Killer Desire -Chapter 14
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Killer Desire -Chapter 14  (อ่าน 245 ครั้ง)

ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Killer Desire -Chapter 14
« เมื่อ21-05-2020 19:50:32 »

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-05-2020 17:33:40 โดย PattapoLy »

ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Into
«ตอบ #1 เมื่อ21-05-2020 19:53:43 »

Into

ตัณหาและความโลภ

ล้วนเกิดจากความต้องการของมนุษย์

การทรยศ ล้างแค้น ความชิงชัง

เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเองทั้งนั้น

แต่สิ่งเหล่านั้นกลับเต็มไปด้วยแรงโหยหา ความปรารถนา ความต้องการ

เบื้องหน้าดูดีทว่าเต็มไปด้วยความเกลียด

เฉกเช่น แสงสว่างที่ห่อหุ้มด้วยความมืดมน



เทพบุตรในร่างของซาตาน หรือ ปีศาจที่มาจากนรก




แบบไหนที่เราควรหลีกหนีไปให้ไกลที่สุด




Killer Desire


//////////////////////////////////////

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 258
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
Re: Killer Desire -Into
«ตอบ #2 เมื่อ21-05-2020 20:08:01 »

 :3123:

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2066
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1
Re: Killer Desire -Into
«ตอบ #3 เมื่อ21-05-2020 21:01:58 »

น่าสนใจๆ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: Killer Desire -Into
«ตอบ #4 เมื่อ22-05-2020 09:07:45 »

 :pig2:
 o13

ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire - Chapter 1
«ตอบ #5 เมื่อ22-05-2020 17:18:58 »

Chapter 1

อากาศหนาวๆในตอนเช้ามืดนี่โครตดีเลย ว่ามั้ย


ห้าววว.....วว


เหอๆมันจะดีกว่านี้แน่ถ้าไม่ต้องตื่นมาตอนตีสี่เนี่ย!ห้าววว ง่วงชิบหาย

ผมหาวหวอดๆเมาขี้ตา เดินงัวเงียลงมาชั้นล่าง คลำๆหาสวิสไฟเดินเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันก็พลางส่องกระจกเช็คความหล่อตัวเอง คนอะไรหล่อได้หล่อดี ถ้าไม่ติดที่ว่าดวงตากลมๆจมูกรั้นๆกับปากแดงๆนี่   เฮ้อ....ความเข้มกูหายไปไหนหมด  หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูในแบบเด็กผู้ชายไร้ซึ่งความคมคลายในแบบที่ผู้ชายควรจะเป็น

จะโทษพ่อแม่ที่ให้ผมมาแบบนี้ท่านก็ไม่อยู่เสียแล้ว
 
พ่อกับแม่ผมเสียตั้งแต่ผมยังเด็ก ผมเลยกลายเด็กกำพร้าก่อนที่จะมีคนมารับไปเลี้ยง ตอนนี้ผมอยู่กับครอบครัวที่แสนอบอุ่นที่โรงฝึกทันเมฆ เป็นโรงฝึกสอนศิลปะป้องกันตัว นั่นแหละบ้านผมซึ่งคนอุปการะผมคือเจ้าของที่นี่พวกเค้ารับผมเป็นบุตรบุญธรรม

แต่คุณเชื่อไหม..พวกเค้าเสียชีวิตหลังจากรับผมไปเลี้ยงแค่อาทิตย์เดียว

ชีวิตผมนี่ช่างตลกเสียจริงใครอยู่ด้วยเป็นอันต้องจากไปเสียทุกคน ผมเสียใจ แต่มันนานมากแล้วผมมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่7ขวบ จนตอนนี้ผมอายุ18 ก็เหมือนเด็กทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวที่พวกเค้าอุปการะมา ยังมีอีกสองคนที่มาก่อนหน้าผม พวกเขาถือว่าเป็นครอบครัวผมเลยล่ะ ส่วนลูกแท้ๆนั้นเป็นพี่ใหญ่ชื่อพี่ทัน อายุ 29 เป็นทั้งพี่ เป็นทั้งพ่อ เป็นอาจารย์ เป็นทุกอย่างให้พวกเรา พี่ทันเก่งเรื่องการต่อสู้และ ‘แม่นปืน’ ก็พวกซุ่มยิงทำนองนั้นอ่ะ ไม่ต้องตกใจพี่ผมไม่ได้เป็นนักเลงแค่สนองงานที่ทำ มีความสามารถมีปืนไว้ในครอบครองก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ผมเคยเห็นปืนของจริงตอนที่พี่ทันเอามันมาเช็ดๆถูๆก่อนจะเก็บเข้าเซฟ แต่ผมไม่เคยจับปืนหรอกนะ ทำไมรู้ไหม...

“อย่าคิดจะจับมัน ถ้าจับมันแล้ว จะต้องจับมันตลอดไป”

นี่แหละพี่ผม ตัวกันไม่ให้น้องเข้าใกล้สิ่งพวกนี้ยกเว้นกับคนพี่คนรองบุตรอุปการะคนแรก พี่เม่ย อายุ23 มันมีไหวพริบเป็นเลิศและฉลาดหลักแหลมความสามารถของพี่เม่ยทำให้พี่ทันวางใจให้เป็นเสมือนรองหัวหน้ากลุ่มอย่างไงอย่างนั้น ส่วนอีกคนบุตรอุปการะคนที่2ชื่อกาย ไอ้นี่จะเรียกพี่ก็ยังไงอยู่มันแก่กว่าผมแค่ปีเดียวมัน19ผม18 กายนี่สนิทกับผมมากที่สุดเราอายุใกล้กันและเราก็มีฉายาคู่หูนรกฮ่าๆขำจริงเพราะวีระกรรมเรามันเยอะมากแสบสุดๆถึงไหนถึงกันทั้งเรื่องรบและเรื่องรัก รักหรอ...ก็รักๆเลิกๆอ่ะตามประสาวัยรุ่นแต่ที่แน่ๆถ้าใครได้สวยๆนี่แบบอวดกันสุดๆเหมือนผมกับกายจะแรงๆนะ แต่ผมไม่เคยกระทั่งจูบเลยกำลังหัดๆอยู่

อ้อเพิ่งนึกออก..พูดมาซะเยอะผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ผมชื่ออรันเรียกง่ายๆว่ารันไม่ซับซ้อนบ้านผมก็คือโรงฝึกที่แสนจะธรรมดามีแค่หลังคามุงสูงๆกับโครงเหล็กเก่าๆส่วนตัวบ้านอยู่ด้านหลังเป็นบ้านสองชั้นมีสองห้องนอน ห้องน้ำ1ห้องข้างล่างลำบากมากเวลาจะเข้าต้องนัดกันก่อน ดูรันทดล่ะสิแต่พวกเราอยู่ได้เปรมปรีมาก โดยการดูแลของพี่ทันและพี่เม่ย ที่ไม่รู้จะเรียกว่างานมันดีหรือค่าตอบแทนมันสูงเพราะแต่ละงานของเขามันช่างโครตเสี่ยง

‘สไนเปอร์’

นั่นแหละงานพี่เค้า ถ้าผมเดาไม่ผิดเพราะเค้าไม่เคยบอก แรกๆพี่ทันมักจะออกไปทำงานคนเดียวแต่พักหลังมากนี่ก็เหมือนจะหิ้วพี่เม่ยไปด้วยตลอด ทุกครั้งที่ออกไปมันจะบอกว่า ‘ไปทำภารกิจ’ กลับมาพร้อมกับเงินก้อนใหญ่ ผมเคยถามนะว่าใครจ้าง

“ทำงานให้ตำรวจน่ะ เป็นหน่วยที่ไม่เปิดเผยตัว”

อย่างน้อยงานพี่ทันก็ทำให้ผมเข้าใจว่ามันเป็นงานที่ไม่ได้ผิดกฏหมาย และดูจะระวังตัวมากเสียด้วยสั่งให้ผมปิดไฟปิดบ้านให้เหมือนกับว่าไม่มีคนอยู่ที่นี่ แล้วพี่เขาก็จะกลับมาในตอนเช้าแบบนี้ทุกครั้ง  มันเป็นงานที่เงินดีครับบอกเลยแต่ๆ! ค่าตอบแทนมันเอาไปซื้อรถครับ ฮึ่ยย รถสปอตทั้งนั้นทั้งรถสปอตรถเก่ามันซื้อหมดทั้งที่มันไม่ได้ชอบนะแถมไม่ให้ใครเอามาใช้ด้วย คงเป็นพวกของสะสมมันล่ะมั้งผมว่าแต่แหมอย่างน้อยทำห้องน้ำเพิ่มสักห้องขนหน้าแข้งยังไม่ร่วงเล้ย เอาแต่บอกว่าอยู่กันแบบนี้แหละอบอุ่นดีป๊าดโธ่! แต่ก็ช่างเถอะภายนอกจะดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่พวกเราสุขสบายมีเงินใช้ ความสุขเหลือๆ ถึงแม้พี่ทันมันจะฟุ่มเฟือยไปบ้างแต่เงินในบัญชีทุกคนนี่มีเป็น5-6หลักเลยล่ะ แล้วผมจะว่าอะไรได้ พี่ทันเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้วก็ทำหน้าที่ได้ดีมากไม่มีบกพร่อง ที่จะติเรื่องห้องน้ำก็เลยกลายเป็นเรื่องขำไป

“ตื่นแล้วหรอ ล้างหน้าล้างตายังเร็ววันนี้วิ่งทำเวลา”ผมเดินออกมายังไม่พ้นประตูบ้านพี่เม่ยมันก็สั่งทันที ครับมันอยู่หน้าบ้านพูดพร้อมกับผูกเชือกรองเท้าไปด้วย ใช่แล้วหน้าที่ผมผลัดวันกับกาย ตื่นมาตีสี่เพื่อไปวิ่งจับเวลาและให้บริการพี่เม่ย
“ล้างแล้ว ห้าววว...เร่งจังตัวเองยังผูกเชือกรองเท้าอยู่เลยโถ่”
“เสร็จแล้วเหอะไอลูกหมา แล้วไหนล้างหน้าอะไรขี้ตายังติดอยู่เลย มานี่ๆเอาออกก่อน” พี่เม่ยมันคว้าคอผมไปเอานิ้วเขี่ยๆที่ตาผม นี่แหละน้าาไอ้พี่หมาชอบดูแลผมครับแถมขี้หวงน้องสุดๆด้วยนะไอพี่คนนี้อ่ะ ตัวมันสูงครับหล่อด้วย สูงพอๆกับพี่ทันเลย ประมาณ 185 ได้ ผิดกับผม ตัวเล็กสุดในบ้านแค่ประมาณ174มั้ง อย่าล้อครับมันเป็นปมด้อย
จะว่าไปบ้านเราเป็นครอบครัวที่หน้าไปกันคนละทางเลย ก็อย่างว่ามากันคนละที่ พี่ทันนี้ออกจะโฉดๆหน่อยเถื่อนเหลือรับประทาน พี่เม่ยหล่อแบบตี๋ๆ กายนี้หล่อแบบทะเล้นๆ ส่วนผมหล่อแบบวัวตายควายล้มฮ่าๆ เว่อไปงั้นแหละครับ
“วันนี้จะวิ่งถึงแปดโมงเลยป่ะเนี่ย โอ้ยย อย่าล็อคคอดิเจ็บนะ” ร้องสิครับก็มันยังไม่ปล่อยมือจากคอผมเลยอ่ะแถมยังเอามือมาขยี้หัวผมด้วย
“หมั่นเขี้ยว”
“นี่รันต้องเป็นที่รองรับอารมเวลาพี่หมั่นเขี้ยวใช่มั้ย”
“ก็เรามันน่ารักนิน่าหยิกนี่ผมก็ขี้โด่ชี้เด่เห็นแล้วตลกชะมัด”เอ่าไอพี่เม่ยคนเพิ่งตื่นจะให้หล่อลงมาจากเตียงเลยรึไงไม่ใช่ละครนะเว้ย
“เฮ้อออ”
“เฮ้อออะไรไอ้หมาเดี่ยวโดน พี่เอ็นดูเรานะรู้ตัวมั้ย ยิ่งหน้าอย่างนี้แถมนิสัยยังแสบอีก”
“แหมไอกายก็แสบเหมือนกันอ่ะไม่เห็นบ่นเลย”ทีไอกายนะไม่เคยว่าเลยสักทีทั้งที่มันแสบกว่าผมอีก
“อารายน้อยใจหรอ”
“รักน้องไม่เท่ากันจะฟ้องพี่ทัน”
“รักเท่าๆกันนั่นแหละคราบไอ้ลูกหมา เอ้าไปๆเร็วเดี่ยวฟ้าจะสางสะก่อนพูดมาก” อ่าวเห้ย แล้วเมื่อกี้ใครชวนคุยวะ
พี่เม่ยมันวิ่งไปแล้วครับ ผมหันไปเข็นจักยานแล้วปั่นตามออกไปพร้อมกับหยิบขวดน้ำและผ้าขนหนูไปด้วย ชีวิตผมมันก็วนลูปแบบนี้เรื่อยๆทุกวันๆ บางวันมีเรื่องหญิงไปอวดไอกายก็ตื่นเต้นหน่อย บางวันเดือดๆก็มีเรื่องชกต่อยบ้าง บางวันก็ฝึกคาราเต้สอนพวกเด็กๆ 5-6 ขวบที่มาเรียน แล้วรู้มั้ยครับผมป๊อบมากกับนักเรียนของผมจนได้ฉายาเลยล่ะ เค้าเรียกผมว่า

.... เทวดาตัวน้อย



……



“รันมึงแต่งตัวเสร็จยังกูมีเรียนเก้าโมงนะสาดดเร็วๆหน่อย” เสียงไอ้เพื่อนรักตะโกนข้ามชั้นขึ้นมาบนห้อง มันมารอผมหลังจากเพิ่งกลับมาจากวิ่งกับพี่เม่ยสักพัก
“เออเสร็จแล้วๆ”ผมวิ่งลงบันไดเสียงดังตึงๆแบบไม่กลัวว่าพื้นจะพังกันเลย “มึงไม่เข้าใจคนหล่อเลยมันต้องเซ็ตผมก่อน”
“เอาน้ำลูบผมมันเรียกเซ็ตหรอวะ อย่ามาอ้างกูรู้มึงแอบงีบ เร็วๆเลยไม่ต้องส่องกระจกแล้วน่ารักแล้วว”แค่เดินผ่านกระจกหน้าห้องน้ำหน่อยเดียวบ่นเป็นหมีกินผึ้งเลยนะมึง
“อย่าลากคอกูเดี่ยวผมเสียทรง”
“จะหล่อไปไหนมึง ทำยังไงมันก็น่ารัก”
“ไอตั้ง อย่าพุดน่ารักนะเว้ย กูให้ลูกศิษย์กูพูดได้เท่านั้น”แน่ล่ะคำนี้มันดูไม่แมนเอาซะเลย แล้วไอเพื่อนผมมันก็ชอบพูดคำนี้กับผมอยู่เรื่อย ไอ้เพื่อนตัวโตคนนี้คือไอตั้งครับบุรุษที่ขี้หวงผมนัมเบอร์2รองจากพี่เม่ย
“โถ่ แก้มก็แดงตัวก็ขาวหน้าก็หวาน มึงอย่าขัดแย้งกะตัวเองยอมรับความจริงซะ ไปขึ้นรถเร็วๆช้านะมึง”มันว่าผมแล้วสั่งผมในประโยคเดียวเลยสามารถมากนะมึง จะต่อยมันก็เกรงว่าจะตายก่อนเพราะมันกับผมคนละไซด์เลย
“เดี่ยวกูถีบขาคู่”นั่นง่ะปากดีมั้ยผม
“ขาถึงหรอ” อ..เอ่ออ
“ไอ้ไอ้...”
“ไอ้ไรครับน้องรัน ไปเร็วขึ้นรถเสียเวลา” ชิส์ ฝากไว้ก่อนเถอะ
แล้วผมกับมันเดินมาที่มอไซค์คันสีแดงเงาวับเพื่อจะไปมหาลัย ผมน่ะเรียกมอไซค์และมันน่ะเรียกบิ้กไบท์ไอตั้งมันชอบบิ้กไบท์ครับ นี่เป็นอีกคันที่มันสอยมาใหม่ราคาเป็นล้าน ซื้อไม่เสียดายตังเลยบ้านมันรวย ไม่รู้ว่ามันชอบได้ไงขึ้นโครตยากนั่งก็ลำบากตูด แต่เครื่องนี้โครตแรงบิดสองสามทีถึงมหาลัยแล้ว
ตั้งเพื่อนผมมันจะมารับผมเป็นประจำมัน เรียนที่เดียวกับผม ส่วนกายเรียนคนล่ะที่ครับ ผมเลยไม่ได้ไปด้วยกัน อีกอย่างกายมักจะออกไปก่อนเวลาที่ไอตั้งจะมารับผม
“เดี่ยวกูแวะเติมน้ำมันก่อน”ไอตั้งพูดปะทะเสียงลมดังๆเพราะมันซิ่งมาก แต่ผมได้ยินครับในหมวกกันน็อกมันมีไมค์กับหูฟัง
รถเราแล่นเข้ามาที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งไอ้นี่ถอดหมวกมาสาวๆมองกันเกลียวเลย ปั๊มนี้ใกล้มอเราครับก็เลยมีนักศึกษามาจอดรถเติมน้ำมันที่นี่ด้วย สาวๆเดี่ยวนี้ก็ชอบแบบแบดๆนะครับ หล่อแบบเทพบุตรมาจุดติอย่างผมนี่ไม่ค่อยจะมอง ก็มีมองบ้างครับแต่ มันไม่ใช่ผู้หญิงอ่ะ เซ็ง

“พี่ค่ะ พี่เรียนคณะไรอ่าคะพอดีว่าเพื่อนนิ้งอยากรู้จัก”แค่มันถอดหมวกแปปเดียวก็มีสาวมาทักละ ไวไปมั้ยตัวเธอ
ไอเพื่อนผมหันไปมองตามนิ้วขาวๆเห็นสาวน้อยนุ่งสั้นชุดนักศึกษานั่งโบกมือทักทายอยุ่ นั่งดีๆครับพี่ใจไม่ดีเลย แต่ก็ยังไม่น่าตกใจเท่าคำตอบของเพื่อนผมหรอกครับ
“พี่ไม่ชอบผู้หญิงให้ท่า”
“เอ่อ..” เธออ้าปากค้างเลย

ผมให้สามคำเลยครับ หล่อเท่รวย แถมอีกคำ เลว ไม่หล่อไม่รวยพูดแบบนี้ไม่ได้นะครับ

“..........”ผมมองน้องคนนั้นที่ทำหน้าเหวอแบบไปไม่ถูก
“มึงจะยืนนิ่งอีกนานมั้ย” อ่ะ..ห้ะ กูอึ้งที่มึงบอกน้องเค้าอยู่
ได้สติผมก็รีบขึ้นรถมัน ไอเพื่อนผมมันได้สนใจน้องคนนั้นเลย มึงอย่าพาลทิ้งกูตรงนี้นะเว่ย

รถบิ้กไบท์สีแดงเริ่มแล่นเข้ามหาลัย มันก็เป็นซะอย่างนี้ไงครับมันเลยไม่มีแฟนแล้วไอนี้มันเป็นพวกสังคมติดลบ ผมยังจำได้เลยตอนที่มีรุ่นพี่มาดักชวนมันประกวดเดือนมันตอบเค้าไป “ในคณะนี้มันไม่มีคนหน้าตาดีแล้วรึไง” เจอแบบนี้ก็อึ้งสิครับ บอกผมว่า “กูไม่ชอบทำตัวเด่นดัง มันวุ่นวาย” โอมายก้อดไม่มีใครอยากวุ่นวายกะมึงหรอกคราบไอ้มนุษย์สัมพันติดศูนย์

และแล้วก็มาถึงคณะ

“เดี่ยวบ่ายสามมารับ อย่าเถลไถล”ผมลงจากเบาะพร้อมกับยื่นหมวกให้มัน
“กูจะไปไหนเล่า รอม้าหินที่เดิม”ผมพูดติดประชดยื่นปากแบ่ะๆใส่ยังกะสั่งลูกแน่ะ ผมรอมันที่ประจำครับ
“ทำหน้าทำตา เด้ะๆ”มันพูดกวนๆ ชี้นิ้วคาดโทษ
“ชิ้วๆ”ผมสะบัดมือไล่มันเห็นรีบๆก็ไม่ไปซักทีล่ะ มันส่ายหน้าเหมือนระอาเต็มทน นี่ถ้าไม่ติดว่าผมเป็นผู้ชายก็คงจะหลงสเน่มันอยู่หรอก

บรึ้นนน

เสียงมอไซดังก็แล่นออกไป ไอ้นี่เท่ระเบิดซะไม่มี ถึงว่าสาวๆกรี้ดกันเกลียวเชียว

ผมกำลังจะเดินเข้าคณะผ่านซุ้มขายของ อืม...ซื้อนมไปสักกล่องดีกว่า


แป่ะ..


สายตาก้มมองรูปใบหนึ่งที่หล่นมาจากกระเป๋าตังค์
รูปหญิงสาวที่หน้าเหมือนผมยืนคู่กับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา รอยยิ้มบนหน้าแสดงให้เห็นว่าเขามีความสุขแค่ไหน และตรงกลางมีเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังยิ้มผลิบานราวกับว่าชีวิตนี้จะไม่เจอเรื่องร้ายใดๆ
สิ่งเดี่ยวที่ทำให้ทรงจำ7ปีมีค่าคือรูปใบเดียวในมือผม..

ถึงนานมากจากวันนั้นผมก็ยังเก็บความทรงจำดีๆที่แม้จะเป็นเวลาแสนสั้นก็ตาม

รอยยิ้มบางมองที่รูปก่อนจะเก็บลงกระเป๋าแล้วรีบสาวเท้าเดินต่อ


คงเป็นโชคดีของผมในวันนั้นที่มองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของพ่อแม่



.................................


หลังจากกลับมาถึงบ้านได้สักพักผมกับกายก็มาที่โรงฝึกซึ่งก็อยู่หน้าบ้านผมนี่เอง

ผลุก...ผลุก......ผลุก

เสียงกระสอบทรายดังแปลกๆมาจากขาขาวๆของกายที่กำลังจะเรียกว่าอัดก็ไม่ใช่ เรียกว่าแค่สะกิดให้มันแกว่งไปแกว่งมาดีกว่า ผมนั่งดูมันเตะกระสอบทรายไปเรื่อยๆ ขาขาวก็ยืนเต็มความสูงสูดอากาศหายใจเข้า
“เฮ้อออเหนื่อย”
“อะไรแค่นี้เหนื่อยแล้ว”
“รันขอน้ำหน่อย”
“อ่ะ”ผมยื่นขวดน้ำให้มัน มันก็เดินมาหยิบจากมือผม ดื่มๆแล้วก็นั่งข้างผมเพื่อพักเหนื่อย
“เตะแค่นี้เหนื่อย อ่อนว่ะกาย”ได้ทีผมก็ขี่แพะไล่สิ ก็ผมน่ะเป็นครูสอนเทควันโดนะครับ
“แหม ใครจะเก่งเหมือนเทวดาตัวน้อยล่ะคราบบ”
“โถ่ ถึงจะเป็นอาจารย์สอนเด็ก5ขวบแต่ก็เคยสอยนักเลงร่วงมาแล้วนะ”วีรกรรมผมกับกายที่เคยมีเรื่องกับเด็กช่าง
“เออยอมจ้าคนเก่ง แต่เรื่องอื่นน่ะอ่อนด๋อย”
“เรื่องอะไรที่อรันต้องอ่อน”
“ก็เรื่อง จึกจึก”มันท่าทะเล้นแล้วทำมือเป็นตัวโอเอานิ้วชี้ทิ่มเข้าไปอีก รู้เลยเรื่องอะไรไอ้ทะลึ่ง
“ทะลึ่งแระ เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวสักหน่อย”แหมไอ้คุณกายทีเรื่องอย่างนี้ชำนาญนะ ผมหันหน้าหนีเรื่องอายๆแต่ไอกายก็ยังตามมารังควานมองหน้าผมอยุ่นั่น
“โถยังไม่ทะลายกำแพงเมืองจิ้นอีกเหรอ”
“ไอ้กาย”ทำไมก็ผมยังเวอจิ้นอยู่
“เก่งแต่เรื่องอื่น เรื่องอย่างนี้ไม่ประสีประสาเอาซะเล้ย”ชี้มือชี้ไม้อีกแระ มันทำท่ากุ้มใจนัก แหมกวนตีนจริง
“ก็ไม่ได้รีบนิ คุยๆกันไปก่อน”คือผมกำลังคุยกะสาวคนหนึ่ง คุยไปคุยมา นี่ก็ครบ1เดือนละ
“ได้กันยังอ่ะ”แน่แหละครับว่ายังไม่ได้ผมไม่ได้คิดเรื่องนั้นสะด้วยผมสุภาพบุรุษ อีกอย่างก็ไม่ได้จริงจังอะไรขนาดนั้น
“ให้เกียติเค้า”
“ให้เกียรติหรือทำไม่เป็นวะ คุยกันมาตั้งเดือนนึงน่าจะได้ฟันแล้วอ่ะ”มันรู้เรื่องผมทุกเรื่องครับ ตั้งแต่คนที่เข้ามาจีบหรือผมไปจีบใคร หรือผมรู้สึกดีกับใคร บางคนเข้ามาจีบก็เป็นผู้ชายซะนี่โดนมันไล่ตะเพิดกลับบ้านไม่ถูกเลย
คิดไรเรื่อยเปื่อยอยู่ๆมันก็พูดอะไรที่ทำให้ผมหน้าเสียสุดๆ

“สงสัยจะไร้น้ำยา”

“ไอ้กายยยยยยยยยยยยยยย”



/////////////////





ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: Killer Desire -Chapter 1
«ตอบ #6 เมื่อ23-05-2020 06:24:10 »

 :3123:
 :pig4:

ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 2
«ตอบ #7 เมื่อ24-05-2020 00:42:02 »

Chapter 2 

วันหยุดผมมาบ้านไอตั้ง บ้านมันกับบ้านผมใกล้กันนิดเดียวถัดไปสองสามซอย วันนี้ว่าจะขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องจึกจึกตามที่กายมันดูถูกผมไว้ หาว่าผมไร้น้ำยาบ้างล่ะอ่อนหัดบ้างล่ะ โถ่ก็ผมไม่ใช่คนแบบน้านน แต่ก็ไม่อยากเสียฟอร์มครับเกิดเป็นผู้ชายมันต้องพุ่งชน พอเดินเข้ามาบ้านก็เจอพ่อแม่ไอตั้งทันทียกมือสวัสดีก่อนจะรีบบึ่งขึ้นชั้นบนเดินตรงไปห้องมัน ผมกับที่บ้านมันสนิทกันเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่ไอ้ตั้งเอ็นดู๊เอ็นดูผมเสมือนลูกอีกคนเลย

“ตั้งโว้ยยยย จ๊ะเอ๋!”ผมผลักประตูเข้าไปแบบไม่เคาะ มันเห็นผมก็ตกใจแทบตกเก้าอี้ มันนั่งอยู่หน้าคอมครับมีโน๊ตบุคเครื่องเล็กตั้งข้างๆ ห้องมันนี่มีครบทุกอย่างห้องใหญ่กว่าห้องนอนบ้านผมสองเท่า

“ไม่เคาะก่อนวะ”มันรีบพับโน้ตบุคเครื่องเล็กปิดทันทีที่ผมเดินไปหา
“อะไรมึงดูหนังโป๊หรอ”มองกูตาไม่กระพริบเลยนะกลัวกูจับได้อ่ะดิ
“เปล่าเว้ย!...แล้วมึงมาทำอะไร”แล้วมึงจะเสียงดังทำส้นตีนไรวะ
“ไหนกูดูมั่งงง”
“ยังอีก”
“แหะๆล้อเล่นนน”
“จะมาไม่โทรบอกก่อน”
“ก็กูรีบอ่ะ”
“ห้ะ”
“คือกูมีปัญหาว่ะ”
“ปัญหาไร”
“กูเวอร์จิ้น”

พรึ่ดด!

“.............”  เอ่าศอกหลุดจากโต๊ะแล้ว มึงเป็นไรไอตั้ง?
“มึงกูจะทำไงดีวะ”
“นั่นเป็นปัญหาของมึงหรอ”
“อืม”ปัญหาระดับชาติด้วย
“......”
“ตั้งกูถามไรหน่อยดิ”
“...........”
“เขาจูบกันยังไงวะ”

โป๊ก!

“โอ้ยยยย เชี่ยยแขกกระบาลกู”
“กูว่าสติมึงนั่นแหละมีปัญหา คิดอะไรปัญญาอ่อน”
“นี่กรูจริงจังนะเว้ย”

part Tang

ผมมองไอ้หน้าขาวปากแดงที่มันพูดอะไรไม่รู้อยู่บนเตียงผม เมื่อกี้แทบปิดคอมไม่ทันถ้ามันเห็นรูปตัวเองที่ผมเซฟมามันคงจะคิดไม่ตกว่าผมเอามาทำไร ก็...ผมเอามาทำอย่างที่ผู้ชายทั่วไปเค้าทำจิตนาการถึงคนที่ ‘แอบชอบ’
แต่ไอ้ตัวเล็กตรงหน้านี่ไม่ได้รู้เรื่องเลยแถมยังมาพูดอะไรเวอร์จิ้จูบปาก นี่จะทำให้ผมคลั่งใช่มั้ย เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กแต่ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ผมเห็นแววตาใสๆนี้เปลี่ยนเป็นความต้องจนละสายตาหนีไม่ได้ เริ่มหวงเริ่มใส่ใจพยายามกันท่าคนที่เข้ามาจีบมัน จากเพื่อนไถลกลายเป็นชอบ แล้วก็ยิ่งชอบมากขึ้นทุกวัน ผมต้องเก็บความรู้สึกนี้ไว้ให้ลึกที่สุดก่อนที่จะเสียมันไป สักวันถ้าทุกอย่างมันสมเหตุสมผลอะไรๆก็คงจะง่ายขึ้นขอแค่ มันยังคงอยู่ข้างผมแบบนี้

ผมไม่ได้ให้คำตอบจากคำถาม ทำทีหันมาทำงานในคอมเครื่องใหญ่ พยายามสงบสติอารมณ์ หันไปดูไอ้ตัวเล็กบ้าง
ร่างเล็กนอนเล่นกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงเดี่ยวหยิบการ์ตูนเดี่ยวหยิบเกมส์กด นี่คิดจะนอนบนเตียงผมทั้งวันเลยรึไงไอ้ลิงค่าง

“ตกลงที่มานี่ มาแค่นี้?..มานอนเล่นห้องกู?” มันเงยหน้า หน้าใสๆของมันทำให้ใจผมอยู่ไม่สุข
“ก็ไม่อยากกลับตอนนี้นิเด็กๆก็ยังไม่มาด้วยกลับไปกายก็ว่าไอไก่อ่อนอีก”นี่สินะที่มาปรึกษาผมเพราะโดนกายว่านี่เอง

กาย อีกแล้ว

มันไม่ชอบขี้หน้าผม

“ต้องใส่ใจทำไม เป็นตัวเองก็ดีแล้วนี่”
“ไม่ได้ๆ กูเป็นผู้ชายนะ....โดนหาว่าทำเรื่องอย่างนั้นไม่เป็นด้วย”อันแรกนี่เสียงดังฟังชัดแต่ไอ้ประโยคหลังนี่เหมือนกับพูดให้ตัวเองฟัง น่าตลกจริงๆความไร้เดียงสาของมัน นี่แหละสเน่ห์ที่มันไม่รู้ตัว
“เรื่องอย่างนั้น? เรื่องอย่างไหน”ผมก็ยียวนกวนประสาทมัน อยากรู้เหมือนกันมันจะตอบยังไง
“ก็...งื้ออ มึงแกล้งถามกูอ่า” มันจะน่ารักไปไหนวะ
“หึๆ แล้วกูจะช่วยไรมึงได้ไอ้ลิง”
“ก็...”หน้ามันส่อแววตาเป็นประกาย ทำหน้าอย่างนี้ไว้ใจไม่ได้จริงๆ ไม่ใช่ใจมันนะครับ ใจผมนี่แหละ
“....”ผมเงียบนิ่งบนเก้าอี้ แต่ไอ้ลิงค่างนี่เดินย่องมาที่ผม เดี่ยวๆใกล้ไปแล้วมึง

“แหะๆ...สอนกูจูบหน่อยดิ”

โป๊ก!!!

“โอ๊ยย” คิดบ้าอะไรของมันวะ! แล้วผมหวังอะไรอยู่ ผมเขกหัวมันไปทีคนยิ่งห้ามใจอยู่ถึงจะเข้าทางแต่ผมก็กลัวจะห้ามใจไม่ไหว
“ไร้สาระน่า”
“ก็กูเห็นว่ามึงน่าจะเชี่ยวชาญ”ถ้าแต่ก่อนน่ะใช่แต่เดี่ยวนี้ผมเลิกสนใจแล้วเพราะผมสนมันคนเดียว
“มึงใสซื่ออย่างนี้แหละดีแล้ว”พูดไปใจผมก็เต้นไป
“เฮ้อออ แม้แต่เพื่อนยังไม่ช่วยเลย เอ้อออ กูไปหาคนอื่นดีกว่า” อะไรนะ! เดี่ยว
“เดี่ยว!”ปากผมไวเท่าความคิดรีบคว้ามือมันก่อนที่มันจะเดินหนี
“อะไร ตกใจหมด”
“จะไปหาใคร”
“เอ้า ก็มึงไม่ช่วยกูๆก็ต้องไปหาคนอื่นดิ แล้วนี่ปล่อยแขนกูได้แล้วเจ็บนะเว่ย”ผมเผลอกำมือมันแน่นไป ก็ตกใจนี่หว่า
“......”คิดไม่ตกจริงจะเอาไงกะไอเปี้ยกนี่ดี
“เร็วไม่งั้นกูจะไปแล้วนะ”

หรือผมจะทำตามใจตัวเองสักครั้ง


“เดี่ยวกูสอนมึงเอง”


Part ran

ผมกับไอ้ตั้งนั่งหันหน้าเข้าหากันอยู่บนเตียง นี่ถ้าสาวๆในมหาลัยเห็นคงจะกรี๊ดกันสลบเพราะหน้าหล่อๆที่กำลังหน้าแดงจะว่ามันน่ารักมันก็ไม่แต่มันหล่อทำไรก็ไม่น่าเกลียด(อิจฉาความหล่อมันจริ๊งๆ)
 
ร่างสูงหายใจเข้าเอาอากาศเข้าปอดก่อนจะโน้มตัวมา และ   และ     และ...

ริมฝีปากมันประกบลงบนริมฝีปากผม


ปากผม!


เอ๋ออออออออออออออออออ


“เหี้ยยยยย มึงจูบกูทำไม” ร้องลั่นเลยสิครับมันจูบผมอ่ะ! จูบนะ เม้าท์ทูเม้าท์!
“ก็มึงบอกให้สอน” มันทำหน้างงๆแปลกใจ
“แหวะ! กูให้สอนแบบทฤษฎีสาดดด”ผมเอามือเช็ดปากถูๆทำท่าแบบรังเกียจ ไอเชี่ยยหน้ากูมันบอกให้มึงจูบกูหน่อยรึไง
“ก ก็มึงบอกให้สอน ใครๆก็ต้องคิดแบบนี้ดิวะ”
“กูให้มึงสอนมึงใช้ปากพูดก็ได้ไม่ต้องประกบ หมดกันจูบแรกกูด้วย งื้อออ แหวะๆ”จูบแรกผมมายเฟริ์สคิสเสียไปกับไอร่างยักษ์นี้แทนที่จะเป็นสาวๆงื้ออไอ้รันทรุดเข่าร้องให้
“..ใครจะไปรู้”ตอบมาด้ายยย
“ไอเพื่อนเลว ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนนะกูต่อยปากแล้ว ใจมึงคิดไม่ดีกะกูอ่าดิ”
“..............”มันไม่ตอบวุ้ย ทำหน้าสลดเหมือนทำผิดร้ายแรง
“อะไรมึงทำเงียบ ไปซื้อขนมมาง้อกูด้วย”ทำหน้าแบบนี้ผมก็โกรธไม่ลงหรอก นี่ผมว่ามันเกินไปรึเปล่า
“ขอโทษนะ”ไอตั้งมันก้มหน้าตอบเสียงเบา
“มึงอย่าทำหน้าอย่างงั้นดิ....กูไม่ได้เกลียดมึงสักหน่อย แค่โกรธๆเองอ่า....ก็มึงง่ะ กูตกใจนะเว่ย”
“...........”อย่าทำหน้าแบบนั้นได้มั้ยมึง นี่กูรู้สึกผิดไปด้วยเลย
“...........”
“..........”


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


เสียงแห่งความหวังทำลายความอึดอัดไว้ได้ทันเวลา

“น้องรันลูกก น้องกายมาหาน่ะ” แม่ไอ้ตั้งตะโกนข้ามฟากประตูมาบอกว่ากายมารอผมข้างล่าง
“คราบบแม่”ผมตอบผ่านประตูไปเสียมารยาทนิดนึงที่ไม่เดินไปเปิด ก็ผมเริ่มกังวลไอ้ยักษ์ที่เงียบนี่ ยังกะเรื่องนี้มันผิดมากมาย เฮ้ออแล้วตกลงนี่ผมต้องรู้สึกผิดสินะ คนเสียหายน่ะกูนะเผื่อมึงลืม
“ตั้ง มึงอย่าเครียดดิกูเครียดตามเลย”
“กูคิดไม่ด.....”
“กูให้อภัยแล้ว ทำหน้าเหมือนจะตายห่า เดี่ยวกูไปแล้ว กายมาตามแล้วเดี่ยวมันรอนาน”
“........อืม”
“ไปนะ เจอกันที่มอเลย วันจันทร์อ่ะเดี่ยวกูไปเอง พอดีมีเรียนคาบบ่าย”วันจันทร์นี้ผมมีคาบเรียนที่ไม่ตรงกับมันน่ะครับเดี่ยวไปเองดีกว่าเพราะมันมีเรียนเช้า
“..........”

Part Tang

ร่างเล็กเดินหายไปจากห้องผม ผมมองหน้าตัวเองในกระจก ‘โดนเกลียดแน่เลย’
“กูทำไรลงไปวะ” มันไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าให้จูบให้ดูหน่อยแต่ผมดันคิดไปไกล แค่มันบอกว่า สอน ก็คิดว่าให้ทำจริงๆ ใจผมมันคิดไม่ดีอย่างที่รันบอกนั่นแหละ แถมวันจันทร์ยังไม่ไปพร้อมผมอีก
แค่ปากแตะกันผมไม่เรียกมันว่าจูบด้วยซ้ำมันยังโมโหขนาดนี้ และถ้ามันรู้ว่าผมคิดอะไรมากกว่านั้นมันจะรู้สึกยังไง
ผมต้องให้เวลามัน ผมจะไม่รีบร้อน ไม่รีบรุก จะรอมัน ให้มันเริ่มมองผม ให้มันเห็นผมสำคัญ ผมชอบมันจริงๆ


 หวังว่าสิ่งที่ผมทำมันจะไม่สูญเปล่า


/////////////////////////////////



ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 3
«ตอบ #8 เมื่อ24-05-2020 00:43:13 »

Chapter 3


“กลับมาแล้วคราบ”
ผมกับกายเดินกอดคอกันมาเห็นบ้านดูเงียบๆผิดปกติ นี่ก็บ่ายกว่าแล้วน่าจะมีเด็กมาซ้อมคาราเต้สิ
หายไปไหนกันหมด พอผมเดินเข้าบ้านก็เจอพี่เม่ย แต่ดูกำลังเก็บของบางอย่างลงกระเป๋าสี่เหลี่ยมเหมือนกระเป๋าเจมบอน
"พี่เม่ยทำไร" พี่เม่ยเงยหน้ามาเจอผมก็ไม่มีท่าตกใจอะไร สงสัยคงได้ยินเสียงผมตั้งแต่หน้าบ้านแล้วแต่ดูเหมือนจะรีบๆอย่างไงอย่างงั้น
“กายล่ะ”
“อยู่หน้าบ้านอ่ะ”
"เดี่ยวจะออกไปธุระกับพี่ทันสักชั่วโมงสองชั่วโมงนะ"ถึงว่าให้กายไปตามผมนี่เอง
"ไปทำงานหรอ" รับงานอีกเปล่าเนี่ย
"เปล่าไม่ได้ไปทำงาน" อ่างั้นก็ทางสะดวก
"หรอ แล้วรันไปด้วยได้ป่ะ" อยากไปข้างนอกบ้างอ่า
"ไม่ได้เลยไอหมาอยุ่บ้านเฝ้าบ้าน"แหม่เรียกเปนลูกหมาแล้วยังให้ทำหน้าที่หมาด้วยดีจริงๆพี่กู
"อยู่บ้านน่าเบื่อนิ งั้นขอออกไปเที่ยวได้ป่ะ"
"ไปได้แค่หน้าซอย เอากายไปด้วย ห้ามไปคนเดียว" โห ไรวะแค่หน้าซอยไปจนคนแล้วนั้นเค้าจำหน้าได้แล้ว
“ทำไมต้องห้ามไปไหนคนเดียวด้วย”
"หน้างี้เดี่ยวใครฉุดไปทำไง"
"โหยยย ใครจะฉุดรันเป็นผู้ชายนะ"ไอ้หวงน้องเบอร์หนึ่งเอ้ยยย
"เป็นผู้ชายแต่หน้างี้ ไปไหนก็ต้องระวังตัว” ไม่ต้องมองเหมือนผมเป็นเด็กได้มั้ย “ดูแลบ้านด้วยเดี่ยวพี่มา" เอามือมาขยี้หัวผมอีก
และแล้วพี่เม่ยมันก็หิ้วกระเป๋าไปครับ ผมเพิ่งสังเกตว่ามีมอไซค์สี่สูบสีเทาดำจอดอยู่ข้างบ้านคือมันจอดอยู่ในบ้านร้างน่ะหญ้ารกๆก็เลยมองไม่เห็น มอไซค์คันใหญ่ถูกขับออกไปโดยพี่ผม แต่เห็นบอกว่าไปกับพี่ทันสงสัยพี่ทันคงไปก่อนหน้านี้แล้ว






“กาย”
“.........”
“ก้ายยย”
“........”
“ไอ้ก้ายยยยยย”
“อะไร! เรียกอยู่ได้”
“ในบ้านมันร้อนอ่าไปหาหวานเย็นกินกัน”
ผมนอนตีพุงนั่งว่างกับกายสองคนในบ้านทั้งร้อนทั้งน่าเบื่อก็เลยชวนกายไปหาไรเย็นๆกินข้างนอก แต่ไอ้กายนี่สิดูไม่อะไรกับผมเลยอ่ะ อย่าให้ต้องใช้ไม้ตายนะ
“ขี้เกลียดเดิน”โอเคผมตัดสินใจใช้ไม้ตายดีกว่า”
“กายจ๋าาาา”
“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนหมาเลยเห็นแล้วตลกฮ่าๆ”สงสัยใช้ไม่ได้ผลงั้นเปลี่ยนเป็นแบบนี้ดีกว่า
“กาย.......”ผมมองตามันทำหน้าแบบน้ำตาคลอ “นะ...ไปกินหวานเย็นกัน”ไม่ไปกูจะร้องให้จริงๆแล้วนะเว้ย

“เออๆไปก็ได้”

“เย้ กายน่ารักที่สุดในโลกเลยย”
“ฮึๆ อย่าไปทำหน้าอย่างงี้ที่ไหนนะเว่ย เดี่ยวโดนฉุด“มือบางขยี้หัวผม ทำไมใครๆก็กลัวผมโดนฉุดเนี่ย







“ฮ้าาาา  สดชื่นนน อย่างนี้สิถึงเรียกว่าหวานเย็น”
“เออสดชื่นจริงๆอ่ะ ซูดดดด”
“ซูดขนาดนั้นไม่ดูดถ้วยไปด้วยเลยล่ะ”
“กวนตีนเดี่ยวฟ้องพี่เม่ย”
“แหว้ ไม่กลัว”
“เฮ้ยแย่งหนมปัง ขี้โกงง”
“งั่มๆ ฮ่าๆๆ”
“ฮึๆลูกหมาเอ้ยย”
ผมกำลังสนุกสนานกับการแย่งของกินในถ้วยกาย นั่งกินน้ำแข็งใสระบายความร้อน อยู่ๆสายตาผมก็ดันไปสังเกตอะไรบางอย่าง ถัดไปจากที่ผมนั่งประมาณ100เมตร เห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งท่าทางไม่ใช่คนแถวนี้

“กาย เห็นผู้ชายกลุ่มนั้นป่ะ” ผมพยักเพยิดให้กายทำเชิงหันไปดู ตรงนั้นเป็นทางสำหรับรถเล็กผ่านสองข้างทางมีกำแพงกั้น
“ไม่ใช่คนแถวนี้นิ แต่งตัวแปลกๆด้วยว่ะ”พวกนั้นใส่ชุดสีดำยังกับบอดี้การ์ด แล้วก็ยังทำท่าเหมือนนักเลง
“เฮ้ยแต่คนนั้นเค้าไม่เหมือนคนอื่นนิ”ผมเห็นผู้ชายอีกคนที่ใส่ชุดสูทสีขาวขาวทั้งตัวเลยทั้งเสื้อทั้งกางเกงยังกะหลุดมาจากละครเจ้าพ่อ
“เออว่ะยังกะหงส์ในหมู่ควาย”
“ฮ่าๆเข้าใจเปรียบเทียบเนอะ”
ผมเดินจะไปทิ้งขยะแล้วก็กลับบ้าน ไม่ได้อยากสนใจเรื่องชาวบ้านนักกหรอกแต่พอเดินไปจะพ้นหัวมุม ผมก็ได้ยินเสียงนี้


ปัง!


ผมกับกายรีบหาที่หลบ “เฮ้ยนี่มันเสียงปืนนี่” กายมันพูดพร้อมเดินมาหลบมุม
“หรือว่าตรงนั้นเค้ามีเรื่องกัน”เสียงมันดังมาจากตรงนั้นแต่แปลกที่เสียงปืนดังขนาดนี้ไม่ยักกะมีใครออกมาดู
“เขาว่าตรงนี้เป็นถิ่นพวกเงินกู้นอกระบบ”
“โห งั้นเล่นแรงไปมั้ยวะ ใช้ปืนเลยหรอ”
“ไม่รู้ว่ะ แต่อย่าไปยุ่งเลยเดี่ยวจะเดือดร้อน”
“แต่ว่า....ไปแอบดูซักหน่อย”อยู่ๆต่อมอยากรู้ผมก็ทำงาน
“เฮ้ยย ไม่ได้”
“กายอย่าปอดน่าา”
“มันไม่ใช่เรื่องเล่นนะรัน”
“เอาน่ะแปปเดียว แค่อยากเห็น”
ผมไม่รอคำตอบก็ลากมันตามมาด้วยแอบซุ่มอยู่แถวพุ่มไม้

รู้สึกว่าพวกชุดดำจะมีกันอยู่4คนแต่คนชุดขาวมีคนเดียว

เฮ้ยมันยิงพี่เค้าจริงๆนี่หว่า


ผมเห็นพี่ชุดขาวทรุดตัวลงกับข้างกำแพงขาข้างขวาเขาเต็มไปด้วยเลือด พวกนี้เค้ามีปัญหาอะไรกันทำไมต้องถึงกับเลือดตกกันขนาดนี้
ผมไม่รอช้าอยากรู้มากกว่านี้รีบกระเถิบไปให้ใกล้ที่สุดที่พอจะได้ยินว่าพวกมันคุยอะไร


“คุณศิลาพวกเราไม่อยากทำร้ายคุณหรอกถ้าคุณยอมไปกับพวกเราดีๆ”
“นายแค่อยากจะคุยกับคุณ”
“เราได้รับคำสั่งให้พาคุณไปเพื่อขอเจรจาแต่คุณไม่ยอม มันก็ต้องใช้กำลัง”
“................”
“ได้ถ้าคิดจะไม่ตอบโต้อะไร ก็อยู่เป็นผีเฝ้าที่นี่ซะ!”






“หยุดก่อน!!!!”



“..............”
“.............”
“.............”
“.............”
“.............”



นี่ผมทำอะไรเนี่ยฆ่าตัวตายชัด


มายืนจังก้าขวางทางพวกมาเฟีย แถมยังสอยเท้าเดินเข้าไปหาพวกมันอีก


“โอะโอ มีแขกไม่ได้รับเชิญมาด้วย”
หนึ่งในนั้นพูดขึ้นพวกมันเกาะกลุ่มกันหันมาทางผมทันที
“ใครวะ”
“ลูกน้องมันหรือป่าว”
 “ไม่รู้ว่ะ แต่น่าสนใจ”
“หน้าตาน่าเอ็นดูว่ะ เดี่ยวเสร็จงานนี้พี่จะพาไปดูเอ็นนะ”


“หยุดการกระทำของพวกมึงซะ! เพราะตอนนี้ตำรวจกำลังมา”


“โวๆดุสะด้วย เวลาหน้าตาดุๆเนี่ยเซ็กซี่ชิบหาย”ไอถ่อยชุดดำที่จะพาผมไปดูเอ็นพูดขึ้น ไอ้นี้มันคงจะหื่นสุดในกลุ่มล่ะมั้ง
“เฮ้ยคนนอกไม่เกี่ยวไปจับมันไว้”ไอ้หัวหน้ากลุ่มมันพูดพร้อมพยักเพยิดให้ลูกน้องมันมาจับผม
“มามะ น้องน่ารักมาให้พวกพี่จับสะดีๆ”
“ไม่ต้องกลัวพวกพี่ไม่รุนแรงหรอก หึหึ”
“เจอแบบนี้เป็นผู้ชายกูก็เอา”

ไอสามตัวเดินสามขุมเข้ามาคนละทิศ เรื่องสู้ผมไม่เกี่ยงแต่เรื่องที่มันพูดนี่สิ  หนอยยย เป็นคำพูดที่รับไม่ด้ายย!!!


เจอคาราเต้ผสมมวยไทยเป็นไง!!


ขณะที่ร่างสูงหนาจากชายชุดดำล้อมหน้าล้อมหลังผม


พรึ่บ!!


“เฮ้ย ออกมาทำไม!”
“ก็มาช่วยไง จะให้มึงโดนยำคนเดียวได้ไงเล่า”ไอ้กายมันกระโดดออกมาจากพุ่มไม้มายืนเคียงข้างผม ปัดโธ่กะให้มันอยู่เงียบๆแล้วนะ
“งานนี้พี่เม่ยตีตายแน่”ผมส่ายหน้าไว้อาลัยให้อนาคต


เฮ้ยมันมาแล้ว!


ผลั่ว!!
โดนร่วงไปแล้ว 1 หมัด

เหลือสอง


ผมกับกายยืนหันหลังชนกันเรามองหน้ากันอย่างรู้ว่าต้องทำยังไง เราซ้อมกันทุกวันเป็นสูตรไม้ตายในศาสตร์ศิลปะป้องกันตัว เมื่อภัยมาถึงตัวต้องทำให้ศัตรู สยบ


ผมเตรียมตั้งการ์ดเข้าชาร์ตแล้ววิ่งไปหาเป้าหมายกระโดดขึ้นเข่าจับหักคอและ


ปักกก!!!!!


อัดศอกสุดแรงข้างกะโหลกจุดยุทธศาสตร์ที่ใครโดนไปเป็นต้องน็อคแน่นอน

ผมมันพวกผสมผสาน ไม่มีหรอกมวยไทยมวยจีน

แค่ป้องกันตัวได้ก็พอ


“อ๊..อ.....ก.................. / ....ออ้ก...............................”



เหลืออีกคนสินะ ไอ้หัวหน้าแกงค์




“ฝฝากไว้ก่อนเถอะ นายกูเล่นงานมึงแน่”แล้วมันก็วิ่งหางจุกตูดไปเลยฮ่าๆ





“อ่ะโด่ นึกว่าจะแน่ ถุ้ย!”
“แหม่กายยย ไอ้เมื่อกี้ยังขี้หดตดหายอยู่เลย”
“ก็ไม่คิดว่าพวกมันจะอ่อนนี่หว่า”
“ช่ายย ยังไม่ได้ครึ่งของลูกศิษย์กูเล้ยยย”
“จับพวกแม่งไปสู้กับเด็กๆคงกลัวจนฉี่แตก”
“ฮ่าๆๆ/ฮ่าๆๆ”


เอ้ะ ผมลืมใครไปรึเปล่า?


“เฮ้ยพี่เป็นไรเปล่า โทษทีอ่ะลืม แหะๆ”

“.....ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ”เขาพยายามพยุงตัว ผมเหลือบมองนิดนึง


.....เหมือนมีลมพัดอะไรบางอย่างที่ทำให้ไม่อยากละสายตา


ชายชุดขาวค่อยๆเงยหน้า

ใบหน้าที่รับกับสีหน้าสุขุม นัยน์ตาสีน้ำตาล จมูกคมโด่ง ปากหยักสวย

คนอะไรมีใบหน้าที่งดงามขนาดนี้...เหมือนเทพบุตร


“เฮ้ยรันพี่เค้าถูกยิง”เออใช่ ที่ขาเลือดเต็มเลย
“ผมว่าพี่ไปโรงบาลดีกว่า”ผมสลัดภาพในหัวตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องพาคนบาดเจ็บไปรักษา
“ไม่เป็นไร”
“ไม่เป็นไรได้ไงเลือดออกขนาดนี้ ผมว่าพี่อย่าดื้อเลย กายเรียกรถแท็กซี่”
“ไม่...”
“หยุดเลยครับ ไม่ต้องพูดแล้ว”
“........”
ร่างสูงมองหน้าผมนิ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้ผมประคองเขายืนขึ้น พี่เขาตัวค่อนข้างสูงทำให้ผมแบกไม่ไหวกายเลยช่วยพยุงอีกข้าง



วันนี้เป็นอีกวันที่ชีวิตโครตจะตื่นเต้น แต่กลับบ้านไปสงสัยหูชาแน่



/////////////////


ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 4
«ตอบ #9 เมื่อ24-05-2020 00:44:50 »

Chapter 4


“ก่อเรื่องอีกแล้ว มีเรื่องชกต่อยอีกแล้วนะ”
“ไม่ได้ก่อเรื่องสักหน่อย แค่ไปช่วย...เห็นพี่เขากำลังถูกรุมอ่า จะให้อยู่เฉยหรอรันไม่ใช่คนใจดำนะที่จะทำเป็นไม่รู้เห็นอ่ะ”
“เฮ้ออ จะให้พี่กับพี่ทันสบายใจได้บ้างมั้ยเวลาที่ออกไปข้างนอกน่ะ”
“ก็รันไม่ได้เป็นไรสักหน่อย”
ผมโดนพี่เม่ยบ่นจนหูชา หลังจากที่ทุกคนกลับมาถึงบ้านพี่เม่ยโวยวายใหญ่เมื่อกลับมาแล้วไม่เจอผม โทรศัพท์ก็ไม่ได้พกไป ทั้งโทรศัพท์ทั้งกระเป๋าตังค์ แต่โชคดีครับที่พี่สุดหล่อคนนี้เค้ารวย ให้นาฬิกาพี่แท็กซี่เป็นค่าเดินทาง ส่วนค่าพยาบาลเค้ายื่นบัตรสีทองๆให้ จัดการเองหมด
“แล้วคุณน่ะไปมีเรื่องไรกับพวกนั้น รู้จักกัน?”
“พวกนักเลงทั่วไปน่ะ”
“อืม..แล้วนั่นน่ะ ไม่เป็นไรแน่นะ”พี่เม่ยทำท่าจะเข้าใจ ชี้ไปที่ขาข้างหนึ่งของพี่คนนั้น
“แค่ถากๆ”แผลไม่ใหญ่มากสงสัยพวกนั้นคงตั้งใจยิงแค่ขู่



“มีเรื่องกับแกงค์ ‘ลีฮง’ คิดว่ามันจะปล่อยไว้หรอ?” เสียงพี่ทันดังจากที่นั่งตรงโซฟาหัวโต๊ะ มองมาที่บุคคลแปลกหน้า สีหน้าเหมือนรู้ว่าแกงค์ที่พูดถึงกับคนๆนี้รู้จักกัน


Part Tun

แกงค์ ลีฮง ที่ผมพูดถึงคือ หวัง ลี ฮง เป็นมาเฟียหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลในแถบนี้ และถ้าผมเดาไม่ผิดคนตรงหน้าผมก็คือ..

‘ศิลา’ หัวหน้าแกงค์มาเฟียรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะได้ตำแหน่งมาไม่นาน เนื่องจากการถูกสังหารจาก ‘สไนเปอร์’ ทำให้ตำแหน่งหัวหน้าถูกโอนเปลี่ยนสู่รุ่นลูก นี่ก็เป็นอีกกลุ่มที่มีอำนาจทางธุรกิจอย่างเด็ดขาดทั้งธุรกิจมืด และสว่าง

“..........”
“ขัดผลประโยชน์?”วัฏจักรวงจรมาเฟีย ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร

“.........”

ศิลาจงใจทำให้ผมหัวเสียโดยการให้ผมพูดคนเดียว สมกับเป็นหัวหน้า แต่ผมไม่ตามเกมส์มันแน่ ไม่ว่ามันจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้มีเรื่องกับพวกลีฮงมันก็ไม่เกี่ยวกับผม ไม่เกี่ยวกับครอบครัวผม เพราะงั้นมันไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่เกินฟ้ารุ่ง

เพราะมันเป็นคนอันตราย


“คุณพักที่นี่ก่อน จนกว่าจะมีคนมารับ”เสียงเม่ยออกปากเชิญคนแปลกหน้าให้อาศัยชั่วคราว
“..........”แต่คนเสียมารยาทนี่กลับไม่ตอบอะไร เอาแต่นั่งนิ่ง บางครั้งผมก็เห็นมันมอง รัน
“คือสองคนนี้เป็นพี่ชายผมอ่ะ นี่พี่ทัน นี่พี่เม่ย”เจ้ารันมันชี้มาทางผมกับเม่ย ตั้งแต่รันกลับมาเม่ยก็บ่นจนไม่ได้มีโอกาสได้แนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ
“แล้วกูอ่า”กายพูดแล้วชี้นิ้วไปที่ตัวเอง คู่นี้ชอบสร้างวีรกรรมให้ผมตามไปเคลียร์อยู่บ่อยๆ
“เป็นคู่หูไง ฮ่าๆ”
“นี่กูก็เป็นพี่นะเว่ย...ผมกายครับ”ประโยคหลังหันไปพูดกับสมาชิกใหม่
“......”มันแค่พยักหน้ารับรู้ ไม่ได้สนใจอะไร

แต่สายตามันเหมือนจะหยุดที่รันบ่อยครั้ง

ผมรู้สึกเหมือนอันตรายจะใกล้ตัว ทำไมไม่รู้ที่มันมองมาที่น้องผม รู้สึกเหมือนหายใจลำบากมีเรื่องกับใครผมยังไม่ห่วงเท่าครั้งนี้ มันเป็นถึงหัวหน้ามาเฟียจะให้ไม่ห่วงได้ยังไง ผมกลัวว่าจะต้องเดือดร้อนแน่

ผมละความคิดจากเหตการณ์ปัจจุบัน หันมาทางเม่ย เมื่อเห็นทุกอย่างน่าจะปกติ เลยจะขอเช็คงานเสียหน่อย


“เม่ย...จัดการเรียบร้อยนะ” ผมพูดถึงงานที่ผ่านมาเมื่อชั่วโมงที่แล้ว โดนใบสั่งให้กำจัดคู่แข่งทางการเมือง ใกล้เลือกตั้งแล้วพวกเราเลยรับงานกันบ่อย

ธุรกิจมันไม่เข้าใครออกใคร

เรื่องที่ผมทำงานให้ตำรวจเป็นเรื่องเท็จ ผมสร้างเรื่องขึ้นเพื่อไม่ให้น้องรู้ความจริง

ความจริงที่ว่า พี่ชายพวกเขา ไม่ได้สะอาด เราเป็นนักฆ่า นักสังหารในมุมมืด ผมลากเม่ยเข้าสู่วงการเมื่อเห็นว่าเม่ยมีความสามารถที่จะเป็น ผมทำตามประสงค์ของพ่อแม่ พวกเค้ารับบุตรบุญธรรมเพื่อฝึกให้เป็นนักสังหารในอนาคต
แต่บังเอิญที่อุบัติเหตุฆ่าชีวิตพวกเขา อันผมนั้นจะให้น้องๆเข้าฝึกเหมือนอย่างที่ฝึกเม่ย ผมก็ทำไม่ได้เมื่อเห็นสายตาอ่อนไหวของน้องทั้งสองคน รัน กาย สองคนนี้ไม่เหมาะจริงๆที่จะเป็น
ผมหลีกหนีหนทางที่คิดว่าเสี่ยง ยอมอยู่บ้านที่ดูโทรมๆทั้งที่ค่าจ้างผมนั้นบางงานก็ซื้อที่อยู่ดีๆได้สบาย แต่มันจะปลอดภัยกับน้องๆถ้าเราอยู่แบบนี้ ผมไม่ทำให้มันไม่มีพิรุธซื้อรถซื้อที่เพื่อฟอกเงิน
เงินค่าจ้างที่มันสกปรก ทำให้มันขาวสะอาด

“งานรีบ แต่เก็บเรียบร้อยดี”เม่ยตอบผมอย่างกับเป็นประโยคที่เข้าใจกันสองคน
“ดี”วันรุ่งขึ้นคงมีพาดหัวข่าว
“ไม่น่าเชื่อเป็นญาติกันแท้ๆ”
“หึ”อย่างที่ผมบอก ธุรกิจ มันเข้าใครออกใครแม้แต่สายเลือด เราก็ไว้ใจไม่ได้
ผมกับเม่ยจบบทสนทนากันชั่วคราว แยกย้ายกันหันไปสนใจอย่างอื่น
“เอ้อ รันช่วงนี้ใกล้สอบแล้วนิ” แล้วเม่ยมันก็หันไปคุยกับน้อง ถ้าพูดถึงเม่ย มันรักน้องขี้หวงน้องโดยเฉพาะรันแตะไม่ได้
มีคนในซอยมาจีบน้องผม ก็เจ้าเม่ยนี่แหละไปดักขู่เขาหมดจนคนในซอยไม่มีใครกล้าเฉียดเจ้ารันเลย ไอ้อาการหวงน้องผมก็เป็น แต่ไม่มากเท่ามัน
“สอบเดือนxxน่ะ”


ครืดๆ!


เสียงสั่นจากมือถือผมดังขึ้น

งานมาอีกแล้ว


“เม่ย...เดี่ยวตามพี่ออกไปหน่อย”


................

Part ran

“สงสัยวันนี้พี่ชายผมไม่ได้นอนบ้านแล้วมั้ง”ผมมองตามหลังพี่สองคนที่พากันเดินออกไปพลางบอกคนที่นั่งอยู่ในบ้าน
“.......”
“เฮ้ย ลืมกระเป๋าตังไว้บ้านไอ้ตั้ง” เพิ่งนึกได้ถึงว่าหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ สงสัยร่วงบนที่นอนในห้องมัน
“เอ่าก็ไปเอามาดิ”ไอกายเงยหน้าจากมือถือมันชั่วขณะ
“กายยย   ไปเอาให้หน่อยยยย” คือผมเพิ่งมีเรื่องไปตอนกลางวันอ่ะจำได้ป่ะ ไม่อยากไปเจอมันเดี่ยวจะเห็นหน้าหมาทุกข์ของมันอีก
“ทำไมต้องกูด้วย”มันคิ้วขมวดทันที
“นะๆๆ....เดี่ยวเลี้ยงหวานเย็นทั้งอาทิตย์เลยอ่ะ”
“ชิส์...เออก็ได้”เห็นแก่กินจริงๆเล้ย


ร่างเล็กๆของไอกายก็หายพ้นประตูบ้านไป เหลือผมกับพี่แปลกหน้าคนนี้


จะคุยอะไรดี


“ผมยังไม่รูจักชื่อพี่เลย”ผมแนะนำตัวแล้ว แต่พี่เค้าไม่ตอบนิ
“........”อย่าบอกนะว่ามนุษย์สัมพันธ์ติดศูนย์แบบไอ้ตั้ง
“...โอเค ผมไม่รบกวนพี่แล้วกัน”แปลกคนจริงพูดด้วยก็ไม่พูด ผมคงกวนเค้า งั้นผมไปดีกว่า


“...ศิลา”


“หื้ม อะไรนะครับ”ได้ยินไม่ถนัด เค้าพูดเบามาก อะไรลาๆ
“......”
“ศิลา หรอ ชื่อพี่?”
“.....”เค้าแค่พยักหน้า มองผม

สายตาเขาที่ผมเห็น ดวงตาคู่นั้นดูเฉยชาไม่แสดงอารมณ์ใดๆมันทำให้ผมดูไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่

มันดูเศร้า

มันดูวางอำนาจ

ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง หมายถึงอะไรสายตาแบบนั้น ผมเค้นหาคำตอบแต่ก็ว่างเปล่า ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแล้วมีเรื่องอะไรกับคนพวกนั้น ผมไม่สนใจสำหรับผมคนแปลกนี้เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ดูลึกลับและดูเศร้าเท่านั้นเอง

“เอ่อ...หิวมั้ย เดี่ยวผมหาไรให้ดื่มก่อน”อยู่ๆผมก็ทำตัวไม่ถูก

“ไม่ต้อง....เดี่ยวก็มีคนมารับแล้ว”

“งั้นหรอ....”ผมแอบผิดหวังทำไม นึกว่าจะได้คุยกันนานกว่านี้
“......”
“นี่ผมถามได้มั้ย” ผมไม่อยากอยู่แบบนี้บรรยากาศมันเงียบๆ
“...?..”
“พวกนั้นอ่ะ มันเป็นใครอ่ะทำไมต้องมาทำร้ายพี่”
“ไม่มีอะไร...แค่หาเรื่อง”
“หรอ ไม่รู้สิ ผมไม่ชอบให้ใครพูดกับผมแบบลามปามอ่ะ เลยสอยมันร่วงไปเลย ไอ้หัวหน้านี่นึกว่าจะแน่ วิ่งหางจุกตูดไปเลย ฮ่าๆๆ”

“หึๆ...”

“พี่ยิ้มแล้ว”
“.....” ทำหน้างงๆมองผมแล้วก็หุบยิ้มทันที
“เมื่อกี้”
“.....” ทำหน้าเฉยชาอีกแล้ว
“เวลาพี่ยิ้ม....พี่หล่อมากเลย”นี่ผมพูดอะไรออกไป
“.....”
“ยิ้มบ่อยๆสิครับ มันดีกว่าทำหน้าไม่แสดงอารมณ์นะ” ใบหน้าหล่อเหลามองผม ผมยิ้มให้ดูเป็นตัวอย่าง ฉีกยิ้มแป้น

“.....ขอบคุณ”

“อ่อ..เรื่องนั้นน่ะ ช่างมันเถอะ”
“ไม่ใช่”
“หืม?”

“ที่ทำให้ฉันมีความรู้สึก”

“...............อ่า...ฮ่าๆ”ไม่เข้าใจ เป็นคนไม่มีความรู้สึกหรอ
“.......”
“เป็นคนยิ้มยากสินะ ชีวิตพี่ไม่มีเรื่องขำๆบ้างรึไง”
“......”เขาส่ายหน้าปฏิเสธิ
“.....ว้า เสียดายแย่ถ้าชีวิตไม่มีเรื่องให้สนุก”
“......”
“นี่...บ้านผมเป็นโรงฝึกสอนศิลปะป้องกันตัวน่ะ  ว่างๆพี่ก็มาที่นี่สิ มาเจอลูกศิษย์ผม ผมรับรองว่าพี่จะมีความสุขกลับไป”


ร่างสูงมองอย่างไม่ละสายตาจากคำพูดใสซื่อ ไม่เคยเจอคนประเภทนี้ที่คิดว่าโลกนี้ไม่มีอะไรเลวร้าย ดวงตากลมซื่อไม่เคยเกรงกลัวสิ่งที่ผ่านมา แตกต่างตากอีกคนที่เต็มไปด้วยความดำมืด เหมือนขาวกับดำ

เวลาผ่านไปไม่นานนัก Mercedes benz ก็แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพร้อมชายร่างหนาในชุดบอดี้การ์ดกำลังยืนคุมทางรอคนข้างในออกมา


ผมกับพี่ศิลาเดินออกมาหน้าบ้านพร้อมการ์ดสี่ห้าคนรีบเข้ามารับ
“โอ้โห นี่คนมารับทำไม่ต้องอลังการงานสร้างขนาดนี้อ่ะ”
“......”

“นายครับ รถพร้อมแล้ว” การ์ดคนที่เข้ามาถึงบอกคนข้างๆผม สงสัยคงจะเป็นลูกน้องมั้ง
“.....”ร่างสูงหันหน้ามามองผม ก่อนจะหันกลับไปตอบชายชุดดำ “เตรียมรถ”

ใจหาย  คิดว่าจะได้รู้จักกันมากกว่านี้

ใบหน้าเคร่งขรึมหันมองผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับทำสีหน้าอึดอัดใจ

“...ยินดีที่ได้รู้จัก”

“อ.อ่อ..ยินดีที่ได้รู้จักครับ บายบาย”ผมโบกมือป้อยๆทำตัวไม่ถูก แค่ข้อความ ‘ยินดีที่ได้รู้จัก’ ทำไมมันปนไปด้วยความเศร้าความลำบากใจ
ร่างสูงชุดขาวกำลังเดินไปที่รถ ผมเดินตามไปโดยไม่รู้ตัว รู้สึกตัวอีกทีตัวเองก็อยู่ข้างประตูรถเสียแล้ว

กระจกข้างรถถูกเลื่อนลง ผมเห็นใบหน้าหล่อเหลาของพี่ศิลา

ไม่รู้จะพูดอะไร แต่อยากเจออีก อยากรู้จักกันมากกว่านี้อีก



“ถ้าว่างๆ..พี่มาเที่ยวบ้านผมบ้างนะ”





//////////////////////////////////////

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Killer Desire -Chapter 4
« ตอบ #9 เมื่อ: 24-05-2020 00:44:50 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 5
«ตอบ #10 เมื่อ24-05-2020 00:47:38 »

Chapter 5



ผ่านมาสามเดือนที่ผมไม่เห็นแม้แต่เงาของพี่ศิลา ผู้ชายลึกลับที่ผมช่วยไว้ ทุกอย่างกลับเข้าสู่ปกติจากวันนั้น

ที่ไม่ปกติคงเป็นผม

ไม่รู้ว่าช่วงนี้ผมเป็นอะไรเอาแต่เหม่อๆคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ส่วนไอ้ตั้งก็กลับมากวนตีนตามประสามันเหมือนเดิม ดูจะเอาใจใส่ผมมากขึ้นด้วย กายแอบไปอยู่กับเพื่อนที่หอบ้างนานๆทีจะกลับมา พี่ทันกับพี่เม่ยพักนี้ก็ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน งานที่รับบางครั้งทำให้หายไปเป็นอาทิตย์ อาทิตย์นี้ก็เช่นเดียวกัน ทำให้บ้านนั้นเงียบถนัด เด็กๆก็ไม่ค่อยมาซ้อม

ผมต้องอยู่กับตัวเองคนเดียวเกือบทุกวัน

“ไอติมจ้าาาาาา”
“รับซื้อของเก่าจ้าาาาา”

“ไอติมจ้าาาาาา”
“รับซื้อของเก่าจ้าาาาา”

“ไอติมจ้าาาาาา”
“รับซื้อของเก่าจ้าาาาา”

ถ้าจะว่าชีวิตผมมันไม่เงียบก็ตรงที่ มีรถไอติมรถซาเล้งขับวนเวียนอยู่แถวบ้านผมทุกวัน วันละไม่รู้กี่รอบ ไม่รู้ว่าพวกลุงๆเขาจะขยันกันไปไหน ผมเดินออกมาข้างนอกบ้าน โบกมือเรียกรถไอติม
“เอารสไรจ้ะหนู”
“เอากะทิครับ”ผมบอกลุงขายไอติม เค้าปิดหน้าปิดตาใส่หมวกปีกกว้าง
“ร้อนๆอย่างนี้กินอะไรเย็นๆชื่นใจดีนะ”
“ครับ กี่บาทครับ”
“10บาทจ้ะ”
“นี่ครับ” ผมส่งเงินให้คุณลุง แต่ฟังจากเสียงแล้วน่าจะยังหนุ่มๆนะ
“เอ้อหนูอยู่คนเดียวหรอ”
“ครับ”อยู่ๆลุงก็ถามผมกำลังจะหันหลังกลับก็ต้องหันหน้ากลับมา
“เดี่ยวนี้โจรมันเยอะ หนูอยู่คนเดียวระวังตัวนะ”
“ครับ”ลุงพูดกับผมแปลกๆ แต่ผมไม่คิดไรก็ตอบๆลุงไป
ผมเดินเข้าบ้านพร้อมไอติม1ถ้วยในมือ อย่างที่บอกพักนี้มันมีคนมาขายของหน้าบ้านผมเยอะ เดี่ยวไข่ปิ้งบ้าง เดี่ยวรับซื้อของเก่าบ้าง หนักสุดก็ทำทีเข้ามาขายประกันในบ้าน  ผมนี่รีบบอกปัดแทบไม่ทันถ้าพี่ทันรู้คงโดนด่ากระจาย  คนพวกนี้มักจะมาตอนที่พี่ทันกับพี่เม่ยไปข้างนอก ไม่อย่างนั้นถ้าเห็นพี่เม่ยหรือพี่ทัน คงไม่กล้าแม้แต่จะคิดเข้ามาหรอก

“เฮ้อออ” เบื่อกับการต้องอยู่คนเดียว ชีวิตที่แสนว่างเปล่า ทำไมกายมันจะต้องไปอยู่หอเพื่อนด้วยวะ ทิ้งให้ผมอยู่คนเดียว  คนอย่างรันเหงาเป็นนะเว้ย ชีวิตผมไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นเลย ผมวางไอติมนอนคาบช้อนเอามือหนุนหัว

อยากให้ความรู้สึกนี้มันหายไปเร็วๆจัง

..........


หลังบานประตูเหล็กลายมังกรในห้องทำงานใหญ่การตกแต่งสไตล์จีน มีหน้าต่างเป็นกระจกใสแทนกำแพงรับกับสระว่ายน้ำภายในห้อง ทั้งชุดโซฟาที่ทำจากหนังจระเข้ โต๊ะทำงานไม้สัก ด้านหลังเป็นไม้แกะสลักลายมังกรเหนือขึ้นไปเป็นหัวเสือ ที่ทำให้ห้องทำงานดูน่าเกรงขาม ชายร่างสูงผิวสีแทนระคนออกกำลังกาย ใบหน้าหล่อคมเข้มสีหน้าดูแสยะยิ้มกับภาพถ่ายที่วางนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

“มึงไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน?”บุคคลภายในภาพเป็นชายชุดขาว ที่เมื่อสามเดือนก่อนเขาเกือบได้ตัวมันมาแล้ว จากงานประชุมธุรกิจที่ไม่ลงตัว ทำให้มีปากเสียงกันนิดหน่อยพยายามจะให้ลงนามสัญญาการซื้อขายอาวุธแต่ไอ้คนในภาพกลับเมินเฉยก็เลยให้คนติดตามตามไปนำตัวกลับมา แต่มันก็ดันกลับมาคนเดียวเสียนิ แล้วที่กลับมาไม่ใช่คนในภาพกลับเป็นลูกน้องเขาเสียเอง

“คือตอนนี้คิดว่ามันน่าจะอยู่ต่างประเทศครับ  เพราะเราค้นหาทุกจังหวัดแล้วไม่มี คาดว่ามันคงจะไปเจรจากัยนายทุนพรรค”
“กูไม่สนว่ามันจะอยู่ที่ไหนกูต้องได้ตัวมัน!”
“ครับ”
“ลูกน้องอย่างพวกมึงเลี้ยงเสียข้าวสุก แค่ผู้ชายคนเดียวจับตัวมาไม่ได้ ของแค่นี้ทำกูเสียหน้าเสือกยังกลับมาให้กูเห็นอีก กูไม่ยิงทิ้งก็บุญแค่ไหนแล้ว!!”
“แต่นายครับ...ไอ้กรรชัยมันบอกว่าเมื่อสามเดือนที่แล้วมีคนช่วยไอ้ศิลาและจัดการลูกน้องมันนะครับนาย”
“ใคร?”
“เด็กคนนี้ครับนาย”
มือหยาบส่งรูปที่แอบถ่ายไว้ เป็นเด็กชายผิวขาว ตากลมโต อยู่ในชุดสบายๆกำลังนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน

คนเป็นเป็นนายรับมา ใบหน้าคมเข้มจ้องมองรูปอย่างสนใจ

แน่มากที่กล้ามาแหย่กรงเสือ

“เล่นกับลีฮง มันไม่จบง่ายๆ”

รอยยิ้มเหี้ยมกริ่มยกยิ้มน้อย ก่อนจะคิดอะไรที่น่าสนุก


“อีกสองวัน.........จัดงานประมูล”



....................................................................


Part ran



‘ฮัลโหลรัน พี่กับพี่ทันติดงานนะยังไม่กลับบ้านก่อนอาทิตย์นี้’เสียงพี่เม่ยโทรศัพท์เข้ามาในมือถือผม บอกว่าจะขอทำงานต่ออีกอาทิตย์ อะไรผมเหงาจะตายอยู่แล้ว
‘ไม่เป็นไรหรอกครับรันอยู่ได้ กายไม่อยู่ ไปอยู่กับเพื่อน รันอยู่คนเดียวจนชินแล้ว’
‘อย่าประชดสิคนเก่ง เดี่ยวพี่รีบกลับจะซื้อขนมอร่อยๆไปฝาก’
‘...........’
‘พี่รู้ว่าผิดที่ไม่อยู่ดูแลน้อง ขอโทษนะครับ’
‘พี่เม่ย วันหลังรันไปด้วยไม่อยากอยู่คนเดียวอ่ะ’
‘....ได้ไว้พี่จะพาไปด้วยนะ’พี่เม่ยหยุดคิดนิดนึงก่อนจะตอบผม
‘จริงนะ’
‘ครับไอ้ลูกหมา ....ครับพี่ทัน........เออรันแค่นี้ก่อนนะ.....ตู๊ดๆ’

ผมเอาโทรศัพท์ลงจากปลายสายที่รีบวางไปแล้ว บางครั้งพี่เม่ยจะโทรมาเช็คว่าผมอยู่ไหนทำอะไรกินอะไร นอนหรือยัง ยิ่งห่างกันมากๆทำให้ผมยิ่งคิดถึง



ปิ๊งป่องงงงงงง


เอ...ใครมากดอ่อดหน้าบ้าน


ปิ๊งป่องงงงงงงงง


รู้แล้วๆ ผมรีบเดินไปที่หน้าประตู ต้องผ่านโรงฝึกก่อน  ก่อนจะไล่สายตาไปยังที่มา ชายหน้าตาโฉดแต่ใส่เสื้อผ้าดูดีมีชาติตะกูลส่งยิ้มให้ผม
“มีธุระอะไรครับ”
“ผมมาขอพบเจ้าของบ้านน่ะครับ”
“ผมนี่แหละเจ้าของบ้าน”
“........” ชายร่างสูงมองหาคนในบ้านเหมือนไม่เชื่อว่าผมเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้
“ถ้าพี่หมายถึงพี่ทัน ทันเมฆ เขาไม่อยู่ครับ”
“อ่อ...หรอครับถ้างั้น น้องช่วยดูเอกสารแทนได้ไหม”เขาชูเอกสารในแฟ้มสีน้ำตาล
“เอกสารไรครับ”ผมจะยื่นมือจะรับแต่เขาไม่ยอมส่งมาให้
“เอกสารเกี่ยวกับงานเขาน่ะ แต่พอดีที่อยู่ในมือมันยังไม่ครบ.......

.....น้องช่วยไปดูที่รถกับพี่หน่อยสิ”


ผมเปิดประตูบ้านเดินตามช่ายร่างสูงในชุดทำงาน ผมไม่รู้ว่าเอกสารมันสำคัญอะไรที่ต้องให้ผมช่วยดูแทนให้ แต่ผมไม่ได้คิดอะไรสงสัยคงเป็นคนที่พี่ทันรู้จัก

รถ bmw  สุดหรูจอดนิ่งสนิทติดฟิล์มดำมืดจนมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน ผมถอยห่างประมาณสามเมตร รอให้พี่คนนั้นเอาเอกสารมาให้
“หะๆ พี่หาเอกสารไม่เจอน่ะ”เขาหันหน้ามามองผมยิ้มเก้อๆเกาหัว
“ไม่เป็นไรพี่ผมรอได้”
“........”

ผู้ชายคนนั้นทำท่าหาของในรถคันใหญ่ ผมมองทำทีเหมือนจะเสียเวลา

“ให้ผมช่วยมั้ย?”
“ดีเลยครับ  พี่หาไม่เจอสักที”
ผมเดินเข้าไปถึงตัวรถว่าช่วยพี่เค้าหา ยืนอยู่ข้างประตูคนขับพี่เขาถอยออกมา แต่เพราะประตูมันเปิดอยู่เลยทำให้เห็นหางตาว่า...

ผลั่ก!!

เสียงประตูรถเปิดจากห้องโดยสาร เพราะฟิล์มที่ดำมืดสนิททำให้ผมไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน บุคคลที่สามออกมาจากประตูด้านหลัง

“เฮ้ย อะไรวะ!”เสียงผมตกใจสุดขีดรีบถอยห่างออกมา
“ใจเย็นน่าน้องไปกับพี่ดีๆ เดี่ยวพี่มีไรน่าสนุกให้ทำ”
“มึงเป็นเป็นใครวะ!”ผมมองมันทีมองอีกคนที เชื่อใจการแต่งตัวมันไม่ได้จริงๆ
“เป็นใครไม่สำคัญ แต่นายพี่ให้มาตามตัวน้อง”นายมัน? ตามตัวผม? ใครกัน
“กูไม่ไปไหนทั้งนั้น พวกมึงจะทำอะไร” ผมตั้งการ์ดวางมวยถามพลางมองหน้าพวกมัน เมื่อมันเริ่มเข้าหาผมเรื่อยๆ
“จุจุจุ อย่าพูดหยาบสิไม่น่ารักเหมือนหน้าน้องเลย”
เฮ้ย
มือหยาบหนาเข้ามากระชากไหล่ผม ผมสวนหมัดกลับไป อีกคนรีบไล่ผมจับไหล่ผมก่อนที่ผมจะเสยมันกลับ แต่ดันพลาดมันหลบได้
“หนอยย ฤทธิ์เยอะจริงมึง” คนที่ล้มเซจับคางตัวเองก่อนจะพุ่งเข้ามาต่อยท้องผม

อุก!

ผมขดตัวด้วยแรงหมัดทำให้ผมจุกลุกขึ้นไม่ไหว แต่ก็พยายามฝืนตัวเองสวนกลับด้วยเข่าอัดไปที่กลางลำตัว
“โอ้ย!.น้องชายกู..” สูญพันธุ์ไปเลยมึง
“เฮ้ย!!ปล่อยนะเว้ย!!”
อีกคนที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลังล็อกตัวผม ผมดิ้น ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุด เหวี่ยงตัวแต่มือหนายังกะครีบเหล็กยิ่งล็อคตัวผมแน่นขึ้น จนไอ้คนที่จุกลุกขึ้นยืนเดินโซซัดโซเซไปค้นของในรถออกมา

เป็นเข็มฉีดยาปลายแหลม ก่อนที่มันจะ............อึก!!..............ปักเข้าที่แขนผม


ผมดิ้นไม่คิดชีวิตจนหลุดพ้นจากพันธการ

“มึงฉีดอะไรให้กู!”ผมกำที่แขนตัวเอง รู้สึกมึนๆหัวอย่างบอกไม่ถูก


“ยาสลบ”


ผมรู้ชะตาชีวิตว่าผมเสี่ยงขนาดไหน คำพูดที่พี่ๆเคยบอกเข้ามาให้หัวผม พวกเค้าคอยระวังไม่ให้ผมไปไหนมาไหนคนเดียว คอยดูแลระวังคนที่เข้ามาทำไม่ดี

แล้วดูสิผมทำอะไรลงไป

ไว้ใจคนแปลกหน้า เดินไปหา แทนที่จะโทรถามพี่ก่อน

ผมพาตัวเองมาเสี่ยงภัย      แล้วผมจะทำยังไงดี?


พี่เม่ย ช่วยผมด้วย


“หมดสนุกแล้ว ไปจับตัวมันมา”ผู้ชายร่างหนาเดินเข้ามาหมายจะจับผม
ผลั่ว!
ผมต่อยหน้ามันไม่รู้ว่าแรงผมยังพอมีอยู่มั้ย แต่ดูมัยจะไม่ค่อยเจ็บสักเท่าไหร่ ร่างผมโงนเงนเดินเซก่อนที่ตาจะสลืมสลือและ





หลับไปในที่สุด



...................


ในฝันผมกำลังวิ่งสุดชีวิต

ผมวิ่งเข้าหาหมอกดำ

โดยที่ไม่รู้ว่าวิ่งหนีอะไร

ไม่รู้ว่าผมวิ่งไปไกลแค่ไหน

ยิ่งวิ่งยิ่งเหนื่อย

แต่ก็หยุดพักไม่ได้


หลุมอากาศที่ผมมองไม่เห็นทางออก






/////////////////////////

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: Killer Desire -Chapter 1-5
«ตอบ #11 เมื่อ25-05-2020 00:10:43 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 258
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
Re: Killer Desire -Chapter 1-5
«ตอบ #12 เมื่อ25-05-2020 00:18:08 »

 :3123:

ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 6
«ตอบ #13 เมื่อ25-05-2020 17:36:39 »

Chapter 6


ในคฤหาสห์ใหญ่ยักษ์ตระกูลหวัง บุคคลที่เป็นหัวหน้าใหญ่ของที่นี่ เป็นมาเฟียติดอันดับ ไม่มีใครเกินหน้าความโหดเหี้ยมของตระกูลนี้ หวัง ลี ฮง ความโหดร้ายและอำนาจแพร่กระจายทั่วสารทุกข์ ทุกพื้นที่ล้วนมีแต่คนของ ลีฮง หรือ เรียกอีกชื่อ แอนดี้ ลี เป็นหนุ่มลูกครึ่งฮ่องกง มีกิจการพันล้านทั้งธุรกิจมืดและสว่าง ล้วนมากจากน้ำมือของ ลีฮง ทั้งสิ้น

เช่นเดียวกับงานประมูล

มันคือการค้ามนุษย์

เขานั่งจดจ่อกับรูปในหนึ่ง เป็นรูปของเด็กชายวัยรุ่นที่มีรอยยิ้มสดใส แต่มันช่างน่ารังเกียจในสายตาเขา ดวงตาคู่นั้นดูใสซื่อจนอยากจะทำลายมันสะให้สิ้น

“ไร้เดียงสาเสียจริง....ดูซิว่างานนี้จะถูกใจไอ้ศิลาไหม”

เสียงทุ้มเหมาะกับใบหน้าหล่อคมเข้ม พูดยิ้มเย้ย ศัตรูคู่อาฆาตที่แค้นกันม่ตั้งแต่รุ่นพ่อสู่รุ่นลูก มีแค่ตะกูลเดียว
‘จิดาฑิวัฒน์’
ซึ่งตอนนี้คนที่เป็นหัวหน้ามันคือ ฌอร์น หรือ ไอ้ศิลา เป็นมาเฟียที่ติดอันดับเหมือนกันเรื่องความโหดนั้นก็ไม่เป็นรอง แต่ภาพลักษ์ของมันเป็นชายหนุ่มเทพบุตรผู้ซึ่งมีจิตใจที่ขาวสะอาด แต่ความจริงแล้วเบื้องหลังนั้นแสนโสมมไม่ต่างจากเขา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงประตูดังขึ้นจากด้านนอก

“นายครับ ได้ตัวมาแล้วครับ”

“เข้ามา”

ร่างบางที่ถูกมือหนาอุ้ม ถูกวางลงที่โซฟาตัวยาว ใบหน้าหล่อเหลามองพาดผ่านดวงตาที่หลับสนิท ไล่มองอย่างสำรวจ
จมูก
ปาก
ลำตัว


....งดงาม


ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เคยเห็นใครดูดีในท่าหลับแบบนี้มาก่อน


ชักอยากจะเก็บไว้เองสะแล้ว


“ผมว่าถ้าประมูลคงได้เป็นหลักล้านครับนาย”เสียงลูกน้องที่ยังไม่ออกจากห้องทำท่าทีสำรวจคนที่นอนหลับด้วยความกระหาย
“กูรู้........งานดี”
“ครับ น่าจะมีคนให้หลายล้าน   แต่ผมว่าน่าจะลองของก่อนนะครับ”
“ไม่ใช่เรื่องของมึง!.....ไปได้แล้ว”
“เอ่อ..คครับนาย”

สิ้นเสียงลูกน้องหางแถวที่ใช้สายตาโลมเลยอยู่นานสองนานมันเดินออกไป เขาเริ่มสำรวจร่างนี้อีกครั้ง เดินตรงเข้าไปใกล้ก่อนจะนั่งลงข้างๆมองอย่างจริงจัง รู้สึกอยากจะสัมผัส

มือสากหยาบกร้านเพราะทั้งชีวิตจับแต่กระบอกปืน ไล่สัมผัสไปที่ใบหน้า นวลเนียนขาวสะอาด แม้แต่ไรขนหรือไรหนวดยังไม่มี ใบหน้าเกลี้ยงเกลา สีแก้มเลือดฝาด ขนตาเรียงเส้น คิ้วเรียงตรงอย่างคนขี้น้อยใจ ทั้งหมดนี้จะทำให้ไอ้ศิลากลับมา

มันไม่เคยอยู่กับใคร โดยเฉพาะคนที่เพิ่งรู้จัก

เด็กคนนี้จะดึงดูดความสนใจมัน


แต่ตอนนี้กลับดึงดูความสนใจของเขา เมื่อมือหนาไล่ลงจากแก้มจรดไปถึงปาก นิ้วโป้งกดลงที่กึ่งกลางริมฝีปากเบาๆก่อนจะลูบมันอย่างอยากที่จะสัมผัสมากกว่านี้

ยังไม่ถึงเวลา

ตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิตชีวา ไม่ดิ้น ไม่ขัดขืน มันไม่เล้าใจ เขาไม่ใช่พวกแอบกิน ถ้าจะกิน


มันต้องให้อีกฝ่ายรับรู้


ร่างสูงลุกขึ้นยืนมองดูกระต่ายในกำมือ ยาสลบที่ฉีดเข้าไปคงจะตื่นอีกทีก็วันพรุ่งนี้ ส่วนงานประมูลที่จะเริ่มขึ้นเขาคงจะต้องขอมีส่วนร่วมในการประมูลครั้งนี้ด้วย  ได้ทั้งไอ้ศิลา ได้ทั้งความสนุก ยิงปืนนัดเดียวมันคุ้มเสียจริง

อยากจะรู้เสียแล้วว่าเมื่อเจ้ากระต่ายตื่นขึ้นมาจะทำสีหน้ายังไง


คงจะตื่นเต้นจนน้ำตาไหลแน่นอน

.................................




Part Mei


ครืดๆ!

ใครโทรมา..........อ่า กายนี่
‘ไงกาย พี่ยังไม่กลับหรอกนะ’
‘พี่เม่ย รันไม่อยู่บ้าน!’
‘หมายความว่าไงรันไม่อยู่บ้าน ไปหาไอ้ตั้งหรือเปล่า’
‘หาทุกที่แล้ว ไอ้ตั้งบอกรันไม่ได้มา หน้าปากซอยก็ไม่มี มือถือมันก็ไม่เอาไปกระเป๋าตังค์ก็ตั้งไว้นี่ พี่เม่ยไอรันมันหายไป!’
‘ใจเย็นกาย ตอนนี้กายอยู่ที่ไหน’
‘อยู่บ้านครับ ฮือ....พี่เม่ยไอรันไปไหนอ่าาา..ฮือ’เสียงน้องผมร้องสะอื้นเมื่อรู้ว่าหาทางออกไม่เจอ

รันหายไป?

ใคร?

เราไม่มีศัตรูกับใคร เราทำงานในมุมมืด ไม่เปิดเผยตัวตน
‘กายฟังพี่ เดี่ยวพี่จะกลับบ้านในอีก5ชั่วโมง ปิดบ้านให้สนิท ปิดไฟแล้วอย่าร้อง เข้าใจมั้ย’
‘ครับๆ’

ผมวางสายจากกาย หันไปทางพี่ทัน “รันหายไป” พี่ทันทำหน้าเครียดทันที สิ่งที่ผมพูดไม่ใช่เรื่องหยอกเล่นแน่
“ผมไม่รู้ว่าใคร เราไม่มีศัตรู”
“.......”
“เอาไง งานยังไม่เสร็จดี” ผมมาทำงานอยู่ไกลข้ามจังหวัดงานสำคัญเสียด้วย แต่พี่ทันคิดในสิ่งเดียวกับผมโดยไม่ต้องไตร่ตรอง


“กลับ!”


.............



บ้านหลังเก่าๆที่ดูเหมือนไร้คนอยู่อาศัยปรากฏตรงหน้า ผมกับพี่ทันขับสี่สูบข้ามจังหวัดมาถึงที่หมายภายในไม่กี่ชั่วโมง

“เดินดูรอบบ้านก่อน”พี่ทันสั่งผมหลังจากเราเข็นรถไปเก็บที่บ้านร้าง
ผมเดินสำรวจอย่างแวดระวัง หลังบ้าน หน้าบ้าน เคลียร์หมด เดินกลับมาทางประตูบ้านอีกครั้งเพื่อสำรวจรอบๆ ก่อนจะสะดุดกับคราบล้อรถ หน้าบ้านจากที่ๆห่างไปประมาณ 3 เมตร

คราบล้อรถ

“พี่ทัน”ผมเรียกพี่ทันทันที
“มีอะไร”
“ดูนี่สิ”ผมชี้ให้ดูที่พื้นถนน
“แสดงว่ามีคนลักพาตัวไปจริง”สันนิฐานของพี่ทันทำงานหลังจากเจอหลักฐานตรงหน้า
“ใครล่ะพี่....พวกเราทำงานกันลับๆ”
“ยังไม่มีคำตอบ” พี่ทันตอบกลับก่อนจะปรับสีหน้าเครียด “แต่คิดว่าไม่นาน”
“พี่รู้หรอว่าใคร”
“ไม่......แต่มันต้องเคยเห็นรันแน่”





ผม เดินเข้ามาในบ้านเห็นกายกำลังนอนหลับที่โซฟา สงสัยกำลังเครียดไม่แพ้พวกผมถึงไม่ยอมขึ้นไปนอนบนบ้าน
“กาย...ตื่น”
“....พี่เม่ย  หารันเจอรึยัง!”กายสลืมสลือมองตาผมก่อนจะไล่คำถามอย่างคนตกใจ
“ยังน่ะ พี่ทันกำลังหาข้อมูลจากคนวงในอยู่”พี่ทันกำลังไล่ถามกลุ่มคนที่เคยทำงานด้วย พวกเขาอาจมีเบาะแส
“รันไปไหนทำไมไม่บอก...ฮึก..ก”
“เฮ้ อย่าร้อง รันต้องไม่เป็นไรแน่”ผมบอกน้องอย่างนั้นแต่ใจผมมันก็สั่นไม่แพ้กัน ต้องแสดงว่าเข้มแข็งเพื่อปกป้องน้อง
ใจผมร้อนรนกระวนกระวายไม่แพ้กาย
พวกผมเติบโตมาด้วยกันจนคิดว่าเราเหมือนสายเลือดเดียวกันไปแล้ว รักเหมือนน้องแท้ๆ ผมพยายามให้กำลังใจรันเรื่องของพ่อแม่สอนให้เขาเข็มแข็งไม่ต้องเสียใจกับการจากไปเพราะมันไม่มีวันย้อนกลับ สิ่งที่เราทำได้คือ รักษาคนที่อยู่ปัจจุบันให้ดีที่สุด
รันเองก็รักผม รักเหมือนพี่ชายแท้ๆ เวลาที่ผมซื้อขนมกลับไปจากการทำงานเสร็จ รันจะเข้ามากอดผมแน่นถามทุกครั้งว่าซื้ออะไรมาบ้าง มีขนมไหม ทำให้ผมอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ ความเหนื่อยจากงานมันหายเป็นปลิดทิ้ง

แต่ตอนนี้  ใครพาน้องผมไปไหน

ไม่ว่ามันจะเป็นใคร มันพาน้องผมไป ผมสาบานว่าจะล่ามัน

และฆ่ามันให้ตายคาตีนผมเลย



...............................



Part  Si-La


“นายครับ มีคำเชิญเข้าร่วมกลุ่มประมูล”
ผมได้ยินข่าวมาสักพักว่าจะมีงานประมูลเกิดขึ้น การประมูลค้ามนุษย์ ส่วนมากจัดขึ้นโดยสนองตัณหาความต้องการของตัวเองทั้งนั้น พวกมีเงินอยากได้ทาสรับใช้ นางบำเรอ ..สัตว์เลี้ยง
“ไม่ต้องตอบไป” ผมบอกปัดไม่อยากลดตัวลงไปเป็นคนประเภทเดียวกันกับคนพวกนั้น ตอนนี้ผมติดพันธะเจรจาธุรกิจกับนายทุนพรรครายใหม่ที่ธิเบศ ไม่ว่างจะไปเล่นด้วยกับพวกนักธุระกิจเศษขยะ
“นายจะดูรูปสินค้าก่อนไหมครับ”ลูกน้องผมพยายามยื่นซองสีน้ำตาลส่งมาให้ ทุกครั้งมันไม่เคยยัดเยียดให้ขนาดนี้ แต่คงเพราะคราวนี้

มีอะไรน่าสนใจ?


ผมรับซองเปิดออกก่อนจะหยิบรูปภาพใบหนึ่งขึ้นมา เป็นรูปที่ทำให้ดวงตาผมเบิกกว้าง


ใบหน้าขาวสะอาดอย่างที่ผมอยากเห็น

ริมฝีปากเลือดฝาดยังกับมันถูกอากาศกัดจนห้อ

ดวงตากลมนั้นหลับพริ้ม


นี่ผมกำลังตกหลุมพราง  เป็นไปได้ไง  ไม่มีทางที่จะเป็นคนนี้


รัน!

ในรูปปรากฏร่างกายที่เปล่าเปลือยมีแค่ผ้าแพรบางสีเลือดปกปิดส่วนสำคัญ เนื้อตัวขาวนวลเนียน นอนหลับบนเนื้อผ้าลายหนังสัตว์ ภาพนี้มันชวนคิดเตลิดจริงๆ และคิดว่ามันคงเป็นคำเชิญหรือไฮไลท์ของงานเป็นแน่ คงส่งแบบนี้ให้นักธุระกิจทุกคน รวมถึงผมด้วย

“นายครับ งานนี้คงมีคนไปร่วมงานกันมาก”


“ใครเป็นคนจัด”ผมถามถึงที่มาของรูปใบนี้



“หวัง ลี ฮง ครับนาย”







/////////////////////////////

ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 7
«ตอบ #14 เมื่อ25-05-2020 17:39:36 »

Chapter 7

“รัน หลับไปตั้งนานแน่ะ เป็นไงมั่งลูก”
“แม่  ตอนนี้รันอยู่ที่ไหน”
“รัน พ่อนึกว่าลูกจะไม่ตื่นแล้ว”
“พ่อ คือผมตายแล้วหรอครับ”
“รันลูกพูดอะไรน่ะ เรายังไม่ตายสักหน่อย ดูพูดเข้าสิ นิสัยเหมือนคุณเลยแบบนี้”
“คุณลินก็ ว่าผมอยู่เรื่อยเลย ดูสิลูกหน้าเหมือนคุณขนาดนี้จะนิสัยเหมือนผมได้ไงเล่า”
“พ่อ แม่ ผมอยากกลับบ้าน”
“รันก็อยู่ที่บ้านแล้วไม่ใช่หรอลูก นี่ไงบ้านเรา”
“ไม่ ผมเห็นแต่หมอกสีดำ ไม่ใช่ ผมจะหาพี่เม่ย............พี่เม่ย!!!.............พี่ทัน!!!!!................กาย!!!!!!”
“ใคร ไม่ใช่คนในครอบครัวเราสักหน่อย”
“ไม่..........ไม่ใช่........นี่ไม่ใช่พ่อแม่ผม............พี่เม่ย......พี่เม่ยช่วยผมด้วย...พี่เม่ย.................พี่เม่ยย........ย....ฮืก....ช่วย.......ผมด้วย........ช่วยด้วย.......พี่เม่ย.......พี่...เม่ย.....พ”


“พี่...เม่ย..”
“......”
“เม่....ย”

ซ่า!!!

น้ำเย็นๆถูกสาดใส่หน้าผม ความฝันเมื่อกี้.....ผมฝันไปสินะ ในความฝันผมเจอพ่อกับแม่ แต่....นั่นไม่ใช่ครอบครัวผมอีกแล้ว
ผมร้องหาพี่ชายผม

ครอบครัวที่แท้จริงของผม

“แค่กๆ....แค่กๆ....”
“ตื่นแล้วก็ดี ฝันหวานอยู่ล่ะสิ”
เสียงทุ้มต่ำอย่างที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น ผมพยายามไล่เรียงเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไร ค่อยๆลืมตาอย่างเต็มตาบนเตียงคิงไซด์ ห้องที่ผมไม่คุ้นเคย เป็นห้องสีแดงตกแต่งแบบคนจีนมีไฟสลัวเป็นโคมระย้าคริสตัล นี่ผมอยู่ที่ไหน แต่แล้วความคิดก็หยุดชะงักเมื่อ..

ตัวผมไม่ได้ใส่อะไรเลยสักชิ้น!

ผมรีบมองไล่ไปรอบห้องก็เจอบุคคลปริศนา ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมจนเห็นแผงอก กางเกงสเลคเข้ารูป รองเท้าหนังงูที่ดูก็รู้ว่าแพงแน่  กำลังจุดบุหรี่สูบ ใบหน้าเขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนเห็นเงาใครบางคน

พี่ศิลา

เป็นคนละคนที่มีส่วนคล้ายกันมาก เพียงแต่คนๆนี้แสดงออกมาถึงความดำมืดชัดเจน แตกต่างจากพี่ศิลาที่ผมไม่รู้อะไรเลย

“ยินดีต้อนรับสู่ หวัง ลี ฮง” ชายแปลกหน้าพูดพร้อมพ่นควันออกมา เขามองมาทางผมเหยียดยิ้ม

ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด

“หมายความว่าไง”

ร่างสูงเดินเข้ามาก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผมรีบหดตัว มือผมรีบคว้าผ้าผืนบางปิดบังร่างกาย

“นายเป็นสินค้าของฉัน”มือสากยกขึ้นลูบไล้ใบหน้า แต่ผมรีบปัดมันออก

เพี๊ยะ

“อย่ามาจับตัวผม คุณเป็นใคร ต้องการอะไร”สายตาผมจดจ้องไปที่ใบหน้าเขา
“ถามว่าต้องการอะไร?”
“เรียกค่าไถ่หรอ”
“ฮ่าๆ........ดูที่นี่สิ แตกต่างจากที่นายอยู่สิ้นเชิง............คิดว่าจะเอาไรจากนายล่ะ” ใบหน้านั้นโน้มน้าวมาใกล้ ใกล้จนผมต้องเถิบตัวถอย มือมันที่ถือบุหรี่บี้ลงบนที่นอน
“.ผ.ผมไม่มีอะไรให้คุณ! .สารเลว!..จ..จับตัวผมมาทำไม!”ผมถามเสียงดังแต่ก็ตะกุกตะกัก
ไอ้คนๆนี้มันเป็นใครไม่รู้ แต่ที่แน่ๆมันทำให้ผมกลัว

ผมเห็นข้อแตกต่างจากพี่ศิลาแล้ว

ยังกับ ‘นรก กับ สวรรค์’

“ปากดีอย่างนี้ เวลาครางจะเสียงเพราะขนาดไหน” คงไม่ต้องบอกว่าใครนรก   

เดี่ยว  มันบอกว่าคราง นี่มัน..

“พวกวิตถารหรอวะ!!”

เพี้ยะ!!

เสียงตบแก้มผมดังสนั่น ใบหน้าผมเสหลบไปอีกทาง เอามือกุมหน้าตัวเองก่อนจะมองมันด้วยสายตามึนงงปนเกลียดชัง
นั้นยิ่งทำให้ผมรู้สึก คนๆนี้มันโครตเลว!
“อย่าปากดี!”
“ผมเป็นผู้ชายนะ”
“ไม่มีคำว่าผู้ชายหรือผู้หญิงในวงการนี้อยู่แล้ว” หน้ามันใกล้ผมมาก สายตาจ้องตรงมาที่ผม ผมหันหน้าหนีใบหน้าที่เข้ามาใกล้จนแทบชนแก้ม “...มีแต่ พอใจหรือ ไม่พอใจ”เสียงมันกระซิบที่ข้างหูก่อนที่มือมันจะบีบคางผมอย่างแรง!
“..อึก....” มันจับหน้าผมบิด ผมจับมือหนาให้คลายออกพยายามแกะมันยิ่งบีบ ยิ่งบีบก็ยิ่งเจ็บ
“ทำตัวดีๆ....มีแต่คนอยากจะอยู่ที่นี่เป็นเด็กฉันทั้งนั้น”
“อื้อ...”สีหน้าเจ็บปวดของผมคงทำให้มันพอใจเพราะเห็นมุมปากที่ยกยิ้มตอนนี้หน้าผมแทบจะแหลกคามือมัน
“ว่านอนสอนง่าย จะได้ไม่เจ็บตัว” มันสะบัดปล่อย “ไปใส่เสื้อผ้าเตรียมตัวไปงาน” ก่อนจะพยักเพยิดไปทางชุดที่เตรียมไว้ข้างตัว

งาน...งานอะไร



......

Part Tun

ครืดๆ
เสียงโทรศัพท์ผมดังสั่นบนโต๊ะ พวกเรานั่งจับกลุ่มกันหาทางออกเรื่องรัน ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเป็นสายโทรจากต่างประเทศ
‘หวัดดีครับ’
‘จำฉันได้ไหมคนที่น้องนายช่วยไว้ เมื่อสามเดือนก่อน’ ...ศิลา
‘เอาเบอร์กูมาได้ยังไง’ ผมเปลี่ยนเป็นเสียงขรึมทันที เบอร์ผมไม่ใช่ใครจะโทรเข้ามาง่ายๆ
‘ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้’ น้ำเสียงมันดูเรียบนิ่ง
‘มึงพูดเยอะกว่าตอนนั้นเยอะเลยนะ’
‘ฉันรู้ว่ารันอยู่ไหน’
‘.........’
‘ฉันจะส่งข้อมูลที่จำเป็น ทำตามแผนที่วางไว้....
....ฉันจะช่วยรันเอง’
ตู๊ดๆ.....ตู๊ดๆ.................

ผมวางสายจากบทสนทนาสั้นๆด้วยความไม่เข้าใจ เสียงข้อความดังขึ้นพร้อมพิกัดสัญญาณ GPS มันรู้ว่าน้องผมหายตัวไปและอยู่ที่ไหน จะช่วยผมหาโดยให้ทำตามแผนมัน
เวลาแบบนี้ ผมวางทิฐิลงอย่างไม่สนใจ ไม่ว่ามันจะโทรมาด้วยประการใด มีแผนอะไรก็ชั่ง

สิ่งที่ผมต้องเอาคืนมาให้ได้ คือครอบครัวผม

และผมจะทำมันทุกอย่าง
..................

Part ran

เวลาผ่านไปสามชั่วโมง ผมยังนั่งมองชุดนั้นจะให้ใส่ได้ไง ผ้าบางขนาดนี้ เห็นแทบทุกส่วน ผมจับเนื้อผ้าขึ้นมาดูทะลุจนเห็นมือข้างใน นี่ผมต้องใส่มันจริงเหรอ เสื้อที่ดูเหมือนชุดคลุม กางเกงที่สั้นและบางจนเหมือนชั้นในดีๆ

นี่มันชุดบ้าอะไร!

ผมเบ้ปากใครจะใส่มันลง...แต่ก็ต้องหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง เพราะถ้าไม่ใส่ ก็ไม่มีอะไรให้ใส่อีกแล้ว




“จะใส่แบบนี้จริงๆหรอวะ”หลังจากชุดวาบหวิวนี่อยู่บนตัวผม ผมมองตัวเองในกระจกแทบไม่ปกปิดส่วนไหนในร่างกาย ยังดีหน่อยที่ยังเหลือกางเกงในตัวน้อยไว้ให้ จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้าย ผมเดาอนาคตข้างหน้าไม่ได้เลย ผมอยากให้พี่มาช่วยผม

พวกเขาจะทิ้งงานเพื่อมาช่วยผมมั้ย


แกร่ก!
ผมหันไปตามเสียงไขกุญแจ ประตูหนาถูกเปิดออก ชายฉกรรณ์ในชุดบอดี้การ์ดเข้ามาสามสี่คน ก่อนที่หัวหน้ามันจะเข้าตามมา
มันไล่มองผมตั้งแต่หัวไปถึงเท้าแล้วหยุดที่กลางลำตัวผม  ผมรีบปิดส่วนนั้นด้วยสัญชาติญาณ
“หึๆ....เซ็กซี่เหมือนกันนิ”คำพูดไอ้สารเลวมันส่อมากเหยียดยิ้มถูกใจราวกับว่ามันพอใจที่ในสิ่งที่มันเห็น ผมเกลียดมันจริงๆมันต้องการอะไรจากผมกันแน่
“ผมไม่รู้ว่าผมผิดอะไร ทำไมต้องจับตัวผมมา เราไม่เคยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ”
“แต่นายเคยเห็นไอ้ศิลา” ยังไงนะ? มันรู้จักพี่ศิลา “หรือไม่ใช่?”
“พี่ศิลาเกี่ยวอะไรกับคุณ”หรือว่า....ไอ้คนกลุ่มนั้นที่มีเรื่อง  แย่แล้ว
“มันเกี่ยวแน่ เพราะมันจะมางานนี้ด้วยเหมือนกัน”
“งานอะไร ผมไม่รู้เรื่อง”
“งานประมูล...........โดยที่นายเป็นสินค้า”อะไรนะ!
“อะไรนะ!  นี่คุณบ้าไปแล้วหรอ ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับพี่ศิลา ไอ้โรคจิต!”
“หึ..‘พี่’ศิลา? นี่หรือคนที่ไอ้ศิลามันถูกใจ ปากร้ายใช่ย่อย”คืออะไรพี่ศิลาถูกใจผม คุยกันนับครั้งได้ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่
“ผมไม่ได้สำคัญ คุณจับผิดคนแล้ว” ผมยืดตัวตรงปะทะคำพูดมัน บางทีเรื่องนี้อาจมีทางออก
“นายอาจจะไม่สำคัญตอนนี้  แต่อีกเดี่ยวก็สำคัญ”
“หมายความว่าไง”เหมือนจะหมดหนทางเมื่อไอ้คนเลวนี้มันไม่ยอมเข้าใจง่าย แต่ผมดันเข้าใจอะไรมากขึ้นเมื่อคำพูดที่มันพูดต่อมา

“นายจะเป็นตัวล่อ...ชั้นดี”

“ไม่มีทางหรอก พี่ศิลาเค้าเป็นคนดี ผมรู้”มันคิดจะล่อพี่ศิลาออกมางานบ้อบออะไรนั่น
ถึงแม้ผมกับพี่ศิลาจะมีเวลาอยู่ด้วยกันไม่นานแต่ผมรู้ ว่าเขาต้องเป็นคนดี อย่างน้อยก็ดีกว่าไอ้คนที่ยืนอยู่ตรงนี้
“หึ..ศิลาเป็นคนดี?    เดี่ยวก็รู้” มันพูดเย้ยหยัน ก่อนจะหันไปบอกลูกน้องให้เตรียมการอะไรสักอย่าง
ไม่นานมันก็เดินมาหาผม ผมรีบเดินถอยหลัง

มันเดินก้าว

ผมเดินถอย

ถอย

ถอย


จุดสุดทาง


หลังผมติดผนัง ตามันจ้องมองที่ตาผมราวกับว่ามันจะกินเลือดกินเนื้อผมยังงั้น ก่อนที่มันจะยกมุมปากขึ้น

รูปลักษณ์มันสวนทางกับพฤติกรรมมันมาก

โรคจิตชัดๆ!


“ไปได้แล้ว ไม่ต้องห่วง ฉันซื้อนายเอง”
“ทำไมคุณต้องทำแบบนี้”
“ฉันแค่เอานายมาเป็นตัวล่อ..........ไม่ได้กะให้ใคร”สองมือของมันยันกำแพงกักขังผมไว้ จดจ้องมายังผม ก่อนจะเอามือลงข้างนึง ผมพยายามจะหลีกหนีเมื่อเห็นช่องทาง แต่ก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มัน....โอ้ย!...ทิ่มผมอีกครั้ง
หัวไหล่ผมถูกเข็มฉีดยาอันเล็กปักเข้าเนื้อ สายตาผมหวาดกลัวปนๆหวาดระแวงมือกุมหัวไหล่ตัวเอง ตาพล่ามัว


ยาสลบออกฤทธิ์แล้ว



/////////////////////////////////////

ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 8
«ตอบ #15 เมื่อ25-05-2020 17:42:40 »

Chapter 8


ในห้องโถงใหญ่ที่จุนักธุรกิจระดับร้อยล้านรวบรวมตัวกันอยู่ในค่ำคืนนี้ ภายในห้องประกอบด้วยชั้นที่นั่งสามชั้นด้วยกัน ชั้นหนึ่งเป็นโซนของผู้บริหารแถวล่าง ชั้นสองระดับพรีเมี่ยมมีทั้งรัฐมนตรีและนักการเมือง ส่วนชั้นบนสุดเป็นชั้นที่เห็นสินค้าได้อย่างชัดเจนเพราะมีจอLCDที่คมชัดเห็นทุกอิริยาบท ชั้นนี้ถูกติดป้าย ‘Premium VIP ’ พร้อมกับจอคอมที่สามารถพิมจำนวนตัวเลขส่งไปยังผู้ประกาศ มีเพียงสี่ห้องเท่านั้นในชั้นนี้ และหนึ่งในนั้นคือห้องของ ‘หวัง ลี ฮง’
ห้องกระจกใสที่มองทะลุปรุโปร่งเห็นชัดเจนจากจุดการแสดง ทั้งสี่ห้องระดับ VIP ถูกประทับด้วยคนที่มาใหม่
ทั้งเจ้าพ่อมาเฟีย และ นายพลยศสูง ยังคงเหลือเพียงแต่ห้องหนึ่งที่ยังไม่ปรากฏตัวออกมา


....

(((“ยินดีต้อนรับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน”)))
เสียงป่าวประกาศอะไรสักอย่างดังทะลุเข้ามาในฝันผม ผมยังสลืมสลือจากยาสลบ รู้สึกตึงๆที่แขนทั้งสองข้าง บรรยากาศตอนหลับตามืดสนิท
(((“ที่มาร่วมงานประมูลสินค้า โดยมีสินค้าที่ร่วมลงทะเบียนดังนี้ รหัส B012 G024.ฯ.......และ B091”)))
(((“กฎกติกา สินค้าจะประมูลภายใน15นาที......ยกเว้นสินค้ารหัส B091 จะประมูลในเวลาที่กำหนด 10 นาทีเท่านั้น สิ้นเสียงการเสนอคนสุดท้ายจะถือว่าเป็นการจบการประมูล นอกเวลาจากนั้น ถือว่าไม่มีสิทธิ์! ถ้าเข้าใจแล้ว..
ก็ขอให้สนุกกับงานนะครับ”)))
จบเสียงการป่าวประกาศผมเริ่มรู้ชะตาตัวเอง ที่มีคนบอกว่าผมเป็น ‘สินค้า’

ผมเข้าใจแล้ว

ผมหวังว่าจะมีใครสักคนมาช่วยผม ในสมองผมมึนเบลอยาสลบ ทั้งยังสายตาที่ยากจะลืมขึ้นอีก เสียงรหัสสินค้าถูกประกาศหลายต่อหลายครั้งผ่านเข้าหูแต่กลับไม่ทำให้ผมตื่นจากภวังค์ จนผ่านไปสักพักผมเริ่มจะดึงสติกลับมาได้

ข้อมือผมทั้งสองข้างถูกดึงขึงด้วยโซ่มันแขวนอยู่ด้านบน ทำให้แขนผมถูกขึงไว้

(((“รหัส B091”)))


พรึ่บ!!!


ไฟสว่างจ้าลอดสอดส่องเข้ามาในม่านตาเมื่อผ้าคลุมถูกดึงออก ผมหลี่ตากระพริบค่อยๆปรับแสง ผมกำลังอยู่ใน ‘กรง’ มือสองข้างถูกพันธาการ รอบด้านผมเต็มไปด้วยคนจำนวนมาก แสงไฟสปอร์ตไลท์ฉายมายังเรืองร่างผม

“ขาวมาก”
“เนียนมาก ไม่น่าเชื่อ”
“ไม่มีตำหนิเลยสักที่”
“ของระดับนี้คงได้พวกชั้นบนแน่”
“ถึงว่า ให้เวลาประมูลแค่10นาที”

ได้ยินเสียงเซงแซ่โอดควรด้วยความอยากกระหายดังรอบด้าน ผมมองอะไรไม่เห็นเนื่องจากแสงไฟมันแทงตา

(((“รหัส B091 เริ่มการประมูล”)))
เสียงเคาะโหกเหวกดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ผมกลับได้ยินชัดจนเข้ามาในโสดประสาท สายตาผมเริ่มปรับ กระพริบตาถี่ๆดูอีกครั้ง นี่มันอะไรคนพวกนี้มันคืออะไร

พวกขยะสังคม!

พวกมันหน้าตาหื่นกระหายยังกับซอมบี้ ใช้สายตาโลมเลียตัวผมราวกับว่าผมเป็นของหวานของพวกมัน แต่มันไม่ได้มีแค่นี้
ยังมีอีกหลายชั้น ผมไล่มองไปเรื่อยๆก็เจอชั้นที่สอง นั่นผมรู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยเห็นในทีวี สายตาผมยังไม่หยุดสำรวจไล่มองไปอีกชั้นจนสะดุดกับห้องกระจกห้องหนึ่ง

ไอ้สารเลว!

สายตาซาตานนั่น มันคือคนที่จับตัวผมมาทำให้ผมต้องมาอยู่ที่นี่

ผมเกลียดมัน!

(((“สามล้าน จาก PNM”)))
ผมคงจะเป็นสินค้าที่ถูกใจพวกมันนัก มีแค่ชั้นสองและชั้นสามที่กำลังสนุกกับการปั่นตัวเลข แต่ผมไม่สนุกด้วยเลยไม่ว่ามันจะเป็นยังไง ผมก็ยัง ‘ซวย’ อยู่ดี

(((“ห้าล้าน จาก PVIP”)))

“โว้ววว ห้องใครวะ เสี่ยกร?”
น่าจะเป็นหนึ่งในโซนชั้นบน ผมไล่ดูห้องที่ไม่ใช่ห้องไอ้เลว ห้องแรกเป็นคนที่ใส่ชุดนายทหารยศใหญ่ติดเครื่องราชทั้งตัว ห้องถัดมาเป็นผู้ชายรูปร่างสูงหนาที่เหมือนจะดูดีในชุดนักธุระกิจ เขาส่งยิ้มให้ผม

ผมแทบอาเจียน

อีกห้องไม่มีใครก่อนจะมาห้องริมสุด
ผมแสยะยิ้มสมเพชตัวเอง ทำไมชีวิตต้องมาเจอคนอย่างแม่ง ทั้งโรคจิตทั้งวิปริต อุบาทชาติชั่ว หมดคำจะสรรหามาด่า จะเอาความเลวมาเทียบยังสงสารความเลวเลย มันมองผมไม่แสดงสีหน้าใดๆ ทั้งห้องถูกจัดวางเป็นครึ่งวงกลมเหมือนห้องโถงการแสดงสด
โดยมีผมเป็นนักร้องโอเปร่าอยู่ตรงนี้สินะ
อย่าให้ผมหลุดไปได้ ผมจะแจ้งตำรวจให้มาถล่มพวกมันให้ราบคราบ

(((“10 ล้านจาก PVIP”)))

ตัวเลขพุ่งสูงจนผมตกใจ นี่ค่าตัวผมมันแพงขนาดนั้นหรือว่าพวกเขากำลังเมามันอย่างไม่ยอมแพ้กันแน่


(((“15ล้าน 3นาที จากPVIP”)))


“เฮ้ยๆ...ทำไมแอนดี้มันไม่กดเลยว่ะ”
“โถ่ เด็กมันมีเป็นโกดัง แบบนี้มันคงมีแล้ว”
“มีแต่พวกชั้นบนที่สนุก”
“เฮ้ย มึงดูห้องนั้นก่อน ..........

........ฌอร์น นี่หว่า”

ผมไล่มองตามเสียงวิพากวิจารย์ ไปยังชั้นห้องที่มาใหม่



แล้วผมก็ได้เห็น



!!!!!!



คนที่ผมไม่คิดว่าผมจะได้เจอเค้า.......................................ที่นี่!



พี่ศิลา


(((“20ล้าน 2นาทีจากPVIP”)))

ใจผมกระตุกวูบ เขามองผมด้วยสีหน้าที่ผมเดาไม่ออก




ไม่จริง นี่ไม่ใช่เรื่องจริง ผมไม่เชื่อว่าพี่ศิลาเป็นเหมือน..............พวกนั้น


แต่ผมคิดผิด เมื่อเขาให้คนไปกดตัวเลขในจอคอม

ไม่ต่างกันเลย

เขาไม่ต่างกันเลย


ทำไมใจผมถึงกระตุก


ทำไมร่ำร้องเพราะอะไร ผมคิด คิดว่าเขาดี



คิดว่าเขาคงเป็นคนช่วยผม


(((“24ล้าน 1นาทีจากPVIP”)))

“ฮ่าๆ มึงดูสิไอ้คนมือหนักมันกดจนได้”
“กูว่าแล้วอย่างนี้หรอจะรอดมือแอนดี้”

(((“25ล้าน50วินาทีจากPVIP”)))

“ยังไงก็สู้เฮียฌอร์นไม่ได้หรอก รายนั้นเงินหนา”
“น้อยๆหน่อยยังไงแอนดี้มันก็คนจัด กูว่าไม่พ้นมือ”
“ถึงจัดเองแต่งานนี้เข้าเนื้อเป็นสิบล้าน”
“เออก็จริง แต่ยังไงคนมันจะเอาแค่นี้มันไม่ระคายหรอก”

(((“28ล้าน10วินาที จากPVIP”)))

“ดุเดือดจริงว่ะคู่นี้”
“สงสัยกะเล่นกันแค่สองคน”



(((“30ล้าน!   5  4  3  2  1 !  30ล้านจากPVIP”)))

“สำหรับตัวเลขที่ขึ้นทีหลัง........ไม่มีสิทธิ์”

“ฮ่าๆ เกมส์จบแต่คนไม่จบว่ะ”
“ขอต่อเวลาได้ไหมเฮียฌอร์น”
“เสียดายร่างขาวๆได้แอนดี้ไปคงช้ำแน่”
“รอมันทิ้งของก่อนสิวะ ยังมีโอกาส ฮ่าๆ”





มันคงจบแล้วสินะ   


ไม่ว่าใครจะได้ตัวผมไป




ผมสัญญาว่า



มันจะไม่มีวันมีความสุข!



////////////////////










ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 9
«ตอบ #16 เมื่อ25-05-2020 17:50:02 »

Chapter 9


Part Mei


‘หมายความว่าไงช่วยไม่ทัน!!’ .............. ‘ไอ้สัด!!กูไว้ใจมึงกูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้องกูอยู่ไหน!!!’....................... ‘ถ้ามึงไม่มีปัญญา มึงก็บอกที่อยู่มันมากูจะไปช่วยน้องกูเองโถ่โว้ย!!!!!’

เฟี้ยงงงงงงง!!!!................ แก่กกก!!!!

เสียงโทรศัพท์ลอยกระทบพื้นจนแตกกระจาย ผมดูการกระทำทุกอย่างของพี่ทัน เขาโมโหปลายสายจนหัวเสีย ซึ่งผมพอจะเดาเหตการณ์ออก

‘ช่วยไม่ทัน!’

ผมโมโหไม่ต่างอะไรจากพี่ทัน แต่ก็ต้องเป็นน้ำเพื่อให้เรื่องมันไม่บานปลายขืนตัวเองเป็นไฟ พี่ทันก็ไฟ พอดีทีนี่ รันคงเป็นอันตรายกว่าเดิม
“มันว่าไงพี่” ผมเริ่มถามเมื่อเห็นว่าพี่ทันเริ่มตั้งสติ เขากุมหัวสะบัดหน้าไปมาเบาๆ ราวกับเหนื่อย
“มีคนเอาตัวรันตัดหน้าไป”ตาพี่ทันเริ่มแดงกร่ำ ผมรู้ว่าพี่ทันพยายามอัดอั้น ใจผมเองก็อยากร้องให้เหมือนกัน
ผมกับพี่ทันเรายืนข้างรถสี่สูบหน้าบ้านศิลาเพื่อรอรับน้องของเรากลับบ้าน แต่สิ่งที่ได้รับจากวันนี้คืออากาศ มีไม่รัน ไม่มีแม้แต่ความเป็นไปได้
“ใครเป็นคนพาตัวไป”ผมถามสิ่งที่คาใจผมมากที่สุด ถ้าผมรู้ผมพร้อมจะฆ่ามัน
“มันไม่ได้บอก แต่ไม่ใช่คนดีแน่”
“แล้วพี่จะเอาไงต่อ”
“รอไอ้ศิลากลับมา!”


.........................................



ผลั่วววว!!!!!!


แกร่ก!! / แกร่ก!! / แกร่ก!!

“เฮ้ยพี่ทันใจเย็นก่อน”ผมห้ามพี่ทันทันทีที่ปลายกระบอกปืนนับสิบจดจ่อมาที่เรา
ทันทีที่ศิลาลงจากรถ พี่ทันเข้าไปสวนหมัดเข้าใส่ถึงผมจะแบบเห็นด้วยอย่างยิ่งแต่ก็ต้องเกรงไว้เพราะนี้ไม่ใช่ถิ่นเรา ขืนทำอะไรที่เสี่ยงมีหวังเราอาจไม่รอดชีวิต
“มันเอาน้องกูไปไหน!!!  ตอบกูมาดิสัด!!!”เป็นอีกครั้งที่พี่ทันโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่ด้วยอีกคนมันไม่ตอบโต้อะไรซ้ำยังทำหน้านิ่งเฉย นั่นผมเสียเองที่กำลังจะฟิวขาด
“ศิลา มันเอาตัวรันไปไหน ผมกับพี่จะไปตามกันเอง!”


“นายครับให้ผมจัดการเลยไหมครับ!”เสียงบอดี้การ์ดเข้ามาถึงตัว
มันปัดมือทิ้งแสดงเห็นว่าไม่ต้องทำอะไร

“ความผิดฉันเอง...
....คนที่เอาตัวไป มันรู้จักฉัน”
“รู้จักมึง แต่น้องกูไม่เกี่ยว!”
“มันเองก็อยากได้รัน.....แล้วก็แก้แค้นฉันด้วย”
“หึ....น้องกูต้องเป็นแพะรับบาปเรื่องของมึงสิ”
“.......” มันนิ่งจนพี่ผมต้องพูดต่อ
“กูอยากจะฆ่ามึงจริงๆเลย”


“ถ้าช่วยรันไม่ได้....ฉันยอม”


“หึ คนอย่างมึงเนี่ยนะ ยอม มึงฝันไปเหอะแค่ตายมันยังน้อยไป........อย่างมึง.......กูให้ตกนรกทั้งเป็น!”
“พี่ทันใจเย็นพี่”
“กูเย็นไม่ลงแล้วเม่ย ป่านนี้รันจะเป็นยังไง”
“เราจะไปตามหากัน ผมเองก็ห่วงน้อง ไม่ยอมให้หายไปแบบนี้แน่”
“แล้วจะไปตามที่ไหน”
“ผมจะลองถามวงในอีกที”

ผมสาละวนพูดวนไปมากับพี่ทัน จะหาทางออกก็จนปัญญา เราถามคนวงในไม่รู้กี่ครั้งคำตอบคือไม่รู้ไม่เห็นไม่เคยเจอ
ผมกับพี่ทันเริ่มท้อ เราเริ่มหมดหนทาง แต่แล้วแสงสว่างก็กลับมาอีกครั้งแม้จะลิบหลี่

“มันขึ้นฮอล์ไปหลังจากงานจบ........น่าจะไปไม่ไกล

...........และคิดว่าน่าจะมีที่เดียว”


.................................


Part ran

ผมถูก ‘จับ’ ตัวมาอีกครั้ง ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว  ถูกจับตัวก็ไม่เชิง ถูกกระชากลากถูออกมามากกว่าเพราะผมไม่ยอมไปไหนกับใครง่ายๆแน่ ทั้งกระชากทั้งต่อยท้องจุกจนต้องเดินตามพวกมันมาขึ้นฮอล์และยังไม่สุดเมื่อเท้าผมลงถึงพื้นมันก็ให้คนสวะตัวยักษ์ๆของมันลากกระชากผมไปอีกจนขึ้นรถคันหนึ่งซึ่งก็รู้ว่ามันเป็นรถใครเพราะมันนั่งมาด้วย ผมกับมันนั่งอยู่ที่โซนด้านหลัง ตัวรถดีไซน์ให้ห้องผู้โดยสารนั่งหันหน้าเข้าหากัน ทรงยาวห่างจากคนขับ1ช่วงเบาะ ผมนั่งฝั่งเดียวกับมันแต่นั่งคนละด้านไม่อยากจะมองหน้า ผมไม่พูดมันไม่พูด รถแล่นขับมาจอดที่ไหนผมไม่รู้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ผมอยู่จังหวัดอะไร กำลังจะไปไหน สิ่งที่ผมคิดอย่างเดียวในตอนนี้

มีโอกาสผมจะหนี!

“เงียบไม่พอใจที่มากับฉันหรือไง”
“...............”
“หรืออยากไปกับไอ้ศิลา?”
“..............”ทำไมต้องพูดชื่อนี้ ผมเอียงหน้าหนีไปทางหน้าต่างกอดอกแน่นผมยังอยู่ในชุดทุเรศนี้ ยังไม่มีใครเอาอะไรมาให้เปลี่ยนยิ่งเห็นยิ่งทุเรศตัวเอง
“หึ...มันสู้ยิบตา จนนาทีสุดท้าย คงอยากได้มาก”
“.............”
“แต่ไม่ต้องห่วง ยังไงมันก็ตามมาที่นี่อยู่แล้ว”
“............”ผมไม่ตอบแต่หันไปมองมันเป็นเชิงสงสัยเขาจะตามมาทำไม  ทำไมต้องตามมาในเมื่อทุกอย่างมันจบ จบที่ผมต้องไปกับไอ้สารเลวข้างๆผมนี่ไง
“มองแบบนั้น.....มันทำให้ฉัน ......อยากจะทำนายในรถ”
“นี่......ไอ้วิปริต”คำหลังผมด่ามันอย่างพึมพำ หน้าตามันก็ไม่ได้เลวร้ายซ้ำยังดูดีมากเสียด้วยผิดกับพฤติกรรมมันสุดๆ ทั้งเลว ทั้งชั่ว ทั้งสกปรก!
“หึ จะพึมพำอะไรก็ระวังปากไว้บ้าง ลงจากรถนี้ฉันไม่รับประกันนะว่า........”อยู่ๆมันก็หยุดพูด พร้อมขยับตัวมาใกล้ผม
ปึก!
มือมันยันกระจกรถ ผมไม่กล้ามองหน้า แต่เสียงกระซิบมันทำให้ผมรู้ว่า “นายจะอยู่ครบ32” ผมควรอยู่เงียบๆ

เส้นทางการมามีแต่ป่าด้านทิศตะวันตกมีธารน้ำไหล รถคันใหญ่ขับเคลื่อนขึ้นบนยอดเขา เริ่มแล่นเข้ามาจอดที่คฤหาสน์หลังหนึ่ง รอบด้านเหมือนจัดเป็นสวนมันดูอุดมสมบูรณ์ยังกับว่าที่นี่มีคนดูแลตลอดไม่ขาดสาย ผมเห็นรถหลายคันจอดบริเวณเดียวกัน เมื่อรถนิ่งสนิทประตูรถถูกเปิดออกโดยทันที คนข้างๆผมลุกกขึ้นไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ถูกมันกระชากให้ออกมา
“เจ็บนะเว่ย” ผมสบถอย่างเจ็บข้อมือ ผมเพิ่งถูกมันล่ามโซ่ยังรู้สึกหนึบๆอยู่เลย
“แค่นี้ร้องว่าเจ็บ โดนหนักกว่านี้ไม่ตายหรอ”มันกระชากข้อศอกผมลากผมไป พร้อมๆกับบอดี้การ์ดหลายคนที่เดินตามหลังมาติดๆ


ระหว่างทางที่เดิน ผมเห็นผู้ชายตัวขาวสูงหน้าตาหล่อเหลาคล้ายลูกคนจีนกำลังโบกมือมาทางนี้

“ไงไม่เจอกันนาน............อ้าวจะไม่ทักกันหน่อยหรอ” ไอ้คนข้างๆผมไม่ยอมหยุดเดิน จนคนที่มาใหม่เลี้ยวหัน “ อ้ะนี่ใคร น่ารักจังแต่งตัวเซ็กซี่ซะด้วย”
“....” ไอ้เลวมันหันมามองผมไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนหยุดนิ่ง แล้วหันไปหาคนที่หน้าคล้ายๆมัน แต่ไอ้ตี๋นี่มันไม่สนกลับมามองผมสะงั้น
“...........”ผมว่าสายตานี้มันลวนลามผมชัดๆ ผมรีบถดตัวเอง แต่
พรึ่บ!
“ใส่ไว้” ไอ้สารเลวมันเอาเสื้อสูทตัวใหญ่ให้ผม “ฉันไม่อยากให้ของสึกก่อนใช้งาน” ไม่เคยคิดว่ามันเป็นคนดีอยู่แล้ว
“ลากมาถึงบ้านนี่จะเลี้ยงดูปูเสื่อหรือลีฮง”ไอ้หน้าตี๋พูดยียวนกวนประสาท
“ของประมูล”
“อ้าว จริงดิ โหงานดีนะ”
“เตี่ยอยู่ไหม”
“ไม่ เห็นว่าไปจีน พอดีว่าทางนั้นโคเคนราคาดี” นี่แม่งค้ายาเสพติดหรอวะ เลวทั้งตระกูลจริงๆ
“แล้วมึงจะไปตอนไหนตี้”
“อย่าเรียกน้องด้วยคำว่ามึงสิครับพี่ชาย” อะไรนะ น้อง? พี่ชาย?
“กูเรียกมึงอย่างนี้มาตลอด”
“อย่าเรียกต่อหน้าคนน่ารักอย่างนี้สิ สวัสดีครับผมตี้นะ หวังตี้หลง”
“.......”ไม่มีความจำเป็นต้องตอบ
“ถ้ารู้ว่าของประมูล ‘ดี’ ผมไปร่วมงานด้วยดีกว่า”
“หึ”
“เท่าไหร่”
“30ล้าน”
“ฮ่าๆ....มือลั่นหรือไงลีฮง”
“........”
“ซื้อต่อ  เอาน่าเดี่ยวนายก็เบื่อ”
“........”
“40ล้าน”
“กูไม่ขาย!”

แค่นั้นแหละบทสนทนาของพวกพี่น้องสารเลว แล้วมันก็ลากผมเข้าไปในประตูบานใหญ่


ถ้าเห็นข้างนอกแล้วว่าอลังการ



ข้างในแม่งยังกับพระราชวัง กว้างชิบหาย เพดานจะสูงไปไหนวะ สไตล์การแต่งบ้านนี่แม่งสมกับเป็นเชื้อจีนมีแต่สีแดงๆ แม่งโครตจีนเลย มีหัวเสือหัวสิงเต็มไปหมด ผมเดินอึ้งก่อนจะมาหยุดหน้าบันได แค่บันไดมึงก็กว้างเป็นเอเค่อแล้วไม่อยากคิดว่าถ้าห้องนอนห้องน้ำมันกว้างขนาดไหน เหอะ! ลืมไปมันเป็นเจ้าพ่อนิ พวกสวะสังคมรวยจากการทำงานทุจริต คงมีความสุขสินะที่ใช้เงินจากหยาดเลือดของคนดี
“ขึ้น”มันดันผมให้ขึ้นไป เพราะผมหยุดชะงักเมื่อพอจะคาดเดาอนาคตตัวเองได้
“ไม่!”
“....”มันไม่พูดแต่กระชากตัวผมขาเกือบลอย
“โอ้ย เจ็บปล่อยสิวะ”ผมเดินตามมันอย่างช่วยไม่ได้ ขาผมแทบเดินไม่ทัน เพราะมันทั้งกระชากทั้งลาก
ไปมาๆอยู่อย่างนี้จนถึงห้องๆหนึ่ง ผมรู้โดยสัญชาติญาณตัวเองว่าไม่ปลอดภัยแน่ๆ มันไขกุญด้วยมือข้างหนึ่งอีกข้างจับล็อกแขนผมไว้แน่น

แรงเยอะไปไหนวะ!

เมื่อประตูเปิดออก มันจับผมเหวี่ยงเข้าไปในทันทีก่อนจะปิดประตูแล้วล็อกใส่รหัสอะไรไม่รู้

ประตูมึงมีรหัสด้วยหรอวะ


“ถ้าคิดจะหนี...ก็ไขรหัสนี่ให้ได้ก่อนละกัน”
“......”กูจะออกทางหน้าต่าง
“ออกทางหน้าต่างลงไปก็เจอพวกบอดี้การ์ด”
“.......”ไม่ต้องตอบแทนความคิดกูไอ้สารเลว
“หึ”เหมือนมันจะรู้ว่าผมคิดอะไร เดินย่ามสามขุมเข้ามา
“....อะไร”ผมมองตามมันที่กำลังเดินเข้ามาหาผม จะหันหลังก็เจอเตียง แต่ห้องมันใหญ่ยังมีพื้นที่ให้วิ่งหลบได้

พรึ่บบบ

ไวเท่าความคิดผมวิ่งหลบมัน มันทำท่าจะเข้ามาทางผมอีก ผมชาร์ดตั้งการ์ดเตรียมชก เอาวะไม่ตายก็ตาย ยังไงก็ตาย งั้นกูสู้ก่อนตายแล้วกัน

พรึ่บบ!!

หมัดผมสวนไปในอากาศมันหลบได้ก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าว ผมไม่รอช้า ถ้าสู้กันแบบนี้ผมเสียเปรียบผมต้องหาอะไรเป็นอาวุธ มองซ้ายมองขวาด้านหลังเห็นแจกันเอื้อมมือไปหยิบแต่..


แกร่ก!

เสียงไกลปืนขึ้นนกดัง ผมกล้าๆกลัวๆหันไป มันจ่อปืนมาทางผม

“ไม่อยากเล่น กูเหนื่อยละ”

ฟิ้วว.. 

ผมเขวี้ยงแจกันอย่างไม่กลัวปืนที่มันถือ

ปัง!!
เพล้งง!


“........”นี่ขาผมสั่นหรอ ผมกำลังยืนหรือล้มตัวนั่ง มันยิงแจกันแตกกระจายกระสุนรอดผ่านหัวผมไปนิดเดียว

มันจะฆ่าผม

“กูบอกว่าเหนื่อย ยังไม่ฟัง”
“........”ผมอยากจะร้องให้ ผมไม่เคยอ่อนแอขนาดนี้ แม้แต่เรื่องพ่อแม่ ผมยังเข้มแข็งได้ แต่ แต่นี่ผมกำลังจะถูกฆ่า

ผมไม่ได้กลัวตายแต่ว่า


ผมแค่อยากใช้ชีวิตกับครอบครัวผม


ให้มากที่สุดก่อนเท่านั้นเอง


“จะหมดฤทธิ์ได้หรือยัง หรือถ้ายัง....กูจะได้สงเคราะห์ให้”
น้ำเสียงที่ดูเย็นจนน่ากลัว ผม ผมกลัวแล้ว ทำไมถึงไม่มีใครมาช่วยผมเลย


พี่ๆอยู่ที่ไหน



มาที




มาหาผมที





ผมกลัว....






ช่วยผมด้วย






/////////////////////////////////////////////////////////////////////


pattapoly talk :
ฝากตัวด้วยนะจ้ะ มือใหม่หัดแต่ง ตอนแรกแต่งในมือถือกะว่าแต่งขำๆ ไปๆมาๆลงทุนซื้อคอมมาแต่งเลยดูตะลงทุนมาก 555
ยังไงผิดพลาดประการใดก็ติชมกันมาได้ค่ะ
แต่ละ ch มันช่างสั้นนนนสั้น 5555 ดูในโทรศัพท์ก็คิดว่ายาวนะแต่เอามาลงจริงๆ ป๊าดด สั้นกรุด อย่าถือสากันนะตัว

ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 10 nc
«ตอบ #17 เมื่อ26-05-2020 17:32:47 »

Chapter 10 NC (โปรดใช้วิจารญานในการอ่าน)


“จะหมดฤทธิ์ได้หรือยัง หรือถ้ายัง....กูจะได้สงเคราะห์ให้”

“..........”
“คิดว่ากูเลวงั้นสิ?..........กูเลวได้มากกว่านี้อีก” สัพนามถูกเปลี่ยนไป มันใช้รูปประโยคถ่อยสถุลกับผม

คนๆนี้มันยิ่งกว่าเลว!

“..น..ไหนว่าจะใช้ผมเป็นตัวล่อ...ผมหมดประโยชน์แล้ว ก..ก็ปล่อยผมไปสิ” ผมกลั้นใจยอมพูดกับมัน เป็นประโยคยาวแต่น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเสียยิ่งกว่าอะไร
ผมพูดจบสีหน้ามันยิ้มทันที เหยียดยิ้มใส่ผมพร้อมคำพูดที่ทำให้ใจผมหล่นร่วงไปยังก้นเหว


“ใครบอกว่าจะปล่อย


....เรายังไม่ได้สนุกกันเลย”



“.....อึก....” ผมเบ้หน้าด้วยความเจ็บ มือหนาบีบหน้าให้แหงนขึ้น ผมทำอะไรแรงมันไม่ได้เลยได้แต่จับแขนมันเพราะกลัว

“ว่าง่ายๆ ก็จะไม่เจ็บตัว”

ผลั่ก!!

ร่างกายผมล้มลงตามแรงผลัก ไม่ทันตั้งตัวผมโดนทาบทับด้วยร่างหนา ผมมองไปที่มือข้างขวาของมัน

สายตาผมหวาดกลัว

มันถือปืน!

ถ้าผมจะต้องตาย

ผมไม่อยากตายด้วยมือมัน

!!!

“เฮ้ย!!!” เสียงมันดังคำรามเมื่อผมยื้อแย่งปืนจากมันแต่ไม่สำเร็จ มันสะบัดมืออกเอามืออีกข้างกดหน้าอกผมไว้

ผลั่ว!!!

ผมถูกตบด้วยด้ามปืนอย่างแรงเข้าที่ขมับ สติผมแทบดับวูบในหัวขาวโพลน หัวผม.....เลือด

“อึก!....”ตัวผมถูกพลิกให้หันหลังทรุดจมไปกับเตียง มันกดหัวผมแล้วกระชากเสื้อคลุมตัวบางออก ส่วนบนผมไม่มีอะไรปิดบังก่อนจะรวบมือไพล่หลัง สัมผัสถึงโลหะเย็นๆที่ข้อมือ
“หึ เดี่ยวจะทำให้ครางเป็นหมาเลย”คำพูดดูถูกถากถางผม ผมไม่ใช่สิ่งที่มันให้เป็น ผมเกลียดมัน! ผมเกลียดมัน! ผมเกลียดมัน!

ปัก!!!

ผมพลิกตะแคงแล้วถีบมันอย่างแรงที่ผมจะมีฮึดสุดท้ายจนมันหงายหลังแต่ยังทรงตัวไว้ได้ แล้วสิ่งที่ผมทำกลับทำให้มันโกรธยิ่งกว่าไปฆ่าพ่อมันเสียอีก
“อย่าอวดเก่ง!”
“ปล่อยกู!”

“ปล่อยกู!!”

“ปล่อยกู!!!”

ปัง!!!!

ขนเป็ดที่ปลิวว่อนทั่วห้องทำให้ผมตาค้าง รูกระสุนอยู่ข้างตัวผมห่างกันไม่กี่นิ้ว

มันหายใจเข้าปอดอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวด มองผมด้วยสีหน้าชิงชัง

นัยน์ตาร้อนรุ่มยังกับไฟนรก

กรามขบฟันแน่นอย่างเกรี้ยวกราด

น้ำตาผมไหลโดยไม่รู้ตัว

ตัวผมถูกพลิกอีกครั้งด้วยอารมณ์โทสะ ครั้งนี้รุนแรงเหมือนจะทำให้ผมตาย มันกดไหล่ผมทั้งสองข้างผมไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้อง แม้จะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม

กลัว..


กางเกงถูกกระชาก เสียงผ้าที่โดนมันฉีกขาดดัง คาก ผมเจ็บไปหมด มันหยุดนิ่ง


“สวยมาก...


ถึงจะกลัวแต่ผมจะไม่ร้องออกมา


....สวยมากจริงๆ”


จะไม่ร้องให้ ให้มันได้ยินเด็ดขาด

เนื้อตัวเปลือยเปล่ารู้สึกหนาวเย็นเมื่อไม่มีอะไรปิดบัง ผมรู้สึกได้ถึงความหนึบๆบนหัว หัวผม มันหน่วง ปวดหัวไปหมด
ตาผมเริ่มพล่ามัว ในขณะที่ผมนอนหันหลังจมกับที่นอนท่อนล่างผมถูกยกให้สูง สองมือบังคับจับเข่าตั้งฉาก ผมตกใจแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะมือถูกคล้องด้วยโลหะ จะหันไปจะปกป้องตัวเองก็กลัวลูกปืน พอดิ้นก็ไม่เป็นผลยังถูกมันกดหัวไหล่เอาไว้จนจม
แล้วผมก็ต้องรู้สึกตายทั้งเป็นเมื่อ!

ความรู้สึกเย็นเฉียบที่ช่องทางมาพร้อมกับนิ้วมือถูกสอดใส่เข้ามา

ฮึก!!!!!


ตาผมเบิกกว้างรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย ดิ้นหนีอย่างสุดกำลังก่อนมันจะถอนนิ้วออก


รู้สึกโล่งได้สักพักร่างกายถูกทาบทับอีกครั้ง คราวนี้รู้สึกถึงเนื้อตัวสากและแก่นกลางของมัน มันไม่ได้ใส่อะไรเลย


ขยะแขยง!



นิ้วมันกลับเข้ามาใส่ในตัวผมอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันมากกว่านั้น
“รู้สึกยัง” ตัวมันแนบกับหลังผมมันกระซิบที่ข้างหูด้วยเสียงที่ทำให้ผมอยากอาเจียน “สองนิ้ว.........โครตแน่นเลยว่ะ”
“......”ผมเบนหน้าหนีคำพูดทุเรศ มันตามมาจูบ ขบติ่งหู แก้ม ใช้ลิ้นเลียขบกัดแถวบริเวณซอกคอ

คลื่นใส้ อึดอัด อยากอาเจียน

กลิ่นเหงื่อผสมเลือดคลุ้งทั่วจมูก ผมอยากหลุดพ้นจากตรงนี้ ตอนนี้ผมอยากให้มันฉีดยาสลบให้ผมเหลือเกิน

จะได้ไม่ต้องรับรู้อะไร

จาก สอง เป็นสาม และมันก็ยัดเข้ามาอีก

“เฮือก..อึก!....เจ็บ!....เจ็บ!...........ปล่...”ผมทนไม่ไหวที่จะต้องส่งเสียงมันออกมามันเจ็บเจียนตาย เหมือนตัวจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
“ร้องออกมาสิ” มันใช้สามนิ้วถอนเข้าถอนออกช้าๆเหมือนมีอะไรเมือกๆที่ทำให้ตรงนั้นลื่น แต่มันไม่ได้ช่วยลดความเจ็บปวดลงเลย
ตัวผมชาทำอะไรไม่ถูกสมองแบงค์ เบลอไปหมด เหงื่อออกท่วมหัว เลือดบนหัวผมไหลลงข้างแก้ม มันไหลมาพร้อมน้ำตา



นรกทั้งเป็น



เข้าใจชัดเจนแล้ว



ผมหลับตารับความเจ็บปวดเม้มปากสนิทกัดฟันแน่นจน เมื่อไหร่จะจบ

และแล้วความเจ็บปวดก็ผ่อนเบาลงเมื่อมันมันถอนนิ้วออกทั้งหมด ใจผมโล่งร่างกายเหมือนหล่นวูบตัวเบาขึ้นราวกับว่ากำลังลอยบนอากาศ

นี่ผมรอดแล้วใช่มั้ย

ผมคิดว่าใช่แต่แล้วก็ผิด..............และมันยังไม่จบเมื่อมีบางอย่างเข้ามาแทนที่

“อ้ากกกก!!!...เจ็บ!!!!!.......”ผมร้องเสียงหลงออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อมันเข้ามาสุดมิดลำในทีเดียว เนื้อสัมผัสกับแก้มก้นบดเบียดเข้าไปจงใจจะให้มันทะลุสะให้ได้
“ซี๊ด.........โครตแน่น........อา......เด็กดี....อย่าเกร็ง”เสียงกระเส่ามันฟังดูพอใจอย่างมาก

ช่องทางที่ไม่เคยถูกรุกล้ำตอนนี้มันถูกปีศาจตนหนึ่งทำลายให้ย่อยยับ มันใช้แก่นกายของมันแช่ค้างไว้ มือมันลูปวนไปทั่วหลัง ก่อนจะจับแก้มก้นขาวแหวกออกจนเห็นทางแยกที่บอบช้ำ ที่ๆมันยังคงคาสิ่งนั้นอยู่
“ไม่เคยโดนล่ะสิ ถึงแดงขนาดนี้”
“อึก!!!...ปล่อย!!.....ปล่....อย......ปล่อยผม.....ขอร้อง..ปล่อย...ผ...ม”เสียงผมเหมือนเสียงกระซิบในมหาสมุทร น้ำตาไหลพราก ผมหมดเรี่ยวแรงที่จะต้าน ร่างกายมันแตกสลาย


เจ็บจนทรมาน

เจ็บจนอธิบายไม่ถูก

มันคงเป็นฝันร้ายที่ไม่จบไม่สิ้น

“ปล่อยได้ไง........อาา.ซี๊ดด......กำลังสนุก..”
สะโพกถูกยกให้สูงขึ้นอีกครั้ง ท่อนลำสอดเข้าสอดออกอย่างช้าๆ เหมือนพยายามจะสกัดอารมณ์
“....ฮึก.................อ..........อึ......ก...”แรงผมที่มีน้อยนิดเริ่มตกแม้แต่เสียงก็ไม่มีจะส่งออกมา
“ของฉันอยู่ในตัวนาย.......รู้สึกไหม..อาา.....ตอดดีชิบหาย.....” เสียงพูดกระเส่าราวกับคนเคลิบเคลิ้ม จากความเชื่องช้าเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้น และรุนแรง
“...ห ยุ.....ด.......อึก....”ตัวผมโยกโครน อย่าหวังที่จะต่อต้าน ท่อนลำของมันยังคงใส่มาไม่หยุดและยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ปับ ปับ ปับ ปับ!

 “อาาา........อาาาส์..”

ได้แต่ฟังเสียงหัวใจตัวเองที่มันร้องให้

โดยที่ไม่มีใครได้ยิน.........

หยดน้ำตาไหลร่วง..........ซ้ำๆ

จนไม่รู้ว่า.....มันหล่นไปแล้วกี่ครั้ง

ความรุนแรงนั้นถาโถมเหมือนพายุก่อนจะช้าลง ท่อนลำถอนออกมาเกือบสุดและกระแทกลงมาอย่างแรง!

..............ปับ!

“อึ้ก!!.............”ผมกัดปากตัวเองเพื่อสกัดความเจ็บปวดจนได้กลิ่นเลือดจางๆ

มันถอนและกระแทก ซ้ำ!

“ร้องสิ.........ฉันรู้ว่านายชอบ”
“.........”

อีกครั้ง!

........ปับ!!

อึก!!

และอีกครั้ง....

“.....อึ..ก.!.......”

จนไม่รู้ว่าไหร่มันจะหยุด....ผมตาย ถึงจะพอใจใช่มั้ย


ช่องทางถูกเสียดสีตรงนั้นมันเจ็บปวด เจ็บทั้งร่างกาย เจ็บทั้งใจ กลิ่นคาวเลือดที่ไม่รู้ว่ามาจากหัวหรือมาจากข้างล่าง ผมนอนกัดปากรับชะตากรรม แรงกระแทกรุนแรง ถาโถมอย่างหนักหน่วง มือหนาจับสะโพกขาวเข้ามาชิด

เสียงเนื้อกระทบกันเมื่อความฝืดเปลี่ยนเป็นความลื่น เสียงครางหื่นกระหายปนเสียงกระเส่าดังลั่นห้องจากคนด้านบน ไม่มีแม้แต่เสียงร้องเล็ดรอดที่ออกมาจากปากผม



จนถึงที่สุด
แรงกระแทกสองสามทีก่อนคนด้านบนจะถึงปลายทาง
“อาาส์.....................................ซี้ดด..”
รู้สึกถึงน้ำคาวไหลเข้าสู่ช่องทางด้านหลัง สะดุ้งจนตัวโยน มันแสบ จุก และหน่วง


จบแล้ว


มันจบแล้ว


ฟุบ!


“.............”ตัวมันทาบลงบนหลังผมอย่างเหนื่อยหอบ พร้อมกัดแรงที่หลัง หัวไหล่ ใบหู จนผมต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บ
ตัวผมเต็มไปด้วยรอยกัด รอยดูด รอยจูบ หรือรอยเลือด

“นายเป็นของฉัน”

ผมสะอิดสะเอียดตัวเอง รังเกียจความสกปรก

แกร่ก

เสียงมันไขกุญที่ข้อมือ มือผมเป็นอิสระแต่ไร้เรี่ยวแรง แขนสองข้างถึงจะโดนปล่อยแต่มันก็ถูกวางเปล่าๆ ทิ้งวางอย่างคนไม่มีกระดูก

ฝันร้ายจบลงแล้ว

ผมไม่ได้มีความเสพสมหรืออารมณ์ร่วมกับมันเลย มีแต่ความเกลียดและขยะแขยง

“..........”ช่องทางตรงนั้นไม่สนใจว่ามันจะมีน้ำอะไรไหลออกมา ผมหลับตาลง มันจบแล้วบอกตัวเองว่าผมจะไม่ต้องเจออะไรแบบนี้อีก แต่



“ตรงนี้ของนายแฉะไปหมดแล้ว

...ต่ออีกสักรอบแล้วกัน”





ผมลืมไปว่ามันคือปีศาจ







/////////////////////////////



ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 11
«ตอบ #18 เมื่อ28-05-2020 17:17:29 »

Chapter 11

ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ผมรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู นี่ผมคงจะสลบไปจริงๆสินะ นานแค่ไหนแล้วจนคนที่มันทำร้ายผมลุกหายไป เสียงประตูถูกเปิดออกพร้อมเสียงคนพูด

“ฉันได้ยินเสียงปืน” เสียงไอ้หน้าตี๋
“ม้ามันพยศ ก็ต้องปราบ”
“รุนแรงไปเปล่าลีฮง”
“...”
“ขอเข้าไปหน่อยสิ”
“ไม่ได้”

“.....”ผมได้ยินแค่เสียงพูดคุยลอยๆทำให้ผมรู้ว่าคนที่ลุกไปมันยังอยู่ในห้องกำลังคุยกับน้องชายมัน 

“น่า...ขอดูผลงาน”

ได้ยินเสียงตะกุกตะกักก่อนจะเงียบไป ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเพราะนอนหันหลังให้คนที่เข้ามา

“เฮ้ยยย..นายทำรุนแรงขนาดนี้เลยหรอ”
“อะไร”
“นี่ไงไม่ใช่คนแล้ว เป็นหมาหรือไงกัดเขาซะเต็มตัวเลย”
หลังผมมันคงบ่งบอกทุกอย่าง ไม่ใช่แค่หลังสิ มันทั้งตัวเพราะผมไม่มีแม้แต่ผ้าที่จะห่มปกปิดร่างกาย
“ก็มันน่า..”
“ทั้งรอยกัดรอยดูดแล้ว...........เอ่อ...ลีฮงนายทำเกินไปป่าววะ” มันคงจะเห็นเลือดที่เกาะกรังตามง่ามขาคาบน้ำคาวที่แห้งเกาะตามเนื้อตัว
“สนใจอะไร แค่ของประมูล”มันพูดออกมาเสียงเรียบเฉย


แค่ของประมูล


แต่มันทำให้ผมเจ็บ เจ็บจนอยากร้องให้


“ที่หัวเขาเลือดออกนิ พาเขาไปทำแผลสิ”
“เดี่ยวให้พยาบาลมา เรียกแล้วเมื่อกี้”
“นายแม่งโครตเหี้ยเลยวะลีฮง  อย่างน้อยก็พาไปล้างสิวะ”
“ไอ้ตี้ มึงไม่ต้องมาสอนกู ไปไหนก็ไป”

แต่คนฟังคงไม่ได้ทำตามเพราะผมรู้สึกถึงเตียงยวบลง เขาคงนั่งข้างหลังผม

“ขอโทษแทนแอนดี้ด้วยนะครับ”
“......”ผมไม่รู้ว่าแอนดี้คือใครแต่คำขอโทษคงหมายถึงไอ้คนที่มันทำ
“เจ็บไหมเนี่ย”
“......”ถามทำไมว่าเจ็บไหม เปลี่ยนเป็นฆ่าผมให้ตายไปเลยดีกว่า
“เฮ้ออ...ผมจะพาคุณไปห้องพยาบาล”มือเขาเลื่อนมาแตะหลังผม
“ฮึก!.....”ผมสะดุ้งตัวสั่นเทา ชา ตัวเกร็ง ตาแข็งกร้าว สติผมเริ่มไปอีกแล้ว
“ลีฮง นายทำอะไรลงไป”
“อะไรอีกล่ะ”
“ตัวเขาสั่น สั่นอย่างจะเจ้าเข้า”
“สำออย”
“บ้าหรือไงลีฮง ฉันจะพาน้องเขาไปหาหมอ”
“ห้าม! พามันไปไหน”
“....ลี”
“ให้หมอมาที่นี่”
“นายนี่........เหี้ยจริงๆพี่กู”
“หรือจะเอา”
“เออๆไม่อยากมีเรื่อง เดี่ยวฉันไปตามหมอเอง”

แล้วเสียงปิดประตูก็ดังจนผมสะดุ้ง
“ห้องนี้มันยังไม่มีอะไร นอนหนาวไปก่อนแล้วกัน”
“.....”
“ไม่ค่อยมาบ้าน ห้องเลยไม่มีของ”
“.....”
“เดี่ยวหมอมาก็กินยานอนพักสะ......นี่เสื้อผ้า...แล้วก็อย่าคิดหนีล่ะ จะไปเตรียมงานสักหน่อยเดี่ยวฉันกลับมา”

ผมหลับตาลงเมื่อได้ยินเสียงเปิดและปิดประตู


ผมคิดถึงพี่

กาย

พี่ทัน

พี่เม่ย

พวกพี่อยู่ที่ไหน


.............


Part Si-ra

ฮอล์บินสูงเหนือพื้นฟ้าและลงจอดในสถานที่ไม่ไกลจากเป้าหมาย ‘คฤหาสน์ของ หวัง ลี ฮง’ ข่าวสารจากลูกน้องรับแจ้งมาว่ารันถูกพาตัวจากงานไปยังสถานที่พักรังใหญ่ของมาเฟีย
ที่นั่นอันตราย
เขารู้ดี ทั้งเรื่องของรันแม้จะรู้ว่านั่นคือกับดักเพื่อล่อให้เขาออกมา ซึ่งมันได้ผล ไม่ว่าที่นั่นจะอันตรายแค่ไหน จะต้องช่วยให้ได้

ต้องช่วยเด็กคนนั้น

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้ต้องจดจ้องดวงตาคู่นั้น แม้จะอยากทำให้มันหายไปจากความคิดแต่ก็ต้องนึกหวนกลับ
เมื่อสามเดือนก่อน
แค่ลงจากรถเดินออกมาสูดอากาศจากความเครียดก็พลอยได้มีคนตามมาละลาน เพราะว่าธุรกิจที่ไม่ลงตัว ส่วนตัวก็ไม่ค่อยจะลงรอยกันอยู่แล้วพอได้มาคุยกันเรื่องงานก็กลายเป็นศัตรูกันโดยปริยาย
ในวันนั้นเขาไม่ได้อ่อนแอกับพวกลูกน้องหางแถว มือกำลังจะคว้าปืนในเสื้อเสียด้วยซ้ำ เพียงแค่ถ้ามันพูดมากกว่านี้ เขาอาจจะพลันลั่นไกไปในที่สุดแต่ทุกอย่างมันต้องชงัก เมื่อเห็นร่างเล็กๆของเด็กคนนั้นออกมาจากที่ไหนสักที่ มือที่อยู่ข้างตัวก็ทิ้งเอาเสียดื้อๆ
คนที่ช่วยเขา
เอาความกล้านี้มาจากไหน ไม่ได้รู้จักอะไรเขาเลย มาช่วยคนที่ไม่รู้จักกัน ในหัวเขาตอนนั้นมองการกระทำว่ามันโง่มาก
โง่ที่ออกมา....เพื่อช่วยคนอย่างเขา
แต่พอมีเรื่อง ไม่คาดคิดว่าเด็กคนนี้จะแสบใช้ได้ กระโดดศอกใส่พวกนักเลงจนต้องหนีกันหัวซุกหัวซุน ไม่ธรรมดาแน่หรอ หน้าตาแบบนั้น
ใบหน้าทะมึนทึนทึก เท้าเอวอย่างคว้าชัย
“เฮ้ยพี่เป็นไรเปล่า โทษทีอ่ะลืม แหะๆ”
แต่สายตากลับอ่อนโยน
สีหน้าตกใจนั่นอีก ถามไถ่อย่างกับว่าเขาจะเป็นจะตาย แค่กระสุนถากๆเลือดก็ไม่ได้ออกเยอะอะไรมากมายขนาดนั้น แต่คนเป็นเดือดเป็นร้อนกลับเห็นเป็นเรื่องใหญ่ สองคนนี้คงเป็นพี่น้องกัน แต่หน้าตาไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่
ผมรู้ทีหลังว่าครอบครัวเด็กคนนี้เป็นบุตรบุญธรรมจากเจ้าของบ้านซึ่งเสียชีวิตจากการทำงาน พวกมือปืนสักวันก็ต้องโดนเก็บเสียเอง เหลือผู้สืบทอดอีกคนคือคนโตและเป็นใหญ่ที่สุดในครอบครัว
คนๆนั้นกำลังมีเรื่องกับผม
ครอบครัวนี้ดูเหมือนจะห่วงน้องชายคนเล็กเอามากๆ ซึ่งผมเองก็สืบเรื่องนี้มาสักพัก ทั้งยังส่งคนไปดูแล ให้ปลอมตัวเป็นคนแถวนั้น คนขายไอติม คนขายของเก่า หรือกระทั่งบุกเข้าบ้าน นั่นเป็นคำบัญชาจากผมทั้งสิ้นสั่งให้ลูกน้อง ส่งข่าวสารให้ผมรับรู้ตลอดมา

จนผมได้รับรูปใบหนึ่ง

รู้ว่างานนั่นตั้งใจเรียกผม โดยเกมส์ใช้รันเป็นตัวล่อ ผมประมาทมันเกินไปจากงานประมูล ทำให้ผมพลาดท่า ปล่อยรันหลุดมือ และโดนพี่ชายเขาชก
ไม่ได้ครึ่งเลยสักนิดกับสิ่งที่คนตัวเล็กกำลังเจอ
ผมไม่รู้ว่ารันจะเป็นอย่างไรเมื่ออยู่ในวังของลีฮง ดวงตานั้นกำลังร้องให้หรือไม่ แค่ได้รับรู้ว่าที่หมายคือที่ใดผมก็อยากกระโจนไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด แต่ถึงยังไงรีบร้อนขนาดไหนก็ต้องคิดแผน คนอย่างลีฮงคงไม่ต้อนรับปูพรหมให้ผมแน่

“ให้คนสำรวจรอบๆหรือยัง”ผมบอกลูกน้องมือขวาคนที่ง้างปืนใส่พี่ชายเลือดร้อน ลูกน้องที่จงรักภักดีหาไม่ได้ง่ายๆรอบตัวเต็มไปด้วยคนที่พร้อมจะแว้งกัดถ้าผลประโยชน์มันเข้าตา
“ครับนาย ทางทิศตะวันออกเคลียร์ทุกเส้นทาง ทางทิศตะวันตกเป็นแค่ผาน้ำตก ไม่มีเส้นไหนที่มันจะดักได้ คนของเราประจำที่ไว้เรียบร้อยแล้วครับ”
“ดี แล้วพวกนั้นจะมาเมื่อไหร่”ผมหมายถึงทันกับเด็กที่ชื่อเม่ย
“ใกล้แล้วครับ จะผ่านมาทางเส้นxxx ครับนาย”
“อืม”
“ถ้าเข้าถึงตัวมันได้ ผมขอเก็บมันเอง”
“อย่าเพิ่ง ช่วยเด็กก่อน”
“ครับ?”
“เด็กคนนั้น ช่วยออกมาก่อน”
“แต่..นาย ถ้ามันหนี”
“ฉันไม่สนเรื่องอื่น”
“.......”
“เตรียมตัว พวกนั้นใกล้ถึงแล้ว”
“ครับนาย!”

ทุกเส้นทางที่เป็นทางผ่านคฤหาสน์หลังใหญ่ถูกควบคุมโดยคนของ ‘จิดาฑิวัฒน์’ ไว้เรียบร้อยเหลือเพียงรอ รออีกสองคนที่กำลังตามมาสมทบ เพราะถ้าเขาไปก่อนอาจจะได้สร้างศัตรูเพิ่มเป็นแน่




เสียงรถเครื่องสี่สูบดังใกล้เข้ามารู้โดยทันทีว่า ‘งาน’ เริ่มแล้วและไม่ต้องป่าวประกาศเพียงแค่พยักหน้าทุกคนก็รู้หน้าที่ตัวเอง
ไม่มีการพักรถ สี่สูบสองคันถูกขับนำหน้าไปยังยอดเขาทางคดเคี้ยวแต่ยังเห็นชัดจากหน้าต่างในรถ เส้นทางถูกบอกผ่านวิทยุสื่อสารในหมวกกันน็อคที่เตรียมพร้อม
‘ถึงทางแยกพวกนายไปทิศตก ฉันจะไปทิศเหนือ’
‘ให้แยกกันหรอ’ หนึ่งในนั้นต่อสาย น่าจะเป็นเม่ย
‘อย่าให้พวกนั้นรู้ แยกกัน รันน่าจะอยู่ทิศออก จากทางที่นายไปน่าจะถึงเร็วกว่า’
‘ได้ๆแล้วนายล่ะ’

‘ฉันล่อมัน’


..........................


Part mei
‘พี่ทันเราจอดข้างหน้านี้ดีกว่า ถ้าขับไปใกล้กว่านี้มันรู้ตัวแน่’
‘อืม’
เสียงเครื่องยนต์กังวานถูกจอดลงใกล้ๆเส้นทางเข้าด้านหลังคฤหาสน์หลังโต ผ่านป่าผ่านโพรงหญ้าก่อนจะเจอกำแพงหนาใหญ่ขดรวดหนามที่ไม่มีกระแสฟ้าฟ้าเดินถูกตัดออก ชะโงกหน้าข้ามกำแพงเห็นการ์ดอยู่สองสามคนยืนเฝ้าเวรยามพื้นที่ทุกหย่อมหญ้าเต็มไปด้วยต้นไม้สูง ในส่วนบริเวณนี้ของบ้านเหมือนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ถ้ากระโดดลงคงไม่มีใครสังเกต

พรึ่บ!
พรึบ!

ผมกับพี่ทันกระโดดลงแล้วรีบหาที่ซุ่มพอจะเจอโพรงหญ้ากอหนาๆให้เข้าไปหลบ สำรวจรอบด้านมองหาทางที่พอจะบุกเข้าไป
หน้าต่างตรงนั้น ไม่มีคน
“พี่ทัน ตรงนั้น”
“อืม พวกเฝ้าระวังส่วนมากไปด้านหน้า”
พอผมจะสตาร์ทตัวออกก่อนก็ถูกคว้าตัวไว้
“มีไรพี่”
“รอเดี่ยว....

...ประมาทไม่ได้”
“......”
สักพักได้ยินเสียงคนเดิน ก่อนที่มันจะหายไป
“เริ่ม”


ผมกับพี่ทันปีนหน้าต่างที่มีเถาวัลย์เลื้อยเกาะแกะอยู่ข้างกำแพง จนเข้าไปได้ในที่สุด เราเดินหลบการ์ดอีกสี่ห้าคนที่เฝ้าตามจุดต่างๆของบ้าน สมกับเป็นพวกมาเฟียเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคงจะกลัวคนมาระเบิดบ้านสิท่าถึงได้มีเวรยามเยอะขนาดนี้
ทำกับเขาไว้เยอะนิ
รวมถึงน้องกูด้วย!
นี่แหละเวลาจะชำระแค้น อยากดูหน้ามันก่อนตายเสียจริง แค่คิดก็สะใจจะระเบิดหัวพวกมันที่จับน้องมาให้มันก้มกราบรัน ดูสิจะเสียท่าเจ้าพ่อขนาดไหน

‘ทันนายอยู่จุดไหน’เสียงต่อสายดังเข้ามาถามพี่ทัน ซึ่งผมก็จะได้ยินด้วย ที่หูของเรายังคงมีเครื่องสื่อสารกะทัดรัดนี่อยู่ และชุดก็พร้อมอุปกรณ์พร้อมกระสุนพร้อมแค่รอเวลา ‘บุก’
‘เข้ามาแล้ว ทิศตก’
‘มาทางxxxเลี้ยวซ้าย ขวามือน่าจะเป็นห้องเปล่า รันน่าจะอยู่ห้องนั้น’
‘เก่งจังนะ ยังกับเคยมาที่นี่’
‘เมื่อสามเดือนก่อน’
‘อ้อ..เป็นเพื่อนกันหรือไง’
‘เคยมาเจรจาธุระ’
‘ถ้ามึงผิดคำพูดกูไม่เอามึงไว้แน่’
‘ฉันไม่เคยผิดคำพูดใคร’
สัญญานถูกตัดไปไม่รอช้าผมกับพี่ทันเดินตามเส้นทางที่ศิลาบอกมา เลี้ยวซ้ายและเจอห้องๆหนึ่ง

ประตูล็อค!

“เอาไงพี่”
“อุปกรณ์”
“นี่ครับ”ระเบิดติดตั้ง
ทุกอย่างถูกวางไว้ตามจุดบนประตู ถ้าระเบิดนี่ดัง
เกมส์มันจะเริ่มทันที!




ตูมมมม!!!!!!!!!!!


.
.
.
.
.


….



“รัน”




/////////////////////////////////////////////////

ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 10
«ตอบ #19 เมื่อ28-05-2020 17:20:13 »

Chapter 12


ตูมมม!!!!!!





“รัน”

เสียงที่ผมคุ้นหูทุกตีสี่


“พี่เม่ย”


สองเท้าผมลงเดินด้วยความดีใจจนลืมความเจ็บปวด

“พี่เม่ยย...ฮึก..ฮื้ออ..อย่าทิ้งรัน...อย่าทิ้งรันน...ฮื้อฮอ...”
มือที่แสบอบอุ่นกอดผมแน่นน้ำตาผมไหลร่วงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในที่สุด
ในที่สุดพี่ก็มาช่วยผม
“ไอ้ลูกหมา ไม่ร้องสิ งองแงไปได้”มือหนายังคงลูบหัวผมดึงตัวผมไปกอดแน่น อกอุ่นๆที่ชอบเอาผมเข้าไปซุก มือที่ชอบขยี้หัวผมอย่างเอ็นดู ทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน พี่มาช่วยผมจริงๆ
“เม่ย เราต้องรีบแล้ว!”เสียงพี่ทันหัวหน้าครอบครัวดังขึ้น พี่ทันกำลังยืนดูที่หน้าประตูสอดส่องพวกที่กำลังจะมา
“อึก!!.....ผ..ผมเจ็บ”แต่ผมก็ฝืนสังขาลตัวเองไม่ได้เมื่อถูกพี่เม่ยดึงแขน
“...?!..”พี่เม่ยมองผมด้วยสายตาสงสัย ก่อนจะแตะที่สะโพก
“อึก...”
“รัน.....”
“......”ผมไม่สามารถบอกอะไรได้นอกจากสีหน้าความเจ็บปวดมันฉายให้เขารู้ว่าผมเจออะไรมา
“ใครทำ”เสียงเย็นๆจากพี่ทันถามสีหน้าเคร่งเครียดจ้องมอง นัยน์ตาดูเศร้าเหมือนจะร้องปนความโกรธแค้น

พรึ่บ!

และทันทีพี่เม่ยถกชายเสื้อผมขึ้นเห็นรอยสีดำสีแดงเต็มตัวผม
“รัน”
“ผมไม่เป็นไร”ผมรีบเอามือปิดลง ตัวผมราวกับกระจกแตกสีหน้าพวกพี่ก็เช่นกันเหมือนหัวใจดวงน้อยมันหล่นวูบ
“....”พี่เม่ยดึงผมเข้ามากอดอีกครั้งน้ำลูกผู้ชายไหลหยดลงบนไหล่ผม ผมขอโทษนะครับพี่ ผมไม่ระวังตัวเองทั้งที่พี่เตือนผมแล้ว “ไม่เป็นไร.....เราจะกลับบ้าน”

น้ำตาผมไหลผมพยักหน้า เราจะกลับบ้าน บ้านของเรา ครอบครัวของเรา

“เม่ย”
“รันเดินไหวมั้ย”
“ครับ”
“อดทนนะ....ถ้าไม่ไหวพี่จะอุ้ม”

ครับพี่เม่ย

ขอบคุณครับ


ขอบคุณที่พี่เป็นพี่ผม



ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง



ขอบคุณที่รักผมมากขนาดนี้


ขอบคุณจริงๆครับ


.
.
.
.


“พี่ทันช้าหน่อย”
“อีกแค่ตรงนี้ก็ถึงรถแล้ว”
“ใช่แต่รันไม่น่าไหว ปีนลงไม่ได้แน่”
“ต่อสายหาศิลาสิ”

..!!!
ใจผมเต้นเสียงดัง เสียงหัวใจสั่นไหว ศิลามาที่นี่

เขาเป็นคนประมูลผมไม่ใช่หรือไง

“รันๆ..รัน!”
“ค.ครับ”
“เป็นอะไร”
“....”ผมไม่ได้ตอบ ไม่ได้อยากให้คำตอบเพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร

 ‘เจอแล้ว อยู่ด้วยกัน’
‘............’
‘.เปล่า....รันไม่เป็นอะไร’
‘............’
‘พวกมันรู้แล้ว เราไม่ปลอดภัย’
‘............’
‘....ไม่ได้ รันไม่ไหว’
‘............’
‘เราอยู่โถงสี่ทิศออก..’
‘............’
‘ที่ไหน    ได้’

“เม่ยต้องรีบไปทิศตกศิลารออยู่”

“รันขึ้นหลังพี่”
“..ผมยังไหว”
“รัน! เลือดนี่ ยังบอกว่าไหวได้ไง!”
พี่เม่ยพูดอย่างเหลืออดกับความดื้อ ผมไม่ได้สังเกตเลือดที่ไหลมาตามขา เพราะกางเกงมันลอยจากข้อเท้าพี่เม่ยเลยเห็น มันไหลเป็นทางยาวคงกระทบจากการกึ่งเดินกิ่งวิ่งเมื่อกี้
“ผู้ชายคนนั้นมาทำไม”แต่ผมกลับถามในสิ่งที่ใจอยากรู้มากกว่าจะสนเรื่องอื่น
“ศิลา? มันช่วยเรา”พี่ทันหันมาตอบ สีหน้าดูดีขึ้นกว่าตอนเห็นผมครั้งแรก

ผมไม่เข้าใจ


“มันช่วยเรา”



ไม่ทันจะได้คิดตัวผมลอยจากพื้นพี่เม่ยอุ้มผม ผมกอดคอไว้แน่นทั้งยังระบมและเจ็บปวดที่ด้านหลัง
“ทนหน่อย เดี่ยวก็ถึงบ้านแล้ว”
เวลาแบบนี้ทำไมผมถึงยังรู้สึกตื้นตันอยู่อีก ทำไมพี่ไม่เกิดมาเป็นพี่น้องจริงๆของผม ทำไมต้องทำให้ผมรักพี่มากขนาดนี้
“ดูทำหน้าเข้า ไอ้ลูกหมาเอ้ย กอดแน่นๆนะ”

“อื้ม”



........


เราเดินกันมาถึงบริเวณด้านนอก โดยที่ผมถูกพี่เม่ยอุ้มมาตลอดทาง ถึงผมจะตัวไม่หนักมากแต่ทั้งอุ้มทั้งเดินคงมีล้าแน่

“ไหนล่ะศิลา”
“มันน่าจะกำลังล่อพวกนั้นไปอีกฝั่ง”
“ถึงว่าบริเวณนี้ไม่มีคน  เอาไงต่อพี่”
“มีอยู่สองทาง จะรอศิลาหรือเราจะไปก่อน”
“ติดต่อศิลา”


‘ตอนนี้เราอยู่ทิศตก’.........‘ใช่ออกมาแล้ว’.............‘ฮอล์อยู่ไหน’.........‘เดี่ยวศิลา!’........‘ฟังอยู่หรือเปล่า’........‘.......’
“ว่าไงพี่”
“ศิลาโดนเล่นงาน”
“แล้วฮอล์ล่ะ”
“ฮอล์อยู่ไกลเกินไปพวกมันล้อมตัวบ้านไว้”
“งั้นก็ข้ามฝั่งกำแพงนี่ไป รถเราห่างแค่สามกิโลเอง”
“รันจะเสี่ยง”
“ผมพร้อม!”ผมฟังพวกพี่คุยกันมานานมากแล้ว ทำไมต้องระวังผมมากด้วยผมไม่อยากเป็นภาระ ผมทำได้ทั้งนั้นถ้าเพื่อหนีไปจากที่นี่
“..../....”พี่ทันกับพี่เม่ยหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ
พี่เม่ยอุ้มผมอีกครั้งเดินเลาะโพรงหญ้าที่ขึ้นเป็นกอๆก่อนจะมาหยุดที่รั้วกำแพงสีขาวด้านบนมีลวดเหล็กหนามขดๆ พี่ทันจัดการเช็คไฟฟ้าซึ่งแน่นอนว่ามีไฟแล่น วิธีที่จะออกไปจากที่นี่คงหมดหวังนอกจากจะทำลายกำแพงปูนนี่ซะ
“ถ้าระเบิดพวกมันกรูกันมาแน่”
แค่คิดเล่นไม่คิดว่าพวกพี่จะทำจริง แต่ก็นะตอนมาช่วยผมยังระเบิดประตูเลย
“มาก็มาสิวะ!”






ตูมมมมมมมม!!!!!


ผมรีบปิดหูอยู่ในจุดที่ปลอดภัยจากแรงระเบิดซึ่งไม่ไกลนัก เสียงมันดังสนั่นทำให้พวกนั้นรู้ พี่ทันรีบคว้ามือผมวิ่งรอดผ่านรูช่องใหญ่จากระเบิดเมื่อกี้ เราวิ่งผ่านป่าต้นไม้ใบไม้บาดหน้าตีหน้าผม แต่ผมไม่สนแล้วในเวลานี้ ขอให้ได้หลุดจากที่นี่เป็นพอ สองเท้าขยับไม่หยุดทั้งร้าวทั้งเจ็บจากกระถูกกระทำแต่ก็ยังสู้ไม่ยอมหยุดง่ายๆ ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งตามมาถี่ๆ พวกนั้นต้องตามมาแล้วแน่ๆ ผมยิ่งก้าวเท้ายาวตามจนล้ม
“รัน!!”
“พี่เม่ย...รันเจ็บ อึก...”พี่เม่ยช้อนตัวผมให้ขี่หลังกะชับผมให้แน่นกับหลังพี่เม่ย
“เม่ย!”
“ไปพี่ไม่ต้องหยุด!”
พวกเราวิ่งกันอย่างไม่คิดชีวิต เสียงปืนดังประปลายไล่ตามเรามาติดๆ เหงื่อพี่เม่ยไหลเต็มหลังทั้งยังอาบแก้ม ทำทุกอย่างเพื่อผมจริงๆ ผมนึกย้อนกลับไปถ้ากลับบ้านผมจะไม่ดื้อจะตื่นมาตีสี่ทุกวันอยู่เป็นเพื่อนพี่จนพี่วิ่งเสร็จจะยื่นน้ำจะซับเหงื่อให้พี่ไม่บ่นอีดออด
“ใกล้ถึงแล้วรัน”พี่เม่ยหันมาพูดกับผมด้วยรอยยิ้ม
“ครับ”ผมรีบกำชับตัวพี่เม่ยเตรียมพร้อมเมื่อเราใกล้ถึงจุดหมาย
รถสี่สูบที่ผมเคยเห็นมันจอดนิ่งสนิทบนพื้นหญ้าแห้ง เรารอดแล้ว พี่เม่ยวางตัวผมลงใบหน้าที่เคยหล่อเหลามีสีแดงคล้ายคนที่เหนื่อยมาก ผมรีบเอามือปาดเหงื่อโดยทันทีพี่เม่ยมองตาผม ส่งยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู
“หายเหนื่อยแล้วครับ”
“รันไม่มีน้ำให้”
“ไม่เป็นไรกลับบ้านค่อยกิน”
ยังคงเป็นคนที่อบอุ่นที่สุดในโลก กลับไปไม่ว่าพี่จะสั่งอะไรผมจะยอมทำตามทุกอย่าง จะเชื่อฟัง จะไม่ดื้อ จะยอมพี่คนเดียวเลยจริงๆ
“รันมากับพี่” เสียงพี่ทันดังพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์บอกให้ผมนั่งซ้อนไปด้วยกัน มองมองหน้าพี่เม่ยก่อนจะเดินไปหาพี่ทันไม่รู้ว่าพวกพี่เค้ามีแผนอะไรแต่ผมต้องทำตาม
“เดี่ยว!......ใส่นี่ด้วย”พี่เม่ยส่งหมวกให้ผม ผมรีบรับมาใส่ในทันที “ไปเจอกันข้างล่าง”
“เม่ย ระวังตัวด้วย”

“ไม่ต้องห่วงพี่ ฝากรันด้วย”

เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มจากรถสองคัน เราขับคู่ขนานกันไปตามเส้นทางตรง
‘นายอยู่ไหน’เสียงที่ผมไม่รู้ว่าใครแต่คับคล้ายคับคาดังอยู่ในหมวกที่ผมใส่
‘ผิดแผนแต่รันอยู่กับกู เม่ยจะแยกตัวออกไป ล่อมันไปอีกทาง’นี่คงจะเป็นแผนของพี่เขาสินะ แต่พี่เม่ยจะไม่ได้ยินเสียงพี่ทัน นิถ้าอย่างั้นพี่เม่ยก็อันตราย! ผมรีบหันไปมองหน้าพี่เม่ยที่ไร้เซฟซี้ใดๆหน้าเปล่าๆปะทะลมนั่น ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ผมเหมือนเป็นภาพช้าที่ผมอยากเห็นทุกวัน
‘ฮอล์จอดอยู่ตีนเขา นายไปถึงจะมีรถนำ’
‘แล้วทางนั้นเป็นไง’
‘โดนยิงนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไร พวกมันตั้งใจจะเล่นงานฉันอยู่แล้ว’
‘หึ ชอบกินจังลูกปืนน่ะ ไว้จะฝากไปให้สักนัด’
‘ถ้าฉันผิดคำพูดนายฝากมาได้เลย’
‘เออ...ขอบใจนะศิลา’ผมตกใจกับคำพูดสุดท้ายของพี่ทัน นี่ศิลามาช่วยผม เสียงที่ผมได้ยินก็คือเสียงพี่ทันกับศิลา ผมต้องมาเริ่มทบทวนใหม่อีกครั้ง หรือผมอาจจะมองเค้าผิดไป
เมื่อการพูดคุยผ่านหมวกจบลงไปแล้ว รถเรากำลังถึงทางแยกอีกแค่ไม่กี่โล พี่ทันชี้นิ้วเป็นแผนต่อไปให้พี่เม่ยแยกตัวไปอีกทาง แต่



ปัง!!!

ปัง
ปัง
ปัง



เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



“พี่เม่ยยย!!!!!”ตาพลางเบิกโตเมื่อหันไปเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
เสียงล้อยางเสียดสีกับถนน รถถูกยิงจนยางแตกไถลลงข้างทางตัวกลิ้งนอนบนพื้นกระเด็นห่างจากตัวรถประมาณ30เมตร ร่างกายที่ไร้เซฟตี้มีแค่ชุดเกาะไม่ได้ทำให้ร่างที่นอนกระเด็นปลอดภัย

แต่พี่เม่ยก็ยันตัวลุกขึ้นได้

โชคดีเสียยิ่งกว่าอะไร ใจชื่นเต้นรำส่ำระส่ายไม่เป็นจังหวะ นึกให้พี่ทันย้อนรถกลับไปให้เร็วที่สุด เป็นดั่งใจพี่ทันเลี้ยวรถกลับไปที่พี่เม่ยก่อนจะถึงตัว

ปัง!!

เสียงปืนดังเข้าโสดประสาทผมมองหน้าพี่เม่ยพลางก้มหมอบ สำรวจตามเนื้อตัวกลัวพี่เม่ยจะเจ็บ
“เม่ยไหวไหม”พี่ทันควักปืนออกมาส่งอีกกระบอกให้พี่เม่ย
“ไหวพี่ไม่ต้องห่วงผม พารันออกไป”พี่ทันเข้ามาพยุงตัว
“พวกนั้นตามมาแล้ว”
“เหี้ยเอ้ยแม่งไม่ปล่อยจริงๆใช่มั้ย”

ปังๆ

ปังๆ
เสียงปืนปะทะกันระหว่างฝากนู้นกับพี่ชายผม พี่ทันพยุงตัวพี่เม่ยแต่ตัวเองก็ต้องยิงคุ้มกันด้วย ผมเลยรีบช่วยประคองพี่เม่ยด้วยอีกคน พี่ทันปล่อยตัวออกแล้วใช้สายตาเฉียบคมเก็บพวกมันทีละนัด 1กระสุนต่อ1คน ด้วยความไวและชำนาญทำให้ไม่พลาดเลยสักคนเดียว ผมพาพี่เม่ยมาใกล้ถึงตัวรถพี่เม่ยมีหันกลับไปยิงบ้างมือข้างหนึ่งเกาะอยู่ที่ไหล่ผมอีกข้างก็หันไปยิงพวกที่มาใหม่ ถ้าเป็นเวลาปกติผมคงพูดได้เต็มปากว่าพี่ผมเท่แค่ไหน แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาจะมาคิดต้องรีบเอาตัวรอดก่อน

“ไม่ไหวมันมาเยอะ”พี่ทันพี่เม่ยและผมนั่งหลบกระสุนกันตามกำแพงรถเราอยู่ห่างไปไม่กี่ก้าวแต่ถ้าก้าวออกไปอาจโดนลูกหลง
“ไป พารันลงไป”เสียงพี่เม่ย ทำให้ผมมองอย่างอดคิดไม่ได้ หมายความว่าไงพี่เม่ย
“ไม่ ต้องไปด้วยกันสิ รันไม่ทิ้งพี่!”
“รัน อย่าดื้อครับ”
“พี่เม่ย! รันไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้าพี่เม่ยไม่ไปรันก็ไม่ไป!”
“พี่ทัน”เมื่อคุยกับผมไม่รู้เรื่องก็หันไปหาพี่ทัน
“เม่ยกูก็ไม่ทิ้งมึง อย่าพูดอะไรเหี้ยๆให้กูได้ยินอีก มึงน้องกู”
ผมไม่รู้ว่าครอบครัวเรามันเรียกครอบครัวไหมเพราะเราไม่มีใครมีสายเลือดเดียวกันเลย แต่เรากลับห่วงใยกันรักกันเราไม่ยอมให้ใครคนหนึ่งต้องห่างไกลเราจะอยู่ด้วยกันอย่างนี้ไม่ว่าใครจะมองว่าเราเป็นแบบไหน สำหรับผมพวกพี่คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต

“งั้นก็ออกไปลุย”
สิ้นเสียงนั้นผมยิ้มออกร่างกายผมจะเป็นอะไรผมไม่สนสิ่งที่ผมสนคือคนตรงหน้านี้ ถ้าพี่เม่ยไม่ยอมแพ้ ผมก็จะไม่ยอม ผมจะสู้เพื่อพวกเรา

ปัง

ปัง

ปัง

ปัง

กระสุนทุกนัดจากพี่เม่ยและพี่ทันเจาะเข้ากลางหัวพวกลูกน้องฝั่งนู้นเน้นๆทุกเม็ดไม่มีพลาด พี่ทันและพี่เม่ยแยกตัวกันไปแอบซุ่มตามโพรงหญ้าที่รกๆ ผมมองดูเหตการณ์ผ่านกอไม้หนาๆ
ถึงไม่มีสโขบแต่พวกพี่ก็ยังคงความแม่น ระยะนี้ไม่มีผลกับพี่ทั้งสอง เป้ายังคงนิ่งยังกับที่ถือไม่ใช่ปืนพก

ปัง
ปัง
ร่วงไปอีกแล้ว


ผมนับจำนวนคนที่มาทางนี้เริ่มน้อยลงสงสัยพวกมันคงไม่กล้ามาไม่ก็กลับบ้านไปตายรังแล้วพอเห็นฝีมือระดับสไนเปอร์จะมาดวลกันยังเร็วไปสิบปี

พี่เม่ยและพี่ทันเดินออกมาจากจุดที่อยู่เมื่อเหตุการณ์เริ่มสงบ ตอนนี้เสียงปืนเงียบลงเราเดินมารวมตัวกันใกล้กับสี่สูบคันใหญ่
“แม่นเหมือนเดิม”
“ใช้ได้ ขนาดเดี้ยงยังเก็บไปเยอะ”พี่ทันเอ่ยปากชม แน่สิเด็กปั้นนินะ
“เกินไปพี่”
“ฮ่าๆกลับบ้านกันเถอะ”
“โอ้ยย อยากนอนตีพุง”ไอคนที่มันร้องโอดอวยเมื่อกี้มันไปไหนแล้วนิ





ปัง!!!!




//////////////////////////////////

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Killer Desire -Chapter 10
« ตอบ #19 เมื่อ: 28-05-2020 17:20:13 »





ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 13
«ตอบ #20 เมื่อ28-05-2020 17:22:22 »

Chapter 13



เสียงปืนดังอีกครั้งหลังจากมันสงบไปนาน มันใกล้หูมากจนผมต้องเอามือลูบตัวเองตัวผมยังเหมือนเดิมผมมองพี่ทันที่มีสีหน้าตกใจก่อนที่ผมจะหันหลังกลับ....

...ไปหาอีกคน


พี่เม่ย



 “พี่เม่ย!”ผมเกาะกุมเลือดที่มันค่อยไหลออกมาจากตัวพี่ชาย พี่เม่ยมองตามมือผมก่อนจะจ้องหน้า
“รัน พี..พี่...”

ปังๆๆ

กระสุนนับสิบสาดเข้ามาที่เครื่องยนต์ข้างๆจนมันเอนล้มนอนหงายเสียงดังพวกเราเกาะกลุ่มกันผมพยายามประคองพี่เม่ยเข้าที่หลบซ่อนแต่ไม่ทันมันยิงดักทาง พี่ทันยิงสวนกลับแต่กระสุนก็หมดเหวี่ยงโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี พวกเราไปไหนไม่รอด รถยนต์สีดำหรูกรูเข้ามาขวางทางหนีพวกเราล้อมทั่วทิศพร้อมเงาร่างคนที่ผมจำมันได้จนวันตาย

ไอ้สารเลว

“ส่งเด็กกูมา”คำพูดของมันทำให้ผมอยากกระโจนเข้าไปหาผมอยากฆ่ามันทำลายชีวิตผมไม่พอยังทำลายพี่ชายผมด้วย
“ไม่มีวันที่กูจะให้!”
“เอาเด็กมาให้กู แล้วพวกมึงจะรอด”
“ข้ามศพกูก่อนละกัน”
ผมมองหน้าพี่เม่ยก่อนจะมองมัน

“งั้นศพมึงก็ศพแรก”

ปัง!!!!

“พี่เม่ยยย!!!!!”


ผมตื่นจากฝันสักทีสิ

ผมหลับนานเกินไปแล้ว

มันเป็นฝันที่ร้ายที่สุดตั้งแต่เกิดมา

ผมอยากโกหกตัวเองว่านี่คือภาพลวงตาผมทรุดตามคนตรงหน้า มือกอบกุมเลือดที่ไหลเป็นสาย พี่ชายผมมองตาผมปากนั้นพยายามพูด ‘ไม่เป็นไร’ น้ำตาผมไหลอย่างไม่สิ้นสุดมือแสนอบอุ่นนั้นทับอบู่บนมือผม บอกตัวเองว่าเราต้องรอด เพื่อไปอยู่ด้วยกันยังมีอะไรหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ ผมยังจำได้วันที่พี่เข้ามาหาผมวันแรก พี่ลูบหัวผม ‘สวัสดีเจ้าหมาน้อย’ ผมยังจำมันได้ไม่มีลืม ภาพช้าที่ฉายตรงหน้าผมสีหน้าอิดโรยซีดราวกับคนเสียเลือด พี่เม่ยอดทนนะครับเราต้องรอด

“มึง!! ไอ้สัด!!!!!!”


ปังๆๆๆ

“เฮ้ยพวกไอ้ฌอร์น!”
ลูกปืนมาพร้อมรถโฟวิลคันใหญ่ดังห่างไปคนละฝั่ง อีกซีกนึงสงครามขนาดย่อมๆได้เริ่มขึ้นเมื่อคนของศิลาขนทัพกันเข้ามา บรรเลงกระสุนใส่พวกมันสาดตามรถที่พวกมันหลบระความสนใจจากพวกมันได้พี่ทันรีบช้อนตัวพี่เม่ยออกมา แต่แผลที่ถูกยิงทำให้ไปได้ไม่ไกลนักเดินหนีมาไม่กี่ก้าวก็หยุดพัก
“อึก......”เสียงทรมานของพี่เม่ยทำให้ใจผมสลาย
“พี่เม่ย”
“เม่ย อดทนหน่อย”
“ไม่พี่...ผมไม่ไหว หนีไป..”
“กูต้องไปพร้อมกับมึง”



แกร้ก!


“มึงจะหนีไปไหน”


เสียงเรียกเย็นพร้อมปลายกระบอกปืนจ่อมาที่เรา


“ถ้ามึงไป.....พี่มึงตาย”


ปัง!

ตัวสะดุ้งโหยงเมื่อปลายปืนเปลี่ยนทิศจ่อยิงที่หัวไหล่พี่ชายที่นอนทรุด ผมก้มลงกอดพี่ชายแน่นอย่าทำอะไรพี่ผม ขอร้อง
“รันหนี......หนีไป”พี่เม่ยไม่หยุดที่จะพูดคำนั้นซ้ำๆ พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆใช่มั้ย
“มึงต้องการอะไร”
“กูบอกไปแล้ว!.....ส่งเด็กกูมาแล้วกูจะปล่อยมันไป”
“ไม่! กูไม่ให้!”
“มึงอยากตายอีกคนหรือไง.....ได้กูสงเคราะห์ให้”
“อย่า!!”
“รัน ไม่.”เสียงแหบแห้งจากคนที่ผมกอดเขาไว้ แต่ผมไม่สนแล้ว อะไรที่ทำให้พี่ไม่เจ็บผมยอม ยอมแพ้แล้ว
“ปล่อยพี่ผม ผมจะไปกับคุณ”
“เดินมาสิ” ผมลุกแต่พี่เม่ย พี่เม่ยดึงตัวผม ผมอ่านปาก  ‘หนีไป’  ผมทำใจเห็นพี่ตายไม่ได้ผมไม่ได้ต้องการแบบนี้

มันไม่ควรเป็นแบบนี้

ผมยอมแล้วพี่เม่ย

ตอนนี้ผมยอมแล้ว

ผมยอมเสียตัวเองเพื่อไม่ให้เสียพี่ไป

“รัน!”พี่ทันเข้ามากระชากตัวผม ผมหยุดนิ่งตาแดงกร่ำ ผมมองพี่ทัน พี่ทันที่ก้มมองพี่เม่ยสีหน้าไม่ต่างกัน

เจ็บปวด

จุกในคอ

หายใจไม่ออก

เหมือนมีก้อนเนื้อชิ้นใหญ่ขวางทางก่อนจะสบตาผมอีกครั้ง ครั้งนี้ผมรู้แล้ว

รู้แน่ชัดว่าพี่ทันจะทำอะไร

ผมหลบตาไม่อยากรู้แต่ก้มลงมองพี่เม่ย

‘วิ่ง’

วิ่งไป

วิ่งไปให้ไกล

พี่เม่ย


มือหนาแข็งแรงของพี่ทันจับมือผมไว้แน่นก่อนที่สองขาของพวกเราจะขยับและวิ่งตรงไป น้ำตาผมไหลด้วยความเจ็บปวดผมจะหันหน้ากลับแต่เสียงแหบพล่านั้น
“อย่าหันกลับมา..”


เท้าสองเท้าผมวิ่งไปไม่รู้ทิศทาง


ผมไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าพี่ชาย


เป็นครั้งสุดท้าย...


ผมวิ่งด้วยใจที่ร่วงหล่น



วิ่งไปพร้อมน้ำตา




วิ่งไปทั้งที่ไม่รู้ว่ากำลังไปไหน




เหมือนในความฝัน




ผมวิ่งเข้าหมอกสีดำ






ปังงง!!!







หมอกควันที่มองไม่เห็น




.........





ทางด้านหน้าของฝั่งทิศตกหน้าผาสูงชันนี่คงเป็นผาน้ำตกเรามาสุดทาง คนของพวกมันยังตามเรามาไม่เลิก มันมาพร้อมนายมันคนที่จะเอาตัวผมไป

“ฮึกก......ฮึกก.....ฮื้อออ.....ฮึกกก....”เพราะตลอดทางที่วิ่งมาผมร้องให้มาตลอดจนสุดทางเสียงสะอื้นก็ยังไม่หายไป

พี่เม่ย

ได้ยินผมมั้ย


ผมร้องให้อยู่


เพราะผมเจ็บ


เจ็บที่ไม่มีวัน


ได้เห็นพี่อีก..


“รัน”พี่ทันดึงผมเข้าไปกอด เป็นกอดที่ผมรู้สึกเจ็บปวดมากที่สุด ตัวผมสั่นเทาเสียงสะอื้นไม่ยอมหาย น้ำตาไหลไม่หยุด ผมพยายามเข้มแข็ง
แต่ผมอ่อนแอเหลือเกิน

“ฮึก..ฮื้ออ..พี่เม่ย...ฮึก...ไม่อ..ยู่..ล...แล้ว....ฮึกกก...”เสียผมพูดไม่เป็นคำผมเหนื่อยเหลือเกิน

ผมเหนื่อยที่จะวิ่งต่อแล้ว

“......”ตัวสั่นๆของพี่ทันทำให้ผมรู้ว่าพี่ทันคงเสียใจไม่แพ้กัน

สวรรค์จงใจแกล้งเราหรือต้องการให้เราตกนรกทั้งเป็น เสียงดังไล่หลังพร้อมกลุ่มคนจำนวนมากวิ่งตามออกมาพวกมันโผล่พ้นจากป่าและเดินดันเราให้ถอยติดหน้าผาก่อนที่ร่างปีศาจมันจะออกมา
มันออกมาพร้อมปืนในมือ

จ่อมาที่ผม


ปืนที่มันใช้พรากพี่ชายผมไป



“โดด” อะไรนะ พี่ทันพูดราวเสียงกระซิบโดยที่ไม่มองหาคำตอบ ‘โดด’ เป็นทางเดียวที่จะ ‘รอด’
ผมมองหน้าพี่ทันอีกครั้งอย่างให้คิดให้ดี
ถ้าโดดเราก็ตาย

แต่ถ้าอยู่ตรงนี้


เราก็ตาย

ผมแน่วแน่เมื่อเห็นหลังพี่ทันหันกลับ


ผมหันตาม



มือหนายกขึ้นพร้อมรอรับมือจากมือผม



ถ้าเราจะต้องตาย










เราจะตายด้วยกัน




.




.



.








.




























ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมซ่าาาาาา..............

///////////////////////////////////

ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 14
«ตอบ #21 เมื่อ28-05-2020 17:32:31 »

Chapter 14



“รัน...ตื่นครับ”
“อืม...พี่เม่ย...พี่เม่ย!”
“ตื่นได้แล้วไอ้ลูกหมา”
“พี่เม่ยจริงๆด้วย พี่เม่ยยังไม่ตาย!.....พี่เม่ยยังไม่ตาย”
“พี่ไม่ตายหรอก พี่จะอยู่กับเราตลอดไป”
“จริงนะ”
“จำที่พี่เคยพูดได้มั้ย...

...พี่จะรักและปกป้องเราจนกว่าจะหมดหายใจ”
“พี่เม่ย...รันรักพี่”
ผมกอดคนที่ผมคิดว่าเขาจากไปแล้ว แต่เขาอยู่ข้างกายผมนี่เอง
“ถ้ารักพี่ ก็มีชีวิตต่อ....

.......เพื่อพี่นะรัน”

..........เพื่อพี่นะรันน”

..............เพื่อพี่นะรันนน”





ตาผมเบิกกว้างควานหาที่กอดไว้กลับกลายเป็นสูญยากาศ

ผมควานหาแต่ไร้ร่องรอย
ท่ามกลางกลุ่มเมฆสีดำผมไขว่คว้าเอาสิ่งที่หายไปกลับคืน


แต่ยิ่งคว้า


กลับยิ่งมืดลง


ผมกลัว


มือผมถูกฉุดขึ้นไป

จากใครคนหนึ่ง

แสงสว่างเริ่มรอดเข้ามาจากเงามืด

“ฮึก......ฮึก........ฮึก.........ฮึก”เสียงลมหายใจผมดังเป็นจังหวะเมื่อถูกปั้มลมออกมา
ผมมองไม่เห็นว่าเขาเป็นใคร แต่ความรู้สึกผม ผมปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา

“รัน....ตื่นสิรัน....ตื่น”
เหมือนเสียงนั้นจะคุ้นหูผมมาก เสียงทุ่มดุที่เคยดุผมเวลาผมกลับบ้านสาย

“ฮึก......ฮึก........ฮึก..............แค่ก....แค่ก.....แค่ก!”
“รัน”
“พ...พี่ทัน....แค่ก....”ผมกระออนไอน้ำที่เข้าคอออกมาจนหมด ผมจมน้ำและคงจะกินไปหลายอึก
นี่ผมกับพี่ทันยังไม่ตาย

แต่เมื่อกี้ผมเห็นพี่เม่ย

“พี่ตกใจคิดว่ารัน...”
“......”ผมเห็นพี่เม่ย พี่เม่ยมาปลุกผม

พี่เม่ยเรียกให้ผมตื่นเพื่อมีชีวิต.........เพื่อเขา

“เราโดดลงมาสูงขนาดนั้นพวกมันคงคิดว่าเราไม่รอด”
“......” ใช่ เรา ‘โดด’ ลงมา
“มันคงไม่ตามมาอีกแล้วล่ะ”

ผมมองเงยขึ้นไปจากด้านบนเป็นฝาน้ำตกไหลยาวสุดลุกหูลุกตา แค่นิดเดียวเราอาจตายได้ ผมรอดมาได้จริงๆ

“พี่ทัน..เราจะไปไหนต่อ”


“เราจะกลับบ้าน”

..............

Part Si-ra


ผมมองหาร่างคนสองคนจากบนฮอล์ ธารน้ำตกที่ไหลนั่นน่าจะมีร่างเล็กอยู่แต่หาเท่าไหร่ก็ยังไม่เจอ
“นายครับ!”เสียงลูกน้องที่ติดตามมาชี้ไปยังจุดเล็กๆใกล้ปลายน้ำ
“ลงเทียบพื้น”


ฮอล์ลงเทียบพื้นใกล้กับจุดที่เห็น ใช่สองคนที่ตามหาจริงๆ ผมเดินเข้าไปใกล้ทันวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับน้องชายของเขา
“ศิลา”
“รีบไปเถอะ ยังมีเรื่องให้ต้องทำ” ผมพูดแค่นั้นแล้วก็มองคนร่างเล็กที่ไม่คิดจะมองผมเลย
ผมจับมือเขา ใบหน้านั้นหันมาทันที ผมแค่เป็นห่วง “เป็นอะไรหรือเปล่า”
“....ไม่”
เขาปล่อยมือผม ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร เหมือนสงสัยอะไรบางอย่าง
ผมเดินตามหลังเล็กๆนั่น ขึ้นฮอล์ไปยังบ้านพักของผมที่ห่างไกลกันคนละซีกโลกเพราะมันเลยไปเกือบสุดเขตแดน ผมอธิบายให้ทันเข้าใจว่าเรากำลังไปไหน เขายังคงวางใจผมแค่50อีก50ก็ยังคงเหมือนเดิม
“คิดว่ามันจะตามมาอีกไหม”ทันถามผมซึ่งผมพร้อมจะตอบ
“พวกมันคิดว่าไม่รอด สูงขนาดนั้นฉันยังคิดว่าไม่น่ารอดเลย”ผมเห็นเหตการณ์จากบนฮอล์แอบคิดอยู่เหมือนกัน แต่ปาฏิหาริย์ก็ดันมีจริง
“เรื่องเม่ย..”ถึงทันจะถามแต่สายตากลับไปมองน้องชาย ที่ตอนนี้มองเหม่อลอยออกไปที่ไหนสักแห่ง
“นายไม่ต้องกังวลคนของฉันจะจัดการให้”ผมหมายถึงเรื่องศพ “พักเถอะนายเหนื่อยมากแล้ว”
ทันพยักหน้ารับก่อนจะเอนหัวพิงขอบหน้าต่างแล้วหลับไปในที่สุด

ผมเข้าใจการสูญเสีย มันเร็วเกินไป

แต่ตอนนี้ ถึงเวลาที่ผมจะได้อยู่กับรันอีกครั้ง
ใบหน้านั้นยังคงไม่ละสายตาจากภายนอก หรือผมต้องหาเรื่องคุยเพื่อให้เขาลืมเหตการณ์ที่ผ่านมา
“....”แต่ผมจะเริ่มยังไง
“คุณช่วยผมทำไม”ไม่รอให้ผมเอ่ยปากแต่กลับเริ่มถามผมเอง
“เพราะฉันต้องช่วย”
“ทำไม เพราะผมเคยช่วยคุณหรอ บุญคุณต้องชดใช้หรือไง” เขาหันหน้ามา
“ไม่ใช่หรอก” เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นใบหน้านั้นชัดเจนจากที่ไม่ได้เห็นมานาน
เขาสงสัยอะไรผม?
“คุณไปงานนั่น....คุณประมูลผม”
ผมพอจะรู้ที่มาของหน้าตาบึ้งตึงนั่นแล้ว ต้องเข้าใจผมผิดอยู่แน่ๆ
“มันอยู่ในแผนตอนแรก”
“แผน?”
“ประมูลเพื่อให้ได้นายกลับมา แต่ไม่ทัน”
“ถ้าประมูลได้คุณจะเอาตัวผมไป....หรือเปล่า”เสียงนั้นถามอย่างชั่งใจ
“ฉันจะส่งให้พี่นาย”

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่ผมพูดกับเด็กคนนั้น ก่อนที่ฮอล์จะมาถึงที่เราไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย
อย่างน้อยผมก็ได้แก้ไขข้อกล่าวหา
ผมไม่อยากเลวร้ายในสายตาเขา
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร

................


Part tun

ผมเผลอหลับเพราะความเหนื่อย จนเรามาถึงที่หมาย บ้านพักที่น่าจะปลอดภัยที่สุดตอนนี้ เรามาไกลจากบ้านมากและผมก็ยังมีน้องอีกคนที่ยังเป็นห่วงผมเลยกะอยู่ที่แค่ช่วงเวลาหนึ่งแล้วจะรีบกลับไปเพื่อหาน้องชายอีกคน
แต่จะให้รันตามไปด้วยเกรงว่ามันจะไม่ปลอดภัยยังไงซะผมเชื่อใจศิลาถึงจะครึ่งหนึ่งแต่ผมคิดว่ามันคงไม่กล้าทำอะไร เพราะดูเหมือนมันจะอ่อนโยนกับน้องผมมาก หาที่พักให้หมอมาดูแลเป็นพิเศษซึ่งตอนนี้น้องผมมันก็นอนหยอดน้ำเกลือบนเตียง ศิลารู้เรื่องอาการน้องผมเพราะตอนตรวจมีหมอ ผม และศิลา หน้ามันเปลี่ยนสีเมื่อหมอพูดว่าน้องผมถูกข่มขืน
ช่องทางฉีกขาดและเป็นแผลใหญ่ ทั้งรอยช้ำตามตัว มันรับฟังตั้งแต่หมอพูดจนจบผมเองยังแทบรับไม่ได้อยากเดินออกมาไม่อยากทนฟัง ผมทนไม่ไหวที่จะกลับไปล้างแค้น ศิลามันตั้งใจฟังและทำหน้าที่แทนผมไปแล้ว รับคำกับหมอรับยาและวิธีการใช้ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นหน้าที่ผม มันจะไปรับได้ไงแต่สิ่งที่มันตอบกลับมาทำให้ผมต้องมองมันใหม่ “ฉันอยากดูแลเขา” ถ้าน้องผมเป็นผู้หญิงคงเข้าใจว่ามันรักน้องผมแน่ แต่นี่น้องผมเป็นผู้ชายมันคงไม่คิดถึงขั้นนั้น
หรือจะผู้ชายผู้หญิงคงไม่สำคัญเพราะถึงกระนั้นน้องผมมันก็โดนข่มขืนมาแล้ว แต่ผมพอมองออกว่าศิลามันจะไม่ทำเรื่องอย่างนั้นผมเลยเชื่อใจมันอีกครึ่งผมก็ไม่ประมาท

ตกถึงตอนเย็นผมเดินเข้าไปในห้องของน้องอีกครั้ง รันตื่นขึ้นเหม่อลอยออกไปข้างนอก ดวงตาที่เคยสว่างไสวตอนนี้แดงกร่ำ คงร้องให้เรื่องเม่ย
ผมเองก็เสียใจ เม่ยเป็นคนรักพี่น้อง
ผมไม่อยากพูดถึงเม่ย ผมทำใจไม่ได้ขนาดผมยังเป็นขนาดนี้ แล้วคนบนเตียงจะเป็นขนาดไหน
“รัน กินข้าวก่อน ค่อยกินยา”
“......”
“ไหนหมอให้ยาอะไรมาบ้าง”
“......”
“......”ผมมองหน้าคนที่ไม่ตอบอะไรผมเลย น้ำตาไหลออกมาจากหน้าขาวนวลไม่มีเสียงสะอื้น มีแค่หยดน้ำตาตกลงมา
คงทรมานกับความรู้สึก
ตาแดงกร่ำเริ่มเคลื่อนย้ายมาที่ผม

“ถ้ารันขออะไรอย่าง..พี่ทันจะให้ไหม”
“ได้ทั้งนั้น”ผมยอม ผมให้หมด ผมยอมทุกอย่าง


“ทำให้รันเป็นแบบพี่”


“......”แต่คำขอ ทำให้ผมหยุดคิด

“ฝึกรัน...แบบที่ฝึกพี่เม่ย”

แบบเม่ยเท่ากับว่า รันต้องการเป็น ‘นักฆ่า’

“รัน”

“พี่ทัน”

“....”


“ทำให้รันได้ไหมครับ”



........


ในค่ำคืนผมพยายามข่มตาให้หลับแต่ในหัวยังมีเสียงของรันลอยเข้ามาตลอด “ฝึกรัน...แบบที่ฝึกพี่เม่ย” ผมไม่ต้องการให้น้องมีความเสี่ยง ผมไม่อยากให้น้องเป็น นักฆ่า
แต่แม้รันจะเป็นเด็กธรรมดา ก็ยังได้รับอันตรายขนาดนี้ หรือผมควรจะให้ในสิ่งที่เขาขอ
เสียงนกร้องบอกเวลาใกล้รุ่งสางยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ ผมต้องพัก พักทั้งร่างกายและจิตใจ เตรียมพร้อมที่จะรับมืออะไรต่างๆที่จะเกิดขึ้น
ขอให้วันพรุ่งนี้ผมไม่ต้องลำบากใจที่จะบอกน้อง


..


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูปลุกผมจากความฝัน ผมตื่นขึ้นมาดูเวลา 9.20 รีบเดินไปยังที่มาของเสียงก่อนจะเปิดมันพร้อมกับหน้าผู้เป็นเจ้าของที่นี่
“วันนี้ฉันจะต้องไปธุระในเมือง”ศิลาบอกผมเราคุยกันอยู่หน้าประตู
“แล้วมึงจะกลับมาเมื่อไหร่”ไม่รู้ทำไมผมถึงไม่เคยพูดดีกับมันทั้งที่มันก็เป็นผู้ดี เพราะผมมันถ่อยเองมั้ง
“น่าจะค่ำ....มีอะไรหรือเปล่า”
ผมมองซ้ายมองขวา ศิลามองผมอย่างสงสัย
“เข้ามาก่อน”
ผมไม่ได้มีความคิดพิศวาสอะไรมันแต่ที่ผมเรียกมันเข้ามาเพราะจะคุยเรื่องรัน ผมเป็นหัวหน้าครอบครัวยังต้องมีอะไรให้ทำอีกเยอะ
“มีอะไร”ศิลาถามมันยังยืนนิ่ง
“อีกสองสามวันกูต้องไปเคลียร์เรื่องที่บ้าน”
“แล้วรัน”
“เรื่องนี้แหละที่กูเรียก”
“ให้รันอยู่ที่นี่ ส่วนนายถ้าจะไปก็ไปได้เลย”
“เห่ยย..มากไปแล้วมึง น้องกูจะปลอดภัยไหม”
“น้องนายปลอดภัยแน่ถ้าอยู่กับฉัน”
“เฮ้ออ...”ผมไว้ใจมัน แต่ก็ไม่ไว้ใจมัน
“ถ้าไม่ไว้ใจก็เอารันไป...แต่ฉันไม่คิดว่านั่นเป็นทางที่ดี”ก็จริงของมัน
“กูไปแค่ไม่กี่วัน”
“เมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้”
“ฉันจะให้คนเตรียมรถไว้ให้”
“เออ..ฝากรันด้วยละกัน”


..


“เก็บของไปไหน”
ผมหันควับรันเข้ามาห้องผมตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมยังไม่ได้ให้คำตอบ ตอนนี้มีแต่เรื่องที่ต้องเคลียร์
“พี่จะกลับบ้าน”
“รันไปด้วย”
“ไม่ได้”
“ทำไม ไหนว่าจะกลับบ้านพร้อมกัน หรือจะทิ้งรันไปอีกคน”
“ไม่ได้ทิ้ง..ตอนนี้จะไปไหนมาไหนมันไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
“...แต่”
“แผลหายแล้วหรอ”ผมเปลี่ยนคำถามก่อนจะโดนน้องกดดันไปมากกว่านี้
“ดีขึ้น”
“อืมดีแล้ว”คงจะอย่างนั้นเดินมาห้องผมได้คงไม่เป็นอะไรมากแล้ว
“จะกลับมาเมื่อไหร่”
“..ยังไม่รู้”
“พี่ทัน..กายจะรู้ไหมเรื่องพี่เม่ย”
“รู้ ยังไงสักวันก็ต้องรู้”
“สักวัน..หมายความว่าไง จะไม่บอกกายหรอ”
“มันยังไม่ถึงเวลา พี่เลยต้องไปหากาย”ผมหันไปบอกรัน รันเดินเข้ามานั่งข้างเตียงผม
“แล้วเรื่องที่รันขอ พี่ยังไม่ได้คำตอบ”ผมคิดว่าเจ้าตัวจะลืมไปแล้ว
ผมจะทำยังไงกับคำตอบ
จะให้รันเป็นแค่เด็กธรรมดา หรือเป็นนักฆ่า
ผมรู้ว่าถ้าเลือกอันหลังมันจะเปลี่ยนชีวิตเด็กคนนี้ไปตลอดการ จะไม่มีแววตาใสซื่อนั่นอีกต่อไป
หรือมันถึงเวลาแล้วที่ผมต้องหยิบยื่นสิ่งที่กลัวออกมา


“เออ..ฝากรันด้วยละกัน”
“แน่ใจเหรอที่เรียกมามีแค่นี้”
“.....”
“เสียพี่ชายไปทั้งคน”
“....รันขอให้กูฝึก ให้เป็นแบบเม่ย”
“ถ้าคิดจะให้รันเป็นอย่างพวกนาย ฉันจะฝึกให้แต่ไม่ได้ให้เขาเป็นแบบนาย เขาจะเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้น”
“แลกกับอะไร”
“ให้รันเป็นคนของฉัน จะไม่มีใครรู้ว่ารันยังมีชีวิต นายไม่ต้องห่วง รันจะถูกเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล เขาจะอยู่ที่นี่โดยไม่มีใครสงสัย ในฐานะ ‘คนของจิดาฑิวัฒน์’ ”
“แล้วมึงจะได้อะไรจากงานนี้”
“แค่เขาอยู่ที่นี่แค่นั้นก็พอ”
“ที่ทำทั้งหมดนี่ มึงชอบน้องกู?”
“....แค่สนใจ....”
“กูขอเตือนถ้ายุ่งกับน้องกูเมื่อไหร่..”
“ฉันไม่ข่มขืนใคร”
“แล้วกูจะไว้ใจมึงได้ยังไง”
“นายมีสิทธิ์มาดูความปลอดภัยที่นี่ได้เสมอ แต่ต้องไม่ให้รันรับรู้”
“เห้ย น้องกู”
“เขาจะอ่อนแอ”
“...แต่....”
“จะตกลงไหม”
“นานเท่าไหร่”
“สามปี”
“สามปี..มึงให้กูห่างกับน้องสามปี!”
“นั่นเป็นข้อตกลง.........ว่าไง”

“ได้”





“รออีกหน่อย...รอพี่กลับมา”




//////////////////////////////////////

ออฟไลน์ PattapoLy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Killer Desire -Chapter 14
«ตอบ #22 เมื่อ28-05-2020 17:40:06 »

พัดตะโพลี่ท็อค :
กำลังคลีนๆนิยายอยู่น้า ด้วยความที่แต่ละ ch มันน้อยกลัวอ่านไม่จุใจเลยลงแบบหลายๆเลย
ตั้งใจแต่งมาก จริงๆมาจากneedตัวเองที่อยากอ่านแนวๆนี้แล้วหาอ่านมันไม่มีอ่า ก็เผื่อใครชอบเหมือนกันก็เข้ามาอ่านได้
ผิดพลาดประการใดก็เตือนๆกันได้น้า :L1:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: Killer Desire -Chapter 14
«ตอบ #23 เมื่อ01-06-2020 20:36:33 »

 :pig4:
 o13

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด