◣ THE WREAK · จอมลวง ◢ | INCEST 20+ | BY ณ ฝัน -180360- UP! ตอนจบ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ◣ THE WREAK · จอมลวง ◢ | INCEST 20+ | BY ณ ฝัน -180360- UP! ตอนจบ  (อ่าน 80858 ครั้ง)

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ที่ชายท็อป มั่วสุมค้ายา โกหกพาพัทธไปงานปาร์ตี้
พอถูกจับ ท็อปมาขอความช่วยเหลือ
พอพัทธไม่ช่วย อภิรักษ์ขู่กลับ
โกรธแค้นถึงกับพาพวกมาก่อกวน
กล้าไปไหมกับนายทหาร
แสดงว่าอภิรักษ์ไปเล่นงานพวกนี้เช่นกัน
อย่างอภิรักษ์น่ะหรือจะยอมให้พวกนี้รังแกพัทธฟรีๆ
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ k00_eng^^

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-2
สงสารพัทธอ่ะ

ออฟไลน์ เข็มวินาที

  • Those who make the worst use of their time are the first to complain of its shortness
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
ราวีไม่เลิก :z6:

ออฟไลน์ suck_love

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 780
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
ตามติดละติดตามค่ะ อยากรู้เหตุผล

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
เป็นแนวค้ำคอร์ที่สาหัสจริงๆ ดูจากคำพูดพ่อจอมแล้วเหมือนแม่พัทธจะมีชู้เลยอะ แต่พ่อจอมคงผิดหวังด้วยและกลัวจะเสียพัทธไปด้วยหากแม่พัทธไปกับคนใหม่จริงๆเลยต้องมาลงที่พัทธแบบนี้ แต่ เฮ้ยย มันก็ไม่ควรป่าวอะ เฮ้ออ ปวดไต

ออฟไลน์ NASU

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
ตอนที่ 11

เซฟปืนถูกปลดเพื่อเตรียมตัวสำหรับการจู่โจมที่อาจจะมีขึ้นทุกเมื่อ ฝีเท้าของนายทหารย่องเดินอย่างระวัง ขณะที่สายตายังจับจ้องผ่านช่องโหว่เพื่อดูความเคลื่อนไหวภายนอกตัวบ้าน





อภิรักษ์แนบแผ่นหลังบึกบึนกับผนังเย็นเฉียบ เงี่ยหูฟังเสียงหัวเราะสะใจของคนวัยคะนองที่อยู่ด้านนอก แรงทะยานของความคับข้อง ทำให้เขาอยากจะโผตัวออกไปซัดพวกมันให้น่วม แต่สติสัมปชัญญะเตือนเขาเอาไว้ว่าไม่มีประโยชน์





คนของพวกมันมีมากกว่าและดูบ้าบิ่นเกินกำลัง พวกมันกำลังชะล่าใจด้วยคิดว่าไม่มีใครเห็นเพราะไม่มีคนอยู่ แต่ผิดถนัดเพราะมัจจุราชของพวกมันอยู่ที่ปลายกระบอกปืนเขาแล้ว





อภิรักษ์เล็งกระบอกปืนไปทางพวกมันคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ตัวบ้าน ระยะแค่นี้เขามั่นใจว่าอย่างไรก็ยิงไม่พลาด แต่ก็ต้องวัดใจเพราะเขามีตัวคนเดียว และทันทีหากลั่นไก พวกมันจะต้องพุ่งเป้ามาทางเดียวกัน





ชายหนุ่มรู้ดีว่าเจตนาพวกมันไม่ได้หมายจะเอาชีวิต เพียงแต่ต้องการจะก่อกวนและหยามเขาเท่านั้น แต่การปล่อยให้พวกมันเดินตัวเปล่ารอดออกไปจากบ้านเขา มันไม่ใช่นิสัยของนายทหารอย่างเขาเสียเลย





“อย่านะ!” ก่อนที่เขาจะหุนหันโผล่ออกไป เสียงเล็กๆ กับแรงกอดรัดด้านหลังก็ทำให้เขาต้องชะงักงัน ร่างสูงเอี้ยวตัวกลับไปมองเด็กชายที่กำลังกอดเขาด้วยมือสั่นๆ กับส่งสายตาอ้อนวอนมาให้





ก่อนจะได้ถกกันว่าเหตุใดลูกชายตัวเล็กถึงไม่อยู่ในห้องนอนตามคำสั่ง พวกมันคนหนึ่งก็เฉียดเข้ามาใกล้หน้าต่างฝั่งที่สามารถมองเห็นเขาและพัทธได้





อภิรักษ์เบี่ยงตัวลูกเข้ามาสวมกอดไว้ ก่อนจะยกเด็กชายพาหลบเข้าหลังประตูห้องนั่งเล่น





เขาได้ยินเสียงกระจกแตก เสียงทุบทำลาย พวกมันไม่ได้เข้ามาในบ้าน เพียงแต่ขว้างปาเศษหิน และระเบิดควันอย่างง่ายเข้ามาจนควันฟุ้งไปทั่วบริเวณ





นายทหารผู้ถูกหยามกำปืนในมือแน่น เขาอยากฆ่าพวกมันเสียเดี๋ยวนั้น แต่มือน้อยๆ ของใครอีกคนกลับเอื้อมมาแตะทาบบนหลังมือเขา ชายหนุ่มสบตากับเด็กชายที่มีแววประหวั่นอยู่ในสีหน้า หากแต่ก็เอื้อมมือมาปลอบเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ





“เดี๋ยวตำรวจก็มาแล้ว” พัทธไม่อยากจะให้พ่อออกไป ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่คิดว่าอภิรักษ์ควรจะต้องเอาชีวิตออกไปเสี่ยงกับพวกเดนสังคมแบบนั้น ยิ่งเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะเขาที่หลงคบเพื่อนผิด เขายิ่งไม่ต้องการจะให้มันใหญ่โตกว่านี้





หัวกลมซบลงกลางอกเขา ในขณะที่นายทหารหนุ่มเฝ้าภาวนาให้พวกมันรีบไปให้พ้นจากสนามหน้าบ้านก่อนที่ความอดทนของเขาจะสิ้นสุด และทำให้ลูกผิดหวัง





อภิรักษ์ไม่อยากทำร้ายใครต่อหน้าลูก ยิ่งความโกรธพุ่งพล่านในระดับที่เขาสามารถฆ่าพวกมันได้ด้วยแล้วยิ่งแย่เกินไปที่ลูกชายของเขาจะต้องมารับรู้





ร่างสูงสูดหายใจเข้าลึกขึ้น นับหนึ่งถึงร้อยไปพร้อมๆ กับเงี่ยหูฟังความเป็นไปของพวกมัน





            จวบจนทุกอย่างเงียบสนิทลง...

 

 





“ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด หลักฐานผมมีพร้อม” หัวหน้าครอบครัวเอ่ยปากกับสารวัตรตำรวจที่ลงมาตรวจที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง





ตระกูลของอภิรักษ์ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก พ่อแม่เขามีหน้ามีตา อีกทั้งยังมีเส้นสายมากมายในวงการทหาร ญาติๆ ของเขามีตำแหน่งการงานหลายแขนง โดยเฉพาะในหน่วยงานราชการระดับกรมขึ้นไป ยังไม่นับรวมประเภทที่เป็นคนดังอีก





อภิรักษ์ เป็นไม่กี่คนในตระกูลที่นิยมอยู่อย่างสงบ เขาไม่ชอบการเข้าสังคมจนกลายเป็นกิจวัตร แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาไม่เข้าสังคมใดเลย ชื่อของเขายังปรากฏให้เห็นอยู่บ้างตามหนังสือพิมพ์หน้าข่าวสังคมเวลาจำเป็นต้องออกงาน ดังนั้นการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ที่ปลายจมูกเขา ย่อมไม่ใช่แค่คนในกรมทหารที่ดิ้นพล่าน พวกตำรวจท้องที่ก็ต้องเสียวสันหลังเหมือนกัน





“มีใครได้รับบาดเจ็บอะไรไหมครับ?” นายตำรวจหันไปมองทางลูกชายของเขาที่นั่งนิ่งอยู่ที่โซฟา กวาดสายตาไร้แววนั่นมองพวกตำรวจชั้นผู้น้อยเก็บหลักฐานต่างๆ กันว่อนบ้าน





“ไม่มีครับ พวกมันไม่ได้เข้ามาถึงตัวพวกเรา แต่ลูกชายผมป่วยอยู่แล้ว มาเจอแบบนี้ยิ่งขวัญหนีดีฝ่อหมด” อภิรักษ์ดักทางเพราะไม่อยากให้ พัทธโดนสักเกี่ยวกับอาการซีดเซียว หากพวกตำรวจพบบาดแผลบนตัวลูกชายตอนนี้อาจจะยุ่งยากกว่าที่เป็น





“แล้วภรรยาคุณล่ะครับ?”





“เธอไปทำงานครับ ตอนเกิดเหตุมีแค่ผมกับลูกอยู่ที่นี่ ผมเพิ่งกลับมาจากกรมจะมาดูลูก เพราะน้องพัทธไม่สบายมาตั้งแต่เมื่อคืน ผมเข้ามาสักพักก็เกิดเรื่อง แต่พวกมันคงคิดว่าไม่มีใครอยู่ถึงกล้า”





“เห็นว่าเป็นพวกที่เคยมีประเด็นกันมาก่อนหรอครับ?” นายตำรวจยังคงซักถาม





“จะเรียกแบบนั้นก็คงได้ ลูกชายผมเคยโดนพาไปแหล่งมั่วสุมแล้วโดนจับไปพร้อมเด็กพวกนั้น วันก่อนน้องชายไอ้คนที่ก่อเรื่องวันนี้มันมาที่นี่ มาขอร้องน้องพัทธให้เป็นพยานเรื่องเกี่ยวกับซื้อขายยาอะไรนี่แหละ แต่ลูกผมไม่เอาด้วยเลยไล่กลับไป จนมามีเรื่องวันนี้”





“แก้แค้นสินะครับ” สารวัตรใหญ่พยักหน้ารับคำให้การของเจ้าทุกข์ กวาดสายตามองร่องรอยความปั่นป่วนรอบๆ สนามหน้าบ้าน ก่อนจะชี้สั่งให้ลูกน้องรีบเก็บหลักฐาน





“ช่วยตามเรื่องนี้ให้ผมด้วย ยังไงผมก็จะเอาเรื่องพวกมันให้ได้ มีพวกมันยิงปืนเข้ามาในบ้านผมด้วยตอนแรกๆ ผมถือว่าเป็นการพยายามฆ่าแล้ว ยังไงทางตำรวจก็ต้องเร่งเรื่องนี้ให้ผม” อภิรักษ์ไม่ได้นิยมใช้อำนาจบาตรใหญ่ แต่ครั้งนี้ยังไงเขาก็จะเล่นงานพวกมันให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะต้องข้ามหัวใครไปกี่คนเขาก็ไม่สนทั้งสิ้น





“เรื่องอาจจะไม่ร้ายแรงขนาดนั้น” แม้จะเข้าข้างเจ้าทุกข์ แต่สารวัตรตำรวจผู้เห็นคดีวัยรุ่นป่วนเมืองมามาก ย่อมเจนประสบการณ์พอจะดูออกว่าเด็กพวกนั้นไม่ได้มีเจตนาฆ่าใครแต่แรก ถึงเลือกจะเข้ามาตอนที่คิดว่าคนไม่อยู่ และระบายอารมณ์ด้วยความคึกคะนอง





“ร้ายแรงแน่ครับ ผมเตรียมทหารไว้แล้ว หน้าที่ของคุณคือลากคอพวกมันมารับกรรมที่มันก่อไว้” สายตากระด้างกวาดมองเศษกระจกที่แตกเกลื่อนพื้น เลยไปถึงลูกชายตัวเล็กที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม





“ผมจะส่งภาพจากกล้องวงจรปิดไปให้ น่าจะชัดพอสำหรับมัดตัวคนร้าย”





“ดีเลยครับ ทางผมก็จะไปขอหมายจับและจัดการให้ไวที่สุด”





“ได้ยินแบบนั้นก็ดีครับ”





นายทหารหนุ่มเดินกลับมาหาเด็กชายที่นั่งเหม่ออยู่ สารวัตรตำรวจถอนหายใจยาวขณะที่มองภาพเจ้าทุกข์ของเขาประคองลูกขึ้นไปชั้นสองของบ้านอย่างทะนุถนอม นึกชื่นชมกับความใส่ใจของนายทหารหนุ่มที่มีให้ครอบครัว





“แม่ล่ะครับ?” พัทธถามหามารดา ถึงแม้จะยังสับสนอยู่มากแต่ยังไงเสียเวลาแบบนี้เขาก็ต้องการคนเป็นแม่มากที่สุด





“ทำงานน่ะ พ่อไม่ได้บอกเขาไม่อยากให้มากังวล” อภิรักษ์ตอบเด็กชาย พัทธหลุบตาลงต่ำ ไม่แน่ใจว่าตนกำลังรู้สึกอะไร





เขาผิดหวังที่มารดาไม่ได้มาอยู่ข้างๆ ยามที่เขาวิตกและเพิ่งผ่านช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย แต่ในขณะเดียวกันเขาก็คิดว่าดีแล้วที่แม่ไม่กลับมาตอนนี้ เพราะมารดาต้องได้เห็นร่องรอยบนตัวเขาที่ยากเกินกว่าจะอธิบาย





พัทธไม่รู้ว่าตนควรจะเจ็บปวด วิตกกังวล หรือเป็นทุกข์กับเรื่องไหนก่อนดี ในเมื่อทุกอย่างถาโถมเข้ามาและเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จนเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะตรึกตรองว่าตนควรจะรู้สึกอะไรกับผู้ชายตรงหน้ายามนี้





ผู้ชายที่ยัดเยียดความเจ็บปวดและฉีกกระชากหัวใจดวงน้อยของเขาจนไม่เหลือซาก แต่แค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ปีศาจร้ายตนนั้นกลับกางปีกปกป้องเขาจากภัยอันตรายที่มาเยือนถึงหน้าประตูบ้าน โอบประคองและกันเขาจากอันตรายทั้งปวงที่มาเคาะเรียกหา






พัทธไม่เข้าใจ...





เด็กชายไม่มีแม้แต่น้ำตาจะไหล เขาตัดสินใจไม่ได้ว่าชีวิตตนเพิ่งผ่านช่วงเวลาแบบไหนมากันแน่





หัวใจของเขายังเต้น





มือของเขายังขยับ





ปอดของเขายังฟอกลมหายใจได้เป็นอย่างดี





แต่วิญญาณของเขาเหมือนถูกขังอยู่ในขวดโหลทึบ





อ่อนล้า... อ่อนแรง... และโง่งม





พัทธเอนกายขึ้นนอนบนเตียงสีฟ้าสีโปรดของตน ดวงตาไร้ประกายทอดมองดาวประดับที่ทำจากพลาสติกเรืองแสงบนเพดานด้วยสมองที่ว่างเปล่า





เขาไม่ได้สนใจว่าอภิรักษ์ออกไปตอนไหน จูบหน้าผากลาเขาอย่างไร หรือกระซิบสั่งว่าจะเอาอาหารขึ้นมาให้ตอนกี่โมง เขาไม่คิดจะใส่ใจ





เขาเหนื่อยเหลือเกิน





เปลือกตาของเด็กชายหนักอึ้ง





ชั่วครู่บาดแผลทั่วร่างก็เจ็บปวดขึ้นมาพร้อมกัน จนเขาต้องกัดฟันร้องโอดกับความเงียบในห้องที่มีแค่เขา





พัทธปล่อยตัวเองจมดิ่งสู่ความเจ็บปวดที่สุดแสนสดใหม่ และปล่อยตัวเองสู่ห้วงนิทราที่เขาไม่อยากลืมตาขึ้นมาอีกเลย

 





อภิรักษ์ค่อยๆ บรรจงทำแผลให้ลูกชายที่หลับสนิทเงียบๆ ดวงตาว่างเปล่ากวาดมองร่องรอยมากมายที่เกิดขึ้นจากฝีมือของตนเอง ความรุนแรงและอารมณ์ทั้งหมดที่ตนโถมเข้าใส่เด็กชายที่ไร้เดียงสา อภิรักษ์โกรธตัวเองที่ทำให้ลูกเจ็บ แต่มันไม่มากพอจะทำให้เขาหยุด





นายทหารหนุ่มค่อยทำแผลไปเรื่อยๆ ไล่จากต้นขา ข้อมือของคนตัวเล็ก พยายามจะเบามือเวลาที่เห็นว่าใบหน้านวลนิ่วขึ้นเพราะความแสบของน้ำยาเช็ดแผล เขาไม่อยากให้ลูกตื่นขึ้นมาตอนนี้ อย่างน้อยพัทธก็ควรจะได้พักสมองจากเรื่องราวบ้าๆ นี่ทั้งหมด





อย่างน้อยในยามที่หลับ ลูกจะได้ลืมว่าต้องเจออะไรมา





มือใหญ่ลูบลงไปบนกลุ่มผมนุ่ม เขารักเด็กคนนี้ รักจากใจจริง หาใช่สิ่งเสแสร้งใดๆ รักมากจนเขาทนอยู่กับความเสียใจเพียงลำพังไม่ได้





“...ตื่นแล้วหรอ พ่อทำกับข้าวไว้ กินหน่อยนะจะได้กินยา” ดวงตากลมลืมขึ้นมาทำให้ชายหนุ่มหลุดออกจากภวังค์ เขากระวีกระวาดลุกไปจัดการเอาอาหารมาให้ลูกชายตัวเล็กที่ไม่ได้ปริปากอะไร





พัทธที่แทบไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตลอดทั้งวันไม่ค้านอาหารที่พ่อยกมาให้ เขาเห็นพ่อเลี้ยงนั่งมองตนกินเงียบๆ ไม่พูดอะไรที่ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดยิ่งขึ้น เด็กชายเองก็หมดแรงจะคิดค้าน พยศจึงหายเกลี้ยงไปหลังจากลืมตาตื่น





ลิ้นเล็กไม่ได้รับรู้รสชาติของอาหาร เขาเพียงแต่กลืนมันลงคอไปให้ตัวเองมีแรงหายใจต่อเท่านั้น แต่พัทธคงไม่รู้ตัวเลยว่าเขาหิวโซจนเผลอกินไปเกือบหมดถ้วย และอภิรักษ์ก็ดูพอใจที่เห็นลูกกินข้าวได้





“ชอบแบบนี้หรอ คราวหลังพ่อจะทำให้หนูอีก” อภิรักษ์คลายยิ้มบางๆ เอ่ยถามเมื่อจัดการเก็บถ้วยใส่ถาดรอง





“ไม่ได้ชอบครับ” พัทธตอบเสียงนิ่ง





“งั้นหรอ พ่อคงเข้าใจผิดไป” อภิรักษ์ยังคงยิ้ม จัดยาส่งให้ลูก





ร่างเล็กมองยานั่นแค่แวบเดียวก่อนจะรับมาโยนใส่ปากแล้วดื่มน้ำตามเกือบครึ่งแก้ว





“นอนพักซะนะ”





“คุณ...” เสียงแหบเอ่ยรั้งเมื่อร่างสูงทำท่าจะออกไปจากห้อง





“ว่าไงครับ?”





“อย่าเข้ามาในห้องผมโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก”





“...”





“ถือว่าพัทธขอร้อง”





“พัทธก็รู้ว่าพ่อทำแบบนั้นไม่ได้” อภิรักษ์ตีหน้าเรียบทำราวกับไม่ได้ยินประโยคคำขอเมื่อครู่





“ทำไมล่ะ ผมแค่...”





“พ่อจะไม่ปล่อยเราไปหรอกนะ พ่อพูดไปแล้วไม่ใช่หรอ แล้วพ่อก็ไม่สนว่ามันจะเป็นคำขอของพัทธหรือคำขอของใคร พ่อไม่มีวันปล่อยเราไป อย่ามาจำกัดระยะกันซะให้ยาก”





“...”





“ถ้าอยากจะให้มันจบ ก็บอกให้พ่อไปตายซะ พ่อจะไปแล้วจะไม่มีทางกลับมาให้เราเห็นอีกแม้แต่เงา แต่ถ้าทำไม่ได้ เราก็จะเป็นแบบนี้ต่อไป”





“คุณบ้าไปแล้ว” อภิรักษ์รู้ดีว่าพัทธรักเขามากเกินกว่าจะเอ่ยคำนั้น





ไอ้คำสั่งประหารบ้าๆ ที่อภิรักษ์ให้สิทธิ์เขาสั่งลั่นไกนั่น





มันไม่มีทางออกจากปากเด็กชายที่เทิดทูนเขายิ่งกว่าอะไรในชีวิต





แม้แต่ตอนที่เจ็บจนไม่อยากหายใจ พัทธยังไม่เคยคิดสักนิดว่าอยากจะให้เขาตายไปซะ มีแต่ตนเองต่างหากที่ไม่มีค่าพอจะมีลมหายใจต่อไป หากจะมีใครเจ็บ พัทธเองเลือกที่จะเจ็บทั้งที่ตนถูกทำร้ายอย่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย





พัทธได้ไพ่ตายที่ไม่กล้าแม้แต่จะหงายขึ้นมาดู





“ก็คงจะแบบนั้น”





“ทำไมครับ…” น้ำตาจ่อจะไหลอีกครั้งเพราะความไม่เข้าใจ แม้จะพยายามคิดทบทวนหาต้นสายปลายเหตุเขาก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร โดยเฉพาะหลังจากที่ผ่านนาทีชีวิตจากพวกไอ้ไทม์ พัทธแอบหวังว่าทุกอย่างมันจะคลี่คลายไปในทางที่ดีกว่านี้





“ต่อให้พ่อไม่เข้ามาที่นี่อีก หนูก็ไม่มีวันลืมหรอก” อภิรักษ์นั่งยองลงตรงหน้าลูกชาย





“...”





“ต่อให้พ่อไม่จับมือหนูอีก หนูก็ไม่มีวันลืมว่ามันรู้สึกยังไง” มือกร้านส่งมาลูบแผ่วเบาบนรอยแผลรอบข้อมือเล็ก ตากลมหม่นแววมองตามและรอฟังสิ่งที่พ่อเลี้ยงกำลังจะบอกกับตน





“ต่อให้พ่อไม่กอดหนูอีก หนูก็ไม่ลืมว่าถูกทำอะไรมา”





“...”





“หรือต่อให้...” อภิรักษ์ยื่นใบหน้าคมเขาชิด จรดริมฝีปากทั้งคู่ประกบกันก่อนจะถอนหน้าออกมาอย่างอ้อยอิ่ง






“ต่อให้พ่อไม่จูบหนูอีกเลยนับจากนี้... หนูก็ไม่มีทางลืมว่าเคยโดนพ่อจูบยังไง”





พัทธกำมือเกร็งขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว พยายามเบือนหน้าหลบสายตาแน่วแน่ที่ส่งมาจนรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในอก





“อะไรที่เราได้ทำลงไปแล้ว มันย่อมอยู่กับเราตลอดไป ไม่ในชีวิตจริงก็ในนี้” อภิรักษ์เคาะนิ้วที่หัวตัวเองเป็นการประกอบ





“เพราะงั้นต่อให้พ่อทำตามที่พัทธขอ มันก็ไม่ได้แปลว่าพัทธจะลืมว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้ทำให้มันดูไม่ใช่เรื่องจริงขึ้นมา”





“ถ้าพ่อรู้ว่ามันจะอยู่กับผมตลอดไป แล้วพ่อทำแบบนี้ทำไม” มือเล็กทุบไหล่คนตัวโต ก่อนจะปล่อยน้ำตาหยดลงที่ข้างแก้ม





“พ่อยอมให้คนอื่นมาสร้างแผลเป็นให้หนูไม่ได้หรอก” อภิรักษ์ยินยอมให้ลูกชายทุบจนสุดแรงก่อนจะดึงมากอดเอาไว้แนบอก





“พ่อยอมเป็นคนทำแผลเป็นที่ใหญ่ที่สุดเอง”





“จะบอกว่าทำแบบนั้นเพื่อปกป้องผมหรอ?”





“เปล่าเลย... พ่อทำแบบนั้นเพราะพ่อเห็นแก่ตัว เพราะพ่ออยากให้พัทธจำได้ตลอดเวลาว่าพัทธเป็นของใคร”





“...”





“พ่อรักพัทธ”





“รักอะไรกัน นี่มันไม่ใช่ความรัก”





“พ่อรักพัทธ”





“ผมไม่เชื่อ”





“พ่อรัก...”





“เลิกพูดบ้าๆ สักที นี่มันรักแบบไหน คุณรักผมประสาอะไรกัน!!”





“พ่อรักพัทธ ไม่ว่าหนูจะเชื่อหรือไม่พ่อก็ยืนยันคำเดิม”





“ฮึก...”





“นอนพักเถอะ พ่อจะอยู่ข้างล่าง มีอะไรเรียกนะ... แล้วอย่าทำอะไรแบบเมื่อกลางวันอีก เดี๋ยวแม่เราคงกลับมา”





“คุณไม่ละอายแก่ใจบ้างหรือไง!” หมอนใบโตถูกปาใส่คนตัวสูงเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถึงแม่ได้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้ชายคนนี้ทำให้เขากลายเป็นคนประเภทที่แย่งสามีแม่ตัวเองแบบหน้าตาเฉย ไม่ทุกข์ร้อนอะไรสักนิด





“พักซะ พัทธ” อภิรักษ์เลี่ยงจะปะทะกับลูก เขายกถาดถ้วยชามลงมาชั้นล่าง ทิ้งเสียงสะอื้นนั่นไว้ลำพังโดยไม่เหลียวหลัง





พัทธมองผ้าพันแผลที่ข้อมืออย่างหงุดหงิดใจ เขาพยายามกระชากทึ้งมันออกจนตัวสั่น แต่มันไม่ยอมหลุดง่ายๆ เพราะถูกพันไว้โดยรอบ เด็กชายกรีดเสียงกับหมอนก่อนจะฟาดข้อมือลงกับที่นอน





ตบหัวแล้วก็ลูบหลัง





เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย





เขาไม่รู้ว่าอภิรักษ์เป็นอะไร แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องมารับชะตากรรมเลวร้ายแบบนี้ พัทธเกลียดเขา โกรธเขา แต่พอมองร่องรอยความอ่อนโยนที่เขาทิ้งไว้ยามบรรจงทำแผลให้มันก็ทำให้น้ำตาไหลออกมา






อภิรักษ์ทำสำเร็จ เขาสร้างรอยแผลเป็นที่เด็กชายจะไม่มีวันลืมนับจากนี้ไปจนตราบชั่วชีวิต แม้แผลนั้นจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันกับลึกล้ำ และแสนทรมานเกินกว่าใครจะหยั่งถึง







----------------------------
จอมลวง

100 per.

สามารถติดตามนิยายทุกเรื่องและประกาศต่างๆ FB : MENAY01

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
อภิรักษ์ รักพัทธมากกว่าใคร
มากกว่าคนที่เป็นภรรยา
อภิรักษ์ เป็นโชตะค่อนพวกรักหลงใหลเด็ก สินะ
ถึงได้สนใจแม่พัทธ เพื่อได้เข้าหาใกล้ชิดพัทธ
อภิรักษ์ พูดกับแม่พัทธ เหมือนรู้อะไรที่ไม่ถูกต้อง
แม่พัทธ ได้ทำอะไร ลักษณะนอกใจอภิรักษ์ใช่มั้ย
แล้วอภิรักษ์จะเอามาเป็นข้ออ้าง
ที่จะมีอะไรกับพัทธแบบเปิดเผยกับแม่พัทธ
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ cheyp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1536
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0
สงสารพัทธ

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

ออฟไลน์ เข็มวินาที

  • Those who make the worst use of their time are the first to complain of its shortness
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
ย้อนกลับไปคิดถึงอินโทรแล้ว พัทธคงต้องเดินไปตามทางเลือกที่เลือกไม่ได้   :เฮ้อ:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ naumi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
แม่มีชู้รึเปล่านี่...หวังว่าคงไม่ใช่น้ำหนึ่งนะ เหอๆ

ออฟไลน์ NASU

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
ตอนที่ 12


ชีวิตของพัทธกลับมาเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง เขาได้กลับไปเรียนอย่างปกติ ทำให้ไม่มีเวลามาสนใจความทุกข์ของตนเองมากนัก แม้จะต้องอดทนกับการพบหน้าและทำทีราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาเจ็บปวดไปมากกว่าที่เคย





อภิรักษ์ไม่ได้แตะต้องเขาในเชิงนั้นอีกหลังจากวันนั้น ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมบ้านกัน เป็นสามีที่ดีของภรรยา และเป็นลูกที่ดีของแม่มาตลอดสองอาทิตย์ที่เงียบสงบ





นายทหารยังคงสวมเครื่องแบบเต็มยศไปรับส่งพัทธ หรือหากไม่สะดวกก็จะมีพลทหารมารับเขาแทน





เด็กชายไม่เจอพวกท็อปที่โรงเรียน และเขาไม่ใส่ใจจะไถ่ถามว่าพวกเพื่อนสารเลวนั่นหายหัวไปไหนกัน เขารู้จากพ่อแค่คร่าวๆ ว่าตำรวจจับคนที่มาก่อกวนที่บ้านเขาได้เกือบหมดแล้ว ยกเว้นไอ้ไทม์ที่ไหวตัวทัน





พัทธยินดีที่จะใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยแบบนี้ ไม่ต้องมีอะไรหวือหวาอีก เขาเมินใบสมัครทหารที่นานมาแล้วพ่อเคยคุยกับเขาให้ไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียม จนเขาต้องไปขอร้องแม่





อภิรักษ์ไม่ได้บังคับเขา หรือไม่อีกฝ่ายก็ไม่ได้จริงจังที่จะให้เขาเป็นทหารอย่างตน





ร่างเล็กสังเกตตลอดหลังจากเหตุการณ์วันนั้น ระยะแรกเขาผวาและอับอายที่จะสู้หน้าอภิรักษ์และมารดา เขาหวาดกลัวยามค่ำคืน เกลียดเสียงฝีเท้าที่ย้ำผ่านประตูห้องนอน แต่เมื่อผ่านอาทิตย์แรกไปทุกอย่างอยู่ในความสงบ บาดแผลที่มีก็เริ่มเลือนราง





ความสดใหม่ของเหตุการณ์ก็ลดระดับลง เขาไม่ผวาอีก ไม่กลัวก่อนจะปิดตานอน ไม่ร้องไห้ทุกคืน เขากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ เพียงแต่ไม่เคยลืม และไม่ได้ปวดใจน้อยลง





“ฉันลืมบอกแม่ไปเลยว่าวันนี้เลิกเร็ว” เขมบ่นขึ้นเมื่อออดคาบบ่ายดังลั่นชั้นเรียน





“อ่า... วันนี้อาจารย์ประชุมใช่ไหม?” พัทธเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ เขาไม่ได้บอกพลขับไว้ว่าวันนี้ตนเลิกบ่าย





“ไปช็อปกันดีไหม?” เขมเสนอ ในเมื่อทั้งคู่ต่างก็ยังไม่มีคนมารับ





“ไม่ละ อยากกลับไปนอนมากกว่า” พัทธปฏิเสธเพื่อนอย่างไม่ใยดีจนเขมโห่ท้วง





“บ้านมันไม่หนีไปไหนหรอกน่า”





“บ้านมันไม่หนีแต่ฉันง่วงไง อีกอย่างไม่มีตังด้วย” พัทธถอนหายใจ ค่าขนมเขาไม่ได้พกมามากพอจะเที่ยวเตร่ได้





“เบื่อจริงๆ พวกจนเนี่ย แล้วนี่จะกลับไง จะโทรให้คนขับมารับหรอ?”





“ไม่อ่ะ เดี๋ยวนั่งรถเมล์กลับเอาก็ได้” พัทธส่ายหน้า เขาไม่อยากรบกวนเพราะเวลานี้ผู้ใหญ่คงทำงานกันอยู่ ทั้งตัวเขาเองก็ยังไม่ได้มือถือคืนจากพ่อเลี้ยง ทำให้ไม่สามารถติดต่อกับคนขับรถได้ด้วย จะจำได้ก็แต่เบอร์ของคนใจร้ายนั่นกับเบอร์มารดาของเขาเท่านั้น





“งั้นจะกลับเลย?”





“เออ ไปละ” พัทธยกมือโบกลาเพื่อนแบบขอไปทีแล้วเอาเป้ขึ้นพาดบ่า เดินออกมาจับรถเมล์สายที่ผ่านไปทางบ้านตน





ร่างบางมาถึงบ้านในอีกสิบนาทีต่อมา แอบแปลกใจเมื่อเห็นว่ารถของอภิรักษ์จอดอยู่ เดาว่าคงเพิ่งกลับมาเช่นกัน





เด็กชายนิ่งคิดไปครู่หนึ่งว่าควรจะเข้าบ้านตอนนี้ หรือไปหาที่อื่นอยู่ก่อนจนกว่าจะเย็น เขาไม่อยากเจอพ่อเลี้ยงตามลำพังเท่าไหร่นัก





ร่างเล็กชั่งใจอยู่นานแต่สุดท้ายก็เลือกจะเดินเข้ามาในบ้านตน เขาคิดว่าจะมุ่งหน้าขึ้นห้องตัวเองไปเลยหากไม่พบกับความเงียบเชียบผิดปกติ





เด็กชายวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะในครัวอย่างเบามือก่อนจะเดินเลยโถงไปทางห้องนั่งเล่น ทีวีไม่ได้ถูกใช้งาน แต่แอร์ถูกเปิดเอาไว้ ในทีแรกเขาไม่เห็นใครจนกระทั่งจะเดินไปปิดเครื่องปรับอากาศ ถึงได้เห็นว่าร่างสูงในชุดทหารเต็มยศนอนอยู่บนโซฟายาวหน้าทีวี





พัทธเกือบจะไม่สนใจเขาและหันหลังกลับ แต่ตาเหลือบไปเห็นซองยาที่วางเกลื่อนบนโต๊ะหน้าโซฟา...





และซากร่องรอยที่บ่งบอกว่าใครบางคนเพิ่งกินของพวกนั้นเข้าไป







หัวคิ้วเด็กหนุ่มขมวดมุ่น พ่อเลี้ยงเขาสุขภาพดีมากมาตลอด แทบไม่เคยป่วยให้เห็นนอกจากไข้หวัดที่นานๆ ทีจริงๆ ถึงจะเป็น ด้วยอาชีพการงานและนิสัยของอภิรักษ์เองทำให้ค่อนข้างมีวินัยและรักษาสุขภาพ





พ่อเลี้ยงของเขาออกกำลังกายเป็นประจำและดูแลตัวเองดีมากเสมอมา





ไวกว่าความคิด พัทธเดินไปคว้าซองยาที่วางเกลื่อนมาอ่าน บางซองระบุว่าเพิ่งถูกซื้อมาเมื่อเที่ยงวันนี้เอง และกว่าครึ่งฉลากระบุว่าเป็นยานอนหลับ หรือไม่ก็ยาแก้แพ้ชนิดแรงที่ทำให้ง่วงนอน





“พ่อ! พ่อ!” มือเล็กเขย่าเรียกอภิรักษ์อย่างตระหนก เมื่อเห็นจำนวนที่พร่องไปของยาที่เพิ่งถูกซื้อมา





“คุณ คุณพ่อ!!” เขาร้องเรียกอย่างหวาดหวั่น เมื่ออีกคนมีท่าทีไม่รู้สึกตัว ผิดปกติที่อภิรักษ์จะตื่นตัวเร็วมากเพราะเคยถูกฝึกมา





“ไม่นะ... พ่อ... คุณพ่อตื่นสิ” ร่างเล็กพยายามปลุกคนใจร้ายอย่างหวั่นใจ เกือบจะร้องไห้งอแงเป็นเด็กอยู่แล้ว ดีที่อภิรักษ์เริ่มขยับตัวตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย





“อ่า... มีอะไรครับ?” อภิรักษ์หรี่ตาปรับโฟกัส จึงมองเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างโซฟาเป็นลูกชายตัวน้อยของเขาเอง





“นี่มันอะไร?” พัทธชูซองยาเป็นกำในมือถามอภิรักษ์





“ทำไมคุณกินยานอนหลับเยอะขนาดนี้”





“พ่อแค่นอนไม่หลับน่ะ” อภิรักษ์ถอนหายใจลุกขึ้นนั่ง





“แต่มันมากไป นี่ซื้อมาวันนี้แต่มันหายไปห้าเม็ดเลยนะ” พัทธเสียงสั่น เขารู้สึกเหมือนกลัวบางอย่างขึ้นมาจับใจ





“ไม่เป็นอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมากน่า” อภิรักษ์ขยี้หัวลูกชายเชิงหยอก แต่พัทธไม่สนใจจะเล่นด้วย คนปกติที่ไหนเขากินยานอนหลับทีละสี่ห้าเม็ด แถมจากจำนวนซองที่กองพะเนินนี่ ไม่รู้ว่าอภิรักษ์กินยาแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว





“ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วย” พัทธอยากร้องไห้ เขาไม่อยากให้อภิรักษ์เป็นอะไรไป ถึงจะโกรธและเกลียดสิ่งที่อีกฝ่ายเคยทำกับตนมากแค่ไหนก็ตาม





“ช่วงนี้พ่อแค่นอนไม่หลับน่ะ” อภิรักษ์พยายามจะทำให้มันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่พัทธไม่เชื่อเลย





“ไปหาหมอกันนะครับ ถ้าเครียดก็ไปหาหมอกัน” พัทธขอร้องอีกฝ่าย เขาไม่อยากกลับบ้านมาแล้วปลุกพ่อจอมไม่ตื่นไปตลอดกาล





“ไม่เป็นไรหรอกลูก มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น”





“มันจะไม่ใหญ่ได้ยังไง ในเมื่อคุณกินยามากขนาดนี้” พัทธวิตก





“พ่อไม่เป็นไรจริงๆ” อภิรักษ์หัวเราะกับท่าทีเป็นห่วงของลูกชาย





“งั้นสัญญากับผมว่าจะไม่กินแบบนี้อีก” พัทธขอร้องเขา





“โธ่พัทธ...”





“ไม่งั้นผมจะบอกแม่ แม่ไม่รู้เรื่องนี้ใช่ไหม ไม่งั้นแม่คงห้ามไม่ให้คุณทำตัวแบบนี้”





“พัทธ”





“สัญญากับผมว่าคุณจะไม่ทำร้ายตัวเองแบบนี้อีก ไม่งั้นผมจะบอกแม่ ...ผมพูดจริงๆ นะ” พัทธทั้งปลอบทั้งขู่เขา อภิรักษ์หัวเราะอย่างอ่อนใจก่อนจะยอมรับคำ





“โอเค โอเค จะไม่ทำแล้วครับ” นายทหารยกมือสองข้างเหนือหัวเป็นสัญลักษณ์ของการยอมแพ้





พัทธยังคงเอาจริงเอาจังกับการมองพ่อเลี้ยงอย่างตำหนิ ก่อนฉวยกวาดซองยาพวกนั้นมาทิ้งเอง เขารู้ว่าอภิรักษ์แค่รับปากไปส่งๆ เท่านั้นเพื่อให้เขาหยุดต่อว่าอีกฝ่าย





เรื่องนี้มันสำคัญเกินกว่าที่เขาจะรับมือ เขาไม่รู้ว่าอภิรักษ์กำลังเผชิญกับอะไร แต่ปักใจเชื่อว่าคงมีปัญหาที่ทำงานมาสุมรมเร้าจนทำให้ต้องพึ่งยาแบบนี้





“ทำไมวันนี้เลิกเร็วล่ะ?” อภิรักษ์เดินตามลูกชายมาหยิบน้ำในครัว





“อาจารย์มีประชุมครับ” พัทธหยิบกระเป๋าตนแล้วจะขึ้นห้อง





“งั้นเดี๋ยวพ่อจะเข้ากรมอีกรอบนะ เราอยู่บ้านคนเดียวก็ล็อกประตูด้วย”





“ครับ” พัทธรับคำ





อภิรักษ์สำรวจความเรียบร้อยของตัวเองนิดหน่อยก่อนจะออกไปจากบ้าน ร่างเล็กเม้มปากมองตามพ่อเลี้ยงอย่างหนักใจ เขาเดินไปล็อกประตูบ้านตอนที่อภิรักษ์สตาร์ทรถ เด็กชายมองตามรถของนายทหารนั่นจนลับขอบรั้ว ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างคิดหนัก






เขาควรจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี









พัทธไม่รู้ว่าตนเผลอหลับไปตอนไหน ตื่นมาอีกทีนาฬิกาก็บอกเวลาเกือบสี่โมงเย็นแล้ว ท้องเขาร้องประท้วงบ่งบอกว่าเขาควรหาอะไรยัดใส่กระเพาะเสีย





ร่างบางพาตัวเองออกจากห้องนอน เขามองเห็นข้างล่างจากระเบียงชั้นบน รถของมารดากลับมาแล้วนั่นน่ายินดียิ่ง พัทธตัดสินใจแล้วว่าเขาจะปรึกษากับแม่เรื่องยาของพ่อเลี้ยง





ยังไงซะแม่เขาก็ควรรับรู้เรื่องนี้ เพราะหากพ่อจอมเป็นอะไรขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ มารดาเขาน่าจะจัดการได้ดีกว่าเด็กที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงแบบพัทธ เขายังหวังพึ่งให้มารดาดุพ่อเลี้ยงไปอีกสักยกให้สลดที่ทำอะไรไม่คิดแบบนั้น





“...อื้อ”





ร่างเล็กที่วิ่งลงบันไดมาชะงักค้างกับเสียงนั้น พัทธเบาฝีเท้า เงี่ยหูฟังอย่างเงียบเชียบ





“อย่าสิ…” เสียงแม่เขา เขาจำได้แม่น





ร่างบางคิดว่าตนควรจะเดินกลับห้องไปซะ เวลานี้อาจจะไม่ใช่ฤกษ์ดีสำหรับการปรึกษาหารือปัญหาที่เขาพบ ถึงแม้จะสงสัยว่าอภิรักษ์กลับมาตอนไหนก็เถอะ แต่เขาไม่อยากรับรู้กิจกรรมเร่าร้อนของสองคนนั้น





เขาเคยเห็นมามากพอแล้ว ถึงพ่อเลี้ยงอาจจะจงใจทำโชว์เขาอีกแล้วก็เถอะ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าเขาอยู่บ้านยังกล้าทำกลางห้องนั่งเล่นแบบนี้





คิดแล้วก็รีบเปลี่ยนทิศจะกลับขึ้นข้างบน ลืมหิวไปจนสิ้น แต่เสียงพูดคุยสุดจะพร่ากระเส่านั่นทำเอาเด็กชายนิ่งสนิทราวกับถูกสาปเป็นหิน





“อย่าสิ... เดี๋ยวคุณจอมกลับมานะ”





แม่ของเขา...





“ผัวคุณไม่กลับมาตอนนี้หรอกน่า” เสียง... ผู้ชายคนอื่น…





พัทธแทบจะร่วงลงจากบันได เขามือสั่น ปากสั่น อ้าปากพะงาบราวกับจะเอ่ยอะไรแต่หุบฉับซ้ำๆ หัวใจของเขาเหมือนกำลังจะหยุดเต้น ร่างทั้งร่างทรุดลงนั่งที่ขั้นบันได ใช้สองมือเกาะราวจับไม่ให้ตัวเองกลิ้งตกลงไปขัดจังหวะคนข้างล่าง





“อื้อ... อย่าจับแบบนั้นสิ”





“แต่คุณชอบแบบนี้ผมรู้...”





“อย่ามาทำรู้ดี... อึก... มันจุกนะ”





“แต่ก็เสียวใช่ไหมละ... คนสวย”





“ขยับสิ”





“เมื่อกี้ยังกลัวผัวจะมาอยู่เลย”





“ก็รีบๆ ทำสักทีสิ เดี๋ยวก็มาจริงๆ หรอก”





“คุณนี่เหลือเกินจริงๆ”





“อา... แรงๆ”





พัทธจินตนาการไม่ออกด้วยซ้ำว่าเขาทำหน้ายังไงตอนนั่งฟังคำหยาบโลนพวกนั้น เขาไม่เคยคิดว่าแม่จะมีรสนิยมแบบนี้ ยิ่งไม่เคยคิดว่าจะทำแบบนี้กับชายอื่นที่ไม่ใช่พ่อเลี้ยงเขาด้วย





เด็กชายรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ในอกมันแน่นจนต้องทุบซ้ำเพื่อให้ตนหายใจต่อไปได้ มือและขาของเขาอ่อนแรง แต่หูเขาทำงานได้ดีเกินจำเป็น





เสียงครางสอดรับกับเสียงผิวเนื้อกระทบกัน





เขารังเกียจที่ได้ยินมัน





รังเกียจเสียงครางสุขสมของคนสองคนนั้น





รังเกียจที่ได้ยินแม่เขาเรียกร้องหาสัมผัสของชายชู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า





มีความสุขกันที่นี่





ที่บ้านของเขา...





บ้านของอภิรักษ์





พัทธไม่เข้าใจ น้ำตาของเขาหยดลงบนหลังแขน เขานิ่งฟังราวกับตอกย้ำว่ามันไม่ใช่ฝันร้าย เขาไม่อยากจะเชื่อแม้ว่ามันจะห่างออกไปแค่ไม่กี่ก้าว





ผู้หญิงที่เขาเทิดทูนที่สุดในชีวิต ผู้หญิงที่เพียบพร้อมและเป็นแบบอย่างของแม่ดีเด่น ผู้หญิงที่แสดงออกว่ารักและซื่อสัตย์กับสามีมาตลอด ผู้หญิงที่ทำให้เขาภาคภูมิใจยามที่เอ่ยอวดกับเพื่อนฝูงว่ามีหล่อนเป็นมารดา





ผู้หญิงคนนั้น...





พัทธลุกขึ้น แต่เขาไม่ได้เดินกลับไปที่ห้องอย่างที่ตั้งใจแต่แรก เขาเลือกจะทำลายปราการสุดท้ายของความจริงด้วยการเดินลงมาจากบันได





เดินลงไปให้เห็นว่าใครกันที่กล้ามาทำเรื่องแบบนี้ในบ้านของเขา





ใครกันที่ทำให้มารดาเขายอมทรยศครอบครัวตัวเอง เพื่อความสุขสันต์ที่มันประเคนให้ถึงกลางบ้าน





ใครที่ทำให้เขาหมดศรัทธากับที่พึ่งพิงสุดท้ายในชีวิต





เขาอยากเห็นมันให้เต็มสองตาตัวเอง












------------------------
จอมลวง

สามารถติดตามนิยายทุกเรื่องและประกาศต่างๆ FB : MENAY01

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
ถ้าแม่ของพัทธหย่าขาดกันไปอยู่กับชายชู้ พัทธคงต้องตามไปด้วย นั่นคือสิ่งที่จอมยอมไม่ได้ ความรักที่จอมมีให้พัทธมันคงปนเปทั้งความรักระหว่างพ่อลูกและความรักในเชิงชู้สาว จอมจึงตัดสินใจผูกมัดพัทธไว้กับตัวเองในฐานะคนรัก

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
อ่า แม่มีชู้จริงด้วยเดาว่าน่าจะเป็นเจ้านายแม่รึเปล่าชายชู้น่ะ สงสารก็แต่พัทธอะมีแต่เรื่องมากระทบจิตใจและนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้พัทธยอมจอมรึเปล่า

ออฟไลน์ เข็มวินาที

  • Those who make the worst use of their time are the first to complain of its shortness
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
จ้ะ...่ค้างอย่างแรงเลยยยย อยากอ่านอีกกก :ling1:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ถ้าแม่ของพัทธหย่าขาดกันไปอยู่กับชายชู้ พัทธคงต้องตามไปด้วย นั่นคือสิ่งที่จอมยอมไม่ได้ ความรักที่จอมมีให้พัทธมันคงปนเปทั้งความรักระหว่างพ่อลูกและความรักในเชิงชู้สาว จอมจึงตัดสินใจผูกมัดพัทธไว้กับตัวเองในฐานะคนรัก
อย่างที่คิดจริงๆ แม่พัทธมีชู้
แม่พัทธไปอบรมค้างคืนบ่อยกว่าที่ควร
เลยทำให้อภิรักษ์เช็คเรื่องนี้จนรู้เรื่อง
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
   



ออฟไลน์ lighter

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
แล้วแบบนี้พ่อจอมกับพัทธก็เลยด้อทแคร์
มีซัมติงกันต่อไปลับหลังแม่ โดนพัทธไม่รู้สึกผิดแบบอินโทร ใช่มั้ย

แต่ถึงยังไงถ้าพ่อจอมรับพัทธจริงก็บอกไปเลย
ให้มันหักไปไม่ต้องคาราคาซัง

ออฟไลน์ diszalove_

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 122
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เราชอบเรื่องนี้จังเลยค่ะ ยังไงก็มาต่อจนจบนะคะ อย่าทิ้งกัน อย่าหายไปไหนนะคะ
ถ้ามีการรวมเล่ม เราจะสั่งนะคะ เราชอบสำนวนคุณจังเลย ดูเรียบๆ แต่ชัดเจน
ดูลื่นไหล อ่านแล้วไม่ติดขัดดีจังเลยค่ะ ขอเป็นกำลังใจในตอนต่อๆ ไปอีก จนจบเลยนะคะ

ออฟไลน์ NASU

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
ตอนที่ 13















พัทธไม่ได้ลงไปกินข้าว เขากินอะไรไม่ลง แถมยังอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง เขาแปลกใจที่ตัวเองร้องไห้ไปแค่รอบเดียว หลังจากที่เห็นว่าแม่ตนเองเริงรักกับชายชู้ได้เร่าร้อนมากแค่ไหน





เขาโกรธ





เขากลัว





เขาเกลียด         





และสุดท้าย... เขาขยะแขยง... ภาพมันยังคงติดตา เหมือนเป็นอีกความจริงที่ย้ำกับเขาว่านี่แหละชีวิตจริง ครอบครัวที่แสนน่ารักและอบอุ่นมันเป็นแค่การสร้างภาพ เราทุกคนล้วนแล้วแต่เล่นละคร และซุกซ่อนความโสมมเอาไว้เบื้องหลัง





พ่อเลี้ยงข่มขืนลูกเลี้ยงตัวเอง แม่มีชู้ และเขาถูกเพื่อนลากลงเหวเพราะความโง่งม





สะพานที่ทอดไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ของพัทธมีด่านทดสอบที่แสนสาหัส เด็กชายพิงตัวเองกับชักโครก วันนี้ไม่มีใครมาตามเขาลงไปกินข้าว ซึ่งมันก็ดีแล้ว เพราะเขาไม่อยากจะเจอใครทั้งนั้น





พัทธไม่รู้ว่าตัวเองควรจะปั้นหน้ายังไง ตอนที่รับรอยยิ้มหวานของมารดายามไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบของตนกับพ่อบนโต๊ะอาหาร





ไม่รู้ว่าจะกลืนข้าวลงได้ยังไง เมื่อต้องจินตนาการว่าข้างๆ โต๊ะนั่นในตอนกลางวัน เป็นสมรภูมิรักของหล่อนกับผู้ชายคนอื่นลับหลังเขากับพ่อ





ในหัวเขามีแต่คำถามว่าทำไม เขาเจ็บปวดกับการถูกแม่ทรยศความไว้ใจยิ่งกว่าถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายเสียอีก





แม่ของเขา... แม่ที่แสนดีของเขา







เปลี่ยนไปเพียงแค่ชั่วพริบตา เพียงเพราะเหตุการณ์วันนี้ มุมมองของพัทธที่มีต่อหล่อนถูกกระชากทิ้งอย่างกะทันหัน ไม่มีอีกแล้วนางฟ้าที่แสนดีของเขา





ผู้หญิงคนนั้นทำลายความสุขของครอบครัวด้วยสองมือนั่น พัทธไม่เข้าใจ ตรงไหนกันที่มันผิดพลาด ตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อเลี้ยงเขาแสนดีจนแทบไม่มีที่ติ ดีจนใครหลายคนอิจฉาแม่เขาอย่างออกหน้าออกตา





ผู้ชายอย่างอภิรักษ์ไม่ได้หาได้ง่ายๆ แต่ทำไมมารดาเขาถึงเลือกจะทรยศผู้ชายดีๆ ได้ลงคอ





พัทธปะติดปะต่อเรื่องได้ สิ่งที่เขาต้องเผชิญอาจจะเป็นผลมาจากสิ่งที่แม่เขาทำลงไป อภิรักษ์อาจจะรู้หรือไม่ก็คงระแคะระคายจนเสียศูนย์





เรื่องยาพวกนั้น... ถ้าในแง่ดีที่สุด พ่อเลี้ยงเขาคงเครียดกับงาน แต่ในแง่ที่แย่ที่สุดก็คือเครียดกับพฤติกรรมของภรรยาตัวเอง





คิดถึงตรงนี้พัทธก็คิดว่าพ่อจอมของเขานั้นจะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ เขารู้ว่าอภิรักษ์รักแม่เขามาก รักจากใจจริง และเขามั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องโกหก ต่อให้สิ่งที่เขาต้องเผชิญมันเลวร้ายสุดๆ แต่ความรักที่เขาเคยเห็นมันมีอยู่จริงเขามั่นใจ





เขาต้องหยุดเรื่องนี้







พัทธเลิกคร่ำครวญกับความจริงที่ประดังประเดเข้ามาจนตั้งตัวไม่ทัน เขาทำตัวเหมือนปกติในเช้าวันต่อมา ถึงแม้จะยากสักหน่อยกับการปั้นหน้าร่วมโต๊ะทานข้าวกับมารดา แต่เขาก็ทำจนได้





เขาจะต้องคุยเรื่องนี้กับแม่ อย่างน้อยหากอภิรักษ์ยังไม่รู้เรื่องนี้ เขาอาจจะช่วยหยุดมันได้ เขาจะได้ครอบครัวคืนมาอย่างที่ควร ไม่มีใครเจ็บปวดเพิ่มอีก





“วันนี้แม่กลับกี่โมงครับ” ร่างเล็กเอ่ยถามขณะที่ช่วยมารดาเก็บโต๊ะอาหารเช้า





“วันนี้กลับปกติครับ น้องพัทธมีอะไรกับแม่หรอ?” หล่อนยิ้มมองลูกชาย





“ผมอยากคุยกับแม่บ้าง ช่วงนี้แม่กลับดึกตลอดเลย”





“แม่งานเยอะน่ะคนดี แต่วันนี้แม่จะกลับตรงเวลาเลยแม่สัญญา”





“โอเคครับ” เขายื่นตัวไปจูบแก้มหล่อนแล้วโบกมือลา เมื่อเห็นสารถีของตนเดินนำออกไปรอที่รถแล้ว





วันนี้น้ำหนึ่งเป็นคนขับรถให้เขา และคงเป็นคนมารับกลับเช่นเคย





 

“พี่น้ำหนึ่ง” พัทธเปิดปากขึ้นเมื่อนั่งเงียบมาเกือบครึ่งทาง





“ครับคุณหนู”





“ช่วงนี้คุณแม่ทำงานยุ่งมากเลยหรอครับ”





“ทำไมคุณหนูไม่ลองถามคุณแพรวพลอยดูละครับ” ชายหนุ่มลอบมองเด็กชายผ่านกระจกมองหลังด้วยสายตาเอ็นดู





“ถ้าถามเดี๋ยวแม่ก็หาว่าพัทธงอแงอีก แม่จะคิดมากเอา”





“คงแบบนั้นมั้งครับ เห็นว่ากำลังจะมีข่าวดี” น้ำหนึ่งยิ้มตอบ





“ข่าวดีหรอครับ?”





“ครับ เห็นคุณแพรวพลอยพูดว่ากำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งอะไรทำนองนี้ เลยต้องทำผลงานดีๆหน่อย” เขาเล่าตามที่เคยได้ยินจากปากคุณผู้หญิงระหว่างที่เคยไปขับรถให้





“งั้นสินะครับ” ร่างบางแค่นลมหายใจไร้เสียง พอจะรู้แล้วว่าชายแก่คราวลุงที่สมสู่กับมารดากลางบ้านเขา จะต้องมีความเกี่ยวพันกับแม่ของเขาทางไหน





“คุณหนูต้องเป็นเด็กดีนะครับ คุณผู้หญิงจะได้หายเหนื่อย”





“ครับ ผมจะเป็นเด็กดี”







เด็กดีอย่างพัทธเลือกจะโดดเรียนวันนั้น เขาเตร่อยู่ที่ห้างใกล้ๆ โรงเรียนอยู่เกือบครึ่งวัน ก่อนจะตัดสินใจกลับไปที่บ้านเพื่อดักรอแม่





หากเป็นคนอื่นเขาคงไม่เสียเวลาคุย แต่เขารักแม่มาก และรักพ่อเลี้ยงมากเช่นกัน เขาไม่อาจจะอดทนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเหตุผลของมารดาเป็นการกระทำเพื่อตำแหน่งหน้าที่แล้วละก็ หากเขาเป็นคนเตือนสติ อะไรๆ อาจจะจบลงแบบไม่มีใครเจ็บ





เขาจะให้อภัยแม่





เขาจะให้อภัยพ่อเลี้ยง





เขาจะให้อภัยตัวเอง





ถึงเขาจะลืมไม่ได้อย่างที่พ่อเลี้ยงเคยพูด แต่อย่างน้อยเขาก็จะไม่ปล่อยให้ตัวเองเจ็บปวดเพราะมันอีก เขาจะแก้ปัญหานี้ เป็นการให้โอกาสทั้งแม่ พ่อจอม และตัวเขา





ให้โอกาสครอบครัวของเรายังคงอยู่ และสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างสงบสุข เขาไม่อยากสูญเสียอะไรไปอีกแล้ว





พัทธไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กเท่าตอนที่คิดว่าเขากำลังจะสูญเสียบ้านหลังนี้ สูญเสียโต๊ะอาหารที่พวกเขาได้นั่งกินกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา





เสียรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความทรงจำทั้งหมดเพียงเพราะพ่อเลี้ยงจับได้ว่าแม่มีชู้





เขาไม่แน่ใจว่าอภิรักษ์รู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน แต่การที่พ่อเลี้ยงของเขาเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมาก็หมายความว่าอีกฝ่ายก็มีเจตนารมณ์เดียวกับเขาที่ยังอยากจะยื้อครอบครัวของเราเอาไว้





เราต่างให้โอกาสซึ่งกันและกัน





พัทธวาดหวังว่าการคุยกับแม่จะจบลงที่หล่อนสำนึกได้ และหยุดความสัมพันธ์กับชู้รัก อย่างน้อยก็เพื่อเขา





แม่รักเขา เขาเชื่อแบบนั้น





 

“กลับมาถึงนานแล้วหรอ?” กลายเป็นพ่อเลี้ยงของเขาที่กลับมาที่บ้านคนแรก พัทธหันไปมองนาฬิกาบนผนังห้องนั่งเล่นแล้วมุ่นคิ้ว





“น้ำหนึ่งมันโทรมาถามหาเรา พ่อเลยบอกว่าพ่อรับมาแล้ว กะจะไปตามเองอยู่เชียว” อภิรักษ์ไม่อยากคิดว่าลูกจะกล้าหนีอีก จึงแจ้งกับพลทหารรับใช้ไปแบบนั้นแทน





“ผมลืมบอกพี่น้ำหนึ่งไปเลย” เด็กชายรู้สึกผิด





“ไปขอโทษซะด้วยล่ะ มันหัวปั่นเพราะเราหายตัวมาสองรอบแล้ว”





“งั้นผมแวะเอาขนมไปฝากคุณยายแกหน่อยดีกว่า” ร่างบางเห็นว่ายังพอมีเวลาก่อนแม่จะกลับ เลยอยากจะแวะเอาขนมที่เขาหิ้วมาจากห้างไปฝากมารดาของนายทหารรับใช้





บ้านเขารู้จักน้ำหนึ่งดี และสงสารพลทหารหนุ่มมากที่ต้องคอยดูแลแม่คนเดียวที่ป้ำๆ เป๋อๆ สติไม่ครบ ครั้นจะเข้ากรมอย่างปกติก็ไม่มีใครคอยช่วยดูแลคนที่บ้าน





พ่อของเขาเลยเมตตาช่วยใช้เส้นสายโอนย้ายมาเป็นพลทหารรับใช้ ทำให้น้ำหนึ่งสามารถพักอยู่ข้างนอกและดูแลแม่ของตนได้ด้วย





ทั้งเขาและแม่เองก็ยังเคยแวะไปช่วยดูแม่ของน้ำหนึ่งบ่อยๆ เวลาพ่อเขากับพี่น้ำหนึ่งต้องออกภาคสนามต่างจังหวัดกัน แต่ก่อนว่างๆ พัทธก็ชอบไปนั่งเล่นที่บ้านน้ำหนึ่ง ฟังคุณยายเล่านิทานเรื่องเดิมซ้ำๆ ตามประสาคนป่วย แต่เขาไม่เคยนึกรังเกียจเลย





แต่พักหลังพัทธเหนื่อยกับการเรียนและหมดสภาพกลับบ้านทุกวัน ยิ่งตั้งแต่มีเรื่องจนเฉียดคุกเขายิ่งไม่มีเวลาเผื่อแผ่ความใส่ใจให้คุณยายอย่างเคย





“ให้พ่อไปด้วยไหม?” อภิรักษ์อาสา เขาอยากดูแลลูกเหมือนเคยแต่ พัทธกลับส่ายหน้าทันควัน





“ผมจะรีบไปรีบกลับ” เขาบอก วางแผนว่าแค่จะเอาขนมไปฝาก และกล่าวขอโทษน้ำหนึ่งที่วันนี้ตนทำผิดจนทำให้ต้องวุ่นวาย แล้วจะรีบกลับมาเพื่อคุยกับแม่ตนอย่างที่ตั้งใจ





มือน้อยกอดถุงใส่กล่องโดนัทราคาแพงไว้แนบอก ก่อนจะเอาจักรยานที่ไม่ได้แตะมาเกือบเดือนออกมาจากโรงจอดรถเพื่อใช้เป็นพาหนะ



 



บ้านของน้ำหนึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีรั้วรอบมิดชิด อยู่ห่างจากบ้านของพัทธไปประมาณสามซอย ประตูรั้วบ้านจะถูกล็อกตลอดเวลาเพราะยายเคยออกจากบ้าน แล้วหลงหายไปหลายวันกลับบ้านไม่ได้ พัทธรู้ที่ซ่อนกุญแจดีเพราะมาบ่อยจนชิน





“ยาย ยายครับ” เขาร้องเรียกตั้งแต่ปลดสายโซ่คล้อง แต่คนในบ้านเงียบกริบ รถที่น้ำหนึ่งขับวันนี้ยังไม่มาจอดไว้ หมายความว่าน้ำหนึ่งยังกลับมาไม่ถึง

 



“คุณยายคนสวย น้องพัทธสุดหล่อเอาขนมมาให้” เด็กชายถือวิสาสะเข้าไปในบ้าน เห็นร่างหญิงชราผอมกระหร่องกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าทีวี





“ยาย” เขาเรียกซ้ำ เหมือนหล่อนจะเพิ่งรู้ตัวว่าเขามาถึง





“ผมเอาขนมมาให้นะ” พัทธชูกล่องโดนัทในมือประกอบคำพูด หญิงชราเอียงคอมองเขาอย่างสับสนแต่ก็ยิ้มรับในที่สุด





“ยายทำอะไรอยู่อ่ะ?” เขามองท่าทางของหล่อนก่อนจะวางถุงขนมไว้บนโซฟา





“จะดูทีวี” หล่อนตอบซื่อๆ





“เปิดไม่เป็นหรอครับ?”





“ไม่รู้... เหมือน...” หญิงชราเอ่ยออกมาอย่างสับสน





“น้องพัทธเคยสอนยายแล้วไง จำไม่ได้แบบนี้ผมน้อยใจแย่” ร่างบางหยอก จัดการเดินไปเสียบปลั๊กไฟแล้วเปิดทีวีให้อย่างที่หล่อนต้องการ





“เลือกช่องเลยครับ” เขายื่นรีโมทให้หล่อน หญิงชรายิ้มร่ารับอย่างพอใจก่อนจะกอดรีโมทหันไปมองหน้าจอทีวีไม่สนใจเด็กชายอีก





พัทธมองท่าทางของหล่อนแล้วถอนหายใจ หยิบเอาขนมไปใส่ตู้เย็นแล้วตะโกนย้ำว่ามีขนมอยู่ในนั้น แต่เขารู้ว่าเขาต้องบอกพี่น้ำหนึ่งอีกรอบเพราะยายแกไม่มีทางจะจำได้ จนขนมมันอาจจะเสียก่อน





“อะ…”





สายตาเด็กชายสะดุดเข้ากับซองสีน้ำตาลหลังตู้เย็น ดูราวกับเป็นเอกสารสำคัญแต่ปากซองถูกเปิดทิ้งไว้อย่างลวกๆ แต่ที่ทำให้เขาสนใจไม่ใช่ลักษณะซองหรือตำแหน่งที่วางไว้ให้ห่างมือยาย





แต่เป็นตัวอักษรลายมือไก่เขี่ยบนซองที่เขียนไว้ว่า





แพรวพลอย #2





พัทธลอบมองหญิงชราที่ยังคงสนใจหน้าจอทีวีราวกับเขาไม่มีตัวตนอยู่ที่นี่ ก่อนจะมองเลยไปทางประตูหน้าบ้านที่ยังเงียบสงบ ก่อนจะถือวิสาสะหยิบซองนั่นมาเปิดออกดู





สิ่งแรกที่ร่วงลงมาเมื่อเขาเทมันลงบนมือ เป็นแผ่นซีดีธรรมดาที่เขียนกำกับด้วยคำเดียวกับบนซอง แต่ของที่ตามมาต่างหากที่ทำให้ร่างบางถึงกับปล่อยมันหล่นกระจายเต็มพื้นห้อง





รูปถ่ายหลายใบกระจายเกลื่อนบนพื้นในขณะที่พัทธผวาคว้ามันมาวางไว้ในมือ หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองรบ ลมหายใจเขาติดขัดยามกวาดสายตามองรูปพวกนั้นอย่างถี่ถ้วน





มันเป็นภาพลามกประเภทหนึ่ง ภาพชายหญิงกำลังร่วมรักกันอย่างอล่างฉ่าง และดูจะเมามันจนไม่รู้ตัวว่าถูกแอบถ่ายเอาไว้เป็นสิบรูป และถ้าเดาไม่ผิด แผ่นซีดีนั่นคงบันทึกเทปหนังลามกเรื่องนี้ หนังประเภทที่ทำให้พัทธพลเผลอขยำมันจนยับคามือไปหลายรูป





ตัวนักแสดงที่สุดแสนจะเริงร่าในรูปนั่นทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นคลอน เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกเหมือนยืนไม่ไหวและอยากจะร้องไห้ออกมาให้น้ำตามันท่วมโลก





ศรัทธาสุดท้ายที่เขามีเหลืออยู่





หนทางสุดท้าย





โอกาสสุดท้ายที่เขามอบให้กับผู้หญิงคนนั้น





พัทธเร่งเก็บกวาดรูปภาพนับสิบนั่นยัดใส่ซองดังเดิม แล้วเดินออกมาจากบ้านของน้ำหนึ่งอย่างไม่แลหลัง ไม่ใส่ใจจะเอ่ยลายายอย่างที่เคยทำ





เขาอยากจะรีบไปให้พ้นๆ จากที่นี่





ไปให้พ้นความสกปรกโสมมที่คนพวกนั้นรวมหัวกันทำ





ไอ้เจ้านายแก่ๆ นั่น เขายังพอเข้าใจว่าอาจจะมีเหตุผลมาจากหน้าที่การงาน







แต่...







น้ำหนึ่งงั้นหรอ...







เขาไม่เข้าใจ! ไม่เข้าใจว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงทำตัวใฝ่ต่ำไร้สติได้มากขนาดนั้น เขาไม่เข้าใจว่าหล่อนจะร่านเซ็กส์มากจนคว้าเอาพลทหารรับใช้มาเป็นชู้รัก แถมยังโง่งมจนถูกถ่ายรูปตอนที่กำลังปรนเปรอสวาทให้อีกฝ่ายได้แบบชัดเจนขนาดนั้น





พวกทรยศ!





พัทธกู่ร้องอยู่ในหัว





ไอ้น้ำหนึ่งที่พ่อเขาทั้งเมตตา ทั้งไว้ใจ ช่วยเหลือไปจนถึงแม่แก่ๆ ของมัน เขาเองก็พาลสงสารไปด้วย แต่สันดอนคงขุดยากเกินไป คนชั้นต่ำก็คือคนชั้นต่ำ อกตัญญูแม้แต่กับนายที่ให้โอกาส





แล้วผู้หญิงคนนั้นเล่า!





แม่ผู้ให้กำเนิดเขา นางฟ้าของเขา





ภาพหล่อนกำลังสนุกกับของเล่นที่ถูกประเคนทุกประตูทางเข้าของร่างกาย มันทำให้เขาอยากจะอ้วกออกมาอีกครั้ง เหมือนเขาเปิดประตูอีกบานไปค้นพบความวิปริตของผู้หญิงที่เคยเรียบร้อยที่สุดในสายตาเขา





ขยะแขยง!





 

พัทธไม่สนใจจะจัดการขาตั้งรถ เขาเอนมันทิ้งลงตรงนั้นก่อนจะวิ่งตึงตังเข้าบ้าน





เป้าหมายของเขาคือห้องนอนอย่างทุกครั้ง แต่ก่อนที่จะก้าวผ่านห้องนอนของแม่กับพ่อเลี้ยง พัทธก็หยุดเท้า





โทสะในจิตใจทำให้เด็กชายเลือกจะผลักประตูเข้าไปในห้องนอนของพ่อเลี้ยงแทน





พัทธเห็นอภิรักษ์กำลังงีบอยู่บนเตียงกว้าง ที่บนหัวเตียงมีภาพพรีเวดดิ้งของร่างสูงกับแพรวพลอยประดับอยู่ คนเป็นลูกเบ้หน้าให้กับรอยยิ้มละมุนของผู้หญิงในภาพ





มันช่างแตกต่างกับสิ่งที่เขาเพิ่งได้รับรู้ รอยยิ้มสวยๆ ที่ส่งทอดไปยังสามีหนุ่ม มันน่าเหลือเชื่อเหลือเกิน ที่มันถูกใช้ให้ปรนเปรอสวาทให้นายทหารรับใช้ชั้นต่ำ แถมยังดูท่าจะเอร็ดอร่อยสมใจหล่อน





“...หืม พัทธ” อภิรักษ์ลืมตาขึ้นมาเห็นลูกชายยืนนิ่งอยู่ที่ปลายเตียงก็แปลกใจ





“...”





“มีอะไรรึเปล่า ทำไมทำหน้าแบบนั้น?”





“กอดผมสิ”





“...?”





“คุณบอกว่าผมเป็นของคุณไม่ใช่หรอ”





“ทำไมจู่ๆ ถึง...”





“ผมอยากให้คุณกอดผม... ที่นี่ เดี๋ยวนี้ คุณกล้าไหมล่ะ?” เด็กชายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมที่มองมาอย่างไม่เข้าใจ มือเรียวกำแน่น เขาไม่รู้ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่





ไม่รู้ว่าความเกรี้ยวกราดไร้สติประเภทไหนที่ผลักดันให้เขาปีนขึ้นไปบนเตียง แล้วนั่งคร่อมลงบนกลางกายของพ่อเลี้ยง





“ทำให้ผมเป็นของคุณอีกครั้งสิ”





“พัทธ...”





“ผมอยากจะเป็นของคุณ”





หากบนโลกนี้อภิรักษ์กำลังเจ็บปวด พัทธก็เลือกแล้วว่าจะยินยอมลงนรกนั้นไปกับผู้ชายคนนี้ แม้มันจะเป็นเหวนรกที่ลึกและทุกข์ทนที่สุดก็ตาม









“อย่าเสียใจทีหลังแล้วกัน”















---------------------------
   
จอมลวง
มีจำหน่ายในรูปแบบอีบุ๊คแล้วนะคะ

สามารถติดตามนิยายทุกเรื่องและประกาศต่างๆ FB : MENAY01

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ อีแก้วปิ้งไก่

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สนุกกกกมากกก ชอบความ deep ในเรื่องมากๆ มาต่อไวๆน้า

ออฟไลน์ เข็มวินาที

  • Those who make the worst use of their time are the first to complain of its shortness
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
ว่าแล้ววววว ต้องมีน้ำหนึ่งเป็นหนึ่งในชู้ของนาง และแน่นอนนางอาจจะไม่ได้มีแค่นี้... รึเปล่า :a5:

ออฟไลน์ ChabaSri

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
ค้าง....มากค่ะคนเขียน

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
พัทธ ใช้เซ็กส์เพื่อบรรเทาความทุกข์
จากการที่พบว่าแม่เป็นคนร่านเซ็กส์ คบชู้
แล้วใช้กับอภิรักษ์ บนเตียงนอนของแม่กับพ่อเลี้ยง
มันเหมือนการเอาคืน ประชดแม่
วันนี้แม่ สัญญาจะกลับมาพูดคุยกับลูก
คงได้เห็นภาพการร่วรักของลูกกับอภิรักษ์จะๆตา
วันโลกาวินาศของครอบครัวมาถึงแล้วสินะ  :fire: :fire: :fire:
พัทธ ก็คงตอกกลับแม่ ได้อย่างสุดๆ  :hao7: :hao7: :hao7:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

ออฟไลน์ cheyp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1536
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0
สงสารเด็กที่ต้องมารู้เรื่องแบบนี้

ออฟไลน์ ijuney

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
สนุกมากกก

ออฟไลน์ diltosscap

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
ลุ้นนะคะ ผลจะออกมายังไง ดูจากตอนต้นเรื่อง เหมือนแม่จะไม่รับรู้ว่าพ่อกับลูกเลี้ยงทำอะไรกันบ้างนะ เนื้อเรื่องดูเหมาะกันดี ถ้าในเรื่องแม่เป็นนางฟ้าที่แสนดี ลูกก็ลงนรกทั้งเป็นมันโหดไปแบบนั้น  เป็นกำลังใจให้นะคะ รอตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ NASU

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
ตอนที่ 14


“อย่าเสียใจทีหลังแล้วกัน”



พัทธไม่ได้ตอบพ่อเลี้ยง แต่เขารั้งลำคอของนายทหารเข้ามาประกบจูบ เด็กชายไม่ประสาเชิงรักพยายามจะทำเลียนแบบสิ่งที่คล้ายกับการจูบอย่างที่เขาเคยถูกกระทำ


อภิรักษ์ยินยอมปล่อยให้เด็กน้อยแสนใจร้อนชักนำเขาได้ตามใจตน ก่อนจะเดินเกมรุกของตนบ้าง


ร่างสูงพลิกเอาเด็กชายตัวเล็กลงไปนอนแนบกับพื้นเตียง ฉกย้ำสั่งสอนวิธีการจุมพิตที่ถูกต้องให้กับเด็กชายวัยกำดัด ร่างบางรองรับบทเรียนรักสุดแสนทรมานใจนั่นจนหอบกระหาย


เขาหายใจไม่ทันและอารมณ์ก็ยังไม่มั่นคง หากแต่ยามที่ถูกเรียวลิ้นแสนชำนาญนั่นฉกชิมลิ้มรสในโพรงปากตน มันทำให้หัวสมองของเขาขาวโพลน


พัทธคิดอะไรไม่ออกนอกจากเหนี่ยวรั้งมือแกร่งเอาไว้เป็นหลักยึดราวกับคนที่กำลังจะจมน้ำ



อภิรักษ์ตักตวงรสชาติจากริมฝีปากอิ่มเสียจนแทบช้ำ เขาผละห่างและพิศมองใบหน้านวลที่ขึ้นสีแดงซ่าน กับดวงตากลมหวานฉ่ำเยิ้มที่มองเขาอย่างคอยท่า


ร่างสูงจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ตัวเองออก เผยร่างกำยำสู่สายตาของเด็กชายวัยกำดัด
พัทธรู้สึกหวั่นใจขึ้นมา ภาพที่เขาเคยถูกกระทำแทรกซ้อนขึ้นมาในหัวจนอารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้นมาหดหาย




อภิรักษ์สังเกตเห็นอาการชะงักค้างของลูก เขากดจูบเบาๆ ลงบนหน้าผากมน ก่อนจะไล้ต่ำลงมาที่ข้างแก้ม งับฟันคมลงบนติ่งหูเล็กจนร่างบางที่แน่นิ่งขนลุกซู่ ช้อนตาขึ้นสบสายตาวิงวอนของพ่อเลี้ยง




“พ่อจะไม่ทำให้หนูเจ็บอีก” อภิรักษ์ให้คำมั่น



พัทธไม่รู้ว่าตนเชื่อถือคำนั้นได้ไหม แต่เขาเลือกจะหลับตาลง ปล่อยให้มือกร้านลูบล้ำเข้าไปใต้ชายเสื้อ จินตนาการภาพของพ่อเลี้ยงที่กำลังซุกไซ้ลำคอตนอยู่ในสมองแทนที่จะมองด้วยสองตา



เด็กชายขนลุกซู่กับสัมผัสที่เพิ่งได้เรียนรู้ จมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่ไหปลาร้าเขา ฝังย้ำราวกับจะสูดกลิ่นผิวเนื้อเขาไว้จดจำ ริมฝีปากอุ่นร้อนแสดงพลังของมันอีกครั้งยามทาบจูบลงบนผิวนวล



พัทธพยายามปิดกั้นเสียงร้องน่าอาย เขาไม่เคยชินกับการต้องครวญครางด้วยเหตุผลที่ถูกผู้ชายด้วยกันปรนเปรอ เขาไม่เคยคิดว่าตนจะถลำลึกไปกับรสสัมผัสของผู้ชายด้วยกันด้วยซ้ำ



แต่ยามนี้ตอนที่ผิวเนื้อเขาเต้นระริกไปด้วยความกระสันซ่าน ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวไปด้วยความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นและรวดเร็วตามอายุขัย พัทธสอดนิ้วเล็กนั่นบนกลุ่มผมของชายที่เขาเรียกว่าพ่อมาตลอดห้าปี


ความผิดชอบชั่วดีไม่มีให้เขาต้องพิจารณาอีกแล้ว ตั้งแต่ที่ก้าวขึ้นเตียงนี้ด้วยสองขาของตน



อภิรักษ์ประโลมเขาอย่างนุ่มนวลแต่เร่าร้อน สัมผัสเนิบนาบ ยืดเวลาของความต้องการเสียจนคนถูกกระทำแทบจะขาดใจ



พัทธลืมตาขึ้นอีกครั้งยามที่เรียวขางามถูกแยกออก เขากำลังโชว์ส่วนน่าอายที่สุดในเรือนร่างสู่สายตาของพ่อเลี้ยงที่มองมาพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า อภิรักษ์จูบลงที่ท้องน้อยราบเรียบของเด็กชายพร้อมกับช้อนสายตาคมขึ้นมองเขาอย่างท้าทาย



พัทธเผลอกัดริมฝีปากตน ในขณะที่ลมหายใจผ่าวของพ่อเลี้ยงไล่ต่ำลงไปจนถึงส่วนสงวนของเขา ร่างบางที่ผอมเพรียวเสียจนไม่สมชายนั้นผวาสะดุ้งยามที่ถูกกลืนกินจนเต็มรัก



ลิ้นชื้นแตะต้องเขาราวกับเป็นขนมหวานรสเลิศ ฉวยชิมอย่างกระหายเสียจนแผ่นอกของเขากระพือด้วยแรงหอบ เอวคอดบิดเร่าตามแรงอารมณ์ไปพร้อมกับใบหน้าที่เอียงแนบจนแทบจะจมหมอน



พัทธไม่อาจจะทนมองภาพหยาบโลนนั้นได้ เขาหลับตาลงอีกครั้ง หากแต่ความรู้สึกที่ถูกกลืนกินส่วนรักกลับชัดเจนยิ่งกว่าเดิม สมองเขาสร้างจินตนาการเข้ามาแบบไม่ต้องสั่งการ จนยากที่เด็กชายจะสลักมันออก



เขาครวญเสียงแห่งความเสียวซ่านในลำคอก่อนที่จะเบิกตาโพลงขึ้นอีกครั้งยามที่ช่องทางเร้นลับถูกรุกล้ำอย่างถือดี



นิ้วเย็นๆ ถูกเบียดส่งเข้าไปในกายร้อนของเด็กชายวัยสิบห้า พัทธกรีดเสียงครางท้วงในลำคอ จิกมือกับผ้าปูที่นอนในขณะที่ท่อนเอวขยับแอ่นขึ้นอย่างลืมตัว เพื่อให้สอดรับสิ่งแปลกปลอมได้ถนัดขึ้น



อภิรักษ์เริ่มสำรวจทางรักนั่นด้วยการคลึงร่องรอยสีชมพูอ่อนอย่างเบามือ ก่อนจะเร่งขยับนิ้วแสนร้ายกาจสร้างจังหวะทรมานเด็กชายอวดดีที่มาท้าทายเขาถึงเตียง



พ่อเลี้ยงหนุ่มหัวเราะในลำคอยามเห็นดวงตาปอยฉ่ำกับเรียวปากสีแดงจัดนั่นบิดรูปด้วยความทรมานที่เขาสร้างให้ นายทหารหนุ่มวางแผนในใจแล้วว่า อย่างไรเสียเกมรักครั้งนี้จะต้องทำให้เด็กชายตัวน้อยของเขาได้เรียนรู้บ้างว่าการล้อเล่นกับผู้ใหญ่มันไม่ถูกไม่ควร



บทลงโทษของเขาจะทำให้พัทธเป็นเด็กใจแตกนับแต่นี้ไป และโหยหาทุกสัมผัสจากเขา โหยหาอ้อมกอดจากเขา จุมพิตเร่าร้อนจากเขา ความรักที่อัดแน่นจากเขา



อภิรักษ์สอดเพิ่มจำนวนนิ้วให้มากขึ้น พร้อมกับเน้นจังหวะให้ยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีก เขาเฝ้ามองเด็กชายหัวรั้นที่พยายามเก็บอาการจนหน้าแดง เสียงกรีดร้องต่ำๆ หลุดลอดมาให้ได้ยินอยู่บ้างแต่นั่นยังไม่ดีพอ เขามองว่าร่างบางกำลังท้าประเทืองฝีมือรักของเขา



อภิรักษ์ใช้มือทำงานต่อไปพร้อมๆ กับเริ่มฉวยโอกาสจากยอดอกสีอ่อนของเด็กชาย เต้านมน้อยเพิ่งจะเริ่มแตกพานแต่กลับถูกเขาลิ้มรสเสียแล้ว



“อ๊า!” เด็กชายเผลอร้องเมื่อมือแกร่งขยี้ลงบนยอดอก อภิรักษ์พอใจที่ได้รู้ว่าพัทธมีจุดอ่อนตรงไหน ไม่ต้องรอลูกชายครางบอกซ้ำสอง เขาก็จัดการเล่นกับสองตุ่มไตนั่นเสียจนอกบางแอ่นลอยไม่ติดเตียง เสียงกระเส่าครางให้ได้ยินอยู่ใกล้หูฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับอารมณ์ของผู้ใหญ่ที่เพิ่งปะทุขึ้นจริงๆ



“อย่าเกร็งนะ” เขาบอกลูก ถึงเขาจะเคยผ่านเข้าไปแล้วแต่นั่นเป็นการขืนบังคับ ไม่ใช่กับครั้งนี้ที่เขาอยากจะให้ลูกชายตัวน้อยของเขาสุขสมไปพร้อมกัน




พัทธนิ่วหน้าตั้งแต่ถูกอาวุธของนายทหารใหญ่จ่อเล็ง เขาจับแขนอภิรักษ์แน่นจนชายหนุ่มรู้ตัวว่าลูกชายไม่ได้ทำตามคำเตือนเขาแม้แต่น้อย



พัทธหลับตาปี๋รอเวลาแต่กลับไม่ถูกรุกล้ำจนแปลกใจ เขาลืมตาขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่อภิรักษ์ทาบทับริมฝีปากตนลงบนริมฝีปากอิ่มสีแดงช้ำของลูกชาย



คนตัวโตแต่กลับอ่อนโยนเสียจนพัทธใจเต้นส่ำ ใบหน้าสวยถูกประคองให้รับจูบปลอบประโลมนั่นอย่างแผ่วเบา




พัทธยินยอมรับสัมผัสนั้นแต่โดยดี ราวกับว่านั่นเป็นคำปลอบขวัญจากพ่อเลี้ยง และเช่นเดียวกันเขาเองก็กำลังแสดงความเห็นใจต่ออภิรักษ์อยู่ แม้อีกฝ่ายจะไม่รู้ตัวเลยก็ตาม



พัทธเลือกทางที่จะต้องเจ็บปวดนับจากนี้ แต่เขารู้ว่ามันไม่ใช่การเจ็บปวดเพียงลำพัง เพราะหากครอบครัวของเขาต้องพังลง เขาก็อยากจะให้อภิรักษ์รับรู้ว่าตนมีความสำคัญมากแค่ไหน เขารักและเข้าใจสิ่งที่อภิรักษ์ทำมากกว่าสิ่งที่แม่เขาทำเสียอีก




หากสัมผัสเหล่านี้จะช่วยชโลมหัวใจดวงนั้น และปัดเป่าบาดแผลที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต พัทธก็เลือกจะทำให้อภิรักษ์รักเขาอย่างปากว่า เพราะเมื่อถึงตอนนั้น พ่อเลี้ยงของเขาจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดกับความจริงที่แสนโหดร้าย




ความร้อนทิ่มแทงลงมาในจิตใจที่สุดแสนจะปรวนแปร พัทธตาพร่าเลือนยามที่มันแทรกผ่านผิวเนื้อลงไปจนสุดทาง เขาประคองใบหน้าหล่อเหลาของพ่อเลี้ยงและเรียกร้องจุมพิตปลอบโยนผ่านสายตา




อภิรักษ์มอบจูบให้ตามคำขอของลูกชาย พร้อมกับสร้างความทรมานอย่างถึงที่สุดให้ร่างอ่อนเดียงสา




ผิวสีอ่อนขึ้นสีเลือดฝาดไปทั่วร่าง เขาขยับสร้างจังหวะรักจนสุดปลายเห็นความทรมาน ตอกย้ำความร้อนเร่าลงไปอย่างถนัดถนี่จนเสียงเล็กๆ นั่นต้องหวีดครางอย่างไม่อาจยั้งห้ามตนเอง




นิ้วเรียวจิกเล็บกรีดลงบนผิวหยาบของนายทหารอย่างไม่เกรงใจ ราวกับเป็นการตอบโต้ที่อุกอาจทรมานเด็กชายจนใจจะขาดรอน พัทธสบตาคนเป็นพ่อตลอดเวลาที่ร่างกายเชื่อมประสานกัน




ความเจ็บปวดของเขาถูกกลบฝังด้วยความมัวเมาในรสกามารมณ์ เด็กชายอ่อนประสบการณ์พยายามจะกอบโกยอากาศหายใจเฮือกสุดท้าย ราวกับว่าตนกำลังจะตายคาอกกว้างนั่น เพียงเพราะถูกกระแทกซ้ำด้วยความกำยำที่ไม่อาจจะต้านทานไหว



อภิรักษ์เผยยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าบิดเบี้ยวของเขา ร่างสูงเดินเกมอย่างผู้ชำนาญการ สอนสั่งและชักนำเด็กชายให้ลุ่มลงในรสสัมผัส



พัทธไม่อาจจะต้านทานอะไรเขาได้อีกต่อไป เฝ้าภาวนาเพียงแต่ว่าให้ตนอย่าขาดใจตายแค่เพราะถูกพ่อเลี้ยงกอดเอาไว้ก็พอ













“เมื่อวานคุณกลับมาช้า” อภิรักษ์เปิดประเด็นเมื่อลงมาทานมื้อเช้าฝีมือภรรยาดังเช่นทุกวัน





“นั่นสิคะ ขอโทษทีนะ พอดีงานมันด่วนจริงๆ” หล่อนทำหน้านึก ช้าที่อภิรักษ์ว่านั้นก็แค่สองทุ่มเท่านั้นเอง





“ผมน่ะเข้าใจ แต่ผมจำได้ว่าตอนเช้าคุณนัดกับลูกไว้ไม่ใช่หรอ ว่าจะรีบกลับมาหาแก” อภิรักษ์เตือนความจำภรรยา





“จริงด้วยสิ... ฉันลืมสนิทเลย” หล่อนนิ่งไป ทำท่าคิดหนักที่เผลอผิดนัดลูกชายไปเสียสนิท





“มีอะไรกินบ้างครับ?” เด็กชายที่ลงมาทีหลังสุดเอ่ยถามแต่ไม่รอคำตอบ เขานั่งประจำที่และลงมือทานอาหารเหมือนเช่นทุกวัน





“พัทธเมื่อวานแม่ขอโทษจริงๆนะ มันมีงานด่วนเข้ามา” หญิงสาวเอ่ยขอโทษลูกเสียงอ่อน





“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ” เขายิ้มตอบไม่ถือสา แต่นั่นกลับสวนทางกับทุกความในใจของเขา





ในหัวของเขากำลังยิ้มเย้ย และขยะแขยงยามที่ถูกมืองามๆ นั่นแตะเนื้อต้องตัว ภาพของมารดาที่ทำตัวราวกับหญิงโสเภณีมืออาชีพนั้นยังแจ่มชัดในมโนสำนึก





พัทธรู้ตัวว่าเขากำลังอกตัญญู แต่ช่วยไม่ได้ที่เขาขยะแขยงกับพฤติกรรมของหล่อน และไม่ใส่ใจสักนิดกับคำขอโทษแค่ลมปากนั่น เพราะการที่หล่อนไม่กลับมามันทำให้เขาได้พบทางเลือกที่จะก้าวข้ามทุกอย่างไปในรูปแบบที่แตกต่างจากตอนแรก





ในเมื่อให้โอกาสกลับตัวกันไม่ได้แล้ว ก็ทนอยู่ในนรกกันให้หมดนี่เลยก็แล้วกัน!





“แก้ตัวสิ ผมได้วันหยุดมาว่าจะชวนคุณกับลูกไปดูทะเลดาว” อภิรักษ์เสนอทริปขึ้นมา





“ทะเลดาวหรอครับ?” พัทธตาโต เรื่องที่เขาชอบดูดาวมันชัดเจนจนใครๆ ก็รู้ดี ยิ่งทะเลดาวที่ขึ้นชื่อว่าทิวทัศน์ท้องทะเลงามที่สุด แถมตกกลางคืนยังสามารถชมดาวสวยๆ ได้เต็มฟ้าทุกคืน แม้แต่คืนวันเพ็ญก็ตาม





“แต่มันต้องเดินป่าเข้าไปไม่ใช่หรอคะ?” แพรวพลอยเอ่ยแย้ง หล่อนพอจะรู้จักสถานที่นั้นมาบ้างเพราะมีชื่อเสียงอยู่มาก แต่ของสวยๆ งามๆ ตามธรรมชาติใช่ว่าจะได้ยลกันง่ายๆ พวกเขาต้องเดินป่าอีกเป็นวันๆ กว่าจะไปถึงหาดทะเลดาวนั่น





“ใช่ เดินป่าถ้ามีพวกเราก็คงสักวันครึ่ง”





“งั้นก็ต้องนอนในป่า” พัทธเอ่ยทวนอย่างตื่นเต้น





“ใช่ครับ นอนในป่าหนึ่งคืนแล้วก็ไปตั้งเต็นท์ที่หาดหนึ่งคืน”





“พัทธอยากไป” เขาบอกพ่อเลี้ยงตาเป็นประกาย ไม่ใส่ใจจะชวนมารดาด้วยซ้ำ





“ฉันว่าฉันคงไม่ว่าง” แพรวพลอยเอ่ยเสียงแผ่ว





“แม่ติดงานอีกแล้วหรอครับ?” พัทธถามมารดา





ฟังดูราวกับว่าเขาน้อยใจแต่เปล่าเลย เขากำลังค่อนขอดหล่อนอย่างชัดเจนในใจของเขาเอง เพราะรู้ว่าแพรวพลอยไม่ได้ติดงานมหาศาลอย่างที่พยามแสดงออก แต่ติดพันอย่างอื่นมากกว่า











“อย่าทำเสียงแบบนั้นสิลูก ช่วงนี้มันวุ่นวายจริงๆ ยิ่งในแผนกกำลังแข่งทำคะแนนกัน ถ้าชวดโอกาสนี้แม่ก็ไม่รู้จะได้เลื่อนตำแหน่งอีกปีไหน” หล่อนเอ่ยอธิบาย





“นั่นสินะครับ”





“งั้นไม่เป็นไรเดี๋ยวผมไปกับลูกสองคน” อภิรักษ์เอ่ยบอก ก่อนจะหันมามองพัทธด้วยสายตาที่ทำเอาเด็กชายตัวเล็กหน้าร้อนผ่าวกับความนัยที่รู้กัน





“น่าเสียดายจังค่ะ ฉันอยากไปเห็นเหมือนกัน”





“เดี๋ยวพัทธจะถ่ายรูปมาฝากเยอะๆ เลยครับ” พัทธทำทีอ้อน แต่มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่คิดจะตื๊อให้หล่อนไปด้วยแม้แต่นิด





“เอาอย่างนั้นก็ได้แต่อุปกรณ์ต้องพร้อม เซฟตี้ต้องครบ ไม่งั้นแม่ไม่ยอมให้ทั้งพ่อทั้งลูกออกจากบ้านแน่ๆ” หล่อนสำทับ





“อันนี้คงต้องเบิกงบแล้วล่ะ” อภิรักษ์เอ่ยหยอกภรรยาอย่างอารมณ์ดี เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงบนโต๊ะอาหารขึ้นมา ทั้งๆ ที่ทุกคนล้วนรู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นความสุขที่แสร้งแสดงออกไป





ก่อนที่ละครฉากต่อไปจะถูกดำเนินเรื่อง โทรศัพท์บ้านก็แผดเสียงขึ้นขัดจังหวะ อภิรักษ์เป็นคนลุกไปรับสาย





ทั้งพัทธและแพรวพลอยมองตามหัวหน้าครอบครัวที่รับโทรศัพท์ด้วย สีหน้านิ่งเรียบและมองกลับมาที่โต๊ะ





“ครับ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ ขอบคุณที่โทรมาแจ้งนะครับ” อภิรักษ์เอ่ยก่อนวางสายแล้วเดินกลับมาหาสองแม่ลูก





“ตำรวจจับไอ้ไทม์นั่นได้แล้ว อยากให้เราไปชี้ตัว”





“ขอบคุณพระเจ้า ให้มันติดคุกไปให้จบๆ” แพรวพลอยยกมือประสานที่อก





“เราต้องไปเลยหรอครับ?”





“ใช่ ไปทำให้เสร็จๆ จะได้จบกันไป รีบกินข้าวแล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” อภิรักษ์บอกเสียงเรียบ พัทธพยักหน้ารับ จัดการกับอาหารในจานตัวเองต่ออีกสองสามคำก็ยกจานไปเก็บ





สามพ่อแม่ลูกยกขบวนมาที่โรงพักแบบพร้อมหน้า พวกเขาเห็นไอ้ตัวหัวโจกก่อกวนบ้านเขานั่งทำหน้ากวนอารมณ์อยู่ในห้องสอบสวน





“เดี๋ยวเชิญทางนี้เลยครับ” ตำรวจเชิญพวกเขาเข้าไปในห้องเดียวกับมัน พัทธเห็นว่าข้างๆ มันมีผู้ชายใส่สูทที่ทายว่าเป็นทนายความที่พ่อแม่มันหามาให้ แต่ไม่มีญาติฝ่ายไหนของมันอยู่ที่นี่





“สวัสดีครับ... เจ้าทุกข์เขามาละ” สารวัตรใหญ่ที่ลงมาคุมการสอบสวนเองเอ่ยทักครอบครัวของอภิรักษ์ ก่อนจะหันไปตบโต๊ะพูดกับไอ้ไทม์





“หึ” มันหัวเราะในลำคอ เบือนหน้าหนีพวกเขา





“ผลการสอบสวนว่าไงครับคุณตำรวจ?” อภิรักษ์เปิดฉากเขาไม่สนใจไอ้สวะนี่อยู่แล้ว





“หลักฐานครบมือครับ แต่ให้โอกาสพวกคุณไกล่เกลี่ยก่อนจะส่งคดี”





“จะเอาเท่าไหร่ก็พูดมา” ไทม์โพล่งทะลุปล้อง





“อะไรนะ” อภิรักษ์หันไปมองหน้ามันจังๆ





“อย่ามาทำเป็นไม่เข้าใจ ค่าเสียหายไง อยากได้เท่าไหร่ก็พูด จะได้จบๆ แม่งเสียเวลาว่ะ” มันว่าอย่างถือดี





“...”





“ทางเรายินดีจ่ายค่าทำขวัญและค่าเสียหายทั้งหมดให้ครับ แต่ยังไงรบกวนช่วย...”





“ผมไม่อยากได้เงิน” อภิรักษ์ข่มอารมณ์คุยกับทนายของคู่กรณี





“ผมต้องการให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถ้าจะเจอกันในศาลก็ให้มาเจอ อยากสู้ผมก็พร้อมจะสู้ ไอ้เงินแค่นั้นมันก็แค่เศษเสี้ยวที่ผมมีด้วยซ้ำ แต่ผมทนใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับคนแบบนี้ไม่ได้” อภิรักษ์กวาดสายตามองตำรวจทุกนายในห้องนั้น





“เอ้า ไอ้สัด เงินก็จะให้แล้วจะเอาอะไรอีกวะ”





“เอามึงเข้าคุกไง” อภิรักษ์เลิกพูดสุภาพกับมันแล้วหันไปเผชิญหน้าตรงๆ





“ถ้ากูเข้าคุก ลูกมึงก็ต้องเข้าคุกด้วย” มันว่า





“เกี่ยวอะไรกับกูวะ?” พัทธถามอย่างหงุดหงิด





“หึ ไอ้ตอแหล ตอนไปเที่ยวก็ไปด้วยกัน เสือกเอาตัวรอดคนเดียวตอนนี้น้องกูมันมีประวัติไปแล้ว เพราะมึงเห็นแก่ตัวไง”





“น้องมึงมีประวัติก็เพราะมีพี่เหี้ยๆ แบบมึงไง หลอกกูไปงานเหี้ยๆ นั่นจนกูเกือบต้องติดตะรางยังหน้าด้านมาขอให้กูช่วย สำนึกพวกมึงมีบ้างไหม!?” พัทธไม่สนแล้วว่าตรงนั้นมีผู้ใหญ่อยู่กี่คน เขาอยากจะเอาเลือดปากมันออกมาล้างเท้าด้วยซ้ำ





“ทำเป็นอ้าง อีตุ๊ด มึงก็บอกเค้าไปว่ามึงร่านอยากไปงานนั่นเองเพราะอยากโดนผู้ชายรุมเอา” มันผรุสวาทออกมาอย่างหยาบคายจน พัทธอ้าปากค้าง





“มึงมันกระหรี่ก็บอกเขาไป ชอบK ร่านตามพวกกูไปอ่ะ!”





“ไอ้สัดเอ้ย!!” อภิรักษ์หยิบที่ทับกระดาษบนโต๊ะตำรวจฟาดหน้ามันเต็มแรง





            “โอ้ย!!” ไอ้ไทม์ร่วงจากเก้าอี้เลือดกบปาก แต่อภิรักษ์ยังไม่หยุด เขาตามไปกระทืบมันด้วยรองเท้าคอมแบทเงาวับของตัวเอง





“ชาติชั่ว สารเลว คนแบบมึงมันสัตว์นรก!!” อภิรักษ์กระทืบไม่เลี้ยงพวกตำรวจพากันรีบมาห้าม





“หยุดครับ หยุด นี่โรงพักนะ หยุด!”





“คุณจอมพอแล้ว จอมคะ ว้าย!” แพรวพลอยที่เข้าไปห้ามสามีถูกสะบัดจนเซ พวกตำรวจรีบเข้าไปจับสองแขนของนายทหารหนุ่มไว้





“กูจะเอาเรื่องมึง จะเอาให้มึงไม่ได้ผุดได้เกิด” อภิรักษ์ประกาศลั่น มองหน้าไอ้ไทม์ที่มีเลือดอาบแถมฟันหักออกมาเพราะแรงตบของเขา





“ส่วนมึง ถ้าจะฟ้องกลับก็ว่ามาเลย กูพร้อมทุกเมื่อ” เขาหันไปชี้หน้าทนายของเด็กสวะนั่น ก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากห้องสืบสวนสุดโกลาหล





พัทธยิ้มเหยียดมองมัน เขาไม่คิดจะห้ามพ่อด้วยซ้ำแถมยังอยากจะช่วยกระทืบมันอีกแรง แอบสะใจที่เห็นเลือดปากเน่าๆ ของมันเปื้อนส้นรองเท้าพ่อเขา





“พ่อครับ” พัทธเรียกนายพันหนุ่มที่เดินออกไปด้วยอารมณ์โมโห





อภิรักษ์หยุดยืนรอลูกวิ่งมาหาก่อนจะโอบไหล่เล็กเอาไว้พาเดินไปที่รถ โดยมีภรรยาเดินตามมาอย่างเงียบๆ





เขามองโรงพักเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะนั่งประจำตำแหน่งคนขับ ไม่กลัวเลยด้วยซ้ำว่าจะต้องมาที่นี่อีก เพราะยังไงเขาก็ชนะมันแบบไม่เห็นฝุ่น ถ้ามันอยากจะลองเล่นกับเขา อภิรักษ์ก็พร้อมจะตอกกลับมันด้วยทุกความทรมานที่มันจะเจอได้บนโลกใบนี้





เพราะยังไงซะ...





เขาก็คือ อภิรักษ์ ที่เกลียดการพ่ายแพ้ที่สุดในชีวิต








-----------------------
#จอมลวง

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด