[เรื่องสั้น] แล้วจะคิดถึง | 3. ยืดเวลา [จบ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] แล้วจะคิดถึง | 3. ยืดเวลา [จบ]  (อ่าน 5554 ครั้ง)

ออฟไลน์ zearet17

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +393/-0
    • facebook
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะ ครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรัก ชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้าม แจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะ ปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของ แต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้าม จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิด เดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การ พูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอม ให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้าม ลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อ ขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ด นิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยาย ที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยาย เรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วน หรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้าม แจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใคร จะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-04-2018 21:13:40 โดย zearet17 »

ออฟไลน์ zearet17

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +393/-0
    • facebook
Re: [เรื่องสั้น] แล้วจะคิดถึง
«ตอบ #1 เมื่อ10-08-2016 19:10:08 »

BGM - Martin Garrix & David Guetta - So Far Away (feat. Jamie Scott & Romy Dya)

https://www.youtube.com/watch?v=o7iL2KzDh38




#ลาก่อน


       

     ภายใต้หลังคาโลกสีหม่น…
พระจันทร์ดวงใหญ่แผ่แสงสีทองออกมาย้อมให้ท้องฟ้าที่มืดดำเป็นประกายสีม่วง ทางช้างเผือกทอดตัวยาวอย่างกับว่ามันเองไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด ดวงดาวที่เห็นเป็นเม็ดเล็กบ้างใหญ่บ้างทอประกายไม่ว่าจะด้วยตัวของมันเองหรือจากอิทธิพลจากดาวดวงอื่นก็ต่างสวยงามทั้งนั้น แสงและสีแต่ละมิติที่ตกกระทบทำให้พวกมันแวววาวอย่างกับเพชรสะท้อนปะปนกัน
จนท้องฟ้าสีเข้มเรืองรองเหมือนมีหิ่งห้อยบินวนอยู่
 
      ต่ำลงมาเป็นเหล่าเทือกเขาที่ว่ากันว่าสูงเสียดฟ้า
พวกมันตั้งตระหง่านอย่างกับว่ายิ่งใหญ่เสียเต็มประดา
ดั่งคำเยินยอที่ว่าพวกมันเองสูงที่สุดในโลก
ที่ปลายยอดจนเกือบถึงพื้นดินถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวสลับกับหินแหลมสีดำ ก้อนเมฆที่เหมือนปุยนุ่นลอยอยู่ต่ำอยู่ตรงหน้า

หากมีใครสักคนบอกว่าที่นี่คือสวรรค์เขาคงเชื่ออย่างสุดใจ

      ลมหายใจที่กระชั้นถี่เพราะมวลอากาศบางเบาถูกพ่นออกเป็นไอลอยอ้อยอิ่งอยู่ตรงหน้า มือสองข้างของเขาเอื้อมออกไปสุดมือและกางออกกว้างอย่างกับว่าจะเก็บทุกอย่างนั้นใส่กระเป๋ากลับไป แต่ก่อนที่จะได้ซึมซับความหนาว ความอุ่นร้อนจากริมฝีปากใครอีกคนที่อยู่ข้างกันก็จูบลงบนแก้มเขา

“อย่างกับสวรรค์ สวยชิบหาย”

เสียงทุ้มต่ำข้างๆดังขึ้นทำลายบรรยากาศ พร้อมกันนั้นมือใหญ่ก็จับมือสองข้างของเขาแนบเข้าไประหว่างจมูกกับปากของตัวเอง

ในตอนที่ลมหายใจอุ่นแทรกผ่านถุงมือหนาเข้ามา เขามองดวงตาคมของอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหน้า

...ที่นี่คงเป็นสวรรค์อย่างที่บอกสินะ...

“จริงๆแล้วโลกก็ลอยอยู่บนทางช้างเผือกเหมือนกัน”

คนที่ยืนอยู่ใกล้กันบอก เขามองใบหน้าคมสันแล้วปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปตามคำพูดใครคนนั้น

ตัวเขาเองรู้สึกเสียใจอยู่หน่อยที่ไม่ได้ตั้งใจเรียนวิชาดาราศาตร์ตั้งแต่เด็ก จึงไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปในตอนนี้ ไม่รู้แม้กระทั่งว่ากลุ่มดาวที่ระยิบระยับอยู่บนนั้นชื่อว่าอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นจึงทำได้เพียงยืนมองอีกคนพร้อมกับทิวทัศน์ดั่งเวทย์มนต์ให้เต็มตา และเมื่อมองลึกลงไปในนัยย์ตาสีเข้ม ก็เห็นภาพสะท้อนของตัวเองและดวงดาวนับล้านด้านหลัง เขาหลับตาลงช้าๆราวกับกำลังบันทึกทุกอย่างลงในความทรงจำ

“หรือจริงๆแล้วโลกเป็นแค่ดาวกระจอกๆ”

การตั้งใจเปรียบเปรยของคนตรงหน้าทำเอาเขาหัวเราะจนตัวโยน มือที่ถูกกุมไว้ตั้งแต่แรกถูกจุมพิตลงซ้ำๆอีกครั้งและอีกครั้งอย่างไม่รู้เบื่อ

นัยน์ตาของอีกคนที่สะท้อนตัวเขาเมื่อครู่เบือนไปมองทิวทัศน์ของเอเวอเรสต์เบสแคมป์ในตอนตีสี่ที่ฟ้าเปิดจนเห็นทางช้างเผือกชัดเจน

เขามองไปข้างหน้าบ้าง

อากาศในตอนนี้ลบสี่สิบสององศา แต่เขากลับคิดว่าไม่ว่าจะเป็นที่ไหนหากมีพระอาทิตย์ของเขาอยู่ข้างกายก็คงอบอุ่นต่างไม่ต่างจากตรงนี้อย่างแน่นอน

เขาเชื่อเช่นนั้น...

“ถ้าโลกมันกระจอกอย่างที่ว่า แล้วพวกเราล่ะ”

เขายิ้มให้กับคำถามของอีกคนที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ พร้อมมองดาวตกที่เห็นอยู่หลายครั้ง ถ้าพวกมันช่วยให้คำขอเป็นจริงดังที่ว่า เขาคงกลายเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก

เพราะเขาแอบขอไปเสียมากมาย...

มือใหญ่ที่จับกันไว้ตอนต้นปล่อยออก แต่ในที่สุดก็อีกคนก็รวบตัวเขาเข้าไปชิด เขาเองก้มหน้าลงและยิ้มให้กับอกของใครคนนั้น

“คนที่อยู่ตรงนั้นจะเห็นเรารึเปล่า”

คนที่กอดคนอื่นไว้แน่นถามพลางพยักเพยิดไปที่ไหนสักที่ เขามองตามอย่างแสร้งว่ารู้เรื่องและตอบออกไปในที่สุด

"ไม่หรอก”

พอบอกไปแค่นั้นก็ปล่อยให้ริมฝีปากอุ่นนิ่มทาบทับลงมา หนวดเคราอีกคนที่พึ่งขึ้นทำให้รู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อย ลิ้นร้อนสากค่อยๆแซะเล็มอย่างกำลังขออนุญาติ และพอได้รับอนุญาติแล้วก็ดูดดุนและแลบเลียให้ได้ดั่งใจ ลมหายใจร้อนที่เป่ารดและอ้อมแขนที่กำลังกอดกกกันอยู่ทำให้รู้สึกว่าบนเทือกเขาอากาศไม่ได้หนาวเย็นเสียเท่าไหร่

เพราะมวลอากาศเบาบางไม่ค่อยเอื้ออำนวย จูบครั้งนี้จึงสั้นกว่าทุกๆครั้งที่เคย พวกเขาถอนริมฝีปากออกจากกันหลายครา และก็เริ่มต้นใหม่ด้วยจูบอ่อนหวานและร้อนแรงอีกซ้ำๆ

จนเมื่อได้ยินเสียงของกลุ่มคนอีกฟากดังขึ้น
พวกเขาจึงผละออกจากกัน ใครคนนั้นค่อยๆคลายอ้อมกอดออกด้วยท่าทางเสียดายจนน่าสงสาร

“กล้องจุดที่สามโอเคยัง…”

กลุ่มคนอีกฝั่งเดินเท้าฝ่าหิมะมาถึงพร้อมกับท้องฟ้าในยามเช้ามืดที่สว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว

...ราวกับเวลาที่พึ่งผ่านมาเป็นเพียงแค่ฝัน...

“เรียบร้อยหมดแล้วครับ”

เขาตอบแทนอีกคนที่กำลังเช็คภาพนิ่งของกล้องตัวที่สาม กล้องตัวนี้ดูเหมือนจะมีปัญหาเพราะความชื้นตั้งแต่เริ่มต้นของทริป

“งั้นก็เก็บของกลับไปที่แคมป์ด้านล่างกันนะ พวกเราจะได้กลับบ้านกันแล้ว”

พอหัวหน้าทีมชาวอเมริกันพูดจบผู้คนสิบชีวิตที่ยืนอยู่ด้วยกันก็โห่ร้องเซงแซ่

แรงกายที่เหมือนจะหมดไปแล้วคืนกลับมาใหม่ได้อย่างประหลาด เขาเห็นตากล้องมือฉมังจากยูเครนเต้นแร้งเต้นกากลางหิมะทั้งๆที่ข้อเท้าซ้น ส่วนเพื่อนชาวจีนที่ทำงานหนักด้วยกันมาหลายเดือนยืนขอบคุณฟ้าดินเป็นที่ตลกขบขัน

...ตัวเขาเองทำได้แค่หันหลังกลับไปมองวิวและใบหน้าของอีกคนที่คงไม่ได้เห็นอีกชั่วชีวิต...



.

..

...

....

.....


ในระหว่างที่พวกเขากำลังไต่ลงเนินเขาที่ไม่ได้สูงชันลงไปยังเบสแคมป์ด้านล่างเพื่อรอเฮลิคอปเตอร์มารับกลับ ใครคนนั้นที่เดินอยู่ด้านหลังก็โพล่งออกมา

“เราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่”

“เฮ้ย!”

เขาที่ยังไม่ได้ตอบอะไรไถลก้อนหินบริเวณนั้นจนหน้าเกือบจะคะมำลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยหินแข็ง โชคดีที่คนข้างหลังช่วยเซฟไว้ทัน

บางทีคงเป็นเพราะเขาช่วยเพื่อนยูเครนคนที่ขาเจ็บแบกอุปกรณ์กล้องเกือบครึ่ง ทำให้เขาทรงตัวได้ไม่ดีนัก

“ขอกูถือนะ”

คนข้างหลังเขาฉวยกระเป๋าใบเล็กแต่หนักที่ห้อยไว้กับกระเป๋าใหญ่ของเขาออกไป ทั้งๆที่สัมภาระของตัวเองก็ไม่ได้เบาไปกว่ากันเลย

“ไม่เป็นไรอาทิตย์ กูไหว”

เขาว่าแล้วหันมาขอกระเป๋าใบนั้นคืน

“กูตัวใหญ่กว่าเยอะ สบายมาก”

อาทิตย์ไม่ได้ฟังเสียงของเขาแม้แต่น้อย

“แต่มึงจะหนักไป...”

เขาว่าพลางมองใบหน้าคมสันที่ไม่ได้โกนหนวดมาหลายวัน

“ไม่มีแต่...”

ใครคนนั้นว่าพลางแตะไหล่ให้เขาเดินต่อ

“เฮ้...บางทีผมก็อยากมีเพื่อนชาติเดียวกันอยู่ในทริปบ้างนะบอส”

พี่ใหญ่ชาวแม็กซิกันที่เดินรั้งท้ายสุดว่าเมื่อเห็นพวกเขากำลังคุยกันวุ่นวายด้วยภาษาไทย ในขณะที่ผู้คนสิบชีวิตกำลังเดินช้าๆไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวัง

“มีนายคนเดียวทุกคนก็ปวดหัวแล้ว”

บอสที่อาสาเดินนำเป็นคนแรกสุดตะโกนกลับมา ทำให้ทุกคนในแถวหัวเราะกันเสียงดัง บางทีอีกเหตุผลที่ทำให้ทุกคนร่างเริงได้ คงเพราะมองเห็นเบสแคมป์ตรงสุดสายตานั่นแล้ว...

พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดี เพราะทำงานหนักด้วยกันมานาน บางทีก็เป็นเหมือนพี่น้องเหมือนครอบครัวเดียวกัน

แต่กับคนทั้งสองที่กำลังยืนมองหน้ากันอยู่คงเป็นมากกว่านั้น...




.

..

...

....

.....



“โชคดีนะ”

บอสที่พูดถึงเรื่องนี้กับเขามาพันครั้งบอกอยู่ตลอดว่า

'ไม่อยากให้เขาไป '

แต่คำพูดครั้งสุดท้ายกลับบอกออกมาได้แค่ขอให้โชคดี เพราะรู้อยู่แล้วว่าควรเคารพการตัดสินใจของกันและกัน เขายิ้มและกอดกับครอบครัวที่สองอีกครั้ง

ในระหว่างนั้นเขาแอบเห็นว่ารุ่นน้องคนเกาหลีกับหนุมรัสเซียที่อ่อนไหวอยู่หน่อยแอบร้องไห้จนถูกเพื่อนๆแซว

เขาเลือกที่จะกอดกับคนพิเศษเป็นคนสุดท้าย

...และคงเป็นกอดครั้งสุดท้าย...

“เราจะได้เจอกันอีกไหม…”

อีกคนถามด้วยภาษาไทย ราวกับว่าทุกสิ่งที่กำลังพูดออกมามันเป็นความลับ หลายคนตรงนั้นบ่นอุบอิบเพราะฟังไม่ออก

เขาผู้กำลังโยนสัมภาระขึ้นไปเก็บบนเฮลิคอปเตอร์ลำที่จะบินแยกไปส่งที่สนามบินอีกเมืองมองไปรอบกาย

บางทีถ้ากลับไปแล้วคงจะคิดถึงที่นี่มากก็ได้ ส่วนสิ่งที่จะคิดถึงที่สุดก็คือ…

“แล้วจะคิดถึง…”

เขาเงยหน้ามองอีกคนให้เต็มตาแล้วบอกพร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าดีที่สุด

ใครคนนั้นยิ้มให้เขาบ้าง…

“ดูแลตัวเองนะ…”

เสียที่ทุ้มต่ำแต่แหบพร่าอยู่ในทีค่อยๆบอกออกมา เขากำสร้อยสีเงินบนคอตัวเองที่ได้มาตอนเช้ามืดแน่นด้วยมือที่เย็นเฉียบ… สร้อยเส้นที่ใครอีกคนบรรจงใส่ให้แม้จะต้องถอดถุงมือให้ความเย็นติดลบเกือบ 40 องศากัดมือ

เมื่อกัปตันบอกว่าได้เวลาแล้ว เขาจึงบอกลาทุกคนอีกรอบก่อนจะก้าวเท้าขึ้นยานพาหนะที่ดูงดงามราวกับนกตัวใหญ่

...เขาจะกลับไปเป็นแค่มนุษย์โลกตัวเล็กๆบนโลกใบกระจอกๆอีกครั้ง...


ภายใต้หลังคาโลกสว่างจ้า พระอาทิตย์ดวงใหญ่แผ่แสงสีทองออกมากระทบกับหิมะด้านล่างให้ระยิบระยับ ถ้าดวงดาวยามค่ำคืนเป็นดังเพรชสีสวย เหล่าเทือกเขาที่สูงชันแข็งแกร่งคงเป็นดังแท่งอัญมณีที่ยังไม่ได้เจียรนัย ทั้งก้อนเมฆที่เหมือนปุยนุ่นลอยอยู่ต่ำอยู่ตรงหน้า หากมีใครสักคนบอกว่าที่นี่คือสวรรค์
…เขาคงเชื่ออย่างสุดใจแม้จะถูกโกหกก็ตามที...


…ลาก่อนเอเวอร์เรส…

...ลาก่อนผู้คนซึ่งเป็นที่รัก…



...แล้วจะคิดถึง...



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-03-2018 18:51:14 โดย zearet17 »

ออฟไลน์ zearet17

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +393/-0
    • facebook
Re: [เรื่องสั้น] แล้วจะคิดถึง จบ.
«ตอบ #2 เมื่อ11-08-2016 18:02:42 »


# ตื้นเต้น




Feeling my way through the darkness
Guided by a beating heart Hmm


เขาร้องคลอไปพร้อมกับเสียงเพลงในรถ ขณะเดียวกันก็เคาะพวงมาลัยหนังสีดำเป็นจังหวะ แม้ตอนนี้อากาศข้างนอกจะอบอ้าวเพราะฝนตกแต่ในรถกลับเย็นเฉียบ

They say I'm caught up in a dream
Life will pass me by if I don't open up my eyes
Well that's fine by me


เขาเคยชอบเพลงนี้เมื่อหลายปีที่แล้วและตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ เพลงนี้พูดถึงสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่างเช่นความฝัน

อคิราห์เป็นคนที่คลั่งในความฝัน ตอนเด็กๆเขาฝันว่าอยากเป็นช่างภาพที่ถ่ายรูปได้สวยๆ เขาเลือกที่จะเดินเข้าหาความฝันแล้วใช้ชีวิตอยู่ในฝันนั้น ต่างจากใครหลายคนที่เลือกที่จะมองแล้วย่ำอยู่ที่เดิม

ที่สุดความฝันเขาที่อยากเป็นช่างภาพมือดีก็เป็นจริง เขาได้โอกาสทำงานกับทีมช่างภาพสารคดีที่ดีที่สุดในโลกทีมนึง เขาใช้ชีวิตอยู่กับกล้อง กับบรรยากาศที่หาได้ยาก กับสถานที่ที่คนส่วนน้อยจะได้ลุกล้ำเข้าไป และที่สุดคือมีโอกาสได้เจอกับใครคนหนึ่ง…
 
"So wake me up when it's all over..."

เขาวางความคิดที่ลอยล่องและใช้มือข้างที่ไม่ถนัดกดรับโทรศัพท์ที่กำลังแผดเสียงจ้า

"พี่ครับ รถติดมาก ผมน่าจะไปถึงเลท"

อคิราห์กรอกเสียงลงไปพร้อมกับมองทอดไปที่ถนนในเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีการจราจรแย่ที่สุดในโลก

"ไม่เป็นไรแทน ของที่นี่ก็ยังจัดไม่ถึงไหน รถขนดอกไม้ยังมาไม่ถึงเลย"

เสียงปลายสายบอกปัดอย่างไม่ถือสา

"ครับพี่ แล้วผมจะรีบไป"

ถ้าเป็นที่ที่เขาเคยอยู่การไปช้าสักนาทีหรือเสี้ยวนาทีอาจจะหมายถึงชีวิต แต่เพราะเป็นที่นี่เขาถึงยังมีอารมณ์ที่จะมานั่งฟังเพลงอย่างสบายใจ

So wake me up when it's all over
When I'm wiser and I'm older...


เขาร้องคลอไปพร้อมกับใช้มือข้างขวาไล้สร้อยคอเส้นเล็กสีเงินไปด้วย

วันนี้เขามารับหน้าที่เป็นตากล้องในงานแต่งของน้องสาวรุ่นพี่ที่รู้จักกัน เขาสวมสูทสีกรมท่าดูแปลกตา ข้างในเป็นเชิ้ตขาวปลดกระดุมกว้างเห็นไหปลาร้า บางทีคงเพราะนิสัยของช่างภาพที่ต้องการองค์ประกอบอันสมบูรณ์แบบ เขาจึงหยิบสร้อยสีเงินเส้นเล็กมาสวมเมื่อเห็นว่าตรงคอว่างเกินไปหน่อย

แล้วจะคิดถึง

คำที่เขาพูดเองวนเวียนอยู่รอบตัวในคราแรกหมือนสะบัดยังไงก็ไม่ยอมหลุดไปจากหัว แล้วก็หายไปพักใหญ่ก่อนจะกลับมาอีกครั้งช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้

อคิราห์จมอยู่กับความฝันที่จะเป็นตากล้องมืออาชีพได้ไม่นาน ก็ต้องตื่นขึ้นมาเมื่อรู้แม่เขาล้มป่วยลง เขาเลือกที่จะเพิกเฉยความฝันและอนาคตเพื่อกลับมาหาแม่ แม่ที่คอยสนับสนุนความฝันเขามาตลอด หลังจากนั้นเพียงแค่หนึ่งปีแม่เขาก็จากไป

อคิราห์ขายบ้านหลังใหญ่ที่มีเขาคนเดียวในบ้านทิ้ง ก่อนจะใช้เงินส่วนหนึ่งซื้อคอนโดห้องเล็กๆไว้อาศัย และเริ่มรับงานตามที่พวกเพื่อนๆในวงการแนะนำ รับตั้งแต่งานเล็กๆเช่นงานแต่งงานรวมไปถึงงานภาพยนต์ในบางคราว เพราะอคิราห์ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงในวงการนี้ เขาจึงอยู่ได้โดยไม่ได้ลำบากอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่กระนั้นเขาก็ยังทำงานหนักเพื่อไม่ให้ตัวเองว่างจนเกินไป เพราะถ้าหัวโล่งเมื่อไหร่ใบหน้าของใครบางคนก็จะผุดขึ้นมาเสมอจนน่ารำคาญ


.

..

...

....

.....


"เพื่อนเจ้าสาวยิ้มหน่อยครับ"

วันนี้เป็นงานจัดเลี้ยงงานแต่งงานของน้องสาวรุ่นพี่ที่สนิทกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย เพราะเป็นงานขนาดเล็กแต่อยากได้ภาพที่สวยที่สุด เขาจึงขนทีมงานมากันสามคน

"โอเค สวยครับ เพื่อนเจ้าสาวเอียงไปฝั่งซ้าย 45องศาครับ เจ้าสาวหันหน้าตรงครับ"

อคิราห์รัวชัตเตอร์ไปหลายครั้งก่อนจะเช็ครูปจากหน้ากล้อง เมื่อทุกอย่างดูเข้าที่แล้วจึงออกปากเรียกฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวบ้าง

"ฝั่งเจ้าบ่าวเชิญครับ"

ฝั่งชายหนุ่มที่วันนี้มาด้วยสูทและชุดธีมสีน้ำเงินดูเหมือนจะปรึกษาหารือกันชั่วครู่

"คือเจ้าบ่าวกับไอ้ทิดยังไม่มาเลยว่ะ"
 
ใครคนนึงบอกออกมา

"อ้าว!?"

"งั้นเดี๋ยวถ่ายกันแบบไม่มีเจ้าบ่าวมั้ย"

คนในกลุ่มบอกออกมา ทำให้คนหลายคนรวมถึงตากล้องหัวเราะให้กับมุขตลกนั้น

"งั้นเดี๋ยวผมถ่ายเดี่ยวให้แต่ละคนรอก็ได้ครับ เผื่ออยากเก็บรูปไว้กัน"

เขาบอกก่อนที่ใครสักคนจะเดินมาหา

"แทน พาทีมไปกินข้าวก่อนค่อยมาถ่ายต่อ เจ้าบ่าวรถติดอยู่พระรามเก้านู่น"

พี่ชายเจ้าของงานและเป็นคนที่จ้างเขามาบอก

"นี่ผมทำงานอยู่นะพี่"

เขาเอ่ยบอกนายจ้างซึ่งไม่ใช่คนอื่นไกล

"ทุกๆคนนี่ไอ้แทน รุ่นน้องกูที่เรียนฟิลม์ด้วยกัน มันเคยเป็นตากล้องสารคดี งานแรกอะไรนะ มึงแบกกล้องวิ่งหนีหมี" 

เขาหัวเราะให้กับคำแนะนำที่ไม่เหมือนใคร ก่อนจะรับไหว้เพื่อเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวที่ดูแล้วน่าจะอายุน้อยกว่าเขาอยู่หลายคน

"ถ่ายผมออกมาให้หล่อเหมือนหมีควายนะพี่"

เขาหันไปยิ้มรับคำแซ็ว ก่อนจะหันไปหาลูกน้องที่เดินเข้ามาหา

"พี่แทนเลนส์ 55-250 ของ5Dอยู่ไหนพี่"

เขานึกอยู่หน่อยก่อนจะตอบ

"ในรถ เดี๋ยวพี่ไปเอาให้ พักกันก่อน อีกชั่วโมงค่อยมาต่อ"

อคิราห์บอกก่อนจะเดินออกมานอกงานที่ค่อนข้างจะวุ่นวายอยู่หน่อย แม้งานพิธีการจะยังไม่เริ่ม ตอนนี้มีแขกเพียงเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวที่มาก่อนเวลาเพราะอยากถ่ายรูป เขาลงลิฟท์มายังลานจอดรถด้านล่าง ก่อนจะสวนกับใครหลายๆคน
 
"ไอ้ทิด มึงสาย เขารอกันทั้งงาน"

"สัส พึ่งจะหกโมง"

ใครคนนึงที่ดูเหมือนพึ่งหาที่จอดรถได้กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในงานท่าทางรีบร้อน อคิราห์ผู้กำลังเดินไปถึงรถตัวเองเหลือบไปมองด้วยหางตา เขามองเห็นสูทสีน้ำเงินเมทัลลิคบนร่างกายสูงใหญ่

แม้จะเห็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีเขาก็จำพระอาทิตย์ของเขาได้ดี...

'ตีมงานแต่งโทนน้ำเงินนะ กรมท่าก็ได้ น้ำเงินสดก็ได้'

เขานึกถึงคำพูดของรุ่นพี่ตอนที่ประชุมงานเมื่อเดือนก่อน นอกจากจะคุยเรื่องตีมแล้ว ยังคิดเผื่อแสง สีไฟของสถานที่รวมถึงเลนส์ที่จะต้องแบกมาทำงาน และแน่นอนว่าเขายังจำเรื่องสีชุดของเจ้าบ่าวได้แม่น

'มึงว่าให้เจ้าบ่าวใส่สีน้ำเงินเมทัลลิคดีมั้ย หรือมันจะลิเกไป'


เขาเปิดประตูรถแล้วกระชับกระเป๋าใส่เลนส์ไว้ในมือข้างที่ถนัด ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นมาดึงสร้อยเส้นเล็กที่คอตัวเองออก ก่อนจะวางมันไว้หน้าคอนโซลรถ

เมื่อก่อนเคยคิดว่าจะทำยังไงกับสร้อยเส้นนี้ดี วันนี้ก็ได้รู้แล้ว

...คงไม่จำเป็นต้องเก็บมันไว้อีกต่อไป...



.

..

...

....

.....


"เริ่มงานได้เลย ป่ะ"

เขาบอกน้องในทีม หลังจากพักกินข้าวเสร็จเรียบร้อยถึงได้เริ่มทำงานกันอีกรอบ เขาเริ่มจากเก็บบรรยากาศรอบข้าง อคิราห์ที่ถนัดเก็บรายละเอียดเพื่อสื่อความรู้สึกมากกว่าถ่ายภาพ portrait รับหน้าที่ถ่ายรอบๆงาน ก่อนจะวิ่งไปช่วยลูกทีมตรงโถงเมื่อเห็นว่าภาพหลังกล้องในบริเวณนั้นออกมาเหลืองจัด พอกระทบกับชุดของคนในงานเลยออกมาเขียวแปลกๆ เพราะเป็นอคิราห์เขาจึงใช้เวลาเพียงชั่วครู่ในการปรับอะไรเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มทำงานต่อ พร้อมๆกับแขกที่ทยอยเข้างานมา

เขาพยายามไม่มองหาใครบางคน แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะเมื่อยามใดที่กวาดสายตาไปผู้ชายคนนั้นก็ยังแจ่มชัดในความรู้สึกของเขาเสมอ

แต่ใครคนนั้นกลับยังไม่รู้สึกตัวว่าตากล้องของงานกำลังจ้องอยู่ อาจจะเป็นเพราะอาทิตย์ไม่ทันได้สังเกต หรือไม่อาทิตย์คนนั้นก็จำเขาไม่ได้

พวกเขาไม่ได้เจอกัน 5 ปีแล้ว...

“ไหวไหมมึง เห็นว่าเมื่อเช้าวิ่งรับงานอีกที่ไม่ใช่เหรอ”

หัวแค่นหัวเราะก่อนจะรับแก้วไวน์สีสวยมาไว้ในมือทั้งๆที่มืออีกข้างยังถือกล้องอยู่ อาจจะเพราะเป็นงานของคนรู้จักหรือไม่ก็เพราะลูกน้องเขาไว้ใจได้ อคิราห์ถึงทำตัวสบายได้ขนาดนี้

5 ปีที่ผ่านมามีอะไรเปลี่ยนไปเยอะมากจริงๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน เรื่องแม่ หรือแม้กระทั่งเรื่องของตัวเอง แต่ก่อนเขาเคยเป็นผู้ชายผิวแทนหุ่นเกือบล่ำเพราะฟิตออกกำลังกาย เนื่องจากงานที่ทำอยู่ตอนนั้นนอกจากฝีมือแล้วต้องใช้ความแข็งแรงเป็นอย่างมาก

...แต่เขาตอนนี้กลับดูผอมบาง...

เขาวางแก้วไวน์คืนให้เด็กเสริฟเมื่อดื่มหมด

"เจ้าบ่าวเจ้าสาว มองกล้องครับ"

แทนบอกเมื่อมองเห็นผู้ชายคนที่คุ้นตากำลังหัวเราะร่ากับเจ้าสาวคนสวยผ่านเลนส์อันยาว บรรยากาศค่อนข้างจะดีทีเดียว

รอยยิ้มกว้างนั้นดูอบอุ่นอย่างเคย จะบอกว่าตอนนี้เขาไม่ได้คิดอะไรเลยก็คงเป็นการโกหก เพียงแต่เขาเลยจุดที่จะต้องเสียใจมานานมากแล้วต่างหาก อคิราห์สบตากับใครคนนั้นผ่าช่องวิวไฟน์เดอร์เล็กๆชั่วครู่ ก่อนที่ผู้ชายในชุดสีน้ำเงินเมทัลลิคจะเดินออกจากบริเวณนั้น

ในระหว่างที่เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าพระอาทิตย์ในชุดสีน้ำเงินเมทัลลิคเป็นเจ้าบ่าวของงานที่น่ารักงานนี้ เจ้าบ่าวตัวจริงที่พึ่งหนีรถติดมาได้ก็เดินเข้ามาในงานพร้อมกับชุดสีขาวแถบฟ้าที่เด่นกว่าใคร

เขาเบิกตากว้าง..

แต่ในระหว่างที่กำลังสับสนลูกน้องก็เรียกเสียก่อน

"พี่แทนครับ ผมจะถ่ายรูปหมู่ แฟลตตรงนี้ไม่พอ"

เขาละสายตาจากที่ตรงนั้นแล้วเดินมาถือแฟลตให้น้อง
คนสวมชุดสีเมทัลลิคที่ดูเหมือนจะจำเขาไม่ได้ตั้งแต่แรกหันตามเสียงเรียกของตากล้อง ตาคมเบิกขึ้นก่อนจะที่จะสบตากับเขาเป็นครั้งแรก...

นั่นเป็นการสบตาครั้งแรกหลังจากที่บอกลากันเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

"อาคิระ...อาคิระเหรอ"

น้ำเสียงทุ้มที่ไม่ได้ยินมานานเรียกชื่อเขาออกมาท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นแต่วุ่นวาย

เขาชื่ออคิราห์แต่เพื่อนทุกคนเรียกเขาว่าแทน มีไม่กี่คนที่จะเรียกเขาว่าอาคิระ และเพียงไม่กี่คนที่ว่าคือคนในทีมสารคดีดวงดาวเท่านั้น

"รู้จักเหรอพี่แทน"

ลูกน้องที่กำลังรัวชัตเตอร์ถามหัวหน้าทีม

แทนไม่ได้ตอบอะไรเพราะกำลังทำงานอยู่

ส่วนคนรู้จักที่ว่าสาวเท้าเข้ามาหาเขาทั้งๆที่ตอนนี้เพื่อนๆทุกคนกำลังรวมกลุ่มเพื่อถ่ายรูปหมู่ เขาลดมือที่ถือแฟลตก่อนจะมองคนที่กำลังเดินเข้ามาหา

...อย่างกับว่าดวงดาวพันล้านที่เคยเห็นที่นั่นมันย้ายมาอยู่ข้างหน้าตรงนี้..

"กลับมายืนที่เดิมเลยไอ้ทิด เขาจะทำงาน"

ก่อนที่คนตรงหน้าจะได้พูดอะไร เพื่อนที่รอถ่ายรูปก็มาดึงตัวออกไป เป็นที่งงงวยของหลายคน แต่ยังไงเสียก็ต้องรีบถ่ายภาพเพื่อนๆให้เสร็จก่อนที่พิธีการจะเริ่มขึ้น

"แฟลตตรงมุมครับพี่แทน"

อคิราห์พยักหน้าให้กับลูกน้องก่อนจะเดินถือแฟลตไปที่อีกมุม แต่ความเต้นของเขาคงปิดไม่มิด

"พี่สุดหล่อชุดสีน้ำเงินตรงนั้นมองกล้องด้วยครับ อย่ามองคนถือแฟลต"

ลูกน้องเขาบอกผู้ชายที่ไม่มองกล้องเพียงคนเดียวในกลุ่ม


...บางทีความรู้สึกตื่นเต้นของอีกคนก็คงปิดไม่มิดเช่นกัน...



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-03-2018 18:53:17 โดย zearet17 »

ออฟไลน์ that girl

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น่าติดตามมากค่ะ ชอบๆๆๆ :katai2-1:

ออฟไลน์ GenZ

  • ummm
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 285
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ตามมาจากเพจ ชอบมากเลยยยยย

ออฟไลน์ Violasheep

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-0
ชอบมากเลยค่ะ

ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
งือออออชอบมากๆเลยค่ะ

ออฟไลน์ continued

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 238
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
อ่านจบแล้วเพิ่งรู้ว่ามันค้างงงง

บรรยากาศระหว่างคนสองคนนี่มันช่างดีเหลือเกินค่ะ
ในที่สุดเขาก็กลับมาเจอกัน อยากรู้จริงๆว่าเค้าจะแสดงความคิดถึฃกันแบบไหน

ปล. เจอคำผิดค่ะ ตรง # ตื้นเต้น เป็น ตื่นเต้นค่ะ

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
งุ้ยยยยยย เข้าใจผิดจริงๆด้วย

นี่แอบตื่นเต้นตามแล้วเนี่ย

ออฟไลน์ zearet17

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +393/-0
    • facebook
3. ยืดเวลา




Light 'em up, light 'em up
Tell me where you are, tell me where you are


เสียงเพลงดังออกมาแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในรถ อคิราห์ขับรถมุ่งหน้าออกนอกเมืองแทนที่จะเป็นเข้าเมืองเพื่อกลับบ้านอย่างเคย

Summer nights, bright lights
And the shootin' stars, they break my heart


หลังจากบอกลากันเมื่อห้าปีที่แล้วพวกเขาไม่เคยติดต่อกันเลยไม่ว่าจะผ่านช่องทางใด เขาอยู่ในที่ของเขาและรู้ว่าอาทิตย์ยังวิ่งไล่ตามความฝันที่แสนสนุกเช่นเคย เขาเห็นชื่อของอาทิตย์แปะอยู่ในสารคดีบางเรื่อง โฆษณาบางตัว และในเวลาเดียวกันเขาก็เห็นความทรงจำราวกับความฝันวิ่งวนผ่านมุมกล้องเหล่านั้น

...เขาจำได้ดีว่าอาทิตย์ชอบใช้มุมกล้องแบบไหนในการถ่ายทำ…

Baby, in the dark, show me where you are

และในทุกครั้งที่เห็นภาพเหล่านั้นปรากฏสู่สายตาเขามักจะจินตนาการว่าถ้าเขาอยู่ที่นั่นด้วยจะเป็นยังไง พวกเขาจะทะเลาะกันไหม ทำงานด้วยกันราบรื่นหรือเปล่า แต่ในที่สุดก็เป็นเพียงจินตนาการ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้อาทิตย์อยู่ที่ไหน ทำอะไร ไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้แม้กระทั่งว่าพระอาทิตย์ของเขาเป็นของใครไปหรือยัง

Oh, love
How I miss you every single day
When I see you on those streets


งานของเขาวันนี้เสร็จตอนสี่ทุ่มตรง เป็นเวลาที่แขกรับประทานอาหารเสร็จพอดีและทุกอย่างก็ผ่านไปได้ดีอย่างที่แพลนไว้ เขากับลูกทีมไล่เก็บกล้องและอุปกรณ์ต่างๆลงกล่อง ก่อนที่เขาจะแบกกระเป๋ากล้องกลับรถตัวเองแล้วพบว่ามีคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“ไปส่งหน่อย"

เขาพยักหน้ารับโดยไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม จนได้มานั่งอยู่ข้างกันแบบนี้

หลังจากที่ได้สบตากันเพียงครั้งเดียว ความรู้สึกเก่าๆก็ไหลบ่าเข้ามาท่วมในอกเสียจนเขาไม่มีสมาธิ เมื่อเผลอทีไรก็ยังลอบมองอีกคนอยู่หลายครั้งผ่านกระจกหลัง

...และทุกครั้งก็จะสบตากับพระอาทิตย์ของเขาอยู่เสมอ...

Oh, love
Tell me there's a river I can swim that will bring you back to me


“บอกทางด้วยนะ”

เขาหันไปบอกคนข้างตัว

“ครับ”

มือชื้นเหงื่อที่กำพวงมาลัยไว้บ่งบอกว่าเขายังไม่หายตื่นเต้นเสียที

'Cause I don't know how to love someone else
I don't know how to forget your face



.
.
.


พวกเขาเริ่มความสัมพันธ์แบบไม่เหมือนใคร ตั้งแต่ฮอลิเดย์ที่ชิลีเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ที่นั่นมีทะเลใสที่สะท้อนแสงแดดสวย มีภูเขาสูงที่หิมะปกคลุมบนยอด ทิวทัศน์ที่นั่นสวยงามเหนือจินตนาการ

หลังจากงานสารคดีภูเขาไฟที่ฮาวายพวกเขาได้เบรคกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน เขากับอาทิตย์ที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่ถึง 3 เดือนจากทริปภูเขาไฟแต่ตกลงกันว่าจะไปฮอลิเดย์ที่ชิลีกับเพื่อนในทีม พวกเขากินนอนอยูในโฮมสเตย์ที่เมืองเล็กๆติดชายหาดและชวนกันออกไปถ่ายรูปตามจุดที่น่าสนใจทุกวัน คนในทีมคิดว่าเพราะพวกเขาเป็นคนไทยด้วยกันถึงได้สนิทกันเร็ว

...แต่พวกเขารู้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น…

ในคืนที่พระจันทร์สวยสะท้อนทะเลที่มืดดำ พวกเขากลับจากบาร์ใกล้ๆกับโฮมสเตย์ อาทิตย์เมานิดหน่อยถึงได้ปิดปากเงียบเชียบ ส่วนอคิราห์เวลาเมานั้นจะพูดไม่หยุดผิดกับนิสัยปกติ

‘อาทิตย์ วันนี้ไม่อาบน้ำนะ จะนอนแล้ว’

อีกคนยิ้มก่อนจะบอก

‘ไม่ให้นอนด้วยนะ’

คนถูกปฏิเสธทำหน้าตางอแงก่อนจะนั่งลงบนเตียงตัวเอง

...แต่เดิมพวกเขาก็นอนคนละเตียงอยู่แล้ว…

‘อะไร’

เขาถามเมื่ออีกคนเดินเข้ามาหาและจับปลายผมเขาปัดไปด้านหลัง อคิราห์เริ่มไว้ผมยาวมาตั้งแต่เริ่มทำงาน เพราะมันง่ายต่อการจัดการ เวลารำคาญเขาก็แค่รวบมันไว้

‘อาทิตย์’

เขาเรียกเมื่ออีกคนมองหน้าเขาไม่วางตา ปลายจมูกของพวกเขาชิดกันจนลมหายใจร้อนเป่าโดนแก้ม

‘อืม’

จูบแรกนั้นเกิดขึ้นแบบชวนงง แต่ก็หวานเกินกว่าจะหักห้ามใจ คืนนั้นฝนตกทำให้อากาศค่อนข้างเย็น แต่พวกเขากลับไม่ได้รับรู้แม้แต่น้อย

อาทิตย์จูบปากสีสดย้ำๆพออีกคนอ้าปากเขาถึงสอดลิ้นเข้าไป มือเรียวสวยของอีกคนที่วางบนเตียงขยับขึ้นมาลูบที่ต้นคอหนา พวกเขาจูบกันอยู่นาน จนกระทั่งไม่รู้ตัวว่าเสื้อบนตัวนั้นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ อาทิตย์จูบซอกคอเนียนของอีกคนไล่มาถึงแผ่นอก ลงมายังลอนหน้าท้องและตัดสินใจรูดกางเกงยางยืดขายาวของอีกคนทิ้งไป

‘อาทิตย์’

อคิราห์ที่หายใจหอบหนักเรียกสติของอีกคน แต่เขากลับได้รับจูบดูดดื่มเป็นคำตอบ

‘หยุดไม่ได้หรอก’

นั่นเป็นคำตอบจากของคนที่คร่อมอยู่ข้างบน นัยย์ตาหวานเชื่อมและมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปทั่วกายของอีกคนทำให้เขาไม่กล้าที่จะปฏิเสธอีก

ในยามเที่ยงคืนที่ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงใหญ่กระแทกตัวเข้าหาคนด้านล่างจนได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดของเตียงนุ่มภายในห้อง จมูกโด่งซุกและสูดดมความหวานของเนื้อกายคนด้านล่างไปทุกซอกมุม

โดยเฉพาะส่วนล่างที่เชื่อมต่อกันกำลังเพิ่มความร้อนระอุของอุณหภูมิร่างกายให้มอดไหม้

‘ยกขาอีกหน่อย’

อาทิตย์บอกพลางหอบ อีกคนที่หายใจถี่ทั้งหัวใจเต้นเร็วจัดหลุดเสียงครางออกมาเมื่อขาเรียวยาวข้างนึงถูกยกขึ้นพาดบ่าหนาไว้

‘อืม ดี’

อคิราห์ฟังเสียงนุ่มที่ครางอยู่ข้างหู ลิ้นแฉะเลียที่ติ่งหูเขาจนรู้สึกร้อนไปถึงด้านล่าง

‘อาทิตย์ เบาหน่อย’

เขาเรียกชื่ออีกคนเมื่อถูกกระแทกกระทั้นหนักขึ้น อคิราห์อยากจะใช้มือช่วยตัวเองให้จบไป แต่อีกคนกลับทรมาณเขาด้วยการตรึงมือทั้งสองข้างไว้ด้วยสองมือใหญ่ สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือยกสะโพกสูงขึ้นหน่อยเพื่อให้อีกคนเข้ามาได้ลึกขึ้น เขาถึงจะได้ปลดปล่อยไปเสียที แม้เวลาทำงานอาทิตย์จะเป็นเพื่อนที่ดีแต่บนเตียงอาทิตย์กลับขี้แกล้ง ร่างสูงใหญ่ทำท่าเหมือนใกล้จะหมดแรงเมื่อเขากำลังไต่ขึ้นบนจุดสูงสุด…

คนขี้แกล้งค่อยๆสวนสะโพกเข้าออกช้าๆเมื่อเห็นว่าอีกคนบิดกายเร่า ใบหน้าติดหวานของอคิราห์ในยามนี้กลับแดงเห่อ หน้าอกแบนแต่เนียนแอ่นขึ้นท้าลิ้นของคนข้างบน ทั้งช่วงล่างยังขยับเองอย่างกับว่ากำลังไม่พอใจการขยับของคนที่อยู่ด้านบน

‘เมื่อกี้ยังบอกให้เบาอยู่เลย’

อาทิตย์ฟังเสียงครางหวานก่อนจะกระแทกตัวเข้าไปหาอีกคนเร็วขึ้นพร้อมกับก้มลงจูบปากสีสดที่บวมเจ่อ ข้างล่างที่ร้อนและแข็งจัดถูกหุ้มไปด้วยความนุ่มแต่ว่าตึง เขาเห็นอาคิระของเขากระตุกเกร็ง

...เมื่อใบหน้าสวยดูสุขสมเขาถึงได้ปลดปล่อยบ้าง...

อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าหรือบรรยากาศอะไรก็ตาม พวกเขากลับทำมันอีกรอบและอีกรอบจนฟ้าสาง อคิราห์ตื่นมาในตอนเกือบเที่ยงของอีกวัน เขาถูกกอดไว้แน่นจนไม่รู้ว่าขาที่พันกันอยู่ข้างไหนคือขาตัวเอง เขามองหน้าของคนที่หลับตาพริ้ม มองไปยังสันกราม คอและหน้าอกที่โผล่พ้นผ้าห่อมออกมา เมื่อวานคนๆนี้ยังเป็นแค่เพื่อนร่วมทีมที่ทำงานด้วยกัน

อคิราห์เข้ามาอยู่ทีมจากถูกทำงานสารคดีแพนด้าที่จีน หลังจากที่ทำงานได้สักพักบอสที่เป็นคนอเมริกันผู้ไม่เคยรู้จักคนไทยมาก่อนคงจะรู้สึกชอบนิสัยหนักเอาเบาสู้ของเขา ถึงได้ไปดึงตัวอาทิตย์จากบริษัทที่อเมริกามา ในตอนแรกเขาดีใจที่จะมีเพื่อนพูดภาษาเดียวกันมาทำงานด้วยกัน แต่พอมีโอกาสได้เจอกันจริงๆถึงได้รู้ว่า

...เขาตกหลุมรักเพื่อนร่วมทีมคนใหม่…

ไม่ใช่เพราะหน้าตา รูปร่างหรือแม้แต่นิสัยเพราะพวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เขาไม่เคยเชื่อเรื่องไร้สาระอย่าง destiny หรือ soulmate แต่แค่สบตากับคนตัวใหญ่ตรงสนามบินครั้งแรกเขากลับเข้าใจขึ้นมาอย่างง่ายดาย

แต่เขาก็เก็บมันไว้สุดใจ เพราะอย่างไรความฝันและงานเขาต้องมาก่อนสิ่งอื่น แต่มันไม่ง่ายเลยเมื่ออีกคนยังทำงานอยู่ด้วยกัน คอยช่วยเหลือกันอยู่ตลอด พวกเขาเข้าขากันเป็นอย่างดี ทั้งการทำงาน ทั้งรสนิยม เข้ากันได้ดีขนาดว่าแค่มองตาพวกเขาก็รู้ว่าอีกคนจะสื่ออะไร

แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมาได้ไกลถึงขนาดนี้


.
.
.



“อาคิระ”

“หืม?”

อคิราห์เรียกสติกลับมายังที่เดิม ข้างหน้าเป็นถนนกว้างแปดเลนส์ที่ไม่ควรเหม่อแบบนี้

“ชื่อเล่นชื่อแทนใช่ไหม”

“ครับ"

เขาตอบรับแต่ตายังมองตรงไปที่ถนนด้านหน้า

Oh, love
Tell me there's a river I can swim that will bring you back to me
'Cause I don't know how to love someone else
I don't know how to forget your face


อาทิตย์มองใบหน้าด้านข้างที่เรียกได้ว่าแทบจะสมบูรณ์แบบของอีกคน ตากลมโตได้รูป จมูกโด่งรับกันกับปากอิ่ม ใบหน้าของอคิราห์เรียกว่าสวยได้เหมาะกว่าหล่อเหลา ลำตัวที่เคยสมส่วนบัดนี้ดูผอมบางลงกว่าเดิม เห็นได้ชัดจากนิ้วมือเรียวยาวที่กำพวงมาลัยไว้

“เลี้ยวซ้ายแยกหน้านะ”

อาทิตย์ไม่ใช่คนที่จะออกจากบ้านด้วยรถสาธารณะ เขาขับรถไปงานแต่งของรุ่นน้องที่สนิทกันแล้วจอดมันไว้ที่ลานจอดรถของโรงแรมอย่างคนทั่วไป แต่ขากลับเขากลับเลือกที่จะทิ้งรถมูลค่าเกือบสองล้านบาทไว้แล้วเดินมาขอให้อีกคนมาส่งที่บ้านแทน

Oh, love
God, I miss you every single day when you're so far away


เขากับอาคิระมีจุดร่วมในชีวิตที่เหมือนหันหนึ่งอย่างคือพวกเขาหลงใหลในงานที่ทำ แม้แต่ในระหว่างเวลาพักพวกเขาก็ยังชอบที่จะมองทุกอย่างผ่านวิวไฟน์เดอร์และหน้าจอมอนิเตอร์ พวกเขาลุ่มหลงกับภาพทิวทัศน์ บรรยากาศสวยงาม กล้อง ความฝัน และท้ายสุดแล้วก็ลุ่มหลงซึ่งกันและกัน

“เป็นไงบ้าง”

คำถามของอาทิตย์เหมือนคำถามของเพื่อนทั่วไปที่ซักถามเมื่อไม่ได้เจอกันนาน แต่พวกเขาก็รู้ด้วยตัวเองว่าคำถามนี้มันช่างกว้างและหนักหนาเอาการ

“ก็เรื่อยๆ”

อคิราห์ไม่ได้ตอบแบบขอไปที แต่เขาพยายามตอบให้เป็นกลางที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะถามอีกคนกลับ

“แล้วอาทิตย์ล่ะ”

แม้เขาจะชื่ออาทิตย์แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เรียกเขาด้วยชื่อเต็ม แม่และเพื่อนๆของเขาเรียกเขาว่าไอ้ทิดส่วนคนในทีมที่ทำงานมักจะเรียกเขาว่าซันนี่ เพราะฉะนั้นคำว่าอาทิตย์จึงเป็นชื่อพิเศษ

“ไม่ดีเท่าไหร่”

เจ้าตัวตอบพร้อมกับมองคนข้างๆไม่วางตา อาทิตย์มองใบหน้านิ่งที่มีแววตาวูบไหวเพียงเล็กน้อย

ถ้าเรื่องราวของอาทิตย์กับอคิราห์เป็นความลับก็คงเป็นความลับที่สวยงามที่สุดในชีวิตของเขา อาทิตย์ยอมรับว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาในตอนนั้นไม่ได้มีคำจำกัดความ มันเริ่มต้นขึ้นช้าๆและจบลงเมื่ออาคิระของเขาบอกว่าจะลาออกและกลับบ้าน ในตอนนั้นเขาเองไม่ได้รั้งและถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เสียใจเลยที่เคารพการตัดสินใจของอีกคน

นอกจากคำจำกัดความที่ไม่มีชื่อเรียกแล้วพวกเขายังไม่รู้เรื่องส่วนตัวของกันและกันไปมากกว่าชื่อ นามสกุลและที่อยู่ในกรุงเทพ ตอนที่อาคิระออกจากทีมไปแล้วเขาเคยพยายามที่จะติดต่ออยู่หลายครั้ง เขาเขียนอีเมลหลายฉบับแต่ทำแค่เพียงบันทึกไว้ในเครื่องตัวเอง ทั้งเคยค้นหาชื่อของอีกคนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่ก็พบว่าเป็นตัวเองเสียเองที่เพียงเห็นแค่ชื่อหรือรูปของอคิราห์แล้วกลับทำอะไรไม่ถูก เขาคิดถึงอาคิระของเขา

...แต่เขากลัวว่าอาคิระที่อยู่เมืองไทยนั้นจะไม่ได้เป็นของเขาอีกแล้ว…

ความคิดฟุ้งซ่านของพวกเขาทั้งคู่ดูประหลาดอยู่ในที แต่กระนั้นการที่ผู้ชายสองคนจะตกลงคบกันในสถานการณ์แบบนั้นยากเช่นกัน เพราะต่างคนต่างก็รู้ว่าไม่นานพวกเขาก็ต้องแยกกัน เพราะทีมสารคดีมีการหมุนเวียนบุคลากรตามความเหมาะสมและความถนัดของเนื้องานอยู่เสมอ

“จะกลับไปทำงานเมื่อไหร่”

คนที่ขับรถเงียบๆมาสักพักแล้วถามคนที่นั่งข้างกัน อาทิตย์ยิ้มบางๆก่อนจะตอบ

“ไม่กลับไปแล้ว”

ก่อนที่อคิราห์จะได้พูดอะไรเขาก็พูดขึ้นมาอีกเมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงบ้านตัวเองแล้ว

“เลี้ยวซ้ายตรงนั้น”


คนขับรถมองตามแล้วเลี้ยวโดยไม่ได้คิดอะไรก่อนที่จะมาหยุดที่ทาวน์โฮมสี่ชั้นครึ่งแถบศรีนครินทร์อคิราห์มองหน้าคนบอกก่อนจะถาม

“ตรงนี้ใช่ไหม”

ผู้ชายสวมสูทสีน้ำเงินเมทัคลิคมองคนขับรถด้วยสีหน้าที่เดาไม่ออก อาทิตย์ก้มลงมองมือตัวเองที่สั่นจนน่าตลก ทั้งๆที่ปกติเขาขึ้นชื่อเรื่องถ่ายภาพนิ่งโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้องได้ดีที่สุดในทีม

“จำได้ไหม?”

เขาถามอีกคนที่มองออกไปนอกรถ นอกจากชื่อแล้วสิ่งที่พวกเขารู้จักกันอีกเรื่องก็คือเรื่องบ้าน ไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ถึงได้คุยเรื่องที่อยู่กัน

...หรือบางทีอาจจะเป็นความหวังเล็กๆว่าหลังจากนั้นแล้วพวกเขายังจะได้เจอกันอีก…

“อือ”

เขาตอบเสียงเบา ก่อนจะมองผู้ชายตัวสูงที่มองยังไงก็ไม่คุ้นตากับชุดที่สวม กับทรงผมที่ถูกเซ็ทมาเป็นอย่างดี กับใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้ไรหนวด

‘อย่าซุก หนวดมันทิ่มคอ’

อคิราห์จำได้กลายๆว่าเคยพูดประโยคแบบนั้นเมื่อนานมาแล้ว

“อาทิตย์ก่อน หลังจากลงเครื่อง”

อาทิตย์เริ่มพูดในสิ่งที่ควรจะพูดสักที

“ผม...”

เขาเว้นว่างเมื่อไม่คุ้นกับสรรพนามแทนตัวเอง

“กูไปหามึงตามที่อยู่ ไปถามคนในหมู่บ้าน เขาบอกว่ามึงไม่อยู่แล้ว”

พอพูดจบก็หัวเราะน้อยๆเหมือนกำลังปลอบใจตัวเอง

“กำลังคิดว่าจะทำยังไงดี ต้องไปหาที่ไหน... อยู่ดีๆมึงก็โผล่มา”

คนเล่ายิ้มในที่สุด

สำหรับพวกเขาแล้วการมีอีกคนอยู่ในความทรงจำไกลๆและเอื้อมไม่ถึงดูเหมือนจะทรมาณน้อยกว่า เพราะอาทิตย์สัมผัสได้ว่าทันทีที่เขารู้ว่าต้องกลับมาอยู่ที่ไทยถาวรเขาก็นึกถึงแต่อาคิระคนนั้น เขางุ่นง่าน เขานอนไม่หลับและรู้ว่าคงห้ามใจไม่ไหวที่จะตามหาอีกคน

อคิราห์จำได้ว่าวันนี้รับงานเป็นถ่ายภาพงานแต่งตอนเย็น เจอคนที่ไม่ได้เจอมานาน  ทำงานเสร็จตอนสีทุ่ม ขับรถออกนอกเมือง แต่แล้วสุดท้ายแล้วมานั่งอยู่ในรถหน้าบ้านหลังที่ตัวเขาเองเคยขับรถผ่านอยู่ครั้งนึงด้วยความตั้งใจ

“อะไรวะเนี่ย”

เจ้าของรถสบถกับตัวเองก่อนจะยิ้มบ้าง

ในตอนแรกอาทิตย์กลัว กลัวเหลือเกินว่าอาคิระของเขาจะไม่ได้เป็นของเขาอีกแล้ว ทั้งตื่นเต้นและประหม่า อยากจะบอกว่าการเริ่มคุยกับคนข้างๆยากน้อยกว่าถือกล้องไปให้หมีวิ่งไล่เสียอีก แต่เขาตัดสินใจถูกที่ยอมจอดรถไว้ที่โรงแรม

อาทิตย์มองสร้อยเส้นเล็กพร้อมกับจี้รูปนกอินทรีสัญลักษณ์ของอิสระที่วางไว้หน้าคอนโซลรถฝั่งข้างคนขับถึงได้รู้ว่าควรทำยังไงต่อไป ในตอนนี้พวกเขาก็แค่นั่งเงียบๆเพื่อยืดเวลาและลดความเขินก็เท่านั้น…









END.

:]


 





CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
จบแล้วอ่อ...โอว โนว...อยากอ่านต่ออีกนิด เสพติดความหวานอีกหน่อย  :ling3: :ling3: :ling3:

ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ขอบคุณที่กลับมาต่อจนจบนะคะขอบคุณมากๆค่ะ

ออฟไลน์ rcbpdr

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
แอบอยากอ่านให้มีภาคต่อ แต่แค่นี้ก็เขินม้วนแล้วค่ะ5555555 การที่จะได้วนกลับมาเจอกันอีก ไม่เรียกพรหมลิขิตก็เรียกว่าจังหวะที่ตรงกันได้มั้ยนะ เขินตามเลยจริงๆ แง

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 578
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
จบดีนะ แต่ในความรู้สึกคือเค้ายังไม่ได้เคลียร์กันเลยอะะะ หรือต้องไปคิดต่อเอาเอง 555555555555555555555
อ่านตอนแรก คิดไว้ว่าต้องจบแบบอีกคนแต่งงานเลยนะ แต่แบบนี้คือเปอร์เซนต์จะได้กันสูงอยู่ๆๆ อยากอ่านต่อจังค่ะ  :katai1:

ออฟไลน์ khwanruen

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1302
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-3
น่ารัก ตอนต่อไปขอมโนต่อแปบ  :mew1:

ออฟไลน์ MooMiew

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
น่ารักก ชอบค่ะ อ่านละเขินตามลุ้นไปด้วย555555 :-[

ออฟไลน์ มนุษย์บิน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
มาต่อให้ชื่นใจได้ไหม เขินนนนน  :impress2:

ออฟไลน์ GDNEE

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ขอตอนพิเศษใส่ไข่หน่อยค่ะ

ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 473
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
งือออออออ โรแมนติก

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด