———— เหมายัน ———— (ปัจฉิมบท) ๑๘.๑๐.๖๐
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ———— เหมายัน ———— (ปัจฉิมบท) ๑๘.๑๐.๖๐  (อ่าน 71178 ครั้ง)

ออฟไลน์ didididia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๖) ๒๙.๐๙.๖๐
«ตอบ #60 เมื่อ03-10-2017 00:10:19 »

โหดร้ายเกินไปแล้วถึงกับสั่งเก็บเลยหรอ :katai1: :a5:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๖) ๒๙.๐๙.๖๐
«ตอบ #61 เมื่อ03-10-2017 17:31:35 »

ฉากในโรงพยาบาลนี่พะอืดพะอมมากค่ะ คลื่นไส้
 ขยะแขยง ถ้ากวินทร์คิดกับน้องด้วยความบริสุทธิ์คงน่ารัก เป็นคู่อาหลานที่น่ารัก แต่นี่แบบอะไรทำให้เป็นได้ขนาดนี้ กับเด็กที่ไม่ประสีประสา จะร้องไห้ เขียนดีจนอยากไถข้ามฉากอาหลานค่ะ อินมากจนอ่านเกือบไม่ได้  :katai1:

ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๖) ๒๙.๐๙.๖๐
«ตอบ #62 เมื่อ03-10-2017 18:09:41 »

๐๗



หากถามถึงจุดเริ่มต้น ก็คงโทษปัจจัยหลาย ๆ อย่าง

ตั้งแต่การเกิดในครอบครัวที่เพียบพร้อมย่อมแลกมาด้วยกฎระเบียบที่เคร่งครัด ทุกวันต้องท่องประวัติของวงศาคณาญาติแล้วจำให้ขึ้นใจ ในฐานะลูกหลานตระกูลเก่าแก่แค่คิดว่าจะเดินออกนอกลู่นอกทางยังแทบเป็นไปไม่ได้ ยังมีข้อห้ามอีกหลายอย่างที่จำกัดสิทธิเสรีภาพ

โชคดีที่กวินทร์เป็นทายาทลำดับที่สี่จึงไม่ถูกตีกรอบชัดเจนมากเท่าพี่ชายและพี่สาว ยังหลงเหลือวัยเยาว์ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอยู่บ้าง แม้จะเลือนรางแต่ก็ยังพอจินตนาการความรู้สึกนั้นได้อยู่ ชีวิตคุณหนูในคฤหาสน์อาจจะไม่ได้ทุกข์ตลอดเวลาแต่ว่าก็สุขได้ไม่นานนัก ทุกอย่างมีเวลากำจัดของมัน วันเวลาผ่านไปจากเด็กน้อยก็กลายเป็นเด็กชาย มุ่งสู่วัยหัวเลี้ยวหัวต่อ เรียนจบมอปลายแล้วสอบเข้ามหาลัยในคณะที่พ่อแม่ใฝ่ฝันเพราะคิดว่านั่นคือการทดแทนบุญคุณ หารู้ไหมว่าความหวังดีไม่ได้หล่อหลอมให้เป็นมนุษย์แต่เป็นหุ่นยนต์แทน

ช่วงเรียนมหาลัยน่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวที่ได้เป็นตัวของตัวเองที่สุด พูดในแง่ของการแยกออกมาอยู่หอพักตามลำพัง ตอนนั้นเองถึงได้รู้จักชีวิตที่ไม่ต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลา ถอดเสื้อผ้าระเกะระกะบนพื้น จะตื่นมากินข้าวเวลาไหนก็ย่อมได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกใครดุด่า ไม่ต้องรักษาภาพพจน์สะอาดสะอ้านตั้งแต่หัวจรดเท้า เข้าเรียนเมื่ออยาก อ้างว่าติดธุระบ้างเพื่อเที่ยวเตร่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นสำมะเลเทเมาเพราะยังมีเงาของวงษ์ตระกูลตามติดไปด้วยทุกที่

จะคิดจะทำอะไรให้นึกถึงศักดิ์ศรีและหน้าตาของพ่อแม่ไว้บ้าง ประโยคนี้นอกจากจะช่วยเตือนความจำยังทำให้แต่ละก้าวเดินของลูกเหมือนถูกหินถ่วงไว้ที่ขา หนักเท้าราวกับเป็นคนคุกที่อยู่นอกลูกกรง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังท่องโลกที่ไร้กฎเกณฑ์จนหนำใจ หลังจบมหาลัยก็เตรียมเข้าทำงานในเครือบริษัทพ่อ แต่ระหว่างรอรับตำแหน่งใหญ่ก็ดันมีเรื่องใหญ่กว่าเกิดขึ้น

ตื่นมาพร้อมกับข่าวชวนตกใจ พี่สาวตั้งครรภ์ได้สองสัปดาห์กับชายหนุ่มนิรนาม ขนาดแอบถามเป็นการส่วนตัวก็ยังไม่ยอมเล่า จะให้ลองเดาก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ออกไปอยู่นอกบ้านตั้งหลายปีจำทางกลับบ้านก็ดีแค่ไหนแล้ว น้องชายที่ถือคติคนล้มอย่าข้าม แถมอีกเก้าเดือนข้างหน้าพี่สาวก็จะคลอดเด็กน้อยตาดำ ๆ ออกมา จึงใช้เงินที่เก็บสะสมไว้ไปกับการซื้ออาหารบำรุงครรภ์ ดูแลแม่และเด็กช่วงระหว่างมีสงครามกลางบ้านและเป็นสารถีพาพี่สาวไปโรงพยาบาลเมื่อมีอาการตกเลือดหลังกินของผิดสำแดงที่มารดาเป็นคนประเคนให้เข้าไป

เพิ่งมารู้ทีหลังว่าพี่สาวถูกหลอกให้กินยาขับลูกจนเกือบแท้ง เลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนตามเสื้อผ้า กลิ่นคาวคละคลุ้งตอนพาพี่สาวเข้าห้องฉุกเฉินก่อนจะเดินวนไปวนมาเป็นหนูติดจั่น รออยู่หน้าห้องนานสองนานกว่าพี่สาวจะออกมาพร้อมเตียงผู้ป่วยด้วยสภาพอิดโรย

แม้จะเจ็บปวดจนน้ำตาไหลแต่ก็ไม่เคยคร่ำครวญหาความยุติธรรมหรือเรียกร้องความรับผิดชอบจากใคร ในยามอ่อนแอสัญชาตญาณความเป็นแม่บอกแค่ว่าต้องเข้มแข็งเพื่อลูกที่ยังอยู่ในท้อง พี่สาวแค่เรียกน้องชายมายืนข้างเตียง ๆ และเฉลยปริศนาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

พ่อของลูกก็คือพี่ชายคนโต… คนฟังทั้งรู้สึกโมโห สับสนระคนเคียดแค้น เผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ‘ถ้าพี่เป็นอะไรไปฝากลูกพี่ด้วยนะ’  สั่งเสียซะตั้งแต่เนิ่น ๆ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันก็ยังมั่นใจว่าจะมีคนรับช่วงดูแลต่อ น้องชายเชื่อว่าที่พี่สาวพูดแบบนี้คงเพราะไม่หวังพึ่งพ่อเด็กที่เกรงกลัวบิดามารดา ขี้ขลาดตาขาว ฝากชีวิตไว้กับเหล้าเมามายจนดูน่าสมเพช

เห็นแก่คำขอของพี่สาวที่บอกว่าอย่าไปเอาเรื่องเอาราวกับคนแบบพรรค์นั้นเลยถึงได้ทำเฉยเวลาเดินเจอในบ้าน ทั้งที่อยากจะตั๊นหน้าสักหมัดสองหมัด แต่เพื่อความสบายใจของพี่ที่จะส่งผลถึงหลานจึงทำเหมือนพี่ชายเป็นธาตุอากาศผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

ยามมีคำสั่งลงมาว่าคนท้องต้องไปออกลูกให้ไกลหูไกลตานักข่าว คนเป็นน้องก็ขันอาสาไปดูแลด้วยราวกับเป็นพ่อเด็กเสียเอง ไม่แปลกที่ใครจะเล็งเห็นถึงความห่วงใย เล่นใส่ใจอย่างออกนอกหน้าจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ ผู้เป็นบิดาที่เห็นความวุ่นว่ายส่อแววมาแต่ไกลเลือกตัดไฟแต่ต้นลม ข่มความเสียใจที่ลูกสาวตายหลังให้กำเนิดบุตรก่อนจะยุติการเดินทางกลับมาบ้านของลูกชาย ให้ส่งเด็กมากับศพแม่มันเท่านั้น ส่วนลูกชายต้องอยู่เรียนต่อเอกและโทด้านบริหาร

ลูกชายรู้ดีว่าเป็นการกลั่นแกล้ง แล้วก็เล่นแรงมาก ถ้าหากไม่ทำตามก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมา ในต่างประเทศเงินทองก็ใช้ว่าจะหาง่าย จริงอยู่ว่าล้างจ่ายไม่กี่ใบก็ได้ค่าตั๋วเครื่องบิน แล้วค่ากินค่าอยู่ล่ะ ไหนจะค่าที่พักในประเทศที่ค่าครองชีพสูงเสียดฟ้า จึงจำต้องก้มหน้ารับกรรมแล้วเก็บงำความคิดถึงหลานไว้ ตัดใจและเชื่อว่าไม่อีกนานเราจะพบกัน

กลางวันฝันเปลี่ยนเป็นกลางคืน ตื่นขึ้นมาตอนเช้าเป็นพัน ๆ รอบบิดาก็ยังใจแข็งไม่ยอมเรียกตัวกลับ จนเมื่อความตายมาเยือนคนในตระกูลหลายครั้ง ในความโศกเศร้าก็ยังแฝงไปด้วยความดีใจเล็ก ๆ ไม่รู้ว่าจากเด็กทารกจะตัวโตมากขึ้นแค่ไหน มัวแต่ตื่นเต้นดีใจ นั่งจินตนาการจนไม่ได้หลับได้นอนตลอดการเดินทางกลับด้วยเครื่องบิน

คุณอาหอบความคิดถึงมาหาหลานที่เห็นหน้ากันวันแรกแล้วมีอาการขัดเขินอยู่บ้าง ห่างหายไปตั้งเจ็ดปี ตอนเป็นทารกก็ได้คลุกคลีกันแค่อาทิตย์กว่าเรียกว่าต้องทำความรู้จักกันใหม่ แต่ภายในเวลาไม่นานความสัมพันธ์ของสองอาหลานก็คืบหน้าอย่างก้าวกระโดดเพราะกวินทร์เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยอมรับข้อบกพร่องทางด้านสติปัญหาของเด็กน้อยได้ แล้วก็ไม่ได้ล้อเลียนหรือทำท่ารังเกียจเดียดฉันท์ ยึดตามคำมั่นที่ได้ให้ไว้กับพี่สาว เข้าใจว่าเป็นเพราะยาขับเลือดในคราวนั้น หลานถึงหัวช้ากว่าเด็กทั่วไปในขณะที่ร่างกายเจริญเติบโตตามปกติ เสียก็แต่ที่ตัวเล็ก

แต่เด็กน้อยก็ได้รับความสวยและสะโอดสะองจากแม่มานึกว่าผลิตจากโรงงานเดียวกัน เมล็ดพันธุ์งอกงามท่ามกลางสภาพอาการที่ไม่เป็นใจและใช้สรรพนามว่า ‘เด็กนั่น’ มาตลอด

ก่อนคุณอาจะตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ‘มะลิ ’ เป็นดอกไม้ที่แทนสัญลักษณ์ความบริสุทธิ์ ผุดผ่อง และอ่อนโยน มะลิยังแทนความหมายว่าเธอคือคนที่ฉันสุดรักสุดบูชา ซึ่งในตอนแรกเด็กน้อยก็รักและหวงแหนชื่อตัวเองที่เปรียบดังของขวัญระหว่างที่ความผูกพันยิ่งงอกเงยและไม่มีใครเอะใจเลยว่าสุดท้ายแล้วดอกมะลิจะช้ำกลีบบางจะถูกขยำด้วยน้ำมือของคนที่ประคมประหงม

สองอาหลานอยู่ด้วยกันแทบจะทุกเวลา

กระทั่งตอนก่อนจะนอนหลานก็จะอ้อนให้เล่านิทานจนหลับไปด้วยกันเลย คุณอาเคยเสี่ยงชีวิตช่วยหลานจนตัวเองบาดเจ็บเล็กน้อย คอยคุ้มครองภัย ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ไม่ยอมให้เป็นอันตราย แล้ววันหนึ่งก็กลับทำร้ายเสียเองอย่างเลือดเย็น 

ตอนแรกมีเหตุให้ต้องพลัดพรากจำต้องห่างกันสักระยะเพราะภาระหน้าที่ที่จู่ ๆ ก็ได้มาด้วยความไม่เต็มใจ พี่สาวอีกคนสิ้นใจกะทันหันและแน่นอนว่าถ้าบิดาตายอีกคนอำนาจในบริษัทจะถ่ายโอนให้ใครถ้าไม่ใช่กวินทร์ที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องมาแบกรับความกดดันจำมหาศาล รวมถึงไม่เคยคิดเรื่องการมีภรรยาหรือการเป็นช้างเท้าหน้าให้ใคร

กลับกันก็ไม่ได้ต้องการช้างเท้าหลังที่มาจากคลุมถุงชน เพราะมันหมดยุคของการจับคู่ไปนานแล้ว แต่งกับคนที่ไม่ได้รักยังไงก็ส่อแววว่าชีวิตครอบครัวจะล่ม แต่ระบบเผด็จการจะไม่มีวันหมดไปตราบใดที่นายใหญ่ยังมีชีวิต หากคิดต่อต้านก็ถือเป็นกบฏ โอดครวญไปก็เท่านั้น ประกาศิตถือเป็นเด็ดขาด เรื่องหาคู่ครองเดี๋ยวจัดการให้เองไม่ต้องเป็นห่วง

เรื่องผู้หญิงที่พ่อจะหามาให้ทำเอากังวลใจไปล่วงหน้า ไม่ใช่เพราะอ่อนหัดเรื่องบนเตียงแค่เพียงรู้สึกว่ายังไม่พร้อมก็เท่านั้น ใช่ว่าไม่เคยมีสัมพันธ์สวาทกับสาวฝรั่งตาน้ำข้าวแต่เรื่องราวหลังจากนั้นถือว่าจบไม่สวยสักเท่าไหร่ ไม่ใกล้เคียงคำว่าดีเลยสักนิด

คุณอานั่งกลุ้มใจขนาดที่หลานยังรู้สึกได้ ร่างเล็กเดินเข้าโอบช่วงไหล่หนาแทนการถามว่าเป็นอะไรและความห่วงใยนั่นแหละที่เป็นต้นกำเนิดของภัยร้ายที่เคลือบคลานมาใกล้แค่ปลายจมูก ถูกเนื้อต้องตัวกันมาก็มากแต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะหวั่นไหวในเชิงชู้สาว แต่คราวนี้มันต่างกันลิบลับ เคยสัมผัสแต่แก้มไม่ใช่ริมฝีปาก ขณะปลายจมูกชนกันโดยบังเอิญก็เกิดความคิดไม่ซื่อขึ้นมา ทั้งสีแดงก่ำที่ล่อตาล่อใจทั้งผิวปากที่ดูนุ่ม น่าจะเป็นการจุ๊บมากกว่าจูบอย่างดูดดื่ม หลังจากเข้าใจว่าตัวเองลืมตัวแล้วก็รีบกลับลำทำเนียนด้วยการหอมแก้มดังฟอด 

นับแต่นั้นก็สวมกอดเด็กน้อยด้วยความรู้สึกสับสน หลายหนรู้สึกไม่เป็นตัวเองเท่าไหร่ 

ในขณะที่นายใหญ่ของบ้านก็เริ่มคลำหาความไม่ชอบมาพากลในคฤหาสน์เจอเข้า ลูกชายได้กับลูกสาวก็ถือว่าบัดสีเกินทน ถ้าลูกชายอีกคนหลงใหลได้ปลื้มผลผลิตจากความอัปยศขึ้นมาล่ะก็คนเป็นพ่อคงแทบบ้า ฝันที่จะมีคนสืบทายาทตระกูลคงสลาย คงขายขี้หน้าน่าดูถ้าชาวบ้านชาวช่องเขารู้ว่าลูกบ้านนี้เป็นพวกวิกลจริตจิตวิปลาสรักหลานที่เป็นเด็กผู้ชาย

เพราะกลัวเรื่องราวจะบานปลายจึงจำเป็นต้องเรียกเลือดเนื้อเชื้อไขมาว่ากล่าวตักเตือนด้วยถ้อยคำหยามน้ำใจและบ่อยไปที่กลายเป็นดุด่าเสียงดังเหมือนคฤหาสน์ทั้งหลังจะถล่มลงมา ศึกปะทะฝีปากระหว่างพ่อลูกมีให้ได้ยินไม่ขาดหู เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะศึกน้ำลายจึงกินเวลาเป็นปี ๆ โดยที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่อยากเป็นคนพ่ายแพ้ สองพ่อลูกต่างกันมาก แต่มีอย่างหนึ่งที่ถอดแบบกันมาเลยก็คือชอบเอาชนะ ไม่ยอมลดราวาศอกจนกว่าจะได้ในสิ่งที่หมายปองมา   

โทษอีกอย่างของการมีมากกว่าคนอื่นคือเป็นพวกจมไม่ลงและคิดว่าโลกหมุนรอบตัวเอง

เด็กพิการคนเดียวทำให้เกิดความขัดแย้งจนพ่อกับลูกเกือบถึงขั้นจะแตกหักเป็นสอง ขนาดยกเรื่องกองมรดกมาข่มขู่คิดว่าจะเอาลูกชายอยู่เหมือนคราวก่อนแต่ก็เปล่า รอยร้าวยิ่งขยายเป็นวงกว้าง จัดการอะไรไม่ได้สักอย่างทั้งที่มีอำนาจเป็นกอบเป็นกำ






มีต่อด้านล่าง


ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๗) ๐๓.๑๐.๖๐
«ตอบ #63 เมื่อ03-10-2017 18:31:05 »


ส่วนคนเป็นลูกชายก็เบื่อสายตาจับผิดจะแย่ เพราะบิดาเอาแต่พูดอยู่อย่างนั้นความคิดที่ว่าฉันคิดเกินเลยกับหลานเลยวนเวียนไม่ไปไหน ฝังลึกอยู่ในใจ ส่งผลร้ายกลายเป็นยิ่งห้ามยิ่งยุ เมื่อก่อนตอนเล่นกันก็ไม่ได้รู้สึกประหลาด แต่หลังเกิดข้อพิพาทแค่หลานนั่งตักยังเกร็งทั้งตัว

บังเกิดภาพเลวร้ายในหัวเกินกว่าจะสาธยายรายละเอียด เกลียดตัวเองที่จินตนาการถึงฉากอย่างว่าพอ ๆ กับที่ชอบเวลาบั้นท้ายกลมกลึงบดคลึงเป้ากางเกง เด็กน้อยไม่ค่อยระวังตอนนั่งตัก ทั้งยังเป็นประเภทไม่อยู่เฉยเลยถดก้นโดนของสงวนโดยไม่ได้ตั้งใจ
 
แต่เดิมคุณอาก็ไม่ใช่คนมักมาก แต่พักหลังก็ต้องยอมรับว่าคิดถึงเรื่องบนเตียงบ่อย ๆ โดยมีใบหน้าเด็กน้อยแวบเข้ามาในสมอง เคยถึงขั้นลองซื้อบริการอย่างถูกกฎหมายแต่กลับไปไม่ถึงปลายทาง จ่ายเงินจ้างผู้หญิงมาช่วยบำบัดความใคร่แต่นอกจากจะไม่ช่วยให้หายอยากก็ยังพบปัญหาที่เลือกจะมองข้าม

หากให้ความสนใจเสียตั้งแต่ตอนนั้นสมรรถภาพทางเพศคงไม่หย่อน   

แต่ก่อนที่จะไปหาหมอแล้วรับทราบผลวินิจฉัยร้ายแรง คุณอาก็ไม่ได้จ่ายเงินแพง ๆ ไปกับงานขายเรือนร่างอีก แต่หันมาช่วยตัวเองด้วยมือเปล่า น้องชายมีตัวอย่างเป็นพี่ชายพี่สาว เข้าใจดีว่าการจินตนาการถึงคนในครอบครัวเช่นหลานระหว่างปฏิบัติกิจมันผิด แต่ตราบใดที่ยังเป็นแค่ความคิดก็ไม่น่าจะมีใครเดือดร้อนหรือเสียหาย

แต่ในระหว่างเสพสมกับหลานชายทางความคิดก็ยังมีเรื่องหงุดหงิดกวนใจอยู่ทกเมื่อเชื่อวัน เพราะบิดาจ้องแต่จะหาทางกันหลานออกไปจากชีวิตคิดถึงแต่การทำลายที่ไม่เลือกวิธีปฏิบัติขอแค่ผลเป็นไปตามที่คาดหวังก็พอ เพราะถูกบีบคั้นอย่างหนักจึงหาทางออกอย่างชาญฉลาด จัดฉากการตายอย่างแยบยล คนเป็นพ่อคงไม่นึกว่าลูกชายจะคัดลอกความร้ายกาจของตนไป สุดท้ายความบาดหมางก็จบลงด้วยคำโกหกและการหลอกลวง

ลูกชายที่ห่วงเรื่องการพิสูจน์หลักฐานถึงขั้นน้ำตาไหลเช็ดหยดน้ำออกจากใบหน้าเมื่อรู้ว่าบิดาไม่คิดจะหาความจริง แล้วค่อยทิ้งเถ้ากระดูกที่แฝงดีเอ็นเอคนอื่นลงถังขยะระหว่างทางที่พาหลานกับแม่บ้านที่ทำเรื่องลาออกจากคฤหาสน์ด้วยเหตุผลลูกป่วยต้องกลับไปดูแลเข้าป่า

นอกจากจะทำสัญญาซื้อบ้านกลางป่าไว้อย่างลับ ๆ ก่อนออกเดินทางออกจากคฤหาสน์ลูกชายก็ได้ให้คำมั่นสัญญากับบิดาไว้ถ้าต้องการคนสืบทอดตำแหน่งประธานเมื่อไหร่ก็ให้โทรบอกแล้วกัน ส่วนระหว่างนี้ต้องการเวลาทำใจ อ้างว่าอยากใช้ชีวิตตามลำพังไม่อยากอยู่ในสถานที่ที่อบอวลไปด้วยความทรงจำของหลาน

ถึงบ้านกลางป่าจะหลังใหญ่โตโออ่าแต่ท้ายที่สุดแล้วป้าแม่บ้านก็ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ด้วย คนมีอำนาจมากสุดตอบแทนน้ำใจที่ช่วยเหลือด้วยการสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ ให้และห่างออกไปสามกิโลกว่า ซึ่งหญิงร่างท่วมก็ไม่กล้าขัดเพราะถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตนแลกกับเงินที่จะทำให้มีกินไปจนวันตาย ก็แค่เปลี่ยนเจ้านายใหม่

เจ้านายที่ภายนอกดูปกติดี แต่เป็นสภาพร่างกายที่ผิดแปลกไป ก็ยังอาศัยการมโนประกอบกิจกาม จำลองภาพว่าได้ร่วมหลับนอนกับหลานและยังไม่ต้องการความสมจริงใด ๆ เพราะลำพังแค่ได้ใกล้ชิด เป็นคนแรกที่เด็กน้อยคิดถึงในทั้งยามทุกข์ยามสุขก็ดีใจเกินพอ คงไม่กล้าขอสิ่งใดจากหลานที่แต่ละวันหมดไปกับเดินสำรวจป่าเขา 

มะลิดูเข้ากันกับธรรมชาติ เบ่งบานความสดใสแข็งกับดอกไม้นานาพันธุ์และงดงามกันคนละแบบ มีความแสบซนปนอยู่ในความอ่อนหวาน เจื้อยแจ้วเจรจาก่อนที่จะพูดน้อยลงยามที่ความมืดปกคลุมผืนป่าไว้ มาเยือนโดยไม่ส่งสัญญาณเตือนใด ๆ และแผ่อำนาจไพศาล

วันนั้นคุณอากลับมาจากในเมืองด้วยท่าทางหมองเศร้า ถือข้าวของพะรุงพะรังเข้าบ้านโดยไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะทักทายหลานที่วิ่งตามเข้ามาในบ้านเพราะอยากทานเค้กที่เหลือในตู้เย็น แต่พอเห็นถุงมากมายที่อีกคนเอาวางไว้ก็ได้โอกาสรื้อของด้านในอย่างสนุกสนาน

ก่อนจะเจอตวาดเสียงดัง คุณอาที่กำลังอารมณ์แปรปรวนเพราะผลตรวจจากทางโรงพยาบาลพาลหงุดหงิดใส่เด็กน้อยที่ถอยกรูดไปยืนที่มุมห้องและมองด้วยแววตาตกใจ   

คุณอาที่เหมือนจะรู้ตัวว่าทำพลาดไปก็ได้แต่ข่มความงุ่นง่าน เดินเข้าหาหลานเพราะกะจะขอโทษ แต่อีกคนดันเตรียมจะเดินหนีเดือดร้อนให้ต้องรีบปรี่เข้าหาแล้วคว้าแขนอย่างแรงตามด้วยการแยกเขี้ยวใส่ อยากโดนตีใช่ไหมถึงได้ทำตัวดื้อกับอา เขย่าตัวเพื่อจะเอาคำตอบให้ได้ ทำเด็กตกอกตกใจจนร้องไห้โห ผู้ใหญ่ที่เห็นเลยยิ่งโมโหและอารมณ์เสีย

เพิ่งรู้ว่าโอกาสมีเมียเป็นตัวเป็นตนเหลือไม่มากแล้วยังต้องมาสู้รบปรบมือกับเด็กที่พูดจาไม่รู้เรื่องอีก คุณอาเชื่อคำหมอที่ว่าควรหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงกับเด็กพิเศษมาตลอด ดังนั้นก่อนที่จะผลักให้กระเด็นพอเห็นน้ำตาคลอเบ้าเลยยอมปล่อย เด็กน้อยจึงผลักอกคุณอาแล้ววิ่งขึ้นบันได หลบอยู่แต่ในห้องใต้หลังคา

ส่วนคุณอาคว้าอะไรได้ก็เขวี้ยงเหวี่ยงออกจากตัวหมดจนเกิดเสียงดังโครมครามและห้องครัวพังราบเป็นนาบกอง จริงหรือไม่ที่ว่าศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายถ้าไม่อยู่ที่บ่าก็อยู่ที่ปลายองคชาติ เป็นเรื่องของขนาดที่เอาไว้พูดโอ้อวด แล้วถ้าวันหนึ่งจู่ ๆ ผลตรวจบอกว่าน้องชายอ่อนแอ กว่าจะเอาไปแหย่กับอะไรคงต้องผ่านการกรรมวิธีปลุกใจทั้งหลายแลเสียก่อน

ตอนฟังหมอแทบเข่าทรุด แถมถ้าเอาไปพูดกับใครก็มีแต่จะโดยหัวเราะเยาะ นึกเปรียบเทียบกับพ่อที่มีกำลังวังชาและน้ำยามากพอจะผลิตลูกได้ตั้งห้าคน ผิดกับตนแค่ทำให้มันพ่นน้ำตามปกติยังลำบาก สงสัยถูกเวรกรรมเช็กบิลตามใบสั่ง อยากแอบคิดไม่ซื่อกับหลานดีนักก็เสวยสุขทางความคิดไปตลอดชีวิตอย่างเดียวก็แล้วกัน ส่วนภาคปฏิบัติหมดสิทธิ์

ชะตาฟ้าลิขิตให้ความสัมพันธ์ผิดบาปนี้ไม่มีหนทางไป แต่แทนที่จะกลับตัวกลับใจ ขจัดความคิดเลยเถิดออกไปจากหัวก็มัวแต่หมกมุ่นกับวิธีรักษา หมั่นปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงการบำบัด อาจจะไม่ต้องทำให้สภาพกลับมาแข็งแรงเต็มร้อยแค่ไม่ห้อยย้อยน่าเกลียดก็พอ

เพราะสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไปมากจึงเป็นที่มาของความรักสันโดษ กลัวคนติฉินนินทา ชี้หน้าด่าว่านกเขาไม่ขันหรือแม้แต่ยิ้มให้อย่างเย้ยหยัน ทั้งที่ความจริงแล้วคนพวกนั้นยังไม่ทันได้รู้เรื่องราวน่าอดสูสักคน ก็แค่ตีตนไปก่อนไข้ คิดในแง่ร้ายไปก่อน รู้สึกเหมือนถูกทุกคนทอดทิ้งในขณะความจริงเป็นคนหันหลังให้กับทุกคนเอง

เหลือก็แค่เด็กน้อยที่เป็นครอบครัวเดียวกัน ลึก ๆ แล้วก็เป็นคนขาดความอบอุ่น เพราะพ่อแม่มีลูกมากความรักจึงแจกจ่ายให้ไม่ทั่วถึงสักเท่าไหร่ ความตายพรากญาติพี่น้องไปพาลให้ยิ่งรู้สึกหงอยเหงาและโดดเดี่ยว ถือพึ่งทางใจเดียวจงตกเป็นของเด็กขี้งอนที่คอยเอาแต่หลบตา

คุณอาต้องตามง้อด้วยขนม ลูกอมเพียงไม่กี่เม็ดก็ซื้อใจหลานจนกลับมามีปฏิสัมพันธ์กันเหมือนเดิม แต่ที่เริ่มไม่เหมือนเก่าก็คือวิธีเข้าหาที่มักผลโดนเนื้อโดนตัวอย่างจงใจ เด็กน้อยได้รับของขวัญเป็นชุดสีขาวยาวลากพื้นในเช้าของวันที่ตื่นนอนอย่างงง ๆ

ชุดกระโปรงในร่างเด็กผู้ชาย แค่คิดภาพตามก็เป็นอะไรที่ขัดแย้งกัน แต่สำหรับมะลิดันเป็นอะไรที่ลงตัวอย่างมากสร้างความประทับใจให้กับคนมองที่ลองเชื่อคำพูดหมอแล้วก็ไม่ผิดหวัง สุดท้ายก็หาทางกระตุ้นตัวเองได้สำเร็จ

หลานกลายเป็นวัตถุทางเพศที่เห็นแล้วจะเกิดความกำหนัด   

วันดีคืนดีคุณอาก็เปลี่ยนไปในทางตรงกันข้ามและความดีที่สั่งสมมาก็ค่อย ๆ ร่อยหรอ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรดลใจถึงได้คิดทำเรื่องต่ำทรามกับหลาน สูญเสียสติสัมปชัญญะก่อนจะหันหน้าพึ่งปีศาจในใจ ถวายวิญญาณเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์และทำตามบัญชาที่เห็นว่าสมควร

คุณอาชวนหลานเล่นอะไรพิเรนทร์ ๆ เช่นให้ขึ้นมาขย่มบนตัวกลัวจะกระเทือนไม่ถูกจุดก็ต้องช่วยจัดท่าทางนั่งให้พอดีเป้าหรือบางทีก็พากันเข้าอาบน้ำและสลับกันถูสบู่ตามร่างกาย

มือกร้านแทบจะคลำทุกซอกทุกมุมเมื่อได้จังหวะ ชโลมบั้นท้ายงอนแทบจะชอนไชเข้าในซอกลืบเร้นลับทำเอาเด็กน้อยหวาดเสียวหายใจไม่ทั่วท้อง พอถึงช่วงต้องผลัดเปลี่ยนกันบ้าง ก็ยังถือว่าได้ประโยชน์ ฝ่ามือเล็กลูบตามผิวกายถูสบู่ให้จรดปลายอวัยวะเพศโดยไม่มีใครสังเกตเห็นถึงความจัญไรนั้น แม้แต่คนที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์โดยตรงอย่างเด็กน้อยก็ยังหลงกลไปกับลมปาก

มีครั้งหนึ่งคุณอาบอกให้นั่งเฉย ๆ เอ่ยเสร็จแล้วก็จับหลานเปลื้องผ้า ก่อนจะถอยห่างออกไปหลายก้าวแล้วงัดเจ้าโลกออกมาสาว เล่าความสุขสมผ่านเสียงที่รอดจากริมฝีปากระหว่างจ้องมองเด็กน้อยที่นั่งนิ่งตามสัญญา มีแค่นัยน์ตากลมที่ล่อกแล่กไปมา ไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้ายืนทำอะไร

หลายครั้งเด็กน้อยต้องทนนั่งหนาวเป็นชั่วโมง ๆ เพื่อแลกกับของหวาน

สองสามวันแรกก็ยังพอตื่นเต้นกับการเล่นแบบผู้ใหญ่ แต่สี่ห้าวันให้หลังก็เกิดเบื่อเมื่อไม่อยากนั่งต่อก็ลุก การทำอะไรตามใจนำมาสู่การถูกบังคับด้วยการล่ามโซ่ก็มี คุณอาต้องสรรหาวิธีแปลกใหม่ให้หลานมีส่วนร่วมด้วย ช่วยกันก็น่าจะสนุกมุ่งสู่จุดสุดยอดได้ไว ให้หลานลองสัมผัสของลับของตัวเอง จับมือเล็กประคองแก่นกายแล้วสอนให้เคลื่อนไหวมืออย่างเชื่องช้าและบังคับมือให้เร่งจังหวะขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ทวีคูณกว่าตอนทำเองหลายเท่า

คุณอาไม่ได้สอนหลานแค่ให้ช่วยเหลาน้องชาย แต่สอนให้รู้จักการจูบอย่างลึกซึ้งถึงแก่น แม้นจะไม่อยากร่ำเรียนเท่าไหร่แต่การพยายามปฏิเสธก็ดูจะเป็นไปได้ยาก สอนจนปากเปียกปากแฉะและล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน มากพอ ๆ กับตอนเด็กน้อยบ้วนน้ำลายทิ้งหลังจากสิ่งที่เรียกว่าลิ้นรุกล้ำเข้ามาในปากอย่างหยาบคาย แสดงออกถึงความไม่พร้อม ไม่ชอบอย่างมาก

ตอนกลางคืนก็ต้องหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะถูกรบกวน ฝีมือการนวดของคุณอาถือว่าเก่งใช้ได้ เล่นเอาความเมื่อยตามกายหายเป็นปลิดทิ้ง หลานนอนนิ่งให้ซุกไซ้ ปลายจมูกซุกแถวท้ายทอยแล้วค่อยย้ายตำแหน่ง แข้งขายาวเริ่มพันเกี่ยวกับเรียวขาเล็ก ให้เด็กน้อยนอนตะแคงข้างหวังจะปั้นของสงวนให้แข็งแต่มันก็มีไม่แรงจะโงหัวขึ้นทั้งที่ผ่านการปลุกให้ตื่นมาแล้ว

ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะบรรลุเป้าหมาย อย่างมากก็ได้แค่ถูไถแก้ขัดและยิ่งเข้าใกล้เด็กน้อยมากเท่าไหร่อวัยวะสืบพันธุ์ยิ่งฟ่อ สุดท้ายก็ลวนลามได้แค่พอหอมปากหอมคอเท่านั้น แต่การล่วงละเมิดทางเพศในรูปแบบต่าง ๆ ก็เรื้อรังและกินเวลามาอย่างยาวนานนับปี แถมไม่มีทีท่าจะยุติ

มีแต่จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น คนเป็นหลานอยากจะคืนชื่อ ‘มะลิ ’ กลับไปให้คุณอา แล้วก็ไม่อยากจะฟังเสียงกระซิบเรียกชื่อข้างหูอีกแล้ว การกระทำหยาบช้าได้พรากแววตาสดใสไปแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะกลับมาง่าย ๆ หากสิ่งที่ทำอยู่คือการชดใช้ให้กับผู้มีพระคุณก็ถือว่าอดทนสุดความสามารถแล้ว ถึงจะพูดว่าทำทุกอย่างเพราะรักแต่ก็เป็นความรักที่ยากจะทำความเข้าใจ 

คนเป็นอาเองก็รู้ดีว่ายึดไว้ได้แค่กาย ส่วนหัวใจเด็กน้อยปิดประตูใส่นับตั้งแต่วันที่ทำให้โลกใบแคบมืดมนสลัดดินโคลนใส่ผ้าขาวจนแปดเปื้อน สงสัยชีวิตที่แสนรันทดยังสะเทือนใจไม่พอเลยต่อเติมเรื่องราวให้ยิ่งน่าหดหู่ โหดร้ายยิ่งกว่าตอนกำลังดูละครน้ำเน่า

สิ่งสุดท้ายที่ควรจะกล่าวโทษก็คือตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ 

เลยต้องมานอนร้องไห้กอดชุดที่เด็กน้อยเคยใส่ไว้บนเตียงเพียงลำพัง













---------------------------------------
✘ ✘ ✘  มาอัพตอน7แล้วค่ะ อ่านจบแล้วก็อาจจะมีช็อกกันไปบ้าง อยากให้ทำใจกันดีๆนะคะ แล้วก็อยากให้เป็นกำลังใจให้น้องด้วย อีกสามตอนก็จะจบแล้ว เอาใจช่วยกันไปเนอะ รู้สึกยังไงอยากสามารถระบายความอัดอั้นผ่านคอมเม้นหรือทางทวิตเตอร์ได้เลยนะคะ ตุ๊กติ๊กตามอ่านอยู่น้า ขอบคุณสำหรับความเอ็นดูอีกครั้งค่ะ
ปล. ตุ๊กติ๊กทำแบบสำรวจเรื่องการรวมเล่มมาให้ทำค่า เผื่อใครอยากเก็บเล่มไว้ https://goo.gl/forms/7mtN6uUfeoQaS2ii2
แล้วก็สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เพจเลยค่ะ ---> 9crimes - นายคราม FANPAGE
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-07-2018 21:19:38 โดย กระเหี้ยนกระหือรือ »

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๗) ๐๓.๑๐.๖๐
«ตอบ #64 เมื่อ03-10-2017 21:58:07 »

กอดไปตลอดชีวิตนั่นล่ะค่ะชุดนั่น เอาไปกอดต่อในคุกด้วยนะคะ สงสารเด็กไม่รู้เรื่องรู้ราว เฮ้ออ  :katai1:

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๗) ๐๓.๑๐.๖๐
«ตอบ #65 เมื่อ03-10-2017 22:49:28 »

โอย มืดมน มืดมนสุด ๆ

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๗) ๐๓.๑๐.๖๐
«ตอบ #66 เมื่อ03-10-2017 23:56:25 »

พระเอกขโมยตัวมะลิไปจนได้สิท่า

ออฟไลน์ manami1155

  • ~I Still Love You~
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1757
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +99/-1
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๗) ๐๓.๑๐.๖๐
«ตอบ #67 เมื่อ04-10-2017 00:31:29 »

เสียใจอย่างเดียวมันไม่พอนะอาชั่ว
ต้องสำนึกผิด แล้วยอมปล่อยมะลิสักที
จะคิดว่ามะลิตายจากไปจริงๆก้ได้
อย่าไปตามหาน้อง ตามราวีหรัญญ์อีกเลย

เรื่องรวมเล่มนี้เชียร์เลยค่า
งานดีๆแบบนี้ควรค่าแก่การมีในครอบครอง
จะรวมกับสนพ.หรือรวมเองก้จะตามซื้อค่า

ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๗) ๐๓.๑๐.๖๐
«ตอบ #68 เมื่อ08-10-2017 23:30:50 »

๐๘



เมื่อคืนมัวแต่นั่งวางแผนชีวิต กว่าจะล้มตัวนอนก็ตอนพระอาทิตย์เกือบขึ้น

หรัญญ์ตื่นอีกทีในช่วงสายของวันเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน พอถึงเวลานาฬิกาปลุกส่วนตัวก็ทำงานอย่างขยันขันแข็ง มะลิกระโดดบนเตียงเสี่ยงจะแข้งขาหักแล้วค่อยทิ้งตัวทับร่างคนกำลังบิดขี้เกียจที่ร้องเพราะจุก จะลุกก็ลำบากเพราะร่างเล็กได้รวบกอดไว้หมดแล้ว

“ทีหลังปลุกกันดี ๆ ก็ได้นี่นา”  บ่นกระปอดกระแปดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังขณะนอนนิ่ง ๆ ให้ร่างเล็กกอดหอม ชอบให้คลอเคลียจนติดเป็นนิสัย วันใดไม่ได้โดนตัวกันคงลงแดงตาย

“หนูอาบน้ำแล้ว”  แทนตัวอย่างน่ารักน่าชัง นอนเกยคางกับอกหนา นอนเล่นหน้าเล่นตาที่แสดงออกถึงความเหนื่อยล้าขณะขยับริมฝีปากบาง ๆ เพื่อรายงานความเป็นเด็กดี 

“แล้วกินอะไรหรือยัง”  ระหว่างที่ถามมือกร้านก็จับปอยผมที่แอบยาวทัดหูให้ ปากก็ไล่งับปลายนิ้วเรียวที่วนเวียนแถวหน้า แอบสบายใจที่ร่างเล็กเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้ในระดับหนึ่ง   

“กินแล้ว~”

“เสียงอ่อนเสียงหวานเชียวนะ” 

“ไปเล่นกับหนู”

“ฉันเพิ่งตื่นก็จะชวนเล่นเลยเหรอ ขออาบน้ำก่อนสิ หิวแล้วด้วยเนี่ย”

ยามใดที่ผู้ใหญ่เอ่ยปากว่าหิว มะลิก็วิ่งฉิวมาที่ครัว ก่อนจะเปิดตู้เย็นออกเพื่อมองหาขวดนมรสชาติใดก็ได้และเข้าสู่กระบวนการเตรียมอาหารเช้าอย่างง่าย ๆ เสน่ห์ปลายจวักอยู่ที่การผสม เอานมเทใส่ถ้วยเกือบท่วม แล้วค่อยเดินไปย้ายบันไดเอนกประสงค์ เลื่อนมาให้ตรงกับเคาน์เตอร์เก็บของ เหยียบขึ้นบันไดสองสามขั้นเพื่อเอากล่องซีเรียลที่อยู่บนตู้ด้านบน สวมบทบาทแม่บ้าน ปรนนิบัติพัดวีสามีอายุมากที่กำลังยืนพิงกรอบประตูห้องนอน 

หรัญญ์ยืนกอดอกที่เปลือยเปล่าสวมแค่กางเกงนอนตัวยาวเท่านั้นระหว่างมองภรรยาตัวน้อยด้วยสายตาเอ็นดูแฝงความเจ้าชู้ ตอนแรกก็ว่าจะอยู่เฉย ๆ ไปสักพัก แต่พอเห็นมือเล็กพยายามประคองถ้วยซีเรียลมาหาด้วยความทุลักทุเล เกรงว่าจะมีการเทกระจาดกันกลางทางจึงเดินมารับถ้วยจากร่างเล็กด้วยตัวเอง   

“ไหน วันนี้ทำอะไรให้กินครับ”  ปรับน้ำเสียงให้ดูตื่นเต้นกว่าปกติ รู้ดีว่าในมือคืออะไรแต่ก็ยังทำเป็นไขสือไปอย่างนั้น เพราะมันเป็นเมนูอาหารเดียวที่เด็กสิบกว่าขวบสามารถทำได้

กลัวจะเสียน้ำใจอีกฝ่ายอุตส่าห์ทำให้อย่างกระตือรือร้น ถึงจะแทบสัมผัสรสชาติจริง ๆ ของซีเรียสไม่ได้ แต่หรัญญ์ก็ยังตักช้อนคำใหญ่เข้าปาก ยังไม่ทันเคี้ยวก็ชมเปราะ  “อร่อยจัง”

มะลิยิ้มกว้างแล้วดันถ้วยเข้าหาคนปากหวานอีก เป็นเหตุให้หนุ่มใหญ่ฉีกยิ้มแก่น ๆ ในท้องนี่แน่นไปด้วยนม คิดถึงตอนนั่งอมข้าวแล้วมีแม่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ร่างเล็กนั่งรอใจจดใจจ่อจนหรัญญ์เผลอหัวเราะกับชะตากรรม แทบจะงับช้อนทั้งน้ำตาดูท่าคงอิ่มยาวไปถึงมื้อค่ำ

หรัญญ์เปิดรายการเด็กให้ร่างเล็กดูระหว่างอยู่คนเดียว แล้วค่อยเดินเข้าห้องน้ำชำระล้างร่างกายจนสดชื่น พันผ้าขนหนูผืนเดียวออกมาเจอกับภาพมะลิยืนกางผ้าอีกผืนรอรับหลังอาบน้ำเสร็จ เห็นอีกคนชอบทำให้เลยเอาเยี่ยงอย่างและถ้าใครมาเห็นก็คงไม่มีทางปฏิเสธความตั้งใจอันดี คนที่มีผ้าขนหนูติดกายแล้วจึงย่อตัวลงเพื่อให้ร่างเล็กคลุมผ้ากับช่วงหัวแทน

“ขอบคุณครับ”  เอ่ยพลางอมยิ้มตอนที่ร่างเล็กใช้ปลายผ้าเช็ดแก้มให้อย่างแผ่วเบา 

“ขอบคุณครับ”  เด็กน้อยว่าตาม ย้ำอีกครั้งจนคนฟังสัมผัสได้ว่าพูดมาจากใจ

ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กันอย่างมีความหมาย แล้วยื่นริมฝีปากแตะกันราวกับนัดแนะเอาไว้ จุ๊บแรกในรอบวันรับประกันได้เลยว่ามันจะไม่หยุดอยู่แค่ทีเดียว เดี๋ยวครั้งที่สองที่สามก็ตามมา 

มะลิอยากมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม ออกตามล่าหาของภายในห้องแต่งตัว รื้อค้นไปทั่วจนข้าวของกระจัดกระจาย เปิดลิ้นชักพอเจอชั้นในชายก็รีบวิ่งเอามาให้หรัญญ์ที่กำลังใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ สวมชั้นในแล้วเรียบร้อยแต่ก็ยังรับชั้นในอีกตัวมา คิดแค่ว่าเดี๋ยวค่อยแอบเอากลับไปใส่ลิ้นชัก แต่พอมองเลยไปด้านหลังก็ถึงกับกุมขมับกับความรกรุงรังทั้งหลาย

“พอเลยคุณแม่บ้านตัวน้อย” 

ห้ามไม่เต็มเสียงแล้วใครจะฟัง ร่างเล็กสะบัดก้นใส่เป็นฝ่ายเดินนำออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วก้าวขึ้นเตียงก่อนจะกวักมือเรียกคนหัวเปียกให้มาหา หรัญญ์เลิกคิ้วเป็นการถามว่ามีอะไร แล้วก็ได้รับการเฉลยในวินาทีถัดมา มือเล็กขยุ้มผมเส้นหนาผ่านผ้าขนหนูขณะยืนอยู่บนพื้นที่ต่างระดับ ทำการเช็ดผมที่เปียกโชกและช่วยจัดทรงผมยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทาง   

เสี่ยใหญ่ประทับใจกับการบริการถึงขนาดเอ่ยปาก  “สงสัยวันนี้ต้องแจกรางวัลกันหน่อยแล้วล่ะ”
อีหนูทำตาโตพอได้ยินคำว่ารางวัล เอียงหน้ามองเพราะต้องการคำยืนยันอีกรอบ 

หรัญญ์จึงฉวยโอกาสหอมแก้มนิ่มแล้วหมุนตัวเข้าหา อยากมองหน้ามากกว่ามองผนังห้อง ระหว่างยืนเฉยให้เช็ดหัวก็ยกแขนคล้องเอวคอดไว้ อาศัยช่วงว่าง ๆ สังเกตเนื้อหนังที่ดูอิ่มเอิบขึ้นภายในวันสองวัน อาหารสามมื้อก็มีส่วน แต่หลัก ๆ ก็ล้วนมาจากการมีกำลังใจที่ดี

พอเปลี่ยนที่เปลี่ยนทางย้ายจากห้องทึบ ๆ มาอยู่ในที่ที่แสงส่องเข้าถึงดอกไม้จึงเบ่งบาน 

หรัญญ์เงยมองดวงหน้าจิ้มลิ่มมีรอยยิ้มติดอยู่ที่ปากด้วยความสงสัย เหตุใดถึงหลงรักเด็กคนนี้ที่ไม่สมประกอบ พยายามหาคำตอบอยู่หลายวันแต่ก็คว้าน้ำเหลว

โจทย์คณิตศาสตร์ที่ว่ายากยังแพ้ตรรกะของความรัก ไม่มีโรงเรียนไหนเปิดสอนหลักสูตรนี้และมันเป็นสถานการณ์ที่ต้องเผชิญเองถึงจะเข้าใจ คนภายนอกอาจมองด้วยสายตาข้องใจและจะรู้ว่าบางครั้งความรักมันก็ไม่มีเหตุผลเมื่อกลายเป็นคนที่ตกหลุมรักเสียเอง 

เด็กที่ขาด ๆ เกิน ๆ กับหนุ่มใหญ่ที่มองเผิน ๆ แล้วดูสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่างทั้งที่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เราอาจจะกำลังโหยหาแค่ใครสักคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจเหมือนได้กลับบ้าน เหมือนรถที่ขับผ่านเส้นทางคดเคี้ยวมาค่อนชีวิตกินเวลาหลายสิบปี วันหนึ่งก็แค่ต้องการที่พักเครื่องยนต์กับใครสักคนที่เข้ามาซ่อมความพังและช่วยดูแลรถอย่างทะนุถนอม   

“เธอรักฉันไหม แล้วรักเพราะอะไร”  เกิดสงสัยแต่ไม่วายมีข้อแม้  “ห้ามตอบว่าเพราะหล่อนะ”  เล่นพูดดักทำเอาร่างเล็กไม่มีทางไป รอฟังอย่างตั้งใจให้เวลาคิดอย่างถี่ถ้วน แต่มะลิก็ยังยืนนิ่ง  “ไม่จริงน่าฉันน่าจะมีดีอย่างอื่นบ้างสิ อย่างเช่นใจดี เป็นคนอบอุ่น อ่อนโยน…”

“ปกป้องหนู” 

“ไม่ว่าใครก็ต้องอยากปกป้องเธอเหมือนกันกับฉัน”

ร่างเล็กส่ายหน้าปฏิเสธว่ามันไม่จริงอย่างที่พูดหรอก มีคนเดินเข้าออกในชีวิตตั้งหลายคน แต่คนที่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเยียวยาสภาพจิตใจที่บอบช้ำจริง ๆ แทบไม่มี

ยังจำความรู้สึกในวันที่สบตากันครั้งแรกได้แม่นยำ ตอนนั้นในใจร่ำร้องว่าให้ลองขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าดูสักครั้งและพ่วงไปสู่เหตุการณ์กลางป่าที่หยาบโลดทว่างดงามเกินบรรยาย ความวาบหวามยังคงสถิตอยู่ในใจไม่มีอำนาจใดลบล้าง 
เพราะการเลือกทำตามสัญชาตญาณผันตัวเป็นเด็กแก่แดดในครั้งนั้นถึงมีวันนี้

แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มจากการเข้าใจผิดเด็กน้อยคิดว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วเชื่อว่าอีกฝ่ายจะมีความสุข นึกได้แค่ว่าถ้าคุณอายังชอบทุกคนก็น่าจะชอบเหมือนกัน ใช้ความสวยอย่างที่คุณอาพร่ำบอกมัดใจ ใช้เรือนร่างต่อเติมความหวังลม ๆ แล้ง ๆ

มันจะกลายเป็นแค่การแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์หากอีกคนไม่แสดงออกถึงความจริงใจ เพราะการแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่ชัดเจนเห็นได้ด้วยตา จากที่ควรจะสูญเสียแค่ร่างกาย ก็ยกก้อนเนื้อในอกซ้ายถวายใส่พานให้คนตรงหน้าไปด้วยเสียอย่างนั้น 

แถมยังเกิดความปรารถนากับคนที่ใช่ อ่อนไหวง่ายคงเพราะถูกปลุกฝังด้วยเรื่องอย่างว่าจนกลายเป็นส่วนเดียวกับจิตใต้สำนึก ถึงอีกคนจะไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์ แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นของมือสองที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว แค่คิดในแววตาก็เจือไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ฉายชัดถึงความรู้สึกด้อยค่า

หรัญญ์ที่เห็นท่าทางเซื่องซึมจึงแกล้งหอมหน้าผากแรง ๆ จนแทบหงายหลัง ก่อนจะเหน็บร่างเล็กเข้าข้างเอวแล้วพาออกมาข้างนอก ทั้งคู่จับจองโซฟานั่งอัดกันเป็นปลากระป๋องกองอยู่ที่ฝั่งซ้ายแค่ฝั่งเดียว ร่างเล็กนั่งบนตักหนาเอาขาเกี่ยวสะโพกสอบขณะเอนตัวซบกับช่วงอก ตาก็มองจอสี่เหลี่ยมที่ปรากฏตัวการ์ตูนตลก ๆ ไปด้วย

ในขณะที่หรัญญ์ต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดกับตัวหนังสือยืดยาวในอุปกรณ์ไฮเทคขนาดพกพา ปกติจะมีเลขาสาวคอยทำให้ พอได้มานั่งจองตัวเครื่องบินเองก็ไม่ง่ายแต่ก็ไม่เกินความสามารถ คิดดีและละเอียดถี่ถ้วนแล้วว่าควรจะหอบอีกคนไปอยู่ต่างแดน สลัดความหลังที่ฝังแน่นออกไปและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไร้การควบคุม

อาจจะย้ายไปในประเทศที่กฎหมายรองรับความรักระหว่างชายกับชาย รอให้เด็กน้อยบรรลุนิติภาวะ แล้วค่อยขอแต่งงานก็ยังไม่สาย ตนอาจชราไปบ้างแต่ก็น่าจะยังเตะปี๊บดังอยู่

เหมือนรู้ว่ามีคนคิดถึงเรื่องตัวเองในใจบวกกับไม่พิสมัยการ์ตูนหุ่นยนต์ มะลิเลยหันมาออเซาะคนที่ง่วนอยู่กับการกดยืนยันการจอง แล้วค่อยเหลือบเห็นดวงตาใสแจ้วที่เงยจ้องจากหว่างอก หรัญญ์ตัดสินใจโยกย้ายอุปกรณ์ไฮเทคออกห่างตัวจากตัวทันทีเพราะไม่มีอะไรสำคัญกว่าความรู้สึกของร่างเล็กอีกแล้ว 






มีต่อด้านล่าง


ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๘) ๐๘.๑๐.๖๐
«ตอบ #69 เมื่อ08-10-2017 23:36:57 »

“เบื่อแล้วเหรอ” 

ก็สมควรจะเบื่ออยู่หรอกเพราะไม่ได้ออกไปไหนเลยตั้งแต่ถูกขโมยตัวมาจากโรงพยาบาล หรัญญ์เองก็อยากพาไปเปิดหูเปิดตา มีอีกหลายสถานที่ที่อยากแนะนำ แต่ก็กลัวเรื่องความปลอดภัย จากกันได้ไม่ด้วยดีเท่าไหร่ ดังนั้นอีกคนอาจทำมากกว่าต่อยก็ได้ใครจะไปรู้ 

“งั้นทำอะไรแก้เบื่อกันดี ปลุกต้นไม้…?”  ร่างเล็กชี้ให้ดูกระถางพลาสติกที่วางตรงบริเวณระเบียงเรียงเป็นตับเพื่อจะบอกว่าเราทำกันไปหมดแล้ว  “วาดรูประบายสีล่ะ”  ถามเหมือนไม่เข็ดกับวีรกรรมที่ร่างเล็กสร้างไว้ เมื่อวานหลังจากช่วยกันปลุกต้นไม้ก็ได้ผนังห้องใหม่ลายพร้อยเป็นของแถม  “งั้นอ่านหนังสือ…? อ๋า ไม่ชอบสินะ”

เห็นท่าเบะปากแล้วตีความเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ 

“เล่นกัน”

“เล่นอะไรล่ะ”  สงสัยตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วว่าที่ชวนเล่นน่ะคือเล่นอะไร

แล้วก็ได้คำตอบว่าคือการเล่นน้ำลาย ร่างเล็กไขข้อข้องใจจากปากถึงปาก ก็ยังเก้ ๆ กัง ๆ อย่างวันแรกไม่เปลี่ยน ริอาจจูบคนชำนาญกว่าอย่างกล้าหาญโดยไม่กลัวโดนสมประมาทเลยแม้แต่น้อย   

“แบบนี้มันไม่ใช่การเล่นสักหน่อย”  หรัญญ์ถอยใบหน้าออกแล้วเอี้ยวใบหน้าหลบการจู่โจมครั้งที่สองประหนึ่งเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องเล่นตัว  “เรามาตกลงกันก่อน ห้ามไปเล่นแบบนี้กับใครเด็ดขาด เข้าใจไหม”     

“เข้าใจ”

“แล้ว…?”

“อยากเล่นด้วย”

“ฮ่า ๆ ร้ายนะเราน่ะ”  ถ้าตีความแบบเข้าข้างตัวเองสุด ๆ ไอ้คำว่าเล่นด้วยก็น่าครอบคลุมถึงการมีเพศสัมพันธ์ แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้เกรงว่าจะไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะนัก แอบคิดว่ามันเป็นวิธีแก้เบื่อที่ดีมากทีเดียว อย่าได้คิดว่าตนกำลังทำตัวเป็นพ่อพระเชียว ความจริงก็รู้สึกอย่างเดียวกันกับร่างเล็ก กางเกงคับขึ้นทันตาแต่ก็ยังสงวนท่าที   

“ฉันไม่ใช่คนดีหรอกนะ ไม่เฉียดคำนั้นด้วยซ้ำ ฉันยอมรับว่าฉันคิดเกินเลยกับเธอตลอด ไม่ว่าจะตอนไหน ๆ ก็ตาม”  ตัดเข้าสู่ช่วงจับเข่าคุย ระบายความอัดอั้นตันใจของหนุ่มวัยเลขสามที่พยายามแล้วพยายามอีกที่จะเป็นสุภาพบุรุษ ซึ่งพูดกันตามตรงว่ามันก็ช่างยากเย็นแสนเข็ญ ดูแต่ตามืออย่าต้อง มองได้แต่ต้องข่มใจไว้ทั้งที่ก็เคยได้สัมผัส ทรมานสิ้นดี   

“ใช่ ฉันต้องการเธอ ไม่เคยต้องอะไรมากเท่านี้อีกแล้ว”  ก้านนิ้วยาวเขี่ยปลายจมูกมนที่ย่นใส่เพราะจั๊กจี้  “ฉันอาจจะไม่ได้แตกต่างจากใคร ๆ ก็แค่คนเห็นแก่ได้ที่พยายามเอาเปรียบเธอ ตักตวงผลประโยชน์จากเธอเหมือนอย่างที่กวินทร์เคยทำ บางทีเธออาจจะแค่กำลังเปลี่ยนที่คุมขังใหม่ ย้ายมาอยู่กับคนใจร้ายอีกคนที่จะไม่มีทางปล่อยมือจากเธอเด็ดขาด รู้อย่างนี้แล้วเธอยังอยากจะอยู่กับฉันไหม อยู่ทรมานใจฉัน คนบาปหนาที่แม้แต่นรกก็คงไม่ต้อนรับแล้ว”

มะลิเงียบไปแต่ไม่ใช่เพราะว่ากำลังลังเลในคำพูดของผู้ใหญ่ แค่ใช้เวลาเรียบเรียงคำศัพท์จากคลังคำในสมองแล้วออกเสียงดังฟังชัด  “…เราจะอยู่ด้วยกัน”  ประโยคสั้น ๆ แต่กินใจนานชั่วชีวิต

หรัญญ์ถึงขั้นมีแรงฮึดสู้เพิ่มขึ้นเป็นกอง สัญญาว่ามันจะไม่ใช่แค่ความฝันของเด็กน้อยเท่านั้น แต่มันจะกลายเป็นเรื่องจริงและแน่นอนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดทั้งมวล

ก่อนฝ่ามือกร้านที่ยกขึ้นลูบหัวกลมจะเคลื่อนไหวแบบทิ้งจังหวะ ช้าลงและช้าคง คงไว้ซึ่งสัมผัสเบาบางระหว่างที่นั่งพิจารณาถึงคำเชิญชวนของมะลิอีกครั้ง 

ไม่แน่ใจว่ายังต้องการเล่นอยู่ไหมจึงส่งสายตาถาม นัยน์ตากลมเองก็จ้องกลับตรง ๆ แววตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่ที่น่ากลัว มือกร้านลองรั้งท้ายทอยขาวเบา ๆ เมื่อไม่พบปฏิกิริยาต่อต้านจึงเคลื่อนใบหน้าตัวเองเข้าหา จุดชนวนสงครามที่มีปากเป็นอาวุธ
สองริมฝีปากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง บดเบียดเหมือนกะจะให้แหลกละเอียดกันไปข้าง น้ำลายสองสายไหลมาบรรจบกันอย่างรวดเร็วหลังมีการแทรกลิ้นผ่านรอยแยก

ทั้งยังแสดงออกถึงความใจร้อน ช่วยกันถอดเสื้อผ้าฉุดกระชากแทบขาดวิ่นภายในเวลาไม่กี่วินาที ไม่มัวลีลาท่ามากยักแย่ยักยันเหมือนพวกด้อยประสบการณ์ ตัดขั้นตอนบางอย่างที่เปลืองพลังงานออกแล้วเปลี่ยนห้องรับแขกให้กลายเป็นเวทีแสดงหนังสด ปราศจากบทประพันธ์ขาดผู้กำกับ แต่พระนางก็ยังเข้าขากันและแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

กลิ่นไหม้จากการเสียดสีกันของร่างกายเปลือยเปล่าลอยตลบอบอวลในอากาศ

เหงื่อไหลไคลย้อยเพราะบทรักเร่าร้อน แก่นกายแทบสุกเมื่อถูกผนังอ่อนนุ่มรุมล้อม ความอบอุ่นเหมือนจะหลอมท่อนเนื้อให้ละลายคาความคับแคบ แค่พักยกแป๊บเดียวยังถูกดูดให้ติดหนึบ บีบบังคับให้ต้องเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งอย่างเนิบนาบ เน้นย้ำด้วยจังหวะที่หนักแน่น 

คู่ผัวตัวเมียอิงแอบแนบชิดกันบนโซฟาขนาดกลางที่เหมาะสำหรับนั่งมากกว่านอน
ตอนซื้อมาก็คิดว่าราคาแพงไปสำหรับแค่ใช้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ แต่พอลองเอามาใช้สอยในด้านอื่นแล้วค่อยรู้สึกคุ้มค่า ประโยชน์ของโซฟาอยู่ที่การมีพื้นที่อย่างจำกัดเหมาะแก่การใช้กระชับสัมพันธไมตรีอันนี้ระหว่างคนสองคน จนนำมาสู่การปลดปล่อยอย่างทะลักทลาย   

คราแรกผ่านไปยังไม่สาแก่ใจ ต้องชดเชยให้สมกับที่ห่างหายไปหลายวัน

ระหว่างที่ขาดการเชื่อมต่อชั่วคราว ร่างเล็กที่เคยนอนคว่ำก็พลิกตัวกลับด้านอย่างระมัดระวัง ร่างกายอยู่ในช่วงเสี่ยงต่อการแตกหักง่าย ก่อนจะยกขาซ้ายพาดพนักพิงโซฟาตามคำแนะนำและยกขาขวาพาดข้อพับแขนหนา อ้าขารับอวัยวะเพศที่เห็นหัวไม่ทันไรก็ชอนไชกลับรูในชั่วพริบตา สะโพกสอบเริ่มซอยค่อยสลับแรง ขยันกระแทกกระทั้นทำเอาร่างเล็กเสียวซ่านถึงขนาดนอนจิกเบาะ จีบปากจีบคอครวญคราง กรีดร้องเสียงใสไล่โน้ตสูงอย่างไพเราะ

“มองหน้าฉัน”  หรัญญ์ขอร้องด้วยน้ำเสียงแตกพร่า สีหน้านั้นเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดที่แสนจะดูมีเสน่ห์และน่าหลงใหล   
มะลิที่นอนมองอยู่ใต้ร่างแก้มขึ้นซับสีจาง วางฝ่ามือนาบกับกล้ามอกที่ร้อนดั่งไฟ

สองนัยน์ตาสั่นไหวสะท้อนภาพที่ไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศและการใช้ภาษา รายการต่อไปนี้เหมาะสำหรับผู้ชมที่มีอายุสิบแปดปีเป็นต้นไป ผู้ชมที่มีอายุน้อยกว่าสิบแปดปีควรได้รับคำแนะนำ

นอกจอฉายหนังอย่างว่าผิดกับในจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายการ์ตูนสุดแสนสดใส

หรัญญ์ผ่อนจังหวะลงในช่วงสุดท้ายเพราะอยากให้ร่างเล็กซึมซับกับความละมุนละไมที่หาได้ยาก กระซิบบอกรักข้างหูไม่ขาด หมั่นเติมความหวานด้วยการจุมพิตตามกรอบหน้า 

มะลิเลื่อนแขนโอบรอบแผ่นหลังกว้างอัตโนมัติ กอดรัดหยัดยืนไปด้วยกันในยามที่ความทรมานและความกระสันบีบคั้นร่างกายจนต้องระบายออกสักทาง ร่างเล็กเผยอปากงับปลายคางสากในระหว่างที่กลีบปากหนาบดจูบกับหน้าผากมน พากับข้ามพ้นช่วงเวลาวิกฤตอีกนิดเดียวก็จะเป็นไทจากความต้องการ แล้วแรงอัดฉีดก็ทำเอาสะดุ้งและกระตุกไปพร้อม ๆ กัน

ต่างฝ่ายต่างใจสั่น หอบหายใจกระเพื่อมยันร่างกายเมื่อกี้คิดว่าจะตายแล้วซะอีก

ก่อนทั้งคู่จะฉีกยิ้มให้กันบาง ๆ ระหว่างหัวโล่งไม่มีความคิดวุ่นวายหลงเหลืออยู่ ไม่รู้จะทำอะไรต่อก็สบตากันไปพลาง ๆ รู้สึกเหงาปากพอเห็นอีกริมฝีปากก็ว่างอยู่เหมือนกันเลยประกบจูบเสียแนบแน่นและแสนอ่อยอิง ทิ้งช่วงเพื่อหยอกล้อให้พอกระชุ่มกระชวยหัวใจ บดบี้ปลายจมูกด้วยปลายจมูก กลิ่นความรักลอยฟุ้งก่อนเสียงจ๊วบจ๊าบจะดังต่อเนื่องในความสงบ

ลมจากเครื่องปรับอากาศไม่อาจทำให้สองร่างเปลือยเปล่าหนาวได้เพราะใช้เนื้อห่มเนื้อ ภายในห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบงันเมื่อสองคนที่ยึดครองโซฟาหลับไปทั้ง ๆ ที่โป๊ 

นาฬิกาดิจิตอลโชว์ตัวเลขที่เปลี่ยนไปจากนาทีเป็นชั่วโมง ทุกอย่างยังคงอยู่กับที่ไม่มีการเคลื่อนไหว จนพระอาทิตย์เกือบตกดินหรัญญ์ที่กะว่าจะแค่นอนเล่นถึงได้ฤกษ์ขยับเขยื้อน เคลื่อนไหวเพียงนิดก็เหมือนสะกิดให้มะลิตื่นไปด้วย ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งหาววอดแต่พอได้ยินว่าเดี๋ยวเราจะออกไปข้างนอกกันก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง แถมวิ่งนำผู้ใหญ่ไปล้างเนื้อล้างตัวในห้องน้ำโดยไม่ต้องบอกซ้ำสอง

ข้อแม้เดียวของการออกมาซุปเปอร์มาเก็ตก็คือห้ามอยู่ห่างจากฉันเด็ดขาด

ตอนแรกก็พยักหน้ารับเป็นอันเข้าใจ แต่พอเอาเข้าจริงก็วิ่งวุ่นไปทั่วแผนกของสด โผล่ล็อกนั้นทีล็อกนี้ทีจนคนที่พามาชักปวดหัว  “ฉันบอกไว้ว่ายังไง อย่าอยู่ห่างจากฉันไม่ใช่เหรอ”

ขอร้องดี ๆ แต่น่าเสียดายที่มะลิไม่สน จนหรัญญ์ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยอาศัยว่าคอยมองอยู่ตลอด เห็นว่าไม่ไปไกลหูไกลตามากนักจึงอะลุ่มอล่วยให้ แต่ยามใดที่ต้องการความเห็นก็จะกวักมือเรียกให้เดินมาหา ชอบไม่ชอบอะไรก็ต้องให้ร่างเล็กเลือกเอง
 
ของหวานกับช็อกโกแลตดูจะเป็นของคู่กันกับเด็กไปแล้ว มือเล็กหยิบมันทุกอย่างที่ขวางหน้า คว้าอะไรได้คว้าแล้วหย่อนใส่รถเข็นทำเป็นไม่มองหน้าคนจ่ายเงินและเดินนำต่อ นับแล้วไม่ต่ำกว่าสิบยี่ห้อที่กองรวมกับในรถเข็น คนเข็นรถตามห่าง ๆ เกือบจะหยิบขนมบางส่วนกลับเข้าชั้นวาง แต่ร่างเล็กก็หันมามองอย่างรู้ทัน หรัญญ์จึงต้องรีบแบมือเพื่อบอกว่าไม่มีอะไร

แล้วเมื่อเอาเก็บเข้าที่ไม่ได้ก็หันมาใส่ใจกับฉลากสินค้ายืนอ่านว่ามันมีประโยชน์ตรงไหน ในขณะที่มะลิเดินห่างออกมาเพื่อสอดส่องหาขนมที่ชอบก่อนจะสะดุดตาเข้ากับเยลลี่พี่หมี ปรี่จะเข้ามาหยิบด้วยความไวแต่ก็มีมือที่ใหญ่กว่าอีกมือหยิบตัดหน้า

ร่างเล็กเผลอผงะถอยหลังเมื่อช้อนนัยน์ตามองเจ้าของมือที่มีหน้าตาน่ากลัวทั่วคางเต็มไปด้วยหนวดเครา มือใหญ่ยื่นถุงขนมให้เหมือนจะสื่อว่าให้เอาไปสิและมีการส่งยิ้มกว้างให้ หนูน้อยรีบส่ายหน้าแล้ววิ่งกลับไปหลบด้านหลังคนอ่านฉลากที่แอบงุนงงว่าเป็นอะไร

ความหวาดหวั่นเล็ก ๆ ทำให้เด็กน้อยอยู่ในโอวาทจนหรัญญ์ยังแปลกใจ ถ้าไม่เกาะแขนก็จะเปลี่ยนไปจับรถเข็นและเดินตามอย่างว่าง่าย มะลิหายซนไปมากขณะเหลือบมองด้านขวาก็เห็นว่าผู้ชายคนเดิมกำลังยืนเลือกของใช้ส่วนตัวอยู่ ไม่รู้ว่าระแวงไปหรือเปล่า แต่ผู้ชายคนนั้นก็ยังทำตัวเป็นเงาตามติด แม้แต่ตอนกำลังคิดเงินก็เดินวนเวียนอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ 

ในลานจอดรถที่ปลอดคน หรัญญ์มัวแต่ขนถุงมากมายใส่ท้ายรถจนเสร็จ ถึงค่อยสังเกตเห็นอาการยืนนิ่งไม่ไหวติงของร่างเล็ก  “มองอะไรอยู่”

“เขา”

“ใคร”  มองตามปลายนิ้วชี้แล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรนอกจากเสาปูน  “ขึ้นรถเถอะ” 

หรัญญ์พาร่างเล็กเดินอ้อมหลังรถมาด้านข้าง จัดการเปิดประตูแล้วรอให้ผู้โดยสารขึ้นนั่งเรียบร้อยแล้วค่อยโน้มตัวเข้ามาคาดเข็มขัดนิรภัยให้ แต่จู่ ๆ ภาพผู้ชายเคราเฟิ้มก็ปรากฏในเงาสะท้อน มะลิมองเห็นท่อนไม้ที่เงื้อขึ้นสูงจากกระจกข้าง นัยน์ตาเบิกโพลงเมื่อมันฟาดลงที่แผ่นหลังกว้าง ไม่รอให้เป้าหมายตั้งหลักก็ฟาดอีกครั้งที่ศีรษะอย่างแรง

หรัญญ์ทรุดลงกับพื้นด้วยความมึนงง ภาพเบื้องหน้านั้นโคลงเคลงราวกับอยู่บนเรือ แต่เมื่อเห็นว่ามีคนพยายามจะอุ้มร่างเล็กไปจากเบาะก็แข็งใจหยัดกายลุกขึ้นยืนและยื่นมือยื้อตัวมะลิที่กรีดร้องเสียงหลง พยายามดิ้นให้หลุดจากวงแขนคนน่ากลัวสู้จนตัวเกือบตาย

แถมสุดท้ายก็เสียแรงเปล่า ร่างเล็กถูกโยนราวกับตุ๊กตาแล้วก็มีผู้ชายอีกคนคว้าไว้ได้ก่อนจะถูกจับยัดใส่รถที่ขับมาจอดขนาบข้าง เสียงปิดประตูดังปังทำเอาหรัญญ์ร้อนรน แต่กว่าจะไปถึงรถได้ก็ต้องผ่านผู้ชายร่างใหญ่อีกสามคนที่ยืนปิดทาง 

รถคันสีดำขับออกไปอย่างไวทิ้งไว้แค่ควันเทาจาง ๆ

คนถูกตีหัวซ้ำจำได้ลาง ๆ ว่ายันหน้าอกใครไปสักคนก่อนจะโดนฟาดด้วยไม้จนล้มหงายหลัง ทั้งยังสัมผัสได้ถึงความเย็นจากปลายกระบอกปืนที่ยื่นมาจ่อคาง แต่ยังไม่ทันลั่นไกคนทำงานเป็นขบวนการก็สลายตัวจากที่เกิดเหตุเพราะมีพลเมืองดีเห็นและตะโกนเรียกรปภ

หรัญญ์รอดพ้นจากคราวเคราะห์ได้อย่างหวุดหวิด แต่วิญญาณก็ใกล้หลุดจากร่างเต็มที มีคนเข้ามาช่วยไว้ถามไถ่อาการแต่คนบาดเจ็บก็ทำแค่ส่ายหน้า พยายามบอกว่าให้ไปช่วยร่างเล็กก่อนซึ่งตอนนั้นก็ไม่มีใครสนใจจะฟัง จนกระทั่งสลบไปขังตัวเองอยู่ในโลกที่มืดมน 













---------------------------------------
✘ ✘ ✘  อีก2ตอนก็จบแล้ววววววววว ลุ้นจังเลย มาช่วยกันภาวนาให้ทั้งคู่ปลอดภัยนะคะ ขอบคุณสำหรับความเอ็นดูอีกครั้งด้วยค่ะ
ปล. ตุ๊กติ๊กทำแบบสำรวจเรื่องการรวมเล่มมาให้ทำค่า เผื่อใครอยากเก็บเล่มไว้ https://goo.gl/forms/7mtN6uUfeoQaS2ii2
แล้วก็สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เพจเลยค่ะ ---> 9crimes - นายคราม FANPAGE
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-07-2018 21:20:37 โดย กระเหี้ยนกระหือรือ »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ———— เหมายัน ———— (๐๘) ๐๘.๑๐.๖๐
« ตอบ #69 เมื่อ: 08-10-2017 23:36:57 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ valenpinkpink

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๘) ๐๘.๑๐.๖๐
«ตอบ #70 เมื่อ09-10-2017 00:47:36 »

คุณหรัญญ์อย่าเป็นอะไรนะ ไปช่วยน้องให้ได้  :katai1: :o12:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๘) ๐๘.๑๐.๖๐
«ตอบ #71 เมื่อ09-10-2017 01:08:43 »

คุณอาจ้างมารึเปล่าเนี่ย?
อยากเห็นมะลิที่สดใสสมวัย ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องหวาดระแวงคุณอาจังเลยค่ะ  :ling3:

ออฟไลน์ didididia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๘) ๐๘.๑๐.๖๐
«ตอบ #72 เมื่อ09-10-2017 01:13:42 »

กลัวใจคุณอาจังเลย อย่าทำร้ายมะลิเลยนะให้มะลิมีความสุขเถอะ :katai1:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๘) ๐๘.๑๐.๖๐
«ตอบ #73 เมื่อ09-10-2017 01:36:06 »

อ่านไปกลัวไป ลุ้นทุกตัวอักษรว่าจะเกิดเหตุร้ายเหตุด่วนอะไรกับมะลิหรือเปล่า .... สุดท้ายก็ไม่รอด :ling3:

ออฟไลน์ manami1155

  • ~I Still Love You~
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1757
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +99/-1
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๘) ๐๘.๑๐.๖๐
«ตอบ #74 เมื่อ09-10-2017 09:10:16 »

ตอนต้นๆนี้ดีใจมากกก
เหนมะลิช่างพูด สดใส ร่าเริงขึ้นมาก
เหมือนเห็นลูกชายตัวน้อยๆ มีพัฒนาการดีขึ้น

แต่พอท้ายๆของพาสนี้มันอะไรกันคะ
อิอาชั่วมันมาจับมะลิไปอีกแล้วใช่ม้ายยยย
แถมยังทำร้ายพี่หรัญญ์อีก ฮืออออออ
พี่หรัญญ์รีบฟื้นตัวแล้วไปช่วยน้องเร็วๆ
พี่คือความหวังเดียวของใะลินะตอนนี้

ปล.ชอบเวลามะลิแทนตัวเองว่าหนู
กับตอนพี่หรัญญ์พูดถึงมะลิว่าภรรยาตัวน้อยจังเลยค่ะ
อ่านแล้วมันกร้าวใจดี



ออฟไลน์ popeyez

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๘) ๐๘.๑๐.๖๐
«ตอบ #75 เมื่อ13-10-2017 16:20:08 »

คุณอาอย่าทำน้อง  เลี้ยงมากับมือร้ายเองกับมือ  เศร้า

ออฟไลน์ nokkkey

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๘) ๐๘.๑๐.๖๐
«ตอบ #76 เมื่อ16-10-2017 12:56:04 »

เกลียดอามะลิ ใช้ตัณหาแทนความคิดแท้ๆเลย อย่าทำอะไรมะลินะ ฮึ่ยยย :katai1:

ออฟไลน์ Chacha

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๘) ๐๘.๑๐.๖๐
«ตอบ #77 เมื่อ16-10-2017 17:48:45 »

มะลิลูก สงสารน้อง   :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๘) ๐๘.๑๐.๖๐
«ตอบ #78 เมื่อ17-10-2017 22:30:05 »

๐๙



ผู้บาดเจ็บจากการโดนตีเข้าที่ร่างกายด้วยของแข็งอย่างแรงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและนอนสูดกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ฉุนพอ ๆ กับกลิ่นน้ำหอมผ่านจมูกจนชุ่มปอด 

หลังจากที่นอนเฉยเป็นท่อนไม้ไม่กระดิกตัวไปมาอยู่หลายชั่วโมงก็ส่งสัญญาณแห่งการฟื้นสติ เริ่มมีความเคลื่อนไหวปลายนิ้วขยับเขยื้อนเชื่องช้า บวกกับเปลือกตาที่ยกสูงขึ้น

หรัญญ์ตื่นจากนิทราที่บรรจุไปด้วยความว่างเปล่าและเงียบเหงา รู้สึกร่างกายเบาหวิวในยามที่สมองยังไม่ประมวลผล จนกระทั่งลองขยับร่างกายถึงได้ลิ้มรสชาติของความเจ็บปวดแสนสาหัสอย่างแท้จริง ความร้าวรานวิ่งพล่านจนประสาทการรับรู้ตื่นเต็มตัว
นัยน์ตาดำด้านกวาดมองทั่วบริเวณสังเกตได้ไม่ยากว่าตัวเองนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่ที่ไหน  “มะลิ…”  เรียกหาเสมือนยังจำไม่ได้ว่าร่างเล็กถูกช่วงชิงไป แต่ความจริงแล้วจำได้ทุกรายละเอียดของเหตุการณ์และพึงใจให้มันเป็นเพียงฝันร้ายที่พอตื่นก็สลายไปตลอดกาล   

หรัญญ์ลุกพรวดพราดขึ้นมานั่งและผลจากการทำอะไรผลีผลามในยามที่สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ก็จำต้องแอบหยุดชะงักไปชั่วคราวเพราะอาการวิงเวียนศีรษะ ร่างกายจำเป็นต้องได้รับการรักษา แต่คนบาดเจ็บมองว่าเป็นการจะทำให้รั้งแต่เสียเวลาเปล่า ๆ

เมื่อฝ่าเท้าหยิบพื้นก็รีบกระชากเข็มน้ำเกลือออกแล้วยืนขึ้นอย่างรีบร้อน เตรียมทำการหลบหนีออกจากโรงพยาบาลขัดนโยบายเรื่องความปลอดภัยในสวัสดิ์ภาพของตัวเอง   

ไม่มีเวลามานั่งโอดครวญหรือร้องไห้ฟูมฟาย ในสถานการณ์แบบนี้ยิ่งต้องเข้มแข็งให้มากกว่าเดิม เมื่อตนเป็นคนเริ่มความยุ่งเหยิงนี้เองก็ต้องเป็นคนจบทุกอย่างเองเช่นกัน

ป่านนี้เด็กน้อยคงกำลังรอให้ไปช่วยและไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ยินยอม   

“นี่คุณจะไปไหนคะ คุณยังไปไหนไม่ได้นะคะ!” 

ยังไม่ทันลากสังขารพ้นประตูห้องพัก ออกมาก็เจอกับนางพยาบาลที่เตรียมเอายามาให้ก่อนจะแสดงท่าทีตกอกตกใจและรีบห้ามคนบุ่มบ่ามไว้โดยเร็ว แต่แรงหญิงหรือจะสู้แรงชาย ปกติก็ให้เกียตริเพศแม่มาตลอดแต่ตอนนี้ต้องการให้หลบไป ผลักหญิงสาวให้พ้นทางและถ้าใครคิดจะเข้ามาขวางอีกก็คงได้เห็นดีกัน มีแต่ยมบาลเท่านั้นที่จะหยุดความร้อนใจนี้ได้

แต่หลังจากวิ่งฝ่าความวุ่นวายมาตามทางเดินก็เกิดนึกถึงปัจจัยห้า  “มือถือ มือถือ”  คลำตามร่างกายที่ยังสวมใส่ชุดคนไข้ก่อนจะตัดใจวิ่งกลับไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อถามหาของใช้ส่วนตัว วิ่งกระหืดหระหอบไปทั่วชั้นจนได้เครื่องมือสื่อสารกลับคืนมา

แล้วพอกดดูหน้าจอถึงได้เห็นว่ามีสายที่ไม่ได้รับเกือบร้อยกว่าสาย รายชื่อที่โชว์หลาคือป้านิ่ม ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่คนทางนี้ที่รับรู้ถึงเหตุการณ์ลักพาตัวในลานจอดรถ

หรัญญ์กดโทรกลับ คนอีกฟากก็รับสายเหมือนรออยู่แล้ว  “ป้าครับ!”

‘คุณหนูอยู่ที่นี่ค่ะคุณ! คุณหนูอยู่ที่นี่’

“ที่ไหนครับ!”

‘ที่บ้านค่ะ คุณชายพาคุณหนูกลับมาที่บ้าน’

“งั้นเดี๋ยวผมจะรีบไป!”

‘แต่ป้าว่าอย่าเพิ่งมาดีกว่านะคะ เราควรจะรอให้ค่ำก่อน’

“รอ…?”  ฟังไม่ถนัดจนต้องทวนซ้ำสอง  “รอเนี่ยนะครับ ป้าจะให้ผมรอได้ยังไงในเมื่อมะลิกำลังอยู่กับคนที่อันตรายที่สุด ผมกำลังจะเป็นบ้าแล้วนะป้า!”  สุดจะอดกลั้นจนน้ำตาไหลเองอัตโนมัติ แล้วรีบเช็ดออกด้วยความไว  “มะลิกำลังต้องการผม ผมจะปล่อยให้เขารอไม่ได้”  หรัญญ์หันใบหน้าที่แดงก่ำเข้าผนังเอาหน้าผากโขกเบา ๆ ด้วยความเจ็บใจ

กรนด่าตัวเองที่ไม่เอาไหน ปล่อยให้เด็กน้อยตกระกำลำบากตามลำพังครั้งแล้วครั้งเล่า เท่ากับว่าไม่ต่างอะไรกับการรับปากส่ง ๆ พูดได้แต่สะกดคำว่าปกป้องไม่เป็น

‘ใจเย็น ๆ นะคะคุณ ดิฉันจะพยายามหาโอกาสเข้าไปดูแลคุณหนูให้ได้ค่ะ’

ควรเป็นตนต่างหากที่ได้ทำหน้าที่ดูแล แต่เพราะความสะเพร่าเรื่องราวที่กำลังจะดีเลยดิ่งลงเหวลึกลงไปหลายสิบเมตร มองด้วยตาเปล่าก็ยังรู้เลยว่าคราวนี้มันไม่ง่ายที่จะปีนขึ้นจากหลุมโดยปราศจากบาดแผล แย่หน่อยก็อาจถึงขั้นพิการ หรือไม่ก็ตายอย่างอนาถอยู่ที่ก้นหลุม  “ถ้าป้าได้เจอมะลิฝากบอกเขาด้วยนะครับว่าผมรักเขา อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกันแล้ว”

คนในสายตกปากรับคำด้วยความเต็มใจแล้วตัดสายไป ทิ้งให้หรัญญ์อยู่กับความวูบโหวง ลดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดสภาพ นั่งกุมขมับและแอบซ่อนน้ำตาลูกผู้ชายไว้ด้วยการก้มหน้า อ่อนแอซะให้พอแล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าร่างเล็กอีกครั้งต้องกลับมาแข็งแกร่งดังหินผา 












ด้านหญิงร่างท้วมหลังจากที่วางสายโทรศัพท์ก็แอบกระทำการใช้กุญแจสำรองไขเข้ามาในบ้าน ก่อนจะถูกทำให้ประหลาดใจกลับ เธอเข้ามาแบบไม่ได้เตรียมใจกับการต้อนรับใด ๆ จึงเผลอแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนตอนเจอคุณชายนั่งไขว่ห้าง กระดกเหล้าเข้าปากตรงโซฟา

“มาทำอะไร ผมไม่ได้เรียกป้ามาสักหน่อย”  ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉยไม่ได้บ่งบอกเลยว่าแปลกใจที่เห็นหญิงวัยกลางคนแอบทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ

“พอดีว่าป้าจำไม่ได้ว่าปิดไฟห้องครัวหรือยังน่ะค่ะ ป้าเลยจะมาตรวจดูความเรียบร้อยสักหน่อย”  อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ดูไม่เป็นมืออาชีพในด้านการมุสา 

ทำเอากวินทร์หลุดหัวเราะให้ลำคอ  “ไม่ใช่ว่าไอ้หรัญญ์ส่งมาหรอกเหรอ”

หญิงร่างท้วมหลบสายตาทันควันเมื่อคนฉลาดเป็นกรดหันมาจ้องหน้าและถึงจะสอบตกวิชาการแสดง แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นเหมือนว่าไม่มีอะไร  “คุณชายทานอะไรมาหรือยังคะ”  สวมบทแม่บ้านเพราะมันเป็นงานถนัด ส่วนคุณชายก็ยกแก้วเหล้าให้ดูเพื่อบอกว่ากำลังทานอยู่  “แล้วคุณหนู…”

“คุณหนูของป้าก็อยู่กับไอ้เพื่อนทรยศของผมไง ป่านนี้มันคงหาอะไรให้กินจนอิ่มหนำสำราญไปแล้วมั้ง”  ระหว่างพูดก็รินเหล้าเพิ่ม แต่เดิมเหลือก้นแก้ว ปัจจุบันแทบล้น       

หญิงวัยกลางคนไม่หลงกลง่าย ๆ ไม่หลงเชื่อคำพูดโป้ปดพวกนั้นและยังยืนอยู่ในอาการสำรวม  “ให้ป้าหาอะไรขึ้นไปให้คุณหนูทานสักหน่อยเถอะนะคะ”

กวินทร์แสยะยิ้มร้าย สงสัยอยู่ด้วยกันมานานจึงรู้เช่นเห็นชาติกันดี  “เกลียดจริงพวกรู้ทัน”  วางขวดเหล้ากระแทกกับโต๊ะแก้วจนเกิดเสียงกังวาน  “อดข้าวสักวันสองวันคงไม่ตายหรอก”

“แต่คุณหนูเป็นหลานแท้ ๆ ของคุณชายนะคะ”

ตั้งแต่เปลี่ยนไปเลียแข็งเลียขาเจ้านายคนใหม่ หญิงวัยกลางคนก็ดูจะปีกกล้าขาแข็งขึ้น จนกวินทร์อดสงสัยไม่ได้ว่าอดีตสหายเลี้ยงด้วยเงินหรืออะไร ใช่ใช้ดุ้นตรงหว่างขาหรือเปล่า ไม่ใช่ว่ามีรสนิยมชมชอบหันมาบริโภคหญิงแก่คราวแม่ที่ใกล้ลงโลงหรอกนะ  “ขอบคุณนะครับที่ช่วยเตือน ผมเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ยว่ามะลิเป็นหลาน”  เอนหลังพิงโซฟาอย่างสบาย ๆ กระเดือกน้ำเมาไปพลาง ๆ ยากจะคาดเดาอารมณ์นัยน์ตากลมไม่ปรากฏความรู้สึกอะไร 

“ผมเกือบลืมไปแล้วว่าพี่ฝากให้ช่วยดูแลมะลิดี ๆ ก่อนที่จะตาย แล้วผมดูแลหลานไม่ดีตรงไหนเหรอป้า หลานที่น่ารักถึงได้พยายามจะหนีผมไป ไปกับคนที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นาน”

“คงเพราะคนที่เราไว้ใจดันกลายเป็นคนที่ร้ายที่สุดมั้งคะ”  ตอบอย่างมีเหตุผลและความตรงไปตรงมาก็ทำเอาคนฟังสลดลง เธอรู้สึกสงสารและเห็นใจเช่นกัน แต่การพูดอ้อมโลกก็คงไม่ได้ช่วยทำให้คนที่กำลังหลงทางกลับมาเดินในทางที่ถูกที่ควร  “ปัญหาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาแต่ขึ้นอยู่กับคน จำได้ไหมคะว่าเมื่อก่อนคุณหนูตามติดคุณชายไปด้วยทุกที่ รักและเทิดทูนคุณชายมากแค่ไหน แล้วใครกันที่ผลักไสแกออกมาด้วยวิธีที่คงไม่มีคนรักกันที่ไหนเขาทำกัน”

“ผมผิดมากเหรอป้า”

“ค่ะ” 

คำตอบที่ได้ยินไม่ผิดจากที่คาดนัก ซึ่งฟังแล้วก็เจ็บปวดดี พอมีคนช่วยย้ำถึงความสารเลวของตนก็อดจะยิ้มสมเพชให้กับตัวเองไม่ได้ ความรู้สึกขมขื่นในใจเป็นเศษเสี้ยวหนึ่งในบทลงโทษและการชดใช้หลังจากที่กระทำความผิดนับครั้งไม่ถ้วนลงไป
รู้ตัวเมื่อสาย แทนที่จะหยุดความเลวร้ายไม่ให้ลุกลามแต่กลับเลือกจะไปตายเอาดาบหน้า กวินทร์แค่กำลังคิดหาวิธีอยู่กับมันให้ชินก็เท่านั้น  “อย่าลืมว่าป้าเองก็มีความผิดเหมือนกัน แต่ผมไม่โทษป้าหรอก แล้วผมก็จะไม่โทษตัวเองด้วยที่ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้”

“โธ่ คุณชาย”  คำพูดแค่เพียงประโยคสองประโยคไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใจใครได้ในทันที โดยเฉพาะกับคนหัวแข็งที่หวังใช้ของมึนเมาดับทุกข์ ลุกไปหยิบเหล้าอีกขวดจากในตู้มานั่งเปิดแล้วดื่มต่อท่ามกลางสายตาท้อใจ  “คุณชายยังสามารถแก้ไขให้มันถูกต้องได้นะคะ”

“ผมถอยหลังไม่ได้แล้วป้า”  กวินทร์พูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดที่ไล่เรียงมาทั้งหมด ต่างคนต่างเปลื้องน้ำลายไปเปล่าประโยชน์  “หวังว่าป้าจะเข้าใจผมนะ อโหสิกรรมให้ผมด้วย”  คุณชายยิ้มให้อย่างอ่อนโยนทั้งที่นัยน์ตาปรากฏแต่ความกระด้าง ราวกับเตือนว่าให้ระวังเป็นครั้งสุดท้าย โทษทัณฑ์จากการคิดคดทรยศมันร้ายแรง เดี๋ยวจะหาว่าไม่แจ้งกันก่อน ขณะที่หญิงแก่ที่ดวงใกล้ถึงฆาตก็พอรับรู้ถึงชะตากรรม เตรียมทำใจแต่เนิ่น ๆ     
         
การเจรจาเป็นผล สุดท้ายหญิงร่างท้วมก็ได้เดินขึ้นบันไดมาด้านบนพร้อมถาดอาหาร ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษเพราะเห็นว่าเป็นคนเก่าคนแก่ของตระกูลและเมื่อก้าวเข้ามาในห้องก็รีบมองสำรวจทั่วร่างกายและใบหน้าของเด็กชายในชุดสีขาวที่เอาแต่นั่งร้องไห้จนตาบวม

มะลิไม่มีตรงไหนที่บุบสลาย ยกเว้นก็แต่สภาพจิตใจที่ยับเยินและจำเป็นต้องได้รับการเยียวยาโดยด่วน ทั้งถูกลักพาตัวกลัวจนไม่รู้จะกลัวยังไง อยู่บนรถกับชายแปลกหน้านานสองนานแล้วกลับมาเผชิญกับฝันร้ายที่หนีให้ตายก็ไม่พ้นจนชักเริ่มถอดใจ เหนื่อยเกินกว่าจะต่อต้านจึงยอมให้จับแปลงโฉมห่มชุดตัวยาว รวมถึงไม่มีข้าวปลาตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อเย็นวาน   
   
“กินอะไรสักหน่อยนะคะจะได้มีแรง”  คนเป็นห่วงตัดสินใจนั่งลงเป็นเพื่อนแล้วค่อยเลื่อนถาดอาหารไปตรงหน้า ไม่เชิงคะยั้นคะยอแต่ก็พยายามย้ำให้ตระหนักถึงสุขภาพพอสมควร 

ร่างเล็กที่นั่งกอดเข่าเฝ้ามุมห้องหลุบตามองของโปรดแค่ชั่วครู่

ส่วนป้าแม่บ้านก็แอบมองไปทางประตูที่เปิดกว้าง เห็นความว่างเปล่าปลอดจากเงาใครถึงได้ยอมคายความลับ เอ่ยกระซิบกระซาบระหว่างช่วยเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มที่เปียกปอน

“คุณหรัญญ์ฝากให้ป้ามาช่วยดูแลคุณหนูแทนค่ะ เขายังบอกป้าด้วยนะคะว่าเขารักคุณหนู แล้วเดี๋ยวอีกไม่นานก็จะมาหาแล้วนะคะ ระหว่างที่รอคุณหนูก็ต้องกินข้าวให้หมด ป้าจะได้บอกคุณเขาว่าคุณหนูเป็นเด็กดีมากแค่ไหน ดีไหมคะ”

พอได้ยินชื่อบุคคลสามถึงเริ่มมีปฏิกิริยาเป็นบวก ฟื้นคืนชีพจากอาการหมดอาลัยตายอยากรีบจับมือที่เหี่ยวย่นไว้แล้วเขย่าอย่างแรง  “จะมาจริง ๆ เหรอ หนูไม่ถูกทิ้งใช่ไหม”  น้ำตาแห่งความเสียใจกลายเป็นตื้นตัน ยิ่งหญิงร่างท้วมพยักหน้ายืนยัน ความฝันครั้งใหม่ก็เริ่มก่อตัว

“คุณเขาไม่ทอดทิ้งคุณหนูหรอกค่ะ คุณหนูของป้าออกจะน่ารักซะขนาดนี้”  ยกมือลูบใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาและจ้องดวงหน้าเล็กราวกับอยากจะเก็บรายละเอียด เขียนภาพวาดลงในใจ สลักไว้เป็นความทรงจำที่งดงาม   

มะลิทำท่าจะเอื้อมมือจับช้อนก่อนจะมีคนอาสาป้อนให้เพราะอยากรับใช้เป็นหนสุดท้าย  “มาค่ะ ให้ป้าป้อนดีกว่า”  ทำดีชดเชยที่เคยบกพร่องในหน้าที่ ซึ่งก็คงจะไม่มีโอกาสไหนเหมาะเท่าตอนนี้อีกแล้ว แววตาเอ็นดูสะท้อนภาพคุณหนูที่เคี้ยวข้าวจนแก้มยุ้ย
 
ร่างเล็กกินข้าวคำน้ำตามและอ้าปากรับช้อนกระเบื้องด้วยความหิวโซ แม้แต่ข้าวคำโตก็ไม่หวั่นและหญิงร่างท้วมเองก็ต้องเพิ่มความเร็วเพราะกลัวจะตักไม่ทันต่อความต้องการ

หลังป้อนข้าวจนหมดจาน ก็เสิร์ฟต่อด้วยของหวานเป็นนิทานที่พอจำได้คร่าว ๆ เล่าไปก็นึกไปขณะให้หัวกลมนอนหนุนตัก ช่วยสางผมลื่นด้วยหวีดูแลอย่างดีเหมือนแม่ที่ให้กำเนิดมา ร้องเพลงกล่อมนอนจนร่างเล็กเพลียหลับคาตัก เธอใช้เวลาทุกวินาทีอย่างคุ้มค่าและภาวนาให้ค่ำไว ๆ งานสำคัญอีกอย่างในชีวิตคือการส่งร่างเล็กให้ถึงฝั่ง หลังจากนั้นก็แล้วแต่เวรแต่กรรม

ทำอะไรไว้ย่อมได้รับผลตอบแทนแบบนั้น… ระหว่างนั่งปลงยิ้มให้กับโลกใบนี้อย่างอ่อนโยน เสียงเครื่องยนต์ก็ลอยมากระทบกับโสตประสาทหู อะไรก็ดูจะช่างเป็นใจไปเสียหมดจนหลงดีใจ รีบโทรรายงานความเคลื่อนไหวบอกว่าคุณชายขับรถออกไปข้างนอก ย้ำคนปลายสายว่าต้องรีบแล้วนะคะ เวลาเรามีจำกัด

พอตัดสัญญาณการสื่อสาน รถคันหนึ่งก็ทะยานออกจากลานจอดรถของคอนโดและใช้ความเร็วต่อกิโลเมตรเกินร้อยแปดสิบจนรถคันหลังที่ขับตามยังอยากจะตะโกนถามว่าจะรีบไปตายหรือไง ซึ่งบางทีก็อาจจะใช่ หรัญญ์อาจจะกำลังวิ่งเข้าหาความตายจริง ๆ อย่างที่ว่า

บุ่มบ่ามทำอะไรโดยไม่สนว่าจะเป็นกับดัก แค่นึกถึงหน้าร่างเล็กก็เหยียบคันเร่งหนักกว่าเดิม เปลี่ยนถนนเป็นสนามแข่งรถโดยมีเวลาเป็นคู่แข่ง ขับแซงรถทุกคัน ปาดซ้ายปาดขวา ตัดหน้ารถคนอื่นอย่างกระชั้นชิด แล้วก็ได้ยินคำสรรเสริญดังไล่หลังตลอดทาง

โชคดีว่าพอออกจากตัวเมืองแล้วถนนโล่งไม่อย่างนั้นก็คงถูกด่าถึงบุพการี ท้องฟ้ายามเย็นอาบด้วยสีส้มอมแดง พระอาทิตย์กำลังจะตกดินใกล้สิ้นแสงเข้าไปทุกขณะ แต่เพราะได้ไฟหน้ารถช่วยไว้จึงถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยและจอดรถไว้ใกล้ ๆ กับตัวบ้าน

หรัญญ์ถือวิสาสะบุกเข้ามาด้านในและใช้ส่งเสียงเรียก จนได้ยินเสียงกรุกกรักจากบนบันได หญิงวัยกลางคนพาเด็กน้อยวิ่งลงมาคอยดูไม่ให้สะดุดล้มถึงจะช่วยมัดปมที่กระโปรงยาวแล้วแต่ก็ยังไม่หายห่วง ก่อนจะส่งช่วงต่อให้คนที่ยืนรอตรงขั้นบันไดสุดท้ายดูแล

มะลิถูกพาออกจากบ้านขณะที่ด้านหลังมีหญิงร่างท้วมกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมา แค่อยากเห็นด้วยตาว่าทั้งคู่ขึ้นรถอย่างปลอดภัยและโบกมือลาเป็นครั้งสุดท้ายที่หน้าบ้าน แต่ก่อนที่จะจากกันถาวร เป็นร่างเล็กที่ปล่อยมือจากหรัญญ์แล้ววิ่งมาสวมกอดหญิงวัยกลางคนที่ขอบตาร้อนผ่าวและไม่ปฏิเสธที่จะกอดตอบ 

“ป้าขอโทษกับเรื่องที่ผ่านมาด้วยนะคะคุณหนู แล้วก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ หลังจากนี้ป้าคงไม่ได้อยู่รับใช้คุณหนูอีกแล้ว”  พูดเป็นลางอย่างกับว่าจะไปที่ไหนไกล ๆ

“แล้วเดี๋ยวผมจะติดต่อกลับมานะครับ”  หรัญญ์ให้คำมั่น

ด้านหญิงร่างท้วมก็พยักหน้ารับ  “ฝากคุณหนูด้วยนะคะ”   

จำใจต้องปล่อยเด็กน้อยออกจากอ้อมกอด มะลิน้ำตาคลอเบ้าเศร้าโศกไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไหร่ของวันโดยมีหรัญญ์ยืนประคองเอวไว้ด้วยวงแขน สองมือยังยื่นจับกันแน่นไม่ปล่อยเพราะต่างฝ่ายต่างอาลัยอาวรณ์ซึ่งกันและกัน จนไม่ทันเห็นภัยมืดยืนถือปืนซ้อนอยู่ด้านหลัง

ปัง!     

เสียงที่ดังยิ่งกว่าประทัดหยุดทุกคนให้ชะงักงันและหันมองต้นกำเนิดเสียงเป็นตาเดียว ยกเว้นก็แต่หญิงร่างท้วมที่ก้มลงมองมือที่เพิ่งเอื้อมไปแตะด้านหลัง ปราศจากความเจ็บปวด รู้สึกขอบคุณที่ความตายทำงานอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ทรมานอย่างน่าอเนจอนาถ 

หญิงวัยกลางคนล้มลงแทบผ้าเช็ดเท้า หมดหน้าที่เฝ้าบ้าน ตัดขาดจากโลกมนุษย์ต่อหน้าต่อตาคนที่เหลือ เมื่อไม่มีคนบังทั้งหรัญญ์และมะลิจึงได้เห็นโฉมหน้ามัจจุราชชัดๆ 

กวินทร์เดินมาด้านหน้า ยกขาข้ามศพที่ขวางทางและยืนในจุดที่แสงสว่างพอส่องถึง

“หมดคนรู้มากไปหนึ่ง …เหลืออีกหนึ่ง”  ดวงตาไร้แววจ้องเขม็งเล็งเป้าไปที่หรัญญ์ แววตาแสดงออกถึงเจตจำนงที่ชัดเจน หญิงแก่ที่เล่นเกมไม่เป็นเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดาน ส่วนหลานก็เป็นแค่เหยื่อล่อเพื่อจะให้เสือออกจากถ้ำและลวงมาจำกัดให้สูญพันธ์ 

ความลับจะเป็นความลับไปชั่วนิรันดร์ก็ต่อเมื่อคนที่ล่วงรู้ความลับตายสนิท 

แล้วอดีตสหายก็อยู่ในรายชื่อพวกนั้น

หรัญญ์ที่ถูกหมายหัวได้สติก่อนใครและรีบดึงแขนร่างเล็กที่ยังช็อกให้เดินตาม อีกสามสี่ก้าวก็จวนจะถึงประตูรถยนต์ แต่แล้วกวินทร์ก็ยิงเข้าที่กระจกหน้ารถจนกระจกใสบานใหญ่เกิดการร้าวและร่วงกราวเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พลอยทำให้มะลิตกใจยกมือขึ้นปิดใบหู 

เสียงปืนอีกนัดเป็นสัญญาณเริ่มเข้าสู่เกมล่าท้าความตาย หนุ่มใหญ่ตัดสินใจพาร่างเล็กออกวิ่งดีกว่ายืนเป็นเป้านิ่งให้ใครกราดยิง ฝืนป่ากลายเป็นช่องทางเอาตัวรอดเดียวในยามคับขัน อาศัยความเขียวครึ้มช่วยพรางตา การชำนาญทางมากกว่าน่าจะพอทำให้เป็นต่อ

ส่วนกวินทร์ยืนรออย่างใจเย็น เห็นคนสองคนพากันวิ่งเข้าป่าอย่างทุลักทุเลแล้วก็ขำ ก่อนจะหันมาสำรวจจำนวนกระสุน เมื่อพร่องไปสองก็เติมอีกสองแล้วค่อยออกเดินอย่างเชื่องช้า ให้เวลาพวกเนรคุณได้คิดหาทางหนีทีไล่ แสดงความมีน้ำใจในฐานะที่เล่นนอกกติกาใช้อาวุธอยู่ฝ่ายเดียว ตอนแรกทำแค่เดินตามอีกสองคนที่หอบหิ้วกันไปไกลและเหลียวหลังกลับมามองอย่างไว ๆ เท่านั้น จนกระทั่งไม่เห็นชุดสีขาวที่โดดเด่นเป็นสง่าในความมืดมิดจึงเพิ่มความเร็วในการก้าว จากจ้ำอ้าวเปลี่ยนเป็นวิ่งเต็มกำลัง ตั้งหน้าตั้งตารอคอยเวลาเอาคืนแทบไม่ไหว     






มีต่อด้านล่าง


ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๙) ๑๗.๑๐.๖๐
«ตอบ #79 เมื่อ17-10-2017 22:39:13 »

ดั่งเสียงฟ้าฟาดในฤดูวัสสานะ

ราวกับหน้าฝนมาเยือนเร็วกว่าทุกปี เสียงก้องกังวานเสมือนฟ้าพิโรธนั้นทำเอาเหล่าสัตว์กลางคืนตื่นตระหนก บ้างหนีเข้าโพรง บ้างขุดลงดินและปิดบ้านไม่ต้อนรับแขก   

ลมกรรโชกแรงกระพือกลิ่นไหม้จากปลายกระบอกสีดำขลับให้ยิ่งลอยฟุ้งในอากาศ

ขนาดพระจันทร์ยังตกใจเสียงกัมปนาทและรีบหลบฉากเข้าในกลีบเมฆจนเกิดปรากฏการณ์คืนเดือนดับ แม้แต่ดาวประจำเมืองที่เคยเรืองรองต่างก็กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวเมื่อเสียงเหนี่ยวไกนัดที่สองดังทั่วทั้งผืนป่า   

น่านฟ้ามืดมนแต่ไม่เท่าจิตใจคนคลั่ง 

สองเท้าเปล่าต่างขนาดย่ำกับหน้าดินอุ้มน้ำจนปรากฏรอยยุบ ประทับตราไว้บนความนุ่มนวลก่อนจะชวนกันเพิ่มความเร็วของฝีเท้าเมื่อบางอย่างเริ่มกระชั้นชิดเข้ามา

ฝ่ายวิ่งนำกระชับมือคนวิ่งตามระหว่างพาวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต ทั้งคู่สับขาผ่านพันธุ์ไม้นานาชนิด แต่ ณ เวลานี้ไม่มีกระจิตกระใจจะแวะชมเชยดั่งเช่นวันก่อน ๆ

มีเพียงสัญชาติญาณของการเอาตัวรอดที่ขับเคลื่อนกายหยาบกับสติที่ใกล้แตกเต็มทน

แต่ถึงจะอยู่ในสภาวะกดดันอย่างหนัก ที่ปรึกษาผู้เคยประสบกับเหตุการณ์บีบคั้นมาบ้างก็พยายามประคับประคองสถานการณ์ให้ตลอดรอดฝั่ง คอยใช้ท่อนแขนแหวกทาง ปัดกิ่งไม้หลบไปด้านข้างจนเกิดช่องว่างให้พอเอาตัวรอด ดันร่างเล็กกว่าไปก่อนแล้วค่อยตัดสินใจหาที่ซ่อนฉับพลัน รีบฉุดข้อมือเล็กให้มาหลบหลังต้นไม้และกกกอดร่างที่สั่นงันงกไว้จนจมอก

ทั้งคู่เหงื่อแตกซก หยดน้ำตกจากขมับ เสื้อผ้าอับชื้นไปด้วยคราบไคลแล้วมันก็ยากจะกำหนดลมหายใจให้กลับมาสม่ำเสมอหลังจากที่เจอไล่ล่าจนต้องวิ่งมาราธอนมาค่อนชั่วโมง

อดัมกับอีฟกำลังตกที่นั่งลำบาก อกสั่นขวัญแขวนเมื่อรับรู้ได้ถึงการมาของพระเจ้าผู้สร้าง แม้จะมีจำนวนคนมากกว่า แต่ลำพังจะไปสู้อะไรกับนักล่าอาวุธครบมือ

ท่ามกลางความเงียบสงัด เท้าหนึ่งจงใจเหยียบลงบนใบไม้แห้งเพื่อหวังแกล้งให้เหยื่อกลัวแทบฉี่ราด ตามด้วยการยิงปืนขึ้นฟ้าอีกหนึ่งนัดจนเกิดเสียงสนั่นหวั่นไหว ไม่เสียดายกระสุนหากมันจะทำให้ใครก็ตามที่มุดหัวอยู่แต่ในรูยอมเปิดเผยตำแหน่งที่ตั้ง

ร่างหนายืนปักหลักอยู่ที่เดิมเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ นัยน์ตาขวางกลอกมองซ้ายมองขวาระหว่างกำด้ามปืนไว้มั่นพร้อมลั่นไกทุกเวลา จนเมื่อตระหนักได้ว่าเป้าหมายอาจจะไม่ได้แฝงตัวอยู่แถวนี้อย่างที่คาดการณ์ไว้จึงหันหลังให้กับต้นไม้ต้นใหญ่ตรงหน้า
เส้นผมบังตาจนไม่ทันเห็นชายกระโปรงยาว 

นายพรานเดินหน้าออกตามล่าราชสีห์กับกระต่ายขาวที่หายไป

หรัญญ์ที่แอบเห็นอดีตสหายวิ่งไปอีกทางได้โอกาสถามความรู้สึกร่างเล็ก  “ไหวไหม”  มะลิพยักหน้าว่าไหว ไม่อยากกลายเป็นภาระทั้งที่สีหน้ากำลังซีดเผือด มือไม้เย็นเฉียบขณะสั่นระริกฉายความเมื่อยล้า คนที่แข็งแรงกว่าในทางกายภาพจึงหันหลังกลับ รอรับร่างเล็ก ๆ ขึ้นขี่หลังแล้วพาออกจากจุดเดิมที่กวินทร์อาจจะวกกลับมาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้

การแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นทำให้การก้าวขาช้าลงแต่ยังก็มั่นคงและหนักแน่นไม่เปลี่ยน ณ ช่วงเวลาที่ความอันตรายเดินมาเคาะประตูบ้าน การมีกันและกันช่วยบรรเทาความหวาดกลัว ทั้งยังสร้างความอุ่นใจ ไม่มีอะไรวิเศษกว่าการแค่หันไปเจออีกคนอยู่ข้าง ๆ โลกที่มืดมัวก็ยังพอมีแสงสว่างเรืองรอง

ร่างเล็กโน้มตัวแนบกับแผ่นหลังกว้างยิ่งกว่าเดิมในขณะที่คนเริ่มส่อเคล้าความเหนื่อยจุมพิตบริเวณแขนที่พันรอบลำคอไว้กันหงายหลัง คางมนเกยกับช่วงบ่าเอียงหน้าส่งยิ้มให้ ถือเป็นกำลังใจที่ยากจะหาสิ่งใดมาเทียบเคียงได้

ส่วนอีกคนก็ยิ้มรับและรู้สึกเจ็บแปลบกะทันหันที่บริเวณแขนขวา หลุดออกจากภวังค์เพราะเสียงดังจากปืน พร้อมทั้งสูญเสียการทรงตัวจนล้มลงแม้แต่คนบนหลังก็ตกสู่พื้นเหมือนกัน หรัญญ์ที่มีอาการบาดเจ็บรีบหันมองแต่ก็ได้เห็นปลายกระบอกปืนแทน

นัยน์ตาดำด้านไล่สายตาขึ้นข้างบนถึงได้เห็นคนตัวเล็กกำลังถูกล็อกคอจากด้านหลัง ไม่ใช่ฝีมือคนไกลแต่เป็นอาแท้ ๆ น้องแม่ที่ยังไม่ยอมปล่อยวาง กวินทร์ยืนจ้องจะเอาชีวิตขณะที่หรัญญ์เอื้อมมือกุมแขนข้างที่เลือดกำลังไหลและค่อย ๆ หยัดกายลุกยืนโดยมีปืนเลื่อนขึ้นตาม

“สภาพดูไม่ได้เลยนะเพื่อนรัก”  กวินทร์ทักทายเสียงระรื่นและขยับปลายกระบอกปืนเป็นสัญลักษณ์ว่าให้ถอยหลังไปหน่อย  “ถอยหลังไป”  สงสัยหูจะตึงถึงต้องให้เอ่ยปากซ้ำสอง 

หรัญญ์ยอมถอยออกไม่กี่ก้าว ยืนดูลาดเลาก่อนเอ่ยปาก  “ปล่อยมะลิซะ”

“แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ในเมื่อมะลิเป็นสมบัติของฉัน”

“ไม่ มะลิเป็นหลานของแกต่างหาก หลานที่แกบอกว่ารักนักรักหนาไงล่ะ แล้วลองแหกตาดูตอนนี้สิ ดูให้ชัด ๆ ว่าแกกำลังทำให้คนที่แกรักเสียขวัญมากแค่ไหน”  ไม่ว่าใครก็ต้องเห็นน้ำสีใสที่ไหลอาบสองแก้มขาว ไหลเป็นทางยาวแล้วตกกระทบกับท่อนแขนหนาที่รัดบริเวณลำคอ แต่เพราะกวินทร์ในตอนนี้เห็นผิดเป็นชอบ ตาบอดสนิทรวมถึงจิตใจบิดเบี้ยว เคี่ยวเข็ญให้ตายก็ไม่พร้อมจะเผื่อแผ่ความเห็นอกเห็นใจให้ใครทั้งสิ้น

“อยากจะพล่ามอะไรก็เชิญ ไหน ๆ วันนี้ก็เป็นโอกาสสุดท้ายของแกแล้วหนิ”

“แกบอกว่าฉันเห็นแก่ตัว แล้วดูสิ่งที่แกทำไม่เรียกว่าเห็นแก่ตัวเลยอย่างนั้นสิ กักขังชีวิต ๆ นึงไว้กลางป่า อ้างว่าปกป้องจากคนอย่างพวกฉัน ทั้งที่แกเองก็ไม่ได้ต่างจากพวกฉันเลย”

“ฉันแตกต่าง!”  สวนกลับทันควัน ความดันทางอารมณ์พุ่งขึ้นสูงหลังถูกเอาไปเปรียบเทียบกับพวกที่รังเกียจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดทันตาตามประสาคนต่อต้านสังคม  “ฉันมีเหตุผลของฉัน!”

“งั้นก็บอกเหตุผลของแกมาสิวะ!”

เอาเข้าจริงกวินทร์ก็ไม่มีความกล้าและกระดากปากที่จะพูดถึงเหตุผลต้นกำเนิดโศกนาฏกรรมอันโหดร้าย ได้แต่สบถถ้อยคำหยาบคายระบายความหงุดหงิด ใช้ด้ามปืนเคาะกะโหลกตัวเองระหว่างคิดไม่ออกสมองมันตื้อ  “แกไม่เข้าใจ…”

“แล้วแกจะหวังให้ใครเข้าใจได้ยังไงในเมื่อแกไม่ยอมพูดหรือยอมบอกอะไรเลยสักนิด”

กวินทร์มีอาการกระวนกระวายและเริ่มควบคุมตัวเองลำบากอย่างกับพวกใกล้เสียสติ หรือบางทีคงแค่สับสนเพราะไม่เคยลองอธิบายให้ใครสักคนเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองและเกรงกลัวกับผลตอบรับไปล่วงหน้า  “ฉัน… ฉันมีอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ”  พึมพำเสียงเบาไม่อยากให้ใครจะได้ยินเข้า  “แต่ฉันกำลังรักษา!”  รีบพูดขึ้นอย่างกับกลัวคนอื่นพูดตัดหน้า

หรัญญ์ไม่ได้ตกใจกลับกันคือสมเพช ความจริงจากปากถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันสำเร็จ จนปมที่เคยขมวดได้รับการคลี่คลายและคำสารภาพก็แทบทำให้หมดศรัทธาในความเป็นคนของอดีตสหายที่โยนความผิดให้โชคชะตามากกว่าการกระทำของตัวเอง  “แกรักษาด้วยการใช้หลานตัวเองเป็นเครื่องมือน่ะเหรอ”

“คนสมบูรณ์แบบอย่างแกจะไปรู้อะไร” 

กวินทร์ใช้น้ำเสียงเหน็บแหนบแกมประชดประชัน หันปลายกระบอกชี้หน้า   

“ฉันรู้ว่าแกทำอะไรกับมะลิ”

“ไม่ แกไม่รู้หรอก”  จู่ ๆ ก็คิดวิธีสั่งสอนพวกอวดรู้ว่าอย่าได้ลองดีขึ้นมาได้ ผ่านการสาธิตโดยใช้นักแสดงรุ่นเด็กที่เคยมีประสบการณ์ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยตรง ชายกระโปรงถูกเลิกขึ้นถึงโคนขาก่อนฝ่ามือกร้านจะบีบนวดผิวลื่นอย่างมันมือ ปราบเด็กดื้อที่ยังพยศด้วยการบดขยี้ตามร่างกาย จับส่วนไหนได้เป็นเฟ้นฟอดปราศจากความอ่อนโยน

ไม่เว้นแม้แต่บริเวณหน้าอกจนร่างเล็กร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ขอบตาแพรวพราวไปด้วยหยดน้ำ พยายามเบี่ยงตัวหลบมือสากที่ลูบไล้หน้าท้องและกระดากอายเกินกว่าจะมองหน้าคนที่รัก ผิดกับกวินทร์ที่ยังสาแก่ใจใช้วงแขนเดียวในการพลิกร่างขาวนวลแล้วมือนั้นก็ป้วนเปี้ยนแถวสะโพก เลิกชายกระโปรงถึงกลางหลังเพราะอยากให้คนที่ทำได้แค่ยืนดูอกแตกตาย รวมถึงขยำบั้นท้ายเนียนโชว์เรียกความโมโหจากหรัญญ์ได้เป็นอย่างดี 

“ร่างกายนี้สินะที่ทำให้แกติดใจ”  หมุนตัวร่างเล็กด้วยความรวดเร็วอีกครั้งและยังล็อกคอพอให้ไม่สามารถเบือนหน้าหนีแล้วขโมยหอมแก้มที่มอมแมมเพราะน้ำตา

หรัญญ์ทำท่าจะเดินเข้าใส่ คิดจะใช้แค่กำปั้นเป็นอาวุธ แต่ก็ต้องหยุดเคลื่อนไหวพร้อมกับกักเก็บความกรุ่นโกรธเอาไว้เมื่อกวินทร์หันปลายกระบอกปืนจ่อขมับตัวประกันที่ยืนสั่นอย่างน่าเวทนา  “ถ้าโกรธเกลียดฉันมากก็มาลงที่ฉัน มะลิไม่เกี่ยว”

“พระเอกจังเลยนะ”  ฟังแล้วเกิดอาการคลื่นไส้อยากจะอาเจียน กวินทร์เกลียดที่อีกฝ่ายยังสวมบทเป็นคนดีในขณะที่ตนนั้นดูชั่วร้ายจนไม่อาจให้อภัย ยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างราวฟ้ากับเหว เพราะคนเลวย่อมไม่ได้รับการรักตอบจึงพยายามทวงสิทธิ์อันโดยมิชอบผ่านการกระทำป่าเถื่อน  “ฉันจัดการกับแกแน่แต่ต้องเป็นหลังจากที่ฉันเอามะลิเสร็จแล้ว”

ประกาศกร้าวพร้อมทั้งฉีกชุดสีขาวแยกเป็นสองท่ามกลางการปัดป้องที่แสนตื่นตระหนก ร่างเล็กขัดขืนยืนกรานหนักแน่นว่ารังเกียจเดียจฉันท์ ทำตัวน่าขัดใจร้องไห้สะอึกสะอื้นจนน่ารำคาญในขณะที่คนใจคอโหดเหี้ยมดึงดันจะบังคับขืนใจ แต่ก่อนจะบรรลุเป้าหมายกลับไหวตัวทัน รีบใช้ปลายปืนดันคางมนถ้าอดีตสหายยังคิดจะเดินเข้ามาใกล้อีกหนเดียวเกรงว่าคงจะมีการเหนียวไกกันเกิดขึ้น

คนสามคนยืนมองหน้ากันไปมา มะลิที่กำลังแหงนหน้าเพราะถูกจิกผมสบตาที่แดงก่ำแอบชุ่มน้ำของหรัญญ์แล้วส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร เด็กตัวเล็กหอบจิตใจที่แข็งแกร่งเอาไว้ จนผู้ใหญ่รู้สึกละอายใจที่ไม่ได้ทุ่มสุดกำลังเพื่อปกป้องคนรักอย่างแท้จริง

จากคนที่เคยหยิ่งในศักดิ์ศรีบัดนี้เหลือเพียงผู้ชายที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อแลกกับชีวิตและอิสรภาพของคนรัก  “ฉันขอร้องล่ะจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ แต่อย่าทำอะไรมะลิอีก แค่นี้แกยังทำลายชีวิตหลานตัวเองไม่พออีกหรือไง ต้องทำกันถึงขนาดไหนมันถึงจะสาแก่ใจแก”

“ลองคุกเข่าดูสิเผื่อฉันจะเห็นใจ”  ในเมื่อขอมาก็เลยลองยื่นขอเสนอให้ เห็นจองหองดีนักอยากรู้จังว่าถ้าถูกสั่งให้คลานมากราบจะทำสีหน้าอย่างไร  “เห็นเท้าฉันไหมเพื่อน”

“อย่า”  ร่างเล็กห้ามเสียงสั่น ยิ่งพอเห็นหรัญญ์ทำท่าจะเดินเข่าเข้ามาใกล้ก็ยิ่งดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมที่เริ่มหละหลวมก่อนจะรีบทรุดลงกราบกรานอย่างไม่ห่วงศักดิ์ศรี ลดตัวลงไหว้แทบเท้าเจ้าชีวิต  “หนูขอโทษ…”  เด็กน้อยพนมมือขอความเมตตาทั้งสภาพน่าสงสาร

“หนูขอโทษ”  มะลิพร่ำคำเดิมซ้ำ ๆ จนกวินทร์ยืนน้ำลายท่วมปาก สะเทือนใจอย่างแรงจนกระทั่งแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาไม่ไหว เหมือนมีปลายหอกปักเข้าที่อกซ้ายอย่างจัง ภาพความหลังที่ตัวเองทำระยำตำบอนกับหลานไว้ลอยมาเป็นฉาก ๆ   

เด็กคนหนึ่งถูกทำร้ายจนบอบช้ำแต่กลับต้องมานั่งยกมือไหว้ขอโทษคนที่ทำร้ายงก ๆ แล้วค่อยคลานกลับเข้าสู่อ้อมอกและกางแขนปกป้องคนที่รัก ทำเอาคนมองตามหลั่งน้ำตา 

ขอโทษที่เป็นสาเหตุของความบาดหมาง ขอโทษที่รักใครได้แค่คนเดียว

กวินทร์เหลียวหันหลังกลับไปเช็ดน้ำตาที่ไหลผิดเวล่ำเวลาและยืนสงบสติอารมณ์ด้วยท่าทีอ่อนลงอย่างสัมผัสได้ ไม่ได้ออกอาละวาดแม้จะถูกปฏิเสธความรักอย่างไร้เยื่อใย

ส่วนหรัญญ์กับมะลิก็ต่างฝ่ายต่างประคองกันลุกขึ้นแล้วยืนกอดกันกลม มือเล็กเอื้อมแตะแขนเสื้อที่อมน้ำสีแดงไว้จนชุ่ม ลูบแขนที่บาดเจ็บจากการถูกยิงอย่างทะนุถนอม

สถานการณ์บานปลายกระเตื้องขึ้นในทิศทางที่ดี หนทางแห่งสันติรอคอยทุกคนอยู่ไม่ไกล อาจจะเป็นตอนจบที่สุดท้ายแล้วไม่ต้องเสียใครไปสักคนเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคนยืนหนังให้จะยอมรับความพ่ายแพ้ได้มากน้อยแค่ไหน โดยที่อีกสองคนที่เหลือก็พร้อมจะให้อภัยและให้โอกาสกลับตัว เพราะรู้ดีว่าไม่มีใครดีสุดขั้วชั่วสุดขีด หากกวินทร์ต้องการก็แค่เอ่ยปากมา

ซึ่งความจริงแล้วตัวกวินทร์เองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาอย่างไร เพียงทำแค่ยืนร้องไห้ออกเสียงเพื่อระบายความอัดอั้น กัดฟันจนแทบแหลก ทนแบกรับความเสียใจและน้ำหนักตัวเองแทบไม่อยู่ รู้สึกไร้กำลังทั้งแขนและขา อยากจะตาย ๆ ไปซะ 

แต่พอลองทบทวนอีกทีนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังมาตลอด สุดท้ายแล้วคนอ่อนแอจึงไม่ต่างอะไรกับเตาปฏิกรณ์ขนาดพกพาที่กำลังรอเวลาหลอมใหม่และในไม่ช้าก็จะเดือดอีกรอบ

กวินทร์ยืนเหยียดหลังตรงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวก ๆ ยืนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เหมือนต้องการจะถ่วงเวลา เงยมองท้องฟ้านัยน์ตาเหม่อลอย แต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหว แม้ไม่ได้มองแต่ก็พอจินตนาการถึงกิริยาของทั้งสองคนด้านหลังออกและเห็นภาพชัดเจน

ก็คงจะพะเน้าพะนอคลอเคลียกันด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ถามไถ่ทุกข์สุขเสียงอ่อนเสียงหวานและความอิจฉาก็เป็นบ่อเกิดของความรู้สึกเหมือนถูกกีดกัน เป็นส่วนเกินที่โดนคัดออก สองยังไงก็ต้องดีกว่าสาม ความรู้สึกราวกับหมาหัวเน่ากลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เลือกตัดสินใจผิดพลาด หันกลับมาพร้อมกดลั่นไก  “มึง!” 

หรัญญ์รีบผลักมะลิออกห่างจากวิถีกระสุน แม้จะเก่งบุ๋นมากกว่าบู๊แต่ก็เลือกสู้ไม่ถอย หลังจากปัดปืนออกจากมืออดีตสหายก็ต่อยเข้าที่ใบหน้า เสียงหมัดกระทบกรามยังไม่ดังเท่าเสียงที่คำรามอย่างเจ็บปวด กวินทร์รีบป้วนน้ำลายปนเลือดทิ้งกับพื้นและเลิกยืนเฉย แล้วก็ลงเอยที่การแลกหมัดต่อหมัด ซัดกันไปคนละทีสองทีโดยมีรอยช้ำบนหน้าเป็นตัวบอกคะแนน

ซึ่งเท่าที่นับได้หรัญญ์เป็นฝ่ายมีคะแนนนำและกวินทร์ก็พยายามจี้ตามมาติด ๆ ต่างคนต่างงัดทักษะการต่อสู้แบบประชิดมาใช้และไม่ว่าใครก็ต้องมีตอนที่เพลี่ยงพล้ำ สภาพทั้งคู่ถึงได้ดูเละเทะและสะบักสะบอม มอมแมมไปด้วยคราบดินและเลือดสด ๆ เพราะไอ้ความที่ไม่มีใครยอมใคร ปากแผลบนใบหน้าถึงได้เปิด เกิดเป็นความน่าสยดสยอง ชวนให้คนยืนมองอยู่นอกสังเวียนมวยใจคอไม่ดี 

งานต่อยตีอาจจะไม่ใช่แนวที่ถนัดแต่ถ้างานกวนประสาทสำหรับกวินทร์เรียกว่าอัจฉริยะ ตอนที่อดีตเพื่อนคว้าคอเสื้อเพื่อจะชกก็ชิงลงมือพ่นเลือดใส่หน้าแล้วตามด้วยการหัวเราะสะใจ

สุดท้ายพ่อพระก็มีน้ำโหเหมือนกับคนอื่นเขา กวินทร์ยอมเป็นเป้าให้ซ้อมเพื่อแลกกับการเห็นสีหน้าอาฆาตมาดร้าย ยิ้มชอบใจตอนหรัญญ์ตะบันหน้าอีกครั้งอย่างใส่อารมณ์

“สุดท้ายแกกับฉันก็เลวไม่ต่างกันจริงด้วย เพราะอย่างนี้เราถึงเป็นเพื่อนกันได้สินะ”

ยวนยุเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะดิ้นตาม จับจุดได้อย่างแม่นยำ แต่ผ่านไปสักพักก็เริ่มขำไม่ออก กวินทร์โดนต่อยจนลงไปนอนกองพื้นก่อนคนยืนค้ำหัวจะขึ้นคร่อมแล้วประเคนหมัดไม่ยอมหยุด หรัญญ์น็อตหลุดจนกลายเป็นคนที่ทำอะไรสุดโต่ง คนคิ้วบากปากแตกยกตนเป็นศาลเตี้ยเพื่อพิพากษาคนกระทำผิด ลืมตัวถึงขั้นเกือบปลิดชีวิตที่อีกนิดเดียวก็จะไปเที่ยวนรกแต่ยังคงยิ้มออกได้อย่างหน้าชื่นตาบาน ทั้งที่เจ็บขนาดนอนสำลักเลือดตัวเองก็ส่งสายตาท้าทาย

หรัญญ์อยู่ในท่าง้างหมัดตอนกวินทร์ส่งยิ้มเย้ยหยันให้จนเห็นว่ามีเลือดออกตามไรฟัน กลิ่นคาวแผ่สะพัด ความสังเวชใจเข้ามาแทนที่อารมณ์โกรธในทันที คนที่ไม่มีเจตนาจะทำให้อีกฝ่ายถึงแก่ความตายหอบหายใจไหล่เขยื้อนเนื่องจากก่อนหน้านี้ใช้พลังงานมากไป พอได้หยุดพัก สติสตางค์จึงค่อย ๆ กลับคืนร่าง ใช้แขนเช็ดเลือดที่กำลังไหลเข้าตาออกเพื่อทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นกลับมาชัดเจนและเป็นฝ่ายล่าถอย

“เสียอย่างเดียวที่แกมันเป็นพวกใจอ่อน”  กวินทร์พูดขึ้นมาลอย ๆ พลอยให้ติดใจสงสัย

สำหรับหรัญญ์ที่ยังหลงเหลือสามัญสำนึกคงไม่เคยคิดถึงคำว่าฆ่าล้างโคตร แต่กับอีกคนที่ต้องการให้อีกฝ่ายถูกดินกลบหน้า ได้แอบชำเลืองหางตามองกระบอกปืนที่ตกอยู่ไม่ไกล

ทั้งที่แทบเอาตัวเองไม่รอดใกล้ได้นอนกอดโลงเข้าไปทุกทีแต่ก็ยังไม่เลิกล้มความคิดที่ชั่วช้า ยังคงหมายปองตามจองล้างจองผลาญจนกว่าจะหมดลมหายใจ ในระหว่างที่หรัญญ์เบี่ยงตัวออกด้านข้างเผลอหันหลังให้ กวินทร์ใช้ช่วงนั้นปฏิบัติการเหยียดแขนอย่างเงียบเชียบและเตรียมยกแขนจะใช้อาวุธที่กำไว้แน่นกำจัดศัตรู แต่อยู่ ๆ ปืนก็ตกจากมือที่แบออกและแน่นิ่งไป คนที่เกือบถูกลอบทำร้ายรีบหันมองเพราะได้ยินเหมือนเสียงของหนักกระทบกับของแข็ง

มะลิกำลังใช้หินทุบบริเวณศีรษะและใบหน้าของกวินทร์อย่างแรงจนเป็นเหตุให้สิ้นใจคาที่ ไม่มีโอกาสได้ล่ำลาหรือว่าร้องสักแอ๊ะเดียวและร่างเล็กก็ยังคงใช้หินทุบอยู่อย่างนั้นด้วยความเกรียวกราด จนยากจะพิสูจน์รูปพรรณสัณฐานของผู้ตายได้เนื่องจากใบหน้าเกิดความสูญเสียกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ใครมาเห็นเข้าคงทานข้าวไม่ลง 

ร่างเล็กยกก้อนหินเหนือหัวก่อนจะทุ่มลงอีกครั้งและอีกครั้งจนเกิดเสียงดังสะท้อน เลือดกระเซ็นโดนหน้าฆาตกรวัยเยาว์ที่ปล่อยให้ความเคียดแค้นเข้าครอบงำและไม่ฟังเสียงห้ามปราบใด ๆ หรัญญ์ที่พยายามยื้อแย่งก้อนหินไปก็ไม่สามารถต้านทานแรงอาฆาตพยาบาท     

จนต้องหันมาใช้ไม้อ่อน สวมกอดแล้วเรียกชื่อให้ได้สติ 

“มะลิ... นี่ฉันเอง”  เรียกร้องความสนใจจากเด็กน้อยที่ถือก้อนหินไม่ปล่อย ยังคอยใช้น้ำเสียงอ่อนโยนเรียกหวังเพียงมะลิจะได้ยินและหันกลับมา

ขอบคุณปาฏิหาริย์ที่ทำให้เสียงของหรัญญ์ส่งไปถึงจิตวิญญาณที่ใกล้ดับสูญ ร่างเล็กหยุดเคลื่อนไหวนัยน์ตานั้นยังว่างเปล่าขณะมองมือที่ทำท่าแบออกราวกับจะขอก้อนหินคืน มือเล็กค่อย ๆ ลดลงจากที่สูงแล้วยื่นให้คนที่ขออย่างเชื่องช้า ก่อนน้ำตาจะรินไหลมองคราบเลือดในมือด้วยอาการสั่นเทา หลังจากที่โยนหินทิ้งไปหรัญญ์จึงเอามือที่เปื้อนมาเช็ดกับเสื้อตัวเอง

ร่างเล็กโผเข้ากอดผู้ใหญ่ที่เต็มใจจะเป็นเสาหลัก หรัญญ์มองซากศพของอดีตเพื่อนด้วยความรู้สึกหลากหลาย แล้วกลับมาสนใจคนเป็นที่น่าเป็นห่วงเป็นคนตายมากนัก รีบลูบแผ่นหลังของมะลิที่ร้องไห้จนสำลัก นั่งเช็ดหน้าเช็ดตาให้มองหาบาดแผลตามร่างกายที่เด็กน้อยอาจจะได้มาโดยไม่รู้ตัว หอมหัวกลมและจับผมทัดหูให้  “ไม่เป็นไร มันจบแล้ว”

มือใหญ่รีบรั้งดวงหน้าที่ทำท่าจะหันไปมองร่างไร้วิญญาณให้กลับมามองหน้าตัวเอง  “ฉันเอง ฉันเป็นคนทำไม่ใช่เธอ”  ออกรับแทนอย่างใจดีและไม่มีทีท่าว่าจะขับไล่ไสส่ง

กลับกันคือกอดร่างเล็กจนจมอก ยกยอปอปั้นว่าเก่งมากที่อดทน

คืนเดือนมืดกำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว 













---------------------------------------
✘ ✘ ✘  อัพตอน9แล้ว เดี๋ยวตอน10จะมาในอีกชั่วโมงกว่าๆนะคะ พอดีว่าเหตุการณ์มันต่อกันเลยจะอัพวันนี้ทีเดียวเลย จะจบแล้วแอบใจหายมากเลย แล้วก็ต้องขอบคุณสำหรับความเอ็นดูนะคะ ตอนนี้ตุ๊กติ๊กสั่งทำปกเหมายันไปแล้ว ส่วนเรื่องการเปิดจองอาจจะแจ้งในเพจอีกที แล้วก็หลังจากลงตอนที่10(ตอนจบ)จะมีให้เล่นเกมชิงหนังสือด้วยนะคะ อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกยังไงคอมเม้นทิ้งไว้หรือเขียนถึงเหมายันในทวิตได้เลยค่ะ ตุ๊กติ๊กตามอ่านอยู่
ปล. ยังสามารถทำแบบสอบถามรวมเล่มได้ค่า  https://goo.gl/forms/7mtN6uUfeoQaS2ii2
แล้วก็สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เพจเลยค่ะ ---> 9crimes - นายคราม FANPAGE
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-07-2018 21:20:51 โดย กระเหี้ยนกระหือรือ »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ———— เหมายัน ———— (๐๙) ๑๗.๑๐.๖๐
« ตอบ #79 เมื่อ: 17-10-2017 22:39:13 »





ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๙) ๑๗.๑๐.๖๐
«ตอบ #80 เมื่อ17-10-2017 22:50:40 »

ดูท่าจะยอมรับโทษทางกฏหมายแทนมะลิหรือเปล่า แต่ที่จริงมะลิยังเด็กแถมเป็นคนได้รับผลกระทบจากการกระทำของผู้ใหญ่ทำให้เป็นแบบนี้การพิจารณาโทษน่าจะแตกต่างจากโทษของคนธรรมดา หรือเปล่า
ถ้าถูกจับแล้วมะลิจะไปอยู่กับใคร
รอตอนจบค่ะ

ออฟไลน์ manami1155

  • ~I Still Love You~
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1757
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +99/-1
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๙) ๑๗.๑๐.๖๐
«ตอบ #81 เมื่อ17-10-2017 23:17:20 »

ฮือออออิ
เปนตอนที่อ่านแล้วเครียดมากก
หายใจไม่ทั่วท้องเลยค่ะ
ตั้งแต่ตอนวิ่งหนี ตอนถูกยิ่ง ตอยต่อนกัน
จนมาถึงตอนมะลิทุบ ฮืออออออ
เครียดสุดๆ

สงสารป้านิ่มด้วย
หมดป้าไปคนแล้วใครจะช่วยดูมะลิ

พี่หรัญญ์มารับสมอ้างแทนมะลิแบบนี้
ถ้าโดนจับติดคุกไปจริงน้องจะอยุ่ยังงัย

รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
ขอให้ฟ้ามีตา เหนแก่ที่เดกน้อยๆถูกกระทำด้วยเถอะ

ออฟไลน์ กระเหี้ยนกระหือรือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: ———— เหมายัน ———— (๐๙) ๑๗.๑๐.๖๐
«ตอบ #82 เมื่อ18-10-2017 00:48:02 »

ปัจฉิมบท



ปลายจอบปักลงดินหลายต่อหลายครั้งจนเกิดหลุมกว้างมากพอจะหย่อนร่างไร้วิญญาณแรกลงไปแล้วตามด้วยการไถดินกลบ หรัญญ์เริ่มขุดหลุมเพื่อศพที่สองด้วยตัวเองและเหลือบมองเด็กน้อยที่นั่งคอยห่างออกไปด้วยความเป็นห่วงอยู่เป็นระยะ ๆ

มะลิยังอยู่ในห่วงอารมณ์เศร้าสลด ดีว่าได้ดอกไม้สีสดในมือช่วยเอาไว้บ้าง ร่างเล็กเก็บได้จากข้างทางเมื่อครั้งเดินตามผู้ใหญ่กลับไปที่บ้านเพื่อนำร่างหญิงวัยกลางคนมาประกอบพิธีทางศาสนา เรียกให้หรูหราไปอย่างนั้น เพราะความจริงก็มีแค่การฝังลงดินอย่างเรียบง่ายพร้อมกับการสวมภาวนาขอให้ผู้ตายทั้งสองไปสู่สุคติ อย่าได้มีเรื่องติดค้างในใจ ไปสู่ภพภูมิที่ดี

ขาเล็กยืดขึ้นลุกยืนอย่างช้า ๆ แล้วก้าวเข้ามาใกล้อีกคนที่เพิ่งขนย้ายร่างอดีตสหายลงหลุมและนั่งยอง ๆ มองด้วยความรู้สึกใจหายเพราะสายสัมพันธ์ของเพื่อนขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวแน่นตัดยังไงก็ไม่ขาด ก่อนหรัญญ์จะแหงนหน้ามองเด็กน้อยที่ค่อย ๆ คุกเข่ากับพื้นแล้วยื่นดอกไม้วางเหนือร่างกวินทร์และช่วยผลักดินลงหลุมทีละนิดทีละหน่อย

หรัญญ์ปล่อยให้มะลิได้ทำเพราะเชื่อว่าสายใยแห่งครอบครัวคงตัดขาดได้ลำบากยิ่งกว่า แล้วค่อยเข้าช่วยอีกแรงแต่งเติมกองดินที่พะเนินสูงกว่าปกติให้เรียบร้อย

ก่อนจะจากไปไม่มีวันกลับมาเหยียบที่นี่หนุ่มใหญ่ขออโหสิกรรมกับคนตายในใจในขณะที่ร่างเล็กก้มลงจุมพิตดินแผ่วเบาและนั่งเฝ้าหลุมศพเป็นพักจนฟ้าใกล้สาง   

หรัญญ์เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มปรากฏแสงสว่างอยู่ร่ำไร แล้วตัดสินใจชวนร่างเล็กออกเดินทาง ไปให้ห่างจากความหลังฝังอดีตอันแสนขมขื่นไว้ที่นี่ เลือกหนีแม้ว่าฝันร้ายอาจจะตามไปหลอกหลอนในอนาคต เลือกที่จะกลายเป็นบุคคลสาบสูญเพื่อยุติความวุ่นวาย

เลือกที่จะไม่ใช้ชื่อหรัญญ์อีกและจะพาเด็กน้อยโบยบินไปอีกซีกโลก 

เลือกหนีโทษทัณฑ์ทางกฎหมายแม้รู้ว่าสุดท้ายแล้วอาจจะหนีไม่พ้น

“ไปเถอะ”  ส่งมือให้จับ ยืนรอร่างเล็กซับน้ำตาไม่บ่นสักคำ 

มะลิเดินตามจากชักนำกระชับมือใหญ่ไว้มั่นและแอบหันกลับหลังมามองกองดินอย่างอาลัยรัก

พื้นที่ตรงนั้นรกร้างว่างเปล่า เงียบเหงาสุดจะบรรยาย ร่างเล็กยกมือโบกไปมาล่ำลาอีกครั้ง ก่อนเงาที่เดินเคียงข้างกันจะค่อย ๆ จางหายไปจากป่า โดยมีพระอาทิตย์ไต่ระดับขึ้นสู่น่านฟ้าเป็นฉากหลัง ที่สุดแล้ว …ยามเช้าก็มาถึงสักที








แด่อิสรภาพที่แลกมาด้วยน้ำตา
แด่ชัยชนะที่แลกมาด้วยชีวิต






จบบริบูรณ์














---------------------------------------
✘ ✘ ✘  มีแต่คนกลัวว่าพี่หรัญญ์จะติดคุก ไม่หรอก คนแต่งทำใจไม่ได้ ถ้าแต่งให้จบแบบนั้นคนแต่งต้องตายแน่ๆ ต้องบอกว่าจบอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ รู้สึกเหมือนเป็นป้านิ่มที่เพิ่งส่งน้องถึงฝั่งซะเอง ตุ๊กติ๊กไม่มีอะไรจะพูดมากนักเพราะเชื่อว่าได้บอกทุกอย่างไปในนิยายหมดแล้ว ตอนนี้มีแค่ความใจหายกับความว่างเปล่าค่ะ อ่อ ความเศร้าด้วย
ไม่รู้ว่าผลงานชิ้นนี้พอจะเรียกว่าเป็นวรรณกรรมได้ไหม จะเป็นที่จำจดของคนอ่านหรือเปล่า แต่ตุ๊กติ๊กก็ทุ่มเทเท่าที่จะไหว แล้วก็รู้สึกว่ามันสวยงามในความทรงจำมากๆเลยแหละ แล้วตัวตุ๊กติ๊กเองก็คงจะจดจำไปอีกนานเลย
ขอบคุณทุกๆคนมากนะคะที่ติดตามอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ขอบคุณทุกคอมเม้น ทุกคะแนนโหวต ทุกการกดติดตาม หรือแม้แต่การทวิตถึงในทวิตเตอร์ ทุกอย่างทำให้ตุ๊กติ๊กมีกำลังใจมาจนถึงวันนี้ มีแรงเขียนมากมายขนาดนี้
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แล้วก็หวังว่าจะติดตามผลงานกันไปเรื่อยๆเนอะ
แล้วก็เดี๋ยวมีเล่นเกมชิงหนังสือกัน แจก4รางวัล กติกาง่ายๆติดตามได้ที่เพจเลย
ใครอยากแสดงความคิดเห็นจะติดแท็ก #เหมายัน หรือคอมเม้นไว้ได้เลยนะคะ ตุ๊กติ๊กตามอ่านแล้วเอาไปพัฒนาในอนาคตค่ะ ลาก่อนในเรื่องนี้แล้วเจอกันใหม่ในเรื่องหน้าค่า
ปล. ยังสามารถทำแบบสอบถามรวมเล่มได้ค่า  https://goo.gl/forms/7mtN6uUfeoQaS2ii2
แล้วก็สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เพจเลยค่ะ ---> 9crimes - นายคราม FANPAGE
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-07-2018 21:20:52 โดย กระเหี้ยนกระหือรือ »

ออฟไลน์ manami1155

  • ~I Still Love You~
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1757
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +99/-1
ขอให้พบเจอแต่สิ่งดีๆนะพี่หรัญญ์มะลิ
คนทางนี้จะเอาใจช่วยอยู่น้า

เปนตอนจบที่ดีกว่าที่คาดไว้มากเลยค่ะ
หวังว่าในตอนพิเศษจะได้เหนชีวิตใหม่ที่สดใสของทั้งสองคนบ้างนะคะ

ขอบคุณนักเขียนมากกกกกกก
เรื่องนี้เรายกให้เปนเรื่องในดวงใจเลยค่ะ
ทั้งภาษา ทั้งพล็อตเรื่อง เสียดายที่จบไวไปนิด
ยังงัยก้จะรออ่านตอนพิเศษ แล้วก้อุดหนุนเล่มนะคะ
แล้วพบกันใหม่ในเรื่องหน้าด้วยจ้า

ออฟไลน์ graciej

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
เป็นนิยายที่ดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็วและจบแบบไม่ทันตั้งตัว หน่วงมากแต่ก็เป็นข้อดีที่ดำเนินเรื่องเร็วทำให้หน่วงไม่นาน
รอติดตามตอนพิเศษนะคะ

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
จบดีกว่าที่คิดไว้อีกค่ะ ขอให้มะลิได้มีความสุขสักที  :L2:
ปล.ตรงทอล์คยังเป็นชื่อพี่ชานกับป้าเยมีอยู่นะคะ

ออฟไลน์ popeyez

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สงสารทุกคน แต่ในที่สุดมันก็คือวงวานของเวรกรรม

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ขอบคุณค่ะ อย่างน้อยมะลิกับหรัญญ์ก็ได้อยู่ด้วยกัน
ปล. อยากอ่านตอนพิเศษหลังจากเขาหนีไปอยู่ด้วยกัน ตัดอารมณ์หม่นสักหน่อยจะดีมากค่ะ 

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ขอให้อยู่รอดปลอดภัย หลีกฐานจากอดีตอย่าได้ตามทันเลย

ออฟไลน์ Raccool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +237/-2
สารภาพว่าอ่านดองไว้ตั้งแต่ตอนที่5เพราะกลัวตอนจบค่ะ555
แต่พอจบแล้วเลยมาตามอ่านรวดเดียว
เป็นเรื่องที่ดีตั้งแต่รากถึงปลาย ตั้งแต่ภาษา สำนวน การเปรียบเปรย ไปจนถึงเส้นเรื่อง
เป็นเรื่องที่แต่ละตอนต้องมีประโยคทำให้เราจุกจนน้ำตาคลอ
อ่านไปน้ำตาคลอไปทุกตอนเลยจนกระทั่งตอนจบ
ดีจนไม่รู้จะบรรยายยังไง ทุกประโยคสละสลวยจนตื้นตัน
นึกทึ่งในความงามของภาษา ตระหนักถึงคุณค่าของตัวอักษรมากขึ้น
ชอบในการเปรียบเปรยของเรื่องนี้มากค่ะ เราอ่านแล้วร้องโอ๊ยในใจไปตลอดทางเลย
เป็นอย่างนั้นเลยจริงๆ ค่ะ :hao5:
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆนะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด