[[ เรื่องสั้นจบแล้ว ]] พบกันใหม่ 5-3-19
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [[ เรื่องสั้นจบแล้ว ]] พบกันใหม่ 5-3-19  (อ่าน 98 ครั้ง)

ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
**************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-03-2019 23:49:47 โดย ความฝันของดอกไม้ »

ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: [[ เรื่องสั้น END ]] พบกันใหม่ 5-3-19
«ตอบ #1 เมื่อ05-03-2019 22:38:43 »

‘แล้วพบกันใหม่นะ’

แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ?

จะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ ?

เมื่อไหร่ ?




ร่างบอบบางอ้อนแอ้นเกินกว่าผู้ชายทั่วไปนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงสีขาวบริสุทธิ์โดยมีผ้าห่มคลุมถึงอก มือข้างซ้ายก่ายหน้าผากพลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ทุกครั้งที่นึกถึงคำพูดนั้นของชายผู้เป็นที่รัก เขามักจะเกิดคำถามภายในใจอยู่เสมอ

‘พบกันใหม่งั้นเหรอ....’

แล้วเมื่อไหร่กันล่ะ ? ...

หากคิดจะไม่มาหากันอีกจริง ๆ

จะมาพูดให้ความหวังทำไม?


ทำไม ?

ทำไมถึงไม่นึกถึงคนที่ทำได้เพียงเฝ้ารออย่างผมบ้าง ทำได้แค่เฝ้ารอไปวัน ๆ หวังว่าวันนี้คุณจะมาหาผม หวังว่าวันนี้จะได้พบคุณ

แต่สุดท้าย...

ก็ไม่...

วันแล้ว วันเล่า ได้แต่เฝ้ารอ....

รอ

รอ

รอ

และรอ สุดท้ายก็ไม่มา ทำไมถึงไม่มา ? ต้องให้ผมเสียน้ำตาไปเท่าไหร่ถึงจะพอใจคุณ

หึ! คงจะสะใจใช่ไหมที่เห็นผมเป็นแบบนี้ สะใจที่เห็นผมร้องไห้ฟูมฟายเพราะคิดถึงมากมายอย่างนี้ คุณคงตั้งใจทรมานผม เพื่อแก้แค้นผมสินะ ใช่สิผมมันชั่ว ผมมันเลวเป็นคนรักที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง เป็นคนรักที่ให้ได้แค่ปัญหาและความลำบากใจ เป็นคนรักที่ไม่ได้เรื่องแถมเอาแต่ใจ เป็นคนรักที่ไม่สามารถทำให้คุณภูมิใจในตัวผมได้เลยสักครั้ง

ถึงกระนั้น...

ผมไม่เคยรักใครนอกจากคุณเลย

ไม่เคยเลยจริง ๆ

และแล้วน้ำตาชุดใหญ่ไหลรินอาบแก้มผมมาอีกครั้ง ทำไมผมถึงต้องมารักคุณ ทั้งที่ตั้งใจจะไม่รักใครไปตลอดชีวิต ตั้งใจจะอยู่คนเดียว แก่คนเดียว และตายไปคนเดียว หากสุดท้ายต้องลงเอยด้วยความเจ็บระทมจะมาทำให้ผมรักคุณมากมายขนาดนี้ทำไม ?

เพื่ออะไร ?

ความรักที่มาทำให้หัวใจผมบอบช้ำ หากรู้ว่าเป็นอย่างนี้คงไม่มีมันตั้งแต่แรก

ผมเชื่อว่าเกือบทุกคนที่เคยเจ็บปวดเพราะความรักต่างก็ต้องคิดแบบนี้

หากรู้ก็คงไม่รัก

แต่เพราะรักไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้

เริ่มรัก เริ่มแรก เริ่มจีบทุกอย่างก็ดีหมด ดูแลส่งข้าวส่งน้ำมาถึงที่ทำงานถึงบ้านผมทุกวัน โทรหาส่งข้อความมาไม่ขาด เป็นไข้ปวดหัวมีดบาดสะดุดล้มก็ห่วงอย่างจะเป็นจะตาย นิดหน่อยก็พาไปหาหมอ บังคับให้กินยาโน่นนี่นั่นวุ่นวายไปหมด

น่ารำคาญ

ถึงกระนั้น..จากที่เคยนอนซมคนเดียว มีดบาดเป็นปกติ พอมีคนมาเอาใจใส่ คอยถามไถ ยอมรับว่าผมรู้สึกดี ย่อมรู้สึกดีเป็นธรรมดา

แต่ก็แค่ ‘รู้สึกดี’ ไม่ใช่ ‘รู้สึกรัก’

เรื่องอย่างนี้ก็ยังไม่ทำให้ผมพิศวาสเขาได้หรอก ด้วยนิสัยผม ความคิดความอ่านไม่ค่อยเหมือนคนอื่นสักเท่าไหร่ เคยมีคนมาจีบอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะชายหรือหญิง เพียงไม่นานพวกเขาก็ถอดใจออกไปกันหมด

และเขาสักวันคงจะเบื่อและถอดใจไปเอง

ผมเฝ้านับถอยหลัง นับวันว่าเมื่อไหร่เขาจะเบื่อผม เฝ้ามองจับผิดทุกการกระทำว่าเมื่อไหร่เขาจะเปลี่ยนไป

ผ่านไปหนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือน ...

ผ่านไปครึ่งปี

สุดท้ายก็ผ่านไปหนึ่งปี

ผมก็เป็นแบบเดิมของผม กับเขาที่ยังทำแบบเดิมทุกอย่าง หลายครั้งผมก็ทำตัวร้าย ๆ เอาแต่ใจ

น่าแปลกที่เขาไม่ยักจะเบื่อผมสักกะที

เพราะเขาเป็นอย่างนี้จากที่เคยรู้สึกดีมันจึงพัฒนาเป็นความรู้สึก ‘ชอบ’

1 มกราคมปีที่แล้ว ที่เขาขอคบ ผมนับถือในความพยายามของเขา วันเดียวกันปีนั้น เราฉลองด้วยกันอยู่ในห้องของผมสองคน เราคุยเรื่องทั่วไปอย่างสนุกสนาน และจู่ ๆ ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าผมกำลังคิดอะไร อาจเป็นเพราะผมเริ่มชอบเขาขึ้นมาแล้วหรือเปล่า ถึงได้พูดขึ้นมาว่าเรื่องที่คุณเคยสารภาพมา...หากยังยืนยันคำเดิม..

ผม.... ‘ตกลง’

คุณเชื่อไหมว่าแค่สองพยางค์สั้น ๆ  ทำให้เขาที่กำลังนั่งขัดตะหมาดมือหนึ่งเท้าพื้นเอนตัวไปด้านหลัง หันหน้าเข้าทีวี อีกข้างกระดกแก้วน้ำหวานพลางดูข่าวนั้นชะงักค้าง สายตาเหล่มองผมอย่างเชื่องช้า ไม่รู้ว่าผมทำหน้าอย่างไร แต่เพียงเสี้ยววินาทีแก้วในมือของเขาหล่นลงมาหกใส่กางเกงจนเปียกไปหมด

เขามองผมนิ่งไม่พูดอะไรสักคำ เห็นแบบนั้นมันทำให้ผมอายจนลนลาน ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงเลยบอกกับเขาไปว่าจะไปเอาผ้ามาเช็ดให้นะ สิ้นคำก็เตรียมตัวจะลุก แต่ไม่ทันได้ลุกไปไหน มือหนาได้ฉุดมือผม และดึงตัวไปซุกไว้ในอ้อมกอด

อ้อมแขนกระชับแน่น ใบหน้าซุกลงบนบ่า กอดผมอยู่นานเป็นสิบกว่านาที เขาไม่ยอมพูดอะไรออกมาเช่นเดิม ถึงกระนั้นผมรู้สึกว่าเขากำลังดีใจมากแน่ ๆ สิ่งพิสูจน์คือหยดน้ำตาซึ่งกำลังไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ไม่มีเสียงสะอื้น

มีความอุ่น และความเปียกชื้นเท่านั้น

สุดท้ายเขาก็เผลอหลับไปในอ้อมกอดของผม เมื่อเห็นเช่นนี้ผมจึงพยายามจะดันตัวเขาออก แต่พยายามเท่าไหร่ ก็ไร้ผล ตัวเขาที่ใหญ่กว่าพอสมควรบวกกับอ้อมแขนกระชับแน่นทำเอาเกือบจะขยับตัวไปไหนไม่ได้ โชคดีที่คืนอากาศไม่หนาวมาก เราจึงพากันนอนหน้าทีวีจนถึงเช้า

ซึ่งมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น

หากไม่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่ากำลังนอนอยู่บนเตียงภายในห้องนอนของตัวเอง เข้ามาเมื่อไหร่ ถูกพามานอนตอนไหนผมเองก็ไม่อาจทราบได้ รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้วกลิ่นหอมอบอวลของอาหารลอยกระทบจมูก

นั่นคือสิ่งที่ปลุกผม..

ขาพาร่างเดินออกมาจากในห้องนอนโดยที่สภาพยังคงงัวเงีย ย่ำก้าวไปทางห้องครัว เห็นชายซึ่งกำลังทำอาหารอย่างสนุกสนานไปพร้อมกับการฮัมเพลงที่ผมชอบฟังอย่างมีความสุข หยิบอันโน่นอันนี้ใส่ในกระทะที ปรุงรสอันนั้นทีอันโน่นที บางครั้งก็โยกไปมาตามจังหวะของเพลง ผมยืนกอดอกอิงประตู อดอมยิ้มตามไม่ได้

เขาไม่รู้ถึงการมาและหนึ่งสายตากำลังจ้องมอง

กว่าจะรู้ตัวก็เมื่อตอนที่ทำเสร็จจัดวางโต๊ะเรียบร้อย คงตั้งใจจะไปปลุกผมนั่นแหละ แต่หันกลับมาเห็นผมยืนอยู่ที่ประตูก็อายหน้าแดงเสียยกใหญ่ ระหว่างทานเขาไม่ถามอะไร ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อคืน ไม่ถามย้ำว่าพูดจริงหรือเปล่า หรือบอกว่าเราเป็นแฟนกันแล้วนะ อะไรทำนองนี้ หากมองดูตามนิสัยผมคิดว่าเขากลัว...

กลัวว่าหากถามอีกรอบแล้ว..

ผมจะเปลี่ยนใจ..

จึงกลายเป็นว่าเราทั้งคู่รู้ด้วยบรรยากาศ รู้ด้วยคำพูดท่าทีของผมและเขาว่าตอนนี้

ความสัมพันธ์ของเราได้เปลี่ยนไปแล้ว...

จากที่เขาไม่ค่อยกล้าจะเข้ามาสัมผัสร่างกาย ในเวลาที่อยู่ด้วยกันสองต่อสอง เริ่มแรกเกร็งนิดหน่อย แต่พอหลายครั้งเข้าก็กลายเป็นเรื่องปกติ บางทีอยู่ดี ๆ ก็เข้ามากอด มาจูบ เขาชอบมาสัมผัสตัวนัวเนียเหมือนลูกหมาลูกแมว แถมยังชอบให้ผมลูบหัวให้ในเวลาที่นอนหนุนตักอีกด้วย และผมก็ไม่ได้ว่าอะไรแถมยังคิดว่าน่ารักดีเพราะในเมื่อเราคบกันเรื่องพวกนี้ก็ไม่เห็นจะแปลก

ผ่านไปสี่ปีไวเหมือนโกหก ผมก็ไม่คิดว่าจะคบกันมานานได้ขนาดนี้ เหนือความคาดหมายหลายอย่างในขณะผมก็เป็นแบบเดิม เขาก็ยังทำเหมือนเดิมทุกอย่าง ต่อให้ผมผิดเขาก็เป็นฝ่ายง้อ

จนทำให้ความรู้สึก ‘ชอบ’ ที่ผมมีกลายเป็นความรู้สึก ‘รัก’

จากที่ผมไม่เคยแคร์เขา ก็เริ่มแคร์เขามากขึ้น จากไม่เคยเป็นฝ่ายโทรก่อน ก็เริ่มโทรหาก่อน จากไม่มีของขวัญในวันเกิดหรือวันครบรอบของทุกเดือนที่คบกัน ก็เริ่มคิดบ้างแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ให้ ไม่เคยทำ และจะไปเริ่มทำมันก็กลายเป็นรู้สึกเขินขึ้นมา

‘Sex’ ก็มีบ้างเป็นครั้งคราว อาทิตย์ละครั้งสองครั้ง หรือเดือนละครั้ง เพราะเขาไม่อยากจะทำให้ผมเจ็บ ไปอยากเป็นภาระให้กับร่างกายของผม เขาบอกว่าแค่ได้อยู่ด้วยกันก็มีความสุข

เมื่อได้ยินแบบนั้น ผมเลยจัดให้...

แค่อยู่ด้วยกันใช่ไหม...

ได้.. ผมก็เลยตอบเขาไปว่า....

งั้นมาอยู่ด้วยกันซะเลยสิ...

เหมือนกับวันแรกที่ผมตอบตกลง เขาหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจอีกครั้ง พูดพร้อมน้ำเสียงสะอึกสะอื้นในขณะที่ซุกหน้าลงว่าคำพูดของผมเหมือนกำลังขอเขา ‘แต่งงาน’ เลย

ผมขำเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบ.. 'หากถ้าขอแต่งงานจริงมันก็ต้องมี ‘แหวน’ '

‘นั่นสินะ’ เขาเอ่ยพลางขำออกมาแกน ๆ

‘ปล่อยก่อน วันนี้วันเกิดคุณใช่ไหม ผมมีของขวัญมาให้’ ผมกล่าวในขณะที่ดันตัวเขาออกอย่างเบาแรง เขาผละตัวค่อย ๆ คายวงแขนทันที

เรานั่งกันหน้าทีวีเฉกเช่นวันนั้น ที่แปลกกว่าเดิมคือหน้าทีวีผมมีโซฟา เป็นของขวัญจากเขาเมื่อเดือนที่แล้ว ขนาดผมบ่นอย่างไม่จริงจังว่าอยากได้โซฟาเอาไว้นอนเล่น พอวันที่หนึ่งของเดือนถัดไปเขาก็ซื้อให้ เขาบอกหากให้อย่างไม่มีเหตุผล กลัวผมจะไม่รับไว้จึงซื้อให้ในวันครบรอบของเราแทน

เขาให้หลายสิ่งหลายอย่างกับผมมามากมาย กว่าจะรู้สึกตัวก็ผ่านมาตั้งห้าปี หากนับปีแรกที่เริ่มจากจีบนั่นด้วย

ผมควรจะให้อะไรกับเขาบ้าง หากว่ากันไปตามความจริงไม่ให้ก็ยังไม่หนักเท่ากับทุกปีก่อนหน้านี้ที่ผมมักจะลืมวันเกิดของคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟน เขาก็จะยิ้มและบอกว่าไม่เป็นไรเพราะผมงานยุ่งเขาเข้าใจ

การให้ความสำคัญระหว่างผมกับเขามันผิดกันอย่างเห็นได้ชัด..กับเขาที่จัดเซอร์ไพรส์ให้ผมทุกครั้งไม่ว่าจะวันครบรอบของทุกปี หรือวันสำคัญของเราก็ตาม

ผมยกมือขึ้นมาเข้าไปสัมผัสพลางให้หัวแม่มือปราดน้ำตาบนใบหน้าของเขา สีหน้าเขาดูแปลกใจเล็กน้อยเมื่อผมเอ่ยถึง คงไม่คิดว่าผมจะจำได้ล่ะสิ เพื่อให้เขาแปลกใจมากยิ่งขึ้นผมจึงบอกให้เขาหลับตาก่อน

เขายอมทำตามอย่างว่าง่าย ผมชักมือออกก่อนจะหันไปหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงขนาดกะทัดรัดออกมาจากในกระเป๋าสีดำที่อยู่ข้างโซฟา ซึ่งมักใช้ใส่ของไปทำงานทุกวัน

เปิดกล่องหยิบสิ่งของที่อยู่ภายใน ซึ่งเป็นแหวนทองประดับเพชรสไตล์เรียบง่าย มีรูปหัวใจคั้นตรงกลางระหว่างชื่อผมและเขา โดยชื่อผมนำหน้าตามด้วยรูปหัวใจและชื่อเขาตามหลัง ในบรรยากาศซึ่งมีเพียงเสียงทีวีช่องอะไรสักอย่างคลอเบา ๆ ผมเอื้อมไปจับมือซ้ายของเขาก่อนจะเลื่อนไปสัมผัสเพียงปลายนิ้วทั้งสี่

โน้มตัวแนบริมฝีปากลงบนหลังฝ่ามืออย่างละมุน เขาสะดุ้งเฮือกนิดหน่อย คงจะคาดไม่ถึงสินะ ว่าคนที่ไม่เคยแคร์เขา คนที่ไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มก่อนอย่างผมจะทำแบบนี้ ผมค้างไว้ประมาณสี่ถึงห้าวินาที ก่อนจะถอนออกอย่างช้า ๆ และปล่อยนิ้วทั้งสามลง มีเพียงนิ้วเดียวที่เหลืออยู่

มือข้างหนึ่งประคองนิ้วนั้นไว้ มืออีกข้างค่อย ๆ สวมใส่สิ่งของวงกลมเข้าไปจนสุดนิ้วนางข้างซ้าย ในขณะที่ผมกำลังสวม เขาคงรู้ตัวว่าผมกำลังทำอะไร หยดน้ำจากดวงตาจึงไหลออกมาอย่างเงียบเชียบ

ไหลทั้ง ๆ ที่เปลือกตายังคงหลับนิ่งสนิท เขาไม่ลืมจนกว่าผมจะอนุญาต เพราะรู้ว่าเป็นเช่นนั้น ผมจึงบอกให้เขาลืมตาหลังจากนี้อีกสิบนาทีให้หลัง

ด้วยความเขิน หากบอกให้ลืมในทันทีคงจะเห็นสภาพหน้าผมซึ่งแดงก่ำไปทั่วแน่ จึงแอบไปล้างหน้า ยกเค้กซึ่งนำไปแอบซ้อนไว้อย่างมิดชิดออกมาจุดเทียน ก่อนจะปิดไฟหมดทุกดวงภายในบ้านชั้นเดียวใจกลางเมือง

ผมกลับมานั่งที่โซฟาตัวเดิมอีกครั้ง และบอกกับเขาว่าลืมตาได้ ผมเชื่อว่าเขาคงไม่แอบลืมตาเพื่อดูแหวนหรอก เปลือกตาที่เคยนิ่งสนิทค่อย ๆ ขยับและเปิดลืมขึ้นมาอย่างเชื่องช้าพร้อมกับน้ำตาที่ยังไม่หยุดไหล

เมื่อลืมตาขึ้นมาพบกับเค้กที่อยู่ตรงหน้าและผมกำลังยิ้มร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ยิ่งทำให้เขาร้องไห้ไปกันใหญ่ จนต้องยกมือทั้งสองนำมาปิดซ่อนเอาไว้

ครั้งแรกที่ผมเซอร์ไพรส์

ไม่คิดเลยว่าจะทำให้ดีใจถึงขนาดนี้ เมื่อเพลงจบเขาจึงปล่อยมือลง เป่าเทียนในขณะที่หน้านั้นเละเทะไปหมด น้ำมงน้ำมูกไหล เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ ขำออกมาทั้งที่ก็ผมกำลังร้องไห้อยู่เหมือนกัน

ดีใจและมีความสุข เพราะความรู้สึกนี้ น้ำตาจึงได้ไหลอย่างไม่รู้ตัว

เขาเป่าเสร็จเรียบร้อยผมจึงใช้ไฟมือถือนำทางเพื่อไปเปิดไฟ พอเดินกลับมาก็เห็นเขาหมุนมือซ้ายของตัวเองไปมา พลิกไปพลิกมาอยู่หลายครั้ง จนผมกลับมานั่ง เขาก็ยังทำแบบเดิม จนผมถามเขาว่า ‘ชอบไหม’ เขาจึงหยุด ก่อนจะตอบโดยพยักหน้าระรัว

ผมยื่นกล่องกำมะหยีไปให้เขาพร้อมกับพูดว่า..

‘สวมให้ผมบ้างสิ’

อีกข้างหนึ่งยื่นกล่อง อีกข้างยกขึ้นมาให้เลยพร้อมสวม ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก ไม่ต้องนั่งคุกเข่าหรืออะไรทั้งนั้น ไม่ต้องมีคนมาแสดงความยินดีนับแสน ไม่ต้องบอกว่ารักผมรักผมเท่าฟ้า เท่าชีวิต ไม่ต้องทำอะไร เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ด้วยความคงเส้นคงวา แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว เขาไม่รอช้าสวมให้ แหวนคู่ที่เหมือนกัน ต่างก็แค่...สลับชื่อเขากับผม

พอสวมเรียบร้อยเขาไม่ได้พูดอะไร หลายอย่างในคืนนี้อาจจะทำให้จุกอกจนพูดไม่ออก เค้กยังวางอยู่ที่เดิม แต่ตัวผมกับเขาย้ายมาจบลงที่เตียง

เขาทำไป..พลางพูดว่ารักผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า รักมากแค่ไหน เรียกชื่อผมย้ำ ๆ กอดแน่นราวกับกลัวผมจะเลือนหาย

จนเราผล็อยหลับไปในที่สุด

กลิ่นอาหารเช้าปลุกผมอีกครั้ง แถมยังเป็นสิ่งที่ปลุกเกือบทุกวัน เหมือนเดิมผมหยิบเสื้อของเขาใส่มาเพียงตัวเดียว อยากลองทำดู เขาตัวสูงกว่าผมค่อนข้างมาก เสื้อนอนของเขากลายเป็นชุดนอนยาวถึงน่องของผมไปโดยปริยาย และส่วนล่างไม่ได้ใส่อะไร

เนื้อตัวผมสะอาด เขาคงเช็ดตัวแต่ไม่กล้าใส่เสื้อผ้าเพราะกลัวผมจะตื่นเมื่อคืนค่อนข้างหนักพอสมควร จึงอยากให้ผมได้พักอย่างเต็มที่ เมื่อมาถึงผมแอบดูเขาทำอาหารอีกตามเคย

แต่สิ่งซึ่งไม่เหมือนเคยคือในขณะที่เขาจะหยิบจับอะไรระวังตัวกว่าเดิมมาก แหวนบนนิ้วมือไปกระทบกับอะไรนิดหน่อย ยกขึ้นมาดูปัก เป่า เช็ด หมุนไปมา เมื่อเห็นชื่อบนแหวนก็เกิดอาการยิ้มกรุมกริมอยู่คนเดียวราวกับคนบ้า

ทำให้ขำไม่ใช่น้อย เขาหันมาตามเสียง และหันกลับไปทันทีในสภาพหน้าที่แดงถึงคอ

ผมเดินเข้าไปสวมกอดเขาจากด้านหลัง ผมไม่เคยทำ เขาจึงยืนแข็งทื่อไปเลย

เห็นเช่นนั้นทำเอาผมขำออกมาอีกครั้ง...ก่อนจะผละออกและไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร เขาเดินตามมาพร้อมกับนมอุ่น ๆ ผสมโอวันติล พูดกับผมโดยที่ไม่มองหน้าผมว่ารอเดี๋ยวนะครับอีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว

จากวันนั้นสามวันของทุกของเขาก็มาอยู่ในบ้านผมแต่ก่อนก็มักจะมาค้างบ้านผมเป็นประจำอยู่แล้วจึงไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก ก็เปลี่ยนแค่จากที่เขาเคยไปกลับ ก็กลายมาเป็นอยู่ถาวร เราอยู่ช่วงข้าวใหม่ปลามัน จากที่เขาเคยดีอยู่แล้วกลายเป็นดีมาก

มาก

มาก

ทำให้ความรู้สึก ‘รัก’ ของผมกลายเป็นความรู้สึกที่เรียกว่า ‘รักมาก’

จนไม่เผื่อใจเอาไว้ ผมเปลี่ยนเป็นคนละคน จากเคยโทรหาแบบนานครั้ง กลายเป็นแทบจะโทรหาทุกสิบนาที จากที่ไม่เคยตื่นเช้าทำกับข้าวกลายเป็นทำ อาหารรสชาติจะแย่แค่ไหนเขาก็ยังชมว่าอร่อย

มีความสุขจริง ๆ

จากที่ไม่เคยมองเขาอย่างจริงจัง ก็กลายเป็นถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น

ผมเพิ่งสังเกตเมื่อไม่นานมานี้ ว่าเวลาที่เราไปไหนด้วยกันมักจะตกเป็นเป้าสายตาอยู่เสมอ

หงุดหงิดในเวลาที่เขาคุยกับคนอื่น หงุดหงิดที่มีคนโทรหาเขาในเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะคนจากที่ทำงาน หรือเพื่อนในบริษัท

ผมไม่เคยเป็นแบบนี้ แรก ๆ เราก็บอกน่ารัก พอนานไปผมเริ่มดูออกว่าเขารำคาญ

ไม่คิดเลยว่าผมจะกลายเป็นคนขี้หึงแบบนี้

เขางานยุ่งงานหนักผมก็รู้ ต้องมีสังคมของเขาบ้างผมก็รู้ เลื่อนตำแหน่งใหม่มันทำให้งานหนักกว่าเดิมผมก็รู้ บางวันเราแทบจะไม่เจอหน้าเลยสักครั้ง เขาเก็บเงินเพื่อผม เพื่อให้ผมได้กินอยู่สบาย ให้ออกจากงานเพื่อไม่อยากให้ผมต้องเหนื่อย กลับกลายเป็นว่าเขาต้องเหนื่อยอยู่ฝ่ายเดียว

ผ่านไปอีกสองปีเขาก็ยังดีอยู่ ยิ่งทำให้ผมเริ่มรักเขามากขึ้น

ถึงไม่ค่อยมีเวลาแต่ก็ดูแลผมเหมือนเดิมทำให้ผมรู้สึกว่าผมยังสำคัญ

และสิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือตัวผมเอง...

ผมตามหึงทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา แค่ชมดาราก็ทำให้ผมงอนได้ กับเขาที่ได้ออกไปเจอผู้คน กับผมที่ไม่ได้ออกไปไหน จากเคยโทรทุก ๆ สิบนาทีกลายเป็นว่าหากโทรไปไม่รับ ผมโกรธ รับแล้วห้ามวาง ไม่งั้นผมโกรธ กลับบ้านช้าเกินหนึ่งนาทีผมโกรธ จะกลับช้าโดยที่ไม่ขอพร้อมบอกเหตุผลผมโกรธ ออกไปไหนโดยไม่มีผมไปด้วยต้องคอยรายงานโดยส่งรูปมาทุกห้านาที ไม่งั้นผมโกรธ

ถึงผมเป็นแบบนี้เขาก็ยังทำตามเพื่อให้ผมสบายใจ ว่าเขาไม่คิดที่จะมีใครนอกจากผมจริง ๆ

ผิดกับผมที่เบื่อตัวเองในสภาพแบบนี้... ก็เลยลองออกไปเจอผู้คนบ้างเผื่อหยุดคิดเรื่องเขาได้ ไปนั่งร้านกาแฟ ไปเดินเที่ยวห้างคนเดียว เดินไปเดินมาโดยไม่ได้ซื้ออะไร แต่บางครั้งที่เจอของถูกใจก็ซื้อ แต่ส่วนใหญ่จะของสำหรับเขา

จากไปนั่งร้านกาแฟบางวัน กลายเป็นนั่งทุกวัน และแหวนที่เคยสวมทุกวันแต่วันนั้นผมดันลืมใส่

จนกลายจุดเริ่มต้นของหักแตกหัก

ด้วยเรื่องที่คล้ายกับสิ่งที่เรียกว่า...การนอกใจ..

และเป็นสิ่งที่เขาคิดไปเอง…

คนเดียว...

.....

ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: [[ เรื่องสั้น END ]] พบกันใหม่ 5-3-19
«ตอบ #2 เมื่อ05-03-2019 22:39:20 »

ทุกอย่างมันกลายเป็นจังหวะเหมาะ เขากลับมาบ้านเพราะลืมเอกสารสำคัญเข้าห้องน้ำเพื่อล้างมือเห็นแหวนวางทิ้งไว้บนขอบอ่างล้างหน้า และตัวผมไม่ได้อยู่ในบ้าน ผมเคยบอกว่า ผมชอบไปนั่งที่ร้านกาแฟหน้าห้างหากกลับมาแล้วไม่เจอให้ไปหาที่นั่นได้ ด้วยความสงสัยเขาจึงตามไปดูราวกับจับผิด ดันเห็นผมนั่งคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง

ผมเจอเธอเป็นประจำ นานเข้าจนกลายเป็นความสนิท เธอมีหลายอย่างซึ่งคล้ายคลึงกับผม จนกลายเป็นว่าเรากลายเป็นเราคุยกันถูกคอ ในขณะที่เรากำลังคุยเกี่ยวกับละครเมื่อคืนอย่างสนุก ผมนั่งหันหน้าไปทางประตูจึงเห็นผู้คนเข้าออก แน่นอนผมเห็นเขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางขมึงตึง ผมยิ้มให้โบกมือเรียก แต่เขาไม่ยิ้มตอบ

เขาเดินมาถึงโต๊ะฉุดกระชากข้อมือของผมให้ลุกขึ้นพร้อมตะคอกเสียงแข็งว่าให้กลับบ้าน เขาที่ไม่เคยทำรุนแรง ทำเอาตกใจไม่ใช่น้อย ทั้งเธอและผมต่างพากันงง ผมพยายามสะบัดมือออก แต่ไม่เป็นผลเพราะแรงเขาเยอะกว่ามาก ท้ายที่สุดจึงถูกพาให้เดินออกไปจากร้านด้วยแรงดึงของเขาท่ามกลางสายตาผู้คน

ข้อมือก็เจ็บ แถมยังต้องอาย เขาโกรธอะไรมา ผมทำผิดอะไร ทีแรกผมยังเดาไม่ออก พอกลับมาถึงบ้านเขาพาผมมาหยุดอยู่ที่หน้าทีวี เขาควักแหวนออกมาจากในกระเป๋ากางเกงที่สวมใส่แบมือให้ผมดูพลางถามว่า ‘ถอดออกทำไม’ ด้วยท่าทางน้ำเสียงซึ่งกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ผมก็ถึงบางอ้อ อ่า...เรื่องนี้เองเหรอ ผมเลยตอบไปตามความจริงที่ถอดออกเพราะล้างหน้า ก่อนออกจากบ้านเลยลืมใส่ ด้วยน้ำเสียงเรียบโดยส่วนตัวผมคิดว่านี่คงไม่ใช่เรื่องใหญ่และผมคิดว่าเขาคงเชื่อผมแน่

‘โกหก’ แต่เมื่อคำนี้ได้หลุดมาจากปากของเขาทำให้รู้ว่าคิดผิด มันอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกนี่อยู่กันมาตั้งขนาดนี้ ยังไม่รู้อีกเหรอว่าผมเป็นคนยังไง คิดว่าผมเป็นคนขี้โกหกอย่างนั้นเหรอ หรือคิดแบบนี้มาตลอด ?

‘คุณถอดแหวนเพราะอยากจะโสดใช่ไหม ออกไปร้านกาแฟทุกวันเพื่อไปหานางนั่นใช่ไหม ที่ไม่ค่อยสนใจผมเหมือนเมื่อก่อนเพราะนางนั่นใช่ไหม’

เมื่อผมนิ่งเงียบเขาจึงรัวคำถามออกมาชุดใหญ่ เขาที่เคยสุภาพแทบไม่เหลือเคล้าความสุภาพเหลืออยู่ การทะเลาะกันโดยที่เขาเป็นฝ่ายโกรธนี่คือครั้งแรก ผมจึงไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไร เพราะในเมื่อผมพูดความจริงไปตั้งแต่แรก เขาคือรักแรกของผม เพราะฉะนั้นผมไม่เคยเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ผมจึงไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง

เห็นผมนิ่งเขาจึงกำแหวนไว้ในมือ ก่อนจะยกมือทั้งสองมาจับที่ต้นแขนของผม อย่าเรียกว่าจับเลย ‘บีบ’ น่าจะถูกกว่า แรงบีบอย่างคาดคั้นที่ทำให้ผมเจ็บแต่เก็บอาการไม่แสดงให้เห็นว่าผมกำลังเจ็บอยู่ ความเจ็บทั้งกายและใจ

‘อย่านิ่ง อยากจะเลิกกับผม อยากจะไปกับนางนั่นก็พูดมา’ คราวนี้ไม่พูดเปล่าเขาออกแรงเขย่าตัวของผมโยกไปมาระรัว

จนผมทนไม่ไหวจึงตะเบ่งเสียงออกไปว่า ‘ใครกันแน่ที่อยากเลิก’ ทุกอย่างหยุดลงคำพูดของผมทำให้เขาชะงักค้างไปในทันควัน

‘ท...ทำไมถึงคิดแบบนั้น’ ก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเครือ

‘ก็ผมแค่ลืมแหวน ผมพูดความจริงไปแล้ว ..ละ แล้วคุณยังจะโกรธผมอีกทำไม คุณคงคิดแล้วใช่ไหมว่ามันเป็นภาระ ที่เอาแต่ผลาญเงินคุณ งี่เง่าเอาแต่ใจ ขี้หึง นิสัยไม่ดี ขี้เกียจ ชอบทำบ้านรก จนคุณต้องมาเก็บกวาด เสื้อผ้าก็ไม่เคยซักให้ จนคุณต้องมาซักเอง กับข้าวก็ทำไม่อร่อย ไม่มีอะไรดีสักอย่าง คุณเองนั่นแหละอยากเลิกแล้วไปเจอกันใหม่ที่ดีกว่าใช่ไหม อึก’

ผมร้องไห้จนได้บ้าชะมัด

‘ท...ทำไมถึงคิดแบบนั้น’ เขาถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจุกอยู่ในลำคอ พร้อมกับมือที่เริ่มคายออก

‘คุณคิดบ้างหรือเปล่า ว่าผมเฝ้าใฝ่ฝันในตัวคุณมานานแค่ไหน ผมรักคุณมานานแค่ไหน ก่อนจะตัดสินใจมาจีบคิดคุณว่าผมแอบรักคุณมานานเท่าไหร่ กว่าจะรวบรวมความกล้าได้ต้องใช้เวลามานานเท่าไร เคยคิดบ้างไหม ไม่ล่ะสิ ก็แน่ล่ะเพราะคุณไม่เคยแคร์ ไม่เคยสนใจผมเลย ไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตา คุณไม่เคยบอกรักผมเลยสักครั้ง ทุกวันนี้ก็ยังมีเพียงผมที่รักคุณอยู่ฝ่ายเดียว’

ครั้งที่สามที่ผมเห็นเขาร้องไห้ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความดีใจ แต่เป็นความอัดอั้นตันใจที่เขากดเก็บมันไว้มานานแสนนาน

“ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นภาระ ไม่เคยคิดเลย ผมดีใจมากเสียอีก ที่คุณยอมออกจากงานที่คุณรัก เพื่อความเอาแต่ใจของผม ทำอะไรไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ผมทำเป็นเพราะฉะนั้นผมจะทำให้ทุกอย่าง ขอแค่เพียงมีคุณอยู่ข้าง ๆ ก็พอ ทั้งชีวิตผมต้องการเพียงเท่านี้’

ผมได้แต่ยืนแน่นิ่งไม่พูดอะไรปล่อยให้เขาระบายออกมาจนหมด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาต้องเจ็บปวดเพราะผมมามากขนาดนี้ โดยที่ผมไม่รู้ตัว ไม่เอะใจ หากเขาคิดแบบนั้นคงจะถูกอย่างที่เขาว่า แต่ที่ผมโทรจิก หึงหวงไปเสียทุกอย่างแบบนี้ไม่เรียกว่าไม่แคร์ ไม่สนใจเหรอ แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่าแคร์ ว่าสนใจสำหรับเขากันล่ะ เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ซุกศีรษะลงที่อกของผม

‘ขอร้องล่ะ.. หากไม่มีผมไปด้วย ช่วยอย่าออกไปไหนเลยได้ไหม ได้โปรด ทุกครั้งที่คุณออกไปผมกังวลจนแทบจะคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ ใครเห็นเป็นต้องรักคุณทั้งนั้น จนผมกลัว กลัวว่าจะมีคนมีแย่งคุณไป กลัวว่าจะถูกใจใครคนอื่นที่ไม่ใช่ผม ผมไม่อยากให้คุณมองใครนอกจากผม กลัวคุณเห็นผู้หญิงดีกว่าผม ผมกลัวการที่เราอยู่ด้วยกันแบบนี้คุณจะเห็นเป็นสิ่งที่ผิด...ผมกลัว’

ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด อย่าบอกนะที่ให้ผมออกจากงานเพราะสาเหตุพวกนี้เหมือนกัน หากเป็นอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ ขนาดเขายังยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ผมสบายใจ

‘ได้สิ’ ถ้าเรื่องแค่นี้จะทำให้คุณสบายใจก็ย่อมได้ ผมยกมือขึ้นมาลูบหัวเขาอย่างแผ่วเบาก่อนจะพูดแก้ไขบางสิ่งบางอย่างที่เขาเข้าใจผิด

‘ผู้หญิงคนนั้นที่คุณเห็นเขามีสามีแล้ว และเป็นเพียงเพื่อน เราเจอและแค่คุยกันถูกคอ เธอทำอาหารและงานบ้านเก่งผมเพียงอยากจะให้เธอสอนเท่านั้นไม่ได้มีอะไรอย่างที่คุณคิด หากวันไหนที่คุณเกิดสงสัยในความรู้สึกของผม ให้มองสิ่งที่สลักอยู่บนแหวนนิ้วนางข้างซ้ายที่สวมอยู่ ตั้งแต่ที่ผมสวมให้หัวใจผมได้มอบให้คุณตั้งแต่วันนั้นและจากนี้และตลอดไป คุณจะเป็นเพียงรักเดียวและสุดท้ายของผม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามอยากขอให้คุณจำเอาไว้’

ได้ยินเช่นนั้นเขาปล่อยโฮออกมาพร่ำขอโทษเป็นร้อยครั้ง ผ่านไปสักพักผมยังคงลูบหัวเขาอยู่อย่างนั้น เขาค่อย ๆ ผละตัวออกก่อนจะนำสิ่งของสำคัญซึ่งกำอยู่ในมือมาบรรจงสวมให้กับผมพร้อมกับกล่าวเหมือนขู่

‘อย่าลืมอีกนะ หากคุณเผลอลืมอีก ครั้งหน้าผมไม่รู้ว่าจะทำอะไรบ้าง’

สิ้นคำเขาจุมพิตอย่างอ่อนโยนบนปลายเล็บ ไม่กี่วินาทีก็กุมมือผมไปแนบไว้ที่แก้มถูไปถูมาคล้ายกับแมวที่ชอบเดินพันแข้งพันขา เปลือกตาเริ่มหย่อนลงจนหลับพริ้มเขาทำราวกับอยากซึมซับความอบอุ่นไว้ให้นานเท่าที่จะนานได้ด้วยสีหน้าสบายใจ ภายในบ้านที่เงียบสงัดเหมือนกับโลกมีเพียงเราสองคน หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ คงจะดีไม่ใช่น้อย คงไม่มีเรื่องหึงหวงให้รำคาญใจ

ผ่านไปไม่นานนักเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้เราหยุดการกระทำ เขารับสายพร้อมกับเปิดลำโพงคุยกันได้ประมาณห้านาที ผมได้ยินกราย ๆ เพราะไม่ได้สนใจ แต่ก็จับใจความได้ว่า ใกล้จะประชุมแล้วให้รีบมาที่บริษัท

หลังจากวางสายท่าทางเขาดูไม่อยากไปสักเท่าไหร่ ผมยืนส่งเขาที่หน้าบ้าน เขาบอกทำงานเสร็จจะรีบกลับมานะ อยากได้อะไรไหมจะซื้อมาฝาก ผมจึงตอบว่าไม่ล่ะ ขอให้คุณกลับมาเร็ว ๆ ก็พอ เขินเหมือนกันที่พูดแบบนี้ แต่ดีหน่อยที่ผมไม่ได้เขินแค่คนเดียว เพื่อแก้เขินเขาจึงรีบพูดว่าไปแล้วนะ ผมจึงรั้งไว้แล้วถามว่าลืมอะไรหรือเปล่า เขาทำหน้าฉงน เห็นเช่นนั้นผมจึงดึงเนคไทของเขาให้โน้มตัวลงมา...

และประกบริมฝีปากของตัวเองลงไปบนริมฝีปากของเขา ค้างอยู่สองสามวิก่อนจะถอนออกมา เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ผมจึงถือโอกาสเอ่ยปากไล่ว่าไปได้แล้ว ไปดีมาดีนะพร้อมกับดันตัวเขาออกจากบ้านพร้อมกับปิดประตูใส่ทันที

อยากจะบ้าทำไปได้ไงนะเรา เขินจนหน้าแทบไหม้ ในขณะที่เดินกลับเข้ามาภายในบ้านระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงสตาร์ทเร่งเครื่องและขับออกไป แต่ทำไมยิ่งเดินเข้ามา ก็ยิ่งรู้สึกว่าพื้นมันเอียง พร้อมรู้สึกมึนอย่างประหลาด เพราะเขินเกินไปหรือเปล่า ร่างกายเซไปมาเริ่มเสียการทรงตัวขึ้นเรื่อย ๆ

อ่า...แย่ล่ะ ล้มแน่

เสี้ยววินาทีก็ได้เกิดเสียงดังโครมสนั่นไปทั่วบ้าน ทุกอย่างเหมือนจะดีแต่กลับไม่ดี พอเราใจตรงกัน สื่อความรู้สึกถึงกันได้อย่างแท้จริง ดันมีอุปสรรคเข้าแทรก ทำไมอาการถึงต้องทรุดลงตอนนี้ อยากจะลุกก็ลุกไม่ไหว จนกลายเป็นหมดสติไปในที่สุด ทั้งที่คิดว่าต่อจากนี้จะต้องมีความสุขมากกว่าเดิม ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้... เบอร์ที่ผมโทรครั้งสุดท้ายเพื่อขอความช่วยเหลือก่อนจะหมดสติแทนที่จะเป็นเขาที่เป็นคนรักแต่ผมกลับเลือกโทรหาเธอคนนั้น 'ผู้หญิง' ที่เจอกันร้าน 'กาแฟ'

….

ผมตื่นขึ้นมาอีกที แน่นอนสถานที่ที่ผมอยู่ก็ต้องเป็นโรงพยาบาล ผมกรอกสายตาไปทั่วห้องแต่ไม่พบผู้หญิงคนนั้น อยากจะขอบคุณเสียหน่อย สิ่งมีชีวิตที่เห็นก็มีเพียงเขาซึ่งนั่งก้มหน้ามือประสานกันอยู่ข้างเตียง สีหน้าทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส เขาคงจะรู้ถึงสิ่งที่ผมพยายามปกปิดเอาไว้ ก็คิดอยู่แล้วสักวันเรื่องนี้ก็ต้องเกิดขึ้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมตรองอยู่หลายครั้ง ว่าจะบอกเขาดีหรือไม่

แต่พอนึกถึงความฝันของเรา ผมก็กลืนความลับลงคอไปโดยปริยาย

‘ปิดบังมานานเท่าไหร่’

เขาเอ่ยถามอย่างใจเย็น มือของเขาที่กำลังกุมประสานกันเริ่มบีบแน่นราวกับควบคุมอารมณ์ซึ่งใกล้จะระเบิดออกมาเต็มที เขาไม่ถามผมว่ารู้เรื่องนี้หรือไม่ แต่ถามปิดบังมานานเท่าไหร่ ยิ่งทำให้มั่นใจว่าความลับแตกแล้วจริง ๆ

‘นานแล้ว’

ผมตอบไปเพียงสั้น ๆ ละสายตาที่มองเขา ไปมองยังเพดานสีขาวที่มีไฟประมาณสามสี่ดวง

‘โธ่...ที่รักครับ..นานแล้ว? ไอ้คำว่านานแล้วของคุณ มันนานแค่ไหนกันล่ะ’

น้ำเสียงเริ่มประชดประชัน

‘กลางปีที่ผ่านมา’ ผมตอบ

‘เกือบปี นี่ผมเป็นคนโง่ที่ไม่รู้อะไรมาเกือบปี หลอกให้ผมพยายามอย่างหนักราวกับคนบ้า...เพื่ออะไร’

มือที่ประสานกันเล็บที่จิกเข้าไปในเนื้อเริ่มมีเลือดออก ทำให้รู้ได้ว่าเขากำลังเจ็บปวดมากแค่ไหน

‘เพื่อความความฝันของเราไง’ ผมตอบพลางระบายยิ้มที่มุมปาก

‘ความฝันของเรา? หึ! แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าในวันนั้นคุณไม่อยู่ด้วย คุณน่ะมันคนใจร้าย ปั่นหัวผม หลอกให้ผมดีใจ หลอกให้ผมมีความสุข หลอกให้ผมฝันหวานโดยที่ไม่รู้เลยว่านั่นคือความสุขจอมปลอม’

และหุบไปในทันควันเมื่อได้ยินคำพูดที่เพิ่งจะออกมาจากปากของเขา เขาจะคิดแบบนี้ก็คงไม่แปลกเพราะส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของผม ทั้งที่อยากโกรธ ผมไม่มีแม้สิทธิ์ที่จะโกรธอะไรเลยด้วยซ้ำ

‘ขอโทษนะ’ คำเดียวที่รู้สึกในตอนนี้...ทุกอย่างมันคือความผิดของผมคนเดียว คนเดียวเท่านั้น

‘อึก.....ทำไมถึงไม่บอกให้เร็วกว่านี้..’ ผมทำให้เขาร้องไห้อีกแล้ว ความสุขในตอนนั้นราวกับเรื่องโกหกไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดขึ้นในวันเดียวกัน

‘บอกเร็วหรือช้ามันก็ไม่ได้ต่างกันหรอก ผลลัพธ์ที่ได้ยังไงก็เหมือนกัน’

เขานิ่งเงียบไป

‘ต่างสิ ผมจะได้ดูแลคุณให้ดีกว่านี้ไง ใช้เวลาอยู่กับคุณให้นานกว่านี้ เอาใจใส่ให้มากกว่านี้’

ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยคำพูดที่เขาเหมือนตรึกตรองมาดีแล้ว อาจจะจริงอย่างที่เขาว่า แต่มันจะพาลไปทำให้เราทั้งคู่เป็นทุกข์ แทนที่ผมจะทุกข์คนเดียว

และที่ผ่านมาก็ดีอยู่แล้ว ผมไม่ต้องการให้ดีกว่านี้แล้วล่ะ

‘เราอย่ามานับถอยหลังไปพร้อมกันเลย’

‘แต่ผมอยากนับถอยหลังไปพร้อมกับคุณ ทำไมถึงไม่โทรหาผม ทำไมถึงโทรหาผู้หญิงคนนั้น ถ้าเธอไม่โทรมาตามคิดจะปิดบังไปจน...เอ่อ...จนนั่นเลยใช่ไหม’

ก็ถูกนั่นแหละ ที่โทรหาเธอเพราะต้องการจะปิดบังไปจนตาย แต่ดันทรุดลงไปก่อน ทว่าก็ยังมีอีกเหตุผลสำคัญไม่แพ้กัน

‘ใช่...อีกอย่างเพราะคุณมีประชุม’

‘แค่นี้ ?’ ผมพยักหน้าแทนคำตอบ

‘คุณคิดว่าประชุมนั่นมันสำคัญกว่าคุณเหรอ’ เขาย้ำ ผมพยักหน้าอีกครั้งเพื่อยืนยันคำตอบเดิม แต่คราวนี้ผมเสริมเหตุผล

‘ถ้าคุณประชุมและนำเสนองานสำเร็จ มันก็สามารถซื้อความฝันของเราให้เป็นจริงได้ เพราะงั้นผมจึง...’

‘แต่คุณสำคัญกว่า สำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ซื้อความฝันได้ แล้วจะมีประโยขน์อะไร ถ้าวันนั้นคุณไม่อยู่ด้วย’

ผมยังไม่ทันได้พูดจบ เขาเอ่ยสวนทันควัน ผมพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง เนื่องจากเห็นเลือดที่มีของเขาเริ่มไหลออกมามากขึ้นทุกที ทว่าลุกได้ง่าย ๆ เสียที่ไหน แต่สงสัยความพยายามของผมจะเสียงดังเกินไป เขาเงยหน้าขึ้นมามอง ในที่สุดเราก็ได้สบตากัน เพราะทั้งหมดทั้งมวลที่พูดคุยตั้งแต่ผมฟื้น เขาไม่ยอมสบตาผมเลยสักครั้ง

‘ไหวไหม…’

ในขณะที่เอ่ยเขาคายมือออกโดยอัตโนมัติ ถึงนั่งไม่ได้แต่ความพยายามก็เป็นผลละนะ ผมพยักหน้าพร้อมระบายยิ้ม เขาปาดน้ำตา จ้องมองผมก่อนจะตัดสินใจลุกออกจากเก้าอี้ และขึ้นมานั่งบนเตียงแทน สายตาแน่วแน่ราวกับจะพูดเรื่องสำคัญ

มือที่เอื้อมเข้ามาลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา

‘ไม่ต้องห่วงนะคุณจะต้องหาย หมอบอกเชื้อยังรามไปไม่เยอะ’

เขายิ้มอ่อน หายงั้นเหรอ คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าผมเป็นโรคอะไร ระยะที่เท่าไหร่ เปอร์เซ็นต์รอดมีมากน้อยแค่ไหน คุณก็รู้อยู่แก่ใจแท้ ๆ

‘เปล่าประโยชน์’ คำพูดของผมทำให้เขาชะงักไปชั่วครู่

‘ไม่!!!! ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไร เสียอะไรไปเท่าไหร่ผมจะต้องรักษาคุณให้หายให้ได้’

สิ้นคำเขาชักมือกลับไปพลางลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกจากห้องไป โดยไม่ฟังคำพูดอันใดจากผมอีก ดื้อจริงไม่ว่ายังไงก็จะรักษาผมให้ได้ใช่ไหม

หลังจากนั้นไม่นานนักประมาณสองสามวันผมก็ได้ออกจากโรงพยาบาล เธอมาเยี่ยมผมเป็นบางครั้ง แต่เขามาเฝ้าผมนอนทุกวัน และทุกครั้งที่มีเวลาว่างจากการทำงานหรือพักเที่ยงเขาก็จะมาหาผม พอกลับมาอยู่บ้านก็เทียวไปเทียวมาโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น เงินที่มีก็ร่อยหรอไปกับการรักษาทั้งที่เปอร์เซ็นรอดไม่ถึงหนึ่ง

การทำคีโมผลข้างเคียงทำให้ผมร่วงหมดหัว จนผมต้องใส่วิก ร่างกายผอมลง เนื่องจากไม่ค่อยอยากจะกินอะไร หน้าโทรมอย่างกับเป็นคนละคน แต่เขาเป็นกำลังใจที่ดี ทำให้ฮึกสู้ขึ้นได้ ถึงช่วงหลังจะอยู่ที่โรงพยาบาลมากกว่าบ้าน เพราะการผ่าตัดในส่วนเชื้อรามไปก็เถอะ

จนในที่สุด..

สิ่งที่พยายามมาตลอดหนึ่งปีในการรักษาเพื่อจะให้ผมหาย กลับได้ผลตรงกันข้าม อาการผมทรุดลง จึงต้องไปนอนโรงพยาบาลราวกับบ้านหลังที่สอง เงินเก็บที่มีแทบไม่เหลือ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดไม่นานนักเขายังจะมาโดนไล่ออกจากบริษัท เนื่องจากเป็นห่วงผมจนทำงานไม่ได้เต็มที่ หน้าที่การงานซึ่งเคยดีหายวับไปกับตา

การหางานใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย การศึกษา ประสบการณ์เขามีทุกอย่างที่ดีหมด การสมัครรอบแรกเขามักจะผ่านเสมอ แต่พอถึงขั้นสัมภาษณ์เขาก็ตกอย่างไม่ต้องสงสัยว่าเพราะอะไร รู้ ๆ กันอยู่ว่าต้องเพราะผมแน่นอนอยู่แล้ว เงินเก็บหมดที่นี้เขาไม่สนว่าจะเป็นงานแบบไหน สิ่งที่ทำให้เขาได้เงินก็ทำหมดยกเว้นการขายตัว

วันหนึ่งมียี่สิบสี่ชั่วโมง แต่เขาได้นอนเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น และทำแบบนี้ติดต่อกันมา หนึ่งปีเต็ม นอนที่บ้าน นอนที่โรงพยาบาลสลับไปมาอยู่แบบนี้ ผมบอกเขาว่าไม่ต้องพยายามทำอะไรอีกแล้ว ปล่อยให้ทุกอย่างไปเป็นธรรมชาติ

เขารั้น

และยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ยอมเสียผมไปเป็นอันขาด ร่างกายเขาสูบผอมลงทุกวัน ของที่อยากกิน สิ่งที่อยากได้ เสื้อผ้าไม่เคยซื้อใหม่ ครีมบำรุงผิวไม่ซื้อใช้ ประหยัดเท่าที่จะประหยัดได้ เพื่อจะนำเงินทั้งหมดมารักษาผม

ผมทรุดลงหนักกว่าเดิมเชื้อร้ายดันไปผุดในส่วนสำคัญต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด หมอบอกให้ทำใจอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ไม่ยอมอยู่ดี ในขณะที่เขายังไม่หมดลมหายใจเขาจะไม่ยอมหมดหวังเด็ดขาด เขาจะคิดบ้างไหม ว่าผมทรมานแค่ไหนที่เขาพยายามจนตัวเองต้องเป็นแบบนี้ จากที่เคยนอนวันละสองชั่วโมง กลายเป็นชั่วโมงเดียว และกลายเป็นว่าแทบจะไม่ได้นอนเลย

เกิดมาผมมีความสุขที่สุดในชีวิต ก็เมื่อตอนได้อยู่กับเขา จากไม่เคยดีใจที่ตัวเองเกิดมา เขามาทำให้ผมรู้จักคุณค่าของตัวเอง

เขาคือคนที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุดในโลก

และเป็นคนที่ทำให้ผมเจ็บปวดขนาดนี้

ด้วยคำที่บอกว่า ‘แล้วพบกันใหม่นะ’

จากนั้นเขาก็ไม่ได้มาหาผมอีกเลย ปกติก่อนจะไปทำงานเขามักจากพูดเดี๋ยวมานะ อยู่คนเดียวได้ไหม ไปแปบเดียวอะไรทำนองนี้ ผมควรจะเอะใจตั้งแต่แรกจากคำพูดที่เปลี่ยนไปของเขา ผมร้องไห้ทุกวัน ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ผมไม่เข้าใจว่าทำไม ผมพยายามคิดในแง่ดีว่างานเขายุ่ง วันนี้เขาเลยมาหาผมไม่ได้

วันถัดมาที่มาไม่ได้เพราะงานยุ่งเช่นกัน

และวันถัดถัดไปก็เช่นกัน

เขากำลังทำเพื่อผมอยู่

ผ่านไปหนึ่งเดือนผมพยายามข่มใจเก็บความสงสัยไว้และคิดแบบเดิม ต้องอยู่ถึงวันนั้นให้ได้วันที่เขาจะมาหาผม

ปลายเดือนที่สองผมเริ่มคิดแบบเดิมไม่ไหว

เริ่มคิดแต่เรื่องที่บั่นทอนจิตใจ ร่างกายยิ่งแย่ลงขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นเธอก็ยังมาเยี่ยมผมเป็นครั้งคราว ผมถามเรื่องเขากับเธอ แต่เธอบอกไม่รู้เรื่อง ไม่เห็นพบเขาเลย ผมคงต้องทำใจ แต่อีกใจก็ยังหวังว่าเขาจะมา..

ผมอยู่ไปวัน ๆ นั่งนับวันเวลา นั่งเฝ้ามองที่หน้าต่างตั้งแต่เช้ายันเย็นเผื่อว่าจะเห็นเขามาหาผม

ผ่านไปเกือบจะหมดเดือนที่สาม ผมคงต้องทำใจว่าเขาทิ้งผมไปแล้ว

‘พบกันใหม่งั้นเหรอ....’ ผมนึกทวนคำพูดนี้อีกครั้ง

แล้วเมื่อไหร่กันล่ะ ? ...

หากคิดจะไม่มาหากันอีกจริง ๆ

จะมาพูดให้ความหวังทำไม?

ทำไม ?

ทำไมถึงไม่นึกถึงคนที่ทำได้เพียงเฝ้ารออย่างผมบ้าง ทำได้แค่เฝ้ารอไปวัน ๆ หวังว่าวันนี้คุณจะมาหาผม หวังว่าวันนี้จะได้พบคุณ

แต่สุดท้าย...

ก็ไม่...

วันแล้ว วันเล่า ได้แต่เฝ้ารอ....

รอ

รอ

รอ

และรอ สุดท้ายก็ไม่มา ทำไมถึงไม่มา ? ต้องให้ผมเสียน้ำตาไปเท่าไหร่ถึงจะพอใจคุณ หึ! คุณคงจะสะใจใช่ไหมที่เห็นผมเป็นแบบนี้ สะใจที่เห็นผมร้องไห้ฟูมฟายเพราะคิดถึงมากมายอย่างนี้ คุณคงตั้งใจทรมานผม เพื่อแก้แค้นผมสินะ ใช่สิผมมันชั่ว ผมมันเลวเป็นคนรักที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง เป็นคนรักที่ให้ได้แค่ปัญหาและความลำบากใจ เป็นคนรักที่ไม่ได้เรื่องแถมเอาแต่ใจ เป็นคนรักที่ไม่สามารถทำให้คุณภูมิใจในตัวผมได้เลยสักครั้ง

ถึงกระนั้น...

ผมไม่เคยรักใครนอกจากคุณเลย

ไม่เคยเลยจริง ๆ

อ่า....ก็นั่นน่ะสิ ทำไมผมไม่คิดได้ตั้งแต่แรกว่า...เขาคงจะเหนื่อยที่ต้องมาดูแลผม เขาคงจะเหนื่อยที่ต้องมาดูแลคนป่วยที่แทบจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างผม เขาคงจะเบื่อที่ต้องทิ้งความสุขส่วนตัวเองเพื่อคนอย่างผม แต่ก็ดีแล้ว หากเขาได้ไปมีชีวิตที่ดีกว่า และทำให้เขามีความสุขได้งั้นก็คงจะดีแล้วล่ะ

ผมละสายตาจากหน้าต่างและหันไปมองที่เก้าอี้ข้างเตียงที่เขามักจะนั่งเป็นประจำ เก้าอี้ยังอยู่ที่เดิม ทุกอย่างของเขายังอยู่ที่เดิม หัวใจผมก็เป็นของเขาเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือเขาไม่ได้อยู่ข้างกายผมแล้ว ไม่มีแล้ว

ไม่มี...

ไม่มีกำลังใจเพียงหนึ่งอยู่เคียงข้างผมก็ไม่รู้ว่า...

“ได้เวลาทานอาหารแล้วค่ะ”

เสียงเคาะและเปิดประตูที่ดังขึ้นพร้อมพยาบาลเข็นรถที่มีถาดหลุมอาหารสำหรับผู้ป่วย แก้วน้ำ ยาวางอยู่ข้างกันเดินเข้ามา ผมมองไปทางหล่อนแล้วยิ้มด้วยความขอบคุณสุดซึ้งที่ตลอดมานี้ดูแลผมเป็นอย่างดี หล่อนยิ้มตอบอย่างงุนงง ในระหว่างที่ผมรู้สึกถึงจังหวะของหัวใจซึ่งเริ่มจะเต้นช้าลงเข้าไปทุกที

หายใจเริ่มติดขัด

เปลือกตาค่อย ๆ หย่อย

ภาพตรงหน้าเลือนราง พยาบาลพยายามร้องเรียกชื่อผม

เมื่อไม่มีคนที่รักอยู่เคียงข้างผมก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป...

ลมหายใจแผ่วลง.....

ในที่สุดเปลือกตาผมก็ได้ปิดอย่างสนิทไปพร้อม ๆ กับหัวใจที่นิ่งสนิทเช่นกัน...

.

.



“คุณหมอคะ.....คนไข้ห้อง 444 ชีพจรหยุดเต้นและได้หยุดหายใจไปแล้วค่ะ”

ผมยืนมองพยาบาลซึ่งกำลังทำสีหน้าตื่นตระหนกในระหว่างคุยกับหมอ ที่เพิ่งวิ่งออกไปตามมาเมื่อครู่ ด้วยอาการเหนื่อยหอบของทั้งสอง คงจะรีบวิ่งมาน่าดู หมอตรวจร่างกายผมในทุกส่วนเท่าที่จำเป็น พยายามปั้มหัวใจสี่ห้าครั้ง ก่อนจะส่ายหัวเบา ๆ

เดิมทีผมก็เป็นคนที่หมดหวังว่าจะรอด

อยู่ได้นานขนาดนี้ก็ถือว่าดีเท่าไหร่

หมอกับพยาบาลเรียกคนโน่น คนนี้เข้ามาในห้องจนวุ่นวายยกใหญ่ เพื่อนที่ทำงานเก่า เจ้านายเก่าเอย หญิงร้านกาแฟเธอก็อยู่ด้วยพร้อมกับสามีของเธอ แถมร้องไห้ฟูมฟาย เพราะผมไม่มีญาติที่ไหนคงจะตามคนที่เคยมาเยี่ยมแทนเพื่อเอาศพไปทำตามประเพณี ผมยืนมองเหตุการณ์ต่าง ๆ สลับกับมองร่างอันไร้วิญญาณของตัวเอง ผ้าห่มสีขาวสะอาดตาถูกยกขึ้นคุมจนมิดใบหน้า

ผมหันไปมองยังเก้าอี้ที่เขาเคยนั่งอีกครั้ง....

เพื่ออำลา.. เป็นครั้งสุดท้าย

.

.



“ไง....”

ไม่จริงน่า...

อึก...ฮือ

ไม่อยากจะเชื่อเลย

ผมปล่อยโฮออกมาเมื่อเห็นบุคคลที่ผมรอมาตลอดกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมส่งเสียงทักพลางระบายยิ้มกว้างมาทางผม

“ผมอยู่ข้างคุณเสมอ ยังนั่งอยู่ที่เดิม เพียงแต่คุณมองไม่เห็นผมเท่านั้น.. ผมไม่เคยคิดจะทิ้งคุณเลย ไม่เคยเลย ขอโทษที่ทำให้คุณเสียใจ ผมพยายามจะบอกคุณ แต่คุณไม่ได้ยินเสียงผมสักครั้ง ผมขอโทษจริง ๆ ”

ได้ยินเช่นนั้นทำให้ผมถึงกับทรุดนั่งไปร้องไห้อยู่ที่พื้น...

ก่อนจะได้ยินเสียงหมอกับพยาบาลคุยกันดังขึ้นมาอย่างแวดแว่ว

.

.



“น่าเสียดายจริง ๆ นะคะ คุณหมอ อยู่ได้มานานแบบนี้ทั้งที่เป็นระยะสุดท้าย”

“ใช่ครับ...ส่วนหนึ่งก็คงต้องขอบคุณกำลังใจจากแฟนของเขาที่เสียไปเพราะอาการช็อคจากการโหมงานหนักเมื่อสามเดือนที่แล้วนั่นด้วย”

สามเดือนก่อน...งั้นที่เขาหายไป...ก็คงเป็นเพราะ....และเป็นเพราะผมเขาจึงต้อง...

"ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง ที่ผมทำทั้งหมดผมยินดีที่จะทำ..เพราะงั้นคุณต้องมานึกเสียใจอะไรทั้งนั้น ดีเสียอีก เพราะคราวนี้ไม่ว่าอะไรก็ไม่สามารถพรากเราออกจากกันได้ ไปกันเถอะ ไปอยู่ในที่ที่ทำให้เราได้อยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์"

เขาเอ่ยราวกับกำลังอ่านใจ ผมเงยหน้าขึ้นตามเสียงเห็นรอยยิ้มอันแสนจะอ่อนโยนพร้อมฝ่ามือยื่นเข้ามาใกล้ ผมยิ้มรับ..ก่อนจะจับมือนั้นไว้ ทรงตัวลุกขึ้นยืนพลางหันไปสบตากับเขา ใบหน้าที่คุ้นเคย ร่างกายทุกอย่าง คือเขาคนเดิม ทั้งเขาและผมอยู่ในสภาพที่เหมือนเดิม ดั่งวันแรกที่เราคบกัน มือที่กำลังจับถึงแม้จะไม่รู้สึกถึงความอุ่นของอุณหภูมิร่างกาย แต่ใจของเรารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นในความรักของกันและกันอย่างแน่นอน

"อืม....เราไปกันเถอะไปอยู่ในที่..ซึ่งทำให้เราสามารถอยู่ด้วยกันได้......."

เราจะไม่มีวันแยกออกจากกัน...

... ชั่วนิรันดร์...



-END-


ออฟไลน์ unicorncolour

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 942
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: [[ เรื่องสั้น END ]] พบกันใหม่ 5-3-19
«ตอบ #3 เมื่อ05-03-2019 23:27:53 »

  o22 จบด้วยน้ำตาและความซาบซึ้ง :sad4:

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 578
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
อินโทร ตอนแรกนี่คิดในใจเลย เอาแล้วดราม่าแน่ งานนอกใจงี้ อ่านมาเรื่อยๆเอ้า ก็สวีทน้าาา รักกันดี ท้ายๆเอ้าทั้งเรื่องป่วย ทั้งพระเอกโดนไล่ออก อย่างเศร้าอะ  :hao5: แต่พออ่านจบแล้วดีมากๆเลย สุดท้ายก็ได้อยู่ด้วยกัน ขอบคุณนะคะ เนื้อเรื่อง สำนวนดีมากๆเลย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด