทษนะเว้ย” พูดเสร็จภัทรก็เดินหายเข้าไปในห้องอาบน้ำ ผมมองไปยังรอบๆก็เห็นว่าทุกคนมีลักษณะเหมือนภัทรกันหมดทุกคน และนั่นก็น่าจะเป็นเรื่องปกติทำให้ผมค่อยๆถอดชุดออกเหมือนอย่างภัทร แต่ยังไม่ทันที่ผมจะถอดออกก็มีมือของใครบางคนมาจับเสื้อของผมเอาไว้ก่อนที่ผมจะถอดออก


   “ ไปอาบห้องน้ำแยกก็ได้” น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นมาเหนือตัวของผม ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะเห็นว่าเป็นพี่ผู้ชายอีกคนที่น่าจะเป็นพี่คุมของหอแห่งนี้ดูจากป้ายที่ห้อยอยู่บนคอของเขา


   “ จะไม่เป็นอะไรหรอครับ เพื่อนผมบอกว่าไม่มีห้องน้ำแยก”


   “ มี แค่ไม่มีใครเขาชอบใช้กันเท่าไหร่ ถ้าเราอยากจะใช้ก็ไปได้นะ ไม่มีใครว่า” พี่เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่จะเดินหนีออกไปทั้งๆที่ผมยังไม่ทันได้ถามว่าพี่เขาชื่ออะไร แต่นั่นก็ดีครับผมจะได้ไม่ต้องไปอาบน้ำรวมกับคนอื่น ผมไม่ได้ถอดชุดออกเพราะจะไปอาบห้องน้ำแยกตามที่พี่ใจดี ผมขออนุญาตเรียกพี่เขาว่าพี่ใจดีไปก่อนก็แล้วกันนะครับ และเดินถืออุปกรณ์อาบน้ำเข้าไปอาบจนผมทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ทันเวลาพอดี


   “ ไปอาบน้ำไหนมาวะไอ้ซีไม่เห็นมึงในห้องน้ำ” ธนาที่พึ่งเสร็จเดินเข้ามาต่อแถวจากผม


   “ ห้องน้ำแยก พี่เขาบอกว่าอาบได้ก็เลยไปอาบ”


   “ อ่อ ก็ดีมึงคนเยอะแย่งน้ำไม่ทัน เหมือนค่ายทหารฉิบหายเลย” ผมไม่ได้ตอบอะไรธนาอีกได้แต่เงียบและฟังในสิ่งที่ธนาพูดจนกระทั่งภัทรเดินออกมาสมทบและเป็นเวลาที่สมควรแก่การขึ้นไปนอนด้านบนหอ ที่ผมคาดเดาจากสายตาว่าน่าจะเป็นห้องรวมและเป็นเตียงสองชั้น


   “ ไอ้ซีเราจะได้นอนด้วยกันไหมวะ” ภัทรเอี้ยวตัวมากระซิบถามผมขณะที่พี่ๆกำลังอธิบายกฎของการอยู่หอที่นี่อยู่ด้านหน้าแถว


   “ ใครสั่งให้คุยครับ?” ผมสะดุ้งทันทีที่มีน้ำเสียงเย็นๆดังขึ้นมาอีกรอบทำให้ภัทรรีบหันหน้ากลับไปที่เดิม ส่วนผมก็รับคราวซวยที่มองหน้าพี่เอ่อ...ใจดี


   “ ขอโทษครับ” ผมก้มหัวขอโทษพี่ใจดีไป ก่อนที่จะกลับไปสนใจพี่ๆคนอื่นที่กำลังพูด ผมพึ่งรู้ว่าเราไม่มีสิทธิ์ได้กลับบ้านเลยจนกว่าจะถึงเวลาคือหนึ่งเดือนทางหอจะอนุญาตให้กลับบ้านได้แค่หนึ่งครั้งเป็นเวลาสองวันคือเสาร์อาทิตย์และห้ามผู้ปกครองมาเยี่ยมเด็ดขาด และกฎของที่นี่ก็ค่อนข้างที่จะเคร่งครัดเลยทีเดียว รวมถึงรูปแบบของการลงโทษก็มีหลายระดับแบ่งตามความผิดที่ได้กระทำเบาสุดคือตักเตือนจนไปถึงไล่ออกจากโรงเรียน ถ้าผมโดนไล่ออกตั้งแต่วันแรกพี่คินจะโกรธผมหนักกว่าเดิมไหมครับ? แต่พี่คินก็คงสบายใจที่ตัดตัวปัญหาอย่างผมออกมาได้ขนาดนี้และผมสัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าผมจะไม่โนไล่ออกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน


   “ ดุว่ะ” ผมส่งสายตาให้ธนาที่พูดออกมาขณะที่พี่ใจดียังคงยืนอยู่ตรงผมไม่ได้ขยับไปไหน เพียงแค่สายตาของพี่ใจดีไม่ได้มองมาทางผมเหมือนก่อนหน้านี้


   “ ที่นอนจะมีชื่อน้องๆติดอยู่นะครับ เดินดูได้เลยพี่จะปล่อยทีละแถว เมื่อตัวเองเจอที่นอนแล้วก็จัดเตรียมได้ พี่จะให้นอนไม่เกินสองทุ่มนะครับวันแรกยังคงไม่มีการบ้านให้ทำ ใครมีอะไรสงสัยอีกไหมครับ”


   “ แล้วถ้าไม่ง่วงละครับพี่” มีเพื่อนใจกล้าคนหนึ่งยกมือขึ้นถามพี่ผู้คุม


   “ ก็ต้องนอนครับไม่มีข้อแม้ โทรศัพท์จะอนุญาตให้ดูเฉพาะวันหยุดนะครับ ส่วนเครื่องมือสื่อสารถ้าทางเราตรวจเจอไม่คืนนะครับและติดโทษหนึ่งครั้งถ้าครบสามโดนไล่ออกนะครับ หวังว่าจะไม่มีใครครบสาม” รอยยิ้มของพี่เขาเล่นเอาผมรู้สึกร้อนๆหนาวๆไปเลย


   “ แถวแรกลุกครับ” ผมที่เป็นแถวแรกลุกขึ้นตามคำสั่งก่อนที่จะเดินตามเพื่อนๆขึ้นไปด้านบนห้องกว้างๆที่เป็นเหมือนที่ผมคิดเอาไว้ คือเป็นห้องขนาดใหญ่ที่มีเตียงสองชั้นเรียงกันอยู่ และมีบริเวณโต๊ะอ่านหนังสืออยู่อีกด้าน คาดว่าน่าจะเป็นที่สำหรับนั่งอ่านหนังสือและทำการบ้านแน่ๆ ผมเลิกสนใจบรรยากาศด้านบนห้องและเดินหาเตียงนอน บังเอิญว่าเตียงของผมภัทรและธนาอยู่ใกล้แต่ไม่ติดกัน เพราะเหมือนว่าเตียงที่ติดจะสลับรุ่นเป็นมอสี่ห้าและหกตามลำดับ


   “ นอนก่อนนะ” ผมป้องปากส่งเสียงเบาๆให้เพื่อนทั้งสองก่อนจะมุดตัวเข้ามาในผ้าห่มที่ทางหอจัดเตรียมไว้ให้ ตอนนี้ทุกคนต่างขึ้นเตียงกันหมดเรียบร้อย ส่วนพี่ๆผู้คุมต่างทยอยขึ้นมาหลังจากที่พวกเขาอาบน้ำเสร็จ ผมแอบเห็นว่าพี่ใจดีเดินมาทางผมอย่าบอกนะว่า..พี่ใจดีนอนเตียงติดกับผม??


   “ ไง” เมื่อเห็นว่าพี่ใจดีเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆผมจึงค่อยๆลืมตาเพื่อทักทายพี่ใจดี แต่เป็นว่าพี่ใจดีเห็นผมก่อนและส่งเสียงทักผมขึ้นมาเบาๆ


   “ ครับพี่”

 
   “ นอนได้แล้ว” พี่ใจดีชี้มาที่หมอนของผมก่อนที่พี่ใจดีจะนั่งลงบนเตียงและนั่งขัดตะหมาดเพื่อสวดมนต์ แต่เป็นเพราะสายตาของผมยังคงมองพี่ใจดีอยู่ ทำให้พี่ใจดีหยุดชะงักและลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมามองผมด้วยสายตาดุๆ ทำให้ผมต้องหลบและหันหลังให้พี่ใจดีแทน


   เมื่อความสงบและแสงไฟได้ดับลง อยู่ๆความเหงามันก็คืบคลานเข้ามาหาผมเรื่อยๆ วันนี้เป็นวันแรกที่ผมต้องนอนในสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านและนอนร่วมกับบุคคลแปลกหน้าทั้งนั้น ตุ๊กตากระต่ายที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัวของผมก็ไม่สามารถพกติดมาด้วย เพราะพี่คินบอกว่าผู้ชายเขาไม่เล่นตุ๊กตากัน.... ทำให้ตอนนี้ผมเหมือนเด็กคนหนึ่งที่ถูกทิ้งให้ต้องมาเจอกับอะไรที่ผมไม่เคยเจอเป็นครั้งแรก


   ‘กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีชาวนากับงูเห่า....’


   น้ำเสียงของพี่คินดังเข้ามาในโสตประสาตอย่างไม่ได้ตั้งใจที่จะนึกถึง แต่มันก็อดไม่ได้ทุกที เมื่อก่อนเรียกได้ว่าถ้าวันไหนพี่คินไม่เล่านิทานให้ผมฟังผมก็จะไม่ยอมนอน นอกจากนิทานที่พี่คินเล่ายังมีฝ่ามืออุ่นๆที่คอยลูบผมของผมเบาๆจนเคลิ้มหลับ แต่ด้วยความที่ผมเริ่มโตขึ้นมันทำให้ผมรับรู้ได้ว่าการกระทำของพี่คินเป็นสิ่งที่ผมเสพติดไปเป็นที่เรียบร้อย ถึงแม้ว่าผมจะโตขึ้นมากแค่ไหนแต่พี่คินเองก็ยังคงเล่านิทานให้ผมฟังเมื่อผมขอให้พี่คินเล่า โดยไม่สนใจว่าผมจะไม่ใช่เด็กอีกต่อไป


   อยู่ๆน้ำตาที่ไม่คิดว่าจะไหลก็ไหลออกมาด้วยความคิดถึงที่มันไม่สามารถจะอดทนได้อีกต่อไปแล้ว วันที่ผมไปนอนบ้านไอ้กันต์ผมแอบเอาเสื้อพี่คินมาด้วยเพราะถ้าได้กลิ่นพี่คินผมก็จะนอนหลับและรู้สึกปลอดภัย แต่ตอนนี้ผมไม่มีอะไรที่สามารถหลอกตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว...ผมรู้สึกว่าตัวของผมตอนนี้ไม่ปลอดภัย


   “ ร้องไห้?” ผมรีบซุกหน้าเข้าไปใต้ผ้าห่มทันทีที่ได้ยินเสียงที่คุ้นหูนั่นก็คือ..เสียงของพี่ใจดี


   “ .....”


   “ คิดถึงบ้าน?” ผมรู้สึกเหมือนเตียงของผมยวบลงเหมือนว่าพี่ใจดีนั่งลงบนเตียงของผม


   “ ....”


   “ ถ้าไม่ตอบจะกลับไปนอนแล้วนะ”


   หมับ!


   จังหวะที่ผมรู้สึกว่าพี่ใจดีทำท่าจะลุกออกจากเตียงของผม ผมรีบโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่มและขว้ามือของพี่ใจดีเอาไว้ก่อนที่พี่ใจดีจะหายไปอีกคน..ผมคิดถึงพี่คินจังครับ


   “ พี่ชื่ออะไรครับ”


   “ พี่? ถามตอนนี้?” พี่ใจดีชี้เข้ามาที่ตัวของเขาเองด้วยสีหน้าที่งงๆ


   “ ครับ”


   “ ชื่อภพครับ ภพรัก” ชื่อของพี่ใจดี..ไม่ซิ พี่ภพรักน่ารักจัง ผมได้ยินครั้งแรกแล้วรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที “ ภพที่แปลว่าภพชาตินะ ไม่รู้ทำแม่ตั้งแบบนี้” พี่ภพนั่งลงที่เตียงของผมอีกครั้งและพูดกับผมเบาๆ


   “ ไอ้ภพ! มึงคุยกับใครวะ” เสียงของใครบางคนตะโกนขึ้นมาท่ามกลางความมืด


   “ น้องเหมือนจะไม่สบาย” พี่ภพพูดกลับออกไปด้วยน้ำเสียงที่นิ่งปกติ ไม่มีวี่แววโกหกเหมือนที่เขากำลังทำอยู่


   “ อ่าว ให้กินยาสะ ถ้าเป็นหนักก็มาปลุกกู”


   “ เออๆ ไม่น่าจะเป็นอะไร”


   “ เอ่อ....”


   “ วันแรกก็เป็นแบบนี้แหละยังไม่ชิน แต่ถ้าผ่านไปได้จะไม่อยากกลับบ้านเลย ร้องไห้เพราะคิดถึงได้พี่อนุญาต” เท่านั้นแหละครับเหมือนน้ำตาที่พึ่งหยุดไหลกลับไหลออกมาอย่างบ้าคลั่งโดยที่มีสายตาของพี่ภพจ้องมองอยู่แบบนั้น ผมเองก็ไม่อายที่จะร้องไห้ออกมาต่อหน้าคนอื่นที่พึ่งรู้จักกันได้แค่วันเดียว


   “ ฮึก...ฮึก”


   “ ถ้าร้องเสร็จแล้วก็ต้องนอน พรุ่งนี้เปิดเรียนวันแรกนะ ฝันดี พี่นอนเตียงข้างๆไปเรียกได้ถ้าเกิดว่าไม่สบายหรือเป็นอะไรกลางดึก” ไม่มีน้ำเสียงปลอบโยน ไม่มีฝ่ามืออุ่นๆคอยลูบให้ผมหลับ มีแต่น้ำเสียงนิ่งๆของพี่ภพเท่านั้น แต่มันทำให้ผมแอบรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้นเอง


   ต่อไปนี้ผมจะต้องเข้มแข็งและไม่ร้องไห้เป็นเด็กเหมือนวันนี้ เพราะซีไม่ใช่เด็กชายซีอีกต่อไป แต่เป็นนายซี ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเต็มตัว ผมต้องอยู่ได้โดยที่ไม่มีพี่ชายทั้งสอง



PS.ขอให้น้องปรับตัวได้เร็วๆน้าาา

ออฟไลน์ ineverlove

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-4
น้ำตาคลอ สงสารซี :z3:   สงสารคิน :o12:

Skip ไปตอนจบเลยได้ไหม 5555 ล้อเล่น

ขอบคุณคนแต่งมากนะ  อินๆๆ

พี่ภพรัก กรี๊ดๆๆๆๆ ไม่รู้จะมีบทบาทอะไรไหม แค่ชื่อก็ชนะขาดแล้วอะ

ปล.เพื่อนที่ชื่อธนา ตอนแรกเราอ่านว่าธนาธร \7 สะดุ้งเลย 555

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1045
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
พี่คินเหมือนเป็นโลกของน้อง​ แต่ตอนนี้น้องเจอพี่ใจดีอีกคนแล้ว​ พี่คินเจอคู่แข่งแล้ว​

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ KJH177

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 92
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
บทที่ 8.2
ห่างไกล

Akin’s talk


   ผมอยู่ไม่ได้เมื่อตอนนี้ทั้งบ้านเหลือเพียงแค่ผมคนเดียว บ้านที่เคยมีเด็กดื้ออย่างซีคอยสร้างสีสัน บ้านที่มีเสียงหัวเราะและทะเลาะกันเป็นบางเวลา แม้หลังๆจะทะเลาะกันมากก็ตามแต่ผมว่ามันอบอุ่นมากกว่าวันนี้วันที่ไม่มีซีอยู่ด้วย ผมยังจำได้ดีวันที่ผมอุ้มซีเข้ามาในบ้าน และวันนี้ที่ผมผลักให้ซีออกจากบ้านไป...ผมจำไหล่สั่นๆของซีที่เดินหันหลังให้ผมเข้าไปในหอ ผมรู้ว่าซีร้องไห้และผมก็พร้อมที่จะเอาซีกลับมาอยู่บ้านถ้าซีขอร้องให้ผมพากลับ แต่เปล่าเลยครับซีไม่มีแม้แต่หันมามองผมแม้แต่น้อย มีแต่ผมที่มองจบซีหายลับเข้าไปในหอ

   
   “ พี่คิดถึงซีนะ..” ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนนั้นซีถึงมานอนในห้องของผม ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับเข้าใจดีทุกอย่างว่าตอนนั้นซีรู้สึกอย่างไร ความคิดถึงมันทรมานอย่างนี้นี่เอง ผมคิดถึงซีมาก มากจนตอนนี้ผมกลับเข้ามานอนในห้องของซี กอดหมอนข้างและผ้าห่มเพื่อซึมซับความเป็นซีให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ผมก็กลัวว่าวันหนึ่งที่ที่นอนแห่งนี้กลิ่นของซีจะหายไป แต่ก็ยังดีครับผมยังคงหลอกตัวเองเสมอว่าซีอยู่กับผมแม้มันจะแค่ชั่วคราวก็เถอะครับ


   “ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...” ตอนนี้ผมก็ทำได้แคเพียงกอดตุ๊กตากระต่ายที่ผมไม่ให้ซีเอาติดไปด้วย เพราะนี่เปรียบเสมือนตัวแทนของซีที่อยู่กับผมตอนที่ซีไม่อยู่


   “ พี่คินคิดถึงซีเหลือเกิน เมื่อไหร่ซีจะกลับมา.....” ผมไม่รู้ว่าผมปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งผมรู้ตัวอีกทีก็รู้ว่าตอนนี้ห้องนอนของซีก็กลายเป็นห้องนอนของผมเป็นที่เรียบร้อย


   “ พี่รักซีนะครับ พี่รักซีที่สุด” ผมได้เพียงแค่กอดตุ๊กตากระต่ายของซีและจินตนาการเอาว่านี่คือซีของผม ซียังคงอยู่ตรงนี้กับผมเสมอ..



   ชีวิตที่ขาดสีมันเป็นไปได้ยากหเมือนกันครับ ผมเอาแต่ขังตัวเองอยู่กับห้องของซีกลับมาจากทำงานผมก็เข้ามาที่ห้องของซี เรียกได้ว่าห้องของซีคือสิ่งที่ฮีลผมได้มากที่สุด ผมไม่ได้ติดต่อกับใครเลยแม้กระทั่งวิวแฟนของผม ไม่รู้ว่าป่านนี้เธอคงจะโกรธผมไปแล้วมั้งครับ


แอดดดดด


   ผมค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้นหลังจากได้ยินเสียงเปิดประตูห้องเข้ามา และเห็นว่าเป็นไอ้เซนที่เปิดประตูและเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางอ่อนใจ


   “ เมื่อไหร่จะกลับไปใช้ชีวิตปกติ?” ไอ้เซนทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงของซีข้างๆผม


   “ ไม่รู้ว่ะ”


   “ พี่เป็นคนคิดเองนะพี่คิน”


   “ กูรู้...แต่กูยังทำใจไม่ได้จริงๆ” ผมได้แต่นอนมองเพดานห้องอยู่อย่างนั้นด้วยแววตาว่างเปล่า ไม่รู้ว่าซีจะทำอะไรอยู่ จะกินข้าวอิ่มไหม จะโดนใครรังแกเหรอเปล่า และสิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือกลัวว่าซีจะลืมผม..


   “ อีกไม่กี่อาทิตย์ก็ถึงเวลาเยี่ยมแล้วนะ ซีมันคงไม่อยากเห็นสภาพแย่ๆของพี่นะพี่คิน” สภาพผมแย่อย่างนั้นเเหรอครับ? ก็แค่หนวดไม่ได้โกน ผมไม่ได้ตัด แต่ผมก็อาบน้ำไปทำงานทุกวันแม้จะโดนทักว่าผมเหมือนร่างไร้วิญญาณก็เถอะ


   “ อืม จะพยายาม”


   “ แล้วอีกอย่างเลิกไปที่โรงเรียนซีได้แล้วพี่คิน อย่าคิดว่ากูไม่รู้ ถ้าน้องรู้น้องมันจะลำบากใจนะพี่”


   “ .....”


   ผม...


   ทำ...


   ไม่ได้จริงๆครับ.. ซีพี่คินขอโทษ พี่คินไม่ไหวแล้วโลกที่ไม่มีซีพี่คินอยู่ไม่ได้จริงๆ ผมปล่อยตัวปล่อยใจไม่ให้คิดถึงซีไม่ได้ จนผมผิดคำพูดกับไอ้เซนและมาดักรอซีอยู่ที่โรงเรียนของซีทุกวันก่อนที่ผมจะกลับบ้านแม้ว่าบางวันผมจะไม่เจอซีก็ตาม แต่เหมือนวันนี้จะเป็นวันที่โชคดีสำหรับผมเพราะเหมือนว่ามีรุ่นพี่พาเด็กๆออกมาเก็บขยะหน้าโรงเรียน


   “ ซี....” ผมมองเห็นซีเดินหัวเราะและยิ้มมากับเด็กผู้ชายหลายคน ท่าทางของซีดูมีความสุขทุกอย่าง และนั่นมันยิ่งตอกย้ำสิ่งที่ผมกลัว กลัวว่าซีจะลืมผม


   ผมเดินถอยออกมาเมื่อเห็นว่ากลุ่มของซีกำลังจะเดินมาทางผม แต่แล้วสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่ผมรู้จักและฝากฝังให้ดูแลซีเมื่อตอนที่ซีอยู่ที่หอ


   “ ภพ”


   “ สวัสดีครับพี่คิน” เมื่อภพเห็นผมก็ยกมือขึ้นไหว้ด้วยท่าทางนอบน้อม ภพหรือภพรักเป็นลูกพี่ลูกน้องของไอ้วินเพื่อนในกลุ่มของผม ไอ้วินมันแนะนำตอนที่ผมไปปรึกษามันเรื่องที่จะหาโรงเรียนให้ซี ดีที่มีคนรู้จักอย่างภพไม่อย่างนั้นผมคงไม่วางใจ อีกอย่างไอ้วินมันก็ยืนยันว่าภพรักเป็นเด็กดีไม่พาน้องชายของผมเสียคนแน่นอน


   “ สวัสดีภพ”


   “ ให้ผมเรียกซีให้ไหม แต่ต้องแอบนะพี่เดี๋ยวใครมาเห็นมันจะผิดกฎ” ภพรักพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวลแต่ก็ถือว่าน้องยังใจดีที่ยังให้ผมพบกับซี


   “ ไม่เป็นไรภพ พี่แค่แวะมาเฉยๆ” ถ้าผมออกไปหาซีตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าซีอยากจะเจอผมไหม ให้ผมได้เห็นซีอยู่ตรงนี้ก็พอครับ “ แล้วซีปรับตัวได้หรือยัง”


   “ ได้แล้วนะครับไม่เห็นซีจะดื้อเหมือนที่พี่คินพูดเลย แต่น้องดูเข้าสังคมไม่เก่งแต่ถือว่าพัฒนาดีมากๆเลยครับ ส่วนเรื่องเรียนน้องก็จัดว่าเก่งเลยครับ”


   “ ถ้าซีดื้อตรงไหนพี่อนุญาตให้ภพจัดการเลยนะ”


   “ ครับ ซีก็เหมือนน้องชายผม ผมช่วยได้ก็ช่วยครับ”


   “ ช่วยเอ็นดูซีด้วยนะภพ....”


   “ พี่คินเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมหน้าเศร้าขนาดนั้น”


   “ เอ่อ..ไม่มีอะไร ภพไปดูน้องๆต่อเถอะ ขอบคุณนะ” ผมบอกลาภพเพื่อปล่อยให้ภพไปทำหน้าที่ของเขา แต่ผมลืมว่าผมซื้อขนมมาให้ซี ก่อนที่ภพจะเดินหนีกลับไปก่อน ผมก็รีบวิ่งไปหยิบขนมบนรถมาให้ภพ


   “ พี่ซื้อมาฝาก”


   “ เยอะมาเลยครับ ขอบคุณนะพี่” ภพรับขนมจากมือพร้อมกับยิ้มให้ผมเล็กน้อย “ ผมว่านะ ขนมที่ซีชอบแน่เลย เดี๋ยวผมจะบอกซีให้นะพี่”


   “ เห้ย ไม่ต้องบอก พี่ไม่อยากให้ซีรู้ว่าพี่มา”


   “ อ่อ ได้พี่ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ส่วนเรื่องซีพี่คิดอย่างกังวล”


   “ อืม” อย่ากังวลอย่างนั้นเหรอ? ผมทำไม่ได้จริงๆ


   ตอนนี้ผมแยกจากภพและขับรถกลับมาบ้าน บ้านที่ว่างเปล่าอีกครั้ง นี่ก็ผ่านมาเกือบๆเดือนแล้วนะครับ ทำไมผมยังทำใจไม่ได้สักที ทั้งๆที่ผมควรทำใจได้ตั้งนานแล้วว่าซีไม่อยู่ แต่ผมก็คาดหวังว่าวันหนึ่งที่ผมกลับมาจะเห็นซีอยู่ แต่นั่นมันก็เป็นสิ่งที่เพ้อฝันสิ้นดีครับ


   “ คินคะ” ผมหันไปมองด้านหลังก่อนจะเห็นว่าเป็นวิวทิ่อยู่ๆเธอก็เข้ามาในบ้านของผม


   “ วิวมาได้ไง” ผมรีบลุกขึ้นทันทีที่เห็นว่าวิวกำลังเดินเข้ามาทางผมเรื่อยๆ สายตาของเธอมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ออกว่าเธอกำลังรู้สึกเช่นไร


   “ ก็วิวติดต่อคินไม่ได้นี่คะ”


   “ ขอโทษครับ” ผมเองก็ลืมไปเลยครับว่าผมยังมีวิว แต่เหมือนว่าครั้งนี้ผมไม่ดีใจเลยที่เห็นว่าเป็นวิว ผมเป็นแฟนที่แย่มากใช่ไหมครับ


   “ คินเหมือนไม่ดีใจที่วิวมาหาเลย กินอะไรยังคะเดี๋ยวิวทำให้ทาน”


   “ ผมไม่หิว”


   “ กินเถอะค่ะ มาๆวิวทำให้” ผมเดินไปตามแรงที่วิวจับมือผมให้เดินตามและจัดแจงให้ผมนั่งรออยู่ที่ห้องครัว ส่วนเธอก็เปิดตู้เย็นมองหาอาหารที่พอจะทำได้


   “ คินไม่มีอะไรเลย มีแต่น้ำเปล่า”


   “ ครับ ก็อยู่คนเดียว” ปกติแล้วตู้เย็นของผมจะเต็มไปด้วยขนม แต่ตอนนี้ซีไม่อยู่ผมก็ไม่รู้ว่าจะซื้อกลับมาแช่ไว้ทำไม ในเมื่อไม่มีใครคอยกิน คิดอีกก็เศร้าอีกครับ


   “ ถอนหายใจจังเลยนะ หรือไม่พอใจที่วิวมาหา”


   “ เปล่าครับ”


   “ คินเป็นอะไรบอกวิวได้ไหม วิวไม่สบายใจเลยที่อยู่ๆคินก็เป็นแบบนี้”


   “ วิวครับ” ผมจับมือวิวออกหลังจากที่เธอยื่นมือมาลูบใบหน้าของผมเบาๆ ปกติถ้าเธอทำแบบนี้ผมจะรู้สึกยินดีกับทุกสัมผัส แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่....


   “ คินเปลี่ยนไป....”


   “ คินขอโทษ” เกือบหลายปีที่ผ่านมาที่ผมตบกับวิวผมไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน หรือนี่มันคืออาการหมดรักกันครับ ผมควรจะบอกวิวไปตรงๆหรือรอให้แน่ใจ แต่ถ้าทำอย่างนั้นมันจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัว และจะทำให้วิวรู้สึกเจ็บหรือเปล่าครับ ผมสับสนเหลือเกิน


   “ วิว กลับก่อนนะคะ” วิวเองก็ดูเสียใจที่ผมมีปฏิกิริยาแบบนี้ แต่ถ้าให้ผมฝืนแสดงต่อไปว่ายังรู้สึกแบบเดิมผมทำไม่ได้จริงๆ


   “ วิวครับ”


   “ ......” วิวหยุดชะงักทันทีที่ผมเรียกเธอแต่ก็ไม่ได้หันกลับมามองหน้าผมเหมือนเดิม เพียงแค่หยุดนิ่งๆและรอว่าผมจะพูดว่าอะไร


   “ วิวอย่ารอคินเลยนะ”


   “ ......”


   “ ถ้าวิวเจอคนที่ดีกว่าคิน วิวอย่าลังเลที่จะไป”


   “ .....!!” วิวไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่เดินออกจากบ้านไปโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองผม ทำไมผมถึงไม่บอกวิวไปตรงๆก็เพราะคำสัญญาที่ผมเคยให้เธอไว้ตอนที่ผมขอวิวคบวันแรกเมื่อหลายปีก่อน


   ‘วิวเป็นแฟนกับคินนะ’


   ‘ถ้าเป็นแฟนกันแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นคินห้ามบอกเลิกวิวได้ไหมคะ’


   ‘ครับ?’


   ‘ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ วิวขอเป็นคนบอกเลิกคินเอง ได้ไหมคะ?’


   ‘ครับ คินตกลง’


   ‘งั้นวิวก็ตกลงเป็นแฟนกับคินค่ะ ^^’


   ผม...ไม่อยากผิดสัญญาที่ให้ไว้กับวิว ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้มันเป็นเพราะความเลวและความเห็นแก่ตัวของผมเอง เรื่องนี้ถ้าจะมีคนผิด คนนั้นต้องเป็นผม


PS. พี่คินของน้องงงงงงงงงง

ออฟไลน์ ADMIS

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ดีมากเลยค่ะ plot เรื้องดีมากกกกกกกก คือตั้งแต่ตอน 6 น้ำตาไหลตลอดเลยฮืออออออ
เหลือแค่เรื่องพิมพ์ผิดแค่นั้นเอง

ออฟไลน์ ineverlove

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-4
โถ่ นึกว่าภพรักจะเป็นพระรอง ที่ไหนได้ ตัวช่วยพระเอกลุ้นไม่ขึ้นเลย

แต่ว่าบทนำคินแต่งงานกับวิวอย่างมีความสุขนี้น่า ทำไมมาถึงตอนนี้หมดรักง่ายจัง

ตอนบทนำต้องเป็นความฝันของซีแน่ๆ แบบนี้ (มโน) :z2:

รอติดตามตอนต่อไปครัช +1  :L2:เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะจ้า

ออฟไลน์ KJH177

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 92
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
บทที่ 9.1
กลับมาได้แล้ว


Cee’s talk


   หนึ่งเดือนแล้วซินะครับที่ผมใช้ชีวิตอยู่ที่หอแห่งนี้ จะว่าไปมันก็ทำให้ผมรู้สึกดีและไม่ทรมานเท่าอยู่บ้านที่ไม่มีใครต้องการ อยู่ที่นี่ผมมีเพื่อนที่น่ารักและดูจริงใจอย่างภัทรธนาและคนอื่นๆ ส่วนรุ่นพี่ที่วันแรกดูดุๆและน่ากลัวแต่พออยู่ไปนานๆผมก็รู้ว่ามันเป็นหน้าที่ของรุ่นพี่ และมีบางครั้งพี่ๆเขาก็ใจดีกับพวกผม โดยเฉพาะพี่ภพที่สนิทกับผมเป็นพิเศษ พี่ภพทำให้ผมรู้สึกว่าเหมือนผมได้อยู่กับพี่เซนเลยครับ เพราะลักษณะนิสัยของพี่ภพค่อนข้างที่จะคล้ายพี่เซนทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้คุยกับพี่ภพ


   " อาทิตย์หน้านี้ใครมารับวะไอ้ซี" ตอนนี้เป็นเวลาเย็นของทุกวัน และมีเวลาว่างมากพอที่จะปล่อยให้ทุกคนมาทำกิจกรรม ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นพวกกีฬาที่เพื่อนๆให้ความสนใจ แต่ผมปลีกตัวมาอยู่ชมรมวาดรูปแทนและทำให้ผมรู้จักกับเพื่อนอีกคนที่อยู่ในชมรมเดียวกัน เพื่อนคนนั้นเขาชื่อว่า ‘ฟา’ ฟาเป็นเพื่อนที่ดีมากๆอีกคนครับ ถึงตอนอยู่หอเราจะไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน แต่ถ้าอยู่ชมรมผมขอนับว่าฟาเป็นเพื่อนที่สนิทในตอนนี้แล้วกันนะครับ


   “ คงพี่แหละ แล้วฟาหล่ะ” ผมจรดพู่กันลงบนแผ่นกระดาษผืนใหญ่ตรงหน้าและสนทนากับฟาไปด้วยในเวลาเดียวกัน


   “ ก็พ่อกับแม่แหละ เออนี่ ถ้ากลับบ้านแล้วเราไปเที่ยวกันไหมล่ะ”


   “ เอาจริงดิฟา”


   “ เออ อยากไปหาที่วาดรูป เคยเห็นอยู่สวยเหมือนกัน อยากวาดภาพวิว”


   “ เอาดิๆ” ผมว่าผมกับฟาคุยภาษาเดียวกันรู้เรื่องนะครับ อาจจะเป็นเพราะว่าเรามีความชอบเหมือนๆกัน ดังนั้นอะไรๆมันก็น่าจะง่ายสำหรับผมสองคน


   “ เพื่อนที่อยู่หอด้วยแก๊งค์มึงนี่นักกีฬาทั้งนั้นเลยนะ แต่ทำไมมึงมาวาดรูปว่ะ” ผมยักไหล่ให้ฟาอย่างไม่ใส่ใจเพราะผมไม่รู้จะตอบว่าอะไร


   “ ก็กูไม่ชอบ” นั่นคงจะเป็นเหตุผลที่เพียงพอสำหรับผมแล้วนะครับ เด็กที่วันๆเอาแต่วาดรูป มีแค่ไม่กี่อย่างที่ผมทำเป็น และอีกเรื่องที่ผมอยากทำและไม่รู้สึกเข็ดและคิดถึงมันมากขึ้นกว่าเดิมก็คือการเล่นเกม สักวันหนึ่งผมจะกลับมาเล่นเกมให้ได้ แต่มันจะไม่เหมือนครั้งที่ผ่านมาเพราะตอนนี้ผมสามารถแยกแยะและแบ่งเวลาได้แล้วว่าวันไหนที่ผมควรเล่นหรือควรอ่านหนังสือ



   “ ใครที่ง่วงก็ขึ้นไปนอนเลยนะครับ แต่อย่าเสียงดัง” ตอนนี่เป็นเวลาสองทุ่มกว่าๆนักเรียนบางคนก็กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ แต่บางคนก็ขึ้นไปนอนบนเตียง ส่วนผมก็ยังคงอ่านหนังสือเพื่อทบทวนบทเรียนในวันนี้ที่ผมไม่เข้าใจ แต่ผมมีนิสัยไม่ดีอย่างหนึ่งก็คือเวลาที่ผมไม่รู้ ผมไม่กล้าไปถามอาจารย์แม้ว่าอาจารย์จะเต็มใจอธิบายหรือสอนผมอีกครั้งก็เถอะครับ ทำให้ผมต้องมาเสียเวลาอ่านและเรียนรู้ด้วยตัวเอง


   “ ไม่เข้าใจอะไร เห็นทำหน้าสงสัยตั้งนานแล้ว” ผมเงยหน้ายิ้มให้พี่ภพทันทีที่เขาเดินมายืนอยู่ที่โต๊ะของผม อย่างนี้ทุกทีเลยครับ เวลาที่ผมเดือดร้อนพี่ภพจะเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้ามาช่วยผมเสมอแม้ว่าผมจะไม่ได้เอ่ยปากขอร้อง เหมือนว่าพี่เขารู้ความคิดของผมอยู่


   “ ผมไม่เข้าใจทำไมเราต้องแทนสูตรตรงนี้ด้วยอะครับ ผมนั่งพิจารณามานานแล้ว” ผมเลื่อนสมุดให้พี่ภพดู พี่ภพเองก็รับมาพิจารณาพร้อมกับหยิบดินสอของผมขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่างด้วยหน้าตาขมักขะเม้น


   “ พี่เขียนอธิบายให้เราแล้ว พี่ไม่ถนัดอธิบาย ลองอ่านดูว่าเข้าใจไหม ถ้าไม่เข้าใจก็เดินมาถาม วันนี้พี่เป็นเวรดูพวกเราจนทำงานเสร็จ” ผมยกมือไหว้ขอบคุณพี่ภพอีกครั้งก่อนที่พี่ภพจะพยักหน้ารับและเดินไปช่วยเพื่อนๆคนอื่น ผมเคยได้ยินพี่ๆคนอื่นคุยมาว่าพี่ภพเป็นคนที่เรียนเก่งมากๆแต่ไม่สามารถถ่ายถอดออกมาเป็นคำพูดได้ ทำให้เวลาใครถามหรือสงสัยพี่ภพเขาจะเขียนอธิบายมากกว่า อย่างเช่นตอนนี้ที่พี่ภพเขียนแจกแจงวิธีทำทุกอย่างให้ผมอย่างละเอียดโดยที่ผมอ่านรอบเดียวก็สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมถึงต้องใช้สูตรนี้......


   ‘พี่จะแทนให้ดูนะ ตั้งใจด้วยอย่าเหม่อ ถ้าไม่เข้าใจก็ถามได้ตลอด’


   อยู่ๆคำพูดของพี่คินก็ลอยเข้ามาในความคิดของผมอีกครั้ง...ภาพที่พี่คินติวให้ผมตอนที่ผมจะต้องสอบเข้าที่นี่แม้ว่าพี่คินจะไม่ได้เรียนคณะที่เกี่ยวกับตัวเลข แต่เขาก็ยังพอมีพื้นฐานและความรู้ที่สามารถสอนผมได้ ผมคิดถึงพี่คินอีกแล้ว เวลาหนึ่งเดือนมันไม่ช่วยอะไรให้ผมดีขึ้นเลย ผมชอบคิดกับตัวเองเสมอว่าพี่คินจะทำอะไรอยู่ ป่านนี้พี่คินคงจะไปมีความสุขกับใคร และพี่คินจะคิดถึงผมไหม..


   ถึงแม้ว่าความคิดถึงนั้นจะไม่ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นน้ำตาเหมือนตอนแรกๆ แต่ลึกๆแล้วมันก็ยังคงบีบหัวใจของผมอยู่ดี ยิ่งคิดผมก็ยิ่งทรมาน ผมไม่รู้ว่าถ้าผมเจอพี่คินตรงๆผมจะเก็บอาการอยู่ไหม พี่คินจะรู้ไหมว่าน้องชายคนนี้กำลังคิดไม่ซื่อกับเขาอยู่


   เจ็บกว่าไม่ได้พูดคือพูดไม่ได้ครับ



   “ ไอ้ซีมึงว่าไอ้ข่าวลือเรื่องหอเรามีคนแอบเอาบุหรี่เข้ามาสูบนี่มึงคิดว่ากลุ่มไหนวะ” ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันที่จะได้กลับบ้านแต่ก็มีเรื่องมาจนได้ ก็เพราะว่าทางพี่ๆผู้คุมหอจับได้ว่าในหอตอนนี้มีบุหรี่เข้ามาระบาดโดยทิ้งหลักฐานเอาไว้หลายๆที่แต่ไม่สามารถจับตัวการได้ และบุหรี่ก็ถือว่าเป็นข้อห้ามของหอนี้เช่นกัน โทษก็หนักพอสมควรครับ แต่ผมก็เข้าใจว่าบุหรี่กับผู้ชายเป็นของคู่กัน แต่อาจจะเป็นแค่ช่วงวัยของผมที่มันยังไม่สมควรที่จะสูบ


   “ ไม่รู้ว่ะ ธนามึงคิดว่าใคร” ผมถามธนามันกลับ ส่วนธนาเองก็ยักไหล่ส่งมาให้ผมเป็นคำตอบ


   “ รุ่นพี่แหละพี่มอห้ามอหกไรงี้ กูว่านะบางทีอาจจะเป็นพี่ๆผู้คุมก็ได้ ใครจะไปรู้” มันก็น่าคิดนะครับ บางทีพี่ๆผู้คุมอาจจะเป็นคนที่สูบก็ได้


   “ อย่าพูดไปธนา เดี๋ยวใครได้ยินจะหาว่าเราไปใส่ร้าย” ภัทรเดินถือถาดข้าวเข้ามานั่งที่โต๊ะเพื่อรอสวดมนต์พร้อมกันและลงมือรับประทานอาหาร ตอนนี้ทุกคนสามารถสวดกันได้แล้วครับ ผมลืมบอกไปว่าโรงเรียนของผมเป็นโรงเรียนคริสต์จะทำอะไรก็จะมีการสวดบทสวดของศาสนาทุกอย่าง แม้กระทั่งก่อนเข้านอน และทุกวันอาทิตย์พวกผมก็ต้องเข้ามิสซา เว้นก็แต่วันที่พวกผมจะกลับบ้านก็คือวันพรุ่งนี้ครับ ผมตื่นเต้นจังเลย ผมคิดถึงกระต่ายของผมจะแย่ ผมคิดถึงกระต่ายจริงๆนะครับ


   “ เออๆ แดกไป ไอ้ซีกูขอไข่ กูรู้มึงไม่กิน” ยังไม่รอให้ผมอนูญาตธนาก็จัดการตักไข่พะโล้ในจากของผมไปหน้าตาเฉย แต่ธนายังพอมีน้ำใจอยู่บ้างที่ยังอุตส่าห์ตักหมูสามชั้นของตัวเองมาใส่ในจานของผมเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนแทน จนกระทั่งพวกเราทานอาหารกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อยก็ล้างจานและเก็บช้อนของตัวเองเข้าที่ ก็พอมีเวลาว่างที่จะไปเดินเล่นก่อนอาบน้ำ พวกผมเลยตัดสินใจออกมาเดินเล่นข้างนอกแทน


   “ จะว่าไปโรงเรียนเราก็เหมือนสถานที่ดัดสันดานเมื่อกันนะมึง” อยู่ๆธนาก็โผ่งพูดขึ้นขณะที่ตอนนี้เรากำลังเดินเล่นรอบสนามฟุตบอล


   “ กูก็คิด คุกดีๆนี่เอง สงสัยกูจะดื้อเกินจะพ่อกับแม่ส่งมา”


   “ ไอ้ซีแต่หน้ามึงไม่เหมือนเด็กดื้อเลยนะเว้ย” ธนาหยุดเดินก่อนที่ธนาจะยืนจ้องพิจารณาหน้าผม


   “ ดื้อเงียบ กูรู้” เป็นภัทรที่ตอบแทนผม


   “ มั้ง ไม่รู้ว่ะ” ผมยักไหล่ให้ทั้งสองคนและเดินน้ำพวกนั้นไป แต่ก่อนที่ผมจะเดินครบรอบนั้น หางตาของผมกลับหันไปเห็นใครบางคนที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดีเดินหายเข้าไปในห้องน้ำข้างตึกเรียน โดยที่เวลานี้ไม่ค่อยจะมีใครใช้ห้องน้ำบริเวณนี้สักเท่าไหร่


   “ เดี๋ยวกูมานะ ไปเจอที่หอเลยพวกมึง” ผมหันไปบอกทั้งสองคน ตอนนี้ผมเดินแยกมาที่บริเวณที่ผมเห็นฟาเดินเข้ามา ใช่ครับ ฟาเองที่ผมเห็น ผมเดินเข้ามาเรื่อยๆก่อนจะได้กลิ่นอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมแน่ใจว่านั่นคือกลิ่นของบุหรี่ และภาพที่ผมเห็นก็คือฟายืนพิงกำแพงห้องน้ำสูบบุหรี่ด้วยท่าทางเคร่งเครียด และเหมือนว่าผมจะเดินเข้าไปโต่งๆจนฟารู้ตัวและลืมตาขึ้นมามองผมด้วยสายตานิ่งๆ


   “ ไง” ฟาสูบบุหรี่เฮทอกสุดท้ายก่อนที่เขาจะปล่อยมวลบุหรี่ลงพื้นและใช้เท่าขยี้อย่างไม่สนใจ และพ่นควันออกมาจากปาก


   “ ฟา?”


   “ กูเอง เครียดๆ” ฟาเดินล้วงกระเป๋ากางเกงนักเรียนเดินผ่านหน้าผมไปด้วยท่าทางชิวๆเหมือนไม่ได้สนใจว่าผมเห็นสิ่งที่เป็นประเด็นตอนนี้และฟาเป็นตัวการของประเด็นที่ทุกคนตามหา


   “ แต่...” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรขึ้นมา ฟากลับหันหลังมามองผมอีกครั้งพร้อมส่งสัญญาณว่าผมไม่ควรจะพูดอะไร ส่วนฟาก็เดินหายออกไปทันที ทำให้ผมก้มลงมองมวลบุหรี่นั้นที่เป็นหลักฐาน ผมเลยจัดการใช้เท้าเขี่ยๆให้หญ้าหรือดินบริเวณนั้นมันกลบไม่ให้ใครสังเกตเห็น


   “ ซี” ผมตัวชาทันทีที่ได้ยินเสียงเย็นๆของใครบางคนขณะที่ผมกำลังทำลายหลักฐานให้ฟา


   “ ครับ?” ผมหันไปมองคนที่เข้ามาใหม่ด้วยสายตานิ่งๆ และนั่นทำให้ผมพ่นลมหายใจออกมาทันทีที่เห็นว่าเป็นพี่ภพ “ ผมก็คิดว่าใคร”


   “ มาทำอะไรที่นี่ แล้ว...” พี่ภพไม่ได้พูดอะไรต่อแต่กลับทำหน้านิ่งและยืนคิดอะไรอยู่สักพักก่อนที่พี่ภพจะพูดออกมา “ ไปอาบน้ำได้แล้วไป ไม่มีใครอยู่ที่สนามแล้ว” ผมพยักหน้าให้พี่ภพเบาๆก่อนจะเดินก้มศีรษะผ่านพี่ภพเพื่อออกมาจากห้องน้ำและตรงกลับเข้าไปที่หอ


   “ .....”


   แต่ใครจะคิดว่าภพเห็นหลักฐานที่ซีทำลาย ภพมองภาพนั้นด้วยสายตาเครียดๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา จนกระทั่งเขาตัดสินใจเดินออกมาจากห้องน้ำโดยที่ไม่ได้พูดเรื่องที่สงสัยกับใคร...



   “ ทำไมทำหน้าเครียดวะ” ผมเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่ปลีกตัวเข้าไปทำธุระส่วนตัวมา และเห็นว่าภัทรที่บังเอิญเดินมาทางผมพอดีเอ่ยถามขึ้น


   “ ไม่มีไร” ผมไม่ได้บอกเรื่องของฟาให้ใครฟังและเก็บเป็นความรัก ส่วนรุ่นพี่ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องของบุหรี่อีก แต่ผมว่าที่พี่ๆเขาเงียบเพราะเขาน่าจะกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ เพราะผมเชื่อว่าพี่ไม่ปล่อยเรื่องนี้เอาไว้นาน หรือว่าผมควรจะไปเตือนฟาดีครับ อย่างไงฟาก็เป็นเพื่อนของผม


   “ ซีพี่คุยอะไรด้วยหน่อยซิ” เป็นอีกครั้งที่ผมสะดุ้งเพราะเสียงของพี่ภพในตอนที่ผมกำลังจะเดินออกจากห้องแต่งตัวเพื่อมารวมกับกลุ่มของเพื่อนๆ


   “ ครับพี่” ผมเดินตามหลังพี่ภพไปติด ส่วนพี่ภพก็เดินพาผมมาในห้องอาหารที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องแห่งนี้แล้ว


   “ อะไรที่มันไม่ใช่เรื่องของเราพี่ว่าซีอย่ายุ่งดีกว่านะ”


   “ ห้ะ? พี่ภพจะสื่ออะไรอะครับ”


   “ บางทีเพื่อนอาจจะทำให้เราเดือดร้อน พี่บอกไว้แค่นี้แหละ ซีซื่อเกินไปจะโดนหลอกเอาง่ายๆ” ผมนั่งฟังพี่ภพพูดและไม่ค่อยเข้าใจว่าพี่ภพจะสื่ออะไร หรือจะเป็นเรื่องเมื่อเย็นที่พี่ภพเห็นผมที่ห้องน้ำนั้น อย่าบอกนะว่า...


   “ พี่ภพ..”


   “ อย่าให้เห็นอีกนะครับ” พี่ภพไม่ได้พูดอะไรอีกและเดินนำผมออกไปจากห้องอาหารเมื่อเห็นว่ามีเด็กๆคนอื่นทยอยเข้ามาดื่มน้ำ ส่วนผมเองก็ตั้งสติและคิดตามสิ่งที่พี่ภพพูดเมื่อสักครู่ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดแสดงว่าพี่ภพไม่ต้องการให้ผมดเข้าไปยุ่งเรื่องของฟาอย่างนั้นซินะครับ แต่พี่ภพจะรู้ได้อย่างไรว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ อย่างที่ผมเคยบอกพี่ภพเหมือนติดสัญญาณไว้ในหัวของผมอย่างไรอย่างนั้น ดูจะรู้ไปเกือบสะทุกเรื่องเลยครับ แต่ก็เอาเถอะผมจะไม่ยุ่งก็แล้วกัน แต่ผมก็อดที่จะไม่เป็นห่วงฟาไม่ได้


PS.น้องซีปรับตัวได้ยางงงงงงงงง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-04-2019 12:29:32 โดย KJH177 »

ออฟไลน์ ineverlove

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-4
ตกลงเพื่อนใหม่ซีชื่อ ฟา หรือ ฟ้า กันแน่อะ

อยากให้น้องโตไวๆ  :impress2: จะได้  :haun4:

ออฟไลน์ KJH177

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 92
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2

   บทที่ 9.2
กลับมาได้แล้ว



          และวันที่ผมรอคอยก็มาถึงวันที่ผมจะได้กลับบ้านและเจอกับพี่ชายของผมทั้งสองที่ผมเฝ้าคิดถึง..แต่ไม่รู้ว่าความคิดถึงนั้นจะเป็นผมฝ่ายเดียวหรือเปล่าที่คิดถึง


   “ แม่มารับแล้ว ไปก่อนนะเจอกัน! เดี๋ยวกูแอดเฟซไปนะเว้ย” ภัทรโบกมือบ้ายบายให้ผมกับธนาที่ยังคงนั่งรอผู้ปกครองมารับ ดูจากสีหน้าของทุกคนดูตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้กลับบ้าน ผมเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันครับว่าผมตื่นเต้นขนาดไหน แต่อาจจะเป็นขนาดที่ว่าตอนนี้ผมนั่งไม่ติดเก้าอี้และคอยชะโงกหน้ามองทางประตูว่าจะมีใครมารับจนกระทั่ง ผมเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าห้องพร้อมกับ.....


   “ พี่คิน..” ใจตอนนี้ของผมเต้นไม่เป็นจังหวะที่เห็นว่าเป็นคินที่เข้ามารับผมเพียงคนเดียว แต่ในมือของเขากลับมีตุ๊กตากระต่ายของผมมาด้วย และนั่นก็แปลกพอที่จะตกเปาเป้าสายตาของทุกคน จะไม่ให้ตกได้อย่างไรหละครับ ผู้ชายที่ค่อนข้างจะออกไปทางซังนัมจาจ๋าอย่างพี่คินมาพร้อมกับเจ้ากระต่ายเน่าของผม




   “ ศรันย์ผู้ปกครองมารับครับ” ผมเตรียมเก็บสัมภาระที่เตรียมเอาไว้ขึ้นมาสะพายและโบกมือลาธนาที่ยังคงนั่งรอพ่อกับแม่ของเขาอยู่


   “ ไปก่อนนะธนา” ผมหันไปบอกลาธนาอีกครั้งและจังหวะที่ผมกำลังจะเดินไปหาพี่คินที่ยืนรออยู่ด้านหน้า พี่ภพก็เข้ามาในห้องพอดี


   “ กลับแล้วเหรอซี”


   “ ครับ แล้วพี่”


   “ อีกสักพักแหละ แล้วเจอกันนะครับ” พี่ภพยิ้มให้ผมเล็กน้อยก่อนจะแยกตัวออกไป ทำให้ตอนนี้ผมเดินไปหาพี่คินด้วยหัวใจที่สั่นไหว..ยิ่งใกล้มากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งอยากที่จะร้องไห้มากเท่านั้น ความคิดถึง ความน้อยใจ หรือด้วยอะไรก็ตามที่มันปะปนเข้ามาในหัวใจของผม และผมไม่รู้ว่าจะต้องแสดงอาการอย่างไรออกไปนอกจาก...


   “ พี่คินสวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้พี่คินตรงๆส่วนพี่คินเองที่เหมือนจะทำอะไรไม่ถูกเหมือนผมก็ได้แต่ยกมือขึ้นรับไหว้ผมอย่างเก้ๆกังๆเท่านั้น


   “ เอ่อ...” พี่คินจ้องหน้าผมผ่านแว่นกันแดดของเขาที่สวมบดบังดวงตาเอาไว้ แต่ท่าทางของพี่คินดูเหมือนคนทำอะไรไม่ถูกจริงๆนะครับ


   “ กลับกันไหมพี่คิน?” และเป็นผมที่ต้องเอ่ยปากชวนพี่คินกลับบ้านดีกว่าที่จะมายืนขวางทางคนอื่นอยู่บริเวณนี้ ผมเดินนำพี่คินออกมา แต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินไปไหนได้ไกลพี่คินกลับเอื้อมมือมากุมมือของผมเอาไว้ โดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัวจนสะบัดมือของพี่คินออกด้วยความตกใจ


   “ ทำไม...”


   ตึก ตัก ตึก ตัก


   ไอ้บ้าเอ้ย! ทำไมผมต้องหวั่นไหวอย่างนี้ทุกทีเลยอะครับ ทั้งๆที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่แสดงอาการ แต่ทุกครั้งที่ผมห้ามใจผมก็ดันทำไม่ได้..


   “ ผมอายเพื่อน” ไม่รู้ว่าอะไรดนใจให้ผมตอบพี่คินออกไปแบบนั้น และผมเองก็รีบก้าวเท้าออกมาจากบริเวณที่เป็นส่วนของหอพักและเดินตามหลังพี่คินไปเงียบๆ ส่วนพี่คินเองก็ไม่ได้พูดอะไรกับผมอีกเลยจนกระทั่งถึงรถ


   “ ทำไมซีเปลี่ยนไป?” หลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถได้สักพักพี่คินก็พูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ จนผมต้องเป็นฝ่ายค่อยๆหันไปมองหน้าพี่คินอย่างช้าๆ และพยายามเอื้อมมือไปจับพี่กระต่ายของผมแต่พี่คินกลับเอาพี่กระต่ายโยนไปไว้ด้านหลังแทน


    “ ผมเปลี่ยนไป?”


   “ เรียกแทนตัวเองว่าซี!” อยู่ๆพี่คินก็ขึ้นเสียงอย่างไม่มีสาเหตุ ผมอ่อนใจที่จะคุยกับพี่คินจริงๆครับ ครั้งแรกที่เจอกันจากเดือนกว่าผมคิดว่ามันน่าจะดีกว่านี้


   “ ครับ พี่คินโกรธอะไรซีหรือเปล่า”


   “ ทำไมต้องทำเหมือนว่าพี่เป็นแปลกหน้าของซีด้วย”


   “ ผม เอ่อ ซีเนี่ยนะทำ”


   “ แค่พี่จะจับมือซี ซีก็ยังอายเพื่อน” ผมพ่นลมหายใจออกมาทันทีที่ได้ยินพี่คินพูดออกมาแบบนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดออกมาแบบนั้น จริงๆนะครับ “ พี่เสียใจนะซี พี่คินเสียใจ”


   “ ซีขอโทษ” และผมเองก็ต้องแพ้หัวใจของตัวเองที่สั่งให้ผมเอื้อมมือไปกุมมือของพี่คินเอาไว้อย่างนั้นเมื่อเห็นว่าพี่คินมีท่าทางที่ตัดพ้อจนผมอ่อนใจ เมื่อเห็นว่าเอื้อมมือไปกุมพี่คินสายตาของพี่คินจ้องมองมาที่มือของผมก่อนที่เขาจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาและถอดแว่นกันแดดที่สวมในตอนแรกออก ทำให้ผมสังเกตได้ว่าใต้ตาของพี่คินดูหมองคล้ำมากกว่าปกติเหมือนคนอดหลับอดนอน


   “ ขอกอดซีได้ไหมครับ”


   “ .....”


   “ ซี พี่ขอกอด....”


หมับ!


   ผมสวมกอดพี่คินทันทีโดยที่ไม่รอให้พี่คินพูดมาอีกรอบ ก่อนจะฝังหน้าลงบนไหล่ของพี่คินอยู่อย่างนั้น กลิ่นพี่คินเป็นกลิ่นที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตของผม ขอโทษอีกครั้งที่ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้อีกแล้ว..


   “ ซีคิดถึงพี่คิน”


   “ พี่ก็คิดถึงซีนะครับ คิดถึงที่สุดเลย” และทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง แต่กลับไม่ใช่ความเงียบที่ดูน่าอึดอัดแต่กลับกลายเป็นความเงียบที่ดูอบอุ่น ต่างฝ่ายต่างปล่อยให้ได้ซึมซับความอบอุ่นและความคิดถึงนี้ ความคิดถึงที่ว่าทรมานแล้ว แต่การที่ทำแบบนี้ผมว่ามันทรมานมากกว่าครับ ใกล้แต่เอื้อมไม่ถึง รักแต่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้.. อยากจะบอกรัก อยากจะบอกความรู้สึกทั้งหมดที่มี แต่...ก็ทำไม่ได้ เพราะคำว่า


   “ พี่คินรักซีนะครับ น้องชายของพี่”


   “ ......”


   เพราะอีกฝ่ายคิดกับผมเพียงแค่น้องชาย....



   “ พี่ทำของให้ซีกินเยอะมากๆเลยนะ ดูซิไปอยู่นู้นซีผอมจนพี่เกือบจำไม่ได้” ตอนนี้ผมมาถึงบ้านเป็นที่เรียบร้อย บ้านที่มีแค่ผมกับพี่คินเท่านั้น...


   “ ไก่ทอด?” ผมมองหาไก่ทอดที่เป็นของโปรดของผมบนโต๊ะอาหาร แต่ปรากฏว่ามันไม่มี หรือพี่คินจะลืมไปแล้วว่าผมชอบทานอะไรหรือไม่ชอบอะไร


   “ มีแน่นอน ใจร้อนนะ” และผมก็ได้กลิ่นไก่ทอดร้านดังที่ส่งกลิ่นหอมมาพร้อมกับพี่เซน! ผมคิดว่าพี่เซนจะไม่กลับมาหาผมซะแล้ว


หมับ!


   “ คิดถึงนะ” ผมวิ่งเข้าไปสวมกอดพี่เซนอย่างเต็มแรงด้วยความคิดถึง ส่วนพี่เซนเองก็กอดผมกลับเหมือนกันด้วยความรักและความคิดถึงที่ผมรับรู้ได้


   “ ซีของพี่เซนเป็นไงบ้างครับ ผอมลงไปเยอะเลย” ผมละออกจากพี่เซนก่อนจะพาพี่เซนมานั่งที่โต๊ะอาหารที่พี่คินเตรียมเอาไว้ โดยที่มีสายตาของคินที่มองทั้งสองด้วยความอิจฉา..


   “ ไอ้เซนไปอาบน้ำก่อนไป ค่อยลงมากิน”


   “ พี่เซนกินก่อนก็ได้ เดี๋ยวอาหารเย็นก่อนนะ นี่ร้อนๆเลย”


   “ เอ่อ..” ผมมองเห็นว่าใบหน้าของพี่เซนมีสีหน้าลำบากใจเพราะคำพูดของผมกับพี่คิน โดยเฉพาะพี่คินที่ดูไม่ค่อยพอใจผมสักเท่าไหร่ที่พูดออกมาสวนกระแสกับคำพูดของพี่คินอย่างนั้น


   “ แล้วแต่มึงเลย”


   และมื้ออาหารนี้ก็จบลงที่พี่เซนเดินไปล้างมือในห้องครัวและกลับเข้ามาใหม่ พวกเราทั้งสามคนต่างรับประทานอาหารกันอย่างเงียบๆ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่านะครับที่คิดว่าบรรยากาศมันดูน่าอึดอัดอย่างไรก็ไม่รู้ จนกระทั่งรับประทานอาหารเสร็จและเคลียร์ถ้วยชามล้างโดยที่มีผมพี่เซนและพี่คินช่วยกันทำความสะอาด


   “ ซีต้องเอ่อ นอนที่ไหนครับ” ผมเอ่ยถามพี่คินขณะที่ตอนนี้พี่คินกำลังจะเปิดประตูห้องนอนของเขา


   “ ห้องพี่” พี่คินตอบโดยที่ไม่ได้มองหน้าผมและเปิดประตูเข้าไปในห้องของตัวเอง ส่วนผมที่เดินตามมาติดๆถึงกับหยุดชะงักและไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี จะเข้าไปตามที่พี่คินบอกแต่นั้นมันก็อันตรายต่อหัวใจของผมเอามากๆ หรือว่าผมจะลองไปพี่คินนอนห้องตัวเองดี แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ยืนพิจารณากับตัวเองได้นาน เพราะอยู่ๆพี่คินก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับลากแขนของผมเข้าไปในห้องนอนของพี่คินอย่างรวดเร็วจนผมตั้งตัวไม่ทัน


หมับ!


   “ พี่คิน”


   “ ก็เห็นว่ามัวแต่ยืนทำอะไรอยู่นานก็เลยช่วยพาเข้ามาเร็วขึ้น หรือว่ามีอะไร” เมื่อเข้ามาถึงในห้องพี่คินก็ปล่อยมือผมออกก่อนที่จะหันหน้ามาเผชิญกับผมตรงๆผมกับเลิกคิ้วขึ้นเหมือนสงสัยแต่ในเวลาเดียวกันก็ดูเหมือนว่าจะหาเรื่องผมด้วยเหมือนกัน
   “ ผมไม่อยากทะเลาะกับพี่คินนะ”


   “ พี่ก็ไม่ได้อยากจะทะเลาะกับซีเลย ถ้าซีไม่ทำตัวเมินเฉยใส่พี่”


   “ ห้ะ?? ซีเนี่ยนะเมินเฉย”


   “ ใช่ ซีเอาแต่ดูแลไอ้เซนทั้งๆที่พี่ก็ยืนอยู่ตรงนี้แต่ซีกลับไม่สนใจใยดีอะไรพี่เลย แล้วจะให้พี่คิดว่าอะไรวะ” ผมว่าผมจะไม่ทะเลาะกับพี่คินแล้วนะครับ แต่พี่คินก็ชอบหาเรื่องผมอยู่อย่างนี้แล้วใครจะไปอดใจไหว


   “ ก็ดูพี่คินทำตัวดิ”


   “ ทำไมวะ พี่ทำตัวอย่างไง”


   “ เอาแต่ใจ ซีไม่อยากรักพี่คินเลย” ผมพูดออกมาตามความรู้สึกจริงๆของผมโดยไม่สามารถแอบแฝงอะไรได้แล้ว ผมรู้สึกแบบนี้จริงๆนะครับ ผมไม่น่าปล่อยให้ตัวเองเอาหัวใจไปให้พี่คินแบบนี้เลยทั้งๆที่มันไม่สมควร


   “ .....” แต่สายตาของพี่คินที่มองผมมันกลับทำให้ผมรู้สึกแย่ไปในเวลาเดียวกัน สายตาที่ตัดพ้อและแววตาที่ดูผิดหวังของพี่คินที่ส่งผ่านมาให้ผม.. สายตาแบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร??


   “ ไปอาบน้ำเถอะพี่คิน ซีจะได้อาบต่อ” ผมเดินเลี่ยงมานั่งรอพี่คินบนเตียงส่วนพี่คินเองก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมบริเวณที่ผมยืนอยู่ก่อนหน้านั้นโดยที่ไม่ได้ขยับไปไหนตามที่ผมบอกเลยแม้แต่น้อย


   “ พี่คินครับ ไปอาบน้ำซีจะอาบต่อ” ผมพูดย้ำอีกครั้งแต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้พี่คินจะมีปฏิกิริยาตอบสนองกว่าครั้งที่แล้ว เพราะพี่คินค่อยๆหันหน้ามามองทางผม


   “ จะรีบอาบ?”


   “ ครับ”


   “ งั้นก็มาอาบน้ำพร้อมกันซิ”


   “ ......!!!” พี่คินบ้าไปแล้วหรือไงถึงพูดออกมาแบบนั้น


   “ มาซิ รีบไม่ใช่เหรอ?” พี่คินก้าวเท้าเดินมาทางผมพร้อมกับเอื้อมมือของเขามากระชากแขนผมเอาไว้และออกแรงดึงผมเข้ามาในห้องน้ำพร้อมกับเขา


   “ พี่คิน! พี่เป็นบ้าเหรอ!!” ผมสะบัดแขนของตัวเองออกจากการเกาะกุมของพี่คินและพยายามก้าวถอยหลังเพื่อหนีการจู่โจมของพี่คินที่กำลังเข้ามาใกล้ผม สายตาของพี่คินตอนนี้ดูเปลี่ยนไปจากเดิม..สายตาที่บ่งบอกว่าเขาต้องการที่จะฉีกผมออกเป็นชิ้นๆ


   “ ใช่! พี่เป็นบ้าไปแล้วซี พี่เป็นบ้าไปแล้ว” พี่คินเดินเข้ามาประชิดตัวผมเรื่อยๆจนกระทั่งผมไม่สามารถก้าวถอยหลังหนีออกไปไหนได้ เพราะตอนนี้หลังของผมแนบชิดเข้ากับพนังกำแพงของห้องน้ำส่วนพี่คินที่ได้โอกาสก็เข้ามาชิดตัวผมทันที โดยที่แขนของเขายันตัวผมเอาไว้ในอ้อมกอด


   “ พี่คิน ซีว่ามันไม่ควรใกล้ขนาดนี้..”


   “ ทำไม! ทีไอ้เซนก็ยังเข้าใกล้ซีได้ แล้วทำไมพี่จะใกล้ไม่ได้” ผมจะบอกพี่คินอย่างไรว่ามันไม่เหมือนกันในเมื่อผมไม่ได้รักพี่เซนเหมือนที่ผมรักพี่คิน...


   “ เพราะพี่เซนเป็นพี่ชายของผม...”


   “ แล้วพี่หละซี พี่ไม่ใช่พี่ชายของซีอย่างนั้นเหรอครับ?” แววตาของพี่คินเปลี่ยนไปอีกครั้ง สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและการตัดพ้อที่ทำให้ผมรู้สึก...เจ็บปวด


   “ ....” ผมไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ส่ายหน้าให้พี่คินเป็นคำตอบแทน ผมจะต้องบอกพี่คินออกไปไม่ได้ว่าผมรู้สึกอย่างไร ผมบาปเกินกว่าที่จะทำแบบนั้น


   “ ได้..ได้เลยซี” พี่คินพยักหน้าเหมือนเขาเข้าใจทุกอย่างก่อนที่จะผลักออกจากตัวของผม “ ซีอาบน้ำไปก่อนเลย” พี่คินพูดจบก็หันหลังเดินออกจากห้องน้ำไป ทิ้งให้ผมอยู่ในห้องน้ำคนเดียวพร้อมกับความรู้สึกผิดที่ก่อตัวขึ้นมา


   “ ผมรักพี่คิน” มันอาจจะสายไปแล้วในเมื่อตอนนี้พี่คินไม่ได้อยู่กับผม



PS. สุขสันต์วันสงกรานต์เล่นน้ำอย่างปลอดภัยเด้ออ ที่บ้านไรท์ร้อนมากจ้า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sira_nann

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ ineverlove

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-4
โถ่ๆ คนแก่ขี้น้อยใจ คินสู้ๆ นะ ระวังหัวล้านเร็วละถ้าจะน้อยจน้องบ่อยขนาดนี้ 555

บ้านเราก็ร้อนมากเหมือนกัน สวัสดีปีใหม่ไทยนะไรท์เตอร์

ออฟไลน์ KJH177

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 92
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
บทที่ 9.3

Akin’s talk


   “ ผมรักพี่คิน” ทำไมผมจะไม่ได้ยินหละครับว่าคนในห้องน้ำบอกรักผมด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเหมือนคนจะร้องไห้ทั้งๆที่ผมออกมาจากห้องน้ำแล้ว ทำไมน้ำเสียงของซีดูเจ็บปวดกับการบอกรักผมอย่างนั้นหละครับ การที่บอกรักผมมันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดขนาดนั้นเลยเหรอ??? ทำไมตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนจะน้อยใจน้องชายของตัวเอง ยิ่งภาพที่ซีดูแลไอ้เซนเมื่อเย็นมันก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกแย่..และผมก็สับสนว่าไอ้ความรู้สึกแย่นั้นมันคืออะไรกันแน่เหมือนมันไม่ใช่แค่เรื่องของไอ้เซนแต่มันมีมากกว่านั้น มันคือสิ่งที่ผมไม่สามารถหาคำตอบได้


   ผมเลือกที่จะเดินออกมาสงบสติอารมณ์ด้านนอก ผมไม่อยากแสดงท่าทางแบบนั้นกับซีออกไปเพราะซีดูหวาดกลัวผมอย่างเห็นได้ชัด ผมไม่ต้องการเป็นแบบนั้นแต่ผมพยายามที่จะหักห้ามใจตัวเองแล้วแต่มันก็ห้ามไม่อยู่จริงๆ ผมควรทำอย่างไรดีครับ ผมรู้ว่าการกระทำเมื่อสักครู่ของผมมันไม่เหมือนที่พี่ชายทำกับน้องชาย แต่มันเหมือนผมทำกับคนรักมากกว่า ทั้งๆที่มันไม่ควรเกิดขึ้นเลย ยิ่งซีอยู่ใกล้ๆผมตอนนี้ผมกลัวว่าซีจะไม่ปลอดภัย ผมกลัวใจตัวเองที่มันไม่ชัดเจน


   “ .....” ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าปล่อยตัวปล่อยใจปล่อยความคิดไปกับสายลมและค่ำคืนที่เปลี่ยวเหงา ผมมีอะไรให้คิดอีกแล้วซินะครับ แทนที่ผมจะดีใจที่น้องกลับมาแต่ผมกลับคิดไปน้อยใจน้อง ผมมันเป็นพี่ที่ใช้ไม่ได้เลยจริงๆใช่ไหมครับ


   ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เรื่องของวิวหายไปจากหัวสมองของผมและแทนที่ด้วยเรื่องของน้องชายอย่างซีเข้ามาแทน ผมลองมองย้อนกลับไปดูตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาผมเอาแต่คิดถึงซี ฟูมฟายหรือบางทีผมนอนร้องไห้เพราะคิดถึงน้อง ผมไม่รู้ว่าอาการที่ผมเป็นอยู่ไอ้เซนจะเป็นเหมือนอย่างผมไหมนะครับ


หมับ!


   “ พี่คินผมขอโทษ...” อยู่ๆซีก็เดินเข้ามานั่งข้างๆผมพร้อมกับยื่นมือมาจับที่มือของผม


   “ ขอโทษอะไรครับ?” ผมพยายามทำหน้านิ่งเพื่อไม่ให้น้องรู้ว่าตอนนี้ผมกำลังมีความสุขแค่ไหนที่เห็นว่าน้องมาง้อผมแบบนี้


   “ ก็ที่ซีเอาแต่สนใจพี่เซนแล้วก็พูดไม่ดีตอนที่อยู่ในห้องน้ำ ซีไม่อยากให้พี่คินรู้สึกแบบนั้น” ผมควรจะเล่นตัวให้น้องง้อแบบนี้ต่อไปดีไหมครับ งั้นเอาเป็นว่าผมจะนิ่งและรอดูว่าน้องจะง้อผมด้วยวิธีไหน


   “ .....”


   “ พี่คินครับ??” เมื่อเห็นว่าผมนิ่งเงียบลงน้องก็ค่อยๆขยับเข้ามานั่งใกล้ๆผมพร้อมกับส่งเสียงที่ทำให้ผมรู้สึกวูบไหว เอ๊ะ??? ผมวูบไหวไปกับเสียงของน้องแบบนี้เหรอครับ? ผมไม่ควรที่จะรู้สึกแบบนี้ ท่องไว้ไอ้คินนี่น้องชายของมึง


   “ .....”


   หายใจเข้าพุธ หายใจออกโท พุธ โท พุธ โท หายใจเข้าฉิบ หายใจออกหาย เห้ย!! มันต้องไม่ใช่แบบนี้ซิวะ


   “ พี่คินเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น” ผมสะบัดหัวตัวเองแรงๆและสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อตั้งสติและเลิกฟุ้งซ่านไปกับน้ำเสียงของซี


   “ ซีไปนอนเถอะ ไม่ต้องสนใจพี่ อย่างไงพี่ก็ไม่ใช่พี่คินคนเดิมของซีแล้วหนิครับ” ผมอยากจะตบปากตัวเองแรงๆที่พูดประชดประชันน้องออกมา ปกติผมไม่ใช่คนแบบนี้...


   “ แต่พี่คินกำลังโกรธซีจะให้ซีไปนอนได้ไง”


   “ ช่างเถอะครับ เดี๋ยวพี่ก็หาย ซีไปเอาใจไอ้เซนเถอะครับเหมือนมันต้องการกำลังใจมากกว่าพี่ ไอ้เซนมันเรียนหนัก แต่พี่เรียนจบแล้ว”


   “ พี่คิน...งี่เง่าจังครับ”


   “ ห้ะ?! ซี ซีว่าพี่อย่างนั้นเหรอครับ?” ผมหันไปจ้องซีทันทีที่ได้ยินซีว่าผมออกมาแบบนั้น เมื่อกี้ยังง้อผมอยู่เลย ตอนนี้ซีหมดความพยายามแล้วหรือว่าผมจะเล่นตัวมากไป


   “ ก็พี่คินเล่นตัว”


   “ ก็อยากจะเห็นความพยายามของซีดู แต่...”


   “ ซีขอโทษ พี่คินหายโกรธซีนะครับ นะครับ นะครับบบบบ” ผมว่าผมไม่สามารถใจอ่อนได้อีกต่อไปเมื่อใบหน้าขาวๆอมชมพูของซีเลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าของผม ใกล้ และใกล้มากจนเกินไป


   “ เอ่อ”


   “ พี่คินซีขอโทษจริงๆนะ สัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่ซนและจะเอาใจพี่คินมากๆ”


   “ ซีพูดแล้วนะ” ผมพยายามควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นและเก๊กหน้าให้นิ่งเหมือนเดิมทั้งๆที่ในใจของผมตอนนี้มันบ่งบกว่ามีอะไรที่ผิดแปลกไป แต่ผมยังไม่รู้ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร หรือว่าผมรู้แต่ผมเลือกที่จะหลอกตัวเอง


   “ ครับ ซีพูดแล้ว” และรอยยิ้มของซีก็ทำให้ผมหายโกรธและน้อยใจซีในที่สุด ผมใจอ่อนกับน้องเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วครับ



Cee’s talk


   ผมมีทางเลือกอยู่สองทาง


1.   เลือกทำตามความถูกต้อง
2.   หลอกตัวเองและทำตามความมรู้สึกที่แท้จริง


ทุกคนคิดว่าผมจะเลือกทางไหนครับ???


   ใช่แล้วครับ ผมตัดสินใจเลือกทำตามเสียงของหัวใจตัวเอง พยายามดันกำแพงที่เคยสร้างขึ้นมาออกและเลือกที่จะให้ความสุขกับหัวใจของผมเองสักครั้ง เมื่อก่อนผมจะพยายามทำในขอบเขตของน้องชายเพื่อไม่ให้พี่คินรู้ว่าผมกำลังรัก แต่ตอนนี้จะเป็นอย่างไงก็ช่างมันครับ ผมไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว กล้าได้ก็ต้องกล้าเสี่ยง


   “ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่คินจะพาซีไปเที่ยวนะแล้วค่อยพาเข้าหอ” ตอนนี้ผมนอนอยู่ข้างๆพี่คินบนเตียงหลังจากที่ผมลงไปง้อพี่คินด้านล่าง


   “ พี่คินพูดแบบนี้ทีไรซีเสียวทุกที เพราะทุกครั้งพี่คินจะพา...” ยังไม่ทันที่ผมพูดจบพี่คินเลื่อนนิ้วมือมาทาบที่ริมฝีปากของผมเบาๆ


   “ แค่พี่กับซีแค่นั้นจริงๆครับ” พี่คินค่อยๆผลิกตัวนอนหันหน้าเข้ามาหาผมทำให้ตอนนี้เราสองคนหันหน้าชนกันอยู่บนเตียงของพี่คินท่ามกลางอากาศที่หนาวและหัวใจที่สั่นไหวของผม


   “ พี่คินจะพาซีไปไหน”


   “ ไปในที่ที่ซีอยากไปมานาน” ที่ที่ผมอยากไปมานานอย่างนั้นเหรอครับ?? ผมคิดไม่ออกจริงๆว่าผมอยากจะไปไหน แต่เอาเถอะครับถ้าพี่คินรับปากผมว่าจะไม่มีพี่วิวผมก็โอเค พอได้หลอกตัวเองได้ต่อไป


   “ พี่คินทำให้ซีอยากรู้”


   “ ซีครับ” อยู่ๆพี่คินก็เรียกชื่อผมขึ้นเบาๆ


   “ ครับ”


   “ เป็นพี่น้องกันสามารถทำอะไรกันได้บ้างครับ”


   “ พี่คินถามอะไรแบบนั้น” ผมขมวดคิ้วทันทีที่อยู่ๆพี่คินก็ถามผมขึ้นมาด้วยคำถามที่ผมฟังดูอย่างไรก็แปลกๆ เหมือนพี่คินกำลังจพถามเพื่อขออะไรบางอย่างจากผม


   “ พี่เห็นทุกวันนี้ซีจุ๊บกับไอ้เซนเกือบจะทุกครั้งทั้งๆที่ซีโตแล้ว”


   “ แต่เราเคยคุยเรื่องนี้ไปตั้งแต่ซียังเด็ก ซีจำได้นะพี่คิน”


   “ พี่ก็จำได้แต่พี่อยากรู้ว่าซีจะเหมือนเดิมไหม”


   “เหมือนเดิมไหม??”


   “ ก็เพราะพี่อยากจะจุ๊บซีเหมือนเดิม.....” ยังไม่ทันที่ผมจะตอบอะไรอยู่ๆพี่คินก็ยื่นริมฝีปากของเขาเข้ามาทาบที่ริมฝีปากของผมเบาๆและค้างเอาไว้อยู่อย่างนั้น.....ก่อนที่จะผลักริมฝีปากของพี่คินออกมาและส่งยิ้มให้ผมเหมือนว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ทั้งๆที่ในใจของผมตอนนี้มันโคตรจะสั่นไหว ทั้งดีใจและเจ็บปวดไปในเวลาเดียวกัน


    “ พี่คิน...”


   “ ก็พี่จุ๊บน้องแบบนี้ได้ใช่ไหมครับ? พี่ทำแบบนี้ได้ใช่ไหมซี”


   “ พี่คิน ซีไม่รู้...” เราทั้งสองต่างจ้องมองสบตาของกันและกันอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่มีใครปริปากพูดออกมา จนกระทั่งพี่คินเอื้อมมือมาสัมผัสที่แก้มของผมเบาๆ


   “ ให้พี่เล่านิทานให้เราฟังไหมครับ”


   “ ไม่ครับ ไม่ฟัง...ผมโตแล้วนะพี่คิน”


ตึก ตัก ตึก ตัก ตึก ตัก


   ผมว่าผมควรจะหันกลับไปตั้งหลักก่อนดีกว่านะครับ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นผมว่าผมได้เผลอหลุดปากพูดออกไปแน่ๆ ทำให้ผมหันหลังหนีไปนอนอีกด้านเพื่อเลี่ยงการมองหน้าและสบตากับพี่คิน แค่นี้ผมก็ไม่รู้ว่าตกลงเราสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่


หมับ!


   แต่แล้วผมก็คิดผิดที่อยู่ๆพี่คินก็เอื้อมมือมาโอบกอดและนอนซ้อนผมอยู่ด้านหลัง ถ้าพี่คินทำแบบนี้ผมจะนอนหลับได้อย่างไงหละครับ


   “ ฝันดีนะครับ” ผมสัมผัสได้ว่าพี่คินจูบลงบนศีรษะของผมเบาๆ และหลังจากนั้นผมก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอและบ่งบอกว่าพี่คินหลับไปเป็นที่เรียบร้อย ส่วนผมถ้าจะให้ผมหลับตอนนี้ก็คงยาก...


   ช่วยบอกผมทีว่าหลังจากเหตุการณ์นี้ผมควรทำอย่างไรต่อไป


   ถูกต้อง หรือ ถูกใจ



เช้าวันต่อมา


   ผมเดินลงมาจากห้องก็พบกับพี่คินที่กำลังยกข้าวต้มมาวางไว้บนโต๊ะ ซึ่งเป็นภาพที่คุ้นตาเพราะก่อนที่ผมจะไปอยู่โรงเรียนประจำพี่คินก็จะมีหน้าที่เตรียมอาหารเช้าให้ผมทุกวันอย่างที่ผมเคยบอก แต่วันนี้เป็นวันหยุดผมไม่คิดว่าพี่คินจะตื่นแต่เช้าขึ้นมาทำ


   “ ตื่นเช้าจัง พี่ว่ากำลังจะไปตามเลย” พี่คินเงยหน้าขึ้นมามองก่อนที่จะยิ้มให้ผม


   “ แล้วพี่เซนละพี่คิน”


   “ มันบอกให้กินกันไปก่อน เห็นว่ารีบออกไปอะไรสักอย่างเดี๋ยวกลับมา ส่วนเรามากินได้แล้วครับเดี๋ยวเย็น” ผมพยักหน้าและเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ ส่วนพี่คินก็รีบถอดผ้ากันเปื้อนออกและเข้ามานั่งข้างๆผม


   “ นี่ไข่ลวกบำรุง ส่วนนี่บล็อกโคลี่ลวก และก็นมสดพี่คินอุ่นไว้แล้ว” นอกจากข้าวต้มกุ้งชามโตแล้วนั้นพี่คินยังเตรียมอย่างอื่นไว้ให้ผมอีกวันเก่าๆมันย้อนกลับเข้ามาเรื่อยๆ


   “ กินดิพี่คิน อย่ามัวแต่มองผม”


   “ ครับ กินครับ” พี่คินยิ้มอีกครั้งก่อนที่จะตักข้าวต้มเข้าปากแต่สายตาก็ยังคงจ้องมาทางผมอยู่อย่างนั้น “ แล้วปรับตัวได้หรือยัง”


   “ ก็เริ่มได้ครับ”


   “ หายโกรธพี่หรือยังที่ให้ซีไปอยู่นู้น....”


   “ ไม่โกรธ ซีไม่เคยโกรธพี่คิน พี่คินทำเพราะซีดื้อ อีกอย่างไปอยู่นู้นก็ดีเหมือนกัน” มันทำให้ผมเจอกับประสบการณ์ใหม่ๆและคนใหม่ๆ รวมถึงเรียนรู้สิ่งต่างๆที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน


   “ แล้วมีเพื่อนกี่คนละ”


   “ ก็ที่สนิทสามคนครับ มีธนา ภัทร แล้วก็ฟา แต่ฟาเป็นเพื่อนในชมรมชมรมวาดรูป สนิทเหมือนกันแต่ว่าฟาเหมือนจะมีข่าวไม่ค่อยดี ผมเห็นว่าฟาสูบบุหรี่ได้ แต่คนสูบบุหรี่ไม่ใช่คนไม่ดีไม่ใช่หรอครับ”


   “ ใช่ครับ คนสูบบุหรี่ไม่ใช่เป็นคนไม่ดี แต่ว่ามันยังไม่ถึงช่วงวัยของซีนะ” ผมสังเกตใบหน้าของพี่คินดูไม่ได้ตกใจหรือว่าตะหวาดผมเหมือนครั้งก่อน


   “ ผมเคยได้กลิ่นพี่คิน พี่คินเคยสูบใช่ไหม”


   “ เอ่อ มันก็มีบ้าง แต่ว่าพี่ไม่ได้สูบบ่อยๆ แต่อย่างเรายังไม่ถึงเวลาถ้าซีโตกว่านี้ซีจะลองพี่ก็ไม่ว่า แต่ให้แค่ลองนะ ลองจะได้รู้ แต่อย่าติดซีก็รู้ว่าอันตรายจากบุหรี่มันคืออะไร”


   “ ทำไมพี่คินไม่ห้ามซี”


   “ ก็พี่รู้ว่าถ้าห้ามก็ยิ่งเหมือนท้าทาย เพราะพี่ผ่านช่วงวัยรุ่นแรกๆเหมือนซีมาแล้ว อีกอย่างมันเป็นกฎของหอด้วยใช่ไหม”


   “ ครับ เขาห้ามเลยแหละ”


   “ ก็ดี อย่าทำเลย ถ้าถึงเวลาจะพาลอง โอเคไหม? แต่ตอนนี้กินข้าวไปก่อน”


    “ครับพี่คิน” ผมชอบพี่คินเวอร์ชั่นนี้จังครับ พี่คินที่ไม่โวยวายและขี้โมโห “ พรุ่งนี้จะพาซีไปไหน”


   “ ไม่บอก เดี๋ยวก็รู้เอง เอ๊ะ” อยู่ๆพี่คินก็ยื่นหน้ามือเข้ามาเช็ดที่มุมากของผมเบาๆและปัดออก “ กินเลอะเป็นเด็กเลยนะอ้วน”


   “ พี่คินซีไม่อ้วนละนะ”


   “ อยากเรียกไม่ได้..หรอครับ” ผมไม่เข้าใจว่าแค่พูดเฉยๆทำไมต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆผมขนาดนี้ด้วย


   “ กินข้าวเนอะพี่คิน มาๆผมตักให้เพิ่ม”


   ขอโทษนะครับ ใครจะว่าผมโง่ที่ทำแบบนี้ก็ไม่เป็นไร ลองจะได้รู้แล้วก็จะได้จำ


PS.น้องง กลัวน้องเจ็บจังเลย
PS. เรื่องของพี่ภพมีแน่นอนนะจ๊ะเป็น Project ต่อไปของไรท์เน้อ เกี่ยวกำับหอนี่แหละ รอติดตามเลยจ้า


ออฟไลน์ ineverlove

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-4

ออฟไลน์ Yara

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2
ร้องไห้กับทุกตอนเลย เข้าใจความเหงาของซีนะ มันใช่เลยที่ซีถูกเลี้ยงมาแบบผิดๆ แต่โตขึ้นก็ขอให้ปรับตัวได้ดีนะ คนที่น่าเป็นห่วงควรเป็นพี่คินนะ ที่ยังไม่เข้าใจตัวเอง

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1045
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
พี่คินขี้อ่อยอ่ะอ่อยน้องจัง

ออฟไลน์ KJH177

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 92
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
บทที่ 10
ตาม(หัว)ใจ


   วันนี้พี่คินพาผมมาที่สถานที่ที่ผมอยากมาวาดรูปอยู่นานแล้ว ถ้ามีโอกาสผมก็อยากที่จะมาจริงๆสักครั้ง แต่ใครจะรู้ว่าวันนี้พี่คินพาผมมา


   “ เราเข้าหอช้าสุดสองทุ่มใช่ไหม?” พี่คินถามออกมาขณะที่ตอนนี้ผมนั่งอยู่บนพื้นทรายที่มีภูเขาและน้ำทะเลอยู่ตรงหน้าในเวลาเช้าของวัน เพราะพี่คินปลุกผมมาตั้งแต่ตีสามเพื่อจะพามาที่สถานที่แห่งนี้ทำให้เรามีเวลาค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวกว่าผมจะถึงเวลาเข้าหอ


   “ ครับ ผมวาดแปบเดียวก็เสร็จ” ผมค่อนข้างที่จะตื่นเต้นเลยทีเดียวที่จะได้วาดรูปวิวสวยๆแบบนี้ครั้งแรก ส่วนพี่คินเองก็ดูผ่อนคลายมากขึ้น ผมสังเกตจากสีหน้าของพี่คินที่ดูยิ้มแย้มมากกว่าปกติ


   “ งั้นเดี๋ยวพี่ไปหาซื้ออะไรมาให้กินนะ ซีรออยู่นี่แหละ” ผมนั่งรออยู่ที่ใต้ต้นไม้ตามที่พี่คินบอก ส่วนพี่คินก็ลุกออกไปจากที่ที่ผมนั่งอยู่ แต่โทรศัพท์ของพี่คินอยู่กับผมพี่คินไปแค่ตัวและกระเป๋าเงินเท่านั้น


ครื่นนน


   ผมเหลือบสายตาไปเห็นข้อความบางอย่างบนโทรศัพท์ของพี่คิน ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูนะครับแต่สายตาของผมเหลือบไปเห็นจริงๆทำให้ผมถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์ของพี่คินขึ้นมาดู


   ‘คินหายไปไหนคะ ไม่ติดต่อวิวมาเลย วิวไม่อยากที่จะงี่เง่าเพราะเราก็โตๆกันแล้วนะคะ แต่นี่คินเล่นหายไปเป็นเดือนไม่ติดต่อวิวมาเลย ถ้าอย่างไรเห็นข้อความนี้ตอบวิวด้วยนะคะคิน’


   ผมนั่งจ้องข้อความนี้ในโทรศัพท์อยู่นานและพิจารณาว่าทำไมพี่คินถึงไม่ติดต่อพี่วิวไปเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นความสัมพันธ์ของพี่วิวกับพี่คินก็น่าจะไปกันได้ดี ดูพี่คินรักและใส่ใจพี่วิวมากถ้านับเวลาที่ผมรู้ว่าทั้งคู่เป็นแฟนกันก็น่าจะเจ็ดปีได้ เรื่องแบบนี้มันไม่คววรที่จะเกิดขึ้นยิ่งคบกันนานๆก็ยิ่งใส่ใจกันไม่ใช่เหรอครับ


   “ เฮ้ยย” ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องของผม แต่ทำไมในใจของผมกลับคิดว่าผมกำลังทำผิดกับพี่วิวที่เอาเวลาของพี่คินมาแทนที่จะปล่อยให้พี่คินกับพี่วิวอยู่ด้วยกัน


   “ เป็นไรครับ” พี่คินเดินมาพร้อมกับน้ำมะพร้าวรวมถึงอาหารมากมายเต็มทั้งสองมือของเขาก่อนที่จะนั่งลงข้างๆผม ส่วนโทรศัพท์ของพี่คินผมวางเอาไว้ที่เดิมก่อนที่พี่คินจะมาได้สักพัก


   “ เปล่าครับ” ผมตั้งหน้าตั้งตาวาดรูปวิวต่อและพยายามไม่คิดถึงเรื่องของพี่วิวและพี่คิน ถึงแม้ว่าเรื่องนี้มันจะทำให้ผมคิดมากก็ตามระหว่างแคร์ความรู้สึกของตัวเอง หรือ ความถูกต้อง


   “ หิวไหม หรือให้พี่ป้อนซีจะได้วาดรูปถนัด?” พี่คินเสนอตัวป้อนผมเพื่อให้ผมวาดรูปให้


   “ พี่น้องเขาป้อนแบบนี้ได้ใช่ไหมพี่คิน”


   “ ได้ดิ”


   “ งั้นก็ได้มั้งครับ” ผมเองก็ปล่อยให้พี่คินตามใจของตัวเองโยการป้อนข้าวผมโดยที่ผมเอาแต่โฟกัสที่ภาพวิวตรงหน้าพยายามไม่สนใจคนที่กำลังนั่งอยู่ตรงนี้กับผม


   “ แดดเริ่มร้อนแล้วเราย้ายที่ดีกว่าไหม?”


   “ พี่คินไปก่อนเลยผมยังไม่เสร็จ”


   “ ไม่ได้” ผมไม่ได้สนใจพี่คินต่อเพราะตอนนี้ผมสามารถโฟกัสตัวเองได้แล้ว แต่ทำไมอยู่ๆพี่คินถึงหายเงียบไป ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับหมวกที่ตอนนี้กำลังสวมให้ผมอยู่


   “ มันน่าจะบังได้ พี่ว่านะ”


   “ ขอบคุณครับ” หมวกใบแรกที่พี่คินซื้อให้ผมในวันนี้ที่เรามาทะเลด้วยกัน “ ใกล้เสร็จแล้วครับ เวลายังเหลือเยอะอยู่เลยครับพี่คิน”


   “ จะเป็นอะไรไหมถ้าพี่จะให้ซีวาดรูปพี่...”


   “ เอาซิครับ เดี๋ยวผมวาดให้พี่คินเอง”


   “ ขอบคุณนะครับซี” ผมได้รับคำตอบแทนด้วยการที่พี่คินยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้มผมแรงๆและผลักออก....ก่อนที่พี่คินจะค่อยๆจรดริมฝีปากลงบนริมฝีปากของผมเบาๆ ผมคิดว่าจะเป็นเพียงแค่จุ๊บธรรมดาแต่ที่ไหนได้พี่คินกลับค่อยๆขยับเม้มริมฝีปากและบดขยี้ด้วยสัมผัสที่นุ่มนวลจนผมอดที่จะเผลอไปกับสัมผัสนี้ไปไม่ได้ มันไม่มีอะไรที่จะต้องเสียแล้วครับมาถึงขนาดนี้..


   “ ขอบคุณนะซีมันทำให้พี่คินรู้สึกดีจริงๆ...” หลังจากผลักริมฝีปากออกจากกัน พี่คินค่อยๆขยับมือของเขามาสัมผัสที่มุมปากของผมเบาๆด้วยรอยยิ้ม


   “ พี่คิน...”


   “ จะเป็นอะไรไหม ถ้าพี่คินจะขอ..”


   “ ขอ? ขออะไรครับ” เมื่อเห็นว่าพี่คินเว้นช่วงไปนานผมจึงถามย้ำขึ้นอีกครั้ง แต่คำตอบของพี่คินยังไม่ได้หลุดออกมาจากปากของพี่คิน ก็มีสิ่งที่ทำให้ผมชะงักเพราะสายตาของผมดันเหลือบไปเห็นใครบางคน ที่ผมคิดว่าน่าจะไม่ได้เจออีก มันเหมือนความสุขที่ผ่านมาในช่วงเวลาสั้นๆมันหมดลง นี่ซินะครับที่เขาเรียกว่าความสุขมักจะหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ผมไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้


   “ คินคะ...”


   พี่วิวเดินเข้ามาหาผมกับพี่คินที่นั่งอยู่ริมชายหาดพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลบอาบสองแก้มของเธอมองผมกับพี่คินด้วยสายตาตัดพ้อ ผมควรจะทำอย่างไรดีกับเหตุการณ์แบบนี้ ทั้งๆที่ในใจของผมมันปวดหนึบไปหมด..มันเหมือนความเชื่อใจของผมกลับพังถลายลง


   “ คิน....”


   “ วิว....”


   พี่วิวมายืนและหยุดลงตรงหน้าผมกับพี่คินส่วนพี่คินเองก็เหมือนทำอะไรไม่ถูกที่เห็นพี่วิวเดินเข้ามา


   “ คินไม่ติดต่อวิวมาเลย คินหายไปวิวก็พยายามไม่เซ้าซี้ไม่ติดต่อก็เพราะว่าวิวคิดว่าคินน่าจะงานยุ่ง วิวเลยให้อิสระและเวลาคินเต็มที่ เพราะเราคบกับแบบผู้ใหญ่ แต่แล้ววิวก็มองผิดไปเพราะภาพที่วิวเห็นตอนนี้...” พี่วิวส่งสายตาที่เจ็บปวดมาให้ผมที่ยังคงนั่งจับพู่กันค้างอยู่


   “ วิวคิน”


   “ คุยกับวิวได้ไหมคะคิน”


   “ ครับ”


   “ แค่สองคน วิวจะรอ” พี่วิวเดินหายไปอีกทางทิ้งให้พี่คินกับผมนั่งอยู่ที่เดิม เราทั้งคู่ต่างทำอะไรไม่ถูกนอกจากนิ่งและอยู่กับความคิดของตนเอง


   “ เดี๋ยวพี่มานะซี” และไม่นานพี่คินก็ลุกขึ้นพร้อมกับหันหน้ามามองผมที่นั่งอยู่ที่เดิม


   “ ครับ....”


   ‘อย่าไปเลยนะพี่คิน’


   ผมอยากจะพูดคำคำนี้ออกมาแต่ผมไม่สามารถทำได้นอกจากตอบตกลงให้พี่คินเดินตามพี่วิวไป และทิ้งให้ผมนั่งรอพี่คินอยู่ที่เดิม ไหนว่าสัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่มีใคร แต่พี่คินก็ผิดสัญญากับผมอีกครั้ง



Akin’s talk


   ถามว่าผมรู้สึกอย่างไรที่เห็นภาพที่วิวยืนอยู่ตรงหน้าผมพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างของเธอ สายตาที่มองมาทางผมมันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดนี้ผมแน่ใจว่ามันเทียบไม่ได้กับการที่ผมเห็นซีเดินเข้าไปในหอเมื่อเดือดก่อน และเหตุการณ์นั้นที่ทำให้ผมเปลี่ยนไป..ผมรู้ตัวดี คำพูดที่ผมกำลังจะพูดกับซีผมยังไม่มีแม้แต่โอกาสได้พูด


   ‘ พี่ขอเป็นมากกว่าพี่ชายของซีได้ไหม’ ผมก็ไม่มีโอกาสนั้น..


   “ วิว” ผมเรียกชื่อวิวทันทีที่เดินตามหลังเธอเข้ามาในโรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับชายหาดที่ผมพาซีมา ส่วนวิวเองก็นั่งรอผมอยู่ที่เก้าอี้ริมสระว่ายน้ำ


   “ คิน” เธอหันมามองผมด้วยสายตาที่เจ็บปวดและน้ำตาที่ไหลออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนผมอดใจไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปเช็ดให้เธอเบาๆเหมือนที่ผมทำทุกครั้งที่เธอร้องไห้


   “ .....”


   “ คินทำกับวิวแบบนี้ได้ไงคะ”


   “ คิน...”


   “ วิวเห็นคินหอมแก้มน้องซีวินเห็นคิน..จูบน้องซีและวิวก็รู้ว่าสายตาที่คินมองน้องซีมันเหมือนที่สายตาของคินเคยมองวิว มันไม่ใช่สายตาที่มองน้องชายแต่มันคือสายตาที่ใช้มองคนรัก”


   “ .....!!”


   “ วิวพูดถูกไหมคะ” เธอย้ำผมอีกครั้งเมื่อผมเงียบไป ผมไม่ได้เถียงหรือตอบอะไรวิวออกไปเพราะนั่นวิวพูดถูกทุกอย่าง เพราะผมมองซีด้วยสายตาแบบนั้นจริงๆ ผมกำลังทำผิดอย่างนั้นใช่ไหมครับ?


   “ ครับ วิวพูดถูก”


   “ ฮึก...” แล้วคำตอบของผมก็ทำให้วิวร้องไห้ออกมาอย่างหนักมากกว่าเดิมจนผมดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้ ส่วนตอนนี้วิวเองก็ร้องไห้ออกมาอยู่ในอ้อมแขนของผมแทน


   “ คินมันแย่ที่สุดเลย คินรู้ตัวไหม..ฮึก” ผมพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ให้กับตัวเองทุกอย่าง ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไร และผมรู้ว่าวิวรู้สึกอย่างไรเหมือนกัน ถ้าเป็นผมผมก็คงจะรู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างจากวิว


   “ คินรู้ คินขอโทษ...”


   “ แค่ขอโทษเหรอคะคิน” เธอผลักออกจากอ้อมกอดของผมทันทีที่ผมพูดขอโทษเธอออกมา “ ขอโทษมันสามารถหักล้างกับความรู้สึกของวิวได้เหรอคะ”


   “ วิวเจ็บมาก วิวผิดหวังกับคิน คินรู้ครับและคิดผิดทุกอย่างคินยอมรับ ทุกอย่างมันผิดก็เพราะคิดเอง”


   “ คินรู้ตัวด้วยเหรอคะ”


   “ ครับ คินอยากจะพูดกับวิวนานแล้ว” ผมตั้งใจที่จะรอเวลาให้ผมทบทวนความรู้สึกตัวเองมากกว่านี้ก่อนที่จะไปบอกวิวเพราะผมรู้ว่าตลอดเวลาที่คบกันมาผมไม่เคยทำให้วิวเสียใจเลย และผมก็เคยที่จะวางแผนแต่งงานกับเธอจริงๆจนกระทั่งความรู้สึกของผมมันเริ่มชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ


   “ พูดอะไรเหรอคะ”


   “ เลิกกันไหมครับวิว”


   “ ละ...เลิก?? คินพูดว่าเลิกอย่างนั้นเหรอคะ!! แต่คินสัญญากับวิวไว้แล้ว..” วิวดูสติหลุดทันทีที่ผมพูดออกมาแบบนั้น ใช่ครับ ตอนนี้ผมกำลังรับบทเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัว ผมพูดคำว่าเลิกกับวิวออกมาทั้งๆที่ผมเป็นคนสัญญากับเธอตั้งแต่ก่อนคบกัน

 
   “ มันคือทางออกที่ดีที่สุดไม่ใช่เหรอครับ คินผิดเองและนี่คือบทลงโทษที่คินควรได้รับ”


   “ แล้วคินคิดถึงใจวิวไหม! ว่าวิวจะรู้สึกอย่างไร!!! ที่เห็นแฟนตัวเองมาจูบมาหอมกับ เหอะ! น้องชายของตัวเอง คินไม่คิดว่ามันแปลกเหรอคะ ซีก็เหมือนน้องแท้ๆของคินแต่คินดัน...”


   “ ......”


   “ วิวจะยังไม่เลิกแต่วิวรักคินพอที่จะให้โอกาสคิน”


   “ แต่วิวก็รู้ว่าคินไม่ได้ระ...”


   “ คินไปทบทวนเถอะนะคะว่าความรักแบบนี้กับความถูกต้องคินจะเลือกอะไร คินกำลังจะทำร้ายทุกคน คินทำร้ายตัวเอง คินทำลายความไว้ใจของพ่อกับแม่น้องเซน และคินกำลังทำร้ายน้องซีเอง ทั้งหมดมันเป็นเพราะคิน ถ้าให้วิวแนะนำวิวว่าคินควรหยุด หยุดก่อนที่อะไรมันจะบานปลายไปมากกว่านี้นะคะ” ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อรวบรวมสติและคิดตามสิ่งที่วิวพูดออกมาเตือนสติผม


   “ .....”


   “ เวลาเจ็ดปีคินว่ามันเยอะไหม วิวว่าเยอะนะคะ แต่คินกำลังจะทำมันพังเพราะตัวคินเอง คิดกลับไปทบทวนตัวเองนะคะ วิวจะทำเป็นว่าไม่ได้ยินในสิ่งที่คินพูด เราห่างกันก็ได้นะแต่วิวไม่เลิก”


   “ .....”


   “ วิวมาที่นี่เพราะมาทำงานไม่คิดว่าวิวจะเจอคิน”


   “ .....”


   “ สับสนเหรอคะ ไม่เป็นไรค่ะ แค่ทำตามวิวก็พอ” ผมยืนนิ่งและปล่อยให้วิวคล้องแขนผมเดินกลับมาที่ที่ซีนั่งอยู่ เมื่อผมเห็นซี ผมก็สังเกตได้ว่าตาของซีดูแดงๆเหมือนคนจะร้องไห้...เพราะผมซินะครับ ที่ต้องทำให้น้องเจ็บปวดทั้งๆที่คิดไว้แล้วว่าวันนี้ผมจะพาน้องมามีความสุขที่สุด


   “ ......”


   “......”


   “ น้องซีวาดรูปพี่กับพี่คินได้ไหม เมื่อกี้ทะเลาะกันเพราะเข้าใจผิดคินเขาอธิบายให้พี่เข้าใจแล้ว ตอนนี้ดีกันแล้วค่ะน้องซีพอจะวาดรูปให้พี่ได้ไหมเอ่ย??”


   “ ......”


   “ น้องซีคะ? ได้ไหม” วิวยังคงถามซีอีกครั้งเมื่อเห็นว่าซีเงียบไป


   “ วิวคินว่าอย่า...”


   “ ครับ ได้ครับผมจะวาดให้”


   “ ซีไม่ต้องก็ได้นะ” ผมหันไปมองสบตากับซีแต่สิ่งที่ผมเห็นคือสายตาที่ว่างเปล่าและเจ็บปวดของซีที่ส่งมาให้ผม ยิ่งผมเห็นแววตานั้นที่เคยยิ้มที่เคยมีความสุขมันทำให้ผมรู้สึกแย่ แย่มากที่สุดที่ทำให้ซีเป็นแบบนี้ ผมทำให้ซีเจ็บปวดเพราะผมอีกแล้วครับ และผมก็รู้สึกเจ็บไม่ต่างจากซีเลย ผมปวดใจทุกครั้งที่เห็นดวงตาของซีกำลังจะร้องไห้ อยากดึงเข้ามากอด อยากดึงเข้ามาจูบ อยากทำทุกอย่าง แต่รู้ว่าตัวผมเองไม่มีสิทธิ์...นั้น เพราะผมเป็นพี่ชายของซี ไม่ใช่คนรักของซี


   “ ครับ ผมจะทำให้”


   “ ซี..”


   “ ผมบอกว่าจะวาดก็วาดดิวะพี่คิน!!”


   “ ......”



   

   ในเมื่อไม่รักงั้นก็อย่าคิดว่าจะได้สมหวัง...ต่อไปนี้มันจะไม่มีความรัก แต่มันจะมีแต่ความแค้น และการที่เธอคบต่อมันก็มีแต่คำว่าผลประโยชน์ และผลประโยชน์เท่านั้น ในเมื่อเลือกที่จะหักหลังและผิดสัญญากับคนอย่างเธอ เขาเองก็จะได้รู้ฤทธิ์ของความเจ็บปวดและทรมานยิ่งกว่าใคร


   ถ้าถามว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร เธอก็คงมีให้แค่คำตอบเดียวเท่านั้นก็คือความแค้น ไม่เป็นเธอไม่รู้สึกหรอกว่าการโดนคนรักหักหลังมันเป็นอย่างไร ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอพยายามที่จะทำทุกอย่างให้อนาคตคู่มันดีขึ้น แต่ใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่เธอกำลังพยายามอย่างหนักมันกลับพังลงมาอย่างไม่เป็นท่าเพราะความเห็นแก่ตัวของคิน เธอรู้สึกทุเรศที่ผู้ชายอย่างคินมีความรู้สึกกับน้องชายตัวเองแม่จะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆที่ตามกันมาก็เถอะ แต่การที่คินทำแบบนี้เธอก็รู้สึกขยะแขยง ก็บอกแล้วว่าที่ทำไปก็มแต่ความแค้น เธอจะพอใจก็ต่อเมื่อทุกอย่างมันพังลงมา คอยดูเถอะว่าผู้หญิงอย่างเธอทำอะไรได้มากกว่าที่คิด และเธอเองก็รู้ว่าจุดอ่อนของคินคือความสงสาร คินไม่มีทางปฏิเสธเธอได้แน่ๆยิ่งเขาทำร้ายจิตใจของเธอมา แน่นอนว่าคนที่เจ็บที่สุดต้องไม่ใช่เธอ...




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2019 20:03:29 โดย KJH177 »

ออฟไลน์ Yara

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2
การรักกันไม่ผิดนะ แต่คินผิดตรงที่ไม่เคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจน ถ้าเราเป็นวิวก็คงไม่ยอมง่ายๆเหมือนกัน เพราะงั้นรีบหาทางออกให้ได้นะพี่คิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2019 21:11:56 โดย Yara »

ออฟไลน์ ineverlove

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-4
เข้าใจการกระทำของวิวเลย ตรงนี้ไม่เห็นใจคินด้วยซ้ำ :z6:

ไปๆมาๆ อยากให้คินโตมากกว่าซีซะแล้วสิ ภาวะผู้นำ การตัดสินใจที่เด็ดขาด แบบผู้ใหญ่ไปไหนหมด แบบนี้คินจะเป็นเจ้าคนนายคนได้เหรอ... รีบๆ ชัดเจนนะคิดโตๆ กันแล้ว  :katai1:

ส่วนซี ไม่ได้ทำไร ได้แต่รับกรรมอย่างเดียว :o12:

ปล.ถ้าเป็นเรื่องจริง วิวคงไปเล่าเรื่องนี้ในรายการพุธทอร์กพุทโธแน่ๆอะ 555  :a5:

ออฟไลน์ KJH177

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 92
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
Re: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 10.2 [19/04/62] -
«ตอบ #49 เมื่อ19-04-2019 19:59:16 »

บทที่ 10.2
ตาม (หัว) ใจ

Cee’ s talk



ผมเสียใจที่ตวาดพี่คินออกไปแบบนั้นเพราะผม...ไม่สามารถห้ามความเสียใจและการแสดงความรู้สึกแบบนั้นออกมาทั้งๆ ที่ตอนนี้ผมกำลังอยู่ต่อหน้าพี่วิว ผู้หญิงที่พี่คินรัก


“เดี๋ยวนั่งตรงนี้นะครับ จะได้เห็นวิวด้วยชัดๆ” ผมเดินออกมาจัดโพซิชั่นให้พี่คินและพี่วิว หน้าพี่คินดูนิ่งไปไม่เหมือนตอนแรกที่มากับผม ส่วนตอนนี้ผมก็ฝืนที่จะทำตัวให้เป็นปกติ มันยากจังนะครับผมก็พึ่งรู้


“พี่ต้องทำท่าอย่างไรคะน้องซี”


“ท่าที่พี่คิดว่ามีความสุขอะครับ ท่าอะไรก็ได้” ผมเดินกลับมาที่นั่งของตัวเองและเตรียมผสมสีใหม่เพื่อให้เข้ากับพี่คินและพี่วิวที่ตอนนี้นั่งเป็นแบบเพื่อให้ผมวาดรูปให้ เจ็บดีนะครับแต่ทำอย่างไรได้ก็ผมมันก็แค่น้องชาย..


“นานไหมคะน้องซี”


“ไม่นานครับ”


“นานไหมคะที่จะรู้ตัวว่าทำแบบนี้มันไม่ดี” ผมหยุดมือที่กำลังจะจรดพู่กันลงบนกระดาษทันทีที่พี่วิวพูดออกมาแบบนั้น “หมายถึงว่าไม่ดีที่แดดกำลังจะมาอะคะ”


“ครับ” ผมพยายามไม่สนใจพี่วิวและตั้งใจวาดรูปต่อ ยิ่งผมต้องเงยหน้าขึ้นมองพี่คินกับพี่วิวเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ เจ็บที่กำลังคิดว่าพี่ทั้งสองดูเหมาะสมกันดี เจ็บที่กำลังคิดว่าผมกำลังทำผิดที่ยิ่งใหญ่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องอะไรอย่างพี่วิว


“พี่คิน..ยิ้มได้ไหมครับ ยิ้มแบบว่าพี่ความสุขอะครับ”


“พี่ทำไม่ได้...พี่ไม่มีความสุข”


“คินคะ..”


“พี่คิน”


“วาดต่อเถอะค่ะ” ถ้าผมไม่รู้สึกไปเองว่าตอนนี้พี่คินกำลังอดทนกับอะไรบางอย่าง ผมว่ามันไม่เหมาะสมถ้าพี่คินจะทำแบบนี้ต่อหน้าพี่วิว พี่คินควรจะให้เกียรติเธอในฐานะที่เธอเป็นแฟนที่คบกันมานานหลายปี


“ครับ” ผมใช้เวลาเกือบๆ หนึ่งชั่วโมงจนเสร็จ ภาพนี้เป็นภาพที่ผมฝืนและรู้สึกวาดยากที่สุด เพราะต้องคอยควบคุมมือตัวเองไม่ให้สั่นจนเผลอทำภาพออกมาแย่ ไม่รู้นะครับว่าพี่ทั้งสองจะเห็นว่าผมทำสีหน้าอย่างไรออกไป แต่ผมจะพยายามไม่ทำให้อึดอัด


“อันนี้เสร็จแล้วครับ รอแห้ง” ผมยกภาพที่พึ่งวาดเสร็จลุกไปให้พี่วิวดู ส่วนพี่วิวเองก็รับจากมือผมขึ้นมาพิจารณา


“สวยค่ะฝีมือน้องซีดีมากเลย จะดีกว่านี้ถ้าน้องซีรู้จักแยกแยะ”


“วิว”


“แยกแยะว่าคนกับทะเลอะคะวิวว่าสีมันดูกลืนๆ กันไป” ผมพยายามระงับอารมณ์ตัวเองให้ได้เพราะผมต้องมาอดทนฟังพี่วิวแซะผมมาตั้งแต่ต้น เช่นว่า


‘น้องซีช่วยวาดสวยๆ นะคะวาดให้เหมือนพี่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย ไม่ใช่วาดเหมือนแอบๆ วาด’


‘น้องซีใกล้เสร็จยังคะ เวลาพี่มีน้อยเลยไม่ค่อยได้นั่งเฝ้าคินเท่าไหร่’ ซึ่งผมว่าบางอันก็น่าจะด่าผมออกมาตรงๆ ดีกว่าสรรหาคำหรือประโยคที่มันไม่ค่อยเมคเซ้นหรือเชื่อมโยงสักเท่าไหร่ ส่วนพี่คินเองก็คอยห้ามแฟนของเขาอยู่เรื่อยๆ ที่เห็นว่าพี่วิวพูดออกนอกเรื่อง แต่ก็เท่านั้นแหละครับ


“ขอบคุณอีกครั้งนะคะน้องซี” พี่วิวเดินตามผมมาหลังจากที่ตอนนี้ผมกำลังเดินมาเก็บของเพื่อเตรียมตัวกลับ เพราะตอนนี้ก็เริ่มที่จะเย็นแล้ว


“ครับ”


“พี่เคยวางแผนจะแต่งงานกับคินตอนที่คินสามสิบแต่พี่ว่าพี่ต้องรีบแล้วแหละค่ะ ถ้านานไปเดี๋ยวจะโดนคาบไปกิน คินก็ยิ่งขี้หวั่นไหวง่ายอยู่ด้วย”


“ครับ ยินดีล่วงหน้าเลยครับ”


“น้องซีนิ่งกว่าที่คิดนะคะ”


“พี่วิวครับ ผมขอเถอะนะเลิกยุ่งกับผมสักที แล้วพี่ก็ไปยุ่งกับคนของพี่เองเลย ไม่รู้ว่าพี่ไปเข้าใจอะไรผิดมา แต่สำหรับผม” ผมพยายามกลืนก้อนอะไรบางอย่างลงคอ และฝืนพูดออกมาทั้งๆ ที่ในใจไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ “พี่คินเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของผมก็เท่านั้น”


“หวังว่าจะเป็นแค่พี่ชายน้องชายนะคะ”


“มันไม่มีอะไรมากกว่านั้นเหรอครับ พี่ชายน้องชาย” ผมว่าไอ้ประโยคหลังพี่คินเองก็น่าจะได้ยินในสิ่งที่ผมพูดออกไป..ว่าผมกับพี่คินมันเป็นไปได้แค่พี่ชายกับน้องชายจริงๆ


ส่วนเรื่องที่ผมเคยบอกว่าผมจะแคร์อะไรดีระหว่างความรู้สึกตัวเองและความถูกต้อง ผมว่าผมเลือกที่จะแคร์ความถูกต้องมากกว่า มันน่าจะเป็นผลดีของผมกับพี่คินที่สุด มันจบแล้วครับ มันควรจบได้แล้วไอ้ความรู้สึกแบบนี้ จะต้องไม่มีใครมาเสียใจเพราะความเห็นแก่ตัวของผม..


ระหว่างทางที่มาส่งผมนั้นมีคนเพิ่มมาอีกหนึ่งคนทุกคนก็พอจะรู้นะครับว่าเป็นใคร ผมโคตรอึดอัดเลยครับ อยากที่จะรีบลงจากรถไปให้ไวๆ ผมเกลียดสถานการณ์แบบนี้ ผมว่าผมเก่งพอตัวเลยนะครับที่พยายามกลั้นความเจ็บปวดขณะที่วาดรูปมาได้ แม้ว่าจะมีบางครั้งที่น้ำตาผมมันไหลออกมา แต่อยากให้รู้ไว้ว่าต่อจากนี้ไปจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะต้องเป็นฝ่ายเจ็บปวด ผมเจ็บมามากพอแล้ว มันเกินพอสำหรับเด็กอย่างผม..


“สวัสดีครับ” ทันทีที่ผมถึงโรงเรียนผมรีบลงจากรถโดยที่ไม่รอให้พี่คินเดินเข้ามาส่งเหมือนเดิม แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ไปไหนพี่คินเองก็รีบวิ่งเข้ามาดักหน้าผมเอาไว้ก่อนที่ผมจะเข้าไปที่หอ


“พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษสำหรับวันนี้นะซี”


“ครับ”


“ยกโทษให้พี่ได้ไหม ได้ไหมครับ?”


“พี่คินพอเถอะครับ เราฝืนกันมามากพอแล้ว ผมเจ็บพี่ก็รู้...เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้เลย ในเมื่อพี่ยังมีเขา อีกอย่างที่พี่วิวพูดก็ถูกนะครับว่าเราเป็นพี่น้องกันไม่ควรให้มันเกินเลยขนาดนี้”


“แต่ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ...”


“พอเถอะนะพี่คิน..พอเถอะครับ” ก่อนที่ผมจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ผมเดินเลี่ยงพี่คินออกมาแต่แล้วมือของพี่คินก็จับมือของผมเอาไว้อย่างหลวมๆ ผมไม่หยุดพี่คินไม่ปล่อยจนกระทั่งมือที่พี่คินจับมันค่อยๆ หลุดลงในเมื่อผมเลือกที่จะเดินต่อไป มันจบแล้ว มันจบแล้วจริงๆ ครับ


“พี่รักซีนะ!!”


“.......ฮึก”


อย่าได้พูดมันออกมาอีกเลยครับ...


ผมกลั้นใจเดินเข้ามาด้านในด้วยหัวใจที่เจ็บปวดและแตกสลาย ตอนนี้หัวใจของผมมันด้านชาไปหมดแล้ว มันทรมานเหลือเกิน ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปในเมื่อความเข้มแข็งของผมได้พังทลายลง


ตุบ!


“ฮึกกก” ผมทิ้งตัวลงพิงกำแพงด้านในยกเข่าทั้งสองขึ้นมาเพื่อเป็นเกาะกำบังทุกสิ่งอย่างที่มันเกิดขึ้น ปล่อยอารมณ์ที่มีออกมาผ่านม่านน้ำตา ผมไม่สามารถระบายมันออกมาด้วยวิธีอื่น และวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผมตอนนี้ก็คือปล่อยให้ความเสียใจไหลออกมาผ่านม่านน้ำตา ภาพของพี่ทั้งสองมันทำให้ผมสมเพชตัวเอง ผมไม่มีอะไรที่คู่ควร มันผิดเพราะหัวใจของผมที่ไม่รักดี มันผิด... ผมสมควรแล้วที่ได้เจ็บมากขนาดนี้


พี่วิวไม่ผิด


พี่คินไม่ผิด


แต่ผมผิดเอง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะตัวผม ผมรังเกียจตัวเอง อยู่ๆ ความคิดบางอย่างมันทำให้สมองของผมมันสั่งให้ผมต้องเอาเลือดชั่วๆ ของตัวเองออกมาเพื่อล้างความเจ็บปวดมันน่าจะระบายความเจ็บได้มากกว่าการที่ผมร้องไห้ออกมาแบบนี้ ไวเท่าความคิดผมเหยียดขาออกและหันหลังกลับมามองกำแพง ถ้าผมเอาหัวโคกกำแพงให้เลือดออกมันก็น่าจะดีนะครับ


ปึง!!!


ไหลออกมาซิ ทำไมเลือดผมไม่ไหลออกมา ทำไมอยู่ๆ กำแพงมันถึงนิ่มแบบนี้นะครับ ปรกติกำแพงมันต้องหนาๆ ไม่ใช่หรอกหรอ มันต้องแข็งเพื่อให้เลือดผมออก แล้วนี่ทำไม ทำไม ทำไม... แต่ยังไม่ทันที่ผมจะดันศีรษะตัวเองออกมาเพื่อหวังจะกระแทกกลับเข้าไปใหม่ ตัวของผมกลับถูกใครบางคนสวมกอดเอาไว้...


“ไม่เป็นไรแล้วนะซี พี่อยู่ตรงนี้...” น้ำเสียงที่อบอุ่นมันทำให้ผมร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม


“อย่า...อย่าปลอบผม ฮึกอย่าปลอบผมเลยพี่ภพ..” และผมก็รู้ได้ทันทีว่ากำแพงมันไม่ได้นุ่มแต่สิ่งที่ผมโคกมันไม่ใช่กำแพงแต่มันคือฝ่ามือของพี่ภพนั่นเอง ทำไมพี่ภพไม่ปล่อยให้ผมหัวแตกไปเลย ทำไมต้องมาขวางผมแบบนี้ ทำไม ทำไม และทำไม


“ไม่ได้หรอกนะครับ ซีอย่าทำร้ายตัวเองเลย มันไม่มีอะไรดีขึ้น”


“พี่ภพ..ฮึก ไหนใครบอกว่าความรักเป็นสิ่งสวยงามไง.. ฮึก ครับ มันไม่เห็นสวยเลย มันเจ็บปวด มันเจ็บที่ใจ ผม..ฮึก ทนไม่ไหวแล้วพี่ภพ ผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมเจ็บ เจ็บมากๆ เลย”


“ซี..ความรักมันมีหลายรูปแบบ เพียงแค่ตอนนี้ซีเจอความรักที่ไม่สมหวังเท่านั้น แต่ใช่ว่าในอนาคตซีจะไม่เจอ”


“ผมรักใครไม่ได้อีกแล้ว..ฑี่ภพผมรักพี่ชายของตัวเอง พี่ภพมันน่ารังเกียจไหม ฮึก มันน่ารังเกียจใช่ไหม”


“.....!!!” ภพรักเองก็ตกใจไม่น้อยที่ได้ยินซีพูดออกมาแบบนั้น เขาไม่คิดว่าคนที่ซีรักจะเป็นพี่ชายของตัวซีเอง ถ้าถามว่าแปลกไหมเขาก็คงตอบว่าแปลก แต่ถ้าถามว่ามันน่ารังเกียจไหม เขาตอบได้เลยว่ามันไม่น่ารังเกียจ..เพราะความรักมันไม่สามารถบังคับหรือห้ามไม่ให้รู้สึกได้


“รังเกียจผมใช่ไหมพี่ภพ”


“ไม่ครับไม่เลย ซี ซี ฟังพี่นะ” ภพรักค่อยๆ ดึงตัวซีขึ้นและให้มองหน้าสบตาเขาตรงๆ ใบหน้าที่เคยน่ารักๆ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นใบหน้าที่เจ็บปวด “ซีไม่ผิด แต่มันยังแค่ไม่ใช่ตอนนี้”


“แล้ว..ฮึก เมื่อไหร่ครับ เมื่อไหร่จะถึงวันของซี”


“วันที่ซีเข้มแข็งมากกว่าวันนี้ วันที่ซีพร้อมมาต่อสู้กับมันอีกครั้ง”


“.....”


วันที่ผมต้องเข้มแข็งอย่างนั้นหรอครับ? มันยากจังเลย ผมต้องใช้เวลาเท่าไหร่ หนึ่งวัน หนึ่งอาทิตย์ หนึ่งเดือน หรือหนึ่งปีที่จะสามารถเข้มแข็งได้อย่างที่พี่ภพพูด พูดมันพูดง่าย แต่ทำ ทำยากเพราะตอนนี้ผมกำลังทำอยู่ นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่ผมได้เรียนรู้คำว่าเจ็บปวดที่สุดในชีวิต มันสั่งให้ผมเข้มแข็ง มันสั่งให้ผมสร้างเกาะป้องกันขึ้นมา และนับจากวันนั้นความรักสำหรับคนอย่างผมมันเหมือนคำต้องห้าม ถ้าถามว่าผมยังรักพี่คินอยู่ไหม ผมตอบได้เลยว่ายังเหมือนเดิม โง่ไหมครับ ใช่ ผมโง่มาก ถ้าจะให้ตัดใครออกไปจากหัวใจง่ายๆ มันไม่ง่ายเลย ยิ่งคนคนนั้นมีความผูกพันมาตั้งแต่จำความได้ ความรู้สึกที่เรียกว่ารักมันมีเกิดขึ้นมานับตั้งแต่ตอนนั้น ถ้าจะให้ผมเลิกรักพี่คินให้ผมไปตายมันน่าจะง่ายกว่านะครับ


ตอนนี้ผมไม่ใช่คนใหม่อะไร ผมยังเป็นซีคนเดิม แต่มุมมองความรักของผมมันได้เปลี่ยนไปแล้ว ผมยังรักพี่คินอยู่ก็จริง แต่ความรักนั้นมันต้องแลกมากับการที่พี่คินต้องเจ็บปวดไม่ต่างจากผม มันไม่ใช่ความแค้น แต่มันคงมากกว่านั้นมั้งครับ เหมือนทั้งรักทั้งเกลียด.. เมื่อถึงวันที่ผมพร้อมจะกลับไป พี่คินโปรดรับรู้ไว้ว่าผมจะไม่มีทางยอมพี่อีกแล้ว ผมไม่ใช่เด็กน้อยที่ตามติดพี่คินอีกต่อไป


ความเจ็บปวดมันสอนให้ผมได้เติบโตขึ้นจากเดิม ผมไม่มีทางเจ็บซ้ำสองอีกแล้วครับ เจ็บแล้วจำคือคนแต่ถ้าเจ็บแล้วทน บ้านผมเรียกว่าควาย ผมเด็กเกินไปกับความรักจริงๆ แต่ต่อไปนี้ผมจะไม่วิ่งตามความรักแต่ผมจะให้ความรักวิ่งตามผมเอง ส่วนใครที่คิดร้ายหรือมีแผนอะไร เตรียมตัวเลยครับ ผมเอาคืนแน่ คนที่เจ็บที่สุดต้องไม่ใช่ผม


“ไอ้ซีมีคนมาหา!!”


“มาจนได้นะครับ...พี่วิวคนสวยของผม”


“.....!!!”




PS. ดึกๆจะมาใหม่นะจ๊ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 10.2 [19/04/62] -
« ตอบ #49 เมื่อ: 19-04-2019 19:59:16 »





ออฟไลน์ lovejinjunno

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 341
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 10.2 [19/04/62] -
«ตอบ #50 เมื่อ19-04-2019 21:25:55 »

ชอบอ่ะ
ถูกใจบราค่อนอย่างเรามากเลย
ชอบการเขียนด้วย
รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่งดงามมาก
แต่ละวัย แต่ละช่วงเวลาที่ผ่านไป
ทั้งพี่คิน พี่เซน ทั้งน้องต่างก็ค่อยๆเติบโตขึ้น
มีพัฒนาการด้านต่างๆมากขึ้น
มีความรู้สึก... อยากอยู่ตรงนี้
คอยดูครอบครัวนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆเลยค่ะ

ออฟไลน์ Yara

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2
Re: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 10.2 [19/04/62] -
«ตอบ #51 เมื่อ19-04-2019 22:14:10 »

ย้ำเลยว่า รักกันไม่ผิด ที่ซีต้องเจ็บเพราะไม่ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม คนที่จะแก้ปัญหานี้ได้ก็น่จะเป็นพี่คินนะคะ ถึงวิวจะมาว่าร้ายซี แต่ถ้าคินไม่รักคือไม่รัก ชีวิตจะไม่มีความสุข

ออฟไลน์ ineverlove

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-4
Re: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 10.2 [19/04/62] -
«ตอบ #52 เมื่อ19-04-2019 22:23:33 »

เอ๊!!!!!!! :a5: o22. อ่านตอนท้าย 10.2 แล้วงงๆ เหมือนจู่ๆ ก็ skip เลย เหมือนอารมณ์ตัวละครจู่ๆ ก็หันหน้ามามองกล้องแล้วพูดความตั้งมั่นของตัวเอง แปลกๆ อะ  :m20:   ตอนนั้นคือยังอยู่ในฉากกับภพที่เอาหัวโขกกำแพงป่ะ หรือคนละเหตุการร์แล้วคะ

 :serius2:

ออฟไลน์ KJH177

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 92
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
Re: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 10.2 [19/04/62] -
«ตอบ #53 เมื่อ19-04-2019 23:22:58 »

เอ๊!!!!!!! :a5: o22. อ่านตอนท้าย 10.2 แล้วงงๆ เหมือนจู่ๆ ก็ skip เลย เหมือนอารมณ์ตัวละครจู่ๆ ก็หันหน้ามามองกล้องแล้วพูดความตั้งมั่นของตัวเอง แปลกๆ อะ  :m20:   ตอนนั้นคือยังอยู่ในฉากกับภพที่เอาหัวโขกกำแพงป่ะ หรือคนละเหตุการร์แล้วคะ

 :serius2:

ใช่แย้ววว มันเหมือนว่าเหตุการณ์จบที่ตอนนั้น และทำให้น้องคิดถึงความตั้งใจและ skip มาเลย เหมือนในละครเลยตัวเอง งงไหมอะ เราตั้งใจแบบนั้น แต่ถ้าไม่เข้าใจเดี๋ยวเรามาอธิบายเน้ออ

ออฟไลน์ ineverlove

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-4
Re: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 10.2 [19/04/62] -
«ตอบ #54 เมื่อ19-04-2019 23:27:31 »

โอเคค่าถ้า skip ก็ จบจ้าไม่สงสัยแล้ว
อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว รอๆ สู้ๆ

ออฟไลน์ KJH177

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 92
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
Re: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 11.1 [19/04/62] -
«ตอบ #55 เมื่อ19-04-2019 23:33:35 »

บทที่ 11.1
เปลี่ยนแปลง


Akin’s talk


   “ กูรักใครสองคนไม่ได้จริงๆว่ะไอ้กรม กูทำไม่ได้จริงๆ พอกูมารู้ตัวเองกูก็เลือกทำในสิ่งที่ผิดที่สุดในชีวิต กูเกือบทำให้สายใยระหว่างกูกับซีมันจบลง..อึก!” ตอนนี้ผมนั่งอยู่บ้านไอ้กรมหรือไอ้เจ้ากรมพร้อมกับพวกเพื่อนๆที่เหลืออย่างไอ้เทพไอ้วินและไอ้เด็กบ้าอย่างไอ้พี ผมไม่เหลือมาดนิ่งที่วางเอาไว้แล้วครับ เพราะตอนนี้ผมกำลังระบายความรู้สึกทุกอย่างออกมาให้เพื่อนๆผมได้ฟังอย่างไม่ปิดบัง


   “ เหมือนรักต้องห้ามเลยพี่” ไอ้พีพูดขึ้นมาหลังจากที่ผมเล่าทุกอย่างให้พวกมันฟัง “ ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปสืบ ฟังพี่คินเล่าจะได้จบๆ ข้อมูลชั้นปฐมภูมิสุดยอดครับ”


   “ เสียเวลาสืบหรือเสือก” ผมต้องขอบคุณไอ้เทพมากที่มันพูดแทนใจของผมตอนนี้


   “ มึงต้องเลือกไอ้คิน” ไอ้กรมเอื้อมมือมาตบไหล่ผมเบาๆเหมือนมันต้องการที่จะให้กำลังใจผมอย่างไรอย่างนั้น หรือบางทีมันอาจจะสมเพชผมก็ได้ครับ


   “ กูเลือกแล้วแต่เขาไม่ยอม...เขาบอกให้กูมาคิดเอง กูคิดได้แค่ตอนนี้ว่ากูต้องการใคร”


   “ ถ้ามึงถามกูก็ก็ต้องให้มึงคิดถึงคนรอบข้างของมึงให้เยอะไอ้คิน ยิ่งคนที่มึงรู้สึกคือน้องชายของมึงก็ยิ่งแล้วเลย บางทีความถูกต้องมันก็ต้องมาก่อนนะเพื่อน”


   “ แต่ไอ้กรม มึงก็เลือกความรักไม่อย่างนั้นไอ้กรมคงไม่เอาไอ้เด็กหน้าผีมาเป็นเมียเหรอก” ไอ้เทพพูดสวนขึ้นมา


    “แต่กูรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก กูแค่เลือกทำตามหัวใจกู แต่กว่าจะผ่านมาได้ก็หนักเอากันนะ กูยอมเสี่ยงอะไรหลายๆอย่าง แต่นับว่าโชคยังดีที่รอบๆข้างกูพอจะเข้าใจ” ผมเองก็อยู่ในเหตุการณ์รักของไอ้กรมกับไอ้พีนะครับ เรียกได้ว่าบททดสอบของพ่อไอ้กรมก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่ลองย้อนมองที่ผมซิครับถ้าเกิดพ่อกับแม่ผมรู้ผมว่ามีแตกหักแน่ๆ เพราะท่านทั้งสองรักซีมากกว่าลูกแท้ๆอย่างผมซะอีก


   “ คิดดีๆนะเพื่อน” ไอ้วินที่เงียบอยู่นานได้โอกาสพูดขึ้นมาบ้างจริงๆแล้วผมสนิทกับไอ้วินนะแต่ช่วงหลังๆผมไม่ค่อยได้คุยหรือติดต่อกับมันเท่าไหร่เพราะช่วงนี้ไอ้วินเรียกได้ว่าเป็นนายแบบเต็มตัวเลยครับ เป็นที่รู้จักเอามากๆ แต่ผมก็สังเกตมันมาได้สักพักเหมือนมันมีอะไรบางอย่างที่ไม่ได้บอกพวกผม มีเพียงแค่ผมกับไอ้เทพที่น่าจะธรรมดาที่สุด


   “ อืม ทางไหนก็ไม่น่าจะดีสำหรับกู” หรือผมต้องตัดใจจริงๆทั้งๆที่ผมยังไม่เริ่ม ผมมารู้ตัวเองก็สายไป ผมรู้ว่าซีเองก็คิดเหมือนผม เราต่างคนต่างคิดเหมือนกัน แต่สิ่งที่เป็นปัญหาไม่ใช่ความรู้สึกแต่มันเป็นเรื่องของความถูกต้องครับ เรื่องนี้ผมรู้ดี
   และคนที่น่าสงสารที่สุดก็คือวิวและซี ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวแบบผม


   “ ไอ้คินกูบอกตรงๆเลยนะ มึงควรปล่อยน้องไปก่อน ออกห่างเพื่อดูใจตัวของมึงจริงๆว่าไอ้ความรู้สึกที่มึงมั่นใจนักมั่นใจหนาว่ามันคือความรักในทางนั้นมากกว่าความรักกับพี่น้องที่ถึงขนาดบอกเลิกวิวที่คบกันมาเจ็ดปีได้ กูบอกเลยว่ากูอึ้ง ยิ่งมารู้ว่ามึงกับน้องซีด้วยแล้วอึ้งเข้าไปใหญ่เลยไอ้คิน พวกกูก็ไม่ใช่กูรูความรักอะไรหรอกนะ แต่ในเคสของมึงคือยาก” ไอ้เทพร่ายยาวออกมาอีกรอบ ซึ่งสิ่งที่มันพูดก็คือถูกต้องทุกอย่างครับ ผมกล้าบอกเลิกวิวที่คบกันมาเจ็ดปีเพราะความรู้สึกที่ชัดเจนตอนที่ซีหายไปจากผมเมื่อหนึ่งเดือนก่อน แต่ผมก็มั่นใจระดับหนึ่งนะครับว่าผมรักน้องมันจริงๆ


   “ ไอ้คินฟังกูนะ” ผมหันไปมองไอ้วินอีกครั้งที่อยู่ๆมันก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะซีเรียส “ ความรักมันมีหลายแบบ และความรักมันไม่จำเป็นต้องสมหวังเสมอไป ความรักคือการทำให้คนที่มึงรักมีความสุขไม่ใช่ทุกข์ บางทีการที่มึงยอมถอยออกมาไม่ใช่ไม่รักหรือหมดรัก แต่นั่นอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่ทำให้คนที่มึงรักเจ็บน้อยที่สุดก็ได้นะ และอีกอย่างก็คือการที่มึงรักเขามึงต้องเห็นเขามีความสุขจริงๆ แล้วตอนนี้มึงเห็นอย่างนั้นไหมไอ้คิน?” ตอนนี้ผมเห็นซีมีแต่ความทุกข์ ผมเห็นวิวมีแต่ความทุกข์และผมเองก็มีความทุกข์ หรือการที่ผมถอยออกมาจากทุกคนคือการที่ผมจะทำให้พวกเขามีความทุกข์น้อยลงอย่างนี้เหรอครับ?


   “ ความสุขของมึงคือการครอบครองหรือการทำให้เขามีความสุข มึงคิดเอาแล้วกัน”


   “ พ่อมาว่ะ!”


   “ พ่อเหี้ยไร ไม่อยากมีลูกแบบมึง” ไอ้เทพโดนไอ้วินตบหัวไปหนึ่งทีหลังจากที่แซวไอ้วินขึ้นมาแบบนั้น บอกแล้วครับว่ามันไม่ค่อยพูดแต่ถ้ามันพูดก็มีสาระกว่าพวกผมเยอะเลย


   “ ผมเห็นด้วยกับพี่วินนะพี่คิน ความรักมันไม่จำเป็นต้องสมหวังแค่พี่มองเขามีความสุขกับทางของเขา นั่นแหละอาจจะเป็นสิ่งที่พี่มีความสุขจริงๆก็ได้”


   “ อืม ขอบใจมากไอ้พี”


   “ แต่อย่าลืมดูแลความรู้สึกและหัวใจของมึงด้วยว่ามีความสุขไหม อย่าเอาแต่สนใจคนอื่นมากเกิน”


   “ มึงกำลังจะบอกให้กูเห็นแก่ตัวใช่ไหม?” ผมหันไปมองไอ้กรมด้วยความคาดหวังคำตอบ


   “ มึงมีคำตอบในใจอยู่แล้วไอ้คินกูรู้ ที่มึงมาวันนี้ก็แค่อยากมาถามความคิดเห็นของทุกคน แต่ท้ายที่สุดมึงเองแหละที่จะเป็นคนเลือกเอง” ไอ้กรมยื่นแก้วมันมาชนกับแก้วของผมพร้อมกับยกขึ้นดื่ม “ กูเองก็เห็นแก่ตัว ถ้าไม่เห็นแก่ตัวกูก็ไม่เมียเหมือนทุกวันนี้เหรอก”


   “ จริงพี่ เพราะความเห็นแก่ตัวของพี่ทำให้ผมมีผัวเลยนะครับ อิอิ”


   “ แต่กูคิดผิดที่เห็นแก่ตัวว่ะไอ้คิน กูพลาดมาก มึงก็คิดเอาดีๆก็แล้วกัน เรื่องของมึงน่าจะมีคนเจ็บมากกว่าสาม พ่อมึงแม่มึง แล้วก็น้องของมึงอีกคน”


   “ พี่กรม! เบ้บพูดแบบนี้ได้อย่างไงอะครับ น้องพีค่อนข้างที่จะเสียใจเลยทีเดียว” ผมหละโคตรเกลียดพวกแม่งเรียกกับเบ้บๆ ผมหละอยากอ้วก ก็งี้แหละครับ เห็นคนมีความรักแล้วก็พาล เอาจริงๆตอนที่ผมคบกับวิวใหม่ๆวิวจะให้ผมมีชื่อเรียกน่ารักๆแทนกันและกันอย่าง บี๋ ผมนี่รีบเบรกก่อนเลยเพราะผมทำใจเรียกไม่ได้จริงๆ


   ‘ อ้วนไม่รักพี่คินแล้วเหรอครับ’


   แต่คำว่าอ้วนที่ผมเรียกซี....มันคงไม่ย้อนแย้งใช่ไหมครับทุกคน เอาหละผมว่าผมพอจะได้คำตอบแล้วว่าผมควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

        ผมจะปล่อยทั้งวิวและซี.....



Cee’s talk


   ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เจอพี่คินอีกเลยครับ กำแพงที่ผมตั้งใจจะทลายมันลงตอนนั้นมันกลับสร้างขึ้นมาใหม่แน่นอนว่าหนาและแข็งแรงมากกว่าเดิม และยากที่ผมจะทลายมันลงไปง่ายๆแบบคราวนั้น จนกระทั่งผ่านมาเกือบๆปีที่ผมไม่ค่อยได้คุยกับพี่คิน ส่วนคนที่มารับมาส่งผมก็คือพี่เซนแทนครับถ้าวันไหนที่เซนไม่ว่างคนที่จะมารับผมก็คือพี่เนมเพื่อนหมอของพี่เซนที่ผมเองก็พึ่งรู้จักได้ไม่นานเหมือนกัน แต่พี่เนมเขาน่ารักดีครับดูไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าวันไหนไม่มีคนมารับจริงๆผมก็กลับบ้านกับภัทรครับเพราะทางบ้านเราไปทางเดียวกัน ส่วนพี่คินก็คือหายไปจากสาระบบของผมเลย....แต่ทำแบบนี้ก็ดีครับ แล้วผมก็คิดได้มากยิ่งขึ้นว่าผมควรเก็บพี่คินเอาไว้เพียงแค่ในใจและไม่เอาออกมาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของผมเพราะชีวิตผมต้องโตขึ้นต้องแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พี่อยู่ๆพี่คินก็ไม่ค่อยมีบทบาทต่อการใช้ชีวิต อีกอย่างการที่ไม่มีพี่คิน ผมก็อยู่ได้ไม่ตายครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าถ้าพี่คินกลับเข้ามาใหม่ผมจะยังคิดแบบวันนี้ไหม


   แต่ผมคงไม่กลับไปเป็นซีคนเดิมแล้วครับ ผมเป็นซีคนใหม่ที่โตขึ้นทั้งร่างกายและความคิด ซีที่ตั้งใจทำทุกวันนี้ให้ดียิ่งขึ้นเพื่อตัวเองและเพื่อพี่เซน พี่ชายที่ผมรักมาที่สุด เพราะผมรู้ว่าควาวมเจ็บปวดมันเป็นเช่นไร และผมก็รู้ด้วยว่าเจ็บปวดเจียนตายมันเป็นอย่างไร แต่ผมผ่านมันมาได้แล้ว ก็อย่างที่พี่ภพบอกความเจ็บปวดมันจะทำให้ผมเข้มแข็งและมีแรงต่อสู้ต่อไป ซึ้งวันนี้ผมดีขึ้นมาแล้วครับทุกคน


   “ พี่ซีเหม่ออะไรครับ” ผมหันไปมองตามเสียงของคนที่เข้ามาใหม่และหยุดยืนอยู่ด้านหลังของผม “ ผมเห็นพี่ซีเอาพู่กันจิ้มที่กระดาษนานจนเป็นรูไปแล้ว พักบ้างก็ได้นะครับพี่”


   “ แค่คิดอะไรเพลินๆ ไม่เป็นไร” ว่าแล้วผมก็ละมือออกจากพู่กัน เผลอไม่ได้เลยครับ เผลอก็เอาแต่คิดเรื่องอดีตซะอย่างนั้น
   “ พี่ซีดูภาพให้ผมหน่อยได้ไหมครับ” ผมลุกขึ้นเพื่อที่จะเอากระดาษที่ผมทำเสียไปทิ้งแต่ระหว่างทางที่ผมกำลังเดิน เสียงของน้องในชมรมคนเดิมก็เรียกผมเอาไว้ก่อนที่ผมจะไปถึงถังขยะ


   “ ไหนครับ” ผมใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้จับกระดาษพิงกับบอร์ดเอาไว้และยื่นหน้าเข้ามาพิจารณาที่ผลงานใกล้ๆ แต่ผมลืมไปว่าท่าทางที่ผมกำลังทำออกไปนั้นไม่ต่างจากการที่ผมโอบน้องเอาไว้ ผมหยุดดูผลงานและเลื่อนสายตาลงมามองคนที่อยู่ในอ้อมแขนของผมที่ตอนนี้ค่อนข้างที่จะเสียอาการพอสมควร หึ! ดูก็รู้ครับว่าอยากให้ผมดูอย่างอื่นมากกว่างานตรงหน้า


   “ เอ่อ..พี่ซีครับ”


   “ ครับ? พี่ว่านะงานของเราดูออกง่ายมากเลย เห็นว่าจะส่งประกวดใช่ไหมครับ? ถ้าอยากให้สนใจมันต้องมีอะไรดึงดูดมากกว่านี้” ผมผลักออกมาจากตัวของน้องและออกมายืนซ้อนด้านหลังแทน


   “ เอ่อ....”


   “ วาดมาใหม่นะครับ แล้วพี่จะรอดู :)” ผมก้มลงไปกระซิบที่ข้างๆหูของน้องเบาๆก่อนที่จะผลักออกและเดินออกมาด้านนอกห้องชมรมแทน


   “ ไงมึง” เสียงของฟาดังขึ้นทำให้ผมเงยหน้าขึ้นไปมองทางฟาทันที และกลิ่นบางอย่าง...ไอ้ฟามันยังไม่เลิก


   “ แอบสูบ?”


   “ อืม คิดงานไม่ออก” ไอ้ฟากระโดดลงมานั่งข้างๆผมพร้อมกับเงยหน้ามองฟ้า “ อย่าไปบอกพี่ภพหละ”


   “ ถ้ากูบอกมึงก็คงไม่อยู่รอดถึงทุกวัน”


   “ ลองไหม? กูมีเหลือ”


   “ ตามสบายเลย กูยังไม่อยากปากดำเหมือนมึง”


   “ เกินไปไอ้ซี ปากกูก็ใช่ว่าจะดำขนาดนั้น อย่างกูเรียกว่าปากคล้ำมีเสน่ห์เว้ย” ผมเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าจะสนิทกับฟามากขนาดนี้ ตอนแรกตั้งใจว่าสนิทแค่ในชมรมแต่ไปๆมาๆกลับกลายเป็นว่าไอ้ฟามันมาวนเวียนที่กลุ่มของผมบ่อยมากยิ่งขึ้น


   “ เอาที่มึงสบายใจ เออหนิ มึงว่ากูปฏิเสธพี่เขาดีไหมวะ”


   “ เรื่อง?”


   “ ที่ให้กูเป็นประธานชมรมคนต่อไป..”


   “ ไม่มีใครเหมาะสมเท่ามึงแล้วไอ้ซี” มองหน้าไอ้ฟาอย่างใช้ความคิด ผมนี่นะเหมาะสม..ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยได้รับผิดชอบงานอะไรเลย แม้กระทั่งเป็นตัวเองเก็บการบ้านไปส่งคุณครู หรือรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง แต่ตอนนี้ถ้าผมได้รับเลือกเป็นประธานก็เท่ากับว่าผมต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่นๆอีกมากมาย ผมจะมีหน้าที่มากยิ่งขึ้น คนอย่างผมทำอะไรแบบนี้ได้ด้วยหรอครับ?


   “ มึงนั่นแหละเพื่อน...กูภูมิใจในตัวมึงนะเว้ย มึงก็ต้องภูมิใจในตัวเองเหมือนกัน” อยู่ๆไอ้ฟาก็เข้ามากอดคอผมและเราสองคนก็คุยเรื่อยเปื่อยกันไปมาจนกระทั่งถึงเวลาเข้าหอ ผมกับไอ้ฟาก็ไปอาบพร้อมกัน ลืมบอกครับว่าตอนนี้ผมกล้าที่จะอาบน้ำรวมกับคนอื่นๆแล้ว มันกูดูปกติไม่เห็นมีอะไรน่าอาย แล้วเมื่อก่อนผมจะอายไปทำไม ยิ่งคนผมก็ยิ่งไม่เข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งผมกำลังจะขึ้นหอแต่สายตาดันเหลือบเป็นเห็นใครบางที่นั่งหน้าหง่อยอยู่ตรงม้านั่ง ผมเดินผ่านไปไม่ได้จริงๆ


    “ ทำไมยังไม่ขึ้นอะเรา” ผมทิ้งตัวนั่งลงข้างๆน้องคนนั้น ใช่ครับน้องที่เข้ามาทักผมในชมรมเมื่อตอนเย็นนั่นเอง


   “ ผมคิดถึงบ้าน....” น้องพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆแต่มันค่อนข้างที่จะบีบหัวใจผมพอสมควร เพราะผมเข้าใจความรู้สึกของน้องดีว่าความคิดถึงมันเป็นอย่างไร และตอนนี้ผมก็ไม่อยากให้น้องคิดแบบนั้นเหมือนผมในตอนแรก เพราะที่หอนี้ถ้าเปิดใจตัวเองจริงๆมันมีอะไรมากกว่าที่จะมานั่งคิดถึงบ้าน


   “ เราชื่ออะไรนะ”


   “ หม่อนครับ”


   “ งั้น....” ผมควรหาอะไรที่จะช่วยให้น้องหายคิดถึงบ้านดี “ หม่อนอยากทำอะไร”


   “ อยากกลับบ้าน ผมคิดถึงบ้านครับพี่ซี” น้องเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมตรงๆ สายตาที่บ่งบอกว่ามีแต่ความคิดถึง “ ผมอยากกลับบ้าน”


   “ ถ้ามีอะไรทำให้หม่อนหายคิดถึงบ้าน หม่อนจะทำไมครับ?”


   “ ทำอะไรครับพี่ซี...”


   “ เดี๋ยวพี่จะทำให้เราลืมคิดถึงบ้านไปเลย....แล้วมาคิดถึงพี่แทน”


   ผมไม่ได้หลอกเด็กนะครับ แค่จะพาน้องไปวาดรูปบนหอเท่านั้นเอง....ทุกคนไม่เชื่อผมอย่างนั้นหรอครับ?




PS. หลังจากนี้เราจะอยู่ช่วงนี้ของน้องจนกว่าจะจบเรื่องเน้อ ถึง มหาลัย จะเน้นวัยนี้

ส่วนเรื่องราวของหอแห่งนี้ มีให้ติดตามป็น project ต่อไปงับบบบบ

มาชดเชยนะพรุ่งนี้ไรท์ไม่น่าจะว่างเลยทั้งวัน Have a good day เด้ออ








ออฟไลน์ KJH177

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 92
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
Re: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 10.2 [19/04/62] -
«ตอบ #56 เมื่อ19-04-2019 23:33:57 »

โอเคค่าถ้า skip ก็ จบจ้าไม่สงสัยแล้ว
อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว รอๆ สู้ๆ

มาแน้ววววววว

ออฟไลน์ Yara

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2222
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2
Re: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 11.1 [19/04/62] -
«ตอบ #57 เมื่อ20-04-2019 01:05:35 »

โรงสีแพรวพราวขึ้น ดูโตขึ้นมาก และมีเสน่ห์มากด้วย

ออฟไลน์ ineverlove

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-4
Re: BROTHER ZONE ผมรักพี่ครับ -- Chapter 11.1 [19/04/62] -
«ตอบ #58 เมื่อ20-04-2019 11:16:01 »

ซีดูมีความหลัว 5555 ชอบๆ o13

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด